ตาํ นานพระธาตแุ จโหวแ ละพญาลน้ิ กา น ๙๓
ลักษณะอกั ษรไทย
แหลงท่ีมา : http://onlyyoutoo.blogspot.com
ส ว น ท า ง ภ า ค เ ห นื อ ท่ี เ รี ย ก ว า อ า ณ า จั ก ร
ลานนาน้ัน ปจจุบันเหลือเพียง ๘ จังหวัดเทาน้ัน
ไดแก เชียงใหม แมฮองสอน ลําพูน ลําปาง แพร
นาน พะเยา และเชียงราย โดยมีเชียงใหมเปน
ราชธานี มีภาษาลานนาเปนของตนเองใชในการ
ส่ือสารคือมีท้ังภาษาพูด (คําเมือง) และภาษา
เขียน (ตวั เมอื งหรืออักษรลานนา) เชน กนั
พระราชมงคลวสิ ทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๙๔
ขอบเขตของลานนา
แหลงท่ีมา : https://mapio.net/pic/p-41570255/
โดยมีวัดเปนสถานท่ีใหการศึกษาแกพระภิกษุและ
สามเณรเทานั้น ผูชายที่ไมไดบวชเรียนและผูห ญิง
จึงไมม สี ิทธไิ ดเรียน
คนลานนาเรียกตัวเองวา “คนเมือง” คนไทย
ภาคกลางโบราณเรียกคนลานนาวา “คนลาว”
ตาํ นานพระธาตุแจโ หวและพญาลิน้ กา น ๙๕
คนไทใหญ รัฐฉานเรียกคนลานนาวา “คนยวน”
สวนอักษรลานนาหรือตัวเมือง ถูกเรียกเปน
ทางการวา “อักษรไทยวน” ตัวเมืองมักถูกใช
บั น ทึ ก เ ร่ื อ ง ร า ว ที่ เ ก่ี ย ว กั บ พุ ท ธ ศ า ส น า เ ป น
สว นใหญ จึงถูกเรียกวา “ตวั ธรรมลา นนา” ก็มี
อกั ษรลานนา (ตัวเมือง)
แหลง ที่มา : https://board.postjung.com/961301
อาณาจักรลานนาเปนเมืองประเทศราชของ
ประเทศสยามมาตั้งแตในสมัยรัชกาลท่ี ๑ ดังนั้น
เจาหัวเมืองเชียงใหม ลําพูน ลําปาง แพร นาน
จะตองสงเครื่องราชบรรณาการไปถวายพระเจา
พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๙๖
แผนดินกรุงสยามทุก ๆ ๓ ป เพื่อเปนการยอมรับ
วาอยใู ตอํานาจ หากไมส ง จะถอื วาเปน กบฏ จนถงึ
ในสมัยรัชกาลท่ี ๕ มีการจัดระเบียบทางดานการ
ปกครองใหม โดยใหมีการนําเอาหัวเมืองประเทศ
ราชตาง ๆ มารวมเขาไวดวยกันเปนประเทศ
สยามและไดแตงต้ังใหลานนาเปนมลฑลพายัพ
ไดอนุญาตใหบริษัททางยุโรปเขามาสัมปทาน
ปาไมสัก เพื่อนํารายไดมาเรงพัฒนาประเทศสยาม
ใหเปนประเทศที่ทันสมัยทัดเทียมกับประเทศ
ทางยุโรปตอ ไป
ดานการศึกษา ในป พ.ศ. ๒๔๓๒ ไดกอตั้ง
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยในเชียงใหมข้ึนเปนแหง
แรกแลวขยายไปยังหัวเมืองตาง ๆ ในมลฑล
พายัพ โดยใหนักเรียนชาย หญิง ภิกษุ สามเณร
ที่มีอายุ ๗-๑๒ ปไดเรียนรวมกัน เพื่อใหใชความรู
เปนเครื่องมือประกอบการหาเล้ียงชีพเม่ือเติบ
ใหญแ ละเปน พลเมืองทดี่ ขี องประเทศสยามตอไป
ตํานานพระธาตุแจโหวแ ละพญาล้ินกา น ๙๗
โรงเรียนยุพราชวิทยาลยั โรงเรียนแหง แรกในมณฑลพายัพ
แหลงท่ีมา : https://th.wikipedia.org/
โดยกําหนดหลักสูตรมาใหแ ละใหใ ชภ าษาไทย
ในการเรียนการสอน ดังน้ันต้ังแตมีโรงเรียน
เกิดขึ้น วัดในฐานะศูนยกลางการศึกษาก็ถูก
โรงเรียนเขาแทนท่ีในท่ีสุด ในปจจุบันนี้ถึงแมคน
ถ่ินเหนือยังใชคําเมืองในการพูดคุยส่ือสารกันอยู
ก็ตามแตก็ไมรูจักตัวเมืองกันแลว เม่ือเห็นตัวเมือง
ก็อานไมออก เช่ือวาหากเราไมชวยกันร้ือฟน
อนุรักษตัวเมืองกันเอาไวอีกไมนานแมแตภาษา
พูดหรอื คาํ เมอื งกจ็ ะไมม ใี หไดยินอกี ตอ ไป
พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๙๘
พระภกิ ษุและสามเณรรุนสุดทา ยทีไ่ ดเรียนภาษาลานนา
สํานักวดั บุญเกดิ รุนของพอชาํ นาญ วงศป ระสิทธิ์
ถายทห่ี นาวิหารหลงั เกา เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๙๒
ความสําคญั
อักษรลา นนาหรือตัวเมอื ง มีความสําคญั ดังน้ี
๑) ตัวเมืองเปนศาสตรอันสูงสุด ชาวลานนา
มีตัวอักษรใชเปนของตนเองแสดงใหเห็นวา
ลา นนาเปนอาณาจักรแหง อารยชน
๒) ตัวเมือง เปนมรดกอันลํ้าคาทางอักษร
ศาสตรเปนขุมทรัพยแหงภูมิปญญาของปราชญ
ตาํ นานพระธาตุแจโ หวและพญาล้นิ กาน ๙๙
ชาวลานนาในอดีตท่ีจารบันทึกศาสตรแขนง
ตาง ๆ เก็บไวในคัมภีรใบลานและพับสามานาน
นับหลายรอยปท้ังดานภูมิศาสตร ประวัติศาสตร
พงศาวดาร ตํานาน ศิลาจารึก เหตุการณสําคัญ
โหราศาสตร แพทยศาสตร ตํารายาสมุนไพร
วรรณคดี วรรณกรรมลานนา ตลอดถงึ คติ คําสอน
ตาง ๆ ท่ีรอใหคนรุนหลังไดศึกษาคนควาและ
นําไปใชป ระโยชนตอ ไป
๓) ตัวเมือง เปนตัวอักษรแหงมนต เปน
ตัวอักษรแหงความเชื่อดานไสยศาสตร ที่ใชใน
การจารบันทึกไวในรูปของเลขยันต คาถาเวทย-
มนตต าง ๆ ซึ่งเชอื่ วา มคี วามขลังมาแตโบราณ
๔) ตัวเมือง ถือกันวาเปนตัวอักษรที่ศักดิ์สิทธ์ิ
เปนมรดกทางวัฒนธรรมดานพุทธศาสนาอันมีคา
สูงย่ิงท่ีสืบทอดตอกันมา ที่ใชในการจารบันทึก
พระธรรม อันหมายถงึ คําสั่งสอนของพระพุทธเจา
ในรูปของพระไตรปฎก ธรรมชาดก บทสวดมนต
และพิธีกรรมตาง ๆ ดังนั้นไมวาจะเปนพับสา
พระราชมงคลวสิ ุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๐๐
คัมภีรใบลาน สมุดขอ ย แมแ ตกระดาษที่เขยี นดวย
ตัวเมือง จะตองเก็บไวในที่อันควร เชน บนโตะ
บนหวั นอน บนหิ้งพระ เพราะคนลา นนาถือวา เปน
ของสูง จะไมมีการทิ้งเร่ียราด ไมมีการเหยียบย่ํา
หรอื เดนิ ขามเปนอันขาด
การเรียนภาษาลานนาน้ันจะงายกวาเรียน
ภาษาอื่น ๆ มาก เพราะภาษาลานนามีพยัญชนะ
สระ และวรรณยุกตใกลเคียงกับภาษาไทยกลาง
เปนสวนใหญและโดยเฉพาะคนเมืองจะเรียนรูได
เร็วกวาคนในภาคอื่น ๆ เพราะคนเมืองพูด
คําเมืองและเคยเรียนตัวอักษรไทยกลางไดเปน
พ้ืนฐานอยูแลว หากผูท่ีสนใจไดเรียนรูดวยตนเอง
จากหนังสือและดูใน YouTube ประกอบไปดวย
เชือ่ วา ไมนานก็พอจะอานออกเขยี นได
หนังสอื ต๋วั เมือง คนเมอื งบฮู
บจ า งจา อู ไผฟง
เฮยี นไวฮ ไู ว จะไปเปนหยงั
ภาษาอน่ื ยัง เฮยี นของเขาได
ตาํ นานพระธาตแุ จโหวแ ละพญาล้ินกาน ๑๐๑
ตวั อักษรลานนา (ตัวเมอื ง)
พยญั ชนะ
๑. พยัญชนะในวรรค มี ๕ วรรค ๒๕ ตัว
แถว ๑ แถว ๒ แถว ๓ แถว ๔ แถว ๕
วรรค ๑ ก (ก) ข (ข) ค (ก-ค) ฆ (ฆ) ง (ง)
กะ กะ ขะ กะ ฆะ งะ
วรรค ๒ จ (จ) ฉ (ฉ) ช (จ-ช) ฌ (ฌ) ญ (ญ)
จะ จะ ฉะ จะ ฌะ ญะ
วรรค ๓ ฏ (ฏ) ฐ (ฐ) ด (ด,ฎ) ฒ (ฒ) ณ (ณ)
หละฏะ หละฏะ หละฐะ ฎะ หละฒะ หละณะ
วรรค ๔ ต (ต) ถ (ถ) ท (ต-ท) ธ (ธ) น (น)
ตะ ตะ ถะ ตะ ธะ นะ
วรรค ๕ บ (บ,ป) ผ (ผ) พ (ป-พ) ภ (ภ) ม (ม)
ปะ ปะ ผะ ปะ ภะ มะ
๒. พยญั ชนะนอกวรรค มี ๘ ตัว
ย (ย) ยะ ร (ฮ, ร) ฮะ/ระ ล (ล) ละ ว (ว) วะ
ส (ส) สะ อ / -ํ (อ) อะ/องั ห (ห) หะ ฬ (ฬ) ฬะ
พระราชมงคลวสิ ุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผนดนิ ๑๐๒
๓. พยัญชนะเพิม่ เติม มี ๑๗ ตวั
ฃ (ฃ) ฅ (ฅ) ซ (ซ) ป (ป) ฝ (ฝ) ฟ (ฟ)
ฃะ ฅะ ซะ ปะ ฝะ ฟะ
ฦ (ฦ) ฤ (ฤา) ษ (ษ) ศ (ศ) ฮ (ฮ)
ฦ ฤา ษะ ศะ ฮะ
หฯ (หง) หฯ (หย) หฯ (หน) หฯ (หม) หฯ (หล) หฯ (หว)
หงะ หยะ หนะ หมะ หละ หวะ
๔. พยญั ชนะพเิ ศษ มี ๔ ตวั
£� ª¡
อยะ ร สส ญญ
หมายเหตุ
- พยัญชนะสนี ํา้ เงนิ คอื อกั ษรสูง มี ๒๓ ตวั
- พยญั ชนะสีน้าํ แดง คอื อักษรกลาง มี ๕ ตัว
- พยญั ชนะสีน้ําดาํ คอื อักษรต่ํา มี ๒๓ ตัว
ตํานานพระธาตแุ จโหวและพญาล้นิ กาน ๑๐๓
สระ (ไม)
๑. ไมตามรปู มี ๓๐ ตัว
กะ กา กิ กี กึ กื
กะ กา ก๋ิ ก๋ี กึ กื
กุ กู เกะ เก เกฯะ เกฯ
กุ ก เกะ เก เกี๋ยะ เกี๋ย
แกะ แก ก฿ฯะ ก฿ฯ เกะฯิ เกฯิ
แกะ แก กั๋วะ ก๋วั เกิ๋อะ เก๋ิอ
เกอฯื ะ เกอฯื โกะ โก โกฯะ กฯํ
เกอ๋ื ะ เก๋ือ โกะ โก เกาะ กอ
ไก ใก ไกฯ เกยฯ กาํ เกาั
ไก ใก ไกย ไกบ าลี กาํ๋ เกา
๒. ไมภาษาบาลี มี ๘ ตัว พฯ ฯ อี
- อะ -า อา พฯ อิ เ-า โอ
³ฯ อุ ´ อู µฯ เอ
พระราชมงคลวสิ ุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๐๔
๓. ไมพิเศษ มี ๑๑ ตัว
-฿ -ั -ํ - ·
ไมก ง ไมซัด ฯลฯ ไมกัง๋ มน ไมก ัง๋ ไหล
-์ฯ -๋ -ุฯี -¶ฯ
ไมระหา ม ไมเกาหอนึ้ง ไมเ กา จูจ ้ี ไมก า โวง
-ๆ เ-า -ะั
ไมซาํ้ /สอง ไมโ กบ าลี ไมก ะปูย าด
♦ ไมก าโวง -¶ฯ นยิ มใชกับ ค¶,ฯ ท¶ฯ, บ¶,ฯ ธ¶ฯ, ว¶ฯ
วรรณยุกต มี ๒ รูป สามารถผันไดถงึ ๖ เสียง
-่ ( -่ ) -้ ( -้ )
ไมเหยาะ (ไมเ อก) ไมขอจาง (ไมโท)
แมส ะกด แมสะกด มี ๘ แม
กฯ฿ กก กฯ฿ ก๋ง กฯ฿ ก๋ด กฯ฿ ก๋น
ก฿ฯ กบ๋ กฯ฿ กม๋ เกิ ฯ เกย๋ เกฯิ เกอ๋ ว
ตาํ นานพระธาตุแจโหวแ ละพญาลน้ิ กา น ๑๐๕
หลักการผสมกาํ เมอื ง
๑. ถา มแี ตพ ยัญชนะ ใหอานเปน ตัว ๆ ไป เหมือนกับมี
สระอะหรือไมกะอยูดวย เชน
ตัวเมือง อานวา ตัวเมือง อา นวา
สารณ สาระนะ ภวณา พะวะนา
จมาช จะ มาจะ นวก นะวะกะ
ท¶ฯต ตาตะ คลไส กะ ละไส
พไปป ปะไปปะ จรญิ า จะรยิ า
* คาํ เมือง “ร” ออกเสียงเหมือน “ล”
๒. ถามพี ยัญชนะกับสระ ใหผ สมคาํ ไดเ ลย เชน
ตัวเมือง อานวา ตวั เมือง อานวา
ธเล ทะเล สภํฯ ํฯ สอพอ
แกะดาํ แกะ ดํา ห฿ฯโน หัวโน
ไี ค้ ปไ ก ขชี ิ ขจี้ ิ๊
โภะฯ ไม้ เพาะไม เจเฯิ สฯอื เจอเสอื
พระราชมงคลวสิ ุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๐๖
๓. ถามีแตพยัญชนะ ผสมกับสระ “อือ” หรือ
“-ื ไมก ื๋อ” ไมตอ งมตี ัว “อ” ตาม เชน
ตัวเมือง อา นวา ตวั เมือง อา นวา
มาลื ผสี ื
มาลือ ผสี ือ
ถฯ ไื ม้ ถอื ไม ดดู ื ดูดอ้ื
กี่ม้อื คคู อื
กมี ื หนา ซอ่ื ฅฅู รือ้ ไป
หฯา้ ซ รื พ
๔. ถามีพยัญชนะ สระและมีตัวสะกด ใหตัวสะกด
เขยี นซอนไวดา นลา ง เชน
คาํ วา เทยี บไดก บั ไดต ัวเมือง
ซาวแปด ซาฯแปฯ
ซาวแปด
แสงแดด แสงแดด แสฯแดฯ
กางจอ ง กางจอ้ ง กาจฯ งฯ้
แมวขาว แมวขาว แมขฯ าฯ
ดวงดาว ดวงดาว ดงฯ ดาฯ
ตํานานพระธาตุแจโหวและพญาล้นิ กา น ๑๐๗
๕. ตวั สะกดตอไปนี้ ใหเ ขยี นอยูใ นรปู ของหาง
ไทย ม น ย จ ส ษ ล ฐ ป บ, ป, ผ
เมอื ง ม น ย จ ส ษ ล ฏฯ พ บ,ป,ผ
หาง ฯ ฯ ฯ ฯ ฯ ฯ ฯ ฯ ฯ
ตวั อยา ง เชน
คําวา เทยี บไดก บั ไดตัวเมือง
รกั ษา รกั ฯา
รักษา วฏั ฏส฿งสาร
วฏั ฏสงสาร สมั มา วฏั สฯ ฿ฯสาฯ
ห้าฯ ผา สมั าฯ
สมั มา สอ่ งหลา้ หาฯ้ าฯ
หนาผา หลานเขย สงฯ่ หาฯ้
สอ งหลา อง฿ อาจ หฯาเฯ ขฯ
หลานเขย เปนบาป อฯอ฿ าฯ
เสฏฏฯี เปฯบาฯ
องอาจ เสฏฯี
เปน บาป
เสฏฐี
พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๐๘
๖. ถามีไม “-ุฯ กุ, -ูฯ กู” อยูดานลางพยัญชนะตน
ใหต ัวสะกดอยูดานหลงั พยัญชนะตนไดแ ละถา เปน
ตัว น ใหเปลี่ยนเปนตัว ร เชน
คําวา เทยี บไดกบั ไดตัวเมือง
กางมุง กางมงุ้ กามฯ งุ้
แกงตูน แกงตนู แกตฯ รู
ถงุ ปนู ถงุ ปนู ถงุ ปรู
เจาขนุ เจาั ขนุ เจัา ขรุ
๗. ถาเปนไม “เ-ฯ เก๋ีย , -ฯํ กอ” ท่ีมีตัวสะกด
ใหเ ขียนลดรปู “--ฯ ” และ “--ฯ ” เชน
คาํ วา เทยี บไดกับ ไดต ัวเมือง
เสฯงดงั สฯงดฯั
เสียงดัง
เวยี งหา ว เวฯงหา้ ว วฯงหา้ ฯ
ของขวญั ขฯงํ ขวญั ขฯง ขฯญั
สอ งแสง สงฯํ แสง สงฯ่ แสฯ
ตํานานพระธาตแุ จโ หวแ ละพญาลนิ้ กาน ๑๐๙
๘. คําพิเศษเฉพาะ ถาเขียนเปนอยางอ่ืนถือวาผิด
แบบแผนของภาษาลา นนา มีดงั น้ี
ตัวเมือง อา นวา ตวั เมือง อานวา
´า� เอา รื อนั วา
คํ ก็ รฤ ฤา (หรือ)
¦ แล, และ §ฯ แล, และ
§ฯ/¦ฯ แลว ¢ นา
คําวา ผิดแบบแผน เขยี นถูก
เอาั มา ´า� มา
เอามา คฯมํ ี คมํ ี
ก็มี กฯร่ แล กรฯ่ §ฯ
กอนแล แลฯ้ พ ¦ไฯ พ
แลว ไป อฯวั ¶ ฯ
อันวา รวื ¶ ฯ รื
ฤาวา มนี าฅฯ฿ รฤวา่
มีนาคม ม¢ี ฅ฿ฯ
พระราชมงคลวิสทุ ธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผนดิน ๑๑๐
๙. คาํ พเิ ศษทั่วไป นิยมเขยี นเพ่อื ประหยัดกระดาษ
หรอื เพือ่ ทายอานกนั เลน มีตัวอยา ง ดังน้ี
คาํ ที่นยิ มเขียน คําเตม็ อานวา
ไพฯา ไพมา
คฯี คมํ ี ไปมา
บฯี บดํ ี ก็มี
จาฯั จมฯั า บดี
ชาฯื ชวื ่า จักมา
วฯาั วฯวั า จือ่ วา
ติ รฯ ตติ รฯ วัดวา
ส฿ฯา ฯ สฯ฿สาฯ ตเิ๋ ตียน
ต฿าฯ้ ตฯต้฿ าฯ สงสาร
พฯงี ฯ พนี งฯ้ ตนตาน
เขาฯั ฯ เขาั ขฯง ปน อ ง
แคาั เคาั แค เขาของ
เกาแก
ตํานานพระธาตแุ จโหวและพญาลิ้นกาน ๑๑๑
๑๐. การเทียบภาษาไทยเปนภาษาลานนาใหทํา
เชนเดียวกับการเทียบภาษาไทยเปนภาษาอังกฤษ
คือเทียบเสียงอยางเดียว แตเนื่องจากตัวเมืองไมม ี
ตัว “ค, ช, ท, พ” ใช ดังนั้น ใหเทียบรูปตัวอักษร
เฉพาะ ๔ ตัวน้ี แทน ดงั น้ี
ตวั ไทย ตวั เมืองแทน
ค ฅ – ฅะ – ฅ
ช ช – จะ – จ
ท ธ – ธะ – ธ
พ ภ – ภะ – ภ
ตัวอยาง เชน ตวั เมือง อานวา
มฯิ
ตวั ไทย ตัวองั กฤษ มิด
ธฯงฅา ทองฅาํ
มติ ร MIT จา ง
ทองคํา TONGKUM ช้าฯ ลูกจ้นิ
ชาง CHANG
ลูกชิ้น LOOKCHIN ลกู ชฯิ
พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผนดิน ๑๑๒
ตัวไทย ตัวองั กฤษ ตวั เมือง อานวา
พระจนั ทร PAJUN ภจฯั พะจ๋นั
ทหาร TAHAN ธหาฯ ทะหาน
นพดล NOPPADON น฿ภฯ ดฯ฿ นพพะดน
ทราย CAI ซาฯ ซาย
สุราษฎร SURAT สรุ าฯ สรุ าด
วทิ ย VIT วฯิ วิด
ศาสตร SAD สาฯ สาด
อนิ ทร IN อฯิ อนิ
ญาติ YARD ญาฯ ยาด
ถวยทอง TOITONG ถฯ้ ธฯ งฯ ถว ยธอง
คนเลว KONLEAO ฅฯ฿เ ลฯ ฅนเลว
อบุ าย AUBAI ³บาฯ อบุ าย
แฟนทาน FANTAN แฟทฯ ่าฯ แฟนตาน
เก่ยี วขา ว GEAOKAO 8่ฯวเขาั เกย่ี วเขา
ตาํ นานพระธาตแุ จโหวและพญาลน้ิ กา น ๑๑๓
การปรวิ รรตภาษาลา นนา-ไทย
การปริวรรตหรือการเปล่ียนภาษาลานนา
เปนภาษาไทยน้ัน สามารถทําได ๒ วธิ ี คือ
๑) ปริวรรตตาม “รูปตัวอักษร” วิธีน้ีเหมาะ
สําหรับเผยแพรในวงการวิชาการ ขอดีของวิธีนี้
คือ เขียนไดงาย ขอเสียคือ อานยาก เพราะคําท่ี
เทียบออกมาไมคอยไดเห็นในชีวิตประจําวัน วิธีนี้
นิยมในการแปลอักษรในหลักศิลาจารึก และ
เอกสารคมั ภีรโบราณ
๒) ปริวรรตตาม “เสียงที่ไดยิน” วิธีน้ีเหมาะ
สําหรับใหบุคคลท่ัวไปไดอาน ขอดีของวิธีน้ีคือ
อา นไดง าย ขอเสียคือ เขยี นยาก เพราะระบบเสียง
ตางกันโดยเฉพาะเสียงวรรณยุกตของภาษา
ลานนาจะมีมากกวาของภาษาไทยอยู ๑ เสียง คือ
เสียง “โทเมือง” หรือ “โทพิเศษ” โดยเสียงนี้จะ
อยูระหวางเสียงโทกับเสียงตรี ซึ่งภาษาไทยจะ
เขียนออกมาไมได จึงตองเขียนเปนสัญลักษณ
แทนคาํ นั้น ๆ เชน ทําเปน ตวั เอียง ตวั หนา ตัวขีด
พระราชมงคลวสิ ุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๑๔
เสนใต และการเติม “.” ทายคํา เปนตน จะเห็น
วาเปนการยากที่จะเขียนภาษาไทยใหตรงกับเสยี ง
สําเนียงลานนาไดพอดีทุกคํา จึงตองอาศัย
การบูรณะคําใหใกลเคียงเทาท่ีทําได แตอยางไรก็
ตามการปริวรรตโดยวิธีนก้ี เ็ ปน วิธีทีน่ ิยมใชก นั มาก
ดั ง นั้ น ก อ น ที่ เ ร า จ ะ มี ก า ร ป ริ ว ร ร ต ห รื อ
เปลี่ยนแปลงเปรยี บเทียบภาษาดงั กลาวเราควรได
ศึกษาประเภทของตัวอักษร สระ คําเปนคําตาย
และเสียงวรรณยุกตข องภาษาลา นนากันกอน
ไตรยางคภาษาไทย
ไตรยางค คือ การแบงพยัญชนะไทยทั้ง ๔๔
ตัว ออกเปน ๓ สว น ซ่งึ เรยี กวา “ อกั ษรสามหม”ู
โดยอักษรสามหมูประกอบดวย อักษรสูง อักษร
กลาง และอกั ษรตาํ่ ดังน้ี
๑) อกั ษรสงู มี ๑๑ ตวั คือ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ
ษ ส ห คําเปนสามารถผันได ๓ เสียง คือ เอก โท
จัตวา (ไมมีรูป) สวนคําตาย ผันได ๒ เสียง คือ
เอก (ไมม ีรปู ) โท
ตํานานพระธาตุแจโ หวและพญาล้นิ กาน ๑๑๕
๒) อักษรกลาง มี ๗ ตัว คือ ก จ ด ฎ ต ฏ บ
ป อ คาํ เปน สามารถผนั ได ๕ เสียง คอื สามัญ เอก
โท ตรี และจัตวา สวนคําตาย ผันได ๔ เสียง คือ
เอก โท ตรี และจัตวา
๓) อักษรตํ่า มี ๒๔ ตัว คือ ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ
ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ คาํ เปน
สามารถผันได ๓ เสียง คือ สามัญ โท (รูปเอก)
และตรี (รูปโท) สวนคําตาย เสียงสั้นผันได ๓
เสียง คือ โท (รูปเอก) ตรี (ไมมีรูป) จัตวา และ
คําตาย เสียงยาว ผันได ๓ เสียง คือ โท (ไมมีรูป)
ตรี (รูปโท) และจัตวา
ไตรยางคภาษาลานนา
ตวั อักษรลา นนาแบง ออกเปน ๓ หมู ไดแ ก
๑) อกั ษรสูง มจี ํานวน ๒๓ ตัว
๒) อักษรกลาง มีจํานวน ๕ ตวั
๓) อักษรต่ํา มจี าํ นวน ๒๓ ตวั
โดย “อักษรตํ่า” จะมีเสียงคูกับ “อักษรสูง”
จาํ นวน ๑๗ คเู สียง ดังน้ี
พระราชมงคลวิสุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๑๖
ที่ อกั ษรต่ํา อักษรสูง
๑ ค (ก-ค) กะ ก (ก) กะ
๒ ฅ ฆ (ฅ ฆ) คะ ข ฃ (ข ฃ) ขะ
๓ ช (จ-ช) จ๊ะ จ (จ) จ๋ะ
๔ ฌ (ฌ) ฌะ ฉ (ฉ) ฉะ
๕ ฒ ธ (ฒ ธ) ธะ ฏฯ ถ (ฐ ถ) ถะ
๖ ท (ต-ท) ต๊ะ ฏ ต (ฏ ต) ต๋ะ
๗ พ (ป-พ) ป๊ ะ ป (ป) ป๋ ะ
๘ ฟ (ฟ) ฟะ ฝ (ฝ) ฝะ
๙ ภ (ภ) ภะ ผ (ผ) ผะ
๑๐ ฮ ร (ฮ) ฮะ ห (ห) หะ
๑๑ ซ (ซ) ซะ ส ษ ศ (ส ษ ศ) สะ
๑๒ ง (ง) งะ หฯ (หง) หงะ
๑๓ ญ ย (ญ ย) ยะ ห หฯ (หญ หย) หยะ
๑๔ ณ น (ณ น) นะ หฯ (หน) หนะ
ตาํ นานพระธาตุแจโ หวแ ละพญาลิน้ กา น ๑๑๗
ท่ี อกั ษรตํ่า อักษรสูง
๑๕ ม (ม) มะ หฯ (หม) หมะ
๑๖ ร ล ฬ (ร ล ฬ) ละ หฯ (หล) หละ
๑๗ ว (ว) วะ หฯ (หว) หวะ
สวนอกั ษรกลางทง้ั ๕ ตวั จะไมม ีคเู สียง ไดแก
ด (ด) บ (บ, ป) ป (ป) อ (อ) £ (อย)
ด๋ะ ป๋ ะ ป๋ ะ อ๋ะ อยะ
ประเภทของสระ (ไม)
สระภาษาลา นนาแบงเปน ๒ ประเภท ไดแก
๑) สระเสียงสน้ั มจี าํ นวน ๑๔ ตัว
๒) สระเสยี งยาว มจี าํ นวน ๑๖ ตัว
มีดังน้ี
ที่ สระเสียงสั้น สระเสยี งยาว
๑ กะ กะ กา กา
๒ กิ ก๋ิ กี กี๋
พระราชมงคลวสิ ุทธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผนดนิ ๑๑๘
ท่ี สระเสียงสั้น สระเสียงยาว
๓ กึ กึ กื กื
๔ กุ กุ กู ก
๕ เกะ เกะ เก เก
๖ เกะฯ เกีย๋ ะ เกฯ เกย๋ี
๗ แกะ แกะ แก แก
๘ กฯะ฿ กว๋ั ะ กฯ฿ กวั๋
๙ เกฯะิ เกอ๋ิ ะ เกฯิ เกอ๋ิ
๑๐ เกอฯื ะ เก๋อื ะ เกอฯื เกื๋อ
๑๑ โกะ โกะ โก โก
๑๒ โกฯะ เกา ะ กฯํ กอ
๑๓ - กาํ กาํ๋
๑๔ - ไก ไก, ไกฯ ไกย
๑๕ - ใก ใก, เกยฯ ไกบาลี
๑๖ - เกัา เกา
ตาํ นานพระธาตุแจโหวและพญาลิน้ กา น ๑๑๙
คาํ เปน-คาํ ตาย
“คําเปน ” ไดแก คาํ ท่ีมีลักษณะ ดงั น้ี
๑) คําที่ประสมกบั สระเสียงยาว เชน มา ดู ป
เวลา จาํ นาํ้ ใช เผา เสา ไป ฯลฯ
๒) คําทม่ี ีตวั สะกดไมอ ยูใน แม กก กด กบ
เชน จริง กนิ กรรม สาว ฉยุ ฯลฯ
“คาํ ตาย” ไดแก คําทม่ี ีลกั ษณะ ดังนี้
๑) คาํ ทปี่ ระสมกับสระเสียงสนั้ เชน กะทิ ดุ
เพราะ แคะ สขุ ะ พละ ฯลฯ
๒) คาํ ทีม่ ตี ัวสะกดอยใู นแม กก กด กบ
ที่ประสมกบั สระเสยี งยาว เชน ธูป บาท ลาภ ฯลฯ
ทปี่ ระสมกบั สระเสยี งสน้ั เชน บท มด คบั ฯลฯ
การผันเสยี งวรรณยกุ ต
ภาษาลานนามีรูปวรรณยุกต ๒ รูป คือ “-่”
ไมเหยาะ กบั “-”้ ไมขอจาง ผนั เสยี งได ดงั น้ี
๑) ถาเปน “อักษรตํ่า คําเปน สระเสียงยาว
และส้ัน” หรือ “อักษรสูง คําเปน สระเสียงยาว
พระราชมงคลวิสุทธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๒๐
และสั้น” จะผันไดครบ ๖ เสียง ก็ตอเมื่อนํา
“อักษรสูง” หรือ “อักษรต่ํา” ท่ีเปนคูเสียงกัน
มารว มกันผนั เชน
คา กา (อกั ษรตาํ่ ) = กา กา (อกั ษรสูง)
เสียง สามัญ เอก โท โท ตรี จัตวา
เมอื ง
ตัวเมือง คา กา่ ค่า กา้ ค้า กา
ป.อักษร คา กา คา กา คา กา
ป.เสยี ง กา กา กา กา กา กา
♦ “ป.อกั ษร” มาจาก “ปริวรรตตามตัวอักษร”
♦ “ป.เสยี ง” มาจาก “ปริวรรตตามเสยี งอาน”
♦ ตัวเอยี ง หมายถงึ ใหออกเสยี งเปนเสียง “โทเมือง”
ไช ไจ (อกั ษรต่ํา) = ไจ ไจ (อักษรสงู )
เสยี ง สามญั เอก โท โท ตรี จตั วา
เมอื ง
ตัวเมือง ไช ไจ่ ไช่ ไจ้ ไช้ ไจ
ป.อกั ษร ไช ไจ ไช ไจ ไช ไจ
ป.เสียง ไจ ไจ ไจ ไจ ไจ ไจ
ตาํ นานพระธาตแุ จโ หวและพญาลิ้นกาน ๑๒๑
ชฯา จวา (อักษรตาํ่ ) = จฯา จวา (อกั ษรสูง)
เสยี ง สามัญ เอก โท โท ตรี จัตวา
เมือง
ตวั เมือง ชฯา จฯา่ ชาฯ่ จฯา้ ชา้ฯ ฯจฯา
ป.อักษร ชวา จวา ชวา จวา ชวา จวา
ป.เสียง จวา จวา จวา จวา จวา จวา
♦ “จวา ” ออกเสียง “ว” ควบกลา้ํ เหมอื น “กวา ”
ทา ตา (อกั ษรตํา่ ) = ตา ตา (อักษรสูง)
เสยี ง สามญั เอก โท โท ตรี จัตวา
เมอื ง
ตวั เมอื ง ทา ตา่ ท่า ตา้ ท้า ตา
ป.อกั ษร ทา ตา ทา ตา ทา ตา
ป.เสียง ตา ตา ตา ตา ตา ตา
พู ปู (อกั ษรต่ํา) = ปู ปู (อกั ษรสูง)
เสยี ง สามญั เอก โท โท ตรี จตั วา
เมอื ง
ตวั เมอื ง พู ปู่ พู่ ู้ พู้ ปู
ป.อักษร พู ปู พู ปู พู ปู
ป.เสียง ปู ปู ปู ปู ปู ปู
พระราชมงคลวิสุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผนดนิ ๑๒๒
โว โว (อกั ษรตํา่ ) = โหฯ โหว (อกั ษรสงู )
เสยี ง สามัญ เอก โท โท ตรี จตั วา
เมือง
ตัวเมือง โว โหฯ่ โว่ โหฯ้ โว้ โหฯ
ป.อกั ษร โว โหว โว โหว โว โหว
ป.เสยี ง โว โหว โว โหว โว โหว
นฯฯ นอย (อักษรตํ่า) = หฯ ฯ หนอ ย (อกั ษรสงู )
เสยี ง สามัญ เอก โท โท ตรี จตั วา
เมือง
ตัวเมือง นฯฯ หฯ่ ฯ นฯ่ ฯ หฯ้ ฯ นฯ้ ฯ หฯ ฯ
ป.อกั ษร นอย หนอย นอ ย หนอ ย นอย หนอย
ป.เสียง นอย หนอย นอย หนอ ย นอ ย หนอย
๒) ถาเปน “อักษรกลาง คําเปน” สระจะ
เสียงยาวหรือเสียงส้ันก็ตาม จะผันไดเพียง ๓
เสียงเทานั้น คือ สามัญ เอก และโทเมือง สวน
ภาษาไทย จะผันได ๕ เสยี ง เชน
ตาํ นานพระธาตุแจโหวแ ละพญาล้ินกา น ๑๒๓
ดู - ดู (อักษรกลาง)
เสยี ง สามัญ เอก โท โท ตรี จัตวา
เมือง
-
ตัวเมือง ดู ดูฯ่ - ดฯู้ -
-
ป.อักษร ดู ด - ด - -
ป.เสยี ง ดู ด - ด - ดู
ตวั ไทย ดู ด ด - ด
จะมีคําบางคํา ที่ภาษาลานนาจําเปนตองใช
แตออกเสียงจัตวาไมได เชน ดู ด๋ี เดอ ดา อู อา
เอย โอ ออง ดังน้ันกรณีนี้จึงไดมีการอนุโลมให
“รปู สามญั ” ออก “เสยี งจตั วา” ได ทง้ั น้ขี ึ้นอยกู บั
บริบทความหมายของคาํ นนั้ ๆ เชน คําวา
“ด”ี อานออกเสียงไดทั้ง “ดี” และ “ด”๋ี
“โอฯ” อานออกเสียงไดทั้ง “โอน” และ “โอน”
๓) ถาเปน “อักษรสูงและอักษรกลาง คําตาย
สระเสียงยาว” จะผันได ๑ เสียง คือ เอก สวนคํา
ตาย สระเสียงส้ัน ก็ผนั ได ๑ เสียง คือ จตั วา เชน
พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๒๔
ตาฯ ตาก (อกั ษรสูง คาํ ตาย เสยี งยาว) - เอก
ตฯั ต๋ัก (อกั ษรสูง คําตาย เสยี งส้ัน) – จัตวา
ดาฯ ดาบ (อกั ษรกลาง คําตายเสยี งยาว) - เอก
ดัฯ ดับ (อกั ษรกลาง คําตาย เสียงส้ัน) – จตั วา
เสียง สามัญ เอก โท โท ตรี จัตวา
เมือง.
อ.สูง - ตาฯ - - - ตฯั
อ.กลาง - ดาฯ - - - ดัฯ
กฯี ก๋ดี (อกั ษรสูง คําตาย เสียงยาว) - เอก
ก฿ฯ กด (อักษรสูง คําตาย เสียงส้ัน) – จัตวา
ทึฯ ตึบ (อกั ษรกลาง คําตายเสียงยาว) - เอก
ท฿ฯ ตบ (อักษรกลาง คําตาย เสยี งส้นั ) – จตั วา
เสยี ง สามญั เอก โท โท ตรี จัตวา
เมือง.
อ.สูง - กฯี
- - - กฯ฿
อ.กลาง - ทึฯ - - - ท฿ฯ
ตํานานพระธาตแุ จโ หวแ ละพญาลิน้ กา น ๑๒๕
๔) ถาเปน “อักษรตํ่า คําตาย สระเสียงยาว”
จะผันได ๑ เสียง คือ โท สวนคําตาย สระเสียงสัน้
กผ็ ันได ๑ เสียง คอื ตรี เชน
กาฯ กาด (อักษรต่ํา คําตาย เสียงยาว) – โท
ต฿ฯ กด (อักษรตา่ํ คาํ ตาย เสยี งส้นั ) – ตรี
เสยี ง สามญั เอก โท โท ตรี จัตวา
เมอื ง.
อ. ตํ่า - - กาฯ - ก฿ฯ -
การผันเสียงวรรณยุกตเหลานี้ เม่ือไดศึกษา
ใหเขาใจอยางถองแทแ ลวก็จะเปนประโยชนอยาง
มากตอการปริวรรตทางดานภาษา ท้ังการอาน
การเขียนตัวเมืองตลอดจนวรรณกรรมลานนา
ตอไป
พระราชมงคลวสิ ุทธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๒๖
ตัวเลข
๑. ตวั เลขในธรรม ใชเ ขยี นในคัมภรี พ ทุ ธศาสนา
๐๑ ๒ ๓ ๔ ๕๖๗๘๙
๐ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙
๒. ตัวเลขโหราหรอื ตัวเลขพมา ใชเ ขียนท่ัวไป
0 1 2 345 6 789
๐ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙
ตัวเลขจะอานเหมือนภาษาไทย ยกเวน
“๒๐” เทานน้ั ใหอ า นวา “ซาว” ตัวอยา ง เชน
คําเมือง ป.ตามอักษร ป.ตามเสยี ง
บา้ ฯ ๒ หงฯั บาน ๒ หลงั บานสองหลัง
ชา้ ฯ ๒๐ ตฯ฿ ชาง ๒๐ ตวั จางซาวตวั
ขฯึ 15 ฅา ขึน้ ๑๕ ฅ่ํา ข้ึนสิบหาคํ่า
แกฯ้ 9 �กาฯ แกว ๙ ประการ แกวเกา ผะการ
สกั ฯราฯ ๑ สกั กะราช ๑ สกั กะราดหน่งึ
ตาํ นานพระธาตุแจโหวแ ละพญาล้ินกา น ๑๒๗
ในเอกสารคัมภีรโบราณของลานนามักพบวา
การบันทึกศักราช เปน จุลศักราช (จ.ศ.) ซึ่งเปน
การนับเดือนปแบบทางจันทรคติ โดยเริ่มนับ
จ.ศ. ๑ เมือ่ ป พุทธศักราช (พ.ศ.) ๑๑๘๑ โดยนบั
เอาวันที่พระพมา นามวา “พระบุพโสระหัน” ได
สึกออกจากการเปนพระ เพ่ือชิงราชบัลลังก
นับเปนวันแรกของศักราช จุลศักราชถูกนํามาใช
แพรหลายท้ังในอาณาจักรลานนา อาณาจักร
สุโขทัยสมัยหลัง อาณาจักรอยุธยา และใชกันใน
ตาํ ราโหราศาสตรจนถงึ ปจ จุบนั
ดังนั้นการเทียบ จุลศักราช เปนพุทธศักราช
ทําไดโ ดยใชสตู ร ตอไปนี้
จ.ศ. + ๑๑๘๑ = พ.ศ.
เชน จ.ศ. ๒๕๔ ตรงกับ พ.ศ. อะไร
วิธีคดิ จากสูตร จ.ศ. + ๑๑๘๑ = พ.ศ.
แทนคา ๒๕๔ + ๑๑๘๑ = ๑๔๓๕
ตอบ จ.ศ. ๒๕๔ ตรงกบั พ.ศ. ๑๔๓๕
พระราชมงคลวิสทุ ธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๒๘
ตวั อยา งการปริวรรตคําเมือง
๑. การปริวรรตภาษาลานนาเปนภาษาไทย ใหมี
การเทียบพยัญชนะแถวท่ี ๓ และเสียง ดงั นี้
พยญั ชนะ ปริวรรตตามอักษร ปรวิ รรตตามเสียง
ค – กะ ค ก
ช – จะ ช จ
ท – ตะ ท ต
พ – ปะ พ ป
ตวั อยา ง เชน ป.ตามอักษร ป.ตามเสียง
คําเมือง คําเกา กําเกา
ค¶ํ เฯ กาฯ้ เจบคาง เจบกาง
ไมค าน ไมก าน
เจคฯ ¶ฯ ชา งน้ํา จางนาํ้
มโี ชค มีไช มโี จก มไี จ
ไมค้ ¶ฯ
ช้าฯ¢ํฯ
มโี ชฯ มีไช
คาํ เมือง ตาํ นานพระธาตแุ จโ หวแ ละพญาลน้ิ กา น ๑๒๙
ฯทงฯ เหื ฯง
ป.ตามอักษร ป.ตามเสียง
ท¶ฯสบี ¶ ฯ
ทองเหลือง ตองเหลือง
พฯรใี หฯ่ ทาสีบา น ตาสบี า น
พอรปใ หม ปอนปใหม
พฯง ดัฯะ ไม้ พวงดอกไม ปวงดอกไม
สายใจ สายใจ
สาฯใจ
คําไทย ป.ตามอักษร อา นวา
พแฯํ มพ่ นี งฯ้
พอแมพ ีน่ อง ปอแมปน อ ง
จําใจ จาํ ใจ จํา๋ ใจ
น้าํ รอ น ¢รฯํ รฯ้ นํา้ ฮอ น
ค้ิวตา คตฯิ า กิ๊วตา
คฯา ฯงาฯ
ความงาม ท่ งฯ วฯั กวามงาม
เท่ียงวนั กาฯ ฯพฯื เตย้ี งวัน
กวาดพ้นื กวา ดปน
พระราชมงคลวสิ ทุ ธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๓๐
๒. ภาษาบาลี มกี ฎการซอนพยญั ชนะ ดังน้ี
๑) พยัญชนะแถวที่ ๑ นาํ แถวที่ ๑ และ ๒ มา
ซอ นดา นลา งในวรรคของตนได
๒) พยญั ชนะแถวท่ี ๓ นําแถวที่ ๓ และ ๔ มา
ซอ นดานลา งในวรรคของตนได
๓) พยัญชนะแถวที่ ๕ นําแถวท่ี ๕ และทุก
แถวมาซอ นดานลางในวรรคของตนได
๔) นอกวรรค ซอ นตัวเองได ยกเวน ย, ล, ส
ตวั เมือง ป.ตามอักษร ป.ตามเสยี ง
ทกุ ๊ฯ
ทกุ ขํ ตุกขงั
ธมฯ์ ธัมม ธมั
สก¸ า สังกา สังกา
มชฯ มชั ชะ มจั จะ
อญฯลี อญั ชุลี
อนั จุลี
บณฯติ บณั ฑติ ปณ ดิด
สมฯน ฯ์ สมั พนั ธ สมั ปน
ตํานานพระธาตุแจโหวแ ละพญาลน้ิ กา น ๑๓๑
๓. ตัวระโฮง “�” คือ “ร” ทําหนาที่ควบกล้ํากับ
พยัญชนะวรรค กะ ตะ ปะ แถวท่ี ๑ และแถวที่ ๓
ซ่ึงมี ๖ ตัว ไดแก �, �, �, �, �, � เวลา
อานจะไมออกเสียงควบกลํ้า “ร” แตจะออกเปน
เสียงของพยัญชนะตัวถัดไปแทน คือ ข , ฆ, ถ,
ธ, ผ, ภ ตามลาํ ดบั นอกนน้ั ใหอานเปนปกติ เชน
คําเมือง ป.ตามอักษร ป.ตามเสยี ง
�าฯ ตราบ ถาฯ - ถาบ
�มาฯ ประมาณ ผมาฯ - ผะมาน
�า่ ฯ ครา ว ฆา่ ฯ - ฆาว
�ฯ โกรธ โขฯ - โขด
�ฯ฿ สรง สรฯ฿ - สะรง
�้ฯม พรอม ภมฯ้ -ภอ ม
�ีฯา กรยี า ขี าฯ - ข๋ียา
�บูฯ า ครบู า ฆบู า - ฆบู า
พระราชมงคลวิสทุ ธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๓๒
ตัวอยางการปริวรรตตามรูปอกั ษร
คําไทย คาํ เมือง
อาทิต์ฯ
อาทติ ย
จันทร จ� ์
องั คาร อ¸คาฯ
พฤหัสบดี �หื ับดี
ศกุ ร ศุ�์
เสาร เสาั ร์
กมุ ภาพันธ กมุ ฯาพนั ฯ์
สงิ หาคม สงิ ฯาคฯ฿
หองซาวแลบ็ หงฯ้ ซาฯแลฯะ
มอเตอรไ ซค มฯํเทฯริ ์ซค์
เศรษฐศาสตร เ�ษศฯ า�์
นักปราชญ นฯ� าช์
สวสั ดี สวฯดั ี , สฯๆสั ีฯ
ตาํ นานพระธาตุแจโ หวแ ละพญาลน้ิ กาน ๑๓๓
ตัวอยางการปรวิ รรตตามเสียง
♦ สิบป อาบนํา้ บหนาว ซาวป แอวสาวบก า ย
๑๐ ี อาฯ¢ฯํบหํ าฯ ฯ ๒๐ แี อฯส่ าฯบ คํ า่ ฯ
♦ สามสิบป บหนายสงสาร
๓๐ ี บหํ ่าฯ ฯสฯ฿สาฯ
♦ สี่สบิ ป เยียะการเหมือนฟา ผา
๔๐ ี เยะฯ กาเฯ หรฯื ฟา้ ผา่
♦ หา สิบป สาวหนอยดา บเจบ็ ใจ
๕๐ ี สาฯห ฯ้ ดฯ า่ บเํ จัฯจ
♦ หกสิบป ไอเหมือนฟานโขก
๖๐ ี ไอเหฯืร ฟาโฯ ขฯ
♦ เจ็ดสิบป มะโหกเตมตว๋ั
๗๐ ี มโหเฯ ตฯตฯ฿
♦ แปดสิบป ไครหัวเหมือนไห
๘๐ ี �่ห฿ฯเ หืรฯ ไห้
♦ เกา สิบป ไขก็ตายบไ ขก ต็ าย
๙๐ ี ไขค้ ตํ าฯบํ ขค้ ตํ าฯ
พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ
( กํ้า กลฺยาณธมโฺ ม )
พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๓๕
บทที่ ๔
ฝกอา นตวั เมืองจากคมั ภรี ใบลาน
ฝฯอ า่ ฯต ฿เฯ มฯงื จาฅฯ า ภไี บลาฯ
เร่ืองตํานานพระธาตแุ ชโ หว
เรงฯื ตาํ ¢�ฯ ธาฯแ ชโ่ หฯ้
ตาํ นานพระธาตุแจโ หวแ ละพญาลิน้ กา น ๑๓๖
ตาํ ¢�ฯ ธาฯแชโ่ หฯ้
ห้าฯ ที ๑ หนาท่ี ๑
นเมาตªฯ ฯ “อห๊ว¢ฯมิ สิลสา เทฯ
เกสาธาตุ บฏภิ ันฯ เสลบพฯตฯา อหว๊ ¢ฯ�
มิสลิ สา”
เปฯคาํ ไห�ฯ ธาฯแชโ่ หฯ้ เมงืฯ ภาฯ ฯ §ฯ |
นะโมตัสสะถุ “อะหังวันตามิ สิละสา เตวะเก
สาธาตุ ปะต๋ิภันตุ เสละปพปตตา อะหังวันตา มิ
สลิ ะสา”
เปน กําไหวพระธาตแุ จโหว เมืองภะยาว แล |
พระราชมงคลวสิ ุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดนิ ๑๓๗
ทีนีจักฯ่าฯยัฯตํา¢ฯ มหาชินธาฯเจัาอัฯมี
วอัฯ ัแฯ จฯ่ ตเ้ มฯงื �าฯ ฯทีนี บพฯเ ตฯา
ต้ีนี้จักกลาวยังต๋ํานาน มหาจ๊ินะธาตุเจาอันมี
วนั ออกแจงใตเมอื งภะยาวตี้นี้ ปพปต โต
รืดฯฯทีนัฯ ผู้มี�ฯาเพิฯรู้ด้ฯฯ ดัฯเรัาจั
วสิ ช¢ ไพห้าฯ นเี ตฯะิ
อันวาดอยตี้นั้น ผูมีผะญาเปงฮูดวย ดังเฮาจกั
วิสะจะนา ไปหนานีเ้ ตอะ
ยัฯมีมหาเถฯเจัาต฿ฯนึฯ ชืฯากาลวิชา
รฯไ฿ พหัฯตํา¢ฯ�ธาฯเจาั
ยังมีมหาเถรเจาตนน่ึง จื้อวากาลวิจา
ลงไปหันต๋าํ นานพระธาตุเจา
ยฯเั มงฯื ล¸กาทวีฯ ม£ี ู่ฯ ๓ แห่ฯ ยฯบั ํ�ก฿ฯ
ยังเมืองลงั กาตวปี มอี ยู ๓ แหง ยงั บผ ะกฏ
ตํานานพระธาตุแจโหวและพญาล้ินกาน ๑๓๘
แก่ฯฅ฿ฯท·ฯาฯเทืฯอ อัฯนีอัฯมีวัฯอัฯแจ่ฯต้
เมฯ�ื ฯาทฯ นี ี ท่าคฯ ํแตฯ้ ขรฯ ´ามา
แกคนตังหลายเต่ือ อันน้ีอันมีวันออกแจงใต
เมืองภะยาวตนี้ ้ี ตา นกแ็ ตม เขยี นเอามา
ไนีฯรฯาฯไค้ สกฯราฯได้ ๘๘ ต฿ฯ เดืฯร 7
อัฯ 5 ฅา มาลฯดแผฯเมฯงื ภาฯ ฯทีนี
ในปรวายไก ศักราชได ๘๘ ตั๋ว เดือน ๗
ออก ๕ คาํ่ มาลอดแผวเมืองภะยาวต้ีน้ี
§ฯคํเขัาไพยัฯวัฯหฯง ไนวฯงทีนี เขัา
ไพไหัสฯ าสฆ¸ ราชา มหาพ¢ฯ ฯธริ าฯเจาั
แลวก็เขาไปยังวัดหลวง ในเวียงต้ีน้ี เขา
ไปไหวสาสงั ฆะราจา มหาอินตาธริ าชเจา
ตสฯ฿ ฏิดฯ £ฯู่นมหาอาราฯวฯัหฯง
ตน สถติ อยใู นมหาอารามวัดหลวง
พระราชมงคลวิสุทธิ์ พระมหาเถระ ๕ แผน ดิน ๑๓๙
ราชฯสัฏฯาฯ กฯาฯวฯงภฯาฯ§ฯฯทีนี
§คฯ ํ บªุ าโจต¢ ถาวฯ า่ �บาฯ� ธาเฯ จัาท· ฯา
ราชจะสัณฐาน กลางเวียงภะยาวแลวตี้นี้
แลวก็ ปุสสาโจตะนา ถามวาพระบาตพระธาตุเจา
ตังหลาย
อัฯตัฯ£ูฯ่นเมืฯง�ฯาฯทีนีทัฯมฯร หัฯสื
พตฯื ํา¢ฯ ย�ฯ กฯ฿มีส้ งฯ ชุทชี แุ หฯ§่ ฯ
อันตั้งอยูในเมืองภะยาวต้ีน้ีตั้งมวล หนังสือ
ปน ต๋ํานาน ยังผะกฎมเี สย้ี งจุตี้จแุ หงแลว
หา้ฯ ที ๒ หนา ที่ ๒
อัฯชรฤ เมืฯอนัฯมหาพฯ¢ฯธิราฯส¸ฆรา
ชาเจาั จึกฯ ่าฯ วฯ า่ อวเุ ªา
อันจะรือ เมื่อนั้นมหาอินตาธิราจสังฆะราจา
เจา จึ่งกลาววา อะวสุ โส
ตาํ นานพระธาตแุ จโ หวแ ละพญาล้นิ กา น ๑๔๐
�าท่าฯ รื�บาฯ �ธาฯเจัาทฯัา อัฯ
สฏตฯิ ต£ฯั ู่ฯ นเมงฯื ภฯาตฯ นี ี
ดูราตาน อันวาพระบาทพระธาตุเจาตังหลาย
อนั สถติ ต้ังอยูในเมืองภะยาวต้ีนี้
ยัฯบํ�ก฿ฯเทืฯอ มี£ูฯ่ ๓ แห่ฯ คืฯา�ธาฯ
เจาั ดฯ นฯ ฯ้ ฯ บา้ ฯบฯกเหฯกื แห๑ฯ่
ยังบผะกฏเต่ือ มีอยู ๓ แหง กือวาพระธาตุ
เจาดอยนอย บานบวกเหงอื กแหง นึ่ง
�ธาฯเจัาแช่โหฯั ดฯฯบ้าฯป่ฯาสัฯ ไนวฯง
หา้ แฯ ห๑่ฯ �ธาเฯ จัา มร่ฯ จมฯ สี ฯ
พระธาตุเจาแจโหว ดอยบานปาสัก ในเวียง
หาวแหงน่งึ พระธาตเุ จา มอนจอมศลี
ดฯฯถําบ้าฯถําแห่ฯ๑ ยัฯบํ�ก฿ฯเทืฯอ §ฯที
นัเฯ จัา ไพปฯ มหากาลวิชา จฯกื ่าฯ วฯ ่า
พระราชมงคลวิสทุ ธ์ิ พระมหาเถระ ๕ แผนดิน ๑๔๑
ดอยถ้ําบานถ้ําแหงนึ่ง ยังบผะกฏเต่ือ และต้ี
นนั้ เจา ไปปะละ มหากา ละวจิ า จึ่งกลาววา
ภเนฯ ข้าแก่ฯส¸ฆราชาเจาั ทอี ผฯั ขู้ า้
ได้มาหฯี§ฯ จึฯ´าตํา¢ฯนัฯหืแกฯ่�ส¸ฆราฯ
ห§ฯั ฯ |
ภันเต ขาแกสังฆะราจาเจา ตี้อันผูขาไดมา
หน้ีแลว จ่ึงเอาต๋ํานานน้ันห้ือแกพระสังฆะราจ
ห้นั แล |
ทีนีจักฯ่าฯยัฯ ตํา¢ฯ�มหาชินธาฯแห่ฯ
�พทุ ฯเจัา กรฯ่ §ฯ ภควฯ า
ต้ีนี้จักกลาวยัง ต๋ํานานพระมหาจิ๊นะธาตุแหง
พระพุทธเจากอนแล ภกั กะ วา
รื�พุทฯเจัา คัฯว่าถบ¢ฯเกสาธาฯ
เจาั ยัฯดฯจฯ มฯ ทฯง ทหี เฯ฿ มืฯง�าฯ ทฯ นี ฯั
อันวาพระพุทธเจา กันวาถะปนนาเกสาธาตุ
เจายังดอยจอมตอง ตี้หัวเมืองภะยาวต้นี ้ัน
ตํานานพระธาตแุ จโ หวและพญาลน้ิ กาน ๑๔๒
§ฯคํสัฯเขัายัฯบ฿ฯดฯฯ จฯมทฯงทีนัฯ บ๊ด้
สั¢ฯ ํฯ จฯึ ช้มหาอนนฯ รฯ฿ไ พขฯํ´า¢ํฯ
แลวก็สันเขายังบนดอยจอมตองตี้นั้น บได
สนั นํา้ จึ่งไจม หาอนนั ตะ ลงไปขอเอานา้ํ
ทีหฯฯงอ้ฯง �ฯา¢ฯคํฯหื¢ํฯ �พุทฯ
เจัาคํจึฯ�เดฯฯร฿ฯไพสัฯสฯร�ฯา¢ฯ ได้สัฯ¢ํ§ฯ
จฯึทํา¢ฯหฯง อ้ ฯงทนี ัฯ
ต้ีหนองเอี้ยง ภะยานาคก็บห้ือน้ํา พระพุทธ-
เจาก็จึงเสดจ็ ลงไปส่ังสอนภะยานาค ไดสันน้ําแลว
จึ่งตํานายหนองเอย้ี งต้ีนั้น
ห้าฯ ที ๓ หนา ที่ ๓
§ฯคํ�เดฯฯไพถบ¢ฯ�เกสาธาฯทีวัฯป่ฯาแดฯ
หฯงฯ§ฯวฯับญุ ์¢ฯ เหืฯอ วฯงทีนัฯ