๘๐ โครงสรางองคการบริหารสวนตําบล แผนภาพที่ ๒.๒ โครงสรางขององคการบริหารสวนตําบล86 87 ๔. โครงสรางของ อบต. ประกอบดวย ๒ สวน ไดแก ๑. สภา อบต. คณะกรรมการบริหาร อบต. โดยที่ ๑.๑ สภา อบต. ประกอบดวย สมาชิกสภา อบต. ซึ่งไดรับการเลือกจากราษฎรใน หมูบานในตําบลนั้น ๆ หมูบานละ ๒ คน (ถา อบต. ใดมี ๑ หมูบาน ใหมีสมาชิกสภา อบต. ๖ แตถา อบต. ใดมี ๒ หมูบานใหมีสมาชิก อบต. ไดหมูบานละ ๓ คน) สภา อบต. มีหนาที่ใหความเห็นชอบ แผนพัฒนา อบต. รางขอบังคับตําบลรางขอมูลบังคับงบประมาณรายจายเพิ่มเติม และควบคุมการ ตรวจสอบการทํางานของคณะกรรมการบริหาร อบต. 87 องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน, “แผนอัตรากําลัง ๓ ป ประจําปงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔ – ๒๕๖๖” องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน (นาน : องคการบริหาร สวนตําบลสะเนียน, 256๔). สํานักปลัด อบต. 1. งานบริหารทั่วไป 2. งานยุทธศาสตรและ งบประมาณ 3. งานการเจาหนาที่ 4. งานนิติการ 5. งานสวัสดิการสังคม 6. งานปองกันและบรรเทา สาธารณภัย 7. งานสงเสริมการ ทองเที่ยว กองคลัง 1. งานการเงินและบัญชี 2. งานพัฒนารายได 3. งานพัสดุและทรัพยสิน กองชาง 1 .งานบริหารงานทั่วไป 2. งานควบคุมอาคาร 3. งานสํารวจและออกแบบ 4. งานผังเมือง 5. งานควบคุมการกอสราง 6. งานสาธารณูปโภค กองสาธารณสุขและ สิ่งแวดลอม 1. งานบริหารงานทั่วไป 2. งานบริหารงาน สาธารณสุข 3. งานบริการสาธารณสุข 4. งานควบคุมและจัดการ คุณภาพสิ่งแวดลอม กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1.งานบริหารงานทั่วไป 2.งานบริหารการศึกษา 3.งานสงเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 4.งานสงเสริมกีฬาและ นันทนาการ องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน สภาองคการบริหารสวนตําบลสะเนียน สมาชิกสภาอบต. ฝายบริหารองคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ๑. ผูบริหาร (นายกอบต.) ๒. ปลัดอบต.
๘๑ ๑.๒ คณะกรรมการบริหาร อบต. ประกอบดวยนายก อบต. จํานวน ๑ คนและ กรรมการบริหารจํานวน ๒ คน โดยสภา อบต. เปนผูเลือกจากสมาชิกสภา อบต. แลวเสนอให นายอําเภอแตงตั้ง โดยมีปลัด อบต. ดํารงตําแหนงเลขานุการคณะกรรมการบริหาร อบต. มีหนาที่ บริหารงาน อบต. ตามมติของสภา อบต.จัดทําแผนพัฒนา อบต. งบประมาณ รายจายประจําป รายงานผลการปฏิบัติงานและการใชจายเงินใหสภาอบต. ทราบ และปฏิบัติหนาที่ อื่น ๆ ตามกฎหมายโดยมีพนักงานสวนตําบล ซึ่งไดแกปลัดอบต. หัวหนาสวนการคลัง หัวหนาสวน โยธา ฯลฯเปนเจาหนาที่ผูปฏิบัติงานใหแกคณะกรรมการบริหารอบต. โดยมีนายกอบต. เปน ผูบังคับบัญชา สมาชิกองคการบริหารสวนตําบล มีหนาที่กําหนดนโยบายใหคณะกรรมการบริหาร อบต.ไปปฏิบัติ ซึ่งนโยบายที่สภาอบต. กําหนดออกมาในรูปของแผนพัฒนาอบต. และขอบังคับ งบประมาณรายจายของอบต. สภาอบต. ที่ดีจะตองพิจารณาอนุมัติแผนงานหรือโครงการที่เปนความ ตองการที่แทจริงของประชาชน ๕. ภารกิจและหนาที่ของอบต. อบต. มีภาระหนาที่ในการพัฒนาตําบลทั้งในดานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมโดย ภารกิจ และหนาที่ของอบต. มี ๒ ประเภท ดังนี้ ๑. ภารกิจและหนาที่อบต. ตองทํามีดังตอไปนี้ ๑.๑ การจัดใหมีและบํารุงทางน้ําและทางบก ๑.๒ การรักษาความสะอาดถนน ทางน้ํา ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งการกําจัด ขยะมูลฝอย และสิ่งปฏิกูล ๑.๓ ปองกันโรคและระงับโรคติดตอ ๑.๔ ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑.๕ สงเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑.๖ สงเสริมการพัฒนาสตรีเด็กและเยาวชน ผูสูงอายุ และคนพิการ ๑.๗ คุมครองดูแลและบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ๑.๘ บํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของ ทองถิ่น ๑.๙ ปฏิบัติหนาที่ยื่นตามที่ราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณ หรือบุคลากร ใหตามความจําเปนและสมควร ๒. ภารกิจและหนาที่ ที่อบต. อาจทํา ดังนี้ ๒.๑ ใหมีน้ําเพื่ออุปโภค บริโภค และการเกษตร ๒.๒ ใหมีน้ําและบํารุงการไฟฟาหรือแสงสวางโดยวิธีอื่น
๘๒ ๒.๓ ใหมีน้ําและบํารุงรักษาระบายน้ํา ๒.๔ หรือบํารุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผอนหยอนใจและสวนสาธารณะ ๒.๕ ใหมีและสงเสริมกลุมเกษตรกรและกิจการสหกรณ ๒.๖ สงเสริมใหมีอุตสาหกรรมในครอบครัว ๒.๗ บํารุงและสงเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร ๒.๘ การคุมครองดูแลและรักษาทรัพยากรอันเปนสาธารณะสมบัติของแผนดิน ๒.๙ หาผลประโยชนจากทรัพยสินขององคการบริหารสวนตําบล ๒.๑๐ ใหมีตลาดทาเทียบเรือ และทาขาม ๒.๑๑ กิจกรรมเกี่ยวกับการพาณิชย ๒.๑๒ การทองเที่ยว ๒.๑๓ การผังเมือง87 88 ๒.๓.๒ การบริหารงานขององคการบริหารสวนตําบล อบต. มีหนาที่ในการแกไขปญหาความเดือดรอนของประชาชนและจัดกิจกรรมตาง ๆตาม หนาที่ที่กฎหมายกําหนดไวใหสอดคลองกับปญหาและความตองการของประชาชนในพื้นที่โดยมี ขั้นตอนการดําเนินงาน ดังนี้ ๑. การจัดทําแผนพัฒนาอบต. ซึ่งเปนขั้นตอนกําหนดโครงการ/กิจกรรม ที่จะดําเนินการ ในการแกไขปญหา พัฒนา และจัดบริการตาง ๆ แกประชาชน ซึ่งตองใหประชาชนมีสวนรวมในการ เสนอวามีปญหาอะไรบาง และตองการใหอบต. ทํากิจกรรมหรือจัดบริการอะไร เมื่อสภาอบต. ให ความเห็นชอบ ก็นําไปดําเนินการได ๒. การจัดงบประมาณรายจาย โดยการคัดเลือกกิจกรรมหรือโครงการที่อยูในแผนพัฒนา มาจัดทําเปนขอบังคับงบประมาณรายจายประจําปหรือเพิ่มเติม เมื่อ สภาอบต. ใหความเห็นชอบและ นายอําเภออนุมัติก็นําไปปฏิบัติได ๓. ดําเนินการตามโครงการ/กิจกรรม ที่อยูในขอบังคับงบประมาณ รายจายประจําปหรือ เพิ่มเติมโดย ๓.๑ การจัดซื้อ - จัดจางโดยอบต. จะตองแตงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดําเนินการซึ่ง จะตองแตงตั้งผูแทนประชาคม รวมเปนคณะกรรมการจัดซื้อ - จัดจาง อยางนอย คณะละ ๒ คน 88 โยธิน เถื่อนมิ่งมาตย, ปญหาและแนวทางแกไขการบริหารงานทองถิ่น : กรณีศึกษาองคการ บริหารสวนตําบลในเขตอําเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม, (มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, ๒๕๔๘), หนา ๑๔.
๘๓ ๓.๒ การเบิกจายโดยนายกอบต. เปนผูอนุมัติเพื่อจายใหกับผูขายหรือผูรับจางและ ลงบัญชีเพื่อแสดงรายรับ - รายจาย และฐานะทางการเงิน การคลัง ของอบต. ๔. การจัดเก็บภาษี เปนหนาที่ตามกฎหมายที่อบต. สามารถจัดเก็บภาษีในพื้นที่ ไดแก ภาษีปาย ภาษีบํารุงทองที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน อากรฆาสัตว เปนตน เพื่อนําเงินไปใชในการพัฒนา ทองถิ่น ๕. การประชุมสภาอบต. เพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบแผนพัฒนาอบต. ขอบังคับ งบประมาณรายจายประจําป และงบประมาณรายจายเพิ่มเติมรวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ที่กฎหมายกําหนดให เปนอํานาจของสภาอบต. ๖. การติดตามประเมินผลโดยอบต. ตองติดตามประเมินผลการทํางานวาเปนไปดวยความ ถูกตองหรือไม ๗. การรายงานผลการดําเนินงาน โดยฝายบริหารตองรายงานผลการดําเนินงาน ใหสภา อบต. ทราบอยางนอยปละ ๒ ครั้ง รวมทั้งตองรายงานใหประชาชนรับทราบโดยทั่วกันดวย88 89 ๒.๓.๓ อํานาจหนาที่ความรับผิดชอบ งานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานสวนตําบลจังหวัดนาน89 90 ณ วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ โครงสรางสวนราชการและอํานาจหนาที่ขององคการบริหารสวนตําบล ที่แนบทายประกาศ ก. อบต. เรื่อง กําหนดกอง สํานัก หรือสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นขององคการบริหารสวนตําบล พ.ศ. ๒๕๖๓ ลําดับที่ ๒๔ กองปองกันและบรรเทาสาธารณภัย มีหนาที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับแผนปองกัน และบรรเทาสาธารณภัยทุกประเกท การจัดทําหรือชวยจัดทํางบประมาณ งานวิเคราะหพื้นที่ เสี่ยง เกิดเหตุสาธรรณภัยทุกประเภท งานแผนการปองกัน เฝาระวัง และแจงเตือนภัย งานแผนการระงับ เหตุ งานแผนการชวยเหลือผูประสบภัยเรงดวน เชน ที่ฟกอาศัย เครื่องนุงหม อาหาร เครื่องดื่ม ยารักษาโรค งานแผนการฟนฟูและการสงเคราะหผูประสบภัย งานศูนยรับแจงเหตุ งานรายงานผล ดําเนินงานตามแผนงานดานตางๆงานสํารวจแหลงธรรมชาติและจุดติดตั้งหัวรับน้ําดับเหลิง งานจัดตั้ง กลุมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย งานฝกอบรมและฝกซอมตามแผนการปองกันและบรรเทา สาธารณภัย งานประชาสัมพันธเผยแพรใหความรูการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตางๆ แก ชุมชน 89 สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี, คูมือการมีสวนรวมของประชาชน, (กรุงเทพมหานคร: สํานัก เลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ๒๕๔๘), หนา ๑๐-๑๒. 90 สํานักงานสงเสริมการปกครองทองถิ่นจังหวัดนาน ประกาศคณะกรรมการพนักงานสวนตําบล จังหวัดนาน เรื่อง กําหนดกอง สํานัก หรือสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นขององคการบริหารสวนตําบล พ.ศ. ๒๕๖๓ (ประกาศ ณ วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๓), หนา ๒๗.
๘๔ สวนราชการ โรงเรียนสถานประกอบการตาง ๆ งานตรวจสอบยานพาหนะ เรือดับเพลิง ปริมาณน้ํา ดับเพลิง สารเคมีดับเพลิง และวัสดุอุปกรณตางๆ งานจัดทําทะเบียนประวัติการใชยานพาหนะ เรือ ดับเพลิง สารเคมีดับเพลิง งานแผนการบํารุงรักษายานพาหนะ สารเคมีดับเพลิง งานจัดทําทะเบียน ควบคุมการจัดซื้อ เก็บรักษา การเบิกจายวัสดุ อุปกรณ อะไหล น้ํามันเชื่อเพลิง งานสนับสนุนและ ประสานงานกับหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของ งานสนับสนุนน้ําเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร งาน สงเสริมสนับสนุนดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม งานบริการขอมูล สถิติ ชวยเหลือให คําแนะนําทางวิชาการ งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวของและที่ไดรับมอบหมาย งานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑. งานอํานวยการ,งานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย,งานกูภัยตางๆ,งานวิทยุสื่อสาร ๒. งานสํารวจชวยเหลือและฟนฟูผูที่ไดรับภัยตางๆ ๓. งานกิจการอปพร. เชน ฝกอบรม จัดทําขอมูลประวัติและบัตรสมาชิกอปพร. ๔. งานจัดทําแผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๕. การแจงเตือนภัยเตรียมพรอมรับสถานการณและแผนเผชิญเหตุ ๖. งานรักษาความสงบเรียบรอยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ๗. ควบคุมดูแล บํารุงรักษา และซอมแซมรถบรรทุกน้ําเอนกประสงค ๘. ควบคุมดูแลบํารุงรักษาวัสดุ/ครุภัณฑ อุปกรณ เครื่องมือเครื่องใชในการดับเพลิง ตางๆ ๙. รายงานเหตุดวน เหตุทางสาธารณภัย ใหผูบังคับบัญชา อําเภอและจังหวัดทราบ ๑๐. จัดใหมีเจาหนาที่อยูเวรรักษาการสถานที่ราชการประจําวัน อยูเวรเตรียมความ พรอมในงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑๑. งานอื่นๆ ที่เกี่ยวของหรือตามที่ไดรับมอบหมาย90 91 ๒.๓.๔ ประวัติและความเปนมา องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ไดรับการประกาศจัดตั้งเปนองคการบริหารสวนตําบล จากกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๙ และประกาศราชกิจจานุเบกษาฉบับทั่วไป 91 องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน “คําสั่งองคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ที่ ๑๑๑ / ๒๕๖๓ เรื่อง กําหนดงานและหนาที่ความรับผิดชอบของสํานักงานปลัดองคการบริหารสวนตําบลสะเนียน” (สั่ง ณ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ ๒๕๖๓), หนา ๑๐.
๘๕ เลม ๑๑๓ ตอน พิเศษ ๕๒ ลงวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๓๙ ซึ่งมีฐานะเปนหนวยงานบริหารราชการสวน ทองถิ่น เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ ๒๕๔๐ เปนองคการบริหารสวนตําบลสะเนียนถึงปจจุบัน ไดแบง โครงสรางภายในองคกรมีผูบริหารทองถิ่น (ใชอํานาจบริหาร) ทําหนาที่บริหารปกครองทองถิ่นและ มีสภาทองถิ่น (ใชอํานาจนิติบัญญัติ) ทําหนาที่ในการออกขอบัญญัติทองถิ่นรวมถึงควบคุมการทํางาน ของผูบริหารทองถิ่นดวย สวนปญหาการบริหารงานขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ในฐานะที่รัฐบาลเปนองคกรปกครองประเทศและประชาชน ดังนั้นรัฐบาลจึงตองมีหนาที่ บทบาทหนาที่และภารกิจ ตอประชาชนมากมายหลายประการ ภารกิจที่สําคัญของรัฐบาลนอกจาก การรักษาความสงบเรียบรอยและความมั่นคงของประเทศแลว รัฐยังตองใหความสําคัญในเรื่อง “การ ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย” อีกดวย ทั้งที่สาธารณภัยตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแตอดีต ที่ผานมามีความรุนแรงและสรางความเสียหายแกชีวิตและทรัพยสินทั้งของรัฐและประชาชนอยาง มากมายนับไมถวน เชน พายุใตฝุน ภัยจากสงคราม ภัยพิบัติจากอุทกภัย วาตภัยและอัคคีภัย ในการบริหารจัดการภัยพิบัติโดยทั่วไปจะตองแบงตามวัฎจักรการบริหารจัดการภัย ๔ ขั้นตอน ดังนี้ ๑) การปองกันและลดผลกระทบ ๒) การเตรียมพรอมรับภัย ๓) การจัดการใน ภาวะฉุกเฉิน ๔) การจัดการหลักการเกิดภัย9 1 92 ซึ่งเปนไปตามพระราชบัญญัติปองกันและบรรเทา สาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ และสอดคลองกับแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘ รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ และยุทธศาสตรการเตรียมพรอมแหงชาติและแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด/ อําเภอ เพื่อใหการบริหารจัดการสาธารณภัยเปนไปในทิศทางเดียวกันทั้งระบบ และเพื่อประโยชน ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยไดอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สรางความเชื่อมั่นใหกับ ประชาชน และสรางพื้นที่ใหเปนทองถิ่นที่ปลอดภัย โดยใหความสําคัญกับหลักการจัดการความ เสี่ยงจากสาธารณภัยที่ประกอบดวยการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย ไดแก การปองกัน การลด ผลกระทบ และการเตรียมความพรอม ควบคูกับการจัดการในภาวะฉุกเฉิน ไดแก การเผชิญเหตุ และ การบรรเทาทุกข รวมทั้งการฟนฟู ไดแก การฟนสภาพและการซอมสราง การสรางใหมใหดีกวาและ ปลอดภัยกวาเดิม 92 กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย “คูมือ การวางระบบบริหารจัดการในภาวะวิกฤตจากภัย พิบัติ” พิมพครั้งที่ ๒ (กรุงเทพมหานคร : ชุมชนสหกรณการเกษตรแหประเทศไทย จํากัด, สิงหาคม ๒๕๕๒), หนา ๑
๘๖ องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ตั้งอยูบานเลขที่ ๒๐๕ หมูที่ ๑ บานสะเนียน ตําบล สะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ยกฐานะจากสภาตําบลสะเนียนเปนองคการบริหารสวนตําบล สะเนียน ในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ ๒๕๔๐ โดยมีนายวงค เกียรติยศ ดํารงตําแหนง ประธาน กรรมการบริหารองคการบริหารสวนตําบล สะเนียนและกํานันตําบลสะเนียน ตามประกาศ กระทรวงมหาดไทยเรื่องการจัดตั้งองคการบริหารสวนตําบล มาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๑ แหง พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ และยกฐานะเปนองคการ บริหารสวนตําบลขนาดกลาง เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๐ ประวัติหมูบาน ตําบลสะเนียนเปนตําบลที่มีวัฒนธรรมหลากหลายประกอบดวยประชาชนหลานชนเผา เชน ชนพื้นเมืองภาคเหนือ ชนเผามง ชนเผาเมี่ยน ชนเผาถิ่น ชนเผาขมุและเผาตองเหลือง โดยมี ประวัติความเปนมา ดังนี้ ตําบลสะเนียนแยกการปกครองมาจากตําบลถืมตอง และจัดตั้งเปนตําบลเมื่อป พ.ศ. ๒๕๒๙ โดยบานสะเนียน หมูที่ ๑ และบานเหนือวัด หมูที่ ๒ เปนชุมชนที่อยูใกลเคียงกันเปนคน พื้นเมืองภาคเหนือ ศรัทธาวัดสุรธาดารวมกัน บานหวยลี่ หมูที่ ๓ และบานน้ําโคง หมูที่ ๔ ประชากรเพิ่มมากขึ้นจึงแยกเปน ๒ หมูบาน เมื่อป พ.ศ. ๒๕๑๖ ทั้งสองหมูบานประกอบดวยประชากรชาวพื้นเมืองภาคเหนือ ๗๐% และ ชนเผาเมี่ยน ๓๐% ที่อพยพมาจากบาน ปาแพะ อําเภอเวียงสา จังหวัดนาน เมื่อป พ.ศ. ๒๕๓๓ บานสองแคว หมูที่ ๕ เปนหมูบานชาวไทยภูเขาเผามง ตั้งอยูทางทิศตะวันตกของอําเภอ เมืองนานบนถนนสายนาน-พะเยา หลักกิโลเมตรที่ ๑๙ หางจากที่วาการอําเภอเมืองนานประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ในป พ.ศ. ๒๕๔๔ มีประชากรเพิ่มมากขึ้นจึงไดแยกการปกครองเปนหมูบานใหมเจริญสุข หมูที่ ๑๔ บานปางเปย หมูที่ ๖ เดิมเปนที่พักแรมคางคืนของพอคาวัว ควาย พอคาเกลือและ นายพราน ที่พักบริเวณนี้มีปาไมพวกตนเปย (ตนตะแบก) จานวนมากจึงเรียกสถานที่นี้วา “ ปางตนเปย” ตอมาคาดวาตนไดหายไปจึงเรียกขานตอกันมาวา “บานปางเปย” บานวังตาว หมูที่ ๗ เดิมมีผูมาตั้งรกรากอยูเพียง ๗ หลังคาเรือน เมื่อป พ.ศ. ๒๓๘๑ เปน หมูบานเกาแกมีอายุถึง ๑๕๕ ป ตอมามีประชาชนจากหลายสถานที่อพยพเขามาอยูอาศัยเรื่อยๆ ประชาชนเปนชาวพื้นเมืองภาคเหนือ
๘๗ บานกาใส หมูที่ ๘ คนสวนใหญเปนคนพื้นที่ราบชาวพื้นเมือง ประกอบอาชีพหลักคือปลูก ขาวโพด ขาวไร ถั่วงา ยางพารา เปนตน บานหวยปุก หมูที่ ๙ เปนชนเผาขมุ อพยพมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สันนิษฐานวาราวสมัยรัตนโกสินทรตอนตน (รัชกาลที่ ๑-๓) พมายกกองทัพตีเมืองเวียงจันทน ไดกวาด ตอนผูคนอพยพมาเปนเชลยเดินทางผานบริเวณลานนา มีบางสวนหลบหนีเขาไปตั้งรกรากบริเวณ จังหวัดเชียงราย พะเยา นาน ชาวบานหวยปุกอพยพมาจากอําเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายทางลํา น้ําหวยปุกซึ่งใชเปนชื่อของหมูบานจนถึงปจจุบัน บานกลางพัฒนา หมูที่ ๑๓ เปนชนเผาเมี่ยน มาตั้งรกรากเปนชุมชนเมื่อป พ.ศ. ๒๕๐๕ อพยพหนีภัยคอมมิวนิสตมาจากดอยผาจิ ผาตั้ง จังหวัดพะเยา เดิมบานกลาง บานหวยลี่ บานน้ําโคง เปนเขตการปกครองเดียวกัน ตอมากระทรวงมหาดไทยไดประกาศจัดตั้งเปนหมูบาน ประชาชนจึงตั้ง ชื่อหมูบานใหมจากเดิมบานกลางเปนบานกลางพัฒนา บานใหมเจริญสุข หมูที่ ๑๔ เปนหมูบานที่แยกมาจากหมูบานสองแคว หมูที่ ๕ ตําบล สะเนียน ไดรับอนุมัติจัดตั้งหมูบานใหมจากกรมการปกครองเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๔ หมูบาน ใหมเจริญสุขมีพื้นที่ประมาณ ๓๐ ไร บานหวยระพี หมูที่ ๑๕ เปนชาวเขาเผาเมี่ยน หรือเยา สวนใหญยายมาจากจังหวัด เชียงราย ตอมามีชนเผามูเซอ มง มาอยูรวมกันทั้งหมด ๓ เผา ยายมาตั้งถิ่นฐาน ณ บานหวยระพี ประมาณ ๔๕ ป สาเหตุที่ตั้งชื่อวาบานหวยระพี เนื่องจากสมัยกอนตั้งหมูบานอยูแถวริมหวย ซึ่งมีชื่อ หวยวา “หวยระพี” ชุมชนบานหวยระพีเปนหมูบานที่สงบเรียบรอยไรปญหายาเสพติด ปกครองกัน แบบพี่นอง บานสมุนใหม หมูที่ ๑๖ แรกเดิมยายมาจากบานขี้ชางบง หมูที่ ๔ ตําบลผาชางนอย อําเภอปงจังหวัด พะเยา เมื่อป พ.ศ. ๒๕๑๓ มาเปนหมูบานของบานหวยปุก และไดแยกหมูบานบาน ละเบายา ตําบลถืมตอง หมูที่ ๑๔ อําเภอเมือง จังหวัดนาน อยูมาถึงป พ.ศ. ๒๕๔๗ ไดแยกจากบาน ละเบายามาเปนหมูที่ ๑๖ และปจจุบันมีศูนยเรียนรูเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ขุนน้ําสะเนียน – หวยลู ตําบลสะเนียน อําเภอเมือง จังหวัดนาน (เผามลาบรี) จํานวนประชากรทั้งหมด ๒๙ คน ประชากรชาย ๑๘ คน หญิง ๑๑ คน มีจํานวนครัวเรือน ๘ หลังคาเรือน จํานวน ๙ ครอบครัว
๘๘ ประชากร ไดแก ประชาชนในพื้นที่ตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน จํานวน ประชากรทั้งสิ้น ๑๓,392 คน92 93 จําแนกเปนเพศชาย ๖,๘๖๕ คน เพศหญิง ๖,๕๑๗ คนจํานวน ครัวเรือน๓,๒๕๗ ครัวเรือน กลุมตัวอยาง จํานวน ๑๖ หมูบาน ดังนี้ ตารางที่ ๒.๖ ประชากรตําบลสะเนียน ลําดับ ชื่อหมูบาน หมูที่ ประชากร จํานวน ครัวเรือน ชาย หญิง รวม ๑ บานสะเนียน ๑ ๓๕๘ ๓๕๗ ๗๑๕ ๓๐๒ ๒ บานเหนือวัด ๒ ๒๙๗ ๒๘๘ ๕๘๕ ๒๑๗ ๓ บานหวยลี่ ๓ ๓๖๖ ๓๖๗ ๗๓๓ ๒๐๘ ๔ บานน้ําโคง ๔ ๘๕๕ ๘๔๔ ๑,๖๙๙ ๔๐๓ ๕ บานสองแคว ๕ ๑,๐๐๘ ๘๕๒ ๑,๘๖๐ ๔๑๔ ๖ บานปางเปย ๖ ๘๗๙ ๘๔๐ ๑,๗๑๙ ๓๓๑ ๗ บานวังตาว ๗ ๔๒๔ ๔๐๙ ๘๓๓ ๒๙๗ ๘ บานกาใส ๘ ๓๖๐ ๓๑๘ ๖๗๘ ๒๔๔ ๙ บานหวยปุก ๙ ๒๘๔ ๒๗๓ ๕๕๗ ๑๖๖ ๑๐ บานละเบายา ๑๐ ๓๓๗ ๓๑๔ ๖๕๑ ๑๗๒ ๑๑ บานหวยเฮือ ๑๑ ๓๒๑ ๒๗๙ ๖๐๐ ๑๒๘ ๑๒ บานใหมในฝน ๑๒ ๑๙๑ ๑๘๗ ๓๗๘ ๑๑๓ ๑๓ บานกลางพัฒนา ๑๓ ๒๒๒ ๒๒๕ ๔๔๗ ๙๘ ๑๔ บานใหมเจริญสุข ๑๔ ๔๑๗ ๔๐๙ ๘๒๖ ๑๕๑ ๑๕ บานหวยระพี ๑๕ ๑๔๙ ๑๐๐ ๒๔๙ ๕๑ ๑๖ บานสมุนใหม ๑๖ ๔๒๓ ๔๓๙ ๘๖๒ ๑๔๓ รวม ๖,๘๙๑ ๖,๕๐๑ ๑๓,๓๙๒ ๓,๔๓๘ 93 ฝายทะเบียนอําเภเมืองนาน, “สถิติประชากรขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน” ขอมูลฝาย ทะเบียนราษฎร อําเภอเมืองนานจังหวัดนานขอมูล ณ วันที่ ๑๗ เดือน มกราคม ๒๕๖๔
๘๙ สภาพภูมิประเทศ ลักษณะที่ตั้งและอาณาเขต พื้นที่ของตําบลสะเนียน มีสภาพเปนที่ราบสูง ประกอบดวย ภูเขาและปาไม มีพื้นราบเปนสวนนอย ๑. พื้นที่ราบลุมเปนที่ราบลุมสองฝงลําน้ําสมุนซึ่งอยูตอนใตของตําบล สวนใหญปลูกขาว และพืชไร ๒. พื้นที่ดอนอยูทางทิศตะวันตกและทิศเหนือของตําบล สวนใหญใชปลูกพืชไร ไมผล ๓. พื้นที่ภูเขาและที่ราบสูงอยูทางทิศเหนือและทิศตะวันตกของตําบล สวนใหญปลูกพืชไร ไมผล และเปนพื้นที่ปาเขา ตั้งอยูทางทิศตะวันตกของอําเภอเมืองนาน โดยที่ทําการองคการบริหารสวนตําบลสะ เนียนหางจากที่วาการอําเภอเมืองนานประมาณ ๔.๕ กิโลเมตร และเนื้อที่ มีพื้นที่ประมาณ ๔๑๐ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๒๕๖,๒๕๐ ไร คิดเปนรอยละ ๕๘ ของพื้นที่อําเภอเมืองนาน93 94 การประกอบอาชีพ ในตําบล ประชาชนตําบลสะเนียน สวนใหญประกอบ อาชีพเกษตรกร อาชีพการทําเครื่องเงิน ทอง รับราชการ ธุรกิจสวนตัว และอื่นๆ ๒.๓.๕ ภาระและหนาที่ของ อบต. อํานาจหนาที่องคการบริหารสวนตําบล พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหาร สวนตําบล พ.ศ.๒๕๓๗ และแกไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๗ พ.ศ.๒๕๖๒ องคการบริหารสวนตําบล ๑. เปนองคกรปกครองสวนทองถิ่นระดับตําบล : มีฐานะเปนนิติบุคคล และเปนราชการ บริหารสวนทองถิ่น 94 องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน “แผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัยองคการบริหารสวน ตําบลสะเนียน” องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนา (นาน : องคการ บริหารสวนตําบลสะเนียน, 2563), หนา 1 – 3.
๙๐ ๒. มีอํานาจหนาที่ในการพัฒนาตําบลทั้งในดานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม : การ จัดระบบการบริการสาธารณะเพื่อประโยชนของประชาชนในทองถิ่นของตนเอง อํานาจหนาที่ขององคการบริหารสวนตําบล มาตรา ๖๖ องคการบริหารสวนตําบลมีอํานาจหนาที่ในการพัฒนาตําบลทั้งในดาน เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม มาตรา ๖๗ ภายใตบังคับแหงกฎหมาย องคการบริหารสวนตําบล มีหนาที่ตองทําในเขต องคการบริหารสวนตําบล ดังตอไปนี้ (๑) จัดใหมีและบํารุงรักษาทางน้ําและทางบก รักษาความเปนระเบียบเรียบรอย การดูแล การจราจร และสงเสริมสนับสนุนหนวยงานอื่น ในการปฏิบัติหนาที่ดังกลาว (๒) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ํา ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งกําจัดมูลฝอย และสิ่งปฏิกูล (๓) ปองกันโรคและระงับโรคติดตอ (๔) ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย (๕) จัดการ สงเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและการฝกอบรม ใหแกประชาชน รวมทั้งการจัดการหรือสนับสนุนการดูแลและพัฒนาเด็กเล็กตามแนวทางที่เสนอแนะ จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (๖) สงเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผูสูงอายุ และผูพิการ (๗) คุมครอง ดูแล และบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม (๘) บํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่น (๙) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรให ตามความจําเปนและสมควร [อนุ (๘) (๙) ของมาตรา ๖๗ เพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหาร สวนตําบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒] มาตรา ๖๘ ภายใตบังคับแหงกฎหมาย องคการบริหารสวนตําบลอาจจัดทํากิจการในเขต องคการบริหารสวนตําบล ดังตอไปนี้ (๑) ใหมีน้ําเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร (๒) ใหมีและบํารุงการไฟฟาหรือแสงสวางโดยวิธีอื่น
๙๑ (๓) ใหมีและบํารุงรักษาทางระบายน้ํา (๔) ใหมีและบํารุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผอนหยอนใจและสวนสาธารณะ (๕) ใหมีและสงเสริมกลุมเกษตรกรและกิจการสหกรณ (๖) สงเสริมใหมีอุตสาหกรรมในครอบครัว (๗) บํารุงและสงเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร (๘) การคุมครองดูแลและรักษาทรัพยสินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน (๙) หาผลประโยชนจากทรัพยสินขององคการบริหารสวนตําบล (๑๐) ใหมีตลาด ทาเทียบเรือ และทาขาม (๑๑) กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย (๑๒) การทองเที่ยว (๑๓) การผังเมือง [อนุ (๑๒) (๑๓) ของมาตรา ๖๘ เพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการ บริหารสวนตําบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒] คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบลพ.ศ. ๒๕๓๗[แกไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๒]ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ใหไว ณ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๗เปนปที่ ๔๙ ในรัชกาลปจจุบัน คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ วิสัยทัศน เปนองคกรสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตําบลสะเนียนใหมีความสุข วิสัยทัศนในการพัฒนาทองถิ่น ตําบลสะเนียนนาอยู มุงสูมาตรฐานการศึกษา พัฒนาสูความเปนไทย หางไกลยาเสพติด มี คุณภาพชีวิตดี ใชวิถีเศรษฐกิจพอเพียง
๙๒ พันธกิจ ๑. พัฒนาโครงสรางพื้นฐาน สาธารณูปโภค สาธารณูปการตาง ๆ พัฒนาแหลงน้ําเพื่อ การเกษตร ใหไดมาตรฐานและ เพียงพอกับความตองการของประชาชนตามศักยภาพของ อบต. ๒. ฟนฟู อนุรักษ สงเสริมมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณีทองถิ่น ภูมิปญญาทองถิ่นใหคง อยูคูทองถิ่น และเปนที่สนใจและดึงดูดนักทองเที่ยว ๓. สรางเศรษฐกิจชุมชนใหเขมแข็งเพื่อใหประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถ พึ่งตนเองได ๔. สงเสริมและสนับสนุนกิจการดานสาธารณสุข ๕. พัฒนาและสงเสริมความรูความเขาใจในดานการเมือง การบริหารและการปกครอง ใหกับประชาชนสนับสนุนการมีสวนรวมในการดําเนินการระหวางภาครัฐกับประชาชนในรูปแบบตางๆ และสรางระบบบริหารจัดการภาครัฐที่ดีใน อบต. ๖. สรางระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ทรัพยากรปาไมและ พัฒนาแหลงทองเที่ยว อยางยั่งยืน ๗. สงเสริมและสนับสนุนการศึกษา ๘. ประชาชนมีความมั่นคงในการดํารงชีวิตและมีความพรอมในการเขาสูประชาคม อาเซียน ๒.๓.๖ ผังโครงสรางองคกร การแบงสวนราชการภายใน องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน แบงการทํางานออกเปน ๓ สวน คือฝายบริหาร ฝาย สภา และฝายพนักงานประจํา • ฝายบริหาร ประกอบดวย นายกองคการบริหารสวนตําบล รองนายกองคการบริหาร สวนตําบล ๒ ทาน และเลขานุการนายกองคการบริหารสวนตําบล • ฝายสภา ประกอบดวยประธานสภาองคการบริหารสวนตําบล รองประธานสภาฯ สมาชิกสภา รวมทั้งหมดจํานวน ๒๙ ทาน • ฝายพนักงานประจํา แบงการทํางานออกเปน ๕ สวนงาน คือ สํานักปลัดอบต. กองคลัง กองชาง กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดลอม ทั้ง ๕ สวนงาน กํากับดูแลโดยปลัดองคการบริหารสวนตําบล
๙๓ โครงสรางการแบงสวนราชการ แผนภาพที่ ๒.๓ โครงสรางองคการบริหารสวนตําบลสะเนียน94 95 95 องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน, “แผนอัตรากําลัง ๓ ป ประจําปงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔ – ๒๕๖๖” องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน (นาน : องคการบริหาร สวนตําบลสะเนียน, 256๔).
๙๔ ตารางที่ ๒.๗ แนวคิดเกี่ยวกับองคการบริหารสวนตําบล นักวิชาการหรือแหลงขอมูล แนวคิดหลัก โยธิน เถื่อนมิ่ง สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี องคการบริหารสวนตําบลการมีหนาที่กําหนดนโยบายให คณะกรรมการบริหารอบต.ไปปฏิบัติซึ่งนโยบายที่สภา อบต.กําหนดออกมาในรูปของแผนพัฒนาอบต.และ ขอบังคับงบประมาณรายจายของอบต.สภาอบต.ที่ดี จะตองพิจารณาอนุมัติแผนงานหรือโครงการที่เปนความ ตองการแทจริงของประชาชน องคการบริหารสวนตําบล มีหนาที่ในการแกไขปญหา ความเดือดรอนของประชาชนและจัดกิจกรรมตางๆตาม หนาที่กฎหมายกําหนดไวใหสอดคลองกับปญหาและ ความตองการของประชาชนในพื้นที่โดยมีขั้นตอนการ ดําเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม ที่อยูในขอบังคับ งบประมาณ รายจายประจําป ๒.๔ งานวิจัยที่เกี่ยวของ ในการศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสา ธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน”ผูวิจัยไดคนควา เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวของกับการมีสวนรวม ไวดังนี้ ๒.๔.๑ งานวิจัยที่เกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชน จากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวของปรากฏวา มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับการมีสวนรวมดังนี้ ศิรินรักษ สังสหชาติการศึกษาวิจัยเรื่อง"การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารงาน ขององคการบริหารสวนตําบลบึงกอก อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก" ผลการศึกษาพบวา การมี สวนรวมของประชาชนในการบริหารองคการบริหารสวนตําบลบึงกอก คือ ๑) องคการบริหารสวน ตําบลยังขาดการประชาสัมพันธใหประชาชนรับทราบขอมูลขาวสารการดําเนินงานตางๆ ขององคการ บริหารสวนตําบล ๒) ประชาชนยังไมสามารถเขาไปมีสวนรวมในการรวมคิดรวมพัฒนารวมกับ องคการบริหารสวนตําบล ๓) ประชาชนยังไมเขาไปมีสวนรวมในการเสนอปญหาตางๆ ของชุมชนของ ตัวเองใหองคการบริหารสวนตําบลรับทราบ หรือแมแตกระทั่ง องคการบริหารสวนตําบล จัดทํา
๙๕ ประชาคม ๔) ยามที่องคการบริหารสวนตําบลตองการความรวมมือ ยังไดรับการตอบรับนอยอยู ๕) ประชาชนยังขาดการติดตามและประเมินผลการดําเนินงานตางๆ ขององคการบริหารสวนตําบล95 96 โสภิดา ศรีนุน การศึกษาวิจัยเรื่อง "การมีสวนรวมของประชาชนในการจัดทําแผนพัฒนา เทศบาลเมืองเบตง จังหวัดยะลา ผลการศึกษาพบวา ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเบตง อําเภอเบตง จังหวัดยะลา สวนใหญเปนเพศหญิง มีอายุระหวาง ๔๑-๕๐ ป มีสถานภาพสมรสจบการศึกษา ในระดับอนุปริญญา/ปวส. ประกอบอาชีพคาขาย/ธุรกิจสวนตัวและมีรายไดระหวาง ๑๕,๐๐๐ - ๒๐,๐๐๐บาพ/เดือนประชาชนมีสวนรวมในการจัดทําแผนพัฒนาทศบาลเมืองเบตง จังหวัดยะลา อยูในระดับปานกลาง โดยมีสวนรวมในการปฏิบัติการ มากที่สุดรองลงมาคือการมีสวนรวม รับผลประโยชน การมีสวนรวมในการตัดสินใจและนอยที่สุดคือการมีสวนรวมในการประเมินผล ตามลําดับและพบวาประชาชนที่มีเพศอายุสถานภาและอาชีพแตกตางกัน มีสวนรวมในการจัดทํา แผนพัฒนาเทศบาลเมืองเบตงไมแตกตางกันสวนประชาชนที่ระดับการศึกษาและรายไดแตกตางกัน มีสวนรวมในการจัดทําแผนพัฒนาเทศบาลเมืองเบตงแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ ๐.๐๕96 97 อ นุ ชิ ต โ ม พั น ตุ ง การศึ ก ษ า วิ จั ย เ รื่ อ ง " ก า ร มี ส ว น ร ว ม ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ในการจัดทําแผนพัฒนาสามปของเทศบาลนครแหลมฉบัง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี" ผลการศึกษาพบวา ๑) การมีสวนรวมของประชาชนในการจัดทําแผนพัฒนาสามปของเทศบาลนคร แหลมฉบัง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีพบวา โดยรวมอยูในระดับปานกลางเมือพิจารณา รายดานพบวา อยูในระดับปานกลางทุกดานเรียงลําดับคําเฉลี่ยจากมากไปหานอยไดตังนี้ ดานการมีสวนรวมในผลประโยชนอันดับแรกรองลงมาคือ ดานการมีสวนรวมในการตัดสินใจ ดานการมีสวนรวมในการปฏิบัติการและดานการมีสวนรวมในประเมินผลตามลําดับ ๒) การเปรียบเทียบการมีสวนรวมของประชาชนในการจัดทําแผนพัฒนาสามปของเทศบาลนคร แหลมฉบัง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จําแนกตามเพศอายุอาชีพและรายได พบวาไมแตกตางกัน 96 ศิรินรักษ สังสหชาติ, “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารงานขององคการบริหารสวนตําบล บึงกอก อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก”, วิทยานิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ๒๕๕๙). 97 โสภิดา ศรีนุน, “การมีสวนรวมของประชาชนในการจัดทําแผนพัฒนาเทศบาลเมืองเบตง อําเภอเบ ตง จังหวัดยะลา” สารนิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและเอกชน, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยหาดใหญ, ๒๕๕๘).
๙๖ อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ และจําแนกตามระดับการศึกษาพบวา แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ๐.๐๕97 98 พชรภรณ สิงหสุรีการศึกษาวิจัยเรื่อง"การมีสวนรวมในการจัดการศึกษาขององคกร ปกครองสวนทองถิ่นในจังหวัดระยอง จันทบุรีและตราด"ผลการศึกษาพบวา ๑) การมีสวนรวม ในการจัดการศึกษาขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในจังหวัดระยอง จันทบุรีและตราดโดยรวม และเปนรายดานอยูในระดับมาก ๒) เปรียบเทียบการมีสวนรวมในการจัดการศึกษาขององคกร ปกครองสวนทองถิ่นในจังหวัดระยอง จันทบุรีและตราดจําแนกตามประสบการณในการปฏิบัติงาน โดยรวมและรายดานแตกตางกันอยางไมมีนัยสําคัญทางสถิติ ๓) เปรียบเทียบการมีสวนรวม ในการจัดการศึกษาขององคกรปกครอง สวนทองถิ่นในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด จําแนกตาม ระดับการศึกษาโดยรวมและรายดาน แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ยกเวน ดานระบบบริหารและการจัดการศึกษา ดานการสงเสริมกีฬา นันทนาการ และกิจกรรมเด็กเยาวชน และดานการศิลปวัฒนธรรมจารีตประเพณี และภูมิปญญาทองถิ่น แตกตางกันอยางไมมีนัยสําคัญ ทางสถิติ ๔) เปรียบเทียบการมีสวนรวมในการจัดการศึกษาขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ในจังหวัดระยองจันทบุรี และตราดจําแนกตามเขตจังหวัดโดยรวมและรายดานแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ยกเวนดานการจัดการศึกษาปฐมวัย และดานครู อาจารย และบุคลากรทางการศึกษาแตกตางกันอยางไมมีนัยสําคัญทางสถิติ98 99 สิตา จุลวานิช การศึกษาวิจัยเรื่อง การมีสวนรวมของสตรีตอการพัฒนามหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พบวา สตรีเขามามีสวนรวมที่แตกตางกันเปนไปตามพันธกิจ ของมหาวิทยาลัย ๕ ดาน คือ ๑. การผลิตบัณฑิต ๒. วิจัยและพัฒนา ๓. สงเสริมพระพุทธศาสนา และบริการวิชาการแกสังคม และ ๔. ทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ๕. ดานการบริหารจัดการ ตามหลักธรรมาภิบาล และดวยศักยภาพของสตรีเกิดการรวมคิด รวมวางแผน รวมตัดสินใจ จุดแข็งของสตรีคือเรื่องการสื่อสาร ความละเอียดรอบคอบ โอกาสที่ดีของการมีสวนรวมของสตรี คือ รูปแบบการสอน การสรางวัฒนธรรม การวางตัวเหมาะสม ความสะดวกคลองตัวในการหาทุน จากภายนอก จุดออนคือเรื่องภาพลักษณการมองของสังคม กาลเทศะ การรักษาระยะหางที่เกิดจาก ความคุนเคย สวนอุปสรรคของของสตรีคือขอจํากัดของพระธรรมวินัย โอกาสในเรื่องของตําแหนง 98 อนุชิต โมพันตุง, "การมีสวนรวมของประชาชนในการจัดทําแผนพัฒนาสามปของเทศบาลนคร แหลมฉบัง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี" สารนิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต กลุมวิชาการจัดการภาครัฐ และเอกชน, (บัณฑิตวิทยาลัย: วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๖๐). 99 พชรภรณ สิงหสุรี, "การมีสวนรวมในการจัดการศึกษาขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในจังหวัด ระยอง จันทบุรี และตราด", วิทยานิพนธครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฎรําไพพรรณี, ๒๕๕๘).
๙๗ หนาที่ และลักษณะทางกายภาพเปนจุดเสี่ยงตอภาพลักษณ สตรีควรไดรับการสงเสริม ทางดานฐานความรูเชิงวิชาการ โอกาสในการออกไปทํากิจกรรมในสังคม สวัสดิการดานตาง ๆ และความชัดเจนในสถานะ สตรีที่ทํางานในมหาวิทยาลัยสงฆควรยึดหลักคารวตา สังคหวัตถุ ๔ พรหมวิหาร ๔ โยนิโสมนสิการ อิทธิบาท ๔ หลักความเปนกัลยาณมิตร และศีล ๕99 100 ศิรินรักษ สังสหชาติการมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารงานขององคการบริหาร สวนตําบลบึงกอก อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก” ผลการศึกษาพบวา ประชาชนที่มี เพศ อายุ การศึกษา และอาชีพตางกัน มีสวนรวมในการบริหารงานองคการบริหารสวนตําบลบึงกอก อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก ไมแตกตางกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว สวนประชาชนที่มีรายได เฉลี่ยตอเดือนตางกัน มีสวนรวมในการบริหารงานองคการบริหารสวนตําบลบึงกอก อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕100 101 พระธวัชชัย สนฺติธมฺโม (วรรณนาวิน) การศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชน ในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแกว จังหวัดสระแกว” ผลการศึกษาพบวา การมีสวนรวม ของประชาชนในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสระแกว จังหวัดสระแกว ๑) การตัดสินใจ ควรมีการเพิ่มชองการประชาสัมพันธขาวสาร เสียงตามสายใหทั่วถึง หนวยงานควรใหความสําคัญ ชุมชนทุกชุมชนใหเทากันในการสงงบประมาณใหชุมชนไดพัฒนา ถามีการประชุม ควรเห็นเปน วันหยุดหรือวันวางงาน ๒) การดําเนินงาน อยากใหนายกเทศมนตรีควรลงพื้นที่พบปะประชาชน ใหบอย ๆ อยากใหทางเจาหนาที่บานเมืองปฏิบัติหนาที่เขมงวดกวาดลาง ยาเสพติด อยากใหมีงานสําหรับวัยรุนในวัยเรียน ทําใหสรางรายไดชวยเหลือครอบครัว ๓) การรับผลประโยชน ฝกอบรมประชาชน ใหความรู ความเขาใจใหความสําคัญทุกชุมชนและใหบริการที่ทั่วถึงทุกชุมชน ไดเกิดการพัฒนาชุมชนอยางจริงจัง อยากใหดูแลผูสูงอายุไดมีคุณภาพที่ดีกวานี้ ในดานอาชีพ กิจกรรม สงเสริมสุขภาพ การเจ็บปวยที่มีหมอ มียาใหทันเห็นการณยามลูกหลานไมชวยดูแล ๔) การประเมินผล ควรใหมีตูแดงประจําชุมชน สอบถามถึงปญหาใหแทจริง ปฏิบัติจริง ในการแกไข 100 สิตา จุลวานิช, “สตรีกับสังคมสงฆ : ศึกษาแนวทางการมีสวนรวมของสตรีตอการพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา) บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒). 101 ศิรินรักษ สังสหชาติ ไดวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารงานขององคการ บริหารสวนตําบลบึงกอก อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก”,วิทยานิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิต วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗).
๙๘ เจาะใหตรงประเด็นนั้น ๆ ควรมีการแจงผลประเมินใหประชาชนไดทราบอยางทั่วถึง ทางอินเตอรเน็ต เว็บไซต เปนตน101 102 พระมหาสิทธิศักดิ์ สิทฺธาภิรโต (เสนา) การบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ของเทศบาล เมืองเพชรบูรณ จังหวัดเพชรบูรณโดยภาพรวม จําแนก ตามอายุ พบวา แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญ ทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ (F=๓.๖๕๕, Sig.=๐.๐๑๓) ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ซึ่งสอดคลอง กับงานวิจัยของ พระมหาสิทธิศักดิ์ สิทฺธาภิรโต (เสนา) ไดวิจัยเรื่อง “การบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ ของเทศบาลเมืองเพชรบูรณ จังหวัดเพชรบูรณ” ผลการศึกษาพบวา ประชาชนที่มีอายุ รายไดตอเดือนตางกัน มีความคิดเห็นตอการการบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ของเทศบาล เมืองเพชรบูรณ จังหวัดเพชรบูรณ โดยภาพรวมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ ๐.๐๕102 103 ตารางที่ ๒.๘ แนวคิดเกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชน นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ศิรินรักษ สังสหชาติ ๑ องคการบริหารสวนตําบลยังขาดการประชาสัมพันธให ประชาชนรับทราบขอมูลขาวสารการดําเนินงานตางๆ ๒) ประชาชนยังไมสามารถเขาไปมีสวนรวมในการรวม คิดรวมพัฒนารวมกับองคการบริหารสวนตําบล ๓) ประชาชนยังไมเขาไปมีสวนรวมในการเสนอปญหา ๔) ยามที่องคการบริหารสวนตําบลตองการความรวมมือ ยังไดรับการตอบรับนอย ๕) ประชาชนยังขาดการติดตามและประเมินผลการ ดําเนินงานตางๆ ขององคการบริหารสวนตําบล 102 พระธวัชชัย สนฺติธมฺโม (วรรณนาวิน), “การมีสวนรวมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนในเขต เทศบาลเมืองสระแกว จังหวัดสระแกว”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒). 103 พระมหาสิทธิศักดิ์ สิทฺธาภิรโต (เสนา) ไดวิจัยเรื่อง “การบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ของเทศบาล เมืองเพชรบูรณ จังหวัดเพชรบูรณ”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒).
๙๙ ตารางที่ ๒.๘ แนวคิดเกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชน (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย โสภิดา ศรีนุน อนุชิต โมพันตุง พชรภรณ สิงหสุรี สิตา จุลวานิช ศิรินรักษ สังสหชาติ ประชาชนมีสวนรวมในการจัดทําแผนพัฒนาอยูในระดับ ปานกลาง โดยมีสวนรวมในการปฏิบัติการ มากที่สุด รองลงมาคือการมีสวนรวมรับผลประโยชน การมีสวน รวมในการตัดสินใจและนอยที่สุดคือการมีสวนรวมใน การประเมินผลตามลําดับ ประชาชนมีสวนรวมในการจัดทําแผนพัฒนาอยูในระดับ ปานกลาง โดยมีสวนรวมในการปฏิบัติการ มากที่สุด รองลงมาคือการมีสวนรวมรับผลประโยชน การมีสวน รวมในการตัดสินใจและนอยที่สุดคือการมีสวนรวมใน การประเมินผลตามลําดับ การมีสวนรวมของประชาชนในการจัดทําแผนพัฒนาสาม ปพบวา โดยรวมอยูในระดับปานกลางเมือพิจารณาราย ดวยศักยภาพของสตรีเกิดการรวมคิด รวมวางแผน รวม ตัดสินใจ จุดแข็ง เรื่องการสื่อสาร ความละเอียดรอบคอบ จุดออนคือเรื่องภาพลักษณการมองของสังคม กาลเทศะ สวนอุปสรรคของของสตรีคือขอจํากัดของพระธรรมวินัย โอกาสในเรื่องของตําแหนงหนาที่ การมีสวนรวมของประชาชนตอการบริหารพัฒนา ทองถิ่น พบวา ดานการรวมประชุมการพิจารณา โครงการการดําเนินงานอยูในระดับปานกลางและการมี สวนรวมในดานการตัดสินใจ และการประเมินผลอยูใน ระดับนอย
๑๐๐ ตารางที่ ๒.๘ แนวคิดเกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชน (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย พระธวัชชัย สนฺติธมฺโม (วรรณนาวิน) พระมหาสิทธิศักดิ์ สิทฺธาภิรโต (เสนา) การมีสวนรวมของประชาชนตอการพัฒนาผลการศึกษา พบวา อยูในระตับปานกลางเมื่อพิจารณาเปนรายดาน โดยเรียงลําตับจากคาเฉลี่ยมากไปหานอยดานการเสนอ ปญหาและรวมตัดสินใจในการจัดทําแผนพัฒนาตานของ การควบคุมติดตามและประเมินผล ประชาชนที่มีอายุ รายไดตอเดือนตางกัน มีความคิดเห็น ตอการการบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ของเทศบาล เมืองเพชรบูรณ จังหวัดเพชรบูรณ มุงผลสัมฤทธิ์ โดย ภาพรวมแตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ๒.๔.๒ งานวิจัยที่เกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติของชุมชน ๑) แผนปฏิบัติการเตรียมความพรอมของชุมชนกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ พรเทพ ศิริวนารังสรรคการศึกษาการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยอาศัยชุมชน เปนฐาน กลาววา การจัดการภัยพิบัติใจปจจุบันตองอาศัยความรู ดานการบริหาร จัดการภัยพิบัติ ตั้งแตการจัดการตามบริบทของวงจรการจัดการภัยพิบัติตั้งแตการปองกัน (Prevention) การบรรเทา ผลกระทบ (Mitigation) การเตรียมพรอม (Preparedness) การรับสถาน การณฉุกเฉิน (Emergency Response) การพื้นฟูบูรณะ (Recovery) และการพัฒนา(Development) ซึ่งการดําเนินการตาม ขั้นตอนตางๆ103 104 นั้นจะตองรวมดําเนินการรวมกันของทุกภาค สวนตั้งแตหนวยงานของรัฐ หนวยงาน ตํารวจ อาสาสมัคร ประชาชนโดยการดําเนินการจะตองมีระบบบริหารจัดการขอมูลที่ดีดังนั้น หนวยงานในระดับชุมชนถาไดมีการเตรียมตัว การกําหนดกลยุทธการใช ทรัพยากร กลยุทธการแกไข ปญหาในชุมชนและเนนใหชุมชนเปนศูนยกลางการจัดการภัยพิบัติแลวจะ ทําใหมีการเตรียมความ พรอมดานการเตือนภัยการรองรับความรวมมือจากชุมชนไปสูทองถิ่น ภูมิภาค และรัฐบาลไดอยางมี 104 พรเทพ ศิริวนารังสรรค, การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเปนฐาน, (วารสาร สมาคมเวชศาสตรปองกันแหงประเทศไทย, ปที่ ๑ ฉบับที่ ๓ กันยายน –ธันวาคม ๒๕๕๔).
๑๐๑ ประสิทธิภาพ ดังนั้นการจัดการความเสียงของภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเปนฐาน จะเปนการเตรียม ความพรอมดานการรับภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และการจัดการอยางเปนระบบจะ ชวยใหชุมชน รับมือภัยพิบัติตางๆ ไดเพื่อใหเกิดผลกระทบตอชุมชนใหนอยที่สุด ซึ่งจะเปนการลด ผลกระทบของภัย พิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได สุภาวดี เปรมจิตรการศึกษาแนวทางการปองกันอุทกภัยแบงออกเปน แนวทางปองกัน อุทกภัยดวยสิ่งปลูกสรางกับแนวทางการปองกันอุทกภัยดวยการไมใชสิ่งปลูกสราง พบวา แนวทางการ ปองกันอุทกภัยดวยการสิ่งปลูกสรางที่เหมาะสมกับตําบลบางยาง คือ การกอสราง เขื่อนกักเก็บน้ําการ กอสรางคันกั้นน้ําในรูปแบบของถนน การปรับปรุงทอระบายน้ํา การสรางประตู ระบายน้ํา สวน แนวทางการปองกันอุทกภัยดวยการไมใชสิ่งปลูกสรางที่เหมาะสมกับตําบลบางยาง คือ การปองกัน ตามแบบชุมชนการปองกันดวยวิทยาศาสตร โดยการขุดลอกคลอง การใหขอมูลความรู และขอมูล สาธารณะ โดยการรณรงคประชาสัมพันธ104 105 พีรภัฒน ระรื่นรมยการบริหารจัดการการใหบริการดานเทคโนโลยีสารสนเทศของ เทศบาลเมืองไรขิง จังหวัดนครปฐม ผลการวิจัยพบวา ปจจุบันเทคโนโลยีมีหลายหลายประเภท และมี การพัฒนาอยูตลอดเวลาทําใหไมสามารถทําความเขาใจและใชงานตามไดทันเพราะการใหบริการใน แตละดานตองใชเวลานาน อีกทั้งมีราคาสูงไมสามารถซื้อรุนใหมเพื่อพัฒนาระบบไดทัน การใชงานของ ผูสูงอายุนั้นยังไมสามารถใชงานไดเต็มประสิทธิภาพ ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรไมใหความสําคัญ กับการใชเทคโนโลยีศูนยขอมูลขาวสารยังไมเพียงพอประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการถายทอด ความรูจากผูนําชุมชนระยะเวลาในการจัดอบรมบางเรื่องยังไมเพียงพอขาดการใหความรูแบบลงพื้นที่ เพื่อใหเกิดการปฏิบัติที่แทจริงขาดการจัดทําคูมือเพื่อเปนฐานขอมูลขาดการจูงใจในการเขาอบรมและ เขาใชเทคโนโลยีขาดการสํารวจขอมูลหรือแนะแนวหัวขอกอนวันเริ่มประชาคม ประชาชนจึงไมมี ขอมูลที่เพียงพอในการเสนอตอที่ประชุม105 106 อภิชาติ ใจอารียการศึกษาเรื่องกระบวนการมีสวนรวมแบบพหุภาคีเพื่อ การจัดการ สิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน กรณีศึกษาการจัดการปาชุมชนบานพุเตย จังหวัดกาญจนบุรี106 107 ทําปาชุมชน 105 สุภาวดี เปรมจิตร, สภาพปญหา สาเหตุและแนวทางการปองกันอุทกภัยของตําบลบางยาง อําเภอบานสราง จังหวัดปราจีนบุรี, ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔, ttp : // www 2. gspa. buu. ac. Th / library / is / mpa57 / 57930040. pdf. 106 พีรภัฒน ระรื่นรมย, “การบริหารจัดการใหบริการดานเทคโนโลยีสารสนเทศของเทศบาลเมืองไร ขิ่ง จังหวัดนครปฐม” สารนิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑). 107 อภิชาติ ใจอารีย, การพัฒนากระบวนการมีสวนรวมแบบพหุภาคีเพื่อการจัดการปา ชุมชน อยางยั่งยืน : กรณีศึกษาชุมชนบานพุเตย จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร, ๓๖(๑), ๑๑๑-๑๑๓.
๑๐๒ เขาขลุงไดประสบปญหาความเสื่อมโทรม ปาไมถูกทําลายจนกลายเปนเขาหัวโลน เมื่อปาถูก ทําลาย จนถึงขีดสุดก็ไดมีผูนําชุมชนที่ลุกขึ้นมาพัฒนาพื้นที่ปาชุมชน และปลุกระดมชาวบานใหรวมกัน ดูแล ปาไม หวงแหนปาไมของชุมชนไมตัดไมทําลายปาใชทรัพยากรอยางพอดี จนปาชุมชนไดรับการ ฟนตัว และเริ่มอุดมสมบูรณขึ้นตามลําดับ ซึ่งความเปนมาของปาชุมชนเขาขลุง สายฝน แสงหิรัญ ทองประเสริฐ และคณะ การจัดการภัยพิบัติขององคกรปกครองสวน ทองถิ่นและครือขายองคกรชุมชน พบวา ในอดีตที่ผานมา เมื่อมีภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นไมวาจะ เกิดขึ้น ณ ที่ใดในประเทศ ประชาชนมักจะรอคอยและคาดหวังให หนวยงานของรัฐเขามาชวยเหลือ ดําเนินการแกไขปญหาที่เกิดขึ้นในขณะเดียวกันหนวยงานของรัฐที่ เขามาชวยเหลือประชาชนหรือ แกไขปญหา ก็มักจะเปนหนวยงานราชการจากสวนกลาง องคกร ปกครองสวนทองถิ่น องคกรชุมชน และประชาชนในพื้นที่มักจะไมมีบทบาทที่สําคัญ และเมื่อหนวยงานราชการจากสวนกลางเขามา ดําเนินการ ก็มักจะไมเกิดประสิทธิผล และประสิทธิภาพ เทาที่ควร ดูไดจากการที่ประชาชนในพื้นที่ที่ ประสบภัย ไดรับความชวยเหลือไมทั่วถึงทุกคนหรือเกิด ความซ้ําซอนในการชวยเหลือ ผูไดรับการ ชวยเหลือรายเดียวกันไดรับการชวยเหลือจากหลาย ๆ หนวยงานพรอมกัน ในขณะที่บางรายไมไดรับ ความชวยเหลือจากหนวยงานใดเลยจากเหตุการณ ดังกลาวทําใหเกิดคําถามวา องคกรปกครองสวน ทองถิ่นและองคกรชุมชน สามารถที่จะดูแลและ แกไขปญหาชีวิตของประชาชนเมื่อประสบภัยพิบัติได หรือไม107 108 กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณการจัดการ ขณะเกิดภัยแลง ไวดังนี้ ๑) การใหความสําคัญกับการใชน้ําดานอุปโภคบริโภคเปนอันดับแรก โดยบูรณาการณจากหนวยงานตางๆ เตรียมน้ําสะอาดสําหรับแจกจายในพื้นที่ประสบภัยแลง และรวม สนับสนุนรถยนตแจกจายน้ํา และ เครื่องสูบน้ําในพื้นที่ประสบภัยแลง รองลงมาการรักษาระบบ นิเวศวิทยา และการใชน้ําเพื่อ การเกษตร โดยกรมชลประทานตองคุมเขมพื้นที่เพาะปลูกรวมทั้งขอ ความรวมมือจากเกษตรกร ๒) การใหความชวยเหลือในรูปของตัวเงินหรือสิ่งของแกผูประสบภัยแลง เพื่อบรรเทาเดือดรอนในเบาบาง ลงในระดับหนึ่ง และสุกิตติยา บุญหลายและคณะ (๒๕๖๐) ได ทําการศึกษา เรื่อง แนวทางการพัฒนา ระบบบริหารจัดการน้ําเพื่อการเกษตรยั่งยืน พบวา ระบบการบริหารจัดการน้ํามี ๒ ระบบ คือ ๑) น้ํา จากคลองชลประทาน ๒) โครงการสูบน้ําดวยกระแสไฟฟา ซึ่ง เกิดผลกระทบ ๔ ดาน คือ ๑) ดาน เศรษฐกิจ ๒) ดานสังคม ๓) ดานวัฒนธรรม และ ๔) ดาน สิ่งแวดลอม ประเด็นเหลานี้สงผลกระทบ โดยตรงตอรายไดของเกษตรกร นอกจากนั้นยังกอใหเกิด ความขัดแยงที่เกิดจากการแยงทรัพยากรน้ํา อนึ่ง ผูวิจัยสามารถสังเคราะหแนวทางการพัฒนาระบบ การบริหารจัดการน้ําเพื่อการเกษตรยั่งยืน ได 108 สายฝน แสงหิรัญ ทองประเสริฐ และคณะ, “ การจัดการภัยพิบัติขององคกรปกครองสวน ทองถิ่น และครือขายองคกรชุมชน”, วารสารการบริหารทองถิ่น, ปที่ ๘ ฉบับที่ ๔ (ตุลาคม – ธันวาคม ๒๕๕๘).
๑๐๓ เปน ๕ ประเด็นคือ ๑) จัดทํายุทธศาสตรการบริหาร จัดการน้ํารวมกัน ๒) เพิ่มศักยภาพการบริหาร จัดการน้ําโดยชุมชน ๓) จัดทําขอมูลสารสนเทศและการ ประชาสัมพันธ ๔) เสริมสรางกลไกการมีสวน รวมในการแกไขความขัดแยง และ ๕) สงเสริมการปลูก พืชใชน้ํานอย108 109 พระครูเขมาภิวุฒิ (สังเวียน อภิชาโต) การพัฒนาการบริหารแบบมีสวนรวมเชิงพุทธ สําหรับผูบริหาร สํานักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม” ผลการวิจัยพบวา การพัฒนาการบริหาร แบบมีสวนรวมของผูบริหารสํานักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ประกอบดวย กระบวนการของ การมีสวนรวม ๕ ดาน ไดแก ๑) การมีสวนรวมในการรับรู การคิดศึกษาและคนควา หาปญหาและ สาเหตุ ๒) การมีสวนรวมในการวางนโยบาย หรือแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรม ๓) การมีสวนรวม ในการตัดสินใจในการจัดหรือปรับปรุงระบบการบริหารทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ ๔) การมีสวน รวมในการควบคุม ติดตาม และประเมินผลการทํางานและนําผลกลับมาใชใหเกิดประโยชน ๕) การมี สวนรวมในการรับผลประโยชนจากการพัฒนา โดยมีผลการประเมินการบริหารแบบมีสวนรวมจาก กลุมตัวอยาง พบวา ความถูกตอง มีคาเฉลี่ยอยูในระดับมากที่สุด และความเปนประโยชน ความ เหมาะสม และความเปนไปได มีคาเฉลี่ยอยูในระดับมากตามลําดับ109 110 แสงเทียน จิตรโชติแนวทางการบริหารงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาลสําหรับ สถานศึกษาขยายโอกาสในเขตอําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี” ผลวิจัยพบวา ระดับการบริหาร งบประมาณของผูบริหารโรงเรียนขยายโอกาส อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทั้ง ๑๐ ดาน โดย ภาพรวมอยูในระดับมากผูบริหารโรงเรียนขยายโอกาส อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ไดมีการ บริหารงบประมาณใหเปนไปตามพระราชกฤษฎีกาวาดวยหลักเกณฑและวิธีการบริหารกิจการ บานเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖ และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการสรางระบบบริหาร กิจการบานเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งตอมาไดออกพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และพระราชบัญญัติขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งมีผลใหการบริหารการศึกษามีอิสระมากขึ้น ดังนั้นผูบริหารโรงเรียนจึงปรับเปลี่ยนการ บริหารการศึกษาใหสอดคลองกับนโยบายและหนวยงานอื่น โดยเฉพาะอยางยิ่งโรงเรียนขยายโอกาส อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ไดกําหนดตัวชี้วัดความสําเร็จของโรงเรียนที่สําคัญประการหนึ่ง คือ การบริหารงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล ผูบริหารโรงเรียนไดมีสวนผลักดันนโยบาย จึงทําให 109 กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ, การจัดการภัยแลง, (กระทรวงเกษตรและสหกรณ, ๒๕๕๔), ออนไลนhttps://www. ldd.go.th/www/lek_web/news.jsp?id=18533 ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๔. 110 พระครูเขมาภิวุฒิ (สังเวียน อภิชาโต), “การพัฒนาการบริหารแบบมีสวนรวมเชิงพุทธสําหรับ ผูบริหาร สํานักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรดุษฎีบัญฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).
๑๐๔ การบริหารงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล ของผูบริหารโรงเรียนขยายโอกาส อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อยูในระดับมากทุกดาน110 111 ตารางที่ ๒.๙ แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติของชุมชน นักวิจัย สรุปผลการวิจัย พรเทพ ศิริวนารังสรรค สุภาวดี เปรมจิตร พีรภัฒน ระรื่นรมย การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยอาศัยชุมชนเปนฐาน กลาววา การจัดการภัยพิบัติใจปจจุบันตองอาศัยความรู ดานการบริหาร จัดการภัยพิบัติตั้งแตการจัดการตามบริบท ของวงจรการจัดการภัยพิบัติตั้งแตการปองกันการบรรเทา ผลกระทบ การเตรียมพรอม การรับสถานการณฉุกเฉิน การ พื้นฟูบูรณะ และการพัฒนา แนวทางการปองกันอุทกภัย ดวยสิ่งปลูกสรางกับแนว ทางการปองกันอุทกภัยดวยการไมใชสิ่งปลูกสราง พบวา การกอสรางเขื่อนกักเก็บน้ําการกอสรางคันกั้นน้ําในรูปแบบ ของถนน การปรับปรุงทอระบายน้ํา การสรางประตู ระบาย น้ํา การปองกันตามแบบชุมชน ปจจุบันเทคโนโลยีมีหลายหลายประเภท และมีการพัฒนา อยูตลอดเวลาทําใหไมสามารถใชงานตามไดทันเพราะการ ใหบริการในแตละดานตองใชเวลานาน อีกทั้งมีราคาสูง เพื่อ พัฒนาระบบไดทัน การใชเทคโนโลยีศูนยขอมูลขาวสารยัง ไมเพียงพอประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการถายทอด ความรูจากผูนําชุมชน 111 แสงเทียน จิตรโชติ,“แนวทางการบริหารงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาลสําหรับสถานศึกษา ขยายโอกาส ในเขตอําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา พระพุทธศาสนา (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).
๑๐๕ ตารางที่ ๒.๙ แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติของชุมชน (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย อภิชาต ใจอารีย สายฝน แสงหิรัญ ทองประเสริฐ และ คณะ กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและ สหกรณ, พระครูเขมาภิวุฒิ (สังเวียน อภิชาโต) กระบวนการมีสวนรวมแบบพหุภาคีเพื่อ การจัดการ สิ่งแวดลอมอยางยั่งยืนประสบปญหาความเสื่อมโทรมปา ไมถูกทําลายจนกลายเปนเขาหัวโลน จนถึงขีดสุดก็ไดมี การลุกขึ้นมาพัฒนาพื้นที่ปาชุมชน และปลุกระดม ชาวบานใหรวมกัน ดูแลปาไม หวงแหนปาไมใช ทรัพยากรอยางพอดี จนปาชุมชนฟนตัว การจัดการภัยพิบัติขององคกรปกครองสวนทองถิ่นและ ครือขายองคกรชุมชน พบวา ในอดีตที่ผานมา เมื่อมีภัย พิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นไมวาจะเกิดขึ้น ณ ที่ใดใน ประเทศ ประชาชนมักจะรอคอยและคาดหวังให หนวยงานของรัฐเขามาชวยเหลือดําเนินการแกไขปญหา ที่เกิดขึ้น การจัดการ ขณะเกิดภัยแลง ไวดังนี้ ๑) การให ความสําคัญกับการใชน้ําดานอุปโภคบริโภค ๒) การให ความชวยเหลือในรูปของตัวเงินหรือสิ่งของแก ผูประสบภัยแลง เพื่อบรรเทาเดือดรอนในเบาบางลงใน ระดับหนึ่ง การพัฒนาการบริหารแบบมีสวนรวมของผูบริหารสํานัก เรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ประกอบดวย กระบวนการของการมีสวนรวม ๕ ดาน ไดแก ๑) การมี สวนรวมในการรับรู ๒) การมีสวนรวมในการวางนโยบาย ๓) การมีสวนรวมในการตัดสินใจ ๔) การมีสวนรวมใน การควบคุม ติดตาม และประเมินผล ๕) การมีสวนรวม ในการรับผลประโยชน
๑๐๖ ตารางที่ ๒.๙ แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติของชุมชน (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย แสงเทียน จิตรโชติ การบริหารการศึกษามีอิสระมากขึ้น ผูบริหารจึง ปรับเปลี่ยนการบริหารใหสอดคลองกับนโยบายและ หนวยงาน โดยเฉพาะกําหนดตัวชี้วัดความสําเร็จ ตาม หลักธรรมาภิบาล ผูบริหารโรงเรียนไดมีสวนผลักดัน นโยบาย ๒.๔.๓ งานวิจัยที่เกี่ยวกับองคการบริหารสวนตําบล จากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวของปรากฏวา มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับองคการบริหารสวนตําบล ดังนี้ พระชาญชัย อินฺทญาโณ (ยันตฉิมพลี) แนวทางการพัฒนาภาวะผูนําของพระสงใน อําเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี ผลวิจัยพบวา แนวทางการพัฒนาภาวะผูนํา คือ ๑) การครอง รูจัก คนควาแสวงหาความรู มีความเปนอยูอยางเรียบงายไมฟุมเฟอย มีสัมมาคารวะออนนอมถอมตน ชวยเหลือสังคมอยูเสมอปฏิบัติตนใหเหมาะสมกับตําแหนงหนาที่ของตน ๒) การครองคน สรางความ สามัคคีกับหมูคณะและชุมชนเปนกัลยาณมิตรกับทุกคนปฏิบัติงานทําตัวใหเปนที่ยอมรับของสังคมให คําปรึกษาและชวยเหลือสังคมดวยความจริงใจ ๓) การครองงาน ปฏิบัติงานอยางมีระเบียบแบบแผน ขั้นตอนที่ถูกตอง มีอุดมการณ รัก และมีความสุขกับการทํางานมีความกระตือรือรนอุสาหะอดทน พัฒนางานอยางตอตอเนื่อง111 112 ทักษิณ ประชามอญ การบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมขององคการ บริหารสวนจังหวัดในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พบวา การนํารูปแบบการ พัฒนาการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรม คือ การนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ มาบูรณาการกับกระบวนการมีสวนรวมของประชาชน ไดแก รวมตัดสินใจ รวมปฏิบัติการ รวมรับผลประโยชน และรวมประเมินผลสามารถพัฒนาบุคลากรภาครัฐและประชาชนใหเกิดทักษะ และเห็นความสําคัญของกระบวนการมีสวนรวม โดยยึดนโยบายการจัดประชุมกันเนืองนิตย 112 พระชาญชัย อินฺทญาโณ (ยันตฉิมพลี) “แนวทางการพัฒนาภาวะผูนําของพระสงในอําเภอโนน สะอาด จังหวัดอุดรธานี”,สารนิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา), (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).
๑๐๗ การทํางานเปนทีม การปฏิบัติตามวัฒนธรรมองคกร การใหความเคารพตามหลักอาวุโส การสงเสริม สิทธิและเสรีภาพของสตรีและผูอื่น การสรางความผูกพันตอองคกร การดูแล และจัดสวัสดิการ เพื่อให การบริหารงานแบบมีสวนรวมขององคการบริหารสวนจังหวัด ในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางปฏิบัติตอไปอยางยั่งยืน112 113 ธีรวิทย ทองนอก การบริหารจัดการองคการดวยการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ของเทศบาลเมืองหนองปรือใหมีการยึดมั่น และประพฤติปฏิบัติดํารงตนอยูในหลักพุทธธรรม คุณธรรม และจริยธรรม อยางตอเนื่อง ซึ่งสอดคลองกับหลักสังคหวัตถุ ๔ หลักอิทธิบาท ๔ และหลักโลกบาลธรรม (๒) การบริหารจัดการองคการแบบมุงเนนการมีสวนรวม โดยการพัฒนา ศักยภาพและสรางโอกาสใหภาคประชาสังคมไดเขามามีสวนรวมในการบริหารราชการ ซึ่งสอดคลอง กับหลักอปริหานิยธรรม ๗ หลักสัปปุรสธรรม ๗ และหลักอริยสัจ ๔ (๓) การบริหารจัดการองคการ ดวยการเสริมสรางจริยธรรม โดยกําหนดใหมีการสอดแทรกกิจกรรมที่เกี่ยวของกับหลักพุทธธรรม ไวในโครงการและกิจกรรมตาง ๆ ครั้งละนอย ๆ แตบอย ๆ และตอเนื่องตามความเหมาะสม113 114 พระสิทธิชัย วิสุทฺโธ (หวานผล) แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทํางานของพนักงาน เทศบาลในอําเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี มีดังนี้คือ ๑) ควรมีการยกยองชมเชย เลื่อนตําแหนง และเพิ่มคาตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อกระตุนใหพนักงานมีกําลังใจในการทํางาน ๒) ควรสงเสริมให พนักงานแสวงหาความรูใหมๆ โดยการเขารับการอบรม ดูงาน เพื่อที่จะนําความรูมาใชในการ ปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพ ๓) ควรสรางบรรยากาศการทํางาน โดยการจัดสถานที่ใหมีความ สะดวกและเรียบรอย พรอมทั้งจัดหาอุปกรณใหเพียงพอตอความตองการของพนักงาน ๔) ควร สงเสริมใหพนักงานมีการพบปะสังสรรคและทํากิจกรรมรวมกัน เพื่อทําใหเกิดความสามัคคีในองคกร อันจะนําไปสูการปฏิบัติงานที่ประสิทธิภาพตอไป และ ๕) ควรมีการจัดแบงภาระหนาที่และมอบหมาย งานใหมีความเหมาะสม เพื่อใหพนักงานไดปฏิบัติงานอยางเต็มความสามารถ114 115 113 ทักษิณ ประชามอญ, “รูปแบบการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมขององคการ บริหารสวนจังหวัดในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน”, พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐). 114 ธีรวิทย ทองนอก, “การบริหารจัดการองคกรปกครองสวนทองถิ่นเชิงพุทธบูรณาการของเทศบาล เมืองหนองปรือ จังหวัดชลบุรี”, พุทธศาสตรมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา) บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒). 115 พระสิทธิชัย วิสุทฺโธ (หวานผล) “ปจจัยที่สงผลตอคุณภาพชีวิตการทํางานของพนักงานเทศบาลใน อําเภอคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี, ”, พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒).
๑๐๘ พระครูปญญาภิยุต (ประจวบ ปฺญาทีโป) การจัดการทรัพยากรมนุษยขององคการ บริหารสวนตําบลเขาขลุง อําเภอบานโปง จังหวัดราชบุรีพบวา บุคลากรไมมีความรูความเชี่ยวชาญ การวางแผนขาดการมีสวนรวม เมื่อมีบุคลากรโอน-ยาย ลาออก ไมสามารถจัดหาบุคลากรมาแทน ตําแหนงไดทันตอความตองการ ทําใหการปฏิบัติงานไมตอเนื่อง ใชหลักการสรรหาแบบอุปถัมภ มากกวาระบบคุณธรรม ผูบริหารไมใหความสําคัญในการสนับสนุนศักยภาพบุคลากร ผูบริหารสนใจ งานมากกวาการใสใจพนักงาน แนวทางการจัดการ โดยองคการบริหารสวนตําบล ควรเพิ่มศักยภาพ ของบุคลากร สรางคานิยมที่ดี ความมีระเบียบวินัย ความซื่อสัตย ความเพียรพยายาม ความรักเมตตา เอาใจใสเอื้ออาทรตอกัน ความรับผิดชอบ การมีอุดมการณในการทํางานเพื่อสวนรวม จัดบรรยากาศ การทํางานที่มีความรัก ความอบอุน รักษาผลประโยชนของบุคลากร ทําตนเปนแบบอยาง ใหกําลังใจ ใหรางวัลผลตอบแทนแกคนดีมีคุณธรรม และใหโอกาสบุคลากรไดแสดงความคิดเห็นเสนอแนะ จัดการสื่อสารขอมูลขาวสารใหโปรงใส บุคลากรมีสวนรับรูการตัดสินใจ ผลการดําเนินงาน และ ผลประโยชนที่จะไดรับอยางเสมอภาคและยุติธรรม115 116 พระปลัดคํานวน อนงฺคโณ (เรืองรัตนอนามโย) การพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศของ แหลงทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดจันทบุรี เปนการจัดการและการพัฒนาแหลงทองเที่ยวโดย หนวยงานภาครัฐไดจัดทําระบบสารสนเทศในภาพรวมของจังหวัดจันทบุรี แนะนําเสนทาง แนะนํา สถานที่เชื่อมโยงเสนทางกับแหลงทองเที่ยว เครือขายและนักวิจัยไดพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศโดย การจัดทํา จัดทําเว็บไซต จัดทําเสนทางการทองเที่ยว แหลงทองเที่ยว จัดทําระบบสื่อสาร การจัดการ และพัฒนาโดยเครือขายแหลงทองเที่ยว จัดทํากิจกรรมทองเที่ยวของจังหวัด จัดทําเสนทางการ ทองเที่ยว จัดทําองคความรูและการจัดการและพัฒนาโดยภาครัฐ116 117 พระสมโภช สนฺตจิตฺโต (ปวงอูป) การจัดการหมอกควันของประชาชน ในเขตตําบล แมทา อําเภอแมออน จังหวัดเชียงใหม ประกอบดวย ขาดงบประมาณสนับสนุน เจาหนาที่มีจํานวน นอย ประชาชนขาดจิตสํานึกและการปฏิบัติตามนโยบาย ควรคํานึงถึงประโยชนสวนรวมใหมากขึ้น หนวยงานและประชาชนควรรวมมือกันปฏิบัติตามกฎระเบียบ ขอบังคับ รวมถึงการรณรงค มี บทลงโทษ และหาวิธีการทําลายเศษวัสดุโดยวิธีการอื่น ควรหันมาชวยกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ 116 พระครูปญญาภิยุต (ประจวบ ปฺญาทีโป) “การจัดการทรัพยากรมนุษยขององคการบริหารสวน ตําบลเขาขลุง อําเภอบานโปง จังหวัดราชบุรี”, พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒). 117 พระปลัดคํานวน อนงฺคโณ (เรืองรัตนอนามโย) “การพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศของแหลง ทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดจันทบุรี”, พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการคณะสงฆ, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).
๑๐๙ ใหมากขึ้น หนวยงานจัดทําโครงการ นโยบาย รณรงคการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เชน การปลูกปา ทดแทน การสรางฝายชะลอน้ํา เปนตน117 118 สมพร เกตุกัณฑการมีสวนรวมในการเสนอปญหาตางของชุมชนและของตนเองให องคการบริหารสวนตําบลทราบ ประชาชนสวนใหญประกอบอาชีพการเกษตรทําใหไมมีเวลาเขารวม กิจกรรม และไมคอยมีเวลาเขาไปรับรูและทําความเขาใจในบทบทบาทหนาที่ตนเอง ทําใหไมเขาใจวา ตนเองมีอํานาจในการตรวจสอบอบต. ควรเขาไปมีสวนรวมในการรวมคิดรวมพัฒนารวมกับองคการ บริหารสวนตําบล ควรใหผูนําชี้แจงเหตุผลใหเขาใจในการมีสวนรวม และควรจัดอบรมประชาชนให เกิดการรับรูในบทบาทหนาที่และความเปนพลเมืองที่ดีที่มีตอการบริหารจัดการองคกรของรัฐ118 119 ตารางที่ ๒.๑๐ แนวคิดเกี่ยวกับองคการบริหารสวนตําบล นักวิจัย สรุปผลการวิจัย พระชาญชัย อินฺทญาโณ (ยันตฉิมพลี) ทักษิณ ประชามอญ แนวทางการพัฒนาภาวะผูนํา คือ ๑) การครอง รูจัก คนควาแสวงหาความรู ๒) การครองคน สรางความ สามัคคีกับหมูคณะและชุมชน ๓) การครองงาน ปฏิบัติงานอยางมีระเบียบแบบแผนขั้นตอนที่ถูกตอง การนํารูปแบบการพัฒนาการบริหารงานแบบมีสวนรวม ตามหลักพุทธธรรม คือ การนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ มาบูรณาการกับกระบวนการมีสวนรวมของประชาชน โดยยึดนโยบายการจัดประชุมกันเนืองนิตย การทํางาน เปนทีม การปฏิบัติตามวัฒนธรรมองคกร การใหความ เคารพตามหลักอาวุโส การสงเสริมสิทธิและเสรีภาพของ สตรีและผูอื่น การสรางความผูกพันตอองคกร และการ ดูแลและจัดสวัสดิการ 118 พระสมโภช สนฺตจิตฺโต (ปวงอูป) “การจัดการหมอกควันของประชาชนในเขตตําบลแมทา อําเภอ แมออน จังหวัดเชียงใหม”, พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙). 119 สมพร เกตุกัณฑ“การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารงานขององคการบริหารสวนตําบล ไตรตรึงษ อําเภอเมือง จังหวัดกําแพงเพชร”, พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙).
๑๑๐ ตารางที่ ๒.๑๐ แนวคิดเกี่ยวกับองคการบริหารสวนตําบล (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ธีรวิทย ทองนอก พระสิทธิชัย วิสุทฺโธ (หวานผล) พระครูปญญาภิยุต (ประจวบ ปฺญาทีโป) พระปลัดคํานวน อนงฺคโณ (เรืองรัตน อนามโย) การบริหารจัดการองคการดวยการพัฒนาศักยภาพ บุคลากรมีการยึดมั่น และประพฤติปฏิบัติดํารงตนอยูใน หลักพุทธธรรม คุณธรรม และจริยธรรม อยางตอเนื่อง ดวยการเสริมสรางจริยธรรม โดยกําหนดใหมีการ สอดแทรกกิจกรรมที่เกี่ยวของกับหลักพุทธธรรมไวใน โครงการและกิจกรรมตาง ๆ ครั้งละนอย ๆ แตบอย ๆ และตอเนื่องตามความเหมาะสม แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทํางานมีดังนี้ ๑) ควรมีการยกยองชมเชย เลื่อนตําแหนง และเพิ่ม คาตอบแทนที่ ๒) ควรสงเสริมใหพนักงานแสวงหาความรู ใหมๆ ๓) ควรสรางบรรยากาศการทํางาน ใหมีความ สะดวกและเรียบรอย ๔) ควรสงเสริมใหพนักงานมีการ ทํากิจกรรมรวมกัน ทําใหเกิดความสามัคคีในองคกร และ ๕) ควรมีการจัดแบงภาระหนาที่และมอบหมายงานใหมี ความเหมาะสม บุคลากรไมมีความรูความเชี่ยวชาญ การวางแผนขาดการ มีสวนรวม เมื่อมีบุคลากรโอน-ยาย ลาออก ไมสามารถ จัดหาบุคลากรมาแทนตําแหนงไดทันตอความตองการ ทําใหการปฏิบัติงานไมตอเนื่อง การจัดการและการพัฒนาแหลงทองเที่ยวโดยระบบ สารสนเทศที่เชื่อมโยงเสนทางกับแหลงทองเที่ยว เครือขาย จัดทําระบบสื่อสาร การจัดการและพัฒนา
๑๑๑ ตารางที่ ๒.๑๐ แนวคิดเกี่ยวกับองคการบริหารสวนตําบล (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย พระสมโภช สนฺตจิตฺโต (ปวงอูป) สมพร เกตุกัณฑ การจัดการหมอกควันของประชาชน ตองมีงบประมาณ สนับสนุน เจาหนาที่เพียงพอ ประชาชนมีจิตสํานึกและ การปฏิบัติตามนโยบาย กฎระเบียบ ขอบังคับ รวมถึง การรณรงค มีบทลงโทษ ควรหันมาชวยกันดูแล ทรัพยากรธรรมชาติใหมากขึ้น การมีสวนรวมในการเสนอปญหาตางใหองคการบริหาร สวนตําบลทราบ ควรเขาไปรับรูและทําความเขาใจในบท บทบาทหนาที่ตนเอง ในการรวมคิดรวมพัฒนา ผูนํา ชี้แจงเหตุผลใหเขาใจ และควรจัดอบรมในบทบาทหนาที่ ๒.๔.๔ งานวิจัยเกี่ยวกับหลักอปริหานิยธรรม จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ พบวาการใชหลักธรรมในทาง พระพุทธศาสนามาประยุกตใชในการบริหารงานชวยใหงานประสบผลสําเร็จอยูในระดับดี เพราะ ประชาชนในประเทศสวนใหญนับถือพระพุทธศาสนา จึงมีความผูกพันกับชีวิตของคนไทยเปนอยาง มาก คุณธรรมและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาก็ไดฝงรากลึกในจิตใจของคนไทยมาชานาน ผูวิจัยได นาหลักอปริหานิยธรรม ๗ ของกษัตริยวัชชี หรือ วัชชีอปริหานิยธรรม ๗ ธรรมอันไมเปนที่ตั้งแหง ความเสื่อมเปนไปเพื่อความเจริญฝายเดียว สําหรับหมูชนหรือผูบริหารบานเมือง เปนหลักธรรมในการ เสริมสรางความสามัคคีมีหนาหนึ่งใจเดียวกันใหเกิดขึ้น อันจะนํามาซึ่งความสุขความเจริญของคนใน ทองถิ่นมาประยุกตใชในการมีสวนรวมของประชาชนตอบริหารงานของเทศบาลตําบลโนนสะอาด อําเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลาภู เปนเครื่องมือและเปนกรอบแนวทางในการวิจัย เพื่อการ บริหารงานอยางมีประสิทธิภาพ และนําผลการวิจัยไปใชใหเกิดประโยชนตอไป ชนิตา จิรวสุกุล การวิจัยเรื่อง “การประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารกองทุน พัฒนาบทบาท สตรี ตําบลหนองตอง อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม” ผลการวิจัยพบวา การบริหาร เกี่ยวกับเวลาการเขารวมประชุมของสตรี เนื่องจากไมสามารถเขารวมประชุมไดทําใหโครงการไม ตอเนื่อง ขาดงบประมาณสนับสนุนตอยอดจากโครงการที่ไดดําเนินการไปแลว ควรมีการแจง กําหนดการการประชุมกอนลวงหนา ควรดําเนินโครงการที่ทําอยางตอเนื่องและของบประมาณ สนับสนุนตอยอดจากโครงการที่ทําไปแลว แนวทางในการพัฒนากองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตําบล
๑๑๒ หนองตอง ควรเปดโอกาสใหสตรีในชุมชนมีสวนรวมในการเขาประชุม เพื่อหาแนวทางปองกันปญหาที่ จะเกิดขึ้น สงเสริมใหสมาชิกกองทุนรวมมือในการบริหารจัดการองคกร โดยเคารพใหเกียรติผูบริหาร กองทุนกันตามวัยวุฒิ คุณวุฒิ ตําแหนงหนาที่ สงเสริมสนับสนุนใหจัดโครงการกิจกรรมในการพัฒนา สตรีอยางตอเนื่องเพื่อพัฒนาไปสูสวัสดิการสตรี สรางความรักใหเกิดขึ้นในองคกร119 120 กิตติ ศรีสมบัติการประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารงานของเทศบาลตําบล สันผักหวาน อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม พบวา ประชาชนที่มีเพศกและรายไดมีความคิดเห็นตอ การประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารงานของเทศบาลตําบลสันผักหวานไมแตกตางกันจึง ปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไวสวนประชาชนที่มีอายุ, ระดับการศึกษาและอาชีพกมีความคิดเห็นที่แตกตาง กันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว แนวทางการนําหลัก อปริหานิยธรรมไปประยุกตใชการบริหารงานของเทศบาล พบวา การเปดโอกาสใหทุกภาคสวนในชุม ชุนเขาไปมีสวนรวมทําใหการทํางานเปนไปอยางมีระบบสามารถนําไปปฏิบัติไดอยางเปนรูปธรรม ตาม วัตถุประสงคซึ่งตองมีการวางแผนกการจัดองคกรกการบริหารบุคคลการสั่งการการประสานงานกการ ตรวจสอบและการประเมินผลกโดยคํานึงถึงผลประโยชน ของสวนรวมและประชาชนเปนที่ตั้งเพื่อ ความรมเย็นเปนสุขอยางยั่งยืน120 121 ชํานาญ ปญญาเสารการมีสวนรวมของประชาชนในการปองกันไฟปาตามหลัก อปริหานิยธรรม ในเขตตําบล ทาสบเสา อําเภอแมทา จังหวัดลําพูน พบวา ในดานการประชุมเปน นิตย เกี่ยวกับไมสามารถเขารวมประชุม เพราะติดภารกิจในหนาที่การงาน ดานการพรอมเพียงกัน ประชุม เกี่ยวกับเขาประชุมไมพรอมเพียงกัน ดานการไมบัญญัติ หรือไมลมเลิกขอบัญญัติตามอําเภอใจ เกี่ยวกับขาดการรวบรวมขอมูลเพื่อใชในการศึกษา ดานการเชื่อฟงผูบังคับบัญชา เกี่ยวกับคําสั่งไม ชัดเจน ดานการใหเกียรติ และคุมครองสิทธิสตรี เกี่ยวกับบทบาทการมีสวนรวมในปองกันไฟปาของ สตรีมีนอยกวาบุรุษเพราะติดภารกิจในชีวิตประจําวัน ดานการสงเสริม และรักษาวัฒนธรรมประเพณี อันดีงาม เกี่ยวกับขาดงบประมาณสนับสนุนในการทํากิจกรรมตางๆ ดานการอารักขา คุมครอง ปกปอง อันชอบธรรม เกี่ยวกับประชาชนขาดความรูเกี่ยวกับการปองกันไฟปา แนวทางการพัฒนาการมีสวนรวมของประชาชนในการปองกันไฟปาตามหลัก อปริหานิยธรรม ในเขตตําบลทาสบเสา อําเภอแมทา จังหวัดลําพูน พบวา ควรจัดการประชุมอยาง 120 ชนิตา จิรวสุกุล, “การประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาท สตรี ตําบลหนองตอง อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสน ศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙). 121 กิตติ ศรีสมบัติ, “การประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารงานของเทศบาลตําบลสัน ผักหวาน อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙).
๑๑๓ สม่ําเสมอและจัดประชุมในวันหยุด เพื่อใหประชาชนไดเขารวมประชุมอยางพรอมเพียงกัน และครบ องคประชุม สามารถหาขอยุติและลงมติดานการบัญญัติกฎระเบียบตางๆ ในที่ประชุมไดเปนเอกฉันท หนวยงานตางๆ ที่เกี่ยวของควรสนับสนุนงบประมาณเพื่อการดําเนินกิจกรรมการสิ่งเสริมและรักษา วัฒนธรรมประเพณีของทองถิ่น เพื่อใหเกิดการอารักขา คุมครอง ปกปองทรัพยากรธรรมชาติและสืบ สานงานดานพระพุทธศาสนา121 122 พระมหาวิษณุ วิสารโท (พานนนท) การมีสวนรวมของประชาชนตอการบริหารงานตาม หลักอปริหานิยธรรมของเทศบาลตําบลโนนสะอาด อําเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลําภู พบวา ประชาชนภายในแตละชุมชนไมคอยมีเวลาหรือเอาใจใสในการใหความรวมมือประชาชนในชุมชนตอง มีภาระหนาที่ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมหรือรับจางเปนสวนใหญจึงไมมีเวลาในการประชุมทํา ใหประชนชนเมื่อจะตองทํางานเลี้ยงชีพแลวการมีสวนรวมจึงลดนอยลงและประชาชนบางกลุมไมเห็น ถึงความสําคัญขาดความรับผิดชอบในการมีสวนรวม เมื่อมีการประชุมจึงเกิดความไมพรอมเพียงกันใน บางครั้ง สวนประชาชนที่ใหความรวมมือในสวนจะเปนประชาชนที่มีหนาที่การงานมั่นคงและเปนหลัก แหลง เชน ขาราชการเปนตน ดานขอเสนอแนะ พบวา เทศบาลควรจัดการประชุมใหการมีสวนรวม ของประชาชนตอการบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมเพื่อใหประชาชนไดเขาใจและมีสวนรวมใน การจัดกิจกรรมหรือไดรับขาวสารของเทศบาล และเพื่อเปนการใหประชาชนไดรูและเขาใจในการมี สวนรวมนั้น ควรเชิญตัวแทนของแตละชุมชน เชน ผูใหญบาน เปนตน มาประชุม และเทศบาลควร ออกลงพื้นที่สํารวจความเปนอยูของประชาชนเพื่อนํามาปรับปรุงแกไขในการบริหารงานตอไป122 123 พระอธิการปรีชา ติกฺขญาโณ (มาทา) การนําหลักอปริหานิยธรรมมาประยุกตใชในการ บริหารงานของเทศบาลตําบลนาแกว อําเภอเกาะคา จังหวัดลําปาง ดานการหมั่นประชุมกันเนืองนิตย คือ การประสานงานรวมมือการใหเกิดการประชุมกันเปนประจํา ดานการประชุม หรือเลิกประชุม และทําภารกิจอื่น ๆ ใหพรอมเพรียงกัน คือ เนนความสามัคคีในหมูคณะ ใหมีการรวมมือรวมใจกัน ใน การทํากิจกรรม ทุกกิจกรรม ดานการไมบัญญัติสิ่งใหม ๆ ตามอําเภอใจ คือ การยึดหลักความถูกตอง ชอบธรรม เพื่อใหเกิดความเปนธรรมใหเกิดขึ้นในสังคมชุมชน ดานการเคารพนับถือผูที่มีอาวุโส และ รับฟงคําแนะนํา คือ การใหเกียรติตอผูที่ผานประสบการณมาแลวมากมายในชีวิต เปนการเปดใจ ยอมรับฟงคําแนะนําเพื่อจะไดนําไปปรับใชกับงานในดานตาง ๆ ที่เกี่ยวของได ดานการไมขมเหง หรือ 122 ชํานาญ ปญญาเสาร, "การมีสวนรวมของประชาชนในการปองกันไฟปาตามหลักอปริหานิยธรรม ในเขตตําบลทาสบเสา อําเภอแมทา จังหวัดลําพูน", วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสน ศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙). 123 พระมหาวิษณุ วิสารโท (พานนนท), “การมีสวนรวมของประชาชนตอการบริหารงานตามหลักอปริ หานิยธรรมของเทศบาลตําบลโนนสะอาด อําเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลําภู”, วิทยานิพนธพุทธศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙).
๑๑๔ ลวงเกินสตรี คือ การคํานึงถึงความเสมอภาคกันการใหเกียรติซึ่งกันและกันเปนไปดวยความเทาเทียม กัน ดานการเคารพ สักการะปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ และรูปเคารพตาง ๆ คือการสงเสริม การอนุรักษ รักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม การเคารพสถานที่ตาง ๆ การทํานุบํารุงสถานที่ตาง ๆ ที่สําคัญทาง พระพุทธศาสนา ใหดํารงอยูสืบตอไป ดานการใหความคุมครองคนดีมีคุณธรรมใหอยูในชุมชนอยาง ปลอดภัยโดยวัดจากความคิดเห็นของประชาชนผูมาใชบริการเปนสําคัญ คือ การสงเสริมดานการทํา ความดีตอสังคม ชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู มีการเชิดชูเกียรติยกยอง โดยเนนถึงการทําความดี ความ สามัคคีใหเกิดขึ้นภายในชุมชน123 124 จากการวิจัยการบริหารงานของเทศบาลตําบลนาแกวควรนําหลักอปริหานิยธรรมไป บูรณาการรวมกับการบริหารงานเพื่อประโยชนอันสูงสุดขององคกร ในการบริหารจัดการในดานตาง ๆ อันจะกอใหเกิดประโยชนกับประชาชนในทุก ๆ หมูบานในเขตการปกครอง ตลอดจนถึงขยายผลไปยัง เทศบาลและอบต. อื่น ๆ เพื่อใหนําหลักธรรมนี้ไปประยุกตใชกับการบริหารงานในดานตาง ๆ ไดอยาง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล การบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรม อยูในระดับมากทุกดาน โดยเฉลี่ยจากมากไปหา นอยตามลําดับ คือ ดานการไมบัญญัติหรือลมเลิกขอบัญญัติตามอําเภอใจ ดานการประชุมกัน เนืองนิตย ดานการใหเกียรติและคุมครองสิทธิสตรี ดานการสงเสริมและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดี งาม ดานการเคารพเชื่อฟงผูบังคับบัญชา ดานการพรอมเพรียงกันประชุม และดานการอารักขา คุมครอง ปกปอง อันชอบธรรม ตามลําดับ เวธิกา แดงเรือง แนวทางในการบริหารงานของเทศบาลตําบลหนองผึ้ง อําเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม พบวา หลักอปริหานิยธรรมเมื่อนํามาประยุกตใชในการพัฒนาการบริหารงานของ เทศบาลตําบล หนองผึ้งแลว มีความสอดคลองและใกลเคียงกันสามารถนํามาใชกับหลักธรรมาภิบาลที่ ทางเทศบาลตําบลหนองผึ้งไดใชในการบริหารงานเปนหลักอยูแลว ซึ่งเขากันไดอยางดียิ่งโดยหลัก อปริหานิยธรรมนั้น ชวยใหองคกรหรือบุคลากร หรือพนักงาน หรือแมแตประชาชนที่ไดนําหลักธรรม คืออปริหานิธรรมนี้ไปประยุกตใชแลว ทําใหความสมัครสมานสามัคคีเกิดขึ้นในกลุมบุคลากร อันสงผล ใหองคกรมีแตความเจริญ ไมมีเสื่อม เมื่อมองโดยภาพรวมเกี่ยวกับการบริหารงานของเทศบาลตําบล หนองผึ้ง อําเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม เปนอันสรุปไดวา เทศบาลตําบลหนองผึ้ง ไดยึดหลัก 124 พระอธิการปรีชา ติกฺขญาโณ (มาทา), “ประสิทธิผลการบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมของ เทศบาล ตําบลนาแกว อําเภอเกาะคา จังวัดลําปาง”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสน ศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐).
๑๑๕ อปริหานิยธรรมเปนแนวทางในการบริหารงาน จึงทําใหการบริหารงานประสบความสําเร็จไดในระดับ หนึ่ง124 125 ทักษิณ ประชามอญ การบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมขององคการ บริหารสวนจังหวัด ในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พบวา การนํารูปแบบการ พัฒนาการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรม คือ การนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ มา บูรณาการกับกระบวนการมีสวนรวมของประชาชน ไดแก รวมตัดสินใจ รวมปฏิบัติการ รวมรับผลประโยชน และรวมประเมินผล สามารถพัฒนาบุคลากรภาครัฐและประชาชนใหเกิดทักษะ และเห็นความสําคัญของกระบวนการมีสวนรวม โดยยึดนโยบายการจัดประชุมกันเนืองนิตย การทํางานเปนทีม การปฏิบัติตามวัฒนธรรมองคกร การใหความเคารพตามหลักอาวุโส การสงเสริม สิทธิและเสรีภาพของสตรีและผูอื่น การสรางความผูกพันตอองคกร และการดูแลและจัดสวัสดิการ เพื่อใหการบริหารงานแบบมีสวนรวมขององคการบริหารสวนจังหวัด ในกลุมจังหวัดภาคตะวันออก เฉียงเหนือ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางปฏิบัติตอไปอยางยั่งยืน125 126 การบริหารจัดการเชิงเครือขายเศรษฐกิจชุมชนของกลุมเกษตรกร ผูปลูกขาตามหลัก อปริหานิยธรรมในเขตเทศบาลตําบลทุงนอย อําเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร” ผลการวิจัยพบวา ๑) ดานการรับรูมุมมองที่เหมือนกันควรมีการ รวมพูดคุย ประสานงาน กําหนดราคา และการปองกัน โรคระบาด ๒) ดานสรางความคิดรวมกันควรมีจัดทําขอมูลเพื่อเปรียบเทียบผลผลิต บันทึกขอมูล การผลิต ตนทุน เพื่อนําไปสูการแกไขปญหา ๓) ดานรับผลประโยชนรวมกันควรมีการสงเสริมให ผูปลูกขาไดมีสิทธิแสดงความคิดเห็น มีการจัดทํากฎระเบียบ แปรรูป และขอใหภาครัฐเขามาสงเสริม ๔) ดานการมีสวนรวมในเครือขายควรมีโอกาสในการเลือกผูนํากลุม รวมกําหนดกฎระเบียบและรวม คัดเลือกคณะกรรมการบริหาร ๕) ดานมีความสามัคคีกันในเครือขาย ควรมีการเคารพซึ่งกันและกัน นอบนอมใหเกียรติกัน แนะนําวิธีการแกไขปญหา ๖) ดานการพึ่งพากัน ในการรักษาระบบนิเวศน มีการกําหนดเปาหมาย จัดหาตลาด และรับรูขอมูลขาวสาร และ ๗) ดานการแลกเปลี่ยนประสบการณกัน 125 เวธิกา แดงเรือง, “การบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมของเทศบาลตําบลหนองผึ้ง อําเภอ สารภี จังหวัดเชียงใหม”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐). 126 ทักษิณ ประชามอญ, “รูปแบบการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมขององคการ บริหารสวนจังหวัด ในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).
๑๑๖ ในเครือขายควรมีการแกไขปญหารวมกัน ใหภาครัฐเขามาแนะนําหาแนวทางใหมๆ และควรมีการแชร ประสบการณดีๆ หรือใหมๆ ใหแกกันและกัน126 127 สรุป ทั้งสิทธิมนุษยชนและหลักธรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาทลวนมีการสงเสริมให ปฏิเสธความชั่ว สนับสนุนใหกระทําความดีตอกันในฐานะที่เปนมนุษย หลักธรรมในพระพุทธศาสนา เถรวาทจึงอยูในฐานะสนับสนุน สงเสริม และพัฒนาชีวิตมวลมนุษยใหเขาถึง สันติสุขทั้งดานสวนตัว และสวนรวมตลอดไป ตารางที่ ๒.๑๑ แนวคิดเกี่ยวกับหลักอปริหานิยธรรม นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ชนิตา จิรวสุกุล กิตติ ศรีสมบัติ การประยุกตใชหลักอปริหานิยธรรมในการบริหารกองทุน พัฒนาบทบาทสตรี เนื่องจากไมสามารถเขารวมประชุมไดทําให โครงการไมตอเนื่อง ควรมีการแจงกําหนดการการประชุมกอน ลวงหนา และของบประมาณสนับสนุนตอยอดจากโครงการที่ ทําไปแลว เพื่อสงเสริมใหสมาชิกกองทุนรวมมือในการบริหาร จัดการองคกร โดยเคารพใหเกียรติเพื่อพัฒนาไปสูสวัสดิการ สตรี สรางความรักใหเกิดขึ้นในองคกร การเปดโอกาสใหทุกภาคสวนในชุมชุนเขาไปมีสวนรวมทําให การทํางานเปนไปอยางมีระบบสามารถนําไปปฏิบัติไดอยางเปน รูปธรรมตามวัตถุประสงคซึ่งตองมีการวางแผนกการจัดองคกร โดยคํานึงถึงผลประโยชน ของสวนรวมและประชาชนเปนที่ตั้ง เพื่อความรมเย็นเปนสุขอยางยั่งยืน 127 พระคํารณ อติภทฺโท (ทองนอย), “การบริหารจัดการเชิงเครือขายเศรษฐกิจชุมชนของกลุม เกษตรกร ผูปลูกขาตามหลักอปริหานิยธรรมในเขตเทศบาลตําบลทุงนอย อําเภอ โพทะเล จังหวัดพิจิตร”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒),
๑๑๗ ตารางที่ ๒.๑๑ แนวคิดเกี่ยวกับหลักอปริหานิยธรรม (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ชํานาญ ปญญาเสาร พระมหาวิษณุ วิสารโท (พานนนท) พระอธิการปรีชา ติกฺขญาโณ (มาทา) เวธิกา แดงเรือง การพัฒนาการมีสวนรวมของประชาชนในการปองกันไฟปา ตามหลักอปริหานิยธรรม ควรจัดการประชุมอยางสม่ําเสมอ และจัดประชุมในวันหยุด สามารถหาขอยุติและลงมติดานการ บัญญัติกฎระเบียบตางๆ หนวยงานตางๆ ที่เกี่ยวของควร สนับสนุนงบประมาณ เพื่อการดําเนินกิจกรรมการสิ่งเสริม วัฒนธรรมประเพณี เพื่อใหเกิดการอารักขา คุมครอง ปกปอง ทรัพยากรธรรมชาติ และสืบสานงานดานพระพุทธศาสนา การมีสวนรวมของประชาชนตอการบริหารงานตามหลัก อปริหานิยธรรมภายในชุมชนไมคอยมีเวลาในการใหความ รวมมือเพราะตองมีภาระหนาที่ในการประกอบอาชีพ เกษตรกรรมหรือรับจางเปนสวนใหญบางกลุมไมเห็นถึง ความสําคัญขาดความรับผิดชอบในการมีสวนรวม การนําหลักอปริหานิยธรรมมาประยุกตใชในการบริหารงาน การประสานงานรวมมือใหเกิดการประชุมกันเปนประจํา ให พรอมเพรียงกันทําทุกกิจกรรม ใหเกิดความเปนธรรมในสังคม ชุมชน ใหการเคารพนับถือ ใหเกียรติซึ่งกันและกัน การไมขม เหง หรือลวงเกินสตรี ความเสมอภาคกันการ อนุรักษวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม การทํานุบํารุงพระพุทธศาสนา การใหความ คุมครองคนดีใหอยูในชุมชนอยางปลอดภัย เกิดความสามัคคีขึ้น หลักธรรมาภิบาลที่ใชในการบริหารงานเปนหลักอยูแลว ซึ่งเขา กันไดอยางดียิ่งโดยหลักอปริหานิยธรรมนั้น ชวยใหองคกรหรือ บุคลากร หรือพนักงาน หรือแมแตประชาชนที่ไดนําหลักธรรม คืออปริหานิธรรมนี้ไปประยุกตใชแลว ทําใหความสมัครสมาน สามัคคีในกลุมบุคลากร อันสงผลใหมีแตความเจริญ ไมมีเสื่อม
๑๑๘ ตารางที่ ๒.๑๑ แนวคิดเกี่ยวกับหลักอปริหานิยธรรม (ตอ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ทักษิณ ประชามอญ พระคํารณ อติภทฺโท (ทองนอย) การนํารูปแบบการพัฒนาการบริหารงานแบบมีสวนรวมตาม หลักพุทธธรรม คือ การนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ มา บูรณาการกับกระบวนการมีสวนรวมของประชาชน รวม ตัดสินใจ รวมปฏิบัติการ รวมรับผลประโยชน และรวม ประเมินผล สามารถพัฒนาบุคลากรภาครัฐและประชาชนให เกิดทักษะและเห็นความสําคัญของกระบวนการมีสวนรวม สรางการรับรูการรวมพูดคุย ประสานงาน และแสดงความคิด รวมกันเพื่อเปรียบเทียบผลบันทึกขอมูล เพื่อนําไปสูการแกไข ปญหา มีการสงเสริมใหไดมีสิทธิผลประโยชนรวมกัน ควรเปด โอกาสในการเลือกผูนํา รวมกําหนดกฎระเบียบ ควรมีการ เคารพซึ่งกันและกัน พึ่งพากัน และมีการแลกเปลี่ยน ประสบการณกัน แชรความรูใหมๆ ใหแกกันและกัน
๑๑๙ ๒.๕ กรอบแนวคิดการวิจัย งานวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” ผูวิจัยไดศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และรายงานวิจัยที่เกี่ยวของรวมทั้งนําหลักอปริหานิยธรรมมาประยุกตใช โดยกําหนดกรอบแนวคิด การวิจัย (Conceptual Framework) ประกอบดวย ตัวแปรตน (Independent Variables) และตัวแปรตาม (Dependent Variables) ดังนี้ ตัวแปรตน (Independent Variables) คือ สถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายไดเฉลี่ยตอเดือน จากแนวคิดของโคเฮน และอัพฮอฟ1 27 128 ซึ่งแบงออกเปน ๔ ดาน ไดแก ๑) การมีสวนรวมการตัดสินใจ ๒) การมีสวนรวม ดําเนินการ ๓) การมีสวนรวมในการรักษาผลประโยชน ๔) การมีสวนรวมในการประเมินผล ตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการซึ่งนํามาประยุกตใชไดแก ๑. หมั่นประชุมเปนนิตย ๒. พรอมเพียงกันเลิกประชุม พรอมเพียงกันทํากิจกรรม ๓. ไมตั้งกฎระเบียบที่ขัดตอองคการบิหารสวนตําบลและชุมชน ๔. มีความเคารพนับถือตอผูบังคับบัญชา ๕. การใหเกียรติ และคุมครองผูประสบภัย ๖. เคารพและใหการสงเสริมอาชีพ และบรรเทาความเดือดรอน ๗. ใหการดูแลเอาใจใส และตอนรับผูมาใชบริการ ตัวแปรตาม (Dependent Variables) คือ การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหาร จัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน. โดยผูวิจัยกําหนดขอบเขตเนื้อหาโดยสังเคราะห ตามแผนยุทธศาสตรการบริหาร ๕ ดาน คือ ๑) ดานการกําหนดวิสัยทัศนขององคการ ๒) ดานพันธกิจและภารกิจ ๓) ดานวัตถุประสงค และเปาหมายขององคการ ๔) ดานการวิเคราะหสภาพแวดลอมในอนาคต และ ๕) ดานการเตรียม ความพรอมของทรัพยากร 128 Cohen , J.M. and Up Hoff , N.T. Rural Development Participation : Concept and Measures for Project Design Implementation and Evaluation. Rural Development Committee Center for International Studies, (New+ lorcIortd Develiaprents Cooselt Universito105), Pp, 25
๑๒๐ ตัวแปรตน ตัวแปรตาม (Independent Variables) (Dependent Variables) แผนภาพที่ ๒.๔ กรอบแนวคิดการวิจัย ปจจัยสวนบุคคล ๑. เพศ ๒. อายุ ๓. ระดับการศึกษา ๔. อาชีพ ๕. รายไดเฉลี่ยตอเดือน หลักอปริหานิยธรรม ๗ ประการ ไดแก ๑. การประชุมเปนนิตย ๒. การพรอมเพรียงกันประชุม ๓. การไมบัญญัติหรือไมลมเลิกขอบัญญัติ ตามอําเภอใจ ๔. การเชื่อฟงผูบังคับบัญชา ๕. การใหเกียรติและคุมครองสิทธิสตรี ๖. การสงเสริม และรักษาวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม ๗. การอารักขา คุมครอง ปกปอง อันชอบธรรม การมีสวนรวมของประชาชนในการ บริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยของ องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอ เมืองนาน จังหวัดนาน ๑. การใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในการ บริหารจัดการ ๒. ดานการสรางระบบสนับสนุนการตัดสินใจสั่ง การในการบริหารจัดการสาธารณภัย ๓. ดานการเตรียมความพรอมในการบริหาร จัดการสาธารณภัย ๔. ดานการพัฒนาบุคลากร การมีสวนรวม ๑. การมีสวนรวมการตัดสินใจ ๒. การมีสวนรวมดําเนินการ ๓. การมีสวนรวมในการรักษาผลประโยชน ๔. การมีสวนรวมในการประเมินผล
บทที่ ๓ วิธีดําเนินการวิจัย การศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” มีวัตถุประสงค ๓ ประการ คือ ๑) เพื่อศึกษาระดับการมีสวนรวมของประชาชนในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ๒) เพื่อเปรียบเทียบ การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวน ตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ๓) เพื่อนําเสนอแนวทางสงเสริมการมีสวนรวมของ ประชาชนในการบริหารจัดการงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวน ตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน การวิจัยเรื่องนี้ ผูวิจัยไดกําหนด วิธีดําเนินการวิจัย ดังนี้ ๓.๑ รูปแบบการวิจัย ๓.๒ การวิจัยเชิงปริมาณ ๓.๒.๑ ประชากรและกลุมตัวอยาง ๓.๒.๒ เครื่องมือที่ใชในการวิจัย ๓.๒.๓ การเก็บรวบรวมขอมูล ๓.๒.๔ การวิเคราะหขอมูล ๓.๓ การวิจัยเชิงคุณภาพ ๓.๓.๑ ผูใหขอมูลสําคัญ ๓.๓.๒ เครื่องมือที่ใชในการวิจัย ๓.๓.๓ การเก็บรวบรวมขอมูล ๓.๓.๔ การวิเคราะหขอมูล
๑๒๒ ๓.๑ รูปแบบการวิจัย การวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” เปนการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) โ ดยเปนการวิจัยในเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ซึ่งใชวิธีการวิจัยเชิงสํารวจ (Survey Research) เก็บขอมูลจากแบบสอบถามการวิจัย และการวิจัย เชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยวิธีการสัมภาษณเชิงลึก ( In-Depth Interview) กับผูใหขอมูลสําคัญ (Key Informants) ๓.๒ การวิจัยเชิงปริมาณ ๓.๒.๑ ประชากรและกลุมตัวอยาง ประชากรที่ใชในการศึกษาครั้งนี้ ไดแก ประชาชนในพื้นที่เขตการปกครองขององคการ บริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ที่มีอายุไมต่ํากวา ๑๘ ปบริบูรณ จํานวน ๙,๕๙๒ คน0 1 กลุมตัวอยางในการวิจัยเชิงปริมาณ ไดแก ประชาชนในพื้นที่เขตการปกครองขององคการ บริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน จํานวน ๓๘๓ คน กําหนดกลุมตัวอยาง โดยใชสูตรคํานวณขนาดกลุมตัวอยางของ Taro Yamane ที่ระดับความคลาดเคลื่อน ๐.๐๕ ดังนี้ n = N 1+ N(e)2 เมื่อ n = ขนาดของกลุมตัวอยาง N = จํานวนประชากรทั้งหมด e = คาความคลาดเคลื่อนที่จะยอมรับได 1 ฝายทะเบียนอําเภอเมืองนาน, จํานวนประชากรแยกตามเกณฑอายุ สถิติประชากร แยก รายละเอียด ระดับตําบล/แขวง เขตพื้นที่สวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ของเดือน ธันวาคม ๒๕๖๓, (ขอมูลฝายทะเบียนราษฎร อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน), ขอมูล ณ วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔.
๑๒๓ วิธีทํา n = 9,592 1 + 9,592(0.05)2 n = 9,592 1 + (0.0025) n = 9,592 1 + 24.045 n = 9,592 25.045 n = 382.99 ไดกลุมตัวอยางจํานวน n = ๓๘๓ คน ๒) หาขนาดกลุมตัวอยางของประชาชน ตามสัดสวนของประชากรในแตละหมูบาน ดวยการเปรียบเทียบสัดสวน1 2 ๓) ทําการสุมกลุมตัวอยาง โดยการสุมอยางงาย (Simple Random Sampling) ไดกลุมตัวอยางคือ ประชาชนในพื้นที่เขตการปกครองขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ทั้งหมด ๑๖ หมูบานแยก เปนหมูบานดังตารางนี้ 2 สุวรียศิริโภคารภิรมย, การวิจัยทางการศึกษา, (ลพบุรี : ฝายเอกสารการพิมพสถาบัน ราชภัฏเทพสตรี, ๒๕๔๖),หนา ๑๒๙ -๑๓๐.
๑๒๔ ตารางที่ ๓.๑ แสดงจํานวนประชากรกลุมตัวอยาง (แยกตามหมูบาน) ลําดับ ชื่อหมูบาน หมูที่ ประชากร กลุมตัวอยาง ชาย หญิง รวม ๑ บานสะเนียน ๑ ๓๐๔ ๒๙๖ ๖๐๐ ๒๔ ๒ บานเหนือวัด ๒ ๒๔๒ ๒๔๕ ๔๘๗ ๑๙ ๓ บานหวยลี่ ๓ ๒๗๔ ๒๘๓ ๕๕๗ ๒๒ ๔ บานน้ําโคง ๔ ๕๘๗ ๕๘๐ ๑,๑๖๗ ๔๗ ๕ บานสองแคว ๕ ๖๗๘ ๕๗๒ ๑,๒๕๐ ๕๐ ๖ บานปางเปย ๖ ๕๒๔ ๔๙๙ ๑,๐๒๓ ๔๑ ๗ บานวังตาว ๗ ๓๔๑ ๓๒๓ ๖๖๔ ๒๗ ๘ บานกาใส ๘ ๒๙๑ ๒๔๔ ๕๓๕ ๒๑ ๙ บานหวยปุก ๙ ๒๓๑ ๒๑๒ ๔๔๓ ๑๘ ๑๐ บานละเบายา ๑๐ ๒๔๔ ๒๓๓ ๔๗๗ ๑๙ ๑๑ บานหวยเฮือ ๑๑ ๒๓๐ ๑๙๙ ๔๒๙ ๑๗ ๑๒ บานใหมในฝน ๑๒ ๑๔๑ ๑๓๓ ๒๗๔ ๑๑ ๑๓ บานกลางพัฒนา ๑๓ ๑๖๒ ๑๗๖ ๓๓๘ ๑๔ ๑๔ บานใหมเจริญสุข ๑๔ ๒๙๒ ๒๖๔ ๕๓๖ ๒๑ ๑๕ บานหวยระพี ๑๕ ๑๐๙ ๗๓ ๑๘๒ ๗ ๑๖ บานสมุนใหม ๑๖ ๓๑๓ ๓๑๗ ๖๓๐ ๒๕ รวม ๔,๙๔๓ ๔,๖๔๙ ๙,๕๙๒ ๓๘๓
๑๒๕ ๓.๒.๒ เครื่องมือที่ใชในการวิจัย เครื่องมือที่ใชในการศึกษาครั้งนี้เปนแบบสอบถาม โดยมีขั้นตอนการสราง และการตรวจสอบเครื่องมือ ดังนี้ ๑) ขั้นตอนการสรางเครื่องมือ ๑. ศึกษาหลักการและแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับการมีสวนรวมของประชาชน ในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน จากเอกสารและผลงานการวิจัยที่เกี่ยวของ ๒. กําหนดกรอบแนวคิดในการสรางเครื่องมือการวิจัย ๓. กําหนดวัตถุประสงคในการสรางเครื่องมือการวิจัยโดยขอคําปรึกษาจากอาจารย ที่ปรึกษาสารนิพนธ ๔. สรางเครื่องมือในการวิจัย ไดแก แบบสอบถาม ๕. นําเสนอรางเครื่องมือการวิจัยตออาจารยที่ปรึกษาสารนิพนธและผูเชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบและปรับปรุงแกไข ๖. นําเครื่องมือการวิจัยไปทดลองใชกับประชากรที่ไมไดเปนกลุมตัวอยาง เพื่อหาสัมประสิทธิ์ความเที่ยงตรงของเครื่องมือ ๗. ปรับปรุงแกไข ๘. จัดพิมพแบบสอบถามในการวิจัยฉบับสมบูรณและนําไปใชจริงเพื่อเก็บรวบรวม ขอมูลและกลุมตัวอยาง ๒) ลักษณะของเครื่องมือ เครื่องมือที่ใชในการวิจัยครั้งนี้เปนแบบสอบถาม (Questionnaire) ที่ผูศึกษาพัฒนาขึ้น ตามกรอบของการวิจัยเรื่อง “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” โดยสรางแบบสอบถามตามกรอบปจจัยที่กําหนด โดยแบงออกเปน ๕ ตอน ดังนี้ ตอนที่ ๑ เปนแบบสอบถามเกี่ยวกับขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายไดตอเดือน (Check List)
๑๒๖ ตอนที่ ๒ เปนแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีสวนรวมในการบริหารจัดการ งานบรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน ตามแนวคิดการมีสวนรวมของโคเฮนและอัพฮอฟ2 3 ซึ่งแบงออกเปน ๔ ประเภท ไดแก ๑. การมีสวนรวมการตัดสินใจวาควรทําอะไรและทําอยางไร ๒. การมีสวนรวมเสียสละในการพัฒนา รวมทั้งลงมือปฏิบัติตามที่ไดตัดสินใจ ๓. การมีสวนรวมในการแบงปนผลประโยชนที่เกิดขึ้นจากการดําเนินงาน ๔. การมีสวนรวมในการประเมินผล ตอนที่ ๓ แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีสวนรวมในการบริหารจัดการงาน บรรเทาสาธารณภัยตามหลักอปริหานิยธรรมขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน วาดวยธรรมไมเปนที่ตั้งแหงความเสื่อม ธรรมที่ทําใหไมเสื่อม เปนไปเพื่อความเจริญ ฝายเดียว มี ๗ อยาง3 4 คือ ๑. การประชุมเปนนิตย ๒. การพรอมเพรียงกันประชุม ๓. การไมบัญญัติ หรือไมลมเลิกขอบัญญัติตามอําเภอใจ ๔. การเชื่อฟงผูบังคับบัญชา ๕. การใหเกียรติ และคุมครองสิทธิสตรี ๖. การสงเสริม และรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ๗ การอารักขา คุมครอง ปกปอง อันชอบธรรม ตอนที่ ๔ เปนแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน โดยสังเคราะห จากแนวคิดทฤษฏีของ กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.๒๕๖๔-๒๕๖๖ ตามหลัก การขับเคลื่อนงาน DDPM5 ทั้ง ๔ ดาน ดังนี้ 3 Cohen , J.M. and Up Hoff , N.T. Rural Development Participation : Concept and Measures for Project Design Implementation and Evaluation. Rural Development Committee Center for International Studies, (New+ lorcIortd Develiaprents Cooselt Universito105), p 25 4 ที.ม. (ไทย) ๑๐/๖๘/๘๖ 5 กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย https://www.disaster.go.th/th/about /about-vision.php เขาถึงขอมูลเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๒๗ ๑. ดานการใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ๒. ดานการสรางระบบสนับสนุนการตัดสินใจสั่งการ ๓. ดานการเตรียมความพรอม ๔. ดานการพัฒนาบุคลากร ซึ่งมีลักษณะเปนแบบมาตราสวนประเมินคา (Rating Scale) มี ๕ ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง นอย และนอยที่สุด5 6 โดยมีเกณฑการใหคะแนน ดังนี้ ๕ หมายถึง การมีสวนรวม อยูในระดับ มากที่สุด ๔ หมายถึง การมีสวนรวม อยูในระดับ มาก ๓ หมายถึง การมีสวนรวม อยูในระดับ ปานกลาง ๒ หมายถึง การมีสวนรวม อยูในระดับ นอย ๑ หมายถึง การมีสวนรวม อยูในระดับ นอยที่สุด ตอนที่ ๕ เปนแบบสอบถามขอเสนอแนะเกี่ยวกับการมีสวนรวมในการบริหารจัดการงาน บรรเทาสาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน มีอะไรบาง (Open ended Questionnaire) ที่สอดคลองกับความตองการของประชาชน ๓) การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ ผูวิจัยไดดาเนินการตามขั้นตอนดังนี้ ๑. ขอคําแนะนาจากอาจารยที่ปรึกษาสารนิพนธและผูเชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบเครื่องมือ ที่สรางไว ๒. หาความเที่ยงตรง (Validity) โดยการนําแบบสอบถามที่สรางเสร็จเสนอประธาน และกรรมการที่ปรึกษาสารนิพนธเพื่อขอความเห็นชอบและนําเสนอตอผูเชี่ยวชาญแลวนํามาปรับปรุง แกไขใหเหมาะสม จํานวน ๕ รูปหรือคน ประกอบดวย ๑. พระชยานันทมุนี, ผศ.ดร. ผูอํานวยการวิทยาลัยสงฆนครนาน เฉลิมพระเกียรติฯ ๒. ผศ.ดร.วรปรัชญ คําพงษ อาจารยประจําหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆนครนาน เฉลิมพระเกียรติฯ 6 ขุติระ ระบอบ และคณะ, ระเบียบวิธีวิจัย, (กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย , ๒๕๕๒).
๑๒๘ ๓. ผศ.ดร.ธีรทัศน โรจนกิจจากุล อาจารยประจําหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆนครนาน เฉลิมพระเกียรติฯ ๔. นางกาญจนา ทะกา หัวหนาสํานักปลัด องคการบริหารสวนตําบลสะเนียน ๕. นางศรีทอน ผาทอง นักวิเคราะหนโยบายและแผนชํานาญการ สํานักงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนาน เพื่อพิจารณาทั้งในดานเนื้อหาสาระ และโครงสรางของคําถามตลอดจนภาษาที่ใช และตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ โดยหาคาดัชนีความสอดคลองระหวางขอคําถาม และวัตถุประสงค (Item – Objective Congruence Index : IOC) โดยใชสูตรดังตอไปนี้ ใชสูตร IOC = ∑ IOC คือ ดัชนีความสอดคลอง R คือ คะแนนพิจารณาของผูเชี่ยวชาญ ∑ คือ ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผูเชี่ยวชาญ คือ จํานวนผูเชี่ยวชาญ เกณฑการพิจารณามี ดังนี้ +๑ หมายถึง แนใจวาขอคําถามสอดคลองกับจุดประสงคการวิจัย ๐ หมายถึง ไมแนใจวาขอคําถามสอดคลองกับจุดประสงคการวิจัย -๑ หมายถึง แนใจวาขอคําถามไมสอดคลองกับจุดประสงคการวิจัย เกณฑการแปลความหมาย คาดัชนีความสอดคลองที่ยอมรับได เครื่องมือการวิจัยฉบับนี้ ไดคาความเชื่อมั่น IOC ระหวาง ๐.๖๐ - ๑.๐๐ ซึ่งอธิบายไดวาเครื่องมือมีความสอดคลอง กับวัตถุประสงค ๓. หาความเชื่อมั่นของเครื่องมือ (Reliability) นําแบบสอบถามที่ไดปรับปรุงแกไขแลวไป ทดลองใช(Try out) กับประชากรที่ไมใชกลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย จํานวน ๓๐ คน เพื่อหาคา ความเชื่อมั่นดวยวิธีการหาคาสัมประสิทธิ์แอลฟา (α coefficient) ตามวิธีการของ ครอนบาค (Cronbach)7 ไดคาความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เทากับ ๐.๙๗๐ ๔. นําแบบสอบถามที่ไดปรับปรุงแกไขแลวเสนอตออาจารยที่ปรึกษาสารนิพนธเพื่อขอ ความเห็นชอบและจัดพิมพแบบสอบถามฉบับสมบูรณ เพื่อใชแจกกลุมตัวอยางจริงในการวิจัยตอไป 7 สิน พันธุพินิจ, เทคนิคการวิจัยทางสังคมศาสตร, (กรุงเทพมหานคร : บริษัทจูนพับลิชชิ่ง จํากัด, ๒๕๔๗), หนา ๑๙๑.
๑๒๙ ๓.๒.๓ การเก็บรวบรวมขอมูล ในการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลตามขั้นตอน ดังนี้ ๑. การรวบรวมเอกสาร ผูศึกษารวบรวมขอมูลจากหนังสือ บทความ งานวิจัยและเอกสาร สิ่งพิมพตางๆ ที่เกี่ยวของกับ “การมีสวนรวมของประชาชนในการบริหารจัดการงานบรรเทา สาธารณภัยขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน” ๒. ผูวิจัยไดสรางแบบสอบถามและขอหนังสือจากผูอํานวยการหลักสูตร รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆนครนาน เฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อลงพื้นที่เก็บรวบรวม ขอมูล ๓. สงหนังสือขออนุญาตเก็บรวบรวมขอมูลใหกํานันตําบลสะเนียน และผูบริหาร ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน หลังจากนั้นดําเนินการ เก็บรวบรวมขอมูล ๔. ผูวิจัยดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลโดยแจกแบบสอบถามกับกลุมเปาหมาย คือ บุคลากรและประชาชนในชุมชนที่มีสวนรวมในการบริหารจัดการงานบรรเทาสาธารณภัย ขององคการบริหารสวนตําบลสะเนียน อําเภอเมืองนาน จังหวัดนาน จํานวน ๓๘๓ คน ซึ่งในการแจก แบบสอบถามผูศึกษาไดนําแบบสอบถามไปแจกและเก็บรวบรวมขอมูลดวยตัวเอง ๓.๒.๔ การวิเคราะหขอมูล ๑. ผูวิจัยนําแบบสอบถามทั้งหมดมาตรวจสอบความสมบูรณความถูกตองในการตอบ แบบสอบถามแลวนํามาวิเคราะหขอมูล โดยการบันทึกคะแนนแตละขอของแตละคนลงในแบบลงรหัส (Coding Form) ๒. ทําการวิเคราะหขอมูลโดยใชโปรแกรมสําเร็จรูปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร โดยใชสถิติพรรณนา (Descriptive Statistics) ๓. การวิเคราะหขอมูล ๑) ขอมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผูตอบแบบสอบถามประกอบดวย เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายไดเฉลี่ยตอเดือน แหลงที่อยูอาศัย วิเคราะหโดยใชคาความถี่ (Frequency) และคารอยละ (Percentage)