๑๓๒ ตารางที่ ๔.๒๗ ผลสรุปโดยรวมการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตามปัจจัย ส่วนบุคคลตามสมมติฐานที่ ๑ - ๕ (n=๓๖๖) สมมุติฐาน ตัวแปร ต้น ตัวแปรตาม ค่า t ค่า F Sig. ผลการศึกษา ยอมรับ ปฏิเสธ 1 เพศ ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา -0.593 0.882 0.554 - 2 อายุ ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา - 4.307 0.002 - 3 การศึกษา ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา - 1.619 0.154 - 4 อาชีพ ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา - 4.135 0.000 - 5 รายได้ ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา - 3.812 0.010 - จากตารางที่ ๔.๒๗ ผลสรุปโดยรวมการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อ ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ดังนี้ ประชาชนที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย ประชาชนที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา โดยภาพรวมแตกต่างกัน จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ประชาชนที่มีการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย ประชาชนที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา โดยภาพรวมแตกต่างกัน จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ประชาชนที่มีรายได้ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา โดยภาพรวมแตกต่างกัน จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย
๑๓๓ ๔.3 การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมมาใช้ในการพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน 4.3.1 ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน รายละเอียดแสดงในตารางที่ ๔.2๘ - 4.๓๓ ตารางที่ ๔.๒๘ ปัญหา และอุปสรรค เกี่ยวกับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านจักขุมา ล าดับ ปัญหาและอุปสรรค 1 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน รวมทั้งความต้องการ ของประชาชนได้อย่างแท้จริง 2 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา หมู่บ้าน 3 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ขาดวิสัยทัศน์ในการบริหารงาน 4 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ขาดการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน ตารางที่ ๔.๒๙ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านจักขุมา ล าดับ ข้อเสนอแนะ 1 ศึกษาปัญหาและความต้องการของประชาชนให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ 2 เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้านและรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน 3 ควรมีการก าหนดขอบเขตวางแผนการท างานที่ชัดเจนและด าเนินการ ตามแผนที่วางไว้ 4 ควรบันทึกผลการปฏิบัติงานลงในสมุดบันทึกผลการปฏิบัติงานของก านัน ผู้ใหญ่บ้านทุกครั้ง เพื่อติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน
๑๓๔ ตารางที่ ๔.๓๐ ปัญหา และอุปสรรค เกี่ยวกับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านวิธูโร ล าดับ ปัญหาและอุปสรรค 1 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ขาดความรู้ความสามารถในการบริหารงาน 2 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ขาดความกระตือรือร้นในการท างาน 3 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ใช้ความรู้สึกส่วนตัวในการท างาน 4 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ขาดการน าเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการ ท างาน ตารางที่ ๔.๓๑ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านวิธูโร ล าดับ ข้อเสนอแนะ 1 ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานอย่างสม่ าเสมอ 2 ควรท างานอย่างจริงจังเต็มก าลังความสามารถ มุ่งมั่นในการท างาน 3 ควรปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความยุติธรรม ท าหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยปัญหา ระหว่างคนในหมู่บ้านได้โดยไม่ล าเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 4 ควรน าเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการท างาน ซึ่งจะช่วยให้ทัน ต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้
๑๓๕ ตารางที่ ๔.๓๒ ปัญหา และอุปสรรค เกี่ยวกับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านนิสสยสัมปันโน ล าดับ ปัญหาและอุปสรรค 1 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน บางคนมีลักษณะแบบเผด็จการ ไม่เป็นมิตรกับชาวบ้าน 2 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมท ากิจกรรมกับชาวบ้านน้อยเกินไป ท าให้ชาวบ้าน เกิดความรู้สึกไม่สนิทใจที่จะร่วมกิจกรรมด้วย ตารางที่ ๔.๓๓ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านนิสสยสัมปันโน ล าดับ ข้อเสนอแนะ 1 ต้องเป็นนักประสานสิบทิศ มุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชาวบ้าน 2 ต้องร่วมท าทุกกิจกรรมกับชาวบ้าน โดยเน้นขอความร่วมมือในทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวบ้าน 4.3.2 การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมมาใช้ในการพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน การสัมภาษณ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษารวบรวมข้อมูลประกอบการวิเคราะห์การพัฒนา ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ตามทฤษฎีภาวะผู้น าของ วิลเลียม เจ เรดดิน ซึ่งประกอบไปด้วย 1. ด้านมุ่งเกณฑ์ 2. ด้านมุ่งงาน 3. ด้านมุ่งสัมพันธ์ 4. ด้าน มุ่งประสาน และหลักพุทธธรรมที่จะน ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาภาวะผู้น า คือ หลักปาปณิกธรรม ได้แก่ 1. จักขุมา 2. วิธูโร 3. นิสสยสัมปันโน ซึ่งสรุปบทสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลัก จ านวน 10 คนหรือรูป รายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. ภาวะผู้น า 1.1 ด้านมุ่งเกณฑ์ แนวทางและความคิดเห็นในการพัฒนาภาวะผู้น า ด้านมุ่งเกณฑ์เป็นอย่างไร ซึ่งผู้ให้ข้อมูล ส าคัญได้ให้ค าตอบสรุปได้ดังนี้ 1) ในการปฏิบัติงานผู้น าจะต้องยึดระเบียบหลักเกณฑ์เป็นส าคัญ ไม่หย่อนยานหละหลวม อันจะน าไปสู่ความสับสนวุ่นวายในการด าเนินงานต่างๆ1 2) ผู้น าจะเป็นผู้ก าหนดนโยบาย และบทบาทหน้าที่การงานไว้อย่างชัดเจน มีหลักเกณฑ์ การปฏิบัติที่ใช้และยอมรับกันทั่วไป2 1 สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 4 วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565. 2 สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 3 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565.
๑๓๖ 3) เมื่อได้รับข้อสั่งการจากผู้บังคับบัญชา ก านันจะสั่งการในลักษณะตามสายการบังคับ บัญชา กล่าวคือ สั่งการให้ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้านน าไปปฏิบัติ ผู้ใหญ่บ้านเมื่อได้รับข้อสั่งการก็จะให้ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านช่วยสนับสนุนในการปฏิบัติงาน3 4) ผู้ใหญ่บ้านจะต้องให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด เช่นงานที่มีก าหนดระยะเวลาในการปฏิบัติก็ต้องให้แล้วเสร็จตามก าหนด4 5) ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ วางตนเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งจะ น าไปสู่การสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในองค์กร5 6) ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านจะต้องยึดระเบียบ ข้อกฎหมายในการท าข้อตกลงร่วมกันระหว่างคู่กรณี โดยปราศจากอคติความล าเอียง6 7) ก่อนการประชุมประจ าเดือนของหมู่บ้านเพื่อแจ้งข่าวสารข้อราชการให้คนในหมู่บ้าน ทราบ ผู้ใหญ่บ้านจะจัดประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติต่างๆ กับ ทีมงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน 7 8) เมื่อผู้ใหญ่บ้านไม่อยู่ในพื้นที่ จะต้องมีการสั่งการให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้รักษาการ แทน เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้านจนกว่าผู้ใหญ่บ้านจะกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้8 9) ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องเข้าร่วมการประชุมรับฟังข้อราชการและข้อสั่งการจากทาง อ าเภอเป็นประจ า ห้ามขาดโดยไม่มีการลาติดต่อกันเกินกว่า 3 ครั้ง หากไม่เป็นไปตามระเบียบนี้ จะไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนในปีนั้นๆ 9 10) จัดการประชุมประจ าเดือนเพื่อแจ้งข้อราชการและข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้แก่ ชาวบ้านทราบเป็นประจ าทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง10 สรุป ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา ควรมีการปฏิบัติงานโดยยึดระเบียบ หลักเกณฑ์เป็นส าคัญ ไม่หย่อนยานหละหลวม ก าหนดนโยบาย และบทบาทหน้าที่การงานไว้อย่าง ชัดเจน มีหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่ใช้และยอมรับกันทั่วไป มีการสั่งการในลักษณะตามสายการบังคับ บัญชา และปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ วางตนเป็นกลาง 3 สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 6 วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565. 4 สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 9 วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565. 5 สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 10 วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2565. 6 สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 2 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565. 7 สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 7 วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 8 สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 8 วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 9 สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 1 วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565. 10สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 5 วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565.
๑๓๗ ตารางที่ ๔.๓๔ สรุปผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาภาวะผู้น า ด้านมุ่งเกณฑ์ ที่ ข้อมูลการให้สัมภาษณ์ ความถี่ คนที่ ด้านมุ่งเกณฑ์ 1 ยึดระเบียบหลักเกณฑ์เป็นส าคัญ ไม่หย่อนยาน หละหลวม 2 ก าหนดนโยบาย และบทบาทหน้าที่การงานไว้ อย่างชัดเจน มีหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่ใช้และ ยอมรับกันทั่วไป 3 สั่งการในลักษณะตามสายการบังคับบัญชา และปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ 5 3 2 4,2,9,8,1 3,7,5 6,10 1.2 ด้านมุ่งงาน แนวทางและความคิดเห็นในการพัฒนาภาวะผู้น า ด้านมุ่งงาน เป็นอย่างไร ซึ่งผู้ให้ข้อมูล ส าคัญได้ให้ค าตอบสรุปได้ดังนี้ 1) ก าหนดทิศทางการท างาน เฝ้าติดตามการปฏิบัติและผลที่ได้รับอย่างใกล้ชิด11 2) ประชุมวางแผนการปฏิบัติงานกับทีมงาน ก่อนการขอมติความเห็นชอบในการ ด าเนินงานเรื่องส าคัญต่างๆ จากที่ประชุมหมู่บ้าน12 3) ผู้น าที่ดีต้องจัดล าดับความส าคัญของงาน ปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน หรือสิ่งที่เป็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน ต้องถูกน ามาพิจารณาด าเนินการก่อน13 4) เป็นผู้มีทักษะและมีประสบการณ์ในการท างานสูง สามารถให้ค าแนะน าแก่ผู้ร่วมงาน ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้งานส าเร็จบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ได้14 5) มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มีจิตใจใฝ่สัมฤทธิ์มุ่งสร้างผลงานเป็นหลัก15 6) กรณีที่สมาชิกทีมงานขาดประสบการณ์หรือมีทักษะในการท างานไม่เพียงพอ ต้องกลับมาทบทวนแก้ไขงานให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้แต่แรก16 7) ผู้น าต้องก ากับควบคุมการท างานของทีมงานให้บรรลุผลส าเร็จตามเป้าหมาย17 11สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 10 วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2565. 12สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 8 วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 13สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 4 วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565. 14สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 3 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565. 15สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 2 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565. 16สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 6 วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565. 17สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 9 วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565.
๑๓๘ ๘) เชื่อว่าทุกคนต้องมีความรับผิดชอบ สามารถปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายได้เป็น อย่างดี18 9) ผู้ใหญ่บ้านมีการน าเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการท างาน เช่น การจับ พิกัด GPS เพื่อส ารวจพื้นที่ทางการเกษตร19 10) มีการตั้งกลุ่มไลน์ของต าบลไชยวัฒนา โดยมีก านัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจ าต าบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรก านัน ส่วนราชการต่างๆ อยู่ภายในกลุ่ม เพื่อใช้เป็นช่องทางในการ ติดต่อสื่อสารประสานการปฏิบัติตามข้อสั่งการหรือข้อราชการต่างๆ 20 สรุป ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา ควรปฏิบัติงานโดยวางแผนก าหนด ทิศทางการท างาน เฝ้าติดตามการปฏิบัติและผลที่ได้รับอย่างใกล้ชิด มีการประชุมวางแผน การปฏิบัติงานกับทีมงาน จัดล าดับความส าคัญของงาน และน าเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ ในการท างาน ตารางที่ ๔.๓๕ สรุปผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาภาวะผู้น า ด้านมุ่งงาน ที่ ข้อมูลการให้สัมภาษณ์ ความถี่ คนที่ ด้านมุ่งงาน 1 วางแผนก าหนดทิศทางการปฏิบัติงานไว้ ล่วงหน้า 2 จัดล าดับความส าคัญของงานที่ท า โดยไม่เลือกท าเฉพาะงานที่ตนชอบ 3 น าเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการ ปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 5 3 2 10,8,3,2,6 4,9,1 7,5 18สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 1 วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565. 19สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 7 วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 20สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 5 วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565.
๑๓๙ 1.3 ด้านมุ่งสัมพันธ์ แนวทางและความคิดเห็นในการพัฒนาภาวะผู้น า ด้านมุ่งสัมพันธ์ เป็นอย่างไร ซึ่งผู้ให้ ข้อมูลส าคัญได้ให้ค าตอบสรุปได้ดังนี้ 1) มีจิตใจเมตตาค านึงถึงสัมพันธภาพอันดีกับผู้ร่วมงาน ปฏิบัติงานด้วยความสุภาพและ ประนีประนอม เพื่อลดความขัดแย้งในองค์กร21 2) เอาใจใส่ในทุกข์สุขของคนในหมู่บ้าน เมื่อพบปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นภายใน หมู่บ้าน ต้องด าเนินการแก้ไขทันทีไม่นิ่งดูดาย22 3) เชื่อว่าความส าเร็จของงานไม่ส าคัญเท่ากับความสนิทสนมอันดีต่อกัน และเชื่อว่าการ รักษาความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นในที่ท างาน จะท าให้สถานที่ท างานมีบรรยากาศอบอุ่น สบายใจและ เป็นกันเอง ส่งผลให้งานด าเนินไปได้โดยราบรื่น23 4) กระตุ้นให้ผู้ร่วมงานมีส่วนร่วมในงาน ท าให้คนเหล่านั้นรู้สึกผูกพันกับงาน และพยายามให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการวางแผน น าไปสู่การได้แนวคิดที่ดีเยี่ยมจากทุกคน24 5) ยินดีรับฟังปัญหาและข้อขัดแย้งต่างๆ ด้วยความเต็มใจและเห็นเป็นเรื่องปกติที่สามารถ ร่วมกันแก้ไขได้ โดยไม่ต้องใช้อ านาจบีบบังคับข่มขู่ให้ทีมงานเกิดความเกรงกลัว25 6) เป็นผู้คอยสนับสนุนและให้ก าลังใจ ท าให้ทีมงานมีขวัญก าลังใจที่จะทุ่มเทให้เกิด ความส าเร็จโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย เพราะถือว่าผลส าเร็จหรือความล้มเหลวเป็นผลงาน ร่วมกันของทุกคน26 7) รู้จักใช้ความสามารถของผู้ร่วมงานให้ได้ประโยชน์สูงสุด สามารถสร้างทีมงานที่มี ประสิทธิภาพที่ทุกคนร่วมเดินทางไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน27 8) มุ่งเรื่องสวัสดิการและสร้างความพึงพอใจให้เกิดขึ้นแก่ทีมงาน โดยมีความปรารถนาที่ จะท าให้ทีมงานมีความสุขในการท างาน28 9) สามารถจูงใจและท างานร่วมกับผู้อื่นได้ดี และมุ่งพัฒนาความรู้ความสามารถเฉพาะตัว ของบุคคล สอนให้ผู้ร่วมงานให้มีทักษะในการท างาน โดยที่ผู้นั้นอาจจะไม่รู้ตัว เป็นผู้ท างานแบบ “ปิดทองหลังพระ” 29 10) ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับลูกน้องและพยายามมอบหมายงานและหน้าที่ความ รับผิดชอบใหม่ๆ ให้เท่าที่ผู้นั้นจะสามารถท าได้30 21สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 4 วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565. 22สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 7 วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 23สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 10 วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2565. 24สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 2 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565. 25สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 1 วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565. 26สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 6 วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565. 27สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 3 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565. 28สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 8 วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 29สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 9 วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565.
๑๔๐ สรุป ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา ควรปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานด้วยความสุภาพ ประนีประนอม และเท่าเทียม เพื่อลดความขัดแย้ง และปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานเสมือนเป็นญาติพี่น้อง เพื่อให้มีขวัญก าลังใจที่จะทุ่มเทให้งานเกิดความส าเร็จโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยนอกจากนี้ ต้องเอาใจใส่ในทุกข์สุขของคนในหมู่บ้าน เมื่อพบปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน ต้องด าเนินการแก้ไขทันทีไม่นิ่งดูดาย ตารางที่ ๔.๓๖ สรุปผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาภาวะผู้น า ด้านมุ่งสัมพันธ์ ที่ ข้อมูลการให้สัมภาษณ์ ความถี่ คนที่ ด้านมุ่งสัมพันธ์ 1 ปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานด้วยความสุภาพ ประนีประนอมและเท่าเทียม เพื่อลดความ ขัดแย้ง 2 ปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานเสมือนเป็นญาติพี่น้อง เพื่อให้มีขวัญก าลังใจทุ่มเทให้งานเกิความส าเร็จ 3 เอาใจใส่ในทุกข์สุขของคนในหมู่บ้าน เมื่อพบ ปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นต้องด าเนินการ แก้ไขทันที 5 4 1 4,2,1,3,9 10,6,8,5 7 1.4 ด้านมุ่งประสาน แนวทางและความคิดเห็นในการพัฒนาภาวะผู้น า ด้านมุ่งประสาน เป็นอย่างไร ซึ่งผู้ให้ ข้อมูลส าคัญได้ให้ค าตอบสรุปได้ดังนี้ 1) ใช้การท างานเป็นทีมในการแก้ไขปัญหา วางแผน และการตัดสินใจ กระตุ้นให้มีการ สื่อสารระหว่างสมาชิกทีมงานเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดและข้อเสนอ สร้างแรงจูงใจและจัดการกับข้อ ขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา31 ๒) ผู้ใหญ่บ้านต้องสามารถให้ค าปรึกษา แนะน า ช่วยเหลือไกล่เกลี่ยกรณีเกิดข้อพิพาท ต่างๆ ในหมู่บ้าน32 3) บริหารงานด้วยความยืดหยุ่น ไม่ยึดติดกับกฎระเบียบวิธีปฏิบัติ สายการบังคับบัญชา มากเกินไป เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานให้ทันต่อสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด33 30สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 5 วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 31สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 2 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565. 32สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 8 วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 33สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 9 วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565.
๑๔๑ ๔) สามารถประสานงานและสนับสนุนการด าเนินงานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ความพยายามให้มีผลงานที่มากขึ้นและดีขึ้นด้วยการท างานเป็นทีมและการสื่อสารที่มี ประสิทธิภาพ34 ๕) มีน้ าใจ พร้อมให้ความช่วยเหลือทีมงาน และให้ความส าคัญกับการท างานให้บรรลุ เป้าหมายและการจัดการกับปัญหาอุปสรรคที่มี35 ๖) มีวิธีสร้างขวัญก าลังให้กับชาวบ้าน เพื่อสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน และใช้ความประนีประนอมในการแก้ไขปัญหา เพื่อลดแรงกดดันที่มีอยู่ให้ผ่านพ้นไป36 7) ก าหนดเป้าหมายในการปฏิบัติงานให้ชัดเจนพยายามพัฒนาคุณภาพงานให้มี ประสิทธิภาพมีการจัดล าดับความส าคัญและความเร่งด่วนของงานและพยายามพัฒนาทักษะที่ใช้ ส าหรับการปฏิบัติงานของตนอย่างสม่ าเสมอ37 8) มีวิธีจูงใจและสนับสนุนให้ทีมงานท างานอย่างเต็มขีดความสามารถ เชื่อว่าคนเราชอบ ท างาน มีความขยัน และช่างคิดสร้างสรรค์38 9) คอยให้ค าแนะน า ตอบค าถาม และช่วยแก้ปัญหาในการปฏิบัติงานแก่ทีมงาน39 10) เป็นผู้ก าหนดวัตถุประสงค์ ออกค าสั่ง และมอบหมายหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบให้แก่ ทีมงาน40 สรุป ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา ควรท างานเป็นทีมในการแก้ไขปัญหา วางแผน และการตัดสินใจ กระตุ้นให้มีการสื่อสารระหว่างสมาชิกทีมงานเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดและ ข้อเสนอ สร้างแรงจูงใจและจัดการกับข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา บริหารงานด้วยความ ยืดหยุ่น ไม่ยึดติดกับกฎระเบียบวิธีปฏิบัติ สายการบังคับบัญชามากเกินไป เพื่อความคล่องตัวในการ บริหารงานให้ทันต่อสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และสามารถประสานงานและสนับสนุน การด าเนินงานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน 34สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 4 วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565. 35สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 10 วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2565. 36สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 7 วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 37สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 1 วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565. 38สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 3 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565. 39สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 6 วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565. 40สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 5 วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565.
๑๔๒ ตารางที่ ๔.๓๗ สรุปผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาภาวะผู้น า ด้านมุ่งประสาน ที่ ข้อมูลการให้สัมภาษณ์ ความถี่ คนที่ ด้านมุ่งประสาน 1 ท างานเป็นทีมในการแก้ไขปัญหา วางแผน และ การตัดสินใจ กระตุ้นให้มีการสื่อสารระหว่าง สมาชิกทีมงานเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกัน 2 บริหารงานด้วยความยืดหยุ่น ไม่ยึดติดกับ กฎระเบียบวิธีปฏิบัติ สายการบังคับบัญชา มากเกินไป 3 ประสานงานและสนับสนุนการด าเนินงานกับ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน 6 3 1 2,10,1,3,6,5 8,9,7 4 ๒. หลักธรรมที่น ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาภาวะผู้น า (หลักปาปณิกธรรม) ๒.1 ด้านจักขุมา การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล การประยุกต์หลักปาปณิกธรรม ด้านจักขุมา (การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล) มาใช้ ในการพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นอย่างไร ๑) ผู้น าควรเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีกระบวนการคิดที่รอบคอบและมีเหตุผล รวมถึงการก าหนดนโยบาย เพื่อการพัฒนาท้องที่ตามความต้องการของประชาชน41 ๒) ผู้น าที่ดีต้องมีความตั้งใจในการท างาน เป็นคนน าพาลูกน้องลงมือท าด้วยตนเองจริง เสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ ก าลังทรัพย์เพื่อให้คนอื่นเห็นถึงความสามารถ42 ๓) สามารถท างานร่วมกับบุคคลอื่นได้ดี มีการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ติดตามข่าวสารอยู่เสมอเพื่อน าข่าวสารที่มีประโยชน์มาใช้ในการท างาน 43 ๔) มีความสามารถในการชักจูงหรือโน้มน้าวคนให้ร่วมมือท างานและสามารถน าพาคนใน ชุมชนไปสู่เป้าหมายได้44 ๕) ในการท างานนั้นผู้น าจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีวิสัยทัศน์และความคิดที่กว้างไกล เพราะหากไม่มีวิสัยทัศน์ในการท างานแล้วนั้น งานย่อมเกิดปัญหาขึ้นได้ง่าย45 ๖) ผู้น าควรรับฟังปัญหาจากทุกฝ่าย เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา ยอมรับในความบกพร่อง บางประการของตน และพร้อมแก้ไขปรับปรุงโดยไม่ถือว่าตนมีอ านาจมากกว่าคนอื่นๆ46 41สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 10 วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2565. 42สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 2 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565. 43สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 4 วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565. 44สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 3 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565. 45สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 1 วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565. 46สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 9 วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565.
๑๔๓ ๗) ผู้น าควรที่จะใจกว้าง ไม่เก็บเอาเรื่องเล็กน้อยมาเป็นประเด็นใหญ่โต ซึ่งอาจก่อให้เกิด ความแตกแยกในชุมชนได้เมื่อคนชุมชนมีความเข้าใจกันชุมชนนั้นก็จะสงบและพัฒนาได้เร็ว47 ๘) ผู้น าอาจใช้ประสบการณ์ในอดีตมาร่วมในการตัดสินใจและวางแผนการท างาน เพื่อให้ บรรลุเป้าหมายได้48 ๙) เป็นผู้ประสานความต้องการของแต่ละบุคคลกับเป้าหมายขององค์กร 49 ๑๐) สนใจวิธีการสร้างแรงจูงใจอย่างเหมาะสม โดยเชื่อว่าถ้าผู้น าสามารถสร้างแรงจูงใจ อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ก็จะบังเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อการท างานมาก 50 สรุป ผู้น าที่ดีควรเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีกระบวนการคิดที่รอบคอบและมีเหตุผล รวมถึงการก าหนดนโยบาย เพื่อการพัฒนาท้องที่ตามความต้องการของประชาชน มีความตั้งใจในการ ท างาน สามารถท างานร่วมกับบุคคลอื่นได้ดี มีการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ติดตาม ข่าวสารอยู่เสมอเพื่อน าข่าวสารที่มีประโยชน์มาใช้ในการท างาน และมีความสามารถในการชักจูงหรือ โน้มน้าวคนให้ร่วมมือท างานและสามารถน าพาคนในชุมชนไปสู่เป้าหมายได้ ตารางที่ ๔.๓๘ สรุปผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางในการประยุกต์หลักปาปณิกธรรม เพื่อพัฒนาภาวะผู้น า ด้านจักขุมา การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ที่ ข้อมูลการให้สัมภาษณ์ ความถี่ คนที่ ด้านจักขุมา การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล 1 มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีกระบวนการคิด ที่รอบคอบและมีเหตุผล 2 ก าหนดนโยบาย เพื่อการพัฒนาท้องที่ตาม ความต้องการของประชาชน 3 ท างานร่วมกับบุคคลอื่นได้ดี มีการติดต่อ ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ติดตามข่าวสาร อยู่เสมอเพื่อน าข่าวสารที่มีประโยชน์มาใช้ในการ ท างาน และมีความสามารถในการชักจูงหรือ โน้มน้าวคนให้ร่วมมือท างาน 4 3 3 10,2,1,9 6,5,7 4,3,8 47สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 6 วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565. 48สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 5 วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 49สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 7 วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 50สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 8 วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565.
๑๔๔ 2.2 ด้านวิธูโร การเป็นผู้ช านาญในงาน การประยุกต์หลักปาปณิกธรรม ด้านวิธูโร (การเป็นผู้ช านาญในงาน) มาใช้ในการพัฒนา ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นอย่างไร 1) ไม่บกพร่องในหน้าที่ที่ตนได้รับผิดชอบและเปิดโอกาส ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมใน การบริหาร51 2) มีความช านาญเฉพาะด้าน ทั้งการบริหารคน บริหารทรัพยากรหรือบริหารชุมชน เพื่อให้ให้ผลของงานตรงต่อความต้องการของส่วนรวมมากที่สุด52 3) ผู้น าสามารถที่จะน าพาชุมชนให้ไปสู่เป้าหมายตามที่ได้ตั้งไว้ได้นั้น ต้องมีการก าหนด วางแผนการปฏิบัติงานล่วงหน้าและด าเนินการปฏิบัติงานตามแผนที่ก าหนดไว้53 4) ก าหนดให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติงานตามค าสั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อให้งานบรรลุ เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้54 5) มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นระยะ55 6) ปฏิบัติงานโดยยึดกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ควรปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หากผู้น าปฏิบัติตามนี้จะช่วยให้เกิดความ น่าเชื่อถือ ในการท างานและงานบรรลุถึงเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว56 7) การบริหารงานให้เป็นผู้ช านาญในงานนั้น สามารถท าได้โดยการพัฒนาปรับปรุงตนเอง ให้มีความรู้ความสามารถในการท างานอยู่เสมอ รู้จักควบคุมอารมณ์และยินดีรับฟังปัญหาของผู้อื่น57 8) การค้นคว้าหาความรู้ใส่ตนให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถจะช่วยให้เกิดความช านาญ ในงานนั้นๆ ได้58 9) ผู้น าควรใช้เหตุผลและหลักความจริง มีความยุติธรรมต่อทุกคน มีความเอาใจใส่ในทุกข์ สุขของประชาชนโดยเท่าเทียมกัน59 10) ควรน าเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารงานมากขึ้น เป็นหูเป็นตา คอยสอดส่องดูแล ชาวบ้านทั้งการติดตามข่าวสาร รับข่าวสารมาวิเคราะห์แล้วแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน อีกทั้งศึกษาปัญหาและความต้องการของชาวบ้านให้เข้าใจ เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและ เหมาะสม ต่อสถานการณ์นั้นๆ ได้60 51สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 6 วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565. 52สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 9 วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565. 53สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 8 วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 54สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 5 วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 55สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 2 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565. 56สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 1 วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565. 57สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 10 วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2565. 58สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 4 วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565. 59สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 3 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565. 60สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 7 วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565.
๑๔๕ สรุป ผู้น าที่ดีควรเป็นผู้ที่มีความช านาญในงานของตน มีความช านาญเฉพาะด้าน ทั้งการ บริหารคน บริหารทรัพยากรหรือบริหารชุมชน เพื่อให้ให้ผลของงานตรงต่อความต้องการของส่วนรวม มากที่สุด ไม่บกพร่องในหน้าที่ที่ตนได้รับผิดชอบ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ บริหาร และต้องมีการก าหนดวางแผนการปฏิบัติงานล่วงหน้าและด าเนินการปฏิบัติงานตามแผน ที่ก าหนดไว้เพื่อน าพาชุมชนให้ไปสู่เป้าหมายตามที่ได้ตั้งไว้ได้ ตารางที่ ๔.๓๙ สรุปผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางในการประยุกต์หลักปาปณิกธรรม เพื่อพัฒนาภาวะผู้น า ด้านวิธูโร การเป็นผู้ช านาญในงาน ที่ ข้อมูลการให้สัมภาษณ์ ความถี่ คนที่ ด้านวิธูโร การเป็นผู้ช านาญในงาน 1 มีความช านาญในงานของตน มีความช านาญ เฉพาะด้าน ทั้งการบริหารคน บริหารทรัพยากร หรือบริหารชุมชน 2 เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ บริหาร 3 วางแผนการปฏิบัติงานล่วงหน้าและด าเนินการ ปฏิบัติงานตามแผนที่ก าหนดไว้เพื่อน าพาชุมชน ให้ไปสู่เป้าหมายตามที่ได้ตั้งไว้ 4 3 3 9,5,10,4 6,3,7 8,2,1 2.3 นิสสยสัมปันโน การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น การประยุกต์หลักปาปณิกธรรม ด้านนิสสยสัมปันโน (การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและ ได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น) มาใช้ในการพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นอย่างไร 1) ผู้น าต้องเป็นนักประสานงาน มุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนในชุมชน มีน้ าใจต่อคน รอบข้าง มีความยุติธรรม เมื่อผู้น ามีคุณสมบัติเหล่านี้แล้วย่อมเป็นที่รักและได้รับความเชื่อถือจากคน ในชุมชน61 2) ผู้ที่มีจิตใจกว้างขวาง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เสียสละไม่เห็นแก่ตัวจะท าอะไรก็มีแต่คนอยาก ช่วยเหลือยิ่งท าต่อส่วนรวมด้วยแล้ว ย่อมเกิดผลดีต่อชุมชน 62 3) ผู้น าที่รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม ย่อมได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น ผู้น าต้องมีคุณสมบัติ ดังกล่าวนี้จึงจะเป็นที่ศรัทธาของผู้ใต้บังคับบัญชา ส่งผลให้ทีมงานมีความเชื่อมั่น อันจะน าไปสู่การ บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ63 61สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 5 วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 62สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 2 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565. 63สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 1 วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565.
๑๔๖ 4) ความเสียสละเป็นเรื่องที่ดีหากชุมชนมีคนที่เสียสละเพื่อส่วนรวมแล้ว ชุมชนนั้นก็จะ ยิ่งน่าอยู่ เพราะคนที่เสียสละจะไม่เห็นแก่ตัว ชุมชนจึงไม่เกิดปัญหา64 5) มีความสามารถในการติดต่อประสานงานให้งานส าเร็จลุล่วงไปได้ตามกรอบระยะเวลา ที่ก าหนด 65 6) มีความสามารถในการสื่อสารและประสานงานให้แต่ละฝ่ายในองค์กรด าเนินแนวทาง ตามกรอบทิศทางที่องค์กรต้องการบรรลุได้66 7) มีความสามารถในการผูกใจคน ให้เป็นที่รักของคน โดยสามารถท าให้คนปฏิบัติงาน ตามค าสั่งด้วยความเต็มใจได้67 8) ผู้น าคือบุคคลที่จะมาประสานช่วยให้คนทั้งหลายรวมกันและพากันไปสู่จุดหมาย ที่ดีงาม 68 9) ผู้น าที่เสียสละและบ ารุงขวัญก าลังใจแก่คนในชุมชน เอาใจใส่และรับฟังปัญหาคนใน ขุมขนอยู่เสมอ ซึ่งการมีมนุษยสัมพันธ์เหล่านี้ถือเป็นหน้าที่ของผู้น าที่ต้องตระหนักและให้ ความส าคัญ69 10) ผู้น าที่ดีจะต้องน าพาองค์กรชุมชน สังคมหรือประเทศชาติให้ไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และบรรลุเป้าหมายตามที่ก าหนดไว้ได้70 สรุป ผู้น าที่ดีควรเป็นนักประสานงาน มุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนในชุมชน มีน้ าใจ ต่อคนรอบข้าง มีความยุติธรรม เป็นผู้ที่มีจิตใจกว้างขวาง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เสียสละไม่เห็นแก่ตัว รู้จัก เสียสละเพื่อส่วนรวม ย่อมได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น อันจะน าไปสู่การบรรลุเป้าหมายขององค์กรได้ อย่างมีประสิทธิภาพ 64สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 7 วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 65สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 10 วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2565. 66สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 4 วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565. 67สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 9 วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565. 68สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 3 วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565. 69สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 8 วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565. 70สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ล าดับที่ 6 วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565.
๑๔๗ ตารางที่ ๔.๔๐ สรุปผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางในการประยุกต์หลักปาปณิกธรรม เพื่อพัฒนาภาวะผู้น า ด้านนิสสยสัมปันโน การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความ เชื่อถือจากผู้อื่น ที่ ข้อมูลการให้สัมภาษณ์ ความถี่ คนที่ ด้านนิสสยสัมปันโน การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น 1 เป็นนักประสานงาน มุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดี กับคนในชุมชน 2 มีน้ าใจต่อคนรอบข้าง มีความยุติธรรม เป็นผู้ที่มี จิตใจกว้างขวาง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่เห็นแก่ตัว 3 รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม ย่อมได้รับความเชื่อถือ จากผู้อื่น อันจะน าไปสู่การบรรลุเป้าหมายของ องค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4 3 3 5,10,4,3 2,9,8 1,7,6 ๔.4 องค์ความรู้ 4.4.1 องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย ผลการวิจัยเรื่อง “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน” ผู้วิจัยได้สรุปเป็นองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย โดยมีการน าแนวคิดทฤษฎีภาวะผู้น าของวิลเลียม เจ เรดดิน ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านมุ่งเกณฑ์2) ด้านมุ่งงาน 3) ด้านมุ่งสัมพันธ์ และ 4) ด้านมุ่งประสาน มาบูรณาการกับ หลักพุทธธรรม (หลักปาปณิกธรรม) ได้แก่ 1) จักขุมา การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล 2) วิธูโร การเป็นผู้ช านาญในงาน และ 3) นิสสยสัมปันโน การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความเชื่อถือ จากผู้อื่น ซึ่งสามารถสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย ดังแผนภาพที่ ๔.๑
๑๔๘ แผนภาพที่ ๔.๑ องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย ที่มา : สังเคราะห์โดยผู้วิจัย : ปัญจศิลป์ วรรณภพ การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมมาใช้ในการพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน หลักปาปณิกธรรม ภาวะผู้น า 1. จักขุมา การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล 1) ก าหนดทิศทางการด าเนินงานของต าบล หมู่บ้าน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน 2) มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกล 3) มีกระบวนการคิดที่รอบคอบและมีเหตุผล 1. ด้านมุ่งเกณฑ์ 1) ปฏิบัติงานโดยยึดกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด 2) ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบระมัดระวัง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ 3) ไม่หย่อนยานหละหลวมในการปฏิบัติงาน 2. วิธูโร การเป็นผู้ช านาญในงาน 1) รับผิดชอบต่อภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็ม ความสามารถ 2) แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันต่อเหตุการณ์และเวลา 3) ช านาญในงานของตน มีความช านาญเฉพาะด้าน ทั้งการบริหารคน บริหารทรัพยากร หรือบริหาร ชุมชน 2. ด้านมุ่งงาน 1) ให้ค าแนะน าผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้งานเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2) ล าดับความส าคัญของงานที่ท า โดยไม่เลือกท า เฉพาะงานที่ตนชอบ 3) วางแผนก าหนดทิศทางการปฏิบัติงานไว้ ล่วงหน้า 3. นิสสยสัมปันโน การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น 1) เป็นกัลยาณมิตรกับผู้ร่วมงานและประชาชน 2) มีทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ที่ดีในการติดต่อ ประสานงาน 3) เป็นนักประสานงาน มุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดี กับคนในชุมชน 3. ด้านมุ่งสัมพันธ์ 1) เอาใจใส่ในทุกข์สุขของประชาชนโดยเท่าเทียมกัน 2) มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลทุกระดับ 3) ปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานด้วยความสุภาพ ประนีประนอมและเท่าเทียม เพื่อลดความขัดแย้ง 4. ด้านมุ่งประสาน 1) ให้ค าปรึกษา แนะน า ช่วยเหลือไกล่เกลี่ยกรณี เกิดข้อพิพาทต่างๆ 2) สร้างขวัญก าลังใจให้กับชาวบ้านทุกคน ทุกระดับอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้เกิดความสามัคคี 3) ท างานเป็นทีมในการแก้ไขปัญหา วางแผน และการตัดสินใจ กระตุ้นให้มีการสื่อสารระหว่าง สมาชิกทีมงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกัน
๑๔๙ จากแผนภาพที่ ๔.๑ องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรม เพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน” สามารถสรุป ได้ดังนี้ 1. ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน (1.1) ด้านมุ่งเกณฑ์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ปฏิบัติงานโดยยึดกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติงานด้วยความ รอบคอบระมัดระวัง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้และไม่หย่อนยานหละหลวม ในการปฏิบัติงาน (1.2) ด้านมุ่งงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ให้ค าแนะน าผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้งานเกิด ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถล าดับความส าคัญของงานที่ท า โดยไม่เลือกท าเฉพาะงานที่ตนชอบ และวางแผนก าหนดทิศทางการปฏิบัติงานไว้ล่วงหน้า (1.3) ด้านมุ่งสัมพันธ์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน เอาใจใส่ในทุกข์สุขของประชาชนโดยเท่าเทียมกัน มีมนุษยสัมพันธ์ ที่ดีกับบุคคลทุกระดับ และปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานด้วยความสุภาพประนีประนอมและเท่าเทียม เพื่อลดความขัดแย้งในการท างาน (1.4) ด้านมุ่งประสาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน สามารถให้ค าปรึกษา แนะน า ช่วยเหลือไกล่เกลี่ยกรณี เกิดข้อพิพาทต่างๆ สามารถสร้างขวัญก าลังใจให้กับชาวบ้านทุกคนทุกระดับอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้ เกิดความสามัคคีและสามารถท างานเป็นทีมในการแก้ไขปัญหา วางแผน และการตัดสินใจ กระตุ้นให้ มีการสื่อสารระหว่างสมาชิกทีมงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกัน 2. หลักธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน (2.1) การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน สามารถก าหนดทิศทางการด าเนินงานของ ต าบล หมู่บ้าน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกลและมีกระบวนการคิด ที่รอบคอบและมีเหตุผล (2.2) การเป็นผู้ช านาญในงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน มีความรับผิดชอบต่อภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็ม ความสามารถ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันต่อเหตุการณ์และเวลา มีความช านาญในงานของตน และมีความช านาญเฉพาะด้านทั้งการบริหารคน บริหารทรัพยากร หรือบริหารชุมชน (2.3) การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นกัลยาณมิตรกับ ผู้ร่วมงานและประชาชน มีทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ที่ดีในการติดต่อประสานงาน และเป็น นักประสานงานที่มุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนในชุมชน
๑๕๐ จากแผนภาพที่ 4.1 องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ภาวะผู้น า แนวทางการปฏิบัติ หลักเกณฑ์/ตัวชี้วัด 1.ด้านมุ่งเกณฑ์ 1. ปฏิบัติงานโดยยึดกฎระเบียบอย่าง เคร่งครัด 2 . ป ฏิ บั ติง า น ด้ว ย ค ว า ม ร อ บ ค อ บ ระมัดระวัง เพื่อป้องกันความผิดพลาด ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ 3.ไ ม่ ห ย่ อน ย า น ห ล ะห ล ว มใ น ก า ร ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ต า มพ ร ะ ร า ชบัญ ญั ติ ลั กษณ ะ ปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2552 , คู่ มื อ ป ฏิ บั ติง า น ก า นั น ผู้ใ ห ญ่ บ้ า น และการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ ใ ห ญ่ บ้า น ต า ม ร ะ เ บี ย บ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และ วิธีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๙ 1. ผู้ใหญ่บ้านมีการประชุมราษฎรเป็นประจ าทุก เดือน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง 2. ผู้ใหญ่บ้านเข้าร่วมการประชุมรับฟังข้อราชการ จากอ าเภอเป็นประจ าทุกเดือน โดยห้ามขาดเกิน 3 ครั้งติดต่อกัน 3. ผู้ใหญ่บ้านแต่งกายเหมาะสม แต่งเครื่องแบบ ถูกต้องตามระเบียบ 4. ผู้ใหญ่บ้านมีการจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัย หมู่บ้ าน (ช รบ.) ต ร วจต ราบุคคลแปลกหน้า ตรวจอาวุธ ยานพาหนะ และสิ่งผิดกฎหมาย เพื่อให้ หมู่บ้านปลอดจากอาชญากรรมหรือแหล่งอบายมุข 5. ผู้ใหญ่บ้านมีการจัดตั้งชุดปฏิบัติการประจ า หมู่บ้ าน เพื่อเต รียมพ ร้อมใน ก า รช่ วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติ/ อุบัติเหตุ ที่อาจเกิดขึ้นในหมู่บ้าน เช่น ชุด อปพร. 2. ด้านมุ่งงาน 1. ให้ค าแนะน าผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าง ใกล้ชิด เพื่อให้งานเกิดประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น 2. ล าดับความส าคัญของงานที่ท า โดยไม่เลือกท าเฉพาะงานที่ตนชอบ 3. วางแผนก าหนดทิศทางการปฏิบัติงาน ไว้ล่วงหน้า ทั้งนี้ ต า ม พร ะ ร า ชบัญ ญั ติ ลั กษณ ะ ปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2552 , คู่ มื อ ป ฏิ บั ติง า น ก า นั น ผู้ใ ห ญ่ บ้ า น และการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ ใ ห ญ่ บ้ า น ต า ม ร ะ เ บี ย บ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และ วิธีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๙ 1. ผู้ใหญ่บ้านมีการประชุมคณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นประจ าทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง 2. หมู่บ้านจัดให้มีการประชุมประชาคมเพื่อจัดท า แผนพัฒนาหมู่บ้านเป็นประจ าทุกปี 3. หมู่บ้านมีการจัดท าข้อเสนอขอรับการสนับสนุน งบประมาณ หรือวัสดุอุปกรณ์ในการพัฒนาหมู่บ้าน จากหน่วยงานต่างๆ 4. ผู้ใหญ่บ้านน าข้อราชการของหน่วยงานต่างๆ ของรัฐไปปิดประกาศชี้แจงให้ราษฎรในหมู่บ้าน ผ่านสื่อต่างๆ เช่น หอกระจายข่าว เสียงตามสาย วิทยุชุมชน การประชุมประจ าเดือน หรือในงาน กิจกรรมประเพณีต่างๆ ของหมู่บ้าน
๑๕๑ จากแผนภาพที่ 4.1 องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย (ต่อ) ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ภาวะผู้น า แนวทางการปฏิบัติ หลักเกณฑ์/ตัวชี้วัด 3. ด้านมุ่งสัมพันธ์ 1. เอาใจใส่ในทุกข์สุขของประชาชนโดย เท่าเทียมกัน 2. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลทุกระดับ 3. ปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานด้วยความ สุภาพประนีประนอมและเท่าเทียม เพื่อลดความขัดแย้ง ทั้งนี้ ตาม พรบ. ลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2552 , คู่มือปฏิบัติงานก านัน ผู้ใหญ่บ้าน และการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ ใ ห ญ่ บ้ า น ต า ม ร ะ เ บี ย บ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และ วิธีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๙ 1. หมู่บ้านมีการส่งเสริมสนับสนุนการด าเนินการ ด้านเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองในหมู่บ้าน เช่น ร้านค้าชุมชน สหกรณ์ชุมชน กลุ่มออมทรัพย์ฯลฯ 2. หมู่บ้านมีการจัดกิจกรรมสร้างความรักความ สามัคคีปรองดอง ระหว่างประชาชนในหมู่บ้าน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม เช่น กิจกรรม งานบุญประเพณีกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้าน ในรูปแบบ ต่างๆ กิจรรมกีฬาพื้นบ้าน และกิจกรรมเพื่อเฉลิม พระเกียรติเทิดทูนสถาบันส าคัญของชาติ 3. หมู่บ้านมีกิจกรรมในการส่งเสริมสนับสนุน ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และกลุ่ม เปราะบางภายในหมู่บ้าน 4. หมู่บ้านมีการส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่ม อาชีพต่างๆ ภายในหมู่บ้าน เช่น กลุ่มเลี้ยงไก่ กลุ่มแปรรูปอาหาร เป็นต้น 5. ผู้ใหญ่บ้านมีกิริยามารยาทเรียบร้อย วางตน เหมาะสมกับต าแหน่ง 6 . ผู้ใหญ่บ้ านมีค ว ามเหม า ะสมกับก า รเป็น ผู้ใหญ่บ้าน และวางตนเป็นกลางทางการเมือง 4. ด้านมุ่งประสาน 1. ให้ค าปรึกษา แนะน า ช่วยเหลือ ไกล่เกลี่ยกรณีเกิดข้อพิพาทต่างๆ 2. สร้างขวัญก าลังใจให้กับชาวบ้านทุกคน ทุกระดับอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้เกิด ความสามัคคี 3. ท างานเป็นทีมในการแก้ไขปัญหา วางแผน และการตัดสินใจ กระตุ้นให้มี ก า ร สื่อส า ร ร ะห ว่ างสม าชิกทีมงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกัน ทั้งนี้ ตาม พ ร บ . ลั ก ษ ณ ะ ป ก ค ร อ ง ท้ อ ง ที่ พระพุทธศักราช 2457 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12 ) พ . ศ . 2552 , คู่ มื อ ปฏิบัติงานก านัน ผู้ใหญ่บ้าน และการ ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก า ร ป ฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ข อง ผู้ ใ ห ญ่ บ้า น ต า ม ร ะ เ บี ย บ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และ วิธีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๙ 1. ผู้ใหญ่บ้านจัดให้มีศูนย์ด ารงธรรมหมู่บ้าน เพื่อรับ เรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ รับเรื่องปัญหาความ เดือดร้อนของราษฎร และจัดให้มีการไกล่เกลี่ย ประนีประนอมข้อพิพาทโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน 2. คณะกรรมการหมู่บ้านส ามารถไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านได้3 เรื่องขึ้นไป ต่อเดือน 3. มีการจัดตั้งศูนย์บริการประชาชนประจ าหมู่บ้าน 4. ผู้ใหญ่บ้านให้ความร่วมมือและสนับสนุนการ ปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่เป็นอย่างดี 5. มีการจัดท าข้อมูลของหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องกับการ ปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นๆ เช่น ข้อมูลด้าน เกษตรกรรม ด้านปศุสัตว์ ด้านสาธารณสุข ฯลฯ 6. ผู้ใหญ่บ้านประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน ในเรื่องต่างๆ
๑๕๒ ๔.4.2 องค์ความรู้ที่ได้สังเคราะห์จากการวิจัย ก านัน ผู้ใหญ่บ้านในยุคปัจจุบันต้องมีลักษณะเป็นผู้น าแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่สามารถ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานไปตามสถานการณ์ในโลกยุคปัจจุบัน ได้ดังนั้น ผู้น า การเปลี่ยนแปลงที่ดี ต้องเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติแก่ผู้ร่วมงาน สามารถสร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานสามารถคิดสร้างสรรค์หรือเลือกวิธีการใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาการท างาน ตลอดจนต้องเข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ใช้ ความสามารถอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการที่ผู้น าสามารถบูรณาการน าเอาหลักพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้ ในการบริหารองค์กรก็จะยิ่งส่งผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน และสามารถน าพาองค์กรไปสู่ เป้าหมายที่ได้วางไว้ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ซึ่งผู้วิจัยสามารถสังเคราะห์ออกมาเป็นองค์ความรู้ จากการวิจัย คือ “The 4I+B Model” ดังแผนภาพที่ 4.2 แผนภาพที่ ๔.2 องค์ความรู้ที่ได้สังเคราะห์จากการวิจัย ที่มา : สังเคราะห์โดยผู้วิจัย : ปัญจศิลป์ วรรณภพ จักขุมา การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ ที่กว้างไกล Idealized Influence การมีอิทธิพลอย่างมี อุดมการณ์ นิสสยสัมปันโน การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ ที่ดีและได้รับความเชื่อถือ จากผู้อื่น วิธูโร การเป็นผู้ช านาญ ในงาน Inspiration Motivation การสร้างแรงบันดาลใจ Intellectual Stimulation การกระตุ้นทางสติปัญญา Individualized Consideration การค านึงถึงความเป็นปัจเจก บุคคล Buddhist Principles Buddhist Principles Buddhist Principles B I1 B B I2 I3 I4
๑๕๓ จากแผนภาพที่ 4.2 องค์ความรู้ที่ได้สังเคราะห์จากการวิจัย “The 4I+B Model” ประกอบด้วย 1. Idealized Influence การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ 2. Inspiration Motivation การสร้างแรงบันดาลใจ 3. Individualized Consideration การค านึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล 4. Intellectual Stimulation การกระตุ้นทางสติปัญญา และ 5. Buddhist Principles หลักพุทธธรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. Idealized Influence การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ คือ การที่ผู้น าประพฤติตัว เป็นแบบอย่าง น่ายกย่องเคารพนับถือ และท าให้ผู้ตามเกิดความภาคภูมิใจเมื่อร่วมงานกัน 2. Inspiration Motivation การสร้างแรงบันดาลใจ คือ การจูงใจให้ผู้ร่วมงานเกิด แรงบันดาลใจ มีการแสดงออกถึงความกระตือรือร้นและคิดในแง่บวกในการปฏิบัติงาน 3. Individualized Consideration การค านึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล คือ การที่ ผู้น าท าให้ผู้ร่วมงานรู้สึกมีคุณค่าและมีความส าคัญ ผู้น าจะเป็นโค้ช (Coach) และเป็นที่ปรึกษา (Advisor) ผู้น าจะส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของผู้ร่วมงานให้สูงขึ้น โดยการให้โอกาสในการเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ เข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ใช้ความสามารถ อย่างเต็มที่ 4. Intellectual Stimulation การกระตุ้นทางสติปัญญา คือ การที่ผู้น ากระตุ้น ผู้ร่วมงานให้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน ท าให้ผู้ร่วมงานเกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แสวงหาแนวทางใหม่ๆ มาแก้ปัญหาในหน่วยงาน 5. Buddhist Principles หลักพุทธธรรม คือ หลักปาปณิกธรรม อันประกอบด้วย 1) จักขุมา การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล 2) วิธูโร การเป็นผู้ช านาญในงาน และ 3) นิสสยสัมปันโน การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น ที่จะน ามาบูรณาการและประยุกต์ใช้ ในการบริหารองค์กรเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน และสามารถน าพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย ที่ได้วางไว้ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้
บทที่ ๕ สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจัยเรื่อง “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน” มีวัตถุประสงค์๑. เพื่อศึกษาระดับความ คิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ๒. เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ๓. เพื่อประยุกต์หลักปาปณิกธรรมมาใช้ ในการพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน การศึกษาวิจัยครั้งนี้ ด าเนินการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ระหว่างการใช้ระเบียบวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ซึ่งใช้วิธีการวิจัยเชิงส ารวจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยเลือกจาก ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ต าบลไชยวัฒนา ทั้ง ๘ หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านนางิ้ว บ้านต้นแหลง บ้านท่าควาย บ้านหนาด บ้านห้วยท่าง บ้านเสี้ยว บ้านแดนพนา และบ้านห้วยสาวแลว จ านวน 4,208 คน ๑ ได้กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา จ านวน 366 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างจากสูตรของ Taro Yamane ใช้ระดับความคลาดเคลื่อนที่ 0.05 วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามโดยใช้ โปรแกรมส าเร็จรูปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ทดสอบ สมมติฐาน และการทดสอบหาค่าเอฟ (F-Test) ด้วยวิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA) ในกรณีตัวแปรต้น เมื่อพบว่ามีความแตกต่างจะท าการเปรียบเทียบ ความแตกต่างค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยวิธีการ สัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลส าคัญ จ านวน ๑๐ รูปหรือคน และใช้เทคนิคการวิเคราะห์ประกอบ บริบท น าเสนอเป็นความเรียงประกอบตารางแจกแจงความถี่ของผู้ให้ข้อมูลส าคัญ เพื่อสนับสนุน ข้อมูลเชิงปริมาณ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ๑ ส านักทะเบียนอ าเภอปัว, ส านักทะเบียนเทศบาลต าบลปัว, ข้อมูลประชากรต าบลไชยวัฒนาและ ข้อมูลประชากรบ้านต้นแหลง หมู่ที่ ๒ ต าบลไชยวัฒนา, (น่าน : ส านักทะเบียนฯ, เดือน มกราคม ๒๕๖๕).
๑๕๕ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย ๕.๓ ข้อเสนอแนะ ๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ๕.๓.๒ ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ ๕.๓.๓ ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป ๕.๑ สรุปผลการวิจัย การวิจัยเรื่อง “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน” สามารถสรุปผลการวิจัย ได้ดังนี้ ๕.๑.๑ ผลการศึกษาข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีจ านวน 196 คน คิดเป็นร้อยละ 53.6 ด้านอายุ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 51-60 ปี จ านวน 114 คน คิดเป็นร้อยละ 31.1 ด้านระดับการศึกษา ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีระดับประถมศึกษา จ านวน 148 คน คิดเป็นร้อยละ 40.4 ด้านอาชีพ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม (ท าไร่ , ท านา) จ านวน ๑๔๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๔ และด้านรายได้ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีเงินเดือน ต่ ากว่า ๑๐,๐๐๐ บาท จ านวน ๒๓๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๕.๐ ๕.๑.๒ ระดับความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.9๔, SD = 0.6๒) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านสรุปได้ดังนี้ ๑) ด้านมุ่งเกณฑ์ ประชาชนมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.9๒, SD = 0.6๕) ๒) ด้านมุ่งงาน ประชาชนมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 3.๘๔, SD = 0.6๗) ๓) ด้านมุ่งสัมพันธ์ ประชาชนมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.99, S.D. = ๐.65) ๔) ด้านมุ่งประสาน ประชาชนมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 4.00, S.D. = ๐.68) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยใช้หลักปาปณิกธรรม โดยภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก ( ̅ = 3.89 S.D. = ๐.63) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน เรียงตามล าดับค่าเฉลี่ย ดังนี้ ด้านจักขุมา การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล อยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.85, S.D. = ๐.68)
๑๕๖ ด้านวิธูโร การเป็นผู้ช านาญในงาน อยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.86, S.D. = ๐.68) และด้านนิสสยสัมปันโน การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น อยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.96, S.D. = ๐.65) ตามล าดับ ๕.๑.๓ สรุปการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ทดสอบสมมติฐานโดย การวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างตัวแปร ได้แก่ เพศ อายุระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ดังนี้ สมมติฐานที่ 1 ประชาชนที่มีเพศต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ไม่แตกต่างกัน (Sig.= ๐.๕๕๔) ดังนั้นจึงปฏิเสธ สมมติฐาน สมมติฐานที่ 2 ประชาชนที่มีอายุต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกัน (Sig.= ๐.๐๐๒) ดังนั้นจึงยอมรับ สมมติฐาน สมมติฐานที่ 3 ประชาชนที่มีการศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ไม่แตกต่างกัน (Sig.= ๐.๑๕๔) ดังนั้นจึงปฏิเสธ สมมติฐาน สมมติฐานที่ 4 ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกัน (Sig.= ๐.๐๐๐) ดังนั้นจึงยอมรับ สมมติฐาน สมมติฐานที่ 5 ประชาชนที่มีรายได้ต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกัน (Sig.= ๐.๐๑๐) ดังนั้นจึงยอมรับ สมมติฐาน ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย จากการสรุปผลการวิจัยเรื่อง “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน” สามารถน ามาอภิปรายผลได้ดังนี้ ๕.๒.๑ ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้านในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน ท าให้ทราบว่าก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ต าบลไชยวัฒนา มีภาวะผู้น าที่สามารถท างานให้ส าเร็จลุล่วงไปด้วยดีเนื่องจากภาวะผู้น า ที่ปรากฏจะแสดงออกมาให้เห็นในรูปของผลงานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยการมีภาวะผู้น า จะส่งผลต่อการพัฒนาของชุมชนเป็นอย่างมาก แต่ตรงกันข้ามหากภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน บกพร่องย่อมเกิดความเสียหายต่อชุมชนโดยส่วนรวม ซึ่งการวิจัยครั้งนี้ได้น าหลักธรรมในทาง พระพุทธศาสนามาเปรียบเทียบเพื่อให้สอดคล้องกับพุทธปรัชญาว่า การท างานจ าเป็นต้องใช้ หลักธรรมมาประกอบเข้าด้วยเพื่อให้การท างานเป็นไปอย่างถูกต้อง และเป็นธรรมที่สุด ก่อให้เกิด
๑๕๗ ความเชื่อใจจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ สมนึก ใจค าหนัก ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น าของก านันผู้ใหญ่ อ าเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อการเสริมสร้าง เศรษฐกิจพอเพียง” ผลการวิจัยพบว่า จากการวัดการประเมินตนเองของก านันและผู้ใหญ่บ้าน จะมีภาวะผู้น าอยู่ในระดับมาก ในเรื่องการเป็นผู้ที่มีความเสียสละ มีคุณธรรมยึดถือผลประโยชน์ของ ส่วนรวมเป็นหลัก๒ สอดคล้องกับงานวิจัยของ พระอธิการธนิต ธมฺมสาโร (รามโพ) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น าเชิงพุทธของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ต าบลห้วยร่วม อ าเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร” ผลการวิจัย พบว่า ภาวะผู้น าเชิงพุทธของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ต าบลห้วยร่วม อ าเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ( ̅ = ๓.๖๒) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.39) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน และภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ต าบล ห้วยร่วม อ าเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ( ̅ = 3.66) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.39) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน๓ สอดคล้องกับงานวิจัยของ สรายุทธ์ หอมจันทร์ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น าของก านันผู้ใหญ่บ้าน ที่ส่งผลต่อการบริหารราชการส่วนท้องที่ในจังหวัดสุพรรณบุรี” ผลการวิจัยพบว่า ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดสุพรรณบุรี ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยเรียงล าดับค่าเฉลี่ยมากไปน้อย ดังนี้ ด้านมีแรงขับสูง ด้านมีแรงจูงใจสูง ด้านมีความเชื่อมั่นในตนเอง ด้านมีความซื่อสัตย์ด้านมีความรู้ ในด้านบริหารงานท้องถิ่น 2. การบริหารราชการส่วนท้องที่ของก านันผู้ใหญ่บ้าน ด้านการปูองกันภัย ฝุายพลเรือนในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ โดยเรียงล าดับค่าเฉลี่ยสูงสุด ไปต่ าสุด ได้แก่ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการปกครองและรักษาความ สงบเรียบร้อย ด้านการปูองกันภัยฝุายพลเรือน ด้านการทะเบียนต่างๆ ด้านการพัฒนาและส่งเสริม อาชีพ 3. ภาวะผู้น าของก านันผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดสุพรรณบุรี สามารถพยากรณ์ความส าเร็จของการ บริหารราชการส่วนท้องที่ได้ ร้อยละ 75.90 และ 4. ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ภาวะผู้น าของ ก านันผู้ใหญ่บ้านด้านมีแรงขับสูง ด้านมีแรงจูงใจสูง ด้านมีความซื่อสัตย์ ด้านมีความเชื่อมั่นในตนเอง ด้านมีความรู้ในด้านบริหารงาน มีอิทธิพลต่อการบริหารราชการส่วนท้องที่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ทุกด้าน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ๔ ๒ สมนึก ใจค าหนัก, “ภาวะผู้น าของก านันและผู้ใหญ่บ้านอ าเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อการ เสริมสร้างเศรษฐกิจพอเพียง”, การค้นคว้าแบบอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต,(บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๕๒). ๓ พระอธิการธนิต ธมฺมสาโร (รามโพ), “ภาวะผู้น าเชิงพุทธของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ต าบลห้วยร่วม อ าเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕62). ๔ สรายุทธ์ หอมจันทร์, “ภาวะผู้น าของก านันผู้ใหญ่บ้านที่ส่งผลต่อการบริหารราชการส่วนท้องที่ ในจังหวัดสุพรรณบุรี”, วารสารรัฐศาสตร์ปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มิถุนายน 2563): 163 – 191.
๑๕๘ และสอดคล้องกับงานวิจัยของ เขมิกา ทองเรือง ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามความคาดหวังของประชาชนเทศบาล ต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ” ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามความคาดหวังของประชาชนเทศบาลต าบล นาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.95) เมื่อจ าแนกเป็น รายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ ( ̅ = 4.09) รองลงมา คือ ด้านการค านึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ( ̅ = 4.03) ด้านการมีอิทธิพล อย่างมีอุดมการณ์ ( ̅ = 3.96) และด้านการกระตุ้นทางปัญญา ( ̅ = 3.72) ตามล าดับ 2. ประชาชนเทศบาลต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ที่มีเพศ อายุ อาชีพ ต่างกัน มีความคาดหวังต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัด นครพนม โดยรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน ส่วนประชาชนเทศบาลต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคาดหวังต่อภาวะผู้น าของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม โดยรวมและรายด้านแตกต่างกัน อย่างมี นัยส าคัญทางสถิติที่ 0.05 ๕ ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน เมื่อพิจารณา เป็นรายด้านมีประเด็นน ามาอภิปรายได้ดังนี้ ๑.ด้านมุ่งเกณฑ์ จากการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าทางด้านมุ่งเกณฑ์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.9๒, SD = 0.6๕) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับ มากทุกข้อ แสดงให้เห็นว่าประชาชนยอมรับการบริหารงานของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน สอดคล้องกับ งานวิจัยของ ไสว บุญขวัญ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น าของของก านันและผู้ใหญ่บ้าน อ าเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์” ผลการศึกษาพบว่า ก านัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน น าหลักธรรม พรหมวิหาร ๔ ไปประยุกต์ใช้ในชุมชนโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่า ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านน าหลักธรรมพรหมวิหาร ๔ ไปประยุกต์ใช้กับชุมชนอยู่ใน ระดับมากที่สุดในเรื่องการที่ผู้น ามีมิตรไมตรีกับทุกคนในชุมชน๖ สอดคล้องกับงานวิจัยของ ไอลดา ประเสริฐสระน้อย ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง“ภาวะผู้น ากับประสิทธิผลในการบริหาร งานของก านัน ในอ าเภอวังน้ าเขียว จังหวัดนครราชสีมา” ผลการวิจัยพบว่า ภาวะผู้น าของก านัน ในอ าเภอวังน้ าเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีลักษณะภาวะผู้น าแบบมีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมามีลักษณะภาวะผู้น า แบบปรึกษาหารือ ก านันในอ าเภอวังน้ าเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีประสิทธิผลในการบริหารงาน อยู่ในระดับสูง ก านันแต่ละคนมีภาวะผู้น าที่ต่างกันและมีประสิทธิผลในการบริหารงานที่แตกต่างกัน โดยภาวะผู้น าแบบเผด็จการอย่างมีศิลป์มีประสิทธิผลในการบริหารด้านการอยู่รอดมากที่สุด ภาวะผู้น าแบบปรึกษาหารือและภาวะผู้น าแบบมีส่วนร่วมมีประสิทธิผลในการบริหารด้านการปรับตัว ๕ เขมิกา ทองเรือง, “ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้านตามความคาดหวังของประชาชนเทศบาลต าบล นาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม”, วารสารเสลภูมิวิชาการ, ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2562): 9 - 21. ๖ ไสว บุญขวัญ, “ภาวะผู้น าเชิงพุทธของก านันและผู้ใหญ่บ้าน อ าเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย:มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๑).
๑๕๙ มากที่สุด๗ และสอดคล้องกับงานวิจัยของสร้อยสุรีรัตน์พลพรพิสิฐ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น ากับ การปฏิบัติงานของก านันผู้ใหญ่บ้าน : ศึกษาเฉพาะกรณี จังหวัดสมุทรสาคร” ผลการวิจัยพบว่า ก านันผู้ใหญ่บ้านจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของทางราชการ ปฏิบัติงานตามอ านาจ หน้าที่ที่ก าหนดไว้ในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ และกฎหมายอื่นๆ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการ ๘ ๒.ด้านมุ่งงาน จากการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นต่อการพัฒนาภาวะผู้น าด้านมุ่งงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.๘๔, SD = 0.6๗) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับ มากทุกข้อ แสดงให้เห็นว่าประชาชนยอมรับการบริหารงานของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งสอดคล้องกับ งานวิจัยของ พระครูไพโรจน์ภัทรคุณ (วิโรจน์ ภทฺทปญฺโญ) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น าของ เจ้าอาวาสในอ าเภอก าแพงแสน จังหวัดนครปฐม” ผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็นของพระภิกษุต่อ ภาวะผู้น าของเจ้าอาวาสในอ าเภอก าแพงแสน จังหวัดนครปฐม ทั้ง ๗ ด้าน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก๙ สอดคล้องกับงานวิจัยของ อ าภา ปิยารมณ์ที่ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น าของผู้บริหาร สถานศึกษากับประสิทธิผลของสถานศึกษาสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานใน ภาคตะวันออก” ผลการวิจัยพบว่า ภาวะผู้น าของผู้บริหารสถานศึกษาและประสิทธิผลของ สถานศึกษาสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคตะวันออก จ าแนกตามประเภท ของสถานศึกษา อยู่ในระดับมาก๑๐ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ พัชรพร พิพัฒน์พงศกร ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง“ภาวะผู้น าตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในอ าเภอ เมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์” ผลจากการวิจัยพบว่า ภาวะผู้น าตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในอ าเภอ เมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน คือ ด้านทาน ด้านปิยวาจา ด้านอัตถจริยาและด้าน สมานัตตตา พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน ๑๑ ๗ ไอลดา ประเสริฐสระน้อย, “ภาวะผู้น ากับประสิทธิผลในการบริหารงานของก านันในอ าเภอ วังน้ าเขียว จังหวัดนครราชสีมา”, วิทยานิพนธ์ปริญญาธุรกิจมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัย วงษ์ชวลิตกุล, ๒๕๕๐). ๘ สร้อยสุรีรัตน์ พลพรพิสิฐ, “ภาวะผู้น ากับการปฏิบัติงานของก านันผู้ใหญ่บ้าน : ศึกษาเฉพาะกรณี จังหวัดสมุทรสาคร”, วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยรามค าแหง, ๒๕๕๒). ๙ พระครูไพโรจน์ภัทรคุณ (วิโรจน์ภทฺทปญฺโญ), “ภาวะผู้น าของเจ้าอาวาสในอ าเภอก าแพงแสนจังหวัด นครปฐม”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๔). ๑๐อ าภา ปิยารมณ์, “การศึกษาภาวะผู้น ากับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดส านักงานคณะ กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคตะวันออก”, วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๕๙). ๑๑พัชรพร พิพัฒน์พงศกร, “ภาวะผู้น าตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา ในอ าเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๕).
๑๖๐ และสอดคล้องกับงานวิจัยของ พระเสถียร ฐิติสมฺปนฺโน ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น ากับการบริหาร ตามหลักธรรมาภิบาล : กรณีศึกษาวัดในเขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร” ซึ่งผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับธรรมาภิบาล ในการบริหารวัดในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ทั้ง ๖ ด้าน ได้แก่ ด้านหลักนิติธรรม ด้านหลักคุณธรรม ด้านความโปร่งใส ด้านหลักการมีส่วนร่วมความรับผิดชอบ และด้านหลักความคุ้มค่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านหลักคุณธรรม ด้านหลักความโปร่งใส ด้านหลักการมีส่วนร่วม ด้านหลักความรับผิดชอบอยู่ใน ระดับปานกลาง ปัจจัยส่วนบุคคลที่ท าให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะผู้น าในการบริหารวัดในเขต ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานครแตกต่างกัน คือ อายุ สถานภาพ วุฒิการศึกษาทางโลก วุฒิการศึกษา ทางธรรม และปัจจัยส่วนบุคคลที่ท าให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะผู้น าในการบริหารวัดในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ไม่แตกต่างกัน ๑๒ ๓.ด้านมุ่งสัมพันธ์ จากการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นต่อการพัฒนาภาวะผู้น า ด้านมุ่งสัมพันธ์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.99, S.D. = ๐.65) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมากทุกข้อ แสดงให้เห็นว่าประชาชนยอมรับการบริหารงานของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน สอดคล้องกับงานวิจัยของ พระมหาศักดิ์ชัย อภิชาโต (ลีทหาร) ได้ศึกษาเรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่าง ภาวะผู้น าของผู้บริหารกับสมรรถนะหลักของเทศบาล เมืองบางศรีเมือง ต าบลบางศรีเมือง อ าเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี” ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะหลักของ เทศบาลเมืองบางศรีเมือง ต าบลบางศรีเมือง อ าเภอเมือง จังหวัดนนทบุรีและภาวะผู้น าของผู้บริหาร เทศบาลเมืองบางศรีเมือง ต าบลบางศรีเมือง อ าเภอเมือง จังหวัดนนทบุรีอยู่ในระดับค่อนข้างสูงมาก ความคิดเห็นของความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้น าของผู้บริหารและสมรรถนะหลักของเทศบาลเมือง บางศรีเมือง ต าบลบางศรีเมือง อ าเภอเมือง จังหวัดนนทบุรีโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน๑๓ สอดคล้องกับงานวิจัยของ พัฒน์ภูมิกอบกิตติ์กสานติ์ ได้ศึกษาเรื่อง “ภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลง ในการบริหารองค์กรของดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา” ผลการศึกษาวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงของ พฤติกรรมประกอบด้วย ๔ ด้านอย่างชัดเจน คือ ๑) พฤติกรรมด้านการมีอิทธิพลอุดมการณ์หมายถึง พฤติกรรมผู้น ามีความประพฤติดีงามจนเป็นแบบอย่างให้กับผู้ตามได้ประพฤติปฎิบัติตาม ๒) พฤติกรรมด้านการสร้างแรงบันดาลใจ หมายถึง พฤติกรรมของผู้น าที่สามารถท าให้ผู้ตามเกิดแรง บันดาลใจที่จะปฏิบัติตามวิสัยทัศน์ขององค์กร ๓) พฤติกรรมด้านการกระตุ้นสติปัญญา หมายถึง พฤติกรรมของผู้น า ที่มีการกระตุ้นผู้ตามเกิดการใช้ความคิด สติปัญญาวิเคราะห์แยกแยะ น าไปสู่การ ปฏิบัติที่เหมาะสมทั้งในด้านการท างานและการด าเนินชีวิต และ ๔) พฤติกรรมด้านการค านึงถึงปัจเจก บุคคล หมายถึง พฤติกรรมของผู้น า ที่มีการค านึงถึงความส าคัญของบุคคลที่อยู่ร่วมด้วยเป็นรายบุคคล ให้ความสนใจและให้ความช่วยเหลืออันจะท าให้ผู้ตามมีความรู้สึกว่าตนเป็นคนที่มีคุณค่า พฤติกรรม ๑๒พระเสถียร ฐิติสมฺปนฺโน, “ภาวะผู้น ากับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล : กรณีศึกษาวัดในเขต ตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย, ๒๕๕๒). ๑๓ พระมหาศักดิ์ชัย อภิชาโต (ลีทหาร), “ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้น าของผู้บริหารกับสมรรถนะ หลักของเทศบาล เมืองบางศรีเมือง ต าบลบางศรีเมือง อ าเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตร มหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖) .
๑๖๑ ของภาวะผู้น าท าให้ดร.อาจองประสบความส าเร็จในการบริหารโรงเรียนสัตยาไสให้เป็นสถานที่ ให้การศึกษาด้านวิชาการและบ่มเพาะมนุษย์ให้มีคุณค่า ๕ ประการอันได้แก่ เป็นคนที่มีความจริง มีความรักความเมตตา ไม่เบียดเบียน มีความประพฤติชอบและมีความสงบสุขอันเป็นรากฐานที่ดี ในการด าเนินชีวิตอย่างเป็นประโยชน์สุขเพื่อตนเองและเพื่อสังคม๑๔ ๔.ด้านมุ่งประสาน จากการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าด้านมุ่งประสาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 4.00, S.D. = ๐.68) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับ มากทุกข้อ แสดงให้เห็นว่าประชาชนยอมรับการบริหารงานของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน สอดคล้องกับ งานวิจัยของ พระมหาสุภกันต์สุขุมาโล (พรมดี) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “บทบาทการพัฒนาชุมชนของ องค์การบริหารส่วนต าบลโพนสูง อ าเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ” ผลการศึกษาวิจัย พบว่า บทบาทการ พัฒนาชุมชนขององค์การบริหารส่วนต าบลโพนสูง อ าเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ประชาชนมีความ คิดเห็นอยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ ด้านการพัฒนาการสาธารณสุข ด้านการพัฒนา สังคมและด้านการพัฒนาการเมืองและการบริหารจัดการ แต่โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก๑๕ สอดคล้องกับงานวิจัยของ ไพวัลย์ พรหมนา ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การพัฒนาการบริหารงานตาม หลักพุทธธรรมของสถานีต ารวจเพื่อประชาชน” ผลการศึกษาวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันที่แท้จริง ในการบริหารงานของสถานีต ารวจเพื่อประชาชน พบว่าสภาพทั่วไปของการให้บริการประสบปัญหา ด้วยอัตราก าลังไม่เพียงพอจึงท าให้การให้บริการไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน และด้วยบุคลิกภาพที่ไม่พร้อมให้บริการของเจ้าหน้าที่ต ารวจและสภาพแวดล้อมด้วยความไม่พร้อม ทั้งสถานที่และเทคโนโลยีขาดประสิทธิภาพ การบริการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ขาดความ น่าเชื่อถือต่อการเลือกปฏิบัติด้วยความยุติธรรมทางอาญา ท าให้สภาพปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขตาม ความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ต ารวจออกตรวจตราเพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน เมื่อวิเคราะห์ปัญหาในการบริหารงานของสถานีต ารวจเพื่อประชาชน พบว่า สภาพ สถานีต ารวจที่เก่าและทรุดโทรมสะท้อนให้เห็นว่าขาดการดูแลบ ารุงรักษา มีคดีอาชญากรรม เพราะความอ่อนแอของระบบราชการและระบบการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม การแพร่ระบาด ของยาเสพติด การท าร้ายร่างกาย โจรกรรมทรัพย์สินต่างๆ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนไม่ได้รับการบริการที่ดีจากต ารวจ หากส านักงานต ารวจแห่งชาติยังไม่สามารถบริหาร จัดการทรัพยากรของสถานีต ารวจต่างๆ ให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกันเช่นในปัจจุบันคงมีแต่ประชาชน ในเมืองใหญ่ๆ เท่านั้นที่มีสิทธิจะได้รับการบริการที่ดีและมีคุณภาพ แนวทางการพัฒนาการบริหารงาน สถานีต ารวจเพื่อประชาชนตามหลักพุทธธรรม จะได้แนวทางการพัฒนาการบริหารสถานีต ารวจ เพื่อประชาชน งานด้านบริหารและการบริการประยุกต์ใช้กับหลักสังคหวัตถุการอ านวยความยุติธรรม ๑๔พัฒน์ภูมิกอบกิตติ์กสานติ์,“ภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลงในการบริหารองค์กรของดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖). ๑๕พระมหาสุภกันต์สุขุมาโล (พรมดี), “บทบาทการพัฒนาชุมชนขององค์การบริหารส่วนต าบลโพนสูง อ าเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย”, วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต , (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗).
๑๖๒ ทางอาญาประยุกต์ใช้กับอคติ๔ การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประยุกต์ใช้กับ หลักฆราวาสธรรม การควบคุมและจัดการจราจรประยุกต์ใช้กับหลักสาราณียธรรม และการบริหาร และพัฒนาบุคคลประยุกต์ใช้กับหลักสัปปุริสธรรม ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของสถานีต ารวจเพื่อประชาชน ควรจะมีวิสัยทัศน์การวางแผนแนวทางปฏิบัติตามแผนงานขั้นต่อนและกระบวนการท างานได้จาก แผนก าหนดทิศทางการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานีต ารวจ๑๖ ๕.๒.๒ การเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล การเปรียบเทียบภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัด น่าน โดยจ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ตามความ คิดเห็นของประชาชนต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน จ าแนกได้ดังนี้ ประชาชนที่มี เพศ ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ไม่แตกต่างกัน ไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ซึ่งสอดคล้องกับ งานวิจัยของ พระปัญญา โชติธัมโม (แก้วหาวงค์) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง“ภาวะผู้น าตามหลัก ปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อ าเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี” พบว่า ระดับภาวะผู้น าของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อ าเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = ๓.๙๘, S.D. = ๐.๔๗๕) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการ มีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ ( ̅ = ๓.๘๘, S.D. = ๐.๕๕๑) ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ ( ̅ = ๓.๙๖, S.D. = ๐.๕๖๘) ด้านการกระตุ้นให้ใช้ปัญญา ( ̅ = ๓.๙๔, S.D. = ๐.๕๘๓) และด้านการค านึงถึง ปัจเจกบุคคล ( ̅ = ๓.๙๔, S.D. = ๐.๕๒๔) อยู่ในระดับมาก และผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของ พนักงานที่มีต่อการภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อ าเภอ ท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรีจ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคลพบว่า พนักงานที่มีการศึกษา และเงินเดือน ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาล แตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ส่วนพนักงานที่มี เพศ อายุ ต าแหน่ง ต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาล ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย๑๗ ประชาชนที่มี อายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกัน เป็นไปตามสมมติฐานที ่ตั้งไว้ ซึ ่งสอดคล้องกับ งานวิจัยของ พระครูปลัดเอกกร ติสาโร ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น าตามหลักพุทธธรรมของนายก องค์การบริหารส่วนต าบลฝายนาแซง อ าเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์”พบว่า ความคิดเห็นของ ประชาชนต่อภาวะผู้น าตามหลักพุทธธรรมของนายกองค์การบริหารส่วนต าบลฝายนาแซง อ าเภอ ๑๖ไพวัลย์ พรหมนา,“การพัฒนาการบริหารงานตามหลักพุทธธรรมของสถานีต ารวจเพื่อประชาชน”, วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗). ๑๗พระปัญญา โชติธัมโม (แก้วหาวงค์), “ภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมือง ท่าเรือพระแท่น อ าเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).
๑๖๓ หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายละเอียดแต่ละด้าน พบว่า ภาวะผู้น าตามหลักพุทธธรรมของนายกองค์การบริหารส่วนต าบลฝายนาแซง อ าเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ในด้านปัญญาพละ ก าลังความรู้หรือความฉลาด อยู่ในระดับมาก ส่วนด้านอื่นๆ ที่เหลืออยู่ในระดับมาก และผลเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อภาวะผู้น าตามหลัก พุทธธรรมของนายกองค์การบริหารส่วนต าบลฝายนาแซง อ าเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ จ าแนก ตามปัจจัยส่วนบุคคลได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ พบว่า ประชาชนที่มีเพศ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐาน ส่วนประชาชนที่มีอายุแตกต่างกัน ยอมรับสมมติฐานว่ามีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าตามหลักพุทธธรรมของนายกองค์การบริหาร ส่วนต าบลฝายนาแซง อ าเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ แตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ๑๘ ประชาชนที ่มี ระดับการศึกษา ต ่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ไม่แตกต่างกัน ไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ณภัคธิดา ทองมีได้ศึกษาวิจัยเรื่อง“ภาวะผู้น าตามหลักพรหมวิหาร ธรรมของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนต าบลหนองปลิง อ าเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์” ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าตามหลักพรหมวิหารธรรมของผู้บริหารองค์การบริหาร ส่วนต าบลหนองปลิง อ าเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผลการวิเคราะห์ เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าตามหลักพรหมวิหารธรรมของผู้บริหารองค์การบริหารส่วน ต าบลหนองปลิง อ าเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จ าแนกตามสถานภาพส่วนบุคคล พบว่า สถานภาพ ส่วนบุคคล เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และสถานภาพรายได้ต่อเดือนที่แตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าตามหลักพรหมวิหารธรรมของผู้บริหารองค์การบริหาร ส่วนต าบล หนองปลิง อ าเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้๑๙ ประชาชนที่มี อาชีพ ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกัน เป็นไปตามสมมติฐานที ่ตั้งไว้ ซึ ่งสอดคล้องกับ งานวิจัยของ พระอุเทน ปริมุตโต (คุ้มภัย) ได้ศึกษาเรื่อง “ภาวะผู้น าเชิงพุทธของผู้น าการปกครอง ส่วนท้องที่ ในอ าเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์” ผลการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นของผู้น าการ ปกครองส่วนท้องที่ที่มีต่อภาวะผู้น า ในอ าเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาในแต่ละด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้านโดยมีค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ตามล าดับดังนี้ด้านความเป็นผู้รู้จักตน ด้านความเป็นผู้รู้กาล ด้านความเป็นผู้รู้จักประมาณ ด้านความ เป็นผู้รู้จักบริษัท ด้านความเป็นผู้รู้จักเหตุและด้านความเป็นผู้รู้จักผล ยกเว้น ด้านความเป็นผู้รู้จัก ๑๘พระครูปลัดเอกกร ติสาโร, “ภาวะผู้น าตามหลักพุทธธรรมของนายกองค์การบริหารส่วนต าบล ฝายนาแซง อ าเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารจัดการ คณะสงฆ์), (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙). ๑๙ณภัคธิดา ทองมี, “ภาวะผู้น าตามหลักพรหมวิหารธรรมของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนต าบล หนองปลิง อ าเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารจัดการคณะสงฆ์), (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙).
๑๖๔ บุคคล อยู่ในระดับปานกลาง และเปรียบเทียบภาวะผู้น าของผู้น าการปกครองส่วนท้องที่ ในอ าเภอ พยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์จ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ผู้น าการปกครองส่วนท้องที่ที่มีเพศ และต าแหน่งต่างกันมีระดับภาวะผู้น าเชิงพุทธโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ ที่ระดับ ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ส่วนผู้น าการปกครองส่วนท้องที่ที่มี อายุ การศึกษา และ รายได้ต่างกันมีระดับภาวะผู้น าเชิงพุทธโดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้๒๐ ประชาชนที่มี รายได้ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกัน เป็นไปตามสมมติฐานที ่ตั้งไว้ ซึ ่งสอดคล้องกับ งานวิจัยของ พระปัญญา โชติธัมโม (แก้วหาวงค์) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง“ภาวะผู้น าตามหลัก ปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อ าเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี” พบว่า ระดับภาวะผู้น าของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อ าเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = ๓.๙๘, S.D. = ๐.๔๗๕) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการ มีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ ( ̅ = ๓.๘๘, S.D. = ๐.๕๕๑) ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ ( ̅ = ๓.๙๖, S.D. = ๐.๕๖๘) ด้านการกระตุ้นให้ใช้ปัญญา ( ̅ = ๓.๙๔, S.D. = ๐.๕๘๓) และด้านการค านึงถึง ปัจเจกบุคคล ( ̅ = ๓.๙๔, S.D. = ๐.๕๒๔) อยู่ในระดับมาก และผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของ พนักงานที่มีต่อการภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อ าเภอ ท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรีจ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคลพบว่า พนักงานที่มีการศึกษา และเงินเดือน ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาล แตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ส่วนพนักงานที่มี เพศ อายุ ต าแหน่ง ต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาล ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย๒๑ 5.2.3 แนวทางการพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยประยุกต์ใช้ตามหลักปาปณิกธรรม เมื่อพิจารณาจากผลการวิจัยสามารถ น ามาอภิปรายได้ดังนี้ แนวทางการพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยประยุกต์ใช้ตามหลักปาปณิกธรรม ด้านจักขุมา ผู้น าที่ดีควรน ามาใช้เป็นเครื่องมือ ช่วยในการบริหารงาน อันประกอบด้วยการเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีกระบวนการคิดที่รอบคอบ และมีเหตุผล รวมถึงก าหนดนโยบายเพื่อการพัฒนาท้องที่ตามความต้องการของประชาชน มีความ ตั้งใจในการท างาน สามารถท างานร่วมกับบุคคลอื่นได้ดีมีการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ๒๐พระอุเทน ปริมุตโต (คุ้มภัย), “ภาวะผู้น าเชิงพุทธของผู้น าการปกครองส่วนท้องที่ ในอ าเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย, ๒๕๕๖). ๒๑พระปัญญา โชติธัมโม (แก้วหาวงค์), “ภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมือง ท่าเรือพระแท่น อ าเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).
๑๖๕ ติดตามข่าวสารอยู่เสมอเพื่อน าข่าวสารที่มีประโยชน์มาใช้ในการท างาน และมีความสามารถในการ ชักจูงหรือโน้มน้าวคนให้ร่วมมือท างาน ด้านวิธูโร ผู้น าที่ดีควรเป็นผู้ที่มีความช านาญในงานของตน มีความช านาญเฉพาะด้าน ทั้งการบริหารคน บริหารทรัพยากรและบริหารชุมชน เพื่อให้ให้ผลของงาน ตรงต่อความต้องการของส่วนรวมมากที่สุด ไม่บกพร่องในหน้าที่ที่ตนได้รับผิดชอบ เปิดโอกาสให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร ต้องมีการก าหนดวางแผนการปฏิบัติงานล่วงหน้า และด าเนินการปฏิบัติงานตามแผนที่ก าหนดไว้ด้านนิสสยสัมปันโน ผู้น าที่ดีควรเป็นนักประสานงาน มุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนในชุมชน มีน้ าใจต่อคนรอบข้าง มีความยุติธรรม เป็นผู้ที่มีจิตใจ กว้างขวาง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เสียสละไม่เห็นแก่ตัว รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม ย่อมได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น เพื่อน าพาชุมชนให้ไปสู่เปูาหมายตามที่ได้ตั้งไว้ได้สอดคล้องกับงานวิจัยของ พระณรงค์วุฑฺฒิเมธี (สังขวิจิตร) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การบริหารจัดการตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของ บริษัท เอ็นอีซี อินฟอนเทียร์ (ไทย) จ ากัด ผลการวิจัยพบว่า การบริหารจัดการตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของ บริษัท เอ็นอีซี อินฟอนเทียร์ (ไทย) จ ากัด โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ =๓.๖๙) เมื่อพิจารณาเป็น รายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้านตามล าดับ คือ ด้านการจักขุมา (วิสัยทัศน์) ( ̅ =๓.๗๗) ด้านวิธูโร (การจัดการ) ( ̅ = ๓.๖๙) และด้านนิสสยสมฺปนฺโน (มนุษยสัมพันธ์) ( ̅ =๓.๖๑) ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารจัดการตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของ บริษัท เอ็นอีซี อินฟอนเทียร์ (ไทย) จ ากัด ด้านจักขุมา (วิสัยทัศน์) (๑) ผู้บริหารระดับสูงควรเปิดรับความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ ได้เสนอความคิดและกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง (๒) ผู้บริหารต้องท าความเข้าใจ ในระดับผู้จัดการให้เข้าใจทิศทางและวิสัยทัศน์ขององค์กรจริงๆ ก่อน และการสื่อสารต่อไปยัง ผู้ใต้บังคับบัญชา ด้านวิธูโร (การจัดการ) (๑) ผู้บริหารระดับสูงควรปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริหารให้ มีใจเปิดกว้างและต้องมีการจัดการในด้านต่างๆ ให้เสมอภาคกัน (๒) ใช้คนให้ถูกทาง บุคคลไหน มีความถนัดด้านใดเป็นพิเศษควรส่งเสริม ด้านนิสสยสมฺปนฺโน (มนุษยสัมพันธ์) (๑) ให้มีการอบรม ความเป็นภาวะผู้น าโดยการปลูกจิตส านึกความเข้าใจ เอาใจเขามาใสใจเรา (๒) จัดให้มีการอบรม บ่อยๆ เกี่ยวกับภาษา และผลการสัมภาษณ์เชิงลึกของบุคลกรผู้ให้ข้อมูลส าคัญเกี่ยวกับการบริหาร จัดการตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของบริษัท เอ็นอีซี อินฟอนเทียร์ (ไทย) จ ากัด สามารถสรุปได้ดังนี้ ผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับ ต้องตระหนักและให้ความส าคัญต่อหลักการของทุติยปาปณิกสูตร ซึ่งประกอบไปด้วย ๓ ด้าน คือ ๑. ด้านจักขุมา (วิสัยทัศน์) การมองการณ์ไกล ๒.ด้านวิธูโร (การจัดการ) การจัดการธุระได้ดีมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ๓. ด้านนิสสยสมฺปนฺโน การมีมนุษยสัมพันธ์ดี ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการประสบความส าเร็จทั้งคนและงานและสามารถยืนหยัดอยู่ท่ามกลาง ยุคโลกาภิวัตน์ อย่างไม่สูญเสียคุณค่าของความเป็นมนุษย์พร้อมเติบโตไปกับโลกทุนนิยมอย่าง เข้มแข็ง๒๒ สอดคล้องกับงานวิจัยของ พระปัญญา โชติธัมโม (แก้วหาวงค์) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อ าเภอท่ามะกา จังหวัด กาญจนบุรี” ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการส่งเสริมภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหาร เทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อ าเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี 1) ด้านจักขุมา (วิสัยทัศน์) ผู้บริหาร ๒๒ พระณรงค์ วุฑฺฒิเมธี(สังขวิจิตร), “การบริหารจัดการตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของบริษัท เอ็นอีซี อินฟอนเทียร์ (ไทย) จ ากัด”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์), (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗).
๑๖๖ ควรเข้าใจทิศทางของแผนและวิสัยทัศน์ขององค์กร และเพื่อสื่อสารต่อไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาโดยการ ท าความเข้าใจหลักการบริหาร 2) ด้านวิธูโร (ความสามารถด้านการบริหาร) ผู้บริหารควรปรับเปลี่ยน ทัศนคติของผู้บริหารให้มีใจเปิดกว้างและต้องมีการบริหารในด้านต่างๆ ให้เสมอภาคกันให้กับพนักงาน และสามารถแก้ไขร่วมกับการพัฒนารวมทั้งสร้างแรงจูงใจ และจริงใจในการปฏิบัติ 3) ด้านนิสสยสัมปันโน (มนุษยสัมพันธ์) ผู้บริหารเป็นบุคคลที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีก็จะเป็นบุคคลที่สามารถเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย มีจิตสาธารณะที่เป็นที่รักใคร่ของผู้อื่นใครเห็นใครก็อยากอยู่ใกล้ ควรเอาใจใส่บุคลากรสร้างความ เชื่อมั่นและสร้างความผูกพันให้ทุกคนในองค์กร๒๓ สอดคล้องกับงานวิจัยของพระอภิรัตน์ ฐิตวิริโย (ดาประโคน) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้น าเชิงพุทธของผู้บริหารโรงเรียน มัธยมศึกษา อ าเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา” ผลการวิจัยพบว่า ๑) การศึกษาคุณลักษณะ การบริหารงานตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา อ าเภอบางปะอิน จังหวัด พระนครศรีอยุธยา โดยภาพรวม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เรียงล าดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านนิสสยสัมปันโน ด้านวิธูโร ด้านจักขุมา ๒) การศึกษาหลักและวิธีการพัฒนาคุณลักษณะการบริหารงานตามหลัก ทุติยปาปณิกสูตรของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา อ าเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า ผู้บริหารต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีการวางแผน มีความรอบคอบ กล้าตัดสินใจ มีความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์และก าหนดทิศทาง มีทักษะด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีประสบการณ์ มีความขยันหมั่นเพียรในการฝึกฝน ตั้งใจอดทน ให้ความ ช่วยเหลือ มองโลกในแง่บวก สร้างความสัมพันธ์ มีจิตอาสา ซื่อสัตย์ จริงใจ มีสัจจะ ค ามั่นสัญญา มีจิตใจเป็นกลาง กระจายอ านาจ ส่งเสริมการศึกษา น าหลักธรรมมาใช้มีเหตุและผล มีความรอบคอบ ใส่ใจประเมินผล สร้างศรัทธา และความเชื่อมั่น ๓) แนวทางการพัฒนาคุณลักษณะการบริหารงานตามหลักทุติยปาปณิกสูตรส าหรับ ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา อ าเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วยองค์ประกอบ ที่ส าคัญ ๓ ด้าน ดังนี้ คือ ๑) ด้านจักขุมา คือ การมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มองการไกล ประกอบด้วย สร้างวิสัยทัศน์ในองค์การมีความรู้ความสามารถ มีการวางแผน มีแนวความคิดใหม่ ๆ ๒) ด้านวิธูโร คือ จัดการธุระได้ดี มีความเชี่ยวชาญในงาน ประกอบด้วย ความหมั่นเพียรในการฝึกฝน มีเทคนิคและ ความถนัด มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์การท างาน มีทักษะความช านาญในงานมีความตั้งใจ อดทนต่อการท างาน ๓) ด้านนิสสยสัมปันโน คือ การมีมนุษยสัมพันธ์ ประกอบด้วย ความสุภาพ อ่อนโยน เอาใจใส่ กระตือรือร้น มีใจผูกพันอยู่กับงาน สร้างมิตรภาพ การให้ความช่วยเหลือผู้อื่น การยกย่องให้เกียรติผู้อื่น๒๔ ๒๓พระปัญญา โชติธัมโม (แก้วหาวงค์), “ภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมือง ท่าเรือพระแท่น อ าเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑). ๒๔พระอภิรัตน์ ฐิตวิริโย (ดาประโคน), “ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้น าเชิงพุทธของผู้บริหาร โรงเรียนมัธยมศึกษา อ าเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).
๑๖๗ ๕.๓ ข้อเสนอแนะ ๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน” ผู้วิจัยขอเสนอประเด็นที่ควรก าหนดเป็น นโยบาย ดังต่อไปนี้ ๑. ผู้บริหารกรมการปกครองควรให้ความส าคัญโดยมอบนโยบายการพัฒนาภาวะความ เป็นผู้น าตามหลักปาปณิกธรรม แก่ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการบริหารงานให้บรรลุ วัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพ ๒. ผู้บริหารกรมการปกครองควรเห็นถึงความส าคัญของการพัฒนาภาวะผู้น าแก่ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยการให้ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ด ารงต าแหน่งใหม่ เข้ารับการศึกษาอบรมในหลักสูตรก านัน ผู้ใหญ่บ้านของกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารงาน ๓. ผู้บริหารกรมการปกครองควรมีการก าหนดนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม ในการส่งเสริม และพัฒนาให้บุคลากรได้รับองค์ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรม โดยจัดให้มีการฝึกอบรม สัมมนาขึ้นภายในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้แก่ก านัน ผู้ใหญ่บ้านมากยิ่งขึ้น ๕.๓.๒ ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน” ผู้วิจัยขอเสนอประเด็นที่ควรน าไปปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ ๑. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ควรมีกระบวนการก ากับ ติดตาม ประเมินผลการด าเนินงานภายใน ต าบล หมู่บ้านอย่างเป็นระบบ 2. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ควรมีแผนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการงานที่ได้รับมอบหมาย 3. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ควรมีการส่งเสริมกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นภายในต าบล หมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ๕.๓.๓ ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน” ผู้วิจัยขอเสนอให้ผู้สนใจได้น าไปศึกษาวิจัยครั้ง ต่อไปในประเด็นดังต่อไปนี้ ๑. ควรท าการศึกษาเพิ่มในกลุ่มเป้าหมายที่กว้างมากขึ้น เช่น ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในอ าเภอปัว เป็นต้น ๒. ควรท าการศึกษาวิจัยในเชิงคุณภาพเพื่อได้ข้อมูลที่เจาะลึกในประเด็นที่เกี่ยวกับการ ประยุกต์ใช้หลักปาปณิกธรรมส าหรับการพัฒนาภาวะผู้น าส าหรับบุคลากรด้านอื่นๆ ๓. ควรท าการวิจัยในการน าหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในหัวข้อธรรมอื่นๆ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาภาวะผู้น าด้วย
บรรณานุกรม ๑. ภาษาไทย ก. ข้อมูลปฐมภูมิ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฎก ๒๕๐๐. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๕. (๑) หนังสือ: กนก วงษ์ตระหง่าน. การเมืองในระบอบประชาธิปไตย ฉบับปรับปรุง. กรุงเทพมหานคร: ส านักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๒๘. กวีวงศ์พุฒ. ภาวะผู้น า. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ส่งเสริมวิชาชีพบัญชี, ๒๕๓๙. กิติตยัคคานนท์. เทคนิคการสร้างภาวะผู้น า. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร: เชษฐ์การพิมพ์, ๒๕๓๐. . เทคนิคการสร้างภาวะผู้น า. พิมพ์ครั้งที่ ๑๐. กรุงเทพมหานคร: เชษฐ์การพิมพ์, ๒๕๔๓. ก่อศักดิ์ไชยรัศมีศักดิ์. CEO โลกตะวันออก ฉบับลีลาบริหารสามมิติ. กรุงเทพมหานคร: สยาม อินเตอร์บุคส์, ๒๕๔๗. งามพิศ สัตย์สงวน. หลักมานุษยวิทยาวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ธรรมสภา, ๒๕๓๘. จุมพล หนิมพานิช. การจูงใจและความเป็นผู้น า. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๒๙. ชัยอนันต์สมุทวณิช. การเมืองกับการบริหาร. คณะรัฐศาสตร์: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๒๐. ฑิตยา สุวรรณชฎ. “สังคมวิทยา” ในวิทยาศาสตร์สังคม. กรุงเทพมหานคร: ส านักวิจัยสถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, ๒๕๑๗. ณัฐพล ขันธไชย. “แนวความคิดและทฤษฎีในการพัฒนาประเทศและการพัฒนาชนบท”. การบริหารงานพัฒนาชุมชน. กรุงเทพมหานคร: โอเดี้ยนสโตร์, ๒๕๒๗. เทพพนม เมืองแมน และคณะ. พฤติกรรมองค์การ. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒน พานิช, ๒๕๔๐. ธนากิต เรียบเรียง. วันส าคัญของไทย หนังสือวันส าคัญของไทย. กรุงเทพมหานคร: ปิรามิด, ๒๕๔๑. นิตย์สัมมาพันธ์. ภาวะผู้น า: พลังขับเคลื่อนสู่ความเป็นเลิศ. กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์ร่วมกับส านักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๔๖. นิตย์สัมมาพันธ์. ภาวะผู้น า. กรุงเทพมหานคร: อินโนกราฟฟิกส์, ๒๕๔๖. นิรันดร์ จงวุฒิเวศย์. “ทฤษฎีและแนวความคิดเกี่ยวกับการพัฒนาชนบท”. เอกสารการสอนชุด วิชาการพัฒนาชุมชน หน่วยที่ ๑-๗. พิมพ์ครั้งที่ ๘. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยสุโขทัย ธรรมาธิราช, ๒๕๓๔.
๑๖๙ บรรณานุกรม(ต่อ) ปกรณ์ ปรียากร. ทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาในการบริหารการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร: สามเจริญพานิช, ๒๕๓๘. ประยงค์รณรงค์. ผู้น าการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม, ๒๕๕๐. ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์. ผู้น าที่ดีไม่มีเสื่อม. กรุงเทพมหานคร: ส านักพิมพ์อนิเมทกรุ๊ป, ๒๕๕๐. พระครูสิริจันทนิวิฐ (บุญจันทร์ เขมกาโม). ภาวะผู้น าเชิงพุทธ. กรุงเทพมหานคร: นิติธรรมการพิมพ์, ๒๕๔๙. พระธรรมโกศาจารย์(ประยูร ธมฺมจิตฺโต). พุทธวิธีการบริหาร. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๙. พระธรรมโกศาจารย์(ประยูร ธมฺมจิตฺโต). พุทธวิธีบริหาร. พิมพ์พิเศษ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๙. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๙. พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). ภาวะผู้น า. พิมพ์ครั้งที่ ๗. กรุงเทพมหานคร: สุขภาพใจ, ๒๕๔๖. พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต). ภาวะผู้น า. กรุงเทพมหานคร: บริษัท บุ๊คไทม์, ๒๕๔๙. พระราชญาณวิสิฐ (เสริมชัย ชยมงฺคโล). หลักธรรมาภิบาลและประมุขศิลป์. กรุงเทพมหานคร: ส านักพิมพ์มงคลชัยพริ้นติ้ง, ๒๕๔๘. พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). ทางสายกลางของการศึกษาไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร: คณะศึกษาศาตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๓๐. พระราชวิจิตรปฏิภาณ (สุนทราณสุนฺทโร). ยอดแห่งผู้น า. กรุงเทพมหานคร: ส านักพิมพ์ธรรมสภา, ๒๕๕๐. พิชญ์ สมพอง. สังคมวิทยาว่าด้วยการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร: กิ่งจันทร์การพิมพ์, ๒๕๒๙. มัลลิกา ต้นสอน. พฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพมหานคร: บริษัท ด่านสุทธาการพิมพ์จ ากัด, ๒๕๔๔. ยงยุทธ เกษสาคร. ภาวะผู้น าและการจูงใจ. กรุงเทพมหานคร: ส านักพิมพ์เสมาธรรม, ๒๕๔๒. ยุวัฒน์ วุฒิเมธี. หลักการพัฒนาชุมชนและการพัฒนาชนบท. กรุงเทพมหานคร: ส.ส.น. ไทยอนุเคราะห์ไทย, ๒๕๒๖. วิเชียร วิทยอุดม. ภาวะผู้น า. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ธีระฟิลม์และไซเท็กซ์, ๒๕๔๘. วิภาดา คุปตานนท์. การจัดการและพฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพมหานคร: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัย รังสิต,๒๕๔๔. วิรัญญ์ บิดรวัฒนา และคณะ. ผู้น าแห่งโลกอนาคตการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ. กรุงเทพมหานคร: อัลฟามีเดีย, ๒๕๔๓. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์. วิสัยทัศน์ขุนคลัง. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร: ผู้จัดการ, ๒๕๔๔. สมคิด บางโม. หลักการจัดการ. กรุงเทพมหานคร: น าอักษรการพิมพ์, ๒๕๓๘. สมัย จิตต์หมวด. พฤติกรรมผู้น า. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามค าแหง, ๒๕๔๗. สุจิต บุญบงการ. “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของไทย” ในการพัฒนาทางการเมืองของไทย. กรุงเทพมหานคร: ส านักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๑.
๑๗๐ บรรณานุกรม(ต่อ) สุเทพ พงศ์ศรีวัฒน์. ภาวะผู้น าทฤษฎีและปฏิบัติ. เชียงราย: สถาบันราชภัฏเชียงราย, ๒๕๔๕. สุพานีสฤษฎ์วานิช. พฤติกรรมองค์การสมัยใหม่: แนวคิดและทฤษฎี. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๙. อุทัย หิรัญโต. ทฤษฎีองค์การ. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์, ๒๕๔๒. (๒) บทความ: เขมิกา ทองเรือง. “ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้านตามความคาดหวังของประชาชนเทศบาลต าบล นาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม”, วารสารเสลภูมิวิชาการ. ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2562): 9 - 21. พิชยุตม์ อินทะเสน. “รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลงของก านันผู้ใหญ่บ้านในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง”, วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์. ปีที่ 8 ฉบับที่ 4 (กรกฎาคม – สิงหาคม 2563): 1294-1307. สมชัย จิตสุชน. “การกระจายรายได้: บทส ารวจความรู้”. วารสารเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์. ฉบับที่ ๒๒, (๓ กันยายน ๒๕๔๗): ๗๗-๗๘ สรายุทธ์ หอมจันทร์. “ภาวะผู้น าของก านันผู้ใหญ่บ้านที่ส่งผลต่อการบริหารราชการส่วนท้องที่ ในจังหวัดสุพรรณบุรี”, วารสารรัฐศาสตร์ปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มิถุนายน 2563): 163 – 191. (๓) ดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์: จักรพรรดิวะทา. “คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของศึกษาธิการจังหวัดในทศวรรษหน้า”. วิทยานิพนธ์ การศึกษาดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ๒๕๓๘. เจริญ รุ่งแสงจันทร์. “บทบาทด้านการปกครองหมู่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน ต าบลบ้านระกาศ อ าเภอ บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๕. ชนกพร เทียมวิไล. “ภาวะผู้น าเชิงพุทธส าหรับการบริหารสถานศึกษา”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตร มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗. ณภัคธิดา ทองมี. “ภาวะผู้น าตามหลักพรหมวิหารธรรมของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนต าบล หนองปลิง อ าเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙. พระครูปลัดเอกกร ติสาโร. “ภาวะผู้น าตามหลักพุทธธรรมของนายกองค์การบริหารส่วนต าบล ฝายนาแซง อ าเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙.
๑๗๑ บรรณานุกรม (ต่อ) พระครูไพโรจน์ภัทรคุณ (วิโรจน์ ภทฺทปญฺโญ). “ภาวะผู้น าของเจ้าอาวาสในอ าเภอก าแพงแสน จังหวัดนครปฐม”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๔. พระณรงค์วุฑฺฒิเมธี(สังขวิจิตร). “การบริหารจัดการตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของบริษัทเอ็นอีซีอิน ฟอนเทียร์(ไทย) จ ากัด ”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗. พระธานี จนฺทิโก (กลอมนอก). “การพัฒนาตนเองตามหลักภาวนา 4 ของเยาวชน ต าบลตาขัน อ าเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑. พระปัญญา โชติธัมโม(แก้วหาวงค์). “ภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมือง ท่าเรือพระแท่น อ าเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี”. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑. พระปรัล จนฺทโก (ปรอม). “การศึกษาวิเคราะห์แนวคิดภาวะผู้น าในพระพุทธศาสนาเถรวาท”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหามกุฏ ราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, ๒๕๕๕. พระมหาศักดิ์ชัย อภิชาโต (ลีทหาร). “ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้น าของผู้บริหารกับสมรรถนะหลัก ของเทศบาลเมืองบางศรีเมือง ต าบลบางศรีเมือง อ าเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖. พระมหาสุภกันต์สุขุมาโล (พรมดี). “บทบาทการพัฒนาชุมชนขององค์การบริหารส่วนต าบลโพนสูง อ าเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗. พระสุริยะศักดิ์ จิตฺตธมฺโม (จันทร์ค ามณี). “การพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัยจ าปาสัก เมือง ปากเซ แขวงจ าปาสัก ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๓. พระสุวรรณารัฐ สิกฺขวินโย (กาน). “การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักพุทธธรรม ของผู้บริหารองค์การ บริหารส่วนต าบลนอกเมือง อ าเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตร มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑. พระเสถียร ฐิติสมฺปนฺโน. “ภาวะผู้น ากับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล : กรณีศึกษาวัดในเขต ตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๒.
๑๗๒ บรรณานุกรม (ต่อ) พระอุเทน ปริมุตโต(คุ้มภัย). “ภาวะผู้น าเชิงพุทธของผู้น าการปกครองส่วนท้องที่ ในอ าเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖. พระอธิการธนิต ธมฺมสาโร (รามโพ). “ภาวะผู้น าเชิงพุทธของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ต าบลห้วยร่วม อ าเภอ ดงเจริญ จังหวัดพิจิตร”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕62. พระอภิรัตน์ ฐิตวิริโย (ดาประโคน). “ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้น าเชิงพุทธของผู้บริหาร โรงเรียนมัธยมศึกษา อ าเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา”. วิทยานิพนธ์ พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑. พัชรพร พิพัฒน์พงศกร. “ภาวะผู้น าตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาใน อ าเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๕. พัฒน์ภูมิกอบกิตติ์กสานติ์. “ภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลงในการบริหารองค์กรของดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖. ไพวัลย์ พรหมนา. “การพัฒนาการบริหารงานตามหลักพุทธธรรมของสถานีต ารวจเพื่อประชาชน”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗. ร้อยต ารวจเอกธีรวุฒิ นกยูงทอง. “ภาวะผู้น าเชิงพุทธของข้าราชการต ารวจชั้นสัญญาบัตรในสังกัด ต ารวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖. ว่าที่ร้อยโทสมโพชน์ กวักหิรัญ. “ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อภาวะผู้น าทางการเมือง ที่พึงประสงค์ตามแนวพุทธปรัชญาของนักการเมืองท้องถิ่น จังหวัดฉะเชิงเทรา”. วิทยานิพนธ์ศาสยศาสตรดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหามกุฏ ราชวิทยาลัย, ๒๕๕๒. สมนึก ใจค าหนัก. “ภาวะผู้น าของก านันและผู้ใหญ่บ้านอ าเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อการ เสริมสร้างเศรษฐกิจพอเพียง”. การค้นคว้าแบบอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๕๒. สร้อยสุรีรัตน์ พลพรพิสิฐ. “ภาวะผู้น ากับการปฏิบัติงานของก านันผู้ใหญ่บ้าน : ศึกษาเฉพาะกรณี จังหวัดสมุทรสาคร”. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยรามค าแหง, ๒๕๕๒.
๑๗๓ บรรณานุกรม (ต่อ) สุรศักดิ์ ชุ่มสลับ. “ผู้น าของผู้บริหารองค์กรธุรกิจตามทฤษฎีของเรดดินกรณีศึกษาองค์กรในเครือ ไบโอไฟล์คอร์ปอเรชั่น จ ากัด”. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. บัณทิตวิทยาลัย : สถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, ๒๕๔๕. ไสว บุญขวัญ. “ภาวะผู้น าเชิงพุทธของก านันและผู้ใหญ่บ้าน อ าเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย, ๒๕๕๑. อ าภา ปิยารมณ์. “การศึกษาภาวะผู้น ากับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคตะวันออก”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต.บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๕๑. ไอลดา ประเสริฐสระน้อย. “ภาวะผู้น ากับประสิทธิผลในการบริหารงานของก านันในอ าเภอ วังน้ าเขียว จังหวัดนครราชสีมา”. วิทยานิพนธ์ปริญญาธุรกิจมหาบัณฑิต. บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, ๒๕๕๐. (๔) ระเบียบ ค าสั่ง ข้อบังคับ กฎหมาย พระราชบัญญัติ ฯลฯ: ประมวลจริยธรรมส าหรับก านัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจ าต าบล สารวัตรก านัน และผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้าน. ราชกิจจานุเบกษา ๑๓๘. กรกฎาคม ๒๕๖๔. พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑. ราชกิจจานุเบกษา ๑๒๕. กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔. กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๕๖. ส่ วนบ ริห า รง านก านันผู้ใหญ่บ้ าน ส านักบ ริห า รก า รปกครองท้องที่ กรมก า รปกค รอง กระทรวงมหาดไทย. การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านตามระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๙. ส่ วนบ ริห า รง านก านันผู้ใหญ่บ้ าน ส านักบ ริห า รก า รปกครองท้องที่ กรมก า รปกค รอง กระทรวงมหาดไทย. การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านตามระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๙. ส่ วนบ ริห า รง านก านันผู้ใหญ่บ้ าน ส านักบ ริห า รก า รปกครองท้อง ที่ กรมก า รปกค รอง กระทรวงมหาดไทย. คู่มือปฏิบัติงานก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ประจ าปี ๒๕๖๒.
๑๗๔ บรรณานุกรม (ต่อ) ส านักทะเบียนอ าเภอปัว. ส านักทะเบียนเทศบาลต าบลปัว. ข้อมูลประชากรต าบลไชยวัฒนาและ ข้อมูลประชากรบ้านต้นแหลง หมู่ที่ ๒ ต าบลไชยวัฒนา, เดือน มกราคม ๒๕๖๕. องค์การบริหารส่วนต าบลไชยวัฒนา. แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐). น่าน : ส านัก ปลัดองค์การบริหารส่วนต าบลไชยวัฒนา, เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔. (๕) สัมภาษณ์: สัมภาษณ์. นายสมเกียรติ อาจสังข์, นายอ าเภอปัว, ๕ สิงหาคม ๒๕๖๕. . นายเกษม ปัญญาภู, นายกองค์การบริหารส่วนต าบลไชยวัฒนา, ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕. . นายภูสิษฐ์ จิณะ, ปลัดองค์การบริหารส่วนต าบลไชยวัฒนา, ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕. . นายปิยะสันต์ วรรณภพ, ครูช านาญการพิเศษ, ๘ ธันวาคม ๒๕๖๕. . นายประสิทธิ์ ศิริรัตน์, ก านันต าบลไชยวัฒนา, ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๕. . นายเจริญ ใจการณ์,อดีตก านันต าบลไชยวัฒนา, ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕. . นางรัตนา ศิริรัตน์, ผู้ใหญ่บ้านต้นแหลง หมู่ที่ ๒ ต าบลไชยวัฒนา, ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕. . นายอารี งามสม, ผู้ใหญ่บ้านหนาด หมู่ที่ ๔ ต าบลไชยวัฒนา, ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕. . พระครูสิรินันทวิทย์, เจ้าคณะอ าเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน, ๙ สิงหาคม ๒๕๖๕. . นายสุเมธ สายสูง, ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน อดีตผู้อ านวยการส านักงานส่งเสริม และสนับสนุนวิชาการ ๑๐ จังหวัดเชียงใหม่, ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๕. ๒. ภาษาอังกฤษ (I) Books: Barbara Kellman. Leadership as a Political Act in Leadership : Multidisciplinary Perspectives. New Jersey : Prentice Hall, 1984. Bruce J. Cohen. Introduction to Sociology. New York : McGraw-Hill, 1979. Cattell R.B. Human Relations. New York: Free Press, 1951. Denis Goulet. The cruel choice: A new concept in the theory of development. New York : Atheneum, 1973. Earl J. Frierich. An Introduction to Political Theory. New York: Harper & Row Publishers, 1976. Edward W. Weidner. “Development administration : A new focus for research”. in Papers in comparative public administration. Ferrel Heady and Sydil L. Stoker,eds. Ann Arbor, Mich : IPA, 1962. F.E Fiedler. A Theory of Leadership Effectiveness. New York : McGraw – Hill Book, 1967. Frankin Covey. The Four Roles Leadership. USA : Frankin Covey Co.,Ltd., 1999. George F. Grant. Development administration: Concepts, goals, methods. Madison : The University of Wisconcin, 1979. Gibson, J.L., Ivancevich, J.M., & Donnelly, J.H. Organization Behavior Structure Process. 3th ed. New York : McGraw-Hill, 1997.
๑๗๕ บรรณานุกรม (ต่อ) Halpin, Andrew W. Theory and Research in Administration. New York : Mac millan, 1966. Hodge & Johnson. Management and Organization Behavior. New York : John Willey & Sons, 1970. Krech, Davis, Crutchfield, Richard S. and Ballachey, Egerton L. Individual in Society. New York : McGraw-Hill Book Company Inc., 1962. Kurt lewin. The Dynamic of Group Action. Education Leadership, New York : Henry Holt B. Co., 1960. L.Richardson & Sidney Baldwin. Public Administration : Government in Action. Ohio : Charles E. Merrill Publishing Co, 1976. Michael P. Todaro. Economic development. 5th ed. New York : Long man, 1994. N.L. Frigon and H.K. Jackson. The Leader. New York : Amecom, 1996. Owens. Robert . Organizational Behavior in Education, 1991. Plato. The Republic.tr.Paul Shorey. New Jersey: Princeto University Press, 1973. Ralph M. Stogdill. Personal Factor Associated with Leadership Survey of Lite rature in leadership. Marryland : Penguin Books, 1967. Reddin, William J. The 3 – D Management Style Theory : Theory Paper 2. Canada : Social Science System, 1970. Rederick Bell, David V. Edwards & R. Harrison Wagner. Political Power: A Rederin Theory and Research. New York: The free Press, 1969. Rensis Likert. The Human Organization : Its Management and Values. NewYork : McGraw - Hill, 1967. Stephen R. Covey. The 7 Habits of Highly Effective People. London : Cox & Wyman Ltd., 1989. T.R. Batten. Community and Their Development. London: Oxford University Press, 1959.
ภาคผนวก
๑๗๗ ภาคผนวก ก เครื่องมือการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
๑๗๘ แบบสอบถามเพื่อการวิจัย การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน APPLICATION OF PAPANIKADHAMMA FOR LEADERSHIP DEVELOPMENT OF SUB-DISTRICT HEADMAN, VILLAGE HEADMAN IN CHAIWATTANA SUB-DISTRICT, PUA DISTRICT, NAN PROVINCE ----------------------------------- ค าชี้แจง แบบสอบถามนี้จัดท าขึ้นเพื่อประกอบการศึกษาวิจัย เรื่อง "การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนา ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน" ตามหลักสูตรรัฐประศาสนศาตร มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แบบสอบถามฉบับนี้ มี 4 ตอน คือ ตอนที่ ๑ แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ ๒ แบบสอบถามเกี่ยวกับหลักธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ตอนที่ 3 แบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ตอนที่ ๔ แบบสอบถามเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประยุกต์หลักปาปณิกธรรม เพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน แบบสอบถามนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรปริญญารัฐประศาสนศาตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามนี้จะน าไปใช้เพื่อการศึกษาในเชิงวิชาการเท่านั้น จะไม่เกิดผลเสียหายหรือผลกระทบต่อท่านผู้ตอบแบบสอบถามแต่ประการใด จึงขอความอนุเคราะห์จากทุกท่านได้ให้ ค าตอบตามข้อเท็จจริง ตรงความเป็นจริงมากที่สุด และขอขอบคุณผู้ตอบแบบสอบถามทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ นางสาวปัญจศิลป์ วรรณภพ นิสิตหลักสูตรรัฐประศาสนศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติฯ
๑๗๙ ตอนที่ ๑ ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ วุฒิการศึกษาอาชีพ รายได้ต่อเดือน ซึ่งเป็นแบบสอบถามแบบ เลือกตอบ (Check List) 1. เพศ ชาย หญิง ๒. อายุ 18 - 29 ปี ๓0 - ๔๐ ปี ๔๑ - ๕๐ ปี ๕๑-60 ปี 61 ปีขึ้นไป ๓. วุฒิการศึกษา ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. ระดับ อนุปริญญา/ปวส. ระดับปริญญาตรี ระดับสูงกว่าระดับปริญญาตรี 4. อาชีพ นักเรียน / นักศึกษา ข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ รับจ้าง ค้าขาย พนักงานห้าง/ร้าน/บริษัท เกษตรกรรม (ท าไร่ , ท านา) อื่นๆ................................. 5. รายได้ต่อเดือน ต่ ากว่า 10,000 บาท 10,000 – 15,000 บาท 1๕,๐๐๑ - 20,๐๐๐ บาท 20,001 บาทขึ้นไป
๑๘๐ ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับหลักธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ข้อที่ หลักธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ระดับความคิดเห็น มากที่สุด (๕) มาก (๔) ปานกลาง (๓) น้อย (๒) น้อยที่สุด (๑) ๑. ด้านจักขุมา : มีวิสัยทัศน์ ๑ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกล ๒ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ก าหนดทิศทางการด าเนินงานของ ต าบล หมู่บ้าน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ๓ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีกระบวนการก ากับ ติดตาม ประเมินผล การด าเนินงานของต าบล หมู่บ้าน อย่างเป็นระบบ ๒. ด้านวิธูโร : มีการบริหารจัดการที่ดี ๔ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีความรู้ความสามารถในการบริหาร จัดการ ๕ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีแผนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ ๖ ก านัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นแบบอย่างที่ดีในการบริหารเวลา ให้เกิดประโยชน์กับต าบล หมู่บ้าน ๗ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ที่แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทัน ต่อเหตุการณ์และเวลา ๘ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีความรับผิดชอบต่อภารกิจ ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ ๓. ด้านนิสสยสัมปันโน : มีมนุษยสัมพันธ์ ๙ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นกัลยาณมิตรกับผู้ร่วมงาน และประชาชน ๑๐ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ในการติดต่อประสานงาน ๑๑ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ จากทุกภาคส่วน ๑๒ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีการส่งเสริมกิจกรรมสร้าง มนุษยสัมพันธ์ในต าบล หมู่บ้าน อย่างต่อเนื่อง
๑๘๑ ตอนที่ 3 แบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ข้อที่ ความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ระดับความคิดเห็น มากที่สุด (๕) มาก (๔) ปานกลาง (๓) น้อย (๒) น้อยที่สุด (๑) 1. ด้านมุ่งเกณฑ์ ๑ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ปฏิบัติงานโดยยึดกฎระเบียบ อย่างเคร่งครัด ๒ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีการก าหนดนโยบาย เป้าหมาย ทิศทาง ในการปฏิบัติงานอย่างละเอียดก่อนเริ่ม ปฏิบัติงาน ๓ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน สั่งงานตามขั้นตอน สายงานตามระเบียบแบบแผนที่ได้วางไว้ ๔ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ก าหนดให้ผู้ใต้บังคับบัญช า ปฏิบัติงานตามค าสั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อให้บรรลุ เป้าหมาย 5 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ 2. ด้านมุ่งงาน 6 ก า นั น ผู้ ใ ห ญ่ บ้ า น มี ก า ร ก า ห น ด ว าง แ ผ น การปฏิบัติงานล่วงหน้าตามแผนที่ก าหนดไว้ 7 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีการล าดับความส าคัญของงาน ที่ท าโดยไม่เลือกท าเฉพาะงานที่ตนชอบ 8 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ค าแนะน าผู้ใต้บังคับบัญชา อย่างใกล้ชิดเพื่อให้งานส าเร็จบรรลุตามเป้าหมาย 9 ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีการน าเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ ในการปฏิบัติงานเพื่อให้งานเกิดประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น 10 ก านัน ผู้ใหญ่บ้ าน มี ก า ร ติ ด ต า มป ร ะ เ มิน ผ ล การปฏิบัติงานเป็นระยะ