The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เล่ม 2) ป.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ruthairong Srikeaw, 2021-11-26 10:20:48

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เล่ม 2) ป.3

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เล่ม 2) ป.3

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู

วชิ า วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี รหัสวิชา ว13101 (เลม 2)
ตามมาตรฐานการเรยี นรูและตัวช้วี ดั

กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ระดับชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 3

นางสาวฤทัยรงค ศรแี กว
ตาํ แหนง ครูผูชวย

โรงเรยี นบา นบาตัน (ฟลอยดร อสอนสุ รณ)
สาํ นกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต 1

สํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู

วชิ า วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี รหัสวิชา ว13101 (เลม 2)
ตามมาตรฐานการเรียนรแู ละตัวชวี้ ัด

กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
ระดับช้ันประถมศกึ ษาปที่ 3
นางสาวฤทัยรงค ศรแี กว
ตาํ แหนง ครูผชู วย

โรงเรียนบา นบาตัน (ฟลอยดร อสอนสุ รณ)
สาํ นักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษายะลา เขต 1

สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน



คาํ นาํ

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู วิชา วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี เลม 2 ของระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที่ 3 นี้
ประกอบดว ย 3 หนว ย การเรียนรู ไดแ ก ดวงอาทติ ย อากาศและการเกดิ ลม และพลังงานไฟฟา ซึ่งแตล ะหนว ยการ
เรยี นรูจะมุงเนนใหผเู รยี นไดเรียนรูวิทยาศาสตรผา นการทาํ กจิ กรรมดวยการลงมือปฏิบตั ิ เพ่ือใหผ ูเรยี นไดใชท กั ษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี นาํ ความรูที่ไดไ ปใชในการดาํ ารงชีวติ และรูเทาทันการเปล่ียนแปลงของโลกได

ผูจัดทาํ หวงั เปนอยางยิง่ วาชดุ กิจกรรมการเรียนรู วชิ าวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี เลม 2
ของระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 3 น้ี จะเปนประโยชนตอครผู ูสอนในการนําไปใชจดั การเรยี นรูใหกบั
นกั เรยี น เพ่อื เพิม่ ประสิทธิภาพการจัดการเรยี นรขู องครแู ละการเรยี นรขู องนกั เรียนใหส ูงขึ้นตอไป

ขอบคุณผูท รงคุณวุฒิ ผูบรหิ ารสถานศึกษา ศกึ ษานเิ ทศก ครู อาจารย และทุกทา นท่ีมสี ว นเก่ียวของกบั
การจัดทาํ เอกสารมา ณ โอกาสนี้

ฤทยั รงค ศรีแกว
ผจู ัดทํา

สารบญั

หนา้

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๔ ดวงอาทติ ย ์ ๑
หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑ ปรากฏการณ์ทเี่ กย่ี วข้องกบั ดวงอาทิตย ์ ๒
เรอ่ื ง การเกิดกลางวนั กลางคนื ๒
เรื่อง การขน้ึ และตกของดวงอาทติ ย์ ๑๘
เรอ่ื ง การก�ำหนดทิศ ๒๙
หน่วยย่อยท่ี ๒ ประโยชนข์ องดวงอาทิตย์ ๔๔
เรื่อง ประโยชน์ของดวงอาทติ ยต์ อ่ ส่ิงมีชีวติ ๔๔
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๕ อากาศและการเกิดลม ๕๙
หนว่ ยย่อยท่ี ๑ อากาศ ๖๐
เรอ่ื ง ส่วนประกอบของอากาศ ๖๐
เร่อื ง ความส�ำคัญทางอากาศ ๗๑
เรื่อง มลพษิ ทางอากาศ ๘๐
หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๒ ลม ๙๘
เรอ่ื ง การเกดิ ลม ๙๘
เรอ่ื ง ประโยชนแ์ ละโทษของลม ๑๑๗
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๖ พลงั งานไฟฟา้ ๑๒๗
หน่วยย่อยที่ ๑ พลังงานไฟฟ้าและการผลิตไฟฟา้ ๑๒๘
เรื่อง การเปลยี่ นพลังงานไฟฟา้ ไปเป็นพลังงานอื่น ๑๒๘
เรื่อง การผลติ พลงั งานไฟฟา้ ๑๔๔
เรื่อง การใช้ไฟฟา้ ให้ประหยดั และปลอดภยั ๑๕๙

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๔
ดวงอาทิตย์

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ๑

ใบงาน

บ.๔.๑ / ผ. ๑.๑
หนว่ ยย่อยที่ ๑

ปรากฏการณ์ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ดวงอาทิตย์

เรื่อง การเกดิ กลางวัน กลางคืน

2 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ช่อื -สกุล เดือน ช้นั เลขที่ บ.บ๔. .๒๑./๑ผ/. ผ๑.๑ ๑-  ๐ ๐๑๑
วันท่ี พ.ศ.

กิจกรรมที่ ๑ โลกหมุนรอบตวั เองอย่างไร

จุดประสงค์
สังเกตและระบกุ ารหมุนรอบตวั เองของโลก

วัสดุ-อปุ กรณ์
วดี ิทัศน์แสดงการหมนุ รอบตวั เองของโลก

http://ipst.me/11805

วิธีทำ�
๑. ดูวดี ทิ ศั น์ สงั เกตการหมนุ รอบตัวเองของโลกและบนั ทกึ ผล
๒. อา่ นใบความรูเ้ ร่ืองการหมุนรอบตัวเองของโลก รว่ มกันอภิปรายและสรปุ
เกี่ยวกับการหมุนรอบตวั เองของโลก

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 3

ชื่อ-สกลุ เดือน ช้ัน เลขท่ี บ.บ๔.. ๑๒./๑ผ/. ๑ผ.๑ ๑- - ๐ ๐๑๑
วันท่ี พ.ศ.

ใบงาน ๐๑ : การหมุนรอบตัวเองของโลก

บันทึกผลการทำ� กจิ กรรม เขียนลูกศรแสดงทศิ ทาง
ผลการสงั เกตจากวีดทิ ัศน์ การหมนุ รอบตัวเองของโลก

4 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชื่อ-สกุล เดือน ช้นั เลขท่ี บ.บ๔. .๒๑./๑ผ/. ผ๑.๑ ๑-  ๐๐๑๑
วนั ท่ี พ.ศ.

ใบความรเู้ รอ่ื งการหมุนรอบตัวเองของโลก

โลกเปน็ ดาวดวงหนงึ่ ทมี่ ลี กั ษณะคลา้ ยทรงกลม และมกี ารหมนุ รอบตวั เอง
ในทิศทางทวนเข็มนาฬกิ า เมือ่ มองจากบรเิ วณเหนอื ขั้วโลกเหนอื

ขว้ั โลกเหนือ

ตามเขม็ นาฬิกา ทวนเขม็ นาฬิกา โลกหมนุ รอบตัวเองในทศิ ทาง
ทวนเขม็ นาฬิกา เม่ือมองจาก
บริเวณเหนอื ขว้ั โลกเหนือ

รปู ท่ี ๑ ทิศทางการหมนุ รอบตวั เองของโลก เมือ่ มองจากบริเวณเหนือข้วั โลกเหนือ

ถ้ามองจากด้านขา้ งของนาฬิกาและโลก ข้ัวโลกเหนอื
จะมองเหน็ ลักษณะหมนุ รอบตัวเองของโลก ดงั รปู

ตามเขม็ นาฬิกา โลกหมนุ รอบตัวเองในทศิ ทาง
ทวนเขม็ นาฬิกา ทวนเข็มนาฬกิ า เม่อื มองจาก

ดา้ นข้าง

รูปท่ี ๒ ทิศทางการหมนุ รอบตัวเองของโลก เมอ่ื มองจากด้านขา้ ง

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 5

ชื่อ-สกลุ เดอื น ชัน้ เลขที่ บ.บ๔. .๒๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๑ - ๐๑
วนั ท่ี พ.ศ.

ในขณะท่ีโลกหมุนรอบตัวเอง โลกยังโคจรรอบดวงอาทิตย์ในทิศทาง
ทวนเข็มนาฬิกาดว้ ยเชน่ กัน

การโคจรของโลก ทศิ ทาง
รอบดวงอาทติ ย์ การหมนุ
รอบตวั เอง
ของโลก

รปู ท่ี ๓ การหมนุ รอบตวั เองของโลก ขณะโคจรรอบดวงอาทติ ย์ (มองมมุ ดา้ นขา้ ง)

ปรบั ปรงุ ขอ้ มูลจาก :

สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2563). หนงั สอื เรยี นรายวชิ า
พน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เลม่ ๒. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ สกสค.

ลาดพร้าว.

6 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชือ่ -สกุล เดอื น ชั้น เลขที่ บ.บ๔. ๒.๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๑ - ๐๑
วนั ท่ี พ.ศ.

ค�ำถามหลงั จากท�ำกิจกรรม

๑. เมอ่ื มองจากบรเิ วณเหนอื ขว้ั โลกเหนอื และมองจากดา้ นขา้ งของโลก โลกจะหมนุ รอบตวั เอง
ในทิศทางเดียวกันหรอื ไม่ อยา่ งไร

๒. โลกโคจรรอบดวงอาทติ ย์ในทิศทางใด เมอ่ื มองจากบริเวณเหนอื ข้วั โลกเหนือ

๓. จากกจิ กรรมนี้ สรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 7

ชื่อ-สกลุ เดือน ช้ัน เลขที่ บบ. ๔. ๒.๑.๑/ ผ/ .ผ๑. .๑ --  ๐๑
วนั ท่ี พ.ศ.

กิจกรรมท่ี ๒ กลางวัน กลางคนื เกดิ ขึ้นได้อย่างไร

จดุ ประสงค์
สรา้ งแบบจ�ำลองและอธิบายการเกิดกลางวัน กลางคนื

วัสด-ุ อุปกรณ์
๑. ลูกโลก
๒. ไฟฉาย

วธิ ีท�ำ
๑. ออกแบบแบบจำ� ลองการเกดิ กลางวนั กลางคนื โดยใชว้ สั ดอุ ปุ กรณท์ ค่ี รเู ตรยี มไว้
บันทึกผลโดยวาดรูปแบบร่างแบบจ�ำลอง และเขียนชี้บอกว่า วัสดุอุปกรณ์
ทีเ่ ลือกใชแ้ ทนส่ิงใดในธรรมชาติ
๒. นำ� เสนอแบบรา่ งแบบจำ� ลองทอ่ี อกแบบ และอธบิ ายการเกดิ กลางวนั กลางคนื
จากรูปแบบจำ� ลอง
๓. อา่ นใบความรเู้ รื่องการเกิดกลางวัน กลางคนื ร่วมกันอภปิ รายเพ่อื ปรบั ปรุง
แบบร่างแบบจ�ำลองท่ีได้ออกแบบไว้ให้สามารถอธิบายการเกิดกลางวัน
กลางคนื ได้ และบันทกึ ผล
๔. สรา้ งแบบจำ� ลองตามทปี่ รบั ปรงุ นำ� เสนอ และอธบิ ายการเกดิ กลางวนั กลางคนื
อีกครั้งหน่งึ
๕. เขยี นผังมโนทศั น์การเกดิ กลางวนั กลางคนื

8 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชื่อ-สกลุ เดอื น ชัน้ เลขท่ี บ.บ๔. .๒๑./๑ผ/. ผ๑. ๑๑ - ๐๐๒๑
วันท่ี พ.ศ.

ใบงาน ๐๒ : การเกิดกลางวัน กลางคนื

บันทกึ ผลการท�ำกิจกรรม วาดรูปแบบร่างแบบจ�ำลองและเขยี นบอกว่า
วสั ดอุ ุปกรณ์นน้ั ใชแ้ ทนส่งิ ใดในธรรมชาติ

แบบรา่ งแบบจำ� ลองการเกดิ กลางวนั กลางคนื

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 9

ชือ่ -สกลุ เดือน ช้ัน เลขที่ บ.บ๔. ๒.๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๑ - ๐๒๑
วนั ที่ พ.ศ.

ใบความรู้ เร่ือง การเกิดกลางวนั กลางคืน

โลกมลี กั ษณะคลา้ ยทรงกลม ในขณะทโี่ ลกหมนุ รอบตวั เองและโคจรรอบ
ดวงอาทิตย์ จะมีด้านหน่ึงของโลกได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ ด้านน้ันจะสว่าง
จึงเป็นเวลากลางวัน และอีกด้านหนึ่งไม่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ ด้านน้ันจะมืด
จึงเป็นเวลากลางคืน และการที่โลกหมุนรอบตัวเองในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา
เมื่อมองจากบริเวณเหนือขั้วโลกเหนือ ท�ำให้ด้านที่เคยได้รับแสง
จากดวงอาทิตย์เปลี่ยนเป็นไม่ได้รับแสง ด้านน้ันก็จะเปล่ียนจากเวลากลางวัน
เป็นเวลากลางคืน และในทางกลับกันด้านท่ีเคยไม่ได้รับแสงก็จะเปลี่ยนเป็น
ไดร้ บั แสง ทำ� ใหเ้ ปลย่ี นจากเวลากลางคนื เปน็ เวลากลางวนั โดยโลกหมนุ รอบตวั เอง
ครบ ๑ รอบจะใชเ้ วลา ๑ วนั ซง่ึ การทโ่ี ลกหมนุ รอบตวั เองอยา่ งตอ่ เนอ่ื งไมม่ ที สี่ นิ้ สดุ
ทำ� ใหเ้ กิดกลางวัน กลางคนื หมนุ เวียนเปน็ แบบรปู ซ�้ำๆ ในวฏั จักร

ปรับปรุงข้อมลู จาก :

สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2563). หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เลม่ ๒. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ สกสค.ลาดพรา้ ว.

10 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกลุ เดือน ชนั้ เลขที่ บ.บ๔. .๒๑./๑ผ/. ผ๑.๑ ๑-  ๐๐๒๑
วันท่ี พ.ศ.

ผลการอภปิ ราย ควรปรบั ปรุง ไม่ควรปรบั ปรุง
แบบจ�ำลองท่อี อกแบบไว้
ถ้าปรบั ปรุงเป็นดังน้ี วาดรูปแบบรา่ งแบบจ�ำลองและเขยี นบอกวา่
วัสดุอปุ กรณน์ ั้นใช้แทนสิง่ ใดในธรรมชาติ

แบบร่างแบบจ�ำลองการเกิดกลางวนั กลางคืน หลังจากอ่านใบความรู้

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 11

ชื่อ-สกลุ เดอื น ช้นั เลขท่ี บ.บ๔. .๒๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๑ - ๐๒๑
วนั ท่ี พ.ศ.
เลือกค�ำตอ่ ไปนี้
ผงั มโนทัศนก์ ารเกิดกลางวนั กลางคนื มาเขียนผงั มโนทศั น์

โลก รอบตัวเอง ขั้วโลกเหนอื ขัว้ โลกใต้ หมุน โคจร ให้ถูกตอ้ ง
ทศิ ทางทวนเข็มนาฬิกา ทิศทางตามเข็มนาฬิกา
ด้านที่ได้รับแสง กลางวัน ดา้ นท่ไี มไ่ ด้รบั แสง กลางคืน

12 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ช่อื -สกุล เดอื น ช้นั เลขท่ี บ.บ๔. .๒๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๑ - ๐๒๑
วนั ที่ พ.ศ.

ค�ำถามหลงั จากท�ำกิจกรรม

๑. ไฟฉายในแบบจ�ำลองการเกิดกลางวัน กลางคืน ใช้แทนสิ่งใดในธรรมชาติ
เพราะเหตใุ ด

๒. แบบจ�ำลองการเกิดกลางวัน กลางคืน ที่ออกแบบไว้ก่อนและหลังจากอ่าน
ใบความรเู้ หมอื นกนั หรือไม่ อยา่ งไร

๓. กลางวัน กลางคนื เกิดขีน้ ได้อยา่ งไร

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 13

ชื่อ-สกุล เดอื น ชนั้ เลขที่ บ.บ๔. .๒๑./๑ผ/. ผ๑.๑ ๑-  ๐ ๐๒๑
วนั ท่ี พ.ศ.

๔. ขณะทด่ี า้ นหนึง่ ของโลกเปน็ เวลากลางวัน อกี ดา้ นหน่งึ เปน็ เวลาใด เพราะเหตใุ ด

๕. ประเทศไทยมกี ลางวนั กลางคืน ไดท้ กุ วันหรือไม่ เพราะเหตใุ ด

๖. การเกดิ กลางวนั กลางคนื เปน็ วฏั จกั ร เพราะเหตุใด

14 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกุล เดอื น ช้นั เลขท่ี บ.บ๔. ๒.๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๑ - ๐๒๑
วนั ท่ี พ.ศ.

๗. จากกจิ กรรมนี้ สรปุ ไดว้ า่ อย่างไร

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 15

ชื่อ-สกุล เดือน ช้ัน เลขที่ บ.บ๔.. ๒๑./๑ผ/. ๑ผ.๑ ๑- - ๐ ๐๓๑
วันที่ พ.ศ.

ใบงาน ๐๓ : แบบฝกึ หดั เรือ่ งการเกิดกลางวัน กลางคืน

ตอบค�ำถามต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง ทำ� เครื่องหมาย √ ใน
๑. ข้อใดแสดงทศิ ทางการหมุน ทีเ่ ลอื ก (เลอื กได้มากกวา่ ๑ คำ� ตอบ)

รอบตวั เองของโลกได้ถกู ตอ้ ง

ขวั้ โลกเหนอื ขว้ั โลกเหนือ
ขั้วโลกเหนือ ขวั้ โลกเหนอื

16 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกลุ เดอื น ชน้ั เลขที่ บ.บ๔. .๒๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๑ - ๐๓๑
วันที่ พ.ศ.

๒. กลางวัน กลางคืน ของประเทศไทยเปน็ อยา่ งไร

วาดรปู ต�ำแหน่งดวงอาทติ ย์และระบายสี
บริเวณท่มี ีแสงตกกระทบบนโลก

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 17

ใบงาน

บ.๔.๑ / ผ. ๑.๒
หนว่ ยย่อยท่ี ๑

ปรากฏการณ์ที่เกยี่ วข้องกับดวงอาทิตย์

เรือ่ ง การขน้ึ และตกของดวงอาทติ ย์

18 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกลุ เดือน ช้นั เลขท่ี บ.บ๔.. ๑๒./๑ผ/. ๑ผ.๒ ๑- - ๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

กิจกรรมที่ ๑ ดวงอาทติ ย์ขนึ้ และตกอยา่ งไร

จดุ ประสงค์
สังเกตและอธบิ ายการขนึ้ และตกของดวงอาทิตย์

วัสดุ-อปุ กรณ์
๑. ลูกโลก
๒. ไฟฉาย
๓. ดินนำ�้ มัน
๔. ไม้จม้ิ ฟัน
๕. กระดาษแข็งเทาขาว
๖. กรรไกร
๗. เทปใส
๘. หนงั สือหรือทตี่ ้งั

วธิ ที ำ�
๑. สร้างแบบจำ� ลองการข้นึ และตกของดวงอาทิตย์ โดยตดิ ตุ๊กตา ดังรปู

ข้ัวโลกเหนอื ต๊กุ ตาดนิ น้�ำมนั ทยี่ นื อย่ทู ี่
ประเทศไทยแทนผูส้ งั เกต

ขอบแผ่นกระดาษวงกลม
แทนขอบฟ้าของผูส้ ังเกต

ขัว้ โลกใต้ ไม้จม้ิ ฟันแทนแขนขวา
ของผู้สงั เกตที่หนั หนา้
ไปทางข้ัวโลกเหนอื

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 19

ช่อื -สกุล เดอื น ชั้น เลขท่ี บ.บ๔. ๒.๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๒๑ - ๐๑
วันที่ พ.ศ.

๒. วางไฟฉายอย่หู า่ งจากลูกโลกประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ทางด้านขวาของต๊กุ ตา
ดังรปู กำ� หนดให้ ไฟฉายแทนดวงอาทิตย์ ตกุ๊ ตาแทนคนบนโลก

ข้วั โลกเหนือ

๓๐ เซนตเิ มตร

ขัว้ โลกใต้
๓. สมมติตนเองเป็นตุ๊กตาที่อยู่บนโลก เปิดไฟฉาย แล้วสังเกตต�ำแหน่งของไฟฉาย

เม่ือเทียบกับตุ๊กตาต้ังแต่เริ่มหมุนในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาอย่างช้า ๆ จนครบ
๑ รอบ โดยไม่ขยบั ไฟฉาย และบนั ทึกผล
๔. คอ่ ย ๆ หมนุ ลกู โลกรอบท่ี ๒ และสงั เกตเชน่ เดยี วกบั การหมนุ รอบแรก บนั ทกึ ผล
๕. สรปุ ผลการสงั เกตเกี่ยวกับการขึน้ และตกของดวงอาทติ ย์

20 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกลุ เดอื น ชั้น เลขที่ บ.บ๔.. ๑๒./๑ผ/. ๑ผ.๒ ๑-  ๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

ใบงาน ๐๑ : การขน้ึ และตกของดวงอาทิตย์

บนั ทกึ ผลการทำ� กิจกรรม ท�ำเครื่องหมาย √ ใน
ผลการสงั เกตการหมุนลูกโลกรอบท่ี ๑ ทีเ่ ลอื กให้ตรงกบั ผลการสงั เกต

การหมนุ ลูกโลกในตำ� แหน่งตา่ ง ๆ ผลการสงั เกตต�ำแหน่งของ
ไฟฉายเม่อื เทยี บกับตุ๊กตา

ขวามอื ซ้ายมือ
ตรงกลางศีรษะ มองไม่เหน็

ขวามือ ซ้ายมอื
ตรงกลางศีรษะ มองไมเ่ ห็น

ขวามอื ซา้ ยมอื
ตรงกลางศีรษะ มองไม่เห็น

ขวามอื ซ้ายมอื
ตรงกลางศีรษะ มองไมเ่ หน็

ขวามอื ซา้ ยมือ
ตรงกลางศีรษะ มองไมเ่ ห็น

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 21

ชอื่ -สกุล เดือน ชนั้ เลขท่ี บ.บ๔. .๒๑.๑/ ผ/. ผ๑. ๒๑ - ๐๑
วันที่ พ.ศ.

ผลการสังเกตการหมนุ ลูกโลกรอบที่ ๒

การหมนุ ลูกโลกในตำ� แหน่งตา่ ง ๆ ผลการสังเกตต�ำแหน่งของ
ไฟฉายเมอื่ เทยี บกบั ตุ๊กตา

ขวามือ ซ้ายมือ
ตรงกลางศรี ษะ มองไมเ่ ห็น

ขวามือ ซ้ายมือ
ตรงกลางศีรษะ มองไม่เหน็

ขวามือ ซา้ ยมอื
ตรงกลางศรี ษะ มองไมเ่ ห็น

ขวามอื ซ้ายมือ
ตรงกลางศีรษะ มองไมเ่ หน็

ขวามอื ซ้ายมือ
ตรงกลางศรี ษะ มองไมเ่ หน็

22 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกุล เดอื น ชน้ั เลขที่ บ. ๔บ..๑ ๒/.๑ผ./๑ผ.๒. ๑- -๐ ๑๐๑
วนั ท่ี พ.ศ.

สรุปผลการสงั เกตเกย่ี วกับการขนึ้ และตกของดวงอาทติ ยจ์ ากแบบจำ� ลอง

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 23

ชอื่ -สกลุ เดือน ชัน้ เลขที่ บ.บ๔. .๒๑./๑ผ/. ผ๑.๒ ๑ - ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

ค�ำถามหลังจากทำ� กจิ กรรม

๑. การขึ้นและตกของดวงอาทติ ย์เกิดขึ้นเพราะเหตุใด

๒. เมอ่ื หมนุ ลกู โลกครบ ๑ รอบ ผูส้ ังเกตหันหนา้ ไปทางขัว้ โลกเหนอื จะมองเห็น
ดวงอาทติ ยป์ รากฎข้ึนและตกทางด้านใดของผสู้ ังเกต

๓. การหมนุ ลกู โลกครบรอบที่ ๑ และรอบท่ี ๒ ผสู้ งั เกตจะมองเหน็ ดวงอาทติ ยป์ รากฎขน้ึ
และตกเหมือนกนั หรือไม่ อย่างไร

24 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชื่อ-สกุล เดอื น ช้นั เลขท่ี บ.บ๔. .๒๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๒๑ - ๐๑
วนั ที่ พ.ศ.

๔. การขึน้ และตกของดวงอาทิตย์แต่ละครง้ั ใชเ้ วลากีว่ นั รไู้ ด้อย่างไร

๕. การข้ึนและตกของดวงอาทติ ย์เปน็ วัฏจกั รหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 25

ช่อื -สกุล เดอื น ชัน้ เลขท่ี บ.บ๔.. ๑๒./๑ผ./ ๑ผ.๒ ๑- - ๐ ๐๑๑
วันที่ พ.ศ.

๖. จากกิจกรรมน้ี สรปุ ไดว้ า่ อยา่ งไร เลอื กค�ำต่อไปนเี้ ตมิ
ตก ขึ้น หมนุ รอบตวั เอง ในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ต้อง
ขน้ึ และตก วัฏจักร ๑ วนั

การหมนุ รอบตวั เองของโลก ๑ รอบ จะใช้เวลา ผู้สงั เกตบนโลก
ขณะทีโ่ ลก

จะมองเหน็ ดวงอาทติ ย์ ทางขอบฟา้ ดา้ นหนง่ึ และ

ทางขอบฟา้ อกี ดา้ นหนง่ึ ดวงอาทิตยจ์ ะ ทุกวนั

ซง่ึ จะเกิดเช่นนีห้ มุนเวยี นเปน็ แบบรูปซ้ำ� ๆ เปน็

26 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ช่ือ-สกลุ เดือน ช้ัน เลขท่ี บ.บ๔.. ๑๒./๑ผ/. ๑ผ.๒ ๑-  ๐ ๐๒๑
วันท่ี พ.ศ.

ใบงาน ๐๒ : แบบฝึกหดั เรื่องการขน้ึ และตกของดวงอาทิตย์

ตอบคำ� ถามต่อไปน้ใี ห้ถูกตอ้ ง

๑. ถ้าผู้สังเกตหันหน้าไปทางขั้วโลกใต้ จะสังเกตเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นและตก
ทางดา้ นใดเมือ่ เทียบกบั ผ้สู ังเกต เพราะเหตใุ ดจึงเปน็ เช่นนนั้

๒. อ่านสถานการณ์ตอ่ ไปนี้ แล้วตอบคำ� ถาม
ผู้สงั เกต A และ B อยู่คนละประเทศ ดังรปู และหนั หน้าไปทางขว้ั โลกเหนือ
เหมือนกัน
B
A

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 27

ชอ่ื -สกลุ เดอื น ชน้ั เลขที่ บ.บ๔. ๒.๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๑๒ -- ๐๑๒
วันท่ี พ.ศ.

๒.๑ ขณะทโี่ ลกหมนุ รอบตัวเอง ผู้สังเกต A และ B จะเห็นลกั ษณะการขน้ึ
และตกของดวงอาทิตยเ์ หมอื นหรือแตกต่างกัน อยา่ งไร

๒.๒ ในแต่ละวัน ผู้สังเกต A และ B จะเห็นการขน้ึ และตกของดวงอาทติ ย์
ทางด้านเดิมเสมอหรอื ไม่ อย่างไร

28 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ใบงาน

บ.๔.๑ / ผ. ๑.๓
หนว่ ยยอ่ ยที่ ๑

ปรากฏการณท์ ่เี กีย่ วข้องกับดวงอาทติ ย์

เร่อื ง การก�ำหนดทศิ

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 29

ชอ่ื -สกลุ เดอื น ช้ัน เลขท่ี บ.บ๔. .๒๑./๑ผ/. ผ๑. ๓๑ - ๐๑
วนั ที่ พ.ศ.

กิจกรรมที่ ๑ ทิศเกิดขึ้นไดอ้ ย่างไร

จุดประสงค์
สรา้ งแบบจ�ำลองและอธิบายการเกดิ ทิศ

วสั ดุ-อปุ กรณ์
๑. ลกู โลก
๒. ไฟฉาย
๓. ดนิ นำ�้ มัน
๔. ไม้จ้มิ ฟัน
๕. กระดาษแข็งเทาขาว
๖. กรรไกร
๗. เทปใส
๘. หนังสือหรอื ทตี่ ้งั

วธิ ที ำ�
๑. สรา้ งแบบจำ� ลองการเกดิ ทศิ โดยติดตุก๊ ตา ดังรปู

ข้ัวโลกเหนอื ตุ๊กตาดนิ นำ้� มนั ทย่ี ืนอยู่ท่ี
ประเทศไทยแทนผสู้ งั เกต

ขอบแผน่ กระดาษวงกลม
แทนขอบฟ้าของผูส้ งั เกต

ขัว้ โลกใต้ ไมจ้ มิ้ ฟนั แทนแขนขวา
ของผสู้ ังเกตทห่ี นั หนา้
ไปทางขัว้ โลกเหนือ

30 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ช่อื -สกุล เดอื น ช้นั เลขท่ี บ.บ๔. ๒.๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๓๑ - ๐๑
วันท่ี พ.ศ.

๒. วางไฟฉายอยู่หา่ งจากลกู โลกประมาณ ๓๐ เซนตเิ มตร ทางดา้ นขวาของต๊กุ ตา
ดังรูป ก�ำหนดให้ ไฟฉายแทนดวงอาทิตย์ ตกุ๊ ตาแทนคนบนโลก

ขว้ั โลกเหนือ

๓๐ เซนตเิ มตร

ข้ัวโลกใต้

๓. เปิดไฟฉาย สังเกตต�ำแหน่งของไฟฉายเม่ือเทียบกับตุ๊กตา ท�ำเครื่องหมาย E
บนแผ่นกระดาษวงกลมตรงต�ำแหน่งท่ีเร่ิมเห็นแสงตกกระทบบนกระดาษ
และบนั ทกึ ผล

ต�ำแหน่งท่ี ๑

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 31

ชื่อ-สกุล เดือน ช้ัน เลขที่ บ.บ๔. ๒.๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๓๑ - ๐๑
วนั ที่ พ.ศ.

๔. หมุนลูกโลกทวนเข็มนาฬิกา ๑ รอบ โดยให้ตุ๊กตามาหยุดท่ีต�ำแหน่ง ๒ ๓ ๔
และ ๑ ตามลำ� ดบั สงั เกตตำ� แหนง่ ของไฟฉายเมอ่ื เทยี บกบั ตกุ๊ ตา แลว้ ทำ� เครอ่ื งหมาย
W บนแผ่นกระดาษวงกลมตรงต�ำแหน่งที่เห็นแสงตกกระทบบนกระดาษเป็น
จุดสุดท้าย และบันทกึ ผล

๓ ขว้ั โลกเหนอื

๓๐ เซนติเมตร

๔๒



๕. ร่วมกันอภิปรายและบันทึกผลเกี่ยวกับปรากฏการณ์การขึ้นและตกของ
ดวงอาทติ ย์ และการกำ� หนดทศิ จากแบบจำ� ลองท่ีสร้างขนึ้

๖. อ่านใบความรู้เร่ืองการก�ำหนดทิศ ร่วมกันอภิปรายปรากฏการณ์ที่เก่ียวข้องกับ
การเกิดทิศ แล้วเขียนผังความคิดสรุปความรู้ที่ได้เกี่ยวกับการเกิดทิศ
และน�ำเสนอในรปู แบบทนี่ า่ สนใจ

32 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกลุ เดือน ช้นั เลขที่ บ.บ๔. ๒.๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๑๓ -- ๐๑
วนั ท่ี พ.ศ.

ใบงาน ๐๑ : การก�ำหนดทศิ

บนั ทึกผลการท�ำกิจกรรม

ผลการสังเกต

ตาราง ต�ำแหน่งไฟฉายเม่ือเทียบกับตุ๊กตา ต�ำแหน่งท่ีแสงตกกระทบบนกระดาษ
และต�ำแหนง่ E และ W เมื่อเทยี บกับตกุ๊ ตา

ต�ำแหน่งที่ ตำ� แหน่งของไฟฉาย ตำ� แหนง่ ทแ่ี สงตกกระทบ
เม่อื เทยี บกบั ต๊กุ ตา ลงบนแผ่นกระดาษวงกลม

๑.

๒.

๓.
๔.

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 33

ชือ่ -สกุล เดือน ชนั้ เลขท่ี บ.บ๔. ๒.๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๓๑ - ๐๑
วันท่ี พ.ศ.

ผลการอภิปรายปรากฏการณ์การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ และการก�ำหนดทิศ
จากแบบจำ� ลองทส่ี รา้ งขึ้น

ตำ� แหนง่ ของไฟฉายเมอื่ เทยี บกบั ตกุ๊ ตาในตำ� แหนง่ ตา่ ง ๆ อธบิ ายปรากฏการณ์
การขน้ึ และตกของดวงอาทิตย์ไดว้ ่า

ด้านท่มี ีสัญลักษณ์ E เป็นทศิ ร้ไู ดจ้ าก
ดา้ นท่มี ีสญั ลักษณ์ W เปน็ ทศิ รู้ไดจ้ าก

34 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอื่ -สกลุ เดอื น ชนั้ เลขท่ี บ.บ๔. .๒๑./๑ผ/. ผ๑. ๓๑ - ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

ใบความรู้เร่อื งการก�ำหนดทิศ

โลกหมุนรอบตัวเองไปพร้อม ๆ กับการโคจรรอบดวงอาทิตย์ในทิศทาง
ทวนเขม็ นาฬกิ าเมอ่ื มองจากบรเิ วณเหนอื ขวั้ โลกเหนอื ทำ� ใหเ้ กดิ ปรากฏการณก์ ารขน้ึ
และตกของดวงอาทิตย์ นอกจากน้ียังท�ำให้เกิดการก�ำหนดทิศ โดยทิศต่าง ๆ
จะเป็นดังน้ี คนบนโลกจะเรียกช่ือด้านที่มองเห็นดวงอาทิตย์ข้ึนจากขอบฟ้าว่า
ทิศตะวันออก และเรียกด้านที่มองเห็นดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าว่า ทิศตะวันตก
ส่วนทิศเหนือคือด้านที่อยู่ทางข้ัวโลกเหนือ และทิศใต้คือด้านที่อยู่ทาง
ข้ัวโลกใต้ เราสามารถหาทิศเหนือและทิศใต้ได้จากแม่เหล็ก หรือเข็มทิศ
นอกจากน้ียังมีทิศอื่น ๆ ท่ีอยู่ระหว่างทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือ
และทศิ ใต้ ดงั รปู ที่ ๔

เหนอื N

ตะวนั ตกเฉยี งเหนอื ตะวันออกเฉียงเหนือ

ตะวันตก (WW) ตะวันออก (EE)

ตะวนั ตกเฉียงใต้ ตะวันออกเฉยี งใต้

ใต้ (SS)

รปู ที่ ๔ การกำ� หนดทิศ 35

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ช่อื -สกลุ เดือน ชนั้ เลขที่ บ.บ๔. ๒.๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๓๑ - ๐๑
วันที่ พ.ศ.

จากแบบจำ� ลองพบวา่ เมอื่ ผู้สังเกตบนโลกอย่ใู นต�ำแหนง่ ที่ ๑ จะมองเหน็
ดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นจากขอบฟ้าทางขวามือ ซึ่งคนบนโลกก�ำหนดให้เป็น
ทศิ ตะวันออก ดังรปู ที่ ๕

ขัว้ โลกเหนือ

ตะวนั ตก ตะวันออก

รูปท่ี ๕ ทิศกับผู้สังเกตบนโลก ณ ต�ำแหน่งที่ ๑

ขว้ั โลกเหนอื ตะวันออก

เมอ่ื โลกหมนุ ไปจนผสู้ งั เกตอยใู่ น ตะวันตก
ต�ำแหน่งที่ ๒ ผู้สังเกตจะเหน็
ดวงอาทติ ยอ์ ยกู่ ลางศรี ษะขณะท่ี
ขวามือของผู้สังเกตยังคงเป็น
ทศิ ตะวันออก ดงั รปู ท่ี ๖

รปู ท่ี ๖ ทิศกบั ผสู้ ังเกตบนโลก ณ ตำ� แหน่งท่ี ๒

36 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกุล เดอื น ช้ัน เลขท่ี บ.บ๔. ๒.๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๓๑ - ๐๑
วนั ที่ พ.ศ.
ตะวนั ตก
ตะวนั ออก

เมอ่ื โลกหมนุ ไปจนผสู้ งั เกตอยใู่ น
ตำ� แหนง่ ที่ ๓ ผสู้ งั เกตจะมองเหน็
ดวงอาทติ ยอ์ ยทู่ างซา้ ยมอื กำ� หนด
เป็นทิศตะวันตก ดงั รปู ที่ ๗

ขว้ั โลกเหนือ
รปู ท่ี ๗ ทศิ กับผูส้ งั เกตบนโลก ณ ตำ� แหน่งที่ ๓

เม่ือโลกหมุนไปจนผู้สังเกต ตะวันตก
อยใู่ นต�ำแหน่งที่ ๔ จะเป็นเวลา
กลางคนื มองไมเ่ หน็ ดวงอาทติ ย์
ดังรูปที่ ๘

ตะ ัวนออก ขวั้ โลกเหนือ

รปู ที่ ๘ ทิศกับผู้สังเกตบนโลก ณ ตำ� แหน่งที่ ๔

ดังน้ันจะเห็นได้ว่า จริง ๆ แล้วดวงอาทิตย์ไม่ได้เคลื่อนท่ีข้ึนจากขอบฟ้า
ทางทิศตะวันออกและตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันออก แต่การท่ีเรามองเห็น
ดวงอาทติ ยป์ รากฏขน้ึ และตกลบั ขอบฟา้ เปน็ เพราะโลกหมนุ รอบตวั เอง การมองเหน็
ดวงอาทิตย์ขน้ึ และตกน�ำมาใชก้ �ำหนดทศิ

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 37

ช่ือ-สกุล เดือน ชั้น เลขท่ี บ.บ๔. .๒๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๓๑ - ๐๑
วนั ท่ี พ.ศ.

ผังความคิดสรุปความร้ทู ีไ่ ด้เกี่ยวกับการก�ำหนดทศิ

38 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชือ่ -สกลุ เดือน ชน้ั เลขท่ี บ. ๔บ.๑ ๒/.๑ผ./๑ผ.๓. ๑- - ๐ ๐๑๑
วันท่ี พ.ศ.

คำ� ถามหลังจากทำ� กิจกรรม
๑. คนบนโลกก�ำหนดทิศจากปรากฏการณ์ใด

๒. ดา้ นทมี่ องเหน็ ดวงอาทติ ยป์ รากฏขนึ้ และลบั ขอบฟา้ กำ� หนดเปน็ ทศิ อะไร ตามลำ� ดบั

๓. ถา้ ผู้สังเกตหนั หนา้ ไปทางขั้วโลกเหนือขณะทโ่ี ลกหมนุ รอบตัวเอง ทางด้านขวามือ
และดา้ นซา้ ยมอื ของผสู้ งั เกตเป็นทิศเดมิ ตลอดหรอื ไม่ เพราะเหตุใด

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 39

ช่ือ-สกุล เดือน ช้ัน เลขที่ บบ. ๔. ๒.๑.๑/ ผ/ .ผ๑. .๑๓ -- ๐ ๐๑
วนั ท่ี พ.ศ.

๔. จากกิจกรรมนี้ สรุปไดว้ า่ อย่างไร

40 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอื่ -สกลุ เดือน ชัน้ เลขท่ี บ.บ๔. .๒๑./๑ผ/. ผ๑. ๓๑ - ๐๒๑
วนั ที่ พ.ศ.

ใบงาน ๐๒ : แบบฝกึ หัด เร่ืองการก�ำหนดทศิ

ตอบคำ� ถามตอ่ ไปนี้ให้ถูกตอ้ ง
๑. ผู้สังเกต A และ B อยู่คนละประเทศกัน หันหน้าไปทางข้ัวโลกเหนือ

เหมือนกัน

B
A

ขณะโลกหมุนรอบตัวเอง ผู้สังเกต A และ B จะเห็นดวงอาทิตย์ข้ึนและตก
ทางทศิ ทางใด เม่ือเทยี บกบั ผสู้ ังเกต
ผสู้ งั เกต A จะเหน็ ดวงอาทติ ย์ขึน้ ทางทิศ
และตกทางทศิ
ผู้สังเกต B จะเหน็ ดวงอาทิตย์ขน้ึ ทางทศิ
และตกทางทศิ

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 41

ช่ือ-สกุล เดอื น ชนั้ เลขที่ บ.บ๔. ๒.๑.๑/ ผ/.ผ๑.. ๓๑ - ๐๒๑
วันที่ พ.ศ.

๒. ถา้ ตอ้ งการเดนิ ทางโดยรถยนตจ์ ากจงั หวดั ระนองเวลา ๐๕.๐๐ น. ไปทอ่ งเทย่ี วท่ี
จังหวัดล�ำปางใช้เวลาประมาณ ๑๕ ชั่วโมง ระหว่างการเดินทาง จะเห็น
ดวงอาทิตย์ข้ึนทางด้านใดของรถและทางทิศใด และจะตกทางด้านใดของรถ
และทางทศิ ใด
ทศิ เหนอื

ล�ำปาง

ระนอง

42 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอื่ -สกลุ เดอื น ชั้น เลขท่ี บบ..๔ ๒.๑.๑/ /ผผ. ๑. ๑.๓ -- ๐ ๐๑๒
วนั ที่ พ.ศ.
ทศิ เหนอื
๓. สงั เกตแผนที่ตอ่ ไปน้ี แล้วตอบค�ำถามใหถ้ ูกตอ้ ง

บ้าน
โรงเรยี น

ร้านคา้ ภูเขา
สวน

๓.๑ โรงเรียนอยทู่ างทิศใดของบา้ น

๓.๒ รา้ นคา้ อยูท่ างทศิ ใดของภูเขา
๓.๓ ถา้ จะเดินทางจากบา้ นไปภเู ขาต้องเดินทางไปทางทศิ ใดบ้าง

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 43

ใบงาน

บ.๔.๒ / ผ. ๒
หน่วยยอ่ ยที่ ๒

ประโยชนข์ องดวงอาทิตย์

เร่ือง ประโยชน์ของดวงอาทติ ยต์ ่อส่งิ มีชวี ติ

44 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกุล เดือน ช้ัน เลขที่ บบ. .๔ ๒.๒.๑/ /ผผ. ๒. ๑- - ๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

กจิ กรรมท่ี ๑ ดวงอาทิตยม์ ีประโยชน์ตอ่ สงิ่ มีชีวติ อย่างไรบา้ ง

จุดประสงค์
สงั เกต รวบรวมข้อมูล และบรรยายประโยชน์ของดวงอาทิตยท์ ี่มตี อ่ ส่งิ มีชีวติ

วสั ดุ-อุปกรณ์
-

วธิ ีท�ำ
๑. สังเกตรูปแล้วบอกประโยชนข์ องดวงอาทติ ยท์ ม่ี ีต่อสงิ่ มีชวี ติ และบนั ทกึ ผล
๒. อ่านใบความรู้เรื่องประโยชน์ของดวงอาทิตย์ แล้วร่วมกันอภิปรายและ
บนั ทึกสรปุ ความรู้ท่ไี ด้
๓. รว่ มกนั รวบรวมขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั ประโยชนข์ องดวงอาทติ ยท์ มี่ ตี อ่ พชื
สตั ว์ และมนษุ ย์ ทน่ี อกเหนอื จากในใบความรู้ จากแหลง่ ขอ้ มลู ทน่ี า่ เชอ่ื ถอื
บันทึกประโยชน์ของดวงอาทิตย์ที่มีต่อพืช สัตว์ และมนุษย์ทั้งหมด
ในรูปแบบท่นี ่าสนใจ และนำ� เสนอ
๔. เขียนผังความคิดเกี่ยวกับความรู้ที่ได้เรียนมาทั้งหมดเก่ียวกับดวงอาทิตย์
และน�ำเสนอ

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 45


Click to View FlipBook Version