The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สารนิพนธ์ เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยจ่าสิบโทเกรียงศักดิ์ คะใจ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สารนิพนธ์ เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยจ่าสิบโทเกรียงศักดิ์ คะใจ

สารนิพนธ์ เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยจ่าสิบโทเกรียงศักดิ์ คะใจ

๑๘๐ ตารางที่ ๔.๔๔ การเปรียบเทียบความแตกตางรายคูดวยวิธีผลตางนัยสําคัญนอยที่สุดของการมีสวน รวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ดานการเตรียมความพรอม (n=๓๘๓) รายได � รายได ต่ํากวา ๕,๐๐๐ ๕,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ ๑๕,๐๐๑ - ๒๕,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐ ขึ้นไป ๓.๔๙ ๓.๖๗ ๓.๓๘ ๔.๐๐ ๑. ต่ํากวา ๕,๐๐๐ ๓.๔๙ - ๐.๐๕ ๐.๕๘ ๐.๐๑ ๒. ๕,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ ๓.๖๗ - - ๐.๑๖ ๐.๑๐ ๓. ๑๕,๐๐๑ - ๒๕,๐๐๐ ๓.๓๘ - - - ๐.๐๒ ๔. ๒๕,๐๐๐ ขึ้นไป ๔.๐๐ - - - - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่ ๔.๔๔ พบวา การเปรียบเทียบความแตกตางรายคูดวยวิธีผลตางนัยสําคัญ นอยที่สุดของการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการ บริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน จําแนกตามรายได ดานการเตรียม ความพรอม แตกตางกันจํานวนสองคู คือ ประชาชนที่มีรายได ต่ํากวา ๕,๐๐๐ บาท การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน นอยกวาประชาชนที่มีรายได ๒๕,๐๐๐ บาทขึ้นไป ประชาชนที่มีรายได ๑๕,๐๐๑ - ๒๕,๐๐๐ บาท การมีสวนรวมของประชาชน ในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน นอยกวาประชาชนที่มีรายได ๒๕,๐๐๐ บาทขึ้นไป


๑๘๑ ตารางที่ ๔.๔๕ การเปรียบเทียบความแตกตางรายคูดวยวิธีผลตางนัยสําคัญนอยที่สุดของการมีสวน รวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ดานการพัฒนาบุคลากร (n=๓๘๓) รายได � รายได ต่ํากวา ๕,๐๐๐ ๕,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ ๑๕,๐๐๑ - ๒๕,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐ ขึ้นไป ๓.๗๐ ๓.๗๕ ๔.๔๕ ๔.๖๑ ๑. ต่ํากวา ๕,๐๐๐ ๓.๗๐ - ๐.๕๖ ๐.๐๑ ๐.๐๑ ๒. ๕,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ ๓.๗๕ - - ๐.๐๑ ๐.๐๑ ๓. ๑๕,๐๐๑ - ๒๕,๐๐๐ ๔.๔๕ - - - ๐.๕๔ ๔. ๒๕,๐๐๐ ขึ้นไป ๔.๖๑ - - - - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่ ๔.๔๕ พบวา การเปรียบเทียบความแตกตางรายคูดวยวิธีผลตางนัยสําคัญ นอยที่สุดของการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการ บริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน จําแนกตามรายได ดานการพัฒนาบุคลากร แตกตางกันจํานวนสี่คู คือ ประชาชนที่มีรายได ต่ํากวา ๕,๐๐๐ บาท การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน นอยกวาประชาชนที่มีรายได ๑๕,๐๐๑ - ๒๕,๐๐๐ บาท ประชาชนที่มีรายได ต่ํากวา ๕,๐๐๐ บาท การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน นอยกวาประชาชนที่มีรายได ๒๕,๐๐๐ บาทขึ้นไป ประชาชนที่มีรายได ๕,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน นอยกวาประชาชนที่มีรายได ๑๕,๐๐๑ - ๒๕,๐๐๐ บาท


๑๘๒ ประชาชนที่มีรายได ๕,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน นอยกวาประชาชนที่มีรายได ๒๕,๐๐๐ บาทขึ้นไป ตารางที่ ๔.๔๖ ผลสรุปโดยรวมการเปรียบเทียบการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยจําแนกตามปจจัยสวนบุคคลตามสมมติฐานที่ ๑ – ๕ (n=๓๘๑) สมมติ ฐาน ตัวแปร ตน ตัวแปรตาม คา t คา F Sig. ผลการศึกษา ยอมรับ ปฏิเสธ ๑. เพศ การมีสวนรวมในการ บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ง า น บรรเทาสาธารณภัย -๒.๘๘ - ๐.๔๘๓ √ ๒. อายุ การมีสวนรวมในการ บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ง า น บรรเทาสาธารณภัย ๓.๖๕ ๐.๐๑๓ √ ๓. ระดับ การ ศึกษา การมีสวนรวมในการ บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ง า น บรรเทาสาธารณภัย ๓.๘๔ ๐.๐๑๐ √ ๔. อาชีพ การมีสวนรวมในการ บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ง า น บรรเทาสาธารณภัย ๔.๕๘ ๐.๐๐๔ √ ๕. รายได การมีสวนรวมในการ บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ง า น บรรเทาสาธารณภัย ๓.๑๓๐ ๐.๐๒๖ √ จากตารางที่ ๔.๔๖ ผลสรุปโดยรวมการเปรียบเทียบการมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ดังนี้


๑๘๓ ประชาชนที่มีเพศตางกัน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวม ไมแตกตางกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย ประชาชนที่มีอายุตางกัน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวม แตกตางกัน จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ประชาชนที่มีระดับการศึกษาตางกัน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวมแตกตางกัน จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ประชาชนที่มีอาชีพกัน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวม แตกตางกัน จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ประชาชนที่มีรายไดตางกัน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวม แตกตางกัน จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ผลการวิเคราะหแนวทางการสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตามหลักพุทธธรรมขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน แบบสอบถามขอเสนอแนะเกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ ๔.๔๗


๑๘๔ ตารางที่ ๔.๔๗ ขอเสนอแนะการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน มีอะไรบาง ลําดับ ปญหาและอุปสรรค จํานวน ๑ ใหองคการบริหารสวนตําบลสะเนียนจัดเตรียมงบประมาณให เพียงพอเมื่อเกิดสาธารณภัย ๑๕ ๒ ชุมชนไมตระหนักถึงปญหาและการมีสวนรวมในการเตรียม ความพรอม ๑๕ ๓ ควรมีการฝกซอมเตรียมความพรอมอยางสม่ําเสมอ ๑๒ ๔ มีการจัดฝกอบรมใหกับ อปพร.ทุกป ๑๒ ๕ ไมปฏิบัติตามระเบียบและขั้นตอน ๑๑ ๖ การรณรงคและประชาสัมพันธ จะตองทําอยางสม่ําเสมอ และตอเนื่องซึ่งเปนอีกวิธีการหนึ่งที่ จะกระตุนใหประชาชนสนใจ รับทราบและปฏิบัติตาม ๑๐ ๗ ไมสามารถเขาถึงเทคโนโลยี ๙ ๘ คนในชุมชนไมคอยใหความรวมมือในการปฏิบัติ ๘ ๙ ใหมีการรอบรมเรื่องสาธารณภัยใหกับคนในชุมชน ๘ ๑๐ จัดหาอุปกรณใหเพียงพอตอการทํางานของเจาหนาที่ ๕ ๑๑ คนในชุมชนไมคอยใหความรวมมือในการใชเทคโนโลยี ๕ ๑๒ การรับรูขาวสารมีนอย บางชุมชนการประชาสัมพันธไมถั่วถึง ๕ ๑๓ จัดสงเจาหนาที่เขารับการฝกอบรมเพิ่มความรูและเทคโนโลยี สมัยใหม ๓ ๑๔ ทุกฝายไมคอยไดพูดจาตกลงกันเทาที่ควร ๓ ๑๕ ในชุมชนไมคอยไดรับการอบรมเรื่องการใชเทคโนโลยี ๑ ๑๖ มีสวนรวมในการเสนอปญหา แตไมไดรับการสนับสนุน ๑ ๑๗ ไมคอยใหความสําคัญในการตัดสินใจของผูนํา ๑ ๑๘ ประชาชนไมสนใจที่จะรับทราบและปฏิบัติตาม ๑ ๑๙ คนในชุมชนไมคอยเห็นความสําคัญของการผูอํานวยการทองถิ่น ๑ ๒๐ ใหทุกภาคสวนตระหนักถึงปญหา วาเปนปญหาระดับจังหวัด ๑ ๒๑ ควรมีการสงเสริมและพัฒนาเจาหนาที่ ๑


๑๘๕ ๔.๒ การนําเสนอขอมูลเชิงคุณภาพ รูปแบบการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ซึ่งผูใหขอมูลสําคัญ (key informants) ไดใหสัมภาษณถึงประเด็นดังกลาวขางตนนี้ที่ผูวิจัยสรุปดังตอไปนี้ ๔.๒.๑ ผลการวิเคราะหแบบสัมภาษณของผูใหขอมูลหลักเกี่ยวกับการสงเสริมการมี สวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการสาธารณภัยตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ๑) หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานหมั่นประชุมเปนนิตย จากการวิเคราะหขอมูลการสัมภาษณในประเด็น การมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ดานพรอมเพียงกันประชุมพรอมเพียงกันทํากิจกรรม พบวา องคการบริหารสวนตําบลสะเนียนมีการจัดประชุม0 1 ขาราชการ พนักงาน ลูกจางที่มีหนาที่เกี่ยวของ พนักงาน และเจาหนาที่งานปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตองเขาประชุมเพื่อรับทราบ แนวทาง1 2 ขั้นตอนโดยพรอมเพียงกัน มีการประชุมอยางตอเนื่อง เพื่อรับนโยบายจากนายกองคการบริหารสวนตําบล. 2 3 และจัดทําแผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยการประชุมตองมีตัวแทนจากชุมชนมารวม เพื่อแสดงความคิดเห็น เสนอปญหาและความตองการของตนเอง องคการบริหารสวนตําบลสะเนียนไดดําเนินการจัดประชุมสรางความรับรูความเขาใจ ใหกับประชาชนและผูนําชุมชนเปนประจําทุกปเพื่อใหเกิดกระบวนการคิดและนําไปปรับปรุง ใหสอดคลองกับสภาวการณปจจุบันโดยทํางานรวมกับภาคีเครือขายทั้งในชุมชนและนอกชุมชน3 4 ประชาชนตําบลสะเนียน มีความตระหนัก และเห็นความสําคัญของการมีสวนรวม และเขาประชุมจัดทําแผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ไดจัดใหมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกัน ในการขับเคลื่อนงานในตําบลสะเนียน รวมถึงการประชาสัมพันธกิจกรรมงานตางๆ ใหทุกคน ไดรับทราบในที่ประชุม ๑) สมาชิกรวมตัดสินใจ รวมดําเนินการ รวมรับผลประโยชน 1 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑ วันที่ ๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 2 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๒ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 3 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๓ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธพ.ศ. ๒๕๖๕. 4 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๗ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๘๖ ร ว ม ใ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ๒) ไ ม บั ญ ญั ติ ต า ม อํ า เ ภ อ ใ จ ส ม า ชิ ก ย อ ม รั บ ม ติ ที่ ป ร ะ ชุ ม ๓) สมาชิกใหการเคารพผูอาวุโส เชื่อฟงผูบังคับบัญชา ประชาชนมีสวนรวมประชุมจัดทําแผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในชุมชนเพื่อเปน การเตรียมความพรอมในการรับมือกันสาธารณภัยเปนแข็งของชุมชน4 5 มีการประชุมปรับปรุงแผน ปองกันและบรรเทาสาธารณภัยของหมูบานเปนประจําทุกปเมื่อเสร็จแลวก็ซักซอมการดําเนินการ ตามแผนตอไป การประชุมทําใหเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกัน การวางแผนโครงการมีสวนรวม ทําใหคนในชุมชนทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นขอเสนอแนะ การประชุมจึงมีความสําคัญอยางยิ่ง5 6 สรุป องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน มีการประชุมอยางตอเนื่องเพื่อใหเกิด กระบวนการคิดและนําไปปรับปรุงใหสอดคลองกับสภาวการณปจจุบัน ของประชาชนตําบลสะเนียน มีการวิเคราะหแลกเปลี่ยนเรียนรู รวมกัน ในการขับเคลื่อนงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๒) หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานพรอมเพียงกันประชุมพรอมเพียงกันทํากิจกรรม จากการวิเคราะหขอมูลการสัมภาษณในประเด็น การมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ดานพรอมเพียงกันประชุมพรอมเพียงกันทํากิจกรรม พบวา คนในตําบลสะเนียนรูสิทธิรูหนาที่ตรงตอเวลามีความพรอมเพรียงในการทํากิจกรรมตางๆ 6 7 ที่ผานมาไดเปนอยางดียิ่ง ประชาชนในพื้นที่ตําบลสะเนียนมีความพรอมเพรียงกันมาก เพราะทุกคนตองชวยกัน แกปญหาและตระหนักถึงอันตรายจากสาธารณภัย7 8 ประชาชนมีความสามัคคีกันพรอมเพรียงกันเวลาจัดกิจกรรม เชน การทําแนวกันไฟปา ในชุมชนจะชวยงานกันอยางพรอมเพรียง8 9 ชุมชนเขมแข็งมีความโอบออมอารีชวยเหลือซึ่งกันและกัน มีการปกครองแบบเครือญาติ คนในชุมชนมีความสามัคคี มีสวนรวมในการดําเนินกิจกรรมตางๆเปนอยางดีและเชื่อฟงผูนํา 9 10 5 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๘ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 6 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕. 7 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๓ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 8 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๘ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 9 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๒ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 10 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๗ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๘๗ ยอมรับฟงขอคิดเห็นและขอเสนอแนะ นําไปพัฒนาหมูบานทําใหคนในชุมชนเกิดความเข็มแข็ง ความพรอมเพียงกันประชุมพรอมเพียงกันทํากิจกรรม กับงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการเตรียมความพรอม ผูนําชุมชนหรือผูใหญบานทุกหมูบาน มีการขับเคลื่อนคนในชุมชนใหเห็นความสําคัญ ของสาธารณภัย รวมถึงจัดกิจกรรมตางๆอยางพรอมเพรียงกันมาก10 11 การทํางานไดรับความรวมมือจากคนในชุมชน สงผลใหกระบวนการปองกันและบรรเทา สาธารณภัย ดานการฟนฟูไดอยางเร็วขึ้น ทั้งผูนําและประชาชนเกิดขวัญกําลังใจ1 1 12 คือ ถาดําเนินกิจกรรมแลวไดรับความรวมมือจากคนในชุมชนจะประสบความสําเร็จเปนอยางดี ผูนํามีกําลังใจในการทํากิจกรรมตอ ๆ ไป สวนผูตาม ชาวบานก็จะมารวมกันทํากิจกรรมทําใหเกิด กระบวนการพัฒนาไดอยางรวดเร็วขึ้น สรุป คนในชุมชนมีความพรอมเพรียงกันในการทํากิจกรรมตางๆ มีสวนรวมในการดําเนิน กิจกรรมตางๆ เปนอยางดี ชุมชนเขมแข็งมีความโอบออมอารีชวยเหลือซึ่งกันและกัน มีกาบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัย แบบบูรณาการณระหวางองคกรรวมกับชุมชน ๓) หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานไมตั้งกฎระเบียบที่ขัดตอชุมชน จากการวิเคราะหขอมูลการสัมภาษณในประเด็น การมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ดานไมตั้งกฎระเบียบที่ขัดตอชุมชน พบวา กฎระเบียบทางราชการที่สั่งมาใหองคการบริหารสวนตําบลสะเนียนถือปฏิบัติ และดําเนินการ 1 2 13 ตองทําความเขาใจกับชุมชนและไมขัดตอกฎของชุมชน สวนใหญที่มีนั้น และตองเกิดขึ้นจากความตองการของคนสวนใหญในชุมชนที่ปรารถนา ชุมชนสามารถบริหารจัดการในดานตางๆ ดวยชุมชนเอง13 14 ชุมชนเองมีการประสานกับชุมชนอื่นๆและพื้นที่ขางเคียง14 15 11 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑ วันที่ ๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 12 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕. 13 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๙ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. 14 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๗ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 15 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๘๘ การออกกฎระเบียบตองนําสูการปฏิบัติไดจริงและเกิดผลดีตอสวนรวม15 16 มีการปรับปรุง เปนระยะตามสภาพปญหาและสภาวะการที่เปลี่ยนแปลงไป กฎระเบียบ หรือกติกาทางสังคม จําเปนตองใชเมื่อประชาชนอยูกันหลาย ๆ คน จําเปนตองบังคับใชระเบียบและขอกฎหมาย กฎระเบียบที่ประชาชนลงความเห็นรวมกัน1 6 17 ถือวาเปนประชามติของชุมชนนั้นๆ คลายๆ กับกฎหมายเหมือนกัน แตเปนเรื่องที่ประชาชนในชุมชนชวยกันตราขึ้นมา เปนกฎระเบียบ ของชุมชนที่ถือวาดี ถาชุมชนไหนมีกฎระเบียบ ที่คิดขึ้นมาดูแลโดยคนในชุมชน หมายความวาชุมชน นั้น มีความเขมแข็ง การตั้งกฎระเบียบโดยยึดชุมชนเปนหลักกฎระเบียบที่เกิดขึ้นคนในชุมชนตองมีสวนรวม แสดงความคิดเห็นเปนมติเสียงสวนใหญแตตองเคารพเสียงสวนนอยกฎระเบียบที่ตั้งขึ้นจะทําใหเกิด การยอมรับและนําไปปฏิบัติ17 18 การตั้งกฎระเบียบของชุมชน บางอยางอาจจะขัดกับกฎหมายหรือขัดกับความเปนจริง ไปบางแตก็เปนการตั้งไวเปนสิทธิจริยา เชน ครอบครัวใดที่เผาพื้นที่การเกษตรในชวง ๗๕ วันหามเผา จะตองถูกดําเนินคดีตามกฎหมายจนถึงศาลสั่งวางมีโทษจําคุก18 19 จะไมไดรับความรวมมือในการจัด งานจากชุมชน หรือคนไหนตัดไมทําลายปา จะถูกแจงความไปยังเจาหนาที่ตํารวจ ขณะนี้ยังไมได ใชกับใคร เพราะชุมชนมีความเขมแข็ง จึงทําใหเกิดความเกรงกลัวในกฎระเบียบ หากถูกจําคุก เกี่ยวกับการทําลายปา ชุมชนจะงดการใหความรวมมือในกิจกรรมเกี่ยวกับครอบครัวนั้น ชุมชนไดกําหนดมาตรการทางสังคมเพื่อใหประชาชนอยูรวมกันอยางสงบสุขและปลอดภัย โดยเนนมาตรการรักษาความปลอดภัยและความสงบสุขมาตรการสังคม ที่ชุมชนมีการตั้งประชามติ รวมกัน เชน การเผาปา ไมมีการดื่มเหลาขณะขับขี่รถบนทองถนนและตองสวมหมวกกันนอกทุกครั้ง ขณะขับขี่รถจักรยานยนตนี้คือ ตัวอยางที่คนในชุมชนใหความรวมมือ หรือแมแตการขอความรวมมือ ใหงดขายสุราในหมูบานชวงวันสําคัญ ก็ไดรับความรวมมือเปนอยางดี1 9 20 กฎระเบียบ ก็เหมือน กฎหมาย ตองมีการตั้งเพื่อเปนแนวทางการปฏิบัติถาในหมูบานไหนไมมีกฎระเบียบ ก็ไมมีแนวทาง ปฏิบัติ ทําใหเกิดปญหาในชุมชน ดังนั้นในหมูบาน จึงจําเปนตองมีกฎระเบียบ โดยกฎนั้นคนในชุมชน 16 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๔ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 17 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๕ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 18 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๒ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 19 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๖ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 20 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๙ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๘๙ ไดรวมกันออกความเห็นวาจะตองปฏิบัติอยางไร ถาไมปฏิบัติ ก็จะตองรับโทษอยางไร การตั้งกฎใน ชุมชน เปนการเติมเต็มในประเด็นที่กฎหมายเขาไมถึง สรุป กฎระเบียบในชุมชนไดกําหนดมาตรการทางสังคมเพื่อใหประชาชนอยูรวมกัน อยางสงบสุข ใชเปนกฎหมายที่ประชาชนลงความเห็นรวมกัน ถือวาเปนประชามติของชุมชน เปนเรื่อง ที่ประชาชนในชุมชนชวยกันตราขึ้นมาเพื่อดูแลคนในชุมชน โดยเนนมาตรการรักษาความปลอดภัย และความสงบสุขมาตรการสังคม ๓.๔) หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานมีความเคารพนับถือตอผูบังคับบัญชา จากการวิเคราะหขอมูลการสัมภาษณในประเด็น การมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ดานมีความเคารพนับถือ ตอผูบังคับบัญชา พบวา การนับถือ การเคารพ ผูอาวุโส เปนวัฒนธรรมที่มีมานานแลว คือผูนอยตองเคารพผูอาวุโส ผูอาวุโสตองเคารพผูนํา เปนสิ่งที่ตองยอมรับ (ประเพณี) เมื่อเปนชุมชนที่มีคุณธรรม20 21 เรื่องเหลานี้ก็ จะเกิดขึ้น วัฒนธรรมการเคารพนับถือผูอาวุโส ผูนําชุมชน ในชุมชนยังคงรักษาวัฒนธรรมอันดีงามนี้ บางครั้งอาจมีการโตเถียงบางแตอยูภายใตของหลักการและเหตุผลที่สามารถรับฟงได2 1 22 นําสูการเคารพนับถือกัน ทําใหการพัฒนาเปนไปอยางราบรื่น โดยผูใหญในชุมชนที่เคยดํารงตําแหนงสําคัญ เมื่อเกษียณไปแลว มาเปนผูทรงคุณวุฒิ22 23 ก็มีการใหความเคารพผูอาวุโสกันเชนเดิม การใหความเคารพนับถือตอผูนําเปนสิ่งสําคัญถาผูนํากับประชาชนเกิดความขัดแยงกัน การพัฒนาชุมชนคงไมเกิดขึ้น23 24 แสดงถึงชุมชนใหความเคารพนับถือผูนําและผูอาวุโสในชุมชน องคการบริหารสวนตําบลสะเนียนเปนนิติบุคคลบริหารงานตามอํานาจหนาที่ภายใต ระเบียบและกฎหมาย จะมีความเคารพนับถือตอผูบังคับบัญชา และใหเกียรติซึ่งกันและกัน24 25 โดยคนในชุมชนใหความศรัทธาและนับถือผูนําชุมชนซึ่งเปนผูมีความรูความสามารถชวยเหลือ 21 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕. 22 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๗ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 23 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๓ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 24 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑ วันที่ ๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 25 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๔ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๙๐ และสนับสนุนใหคนในชุมชนมีความสุข และความปลอดภัยเพิ่มขึ้นมีความโอบออมอารีและปกครอง โดยคนในชุมชน องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน มีผูบริหารที่มีวิสัยทัศน สามารถประสานงาน โดยรวมระหวางหมูบานกับผูนําชุมชน และมีความเขมแข็ง ก็มีการเคารพ นับถือ2 5 26 การใหความ เคารพนับถือตอผูบังคับบัญชา ผูนําชุมชน หรือผูอาวุโสในชุมชน เปนสิ่งที่ ทําใหคนในชุมชนอยูรวมกัน อยางมีความสุขไมมีความขัดแยงเปนชุมชน สรุป การมีความเคารพนับถือตอผูบังคับบัญชา ผูนําและผูอาวุโสในชุมชนเปนวัฒนธรรม ที่มีมานานแลว คนในชุมชนใหความศรัทธาและนับถือผูนําชุมชน ดวยชุมชนตําบลสะเนียนมีความเปน ระบบ จึงมีความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน ทําใหการพัฒนาเปนไปอยางราบรื่น ๓.๕) หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานการใหเกียรติซึ่งกันและกัน จากการวิเคราะหขอมูลการสัมภาษณในประเด็น การมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ดานการใหเกียรติซึ่งกันและกัน ผลการสัมภาษณพบวา การทํางานหรือการอยูรวมกันยอมควรใหเกียรติซึ่งกันและกันไมลบหลูดูหมิ่นกันซึ่งสงผล ใหชุมชนอยูอยางรมเย็นเปนสุขลูกหลานไมสรางปญหาใหกับสังคม26 27 ทุกคนจะใหความเคารพในบทบาทหนาที่ซึ่งกันและกัน27 28 แมบางครั้งจะอาวุโสนอยก็ตาม แตก็สามารถแยกแยะในบทบาทหนาที่28 29 ไมขัดแยงกัน โดยไมมีเหตุผลถือวาเปนปจจัยสําคัญในการนํามาซึ่งการพัฒนาชุมชนใหไปในทิศทางที่ตองการได ประชาชนตําบลสะเนียน ทุกคนใหเกียรติกัน ผูนําก็ใหความสําคัญของลูกบาน29 30 ถาไมให เกียรติกัน ยอมทําใหเกิดความแตกแยก ในชุมชน ถาทุกคนใหเกียรติกัน จะไมเกิดความขัดแยงกันภายในทําใหชุมชน30 31มีความเขมแข็งเกิด การพัฒนาในชุมชน 26 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๒ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 27 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕. 28 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๕ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 29 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๔ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 30 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑ วันที่ ๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 31 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๙ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๙๑ ชุมชนที่ใหเกียรติซึ่งกันและกัน เครพนับถือกันยอมรับความคิดเห็นของทุกคนในชุมชน โดยมีการขับเคลื่อนการสงเสริมกิจกรรมภายในเพื่อใหคนในชุมชนอยูอยางมีความสุขสงผลใหการ บริหารจัดการสาธารณภัยในชุมชนเปนทิศทางเดียวกัน31 32และทําใหชุมชนเกิดความเขมแข็ง การใหเกียรติซึ่งกันและกัน เคารพกัน เปนวัฒนธรรมของชุมชนอยูแลว คือมีการใหเกียรติ ซึ่งกันและกันโดยไมแยกหญิงหรือชาย32 33 การทํางานหรือการอยูรวมกันยอมควรใหเกียรติซึ่งกัน และกันไมลบหลูดูหมิ่นกันซึ่งสงผลใหชุมชนอยูอยางรมเย็นเปนสุขลูกหลานไมสรางปญหาใหกับสังคม การใหเกียรติซึ่งกันและกันเปนสิ่งจําเปนเพราะชุมชนตําบลสะเนียนมีความหลากหลายในชาติพันธ การใหเกียรติผูอื่นเปนสิ่งที่ดี สรุป ประชาชนตําบลสะเนียนมีการใหเกียรติซึ่งกันและกัน เคารพในบทบาทหนาที่ การทํางานหรือการอยูรวมกันยอมควรใหเกียรติซึ่งกันและกันไมลบหลูดูหมิ่นกันซึ่งสงผลใหชุมชน อยูอยางรมเย็นเปนสุข ลูกหลานไมสรางปญหาใหกับสังคมชุมชน สงผลใหประชาชนมีความเขมแข็ง และชุมชนตําบลสะเนียนมีความหลากหลายในชาติพันธการใหเกียรติผูอื่นเปนสิ่งที่ดี ๓.๖) หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานปฏิบัติตามจารีตประเพณี ของชุมชน จากการวิเคราะหขอมูลการสัมภาษณในประเด็น การมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ดานปฏิบัติตามจารีตประเพณี ของชุมชน ผลการสัมภาษณพบวา ชุมชนมีการรักษาจารีตประเพณีอันดีงามของชุมชนในดานตางๆไดเปนอยางดี เปนรากเหงาของขุมชนเพื่อเปนพื้นฐานสูการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยดานอื่นๆ33 34ตอไป จารีตประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมาอยางชานาน หากไมรวมกันปฏิบัติตามและนํามาพัฒนา ตอยอดจะทําใหจารีตประเพณีนั้นหายไป34 35 ประชาชนสวนใหญมีความเชื่อดั้งเดิมอยูคือความเชื่อในเรื่องผี จึงทําใหหลายหมูบานยังมี พิธีกรรมตางๆ ที่ถือปฏิบัติสืบตอมาจนถึงปจจุบัน35 36 ไดแก เลี้ยงผี ปใหมมง ปใหมเมี่ยน การอยูกรรม ประเพณีกินขาวใหม แตละหมูบานจะมีประเพณีไมเหมือนกัน 32 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๒ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 33 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๗ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 34 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๓ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 35 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕. 36 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑ วันที่ ๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๙๒ ชุมชนที่มีความหลากหลายในดานวัฒนธรรมและประเพณี แตมีความผูกพันกับศาสนา พุทธมีการเขาวัดทําบุญ ใหความรวมมือดีกับงานประเพณี วัฒนธรรมของชุมชนกันอยางสม่ําเสมอ36 37 เปนสิ่งที่ยึดโยงคนในชุมชนเอาไวไดมากที่สุด สามารถดูไดจากประเพณีการบวชปาเปนอยางดี การที่ชุมชนเขมแข็งสามารถอนุรักษศิลปะและวัฒนธรรมทองถิ่น ภูมิปญญาทองถิ่น37 38 โดยมีการจัดงานประเพณีของแตละชาติพันธทุกๆ ป จะไดรับความรวมมือจากคนในชุมชนเปนอยางดี นอกจากนี้ยังไดรับความรวมมือจากผูนําชุมชน เปนอยางดี การสืบทอดภูมิปญญาทองถิ่นและประเพณีวัฒนธรรมของชุมชน ตองมีการพัฒนาสืบทอด ประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนเปนเวลาชานานดวยการผสานพลังประชาชนรวมกับผูนําชุมชน ผูนําศาสนา หนวยงานราชการทุกภาคสวนในพื้นที่38 39 สรุป ประชาชนตําบลสะเนียนมีการรักษาจารีตประเพณีอันดีงาม เปนชุมชนที่มีความ เหนียวแนน ดานวัฒนธรรมประเพณี มีความผูกพันเรื่องประเพณีประชาชนสวนใหญมีความเชื่อ ดั้งเดิมอยู คือ ความเชื่อในเรื่องผี จึงทําใหหลายหมูบานยังมีพิธีกรรมตางๆ ที่ถือปฏิบัติสืบตอมา จนถึงปจจุบัน เปนสิ่งที่ยึดโยงคนเอาไวไดมากที่สุด ทําใหชุมชนเขมแข็งมีการอนุรักษทรัพยากรทองถิ่น โดยจัดงานประเพณีบวชปาเปนประจําทุกๆปชุมชนที่มีความหลากหลายในดานวัฒนธรรมประเพณี แตมีความผูกพันกับวัด ๓.๗) หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานทํานุบํารุง พระพุทธศาสนา ของชุมชน จากการวิเคราะหขอมูลการสัมภาษณในประเด็น การมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ดานทํานุบํารุง พระพุทธศาสนา ของชุมชน ผลการสัมภาษณพบวา การทํานุบํารุง พระพุทธศาสนาเปนหัวใจหลักของชุมชน สรางความเขมแข็งในเรื่องของ การสืบทอดจารีตประเพณีทางศาสนามาอยางยาวนาน ประชาชนคอนขางรักษาศาสนา39 40 จัดใหมีการสงเสริมการศึกษาดานพระพุทธศาสนาอยางตอเนื่องและมั่นคง40 41 37 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๗ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 38 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๔ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 39 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๖ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 40 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๙ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. 41 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๙๓ ในหลายพื้นที่ ทุกวันสําคัญทางศาสนาประชาชนจะพากันรวมเขาวัดทําบุญ ตั้งแตวัยเด็ก จนถึงผูสูงอายุชวยกันสืบสานวัฒนธรรมประเพณี41 42 เลยเปนภาพที่นาจดจําเปนแบบอยาง ประชาชนชูความโดดเดนในการสืบสานทํานุบํารุงพระพุทธศาสนา สงผลใหการพัฒนา ดานคุณธรรม จริยธรรม และจิตใจของคนในชุมชนอยูในเกณฑที่ดี42 43 ชุมชนใหความสนใจในเรื่องการทํานุบํารุงพุทธศาสนา เพราะพื้นฐานเปนชาวพุทธตั้งแต บรรพบุรุษ ประชาชนมีวัดที่ถือเปนศูนยกลางการยึดเหนียวและพัฒนาจิตใจ43 44 ชุมชนไดกําหนดกิจกรรมในการทํานุบํารุงพระพุทธศาสนาเปนประจําทุกปเพื่อสงเสริม ใหเด็กเยาวชนในชุมชนเกิดการจรรโลงพระพุทธศาสนาใหคงอยูสืบไป44 45 โดยกําหนดใหเด็กเยาวชน ประชาชนเขาวัดปฏิบัติธรรมทุกวันธรรมะสวนะหรือสวดมนตในวันสําคัญทางศาสนาและอนุรักษ ธรรมชาติสืบไป สรุป ประชาชนตําบลสะเนียนมีกระบวนการขับเคลื่อนชุมชนที่ประชาชนในชุมชนไดเขา มามีสวนรวมในการนอมนําหลักธรรมทางศาสนาเปนแนวทางการปฏิบัติและการสืบทอดประเพณี วิถีวัฒนธรรม กับการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยของชุมชน การทํานุ บํารุง ศาสนา เปนหัวใจหลักของประชาชนตําบลสะเนียนมีความโดดเดน ในการประยุกตใช หลักธรรม โดยการสืบสานพระพุทธศาสนา ควบคูกับประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบาน สงผลใหการ พัฒนาดานคุณธรรม ดานจิตใจของคนในชุมชนอยูในเกณฑที่ดี ๔.๒.๒ ผลการวิเคราะหแบบสัมภาษณของผูใหขอมูลหลักเกี่ยวกับการมีสวนรวมของ ประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย การสัมภาษณนี้ มีจุดมุงหมายเพื่อศึกษาขอมูลการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ถามตามแนวคิดของ กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งแบงออกเปน ๔ ดาน ไดแก ๑) ดานการใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ๒) ดานการสรางระบบสนับสนุนการตัดสินใจสั่งการ ๓) ดานการเตรียมความพรอม ๔) ดานการพัฒนาบุคลากร ซึ่งสรุปบทสัมภาษณเชิงลึก (In-depth Interview) ผูใหขอมูลหลัก (Key Informants) จํานวน ๑๐ รูปหรือคน ดังตอไปนี้ 42 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๘ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 43 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๓ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 44 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๗ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 45 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑ วันที่ ๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๙๔ ๑) การใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในการบริหารจัดการ จากการสัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญมีประเด็นที่นาสนใจเกี่ยวกับการใชเทคโนโลยี สารสนเทศ และนวัตกรรม ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน จะมีการนําโทรศัพทเคลื่อนที่มาใช ในการติดตอประสารงาน4 5 46 และในการรายงานเหตุการณตลอดจนการแจงเหตุดวน เหตุรายในพื้นที่ จะอาศัยโทรศัพทเคลื่อนที่รายงานผานแอพพลิเคชั่น Line 47 การรับสงขอมูล และการเชื่อมโยงขอมูล ระหวางหนวยงานในการประสารงาน47 48 นับวาเปนอุปกรณสําคัญอยางหนึ่งที่ปจจุบันมีการใชงาน ในชีวิตประจําวันทั้งที่บาน48 49 และในหนวยงานตางๆ4 9 50 รวมถึงการศึกษาคนควาหาความรู ในรูปแบบตางๆ เพื่อการใชในชีวิตประจําวันจึงเปนสิ่งจําเปน50 51 จะตองไดรับการดูแลเอาใจใส และปลูกฝงการใชเทคโนโลยีอยางถูกตองและเกิดประโยชน51 52 องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน มีชองทางการการเผยแพรขาวสารหลายชองทาง เชน Website Facebook และ Line53 เปนการเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาใชในการบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่ โดยจะมีการ อบรมใหความรูกับผูนําชุมชนและเจาหนาที่ ในเรื่องการประชาสัมพันธใหขอมูลผานการตั้งกลุม Line แตยังตองการปรับปรุง และพัฒนาระบบใหมีความครอบคลุมในมิติเวลา 53 54 และความชัดเจน ของขอมูลขาวสารและระบบเตือนภัยเปนปญหาระดับชาติเปนปญหาที่ทุกฝายที่เกี่ยวของตองให ความสําคัญ และตองสละเวลาเขามามีสวนรวมการในการประสารงาน ผานโทรศัพทเคลื่อนที่ ในการแจงเหตุรายในพื้นที่ กอนมีการทําหนังสือหรือเอกสาร อีกสวนหนึ่งที่เปนการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัย คือ การจัดทําระบบภูมิศาสตรสารสนเทศศาสตร หมายถึงการปกหมุด โดยใชแผนที่ Google Map ในการจัดทําแปลงเกษตร สะดวกตอการชวยเหลือเมื่อเกิดสาธารณภัย54 55 แตควรมีการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขอมูลสารสนเทศในภาวะวิกฤตอยางตอเนื่อง ทันตอเทคโนโลยีในปจจุบัน เพื่อการบริหารจัดการขอมูลสารสนเทศไดอยางมีระบบและประสิทธิ์ภาพ 46 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑ วันที่ ๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 47 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๗ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 48 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๔ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 49 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๘ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 50 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๕ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 51 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๙ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. 52 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๒ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 53 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๓ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 54 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕. 55 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๖ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๙๕ สรุป การใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในการบริหารจัดการสาธารณภัยขององคการ บริหารสวนตําบลสะเนียน กํานัน ผูใหญบาน อสม. ประชาชนในชุมชนทุกภาคสวนตองเล็งเห็น ความสําคัญ ของโทรศัพทเคลื่อนที่ในในการประสารงาน การประชาสัมพันธการแจงเหตุดวน เหตุรายในพื้นที่ และการรับสงเชื่อมโยงขอมูลขาวสาร ระหวางหนวยงาน นับวาเปนอุปกรณสําคัญ อยางหนึ่งที่ปจจุบันมีการใชงานในชีวิตประจําวันทั้งที่บาน และในหนวยงานตางๆ รวมถึงการศึกษา คนควาหาความรูในรูปแบบตางๆ เพื่อการใชในชีวิตประจําวันจึงเปนสิ่งจําเปน ที่จะตองไดรับการดูแล เอาใจใสและปลูกฝงการใชเทคโนโลยีอยางถูกตองและเกิดประโยชน องคการบริหารสวนตําบล สะเนียนมีชองทางการการเผยแพรขาวสารหลายชองทาง เชน Website Facebook และ Line เปนการเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาใชในการบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่เปนทางเลือก หนึ่งที่สามารถชวยประชาสัมพันธใหชุมชนไดทราบถึงปญหาและอันตรายในชีวิตและทรัพยสิน เพื่อเสนอแนะแนวทางแกไขปญหารวมกัน บางชุมชนการประชาสัมพันธยังไมทั่วถึงในการรับรูขาวสาร มีนอยโอกาสในการเขามารับทราบขาวสารการประชาสัมพันธไมมีการประชาสัมพันธการบริหาร จัดการสาธารณภัย ใหเกิดประโยชนสูงสุดโดยเฉพาะอันตรายจากสาธารณภัยจึงเปนสิ่งจําเปน โดยทุกภาคตองใหความสําคัญชวยประชาสัมพันธใหทุกคนในชุมชนทราบถึงแนวทางในการแกปญหา เพื่อเปนความรูเกี่ยวกับสาธารณภัยและสามารถนํามาประยุกตใชในชุมชนใหเกิดประโยชนตอไป ๒) ดานการสรางระบบสนับสนุนการตัดสินใจสั่งการ จากการสัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญมีประเด็นที่นาสนใจเกี่ยวกับดานการสรางระบบ สนับสนุนการตัดสินใจสั่งการขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ไดมีการมอบหมายภารกิจในการ สั่งการ เปนไปตามลําดับขั้นตอนตามระเบียบทางราชการ 55 56 แตในทางปฏิบัติเจาหนาที่สามารถ ตัดสินใจเบื้องตนในการบรรเทาเหตุดวนตางๆได56 57 และการมีสวนรวมของประชาชนในการแกไข ปญหาที่เกิดขึ้นในหมูบานของตนเอง 57 58 ดวยการรางแนวคิดในการดําเนินงานพัฒนาระบบขอมูล สนับสนุนการตัดสินใจ58 59 และรายงานผลการปฏิบัติภายหลัง อันเปนการปฏิบัติที่รวดเร็วทันเหตุการณ ประชาชนสามารถประสานงานเหตุสาธารณภัยผานผูนําหมูชุมชน มายังสํานักงานปศุสัตวอําเภอ59 60 ตามระเบียบในการแจงเหตุตองทําทันทีที่เกิดเหตุ ซึ่งประกอบดวย ๓ ขั้นตอน คือ กอนเกิดภัย 56 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๓ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 57 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑ วันที่ ๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 58 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๗ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 59 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๔ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 60 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๕ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๙๖ ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย โดยหลังเกิดจะดําเนินการฟนฟูเยียวยาชวยเหลือผูประสบภัยตาม ขั้นตอนมีการประชุม แนะแนวทางการชวยเหลือตามระเบียบ60 61 และโดยนําขอมูลหลังการตรวจสอบ พื้นที่เสียหายจากสาธารณภัย ฯ พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง คณะกรรมการตรวจสอบขอเท็จจริง หรือ ความ เสียหาย ของอบต. สรุปไดวา ระบบสนับสนุนการตัดสินใจสั่งการขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน เปนกระบวนการกําหนดลักษณะ พิจารณาระบบขอมูลสนับสนุนการตัดสินใจ พิจารณาใหมี เชน ระบบสนับสนุน การติดตาม เผชิญ วิเคราะห และคาดการณ การเตือนภัยขนาดหรือขอบเขตของ ความเสี่ยงโดยการวิเคราะหภัยที่เกิดขึ้น รวมทั้งประเมินสภาวะการเพื่อตอบรับตอความเสี่ยงที่จะ เกิดขึ้น เชน ความเปราะบาง ศักยภาพ ในการรับมือของชุมชนที่อาจจะไดรับผลกระทนอันตราย รวมถึงการคาดการณผลกระทบตอชีวิต ทรัพยสิน การดํารงชีวิต และสิ่งแวดลอม โดยการวิเคราะห ความนาจะเปนของการเกิดผลกระทบจากภัยในพื้นที่ กอใหเกิดประโยชนในการวางแผนเพื่อจัดการ ความเสี่ยงอยางเปนระบบ61 62 ตามลําดับขั้นตอนตามระเบียบทางราชการ ในการชวยเหลือประชาชน ตามอํานาจหนาที่ และมีการปรึกษาประสานงานผานผูนําการตัดสินใจยับยั้งเหตุ เชน สํานักงาน ปศุสัตวอําเภอ สั่งการ เมื่อสัตวที่ตายควรฝง หรือ เผา หรือ ชําแหละไดเปนตน ๓) ดานการเตรียมความพรอม จากการสัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญมีประเด็นที่นาสนใจเกี่ยวกับดานการเตรียมความพรอม ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน มีการคัดเลือกเจาหนาที่ที่มีความสามารถเฉพาะทางในการ ปฏิบัติหนาที่6 2 63 จึงมีความมั่นใจวาเจาหนาที่มีความสามารถในการใหบริการ 63 64 และมีการจัดหา เครื่องมือและอุปกรณในการใหความชวยเหลือประชาชน64 65 มีการอบรมใหความรูความเขาใจในการ ปฏิบัติและเตรียมความพรอมหรือที่ดําเนินการ 65 66 เพื่อเปนการปองกันกอนเกิดสาธารณภัย แตเนื่องจากทองถิ่นเปนนิติบุคคล6 6 67 การจัดหาเครื่องไม เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณไวตามสมควร แกงบประมาณที่มีจํากัด แตก็สามารถปฏิบัติงานตามสถานการณ ไดอยางมีประสิทธิ์ภาพ และทันตอ 61 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๖ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 62 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๙ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕. 63 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๗ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 64 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๘ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 65 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๕ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 66 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕. 67 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๓ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๙๗ ความตองการในการบรรเทาความเดือดรอนของประชาชนและคํานึงถึงความปลอดภัยเปนหลัก67 68 และมีการจัดตั้งอาสาสมัครปองกันภัยฝายพลเรือนมาเปนผูชวยเจาพนักงานปองกันและบรรเทา สาธารณภัย68 69 ในการเขาระงับเหตุและใหความชวยเหลือประชาชนเบื้องตนภายในชุมชนของตนเอง เปนการสรางนิสัยที่ดีใหกับคนในชุมชน รูรักสามัคคีกันโดยมีจิตสาธารณในระดับหมูบาน ระดับตําบล มีเครือขายอาสาสมัครใหการรวมมือกันเปนอยางดีเปนผลดีตอชีวิตและทรัพยสินของประชาชน69 70 สรุป องคการบริหารสวนตําบลสะเนียนควรมีการเตรียมพรอมในการใหความชวยเหลือ ประชาชนในทุกๆ ดานตามความจําเปน เชนบุคลากร วัสดุ อุปกรณ ในการปฏิบัติงานไดอยาง ทันทวงที เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดตอประชาชนและชุมชน โดยจัดหาทรัพยากรเครื่องมือที่จําเปน เพื่อการปองกันและบรรเทาสาธารณะภัย ใหเหมาะสม และควรมีการวางแผนแนวทางการปฏิบัติการ ใหพรอมเผชิญสาธารณภัย และควรมีการซักซอมแผนปฏิบัติการฉุกเฉินอยูเสมอ รวมถึงในอนาคตควร มีการจัดหาวัสดุ อุปกรณ และกําลังคนเพื่อเผชิญเหตุ และเขาระงับเหตุเบื้องตนตามหมูบานตางๆ เปนการแบงเบาภาระหนาที่ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน เปนการรวมรับผลประโยชน จากการดําเนินงานรวมกันของประชาชนในชุมชนและหนวยงานรัฐในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัย ทําใหคนในชุมชนเกิดความรักความสามัคคีกัน ในครัวเรือนมีความรูสามารถแกไขปญหา เฉพาะหนาได เพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น โดยภาพรวมจากการดําเนินงานทําใหชุมชน มีสภาพแวดลอมที่ดีมีความเขาใจในหนาที่ทําใหประชาชนในชุมชนมีความเข็มแข็ง ๔) ดานการพัฒนาบุคลากร จากการสัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญมีประเด็นที่นาสนใจเกี่ยวกับดานดานการพัฒนา บุคลากรขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน มีการคัดเลือกเจาหนาที่เพื่อเขารับการฝกอบรม ใหมีความรูความสามารถในการใหบริการทั้งภาคทฤษฏี และภาคปฏิบัติ อยางสม่ําเสมอ70 71 ในการใช เทคโนโลยีสมัยใหมและยังเปนการพัฒนาศักยภาพของเจาหนาที่71 72 อยูเสมอเมื่อมีการอบรมใดๆ ที่เปนประโยชนและใหความรูแกเจาหนาที่องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน72 73จะสนับสนุนอยาง เต็มที่หรือเวลาที่มีการจัดอบรมใหประชาชนหรือผูนําก็จะใหเจาหนาที่ ที่เกี่ยวของเขารวมโครงการ 68 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๒ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 69 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑ วันที่ ๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 70 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๖ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 71 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑ วันที่ ๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 72 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๔ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 73 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๓ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๙๘ ฝกอบรมเพื่อพัฒนารวมกันและจัดฝกอบรมใหกับอาสาสมัครปองกันภัยฝายพลเรือน (อปพร.) 73 74 ก็ไดรับความรวมมือเปนอยางดีในการอบรมทักษะเพื่อใหการดูแลอยางทั่วถึงและประชาชน ไดรับความรูจนสามารถนําไปใชงานไดจริง 74 75แลวสามารถนําไปถายทอดความรูนั้นใหกับคนในชุมชน และคนในครอบครัวใหสามารถดําเนินการปฏิบัติในการแกปญหาไดดวยตนเองอยางถูกตองรวดเร็ว และปลอดภัย7 5 76 ควรสงเสริมไดรับการอบรมในการทําลายเชื้อโรคระบาดแกชุมชนเพื่อเปนการ ควบคุมโรคเบื้องตน76 77 สรุป การพัฒนาบุคลากรไมจําเปนตองเปนตองเนนแตเจาหนาที่แตควรตองอาศัยชุมชน เปนฐานหลักในการเตรียมความพรอมกอนเกิดภัย โดยใหประชาชนในชุมชนมีสวนรวมในการบริหาร จัดการสาธารณภัย จัดใหมีการฝกอบรมใหความรูดานตางๆ มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองคกร ใหมีความรูความสามารถทันตอสถานการณความเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยเพื่อที่จะไดนํามาพัฒนา องคกร และชุมชนรวมทั้งสงเสริมการฝกอบรมอาสาสมัครปองกันภัยฝายพลเรือนใหมีความรู ทักษะ ความชํานาญ เพื่อที่นําความรูความสามารถที่ไดไปถายทอดใหนําไปดูแลประชาชน และใหความ ชวยเหลือคนในชุมชน ใหคนในชุมชนสามารถชวยเหลือตนเองไดโดยที่ไมตองรอรับความชวยเหลือ จากภาครัฐ แตอยางเดียวเปนการแบงเบาภาระขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียนไดในระดับหนึ่ง 74 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๘ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 75 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๑๐ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕. 76 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๒ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕. 77 สัมภาษณผูใหขอมูลสําคัญ ลําดับที่ ๕ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๕.


๑๙๙ ตารางที่ ๔.๔๘ สรุปผลการวิเคราะหแบบสัมภาษณเกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ลําดับ ขอมูลการใหสัมภาษณ ความถี่ คนที่ หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานหมั่นประชุมเปนนิตย ๑ จัดทําแผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยการประชุมตองมี ตัวแทนจากชุมชนมารวมเพื่อแสดงความคิดเห็น เสนอปญหา และความตองการของตนเอง ๒ ๕ , ๙ ๒ ขาราชการ พนักงาน ลูกจางที่มีหนาที่เกี่ยวของและเจาหนาที่ งานปองกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อทราบแนวทางขั้นตอน ๒ ๒ , ๘ ๓ มีการประชุมอยางตอเนื่อง เพื่อรับนโยบายจากนายกอบต. ๑ ๓ ๔ องคการบริหารสวนตําบลสะเนียนมีการจัดประชุม ๑ ๑ ๕ องคการบริหารสวนตําบลสะเนียนไดดําเนินการจัดประชุมสราง ความรับรูความเขาใจใหกับประชาชนและผูนําชุมชน ๑ ๗ ๖ เพื่อใหเกิดกระบวนการคิดและนําไปปรับปรุงใหสอดคลองกับ สภาวการณ ๑ ๑๐ ๗ การทํางานรวมกับภาคีเครือขายทั้งในชุมชนและนอกชุมชน ๑ ๔ ๘ เห็นความสําคัญของการมีสวนรวมและเขาประชุมจัดทําแผน ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑ ๖ หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานพรอมเพียงกันประชุมพรอมเพียงกัน ๑ ผูนําชุมชนทุกหมูบาน มีการขับเคลื่อนใหเห็นความสําคัญของ สาธารณภัย รวมถึงจัดกิจกรรมตางๆอยางพรอมเพรียงกันมาก ๒ ๗ , ๙ ๒ ประชาชนมีความพรอมเพรียงกันมาก เพราะทุกคนตองชวยกัน แกปญหาและตระหนักถึงอันตรายจากสาธารณภัย ๒ ๔ , ๘ ๓ ประชาชนมีความสามัคคีกันพรอมเพรียงกันเวลาจัดกิจกรรม ๒ ๑ , ๒ ๔ ชาวบานก็จะมารวมกันทํากิจกรรมทําใหเกิดกระบวนการพัฒนา ไดอยางรวดเร็ว ๒ ๕ , ๖


๒๐๐ ตารางที่ ๔.๔๘ สรุปผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน (ตอ) ลําดับ ขอมูลการใหสัมภาษณ ความถี่ คนที่ ๕ การไดรับความรวมมือจากคนในชุมชน สงผลใหการฟนฟูไดอยาง เร็วขึ้น ๑ ๑๐ ๖ สิทธิรูหนาที่ตรงตอเวลามีความพรอมเพรียงในการทํากิจกรรม ตางๆ ๑ ๓ หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานไมตั้งกฎระเบียบที่ขัดตอชุมชน ๑ คนในชุมชนใหความรวมมือหรือแมแตการขอความรวมมือใหงด ขายสุราในหมูบานก็ไดรับความรวมมือเปนอยางดี ๒ ๑ , ๓ ๒ ตองไมขัดตอกฎชุมชนใหชุมชนสามารถบริหารจัดการในดาน ตางๆ ดวยชุมชนเอง ๒ ๗ , ๘ ๓ ประสานกับชุมชนอื่นๆและพื้นที่ขางเคียง ๑ ๑๐ ๔ กฎระเบียบนําสูการปฏิบัติไดจริงและเกิดผลดีตอสวนรวม ๑ ๔ ๕ กฎระเบียบ หรือกติกาสังคม จําเปนตองใชบังคับใชกฎหมาย กับ ประชาชนรวมกัน ๑ ๕ ๖ มติเสียงสวนใหญแตตองเคารพเสียงสวนนอยกฎระเบียบที่ตั้งขึ้น จะทําใหเกิด การยอมรับและนําไปปฏิบัติ ๑ ๒ ๗ จะตองถูกดําเนินคดีตามกฎหมายจนถึงศาลสั่งวางมีโทษจําคุก ๑ ๖ ๘ กฎระเบียบทางราชการใหองคการบริหารสวนตําบลสะเนียนถือ ปฏิบัติและดําเนินการ ๑ ๙ หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานมีความเคารพนับถือตอผูบังคับบัญชา ๑ บางครั้งอาจมีการโตเถียงบางแตอยูภายใตของหลักการและ เหตุผลตอแตก็ยังใหเกียรติผูนํา ๒ ๑ , ๘ ๒ ผูนอยตองเคารพผูอาวุโส ผูอาวุโสตองเคารพผูนํา เปนสิ่งที่ตอง ยอมรับ ๑ ๗


๒๐๑ ตารางที่ ๔.๔๘ สรุปผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน (ตอ) ลําดับ ขอมูลการใหสัมภาษณ ความถี่ คนที่ ๓ การใหความเคารพนับถือ ตอผูบังคับบัญชา ผูอาวุโส เปน วัฒนธรรมที่มีมาแตชานาน ๑ ๑๐ ๔ ผูใหญในชุมชนที่เคยดํารงตําแหนงสําคัญ เมื่อเกษียณไปแลวมา เปนที่ปรึกษา ๑ ๓ ๕ การใหความเคารพนับถือตอผูนําเปนสิ่งสําคัญถาเกิดความ ขัดแยงกัน การพัฒนาชุมชนคงไมเกิดขึ้น ๑ ๒ ๖ องคการบริหารสวนตําบลสะเนียนเปนนิติบุคคลบริหารงานตาม อํานาจหนาที่ภายใตระเบียบและกฎหมายมีนายกเปนผูบริหาร ๑ ๕ ๗ กฎระเบียบ หรือกติกาสังคม จําเปนตองใชบังคับใชกฎหมาย กับ ประชาชนรวมกัน ๑ ๖ ๘ ผูบริหารที่มีวิสัยทัศน และมีความเขมแข็ง การประสานงาน ระหวางหมูบานกับผูนําชุมชนก็จะไดรับความรวมมือ ๑ ๔ ๙ การใหความเคารพนับถือตอผูบังคับบัญชา ผูนําชุมชน หรือผู อาวุโสในชุมชน เปนสิ่งที่ทําใหคนในชุมชนอยูรวมกันอยางมี ความสุข ๑ ๙ หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานการใหเกียรติซึ่งกันและกัน ๑ คนในชุมชนการใหเกียรติซึ่งกันและกันเคารพในบทบาทหนาที่ซึ่ง กัน ๒ ๕ , ๑๐ ๒ ผูการทํางานหรือการอยูรวมกันควรใหเกียรติซึ่งกันและกันไมลบ หลูดูหมิ่นกัน ๒ ๔ , ๖ ๓ ชุมชนที่ใหเกียรติซึ่งกันและกัน นับถือกันยอมรับความคิดเห็น ของทุกคน ๒ ๑ , ๙ ๔ ทุกคนใหเกียรติกัน ผูนําเห็นความสําคัญของลูกบาน ๑ ๒ ๕ การใหเกียรติซึ่งกันและกันโดยไมแยกหญิงหรือชาย ๑ ๗


๒๐๒ ตารางที่ ๔.๔๘ สรุปผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน (ตอ) ลําดับ ขอมูลการใหสัมภาษณ ความถี่ คนที่ ๖ ผูอาวุโสนอยแตมีตําแหนงหนาที่ ก็สามารถแยกแยะในบทบาท หนาที่ ไมขัดแยงกันถือวาเปนปจจัยสําคัญ ๑ ๓ ๗ การใหเกียรติซึ่งกันและกันเปนสิ่งจําเปนเพราะชุมชนมีความ หลากหลายในชาติพันธ การใหเกียรติผูอื่นเปนสิ่งที่ดี ๑ ๘ หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานปฏิบัติตามจารีตประเพณี ของชุมชน ๑ ชุมชนมีการรักษาจารีตประเพณีอันดีงามของชุมชนในดานตางๆ ไดเปนอยางดี เปนรากเหงาของขุมชน ๓ ๓ , ๔ , ๑๐ ๒ การสืบทอดภูมิปญญาทองถิ่นและประเพณีวัฒนธรรมชุมชน พัฒนามีการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนเปนเวลาชา นาน ๒ ๕ , ๙ ๓ สวนใหญมีความเชื่อดั้งเดิมอยูคือความเชื่อในเรื่องผี จึงทําให หลายหมูบานยังมีพิธีกรรมตางๆ ปฏิบัติสืบมาจนถึงปจจุบัน ๑ ๑ ๔ ชุมชนมีความหลากหลายในดานวัฒนธรรมประเพณี แตมีความ ผูกพันกับวัด ประเพณี วัฒนธรรม จะทํารวมกันอยางสม่ําเสมอ ๑ ๗ ๕ ชุมชนเขมแข็งอนุรักษศิลปวัฒนธรรมทองถิ่น ภูมิปญญาทองถิ่น โดยจัดงานประเพณีทุกๆป ไดรับความรวมมือจากคนในชุมชน เปนอยางดี ๑ ๘ ๖ จารีตประเพณีที่ถือปฏิบัติรวมกันและนํามาพัฒนาตอยอดจะทํา ใหจารีตประเพณีนั้นไมหายไป ๑ ๒ ๗ ชุมชนกับผูนําชุมชน ผูนําศาสนา หนวยงานราชการทุกภาคสวน ในพื้นที่ รวมพลังจัดงานประเพณี วัฒนธรรมอยางตอเนื่อง ๑ ๖ หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดานปฏิบัติตามจารีตประเพณี ของชุมชน ๑ โดยพื้นฐานประชาชนเปนชาวพุทธตั้งแตบรรพบุรุษ มีวัดเปน ศูนยกลางของการพัฒนา และทํานุบํารุงพุทธศาสนา ๒ ๒ , ๖


๒๐๓ ตารางที่ ๔.๔๘ สรุปผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน (ตอ) ลําดับ ขอมูลการใหสัมภาษณ ความถี่ คนที่ ๒ มีกระบวนการขับเคลื่อนประชาชนในชุมชนไดเขามามีสวนรวม ในการนอมนําหลักธรรมทางศาสนาเปนแนวทางการปฏิบัติและ การสืบทอดประเพณี และวิถีวัฒนธรรม ๒ ๔ , ๕ ๓ ทางการสืบทอดจารีตประเพณีทางศาสนาเปนความเข็มแข็งมา อยางยาวนาน ๑ ๘ ๔ ประชาชนคอนขางรักษาศาสนา สงเสริมการศึกษาดานศาสนาให เปนไปอยางตอเนื่องมั่นคง ๑ ๓ ๕ การสืบสานทํานุบํารุงพระพุทธศาสนา สงผลใหตอการพัฒนา ดานคุณธรรม ดานจิตใจของคนในชุมชน ๑ ๗ ๖ วันสําคัญประชาชนมาทําบุญที่วัด ชวยกันสืบสานพุทธศาสนา ๑ ๙ ๗ ชุมชนไดจัดกิจกรรมเพื่อสงเสริม ใหเด็กเยาวชนในชุมชน เขา วัดปฏิบัติธรรมหรือสวดมนตในวันสําคัญทางศาสนาและอนุรักษ ธรรมชาติสืบไป ๑ ๑ ๘ การทํานุ บํารุง ศาสนา เปนหัวใจหลักของชุมชน ๑ ๑๐


๒๐๔ ๔.3 องคความรู ๔.3.๑ องคความรูที่ไดรับจากการวิจัย ผลการวิจัยเรื่อง การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ตามแนวคิด การมีสวนรวมของโคเฮนและอัพฮอฟ ซึ่งแบงออกเปน ๔ ประเภท ไดแก ๑. การมีสวนรวม การตัดสินใจวาควรทําอะไรและทําอยางไร ๒. การมีสวนรวมเสียสละในการพัฒนา รวมทั้งลงมือ ปฏิบัติตามที่ไดตัดสินใจ ๓. การมีสวนรวมในการแบงปนผลประโยชนที่เกิดขึ้นจากการดําเนินงาน ๔. การมีสวนรวมในการประเมินผล นอกจากนั้นยังไดรับการสงเสริม สนับสนุนจากหนวยงานภาครัฐ และเอกชน โดยมีการนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ คือ ๑. การประชุมเปนนิตย๒. การพรอมเพรียงกัน ประชุม ๓. การไมบัญญัติ หรือไมลมเลิกขอบัญญัติตามอําเภอใจ ๔. การเชื่อฟงผูบังคับบัญชา ๕. การใหเกียรติ และคุมครองสิทธิสตรี๖. การสงเสริม และรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ๗ การอารักขา คุมครอง ปกปอง อันชอบธรรม ผูวิจัยสามารถสังเคราะหเปนองคความรูจากแนวคิด ทฤษฏีของ กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.๒๕๖๔ - ๒๕๖๖ ตามหลักการขับเคลื่อนงาน DDPM ทั้ง ๔ ดาน ดังนี้๑. ดานการใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ๒. ดานการสรางระบบ สนับสนุนการตัดสินใจสั่งการ ๓. ดานการเตรียมความพรอม ๔. ดานการพัฒนาบุคลากร ซึ่งสามารถ สรุปองคความรูที่ไดรับจากการวิจัย ดังแผนภาพที่ ๔.๑


๒๐๕ แผนภาพที่ ๔.๑ สรุปองคความรูจากการวิจัยที่ ๔.๑ องคความรูจากการวิจัย การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน การมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณ ภัยองคการบริหารสวนตําบล สะ เนียน ดานการมีสวนรวมในการตัดสินใจ - มีสวนรวมในการตัดสินใจเพื่อแกไข ปญหาสาธารณภัยของชุมชน - มีสวนรวมในการตัดสินใจใน สถานการณสาธารณภัยของชุมชน ดานการมีสวนรวมในการ ดําเนินงาน - มีสวนรวมประชุมเพื่อเตรียมความ พรอมรับมือภัยพิบัติในชุมชน - มีสวนรวมแจงขาวสารการเฝาระวัง สาธารณภัย ดานการมีสวนรวมในการรับ ผลประโยชน - มีสวนรวมกับผูนําชุมชนในการเขา รวมกิจกรรมโครงการเกี่ยวกับงาน บรรเทาสาธารณภัย - มีสวนรวมเฝาระวังและประเมิน สถานการณ สาธารณภัยของชุมชน ดานการมีสวนรวมในการ ประเมินผล - มีสวนรวมประเมินสถานการณสา ธารณภัยของชุมชน - มีสวนรวมประชุมติดตามการ ดําเนินกิจกรรมและโครงการงาน บรรเทาสาธารณภัย การมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ตามหลักอปริหานิยธรรม หมั่นประชุมเปนนิตย - มีสวนรวมในการประชุมจัดทําแผนงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบล - มีสวนรวมในการประชุมแกไชปญหางาน บรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวน ตําบล พรอมเพรียงกันประชุม พรอมเพรียงกันทํา กิจกรรม - เขารวมประชุมกอนเวลาและตรงเวลาเสมอ - ไมละทิ้งการประชุมโดยไมมีเหตุอันสมควร ไมตั้งกฎระเบียบที่ขัดตอชุมชน - องคการบริหารสวนตําบล ไมตั้งกฎระเบียบ กฎเกณฑตางๆ ที่เกี่ยวของกับงานบรรเทาสา ธารณภัย ขัดตอชุมชน - ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวของกับงาน บรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวน ตําบล มีความเคารพนับถือตอผูบังคับบัญชา - มีความเคารพนับถือผูนําองคการบริหารสวน ตําบล - ปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวกับงานบรรเทาสา ธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลเพื่อให บรรลุตามพันธกิจ การใหเกียรติ และคุมครองสิทธิ สตรี - เปดโอกาสใหสตรีมีสวนรวมแสดงความคิดเห็น การพัฒนางานบรรเทาสาธารณภัย - เปดโอกาสใหสตรีมีสวนรวมโครงการ/กิจกรรม งานบรรเทาสาธารณภัย ปฏิบัติตามจารีตประเพณี ของชุมชน - องคการบริหารสวนตําบล ไดรักษาวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของชุมชน - องคการบริหารสวนตําบล ไดเปดโอกาสให ชุมชนมีสวนรวมในกิจกรรมหรือโครงการเกี่ยวกับ วัฒนธรรมประเพณีของชุมชน การอารักขา คุมครอง ปกปองอันชอบธรรม - มีสวนรวมคุมครอง การปองกันภัยและระงับ เหตุสาธารณภัยตางๆ - มีสวนรวมในการรณรงคปองกันสาธารณภัย การบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณ ภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ดานการใชเทคโนโลยีและนวัตกรรม ดิจิทัล - มีการใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการ บริหารจัดการงานบรรเทาสารธารณภัย - มีนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการงาน บรรเทาสาธารณภัย ดานระบบสนับสนุนตัดสินใจสั่งการ - ทานมีสวนรวมประชุมเพื่อเตรียมความ พรอมรับมือภัยพิบัติในชุมชน - ทานมีสวนรวมจัดทําแผนเพื่อรับ สถานการณสาธารณภัยของชุมชน ดานการเตรียมความพรอม - มีระบบสารสนเทศแจงเตือนสาธารภัย ระดับพื้นที่ - มีวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชดาน การปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ดานการพัฒนาบุคลากร - มีโครงการกิจกรรมพัฒนาบุคลากรงาน บรรเทาสาธารณภัยใหเปนมืออาชีพ - มีระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและ พัฒนาบุคลากรงานบรรเทาสาธารณภัย


๒๐๖ จากแผนภาพที่ ๔.๑ องคความรูจากการวิจัย “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” ซึ่งแตละดานมีขอคนพบที่สําคัญ คือ ๑. การมีสวนรวมของโคเฮนและอัพฮอฟ ซึ่งแบงออกเปน ๔ ประเภท ๑.๑ ดานการมีสวนรวมในการตัดสินใจ มีสวนรวมในการตัดสินใจเพื่อแกไขปญหาสาธารณภัยของชุมชน มีสวนรวมในการตัดสินใจในสถานการณสาธารณภัยของชุมชน ๑.๒ ดานการมีสวนรวมในการดําเนินงาน มีสวนรวมประชุมเพื่อเตรียมความพรอมรับมือภัยพิบัติในชุมชน มีสวนรวมแจงขาวสารการเฝาระวังสาธารณภัย ๑.๓ ดานการมีสวนรวมในการรับผลประโยชน มีสวนรวมกับผูนําชุมชนในการเขารวมกิจกรรมโครงการเกี่ยวกับงานบรรเทาสาธารณภัย มีสวนรวมเฝาระวังและประเมินสถานการณ สาธารณภัยของชุมชน ๑.๔ ดานการมีสวนรวมในการประเมินผล มีสวนรวมประเมินสถานการณสาธารณภัยของชุมชน มีสวนรวมประชุมติดตามการดําเนินกิจกรรมและโครงการงานบรรเทาสาธารณภัย ๒. การนําหลักอปริหานิยธรรม ๒.๑ หมั่นประชุมเปนนิตย มีสวนรวมในการประชุมจัดทําแผนงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบล มีสวนรวมในการประชุมแกไชปญหางานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบล ๒.๒ พรอมเพรียงกันประชุม พรอมเพรียงกันทํากิจกรรม เขารวมประชุมกอนเวลาและตรงเวลาเสมอ ไมละทิ้งการประชุมโดยไมมีเหตุอันสมควร ๒.๓ ไมตั้งกฎระเบียบที่ขัดตอชุมชน องคการบริหารสวนตําบล ไมตั้งกฎระเบียบกฎเกณฑตางๆ ที่เกี่ยวของกับงาน บรรเทาสาธารณภัย ที่ขัดตอชุมชน ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวของกับงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบล ๒.๔ มีความเคารพนับถือตอผูบังคับบัญชา มีความเคารพนับถือผูนําองคการบริหารสวนตําบล ปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวกับงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบล เพื่อใหบรรลุตามพันธกิจ


๒๐๗ ๒.๕ การใหเกียรติ และคุมครองสิทธิ สตรี เปดโอกาสใหสตรีมีสวนรวมแสดงความคิดเห็นการพัฒนางานบรรเทาสาธารณภัย เปดโอกาสใหสตรีมีสวนรวมโครงการ/กิจกรรม งานบรรเทาสาธารณภัย ๒.๖ ปฏิบัติตามจารีตประเพณี ของชุมชน องคการบริหารสวนตําบล ไดรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชุมชน องคการบริหารสวนตําบล ไดเปดโอกาสใหชุมชนมีสวนรวมในกิจกรรมหรือโครงการ เกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีของชุมชน ๒.๗ การอารักขา คุมครอง ปกปองอันชอบธรรม มีสวนรวมคุมครอง การปองกันภัยและระงับเหตุสาธารณภัยตางๆ มีสวนรวมในการรณรงคปองกันสาธารณภัย ๓. การบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยตามหลักการขับเคลื่อนงาน DDPM ๓.๑ดานการใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล มีการใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการงานบรรเทาสารธารณภัย มีนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ๓.๒ ดานระบบสนับสนุนตัดสินใจสั่งการ ทานมีสวนรวมประชุมเพื่อเตรียมความพรอมรับมือภัยพิบัติในชุมชน ทานมีสวนรวมจัดทําแผนเพื่อรับสถานการณสาธารณภัยของชุมชน ๓.๓ ดานการเตรียมความพรอม มีระบบสารสนเทศแจงเตือนสาธารภัยระดับพื้นที่ มีวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชดานการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๓.๔ ดานการพัฒนาบุคลากร มีโครงการกิจกรรมพัฒนาบุคลากรงานบรรเทาสาธารณภัยใหเปนมืออาชีพ มีระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและพัฒนาบุคลากรงานบรรเทาสาธารณภัย ๔.๓.๒ องคความรูที่ไดสังเคราะหจากการวิจัย รูปแบบการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยของ องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน มุงเนนการมีสวนรวมและการบริหาร จัดการสาธารณภัย โดยชุมชนเปนหลักและองคการบริหารสวนตําบลสะเนียนคอยสงเสริมในการสราง ความรูและความเขาใจ โดยใชกลไกการบริหารจัดการสาธารณภัยในชุมชน เพื่อสรางแรงกระตุน ใหทุกภาคสวนที่เกี่ยวของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เขามามีสวนรวมในการบริหาร จัดการสาธารณภัย ไดอยางถูกตองและปลอดภัยตามหลักวิชาการ ตั้งแต กอนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังสิ้นสุดภัย ตลอดจนสงเสริมและสนับสนุนใหประชาชนไดตระหนักถึงอันตรายในชีวิต


๒๐๘ และทรัพยสินมีจิตสํานึกในการมีสวนรวมปองกัน จะสงผลถึงขั้นตอนการบริหารจัดการสาธารณภัย โดยพิจารณาเลือกใชวิธีที่เหมาะสมของพื้นที่โดยนําหลักทั้งในดานภูมิปญญาทองถิ่นและวัฒนธรรม ชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม นอกจากนั้นยังไดรับการสงเสริม สนับสนุนจากหนวยงาน ภาครัฐ และเอกชน โดยมีการนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ คือ หลักการทํางานเปนทีมอยางมี ประสิทธิภาพ ประกอบดวย การจัดประชุมอยางสม่ําเสมอ มีสวนรวมในการจัดประชุมทํากิจกรรม อยางพรอมเพรียง มีกฎระเบียบที่ไมขัดตอชุมชน มีความเคารพนับถือตอผูนํา ใหเกียรติ ซึ่งกันและกัน ปฏิบัติตามจารีตประเพณีของชุมชน ทํานุบํารุงพระพุทธศาสนา นอมนําหลักธรรมคําสอนมาปฏิบัติใช ในการดําเนินชีวิตประจําวัน มาบูรณาการกับการบริหารจัดการสาธารณภัย ซึ่งผูวิจัยสามารถ สังเคราะหเปนองคความรูจากการวิจัยได PCMS : MODEL ดังแผนภาพที่ ๔.๒ r แผนภาพที่ ๔.๒ องคความรูที่ไดสังเคราะหจากการวิจัย ที่มา : สังเคราะหโดยจาสิบโทเกรียงศักดิ์ คะใจ Meet การประชุม Together ความพรอม เพียงกัน Definition กฎ ระเบียบ Comply ความเครพ เชื่อฟง Accredit การใหเกียรติ Culturet วัฒนธรรม ประเพณี Protect การปกปอง คุมครอง Safety ความปลอดภัย Participation การมีสวนรวม Coordination การประสานงาน Management Administration การบริหารจัดการ


๒๐๙ จากแผนภาพที่ ๔.๒ องคความรูที่ไดสังเคราะหงานการวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของ ประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” ทําใหผูวิจัยไดรับองคความรูจากการสังเคราะหงานวิจัย ดังปรากฏ เปน PCMS โมเดล สรุปไดดังนี้ P = Participation การมีสวนรวม ไดแก แนวคิดการมีสวนรวมของ โคเฮนและอัพฮอฟ ซึ่งแบงออกเปน ๔ ดาน ไดแก ๑) การมีสวนรวมการตัดสินใจ ๒) การมีสวนรวมดําเนินการ ๓) การมีสวนรวมในการรักษาผลประโยชน ๔) การมีสวนรวมในการประเมินผล การมีสวนรวม เปนการสรางโอกาสใหประชาชนตระหนักถึงปญหาที่แทจริงของตน โดยการรณรงคประชาสัมพันธ ใหเห็นความสําคัญของสาธารณภัยวามีอันตรายตอชีวิตและทรัพยสิน จึงตองมีการรวมกันวิเคราะห ความเสี่ยงในชุมชนแลวกระบวนการมีสวนรวมจะเริ่มจากการคนหาปญหารวมการตัดสินใจ รวมลงมือปฏิบัติและรวมรับผิดชอบในเรื่องตางๆ ทั้งการวางแผนดําเนินกิจกรรมแกไขปญหาไดรวมกัน จัดทําแผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับชุมชนเพื่อเปนเครื่องมือในการเตรียมความพรอม และพัฒนาความสามารถในการควบคุม การจัดการ การใชและกระจายทรัพยากร เพื่อใหเกิด ประโยชนตอการดํารงชีพของประชาชน เมื่อเกิดสาธารณภัยจะไดปฏิบัติไดอยางถูกตองเปนระบบ เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพยสิน และพัฒนาความสามารถในการควบคุม การจัดการ การใช และกระจายทรัพยากร เพื่อใหเกิดประโยชนตอการดํารงชีพของประชาชน เพื่อใหสมาชิกทุกคนใน องคการหรือหนวยงานเดียวกัน ไดกระทํากิจกรรมรวมกันเพื่อใหงานนั้นๆบรรลุเปาหมายที่คาดหวัง และประสบผลสําเร็จ บุคลากรทุกระดับในหนวยงานไดรวมมือกันรับผิดชอบ มีความรูสึกผูกพันกัน ในฐานะเปนสวนหนึ่งขององคกร ตองการปฏิบัติงานอยางมีประสิทธิภาพตามเปาหมาย และทิศทาง การรวมรับผลประโยชนจากกิจกรรมนั้นๆ รวมทั้งไดมีสวนรับประโยชนจากผลของการพัฒนา อยางเทาเทียม เปนการเปดโอกาสใหทุกคนมีสวนรวมในการใชความคิดริเริ่ม การพิจารณาตัดสินใจ บรรลุจุดมุงหมายของกลุมนั้น ทําใหเกิดความรับผิดชอบตอกลุม การที่ประชาชนจะเขามามีบทบาท ในการรวมคิด รวมทํา รวมแกไข และรวมรับผลประโยชนดังที่กลาวมานั้น ขึ้นอยูกับลักษณะของ กลยุทธการพัฒนาที่เห็นความสําคัญของประชาชนในระดับรากหญาโดยคํานึงถึงหลักเกณฑประกอบ ทั้งดานการกระจายอํานาจ การวางแผนจากสวนกลางสูทองถิ่น และการกําหนดแนวทางการพัฒนา จากลางขึ้นบน


๒๑๐ C = Coordination การประสานงาน หมายถึง ภาระหนาที่ตองเชื่อมโยงงานของทุกคน ใหเขากันได และกํากับใหไปสูจุดมุงหมายเดียวกัน การประสานงานในปจจุบันมีการนําเอาเทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหมเขามาใช เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการติดตอสื่อสารกัน เชน Website Facebook และ Line เปนการเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาใชในการบริหารจัดการสาธารณ ภัยในพื้นที่ โดยจะมีการอบรมใหความรูกับผูนําชุมชนและเจาหนาที่ ในเรื่องการประชาสัมพันธให ขอมูลผานการตั้งกลุม Line เพื่อใหการทํางานและเจาหนาที่ฝายตางๆ ทําใหงานดําเนินไปไดอยาง ราบรื่น สอดคลองกับวัตถุประสงคในการทํางานรวมกัน หรือใหเกิดความคิดความเขาใจตรงกันในการ รวมมือปฏิบัติงานใหสอดคลอง ทั้งเวลา และกิจกรรมที่จะตองกระทําการติดตอสื่อสารและมี ประสิทธิภาพเพื่อใหงานดําเนินไปอยางราบรื่น รวมถึงการประสานงานภายในองคการและภายนอก องคการ ใหเกิดความประหยัด รวดเร็ว และถูกตอง ในการชวยเหลือขณะกอนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และเมื่อภัยสินสุดภัยลง ตามความตองการของประชาชนทีประสบสาธารณภัยใหไดผลดีนั้น ผูปฏิบัติงานตองมีทักษะในการสื่อสารและการประสานงานระหวางคนทํางานรวมกัน และระหวาง หนวยงาน เพื่อใหการทํางานราบรื่น ไปในทิศทางเดียวกัน มีขั้นตอนและวิธีการอยางมีประสิทธิผล ถูกตอง รวดเร็ว และมีศักยภาพในการทํางานประสบความสําเร็จรวมกันทั้งองคกร M = Management Administration การบริหารจัดการ ไดแก สังเคราะหจากแนวคิด ทฤษฏีของเฮนรี่ ฟาโยล (Henryi Fayol.) เปนเจาของแนวความคิดวาดวยหลักการจัดการ ในการบริหารงานของผูบริหารงานทั้งภาครัฐและเอกชน ( Private and Public) นั้น มีความยืดหยุน โดยยึดตามหลักการขับเคลื่อนงานกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.๒๕๖๔ – ๒๕๖๖ ตามหลักการขับเคลื่อนงาน DDPM ดังนี้ ๑. D-Digital Transformation การใชเทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัล ในการบริหารจัดการสาธารณภัยเพื่อพัฒนาองคกรใหสามารถปฏิบัติงานไดอยาง มีประสิทธิภาพ ๒. D-Decision Support System : DSS การสรางระบบสนับสนุนการตัดสินใจ สั่งการในการบริหารจัดการสาธารณภัย ๓. P-Preparedness การเตรียมความพรอมในการบริหาร จัดการสาธารณภัย ๔. M-Man การพัฒนาบุคลากรของกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย และผูปฏิบัติงานดานการบริหารจัดการสาธารณภัยทุกระดับใหเปนมืออาชีพรวมทั้งปฏิบัติงานรวมกับ หนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการบริหารจัดการสาธารณภัยไดอยาง มีประสิทธิภาพ โดยมีปจจัยที่จําเปนตอการบริหารจัดการไมวาจะเปนองคการ หรือหนวยงานประเภท ใด มีปจจัยที่สําคัญ ดังนี้ คน เงิน วัสดุ และวิธีการทํางาน ซึ่งสาธารณภัยเปนภัยที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน ทันดวนไมสามารถคาดการไดลวงหนาจึงจําเปนที่ผูบริหารตองมีเครื่องมือในการบริหารจัดการ สาธารณภัยที่ เรียกวาแผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัยขององคกรปกครองสวนทองถิ่น


๒๑๑ เพื่อนํามาใชในการทํางานไดอยางรวดเร็วไมซ้ําซอน ถูกตองทันเวลา และปลอดภัยทั้งผูประสบภัย และเจาหนาที่ๆ ที่เขาไปใหความชวยเหลือดวย การบริหารทั่วไปเปนงานที่มีบทบาทหลักในการ สงเสริม สนับสนุน และอํานวยความสะดวกตางๆ เพื่อใหการปฏิบัติงานอื่นๆ เปนไปดวยความ เรียบรอย บรรลุตามมาตรฐานคุณภาพ และเปาหมายที่กําหนด มุงพัฒนาใหใชนวัตกรรม และเทคโนโลยีในการบริหารจัดการ และผลงานตอสาธารณชน ซึ่งจะกอใหเกิดความรูความเขาใจ เจตคติที่ดี และใหการสนับสนุน การจัดการสาธารณภัย โดยเนนความโปรงใส ความรับผิดชอบ สามารถตรวจสอบได และการมีสวนรวมของบุคคล ชุมชน องคกรที่เกี่ยวของ เพื่อใหการจัดการ สาธารณภัยมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล S = Safety ความปลอดภัย หมายถึง การที่รางกายปราศจากอุบัติภัยหรือทรัพยสิน ปราศจากความเสียหายใดๆ เปนสิ่งที่มนุษยหรือสัตวตองการความปลอดภัยทั้งสิ้น ความปลอดภัย จะเปนประโยชนมากหรือนอยเพียงใดขึ้นอยูกับการปฏิบัติหรือการกระทําของตนเอง ภัยพิบัติ มีทั้งภัย ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติและภัยที่มนุษยสรางขึ้น ภัยธรรมชาตินั้นแมไมอาจลวงรูถึงวัน เวลา นาที ของการเกิดที่แนนอนได และเปนภัยที่ไมสามารถหลีกเลี่ยงได องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน จึงมีความจําเปนที่จะตองประชาสัมพันธใหประชาชนในชุมชนไดรับรูรับทราบถึงอันตรายในชีวิต และทรัพยสินเมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยขึ้นในพื้นที่จะปฏิเสธที่ตองมีผลกระทบตอการดําเนิน ชีวิตประจําวัน แตทวาการเตรียมความพรอมปองกันที่ดีสามารถลดความรุนแรงและผลกระทบ ใหเบาบางลงได เชน การบาดเจ็บ และเสียชีวิต ของประชาชนตลอดจนเจาหนาที่ที่ปฏิบัติหนา ใหความชวยเหลือประชาชนทุกคน ที่ทําใหเกิดความปลอดภัยในการทํางาน คือ การมีสภาพการณ ที่ปลอดภัย ปราศจากการอุบัติเหตุตางๆ ที่สงผลใหเกิดการบาดเจ็บตอรางกาย ชีวิต หรือทรัพยสิน ในขณะที่ปฏิบัติงาน สิ่งที่ตองคํานึงถึงเสมอในการปฏิบัติงาน คือ ความปลอดภัย โดยเฉพาะงาน ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะไดรับ อันตรายจากการทํางานสูง หากปองกัน ไมรัดกุมไมเพียงพออาจกอใหเกิดความเสียหายทั้งผูปฏิบัติงาน ตลอดจนผูที่ขอรับความชวยเหลือเอง ก็ตาม อุบัติเหตุสวนใหญเกิดขึ้นจากการรูเทาไมถึงการณ และความประมาทของผูปฏิบัติงานเอง นอกจากนี้แลวสภาพแวดลอม ในการทํางาน เชน ลม ฟา อากาศ แสงสวาง หรือเสียงก็อาจกอใหเกิด อันตรายได หากสิ่งเหลานั้นมีความบกพรองและผิดจากมาตรฐานที่กําหนดไวก็อาจเกิดอุบัติเหตุไดทุก เมื่อเชนกัน ดังนั้นความปลอดภัยในการทํางานจึงถือเปนหัวใจสําคัญของการทํางาน เมื่อมีความรู และความเขาใจที่ถูกตองแลวนั้น โอกาสที่จะประสบอันตรายในขณะทํางานยอมลดนอยลงตามไปดวย รวมถึงความปลอดภัยของผูปฏิบัติงานที่เกี่ยวของ


บทที่ ๕ สรุป อภิปรายผลและขอเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน”โดยมีวัตถุประสงคการวิจัย ดังนี้ ๑) เพื่อศึกษาระดับการมีสวนรวมของประชาชนในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยขององคการ บริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ๒) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็น ของประชาชนตอการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยจําแนกตามปจจัยสวนบุคคล และ ๓) เพื่อนําเสนอแนวทางการสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตามหลักพุทธธรรมขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน การศึกษาวิจัยครั้งนี้ ดําเนินการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) คือ การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ใชวิธีการวิจัยเชิงสํารวจ (Survey Research) จากการแจกแบบสอบถาม (Questionnaire) กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย คือ ประชาชนในเขต การปกครององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยใชวิธีการสุมตัวอยาง จากสูตรของ ทาโร ยามาเน (Taro Yamane) ไดกลุมตัวอยางจํานวน ๓๘๓ คน จากจํานวนประชากร ที่มีอายุไมต่ํากวา ๑๘ ปบริบูรณ จํานวน ๙,๕๙๒ คน วิเคราะหขอมูลดวยการหาความถี่ (Frequency) คารอยละ(Percentage) คาเฉลี่ย (Mean) คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และเมื่อพบวามีความแตกตางจะทาการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยเปนรายคูดวยวิธีผลตาง นัยสําคัญนอยที่สุด (Least Significant Difference : LSD.) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยวิธีการสัมภาษณเชิงลึก (In-Depth Interview) กับผูใหขอมูลสําคัญ (Key Informants) จํานวน ๑๐ รูปหรือคน และใชเทคนิคการวิเคราะหเนื้อหาเชิงพรรณนา ซึ่งมี รายละเอียดดังนี้ระหวางหลักพุทธธรรมกับการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการ บริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน และใชเทคนิคการวิเคราะหเนื้อหา (Content Analysis Technique) ประกอบบริบท (Context) นําเสนอเปนความเรียงประกอบตารางแจกแจง ความถี่ของผูใหขอมูลสําคัญเพื่อสนับสนุนขอมูลเชิงปริมาณ ซึ่งมีรายละเอียดดังตอไปนี้


๒๑๓ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย ๕.๓ ขอเสนอแนะ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๕.๑ สรุปผลการวิเคราะหขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญเปนเพศชาย มีจํานวน ๒๑๗ คน คิดเปนรอยละ ๕๖.๗ เพศหญิง มีจํานวน ๑๖๖ คน คิดเปนรอยละ ๔๓.๓ ของผูตอบแบบสอบถาม โดยมีอายุระหวาง ๓๑ - ๔๐ ป มีจํานวน ๑๓๖ คน คิดเปนรอยละ ๓๕.๕ อายุระหวาง ๔๑ - ๕๐ ป มีจํานวน ๑๐๙ คน คิดเปนรอยละ ๒๘.๕ อายุระหวาง ๑๘ - ๓๐ ป มีจํานวน ๘๖ คน คิดเปนรอยละ ๒๒.๔ และอายุ ๕๑ ปขึ้นไป มีจํานวน ๕๒ คน คิดเปนรอยละ ๑๓.๖ ผูตอบแบบสอบถามมีระดับการศึกษาดังตอไปนี้ ระดับการศึกษาระดับประถมศึกษา มีจํานวน ๑๗๗ คน คิดเปนรอยละ ๔๖.๒ ระดับมัธยมศึกษา มีจํานวน ๑๕๙ คน คิดเปนรอยละ ๔๑.๕ ระดับอนุปริญญา มีจํานวน ๒๗ คน คิดเปนรอยละ ๗.๑ และระดับปริญญาตรีขึ้นไป จํานวน ๒๐ คน คิดเปนรอยละ ๕.๒ ผูตอบแบบสอบถามมีอาชีพเกษตรกร มีจํานวน ๑๖๘ คิดเปนรอยละ ๔๓.๙ อาชีพรับจาง มีจํานวน ๑๑๕ คิดเปนรอยละ ๓๐.๐ อาชีพคาขาย/ธุรกิจ มีจํานวน ๙๗ คิดเปนรอยละ ๒๕.๓ อาชีพรับราชการ/พนักงานของรัฐ มีจํานวน ๓ คิดเปนรอยละ ๐.๘และอาชีพอื่นๆ มีจํานวน - คิดเปนรอยละ – ผูตอบแบบสอบถาม มีรายไดเฉลี่ยตอเดือน ต่ํากวา ๕,๐๐๐ บาท จํานวน ๑๙๗ คน คิดเปนรอยละ ๕๑.๔ รองลงมา มีรายไดเฉลี่ยตอเดือน ๕,๐๐๑ – ๑๕,๐๐๐ บาท จํานวน ๑๔๘ คน คิดเปนรอยละ ๓๘.๖ รายไดเฉลี่ย ตอเดือนลําดับสุดทายตั้งแต๑๕,๐๐๑ – ๒๕,๐๐๐ บาท จํานวน ๑๙ คน คิดเปนรอยละ ๕.๐ และ ๒๕,๐๐๑ บาทขึ้นไป จํานวน ๑๙ คน คิดเปนรอยละ ๕.๐ ๕.๑.๑ สรุปผลการวิเคราะหระดับการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ๑. ระดับการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ทั้ง ๔ ดาน โดยภาพรวม อยูในระดับมาก (x̅= ๓.๕๙, S.D. = ๐.๗๔) เมื่อพิจารณาเปนรายดานสรุปไดดังนี้ ๑) ดานการมีสวนรวมในการตัดสินใจ การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ซึ่งโดยภาพรวมอยูในระดับมาก (x̅= ๓.๖๐, S.D. = ๐.๙๘)


๒๑๔ ๒) ดานการมีสวนรวมในการดําเนินงาน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ซึ่งโดยภาพรวมอยูในระดับมาก (x̅= ๓.๖๐, S.D. = ๐.๘๐) ๓) ดานการเตรียมความพรอม การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ซึ่งโดยภาพรวมอยูในระดับมาก (x̅= ๓.๖๓, S.D. = ๐.๘๐) ๔) ดานการพัฒนาบุคลากร การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ซึ่งโดยภาพรวม อยูในระดับมาก (x̅= ๓.๕๓, S.D. = ๐.๘๑) ๒. ระดับการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ตามหลักอปริหานิยธรรมขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน วาดวยธรรมไมเปนที่ตั้งแหงความเสื่อมธรรมที่ทําใหไมเสื่อม เปนไปเพื่อความเจริญฝายเดียว มี ๗ อยาง โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (x̅= ๓.๖๓, S.D. = ๐.๗๐) เมื่อพิจารณาเปนรายดาน สรุปได ดังนี้ ๑) หมั่นประชุมเปนนิตย การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ซึ่งโดยภาพรวม อยูในระดับปานกลาง (x̅= ๓.๔๓, S.D. = ๐.๙๓) ๒) พรอมเพียงกันเลิกประชุม พรอมเพียงกันทํากิจกรรม การมีสวนรวมของประชาชน ในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (x̅= ๓.๕๖, S.D. = ๐.๙๒) ๓) ไมตั้งกฎระเบียบที่ขัดตอ การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงาน บรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวม อยูในระดับมาก (x̅= ๓.๖๒, S.D. = ๑.๐๙) ๔) มีความเคารพนับถือตอผูบังคับบัญชา การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (x̅= ๓.๗๘, S.D. = ๐.๘๓)


๒๑๕ ๕) การใหเกียรติ และคุมครองสิทธิ สตรีการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (x̅=๓.๖๕, S.D.=๐.๘๑) ๖) ปฏิบัติตามจารีตประเพณี ของชุมชน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (x̅=๓.๘๑, S.D.=๐.๙๐) ๗) การอารักขา คุมครอง ปกปองอันชอบธรรม การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (x̅=๓.๖๐, S.D.=๐.๘๑) ๓. ระดับการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยภัยขององคการบริหารสวน ตําบล สะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ทั้ง ๔ ดาน โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (x̅= ๓.๖๓, S.D. =๐.๗๖) เมื่อพิจารณาเปนรายดานสรุปไดดังนี้ ๑) ดานการใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (x̅= ๓.๕๘, S.D. = ๐.๘๖) ๒) ดานระบบสนับสนุนตัดสินใจสั่งการ การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวมอยูในระดับมาก (x̅=๓.๕๘, S.D.=๐.๘๔) ๓) ดานการเตรียมความพรอม การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงาน บรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวม อยูในระดับมาก (x̅=๓.๕๘, S.D.=๐.๘๔) ๔) ดานการพัฒนาบุคลากร การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวม อยูในระดับมาก (x̅=๓.๘๐, S.D.=๐.๘๓) ๕.๑.๒ ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนตอการมีสวนรวมของประชาชน ในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน


๒๑๖ ผลการทดสอบสมมติฐาน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยจําแนกตาม ปจจัยสวนบุคคล ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได เพื่อนําไปสูการตอบสมมติฐาน ที่ตั้งไว ซึ่งสามารถแสดงรายละเอียดไดดังนี้ สมมติฐานขอที่ ๑ ประชาชนที่มีเพศตางกัน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ไมแตกตางกัน (t = - ๒.๘๘, Sig.= ๐.๔๘) ดังนั้นจึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย สมมติฐานขอที่ ๒ ประชาชนที่มีอายุตางกัน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน แตกตางกัน (F=๓.๓๐๔, Sig.=๐.๐๒) ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ ๐.๐๕ สมมติฐานขอที่ ๓ ประชาชนที่มีการศึกษาตางกัน การมีสวนรวมของประชาชน ในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน แตกตางกัน (F=๓.๘๕๖, Sig.=๐.๐๑) ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานการวิจัยอยางมีนัยสําคัญ ทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ สมมติฐานขอที่ ๔ ประชาชนที่มีอาชีพตางกัน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ไมแตกตางกัน (F=๔.๕๐๓, Sig.= ๐.๐๑) ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย อยางมีนัยสําคัญ ทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ สมมติฐานขอที่ ๕ และประชาชนที่มีรายไดตางกัน การมีสวนรวมของประชาชน ในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน แตกตางกัน (F = ๒.๘๐๒, Sig. = ๐.๐๔) ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ๕.๑.๓ แนวทางการสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน การสัมภาษณของผูใหขอมูลสําคัญ (key informants) เกี่ยวกับแนวทางการสงเสริม การ มีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตามหลัก พุทธธรรม(หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ) ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน สรุปไดดังนี้


๒๑๗ องคการบริหารสวนตําบลสะเนียนจัดประชุม ขาราชการ พนักงาน ลูกจางที่มีหนาที่ เกี่ยวของและเจาหนาที่งานปองกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อรับทราบแนวทาง ขั้นตอน มีการประชุมอยางตอเนื่อง เพื่อรับนโยบายจากนายกอบต. และจัดทําแผนปองกันและบรรเทา สาธารณภัย โดยการประชุมตองมีตัวแทนจากชุมชนมารวมเพื่อแสดงความคิดเห็น เสนอปญหา และความตองการของตนเอง เพื่อใหประชาชนตําบลสะเนียน มีความตระหนัก และเห็นความสําคัญ ของการมีสวนรวมและเขาประชุมจัดทําแผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ไดจัดใหมีการ แลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกัน ในการขับเคลื่อนงานในตําบลสะเนียน รวมถึงการประชาสัมพันธกิจกรรม งานตางๆ ใหทุกคนไดรับทราบ และใหเกิดกระบวนการคิดแลวนําไปปรับปรุงใหสอดคลอง กับสภาวการณปจจุบันของประชาชนตําบลสะเนียน มีการวิเคราะหพื้นที่และแลกเปลี่ยนเรียนรู รวมกัน ในการขับเคลื่อนงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกอบกับการนํากฎระเบียบ ทางราชการ จําเปนตองบังคับใชกฎหมาย ใชกฎหมายที่ประชาชนลงความเห็นรวมกัน ถือวาเปน ประชามติของชุมชน คลาย ๆ กับกฎหมายเหมือนกัน ที่เกิดขึ้นคนในชุมชนตองมีสวนรวมแสดง ความคิดเห็นเปนมติเสียงสวนใหญแตตองเคารพเสียงสวนนอยกฎระเบียบที่ตั้งขึ้นจะทําใหเกิด การยอมรับและนําไปปฏิบัติตามวัฒนธรรมการเคารพนับถือผูอาวุโส ผูนําชุมชน ในชุมชนยังคงรักษา วัฒนธรรมอันดีงามนี้คนในชุมชนใหความศรัทธาและนับถือผูนําชุมชน และมีการใหเกียรติซึ่งกัน และกันเคารพในบทบาทหนาที่ซึ่งกันและกันสามารถแยกแยะในบทบาทหนาที่ ไมขัดแยงกัน โดยไมมีเหตุผลถือวาเปนปจจัยสําคัญในการนํามาซึ่งการพัฒนาชุมชนใหไปในทิศทางที่ตองการ ถึงสวนใหญมีความเชื่อดั้งเดิมอยูคือความเชื่อในเรื่องผีจึงทําใหหลายหมูบานยังมีพิธีกรรมตางๆ ปฏิบัติสืบมาจนถึงปจจุบัน ไดแก ประเพณีการเลี้ยงผี ปใหมมง ปใหมเมี่ยน การอยูกรรม การกินขาว ใหม ประเพณีกินขาวใหม แตละหมูบานจะมีประเพณีไมเหมือนกัน ที่มีความหลากหลาย ในดานวัฒนธรรมประเพณี แตมีความผูกพันกับวัด ในหลายหมูบาน ใหความรวมมือดีเรื่องประเพณี เปนสิ่งที่ยึดโยงคนเอาไวไดมากที่สุด สามารถดูไดจากประเพณีการบวชปาเปนอยางดีเปนหัวใจหลัก ของชุมชน เปนความเขมแข็งทางการสืบทอดจารีตประเพณีทางศาสนาอยางยาวนาน ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย จากการสรุปผลการวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” โดยผูวิจัยจะกลาวถึงประเด็นสําคัญและนาสนใจและนํามาอภิปรายไดดังนี้


๒๑๘ ๕.๒.๑ ระดับการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณ ภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยจําแนกรายดาน พบวา ระดับการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวมอยูในระดับ ปานกลาง จะเห็นไดวาการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน สามารถบริหารจัดการไดดี อาจเนื่องมาจากการบริหารดาน ดานการใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล การใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ในการบริหารจัดการสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน กํานัน ผูใหญบาน อสม. ประชาชนในชุมชนทุกภาคสวนตองเลงเห็นความสําคัญ ของโทรศัพทในการประสารงานผาน โทรศัพทเคลื่อนที่ในการแจงเหตุดวน เหตุรายในพื้นที่ การรับสงขอมูล และการเชื่อมโยงขอมูล ระหวางหนวยงานในการประสารงาน นับวาเปนอุปกรณสําคัญอยางหนึ่งที่ปจจุบันมีการใชงาน ในชีวิตประจําวันทั้งที่บาน และในหนวยงานตางๆ สอดคลองกับงานวิจัยชอง พีรภัฒน ระรื่นรมย ไดศึกษาวิจัยเรื่องการบริหารจัดการการใหบริการดานเทคโนโลยีสารสนเทศของเทศบาลเมืองไรขิง จังหวัดนครปฐม ผลการวิจัยพบวา ปจจุบันเทคโนโลยีมีหลายหลายประเภท และมีการพัฒนา อยูตลอดเวลาทําใหไมสามารถทําความเขาใจและใชงานตามไดทันเพราะการใหบริการในแตละดาน ตองใชเวลานาน อีกทั้งมีราคาสูงไมสามารถซื้อรุนใหมเพื่อพัฒนาระบบไดทัน การใชงานของผูสูงอายุ นั้นยังไมสามารถใชงานไดเต็มประสิทธิภาพ ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรไมใหความสําคัญ กับการใชเทคโนโลยีศูนยขอมูลขาวสารยังไมเพียงพอประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการถายทอด ความรูจากผูนําชุมชนระยะเวลาในการจัดอบรมบางเรื่องยังไมเพียงพอขาดการใหความรูแบบลงพื้นที่ เพื่อใหเกิดการปฏิบัติที่แทจริงขาดการจัดทําคูมือเพื่อเปนฐานขอมูลขาดการจูงใจในการเขาอบรม และเขาใชเทคโนโลยีขาดการสํารวจขอมูลหรือแนะแนวหัวขอกอนวันเริ่มประชาคม ประชาชนจึงไมมี ขอมูลที่เพียงพอในการเสนอตอที่ประชุม0 1 ดานการสรางระบบสนับสนุนการตัดสินใจสั่งการ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจสั่งการ ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน เปนกระบวนการกําหนดลักษณะ พิจารณาระบบขอมูล สนับสนุนการตัดสินใจ พิจารณาใหมมี เชน ระบบสนับสนุน การติดตาม เผชิญ วิเคราะห 1 พีรภัฒน ระรื่นรมย “การบริหารจัดการใหบริการดานเทคโนโลยีสารสนเทศของเทศบาลเมืองไรขิ่ง จังหวัดนครปฐม” สารนิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย, ๒๕6๑).


๒๑๙ และคาดการณ การเตือนภัยขนาดหรือขอบเขตของความเสี่ยงโดยการวิเคราะหภัยที่เกิดขึ้น รวมทั้งประเมินสภาวะการเปดรับตอความเสี่ยงสอดคลองกับงานวิจัยของ พระครูเขมาภิวุฒิ (สังเวียน อภิชาโต) ไดศึกษาวิจัยเรื่อง “การพัฒนาการบริหารแบบมีสวนรวมเชิงพุทธสําหรับ ผูบริหาร สํานักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม” ผลการวิจัยพบวา การพัฒนาการบริหารแบบ มีสวนรวมของผูบริหารสํานักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ประกอบดวย กระบวนการของ การมีสวนรวม ๕ ดาน ไดแก ๑) การมีสวนรวมในการรับรู การคิดศึกษาและคนควา หาปญหา และสาเหตุ ๒) การมีสวนรวมในการวางนโยบาย หรือแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรม ๓) การมีสวนรวมในการตัดสินใจในการจัดหรือปรับปรุงระบบการบริหารทรัพยากร อยางมีประสิทธิภาพ ๔) การมีสวนรวมในการควบคุม ติดตาม และประเมินผลการทํางานและนําผล กลับมาใชใหเกิดประโยชน ๕) การมีสวนรวมในการรับผลประโยชนจากการพัฒนา โดยมีผลการ ประเมินการบริหารแบบมีสวนรวมจากกลุมตัวอยาง พบวา ความถูกตอง มีคาเฉลี่ยอยูในระดับมาก ที่สุด และความเปนประโยชน ความเหมาะสม และความเปนไปได มีคาเฉลี่ยอยูในระดับมาก ตามลําดับ1 2 ดานการเตรียมความพรอม องคการบริหารสวนตําบลสะเนียนควรมีการเตรียมพรอม ในการใหความชวยเหลือประชาชนในทุกๆ ดานตามความจําเปน เชนบุคลากร วัสดุ อุปกรณ ในการปฏิบัติงานไดอยางทันทวงที เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดตอประชาชน โดยจัดหาทรัพยากร ที่จําเปน เพื่อการปองกันและบรรเทาสาธารณะภัย ใหเหมาะสม สอดคลองกับงานวิจัยของ แสงเทียน จิตรโชติไดทําการศึกษาวิจัยเรื่อง “แนวทางการบริหารงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล สําหรับสถานศึกษาขยายโอกาสในเขตอําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี” ผลวิจัยพบวา ระดับ การบริหารงบประมาณของผูบริหารโรงเรียนขยายโอกาส อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทั้ง ๑๐ ดาน โดยภาพรวมอยูในระดับมากผูบริหารโรงเรียนขยายโอกาส อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ไดมีการบริหารงบประมาณใหเปนไปตามพระราชกฤษฎีกาวาดวยหลักเกณฑ และวิธีการบริหารกิจการบานเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖ และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการสรางระบบบริหารกิจการบานเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งตอมาไดออก พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และพระราชบัญญัติ ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งมีผลใหการบริหารการศึกษามีอิสระมากขึ้น 2 พระครูเขมาภิวุฒิ (สังเวียน อภิชาโต), “การพัฒนาการบริหารแบบมีสวนรวมเชิงพุทธสําหรับ ผูบริหาร สํานักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕61).


๒๒๐ ดังนั้นผูบริหารโรงเรียนจึงปรับเปลี่ยนการบริหารการศึกษาใหสอดคลองกับนโยบายและหนวยงานอื่น โดยเฉพาะอยางยิ่งโรงเรียนขยายโอกาส อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ไดกําหนดตัวชี้วัด ความสําเร็จของโรงเรียนที่สําคัญประการหนึ่ง คือ การบริหารงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล ผูบริหารโรงเรียนไดมีสวนผลักดันนโยบาย จึงทําใหการบริหารงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล ของผูบริหารโรงเรียนขยายโอกาส อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อยูในระดับมากทุกดาน2 3 ดานการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาบุคลากรไมจําเปนตองเปนแตเจาหนาที่แตตองอาศัย ชุมชนเปนฐานหลักในการเตรียมความพรอมกอนเกิดภัย โดยใหประชาชนในชุมชนจะมีสวนรวม ในการบริหารจัดการสาธารณภัย จัดใหมีการฝกอบรมใหความรูดานตางๆ มีการพัฒนาศักยภาพ บุคลากรในองคทันตอสถานการณความเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยเพื่อที่จะไดนํามาพัฒนาองคกร อาสาสมัครปองกันภัยฝายพลเรือนใหมีความรู ทักษะ ความชํานาญ เพื่อที่จะมีสวนรวมของประชาชน ในการนําความรูที่ไดไปถายทอดดูแล และใหความชวยเหลือคนในชุมชน สอดคลองกับงานวิจัย ของ พระชาญชัย อินฺทญาโณ (ยันตฉิมพลี) ไดทําการศึกษาวิจัยเรื่อง “แนวทางการพัฒนาภาวะ ผูนําของพระสงในอําเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี” ผลวิจัยพบวา แนวทางการพัฒนาภาวะผูนํา คือ ๑) การครองตนรูจักคนควาแสวงหาความรู มีความเปนอยูอยางเรียบงายไมฟุงเฟอย มีสัมมาคารวะออนนอมถอมตนชวยเหลือสังคมอยูเสมอปฏิบัติตนใหเหมาะสมกับตําแหนงหนาที่ ของตน ๒) การครองคน สรางความสามัคคีกับหมูคณะและชุมชนเปนกัลยาณมิตรกับทุกคนปฏิบัติงาน ทําตัวใหเปนที่ยอมรับของสังคมใหคําปรึกษาและชวยเหลือสังคมดวยความจริงใจ ๓) การครองงาน ปฏิบัติงานอยางมีระเบียบแบบแผนขั้นตอนที่ถูกตอง มีอุดมการณ รัก และมีความสุขกับการทํางาน มีความกระตือรือรนอุสาหะอดทนพัฒนางานอยางตอตอเนื่อง3 4 ๕.๒.๒ ผลการเปรียบเทียบผลความคิดเห็นของประชาชนตอการมีสวนรวมของ ประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน 3 แสงเทียน จิตรโชติ,“แนวทางการบริหารงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาลสําหรับสถานศึกษาขยาย โอกาส ในเขตอําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา) บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕61). 4 พระชาญชัย อินฺทญาโณ (ยันตฉิมพลี) ไดวิจัยเรื่อง “แนวทางการพัฒนาภาวะผูนําของพระสงใน อําเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี”,สารนิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา), (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).


๒๒๑ การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการ บริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยจําแนกตามปจจัยสวนบุคคล ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได ที่แตกตางกัน มีสวนรวมของประชาชนในการปองกันและ บรรเทาสาธารณภัยแตกตางกัน จําแนกไดดังนี้ สมมติฐานขอที่ ๑ เพศ ตางกัน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงาน บรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวม จําแนกตามเพศ พบวา ไมแตกตางกัน (t = - ๒.๘๘, Sig.= ๐.๔๘๓) ดังนั้น จึงปฏิเสธสมมติฐานการ วิจัย ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของ พระสมุหดิเรก อติเรกสุโภ (งามกาละ) ไดวิจัยเรื่อง “การบริหาร จัดการงานสาธารณสงเคราะหของพระสังฆาธิการ ในอําเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี” ผลการศึกษา พบวา การบริหารจัดการงาน สาธารณสงเคราะหของพระสังฆาธิการในอําเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จําแนกตามสถานภาพสวนบุคคล ประชาชนที่เพศและรายไดตางกัน มีความคิดเห็นตอ การบริหารจัดการงานสาธารณสงเคราะหของ พระสังฆาธิการ อําเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ไมแตกตางกัน ซึ่งปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว ประชาชนที่มีอายุ วุฒิการศึกษา อาชีพ ตางกัน มีความคิดเห็นตอการบริหารจัดการงานสาธารณสงเคราะหของ พระสังฆาธิการ อําเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยภาพรวม มีความแตกตางกัน ซึ่งยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว4 5 สมมติฐานขอที่ ๒ อายุตางกัน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงาน บรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวม จําแนก ตามอายุ พบวา แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ (F=๓.๖๕๕, Sig.= ๐.๐๑๓) ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของ พระมหาสิทธิศักดิ์ สิทฺธาภิรโต (เสนา) ไดวิจัยเรื่อง “การบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ของเทศบาลเมืองเพชรบูรณ จังหวัดเพชรบูรณ” ผลการศึกษาพบวา ประชาชนที่มีอายุ รายไดตอเดือนตางกัน มีความคิดเห็นตอ การบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ของเทศบาลเมืองเพชรบูรณ จังหวัดเพชรบูรณ โดยภาพรวม แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕5 6 5 พระสมุหดิเรก อติเรกสุโภ (งามกาละ) ไดวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการงานสาธารณสงเคราะหของ พระสังฆาธิการ ในอําเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี”,พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา), บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑). 6 พระมหาสิทธิศักดิ์ สิทฺธาภิรโต (เสนา) ไดวิจัยเรื่อง “การบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ของเทศบาล เมืองเพชรบูรณ จังหวัดเพชรบูรณ”,พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา), บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒).


๒๒๒ สมมติฐานขอที่ ๓ การศึกษา ตางกัน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวมจําแนกตามระดับการศึกษา พบวา แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ (F=๓.๘๔๗, Sig.=๐.๐๑๐) ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของ สุวรรณ แกวนะ ผูประกอบการ ที่มีอายุ ระดับการศึกษา ตางกัน มีความคิดเห็นไมแตกตางกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย สวนผูประกอบการ ที่มี เพศ ตําแหนง ระยะเวลาดําเนินการ ตางกัน มีความคิดเห็นแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕6 7 สมมติฐานขอที่ ๔ อาชีพ ตางกัน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงาน บรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวม จําแนกตามอาชีพ พบวา ไมแตกตางกัน (F=๔.๕๘๒, Sig.= ๐.๐๐๔) ดังนั้นจึงปฏิเสธสมมติฐาน การวิจัย ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของ สุวิมล สังวรณเมื่อพิจารณารายดานพบวา การบริหารจัดการ ปญหาอุทกภัยขององคกรปกครองสวนทองถิ่น จังหวัดสิงหบุรีพบวา ประชาชนที่มีอาชีพ และรายได ตอเดือน ตางกัน มีความคิดเห็นตอการบริหารจัดการปญหาอุทกภัย โดยภาพรวมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย7 8 สมมติฐานขอที่ ๕ รายไดตอเดือน ตางกัน การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยภาพรวมจําแนกตามรายได พบวา แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ (F=๓.๑๓๐, Sig.= ๐.๐๒๖) ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของ พระธวัชชัย สนฺติธมฺโม (วรรณนาวิน) ไดวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการพัฒนาชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองสระแกว จังหวัดสระแกว” พบวา ประชาชนที่มี อาชีพ และระดับการศึกษา ตางกัน การมีสวนรวมในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแกว แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญ ทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย สวนประชาชนที่มี เพศ อายุและ รายได ตางกัน 7 สุวรรณ แกวนะ, “การบริหารจัดการการใชแรงงานตางดาวของผูประกอบการ อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย, ๒๕62). 8 สุวิมล สังวรณ, “การบริหารจัดการปญหาอุทกภัยขององคกรปกครองสวนทองถิ่น จังหวัดสิงหบุรี”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา), บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒.


๒๒๓ มีสวนรวมในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแกว ไมแตกตางกัน จึงปฏิเสธสมมติฐาน การวิจัย8 9 ๕.๒.๓ แนวทางการสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงาน บรรเทาสาธารณภัยตามหลักพุทธธรรมขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน แนวทางการสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยตามหลักอปริหานิยธรรมขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน องคการบริหารสวนตําบลสะเนียนจัดประชุมเพื่อรับทราบแนวทาง ขั้นตอน มีการประชุม อยางตอเนื่อง เพื่อรับนโยบายจากนายกอบต. และจัดทําแผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยการประชุมตองมีตัวแทนจากชุมชนมารวมเพื่อแสดงความคิดเห็น เสนอปญหาและความตองการ ของตนเอง เพื่อใหประชาชนตําบลสะเนียน มีความตระหนัก และเห็นความสําคัญของการมีสวนรวม และเขาประชุมจัดทําแผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ไดจัดใหมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู รวมกัน ในการขับเคลื่อนงานในตําบลสะเนียน รวมถึงการประชาสัมพันธกิจกรรมงานตางๆ ใหทุกคน ไดรับทราบ ประกอบกับการนํากฎระเบียบทางราชการ จําเปนตองบังคับใชกฎหมาย ใชกฎหมาย ที่ประชาชนลงความเห็นรวมกัน ถือวาเปนประชามติของชุมชน คนในชุมชนตองมีสวนรวมแสดง ความคิดเห็นเปนมติเสียงสวนใหญแตตองเคารพเสียงสวนนอยกฎระเบียบที่ตั้งขึ้นจะทําใหเกิด การยอมรับและนําไปปฏิบัติ ตามวัฒนธรรมการเคารพนับถือผูอาวุโส ผูนําชุมชน ในชุมชนยังคงรักษา วัฒนธรรมอันดีงามนี้ คนในชุมชนใหความศรัทธาและนับถือผูนําชุมชน และมีการใหเกียรติซึ่งกันและกันเคารพ ในบทบาทหนาที่ซึ่งกันและกันสามารถแยกแยะในบทบาทหนาที่ ไมขัดแยงกันโดยไมมีเหตุผล ถือวาเปนปจจัยสําคัญในการนํามาซึ่งการพัฒนาชุมชนใหไปในทิศทางที่ตองการ เรื่องประเพณี เปนสิ่งที่ยึดโยงคนเอาไวไดมากที่สุด เปนหัวใจหลักของชุมชน เปนความเขมแข็งทางการสืบทอดจารีต ประเพณีทางศาสนาอยางยาวนาน ซึ่งสอดคลองกับการวิจัยของ ทักษิณ ประชามอญ ไดวิจัยเรื่อง “รูปแบบการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมขององคการบริหารสวนจังหวัดในกลุม จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน” ผลการวิจัยพบวา การประยุกตหลักพุทธธรรมที่เสริมสราง 9 พระธวัชชัย สนฺติธมฺโม (วรรณนาวิน), “การมีสวนรวมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนในเขต เทศบาลเมืองสระแกว จังหวัดสระแกว”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา), (สาขารัฐประศาสนศาสตร, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒).


๒๒๔ การบริหารงานแบบมีสวนรวมขององคการบริหารสวนจังหวัด ไดแก การนําหลักอปริหานิยธรรม ไปประยุกตใชกับการบริหารงานแบบมีสวนรวมขององคการบริหารสวนจังหวัด ในกลุมจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทั้งในดานการตัดสินใจ ดานปฏิบัติการ ดานการรับผลประโยชน และดานการประเมินผล สามารถนําไปสูการพัฒนากระบวนการมีสวนรวมของประชาชนใหเกิด ความเขมแข็ง จนกระทั้งบุคลากรภาครัฐและประชาชนเกิดทักษะในการใชเครื่องมือสรางกระบวนการ มีสวนรวมมากยิ่งขึ้น ไมใชแคเพียงดําเนินการใหครบกระบวนการเทานั้น แตตองดําเนินการ ใหถึงสาระสําคัญของกระบวนการมีสวนรวมอยางแทจริง รูปแบบการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมขององคการบริหารสวนจังหวัด ในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พบวา การนํารูปแบบการพัฒนาการบริหารงาน แบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรม คือ การนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ มาบูรณาการกับกระบวนการ มีสวนรวมของประชาชน ไดแก รวมตัดสินใจ รวมปฏิบัติการ รวมรับผลประโยชน และรวมประเมินผล สามารถพัฒนาบุคลากรภาครัฐและประชาชนใหเกิดทักษะและเห็นความสําคัญของกระบวนการ มีสวนรวม โดยยึดนโยบายการจัดประชุมกันเนืองนิตย การทํางานเปนทีม การปฏิบัติตามวัฒนธรรม องคกร การใหความเคารพตามหลักอาวุโส การสงเสริมสิทธิและเสรีภาพของสตรีและผูอื่น การสราง ความผูกพันตอองคกร และการดูแลและจัดสวัสดิการ เพื่อใหการบริหารงานแบบมีสวนรวม ขององคการบริหารสวนจังหวัด ในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลทางปฏิบัติตอไปอยางยั่งยืน9 10 มีความสอดคลองกับงานวิจัยของ เวธิกา แดงเรือง ไดวิจัยเรื่อง “การบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมของเทศบาลตําบลหนองผึ้ง อําเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม” ผลการวิจัยพบวา แนวทางในการบริหารงานของเทศบาลตําบลหนองผึ้ง อําเภอสารภี จังหวัดเชียงใหมพบวา หลักอปริหานิยธรรมเมื่อนํามาประยุกตใชในการพัฒนา การบริหารงานของเทศบาลตําบล หนองผึ้งแลว มีความสอดคลองและใกลเคียงกันสามารถนํามาใช กับหลักธรรมาภิบาลที่ทางเทศบาลตําบลหนองผึ้งไดใชในการบริหารงานเปนหลักอยูแลว ซึ่งเขากันได อยางดียิ่งโดยหลักอปริหานิยธรรมนั้น ชวยใหองคกรหรือบุคลากร หรือพนักงาน หรือแมแตประชาชน ที่ไดนําหลักธรรมคืออปริหานิธรรมนี้ไปประยุกตใชแลว ทําใหความสมัครสมานสามัคคีเกิดขึ้นในกลุม บุคลากร 10 ทักษิณ ประชามอญ, “รูปแบบการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมขององคการ บริหารสวนจังหวัดในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน”, พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐).


๒๒๕ อันสงผลใหองคกรมีแตความเจริญ ไมมีเสื่อม เมื่อมองโดยภาพรวมเกี่ยวกับการบริหารงาน ของเทศบาลตําบลหนองผึ้ง อําเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม เปนอันสรุปไดวา เทศบาลตําบลหนองผึ้ง ไดยึดหลักอปริหานิยธรรมเปนแนวทางในการบริหารงาน จึงทําใหการบริหารงานประสบความสําเร็จ ไดในระดับหนึ่ง 10 11 มีความสอดคลองกับงานวิจัยของ พระอธิการปรีชา ติกฺขญาโณ (มาทา) ไดวิจัยเรื่อง “ประสิทธิผลการบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมของเทศบาล ตําบลนาแกว อําเภอเกาะคา จังวัดลําปาง” ผลการวิจัยพบวา ๑. ความสัมพันธระหวางหลักอปริหานิยธรรม กับประสิทธิผลการบริหารงานของเทศบาลตําบลนาแกว อําเภอเกาะคา จังหวัดลําปาง พบวา การประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรม มีความสัมพันธเชิงบวก กับการบริหารของเทศบาลตําบลนาแกว อําเภอเกาะคา จังหวัดลําปาง ในภาพรวมอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ โดยพบวา การประยุกตใชหลัก อปริหานิยธรรม มีความสัมพันธเชิงบวกในระดับสูง ๒. แนวทางการนําหลักอปริหานิยธรรม มาประยุกตใชในการบริหารงานของเทศบาลตําบล นาแกว อําเภอเกาะคา จังหวัดลําปาง ดานการหมั่นประชุมกันเนืองนิตย คือการประสานงานรวมมือการใหเกิดการประชุมกันเปนประจํา ดานการประชุม หรือเลิกประชุม และทําภารกิจอื่น ๆ ใหพรอมเพรียงกัน คือ เนนความสามัคคี ในหมูคณะ ใหมีการรวมมือรวมใจกัน ในการทํากิจกรรมทุกกิจกรรม ดานการไมบัญญัติสิ่งใหม ๆ ตามอําเภอใจ คือ การยึดหลักความถูกตองชอบธรรม เพื่อใหเกิดความเปนธรรมใหเกิดขึ้น ในสังคมชุมชน ดานการเคารพนับถือผูที่มีอาวุโส และรับฟงคําแนะนํา คือ การใหเกียรติตอผูที่ผาน ประสบการณมาแลวมากมายในชีวิต เปนการเปดใจยอมรับฟงคําแนะนําเพื่อจะไดนําไปปรับใช กับงานในดานตาง ๆ ที่เกี่ยวของได ดานการไมขมเหง หรือลวงเกินสตรี คือ การคํานึงถึงความ เสมอภาคการใหเกียรติซึ่งกันและกัน เปนไปดวยความเทาเทียมกัน ดานการเคารพสักการะ ปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ และรูปเคารพตาง ๆ คือ การสงเสริมการอนุรักษรักษาวัฒนธรรมประเพณี อันดีงาม การเคารพสถานที่ตางๆ การทํานุบํารุงสถานที่ตางๆ ที่สําคัญทางพระพุทธศาสนาใหดํารงอยู สืบตอไป ดานกา รใหคว า มคุมครอ งคนดีมีคุ ณธ รรมใ หอยูในชุ มช นอยา งปลอดภั ย โดยวัดจากความคิดเห็นของประชาชนผูมาใชบริการเปนสําคัญ คือ การสงเสริมดานการทําความดี ตอสังคมชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู มีการเชิดชูเกียรติยกยอง โดยเนนถึงการทําความดี ความสามัคคี ใหเกิดขึ้นภายในชุมชน 11 เวธิกา แดงเรือง,“การบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมของเทศบาลตําบลหนองผึ้ง อําเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐).


๒๒๖ ขอเสนอแนะจากการวิจัยการบริหารงานของเทศบาลตําบลนาแกวควรนําหลัก อปริหานิยธรรมไปบูรณาการรวมกับการบริหารงานเพื่อประโยชนอันสูงสุดขององคกร ในการบริหาร จัดการในดานตาง ๆ อันจะกอใหเกิดประโยชนกับประชาชนในทุก ๆ หมูบานในเขตการปกครอง ตลอดจนถึงขยายผลไปยังเทศบาลและอบต.อื่น ๆ เพื่อใหนําหลักธรรมนี้ไปประยุกตใชกับการ บริหารงานในดานตาง ๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล11 12 มีความสอดคลองกับงานวิจัยของ กิตติ ศรีสมบัติ ไดวิจัยเรื่อง “การประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารงานของเทศบาลตําบล สันผักหวาน อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม” ผลการวิจัยพบวา แนวทางการนําหลัก อปริหานิยธรรม ไปประยุกตใชการบริหารงานของเทศบาล พบวา การเปดโอกาสใหทุกภาคสวนในชุมชุนเขาไปมี สวนรวมทําใหการทํางานเปนไปอยางมีระบบสามารถนําไปปฏิบัติไดอยางเปนรูปธรรมตาม วัตถุประสงคซึ่งตองมีการวางแผนการจัดองคกร การบริหารบุคคล การสั่งการ การประสานงาน การตรวจสอบและการประเมินผลโดยคํานึงถึงผลประโยชนของสวนรวมและประชาชนเปนที่ตั้งเพื่อ ความรมเย็นเปนสุข อยางยั่งยืน12 13 และมีความสอดคลองกับงานวิจัยของ พระคํารณ อติภทฺโท (ทองนอย) ไดวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการเชิงเครือขายเศรษฐกิจชุมชนของกลุมเกษตรกรผูปลูกขา ตามหลักอปริหานิยธรรมในเขตเทศบาลตําบลทุงนอย อําเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร” ผลการวิจัย พบวา ๑) ดานการรับรูมุมมองที่เหมือนกันควรมีการ รวมพูดคุย ประสานงาน กําหนดราคา และการปองกันโรคระบาด ๒) ดานสรางความคิดรวมกันควรมีจัดทําขอมูลเพื่อเปรียบเทียบผลผลิต บันทึกขอมูลการผลิต ตนทุน เพื่อนําไปสูการแกไขปญหา ๓) ดานรับผลประโยชนรวมกันควรมี การสงเสริมใหผูปลูกขาไดมีสิทธิแสดงความคิดเห็น มีการจัดทํากฎระเบียบ แปรรูป และขอใหภาครัฐ เขามาสงเสริม ๔) ดานการมีสวนรวมในเครือขายควรมีโอกาสในการเลือกผูนํากลุม รวมกําหนด กฎระเบียบและรวมคัดเลือกคณะกรรมการบริหาร ๕) ดานมีความสามัคคีกันในเครือขาย ควรมีการเคารพซึ่งกันและกัน นอบนอมใหเกียรติกัน แนะนําวิธีการแกไขปญหา ๖) ดานการพึ่งพากัน ในการรักษาระบบนิเวศน มีการกําหนดเปาหมาย จัดหาตลาด และรับรูขอมูลขาวสาร 12 พระอธิการปรีชา ติกฺขญาโณ (มาทา), “ประสิทธิผลการบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมของ เทศบาลตําบลนาแกว อําเภอเกาะคา จังหวัดลําปาง”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐). 13 กิตติ ศรีสมบัติ, “การประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารงานของเทศบาล ตําบลสันผักหวาน อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๘).


๒๒๗ และ ๗) ดานการแลกเปลี่ยนประสบการณกันในเครือขาย ควรมีการแกไขปญหารวมกัน ใหภาครัฐ เขามาแนะนําหาแนวทางใหมๆ และควรมีการแชรประสบการณดีๆ หรือใหมๆ ใหแกกันและกัน13 14 ๕.๓ ขอเสนอแนะ ๕.๓.๑ ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” ผูวิจัยขอเสนอ ประเด็นที่ควรกําหนดเปนนโยบายเพื่อใหผูที่เกี่ยวของไดนําไปใช ดังตอไปนี้ ๑. สงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในการจัดทําแผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ของชุมชนไวเปนเครื่องมือในการทํางานเมื่อเกิดสาธารณภัย โดยสงเจาหนาที่ลงพื้นที่เพื่อรวม ขับเคลื่อนการมีสวนรวม เพื่อนําขอมูลมาวิเคราะหจัดทําแผนดําเนินงานเพื่อใหเกิดเปนประสิทธิผล โดยประชาชนมีสวนรวมเสนอปญหาและสาเหตุของปญหาในการจัดการสาธารณภัยในชุมชนกอน ๒. สงเสริมและรณรงคการประชาสัมพันธแจงเตือนภัย และรายงานผลการปฏิบัติ ใหประชาชนในพื้นที่ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียนทราบอยางตอเนื่อง ตลอดถึงประชาชน ในชุมชนมีสวนรวมในการดําเนินการขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียนในรูปแบบของกิจกรรม ที่ประชาชนสามารถมีสวนรวมโดยตรงในการแกไขปญหาในรูปแบบของโครงการและกิจกรรม ๓. สงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในการดําเนินการแกไขผลดําเนินงานที่ไมมีผลตรงเปา หรือไมสําเร็จจากการดําเนินงานของเจาหนาที่เพื่อวางแผนในการจัดการใหตรงจุดอยางจริงจัง และถูกตองตรงกับวัตถุประสงคของการดําเนินการ ๔. สงเสริมการฝกอบรมใหกับประชาชน ไดมีความรูความสามารถใหการเตรียมความ พรอมรับมือกับภัยพิบัติ ลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพยสินทั้งของตนเอง ครอบครัว และชุมชน ๕. นําเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหมมาใชในการปฏิบัติงานและสงเสริมใหประชาชน เขาถึงเทคโนโลยีเพื่อการติตอสื่อสารในการรายงานขาวสารใหครบคุมทุกชุมชนในการเตรียมการ รับมือเมื่อจะเกิดสาธารณภัยขึ้นในพื้นที่ 14 พระคํารณ อติภทฺโท (ทองนอย), “การบริหารจัดการเชิงเครือขายเศรษฐกิจชุมชนของกลุม เกษตรกร ผูปลูกขาตามหลักอปริหานิยธรรมในเขตเทศบาลตําบลทุงนอย อําเภอ โพทะเล จังหวัดพิจิตร”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลง กรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒).


๒๒๘ ๕.๓.๒ ขอเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” ผูวิจัยขอเสนอ ประเด็นที่ควรนําไปปฏิบัติเพื่อใหผูเกี่ยวของไดนาไปใช ดังตอไปนี้ ๑. ควรมีการใหขอมูลขาวสาร การรณรงค อบรม/ประชุมใหความรูความเขาใจกับ ประชาชนแตละชุมชนอยางตอเนื่องโดยเนนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจากครัวเรือน เพื่อเปนการแบงเบาภาระงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ๒. รณรงคกิจกรรมใหความรูเรื่องของเทคโนโลยีในการประสานงานและแจงเตือนถึง อันตรายที่เกิดจากสาธารณภัย และควรมีการเตรียมความพรอมในเรื่องเครื่องมือ อุปกรณในการ ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๓. จัดสรรงบเพื่อจัดหาเครื่องมือและอุปกรณใหเพียงพอตอความตองการของชุมชนใน การออกปฏิบัติงานเมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยขึ้นในพื้นของแตละชุมชน และเจาหนาที่เพื่อลดขั้นตอนใน การปฏิบัติงานใหมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ๔. ควรจัดตั้งงบประมาณในการชวยเหลือประชาชนใหเพียงตอความตองการในการรับมือ กับสาธารณภัยที่ไมสามารถคาดเดาไดวาจะมีความรุนแรงมากนอยเพียงใดสําหรับใหการชวยเหลือเมื่อ เกิดเหตุสาธารณภัยขึ้นในพื้นที่ ๕. จัดใหมีการฝกอบรมใหความรูในการรับมือกับสาธารณภัย และฝกซอมแผนการปฏิบัติ ใหกับอาสาสมัครปองกันภัยฝายพลเรือน(อปพร.) เปนประจําทุกป เมื่อเกิดภัยขึ้นใหคนในชุมชนมี ทักษะในการชวยเหลือตัวเองและครอบครัวเบื้องตน เพื่อลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพยสิน ๕.๓.๓ ขอเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งตอไป จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” ผูวิจัยขอเสนอ ใหผูสนใจไดนําไปศึกษาวิจัยครั้งตอไปในประเด็นดังตอไปนี้ ๑. ควรศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการสรางเครือขายการมีสวนรวมของประชาชน ในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน


๒๒๙ ๒. ควรศึกษาการพัฒนาระบบการประสานงานระหวางประชาชนและหนวยงานราชการ ประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้นในการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ๓. ควรศึกษาปญหา อุปสรรค การนําระเบียบขอบังคับ และหนังสือสั่งการตางๆ มาใชในการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหาร สวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ๔. ควรศึกษาเกี่ยวกับภาวะผูนําในชุมชนกับการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ๕. ควรวิเคราะหปจจัยที่สงผลตอการนํากฎหมายปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ไปใชในพื้นที่ใหเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล


Click to View FlipBook Version