119
2. เลือกตำแหน่งในเอกสารที่คุณต้องการแสดงหมายเลขหน้า เช่น ด้านบนของเพจ (หัว
กระดาษ) ด้านล่างของหน้า (ท้ายกระดาษ) หรือ ตำแหน่งปัจจุบัน การเลือก ตำแหน่ง
ปจั จุบัน จะแทรกหมายเลขหน้าในตำแหน่งทเี่ คอรเ์ ซอร์ของคุณวางอยใู่ นเอกสาร
3. ในรายการแบบหล่นลง ภายใต้ X จาก Y ให้เลือก ตัวเลขแบบตัวหนา 1ตัวเลขแบบตัวหนา
2 หรอื ตัวเลขแบบตัวหนา 3
4. เมื่อต้องการเปลี่ยนสไตล์ลำดับเลข ภายใต้ เครื่องมือหัวกระดาษและท้ายกระดาษ บน
แท็บ ออกแบบ ให้คลกิ หมายเลขหนา้ และ จดั รปู แบบหมายเลขหนา้
5. ในรายการ รูปแบบหมายเลขหนา้ ให้เลอื กสไตล์ท่ีคณุ ต้องการ แลว้ คลกิ ตกลง
5.8.3 เพม่ิ หมายเลขหนา้ คี่และคู่ใช้วิธกี ารนี้เพื่อวางหมายเลขหน้าคท่ี างขวาของท้ายกระดาษของหนา้ และ
วางหมายเลขคไู่ ว้ทางซ้ายของทา้ ยกระดาษของหนา้
1. คลิกหนา้ หมายเลขคี่ เชน่ หนา้ แรกของเอกสารทค่ี ณุ ตอ้ งการให้มหี มายเลขหน้า
2. บนแทบ็ แทรกให้คลิก ทา้ ยกระดาษ
3. ในรูปแบบ ทีม่ ีอยูแ่ ลว้ ภายใน ใหเ้ ลือก แบบเรียบ (หนา้ ค)่ี
4. ภายใต้แท็บ เครื่องมือหัวกระดาษและท้ายกระดาษ บนแท็บ ออกแบบ ให้เลือกกล่องกา
เครือ่ งหมาย หนา้ คแี่ ละหนา้ คูต่ า่ งกัน
เมื่อต้องการยกเว้นการใส่หมายเลขหน้าในหน้าชื่อเรื่อง ภายใต้ เครื่องมือหัวกระดาษและท้าย
กระดาษ บนแท็บ ออกแบบ ใหต้ รวจสอบวา่ เลอื กกลอ่ งกาเคร่อื งหมาย หนา้ แรกต่างกนั แล้ว
5. ภายใต้ เครื่องมือหัวกระดาษและท้ายกระดาษ บนแท็บ ออกแบบ ให้คลิก ถัดไป เพื่อขยับ
เคอร์เซอรไ์ ปยงั ทา้ ยกระดาษของหน้าหมายเลขคู่
6. ภายใต้ เครือ่ งมอื หัวกระดาษและทา้ ยกระดาษ บนแทบ็ ออกแบบ ใหค้ ลิก ทา้ ยกระดาษ
7. ในรปู แบบ ทีม่ อี ยแู่ ลว้ ภายใน ใหเ้ ลือก แบบเรียบ (หน้าคู่)
5.8.4 เพิ่มหมายเลขหน้าในส่วนต่างๆ ของเอกสาร บางครั้งเอกสารขนาดใหญ่จำเป็นต้องใช้รูปแบบ
หมายเลขหน้าในแต่ละส่วนใหแ้ ตกต่างกัน คุณอาจไมต่ อ้ งการหมายเลขหน้าในหนา้ ชื่อเร่ือง (หนา้ แรก) คุณอาจ
ใช้ตวั เลขโรมัน (i., ii., iii) ในหน้าสารบญั และใช้ตวั เลขอารบกิ (1, 2, 3) ในเอกสารหลัก ใชว้ ิธีการนี้เพ่ือต้ังค่า
รูปแบบการใส่หมายเลขหนา้ ในเอกสารให้แตกต่างกนั
1. เมื่อต้องการแสดงสัญลักษณ์อักขระท้ังหมดที่ซ่อนอยู่ในเอกสารของคุณ บนแท็บ หน้าแรก ให้
คลกิ สญั ลักษณ์อักขระท่ีซอ่ นอยู่
วธิ ีนีจ้ ะช่วยให้คุณมองเหน็ ตัวแบง่ สว่ นท่คี ุณจะเพ่มิ เขา้ ไป
2. เล่ือนลงไปด้านลา่ งของหน้าชือ่ เร่อื งหรือหนา้ แรก
3. บนแท็บ เคา้ โครงหน้ากระดาษ ใหค้ ลกิ ตัวแบ่ง และภายใต้ ตัวแบ่งสว่ น ใหค้ ลกิ หน้าถัดไป
4. หน้าชื่อเรอื่ งคอื สว่ นท่ี 1 และหน้าทีเ่ หลือในเอกสารคอื ส่วนท่ี 2
5. เลอ่ื นลงไปด้านล่างของหน้าแรกของ ส่วนท่ี 2 (สารบัญ) แล้วดบั เบิลคลิกเพ่ือเปิดท้ายกระดาษ
คุณจะเห็นลงิ ก์ เหมือนกบั กอ่ นหน้า ทคี่ ุณตอ้ งการยกเลิกการลิงก์
120
6. ขณะวางเคอร์เซอร์ไวท้ ท่ี า้ ยกระดาษ ใหค้ ลิก ลงิ ก์ไปก่อนหนา้ ภายใต้ เครอ่ื งมือหวั กระดาษและ
ท้ายกระดาษ บนแทบ็ ออกแบบ
วิธีนี้จะแบง่ การลิงกร์ ะหว่าง สว่ นท่ี 1 (หน้าช่ือเรือ่ ง) กับ ส่วนท่ี 2 (สารบัญ)
7. เลอ่ื นลงไปด้านลา่ งของหนา้ สดุ ทา้ ยของ สว่ นท่ี 2 (สารบญั )
8. บนแทบ็ เคา้ โครงหนา้ กระดาษ ใหค้ ลิก ตวั แบง่ และภายใต้ ตวั แบง่ ส่วน ใหค้ ลกิ หน้าถัดไป
9. ขณะวางเคอรเ์ ซอรไ์ วท้ ี่ทา้ ยกระดาษ ให้คลกิ ลงิ กไ์ ปก่อนหน้า ภายใต้ เคร่ืองมือหวั กระดาษและ
ท้ายกระดาษ บนแทบ็ ออกแบบ
วิธีนี้จะแบ่งการลิงกร์ ะหว่าง สว่ นท่ี 2 (สารบญั ) กับ ส่วนท่ี 3 (หนา้ ที่เหลอื ในเอกสาร)
10. คลิกที่ใดก็ได้ในสารบัญ และบนแท็บ แทรก ให้คลิก หมายเลขหน้า แล้วคลิก ด้านล่างของ
หน้า จากน้นั ในรายการแบบหล่นลงใหเ้ ลือก ตัวเลขธรรมดา 2
11. ภายใต้ เครื่องมือหัวกระดาษและท้ายกระดาษ บนแท็บ ออกแบบ ให้คลิก หมายเลข
หน้า และ จัดรปู แบบหมายเลขหนา้
12. ในรายการ รูปแบบหมายเลขหน้า ใหเ้ ลอื กรูปแบบตัวเลขโรมันแล้วคลกิ ตกลง
13. เลื่อนลงไปทท่ี า้ ยกระดาษของหน้าแรกของ ส่วนท่ี 3 (สว่ นทเ่ี หลือของเอกสาร)
14. บนแท็บ แทรก ใหค้ ลกิ หมายเลขหนา้ แล้วคลกิ ดา้ นล่างของหนา้ จากนัน้ ในรายการแบบหล่น
ลงใหเ้ ลอื ก ตัวเลขธรรมดา 2
หมายเหตุ: ถ้าหมายเลขหน้าที่ปรากฏเป็นหมายเลขอื่นที่ไม่ใช่ '1' ให้เปลี่ยนหมายเลขด้วยวิธี
ตอ่ ไปนี้:
• ภายใต้ เครื่องมือหัวกระดาษและท้ายกระดาษ บนแท็บ ออกแบบ ให้คลิก หมายเลข
หน้า และ จดั รปู แบบหมายเลขหนา้
• ภายใต้ การใส่หมายเลขหนา้ ในกล่อง เริม่ ท่ี ให้ปอ้ นหมายเลข 1 แล้วคลิก ตกลง
5.9 การสร้างจดหมายเวยี นและซองจอดหมาย
ข้ันตอนท่ี 1: เรม่ิ จดหมายเวียน ในWord
1. เลอื กไฟล์ >ใหม่ >เอกสารเปล่า
2. บนแทบ็ การสง่ จดหมาย ในกลุม่ เริ่มจดหมายเวียน เลือกเริ่มจดหมายเวียน นัน้ แลว้ เลอื กชนดิ ของ
การผสานท่คี ณุ ตอ้ งการเรยี กใช้
3. เลอื กเลือกผู้รบั >ใชร้ ายการท่ีมีอยู่
4. เรียกดูสเปรดชีตของคณุ Excel น้ันแลว้ เลือกเปิด
5. ถา้ Word พรอ้ มให้คณุ เลอื กSheet1$ >ตกลง
หมายเหตุ: ตอนน้ี สเปรดชีExcel ถูกเชอื่ มตอ่ กับเอกสารจดหมายเวยี นท่ีคณุ สรา้ งในWord
แก้ไขรายช่อื ผู้รบั ของคุณ คณุ สามารถจำกดั ผ้รู ับจดหมายของคุณ
1. เลือก แก้ไขรายชื่อผู้รบั
121
2. ในกลอ่ งโต้ตอบผู้รบั จดหมายเวยี น ล้างกล่องกาเคร่อื งหมายท่ีอยถู่ ดั จากช่ือของบคุ คลใด ๆ ที่คณุ
ไมต่ ้องการรับสง่ จดหมายของคุณ
หมายเหตุ: คุณยังสามารถเรียงลำดับ หรือกรองรายการเพื่อทำให้ง่ายต่อการค้นหาชื่อและที่อยู่
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียงลำดับ และกรองรายการ ดูเรียงลำดับและกรองข้อมูล
สำหรับจดหมายเวยี น
ข้นั ตอนที่ 2: แทรกเขตขอ้ มลู ผสาน คณุ สามารถแทรกเขตข้อมลู จดหมายเวียนอยา่ ง นอ้ ยหนง่ึ ท่ดี งึ ข้อมลู
จากสเปรดชีตของคุณลงในเอกสารของคุณเมื่อตอ้ งการแทรกบลอ็ กอยู่สำหรบั ซอง ป้ายชอ่ื ข้อความอีเมล หรือ
ตัวอักษร
1. บนแท็บ การสง่ จดหมาย ในกลุ่ม เขตขอ้ มูลเขยี นและแทรก ใหเ้ ลือก บล็อกท่ีอยู่
2. ในกลอ่ งโต้ตอบแทรกชอ่ งทีอ่ ยู่ เลอื กรปู แบบสำหรบั ชือ่ ของผู้รบั จะปรากฏบนซองจดหมาย
3. เลือก ตกลง
4. เลือก ไฟล์ > บันทกึ
เม่ือต้องการแทรกบรรทัดแสดงคำทักทายในข้อความอีเมลหรือตวั อักษร
1. บนแทบ็ การสง่ จดหมาย ในกล่มุ เขียนและแทรกเขตข้อมลู เลือกบรรทัดแสดงคำทักทาย
2. ในกลอ่ งโต้ตอบแทรกบรรทดั แสดงคำทกั ทาย ทำส่ิงตอ่ ไปน:้ี
ภายใต้รูปแบบบรรทัดแสดงคำทักทาย เปลี่ยนคำทักทายถ้าจำเป็น ด้วยการเลือกคำทักทาย (ค่า
เริ่มต้นคือเรียน ) รูปแบบสำหรับชื่อผูร้ บั และเครื่องหมายวรรคตอนสิน้ สุด (เครื่องหมายจุลภาคเปน็
คา่ เรมิ่ ต้น)และ ภายใตบ้ รรทัดสำหรับชื่อผู้รับทีไ่ ม่ถกู ตอ้ งแสดงคำทกั ทาย เลือกตัวเลอื กในรายการคำ
ขึ้นต้น
3. เลือก ตกลง
4. เลือก ไฟล์ > บนั ทกึ
เมื่อตอ้ งการแทรกขอ้ มลู จากสเปรดชตี ของคุณในขอ้ ความอเี มลหรอื ตวั อักษร
1. บนแท็บการส่งจดหมาย ในกล่มุ เขียนและแทรกเขตข้อมลู เลือกแทรกเขตข้อมลู ผสาน
2. ในกล่องโต้ตอบแทรกเขตข้อมูลผสาน ภายใต้เขตข้อมูล เลือกชื่อเขตข้อมูล (ชื่อคอลัมน์ในส
เปรดชตี ของคณุ ), แล้ว เลือกแทรก
3. ทำซำ้ ขน้ั ตอนที่ 2 ตามตอ้ ง และเลือกปดิ เมือ่ เสรจ็ เรยี บร้อยแล้ว
4. เลือก ไฟล์ > บันทกึ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพิ่มเขตข้อมูลจากสเปรดชีตของคุณลงในเอกสารเวียน ดูที่แทรกเขต
ข้อมูลจดหมายเวียน และถ้าคุณสนใจเรยี นรู้เพิ่มเตมิ เกีย่ วกับตัวเลือกการตัง้ ค่าข้อความอีเมล ดูจดหมาย
เวยี นอเิ ล็กทรอนกิ สใ์ น Word
ขั้นตอนที่ 3: แสดงตวั อย่าง และเสรจ็ สนิ้ การจดหมายเวยี น
หลังจากที่คุณแทรกเขตข้อมูลผสานคุณต้อง แสดงตัวอย่างผลลัพธ์เพื่อยืนยันว่า เนื้อหาที่ไม่เป็นไร แล้ว
คณุ ก็พร้อมทีจ่ ะทำให้เสรจ็ สมบูรณ์กระบวนการผสาน
122
1. บนแท็บการส่งจดหมาย เลอื กแสดงตัวอยา่ งผลลัพธ์
2. เลือกถดั ไป หรือป่มุ การระเบยี น ก่อนหน้า เพอ่ื ยา้ ยไปตามระเบียนในแหลง่ ขอ้ มลู ของคุณ
และดูวา่ ระเบยี นจะปรากฏในเอกสาร
3. ในกล่มุ เสรจ็ สนิ้ เลอื กเสรจ็ สิน้ และผสาน และเลอื กพิมพ์เอกสาร หรอื ส่งขอ้ ความอเี มล
ขน้ั ตอนท่ี 4: บนั ทกึ จดหมายเวยี นของคุณ
เมื่อคุณบันทึกเอกสารจดหมายเวียน ยังคงเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลของคุณ คุณสามารถนำเอกสาร
จดหมายเวยี นเพ่ือสง่ จดหมายเปน็ กลุ่มของคณุ ถดั ไป
• เปดิ เอกสารจดหมายเวียน แลว้ เลือกใช่ เมื่อWord พร้อมให้คุณสามารถเก็บการเชอื่ มตอ่
5.10 การพมิ พเ์ อกสารออกทางเคร่ืองพมิ พ์
คุณสามารถดลู ักษณะเอกสารทจ่ี ะพิมพ์ ตั้งค่าตัวเลือกการพมิ พ์ รวมทง้ั พมิ พ์ไฟล์ของคุณไดท้ ั้งหมดในท่เี ดยี ว
1. คลกิ แท็บ ไฟล์ และคลกิ พิมพ์
2. ทำดังตอ่ ไปน้ี
• ภายใต้ พมิ พ์ ในกล่อง สำเนา ใหใ้ ส่จำนวนสำเนาทค่ี ณุ ตอ้ งการพมิ พ์
• ภายใต้ เครือ่ งพมิ พ์ ตรวจสอบให้แนใ่ จวา่ เลือกเครื่องพิมพ์ทีค่ ณุ ตอ้ งการแล้ว
• ภายใต้ การต้ังค่า การต้ังคา่ การพิมพเ์ รม่ิ ตน้ สำหรบั เครื่องพิมพ์ถกู เลอื กไว้ใหค้ ุณแลว้ ถา้ คุณ
ตอ้ งการเปลยี่ นแปลงการต้งั ค่า ใหค้ ลกิ การต้ังคา่ ที่คณุ ตอ้ งการเปลี่ยน แลว้ เลือกการตง้ั คา่
ใหมท่ ี่คุณต้องการ
3. เม่อื ปรบั เปลี่ยนการตั้งคา่ จนพอใจแลว้ ให้คลิก พิมพ์
123
แผนการจัดการเรยี นรู้มงุ่ เนน้ สมรรถนะ หน่วยที่ 5
ช่ือหน่วย การใชโ้ ปรแกรมด้านงานเอกสาร สอนครง้ั ที่ 12
Microsoft Word ช่วั โมงรวม 8
จำนวนช่ัวโมง 4
5. กิจกรรมการเรียนการสอน
5.1 การนำเข้าสบู่ ทเรียน
5.1.1. ครู เชค็ ชอ่ื และตรวจการแตง่ กาย
นกั เรยี น ขานช่ือและลุกใหค้ รูตรวจการแต่งกายทีละคน
5.1.2. ครู ทบทวนกอ่ นเรียนโดยซกั ถาม เรอ่ื งความร้เู ก่ียวกบั การใช้โปรแกรมด้านงาน
เอกสาร Microsoft Word ผ้สู อนตรวจแล้วให้ผเู้ รยี นบันทึกคะแนนท่ไี ดไ้ ว้
เพื่อเปรยี บเทียบกบั การทดสอบหลังเรยี นจบ
นกั เรียน ตอบคำถาม ซักถามขอ้ สงสยั
5.2 การเรียนรู้
5.2.1. ครู แนะนำรายวิชาและ แจง้ หวั ข้อท่จี ะสอน ตามเนอื้ หาสาระ เรื่อง
การใช้โปรแกรมด้านงานเอกสาร Microsoft Word โดยใช้สื่อ power point
ตอบ คำถาม/ซกั ถามปญั หา
นกั เรยี น ตอบคำถาม ซักถามปัญหาข้อสงสยั ศกึ ษาจากส่อื และเอกสาร
ประกอบการสอน
5.2.2. ครู อธิบายเกี่ยวกับการจัดเรยี งลำดับขอ้ มลู ในตารางเอกสาร การแทรกเลขหน้า หัว/
ทา้ ยกระดาษ การสรา้ งจดหมายเวียนและซองจดหมาย การพิมพ์เอกสารออก
ทางเครอ่ื งพมิ พ์ โดยใช้สอ่ื power point เรอื่ ง การใช้โปรแกรมด้านงานเอกสาร
Microsoft Word ตอบ คำถาม/ซกั ถามปัญหา
นกั เรยี น จดบนั ทกึ ย่อ ตอบคำถาม ปรึกษา/อภิปรายกบั เพ่อื น
5.2.3. ครู ทดสอบผู้เรียนโดยถามตอบกันภายในหอ้ งเรยี น และอธิบายบางขอ้ ท่ี
ผู้เรียนมีข้อสงสยั จากการจดบันทึก
นักเรียน ร่วมกนั อภปิ รายหาขอ้ สรปุ
5.2.4. ครู ให้ทำใบงานการทดลองท่ี 7 เร่อื ง การจัดเอกสารและการนำเอกสารมาใชง้ าน
ให้คำแนะนำ เพ่อื ทดสอบเกีย่ วกบั ความเข้าใจรายรายบุคคล
นักเรียน ปฏิบัติแบบฝึกหัดตามใบงาน
5.3 การสรปุ
124
5.3.1. ครู สุ่มเรียกผ้เู รียนออกมาสรุปเนือ้ หาทไ่ี ดเ้ รียนตามจดั ทำใบงานการทดลองที่ 7
จนครบคลุมเนอ้ื หาทั้งหมด โดยผู้สอนช่วยให้คำแนะนำ และอธบิ ายเพิ่มเตมิ
นกั เรยี น ออกมาอธบิ ายหนา้ ชั้นเรยี นทลี ะกลุ่มโดยสรุปเน้อื หา ซกั ถามปญั หาและ
จดบันทึกเพมิ่ เตมิ
5.3.2. ครู ให้ผู้เรียนปฏิบตั ิตามใบงานดารทดลองท่ี 7 ใหเ้ สร็จสมบรู ณ์ และใหผ้ ู้เรียน
ซกั ถามปญั หาในการเรยี น
นักเรียน ซกั ถามปัญหาและข้อสงสยั ในการปฏบิ ัติการทดลอง สรปุ ผลการทดลอง
และส่งใบงานใน Google Classroom
5.4 การวดั และประเมินผล
5.4.1. ครู สุ่มถามผู้เรียนเกีย่ วกบั เนอ้ื หาทเี่ รียน
นกั เรยี น ตอบคำถามที่ผสู้ อนถาม
5.4.2. ครู ให้ผเู้ รยี นเล่นเกมส์ตอบคำถามโดยสมุ่ คำถามจากเนื้อทเี่ พอ่ื วดั ความเข้าใจ
เนือ้ หามากข้ึน ตรวจใบงานการทดลองท่ี 7 และบนั ทกึ คะแนน
นักเรียน เลน่ เกมส์ตอบคำถาม และแลกเปลีย่ นคำตอบ
6. ส่ือการเรยี นรู/้ แหลง่ การเรยี นรู้
6.1 ส่อื สงิ่ พิมพ์
เอกสารประกอบการสอน เรือ่ งคอมพวิ เตอรแ์ ละอปุ กรณโ์ ทรคมนาคม
บญุ สบื โพธ์ิศรี, รพพี รรณ ชาวไรอ่ ้อย.2558. เทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ การจดั การอาชพี .
พิมพ์ครั้งท่ี 1. กรุงเทพฯ : สานักพมิ พศ์ นู ยส์ ง่ เสริมอาชวี ะ
ธีรวฒั น์ ประกอบผล.2558. เทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่ การจัดการอาชพี . กรุงเทพฯ : ซคั
เซส มีเดีย
โอภาส เอีย่ มสริ วิ งศ์. 2556. เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์และการสอื่ สาร. กรงุ เทพฯ : วี.พรน้ิ ท
6.1 สอื่ โสตทัศน์
ส่ือ PowerPoint วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการจัดการอาชีพ หน่วยที่ 1 เร่ือง คอมพวิ เตอร์และ
อปุ กรณโ์ ทรคมนาคม
7. เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบความรู้ ประกอบการเรียนวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่อื การจัดการอาชพี หนว่ ยท่ี 5 เรื่อง การ
ใช้โปรแกรมดา้ นงานเอกสาร Microsoft Word
7.2 ใบงานการทดลองท่ี 7 เร่อื ง การจัดเอกสารและการนำเอกสารมาใชง้ าน
125
8. การบูรณาการ/ความสัมพนั ธก์ บั วชิ าอืน่
8.1 สามารถนำความรู้ มาใช้การจัดทำงานดา้ นเอกสารโดยใช้ Microsoft Word
8.2 สามารถนำความรู้ มาใชร้ ว่ มกบั วชิ าการใช้งานดา้ นคอมพิวเตอร์หรือสารสนเทศ
9. การวัดและประเมนิ ผล
9.1 กอ่ นเรยี น
9.1.1.ผู้เรยี นศึกษา คน้ คว้าจากเอกสาร ตำรา เกีย่ วกบั ความรเู้ กีย่ วกับเทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่ การ
จดั การอาชพี
9.1.2.ผ้เู รยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน
9.2 ขณะเรียน
9.2.1.การสงั เกตพฤตกิ รรมภายในช้ันเรยี น
9.2.2.ทำแบบฝึกหัดประจำหน่วย
9.3 หลังเรยี น
9.3.1.ให้ผู้เรียนชว่ ยกนั สรปุ เน้ือหา
9.3.2.ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
9.3.3.ทำแบบทดสอบประจำหนว่ ยที่ 5 เพอื่ วดั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น
126
10.บันทกึ หลงั การสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
10.2 ผลการเรียนรูข้ องนักเรยี น นกั ศกึ ษา
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
10.3 แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนรู้
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
125
แผนการจดั การเรยี นร้มู ุ่งเน้นสมรรถนะ หนว่ ยท่ี 6
ชือ่ หนว่ ย การใชโ้ ปรแกรมดา้ นตารางคำนวณ สอนครั้งที่ 13
Microsoft Excel ช่ัวโมงรวม 8
จำนวนช่ัวโมง 4
1. สาระสำคญั
การคำนวณและการใช้สูตรฟังก์ชัน การใช้สูตรและฟังก์ชันในการคำนวณโปรแกรมตารางคำนวณ
(Microsoft Office Excel 2013) มีความสามารถในการวิเคราะห์ประมวลผล คำนวณค่าต่างๆมากมาย โดย
การนำ ค่าคงที่ ตัวเลข ตัวแปร หรือการอ้างอิงเซลล์ที่อยู่ในเซลล์ขอ้ มูล นำมาคำนวณเพ่ือให้ไดผ้ ลลัพธ์ตามท่ี
ตอ้ งการโดยใช้สตู รคำนวณ ใช้ตัวดำเนนิ การ หรอื เครอื่ งหมายคำนวณในรูปแบบตา่ งๆ เช่น บวก ลบ คณู หาร
โปรแกรมตารางคำนวณ (Microsoft Office Excel 2013) มีความสามารถในการวิเคราะห์ประมวลผล
คำนวณค่าต่างๆมากมาย โดยการนำ ค่าคงที่ ตัวเลข ตัวแปร หรือการอ้างอิงเซลล์ที่อยู่ในเซลล์ข้อมูล นำมา
คำนวณเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการโดยใช้สูตรคำนวณ ใช้ตัวดำเนินการ หรือ เครื่องหมายคำนวณใน
รปู แบบต่างๆ เชน่ บวก ลบ คูณ หาร
2. สมรรถนะประจำหนว่ ย
2.1 ความรู้เบื้องต้นเกีย่ วกับโปรแกรม Microsoft Excel
2.2 สว่ นประกอบของโปรแกรม Microsoft Excel
2.3 การกำหนดขอบเขตของข้อมูล
2.4 การคำนวณและการใช้สูตรฟังก์ชั่น
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้
3.1.1. ผู้เรยี นบอกความสำคัญโปรแกรมโปรแกรม Microsoft Excelได้ถกู ต้อง
3.1.2. ผเู้ รียนบอกสว่ นประกอบของโปรแกรม Microsoft Excel
3.1.3. ผู้เรยี นอธิบายการกำหนดขอบเขตของขอ้ มลู ไดถ้ กู ต้อง
3.1.4. ผเู้ รียนยกตัวอยา่ งการคำนวณและการใช้สตู รฟังก์ช่นั ได้
3.2 ด้านทกั ษะ
3.2.1 สามารถความสำคัญโปรแกรมโปรแกรม Microsoft Excelได้ถกู ต้อง
3.2.2 สามารถบอกสว่ นประกอบของโปรแกรม Microsoft Excel
3.2.3 สามารถอธบิ ายการกำหนดขอบเขตของข้อมลู ไดถ้ ูกตอ้ ง
3.2.4 สามารถยกตัวอยา่ งการคำนวณและการใช้สูตรฟงั ก์ชั่น ไดอ้ ย่างน้อย 2 ฟังก์ช่ัน
126
3.2.5 สามารถใช้โปรแกรมดา้ นตารางคำนวณ Microsoft Excel ไดถ้ กู ต้อง
3.2.6 สามารถปฏิบัตงิ านเสร็จตามเวลาท่ีกำหนด
3.3 คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์
3.3.1 ใฝ่การเรยี นรู้
3.3.2 ผ้เู รียนทำงานเปน็ ระเบียบเรียบร้อย
3.3.3 ปฏบิ ตั ิงานดว้ ยความซื่อสัตย์สุจรติ
3.3.4 มคี วามรบั ผิดชอบต่อหน้าท่ี
3.3.5 มีความมุง่ มน่ั ในการทำงาน
3.3.6 ใชเ้ วลาอย่างคุ้มคา่
3.3.7 มีจติ สาธารณะ
127
แผนการจัดการเรยี นรมู้ งุ่ เน้นสมรรถนะ หน่วยท่ี 6
ชอ่ื หน่วย การใช้โปรแกรมด้านตารางคำนวณ สอนครงั้ ที่ 13
Microsoft Excel
ชวั่ โมงรวม 8
จำนวนชั่วโมง 4
4. เนือ้ หาสาระการเรยี นรู้
6.1. ความรู้เบ้อื งต้นเกย่ี วกบั โปรแกรม Microsoft Excel
Microsoft Excel เป็นโปรแกรมประเภท Spreadsheet หรือตารางคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งออกแบบ
มาสำหรบั บนั ทึกวิเคราะห์ และแสดงขอ้ มูลเกีย่ วกับตัวเลขไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ ท้ังในรปู แบบของแผนภาพ
หรือรายงาน ซึ่งโปรแกรม Microsoft Excel ยังมีความสามารถในการจัดรูปแบบเอกสารได้สวยงาม และ
งา่ ยดายไม่แพโ้ ปรแกรมอืน่ ๆ เลยทีเดียว
การบนั ทึกขอมลู ลงในโปรแกรม Microsoft Excel จะบันทกึ ลงในช่องท่ีเรียกว่า Cell โดยแตล่ ะเซลล์ จะ
อยู่ตารางซึ่งประกอบไปด้วย Row (แถว) และ Column (คอลัมน์) ซึ่งตารางในแต่ละตารางเราเรียกว่า
Worksheet และ Worksheet หลายๆ Worksheet รวมกันเราจะเรียกว่า Workbook ซึ่งก็คือไฟล์ของ
โปรแกรม
โปรแกรม Excel ชว่ ยให้เราคำนวณตัวเลขในตารางได้ง่าย ๆ ตงั้ แต่คณติ ศาสตรข์ ้นั พนื้ ฐานไปจนถึงสูตร
ทางการเงินที่ซับซ้อน และเรายังสามารถใช้ Excel ในการจัดกลุ่มข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล สร้างรายงาน และ
สรา้ งแผนภมู ไิ ดอ้ ีกดว้ ย
6.1.1. คณุ สมบัติของโปรแกรม Excel
โปรแกรม Excel มคี ุณสมบัติ ดังตอ่ ไปนี้
1. สร้างและแสดงรายงานของข้อมูล ตัวอักษร และตัวเลข โดยมีความสามารถในการจัดรูปแบบให้
สวยงามน่าอ่าน เช่น การกำหนดสีพืน้ การใส่แรเงา การกำหนดลกั ษณะและสขี องเส้นตาราง การ
จัดวางตำแหน่งของตัวอักษรการกำหนดรูปแบบและสตี วั อกั ษรเปน็ ตน้
2. อำนวยความสะดวกในด้านการคำนวณต่าง ๆ เช่น การบวก ลบ คูณ หารตัวเลขและยงั มีฟังก์ช่ันท่ี
ใช้ในการคำนวณอีกมากมาย เช่น การหาผลรวมของตัวเลขจำนวนมาก การหาค่าทางสถิติและ
การเงิน การหาผลลพั ธข์ องโจทยท์ างคณติ ศาสตร์ เปน็ ตน้
3. สร้างแผนภูมิ (Chart) ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ในการแสดงและการเปรียบเทียบข้อมูลได้หลาย
รปู แบบ เช่น แผนภมู ิคอลมั น์ (Column Chart หรือBar Chart) แผนภูมิเส้น (Line Chart) แผนภมู ิ
วงกลม (Pie Chart) ฯลฯ
4. มีระบบขอความช่วยเหลือ (Help) ที่จะคอยช่วยให้คำแนะนำ ช่วยให้ ผู้ใช้สามารถทำงานไดอ้ ย่าง
สะดวกและรวดเรว็ เช่น หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม หรือสงสัยเก่ียวกับวิธีการใช้
128
งานแทนที่จะต้องเปิดหาในหนังสือคู่มือการใช้งานของโปรแกรมก็สามารถขอความช่วยเหลือจาก
โปรแกรมได้ทันที
5. มีความสามารถในการค้นหาและแทนท่ีขอมูล โดยโปรแกรมมีความสามารถในการคน้ หาและแทนที่
ขอมลู เพ่ือทำการแก้ไขหรือทำการแทนทขี่ อ้ มลู ได้สะดวกและรวดเร็ว
6. มีความสามารถในการจัดเรียงลำดับข้อมูล โดยเรียงแบบตามลำดับ จาก A ไป Z หรือจาก 1 ไป
100 และเรยี งย้อนกลับจาก Z ไปหา A หรอื จาก 100 ไปหา 1
7. มคี วามสามารถในการจดั การขอ้ มูลและฐานข้อมูลซง่ึ เป็นกลุ่มของข้อมูลขา่ วสารทถ่ี ูกรวบรวมเขาไว้
ด้วยกันในตารางทีอ่ ยู่ใน Worksheet ลักษณะของการเก็บข้อมลู เพ่ือใช้เปน็ ฐานขอ้ มูลในโปรแกรม
ตารางงานจะเก็บข้อมูลในรูปแบบของตาราง โดยแต่ละแถวของรายการจะเป็นระเบียนหรอื เรคอ
รด (Record) และคอลมั น์จะเปน็ ไฟล์ (Field)
6.2. ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Excel
ส่วนประกอบของ Microsoft Excel เมื่อเข้าสู่การทำงานของ Excel แล้วจะปรากฏหน้าต่างการ
ทำงานซึ่งประกอบด้วยส่วนต่าง ๆโปรแกรม Microsoft Excel ส่วนใหญ่นับตั้งแต่เวอร์ชัน 2007 จะมี
องค์ประกอบและหน้าตาของโปรแกรมที่คล้ายกัน โดยใช้ส่วนติดต่อกับผู้ใช้งานในลักษณะแถบริบบอน
(Ribbon)และปรับปรุงประสิทธิภพของการจัดเก็บไฟล์สมุดงาน (Workbook) ที่สร้างให้มีขนาดเล็กกว่าเดิม
โดยเปลี่ยนนามสกุลหรืสวนขยายของไฟล์ จก .xls เป็น .xlsx โดยในที่นี้จะขอแนะนำโปรแกรม Microsoft
Excel ในเวอร์ชนั 2013 โดยหลงั จากเปดิ โปรแกรมขึ้นมาจะมอี งค์ประกอบของโปรแกรมดังรปู ท่ี 1.5 ดงั รปู
รปู ที่ 6.1 แสดงส่วนประกอบ Microsoft Excel
จากรปู จะเหน็ วา่ โปรแกรม Microsoft Excel มลี ักษณะเปน็ แผ่นตาราง โดยแต่ละชอ่ งเรยี กวา่ ช่องเซลล์
(Cell) จะมีชื่อเรยี กตามตำแหน่งของคอลมั น์ และ แถว เช่น C3หมายถึงช่องเชลลท์ ีอ่ ยูใ่ นคอลมั น์ C แถวที่ 3
เป็นตัน โดยหน้าจอโปรแกรม จะประกอบด้วย
สว่ นตา่ ง ๆ ดังนี้
1. แถบชือ่ โปรแกรม (Title Bar) ใช้แสดงชือ่ โปรแกรมและไฟลง์ าน
2. แถบเครื่องมอื ด่วน (Quick Access) เพื่อเพมิ่ ความรวดเรว็ ในการเรียกใช้งาน
3. แถบรบิ บอนส่งั งาน (Ribbon) เป็นแถบของกลุ่มคำส่ังตา่ ง ๆ
129
4. แผน่ งาน (Worksheet) ซงึ่ สามารถเพ่ิมเขา้ หรือลบออกได้
5. แถบเลื่อนย่อ-ขยาย (Zoom Slider) ใชย้ ่อขยายหน้าจอการทำงาน
6. พื้นที่สร้างงาน (Worksheet Area) มีลักษณะเป็นชอ่ งตารางจำนวนมาก
7. ช่องเชลล์ปจั จบุ ัน (Active Cells) หมายถึง ช่องขอ้ มูลที่กำลังติดตอ่ ใช้งานอยู่
8. กลอ่ งซ่ือช่องเชลล์ (Cell Box คือ ตวั แสดงตำแหน่งเชลลท์ ใ่ี ช้งาน (Active Cell)
9. แถบสูตร (Formula Bar คือ สว่ นทีใ่ ช้แสดงการกำหนดสูตรหรอื ฟงั กช็ ันในชอ่ งเชลล์
6.3. การกำหนดขอบเขตขอ้ มูล
6.3.1 สร้างเวิร์กบุ๊กใหม่ เอกสาร Excel เรียกว่าเวิร์กบุ๊ก แต่ละเวิร์กบุ๊กจะมีเวิร์กชีต ซึ่งโดยปกติจะ
เรียกว่าสเปรดชตี คณุ สามารถเพิ่มเวิร์กชีตลงในเวิรก์ บุ๊กไดม้ ากเท่าทีค่ ุณต้องการ หรอื คณุ สามารถสรา้ งเวิรก์ บุ๊ก
ใหมเ่ พือ่ เกบ็ ขอ้ มลู ของคณุ แยกตา่ งหากก็ได้
1. คลิก ไฟล์ > ใหม่
2. ภายใต้ ใหม่ ให้คลิกที่ เวิรก์ บุ๊กเปล่า
6.3.2 เลือกเซลล์แบบเซลล์เดียว การกำหนดขอบเขตของกลุ่มข้อมูลด้วยการป้อนตำแหน่งเซลล์ท่ี
ตอ้ งการ โดยเลอื กเซลล์ทต่ี ้องการกำหนดเองสามารถกำหนดได้ 4 แบบยอ่ ยๆ ได้แก่
1. ขอบเขตขอ้ มูลเซลล์เดียว เชน่ A9, B10, C7,
2. ขอบเขตขอ้ มลู เป็นเซลล์ ซึง่ อยใู่ นแถวเดียวกัน เช่น A9:C9,C5:D5,C7:M7
3. ขอบเขตขอ้ มูลเป็นเซลล์ ซงึ่ อยูใ่ นคอลัมน์เดียวกัน เชน่ A1:A9,C15:C25
4. ขอบเขตข้อมลู เปน็ เซลล์ ซึง่ อย่ใู นรูปของส่ีเหล่ยี มมมุ ฉาก เช่น A9:P25,C7:F15,T1:P5
6.3.3 เลือกเซลล์แบบต่อเน่ือง การกำหนดขอบเขตของกลมุ่ เซลลด์ ว้ ยการช้ตี ำแหนง่ สามารถกำหนดได้
3 แบบย่อยๆไดแ้ ก่
1. การกำหนดขอบเขตของกลุ่มข้อมูลเพยี งกลุ่มเดยี ว
1) ใช้เมาส์กำหนดขอบเขตข้อมูล ดงั นี้
130
- เล่ือนตัวชเี้ มาส์รปู เคร่ืองหมายบวก ไปยงั เซลล์เริ่มตน้ ท่ีตอ้ งการกำหนดขอบเขตขอ้ มูล
- กดป่มุ ซา้ ยมือ ลากไปยังเซลล์สุดทา้ ยท่ีตอ้ งการกำหนดขอบเขตปลอ่ ยเมาส์
2) ใชแ้ ปน้ พมิ พใ์ นการกำหนดเขตข้อมูล ดังนี้
- เลอ่ื นตัวชเี้ มาส์ไปยงั เซลล์ทตี่ อ้ งการกำหนด ขอบเขตข้อมลู
- กดปุ่ม Shift คลิกตวั ช้เี มาส์ไปยงั เซลล์สดุ ท้ายท่ีต้งั การกำหนดขอบเขตข้อมูล
2. การกำหนดขอบเขตของกลุ่มขอ้ มูลหลายกลุ่ม เลือกเฉพาะเซลลท์ ีต่ อ้ งการ
1) เลือกเซลล์แรกทีต่ ้องการ
2) กดปมุ่ Ctrl ค้างเลอื กเฉพาะขอบเขตพนื้ ทที่ ต่ี อ้ งการ
3. การกำหนดขอบเขตของกลุ่มขอ้ มลู ของกระดาษทำการ (Worksheet)
1) เลือกที่ปุ่มสีเทา ที่เชื่อมระหว่างชื่อหัวแถวแนวตั้ง (Column Heading) และชื่อหัวแถว
แนวนอน(Row Heading )
2) กดปุ่มCtrl + Shift+ spacebar พรอ้ มกนั จะได้ขอบเขตของขอ้ มูลทกี่ ำหนดตามตอ้ งการ
6.3.4 การป้อนข้อมูล นอกจากจะพิมพ์ป้อนข้อมูลลงในเซลล์โดยตรง ยังมีเทคนิคการป้อนข้อมูล
อัตโนมัติหลายอย่างท่ีควรรู้จักและฝึกใช้ให้คลอ่ ง จะช่วยให้การทำงานไดง้ า่ ยและรวดเร็วขึ้นมาก ข้อมูลที่ใช้ใน
การทำงานบนกระดาษทำการ มอี ยูด่ ้วยกัน 2 ประเภทใหญๆ่ คอื
1. คงที่ เปน็ ขอ้ มลู คงท่ีไม่เปล่ียนแปลง ซ่งึ ได้แก่ ข้อมูลทเ่ี ปน็ ตัวเลข ตัวอกั ษร เวลา วันที่ ข้อมูลทาง
ตรรกศาสตร์ หรอื ข้อความทีแ่ สดงความผิดพลาดต่างๆทอี่ าจเกิดขึน้ ได้
2. สตู รในการคำนวณ เป็นข้อมูลที่เกี่ยวขอ้ งกบั การคำนวณตา่ งๆเพ่อื หาผลลัพธ์จากการคำนวณนั้นๆ
ไม่ว่าจะเป็นสูตรหรือฟงั ช่นั ทางคณิตศาสตร์ สูตรการคำนวณท่ผี ูใ้ ช้เขยี น หรอื กำหนดขน้ึ เอง
6.3.5 การกำหนดขอ้ มูลลงเซลล์ การกำหนดขอ้ มูลลงเซลล์เปน็ การทำงานในช้นั ต้น เรียกว่า การป้อน
ข้อมูลลงเซลล์เมื่อมีข้อมูลอยู่แล้วและต้องการจะนำข้อมูลที่มีอยู่นั้นป้อนลงเซลล์บนกระดาษทำการของ
โปรแกรม เพื่อนำข้อมูลที่ป้อนทำการประมวลผลใดๆข้อมูลที่สามารถป้อนลงไปได้ต้องเป็นข้อมูลประเภท
ตัวอกั ษร ข้อความ ตวั เลข สตู ร หรอื ฟังก์ชนั
6.3.6 วิธปี อ้ นข้อมูล
1. เลอื กเซลล์ทีต่ อ้ งการป้อนข้อมูล
2. พิมพข์ อ้ มูลลงในเซลล์
3. กดปุ่ม Enter
6.3.7 การแก้ไขข้อมลู
1. เลอื กเซลล์ท่ีต้องการ
2. พมิ พ์ข้อมลู ทต่ี ้องการหรือกด F2
3. พมิ พ์ขอ้ มูลทตี่ ้องการแกไ้ ข
4. กดปุ่ม Enter
131
6.3.8 การปอ้ นตวั เลข
- จำนวนเงนิ สามารถป้อน ฿ ไวข้ ้างหน้าตัวเลขได้ ตวั อย่างเช่น ฿500
- เศษส่วนคละ ให้ไว้ช่องว่างระหว่างเลข จำนวนเต็มกับเศษส่วน ตัวอย่าง เช่น ป้อน1 1/2(คือ
1.5 ),2 2/8(คือ 2 1/4 หรือ 2.25)
- เศษส่วนแท้ ต้องป้อนแบบเศษส่วนคละ โดยใส่เลข0 ไว้ข้าง เช่น 1/4 (ถ้าป้อนแค่1/4 จะเป็น
รปู แบบการป้อนวนั ที่ ข้อมลู ในเซลล์ จะเป็น 1-เมษายน)
6.3.9 การป้อนวันท่ีและเวลา วนั เดือน ปี ค.ศ. ถ้าต้องการผลแสดงผลเป็น พ.ศ. ใหจ้ ัดรูปแบบเซลล์
เป็นวันเดอื นเปน็ ภาษาไทย ซ่ึงแปลง วัน เดือน ปี ค.ศ. ค.ศ.เปน็ พ.ศ. ใหอ้ ัตโนมัติ ชวั่ โมง นาที ป้อนตวั เลข
โดยใชเ้ คร่ืองหมาย : คั่น
6.3.10 การลบ-แทรก แถว คอลมั น์ และลบขอ้ มลู ในเซลล์
1. การลบเซลล์ ทำการเลอื กเซลลท์ ต่ี อ้ งการลบ
1) คลิกเมาส์ปุ่มขวาบริเวณตำแหน่งเซลล์ที่เลือกไว้จะปรากฏเมนูลัดขึ้นเลือก "ลบ" เมื่อ
ปรากฏกรอบโต้ตอบให้คลิกเลือกการเล่ือนตำแหนง่ เซลล์ทถี่ ูกลบว่าต้องการให้เลื่อนเซลล์
ไปทางซา้ ย เลื่อนเซลล์ข้นึ ,ทงั้ แถว,คอลัมน์
2. การลบข้อมลู ในเซลล์ ทำการเลือกเซลล์หรอื กล่มุ เซลลท์ ต่ี อ้ งการลบข้อมูลจากน้ัน
1) คลกิ ปุ่มขวา เมื่อปรากฏเมนลู ัดขึน้ เลือก "ลา้ งเนือ้ หา" (Clear Contents) หรือ
2) กดปมุ่ Delete บนแป้นพมิ พ์
3. การแทรกเซลล์ ทำการเลือกตำแหนง่ เซลลท์ ีต่ อ้ งการแทรก จากนนั้ เมือ่ ปรากฏกรอบโตต้ อบให้
เลือกการเลื่อนตำแหน่งท่ีแทรกว่า ต้องการให้เลื่อนเซลลไ์ ปทางขวาเลื่อนเซลล์ลง,ทั้งแถว,หรอื
ทั้ง คอลมั น์
6.3.11 การใช้ผลรวมอัตโนมัติ เพื่อรวมข้อมูลเมื่อคุณได้ใส่ตัวเลขในเวริ ก์ ชตี ของคุณ คุณอาจต้องการ
บวกตวั เลขเหล่านนั้ วิธที ่รี วดเรว็ ในการทำคอื ใช้ ผลรวมอตั โนมัติ เลือกเซลล์ท่ีอยู่ทางดา้ นขวาหรือดา้ นล่างของ
ตัวเลขท่ีคุณตอ้ งการรวม
1. คลิก หน้าแรก > ผลรวมอตั โนมตั ิ หรือกดแป้น Alt+=
2. ผลรวมอัตโนมตั ิ บนแท็บ หน้าแรก
3. ผลรวมอตั โนมัติจะบวกตัวเลขตา่ งๆ และแสดงผลลัพธ์ในเซลลท์ ี่คุณเลือกไว้
6.3.12 สร้างสูตรอย่างง่าย การบวกตัวเลขเป็นเพียงหนึ่งในสิ่งที่คุณสามารถทำได้ แต่ Excel ยัง
สามารถทำการคำนวณทางคณิตศาสตร์อื่นๆ ได้ด้วย ลองใช้สูตรง่ายๆ บางสูตรเพื่อบวก ลบ คูณหรือหาร
ตวั เลขของคณุ
1. เลอื กเซลล์และพมิ พ์เคร่ืองหมายเท่ากบั (=) ซ่ึงจะบอกให้ Excel ทราบวา่ เซลล์น้จี ะมีสตู รอยู่
2. พิมพ์ตัวเลขและตัวดำเนินการการคำนวณรวมกัน เช่น เครื่องหมายบวก (+) สำหรับการบวก
เครื่องหมายลบ (-) สำหรับการลบ เครื่องหมายดอกจัน (*) สำหรับการคูณ หรือเครื่องหมายทับ
(/) สำหรับการหาร
132
3. ตวั อย่างเชน่ ใส่ =2+4, =4-2, =2*4 หรือ =4/2
6.3.13 นำรปู แบบตวั เลขไปใช้เมื่อตอ้ งการแยกความแตกต่างระหว่างชนิดตัวเลขทแี่ ตกต่างกัน ใหเ้ พิ่ม
รูปแบบ เช่น สกลุ เงิน เปอร์เซน็ ต์ หรือวนั ที่
1. เลอื กเซลล์ทคี่ ุณมตี ัวเลขท่ตี อ้ งการจัดรปู แบบ
2. คลกิ หนา้ แรก > ลูกศรถดั จาก ทั่วไป
3. เลอื กรปู แบบตวั เลข
ถา้ ไม่มีรูปแบบตวั เลขที่ตอ้ งการใช้ ให้คลิกที่ รปู แบบตัวเลขเพม่ิ เตมิ เรยี นรเู้ พิ่มเติมเกย่ี วกบั วิธกี าร
จัดรูปแบบตวั เลข
6.3.14 ใส่ข้อมูลของคุณลงในตาราง วธิ ีทงี่ ่ายในการใช้ความสามารถซึ่งมอี ย่างมากมายของ Excel คือ
การวางข้อมูลของคุณลงในตาราง ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถกรอง หรือเรียงลำดับข้อมูลของคุณเพื่อนำไปใช้
ตอ่ ไป
1. เลอื กข้อมูลของคุณโดยคลิกที่เซลล์แรก แล้วลากไปยงั เซลล์สดุ ท้ายในข้อมูลของคุณ
2. ถา้ จะใช้คยี บ์ อรด์ ใหก้ ด SHIFT ค้างไว้ขณะท่ีคุณกดแปน้ ลกู ศรเพอื่ เลือกขอ้ มลู ของคุณ
3. คลิกทีป่ ุม่ การวเิ คราะหอ์ ย่างรวดเรว็ ที่มมุ ขวาลา่ งของส่ิงทเ่ี ลือก
4. คลิก ตาราง แล้วยา้ ยเคอรเ์ ซอรข์ องคณุ ไปท่ี ป่มุ ตาราง เพื่อให้คณุ สามารถเหน็ ลกั ษณะที่ปรากฏ
ของขอ้ มลู ของคุณได้ ถ้าคุณชอบสิง่ ทีค่ ุณเห็น ให้คลกิ ท่ปี มุ่ ดงั กล่าว
5. ขณะนคี้ ุณสามารถทำส่งิ ต่างๆ กบั ขอ้ มูลของคณุ ไดแ้ ก่ กรองเพื่อดูเฉพาะขอ้ มลู ท่ีคุณต้องการ
หรอื เรยี งลำดบั เชน่ จากค่ามากที่สุดไปหาค่านอ้ ยทีส่ ดุ คลกิ ท่ีลูกศร ในส่วนหวั คอลัมน์ของ
ตาราง
6. ถา้ จะกรองข้อมูล ให้ยกเลิกการเลอื กกล่อง เลอื กท้ังหมด เพื่อล้างเครื่องหมายท่เี ลอื กทั้งหมด แล้ว
กาเคร่ืองหมายในกล่องของขอ้ มูลท่ีคณุ ต้องการให้แสดงในตารางของคุณ
7. ถ้าจะเรียงลำดับข้อมูล ให้คลกิ เรยี งลำดับจาก ก ถงึ ฮ หรอื เรียงลำดับจาก ฮ ถงึ ก
6.4 การคำนวณและการใชส้ ูตรฟังกช์ ัน
การใช้สูตรและฟังก์ชันในการคำนวณโปรแกรมตารางคำนวณ (Microsoft Office Excel 2013) มี
ความสามารถในการวิเคราะหป์ ระมวลผล คำนวณค่าต่างๆมากมาย โดยการนำ ค่าคงที่ ตัวเลข ตัวแปร หรือ
การอ้างอิงเซลล์ที่อยู่ในเซลล์ข้อมูล นำมาคำนวณเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการโดยใช้สูตรคำนวณ ใช้ตัว
ดำเนนิ การ หรือ เครื่องหมายคำนวณในรปู แบบต่างๆ เช่น บวก ลบ คูณ หาร
6.4.1 โครงสรา้ ง สญั ลกั ษณ์ และลำดับความสำคญั ของเครอ่ื งหมายท่ใี ช้การคำนวณ
1. โครงสร้าง
2. การใชส้ ตู รคำนวณจะต้องพิมพ์เครือ่ งหมายเท่ากบั (=) นำหน้าเสมอตามด้วยตวั แปร และตัว
ดำเนินการ ตวั แปรน้อี าจเปน็ ค่าคงท่ี ตำแหนง่ เซลล์ หรอื ฟังกช์ นั ก็ได้ โดยผลลัพธจ์ ะอยูบ่ นเซลล์ใด
เซลล์ใดเซลล์หนงึ่ ท่ีเลอื กไว้ ยกตวั อย่างเช่น =A1+B1, =C2-D3, =(D3/C2)*( A1+B1), =(G3-
133
B1)-(F4*G4), =2*3 เป็นตน้ สญั ลกั ษณ์สญั ลักษณ์ทใี่ ชเ้ ปน็ เคร่ืองหมายในการคำนวณมดี งั น้ี
เครอื่ งหมายทใ่ี ชใ้ นการคำนวณ
รูปที่ 6.2 แสดงตารางเครอื่ งหมายการคำนวณ
3. ลำดับความสำคัญของเครอื่ งหมายในการคำนวณการคำนวณน้นั จะมีลำดับความสำคัญของ
เครอื่ งหมายการคำนวณต่างกัน ซ่งึ โปรแกรมจะคำนวณจากลำดับความสำคัญแรกไปยงั ลำดับ
ความสำคญั รองลงมาตามลำดับ แต่ถ้าเคร่อื งหมายคำนวณอยู่ในระดบั เดียวกัน โปรแกรมจะ
คำนวณจากซา้ ยไปขวา ลำดับความสำคัญของเคร่ืองหมายในการคำนวณ
รูปที่ 6.3 แสดงตารางเคร่ืองหมายการคำนวณเพิ่มเติม
4. ขอ้ ผดิ พลาดทอี่ าจเกดิ ขึน้ การคำนวณดว้ ยสูตรหรือคำนวณดว้ ยฟังกช์ นั อาจมีข้อผดิ พลาดได้
เม่ือมีการทำงานเก่ียวกับสตู รหรอื ฟังก์ชนั การคำนวณของโปรแกรมอาจทำให้ผลลพั ธ์ไมถ่ ูกตอ้ ง
134
โปรแกรมจะแสดงข้อความบอกข้อผดิ พลาดปรากฏอยู่ในเซลล์ ซึง่ มีสาเหตุหลายอยา่ งด้วยกัน
ยกตวั อย่างดงั ต่อไปนี้ ขอ้ ผดิ พลาดท่อี าจเกดิ ขน้ึ
รปู ที่ 6.4 แสดงตารางข้อผดิ พลาด
6.4.2 การสรา้ งสูตรคำนวณ ในการสร้างสูตรคำนวณสามารถปอ้ นสูตรคำนวณไดโ้ ดยใช้เคร่อื งหมาย
เท่ากับ (=) นำหน้าเสมอถ้าไม่ใส่เคร่อื งหมายเท่ากบั โปรแกรมจะเขา้ ใจวา่ เป็นขอ้ ความ การคำนวณโปรแกรม
สามารถคำนวณไดห้ ลายแบบ ยกตัวอย่างเชน่
1. การคำนวณค่าคงท่ี
- คลิกเลือกเซลล์ท่ีใสส่ ูตร
- พมิ พเ์ ครอ่ื งหมายเท่ากับ (=) ตามดว้ ยค่าคงที่ โดยพมิ พล์ งในเซลลห์ รือแถบสูตรกไ็ ด้
- กด Enter
2. การคำนวณอา้ งอิงตำแหน่งเซลล์ การคำนวณอา้ งองิ ตำแหน่งเซลล์ สามารถพิมพห์ รือใช้เมาส์
สามารถปฏิบัตไิ ด้ดังนี้
- คลิกเลอื กเซลล์ทีจ่ ะใส่สตู ร
- พิมพ์เคร่ืองหมายเท่ากบั (=) ตามด้วยตำแหน่งเซลล์โดยพิมพล์ งในเซลล์
- กด Enter
3. การคำนวณอ้างองิ ตำแหน่งเซลล์โดยใช้เมาส์
- คลิกเลือกเซลล์ท่ีจะใส่สูตรพมิ พ์เคร่ืองหมายเท่ากับ (=)
- ใช้เมาสค์ ลิกเลอื กเซลลแ์ รกท่ีตอ้ งการคำนวณ
- พมิ พ์เครื่องหมายการคำนวณ ตามทีต่ อ้ งการ
- ใช้เมาสค์ ลิกเลอื กเซลลท์ ่ีสองแลว้ กด Enter
135
6.4.2 การแกไ้ ขสตู ร
สตู รคำนวณท่พี มิ พไ์ ปแล้วถ้ามีข้อผิดพลาดเราสามารถแกไ้ ขได้ 3 วิธีสามารถปฏิบัตไิ ด้ดังนี้
1. แกไ้ ขแถบสูตร
- ใช้เมาสค์ ลิกเลอื กเซลล์สตู รทีต่ อ้ งการแก้ไข
- ใช้เมาสค์ ลกิ แถบสูตรแล้วทำการแก้ไขสูตรให้ถูกต้อง
2. ใช้ฟังก์ชันF2
- ใช้เมาส์คลิกเลอื กเซลล์สูตรทต่ี อ้ งการแกไ้ ขกดฟังก์ชัน F2 ทำการแก้ไขสูตรในเซลล์ใหถ้ ูกต้อง
3. ดับเบิลคลิกในเซลล์สตู ร
- ใช้เมาสด์ ับเบิลคลิกเซลลส์ ูตรที่ต้องการแก้ไข แลว้ ทำการแกไ้ ขสูตรในเซลล์ให้ถูกต้อง
6.4.3 การคัดลอกสูตร การคัดลอกสตู รการคำนวณโดยอ้างอิงตำแหนง่ เซลล์มีขอ้ ดีคือ มีความรวดเรว็ มี
ความถกู ต้องของขอ้ มูล และทีส่ ำคัญสามารถคดั ลอกสูตรคำนวณท่ีมีลักษณะหรือรปู แบบเดยี วกนั ไมต่ อ้ ง
เสยี เวลาในการพิมพ์สูตรใหมใ่ ห้เสยี เวลา ซ่งึ สามารถปฏิบัติได้ 3 วธิ ีดังน้ี
1. ใช้เมาสใ์ ชเ้ มาส์คลกิ เซลล์สตู รตน้ ฉบับ เลื่อนเมาส์ไปตำแหนง่ มมุ ด้านขวาล่างให้สัญลักษณ์เมาส์
แสดงกากบาทสดี ำกดปมุ่ เมาส์ด้านซ้ายค้างไว้ลากไปตำแหนง่ ทตี่ อ้ งการ แลว้ ปลอ่ ยเมาส์
2. ใช้แป้นพิมพ์ ใช้เมาส์คลมุ ดำเซลลส์ ูตรตน้ ฉบบั และเซลลท์ ี่ต้องการคัดลอกสูตรกดฟงั ก์ชัน
กด Ctrl+Enterใช้คำสงั่ คดั ลอก ใช้เมาส์คลุมดำเซลลส์ ูตรต้นฉบบั
3. เลือกคัดลอก
4. คลุมดำเซลล์ทต่ี อ้ งการคัดลอก
5. เลือกวาง
6. ผลลัพธ์
6.4.4 การอา้ งองิ ตำแหน่งเซลล์ การอา้ งองิ ตำแหน่งเซลล์เพอ่ื ใชใ้ นการคำนวณมรี ปู แบบการ
อ้างอิง 3 รปู แบบดงั น้ี
1. การอ้างอิงเซลลแ์ บบสมั พัทธ์การอ้างอิงเซลลแ์ บบสมั พทั ธ์ (Relative Reference) เมือ่ เซลลถ์ ูก
คัดลอกไปตำแหน่งเซลลอ์ ่ืนตำแหนง่ เซลล์จะถูกเปล่ียนตามโดยอตั โนมัติ เชน่ เซลล์ E2 ใส่
สตู ร =C2*D2 เม่อื คัดลอกสูตรไปตำแหน่ง E3 สตู รจะเปลี่ยนเป็น =C3*D3 ใหโ้ ดยอัตโนมัติ
ยกตัวอย่างเชน่
2. การอ้างอิงเซลล์แบบสมบูรณ์การอ้างอิงเซลล์แบบสมบูรณ์ (Absolute Reference) เป็นการการ
กำหนดค่าของตำแหน่งเซลล์ไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง เช่น $D$2 หมายถึง เซลล์ D2 จะคงที่ไม่
เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะคัดลอกสูตรไปเซลล์ใดก็ตาม จะมีค่าเหมือนเดิม ถ้าต้องการใส่
เครอื่ งหมาย $ ให้อตั โนมตั ิใหค้ ลุมดำดำแลว้ กด F4 ยกตัวอยา่ งเช่น
3. การอา้ งอิงเซลลแ์ บบผสม การอ้างองิ เซลล์แบบผสม (Mixed Reference) เป็นการผสมระหว่าง
การอ้างอิงแบบสมั พัทธ์และแบบสมบรู ณ์ จะใชใ้ นกรณที ่ตี อ้ งการให้ตำแหน่งเซลลเ์ ปลย่ี นบา้ งหรือ
136
คงท่ีบ้าง เช่น F$2 หมายถึง F จะเปลยี่ นแปลงเมื่อมีการคัดลอกสูตรไปคอลัมนอ์ ื่น แต่ 2 จะคงท่ีไม่
เปล่ียนแปลงตามหมายเลขบรรทัดของแถวทถี่ กู คัดลอก
6.4.5 การคำนวณอา้ งองิ ตำแหน่งเซลล์ขา้ มแผ่นงาน การคำนวณข้ามแผน่ งานเปน็ การอ้างองิ เซลลท์ ี่
อยู่คนละแผ่นงาน มีรูปแบบการคำนวณดงั นี้ “=ช่ือของแผ่นงานตามด้วยเครอื่ งหมาย !ชอื่ เซลลท์ ีอ่ ้างอิงถงึ ”
เชน่ Sheet1!A5+Sheet2!A6ในการสร้างสูตรคำนวณสามารถใช้เมาสเ์ ลือกตำแหนง่ เซลล์หรือใชค้ ยี ์บอร์ดพมิ พ์
สูตรยกตัวอยา่ งดังน้ี
การหาผลรวมของยอดขายประจำเดอื น มกราคม กุมภาพันธ์ และมนี าคมซึ่งข้อมูลอยคู่ นละแผ่นงาน
สามารถปฏิบตั ไิ ด้ดังน้ี
1. สร้างตารางข้อมลู เดอื นมกราคม กมุ ภาพนั ธ์ และมีนาคม ใหอ้ ยู่คนละแผ่นงาน
2. ใชเ้ มาส์คลิกเซลล์ท่ีต้องการคำนวณพิมพ์สูตรดังน้ี
3. =มกราคม!E10+กุมภาพันธ์!E10+มนี าคม!E8
6.4.6 สว่ นประกอบของฟงั ก์ชัน
การใชฟ้ งั ก์ชัน (Function) คำนวณคา่ ต่างๆ เป็นการคำนวณท่มี คี วามสะดวกรวดเรว็ เพยี งแค่ พิมพ์
ฟงั ก์ชนั และใสค่ ่า อาร์กิวเมนต์ (Argument) กส็ ามารถคำนวณไดแ้ ล้วโปรแกรมตารางคำนวณ (Microsoft
Office Excel 2013) มีฟงั ก์ชนั ให้ใช้งานมากมาย แตล่ ะฟังกช์ นั ใชง้ านแตกตา่ งฟังก์ชนั มสี ่วนประกอบดังนี้=ชอ่ื
ฟังกช์ นั (คา่ Argument1, คา่ Argument2, ค่า Argument) เช่น =SUM(A1+D2), =MAX(B2:B9),
=AVERAGE(D4:F6) เป็นตน้
ประเภทของฟงั กช์ ัน
1. ฟงั ก์ชันทางคณติ ศาสตร์
2. ฟังกช์ นั ทางตรรกะศาสตร์
3. ฟังก์ชนั ทเี่ ก่ยี วกับวนั ที่
4. ฟงั ก์ชนั ทเ่ี กย่ี วกับเวลา
5. ฟงั กช์ นั ที่เกี่ยวกบั การเงิน
6. ฟังก์ชันที่เก่ียวกับตวั อักษร
7. ฟงั กช์ ันทางสถิติ
8. ฟังก์ชนั ในการคน้ หาข้อมูล
9. ฟังกช์ ันทางด้านวศิ วกรรม
10. ฟงั กช์ นั ในการจดั การฐานขอ้ มูล
6.4.7 การสร้างฟงั ก์ชันคำนวณ
1. พมิ พฟ์ ังกช์ ันลงในเซลล์หรือพิมพบ์ นแถบสูตรการพิมพ์ฟงั ก์ชนั ลงในเซลลห์ รอื พิมพบ์ นแถบสูตร
สามารถปฏิบตั ิไดด้ งั น้ี ใช้เมาส์เลอื กเซลล์ทีจ่ ะสรา้ งฟังก์ชนั คำนวณแลว้ พิมพเ์ ครอื่ งหมาย
เท่ากบั (=) พิมพ์ฟงั กช์ นั ตามทีต่ อ้ งการ แล้วกด Enter
137
2. เลือกจากฟังกช์ ันไลบรารี (Function Library)การเลอื กจากฟงั กช์ ันไลบรารี สามารถเรยี กใชง้ านได้
อย่างสะดวก ซ่ึงอย่ใู น รบิ บอน แทบ็ สูตร โดยฟังก์ชนั ไลบรารีจะแยกฟงั ก์ชนั ออกเปน็ ประเภทตา่ งๆ
มากมาย หลายฟังก์ชนั สามารถปฏิบัตไิ ด้ดงั น้ี
- ใชเ้ มาสเ์ ลือกเซลล์ทจ่ี ะสรา้ งฟงั ก์ชนั คำนวณ
- เลือกแท็บสตู ร
- เลอื กจากฟังกช์ นั ไลบรารที ีต่ อ้ งการ
- เลือกประเภท
- เลอื กฟังกช์ ันทต่ี ้องการ
- ตกลง
- ระบุเซลลท์ ีต่ อ้ งการหาผลรวม
- ตกลง
3. เลือกฟังกช์ ันจาก Name Boxปกติแลว้ Name Box จะเปน็ เคร่อื งมอื บอกตำแหนง่ เซลล์หรอื ชื่อเซลล์
แตถ่ ้าพมิ พเ์ ครอื่ งหมายเท่ากบั (=) ลงบนเซลล์ Name Box จะแสดงรายชื่อของฟังก์ชนั ขน้ึ มาให้
เลอื กสามารถปฏบิ ตั ิไดด้ ังนี้
- ใชเ้ มาสเ์ ลอื กเซลล์ทีจ่ ะสร้างฟงั ก์ชนั การคำนวณแล้วพิมพ์เคร่อื งหมายเท่ากับ (=)
- เลอื กฟังก์ชนั จาก Name Box
6.4.8 ฟงั ก์ชนั ทใ่ี ชใ้ นการคำนวณ
1. การคำนวณโดยใช้ฟงั ก์ชนั SUM
=SUM (Number1, Number2,…) ทำหนา้ ที่ หาผลรวมของจำนวน Number
2. การคำนวณโดยใชฟ้ ังก์ชนั MAX
=MAX (Number1,Number2,…) ทำหนา้ ที่ หาค่าสูงสดุ ของจำนวน Number
3. การคำนวณโดยใช้ฟังกช์ นั MIN
=MIN(Number1,Number2,…) ทำหน้าที่ หาคา่ ตำ่ สดุ ของจำนวน Number
4. การคำนวณโดยใช้ฟงั ก์ชัน AVERAGE
=AVERAGE(Number1,Number2,…) ทำหนา้ ที่ หาคา่ เฉล่ยี ของจำนวน Number
5. การคำนวณโดยใช้ฟงั กช์ ัน COUNT
=COUNT(Value1,Value2,…) ทำหน้าท่ี นบั ขอ้ มูลเฉพาะตัวเลข
6. การคำนวณโดยใชฟ้ งั ก์ชนั COUNTA
=COUNTA(Value1,Value2,…) ทำหนา้ ที่ นบั ขอ้ มลู ทั้งตวั เลขขอ้ ความและสัญลักษณ์ที่อยู่ใน
เซลล์ทุกเซลล์ Value
7. การคำนวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั STDEV
=STDEV(Number1,Number2,…) ทำหนา้ ที่ หาค่าเบีย่ งเบนมาตรฐาน Number
138
8. การคำนวณโดยใช้ฟังก์ชัน ROUND
=ROUND(Number,Num_digits) ทำหนา้ ที่ ปัดคา่ ตวั เลข Number เป็นตัวเลข Num
digits เป็นจำนวนหลกั ทศนิยมเท่ากับท่ีระบไุ ว้
9. การคำนวณโดยใชฟ้ งั กช์ ัน DATE
=DATE(Year,Month,Day) ทำหนา้ ท่ี แปลงตัวเลขวัน เดือน ปี ให้เป็นวนั ที่ Year= ใส่ค่าปี ค.ศ.
Month=ใสค่ ่าเดือน Day= ใส่ค่าวันท่ี
10. การคำนวณโดยใชฟ้ ังก์ชัน NOW
=NOW() ทำหน้าท่ี แสดงวนั ที่และเวลาปัจจุบันของระบบ
11. การคำนวณโดยใชฟ้ ังก์ชนั TODAY
=TODAY() ทำหน้าที่ แสดงวนั ที่ปจั จุบันของระบบ
12. การคำนวณโดยใช้ฟังก์ชัน HOUR
=HOUR() ทำหน้าท่ี แปลงขอ้ มูลเก่ียวกับเวลา โดยแสดงผลลพั ธ์เปน็ เลขจำนวนเตม็ มีค่า
ต้งั แต่ 0 ถงึ 23 เปน็ ค่าชว่ั โมงใน 1 วัน
13. การคำนวณโดยใช้ฟังก์ชัน NETWORKDAYS
=NETWORKDAYS(start_date,end_date,holidays) ทำหนา้ ที่ คำนวณหาจำนวนวันทำงาน
ทัง้ หมดระหว่างวนั ทสี่ องคา่ คือวนั ที่เริ่มตน้ ถงึ วันที่สน้ิ สดุ ไม่รวมวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ และ
วนั หยดุ พเิ ศษ
14. การคำนวณโดยใชฟ้ ังก์ชนั VLOOKUP
=VLOOKUP(Lookup_Value,Table_array,Col_index_num,Range_lookup) ทำหน้าท่ี
ค้นหาและแสดงข้อมลู
15. การคำนวณโดยใช้ฟังก์ชนั IF
=IF(Logical,Value_if_true,Value_if_false) ทำหนา้ ท่ี ตรวจสอบเง่อื นไขหาค่าจรงิ หรือเทจ็
แล้วตัดสินใจในการประมวลผล
16. การคำนวณโดยใชฟ้ ังกช์ นั IF ซ้อน IF
=IF(Logical,Value_if_ture,IF(Logical,Value_if_ture,IF(Logical,Value_if_ture,Value_if_f
alse))) ทำหนา้ ที่ ตรวจสอบเงอ่ื นไขในกรณีทม่ี ีหลายเงอ่ื นไขและหาคา่ จริง
17. การคำนวณโดยใช้ฟังกช์ ัน SUMIF
=SUMIF(Range,Criteria,Sum_range) ทำหน้าที่ หาผลรวมแบบมเี ง่อื นไข
18. การคำนวณโดยใชฟ้ ังก์ชนั COUNTIF
=COUNTIF(Range,Criteria) ทำหน้าท่ี นบั จำนวนแบบมีเงอ่ื นไข
19. การคำนวณโดยใชฟ้ ังก์ชนั BATHTEXT
=BATHTEXT(Number) ทำหน้าท่ี แปลงตัวเลขใหเ้ ปน็ ตวั อกั ษร
20. การคำนวณโดยใช้ฟังก์ชนั PMT
139
=PMT(rate,nper,pv,fv,type) ทำหนา้ ที่ คำนวณหายอดการชำระเงินสำหรับ
เงนิ กู้ (Payment) หรือผ่อนชำระตอ่ งวดจากการกูย้ ืม
140
แผนการจดั การเรยี นร้มู ุ่งเนน้ สมรรถนะ หนว่ ยที่ 6
ชื่อหนว่ ย การใชโ้ ปรแกรมดา้ นตารางคำนวณ สอนครง้ั ที่ 13
Microsoft Excel ชัว่ โมงรวม 8
จำนวนชว่ั โมง 4
5. กิจกรรมการเรียนการสอน
5.1 การนำเข้าส่บู ทเรียน
5.1.1. ครู เช็คชอื่ และตรวจการแตง่ กาย
นักเรียน ขานช่ือและลุกให้ครูตรวจการแต่งกายทลี ะคน
5.1.2. ครู ทบทวนกอ่ นเรียนโดยซกั ถาม เรอื่ งความรู้เกยี่ วกบั การใช้โปรแกรมดา้ นตาราง
คำนวณ Microsoft Excel ผู้สอนตรวจแล้วให้ผ้เู รียนบันทึกคะแนนท่ีได้ไว้
เพ่ือเปรยี บเทียบกับการทดสอบหลังเรยี นจบ
นักเรยี น ตอบคำถาม ซกั ถามข้อสงสยั
5.2 การเรยี นรู้
5.2.1. ครู แนะนำรายวิชาและ แจ้งหวั ข้อทีจ่ ะสอน ตามเนื้อหาสาระ เรื่อง
คอมพวิ เตอรแ์ ละอุปกรณโ์ ทรคมนาคม โดยใช้ส่ือ power point ตอบ
คำถาม/ซกั ถามปญั หา
นกั เรียน ตอบคำถาม ซักถามปญั หาข้อสงสยั ศกึ ษาจากส่อื และเอกสาร
ประกอบการสอน
5.2.2. ครู อธบิ ายเก่ียวกับความรเู้ บื้องตน้ เกี่ยวกับโปรแกรม Microsoft Excel
สว่ นประกอบของโปรแกรม Microsoft Excelการกำหนดขอบเขตของข้อมลู
การคำนวณและการใช้สูตรฟังก์ชนั่ โดยใช้ส่อื power point เรอ่ื งการใช้
โปรแกรมด้านตารางคำนวณ Microsoft Excel ตอบคำถาม/ซักถามปญั หา
นกั เรียน จดบนั ทึกย่อ ตอบคำถาม ปรึกษา/อภิปรายกบั เพ่ือน
5.2.3. ครู ทดสอบผู้เรยี นโดยถามตอบกันภายในหอ้ งเรยี น และอธิบายบางข้อที่
ผู้เรียนมีขอ้ สงสยั จากการจดบนั ทึก
นักเรยี น ร่วมกันอภปิ รายหาข้อสรุป
5.2.4. ครู ให้ทำใบงานการทดลองที่ 8 เร่อื ง การใช้โปรแกรมด้านตารางคำนวณ
Microsoft Excelใหค้ ำแนะนำ เพ่ือทดสอบเก่ียวกบั ความเขา้ ใจรายรายบุคคล
นกั เรียน ปฏิบัตแิ บบฝกึ หดั ตามใบงาน
141
5.3 การสรปุ
5.3.1. ครู สมุ่ เรยี กผ้เู รียนออกมาสรุปเนือ้ หาทไ่ี ดเ้ รียนทีจ่ ดั ทำใบงานการทดลองท่ี 8
จนครบคลุมเนื้อหาทั้งหมด โดยผู้สอนชว่ ยใหค้ ำแนะนำ และอธิบายเพิม่ เตมิ
นักเรยี น ออกมาอธบิ ายหน้าชัน้ เรียนทีละกลุ่มโดยสรุปเนอ้ื หา ซักถามปญั หาและ
จดบันทกึ เพ่มิ เตมิ
5.3.2. ครู ให้ผ้เู รียนปฏบิ ตั ิตามใบงานการทดลองท่ี 8 ใหเ้ สรจ็ สมบรู ณ์ และใหผ้ เู้ รยี น
ซกั ถามปญั หาในการเรียน
นักเรยี น ซกั ถามปัญหาและข้อสงสัยในการปฏิบัติการทดลอง สรปุ ผลการทดลอง
และสง่ ใบงานใน Google Classroom
5.4 การวัดและประเมนิ ผล
5.4.1. ครู สมุ่ ถามผู้เรยี นเก่ยี วกบั เนอื้ หาท่ีเรยี น
นกั เรยี น ตอบคำถามท่ีผ้สู อนถาม
5.4.2. ครู ให้ผู้เรียนเลน่ เกมส์ตอบคำถามโดยส่มุ คำถามจากเนือ้ ทีเ่ พื่อวัดความเข้าใจ
เนื้อหามากข้นึ ตรวจใบงานการทดลองท่ี 8 และบนั ทกึ คะแนน
นักเรยี น เล่นเกมส์ตอบคำถาม และแลกเปลีย่ นคำตอบ
6. ส่ือการเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้
6.1 สือ่ ส่ิงพิมพ์
เอกสารประกอบการสอน เร่อื งคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม
บญุ สืบ โพธ์ศิ รี, รพีพรรณ ชาวไร่อ้อย.2558. เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การจดั การอาชีพ.
พิมพค์ รงั้ ที่ 1. กรงุ เทพฯ : สานักพมิ พศ์ ูนยส์ ่งเสริมอาชีวะ
ธีรวัฒน์ ประกอบผล.2558. เทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่ การจัดการอาชีพ. กรุงเทพฯ : ซัค
เซส มีเดีย
โอภาส เอี่ยมสริ วิ งศ.์ 2556. เครือข่ายคอมพิวเตอรแ์ ละการส่ือสาร. กรงุ เทพฯ : วี.พริ้นท
6.1 สอื่ โสตทัศน์
สอื่ PowerPoint วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การจัดการอาชพี หนว่ ยท่ี 6 เรื่อง การใช้โปรแกรม
ด้านตารางคำนวณ Microsoft Excel
7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบความรู้ ประกอบการเรยี นวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การจัดการอาชพี หน่วยท่ี 6 เรือ่ งการใช้
โปรแกรมด้านตารางคำนวณ Microsoft Excel
7.2 ใบงานการทดลองที่ 8 เรอื่ ง การใช้โปรแกรมด้านตารางคำนวณ Microsoft Excel
142
8. การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอื่น
8.1 สามารถนำความรู้ มาใช้สรา้ งตารางคำนวณ Microsoft Excel
8.2 สามารถนำความรู้ มาใชร้ ว่ มกบั วชิ าการใช้งานด้านคอมพวิ เตอร์หรือสารสนเทศ
9. การวัดและประเมินผล
9.1 ก่อนเรยี น
9.1.1.ผเู้ รียนศกึ ษา ค้นคว้าจากเอกสาร ตำรา เก่ียวกบั ความรูเ้ กี่ยวกับเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การ
จัดการอาชีพ
9.1.2.ผเู้ รียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
9.2 ขณะเรยี น
9.2.1.การสงั เกตพฤติกรรมภายในชน้ั เรียน
9.2.2.ทำแบบฝกึ หดั ประจำหนว่ ย
9.3 หลงั เรยี น
9.3.1.ให้ผเู้ รียนช่วยกันสรปุ เนื้อหา
9.3.2.ทำแบบทดสอบหลงั เรียน
9.3.3.ทำแบบทดสอบประจำหนว่ ยที่ 6 เพ่ือวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น
143
10.บันทกึ หลงั การสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
10.2 ผลการเรียนรูข้ องนักเรยี น นักศกึ ษา
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
10.3 แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนรู้
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
141
แผนการจัดการเรยี นรมู้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ หน่วยที่ 6
ชอ่ื หนว่ ย การใชโ้ ปรแกรมดา้ นตารางคำนวณ สอนครัง้ ที่ 14
Microsoft Excel ช่วั โมงรวม 8
จำนวนชว่ั โมง 4
1. สาระสำคญั
การคัดลอกเซลล์ ลบ และเคลื่อนย้ายข้อมูล การคัดลอกเฉพาะเซลล์ที่มองเห็นในกรณีที่เซลล์
แถว หรือคอลัมน์ใดๆ ในแผ่นงานไม่ถูกแสดง คุณสามารถเลือกที่จะคัดลอกเซลล์ทั้งหมดหรือเซลล์ที่ปรากฏ
เท่านั้น ตวั อยา่ งเช่น คณุ สามารถเลือกท่ีจะคัดลอกขอ้ มูลสรุปท่ีถูกแสดงอยู่ในแผ่นงานท่ีจัดเค้าร่างเท่าน้ันย้าย
หรือคัดลอกท้ังเซลล์เมือ่ คุณยา้ ยหรือคัดลอกเซลล์ Excel จะยา้ ยหรอื คัดลอกเซลล์ท้งั เซลล์ รวมท้ังสูตรและค่า
ผลลัพธ์ รปู แบบเซลล์ และขอ้ คดิ เห็นของเซลล์ จากการทดลองทำให้สามารถการจัดรูปแบบประเภทของข้อมูล
การแก้ไขขอ้ มลู บนเซลล์ สรา้ งตารางทำงานการคัดลอกเซลล์ ลบ และเคล่ือนย้ายขอ้ มูล จัดตารางสวยงาม ใน
รปู แบบตา่ งๆ สร้างเอกสารทต่ี อ้ งมกี ารคำนวณ เชอื่ มโยงสูตร (สามารถเชอื่ มโยงในไฟล์เดียวกนั ขา้ มไฟล์ หรือ
ข้ามเคร่ืองกไ็ ด้ สร้างกราฟ นำเสนอขอ้ มลู ในรปู แบบตา่ งๆ ไม่ว่าจะเป็นกราฟแทง่ กราฟเสน้ วงกลม จุด ทัง้ 2
มิติ และ 3 มิติ มีรูปแบบต่างๆ มากมายลักษณะงานเหมาะกับ Excel1. งานด้านบัญชี (Accounting)2. งาน
ด้านการเงิน (Financial)3. งานด้านการวางแผน (Planning) 4. งานด้านงบประมาณ (Budgeting) 5. งาน
ด้านสถติ ิ (Statistic)
2. สมรรถนะประจำหน่วย
2.1 การจัดรูปแบบประเภทของข้อมูล
2.2 การแกไ้ ขข้อมลู บนเซลล์
2.3 การคดั ลอกเซลล์ ลบ และเคลอ่ื นยา้ ยขอ้ มลู
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้
3.1.1. ผู้เรียนบอกการจดั รปู แบบประเภทของขอ้ มลู ได้ถูกตอ้ ง
3.1.2. ผเู้ รียนอธิบายการแกไ้ ขขอ้ มูลบนเซลล์ไดถ้ ูกตอ้ ง
3.1.3. ผเู้ รียนบอกการคัดลอกเซลล์ ลบ และเคลื่อนยา้ ยข้อมลู ไดถ้ ูกต้อง
3.2 ดา้ นทกั ษะ
3.2.1 สามารถบอกการจัดรูปแบบประเภทของขอ้ มลู ได้ถกู ตอ้ ง
3.2.2 สามารถอธบิ ายการแกไ้ ขขอ้ มูลบนเซลล์ได้ถกู ตอ้ ง
3.2.3 สามารถบอกการคัดลอกเซลล์ ลบ และเคลอ่ื นย้ายขอ้ มลู ได้ถูกต้อง
142
3.2.4 สามารถจัดรปู แบบขอ้ มลู การแกไ้ ข ลบ คดั ลอก และเคล่อื นยา้ ยซอ้ มลู ได้ถกู ต้อง
3.2.5 สามารถปฏิบตั ิงานเสร็จตามเวลาท่กี ำหนด
3.3 คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์
3.3.1 ใฝก่ ารเรียนรู้
3.3.2 ผเู้ รยี นทำงานเป็นระเบยี บเรยี บร้อย
3.3.3 ปฏิบตั ิงานด้วยความซ่อื สัตย์สจุ ริต
3.3.4 มคี วามรับผิดชอบต่อหน้าท่ี
3.3.5 มีความมุ่งมั่นในการทำงาน
3.3.6 ใช้เวลาอยา่ งคุ้มคา่
3.3.7 มีจิตสาธารณะ
143
แผนการจัดการเรยี นรูม้ ุง่ เน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 6
ช่ือหน่วย การใชโ้ ปรแกรมดา้ นตารางคำนวณ สอนครั้งที่ 14
Microsoft Excel
ช่วั โมงรวม 8
จำนวนช่วั โมง 4
4. เนือ้ หาสาระการเรียนรู้
6.5. การจดั รปู แบบประเภทของขอ้ มูล
การกำหนดรูปแบบข้อมูล หมายถึง รูปแบบข้อมูลในเซลล์ เช่น รูปแบบตัวอักษร วันที่ หรือ เวลา และ
รปู แบบของเซลล์ ประกอบด้วย แบบตัวเลข การจดั วาง แบบตวั อกั ษร เส้นขอบ แบบลวดลายและการป้องกัน
การกำหนดรปู แบบของขอ้ มูล หลังจากเลือกกลุม่ เซลล์ที่ต้องการ สามารถกำหนดได้ 2 ทาง คอื
1. การกำหนดรปู แบบเซลลโ์ ดยใชเ้ ครอ่ื งแถบเครอื่ งมอื
2. การกำหนดรูปแบบเซลล์โดยใช้เมนคู ำส่งั
6.5.1 การจัดรูปแบบข้อมูลตามเงื่อนไข (Conditional Formatting) นอกจาก Microsoft Excel
จะมีความสามารถในการปรับแตง่ ข้อมูลในลักษณะต่างๆดังท่ีเราเคยลองฝึกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การปรับตัว
อักษร การใส่สีพื้น หรือกำหนดสีตัวอักษร การจัดตำแหน่ง การผสานเซลล์ และการตีเส้นตาราง โปรแกรม
Microsoft Excel ยงั สามารถปรบั แต่งหรือจดั รูปแบบข้อมลู ตามเงื่อนไข ในลักษณะตา่ ง ๆ ไดอ้ ีกดังน้ี
1.5.1.1 การจดั รูปแบบโดยใช้แถบสี (Data Bars) ลองทดสอบโดยการป้อนข้อมูลในแผ่นงานดังรปู ที่
6.5
รปู ที่ 6.5 แสดงยอดขายสินคา้
หลงั จากนั้นให้ลองดำเนนิ การปรับขอ้ มูล ดงั รปู ท่ี 6.5 คอื
1) กดเลอื กกล่มุ ข้อมลู ยอดขายสนิ ค้า A
2) คลกิ ทีป่ ุม่ เคร่อื งมือ จดั รปู แบบตามเง่ือนไข (Conditional Formatting)
3) เลอื กรายการ แถบขอ้ มูล (Data Bars)
4) เลือกสขี องแถบข้อมลู ตามทตี่ อ้ งการ
144
รปู ท่ี 6.6 แสดงยอดรวมขายสนิ คา้
จะเห็นว่าในรายการยอดขายสินค้า A จะปรากฏแถบสี ซึ่งมีความยาวของแถบสีที่สอดคล้องกับ
ขนาดขอ้ มลู
1.5.1.2 การจดั รปู แบบดว้ ยไอคอน (Icon Sets) ดำเนินการปรับข้อมูล ดังรปู ท่ี 6.7 คอื
1) เลือกกลมุ่ ขอ้ มลู ยอดขายสนิ คา้ B
2) คลกิ ทป่ี ่มุ เครอ่ื งมอื จัดรปู แบบตามเงื่อนไข (Conditional Formatting)
3) เลอื กรายการ ชุดไอคอน (Icon Sets)
4) เลอื กรายการ ทิศทางตามรปู
รูปท่ี 6.7 แสดงการปรบั รปู แบบข้อมลู ของสนิ ค้า B โดยใช้ชุดไอคอน (Icon Sets)
สังเกตรายการยอดขายสนิ ค B จะเหน็ วา่ มีไอคอนรูปลกู ศรช้ีตรงท่ีค่าเฉลีย่ (ประมาณ 250-300 ) ใน
รายการท่ีมคี ่าสูงกว่าค่าเฉล่ยี จะเป็นรูปลกู ศรชีข้ นึ้ แตถ่ ้าคา่ น้อยกว่าค่าเฉลยี่ จะแสดงเปน็ ลกู ศรชลี้ ง
1.5.1.3 การจัดรูปแบบโดยใช้กฎเกณฑ์ (Highlight Cells Rules) เราสามารถจัดรูปแบบข้อมูลโดยใช้
กฎเกณฑ์ โดยกำหนดสีพนื้ ตามเงอื่ นไขหรอื กฎเกณฑ์ ทต่ี งั้ ไวไ้ ด้ เรามาลองทดสอบโดยทำตาม
ข้นั ตอน ดงั น้ี
1) เลือกกลมุ่ ข้อมูล ยอดขายสนิ ค้า C
145
2) คลิกท่ีปุ่มเครื่องมอื จัดรูปแบบตามเงอ่ื นไข (Conditional Formatting)
3) เลือกรายการ เนน้ กฎเกณฑ์ (Highlight Cells Rules)
4) เลือกรายการ นอ้ ยกวา่ (less than ...) ดงั รปู ที่ 6.8
รูปท่ี 6.8 แสดงการปรับรปู แบบข้อมลู เน้นกฎเกณฑ์น้อยกว่า
1.5.1.4 การล้างรูปแบบ (Clear Rules) หากต้องการล้างรูปแบบข้อมูลที่กำหนด สามารถทำได้โดย
เลอื กรายการ ลา้ งกฎ ซงึ่ จะมีให้เลือกว่า จะล้างกฎเฉพาะเซลล์ท่ีเลือก หรอื ต้องการล้างกฎท้ัง
แผ่นงาน ดังรปู ที่ 6.9
รูปท่ี 6.9 แสดงการล้างรูปแบบ (Clear Rules)
6.5.2 การจัดรูปแบบโดยใช้ลักษณะรูปแบบตาราง (Format as Tables) นอกจากการจัดรูปแบบ
เชลลโ์ ดยเลอื กจกลักษณะของรปู แบบเซลล์ทก่ี ำหนดให้แล้ว Excel ยงั มรี ปู แบบตารางสำเร็จรูปให้ผู้ใช้ได้เลือก
โดยคลกิ ท่รี ายการ จัดรูปแบบเป็นตาราง (Format as Tables) แลว้ กำหนดกล่มุ เซลล์ตาราง ดังรูปที่ 6.10
146
รปู ที่ 6.10 แสดงลักษณะรปู แบบตาราง (Format as Tables)
6.5.3 การจัดรูปแบบโดยการสร้างแผนภูมิ ความสามารถอีกประการหนึ่งของโปรแกรม Microsoft
Excel คอื การสรา้ งแผนภูมิ (Chart) โดยแผนภูมทิ ี่สร้างจะปรับตามคำขอ้ มูลที่มาสร้าง ซ่ึงเราจะมาเรียนรู้ผ่าน
ตัวอยา่ งงานการสร้างแผนภูมิขน้ั ตอนต่อไปนี้ การสร้างแผนภูมิด้วย Excel สามารถสรา้ งได้อย่างง่ายดาย โดย
เลือกชดุ ขอ้ มลู ท่ี ตอ้ งการนำมาสร้างเปน็ แผนภูมิ แล้วคลิกเลอื กประเทและรปู แบบของแผนภูมทิ ต่ี อ้ งการ ดงั น้ี
1. เปดิ ไฟล์ตัวอยา่ งงาน ยอดขายสินค้า ดังรปู ที่ 6.11
รูปท่ี 6.11 แสดงยอดขายสินคา้
2. กำหนดชว่ งขอ้ มูลทจี่ ะนำมาสรา้ งแผนภมู ิ
3. จากน้ันทำการสรา้ งแผนภมู ิ โดยเลือกทีร่ บิ บอน แทรก แล้วเลือก แผนภมู ิที่ตอ้ งการ
4. จะไดแ้ ผนภูมิบนแผน่ งานใหม่ ดังรปู ท่ี 6.12
147
รปู ท่ี 6.11 แสดงยอดขายสินคา้
6.6. การแกไ้ ขข้อมลู บนเซลล์
6.6.1 การเลอื กแก้ไขเซลล์ใดเซลลห์ นง่ึ มีขน้ั ตอนดังน้ี
1. เลือกเซลล์ทต่ี อ้ งการแกไ้ ข
2. เลอื กที่ตัวอักษร พิมพ์ข้อมูลใหม่ทับขอ้ มลู เก่า หรือกด ปมุ่ F2แลว้ แก้ไขข้อมูลท่ีตอ้ งการหรือ
เลอื กบนแถบสูตร แล้วแก้ไขข้อมูล
6.6.1 การเลือกแกไ้ ขเซลลใ์ ดเซลลห์ น่ึง มีขนั้ ตอนดงั น้ี
1. เลอื กเซลล์ท่ตี อ้ งการแกไ้ ข
2. เลือกที่ตวั อกั ษร พมิ พ์ขอ้ มลู ใหมท่ ับขอ้ มูลเกา่ หรือกด ปมุ่ F2แลว้ แก้ไขขอ้ มลู ท่ีตอ้ งการหรือ
เลอื กบนแถบสูตร แล้วแกไ้ ขขอ้ มูล
รูปที่ 6.12 แสดงการแก้ไขสินค้า B =300
6.6.2 การเพมิ่ /แทรกแถวคอลมั น์
1. เลอื กRow หรอื Column ท่ีตอ้ งการ
2. เลอื กเมนู Insert
3. เลอื ก Rows หรือ กดเมาสป์ ุม่ ขวา เลือก Enter row เม่อื ต้องการแทรกแถว
4. เลือกเมนู Insert
5. เลือกColumn Enter row เมอ่ื ต้องการแทรกคอลัมน์
6. เลือกOK
148
รูปที่ 6.13 แสดงการแทรกแถว
6.7. การคดั ลอกเซลล์ ลบ และเคลอื่ นยา้ ยขอ้ มลู
6.7.1 การคัดลอกเซลล(์ Copy)
1. เลือกเซลล์ทต่ี ้องการ
2. วางเมาสท์ ีม่ มุ ขวาของเซลลเ์ ริม่ ต้น
3. ตัวชเ้ี มาส์ เปล่ียนเป็นเครื่องหมาย(Auto Fill)
4. เลือกAuto Fill จนถึงเซลล์สุดท้าย หรือเลือกท่เี ซลลเ์ ริ่มตน้
5. กดเมาสป์ มุ่ ขวาเลอื ก Copy
6. เลือกเซลล์ทตี่ อ้ งการ
7. เลอื ก Paste
รปู ท่ี 6.13 แสดงการคดั ลอกเซลล์
6.7.2 การลบเซลล(์ Delete)
1. เลือกเซลล์ท่ีตอ้ งการลบ
2. กดปุ่ม Delete
6.7.3 การลบแถวหรอื คอลมั น์
1. เลอื กRow หรอื Column ทต่ี ้องการ
2. เลือกขวา เลือกDelete ปรากฏDialog Box
3. เลือก Delete Entire Row ลบทง้ั แถว
149
4. เลือก Delete Entire Column ทัง้ คอลัมน์
5. เลือกOK
รูปที่ 6.14 แสดงการลบแถวหรอื คอลมั น์
6.7.4 การเคลอื่ นย้ายเซลล์ (Move)
1. เลอื กเซลล์ท่ตี อ้ งการ
2. วางเมาส์ท่มี มุ ล่างขวาของเซลล์
3. ลากไปวาง ณ ตำแหน่งเซลล์ที่ตอ้ งการ
รูปที่ 6.15 แสดงการเคลอื่ นย้ายเซลล์
150
แผนการจัดการเรยี นรู้มุง่ เนน้ สมรรถนะ หน่วยที่ 6
ช่ือหนว่ ย การใชโ้ ปรแกรมด้านตารางคำนวณ สอนครง้ั ที่ 14
Microsoft Excel ชัว่ โมงรวม 8
จำนวนชั่วโมง 4
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
5.1 การนำเข้าสู่บทเรียน
5.1.1. ครู เชค็ ช่ือและตรวจการแต่งกาย
นกั เรียน ขานชอื่ และลุกใหค้ รูตรวจการแต่งกายทลี ะคน
5.1.2. ครู ทบทวนก่อนเรียนโดยซกั ถาม เร่อื งความรู้เกยี่ วกบั การใช้โปรแกรมดา้ นตาราง
คำนวณ Microsoft Excel ผู้สอนตรวจแลว้ ให้ผู้เรียนบนั ทึกคะแนนทไ่ี ด้ไว้
เพอ่ื เปรยี บเทยี บกบั การทดสอบหลงั เรียนจบ
นกั เรยี น ตอบคำถาม ซักถามข้อสงสัย
5.2 การเรยี นรู้
5.2.1. ครู แนะนำรายวิชาและ แจง้ หัวข้อที่จะสอน ตามเนอ้ื หาสาระ เรื่อง
คอมพวิ เตอรแ์ ละอุปกรณ์โทรคมนาคม โดยใชส้ อ่ื power point ตอบ
คำถาม/ซักถามปญั หา
นกั เรยี น ตอบคำถาม ซักถามปัญหาขอ้ สงสยั ศึกษาจากสือ่ และเอกสาร
ประกอบการสอน
5.2.2. ครู อธบิ ายเกี่ยวกับ การจัดรูปแบบประเภทของข้อมูลการแก้ไขขอ้ มลู บนเซลล์
การคัดลอกเซลล์ ลบ และเคลอื่ นยา้ ยข้อมูลโดยใช้สอื่ power point เรื่องการใช้
โปรแกรมดา้ นตารางคำนวณ Microsoft Excel ตอบคำถาม/ซกั ถามปัญหา
นักเรียน จดบันทกึ ยอ่ ตอบคำถาม ปรึกษา/อภิปรายกับเพื่อน
5.2.3. ครู ทดสอบผู้เรียนโดยถามตอบกนั ภายในห้องเรยี น และอธิบายบางข้อท่ี
ผเู้ รยี นมขี อ้ สงสัยจากการจดบนั ทึก
นักเรียน รว่ มกนั อภิปรายหาข้อสรปุ
5.2.4. ครู ให้ทำใบงานการทดลองท่ี 9 เรอื่ ง การจัดรปู แบบข้อมูล การแก้ไข ลบ คัดลอก
และเคลื่อนยา้ ยซอ้ มูลให้คำแนะนำ เพื่อทดสอบเกยี่ วกับความเขา้ ใจราย
รายบคุ คล
นักเรยี น ปฏิบตั แิ บบฝึกหดั ตามใบงาน
151
5.3 การสรุป
5.3.1. ครู สุ่มเรยี กผเู้ รียนออกมาสรุปเนอื้ หาที่ได้เรยี นท่จี ดั ทำใบงานการทดลองที่ 9
จนครบคลมุ เน้ือหาทง้ั หมด โดยผู้สอนช่วยให้คำแนะนำ และอธบิ ายเพม่ิ เตมิ
นกั เรยี น ออกมาอธบิ ายหน้าชน้ั เรยี นทีละกลุ่มโดยสรปุ เนอ้ื หา ซักถามปัญหาและ
จดบนั ทกึ เพ่มิ เติม
5.3.2. ครู ให้ผู้เรยี นปฏบิ ตั ติ ามใบงานการทดลองท่ี 9 ใหเ้ สร็จสมบูรณ์ และใหผ้ ู้เรียน
ซักถามปญั หาในการเรียน
นกั เรียน ซักถามปัญหาและข้อสงสยั ในการปฏิบตั ิการทดลอง สรปุ ผลการทดลอง
และสง่ ใบงานใน Google Classroom
5.4 การวดั และประเมินผล
5.4.1. ครู สุ่มถามผู้เรยี นเกีย่ วกบั เนอื้ หาทเ่ี รยี น
นักเรียน ตอบคำถามท่ีผ้สู อนถาม
5.4.2. ครู ให้ผู้เรียนเล่นเกมสต์ อบคำถามโดยสุ่มคำถามจากเน้ือที่เพอ่ื วดั ความเข้าใจ
เนือ้ หามากขึน้ ตรวจใบงานการทดลองท่ี 9 และบันทึกคะแนน
นกั เรยี น เล่นเกมสต์ อบคำถาม และแลกเปล่ยี นคำตอบ
6. ส่ือการเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรยี นรู้
6.1 สอ่ื สิง่ พมิ พ์
เอกสารประกอบการสอน เร่อื งคอมพวิ เตอร์และอปุ กรณโ์ ทรคมนาคม
บุญสบื โพธศิ์ รี, รพพี รรณ ชาวไรอ่ ้อย.2558. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ.
พิมพค์ รง้ั ที่ 1. กรงุ เทพฯ : สานักพิมพ์ศนู ย์สง่ เสริมอาชวี ะ
ธีรวฒั น์ ประกอบผล.2558. เทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่ การจดั การอาชีพ. กรงุ เทพฯ : ซัค
เซส มีเดยี
โอภาส เอ่ยี มสริ วิ งศ.์ 2556. เครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์และการสื่อสาร. กรงุ เทพฯ : วี.พรน้ิ ท
6.1 สือ่ โสตทศั น์
ส่ือ PowerPoint วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การจัดการอาชีพ หน่วยที่ 6 เรอ่ื ง การใชโ้ ปรแกรม
ด้านตารางคำนวณ Microsoft Excel
7. เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบความรู้ ประกอบการเรียนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชีพ หน่วยที่ 6 เรอื่ งการใช้
โปรแกรมดา้ นตารางคำนวณ Microsoft Excel
7.2 ใบงานการทดลองท่ี 9 เรอื่ ง การจัดรปู แบบขอ้ มลู การแกไ้ ข ลบ คดั ลอก และเคลอ่ื นย้ายซ้อมลู
152
8. การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอื่น
8.1 สามารถนำความรู้ มาใช้สรา้ งตารางคำนวณ Microsoft Excel
8.2 สามารถนำความรู้ มาใชร้ ว่ มกบั วชิ าการใช้งานด้านคอมพวิ เตอร์หรือสารสนเทศ
9. การวัดและประเมินผล
9.1 ก่อนเรยี น
9.1.1.ผเู้ รียนศกึ ษา ค้นคว้าจากเอกสาร ตำรา เก่ียวกบั ความรูเ้ กี่ยวกับเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การ
จัดการอาชีพ
9.1.2.ผเู้ รียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
9.2 ขณะเรยี น
9.2.1.การสงั เกตพฤติกรรมภายในชน้ั เรียน
9.2.2.ทำแบบฝกึ หดั ประจำหนว่ ย
9.3 หลงั เรยี น
9.3.1.ให้ผเู้ รียนช่วยกันสรปุ เนื้อหา
9.3.2.ทำแบบทดสอบหลงั เรียน
9.3.3.ทำแบบทดสอบประจำหนว่ ยที่ 6 เพ่ือวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น
153
10.บันทกึ หลงั การสอน
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
10.2 ผลการเรียนรูข้ องนักเรยี น นักศึกษา
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
10.3 แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนรู้
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
153
แผนการจดั การเรยี นรู้ม่งุ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท่ี 7
ชอ่ื หน่วย การใช้โปรแกรมดา้ นการนำเสนอ สอนครั้งที่ 15
Microsoft PowerPoint ช่วั โมงรวม 12
จำนวนช่วั โมง 4
1. สาระสำคัญ
หลักการออกแบบงานนำเสนอกับการจัดการข้อความลงบนสไลด์ PowerPoint เป็นเป็น
โปรแกรมที่ใช้ทำงานนำเสนอบนเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเราสามารถพิมพ์ข้อความ แทรกรูป แทรกเสียง
ตลอดจนแทรกวิดีโอลงในงานนำเสนอ พร้อมทั้งยังสามารถจัดทำลกู เล่นต่างๆในระหว่างนำเสนอ การเลือก
มมุ มองการนำเสนอผลงาน คณุ สามารถดสู ไลด์ PowerPoint ในรปู แบบท่ีหลากหลายขึ้นอยู่กับงานท่ีกำลังทำ
อยู่ มุมมองบางชนิดจะมีประโยชน์เมื่อคุณนำเสนองานของคุณคุณสามารถค้นหาตัวเลือกต่างๆ ของมุมมอง
PowerPoint บนแท็บ มุมมอง ตามที่แสดงไวด้ ้านลา่ ง คณุ ยังสามารถคน้ หามุมมองท่ีใช้บ่อยไดง้ ่ายบนแถบงาน
ที่ด้านล่างขวาของหน้าต่างสไลด์ ขั้นตอนในการนำเสนอพื้นฐานอยู่ 5 ขั้นตอน1.สร้างสไลด์ การสร้างงาน
นำเสนอจะเริ่มต้นจากการสร้างสไลด์ 2.กรอกข้อความ หลักจากที่สร้างสไลด์เรียบร้อยแล้ว 3.ใส่รูปภาพ
ตาราง แผนภูมิ เพื่อนนำเสนองานได้อย่างไม่น่าเบื่อ 4.กำหนดลูกเล่นต่างๆในสไลด์ เพื่อให้งานนำเสนอมี
สีสันและดึงดูดผู้เข้าฟงั การบรรยาย ควรกำหนดลูกเล่นในการนำเสนอ 5.นำเสนอผ่านสื่อต่างๆ เมื่อเราได้
จัดทำสไลด์เป็นที่เรียบร้อย ขั้นตอนสุดท้ายคือ ทดลองนำเสนอจริง ซึ่งในขณะที่ผู้นำเสนอนั้น ผู้จัดทำควร
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
2. สมรรถนะประจำหน่วย
2.1 ความรู้พน้ื ฐานโปรแกรม Microsoft PowerPoint
2.2 ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft PowerPoint
2.3 หลกั การออกแบบงานนำเสนอกบั การจัดการข้อความลงบนสไลด์
2.4 การเลอื กมมุ มองการนำเสนอผลงาน
2.5 การเลอื กมมุ มองการนำเสนอผลงาน
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้
3.1.1. ผเู้ รยี นบอกความสำคญั Microsoft PowerPoint ไดถ้ กู ตอ้ ง
3.1.2. ผเู้ รยี นบอกส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft PowerPoint ไดถ้ กู ตอ้ ง
3.1.3. ผ้เู รยี นอธิบายหลกั การออกแบบงานนำเสนอกับการจัดการข้อความลงบนสไลดไ์ ด้ถูกตอ้ ง
3.1.4. ผู้เรยี นบอกการเลือกมมุ มองการนำเสนอผลงานไดถ้ กู ต้อง
154
3.1.5. ผู้เรยี นบอกข้ันตอนการสรา้ งผลงานด้วยตนเองได้ถกู ต้อง
3.2 ดา้ นทกั ษะ
3.2.1 สามารถบอกความสำคญั Microsoft PowerPoint ไดถ้ ูกตอ้ ง
3.2.2 สามารถบอกสว่ นประกอบของโปรแกรม Microsoft PowerPoint ได้ถูกตอ้ ง
3.2.3 สามารถอธิบายหลักการออกแบบงานนำเสนอกับการจดั การขอ้ ความลงบนสไลด์ได้ถกู ตอ้ ง
3.2.4 สามารถบอกการเลอื กมุมมองการนำเสนอผลงานไดถ้ กู ต้อง
3.2.5 สามารถบอกขน้ั ตอนการสร้างผลงานดว้ ยตนเองได้ถูกตอ้ ง
3.2.6 สามารถใชโ้ ปรแกรมด้านการนำเสนอ Microsoft PowerPoint ได้ถกู ตอ้ ง
3.2.7 สามารถปฏิบัติงานเสรจ็ ตามเวลาที่กำหนด
3.3 คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
3.3.1 ใฝ่การเรยี นรู้
3.3.2 ผู้เรียนทำงานเป็นระเบยี บเรียบรอ้ ย
3.3.3 ปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความซอื่ สัตย์สจุ รติ
3.3.4 มีความรบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ี
3.3.5 มีความม่งุ มน่ั ในการทำงาน
3.3.6 ใชเ้ วลาอย่างคุ้มคา่
3.3.7 มีจิตสาธารณะ
155
แผนการจดั การเรยี นรมู้ ุ่งเน้นสมรรถนะ หนว่ ยท่ี 7
ชอ่ื หน่วย การใชโ้ ปรแกรมด้านการนำเสนอ สอนครัง้ ท่ี 15
Microsoft PowerPoint
ชัว่ โมงรวม 12
จำนวนช่วั โมง 4
4. เน้อื หาสาระการเรยี นรู้
7.1. ความรูพ้ ้นื ฐานโปรแกรม Microsoft PowerPoint
โปรแกรม Microsoft PowerPoint เป็นโปรแกรมหนึ่งในตระกูล Microsoft Office เหมาะสำหรับการ
จัดสร้างงานนำเสนอข้อมูล (Presentation) สำหรับนา ไปประยุกต์ใช้ในงานได้หลายประเภท เช่น การ
นำเสนอขอ้ มลู สินค้าและบริการ การจัดทำ Slide Show การออกแบบแผ่นพับ เปน็ ต้น
Interface หรือหน้าจอโปรแกรมนับเป็นสิ่งแรกที่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของ PowerPoint2007 ได้
อย่างชดั เจน เนื่องจากมีการออกแบบปรับโฉมเปน็ รูปแบบใหม่ทง้ั หมด โดยคำนงึ ถึงผูใ้ ชง้ านเป็นหลัก จึงทำให้
สามารถเรียกใชเ้ คร่ืองมือและคา สั่งตา่ งๆ ไดส้ ะดวกรวดเรว็ ขนึ้
7.2. ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft PowerPoint
รปู ที่ 7.1 แสดงส่วนประกอบของหนา้ ตา่ งโปรแกรม
สว่ นประกอบของหน้าต่างโปรแกรม
156
1. แถบเครือ่ งมอื ดว่ น (Quick Access Toolbar) เปน็ ส่วนทีร่ วบรวมคำสงั่ ทใี่ ชง้ านบ่อย ๆ เพื่อให้
เรยี กใช้งานไดท้ ันที
2. ปุ่มควบคุมหน้าต่างโปรแกรม (Program Window Control) เป็นส่วนที่ใช้ควบคุมการย่อ
ขยายและปิดหนา้ ต่างของโปรแกรม
3. ปุ่มไฟล์ (FILE) เป็นส่วนที่รวบรวมคำสัง่ ในการจัดการกับไฟล์ เช่น การสร้างงานนำเสนอใหม่
(New) การเปดิ (Open) การบนั ทึก (Save) เปน็ ตน้
4. แถบริบบอน (Ribbon) เป็นส่วนที่รวบรวมเครื่องมือการใช้งานของโปรแกรม เช่น แท็บ
HOME, INSERT, DESIGN, TRANSITIONS, ANIMATIONS, SLIDE SHOW, REVIEW แ ล ะ
VIEW
5. แถบนำทาง (Navigation Page) เป็นส่วนที่ใช้แสดงสไลด์ขนาดย่อ เพื่อจัดการกับสไลด์ เช่น
การแทรก การลบ การย้ายสไลด์ เป็นตน้
6. แถบเลือ่ น (Scroll Bar) เป็นสว่ นท่ีใช้สำหรับเลือ่ นหนา้ จอไปยงั สไลด์อื่น ๆ
7. พื้นท่ีสไลด์ (Slide Pane) เป็นส่วนสำหรับอออกแบบและแสดงรายละเอยี ดของสไลด์
8. หมายเลขสไลด์ (Slide Number) เป็นส่วนที่ใช้บอกว่าเรากำลังอยู่ในสไลด์จำนวนสไลด์
ท้ังหมด
9. ภาษา (Language) เปน็ ส่วนท่ใี ช้บอกสถานะของการใช้ภาษา
10. ปมุ่ มุมมอง (View) เปน็ สว่ นสำหรบั เปล่ียนมุมมองการทำงานของสไลด์
11. ปมุ่ เล่อื นยอ่ -ขยาย (Zoom Controls) เป็นสว่ นสำหรบั ยอ่ -ขยายหน้าจอของโปรแกรม
7.3. หลกั การออกแบบงานนำเสนอกับการจดั การขอ้ ความลงบนสไลด์
7.3.1 การเลือกธีม PowerPoint เมื่อคุณเปิด PowerPoint คุณจะเห็นธีมและเทมเพลตที่มีอยู่แล้ว
ภายในจำนวนหนึ่ง ธีมคือการออกแบบสไลด์ที่มีสี ฟอนต์ และเอฟเฟ็กต์พิเศษอื่นๆ ที่สอดคล้องกัน เช่น เงา
การสะท้อน และอน่ื ๆ อีกมากมาย
1. เลอื กธมี
2. คลกิ สร้าง หรือเลือกธีมสี จากนน้ั คลกิ สร้าง
รปู ท่ี 7.2 แสดงการสรา้ งธีม PowerPoint
157
7.3.2 แทรกสไลด์ใหม่ บนแทบ็ หนา้ แรก ใหค้ ลิก สไลด์ใหม่ แล้วเลอื กเคา้ โครงสไลด์
รูปที่ 7.3 แสดงการแทรกสไลด์ใหม่
7.3.3 บนั ทึกงานนำเสนอของคณุ
1. บนแทบ็ ไฟล์ ให้เลอื ก บนั ทกึ
2. เลอื กหรือเรยี กดโู ฟลเดอร์
3. ในกล่อง ช่อื ไฟล์ ใหพ้ ิมพช์ ื่อสำหรบั งานนำเสนอของคณุ แล้วเลอื ก บันทึก
รปู ท่ี 7.4 แสดงการบันทึกงานนำเสนอ
7.3.4 เพิ่มขอ้ ความ เลือกตัวแทนขอ้ ความแลว้ เร่มิ พิมพ์
รูปที่ 7.5 แสดงการเพิ่มขอ้ ความ
158
7.3.5 จดั รปู แบบข้อความของคณุ
1. เลอื กข้อความ
2. ภายใต้ เครอ่ื งมอื การวาด ให้คลิก รูปแบบ
รูปที่ 7.6 แสดงแทบ็ เครอ่ื งมือการวาด บน Ribbon ใน PowerPoint
3. เลอื กทำอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ต่อไปนี้
4. เมอื่ ตอ้ งการเปลีย่ นสีข้อความของคุณ ให้เลือก สีเตมิ ขอ้ ความ แล้วเลอื กสี
5. เมื่อตอ้ งการเปลี่ยนสเี สน้ กรอบขอ้ ความของคุณ ใหเ้ ลือก เส้นกรอบขอ้ ความ แลว้ เลือกสี
6. เมอื่ ตอ้ งการใชเ้ งา การสะทอ้ น เรืองแสง ยกนนู การหมนุ สามมติ ิ การแปลง ให้เลือก เอฟ
เฟ็กต์ขอ้ ความ แล้วเลือกเอฟเฟก็ ต์ทค่ี ุณตอ้ งการ
7.3.6 เพม่ิ รปู ภาพ บนแทบ็ แทรก ใหท้ ำอย่างใดอย่างหน่งึ ต่อไปน้ี
1. เมื่อต้องการแทรกรูปภาพที่เกบ็ อยู่ในไดรฟ์ภายในเคร่ืองหรือเซิร์ฟเวอร์ภายในของคุณ ให้
เลือก รปู ภาพ แล้วเรยี กดูรูปภาพ จากนนั้ เลอื ก แทรก
2. เมื่อต้องการแทรกรูปภาพจากเว็บ ให้เลือก รูปภาพออนไลน์ แล้วใช้กล่องค้นหาเพื่อค้นหา
รปู ภาพ
รปู ที่ 7.7 แสดงกล่องโต้ตอบ แทรกรปู ภาพ ใน PowerPoint
3. เลอื กรปู ภาพ แลว้ คลิก แทรก
7.3.7 เพมิ่ บันทกึ ย่อของผู้บรรยาย สไลด์จะดดู ที ่ีสดุ เมือ่ คุณไม่ใสข่ ้อมูลจนแนน่ มากเกนิ ไป คุณสามารถ
ใส่ข้อมลู และบันทึกย่อตา่ งๆ ทมี่ ีประโยชน์ลงไป แลว้ ใชอ้ า้ งอิงในเวลาทค่ี ณุ นำเสนอได้
1. เมอ่ื ตอ้ งการเปิดหน้าตา่ งบนั ทึกยอ่ ใหค้ ลกิ บนั ทกึ ทดี่ ้านล่างของหน้าตา่ ง
2. คลกิ ในบานหนา้ ตา่ ง บันทกึ ยอ่ ซึง่ อยู่ด้านลา่ งสไลด์ แล้วพมิ พ์บันทกึ ยอ่
159
รปู ที่ 7.8 แสดงการเพ่ิมบันทกึ ยอ่ ของผูบ้ รรยาย
7.3.8 สรา้ งและจดั รูปแบบตารางใน PowerPoint
1. เลือกสไลดท์ ่คี ณุ ต้องการเพิ่มตาราง
2. บนแทบ็ แทรก ใหเ้ ลอื ก ตาราง
รปู ท่ี 7.9 แสดงการสร้างตาราง ในแทบ็ แทรก บน Ribbon
3. ในกล่องโต้ตอบ แทรกตาราง ให้เลือกทำอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงต่อไปน้ี
- ใช้เมาส์เพอ่ื เลอื กจำนวนแถวและคอลมั นท์ ่คี ุณตอ้ งการ
- เลอื ก แทรกตาราง แล้วใสจ่ ำนวนในรายการ จำนวนคอลมั น์ และ จำนวนแถว
รปู ท่ี 7.10 แสดงการต้ังค่าตาราง
160
4. เมื่อต้องการเพิ่มข้อความลงในเซลล์ตาราง ให้คลิกเซลล์ แล้วใส่ข้อความลงไป หลังจากคณุ
ใส่ขอ้ ความเสรจ็ แลว้ ให้คลกิ ภายนอกตาราง
7.3.8 แสดงงานนำเสนอของคุณ บนแทบ็ การนำเสนอสไลด์ ใหท้ ำอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ตอ่ ไปนี้
1. เมื่อต้องการเริ่มต้นงานนำเสนอจากสไลด์ภาพแรก ในกลุ่ม เริ่มการนำเสนอสไลด์ ให้คลิก
ตง้ั แตต่ ้น
รูปที่ 7.11 แสดงการตงั้ คา่ งานนำเสนอ
2. ถา้ คุณไม่ไดอ้ ยทู่ ่สี ไลดแ์ รก และต้องการเร่มิ นำเสนองานจากสไลดป์ จั จบุ ัน ให้คลิก จากสไลด์
ปัจจบุ ัน
3. ถ้าคณุ จำเปน็ ตอ้ งนำเสนอให้กับบคุ คลที่ไม่ไดอ้ ยใู่ นสถานท่ีเดยี วกับคุณ ให้คลกิ นำเสนอแบบ
ออนไลน์ เพื่อตงั้ ค่างานนำเสนอบนเวบ็ แลว้ เลือกตวั เลอื กใดตัวเลอื กหนง่ึ ต่อไปนี้
- นำเสนอแบบออนไลนด์ ้วยบรกิ ารการนำเสนอ Office
- เร่ิมการนำเสนอแบบออนไลน์ใน PowerPoint โดยใช้ Skype for Business
7.4 การเลอื กมุมมองการนำเสนอผลงาน
คุณสามารถดูสไลด์ PowerPoint ในรูปแบบทห่ี ลากหลายขึ้นอยู่กับงานทก่ี ำลังทำอยู่ มมุ มองบางชนิด
จะมีประโยชน์เมอื่ คุณนำเสนองานของคุณคุณสามารถค้นหาตัวเลอื กต่างๆ ของมมุ มอง PowerPoint บนแท็บ
มุมมอง ตามที่แสดงไว้ด้านล่าง คุณยังสามารถค้นหามุมมองที่ใช้บ่อยได้ง่ายบนแถบงานที่ด้านล่างขวาของ
หน้าต่างสไลด์
รูปที่ 7.12 แสดงมุมมองการนำเสนอผลงาน
7.4.1 มุมมองปกติ คุณสามารถเข้าสู่มุมมอง ปกติ ได้จากแถบงาน ปุ่มมุมมองปกติใน PowerPoint
ดา้ นล่างหนา้ ต่างสไลด์ หรือจากแท็บ มมุ มอง บน Ribbon มมุ มอง ปกติ คอื ทีท่ ค่ี ณุ จะใชส้ รา้ งสไลดม์ ากท่ีสดุ ท่ี
ด้านล่าง ในมุมมอง ปกติ จะแสดงรปู ขนาดย่อของสไลดท์ างด้านซา้ ย หนา้ ตา่ งขนาดใหญจ่ ะแสดงสไลดป์ ัจจุบัน
และสว่ นด้านลา่ งสไลดป์ จั จบุ ันคือทท่ี ี่คณุ สามารถพมิ พ์บนั ทึกยอ่ ของผูบ้ รรยายสำหรับสไลด์นน้ั ได้
161
รูปท่ี 7.13 แสดงมุมมองการนำเสนอผลงานแบบมุมมองปกติ
7.4.2 มุมมองตวั เรียงลำดับสไลด์ คุณสามารถเข้าสมู่ ุมมอง ตัวเรยี งลำดบั สไลด์ ไดจ้ ากแถบงาน
ด้านลา่ งหน้าต่างสไลด์ หรือจากแท็บ มุมมอง บน Ribbon มมุ มอง ตัวเรียงลำดับสไลด์ (ด้านลา่ ง) จะแสดงรูป
ขนาดย่อของสไลด์ทั้งหมดในงานนำเสนอของคุณตามลำดับในแนวนอน มุมมองการนำเสนอสไลด์จะเป็น
ประโยชน์ ถา้ คณุ ตอ้ งการจัดระเบยี บสไลด์ของคุณ สิง่ ที่คณุ ต้องทำก็เพียงแค่คลิกและลากสไลด์ไปยังตำแหน่ง
ใหม่เทา่ นัน้ คุณยังสามารถเพม่ิ สว่ นเพอื่ จัดระเบยี บสไลดข์ องคณุ เป็นกล่มุ ทีส่ อดคล้องกันได้
รปู ที่ 7.14 แสดงมมุ มองการนำเสนอผลงานแบบมมุ มองตัวเรียงลำดบั สไลด์
7.4.3 มุมมองหน้าบันทึกย่อ คุณสามารถแสดงหรือซ่อนบันทึกย่อของผู้บรรยายด้วยปุ่ม บันทึกย่อ
ท่ดี า้ นล่างของหน้าต่างสไลด์ หรือคุณสามารถสลบั ไปใช้มมุ มอง หน้าบนั ทกึ ย่อ จากแท็บ มุมมอง
บน Ribbonบานหน้าต่าง บันทึกย่อ จะอยู่ใต้บานหน้าต่างสไลด์ คุณสามารถพิมพ์บันทึกย่อของคุณหรือรวม
บนั ทกึ ย่อไวใ้ นงานนำเสนอท่ีคณุ สง่ ใหก้ ับผ้ชู ม หรอื ใช้สำหรับตวั คณุ เองในขณะทคี่ ุณกำลังนำเสนอ
162
รปู ท่ี 7.15 แสดงมมุ มองการนำเสนอผลงานแบบมมุ มองหน้าบนั ทึกย่อ
7.4.4 มมุ มองเคา้ รา่ ง คณุ สามารถเข้าสมู่ ุมมอง เคา้ รา่ ง ได้จากแท็บ มุมมอง บน Ribbon
หมายเหตุ: ใน PowerPoint 2013 และเวอร์ชันที่ใหม่กว่า คุณจะไมส่ ามารถไปทมี่ ุมมอง เคา้ ร่าง จากมุมมอง
ปกติ ได้อีกตอ่ ไป คณุ จะสามารถเขา้ ถึงมุมมองเค้าร่างได้จากแทบ็ มมุ มองใช้มุมมอง เคา้ รา่ ง เพื่อสร้างเค้าร่าง
หรือสตอรี่บอร์ดสำหรบั งานนำเสนอของคณุ ซง่ึ จะแสดงเฉพาะข้อความบนสไลดเ์ ท่านั้น
รูปท่ี 7.16 แสดงมุมมองการนำเสนอผลงานแบบมุมมองมมุ มองเค้ารา่ ง
7.4.5 มุมมองต้นแบบ เพื่อเข้าสู่มุมมองต้นแบบ บนแท็บ มุมมอง ในกลุ่ม มุมมองต้นแบบ ให้เลือก
มุมมองต้นแบบทีค่ ุณต้องการมุมมอง ต้นแบบ ประกอบด้วย สไลด์, เอกสารประกอบคำบรรยาย และ บันทกึ
ย่อ ประโยชน์ข้อสำคัญในการทำงานด้วยมุมมองต้นแบบ คือ คุณสามารถเลือกสไตล์ต่างๆ ได้หลากหลายใน
การใชก้ บั สไลด์แต่ละสไลด์ แตล่ ะหน้าของบันทึกย่อ หรอื กับเอกสารประกอบการบรรยายงานนำเสนอของคุณ
สำหรบั ข้อมูลเพ่ิมเติมเก่ียวกบั การทำงานกับตน้ แบบ ให้ดูท่ี
7.4.6 มุมมองการนำเสนอสไลด์ คุณสามารถเข้าสู่มุมมอง การนำเสนอสไลด์ ได้จากแถบงาน
ที่ด้านล่างของหน้าต่างสไลดใ์ ช้มมุ มองการนำเสนอสไลด์เพื่อเสนองานนำเสนอของคุณต่อผู้ชมของคุณ มุมอง
การนำเสนอสไลดจ์ ะปรากฏเตม็ หน้าจอคอมพิวเตอร์ ซงึ่ เป็นมุมมองทเ่ี หมือนงานนำเสนอจริงบนจอใหญ่ท่ีผู้ชม
ของคุณจะได้เห็น