The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิทยานิพนธ์ เรื่อง การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในตำบลไชยวัฒนา อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยนางสาวปัญจศิลป์ วรรณภพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วิทยานิพนธ์ เรื่อง การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในตำบลไชยวัฒนา อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยนางสาวปัญจศิลป์ วรรณภพ

วิทยานิพนธ์ เรื่อง การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในตำบลไชยวัฒนา อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยนางสาวปัญจศิลป์ วรรณภพ

๘๒ ต่อการบริหารจัดการตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของบริษัทเอ็นอีซีอินฟอนเทียร์(ไทย) จํากัด จําแนก ตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษาและประสบการณ์ทํางาน พบว่า บุคลากร ที่มีเพศ ระดับการศึกษาและประสบการณ์ทํางาน ต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ๐.๐๕ ส่วนบุคลากรที่มีอายุต่างกันมีความคิดเห็นต่อการบริหารจัดการตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของบริษัท เอ็นอีซีอินฟอนเทียร์ (ไทย) จํากัด ไม่แตกต่าง จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก เกี่ยวกับการบริหารจัดการตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของบริษัท เอ็นอีซีอินฟอนเทียร์ (ไทย) จํากัด สามารถสรุปได้ดังนี้ ผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับต้องตระหนักและให้ความสําคัญต่อหลักการของ ทุติยปาปณิกสูตรซึ่งประกอบไปด้วย ๓ ด้าน คือ จักขุมา วิธูโร นิสสยสัมปันโน เพื่อให้การบริหาร จัดการประสบความสําเร็จทั้งคนและงานและสามารถยืนหยัดอยู่ท่ามกลางยุคโลกาภิวัตน์ อย่างไม่สูญเสียคุณค่าของความเป็นมนุษย์พร้อมเติบโตไปกับโลกทุนนิยมอย่างแข้มแข็ง๑๐๓ ร้อยต ารวจเอกธีรวุฒินกยูงทอง ได้ศึกษาเรื่อง“ภาวะผู้นําเชิงพุทธของข้าราชการตํารวจ ชั้นสัญญาบัตรในสังกัดตํารวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์” ผลการศึกษาพบว่า ภาวะผู้นําเชิงพุทธของ ข้าราชการตํารวจชั้นสัญญาบัตรตามหลักทุติยปาปณิกสูตร ด้านจักขุมา ด้านวิธูโร ด้านนิสสยสัมปันโน โดยรวมอยู่ในระดับมาก ข้าราชการตํารวจชั้นสัญญาบัตรส่วนมากเป็นเพศชาย มีระดับการศึกษา ต่างกัน มีทัศนะต่อภาวะผู้นําเชิงพุทธไม่แตกต่างกัน ส่วนอายุ ระดับชั้นยศและตําแหน่งต่างกัน มีทัศนะแตกต่างกันนั้นหมายถึงเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นทําให้การใช้ภาวะผู้นําเชิงพุทธของ ข้าราชการตํารวจชั้นสัญญาบัตรตามหลักทุติยปาปณิกสูตรแตกต่างกัน แนวทางดําเนินงานในปัจจุบัน เพื่อความสําเร็จที่จะตามมา ผู้นําต้องมีวิสัยทัศน์เพื่อกําหนดทิศทางขององค์กร มีการแบ่งงานกันทํา และการกระจายอํานาจ ใช้คนให้เหมาะกับงาน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและมีภาวะผู้นํา ส่วนผลที่ได้รับนั้น ได้ทําการนําหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการมีวิสัยทัศน์มีการจัดการและ มีมนุษยสัมพันธ์ตามหลักทุติยปาปณิกสูตรและใช้หลักการจัดการองค์ความรู้ โดยมีการจัดประชุม ทุกสัปดาห์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลประสบการณ์กันพบปะพูดคุยเพื่อสร้างความคุ้นเคยเป็นระยะ เพื่อพัฒนาต่อไป ๑๐๔ พระปัญญา โชติธัมโม (แก้วหาวงค์) ได้ศึกษาเรื่อง“ภาวะผู้นําตามหลักปาปณิกธรรม ของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อําเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี” ผลการศึกษาพบว่า ระดับภาวะผู้น าของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อ าเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดย ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = ๓.๙๘, S.D. = ๐.๔๗๕) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการมี อิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ ( ̅ = ๓.๘๘, S.D. = ๐.๕๕๑) ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ ( ̅ = ๓.๙๖, S.D. = ๐.๕๖๘) ด้านการกระตุ้นให้ใช้ปัญญา ( ̅ = ๓.๙๔, S.D. = ๐.๕๘๓) และด้านการค านึงถึง ปัจเจกบุคคล ( ̅ = ๓.๙๔, S.D. = ๐.๕๒๔) อยู่ในระดับมาก และผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของ ๑๐๓พระณรงค์วุฑฺฒิเมธี(สังขวิจิตร), “การบริหารจัดการตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของบริษัท เอ็นอีซี อินฟอนเทียร์ (ไทย) จํากัด ”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, (บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗). ๑๐๔ร้อยตํารวจเอกธีรวุฒินกยูงทอง, “ภาวะผู้นําเชิงพุทธของข้าราชการตํารวจชั้นสัญญาบัตรในสังกัด ตํารวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, (บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖).


๘๓ พนักงานที่มีต่อการภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อ าเภอ ท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรีจ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคลพบว่า พนักงานที่มีการศึกษา และเงินเดือน ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาล แตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ส่วนพนักงานที่มี เพศ อายุ ตําแหน่ง ต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นําตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาล ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย๑๐๕ ณภัคธิดา ทองมี ได้ศึกษาเรื่อง“ภาวะผู้นําตามหลักพรหมวิหารธรรมของผู้บริหารองค์การ บริหารส่วนตําบลหนองปลิง อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์” ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่าง มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นําตามหลักพรหมวิหารธรรมของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตําบล หนองปลิง อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบ ความคิดเห็นต่อภาวะผู้นําตามหลักพรหมวิหารธรรมของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตําบลหนองปลิง อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จําแนกตามสถานภาพส่วนบุคคล พบว่า สถานภาพส่วนบุคคล เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และสถานภาพรายได้ต่อเดือนที่แตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นํา ตามหลักพรหมวิหารธรรมของผู้บริหารองค์การบริหาร ส่วนตําบลหนองปลิง อําเภอเมือง จังหวัด นครสวรรค์ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้๑๐๖ พระครูปลัดเอกกร ติสาโร ได้ศึกษาเรื่อง “ภาวะผู้น าตามหลักพุทธธรรมของนายก องค์การบริหารส่วนต าบลฝายนาแซง อ าเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์”ผลการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าตามหลักพุทธธรรมของนายกองค์การบริหารส่วนต าบล ฝายนาแซง อ าเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายละเอียด แต่ละด้านพบว่า ภาวะผู้น าตามหลักพุทธธรรมของนายกองค์การบริหารส่วนต าบลฝายนาแซง อ าเภอ หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ในด้านปัญญาพละ ก าลังความรู้หรือความฉลาด อยู่ในระดับมาก ส่วนด้านอื่นๆ ที่เหลืออยู่ในระดับมาก และผลเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อภาวะผู้น า ตามหลักพุทธธรรมของนายกองค์การบริหารส่วนต าบลฝายนาแซง อ าเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ จ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ พบว่า ประชาชนที่มี เพศ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐาน ส่วนประชาชนที่มีอายุ แตกต่างกัน ยอมรับสมมติฐาน ว่ามีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นําตามหลักพุทธธรรมของนายกองค์การ ๑๐๕พระปัญญา โชติธัมโม (แก้วหาวงค์), “ภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาลเมือง ท่าเรือพระแท่น อ าเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑). ๑๐๖ณภัคธิดา ทองมี, “ภาวะผู้น าตามหลักพรหมวิหารธรรมของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนต าบล หนองปลิง อ าเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารจัดการคณะสงฆ์), (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙).


๘๔ บริหารส่วนตําบลฝายนาแซง อําเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ ๐.๐๕ ๑๐๗ พระอุเทน ปริมุตโต (คุ้มภัย) ได้ศึกษาเรื่อง “ภาวะผู้น าเชิงพุทธของผู้น าการปกครอง ส่วนท้องที่ ในอ าเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์” ผลการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นของผู้น าการ ปกครองส่วนท้องที่ที่มีต่อภาวะผู้น า ในอ าเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาในแต่ละด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้านโดยมีค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ตามล าดับดังนี้ด้านความเป็นผู้รู้จักตน ด้านความเป็นผู้รู้กาล ด้านความเป็นผู้รู้จักประมาณ ด้านความ เป็นผู้รู้จักบริษัท ด้านความเป็นผู้รู้จักเหตุและ ด้านความเป็นผู้รู้จักผล ยกเว้น ด้านความเป็นผู้รู้จัก บุคคล อยู่ในระดับปานกลาง และเปรียบเทียบภาวะผู้น าของผู้น าการปกครองส่วนท้องที่ ในอ าเภอ พยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์จ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ผู้น าการปกครองส่วนท้องที่ที่มีเพศ และต าแหน่งต่างกันมีระดับภาวะผู้น าเชิงพุทธโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ ระดับ ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ส่วนผู้น าการปกครองส่วนท้องที่ที่มี อายุ การศึกษา และ รายได้ต่างกันมีระดับภาวะผู้น าเชิงพุทธโดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้๑๐๘ พระอภิรัตน์ ฐิตวิริโย (ดาประโคน) ได้ศึกษาเรื่อง“ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้น า เชิงพุทธของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา อ าเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา” ผลการวิจัย พบว่า ๑) การศึกษาคุณลักษณะการบริหารงานตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของผู้บริหารโรงเรียน มัธยมศึกษา อ าเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยภาพรวม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เรียงล าดับจากมากไปหา น้อย ได้แก่ ด้านนิสสยสัมปันโน ด้านวิธูโร ด้านจักขุมา ๒) การศึกษาหลักและวิธีการพัฒนา คุณลักษณะการบริหารงานตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา อ าเภอ บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาพบว่า ผู้บริหารต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีการวางแผน มีความรอบคอบ กล้าตัดสินใจ มีความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์และก าหนดทิศทาง มีทักษะด้าน เทคโนโลยีใหม่ ๆ มีประสบการณ์มีความขยันหมั่นเพียรในการฝึกฝน ตั้งใจอดทน ให้ความช่วยเหลือ มองโลกในแง่บวก สร้างความสัมพันธ์ มีจิตอาสา ซื่อสัตย์ จริงใจ มีสัจจะ ค ามั่นสัญญา มีจิตใจเป็น กลาง กระจายอ านาจ ส่งเสริมการศึกษา น าหลักธรรมมาใช้มีเหตุและผล มีความรอบคอบ ใส่ใจ ประเมินผล สร้างศรัทธาและความเชื่อมั่น ๓) แนวทางการพัฒนาคุณลักษณะการบริหารงานตามหลัก ทุ ติ ย ป า ป ณิ ก สู ต ร ส า ห รั บ ผู้ บ ริ ห า รโ รงเ รี ยนมั ธยมศึ กษ า อ าเภอบ างป ะอิ น จังห วั ด พระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วยองค์ประกอบที่ส าคัญ ๓ ด้าน ดังนี้ คือ ๑) ด้านจักขุมา คือ การมี วิสัยทัศน์กว้างไกล มองการไกล ประกอบด้วย สร้างวิสัยทัศน์ในองค์การมีความรู้ความสามารถ มีการวางแผน มีแนวความคิดใหม่ ๆ ๒) ด้านวิธูโร คือ จัดการธุระได้ดี มีความเชี่ยวชาญในงาน ๑๐๗พระครูปลัดเอกกร ติสาโร, “ภาวะผู้น าตามหลักพุทธธรรมของนายกองค์การบริหารส่วนต าบล ฝายนาแซง อ าเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารจัดการคณะสงฆ์), (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙). ๑๐๘พระอุเทน ปริมุตโต(คุ้มภัย), “ภาวะผู้น าเชิงพุทธของผู้น าการปกครองส่วนท้องที่ ในอ าเภอ พยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต,(บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖).


๘๕ ประกอบด้วย ความหมั่นเพียรในการฝึกฝน มีเทคนิคและความถนัด มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ การท างาน มีทักษะความช านาญในงานมีความตั้งใจ อดทนต่อการท างาน ๓) ด้านนิสสยสัมปันโน คือ การมีมนุษยสัมพันธ์ ประกอบด้วย ความสุภาพอ่อนโยน เอาใจใส่ กระตือรือร้น มีใจผูกพันอยู่กับงาน สร้างมิตรภาพ การให้ความช่วยเหลือผู้อื่น การยกย่องให้เกียรติผู้อื่น๑๐๙ จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นํา สามารถที่จะสรุปได้ว่า คุณสมบัติที่ผู้นํา ต้องมีทั้งทักษะ ความรู้ ความสามารถทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบังคับบัญชาบุคลากรในองค์กร ให้สามารถดําเนินกิจกรรมตามที่องค์กรวางวัตถุประสงค์ไว้จนเกิดผลสําเร็จ ปัจจัยที่มีส่วนสนับสนุน ความสําเร็จนั้น คือ การที่ผู้นําสามารถสร้างแรงจูงใจให้บุคลากรในองค์การรวมพลังกันปฏิบัติงาน และรวมถึงการที่มีอิทธิพลเหนือบุคคลอื่นด้วย ผู้นําจึงเป็นบุคคลซึ่งใช้อิทธิพลได้มากในการควบคุม และกระทําการที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ๑๐๙พระอภิรัตน์ ฐิตวิริโย (ดาประโคน), “ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้น าเชิงพุทธของผู้บริหาร โรงเรียนมัธยมศึกษา อ าเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).


๘๖ ตารางที่ ๒.๑๓ งานวิจัยที่เกี่ยวกับภาวะผู้นํา นักวิจัย สรุปผลการวิจัย พัชรพร พิพัฒน์พงศกร พัฒน์ภูมิ กอบกิตติ์กสานติ์ พระมหาศักดิ์ชัย อภิชาโต พระเสถียร ฐิติสมฺปนฺโน อําภา ปิยารมณ์ พระปรัล จนฺทโก มีภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลงที่มีพฤติกรรม ๔ ด้านอย่างชัดเจน คือ ๑) พฤติกรรมด้านการมีอิทธิพลในเชิงอุดมการณ์ ๒) พฤติกรรมด้านการสร้างแรงบันดาลใจ ๓) พฤติกรรมด้านการกระตุ้นสติปัญญา ภาวะผู้นําด้านทาน ด้านปิยวาจา ด้านอัตถจริยา ด้านสมานัตตตา พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน เมื่อจําแนกตามสถานภาพส่วนบุคคล พบว่า บุคลากรที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา บุคลากรทางการศึกษา และประสบการณ์ทํางานมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นําตามหลัก สังคหวัตถุ ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในอําเภอเมือง นครสวรรค์จังหวัดนครสวรรค์ไม่แตกต่างกัน ความคิดเห็นของความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นําของผู้บริหารและ สมรรถนะหลักของเทศบาลเมืองบางศรีเมือง ตําบลบางศรีเมือง อําเภอ เมือง จังหวัดนนทบุรีโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน ด้านหลักคุณธรรม ด้านหลักความโปร่งใส ด้านหลักการมีส่วนร่วม ด้านหลักความรับผิดชอบอยู่ในระดับปานกลาง ทําให้ความคิดเห็น เกี่ยวกับภาวะผู้นําในการบริหารวัดในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ไม่แตกต่างกัน ๑) ภาวะผู้นําของผู้บริหารสถานศึกษาและประสิทธิผลของสถานศึกษา อยู่ในระดับมาก ๒) จําแนกตามประเภทของสถาน ศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทาง สถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ๓) ภาวะผู้นําของผู้บริหารสถานศึกษาอยู่ในระดับสูง ๔) ภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลงด้านการสร้างแรงบันดาลใจ ๑) คุณลักษณะผู้นําเบื้องต้น คือ ต้องเป็นบุคคลที่คนส่วนใหญ่ให้การ ยอมรับและพอใจ มีวิสัยทัศน์ยึดหลักทศพิธราชธรรมเป็นแนวทางการ ดําเนินชีวิตทั้งโดยส่วนตนและส่วนรวม ๒) ภาวะผู้นําตามหลักพระพุทธศาสนาในเบื้องต้น ผู้นําจะต้องเป็นผู้นํา ตนเองให้ได้ก่อน พร้อมกันนั้นผู้นําจะต้องมีความเมตตา ๓) เป็นนักจัดการทรัพยากรและปัญหาในครอบครัว มีความอดทนอดกลั้น เป็นหลักในการดํารงชีวิตครอบครัว ตรวจตราทุกข์สุขอย่างสม่ําเสมอ


๘๗ ตารางที่ ๒.๑๓ งานวิจัยที่เกี่ยวกับภาวะผู้นํา (ต่อ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ชนกพร เทียมวิไล พระครูไพโรจน์ภัทรคุณ พระณรงค์ วุฑฺฒิเมธี ร้อยตํารวจเอกธีรวุฒิ นกยูงทอง พระปัญญา โชติธัมโม (แก้วหาวงค์) ในการนําหลักสัปปุริสธรรม มาประยุกต์ใช้ในการบริหารสถานศึกษา พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาควรศึกษาหลักสัปปุริสธรรม ให้เกิดองค์ความรู้ กับตนเองก่อนแล้วนําสัปปุริสธรรม มาตีความและนําไปเปรียบเทียบกับ การบริหารสถานศึกษาแต่ละด้านว่าควรใช้หลักการอย่างไร เพื่อการ บริหารสถานศึกษาที่จะเป็นไปตามเปูาหมายที่ตั้งไว้ด้วยความสมบูรณ์และ มีประสิทธิภาพ พระภิกษุที่มีอายุพรรษา การศึกษาทางโลก และการศึกษาทางบาลี ที่แตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นําของเจ้าอาวาสไม่แตกต่างกัน ซึ่งปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ สําหรับพระภิกษุที่มีการศึกษาทางธรรม และตําแหน่งที่แตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นําของเจ้าอาวาส แตกต่างกัน ซึ่งยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ การบริหารจัดการตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของบริษัท เอ็นอีซี อินฟอนเทียร์ (ไทย) จํากัด โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณา เป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน ผลการเปรียบเทียบความ คิดเห็นของบุคลากร จําแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุระดับ การศึกษาและประสบการณ์ทํางาน พบว่า บุคลากรที่มีเพศ ระดับ การศึกษาและประสบการณ์ทํางานต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ที่ระดับ ๐.๐๕ ส่วนบุคลากรที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็น ไม่แตกต่าง จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ ภาวะผู้นําเชิงพุทธของข้าราชการตํารวจชั้นสัญญาบัตรตามหลัก ทุติยปาปณิกสูตร โดยรวมอยู่ในระดับมาก ข้าราชการตํารวจชั้น สัญญาบัตร ส่วนมากเป็นเพศชาย มีระดับการศึกษาต่างกัน มีทัศนะต่อ ภาวะผู้นําเชิงพุทธไม่แตกต่างกัน ส่วนอายุ ระดับชั้นยศและตําแหน่ง ต่างกัน มีทัศนะแตกต่างกัน ระดับภาวะผู้น าของผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อ าเภอท่า มะกา จังหวัดกาญจนบุรีโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็น รายด้านพบว่า พนักงานที่มี การศึกษา และเงินเดือน ต่างกัน มีความ คิดเห็นต่อการภาวะผู้น าตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาล แตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐาน การวิจัย ส่วนพนักงานที่มีเพศ อายุ ตําแหน่ง ต่างกันมีความคิดเห็นต่อ ภาวะผู้นําตามหลักปาปณิกธรรมของผู้บริหารเทศบาล ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย


๘๘ ตารางที่ ๒.๑๓ งานวิจัยที่เกี่ยวกับภาวะผู้นํา (ต่อ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ณภัคธิดา ทองมี พระครูปลัดเอกกร ติสาโร พระอุเทน ปริมุตโต (คุ้มภัย) กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นําตามหลักพรหมวิหารธรรมของ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตําบลหนองปลิง อําเภอเมือง จังหวัด นครสวรรค์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อเปรียบเทียบความ คิดเห็นต่อภาวะผู้นําตามหลักพรหมวิหารธรรมของผู้บริหารองค์การ บริหารส่วนตําบลหนองปลิง อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จําแนกตาม สถานภาพส่วนบุคคลพบว่า สถานภาพส่วนบุคคล เพศ อายุ ระดับ การศึกษา อาชีพ และสถานภาพรายได้ต่อเดือนที่แตกต่างกัน มีความ คิดเห็นต่อภาวะผู้นําตามหลักพรหมวิหารธรรมของผู้บริหาร องค์การบริหาร ส่วนตําบลหนองปลิง อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ ความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าตามหลักพุทธธรรมของนายก องค์ก า รบ ริห า รส่ วนต าบลฝ ายน าแซง อ าเภอหล่มสัก จังหวัด เพชรบูรณ์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และผลเปรียบเทียบความคิดเห็น ของประชาชนที่มีต่อภาวะผู้น าตามหลักพุทธธรรมของนายกองค์การ บริหารส่วนต าบลฝายนาแซง อ าเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ จ าแนก ตามปัจจัยส่วนบุคคลได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ พบว่าประชาชนที่มีเพศ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐาน ส่วนประชาชนที่มีอายุแตกต่างกัน ยอมรับสมมติฐาน ว่ามีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นําตามหลักพุทธธรรมของนายกองค์การ บริหารส่วนตําบลฝายนาแซง อําเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ แตกต่าง กัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ความคิดเห็นของผู้น าการปกครองส่วนท้องที่ที่มีต่อภาวะผู้น า ในอ าเภอ พยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ เปรียบเทียบภาวะผู้น าของผู้น าการปกครองส่วนท้องที่ ในอ าเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์จ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ผู้น าการปกครอง ส่วนท้องที่ที่มีเพศและต าแหน่งต่างกันมีระดับภาวะผู้น าเชิงพุทธ โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ส่วนผู้น าการปกครองส่วนท้องที่ที่มีอายุ การศึกษา และรายได้ต่างกันมีระดับภาวะผู้น าเชิงพุทธโดยภาพรวม ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้


๘๙ ตารางที่ ๒.๑๓ งานวิจัยที่เกี่ยวกับภาวะผู้นํา (ต่อ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย พระอภิรัตน์ ฐิตวิริโย (ดาประโคน) การศึกษาคุณลักษณะการบริหารงานตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของ ผู้ บ ริ ห า ร โ รง เ รี ย น มั ธ ย ม ศึ ก ษ า อ า เ ภ อ บ าง ป ะ อิ น จัง ห วั ด พระนครศรีอยุธยา โดยภาพรวม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก และเมื่อ พิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เรียงล าดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านนิสสยสัมปันโน ด้านวิธูโร ด้าน จักขุมา ๒.๗.๓ งานวิจัยที่เกี่ยวกับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นกลไกที่สําคัญอย่างยิ่งในการบริหารจัดการชุมชน เนื่องจากได้ ใกล้ชิดกับชาวบ้านโดยตรง ทั้งการดําเนินงาน การบริหารจัดการชุมชน การเข้าไปพบปะพูดคุยกับ ชาวบ้าน ผู้ศึกษาจึงมีความสนใจที่จะศึกษาเรื่อง “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะ ผู้นําของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ในตําบลไชยวัฒนา อําเภอปัว จังหวัดน่าน” โดยศึกษาจากแนวคิดทฤษฎี จากนักวิชาการต่างๆ ดังนี้ ไสว บุญขวัญ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้นําเชิงพุทธของกํานันและผู้ใหญ่บ้าน อําเภอ ตาคลีจังหวัดนครสวรรค์” ผลการศึกษาพบว่า กํานัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมีการนําเอา หลักธรรมพรหมวิหาร ๔ ไปประยุกต์ใช้ในชุมชนของผู้นํา โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณา ในรายละเอียด พบว่า กํานัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้มีการนําหลักธรรมพรหมวิหาร ๔ ไปประยุกต์ใช้กับชุมชนอยู่ในระดับมากที่สุด ในเรื่องการเป็นผู้นําที่มีมิตรไมตรีกับทุกคนในชุมชน๑๑๐ เจริญ รุ่งแสงจันทร์ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง“บทบาทด้านการปกครองหมู่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน ตําบลบ้านระกาศ อําเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ” พบว่า การเปรียบเทียบความคิดเห็นของ ประชาชนที่มีต่อบทบาทด้านการปกครองของผู้ใหญ่บ้าน ตําบลบ้านระกาศ อําเภอบางบ่อ จังหวัด สมุทรปราการ จําแนกตามอาชีพ โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน๑๑๑ สมนึก ใจค าหนัก ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง“ภาวะผู้นําของกํานันผู้ใหญ่ อําเภอขุนยวม จังหวัด แม่ฮ่องสอน ต่อการเสริมสร้างเศรษฐกิจพอเพียง” ผลการวิจัยพบว่า จากการวัดการประเมินตนเอง ของกํานันและผู้ใหญ่บ้านจะมีภาวะผู้นําอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด และมีระดับภาวะผู้นํามากที่สุด ๑๑๐ไสว บุญขวัญ, “ภาวะผู้นําเชิงพุทธของกํานันและผู้ใหญ่บ้าน อําเภอตาคลีจังหวัดนครสวรรค์”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๑). ๑๑๑เจริญ รุ่งแสงจันทร์, “บทบาทด้านการปกครองหมู่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน ตําบลบ้านระกาศ อําเภอ บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๕).


๙๐ ในเรื่องการเป็นผู้ที่มีความเสียสละ มีคุณธรรม ยุติธรรม ยึดถือผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก ในส่วนของการประเมินจากกลุ่มตัวอย่างพบว่า ภาวะผู้นําของกํานันอยู่ในระดับปานกลางถึงมาก และภาวะผู้นําของผู้ใหญ่บ้านอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด อีกทั้งพบว่าภาวะผู้นําของกํานันมีมากที่สุด คือ เรื่องกํานันเป็นผู้ที่ชาวบ้านสามารถพึ่งพาอาศัยได้และภาวะผู้นําของผู้ใหญ่บ้านที่มีมากที่สุด คือ ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี๑๑๒ ไอลดา ประเสริฐสระน้อย ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง“ภาวะผู้นํากับประสิทธิผลในการบริหาร งานของกํานัน ในอําเภอวังน้ําเขียว จังหวัดนครราชสีมา” ผลการวิจัยพบว่า ภาวะผู้นําของกํานัน ในอําเภอวังน้ําเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีลักษณะภาวะผู้นําแบบมีส่วนร่วมมากที่สุดรองลงมา มีลักษณะภาวะผู้นําแบบปรึกษาหารือ กํานันในอําเภอวังน้ําเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีประสิทธิผล ในการบริหารงานอยู่ในระดับสูง กํานันแต่ละคนมีภาวะผู้นําที่ต่างกันและมีประสิทธิผลในการ บริหารงานที่แตกต่างกันโดยภาวะผู้นําแบบเผด็จการอย่างมีศิลป์มีประสิทธิผลในการบริหารด้านการ อยู่รอดมากที่สุด ภาวะผู้นําแบบปรึกษาหารือและภาวะผู้นําแบบมีส่วนร่วมมีประสิทธิผลในการบริหาร ด้านการปรับตัวมากที่สุด ๑๑๓ สร้อยสุรีรัตน์ พลพรพิสิฐ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้นํากับการปฏิบัติงานของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน : ศึกษาเฉพาะกรณีจังหวัดสมุทรสาคร” ผลการวิจัยพบว่า กํานันผู้ใหญ่บ้านจะต้องปฏิบัติ หน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของทางราชการ ปฏิบัติงานตามอํานาจหน้าที่ที่กําหนดไว้ ในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ และกฎหมายอื่นๆ รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการ๑๑๔ ว่าที่ร้อยโทสมโพชน์ กวักหิรัญ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง“ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ ภาวะผู้นําทางการเมืองที่พึงประสงค์ตามแนวพุทธปรัชญาของนักการเมืองท้องถิ่นจังหวัดฉะเชิงเทรา” ผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อภาวะผู้นําทางการเมืองที่พึงประสงค์ตามแนว พุทธปรัชญาของนักการเมืองท้องถิ่น จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง ผลการทดสอบสมมติฐานการวิจัย พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพและรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันมีความ คิดเห็นต่อภาวะผู้นําทางการเมืองที่พึงประสงค์ตามแนวพุทธปรัชญาของนักการเมืองท้องถิ่น โดยรวม ทั้ง ๑๐ ด้านต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ส่วนประชาชนที่มีเพศ อายุและระดับ ๑๑๒สมนึก ใจค าหนัก, “ภาวะผู้น าของก านันและผู้ใหญ่บ้านอ าเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อ การเสริมสร้างเศรษฐกิจพอเพียง”, การค้นคว้าแบบอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการเมืองและ การปกครอง, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๕๒). ๑๑๓ไอลดา ประเสริฐสระน้อย, “ภาวะผู้น ากับประสิทธิผลในการบริหารงานของก านันในอ าเภอ วังน้ าเขียว จังหวัดนครราชสีมา”, วิทยานิพนธ์ปริญญาธุรกิจมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัย วงษ์ชวลิตกุล, ๒๕๕๐). ๑๑๔สร้อยสุรีรัตน์พลพรพิสิฐ, “ภาวะผู้น ากับการปฏิบัติงานของก านันผู้ใหญ่บ้าน : ศึกษาเฉพาะกรณี จังหวัดสมุทรสาคร”, วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยรามค าแหง, ๒๕๕๒).


๙๑ การศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นว่านักการเมืองท้องถิ่น จังหวัดฉะเชิงเทรามีภาวะผู้นําทางการเมือง ที่พึงประสงค์ตามแนวพุทธปรัชญา โดยรวมทั้ง ๑๐ ด้านไม่ต่างกัน ๑๑๕ พระอธิการธนิต ธมฺมสาโร (รามโพ) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น าเชิงพุทธของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ต าบลห้วยร่วม อ าเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร” ผลการวิจัยพบว่า ภาวะผู้น าเชิงพุทธของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ต าบลห้วยร่วม อ าเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ( ̅ = ๓.๖๒) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.39) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน และภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ต าบลห้วยร่วม อ าเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ( ̅ = 3.66) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.39) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน๑๑๖ สรายุทธ์ หอมจันทร์ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ส่งผลต่อการ บริหารราชการส่วนท้องที่ในจังหวัดสุพรรณบุรี” ผลการวิจัยพบว่า ภาวะผู้น าของก านันผู้ใหญ่บ้าน ในจังหวัดสุพรรณบุรี ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยเรียงล าดับค่าเฉลี่ยมากไปน้อย ดังนี้ ด้านมีแรง ขับสูง ด้านมีแรงจูงใจสูง ด้านมีความเชื่อมั่นในตนเอง ด้านมีความซื่อสัตย์ด้านมีความรู้ในด้าน บริหารงานท้องถิ่น 2. การบริหารราชการส่วนท้องที่ของก านันผู้ใหญ่บ้าน ด้านการปูองกันภัยฝุาย พลเรือนในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ โดยเรียงล าดับค่าเฉลี่ยสูงสุดไปต่ าสุด ได้แก่ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการปกครองและรักษาความสงบ เรียบร้อย ด้านการปูองกันภัยฝุายพลเรือน ด้านการทะเบียนต่างๆ ด้านการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ 3. ภาวะผู้น าของก านันผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดสุพรรณบุรี สามารถพยากรณ์ความส าเร็จของการบริหาร ราชการส่วนท้องที่ ได้ร้อยละ 75.90 และ 4. ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้านด้านมีแรงขับสูง ด้านมีแรงจูงใจสูง ด้านมีความซื่อสัตย์ ด้านมีความเชื่อมั่นในตนเอง ด้านมีความรู้ในด้านบริหารงาน มีอิทธิพลต่อการบริหารราชการส่วนท้องที่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ทุกด้าน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ๑๑๗ ๑๑๕ว่าที่ร้อยโทสมโพชน์กวักหิรัญ, “ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อภาวะผู้นําทางการเมืองที่พึง ประสงค์ตามแนวพุทธปรัชญาของนักการเมืองท้องถิ่น จังหวัดฉะเชิงเทรา”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๕๒). ๑๑๖พระอธิการธนิต ธมฺมสาโร (รามโพ), “ภาวะผู้นําเชิงพุทธของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตําบลห้วยร่วม อําเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕62). ๑๑๗ สรายุทธ์ หอมจันทร์, “ภาวะผู้นําของกํานันผู้ใหญ่บ้านที่ส่งผลต่อการบริหารราชการส่วนท้องที่ ในจังหวัดสุพรรณบุรี”, วารสารรัฐศาสตร์ปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มิถุนายน 2563): 163 – 191.


๙๒ เขมิกา ทองเรือง ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้านตามความคาดหวัง ของประชาชนเทศบาลต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม” ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะ ผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามความคาดหวังของประชาชนเทศบาลต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.95) เมื่อจ าแนกเป็นรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมาก ทุกด้าน เรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ ( ̅ = 4.09) รองลงมา คือ ด้านการค านึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ( ̅ = 4.03) ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ ( ̅ = 3.96) และด้านการกระตุ้นทางปัญญา ( ̅ = 3.72) ตามล าดับ 2. ประชาชนเทศบาลต าบล นาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ที่มีเพศ อายุอาชีพ ต่างกัน มีความคาดหวังต่อภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม โดยรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน ส่วนประชาชนเทศบาลต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ที่มีระดับ การศึกษาต่างกัน มีความคาดหวังต่อภาวะผู้น าของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลต าบลนาค า อ าเภอศรี สงคราม จังหวัดนครพนม โดยรวมและรายด้านแตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ 0.05 ๑๑๘ จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องสรุปได้ว่าผู้วิจัยเห็นว่าผู้นําชุมชน เช่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นั้นยังมีความเชื่อถืออยู่พอสมควรในบางพื้นที่และยังช่วยประสานงานกับภาครัฐให้กับประชาชน ได้ทํางานเพื่อประชาชนในตําบล และร่วมสนับสนุนการปกครองส่วนท้องถิ่น การทบทวนงานวิจัยและ เอกสารหนังสือวิชาการทําให้ทราบว่า กํานัน ผู้ใหญ่บ้านได้รับการยอมรับจากประชาชนและมีบทบาท อย่างมากในการชี้นําผลักดัน กระตุ้นชุมชน หมู่บ้าน ตลอดทั้งมีอํานาจอิทธิพลและผลประโยชน์ใน ชุมชนด้วย และกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อยู่ในสถานภาพที่เรียกว่า "นักปกครองท้องที่" อํานาจของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านมิได้ลดน้อยลงไปแต่อย่างใดเลยนับจากพระพุทธศักราช ๒๔๕๗ มาจวบจนปัจจุบัน แต่กลับจะทวีเพิ่มมากขึ้นตามลําดับ ดังนั้น บางครั้งชาวบ้านอาจจะมีความคิดเห็นที่พึงพอใจหรือ ไม่พึงพอใจต่อการทํางานของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยมีปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพล ได้แก่ เพศ อายุระดับ การศึกษา เป็นต้น ๑๑๘เขมิกา ทองเรือง, “ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้านตามความคาดหวังของประชาชนเทศบาล ต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม”, วารสารเสลภูมิวิชาการ, ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2562): 9 - 21.


๙๓ ตารางที่ ๒.๑๔ งานวิจัยที่เกี่ยวกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ไสว บุญขวัญ เจริญ รุ่งแสงจันทร์ สมนึก ใจคําหนัก ไอลดา ประเสริฐน้อย สร้อยสุรีรัตน์ พลพรพิสิฐ ว่าที่ร้อยโทสมโพชน์ กวักหิรัญ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นําหลักธรรมพรหมวิหาร ๔ ไปประยุกต์ใช้ในชุมชน โดยรวมอยู่ในระดับมาก พบว่ากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นําหลักธรรมพรหมวิหาร ๔ ไปประยุกต์ใช้กับชุมชนอยู่ในระดับมากที่สุด ในเรื่องการเป็นผู้นําที่เป็นมิตรกับทุกคนในชุมชน ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อบทบาทด้านการปกครองของผู้ใหญ่บ้าน ตําบลบ้านระกาศ อาเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ จําแนกตามอาชีพ โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน ผู้นําของกํานันอยู่ในระดับปานกลางถึงมาก และภาวะผู้นําของผู้ใหญ่บ้าน อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด อีกทั้งพบว่าภาวะผู้นําของกํานันมีมากที่สุด คือเรื่องกํานันเป็นผู้ที่ชาวบ้านสามารถพึ่งพาอาศัยได้และภาวะผู้นําของ ผู้ใหญ่บ้านที่มีมากที่สุด คือ ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ภาวะผู้นําของกํานันในอาเภอวังน้ําเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีลักษณะ ภาวะผู้นําแบบมีส่วนร่วมมากที่สุดรองลงมามีลักษณะภาวะผู้นําแบบ ปรึกษาหารือกํานันในอําเภอวังน้ําเขียว จังหวัดนครราชสีมามีประสิทธิผล ในการบริหารงานอยู่ในระดับสูง กํานันในแต่ละคนมีภาวะผู้นําที่ต่างกัน และมีประสิทธิผลในการบริหารงานที่แตกต่างกัน โดยภาวะผู้นําแบบ เผด็จการอย่างมีศิลป์มีประสิทธิผลในการบริหาร ด้านการอยู่รอดมากที่สุด กํานันผู้ใหญ่บ้านจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของ ทางราชการ โดยปฏิบัติงานตามอํานาจหน้าที่ที่กําหนดไว้ใน พระราชบัญญัติลักษณะปกครองที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ และ กฎหมายอื่น ๆ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ราชการ ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อภาวะผู้นําทางการเมืองที่พึงประสงค์ โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง มีความคิดเห็น ต่างกันอย่าง มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕


๙๔ ตารางที่ ๒.๑๔ งานวิจัยที่เกี่ยวกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน (ต่อ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย พระอธิการธนิต ธมฺมสาโร (รามโพ) สรายุทธ์ หอมจันทร์ เขมิกา ทองเรือง ภาวะผู้น าเชิงพุทธของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ต าบลห้วยร่วม อ าเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน และภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ต าบล ห้วยร่วม อ าเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน ภาวะผู้น าของก านันผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดสุพรรณบุรี ในภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก 2. การบริหารราชการส่วนท้องที่ของก านันผู้ใหญ่บ้าน ด้านการปูองกันภัยฝุายพลเรือนในภาพรวมอยู่ในระดับมาก 3. ภาวะผู้น า ของก านันผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดสุพรรณบุรี สามารถพยากรณ์ความส าเร็จ ของการบริหารราชการส่วนท้องที่ ได้ร้อยละ 75.90 และ 4. ผลการ ทดสอบสมมติฐาน พบว่า ภาวะผู้น าของก านันผู้ใหญ่บ้านด้านมีแรงขับสูง ด้านมีแรงจูงใจสูง ด้านมีความซื่อสัตย์ ด้านมีความเชื่อมั่นในตนเอง ด้านมีความรู้ในด้านบริหารงาน มีอิทธิพลต่อการบริหารราชการส่วน ท้องที่ในจังหวัดสุพรรณบุรีทุกด้าน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามความคาดหวังของประชาชน เทศบาลต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม โดยรวมอยู่ใน ระดับมาก เมื่อจ าแนกเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน 2. ประชาชนเทศบาลต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ที่มี เพศ อายุ อาชีพ ต่างกัน มีความคาดหวังต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม โดยรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน ส่วนประชาชนเทศบาลต าบลนาค า อ าเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความ คาดหวังต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลต าบลนาค า อ าเภอ ศรีสงคราม จังหวัดนครพนม โดยรวมและรายด้าน แตกต่างกัน อย่างมี นัยส าคัญทางสถิติที่ 0.05


๙๕ ๒.๘ กรอบแนวคิดในการวิจัย กรอบแนวคิดในการวิจัยเรื่อง “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้นํา ของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ในตําบลไชยวัฒนา อําเภอปัว จังหวัดน่าน” ผู้วิจัยกําหนดมาจากตัวแปรต้น และตัวแปรตามซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ ๑) ตัวแปรอิสระ (Independent Variables) คือ สถานภาพบุคคลของผู้ตอบ แบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ ระดับรายได้เฉลี่ยต่อเดือน และหลัก ปาปณิกธรรม 1. จักขุมา การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล 2. วิธูโร การเป็นผู้ช านาญในงาน 3. นิสสยสัมปันโน การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น ๒) ตัวแปรตาม (Dependent Variable) คือ การพัฒนาภาวะผู้นําของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ในตําบลไชยวัฒนา อําเภอปัว จังหวัดน่าน โดยผู้วิจัยสังเคราะห์จากแนวคิดทฤษฎีของ วิลเลียม เจ.เรดดิน แบ่งออกเป็น ๔ ด้าน ได้แก่ ๑) ด้านมุ่งเกณฑ์ ๒) ด้านมุ่งงาน ๓) ด้านมุ่งสัมพันธ์ ๔) ด้านมุ่งประสาน ดังแสดงในกรอบแนวคิด แผนภาพที่ ๒.๑ ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม (Independent Variables) (Dependent Variable) แผนภาพที่ ๒.๑ แสดงกรอบแนวคิดในการวิจัย ปัจจัยส่วนบุคคล ของผู้ตอบแบบสอบถาม ๑. เพศ ๒. อายุ ๓. ระดับการศึกษา ๔. อาชีพ ๕. ระดับรายได้ ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน 1. ด้านมุ่งเกณฑ์ 2. ด้านมุ่งงาน 3. ด้านมุ่งสัมพันธ์ หลักปาปณิกธรรม 4. ด้านมุ่งประสาน 1. จักขุมา การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล 2. วิธูโร การเป็นผู้ช านาญในงาน 3. นิสสยสัมปันโน การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความ เชื่อถือจากผู้อื่น


บทที่ ๓ วิธีด าเนินการวิจัย การศึกษาวิจัยเรื่อง “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน” เป็นการวิจัยโดยการใช้ระเบียบวิธีการวิจัย แบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) กล่าวคือ การใช้ระเบียบวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผู้วิจัยได้ก าหนด วิธีการวิจัยตามล าดับขั้นตอน ดังนี้ ๓.๑ รูปแบบการวิจัย ๓.๒ การวิจัยเชิงปริมาณ ๓.๒.๑ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ๓.๒.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ๓.๒.๓ การเก็บรวบรวมข้อมูล ๓.๒.๔ การวิเคราะห์ข้อมูล ๓.๓ การวิจัยเชิงคุณภาพ ๓.๓.๑ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ๓.๓.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ๓.๓.๓ การเก็บรวบรวมข้อมูล ๓.๓.๔ การวิเคราะห์ข้อมูล ๓.๑ รูปแบบการวิจัย การวิจัยเรื่อง “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน” ผู้วิจัยได้ใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) กล่าวคือ โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ใช้วิธีวิจัยเชิงส ารวจ (Survey Research) จากแบบสอบถาม (Questionnaire) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview)กับผู้ให้ข้อมูลส าคัญ (Key Informants)


๙๗ ๓.๒ การวิจัยเชิงปริมาณ ๓.๒.๑ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ๑) ประชากร ( Population) ที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้คือ ได้แก่ ประชาชนที่อาศัยอยู่ ในเขตพื้นที่ต าบลไชยวัฒนา ทั้ง ๘ หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านนางิ้ว บ้านต้นแหลง บ้านท่าควาย บ้านหนาด บ้านห้วยท่าง บ้านเสี้ยว บ้านแดนพนา และบ้านห้วยสาวแลว จ านวน 4,208 คน ๑ ๒) กลุ่มตัวอย่าง (Sample) ผู้วิจัยได้ก าหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง (Sample Size) และวิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง (Sampling) ซึ่งได้มาจากประชากรในเขตพื้นที่ต าบลไชยวัฒนา จ านวน 4,208 คน ได้ประชากรจากการสุ่มตัวอย่างจากสูตรของ ทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) จ านวน ๓๖๖ คน ซึ่งใช้ระดับความคลาดเคลื่อนที่ ๐.๐๕ ดังนี้ สูตร n = N 1 + N (e) 2 โดย n = จ านวนของขนาดกลุ่มตัวอย่าง N = จ านวนประชากรรวมทั้งหมดที่ใช้ในการศึกษา ℮ = ความผิดพลาดที่ยอมรับได้(ในที่นี้ก าหนดให้เท่ากับ 0.05 ) ประชากรทั้งหมด 4,208 คน เมื่อแทนค่าในสูตรจะได้ดังนี้ n = 4,208 1+4,208 (0.052 ) n = 4,208 1+4,208 (0.0025) n = 4,208 1+10.52 n = 4,208 11.52 n = 365.28 n = 366 เพราะฉะนั้นจ านวนกลุ่มตัวอย่าง เท่ากับ ๓66 คน ๑ ส านักทะเบียนอ าเภอปัว, ส านักทะเบียนเทศบาลต าบลปัว, ข้อมูลประชากรต าบลไชยวัฒนาและ ข้อมูลประชากรบ้านต้นแหลง หมู่ที่ ๒ ต าบลไชยวัฒนา, (น่าน : ส านักทะเบียนฯ, เดือน มกราคม ๒๕๖๕).


๙๘ วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง (Sampling) การสุ่มกลุ่มตัวอย่างใช้หลักการสุ่มแบบแบ่งชั้น ประกอบด้วย ขั้นตอนดังนี้ ก าหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างเป็นสัดส่วน โดยพิจารณาจากจ านวนประชากร เพื่อให้ได้ ข้อมูลมีลักษณะกระจายให้สัมพันธ์กับสัดส่วนของประชากร โดยท าการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified random sampling) โดยใช้หมู่บ้าน เป็นระดับในการสุ่มกลุ่มตัวอย่างอย่างเป็นสัดส่วน โดยใช้สูตร ดังนี้ จ านวนตัวอย่างในแต่ละหมู่บ้าน = จากสูตรจะได้ประชากรที่เป็นกลุ่มตัวอย่างแต่ละหมู่บ้านในเขตพื้นที่ต าบลไชยวัฒนา รวมจ านวน 4,208 คน รายละเอียดดังตารางที่ ๓.๑ ตารางที่ ๓.๑ จ านวนประชากร และกลุ่มตัวอย่างแต่ละหมู่บ้านในเขตพื้นที่ต าบลไชยวัฒนา๒ ล าดับ หมู่บ้าน จ านวนประชากร (คน) จ านวนตัวอย่าง (คน) 1 2 3 4 5 6 7 8 บ้านนางิ้ว บ้านต้นแหลง บ้านท่าควาย บ้านหนาด บ้านห้วยท่าง บ้านเสี้ยว บ้านแดนพนา บ้านห้วยสาวแลว 551 635 798 580 464 422 465 293 48 55 69 51 40 37 40 26 รวม 4,208 366 ๓.2.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม เป็นแบบสอบถามแบบปลายปิด (Close ended Questionnaire) และเป็นแบบสอบถามที่เป็นค าถามปลายเปิด (Open-ended Question) ก าหนดค าตอบให้ผู้ตอบแบบสอบถามที่ได้ก าหนดไว้ โดยมีขั้นตอนการสร้างและการตรวจสอบ เครื่องมือ ดังนี้ 1. ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ ๑) ศึกษาวิธีการสร้างแบบสอบถามที่ใช้ในการเก็บข้อมูลจากเอกสาร ต ารา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการก าหนดกรอบแนวคิดในการสร้างแบบสอบถาม ๒ เรื่องเดิม.หน้า ๖๖ จ านวนตัวอย่างทั้งหมด จ านวนประชากรในแต่ละหมู่บ้าน จ านวนประชากรทั้งหมด


๙๙ ๒) ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและเอกสารงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณา ถึงรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ของการวิจัยที่ก าหนดไว้ ๓) ขอค าแนะน าจากอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถาม ๔) สร้างแบบสอบถามให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อใช้เป็นเครื่องมือ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ๕) น าเสนอร่างแบบสอบถามต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไข ๖) น าเครื่องมือการวิจัยไปทดลองใช้ (Try out) กับประชาชนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจริง จ านวน ๓๐ ชุดในพื้นที่ต าบลปัว อ าเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อหาค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น (Reliability) ๗) น าเสนออาจารย์ที่ปรึกษา ๘) จัดพิมพ์แบบสอบถามฉบับจริง และน าไปแจกกับกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ๙) รวบรวมแบบสอบถาม แล้วน ามาวิเคราะห์ 2. ลักษณะของเครื่องมือ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ตามกรอบของการวิจัยเรื่อง “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน” ซึ่งผู้วิจัยได้ด าเนินการวิจัยโดยการสร้างแบบสอบถามตามกรอบปัจจัยที่ก าหนด โดยแบ่ง ออกเป็น ๔ ตอน ดังนี้ ตอนที่ ๑ เป็นแบบสอบถามเกี่ยวข้องกับข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบปลายปิดให้เลือกตอบ (Check List) จ าแนกตาม เพศ, อายุ, ระดับการศึกษา, อาชีพ และรายได้ต่อเดือน จ านวน ๕ ข้อ ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับหลักธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยแบ่งเป็น ๓ ด้าน ดังนี้ ๑) จักขุมา หมายถึง การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล จ านวน ๓ ข้อ ๒) วิธูโร หมายถึง การเป็นผู้ช านาญในงาน จ านวน ๕ ข้อ ๓) นิสสยสัมปันโน หมายถึง การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น จ านวน ๔ ข้อ ตอนที่ ๓ เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ทั้ง ๔ ด้าน ด้านละ ๕ ข้อ รวม ๒๐ ข้อ ๑. ด้านมุ่งเกณฑ์ ๒. ด้านมุ่งงาน ๓. ด้านมุ่งประสาน ๔. ด้านมุ่งสัมพันธ์


๑๐๐ โดยที่ทั้งตอนที่ ๒ และตอนที่ ๓ แบบสอบถามมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประเมินค่า (Rating Scale)๓ ๕ ระดับ ตามหลักการลิเคิร์ท (Likert) โดยมี เกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ๕ หมายถึง ก านัน ผู้ใหญ่บ้านมีภาวะผู้น าอยู่ในระดับ มากที่สุด ๔ หมายถึง ก านัน ผู้ใหญ่บ้านมีภาวะผู้น าอยู่ในระดับ มาก ๓ หมายถึง ก านัน ผู้ใหญ่บ้านมีภาวะผู้น าอยู่ในระดับ ปานกลาง ๒ หมายถึง ก านัน ผู้ใหญ่บ้านมีภาวะผู้น าอยู่ในระดับ น้อย ๑ หมายถึง ก านัน ผู้ใหญ่บ้านมีภาวะผู้น าอยู่ในระดับ น้อยที่สุด ตอนที่ ๔ เป็นแบบสอบถามปลายเปิด (Open ended Questionnaire) เกี่ยวกับปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน 3. การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ ผู้วิจัยได้น าแบบสอบถาม เพื่อหาคุณภาพของแบบสอบถาม โดยการหาความเที่ยงตรง (Validity) และความเชื่อมั่น (Reliability) ดังนี้ ๑. ขอค าแนะน าจากอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบ เครื่องมือที่สร้างไว้ ๒. หาความเที่ยงตรง (Validity) โดยการน าแบบสอบถามที่สร้างเสร็จ เสนอประธาน คณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ เพื่อขอความเห็นชอบและน าเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ แล้วน ามา ปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม จ านวน 5 ท่าน ได้แก่ ๑) พระครูปลัดวัชรพงษ์ วชิรปญโญ,ผศ.ดร. อาจารย์ประจ าหลักสูตรหลักสูตร รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์นครน่านเฉลิมพระเกียรติฯ ๒) นายสมบูรณ์ อุดทังไข ปลัดอ าเภอ (เจ้าพนักงานปกครองช านาญการพิเศษ) หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ที่ท าการปกครองอ าเภอปัว 3) อาจารย์ ดร.ช านาญ เกิดช่อ อาจารย์ประจ าหลักสูตรหลักสูตร พุทธศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ ๔) พันเอก ดร.พงศ์ศิริ พงศ์อาริยะมงคล หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและ การข่าว กองอ านวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดน่าน ๕) ผศ.ดร.วรปรัชญ์ ค าพงษ์ อาจารย์ประจ าหลักสูตรบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อพิจารณาทั้งในด้านเนื้อหาสาระและโครงสร้างของค าถาม ตลอดจนภาษาที่ใช้ และตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ โดยหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อค าถามและ วัตถุประสงค์ (Item Objective Congruence Index: IOC) โดยใช้สูตรดังต่อไปนี้ ๓ สุวรีย์ ศิริโภคารภิรมย์, การวิจัยทางการศึกษา, (ลพบุรี: สถาบันราชภัฏเทพสตรี, ๒๕๔๖), หน้า ๑๔๐.


๑๐๑ IOC = ∑ โดย IOC แทน ดัชนีความสอดคล้อง R แทน คะแนนพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จ านวนผู้เชี่ยวชาญ โดยก าหนดเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้ +๑ หมายถึง แน่ใจว่าข้อค าถามสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย ๐ หมายถึง ไม่แน่ใจว่าข้อค าถามสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย -๑ หมายถึง แน่ใจว่าข้อค าถามไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย เกณฑ์การแปลความหมาย ค่าดัชนีความสอดคล้องที่ยอมรับได้ ซึ่งเครื่องมือการวิจัยฉบับนี้ได้ ค่า IOC ระหว่าง ๐.๖๐-๑.๐๐ ซึ่งถือว่าเครื่องมือใช้ได้ ๓. การหาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือ (Reliability) น าแบบสอบถามที่ได้ปรับปรุงแก้ไข แล้วไปทดลองใช้ (Try Out) กับประชากรที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย จ านวน ๓๐ ชุด แล้วน า ผลกา รตอบแบบสอบถามไปหาค่ าเชื่อมั่นของเครื่องมือโดยใช้สูตรสัมป ระสิทธิ์แอลฟา (α Coefficient) ตามวิธีการของครอนบาค (Cronbach)๔ ซึ่งได้ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ ๐.๙๖๗ ๔. การน าแบบสอบถามที่ได้ปรับปรุงแก้ไขตามค าแนะน าของผู้เชี่ยวชาญและกรรมการ ควบคุมวิทยานิพนธ์ และจัดพิมพ์แบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ เพื่อใช้สอบถามกลุ่มตัวอย่างจริงในการ ศึกษาวิจัยต่อไป ๓.2.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยด าเนินการเก็บข้อมูลตามขั้นตอน ดังนี้ ๑. ขอหนังสือจากผู้อ านวยการหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์ นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเฉลิมพระเกียรติฯ ถึงผู้ใหญ่บ้านในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ทั้ง ๘ หมู่บ้าน เพื่อขอความอนุเคราะห์ ในการตอบแบบสอบถาม จากประชาชนในเขตพื้นที่หมู่บ้าน ๒. น าแบบสอบถามที่ผ่านการปรับปรุงแก้ไขแล้วไปเก็บข้อมูล โดยน าแบบสอบถามจ านวน ๓๖๖ ฉบับ แจกกับประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ที่เป็นกลุ่ม ตัวอย่าง และเก็บแบบสอบถามคืนด้วยตนเองแล้วน ามาตรวจสอบความถูกต้องได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ ทั้งหมดจ านวน ๓๖๖ ฉบับ คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ของจ านวนแบบสอบถามทั้งหมด ๓. ผู้วิจัยน าข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์และประมวลผลโดยโปรแกรมส าเร็จรูปเพื่อการวิจัยทาง สังคมศาสตร์ต่อไป ๔ สิน พันธุ์พินิจ, เทคนิคการวิจัยทางสังคมศาสตร์, (กรุงเทพมหานคร: บริษัทจูนพับลิชชิ่งจ ากัด, ๒๕๔๗), หน้า ๑๙๑.


๑๐๒ 3.2.4 การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ท าการวิเคราะห์ข้อมูล โดยน าแบบสอบถามที่ได้รับคืนมา วิเคราะห์และประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติ (Statistical Software) เพื่อให้ผลการวิจัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องแม่นย า และบรรลุวัตถุประสงค์ของ การวิจัยที่ก าหนดไว้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ๑. สถิติพรรณนา (Descriptive Analysis) ดังนี้ ๑) วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง วิเคราะห์โดยการหาค่าความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) ๒) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เพื่อใช้ อธิบายถึงข้อมูลเกี่ยวกับการประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน เกณฑ์ที่ใช้แปลผลข้อค าถามที่ได้จากการประเมินผล ดังนี้ ช่วงค่าเฉลี่ย การแปลความหมาย ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ ๔.๕๑ - ๕.๐๐ มีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ ๓.๕๑ - ๔.๕๐ มีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ ๒.๕๑ - ๓.๕๐ มีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ ๑.๕๑ - ๒.๕๐ มีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับน้อย ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ ๑.๐๐ - ๑.๕๐ มีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับน้อยที่สุด ๒. สถิติอนุมาน (Inferential Statistics) ใช้ส าหรับทดสอบสมมติฐาน เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนการประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล สถิติ ที่ใช้คือ การทดสอบค่าที(t-test) ในกรณีตัวแปรต้น และการทดสอบค่าเอฟ (F-Test) ด้วยวิธีการ วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA) ในกรณีตัวแปรต้นตั้งแต่สามกลุ่มขึ้นไป เมื่อพบว่ามีความแตกต่างจะท าการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ด้วยวิธีผลต่างเป็น ส าคัญน้อยที่สุด (Least Signilficant Diference : LSD.) ส าหรับการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามปลายเปิด (Open ended Question) วิเคราะห์โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis Technique) ประกอบบริบท น าเสนอเป็นความเรียงประกอบตาราง โดยการแจกแจงความถี่ของผู้ตอบค าถามปลายเปิด


๑๐๓ ๓.๓ การวิจัยเชิงคุณภาพ ๓.๓.๑ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ผู้วิจัยท าการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ (Key Informants) จ านวน ๑๐ รูปหรือคน แบ่งออกเป็น ๖ กลุ่ม ได้แก่ ๑. กลุ่มผู้ก าหนดนโยบาย ๒. กลุ่มผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนต าบลไชยวัฒนา 3. กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่ต าบลไชยวัฒนา 4. กลุ่มผู้ใหญ่บ้าน เขตต าบลไชยวัฒนา 5. กลุ่มนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา 6. กลุ่มนักวิชาการด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ได้แก่ กลุ่มที่ ๑ ผู้ก าหนดนโยบาย จ านวน ๑ คน ล าดับที่ ชื่อ – นามสกุล ต าแหน่ง/หน่วยงาน ๑. นายสมเกียรติ อาจสังข์ นายอ าเภอปัว กลุ่มที่ ๒ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนต าบลไชยวัฒนา จ านวน ๒ คน 2. นายเกษม ปัญญาภู นายกองค์การบริหารส่วนต าบลไชยวัฒนา 3. นายภูสิษฐ์ จิณะ ปลัดองค์การบริหารส่วนต าบลไชยวัฒนา กลุ่มที่ ๓ ผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่ต าบลไชยวัฒนา จ านวน ๓ คน 4. นายปิยะสันต์ วรรณภพ ครูช านาญการพิเศษ 5. นายประสิทธิ์ ศิริรัตน์ ก านันต าบลไชยวัฒนา 6. นายเจริญ ใจการณ์ อดีตก านันต าบลไชยวัฒนา กลุ่มที่ ๔ ผู้ใหญ่บ้านในเขตต าบลไชยวัฒนา จ านวน ๒ คน 7. นางรัตนา ศิริรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านต้นแหลง หมู่ที่ ๒ ต าบลไชยวัฒนา 8. นายอารี งามสม ผู้ใหญ่บ้านหนาด หมู่ที่ ๔ ต าบลไชยวัฒนา กลุ่มที่ ๕ นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา จ านวน ๑ รูป 9. พระครูสิรินันทวิทย์ เจ้าคณะอ าเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน กลุ่มที่ ๖ นักวิชาการด้านรัฐประศาสนศาสตร์จ านวน ๑ คน 10. นายสุเมธ สายสูง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน อดีตผู้อ านวยการส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๑๐ จังหวัดเชียงใหม่


๑๐๔ ๓.๓.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ส าหรับการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็น แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ๑) ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ ดังนี้ ๑. ศึกษาวิธีการสร้างแบบสอบถามที่ใช้ในการเก็บข้อมูลจากเอกสาร งานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการก าหนดกรอบความคิดในการสร้างแบบสัมภาษณ์ ๒. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและเอกสารงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยพิจารณา ถึงรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์การวิจัยที่ก าหนดไว้ ๓. ขอค าแนะน าจากอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างแบบ สัมภาษณ์ ๔. สร้างแบบสัมภาษณ์ให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อใช้เป็นเครื่องมือ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informants) เพื่อน ามาวิเคราะห์ ๒) ลักษณะของเครื่องมือ แบบสัมภาษณ์ แบ่งออกเป็น ๒ ตอน ดังนี้ ตอนที่ ๑ แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้สัมภาษณ์ ตอนที่ ๒ แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับการประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะ ผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ๓.๓.๓ การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบสัมภาษณ์ตามขั้นตอน ดังนี้ ๑. ขอหนังสือจากผู้อ านวยการหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์ นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเฉลิมพระเกียรติฯ ถึงผู้ให้ข้อมูลส าคัญ (Key Informants) เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการสัมภาษณ์ ๒. ท าการนัดหมาย วัน เวลา และสถานที่กับผู้ให้ข้อมูลส าคัญ (Key Informants) สัมภาษณ์ ตามที่ก าหนดไว้ ๓) ด าเนินการสัมภาษณ์ตามวัน เวลาและสถานที่ที่ก าหนดนัดไว้ จนครบทุกประเด็น โดยขอ อนุญาตใช้วิธีการจดบันทึกและการบันทึกเสียงประกอบการสัมภาษณ์ ๔) น าข้อมูลที่ได้รวบรวมจากการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์โดยวิธีการที่เหมาะสมและน าเสนอ ต่อไป ๓.๓.๔ การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์เชิงลึกโดยวิธีการ ดังนี้ ๑. น าข้อมูลที่ได้จากแบบสัมภาษณ์มาถอดเสียงและบันทึกเป็นข้อความ ๒. น าข้อความจากการสัมภาษณ์และการจดบันทึกมาจ าแนกเป็นประเด็นและเรียบเรียง เฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย ๓. วิเคราะห์ค าสัมภาษณ์ของผู้ให้ข้อมูลส าคัญตามวัตถุประสงค์การวิจัย โดยใช้เทคนิคการ วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis Technique) ประกอบบริบท (Context) ๔. สังเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์การวิจัยและน าเสนอต่อไป


บทที่ ๔ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยเรื่อง “การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน” ผู้วิจัยน าแบบสอบถามที่รวบรวมได้จากกลุ่มตัวอย่าง จ านวน ๓๖๖ ชุด มาวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปการวิเคราะห์ข้อมูลทางสังคมศาสตร์ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลน าเสนอดังต่อไปนี้ ๔.๑ ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน 4.2 ผลเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ๔.3 การประยุกต์หลักปาปณิกธรรมมาใช้ในการพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ๔.4 องค์ความรู้ 4.4.1 องค์ความรู้ที่ได้รับจากการวิจัย 4.4.2 องค์ความรู้ที่ได้สังเคราะห์จากการวิจัย ๔.๑ ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน 4.1.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน ๓๖๖ คน จ าแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้แสดงด้วยความถี่และร้อยละ มีรายละเอียดดังในตารางที่ ๔.๑ ดังนี้


๑๐๖ ตารางที่ ๔.๑ จ านวน และค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล (n=๓๖๖) ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน (คน) ร้อยละ เพศ ชาย ๑๗๐ ๔๖.๔๐ หญิง ๑๙๖ ๕๓.๖๐ รวม ๓๖๖ ๑๐๐.๐๐ อายุ ๑๘ – ๒๙ ปี ๔๘ ๑๓.๑๐ ๓๐ – ๔๐ ปี ๕๒ ๑๔.๒๐ ๔๑ – ๕๐ ปี ๘๖ ๒๓.๕๐ ๕๑ – ๖๐ ปี ๖๑ ปีขึ้นไป ๑๑๔ ๖๖ ๓๑.๑๐ ๑๘.๑๐ รวม ๓๖๖ ๑๐๐.๐๐ ระดับการศึกษา ประถมศึกษา ๑๔๘ ๔๐.๔๐ มัธยมศึกษาตอนต้น ๖๘ ๑๘.๗๐ มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. อนุปริญญา/ปวส. ปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี ๗๗ ๒๓ ๔๗ ๓ ๒๑.๐๐ ๖.๓๐ ๑๒.๘๐ ๐.๘๐ รวม ๓๖๖ ๑๐๐.๐๐


๑๐๗ ตารางที่ ๔.๑ จ านวน และค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล (ต่อ) (n=๓๖๖) รายได้ต่อเดือน ต่ ากว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๓๘ ๖๕.๐๐ ๑๐,๐๐๐ – ๑๕,๐๐๐ บาท ๙๔ ๒๕.๗๐ ๑๕,๐๐๑ – ๒๐,๐๐๐ บาท ๑๔ ๓.๘๐ ตั้งแต่ ๒๐,๐๐๑ ขึ้นไป ๒๐ ๕.๕๐ รวม ๓๖๖ ๑๐๐.๐๐ จากตารางที่ ๔.๑ พบว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามเรื่อง “การประยุกต์ หลักปาปณิกธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน” จ าแนกได้ดังนี้ เพศ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมีจ านวน ๑๙๖ คน คิดเป็น ร้อยละ ๕๓.๖๐ ส่วนเพศชายมีจ านวน ๑๗๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๖.๔๐ อายุ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง ๕๑ – ๖๐ ปี มีจ านวน ๑๑๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๑.๑๐ มีอายุระหว่าง ๔๑ – ๕๐ ปี มีจ านวน ๘๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๕๐ มีอายุ ๖๑ ปีขึ้นไป มีจ านวน ๖๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๘.๑๐ มีอายุระหว่าง ๓๐ – ๔๐ ปี มีจ านวน ๕๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๔.๒๐ มีอายุระหว่าง ๑๘ – ๒๙ ปีมีจ านวน ๔๘ คน คิดเป็น ร้อยละ ๑๓.๑๐ ตามล าดับ ระดับการศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับประถมศึกษา จ านวน ๑๔๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๔๐ มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. จ านวน ๗๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๑.๐๐ มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จ านวน ๖๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๘.๗๐ มีการศึกษาระดับปริญญาตรี จ านวน ๔๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๒.๘๐ มีการศึกษาระดับ อนุปริญญา/ปวส. จ านวน ๒๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๖.๓๐ มีการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี จ านวน ๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๐.๘๐ ตามล าดับ ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน (คน) ร้อยละ อาชีพ นักเรียน/นักศึกษา ๒๑ ๕.๗๐ ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ ๒๖ ๗.๑๐ รับจ้าง ๘๖ ๒๓.๕๐ ค้าขาย พนักงานห้าง/ร้าน/บริษัท เกษตรกรรม (ท าไร่ , ท านา) อื่นๆ (ไม่ได้ท างาน) ๔๗ ๑๗ ๑๔๘ ๒๑ ๑๒.๙๐ ๔.๗๐ ๔๐.๔๐ ๕.๗๐ รวม ๓๖๖ ๑๐๐.๐๐


๑๐๘ อาชีพ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม (ท าไร่ , ท านา) จ านวน ๑๔๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๔๐ มีอาชีพรับจ้าง จ านวน ๘๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๕๐ มีอาชีพ ค้าขาย จ านวน ๔๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๒.๙๐ มีอาชีพข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ จ านวน ๒๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๗.๑๐ เป็นนักเรียน/นักศึกษา จ านวน ๒๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๕.๗๐ อื่นๆ (วัยเกษียณ ราชการ , ไม่ได้ท างาน) จ านวน ๒๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๕.๗๐ มีอาชีพพนักงานห้าง/ร้าน/บริษัท จ านวน ๑๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๔.๗๐ ตามล าดับ รายได้ต่อเดือน พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีเงินเดือนต่ ากว่า ๑๐,๐๐๐ บาท มีจ านวน ๒๓๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๕.๐๐ มีเงินเดือนอยู่ระหว่าง ๑๐,๐๐๐ – ๑๕,๐๐๐ บาท มีจ านวน ๙๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๕.๗๐ มีเงินเดือนตั้งแต่ ๒๐,๐๐๑ ขึ้นไป มีจ านวน ๒๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๕.๕๐ มีเงินเดือนอยู่ระหว่าง ๑๕,๐๐๑ – ๒๐,๐๐๐ บาท มีจ านวน ๑๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๓.๘๐ ตามล าดับ ๔.1.2 ผลการวิเคราะห์ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านมุ่งเกณฑ์ 2. ด้านมุ่งงาน 3. ด้านมุ่งสัมพันธ์4. ด้านมุ่งประสาน ผลการวิเคราะห์ดังแสดงในตาราง ดังนี้ ตารางที่ ๔.๒ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยภาพรวม (n=๓๖6) ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ระดับการปฏิบัติ ̅ S.D. แปลผล ๑. ด้านมุ่งเกณฑ์ ๒. ด้านมุ่งงาน ๓. ด้านมุ่งสัมพันธ์ ๔. ด้านมุ่งประสาน 3.92 3.84 3.99 4.00 0.65 ๐.67 ๐.65 0.68 มาก มาก มาก มาก ภาพรวม 3.94 0.62 มาก จากตารางที่ ๔.๒ พบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่านโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.94, S.D. = ๐.62) เมื่อจ าแนกเป็นรายด้านพบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน อยู่ในระดับมากทุกด้าน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบผลการศึกษาดังนี้


๑๐๙ ตารางที่ ๔.๓ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งเกณฑ์ (n=๓๖6) ด้านมุ่งเกณฑ์ ระดับการปฏิบัติ ̅ S.D. แปลผล ๑. ปฏิบัติงานโดยยึดกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ๒. ก าหนดนโยบาย เป้าหมาย ทิศทาง ในการ ปฏิบัติงานอย่างละเอียดก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ๓. สั่งงานตามขั้นตอนสายงาน ตามระเบียบ แบบแผนที่ได้วางไว้ ๔. ก าหนดให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติงานตามค าสั่ง อย่างเคร่งครัด เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ๕. ปฏิบัติงานด้วยคว ามรอบคอบระมัด ระวัง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ 4.04 3.84 3.86 3.89 3.98 0.77 0.78 0.72 0.78 0.82 มาก มาก มาก มาก มาก ภาพรวม 3.92 ๐.65 มาก จากตารางที่ ๔.๓ พบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งเกณฑ์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.92, S.D. = ๐.65) เมื่อจ าแนกเป็นรายข้อพบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งเกณฑ์ อยู่ในระดับมากทุกข้อ


๑๑๐ ตารางที่ ๔.4 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งงาน (n=๓๖6) ด้านมุ่งงาน ระดับการปฏิบัติ ̅ S.D. แปลผล ๑. วางแผนการปฏิบัติงานล่วงหน้าตามแผนที่ก าหนดไว้ ๒. ล าดับความส าคัญของงานที่ท า โดยไม่เลือกท า เฉพาะงานที่ตนชอบ ๓. ให้ค าแนะน าผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้งาน เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ๔. น าเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้งานเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ๕. ติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นระยะ 3.78 3.87 3.94 3.83 3.80 ๐.82 0.77 0.77 ๐.82 0.81 มาก มาก มาก มาก มาก ภาพรวม 3.84 ๐.67 มาก จากตารางที่ ๔.4 พบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.84, S.D. = ๐.67) เมื่อจ าแนกเป็นรายข้อพบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งงาน อยู่ในระดับมากทุกข้อ


๑๑๑ ตารางที่ ๔.5 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งสัมพันธ์ (n=๓๖6) ด้านมุ่งสัมพันธ์ ระดับการปฏิบัติ ̅ S.D. แปลผล ๑. ปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความสุภาพ ๒. เอาใจใส่ในทุกข์สุขของประชาชนโดยเท่าเทียมกัน ๓. ปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานทุกคนเหมือนเป็นญาติ พี่น้อง ๔. ให้ความเชื่อถือไว้วางใจผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเท่าเทียมกัน ๕. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลทุกระดับ 4.01 4.02 3.94 3.97 4.01 ๐.73 ๐.79 ๐.75 ๐.74 0.79 มาก มาก มาก มาก มาก ภาพรวม 3.99 0.65 มาก จากตารางที่ ๔.5 พบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งสัมพันธ์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.99, S.D. = ๐.65) เมื่อจ าแนกเป็นรายข้อพบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งสัมพันธ์อยู่ในระดับมากทุกข้อ


๑๑๒ ตารางที่ ๔.6 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งประสาน (n=๓๖6) ด้านมุ่งประสาน ระดับการปฏิบัติ ̅ S.D. แปลผล 1. ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีส่วนร่วม ทางความคิด ไม่มีการแบ่งแยก 2. ให้ค าปรึกษา แนะน า ช่วยเหลือไกล่เกลี่ยกรณี เกิดข้อพิพาทต่างๆ 3. ยืดหยุ่นในการตัดสินใจหรือสั่งการ โดยรับฟัง ความคิดเห็นของทุกคน 4. ร่วมการประชุมเพื่อประสานความสามัคคีกับ หน่วยงานที่เป็นภาคีเครือข่ายทั้งภายในและ ภายนอก 5. สร้างขวัญก าลังใจให้กับชาวบ้านทุกคนทุกระดับ อย่างเป็นกันเอง ภายในหมู่บ้าน ต าบล เพื่อให้ เกิดความสามัคคี 3.99 4.06 3.99 3.98 3.99 ๐.79 ๐.82 ๐.82 ๐.76 ๐.81 มาก มาก มาก มาก มาก ภาพรวม 4.00 ๐.68 มาก จากตารางที่ ๔.6 พบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งประสาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 4.00, S.D. = ๐.68) เมื่อจ าแนกเป็นรายข้อพบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งประสาน อยู่ในระดับมากทุกข้อ


๑๑๓ 4.1.3 ผลการวิเคราะห์ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ตามหลักปาปณิกธรรม ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ตามหลัก ปาปณิกธรรม ประกอบด้วย ๑) ด้านจักขุมา คือ การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ๒) ด้านวิธูโร คือ การเป็นผู้ช านาญในงาน ๓) ด้านนิสสยสัมปันโน คือ การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความ เชื่อถือจากผู้อื่น ผลการวิเคราะห์ดังแสดงในตาราง ดังนี้ ตารางที่ ๔.7 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ตามหลักปาปณิกธรรม โดยภาพรวม (n=๓๖6) ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ตามหลักปาปณิกธรรม ระดับการปฏิบัติ ̅ S.D. แปลผล ๑. ด้านจักขุมา คือ การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ๒. ด้านวิธูโร คือ การเป็นผู้ช านาญในงาน ๓. ด้านนิสสยสัมปันโน คือ การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ ที่ดีและได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น 3.85 3.86 3.96 0.68 0.68 0.65 มาก มาก มาก ภาพรวม 3.89 ๐.63 มาก จากตารางที่ ๔.7 พบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ตามหลักปาปณิกธรรม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.89 S.D. = ๐.63) เมื่อจ าแนกเป็นรายด้านพบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ตามหลักปาปณิกธรรม อยู่ในระดับมากทุกด้าน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบผลการศึกษาดังนี้


๑๑๔ ตารางที่ ๔.8 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านจักขุมา คือ การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล (n=๓๖6) ด้านจักขุมา คือ การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ระดับการปฏิบัติ ̅ S.D. แปลผล ๑. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกล 2. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ก าหนดทิศทางการด าเนินงานของ ต าบล หมู่บ้าน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน 3. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีกระบวนการก ากับ ติดตาม ประเมินผลการด าเนินงานของต าบล หมู่บ้าน อย่างเป็นระบบ 3.85 3.97 3.76 0.79 0.72 0.84 มาก มาก มาก ภาพรวม 3.85 0.68 มาก จากตารางที่ ๔.8 พบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านจักขุมา คือ การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.85, S.D. = ๐.68) เมื่อจ าแนกเป็นรายข้อพบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านจักขุมาคือ การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล อยู่ในระดับมากทุกข้อ


๑๑๕ ตารางที่ ๔.9 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านวิธูโร คือ การเป็นผู้ช านาญในงาน (n=๓๖6) ด้านวิธูโร คือ การเป็นผู้ช านาญในงาน ระดับการปฏิบัติ ̅ S.D. แปลผล 1. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีความรู้ความสามารถในการ บริหารจัดการ 2. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีแผนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ 3. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นแบบอย่างที่ดีในการ บริหารเวลาให้เกิดประโยชน์กับต าบล หมู่บ้าน 4. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ที่แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ทันต่อเหตุการณ์และเวลา 5. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีความรับผิดชอบต่อภารกิจ ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ 3.87 3.68 3.85 3.94 4.01 0.78 0.83 0.80 0.78 0.83 มาก มาก มาก มาก มาก ภาพรวม 3.86 0.68 มาก จากตารางที่ ๔.9 พบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านวิธูโร คือ การเป็นผู้ช านาญในงานโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.86, S.D. = ๐.68) เมื่อจ าแนกเป็นรายข้อพบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านวิธูโร คือ การเป็นผู้ช านาญในงาน อยู่ในระดับมากทุกข้อ


๑๑๖ ตารางที่ ๔.10 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านนิสสยสัมปันโน คือ การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น (n=๓๖6) ด้านนิสสยสัมปันโน คือ การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ ที่ดีและได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น ระดับการปฏิบัติ ̅ S.D. แปลผล 1. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นกัลยาณมิตรกับผู้ร่วมงาน และประชาชน 2. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ในการติดต่อประสานงาน 3. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน รับฟังความคิดเห็นและ ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน 4. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มีการส่งเสริมกิจกรรมสร้าง มนุษยสัมพันธ์ในต าบล หมู่บ้าน อย่างต่อเนื่อง 4.09 3.99 3.92 3.87 0.77 0.74 0.75 0.80 มาก มาก มาก มาก ภาพรวม 3.96 0.65 มาก จากตารางที่ ๔.10 พบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านนิสสยสัมปันโน คือ การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ ที่ดีและได้รับความเชื่อถือจาก ผู้อื่น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 3.96, S.D. = ๐.65) เมื่อจ าแนกเป็นรายข้อพบว่า ระดับภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านนิสสยสัมปันโน คือ การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความเชื่อถือ จากผู้อื่น อยู่ในระดับมากทุกข้อ


๑๑๗ ๔.๒ ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล สมมติฐานที่ ๑ ประชาชนที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกัน ตารางที่ ๔.11 การเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน จ าแนกตามเพศ (n=๓๖6) จากตารางที่ ๔.11 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยภาพรวม จ าแนกตามเพศพบว่า ไม่แตกต่างกัน (t = -0.593, Sig. = ๐.554) ดังนั้น จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ทุกด้านไม่แตกต่างกัน ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน เพศ ชาย (170) หญิง (196) t Sig. ̅ S.D. ̅ S.D. ๑. ด้านมุ่งเกณฑ์ ๒. ด้านมุ่งงาน ๓. ด้านมุ่งสัมพันธ์ ๔. ด้านมุ่งประสาน 3.92 3.82 3.95 3.97 0.64 0.64 0.61 0.67 3.91 3.86 4.02 4.02 0.66 0.70 0.67 0.68 0.095 -0.530 -1.159 -0.627 0.925 0.596 0.247 0.531 ภาพรวม 3.91 0.60 3.95 0.64 -0.593 0.554


๑๑๘ สมมติฐานที่ 2 ประชาชนที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกัน ตารางที่ ๔.12 การเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน จ าแนกตามอายุ (n=๓๖6) ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา แหล่งความ แปรปรวน SS df MS F F Sig. ๑. ด้านมุ่งเกณฑ์ ๒. ด้านมุ่งงาน ๓. ด้านมุ่งสัมพันธ์ ๔. ด้านมุ่งประสาน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 5.871 150.166 156.036 4.991 161.395 166.385 7.716 146.945 154.662 8.682 160.557 169.239 4 361 365 4 361 365 4 361 365 4 361 365 1.468 0.416 1.248 0.447 1.929 0.407 2.171 0.445 3.528** 2.791* 4.739** 4.880** 0.008 0.026 0.001 0.001 ภาพรวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 6.438 134.904 141.342 4 361 365 1.609 0.374 4.307** 0.002 *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ **มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ จากตารางที่ ๔.12 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยภาพรวม จ าแนกตามอายุ พบว่า แตกต่างกัน (F=4.307, Sig.=๐.002) ดังนั้น จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย เมื่อพิจารณาเป็น รายด้านพบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกันทุกด้าน ดังนั้น จึงท าการเปรียบเทียบความแตกต่าง ค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่โดยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference: LSD.) ดังตาราง ที่ ๔.๑๓ ถึง ๔.๑๖


๑๑๙ ตารางที่ ๔.๑3 การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุดต่อภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตาม ความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่านใน ด้านมุ่งเกณฑ์ (n=๓๖6) อายุ อายุ 18 - 29 ปี 30 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 – 60 ปี 61 ปีขึ้นไป ̅ 3.90 3.81 3.74 4.02 4.07 18 - 29 ปี 30 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 - 60 ปี 61 ปีขึ้นไป 3.90 3.81 3.74 4.02 4.07 - - - - - 0.09 0.16 - 0.07 - - - - - - -0.12 -0.21 -0.28* - - -0.17 -0.26* -0.33* -0.05 - *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๑๓ พบว่า ประชาชนที่มีอายุ ๓๐ - ๔๐ ปี มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งเกณฑ์น้อยกว่า ประชาชนที่มี อายุ ๖๑ ปีขึ้นไป และประชาชนที่มีอายุ ๔๑ – ๕๐ ปี มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งเกณฑ์น้อยกว่า ประชาชนที่มีอายุ ๕๑ – ๖๐ ปี และอายุ ๖๑ ปีขึ้นไป อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๑4 การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุดต่อภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตาม ความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่านใน ด้านมุ่งงาน (n=๓๖6) อายุ อายุ 18 - 29 ปี 30 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 – 60 ปี 61 ปีขึ้นไป ̅ 3.89 3.75 3.67 3.91 3.98 18 - 29 ปี 30 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 - 60 ปี 61 ปีขึ้นไป 3.89 3.75 3.67 3.91 3.98 - - - - - 0.14 0.22 - 0.08 - - - - - - -0.02 -0.16 -0.24* - - -0.09 -0.23 -0.31* -0.07 - *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕


๑๒๐ ตารางที่ ๔.๑๔ พบว่า ประชาชนที่มีอายุ ๔๑ – ๕๐ ปี มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งงาน น้อยกว่า ประชาชนที่มีอายุ ๕๑ - ๖๐ ปี และอายุ ๖๑ ปีขึ้นไป อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๑๕ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุดต่อภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตาม ความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่านใน ด้านมุ่งสัมพันธ์ (n=๓๖6) อายุ อายุ 18 - 29 ปี 30 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 – 60 ปี 61 ปีขึ้นไป ̅ 3.97 3.90 3.79 4.06 4.21 18 - 29 ปี 30 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 - 60 ปี 61 ปีขึ้นไป 3.97 3.90 3.79 4.06 4.21 - - - - - 0.07 0.18 - 0.11 - - - - - - -0.09 -0.16 -0.27* - - -0.24 -0.31* -0.42* -0.15 - *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๑๕ พบว่า ประชาชนที่มีอายุ ๓๐ – ๔๐ ปี มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งสัมพันธ์น้อยกว่า ประชาชนที่มีอายุ ๖๑ ปีขึ้นไป และประชาชนที่มีอายุ ๔๑ – ๕๐ ปี มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งสัมพันธ์น้อยกว่า ประชาชนที่มีอายุ ๕๑ – ๖๐ ปี และอายุ ๖๑ ปีขึ้นไป อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕


๑๒๑ ตารางที่ ๔.๑6 การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุดต่อภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตาม ความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่านใน ด้านมุ่งประสาน (n=๓๖6) อายุ อายุ 18 - 29 ปี 30 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 – 60 ปี 61 ปีขึ้นไป ̅ 3.95 3.82 3.82 4.16 4.13 18 - 29 ปี 30 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 - 60 ปี 61 ปีขึ้นไป 3.95 3.82 3.82 4.16 4.13 - - - - - 0.13 0.13 - - - - - - - - -0.21 -0.34* -0.34* - - -0.18 -0.31* -0.31* 0.03 - *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๑๖ พบว่า ประชาชนที่มีอายุ ๓๐ – ๔๐ ปี มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งประสาน น้อยกว่า ประชาชนที่มีอายุ ๕๑ – ๖๐ ปี และอายุ ๖๑ ปีขึ้นไป และประชาชนที่มีอายุ ๔๑ – ๕๐ ปี มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งประสาน น้อยกว่า ประชาชน ที่มีอายุ ๕๑ – ๖๐ ปี และอายุ ๖๑ ปีขึ้นไป อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕


๑๒๒ สมมติฐานที่ 3 ประชาชนที่มีการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนาอ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกัน ตารางที่ ๔.17 การเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน จ าแนกตามการศึกษา (n=๓๖6) ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา แหล่งความ แปรปรวน SS df MS F Sig. ๑. ด้านมุ่งเกณฑ์ ๒. ด้านมุ่งงาน ๓. ด้านมุ่งสัมพันธ์ ๔. ด้านมุ่งประสาน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 2.314 153.723 156.036 2.188 164.197 166.385 5.102 149.560 154.662 3.275 165.964 169.239 5 360 365 5 360 365 5 360 365 5 360 365 0.463 0.427 0.438 0.456 1.020 0.415 0.655 0.461 1.084 0.959 2.456* 1.421 0.369 0.443 0.033 0.216 ภาพรวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 3.070 136.545 139.615 5 360 365 0.614 0.379 1.619 0.154 *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่ ๔.17 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยภาพรวม จ าแนกตามการศึกษา พบว่า ไม่แตกต่างกัน (F=1.619, Sig.= 0.154) ดังนั้น จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย เมื่อพิจารณา เป็นรายด้านพบว่า ประชาชนที่มีการศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกันด้านมุ่งสัมพันธ์ ดังนั้น จึงท าการเปรียบเทียบ ความแตกต่างค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่โดยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference: LSD.) ดังตารางที่ ๔.๑๘


๑๒๓ ตารางที่ ๔.๑8 การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุดต่อภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตาม ความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่านใน ด้านมุ่งสัมพันธ์ (n=๓๖6) การศึกษา การศึกษา ประถมศึกษา ม.ต้น ม . ป ล า ย / ปวช. อนุปริญญา/ ปวส. ปริญญาตรี สูงกว่า ปริญญาตรี ̅ 4.08 3.83 3.92 3.84 4.09 4.53 ประถมศึกษา ม.ต้น ม.ปลาย/ปวช. อนุปริญญา/ปวส. ปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี 4.08 3.83 3.92 3.84 4.09 4.53 - - - - - - 0.25* - - - - - 0.16 0.24 -0.09 -0.01 - 0.08 - - - - - - -0.01 -0.26* -0.17 -0.25 - - -0.45 -0.70 -0.61 -0.69 -0.44 - *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๑๘ พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษา ประถมศึกษา มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งสัมพันธ์มากกว่า ประชาชน ที่มีระดับการศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และประชาชนที่มีระดับการศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งสัมพันธ์ น้อยกว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษา ปริญญาตรี อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕


๑๒๔ สมมติฐานที่ 4 ประชาชนที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนาอ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกัน ตารางที่ ๔.19 การเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน จ าแนกตามอาชีพ (n=๓๖6) ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา แหล่งความ แปรปรวน SS df MS F Sig. ๑. ด้านมุ่งเกณฑ์ ๒. ด้านมุ่งงาน ๓. ด้านมุ่งสัมพันธ์ ๔. ด้านมุ่งประสาน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 7.555 148.481 156.036 9.339 157.046 166.385 11.311 143.351 154.662 9.438 159.801 169.239 6 359 365 6 359 365 6 359 365 6 359 365 1.259 0.414 1.556 0.437 1.885 0.399 1.573 0.445 3.044** 3.558** 4.721** 3.534** 0.006 0.002 0.000 0.002 ภาพรวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 9.136 132.206 141.342 6 359 365 1.523 0.368 4.135** 0.000 *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ จากตารางที่ ๔.19 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยภาพรวม จ าแนกตามอาชีพพบว่า แตกต่างกัน (F=4.135, Sig.= 0.000) ดังนั้น ยอมรับสมมติฐานการวิจัย เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกันทุกด้าน ดังนั้น จึงท าการเปรียบเทียบความแตกต่าง ค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่โดยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference: LSD.) ดังตาราง ที่ ๔.๒๐ ถึง ๔.๒๓


๑๒๕ ตารางที่ ๔.๒๐ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุดต่อภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตาม ความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่านใน ด้านมุ่งเกณฑ์ (n=๓๖6) อาชีพ อาชีพ นักเรียน/ นักศึกษา ข้าราชการ รับจ้าง ค้าขาย พ นั ก ง า น ห้าง/ร้าน เกษตรกรรม อื่นๆ (ไม่ได้ ท างาน) ̅ 4.01 4.10 3.86 3.84 3.68 3.89 4.40 นักเรียน/นักศึกษา ข้าราชการฯ รับจ้าง ค้าขาย พนักงานห้าง/ร้าน เกษตรกรรม อื่นๆ (ไม่ได้ท างาน) 4.01 4.10 3.86 3.84 3.68 3.89 4.40 - - - - - - - -0.09 - - - - - - 0.15 0.17 0.24 0.26 - 0.02 - - - - - - - - 0.33 0.42* 0.18 0.16 - - - 0.12 0.21 -0.03 -0.05 -0.21 - - -0.39 -0.30 -0.54* -0.56* -0.72* -0.51* - *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๒๐ พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพ ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งเกณฑ์มากกว่า ประชาชนที่มี อาชีพ พนักงานห้าง/ร้าน/บริษัท และประชาชนที่มีอาชีพ รับจ้าง , ค้าขาย , พนักงานห้าง/ร้าน/ บริษัท และเกษตรกรรม มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งเกณฑ์ น้อยกว่า ประชาชนที่มีอาชีพอื่นๆ (ไม่ได้ท างาน) อย่างมี นัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕


๑๒๖ ตารางที่ ๔.๒๑ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุดต่อภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตาม ความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่านใน ด้านมุ่งงาน (n=๓๖6) อาชีพ อาชีพ นักเรียน/ นักศึกษา ข้าราชการ รับจ้าง ค้าขาย พ นั ก ง า น ห้าง/ร้าน เกษตรกรรม อื่นๆ (ไม่ได้ ท างาน) ̅ 3.98 4.01 3.85 3.73 3.58 3.77 4.37 นักเรียน/นักศึกษา ข้าราชการฯ รับจ้าง ค้าขาย พนักงานห้าง/ร้าน เกษตรกรรม อื่นๆ (ไม่ได้ท างาน) 3.98 4.01 3.85 3.73 3.58 3.77 4.37 - - - - - - - -0.03 - - - - - - 0.13 0.25 0.16 0.28 - 0.12 - - - - - - - - 0.40 0.43* 0.27 0.15 - - - 0.21 0.24 0.08 -0.04 -0.19 - - -0.39 -0.36 -0.52* -0.64* -0.79* -0.60* - *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๒๑ พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพ ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งงาน มากกว่า ประชาชนที่มี อาชีพ พนักงานห้าง/ร้าน/บริษัท และประชาชนที่มีอาชีพ รับจ้าง , ค้าขาย , พนักงานห้าง/ร้าน/ บริษัท และเกษตรกรรม มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งงาน น้อยกว่า ประชาชนที่มีอาชีพอื่นๆ (ไม่ได้ท างาน) อย่างมีนัยส าคัญ ทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕


๑๒๗ ตารางที่ ๔.๒๒ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุดต่อภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตาม ความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่านใน ด้านมุ่งสัมพันธ์ (n=๓๖6) อาชีพ อาชีพ นักเรียน/ นักศึกษา ข้าราชการ รับจ้าง ค้าขาย พ นั ก ง า น ห้าง/ร้าน เกษตรกรรม อื่นๆ (ไม่ได้ ท างาน) ̅ 4.17 4.22 3.92 3.85 3.64 3.97 4.52 นักเรียน/นักศึกษา ข้าราชการฯ รับจ้าง ค้าขาย พนักงานห้าง/ร้าน เกษตรกรรม อื่นๆ (ไม่ได้ท างาน) 4.17 4.22 3.92 3.85 3.64 3.97 4.52 - - - - - - - -0.05 - - - - - - 0.25 0.32 0.30* 0.37* - 0.07 - - - - - - - - 0.53* 0.58* 0.28 0.21 - - - 0.20 0.25 -0.05 -0.12 -0.33* - - -0.35 -0.30 -0.60* -0.67* -0.88* -0.55* - *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๒๒ พบว่า ประชาชนที่เป็น นักเรียน/นักศึกษา มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งสัมพันธ์มากกว่า ประชาชนที่มีอาชีพ พนักงานห้าง/ร้าน/บริษัท และพบว่าประชาชนที่มีอาชีพ ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ มีความคิดเห็นต่อ ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งสัมพันธ์มากกว่า ประชาชนที่มีอาชีพ รับจ้าง , ค้าขาย และพนักงานห้าง/ร้าน/บริษัท และพบว่าประชาชนที่มีอาชีพ รับจ้าง , ค้าขาย , พนักงานห้าง/ร้าน/บริษัท และเกษตรกรรม มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งสัมพันธ์น้อยกว่า ประชาชนที่มีอาชีพ อื่นๆ (ไม่ได้ท างาน) อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕


๑๒๘ ตารางที่ ๔.๒๓ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุดต่อภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตาม ความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่านใน ด้านมุ่งประสาน (n=๓๖6) อาชีพ อาชีพ นักเรียน/ นักศึกษา ข้าราชการ รับจ้าง ค้าขาย พ นั ก ง า น ห้าง/ร้าน เกษตรกรรม อื่นๆ (ไม่ได้ ท างาน) ̅ 4.10 4.23 3.97 3.85 3.64 3.98 4.46 นักเรียน/นักศึกษา ข้าราชการฯ รับจ้าง ค้าขาย พนักงานห้าง/ร้าน เกษตรกรรม อื่นๆ (ไม่ได้ท างาน) 4.10 4.23 3.97 3.85 3.64 3.98 4.46 - - - - - - - -0.13 - - - - - - 0.13 0.25 0.26 0.38* - 0.12 - - - - - - - - 0.46* 0.59* 0.33 0.21 - - - 0.12 0.25 -0.01 -0.13 -0.34 - - -0.36 -0.23 -0.49* -0.61* -0.82* -0.48* - *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๒๓ พบว่า ประชาชนที่เป็น นักเรียน/นักศึกษา มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งประสาน มากกว่า ประชาชนที่มีอาชีพ พนักงานห้าง/ร้าน/บริษัท และพบว่าประชาชนที่มีอาชีพ ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ มีความคิดเห็นต่อ ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งประสาน มากกว่า ประชาชนที่มีอาชีพ ค้าขาย และพนักงานห้าง/ร้าน/บริษัท และพบว่าประชาชนที่มีอาชีพ รับจ้าง , ค้าขาย , พนักงานห้าง/ร้าน/บริษัท และเกษตรกรรม มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งสัมพันธ์ น้อยกว่า ประชาชนที่มีอาชีพ อื่นๆ (ไม่ได้ท างาน) อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕


๑๒๙ สมมติฐานที่ ๕ ประชาชนที่มีรายได้ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนาอ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกัน ตารางที่ ๔.24 การเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน จ าแนกตามรายได้ (n=๓๖6) ภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา แหล่งความ แปรปรวน SS df MS F Sig. ๑. ด้านมุ่งเกณฑ์ ๒. ด้านมุ่งงาน ๓. ด้านมุ่งสัมพันธ์ ๔. ด้านมุ่งประสาน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 2.689 153.347 156.036 2.933 163.452 166.385 6.588 148.073 154.662 6.085 163.154 169.239 3 362 365 3 362 365 3 362 365 3 362 365 0.896 0.424 0.978 0.452 2.196 0.409 2.028 0.451 2.116 2.166 5.369** 4.500** 0.098 0.092 0.001 0.004 ภาพรวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 4.328 137.013 141.342 3 362 365 1.443 0.378 3.812** 0.010 *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ จากตารางที่ ๔.24 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อภาวะผู้น าของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยภาพรวม จ าแนกตามรายได้พบว่า แตกต่างกัน (F=3.812, Sig.= 0.010) ดังนั้น ยอมรับสมมติฐานการวิจัย เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบล ไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน แตกต่างกันด้านมุ่งสัมพันธ์และด้านมุ่งประสาน ดังนั้น จึงท าการ เปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่โดยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference: LSD.) ดังตารางที่ ๔.๒๕ ถึง ๔.๒๖


๑๓๐ ตารางที่ ๔.๒๕ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุดต่อภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตาม ความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่านใน ด้านมุ่งสัมพันธ์ (n=๓๖6) รายได้ รายได้ ต่ ากว่า 10,000 บาท 10,000 - ๑๕,๐๐๐ บาท 15,001 - 20,000 บาท 2 0 , 0 0 1 บาทขึ้นไป ̅ 4.04 3.84 3.64 4.33 ต่ ากว่า 10,000 บาท 10,000 - ๑๕,๐๐๐ บาท 15,001 - 20,000 บาท 20,001 บาท ขึ้นไป 4.04 3.84 3.64 4.33 - - - - 0.20* 0.40* - 0.20 - - - - -0.29 -0.49* -0.69* - *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๒๕ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้ต่ ากว่า ๑๐,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งสัมพันธ์มากกว่า ประชาชนที่มี รายได้ ๑๐,๐๐๐ – ๑๕,๐๐๐ บาท และรายได้ ๑๕,๐๐๑ – ๒๐,๐๐๐ บาท และพบว่า ประชาชนที่มี รายได้๑๐,๐๐๐ – ๑๕,๐๐๐ บาท และรายได้ ๑๕,๐๐๑ – ๒๐,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็นต่อภาวะ ผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งสัมพันธ์ น้อยกว่า ประชาชนที่มีรายได้ ๒๐,๐๐๑ บาทขึ้นไป อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕


๑๓๑ ตารางที่ ๔.๒๖ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยส าคัญน้อยที่สุดต่อภาวะผู้น า ของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจ าแนกตาม ความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่านใน ด้านมุ่งประสาน (n=๓๖6) รายได้ รายได้ ต่ ากว่า 10,000 บาท 10,000 - ๑๕,๐๐๐ บาท 15,001 - 20,000 บาท 2 0 , 0 0 1 บาทขึ้นไป ̅ 4.04 3.85 3.74 4.37 ต่ ากว่า 10,000 บาท 10,000 - ๑๕,๐๐๐ บาท 15,001 - 20,000 บาท 20,001 บาท ขึ้นไป 4.04 3.85 3.74 4.37 - - - - 0.19* 0.30 - 0.11 - - - - -0.33* -0.52* -0.63* - *มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ตารางที่ ๔.๒๖ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้ต่ ากว่า ๑๐,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งประสาน มากกว่า ประชาชนที่มี รายได้ ๑๐,๐๐๐ – ๑๕,๐๐๐ บาท และน้อยกว่า ประชาชนที่มีรายได้ ๒๐,๐๐๑ บาทขึ้นไป และพบว่า ประชาชนที่มีรายได้ ๑๐,๐๐๐ – ๑๕,๐๐๐ บาท และรายได้ ๑๕,๐๐๑ – ๒๐,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้น าของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ในต าบลไชยวัฒนา อ าเภอปัว จังหวัดน่าน ด้านมุ่งประสาน น้อยกว่า ประชาชนที่มีรายได้ ๒๐,๐๐๑ บาทขึ้นไป อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕


Click to View FlipBook Version