The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เล่ม 2) ป.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ruthairong Srikeaw, 2021-11-26 10:20:48

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เล่ม 2) ป.3

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เล่ม 2) ป.3

ชื่อ-สกลุ เดือน ชน้ั เลขท่ี บบ. ๖. ๒.๑.๑/ ผ/. ๑ผ.๒ ๑- -๐ ๐๑๑
วันที่ พ.ศ.

ใบงาน ๐๑ : การผลิตไฟฟา้

ตอนท่ี ๑ วาดรปู และเขยี นชีบ้ อก
บันทกึ ผลการทำ� กจิ กรรม สว่ นประกอบของ
ผลการสงั เกต
ชดุ สาธติ เครอื่ งก�ำเนดิ ไฟฟ้า
สว่ นประกอบของชุดสาธิตเครื่องกำ� เนดิ ไฟฟา้

146 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกุล เดือน ชั้น เลขที่ บบ. ๖. .๒๑.๑/ ผ/. ๑ผ.๒ ๑- -๐ ๐๑๑
วันท่ี พ.ศ.

ผลการสังเกต

เม่อื หมนุ แกนหมนุ ของชุดสาธติ เคร่อื งก�ำเนดิ ไฟฟ้า พบว่า

ผลการศกึ ษาขอ้ มูลจากวีดทิ ศั น์และผลการอภปิ ราย
ส่วนประกอบหลกั ทท่ี �ำใหเ้ กิดไฟฟา้ ของชุดสาธติ เครื่องกำ� เนดิ ไฟฟ้า มดี ังนี้

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 147

ช่ือ-สกุล เดือน ช้นั เลขที่ บบ. ๖. ๒.๑.๑/ ผ/. ๑ผ.๒ ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

วิธีการผลติ ไฟฟา้ ของชุดสาธิตเครอ่ื งก�ำเนดิ ไฟฟ้าเปน็ ดังนี้

148 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอื่ -สกุล เดือน ช้นั เลขท่ี บบ. ๖. .๒๑.๑/ ผ/. ๑ผ.๒ ๑- -๐ ๐๑๑
วันที่ พ.ศ.

ค�ำถามหลงั จากทำ� กจิ กรรม
๑. ส่วนประกอบหลกั ทที่ �ำให้เกดิ ไฟฟ้าของชุดสาธิตเคร่ืองกำ� เนดิ ไฟฟ้ามอี ะไรบา้ ง

๒. ชุดสาธิตเครื่องกำ� เนิดไฟฟ้าผลติ ไฟฟา้ ไดอ้ ย่างไร

๓. จากกิจกรรมนี้ สรุปได้ว่าอย่างไร

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 149

ชอ่ื -สกุล เดอื น ช้ัน เลขที่ บบ. ๖. .๒๑./๑ผ/. ๑ผ.๒. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

ใบความรู้
เรอ่ื งการผลติ ไฟฟ้าและแหลง่ พลังงานทใี่ ช้ในการผลิตไฟฟา้ ของประเทศไทย

ไฟฟ้าท่ีใช้ตามบ้านเรือนโดยทั่วไปผลิตมาจากเคร่ืองก�ำเนิดไฟฟ้าหรือ
เรียกอีกอย่างว่า ไดนาโม ท่ีอยู่ในโรงไฟฟ้า ซ่ึงมีส่วนประกอบหลักท่ีท�ำให้เกิด
ไฟฟา้ คอื แทง่ แมเ่ หลก็ และขดลวดทองแดง เมอ่ื หมนุ แกนหมนุ ของขดลวดทองแดง
ทอ่ี ยรู่ ะหวา่ งแทง่ แมเ่ หลก็ ดงั รปู ท่ี ๒๖ หรอื เมอ่ื หมนุ แกนหมนุ ของแทง่ แมเ่ หลก็ ทอ่ี ยู่
ระหวา่ งขดลวดทองแดง ดงั รปู ที่ ๒๗ จะเกดิ พลงั งานไฟฟา้ ถา้ ตอ่ เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ กบั
เครือ่ งกำ� เนดิ ไฟฟ้า จะท�ำใหเ้ ครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ทำ� งานได้

ขดลวดทองแดง แกนหมุน

แม่เหล็ก แม่เหล็ก

รูปท่ี ๒๖ เครื่องก�ำเนิดไฟฟ้าที่มี แม่เหล็ก แกนหมุน
ข ด ล ว ด ท อ ง แ ด ง อ ยู่ ขดลวดทองแดง ขดลวด
ระหว่างแท่งแม่เหล็ก ทองแดง

รูปที่ ๒๗ เครื่องก�ำเนิดไฟฟ้าที่มี
แท่งแม่เหล็กอยู่ระหว่าง
ขดลวดทองแดง

150 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอื่ -สกลุ เดอื น ชัน้ เลขที่ บ.บ๖. .๒๑./๑ผ./ ๑ผ.๒. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

พลังงานที่น�ำมาใช้หมุนแกนหมุนของเครื่องก�ำเนิดไฟฟ้ามาจาก
แหล่งพลังงานต่าง ๆ โดยอาจน�ำพลังงานนั้นมาใช้หมุนเครื่องก�ำเนิดไฟฟ้า
โดยตรง เช่น ลม น�้ำ หรือน�ำแหล่งพลังงานมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการต้มน�้ำ
ให้ได้ไอน�้ำ เชน่ น�้ำมนั ดิบ แกส๊ ธรรมชาติ และใชแ้ รงจากไอน้�ำไปหมุนแกนหมุน
ของเครื่องก�ำเนดิ ไฟฟา้ ดังรูปท่ี ๒๘

รูปท่ี ๒๘ การใช้เช้ือเพลิงผลิตไฟฟ้า

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 151

ชอ่ื -สกลุ เดอื น ชัน้ เลขที่ บ.บ๖. .๒๑./๑ผ./ ๑ผ.๒. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

แหล่งพลังงานท่ีใช้ในการผลิตไฟฟ้ามีหลายแหล่ง เช่น ถ่านหิน
แกส๊ ธรรมชาติ นำ�้ มนั ดบิ ลม ชวี มวลจากวสั ดทุ เี่ หลอื ใชห้ รอื ของเสยี จากการเกษตร

รปู ที่ ๒๙ โรงไฟฟา้ บางปะกง จ.ฉะเชงิ เทรา
ท่ีใช้แก๊สธรรมชาติผลิตไฟฟ้า

รูปที่ ๓๐ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ล�ำปาง
ท่ีใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า

รปู ท่ี ๓๑ กงั หนั ลมลำ� ตะคอง จ.นครราชสมี า
ใช้พลังงานลมในการผลิตไฟฟ้า

152 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชื่อ-สกุล เดือน ชน้ั เลขที่ บ.บ๖.. ๑๒./๑ผ./๑ผ.๒. ๑- -๐ ๐๑๑
วันที่ พ.ศ.

นอกจากนี้น�้ำยังเป็นแหล่งพลังงานท่ีใช้ในการผลิตไฟฟ้าที่ส�ำคัญของ
ประเทศไทย มีการสร้างเข่ือนขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น เข่ือนภูมิพล ซึ่งมีข้อดี
คือ ไมก่ ่อใหเ้ กดิ มลพิษจากการเผาไหมข้ องเชื้อเพลิง แต่การสร้างเขือ่ นก็มีขอ้ เสีย
บางประการ เน่ืองจากอ่างเก็บน้�ำของเข่ือนน้ันมีขนาดใหญ่ใช้พ้ืนท่ีมาก ท�ำให้
สง่ ผลกระทบต่อผูอ้ ยูอ่ าศัย สัตว์ และพืชในบรเิ วณนน้ั ๆ ด้วย

รูปที่ ๓๒ โรงไฟฟ้าพลังงานน�้ำ เข่ือนภูมิพล จ.ตาก

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 153

ช่ือ-สกลุ เดอื น ช้นั เลขท่ี บ.บ๖. .๒๑./๑ผ./ ๑ผ.๒. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

การผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าของประเทศไทยส่วนใหญ่ใช้พลังงานจาก
เชอื้ เพลงิ โดยแหลง่ พลงั งานหลกั คอื แกส๊ ธรรมชาตแิ ละถา่ นหนิ ดงั แสดงในแผนภมู ิ

น�้ำมันดีเซลและน้�ำมันเตา พลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ
๐.๗ % ๑๕.๖๑ %

ถ่านหิน
๒๓.๐๑ %

แก๊สธรรมชาติ
๖๐.๖๘ %

แผนภูมิแหล่งพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี พ.ศ. ๒๕๖๒
ดัดแปลงข้อมูลจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

แหล่งพลังงานท่ีใช้ผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยมีจ�ำนวนจ�ำกัดและยังต้อง
น�ำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งต้องใช้เงินจ�ำนวนมาก ดังน้ันเราจึงต้องใช้ไฟฟ้า
อย่างประหยัด

ทม่ี า :

สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2563). หนงั สอื เรยี นรายวชิ า
พนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เลม่ ๒. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.

154 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชื่อ-สกลุ เดือน ช้นั เลขท่ี บ.บ๖.. ๑๒./๑ผ./๑ผ.๒. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

ตอนที่ ๒
บันทกึ ผลการทำ� กจิ กรรม

ผลการอภิปราย

แหล่งพลงั งานทีใ่ ช้ผลติ ไฟฟ้าตามความเข้าใจมีดังน้ี

ส่วนประกอบหลกั ทท่ี �ำใหเ้ กิดไฟฟ้าในโรงไฟฟา้ คอื

แหลง่ พลงั งานทใี่ ชใ้ นการหมนุ แกนหมนุ ของเครอ่ื งกำ� เนดิ ไฟฟา้ ในโรงไฟฟา้ อาจมาจาก

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 155

ชอ่ื -สกุล เดือน ชั้น เลขท่ี บ.บ๖. .๒๑./๑ผ./ ๑ผ.๒. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ท่ี พ.ศ.
เตมิ คำ� ตอบในช่องว่าง
ค�ำถามหลงั จากทำ� กจิ กรรม

๑. การผลิตไฟฟา้ ดว้ ยชดุ สาธิตเครือ่ งกำ� เนิดไฟฟา้ เหมือน
และแตกต่างจากการผลติ ไฟฟา้ ในโรงไฟฟ้าอย่างไร

การผลติ ไฟฟา้ ดว้ ย การผลติ ไฟฟา้ ในโรงไฟฟา้
ชดุ สาธติ เครอื่ งกำ� เนดิ ไฟฟา้

ส่ิงทต่ี า่ งกัน สิง่ ท่เี หมือนกัน
ส่ิงที่ตา่ งกัน

๒. การผลิตไฟฟา้ ในประเทศไทยใช้พลังงานจากแหล่งพลงั งานใดบ้าง และใช้จาก
แหล่งพลงั งานใดมากท่ีสดุ

156 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกลุ เดอื น ชนั้ เลขที่ บ.บ๖.. ๒๑./๑ผ./๑ผ.๒. ๑- -๐ ๐๑๑
วันท่ี พ.ศ.

๓. จากกจิ กรรมน้ี สรุปไดว้ ่าอยา่ งไร

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 157

ช่ือ-สกุล เดือน ช้นั เลขที่ บ.บ๖. .๒๑./๑ผ./ ๑ผ.๒. ๑- -๐ ๐๒๑
วนั ท่ี พ.ศ.

ใบงาน ๐๒ : แบบฝึกหัด เรือ่ งการผลติ ไฟฟ้า

ตอบคำ� ถามตอ่ ไปนใี้ ห้ถูกตอ้ ง ทำ� เครือ่ งหมาย ใน
๑. เคร่อื งกำ� เนิดไฟฟา้ ผลติ ไฟฟา้ ไดอ้ ย่างไร หน้าข้อความที่เลอื ก

(เลือกได้มากกว่า ๑ ข้อ)

๑.๑ การหมุนแท่งแมเ่ หล็กทีอ่ ยู่ระหว่างขดลวดทองแดง

๑.๒ การใช้สายไฟฟา้ พันรอบแทง่ แมเ่ หล็กแล้วเปิดสวิตช์

๑.๓ การใชส้ ายไฟฟา้ พนั รอบขดลวดทองแดงแลว้ เปดิ สวติ ช์

๑.๔ การหมนุ ขดลวดทองแดงทอี่ ย่รู ะหว่างแทง่ แมเ่ หล็ก

๒. ไฟฟ้าท่ใี ชใ้ นบ้านเรอื นผลติ มาจากแหลง่ พลงั งานใดบ้าง

158 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ใบงาน

บ.๖.๑ / ผ. ๑.๓
หน่วยย่อยที่ ๑

พลังงานไฟฟ้าและการผลิตไฟฟา้

เรื่อง การใช้ไฟฟ้าให้ประหยดั และปลอดภยั

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 159

ช่อื -สกลุ เดือน ชั้น เลขท่ี บ.บ๖. .๒๑./๑ผ./ ๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ท่ี พ.ศ.

กิจกรรมที่ ๑ ใชไ้ ฟฟ้าใหป้ ระหยัดและปลอดภัยได้อย่างไร
จดุ ประสงค์

๑. อา่ นขอ้ มลู และบอกประโยชนแ์ ละอนั ตรายจากไฟฟา้
๒. อา่ นขอ้ มลู และเสนอแนะวิธีการใช้ไฟฟ้าใหป้ ระหยัดและปลอดภยั

วสั ด-ุ อุปกรณ์
ขอ้ มลู การใชเ้ ครือ่ งใช้ไฟฟ้าใหป้ ระหยดั

วิธีทำ� http://ipst.me/11787
ตอนท่ี ๑

๑. รว่ มกนั อภปิ รายและบอกประโยชนแ์ ละอนั ตรายจากไฟฟา้ ตามความเขา้ ใจ
และบันทึกผล
๒. อ่านใบความรู้เรื่องประโยชน์และอันตรายจากไฟฟ้า ร่วมกันอภิปราย
และบันทึกผลในรูปแบบที่น่าสนใจ

ตอนท่ี ๒
๑. สังเกตรูป จากนั้นร่วมกันอภิปรายกิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกับไฟฟ้าในรูป

และระบวุ า่ มกี ารใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งประหยดั หรอื ปลอดภยั หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
และบันทึกผล
๒. อ่านใบความรู้เร่ืองการใช้ไฟฟ้าให้ประหยัดและปลอดภัย ร่วมกัน
อภิปรายแล้วเขียนผังความคิดสรุปในรูปแบบที่น่าสนใจ
๓. เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า ๑ เครื่อง แล้วอธิบายการใช้เคร่ืองไฟฟ้าท่ีเลือก
ให้ประหยัดจากข้อมูลการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ประหยัด บันทึกผลและ
น�ำเสนอ

160 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชื่อ-สกุล เดือน ชั้น เลขท่ี บ.บ๖.. ๒๑./๑ผ./๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ท่ี พ.ศ.

ใบงาน ๐๑ : การใช้ไฟฟ้าให้ประหยดั และปลอดภยั

ตอนที่ ๑
บันทึกผลการทำ� กิจกรรม
ผลการอภิปราย

ประโยชนข์ องไฟฟา้ ตามความเขา้ ใจ เป็นดงั นี้

อันตรายของไฟฟา้ ตามความเข้าใจ เป็นดงั น้ี

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 161

ช่อื -สกลุ เดอื น ช้ัน เลขท่ี บ.บ๖. .๒๑./๑ผ./ ๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ท่ี พ.ศ.

ใบความร้เู รือ่ งประโยชน์และอันตรายจากไฟฟ้า

ไฟฟา้ เปน็ สง่ิ จำ� เปน็ อยา่ งมากสำ� หรบั มนษุ ยใ์ นปจั จบุ นั ทกุ วนั นเี้ ราใชไ้ ฟฟา้
เพอื่ ใหแ้ สงสว่าง และเพอ่ื อ�ำนวยความสะดวกในการทำ� กิจกรรมในสถานที่ตา่ ง ๆ
เช่น ในบ้านเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล พิพิธภัณฑ์ หรือใช้เพื่อการผลิตสินค้า
ในโรงงานอุตสาหกรรม ในพนื้ ทก่ี ารเกษตร พน้ื ที่เลี้ยงสตั ว์ หรือด้านอน่ื ๆ นับว่า
เราไดใ้ ช้ประโยชน์จากไฟฟ้าในชีวติ ประจำ� วันตลอดเวลา

162 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกุล เดือน ชนั้ เลขที่ บ.บ๖.. ๑๒./๑ผ./๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

ไฟฟา้ อาจเปน็ อนั ตรายทง้ั ชวี ติ และทรพั ยส์ นิ หากใชง้ านผดิ วธิ ี ไมว่ า่ จะเปน็
การตดิ ตงั้ อปุ กรณไ์ ฟฟา้ ทไี่ มไ่ ดต้ ามมาตรฐานทกี่ ำ� หนด อาจทำ� ใหส้ ายไฟฟา้ สวติ ช์
เตา้ รบั หรอื เครอื่ งใช้ไฟฟา้ ต่าง ๆ มไี ฟฟา้ รวั่ หรือการสมั ผสั โดยตรงกบั สายไฟฟ้า
ทไี่ มม่ ฉี นวนหอ่ หมุ้ หรอื การใชอ้ ปุ กรณไ์ ฟฟา้ ทชี่ ำ� รดุ โดยหากเราใชส้ ว่ นใดสว่ นหนง่ึ
ของร่างกายเข้าไปแตะสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช�ำรุดและมีไฟฟ้าอยู่ด้วย
จะทำ� ใหร้ า่ งกายตอ่ เขา้ ไปเปน็ สว่ นหนง่ึ ของวงจรไฟฟา้ หรอื ทำ� ใหค้ รบวงจร ในขณะท่ี
ร่างกายส่วนอืน่ สัมผัสอยู่กับพื้นดินหรอื ท่ชี นื้ แฉะ กระแสไฟฟา้ จะไหลผา่ นร่างกาย
ลงสู่พื้นดินครบวงจร ไฟฟ้าที่ผ่านร่างกายจะท�ำให้เสียชีวิตได้ หรือการใช้ไฟฟ้า
มากเกินไปอาจท�ำให้สายไฟฟ้าละลายและเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรืออาจท�ำให้เกิด
ไฟไหมไ้ ด้

ปรบั ปรุงข้อมลู :

การไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค สำ� นกั งานใหญ่. (2560). ความรเู้ กยี่ วกบั ไฟฟา้ : การใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งปลอดภัย.
สืบค้น 11 สิงหาคม 2563, จาก http://.pea.co.th/ความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้า/ArtMID/606/
ArticleID/861/การใชไ้ ฟฟ้าอย่างปลอดภยั .

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 163

ชื่อ-สกุล เดือน ชัน้ เลขท่ี บ.บ๖. .๒๑./๑ผ./๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ท่ี พ.ศ.
น�ำเสนอในรปู แบบ
ประโยชน์และอันตรายจากไฟฟา้ ทน่ี า่ สนใจ

164 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชือ่ -สกุล เดือน ช้นั เลขท่ี บ.บ๖.. ๑๒./๑ผ./๑ผ.๓. ๑- -๐ ๑๐๑
วนั ที่ พ.ศ.

ค�ำถามหลังจากทำ� กิจกรรม

๑. กิจกรรมใดบา้ งในชีวติ ประจ�ำวนั ที่มีการใช้ประโยชน์จากไฟฟ้า และใช้ท�ำอะไร

๒. กิจกรรมใดบ้างในชวี ติ ประจ�ำวันทอ่ี าจท�ำใหเ้ ราไดร้ บั อนั ตรายจากไฟฟา้ ได้

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 165

ชื่อ-สกลุ เดือน ชน้ั เลขที่ บบ. ๖. ๒.๑.๑/ ผ/. ๑ผ.๓ ๑- -๐ ๐๑๑
วันที่ พ.ศ.

๓. จากกิจกรรมน้ี สรุปได้วา่ อย่างไร

166 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชือ่ -สกุล เดอื น ชนั้ เลขท่ี บบ. ๖. .๒๑.๑/ ผ/. ๑ผ..๓ ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

ตอนที่ ๒

4
12

3

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 167

ชอื่ -สกลุ เดือน ชน้ั เลขที่ บบ. ๖. .๒๑./๑ผ/. ๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

บนั ทึกผลการท�ำกิจกรรม แลใะทหเ�ำ้ตขเรยีคงนรกอื่เหบั งภหตาผุมพลาย
ผลการอภปิ ราย
ตาราง กจิ กรรมทเ่ี ก่ยี วข้องกับการใชไ้ ฟฟา้ ในรปู

หอ้ ง กจิ กรรม การประหยดั ความปลอดภัย เหตผุ ล
หมายเลข
ใชอ้ ยา่ ง ใชอ้ ยา่ งไม่ ใชอ้ ยา่ ง ใชอ้ ยา่ งไม่
๑ ประหยดั ประหยดั ปลอดภยั ปลอดภยั

หมายเลข


168 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชื่อ-สกลุ ชนั้ เลขท่ี บ.บ๖. .๒๑./๑ผ./ ๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๑๑

วันที่ เดือน พ.ศ.

ตาราง กจิ กรรมทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั การใชไ้ ฟฟ้าในรูป (ตอ่ )

กจิ กรรม การประหยดั ความปลอดภยั
หอ้ ง ใชอ้ ยา่ ง ใชอ้ ยา่ งไม่ ใชอ้ ยา่ ง ใชอ้ ยา่ งไม่ เหตุผล

ประหยดั ประหยดั ปลอดภยั ปลอดภยั

หมายเลข


หมายเลข


ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 169

ชอ่ื -สกลุ เดือน ชั้น เลขที่ บบ. ๖. .๒๑./๑ผ/. ๑ผ..๓ ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

ตาราง กจิ กรรมทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับการใช้ไฟฟา้ ในรปู (ต่อ)

ห้อง กิจกรรม การประหยัด ความปลอดภัย เหตผุ ล

ใชอ้ ยา่ ง ใชอ้ ยา่ งไม่ ใชอ้ ยา่ ง ใชอ้ ยา่ งไม่
ประหยดั ประหยดั ปลอดภยั ปลอดภยั

หมายเลข


หมายเลข


170 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกุล เดือน ช้นั เลขที่ บ.บ๖. .๒๑./๑ผ./ ๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

ใบความรเู้ ร่ืองการใช้ไฟฟา้ ให้ประหยดั และปลอดภยั
ปัจจบุ นั เราใชไ้ ฟฟ้าในปริมาณมาก ถงึ แมป้ ระเทศไทยจะผลิตไฟฟา้ ขน้ึ มา
ใช้เอง แต่ยังไม่พอเพียงต่อความต้องการของคนในประเทศ ท�ำให้เราต้องใช้เงิน
จ�ำนวนมากเพื่อซ้ือไฟฟ้าจากประเทศเพ่ือนบ้าน ดังนั้นเราควรใช้ไฟฟ้า
อย่างประหยัด และในการใช้ไฟฟ้าแต่ละคร้ังต้องระมัดระวังและใช้ให้ปลอดภัย
การใช้ไฟฟ้าให้ประหยดั ท�ำได้หลายวธิ ี เช่น
๑. เลือกซ้ือเคร่ืองใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน เช่น มีฉลากเบอร์ ๕

ก�ำกับ
๒. ปดิ เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าทุกคร้งั หลงั เลกิ ใช้งาน
๓. ใชไ้ ฟฟา้ เทา่ ทจี่ �ำเป็น
๔. สรา้ งบา้ นดว้ ยวสั ดทุ เี่ ปน็ ฉนวนกนั ความรอ้ นไดด้ ใี หก้ บั หลงั คาและผนงั บา้ น

หรือปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงาแก่ตัวบ้าน เพื่อลดการใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้า
เชน่ พัดลม เคร่ืองปรบั อากาศ

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 171

ชอ่ื -สกุล เดือน ชัน้ เลขที่ บบ. ๖. .๒๑.๑/ ผ/. ๑ผ.๓ ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

การใช้ไฟฟ้าใหป้ ลอดภัยท�ำได้หลายวิธี เชน่
๑. ตรวจสอบสายไฟฟา้ เตา้ รบั และปลก๊ั ไฟของเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ทกุ ครง้ั ทใี่ ช้

วา่ ชำ� รดุ หรอื ไม่ หากชำ� รดุ ควรซอ่ มแซมใหเ้ รยี บรอ้ ยและตรวจสอบใหอ้ ยใู่ น
สภาพพร้อมใชง้ าน
๒. หลกี เลย่ี งการนำ� เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ไปใชใ้ นบรเิ วณทชี่ นื้ แฉะ ฝนสาดถงึ หรอื
เปยี กน�ำ้ เพราะจะท�ำให้ไฟฟา้ ดดู ได้เมื่อเปดิ ใชง้ าน
๓. เมอื่ จะเสยี บปลกั๊ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ตอ้ งดใู หแ้ นใ่ จวา่ ไมไ่ ดเ้ ปดิ สวติ ชเ์ ครอื่ งอยู่
และเมือ่ เลกิ ใช้งาน ใหป้ ิดสวิตชท์ ีเ่ คร่ืองใชไ้ ฟฟา้ ก่อนแลว้ จึงถอดปลั๊ก
๔. อยา่ วางเคร่อื งใช้ไฟฟ้าทีม่ ีความร้อนไว้ใกล้วสั ดุติดไฟ เช่น วางโคมไฟ
ไวใ้ กล้ผ้าม่าน
๕. อยา่ แตะตอ้ งอปุ กรณ์หรอื เคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ ในขณะท่ีตวั เปยี ก
๖. เครื่องใชไ้ ฟฟ้าทีม่ เี ปลอื กห้มุ ภายนอกท�ำด้วยโลหะทกุ ชนิด เช่น ตู้เย็น
หม้อหุงข้าว เตาไมโครเวฟ เตารีด เครื่องซักผ้า เครื่องท�ำน�้ำอุ่น
ต้องตดิ ต้งั สายดนิ เพอื่ ป้องกันไฟฟา้ ดดู หากมไี ฟฟ้าร่วั
๗. อยา่ นำ� สง่ิ ของวางบนเครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ หรอื ใชผ้ า้ คลมุ หรอื วางเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้
ในทอ่ี บั อากาศ เพราจะทำ� ใหเ้ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ทำ� งานไดไ้ มเ่ ตม็ ประสทิ ธภิ าพ
ชำ� รดุ ง่าย กนิ ไฟมาก และอาจเกิดไฟไหมไ้ ด ้
๘. อย่าเสียบเคร่ืองใช้ไฟฟ้าหลายเครื่องที่เต้ารับอันเดียว เพราะอาจเป็น
การใชไ้ ฟฟา้ เกนิ กำ� ลังและอาจเกดิ ไฟไหม้ได้

172 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชื่อ-สกลุ เดือน ช้ัน เลขท่ี บ.บ๖. .๒๑./๑ผ./ ๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๑๑
วันที่ พ.ศ.

๙. เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ทใ่ี ชพ้ ลงั งานไฟฟา้ มาก เชน่ หมอ้ หงุ ขา้ ว เครอื่ งซกั ผา้ เตาไฟฟา้
ควรเสยี บทเี่ ตา้ รบั เดยี ว หลกี เลยี่ งการใชเ้ ตา้ รบั รว่ มกบั เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ อน่ื

๑๐. อยา่ ใชส้ ายไฟฟา้ ลอดใตเ้ สอื่ หรอื พรม หรอื ปลอ่ ยใหข้ องหนกั ทบั สายไฟฟา้
เพราะอาจท�ำให้ส่วนที่ห้มุ สายไฟแตกช�ำรุด เกดิ ไฟฟ้ารว่ั ได้

๑๑. อย่าใชน้ ้�ำมันไวไฟลา้ งเครอ่ื งใช้ไฟฟ้าในขณะท่ยี งั เสียบปลั๊กอยู่
๑๒. หา้ มเปิดหรือปิดเครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ทกุ ชนดิ เม่ือมกี ารรั่วไหลของก๊าซหงุ ต้ม

ภายในบ้าน
๑๓. เมอื่ ไฟฟา้ ดบั ใหป้ ดิ สวติ ชเ์ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ทกุ ชนดิ ทเ่ี ปดิ คา้ งอยทู่ นั ที รวมถงึ

ถอดปล๊ักเครื่องใช้ไฟฟ้าท่ีให้ความเย็น เช่น ตู้เย็น และค่อยเปิดใช้
เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ หลังจากไฟฟา้ มาแลว้ อยา่ งน้อย ๓ นาที
๑๔. ควรใหผ้ ูม้ คี วามร้เู รื่องไฟฟา้ ติดตั้งหรอื ซ่อมแซมเครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ทกุ ครั้ง

ปรบั ปรงุ ข้อมูล :

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแหง่ ประเทศไทย. 2018. รู้ไว้ใช่ว่า ไฟฟา้ ใกล้ตัว : “การใช้ไฟฟา้ อย่างปลอดภัย”.
สืบค้น 18 สิงหาคม 2563, จาก http://www.egat.co.th/index.php?option=com
_contene&view=article&id=2507:art20180508-01&catid=49&ltemid=251

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 173

ชอ่ื -สกุล เดือน ชั้น เลขที่ บ.บ๖. .๒๑./๑ผ./ ๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๑๑
วันที่ พ.ศ.

ผงั ความคิดเรื่องการใชไ้ ฟฟา้ ใหป้ ระหยัดและปลอดภยั

174 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกุล เดอื น ชั้น เลขที่ บ.บ๖.. ๑๒./๑ผ./๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ท่ีเลือก
วิธีการใช้เครือ่ งใช้ไฟฟา้ นใ้ี หป้ ระหยดั ท�ำไดด้ ังนี้

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 175

ชือ่ -สกลุ เดอื น ชนั้ เลขท่ี บบ. ๖. ๒.๑.๑/ ผ/. ๑ผ.๓ ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ท่ี พ.ศ.

ค�ำถามหลงั จากทำ� กิจกรรม

๑. การใช้เครื่องใช้ไฟฟา้ ใหป้ ระหยดั ท�ำไดอ้ ยา่ งไรบ้าง

๒. การใช้เครือ่ งใช้ไฟฟ้าให้ปลอดภัยท�ำได้อยา่ งไรบา้ ง

176 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชื่อ-สกุล เดอื น ชั้น เลขที่ บ.บ๖. .๒๑./๑ผ/. ๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๑๑
วนั ที่ พ.ศ.

๓. จากกิจกรรมนี้ สรปุ ได้วา่ อยา่ งไร

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 177

ชอ่ื -สกุล เดอื น ชัน้ เลขท่ี บ.บ๖. .๒๑./๑ผ./ ๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๒๑
วนั ท่ี พ.ศ.

ใบงาน ๐๒ : แบบฝึกหัด เรือ่ งการใชไ้ ฟฟ้าใหป้ ระหยดั และปลอดภัย

ตอบค�ำถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง

๑. หากใช้ไฟฟ้าอย่างไม่ปลอดภัยดังรูป จะเกิดอันตรายอย่างไร

วิธีการใช้ไฟฟ้า โยงเสน้ วธิ ีการใช้ไฟฟ้ากับอันตราย
ท่ีอาจเกิดขึน้ ให้ถูกตอ้ ง
เสียบปล๊ักของเครื่อง
ใช้ไฟฟ้าหลาย ๆ อัน
กับเต้ารับอันเดียว

เสียบปล๊ักไฟ อันตรายท่ีอาจเกิดข้ึน
ขณะตัวเปียก อาจเกิดไฟไหม้

เปิดโทรทัศน์ท้ิงไว้ อาจถูกไฟฟ้าดูด
เม่ือเลิกใช้งาน

เปิดเตารีดทิ้งไว้
เม่ือไม่อยู่

เดินสายไฟฟ้าใต้พรม
และมีส่ิงของต่าง ๆ
ทับไว้

178 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชื่อ-สกุล เดือน ชั้น เลขที่ บ.บ๖.. ๑๒./๑ผ./๑ผ.๓. ๑- -๐ ๐๒๑
วันท่ี พ.ศ.

๒. ข้อใดต่อไปนี้เป็นการใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้า ทำ� เคร่อื งหมาย ใน
อย่างประหยัด หนา้ ข้อความท่ีเลือก

๒.๑ ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิดขณะใช้เครื่องปรับอากาศ
๒.๒ พรมน�้ำที่เสื้อผ้าให้เปียกแฉะก่อนรีดด้วยเตารีด
๒.๓ ซักผ้าครั้งละ ๑-๒ ชิ้น ทุกวันโดยใช้เคร่ืองซักผ้า
๒.๔ เปิดหลอดไฟฟ้าหลายดวงขณะอ่านหนังสือในห้องที่มีแสงจาก
ดวงอาทิตย์ส่องถึง
๒.๕ ถอดปลั๊กหม้อหุงข้าวออกเมื่อข้าวสุกแล้ว
๒.๖ น�ำอาหารที่ร้อนเข้าตู้เย็น
๒.๗ ปิดสวิตช์เครื่องท�ำน้�ำอุ่นทุกคร้ังเม่ือเลิกใช้งาน
๒.๘ เสียบปลั๊กกระติกน้�ำร้อนไว้ตลอดเวลา
๒.๙ เช็ดผมก่อนใช้เคร่ืองเป่าผม
๒.๑๐ เปิดพัดลมโดยเลือกใช้ท่ีความเร็วสูงสุด

ตลอดการใช้งาน

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 179

โรงเรียน แบบทดสอบวิชาวทิ ยาศาสตร์
ภาคเรียนที่ ปกี ารศกึ ษา ช้นั ประถมศึกษาปที ี่

ช่อื - นามสกลุ เลขที่ ชั้น

คำ� ชี้แจง :
แบบทดสอบมีทง้ั หมด ๒๐ ขอ้ รวม ๗ หนา้ เวลา ๖๐ นาที คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน
ใหเ้ ขียนเคร่อื งหมาย X ทับตวั อักษรหน้าค�ำตอบทถ่ี ูกตอ้ งทส่ี ดุ

คะแนนเตม็ คะแนนท่ีได้

๒๐

ขอให้นกั เรยี นต้งั ใจทำ� แบบทดสอบ
ดว้ ยความซ่ือสัตย์สุจรติ

180

แบบทดสอบ ป.๓ เล่ม ๒

๑. เพราะเหตใุ ด เวลากลางวนั ของคนบนโลกทตี่ �ำแหน่ง A จึงเห็นดวงอาทติ ยก์ อ่ น
คนท่ีอยทู่ ต่ี �ำแหน่ง B ถา้ ก�ำหนดให้
ขวั้ โลกเหนือ

A

ขวั้ โลกใต้ B

ก. โลกหมนุ รอบตัวเอง ในทศิ ทางตามเข็มนาฬิกา เมือ่ มองจากบรเิ วณเหนือ
ขว้ั โลกเหนอื

ข. โลกหมุนรอบตัวเอง ในทิศทางทวนเขม็ นาฬกิ า เม่อื มองจากบรเิ วณเหนอื
ข้วั โลกเหนอื

ค. ดวงอาทติ ยโ์ คจรรอบโลกในทศิ ทางตามเขม็ นาฬกิ า เมอื่ มองจากบรเิ วณเหนอื
ขัว้ โลกเหนอื

ง. ดวงอาทติ ยโ์ คจรรอบโลกในทศิ ทางทวนเขม็ นาฬกิ า เมอ่ื มองจากบรเิ วณเหนอื
ขัว้ โลกเหนอื

๒. แบบจ�ำลองในข้อใดสามารถอธิบายการเกิดกลางวัน กลางคืนของโลก
ได้ถูกต้อง ถ้าลูกโลกจ�ำลองแทนโลก และไฟฉายแทนดวงอาทิตย์ ลูกศร
แสดงทิศทางการหมนุ รอบตัวเองของโลก
ก. ข.

ค. ง.

181

แบบทดสอบ ป.๓ เล่ม ๒
๓. การทคี่ นบนโลกมองเห็นดวงอาทิตย์ขน้ึ และตกเป็นเพราะเหตใุ ด

ก. โลกหมุนรอบตัวเอง
ข. โลกโคจรรอบดวงอาทติ ย์
ค. ดวงอาทิตย์โคจรรอบโลก
ง. ดวงอาทติ ย์หมุนรอบตัวเอง
๔. ทิศเกดิ จากอะไร
ก. การก�ำหนดขึ้นเม่อื มองจากนอกโลก
ข. การก�ำหนดข้นึ จากการเกิดกลางวัน กลางคนื
ค. การก�ำหนดข้นึ จากการมองเหน็ ดวงอาทติ ยข์ นึ้ และตก
ง. การกำ� หนดใหผ้ ูส้ ังเกตอยูท่ ขี่ ว้ั โลกเหนอื เปน็ จุดอ้างองิ

๕. นกั เรยี นคนหนง่ึ อยทู่ บ่ี า้ นในตอนเชา้ จะมองเหน็ ดวงอาทติ ยข์ นึ้ ทางโบสถข์ องวดั เสมอ
หากนกั เรยี นตอ้ งการเดนิ ไปโรงเรยี นตามเสน้ ทาง นกั เรยี นตอ้ งเดนิ ไปทางทศิ ใด ตามลำ� ดบั

วดั

บ้าน

ก. ทศิ เหนือ ทิศตะวันตก โรงเรยี น
ค. ทศิ ใต้ ทิศตะวันออก ข. ทศิ เหนอื ทศิ ตะวนั ออก
ง. ทิศใต้ ทิศตะวันตก
182

แบบทดสอบ ป.๓ เลม่ ๒

๖. ถ้าผู้สังเกตอยู่ท่ีซีกโลกใต้ จะมองเห็นดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นและตกทางทิศใด
ตามล�ำดับ
ก. ขึน้ ทางทศิ ตะวนั ออกและตกทางทศิ ตะวันตก
ข. ขึ้นทางทศิ ตะวันตกและตกทางทิศตะวนั ออก
ค. ขึน้ ทางทศิ เหนือและตกทางทิศใต้
ง. ขน้ึ ทางทิศใตแ้ ละตกทางทิศเหนือ

๗. ข้อใดถกู ต้อง
ก. คนบนโลกสังเกตเหน็ ดวงอาทิตย์ขน้ึ และตกพร้อมกันทกุ วัน
ข. กลางวันและกลางคืนเกดิ จากโลกหมุนรอบดวงอาทติ ยท์ ุกวัน
ค. โลกมลี กั ษณะเป็นทรงกลมทำ� ให้กลางวนั ยาวนานกว่ากลางคนื ทุกวัน
ง. ดวงอาทติ ยข์ นึ้ จากขอบฟา้ ทางดา้ นหนงึ่ และตกลบั ขอบฟา้ ดา้ นตรงขา้ มทกุ วนั

๘. พืน้ ทร่ี าบเป็นพืน้ ทแี่ ห้งแล้งกับบนยอดเขาท่ีมตี น้ ไมม้ ากมายทีม่ สี ่วนประกอบ
ของอากาศเป็นดงั น้ี

A. อากาศในพน้ื ทร่ี าบมปี รมิ าณแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดม์ ากกวา่ แกส๊ ออกซเิ จน
ซึ่งตรงกันข้ามกับอากาศบนยอดเขาท่ีมีปริมาณแก๊สออกซิเจนมากกว่า
แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์

B. อากาศในพืน้ ท่รี าบกบั บนยอดเขามปี ริมาณแกส๊ ไนโตรเจนมากทีส่ ุด
C. อากาศในพื้นทีร่ าบกบั บนยอดเขามปี ริมาณไอน�้ำแตกตา่ งกัน

ข้อใดถกู ต้อง
ก. A และ C
ข. A และ B
ค. B และ C
ง. A B และ C

183

แบบทดสอบ ป.๓ เล่ม ๒
๙. ชุมชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในพ้ืนที่ ดังรูป เมื่อวัดอุณหภูมิของอากาศอย่างต่อเน่ือง
ในบรเิ วณ A B C และ D พบว่า แต่ละบรเิ วณมอี ณุ หภูมขิ องอากาศ ดังรปู

๒๘๐c
๒๔๐c ๓๐๐c

๒๘๐c

หากนักเรยี นเป็นผ้นู �ำชมุ ชนแล้วมลี ูกบา้ นตอ้ งการท�ำฟาร์มเลย้ี งหมู นักเรยี น
จะใหต้ ัง้ ฟารม์ ไว้ทบี่ ริเวณใด เพอ่ื ไมใ่ หค้ นในชุมชนได้รับกลนิ่ เหม็นจากฟารม์
เม่อื เกิดลม
ก. A ข. B ค. C ง. D
๑๐. แขวนโมบายรูปงทู ท่ี �ำด้วยกระดาษเยอ่ื เหนอื เปลวเทียน ดังรปู โมบายหมุนได้
เพราะเหตใุ ด

ก. อากาศเหนอื เปลวเทยี นร้อนจึงเคลื่อนทล่ี ง
ข. อากาศเหนือเปลวเทยี นร้อนจงึ เคล่ือนทขี่ ้นึ
ค. อากาศเหนือโมบายเคลอื่ นที่จากขวาไปซ้าย
ง. อากาศเหนอื โมบายทั้งซา้ ยขวาเคลอื่ นที่มาหาเชือกพร้อมกนั

184

แบบทดสอบ ป.๓ เลม่ ๒

๑๑. ข้อใดไมเ่ ป็นการใชป้ ระโยชนข์ องลม
ก. ลมพดั เรอื ใบในทะเล
ข. ลมพดั หมนุ ระหัดวิดน�้ำในนา
ค. ลมพดั ควนั จากการเผาฟางข้าว
ง. ลมพัดให้เมล็ดพืชกระจายพันธุ์

พจิ ารณาสถานการณต์ อ่ ไปน้ี แลว้ ตอบคำ� ถามข้อ ๑๒
A ไปเทย่ี วทะเลในวนั ท่อี ากาศร้อนจัด ท�ำให้เปน็ ลมหมดสติ
B พกั คา้ งแรมในป่าท�ำใหเ้ ปน็ หวดั รนุ แรงเพราะแพ้อากาศช้นื
C การเผาฟางข้าวหลังการเกบ็ เกีย่ ว ท�ำใหเ้ กิดหมอกควันและฝนุ่ ละออง
D บ้านอยูใ่ กลโ้ รงงานกำ� จดั ขยะโดยการเผา ท�ำให้ไดร้ บั กล่นิ ฉุน รู้สึกแสบตา
แสบจมกู และวิงเวยี นศีรษะ
E เม่อื ได้ยนิ ข่าวว่ามหี มอกควนั จากไฟป่าทางภาคเหนือ ท�ำให้ตอ้ งยกเลกิ
แผนการทอ่ งเทยี่ วทค่ี รอบครัวเคยวางไว้

๑๒. ข้อใดเปน็ ผลกระทบจากมลพษิ ทางอากาศต่อสงิ่ มีชวี ติ
ก. A B และ C
ข. B C และ D
ค. C D และ E
ง. A D และ E

๑๓. ข้อใดเป็นการลดมลพิษทางอากาศท่ีเหมาะสมทส่ี ุด
ก. ใช้รถจักรยานยนตแ์ ทนรถยนต์
ข. น�ำแกลบมาผสมมลู สัตว์ท�ำเปน็ ปุ๋ยหมักแทนการเผา
ค. ใช้ภาชนะทท่ี �ำดว้ ยโฟมซ�ำ้ หลาย ๆ ครง้ั แลว้ จึงนำ� ไปเผา
ง. นำ� ขยะประเภทเศษอาหารไปทงิ้ รวมกนั ในท่ีห่างไกลชมุ ชน

185

แบบทดสอบ ป.๓ เลม่ ๒

๑๔. เหตุใดจึงกลา่ วว่า ไฟฟ้าเป็นพลงั งาน
ก. เพราะใช้แลว้ หมดไป
ข. เพราะมาจากแหล่งพลงั งานหลาย ๆ แหล่ง
ค. เพราะสามารถทำ� ให้เคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ ทำ� งานได้
ง. เพราะไฟฟ้าเคลือ่ นท่ีไปตามสายไฟฟา้ ได้

๑๕. การหมุนแกนหมุนของเครื่องก�ำเนิดไฟฟ้าแล้วท�ำให้เกิดไฟฟ้าเป็นการเปลี่ยน
พลังงานอย่างไร
ก. เปลย่ี นพลงั งานกลไปเป็นพลังงานไฟฟ้า
ข. เปลี่ยนพลังงานแสงไปเป็นพลังงานไฟฟ้า
ค. เปลีย่ นพลงั งานแม่เหลก็ ไปเปน็ พลังงานไฟฟา้
ง. เปล่ยี นพลังงานความร้อนไปเป็นพลังงานไฟฟ้า

๑๖. ส่วนประกอบใดของเครื่องก�ำเนดิ ไฟฟ้าทีม่ คี วามสำ� คัญต่อการผลิตไฟฟา้
ก. ขดลวดทองแดง แกนหมุน
ข. ขดลวดทองแดง แมเ่ หลก็
ค. แม่เหล็ก แกนหมนุ
ง. แมเ่ หล็ก สายไฟฟา้

๑๗. เราใช้ประโยชนจ์ ากพลงั งานความรอ้ นทไี่ ดจ้ ากเคร่ืองใช้ไฟฟา้ ในข้อใด
ก. วทิ ยุ โทรทัศน์ เตารีด
ข. หมอ้ หงุ ขา้ วไฟฟา้ เตาไฟฟ้า วทิ ยุ
ค. โทรทัศน์ กระตกิ นำ�้ รอ้ น เตาไฟฟา้
ง. เตารีด หม้อหงุ ขา้ วไฟฟ้า กระตกิ น้�ำรอ้ น

186 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

แบบทดสอบ ป.๓ เลม่ ๒
๑๘. เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ขอ้ ใด มกี ารเปลย่ี นพลงั งานไฟฟา้ เปน็ พลงั งานอนื่ ทแ่ี ตกตา่ งจากขอ้ อน่ื

ก. วิทยุ
ข. พดั ลม
ค. เครื่องซักผ้า
ง. เครอ่ื งปั่นนำ�้ ผลไม้
๑๙. ขอ้ ใดเปน็ การใช้ไฟฟา้ อยา่ งประหยัด
ก. รีดผา้ ทกุ วัน วนั ละ ๑ ชดุ
ข. หมนั่ ละลายน�้ำแข็งในตเู้ ย็น
ค. เปิดเคร่อื งปรบั อากาศแทนพดั ลม
ง. เสยี บปล๊กั กระตกิ น�ำ้ ร้อนไวต้ ลอดเวลา
๒๐. ขอ้ ใดเป็นการใชไ้ ฟฟ้าอย่างปลอดภยั
ก. ดึงท่สี ายไฟฟา้ เมื่อต้องการถอดปลัก๊ ของเครื่องใชไ้ ฟฟา้
ข. ปิดสวิตช์เครือ่ งใช้ไฟฟ้าทุกครัง้ เม่อื ไมใ่ ชง้ าน
ค. เสยี บปลก๊ั เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ไว้ เมือ่ ออกจากบ้าน
ง. เสียบปล๊กั เคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ หลายอยา่ งกับเต้ารบั ๑ อัน

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั นกั เรยี น) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 187

บรรณานุกรม

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2560). ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ
และเทคโนโลยี พ.ศ. 2560) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ:
โรงพมิ พช์ มุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำ� กดั .

การไฟฟา้ ฝา่ ยผลติ แหง่ ประเทศไทย. (2561). รไู้ วใ้ ชว่ า่ ไฟฟา้ ใกลต้ วั : “การใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งประหยดั ”. สบื คน้ 18
สงิ หาคม 2563, จาก https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=250
7:art20180508-01&catid=49&Itemid=251

การไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค สำ� นกั งานใหญ.่ (2560). ความรเู้ กยี่ วกบั ไฟฟา้ : การใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งปลอดภยั . สบื คน้ 11
สงิ หาคม 2563, จาก https://www.pea.co.th/ความรเู้ กย่ี วกบั ไฟฟา้ /ArtMID/606/ArticleID/ 861/การใช้
ไฟฟา้ อยา่ งปลอดภยั

สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2559). หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพนื้ ฐาน
วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร.์ กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.

สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2563). หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เลม่ ๑. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.

สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2563). หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เลม่ ๒. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.

ขอขอบคณุ รปู ภาพจาก www.pixabay.com และรปู ในหนา้ ท่ี ๑๕๒-๑๕๓ ใชภ้ ายใตล้ ขิ สทิ ธจิ์ าก shutterstock.com

188

บันทึกความจาํ
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................

บันทึกความจาํ
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version