137
138
ภาคผนวก ค
ระเบียบกรมทด่ี นิ วา่ ด้วยการติดต่อหรอื การแจง้ ผู้มสี ทิ ธใิ นที่ดนิ
ขา้ งเคียงให้มาลงชอ่ื รบั รองแนวเขตหรอื คดั คา้ นการรงั วดั
พ.ศ. 2521
139
140
141
142
ภาคผนวก ง
ระเบียบกรมที่ดนิ ว่าด้วยการรังวดั หมดุ หลกั ฐานแผนที่
โดยระบบดาวเทยี ม พ.ศ. 2553
ระเบียบกรมทด่ี นิ
วา่ ด้วยการรังวัดหมดุ หลกั ฐานแผนทีโ่ ดยระบบดาวเทียม
พ.ศ. ๒๕๕๓
---------------------------------
โดยทเี่ ป็นการสมควรปรับปรุงหลกั เกณฑ์และวิธีการในการ รงั วัดหมดุ หลกั ฐานแผนทีโ่ ดย
ระบบดาวเทียมใหส้ อดรบั กับเทคโนโลยดี ้านการรังวดั ด้วยดาวเทยี มทมี่ เี ทคนคิ เคร่อื งมอื วิธกี ารรังวัดพฒั นา
สงู ข้นึ เพ่ือใหก้ ารปฏบิ ัตงิ านของพนักงานเจ้าหนา้ ทแี่ ละการนาไปใช้งานดา้ นการรังวัดและทาแผนที่ของกรมทด่ี นิ
ดาเนนิ การไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและเป็นมาตรฐานเดยี วกัน ดังน้นั อาศยั อานาจตามความในมาตรา๓๒ แหง่
พระราชบญั ญตั ริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแกไ้ ขเพ่ิ มเตมิ โดยพระราชบัญญัตริ ะเบียบ
บรหิ ารราชการแผน่ ดนิ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ ประกอบกับขอ้ ๒ (๑) (๔) และ ขอ้ ๔ ก (๑๒) (ก) แหง่
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทดี่ นิ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๔๕ ออกตามความในพระราชบญั ญัติ
ระเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ กรมทดี่ ินจึงวางระเบียบไว้ ดงั ต่อไปนี้
ขอ้ ๑ ระเบียบนเ้ี รียกว่า “ระเบียบกรมท่ดี นิ ว่าด้วยการรังวดั หมุดหลักฐานแผนทโ่ี ดยระบบ
ดาวเทียม พ.ศ. ๒๕๕๓”
ข้อ ๒ ระเบียบน้ีใหใ้ ชบ้ งั คับตั้งแตบ่ ัดน้ีเปน็ ต้นไป
ขอ้ ๓ ใหย้ กเลิกระเบยี บกรมทีด่ นิ ว่าด้วยการรงั วดั หมดุ หลักฐานแผนที่โดยระบบดาวเทยี ม
พ.ศ. ๒๕๔๓
ข้อ ๔ บรรดาระเบยี บ คาสั่ง ประกาศ หรือหนงั สือสั่งการอื่นใดซง่ึ ขัดหรือแยง้ กบั ระเบียบน้ี
ให้ใช้ระเบียบน้ีแทน
ข้อ ๕ ในระเบยี บน้ี
“หมดุ ดาวเทยี ม” หมายถงึ หมดุ หลักฐานแผนที่ ที่ไดค้ ่าพกิ ัดจากการรับสญั ญาณดาวเทียม
“หมดุ ดาวเทยี ม Static” หมายถึง หมดุ ดาวเทียมทไี่ ด้คา่ พกิ ดั จากการรบั สญั ญาณดาวเทยี ม
โดยวิธกี ารรงั วัดแบบสถิต (Static) ซ่งึ หมายความรวมถึง หมุดหลกั ฐานแผนทด่ี าวเทียมกรมท่ีดนิ เฉลิมพระ
เกียรติ และหมดุ หลกั ฐานแผนท่ีดาวเทยี มชนิดมนั่ คงถาวร
“หมุดดาวเทยี ม Rapid Static” หมายถึง หมดุ ดาวเทยี มท่ีไดค้ ่าพกิ ัดจากการรบั สญั ญาณ
ดาวเทยี มโดยวิธีการรงั วัดแบบสถิตอย่างเรว็ (Rapid or Fast Static)
2
“หมุดดาวเทียม RTK” หมายถงึ หมดุ หลกั ฐานแผนที่ ทไี่ ด้คา่ พกิ ดั จากการรบั สัญญาณ
ดาวเทียมโดยวิธกี ารรังวัดแบบจลนไ์ ดค้ า่ พิกัดทนั ที ณ เวลาทาการรังวดั (Real Time Kinematics, RTK)
“หมดุ พยานดาวเทียม” หมายถงึ หมุดหลักฐานแผนที่ทสี่ ร้างข้นึ เพ่ือใช้ค้นหาและตรวจสอบ
ตาแหน่งของหมุดดาวเทยี ม Static
“การรบั สัญญาณดาวเทยี มแบบสถิต (Static)” หมายถึง การรบั สญั ญาณดาวเทยี มไมน่ ้อยกว่า
๒ จุดพร้อมๆ กัน ในช่วงเวลาเดียวกนั
“การรบั สัญญาณดาวเทยี มแบบ สถิตอยา่ งเร็ว (Rapid or Fast Static)” หมายถงึ การรบั
สญั ญาณดาวเทยี มไมน่ ้อยกว่า ๒ จุดพร้อมๆ กนั ในชว่ งเวลาเดียวกัน ใช้ระยะเวลาในการรบั สญั ญาณ
ดาวเทยี มน้อยกวา่ การรบั สัญญาณดาวเทยี มแบบสถิต (Static)
“การรับสญั ญาณดาวเทียมแบบจลนไ์ ด้คา่ พกิ ัดทนั ที ณ เวลาทาการรังวดั (Real Time
Kinematics, RTK)” หมายถึง การรับสัญญาณดาวเทยี มโดยการนาเครือ่ งรับสัญญาณดาวเทยี มเคร่ืองหน่งึ
หรือหลายเคร่ือง ไปรับสัญญาณทีห่ มุด ซึง่ เป็นสถานีฐาน (Base Station) และให้เครอ่ื งรบั สญั ญาณดาวเทยี ม
เครื่องอนื่ ๆ ไปรบั สญั ญาณท่ี หมดุ หรอื ตาแหน่งที่ต้องการทราบคา่ พกิ ัด โดยมีระบบส่อื สารสง่ ข้อมูลจาก
สถานฐี าน (Base Station) ไปยังเครื่องรบั ทหี่ มุดหรือตาแหนง่ ทตี่ ้องการทราบคา่ พิกดั นน้ั
“สถานีฐาน (Base Station)” หมายถึง หมดุ ดาวเทียมที่ทราบค่าพกิ ดั ใชอ้ า้ งอิงเพอ่ื คานวณค่า
พกิ ดั ในการรบั สัญญาณดาวเทยี มแบบจลน์ไดค้ า่ พกิ ดั ทันที ณ เวลาทาการรังวัด
ขอ้ ๖ การสร้างหมดุ ดาวเทียม หมดุ พยานดาวเทยี ม ตอ้ งมลี ักษณะและแบบตามทก่ี าหนดใน
ภาคผนวก ก.
ขอ้ ๗ การให้รหัส หมุดดาวเทียม และหมดุ พยานดาวเทียม ใหเ้ ปน็ ไปตาม ท่ีกาหนดใน
ภาคผนวก ข.
ข้อ ๘ ให้สานกั เทคโนโลยีทาแผนที่ จดั ทาฐานข้อมลู เพ่ือควบคุมรหสั หมดุ ดาวเทยี ม ขอ้ มูล
การรบั สญั ญาณดาวเทียม และค่าพิกดั หมุดดาวเทียม ในรูปแบบดจิ ิทัลรวมทงั้ เอกสารท่ีเก่ยี วข้องไว้เ พ่ือการ
ตรวจสอบและอ้างองิ
ข้อ ๙ หมุดดาวเทยี ม ใหส้ รา้ งในตาแหน่ งที่ม่นั คง ยากต่อการถูกทาลาย สามารถค้นหาได้
โดยง่าย และสะดวกตอ่ การใช้งานอยู่ในตาแหน่งท่โี ล่ง ไม่มีสิง่ กีดขวางที่มุมสูง ๑๕ องศา (15o Elevation cut-
off) นอกจากนีย้ งั ต้องคานงึ ถึงส่งิ ทอี่ าจรบกวนตอ่ การรบั สัญญาณได้ เชน่ ตาแหน่งของหมุดต้องไมอ่ ยูใ่ กล้
แหล่งนา้ ขนาดใหญ่ หรือใกล้อาคารสิ่งก่อสร้างทม่ี ีผิวเรียบ ทาใหเ้ กดิ การสะทอ้ นกลับของคลน่ื หลายทศิ ทาง
(Multipath) มายงั เสาอากาศได้ ตาแหนง่ ของหมุดตอ้ งไม่อยใู่ กลเ้ สาอากาศทร่ี ับสญั ญาณที่มคี วามถเี่ ดียวกนั
หรอื ใกล้เคียงกันกับความถี่ของสัญญาณดาวเทียม รวมท้ังหลกี เล่ียงตั้งใกลส้ ถานี วิทยุ เสาอากาศการส่ือสาร
แรงสงู (High Power Communication Antenna) สายสง่ ศักย์สงู (High Voltage Transmission Line) หรือเสา
อากาศเรดาร์ เป็นตน้
3
ขอ้ ๑๐ การสร้างหมดุ ดาวเทยี ม Static หมดุ ดาวเทียม Rapid Static และหมดุ ดาวเทยี ม RTK
ใหเ้ ปน็ ไปตามท่กี าหนดในภาคผนวก ค.
ขอ้ ๑๑การรบั สญั ญาณดาวเทียมแบบจลนไ์ ดค้ า่ พกิ ัดทันที ณ เวลาทาการรงั วัดให้ใชร้ บั สัญญาณหา
คา่ พกิ ดั หมดุ หลกั เขตท่ดี นิ ได้
ข้อ ๑๒ คณุ ลักษณะของเคร่อื งรับสญั ญาณดาวเทียม วิธีการรับสัญญาณดาวเทยี ม การคานวณ
และการรับสัญญาณดาวเทียมเพ่อื คานวณหาคา่ ภาคของทศิ ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑท์ ก่ี าหนดในภาคผนวก ง.
ข้อ ๑๓ การใชแ้ บบพิมพใ์ นการปฏิบัตงิ านรงั วัดหมุดหลกั ฐานแผนทโี่ ดยระบบดาวเทยี ม ใหใ้ ช้
แบบพมิ พ์ทีก่ าหนดในภาคผนวก จ.
ขอ้ ๑๔ ค่าภาคของทิศ ทค่ี านวณได้จากคา่ พิกัด หมุดดาวเทียม Static และ คา่ พิกัด
หมดุ ดาวเทยี ม Rapid Static ใหน้ าไป ใชใ้ นการคานวณเสน้ โครงงานหมดุ หลักฐานแผนทห่ี ลักหรอื ย่อย
สาหรับค่าภาคของทิศท่ีคานวณไดจ้ ากคา่ พิกัดหมดุ ดาวเทยี ม RTK ใหน้ าไปใช้ในการคานวณเส้นโครงงาน
หมุดหลักฐานแผนทีเ่ พอ่ื เก็บรายละเอยี ด เท่านั้น
ข้อ ๑๕ เมือ่ ปรากฏว่าหมุดดาวเทียมหรือหมุดพยานดาวเทยี ม คลาดเคล่อื น สญู หายหรือ
ถกู ทาลาย ให้รายงานต่อกรมที่ดนิ และให้ สานกั เทคโนโลยที าแผนที่ ดาเนินการ ปรบั ปรงุ ฐานขอ้ มลู ให้เปน็
ปจั จุบัน หรือสรา้ งหมุดดาวเทยี มและหมุดพยานดาวเทยี มขึน้ ใหม่
ข้อ ๑๖ ใหผ้ ูอ้ านวยการสานกั เทคโนโลยที าแผนทรี่ กั ษาการตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วนั ที่ ๒๒ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓
อนวุ ัฒน์ เมธวี บิ ูลวุฒิ
(นายอนวุ ัฒน์ เมธวี บิ ูลวุฒ)ิ
อธิบดกี รมทดี่ ิน
4
ภาคผนวก ก.
ลกั ษณะและแบบของหมุดดาวเทียม หมดุ พยานดาวเทียม
๑. หมดุ ดาวเทยี ม Static เปน็ หมดุ คอนกรีต มขี นาด ๐.๒๕ x ๐.๒๕ x ๐.๕๐ เมตร ฝังหวั หมดุ
ดาวเทยี มและมีคาว่า “หมดุ ดาวเทียม กรมท่ดี นิ ” โดยมีลกั ษณะและแบบดังนี้
5
ภาคผนวก ก.
ลักษณะและแบบของหมดุ ดาวเทียม หมดุ พยานดาวเทยี ม(ตอ่ )
๒. หมุดหลักฐานแผนที่ดาวเทียมกรมทีด่ นิ เฉลิมพระเกียรติ มี ๒ แบบคือ
๒.๑ แบบที่ ๑ เปน็ หมดุ คอนกรีตเสริมเหล็กผวิ เรียบรปู ทรงกระบอก เส้นผา่ นศนู ย์กลาง ๐.๕๐
เมตร โดยมลี ักษณะและแบบดงั น้ี
6
ภาคผนวก ก.
ลกั ษณะและแบบของหมุดดาวเทียม หมุดพยานดาวเทียม(ตอ่ )
ภาพแสดงการเสริมเหลก็ และฐานรากของหมดุ หลกั ฐานแผนที่ดาวเทียมกรมท่ดี นิ เฉลิมพระเกียรติ แบบท่ี ๑
7
ภาคผนวก ก.
ลกั ษณะและแบบของหมุดดาวเทยี ม หมดุ พยานดาวเทียม(ตอ่ )
๒.๒ แบบที่ ๒ เปน็ หมดุ คอนกรีตเสริมเหลก็ รูปทรงปริ ามิดหวั ตดั โดยมีลกั ษณะและแบบดงั น้ี
8
ภาคผนวก ก.
ลกั ษณะและแบบของหมดุ ดาวเทยี ม หมดุ พยานดาวเทียม(ตอ่ )
ภาพแสดงการเสริมเหลก็ และฐานรากของหมุดหลักฐานแผนทีด่ าวเทียมกรมท่ดี นิ เฉลิมพระเกยี รติ แบบท่ี ๒
9
ภาคผนวก ก.
ลักษณะและแบบของหมุดดาวเทยี ม หมดุ พยานดาวเทยี ม(ตอ่ )
แบบหวั หมุดหลกั ฐานแผนท่ีดาวเทยี มกรมที่ดนิ เฉลมิ พระเกยี รติ มรี ายละเอยี ดดงั น้ี
10
ภาคผนวก ก.
ลักษณะและแบบของหมุดดาวเทียม หมดุ พยานดาวเทียม(ตอ่ )
แบบหวั หมุดหลักฐานแผนทีด่ าวเทียมกรมทดี่ นิ เฉลิมพระเกียรติ มีรายละเอยี ดดังน้ี (ตอ่ )
11
ภาคผนวก ก.
ลักษณะและแบบของหมดุ ดาวเทยี ม หมุดพยานดาวเทยี ม(ตอ่ )
แผน่ ปา้ ยสแตนเลสยดึ แนบสนิทกบั คอนกรีต ด้านขา้ งของหมุดดาวเทียมกรมท่ีดินเฉลิมพระเกยี รติ
มรี ายละเอียดดังน้ี
12
ภาคผนวก ก.
ลักษณะและแบบของหมุดดาวเทยี ม หมุดพยานดาวเทียม(ตอ่ )
๓. หมุดหลกั ฐานแผนทด่ี าวเทียมชนิดมัน่ คงถาวร เปน็ หมุดคอนกรีตเสรมิ เหลก็ สูงจากระดบั พ้นื ดิน
๐.๔๐ เมตร สงู จากฐานคอนกรตี ใตผ้ ิวดนิ ๐.๕๐ เมตร วางอยูบ่ นฐานคอนกรตี ใต้ผิวดนิ ขนาด ๑.๐๐ x
๑.๐๐ x ๐.๑๐ เมตร ฐานรากตัง้ บนเสาเข็มคอนกรีต ๑ ต้น ฝงั หวั หมุดทองเหลอื งในคอนกรตี โดยมี
ลักษณะและแบบดังน้ี
13
ภาคผนวก ก.
ลกั ษณะและแบบของหมุดดาวเทียม หมดุ พยานดาวเทยี ม(ตอ่ )
๔. หมุดดาวเทยี ม Rapid Static และ หมุดดาวเทียม RTK ให้ใช้หมุดคอนกรตี ขนาด
๐.๑๕x ๐.๑๕ x ๐.๕๐ เมตร มคี าวา่ “กรมทดี่ ิน” อยแู่ ถวบน และ “ พ.ศ.XXXX ” อย่แู ถวล่าง และใช้หวั หมดุ
ทองเหลอื งเขยี นรหสั หมุดไวอ้ ย่างชัดเจน โดยมีลักษณะและแบบดังนี้
14
ภาคผนวก ก.
ลักษณะและแบบของหมดุ ดาวเทยี ม หมดุ พยานดาวเทยี ม(ตอ่ )
๕. หมุดพยานดาวเทียม มีขนาด ๐.๒๕ x ๐.๒๕ x ๐.๕๐ เมตร มคี าวา่ “หมุดหลกั ฐานแผนท”่ี อยู่
แถวบน และ “กรมท่ีดิน” อยูแ่ ถวล่าง และใช้หวั หมุดทองเหลอื งเขียนรหัสหมดุ ไวอ้ ยา่ งชดั เจน
15
ภาคผนวก ข.
รหัสของหมดุ ดาวเทียม
รายละเอียด ช่อื หมุด
๑. รหสั ของหมุดดาวเทียมทใี่ ช้รว่ มกบั หน่วยงานอ่นื
ใชร้ หัส "D00091"
๑.๑ ใช้ร่วมกบั หมดุ โครงข่ายสามเหลีย่ มของกรมแผนทีท่ หาร ใชร้ หสั "D01" ตามดว้ ยเลขอารบิคอีก 3 หลกั ตามหมายเลข
หมายเลข 91 ของหมุดโครงข่ายสามเหลีย่ มน้ัน เช่น "D01324" เปน็ ต้น
ใช้รหัส "D02" ตามดว้ ยเลขอารบคิ อีก 3 หลัก ตามหมายเลข
๑.๒ ใชร้ ่วมกับหมดุ โครงขา่ ยสามเหล่ียมของกรมแผนทท่ี หาร ของหมดุ วงรอบน้ัน เช่น "D02293" เปน็ ต้น
หมดุ อืน่ ๆ นอกจากขอ้ ๑.๑ ใช้รหสั "D03" ถึง "D04" ตามด้วยเลขอารบคิ อีก 3 หลัก
เชน่ "D03324" เปน็ ต้น
๑.๓ ใชร้ ่วมกบั หมดุ วงรอบชน้ั ทห่ี นงึ่ ของกรมแผนท่ีทหาร
ใช้รหัส "D05" ตามดว้ ยเลขอารบคิ อีก 3 หลกั
๑.๔ ใชร้ ว่ มหมดุ หลักฐานแผนท่ีของหนว่ ยงานอ่นื ๆ เชน่ "D05020" เปน็ ต้น
เชน่ หมดุ หลกั ฐานแผนทีข่ องกรมชลประทาน เป็นต้น ใชร้ หสั "D1" ถงึ "D4" ตามด้วยเลขอารบคิ อีก 4 หลัก
๒. รหัสของหมดุ ดาวเทียมทก่ี รมท่ดี ินสรา้ งข้ึน เชน่ "D10053" เปน็ ต้น
๒.๑ หมดุ ดาวเทยี มท่ีเป็นหมดุ ควบคุมหลกั (Major Control) ใชร้ หสั "D5" ถงึ "D9" ตามดว้ ยเลขอารบิคอีก 4 หลัก
ท่ไี ด้จากการปรบั แกโ้ ครงขา่ ยหมดุ ดาวเทยี มทว่ั ประเทศ เชน่ "D50053" เปน็ ตน้
๒.๒ หมดุ ดาวเทียม Static ใช้รหัส "T" และ "U" ตามดว้ ยรหัสจังหวัด และตามดว้ ย
เลขอารบคิ อกี 5 หลัก แทนช่อื หมุด เชน่ จังหวัดสระบุรี
๒.๓ หมดุ ดาวเทียม Rapid Static "T5900001" เป็นตน้
๒.๓.๑ สรา้ งหมดุ จากสถานโี ครงข่าย (Network Base
Station) เปน็ หมุดออกหรือเข้าบรรจบเส้นโครงงานหมุด
หลักฐานแผนทห่ี ลกั หรือสรา้ งเปน็ สถานฐี าน
๒.๓.๒ สรา้ งหมดุ จากสถานีฐานเด่ยี ว (Single Base Station)
เพ่ือการสร้างระวางแผนที่ หรือเพอ่ื โยงยึดเก็บรายละเอยี ดหรอื
เป็นหมดุ ออกหรือเขา้ บรรจบเสน้ โครงงานหมดุ หลกั ฐานแผนท่ี
ย่อยหรือเปน็ หมดุ ออกหรอื เขา้ บรรจบเส้นโครงงานหมุด
หลักฐานแผนทีเ่ พอ่ื เก็บรายละเอยี ด
16
ภาคผนวก ข.
รหัสของหมดุ ดาวเทียม (ตอ่ )
รายละเอยี ด ชือ่ หมุด
๒.๔ หมดุ ดาวเทียม RTK ใชร้ หัส "V","W" และ "X" ตามด้วยรหสั จงั หวดั และตามดว้ ย
๒.๔.๑ สร้างหมดุ จากสถานีโครงข่าย (Network Base เลขอารบิคอีก 5 หลกั แทนช่ือหมดุ เชน่ จงั หวัด ชลบุรี
Station) เพือ่ การสรา้ งระวางแผนที่ หรือเพ่อื โยงยึดเกบ็ "V0800001" เป็นต้น
รายละเอยี ด หรือเพ่อื ใช้หาคา่ พกิ ัดหมุดหลกั เขตท่ดี ิน
๒.๔.๒ สรา้ งหมุดจากสถานีฐานเด่ยี ว (Single Base Station) ใช้รหสั "A" ถงึ "C" , "E" ถงึ "H" และ "K" ถึง "Z"
เปน็ หมุดออกหรือเขา้ บรรจบเสน้ โครงงานแผนที่เก็บรายละเอียด
ยกเวน้ "O","T","U" , "V","W" และ "X"
ตามด้วยรหสั จงั หวัด และตามดว้ ยเลขอารบิคอกี 4 หลกั
๒.๕ หมดุ หลักฐานแผนทดี่ าวเทยี มชนดิ มน่ั คงถาวร แทนชือ่ หมุด เชน่ จงั หวัดกาญจนบรุ ี "E020001" เป็นต้น
ใชร้ หัส "2" ตามดว้ ยเลขอารบิคอีก 5 หลัก
เช่น "200447" เปน็ ต้น
๓. หมดุ พยานดาวเทียม
สรา้ งข้ึนเพ่อื ใชต้ รวจสอบตาแหนง่ ของหมดุ ดาวเทยี ม Static ใช้รหสั หมดุ ดาวเทยี มนั้น ตามดว้ ยเคร่ืองหมาย "/"
และเลขอารบคิ อกี 1 หลัก เช่น "D11145/1" เปน็ ต้น
17
ภาคผนวก ข.
รหัสจงั หวดั สาหรบั ชือ่ หมุดดาวเทยี ม
รหัส จังหวัด รหสั จงั หวัด รหสั จงั หวัด รหสั จงั หวัด
01 กระบี่
02 กาญจนบรุ ี 21 นครราชสมี า 41 ภเู กต็ 61 สรุ าษฎร์ธานี
03 กาฬสนิ ธุ์
04 กาแพงเพชร 22 นครศรีธรรมราช 42 มหาสารคาม 62 สุรินทร์
05 ขอนแก่น
06 จนั ทบุรี 23 นครสวรรค์ 43 แมฮ่ อ่ งสอน 63 สุโขทยั
07 ฉะเชิงเทรา
08 ชลบุรี 24 นนทบุรี 44 ยะลา 64 สงขลา
09 ชยั ภูมิ
10 ชยั นาท 25 นราธวิ าส 45 ระนอง 65 สงิ ห์บรุ ี
11 ชุมพร
12 เชยี งราย 26 นา่ น 46 ระยอง 66 หนองคาย
13 เชียงใหม่
14 ตรัง 27 บุรรี มั ย์ 47 ราชบุรี 67 อ่างทอง
15 ตราด
16 ตาก 28 ปทุมธานี 48 ร้อยเอ็ด 68 อดุ รธานี
17 ธนบุรี
18 นครนายก 29 ปตั ตานี 49 ลพบรุ ี 69 อตุ รดิตถ์
19 นครปฐม
20 นครพนม 30 ประจวบคีรขี นั ธ์ 50 เลย 70 อบุ ลราชธานี
31 ปราจนี บรุ ี 51 ลาปาง 71 อุทัยธานี
32 พังงา 52 ลาพูน 72 มนี บรุ ี
33 พัทลุง 53 ศรีษะเกษ 73 ธัญบรุ ี
34 พระนคร 54 สกลนคร 74 ยโสธร
35 พระนครศรีอยธุ ยา 55 สตลู 75 พะเยา
36 พิษณุโลก 56 สมทุ รปราการ 77 สระแกว้
37 พจิ ิตร 57 สมทุ รสงคราม 78 หนองบวั ลาภู
38 เพชรบุรี 58 สมุทรสาคร 79 อานาจเจริญ
39 เพชรบรู ณ์ 59 สระบุรี
40 แพร่ 60 สุพรรณบุรี
18
ภาคผนวก ค.
การสร้างหมดุ ดาวเทียมและสัญลักษณข์ องหมุดดาวเทยี ม
๑. การสร้างหมุดดาวเทียม
๑.๑. การสรา้ งหมดุ ดาวเทียม Static
ใหส้ รา้ งหมดุ พยานดาวเทียมข้นึ อีก ๒ หมุด ประกอบกันเป็นรูปสามเหล่ยี ม และให้รังวดั มุมรอบจดุ
ทั้งสาม โดยคู่หมดุ ทจ่ี ะทาการรังวัดอาซิมุททางดาราศาสตรจ์ ากดาวหรอื คานวณอาซมิ ทุ จากการรบั สญั ญาณ
ดาวเทียม ตอ้ งมีระยะไมน่ ้อยกวา่ ๔๐๐ เมตร
๑.๒ การสร้างหมุดดาวเทยี ม Rapid Static
การสรา้ งหมดุ ดาวเทียม Rapid Static เพ่ือเป็นสถานีฐานหรือเพื่อเป็นหมุดออกหรอื เขา้ บรรจบเสน้
โครงงานหมดุ หลกั ฐานแผนที่ ใหส้ ร้างจานวน ๓ หมุด โดยมีระยะหา่ งระหวา่ งหมดุ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๒๐๐ เมตร
ในกรณที ่สี ร้างหมดุ ดาวเทียม Rapid Static เพือ่ สร้างระวางแผนที่ หรอื เพื่อโยงยึดเก็บรายละเอยี ด หรือเปน็
หมุดออกหรอื เข้าบรรจบเส้นโครงงานหมุดหลักฐานแผนที่เพ่อื เกบ็ รายละเอยี ด หรือเป็นหมุดออกหรือเข้า
บรรจบเส้นโครงงานหมดุ หลักฐานแผนทีย่ ่อย ใหม้ รี ะยะห่างระหว่างหมุดไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร
๑.๓ การสร้างหมุดดาวเทยี ม RTK
การสร้างหมดุ ดาวเทียม RTK เพอ่ื สร้างระวางแผนท่ี หรือเปน็ หมดุ เพ่ือโยงยดึ เก็บรายละเอยี ดหรือ
เป็นหมุดออกหรอื เข้าบรรจบเสน้ โครงงานหมุดหลกั ฐานแผนท่ีเพื่อเกบ็ รายละเอียด หรือหมดุ บงั คับภาพถา่ ย
ใหส้ ร้างจานวน ๓ หมดุ โดยมีระยะห่างระหวา่ งหมุดไม่นอ้ ยกว่า ๒๐๐ เมตร
๒. สญั ลักษณ์หมดุ ดาวเทียมและหมดุ พยานดาวเทียม
๒.๑ หมดุ ดาวเทียม Static หมดุ ดาวเทยี ม Rapid Static และหมดุ ดาวเทียม RTK ให้ใชส้ ญั ลกั ษณ์
เป็นรูปวงกลมมีเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง ๓ มลิ ลิเมตร และมีสามเหลย่ี มดา้ นเท่าอยู่ภายใน
๒.๒หมุดหลกั ฐานแผนทดี่ าวเทียมกรมทีด่ ินเฉลมิ พระเกยี รติ และหมุดหลักฐานแผนที่ดาวเทยี มชนดิ
มนั่ คงถาวร ให้ใชส้ ญั ลกั ษณ์ เป็นสเี่ หลย่ี มจตั ุรัสขนาด ๓ x ๓ มิลลิเมตร และมสี ี่เหลย่ี มอย่ภู ายใน
๒.๓ หมุดพยานดาวเทยี ม ใหใ้ ชส้ ัญลักษณ์ ขนาด ๒ x ๒ มิลลิเมตร
๒.๔ ภาคของทิศ ใหใ้ ชส้ ัญลักษณ์ น
19
ภาคผนวก ง.
คุณลักษณะของเครื่องรบั สญั ญาณดาวเทียม วิธีการรบั สัญญาณดาวเทียม การคานวณ
และการรบั สัญญาณดาวเทยี มเพ่ือคานวณหาคา่ ภาคของทิศ
คณุ ลักษณะของเคร่ืองรบั สัญญาณดาวเทียม วธิ ีการรับสัญญาณดาวเทยี ม การคานวณ และการรบั
สญั ญาณดาวเทยี มเพ่อื คานวณหาคา่ ภาคของทศิ ให้มหี ลักเกณฑ์ดงั ตอ่ ไปนี้
๑. การรบั สัญญาณดาวเทยี ม แบบสถิต (Static)
รายละเอียด หลกั เกณฑ์
๑. คุณลกั ษณะของเครอ่ื งรบั สญั ญาณดาวเทียม
ให้ใชเ้ ครอื่ งรับสัญญาณดาวเทยี มตงั้ แต่ 2 ความถ่ขี นึ้ ไป
๑.๑ ความถีแ่ ละจานวนชอ่ งของเครื่องรบั สญั ญาณดาวเทยี ม และไม่น้อยกวา่ 12 ชอ่ งรบั สญั ญาณ
ไม่เกิน (5 mm + 1 ppm ของระยะเส้นฐาน)
๑.๒ ความคลาดเคล่อื นของการรังวดั ใหร้ บั ขอ้ มลู ทัง้ ที่เปน็ แบบรหสั และคลน่ื สง่
๑.๓ การรับขอ้ มูล (Code and Carrier Phase Observation)
๑.๔ อัตราการรบั และบนั ทึกขอ้ มลู ดาวเทียม ≤ 15 วินาทตี ่อครั้ง
๒. วิธีการรับสญั ญาณดาวเทียม
5 ดวง
๒.๑ จานวนดาวเทียมท่รี ับสัญญาณ 15
๒.๒ มุมกัน้ ทอ้ งฟา้ (Mask Angle) 1 ชั่วโมง
๒.๓ ระยะเวลาในการรบั สญั ญาณดาวเทยี ม 3 หมุด
๒.๔ จานวนหมดุ ควบคมุ ทางราบในโครงข่าย 4 หมุด
๒.๕ จานวนหมุดควบคุมทางดงิ่ ในโครงข่าย หมดุ ดาวเทยี ม Static
๒.๖ ชนิดของหมดุ ควบคุมในโครงข่าย 2 ครัง้
๒.๗ จานวนคร้งั และตา่ งเคร่ืองรับสัญญาณ
3 เสน้ ฐาน
และจานวนเครื่องในการรบั สัญญาณดาวเทียมตอ่ หนึง่ หมุด
๒.๘ จานวนเสน้ ฐานตอ่ หน่ึงหมดุ เปน็ รูปปดิ สามเหล่ียมหรือสเี่ หลี่ยม ตอ่ เนอ่ื งกัน
๒.๙ ลกั ษณะของโครงข่าย error of closure 1 : 100,000
GDOP ≤ 8
๒.๙.๑ ลักษณะรูปเหล่ยี ม (Polygon) ของโครงข่าย
๒.๙.๒ ความคลาดเคล่อื นบรรจบ (error of closure) (โดยตอ้ งคานวณ GDOP ลว่ งหนา้ )
๒.๙.๓ ความแม่นยาของรปู ทรงเรขาคณิตดาวเทยี ม
(Geometric Dilution of Precision, GDOP)
20
ภาคผนวก ง.
คณุ ลักษณะของเครื่องรบั สญั ญาณดาวเทยี ม วธิ กี ารรบั สัญญาณดาวเทยี ม การคานวณ
และการรบั สญั ญาณดาวเทียมเพ่อื คานวณหาคา่ ภาคของทิศ(ตอ่ )
๑. การรับสญั ญาณดาวเทยี ม แบบสถิต (Static) (ตอ่ )
รายละเอยี ด หลักเกณฑ์
๓. การคานวณ
เป็นแบบ Iono free fixed
๓.๑ การคานวณเส้นฐาน ไมเ่ กนิ 0.03 เมตร
ทางราบ ไม่เกนิ 0.10 เมตร
๓.๒ ค่าเบยี่ งเบนมาตรฐานของการคานวณเสน้ ฐาน ทางด่ิง ไมเ่ กนิ 0.10 เมตร
๓.๓ คา่ Residual ในการคานวณปรับแกโ้ ครงขา่ ย
๒. การรับสญั ญาณดาวเทยี ม แบบสถิตอย่างเร็ว (Rapid or Fast Static)
มี ๒ แบบ คอื
๒.๑ แบบสถานีโครงข่าย (Network Base Station)
รายละเอยี ด หลกั เกณฑ์
๑.คุณลักษณะของเครือ่ งรบั สัญญาณดาวเทยี ม
ใหใ้ ช้เคร่ืองรับสัญญาณดาวเทยี มตั้งแต่ 1 ความถข่ี น้ึ ไป
๑.๑ ความถ่เี ครือ่ งรบั สัญญาณดาวเทยี ม ไม่เกนิ (5 mm + 1 ppm ของระยะเสน้ ฐาน)
๑.๒ ความคลาดเคลอื่ นของการรังวดั ใหร้ ับข้อมลู ทงั้ ท่เี ป็นแบบรหสั และคลื่นส่ง
๑.๓ การรบั ขอ้ มลู (Code and Carrier Phase Observation)
๑.๔ อตั ราการรบั และบันทกึ ข้อมูลดาวเทียม ≤ 1 วินาทตี อ่ ครงั้
21
ภาคผนวก ง.
คุณลักษณะของเครอ่ื งรบั สัญญาณดาวเทียม วิธกี ารรบั สัญญาณดาวเทียม การคานวณ
และการรบั สญั ญาณดาวเทยี มเพอ่ื คานวณหาค่าภาคของทิศ(ตอ่ )
๒.๑ แบบสถานโี ครงข่าย (Network Base Station) (ตอ่ )
รายละเอยี ด หลักเกณฑ์
๒. วิธกี ารรบั สัญญาณดาวเทียม
5 ดวง
๒.๑ จานวนดาวเทียมที่รับสัญญาณ 15
๒.๒ มมุ กน้ั ท้องฟา้ (Mask Angle)
๒.๓ เวลาในการรับสัญญาณดาวเทยี ม ใหร้ บั สญั ญาณไมน่ อ้ ยกว่า 20 นาที
๒.๓.๑ กรณเี ครอ่ื งรับสญั ญาณดาวเทยี ม แบบ 1 ความถี่ ใหร้ บั สัญญาณไม่น้อยกว่า 30 นาที
- ระยะเสน้ ฐานไม่เกิน 5 กโิ ลเมตร ให้รับสัญญาณไม่น้อยกว่า 10 นาที
- ระยะเสน้ ฐาน 5-10 กโิ ลเมตร ใหร้ บั สัญญาณไมน่ อ้ ยกวา่ 20 นาที
๒.๓.๒ กรณเี คร่ืองรับสัญญาณดาวเทยี ม แบบ 2 ความถ่ี
- ระยะเส้นฐานไมเ่ กนิ 5 กโิ ลเมตร 3 หมดุ
- ระยะเสน้ ฐาน 5-10 กโิ ลเมตร หมดุ ดาวเทียม Static
๒.๔ จานวนหมดุ ควบคุมทางราบในโครงข่าย
๒.๕ ชนิดของหมดุ ควบคุมในโครงขา่ ย 3 เสน้
๒.๖ จานวนเส้นฐานต่อหนง่ึ หมดุ
๒.๗ ลกั ษณะของโครงขา่ ย เป็นรปู ปดิ สามเหลยี่ มหรือสี่เหลีย่ ม ต่อเนอื่ งกนั
๒.๗.๑ ลักษณะรูปเหลี่ยม (Polygon) ของโครงขา่ ย error of closure 1 : 100,000
๒.๗.๒ ความคลาดเคลื่อนบรรจบ (error of closure)
๒.๗.๓ ความแม่นยาของรปู ทรงเรขาคณติ ดาวเทยี ม GDOP ≤ 8
(โดยตอ้ งคานวณ GDOP ล่วงหนา้ )
Geometric Dilution of Precision, GDOP)
๓. การคานวณ ให้คานวณแบบ L1 fixed
ให้คานวณ แบบ Iono free fixed
๓.๑ การคานวณเส้นฐาน ไม่เกนิ 0.05 เมตร
๓.๑.๑ กรณเี ครอ่ื งรบั สัญญาณแบบ 1 ความถี่ ทางราบ ไมเ่ กนิ 0.10 เมตร,
๓.๑.๒ กรณีเคร่อื งรับสญั ญาณแบบ 2 ความถข่ี ึน้ ไป ทางดิง่ ไม่เกนิ 0.15 เมตร
๓.๒ คา่ เบยี่ งเบนมาตรฐานของการคานวณเสน้ ฐาน
๓.๓ ค่า Residual ในการคานวณปรบั แกโ้ ครงขา่ ย
22
ภาคผนวก ง.
คณุ ลักษณะของเคร่ืองรับสญั ญาณดาวเทยี ม วธิ กี ารรับสญั ญาณดาวเทียม การคานวณ
และการรบั สัญญาณดาวเทียมเพ่อื คานวณหาค่าภาคของทิศ(ตอ่ )
๒.๒ แบบสถานีฐานเดี่ยว (Single Base Station)
รายละเอียด หลกั เกณฑ์
๑.คุณลกั ษณะของเคร่ืองรบั สญั ญาณดาวเทียม
ใหใ้ ช้เครื่องรับสัญญาณดาวเทยี มตงั้ แต่ 2 ความถีข่ ้ึนไป
๑.๑ ความถ่ีและจานวนช่องของเคร่ืองรบั สญั ญาณดาวเทยี ม และไมน่ อ้ ยกวา่ 12 ชอ่ งรบั สัญญาณ
ไม่เกนิ (10 mm + 1 ppm ของระยะเส้นฐาน)
๑.๒ ความคลาดเคล่ือนของการรงั วัด ให้รบั ข้อมูลทง้ั ที่เป็นแบบรหสั และคลืน่ ส่ง
๑.๓ การรับขอ้ มูล (Code and Carrier Phase Observation)
1 วินาทีต่อครงั้ และไม่น้อยกว่า 10 นาที
๑.๔ อัตราการรบั และบันทึกขอ้ มูลดาวเทียม
๒. วิธีการรับสญั ญาณดาวเทยี ม 5 ดวง
15
๒.๑ จานวนดาวเทยี มทีร่ ับสัญญาณ
๒.๒ มมุ กน้ั ท้องฟ้า (Mask Angle) 20 นาที
๒.๓ เวลาในการรับสญั ญาณดาวเทยี ม หมุดดาวเทยี ม Static หรือหมดุ ดาวเทยี ม Rapid Static
ระยะเสน้ ฐานไมเ่ กิน 10 กิโลเมตร ไมเ่ กนิ 0.05 เมตร
๒.๔ สถานฐี าน ไมเ่ กิน 0.10 เมตร
๒.๕ การตรวจสอบคา่ พิกัดสถานีฐานกับหมุดดาวเทยี มอื่น ไม่เกนิ 0.12 เมตร
๒.๕.๑ หมดุ พยานดาวเทยี มของสถานีฐาน ไม่เกิน 0.15 เมตร
๒.๕.๒ หมุดดาวเทียม Static
๒.๕.๓ หมดุ ดาวเทยี ม Rapid Static ใช้แบบ Ambiguity Fixed Solution
๒.๕.๔ หมดุ ดาวเทยี ม RTK
๓. การคานวณ ไม่เกนิ 1 : 5,000
๓.๑ วธิ ีการคานวณค่าพิกัด ไมเ่ กนิ 30
๓.๒ ผลการคานวณเปรียบเทียบระหวา่ งการคานวณมมุ และระยะ
จากการรับสัญญาณที่หมดุ ดาวเทียมกบั การรงั วัดมมุ และระยะของ
หมุดดาวเทยี มโดยตรง
๓.๒.๑ ความคลาดเคลื่อนของระยะ
๓.๒.๒ ความคลาดเคล่อื นของมุม
23
ภาคผนวก ง.
คุณลักษณะของเครือ่ งรบั สญั ญาณดาวเทยี ม วิธีการรบั สญั ญาณดาวเทยี ม การคานวณ
และการรบั สญั ญาณดาวเทียมเพื่อคานวณหาค่าภาคของทิศ (ตอ่ )
๓. การรบั สัญญาณดาวเทียมแบบจลน์ได้คา่ พกิ ัดทนั ที ณ เวลาทาการรงั วัด(Real Time Kinematics, RTK)
มี ๒ แบบ คอื
๓.๑ แบบสถานีโครงข่าย (Network Base Station)
รายละเอียด หลักเกณฑ์
๑.คณุ ลกั ษณะของเครื่องรับสญั ญาณดาวเทียม
ให้ใชเ้ ครอ่ื งรบั สญั ญาณดาวเทียมตั้งแต่ 2 ความถขี่ น้ึ ไป
๑.๑ ความถี่และจานวนชอ่ งของเครอ่ื งรบั สัญญาณดาวเทยี ม และไม่น้อยกว่า 12 ช่องรับสัญญาณ
ไม่เกนิ (10 mm + 1 ppm ของระยะเส้นฐาน)
๑.๒ ความคลาดเคลอ่ื นของการรงั วัด ใหร้ ับข้อมลู ท้ังท่เี ป็นแบบรหสั และคล่ืนส่ง
๑.๓ การรับขอ้ มลู (Code and Carrier Phase Observation)
1 วินาทีตอ่ คร้ัง และไม่นอ้ ยกว่า 180 epoch
๑.๔ อัตราการรับและบันทกึ ข้อมูลดาวเทยี ม
๒. วธิ ีการรับสญั ญาณดาวเทียม 5 ดวง
15
๒.๑ จานวนดาวเทยี มทีร่ ับสญั ญาณ
๒.๒ มมุ ก้นั ทอ้ งฟ้า (Mask Angle) ใชแ้ บบ Ambiguity Fixed Solution
๓. การคานวณ
๓.๑ วิธกี ารคานวณคา่ พกิ ดั
24
ภาคผนวก ง.
คณุ ลักษณะของเคร่ืองรับสญั ญาณดาวเทียม วิธกี ารรับสัญญาณดาวเทยี ม การคานวณ
และการรบั สญั ญาณดาวเทียมเพ่ือคานวณหาคา่ ภาคของทศิ (ตอ่ )
๓.๒ แบบสถานีฐานเดี่ยว (Single base Station)
รายละเอียด หลักเกณฑ์
๑.คุณลักษณะของเครือ่ งรบั สัญญาณดาวเทยี ม
ให้ใชเ้ ครอื่ งรับสญั ญาณดาวเทยี มตั้งแต่ 2 ความถีข่ น้ึ ไป
๑.๑ ความถแี่ ละจานวนชอ่ งของเครอ่ื งรบั สญั ญาณดาวเทียม และไมน่ อ้ ยกว่า 12 ช่องรับสญั ญาณ
ไม่เกนิ (10 mm + 1 ppm ของระยะเส้นฐาน)
๑.๒ ความคลาดเคล่อื นของการรังวัด ให้รับขอ้ มูลทั้งที่เปน็ แบบรหสั และคลื่นส่ง
๑.๓ การรบั ข้อมูล (Code and Carrier Phase Observation)
1 วนิ าทีตอ่ คร้ัง และไมน่ อ้ ยกวา่ 180 epoch
๑.๔ อตั ราการรับและบนั ทกึ ข้อมลู ดาวเทยี ม
๒. วิธกี ารรบั สญั ญาณดาวเทียม 5 ดวง
15 องศา
๒.๑ จานวนดาวเทยี มทร่ี ับสญั ญาณ หมดุ ดาวเทียม Static หรอื หมดุ ดาวเทยี ม Rapid Static
๒.๒ มมุ กน้ั ทอ้ งฟ้า (Mask Angle)
๒.๓ สถานฐี าน ไมเ่ กิน 0.05 เมตร
๒.๔ การตรวจสอบค่าพกิ ดั สถานีฐานกับหมุดดาวเทยี มอ่ืน ไมเ่ กนิ 0.10 เมตร
๒.๔.๑ หมุดพยานดาวเทยี มของสถานฐี าน ไม่เกิน 0.12 เมตร
๒.๔.๒ หมดุ ดาวเทียม Static ไมเ่ กิน 0.15 เมตร
๒.๔.๓ หมดุ ดาวเทยี ม Rapid Static
๒.๔.๔ หมดุ ดาวเทยี ม RTK ใชแ้ บบ Ambiguity Fixed Solution
๓. การคานวณ
๓.๑ วธิ ีการคานวณค่าพิกัด ไมเ่ กิน 1 : 5,000
๓.๒ ผลการคานวณเปรยี บเทียบระหว่างการคานวณมมุ และระยะ ไมเ่ กิน 30
จากการรบั สญั ญาณท่ีหมดุ ดาวเทียมกับการรงั วัดมุมและระยะของ
หมุดดาวเทยี มโดยตรง
๓.๒.๑ ความคลาดเคลอ่ื นของระยะ
๓.๒.๒ ความคลาดเคลอ่ื นของมมุ
25
ภาคผนวก ง.
คุณลักษณะของเครอื่ งรับสัญญาณดาวเทยี ม วิธกี ารรับสัญญาณดาวเทียม การคานวณ
และการรับสัญญาณดาวเทยี มเพอื่ คานวณหาค่าภาคของทิศ(ตอ่ )
๔. การรบั สัญญาณดาวเทยี มเพอ่ื คานวณหาคา่ ภาคของทศิ
รายละเอยี ด หลกั เกณฑ์
๑.คณุ ลักษณะของเครือ่ งรบั สญั ญาณดาวเทยี ม
ใหใ้ ช้เคร่ืองรบั สญั ญาณดาวเทียมต้ังแต่ 2 ความถ่ีข้ึนไป
๑.๑ ความถแ่ี ละจานวนช่องของเคร่ืองรบั สัญญาณดาวเทยี ม และไมน่ อ้ ยกวา่ 12 ชอ่ งรบั สัญญาณ
ไมเ่ กนิ (5 mm + 1 ppm ของระยะเส้นฐาน)
๑.๒ ความคลาดเคล่ือนของการรังวดั ใหร้ ับข้อมลู ทง้ั ทเี่ ป็นแบบรหัสและคลื่นสง่
๑.๓ การรับขอ้ มลู (Code and Carrier Phase Observation)
๑.๔ อัตราการรับและบนั ทึกข้อมลู ดาวเทียม ≤ 15 วนิ าทตี อ่ ครง้ั
๒. วธิ ีการรบั สญั ญาณดาวเทยี ม
5 ดวง
๒.๑ จานวนดาวเทยี มทรี่ ับสัญญาณ 15
๒.๒ มุมกนั้ ทอ้ งฟ้า (Mask Angle) รบั สัญญาณดาวเทียม 2 ช่วงเวลา ต่างเครื่องรบั สัญญาณ
๒.๓ ระยะเวลาในการรบั สญั ญาณดาวเทียม แต่ละช่วงเวลาห่างกันไมน่ อ้ ยกวา่ 1 ช่ัวโมง
ให้รบั สญั ญาณในแตล่ ะชว่ งเวลาไม่น้อยกว่า 40 นาที
๒.๔ ความแม่นยาของรปู ทรงเรขาคณิตดาวเทยี ม GDOP ≤ 8
(Geometric Dilution of Precision, GDOP) (โดยตอ้ งคานวณ GDOP ล่วงหนา้ )
๓. การคานวณ เป็นแบบ Iono free fixed
๓.๑ การคานวณเส้นฐาน ไม่เกนิ 0.03 เมตร
๓.๒ คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐานของการคานวณเสน้ ฐาน
๓.๓ คา่ ความแตกต่างของภาคของทิศ ไม่เกิน 20
จากผลการรับสญั ญาณดาวเทยี ม 2 ชว่ งเวลา
26
ภาคผนวก จ.
แบบพิมพส์ าหรบั การรงั วดั หมดุ หลกั ฐานแผนทีโ่ ดยระบบดาวเทยี ม
แบบพิมพส์ าหรบั การรังวัดหมดุ หลกั ฐานแผนที่โดยระบบดาวเทยี ม เป็นแบบพมิ พข์ นาดมาตรฐาน A4
ใหใ้ ชแ้ บบพิมพ์ดงั ตอ่ ไปนี้
๑. แบบพมิ พแ์ ละรายงานที่จดั ทาในภาคสนาม
๑.๑ ใบสรุปหน้าหมดุ ดาวเทียม (ร.ว. ๗๕) เพ่ือใชแ้ สดงตาแหน่งของหมดุ ดาวเทยี ม Static และหมุด
พยานดาวเทยี ม รวมทง้ั แสดงมุมและระยะทไี่ ด้จากการรังวดั
(ร.ว. ๗๕)
การเขยี นแบบพมิ พ์เปน็ ดังตวั อย่างตอ่ ไปนี้
27
ภาคผนวก จ.
แบบพิมพส์ าหรับการรงั วดั หมดุ หลกั ฐานแผนท่โี ดยระบบดาวเทียม(ตอ่ )
(ร.ว. ๗๕)
28
ภาคผนวก จ.
แบบพมิ พส์ าหรับการรงั วดั หมดุ หลักฐานแผนทโ่ี ดยระบบดาวเทียม(ตอ่ )
๑.๒ แผนทส่ี งั เขปหมดุ ดาวเทียม (ร.ว. ๗๖) เพ่อื ใชแ้ สดงแผนทสี่ งั เขปที่ตง้ั หมดุ ดาวเทียม Static
หมุดดาวเทียม RTK และหมุดดาวเทียม Rapid Static
(ร.ว. ๗๖)
การเขียนแบบพมิ พ์เป็นดังตัวอย่างต่อไปน้ี
29
ภาคผนวก จ.
แบบพิมพส์ าหรับการรงั วดั หมดุ หลกั ฐานแผนท่โี ดยระบบดาวเทยี ม(ตอ่ )
(ร.ว. ๗๖)
30
ภาคผนวก จ.
แบบพิมพส์ าหรับการรงั วัดหมุดหลักฐานแผนทโี่ ดยระบบดาวเทียม(ตอ่ )
๑.๓ รายการรังวัดหมุดดาวเทียม (ร.ว. ๗๗) เพอ่ื ใชแ้ สดงการเขยี นรายละเอียดโยงยึดของหมดุ ดาวเทยี ม
Static หมดุ ดาวเทยี ม RTK และหมดุ ดาวเทยี ม Rapid Static
(ร.ว. ๗๗)
การเขียนแบบพมิ พ์เปน็ ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี
31
ภาคผนวก จ.
แบบพิมพส์ าหรับการรงั วดั หมดุ หลกั ฐานแผนท่โี ดยระบบดาวเทียม(ตอ่ )
(ร.ว. ๗๗)
32
ภาคผนวก จ.
แบบพมิ พส์ าหรบั การรงั วดั หมุดหลักฐานแผนทีโ่ ดยระบบดาวเทียม(ตอ่ )
๑.๔ รายการรังวัดมุมและระยะ (ร.ว. ๓๑ ค) เพ่ือใชแ้ สดงรายการรงั วัดมมุ และระยะของหมุดดาวเทียม
๑.๕ รายงานการรบั สัญญาณดาวเทยี ม (ร.ว. ๗๘) เพอ่ื ใชแ้ สดงรายงานการรับสัญญาณดาวเทียม
รายงานการรบั สญั ญาณดาวเทยี ม ……….. (ร.ว. ๗๘)
GPS survey Project : ……………………………………. จงั หวัด..................................โครงการ.........................
ผู้รงั วัด.....................................................................................................................................
SESS/DATE DATA GPS1 GPS2 GPS3 GPS4
File Name : __________ __________ __________ __________
Session : Point Name : __________ __________ __________ __________
Start Time : __________ __________ __________ __________
_ _ _ _ _ _ _ _ End Time : __________ __________ __________ __________
GPS Type : * Trimble * Leica * Trimble * Leica * Trimble * Leica * Trimble * Leica
Date : * Sokkia * Sokkia * Sokkia * Sokkia
Height Method : * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan
________ * True Vertical * True Vertical * True Vertical * True Vertical
Height : _ _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Meter
Offset : _ _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Meter
File Name : __________ __________ __________ __________
Session : Point Name : __________ __________ __________ __________
Start Time : __________ __________ __________ __________
_ _ _ _ _ _ _ _ End Time : __________ __________ __________ __________
GPS Type : * Trimble * Leica * Trimble * Leica * Trimble * Leica * Trimble * Leica
Date : * Sokkia * Sokkia * Sokkia * Sokkia
Height Method : * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan
________ * True Vertical * True Vertical * True Vertical * True Vertical
Height : _ _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Meter
Offset : _ _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Meter
File Name : __________ __________ __________
Session : Point Name : __________ __________ __________
Start Time : __________ __________ __________ __________
_ _ _ _ _ _ _ _ End Time : __________ __________ __________ __________
GPS Type : * Trimble * Leica * Trimble * Leica * Trimble * Leica * Trimble * Leica
Date : * Sokkia * Sokkia * Sokkia * Sokkia
Height Method : * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan
________ * True Vertical * True Vertical * True Vertical * True Vertical
Height : _ _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Meter
Offset : _ _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Meter
File Name : __________ __________ __________
Session : Point Name : __________ __________ __________
Start Time : __________ __________ __________ __________
_ _ _ _ _ _ _ _ End Time : __________ __________ __________ __________
GPS Type : * Trimble * Leica * Trimble * Leica * Trimble * Leica * Trimble * Leica
Date : * Sokkia * Sokkia * Sokkia * Sokkia
Height Method : * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan
________ * True Vertical * True Vertical * True Vertical * True Vertical
Height : _ _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Meter
Offset : _ _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Mete_r _ _ _ _ . _ _ _ _ _ Meter
File Name : __________ __________ __________ __________
Session : Point Name : __________ __________ __________ __________
Start Time : __________ __________ __________
_ _ _ _ _ _ _ _ End Time : __________ __________ __________ __________
GPS Type : * Trimble * Leica * Trimble * Leica * Trimble * Leica * Trimble * Leica
Date : * Sokkia * Sokkia * Sokkia * Sokkia
Height Method : * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan * G.Plan * No G.Plan
________ * True Vertical * True Vertical * True Vertical * True Vertical
การเขยี นแบบพมิ พ์เป็นดงั ตวั อย่างต่อไปน้ี
33
ภาคผนวก จ.
แบบพมิ พส์ าหรบั การรงั วดั หมดุ หลักฐานแผนที่โดยระบบดาวเทยี ม(ตอ่ )
34
ภาคผนวก จ.
แบบพมิ พส์ าหรบั การรังวัดหมุดหลกั ฐานแผนท่ีโดยระบบดาวเทยี ม(ตอ่ )
๑.๖ ขอ้ มูลการคานวณอาซิมุทจากดาว (ร.ว. ๗๙) เพือ่ แสดงขอ้ มูลดาวจากปฏิทินดาว (Star almanac)
ในการคานวณคา่ ภาคของทศิ จากการรงั วดั อาซมิ ทุ ทางดาราศาสตรโ์ ดยวิธกี ารรังวัดมมุ ชวั่ โมงดาว
(ร.ว. ๗๙)
การเขยี นแบบพิมพ์เปน็ ดังตัวอยา่ งต่อไปน้ี
35
ภาคผนวก จ.
แบบพิมพส์ าหรับการรงั วดั หมดุ หลกั ฐานแผนท่โี ดยระบบดาวเทียม(ตอ่ )
(ร.ว. ๗๙)
36
ภาคผนวก จ.
แบบพมิ พส์ าหรบั การรงั วดั หมดุ หลกั ฐานแผนที่โดยระบบดาวเทียม(ตอ่ )
๑.๗ รายการรังวดั อาซมิ ทุ จากดาว (ร.ว. ๗๙ ก) เพื่อแสดงรายการรังวดั มุม และเวลาดาว สาหรับ
การรงั วดั อาซมิ ทุ ทางดาราศาสตร์โดยวิธกี ารรงั วดั มุมชั่วโมงดาวเพอ่ื ใชใ้ นการคานวณคา่ ภาคของทศิ
(ร.ว. ๗๙ก)
การเขียนแบบพิมพเ์ ปน็ ดังตวั อย่างตอ่ ไปน้ี
37
ภาคผนวก จ.
แบบพิมพส์ าหรับการรงั วัดหมุดหลักฐานแผนท่โี ดยระบบดาวเทียม(ตอ่ )
(ร.ว. ๗๙ก)
38
ภาคผนวก จ.
แบบพมิ พส์ าหรบั การรังวัดหมุดหลกั ฐานแผนทโ่ี ดยระบบดาวเทียม(ตอ่ )
๒. แบบพิมพแ์ ละรายงานที่จัดทาข้นึ ภายหลงั การปฏิบัติงานภาคสนาม
๒.๑ ใบสรปุ หมุดดาวเทียม (ร.ว. ๗๕ ก) เพื่อใชแ้ สดงรายละเอียด คา่ พกิ ัด มมุ ระยะ คา่ ภาคของทศิ
คา่ ตวั คูณมาตราสว่ น (K) และคา่ ความสงู (H) ท่คี านวณได้จากการรบั สญั ญาณจากดาวเทียม
ของหมดุ ดาวเทียม Rapid Static และหมุดดาวเทียม RTK
การเขยี นแบบพิมพเ์ ปน็ ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี
39
ภาคผนวก จ.
แบบพมิ พส์ าหรับการรังวดั หมดุ หลักฐานแผนที่โดยระบบดาวเทยี ม(ตอ่ )
40
ภาคผนวก จ.
แบบพิมพส์ าหรับการรงั วดั หมุดหลักฐานแผนที่โดยระบบดาวเทยี ม(ตอ่ )
๒.๒ รายละเอียดหมดุ ดาวเทียม กรมที่ดิน (ร.ว. ๗๖ ก) ใชเ้ ขียนแผนทสี่ งั เขปที่ตง้ั หมุดดาวเทียม
รายละเอยี ดโยงยดึ หมดุ ดาวเทยี ม ภาพถ่ายแสดงหมดุ ดาวเทยี ม และค่าพกิ ดั ของหมดุ ดาวเทยี ม Static
รายละเอยี ด หมุดดาวเทียม กรมทด่ี ิน (ร.ว. ๗๖ก)
ชอ่ื หมุด……………………แ…ผน…ที่ภมู ิประเทศ มาตราส่วน 1 : 50,000 ลาดับชดุ L7017 หมายเลขแผ่น…………………
บ้าน………………………………ต…าบ…ล…….……………………อ…าเภ…อ………………………จงั…ห…วดั .…………………………………
คา่ พกิ ดั บนพืนหลักฐาน INDIAN 1975 ค่าพกิ ัดบนพืนหลักฐาน WGS 1984 ความสูงจากระดับ
ค่าพิกดั ภูมิศาสตร์ ค่าพกิ ัดฉาก UTM โซน…… คา่ พกิ ัดภูมศิ าสตร์ น้าทะเลปานกลาง
LLAONT…G………………………………………………………………NE…….. EN………………………………………………………………………………………………………….….…………………………มม……..……………LL…OA……TN………G…………………………………………………….….…………………………………………NE……..…………….….….……………..ม.
อาซมิ ุท รงั วัดจากหมดุ …………………………ไ…ปย…ังห…ม…ดุ ……………………………………………. ………ค…่าอ…าซ…มิ …ุท……………………………. …………………………………….
แผนที่แสดงที่ตงั หมดุ ภาพถ่ายแสดงหมดุ
แผนท่ีรายละเอียดหมดุ รายละเอียดทางเขา้ หมุด
สรปุ รายละเอียด มุม-ระยะ
ผสู้ ร้างหมดุ ............................................... วันท่ี.............................. ผตู้ รวจ................................................. วันท.ี่ ........................
สานักเทคโนโลยีทาแผนที่ กรมทด่ี ิน
การเขียนแบบพมิ พเ์ ปน็ ดังตัวอยา่ งตอ่ ไปนี้
41
ภาคผนวก จ.
แบบพมิ พส์ าหรบั การรงั วดั หมดุ หลกั ฐานแผนที่โดยระบบดาวเทยี ม(ตอ่ )
42
ภาคผนวก จ.
แบบพิมพส์ าหรับการรังวดั หมดุ หลักฐานแผนทโ่ี ดยระบบดาวเทยี ม(ตอ่ )
๒.๓ คา่ พิกดั หมุดดาวเทยี ม (ร.ว. ๗๗ ก) ใชแ้ สดงรายละเอียดค่าพิกัดหมุดดาวเทยี มเพอ่ื สง่ ประกาศ
ใช้ราชการ
แบบพมิ พน์ ้ี ใชพ้ ิมพ์จากเครอื่ งคอมพวิ เตอร์
43
ภาคผนวก จ.
แบบพมิ พส์ าหรับการรังวัดหมดุ หลักฐานแผนที่โดยระบบดาวเทยี ม(ตอ่ )
๒.๗ ผลการรงั วดั AZIMUTH ดว้ ยการรับสญั ญาณดาวเทยี ม GPS (ร.ว. ๗๘ ก) ใช้แสดงค่าภาคของทศิ
ที่ไดจ้ ากการคานวณด้วยค่าพกิ ดั จากการรับสญั ญาณดาวเทยี ม
ผลการรงั วดั AZIMUTH ดว้ ยการรบั สัญญาณจากดาวเทยี ม GPS (ร.ว. ๗๘ก)
รงั วดั จากหมดุ ไปหมดุ จังหวัด
คา่ พิกดั N คา่ พิกดั N
E E
ระยะแผนที่ ม. โซน
Grid Azimuth
ชื่อหมดุ มมุ รงั วดั Grid Azimuth
N
(______________________) (______________________) (______________________)
ผรู้ บั สญั ญาณ ผกู้ ากบั การรงั วดั ผคู้ านวณ
วนั ท_่ี ________________ วนั ท_่ี ________________ วนั ท_ี่ ________________
การเขยี นแบบพิมพ์เปน็ ดังตัวอย่างตอ่ ไปนี้
44
ภาคผนวก จ.
แบบพิมพส์ าหรับการรงั วัดหมุดหลักฐานแผนท่โี ดยระบบดาวเทียม(ตอ่ )
(ร.ว. ๗๘ก)