The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-BOOK_การศึกษาเรื่องปัจจัย และกลไกการสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ake_2001, 2023-03-16 09:09:08

E-BOOK_การศึกษาเรื่องปัจจัย และกลไกการสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย (101 Case_FinalDraft_16-03-66 )

E-BOOK_การศึกษาเรื่องปัจจัย และกลไกการสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย

Keywords: การศึกษาเรื่องปัจจัย และกลไกการสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย

179 (3) ผลความส าเร็จ จากการด าเนินงานตั้งแต่ปีพ.ศ. 2561-2564 การด าเนินงานโดยการรวมกลุ่มและการส่งเสริมจากบริษัท เอกชนข้างต้น ได้ท าให้กลุ่มได้รับการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพในการประกอบอาชีพ มีสินค้าแปรรูปที่ขึ้นทะเบียน โอทอป (OTOP) แล้ว จ านวน 10 รายการ มีการสร้างรายได้จากการแปรรูปน้ ามันงา เป็นจ านวนกว่า 200,000 บาท และการแปรรูปพริกผงกะเหรี่ยง จ านวน 20,000 บาท (บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จ ากัด (มหาชน), ม.ป.ป.) (เอกสารจากเว็บไซต์) 12.5 โครงการท าตามพ่อ ปลูกเพ(ร)าะสุข (1) ความเป็นมา โครงการท าตามพ่อ ปลูกเพ(ร)าะสุข เป็นหนึ่งในภารกิจด้านการพัฒนาชุมชนที่ด าเนินกิจกรรมพัฒนา ชุมชนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อุตสาหกรรมผลิตน้ าตาลภายใต้ความรับผิดชอบของกลุ่มมิตรผล เป็นการพัฒนาชุมชน ตามแนวคิด “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” ที่ขับเคลื่อนงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเกษตรกร ชาวไร่อ้อย และให้ความส าคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้เติบโตไปด้วยกัน และเน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจให้ เกษตรกรชาวไร่อ้อยให้มีความเป็นอยู่ที่ดี (2) การด าเนินกิจการ โครงการท าตามพ่อ ปลูกเพ(ร)าะสุข ด าเนินกิจกรรมตามกรอบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตร ทฤษฎีใหม่ ในระหว่าง พ.ศ. 2560 จนถึง พ.ศ. 2562 มีพื้นที่ด าเนินงาน 9 พื้นที่โรงงาน ประกอบด้วย 1) โรงงาน น้ าตาลมิตรผลด่านช้าง ต าบลหนองมะค่าโมง อ าเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี 2) โรงงานน้ าตาลสิงห์บุรี ต าบลไม้ดัด อ าเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี 3) โรงงานน้ าตาลมิตรภูเวียง ต าบลหนองเรือ อ าเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น และโครงการขยายบ้านไผ่ 4) โรงงานน้ าตาลมิตรภูเขียว ต าบลโคกสะอาด อ าเภอภูเขียว จังหวัด ชัยภูมิ และโครงการขยายเกษตรสมบูรณ์ 5) โรงงานน้ าตาลมิตรกาฬสินธุ์ ต าบลสมสะอาด อ าเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และโครงการขยายเสลภูมิ6) โรงงานน้ าตาลมิตรภูหลวง ต าบลโคกขมิ้น อ าเภอวังสะพุง จังหวัดเลย และโครงการขยายเพชรบูรณ์ 7) โรงงานน้ าตาลมิตรอ านาจเจริญ ต าบลน้ าปลีก อ าเภอเมือง จังหวัดอ านาจเจริญ 8) แม่สอดพลังงานสะอาด อ าเภอแม่สอด จังหวัดตาก และ 9) ราชสีมากรีนส์อ าเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา การได้พัฒนาศักยภาพด้านการผลิตทางการเกษตรชาวไร่อ้อย เป้าหมายที่จะพัฒนาเกษตรกร จ านวน กว่า 7,000 คน ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการเพาะปลูกตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ และสามารถถ่ายทอด องค์ความรู้ในชุมชนท้องถิ่นของตนเองได้ และยกระดับให้เป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ เพื่อขยายผลบทเรียนการท า เกษตรทฤษฎีใหม่ในนาม “ศูนย์ปลูกเพ(ร)าะสุข” การด าเนินงานของศูนย์ฯ จะมีการอบรมให้เกษตรกรรุ่น 2 โดยให้เกษตรกรรุ่นที่ 1 เป็นวิทยากรอบรม ให้ความรู้ในด้านที่แต่ละคนถนัด มีการให้ปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรรุ่นที่ 2 โดยปัจจัยการผลิตส่วนหนึ่งที่รับซื้อ มาจากเกษตรกรรุ่นที่ 1 (แบ่งปันข้อมูล แบ่งปันความรู้ แบ่งปันทรัพยากร/เครื่องมือ) มีการเชื่อมโยงตลาดเพื่อ รับซื้อผลผลิตของเกษตรกร เช่น ผ่านการประสานงานให้พ่อค้าคนกลางรับซื้อที่แปลง ผ่านการจ าหน่ายที่ตลาดนัด


180 หน้าโรงงาน ผลผลิตบางส่วนจ าหน่ายให้กับโรงงานเพื่อน ามาเป็นอาหารให้พนักงาน และนอกจากนี้ยังร่วมกับ เครือข่ายในการส่งเข้า Modern Trade (3) ผลความส าเร็จ การด าเนินงานใน ปี พ.ศ. 2560 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจ านวน 276 ราย จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ จ านวน 78 แห่ง ปี พ.ศ. 2561 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ รวมเป็นจ านวน 755 ราย จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ เพิ่มจ านวน 23 แห่ง และปี พ.ศ. 2562 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ รวมเป็นจ านวน 7,150 ราย (จากเป้าหมาย 7,000 ราย) ตัวอย่างความส าเร็จของกิจกรรมการรวมกลุ่มปลูกผักอินทรีย์ของเกษตรกรในพื้นที่รอบโรงงาน น้ าตาล มิตรภูเขียว จ านวน 5กลุ่ม โดย 1) กลุ่มปลูกผักปลอดภัยบ้านลาด มีสมาชิก 4ครัวเรือน รายได้จากการจ าหน่าย ผลผลิต พ.ศ. 2562-2565 รวมทั้งสิ้น 124,188 บาท 2) กลุ่มปลูกผักปลอดภัยบ้านกุดหัวช้าง สมาชิก 11 คน มี รายได้จากการจ าหน่ายผลผลิต พ.ศ. 2563-2565 รวมทั้งสิ้น 181,776 บาท 3) กลุ่มผู้ปลูกผักปลอดภัยต าบล บ้านแก้ง สมาชิก 21 ครัวเรือน มีรายได้จากการจ าหน่ายผลผลิต พ.ศ. 2563-2565 รวมทั้งสิ้น 369,408 บาท 4) กลุ่มปลูกผักปลอดภัยต าบลโคกสะอาด สมาชิก 7 ครัวเรือน มีรายได้จากการจ าหน่ายผลผลิต พ.ศ. 2563- 2565 รวมทั้งสิ้น 44,656 บาท และ 5) กลุ่มปลูกผักปลอดภัยบ้านหัวหนอง-มูลกระบือ สมาชิก 4 ครัวเรือน รายได้จากการจ าหน่ายผลผลิต พ.ศ. 2564-2565 รวมทั้งสิ้น 2,429 บาท โดยรายได้เหล่านี้ คือ รายได้ที่เพิ่มขึ้น จากเดิมที่เคยมีอยู่ (กรรณิกา, 2565) 12.6 พลังงานทางเลือก “ระบบไมโครกริด (Microgrid)” (1) ความเป็นมา บริษัท บ้านปู จ ากัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 ภายใต้ชื่อ บริษัท เหมือง บ้านปู จ ากัด ด้วยทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท เพื่อเข้าท าสัญญาเช่าช่วงการท าเหมืองถ่านหินที่เหมืองบ้านปู (BP-1) อ าเภอลี้ จังหวัดล าพูน จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ต่อมา พ.ศ. 2532 บริษัท ได้รับอนุมัติให้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ พ.ศ. 2536 ได้แปรสภาพเป็น บริษัทมหาชน จ ากัด โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท บ้านปู จ ากัด (มหาชน)” บ้านปู มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้น าด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ (International Versatile Energy Provider) และมีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ภายใต้กลยุทธ์ “Greener & Smarter” พร้อมทั้งมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในยุค New Normal เพื่อส่งมอบอนาคต พลังงานเพื่อความยั่งยืน (Smarter Energy for Sustainability) ภายใต้ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจ แหล่งพลังงาน (เน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตผ่านโครงการต่าง ๆ) 2) กลุ่มธุรกิจ ผลิตพลังงาน (เน้นสร้างเสถียรภาพการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า การขยายก าลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยลงทุน เพิ่มเติมในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์) และ 3) กลุ่ม ธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน (สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ เช่น ธุรกิจระบบจัดเก็บพลังงานและธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า)


181 (2) การด าเนินกิจการ บริษัทเปิดตัวระบบไมโครกริด (Microgrid) ที่มะลิ รีสอร์ต บนเกาะหลี จังหวัดสตูล ในปี พ.ศ. 2564 เป็นระบบโครงข่ายไฟฟ้าภาคเอกชนรายแรกของไทย ที่สามารถผลิต กักเก็บ และจ่ายไฟฟ้าพลังงานสะอาด 100% ภายในระบบเดียวได้อย่างครบวงจร บริษัทเป็นระบบโครงข่ายพลังงานขนาดเล็ก ที่สามารถท างานได้ทั้งแบบ อิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาโครงข่ายไฟฟ้าหลัก หรือเชื่อมต่อเข้ากับระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักก็ได้ เป็นการใช้ทรัพยากร จากแหล่งพลังงานทางเลือกที่มีเสถียรภาพและความยืดหยุ่นสูง (ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์) สามารถใช้ได้ต่อเนื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง มีไฟฟ้าใช้งานในรีสอร์ตที่เพียงพอต่อการด าเนินกิจการและต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ในทุก สถานการณ์ ในขณะเดียวกัน ก็ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟดีเซล ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน ลดการปล่อย มลภาวะ เพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ สร้างจุดขายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น และช่วยยกระดับธุรกิจสู่ความยั่งยืน (3) ผลความส าเร็จ ระบบไมโครกริดของบริษัท ได้ลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของมะลิรีสอร์ต ได้ร้อยละ 30.0 ต่อเดือน คิดเป็น 1 ล้านบาท/ปี และลดการใช้น้ ามันจากเดิมที่ใช้เครื่องปั่นไฟดีเซลได้ 45,000 ลิตร/ปี หรือคิดเป็นปริมาณก๊าซ เรือนกระจกที่ลดได้ 90 ตัน CO₂ เทียบเท่าต่อปี(บริษัท บ้านปู จ ากัด (มหาชน), 2564, น. 37) 12.7 โครงการศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักสัตว์น าเศรษฐกิจ ของ ปตท.สผ. (1) ความเป็นมา บริษัท ปตท. ส ารวจและผลิตปิโตรเลียม จ ากัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2528 โดยคณะรัฐมนตรีเพื่อด าเนินธุรกิจหลัก คือ ส ารวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อประเทศ เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ รวมทั้งลดการพึ่งพาการน าเข้าปิโตรเลียมจาก ต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2563 ปตท.สผ. ได้ริเริ่มโครงการเพื่อสังคมภายใต้กลยุทธ์ทะเลเพื่อชีวิต (Ocean for Life) ที่ครอบคลุมกิจกรรมด้านการปลูกป่าชายเลน การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและขยะในทะเล การรักษาระบบ นิเวศน์และเพิ่มทรัพยากรทางทะเล รวมถึงการสร้างสมรรถนะและศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด ให้กับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน ผ่านโครงการศูนย์การเรียนรู้ เพาะฟักสัตว์น้ าเศรษฐกิจและการจัดตั้งเครือข่ายอนุรักษ์ เพื่อปลูกจิตส านึกด้านการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน รวมถึงแผนการจัดตั้งโรงพยาบาลเต่าทะเลในจังหวัดสงขลา อีกทั้งมีแผนสนับสนุนการปลูกและบ ารุงป่าชายเลน ซึ่งเป็นพื้นที่ส าคัญในการอนุบาลสัตว์น้ าวัยอ่อน (2) การด าเนินกิจการ ปตท.สผ. ได้สนับสนุนกลุ่มประมงพื้นบ้าน ป. ทรัพย์อนันต์ ซึ่งมีสมาชิกชาวประมงราว 200 คน ที่ใช้ เครื่องมืออวนจม และลอบดักปูหากินในน่านน้ าทะเลสาบสงขลา เขตอ าเภอสิงหนคร อ าเภอสทิงพระ และอ าเภอ ระโนด โดยร่วมสร้างบ่อปูนเก็บน้ าและอนุบาลลูกปู ประสานกับสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ าชายฝั่งสงขลา (NICA) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย น าวิชาการมาเสริมภูมิปัญญาธนาคารปู แล้วพัฒนาเป็น


182 “ศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักลูกปูบ้านหัวเขา” อย่างเต็มรูปแบบ โดยสร้างอาคารสองชั้นมอบให้ทางกลุ่มประมง ชั้นบนออกแบบให้เป็นห้องจัดอบรม ส่วนชั้นล่างเป็นพื้นที่นิทรรศการมีชีวิตควบกับโรงเพาะฟักและอนุบาลลูกปู ผู้มาเยี่ยมชมจะได้ทั้งข้อมูลความรู้และได้ตักลูกปูจากบ่อเพื่อศึกษาของจริงไปพร้อมกัน โดยเดือนหนึ่ง ๆ จะมี หน่วยงานประมาณ 10-20 หน่วยงานในจังหวัดสงขลาและปัตตานี มาขอลูกปูไปปล่อย ทางศูนย์ฯ จะให้ฟรี จ านวนครั้งละไม่ต่ ากว่า 5 แสนตัว โครงการได้ร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันวิชาการ ได้แก่ กรมประมง, กรมทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่ง และหน่วยงานปกครองท้องถิ่นรักษาทรัพยากรทางทะเลให้สมบูรณ์ต่อเนื่องถึงอนาคต สร้างคุณค่าให้ ชุมชนได้อย่างยั่งยืน (3) ผลความส าเร็จ รายงานผลการด าเนินงาน ณ สิ้นปี พ.ศ. 2564 โครงการมีสมาชิกเครือข่ายชาวประมงในพื้นที่ชายฝั่ง หลายจังหวัดรวมทั้งสิ้น 42 กลุ่ม 2,443 คน มีการปล่อยลูกปูกลับสู่ธรรมชาติเฉลี่ยปีละ 2,880 ล้านตัว จาก ความส าเร็จที่สิงหนคร บริษัทได้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ฯ ในพื้นที่ 9 จังหวัดรอบอ่าวไทยรวม 11 แห่ง ในจังหวัด สงขลา, ปัตตานี, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, ชุมพร, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม และระยอง สร้างแนวเขต อนุรักษ์ชายฝั่งทะเลและบ้านปลา จ านวน 45 แห่ง และยังเผยแพร่ความรู้ด้านการเพาะฟักลูกปูและสัตว์น้ า เศรษฐกิจให้แก่ผู้สนใจ มีผู้เข้าเยี่ยมชมศูนย์ฯ จ านวน 7,127 คน (บริษัท ปตท.ส ารวจและผลิตปิโตรเลียม จ ากัด (มหาชน), 2564, น. 183) 12.8 นวัตกรรม Green Construction Solution (1) ความเป็นมา เอสซีจี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2456เพื่อด าเนินการผลิตปูนซีเมนต์ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีความส าคัญต่อการ พัฒนาประเทศในขณะนั้น โดยได้พัฒนาการด าเนินงานและขยายกิจการเรื่อยมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง, ธุรกิจเคมิคอล และธุรกิจแพคเกจจิ้ง บริษัทผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จ ากัด (CPAC) เป็นธุรกิจในกลุ่มซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ที่มีการ น าเสนอนวัตกรรม Green Construction Solution ภายใต้ชื่อ CPAC Green Solution เพื่อช่วยยกระดับ การก่อสร้างของลูกค้า เช่น โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ สนามบิน ศูนย์การค้า อาคารที่พักอาศัย ฯลฯ และ ได้ขยายผลประสบการณ์และแนวปฏิบัตินี้ เป็นบริการใหม่ที่ขยายตัวไปยังอุตสาหกรรมการเกษตร โดยเฉพาะ กลุ่มปศุสัตว์ ที่มีการก่อสร้างโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ฟาร์มเลี้ยงหมู ที่ช่วยตอบโจทย์การก่อสร้าง โรงเรือนที่ได้มาตรฐาน มีระบบสุขาภิบาลที่ดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชน ข้อมูลในปี พ.ศ. 2564 มีกลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการเลี้ยงหมู ที่กระจายอยู่ในทุกจังหวัดของไทย รวมกว่า 191,588 ราย มีจ านวนหมูที่เลี้ยงมากถึง 13,101,176 ตัว ในจ านวนนี้มีเกษตรกรระดับรายย่อยหรือ กลุ่มเกษตรกรพันธสัญญา (Contract Farming) ที่ต้องเผชิญกับปัญหาการก่อสร้างโรงเรือนเลี้ยงหมู เช่น ขาด ความรู้ในการก่อสร้างโรงเรือนที่ได้มาตรฐาน วัสดุก่อสร้างไม่มีคุณภาพ งบประมาณบานปลาย งานเสร็จล่าช้า


183 ไม่ตรงเวลา ช่างทิ้งงาน ของเสียจากวัสดุก่อสร้าง รวมถึงการขั้นตอนขออนุญาตตามกฎหมายต่าง ๆ จากการรับ ฟังเสียงสะท้อนต่อปัญหาการก่อสร้างฟาร์มเลี้ยงหมูของเกษตรกรและผู้ประกอบการ จึงท าให้ CPAC เกิดความ มุ่งมั่นที่จะน าองค์ความรู้และประสบการณ์ในงานก่อสร้างควบคู่การน า CPAC Green Solution เข้ามาแก้ไข ปัญหาทั้งระบบตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบโรงเรือน การเตรียมการก่อสร้าง ระหว่างการก่อสร้าง และภายหลังการ ก่อสร้าง จนเกิดเป็นนวัตกรรม “CPAC Farm Solution” เปลี่ยนฟาร์มทุกข์ให้เป็นฟาร์มสุข เพื่อสร้างความสุข ให้กับทั้งเจ้าของโรงเรือน ผู้รับเหมา ช่างก่อสร้าง ตลอดจนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง (2) การด าเนินกิจการ การด าเนินงาน เริ่มต้นจากการเตรียมข้อมูลพื้นที่ก่อสร้างที่ครบถ้วนและถูกต้องด้วย CPAC Drone Solution โดยใช้โดรนบินส ารวจประเมินสภาพพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อเป็นข้อมูลส าหรับการออกแบบผังโรงเรือน ลดความผิดพลาดในการก่อสร้างและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้มากที่สุด จากนั้นออกแบบโรงเรือนด้วย CPAC BIM โดยใช้นวัตกรรม Building Information Modeling (BIM) โปรแกรมส าหรับงานก่อสร้างแบบครบวงจร แสดงให้เห็นภาพจ าลองสามมิติของโรงเรือนทั้งหมด สามารถตรวจสอบจุดผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า และ ร่วมกันการวางแผนงานเพื่อให้งานเสร็จทันตามเวลา สามารถประเมินปริมาณวัสดุก่อสร้าง และงบประมาณที่ ต้องใช้ได้อย่างแม่นย า ช่วยเกษตรกรเจ้าของฟาร์มประหยัดค่าใช้จ่าย และลดเศษวัสดุก่อสร้างเหลือใช้ที่หน้างาน งานคอนกรีตใช้เทคโนโลยี Precast ผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างส าเร็จรูปจากโรงงานแล้วน าไปติดตั้งที่หน้างาน ช่วย ลดเวลาการก่อสร้างและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น เสียง ในระหว่างการท างานรวมทั้งช่วยลดเศษวัสดุ จากการก่อสร้างด้วย นอกจากนั้นเจ้าของฟาร์มยังสามารถเห็นการท างานของทีมงาน และความคืบหน้าของ งานก่อสร้างแบบรายวันและรายสัปดาห์ ผ่านแอปพลิเคชันระบบติดตามผลและรายงานความคืบหน้างานก่อสร้าง ที่ใช้กล้อง CCTV (3) ผลความส าเร็จ ปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2564) มีเกษตรกรและผู้ประกอบการฟาร์มหมู ให้ความไว้วางใจเลือกใช้บริการสร้าง โรงเรือนกับ CPAC แล้วกว่า 20 ฟาร์ม จ านวน 109 โรงเรือนในพื้นที่ภาคกลาง คิดเป็นมูลค่าการสร้างอาชีพ และการสร้างรายได้ให้ชุมชนและท้องถิ่นจากงานก่อสร้าง มากกกว่า 310 ล้านบาท ช่วยเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม ลดเศษวัสดุเหลือทิ้งลงร้อยละ 10.0-15.0 ได้งานคุณภาพดีขึ้น ช่วยลดเวลาก่อสร้างจาก 6 เดือนเป็น 3 เดือน ช่วยให้เกษตรกรเลี้ยงหมูได้รับรายได้เร็วขึ้นร้อยละ 20.0 โครงการดังกล่าว ยังเป็นเครือข่ายพันธมิตรกับ “เพื่อน Eco” หรือ Eco-partner ในงานก่อสร้างฟาร์ม อย่างต่อเนื่อง เช่น ผู้รับเหมา ช่างท้องถิ่น ผู้ขายวัสดุอุปกรณ์การท าฟาร์ม ช่วยผู้รับเหมาและช่างก่อสร้าง มีรายได้ มากขึ้นร้อยละ 10.0 โดยผู้รับเหมาและช่างท้องถิ่นที่เข้ามาร่วมงานกับ CPAC จะได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือ ในเรื่องการอ่านแบบก่อสร้าง การท างานตามมาตรฐานงานก่อสร้าง การตรวจสอบคุณภาพงาน ตัวอย่างเช่น ช่างท้องถิ่นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่สมัครเข้าร่วมและเข้าอบรมเป็นพันธมิตร Eco-partner กับ CPAC ปี พ.ศ. 2564 สามารถรับงานสร้างโรงเรือน 4 แห่ง เป็นการสร้ารายได้จากงานก่อสร้าง เพิ่มขึ้น 1.6 ล้านบาท (บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จ ากัด (มหาชน), 2564, น. 31)


184 12.9 แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ (1) ความเป็นมา แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ เปิดให้บริการแก่ชุมชนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558เป็นเครื่องมือสื่อสารเครือข่าย สังคมออนไลน์ที่ใช้ระหว่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล (รพ.สต.) กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และท างานแบบเชิงรุกของหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ได้แก่ การส่ง ข้อมูลข่าวสารในชุมชนที่จ าเป็น และการส่งข้อมูลด้านสุขภาพไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล (รพ.สต.) เพื่อส่งต่อไปยังส านักงานสาธารณสุขอ าเภอ (สสอ.) และส านักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เพื่อให้หน่วยงาน สาธารณสุข สามารถทราบสถานการณ์สุขภาพในพื้นที่ และสามารถน าข้อมูลดังกล่าววางแผนจัดบริการสุขภาพ ที่เหมาะสม แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะตั้งต้น (พ.ศ. 2558-2559) สนับสนุนการท างานด้านการดูแลสุขภาพพื้นฐานของคนในชุมชนให้ สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเปิดการใช้งานแอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ https://www.ais.th/ aorsormor มีจ านวนผู้ใช้งาน 200-1,500 ราย ระยะที่สอง เป็นการพัฒนาการเก็บข้อมูลสุขภาพ (พ.ศ. 2560-2561) เพื่อสนับสนุนการเก็บข้อมูล สุขภาพที่สมบูรณ์มากขึ้น เพื่อน าไปใช้ประโยชน์ในการจัดการและควบคุมการระบาดของโรคในชุมชนให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น โดยให้มีแผนที่ระบุต าแหน่งผู้ป่วย มีการประมวลผลการรายงานสถานการณ์โรครายเดือน และการน าไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น พร้อมทั้งขยายการใช้งานสู่ระดับสาธารณสุขอ าเภอและสาธารณสุข จังหวัด มีจ านวนผู้ใช้งาน 12,000-52,000 ราย ระยะที่สาม เป็นการขยายรูปแบบการใช้งานให้หลากหลายมากขึ้น (พ.ศ. 2562-ปัจจุบัน) มีการขยาย ความร่วมมือกับภาครัฐและเพิ่มประโยชน์การใช้งานแอปพลิเคชัน จากเรื่องสุขภาพพื้นฐาน มาสู่รูปแบบการใช้งาน ที่ครอบคลุมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนในด้านอื่น ๆ ได้แก่ การเก็บข้อมูลการส ารวจลูกน้ ายุงลาย การใช้สารเคมีในการเกษตร ระบบคัดกรองสุขภาพจิต รวมไปถึงการคัดกรองและติดตามผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งเป็นผล ท าให้การตอบสนองต่อสถานการณ์การระบาดของโควิด-19สามารถด าเนินการได้ทันท่วงที การเพิ่มรูปแบบ การใช้งานดังกล่าวช่วยขยายฐานผู้ใช้งานแอปพลิเคชันมากขึ้นอย่างมีนัยส าคัญ และมีการสนับสนุนการให้ข้อมูล ข่าวสารด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ และการแบ่งปันประสบการณ์ในการท างานและการรับมือต่อสถานการณ์ สาธารณสุขในพื้นที่ต่าง ๆ มีจ านวนผู้ใช้งาน 110,000-5000,000 ราย (2) การด าเนินกิจการ ในปี พ.ศ. 2564 ที่เป็นปีที่สถานการณ์สาธารณสุขได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทีมงานจึงเน้นและส่งเสริมการใช้งานแอปพลิเคชันที่มีและพัฒนาระบบงานการใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเป็นเครื่องมือ โดยมีการแนะน าการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ทั้ง ZOOM และ Microsoft Team เป็นช่องทางในการ แนะน า สาธิต ติดตามการใช้งาน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ท าให้มีการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ในพื้นที่ต่าง ๆ ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 40,500คน มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น Facebook


185 Fan Page โดยมีผู้ติดตามมากกว่า 80,000 คน และ Lineofficial @aorsormor มีสมาชิกมากกว่า 11,800 คน ซึ่งส่งเสริมให้ อสม. มีความรู้เรื่องสุขภาพและประสิทธิภาพหลักประกันสุขภาพ พร้อมทั้งเป็นสื่อกลางในการให้ ข้อมูลแก่ประชาชนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (3) ผลความส าเร็จ ในปี พ.ศ. 2564 มีอสม. และครัวเรือนเข้ามาใช้งานแอปพลิเคชัน จ านวน 4.58 ล้านครัวเรือน อสม. ได้ใช้เครื่องมือนี้ร่วมปฏิบัติการลงพื้นที่ไปคัดกรองและติดตามเฝ้าระวังการระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อป้องกันการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ได้มากกว่า 395,402 ครัวเรือน เป็นการคัดกรองด้านสุขภาพจิต ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากกว่า 486,665 ครัวเรือน มีครัวเรือนในประเทศไทยได้รับ ประโยชน์จากการใช้งานแอปพลิเคชันไปเพื่อการจัดการต่าง ๆ เช่น ยุงลายซึ่งเป็นพาหะน าโรค เช่น โรคไข้เลือดออก และโรคมาลาเรีย ในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทยลงได้ แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ได้รับรางวัลต่าง ๆ เช่น รางวัลชนะเลิศด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ส่งเสริม กระบวนการท างาน การเรียนรู้และสุขภาพ ประจ าปี 2017, รางวัลระดับโลก Winner of WSIS Prizes 2017 ในหมวด 11-E-employment, รางวัลดีเด่น สาขาโครงการเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน (Business Sustainability Projects) ประจ าปี 2017 จากเวที Thailand ICT Excellence Awards 2017 ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่ง ประเทศไทย (TMA) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ปี 2016 รางวัลชมเชย ด้านสังคม จากงานประกาศรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นโดย ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์กรมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคม วิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์(บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จ ากัด (มหาชน), 2564, น. 16) 12.10 โครงการยิปซั่มสังเคราะห์ของเหมืองแม่เมาะ จังหวัดล าปาง (1) ความเป็นมา ยิปซัมสังเคราะห์ เป็นวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตของเหมืองถ่านหินของเหมืองแม่เมาะ จังหวัด ล าปาง ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ส าคัญของภาคเหนือ โดยการ พัฒนายิปซัมสังเคราะห์ เป็นผลมาจากการเปลี่ยนจากเป็นวัสดุปรับปรุงดิน และพัฒนาต่อยอดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2556- ปัจจุบัน ยิปซัมสังเคราะห์จะช่วยแก้ปัญหาดินเป็นกรดจากอลูมิเนียม และช่วยเพิ่มธาตุรอง Ca (แคลเซียม) และ S (ก ามะถัน) โครงการดังกล่าว เป็นผลมาจากการวิจัยที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ (2) การด าเนินกิจการ แบ่งออกเป็น 4 โครงการย่อย ได้แก่ โครงการที่ 1 การวิจัยการใช้ยิปซัมสังเคราะห์ในการเกษตร ในพื้นที่ไร่นาของเกษตรกรในจังหวัดล าปาง โดยศึกษาการตอบสนองของพืชไร่เศรษฐกิจส าคัญของภาคเหนือ 3 ชนิด คือ อ้อย, ข้าวโพด และถั่วลิสง (ทั้งฤดู ฝนในที่ดอนและฤดูแล้งในนาข้าว) ที่ปลูกในดินที่มีปัญหาซึ่งเหมาะสมที่จะแก้ด้วยยิปซัม และผลกระทบของ


186 การใช้ยิปซัมสังเคราะห์ต่อสมบัติของดิน ในระยะ 3 ปี พบว่า อ้อย ในพื้นที่ดินร่วน การใส่ยิปซัมสังเคราะห์ทั้ง แบบใส่เดี่ยวและส่วนผสมกับปูนเกษตร ท าให้ผลผลิตอ้อยเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.0-45.8 ส่วนในดินร่วมเหนียว การใส่ยิปซัมสังเคราะห์ผสมกับปูนเกษตรไม่ท าให้ผลผลิตอ้อยเพิ่มขึ้น แต่การใส่ยิปซัมสังเคราะห์อย่างเดียวท า ให้ผลผลิตอ้อยเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.5 ข้าวโพด ผลผลิตข้าวโพดเพิ่มขึ้นมากที่สุดในแปลงดินร่วนเหนียว ผลผลิต เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.8 ตามด้วยดินร่วนทราย โดยการใส่ยิปซัมสังเคราะห์ในอัตรา 500 กิโลกรัมต่อไร่ผสมกับปูน เกษตร 543 กิโลกรัมต่อไร่ ถั่วลิสง ในดินร่วนเหนียวโดยการใส่ยิปซัมสังเคราะห์และการใส่ยิปซัมสังเคราะห์ ผสมปูนเกษตร 25 กิโลกรมต่อไร่ ท าให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.2-21.8 โครงการที่ 2การขยายผลการวิจัยสู่การใช้ยิปซัมสังเคราะห์ในอุตสาหกรรมน้ าตาล ระยะเวลาด าเนินการ 1 ปี 5 เดือน (สิงหาคม พ.ศ. 2559-ธันวาคม พ.ศ. 2560) โดยศึกษาการตอบสนองของอ้อยบริเวณพื้นที่ปลูก ของโรงงานน้ าตาลในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งผลการทดลองได้แนวโน้มที่ดีมาก ในแปลงทดลองที่ใส่ยิปซัมสังเคราะห์มีผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.66 ตันต่อไร่ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.27 เมื่อเทียบ กับแปลงทดลองที่ถูกดูแลในแบบเดียวกันแต่ไม่ได้ใส่ยิปซัมสังเคราะห์ โครงการที่ 3การขยายผลงานการวิจัยสู่การใช้ยิปซัมสังเคราะห์ในอุตสาหกรรมน้ าตาล ปีที่ 2 ระยะเวลา ด าเนินการ 1 ปี (พ.ศ. 2560-2561) ศึกษาการตอบสนองของอ้อยบริเวณพื้นที่เดิม ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกของโรงงาน น้ าตาลในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส าหรับในการติดตามผลปีที่ 2 ผลการทดลองยังคง ให้ผลเป็นไปในทางบวก โดยแปลงทดลองที่ใส่ยิปซัมสังเคราะห์มีผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.6 ตันต่อไร่ หรือคิดเป็น ร้อยละ 30.0 เมื่อเทียบกับแปลงทดลองที่ถูกดูแลในแบบเดียวกันแต่ไม่ได้ใส่ยิปซัมสังเคราะห์ โครงการที่ 4 การใช้ยิปซัมสังเคราะห์เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวหอมมะลิ ระยะเวลาด าเนินการ 1 ปี 9 เดือน (กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564-ตุลาคม พ.ศ. 2565) โดยศึกษาเพื่อหาข้อมูลวิธีการใช้ยิปซัมสังเคราะห์ที่เหมาะสมกับ ดินเค็มและไม่เค็มที่ใช้ปลูกข้าวหอมมะลิในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ท าให้ผลผลิตข้าวในดินแต่ละชนิด มีผลผลิต เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 10.0-20.0 การค้นพบข้อมูลจากการศึกษาวิจัย จึงท าให้ กฟผ.แม่เมาะ ริเริ่มน าเอายิปซั่มสังเคราะห์นี้ไปใช้ประโยชน์ ในการฟื้นฟูพื้นที่รอบเหมืองร่วมกับกรมป่าไม้ และวิสาหกิจชุมชน (3) ผลความส าเร็จ กฟผ. ได้ริเริ่มงานพัฒนายิปซั่มสังเคราะห์เพื่อส่งเสริมการท าปุ๋ยแล้วรับซื้อปุ๋ยจากชุมชน เพื่อใช้ประโยชน์ ในการปลูกต้นไม้ในพื้นที่เพื่อฟื้นฟูสภาพเหมือง ซึ่งด าเนินไปแล้วไม่น้อยกว่า 25,000 ไร่ กิจการดังกล่าว ด้านหนึ่ง เป็นการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้จากเหมือง และอีกด้านหนึ่ง ก็สร้างรายได้ให้กับชุมชนในการท าปุ๋ยเพื่อขาย ให้กับโครงการฟื้นฟูเหมืองของ กฟผ. (กองธุรกิจวัตถุพลอยได้ ฝ่ายจัดการธุรกิจ, 2564, น. 1-11)


187 12.11 สรุปผลการศึกษาเบื องต้นของโครงการเพื่อสังคม (CSR Project) ตารางที่ 11 ปัจจัยและกลไกที่น าไปสู่ความส าเร็จของการด าเนินงาน-โครงการเพื่อสังคม (CSR Project) ล าดับ บริษัท/ห้างหุ้นส่วน ปัจจัย กลไกการท างานที่สร้างสรรค์ 1 ตลาดจริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต ของกลุ่ม เซ็นทรัล การจัดการคุณภาพและ มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่สอดรับกับการบริการพื้นที่ ตลาดให้กับผู้บริโภค 2 การพัฒนา SMEs ของ ซีพี ออลล์ การน าเอาความรู้และการ จัดการสมัยใหม่ไปบวกรวม เข้ากับการจัดการใน 3 ด้าน คือ การจัดจ าหน่าย ความรู้ และการสนับสนุน 3 CONNEXT ED ของทรู การจัดการให้มีอุปกรณ์และ การรู้จักการใช้ ICT เป็นเครื่องมือการค้นคว้าและ เข้าถึงข้อมูลความรู้ การสร้างพื้นที่กิจกรรมจิตอาสา ส าหรับพนักงาน และการ ท างานความร่วมมือกับ เครือข่ายพันธมิตร 4 การพัฒนาวิสาหกิจชุมชน ต าบลนาสวน ของ ไทยเบพเวอเรจ การจัดการกลุ่ม การผลิต และ การตลาด การเชื่อมโยงกับหน่วยงาน ที่ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนา ชุมชน 5 ท าตามพ่อ ปลูกเพ(ร)าะสุข ของกลุ่มมิตรผล การเพิ่มพูนความรู้เรื่องการ จัดการงานเกษตร และการ ท างานแบบรวมกลุ่ม การท างานของศูนย์เรียนรู้ ที่ส่งผลต่อชุมชน 6 ระบบไมโครกริด ของบ้านปู เทคโนโลยีการจัดการพลังงาน แสงอาทิตย์ การสร้างพื้นที่ตัวอย่าง/ทดสอบ 7 โครงการศูนย์การเรียนรู้ เพาะฟักสัตว์น้ าเศรษฐกิจ ของ ปตท.สผ. การวิจัยความรู้เรื่องการ จัดการเพาะเลี้ยงปู และ สัตว์น้ าเศรษฐกิจ และ การท างานแบบรวมกลุ่ม การท างานร่วมกับสถาบันวิจัย, การท างานของศูนย์เรียนรู้ที่ ส่งผลต่อชุมชน 8 Green Construction Solution ของบริษัทผลิตภัณฑ์ และวัตถุก่อสร้าง จ ากัด (CPAC) การน าเอาระบบการก่อสร้าง ที่ครบวงจร และการจัดการ ข้อมูลมาจัดระบบใหม่ที่ การพัฒนาความรู้ความเข้าใจ กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตาม ห่วงโซ่ของงาน


188 ล าดับ บริษัท/ห้างหุ้นส่วน ปัจจัย กลไกการท างานที่สร้างสรรค์ เรียกว่า CPAC Farm Solution 9 แอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ของ AIS การน าเอา ICT มาสร้าง แพลตฟอร์มส าหรับการ ท างานด้านสาธารณสุขใน พื้นที่ระดับชุมชน-หมู่บ้าน การพัฒนาความรู้ความเข้าใจ กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตาม ห่วงโซ่ของงาน 10 ยิปซั่มสังเคราะห์ของ กฟผ. การพัฒนาความรู้และ ทรัพยากรที่มีไปใช้ประโยชน์ ต่อการเกษตรกรรม การท างานวิจัยร่วมกับ สถาบันการศึกษาและการสร้าง พื้นที่/โครงการทดสอบ การศึกษาจากกรณีศึกษาประสบการณ์และความส าเร็จของโครงการเพื่อสังคม (CSR Project) จ านวน 10 กรณีข้างต้น สรุปผลการศึกษาเรื่อง ปัจจัยและกลไกการสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคม และภาพโดยรวม ดังนี้ (1) กรณีศึกษาข้างต้นทั้ง 10 กรณี เป็นกรณีที่เป็นไปตามแบบแผนของ CSR in Process และ After Process ของกิจการธุรกิจขนาดใหญ่ (เอกชน/รัฐวิสาหกิจ) ที่ล้วนแต่สร้างผลการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในเชิง บวกและเป็นไปตามแนวทาง Social Value Creation เป็นเบื้องต้น โดยมีกิจกรรม/โครงการ 3 เรื่อง ที่สร้าง ผลเชิงบวกต่อสังคมและธุรกิจพร้อม ๆ กัน เรียกได้ว่า เป็นไปตามกรอบของ Creating Shared Value คือ 1) ตลาดจริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต ของกลุ่มเซ็นทรัล 2) การพัฒนา SMEs ของซีพีออลล์และ 3) Green Construction Solution ของบริษัทผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จ ากัด (CPAC) (2) CSR Project จ านวน 10 กรณีข้างต้น เป็นตัวอย่างของกิจการเอกชนที่ให้ความส าคัญต่อเชื่อมโยง บทบาทของธุรกิจกับการมีส่วนร่วมจัดการแก้ปัญหาสังคม ตามมิติของจัดสรรงบประมาณ ทรัพยากร แผนงาน และการก ากับติดตาม และมิติของการสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อสังคม (3) ปัจจัยความส าเร็จและกลไกการสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคมในกรณีศึกษาของโครงการเพื่อสังคม (CSR Project) ที่เป็นการจัดสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน เช่น ตลาดจริงใจฟาร์มเมอร์มาร์เก็ต และ การพัฒนา SMEs คือ การพัฒนาความรู้ความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผลิตภัณฑ์กับการตลาด (ผู้บริโภค) เงื่อนไขของระบบการค้าขาย และการจัดการให้ได้มาซี่งการรับรองมาตรฐาน รวมทั้งการท าความเข้าใจต่อตลาด แบบออนไลน์ (4) กรณีการจัดการงานก่อสร้างฟาร์มของเกษตรกรตามโครงการ Green Construction Solution ของ CPAC แท้ที่จริงแล้วเรื่องดังกล่าว คือ การจัดการเชิงประสิทธิภาพที่เรียกว่า การจัดการผลิตภาพ (Productivity Management) ปัจจัยความส าเร็จและกลไกการสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคมในเรื่องนี้ คือ การยกระดับความรู้ ความเข้าใจและสร้างการยอมรับของเกษตรกร


189 (5) กิจกรรมและ/หรือโครงการศูนย์เรียนรู้ของชุมชนของทรู, ปตท.สผ., กฟผ.แม่เมาะ, ไทยเบพเวอเรจ และมิตรผล แท้ที่จริงแล้วเรื่องดังกล่าว คือ การเรียนรู้ของสังคมในระดับชุมชน (ท้องถิ่น) ที่เรียนรู้จากประสบการณ์ ของการใช้งานจริง มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจริงในพื้นที่ แล้วมีการขยายผลใช้งานต่อไปในวงกว้าง ปัจจัย ความส าเร็จและกลไกการสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคมในเรื่องนี้ ด้านหนึ่ง เป็นการยกระดับความรู้ความเข้าใจ และสร้างการยอมรับของเกษตรกร อีกด้านหนึ่ง ก็คือ การพัฒนาและใช้ทุนทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประโยชน์ ต่อการท างานในพื้นที่ชุมชน (6) ปัจจัยความส าเร็จและกลไกการสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคมในกรณีของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ที่เกาะหลีเป๊ะของบ้านปู และแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ของ AIS คือ การน าเอาความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และการจัดการระบบข้อมูลมาร่วมสร้างสรรค์เป็นส่วนประกอบของโครงการเพื่อสังคม (CSR Project)


190 บทที่ 13 การจัด Focus Group Discussion 13.1 ครั้งที่ 5 วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565 ณ ห้อง 1101 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 13.1.1 บันทึกสาระส าคัญโดยสรุป (ข้อเสนอและการแลกเปลี่ยนจากที่ประชุม) (1) ความส าเร็จของวิสาหกิจชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับรางวัลวิสาหกิจชุมชน ต้นแบบสัมมาชีพ สรุปได้ ดังนี้ (1.1) ปัจจัยส าคัญที่น าไปสู่การสร้างความส าเร็จขององค์กรชุมชนที่ประกอบการวิสาหกิจ คือ การบวก รวมทุนทางสังคมที่มีเข้ากับทุนทางเทคโนโลยี ความรู้ การจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการได้มาซึ่งมาตรฐาน ของผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการท างาน ทั้งมาตรฐานของในประเทศและต่างประเทศ อันเป็นปัจจัย ส าคัญที่ให้ผู้ซื้อในระบบเศรษฐกิจตลาดให้การยอมรับผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาด OEM ตลาด แบบโมเดิร์นเทรด และตลาดออนไลน์ หรือกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า การด าเนินงานขององค์กรชุมชนข้างต้น ได้เชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชนให้รวมเข้ากับเศรษฐกิจตลาดได้อย่างลงตัว หมายความว่า การขายผลิตภัณฑ์ของ โมเดิร์นเทรด มีความเชื่อมโยงเป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจอันเดียวกัน ตั้งแต่การขาย การตลาด การผลิต และการจัดหา วัตถุดิบขององค์กรชุมชน (1.2) การบวกรวมระหว่างทุนทางสังคมของชุมชนกับเทคโนโลยี ความรู้ การจัดการ และมาตรฐาน นับเป็นสร้าง Value-added ให้กับวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ และบริการของชุมชน อันเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นไป ตามแนวทางของ Valued-based Economy และเป็น Value ที่มีการสร้างสรรค์ให้เพิ่มขึ้นในพื้นที่ “ไร่-นาสวน” ที่ที่เคยมีการน าเสนอให้มีการสร้างสรรค์ Value จากงานนอกพื้นที่ไร่-นา-สวน มาชดเชยทดแทน (1.3) ความส าเร็จขององค์กรชุมชนที่ศึกษาข้างต้น เป็น “จุดเริ่มต้น” ของการจัดการเศรษฐกิจของชุมชน และขั้นต่อไปของการพัฒนาการด าเนินงานนี้ คือ การพัฒนาความส าเร็จนี้ให้ไปสู่การจัดการที่ยั่งยืน และขยายตัว ออกไป ทั้งโดยองค์กรชุมชน เครือข่ายชุมชน และองค์กรสนับสนุนจากภายนอกชุมชน รวมทั้งบทบาทของ Ecosystem ที่เหมาะสมและมีการเติมเต็มให้กับการพัฒนาส าหรับการงานแขนงนี้ เช่น - เติม Tech & New Human Resources โดยเร็ว เพื่อให้ความส าเร็จในปัจจุบัน มีความเพียงพอที่จะเป็น ทุนส าหรับการพัฒนา หากล่วงเลยไปนานกว่านี้ สถานการณ์ทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ จะท าลายโอกาส และความสามารถของชุมชนที่มีอยู่นี้อย่างน่าเสียดาย การที่แก้ปัญหาทั้ง 2 เรื่องได้พร้อมกันนั้น แนวทางที่เหมาะสม ก็คือ การน าเอาคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีเครือข่ายใหม่ ๆ ให้เข้าไปร่วมกิจการธุรกิจหรือการ ประกอบการวิสาหกิจของชุมชน ในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ในรูปแบบอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเร็ว - Build Economy & Scaling Project งานธุรกิจของชุมชนที่ประสบความส าเร็จ เช่น น้ าเกี๋ยน (น่าน), อุ่มแสง (ศรีสะเกษ), นาต้นจั่น (สุโขทัย), นาตีน (กระบี่), ฐานเกษตรยางพารา (บุรีรัมย์), พืชผักผลไม้ (ล าพูน)


191 และ บุฤาษี(สุรินทร์) ฯลฯ ให้ท าหน้าที่ทั้งเป็นตัวอย่างส าหรับการพัฒนาของวิสาหกิจชุมชน (หรือองค์กรชุมชน) อื่น ๆ และท าหน้าที่เป็น “ตัวคูณ” (Multiplier) ให้กับระบบเศรษฐกิจภาคชนบท-เกษตร/ท้องถิ่น (ต่างจังหวัด) - การขยายตัวความส าเร็จดังกล่าว มี 2 ทางเลือก คือ 1) ด าเนินงานด้วยองค์กรชุมชน เป็นส่วนที่ริเริ่ม จัดท าแผนงานเชิงกลยุทธ์ 2) การจัดบทบาทที่เหมาะสมขององค์กรสนับสนุน ซึ่งควรที่จะจัดระบบความสัมพันธ์ การด าเนินงานกับองค์กรชุมชนเหล่านี้อีกรูปแบบหนึ่ง อันเป็นการพัฒนาไปจากการท างานแบบริเริ่ม-ส่งเสริม ไปสู่การประสานน าเอาความส าเร็จไปขยายผลในพื้นที่อื่น และยกระดับการท างานองค์กรชุมชนให้ท าหน้าที่ เป็นตัวคูณในระบบเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและท้องถิ่นให้ก้าวรุดหน้าไป (2) กิจการแบบการประกอบการเพื่อสังคม กลุ่ม SE ที่ศึกษา เป็นตามลักษณะการจัดตั้งบริษัทของ ผู้ประกอบการ เป็น 2 แบบ คือ (2.1) SE ตามกรอบของบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จ ากัด เป็นกิจการเอกชนแบบ ไม่แสวงหาก าไร (Non-Profit Organizations: NPOs) ที่จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างบริษัทเอกชนชั้นน า ของไทยกับรัฐบาล ท าหน้าที่เป็นกลไกการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนด้วยประสานและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจการตลาด เช่น จังหวัดพิษณุโลก-ผักอินทรีย์สนับสนุนอาหารปลอดภัยในโรงพยาบาล จังหวัดมหาสารคาม-การปรับปรุง/ยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการของกลุ่มชุมชน เช่น OTOP เกษตรแปลงใหญ่ (วิสาหกิจชุมชนไร่สดสมุนไพรไทยวาปี วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรต าบลหนองคู) ท่องเที่ยว (ชุมชนคุณธรรม บ้านหัวขัว ชุมชนคุณธรรมวัดชัยประสิทธิบ้านแพง) การสร้างมาตรฐานโฮมสเตย์ การปลูกพืช (มะระขี้นก) ส่งให้ อภัยภูเบศร เชื่อมโยงการขายข้าวให้กับโรงพยาบาล และพัฒนาวิสาหกิจชุมชน ที่จังหวัดระยอง เน้นการส่งเสริม การพัฒนากิจการกลุ่มอาหารปลอดภัย โครงการอาหารปลอดภัยส าหรับโรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม และ ร้านอาหาร ที่จังหวัดกาญจนบุรี-ผักอินทรีย์สนับสนุนอาหารปลอดภัยในโรงพยาบาล-ส่งโรงพยาบาลบ 8 แห่ง มีเครือข่ายเกษตรกรมากกว่า 100 ราย สร้างรายได้ครัวเรือน เพิ่มขึ้น 8,000-15,000 บาท/ครอบครัว ที่จังหวัด เพชรบุรี พัฒนาวิสาหกิจชุมชน 80 กลุ่ม ที่จังหวัดกระบี่-ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย แปรรูป กาแฟ กะปิกุ้งตัก น้ าผึ้งไหนหนัง เวชส าอางจากสาหร่ายพวง และท่องเที่ยวชุมชนบ้านอ่าวลึกน้อย บ้านหนองทะเล บ้านไหนหนัง บ้ารคลองท่อม บ้านเกาะปู และบ้านแหลมกรวด (2.2) แบบผู้ประกอบการรายย่อย - โลเคิล อไลค์ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสร้างพื้นที่และการตลาดท่องเที่ยวใหม่ ๆ อันเป็นการ สร้าง Value - ดีมีสุข (ไม่) จ ากัด พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน มาตรฐาน และการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจการตลาด - เทใจดอทคอม เป็นแพลตฟอร์มระดมทุน ทั้ง 3 กรณี เป็นตัวอย่างของการท างานแบบนักพัฒนาเอกชน (แต่ไม่ใช่ในรูปแบบของอาสาสมัคร และ อุดมการณ์แบบเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่เป็นการขับเคลื่อนไปตามบริบทของการสร้างสรรค์ระบบเศรษฐกิจ และสังคม แบบนักประกอบการ ส าหรับกรณีเทใจดอทคอม จะเป็นไปในรูปแบบที่ต่างออกไป เพราะเป็นบทบาท


192 ของการสนับสนุนทางการเงิน โดยที่ 3 กรณีนี้ จะมีรูปแบบชองการจัดการธุรกิจแบบ Collaborative or Sharing Economy ปะปนไปกับการจัดการธุรกิจ (มาก/น้อยต่างกันไป) (3) SMEs และกิจการสตาร์อัพ (3.1) Small Business กลับผนวกรวมประเด็นเหล่านี้ไว้ตั้งแต่แรกของการออกแบบธุรกิจ โดยเป็นไป ภายในห่วงโซ่ของกิจการธุรกิจ ทั้งการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การจ้างงาน และการสร้างรายได้ตามความเกี่ยวข้อง กับธุรกิจ เช่น การขนส่ง การบ ารุงรักษา ซ่อมแซม ฯลฯ ในขณะที่กิจการขนาดใหญ่บริหารจัดการแก้ปัญหาสังคม แบบ Strategic Philanthropy ในกรณีของ Small Business กลับสามารถสร้างบริการที่รองรับและ Take Benefit เหล่านั้นไปธุรกิจได้ เช่น ซีที เอเชีย โรโบติกส์ ในขณะที่กิจการรายใหญ่ เช่น AIS สร้างงานแบบสนับสนุน สังคม-ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ (3.2) การ Take Role ของธุรกิจที่ต่างกัน จะบ่งชี้ Structure ของความยั่งยืนที่ต่างกัน -แบบ Chain of Business จะขึ้นอยู่กับการใช้งาน การยอมรับของผู้บริโภค หากยอมรับมาก ยอดขายสูง กิจการด าเนินการต่อไปได้ด้วยดี ย่อมจะมีความเกี่ยวข้องกับการใช้งานมากขึ้น ซึ่งก็คือ การใช้เป็นเครื่องมือ มากขึ้น การแก้ปัญหาสังคมมากขึ้นตามไป - แบบ Strategic Philanthropy จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น - แบบแรก จะเป็นส่วนภายในของทั้งต้นทุนและรายได้ของกิจการ แบบหลังจะเป็นค้าใช้จ่าย (3.3) ข้อเสนอ - ปรับ Focus ไปยังพื้นที่ชุมชนและท้องถิ่น ที่ตามขบวนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของส่วนน าไม่ทัน และยิ่งตามก็ยิ่งห่าง ดังนั้น ในที่นี้จึงเสนอให้ปรับเปลี่ยนวิธีคิด โดยให้เอาพื้นที่ที่มีธุรกิจมีความส าเร็จ เป็นจุด ตั้งต้นของการพัฒนา และเริ่มขยายไปจากจุดนั้น ๆ - ปรับปรุงความเข้มข้นของการอธิบายค่าความหมายของการเปลี่ยนแปลง จากการด าเนินงานที่มีความ ลึกมากขึ้น (3.4) ข้อสังเกต ความส าเร็จของ Small Business and CSR Project - ผลิตภัณฑ์/บริการขนาดกลาง/ขนาดใหญ่มองข้าม - สร้างสรรค์แบบบวกรวมทุนทางสังคม แบบเน้นสุขภาพ แบบเน้นไปยังช่องทางตลาดใหม่ ด้วยการ ออกแบบธุรกิจ และ/หรือการสนับสนุนธุรกิจ-โลเคิล อไลท์, ดีมีสุข (ไม่) จ ากัด, ซีคสเตอร์ - น าเอาแบบที่ไม่ใช่ธุรกิจ แต่มาผสมผสานกับการมุ่งแก้ปัญหาสังคม-เทใจดอทคอม (4) CSR Project (4.1) ทุกบริษัท มุ่งสร้างกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility) ที่ที่มีพื้นที่การด าเนินงาน ที่มีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ชนบท ที่ที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้คนในภาคการเกษตร ยกเว้น กรณีโครงการ ตลาดจริงใจของกลุ่มเซ็นทรัล โครงการเพื่อนแท้ SMEs ของซีพีออลล์ ที่รวมความถึงผู้ประกอบการรายย่อย ในเมือง และโครงการ CONNECT ED ของบริษัททรู ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งไปยังการแก้ปัญหาของเยาวชนในระบบ การศึกษา ทั้งเมืองและชนบท


193 (4.2) ในเบื้องต้น พบว่า ลักษณะของกาด าเนินงาน CSR ของกิจการขนาดใหญ่ที่มีความประสงค์ที่จะ ร่วมแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ชนบท/เกษตรตามความเกี่ยวข้องทั้งโดยตรงและโดยอ้อม กล่าวได้ว่า เป็นการด าเนินธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน (Business in Community) แบ่งได้เป็น 3 แบบด้วยกัน คือ - Business Project เป็นกิจกรรมของการด าเนินงานในธุรกิจอันเป็นปกติของบริษัท ที่มีการซื้อ หรือ จัดหาสินค้า มาจากพื้นที่ชนบทหรือภาคการเกษตร (บางกรณี จะรวมความถึงผู้ประกอบการรายย่อยในเมืองด้วย) เช่น โครงการตลาดจริงใจของกลุ่มเซ็นทรัล การวิจัยและเตรียมใช้ประโยชน์จากยิปซั่มสังเคราะห์ ซึ่งเป็นผล พลอยได้จากการก าจัดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และโครงการป้องกันการติดเชื้อของพืชและสัตว์ ในภาคเกษตรกรรมของโพสท์เฮลท์แคร์ และการพัฒนาไฟฟ้าในระบบไมโครกริดของรีสอร์ต บนเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูลของบริษัทบ้านปู การด าเนินธุรกิจของกิจการเหล่านี้ จะมีส่วนร่วมแก้ปัญหาของสังคมในระดับชุมชนตามความเกี่ยวข้อง ตามปริมาณมากหรือน้อยของการซื้อ ขาย และใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ และสินค้าของชุมชน - Business Support เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กิจการบริษัทขนาดใหญ่ได้น าเสนอเป็น CSR Project ด้วยการส่งเสริม สนับสนุน และช่วยเหลือการพัฒนาความรู้ และทักษะ ส าหรับการประกอบอาชีพของผู้สนใจ เป็นรายบุคคล หรือ SMEs เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ของครัวเรือน และหากมีรายใดที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และ สอดคล้องกับเงื่อนไขต่อการพัฒนาเป็น Supplier หรือคู่ค้าของกิจการของบริษัท ก็จะได้รับการพัฒนาไปสู่ห่วงโซ่ ธุรกิจตามความเหมาะสม เช่น โครงการเพื่อนแท้ SMEs ของซีพีออลล์ หรือเป็นกรณีของการสร้างความมั่นคง ในการประกอบการอาชีพ การพัฒนาผลิตภาพของการผลิต เช่น การพัฒนาไร่อ้อยของเกษตรกรของน้ าตาล มิตรผล การพัฒนาโรงเรือนและการจัดการสุขาภิบาลในฟาร์มสุกรของ SCG การด าเนินงานของกิจการเหล่านี้ บริษัทเจ้าของโครงการ CSR จะสามารถจัดการต่อผลของความส าเร็จของการด าเนินงานอย่างใดอย่างหนึ่ง กลับมา ให้เป็นประโยชน์ต่อการด าเนินธุรกิจ เช่น ความมั่งคงในการจัดหาวัตถุดิบ การกระตุ้นยอดขายสินค้าในโอกาส ต่อไปหรือสร้างลูกค้าใหม่รายต่อไปให้กับบริษัท - Strategic Philanthropy เป็นกิจกรรมสนับสนุน และช่วยเหลือสังคมในระดับชุมชนของกิจการขนาด ใหญ่ โดยใช้ทักษะ ประสบการณ์ เครื่องมือ และงบประมาณของบริษัท เช่น CONNECT ED ของทรู การส่งเสริม วิสาหกิจชุมชนต าบลนาสวนของไทยเบพเวอเรจ การจัดตั้งศูนย์เพาะฟักสัตว์น้ าเศรษฐกิจของ ปตท.สผ. และ โครงการแอพพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ของเอไอเอส การด าเนินงาน CSR Project เหล่านี้ บริษัทเอกชนเจ้าของโครงการจะไม่หวังผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ จากการด าเนินงานกลับคืนมายังบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาวัตถุดิบ การขาย และการเพิ่มผลิตภาพของห่วงโซ่ เศรษฐกิจ (5) กล่าวโดยสรุป งาน CSR Project ทั้ง 3 กลุ่ม สามารถสร้างผลต่อการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ของเศรษฐกิจและสังคม (ชุมชน) ได้ และพิจารณาคุณค่าของงานไปตาม Logic Framework ว่าด้วย Theory of Change และเหมาะสม


194 ที่จะอธิบายผลลัพธ์ของความส าเร็จไปตาม Value Creation ได้ เพียงแต่ว่า กลุ่มงานแบบ Business Project และ Business Support สามารถอฺธิบายผลลัพธ์ได้ทั้งส่วนที่เป็น Social Results และ Business Results ในขณะที่กลุ่ม Strategic Philanthropy จะอธิบายเป็น Social Value Creation หรือ Social Results ได้เพียง มิติเดียว 13.1.2 ภาพประกอบของกิจกรรมการประชุม


195 บทที่ 14 ปัจจัยและกลไกการสร้างสรรค์นวัตกรมสังคมของกิจการธุรกิจ 14.1 สรุปผลการศึกษา การศึกษาประสบการณ์และความส าเร็จของกิจการธุรกิจ ทั้ง 46 องค์กร ที่กล่าวไว้ในบทที่ 9-12 ประกอบด้วย บทที่ 9 การประกอบการเพื่อสังคม 10 องค์กร, บทที่ 10 กิจการสตาร์อัพ 11 องค์กร, บทที่ 11 SMEs 15 องค์กร และบทที่ 12 CSR Project โครงการ/องค์กรซึ่งล้วนแต่เป็นกิจการธุรกิจที่ประสบความส าเร็จ ในการประกอบการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการจัดการสนองตอบความต้องการในระบบ เศรษฐกิจ (การสร้างรายได้ขององค์กรหรือโครงการ) เป็นส าคัญ ในขณะเดียวกัน ก็สร้างคุณค่าการเปลี่ยนแปลง ในเชิงบวกต่อสังคม อันเป็นนัยของการมีส่วนร่วมต่อการแก้ปัญหาของสังคม ทั้งในระดับชุมชนที่เป็นแหล่งผลิต วัตถุดิบ ระดับการผลิตในระบบเศรษฐกิจ และยังเป็นการบ่งบอกถึงการจัดการแก้ปัญหาไปตามความเกี่ยวข้อง ระหว่างธุรกิจกับสังคมไปตามห่วงโซ่ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ กรณีศึกษาทั้ง 46 องค์กร เป็นกรณีศึกษาผลการด าเนินงานขององค์กรขนาดใหญ่ (CSR Project) 10 องค์กร เป็นธุรกิจขนาดเล็กและการประกอบการเพื่อสังคม (ซึ่งก็เป็นกิจการขนาดเล็กด้วย) 25 องค์กร และ กิจการสตาร์ทอัพ 11 องค์กร (ในจ านวนนี้ เป็นกิจการที่สามารถเติบโตเป็นกิจการขนาดใหญ่แล้ว 2 องค์กร คือ แฟลช เอ็กเพรส และวงในมีเดีย) หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่าเป็นกิจการศึกษาองค์กรขนาดใหญ่ 12 องค์กร และกิจการขนาดเล็ก 34 องค์กร การศึกษาความส าเร็จและปัจจัยที่น าไปสร้างความส าเร็จของกิจการธุรกิจใน บทนี้ เป็นการศึกษาองค์กรที่มีการจัดตั้งขึ้นเพื่อการด าเนินธุรกิจเป็นส าคัญ โดยที่สมาชิกมีความเข้าใจต่อกฎหมาย ระเบียบ และเงื่อนไขของการจัดตั้งบริษัทดีอยู่แล้ว ต่างไปจากการศึกษาองค์กรชุมชนในส่วนที่ 2 (บทที่ 3-8) ซึ่งเป็นองค์กรที่รวมตัวกันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการรวมทุนและทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนเพื่อแก้ปัญหาของชุมชน เป็นหลักพร้อมกับจัดให้มีการประกอบการธุรกิจเป็นเครื่องมือเพื่อการเหล่านั้น เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นด้วยความ สมัครใจของสมาชิก มีความเข้าใจที่สอดคล้องกัน และมีการก าหนดหลักการและแนวปฏิบัติการต่าง ๆ ร่วมกัน 14.2 ปัจจัยความส าเร็จและกลไกสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคม 14.2.1 บทบาทขององค์กรสนับสนุนภาคเอกชน การศึกษานี้ พบว่า มีกิจการธุรกิจที่ท างานเป็นหน่วยสนับสนุนการด าเนินงานธุรกิจของผู้ประกอบการ (Supporting Organizations) แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ (1) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เข้าสู่ระบบตลาด (และการพัฒนาตลาดของผู้บริโภคให้เจาะจงลงไปถึงชุมชน) ของดีมีสุข (ไม่)จ ากัด และโลเคิล อไลค์ (2) เป็น ตัวกลาง/องค์กรเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ชุมชนกับตลาดของบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จ ากัด (จ านวน 6 องค์กร) และ (3) การน าเอาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มาท าเป็นเครื่องมือสนับสนุนการด าเนินงาน เช่น เทใจดอทคอม, วัลแคน โคอะลิชั่น และอินสครู


196 การท าหน้าที่ทั้ง 3 รูปแบบขององค์กรสนับสนุนข้างต้น ด้านหนึ่ง เป็นบทบาทของเอกชนที่ท าหน้าที่ ในการส่งเสริมและพัฒนาชุมชนเช่นเดียวกับภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรมการพัฒนาชุมชน ส านักงานกองทุนหมู่บ้าน และพัฒนาชุมชนเมือง และส านักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ฯลฯ อีกด้านหนึ่ง เป็นธุรกิจที่มีการริเริ่มสร้างสรรค์ กิจกรรมและโครงการใหม่ ๆ ที่สร้างรายได้ให้กับองค์กรพร้อมไปกับการแก้ปัญหาของชุมชนให้เป็นผลส าเร็จ โดยที่ถือเอาการบรรลุผลการแก้ปัญหาของชุมชน/สังคมเป็นปัจจัยบ่งชี้ความส าเร็จ (ของการด าเนินงาน/ธุรกิจ) ไม่ใช่ความแล้วเสร็จที่แต่เพียงส่วนที่เป็นไปตามแผนงานประจ าปีขององค์กรที่แยกออกมาจากการเชื่อมโยงกับ ชุมชน/สังคม 14.2.2 การพึ่งพาการรับรองมาตรฐาน การศึกษา พบว่า มีกิจการทั้งสิ้น 18 องค์กร จากจ านวนรวมที่ศึกษา 46 องค์กร (คิดเป็นร้อยละ 40.0) ได้อาศัยเรื่องการรับรองมาตรฐานเป็นปัจจัยส าคัญในการน าพาผลิตภัณฑ์ และบริการเข้าสู่ระบบค้าขายและ การแข่งขันในตลาดและสร้างความส าเร็จในการด าเนินธุรกิจ (และร่วมแก้ปัญหาที่มีความของสังคมและหรือ ชุมชน) โดยเป็นมาตรฐานด้านการผลิต บริการ และกระบวนการ (การผลิต/ระบบการท างาน) ที่รับรองโดย หน่วยงานในประเทศของไทยหรือสากล โดยในจ านวน 18 องค์กรนั้นเป็นองค์กรประเภท SMEs มากที่สุด 10 องค์กร (เช่น แกรนด์ออแกนิค,ด.เด็กกินผัก ดูรายละเอียดในบทที่ 11) รองลงไปเป็นการประกอบการเพื่อสังคม 6 องค์กร (เช่น ดีมีสุข(ไม่) จ ากัด, บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จ ากัด ทั้ง 5 บริษัท ดูรายละเอียด ในบทที่ 9) และเป็น CSR Project 2 โครงการ/องค์กร (เช่น ตลาดจริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ตของกลุ่มเซ็นทรัล, การพัฒนา SMEs ของซีพีออลล์ ดูรายละเอียดในบทที่ 12) ปัจจัยเกี่ยวกับการรับรองมาตรฐานนี้ ไม่ปรากฏเป็น รายการส าคัญในการน าพาไปสู่ความส าเร็จของกิจการสตาร์ทอัพ โดยปัจจัยส าคัญของกิจการสตาร์ทอัพ เป็นเรื่อง ของการสร้างพื้นที่การตลาด พื้นที่การแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์และบริการขึ้นใหม่ด้วยการพึ่งพาความสามารถ การท างานของ ICT ที่มีการพัฒนาความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด (ดูรายละเอียดในบทที่ 10) 14.2.3 การพัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม การศึกษานี้ พบว่า มีการน าเอาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มมาร่วมจัดการต่อการออกแบบธุรกิจ (และ แก้ปัญหาสังคม) จ านวน 17 องค์กร จากจ านวนรวมที่ศึกษา 45 องค์กร (คิดเป็นร้อยละ 38.0) ประกอบด้วย ในบทที่ 10 ที่ศึกษาเรื่องนี้โดยตรง จ านวน 11 องค์กร ในขณะเดียวกัน ก็พบว่า มี SMEs 3 ราย คือ ดีคิดส์ใน การจัดการขยะชุมชน มอร์ลูปที่น าเอาระบบนี้มารวบรวมเศษผ้าและการท างานร่วมกับนักออกแบบ โพสเฮลท์ แคร์ที่น าเอาดิจิทัลแพลตฟอร์มมาช่วยบริการงานส าหรับเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม ในกลุ่มผู้ประกอบการเพื่อสังคม มี 1 ราย คือ เทใจดอทคอม และ CSR Project มี 2 โครงการ คือ Green Construction Solution ของ CPAC และแอปพลิชัน อสม.ออนไลน์ของ AIS ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มข้างต้น เป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ที่มีการน าเอาระบบ ICT เข้ามาจัดระบบข้อมูล ทั้งด้าน Supply Side และ Demand Side รวมทั้งการท าหน้าที่เป็นตัวกลางใหม่ของระบบธุรกิจ เป็นกระบวนการ ที่น าไปสู่การออกแบบธุรกิจ สร้างความสามารถในการให้บริการเพิ่มเติมให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมทั้งการ สร้างงาน การจ้างงาน และที่ส าคัญก็คือ การสร้างรายได้ใหม่ของชุมชน เช่น การบริการจัดหาแม่บ้านและช่าง


197 ของซีคสเตอร์ การระดมความรู้และความเชี่ยวชาญเพื่อการศึกษาของอินสครู และการจัดการร้านอาหารของ อี๊ตแล็บ หรือการสนับสนุนความสามารถของการบริการของแฟลช เอ็กซ์เพรส และวงในมีเดีย ซึ่งต่างท าหน้าที่ สร้างเศรษฐกิจขึ้นใหม่เพิ่มเติมให้กับปริมาณของเศรษฐกิจที่มีอยู่เดิม โดยธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มที่เปิดเผย ยอดขาย จ านวน 11 องค์กร มีกรณีของวัลแคน โคอะลิชั่น ที่มีรายได้ต่อปีต่ าสุด 4 ล้านบาท (ปี พ.ศ. 2564) และกรณีของแฟลช เอ็กซ์เพรส ที่มีรายได้มากกว่า 17,470 ล้านบาท/ปี (ปี พ.ศ. 2564) โดยมีลักษณะร่วมที่เป็น นัยส าคัญ คือ การขยายตัวที่เป็นไปอย่างก้าวกระโดด คือ กรณีแรกขยายตัวมากกว่า 4 เท่าตัว เปรียบเทียบจากปี ก่อนหน้านี้ (ปี พ.ศ. 2563) และกรณีที่สองขยายตัวมากกว่า 380 เท่าตัว เปรียบเทียบจาก 3 ปีก่อนหน้านี้ (ปี พ.ศ. 2561) 14.2.4 การพึ่งพาความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และความรู้ นอกจากการพึ่งพาความก้าวหน้าของเทคโนโลยีของ ICT ตาม 12.2.2 แล้ว ในการศึกษานี้ ยังพบว่า เทคโนโลยีและการจัดการความรู้ เป็นปัจจัยส าคัญที่สร้างความสามารถในการด าเนินธุรกิจและสร้างความส าเร็จ ให้กับการประกอบการได้ เช่น การน าเอาระบบฟรีซดราย (การท าแห้งเยือกแข็งแบบสุญญากาศ) ไปใช้จัดการ คุณภาพทุเรียนของสวนทวีทรัพย์ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒของวิโนน่า เฟมินิน อันเป็นการน าเอาเทคโนโลยีเข้ามาร่วมบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตทางเศรษฐกิจที่ ต่อเนื่องไปจากการจัดการเพาะปลูก-วัตถุดิบทางการเกษตรไปสู่การจัดการผลิตภัณฑ์ (ดูรายละเอียดในบทที่ 10) กล่าวได้ว่า เทคโนโลยีและความรู้ที่ก้าวหน้าได้เป็นส่วนผสมที่ส าคัญและได้แก้ปัญหาจุดอ่อนและอุปสรรค ที่เคยขัดขวางการด าเนินงานของกิจการขนาดเล็ก ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีและความรู้ที่ก้าวหน้า ยังน าพาให้ กิจการขนาดเล็กให้ปรับตัวเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโซ่ธุรกิจหรือคลัสเตอร์ของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นไปในฐานะ ของผู้จัดหาวัตถุดิบ และผู้ผลิต พร้อม ๆ กับเรียนรู้การท างานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันวิชาการ 14.2.5 กระบวนการใหม่ของการด าเนินงาน CSR Project การด าเนินงานตามกิจกรรม/โครงการเพื่อสังคม หรือ CSR Project ที่ศึกษาในบทที่ 12 แต่ละกรณี ล้วนแต่แสดงออกถึงความเกี่ยวข้องต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม (ในระดับใดระดับหนึ่งตามวัตถุประสงค์ และแผนการด าเนินงาน) และด้วยการริเริ่มสร้างสรรค์การด าเนินงานใหม่ ๆ ของ CSR Project ได้สร้างความ สามารถใหม่ ๆ ที่น าไปสู่การความส าเร็จของการด าเนินงาน เช่น ระบบไมโครกริดของบ้านปู, Green Construction Solution ของ CPAC และแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ฯลฯ การริเริ่มสร้างสรรค์กิจกรรม/โครงการ CSR Project ข้างต้น เป็นการบริหารจัดการที่เป็นการสร้าง ส่วนผสมความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและความรู้ให้เป็นส่วนประกอบหรือปัจจัยส าคัญของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ เป็นส่วนประกอบหรือปัจจัยที่เพิ่มเติมจากเดิมที่มีแต่เพียงทุนทางการเงิน ที่ดิน เครื่องจักร และแรงงาน นอกจากนั้น ยังแสดงถึงการสร้างส่วนผสมการแปรผลทักษะ ความรู้ และความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ ของกิจการเอกชนขนาดใหญ่ไปสู่การปฏิบัติจริงเพื่อรองรับต่อการแก้ไขปัญหาของชุมชนและ/หรือสังคม อันเป็น


198 กระบวนการด าเนินงาน CSR Project ที่มีคุณลักษณะที่แตกต่างไปจากการช่วยเหลือสังคมแบบให้เปล่า ให้สิ่งของ และเงินงบประมาณ 14.2.6 การท างานความร่วมมือ การจัดการความร่วมมือ (Collaborative Management) เป็นกระบวนการท างานที่ถือได้ว่าเป็นปัจจัย ที่ท าให้กิจการธุรกิจทั้ง 46 องค์กร ประสบความส าเร็จ เป็นความร่วมมือที่มีการปฏิบัติจริง ไม่ใช่เพียงการลงนาม ความร่วมมือ และเป็นกลไกการบริหารจัดการที่น าไปสู่ความส าเร็จของการประกอบการธุรกิจการจัดการความ ร่วมมือดังกล่าวแบ่งออกได้เป็น 4 รูปแบบ ประกอบด้วย (1) การจัดการความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามห่วงโซ่ธุรกิจเพื่อร่วมกันยกระดับประสิทธิภาพ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เช่น การปลูกพืชสมุนไพรที่เป็นยาพื้นบ้านและการจัดการแปรรูปของบวรเวชสมุนไพร โดยด าเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานของ GMP PICs หรือการปลูกกล้วยหอมทองที่เป็นไปตามเงื่อนไขและ ตามมาตรฐานของ 7-Eleven ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างผู้แปรรูปหรือจัดจ าหน่ายผลผลิตกับผู้เพาะปลูกวัตถุดิบ (รวมทั้งตัวกลางในการจัดหาวัตถุดิบ) (2) การประสานความร่วมมือเพื่อให้มีการเพิ่มพูนความรู้และทักษะ การจัดความรู้ตามความร่วมมือนี้ จะเห็นจากบทบาทการท าหน้าที่ส่งเสริมผู้ประกอบในชุมชนของดีมีสุข (ไม่) จ ากัด, โลเคิล อไลค์, บริษัท ประชารัฐ รักสามัคคี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จ ากัด การอบรมและพัฒนาแม่บ้านและช่างของซีคสเตอร์ การพัฒนาศักยภาพ ของผู้พิการของวัลแคน โคอะลิชัน รวมทั้งการประสานการสนับสนุนงานในด้านต่าง ๆ ของกลุ่มธุรกิจ SMEs และ CSR Project อันเป็นการสานการจัดการความรู้จากภาคส่วนภายนอกองค์กร (นอกชุมชน) เข้าไปบวกรวม ต่อการพัฒนาการด าเนินงาน (3) การจัดท ากลไกสนับสนุน การด าเนินงานในเรื่องนี้ จะเห็นได้จากการจัดให้มีโครงการอาหารปลอดภัย ของกระทรวงสาธารณสุขและกรมการพัฒนาชุมชนที่ไปสนับสนุนต่อการด าเนินงานของบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จ ากัด เพื่อจัดระบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนให้สามารถเข้าสู่ระบบการจัดซื้อ ของโรงพยาบาลต่าง ๆ ได้ โดยถือเอาการร่วมงานตามโครงการดังกล่าวเป็นกลไกน าร่องไปแทนความเป็นมาตรฐาน ของผลิตภัณฑ์เป็นเบื้องต้น (4) การจัดการความร่วมมือแบบใหม่ของธุรกิจแพลตฟอร์ม ตาม 12.2.3ในที่นี้ ถือได้ว่าเป็นการจัดการ ความร่วมมืออีกรูปแบบหนึ่ง ที่เป็นองค์ประกอบเบื้องต้นที่ส าคัญที่น าไปสู่การสร้างความส าเร็จของการด าเนินงาน รวมทั้งยังน าเอาความร่วมมือจากภาคส่วนอื่นเข้ามาร่วมสร้างเป็นองค์ประกอบของธุรกิจ เช่น การบริการทาง การเงินของธนาคาร 14.2.7 กล่าวโดยสรุป ปัจจัยความส าเร็จและกลไกการด าเนินงานที่สร้างสรรค์ทั้ง 6 เรื่องตาม 12.2.1-12.2.6 ของการศึกษา กิจการเอกชนทั้ง 46 องค์กรข้างต้น ล้วนแต่เป็นเรื่องที่มีนัยส าคัญต่อด าเนินงานทั้งในระดับเครื่องมือ และยุทธศาสตร์ องค์กรุรกิจประเภทต่าง ๆ รวมทั้งเป็นนวัตกรรมสังคม (Social Innovation) ส าหรับการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับ


199 ฐานราก ทั้งการเชื่อมโยงตัวเองเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และการพัฒนาตนเองให้เป็นกลไกขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ และสังคมโดยรวม


200 ส่วนที่ 4 ข้อเสนอแนะจากนักวิจัย


201 บทที่ 15 สรุปผลการศึกษาโดยรวมและข้อเสนอแนะต่อการขับเคลื่อนนวัตกรรมสังคม 15.1 สรุปผลการศึกษาโดยรวม จากผลการศึกษาปัจจัยและกลไกการด าเนินงานที่สร้างความส าเร็จขององค์กรชุมชน จ านวน 55 องค์กร ในส่วนที่ 2 (บทที่ 8) และกิจการธุรกิจ จ านวน 46 องค์กรในส่วนที่ 3 (บทที่ 13) ซึ่งเป็นการศึกษาผลประกอบการ และผลลัพธ์เชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจและสังคมในระดับชุมชน (ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนล่างหรือ ฐานรากของระบบเศรษฐกิจโดยรวม) ทั้งสิ้น 101 องค์กร ประกอบด้วย (1) กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ และสถาบัน การเงินชุมชน (10 องค์กร) (2) กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และวิสาหกิจชุมชน (19 องค์กร) (3) กองทุนสวัสดิการ ชุมชน และกองทุนหมู่บ้าน (16 องค์กร) (4) สหกรณ์การเกษตร (10 องค์กร) (5) การประกอบการเพื่อสังคม (10 องค์กร) (6) กิจการสตาร์ทอัพ (11 องค์กร) (7) SMEs (15 องค์กร) และ (8) CSR Project (10 องค์กร) โดยได้รายงานการศึกษาไว้เป็น 2 ส่วน (องค์กรชุมชน และกิจการธุรกิจ) การศึกษานี้ ยืนยันว่า การขับเคลื่อนทุนทางสังคม (Social Capital Movement) เป็นปัจจัยเบื้องต้น ที่น าไปสู่ความส าเร็จของการจัดตั้งองค์กรและการด าเนินธุรกิจขององค์กรชุมชน ตามผลการศึกษาในส่วนที่ 2 ซึ่งเป็นการศึกษาการด าเนินงานของกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ สถาบันการเงินชุมชน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต วิสาหกิจชุมชน กองทุนสวัสดิการชุมชน กองทุนหมู่บ้าน และสหกรณ์การเกษตรองค์กรชุมชนดังกล่าว ต่างเริ่มต้น ด้วยการทบทวนและกระตุ้นการใช้ทุนทางสังคม (Social Capital) โดยเฉพาะอย่างการตระหนักในความเป็น Social Bonding ด้วยการท าความเข้าใจต่อปัญหาและศักยภาพที่มีอยู่ของตนเองและเพื่อนสมาชิก รวมทั้งความ จ าเป็นและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการท างานแบบรวมกลุ่ม (ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาและการพึ่งตนเอง) ในขณะเดียวกัน ก็พบว่า ในทางปฏิบัติองค์กรชุมชนประเภทต่าง ๆ ข้างต้น ต่างมีการประสานความร่วมมือการ ท างานเพื่อแก้ปัญหาสมาชิกคนเดียวกันและชุมชนเดียวกัน อันเป็นไปตามลักษณะของการขับเคลื่อนทางสังคม ตามมิติของ Social Bridging เช่น การท างานของศูนย์จัดการกองทุนชุมชนบ้านชากไทย (จันทบุรี) การท างาน ร่วมกันระหว่างกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตกับกองทุนสวัสดิการชุมชนต าบลฉวาง (นครศรีธรรมราช) และการ สร้างความร่วมมือระหว่างวิสาหกิจชุมชนกับกองทุนสวัสดิการชุมชนต าบลดงดินแดง (ลพบุรี) พร้อมกันนั้น การศึกษานี้ ยังพบว่า การขับเคลื่อนทุนทางสังคมนี้ ไม่ได้เกิดเฉพาะแต่เพียงส่วนที่เป็นทุนทางสังคมที่อยู่ภายใน พื้นที่ชุมชน ยังมีการประสานการสนับสนุนและความร่วมมือกับองค์กรสนับสนุน (ซึ่งเป็นการน าเข้าซึ่งทุนและ ปัจจัยการสนับสนุนจากภายนอกพื้นที่ชุมชน) โดยการศึกษานี้เรียกการประสานงานดังกล่าวนี้ว่า การท างานเชิง บูรณาการท่ามกลางการท างานภาคสนาม เป็นการจัดการความร่วมมือตามความสัมพันธ์แบบแนวตั้ง (Vertical Collaboration) (ดูรายละเอียดจากสรุปผลการศึกษาองค์กรชุมชนในบทที่ 8) และเป็นหนึ่งในรูปแบบของการ จัดการความร่วมมือ (Collaborative Management) เพื่อการพัฒนาที่ค้นพบจากการศึกษานี้ (ดูรายละเอียด จากสรุปผลการศึกษากิจการธุรกิจในบทที่ 13)


202 การขับเคลื่อนทุนทางสังคมทั้ง 3 ทั้งที่เป็นไปด้วยการสร้าง Social Bonding, Social Bridging และ การประสานการสนับสนุนและความร่วมมือกับองค์กรสนับสนุน เพื่อน าไปสู่การจัดตั้งองค์กรและเป็นส่วนประกอบ ที่ส าคัญของการด าเนินงานข้างต้น ถือได้ว่า เป็นรูปร่างของการท างานแบบใหม่ (New Pattern of Work) หรือวิถีใหม่ (New Means) ของการท างานที่น าไปสู่การสร้างเป็นความสามารถของการแก้ปัญหาชุมชนในเรื่อง ต่าง ๆ ในขณะเดียวกัน การศึกษานี้ ชี้ว่า การออกแบบตัวแบบธุรกิจ (Business Model) และการน าเอา เทคโนโลยี ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และทรัพยากรของกิจการธุรกิจไปรองรับต่อการแปรผลไปสู่ การปฏิบัติจริงในการแก้ปัญหาสังคม ตามผลการศึกษาในส่วนที่ 3 ด้านหนึ่ง เป็นการทบทวนกระบวนการก าหนด ยุทธศาสตร์ธุรกิจด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจและการแข่งขันทางการตลาด การก าหนดคุณค่าของผลิตภัณฑ์ และบริการ และการบริหารจัดการ (การผลิต วัตถุดิบ และมาตรฐาน) อีกด้านหนึ่ง เป็นปัจจัยเบื้องต้นที่น าไปสู่ ความส าเร็จของกิจการธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดเล็ก ทั้ง SMEs การประกอบการเพื่อสังคม และกิจการ สตาร์อัพ ปัจจัยที่สร้างความส าเร็จของกิจการธุรกิจ จ านวน 46 องค์กร สรุปได้ 6 เรื่อง คือ (1) การท าหน้าที่ เป็นตัวกลางเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับความต้องการและเงื่อนไขทางการตลาด เช่น ดีมีสุข (ไม่) จ ากัด และโลเคิล อไลค์ (2) การพึ่งพาการรับรองมาตรฐาน เช่น ด.เด็กกินผัก และบวรเวชสมุนไพร (3) การพึ่งพาความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และความรู้ เช่น สวนทรัพย์ (4) การสร้างและพัฒนาระบบดิจิทัล แพลตฟอร์มเพื่อรวมผลิตภัณฑ์และบริการให้สนองตอบความต้องการของตลาด เช่น ซีคสเตอร์ และอี๊ตแล็บ (5) การยกระดับกระบวนการท างานของ CSR Project เช่น แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ และ Green Construction Solution (6) การท างานความร่วมมือกับองค์กรอื่นทั้งที่เป็นพันธมิตรที่เป็นภาครัฐ สถาบันการศึกษา และงาน CSR กับพันธมิตรที่เป็นผู้ประกอบการตามห่วงโซ่ของธุรกิจ โดยที่การจัดการความร่วมมือนี้ เป็นไปทั้งการท างาน ความร่วมมือแบบทั่วไป เช่น การท างานร่วมกัน ร่วมจัดตั้งคณะกรรมการด าเนินงานร่วมกัน และเป็นความร่วมมือ แบบใหม่ตามคุณลักษณะของธุรกิจแบบดิจิทัล ผู้วิจัย ขอสรุปภาพรวมของปัจจัยและกลไกการสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคม หรือจะเรียกโดยรวมว่าเป็น “ปัจจัยเชิงกระบวนการ” (Process Factors) ในการบริหารจัดการที่น าไปสร้างความส าเร็จส าหรับการด าเนิน ธุรกิจในระดับชุมชนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากที่ด าเนินการโดยองค์กรชุมชน กิจการธุรกิจ และองค์กร สนับสนุน ประกอบด้วย 3 ปัจจัย คือ (1) การขับเคลื่อนทุนทางสังคมไปเป็นองค์ประกอบของการจัดตั้งองค์กร และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการ (2) การสร้างส่วนผสมใหม่ของการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยี ความรู้ ความเชี่ยวชาญ/ประสบการณ์ การรับรองมาตรฐาน และการจัดการความร่วมมือ และ (3) การผนวกรวมความ ก้าวหน้าและรูปแบบใหม่ของระบบดิจิทัล


203 15.2 ข้อเสนอแนะว่าด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรมสังคม 15.2.1 การขับเคลื่อนออกไปจาก “หน่วยความส าเร็จ” (Unit of Success) การศึกษาปัจจัยเชิงกระบวนการที่น าไปสู่ความส าเร็จของการด าเนินงานทั้ง 101 กรณี ทั้งจากองค์กร ชุมชน (55 องค์กร) และกิจการธุรกิจ (46 องค์กร) รวม 8 กลุ่มองค์กร โดยที่ได้กล่าวถึงไว้ในบทที่ 8 บทที่ 13 และสรุปรวบยอดไว้เป็น 3 ปัจจัยข้างต้น ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงกระบวนการของการบริหารจัดการที่น าไปสู่ความส าเร็จ หรือสร้างความส าเร็จในเรื่องหนึ่ง ๆ ให้เกิดขึ้นเป็นจริง ในที่นี้ ขอเรียกว่า “หน่วยความส าเร็จ” (Unit of Success) ซึ่งหมายถึง ผลความส าเร็จที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการตามล าดับ ตั้งแต่การออกแบบ การวางแผน และการ แปรผลสู่การลงมือปฏิบัติจริงทั้งการผลิตและการตลาด โดยหน่วยความส าเร็จที่ว่านี้ เป็นความส าเร็จของเฉพาะ กรณีศึกษาหนึ่ง ๆ ในสถานการณ์แวดล้อมหนึ่ง ๆ ของการแข่งขันทางธุรกิจ ดังนั้น การที่จะน าเอาความส าเร็จ เหล่านี้ไปจัดท าเป็นข้อเสนอทั่วไป จึงมีความจ าเป็นที่จะต้องทบทวนสภาวะและเงื่อนไขดังกล่าว ให้เป็นการสรุป รวบยอดส าหรับการคิดเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าที่จะเป็นข้อเสนอเชิงเครื่องมือแบบ How toโดยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ (1) การขยายความส าเร็จจากการประกอบการไปตามความสามารถของ “ผู้ปฏิบัติการเพื่อสังคม” (Social Actors) ในที่นี้ คือ องค์กรชุมชน และกิจการธุรกิจ โดยในเบื้องต้นจะเห็นการขับเคลื่อนความส าเร็จ ตามความสามารถนี้จากการสื่อสารประชาสัมพันธ์ผลงาน และการท าหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้ แต่ในที่นี้ ขอเสนอ ให้มีการด าเนินการเพิ่มเติมด้วยการก าหนดแผนและเป้าหมายของการขยายผลความส าเร็จดังกล่าว ไปสู่พื้นที่ใหม่ ที่มีความประสงค์ที่จะสร้างผลการเปลี่ยนแปลง อันเป็นการขยายต้นแบบไปสร้างความส าเร็จในพื้นที่ใหม่ มากกว่า จะเป็นไปตามจ านวนของการสื่อสารประชาสัมพันธ์ทั้งข่าวสารและบทความ การเข้ามาเยี่ยมชมแบบศึกษาดูงาน และการน าเอาผลงานไปร่วมประกวดรางวัล อันเป็นการหยุดความส าเร็จไว้แต่เพียงการให้ความส าคัญของต้นแบบ (2) การขยายความส าเร็จด้วยการสรุปการเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดขององค์กรสนับสนุน ในที่นี้ คือ องค์กรสนับสนุนการพัฒนาชุมชนของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม รวมทั้งสถาบันการศึกษา ด้วยการขยายตัว ไปตามการพัฒนาความสามารถในการด าเนินงาน/การประกอบการตามห่วงโซ่ของธุรกิจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพึ่งพา การปรับเปลี่ยนบทบาทขององค์กรสนับสนุนที่ก้าวออกไปจากบทบาทของการสนับสนุนแบบช่วยเหลือหรือการ ริเริ่มโครงการเป็นเบื้องต้น (Initiative Project) ไปเป็นการน าพากิจกรรม/กิจการเข้าสู่โลกของการประกอบการ และการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจ ดังจะเห็นได้จากบทบาทของการประกอบการเพื่อสังคม ในบทที่ 9 และ CSR Project ในบางกรณีศึกษาในบทที่ 12 เช่น โครงการตลาดจริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ตของกลุ่มเซ็นทรัล การพัฒนา SMEs ของ ซีพี ออลล์และ Green Construction Solution ของ CPAC ซึ่งเป็นความส าเร็จที่เกิดขึ้นภายใต้ การด าเนินงานที่พัฒนาและต่อยอดขององค์กรสนับสนุนมากกว่าที่จะเป็นการพัฒนาตามล าพังของชุมชน (องค์กรชุมชน และเจ้าของกิจการในระดับชุมชน) 15.2.2 การพึ่งพาและพัฒนาส่วนประกอบของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและการจัดการความรู้ การศึกษานี้ ค้นพบ เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและการจัดการความรู้ เป็นปัจจัยในระดับเครื่องมือ ที่น าไปสู่ การสร้างความส าเร็จของการประกอบการในระดับชุมชน ทั้งการด าเนินธุรกิจ และการสร้างบริการเพื่อสนับสนุน


204 ต่อการแก้ปัญหาของชุมชน ซึ่งมีอยู่ 3 ระดับด้วยกัน คือ (1) ระดับเบื้องต้น เป็นการน าเอาเทคโนโลยีที่มีอยู่โดยทั่วไป หรือมีการใช้งานกันในธุรกิจขนาดใหญ่ มาปรับใช้ส าหรับการประกอบธุรกิจในระดับชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้งานในการกิจกรรมส าหรับธุรกิจการเกษตร เช่น ระบบฟรีซดรายของวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืช ผัก สมุนไพร และผลไม้ (จังหวัดล าพูน) และบริษัท สวนทวีทรัพย์จ ากัด (จังหวัดชุมพร) (2) การจัดการความรู้ เพื่อให้มาซึ่งการรับรองมาตรฐาน ทั้งด้านการจัดการวัตถุดิบ การผลิต การบริการ และกระบวนการ ทั้งมาตรฐาน ในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อจัดการระบบข้อต่อที่เชื่อมโยงระหว่างผลิตภัณฑ์และบริการกับระบบตลาดให้ มีความมั่นคงต่อกันและกัน (3) การน าเอา ICT และ Data Management เข้ามาร่วมจัดระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ที่พัฒนางานทั้งด้านผลิตภัณฑ์ (Supply) ตลาด (Demand) และการพัฒนาสนับสนุนแวดล้อม (Ecosystem Development) ปัจจัยในระดับเครื่องมือทั้ง 3 ระดับข้างต้น เป็นประจักษ์พยานที่บ่งชี้ถึงปัจจัยที่น าไปสู่การสร้างความ ส าเร็จของการบริหารจัดการที่มาจากส่วนที่เป็นปัญญา ความรู้ และความสามารถที่เกิดขึ้นจากการท างาน ไม่ใช่ มาจากการได้รับสิทธิพิเศษของการสนับสนุน เรื่องดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องจ าเป็นต่อการท าความเข้าใจ สื่อสาร/เรียนรู้ และพัฒนา ทั้งในภาคส่วนของผู้ปฏิบัติการ (องค์กรชุมชน และกิจการธุรกิจ) องค์กรสนับสนุน และการขับเคลื่อน นโยบาย (และการจัดการความรู้) อันเป็น Directions ที่ส าคัญอย่างยิ่ง ของการขับเคลื่อนความส าเร็จที่ไปจาก ฐานรากของระบบเศรษฐกิจและสังคม 15.2.3 การสร้างกลไกการท างานเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง การขับเคลื่อนหน่วยความส าเร็จจากที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนซึ่งเป็นฐานรากหรือพื้นที่ส่วนล่างของระบบ เศรษฐกิจและสังคม ย่อมไม่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการพัฒนาไปด้วยความสามารถขององค์กรชุมชนเพียงล าพัง ในขณะเดียวกัน ก็ไม่อาจจะรอคอยผลจากการปรับยุทธศาสตร์ของภาครัฐ และ CSR Project ของธุรกิจ ในที่นี้ ขอเสนอให้มีการสร้างกลไกการท างานเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง โดยน าเอาปัจจัยเชิงกระบวนกรที่ค้นพบ จากการศึกษานี้ไปขยายผลเชิงปฏิบัติการ (1) การสร้างเครือข่ายของหน่วยความส าเร็จควบคู่กับการจัดการความร่วมมือกับองค์กรสนับสนุน เป็นการขยายตัวของหน่วยความส าเร็จที่หนึ่งไปสร้างความส าเร็จขึ้นอีกที่หนึ่ง จากหมู่บ้านหนึ่งไปยัง อีกหมู่บ้านหนึ่ง จากต าบลหนึ่งไปต าบลหนึ่ง และจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่ง จนครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ตามแบบแผนเดียวกันกับการท างานของ Grameen Bank ของบังคลาเทศ ที่ขยายกลุ่มด้วยการสร้างกลุ่ม พึ่งตนเองที่เข้มแข็ง (เพื่อสร้าง Microcredit) ไปใช้เป็นกลไกรองรับการสนับสนุนทางการเงินแบบสินเชื่อรายย่อย (Microfinance) ที่บังคลาเทศ โดยจัดให้มีการท างานแบบเครือข่ายชุมชนควบคู่ไปกับการท างานขององค์กร สนับสนุน (ซึ่งก็คือ Grameen Bank) อันเป็นกลไกการท างานสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงที่ผสมผสานกันระหว่าง การท างานขององค์กรสนับสนุนที่มีต่อชุมชน และการท างานระหว่างกลุ่มของชุมชนด้วยกันเอง ถือได้ว่า เป็นการ ท างานความร่วมมือระหว่างภาคส่วนที่เป็นไปทั้งตาม Vertical Network และ Horizontal Network ดังนั้น องค์กรสนับสนุนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม รวมทั้งสถาบันการศึกษา จึงควรจะมีการน าเอา ความส าเร็จที่เกิดขึ้นในระดับชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความส าเร็จที่เกิดขึ้นจากการประสานความร่วมมือระหว่าง


205 องค์กรชุมชน และการประสานความร่วมมือจากองค์กรสนับสนุน ซึ่งเป็นหน่วยงานจากภายนอกชุมชน แล้ว ขยายผลความส าเร็จดังกล่าวให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง (2) การน าเอาปัจจัยความส าเร็จในระดับเครื่องมือมาสร้างเป็นกลไกท างานพัฒนาพื้นที่ การพัฒนาจากปัจจัยความส าเร็จมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาพื้นที่นี้ จะเห็นได้จากความส าเร็จของ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของจังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น ด้วยการขับเคลื่อนนโยบายหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อการท่องเที่ยว ที่เริ่มขึ้นจากการเรียนรู้จากประสบการณ์ของการปลูกพืชสวนผลไม้ของหมู่บ้าน Oyama ซึ่ง เป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถปลูกข้าวได้ตามนโยบายของรัฐบาล และถือได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของเศรษฐกิจมูลค่าเพิ่ม (Value-added Economy) ไม่ใช่เป็นแต่เพียงการเปลี่ยนจากข้าวไปสู่ผลไม้ จังหวัดโออิตะจึงได้สนับสนุนให้มี การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย Value Added จากงานเกษตรกรรมไปสู่งานฝีมือ และการสร้างสรรค์เป็นกิจกรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว แล้วรวมเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเมือง อันเป็นตัวอย่างของการขับเคลื่อน นโยบายด้วยการขับเคลื่อนคุณค่า (Value-driven Strategy) ที่สร้างผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ ชุมชน และท้องถิ่น ดังนั้น การที่จะน าเอาปัจจัยความส าเร็จทั้งเชิงกระบวนการและในระดับเครื่องมือไปใช้เป็นกลไกการ ท างานเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนั้น นอกจากจะเป็นไปตามบทบาทขององค์กรสนับสนุนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม รวมทั้งสถาบันการศึกษาแล้ว ในที่นี้ ยังจะมีข้อเสนอต่อรัฐบาลท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด (ราชการ ส่วนภูมิภาค) และองค์กรปกครองท้องถิ่น (องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนต าบล) รวมทั้งองค์กรพิเศษของภาครัฐ ควรที่จะได้น าเอาปัจจัยความส าเร็จในระดับเครื่องมือมาประกอบเป็นการขับเคลื่อน นโยบายต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของพื้นที่ 15.2.4 การขับเคลื่อนนโยบายที่มีฐานรากเป็นศูนย์กลาง การศึกษานี้ เป็นการศึกษาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการค้นหาปัจจัยและกลไกการด าเนินงานที่น าไปสู่ การสร้างความส าเร็จที่ยึดโยงกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ปัญญา ความรู้ และการบริหารจัดการที่มุ่งต่อ การแก้ปัญหาของเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนให้เป็นที่บรรลุแล้วเสร็จ อันเป็นความส าเร็จที่เกิดขึ้นจากการ ท างานในภาคสนาม ไม่ใช่ความส าเร็จที่ด ารงอยู่ได้ด้วยการพึ่งสิทธิพิเศษ ไม่ใช่ความแล้วเสร็จตาม KPI ขององค์กร สนับสนุน ดังนั้น เมื่อมีการค้นพบปัจจัยและกลไกการด าเนินงานที่น าไปสู่ความส าเร็จ จ านวน 101 กรณี จึงขอเสนอ ให้มีการขับเคลื่อนความส าเร็จดังกล่าวออกไปตามมิติของการขับเคลื่อนหน่วยความส าเร็จ ซึ่งเป็นผลของการ ปฏิบัติงานจริงภาคสนามตามข้อเสนอข้างต้น ที่สามารถด าเนินการทั้งองค์กรชุมชน กิจการธุรกิจที่เป็นเจ้าของ ผลงาน และการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กรสนับสนุน (ซึ่งเป็นหน่วยงานจากภายนอกชุมชน) โดยมี พื้นที่ชุมชนเป็นศูนย์กลางของการด าเนินงาน ไม่ใช่ยึดถือเอาความเป็นส่วนราชการ หรือกิจการเอกชนผู้เป็น เจ้าของ CSR Project เป็นศูนย์กลาง อันเป็นการขยายผลการด าเนินงานออกไปจาก “ความส าเร็จที่ชุมชนโดยชุมชน” เพื่อสร้างโอกาสให้กับธุรกิจขนาดเล็กของประชาคมในระดับชุมชน ไม่ว่าจะจัดตั้งกิจการธุรกิจ


206 ประเภทใดก็ตาม ได้มีโอกาสริเริ่มและพัฒนากิจการให้ก้าวไปข้างหน้าได้ทันกับจังหวะการเคลื่อนตัวของเศรษฐกิจ ขนาดใหญ่ (ที่มีปัจจัยสนับสนุนและแวดล้อมอย่างครบครัน)


207 บรรณานุกรม กรมการพัฒนาชุมชน. (2564). ประเด็นเตรียมการน าเสนอผลการด าเนินงาน การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยกลไกวิสาหกิจเพื่อสังคม จังหวัดมหาสารคาม กรมการพัฒนาชุมชน. (2564). ประเด็นเตรียมการน าเสนอผลการด าเนินงาน การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยกลไกวิสาหกิจเพื่อสังคม จังหวัดกาญจนบุรี กรมการพัฒนาชุมชน. (2564). ประเด็นเตรียมการน าเสนอผลการด าเนินงาน การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยกลไกวิสาหกิจเพื่อสังคม จังหวัดเพชรบุรี กรมการพัฒนาชุมชน. (2564). ประเด็นเตรียมการน าเสนอผลการด าเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วย กลไกวิสาหกิจเพื่อสังคม จังหวัดพิษณุโลก กรมการพัฒนาชุมชน. (2564). ประเด็นเตรียมการน าเสนอผลการด าเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วย กลไกวิสาหกิจเพื่อสังคม จังหวัดระยอง กรมการพัฒนาชุมชน. (2564). ผลการด าเนินงาน การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยกลไกวิสาหกิจเพื่อสังคม จังหวัดกระบี่ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์. (ม.ป.ป.). Top Ten 2013 ธุรกิจสหกรณ์ไทยที่น่าจับตามอง. สืบค้นจาก https://www.cad.go.th/cadweb_org/ewt_news.php?nid=21979 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท กรีนไดมอนด์ จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปี งบการเงิน 2556 - 2560. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105525022892 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท แกรนด์ ออแกนิค จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105554000192 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท คลาวด์คอมเมิร์ซ จ ากัดเรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105559165955 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท ซิมพลิ เด็กคอร์ จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูล ปีงบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0505545001137 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท ซีคสเตอร์ จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบ การเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105558177895


208 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท ด.เด็กกินผัก จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปี งบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0705556001654 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท ดี มี สุข (ไม่) จ ากัด งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบ การเงิน 2557 - 2561. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105560122911 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท ดีคิดส์ จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบ การเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0835538002121 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท บวรเวชสมุนไพร ไทย จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0935552000104 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท ไบโอไบรท์ (ประเทศไทย) จ ากัด เรื่อง งบก าไร ขาดทุน ข้อมูลปีงบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0925551000046 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท โพสเฮลท์แคร์ จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปี งบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105530002250 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) เรื่อง งบก าไร ขาดทุน ข้อมูลปีงบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105560159254 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท มอร์ลูป จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบ การเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105561202846 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท มูนวิสเปอร์ฟาร์ม จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0755553000011 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท โลเคิล อไลค์ จ ากัด งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบ การเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105556161797


209 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท วงในมีเดีย จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบ การเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105553084147 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท วงษ์พาณิชย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จ ากัด เรื่อง งบ ก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0655560000722 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท วัลแคน โคอะลิชั่น จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105563005231 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท วิโนน่า เฟมินิน จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูล ปีงบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105559150702 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท สวนทวีทรัพย์ ฟู้ด จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0865559000020 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท สุราษฎร์อินเตอร์ทัวร์ จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0845552000229 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท อี๊ตแล็บ จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบ การเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105561014110 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท ฮอร์แกไนซ์ จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบ การเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0505559006357 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). บริษัท แฮปปี้ กราวด์ จ ากัด เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปี งบการเงิน 2560 - 2564. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/5/0105563108979 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์. (2565). ห้างหุ้นส่วนจ ากัด น่านดูโอ คอฟฟี่ เรื่อง งบก าไรขาดทุน ข้อมูลปีงบการเงิน 2561 - 2565. สืบค้นจาก https://datawarehouse.dbd.go.th/company/profile/3/0553557000473 กรรณิกา ว่องกุศลกิจ. การสื่อสารส่วนบุคคล. 11 เมษายน 2565. กลุ่มทรู. (2564). รายงานประจ าปี 2564 (แบบ 56-1 One Report).


210 กองธุรกิจวัตถุพลอยได้ ฝ่ายจัดการธุรกิจ. (2564). รายงานสรุปผลโครงการ Mae Moh Smart City. เฉลิมพล ปุณโณทก. การสื่อสารส่วนบุคคล. 9 มิถุนายน 2565 เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์. (2563). สหกรณ์การเกษตรล าพระเพลิง จ ากัด ต้นแบบการท าเกษตรอินทรีย์ อย่างยั่งยืน. สืบค้นจาก https://www.technologychaoban.com/bullet-newstoday/article_155786 เทใจดอทคอม ชุมชนการให้เพื่อคนไทย. (2565). โครงการ. สืบค้นจาก https://taejai.com/th/ บริษัท ซีพี ออลล์ จ ากัด (มหาชน). (2564). แบบ 56-1 One Report รายงานประจ าปี 2564. บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จ ากัด (มหาชน). (ม.ป.ป.). รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน 2562 เรื่อง โครงการไทยเบฟ ร่วมสร้างต้นแบบ ต าบลสัมมาชีพ อ าเภอศรีสวัสดิ์จังหวัดกาญจนบุรี. สืบค้นจาก https://sustainability.thaibev.com/2019/th/community_social.php บริษัท บ้านปู จ ากัด (มหาชน). (2564). รายงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2564. บริษัท ปตท. น ามันและการค้าปลีก จ ากัด (มหาชน) (โออาร์). (2564). แบบแสดงรายการข้อมูลประจ าปี / รายงานประจ าปี 2564 (แบบ 56-1 One Report). บริษัท ปตท.ส ารวจและผลิตปิโตรเลียม จ ากัด (มหาชน). (2564). แบบแสดงรายการข้อมูลประจ าปี รายงาน ประจ าปี 2564 (แบบ 56-1 One Report). บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จ ากัด (มหาชน). (2564). รายงานการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน 2564. บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จ ากัด (มหาชน). (2564). รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2564. ผู้จัดการออนไลน์. (2562, 3 กันยายน). “เฟรชเก็ต” สตาร์ทอัปอนาคตไกล ส่งวัตถุดิบสด-แห้ง กว่า 3,000 รายการ ป้อนร้านอาหาร. https://mgronline.com/smes/detail/9620000089974 ผู้จัดการออนไลน์. (2564, 5 ธันวาคม). เซ็นทรัลโหมหนัก “ตลาดจริงใจ” สร้างรายได้เกษตรกรแล้ว 200 ล้าน. https://mgronline.com/business/detail/9640000120361 พลภัทร บุราคม (2006). กระบวนทัศน์ใหม่ของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกับปัญหาด้านประสิทธิภาพใน การจัดสรรและกระจายผลประโยชน์ของรายจ่ายสาธารณะของไทย. การสัมมนาทางวิชาการครบรอบ 50 ปี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์. พามดา ชูวุฒยากร และ ศศิพัชร์ สันกลกิจ. (2564, กรกฎาคม-ธันวาคม). กรณีศึกษา สถาบันการเงินชุมชน บ้านป่าซาง ต าบลบ้านดู้ อ าเภอเมือง จังหวัดเชียงราย. วารสารวิชาการรับใช้สังคม มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, 5(2). สืบค้นจาก https://webs.rmutl.ac.th/assets/upload/files/2023/02/20230224150214_99892.pdf น าพล โพธวงศ์. การสื่อสารส่วนบุคคล. 30 พฤษภาคม 2565 มูลนิธิสัมมาชีพ. (2561). “บ้านนาตีน” จ.กระบี่ ท่องเที่ยววัฒนธรรมมุสลิม รางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบ สัมมาชีพ. สืบค้นจาก https://www.right-livelihoods.org/วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้าน นาตีน


211 มูลนิธิสัมมาชีพ. (2562). รางวัลวิสาหกิจชุมชน - สัมมาชีพ “กองทุนชุมชนบ้านถนนหัก”. สืบค้นจาก https://www.right-livelihoods.org/รางวัลวิสาหกิจชุมชน---สัมมาชีพ-กองทุนชุมชนบ้านถนนหัก มูลนิธิสัมมาชีพ. (2564). รางวัลวิสาหกิจชุมชน - วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟบ้านถ าสิงห์[เอกสารประกอบการ พิจารณารางวัลวิสาหกิจชุมชน]. กรุงเทพฯ : ไม่ปรากฏ. มูลนิธิสัมมาชีพ. (2564). รางวัลวิสาหกิจชุมชน - กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านนาเกาะสัก [เอกสาร ประกอบการพิจารณารางวัลวิสาหกิจชุมชน]. กรุงเทพฯ : ไม่ปรากฏ. มูลนิธิสัมมาชีพ. (2564). รางวัลวิสาหกิจชุมชน - กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านป่าแดง [เอกสาร ประกอบการพิจารณารางวัลวิสาหกิจชุมชน]. กรุงเทพฯ : ไม่ปรากฏ. มูลนิธิสัมมาชีพ. (2564). รางวัลวิสาหกิจชุมชน - กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านป่าศรี[เอกสารประกอบการ พิจารณารางวัลวิสาหกิจชุมชน]. กรุงเทพฯ : ไม่ปรากฏ. มูลนิธิสัมมาชีพ. (2564). รางวัลวิสาหกิจชุมชน - วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืช ผัก สมุนไพร และผลไม้ จังหวัดล าพูน [เอกสารประกอบการพิจารณารางวัลวิสาหกิจชุมชน]. กรุงเทพฯ : ไม่ปรากฏ. มูลนิธิสัมมาชีพ. (2564). รางวัลวิสาหกิจชุมชน - วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยววิถีชุมชนต าบลบ้านแหลม [เอกสาร ประกอบการพิจารณารางวัลวิสาหกิจชุมชน]. กรุงเทพฯ : ไม่ปรากฏ. มูลนิธิสัมมาชีพ. (2564). รางวัลวิสาหกิจชุมชน - วิสาหกิจเพื่อสังคมเกษตรอินทรีย์คลองตัน (PGS) จังหวัด สมุทรสาคร [เอกสารประกอบการพิจารณารางวัลวิสาหกิจชุมชน]. กรุงเทพฯ : ไม่ปรากฏ. มูลนิธิสัมมาชีพ. (2565). รางวัลวิสาหกิจชุมชน - สถาบันการเงินชุมชนบ้านนาสีนวลเหนือ [เอกสาร ประกอบการพิจารณารางวัลวิสาหกิจชุมชน]. กรุงเทพฯ : ไม่ปรากฏ. มูลนิธิสัมมาชีพ. (2564). รางวัลวิสาหกิจชุมชน - กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านชากไทย [เอกสาร ประกอบการพิจารณารางวัลวิสาหกิจชุมชน]. กรุงเทพฯ : ไม่ปรากฏ. มูลนิธิสัมมาชีพ. (2565). รางวัลวิสาหกิจชุมชน - วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ต.บุฤๅษี [เอกสาร ประกอบการพิจารณารางวัลวิสาหกิจชุมชน]. กรุงเทพฯ : ไม่ปรากฏ. มูลนิธิสัมมาชีพ. (2565). เวทีถอดบทเรียนวิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ เพื่อถ่ายทอดโมเดลสู่ชุมชน และ สังคม วรรณา โชคบรรดาลสุข. (2557-2558, ตุลาคม-มีนาคม). ปัจจัยแห่งความส าเร็จของสถาบันการเงินชุมชนบ้าน หนองขนาก อ าเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี. วารสารวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง, 2(2), น. 110-123. สถาบันการเงินชุมชนบ้านคลองป่าไม้-ระยอง. (ม.ป.ป.). สถาบันการเงินชุมชนบ้านคลองป่าไม้-ระยอง สถาบัน การเงินในต าบลกระแสบน. สืบค้นจาก https://financial-institution-1265.business.site/ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), และ มูลนิธิสร้างสุขชุมชน. (2562). รายงานโครงการการ ประมวลผลลัพธ์ของกองทุนสวัสดิการชุมชน


212 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน). (2560). แก้หนี นอกระบบโดยองค์กรชุมชน ที่ต าบลโพนทอง. สืบค้นจาก https://ref.codi.or.th/public-relations/news/15657-2017-07-25-10-01-13 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน). (2563). “หุ่นยนต์ดินสอ”เทคโนโลยีดูแลผู้สูงอายุ ก้าวล า นวัตกรรมชุมชนห้วยงู. ส านักพัฒนานวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และสื่อสาร, 94-103. สืบค้นจาก file:///C:/Users/Bee/Downloads/community-innovation_case_compressed.pdf สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน). (2563). โครงการสังเคราะห์ชุดความรู้กองทุนสวัสดิการชุมชน ต าบลสู่การยกระดับเป็นนวัตกรรมสวัสดิการชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน. (2562). “สถาบันการเงินชุมชน” รั วกันทางการเงินสร้างทุนชุมชนที่ต าบลวังหิน อ าเภอโนนแดง จังหวัดนครราชสีมา. สืบค้นจาก https://web.codi.or.th/20190331-1532/ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน. (2562). ไชยธนาคารสู่รากฐานชุมชนที่เข้มแข็ง. สืบค้นจาก https://web.codi.or.th/20190816-7348/ สหกรณ์กองทุนสวนยางอ าเภอบ่อทอง จ ากัด จังหวัดชลบุรี. (ม.ป.ป). ผลการด าเนินการสหกรณ์กองทุนสวน ยางอ าเภอบ่อทอง จ ากัด. สืบค้นจาก http://www.coopthai.com/yangborthong/index.html สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จ ากัด. (2563). ผลการด าเนินงาน ของ สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จ ากัด. สืบค้นจาก http://www.sahakornthai.com/kasetwisai/index.php สหกรณ์การเกษตรท่าวังผา จ ากัด. (2565). การด าเนินงานทางธุรกิจ ของ สหกรณ์การเกษตรท่าวังผา จ ากัด. สืบค้นจาก https://cooptp.com/business-operations/ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ตรัง จ ากัด. (ม.ป.ป). สกต.ตรัง. สืบค้นจาก http://สกตตรัง. com/ สหกรณ์การเกษตรสามชุก จ ากัด. (2562). ผลการด าเนินงาน ของ สหกรณ์การเกษตรสามชุก จ ากัด. สืบค้น จาก http://www.coopthai.com/samchuk/business08.html สหกรณ์การเกษตรหัวหิน จ ากัด. (ม.ป.ป.). ผลการด าเนินการ ของ สหกรณ์การเกษตรหัวหิน จ ากัด. สืบค้น จาก http://www.sahakornthai.com/huahin/index.php สหกรณ์โคนมวังน าเย็น จ ากัด. (ม.ป.ป). สหกรณ์โคนมวังน าเย็น จ ากัด. สืบค้นจาก https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_155786 สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จ ากัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์). (ม.ป.ป.). ธุรกิจของเรา. สืบค้นจาก https://nongpho.com/service/ ส านักข่าวกรมประชาสัมพันธ์. (2561). กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์จังหวัดตราด ใช้แนวทางบริหารจัดการหนี ภายในชุมชน. สืบค้นจาก https://thainews.prd.go.th/th/news/print_news/TNECO6102110010017


213 ส านักข่าวกรมประชาสัมพันธ์. (2562). กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์จันทบุรี ร่วมประชุมใหญ่ประจ าปี 2562 และ ร่วมฉลองในโอกาสครบ 24 ปี. สืบค้นจาก https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG191222114152566 ส านักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ. (2565). กองทุนหมู่บ้านและชุนเมืองที่ประสบความส าเร็จ ส านักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช. 2563. รองนายกรัฐมนตรี น าทีมรัฐมนตรี เยี่ยมชมสถาบัน การเงินชุมชนบ้านวังไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช. สืบค้นจาก https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG200201152503102 อินสครู. (ม.ป.ป.). แบ่งปันไอเดีย. https://inskru.com/ Annamalai, K & Rao, S. (2003). What works? ITC’s e-Choupal and profitable rural Transformation. The Information for Development Program, Microsoft in partnership with Columbia Business School, University of Michigan Business School, University of North Carolina Kenan-Flagler Business school. Clark, D. (2006). The Capability Approach: Its Development, Critiques and Recent Advances. The support of the Economic and Social Research Council (ESRC) is gratefully acknowledged. http://www.gprg.org/ Fairweather, G.W., Tornatzsky, L.G. (1971). Experimental Methods for Social Policy Research. New York: Pergamon Press. Fagligt & Fokus (2015). Theory of Change - How to navigate towards positive change in complex social settings, An inspirational guide for Development CSOs https://unicefeapronutritionwashtoolkit.files.wordpress.com/2017/09/fagligtfokus_- insprational-guide-draft-1.pdf Haraguchi, N. (2008). The One-Village-One-Product (OVOP) movement: What it is, how it has been replicated, and recommendations for a UNIDO OVOP-type project. Research and Statistics Branch Working Paper 03/ 2008, United Nations Industrial Development Organization. Kondratieff, N. & Stolper, W. (1935). The Long Waves in Economic Life. The Review of Economics and Statistics. 17(6): 105-115 Mulgan, G. (2019) . Social Innovation: How Societies Find the Power to Change. Bristol UK: Policy Press Nicholls A. & Ziegler, R. (2017). The extended social grid model: The CrESSI-Berlin Workshop 2017. Access 25 December 2020. Available from https://www.researchgate.net/ Putnam, D. (2000). Bowling Alone: America’s Declining Social Capital. New York, NY: Springer


214 Romer, P.(1986). Increasing Returns and Long-Run Growth. Journal of Political Economy 5 (October): 1002-1037. Romer, P.(1994).The Origins of Endogenous Growth. Journal of Economic Perspective 8 (Winter): 3-22. Sen, A.(1985). Commodities and Capabilities. Oxford: Elsevier Science Publishers. Son, K. (2009). A Japanese case of human resources policy for rural development, Japanese Study Journal, 26(2): 52-68 Tanwattana, P. (2009). Human development as social capital for community development: a Chronology study of rural community development in Oita prefecture, Japan. Japanese Study Journal, 26(2): 119-141 USAID (2565) Digital Green: Amplifying Impact of Innovative Agricultural Practices in India,


215 ภาคผนวก รายชื่อผู้เข้าร่วม Focus Group Discussion 1. ครั้งที่ 1 กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวโดยชุมชน วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ณ อาคาร D ชั้น 3 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดี กรุงเทพมหานคร 1.1 แบบ On-side (1) ดร.สุนทร คุณชัยมัง มหาวิทยาลัยรังสิต (2) ดร.ธัชกร ธิติลักษณ์ มหาวิทยาลัยรังสิต (3) ผศ.ดร.ฉัตรวรัญษ์ มหาวิทยาลัยรังสิต (4) คุณผดุงศักดิ์ พื้นแสน ที่ปรึกษามูลนิธิสัมมาชีพ (5) คุณอารีย์ คงแจ่ม มูลนิธิสัมมาชีพ (6) คุณพรพิมล นวนกุล มูลนิธิสัมมาชีพ (7) คุณนูรีดา ยามูสะนอ มูลนิธิสัมมาชีพ (8) คุณเกียววะลี มีสิทธิ์ มูลนิธิสัมมาชีพ (9) คุณจิราวดี อยู่สบาย มูลนิธิสัมมาชีพ (10) คุณโสภณ พันธุ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยววิถีชุมชนต าบลบ้านแหลม จ.สุพรรณบุรี (11) คุณเชิดพงษ์ ศรีสุธรรม องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (12) คุณคุณาธร คุณาธินันท์ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (13) คุณสุดาวดี เพชรสม องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (14) คุณวิไลวรรณ ชโรเดอร์ Yunus Foundation (15) คุณอุทัย อัตตาพร สมาคมเสริมสร้างพัฒนาชุมชนฯ 1.2 แบบ Online (1) คุณชุมพร สุทธิบุญ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมบ้านเชียง จ.อุดรธานี (2) คุณบัญชา แขวงหลี วิสาหกิจชุมชนบ้านนาตีน จ.กระบี่ (3) คุณเกศทิพย์ วุฒิสุข วิสาหกิจชุมชนโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย (4) คุณบัญชา แขวงหลี วิสาหกิจชุมชนบ้านนาตีน (5) คุณภาวิณี กิ่งหมันโฮ วิสาหกิจชุมชนบ้านนาตีน (6) คุณสุรัฐา สุรเชษฐ์คมสัน (อิ่น) In PHUKET House & Sightseeing (7) คุณดุสิทธิ์ ทองเกิด การท่องเที่ยวโดยชุมชนต าบลเกาะยาวใหญ่ จ.พังงา (8) คุณดารณี อ่อนชมจันทร์ CEO ประชารัฐรักสามัคคี เชียงราย


216 (9) ดร.จุฑามาส เพ็งโคนา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (10) คุณอนงค์ นวลละออง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านบางสน จ.ชุมพร (11) คุณสมโชค พันธุรัตน์ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านบางสน จ.ชุมพร 2. ครั้งที่ 2 กลุ่มธุรกิจเกษตร และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ณ อาคาร D ชั้น 3 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่ง ประเทศไทย ถนนวิภาวดี กรุงเทพมหานคร 2.1 แบบ On-side (1) ดร.สุนทร คุณชัยมัง มหาวิทยาลัยรังสิต (2) ดร.นัชชา เทียมพิทักษ์ มหาวิทยาลัยรังสิต (3) ผศ.ดร.ฉัตรวรัญษ์ มหาวิทยาลัยรังสิต (4) คุณผดุงศักดิ์ พื้นแสน ที่ปรึกษามูลนิธิสัมมาชีพ (5) คุณอารีย์ คงแจ่ม มูลนิธิสัมมาชีพ (6) คุณพรพิมล นวนกุล มูลนิธิสัมมาชีพ (7) คุณนูรีดา ยามูสะนอ มูลนิธิสัมมาชีพ (8) คุณจิราวดี อยู่สบาย มูลนิธิสัมมาชีพ (9) คุณนิคม ศิลปศร วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟบ้านถ้ าสิงห์ จ.ชุมพร (10) คุณณัฐธิดา คงแก้ว วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟบ้านถ้ าสิงห์ จ.ชุมพร (11) คุณธนากร จีนกลาง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มฐานเกษตรยางพารา จ.บุรีรัมย์ (12) คุณรัตนา จีนกลาง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มฐานเกษตรยางพารา จ.บุรีรัมย์ (13) คุณบุญถิร ศุภดิร วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง (เกษตรทิพย์) จ.ศรีสะเกษ (14) คุณเชิดพงษ์ ศรีสุธรรม องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (15) คุณคุณาธร คุณาธินันท์ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (16) คุณสุดาวดี เพชรสม องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (17) คุณอดิเรก อ่องฬะ บริษัท อิมเมจ พลัส คอมมิวนิเคชั่น จ ากัด 2.2 แบบ Online (1) คุณชูศิลป์ สารรัตนะ วิสาหกิจชุมชนชีววิถี (น้ าเกี๋ยน) จ.น่าน (2) คุณประภาพรรณ ศรีตรัย วิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมทุ่งเจริญย้อมสีธรรมชาติ จ.แพร่ (3) คุณสุรนุช บุญจันทร์ วิสาหกิจเพื่อสังคมเกษตรอินทรีย์คลองตัน PGS จ.สมุทรสาคร (4) คุณรัตนา บุญเลิศ เครือข่ายภูมิปัญญาการแพทย์และหมอพื้นบ้าน


217 (5) คุณศุภชัย น้อยขาว วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงไทย และชันโรง (6) คุณพรณรง ปั้นทอง วิสาหกิจชุมชนครอบครัวอบอุ่นเลิกเหล้าบ้านค ากลาง จ.อ านาจเจริญ (7) คุณศุภชัย เทพบุตร วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพบ้านห้วยปลาดุก จ.เพชรบุรี (8) คุณสุเมธ ลักษิตานนท์ สมาคมการค้าที่บ้าน (9) พระพยับ เกสร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (10) คุณสุทธิสินธุ์ อัครพลโชติ เลขาธิการ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยภาคอีสาน (11) คุณนครินทร์ อาสะไวย์ มูลนิธิชีวิตไทย (12) คุณเบญจมาศ เมตรไตร มูลนิธิสัมมาชีพ (13) คุณเกียววะลี มีสิทธิ์ มูลนิธิสัมมาชีพ (14) คุณน้ าผึ้ง บุญรอด วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์และข้าวปลอดสารบ้านหนองเทา จ.ยโสธร (15) คุณศุภชัย เทพบุตร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์ห้วยปลาดุก (16) เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนและผู้สนใจอื่น ๆ ได้แก่ - คุณปิยะวรรณ โภชนา - คุณชนา ชัยชนา - คุณบวรลักษณ์ คงปาน 3. ครั้งที่ 3 กลุ่มการเงินและสวัสดิการสังคม วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2565 ณ อาคาร D ชั้น 3 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดี กรุงเทพมหานคร 3.1 แบบ On-side (1) ดร.สุนทร คุณชัยมัง มหาวิทยาลัยรังสิต (2) คุณผดุงศักดิ์ พื้นแสน ที่ปรึกษามูลนิธิสัมมาชีพ (3) คุณอารีย์ คงแจ่ม มูลนิธิสัมมาชีพ (4) คุณพรพิมล นวนกุล มูลนิธิสัมมาชีพ (5) คุณนูรีดา ยามูสะนอ มูลนิธิสัมมาชีพ (6) คุณเรวัต นิยมวงศ์ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านชากไทย จ.จันทบุรี (7) คุณคุณาธร คุณาธินันท์ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (8) คุณรัชฎาภรณ์ เสมาเงิน รองผู้อ านวยการฝ่ายบริหารและพัฒนาสถาบันการเงินประชาชน ธนาคารออมสิน (9) คุณสลักใจ เจนจริยโกศล รองผู้อ านวยการฝ่ายบริหารและพัฒนาสถาบันการเงินประชาชน ธนาคารออมสิน


218 (10) คุณทิพสุคนธ์ ดีเผือก ผู้ช่วยผู้อ านวยการฝ่ายบริหารและพัฒนาสถาบันการเงินประชาชน ธนาคารออมสิน (11) คุณสุรพล โสมะภีร์ ผู้ช่วยผู้อ านวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อยและ องค์กรชุมชน ธนาคารออมสิน (12) คุณนายฐิตพัฒน์ ทรัพย์ใหญ่ ผู้ช่วยผู้อ านวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อยและ องค์กรชุมชน ธนาคารออมสิน 3.2 แบบ Online (1) คุณทองอินทร์ ดวงเวียง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านสระยายชี จ.พิจิตร (2) คุณวิพา ทองมาก วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านสระยายชี จ.พิจิตร (3) คุณวิโรจน์ คงปัญญา วิสาหกิจชุมชนกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา จ.นครศรีธรรมราช (4) คุณปัญญา ส าลี สถาบันการเงินชุมชนบ้านคลองป่าไม้ จ.ระยอง (5) ผศ.ดร. จิรพงษ์ เรืองคุณ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี 4. ครั้งที่ 4 วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม อาคาร 1 ชั้น 5 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร 4.1 แบบ On-side (1) คุณเอ็นนู ซื่อสุวรรณ กรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรองประธาน กรรมการมูลนิธิสัมมาชีพ (2) คุณอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการสภามหาวิทยาลัย (3) คุณอนันต์ ภู่สิทธิกุล ประธานมูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย กรรมการส่งเสริมกิจการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (4) ผศ. ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (5) รศ.ดร.ศศิวิมล มีอ าพล คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (6) เภสัชกร ดร.พิสิฐ อุ่ยรุ่งโรจน์ นายกสมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (7) คุณมงคล ลีลาธรรม ประธานบริหารมูลนิธิสัมมาชีพ (8) ดร.สุนทร คุณชัยมัง มหาวิทยาลัยรังสิต (9) ดร.นัชชา เทียมพิทักษ์ มหาวิทยาลัยรังสิต (10) ผศ.ดร.ฉัตรวรัญษ์ องคสิงห มหาวิทยาลัยรังสิต (11) ดร.ธัชกร ธิติลักษณ์ มหาวิทยาลัยรังสิต (12) คุณวลัยพร ทิพยศุภลักษณ์ มูลนิธิสัมมาชีพ


219 (13) คุณผดุงศักดิ์พื้นแสน มูลนิธิสัมมาชีพ (14) คุณอารีย์ คงแจ่ม มูลนิธิสัมมาชีพ (15) คุณพรพิมล นวนกุล มูลนิธิสัมมาชีพ (16) คุณนูรีดา ยามูสะนอ มูลนิธิสัมมาชีพ (17) คุณกรรณิการ์ รุ่งศิริมาศ มูลนิธิสัมมาชีพ (18) คุณเกียววะลี มีสิทธิ์ มูลนิธิสัมมาชีพ (19) คุณจิราวดี อยู่สบาย มูลนิธิสัมมาชีพ (20) คุณเชิดพงษ์ ศรีสุธรรม องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (21) คุณสุดาวดี เพชรสม องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (22) คุณบุญถิร ศุภศร วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง (เกษตรทิพย์) (23) คุณธนากร จีนกลาง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มฐานเกษตรยางพารา (24) คุณสุรนุช บุญจันทร์ วิสาหกิจเพื่อสังคมเกษตรอินทรีย์คลองตัน PGS (25) คุณรวิพร จอดเกาะ บริษัทประชารัฐ (26) คุณบัญชา แขวงหลี วิสาหกิจชุมชนบ้านนาตีน (27) คุณเรวัต นิยมวงศ์ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านชากไทย (28) คุณยอดมนี เทพานนท์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (29) คุณทรงศักดิ์ วิกุล กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (30) พ.อ.หญิง จงกลณี เชื้อหน่าย กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (31) คุณวรรณี มหานีรานนท์ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (32) คุณสุมาลี วลีเดช สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (33) คุณจักรพงศ์ วรรณทิพย์ สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (34) คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท การยางแห่งประเทศไทย (35) คุณวิทยา ชูแก้ว บริษัท ลุ้ยเพชร จ ากัด (36) คุณทศรรห์ บุรีชนะ บริษัทประชารัฐเชียงราย (37) คุณบัญชา พัฒน์ชนะ สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (38) คุณวิมลมาศ ศกุนตนาคฐิติส์ สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (39) คุณดารากร ลียะวณิช สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (40) ดร.พงษ์ศักดิ์ ศรุติปกรณ์ สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (41) รศ.ดร.วิไลลักษณ์ สกุลภักดี สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (42) คุณศุภกร สุขสม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (43) คุณสินีนุช แก้วป่อง นักวิชาการสหกรณ์ช านาญการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ (44) คุณอนันต์ ภู่สิทธิกุล กรรมการส่งเสริมกิจการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


220 (45) คุณโสภาวรรณ มงคลธรรมกุล สมาคมนิสิตเก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (46) คุณอนันต์ สุวรรณโณ เครือข่ายภาคประชาชน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (47) คุณนฤมล ภักดินี กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านชากไทย (48) คุณดวงเนตร วรโยธา กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) (49) คุณชลากร จีนกลาง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มฐานเกษตรยางพารา (50) คุณอดิเรก ฮ่องฬะ บริษัท อิมเมจพลัส คอมมิวนิเคชั่น จ ากัด (51) คุณน้ าผึ้ง บุญรอด วิสาหกิจชุมชนข้าวอิ่มเจริญ (52) คุณปรียวัทน์ ด้วงนิล สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (53) คุณอรุณัฐ ปุณยกนก สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 4.2 แบบ Online (1) คุณนิคม ศิลปศร วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟบ้านถ้ าสิงห์ (2) ประธานกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านสระยายชี (3) คุณวิโรจน์ คงปัญญา วิสาหกิจชุมชนกองทุนออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนคา (4) คุณปัญญา ส าลี สถาบันการเงินชุมชนบ้านคลองป่าไม้ (5) คุณศิวะวัสณ์ ชุณหวณิชย์ ศูนย์จัดการกองทุนชุมชนบ้านป่าศรี (6) คุณศุภชัย เทพบุตร วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพบ้านห้วยปลาดุก (7) คุณศราวุธ วันทาสุข กองทุนหมู่บ้านดงป่ายูง (8) คุณฤทธิณรงค์ สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (9) คุณบุญมี สุระโคตร วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง (เกษตรทิพย์) (10) คุณสมจิตร ไชยค าภา กองทุนหมู่บ้านโนนสะอาด (11) คุณวนิดา สุขรุ่งเรือง บริษัทสิทธินันท์ จ ากัด (12) คุณสิรอาจ ดวงใจ ธนาคารออมสิน (13) คุณฉัฐวัฒน์ ลิมป์สุรพงษ์ โครงการปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ คณะศิลปศาสตร์ และวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (14) คุณชไมพร เอกทัศนาวรรณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (15) คุณสุรกานต์ สุโพธิ์ สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จ ากัด (16) คุณสุเมธ ลักษิตานนท์ นายกสมาคม T- BAN (Thailand Business Angel Network) (17) คุณมณเฑียร สอดเนื่อง ประธานกรรมการอ านวยการส านักข่าวสื่อชุมชนแห่งชาติ (18) คุณนันทรัตน์ วิเศษไพฑูรย์ วิสาหกิจชุมชนเพชรรัตน์ จังหวัดแพร่ (19) คุณรัตนา บุญเลิศ ห้างหุ้นส่วนจ ากัด อาร์ทีเอ็นทราเวลเชียงราย (20) คุณไอรดา ม่วงพานิช เลขานุการขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี


221 (21) คุณอรวรรณ เศรษฐพงษ์ ส านักงานเทศบาลต าบลห้วยงู จังหวัดชัยนาท (22) คุณประวัติ กุดรัง จังหวัดมหาสารคาม (23) ประธานกลุ่ม สถาบันฯ บ้านโป่ง (24) คุณสมิศ สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (25) ตัวแทนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านป่าแดง (26) คุณณัฐพงษ์ รื่นผล (27) คุณประชา ศิลาไทย (28) คุณองอาจ โลหะวินิช (29) คุณวินิดา สุขรุ่งเรือง (30) คุณเปรมใจ บุญโชติ 5. ครั้งที่ 5 วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565 ณ ห้อง 1101 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 5.1 แบบ On-side (1) เภสัชกร ดร.พิสิฐ อุ่ยรุ่งโรจน์ นายกสมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (2) ดร.สุนทร คุณชัยมัง ผู้อ านวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนานวัตกรรมสังคม วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต (3) คุณอรุณัฐ ปุณยกนก สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร รุ่น 12 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (4) คุณสุมาลี วลีเดช สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร รุ่น 13 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (5) คุณชนิศา รุ่งสว่าง สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร รุ่น 13 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (6) ดร.พงษ์ศักดิ์ ศรุติปกรณ์ สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร รุ่น 14 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (7) คุณพิพัฒน์ สุโชวรพันธ์ สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร รุ่น 20 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (8) คุณวิมลมาศศ ศกุนตนาคฐิติส์ สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร รุ่น 30 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (9) คุณธัชธภัทร มากทอง สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร รุ่น 32 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (10) คุณเมฆ สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร รุ่น 33 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (11) คุณปาริชาติ สุทธิประสิทธิ์ หัวหน้ากองจัดการโครงการเพื่อความยั่งยืน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (12) คุณธัญญากร จันทร์สว่าง ผู้อ านวยการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (13) คุณเกศกมล จันทร์โภคาไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บวรเวชสมุนไพรไทย จ ากัด (14) นางสาวอารีย์ คงแจ่ม มูลนิธิสัมมาชีพ


222 (15) นางสาวพรพิมล นวนสกุล มูลนิธิสัมมาชีพ (16) ดร.พิพัฒน์ วีระถาวร อุปนายกสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (17) คุณศุภชัย พันธุกานนท์ คณะท างานโครงการบูรณาการเพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต ของชุมชน (18) คุณอนงค์ศรี ชวพาณิชย์ กรรมการสมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (19) คุณวัชรากรณ์ ขันธจีระวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีมีสุข (ไม่) จ ากัด (20) คุณอุษณีย์ อัมพร สมาคมปริญญาโทส าหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 5.2 แบบ Online (1) คุณนพรัตน์ สุขสราญฤดี ผู้ร่วมก่อตั้ง Winona Feminine (2) คุณนันทนา บุณยานันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูนวิสเปอร์ฟาร์ม จ ากัด (3) คุณปัญญรัฎฐ์ ศิริวันสาณฑ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ ออแกนิค จ ากัด (4) คุณปรียดา ศิริขันธ์ ส่วนงาน CSR บริษัท การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (5) นายอัครพล จรมูสิก ส่วนงาน CSR บริษัท การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (6) นางดวงเดือน เฟื่องเจริญ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (7) นายวิเชียร ฟองค า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (8) นายณัฐวุฒิ ศิริพานิช การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (9) นายบุญชนะ แป้นศรี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (10) นางสาวนรีภา ลิ้มพิมพ์เพราะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (11) นางสาวนลินาสน์ สิงหบุตร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (12) นางสาวนวมลวรรณ ศิริมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (13) นางสาวฉัตราวดี เนตรวงษ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย


Click to View FlipBook Version