The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แนวทางและผลกระทบของการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ เพื่อให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตที่ดินจากการรังวัดที่ดินโดยวิธีแผนที่ชั้นหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) (นทส.รุ่น 36 กลุ่ม 3) (ปี 2561)

นทส. ปี 2561 รุ่น 36 กลุ่ม 3

Keywords: ผลงานวิจัย (นทส.)

37

(นายวราพงษ์ เกียรตินิยมรุ่ง) รองอธิบดีกรมที่ดิน (นายเปลี่ยน แก้วฤทธิ์) ผู้อานวยการ
สานักกฎหมาย (ว่าท่ีร้อยตรีพิรุณ เหมะรักษ์) ผู้อานวยการสานักมาตรฐานและส่งเสริม
การรังวัด (นายสมศักดิ์ มีหกวงศ์) และผู้บริหารส่วนภูมิภาค จานวน 5 คน ได้แก่
เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดลาพูน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดปัตตานี เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด
ระยอง เจา้ พนักงานทด่ี นิ จังหวดั นนทบรุ ี เจ้าพนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั อดุ รธานี

1.2 หวั หน้าฝา่ ยรงั วัด จานวน 5 คน โดยการคดั เลือกแบบเจาะจง ประกอบดว้ ย
หัวหน้าฝ่ายรังวัดสานักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าฝ่ายรังวัดสานักงานที่ดินจังหวัด
สงขลา หัวหน้าฝ่ายรังวัดสานักงานท่ีดินจังหวัดตราด หัวหน้าฝ่ายรังวัดสานักงานที่ดิน
จงั หวัดหนองบวั ลาภู และหัวหนา้ ฝา่ ยรังวัดสานกั งานที่ดินจงั หวัดอดุ รธานี

ตารางที่ 2 สรปุ จานวนผ้ใู ห้ขอ้ มูลสาคญั แตล่ ะกล่มุ

จังหวดั บรหิ ารส่วนกลาง ผบู้ รหิ าร หวั หน้าฝ่ายรงั วัด
ส่วนภูมภิ าค
กรงุ เทพมหานคร 4 -
นนทบรุ ี - - -
เชยี งใหม่ - 1 1
ลาพนู - - -
สงขลา - 1 1
ปัตตานี - - -
ระยอง - 1 -
ตราด - 1 1
หนองบวั ลาภู - - 1
อุดรธานี - - 1
4 1 5
รวม
5

2. เคร่อื งมอื ทใ่ี ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยได้สร้างแบบสัมภาษณ์ขึ้นเพื่อใช้ใน

การสัมภาษณก์ ่ึงมโี ครงสร้าง (Semi-Structured Interview) โดยแบบสมั ภาษณ์ มีทั้งหมด
2 ชดุ ไดแ้ ก่

38

2.1 แบบสัมภาษณ์ใชส้ าหรบั สัมภาษณผ์ ู้ดารงตาแหนง่ ผบู้ รหิ ารจานวน 4 ข้อ
2.2 แบบสัมภาษณ์ใช้สาหรับสัมภาษณ์เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด และหัวหน้า
ฝา่ ยรังวดั สานกั งานท่ีดินจงั หวดั จานวน 4 ข้อ
3. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู มขี น้ั ตอน ดงั น้ี
3.1 คณะผู้วิจัยติดต่อผู้ให้ข้อมูลสาคัญโดยมีการประสานขอความอนุเคราะห์
และจัดส่งแนวคาถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์ รวมทั้งทาการนัดหมายวัน เวลาท่ีสะดวกกับ
ผใู้ ห้ขอ้ มลู สาคญั
3.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้เวลา 3 วัน ต้ังแต่วันท่ี 30-31 พฤษภาคม และ
1 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2561
3.3 ตรวจสอบความสมบูรณ์ครบถว้ นตามประเดน็ คาถามทง้ั หมด
4. การวเิ คราะห์ข้อมลู
ข้อมูลต่าง ๆ ท่ีได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ เชิงลึก
คณะผู้วจิ ัยทาการวิเคราะหเ์ นอ้ื หา (Content Analysis) โดยดาเนินการตามขั้นตอน ได้แก่
ทาการจัดเตรียมข้อมูล จาแนกแยกแยะข้อมูล การกาหนดรหัสและนาไปสู่การสร้าง
ข้อสรุปแนวคิดในข้อมูล ทั้งน้ีได้มีการตรวจสอบคุณภาพข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการ
ตรวจสอบสามเส้าด้านข้อมูล (Data Triangulation) ด้วยวิธีการใช้ผู้ให้ข้อมูลสาคัญ
หลายท่าน

เคร่ืองมอื ทีใ่ ช้ในการวิจัย

การศึกษางานวิจัยในคร้ังนี้ คณะผู้วิจัยได้ทาการศึกษารวบรวมรายละเอียดข้อมูล
ด้านต่าง ๆ ซ่ึงมีข้ันตอนในการสร้างแบบสอบถาม แนวทางและผลกระทบของการแก้ไข
ประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 69 ทวิ เพ่ือให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทาง
มารับรองแนวเขตที่ดินจากการรังวัดที่ดินโดยวิธีแผนท่ีชั้นหนึ่งด้วยระบบโครงข่าย
ดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ได้แก่

1. คณะผู้วิจัยได้ร่วมกันประชุม ศึกษาถึงแนวคิดทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้องกับการศึกษา
แนวทางและผลกระทบของการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดนิ มาตรา 69 ทวิ เพอ่ื ใหเ้ จ้าของ
ที่ดินขา้ งเคยี งไม่ตอ้ งเดินทางมารับรองแนวเขตท่ีดินจากการรงั วดั ที่ดนิ โดยวธิ ีแผนทีช่ ัน้ หนึ่ง
ด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) รวมท้ังกฎหมาย ระเบียบ
ต่าง ๆ ทีเ่ กย่ี วข้อง เปน็ เพือ่ แนวทางในการกาหนดนยิ ามศพั ท์ และการสรา้ งข้อคาถาม

39

2. กาหนดนิยามศพั ทแ์ ละร่างข้อคาถามตามประเดน็ ทีต่ ้องการศึกษา
3. นาร่างแบบสอบถามไปตรวจสอบโดยให้ผู้เชี่ยวชาญ จานวน 4 ท่าน ตรวจสอบ
ความเป็นปรนัย ความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) และความเหมาะสมของ
ภาษาทใ่ี ช้ หลังจากนน้ั นาไปปรับปรงุ แกไ้ ขตามคาแนะนา
4. จดั พมิ พ์แบบสอบถามทจี่ ะนาไปเก็บรวบรวมข้อมูลจริง

คณะผู้วิจัยได้สร้างแบบสอบถามจานวน 1 ชุด ได้แก่ แบบสอบถามสาหรับ
ชา่ งรังวัดผ้ปู ฏิบัติงานในสานักงานทดี่ ินจังหวดั แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย

ส่วนที่ 1 ข้อมูลท่ัวไป ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตาแหน่งปัจจุบันและ
ประสบการณ์การทางาน/ อายรุ าชการ

ส่วนท่ี 2 แนวทางและผลกระทบของการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา
69 ทวิ จานวน 8 ข้อ มีลักษณะเป็นแบบมาตรประเมินค่า 5 ระดับ ตั้งแต่มากท่ีสุด มาก
ปานกลาง น้อย และน้อยท่ีสดุ และแบบเลือกตอบ 2 ตวั เลือก ได้แก่ เชื่อมัน่ และไมเ่ ชื่อมั่น
จานวน 2 ข้อ

ส่วนที่ 3 ความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอแนะ มีลักษณะเป็นแบบคาถาม
ปลายเปิด จานวน 1 ข้อ

การเกบ็ รวบรวมข้อมูล

การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู มีขั้นตอน ดังน้ี
1. การชี้แจงข้อมูล คณะผู้วิจัยชี้แจงแนวทางในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับ
กลมุ่ ตัวอยา่ งเพอ่ื เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลในแต่ละจงั หวัด
2. การเก็บรวบรวมข้อมูล คณะผู้วิจัยได้ดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่าง
วนั ท่ี 30-31 พฤษภาคม และ 1 มถิ นุ ายน 2561
3. การตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล คณะผู้วิจัยได้ตรวจสอบความสมบูรณ์
ของข้อมูลของแบบวัดท้ังหมดได้จานวนแบบสอบถามท่ีใช้สาหรับการวิเคราะห์ท้ังสิ้น
143 ฉบบั

การวเิ คราะห์ขอ้ มลู

การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เชิงปรมิ าณใชส้ ถิติ ดังนี้
1. การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล ท่ีมีข้อคาถามแบบเลือกตอบตัวเลือกเดียว ใช้
สถติ ิวเิ คราะห์ ได้แก่ การแจกแจงความถ่ี คา่ รอ้ ยละ

40

2. การวิเคราะห์ความคิดเห็นต่อแนวทางและผลกระทบของการแก้ไขประมวล
กฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ เพ่ือให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนว
เขตที่ดินจากการรังวัดท่ีดินโดยวิธีแผนท่ีชั้นหน่ึงด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์
(RTK GNSS Network) ใช้สถิติวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าเฉล่ีย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ และมีการแปลระดับคะแนนเฉลี่ยท่ีได้ โดยใช้เกณฑ์
การแปลผล ดงั น้ี

คณะผู้วิจัยแบ่งช่วงการแปลผลตามหลักของการแบ่งอันตรภาคชั้น (Class
Interval) โดยมเี กณฑ์ค่าเฉลี่ยในการแปลความ ดงั นี้ (วิเชียร เกตสุ ิงห์, 2538, หน้า 8-11)

พิสยั = (ค่าสูงสุด-คา่ ตา่ สดุ )
จานวนชั้นทีต่ อ้ งการ

= 5-1 = 0.8
5

โดยจาแนกระดบั ความคดิ เห็นเป็น 5 ระดับ ดงั นี้

1.00-1.80 ผลกระทบอยใู่ นระดบั นอ้ ยท่สี ุด

1.81-2.60 ผลกระทบอยูใ่ นระดบั น้อย

2.61-3.40 ผลกระทบอยู่ในระดับปานกลาง

3.41-4.20 ผลกระทบอยใู่ นระดบั มาก

4.21-5.00 ผลกระทบอยู่ในระดับมากท่ีสดุ

3. การวิเคราะห์ข้อเสนอแนะเก่ียวกับแนวทางและผลกระทบของการแก้ไข

ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ เพ่ือให้เจ้าของท่ีดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมา

รับรองแนวเขตที่ดินจากการรังวัดที่ดินโดยวิธีแผนท่ีชั้นหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียม

แบบจลน์ (RTK GNSS Network) สว่ นของคาถามปลายเปดิ ใชก้ ารวเิ คราะห์

41

บทท่ี 4
ผลการวิจยั

การวจิ ัย “แนวทางและผลกระทบของการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 69
ทวิ เพ่ือให้เจ้าของท่ีดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตที่ดิน จากการรังวัดท่ีดิน
โดยวิธีแผนที่ช้ันหน่ึงด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network)”
ใช้การวิจัยเชิงปริมาณโดยการทอดแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ช่างรังวัด จานวน
143 คน ประกอบด้วย หัวหน้าฝ่ายรังวัด และช่างรังวัด จากจานวน 15 จังหวัด ได้แก่
กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครปฐม เชียงใหม่ ลาพูน เพชรบูรณ์ สงขลา สตูล ปัตตานี
จันทบุรี ระยอง ตราด เลย อุดรธานี และหนองบัวลาภู รวมท้ังใช้การวิจัยเชิงคุณภาพโดย
การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหารส่วนกลาง จานวน 4 คน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด
จานวน 5 คน หัวหน้าฝ่ายรังวัดจานวน 5 คน ซ่ึงคณะผู้วิจัยได้นาเสนอผลการวิเคราะห์
เปน็ 2 ตอน ดงั นี้

ตอนที่ 1 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู เชงิ ปริมาณ ประกอบดว้ ย
1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพ้นื ฐานของชา่ งรังวัด
2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเก่ียวกับผลกระทบของการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน
มาตรา 69 ทวิ เพ่ือให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตท่ีดินจาก
การรังวัดท่ีดินโดยวิธีแผนที่ช้ันหน่ึงด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS
Network)
3. สรุปภาพรวมความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะ
ตอนที่ 2 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู เชงิ คณุ ภาพ
ตอนที่ 3 สรุปภาพรวมผลการวิเคราะหข์ ้อมูล

42

ตอนท่ี 1 ผลการวิเคราะหข์ ้อมูลเชิงปรมิ าณ

1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพ้นื ฐานของชา่ งรังวัด

ตารางท่ี 3 ขอ้ มูลพ้นื ฐานของกลมุ่ ตัวอยา่ ง จาแนกตามเพศ

เพศ จานวน รอ้ ยละ

หญงิ 12 8.40
ชาย 131 91.60

รวม 143 100.00

จากตารางที่ 3 พบว่า ช่างรังวัดส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จานวน 131 ราย คิดเป็น
รอ้ ยละ 91.60 เพศหญงิ จานวน 12 ราย คดิ เปน็ ร้อยละ 8.40

ตารางท่ี 4 จานวนกลมุ่ ตวั อย่าง จาแนกตามอายุ

อายุ จานวน ร้อยละ

ไมเ่ กิน 30 ปี 23 16.09
31-40 ปี 39 27.27
41-50 ปี 41 28.67
51-60 ปี 40 27.97

รวม 143 100.00

จากตารางท่ี 4 พบว่า ช่างรังวัดส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 41-50 ปี
จานวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 28.67 รองลงมาคือ อายุระหว่าง 51-60 ปี จานวน 40 คน
คิดเป็นร้อยละ 27.97 อายุระหว่าง 31-40 ปี จานวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 27.27 และ
ชว่ งอายไุ ม่เกิน 30 ปี จานวน 23 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 16.09

43

ตารางท่ี 5 จานวนกลุ่มตวั อยา่ งจาแนกตาม ระดบั การศกึ ษา

ระดบั การศกึ ษา จานวน รอ้ ยละ

ประกาศนียบตั รวิชาชีพ (ปวช.) 10 6.99
ประกาศนยี บตั รวิชาชีพช้นั สูง (ปวส.) 56 39.16
ปริญญาตรี 67 46.86
สูงกว่าปรญิ ญาตรี 10 6.99

รวม 143 100.00

จากตารางที่ 5 พบว่า ช่างรังวัดส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาระดับปริญญาตรี
จานวน 67 คน คิดเป็นร้อยละ 46.86 รองลงมาคือ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง
(ปวส.) จานวน 56 คน คดิ เป็นร้อยละ 39.16

ตารางที่ 6 จานวนกลมุ่ ตวั อย่างจาแนกตาม ตาแหน่งในปัจจุบัน

ตาแหน่ง จานวน ร้อยละ

นายช่างรังวัดปฏิบัตงิ าน 45 31.47

นายช่างรังวดั ชานาญงาน 94 65.73

นายชา่ งรังวัดอาวโุ ส 4 2.80

รวม 143 100.00

จากตารางท่ี 6 พบว่า ช่างรังวัด ส่วนใหญ่ดารงตาแหน่งนายช่างรังวัด ระดับ
ชานาญงาน จานวน 94 คน คิดเป็นร้อยละ 65.73 รองลงมาคือ ตาแหน่งนายช่างรังวัด
ระดับปฏิบตั งิ าน จานวน 45 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 31.47

44

ตารางที่ 7 จานวนกลมุ่ ตวั อยา่ งจาแนกตาม ระยะเวลาการดารงตาแหน่ง

ระยะเวลาการดารงตาแหน่ง จานวน ร้อยละ

น้อยกวา่ 10 ปี 69 48.25
10-20 ปี 20 13.98
21-30 ปี 47 32.88
มากกว่า 30 ปี 7 4.89

รวม 143 100.00

จากตารางที่ 7 พบว่า ช่างรังวัด ส่วนใหญ่มีระยะเวลาในการดารงตาแหน่ง
น้อยกว่า 10 ปี จานวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ 48.25 รองลงมาคือ ระยะเวลาระหว่าง
21-30 ปี จานวน 47 คน คดิ เป็นร้อยละ 32.88

2. ผลการวิเคราะห์ผลกระทบของการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 69
ทวิ เพ่ือให้เจ้าของท่ีดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตที่ดิน จากการรังวัด
ที่ ดิ น โด ย วิ ธี แ ผ น ท่ี ชั้ น ห น่ึ ง ด้ ว ย ร ะ บ บ โค ร ง ข่ า ย ด า ว เที ย ม แ บ บ จ ล น์
(RTK GNSS Network)

การวิเคราะห์ข้อมูลเก่ียวกับผลกระทบการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา
69 ทวิ เพ่ือให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตท่ีดิน จากการรังวัด
ที่ดินโดยวิธีแผนที่ช้ันหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network)
ใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน โดยมีสัญลักษณ์ที่ใช้ใน
การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่

X แทน ค่าเฉล่ยี เลขคณติ (Mean)
SD แทน คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

ตารางที่ 8 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู เกีย่ วกับผลกระทบทางบวกจากการแก้ไขประมวลกฎหมายทดี่ ิน มาตรา 69 ทวิ เพือ่ ใหเ้ จา้ ของทดี่ นิ
ขา้ งเคียงไมต่ ้องเดนิ ทางมารบั รองแนวเขตทดี่ นิ จากการรังวดั ท่ีดนิ โดยวิธแี ผนทชี่ ัน้ หน่งึ ดว้ ยระบบโครงขา่ ยดาวเทยี มแบบจลน์
(RTK GNSS Network)

ผลกระทบ ระดบั ความคิดเหน็ SD แปลความ
มากที่สดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยทสี่ ดุ X

1 การรงั วัดมีความถกู ตอ้ งมกี ารเชื่อมโยง 61 64 17 1 0 4.29 0.70 มาก

สมั พันธ์ค่าพกิ ัดฉากทัว่ ทงั้ ประเทศ (42.7) (44.7) (11.9) (0.7) (0.0)

2 ลดภาระค่าใช้จา่ ยของเจ้าของทด่ี ินที่ตอ้ งเดินทาง 31 70 34 4 4 3.84 0.89 มาก

ไประวงั ชแี้ นวเขต (21.7) (48.9) (23.8) (2.8) (2.8)

3 ลดข้ันตอนและระยะเวลาการรังวัด ทาให้การรังวดั 35 44 43 16 5 3.62 1.08 มาก

มปี ระสทิ ธิภาพ (24.5) (30.7) (30.1) (11.2) (3.5)

4 ทาใหก้ ารสอบเขตเฉพาะราย ทาได้รวดเรว็ มากขึ้น 28 57 39 16 3 3.64 0.99 มาก

(19.6) (39.8) (27.3) (11.2) (2.1)

5 ประชาชนได้รับบริการรวดเร็วมากขนึ้ 28 57 45 11 2 3.69 0.92 มาก

(19.6) (39.8) (31.5) (7.7) (1.4)

6 รฐั ได้ระบบแผนท่ที เ่ี ปน็ สากล หนว่ ยงานราชการและ 67 58 15 2 1 4.31 0.77 มากท่ีสดุ

เอกชนใชอ้ ้างอิงในการปฏบิ ตั งิ านท่ีเปน็ มาตรฐานเดียวกนั (46.8) (40.6) (10.5) (1.4) (0.7)

ภาพรวม 3.90 0.65 มาก

45

46

จากตารางที่ 8 พบว่า ผลกระทบทางบวกจากการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน
มาตรา 69 ทวิ เพื่อให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตท่ีดิน จากการ
รังวั ด ท่ี ดิ น โด ย วิ ธี แ ผ น ท่ี ชั้ น ห น่ึ งด้ ว ย ร ะ บ บ โค รงข่ าย ด าว เที ย ม แ บ บ จ ล น์
(RTK GNSS Network) โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.90) เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ
พบว่า ข้อ 6 ท่านเห็นว่ารัฐได้ระบบแผนที่ที่เป็นสากล หน่วยงานราชการและเอกชนใช้
อา้ งอิงในการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกนั มีค่าเฉล่ียเปน็ อันดับหนึ่ง อยู่ในระดับมาก
ที่สุด ( X = 4.31) รองลงมาคือ ข้อ 1 ท่านเห็นว่าการรังวัดมีความถูกต้องมีการเชื่อมโยง
สมั พันธค์ ่าพิกัดฉากท่วั ทง้ั ประเทศ มีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมาก ( X = 4.29) และข้อ 2 ท่าน
เห็นว่าลดภาระค่าใช้จ่ายของเจ้าของที่ดินที่ต้องเดินทางไประวังช้ีแนวเขต มีค่าเฉลี่ยระดับ
มาก ( X = 3.84) ตามลาดับ

ตารางท่ี 9 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเก่ียวกับผลกระทบทางลบจากการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ เพื่อให้เจ้าของท่ีดิน
ขา้ งเคียงไม่ตอ้ งเดนิ ทางมารบั รองแนวเขตทดี่ ิน จากการรงั วดั ท่ดี นิ โดยวธิ ีแผนทช่ี น้ั หนง่ึ ด้วยระบบโครงขา่ ยดาวเทียมแบบจลน์
(RTK GNSS Network)

ผลกระทบ ระดับความคิดเหน็ SD แปลความ
มากทีส่ ุด มาก ปานกลาง นอ้ ย น้อยทส่ี ุด X มาก
มาก
1 เจา้ ของท่ีดินข้างเคียงขาดโอกาสทจี่ ะไป 44 57 27 12 3 3.89 1.01 มาก

ระวังชี้แนวเขตทด่ี ินตนเอง (30.8) (39.8) (18.9) (8.4) (2.1)

2 เจ้าหนา้ ที่เสียงตอ่ การถกู ร้องเรียน/ ถูกฟอ้ ง 64 55 14 6 4 4.18 0.97

ดาเนนิ คดีในขอ้ หาบุกรุกและทาให้เสียทรัพย์ (44.7) (38.5) (9.8) (4.2) (2.8)

ภาพรวม 4.04 0.87

47

48

จากตารางที่ 9 พบว่า ผลกระทบทางลบจากการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน
มาตรา 69 ทวิ เพ่ือให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตท่ีดิน
จ า ก ก า ร รั ง วั ด ที่ ดิ น โ ด ย วิ ธี แ ผ น ท่ี ช้ั น ห น่ึ ง ด้ ว ย ร ะ บ บ โ ค ร ง ข่ า ย ด า ว เที ย ม แ บ บ จ ล น์
(RTK GNSS Network) โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.04) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ
พบวา่ ข้อ 2 ท่านเห็นว่า เจ้าหน้าทเี่ ส่ยี งต่อการถูกร้องเรียน/ ถูกฟ้องดาเนนิ คดใี นข้อหาบุก
รุกและทาให้เสียทรัพย์ มีค่าเฉล่ียเป็นอันดับหน่ึง อยู่ในระดับมาก ( X = 4.18) รองลงมา
คือ ข้อ 1 ทา่ นเหน็ ว่า เจา้ ของที่ดินขา้ งเคยี งขาดโอกาสท่ีจะไประวังชี้แนวเขตที่ดินตนเอง มี
คา่ เฉล่ียอย่ใู นระดบั มาก ( X = 3.89)

ตารางที่ 10 ความเชือ่ มัน่ ตอ่ ความสามารถท่ีชา่ งรงั วดั จะเข้าทาการรังวัดบริเวณทดี่ ิน
ท่ีไม่มีการแจ้งข้างเคียงให้เดินทางมารับรองแนวเขตได้โดยไม่มีผลกระทบ
ใด ๆ

ความเชื่อมนั่ จานวน ร้อยละ
เชอ่ื มั่น 35 24.50
ไม่เชอื่ มน่ั 108 75.50

รวม 143 100.00

จากตารางที่ 10 พบว่า ช่างรังวัดส่วนใหญ่ไม่เช่ือมั่นว่าช่างรังวัดสามารถ
ที่จะเข้าทาการรังวัดบริเวณที่ดินท่ีไม่มีการแจ้งข้างเคียงให้มารับรองแนวเขตได้ โดยไม่มี
ผลกระทบใด ๆ จานวน 108 ราย คิดเป็นร้อยละ 75.50 และเชื่อมั่น จานวน 35 ราย
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 24.50

ตารางท่ี 11 ความเช่ือม่ันของช่างรังวัดต่อหลักฐานรายการรังวัดเดิมซ่ึงทาการรังวัด
โดยวิธีแผนที่ช้ันหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS
Network) ว่าช่างรังวัดได้ดาเนินการไว้ถูกต้อง โดยไม่มีความผิดพลาด
คลาดเคลอื่ น

ความเชื่อมน่ั จานวน ร้อยละ

เชื่อมัน่ 87 60.80
ไม่เชือ่ ม่ัน 56 39.20

รวม 143 100.00

49

จากตารางที่ 11 พบว่า ช่างรังวัดส่วนใหญ่เช่ือมั่นในหลักฐานรายการรังวัดเดิม
ซึ่งทาการรังวัดโดยวิธีแผนที่ชั้นหนึ่งด้ วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์
(RTK GNSS Network) ว่าช่างรังวัดได้ดาเนินการไว้ถูกต้อง โดยไม่มีความผิดพลาด
คลาดเคลื่อนเพียงใด จานวน 87 ราย คิดเป็นร้อยละ 60.80 และไม่เชื่อม่ัน จานวน 56
ราย คดิ เป็นร้อยละ 39.20

3. สรุปภาพรวมข้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะ
จากการทอดแบบสอบถามช่างรังวัดได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

เพิ่มเติมไปในทิศทางเดยี วกนั กลา่ วคือ
3.1 ค่าพกิ ัดฉากทีไ่ ด้จากการรับสัญญาณดาวเทียม โดยระบบโครงข่ายดาวเทียม

แบบจลน์ (RTK GNSS Network) น้ัน มีความถูกตอ้ งแมน่ ยาสูง แต่อาจจะเกิดขอ้ ผดิ พลาด
คลาดเคลื่อน อันเน่ืองจากการปฏิบัติงานของช่างผู้ทาการรังวัดได้ หากต่อมาในภายหลัง
มีการขอรังวัดใหม่ ช่างรังวัดต้องใช้หลักฐานการรังวัดเดิมโดยวิธีระบบโครงข่ายดาวเทียม
แบบจลน์ (RTK GNSS Network) ไปทาการรังวัด ซ่ึงมีข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อน
มาตงั้ แต่ตน้ อันเป็นเหตตุ ้องมกี ารแก้ไขรปู แผนที่และเนือ้ ที่ให้ตรงกับสภาพการครอบครอง
เดมิ จึงมีความเห็นให้แจ้งเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงมาระวังช้ีแนวเขตและรับรองแนวเขต
ตามระเบยี บ กฎหมายเดิม เพื่อหลกี เลย่ี งการถูกฟ้องร้องจากเจ้าของที่ดินและเจ้าของท่ดี ิน
แปลงข้างเคียง

3.2 หากมีความจาเป็นต้องดาเนินการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69
ทวิ แล้ว เห็นสมควรให้มีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุม เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าท่ี
ผู้ปฏิบัติงานจากการฟ้องร้องท่ีอาจจะเกิดข้ึนจากเจ้าของที่ดินและเจ้าของท่ีดินแปลง
ขา้ งเคยี ง

3.3 จานวนเครื่องมือท่ีใช้ปฏิบัติงานภาคสนาม ยังไม่เพียงพอต่อบุคลากร
ผปู้ ฏิบตั ิงาน

3 .4 ห า ก ต้ อ ง รั ง วั ด ด้ ว ย ร ะ บ บ โ ค ร ง ข่ า ย ด า ว เที ย ม แ บ บ จ ล น์
(RTK GNSS Network) ควรจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงสาระสาคัญ
และวัตถุประสงค์ในการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดนิ มาตรา 69 ทวิ ก่อน เพ่ือให้เกิดความ
เช่ือม่นั กอ่ นดาเนนิ การตามแนวทางดงั กลา่ วตอ่ ไป

50

ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลเชงิ คณุ ภาพ

1. ความคดิ เห็นผบู้ ริหารสว่ นกลาง
การสัมภาษณ์ผู้บริหารส่วนกลาง ได้แก่ ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสารวจ

รองอธิบดีกรมที่ดิน ผู้อานวยการสานักกฎหมาย และผู้อานวยการสานักมาตรฐานและ
ส่งเสริมการรังวัด พบผลการวจิ ัยท่ีสาคัญ ดังน้ี

1.1 แนวโนม้ ทิศทางการรงั วัดท่ีดินโดยวธิ ีแผนทชี่ ัน้ หน่งึ โดยระบบโครงข่าย
ดาวเทยี มแบบจลน์ (RTK GNSS Network)

ผลการวิจัยที่ได้จากการสัมภาษณ์พบว่า ผู้บริหารได้ให้ความเหน็ สอดคล้อง
กันว่า ภายในปีงบประมาณ 2562 การรังวัดที่ดินทั่วประเทศจะต้องรังวัดโดยวิธีแผนที่
ชั้นหนึ่งด้วยระบบโครงขา่ ยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) เพื่อเป็นการรองรับ
การเปลี่ยนแปลงองคก์ รสู่ยุคดจิ ิทัล ท่ีมรี ะบบเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมีความเจริญก้าวหน้า
อย่างต่อเน่ือง และสอดคล้องกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการบรกิ ารภาครัฐตามนโยบาย
THAILAND 4.0 ของรัฐบาล ดงั คาสมั ภาษณ์

“นวัตกรรมในการทางานเราจะต้องดาเนินการตอบสนองนโยบายภาครัฐ
เก่ียวกับเร่ืองการปฏิรูประบบราชการ รองรับการปฏิรูประบบราชการสู่ไทยแลนด์ 4.0
กรมท่ีดินเป็นหน่วยงานนาร่องของกระทรวงมหาดไทยที่ กพร. เขาจัดนาร่องในการปฏิรูป
ระบบราชการ ในส่วนของกรมที่ดิน อธิบดีกรมที่ดินให้คารับรองกับนายกรัฐมนตรี เร่ือง
เกี่ยวกับการจดทะเบียนที่ดิน แล้วเราก็ต้องมาดาเนินการไปตามมาตรการการรังวัดระบบ
RTK เป็นส่วนที่กรมท่ีดินกาหนดมาตรการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562-2563 คืออย่างไร
ก็ตอ้ งทา รัฐบาลจัดสรรงบประมาณมาใหเ้ รา เม่ือเราลงทุนในตรงนี้ไปแลว้ จะไมน่ ามาใช้ได้
อย่างไร จึงจาเป็นอย่างย่ิงที่ต้องนานวัตกรรมน้ีมาใช้” (ผู้บริหารส่วนกลางคนที่ 4,
การสมั ภาษณ์สว่ นบุคคล, 30 พฤษภาคม 2561)

1.2 หลักการแก้ไขประมวลกฎหมายทีด่ ิน มาตรา 69 ทวิ
เพื่อให้เจ้าของที่ดินข้างเคียง ไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขต จากการ

รังวั ด ที่ ดิ น โด ย วิ ธี แ ผ น ท่ี ช้ั น ห น่ึ งด้ ว ย ร ะ บ บ โค รงข่ าย ด าว เที ย ม แ บ บ จ ล น์
(RTK GNSS Network)

การสัมภาษณ์ผู้บริหารส่วนกลางมีความสอดคล้องกันในประเด็นเกี่ยวกับ
หลกั การแกไ้ ขประมวลกฎหมายทดี่ ิน มาตรา 69 ทวิ ดงั ต่อไปนี้

1.2.1 ถ้าท่ีดินแปลงใดมีการรังวัดโดยวิธีแผนท่ีช้ันหน่ึงด้วยระบบโครงข่าย
การรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) หรือระบบอ่ืนที่มีมาตรฐาน

51

ไม่ต่ากว่ามาก่อนแล้ว ให้รังวัดไปตามหลักฐานแผนท่ีโดยแจ้งให้ผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียง
ทราบว่ามกี ารรงั วดั แต่ไม่ต้องให้มาระวังชี้แนวเขตและลงชอ่ื รับรองแนวเขต

1.2.2 ในการรังวดั หากท่ีดินข้างเคียงด้านใดทาการรังวัดดว้ ยแผนทีช่ ั้นหนึ่ง
ไว้แล้ว ให้แจ้งเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงทราบว่ามีการรังวัดแต่ไม่ต้องให้มาระวังชี้แนว
เขตและรับรองเขต หากมีการปักหลักเขตใหม่หรือปักหลักเขตเพ่ิมเติมให้มีหนังสือแจ้ง
เจ้าของทด่ี นิ ขา้ งเคียงนนั้ ทราบดว้ ย โดยใหถ้ อื แนวเขตตามหลกั ฐานแผนที่ข้างเคยี ง

1.2.3 ในกรณี มีผู้คัดค้าน ให้ถือแนวเขตที่ดินตามหลักฐานแผนท่ี
หากคู่กรณีฝ่ายใดเห็นว่าไม่ถูกต้องให้ไปฟ้องต่อศาลภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
ถ้าไม่มีการฟ้องภายในกาหนด ให้ถือว่าแนวเขตที่ดินตามหลักฐานแผนท่ีเป็นแนวเขต
ทถ่ี ูกต้อง จากการสมั ภาษณ์ผบู้ ริหารส่วนกลาง ไดใ้ หข้ อ้ มูล ดังคาสัมภาษณ์

“ปัจจุบันนี้ ระบบการรังวัดนี้ต่อไปในอนาคตเรากาลังแก้กฎหมายใช้รูป
แผนที่เป็นหลักต่อไปราษฎรที่ขอรังวัดจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะ มาเถียงกับช่างแล้วว่า ที่อยู่
ตรงไหน วิธีการซ่ึงขณะน้กี รมท่ีดินกาลังจะแก้กฎหมายอยู่ ส่วนท่ีผมรบั ผิดชอบอยู่เป็นฝ่าย
เทคนิค ระบบ RTK Network เราเร่ิมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553-2555 จานวน 3 จังหวัด คือ
จังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี (โครงการจะเสร็จปี พ.ศ. 2562 ครบ
ทั่วประเทศ ดูแผนโครงการของกรมที่ดิน) ต่อไปถ้ารังวัดด้วยระบบนี้แล้ว ข้างเคียงไม่ต้อง
มาชี้เขต เพื่อเป็นการอานวยความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย รูปแผนที่มันผิดพลาด
คลาดเคลื่อนอยู่บนหัวหลักเขต บวกลบสี่เซนติเมตร” (ผู้บริหารส่วนกลางคนท่ี 1,
การสมั ภาษณ์ส่วนบุคคล, 30 พฤษภาคม 2561)

ท้ังนี้ คณะผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในประเด็น
หลักการการแก้ไขดังกล่าว และสามารถสรุปแนวทางการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน
มาตรา 69 ทวิ เพ่ือให้เจ้าของที่ดินข้างเคียง ไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขต จากการ
รังวัดท่ีดินโดยวิธีแผนท่ีชั้นหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS
Network) เปรียบเทียบกับประมวลกฎหมายที่ดนิ มาตรา 69 ทวิ เดิม ดงั น้ี

ตารางที่ 12 การเปรียบเทียบแนวทางการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 69 ทวิ เพื่อให้เจ้าของท่ีดินข้างเคียง ไม่ต้องเดินทางมา
รับรองแนวเขต จากการรังวัดท่ีดินโดยวิธีแผนที่ช้ันหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network)
กบั ประมวลกฎหมายที่ดนิ มาตรา 69 ทวิ เดมิ

แก้ไขมาตรา เดิม ใหม่

มาตรา ผู้มีสิทธิในที่ดินประสงค์จะขอสอบเขตโฉนด ผู้มีสิทธิในที่ดินประสงค์จะขอสอบเขตโฉนดท่ีดินเฉพาะราย

69 ทวิ ที่ดินเฉพาะรายของตน ให้ยื่นคาขอ พร้อมด้วยโฉนด ของตน ให้ยื่นคาขอพร้อมด้วยโฉนดที่ดินน้ันต่อเจ้าพนักงานท่ีดินและ

ที่ดินนั้นต่อเจ้าพนกั งานท่ีดินและให้พนักงานเจ้าหน้าท่ี ใหพ้ นักงานเจ้าหนา้ ทไี่ ปทาการรังวัดให้

ไปทาการรังวัดให้

ในการรังวัด ถ้าปรากฏว่าการครอบครอง ในการรังวัดถ้าที่ดินแปลงน้ันได้ทาการรังวัดไว้โดยวิธีแผนท่ี

ไม่ตรงกับแผนท่ีหรือเนื้อท่ีในโฉนดท่ีดิน เมื่อผู้มีสิทธิใน ช้ันหนึ่ง ด้วยระบบโครงข่ายการรังวัด ด้วยดาวเทียมแบบจลน์หรือวิธี

ท่ีดินข้างเคียงได้รับรองแนวเขตแล้ว ให้เจ้าพนักงาน อ่ืนที่มีมาตรฐานไม่ต่ากว่าตามท่ีกาหนดไว้ในกฎกระทรวง และมี

ท่ีดินมีอานาจแก้ไขแผนที่หรือเน้ือท่ีให้ตรงกับความ หลักฐานแผนท่ีซึ่งสามารถตรวจสอบได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทาการ

เป็นจริงได้ เว้นแต่จะเป็นการสมยอมเพื่อหลีกเลี่ยง รังวัดไปตามหลักฐานแผนที่และส่งหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิในท่ีดิน

กฎหมาย ข้างเคียงรอบแปลงทราบ และหากมีการปักหลักเขตใหม่หรือเพ่ิมเติม

ให้มีหนังสือแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงด้านนั้นทราบด้วย แต่ไม่ต้อง

ให้มารับรองแนวเขต โดยให้ทาการรังวัดไปตามหลักฐานแผนที่ ใน

กรณีมีผู้คัดค้านให้ถือแนวเขตท่ีดินตามหลักฐานแผนท่ี คู่กรณีฝ่ายใด

เห็นว่าไม่ถูกต้องให้ไปฟ้องต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันท่ีได้รับ

แจ้ง ถา้ ไมม่ ีการฟ้องภายในกาหนดดังกลา่ ว ให้ถือวา่ แนวเขตท่ดี ินตาม

52

ตารางที่ 12 (ต่อ)

แก้ไขมาตรา เดิม ใหม่

มาตรา หลักฐานแผนท่ีเป็นแนวเขตที่ถูกต้อง หากหลักฐานแผนที่ของท่ีดิน

69 ทวิ แปลงนั้นมิได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขในวรรคสอง ในการรังวัดถ้าปรากฏว่า

การครอบครองไม่ตรงกับแผนทห่ี รือเน้ือที่ในโฉนดท่ีดนิ เม่ือผู้มีสิทธิใน

ท่ีดินข้างเคียงได้รับรองแนวเขตแล้วให้เจ้าพนักงานท่ดี ินมอี านาจแก้ไข

แผนท่ีหรือเน้ือที่ให้ตรงกับความเป็นจริงได้ เว้นแต่ จะเป็นการสมยอม

เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย ท้ังนี้ ข้างเคียงด้านใดได้ทาการรังวัดไว้โดยวิธี

แผนที่ชั้นหน่ึงด้วยระบบโครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์

หรอื วิธีอื่นที่มีมาตรฐานไม่ต่ากวา่ ตามท่ีกาหนดไว้ในกฎกระทรวง และ

มีหลักฐานแผนท่ีซึ่งสามารถตรวจสอบได้ตามวรรคสอง ไม่ต้องแจ้งผู้มี

สิทธิในที่ดินข้างเคียงให้มารับรองแนวเขต ให้ทาการรังวัดโดยยึดแนว

เขต ตามหลักฐานแผนท่ีของข้างเคียงด้านนั้นและส่งหนังสือแจ้งให้ผู้มี

สทิ ธใิ นที่ดินขา้ งเคียงรอบแปลงทราบ

ในกรณีที่ไม่อาจตดิ ต่อผู้มีสิทธิในที่ดินขา้ งเคียง การรังวัดตามวรรคสามในกรณีท่ีไม่อาจติดต่อผู้มีสิทธิในท่ีดิน

ให้มาระวังแนวเขตได้ หรือในกรณีท่ีผู้มีสิทธิในท่ีดิน ข้างเคียงให้มาระวังแนวเขตได้ หรือในกรณีที่ผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียง

ข้างเคียงได้รับการติดต่อจากพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มา ไดร้ ับการติดต่อจากพนักงานเจา้ หนา้ ทใ่ี ห้มาระวงั แนวเขตแล้วแต่ไมม่ า

ระวงั แนวเขตแล้วแต่ไม่มา หรอื มาแตไ่ มย่ อมลงช่อื หรือมาแต่ไมย่ อมลงช่ือรับรองแนวเขตโดยไม่ไดค้ ัดคา้ นการรังวัด

53

ตารางท่ี 12 (ต่อ)

แก้ไขมาตรา เดมิ ใหม่

มาตรา รับรองแนวเขตโดยไม่ได้คัดค้านการรังวัด ให้พนักงาน ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นมาลงช่ือรับรองแนวเขต

69 ทวิ เจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้น้ันมาลงช่ือรับรองแนว หรือคัดค้านภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีได้ส่งหนังสือ ถ้าผู้มีสิทธิใน

เขตหรือคัดค้านภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีได้ส่ง ท่ีดินข้างเคียงไม่ดาเนินการอย่างหน่ึงอย่างใดภายในกาหนดดังกล่าว

หนังสือ ถ้าผู้มีสิทธิในท่ีดินข้างเคียงไม่ดาเนินการอย่าง และผู้ขอได้ให้คารับรองว่ามิได้นาทาการรังวัดรุกล้าที่ดินข้างเคียงและ

หน่ึงอย่างใดภายในกาหนดดังกล่าว และผู้ขอได้ให้คา ยิน ยอ ม ให้ แ ก้ ไข แ ผน ท่ี ห รือ เนื้ อ ท่ี ให้ ต รงกั บ ค วาม เป็ น จริง

รับรองว่ามิได้นาทาการรังวัดรุกล้าท่ีดินข้างเคียงและ ให้เจ้าพนักงานท่ีดินดาเนินการตามวรรคสามไปได้โดยไม่ต้องมีการ

ยินยอมให้แก้ไขแผนท่ีหรือเน้ือท่ีให้ตรงกับความเป็น รบั รองแนวเขต

จริง ให้เจา้ พนกั งานทดี่ ินดาเนินการตามวรรคสองไปได้

โดยไมต่ อ้ งมกี ารรับรองแนวเขต

การติดต่ อหรือการแจ้งผู้มีสิทธิใน ท่ีดิ น การติดต่อหรือการแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงตามวรรคส่ี ให้

ข้างเคียงตามวรรคสาม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการทีก่ าหนดในกฎกระทรวง

วธิ ีการท่ีกาหนดในกฎกระทรวง

หากปรากฏว่ามีผู้คัดค้าน ให้ เจ้าพนักงานที่ดิน หากปรากฏว่าในการรังวัดตามวรรคสามมีผู้คัดค้าน และท่ีดิน

มีอานาจสอบสวนไกล่เกลี่ยโดยถือหลักฐานแผนที่เป็น ข้างเคียงด้านน้ันมิได้ทาการรังวัดไว้ โดยวิธีแผนที่ช้ันหนึ่งด้วยระบบ

หลักในการพิจารณา ถ้าตกลงกันได้ก็ให้ดาเนินการไป โครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์หรือวิธีอ่ืนที่มีมาตรฐานไม่

ตามทีต่ กลง แต่ตอ้ งไมเ่ ป็นการสมยอมกันเพอ่ื ต่ากวา่ ตามท่ีกาหนดไวใ้ นกฎกระทรวง ให้เจา้ พนักงานทด่ี ินมอี านาจ

54

ตารางที่ 12 (ต่อ)

แก้ไขมาตรา เดิม ใหม่

มาตรา หลีกเล่ียงกฎหมาย หากตกลงกันไม่ได้ให้แจ้งคู่กรณีไป สอบสวนไกล่เกลี่ย โดยถือหลักฐานแผนท่ีเป็นหลักในการพิจารณาถ้า

69 ทวิ ฟ้องต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้า ตกลงกันได้ก็ให้ดาเนินการไปตามท่ีตกลง แต่ต้องไม่เป็น การสมยอม

ไม่มีการฟ้องภายในกาหนดดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ขอไม่ กนั เพ่ือหลีกเล่ียงกฎหมาย หากตกลงกันไม่ได้ให้แจ้งคู่กรณีไปฟ้องต่อ

ประสงคจ์ ะสอบเขตโฉนดท่ีดินน้นั ตอ่ ไป ศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้าไม่มีการฟ้องภายใน

กาหนดดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ขอไม่ประสงค์จะสอบเขตโฉนดที่ดินน้ัน

ต่อไป

ใน ก ร ณี ผู้ มี สิ ท ธิ ใน ท่ี ดิ น ป ร ะ ส ง ค์ จ ะ ข อ ให้ ในกรณีที่ผมู้ ีสทิ ธิในท่ีดินประสงค์จะขอให้ตรวจสอบเนอ้ื ท่ีตาม

ตรวจสอบเน้ือที่ตามหนังสือรับรองการทาประโยชน์ หนังสือรับรองการทาประโยชน์เฉพาะรายของตน ให้ยื่นคาขอพร้อม

เฉพาะรายของตน ให้ย่ืนคาขอพร้อมด้วยหนังสือ ด้วยหนังสือรับรองการทาประโยชน์สาหรับท่ีดินน้ันต่อเจ้าพนักงาน

รับรองการทาประโยชนส์ าหรบั ทดี่ ินนั้นต่อเจ้าพนกั งาน ที่ดิน และให้นาความในวรรคสาม วรรคสี่ วรรคห้า และวรรคหก มา

ท่ีดิน และให้นาความในวรรคสอง วรรคสาม วรรคส่ี ใช้บงั คับโดยอนุโลม

และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ที่ดินบริเวณใดจะให้มีการรังวัดสอบเขตตามหลักฐานแผนที่

โดยไม่ต้องแจ้งผู้มีสทิ ธิในท่ดี ินขา้ งเคียง ให้มารับรองแนวเขตตามวรรค

สองและวรรคสามใหเ้ ป็นไปตามที่อธบิ ดีประกาศกาหนด”

55

56

1.3 ด้านการแก้ไขระเบยี บกฎหมายทีเ่ กยี่ วขอ้ ง
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารส่วนกลาง ได้ระบุถึงการแก้ไขระเบียบกฎหมาย

ทเ่ี กีย่ วข้องเมอ่ื มกี ารแกไ้ ขประมวลกฎหมายที่ดนิ มาตรา 69 ทวิ ดังน้ี
1.3.1 ก ฎ ก ร ะ ท ร ว ง ฉ บับ ที่ 31 (พ .ศ . 2521) อ อ ก ต า ม ค ว า ม

ในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. 2497 (เก่ียวกับการแจ้งหมาย
ข้างเคียง)

1.3.2 ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วย การติดต่อหรือแจ้งผู้มีสิทธิในท่ีดนิ ข้างเคียง
ให้มาลงชอื่ รับรองแนวเขตหรอื คัดค้านการรังวัด พ.ศ. 2521 (วางแนวทางปฏิบัติขยายจาก
การแก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ 31ฯ)

1.3.3 ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการรังวัดโดยระบบโครงข่ายการรังวัดด้วย
ดาวเทียมแบบจลน์ (RTK Network) ในงานรังวัดเฉพาะราย พ.ศ. 2558 (ให้สอดคล้องกับ
เคร่ืองมือและการรังวดั ในปจั จบุ ัน)

จากการสัมภาษณ์ผ้บู รหิ ารส่วนกลาง ไดใ้ หข้ อ้ มูล ดังคาสมั ภาษณ์
“ขณะน้ีกรมที่ดินอยู่ระหว่างดาเนินการแก้ไขเร่ืองน่าจะอยทู่ ี่กระทรวงแล้ว
ขออนุมัติในหลักการ กฎกระทรวงฉบับที่ 31 ก็ต้องแก้ด้วย เพราะเป็นระเบียบกฎหมาย
ทเ่ี ก่ียวข้อง” (ผ้บู ริหารส่วนกลางคนที่ 4, การสัมภาษณ์ส่วนบุคคล, 30 พฤษภาคม 2561)

2. ความคดิ เหน็ จากเจา้ พนกั งานทีด่ ินจงั หวัด
จากการสัมภาษณ์เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดท้ัง 5 จังหวัด พบผลวิจัยท่ีสาคัญ

ดงั น้ี
2.1 ความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ

เพ่ือให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องมารับรองแนวเขตท่ีดินจากการรังวัดท่ีดินโดยวิธี
แผนที่ชั้นหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทยี มแบบจลน์ (RTK GNSS Network)

ผลการวิจยั พบว่า เจ้าพนักงานท่ดี ินจังหวัดบางสว่ นเห็นด้วยและบางส่วนที่
ไม่เห็นดว้ ยกบั การแกไ้ ขประมวลกฎหมายทีด่ ิน มาตรา 69 ทวิ เพอ่ื ใหเ้ จ้าของท่ดี นิ ขา้ งเคียง
ไม่ต้องมารับรองแนวเขตท่ีดินจากการรังวัดที่ดินโดยวิธีแผนท่ีช้ันหน่ึงด้วยระบบโครงข่าย
ดาวเทยี มแบบจลน์ (RTK GNSS Network) กลา่ วคอื

2.1.1 เจา้ พนกั งานทดี่ ินจังหวดั ทไี่ มเ่ หน็ ดว้ ย ไดใ้ ห้เหตุผลวา่
1) หากไม่ให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงมารับรองแนวเขตที่ดินจะ

ก่อใหเ้ กดิ ปัญหาการทะเลาะวิวาทเกี่ยวกับการครอบครองท่ีดินเพิม่ มากขน้ึ
2) เสี่ยงต่อการท่ีเจ้าหน้าท่ีจะถูกฟ้องร้องเก่ียวกับการปฏิบัติงานเพิ่ม

มากข้ึน

57

3) กรมที่ดินยังไม่ได้ออกกฎหมายเพ่ือคุ้มครองป้องกันเจ้าหน้าท่ี
อันเน่ืองมาจากการฟอ้ งรอ้ งจากผ้รู ับบรกิ าร

2.1.2 เจ้าพนักงานที่ดนิ จงั หวดั ทเ่ี หน็ ดว้ ย ได้ให้เหตุผลว่า
1) เป็นการยกระดับมาตรฐานการรังวัดของกรมที่ดินให้ถูกต้อง

แม่นยามมี าตรฐานระดบั สากล
2) เป็นการอานวยความสะดวกแก่เจ้าของที่ดินและลดค่าใช้จ่ายใน

การเดินทางมาร่วม ชี้แนวเขตและรบั รองเขตทดี่ ิน
3) สามารถลดข้นั ตอน รายละเอียดในการปฏิบตั ิงานด้านรงั วดั

จากการสมั ภาษณเ์ จ้าพนักงานท่ดี ินจังหวัด ไดใ้ หข้ อ้ มลู ดังคาสัมภาษณ์
“เนื่องจากว่าจะเกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทเก่ียวกับการครอบครองที่ดิน
มากขึ้น เส่ียงต่อการเจ้าหน้าที่จะถูกฟ้องร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติงานเพ่ิมมากขึ้น ประกอบ
กับกรมที่ดนิ ต้องออกกฎหมายคุ้มครองป้องกนั สทิ ธเิ จ้าหน้าที่จากการถูกฟ้องรอ้ ง”
(เจา้ พนกั งานที่ดินจังหวัดที่ 5, การสัมภาษณ์สว่ นบคุ คล, 31 พฤษภาคม 2561)
2.2 ความคิดเห็นต่อการแก้ไขระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพ่ือให้สอดรับกับ
การแก้ไขประมวลกฎหมายทีด่ นิ มาตรา 69 ทวิ
จากการสัมภาษณ์เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด ทุกท่าน
เห็นสอดคล้องกันว่าจะต้องแก้ไขระเบียบกฎหมายท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือให้สอดรับกับการแก้ไข
ประมวลกฎหมายทดี่ นิ มาตรา 69 ทวิ กล่าวคอื
2.2.1 ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย (ประมวลกฎหมายที่ดิน) ในมาตรา
ที่เก่ยี วขอ้ งกบั สทิ ธิตา่ ง ๆ ทั้งเจา้ ของทีด่ ินและเจ้าของท่ดี นิ ขา้ งเคียง
2.2.2 ตอ้ งออกฎหมายคมุ้ ครองสิทธิเกย่ี วกบั การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
2.2.3 ต้องมีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในมาตรา
ทเี่ กีย่ วข้องกับสิทธิ์ของเจา้ ของที่ดิน และเจา้ ของทด่ี นิ ขา้ งเคียง
2.2.4 ต้องมีการแก้ไขระเบียบกรมท่ีดิน ว่าด้วยการรังวัดโดยวิธีแผนที่
ช้ันหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ให้สอดคล้องกับ
เคร่ืองมือและการรงั วัดในปจั จุบนั
จากการสัมภาษณเ์ จา้ พนักงานทด่ี ินจังหวัด ไดใ้ หข้ ้อมลู ดังคาสัมภาษณ์
“เม่ือมีการแก้ไขมาตรา 69 ทวิ ประมวลกฎหมายท่ีดิน ทาให้มีผลกระทบ
ต่อระเบียบ กฎหมายท่ีเก่ียวข้อง ดังน้ัน จึงต้องแก้ไขให้สอดคล้องกันเพ่ือเป็นแนวทางใน
การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ี” (เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดที่ 1, การสัมภาษณ์ส่วนบุคคล,
1 มิถุนายน 2561)

58

2.3 ความคิดเห็นต่อกรมที่ดินว่าจะมีมาตรการในการรองรับผลท่ีเกิดขึ้นจาก
การแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 69 ทวิ ในด้านต่าง ๆ เช่น ช่างผู้ทาการรังวัด
อาจถูกเจา้ ของทีด่ นิ ขา้ งเคียงรอ้ งเรยี นหรอื ฟ้องร้อง

จากการสัมภาษณ์เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดท้ัง 5 จังหวัด ให้ความเห็น
ไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรมีมาตรการในการรองรับผลท่ีเกิดขึ้นจากการแก้ไขประมวล
กฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ ในด้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยออกกฎหมาย
คุม้ ครองสทิ ธิเจ้าหน้าท่ี กรณีมีการฟ้องร้องจากผรู้ ับบรกิ ารและหน่วยงานของรฐั ท่ีเกยี่ วข้อง
จากการสมั ภาษณ์เจ้าพนกั งานที่ดินจงั หวัด ไดใ้ หข้ ้อมูล ดงั คาสมั ภาษณ์

“กรมที่ดินจะต้องมีมาตรการป้องกันโดยให้ช่างรังวัดเป็นพนักงาน
เจ้าหน้าที่ลักษณะเฉพาะท่ีไม่อาจถูกฟ้องร้องในกรณีรังวัดตามมาตรา 69 ทวิ ท่ีได้แก้ไข
ใหม”่ (เจ้าพนกั งานที่ดินจังหวัดที่ 2, การสมั ภาษณส์ ว่ นบุคคล, 1 มถิ นุ ายน 2561)

2.4 ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
จากการสัมภาษณ์เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด ได้เสนอแนะ

ประเด็นเพ่ิมเติม หากมีการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ เพ่ือให้เจ้าของ
ที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองเขตที่ดินจากการรังวัดโดยวิธีแผนที่ชั้นหนึ่งด้วย
ระบบโครงขา่ ยดาวเทยี มแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ดังนี้

2.4.1 ในกรณีไม่ต้องแจ้งเจ้าของที่ดินให้มารับรองเขต ตามประมวล
กฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ จะต้องแก้ไขประมวลกฎหมาย มาตรา 70 ให้สอดคล้องกัน
ดว้ ย

2.4.2 ต้องมีการออกกฎหมายรองรับการฟ้องร้องเจ้าหน้าท่ี การเข้าไปใน
ทด่ี ินแปลงข้างเคียงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์

2.4.3 ค่าพิกัดที่ได้จากการรังวัดโดยวิธีแผนท่ีชั้นหนึ่งด้วยระบบโครงข่าย
ดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ควรมีสถานะทางกฎหมายที่ต้องยอมรับ
เพอ่ื มิใหม้ กี ารฟอ้ งร้องเกดิ ขึ้น

2.4.4 ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐ
ท่ีเก่ียวขอ้ งเข้าใจหลักการในการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 69 ทวิ

2.4.5 ต้องเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือรังวดั ให้เพียงพอต่อผูป้ ฏบิ ัติงาน
และเสริมสร้างทักษะผู้ปฏิบัติงานให้มีความรู้ความเข้าใจ เก่ียวกับการรังวัดโดยวิธีแผนท่ี
ช้ันหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) เพื่อสามารถ
ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธ์ิต่อองค์กร สร้างความ
พึงพอใจตอ่ ผรู้ ับบริการเพ่ือภาพลกั ษณท์ ่ีดขี ององค์กรในภาพรวม

59

จากการสัมภาษณ์เจ้าพนักงานทด่ี นิ จงั หวดั ไดใ้ หข้ อ้ มูล ดงั คาสมั ภาษณ์
“ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจ
หลักการในการแก้ไขมาตรา 69 ทวิ ประมวลกฎหมายที่ดิน ต้องเตรียมความพร้อมของ
เครื่องมือและผู้ปฏิบัติงานให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะเก่ียวกับการรังวัดโดยวิธีแผนท่ี
ชั้นหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) เนื่องจากเป็น
เทคโนโลยี”(เจ้าพนกั งานทด่ี นิ จังหวัดที่ 1, การสมั ภาษณ์ส่วนบคุ คล, 1 มถิ ุนายน 2561)

3. ความคดิ เหน็ จากหัวหนา้ ฝ่ายรงั วัด
จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสาคัญซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายรังวัด จานวน 5 คน ได้ให้

ความเหน็ กลา่ วคือ
3.1 ความคิดเห็นท่ีมีต่อการแก้ไขมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน

เพื่อให้เจา้ ของขา้ งเคียงไมต่ ้องเดนิ ทางมารบั รองแนวเขตท่ดี ินจากการรังวัดที่ดนิ โดยวิธี
แผนทช่ี ั้นหน่งึ ดว้ ยระบบโครงขา่ ยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network)

ผลจากการสัมภาษณ์พบว่า หัวหน้าฝ่ายรังวัดท่ีเห็นด้วยให้เหตุผลว่า
เป็นการยกระดับมาตรฐานการรังวัดของกรมที่ดินให้ถูกต้องแม่นยา มีมาตรฐานระดับ
สากล เป็นการอานวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางมารับรองแนวเขต
ของเจ้าของที่ดินข้างเคียง (หัวหน้าฝ่ายรังวัด สานักงานที่ดินจังหวัด ที่ 1, การสัมภาษณ์
สว่ นบุคคล, 31 พฤษภาคม 2561)

ส่วนหัวหน้าฝ่ายรังวัดท่ีไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา 69 ทวิ โดยให้เหตุผลว่า เจ้าของท่ีดินข้างเคียงขาดโอกาสในการระวังชี้แนวเขต
ที่ดินของตนเอง และจะเกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทเก่ียวกับการครอบครองท่ีดินและเกิด
ความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าท่ีจากการถูกฟ้องร้องจากการปฏิบัติงานเพิ่มมากข้ึน ประกอบกับ
หลักฐานแผนที่ยังไม่เป็นท่ียอมรับจากประชาชน (หัวหน้าฝ่ายรังวัด สานักงานที่ดินจังหวัด
ท่ี 2, 4, 5, การสัมภาษณส์ ว่ นบคุ คล, 31 พฤษภาคม 2561)

3.2 ความคดิ เหน็ ที่มีตอ่ การแก้ไขระเบยี บกฎหมายท่ีเกีย่ วข้อง
หัวหน้าฝ่ายรังวัดส่วนใหญ่ เห็นควรให้แก้ไขระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

โดยแก้ไขวิธีปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงและระเบียบปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทาง
เดียวกันกับช่างรังวัดผู้ปฏิบัติในพ้ืนที่ รวมท้ังมีกฎหมายคุ้มครองช่างรังวัดด้วย อย่างไร
กต็ ามก็มีหัวหน้าฝ่ายรังวัดบางส่วนท่ีเห็นว่าไม่ตอ้ งแก้ไข เนื่องจากระเบียบกฎหมายที่ใช้อยู่
มีความเหมาะสมแล้ว

จากการสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายรังวัด สานักงานที่ดินจังหวัด ได้ให้ข้อมูล
ดังคาสัมภาษณ์“ควรมีการแก้ไขระเบียบกฎหมายท่ีเก่ียวข้องเพ่ือให้สอดรับกับการแก้ไข

60

มาตรา 69 ทวิ ประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อรองรับการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่”
(หัวหน้าฝ่ายรังวัด สานักงานท่ีดินจังหวัด ที่ 1, การสัมภาษณ์ส่วนบุคคล, 31 พฤษภาคม
2561)

3.3 ความคิดเห็นต่อกรมท่ีดินว่าจะมีมาตรการในการรองรบั ผลท่ีเกิดขึ้นจาก
การแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ ในด้านต่าง ๆ เช่น ช่างผู้ทาการรังวัด
อาจถกู เจ้าของทด่ี นิ ข้างเคียงร้องเรียนหรือฟอ้ งร้อง

จากการสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายรังวัด มีความเห็นสอดคล้องกันว่า กรมที่ดิน
ควรมีมาตรการในการรองรับผลท่ีเกิดขึ้นจากการแก้ไขมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวล
กฎหมายที่ดินในด้านต่าง ๆ อาทิ บางท่านเห็นควรให้มีมาตรการรองรับผลที่เกิดข้ึนจาก
การแก้ไขมาตรา 69 ทวิ โดยให้มีการออกกฎหมายคุ้มครองสิทธิเจ้าหน้าที่จากผลการ
ปฏิบัติงานแล้วถูกฟ้องร้องจากเจ้าของที่ดินข้างเคียง หรือเร่ืองร้องเรียนจากการปฏิบัติ
หนา้ ที่ของช่างรังวัด

นอกจากน้ี หัวหน้าฝ่ายรังวัดบางท่านได้ให้ความเห็นเพ่ิมเติมว่า ควรมี
เครื่องมือรังวัดโดยระบบ RTK ให้ครบตามจานวนช่าง รวมท้ังติดต้ังสถานีรับสัญญาณ
ให้ครอบคลุมทุกพื้นท่ี เพ่ือให้การรังวัดตามภารกิจมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น สร้างความ
พึงพอใจแก่ประชาชนผูร้ บั บรกิ ารมากข้นึ ส่งผลต่อภาพลกั ษณ์ทด่ี ขี ององค์กรในภาพรวม

จากการสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายรังวัด สานักงานท่ีดินจังหวัด ได้ให้ข้อมูล
ดังคาสัมภาษณ์“กรมที่ดินควรมีการแก้ไขกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือคุ้มครองเจ้าหน้าที่จาก
ผลกระทบในการปฏิบัติงานตามมาตรา 66 แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน เพื่อหลีกเลี่ยง
การถูกฟ้องร้องจากเจ้าของที่ดินข้างเคียง” (หัวหน้าฝ่ายรังวัด สานักงานที่ดินจังหวัด ท่ี 1,
การสัมภาษณ์ส่วนบคุ คล, 31 พฤษภาคม 2561)

3.4 ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
จากการสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายรังวัด สานักงานที่ดินจังหวัดท้ัง 5 จังหวัด

ได้เสนอแนะประเด็นเพ่ิมเติม หากมีการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 69 ทวิ
เพ่ือให้เจ้าของท่ีดินไม่ต้องเดินทางมารับรองเขตท่ีดินจากการรังวัดโดยวิธีแผนที่ชั้นหน่ึง
ด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) คือ หากจะมีการแก้ไข
ประมวลกฎหมายท่ีดินตามาตรา 69 ทวิ กรมที่ดินควรศึกษาผลกระทบทุกมิติ ท้ังด้าน
เจ้าของท่ีดิน เจา้ ของทด่ี ินขา้ งเคยี ง ผู้ปฏิบตั ิงาน และต่อองคก์ รกอ่ นบังคับใช้

ตอนท่ี 3 สรุปภาพรวมผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล

เม่ือพิจารณาผลการวิจัยทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพสามารถสรุปภาพรวม
ของความสอดคลอ้ งและความแตกต่างของผลการวิจยั ได้ ดังน้ี

ตารางที่ 13 สรุปภาพรวมแนวทางและผลกระทบการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ดี ิน ตามมาตรา 69 ทวิ เพือ่ ใหเ้ จ้าของท่ดี นิ ขา้ งเคยี งไม่ต้อง
เดินทางมารบั รองแนวเขตทด่ี นิ จากการรังวดั ที่ดินโดยวิธแี ผนท่ีช้นั หน่ึงดว้ ยระบบโครงขา่ ยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS
Network)

ประเดน็ ผู้บรหิ ารส่วนกลาง ผลการวิจยั เชิงคณุ ภาพ หัวหนา้ ฝ่ายรังวดั ผลการวจิ ยั เชิงปริมาณ
เจ้าพนักงานจงั หวดั

แนวทางการแกไ้ ขประมวลกฎหมายฯ

 ด้านหลกั การ  เหน็ ถึงความจาเป็น เห็นด้วย ได้ให้เหตผุ ลว่า เห็นด้วย ได้ให้เหตุผลว่า เป็น

ในการแก้ไขเนื่องจากเป็นการ 1. เป็นการยกระดับมาตรฐาน การยกระดบั มาตรฐานการรังวัด
ปรับปรุงประสิทธิภาพการ การรังวัดของกรมที่ดินให้ ของกรมท่ีดินให้ถูกต้องแม่นยา
บริการภาครัฐตามนโยบาย ถูกต้องแม่นยามีมาตรฐาน มีมาตรฐานระดับสากล เป็นการ
THAILAND 4.0 ของรัฐบาล ระดับสากล อานวยความสะดวกและลด

 หลกั การแก้ไข 3 ประเด็น 2 . เป็ น ก าร อ าน ว ย ค ว า ม ภาระค่าใชจ้ ่ายในการเดนิ ทางมา
1. ที่ดินแปลงใดมีการรังวัด สะดวกแก่เจ้าของที่ดินและลด รับรองแนวเขตของเจ้าของที่ดิน
ด้วยระบบโครงข่ายการรังวัด ค่ าใช้ จ่ าย ใน ก ารเดิ น ท าง ขา้ งเคยี ง
ด้วยดาวเที ยม (RTK) ห รือ มาร่วมช้ีแนวเขตและรับรอง ไม่เหน็ ด้วย ใหเ้ หตุผลว่า
ระบบอื่นที่มีมาตรฐานไม่ต่า เขตท่ดี ิน เจา้ ของที่ดนิ ข้างเคยี งขาดโอกาส

กว่ามาก่อนแล้ว ไม่ต้องแจ้งให้ 3 . ส า ม า ร ถ ล ด ข้ั น ต อ น ในการระวังช้ีแนวเขตท่ีดินของ
ผู้มีสิทธิในท่ีดินข้างเคียงมา รายละเอียดในการปฏิบัติงาน ตนเอง และจะเกิดปัญหาการ
ระวังแนวเขตและลงชื่อรับรอง ดา้ นรงั วัด ท ะ เ ล า ะ วิ ว า ท เ กี่ ย ว กั บ

แนวเขต การครอบครองท่ดี ินและเกดิ

61

ตารางท่ี 13 (ตอ่ )

ประเด็น ผลการวิจัยเชิงคณุ ภาพ ผลการวิจยั เชิงปริมาณ
 ดา้ นหลักการ
ผู้บรหิ ารสว่ นกลาง เจ้าพนกั งานจงั หวดั หัวหนา้ ฝา่ ยรังวัด

2 . ใน ก าร รังวั ด ห าก ท่ี ดิ น ไมเ่ ห็นดว้ ย ใหเ้ หตุผลว่า ความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าท่ีจาก

ข้างเคียงด้านใดทาการรังวัด 1. ห ากไม่ ให้ เจ้าของที่ ดิ น ก า ร ถู ก ฟ้ อ ง ร้ อ ง จ า ก ก า ร

ด้วยแผน ท่ี ช้ัน ห นึ่ งไว้แล้ว ข้างเคียงไม่ต้องมารับรองแนว ปฏิบัติงานเพ่ิมมากข้ึน ประกอบ

ไม่ต้องแจ้งให้มาระวังแนวเขต เขตท่ีดินจะก่อให้เกิดปัญหา กับหลักฐานแผนท่ียังไม่เป็นที่

ขา้ งเคยี ง การ ทะเลาะวิวาทเก่ียวกับ ยอมรบั จากประชาชน

3. ในกรณีมีผู้คัดค้าน ให้ถือ การครอบครองที่ดินเพิ่มมาก

แนวเขตท่ีดินตามหลักฐาน ขน้ึ

แผนท่ี 2. เส่ียงต่อการท่ีเจ้าหน้าที่จะ

ถู ก ฟ้ อ งร้ อ งเก่ี ย ว กั บ ก า ร

ปฏิบตั งิ านเพ่ิมมากขึน้

3 .ก ร ม ท่ี ดิ น ยั ง ไม่ ได้ อ อ ก

กฎหมายเพื่อคุ้มครองป้องกัน

เจ้าหน้าท่ี อันเนื่องมาจากการ

ฟ้องรอ้ งจากผรู้ ับบรกิ าร

62

ตารางที่ 13 (ตอ่ )

ประเด็น ผู้บริหารสว่ นกลาง ผลการวิจยั เชิงคุณภาพ หวั หน้าฝ่ายรังวัด ผลการวิจัยเชิงปริมาณ
เจ้าพนกั งานจงั หวัด

 ด้ า น ก า ร แ ก้ ไข 1. กฎกระทรวง ฉบับที่ 31 1. ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย  เห็นควรให้แก้ไขวิธีปฏิบัติ
ระเบียบกฎหมายท่ี (พ.ศ. 2521) ออกตามความใน (ประมวลกฎหมายที่ดิน) ใน ให้สอดคล้องกับกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล มาตราที่เก่ียวข้องกับสิทธิ และระเบียบปฏิบัติให้เป็นไปใน
เก่ยี วขอ้ ง กฎ ห มายท่ีดิน พ .ศ. 2497 ต่าง ๆ ท้ังเจ้าของท่ีดินและ ทิศทางเดียวกันกับช่างรังวัด

(เกี่ ย ว กั บ ก า ร แ จ้ ง ห ม า ย เจ้าของที่ดนิ ขา้ งเคยี ง ผู้ปฏิบัติในพื้นที่ และมีกฎหมาย

ข้างเคียง) 2. ต้องออกฎหมายคุ้มครอง คุ้มครองช่างรังวดั

2. ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วย สิทธิเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน

การติดต่อหรือแจ้งผู้มีสิทธิใน ของเจ้าหน้าท่ี

ท่ี ดิน ข้างเคียงให้ ม าลงช่ื อ 3. ต้องมีการแก้ไขประมวล

รับรองแนวเขตหรือคัดค้าน กฎหมายแพ่งและพาณิชย์

การรังวัด พ.ศ. 2521 (วาง ในมาตราที่เก่ียวข้องกับสิทธิ์

แน วท างป ฏิ บั ติขยายจาก ข อ ง เจ้ า ข อ ง ท่ี ดิ น แ ล ะ

การแก้ไขกฎ กระทรวง ฉบับที่ เจา้ ของทดี่ นิ ข้างเคยี ง

31ฯ) 4. ต้องมีการแก้ไขระเบียบกรม

3. ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วย ท่ีดิน ว่าด้วยการรังวัดโดยวิธี

การรังวัดโดยระบบโครงข่าย แ ผ น ท่ี ช้ั น ห น่ึ งด้ ว ย ระบ บ

การรังวัดด้วยดาวเทียม (RTK โค รงข่ าย ด าว เที ย ม (RTK

Network) ในงานรังวัด GNSS Network) ให้

63

ตารางท่ี 13 (ต่อ)

ประเดน็ ผลการวจิ ยั เชิงคณุ ภาพ ผลการวิจยั เชิงปริมาณ

ผลกระทบ ผบู้ รหิ ารส่วนกลาง เจ้าพนักงานจงั หวดั หวั หน้าฝา่ ยรังวัด
 เจา้ ของท่ดี นิ
ขา้ งเคยี ง เฉ พ า ะ ร า ย พ .ศ . 2 5 5 8 สอดคล้องกับเครื่องมือและ

 เจ้าหน้าที่ผปู้ ฏบิ ัติ (ให้สอดคล้องกับเคร่ืองมือและ การรงั วัดในปัจจุบัน

การรงั วดั ในปจั จุบัน)

 ลดคา่ ใช้จา่ ย (+)  เป็ น ก า ร อ า น ว ย ค ว า ม  ทาให้ประชาชนเกิดความ  ลดภาระค่าใช้จ่ายของเจ้าของ
 รอนสิทธิ์ (-)
สะดวกแก่เจ้าของท่ีดินและลด เช่ือม่ัน ในความถูกต้องของ ที่ดินท่ีต้องเดินทางไประวงั ช้แี นว
 เส่ยี งตอ่ การถกู
ร้องเรียน (-) ค่ าใช้ จ่ าย ใน ก ารเดิ น ท าง หลักฐานแผนท่ี (+) เขต (+)

มาร่วมชี้แนวเขตและรับรอง  ลดค่าใช้จ่ายของข้างเคียง  เจ้ า ข อ ง ที่ ดิ น ข้ า ง เคี ย ง
เขตทดี่ ิน (+)
ที่ต้องเดินทางไประวังช้ีแนวเขต ขาดโอกาสที่จะไประวังช้ีแนว

 การทะเลาะวิวาทระหว่าง (+) เขตทด่ี นิ ตนเอง (-)

กนั (-)

 ส า ม า ร ถ ล ด ขั้ น ต อ น  ส า ม า ร ถ ล ด ข้ั น ต อ น  ทาให้การสอบเขตเฉพาะราย

รายละเอียดในการปฏิบัติงาน รายละเอียดในการปฏิบัติงาน ทาได้รวดเรว็ มากขนึ้ (+)

ด้านรังวดั (+) ดา้ นรังวดั (+)  เจ้ า ห น้ า ท่ี เสี ย ง ต่ อ ก า ร

 เสี่ยงต่อการท่ีเจ้าหน้าที่จะ  เส่ียงต่อการที่เจ้าหน้าท่ีจะถูก ถูกร้องเรียน/ ถูกฟ้องดาเนินคดี

ถกู ฟอ้ งร้อง (-) ฟอ้ งร้อง (-) ใน ข้ อ ห า บุ ก รุ ก แ ล ะ ท า ใ ห้ เสี ย

ทรัพย์ (-)

64

ตารางท่ี 13 (ตอ่ )

ประเดน็ ผลการวจิ ัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยเชิงปริมาณ
 กรมทด่ี นิ
ผูบ้ ริหารส่วนกลาง เจา้ พนกั งานจงั หวดั หัวหน้าฝา่ ยรังวัด  อันดับ 1: รัฐได้ระบบแผนท่ี
ที่เป็นสากล หน่วยงานราชการ
 ไ ด้ ร ะ บ บ รู ป แ ผ น ที่  เป็นการยกระดับมาตรฐาน แ ล ะ เอ ก ช น ใ ช้ อ้ า ง อิ ง ใ น ก า ร
ป ฏิ บั ติ งาน ท่ี เป็ น ม าต รฐาน
เป็นสากลมาตรฐานเดียวกัน การรังวัดของกรมท่ีดินให้ เดยี วกนั (+)

(+) ถูกต้องแม่นยามีมาตรฐาน  อั น ดั บ 2 : ก า ร รั ง วั ด มี
ค ว า ม ถู ก ต้ อ ง มี ก า ร เ ชื่ อ ม โ ย ง
 การรังวัดถูกต้องน่าเชื่อถือ ระดบั สากล (+) สั ม พั น ธ์ ค่ าพิ กั ด ฉ าก ท่ั ว ท้ั ง
ประเทศ (+)
(+) ช่างรังวัดส่วนใหญ่ไม่เช่ือม่ันว่า
ชา่ งรังวดั สามารถท่ีจะเข้าทาการ
 อ า จ ถู ก ฟ้ อ ง ห า ก เกิ ด รังวัดบริเวณท่ีดินที่ไม่มีการแจ้ง
ข้างเคียงให้มารับรองแนวเขตได้
ขอ้ ผิดพลาด (-) โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ คิดเป็น
รอ้ ยละ 75.5
ประเดน็ อื่น ๆ ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคเมื่อมีการ
บังคับใช้กฎหมายที่แกไ้ ขแล้ว

 อุ ป ก ร ณ์ ก า ร รั ง วั ด
ที่ ไม่ เพี ย ง พ อ ต่ อ จ า น ว น
เจา้ หน้าท่ี

 โครงข่ายที่ยังไม่ครอบคลุม
ทว่ั ทัง้ ประเทศ

 บคุ ลากรขาดทักษะความรู้

65

ตารางที่ 13 (ตอ่ ) ผบู้ รหิ ารส่วนกลาง ผลการวจิ ยั เชิงคุณภาพ หวั หนา้ ฝ่ายรังวัด ผลการวิจยั เชิงปริมาณ
เจา้ พนักงานจังหวดั
ประเด็น
ข้อเสนอแนะ  ค ว รมี ม าต รก ารใน ก าร  การออกกฎหมายคุ้มครอง  ออกกฎ ห มายที่ เกี่ยวข้อง

รองรับผลท่ีเกิดขึ้น โดยออก สิ ท ธิ เจ้ าห น้ าที่ จ าก ผ ล ก าร เ พ่ื อ คุ้ ม ค ร อ ง เ จ้ า ห น้ า ท่ี

ก ฎ ห ม า ย คุ้ ม ค ร อ ง สิ ท ธิ ปฏบิ ัติงาน ผู้ ป ฏิ บั ติ ง า น จ า ก ก า ร ฟ้ อ ง ร้ อ ง

เจ้าหน้าที่ กรณีมีการฟ้องร้อง  ควรมีเครื่องมือ RTK ครบ ที่อาจจะเกิดข้ึน
จากผู้รับบริการและหน่วยงาน ตามจานวนช่าง
 จ า น ว น เค รื่ อ ง มื อ ที่ ใ ช้
ของรัฐท่ีเก่ยี วข้อง และการเข้า  สถานีรับสัญญาณครอบคลุม ปฏิ บั ติงาน ภ าคสน าม ยังไม่
ไปในทีดินแปลงข้างเคียงตาม ทุกพ้ืนท่ี เพ่ือให้การรังวัดตาม เพียงพอ
ประมวลกฎหมายแพ่งและ ภารกิจมีประสิทธิภาพเพ่ิมมาก  ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน
พาณิชย์
ขึน้ ท ร าบ ถึ งส า ระ ส าคั ญ แ ล ะ
 ค่าพิกัดที่ได้จากการรังวัด
วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ใน ก า ร แ ก้ ไข
โดยวธิ แี ผนท่ชี น้ั หนง่ึ ด้วยระบบ
ประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา
โค ร งข่ าย ด าว เที ย ม (RTK
69 ทวิ ทราบก่อน เพื่อให้เกิด
GNSS Network) ค ว ร มี
ความเชื่อม่นั
ส ถ า น ะ ท า ง ก ฎ ห ม า ย ที่ ต้ อ ง

ยอมรับ เพื่อมิให้มีการฟ้องร้อง

เกิดขึ้น

66

ตารางท่ี 13 (ต่อ) ผู้บรหิ ารสว่ นกลาง ผลการวิจยั เชิงคณุ ภาพ หวั หน้าฝ่ายรังวัด ผลการวิจยั เชิงปริมาณ
เจ้าพนกั งานจังหวัด
ประเด็น
 ควรมีการป ระชาสัมพั น ธ์
ให้ประชาชนและหน่วยงานของ
รัฐ ที่เก่ียวข้องเข้าใจหลักการ
ในการแก้ไขประมวลกฎหมาย
ทด่ี นิ มาตรา 69 ทวิ

 ต้ อ งเต รี ย ม ค ว าม พ ร้อ ม
ด้านเครื่องมือรังวัดให้เพียงพอ
ต่อผู้ปฏิบัติงานและเสริมสร้าง
ทักษะผู้ปฏิบัติงานให้มีความรู้
ความเขา้ ใจ

67

68

จากตารางที่ 13 แสดงถึงผลการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพในประเด็นท่ีมี
ความสอดคลอ้ งและขัดแยง้ กนั รวมทัง้ ข้อค้นพบเพ่มิ เตมิ ท่ีสาคญั มดี งั ต่อไปน้ี

1. แนวทางการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 69 ทวิ เพ่ือให้เจ้าของที่ดิน
ข้างเคียง ไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตท่ีดิน จากการรังวัดที่ดินโดยวิธีแผนที่ช้ันหน่ึง
ด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ท้ังผู้บริหารส่วนกลาง
เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด หัวหน้าฝ่ายรังวัด เห็นสอดคล้องกันในเร่ืองความจาเป็นในการ
แก้ไขประมวลกฎหมายดังกลา่ วดว้ ยเหตุผล อาทิ เปน็ การปรับปรงุ ประสทิ ธิภาพการบรหิ าร
ภาครัฐตามนโยบาย THAILAND 4.0 ของรัฐบาล ยกระดับมาตรฐานการรังวัดของ
กรมท่ีดินให้ถูกต้องแม่นยามีมาตรฐานระดับสากล ทาให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น
ในความถูกต้องของหลักฐานแผนท่ี และลดค่าใช้จ่ายของข้างเคียงท่ีต้องเดินทางไประวัง
ชแี้ นวเขต

อย่างไรก็ตาม มีเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบางส่วนและหัวหน้าฝ่ายรังวัด
ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขฯ โดยให้เหตุผล อาทิ ความเส่ียงต่อการที่เจ้าหน้าที่จะถูก
ฟ้องร้องเก่ียวกับการปฏิบัติงานเพิ่มมากข้ึน และกรมท่ีดินยังไม่ได้ออกกฎหมายเพ่ือ
คุม้ ครองป้องกนั เจา้ หน้าท่ี

2. ความสอดคลอ้ งของความคดิ เห็นเก่ยี วกบั หลักการแก้ไขใน 3 ประเดน็ ดงั น้ี
2.1 ท่ีดินแปลงใดมีการรังวัดด้วยระบบโครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียม

แบบจลน์ (RTK GNSS Network) หรือระบบอื่นท่ีมีมาตรฐานไม่ต่ากว่ามาก่อนแล้ว
ไม่ตอ้ งแจ้งให้ผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงมาระวงั แนวเขตและลงชือ่ รับรองแนวเขต

2.2 ในการรังวัดหากที่ดินข้างเคียงด้านใดทาการรังวัดด้วยแผนท่ีชั้นหนึ่ง
โดยระบบโครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ไว้แล้ว
ไมต่ ้องแจ้งให้มาระวังแนวเขต ขา้ งเคยี ง

2.3 ในกรณีมีผู้คดั ค้าน ใหถ้ ือแนวเขตท่ีดนิ ตามหลักฐานแผนที่
3. ด้านการแก้ไขระเบียบกฎหมายที่เก่ียวข้อง ผลการสัมภาษณ์ได้ให้ความเห็นไป
ในทศิ ทางเดยี วกัน กล่าวคือ ตอ้ งมีการแกไ้ ขกฎหมายระเบยี บท่ีเกย่ี วข้อง ดงั นี้

3.1 กฎกระทรวง ฉบับท่ี 31 (พ.ศ. 2521) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายท่ดี นิ พ.ศ. 2497

3.2 ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วย การติดต่อหรือแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงให้มา
ลงชื่อรับรองแนวเขตหรือคัดค้านการรังวัด พ.ศ. 2521 (วางแนวทางปฏิบัติขยายจาก
การแก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ 31ฯ)

69

3.3 ระเบียบกรมท่ีดินว่าด้วยการรังวัดโดยระบบโครงข่ายการรังวัดด้วย
ดาวเทียมแบบจลน์ (RTK Network) ในงานรังวัดเฉพาะราย พ.ศ. 2558 (ให้สอดคล้องกับ
เคร่อื งมอื และการรังวดั ในปัจจบุ นั )

ทั้งน้ี นอกจากกฎระเบียบข้างต้น เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดได้มีการเสนอ
การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในมาตราท่ีเกี่ยวข้องกับสิทธิของเจ้าของที่ดิน
และเจ้าของท่ีดินข้างเคยี งอีกดว้ ย

4. การศึกษาผลกระทบจากการแก้ไประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 69 ทวิ เพ่ือให้
เจ้าของท่ีดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตท่ีดิน จากการรังวัดที่ดินโดยวิธี
แผนที่ช้ันหน่ึง ด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ผลการวิจัย
เชงิ ปรมิ าณและเชงิ คุณภาพพบผลทส่ี อดคลอ้ งไปในทางเดียวกัน กลา่ วคอื

4.1 ผลกระทบต่อเจ้าของที่ดินข้างเคียง ผลทางบวกพบว่า สามารถลดภาระ
ค่าใช้จ่ายของเจ้าของที่ดินที่ต้องเดินทางไประวังช้ีแนวเขต และทาให้ประชาชนเกิดความ
เช่ือม่ันในความถูกต้องของหลักฐานแผนท่ี แต่ผลทางลบจะทาให้เจ้าของท่ีดินข้างเคียง
ถูกรอนสิทธ์ิของการรับรองแนวเขตขาดโอกาสที่จะไประวังช้ีแนวเขตที่ดินตนเองอาจเกิด
การทะเลาะวิวาทระหวา่ งเจา้ ของทีด่ ิน ผู้ทาการรงั วดั กบั เจ้าของท่ีดนิ แปลงข้างเคียง

4.2 ผลกระทบต่อเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานและกรมท่ีดิน ผลทางบวกพบว่า รัฐได้
ระบบแผนท่ีเป็นสากล หน่วยงานราชการอื่นและเอกชนใช้อ้างอิงในการปฏิบัติงานท่ีเป็น
มาตรฐานเดียวกัน การรังวัดมีความถูกต้อง มีการเช่ือมโยงสัมพันธ์ค่าพิกัดฉากท่ัวทั้ง
ประเทศ และการรังวัดสอบเขตเฉพาะราย ทาได้รวดเร็วมากขึ้น แต่ผลทางลบที่อาจจะ
เกิดข้ึนคือ เจ้าหน้าท่ีกรมท่ีดินมีความเสี่ยงต่อการถูกร้องเรียน ถูกฟ้องดาเนินคดีในข้อหา
บุกรกุ และทาให้เสียทรัพย์

5. ผลการวิจัยเชิงปริมาณพบว่า ช่างรังวัดส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นว่าช่างรังวัดสามารถ
ท่ีจะเข้าทาการรังวัดบริเวณท่ีดินท่ีไม่มีการแจ้งข้างเคียงให้มารับรองแนวเขตได้โดยไม่มี
ผลกระทบใด ๆ คิดเป็นร้อยละ 75.5

6. ข้อค้นพบเพิ่มเติมเก่ียวกับปัจจัยที่เป็นอุปสรรคเม่ือมีการบังคับใช้กฎหมาย
ท่ีแก้ไขแล้ว ได้แก่ อุปสรรคจากอุปกรณ์การรังวัดที่ไม่เพียงพอต่อจานวนเจ้าหน้าที่
โครงข่ายท่ียังไม่ครอบคลุมทั่วท้ังประเทศ อุปสรรคเกี่ยวกับช่วงวัยของช่างรังวัด และ
บุคลากรขาดทักษะความรู้ที่จาเป็นต่อการรังวัดที่ดินโดยวิธีแผนที่ชั้นหน่ึง ด้วยระบบ
โครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network)

บทท่ี 5
สรปุ ผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ

การศึกษาวิจัยเร่ือง “แนวทางและผลกระทบของการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน
มาตรา 69 ทวิ เพ่ือให้เจา้ ของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตท่ดี ิน จากการ
รงั วดั ทีด่ นิ โดยวธิ แี ผนทช่ี ัน้ หนงึ่ ดว้ ยระบบโครงขา่ ยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network)”
มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขและศึกษาผลกระทบของการแก้ไขประมวล
กฎหมายท่ีดิน มาตรา 69 ทวิ เพื่อให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรอง
แนวเขตที่ดิน จากการรังวัดที่ดินโดยวิธีแผนที่ชั้นหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์
(RTK GNSS Network) การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ
ผู้ให้ข้อมูลสาคัญในการเก็บข้อมูลวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ กลุ่มผู้บริหารส่วนกลาง
กลุ่มผู้บริหารส่วนภูมิภาค และหัวหน้าฝ่ายรังวัด จานวน 14 ท่าน กลุ่มตัวอย่างในการเก็บ
ข้อมูลวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ ช่างรังวัดที่ปฏิบัติงานอยู่ในสานักงานที่ดินจังหวัด จานวน
15 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี นครปฐม เชียงใหม่ ลาพูน เพชรบูรณ์
สงขลา สตูล ปัตตานี จันทบุรี ระยอง ตราด เลย อุดรธานี และหนองบัวลาภู จานวน 193 คน
สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วน
เบ่ยี งเบนมาตรฐาน

สรปุ ผลการวจิ ัย

สรุปผลการวิจัยแนวทางและผลกระทบของการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน
มาตรา 69 ทวิ เพื่อให้เจ้าของท่ีดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตท่ีดินจาก
การรังวัดที่ ดิ นโดยวิธีแผนที่ ช้ันห นึ่ งด้ วยระบ บโครงข่ายดาวเที ยมแบบ จลน์
(RTK GNSS Network) ดังนี้

1. สรปุ ผลการวิจัยจากข้อมลู เชิงปริมาณ
ผลการศึกษา พบว่า ผลกระทบของการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน

ตามมาตรา 69 ทวิ เพื่อให้เจ้าของท่ีดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตท่ีดิน
จ า ก ก า ร รั ง วั ด ท่ี ดิ น โ ด ย วิ ธี แ ผ น ที่ ชั้ น ห น่ึ ง ด้ ว ย ร ะ บ บ โ ค ร ง ข่ า ย ด า ว เที ย ม แ บ บ จ ล น์
(RTK GNSS Network) ภาพรวมทางบวกอยู่ในระดับมาก ( X = 3.90) และภาพรวม
ทางลบอยู่ในระดับมาก ( X = 4.04)

71

1.1 ผลกระทบทางบวก
ผลกระทบทางบวกจากการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ

เพ่ือให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตท่ีดิน จากการรังวัดท่ีดินโดย
วธิ แี ผนทช่ี ้นั หนึ่งดว้ ยระบบโครงข่ายดาวเทียม (RTK GNSS Network) โดยรวมอยู่ในระดับ
มาก ( X = 3.90) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อ 6 รัฐได้ระบบแผนที่ท่ีเป็นสากล
หน่วยงานราชการและเอกชนใชอ้ ้างอิงในการปฏิบตั ิงานท่ีเป็นมาตรฐานเดียวกัน มีค่าเฉลี่ย
เป็นอันดับหนึ่ง อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.31) รองลงมา ข้อ 1 การรังวัดมีความ
ถูกต้องมีการเช่ือมโยงสัมพันธ์ค่าพิกัดฉากทั่วทั้งประเทศ มีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมาก
( X = 4.29) และข้อ 2 ท่านเห็นว่าลดภาระค่าใช้จ่ายของเจ้าของท่ีดินท่ีต้องเดินทางไป
ระวังชแ้ี นวเขต มคี า่ เฉลยี่ ระดับมาก ( X = 3.84)

1.2 ผลกระทบทางลบ
ผลกระทบทางลบจากการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 69 ทวิ

เพื่อให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตท่ีดิน จากการรังวัดท่ีดินโดย
วิธีแผนท่ีช้ันหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) โดยรวม
อยูใ่ นระดบั มาก ( X = 4.04) เมอื่ พิจารณาเปน็ รายข้อ พบวา่ ข้อ 2 เจา้ หน้าทเ่ี ส่ียงต่อการ
ถูกรอ้ งเรียน/ ถูกฟ้องดาเนินคดีในข้อหาบุกรุกและทาลายทรัพย์ เปน็ อันดับหนึ่ง มีค่าเฉลี่ย
อยู่ในระดับมาก ( X = 4.18) รองลงมา ข้อ 1 เจ้าของที่ดินข้างเคียงขาดโอกาสที่จะไป
ระวัง ชแ้ี นวเขตทด่ี ินตนเอง มีค่าเฉล่ียอยใู่ นระดบั มาก ( X = 3.89)

1.3 ความเช่อื มั่นตอ่ ความสามารถท่ีชา่ งรังวัดจะเข้าทาการรงั วัดบรเิ วณทด่ี ิน
ทไ่ี มม่ กี ารแจ้งขา้ งเคียงใหเ้ ดินทางมารับรองแนวเขตได้โดยไมม่ ผี ลกระทบใด ๆ

ช่างรังวัดส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นว่าช่างรังวัดสามารถที่จะเข้าทาการรังวัด
บริเวณที่ดนิ ที่ไม่มีการแจ้งข้างเคียงให้มารับรองแนวเขตได้โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ คิดเป็น
รอ้ ยละ 75.50 และเชอ่ื ม่ัน คิดเปน็ ร้อยละ 24.50

1.4 ความเช่ือม่ันของช่างรังวัดต่อหลักฐานรายการรังวัดเดิมซ่ึงทาการรังวัด
โดยวิธีแผนท่ีชั้นหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network)
วา่ ชา่ งรังวดั ได้ดาเนินการไว้ถกู ต้อง โดยไม่มีความผดิ พลาดคลาดเคล่ือน

ช่างรังวัดส่วนใหญ่เชื่อม่ันในหลักฐานรายการรังวัดเดิม ซึ่งทาการรังวัดโดย
วิธีแผนที่ชั้นหน่ึงด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ว่าช่าง
รังวัดได้ดาเนินการไว้ถูกต้อง โดยไม่มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนเพียงใด คิดเป็นร้อยละ
60.80 และไม่เช่อื ม่ัน คดิ เป็นร้อยละ 39.20

72

1.5 สรุปภาพรวมข้อคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะ
จากการทอดแบบสอบถามช่างรงั วัดไดแ้ สดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

เพ่ิมเตมิ ไปในทิศทางเดยี วกัน กลา่ วคอื
1.5.1 ค่าพิกัดฉากที่ได้จากการรับสัญญาณดาวเทียม โดยระบบโครงข่าย

ดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) นั้น มีความถูกต้องแม่นยาสูง แต่อาจจะเกิด
ขอ้ ผิดพลาดคลาดเคล่ือนอันเน่ืองจากการปฏิบัติงานของช่างผูท้ าการรังวัดได้ หากต่อมาใน
ภายหลังมกี ารขอรงั วดั โดยหลกั ฐานการรงั วัดเดิม ซ่ึงมขี ้อผิดพลาดคลาดเคล่อื นมาต้ังแต่ต้น
อัน เป็ น เห ตุ ต้ อ งมี ก ารแ ก้ ไข รูป แ ผ น ที่ แ ละ เนื้ อ ท่ี ให้ ต รง กั บ ส ภ าพ ก ารค รอ บ ค รอ งเดิ ม
จึงมีความเห็นให้แจ้งเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงมาระวังชี้แนวเขตและรับรองเขต
ตามระเบยี บ กฎหมายเดมิ เพ่ือหลกี เลย่ี งการถูกฟ้องร้องจากเจ้าของท่ีดนิ และเจ้าของทีด่ ิน
แปลงขา้ งเคียง

1.5.2 หากมีความจาเป็นต้องดาเนินการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา 69 ทวิ แล้ว เห็นสมควรให้มีการออกกฎหมายที่เก่ียวข้องให้ครอบคลุม
เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานจากการฟ้องร้องที่อาจจะเกิดขึ้นจากเจ้าของที่ดินและ
เจา้ ของท่ีดินแปลงข้างเคียง

1.5.3 จานวนเคร่อื งมือท่ใี ช้ปฏิบัติงานภาคสนาม ยังไม่เพียงพอต่อบุคลากร
ผปู้ ฏิบตั งิ าน

1.5.4 หากต้องรังวัดด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS
Network) ควรจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงสาระสาคัญ และ
วัตถุประสงค์ในการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ ทราบก่อน เพื่อให้เกิด
ความเช่ือมัน่ กอ่ นดาเนินการตามแนวทางดังกล่าวต่อไป

2. สรุปผลการวจิ ัยจากขอ้ มูลเชงิ คุณภาพ
การศึกษาข้อมูลเชิงคุณภาพ แนวทางและผลกระทบของการแก้ไขประมวล

กฎหมายท่ีดิน ตามมาตรา 69 ทวิ เพื่อให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรอง
แนวเขตที่ดิน จากการรังวัดท่ีดินโดยวิธีแผนที่ชั้นหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียม
แบบจลน์ (RTK GNSS Network) สรปุ ได้ ดงั นี้

2.1 ความคิดเห็นของผบู้ รหิ ารส่วนกลาง
2.1.1 แนวโน้มทิศทางการรังวัดท่ีดินโดยวิธีแผนที่ชั้นหน่ึง โดยระบบ

โครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ภายในปีงบประมาณ 2562
การรังวัดท่ีดินทั่วประเทศจะต้องรังวัดโดยวิธีแผนที่ช้ันหน่ึงด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียม
แบบจลน์ (RTK GNSS Network) เพ่ือเป็นการรองรับการเปล่ียนแปลงองค์กรสู่ยุคดิจิทัล

73

ที่มีระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศท่ีมคี วามเจริญก้าวหน้าอยา่ งต่อเน่ือง และสอดคล้องกับการ
ปรบั ปรุงประสทิ ธิภาพการบริการภาครฐั ตามนโยบาย THAILAND 4.0 ของรัฐบาล

2.1.2 หลักการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 69 ทวิ เพื่อให้เจ้าของ
ท่ีดนิ ขา้ งเคยี งไม่ตอ้ งเดินทางมารบั รองแนวเขต จากการรังวดั ที่ดินโดยวธิ แี ผนที่ชน้ั หนงึ่ ด้วย
ระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) มีความเห็นว่า หากที่ดินแปลง
ใด มี ก ารรังวัด ห รือ ท่ี ดิ น ข้ างเคี ยงด้ าน ใด ท าก ารรังวัด โด ยวิธีแ ผ น ท่ี ชั้ น ห นึ่ งด้ วยระ บ บ
โครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) หรือระบบอื่นท่ีมี
มาตรฐานไม่ต่ากว่ามาก่อนแล้ว ให้รังวัดไปตามหลักฐานแผนที่โดยแจ้งให้ผู้มีสิทธิในที่ดิน
ขา้ งเคียงทราบว่ามีการรงั วัดแตไ่ ม่ตอ้ งให้มาระวังชี้แนวเขตและลงช่ือรับรองแนวเขต หากมี
การปักหลักเขตใหม่หรือปักหลักเขตเพ่ิมเติมให้มีหนังสือแจ้งเจ้าของที่ดินข้างเคียงด้านน้ัน
ทราบด้วย ส่วนกรณีมีผู้คัดค้าน ให้ถือแนวเขตที่ดินตามหลักฐานแผนท่ีเป็นหลัก หาก
คู่กรณีฝา่ ยใดเห็นวา่ ไม่ถูกต้องให้ไปฟอ้ งต่อศาลภายในเก้าสบิ วนั นับแต่วนั ท่ีไดร้ ับแจ้ง ถ้าไม่
มกี ารฟ้องภายในกาหนด ใหถ้ ือว่าแนวเขตทีด่ นิ ตามหลกั ฐานแผนที่เปน็ แนวเขตท่ถี กู ตอ้ ง

2.1.3 การแกไ้ ขระเบียบกฎหมายทีเ่ กี่ยวขอ้ ง เมอ่ื มีการแกไ้ ขกฎหมายที่ดนิ
มาตรา 69 ทวิ มีระเบยี บกฎหมายทีเ่ กี่ยวขอ้ งทีค่ วรแกไ้ ข คอื

1) กฎกระทรวง ฉบับที่ 31 (พ.ศ. 2521) ออกตามความใน
พระราชบัญญตั ใิ หใ้ ช้ประมวลกฎหมายที่ดนิ พ.ศ. 2497

2) ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วย การติดต่อหรือแจ้งผู้มีสิทธิในท่ีดิน
ข้างเคียงให้มาลงช่ือรับรองแนวเขตหรือคัดค้านการรังวัด พ.ศ. 2521 (วางแนวทางปฏิบัติ
ขยายจากการแกไ้ ขกฎกระทรวง ฉบบั ท่ี 31ฯ)

3) ระเบียบกรมท่ีดินว่าด้วยการรังวัดโดยระบบโครงข่ายการรังวัด
ด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ในงานรังวัดเฉพาะราย พ.ศ. 2558
(ให้สอดคล้องกบั เครือ่ งมือและการรงั วดั ในปัจจบุ นั )

2.2 ความคิดเห็นของผูบ้ ริหารสว่ นภมู ิภาค
2.2.1 จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสาคัญที่เป็นเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด

และหัวหน้าฝ่ายรังวัด สานักงานที่ดินจังหวัด เก่ียวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา 69 ทวิ เพื่อให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องมารับรองแนวเขตที่ดินจากการรังวัด
ที่ดินโดยวิธีแผนที่ช้ันหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network)
บางส่วนเห็นด้วยโดยเห็นว่า เป็นการยกระดับมาตรฐานการรังวัดของกรมท่ีดินให้ถูกต้อง
แม่นยามีมาตรฐานระดับสากล สามารถลดขั้นตอน ในการปฏิบัติงานด้านรังวัด และ
อานวยความสะดวกแก่เจ้าของท่ีดิน ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาร่วมช้ีแนวเขตและ
รบั รองเขตที่ดิน บางส่วน ไม่เห็นด้วย โดยเห็นว่า หากไม่ให้เจ้าของที่ดินข้างเคยี งมารบั รอง

74

แนวเขตที่ดินจะก่อให้เกดิ ปัญหาการทะเลาะววิ าทเกี่ยวกับการครอบครองทด่ี ินเพิ่มมากข้ึน
เส่ียงต่อการที่เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานจะถูกฟ้องร้อง ซ่ึงกรมที่ดินยังไม่ได้ออกกฎหมายเพื่อ
คมุ้ ครองป้องกนั เจา้ หนา้ ท่ี อันเน่ืองมาจากการฟอ้ งรอ้ งในการปฏิบตั งิ าน

2.2.2 ความคิดเหน็ ต่อการแก้ไขระเบียบกฎหมายที่เกีย่ วข้องเพื่อใหส้ อดรับ
กับการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ พบว่า ฝ่ายท่ีเห็นควรให้แก้ไขระเบียบ
กฎหมายทเี่ ก่ียวขอ้ ง โดยแกไ้ ขวธิ ีปฏิบตั ใิ ห้สอดคลอ้ งกับกฎกระทรวงและระเบียบปฏิบตั ใิ ห้
เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งให้มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ
เจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามก็มีหัวหน้าฝ่ายรังวัดบางส่วนท่ีเห็นว่าไม่ต้องแก้ไข เน่ืองจาก
ระเบียบกฎหมายทใี่ ช้อยมู่ ีความเหมาะสมแล้ว

2.2.3 ความคิดเห็นต่อกรมที่ดินว่าจะมีมาตรการในการรองรับผลที่เกิดข้ึน
จากการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ ในด้านต่าง ๆ เช่น ช่างผู้ทาการรังวัด
อาจถูกเจ้าของที่ดินข้างเคียงร้องเรียนหรือฟ้องร้อง เห็นว่ากรมท่ีดินควรจะมีมาตรการใน
การรองรับผลที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 69 ทวิ ในด้านต่าง ๆ
โดยออกกฎหมายคมุ้ ครองสทิ ธิเจ้าหน้าท่ี กรณีมกี ารฟ้องรอ้ งจากผ้รู บั บริการและหน่วยงาน
ของรัฐที่เกี่ยวข้องและควรมีจานวนเคร่อื งมือรังวดั โดยระบบ RTK GNSS Network ให้ครบ
ตามจานวนช่าง รวมทั้งติดต้ังสถานรี ับสัญญาณให้ครอบคลุมทุกพื้นท่ี เพ่ือให้การรังวัดตาม
ภารกิจมีประสิทธิภาพเพ่ิมมากขึ้น สร้างความพึงพอใจแก่ประชาชนผู้รับบริการมากข้ึน
ส่งผลตอ่ ภาพลกั ษณ์ทดี่ ีขององคก์ รในภาพรวม

การอภปิ รายผลการวจิ ัย

จากผลการวิจัยแนวทางและผลกระทบของการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา 69 ทวิ เพื่อให้เจ้าของท่ีดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตที่ดินจากการ
รังวัดท่ีดินโดยวิธีแผนท่ีช้ันหนึ่งด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS
Network) คณะผูว้ จิ ัยสามารถอภปิ รายผลได้ ดงั นี้

1. แนวทางการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 69 ทวิ เพื่อให้เจ้าของท่ีดิน
ข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตท่ีดิน จากการรังวัดที่ดินโดยวิธีแผนที่ช้ันหน่ึง
ด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียม (RTK GNSS Network) ทั้งผู้บริหารส่วนกลาง เจ้าพนักงาน
ท่ีดินจังหวัด หัวหน้าฝ่ายรังวัดส่วนใหญ่เห็นสอดคล้องกันในเรื่องความจาเป็นในการแก้ไข
ประมวลกฎหมายที่ดินดงั กล่าวดว้ ยเหตุผล อาทิ เป็นการปรับปรุงประสทิ ธภิ าพการบริหาร
ภาครัฐตามนโยบาย THAILAND 4.0 ของรัฐบาล ยกระดับมาตรฐานการรังวัดของ
กรมท่ีดินให้ถูกต้องแม่นยามีมาตรฐานระดับสากล ทาให้ประชาชนเกิดความเช่ือมั่น

75

ในความถูกต้องของหลักฐานแผนที่ และลดค่าใช้จ่ายของข้างเคียงที่ต้องเดินทางไประวัง
ช้ีแนวเขต ผลการวิจัยน้ีมีความสอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และ
วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดิน พ.ศ. 2546 มาตรา 35 ส่วนราชการมีหน้าท่ีสารวจ
ตรวจสอบและทบทวนกฎหมายกฎระเบียบข้อบังคับและประกาศที่อยู่ในความรับผิดชอบ
เพื่อดาเนินการยกเลิกปรับปรุงหรือจัดให้มีกฎหมายกฎระเบียบข้อบังคับหรือประกาศ
ขึ้ น ให ม่ ให้ ทั น ส มั ย แ ล ะ เห ม า ะ ส ม กั บ ส ภ า ว ก า ร ณ์ ห รื อ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ ค ว า ม จ า เป็ น
ทางเศรษฐกิจสังคมและความมั่นคงของประเทศท้ังนี้โดยคานึงถึงความสะดวกรวดเร็ว
และลดภาระของประชาชนเป็นสาคญั

2. จากผลการวิจัยที่พบความสอดคล้องของความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการแก้ไข
ประมวลกฎหมายทด่ี นิ ครั้งน้ี ใน 3 ประเด็น ดังนี้

2.1 ที่ดินแปลงใดมีการรังวัดด้วยระบบโครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียม
แบบจลน์ (RTK GNSS Network) หรอื ระบบอื่นท่ีมมี าตรฐานไม่ตา่ กว่ามาก่อนแลว้ ไม่ต้อง
แจ้งให้ผมู้ ีสทิ ธใิ นทีด่ นิ ขา้ งเคียงมาระวงั แนวเขตและลงชื่อรับรองแนวเขต

2.2 ในการรังวัดหากท่ีดินข้างเคียงด้านใดทาการรังวัดด้วยแผนท่ีชั้นหนึ่งไว้แล้ว
ไม่ตอ้ งแจ้งให้มาระวงั แนวเขตขา้ งเคยี ง

2.3 ในกรณีมผี ูค้ ัดค้าน ให้ถอื แนวเขตที่ดนิ ตามหลักฐานแผนท่ี
ซึ่งเมื่อพิจารณาหลักการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินในท้ังสามประเด็นจะ
เห็นได้ว่าเป็นหลักการที่เป็นไปตามหลักทางกฎหมายที่รัฐจาเป็นต้องคานึงถึงน่ันคือ
หลักสัมฤทธิผลหรือประสิทธิภาพ เป็นการแสดงถึงการออกกฎเกณฑ์ข้อบังคับ
ท่ีมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ รัฐจะออกกฎระเบียบใดหรือใช้มาตรการทางปกครองใด
มาตรการน้ันต้องก่อให้เกิดผลดังท่ีรัฐต้องการให้เกิด ซ่ึงการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน
คร้ังนี้เป็นไปเพ่ือรองรับความกาวหนาทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมที่ดิน
ท่ีได้มีการนามาใชงานในสานักงานท่ีดินทั่วประเทศ การมีกฎหมายรับรองจะช่วยสร้าง
ความเชอื่ มัน่ ใหแ้ กป่ ระชาชนผู้มารบั บรกิ ารได้
3. ผลการวิจัยเก่ียวกับการแก้ไขระเบียบกฎหมายท่ีเก่ียวข้อง ผลการสัมภาษณ์ได้
ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ ต้องมีการแก้ไขกฎหมายระเบียบท่ีเก่ียวข้อง
ดงั น้ี
3.1 กฎกระทรวง ฉบับที่ 31 (พ.ศ. 2521) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 (เก่ียวกับการแจ้งหมายข้างเคียง) ท้ังน้ีเน่ืองจาก
กฎกระทรวงฉบับนี้ได้มีสาระสาคัญท่ีเกี่ยวข้องในเรื่องการติดต่อหรือแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดิน
ข้างเคียงให้มารับรองแนวเขตหรือคัดค้านการรังวัดตามความในมาตรา 69 ทวิ วรรคสาม
และวรรคหก แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ นิ ซึ่งจาเปน็ ตอ้ งมปี รับใหส้ อดคลอ้ งกัน

76

3.2 ระเบียบกรมท่ีดินว่าด้วย การติดต่อหรือแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียง
ให้มาลงช่ือรับรองแนวเขตหรอื คัดค้านการรังวดั พ.ศ. 2521 (วางแนวทางปฏิบัติขยายจาก
การแก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ 31ฯ) การแก้ไขระเบียบน้ีจะเป็นการแก้ไขในส่วนของ
หลักเกณฑ์และวิธกี ารติดต่อหรือการแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคยี งให้มารับรองแนวเขตหรือ
คัดค้านการรังวัด ในการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินเฉพาะราย ซึ่งจะสอดรับกับการรังวัด
หากท่ีดินข้างเคียงด้านใดทาการรังวัดด้วยแผนท่ีชั้นหน่ึงด้วยระบบโครงข่ายการรังวัดด้วย
ดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ต้องแจ้งให้ผู้มีสิทธิในท่ีดินข้างเคียงทราบว่า
มีการรังวัด แต่ไม่ต้องให้เดินทางมารับรองแนวเขตที่ดิน หากการรังวัดมีการปักหลักเขต
ใหม่หรือปักหลักเขตเพิ่มเติมให้มีหนังสือแจ้งเจ้าของท่ีดินข้างเคียงด้านนั้นทราบด้วย
โดยให้ถือแนวเขตตามหลักฐานแผนท่ีข้างเคียง และหากมีการคัดค้านแนวเขตให้ถือตาม
หลักฐานแผนท่ี ให้ฝ่ายที่ไม่พ อใจไปด าเนินการฟ้ องต่ อศาลภายใน กาห นด เก้าสิบ วัน
นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้าไม่มีการฟ้องภายในกาหนดให้ถือว่าแนวเขตตามหลักฐานแผนท่ี
เปน็ เขตท่ถี ูกต้อง

3.3 ระเบียบกรมท่ีดินว่าด้วยการรังวัดโดยระบบโครงข่ายการรังวัดด้วย
ดาวเทียมแบบจลน์ (RTK Network) ในงานรังวัดเฉพาะราย พ.ศ. 2558 (ให้สอดคล้องกับ
เครื่องมือและการรังวัดในปัจจุบัน) การแก้ไขระเบียบน้ีจะเป็นการแก้ไขในส่วนของวิธีการ
รังวัดให้มีความถูกต้องของค่าพิกัดที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะสอดรับกับนโยบายที่จะ
บูรณาการงานแผนที่ในหน่วยงานของรฐั ให้เป็นไปในทิศทางและมมี าตรฐานเดียวกนั

นอกจากกฎระเบียบข้างต้น เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดได้มีการเสนอการแก้ไข
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในมาตราที่เก่ียวข้องกับสิทธิของเจ้าของท่ีดิน และ
เจ้าของท่ีดินข้างเคียงอีกด้วย ท้ังนี้อาจเป็นเพราะว่าวิธีการรังวัดเดิมเป็นการรังวัดตามเขต
การครอบครอง หากรังวัดโดยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network)
การรงั วดั ตอ้ งยึดหลกั ฐานแผนทเ่ี ปน็ หลกั

4. ผลการศึกษาผลกระทบจากการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดินมาตรา 69 ทวิ
เพ่ือให้เจ้าของท่ีดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตที่ดิน จากการรังวัดที่ดินโดย
วิธีแผนท่ีชั้นหนึ่ง ด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) พบว่า
ผลกระทบทางลบต่อเจ้าของท่ีดินข้างเคียง น่ันคือ เจ้าของที่ดินข้างเคียงถูกรอนสิทธิ์ของ
การรับรองแนวเขต ขาดโอกาสท่ีจะไประวังชี้แนวเขตที่ดินตนเอง อาจเกิดการทะเลาะ
ววิ าทระหว่างเจ้าของทีด่ ิน ผทู้ าการรังวัดกับเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงได้ เหลา่ นีเ้ ป็นผลที่
ไม่พึงปรารถนา ที่อาจเกิดขึ้นได้เน่ืองจากผู้มีสิทธิในท่ีดินข้างเคียงไม่ยอมรับผลการรังวัด
เนื่องจากกรณีได้รับแจ้งให้ทราบว่าจะมีการรังวัดแต่ไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตใน
ทีด่ นิ ของตน

77

ในส่วนผลกระทบทางลบต่อเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานและกรมที่ดิน พบว่า
เจ้าหน้าท่ีกรมที่ดินมีความเสี่ยงต่อการถูกร้องเรียน ถูกฟ้องดาเนินคดีในข้อหาบุกรุกและ
ทาลายทรัพย์ของท่ีดินข้างเคียง ผลกระทบนี้มีความสอดคล้องกับผลการวิจัยเชิงปริมาณ
พบว่า ช่างรังวัดส่วนใหญ่ไม่เช่ือม่ันว่าช่างรังวัดสามารถที่จะเข้าทาการรังวัดบริเวณที่ดิน
ที่ไม่มีการแจ้งข้างเคียงให้เดินทางมารับรองแนวเขตได้โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ คิดเป็น
ร้อยละ 75.5 ท้ังนี้เนื่องมาจากแนวทางการปฏิบัติงานได้เปล่ียนไปจากเดิม เดิมเจ้าของ
ที่ดินและเจ้าของที่ดินข้างเคียง เป็นผู้นาช้ีเขต เปลี่ยนเป็นช่างรังวัดต้องเป็นผู้ชี้เขตเองโดย
ใช้หลักฐานแผนที่เป็นหลัก ซ่ึงอาจทาให้ข้างเคียงไม่ยอมรับในเขตท่ีช่างทาการรังวัด
ประกอบกับยังไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือมาตรการใด ๆ ของกรมที่ดินท่ีคุ้มครอง
ชา่ งรงั วดั แตอ่ ยา่ งใด

ข้อเสนอแนะ

1. เม่ือมีการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 69 ทวิ ก็เห็นควรให้มีการ
แก้ไขระเบียบและกฎหมายที่เก่ียวข้อง คือ กฎกระทรวงฉบับที่ 31 ระเบียบกรมท่ีดินว่า
ด้วยการติดต่อหรือแจ้งผู้มีสิทธิในท่ีดินข้างเคียงให้มาลงชื่อรับรองแนวเขตหรือคัดค้านการ
รังวัด พ.ศ. 2521 และระเบียบกรมท่ีดิน วา่ ด้วยการรังวดั โดยระบบโครงข่ายการรังวดั ด้วย
ดาวเทยี มแบบจลน์ (RTK GNSS Network) เพ่ือรองรับการปฏบิ ตั ิงานของเจา้ หนา้ ท่ี

2. ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐท่ีเกี่ยวข้อง
เขา้ ใจหลกั การในการแกไ้ ขประมวลกฎหมายทด่ี นิ มาตรา 69 ทวิ

3. การแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา 69 ทวิ กรณี ถ้าท่ีดินแปลงใดหรือ
ท่ีดินข้างเคียงแปลงใดมีการรังวัดโดยวิธีแผนที่ชั้นหนึ่งด้วยโดยระบบโครงข่ายดาวเทียม
แบบจลน์ (RTK GNSS Network) มาก่อนแล้ว ให้ทาการรังวดั ไปตามหลักฐานแผนท่ีโดย
ไม่ต้องแจ้งให้ผู้มีสิทธิในท่ีดินข้างเคียงมาระวังแนวเขตและลงช่ือรับรองแนวเขตแต่ในการ
แก้ไขกฎหมายดังกล่าว ย่อมมีผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งเจ้าหน้าที่ เจ้าของที่ดินและ
เจ้าของท่ีดินข้างเคียง เห็นว่าน่าจะจัดทาประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้
เสยี ดงั กลา่ วดว้ ย

4. ควรเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือและอุปกรณ์การรังวัดให้เพียงพอต่อ
ผู้ปฎิบัติงานและเสริมสร้างทักษะผู้ปฎิบัติงานให้มีความรู้ความเข้าใจตลอดจนต้องมีการ
สร้างสถานีรับสัญญาณดาวเทยี มให้ครอบคลมุ ทกุ พ้นื ท่ที ่ัวประเทศ เพื่อรองรบั การรังวดั โดย
วิธีแผนที่ชั้นหนึ่งด้วยโดยระบบโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network)
แล้วจึงแกไ้ ขประมวลกฎหมายหมายทดี่ นิ มาตรา 69 ทวิ

78

5. ควรมีการส่งหนังสือแจ้งให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงรับทราบวันท่ีจะรังวัด
แต่ไม่ต้องให้มารับรองแนวเขต เพราะมีบางกรณีช่างรังวัดอาจจะต้องเข้าไปทาการรังวัด
ตรวจสอบในที่ดินแปลงข้างเคียง หากไม่แจ้งจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 66
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน อาจถูกฟ้องร้องในข้อหาบุกรุกและทาให้เสี ยทรัพย์
เพ่อื เปน็ การค้มุ ครองช่างรงั วดั

เสนอแนะสาหรับการวจิ ัยครั้งตอ่ ไป

จากการวิจัยครั้งนี้ คณะผู้วิจัยเห็นว่าการศึกษาในครั้งน้ีมีข้อจากัดด้านระยะเวลา
อันสั้น อาจส่งผลในการศึกษาแนวทางและผลกระทบของการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา 69 ทวิ เพ่ือให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ต้องเดินทางมารับรองแนวเขตที่ดินจากการ
รัง วัด โด ย วิธีแ ผ น ที ่ชั้น ห นึ ่งด ้ว ย โด ย ร ะ บ บ โค ร งข ่า ย ด า ว เท ีย ม แ บ บ จ ล น์
(RTK GNSS Network) ยังไม่ครอบคลุมทุกมิติ ดังนั้น จึงอาจทาการศึกษาความคิดเห็น
ในส่วนของประชาชนผู้รับบริการ เช่น การศึกษาถึงผลกระทบและความพึงพอใจ
ของเจ้าของท่ีดิน และเจ้าของท่ีดินข้างเคียง ในการแก้ไขประมวลกฎหมายท่ีดิน
มาตรา 69 ทวิ

79

บรรณานุกรม

กรมท่ดี ิน, กองเทคโนโลยีทาแผนที่ กองฝกึ อบรม. (2561). คู่มอื การรงั วดั เฉพาะรายโดย
ระบบโครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network).
กรุงเทพมหานคร: กรมท่ีดนิ .

ชุลวี รรณ บัวอินทร.์ (2559). ปญั หาทางกฎหมายเกี่ยวกับการรังวัดสอบเขต การรวมโฉนด
และการแบง่ แยกที่ดนิ มาตรา 69 ทวิ และมาตรา 79 แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ นิ .
วทิ ยานพิ นธ์นิติศาสตรมหาบณั ฑิต, มหาวิทยาลยั บูรพา.

นิสาชล ทองแย้ม. (2528). แนวคดิ เกี่ยวกับผลกระทบ. กรงุ เทพมหานคร: สานักพมิ พ์
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ พระนครเหนือ.

ประสิทธิ์ ตงยิ่งศริ ิ. (2542). ตรวจสอบและการวเิ คราะห์โครงการ. กรงุ เทพมหานคร:
ซเี อ็ดยูเคชนั่ .

พรพรรณ ไมส้ พุ ร. (ม.ป.ป.). การประเมินผลกระทบของกฎระเบยี บ (Regulatory
Impact Assessment: RIA) และการแถลงการณ์ผลกระทบของกฎระเบยี บ
(Regulatory Impact Statement: RIS). กรุงเทพมหานคร:
กระทรวงสาธารณสขุ , กรมอนามยั .

พิเชษฐ์ คนซ่ือ. (2557). ผลกระทบของบ่อนการพนันบริเวณชายแดนไทยและกัมพูชา ใน
อ้าเภอโป่งน้าร้อน จังหวัดจันทบุรี. ภาคนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต,
มหาวิทยาลัยราชภฎั ราไพพรรณี.

ไพจิตร พง่ึ ภพ. (2555). แนวทางแก้ไขปญั หาทางกฎหมายและทางปฎิบัตเิ กยี่ วกับธุรกิจ
จัดสรรที่ดนิ . วารสารวชิ าการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 4(1), 84-95.

วิเชยี ร เกตุสงิ ห.์ (2538). ค่าเฉลย่ี และการแปลความหมาย. ข่าวสารวิจยั ทางการศึกษา,
18 (3), 8-11.

80

บรรณานกุ รม (ต่อ)

อนันต์ เกตุวงศ์. (2541). หลักและเทคนิคการวางแผน (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพมหานคร:
สานักพมิ พ์มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร.์

อานวย วงษ์พานิช. (2549). การศึกษาผลกระทบทางสังคม อันเน่ืองมาจากโครงการ
ก่อสรา้ งท่อส่งก๊าซธรรมชาติท่ีมีผลต่อประชาชนตามแนววางท่อส่งก๊าซธรรมชาติ:
กรณีศึกษา ในพืนที่อ้าเภอพานทอง และอ้าเภอเมือง จังหวัดชลบุรี. วิทยานิพนธ์
รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑติ , มหาวทิ ยาลัยบรู พา.

Dye, T. R. (1982). Understanding Public Policy. New Jersey: Prentice Hall.

81

ภาคผนวก ก
ประมวลกฎหมายทด่ี ิน

82

83

84

85

86


Click to View FlipBook Version