The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชา เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ 1-2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by patsarit3089, 2022-05-25 00:50:02

วิชา เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ

วิชา เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ 1-2565

163
7.4.7 มุมมองผู้นำเสนอ เพื่อเข้าสู่มุมมอง ผู้นำเสนอ ในมุมมอง การนำเสนอสไลด์ ในมุมซ้ายล่างของ
หน้าจอ ให้คลิก แสดงปุ่ม มุมมองของผู้นำเสนอ ใน PowerPoint จากนั้นคลิก แสดงมุมมองของผู้นำเสนอ
(ตามที่แสดงไว้ด้านล่าง)ใช้มมุ มอง ผู้นำเสนอ เพื่อดูบันทึกย่อขณะนำเสนองานของคุณ ในมุมมอง ผู้นำเสนอ
ผู้ชมจะไมส่ ามารถมองเหน็ บนั ทึกยอ่ ได้

รปู ท่ี 7.17 แสดงมุมมองการนำเสนอผลงานแบบมุมมองผูน้ ำเสนอ
7.4.8 มุมมองการอ่าน คุณสามารถเข้าสู่มุมมอง การอ่าน ได้จากแถบงาน ปุ่มมุมมองการอ่านใน
PowerPoint ที่ด้านล่างของหน้าต่างสไลด์ผู้รีวิวงานนำเสนอ PowerPoint โดยไม่มีผู้นำเสนอมักต้องการใช้
มมุ มองการอ่าน ซง่ึ จะแสดงงานนำเสนอแบบเต็มจอเหมือนมุมมองการนำเสนอ และจะรวมการควบคมุ พน้ื ฐาน
ทชี่ ่วยใหส้ ามารถพลกิ ดสู ไลด์ได้โดยงา่ ย
7.5. ข้นั ตอนการสรา้ งผลงานดว้ ยตนเอง
7.5.1 การสรา้ งผลงานด้วยตนเอง

1. บนแทบ็ ออกแบบให้เลอื กธีมที่คณุ ตอ้ งการ เม่อื ต้องการดูธีมเพมิ่ เติมให้ขยายแกลเลอรีธมี
ขยายแกลเลอรีดว้ ยการคลิกลกู ศรลง

164

รูปท่ี 7.18 แสดงการเลือกรูปแบบงานนำเสนอ
2. บนแทบ็ หน้าแรก ให้คลิก สไลด์ใหม่ เมอ่ื ตอ้ งการเลือกเคา้ โครงสไลดอ์ ่นื ใหค้ ลกิ ลูกศรถัดจาก

สไลดใ์ หม่ แล้ว คลิกเค้าโครงสไลด์คณุ ต้องการ

รปู ที่ 7.19 แสดงการเลือกสไลด์ใหม่
3. บนแบบ เปลี่ยน แท็บ คลิกเปลี่ยนที่คุณต้องการ เมื่อต้องการดูการเปลี่ยนเพิ่มเติมให้ขยาย

แกลเลอรีการเปล่ียน ขยายแกลเลอรีดว้ ยการคลกิ ลกู ศรลง

รูปท่ี 7.20 แสดงการเปลย่ี นรปู แบบเลอ่ื นสไลด์
4. บน เปลี่ยน แท็บ คลิ นำไปใช้กับทั้งหมด นำไปใช้กับคำสั่งทั้งหมดบนแท็บการเปลี่ยนใน

PowerPoint ในตอนนี้คุณได้ตั้งค่างานนำเสนอด้วยธีมและสไตล์การเปลี่ยนที่สอดคล้องกัน
ถดั ไปใหเ้ พ่ิมสไลดเ์ พ่ิมเติมและใสข่ อ้ ความและรูปภาพท่ีคุณตอ้ งการสำหรบั ข้อความของคณุ
7.5.2 เทคนิคการสรา้ งผลงานนำเสนอ
1. ไมใ่ ช้ Template ทม่ี สี ีสันฉูดฉาดเกนิ ไป เลกิ ใช้ Template ทม่ี ลี วดลายสีสันต่างๆ ที่มากับ
โปรแกรม แลว้ หนั มาสรา้ ง Template เองดกี ว่าโดยการใช่รปู แบบเรียบๆ ดูสะอาดตา มีความ
แปลกใหม่ ทำใหน้ า่ ชมยิง่ ขนึ้
2. ข้อความไม่ควรเกิน 5 บรรทัด อย่าใส่ข้อความมากเกินไป มันจะทำให้สไลด์ของเราถูกอัด
แนน่ ไปดว้ ยขอ้ ความ ไมน่ ่าอา่ น เพราะคงไมม่ ีใครอยากมานง่ั อา่ นขอ้ ความยาวๆ กันใชไ่ หมละ่
3. หลีกเล่ียงจุด Bullet พรเี ซ้นทท์ ่ีดๆี ควรหลีกเลยี่ งการใช้จุด Bullet ไมม่ ีใครจำขอ้ ความต่างๆ
จากจุด Bullet ได้ แตเ่ ขาจะจำได้จากหวั ข้อสไลด์ท่นี ่าสนใจ การใส่ข้อความในแตล่ ่ะสไลด์นั้น
เป็นการบอกเรื่องราวที่เราจะสื่อได้ดี ดังนั้นลองมาแชร์ข้อความของเราแบบสไลด์ต่อสไลด์
แทนการใชจ้ ดุ Bullet หลายๆ จุดกันเถอะ
4. เลือกใช้แบบอักษรที่เหมาะสม การเลือกรูปแบบอักษรถอื ว่าสำคัญอย่างหนึ่ง เราจะมาเน้น
แบบอักษรน่ารกั ม้งุ มงิ้ ไมไ่ ด้ ควรใช้แบบอกั ษรมาตรฐาน ยกตัวอยา่ งเช่น Angsana New หรือ

165

อื่นๆ และถ้าหากเราใช้พื้นหลังเป็นสีดำ ข้อความก็ควรจะเป็นตัวหนาและเป็นสีที่ตัดกันเพ่อื
สะดวกในการอา่ นมากข้นึ
5. ใช้ขนาดอักษรท่ีเหมาะสม เราไม่สามารถรู้เลยว่าเมื่อสไลด์ของเราแสดงบนหน้าจอพรเี ซ้นท์
นั้น ตัวอักษรจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ อย่างน้อยควรทำตัวอักษรให้ใหญ่ไวก้ ่อนเพื่อกันพลาด
เอาให้ใหญช่ นิดท่วี า่ คนทีน่ ่ังหลงั สดุ มองเห็นกไ็ ด้
6. ความคมชัดระหว่างขอ้ ความและพ้ืนหลัง หากภาพพื้นหลังของเราดูลายตา อาจจะทำให้คน
อื่นมองไม่เห็นข้อความของเรากไ็ ด้ เพื่อให้มองเห็นข้อความของเราชัดเจน พื้นหลังควรเป็นสี
เรียบ ไมฉ่ ดู ฉาด และสขี องขอ้ ความควรเป็นสที ีต่ ดั กับพน้ื หลงั หรอื อาจจะมีการเพิ่มลกู เลน่ โดย
การใสก่ รอบขอ้ ความเพอื่ ใหข้ ้อความดูโดดเด่นนา่ สนใจมากขึ้น
7. ใช้สีตดั กันเน้นขอ้ ความ เหมอื นกับการทำข้อความให้เปน็ ตวั หนาหรือตัวเอยี งนั่นแหละ แต่วิธี
ดีนี้มีข้อดีตรงที่ ถ้าเราเลือกใช้สีที่สะดุดตาและต้องเป็นสีที่ต่างจากข้อความปกติ สำหรับ
ข้อความทเ่ี ราตอ้ งการจะเน้น เปรียบเหมือนการทำไฮไลท์ข้อความ
8. ใช้ภาพสื่ออารมณ์ บางทีข้อความอย่างเดียวอาจจะทำให้เรานึกภาพไม่ออก ฉะนั้นหากมี
ภาพประกอบด้วยจะทำให้สไลด์ของเราดูน่าสนใจมากข้ึน ทำให้คนที่ชมเข้าใจสิ่งที่เราจะส่ือ
มากข้ึน

166

แผนการจดั การเรยี นรู้มงุ่ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท่ี 7

ชอ่ื หน่วย การใช้โปรแกรมด้านการนำเสนอ สอนครั้งที่ 15
Microsoft PowerPoint ช่วั โมงรวม 12

จำนวนชว่ั โมง 4

5. กิจกรรมการเรยี นการสอน

5.1 การนำเข้าสู่บทเรียน

5.1.1. ครู เช็คช่อื และตรวจการแต่งกาย

นกั เรยี น ขานชือ่ และลุกใหค้ รตู รวจการแต่งกายทีละคน

5.1.2. ครู ทบทวนก่อนเรียนโดยซักถาม เรอื่ งการใชโ้ ปรแกรมดา้ นการนำเสนอ Microsoft

PowerPoint ผู้สอนตรวจแล้วให้ผู้เรียนบนั ทกึ คะแนนทไี่ ดไ้ ว้

เพื่อเปรียบเทียบกบั การทดสอบหลงั เรียนจบ

นักเรยี น ตอบคำถาม ซักถามขอ้ สงสัย

5.2 การเรียนรู้

5.2.1. ครู แนะนำรายวชิ าและ แจ้งหัวข้อท่จี ะสอน ตามเนือ้ หาสาระ เร่ือง

การใชโ้ ปรแกรมด้านการนำเสนอ Microsoft PowerPoint

โดยใชส้ ือ่ power point ตอบคำถาม/ซักถามปัญหา

นกั เรียน ตอบคำถาม ซกั ถามปญั หาข้อสงสยั ศึกษาจากส่อื และเอกสาร
ประกอบการสอน

5.2.2. ครู อธบิ ายเกี่ยวกบั ความรูพ้ ืน้ ฐานโปรแกรม Microsoft PowerPoint
ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft PowerPointหลักการออกแบบงาน
นำเสนอกับการจัดการข้อความลงบนสไลด์การเลอื กมุมมองการนำเสนอผลงาน
ข้นั ตอนการสร้างผลงานดว้ ยตนเอง โดยใช้สอ่ื power point เรอ่ื งการ
โปรแกรมดา้ นการนำเสนอ Microsoft PowerPoint ตอบคำถาม/ซกั ถามปัญหา

นกั เรยี น จดบันทึกย่อ ตอบคำถาม ปรกึ ษา/อภปิ รายกบั เพ่อื น
5.2.3. ครู ทดสอบผู้เรยี นโดยถามตอบกันภายในห้องเรียน และอธิบายบางข้อท่ี

ผู้เรียนมีขอ้ สงสัยจากการจดบันทึก

นักเรยี น รว่ มกนั อภปิ รายหาข้อสรุป

5.2.4. ครู ให้ทำใบงานการทดลองที่ 10 เรือ่ ง การใช้โปรแกรมดา้ นการนำเสนอ Microsoft
PowerPointใหค้ ำแนะนำ เพอื่ ทดสอบเกย่ี วกบั ความเขา้ ใจรายรายบุคคล

นักเรียน ปฏิบตั ิแบบฝกึ หดั ตามใบงาน

167

5.3 การสรปุ

5.3.1. ครู ส่มุ เรยี กผูเ้ รียนออกมาสรุปเนอื้ หาที่ไดเ้ รยี นท่จี ัดทำใบงานการทดลองที่ 10

จนครบคลมุ เนอ้ื หาทั้งหมด โดยผู้สอนช่วยให้คำแนะนำ และอธบิ ายเพิ่มเติม

นกั เรียน ออกมาอธบิ ายหนา้ ชนั้ เรยี นทีละกลมุ่ โดยสรุปเนอื้ หา ซักถามปัญหาและ

จดบันทกึ เพ่ิมเติม

5.3.2. ครู ให้ผเู้ รียนปฏบิ ัติตามใบงานการทดลองที่ 10 ใหเ้ สร็จสมบูรณ์ และใหผ้ ูเ้ รยี น

ซกั ถามปัญหาในการเรียน

นักเรยี น ซักถามปัญหาและข้อสงสัยในการปฏิบัตกิ ารทดลอง สรปุ ผลการทดลอง

และสง่ ใบงานใน Google Classroom

5.4 การวัดและประเมินผล

5.4.1. ครู สุ่มถามผู้เรียนเกี่ยวกบั เนอ้ื หาทีเ่ รียน

นักเรยี น ตอบคำถามท่ีผู้สอนถาม

5.4.2. ครู ให้ผ้เู รยี นเล่นเกมส์ตอบคำถามโดยสมุ่ คำถามจากเน้ือทีเ่ พอ่ื วัดความเขา้ ใจ

เน้ือหามากขน้ึ ตรวจใบงานการทดลองที่ 10 และบนั ทกึ คะแนน

นกั เรียน เลน่ เกมส์ตอบคำถาม และแลกเปลยี่ นคำตอบ

6. สือ่ การเรียนร้/ู แหลง่ การเรยี นรู้
6.1 สื่อสิ่งพมิ พ์
เอกสารประกอบการสอน เรอื่ งคอมพวิ เตอร์และอุปกรณโ์ ทรคมนาคม
บุญสบื โพธศิ์ รี, รพพี รรณ ชาวไร่ออ้ ย.2558. เทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่ การจดั การอาชพี .

พมิ พค์ ร้งั ท่ี 1. กรุงเทพฯ : สานกั พมิ พ์ศนู ยส์ ง่ เสริมอาชวี ะ

ธีรวฒั น์ ประกอบผล.2558. เทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่ การจัดการอาชีพ. กรุงเทพฯ : ซัค

เซส มเี ดยี

โอภาส เอ่ียมสิรวิ งศ์. 2556. เครือขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละการส่อื สาร. กรุงเทพฯ : วี.พร้นิ ท

6.1 ส่อื โสตทัศน์
สอ่ื PowerPoint วชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การจัดการอาชีพ หนว่ ยที่ 7 เร่อื ง การใชโ้ ปรแกรม

ดา้ นการนำเสนอ Microsoft PowerPoint

7. เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบความรู้ ประกอบการเรียนวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจัดการอาชพี หนว่ ยท่ี 7 เรื่อง การ

ใชโ้ ปรแกรมด้านการนำเสนอ Microsoft PowerPoint
7.2 ใบงานการทดลองที่ 10 เรื่อง การนำเสนองานMicrosoft PowerPoint

168

8. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน
8.1 สามารถนำความรู้ มาใช้ใชง้ านด้านงานนำเสนอ Microsoft PowerPoint
8.2 สามารถนำความรู้ มาใชร้ ว่ มกับวิชาการใช้งานดา้ นคอมพิวเตอร์หรอื สารสนเทศ

9. การวัดและประเมนิ ผล
9.1 ก่อนเรียน
9.1.1.ผเู้ รียนศกึ ษา คน้ คว้าจากเอกสาร ตำรา เกีย่ วกบั ความรู้เกย่ี วกับเทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่ การ
จดั การอาชพี
9.1.2.ผู้เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
9.2 ขณะเรยี น
9.2.1.การสงั เกตพฤตกิ รรมภายในชนั้ เรียน
9.2.2.ทำแบบฝกึ หัดประจำหน่วย
9.3 หลังเรยี น
9.3.1.ให้ผเู้ รียนชว่ ยกนั สรปุ เนอื้ หา
9.3.2.ทำแบบทดสอบหลังเรียน
9.3.3.ทำแบบทดสอบประจำหนว่ ยที่ 7 เพือ่ วดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น

169

10.บันทกึ หลงั การสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

10.2 ผลการเรียนรูข้ องนักเรยี น นักศกึ ษา
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

10.3 แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนรู้
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

168

แผนการจดั การเรยี นร้มู ุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยท่ี 7

ชื่อหนว่ ย การใช้โปรแกรมด้านการนำเสนอ สอนครัง้ ที่ 16
Microsoft PowerPoint ช่ัวโมงรวม 12

จำนวนชว่ั โมง 4

1. สาระสำคญั
การแกไ้ ขและลบรูปแบบสไลด์คือการแกไ้ ขคือการเรียบเรยี งข้อมูลตามที่ตอ้ งการ จัดเรียงลำดับ

ของสไลด์ใหม่ในบานหน้าต่างทางด้านซ้าย ให้คลิกรูปขนาดย่อของสไลด์ที่คุณต้องการย้าย แล้วลากไปยัง
ตำแหน่งใหม่ หรือลบสไลด์ ในบานหน้าต่างทางด้านซ้าย คลิกขวาที่รูปขนาดย่อของสไลด์ท่ีคุณต้องการลบ
แล้ว คลิกลบสไลด์ การเพิ่มฉากหลังสไลด์ ตกแต่งสไลด์ เมื่อต้องการระบุว่า งานนำเสนอของคุณเป็นสำเนา
แบบร่าง เพิ่มข้อความลายน้ำ "แบบร่าง" ลงในพื้นหลังของสไลด์ของคุณ คุณสามารถเพิ่มข้อความอ่ืน ๆ จาก
การทดลองทำให้สามารถสร้างสตอรี่บอร์ดได้โดย หลักการเขียนสตอรี่บอร์ด จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ
ส่วนภาพกับส่วนเสียง โดยปกติการเขียนสตอรี่บอร์ด ก็จะวาดภาพในกรอบสี่เหลี่ยม ต่อด้วยการเขียนบท
บรรยายภาพหรือบทการสนทนา และส่วนสุดท้ายคือการใส่เสียงซึ่งอาจจะประกอบด้วยเสียงสนทนา เสียง
บรรเลง และเสียงประกอบต่างๆ สิ่งสำคัญที่อยู่ภายในสตอรี่บอร์ด ประกอบด้วย ตัวละครหรือฉาก ไม่ว่าจะ
เป็นคน สัตว์ สงิ่ ของ สถานทหี่ รือตัวการ์ตนู และท่สี ำคัญ คอื พวกเขากำลงั เคล่อื นไหวอย่างไร มุมกล้อง ทั้งใน
เรื่องของขนาดภาพ มุมภาพและการเคลื่อนกล้อง เสียงการพูดกันระหว่างตัวละคร มีเสียงประกอบหรือ
เสียงดนตรีอย่างไร ขั้นตอนการทำ Story Board วางโครงเรื่องหลัก เช่น การวางแนวเรื่องฉากเนื้อเรื่องย่อ
Theme/แก่น จากนั้นลำดับเหตุการณ์คร่าว ๆ จุดสำคัญคือ ทุกเหตุการณ์จะเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน
เลือกที่จะกำหนดหน้าเพือ่ ลำดับเหตุการณไ์ ด้อย่างถูกตอ้ ง จากนั้นแต่งบท เป็นข้ันตอนสดุ ท้ายก่อนลงมือวาด
สตอรี่บอร์ด และลงมือเขียน Story Board ทำให้เราทราบลำดับเหตุการณ์ของการนำเสนอ และสร้างงาน
นำเสนอได้อยา่ งมอื อาชพี

2. สมรรถนะประจำหน่วย
2.1 การแกไ้ ขและลบรปู แบบสไลด์
2.2 การเพมิ่ ฉากหลังสไลด์ ตกแตง่ สไลด์
2.3 การกำหนดสีพน้ื หลังสไลด์
2.4 การกำหนดลักษณะของการเปลีย่ นภาพฉายสไลด์
2.5 การกำหนดข้อความและภาพใหเ้ คลอ่ื นทีแ่ บบกำหนดเอง

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 ด้านความรู้

169

3.1.1. ผู้เรยี นอธบิ ายลักษณะการแกไ้ ขและลบรปู แบบสไลด์ไดถ้ กู ตอ้ ง
3.1.2. ผู้เรียนบอกการเพ่มิ ฉากหลังสไลด์ ตกแตง่ สไลด์ได้ถูกตอ้ ง
3.1.3. ผเู้ รียนอธบิ ายลักษณะการกำหนดสีพนื้ หลังสไลด์ได้ถูกตอ้ ง
3.1.4. ผเู้ รียนยกตวั อย่างการกำหนดลักษณะของการเปล่ียนภาพฉายสไลดไ์ ดถ้ กู ตอ้ ง
3.1.5. ผู้เรียนบอกลักษณะการกำหนดขอ้ ความและภาพให้เคลือ่ นที่แบบกำหนดเองไดถ้ กู ต้อง
3.2 ดา้ นทกั ษะ
3.2.1 สามารถอธิบายลกั ษณะการแกไ้ ขและลบรูปแบบสไลด์ไดถ้ ูกตอ้ ง
3.2.2 สามารถบอกการเพมิ่ ฉากหลงั สไลด์ ตกแตง่ สไลด์ไดถ้ กู ต้อง
3.2.3 สามารถอธบิ ายลักษณะการกำหนดสพี ้ืนหลงั สไลด์ไดถ้ กู ตอ้ ง
3.2.4 สามารถยกตวั อย่างการกำหนดลักษณะของการเปล่ียนภาพฉายสไลด์ได้ถูกตอ้ ง
3.2.5 สามารถบอกลักษณะการกำหนดข้อความและภาพใหเ้ คลื่อนท่ีแบบกำหนดเองไดถ้ กู ตอ้ ง
3.2.6 สามารถนำเสนองาน Microsoft PowerPointไดถ้ กู ตอ้ ง
3.2.7 สามารถปฏิบัติงานเสรจ็ ตามเวลาท่ีกำหนด

3.3 คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
3.3.1 ใฝก่ ารเรยี นรู้
3.3.2 ผ้เู รยี นทำงานเป็นระเบียบเรยี บร้อย
3.3.3 ปฏิบัติงานดว้ ยความซ่ือสัตย์สุจรติ
3.3.4 มีความรบั ผิดชอบต่อหนา้ ที่
3.3.5 มีความม่งุ มนั่ ในการทำงาน
3.3.6 ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า
3.3.7 มจี ติ สาธารณะ

แผนการจดั การเรยี นรมู้ ่งุ เน้นสมรรถนะ 170

ชอ่ื หนว่ ย การใชโ้ ปรแกรมด้านการนำเสนอ หนว่ ยที่ 7
Microsoft PowerPoint สอนครั้งท่ี 16
ชัว่ โมงรวม 12
4. เนอื้ หาสาระการเรยี นรู้ จำนวนชว่ั โมง 4
7.6 การแก้ไขและลบรปู แบบสไลด์

7.6.1 เพ่ิมสไลดใ์ หม่
1. บนแทบ็ มุมมอง ให้คลกิ ปกติ

รูปท่ี 7.21 แสดงการเลอื กมมุ มองปกติ
2. ในบานหนา้ ตา่ งรปู ขนาดย่อของสไลด์ทางดา้ นซา้ ย ให้คลิกสไลด์ท่คี ุณตอ้ งการวางสไลดใ์ หม่

ถัดไป
3. บนแท็บ หนา้ แรก ให้คลกิ สไลด์ใหม่

รปู ท่ี 7.22 แสดงการสรา้ งสไลดใ์ หม่

171
4. ในแกลเลอรขี องเคา้ โครง คลกิ เคา้ โครงทีค่ ุณตอ้ งการสำหรับสไลดข์ องคุณใหม่ แตล่ ะตวั เลอื ก

ในแกลเลอรีมเี คา้ โครงสไลด์ต่าง ๆ ทอ่ี าจประกอบดว้ ยพนื้ ท่ที ี่สำรองไวส้ ำหรับข้อความ วิดีโอ
รปู ภาพ แผนภูมิ รปู รา่ ง ปะ พ้ืนหลัง และจดั รูปแบบ เชน่ ธีมสี ฟอนต์ เอฟเฟ็กต์ของธมี
5. ภาพนิ่งของคุณใหม่จะถูกแทรก และคุณสามารถคลิกภายในพื้นที่สำรองไว้เพื่อเริ่มเพ่ิม
เนือ้ หา
7.6.2 จัดเรียงลำดบั ของสไลด์ใหม่
ในบานหน้าตา่ งทางดา้ นซ้าย ให้คลิกรปู ขนาดยอ่ ของสไลด์ทคี่ ณุ ตอ้ งการย้าย แล้วลากไปยงั
ตำแหนง่ ใหม่

รูปท่ี 7.23 แสดงการจัดเรียงลำดับของสไลด์ใหม่
เคล็ดลับ : เมื่อต้องการเลือกหลายสไลด์ ให้กด CTRL ค้างไว้ในขณะที่คุณคลิกสไลด์แต่ละรายการที่คุณ
ตอ้ งการย้าย จากนัน้ ลากเปน็ กล่มุ ไปยงั ตำแหนง่ ใหม่

7.6.3 ลบสไลด์
ในบานหนา้ ต่างทางดา้ นซ้าย คลกิ ขวาท่รี ูปขนาดยอ่ ของสไลด์ท่ีคณุ ตอ้ งการลบ (กดค้าง CTRL
เมื่อต้องการเลอื กหลายสไลด์), แล้ว คลิกลบสไลด์

172

รูปท่ี 7.24 แสดงการลบสไลด์
7.7 การเพิ่มฉากหลังสไลด์ ตกแต่งสไลด์

เมื่อต้องการระบุว่า งานนำเสนอของคุณเป็นสำเนาแบบร่าง เพิ่มข้อความลายน้ำ "แบบร่าง" ลงในพ้นื
หลังของสไลด์ของคณุ คุณสามารถเพ่ิมข้อความอ่ืน ๆ เช่น "บริษัทเปน็ ความลับ บริษัทของคุณชื่อ หรือกล่อง
ผลลัพธ์ควรเป็นอ่ืนทค่ี ุณต้องการ

1. คลกิ มุมมอง > ต้นแบบสไลด์
2. ในมุมมอง ต้นแบบสไลด์ ที่ด้านบนของบานหน้าต่างรูปขนาดย่อที่อยู่ด้านซ้าย ให้เลือกต้นแบบ

สไลด์
3. เลอื ก แทรก > กลอ่ งข้อความ จากนั้นบนตน้ แบบสไลด์ คลิกและลากเพื่อวาดกล่องขอ้ ความ

รูปท่ี 7.25 แสดงการตกแตง่ สไลด์
4. พิมพ์ขอ้ ความลายน้ำ (เช่น "แบบร่าง") ในกลอ่ งขอ้ ความ นนั้ แลว้ เลอื กขอ้ ความ
เคล็ดลับ: เมื่อต้องการวางข้อความลายน้ำในแนวตั้ง ให้คลิกลูกศรเวยี นที่อยู่ด้านบนของกล่องข้อความ แล้ว
กลบั ทศิ ของลูกศร
5. บนตัว จัดรูปแบบ tab เลือกสีเติมฟอนตอ์ อ่ น และทำการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่คุณต้องการฟอนต์

และสไตล์
เคลด็ ลบั : ถ้าคณุ ไม่เห็นแท็บรูปแบบ ไม่แน่ใจวา่ คณุ ไดเ้ ลอื กกลอ่ งขอ้ ความ

6. ในการเปลี่ยนตำแหน่งของลายน้ำ ให้คลิกที่กล่องข้อความ จากนั้น เมื่อตัวชี้กลายเป็น ให้ลาก
กลอ่ งขอ้ ความไปยงั ตำแหน่งทค่ี ณุ ตอ้ งการ

173

7. เม่อื คณุ พอใจกบั ขอ้ ความลายน้ำ คลิกกล่องขอ้ ความ คลกิ ทแี่ ทบ็ รปู แบบ > ส่งไปขา้ งหลัง แลว้ คลกิ
ส่งไปไว้ข้างหลงั

7.8. การกำหนดสพี ื้นหลงั สไลด์
1. คลกิ ขวาสไลด์ทค่ี ณุ ตอ้ งการเพ่ิมสีพื้นหลัง จากนั้น คลกิ จัดรูปแบบพน้ื หลงั > สีเตมิ แบบทบึ
2. เคลด็ ลับ: เม่อื คณุ คลิกขวาสไลด์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณไมไ่ ดก้ ำลังคลกิ ภายในข้อความหรือพ้ืนท่ี
ที่สำรองไวอ้ ่นื ๆ
3. เลือกสี จากนนั้ เลอื กสที ่ีคุณต้องการ
4. เมื่อต้องการเปลี่ยนความโปร่งใสของพื้นหลัง ให้ปรับตัวเลื่อน ความโปร่งใส คุณสามารถปรับ
เปอร์เซน็ ตข์ องความโปร่งใสไดต้ ัง้ แต่ 0% (ทบึ แสงสูงสุด ซ่ึงเป็นคา่ เรม่ิ ต้น) ไปจนถงึ 100% (โปรง่ ใส
สูงสุด)
5. เลือกทำอย่างใดอย่างหนงึ่ ต่อไปน้ี
- เม่ือตอ้ งการใชส้ ีกับภาพนงิ่ ทีค่ ุณเลอื ก เลอื กปิด
- เมือ่ ต้องการใชส้ กี บั ภาพนิง่ ในงานนำเสนอของคณุ ทง้ั หมด เลือกนำไปใชก้ ับทง้ั หมด

รูปท่ี 7.26 แสดงการกำหนดสี
เม่ือตอ้ งการนำสไี ล่ระดับไปใชก้ บั พ้นื หลงั ของสไลด์ ให้ทำดังตอ่ ไปนี้

1. คลกิ ขวาสไลดท์ ่ีคณุ ตอ้ ง การเพม่ิ สพี ื้นหลงั การไลร่ ะดบั สีแลว้ เลอื กพืน้ หลงั รูปแบบ >สีเติม
ไล่ระดบั

2. เลอื กทำอยา่ งใดอยา่ งหนึ่งต่อไปนี้ เม่ือตอ้ งการใช้สีทีก่ ำหนดไว้ล่วงหน้า ชนิด และทิศทาง
ของการไล่ระดับสี ใหค้ ลิก การไล่ระดับสีท่ีกำหนดไว้ แลว้ เลอื กตัวเลอื กท่ตี ้องการ

174

รูปที่ 7.27 แสดงระดับสีท่ีกำหนด
3. เมื่อตอ้ งการกำหนดแบบแผนชุดสไี ลร่ ะดบั เอง ให้ทำดงั น้ี

- ภายใต้จุดเปลี่ยนการไล่ระดับสี เลือกหยุดการไล่ระดับแรก (แสดงด้วยหมายเลข1
ในไดอะแกรมดา้ นลา่ ง)

- คลิกสี ลกู ศรลง และเลือกสีของธมี หรือสีมาตรฐาน

รูปท่ี 7.28 แสดงแผนชุดสไี ล่ระดบั เอง

175

- เมื่อต้องการปรับความครอบคลุมสีไล่ระดับ คลิกและลากการหยุดไปทางขวาหรือ
ซา้ ย หรอื คุณสามารถตั้งคา่ เปอร์เซน็ ตแ์ บบเพ่มิ เติมได้ ด้วยการย้ายตำแหน่ง ขึ้นและ
ลงเพ่อื เปอรเ์ ซน็ ตท์ ีค่ ุณตอ้ งการ

- ทำแบบเดียวกันสำหรับใด ๆ อื่น ๆ ไล่ระดับสี (แสดงไว้ 4 ในไดอะแกรมตัวอย่าง
ดา้ นบน)

4. ปรบั ความสว่าง ตามต้องการ
5. เมื่อต้องการเปลี่ยนความโปร่งใสของพื้นหลัง ให้ปรับตัวเลื่อน ความโปร่งใสคุณสามารถ

ปรับเปอร์เซ็นตข์ องความโปร่งใสไดต้ ั้งแต่ 0% (ทึบแสงสูงสุด ซึ่งเป็นค่าเริม่ ต้น) ไปจนถงึ
100% (โปรง่ ใสสูงสดุ )
6. เลอื กทำอย่างใดอยา่ งหนง่ึ ตอ่ ไปนี้

- เมื่อตอ้ งการใช้สีเฉพาะกบั ภาพนงิ่ ที่เลอื ก ใหค้ ลิก ปดิ
- เมอ่ื ต้องการใช้สกี บั ภาพนิง่ ทง้ั หมด ใหค้ ลิก นำไปใช้กับทง้ั หมด
7.9 การกำหนดลกั ษณะของการเปล่ียนภาพฉายสไลด์
1. ขั้นแรก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณอยู่ในมุมมองปกติ (บนแท็บ มุมมอง คลิก ปกติ) จากนั้นคลิกแท็บ
ออกแบบ แลว้ คลกิ ขนาดสไลด์ ในกลมุ่ กำหนดเอง
2. คลกิ มาตรฐาน (4:3) หรือ จอกวา้ ง (16:9)
- ขยายใหญ่สุด: เลือกตัวเลือกนี้เพื่อเพิ่มขนาดเนื้อหาของสไลด์ของคุณเมื่อคุณกำลังเพิ่มขนาด
สไลดใ์ ห้ใหญ่ขน้ึ การเลือกตัวเลอื กน้ีอาจทำให้เน้ือหาของคณุ ไมพ่ อดกี ับสไลด์
- ให้พอดี: เลือกตวั เลือกนเี้ พือ่ ลดขนาดเนื้อหาของคุณเมือ่ คณุ ลดขนาดสไลด์ให้เลก็ ลง การกระทำ
นี้อาจทำใหเ้ นอื้ หาของคุณดเู ลก็ ลง แตค่ ณุ จะสามารถเห็นเนือ้ หาทงั้ หมดบนสไลด์ของคุณได้
7.9.1 ปรับขนาดสไลดข์ องคณุ เป็นขนาดแบบกำหนดเองและอน่ื ๆ ท่วั ไปกระดาษและหนา้ จอขนาด
รวมถึงเค้าร่าง
1. ขั้นแรก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณอยู่ในมุมมองปกติ (บนแท็บ มุมมอง คลิก ปกติ) จากนั้นบน
แท็บ ออกแบบ คลกิ ขนาดสไลด์ แลว้ คลกิ ขนาดสไลดแ์ บบกำหนดเอง
2. เลือกทำอย่างใดอย่างหน่ึงต่อไปนใ้ี นกลอ่ ง ขนาดสไลด์
- ต้งั คา่ ขนาดความสูงและความกว้าง และการวางแนว
- คลิกลูกศรลงท่อี ยถู่ ัดจาก ขนาดสไลดส์ ำหรบั แลว้ เลอื กตัวเลือก
- เคล็ดลับ: มีตวั เลือกสองตัวเลือกสำหรับอัตราส่วน 16:9: แบบจอกวา้ ง และ แบบนำเสนอ
ทางหน้าจอ (16:9) ซึ่งมีความแตกต่างระหว่างทั้งสองแบบดงั นี้:แบบนำเสนอทางหนา้ จอ
(16:9) ตง้ั ค่าขนาดของสไลดท์ ่ี 10 x 5.625 นวิ้ จอกวา้ ง ตงั้ ค่าอย่ทู ่ี 13.333 x 7.5 น้ิว
3. ทั้งสองตัวเลือกนีจ้ ะมีอตั ราส่วนเดียวกัน ดังนั้นจึงมีลักษณะเดียวกันกับมุมมองปกติ เนื่องจาก
เราปรับการย่อ/ขยายโดยอัตโนมัติได้ แบบจอกว้าง (13.333 x 7.5 นิ้ว) จะให้พื้นที่ผิวสำหรับ

176
เนื้อหาของสไลด์มากขึ้น จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการนำเสนอ อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่
จะต้องพิจารณา นั่นคือ แบบหน้าจอกว้าง (13.333 x 7.5 นิ้ว) จะไม่พอดีกับแผ่นงานของ
กระดาษขนาด 8.5 x 11 ยกเว้นคุณจะทำการปรับขนาด ตัวเลือกบริหาร ให้มีอัตราส่วน
กวา้ งยาวมากใกล้กบั ขนาดภาพน่ิง 4:3 มาตรฐาน

รูปที่ 7.29 แสดงขนาดของสไลด์
7.9.2 ทำใหข้ นาดของสไลดใ์ หมเ่ ป็นค่าเร่ิมตน้ สำหรบั งานนำเสนอใหม่

1. ข้ันแรก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณอยู่ในมุมมองปกติ (บนแท็บ มุมมอง คลิก ปกติ) จากนั้นบน
แทบ็ ออกแบบ คลกิ ขนาดสไลด์ แลว้ คลิก ขนาดสไลด์แบบกำหนดเอง

รูปที่ 7.30 แสดงการตัง้ ค่าขนาดของสไลด์
2. ทำตามขัน้ ตอนในส่วนดา้ นบนเพือ่ เลือกขนาดสไลดท์ ่ีคุณตอ้ งการ
3. บนแท็บ ออกแบบ ใหค้ ลิกลกู ศร เพิ่มเตมิ ท่ีมมุ ล่างขวาของกลุ่ม ธีม
4. เลอื ก บันทึกธมี ปัจจบุ ัน
5. ต้ังชือ่ ธมี ของคณุ ดว้ ยชื่อทคี่ ุณจะจดจำไดง้ ่าย แลว้ คลกิ บันทกึ
6. บนแท็บ ออกแบบ ให้คลิกลูกศร เพิ่มเติม อีกครั้งที่มุมล่างขวาของกลุ่ม ธีม คุณจะเห็นธีมที่

คณุ เพิ่งบนั ทึกภายใต้กล่มุ กำหนดเอง

177

7. คลิกขวาท่ีธมี แบบกำหนดเองใหมข่ องคณุ แล้วเลอื ก ตั้งเปน็ ธมี เร่มิ ต้น

7.10 การกำหนดขอ้ ความและภาพใหเ้ คลือ่ นท่แี บบกำหนดเอง
1. เลือกวตั ถุหรือข้อความบนสไลด์ที่คณุ ตอ้ งการทำให้เคล่อื นไหว
2. บนแท็บ ภาพเคลือ่ นไหว ให้คลกิ เพิ่มภาพเคลือ่ นไหว และเลือกเอฟเฟก็ ต์ภาพเคล่ือนไหว

รปู ที่ 7.31 แสดงเอฟเฟ็กตภ์ าพเคลอื่ นไหว
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำให้ข้อความและวัตถุเคลื่อนไหว มีเอฟเฟ็กต์ภาพเคลื่อนไหวอยู่สี่ประเภท
ด้วยกนั ได้แก่

- เอฟเฟ็กต์ เข้า จะทำให้วัตถุค่อยๆ ปรากฏในโฟกัส หรือลอยเข้ามาจากขอบด้านใดด้านหนึ่งของ
สไลด์ หรอื เดง้ เขา้ มาก็ได้

- เอฟเฟ็กต์ ออก จะรวมถึงการทำให้วัตถุลอยออกไปจากสไลด์ หายไปจากมุมมอง หรือหมุนตัว
ออกไปจากสไลด์

- เอฟเฟก็ ต์ เนน้ จะทำให้วัตถลุ ดหรอื เพิ่มขนาด เปลย่ี นสี หรอื หมุนรอบตัวเอง
- คุณสามารถใช้ เส้นทางการเคลื่อนไหว เพื่อเลื่อนวัตถุขึ้นหรือลง ไปทางซ้ายหรือขวา หรือเป็นรปู

ดาวหรือวงกลม (หรอื เอฟเฟก็ ต์แบบอนื่ ๆ ได้) คณุ ยงั สามารถวาดเสน้ ทางการเคลอ่ื นไหวดว้ ยตนเอง
ได้ด้วย

รูปท่ี 7.32 แสดงเอฟเฟก็ ตแ์ บบอนื่ ๆ

178

คุณสามารถใช้ภาพเคลือ่ นไหวแบบเด่ียวๆ หรือจะผสมผสานเอฟเฟ็กต์หลายๆ อย่างเข้าด้วยกนั กไ็ ด้
ตวั อย่างเช่น ทำใหข้ อ้ ความบรรทัดหน่ึงลอยเข้ามาพรอ้ มกับมีขนาดใหญ่ขึน้ โดยใช้เอฟเฟ็กต์เขา้ ลอยเข้า และ
เอฟเฟ็กต์เน้น เพิ่ม/ลด คลิก เพิ่มภาพเคลือ่ นไหว เพื่อเพ่ิมเอฟเฟ็กต์ แล้วใช้บานหน้าต่างภาพเคล่ือนไหวเพื่อ
ตัง้ ค่าเอฟเฟ็กตเ์ น้นให้เกิดขน้ึ กบั ก่อนหน้าน้ี

179

แผนการจดั การเรยี นรูม้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ หนว่ ยที่ 7

ช่อื หน่วย การใช้โปรแกรมดา้ นการนำเสนอ สอนคร้งั ท่ี 16
Microsoft PowerPoint ชั่วโมงรวม 12

จำนวนชั่วโมง 4

5. กจิ กรรมการเรียนการสอน

5.1 การนำเขา้ สูบ่ ทเรียน

5.1.1. ครู เช็คชือ่ และตรวจการแตง่ กาย

นักเรยี น ขานชื่อและลกุ ใหค้ รูตรวจการแต่งกายทลี ะคน

5.1.2. ครู ทบทวนกอ่ นเรยี นโดยซักถาม เรอ่ื งการใช้โปรแกรมดา้ นการนำเสนอ Microsoft

PowerPoint ผ้สู อนตรวจแลว้ ให้ผเู้ รยี นบันทึกคะแนนทไี่ ด้ไว้

เพอ่ื เปรียบเทียบกบั การทดสอบหลังเรียนจบ

นักเรียน ตอบคำถาม ซักถามขอ้ สงสัย

5.2 การเรียนรู้

5.2.1. ครู แนะนำรายวิชาและ แจ้งหัวขอ้ ทจ่ี ะสอน ตามเนอ้ื หาสาระ เรือ่ ง

การใชโ้ ปรแกรมด้านการนำเสนอ Microsoft PowerPoint

โดยใช้สอื่ power point ตอบคำถาม/ซักถามปัญหา

นกั เรียน ตอบคำถาม ซกั ถามปญั หาขอ้ สงสยั ศกึ ษาจากส่ือ และเอกสาร
ประกอบการสอน

5.2.2. ครู อธบิ ายเกีย่ วกับการแก้ไขและลบรปู แบบสไลด์ การเพิม่ ฉากหลังสไลด์ ตกแตง่
สไลด์ การกำหนดสีพ้นื หลังสไลด์ การกำหนดลกั ษณะของการเปลีย่ นภาพฉาย
สไลด์ การกำหนดขอ้ ความและภาพให้เคลอ่ื นท่ีแบบกำหนดเอง
โดยใช้ส่ือ power point เร่ืองการใชโ้ ปรแกรมด้านการนำเสนอ Microsoft
PowerPoint ตอบคำถาม/ซกั ถามปัญหา

นกั เรยี น จดบนั ทึกยอ่ ตอบคำถาม ปรกึ ษา/อภิปรายกับเพื่อน
5.2.3. ครู ทดสอบผู้เรยี นโดยถามตอบกนั ภายในห้องเรียน และอธบิ ายบางขอ้ ที่

ผูเ้ รยี นมขี ้อสงสัยจากการจดบันทึก

นกั เรยี น รว่ มกันอภิปรายหาขอ้ สรุป

5.2.4. ครู ให้ทำใบงานการทดลองท่ี 11 เรอื่ ง การใช้โปรแกรมด้านการนำเสนอ Microsoft
PowerPointให้คำแนะนำ เพ่อื ทดสอบเกย่ี วกับความเข้าใจรายรายบุคคล

นักเรยี น ปฏิบตั ิแบบฝึกหดั ตามใบงาน

180

5.3 การสรปุ

5.3.1. ครู สมุ่ เรียกผู้เรยี นออกมาสรปุ เนอ้ื หาทีไ่ ดเ้ รียนท่ีจดั ทำใบงานการทดลองที่ 11

จนครบคลุมเนื้อหาท้ังหมด โดยผู้สอนชว่ ยให้คำแนะนำ และอธบิ ายเพิ่มเติม

นกั เรยี น ออกมาอธบิ ายหนา้ ช้นั เรียนทีละกล่มุ โดยสรปุ เนอื้ หา ซักถามปญั หาและ

จดบันทึกเพม่ิ เตมิ

5.3.2. ครู ให้ผู้เรียนปฏิบตั ติ ามใบงานการทดลองท่ี 11 ให้เสร็จสมบูรณ์ และให้ผูเ้ รยี น

ซักถามปัญหาในการเรยี น

นกั เรียน ซักถามปัญหาและข้อสงสยั ในการปฏิบัติการทดลอง สรปุ ผลการทดลอง

และส่งใบงานใน Google Classroom

5.4 การวัดและประเมนิ ผล

5.4.1. ครู สุ่มถามผู้เรียนเกย่ี วกบั เนอ้ื หาที่เรยี น

นกั เรยี น ตอบคำถามที่ผสู้ อนถาม

5.4.2. ครู ให้ผ้เู รียนเล่นเกมส์ตอบคำถามโดยสุ่มคำถามจากเนอื้ ท่เี พ่ือวัดความเขา้ ใจ

เน้อื หามากขนึ้ ตรวจใบงานการทดลองที่ 11 และบนั ทึกคะแนน

นักเรยี น เล่นเกมสต์ อบคำถาม และแลกเปลี่ยนคำตอบ

6. สอื่ การเรียนร/ู้ แหลง่ การเรยี นรู้
6.1 สื่อสิ่งพมิ พ์
เอกสารประกอบการสอน เรือ่ งคอมพิวเตอรแ์ ละอุปกรณโ์ ทรคมนาคม
บญุ สบื โพธิ์ศรี, รพพี รรณ ชาวไรอ่ อ้ ย.2558. เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการจัดการอาชีพ.

พิมพค์ รั้งที่ 1. กรงุ เทพฯ : สานักพิมพ์ศูนยส์ ่งเสรมิ อาชีวะ

ธีรวฒั น์ ประกอบผล.2558. เทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชีพ. กรงุ เทพฯ : ซัค

เซส มีเดีย

โอภาส เอยี่ มสิริวงศ.์ 2556. เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร. กรุงเทพฯ : ว.ี พรน้ิ ท

6.1 สอ่ื โสตทัศน์
สือ่ PowerPoint วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ การจัดการอาชพี หนว่ ยท่ี 7 เรือ่ ง การใชโ้ ปรแกรม

ด้านการนำเสนอ Microsoft PowerPoint

7. เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบความรู้ ประกอบการเรยี นวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ การจดั การอาชพี หนว่ ยท่ี 7 เรื่อง การ

ใช้โปรแกรมด้านการนำเสนอ Microsoft PowerPoint
7.2 ใบงานการทดลองที่ 11 เร่ือง การนำเสนองานMicrosoft PowerPoint

181

8. การบรู ณาการ/ความสัมพันธ์กับวชิ าอ่ืน
8.1 สามารถนำความรู้ มาใช้ใชง้ านด้านงานนำเสนอ Microsoft PowerPoint
8.2 สามารถนำความรู้ มาใชร้ ว่ มกับวชิ าการใชง้ านดา้ นคอมพิวเตอร์หรือสารสนเทศ

9. การวัดและประเมินผล
9.1 กอ่ นเรียน
9.1.1.ผเู้ รยี นศึกษา ค้นคว้าจากเอกสาร ตำรา เกย่ี วกับความรู้เก่ยี วกับเทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่ การ
จดั การอาชพี
9.1.2.ผู้เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
9.2 ขณะเรยี น
9.2.1.การสังเกตพฤตกิ รรมภายในช้ันเรยี น
9.2.2.ทำแบบฝกึ หัดประจำหน่วย
9.3 หลังเรยี น
9.3.1.ใหผ้ ูเ้ รยี นชว่ ยกันสรุปเนอื้ หา
9.3.2.ทำแบบทดสอบหลงั เรียน
9.3.3.ทำแบบทดสอบประจำหนว่ ยท่ี 7 เพ่ือวัดผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น

182

10.บันทกึ หลงั การสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

10.2 ผลการเรียนรูข้ องนักเรยี น นักศึกษา
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

10.3 แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนรู้
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

181

แผนการจดั การเรยี นรมู้ ่งุ เน้นสมรรถนะ หน่วยท่ี 7

ชอื่ หน่วย การใช้โปรแกรมดา้ นการนำเสนอ สอนครั้งที่ 17
Microsoft PowerPoint ช่วั โมงรวม 12

จำนวนชวั่ โมง 4

1. สาระสำคัญ
จากการทดลองทำให้สามารถสร้าง AR ในงานทำเสนอทำให้งานทำเสนอมคี วามนา่ สนใจยงิ่ ข้นึ

จากการทดลองสรา้ ง AR ดว้ ย Zabworks ทำให้ไดง้ านนำเสนอทม่ี ีความน่าสนใจเป็นการสร้างประสบการณ์ท่ี
แปลกใหม่ให้แก่ผู้เรยี น ถอื เปน็ อีกทางเลือกหนงึ่ ในการเขา้ ถึงกลุม่ ลูกค้าที่เป็นคนร่นุ ใหมท่ ีช่ อบและสนใจ
เทคโนโลยี เพ่ิมโอกาสในการต่อยอดทางงานอาชีพ ทงั้ นยี้ ังส่งผลต่อไปยงั ผู้เรียนท่ใี นการมีความคิดสร้างสรรค์
ในการทำงานเทคโนโลยที ี่ผสานเอาโลกแห่งความเปน็ จริงเขา้ กบั โลกเสมอื นโดนผ่านทางอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่าง
กล้องถา่ ยภาพ เขม็ ทิศ และ GPS จดุ เร่ิมตน้ ของ AR คือ ทีวี ผลการแขง่ ขนั ระหวา่ งนัด หรือ News ticker
ด้านล่างจอของ CNN คือรูปแบบที่ง่ายที่สดุ ในการอธบิ ายความเป็นAugmented reality มันทำให้ข้อมูลท่ีไม่
สามารถอธิบายได้บนรปู ภาพเกิดข้ึนในโลกจริง ส่งิ สำคญั ของ AR คือ ลกั ษณะของสมาร์ทโฟนได้เปล่ียนการ
ติดต่อสื่อสารครง้ั ใหญ่ คอื เราอา่ นอีเมลระหวา่ งเดินทาง, ใชเ้ ฟซบกุ๊ และ Location-based services (เช่น
Foursqaure) การเพิม่ ข้ึนอยา่ งรวดเร็วของอุปกรณเ์ หล่านี้ ทำให้เกดิ ขอบเขตใหม่ของ Augmented reality
เราไม่สามารถนำทีวี หรือพซี ีไปไดท้ ุกที อยา่ งนอ้ ยต้องเป็นอุปกรณ์ทพี่ กพาสะดวกอย่าง สมารท์ โฟน ซ่ึงเราไม่
สามารถปฏิเสธที่จะสนใจสงิ่ รอบข้างบนโลกนไ้ี ดโ้ ดยผ่านปุ กรณเ์ หลา่ น้ี

2. สมรรถนะประจำหนว่ ย
2.1 การสร้างเทคนิคเคลอ่ื นไหวในการนำเสนอข้อมลู

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 ดา้ นความรู้
3.1.1. ผูเ้ รยี นสรา้ งเทคนิคเคล่ือนไหวในการนำเสนอข้อมูลได้ถกู ต้อง

3.2 ดา้ นทักษะ
3.2.1 สามารถสร้างเทคนคิ เคล่ือนไหวในการนำเสนอขอ้ มูลได้ถกู ต้อง
3.2.2 สามารถปฏิบัตงิ านเสรจ็ ตามเวลาทีก่ ำหนด

3.3 คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์

182

3.3.1 ใฝ่การเรยี นรู้
3.3.2 ผู้เรยี นทำงานเปน็ ระเบียบเรยี บร้อย
3.3.3 ปฏบิ ัตงิ านด้วยความซ่ือสัตย์สุจริต
3.3.4 มีความรับผิดชอบตอ่ หน้าที่
3.3.5 มีความมงุ่ มนั่ ในการทำงาน
3.3.6 ใชเ้ วลาอย่างค้มุ คา่
3.3.7 มีจติ สาธารณะ

183

แผนการจดั การเรยี นรู้ม่งุ เนน้ สมรรถนะ หนว่ ยที่ 7

ชอื่ หนว่ ย การใช้โปรแกรมด้านการนำเสนอ สอนครั้งที่ 17
Microsoft PowerPoint
ชั่วโมงรวม 12
จำนวนช่วั โมง 4

4. เน้อื หาสาระการเรยี นรู้
7.11. ความเปน็ มาของ AR

เทคโนโลยีนี้ได้ถูกพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 จัดเป็นแขนงหนึ่งของงานวิจัยด้านวิทยาการ
คอมพิวเตอร์ ว่าด้วยการเพิ่มภาพเสมือนของโมเดลสามมติ ิที่สร้างจากคอมพิวเตอร์ลงไปในภาพทีถ่ ่ายมาจาก
กล้องวิดีโอ กล้องเว็บแคม หรือกล้องในโทรศัพท์มือถือ แบบเฟรมต่อเฟรมด้วยเทคนิคทางด้านคอมพิวเตอร์
กราฟกิ แตด่ ้วยขอ้ จำกดั ทางเทคโนโลยีจงึ มีการใช้ไม่แพร่หลายเท่าไหร่ แตป่ จั จุบันเทคโนโลยมี ือถือ และการ
สอ่ื สารข้อมูลไร้สาย รวมทัง้ การประมวลต่าง ๆ มคี วามรวดเร็วขึ้นและมีราคาถูก จึงทำให้อุปกรณ์สมาร์ทโฟน
และแทบเลต็ ทำให้เทคโนโลยีท่ีอยู่แต่ในห้องทดลอง กลับกลายมาเปน็ แอพท่สี ามารถดาวน์โหลดมาใช้งานกัน
ง่าย ๆ ไปแล้ว โดยในชว่ ง 2-3 ปีมานี้ AR เป็นเรอ่ื งทถี่ กู กล่าวถงึ อยเู่ ปน็ ระยะ แมจ้ ะไมฮ่ อตฮิตเหมือนแอพตัว
อื่น ๆ ก็ตาม แต่อนาคตยังไปได้อีกไกล ทั้ง VR และ AR สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้กว้างขวาง
หลากหลาย ท้งั ดา้ น อตุ สาหกรรม การทหาร การแพทย์ การตลาด การบนั เทงิ การสือ่ สาร และ การศึกษา

7.12. Augmented Reality
AR เป็นเทคโนโลยใี หม่ ท่ีผสานเอาโลกแห่งความเปน็ จรงิ (Real) เขา้ กับโลกเสมือน (Virtual) โดยผ่าน

อุปกรณ์ทางด้านฮาร์ดแวร์รวมกับการใช้ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ทำให้สามารถมองเห็นภาพที่มีลักษณะเป็นวัตถุ
(Object) แสดงผลในจอภาพกลายเป็นวัตถุ 3 มิติ ลอยอยู่เหนือพื้นผิวจริง มีการแสดงผลที่แสดงวัตถุมีการ
เคลื่อนไหว ดูมีมิติมีความตื่นเต้นเร้าใจ โดยสามารถนำรูปแบบใหม่ของการนำเสนอสินค้าลอยออกมานอก
จอคอมพวิ เตอร์ ซงึ่ เปน็ การนำเสนอรปู แบบใหมใ่ นโลกสังคมออนไลน์หรือการตลาดออนไลนอ์ กี ทางหน่งึ วา่ กนั
วา่ นี่จะเป็นการเปลย่ี นแปลงโฉมหน้าส่อื ยคุ ใหม่ พอๆ กบั เมอ่ื ครง้ั เกิดอินเทอรเ์ นต็ ขึน้ ในโลกกว็ ่าได้ หากเปรียบ
สื่อต่าง ๆ เสมือน “กล่อง” แล้ว AR คือการเด้งออกมาสูโ่ ลกใหมภ่ ายนอกกล่องที่สรา้ งความต่ืนเต้นเร้าใจ ใน
รูปแบบ Interactive Media โดยแทจ้ ริง

เทคโนโลยีเสมือนจริงนี้ มีหลักการทำงานโดยสามารถแบ่งประเภทตามส่วนวิเคราะห์ภาพ (Image
Analysis) เป็น 2 ประเภท ได้แก่ การวิเคราะห์ภาพโดยอาศัย Marker เป็นหลักในการทํางาน (Marker
based AR) และการวิเคราะหภ์ าพโดยใช้ลักษณะต่าง ๆ ท่อี ย่ใู นภาพมาวิเคราะห์ (Marker-less based AR)
หลกั การของเทคโนโลยีเสมอื นจรงิ ประกอบดว้ ย

1) Marker (หรอื ท่เี รยี กวา่ Markup)
2) กล้องวดิ ีโอ เวบ็ แคม กล้องโทรศัพท์มอื ถอื หรือ ตัวจับ Sensor อ่นื ๆ

184

3) ส่วนการแสดงผลภาพ เชน่ จอภาพจากอปุ กรณแ์ สดงผล
4) ซอฟตแ์ วรส์ ว่ นประมวลผลเพอ่ื วัตถุแบบสามมติ ิ object 3D

7.13. พน้ื ฐานหลกั ของ AR
ใช้หลกั การของการตรวจจับการเคล่ือนไหว (Motion Detection) การตรวจจับการเตน้ หรือการเคาะ

(Beat Detection) การจดจำเสียง (Voice Recognize) และการประมวลผลภาพ (Image Processing)
โดยนอกจากการตรวจจับการเคลื่อนไหวผ่าน Motion Detect แล้ว การตอบสนองบางอย่างของระบบผ่าน
สื่อนั้น ต้องมีการตรวจจับเสียงของผู้ใช้และประมวลผลด้วยหลักการ Beat Detection เพื่อให้เกิดจังหวะ
ในการสร้างทางเลือกแกร่ ะบบ เช่น เสียงในการสั่งให้ตัว Interactive Media ทำงาน ทั้งนีก้ ารสัง่ การดว้ ย
เสียงจัดว่าเป็น AR และในส่วนของการประมวลผลภาพนั้น เป็นส่วนเสริม เพราะเน้นไปที่การทำงานของ
ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent: AI) ในการสื่ออารมณ์กับผู้ใช้บริการผ่านสีและรูปภาพ เทคโนโลยี
AR นี้จะสามารถทำให้ผู้ใช้เห็นภาพเสมือนจริงได้รอบ โดยไม่จำเป็นจะต้องเดินทางไปสถานที่จริง หากใน
อนาคตเทคโนโลยีจะมคี วามก้าวหนา้ เปน็ อย่างไร สง่ิ สำคญั ทส่ี ุดคอื ความก้าวหน้าของมนษุ ย์ก็ตอ้ งพัฒนาควบคู่
กนั ไปด้วย หากเรามีเทคโนโลยที ลี่ ้ำสมยั ให้ใช้ แต่มนุษย์ไมไ่ ด้เจริญตามเทคโนโลยดี ้วย การดำรงชวี ิตของมนุษย์
ก็จะไมเ่ ปน็ ปกติสขุ ได้เลย

7.14 การสร้าง AR ด้วย Zappar/Zapworks
Zappar Application เป็นแอปพลิเคชัน่ ทส่ี รา้ งจากผู้สรา้ งประเทศอังกฤษโดยใชเ้ วลาสรา้ งและพัฒนา

ทัง้ หมด 4 ปี โดย Dr Simon Taylor และ Connell Gauld ได้รว่ มกนั กอ่ ตงั้ ข้นึ ต้งั แตป่ ี 2007 สร้างสำเร็จและ
ปลอ่ ยแอปพลิเคชั่นออกสตู่ ลาดเม่อื ปี 2011 จนในปี 2013 ไดม้ กี ารผลิตคดิ ค้น Zapcode ข้นึ และในท่สี ดุ ในปี
2014 ได้มีการเปิดให้ผู้คนทั่วไปสร้าง Zapcode ของตัวเองได้ผ่านทางเว็บไซต์ https://zapcode.it/ นี่คือ
สัญลกั ษณ์ Zapcode ขน้ั ตอนการสร้างสรรคผ์ ลงานมีดังน้ี

1) เขา้ ไปท่ีเว็บไซต์ https://zapcode.it/ และกดสมัครตามภาพ
2) เลอื กใช้แบบทดลอง ฟรี 30 วัน ใช้ได้ 10 Zapcodes กรอกขอ้ มลู ส่วนตัวหรือสมัครผ่าน Facebook

/ Googleplus
3) พอเรากดสมัครแลว้ จะมีวีดโิ อสอนในการสรา้ งเบอื้ งตน้ ขนึ้ ใหเ้ ราดทู นั ทตี ามรูป ซงึ่ เราสามารถทา ตาม

วิดโี อได้เลย นี่คอื ขน้ั ตอนแรกในการสร้าง Zapcode โดยคลิกที่ Make a new zapcode ตามกรอบ
สเ่ี หล่ียมสเี หลืองตามภาพดา้ นบนไดเ้ ลย
4) ใส่ชื่อ zapcode ที่เราต้องการและเลือกรูปแบบของ zapcode กลม หรือ เหลี่ยม เลือกการสร้าง
แบบง่าย หรือเตม็ รูปแบบ โดยตัวอย่างเราจะเลอื กแบบง่าย
5) เลือก Edit zapcode content เพื่อที่จะใส่ข้อมูลภาพถ่ายหรอื วีดีโอและอื่นๆ โดยเราสามารถเลือก
อพั โหลด รปู ภาพ วดี โี อ เสียง และอ่ืนๆได้ตามภาพดา้ นบน

185
6) ตามตวั อย่างนคี้ อื การอัพโหลดรปู ภาพ นอกเหนอื จากนั้นเรายังสามารถเลือกสขี อง Zapcode ของเรา

เองได้อีกดว้ ย
7) เสร็จสิ้นการใส่ขอ้ มูลทัง้ หมดแลว้ จงึ กด Publish เพื่อเผยแพรข่ ้อมลู และรูปภาพใน Zapcode ที่เราได้

สร้างไว้ จากนั้นกด Preview เพื่อดู Zapcode ของเรา และลองทดสอบโดยใช้ App ใน
Smartphone
8) เข้า App Zappar ใน Smartphone เพอื่ ทจ่ี ะทาการ Scan Zapcode ของเรา ทาการ Scan และรอ
จนขดี สายฟ้าสีเหลืองเต็มหมายถงึ การ Scan เสร็จส้นิ
9) และข้อมูลที่เราสร้างไว้ก็จะปรากฏขึ้นบนจอ Smartphone ของเรา เพียงเท่านี้เราก็สามารถสร้าง
Zapcode ของตวั เองได้ และเราสามารถดัดแปลง นาตราสญั ลักษณ์น้ี ไปตดิ บนผลติ ภัณฑ์หรือสินค้า
ต่างๆทีเ่ ราตอ้ งการ เพ่อื นาไปใชใ้ นการโฆษณาเชน่ เส้ือยดื หมวก แก้วน้า โปสเตอร์ เปน็ ตน้
7.15. การสมัคเข้าใช้งาน Zappar Application

1. เปิดเว็บไซต์ https://zap.works/ หรอื สามารถติดตง้ั โปรแกรม Zappar / Zabworks

รปู ท่ี 7.33 แสดงการเปิดโปรแกรม Zappar / Zabworks

186
2. สมคั รเข้าใช้งานโดยเลือกใชแ้ บบทดลอง ฟรี 30 วัน ใชไ้ ด้ 10 Zapcodes กรอกขอ้ มลู ส่วนตวั หรือ

สมัครผา่ น Facebook / Googleplus

รูปที่ 7.34 แสดงสมัครเข้าใช้ Zappar / Zabworks
3. เลือกการสร้างงานแบบการศึกษา กรอกข้อมูลให้ครบถว้ นและกดขนั้ ตอนตอ่ ไป

a

รปู ท่ี 7.35 แสดงการเลือกรปู แบบการศึกษา
4. เลอื กการสรา้ งโครงการใหม่ เพือ่ จัดสรา้ งสือ่ การเรียนท่เี ปน็ AR

187

รูปที่ 7.36 แสดงการสรา้ งโครงการใหม่
5. ต้งั ช่อื โครงการให้สอดคลอ้ งกับงานท่ที ำ โดยเลอื กลกั ษณะการออกแบบโครงงานเป็นนกั ออกแบบ

รูปท่ี 7.37 แสดงการต้งั ช่ือสร้างโครงการใหม่
6. จากนั้นเลอื กการสร้างทรกิ เกอรเ์ ปน็ Zapcode เพือ่ ใหส้ ามารถนำเสนอในรูปแบบสมจรงิ ยิ่งขน้ึ

รูปท่ี 7.38 แสดงการเลือกรปู แบบการสแกน
7. จากนนั้ เริม่ ทำการออกแบบตามทว่ี างแผนไว้

188

รูปที่ 7.39 แสดงการเรมิ่ งานออกแบบ
8. หลังจากนน้ั ใหผ้ ู้เรยี นดาวโหลด Zappar Application

รปู ท่ี 7.40 แสดง Zappar Application

189

แผนการจัดการเรยี นรู้มุ่งเนน้ สมรรถนะ หนว่ ยที่ 7

ชอ่ื หนว่ ย การใช้โปรแกรมด้านการนำเสนอ สอนครั้งท่ี 17
Microsoft PowerPoint ช่ัวโมงรวม 12

จำนวนชัว่ โมง 4

5. กิจกรรมการเรยี นการสอน

5.1 การนำเขา้ สบู่ ทเรียน

5.1.1. ครู เช็คชื่อและตรวจการแตง่ กาย

นกั เรียน ขานช่ือและลกุ ให้ครูตรวจการแต่งกายทลี ะคน

5.1.2. ครู ทบทวนก่อนเรียนโดยซกั ถาม เร่ืองการใช้โปรแกรมด้านการนำเสนอ Microsoft

PowerPoint ผู้สอนตรวจแล้วให้ผู้เรียนบันทึกคะแนนทีไ่ ด้ไว้

เพ่อื เปรยี บเทียบกับการทดสอบหลงั เรียนจบ

นักเรยี น ตอบคำถาม ซกั ถามขอ้ สงสยั

5.2 การเรยี นรู้

5.2.1. ครู แนะนำรายวิชาและ แจง้ หวั ขอ้ ทจี่ ะสอน ตามเนอ้ื หาสาระ เรอ่ื ง

การใชโ้ ปรแกรมด้านการนำเสนอ Microsoft PowerPoint

โดยใชส้ ่ือ power point ตอบคำถาม/ซักถามปญั หา

นักเรียน ตอบคำถาม ซกั ถามปญั หาขอ้ สงสยั ศกึ ษาจากส่ือ และเอกสาร
ประกอบการสอน

5.2.2. ครู อธิบายเกี่ยวกับการสรา้ งเทคนิคเคล่อื นไหวในการนำเสนอขอ้ มูล
โดยใชส้ ื่อ power point เร่อื งการใชโ้ ปรแกรมดา้ นการนำเสนอ Microsoft
PowerPoint ตอบคำถาม/ซกั ถามปัญหา

นกั เรยี น จดบันทึกยอ่ ตอบคำถาม ปรกึ ษา/อภปิ รายกบั เพือ่ น
5.2.3. ครู ทดสอบผู้เรยี นโดยถามตอบกันภายในหอ้ งเรยี น และอธิบายบางข้อท่ี

ผเู้ รยี นมีขอ้ สงสยั จากการจดบนั ทึก

นกั เรียน รว่ มกนั อภปิ รายหาขอ้ สรปุ
5.2.4. ครู ให้ทำใบงานการทดลองที่ 12 เร่อื ง การสร้างเทคนิคเคล่ือนไหวในการนำเสนอ
ขอ้ มลู คำแนะนำ เพอื่ ทดสอบเก่ยี วกับความเข้าใจรายรายบุคคล
นักเรียน ปฏิบตั ิแบบฝกึ หดั ตามใบงาน
5.3 การสรปุ
5.3.1. ครู สมุ่ เรยี กผู้เรียนออกมาสรุปเนื้อหาทไ่ี ด้เรยี นที่จัดทำใบงานการทดลองที่ 12

190

จนครบคลมุ เน้อื หาทัง้ หมด โดยผู้สอนช่วยให้คำแนะนำ และอธิบายเพ่มิ เตมิ

นักเรียน ออกมาอธบิ ายหนา้ ชั้นเรียนทีละกลมุ่ โดยสรุปเนอื้ หา ซกั ถามปญั หาและ

จดบันทกึ เพ่มิ เตมิ

5.3.2. ครู ให้ผู้เรียนปฏิบัตติ ามใบงานการทดลองที่ 12 ใหเ้ สรจ็ สมบรู ณ์ และให้ผ้เู รยี น

ซักถามปญั หาในการเรยี น

นกั เรยี น ซักถามปัญหาและข้อสงสยั ในการปฏิบัติการทดลอง สรปุ ผลการทดลอง

และสง่ ใบงานใน Google Classroom

5.4 การวดั และประเมนิ ผล

5.4.1. ครู สมุ่ ถามผู้เรยี นเกี่ยวกับเนอื้ หาที่เรียน

นักเรียน ตอบคำถามท่ีผู้สอนถาม

5.4.2. ครู ให้ผู้เรียนเล่นเกมสต์ อบคำถามโดยสมุ่ คำถามจากเนอ้ื ทเ่ี พอื่ วดั ความเขา้ ใจ

เน้อื หามากขึ้น ตรวจใบงานการทดลองท่ี 12 และบันทึกคะแนน

นกั เรียน เลน่ เกมสต์ อบคำถาม และแลกเปลย่ี นคำตอบ

6. สื่อการเรยี นรู้/แหลง่ การเรียนรู้
6.1 สอื่ สิ่งพิมพ์
เอกสารประกอบการสอน เรอ่ื งคอมพิวเตอรแ์ ละอปุ กรณโ์ ทรคมนาคม
บญุ สืบ โพธศ์ิ รี, รพพี รรณ ชาวไรอ่ ้อย.2558. เทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ การจดั การอาชพี .

พิมพค์ รง้ั ที่ 1. กรุงเทพฯ : สานักพิมพศ์ ูนย์ส่งเสริมอาชวี ะ

ธรี วัฒน์ ประกอบผล.2558. เทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจัดการอาชพี . กรงุ เทพฯ : ซัค

เซส มีเดยี

โอภาส เอีย่ มสริ ิวงศ์. 2556. เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละการสอื่ สาร. กรุงเทพฯ : ว.ี พรน้ิ ท

6.1 สอ่ื โสตทศั น์
สอ่ื PowerPoint วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ การจัดการอาชพี หนว่ ยท่ี 7 เรือ่ ง การใช้โปรแกรม

ด้านการนำเสนอ Microsoft PowerPoint

7. เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบความรู้ ประกอบการเรียนวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจดั การอาชพี หนว่ ยท่ี 7 เร่ือง การ

ใช้โปรแกรมดา้ นการนำเสนอ Microsoft PowerPoint
7.2 ใบงานการทดลองท่ี 12 เรื่อง การสร้างเทคนิคเคลอื่ นไหวในการนำเสนอขอ้ มลู

8. การบูรณาการ/ความสมั พันธก์ ับวชิ าอืน่

191

8.1 สามารถนำความรู้ มาใช้ใชง้ านดา้ นงานนำเสนอ Microsoft PowerPoint
8.2 สามารถนำความรู้ มาใช้ร่วมกบั วิชาการใชง้ านด้านคอมพวิ เตอรห์ รอื สารสนเทศ

9. การวดั และประเมนิ ผล
9.1 กอ่ นเรยี น
9.1.1.ผ้เู รียนศึกษา ค้นคว้าจากเอกสาร ตำรา เกี่ยวกับความรเู้ ก่ียวกบั เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่อื การ
จดั การอาชพี
9.1.2.ผู้เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
9.2 ขณะเรียน
9.2.1.การสงั เกตพฤตกิ รรมภายในชน้ั เรยี น
9.2.2.ทำแบบฝึกหัดประจำหน่วย
9.3 หลงั เรยี น
9.3.1.ให้ผู้เรยี นชว่ ยกนั สรุปเนอ้ื หา
9.3.2.ทำแบบทดสอบหลงั เรียน
9.3.3.ทำแบบทดสอบประจำหน่วยท่ี 7 เพือ่ วดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น

192

10.บันทกึ หลงั การสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

10.2 ผลการเรียนรูข้ องนักเรยี น นักศึกษา
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

10.3 แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนรู้
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version