The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

“ตำนานพระธาตุแช่โหว้และ พญาลิ้นก่าน” เล่มนี้ จัดพิมพ์ขึ้นโดยมูลนิธิ หลวงปู่ก้ำ กลฺยาณธมฺโม มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการถวายมุทิตาสักการะและเป็นอนุสรณ์เนื่อง ในงานฉลองอายุวัฒนมงคลครบ ๑๐๐ ปี ของ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ หลวงปู่พระราชมงคลวิสุทธิ์ พระมหาเถร ๕ แผ่นดิน ในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๓

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kruchart Martmool, 2020-05-31 10:32:55

ตำนานพระธาตุแช่โหว้และพญาลิ้นก่าน

“ตำนานพระธาตุแช่โหว้และ พญาลิ้นก่าน” เล่มนี้ จัดพิมพ์ขึ้นโดยมูลนิธิ หลวงปู่ก้ำ กลฺยาณธมฺโม มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการถวายมุทิตาสักการะและเป็นอนุสรณ์เนื่อง ในงานฉลองอายุวัฒนมงคลครบ ๑๐๐ ปี ของ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ หลวงปู่พระราชมงคลวิสุทธิ์ พระมหาเถร ๕ แผ่นดิน ในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๓

Keywords: ดอกคำใต้,ประวัติศาสตร์ดอกคำใต้.น้ำร่องช้าง, พญาลิ้นก่าน,หลวงปู่ก้ำ,วัดบุญเกิด

ตาํ นานพระธาตแุ จโหวแ ละพญาลน้ิ กา น ๙๓

ลักษณะอกั ษรไทย

แหลงท่ีมา : http://onlyyoutoo.blogspot.com

ส ว น ท า ง ภ า ค เ ห นื อ ท่ี เ รี ย ก ว า อ า ณ า จั ก ร
ลานนาน้ัน ปจจุบันเหลือเพียง ๘ จังหวัดเทาน้ัน
ไดแก เชียงใหม แมฮองสอน ลําพูน ลําปาง แพร
นาน พะเยา และเชียงราย โดยมีเชียงใหมเปน
ราชธานี มีภาษาลานนาเปนของตนเองใชในการ
ส่ือสารคือมีท้ังภาษาพูด (คําเมือง) และภาษา
เขียน (ตวั เมอื งหรืออักษรลานนา) เชน กนั

พระราชมงคลวสิ ทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๙๔

ขอบเขตของลานนา

แหลงท่ีมา : https://mapio.net/pic/p-41570255/

โดยมีวัดเปนสถานท่ีใหการศึกษาแกพระภิกษุและ
สามเณรเทานั้น ผูชายที่ไมไดบวชเรียนและผูห ญิง
จึงไมม สี ิทธไิ ดเรียน

คนลานนาเรียกตัวเองวา “คนเมือง” คนไทย
ภาคกลางโบราณเรียกคนลานนาวา “คนลาว”

ตาํ นานพระธาตุแจโ หวและพญาลิน้ กา น ๙๕

คนไทใหญ รัฐฉานเรียกคนลานนาวา “คนยวน”
สวนอักษรลานนาหรือตัวเมือง ถูกเรียกเปน
ทางการวา “อักษรไทยวน” ตัวเมืองมักถูกใช
บั น ทึ ก เ ร่ื อ ง ร า ว ที่ เ ก่ี ย ว กั บ พุ ท ธ ศ า ส น า เ ป น
สว นใหญ จึงถูกเรียกวา “ตวั ธรรมลา นนา” ก็มี

อกั ษรลานนา (ตัวเมือง)

แหลง ที่มา : https://board.postjung.com/961301

อาณาจักรลานนาเปนเมืองประเทศราชของ
ประเทศสยามมาตั้งแตในสมัยรัชกาลท่ี ๑ ดังนั้น
เจาหัวเมืองเชียงใหม ลําพูน ลําปาง แพร นาน
จะตองสงเครื่องราชบรรณาการไปถวายพระเจา

พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๙๖

แผนดินกรุงสยามทุก ๆ ๓ ป เพื่อเปนการยอมรับ
วาอยใู ตอํานาจ หากไมส ง จะถอื วาเปน กบฏ จนถงึ
ในสมัยรัชกาลท่ี ๕ มีการจัดระเบียบทางดานการ
ปกครองใหม โดยใหมีการนําเอาหัวเมืองประเทศ
ราชตาง ๆ มารวมเขาไวดวยกันเปนประเทศ
สยามและไดแตงต้ังใหลานนาเปนมลฑลพายัพ
ไดอนุญาตใหบริษัททางยุโรปเขามาสัมปทาน
ปาไมสัก เพื่อนํารายไดมาเรงพัฒนาประเทศสยาม
ใหเปนประเทศที่ทันสมัยทัดเทียมกับประเทศ
ทางยุโรปตอ ไป

ดานการศึกษา ในป พ.ศ. ๒๔๓๒ ไดกอตั้ง
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยในเชียงใหมข้ึนเปนแหง
แรกแลวขยายไปยังหัวเมืองตาง ๆ ในมลฑล
พายัพ โดยใหนักเรียนชาย หญิง ภิกษุ สามเณร
ที่มีอายุ ๗-๑๒ ปไดเรียนรวมกัน เพื่อใหใชความรู
เปนเครื่องมือประกอบการหาเล้ียงชีพเม่ือเติบ
ใหญแ ละเปน พลเมืองทดี่ ขี องประเทศสยามตอไป

ตํานานพระธาตุแจโหวแ ละพญาล้ินกา น ๙๗

โรงเรียนยุพราชวิทยาลยั โรงเรียนแหง แรกในมณฑลพายัพ

แหลงท่ีมา : https://th.wikipedia.org/

โดยกําหนดหลักสูตรมาใหแ ละใหใ ชภ าษาไทย
ในการเรียนการสอน ดังน้ันต้ังแตมีโรงเรียน
เกิดขึ้น วัดในฐานะศูนยกลางการศึกษาก็ถูก
โรงเรียนเขาแทนท่ีในท่ีสุด ในปจจุบันนี้ถึงแมคน
ถ่ินเหนือยังใชคําเมืองในการพูดคุยส่ือสารกันอยู
ก็ตามแตก็ไมรูจักตัวเมืองกันแลว เม่ือเห็นตัวเมือง
ก็อานไมออก เช่ือวาหากเราไมชวยกันร้ือฟน
อนุรักษตัวเมืองกันเอาไวอีกไมนานแมแตภาษา
พูดหรอื คาํ เมอื งกจ็ ะไมม ใี หไดยินอกี ตอ ไป

พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๙๘

พระภกิ ษุและสามเณรรุนสุดทา ยทีไ่ ดเรียนภาษาลานนา
สํานักวดั บุญเกดิ รุนของพอชาํ นาญ วงศป ระสิทธิ์
ถายทห่ี นาวิหารหลงั เกา เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๙๒

ความสําคญั

อักษรลา นนาหรือตัวเมอื ง มีความสําคญั ดังน้ี
๑) ตัวเมืองเปนศาสตรอันสูงสุด ชาวลานนา
มีตัวอักษรใชเปนของตนเองแสดงใหเห็นวา
ลา นนาเปนอาณาจักรแหง อารยชน
๒) ตัวเมือง เปนมรดกอันลํ้าคาทางอักษร
ศาสตรเปนขุมทรัพยแหงภูมิปญญาของปราชญ

ตาํ นานพระธาตุแจโ หวและพญาล้นิ กาน ๙๙

ชาวลานนาในอดีตท่ีจารบันทึกศาสตรแขนง
ตาง ๆ เก็บไวในคัมภีรใบลานและพับสามานาน
นับหลายรอยปท้ังดานภูมิศาสตร ประวัติศาสตร
พงศาวดาร ตํานาน ศิลาจารึก เหตุการณสําคัญ
โหราศาสตร แพทยศาสตร ตํารายาสมุนไพร
วรรณคดี วรรณกรรมลานนา ตลอดถงึ คติ คําสอน
ตาง ๆ ท่ีรอใหคนรุนหลังไดศึกษาคนควาและ
นําไปใชป ระโยชนตอ ไป

๓) ตัวเมือง เปนตัวอักษรแหงมนต เปน
ตัวอักษรแหงความเชื่อดานไสยศาสตร ที่ใชใน
การจารบันทึกไวในรูปของเลขยันต คาถาเวทย-
มนตต าง ๆ ซึ่งเชอื่ วา มคี วามขลังมาแตโบราณ

๔) ตัวเมือง ถือกันวาเปนตัวอักษรที่ศักดิ์สิทธ์ิ
เปนมรดกทางวัฒนธรรมดานพุทธศาสนาอันมีคา
สูงย่ิงท่ีสืบทอดตอกันมา ที่ใชในการจารบันทึก
พระธรรม อันหมายถงึ คําสั่งสอนของพระพุทธเจา
ในรูปของพระไตรปฎก ธรรมชาดก บทสวดมนต
และพิธีกรรมตาง ๆ ดังนั้นไมวาจะเปนพับสา

พระราชมงคลวสิ ุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๐๐

คัมภีรใบลาน สมุดขอ ย แมแ ตกระดาษที่เขยี นดวย
ตัวเมือง จะตองเก็บไวในที่อันควร เชน บนโตะ
บนหวั นอน บนหิ้งพระ เพราะคนลา นนาถือวา เปน
ของสูง จะไมมีการทิ้งเร่ียราด ไมมีการเหยียบย่ํา
หรอื เดนิ ขามเปนอันขาด

การเรียนภาษาลานนาน้ันจะงายกวาเรียน
ภาษาอื่น ๆ มาก เพราะภาษาลานนามีพยัญชนะ
สระ และวรรณยุกตใกลเคียงกับภาษาไทยกลาง
เปนสวนใหญและโดยเฉพาะคนเมืองจะเรียนรูได
เร็วกวาคนในภาคอื่น ๆ เพราะคนเมืองพูด
คําเมืองและเคยเรียนตัวอักษรไทยกลางไดเปน
พ้ืนฐานอยูแลว หากผูท่ีสนใจไดเรียนรูดวยตนเอง
จากหนังสือและดูใน YouTube ประกอบไปดวย
เชือ่ วา ไมนานก็พอจะอานออกเขยี นได

หนังสอื ต๋วั เมือง คนเมอื งบฮู
บจ า งจา อู ไผฟง
เฮยี นไวฮ ไู ว จะไปเปนหยงั
ภาษาอน่ื ยัง เฮยี นของเขาได

ตาํ นานพระธาตแุ จโหวแ ละพญาล้ินกาน ๑๐๑

ตวั อักษรลานนา (ตัวเมอื ง)

พยญั ชนะ
๑. พยัญชนะในวรรค มี ๕ วรรค ๒๕ ตัว

แถว ๑ แถว ๒ แถว ๓ แถว ๔ แถว ๕
วรรค ๑ ก (ก) ข (ข) ค (ก-ค) ฆ (ฆ) ง (ง)

กะ กะ ขะ กะ ฆะ งะ
วรรค ๒ จ (จ) ฉ (ฉ) ช (จ-ช) ฌ (ฌ) ญ (ญ)

จะ จะ ฉะ จะ ฌะ ญะ
วรรค ๓ ฏ (ฏ) ฐ (ฐ) ด (ด,ฎ) ฒ (ฒ) ณ (ณ)
หละฏะ หละฏะ หละฐะ ฎะ หละฒะ หละณะ
วรรค ๔ ต (ต) ถ (ถ) ท (ต-ท) ธ (ธ) น (น)

ตะ ตะ ถะ ตะ ธะ นะ
วรรค ๕ บ (บ,ป) ผ (ผ) พ (ป-พ) ภ (ภ) ม (ม)

ปะ ปะ ผะ ปะ ภะ มะ

๒. พยญั ชนะนอกวรรค มี ๘ ตัว

ย (ย) ยะ ร (ฮ, ร) ฮะ/ระ ล (ล) ละ ว (ว) วะ
ส (ส) สะ อ / -ํ (อ) อะ/องั ห (ห) หะ ฬ (ฬ) ฬะ

พระราชมงคลวสิ ุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผนดนิ ๑๐๒

๓. พยัญชนะเพิม่ เติม มี ๑๗ ตวั

ฃ (ฃ) ฅ (ฅ) ซ (ซ) ป (ป) ฝ (ฝ) ฟ (ฟ)

ฃะ ฅะ ซะ ปะ ฝะ ฟะ
ฦ (ฦ) ฤ (ฤา) ษ (ษ) ศ (ศ) ฮ (ฮ)

ฦ ฤา ษะ ศะ ฮะ

หฯ (หง) หฯ (หย) หฯ (หน) หฯ (หม) หฯ (หล) หฯ (หว)
หงะ หยะ หนะ หมะ หละ หวะ

๔. พยญั ชนะพเิ ศษ มี ๔ ตวั

£� ª¡

อยะ ร สส ญญ

หมายเหตุ
- พยัญชนะสนี ํา้ เงนิ คอื อกั ษรสูง มี ๒๓ ตวั
- พยญั ชนะสีน้าํ แดง คอื อักษรกลาง มี ๕ ตัว
- พยญั ชนะสีน้ําดาํ คอื อักษรต่ํา มี ๒๓ ตัว

ตํานานพระธาตแุ จโหวและพญาล้นิ กาน ๑๐๓

สระ (ไม)
๑. ไมตามรปู มี ๓๐ ตัว

กะ กา กิ กี กึ กื

กะ กา ก๋ิ ก๋ี กึ กื
กุ กู เกะ เก เกฯะ เกฯ

กุ ก เกะ เก เกี๋ยะ เกี๋ย
แกะ แก ก฿ฯะ ก฿ฯ เกะฯิ เกฯิ

แกะ แก กั๋วะ ก๋วั เกิ๋อะ เก๋ิอ
เกอฯื ะ เกอฯื โกะ โก โกฯะ กฯํ

เกอ๋ื ะ เก๋ือ โกะ โก เกาะ กอ
ไก ใก ไกฯ เกยฯ กาํ เกาั

ไก ใก ไกย ไกบ าลี กาํ๋ เกา

๒. ไมภาษาบาลี มี ๘ ตัว พฯ ฯ อี
- อะ -า อา พฯ อิ เ-า โอ
³ฯ อุ ´ อู µฯ เอ

พระราชมงคลวสิ ุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๐๔

๓. ไมพิเศษ มี ๑๑ ตัว

-฿ -ั -ํ - ·

ไมก ง ไมซัด ฯลฯ ไมกัง๋ มน ไมก ัง๋ ไหล

-์ฯ -๋ -ุฯี -¶ฯ

ไมระหา ม ไมเกาหอนึ้ง ไมเ กา จูจ ้ี ไมก า โวง

-ๆ เ-า -ะั

ไมซาํ้ /สอง ไมโ กบ าลี ไมก ะปูย าด
♦ ไมก าโวง -¶ฯ นยิ มใชกับ ค¶,ฯ ท¶ฯ, บ¶,ฯ ธ¶ฯ, ว¶ฯ

วรรณยุกต มี ๒ รูป สามารถผันไดถงึ ๖ เสียง

-่ ( -่ ) -้ ( -้ )

ไมเหยาะ (ไมเ อก) ไมขอจาง (ไมโท)

แมส ะกด แมสะกด มี ๘ แม
กฯ฿ กก กฯ฿ ก๋ง กฯ฿ ก๋ด กฯ฿ ก๋น
ก฿ฯ กบ๋ กฯ฿ กม๋ เกิ ฯ เกย๋ เกฯิ เกอ๋ ว

ตาํ นานพระธาตุแจโหวแ ละพญาลน้ิ กา น ๑๐๕

หลักการผสมกาํ เมอื ง

๑. ถา มแี ตพ ยัญชนะ ใหอานเปน ตัว ๆ ไป เหมือนกับมี
สระอะหรือไมกะอยูดวย เชน

ตัวเมือง อานวา ตัวเมือง อา นวา

สารณ สาระนะ ภวณา พะวะนา

จมาช จะ มาจะ นวก นะวะกะ
ท¶ฯต ตาตะ คลไส กะ ละไส
พไปป ปะไปปะ จรญิ า จะรยิ า
* คาํ เมือง “ร” ออกเสียงเหมือน “ล”

๒. ถามพี ยัญชนะกับสระ ใหผ สมคาํ ไดเ ลย เชน

ตัวเมือง อานวา ตวั เมือง อานวา

ธเล ทะเล สภํฯ ํฯ สอพอ

แกะดาํ แกะ ดํา ห฿ฯโน หัวโน

ไี ค้ ปไ ก ขชี ิ ขจี้ ิ๊

โภะฯ ไม้ เพาะไม เจเฯิ สฯอื เจอเสอื

พระราชมงคลวสิ ุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๐๖

๓. ถามีแตพยัญชนะ ผสมกับสระ “อือ” หรือ
“-ื ไมก ื๋อ” ไมตอ งมตี ัว “อ” ตาม เชน

ตัวเมือง อา นวา ตวั เมือง อา นวา
มาลื ผสี ื
มาลือ ผสี ือ
ถฯ ไื ม้ ถอื ไม ดดู ื ดูดอ้ื
กี่ม้อื คคู อื
กมี ื หนา ซอ่ื ฅฅู  รือ้ ไป

หฯา้ ซ รื พ

๔. ถามีพยัญชนะ สระและมีตัวสะกด ใหตัวสะกด
เขยี นซอนไวดา นลา ง เชน

คาํ วา เทยี บไดก บั ไดต ัวเมือง
ซาวแปด ซาฯแปฯ
ซาวแปด

แสงแดด แสงแดด แสฯแดฯ

กางจอ ง กางจอ้ ง กาจฯ งฯ้

แมวขาว แมวขาว แมขฯ าฯ

ดวงดาว ดวงดาว ดงฯ ดาฯ

ตํานานพระธาตุแจโหวและพญาล้นิ กา น ๑๐๗

๕. ตวั สะกดตอไปนี้ ใหเ ขยี นอยูใ นรปู ของหาง

ไทย ม น ย จ ส ษ ล ฐ ป บ, ป, ผ
เมอื ง ม น ย จ ส ษ ล ฏฯ พ บ,ป,ผ

หาง ฯ ฯ ฯ ฯ  ฯ ฯ ฯ ฯ ฯ

ตวั อยา ง เชน

คําวา เทยี บไดก บั ไดตัวเมือง
รกั ษา รกั ฯา
รักษา วฏั ฏส฿งสาร
วฏั ฏสงสาร สมั มา วฏั สฯ ฿ฯสาฯ
ห้าฯ ผา สมั าฯ
สมั มา สอ่ งหลา้ หาฯ้ าฯ
หนาผา หลานเขย สงฯ่ หาฯ้
สอ งหลา อง฿ อาจ หฯาเฯ ขฯ
หลานเขย เปนบาป อฯอ฿ าฯ
เสฏฏฯี เปฯบาฯ
องอาจ เสฏฯี
เปน บาป
เสฏฐี

พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๐๘

๖. ถามีไม “-ุฯ กุ, -ูฯ กู” อยูดานลางพยัญชนะตน

ใหต ัวสะกดอยูดานหลงั พยัญชนะตนไดแ ละถา เปน
ตัว น ใหเปลี่ยนเปนตัว ร เชน

คําวา เทยี บไดกบั ไดตัวเมือง

กางมุง กางมงุ้ กามฯ งุ้

แกงตูน แกงตนู แกตฯ รู

ถงุ ปนู ถงุ ปนู ถงุ ปรู

เจาขนุ เจาั ขนุ เจัา ขรุ

๗. ถาเปนไม “เ-ฯ เก๋ีย , -ฯํ กอ” ท่ีมีตัวสะกด

ใหเ ขียนลดรปู “--ฯ ” และ “--ฯ ” เชน

คาํ วา เทยี บไดกับ ไดต ัวเมือง
เสฯงดงั สฯงดฯั
เสียงดัง

เวยี งหา ว เวฯงหา้ ว วฯงหา้ ฯ

ของขวญั ขฯงํ ขวญั ขฯง ขฯญั

สอ งแสง สงฯํ แสง สงฯ่ แสฯ

ตํานานพระธาตแุ จโ หวแ ละพญาลนิ้ กาน ๑๐๙

๘. คําพิเศษเฉพาะ ถาเขียนเปนอยางอ่ืนถือวาผิด
แบบแผนของภาษาลา นนา มีดงั น้ี

ตัวเมือง อา นวา ตวั เมือง อานวา
´า� เอา รื อนั วา

คํ ก็ รฤ ฤา (หรือ)

¦ แล, และ §ฯ แล, และ

§ฯ/¦ฯ แลว ¢ นา

คําวา ผิดแบบแผน เขยี นถูก
เอาั มา ´า� มา
เอามา คฯมํ ี คมํ ี
ก็มี กฯร่ แล กรฯ่ §ฯ
กอนแล แลฯ้ พ ¦ไฯ พ
แลว ไป อฯวั ¶ ฯ
อันวา รวื ¶ ฯ รื
ฤาวา มนี าฅฯ฿ รฤวา่
มีนาคม ม¢ี ฅ฿ฯ

พระราชมงคลวิสทุ ธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผนดิน ๑๑๐

๙. คาํ พเิ ศษทั่วไป นิยมเขยี นเพ่อื ประหยัดกระดาษ
หรอื เพือ่ ทายอานกนั เลน มีตัวอยา ง ดังน้ี

คาํ ที่นยิ มเขียน คําเตม็ อานวา
ไพฯา ไพมา
คฯี คมํ ี ไปมา
บฯี บดํ ี ก็มี
จาฯั จมฯั า บดี
ชาฯื ชวื ่า จักมา
วฯาั วฯวั า จือ่ วา
ติ รฯ ตติ รฯ วัดวา
ส฿ฯา ฯ สฯ฿สาฯ ตเิ๋ ตียน
ต฿าฯ้ ตฯต้฿ าฯ สงสาร
พฯงี ฯ พนี งฯ้ ตนตาน
เขาฯั ฯ เขาั ขฯง ปน อ ง
แคาั เคาั แค เขาของ
เกาแก

ตํานานพระธาตแุ จโหวและพญาลิ้นกาน ๑๑๑

๑๐. การเทียบภาษาไทยเปนภาษาลานนาใหทํา
เชนเดียวกับการเทียบภาษาไทยเปนภาษาอังกฤษ
คือเทียบเสียงอยางเดียว แตเนื่องจากตัวเมืองไมม ี
ตัว “ค, ช, ท, พ” ใช ดังนั้น ใหเทียบรูปตัวอักษร
เฉพาะ ๔ ตัวน้ี แทน ดงั น้ี

ตวั ไทย ตวั เมืองแทน

ค ฅ – ฅะ – ฅ
ช ช – จะ – จ
ท ธ – ธะ – ธ
พ ภ – ภะ – ภ

ตัวอยาง เชน ตวั เมือง อานวา
มฯิ
ตวั ไทย ตัวองั กฤษ มิด
ธฯงฅา ทองฅาํ
มติ ร MIT จา ง
ทองคํา TONGKUM ช้าฯ ลูกจ้นิ
ชาง CHANG
ลูกชิ้น LOOKCHIN ลกู ชฯิ

พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผนดิน ๑๑๒

ตัวไทย ตัวองั กฤษ ตวั เมือง อานวา

พระจนั ทร PAJUN ภจฯั พะจ๋นั

ทหาร TAHAN ธหาฯ ทะหาน

นพดล NOPPADON น฿ภฯ ดฯ฿ นพพะดน

ทราย CAI ซาฯ ซาย

สุราษฎร SURAT สรุ าฯ สรุ าด

วทิ ย VIT วฯิ วิด

ศาสตร SAD สาฯ สาด

อนิ ทร IN อฯิ อนิ

ญาติ YARD ญาฯ ยาด

ถวยทอง TOITONG ถฯ้ ธฯ งฯ ถว ยธอง

คนเลว KONLEAO ฅฯ฿เ ลฯ ฅนเลว

อบุ าย AUBAI ³บาฯ อบุ าย

แฟนทาน FANTAN แฟทฯ ่าฯ แฟนตาน

เก่ยี วขา ว GEAOKAO 8่ฯวเขาั เกย่ี วเขา

ตาํ นานพระธาตแุ จโหวและพญาลน้ิ กา น ๑๑๓

การปรวิ รรตภาษาลา นนา-ไทย

การปริวรรตหรือการเปล่ียนภาษาลานนา
เปนภาษาไทยน้ัน สามารถทําได ๒ วธิ ี คือ

๑) ปริวรรตตาม “รูปตัวอักษร” วิธีน้ีเหมาะ
สําหรับเผยแพรในวงการวิชาการ ขอดีของวิธีนี้
คือ เขียนไดงาย ขอเสียคือ อานยาก เพราะคําท่ี
เทียบออกมาไมคอยไดเห็นในชีวิตประจําวัน วิธีนี้
นิยมในการแปลอักษรในหลักศิลาจารึก และ
เอกสารคมั ภีรโบราณ

๒) ปริวรรตตาม “เสียงที่ไดยิน” วิธีน้ีเหมาะ
สําหรับใหบุคคลท่ัวไปไดอาน ขอดีของวิธีน้ีคือ
อา นไดง าย ขอเสียคือ เขยี นยาก เพราะระบบเสียง
ตางกันโดยเฉพาะเสียงวรรณยุกตของภาษา
ลานนาจะมีมากกวาของภาษาไทยอยู ๑ เสียง คือ
เสียง “โทเมือง” หรือ “โทพิเศษ” โดยเสียงนี้จะ
อยูระหวางเสียงโทกับเสียงตรี ซึ่งภาษาไทยจะ
เขียนออกมาไมได จึงตองเขียนเปนสัญลักษณ
แทนคาํ นั้น ๆ เชน ทําเปน ตวั เอียง ตวั หนา ตัวขีด

พระราชมงคลวสิ ุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๑๔

เสนใต และการเติม “.” ทายคํา เปนตน จะเห็น
วาเปนการยากที่จะเขียนภาษาไทยใหตรงกับเสยี ง
สําเนียงลานนาไดพอดีทุกคํา จึงตองอาศัย
การบูรณะคําใหใกลเคียงเทาท่ีทําได แตอยางไรก็
ตามการปริวรรตโดยวิธีนก้ี เ็ ปน วิธีทีน่ ิยมใชก นั มาก

ดั ง นั้ น ก อ น ที่ เ ร า จ ะ มี ก า ร ป ริ ว ร ร ต ห รื อ
เปลี่ยนแปลงเปรยี บเทียบภาษาดงั กลาวเราควรได
ศึกษาประเภทของตัวอักษร สระ คําเปนคําตาย
และเสียงวรรณยุกตข องภาษาลา นนากันกอน

ไตรยางคภาษาไทย
ไตรยางค คือ การแบงพยัญชนะไทยทั้ง ๔๔

ตัว ออกเปน ๓ สว น ซ่งึ เรยี กวา “ อกั ษรสามหม”ู
โดยอักษรสามหมูประกอบดวย อักษรสูง อักษร
กลาง และอกั ษรตาํ่ ดังน้ี

๑) อกั ษรสงู มี ๑๑ ตวั คือ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ
ษ ส ห คําเปนสามารถผันได ๓ เสียง คือ เอก โท
จัตวา (ไมมีรูป) สวนคําตาย ผันได ๒ เสียง คือ
เอก (ไมม ีรปู ) โท

ตํานานพระธาตุแจโ หวและพญาล้นิ กาน ๑๑๕

๒) อักษรกลาง มี ๗ ตัว คือ ก จ ด ฎ ต ฏ บ
ป อ คาํ เปน สามารถผนั ได ๕ เสียง คอื สามัญ เอก
โท ตรี และจัตวา สวนคําตาย ผันได ๔ เสียง คือ
เอก โท ตรี และจัตวา

๓) อักษรตํ่า มี ๒๔ ตัว คือ ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ
ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ คาํ เปน
สามารถผันได ๓ เสียง คือ สามัญ โท (รูปเอก)
และตรี (รูปโท) สวนคําตาย เสียงสั้นผันได ๓
เสียง คือ โท (รูปเอก) ตรี (ไมมีรูป) จัตวา และ
คําตาย เสียงยาว ผันได ๓ เสียง คือ โท (ไมมีรูป)
ตรี (รูปโท) และจัตวา
ไตรยางคภาษาลานนา

ตวั อักษรลา นนาแบง ออกเปน ๓ หมู ไดแ ก
๑) อกั ษรสูง มจี ํานวน ๒๓ ตัว
๒) อักษรกลาง มีจํานวน ๕ ตวั
๓) อักษรต่ํา มจี าํ นวน ๒๓ ตวั
โดย “อักษรตํ่า” จะมีเสียงคูกับ “อักษรสูง”
จาํ นวน ๑๗ คเู สียง ดังน้ี

พระราชมงคลวิสุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๑๖

ที่ อกั ษรต่ํา อักษรสูง
๑ ค (ก-ค) กะ ก (ก) กะ

๒ ฅ ฆ (ฅ ฆ) คะ ข ฃ (ข ฃ) ขะ

๓ ช (จ-ช) จ๊ะ จ (จ) จ๋ะ

๔ ฌ (ฌ) ฌะ ฉ (ฉ) ฉะ

๕ ฒ ธ (ฒ ธ) ธะ ฏฯ ถ (ฐ ถ) ถะ

๖ ท (ต-ท) ต๊ะ ฏ ต (ฏ ต) ต๋ะ

๗ พ (ป-พ) ป๊ ะ ป (ป) ป๋ ะ

๘ ฟ (ฟ) ฟะ ฝ (ฝ) ฝะ

๙ ภ (ภ) ภะ ผ (ผ) ผะ

๑๐ ฮ ร (ฮ) ฮะ ห (ห) หะ

๑๑ ซ (ซ) ซะ ส ษ ศ (ส ษ ศ) สะ

๑๒ ง (ง) งะ หฯ (หง) หงะ

๑๓ ญ ย (ญ ย) ยะ ห หฯ (หญ หย) หยะ

๑๔ ณ น (ณ น) นะ หฯ (หน) หนะ

ตาํ นานพระธาตุแจโ หวแ ละพญาลิน้ กา น ๑๑๗

ท่ี อกั ษรตํ่า อักษรสูง
๑๕ ม (ม) มะ หฯ (หม) หมะ

๑๖ ร ล ฬ (ร ล ฬ) ละ หฯ (หล) หละ

๑๗ ว (ว) วะ หฯ (หว) หวะ

สวนอกั ษรกลางทง้ั ๕ ตวั จะไมม ีคเู สียง ไดแก

ด (ด) บ (บ, ป) ป (ป) อ (อ) £ (อย)
ด๋ะ ป๋ ะ ป๋ ะ อ๋ะ อยะ

ประเภทของสระ (ไม)

สระภาษาลา นนาแบงเปน ๒ ประเภท ไดแก
๑) สระเสียงสน้ั มจี าํ นวน ๑๔ ตัว
๒) สระเสยี งยาว มจี าํ นวน ๑๖ ตัว
มีดังน้ี
ที่ สระเสียงสั้น สระเสยี งยาว
๑ กะ กะ กา กา

๒ กิ ก๋ิ กี กี๋

พระราชมงคลวสิ ุทธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผนดนิ ๑๑๘

ท่ี สระเสียงสั้น สระเสียงยาว

๓ กึ กึ กื กื

๔ กุ กุ กู ก

๕ เกะ เกะ เก เก

๖ เกะฯ เกีย๋ ะ เกฯ เกย๋ี

๗ แกะ แกะ แก แก

๘ กฯะ฿ กว๋ั ะ กฯ฿ กวั๋

๙ เกฯะิ เกอ๋ิ ะ เกฯิ เกอ๋ิ

๑๐ เกอฯื ะ เก๋อื ะ เกอฯื เกื๋อ

๑๑ โกะ โกะ โก โก

๑๒ โกฯะ เกา ะ กฯํ กอ

๑๓ - กาํ กาํ๋

๑๔ - ไก ไก, ไกฯ ไกย

๑๕ - ใก ใก, เกยฯ ไกบาลี

๑๖ - เกัา เกา

ตาํ นานพระธาตุแจโหวและพญาลิน้ กา น ๑๑๙

คาํ เปน-คาํ ตาย
“คําเปน ” ไดแก คาํ ท่ีมีลักษณะ ดงั น้ี
๑) คําที่ประสมกบั สระเสียงยาว เชน มา ดู ป

เวลา จาํ นาํ้ ใช เผา เสา ไป ฯลฯ
๒) คําทม่ี ีตวั สะกดไมอ ยูใน แม กก กด กบ

เชน จริง กนิ กรรม สาว ฉยุ ฯลฯ
“คาํ ตาย” ไดแก คําทม่ี ีลกั ษณะ ดังนี้
๑) คาํ ทปี่ ระสมกับสระเสียงสนั้ เชน กะทิ ดุ

เพราะ แคะ สขุ ะ พละ ฯลฯ
๒) คาํ ทีม่ ตี ัวสะกดอยใู นแม กก กด กบ

ที่ประสมกบั สระเสยี งยาว เชน ธูป บาท ลาภ ฯลฯ
ทปี่ ระสมกบั สระเสยี งสน้ั เชน บท มด คบั ฯลฯ

การผันเสยี งวรรณยกุ ต
ภาษาลานนามีรูปวรรณยุกต ๒ รูป คือ “-่”

ไมเหยาะ กบั “-”้ ไมขอจาง ผนั เสยี งได ดงั น้ี
๑) ถาเปน “อักษรตํ่า คําเปน สระเสียงยาว

และส้ัน” หรือ “อักษรสูง คําเปน สระเสียงยาว

พระราชมงคลวิสุทธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๒๐

และสั้น” จะผันไดครบ ๖ เสียง ก็ตอเมื่อนํา
“อักษรสูง” หรือ “อักษรต่ํา” ท่ีเปนคูเสียงกัน
มารว มกันผนั เชน

คา กา (อกั ษรตาํ่ ) = กา กา (อกั ษรสูง)

เสียง สามัญ เอก โท โท ตรี จัตวา
เมอื ง

ตัวเมือง คา กา่ ค่า กา้ ค้า กา

ป.อักษร คา กา คา กา คา กา
ป.เสยี ง กา กา กา กา กา กา

♦ “ป.อกั ษร” มาจาก “ปริวรรตตามตัวอักษร”
♦ “ป.เสยี ง” มาจาก “ปริวรรตตามเสยี งอาน”
♦ ตัวเอยี ง หมายถงึ ใหออกเสยี งเปนเสียง “โทเมือง”

ไช ไจ (อกั ษรต่ํา) = ไจ ไจ (อักษรสงู )

เสยี ง สามญั เอก โท โท ตรี จตั วา
เมอื ง

ตัวเมือง ไช ไจ่ ไช่ ไจ้ ไช้ ไจ

ป.อกั ษร ไช ไจ ไช ไจ ไช ไจ
ป.เสียง ไจ ไจ ไจ ไจ ไจ ไจ

ตาํ นานพระธาตแุ จโ หวและพญาลิ้นกาน ๑๒๑

ชฯา จวา (อักษรตาํ่ ) = จฯา จวา (อกั ษรสูง)

เสยี ง สามัญ เอก โท โท ตรี จัตวา
เมือง

ตวั เมือง ชฯา จฯา่ ชาฯ่ จฯา้ ชา้ฯ ฯจฯา

ป.อักษร ชวา จวา ชวา จวา ชวา จวา
ป.เสียง จวา จวา จวา จวา จวา จวา
♦ “จวา ” ออกเสียง “ว” ควบกลา้ํ เหมอื น “กวา ”

ทา ตา (อกั ษรตํา่ ) = ตา ตา (อักษรสูง)

เสยี ง สามญั เอก โท โท ตรี จัตวา
เมอื ง

ตวั เมอื ง ทา ตา่ ท่า ตา้ ท้า ตา

ป.อกั ษร ทา ตา ทา ตา ทา ตา
ป.เสียง ตา ตา ตา ตา ตา ตา

พู ปู (อกั ษรต่ํา) = ปู ปู (อกั ษรสูง)

เสยี ง สามญั เอก โท โท ตรี จตั วา
เมอื ง

ตวั เมอื ง พู ปู่ พู่ ู้ พู้ ปู

ป.อักษร พู ปู พู ปู พู ปู
ป.เสียง ปู ปู ปู ปู ปู ปู

พระราชมงคลวิสุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผนดนิ ๑๒๒

โว โว (อกั ษรตํา่ ) = โหฯ โหว (อกั ษรสงู )

เสยี ง สามัญ เอก โท โท ตรี จตั วา
เมือง

ตัวเมือง โว โหฯ่ โว่ โหฯ้ โว้ โหฯ

ป.อกั ษร โว โหว โว โหว โว โหว
ป.เสยี ง โว โหว โว โหว โว โหว

นฯฯ นอย (อักษรตํ่า) = หฯ ฯ หนอ ย (อกั ษรสงู )

เสยี ง สามัญ เอก โท โท ตรี จตั วา
เมือง

ตัวเมือง นฯฯ หฯ่ ฯ นฯ่ ฯ หฯ้ ฯ นฯ้ ฯ หฯ ฯ

ป.อกั ษร นอย หนอย นอ ย หนอ ย นอย หนอย
ป.เสียง นอย หนอย นอย หนอ ย นอ ย หนอย

๒) ถาเปน “อักษรกลาง คําเปน” สระจะ
เสียงยาวหรือเสียงส้ันก็ตาม จะผันไดเพียง ๓
เสียงเทานั้น คือ สามัญ เอก และโทเมือง สวน
ภาษาไทย จะผันได ๕ เสยี ง เชน

ตาํ นานพระธาตุแจโหวแ ละพญาล้ินกา น ๑๒๓

ดู - ดู (อักษรกลาง)

เสยี ง สามัญ เอก โท โท ตรี จัตวา
เมือง
-
ตัวเมือง ดู ดูฯ่ - ดฯู้ -
-
ป.อักษร ดู ด - ด - -
ป.เสยี ง ดู ด - ด - ดู
ตวั ไทย ดู ด ด - ด

จะมีคําบางคํา ที่ภาษาลานนาจําเปนตองใช
แตออกเสียงจัตวาไมได เชน ดู ด๋ี เดอ ดา อู อา
เอย โอ ออง ดังน้ันกรณีนี้จึงไดมีการอนุโลมให
“รปู สามญั ” ออก “เสยี งจตั วา” ได ทง้ั น้ขี ึ้นอยกู บั
บริบทความหมายของคาํ นนั้ ๆ เชน คําวา

“ด”ี อานออกเสียงไดทั้ง “ดี” และ “ด”๋ี
“โอฯ” อานออกเสียงไดทั้ง “โอน” และ “โอน”

๓) ถาเปน “อักษรสูงและอักษรกลาง คําตาย
สระเสียงยาว” จะผันได ๑ เสียง คือ เอก สวนคํา
ตาย สระเสียงส้ัน ก็ผนั ได ๑ เสียง คือ จตั วา เชน

พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๒๔

ตาฯ ตาก (อกั ษรสูง คาํ ตาย เสยี งยาว) - เอก

ตฯั ต๋ัก (อกั ษรสูง คําตาย เสยี งส้ัน) – จัตวา
ดาฯ ดาบ (อกั ษรกลาง คําตายเสยี งยาว) - เอก
ดัฯ ดับ (อกั ษรกลาง คําตาย เสียงส้ัน) – จตั วา

เสียง สามัญ เอก โท โท ตรี จัตวา
เมือง.

อ.สูง - ตาฯ - - - ตฯั

อ.กลาง - ดาฯ - - - ดัฯ

กฯี ก๋ดี (อกั ษรสูง คําตาย เสียงยาว) - เอก

ก฿ฯ กด (อักษรสูง คําตาย เสียงส้ัน) – จัตวา

ทึฯ ตึบ (อกั ษรกลาง คําตายเสียงยาว) - เอก

ท฿ฯ ตบ (อักษรกลาง คําตาย เสยี งส้นั ) – จตั วา

เสยี ง สามญั เอก โท โท ตรี จัตวา
เมือง.
อ.สูง - กฯี
- - - กฯ฿

อ.กลาง - ทึฯ - - - ท฿ฯ

ตํานานพระธาตแุ จโ หวแ ละพญาลิน้ กา น ๑๒๕

๔) ถาเปน “อักษรตํ่า คําตาย สระเสียงยาว”
จะผันได ๑ เสียง คือ โท สวนคําตาย สระเสียงสัน้
กผ็ ันได ๑ เสียง คอื ตรี เชน

กาฯ กาด (อักษรต่ํา คําตาย เสียงยาว) – โท
ต฿ฯ กด (อักษรตา่ํ คาํ ตาย เสยี งส้นั ) – ตรี

เสยี ง สามญั เอก โท โท ตรี จัตวา
เมอื ง.

อ. ตํ่า - - กาฯ - ก฿ฯ -

การผันเสียงวรรณยุกตเหลานี้ เม่ือไดศึกษา
ใหเขาใจอยางถองแทแ ลวก็จะเปนประโยชนอยาง
มากตอการปริวรรตทางดานภาษา ท้ังการอาน
การเขียนตัวเมืองตลอดจนวรรณกรรมลานนา
ตอไป

พระราชมงคลวสิ ุทธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๒๖

ตัวเลข

๑. ตวั เลขในธรรม ใชเ ขยี นในคัมภรี พ ทุ ธศาสนา

๐๑ ๒ ๓ ๔ ๕๖๗๘๙

๐ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙

๒. ตัวเลขโหราหรอื ตัวเลขพมา ใชเ ขียนท่ัวไป

0 1 2 345 6 789

๐ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙

ตัวเลขจะอานเหมือนภาษาไทย ยกเวน
“๒๐” เทานน้ั ใหอ า นวา “ซาว” ตัวอยา ง เชน

คําเมือง ป.ตามอักษร ป.ตามเสยี ง

บา้ ฯ ๒ หงฯั บาน ๒ หลงั บานสองหลัง
ชา้ ฯ ๒๐ ตฯ฿ ชาง ๒๐ ตวั จางซาวตวั
ขฯึ 15 ฅา ขึน้ ๑๕ ฅ่ํา ข้ึนสิบหาคํ่า
แกฯ้ 9 �กาฯ แกว ๙ ประการ แกวเกา ผะการ
สกั ฯราฯ ๑ สกั กะราช ๑ สกั กะราดหน่งึ

ตาํ นานพระธาตุแจโหวแ ละพญาล้ินกา น ๑๒๗

ในเอกสารคัมภีรโบราณของลานนามักพบวา
การบันทึกศักราช เปน จุลศักราช (จ.ศ.) ซึ่งเปน
การนับเดือนปแบบทางจันทรคติ โดยเริ่มนับ
จ.ศ. ๑ เมือ่ ป พุทธศักราช (พ.ศ.) ๑๑๘๑ โดยนบั
เอาวันที่พระพมา นามวา “พระบุพโสระหัน” ได
สึกออกจากการเปนพระ เพ่ือชิงราชบัลลังก
นับเปนวันแรกของศักราช จุลศักราชถูกนํามาใช
แพรหลายท้ังในอาณาจักรลานนา อาณาจักร
สุโขทัยสมัยหลัง อาณาจักรอยุธยา และใชกันใน
ตาํ ราโหราศาสตรจนถงึ ปจ จุบนั

ดังนั้นการเทียบ จุลศักราช เปนพุทธศักราช
ทําไดโ ดยใชสตู ร ตอไปนี้

จ.ศ. + ๑๑๘๑ = พ.ศ.

เชน จ.ศ. ๒๕๔ ตรงกับ พ.ศ. อะไร
วิธีคดิ จากสูตร จ.ศ. + ๑๑๘๑ = พ.ศ.

แทนคา ๒๕๔ + ๑๑๘๑ = ๑๔๓๕
ตอบ จ.ศ. ๒๕๔ ตรงกบั พ.ศ. ๑๔๓๕

พระราชมงคลวิสทุ ธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๒๘

ตวั อยา งการปริวรรตคําเมือง

๑. การปริวรรตภาษาลานนาเปนภาษาไทย ใหมี
การเทียบพยัญชนะแถวท่ี ๓ และเสียง ดงั นี้

พยญั ชนะ ปริวรรตตามอักษร ปรวิ รรตตามเสียง
ค – กะ ค ก

ช – จะ ช จ

ท – ตะ ท ต
พ – ปะ พ ป

ตวั อยา ง เชน ป.ตามอักษร ป.ตามเสียง

คําเมือง คําเกา กําเกา
ค¶ํ เฯ กาฯ้ เจบคาง เจบกาง
ไมค าน ไมก าน
เจคฯ ¶ฯ ชา งน้ํา จางนาํ้
มโี ชค มีไช มโี จก มไี จ
ไมค้ ¶ฯ

ช้าฯ¢ํฯ

มโี ชฯ มีไช

คาํ เมือง ตาํ นานพระธาตแุ จโ หวแ ละพญาลน้ิ กา น ๑๒๙
ฯทงฯ เหื ฯง
ป.ตามอักษร ป.ตามเสียง
ท¶ฯสบี ¶ ฯ
ทองเหลือง ตองเหลือง
พฯรใี หฯ่ ทาสีบา น ตาสบี า น
พอรปใ หม ปอนปใหม
พฯง ดัฯะ ไม้ พวงดอกไม ปวงดอกไม
สายใจ สายใจ
สาฯใจ

คําไทย ป.ตามอักษร อา นวา
พแฯํ มพ่ นี งฯ้
พอแมพ ีน่ อง ปอแมปน อ ง
จําใจ จาํ ใจ จํา๋ ใจ
น้าํ รอ น ¢รฯํ รฯ้ นํา้ ฮอ น
ค้ิวตา คตฯิ า กิ๊วตา
คฯา ฯงาฯ
ความงาม ท่ งฯ วฯั กวามงาม
เท่ียงวนั กาฯ ฯพฯื เตย้ี งวัน
กวาดพ้นื กวา ดปน

พระราชมงคลวสิ ทุ ธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๓๐

๒. ภาษาบาลี มกี ฎการซอนพยญั ชนะ ดังน้ี
๑) พยัญชนะแถวที่ ๑ นาํ แถวที่ ๑ และ ๒ มา

ซอ นดา นลา งในวรรคของตนได
๒) พยญั ชนะแถวท่ี ๓ นําแถวที่ ๓ และ ๔ มา

ซอ นดานลา งในวรรคของตนได
๓) พยัญชนะแถวที่ ๕ นําแถวท่ี ๕ และทุก

แถวมาซอ นดานลางในวรรคของตนได
๔) นอกวรรค ซอ นตัวเองได ยกเวน ย, ล, ส

ตวั เมือง ป.ตามอักษร ป.ตามเสยี ง
ทกุ ๊ฯ
ทกุ ขํ ตุกขงั

ธมฯ์ ธัมม ธมั

สก¸ า สังกา สังกา

มชฯ มชั ชะ มจั จะ
อญฯลี อญั ชุลี
อนั จุลี

บณฯติ บณั ฑติ ปณ ดิด

สมฯน ฯ์ สมั พนั ธ สมั ปน

ตํานานพระธาตุแจโหวแ ละพญาลน้ิ กา น ๑๓๑

๓. ตัวระโฮง “�” คือ “ร” ทําหนาที่ควบกล้ํากับ

พยัญชนะวรรค กะ ตะ ปะ แถวท่ี ๑ และแถวที่ ๓
ซ่ึงมี ๖ ตัว ไดแก �, �, �, �, �, � เวลา

อานจะไมออกเสียงควบกลํ้า “ร” แตจะออกเปน
เสียงของพยัญชนะตัวถัดไปแทน คือ ข , ฆ, ถ,

ธ, ผ, ภ ตามลาํ ดบั นอกนน้ั ใหอานเปนปกติ เชน

คําเมือง ป.ตามอักษร ป.ตามเสยี ง

�าฯ ตราบ ถาฯ - ถาบ

�มาฯ ประมาณ ผมาฯ - ผะมาน

�า่ ฯ ครา ว ฆา่ ฯ - ฆาว

�ฯ โกรธ โขฯ - โขด

�ฯ฿ สรง สรฯ฿ - สะรง

�้ฯม พรอม ภมฯ้ -ภอ ม

�ีฯา กรยี า ขี าฯ - ข๋ียา

�บูฯ า ครบู า ฆบู า - ฆบู า

พระราชมงคลวิสทุ ธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๓๒

ตัวอยางการปริวรรตตามรูปอกั ษร

คําไทย คาํ เมือง
อาทิต์ฯ
อาทติ ย
จันทร จ� ์
องั คาร อ¸คาฯ
พฤหัสบดี �หื ับดี
ศกุ ร ศุ�์
เสาร เสาั ร์
กมุ ภาพันธ กมุ ฯาพนั ฯ์
สงิ หาคม สงิ ฯาคฯ฿
หองซาวแลบ็ หงฯ้ ซาฯแลฯะ
มอเตอรไ ซค มฯํเทฯริ ์ซค์
เศรษฐศาสตร เ�ษศฯ า�์
นักปราชญ นฯ� าช์
สวสั ดี สวฯดั ี , สฯๆสั ีฯ

ตาํ นานพระธาตุแจโ หวแ ละพญาลน้ิ กาน ๑๓๓

ตัวอยางการปรวิ รรตตามเสียง

♦ สิบป อาบนํา้ บหนาว ซาวป แอวสาวบก า ย
๑๐ ี อาฯ¢ฯํบหํ าฯ ฯ ๒๐ แี อฯส่ าฯบ คํ า่ ฯ

♦ สามสิบป บหนายสงสาร
๓๐ ี บหํ ่าฯ ฯสฯ฿สาฯ

♦ สี่สบิ ป เยียะการเหมือนฟา ผา
๔๐ ี เยะฯ กาเฯ หรฯื ฟา้ ผา่

♦ หา สิบป สาวหนอยดา บเจบ็ ใจ
๕๐ ี สาฯห ฯ้ ดฯ า่ บเํ จัฯจ

♦ หกสิบป ไอเหมือนฟานโขก
๖๐ ี ไอเหฯืร ฟาโฯ ขฯ

♦ เจ็ดสิบป มะโหกเตมตว๋ั
๗๐ ี มโหเฯ ตฯตฯ฿

♦ แปดสิบป ไครหัวเหมือนไห
๘๐ ี �่ห฿ฯเ หืรฯ ไห้

♦ เกา สิบป ไขก็ตายบไ ขก ต็ าย
๙๐ ี ไขค้ ตํ าฯบํ ขค้ ตํ าฯ

พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ

( กํ้า กลฺยาณธมโฺ ม )

พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๓๕

บทที่ ๔

ฝกอา นตวั เมืองจากคมั ภรี ใบลาน

ฝฯอ า่ ฯต ฿เฯ มฯงื จาฅฯ า ภไี บลาฯ

เร่ืองตํานานพระธาตแุ ชโ หว

เรงฯื ตาํ ¢�ฯ ธาฯแ ชโ่ หฯ้

ตาํ นานพระธาตุแจโ หวแ ละพญาลิน้ กา น ๑๓๖

ตาํ ¢�ฯ ธาฯแชโ่ หฯ้



ห้าฯ ที ๑ หนาท่ี ๑

นเมาตªฯ ฯ “อห๊ว¢ฯมิ สิลสา เทฯ
เกสาธาตุ บฏภิ ันฯ เสลบพฯตฯา อหว๊ ¢ฯ�
มิสลิ สา”

เปฯคาํ ไห�ฯ ธาฯแชโ่ หฯ้ เมงืฯ ภาฯ ฯ §ฯ |

นะโมตัสสะถุ “อะหังวันตามิ สิละสา เตวะเก
สาธาตุ ปะต๋ิภันตุ เสละปพปตตา อะหังวันตา มิ
สลิ ะสา”

เปน กําไหวพระธาตแุ จโหว เมืองภะยาว แล |

พระราชมงคลวสิ ุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๓๗

ทีนีจักฯ่าฯยัฯตํา¢ฯ มหาชินธาฯเจัาอัฯมี

วอัฯ ัแฯ จฯ่ ตเ้ มฯงื �าฯ ฯทีนี บพฯเ ตฯา
ต้ีนี้จักกลาวยังต๋ํานาน มหาจ๊ินะธาตุเจาอันมี

วนั ออกแจงใตเมอื งภะยาวตี้นี้ ปพปต โต

รืดฯฯทีนัฯ ผู้มี�ฯาเพิฯรู้ด้ฯฯ ดัฯเรัาจั

วสิ ช¢ ไพห้าฯ นเี ตฯะิ
อันวาดอยตี้นั้น ผูมีผะญาเปงฮูดวย ดังเฮาจกั

วิสะจะนา ไปหนานีเ้ ตอะ

ยัฯมีมหาเถฯเจัาต฿ฯนึฯ ชืฯากาลวิชา

รฯไ฿ พหัฯตํา¢ฯ�ธาฯเจาั
ยังมีมหาเถรเจาตนน่ึง จื้อวากาลวิจา

ลงไปหันต๋าํ นานพระธาตุเจา

ยฯเั มงฯื ล¸กาทวีฯ ม£ี ู่ฯ ๓ แห่ฯ ยฯบั ํ�ก฿ฯ
ยังเมืองลงั กาตวปี มอี ยู ๓ แหง ยงั บผ ะกฏ

ตํานานพระธาตุแจโหวและพญาล้ินกาน ๑๓๘

แก่ฯฅ฿ฯท·ฯาฯเทืฯอ อัฯนีอัฯมีวัฯอัฯแจ่ฯต้
เมฯ�ื ฯาทฯ นี ี ท่าคฯ ํแตฯ้ ขรฯ ´ามา

แกคนตังหลายเต่ือ อันน้ีอันมีวันออกแจงใต
เมืองภะยาวตนี้ ้ี ตา นกแ็ ตม เขยี นเอามา

ไนีฯรฯาฯไค้ สกฯราฯได้ ๘๘ ต฿ฯ เดืฯร 7
อัฯ 5 ฅา มาลฯดแผฯเมฯงื ภาฯ ฯทีนี

ในปรวายไก ศักราชได ๘๘ ตั๋ว เดือน ๗
ออก ๕ คาํ่ มาลอดแผวเมืองภะยาวต้ีน้ี

§ฯคํเขัาไพยัฯวัฯหฯง ไนวฯงทีนี เขัา
ไพไหัสฯ าสฆ¸ ราชา มหาพ¢ฯ ฯธริ าฯเจาั

แลวก็เขาไปยังวัดหลวง ในเวียงต้ีน้ี เขา
ไปไหวสาสงั ฆะราจา มหาอินตาธริ าชเจา

ตสฯ฿ ฏิดฯ £ฯู่นมหาอาราฯวฯัหฯง
ตน สถติ อยใู นมหาอารามวัดหลวง

พระราชมงคลวิสุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๓๙

ราชฯสัฏฯาฯ กฯาฯวฯงภฯาฯ§ฯฯทีนี

§คฯ ํ บªุ าโจต¢ ถาวฯ า่ �บาฯ� ธาเฯ จัาท· ฯา

ราชจะสัณฐาน กลางเวียงภะยาวแลวตี้นี้
แลวก็ ปุสสาโจตะนา ถามวาพระบาตพระธาตุเจา
ตังหลาย

อัฯตัฯ£ูฯ่นเมืฯง�ฯาฯทีนีทัฯมฯร หัฯสื

พตฯื ํา¢ฯ ย�ฯ กฯ฿มีส้ งฯ ชุทชี แุ หฯ§่ ฯ

อันตั้งอยูในเมืองภะยาวต้ีน้ีตั้งมวล หนังสือ
ปน ต๋ํานาน ยังผะกฎมเี สย้ี งจุตี้จแุ หงแลว

หา้ฯ ที ๒ หนา ที่ ๒

อัฯชรฤ เมืฯอนัฯมหาพฯ¢ฯธิราฯส¸ฆรา

ชาเจาั จึกฯ ่าฯ วฯ า่ อวเุ ªา
อันจะรือ เมื่อนั้นมหาอินตาธิราจสังฆะราจา

เจา จึ่งกลาววา อะวสุ โส

ตาํ นานพระธาตแุ จโ หวแ ละพญาล้นิ กา น ๑๔๐

�าท่าฯ รื�บาฯ �ธาฯเจัาทฯัา อัฯ
สฏตฯิ ต£ฯั ู่ฯ นเมงฯื ภฯาตฯ นี ี

ดูราตาน อันวาพระบาทพระธาตุเจาตังหลาย
อนั สถติ ต้ังอยูในเมืองภะยาวต้ีนี้

ยัฯบํ�ก฿ฯเทืฯอ มี£ูฯ่ ๓ แห่ฯ คืฯา�ธาฯ
เจาั ดฯ นฯ ฯ้ ฯ บา้ ฯบฯกเหฯกื แห๑ฯ่

ยังบผะกฏเต่ือ มีอยู ๓ แหง กือวาพระธาตุ
เจาดอยนอย บานบวกเหงอื กแหง นึ่ง

�ธาฯเจัาแช่โหฯั ดฯฯบ้าฯป่ฯาสัฯ ไนวฯง
หา้ แฯ ห๑่ฯ �ธาเฯ จัา มร่ฯ จมฯ สี ฯ

พระธาตุเจาแจโหว ดอยบานปาสัก ในเวียง
หาวแหงน่งึ พระธาตเุ จา มอนจอมศลี

ดฯฯถําบ้าฯถําแห่ฯ๑ ยัฯบํ�ก฿ฯเทืฯอ §ฯที
นัเฯ จัา ไพปฯ มหากาลวิชา จฯกื ่าฯ วฯ ่า

พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผนดิน ๑๔๑

ดอยถ้ําบานถ้ําแหงนึ่ง ยังบผะกฏเต่ือ และต้ี
นนั้ เจา ไปปะละ มหากา ละวจิ า จึ่งกลาววา

ภเนฯ ข้าแก่ฯส¸ฆราชาเจาั ทอี ผฯั ขู้ า้

ได้มาหฯี§ฯ จึฯ´าตํา¢ฯนัฯหืแกฯ่�ส¸ฆราฯ

ห§ฯั ฯ |

ภันเต ขาแกสังฆะราจาเจา ตี้อันผูขาไดมา
หน้ีแลว จ่ึงเอาต๋ํานานน้ันห้ือแกพระสังฆะราจ
ห้นั แล |

ทีนีจักฯ่าฯยัฯ ตํา¢ฯ�มหาชินธาฯแห่ฯ

�พทุ ฯเจัา กรฯ่ §ฯ ภควฯ า
ต้ีนี้จักกลาวยัง ต๋ํานานพระมหาจิ๊นะธาตุแหง

พระพุทธเจากอนแล ภกั กะ วา

รื�พุทฯเจัา คัฯว่าถบ¢ฯเกสาธาฯ

เจาั ยัฯดฯจฯ มฯ ทฯง ทหี เฯ฿ มืฯง�าฯ ทฯ นี ฯั
อันวาพระพุทธเจา กันวาถะปนนาเกสาธาตุ

เจายังดอยจอมตอง ตี้หัวเมืองภะยาวต้นี ้ัน

ตํานานพระธาตแุ จโ หวและพญาลน้ิ กาน ๑๔๒

§ฯคํสัฯเขัายัฯบ฿ฯดฯฯ จฯมทฯงทีนัฯ บ๊ด้

สั¢ฯ ํฯ จฯึ ช้มหาอนนฯ รฯ฿ไ พขฯํ´า¢ํฯ
แลวก็สันเขายังบนดอยจอมตองตี้นั้น บได

สนั นํา้ จึ่งไจม หาอนนั ตะ ลงไปขอเอานา้ํ

ทีหฯฯงอ้ฯง �ฯา¢ฯคํฯหื¢ํฯ �พุทฯ

เจัาคํจึฯ�เดฯฯร฿ฯไพสัฯสฯร�ฯา¢ฯ ได้สัฯ¢ํ§ฯ

จฯึทํา¢ฯหฯง อ้ ฯงทนี ัฯ
ต้ีหนองเอี้ยง ภะยานาคก็บห้ือน้ํา พระพุทธ-

เจาก็จึงเสดจ็ ลงไปส่ังสอนภะยานาค ไดสันน้ําแลว
จึ่งตํานายหนองเอย้ี งต้ีนั้น

ห้าฯ ที ๓ หนา ที่ ๓

§ฯคํ�เดฯฯไพถบ¢ฯ�เกสาธาฯทีวัฯป่ฯาแดฯ

หฯงฯ§ฯวฯับญุ ์¢ฯ เหืฯอ วฯงทีนัฯ


Click to View FlipBook Version