The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สารนิพนธ์ เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยจ่าสิบโทเกรียงศักดิ์ คะใจ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สารนิพนธ์ เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยจ่าสิบโทเกรียงศักดิ์ คะใจ

สารนิพนธ์ เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยจ่าสิบโทเกรียงศักดิ์ คะใจ

๘๐ โครงสรางองคการบริหารสวนตําบล แผนภาพที่ ๒.๒ โครงสรางขององคการบริหารสวนตําบล86 87 ๔. โครงสรางของ อบต. ประกอบดวย ๒ สวน ไดแก ๑. สภา อบต. คณะกรรมการบริหาร อบต. โดยที่ ๑.๑ สภา อบต. ประกอบดวย สมาชิกสภา อบต. ซึ่งไดรับการเลือกจากราษฎรใน หมูบานในตําบลนั้น ๆ หมูบานละ ๒ คน (ถา อบต. ใดมี ๑ หมูบาน ใหมีสมาชิกสภา อบต. ๖ แตถา อบต. ใดมี ๒ หมูบานใหมีสมาชิก อบต. ไดหมูบานละ ๓ คน) สภา อบต. มีหนาที่ใหความเห็นชอบ แผนพัฒนา อบต. รางขอบังคับตําบลรางขอมูลบังคับงบประมาณรายจายเพิ่มเติม และควบคุมการ ตรวจสอบการทํางานของคณะกรรมการบริหาร อบต. 87 องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน, “แผนอัตรากําลัง ๓ ป ประจําปงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔ – ๒๕๖๖” องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน (นาน : องคการบริหาร สวนตําบลสะเนียน, 256๔). สํานักปลัด อบต. 1. งานบริหารทั่วไป 2. งานยุทธศาสตรและ งบประมาณ 3. งานการเจาหนาที่ 4. งานนิติการ 5. งานสวัสดิการสังคม 6. งานปองกันและบรรเทา สาธารณภัย 7. งานสงเสริมการ ทองเที่ยว กองคลัง 1. งานการเงินและบัญชี 2. งานพัฒนารายได 3. งานพัสดุและทรัพยสิน กองชาง 1 .งานบริหารงานทั่วไป 2. งานควบคุมอาคาร 3. งานสํารวจและออกแบบ 4. งานผังเมือง 5. งานควบคุมการกอสราง 6. งานสาธารณูปโภค กองสาธารณสุขและ สิ่งแวดลอม 1. งานบริหารงานทั่วไป 2. งานบริหารงาน สาธารณสุข 3. งานบริการสาธารณสุข 4. งานควบคุมและจัดการ คุณภาพสิ่งแวดลอม กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.งานบริหารงานทั่วไป 2.งานบริหารการศึกษา 3.งานสงเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 4.งานสงเสริมกีฬาและ นันทนาการ องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน สภาองคการบริหารสวนตําบลสะเนียน สมาชิกสภาอบต. ฝายบริหารองคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ๑. ผูบริหาร (นายกอบต.) ๒. ปลัดอบต.


๘๑ ๑.๒ คณะกรรมการบริหาร อบต. ประกอบดวยนายก อบต. จํานวน ๑ คนและ กรรมการบริหารจํานวน ๒ คน โดยสภา อบต. เปนผูเลือกจากสมาชิกสภา อบต. แลวเสนอให นายอําเภอแตงตั้ง โดยมีปลัด อบต. ดํารงตําแหนงเลขานุการคณะกรรมการบริหาร อบต. มีหนาที่ บริหารงาน อบต. ตามมติของสภา อบต.จัดทําแผนพัฒนา อบต. งบประมาณ รายจายประจําป รายงานผลการปฏิบัติงานและการใชจายเงินใหสภาอบต. ทราบ และปฏิบัติหนาที่ อื่น ๆ ตามกฎหมายโดยมีพนักงานสวนตําบล ซึ่งไดแกปลัดอบต. หัวหนาสวนการคลัง หัวหนาสวน โยธา ฯลฯเปนเจาหนาที่ผูปฏิบัติงานใหแกคณะกรรมการบริหารอบต. โดยมีนายกอบต. เปน ผูบังคับบัญชา สมาชิกองคการบริหารสวนตําบล มีหนาที่กําหนดนโยบายใหคณะกรรมการบริหาร อบต.ไปปฏิบัติ ซึ่งนโยบายที่สภาอบต. กําหนดออกมาในรูปของแผนพัฒนาอบต. และขอบังคับ งบประมาณรายจายของอบต. สภาอบต. ที่ดีจะตองพิจารณาอนุมัติแผนงานหรือโครงการที่เปนความ ตองการที่แทจริงของประชาชน ๕. ภารกิจและหนาที่ของอบต. อบต. มีภาระหนาที่ในการพัฒนาตําบลทั้งในดานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมโดย ภารกิจ และหนาที่ของอบต. มี ๒ ประเภท ดังนี้ ๑. ภารกิจและหนาที่อบต. ตองทํามีดังตอไปนี้ ๑.๑ การจัดใหมีและบํารุงทางน้ําและทางบก ๑.๒ การรักษาความสะอาดถนน ทางน้ํา ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งการกําจัด ขยะมูลฝอย และสิ่งปฏิกูล ๑.๓ ปองกันโรคและระงับโรคติดตอ ๑.๔ ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑.๕ สงเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑.๖ สงเสริมการพัฒนาสตรีเด็กและเยาวชน ผูสูงอายุ และคนพิการ ๑.๗ คุมครองดูแลและบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ๑.๘ บํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของ ทองถิ่น ๑.๙ ปฏิบัติหนาที่ยื่นตามที่ราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณ หรือบุคลากร ใหตามความจําเปนและสมควร ๒. ภารกิจและหนาที่ ที่อบต. อาจทํา ดังนี้ ๒.๑ ใหมีน้ําเพื่ออุปโภค บริโภค และการเกษตร ๒.๒ ใหมีน้ําและบํารุงการไฟฟาหรือแสงสวางโดยวิธีอื่น


๘๒ ๒.๓ ใหมีน้ําและบํารุงรักษาระบายน้ํา ๒.๔ หรือบํารุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผอนหยอนใจและสวนสาธารณะ ๒.๕ ใหมีและสงเสริมกลุมเกษตรกรและกิจการสหกรณ ๒.๖ สงเสริมใหมีอุตสาหกรรมในครอบครัว ๒.๗ บํารุงและสงเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร ๒.๘ การคุมครองดูแลและรักษาทรัพยากรอันเปนสาธารณะสมบัติของแผนดิน ๒.๙ หาผลประโยชนจากทรัพยสินขององคการบริหารสวนตําบล ๒.๑๐ ใหมีตลาดทาเทียบเรือ และทาขาม ๒.๑๑ กิจกรรมเกี่ยวกับการพาณิชย ๒.๑๒ การทองเที่ยว ๒.๑๓ การผังเมือง87 88 ๒.๓.๒ การบริหารงานขององคการบริหารสวนตําบล อบต. มีหนาที่ในการแกไขปญหาความเดือดรอนของประชาชนและจัดกิจกรรมตาง ๆตาม หนาที่ที่กฎหมายกําหนดไวใหสอดคลองกับปญหาและความตองการของประชาชนในพื้นที่โดยมี ขั้นตอนการดําเนินงาน ดังนี้ ๑. การจัดทําแผนพัฒนาอบต. ซึ่งเปนขั้นตอนกําหนดโครงการ/กิจกรรม ที่จะดําเนินการ ในการแกไขปญหา พัฒนา และจัดบริการตาง ๆ แกประชาชน ซึ่งตองใหประชาชนมีสวนรวมในการ เสนอวามีปญหาอะไรบาง และตองการใหอบต. ทํากิจกรรมหรือจัดบริการอะไร เมื่อสภาอบต. ให ความเห็นชอบ ก็นําไปดําเนินการได ๒. การจัดงบประมาณรายจาย โดยการคัดเลือกกิจกรรมหรือโครงการที่อยูในแผนพัฒนา มาจัดทําเปนขอบังคับงบประมาณรายจายประจําปหรือเพิ่มเติม เมื่อ สภาอบต. ใหความเห็นชอบและ นายอําเภออนุมัติก็นําไปปฏิบัติได ๓. ดําเนินการตามโครงการ/กิจกรรม ที่อยูในขอบังคับงบประมาณ รายจายประจําปหรือ เพิ่มเติมโดย ๓.๑ การจัดซื้อ - จัดจางโดยอบต. จะตองแตงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดําเนินการซึ่ง จะตองแตงตั้งผูแทนประชาคม รวมเปนคณะกรรมการจัดซื้อ - จัดจาง อยางนอย คณะละ ๒ คน 88 โยธิน เถื่อนมิ่งมาตย, ปญหาและแนวทางแกไขการบริหารงานทองถิ่น : กรณีศึกษาองคการ บริหารสวนตําบลในเขตอําเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม, (มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, ๒๕๔๘), หนา ๑๔.


๘๓ ๓.๒ การเบิกจายโดยนายกอบต. เปนผูอนุมัติเพื่อจายใหกับผูขายหรือผูรับจางและ ลงบัญชีเพื่อแสดงรายรับ - รายจาย และฐานะทางการเงิน การคลัง ของอบต. ๔. การจัดเก็บภาษี เปนหนาที่ตามกฎหมายที่อบต. สามารถจัดเก็บภาษีในพื้นที่ ไดแก ภาษีปาย ภาษีบํารุงทองที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน อากรฆาสัตว เปนตน เพื่อนําเงินไปใชในการพัฒนา ทองถิ่น ๕. การประชุมสภาอบต. เพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบแผนพัฒนาอบต. ขอบังคับ งบประมาณรายจายประจําป และงบประมาณรายจายเพิ่มเติมรวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ที่กฎหมายกําหนดให เปนอํานาจของสภาอบต. ๖. การติดตามประเมินผลโดยอบต. ตองติดตามประเมินผลการทํางานวาเปนไปดวยความ ถูกตองหรือไม ๗. การรายงานผลการดําเนินงาน โดยฝายบริหารตองรายงานผลการดําเนินงาน ใหสภา อบต. ทราบอยางนอยปละ ๒ ครั้ง รวมทั้งตองรายงานใหประชาชนรับทราบโดยทั่วกันดวย88 89 ๒.๓.๓ อํานาจหนาที่ความรับผิดชอบ งานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานสวนตําบลจังหวัดนาน89 90 ณ วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ โครงสรางสวนราชการและอํานาจหนาที่ขององคการบริหารสวนตําบล ที่แนบทายประกาศ ก. อบต. เรื่อง กําหนดกอง สํานัก หรือสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นขององคการบริหารสวนตําบล พ.ศ. ๒๕๖๓ ลําดับที่ ๒๔ กองปองกันและบรรเทาสาธารณภัย มีหนาที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับแผนปองกัน และบรรเทาสาธารณภัยทุกประเกท การจัดทําหรือชวยจัดทํางบประมาณ งานวิเคราะหพื้นที่ เสี่ยง เกิดเหตุสาธรรณภัยทุกประเภท งานแผนการปองกัน เฝาระวัง และแจงเตือนภัย งานแผนการระงับ เหตุ งานแผนการชวยเหลือผูประสบภัยเรงดวน เชน ที่ฟกอาศัย เครื่องนุงหม อาหาร เครื่องดื่ม ยารักษาโรค งานแผนการฟนฟูและการสงเคราะหผูประสบภัย งานศูนยรับแจงเหตุ งานรายงานผล ดําเนินงานตามแผนงานดานตางๆงานสํารวจแหลงธรรมชาติและจุดติดตั้งหัวรับน้ําดับเหลิง งานจัดตั้ง กลุมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย งานฝกอบรมและฝกซอมตามแผนการปองกันและบรรเทา สาธารณภัย งานประชาสัมพันธเผยแพรใหความรูการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตางๆ แก ชุมชน 89 สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี, คูมือการมีสวนรวมของประชาชน, (กรุงเทพมหานคร: สํานัก เลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ๒๕๔๘), หนา ๑๐-๑๒. 90 สํานักงานสงเสริมการปกครองทองถิ่นจังหวัดนาน ประกาศคณะกรรมการพนักงานสวนตําบล จังหวัดนาน เรื่อง กําหนดกอง สํานัก หรือสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นขององคการบริหารสวนตําบล พ.ศ. ๒๕๖๓ (ประกาศ ณ วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๓), หนา ๒๗.


๘๔ สวนราชการ โรงเรียนสถานประกอบการตาง ๆ งานตรวจสอบยานพาหนะ เรือดับเพลิง ปริมาณน้ํา ดับเพลิง สารเคมีดับเพลิง และวัสดุอุปกรณตางๆ งานจัดทําทะเบียนประวัติการใชยานพาหนะ เรือ ดับเพลิง สารเคมีดับเพลิง งานแผนการบํารุงรักษายานพาหนะ สารเคมีดับเพลิง งานจัดทําทะเบียน ควบคุมการจัดซื้อ เก็บรักษา การเบิกจายวัสดุ อุปกรณ อะไหล น้ํามันเชื่อเพลิง งานสนับสนุนและ ประสานงานกับหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของ งานสนับสนุนน้ําเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร งาน สงเสริมสนับสนุนดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม งานบริการขอมูล สถิติ ชวยเหลือให คําแนะนําทางวิชาการ งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวของและที่ไดรับมอบหมาย งานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑. งานอํานวยการ,งานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย,งานกูภัยตางๆ,งานวิทยุสื่อสาร ๒. งานสํารวจชวยเหลือและฟนฟูผูที่ไดรับภัยตางๆ ๓. งานกิจการอปพร. เชน ฝกอบรม จัดทําขอมูลประวัติและบัตรสมาชิกอปพร. ๔. งานจัดทําแผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๕. การแจงเตือนภัยเตรียมพรอมรับสถานการณและแผนเผชิญเหตุ ๖. งานรักษาความสงบเรียบรอยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ๗. ควบคุมดูแล บํารุงรักษา และซอมแซมรถบรรทุกน้ําเอนกประสงค ๘. ควบคุมดูแลบํารุงรักษาวัสดุ/ครุภัณฑ อุปกรณ เครื่องมือเครื่องใชในการดับเพลิง ตางๆ ๙. รายงานเหตุดวน เหตุทางสาธารณภัย ใหผูบังคับบัญชา อําเภอและจังหวัดทราบ ๑๐. จัดใหมีเจาหนาที่อยูเวรรักษาการสถานที่ราชการประจําวัน อยูเวรเตรียมความ พรอมในงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑๑. งานอื่นๆ ที่เกี่ยวของหรือตามที่ไดรับมอบหมาย90 91 ๒.๓.๔ ประวัติและความเปนมา องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ไดรับการประกาศจัดตั้งเปนองคการบริหารสวนตําบล จากกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๙ และประกาศราชกิจจานุเบกษาฉบับทั่วไป 91 องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน “คําสั่งองคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ที่ ๑๑๑ / ๒๕๖๓ เรื่อง กําหนดงานและหนาที่ความรับผิดชอบของสํานักงานปลัดองคการบริหารสวนตําบลสะเนียน” (สั่ง ณ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ ๒๕๖๓), หนา ๑๐.


๘๕ เลม ๑๑๓ ตอน พิเศษ ๕๒ ลงวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๓๙ ซึ่งมีฐานะเปนหนวยงานบริหารราชการสวน ทองถิ่น เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ ๒๕๔๐ เปนองคการบริหารสวนตําบลสะเนียนถึงปจจุบัน ไดแบง โครงสรางภายในองคกรมีผูบริหารทองถิ่น (ใชอํานาจบริหาร) ทําหนาที่บริหารปกครองทองถิ่นและ มีสภาทองถิ่น (ใชอํานาจนิติบัญญัติ) ทําหนาที่ในการออกขอบัญญัติทองถิ่นรวมถึงควบคุมการทํางาน ของผูบริหารทองถิ่นดวย สวนปญหาการบริหารงานขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ในฐานะที่รัฐบาลเปนองคกรปกครองประเทศและประชาชน ดังนั้นรัฐบาลจึงตองมีหนาที่ บทบาทหนาที่และภารกิจ ตอประชาชนมากมายหลายประการ ภารกิจที่สําคัญของรัฐบาลนอกจาก การรักษาความสงบเรียบรอยและความมั่นคงของประเทศแลว รัฐยังตองใหความสําคัญในเรื่อง “การ ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย” อีกดวย ทั้งที่สาธารณภัยตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแตอดีต ที่ผานมามีความรุนแรงและสรางความเสียหายแกชีวิตและทรัพยสินทั้งของรัฐและประชาชนอยาง มากมายนับไมถวน เชน พายุใตฝุน ภัยจากสงคราม ภัยพิบัติจากอุทกภัย วาตภัยและอัคคีภัย ในการบริหารจัดการภัยพิบัติโดยทั่วไปจะตองแบงตามวัฎจักรการบริหารจัดการภัย ๔ ขั้นตอน ดังนี้ ๑) การปองกันและลดผลกระทบ ๒) การเตรียมพรอมรับภัย ๓) การจัดการใน ภาวะฉุกเฉิน ๔) การจัดการหลักการเกิดภัย9 1 92 ซึ่งเปนไปตามพระราชบัญญัติปองกันและบรรเทา สาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ และสอดคลองกับแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘ รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ และยุทธศาสตรการเตรียมพรอมแหงชาติและแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด/ อําเภอ เพื่อใหการบริหารจัดการสาธารณภัยเปนไปในทิศทางเดียวกันทั้งระบบ และเพื่อประโยชน ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยไดอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สรางความเชื่อมั่นใหกับ ประชาชน และสรางพื้นที่ใหเปนทองถิ่นที่ปลอดภัย โดยใหความสําคัญกับหลักการจัดการความ เสี่ยงจากสาธารณภัยที่ประกอบดวยการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย ไดแก การปองกัน การลด ผลกระทบ และการเตรียมความพรอม ควบคูกับการจัดการในภาวะฉุกเฉิน ไดแก การเผชิญเหตุ และ การบรรเทาทุกข รวมทั้งการฟนฟู ไดแก การฟนสภาพและการซอมสราง การสรางใหมใหดีกวาและ ปลอดภัยกวาเดิม 92 กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย “คูมือ การวางระบบบริหารจัดการในภาวะวิกฤตจากภัย พิบัติ” พิมพครั้งที่ ๒ (กรุงเทพมหานคร : ชุมชนสหกรณการเกษตรแหประเทศไทย จํากัด, สิงหาคม ๒๕๕๒), หนา ๑


๘๖ องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ตั้งอยูบานเลขที่ ๒๐๕ หมูที่ ๑ บานสะเนียน ตําบล สะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ยกฐานะจากสภาตําบลสะเนียนเปนองคการบริหารสวนตําบล สะเนียน ในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ ๒๕๔๐ โดยมีนายวงค เกียรติยศ ดํารงตําแหนง ประธาน กรรมการบริหารองคการบริหารสวนตําบล สะเนียนและกํานันตําบลสะเนียน ตามประกาศ กระทรวงมหาดไทยเรื่องการจัดตั้งองคการบริหารสวนตําบล มาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๑ แหง พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ และยกฐานะเปนองคการ บริหารสวนตําบลขนาดกลาง เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๐ ประวัติหมูบาน ตําบลสะเนียนเปนตําบลที่มีวัฒนธรรมหลากหลายประกอบดวยประชาชนหลานชนเผา เชน ชนพื้นเมืองภาคเหนือ ชนเผามง ชนเผาเมี่ยน ชนเผาถิ่น ชนเผาขมุและเผาตองเหลือง โดยมี ประวัติความเปนมา ดังนี้ ตําบลสะเนียนแยกการปกครองมาจากตําบลถืมตอง และจัดตั้งเปนตําบลเมื่อป พ.ศ. ๒๕๒๙ โดยบานสะเนียน หมูที่ ๑ และบานเหนือวัด หมูที่ ๒ เปนชุมชนที่อยูใกลเคียงกันเปนคน พื้นเมืองภาคเหนือ ศรัทธาวัดสุรธาดารวมกัน บานหวยลี่ หมูที่ ๓ และบานน้ําโคง หมูที่ ๔ ประชากรเพิ่มมากขึ้นจึงแยกเปน ๒ หมูบาน เมื่อป พ.ศ. ๒๕๑๖ ทั้งสองหมูบานประกอบดวยประชากรชาวพื้นเมืองภาคเหนือ ๗๐% และ ชนเผาเมี่ยน ๓๐% ที่อพยพมาจากบาน ปาแพะ อําเภอเวียงสา จังหวัดนาน เมื่อป พ.ศ. ๒๕๓๓ บานสองแคว หมูที่ ๕ เปนหมูบานชาวไทยภูเขาเผามง ตั้งอยูทางทิศตะวันตกของอําเภอ เมืองนานบนถนนสายนาน-พะเยา หลักกิโลเมตรที่ ๑๙ หางจากที่วาการอําเภอเมืองนานประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ในป พ.ศ. ๒๕๔๔ มีประชากรเพิ่มมากขึ้นจึงไดแยกการปกครองเปนหมูบานใหมเจริญสุข หมูที่ ๑๔ บานปางเปย หมูที่ ๖ เดิมเปนที่พักแรมคางคืนของพอคาวัว ควาย พอคาเกลือและ นายพราน ที่พักบริเวณนี้มีปาไมพวกตนเปย (ตนตะแบก) จานวนมากจึงเรียกสถานที่นี้วา “ ปางตนเปย” ตอมาคาดวาตนไดหายไปจึงเรียกขานตอกันมาวา “บานปางเปย” บานวังตาว หมูที่ ๗ เดิมมีผูมาตั้งรกรากอยูเพียง ๗ หลังคาเรือน เมื่อป พ.ศ. ๒๓๘๑ เปน หมูบานเกาแกมีอายุถึง ๑๕๕ ป ตอมามีประชาชนจากหลายสถานที่อพยพเขามาอยูอาศัยเรื่อยๆ ประชาชนเปนชาวพื้นเมืองภาคเหนือ


๘๗ บานกาใส หมูที่ ๘ คนสวนใหญเปนคนพื้นที่ราบชาวพื้นเมือง ประกอบอาชีพหลักคือปลูก ขาวโพด ขาวไร ถั่วงา ยางพารา เปนตน บานหวยปุก หมูที่ ๙ เปนชนเผาขมุ อพยพมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สันนิษฐานวาราวสมัยรัตนโกสินทรตอนตน (รัชกาลที่ ๑-๓) พมายกกองทัพตีเมืองเวียงจันทน ไดกวาด ตอนผูคนอพยพมาเปนเชลยเดินทางผานบริเวณลานนา มีบางสวนหลบหนีเขาไปตั้งรกรากบริเวณ จังหวัดเชียงราย พะเยา นาน ชาวบานหวยปุกอพยพมาจากอําเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายทางลํา น้ําหวยปุกซึ่งใชเปนชื่อของหมูบานจนถึงปจจุบัน บานกลางพัฒนา หมูที่ ๑๓ เปนชนเผาเมี่ยน มาตั้งรกรากเปนชุมชนเมื่อป พ.ศ. ๒๕๐๕ อพยพหนีภัยคอมมิวนิสตมาจากดอยผาจิ ผาตั้ง จังหวัดพะเยา เดิมบานกลาง บานหวยลี่ บานน้ําโคง เปนเขตการปกครองเดียวกัน ตอมากระทรวงมหาดไทยไดประกาศจัดตั้งเปนหมูบาน ประชาชนจึงตั้ง ชื่อหมูบานใหมจากเดิมบานกลางเปนบานกลางพัฒนา บานใหมเจริญสุข หมูที่ ๑๔ เปนหมูบานที่แยกมาจากหมูบานสองแคว หมูที่ ๕ ตําบล สะเนียน ไดรับอนุมัติจัดตั้งหมูบานใหมจากกรมการปกครองเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๔ หมูบาน ใหมเจริญสุขมีพื้นที่ประมาณ ๓๐ ไร บานหวยระพี หมูที่ ๑๕ เปนชาวเขาเผาเมี่ยน หรือเยา สวนใหญยายมาจากจังหวัด เชียงราย ตอมามีชนเผามูเซอ มง มาอยูรวมกันทั้งหมด ๓ เผา ยายมาตั้งถิ่นฐาน ณ บานหวยระพี ประมาณ ๔๕ ป สาเหตุที่ตั้งชื่อวาบานหวยระพี เนื่องจากสมัยกอนตั้งหมูบานอยูแถวริมหวย ซึ่งมีชื่อ หวยวา “หวยระพี” ชุมชนบานหวยระพีเปนหมูบานที่สงบเรียบรอยไรปญหายาเสพติด ปกครองกัน แบบพี่นอง บานสมุนใหม หมูที่ ๑๖ แรกเดิมยายมาจากบานขี้ชางบง หมูที่ ๔ ตําบลผาชางนอย อําเภอปงจังหวัด พะเยา เมื่อป พ.ศ. ๒๕๑๓ มาเปนหมูบานของบานหวยปุก และไดแยกหมูบานบาน ละเบายา ตําบลถืมตอง หมูที่ ๑๔ อําเภอเมือง จังหวัดนาน อยูมาถึงป พ.ศ. ๒๕๔๗ ไดแยกจากบาน ละเบายามาเปนหมูที่ ๑๖ และปจจุบันมีศูนยเรียนรูเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ขุนน้ําสะเนียน – หวยลู ตําบลสะเนียน อําเภอเมือง จังหวัดนาน (เผามลาบรี) จํานวนประชากรทั้งหมด ๒๙ คน ประชากรชาย ๑๘ คน หญิง ๑๑ คน มีจํานวนครัวเรือน ๘ หลังคาเรือน จํานวน ๙ ครอบครัว


๘๘ ประชากร ไดแก ประชาชนในพื้นที่ตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน จํานวน ประชากรทั้งสิ้น ๑๓,392 คน92 93 จําแนกเปนเพศชาย ๖,๘๖๕ คน เพศหญิง ๖,๕๑๗ คนจํานวน ครัวเรือน๓,๒๕๗ ครัวเรือน กลุมตัวอยาง จํานวน ๑๖ หมูบาน ดังนี้ ตารางที่ ๒.๖ ประชากรตําบลสะเนียน ลําดับ ชื่อหมูบาน หมูที่ ประชากร จํานวน ครัวเรือน ชาย หญิง รวม ๑ บานสะเนียน ๑ ๓๕๘ ๓๕๗ ๗๑๕ ๓๐๒ ๒ บานเหนือวัด ๒ ๒๙๗ ๒๘๘ ๕๘๕ ๒๑๗ ๓ บานหวยลี่ ๓ ๓๖๖ ๓๖๗ ๗๓๓ ๒๐๘ ๔ บานน้ําโคง ๔ ๘๕๕ ๘๔๔ ๑,๖๙๙ ๔๐๓ ๕ บานสองแคว ๕ ๑,๐๐๘ ๘๕๒ ๑,๘๖๐ ๔๑๔ ๖ บานปางเปย ๖ ๘๗๙ ๘๔๐ ๑,๗๑๙ ๓๓๑ ๗ บานวังตาว ๗ ๔๒๔ ๔๐๙ ๘๓๓ ๒๙๗ ๘ บานกาใส ๘ ๓๖๐ ๓๑๘ ๖๗๘ ๒๔๔ ๙ บานหวยปุก ๙ ๒๘๔ ๒๗๓ ๕๕๗ ๑๖๖ ๑๐ บานละเบายา ๑๐ ๓๓๗ ๓๑๔ ๖๕๑ ๑๗๒ ๑๑ บานหวยเฮือ ๑๑ ๓๒๑ ๒๗๙ ๖๐๐ ๑๒๘ ๑๒ บานใหมในฝน ๑๒ ๑๙๑ ๑๘๗ ๓๗๘ ๑๑๓ ๑๓ บานกลางพัฒนา ๑๓ ๒๒๒ ๒๒๕ ๔๔๗ ๙๘ ๑๔ บานใหมเจริญสุข ๑๔ ๔๑๗ ๔๐๙ ๘๒๖ ๑๕๑ ๑๕ บานหวยระพี ๑๕ ๑๔๙ ๑๐๐ ๒๔๙ ๕๑ ๑๖ บานสมุนใหม ๑๖ ๔๒๓ ๔๓๙ ๘๖๒ ๑๔๓ รวม ๖,๘๙๑ ๖,๕๐๑ ๑๓,๓๙๒ ๓,๔๓๘ 93 ฝายทะเบียนอําเภเมืองนาน, “สถิติประชากรขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน” ขอมูลฝาย ทะเบียนราษฎร อําเภอเมืองนานจังหวัดนานขอมูล ณ วันที่ ๑๗ เดือน มกราคม ๒๕๖๔


๘๙ สภาพภูมิประเทศ ลักษณะที่ตั้งและอาณาเขต พื้นที่ของตําบลสะเนียน มีสภาพเปนที่ราบสูง ประกอบดวย ภูเขาและปาไม มีพื้นราบเปนสวนนอย ๑. พื้นที่ราบลุมเปนที่ราบลุมสองฝงลําน้ําสมุนซึ่งอยูตอนใตของตําบล สวนใหญปลูกขาว และพืชไร ๒. พื้นที่ดอนอยูทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของตําบล สวนใหญใชปลูกพืชไร ไมผล ๓. พื้นที่ภูเขาและที่ราบสูงอยูทางทิศเหนือและทิศตะวันตกของตําบล สวนใหญปลูกพืชไร ไมผล และเปนพื้นที่ปาเขา ตั้งอยูทางทิศตะวันตกของอําเภอเมืองนาน โดยที่ทําการองคการบริหารสวนตําบลสะ เนียนหางจากที่วาการอําเภอเมืองนานประมาณ ๔.๕ กิโลเมตร และเนื้อที่ มีพื้นที่ประมาณ ๔๑๐ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๒๕๖,๒๕๐ ไร คิดเปนรอยละ ๕๘ ของพื้นที่อําเภอเมืองนาน93 94 การประกอบอาชีพ ในตําบล ประชาชนตําบลสะเนียน สวนใหญประกอบ อาชีพเกษตรกร อาชีพการทําเครื่องเงิน ทอง รับราชการ ธุรกิจสวนตัว และอื่นๆ ๒.๓.๕ ภาระและหนาที่ของ อบต. อํานาจหนาที่องคการบริหารสวนตําบล พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหาร สวนตําบล พ.ศ.๒๕๓๗ และแกไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๗ พ.ศ.๒๕๖๒ องคการบริหารสวนตําบล ๑. เปนองคกรปกครองสวนทองถิ่นระดับตําบล : มีฐานะเปนนิติบุคคล และเปนราชการ บริหารสวนทองถิ่น 94 องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน “แผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัยองคการบริหารสวน ตําบลสะเนียน” องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนา (นาน : องคการ บริหารสวนตําบลสะเนียน, 2563), หนา 1 – 3.


๙๐ ๒. มีอํานาจหนาที่ในการพัฒนาตําบลทั้งในดานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม : การ จัดระบบการบริการสาธารณะเพื่อประโยชนของประชาชนในทองถิ่นของตนเอง อํานาจหนาที่ขององคการบริหารสวนตําบล มาตรา ๖๖ องคการบริหารสวนตําบลมีอํานาจหนาที่ในการพัฒนาตําบลทั้งในดาน เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม มาตรา ๖๗ ภายใตบังคับแหงกฎหมาย องคการบริหารสวนตําบล มีหนาที่ตองทําในเขต องคการบริหารสวนตําบล ดังตอไปนี้ (๑) จัดใหมีและบํารุงรักษาทางน้ําและทางบก รักษาความเปนระเบียบเรียบรอย การดูแล การจราจร และสงเสริมสนับสนุนหนวยงานอื่น ในการปฏิบัติหนาที่ดังกลาว (๒) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ํา ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งกําจัดมูลฝอย และสิ่งปฏิกูล (๓) ปองกันโรคและระงับโรคติดตอ (๔) ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย (๕) จัดการ สงเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและการฝกอบรม ใหแกประชาชน รวมทั้งการจัดการหรือสนับสนุนการดูแลและพัฒนาเด็กเล็กตามแนวทางที่เสนอแนะ จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (๖) สงเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผูสูงอายุ และผูพิการ (๗) คุมครอง ดูแล และบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม (๘) บํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่น (๙) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรให ตามความจําเปนและสมควร [อนุ (๘) (๙) ของมาตรา ๖๗ เพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหาร สวนตําบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒] มาตรา ๖๘ ภายใตบังคับแหงกฎหมาย องคการบริหารสวนตําบลอาจจัดทํากิจการในเขต องคการบริหารสวนตําบล ดังตอไปนี้ (๑) ใหมีน้ําเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร (๒) ใหมีและบํารุงการไฟฟาหรือแสงสวางโดยวิธีอื่น


๙๑ (๓) ใหมีและบํารุงรักษาทางระบายน้ํา (๔) ใหมีและบํารุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผอนหยอนใจและสวนสาธารณะ (๕) ใหมีและสงเสริมกลุมเกษตรกรและกิจการสหกรณ (๖) สงเสริมใหมีอุตสาหกรรมในครอบครัว (๗) บํารุงและสงเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร (๘) การคุมครองดูแลและรักษาทรัพยสินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน (๙) หาผลประโยชนจากทรัพยสินขององคการบริหารสวนตําบล (๑๐) ใหมีตลาด ทาเทียบเรือ และทาขาม (๑๑) กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย (๑๒) การทองเที่ยว (๑๓) การผังเมือง [อนุ (๑๒) (๑๓) ของมาตรา ๖๘ เพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการ บริหารสวนตําบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒] คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบลพ.ศ. ๒๕๓๗[แกไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๒]ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ใหไว ณ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๗เปนปที่ ๔๙ ในรัชกาลปจจุบัน คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ วิสัยทัศน เปนองคกรสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตําบลสะเนียนใหมีความสุข วิสัยทัศนในการพัฒนาทองถิ่น ตําบลสะเนียนนาอยู มุงสูมาตรฐานการศึกษา พัฒนาสูความเปนไทย หางไกลยาเสพติด มี คุณภาพชีวิตดี ใชวิถีเศรษฐกิจพอเพียง


๙๒ พันธกิจ ๑. พัฒนาโครงสรางพื้นฐาน สาธารณูปโภค สาธารณูปการตาง ๆ พัฒนาแหลงน้ําเพื่อ การเกษตร ใหไดมาตรฐานและ เพียงพอกับความตองการของประชาชนตามศักยภาพของ อบต. ๒. ฟนฟู อนุรักษ สงเสริมมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณีทองถิ่น ภูมิปญญาทองถิ่นใหคง อยูคูทองถิ่น และเปนที่สนใจและดึงดูดนักทองเที่ยว ๓. สรางเศรษฐกิจชุมชนใหเขมแข็งเพื่อใหประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถ พึ่งตนเองได ๔. สงเสริมและสนับสนุนกิจการดานสาธารณสุข ๕. พัฒนาและสงเสริมความรูความเขาใจในดานการเมือง การบริหารและการปกครอง ใหกับประชาชนสนับสนุนการมีสวนรวมในการดําเนินการระหวางภาครัฐกับประชาชนในรูปแบบตางๆ และสรางระบบบริหารจัดการภาครัฐที่ดีใน อบต. ๖. สรางระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ทรัพยากรปาไมและ พัฒนาแหลงทองเที่ยว อยางยั่งยืน ๗. สงเสริมและสนับสนุนการศึกษา ๘. ประชาชนมีความมั่นคงในการดํารงชีวิตและมีความพรอมในการเขาสูประชาคม อาเซียน ๒.๓.๖ ผังโครงสรางองคกร การแบงสวนราชการภายใน องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน แบงการทํางานออกเปน ๓ สวน คือฝายบริหาร ฝาย สภา และฝายพนักงานประจํา • ฝายบริหาร ประกอบดวย นายกองคการบริหารสวนตําบล รองนายกองคการบริหาร สวนตําบล ๒ ทาน และเลขานุการนายกองคการบริหารสวนตําบล • ฝายสภา ประกอบดวยประธานสภาองคการบริหารสวนตําบล รองประธานสภาฯ สมาชิกสภา รวมทั้งหมดจํานวน ๒๙ ทาน • ฝายพนักงานประจํา แบงการทํางานออกเปน ๕ สวนงาน คือ สํานักปลัดอบต. กองคลัง กองชาง กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดลอม ทั้ง ๕ สวนงาน กํากับดูแลโดยปลัดองคการบริหารสวนตําบล


๙๓ โครงสรางการแบงสวนราชการ แผนภาพที่ ๒.๓ โครงสรางองคการบริหารสวนตําบลสะเนียน94 95 95 องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน, “แผนอัตรากําลัง ๓ ป ประจําปงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔ – ๒๕๖๖” องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน (นาน : องคการบริหาร สวนตําบลสะเนียน, 256๔).


๙๔ ตารางที่ ๒.๗ แนวคิดเกี่ยวกับองคการบริหารสวนตําบล นักวิชาการหรือแหลงขอมูล แนวคิดหลัก โยธิน เถื่อนมิ่ง สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี องคการบริหารสวนตําบลการมีหนาที่กําหนดนโยบายให คณะกรรมการบริหารอบต.ไปปฏิบัติซึ่งนโยบายที่สภา อบต.กําหนดออกมาในรูปของแผนพัฒนาอบต.และ ขอบังคับงบประมาณรายจายของอบต.สภาอบต.ที่ดี จะตองพิจารณาอนุมัติแผนงานหรือโครงการที่เปนความ ตองการแทจริงของประชาชน องคการบริหารสวนตําบล มีหนาที่ในการแกไขปญหา ความเดือดรอนของประชาชนและจัดกิจกรรมตางๆตาม หนาที่กฎหมายกําหนดไวใหสอดคลองกับปญหาและ ความตองการของประชาชนในพื้นที่โดยมีขั้นตอนการ ดําเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม ที่อยูในขอบังคับ งบประมาณ รายจายประจําป ๒.๔ งานวิจัยที่เกี่ยวของ ในการศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสา ธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน”ผูวิจัยไดคนควา เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวของกับการมีสวนรวม ไวดังนี้ ๒.๔.๑ งานวิจัยที่เกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชน จากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวของปรากฏวา มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับการมีสวนรวมดังนี้ ศิรินรักษ สังสหชาติการศึกษาวิจัยเรื่อง"การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารงาน ขององคการบริหารสวนตําบลบึงกอก อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก" ผลการศึกษาพบวา การมี สวนรวมของประชาชนในการบริหารองคการบริหารสวนตําบลบึงกอก คือ ๑) องคการบริหารสวน ตําบลยังขาดการประชาสัมพันธใหประชาชนรับทราบขอมูลขาวสารการดําเนินงานตางๆ ขององคการ บริหารสวนตําบล ๒) ประชาชนยังไมสามารถเขาไปมีสวนรวมในการรวมคิดรวมพัฒนารวมกับ องคการบริหารสวนตําบล ๓) ประชาชนยังไมเขาไปมีสวนรวมในการเสนอปญหาตางๆ ของชุมชนของ ตัวเองใหองคการบริหารสวนตําบลรับทราบ หรือแมแตกระทั่ง องคการบริหารสวนตําบล จัดทํา


๙๕ ประชาคม ๔) ยามที่องคการบริหารสวนตําบลตองการความรวมมือ ยังไดรับการตอบรับนอยอยู ๕) ประชาชนยังขาดการติดตามและประเมินผลการดําเนินงานตางๆ ขององคการบริหารสวนตําบล95 96 โสภิดา ศรีนุน การศึกษาวิจัยเรื่อง "การมีสวนรวมของประชาชนในการจัดทําแผนพัฒนา เทศบาลเมืองเบตง จังหวัดยะลา ผลการศึกษาพบวา ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเบตง อําเภอเบตง จังหวัดยะลา สวนใหญเปนเพศหญิง มีอายุระหวาง ๔๑-๕๐ ป มีสถานภาพสมรสจบการศึกษา ในระดับอนุปริญญา/ปวส. ประกอบอาชีพคาขาย/ธุรกิจสวนตัวและมีรายไดระหวาง ๑๕,๐๐๐ - ๒๐,๐๐๐บาพ/เดือนประชาชนมีสวนรวมในการจัดทําแผนพัฒนาทศบาลเมืองเบตง จังหวัดยะลา อยูในระดับปานกลาง โดยมีสวนรวมในการปฏิบัติการ มากที่สุดรองลงมาคือการมีสวนรวม รับผลประโยชน การมีสวนรวมในการตัดสินใจและนอยที่สุดคือการมีสวนรวมในการประเมินผล ตามลําดับและพบวาประชาชนที่มีเพศอายุสถานภาและอาชีพแตกตางกัน มีสวนรวมในการจัดทํา แผนพัฒนาเทศบาลเมืองเบตงไมแตกตางกันสวนประชาชนที่ระดับการศึกษาและรายไดแตกตางกัน มีสวนรวมในการจัดทําแผนพัฒนาเทศบาลเมืองเบตงแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ ๐.๐๕96 97 อ นุ ชิ ต โ ม พั น ตุ ง การศึ ก ษ า วิ จั ย เ รื่ อ ง " ก า ร มี ส ว น ร ว ม ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ในการจัดทําแผนพัฒนาสามปของเทศบาลนครแหลมฉบัง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี" ผลการศึกษาพบวา ๑) การมีสวนรวมของประชาชนในการจัดทําแผนพัฒนาสามปของเทศบาลนคร แหลมฉบัง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีพบวา โดยรวมอยูในระดับปานกลางเมือพิจารณา รายดานพบวา อยูในระดับปานกลางทุกดานเรียงลําดับคําเฉลี่ยจากมากไปหานอยไดตังนี้ ดานการมีสวนรวมในผลประโยชนอันดับแรกรองลงมาคือ ดานการมีสวนรวมในการตัดสินใจ ดานการมีสวนรวมในการปฏิบัติการและดานการมีสวนรวมในประเมินผลตามลําดับ ๒) การเปรียบเทียบการมีสวนรวมของประชาชนในการจัดทําแผนพัฒนาสามปของเทศบาลนคร แหลมฉบัง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จําแนกตามเพศอายุอาชีพและรายได พบวาไมแตกตางกัน 96 ศิรินรักษ สังสหชาติ, “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารงานขององคการบริหารสวนตําบล บึงกอก อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก”, วิทยานิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ๒๕๕๙). 97 โสภิดา ศรีนุน, “การมีสวนรวมของประชาชนในการจัดทําแผนพัฒนาเทศบาลเมืองเบตง อําเภอเบ ตง จังหวัดยะลา” สารนิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและเอกชน, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยหาดใหญ, ๒๕๕๘).


๙๖ อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ และจําแนกตามระดับการศึกษาพบวา แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ๐.๐๕97 98 พชรภรณ สิงหสุรีการศึกษาวิจัยเรื่อง"การมีสวนรวมในการจัดการศึกษาขององคกร ปกครองสวนทองถิ่นในจังหวัดระยอง จันทบุรีและตราด"ผลการศึกษาพบวา ๑) การมีสวนรวม ในการจัดการศึกษาขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในจังหวัดระยอง จันทบุรีและตราดโดยรวม และเปนรายดานอยูในระดับมาก ๒) เปรียบเทียบการมีสวนรวมในการจัดการศึกษาขององคกร ปกครองสวนทองถิ่นในจังหวัดระยอง จันทบุรีและตราดจําแนกตามประสบการณในการปฏิบัติงาน โดยรวมและรายดานแตกตางกันอยางไมมีนัยสําคัญทางสถิติ ๓) เปรียบเทียบการมีสวนรวม ในการจัดการศึกษาขององคกรปกครอง สวนทองถิ่นในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด จําแนกตาม ระดับการศึกษาโดยรวมและรายดาน แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ยกเวน ดานระบบบริหารและการจัดการศึกษา ดานการสงเสริมกีฬา นันทนาการ และกิจกรรมเด็กเยาวชน และดานการศิลปวัฒนธรรมจารีตประเพณี และภูมิปญญาทองถิ่น แตกตางกันอยางไมมีนัยสําคัญ ทางสถิติ ๔) เปรียบเทียบการมีสวนรวมในการจัดการศึกษาขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ในจังหวัดระยองจันทบุรี และตราดจําแนกตามเขตจังหวัดโดยรวมและรายดานแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ยกเวนดานการจัดการศึกษาปฐมวัย และดานครู อาจารย และบุคลากรทางการศึกษาแตกตางกันอยางไมมีนัยสําคัญทางสถิติ98 99 สิตา จุลวานิช การศึกษาวิจัยเรื่อง การมีสวนรวมของสตรีตอการพัฒนามหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พบวา สตรีเขามามีสวนรวมที่แตกตางกันเปนไปตามพันธกิจ ของมหาวิทยาลัย ๕ ดาน คือ ๑. การผลิตบัณฑิต ๒. วิจัยและพัฒนา ๓. สงเสริมพระพุทธศาสนา และบริการวิชาการแกสังคม และ ๔. ทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ๕. ดานการบริหารจัดการ ตามหลักธรรมาภิบาล และดวยศักยภาพของสตรีเกิดการรวมคิด รวมวางแผน รวมตัดสินใจ จุดแข็งของสตรีคือเรื่องการสื่อสาร ความละเอียดรอบคอบ โอกาสที่ดีของการมีสวนรวมของสตรี คือ รูปแบบการสอน การสรางวัฒนธรรม การวางตัวเหมาะสม ความสะดวกคลองตัวในการหาทุน จากภายนอก จุดออนคือเรื่องภาพลักษณการมองของสังคม กาลเทศะ การรักษาระยะหางที่เกิดจาก ความคุนเคย สวนอุปสรรคของของสตรีคือขอจํากัดของพระธรรมวินัย โอกาสในเรื่องของตําแหนง 98 อนุชิต โมพันตุง, "การมีสวนรวมของประชาชนในการจัดทําแผนพัฒนาสามปของเทศบาลนคร แหลมฉบัง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี" สารนิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต กลุมวิชาการจัดการภาครัฐ และเอกชน, (บัณฑิตวิทยาลัย: วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๖๐). 99 พชรภรณ สิงหสุรี, "การมีสวนรวมในการจัดการศึกษาขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในจังหวัด ระยอง จันทบุรี และตราด", วิทยานิพนธครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฎรําไพพรรณี, ๒๕๕๘).


๙๗ หนาที่ และลักษณะทางกายภาพเปนจุดเสี่ยงตอภาพลักษณ สตรีควรไดรับการสงเสริม ทางดานฐานความรูเชิงวิชาการ โอกาสในการออกไปทํากิจกรรมในสังคม สวัสดิการดานตาง ๆ และความชัดเจนในสถานะ สตรีที่ทํางานในมหาวิทยาลัยสงฆควรยึดหลักคารวตา สังคหวัตถุ ๔ พรหมวิหาร ๔ โยนิโสมนสิการ อิทธิบาท ๔ หลักความเปนกัลยาณมิตร และศีล ๕99 100 ศิรินรักษ สังสหชาติการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารงานขององคการบริหาร สวนตําบลบึงกอก อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก” ผลการศึกษาพบวา ประชาชนที่มี เพศ อายุ การศึกษา และอาชีพตางกัน มีสวนรวมในการบริหารงานองคการบริหารสวนตําบลบึงกอก อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก ไมแตกตางกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว สวนประชาชนที่มีรายได เฉลี่ยตอเดือนตางกัน มีสวนรวมในการบริหารงานองคการบริหารสวนตําบลบึงกอก อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕100 101 พระธวัชชัย สนฺติธมฺโม (วรรณนาวิน) การศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชน ในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแกว จังหวัดสระแกว” ผลการศึกษาพบวา การมีสวนรวม ของประชาชนในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแกว จังหวัดสระแกว ๑) การตัดสินใจ ควรมีการเพิ่มชองการประชาสัมพันธขาวสาร เสียงตามสายใหทั่วถึง หนวยงานควรใหความสําคัญ ชุมชนทุกชุมชนใหเทากันในการสงงบประมาณใหชุมชนไดพัฒนา ถามีการประชุม ควรเห็นเปน วันหยุดหรือวันวางงาน ๒) การดําเนินงาน อยากใหนายกเทศมนตรีควรลงพื้นที่พบปะประชาชน ใหบอย ๆ อยากใหทางเจาหนาที่บานเมืองปฏิบัติหนาที่เขมงวดกวาดลาง ยาเสพติด อยากใหมีงานสําหรับวัยรุนในวัยเรียน ทําใหสรางรายไดชวยเหลือครอบครัว ๓) การรับผลประโยชน ฝกอบรมประชาชน ใหความรู ความเขาใจใหความสําคัญทุกชุมชนและใหบริการที่ทั่วถึงทุกชุมชน ไดเกิดการพัฒนาชุมชนอยางจริงจัง อยากใหดูแลผูสูงอายุไดมีคุณภาพที่ดีกวานี้ ในดานอาชีพ กิจกรรม สงเสริมสุขภาพ การเจ็บปวยที่มีหมอ มียาใหทันเห็นการณยามลูกหลานไมชวยดูแล ๔) การประเมินผล ควรใหมีตูแดงประจําชุมชน สอบถามถึงปญหาใหแทจริง ปฏิบัติจริง ในการแกไข 100 สิตา จุลวานิช, “สตรีกับสังคมสงฆ : ศึกษาแนวทางการมีสวนรวมของสตรีตอการพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา) บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒). 101 ศิรินรักษ สังสหชาติ ไดวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารงานขององคการ บริหารสวนตําบลบึงกอก อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก”,วิทยานิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิต วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗).


๙๘ เจาะใหตรงประเด็นนั้น ๆ ควรมีการแจงผลประเมินใหประชาชนไดทราบอยางทั่วถึง ทางอินเตอรเน็ต เว็บไซต เปนตน101 102 พระมหาสิทธิศักดิ์ สิทฺธาภิรโต (เสนา) การบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ของเทศบาล เมืองเพชรบูรณ จังหวัดเพชรบูรณโดยภาพรวม จําแนก ตามอายุ พบวา แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญ ทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ (F=๓.๖๕๕, Sig.=๐.๐๑๓) ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ซึ่งสอดคลอง กับงานวิจัยของ พระมหาสิทธิศักดิ์ สิทฺธาภิรโต (เสนา) ไดวิจัยเรื่อง “การบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ ของเทศบาลเมืองเพชรบูรณ จังหวัดเพชรบูรณ” ผลการศึกษาพบวา ประชาชนที่มีอายุ รายไดตอเดือนตางกัน มีความคิดเห็นตอการการบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ของเทศบาล เมืองเพชรบูรณ จังหวัดเพชรบูรณ โดยภาพรวมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ ๐.๐๕102 103 ตารางที่ ๒.๘ แนวคิดเกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชน นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ศิรินรักษ สังสหชาติ ๑ องคการบริหารสวนตําบลยังขาดการประชาสัมพันธให ประชาชนรับทราบขอมูลขาวสารการดําเนินงานตางๆ ๒) ประชาชนยังไมสามารถเขาไปมีสวนรวมในการรวม คิดรวมพัฒนารวมกับองคการบริหารสวนตําบล ๓) ประชาชนยังไมเขาไปมีสวนรวมในการเสนอปญหา ๔) ยามที่องคการบริหารสวนตําบลตองการความรวมมือ ยังไดรับการตอบรับนอย ๕) ประชาชนยังขาดการติดตามและประเมินผลการ ดําเนินงานตางๆ ขององคการบริหารสวนตําบล 102 พระธวัชชัย สนฺติธมฺโม (วรรณนาวิน), “การมีสวนรวมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนในเขต เทศบาลเมืองสระแกว จังหวัดสระแกว”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒). 103 พระมหาสิทธิศักดิ์ สิทฺธาภิรโต (เสนา) ไดวิจัยเรื่อง “การบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ของเทศบาล เมืองเพชรบูรณ จังหวัดเพชรบูรณ”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒).


๙๙ ตารางที่ ๒.๘ แนวคิดเกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชน (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย โสภิดา ศรีนุน อนุชิต โมพันตุง พชรภรณ สิงหสุรี สิตา จุลวานิช ศิรินรักษ สังสหชาติ ประชาชนมีสวนรวมในการจัดทําแผนพัฒนาอยูในระดับ ปานกลาง โดยมีสวนรวมในการปฏิบัติการ มากที่สุด รองลงมาคือการมีสวนรวมรับผลประโยชน การมีสวน รวมในการตัดสินใจและนอยที่สุดคือการมีสวนรวมใน การประเมินผลตามลําดับ ประชาชนมีสวนรวมในการจัดทําแผนพัฒนาอยูในระดับ ปานกลาง โดยมีสวนรวมในการปฏิบัติการ มากที่สุด รองลงมาคือการมีสวนรวมรับผลประโยชน การมีสวน รวมในการตัดสินใจและนอยที่สุดคือการมีสวนรวมใน การประเมินผลตามลําดับ การมีสวนรวมของประชาชนในการจัดทําแผนพัฒนาสาม ปพบวา โดยรวมอยูในระดับปานกลางเมือพิจารณาราย ดวยศักยภาพของสตรีเกิดการรวมคิด รวมวางแผน รวม ตัดสินใจ จุดแข็ง เรื่องการสื่อสาร ความละเอียดรอบคอบ จุดออนคือเรื่องภาพลักษณการมองของสังคม กาลเทศะ สวนอุปสรรคของของสตรีคือขอจํากัดของพระธรรมวินัย โอกาสในเรื่องของตําแหนงหนาที่ การมีสวนรวมของประชาชนตอการบริหารพัฒนา ทองถิ่น พบวา ดานการรวมประชุมการพิจารณา โครงการการดําเนินงานอยูในระดับปานกลางและการมี สวนรวมในดานการตัดสินใจ และการประเมินผลอยูใน ระดับนอย


๑๐๐ ตารางที่ ๒.๘ แนวคิดเกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชน (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย พระธวัชชัย สนฺติธมฺโม (วรรณนาวิน) พระมหาสิทธิศักดิ์ สิทฺธาภิรโต (เสนา) การมีสวนรวมของประชาชนตอการพัฒนาผลการศึกษา พบวา อยูในระตับปานกลางเมื่อพิจารณาเปนรายดาน โดยเรียงลําตับจากคาเฉลี่ยมากไปหานอยดานการเสนอ ปญหาและรวมตัดสินใจในการจัดทําแผนพัฒนาตานของ การควบคุมติดตามและประเมินผล ประชาชนที่มีอายุ รายไดตอเดือนตางกัน มีความคิดเห็น ตอการการบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ของเทศบาล เมืองเพชรบูรณ จังหวัดเพชรบูรณ มุงผลสัมฤทธิ์ โดย ภาพรวมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ๒.๔.๒ งานวิจัยที่เกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติของชุมชน ๑) แผนปฏิบัติการเตรียมความพรอมของชุมชนกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ พรเทพ ศิริวนารังสรรคการศึกษาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยอาศัยชุมชน เปนฐาน กลาววา การจัดการภัยพิบัติใจปจจุบันตองอาศัยความรู ดานการบริหาร จัดการภัยพิบัติ ตั้งแตการจัดการตามบริบทของวงจรการจัดการภัยพิบัติตั้งแตการปองกัน (Prevention) การบรรเทา ผลกระทบ (Mitigation) การเตรียมพรอม (Preparedness) การรับสถาน การณฉุกเฉิน (Emergency Response) การพื้นฟูบูรณะ (Recovery) และการพัฒนา(Development) ซึ่งการดําเนินการตาม ขั้นตอนตางๆ103 104 นั้นจะตองรวมดําเนินการรวมกันของทุกภาค สวนตั้งแตหนวยงานของรัฐ หนวยงาน ตํารวจ อาสาสมัคร ประชาชนโดยการดําเนินการจะตองมีระบบบริหารจัดการขอมูลที่ดีดังนั้น หนวยงานในระดับชุมชนถาไดมีการเตรียมตัว การกําหนดกลยุทธการใช ทรัพยากร กลยุทธการแกไข ปญหาในชุมชนและเนนใหชุมชนเปนศูนยกลางการจัดการภัยพิบัติแลวจะ ทําใหมีการเตรียมความ พรอมดานการเตือนภัยการรองรับความรวมมือจากชุมชนไปสูทองถิ่น ภูมิภาค และรัฐบาลไดอยางมี 104 พรเทพ ศิริวนารังสรรค, การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเปนฐาน, (วารสาร สมาคมเวชศาสตรปองกันแหงประเทศไทย, ปที่ ๑ ฉบับที่ ๓ กันยายน –ธันวาคม ๒๕๕๔).


๑๐๑ ประสิทธิภาพ ดังนั้นการจัดการความเสียงของภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเปนฐาน จะเปนการเตรียม ความพรอมดานการรับภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และการจัดการอยางเปนระบบจะ ชวยใหชุมชน รับมือภัยพิบัติตางๆ ไดเพื่อใหเกิดผลกระทบตอชุมชนใหนอยที่สุด ซึ่งจะเปนการลด ผลกระทบของภัย พิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได สุภาวดี เปรมจิตรการศึกษาแนวทางการปองกันอุทกภัยแบงออกเปน แนวทางปองกัน อุทกภัยดวยสิ่งปลูกสรางกับแนวทางการปองกันอุทกภัยดวยการไมใชสิ่งปลูกสราง พบวา แนวทางการ ปองกันอุทกภัยดวยการสิ่งปลูกสรางที่เหมาะสมกับตําบลบางยาง คือ การกอสราง เขื่อนกักเก็บน้ําการ กอสรางคันกั้นน้ําในรูปแบบของถนน การปรับปรุงทอระบายน้ํา การสรางประตู ระบายน้ํา สวน แนวทางการปองกันอุทกภัยดวยการไมใชสิ่งปลูกสรางที่เหมาะสมกับตําบลบางยาง คือ การปองกัน ตามแบบชุมชนการปองกันดวยวิทยาศาสตร โดยการขุดลอกคลอง การใหขอมูลความรู และขอมูล สาธารณะ โดยการรณรงคประชาสัมพันธ104 105 พีรภัฒน ระรื่นรมยการบริหารจัดการการใหบริการดานเทคโนโลยีสารสนเทศของ เทศบาลเมืองไรขิง จังหวัดนครปฐม ผลการวิจัยพบวา ปจจุบันเทคโนโลยีมีหลายหลายประเภท และมี การพัฒนาอยูตลอดเวลาทําใหไมสามารถทําความเขาใจและใชงานตามไดทันเพราะการใหบริการใน แตละดานตองใชเวลานาน อีกทั้งมีราคาสูงไมสามารถซื้อรุนใหมเพื่อพัฒนาระบบไดทัน การใชงานของ ผูสูงอายุนั้นยังไมสามารถใชงานไดเต็มประสิทธิภาพ ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรไมใหความสําคัญ กับการใชเทคโนโลยีศูนยขอมูลขาวสารยังไมเพียงพอประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการถายทอด ความรูจากผูนําชุมชนระยะเวลาในการจัดอบรมบางเรื่องยังไมเพียงพอขาดการใหความรูแบบลงพื้นที่ เพื่อใหเกิดการปฏิบัติที่แทจริงขาดการจัดทําคูมือเพื่อเปนฐานขอมูลขาดการจูงใจในการเขาอบรมและ เขาใชเทคโนโลยีขาดการสํารวจขอมูลหรือแนะแนวหัวขอกอนวันเริ่มประชาคม ประชาชนจึงไมมี ขอมูลที่เพียงพอในการเสนอตอที่ประชุม105 106 อภิชาติ ใจอารียการศึกษาเรื่องกระบวนการมีสวนรวมแบบพหุภาคีเพื่อ การจัดการ สิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน กรณีศึกษาการจัดการปาชุมชนบานพุเตย จังหวัดกาญจนบุรี106 107 ทําปาชุมชน 105 สุภาวดี เปรมจิตร, สภาพปญหา สาเหตุและแนวทางการปองกันอุทกภัยของตําบลบางยาง อําเภอบานสราง จังหวัดปราจีนบุรี, ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔, ttp : // www 2. gspa. buu. ac. Th / library / is / mpa57 / 57930040. pdf. 106 พีรภัฒน ระรื่นรมย, “การบริหารจัดการใหบริการดานเทคโนโลยีสารสนเทศของเทศบาลเมืองไร ขิ่ง จังหวัดนครปฐม” สารนิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑). 107 อภิชาติ ใจอารีย, การพัฒนากระบวนการมีสวนรวมแบบพหุภาคีเพื่อการจัดการปา ชุมชน อยางยั่งยืน : กรณีศึกษาชุมชนบานพุเตย จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร, ๓๖(๑), ๑๑๑-๑๑๓.


๑๐๒ เขาขลุงไดประสบปญหาความเสื่อมโทรม ปาไมถูกทําลายจนกลายเปนเขาหัวโลน เมื่อปาถูก ทําลาย จนถึงขีดสุดก็ไดมีผูนําชุมชนที่ลุกขึ้นมาพัฒนาพื้นที่ปาชุมชน และปลุกระดมชาวบานใหรวมกัน ดูแล ปาไม หวงแหนปาไมของชุมชนไมตัดไมทําลายปาใชทรัพยากรอยางพอดี จนปาชุมชนไดรับการ ฟนตัว และเริ่มอุดมสมบูรณขึ้นตามลําดับ ซึ่งความเปนมาของปาชุมชนเขาขลุง สายฝน แสงหิรัญ ทองประเสริฐ และคณะ การจัดการภัยพิบัติขององคกรปกครองสวน ทองถิ่นและครือขายองคกรชุมชน พบวา ในอดีตที่ผานมา เมื่อมีภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นไมวาจะ เกิดขึ้น ณ ที่ใดในประเทศ ประชาชนมักจะรอคอยและคาดหวังให หนวยงานของรัฐเขามาชวยเหลือ ดําเนินการแกไขปญหาที่เกิดขึ้นในขณะเดียวกันหนวยงานของรัฐที่ เขามาชวยเหลือประชาชนหรือ แกไขปญหา ก็มักจะเปนหนวยงานราชการจากสวนกลาง องคกร ปกครองสวนทองถิ่น องคกรชุมชน และประชาชนในพื้นที่มักจะไมมีบทบาทที่สําคัญ และเมื่อหนวยงานราชการจากสวนกลางเขามา ดําเนินการ ก็มักจะไมเกิดประสิทธิผล และประสิทธิภาพ เทาที่ควร ดูไดจากการที่ประชาชนในพื้นที่ที่ ประสบภัย ไดรับความชวยเหลือไมทั่วถึงทุกคนหรือเกิด ความซ้ําซอนในการชวยเหลือ ผูไดรับการ ชวยเหลือรายเดียวกันไดรับการชวยเหลือจากหลาย ๆ หนวยงานพรอมกัน ในขณะที่บางรายไมไดรับ ความชวยเหลือจากหนวยงานใดเลยจากเหตุการณ ดังกลาวทําใหเกิดคําถามวา องคกรปกครองสวน ทองถิ่นและองคกรชุมชน สามารถที่จะดูแลและ แกไขปญหาชีวิตของประชาชนเมื่อประสบภัยพิบัติได หรือไม107 108 กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณการจัดการ ขณะเกิดภัยแลง ไวดังนี้ ๑) การใหความสําคัญกับการใชน้ําดานอุปโภคบริโภคเปนอันดับแรก โดยบูรณาการณจากหนวยงานตางๆ เตรียมน้ําสะอาดสําหรับแจกจายในพื้นที่ประสบภัยแลง และรวม สนับสนุนรถยนตแจกจายน้ํา และ เครื่องสูบน้ําในพื้นที่ประสบภัยแลง รองลงมาการรักษาระบบ นิเวศวิทยา และการใชน้ําเพื่อ การเกษตร โดยกรมชลประทานตองคุมเขมพื้นที่เพาะปลูกรวมทั้งขอ ความรวมมือจากเกษตรกร ๒) การใหความชวยเหลือในรูปของตัวเงินหรือสิ่งของแกผูประสบภัยแลง เพื่อบรรเทาเดือดรอนในเบาบาง ลงในระดับหนึ่ง และสุกิตติยา บุญหลายและคณะ (๒๕๖๐) ได ทําการศึกษา เรื่อง แนวทางการพัฒนา ระบบบริหารจัดการน้ําเพื่อการเกษตรยั่งยืน พบวา ระบบการบริหารจัดการน้ํามี ๒ ระบบ คือ ๑) น้ํา จากคลองชลประทาน ๒) โครงการสูบน้ําดวยกระแสไฟฟา ซึ่ง เกิดผลกระทบ ๔ ดาน คือ ๑) ดาน เศรษฐกิจ ๒) ดานสังคม ๓) ดานวัฒนธรรม และ ๔) ดาน สิ่งแวดลอม ประเด็นเหลานี้สงผลกระทบ โดยตรงตอรายไดของเกษตรกร นอกจากนั้นยังกอใหเกิด ความขัดแยงที่เกิดจากการแยงทรัพยากรน้ํา อนึ่ง ผูวิจัยสามารถสังเคราะหแนวทางการพัฒนาระบบ การบริหารจัดการน้ําเพื่อการเกษตรยั่งยืน ได 108 สายฝน แสงหิรัญ ทองประเสริฐ และคณะ, “ การจัดการภัยพิบัติขององคกรปกครองสวน ทองถิ่น และครือขายองคกรชุมชน”, วารสารการบริหารทองถิ่น, ปที่ ๘ ฉบับที่ ๔ (ตุลาคม – ธันวาคม ๒๕๕๘).


๑๐๓ เปน ๕ ประเด็นคือ ๑) จัดทํายุทธศาสตรการบริหาร จัดการน้ํารวมกัน ๒) เพิ่มศักยภาพการบริหาร จัดการน้ําโดยชุมชน ๓) จัดทําขอมูลสารสนเทศและการ ประชาสัมพันธ ๔) เสริมสรางกลไกการมีสวน รวมในการแกไขความขัดแยง และ ๕) สงเสริมการปลูก พืชใชน้ํานอย108 109 พระครูเขมาภิวุฒิ (สังเวียน อภิชาโต) การพัฒนาการบริหารแบบมีสวนรวมเชิงพุทธ สําหรับผูบริหาร สํานักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม” ผลการวิจัยพบวา การพัฒนาการบริหาร แบบมีสวนรวมของผูบริหารสํานักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ประกอบดวย กระบวนการของ การมีสวนรวม ๕ ดาน ไดแก ๑) การมีสวนรวมในการรับรู การคิดศึกษาและคนควา หาปญหาและ สาเหตุ ๒) การมีสวนรวมในการวางนโยบาย หรือแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรม ๓) การมีสวนรวม ในการตัดสินใจในการจัดหรือปรับปรุงระบบการบริหารทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ ๔) การมีสวน รวมในการควบคุม ติดตาม และประเมินผลการทํางานและนําผลกลับมาใชใหเกิดประโยชน ๕) การมี สวนรวมในการรับผลประโยชนจากการพัฒนา โดยมีผลการประเมินการบริหารแบบมีสวนรวมจาก กลุมตัวอยาง พบวา ความถูกตอง มีคาเฉลี่ยอยูในระดับมากที่สุด และความเปนประโยชน ความ เหมาะสม และความเปนไปได มีคาเฉลี่ยอยูในระดับมากตามลําดับ109 110 แสงเทียน จิตรโชติแนวทางการบริหารงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาลสําหรับ สถานศึกษาขยายโอกาสในเขตอําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี” ผลวิจัยพบวา ระดับการบริหาร งบประมาณของผูบริหารโรงเรียนขยายโอกาส อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทั้ง ๑๐ ดาน โดย ภาพรวมอยูในระดับมากผูบริหารโรงเรียนขยายโอกาส อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ไดมีการ บริหารงบประมาณใหเปนไปตามพระราชกฤษฎีกาวาดวยหลักเกณฑและวิธีการบริหารกิจการ บานเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖ และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการสรางระบบบริหาร กิจการบานเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งตอมาไดออกพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และพระราชบัญญัติขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งมีผลใหการบริหารการศึกษามีอิสระมากขึ้น ดังนั้นผูบริหารโรงเรียนจึงปรับเปลี่ยนการ บริหารการศึกษาใหสอดคลองกับนโยบายและหนวยงานอื่น โดยเฉพาะอยางยิ่งโรงเรียนขยายโอกาส อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ไดกําหนดตัวชี้วัดความสําเร็จของโรงเรียนที่สําคัญประการหนึ่ง คือ การบริหารงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล ผูบริหารโรงเรียนไดมีสวนผลักดันนโยบาย จึงทําให 109 กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ, การจัดการภัยแลง, (กระทรวงเกษตรและสหกรณ, ๒๕๕๔), ออนไลนhttps://www. ldd.go.th/www/lek_web/news.jsp?id=18533 ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๔. 110 พระครูเขมาภิวุฒิ (สังเวียน อภิชาโต), “การพัฒนาการบริหารแบบมีสวนรวมเชิงพุทธสําหรับ ผูบริหาร สํานักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรดุษฎีบัญฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).


๑๐๔ การบริหารงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล ของผูบริหารโรงเรียนขยายโอกาส อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อยูในระดับมากทุกดาน110 111 ตารางที่ ๒.๙ แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติของชุมชน นักวิจัย สรุปผลการวิจัย พรเทพ ศิริวนารังสรรค สุภาวดี เปรมจิตร พีรภัฒน ระรื่นรมย การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยอาศัยชุมชนเปนฐาน กลาววา การจัดการภัยพิบัติใจปจจุบันตองอาศัยความรู ดานการบริหาร จัดการภัยพิบัติตั้งแตการจัดการตามบริบท ของวงจรการจัดการภัยพิบัติตั้งแตการปองกันการบรรเทา ผลกระทบ การเตรียมพรอม การรับสถานการณฉุกเฉิน การ พื้นฟูบูรณะ และการพัฒนา แนวทางการปองกันอุทกภัย ดวยสิ่งปลูกสรางกับแนว ทางการปองกันอุทกภัยดวยการไมใชสิ่งปลูกสราง พบวา การกอสรางเขื่อนกักเก็บน้ําการกอสรางคันกั้นน้ําในรูปแบบ ของถนน การปรับปรุงทอระบายน้ํา การสรางประตู ระบาย น้ํา การปองกันตามแบบชุมชน ปจจุบันเทคโนโลยีมีหลายหลายประเภท และมีการพัฒนา อยูตลอดเวลาทําใหไมสามารถใชงานตามไดทันเพราะการ ใหบริการในแตละดานตองใชเวลานาน อีกทั้งมีราคาสูง เพื่อ พัฒนาระบบไดทัน การใชเทคโนโลยีศูนยขอมูลขาวสารยัง ไมเพียงพอประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการถายทอด ความรูจากผูนําชุมชน 111 แสงเทียน จิตรโชติ,“แนวทางการบริหารงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาลสําหรับสถานศึกษา ขยายโอกาส ในเขตอําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา พระพุทธศาสนา (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).


๑๐๕ ตารางที่ ๒.๙ แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติของชุมชน (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย อภิชาต ใจอารีย สายฝน แสงหิรัญ ทองประเสริฐ และ คณะ กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและ สหกรณ, พระครูเขมาภิวุฒิ (สังเวียน อภิชาโต) กระบวนการมีสวนรวมแบบพหุภาคีเพื่อ การจัดการ สิ่งแวดลอมอยางยั่งยืนประสบปญหาความเสื่อมโทรมปา ไมถูกทําลายจนกลายเปนเขาหัวโลน จนถึงขีดสุดก็ไดมี การลุกขึ้นมาพัฒนาพื้นที่ปาชุมชน และปลุกระดม ชาวบานใหรวมกัน ดูแลปาไม หวงแหนปาไมใช ทรัพยากรอยางพอดี จนปาชุมชนฟนตัว การจัดการภัยพิบัติขององคกรปกครองสวนทองถิ่นและ ครือขายองคกรชุมชน พบวา ในอดีตที่ผานมา เมื่อมีภัย พิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นไมวาจะเกิดขึ้น ณ ที่ใดใน ประเทศ ประชาชนมักจะรอคอยและคาดหวังให หนวยงานของรัฐเขามาชวยเหลือดําเนินการแกไขปญหา ที่เกิดขึ้น การจัดการ ขณะเกิดภัยแลง ไวดังนี้ ๑) การให ความสําคัญกับการใชน้ําดานอุปโภคบริโภค ๒) การให ความชวยเหลือในรูปของตัวเงินหรือสิ่งของแก ผูประสบภัยแลง เพื่อบรรเทาเดือดรอนในเบาบางลงใน ระดับหนึ่ง การพัฒนาการบริหารแบบมีสวนรวมของผูบริหารสํานัก เรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ประกอบดวย กระบวนการของการมีสวนรวม ๕ ดาน ไดแก ๑) การมี สวนรวมในการรับรู ๒) การมีสวนรวมในการวางนโยบาย ๓) การมีสวนรวมในการตัดสินใจ ๔) การมีสวนรวมใน การควบคุม ติดตาม และประเมินผล ๕) การมีสวนรวม ในการรับผลประโยชน


๑๐๖ ตารางที่ ๒.๙ แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติของชุมชน (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย แสงเทียน จิตรโชติ การบริหารการศึกษามีอิสระมากขึ้น ผูบริหารจึง ปรับเปลี่ยนการบริหารใหสอดคลองกับนโยบายและ หนวยงาน โดยเฉพาะกําหนดตัวชี้วัดความสําเร็จ ตาม หลักธรรมาภิบาล ผูบริหารโรงเรียนไดมีสวนผลักดัน นโยบาย ๒.๔.๓ งานวิจัยที่เกี่ยวกับองคการบริหารสวนตําบล จากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวของปรากฏวา มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับองคการบริหารสวนตําบล ดังนี้ พระชาญชัย อินฺทญาโณ (ยันตฉิมพลี) แนวทางการพัฒนาภาวะผูนําของพระสงใน อําเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี ผลวิจัยพบวา แนวทางการพัฒนาภาวะผูนํา คือ ๑) การครอง รูจัก คนควาแสวงหาความรู มีความเปนอยูอยางเรียบงายไมฟุมเฟอย มีสัมมาคารวะออนนอมถอมตน ชวยเหลือสังคมอยูเสมอปฏิบัติตนใหเหมาะสมกับตําแหนงหนาที่ของตน ๒) การครองคน สรางความ สามัคคีกับหมูคณะและชุมชนเปนกัลยาณมิตรกับทุกคนปฏิบัติงานทําตัวใหเปนที่ยอมรับของสังคมให คําปรึกษาและชวยเหลือสังคมดวยความจริงใจ ๓) การครองงาน ปฏิบัติงานอยางมีระเบียบแบบแผน ขั้นตอนที่ถูกตอง มีอุดมการณ รัก และมีความสุขกับการทํางานมีความกระตือรือรนอุสาหะอดทน พัฒนางานอยางตอตอเนื่อง111 112 ทักษิณ ประชามอญ การบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมขององคการ บริหารสวนจังหวัดในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พบวา การนํารูปแบบการ พัฒนาการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรม คือ การนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ มาบูรณาการกับกระบวนการมีสวนรวมของประชาชน ไดแก รวมตัดสินใจ รวมปฏิบัติการ รวมรับผลประโยชน และรวมประเมินผลสามารถพัฒนาบุคลากรภาครัฐและประชาชนใหเกิดทักษะ และเห็นความสําคัญของกระบวนการมีสวนรวม โดยยึดนโยบายการจัดประชุมกันเนืองนิตย 112 พระชาญชัย อินฺทญาโณ (ยันตฉิมพลี) “แนวทางการพัฒนาภาวะผูนําของพระสงในอําเภอโนน สะอาด จังหวัดอุดรธานี”,สารนิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา), (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).


๑๐๗ การทํางานเปนทีม การปฏิบัติตามวัฒนธรรมองคกร การใหความเคารพตามหลักอาวุโส การสงเสริม สิทธิและเสรีภาพของสตรีและผูอื่น การสรางความผูกพันตอองคกร การดูแล และจัดสวัสดิการ เพื่อให การบริหารงานแบบมีสวนรวมขององคการบริหารสวนจังหวัด ในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางปฏิบัติตอไปอยางยั่งยืน112 113 ธีรวิทย ทองนอก การบริหารจัดการองคการดวยการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ของเทศบาลเมืองหนองปรือใหมีการยึดมั่น และประพฤติปฏิบัติดํารงตนอยูในหลักพุทธธรรม คุณธรรม และจริยธรรม อยางตอเนื่อง ซึ่งสอดคลองกับหลักสังคหวัตถุ ๔ หลักอิทธิบาท ๔ และหลักโลกบาลธรรม (๒) การบริหารจัดการองคการแบบมุงเนนการมีสวนรวม โดยการพัฒนา ศักยภาพและสรางโอกาสใหภาคประชาสังคมไดเขามามีสวนรวมในการบริหารราชการ ซึ่งสอดคลอง กับหลักอปริหานิยธรรม ๗ หลักสัปปุรสธรรม ๗ และหลักอริยสัจ ๔ (๓) การบริหารจัดการองคการ ดวยการเสริมสรางจริยธรรม โดยกําหนดใหมีการสอดแทรกกิจกรรมที่เกี่ยวของกับหลักพุทธธรรม ไวในโครงการและกิจกรรมตาง ๆ ครั้งละนอย ๆ แตบอย ๆ และตอเนื่องตามความเหมาะสม113 114 พระสิทธิชัย วิสุทฺโธ (หวานผล) แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทํางานของพนักงาน เทศบาลในอําเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี มีดังนี้คือ ๑) ควรมีการยกยองชมเชย เลื่อนตําแหนง และเพิ่มคาตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อกระตุนใหพนักงานมีกําลังใจในการทํางาน ๒) ควรสงเสริมให พนักงานแสวงหาความรูใหมๆ โดยการเขารับการอบรม ดูงาน เพื่อที่จะนําความรูมาใชในการ ปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพ ๓) ควรสรางบรรยากาศการทํางาน โดยการจัดสถานที่ใหมีความ สะดวกและเรียบรอย พรอมทั้งจัดหาอุปกรณใหเพียงพอตอความตองการของพนักงาน ๔) ควร สงเสริมใหพนักงานมีการพบปะสังสรรคและทํากิจกรรมรวมกัน เพื่อทําใหเกิดความสามัคคีในองคกร อันจะนําไปสูการปฏิบัติงานที่ประสิทธิภาพตอไป และ ๕) ควรมีการจัดแบงภาระหนาที่และมอบหมาย งานใหมีความเหมาะสม เพื่อใหพนักงานไดปฏิบัติงานอยางเต็มความสามารถ114 115 113 ทักษิณ ประชามอญ, “รูปแบบการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมขององคการ บริหารสวนจังหวัดในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน”, พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐). 114 ธีรวิทย ทองนอก, “การบริหารจัดการองคกรปกครองสวนทองถิ่นเชิงพุทธบูรณาการของเทศบาล เมืองหนองปรือ จังหวัดชลบุรี”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา) บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒). 115 พระสิทธิชัย วิสุทฺโธ (หวานผล) “ปจจัยที่สงผลตอคุณภาพชีวิตการทํางานของพนักงานเทศบาลใน อําเภอคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี, ”, พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒).


๑๐๘ พระครูปญญาภิยุต (ประจวบ ปฺญาทีโป) การจัดการทรัพยากรมนุษยขององคการ บริหารสวนตําบลเขาขลุง อําเภอบานโปง จังหวัดราชบุรีพบวา บุคลากรไมมีความรูความเชี่ยวชาญ การวางแผนขาดการมีสวนรวม เมื่อมีบุคลากรโอน-ยาย ลาออก ไมสามารถจัดหาบุคลากรมาแทน ตําแหนงไดทันตอความตองการ ทําใหการปฏิบัติงานไมตอเนื่อง ใชหลักการสรรหาแบบอุปถัมภ มากกวาระบบคุณธรรม ผูบริหารไมใหความสําคัญในการสนับสนุนศักยภาพบุคลากร ผูบริหารสนใจ งานมากกวาการใสใจพนักงาน แนวทางการจัดการ โดยองคการบริหารสวนตําบล ควรเพิ่มศักยภาพ ของบุคลากร สรางคานิยมที่ดี ความมีระเบียบวินัย ความซื่อสัตย ความเพียรพยายาม ความรักเมตตา เอาใจใสเอื้ออาทรตอกัน ความรับผิดชอบ การมีอุดมการณในการทํางานเพื่อสวนรวม จัดบรรยากาศ การทํางานที่มีความรัก ความอบอุน รักษาผลประโยชนของบุคลากร ทําตนเปนแบบอยาง ใหกําลังใจ ใหรางวัลผลตอบแทนแกคนดีมีคุณธรรม และใหโอกาสบุคลากรไดแสดงความคิดเห็นเสนอแนะ จัดการสื่อสารขอมูลขาวสารใหโปรงใส บุคลากรมีสวนรับรูการตัดสินใจ ผลการดําเนินงาน และ ผลประโยชนที่จะไดรับอยางเสมอภาคและยุติธรรม115 116 พระปลัดคํานวน อนงฺคโณ (เรืองรัตนอนามโย) การพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศของ แหลงทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดจันทบุรี เปนการจัดการและการพัฒนาแหลงทองเที่ยวโดย หนวยงานภาครัฐไดจัดทําระบบสารสนเทศในภาพรวมของจังหวัดจันทบุรี แนะนําเสนทาง แนะนํา สถานที่เชื่อมโยงเสนทางกับแหลงทองเที่ยว เครือขายและนักวิจัยไดพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศโดย การจัดทํา จัดทําเว็บไซต จัดทําเสนทางการทองเที่ยว แหลงทองเที่ยว จัดทําระบบสื่อสาร การจัดการ และพัฒนาโดยเครือขายแหลงทองเที่ยว จัดทํากิจกรรมทองเที่ยวของจังหวัด จัดทําเสนทางการ ทองเที่ยว จัดทําองคความรูและการจัดการและพัฒนาโดยภาครัฐ116 117 พระสมโภช สนฺตจิตฺโต (ปวงอูป) การจัดการหมอกควันของประชาชน ในเขตตําบล แมทา อําเภอแมออน จังหวัดเชียงใหม ประกอบดวย ขาดงบประมาณสนับสนุน เจาหนาที่มีจํานวน นอย ประชาชนขาดจิตสํานึกและการปฏิบัติตามนโยบาย ควรคํานึงถึงประโยชนสวนรวมใหมากขึ้น หนวยงานและประชาชนควรรวมมือกันปฏิบัติตามกฎระเบียบ ขอบังคับ รวมถึงการรณรงค มี บทลงโทษ และหาวิธีการทําลายเศษวัสดุโดยวิธีการอื่น ควรหันมาชวยกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ 116 พระครูปญญาภิยุต (ประจวบ ปฺญาทีโป) “การจัดการทรัพยากรมนุษยขององคการบริหารสวน ตําบลเขาขลุง อําเภอบานโปง จังหวัดราชบุรี”, พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒). 117 พระปลัดคํานวน อนงฺคโณ (เรืองรัตนอนามโย) “การพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศของแหลง ทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดจันทบุรี”, พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการคณะสงฆ, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).


๑๐๙ ใหมากขึ้น หนวยงานจัดทําโครงการ นโยบาย รณรงคการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เชน การปลูกปา ทดแทน การสรางฝายชะลอน้ํา เปนตน117 118 สมพร เกตุกัณฑการมีสวนรวมในการเสนอปญหาตางของชุมชนและของตนเองให องคการบริหารสวนตําบลทราบ ประชาชนสวนใหญประกอบอาชีพการเกษตรทําใหไมมีเวลาเขารวม กิจกรรม และไมคอยมีเวลาเขาไปรับรูและทําความเขาใจในบทบทบาทหนาที่ตนเอง ทําใหไมเขาใจวา ตนเองมีอํานาจในการตรวจสอบอบต. ควรเขาไปมีสวนรวมในการรวมคิดรวมพัฒนารวมกับองคการ บริหารสวนตําบล ควรใหผูนําชี้แจงเหตุผลใหเขาใจในการมีสวนรวม และควรจัดอบรมประชาชนให เกิดการรับรูในบทบาทหนาที่และความเปนพลเมืองที่ดีที่มีตอการบริหารจัดการองคกรของรัฐ118 119 ตารางที่ ๒.๑๐ แนวคิดเกี่ยวกับองคการบริหารสวนตําบล นักวิจัย สรุปผลการวิจัย พระชาญชัย อินฺทญาโณ (ยันตฉิมพลี) ทักษิณ ประชามอญ แนวทางการพัฒนาภาวะผูนํา คือ ๑) การครอง รูจัก คนควาแสวงหาความรู ๒) การครองคน สรางความ สามัคคีกับหมูคณะและชุมชน ๓) การครองงาน ปฏิบัติงานอยางมีระเบียบแบบแผนขั้นตอนที่ถูกตอง การนํารูปแบบการพัฒนาการบริหารงานแบบมีสวนรวม ตามหลักพุทธธรรม คือ การนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ มาบูรณาการกับกระบวนการมีสวนรวมของประชาชน โดยยึดนโยบายการจัดประชุมกันเนืองนิตย การทํางาน เปนทีม การปฏิบัติตามวัฒนธรรมองคกร การใหความ เคารพตามหลักอาวุโส การสงเสริมสิทธิและเสรีภาพของ สตรีและผูอื่น การสรางความผูกพันตอองคกร และการ ดูแลและจัดสวัสดิการ 118 พระสมโภช สนฺตจิตฺโต (ปวงอูป) “การจัดการหมอกควันของประชาชนในเขตตําบลแมทา อําเภอ แมออน จังหวัดเชียงใหม”, พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙). 119 สมพร เกตุกัณฑ“การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารงานขององคการบริหารสวนตําบล ไตรตรึงษ อําเภอเมือง จังหวัดกําแพงเพชร”, พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙).


๑๑๐ ตารางที่ ๒.๑๐ แนวคิดเกี่ยวกับองคการบริหารสวนตําบล (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ธีรวิทย ทองนอก พระสิทธิชัย วิสุทฺโธ (หวานผล) พระครูปญญาภิยุต (ประจวบ ปฺญาทีโป) พระปลัดคํานวน อนงฺคโณ (เรืองรัตน อนามโย) การบริหารจัดการองคการดวยการพัฒนาศักยภาพ บุคลากรมีการยึดมั่น และประพฤติปฏิบัติดํารงตนอยูใน หลักพุทธธรรม คุณธรรม และจริยธรรม อยางตอเนื่อง ดวยการเสริมสรางจริยธรรม โดยกําหนดใหมีการ สอดแทรกกิจกรรมที่เกี่ยวของกับหลักพุทธธรรมไวใน โครงการและกิจกรรมตาง ๆ ครั้งละนอย ๆ แตบอย ๆ และตอเนื่องตามความเหมาะสม แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทํางานมีดังนี้ ๑) ควรมีการยกยองชมเชย เลื่อนตําแหนง และเพิ่ม คาตอบแทนที่ ๒) ควรสงเสริมใหพนักงานแสวงหาความรู ใหมๆ ๓) ควรสรางบรรยากาศการทํางาน ใหมีความ สะดวกและเรียบรอย ๔) ควรสงเสริมใหพนักงานมีการ ทํากิจกรรมรวมกัน ทําใหเกิดความสามัคคีในองคกร และ ๕) ควรมีการจัดแบงภาระหนาที่และมอบหมายงานใหมี ความเหมาะสม บุคลากรไมมีความรูความเชี่ยวชาญ การวางแผนขาดการ มีสวนรวม เมื่อมีบุคลากรโอน-ยาย ลาออก ไมสามารถ จัดหาบุคลากรมาแทนตําแหนงไดทันตอความตองการ ทําใหการปฏิบัติงานไมตอเนื่อง การจัดการและการพัฒนาแหลงทองเที่ยวโดยระบบ สารสนเทศที่เชื่อมโยงเสนทางกับแหลงทองเที่ยว เครือขาย จัดทําระบบสื่อสาร การจัดการและพัฒนา


๑๑๑ ตารางที่ ๒.๑๐ แนวคิดเกี่ยวกับองคการบริหารสวนตําบล (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย พระสมโภช สนฺตจิตฺโต (ปวงอูป) สมพร เกตุกัณฑ การจัดการหมอกควันของประชาชน ตองมีงบประมาณ สนับสนุน เจาหนาที่เพียงพอ ประชาชนมีจิตสํานึกและ การปฏิบัติตามนโยบาย กฎระเบียบ ขอบังคับ รวมถึง การรณรงค มีบทลงโทษ ควรหันมาชวยกันดูแล ทรัพยากรธรรมชาติใหมากขึ้น การมีสวนรวมในการเสนอปญหาตางใหองคการบริหาร สวนตําบลทราบ ควรเขาไปรับรูและทําความเขาใจในบท บทบาทหนาที่ตนเอง ในการรวมคิดรวมพัฒนา ผูนํา ชี้แจงเหตุผลใหเขาใจ และควรจัดอบรมในบทบาทหนาที่ ๒.๔.๔ งานวิจัยเกี่ยวกับหลักอปริหานิยธรรม จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ พบวาการใชหลักธรรมในทาง พระพุทธศาสนามาประยุกตใชในการบริหารงานชวยใหงานประสบผลสําเร็จอยูในระดับดี เพราะ ประชาชนในประเทศสวนใหญนับถือพระพุทธศาสนา จึงมีความผูกพันกับชีวิตของคนไทยเปนอยาง มาก คุณธรรมและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาก็ไดฝงรากลึกในจิตใจของคนไทยมาชานาน ผูวิจัยได นาหลักอปริหานิยธรรม ๗ ของกษัตริยวัชชี หรือ วัชชีอปริหานิยธรรม ๗ ธรรมอันไมเปนที่ตั้งแหง ความเสื่อมเปนไปเพื่อความเจริญฝายเดียว สําหรับหมูชนหรือผูบริหารบานเมือง เปนหลักธรรมในการ เสริมสรางความสามัคคีมีหนาหนึ่งใจเดียวกันใหเกิดขึ้น อันจะนํามาซึ่งความสุขความเจริญของคนใน ทองถิ่นมาประยุกตใชในการมีสวนรวมของประชาชนตอบริหารงานของเทศบาลตําบลโนนสะอาด อําเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลาภู เปนเครื่องมือและเปนกรอบแนวทางในการวิจัย เพื่อการ บริหารงานอยางมีประสิทธิภาพ และนําผลการวิจัยไปใชใหเกิดประโยชนตอไป ชนิตา จิรวสุกุล การวิจัยเรื่อง “การประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารกองทุน พัฒนาบทบาท สตรี ตําบลหนองตอง อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม” ผลการวิจัยพบวา การบริหาร เกี่ยวกับเวลาการเขารวมประชุมของสตรี เนื่องจากไมสามารถเขารวมประชุมไดทําใหโครงการไม ตอเนื่อง ขาดงบประมาณสนับสนุนตอยอดจากโครงการที่ไดดําเนินการไปแลว ควรมีการแจง กําหนดการการประชุมกอนลวงหนา ควรดําเนินโครงการที่ทําอยางตอเนื่องและของบประมาณ สนับสนุนตอยอดจากโครงการที่ทําไปแลว แนวทางในการพัฒนากองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตําบล


๑๑๒ หนองตอง ควรเปดโอกาสใหสตรีในชุมชนมีสวนรวมในการเขาประชุม เพื่อหาแนวทางปองกันปญหาที่ จะเกิดขึ้น สงเสริมใหสมาชิกกองทุนรวมมือในการบริหารจัดการองคกร โดยเคารพใหเกียรติผูบริหาร กองทุนกันตามวัยวุฒิ คุณวุฒิ ตําแหนงหนาที่ สงเสริมสนับสนุนใหจัดโครงการกิจกรรมในการพัฒนา สตรีอยางตอเนื่องเพื่อพัฒนาไปสูสวัสดิการสตรี สรางความรักใหเกิดขึ้นในองคกร119 120 กิตติ ศรีสมบัติการประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารงานของเทศบาลตําบล สันผักหวาน อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม พบวา ประชาชนที่มีเพศกและรายไดมีความคิดเห็นตอ การประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารงานของเทศบาลตําบลสันผักหวานไมแตกตางกันจึง ปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไวสวนประชาชนที่มีอายุ, ระดับการศึกษาและอาชีพกมีความคิดเห็นที่แตกตาง กันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว แนวทางการนําหลัก อปริหานิยธรรมไปประยุกตใชการบริหารงานของเทศบาล พบวา การเปดโอกาสใหทุกภาคสวนในชุม ชุนเขาไปมีสวนรวมทําใหการทํางานเปนไปอยางมีระบบสามารถนําไปปฏิบัติไดอยางเปนรูปธรรม ตาม วัตถุประสงคซึ่งตองมีการวางแผนกการจัดองคกรกการบริหารบุคคลการสั่งการการประสานงานกการ ตรวจสอบและการประเมินผลกโดยคํานึงถึงผลประโยชน ของสวนรวมและประชาชนเปนที่ตั้งเพื่อ ความรมเย็นเปนสุขอยางยั่งยืน120 121 ชํานาญ ปญญาเสารการมีสวนรวมของประชาชนในการปองกันไฟปาตามหลัก อปริหานิยธรรม ในเขตตําบล ทาสบเสา อําเภอแมทา จังหวัดลําพูน พบวา ในดานการประชุมเปน นิตย เกี่ยวกับไมสามารถเขารวมประชุม เพราะติดภารกิจในหนาที่การงาน ดานการพรอมเพียงกัน ประชุม เกี่ยวกับเขาประชุมไมพรอมเพียงกัน ดานการไมบัญญัติ หรือไมลมเลิกขอบัญญัติตามอําเภอใจ เกี่ยวกับขาดการรวบรวมขอมูลเพื่อใชในการศึกษา ดานการเชื่อฟงผูบังคับบัญชา เกี่ยวกับคําสั่งไม ชัดเจน ดานการใหเกียรติ และคุมครองสิทธิสตรี เกี่ยวกับบทบาทการมีสวนรวมในปองกันไฟปาของ สตรีมีนอยกวาบุรุษเพราะติดภารกิจในชีวิตประจําวัน ดานการสงเสริม และรักษาวัฒนธรรมประเพณี อันดีงาม เกี่ยวกับขาดงบประมาณสนับสนุนในการทํากิจกรรมตางๆ ดานการอารักขา คุมครอง ปกปอง อันชอบธรรม เกี่ยวกับประชาชนขาดความรูเกี่ยวกับการปองกันไฟปา แนวทางการพัฒนาการมีสวนรวมของประชาชนในการปองกันไฟปาตามหลัก อปริหานิยธรรม ในเขตตําบลทาสบเสา อําเภอแมทา จังหวัดลําพูน พบวา ควรจัดการประชุมอยาง 120 ชนิตา จิรวสุกุล, “การประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาท สตรี ตําบลหนองตอง อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสน ศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙). 121 กิตติ ศรีสมบัติ, “การประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารงานของเทศบาลตําบลสัน ผักหวาน อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙).


๑๑๓ สม่ําเสมอและจัดประชุมในวันหยุด เพื่อใหประชาชนไดเขารวมประชุมอยางพรอมเพียงกัน และครบ องคประชุม สามารถหาขอยุติและลงมติดานการบัญญัติกฎระเบียบตางๆ ในที่ประชุมไดเปนเอกฉันท หนวยงานตางๆ ที่เกี่ยวของควรสนับสนุนงบประมาณเพื่อการดําเนินกิจกรรมการสิ่งเสริมและรักษา วัฒนธรรมประเพณีของทองถิ่น เพื่อใหเกิดการอารักขา คุมครอง ปกปองทรัพยากรธรรมชาติและสืบ สานงานดานพระพุทธศาสนา121 122 พระมหาวิษณุ วิสารโท (พานนนท) การมีสวนรวมของประชาชนตอการบริหารงานตาม หลักอปริหานิยธรรมของเทศบาลตําบลโนนสะอาด อําเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลําภู พบวา ประชาชนภายในแตละชุมชนไมคอยมีเวลาหรือเอาใจใสในการใหความรวมมือประชาชนในชุมชนตอง มีภาระหนาที่ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมหรือรับจางเปนสวนใหญจึงไมมีเวลาในการประชุมทํา ใหประชนชนเมื่อจะตองทํางานเลี้ยงชีพแลวการมีสวนรวมจึงลดนอยลงและประชาชนบางกลุมไมเห็น ถึงความสําคัญขาดความรับผิดชอบในการมีสวนรวม เมื่อมีการประชุมจึงเกิดความไมพรอมเพียงกันใน บางครั้ง สวนประชาชนที่ใหความรวมมือในสวนจะเปนประชาชนที่มีหนาที่การงานมั่นคงและเปนหลัก แหลง เชน ขาราชการเปนตน ดานขอเสนอแนะ พบวา เทศบาลควรจัดการประชุมใหการมีสวนรวม ของประชาชนตอการบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมเพื่อใหประชาชนไดเขาใจและมีสวนรวมใน การจัดกิจกรรมหรือไดรับขาวสารของเทศบาล และเพื่อเปนการใหประชาชนไดรูและเขาใจในการมี สวนรวมนั้น ควรเชิญตัวแทนของแตละชุมชน เชน ผูใหญบาน เปนตน มาประชุม และเทศบาลควร ออกลงพื้นที่สํารวจความเปนอยูของประชาชนเพื่อนํามาปรับปรุงแกไขในการบริหารงานตอไป122 123 พระอธิการปรีชา ติกฺขญาโณ (มาทา) การนําหลักอปริหานิยธรรมมาประยุกตใชในการ บริหารงานของเทศบาลตําบลนาแกว อําเภอเกาะคา จังหวัดลําปาง ดานการหมั่นประชุมกันเนืองนิตย คือ การประสานงานรวมมือการใหเกิดการประชุมกันเปนประจํา ดานการประชุม หรือเลิกประชุม และทําภารกิจอื่น ๆ ใหพรอมเพรียงกัน คือ เนนความสามัคคีในหมูคณะ ใหมีการรวมมือรวมใจกัน ใน การทํากิจกรรม ทุกกิจกรรม ดานการไมบัญญัติสิ่งใหม ๆ ตามอําเภอใจ คือ การยึดหลักความถูกตอง ชอบธรรม เพื่อใหเกิดความเปนธรรมใหเกิดขึ้นในสังคมชุมชน ดานการเคารพนับถือผูที่มีอาวุโส และ รับฟงคําแนะนํา คือ การใหเกียรติตอผูที่ผานประสบการณมาแลวมากมายในชีวิต เปนการเปดใจ ยอมรับฟงคําแนะนําเพื่อจะไดนําไปปรับใชกับงานในดานตาง ๆ ที่เกี่ยวของได ดานการไมขมเหง หรือ 122 ชํานาญ ปญญาเสาร, "การมีสวนรวมของประชาชนในการปองกันไฟปาตามหลักอปริหานิยธรรม ในเขตตําบลทาสบเสา อําเภอแมทา จังหวัดลําพูน", วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสน ศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙). 123 พระมหาวิษณุ วิสารโท (พานนนท), “การมีสวนรวมของประชาชนตอการบริหารงานตามหลักอปริ หานิยธรรมของเทศบาลตําบลโนนสะอาด อําเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลําภู”, วิทยานิพนธพุทธศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙).


๑๑๔ ลวงเกินสตรี คือ การคํานึงถึงความเสมอภาคกันการใหเกียรติซึ่งกันและกันเปนไปดวยความเทาเทียม กัน ดานการเคารพ สักการะปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ และรูปเคารพตาง ๆ คือการสงเสริม การอนุรักษ รักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม การเคารพสถานที่ตาง ๆ การทํานุบํารุงสถานที่ตาง ๆ ที่สําคัญทาง พระพุทธศาสนา ใหดํารงอยูสืบตอไป ดานการใหความคุมครองคนดีมีคุณธรรมใหอยูในชุมชนอยาง ปลอดภัยโดยวัดจากความคิดเห็นของประชาชนผูมาใชบริการเปนสําคัญ คือ การสงเสริมดานการทํา ความดีตอสังคม ชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู มีการเชิดชูเกียรติยกยอง โดยเนนถึงการทําความดี ความ สามัคคีใหเกิดขึ้นภายในชุมชน123 124 จากการวิจัยการบริหารงานของเทศบาลตําบลนาแกวควรนําหลักอปริหานิยธรรมไป บูรณาการรวมกับการบริหารงานเพื่อประโยชนอันสูงสุดขององคกร ในการบริหารจัดการในดานตาง ๆ อันจะกอใหเกิดประโยชนกับประชาชนในทุก ๆ หมูบานในเขตการปกครอง ตลอดจนถึงขยายผลไปยัง เทศบาลและอบต. อื่น ๆ เพื่อใหนําหลักธรรมนี้ไปประยุกตใชกับการบริหารงานในดานตาง ๆ ไดอยาง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล การบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรม อยูในระดับมากทุกดาน โดยเฉลี่ยจากมากไปหา นอยตามลําดับ คือ ดานการไมบัญญัติหรือลมเลิกขอบัญญัติตามอําเภอใจ ดานการประชุมกัน เนืองนิตย ดานการใหเกียรติและคุมครองสิทธิสตรี ดานการสงเสริมและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดี งาม ดานการเคารพเชื่อฟงผูบังคับบัญชา ดานการพรอมเพรียงกันประชุม และดานการอารักขา คุมครอง ปกปอง อันชอบธรรม ตามลําดับ เวธิกา แดงเรือง แนวทางในการบริหารงานของเทศบาลตําบลหนองผึ้ง อําเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม พบวา หลักอปริหานิยธรรมเมื่อนํามาประยุกตใชในการพัฒนาการบริหารงานของ เทศบาลตําบล หนองผึ้งแลว มีความสอดคลองและใกลเคียงกันสามารถนํามาใชกับหลักธรรมาภิบาลที่ ทางเทศบาลตําบลหนองผึ้งไดใชในการบริหารงานเปนหลักอยูแลว ซึ่งเขากันไดอยางดียิ่งโดยหลัก อปริหานิยธรรมนั้น ชวยใหองคกรหรือบุคลากร หรือพนักงาน หรือแมแตประชาชนที่ไดนําหลักธรรม คืออปริหานิธรรมนี้ไปประยุกตใชแลว ทําใหความสมัครสมานสามัคคีเกิดขึ้นในกลุมบุคลากร อันสงผล ใหองคกรมีแตความเจริญ ไมมีเสื่อม เมื่อมองโดยภาพรวมเกี่ยวกับการบริหารงานของเทศบาลตําบล หนองผึ้ง อําเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม เปนอันสรุปไดวา เทศบาลตําบลหนองผึ้ง ไดยึดหลัก 124 พระอธิการปรีชา ติกฺขญาโณ (มาทา), “ประสิทธิผลการบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมของ เทศบาล ตําบลนาแกว อําเภอเกาะคา จังวัดลําปาง”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสน ศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐).


๑๑๕ อปริหานิยธรรมเปนแนวทางในการบริหารงาน จึงทําใหการบริหารงานประสบความสําเร็จไดในระดับ หนึ่ง124 125 ทักษิณ ประชามอญ การบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมขององคการ บริหารสวนจังหวัด ในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พบวา การนํารูปแบบการ พัฒนาการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรม คือ การนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ มา บูรณาการกับกระบวนการมีสวนรวมของประชาชน ไดแก รวมตัดสินใจ รวมปฏิบัติการ รวมรับผลประโยชน และรวมประเมินผล สามารถพัฒนาบุคลากรภาครัฐและประชาชนใหเกิดทักษะ และเห็นความสําคัญของกระบวนการมีสวนรวม โดยยึดนโยบายการจัดประชุมกันเนืองนิตย การทํางานเปนทีม การปฏิบัติตามวัฒนธรรมองคกร การใหความเคารพตามหลักอาวุโส การสงเสริม สิทธิและเสรีภาพของสตรีและผูอื่น การสรางความผูกพันตอองคกร และการดูแลและจัดสวัสดิการ เพื่อใหการบริหารงานแบบมีสวนรวมขององคการบริหารสวนจังหวัด ในกลุมจังหวัดภาคตะวันออก เฉียงเหนือ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางปฏิบัติตอไปอยางยั่งยืน125 126 การบริหารจัดการเชิงเครือขายเศรษฐกิจชุมชนของกลุมเกษตรกร ผูปลูกขาตามหลัก อปริหานิยธรรมในเขตเทศบาลตําบลทุงนอย อําเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร” ผลการวิจัยพบวา ๑) ดานการรับรูมุมมองที่เหมือนกันควรมีการ รวมพูดคุย ประสานงาน กําหนดราคา และการปองกัน โรคระบาด ๒) ดานสรางความคิดรวมกันควรมีจัดทําขอมูลเพื่อเปรียบเทียบผลผลิต บันทึกขอมูล การผลิต ตนทุน เพื่อนําไปสูการแกไขปญหา ๓) ดานรับผลประโยชนรวมกันควรมีการสงเสริมให ผูปลูกขาไดมีสิทธิแสดงความคิดเห็น มีการจัดทํากฎระเบียบ แปรรูป และขอใหภาครัฐเขามาสงเสริม ๔) ดานการมีสวนรวมในเครือขายควรมีโอกาสในการเลือกผูนํากลุม รวมกําหนดกฎระเบียบและรวม คัดเลือกคณะกรรมการบริหาร ๕) ดานมีความสามัคคีกันในเครือขาย ควรมีการเคารพซึ่งกันและกัน นอบนอมใหเกียรติกัน แนะนําวิธีการแกไขปญหา ๖) ดานการพึ่งพากัน ในการรักษาระบบนิเวศน มีการกําหนดเปาหมาย จัดหาตลาด และรับรูขอมูลขาวสาร และ ๗) ดานการแลกเปลี่ยนประสบการณกัน 125 เวธิกา แดงเรือง, “การบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมของเทศบาลตําบลหนองผึ้ง อําเภอ สารภี จังหวัดเชียงใหม”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐). 126 ทักษิณ ประชามอญ, “รูปแบบการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมขององคการ บริหารสวนจังหวัด ในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).


๑๑๖ ในเครือขายควรมีการแกไขปญหารวมกัน ใหภาครัฐเขามาแนะนําหาแนวทางใหมๆ และควรมีการแชร ประสบการณดีๆ หรือใหมๆ ใหแกกันและกัน126 127 สรุป ทั้งสิทธิมนุษยชนและหลักธรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาทลวนมีการสงเสริมให ปฏิเสธความชั่ว สนับสนุนใหกระทําความดีตอกันในฐานะที่เปนมนุษย หลักธรรมในพระพุทธศาสนา เถรวาทจึงอยูในฐานะสนับสนุน สงเสริม และพัฒนาชีวิตมวลมนุษยใหเขาถึง สันติสุขทั้งดานสวนตัว และสวนรวมตลอดไป ตารางที่ ๒.๑๑ แนวคิดเกี่ยวกับหลักอปริหานิยธรรม นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ชนิตา จิรวสุกุล กิตติ ศรีสมบัติ การประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารกองทุน พัฒนาบทบาทสตรี เนื่องจากไมสามารถเขารวมประชุมไดทําให โครงการไมตอเนื่อง ควรมีการแจงกําหนดการการประชุมกอน ลวงหนา และของบประมาณสนับสนุนตอยอดจากโครงการที่ ทําไปแลว เพื่อสงเสริมใหสมาชิกกองทุนรวมมือในการบริหาร จัดการองคกร โดยเคารพใหเกียรติเพื่อพัฒนาไปสูสวัสดิการ สตรี สรางความรักใหเกิดขึ้นในองคกร การเปดโอกาสใหทุกภาคสวนในชุมชุนเขาไปมีสวนรวมทําให การทํางานเปนไปอยางมีระบบสามารถนําไปปฏิบัติไดอยางเปน รูปธรรมตามวัตถุประสงคซึ่งตองมีการวางแผนกการจัดองคกร โดยคํานึงถึงผลประโยชน ของสวนรวมและประชาชนเปนที่ตั้ง เพื่อความรมเย็นเปนสุขอยางยั่งยืน 127 พระคํารณ อติภทฺโท (ทองนอย), “การบริหารจัดการเชิงเครือขายเศรษฐกิจชุมชนของกลุม เกษตรกร ผูปลูกขาตามหลักอปริหานิยธรรมในเขตเทศบาลตําบลทุงนอย อําเภอ โพทะเล จังหวัดพิจิตร”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒),


๑๑๗ ตารางที่ ๒.๑๑ แนวคิดเกี่ยวกับหลักอปริหานิยธรรม (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ชํานาญ ปญญาเสาร พระมหาวิษณุ วิสารโท (พานนนท) พระอธิการปรีชา ติกฺขญาโณ (มาทา) เวธิกา แดงเรือง การพัฒนาการมีสวนรวมของประชาชนในการปองกันไฟปา ตามหลักอปริหานิยธรรม ควรจัดการประชุมอยางสม่ําเสมอ และจัดประชุมในวันหยุด สามารถหาขอยุติและลงมติดานการ บัญญัติกฎระเบียบตางๆ หนวยงานตางๆ ที่เกี่ยวของควร สนับสนุนงบประมาณ เพื่อการดําเนินกิจกรรมการสิ่งเสริม วัฒนธรรมประเพณี เพื่อใหเกิดการอารักขา คุมครอง ปกปอง ทรัพยากรธรรมชาติ และสืบสานงานดานพระพุทธศาสนา การมีสวนรวมของประชาชนตอการบริหารงานตามหลัก อปริหานิยธรรมภายในชุมชนไมคอยมีเวลาในการใหความ รวมมือเพราะตองมีภาระหนาที่ในการประกอบอาชีพ เกษตรกรรมหรือรับจางเปนสวนใหญบางกลุมไมเห็นถึง ความสําคัญขาดความรับผิดชอบในการมีสวนรวม การนําหลักอปริหานิยธรรมมาประยุกตใชในการบริหารงาน การประสานงานรวมมือใหเกิดการประชุมกันเปนประจํา ให พรอมเพรียงกันทําทุกกิจกรรม ใหเกิดความเปนธรรมในสังคม ชุมชน ใหการเคารพนับถือ ใหเกียรติซึ่งกันและกัน การไมขม เหง หรือลวงเกินสตรี ความเสมอภาคกันการ อนุรักษวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม การทํานุบํารุงพระพุทธศาสนา การใหความ คุมครองคนดีใหอยูในชุมชนอยางปลอดภัย เกิดความสามัคคีขึ้น หลักธรรมาภิบาลที่ใชในการบริหารงานเปนหลักอยูแลว ซึ่งเขา กันไดอยางดียิ่งโดยหลักอปริหานิยธรรมนั้น ชวยใหองคกรหรือ บุคลากร หรือพนักงาน หรือแมแตประชาชนที่ไดนําหลักธรรม คืออปริหานิธรรมนี้ไปประยุกตใชแลว ทําใหความสมัครสมาน สามัคคีในกลุมบุคลากร อันสงผลใหมีแตความเจริญ ไมมีเสื่อม


๑๑๘ ตารางที่ ๒.๑๑ แนวคิดเกี่ยวกับหลักอปริหานิยธรรม (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ทักษิณ ประชามอญ พระคํารณ อติภทฺโท (ทองนอย) การนํารูปแบบการพัฒนาการบริหารงานแบบมีสวนรวมตาม หลักพุทธธรรม คือ การนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ มา บูรณาการกับกระบวนการมีสวนรวมของประชาชน รวม ตัดสินใจ รวมปฏิบัติการ รวมรับผลประโยชน และรวม ประเมินผล สามารถพัฒนาบุคลากรภาครัฐและประชาชนให เกิดทักษะและเห็นความสําคัญของกระบวนการมีสวนรวม สรางการรับรูการรวมพูดคุย ประสานงาน และแสดงความคิด รวมกันเพื่อเปรียบเทียบผลบันทึกขอมูล เพื่อนําไปสูการแกไข ปญหา มีการสงเสริมใหไดมีสิทธิผลประโยชนรวมกัน ควรเปด โอกาสในการเลือกผูนํา รวมกําหนดกฎระเบียบ ควรมีการ เคารพซึ่งกันและกัน พึ่งพากัน และมีการแลกเปลี่ยน ประสบการณกัน แชรความรูใหมๆ ใหแกกันและกัน


๑๑๙ ๒.๕ กรอบแนวคิดการวิจัย งานวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” ผูวิจัยไดศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และรายงานวิจัยที่เกี่ยวของรวมทั้งนําหลักอปริหานิยธรรมมาประยุกตใช โดยกําหนดกรอบแนวคิด การวิจัย (Conceptual Framework) ประกอบดวย ตัวแปรตน (Independent Variables) และตัวแปรตาม (Dependent Variables) ดังนี้ ตัวแปรตน (Independent Variables) คือ สถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายไดเฉลี่ยตอเดือน จากแนวคิดของโคเฮน และอัพฮอฟ1 27 128 ซึ่งแบงออกเปน ๔ ดาน ไดแก ๑) การมีสวนรวมการตัดสินใจ ๒) การมีสวนรวม ดําเนินการ ๓) การมีสวนรวมในการรักษาผลประโยชน ๔) การมีสวนรวมในการประเมินผล ตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการซึ่งนํามาประยุกตใชไดแก ๑. หมั่นประชุมเปนนิตย ๒. พรอมเพียงกันเลิกประชุม พรอมเพียงกันทํากิจกรรม ๓. ไมตั้งกฎระเบียบที่ขัดตอองคการบิหารสวนตําบลและชุมชน ๔. มีความเคารพนับถือตอผูบังคับบัญชา ๕. การใหเกียรติ และคุมครองผูประสบภัย ๖. เคารพและใหการสงเสริมอาชีพ และบรรเทาความเดือดรอน ๗. ใหการดูแลเอาใจใส และตอนรับผูมาใชบริการ ตัวแปรตาม (Dependent Variables) คือ การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน. โดยผูวิจัยกําหนดขอบเขตเนื้อหาโดยสังเคราะห ตามแผนยุทธศาสตรการบริหาร ๕ ดาน คือ ๑) ดานการกําหนดวิสัยทัศนขององคการ ๒) ดานพันธกิจและภารกิจ ๓) ดานวัตถุประสงค และเปาหมายขององคการ ๔) ดานการวิเคราะหสภาพแวดลอมในอนาคต และ ๕) ดานการเตรียม ความพรอมของทรัพยากร 128 Cohen , J.M. and Up Hoff , N.T. Rural Development Participation : Concept and Measures for Project Design Implementation and Evaluation. Rural Development Committee Center for International Studies, (New+ lorcIortd Develiaprents Cooselt Universito105), Pp, 25


๑๒๐ ตัวแปรตน ตัวแปรตาม (Independent Variables) (Dependent Variables) แผนภาพที่ ๒.๔ กรอบแนวคิดการวิจัย ปจจัยสวนบุคคล ๑. เพศ ๒. อายุ ๓. ระดับการศึกษา ๔. อาชีพ ๕. รายไดเฉลี่ยตอเดือน หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ไดแก ๑. การประชุมเปนนิตย ๒. การพรอมเพรียงกันประชุม ๓. การไมบัญญัติหรือไมลมเลิกขอบัญญัติ ตามอําเภอใจ ๔. การเชื่อฟงผูบังคับบัญชา ๕. การใหเกียรติและคุมครองสิทธิสตรี ๖. การสงเสริม และรักษาวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม ๗. การอารักขา คุมครอง ปกปอง อันชอบธรรม การมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยของ องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอ เมืองนาน จังหวัดนาน ๑. การใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในการ บริหารจัดการ ๒. ดานการสรางระบบสนับสนุนการตัดสินใจสั่ง การในการบริหารจัดการสาธารณภัย ๓. ดานการเตรียมความพรอมในการบริหาร จัดการสาธารณภัย ๔. ดานการพัฒนาบุคลากร การมีสวนรวม ๑. การมีสวนรวมการตัดสินใจ ๒. การมีสวนรวมดําเนินการ ๓. การมีสวนรวมในการรักษาผลประโยชน ๔. การมีสวนรวมในการประเมินผล


บทที่ ๓ วิธีดําเนินการวิจัย การศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” มีวัตถุประสงค ๓ ประการ คือ ๑) เพื่อศึกษาระดับการมีสวนรวมของประชาชนในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ๒) เพื่อเปรียบเทียบ การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวน ตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ๓) เพื่อนําเสนอแนวทางสงเสริมการมีสวนรวมของ ประชาชนในการบริหารจัดการงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวน ตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน การวิจัยเรื่องนี้ ผูวิจัยไดกําหนด วิธีดําเนินการวิจัย ดังนี้ ๓.๑ รูปแบบการวิจัย ๓.๒ การวิจัยเชิงปริมาณ ๓.๒.๑ ประชากรและกลุมตัวอยาง ๓.๒.๒ เครื่องมือที่ใชในการวิจัย ๓.๒.๓ การเก็บรวบรวมขอมูล ๓.๒.๔ การวิเคราะหขอมูล ๓.๓ การวิจัยเชิงคุณภาพ ๓.๓.๑ ผูใหขอมูลสําคัญ ๓.๓.๒ เครื่องมือที่ใชในการวิจัย ๓.๓.๓ การเก็บรวบรวมขอมูล ๓.๓.๔ การวิเคราะหขอมูล


๑๒๒ ๓.๑ รูปแบบการวิจัย การวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” เปนการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) โ ดยเปนการวิจัยในเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ซึ่งใชวิธีการวิจัยเชิงสํารวจ (Survey Research) เก็บขอมูลจากแบบสอบถามการวิจัย และการวิจัย เชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยวิธีการสัมภาษณเชิงลึก ( In-Depth Interview) กับผูใหขอมูลสําคัญ (Key Informants) ๓.๒ การวิจัยเชิงปริมาณ ๓.๒.๑ ประชากรและกลุมตัวอยาง ประชากรที่ใชในการศึกษาครั้งนี้ ไดแก ประชาชนในพื้นที่เขตการปกครองขององคการ บริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ที่มีอายุไมต่ํากวา ๑๘ ปบริบูรณ จํานวน ๙,๕๙๒ คน0 1 กลุมตัวอยางในการวิจัยเชิงปริมาณ ไดแก ประชาชนในพื้นที่เขตการปกครองขององคการ บริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน จํานวน ๓๘๓ คน กําหนดกลุมตัวอยาง โดยใชสูตรคํานวณขนาดกลุมตัวอยางของ Taro Yamane ที่ระดับความคลาดเคลื่อน ๐.๐๕ ดังนี้ n = N 1+ N(e)2 เมื่อ n = ขนาดของกลุมตัวอยาง N = จํานวนประชากรทั้งหมด e = คาความคลาดเคลื่อนที่จะยอมรับได 1 ฝายทะเบียนอําเภอเมืองนาน, จํานวนประชากรแยกตามเกณฑอายุ สถิติประชากร แยก รายละเอียด ระดับตําบล/แขวง เขตพื้นที่สวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ของเดือน ธันวาคม ๒๕๖๓, (ขอมูลฝายทะเบียนราษฎร อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน), ขอมูล ณ วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔.


๑๒๓ วิธีทํา n = 9,592 1 + 9,592(0.05)2 n = 9,592 1 + (0.0025) n = 9,592 1 + 24.045 n = 9,592 25.045 n = 382.99 ไดกลุมตัวอยางจํานวน n = ๓๘๓ คน ๒) หาขนาดกลุมตัวอยางของประชาชน ตามสัดสวนของประชากรในแตละหมูบาน ดวยการเปรียบเทียบสัดสวน1 2 ๓) ทําการสุมกลุมตัวอยาง โดยการสุมอยางงาย (Simple Random Sampling) ไดกลุมตัวอยางคือ ประชาชนในพื้นที่เขตการปกครองขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ทั้งหมด ๑๖ หมูบานแยก เปนหมูบานดังตารางนี้ 2 สุวรียศิริโภคารภิรมย, การวิจัยทางการศึกษา, (ลพบุรี : ฝายเอกสารการพิมพสถาบัน ราชภัฏเทพสตรี, ๒๕๔๖),หนา ๑๒๙ -๑๓๐.


๑๒๔ ตารางที่ ๓.๑ แสดงจํานวนประชากรกลุมตัวอยาง (แยกตามหมูบาน) ลําดับ ชื่อหมูบาน หมูที่ ประชากร กลุมตัวอยาง ชาย หญิง รวม ๑ บานสะเนียน ๑ ๓๐๔ ๒๙๖ ๖๐๐ ๒๔ ๒ บานเหนือวัด ๒ ๒๔๒ ๒๔๕ ๔๘๗ ๑๙ ๓ บานหวยลี่ ๓ ๒๗๔ ๒๘๓ ๕๕๗ ๒๒ ๔ บานน้ําโคง ๔ ๕๘๗ ๕๘๐ ๑,๑๖๗ ๔๗ ๕ บานสองแคว ๕ ๖๗๘ ๕๗๒ ๑,๒๕๐ ๕๐ ๖ บานปางเปย ๖ ๕๒๔ ๔๙๙ ๑,๐๒๓ ๔๑ ๗ บานวังตาว ๗ ๓๔๑ ๓๒๓ ๖๖๔ ๒๗ ๘ บานกาใส ๘ ๒๙๑ ๒๔๔ ๕๓๕ ๒๑ ๙ บานหวยปุก ๙ ๒๓๑ ๒๑๒ ๔๔๓ ๑๘ ๑๐ บานละเบายา ๑๐ ๒๔๔ ๒๓๓ ๔๗๗ ๑๙ ๑๑ บานหวยเฮือ ๑๑ ๒๓๐ ๑๙๙ ๔๒๙ ๑๗ ๑๒ บานใหมในฝน ๑๒ ๑๔๑ ๑๓๓ ๒๗๔ ๑๑ ๑๓ บานกลางพัฒนา ๑๓ ๑๖๒ ๑๗๖ ๓๓๘ ๑๔ ๑๔ บานใหมเจริญสุข ๑๔ ๒๙๒ ๒๖๔ ๕๓๖ ๒๑ ๑๕ บานหวยระพี ๑๕ ๑๐๙ ๗๓ ๑๘๒ ๗ ๑๖ บานสมุนใหม ๑๖ ๓๑๓ ๓๑๗ ๖๓๐ ๒๕ รวม ๔,๙๔๓ ๔,๖๔๙ ๙,๕๙๒ ๓๘๓


๑๒๕ ๓.๒.๒ เครื่องมือที่ใชในการวิจัย เครื่องมือที่ใชในการศึกษาครั้งนี้เปนแบบสอบถาม โดยมีขั้นตอนการสราง และการตรวจสอบเครื่องมือ ดังนี้ ๑) ขั้นตอนการสรางเครื่องมือ ๑. ศึกษาหลักการและแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชน ในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน จากเอกสารและผลงานการวิจัยที่เกี่ยวของ ๒. กําหนดกรอบแนวคิดในการสรางเครื่องมือการวิจัย ๓. กําหนดวัตถุประสงคในการสรางเครื่องมือการวิจัยโดยขอคําปรึกษาจากอาจารย ที่ปรึกษาสารนิพนธ ๔. สรางเครื่องมือในการวิจัย ไดแก แบบสอบถาม ๕. นําเสนอรางเครื่องมือการวิจัยตออาจารยที่ปรึกษาสารนิพนธและผูเชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบและปรับปรุงแกไข ๖. นําเครื่องมือการวิจัยไปทดลองใชกับประชากรที่ไมไดเปนกลุมตัวอยาง เพื่อหาสัมประสิทธิ์ความเที่ยงตรงของเครื่องมือ ๗. ปรับปรุงแกไข ๘. จัดพิมพแบบสอบถามในการวิจัยฉบับสมบูรณและนําไปใชจริงเพื่อเก็บรวบรวม ขอมูลและกลุมตัวอยาง ๒) ลักษณะของเครื่องมือ เครื่องมือที่ใชในการวิจัยครั้งนี้เปนแบบสอบถาม (Questionnaire) ที่ผูศึกษาพัฒนาขึ้น ตามกรอบของการวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” โดยสรางแบบสอบถามตามกรอบปจจัยที่กําหนด โดยแบงออกเปน ๕ ตอน ดังนี้ ตอนที่ ๑ เปนแบบสอบถามเกี่ยวกับขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายไดตอเดือน (Check List)


๑๒๖ ตอนที่ ๒ เปนแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีสวนรวมในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ตามแนวคิดการมีสวนรวมของโคเฮนและอัพฮอฟ2 3 ซึ่งแบงออกเปน ๔ ประเภท ไดแก ๑. การมีสวนรวมการตัดสินใจวาควรทําอะไรและทําอยางไร ๒. การมีสวนรวมเสียสละในการพัฒนา รวมทั้งลงมือปฏิบัติตามที่ไดตัดสินใจ ๓. การมีสวนรวมในการแบงปนผลประโยชนที่เกิดขึ้นจากการดําเนินงาน ๔. การมีสวนรวมในการประเมินผล ตอนที่ ๓ แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีสวนรวมในการบริหารจัดการงาน บรรเทาสาธารณภัยตามหลักอปริหานิยธรรมขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน วาดวยธรรมไมเปนที่ตั้งแหงความเสื่อม ธรรมที่ทําใหไมเสื่อม เปนไปเพื่อความเจริญ ฝายเดียว มี ๗ อยาง3 4 คือ ๑. การประชุมเปนนิตย ๒. การพรอมเพรียงกันประชุม ๓. การไมบัญญัติ หรือไมลมเลิกขอบัญญัติตามอําเภอใจ ๔. การเชื่อฟงผูบังคับบัญชา ๕. การใหเกียรติ และคุมครองสิทธิสตรี ๖. การสงเสริม และรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ๗ การอารักขา คุมครอง ปกปอง อันชอบธรรม ตอนที่ ๔ เปนแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยสังเคราะห จากแนวคิดทฤษฏีของ กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.๒๕๖๔-๒๕๖๖ ตามหลัก การขับเคลื่อนงาน DDPM5 ทั้ง ๔ ดาน ดังนี้ 3 Cohen , J.M. and Up Hoff , N.T. Rural Development Participation : Concept and Measures for Project Design Implementation and Evaluation. Rural Development Committee Center for International Studies, (New+ lorcIortd Develiaprents Cooselt Universito105), p 25 4 ที.ม. (ไทย) ๑๐/๖๘/๘๖ 5 กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย https://www.disaster.go.th/th/about /about-vision.php เขาถึงขอมูลเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.


๑๒๗ ๑. ดานการใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ๒. ดานการสรางระบบสนับสนุนการตัดสินใจสั่งการ ๓. ดานการเตรียมความพรอม ๔. ดานการพัฒนาบุคลากร ซึ่งมีลักษณะเปนแบบมาตราสวนประเมินคา (Rating Scale) มี ๕ ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง นอย และนอยที่สุด5 6 โดยมีเกณฑการใหคะแนน ดังนี้ ๕ หมายถึง การมีสวนรวม อยูในระดับ มากที่สุด ๔ หมายถึง การมีสวนรวม อยูในระดับ มาก ๓ หมายถึง การมีสวนรวม อยูในระดับ ปานกลาง ๒ หมายถึง การมีสวนรวม อยูในระดับ นอย ๑ หมายถึง การมีสวนรวม อยูในระดับ นอยที่สุด ตอนที่ ๕ เปนแบบสอบถามขอเสนอแนะเกี่ยวกับการมีสวนรวมในการบริหารจัดการงาน บรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน มีอะไรบาง (Open ended Questionnaire) ที่สอดคลองกับความตองการของประชาชน ๓) การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ ผูวิจัยไดดาเนินการตามขั้นตอนดังนี้ ๑. ขอคําแนะนาจากอาจารยที่ปรึกษาสารนิพนธและผูเชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบเครื่องมือ ที่สรางไว ๒. หาความเที่ยงตรง (Validity) โดยการนําแบบสอบถามที่สรางเสร็จเสนอประธาน และกรรมการที่ปรึกษาสารนิพนธเพื่อขอความเห็นชอบและนําเสนอตอผูเชี่ยวชาญแลวนํามาปรับปรุง แกไขใหเหมาะสม จํานวน ๕ รูปหรือคน ประกอบดวย ๑. พระชยานันทมุนี, ผศ.ดร. ผูอํานวยการวิทยาลัยสงฆนครนาน เฉลิมพระเกียรติฯ ๒. ผศ.ดร.วรปรัชญ คําพงษ อาจารยประจําหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆนครนาน เฉลิมพระเกียรติฯ 6 ขุติระ ระบอบ และคณะ, ระเบียบวิธีวิจัย, (กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย , ๒๕๕๒).


๑๒๘ ๓. ผศ.ดร.ธีรทัศน โรจนกิจจากุล อาจารยประจําหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆนครนาน เฉลิมพระเกียรติฯ ๔. นางกาญจนา ทะกา หัวหนาสํานักปลัด องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ๕. นางศรีทอน ผาทอง นักวิเคราะหนโยบายและแผนชํานาญการ สํานักงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนาน เพื่อพิจารณาทั้งในดานเนื้อหาสาระ และโครงสรางของคําถามตลอดจนภาษาที่ใช และตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ โดยหาคาดัชนีความสอดคลองระหวางขอคําถาม และวัตถุประสงค (Item – Objective Congruence Index : IOC) โดยใชสูตรดังตอไปนี้ ใชสูตร IOC = ∑ IOC คือ ดัชนีความสอดคลอง R คือ คะแนนพิจารณาของผูเชี่ยวชาญ ∑ คือ ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผูเชี่ยวชาญ คือ จํานวนผูเชี่ยวชาญ เกณฑการพิจารณามี ดังนี้ +๑ หมายถึง แนใจวาขอคําถามสอดคลองกับจุดประสงคการวิจัย ๐ หมายถึง ไมแนใจวาขอคําถามสอดคลองกับจุดประสงคการวิจัย -๑ หมายถึง แนใจวาขอคําถามไมสอดคลองกับจุดประสงคการวิจัย เกณฑการแปลความหมาย คาดัชนีความสอดคลองที่ยอมรับได เครื่องมือการวิจัยฉบับนี้ ไดคาความเชื่อมั่น IOC ระหวาง ๐.๖๐ - ๑.๐๐ ซึ่งอธิบายไดวาเครื่องมือมีความสอดคลอง กับวัตถุประสงค ๓. หาความเชื่อมั่นของเครื่องมือ (Reliability) นําแบบสอบถามที่ไดปรับปรุงแกไขแลวไป ทดลองใช(Try out) กับประชากรที่ไมใชกลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย จํานวน ๓๐ คน เพื่อหาคา ความเชื่อมั่นดวยวิธีการหาคาสัมประสิทธิ์แอลฟา (α coefficient) ตามวิธีการของ ครอนบาค (Cronbach)7 ไดคาความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เทากับ ๐.๙๗๐ ๔. นําแบบสอบถามที่ไดปรับปรุงแกไขแลวเสนอตออาจารยที่ปรึกษาสารนิพนธเพื่อขอ ความเห็นชอบและจัดพิมพแบบสอบถามฉบับสมบูรณ เพื่อใชแจกกลุมตัวอยางจริงในการวิจัยตอไป 7 สิน พันธุพินิจ, เทคนิคการวิจัยทางสังคมศาสตร, (กรุงเทพมหานคร : บริษัทจูนพับลิชชิ่ง จํากัด, ๒๕๔๗), หนา ๑๙๑.


๑๒๙ ๓.๒.๓ การเก็บรวบรวมขอมูล ในการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลตามขั้นตอน ดังนี้ ๑. การรวบรวมเอกสาร ผูศึกษารวบรวมขอมูลจากหนังสือ บทความ งานวิจัยและเอกสาร สิ่งพิมพตางๆ ที่เกี่ยวของกับ “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” ๒. ผูวิจัยไดสรางแบบสอบถามและขอหนังสือจากผูอํานวยการหลักสูตร รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆนครนาน เฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อลงพื้นที่เก็บรวบรวม ขอมูล ๓. สงหนังสือขออนุญาตเก็บรวบรวมขอมูลใหกํานันตําบลสะเนียน และผูบริหาร ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน หลังจากนั้นดําเนินการ เก็บรวบรวมขอมูล ๔. ผูวิจัยดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลโดยแจกแบบสอบถามกับกลุมเปาหมาย คือ บุคลากรและประชาชนในชุมชนที่มีสวนรวมในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน จํานวน ๓๘๓ คน ซึ่งในการแจก แบบสอบถามผูศึกษาไดนําแบบสอบถามไปแจกและเก็บรวบรวมขอมูลดวยตัวเอง ๓.๒.๔ การวิเคราะหขอมูล ๑. ผูวิจัยนําแบบสอบถามทั้งหมดมาตรวจสอบความสมบูรณความถูกตองในการตอบ แบบสอบถามแลวนํามาวิเคราะหขอมูล โดยการบันทึกคะแนนแตละขอของแตละคนลงในแบบลงรหัส (Coding Form) ๒. ทําการวิเคราะหขอมูลโดยใชโปรแกรมสําเร็จรูปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร โดยใชสถิติพรรณนา (Descriptive Statistics) ๓. การวิเคราะหขอมูล ๑) ขอมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผูตอบแบบสอบถามประกอบดวย เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายไดเฉลี่ยตอเดือน แหลงที่อยูอาศัย วิเคราะหโดยใชคาความถี่ (Frequency) และคารอยละ (Percentage)


Click to View FlipBook Version