The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือสารเคมีและเครื่องพ่นสารเคมีเพื่อควบคุมยุงพาหะนำโรค

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ranong.phq, 2023-01-09 22:05:09

คู่มือสารเคมีและเครื่องพ่นสารเคมีเพื่อควบคุมยุงพาหะนำโรค

คู่มือสารเคมีและเครื่องพ่นสารเคมีเพื่อควบคุมยุงพาหะนำโรค

คู่มอื สารเคมีและเคร่อื งพ่นสารเคมเี พื่อควบคมุ ยงุ พาหะนำ� โรค

ที่่�ปรึึกษา

ดร.แพทย์ห์ ญิงิ ฉัันทนา ผดุุงทศ
แพทย์ห์ ญิิงชีวี นัันท์ ์ เลิิศพิิริยิ สุุวััฒน์์

บรรณาธิิการ อ่ว่ มอ่อ่ ง

นายบุุญเสริมิ

ผู้�ช้ ่ว่ ยบรรณาธิิการ มงคลางกููร
ประดิษิ ฐ์์
ดร.ปิิติ ิ สินิ าคม
นางสาวพรพิิมล สดากร
นางสาวบุษุ ราคัมั
นายพงศกร

คณะผู้เ�้ รีียบเรีียง
กรมวิทิ ยาศาสตร์์การแพทย์์
ดร.พรรณเกษม แผ่พ่ ร สถาบันั วิิจัยั วิิทยาศาสตร์ส์ าธารณสุุข
ดร.ภูเู บศร์ ์ ยะอัมั พัันธ์ ์ สถาบัันวิิจัยั วิิทยาศาสตร์์สาธารณสุุข
นายพงศกร มุขุ ขันั ธ์์ สถาบัันวิิจัยั วิิทยาศาสตร์ส์ าธารณสุุข
กองควบคุุมเครื่อ�่ งสำำ�อางและวัตั ถุุอันั ตราย
สำ�ำ นักั งานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมุ เครื่�่องสำำ�อางและวัตั ถุุอันั ตราย
นางสาวสุวุ ดี ี เกษโกวิทิ กองโรคติิดต่อ่ นำำ�โดยแมลง
นางสาววรวลัญั ช์ ์ ตั้�งจิติ ต์พ์ ิมิ ล กองโรคติิดต่่อนำำ�โดยแมลง
กองโรคติิดต่อ่ นำ�ำ โดยแมลง
กรมควบคุุมโรค อ่่วมอ่อ่ ง กองโรคติิดต่อ่ นำำ�โดยแมลง
นายบุุญเสริิม ธานิสิ พงศ์ ์ กองโรคติิดต่อ่ นำ�ำ โดยแมลง
ดร.คณัจั ฉรีีย์ ์ มงคลางกููร กองโรคติดิ ต่อ่ นำำ�โดยแมลง
ดร.ปิติ ิิ ปานแก้้ว กองโรคติดิ ต่่อนำำ�โดยแมลง
นางสาวขนิษิ ฐา เสวะนา กองโรคติดิ ต่่อนำ�ำ โดยแมลง
นางสาวจิริ าภรณ์์ สดากร สำำ�นักั งานป้อ้ งกัันควบคุมุ โรคที่่� 6 จัังหวััดชลบุรุ ีี
นายพงศกร สิินาคม สำำ�นักั งานป้อ้ งกันั ควบคุุมโรคที่่� 7 จัังหวััดขอนแก่น่
นางสาวบุษุ ราคัมั ประดิษิ ฐ์์ สำำ�นักั งานป้้องกันั ควบคุุมโรคที่่� 8 จัังหวััดอุุดรธานีี
นางสาวพรพิิมล ก่ำำ�� สีีดา สำำ�นัักงานป้้องกัันควบคุมุ โรคที่่� 9 จังั หวัดั นครราชสีีมา
นายธีีรยุุทธ ยะอููป สำ�ำ นักั งานป้้องกันั ควบคุุมโรคที่่� 11 จังั หวัดั นครศรีธี รรมราช
นายกองแก้ว้ อาสาริินทร์ ์ สำำ�นักั งานป้อ้ งกัันควบคุมุ โรคที่่� 12 จัังหวััดสงขลา
นายบุุญเทียี น วงศ์ห์ ิิรัญั กองสาธารณสุขุ และสิ่ง� แวดล้้อม
นายเดชาธร ขนอม
นายสุุธีีระ โมลิโิ ต
นายชูศู ักั ดิ์์�

เทศบาลนครปากเกร็ด็ จังั หวัดั นนทบุรุ ีี
นางธัญั พร เสรีสี ัันติิกุลุ

จัดั พิิมพ์์โดย : กองโรคติดิ ต่่อนำำ�โดยแมลง กรมควบคุมุ โรค กระทรวงสาธารณสุุข
พิิมพ์์ครั้้�งที่่� 1 : กันั ยายน 2565 จำ�ำ นวน 100 เล่ม่

พิมิ พ์ท์ ี่่� : สำ�ำ นัักพิิมพ์์อัักษรกราฟฟิิคแอนด์ด์ ีีไซน์์

ISBN : 978-616-11-4967-3

Aumaung B, editor. Manual on insecticide and pesticide application equipment for vector control
diseases. Nonthaburi: Division of Vector Borne Diseases, Department of Disease Control (TH); 2022.

คำ� นำ�

โรคติดิ ต่่อนำ�ำ โดยแมลงเป็็นปััญหาสาธารณสุุขที่่ส� ำำ�คัญั ของประเทศไทย โดยเฉพาะโรคที่่�มียี ุงุ เป็็นพาหะ
นำ�ำ โรค ได้้แก่่ โรคติดิ ต่่อนำำ�โดยยุุงลายที่่ม� ีกี ารระบาดไปทุกุ ภูมู ิภิ าคของประเทศ ปััจจุบุ ันั ยัังไม่ม่ ียี ารัักษาเฉพาะ
ส่่วนโรคไข้้มาลาเรีียที่่�มีียุุงก้้นปล่่องเป็็นพาหะ แม้้จะมีียาที่่�ใช้้ในการรัักษาแต่่ก็็พบปััญหาการดื้�อยาของเชื้�อ
มาลาเรีีย ประกอบกัับปััจจุุบัันผลกระทบการเปลี่่�ยนแปลงของภููมิิอากาศเป็็นปััจจััยอย่่างหนึ่่�งที่่�ส่่งผลต่่อ
การแพร่ร่ ะบาดของโรคติดิ ต่อ่ ที่่ม� ียี ุงุ เป็น็ พาหะ อันั เนื่อ่� งจากผลกระทบที่่เ� กิดิ จากการเปลี่่ย� นแปลงทางชีวี วิทิ ยา
ของยุุงพาหะ การป้้องกัันควบคุุมโรคจึึงเป็็นมาตรการที่่�มีีความสำ�ำ คััญที่่�จะลดหรืือยัับยั้้�งการแพร่่ระบาด
ของโรคได้้ ไม่่ว่่าจะเป็็นมาตรการในด้้านของคน เชื้อ� ยุุงพาหะ โดยเฉพาะมาตรการในด้า้ นยุุงพาหะที่่�มุ่�งเน้้น
ลดจำำ�นวนประชากรยุงุ ลดอายุขุ ััย และลดการสัมั ผััสระหว่า่ งคนกัับยุงุ เพื่อ่� หยุดุ วงจรการแพร่่ระบาดของโรค
การป้้องกัันควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรค โดยการใช้้สารเคมีีเป็็นวิิธีีการอย่่างหนึ่�่งที่่�กำำ�จััดยุุงพาหะได้้อย่่าง
รวดเร็็วทั้้�งในระยะลููกน้ำ�ำ� และระยะตััวเต็็มวััย การใช้้สารเคมีีควรใช้้ให้้ถููกต้้อง และควรใช้้อย่่างระมััดระวััง
โดยเฉพาะการพ่่นสารเคมีีกำำ�จััดยุุงตััวเต็็มวััย ปััจจุุบัันการพ่่นสารเคมีีมีีหลายหน่่วยงานเข้้ามาดำำ�เนิินงาน
การปฏิิบััติิงานอาจจะเกิิดปััญหาอุุปสรรค อัันเนื่�่องจากขาดองค์์ความรู้้� ทัักษะ ประกอบกัับการขาดความ
ต่อ่ เนื่อ�่ งของการถ่า่ ยทอดองค์ค์ วามรู้� เทคนิคิ และประสบการณ์ใ์ นการปฏิบิ ัตั ิงิ านด้า้ นนี้้ � ซึ่ง�่ เป็น็ สิ่ง� จำ�ำ เป็น็ สำ�ำ หรับั
การปฏิบิ ััติงิ านพ่่นสารเคมีคี วบคุุมยุงุ พาหะนำำ�โรค เพื่่อ� ให้ก้ ารพ่น่ สารเคมีีควบคุุมโรคมีีประสิทิ ธิิภาพมากที่่ส� ุดุ
กองโรคติดิ ต่อ่ นำ�ำ โดยแมลง กรมควบคุมุ โรค ได้เ้ ห็น็ ถึึงความสำ�ำ คัญั ของการพ่น่ สารเคมีคี วบคุมุ ยุงุ พาหะ
นำ�ำ โรค จึึงได้ร้ ่ว่ มกับั หน่ว่ ยงานต่า่ งๆ ที่่เ� กี่ย� วข้อ้ งและมีคี วามเชี่ย� วชาญ จัดั ทำ�ำ คู่่�มืือสารเคมีแี ละเครื่อ� งพ่น่ สารเคมีี
เพื่อ�่ ควบคุมุ ยุงุ พาหะนำำ�โรค เพื่อ่� ใช้เ้ ป็น็ คู่่�มืือในการปฏิบิ ัตั ิงิ านของบุคุ ลากรที่่เ� กี่ย� วข้อ้ งด้า้ นการควบคุมุ โรคติดิ ต่อ่
นำำ�โดยยุงุ เป็น็ พาหะทั้้ง� ภายในกระทรวงสาธารณสุขุ และภายนอกกระทรวงสาธารณสุขุ ได้แ้ ก่่ องค์์กรปกครอง
ส่่วนท้้องถิ่น� และหน่่วยงานอื่น�่ ๆ ที่่เ� กี่ย� วข้้องกับั การควบคุุมยุงุ พาหะนำ�ำ โรค ให้ส้ ามารถปฏิบิ ัตั ิิงานควบคุุมโรค
ได้้อย่่างมีีประสิทิ ธิภิ าพ รวมทั้้�งใช้อ้ ้า้ งอิิงในการเรีียนการสอน และการฝึกึ อบรม
คณะผู้�จััดทำำ�หวัังเป็็นอย่่างยิ่�งว่่าคู่่�มืือเล่่มนี้้� จะเป็็นประโยชน์์ต่่อการปฏิิบััติิงานควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรค
โดยการพ่่นสารเคมีีควบคุุมยุุง และสามารถใช้ป้ ระโยชน์จ์ ากคู่่�มืือเล่่มนี้้เ� ป็น็ แหล่ง่ อ้้างอิงิ ทางวิิชาการต่อ่ ไป

คณะผู้�จัดั ทำ�ำ
2565

iii

กติ ติกรรมประกาศ

คณะผู้�จััดทำำ�ขอขอบพระคุุณคณะกรรมการคู่่�มืือเครื่�่องพ่่นและสารเคมีีทางสาธารณสุุขเพื่�่อควบคุุม
โรคติดิ ต่อ่ นำ�ำ โดยแมลงทุกุ ท่า่ น จากกรมวิทิ ยาศาสตร์ก์ ารแพทย์ ์ สำ�ำ นักั งานคณะกรรมการอาหารและยา เทศบาล
นครปากเกร็ด็ จังั หวัดั นนทบุรุ ี ี สำำ�นักั งานป้อ้ งกันั ควบคุมุ โรคที่่� 6, 7, 8, 9, 11, 12 และกลุ่่�มกีฏี วิทิ ยาและควบคุมุ
แมลงนำ�ำ โรค กองโรคติดิ ต่อ่ นำ�ำ โดยแมลง ทุกุ ท่า่ นที่่ไ� ด้ร้ ่ว่ มกันั พิจิ ารณาจัดั ทำ�ำ ร่า่ งคู่่�มืือฯ เรียี บเรียี งเนื้้อ� หา ปรับั แก้ไ้ ข
และให้้ข้้อเสนอแนะคู่่�มืือสารเคมีีและเครื่่�องพ่่นสารเคมีีเพื่�่อควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรคจนสำำ�เร็็จลุุล่่วงด้้วยดีี
เพื่อ�่ ให้ค้ ู่่�มืือเล่ม่ นี้้ม� ีคี วามถูกู ต้อ้ ง ครบถ้ว้ น สมบูรู ณ์เ์ ป็น็ ประโยชน์ใ์ นการปฏิบิ ัตั ิงิ านพ่น่ สารเคมีคี วบคุมุ ยุงุ พาหะ
นำ�ำ โรคต่่อไป
ขอขอบพระคุุณ ผู้้�อำำ�นวยการกองโรคติิดต่่อนำำ�โดยแมลงที่่�ได้้ให้้โอกาสและสนัับสนุุนการจััดทำำ�คู่่�มืือฯ
ให้ส้ ามารถดำำ�เนินิ ไปได้ด้ ้ว้ ยดีี ท้า้ ยที่่ส� ุดุ นี้้�ขอขอบคุณุ ผู้�ที่�อยู่่�เบื้้อ� งหลังั การจัดั ทำ�ำ คู่่�มืือฯ ทุกุ ท่า่ นที่่ไ� ม่ไ่ ด้้เอ่ย่ นาม
ที่่�ได้้กรุุณารวบรวมข้อ้ มููล แก้ไ้ ข และจัดั ทำำ�รููปเล่่มคู่่�มืือฯ ให้้เสร็็จสมบููรณ์ ์ ส่่งผลให้้คู่่�มืือเล่่มนี้้�เกิดิ ประโยชน์์กับั
ผู้้�ปฏิิบััติิงานทั้้�งภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุุข รวมทั้้�งหน่่วยงานอื่�่นๆ และประชาชนที่่ส� นใจได้้ใช้้
ประโยชน์จ์ ากคู่่�มืือเล่ม่ นี้้ใ� ห้เ้ กิิดประโยชน์ส์ ููงสุดุ

คณะผู้�จัดั ทำ�ำ
2565

iv คูม่ อื  สารเคมแี ละเคร่ืองพน่ สารเคมีเพ่ือควบคมุ ยุงพาหะนำ�โรค

สารบัญ

คำ� นำ� iii

กิตตกิ รรมประกาศ iv

บทนำ� ix

บทที่�่ 1 ความรู้�เ้ บื้อ�้ งต้้นเกี่ย่� วกัับยุงุ พาหะนำำ�โรค 1

ยุุงในโลกและในประเทศไทย (Mosquitoes) 1
ยุุงลาย 4
ยุุงก้้นปล่อ่ ง 13
ยุงุ รำ�ำ คาญ 21
ยุงุ เสืือ 27
ยุงุ แม่่ไก่่ 31

บทที่�่ 2 สารเคมีีกำำ�จัดั แมลงในการควบคุมุ ยุุงพาหะนำำ�โรค 39

การแบ่ง่ กลุ่่�มสารเคมีกี ำำ�จัดั แมลง 39
รููปแบบของสารเคมีกี ำ�ำ จัดั แมลง 41
ระดัับความเป็็นพิษิ ของสารเคมีี 42
สารเคมีีที่่�แนะนำำ�ให้ใ้ ช้เ้ พื่อ่� การกำำ�จััดแมลงทางสาธารณสุุข 44
หลัักในการพิจิ ารณาเลืือกใช้ส้ ารเคมีีกำ�ำ จััดแมลง 47
วิธิ ีเี ก็บ็ รัักษา และการทำำ�ลายภาชนะบรรจุุ 54

บทที่�่ 3 การต้้านทานสารเคมีีกำำ�จััดแมลงของยุงุ พาหะนำำ�โรคและแนวทางในการจัดั การ 57

วิธิ ีีการตรวจสอบความต้า้ นทานสารเคมีใี นยุงุ พาหะนำำ�โรค 58
สถานการณ์์ความต้้านทานสารเคมีีกำ�ำ จััดแมลงของยุงุ พาหะนำำ�โรคในประเทศไทย 60
แนวทางการจััดการความต้้านทาน 62

v

บทที่�่ 4 เครื่่อ� งพ่น่ สารเคมีีกำำ�จััดยุงุ พาหะนำำ�โรค 69

การพ่น่ สารเคมีีแบบฟุ้้�งกระจาย 69
เครื่อ�่ งพ่่นหมอกควันั แบบสะพายไหล่่ (Hand-carried thermal fogger) 71
เครื่อ�่ งพ่่นฝอยละเอียี ด (ULV) แบบสะพายหลััง (Knapsack cold fogger) 74
เครื่อ่� งพ่่นฝอยละเอียี ด (ULV) แบบติิดตั้ง� บนรถยนต์์ (Vehicle-mounted cold fogger) 76
เครื่อ่� งพ่่นหมอกควันั แบบติดิ ตั้ง� บนรถยนต์์ (Vehicle-mounted Thermal fogger) 79
การพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์�ตกค้า้ ง 82
เครื่อ่� งพ่น่ ชนิิดอัดั ลม (Hand compression sprayer) 83

บทที่�่ 5 การเตรีียมความพร้้อมในการควบคุุมยุุงพาหะนำำ�โรค 87

การเตรีียมทีีมปฏิิบัตั ิิการควบคุุมยุุงพาหะนำำ�โรค 87
การเตรีียมความพร้อ้ มในการควบคุมุ ยุุงพาหะนำำ�โรค 88
การพ่น่ สารเคมีแี บบฤทธิ์ต� กค้า้ ง 88
การพ่น่ สารเคมีแี บบฟุ้้�งกระจาย โดยใช้้เครื่อ่� งพ่่นชนิิดหมอกควันั 91
และเครื่อ�่ งพ่น่ ฝอยละเอียี ด (ULV)
การเตรีียมชุุดและอุุปกรณ์์สำำ�หรัับป้้องกันั สารเคมีีให้้กัับพนักั งานพ่น่ สารเคมี ี 101

บทที่�่ 6 เทคนิิคการพ่น่ สารเคมีีเพื่่�อควบคุุมยุงุ พาหะนำำ�โรค 103

ปััจจัยั ที่่ม� ีีผลต่่อประสิทิ ธิิภาพในการพ่น่ สารเคมีแี บบฟุ้้�งกระจายเพื่่อ� ควบคุุมยุุงลาย 103
เทคนิคิ การพ่น่ สารเคมีีด้ว้ ยเครื่�่องพ่น่ หมอกควันั แบบสะพายไหล่่ 105
เทคนิิคการพ่่นสารเคมีีด้้วยเครื่�อ่ งพ่น่ ฝอยละเอียี ด (ULV) แบบสะพายหลััง 108
เทคนิิคการพ่น่ สารเคมีีด้ว้ ยเครื่อ�่ งพ่่นฝอยละเอียี ด (ULV) และเครื่�่องพ่่นหมอกควััน 110
แบบติดิ ตั้�งบนรถยนต์์
ปัจั จัยั ที่่ม� ีผี ลต่่อประสิิทธิิภาพการพ่น่ สารเคมีีแบบฤทธิ์ต� กค้า้ ง 113
เทคนิิคการพ่น่ สารเคมีแี บบฤทธิ์ต� กค้้าง 114

บทที่�่ 7 การติดิ ตามและประเมินิ ผลการพ่น่ สารเคมีีกำำ�จัดั ยุุง 119

การติดิ ตามกระบวนการ (Process Monitoring) 119
การประเมินิ ผลผลิิต (Output) 122
การประเมิินผลลัพั ธ์์ (Outcome) 122
การประเมิินผลกระทบ (Impact) 123

vi คมู่ ือ สารเคมแี ละเคร่ืองพน่ สารเคมีเพือ่ ควบคุมยุงพาหะน�ำ โรค

บทที่่� 8 การป้้องกัันตนเองจากสารเคมีีกำำ�จััดแมลงสำำ�หรับั ผู้ป้� ฏิิบัตั ิงิ าน 125

ความเป็น็ พิษิ และอัันตรายของสารเคมีีกำ�ำ จััดแมลง 125
อาการของผู้�ที่ไ� ด้ร้ ับั พิิษจากสารเคมีกี ำ�ำ จััดแมลง 127
ชุุดและอุปุ กรณ์ป์ ้้องกัันสารเคมีี 129
ข้อ้ ควรปฏิบิ ััติเิ พื่่�อป้้องกันั อันั ตรายจากสารเคมีีกำ�ำ จััดแมลง 132
การปฐมพยาบาล 133

ภาคผนวก 137

ภาคผนวกที่่� 1 139
การดำ�ำ เนินิ มาตรการควบคุมุ โรค กรณีพี บผู้้�ป่ว่ ยโรคติิดต่อ่ นำำ�โดยยุงุ ลาย 139
ภาคผนวกที่่� 2 141
คำ�ำ แนะนำ�ำ การกำ�ำ หนดคุุณลัักษณะสารเคมีแี ละเครื่�่องพ่น่ สารเคมี ี 141
คำ�ำ แนะนำำ�ในการกำ�ำ หนดคุุณลัักษณะสารเคมีี 142
คำ�ำ แนะนำ�ำ ในการกำ�ำ หนดคุุณลัักษณะเครื่่อ� งพ่่นสารเคมีีที่่ใ� ช้ใ้ นงานสาธารณสุุข 146
ภาคผนวกที่่� 3 151
ตัวั อย่า่ งข้อ้ ความประชาสััมพันั ธ์์การเตรียี มชุมุ ชนในการควบคุมุ ยุงุ พาหะนำ�ำ โรค 151
ภาคผนวกที่่� 4 153
สารเคมีีที่่อ� งค์ก์ ารอนามััยโลกแนะนำำ�ให้้ใช้ใ้ นการพ่น่ ฤทธิ์ต� กค้้างเพื่�อ่ ใช้้ควบคุุมแมลงวััน 153
คำำ�สั่่ง� แต่่งตั้�งคณะกรรมการจัดั ทำ�ำ คู่่�มืือเครื่�อ่ งพ่่นและสารเคมีีทางสาธารณสุุขเพื่่�อควบคุุม 155
โรคติิดต่อ่ นำ�ำ โดยแมลง

vii

viii คู่มือ สารเคมแี ละเครอ่ื งพ่นสารเคมเี พอ่ื ควบคมุ ยุงพาหะนำ�โรค

บทนำ�

โรคติิดต่่อนำำ�โดยแมลงเป็็นปััญหาสาธารณสุุขที่่�สำ�ำ คััญของประเทศไทย โดยเฉพาะโรคติิดต่่อที่่�มีียุุง ix
เป็น็ พาหะนำ�ำ โรคที่่ส� ำำ�คัญั ได้แ้ ก่่ โรคไข้เ้ ลืือดออก โรคไข้ป้ วดข้อ้ ยุงุ ลาย โรคติดิ เชื้อ� ไวรัสั ซิกิ า โรคไข้ม้ าลาเรียี และ
โรคเท้า้ ช้า้ ง โดยโรคไข้เ้ ลืือดออก โรคไข้ป้ วดข้อ้ ยุงุ ลาย โรคติดิ เชื้อ� ไวรัสั ซิกิ า เป็น็ โรคที่่เ� กิดิ จากเชื้อ� ไวรัสั มียี ุงุ ลาย
เป็น็ พาหะนำ�ำ โรค โรคไข้เ้ ลืือดออกเป็น็ โรคที่่�มีกี ารระบาดไปทั่่ว� ทุกุ ภูมู ิภิ าคของประเทศไทย มีรี ายงานผู้้�ป่ว่ ยสูงู
และมีีผู้้�ป่่วยเสีียชีีวิิตทุุกปีี การกระจายของโรคมีีการเปลี่่�ยนแปลงตามพื้้�นที่่�ตลอดเวลา ปััจจััยที่่�ส่่งผลต่่อ
การแพร่ก่ ระจายของโรคมีคี วามซับั ซ้อ้ นและแตกต่า่ งกันั ในแต่ล่ ะพื้้น� ที่่� แนวโน้ม้ การเกิดิ โรคไข้เ้ ลืือดออกในช่ว่ ง
10 ปีีที่่ผ� ่่าน (พ.ศ. 2553-2562) พบว่า่ มีีรูปู แบบการระบาดที่่�ไม่แ่ น่น่ อน มีีลักั ษณะเป็็นแบบปีีเว้น้ ปีี หรืือปีีเว้้น
สองปีี และมีรี ูปู แบบการเกิดิ โรคที่่เ� ปลี่่ย� นแปลงตามฤดูกู าล การรักั ษาโรคนี้้เ� ป็น็ การรักั ษาตามอาการยังั ไม่ม่ ียี า
ต้้านไวรััสที่่�มีีฤทธิ์�เฉพาะสำ�ำ หรัับเชื้�อไข้้เลืือดออก แม้้ว่่าในปััจจุุบัันประเทศไทยได้้มีีการนำำ�วััคซีีนไข้้เลืือดออก
มาใช้ใ้ นโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลของรัฐั บางแห่ง่ ตั้้ง� แต่ป่ ีี พ.ศ. 2560 แต่พ่ บว่า่ ประสิทิ ธิภิ าพของวัคั ซีนี
สามารถป้อ้ งกันั โรคไข้เ้ ลืือดออกทุกุ สายพันั ธุ์�ได้เ้ พียี ง ร้อ้ ยละ 65 และพบผู้้�มีอี าการข้า้ งเคียี งหลังั จากได้ร้ ับั วัคั ซีนี
ร้้อยละ 0.22 องค์์การอนามััยโลกได้้แนะนำำ�การใช้้วััคซีีนในผู้�ที่�มีีอายุุ 9-45 ปีี และเป็็นผู้�ที่�เคยติิดเชื้�อ
ไข้้เลืือดออกมาแล้้วเท่่านั้้�น โรคไข้้ปวดข้้อยุุงลาย และโรคติิดเชื้�อไวรััสซิิกาแม้้จะไม่่มีีรายงานผู้้�ป่่วยเสีียชีีวิิต
แต่ม่ ีผีู้้�ป่วยกระจายไปทั่่ว� ทุกุ ภูมู ิภิ าคของประเทศไทยเช่น่ กันั สถานการณ์โ์ รคในช่ว่ ง 5 ปีทีี่่ผ� ่า่ นมา (พ.ศ. 2559-2563)
พบว่่าโรคไข้้ปวดข้้อยุุงลายมีีแนวโน้้มเพิ่่�มขึ้�น ส่่วนโรคติิดเชื้�อไวรััสซิิกา พบว่่ามีีแนวโน้้มลดลง ทั้้�งนี้้�อาจเนื่่�อง
มาจากการรายงานที่่�ต่ำ��ำ กว่่าความเป็็นจริิง และการรายงานผู้�ติิดเชื้�อไวรััสซิิกาต้้องได้้รัับผลตรวจยืืนยััน
ทางห้้องปฏิิบััติิการ หากผู้้�ติดิ เชื้�อไม่ม่ ีอี าการหรืือไม่่เข้า้ รัับการรัักษาในสถานพยาบาลจะไม่ถ่ ููกรายงาน รวมถึึง
การมีนี ิยิ ามเฝ้า้ ระวังั โรคที่่ซ� ับั ซ้อ้ น การรักั ษาในปัจั จุบุ ันั ไม่ม่ ียี ารักั ษาเฉพาะ เป็น็ การรักั ษาตามอาการ และยังั ไม่ม่ ีี
วัคั ซีนี ป้้องกันั
สำำ�หรัับโรคไข้้มาลาเรีียเป็็นโรคที่่�เกิิดจากเชื้�อโปรโตซััว มีียุุงก้้นปล่่องเป็็นพาหะนำ�ำ โรค ในอดีีตเป็็นโรค
ที่่ม� ีผี ู้้�ป่ว่ ยและเสียี ชีวี ิติ เป็น็ จำ�ำ นวนมาก ปัจั จุบุ ันั เป็น็ โรคประจำ�ำ ถิ่่น� บริเิ วณพื้้น� ที่่ใ� กล้ช้ ายแดนที่่ม� ีลี ักั ษณะภูมู ิปิ ระเทศ
เป็น็ ป่า่ เขาเชื่อ�่ มต่อ่ กับั ประเทศเพื่อ�่ นบ้า้ น สถานการณ์โ์ รคไข้ม้ าลาเรียี ในช่ว่ ง 10 ปีที ี่่ผ� ่า่ นมา (พ.ศ. 2554-2563)
มีีแนวโน้้มลดลง เนื่�่องจากประเทศไทยได้้เร่่งรััดดำำ�เนิินการควบคุุมและป้้องกัันโรคไข้้มาลาเรีียให้้ครอบคลุุม
ทุกุ กลุ่่�มประชากรและพื้้น� ที่่เ� สี่ย� งทั่่ว� ประเทศ และปัจั จุบุ ันั กำ�ำ ลังั ดำ�ำ เนินิ นโยบายการกำ�ำ จัดั โรคไข้ม้ าลาเรียี (Malaria
Elimination) โดยมีเี ป้า้ ประสงค์ว์ ่า่ ประเทศไทยปลอดจากการแพร่เ่ ชื้�อมาลาเรียี ภายในปีี 2567 อย่า่ งไรก็ต็ าม
แม้ว้ ่า่ สถานการณ์ข์ องโรคไข้ม้ าลาเรียี จะมีแี นวโน้ม้ ลดลง แต่ย่ ังั พบปัญั หาเชื้อ� มาลาเรียี ดื้้อ� ต่อ่ ยาที่่ใ� ช้ใ้ นการรักั ษา
โดยพบว่่าเชื้�อมาลาเรีียชนิิดฟััลซิิปารััม (Plasmodium falciparum) ดื้้�อต่่อยาผสมอนุุพัันธุ์์�อาร์์ติิมิิซิินิิน
ซึ่่�งองค์์การอนามััยโลกได้้ยืืนยัันพื้้�นที่่�การดื้ �อยาผสมอนุุพัันธุ์์�อาร์์ติิมิิซิินิินของเชื้ �อมาลาเรีียชนิิดฟััลซิิปารััม

ในประเทศไทย 6 จังั หวัดั ได้แ้ ก่่ จังั หวัดั สุรุ ินิ ทร์์ ศรีสี ะเกษ ตราด ระนอง กาญจนบุรุ ีี และตาก ส่ว่ นเชื้อ� มาลาเรียี
ชนิิดไวแวกซ์์ (Plasmodium vivax) ยังั ไม่่พบการดื้อ� ต่อ่ ยารักั ษาในประเทศไทย นอกจากนี้้ก� ารเคลื่่อ� นย้า้ ย
ประชากร การปรัับเปลี่่ย� นชีวี นิิสััยของยุุงพาหะ ประสิทิ ธิิภาพของสารเคมีีที่่�ใช้้ในการควบคุมุ ยัังเป็็นสิ่�งสำำ�คัญั
ที่่ส� ่่งผลต่อ่ การดำ�ำ เนิินการกำ�ำ จััดโรคไข้ม้ าลาเรีีย
โรคเท้้าช้้างเป็็นโรคที่่�เกิิดจากเชื้�อพยาธิิ มีียุุงเสืือ ยุุงลายป่่า และยุุงรำ�ำ คาญบางชนิิดเป็็นพาหะนำ�ำ โรค
แม้ว้ ่า่ ประเทศไทยจะได้ร้ ับั การประกาศการกำ�ำ จัดั โรคเท้า้ ช้า้ ง เมื่อ�่ เดืือนกันั ยายน 2560 จากองค์ก์ ารอนามัยั โลก
แต่่ยังั คงต้้องเฝ้้าระวัังโรคเท้้าช้า้ งในกลุ่่�มคนต่่างด้้าวประเทศเมีียนมาร์์ เนื่อ�่ งจากยัังมีีการแพร่่โรคในประเทศนี้้�
โดยมีียุุงรำำ�คาญเป็็นพาหะหลัักของพยาธิิ Wuchereria bancrofti ในประเทศเมีียนมาร์์ และจากหลาย
การศึึกษาบ่ง่ ชี้ว� ่า่ ยุงุ รํําคาญ (Culex quinquefasiatus) ในประเทศไทย สามารถนํําโรคเท้า้ ช้า้ งที่่เ� กิดิ จากพยาธิิ
Wuchereria bancrofti ที่่พ� บในคนเมีียนมาร์์ได้้ในสภาวะห้อ้ งทดลอง
ปััจจุุบัันผลกระทบที่่�เกิิดจากการเปลี่่�ยนแปลงสภาพภููมิิอากาศโลก ส่่งผลต่่อการแพร่่ระบาดของโรค
ต่า่ งๆ โดยเฉพาะโรคที่่�มียี ุงุ เป็น็ พาหะนำ�ำ โรค ทำ�ำ ให้เ้ กิดิ การเปลี่่�ยนแปลงทางชีวี วิทิ ยาของยุงุ พาหะในด้า้ นต่า่ งๆ
เช่น่ อายุุขัยั อัตั ราการติดิ เชื้�อในยุงุ การเจริญิ เติบิ โต ภาวะการเจริญิ พันั ธุ์�ของยุงุ ตัวั เมียี พฤติกิ รรมการกินิ เลืือด
การเปลี่่�ยนแปลงความชุุกชุุมและการกระจายตััวของยุุง เช่่น วงจรชีีวิิตของยุุงจะสั้�นลงเมื่�่ออุุณหภููมิิสููงขึ้�น
ที่่อ� ุณุ หภูมู ิิ 28 องศาเซลเซียี ส ยุงุ ใช้้เวลา 10-12 วััน ในการเจริญิ เติิบโตจากไข่่ไปเป็น็ ตััวเต็็มวััย ใช้้เวลา 4-5 วันั
ในการเจริญิ เติบิ โตของไข่ใ่ นท้อ้ งยุงุ ภายหลังั กินิ เลืือด ที่่อ� ุณุ หภูมู ิิ 30 องศาเซลเซียี ส ยุงุ ใช้เ้ วลาในการเจริญิ เติบิ โต
จากไข่่ไปเป็็นตััวเต็็มวััยลดลงเหลืือ 7 วััน นอกจากนี้้�ยัังส่่งผลต่่อการเจริิญเติิบโตของเชื้�อในตััวยุุง และ
การแพร่โ่ รคมาสู่�คน โดยพบว่่าที่่อ� ุุณหภููมิิ 20 องศาเซลเซีียส เชื้�อมาลาเรีียชนิิด Plasmodium falciparum
ใช้้เวลา 26 วััน ในการเจริิญเติบิ โตไปเป็็นระยะติิดต่่อที่่�ต่่อมน้ำ��ำ ลาย แต่่เมื่�่ออุณุ หภูมู ิิสููงขึ้น� 5 องศาเซลเซีียส
จะใช้เ้ วลาเพียี ง 13 วันั สำ�ำ หรับั โรคไข้เ้ ลืือดออกพบว่า่ ยุงุ ลายแพร่โ่ รคได้ด้ ีเี มื่อ�่ อุณุ หภูมู ิสิ ูงู กว่า่ 30 องศาเซลเซียี ส
และจากการศึึกษาในห้อ้ งปฏิบิ ัตั ิกิ าร พบว่า่ ที่่อ� ุณุ หภูมู ิิ 30 องศาเซลเซียี ส ระยะฟักั ตัวั ของเชื้อ� ไวรัสั ไข้เ้ ลืือดออก
ในยุุงลายใช้้เวลา 12 วััน แต่่เมื่�่ออุุณหภููมิิเพิ่่�มขึ้�นเป็็น 32-35 องศาเซลเซีียส จะใช้้เวลาในการฟัักตััวลดลง
เหลืือ 7 วััน ดัังนั้้�นเมื่่�อสภาพแวดล้้อมมีีอุุณหภููมิิสููงขึ้�นยุุงจะใช้้เวลาในการเจริิญเติิบโตลดลง มีีความถี่�
ของการเข้้ากััดกิินเลืือด และวางไข่่มากขึ้้�น รวมทั้้�งมีีการเปลี่่�ยนแปลงการเจริิญเติิบโตของเชื้อ� ในตััวยุุง ทำำ�ให้้
เกิิดโอกาสการสััมผััสระหว่่างคนกัับยุุงมีีมากขึ้้�น ส่่งผลให้้มีีการแพร่่กระจายโรคมาสู่ �คนเพิ่่�มขึ้ �น จะเห็็นได้้ว่่า
ยุุงเป็็นพาหะในการนำ�ำ โรคที่่�เป็็นปััญหาที่่�สำ�ำ คััญหลายโรค และยัังสามารถปรัับตััวให้้เข้้ากัับสภาพแวดล้้อม
ที่่เ� ปลี่่�ยนแปลงได้้
การป้อ้ งกันั ควบคุมุ โรคติดิ ต่อ่ ที่่ม� ียี ุงุ เป็น็ พาหะนำ�ำ โรคให้ป้ ระสบผลสำ�ำ เร็จ็ จะต้อ้ งมีมี าตรการในการดำ�ำ เนินิ การ
ทั้้ง� ในด้า้ นของคน เชื้อ� ยุงุ พาหะ และต้อ้ งอาศัยั ความร่ว่ มมืือจากทุกุ ภาคส่ว่ นเข้า้ มามีสี ่ว่ นร่ว่ มในการดำ�ำ เนินิ การ
มาตรการควบคุุมยุงุ พาหะนำำ�โรคสามารถดำำ�เนิินการได้้ทั้้ง� ในระยะตัวั อ่อ่ น และระยะตััวเต็็มวััย เป็น็ มาตรการ
อย่่างหนึ่่�งที่่ม� ีคี วามสำ�ำ คััญนำ�ำ มาใช้ใ้ นการป้้องกันั โรคล่ว่ งหน้้า และควบคุุมการแพร่ร่ ะบาดของโรค โดยมุ่่�งเน้น้
การลดประชากรของยุงุ ลดอายุขุ ัยั และลดการสัมั ผัสั ระหว่า่ งคนกับั ยุงุ ซึ่ง่� จะส่ง่ ผลให้ห้ ยุดุ วงจรการแพร่ร่ ะบาด
ของโรคได้้

x คู่มอื  สารเคมแี ละเครื่องพ่นสารเคมเี พอื่ ควบคุมยงุ พาหะนำ�โรค

การพ่่นสารเคมีีในการกำ�ำ จััดยุุงเป็็นวิิธีีการอย่่างหนึ่�่งที่่�นำ�ำ มาใช้้ในการป้้องกัันควบคุุมยุุงพาหะ การพ่่น
สารเคมีีในงานสาธารณสุขุ มีี 2 ประเภท คืือ การพ่่นสารเคมีแี บบฤทธิ์�ตกค้า้ ง (Indoor residual spray) และ
การพ่่นแบบฟุ้้�งกระจาย (Space spray treatment) ซึ่ง�่ แบ่่งออกเป็น็ 2 วิิธีี คืือ การพ่น่ หมอกควันั (Thermal
Fogging) และการพ่่นฝอยละเอีียด (Ultra Low Volume (ULV) spraying) การป้้องกัันควบคุมุ โรคเดิิมเป็็น
ภารกิจิ ของหน่ว่ ยงานภายในกระทรวงสาธารณสุขุ แต่เ่ มื่อ�่ มีกี ารกระจายอำำ�นาจให้อ้ งค์ก์ รปกครองส่ว่ นท้อ้ งถิ่น�
ตามพระราชบัญั ญัตั ิกิ ำ�ำ หนดแผนและขั้น� ตอนการกระจายอำำ�นาจให้แ้ ก่อ่ งค์ก์ รปกครองส่ว่ นท้อ้ งถิ่น� พ.ศ. 2542
จึึงได้้มีีการถ่่ายโอนภารกิิจ และงบประมาณจากราชการส่่วนกลางและราชการส่่วนภููมิิภาคให้้แก่่องค์์กร
ปกครองส่่วนท้้องถิ่�นเป็็นผู้้�ดำำ�เนิินงาน ปััจจุุบัันการป้้องกัันควบคุุมโรค ดำ�ำ เนิินการโดยหน่่วยงานสาธารณสุุข
ในพื้้�นที่่�และองค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่�นในพื้้�นที่่�ที่่�รัับผิิดชอบ รวมทั้้�งการพ่่นสารเคมีีกำำ�จััดยุุงพาหะด้้วย
แต่่ในการพ่่นสารเคมีีควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรคไข้้มาลาเรีียยัังคงดำ�ำ เนิินการโดยหน่่วยงานสาธารณสุุขในพื้้�นที่่�
เนื่�่องจากองค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่�นยัังมีีข้้อจำ�ำ กััดด้้านความรู้� เทคนิิค และประสบการณ์์ ในการควบคุุมยุุง
พาหะนำ�ำ โรคไข้ม้ าลาเรียี แต่ก่ ารดำ�ำ เนินิ งานได้ร้ ับั ความร่ว่ มมืือจากองค์ก์ รปกครองส่ว่ นท้อ้ งถิ่น� และภาคีเี ครืือข่า่ ย
ในการจัดั สรรงบประมาณและสนับั สนุนุ การดำำ�เนินิ งาน สำำ�หรับั การพ่น่ สารเคมีคี วบคุมุ โรคติดิ ต่อ่ นำ�ำ โดยยุงุ ลาย
เช่น่ โรคไข้เ้ ลืือดออก ไข้ป้ วดข้อ้ ยุงุ ลาย และโรคติดิ เชื้อ� ไวรัสั ซิกิ า ปัจั จุบุ ันั ดำ�ำ เนินิ การโดยองค์ก์ รปกครองส่ว่ นท้อ้ งถิ่น�
และหน่่วยงานสาธารณสุขุ ในพื้้�นที่่�
ดังั นั้้น� คณะกรรมการจัดั ทำำ�คู่่�มืือเครื่อ�่ งพ่น่ และสารเคมีที างสาธารณสุขุ เพื่อ�่ ควบคุมุ โรคติดิ ต่อ่ นำ�ำ โดยแมลง
ได้้ตระหนัักถึึงปััญหาการพ่่นสารเคมีีในการควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรค จึึงได้้จััดทำำ�คู่่�มืือสารเคมีีและเครื่่�องพ่่น
สารเคมีีเพื่�่อควบคุุมยุุงพาหะนำำ�โรค สำำ�หรัับใช้้เป็็นแนวทางในการปฏิิบััติิงานของบุุคลากรที่่�เกี่ �ยวข้้องด้้าน
การควบคุมุ โรคติดิ ต่อ่ นำ�ำ โดยยุงุ เป็น็ พาหะทั้้ง� ภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุขุ ประกอบด้ว้ ยความรู้�เกี่ย� วกับั
ยุุงพาหะนำ�ำ โรคและการป้้องกััน สารเคมีีกำ�ำ จััดแมลงที่่�ใช้้ในการควบคุุมยุุง การต้้านทานของยุุงต่่อสารเคมีี
เครื่�่องพ่่นสารเคมีีกำำ�จััดยุุงพาหะนำ�ำ โรค การเตรีียมความพร้้อมในการควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรค เทคนิิคการพ่่น
สารเคมีเี พื่อ่� ควบคุมุ ยุงุ พาหะนำ�ำ โรค การประเมินิ ผลการพ่น่ สารเคมีกี ำ�ำ จัดั ยุงุ พาหะนำ�ำ โรค และการป้อ้ งกันั ตนเอง
จากสารเคมี ี ซึ่่�งบุุคลากรที่่เ� กี่�ยวข้อ้ งจะได้ร้ ับั องค์ค์ วามรู้�ที่ถ� ููกต้อ้ งตามหลักั วิิชาการ เพื่�อ่ ให้้สามารถปฏิบิ ััติิงาน
ควบคุุมโรคได้้อย่า่ งมีปี ระสิิทธิิภาพ

xi



1บทที่

ความร้เู บือ้ งต้นเกย่ี วกับยงุ พาหะน�ำโรค

ยุงุ ในโลกและในประเทศไทย (Mosquitoes)

ยุุงเป็น็ แมลงที่่�อยู่ใ่� นอัันดัับดิิฟเทอร่่า (Order Diptera) หมายถึงึ แมลงที่ม่� ีีปีีก 2 ปีกี แมลงในอัันดับั นี้้�
ได้แ้ ก่่ ยุงุ แมลงวันั ริ้้น� เป็น็ ต้น้ และจัดั อยู่ใ�่ นวงศ์ค์ ููลิซิดิ ีี (Family Culicidae) สามารถพบยุงุ ได้ต้ั้ง� แต่่ภููมิภิ าคเขตร้อ้ น
ไปจนถึึงเขตอบอุ่ �น มีียุุงบางชนิิดสามารถอาศััยอยู่่�ในเขตหนาวทางตอนเหนืือหรืือนอร์์ทอาร์์กติิกเซอร์์เคิิลได้้
ปัจั จุุบัันยุงุ ที่่�พบทั้้�งหมดในโลกมีี 3,582 ชนิิด (Species) จากทั้้�งหมด 113 สกุลุ (Genus) จากการจััดหมวดหมู่่�
ยุุงในปััจจุุบัันสามารถแบ่่งเป็็นวงศ์์ย่่อยได้้ 2 วงศ์์ย่่อย (Subfamily) คืือ Anophelinae และ Culicinae
วงศ์์ย่่อย Anophelinae มีีสมาชิิกอยู่�่ 3 สกุลุ ซึ่่�งยุงุ ก้้นปล่่องเป็็นสกุลุ หนึ่่ง� ในวงศ์์ย่่อยนี้้� ปััจจุบุ ันั ยุุงก้้นปล่่อง
มีี 3 สกุลุ ย่่อย (Subgenus) คือื Anopheles, Cellia และมีีสกุลุ ย่่อยใหม่่คือื Baimaia ส่่วนวงศ์ย์ ่่อย Culicinae
เรีียกรวมๆ ว่่า Culicine ได้แ้ ก่่ ยุงุ ลาย ยุุงรำำ�คาญ และยุุงเสือื ซึ่่�งในวงศ์์ย่่อย Culicinae สามารถแบ่่งเป็น็ เผ่่า
ได้้ 11 เผ่่า (Tribes) ซึ่่�งประกอบด้ว้ ยยุุงสกุลุ ต่่างๆ 110 สกุลุ (1) สำ�ำ หรับั ประเทศไทยมีียุุงทั้้ง� หมด 436 ชนิดิ
จากสกุุลยุงุ 23 สกุลุ และมีีสกุุลย่่อยทั้้�งหมด 48 สกุุลย่่อย(2) (ตารางที่�่ 1.1)

ตารางที่่� 1.1 จำำ�นวนชนิดิ ยุุงในสกุลุ ต่่างๆ ของประเทศไทย(2)

สกุลุ (Genus) จำ�ำ นวนชนิิดยุุง (Species)

Anopheles 73

Aedeomyia 1

Aedes 45

Armigeres 29

Ayurakitia 2

Coquillettidia 4

Culex 82

Ficalbia 1

1

ตารางที่่� 1.1 จำำ�นวนชนิิดยุงุ ในสกุลุ ต่่างๆ ของประเทศไทย(2) (ต่่อ) จำำ�นวนชนิิดยุุง (Species)
สกุลุ (Genus) 18
3
Heizmannia 3
Hodgesia 2
Lutzia 6
Malaya 7
Mansonia 44
Mimomyia 5
Ochlerotatus 18
Orthopodomyia 10
Topomyia 13
Toxorhynchites 1
Tripteroides 45
Udaya 23
Uranotaenia 1
Verrallina
Zeugnomyia

ลัักษณะทั่่ว� ไปของยุุง

ลัักษณะที่่�แตกต่่างของยุุงจากแมลงชนิดิ อื่่น� ดัังนี้้�
1. ยุุงเป็็นแมลงขนาดเล็็ก มีีขนาดลำ�ำ ตััวเฉลี่่�ย 4-6 มิิลลิิเมตร ลัักษณะของยุุงแบ่่งออกเป็็น 3 ส่่วน
ที่�่มองเห็น็ ชัดั เจน ได้้แก่่ ส่่วนหััว ส่่วนอก และส่่วนท้้อง มีีปีีก 1 คู่่�
2. ยุุงตััวเต็ม็ วััยเพศเมีีย ส่่วนใหญ่่มีีปากแบบแทงดููด (piercing sucking type) มีีลัักษณะเรีียวยาว
ใช้ส้ ำ�ำ หรับั เจาะดููดเลือื ด ยกเว้น้ ยุงุ บางชนิดิ ได้แ้ ก่่ ยุงุ ยักั ษ์์ (Toxorhynchites spp.) แต่่ยุงุ เพศผู้้�มีีปากแบบดููดกินิ
(siphoning type) มีีลัักษณะคล้้ายกระบอกดููดน้ำ�ำ� หวานจากดอกไม้้ ผลไม้้สุุก หรืือแหล่่งน้ำ�ำ�หวานอื่�นๆ
ที่�ไ่ ม่่ต้อ้ งเจาะพื้้�นผิิว
3. บนส่่วนต่่างๆ ของร่่างกายส่่วนใหญ่่มีีเกล็็ดปกคลุุม รวมทั้้�งบนเส้้นปีีกและขอบปีีก และขอบหลััง
ของปีกี จะมีีเกล็ด็ เล็ก็ ๆ เรีียวยาว เรีียงเป็็นแถบเรีียกว่่า ครุยุ ปีีก (fringe)

2 คมู่ ือ สารเคมีและเครื่องพน่ สารเคมเี พ่ือควบคมุ ยงุ พาหะน�ำ โรค

4. ระยะตัวั อ่่อนของยุงุ หรือื ระยะลููกน้ำ��ำ จะแตกต่่างจากตัวั อ่่อนแมลงในน้ำ��ำอื่่น� ๆ คือื ไม่่มีีขา อกมีีความกว้า้ ง
มากกว่่าความกว้า้ งของส่่วนหัวั และความกว้า้ งของส่่วนท้อ้ ง(1) และส่่วนปลายของปล้อ้ งท้อ้ งจะมีีท่่อหายใจ (siphon)
1 อััน (ยกเว้้นลููกน้ำำ�� ยุงุ ก้น้ ปล่่องจะไม่่มีีท่่อหายใจ)

การแยกเพศยุุง
1. ยุงุ ตััวเต็็มวััยเพศผู้้� (male) จะมีีหนวด (antenna) หนาเป็น็ พู่่�คล้้ายขนนก ยุุงเพศเมีีย (female)
จะมีีหนวดบางและสั้น� กว่่า
2. ยุงุ ตัวั เต็ม็ วัยั เพศผู้้�มีีรยางค์ท์ ี่อ�่ ยู่ข่� ้า้ งปาก (palp) ยาวกว่่ายุงุ เพศเมีีย แต่่ในยุงุ ก้น้ ปล่่อง (Anopheles)
เพศเมีียจะมีี palp ยาวพอๆ กับั ความยาวปาก (proboscis) ของยุุง ส่่วนยุุงก้้นปล่่องเพศผู้้�จะมีี palp ยาวกว่่า
ความยาวปาก และตอนปลายของ palp จะพองออกเป็น็ กระเปาะ
3. ยุงุ ตััวเต็็มวัยั เพศผู้้�จะมีีขนาดเล็ก็ กว่่ายุงุ เพศเมีีย

ลัักษณะส่่วนหัวั ของยุงุ เพศผู้้�และเพศเมีียในกลุ่�ม Culicine และ Anopheline(3)

ยุงุ ลายเพศผู้้�และเพศเมีีย(4)

ภาพที่่� 1.1 เพศของยุงุ

3

สกุุลยุุงที่น�่ ำ�ำ โรคมาสู่�่คนในประเทศไทย(2,5)
1. ยุุงลาย (Aedes) นำำ�โรคไข้้เลือื ดออก โรคไข้ป้ วดข้้อยุงุ ลาย โรคติิดเชื้�อไวรัสั ซิกิ า
2. ยุงุ ก้น้ ปล่่อง (Anopheles) นำำ�โรคไข้้มาลาเรีีย
3. ยุงุ รำำ�คาญ (Culex) นำ�ำ โรคไข้ส้ มองอัักเสบ
4. ยุุงเสือื (Mansonia) นำ�ำ โรคเท้า้ ช้้าง

ยุงุ ลาย

ยุงุ ลาย (Aedes spp.) เป็น็ ยุงุ ที่ม�่ ีีความสำำ�คัญั ทางการแพทย์์ เนื่่อ� งจากเป็น็ ยุงุ พาหะในการนำำ�โรคติดิ ต่่อ
ที่�่เป็็นปััญหาสาธารณสุุขที่�่สำำ�คััญหลายโรค เช่่น โรคไข้้เลืือดออก โรคไข้้ปวดข้้อยุุงลาย โรคติิดเชื้�อไวรััสซิิกา
(โรคไข้เ้ หลือื ง พบในแถบทวีีปแอฟริกิ าและอเมริกิ าใต้)้ เป็น็ ต้น้ ปัจั จุบุ ันั ยุงุ ลายในประเทศไทยมีีจำ�ำ นวน 45 ชนิดิ (2)
แต่่ที่พ�่ บว่่าเป็น็ ยุงุ พาหะนำ�ำ โรคที่ส�่ ำ�ำ คัญั ของประเทศไทย คือื โรคไข้เ้ ลือื ดออก โรคไข้ป้ วดข้อ้ ยุงุ ลาย และโรคติดิ เชื้อ�
ไวรััสซิกิ า มีีเพีียง 2 ชนิดิ (6) (ภาพที่่� 1.2) คืือ
1. ยุงุ ลายบ้า้ น (Aedes aegypti) เป็น็ พาหะหลักั นำ�ำ โรคไข้เ้ ลือื ดออก ไข้ป้ วดข้อ้ ยุงุ ลาย และโรคติดิ เชื้อ�
ไวรััสซิกิ า ซึ่่ง� มีีลัักษณะลำำ�ตััวและขาทั้้�ง 3 คู่่� เป็็นลายดำ�ำ สลัับขาว สัันหลังั อกด้า้ นบน มีีเกล็ด็ รููปร่่างคล้้ายเคีียว
สีีขาว 1 คู่่�
2. ยุงุ ลายสวน (Aedes albopictus) เป็น็ พาหะรองนำ�ำ โรคไข้เ้ ลือื ดออก ไข้ป้ วดข้อ้ ยุงุ ลาย และโรคติดิ เชื้อ�
ไวรัสั ซิกิ า มีีลักั ษณะคล้า้ ยกับั ยุงุ ลายบ้า้ น แตกต่่างกันั ที่ล�่ วดลายของเกล็ด็ บนสันั หลังั อกที่ม�่ ีีลักั ษณะเกล็ด็ สีีขาว
เป็น็ เส้น้ ตรง

ยุงุ ลายบ้้าน (Aedes aegypti) ยุงุ ลายสวน (Aedes albopictus)

ภาพที่�่ 1.2 ยุงุ ลายพาหะนำำ�โรค(7)

วงจรชีวี ิติ ของยุุงลาย
วงจรชีีวิติ ของยุงุ ลายประกอบด้้วยระยะต่่างๆ 4 ระยะ คืือ ระยะไข่่ ระยะตััวอ่่อน (ลููกน้ำ��ำ ) ระยะดักั แด้้
(ตััวโม่่ง) และระยะตััวเต็็มวััย (ตััวยุุง) ทั้้�ง 4 ระยะมีีความแตกต่่างกัันทั้้�งรููปร่่างลัักษณะและการดำำ�รงชีีวิิต
(ภาพที่่� 1.3) ดัังนี้้�

4 คูม่ อื  สารเคมแี ละเครื่องพน่ สารเคมเี พื่อควบคุมยุงพาหะนำ�โรค

ไข่ย่ ุุงลาย

2-3 วััน 2-3 วััน
ลูกู น้ำำ��

ยุงุ ลาย

7-10 วััน 2-3 วันั

ตัวั โม่ง่

ภาพที่่� 1.3 วงจรชีีวิิตยุงุ ลาย(8)

1. ระยะไข่่ 5
เมื่ อ� ยุงุ เพศเมีียที่ผ่� ่่านการผสมพัันธุ์�แล้้วกินิ เลือื ด 2-3 วันั ไข่่จะเจริิญเต็ม็ ที่�่พร้อ้ มวางไข่่(9) ยุงุ ตััวเมีีย
จะหาแหล่่งน้ำ�ำ�เพื่่อ� วางไข่่ ไข่่จะปฏิิสนธิิและแบ่่งเซลล์ห์ ลัังจากแม่่ยุุงวางไข่่แล้้ว ช่่วงนี้้ใ� ช้้เวลาประมาณ 2-3 วันั
หลัังจากแบ่่งเซลล์์จนเป็็นตััวอ่่อน ไข่่ยุุงจะสามารถฟัักได้้ถ้้ามีีน้ำ��ำ มาท่่วมไข่่ ยุุงลายเพศเมีียสามารถวางไข่่ได้้
ครั้้�งละประมาณ 10-100 ฟอง(10)
2. ระยะลูกู น้ำ�ำ� (ตัวั อ่อ่ น)
ลููกน้ำำ��เป็น็ ระยะตัวั อ่่อนของยุงุ มีีการเจริิญเติิบโต 4 ระยะ การเปลี่่�ยนระยะจะใช้้วิธิ ีีลอกคราบแล้้ว
สร้า้ งผนัังลำ�ำ ตััวใหม่่ขึ้้�นมา ในระยะลููกน้ำ��ำ นี้้จ� ะมีีส่่วนอกขนาดใหญ่่กว่่าส่่วนหัวั มีีท่่อหายใจ 1 อััน อยู่่�ส่่วนปลาย
ของท้้อง ท่่อหายใจของยุงุ ลายจะสั้น� กว่่าท่่อหายใจของยุุงรำ�ำ คาญ
3. ระยะตััวโม่่ง
ระยะตัวั โม่่งไม่่มีีขา รููปร่า่ งคล้า้ ยเครื่่อ� งหมายจุลุ ภาค มีีอวัยั วะใช้ใ้ นการหายใจ 1 คู่ �่ มีีลักั ษณะคล้า้ ยแตร
เรีียกว่่า trumpets ซึ่่ง� อยู่บ�่ นส่่วนสันั หลังั ของส่่วนหัวั ที่ร่� วมกับั ส่่วนอกเป็น็ ชิ้น� เดีียวกันั (cephalothorax) และ
มีีส่่วนท้อ้ งที่ส�่ ามารถโบกขึ้น� ลงเวลาว่่ายน้ำ��ำ ตัวั โม่่งมีีนิสิ ัยั ชอบลอยนิ่่ง� บนผิวิ น้ำ��ำ แต่่เมื่อ� ถููกรบกวนจะเคลื่่อ� นที่เ�่ ร็ว็
ในระยะนี้้�จะไม่่กิินอาหาร
4. ระยะตัวั เต็็มวัยั
ระยะตััวเต็ม็ วััยจะมีีร่า่ งกายอ่่อนนุ่่�ม เปราะบาง แบ่่งเป็็น 3 ส่่วนแยกออกจากกัันเห็็นได้ช้ ัดั เจน คืือ
ส่่วนหัวั ส่่วนอก และส่่วนท้อ้ ง มีีลำำ�ตััวยาวประมาณ 4-6 มิลิ ลิเิ มตร มีีเกล็็ดสีีดำ�ำ สลับั ขาวตามลำำ�ตัวั รวมทั้้ง� ส่่วน
หััวและส่่วนอก มีีขา 3 คู่�่ อยู่่�ที่่�ส่่วนอก ขามีีสีีดำำ�สลัับขาวเป็็นปล้้องๆ ที่่�ขาหลัังบริิเวณปลายปล้้องสุุดท้้าย
มีีสีีขาวตลอด มีีปีีกที่่�เห็็นได้้ชััดเจน 1 คู่่� อยู่�่บริิเวณส่่วนอกปล้้องที่่� 2 ลัักษณะของปีีกบางใสไม่่มีีลวดลาย
ยุงุ เพศเมีีย จะมีีปากเป็็นแบบแทงดููด ยุุงเพศผู้้�จะมีีอายุสุั้�นกว่่ายุงุ เพศเมีีย

ชีีวนิสิ ัยั ของยุงุ ลาย
โดยปกติยิ ุงุ เพศผู้้�จะลอกคราบออกมาก่่อนยุงุ เพศเมีีย 1-2 วันั หลังั จากผสมพันั ธุ์�แล้ว้ ยุงุ ตัวั เมีียจะหากินิ
เลืือด (ปกติิภายใน 24 ชั่่�วโมงหลัังลอกคราบออกมาจากตััวโม่่ง) อาหารของยุุงลายทั้้�งตััวเมีียและตััวผู้้� คืือ
น้ำ��ำ หวานจากเกสรของดอกไม้ห้ รือื น้ำ��ำ หวานจากผลไม้้ โดยใช้เ้ ป็น็ แหล่่งพลังั งานสำ�ำ หรับั การบินิ ส่่วนยุงุ ลายตัวั เมีีย
ต้้องกิินเลืือดคนหรืือสััตว์์เลืือดอุ่่�น เพื่่�อนำำ�โปรตีีนในเลืือดไปพััฒนาไข่่ให้้เจริิญเติิบโต ตามปกติิยุุงลายบ้้าน
ชอบกินิ เลือื ดคนมากกว่่าเลือื ดสัตั ว์์ แต่่ยุงุ ลายสวนซึ่ง� หากินิ อยู่น�่ อกบ้า้ น สามารถกินิ ได้ท้ั้้ง� เลือื ดคนและเลือื ดสัตั ว์์
หลังั จากกินิ เลือื ดประมาณ 2-3 วันั ไข่่ยุุงจะเจริญิ เต็็มที่�่ ยุุงลายเพศเมีียจะต้อ้ งหาที่ว�่ างไข่่
โดยทั่่ว� ไปยุงุ ลายออกหากินิ ในเวลากลางวันั แต่่ถ้า้ ในช่่วงเวลากลางวันั ยุงุ ลายไม่่ได้ก้ ินิ เลือื ดหรือื กินิ เลือื ด
ไม่่เต็ม็ ท้้อง ยุุงลายอาจจะออกหากิินเลืือดในเวลาพลบค่ำำ�� ด้ว้ ย ช่่วงเวลาที่่ย� ุุงลายบ้้านออกหากิินมากที่ส่� ุดุ คือื
09.00-11.00 น. และ 13.00-14.30 น. ส่่วนยุุงลายสวนจะออกหากิินในช่่วงเวลา 06.00-07.00 น. และ
17.00-18.00 น. ยุงุ ลายบ้้านชอบกัดั คนในบ้้าน ส่่วนยุงุ ลายสวนชอบกัดั คนนอกบ้้านมีีเพีียงส่่วนน้อ้ ยที่่�เข้า้ มา
กััดคนในบ้้าน ยุุงลายไม่่ชอบแสงแดดและลมแรง ดัังนั้้�นจึึงออกหากิินไม่่ไกลจากแหล่่งเพาะพัันธุ์� โดยทั่่�วไป
มัักบินิ ไปครั้้ง� ละไม่่เกินิ 50 เมตร(8) นอกจากนี้้ย� ุุงลายทั้้ง� 2 ชนิดิ มักั จะพบความชุุกชุุมในช่่วงฤดููฝน เพราะมีี
แหล่่งเพาะพันั ธุ์�เกิดิ ขึ้้น� มากมาย ประกอบกับั มีีอุณุ หภููมิแิ ละความชื้น� เหมาะสมแก่่การแพร่่พันั ธุ์์� ส่่วนในฤดููอื่่น� ๆ
จะพบความชุกุ ชุมุ ของยุงุ ลายลดลง

แหล่่งเพาะพัันธุ์�์ของยุงุ ลาย
ยุุงลายทั้้�ง 2 ชนิิด จะวางไข่่ตามภาชนะขัังน้ำำ�� ที่่�มีีน้ำ��ำ นิ่่�งและใส น้ำ�ำ�ฝนมัักเป็็นน้ำ��ำ ที่่�ยุุงลายชอบวางไข่่
มากที่่�สุุด ดัังนั้้�นแหล่่งเพาะพัันธุ์�ของยุุงลายบ้้านมัักอยู่�่ตามโอ่่งน้ำ�ำ� ดื่่�ม และน้ำ�ำ� ใช้้ที่�่ไม่่มีีฝาปิิดทั้้�งภายในและ
ภายนอกบ้้าน ซึ่่�งไม่่ห่่างไกลนักั นอกจากนั้้�นยัังมีีภาชนะอื่น� ๆ เช่่น อ่่างซีีเมนต์ใ์ นห้อ้ งน้ำ��ำ จานรองขาตู้้�กัันมด
จานรองกระถางต้น้ ไม้้ แจกันั อ่่างล้้างเท้า้ ยางรถยนต์์ ไห ภาชนะใส่่น้ำ�ำ� เลี้�ยงสััตว์์ เศษภาชนะ (เช่่น โอ่่งแตก
เศษกระป๋๋อง กะลา) เป็น็ ต้น้ ส่่วนยุุงลายสวนจะวางไข่่ตามภาชนะเก็็บกักั น้ำ�ำ�ไว้ใ้ ช้้ในสวน น้ำำ��ขังั ตามกาบใบพืืช
โพรงไม้้ กะลา กระบอกไม้ไ้ ผ่่ ซอกหินิ แอ่่งหินิ หรือื แม้ก้ ระทั่่ง� ถ้้วยรองน้ำ��ำ ยางพารา และเศษขยะตามสวนที่ม่� ีี
น้ำ�ำ�ขังั ซึ่่ง� แหล่่งเพาะพันั ธุ์�เหล่่านี้้�มักั อยู่่�ในที่่�ร่ม่ เงาหรือื ไม่่โดนแสงแดดแรงๆ ตลอดทั้้ง� วันั

การแพร่่กระจายของยุงุ ลายในประเทศไทย
ยุงุ ลายบ้า้ นเป็น็ ยุงุ ที่ช�่ อบภููมิอิ ากาศแบบเขตร้อ้ นและกึ่ง� เขตร้อ้ น แต่่พบอยู่ท่�ั่่ว� ไปทุกุ เมือื งรวมทั้้ง� ในชนบท
ตามภาคต่่างๆ ของประเทศไทย พบมากที่ค�่ วามสููงไม่่เกินิ 500 เมตร (พื้้น� ที่ร�่ าบลุ่�ม-ที่ร่� าบสููง) พบน้อ้ ยลงที่่�
ความสููงมากกว่่า 500 เมตรขึ้้�นไป (พื้้�นที่�่ภููเขาสููง)(11) แต่่จากการศึึกษาของกองโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยแมลง
กรมควบคุุมโรคในปีี พ.ศ. 2561 ที่ศ�่ ููนย์ว์ ิิจัยั เกษตรหลวงเชีียงใหม่่ (ขุนุ วาง) จัังหวััดเชีียงใหม่่ ซึ่่�งเป็น็ พื้้น� ที่ท่� ี่่�อยู่่�
สููงจากระดัับน้ำ��ำ ทะเลประมาณ 1,300-1,400 เมตร สามารถพบลููกน้ำำ�� ยุุงลายบ้้านได้้ ส่่วนยุุงลายสวนเป็็น
ยุงุ ประจำำ�ถิ่่น� พบในเขตร้อ้ นในทวีีปเอเชีียและเอเชีียตะวันั ออกเฉีียงใต้้ ชอบอยู่ใ่� นเขตป่า่ เขาและสวนตามชนบท
ห่่างไกล แต่่สามารถปรับั ตัวั อยู่ใ�่ นเขตกึ่่ง� เมือื งและเขตชุมุ ชนที่ม่� ีีสภาพเป็น็ สวนได้ ้ จากการศึกึ ษาพบตั้ง� แต่่ระดับั
พื้้�นราบไปจนถึึงยอดเขาที่ม�่ ีีความสููงเหนือื ระดับั น้ำ�ำ�ทะเลสููงถึงึ 1,400 เมตร(12)

6 คมู่ ือ สารเคมแี ละเครือ่ งพ่นสารเคมเี พอื่ ควบคุมยุงพาหะน�ำ โรค

ความสำ�ำ คััญทางการแพทย์์
ในประเทศไทยยุงุ ลายบ้้าน (Aedes aegypti) และยุงุ ลายสวน (Aedes albopictus) เป็น็ ยุุงพาหะ
นำ�ำ โรคไข้เ้ ลือื ดออก ไข้ป้ วดข้อ้ ยุงุ ลาย และโรคติดิ เชื้อ� ไวรัสั ซิกิ า ซึ่่ง� เป็น็ โรคที่เ่� กิดิ จากเชื้อ� ไวรัสั มีียุงุ ลายเป็น็ พาหะ
นำ�ำ เชื้อ� จากคนสู่ค�่ น โดยยุงุ ลายตัวั เมีียจะดููดเลือื ดผู้้�ป่ว่ ยในระยะไข้ส้ ููง ซึ่่ง� เป็น็ ระยะที่ม�่ ีีเชื้อ� ไวรัสั อยู่ใ�่ นกระแสเลือื ด
เชื้�อไวรััสจะเข้้าสู่่�กระเพาะของยุุงและแบ่่งตััวเพิ่่�มจำำ�นวน จากนั้้�นเชื้�อจะเข้้าสู่�่ต่่อมน้ำ��ำ ลายพร้้อมจะเข้้าสู่่�คน
เมื่อ� ยุุงที่่�มีีเชื้�อไปกัดั คนก็็จะปล่่อยเชื้�อเข้้าสู่�่คนที่�่ถููกกัดั ทำ�ำ ให้ค้ นเกิิดอาการของโรค

• โรคไข้เ้ ลือื ดออก เกิดิ จากเชื้อ� ไวรัสั เดงกีี (Dengue virus) เมื่อ� ยุงุ ได้ร้ ับั เชื้อ� จากผู้้�ป่ว่ ยจะมีีระยะฟักั ตัวั

ของเชื้อ� ในยุงุ ประมาณ 8-10 วันั และเมื่อ� คนถููกยุงุ ที่ม�่ ีีเชื้อ� กัดั จะมีีระยะฟักั ตัวั ของเชื้อ� ในคนนานประมาณ 5-8 วันั
(สั้น� ที่ส�่ ุุด 3 วััน - นานที่�่สุุด 15 วััน) จะทำำ�ให้้เกิดิ อาการของโรค(8)

• โรคไข้ป้ วดข้้อยุุงลาย เกิดิ จากเชื้�อไวรััสชิคิ ุุนกุนุ ยา (Chikungunya virus) มีีระยะฟักั ตัวั ของเชื้�อใน

ยุงุ ประมาณ 7-10 วััน และระยะฟักั ตัวั ในคนประมาณ 2-4 วันั หลังั ถููกยุุงลายที่ม่� ีีเชื้�อกััด (สั้�นสุดุ 1 วััน ยาวสุุด
12 วััน)(13)

• โรคติิดเชื้�อไวรัสั ซิิกา เกิดิ จากเชื้�อไวรัสั ซิกิ า (Zika virus) ซึ่่�งมีีวงจรการแพร่เ่ ชื้�อหลััก 2 แบบ คือื

วงจรการติิดต่่อในป่่า (sylvatic cycle) ระหว่่างยุงุ - สัตั ว์ม์ ีีกระดููกสันั หลัังในป่า่ (ลิงิ ) - ยุุง และวงจรการติิดต่่อ
ในเมืือง (urban cycle) ระหว่่างยุงุ - คน - ยุุง โดยมีีระยะฟัักตััวของเชื้อ� ในคนประมาณ 4-7 วััน (สั้�นสุุด 3 วััน
ยาวสุุด 12 วััน) หลัังถููกยุุงที่่�มีีเชื้�อกััด ผู้้�ที่่�ติิดเชื้�อส่่วนใหญ่่จะไม่่แสดงอาการหรืือมีีอาการเพีียงเล็็กน้้อยและ
สามารถหายเองได้้(14, 15)

การควบคุมุ ยุงุ ลาย
1. การควบคุมุ โดยการจััดการสิ่ง่� แวดล้้อม (Environmental management)
การจััดการสิ่่�งแวดล้้อมเกี่�่ยวข้้องกัับการวางแผน การปรัับเปลี่�่ยนและ/หรืือการจััดการปััจจััย
สิ่�งแวดล้้อมที่�่มีีปฏิิสััมพัันธ์์กัับความเป็็นอยู่่�ของมนุุษย์์ เพื่่�อป้้องกัันหรืือลดแหล่่งเพาะพัันธุ์�ของยุุงพาหะ
และลดการสัมั ผัสั ระหว่่างคน ยุงุ พาหะ และเชื้อ� ก่่อโรค วิธิีีจัดั การสิ่่ง� แวดล้อ้ ม ได้แ้ ก่่ การลดแหล่่งเพาะพันั ธุ์� (source
reduction), การจัดั การขยะ, การปรับั ปรุงุ เปลี่ย�่ นแปลงภาชนะที่ม�่ นุษุ ย์ส์ ร้า้ งขึ้น� ไม่่ให้ก้ ลายเป็น็ แหล่่งเพาะพันั ธุ์�
ยุงุ และการพััฒนาบ้้านเรือื น องค์ก์ ารอนามััยโลกได้้แบ่่งการจััดการสิ่่ง� แวดล้อ้ มเป็น็ 3 ประเภท ดัังนี้้(� 16)
1.1 การปรับั เปลี่ย�่ นสิ่ง� แวดล้อ้ ม (Environmental modification) เป็น็ การปรับั ปรุงุ เปลี่ย�่ นแปลง
ทางกายภาพที่�่มีีมาอย่่างยาวนานของที่�่ดิิน น้ำ��ำ และพืืชพรรณต่่างๆ เพื่่�อลดแหล่่งอาศััยของยุุงพาหะนำ�ำ โรค
โดยไม่่ทำำ�ให้เ้ กิิดผลกระทบต่่อสภาพความเป็็นอยู่่ข� องมนุษุ ย์์มากเกิินไป ได้้แก่่

• การพัฒั นาระบบประปาที่ด่� ีี เพื่่�อประชาชนจะได้้ไม่่ต้้องเก็็บกัักน้ำ�ำ�ไว้ใ้ ช้้มากเกิินไป
• ถัังประปาสููง ถัังเก็็บน้ำ�ำ� /แท็็งค์์น้ำ�ำ� ขนาดใหญ่่ หรืือถัังเก็็บน้ำำ��ใต้้ดิิน ต้้องออกแบบระบบ

โครงสร้า้ งให้ป้ ิดิ มิดิ ชิดิ รวมทั้้ง� ส่่วนพื้้น� หรือื ส่่วนต่่างๆ ที่เ�่ ป็น็ คอนกรีีตต้อ้ งทำ�ำ ให้ด้ ีีอย่่าให้เ้ ป็น็ แอ่่งขังั น้ำ�ำ�ที่ห�่ ยดหรือื
ล้น้ ได้้ เพื่่�อไม่่ให้้ยุุงใช้เ้ ป็น็ แหล่่งเพาะพันั ธุ์�

7

1.2 การจััดการสิ่่�งแวดล้้อม (Environmental manipulation) เพื่่�อทำ�ำ ให้้เกิิดการเปลี่�่ยนแปลง
(ชั่ว� คราว) ของแหล่่งเพาะพันั ธุ์�และแหล่่งที่อ่� ยู่อ�่ าศัยั ของยุงุ พาหะ ซึ่่ง� จะเกี่ย่� วข้อ้ งกับั การจัดั การภาชนะขังั น้ำ��ำ ที่�่
“จำำ�เป็น็ ” และ “ไม่่จำำ�เป็น็ ” รวมถึงึ การจัดั การหรืือการกำำ�จััดแหล่่งเพาะพัันธุ์์�ตามธรรมชาติดิ ้ว้ ย

• จัดั การน้ำำ��ที่�่ขังั เนื่่�องจากท่่อประปารั่ว� ซึึมหรืือก๊๊อกน้ำ��ำ ที่ม่� ีีน้ำ�ำ� หยดออกมา โดยการซ่่อมแซม

ให้้มีีสภาพดีีเหมือื นเดิิม

• ป้้องกัันไม่่ให้้ยุุงเข้า้ ไปวางไข่่ในภาชนะเก็บ็ น้ำ�ำ� เช่่น โอ่่งน้ำำ�� ถังั น้ำำ�� และภาชนะเก็บ็ กักั น้ำ�ำ�อื่่�นๆ

โดยการปิิดปากด้้วยผ้า้ ผ้้ามุ้�ง ผ้า้ พลาสติิก ตาข่่ายไนล่่อน หรือื วัสั ดุุอื่�นใดที่�่สามารถปิิดปากภาชนะเก็บ็ น้ำำ��นั้้�น
ได้้อย่่างมิิดชิิดจนยุุงลายไม่่สามารถเข้้าไปวางไข่่ได้้ (การใช้้ฝาอะลููมิิเนีียมปิิดปากโอ่่งน้ำ�ำ�เพีียงอย่่างเดีียว
อาจไม่่สามารถป้อ้ งกันั ยุงุ ลายเข้า้ ไปวางไข่่ได้เ้ นื่่อ� งจากยุงุ ลายสามารถเดินิ หาช่่องเข้า้ ใต้ฝ้ าอลููมิเิ นีียมเพื่่อ� เข้า้ ไป
วางไข่่ได้้ ดังั นั้้น� ควรใช้ผ้ ้า้ มุ้�งหรือื ผ้า้ อื่น� ๆ ปิดิ ปากโอ่่งก่่อนแล้ว้ จึงึ ปิดิ ทับั ด้ว้ ยฝาอลููมิเิ นีียมเพื่่อ� ป้อ้ งกันั ฝุ่�นละออง)

• ล้า้ งและขััดทำ�ำ ความสะอาดด้า้ นในแจกัันและถ้้วยกัันมดตู้้�กับั ข้้าว ทุุก 7 วััน
• ล้้างทำ�ำ ความสะอาดแหล่่งเพาะพันั ธุ์�ที่�่คาดไม่่ถึงึ คือื ที่ร�่ องน้ำำ��ตู้้�กดน้ำ��ำ เย็็น
• หมั่น� ตรวจสอบถาดรองน้ำ�ำ�หยดหรืือละลายน้ำ�ำ� แข็ง็ ตู้�เย็น็ ทุกุ 7 วััน เพื่่�อไม่่ให้ม้ ีีน้ำ��ำ ขังั
• การจััดการสถานที่่�ก่่อสร้้างและภายนอกอาคารอย่่าให้ม้ ีีน้ำำ��ขััง
• รางน้ำ�ำ�ฝนบนหลัังคาบ้้านชั้�นเดีียวหรืือหลัังคาโรงจอดรถ หากอยู่่�ใกล้้ต้้นไม้้หรืืออยู่�่ต่ำ��ำ กว่่า

ร่่มไม้้ อาจมีีใบไม้้ตกลงมาสะสมทำ�ำ ให้้อุุดตัันเกิิดน้ำ��ำ ขัังกลายเป็็นแหล่่งเพาะพัันธุ์�ยุุงลายได้้ จะต้้องหมั่ �นตรวจ
สอบและแก้้ไขทำ�ำ ความสะอาดอยู่่เ� สมอ

• ควรทำำ�การเก็บ็ ขยะ ภาชนะที่ใ�่ ช้้แล้ว้ ทิ้้�ง และภาชนะจากธรรมชาติิ เช่่น ขวดแก้้ว กระป๋๋อง

กะลามะพร้า้ ว กาบกล้ว้ ย กาบใบพืชื อื่น� ๆ ที่ร่� ่่วงหล่่น บรรจุใุ นถุงุ พลาสติกิ นำ�ำ ไปรีีไซเคิลิ หรือื ทำ�ำ ลายตามระบบ
เก็บ็ ขยะขององค์์การบริิหารส่่วนตำ�ำ บล หรืือเทศบาล (หากไม่่มีีระบบรวบรวมขยะในพื้้�นที่่� ควรใช้ว้ ิิธีีฝัังกลบ)

• แหล่่งเพาะพันั ธุ์์�ตามธรรมชาติทิ ีีมีีน้ำำ��ขังั เช่่น โพรงไม้้ กาบใบพืชื ตอไผ่ท่ ี่ม�่ ีีน้ำ��ำ ขังั ให้ใ้ ช้ว้ ิธิ ีีกำำ�จัดั

ตัดั ออก นำ�ำ ทรายหรือื ดินิ ใส่่ไว้แ้ ทนที่่�น้ำ��ำ ขังั หรืือใช้ป้ ููนซีีเมนต์โ์ บกปิดิ

• ภาชนะใช้้ประโยชน์แ์ ต่่ยังั ไม่่ได้ใ้ ช้้งาน เช่่น กระถาง จานรองกระถาง เป็น็ ต้น้ ควรเก็บ็ ในที่่�

ร่ม่ หรือื คว่ำ��ำ ไว้ไ้ ม่่ให้น้ ้ำ��ำ ฝนลงไปขังั ส่่วนภาชนะไม่่มีีประโยชน์ห์ รือื ไม่่จำำ�เป็น็ เช่่น วัสั ดุทุ ี่ไ�่ ม่่ใช้ ้ ควรทำำ�ลายทิ้้ง� หรือื
ขนย้า้ ยไปไว้้ที่อ่�ื่�น หรืือขาย

• ถัังน้ำำ�� ขัันน้ำ�ำ� และอุปุ กรณ์์รดน้ำ�ำ�ต้น้ ไม้้ที่่�ใช้น้ อกบ้า้ นหรือื ในสวน ถ้า้ เก็็บไว้ก้ ลางแจ้้งควรคว่ำำ��

ภาชนะเมื่�อไม่่ใช้ง้ าน

• ยางรถยนต์เ์ ก่่าควรเก็บ็ ไว้ใ้ ต้ร้ ่ม่ เงาหลัังคาที่�ส่ ามารถกัันฝนได้้ (หากไม่่มีีที่่�เก็็บในร่่ม ควรจััด

เรีียงซ้อ้ นกัันในแนวตั้้ง� ปิิดด้้านบนป้อ้ งกันั น้ำ�ำ� ฝนเข้า้ ไปขังั (ไม่่ควรใช้้แผ่่นพลาสติิกปิดิ เพราะเมื่�อฝนตกหนักั ๆ
พลาสติิกจะหย่่อนและกลายเป็็นที่�ข่ ัังน้ำ��ำ ได้)้ หรืือนำ�ำ ไปดััดแปลงใช้ป้ ระโยชน์์อื่น� ๆ เช่่น ทำ�ำ กระถางปลููกต้้นไม้้
ทำำ�ถังั ขยะ ทำำ�รองเท้า้ แตะ เป็็นต้น้

• เติมิ ดินิ หรือื ทรายในรั้ว� ที่ท�่ ำ�ำ ด้ว้ ยกระบอกไม้ไ้ ผ่เ่ พื่่อ� ไม่่ให้เ้ ป็น็ ที่ข�่ ังั น้ำ��ำ หรือื เจาะรููให้น้ ้ำ��ำ ไหลออก

8 คู่มือ สารเคมแี ละเคร่อื งพ่นสารเคมีเพ่อื ควบคุมยงุ พาหะนำ�โรค

• การจััดการขยะในพื้้�นที่่�สาธารณะ โดยเทศบาลหรืือชุุมชนควรมีีโปรแกรมตรวจสอบและ

รณรงค์เ์ ก็บ็ ขยะในที่่�สาธารณะ
1.3 การปรับั ปรุุงที่�อ่ ยู่่อ� าศััยหรืือเปลี่่ย� นแปลงพฤติิกรรมของประชาชน เพื่่อ� เป็็นการลดการสัมั ผััส
ระหว่่างคนกัับยุงุ พาหะและเชื้�อก่่อโรค เช่่น การจััดเก็บ็ บ้้านให้โ้ ล่่ง ปลอดโปร่่ง ไม่่เป็็นที่เ่� กาะพักั ของยุงุ ลาย

2. การควบคุมุ ทางชีวี ภาพ (Biological control)
เป็็นการใช้้สิ่�งมีีชีีวิิตที่่�เป็็นศััตรููตามธรรมชาติิของลููกน้ำ��ำ ยุุงลายมาควบคุุม บางชนิิดเป็็นตััวห้ำ��ำ
(predator) และบางชนิดิ เป็น็ ตััวเบีียน (parasite) ได้้แก่่

• ลููกน้ำ�ำ�ยุุงยัักษ์์ (Toxorhynchites spp.) มีีศักั ยภาพในการกิินลููกน้ำ��ำ ยุุงลายดีีมาก อย่่างไรก็็ตาม

การควบคุุมยุุงลายในเขตเมืืองโดยการใช้้ยุุงยัักษ์์ยัังมีีข้้อจำ�ำ กััด เนื่่�องจากตััวยุุงยัักษ์์ไม่่สามารถแพร่่พัันธุ์�
ในเขตเมืืองได้เ้ พราะขาดแหล่่งอาหาร จึึงเหมาะสมกับั ใช้ใ้ นพื้้น� ที่ล�่ ัักษณะเป็็นสวน

• ปลากินิ ลููกน้ำำ�� (larvivorous fish) ในประเทศไทยมีีปลาหลายชนิดิ ที่ก่� ินิ ลููกน้ำ��ำ ยุงุ เป็น็ อาหาร เช่่น

ปลาหางนกยููง (Poecilia spp.) ปลาแกมบููเซีีย (Gambusia spp.) และปลากัดั (Betta spp.) เป็น็ ต้น้ สามารถ
ใส่่ลงในอ่่างซีีเมนต์์ในห้้องน้ำ�ำ� ทั้้�งอ่่างอาบน้ำ�ำ�และอ่่างราดส้้วม ใส่่ในโอ่่งน้ำำ��ที่�่ใช้้เพื่่�อการซัักล้้าง โดยใส่่ 2 ตััว
ต่่อภาชนะ อาจจะเลืือกใส่่เฉพาะปลาเพศผู้้�ในแหล่่งน้ำำ�� ใช้้เพื่่�อไม่่ให้้ปลาเพิ่่�มจำ�ำ นวน และการใส่่ปลาพบว่่า
ไม่่ทำ�ำ ให้้น้ำ�ำ� สกปรกหรืือมีีกลิ่น� คาว ในบางท้้องถิ่�นอาจใช้ป้ ลากััด ปลาสอด ปลาหััวตะกั่ว� ปลารัักเร่่ ปลากระดี่�่
ปลาสลิดิ หรือื ปลาตะเพีียนก็็ได้้

• ไรน้ำำ��จืดื (copepods) เป็น็ สัตั ว์น์ ้ำ��ำ ที่ม่� ีีขนาดเล็ก็ มักั พบอาศัยั อยู่ต�่ ามแหล่่งน้ำำ��ไหล คูู คลองต่่างๆ

มีีขนาดใกล้เ้ คีียงกับั ไรแดง (water flea) ที่ใ่� ช้เ้ ลี้ย� งลููกปลา แต่่มีีความแตกต่่างกันั คือื ไรน้ำ�ำ� จืดื จะมีีลำ�ำ ตัวั ใส ขาว
จนถึงึ สีีเหลือื ง ไม่่อยู่ร่� วมกันั เป็น็ กลุ่ม� แต่่ไรแดงจะมีีลำำ�ตัวั สีีแดงเรื่อ� ๆ มักั อาศัยั อยู่ร่� วมกันั เป็น็ กลุ่ม� ทำำ�ให้ม้ องเห็น็
ไรแดงมีีสีีแดงเข้ม้ ไรน้ำำ��จืดื ที่�่นำำ�มาใช้ค้ วบคุมุ ลููกน้ำ��ำ ยุงุ ลายอยู่�ใ่ นสกุุล Mesocyclop ไรน้ำำ��จืดื 1 ตััวสามารถกินิ
หรือื ฆ่า่ ลููกน้ำ�ำ�ยุงุ ลายระยะที่�่ 1-2 ได้้ 15-20 ตััวต่่อวันั (8)

• ตััวอ่่อนแมลงปอ เป็น็ ตัวั ห้ำ�ำ� (predator) กัดั กิินลููกน้ำ�ำ� ยุงุ และสิ่ง� มีีชีีวิติ ขนาดเล็็กอื่น� ๆ ที่�อ่ ยู่�ใ่ นน้ำ�ำ�

เป็น็ อาหาร เป็็นศััตรููธรรมชาติิพบตามแหล่่งน้ำ��ำ ธรรมชาติิ เช่่น ห้้วย หนอง คลอง บึงึ

• มวนวน มวนกรรเชีียง ที่อ�่ าศัยั อยู่ใ�่ นน้ำ��ำ เป็น็ ศัตั รููทางธรรมชาติขิ องลููกน้ำ��ำ ยุงุ จะฆ่า่ ลููกน้ำ��ำ โดยการใช้้

ปากแทงและดููดกินิ ของเหลวในตัวั ลููกน้ำ��ำ มักั พบว่่ายน้ำ��ำ ดำ�ำ น้ำ��ำ อยู่ต�่ ามแหล่่งน้ำ��ำ ธรรมชาติติ ่่างๆ และตามอ่่างบัวั
โอ่่ง บ่่อซีีเมนต์์เก็บ็ น้ำ�ำ� ที่่�อยู่�่นอกบ้า้ น สามารถพบแมลงเหล่่านี้้ไ� ด้ท้ ั้้�งในเขตชนบทและเขตเมือื ง
3. การควบคุมุ โดยการใช้ส้ ารเคมีี (Chemical control)
3.1 การควบคุุมระยะลููกน้ำ��ำ
3.1.1 สารกำ�ำ จััดลููกน้ำ��ำ (Larvicide)

• สารควบคุุมการเจริญิ เติิบโตของแมลง (IGR; Insect growth regulator) แบ่่งเป็น็

2 กลุ่�ม ดัังนี้้�

9

1) Juvenile hormone mimic เป็็นสารเคมีีสัังเคราะห์์เลีียนแบบ juvenile
hormone ทำ�ำ ให้้ลููกน้ำ�ำ� ไม่่สามารถเจริิญเป็็นตััวเต็็มวััยได้้ ลููกน้ำ�ำ� จะเจริิญเติิบโตผิิดปกติิและตายในที่่�สุุด เช่่น
Methoprene, Pyriproxyfen เป็น็ ต้้น
2) Chitin Synthesis inhibitors เป็็นสารยัับยั้�งการสร้้างผนัังลำำ�ตััวแมลง
(สารไคติิน) ทำ�ำ ให้้ลููกน้ำำ�� เมื่�อลอกคราบเก่่าทิ้้�งไม่่สามารถสร้้างผนัังลำำ�ตััวใหม่่ขึ้้�นมาได้้ เช่่น Diflubenzuron
เป็็นต้้น

• ทรายเคลืือบสารเทมีีฟอส 1% GR (Temephos 1% GR) ใช้้ในปริิมาณ 1 ppm

(ทรายเคลืือบเทมีีฟอส 1 กรััมต่่อน้ำำ�� 10 ลิิตร) สามารถควบคุุมได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพเป็็นเวลา 8 ถึึง 12
สััปดาห์(์ 17) ในแหล่่งน้ำำ��ขังั ใสไม่่มีีตะกอนหรือื ตะกอนแขวนลอย (น้ำ�ำ� ขุ่่น� )
3.1.2 แบคทีีเรีียกำำ�จััดลููกน้ำำ�� (Biopesticide)
เป็็นแบคทีีเรีีย Bacillus thuringiensis subsp. israelensis (Bti), serotype H-14
(B.t. H-14) มีีความเป็น็ พิษิ ต่่อสัตั ว์เ์ ลี้ย� งลููกด้ว้ ยนมต่ำ��ำ มาก เหมาะสมกับั ใช้ก้ ำ�ำ จัดั ลููกน้ำ��ำ ยุงุ ลายบ้า้ นและยุงุ ลายสวน
Bti ที่�่มีีจำ�ำ หน่่ายในท้้องตลาดมีีหลายสููตรให้้เลืือกใช้้ เช่่น สููตรแบบผง แบบอััดเม็็ด แบบเป็็นก้้อนลอยน้ำำ��
เป็น็ ต้น้ (8) แต่่ละสููตรจะมีีอัตั ราการใช้ใ้ นการควบคุุมลููกน้ำ��ำ ที่แ�่ ตกต่่างกันั
3.1.3 สารเคมีีที่�่ใช้้ในครััวเรือื น
สำ�ำ หรับั ภาชนะในครัวั เรือื นอื่น� ๆ ที่ต่� ้อ้ งใส่่น้ำ��ำ เช่่น ถ้ว้ ยรองขาตู้้�กับั ข้า้ ว จานรองกระถาง
ไม้ป้ ระดับั ถาดรองน้ำ�ำ� ตู้้�เย็น็ สำำ�หรับั การละลายน้ำำ��แข็ง็ สามารถใช้้สารเคมีีที่ม่� ีีอยู่่�ในครััวเรืือนเพื่่�อฆ่า่ ลููกน้ำ�ำ� และ
ปรับั สภาพน้ำ��ำ ไม่่ให้เ้ หมาะสมที่ย�่ ุงุ จะใช้ว้ างไข่่ได้้ เช่่น ใส่่เกลือื แกง 2 ช้อ้ นชา/ถ้ว้ ยรองขาตู้้�กับข้า้ ว หรือื น้ำ��ำ ส้ม้ สายชูู
5% ปริมิ าณ 1 ช้้อนชาครึ่่ง� /ถ้้วยรองขาตู้้�กัับข้า้ ว หรืือผงซัักฟอก ครึ่่�งช้อ้ นชา/ถ้ว้ ยรองขาตู้้�กับั ข้้าว เป็็นต้น้ (8)
3.2 การควบคุมุ ระยะตััวเต็็มวััย
3.2.1 การพ่่นสารเคมีีแบบฟุ้�งกระจาย (Space spray treatment)(18)

• การพ่่นหมอกควันั (Thermal fogging) การพ่่นแบบนี้้จ� ะได้ผ้ ลดีีควรพ่่นในบ้า้ นหรือื

พ่่นในพื้้น� ที่ป�่ ิดิ อบ และหลังั จากพ่่นสารเคมีีภายในบ้า้ นเสร็จ็ สิ้้น� ทำ�ำ การปิดิ อบสารเคมีี ในบ้้านไว้้นาน 30 นาทีี
แต่่จะได้้ผลน้้อย หากพ่่นภายนอกอาคารบ้า้ นเรือื นหรืือพื้้�นที่�่โล่่ง เนื่่�องจากละอองสารเคมีีจะลอยฟุ้้�งกระจาย
ไปในอากาศ

• การพ่่นฝอยละเอีียด (Ultra Low Volume (ULV) spraying) การพ่่นแบบนี้้ส� ามารถ

พ่่นได้ท้ั้้ง� ในบ้า้ นและนอกบ้า้ น สารเคมีีที่ใ่� ช้พ้ ่่นโดยทั่่ว� ไปจะมีีความเข้ม้ ข้น้ สููงกว่่าการพ่่นหมอกควันั จึงึ ใช้ป้ ริมิ าตร
สารเคมีีที่�่ผสมแล้้วพ่่นน้อ้ ยกว่่าการพ่่นหมอกควัันในขนาดพื้้�นที่�พ่ ่่นเท่่ากันั
3.2.2 การพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์์ต� กค้้าง (Indoor Residual Spraying, IRS)(19)
การพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์์ต� กค้า้ งเป็น็ การพ่่นบนพื้้น� ผิวิ ผนังั อาคารบ้า้ นเรือื น หรือื บริเิ วณ
ที่ค่� าดว่่ายุงุ พาหะจะมาเกาะพักั หลังั จากยุงุ ลายบ้า้ นกินิ เลือื ดคนในบ้า้ น ยุงุ บางตัวั จะไปเกาะพักั บนพื้้น� ผิวิ ผนังั
การพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์์ต� กค้า้ งจะสามารถฆ่า่ ยุงุ ที่ม่� าเกาะพักั บนพื้้น� ผิวิ ที่พ่� ่่นสารเคมีีได้้ นอกจากนั้้น� สารเคมีีที่่�
ใช้พ้ ่่นในกลุ่ม� ไพรีีทรอยด์ย์ ังั มีีฤทธิ์์ใ� นการขับั ไล่่และป้อ้ งกันั ไม่่ให้ย้ ุงุ ตัวั เต็ม็ วัยั จากนอกบ้า้ นบินิ เข้า้ มาหากินิ ภายใน

10 คมู่ อื  สารเคมแี ละเครือ่ งพน่ สารเคมีเพื่อควบคุมยุงพาหะนำ�โรค

บ้้านมากเกิินไป ทั้้�งนี้้�ฤทธิ์์�ในการไล่่ยุุงจะมากหรืือน้้อยขึ้้�นอยู่�่กัับชนิิดสารไพรีีทรอยด์์ที่�่เลืือกใช้้ด้้วย สำ�ำ หรัับ
การพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์์ต� กค้้างควรพ่่นเฉพาะจุุดที่ย�่ ุุงลายมัักเข้า้ มาเกาะพักั ไม่่ควรพ่่นทั้้�งหมดของพื้้�นผิิวผนังั
(ยกเว้น้ พื้้น� ที่แ่� พร่่โรคไข้้มาลาเรีีย ที่่�จะต้อ้ งพ่่นให้ค้ รอบคลุุมทุกุ พื้้น� ผิวิ )

4. การควบคุมุ โดยวิิธีีทางพันั ธุุกรรม (Genetic control)(20)
การควบคุมุ โดยวิธิ ีีทางพันั ธุกุ รรมมีีหลักั สำำ�คัญั คือื ยุงุ จะต้อ้ งมีีการแลกเปลี่ย�่ นสารพันั ธุกุ รรมระหว่่าง
ยุงุ เพศผู้้�และยุงุ เพศเมีียโดยผ่า่ นการผสมพันั ธุ์์� วิธิ ีีควบคุมุ ทางพันั ธุกุ รรมที่�่นักั วิทิ ยาศาสตร์ศ์ ึกึ ษามีีหลายวิธิ ีี เช่่น
การทำำ�ให้โ้ ครโมโซมของยุงุ พาหะเปลี่ย่� นแปลงไปไม่่สามารถนำ�ำ เชื้อ� โรคได้้ หรือื ทำำ�ให้ย้ ุงุ ไม่่สามารถสืบื พันั ธุ์�หรือื
เพิ่่�มปริิมาณได้้ ในปััจจุุบัันวิิธีีที่�่กำำ�ลัังเป็็นที่่�สนใจและนิิยมคืือ “การทำ�ำ หมัันยุุงลาย” โดยการปล่่อยยุุงลาย
เพศผู้้�ที่ถ�ูู่กทำ�ำ ให้เ้ ป็น็ หมันั โดยการใช้ก้ ัมั มันั ตรังั สีีร่่วมกับั การใช้แ้ บคทีีเรีียโวลบาเกีีย (Wolbachia spp.) ไปผสมพันั ธุ์�
กับั ยุงุ ลายเพศเมีียในธรรมชาติิ (SIT+IIT; SIT=Sterile Insect Technique และ IIT=Incompatibility Insect
Technique)

การป้อ้ งกัันตนเอง
โรคที่ม�่ ีียุงุ เป็น็ พาหะนั้้น� สามารถป้อ้ งกันั ตนเองไม่่ให้ป้ ่ว่ ยได้โ้ ดยการป้อ้ งกันั ไม่่ให้ย้ ุงุ กัดั วิธิ ีีการที่ส�่ ามารถ
นำ�ำ มาใช้ไ้ ด้้มีีหลายวิิธีี ดังั นี้้�
1. การติิดมุ้้�งลวดที่่�ประตูู และหน้้าต่่างบ้า้ น
2. เสื้�อผ้้าที่�่สวมใส่่แล้้วควรเก็็บซัักทัันทีีหรืือนำ�ำ ไปผึ่่�งแดด/ผึ่�งลมภายนอกบ้้าน เพราะกลิ่�นเหงื่�อ
จะกระตุ้�นให้้ยุุงลายบินิ ตามเข้า้ มาหากินิ ในบ้า้ นมากขึ้น� แม้จ้ ะติดิ มุ้้�งลวดแล้้วก็็ตาม
3. หากนอนพักั ผ่่อนในเวลากลางวััน ควรนอนในห้้องที่ต่� ิดิ มุ้้�งลวดหรืือนอนกางมุ้�งตลอดเวลา
4. การนั่่ง� ทำำ�งาน หรืือนั่่�งเล่่นภายในบ้า้ น ควรอยู่�ใ่ นบริิเวณที่ม�่ ีีลมพัดั ผ่่านและมีีแสงสว่่างเพีียงพอ
5. เมื่ �อต้้องเข้้าไปในที่�่ที่�่มีียุุงมากควรสวมใส่่เสื้�อแขนยาว กางเกงขายาวสีีอ่่อนๆ เนื้้�อผ้้าหนาๆ
และไม่่รัดั รููป เพื่่�อลดหรืือป้อ้ งกัันยุงุ กัดั
6. การใช้ส้ ารไล่่ยุุงหรืือป้อ้ งกัันยุุง (Mosquito repellents) เป็็นสารที่�อ่ าจจะทำ�ำ มาจากสารเคมีีหรือื
สมุุนไพร โดยมีีฤทธิ์์�ในการป้้องกัันยุุงกััดหรืือลดการกััดของยุุงแต่่ไม่่สามารถฆ่่ายุุงได้้ สารไล่่ยุุงมีีผลิิตออกมา
หลายรููปแบบสามารถเลืือกใช้้ได้ต้ ามความเหมาะสม เช่่น ชนิดิ เป็็นขด ชนิิดแผ่น่ ชนิดิ น้ำำ�� ชนิดิ เจล ชนิดิ โลชั่น�
ชนิดิ สเปรย์์ เป็็นต้น้
6.1 ผลิติ ภัณั ฑ์ไ์ ล่่ยุงุ ชนิดิ ขด (mosquito coil) ชนิดิ แผ่น่ (mat) และชนิดิ น้ำ��ำ (liquid หรือื plug-in
vaporizing device) ต้อ้ งใช้ค้ วามร้อ้ นช่่วยในการระเหยสารออกฤทธิ์์ซ�ึ่ง� เป็น็ สารเคมีีกำ�ำ จัดั แมลงกลุ่ม� ไพรีีทรอยด์์
ดังั นั้้น� ผลิติ ภัณั ฑ์เ์ หล่่านี้้น� อกจากจะมีีฤทธิ์์ใ� นการฆ่า่ ยุงุ แล้ว้ ยังั มีีฤทธิ์์ใ� นการไล่่ยุงุ ไม่่ให้เ้ ข้า้ มาหากินิ ในบริเิ วณที่ใ�่ ช้้
ผลิิตภััณฑ์์เหล่่านี้้� จากการสำำ�รวจผลิิตภััณฑ์์ที่่�มีีจำ�ำ หน่่ายในร้้านค้้าในพื้้�นที่�่กรุุงเทพมหานคร พบสารออกฤทธิ์์�
หลักั ที่ใ�่ ช้้ ได้แ้ ก่่ Allethrin, d-Allethrin (ซึ่ง� อาจใช้ใ้ นชื่อ� อื่น� เช่่น pynamin forte), Esbiothrin, Bioallethrin,
S-Bioallethrin, Metofluthrin, Prallethrin และ Transfluthrin เป็น็ ต้น้ (8)

11

6.2 ผลิติ ภัณั ฑ์ไ์ ล่่ยุงุ ชนิดิ ของเหลวที่เ่� ป็น็ สเปรย์์ หรือื ทาบนผิวิ หนังั สารสำำ�คัญั ในการออกฤทธิ์์ไ� ล่่ยุงุ
มีีทั้้�งที่่�เป็็นสารเคมีีและสารสกััดจากสมุุนไพร สารสำำ�คััญที่�่มัักพบในผลิิตภััณฑ์์ที่�่จำำ�หน่่ายในท้้องตลาด และมีี
ประสิทิ ธิิภาพในการไล่่ยุุง ได้้แก่่
- DEET (ชื่อ� ทางเคมีี N, N-diethyl-meta-toluamide) เป็น็ สารสำำ�คัญั ที่น�่ ิยิ มใช้ใ้ นผลิติ ภัณั ฑ์์
ไล่่แมลง ซึ่่�งผลิติ ออกมาหลายรููปแบบ เช่่น โลชั่น� สเปรย์์ เป็็นต้น้ ผลิติ ภัณั ฑ์์บางชนิดิ ที่�ใ่ ช้้สำ�ำ หรับั ทาผิิวโดยตรง
อาจจะทำ�ำ ให้เ้ กิดิ การระคายเคือื งแก่่ผิวิ ได้ ้ จึงึ ควรใช้อ้ ย่่างระมัดั ระวังั โดยเฉพาะหากต้อ้ งใช้ก้ ับั เด็ก็ เล็ก็ ไม่่ควรใช้้
ในเด็ก็ อายุตุ ่ำ��ำ กว่่า 4 ปี ี สำ�ำ หรับั ความเข้ม้ ข้น้ ไม่่เกินิ 30% และไม่่ควรใช้ใ้ นเด็ก็ อายุตุ ่ำ��ำ กว่่า 6 ปี ี สำ�ำ หรับั ความเข้ม้ ข้น้
ไม่่เกินิ 50%(21)
- Icaridin หรืือ Picaridin (ชื่�อทางเคมีี 2-(2-hydroxyethyl)-1-piperridinecarboxylic
acid 1-methylpropyl ester) เป็น็ สารสำ�ำ คัญั ที่ใ�่ ช้ใ้ นผลิติ ภัณั ฑ์ไ์ ล่่แมลง โดยปริมิ าณที่ใ�่ ช้ใ้ นผลิติ ภัณั ฑ์ไ์ ล่่แมลง
คือื 5-20%(22) ไม่่ควรใช้ใ้ นเด็ก็ อายุตุ ่ำำ��กว่่า 2 ปี(ี 21) มีีข้อ้ ดีีคือื ไม่่มีีพิษิ ต่่อระบบประสาท กลิ่น� ไม่่แรงเหมือื น DEET
ไม่่ระคายเคืืองผิิวหนััง และออกฤทธิ์์�ได้้ยาวนาน ที่่�ความเข้้มข้้น 10% สามารถป้้องกัันยุุงกััดได้้นาน 5-10
ชั่ ว� โมง(23)
- Ethyl butylacetylamino propionate (IR3535) มีีฤทธิ์์ไ� ล่่ยุุง และแมลงอื่น� ๆ เช่่น มด
แมลงวััน เห็็บ หมััด ไม่่พบผลข้้างเคีียงที่�เ่ ป็็นอัันตรายรุุนแรงในมนุุษย์์ ปริิมาณที่�ใ่ ช้้ในผลิิตภััณฑ์์ไล่่แมลง คืือ
7.5-20.07%(22) ที่ค่� วามเข้ม้ ข้้น 20% จะสามารถป้้องกัันยุุงได้้นาน 8 ชั่่ว� โมง แต่่ความเข้้มข้้นที่่ต� ่ำ�ำ� กว่่า 10%
อาจมีีฤทธิ์์ป� ้อ้ งกันั ได้ไ้ ม่่ดีี(24) ไม่่ควรใช้ใ้ นเด็ก็ อายุตุ ่ำ��ำ กว่่า 4 ปี ี สำ�ำ หรับั ความเข้ม้ ข้น้ มากกว่่า 12.5% และไม่่ควรใช้้
ในเด็ก็ อายุตุ ่ำ�ำ�กว่่า 2 ปีี สำำ�หรับั ความเข้้มข้้นเท่่ากับั หรืือน้อ้ ยกว่่า 12.5%(21)
- Oil of Citronella หรืือน้ำำ��มัันตะไคร้้หอม เป็็นสารไล่่ยุุงและแมลงที่่�ใช้้มามากว่่า 50 ปีี
นอกจากจะใช้้ในผลิติ ภััณฑ์์ไล่่แมลงชนิิดของเหลวแล้้ว ยังั สามารถนำำ�ไปผลิิตเป็น็ ผลิิตภัณั ฑ์ใ์ นรููปแบบอื่น� เช่่น
ธููปหอม เทีียนหอมกันั ยุงุ เป็น็ ต้น้ โดยปริิมาณที่�่ใช้ใ้ นผลิติ ภััณฑ์ไ์ ล่่แมลง คืือ 6-20%(22)
- Oil of Lemon Eucalyptus ได้้จากใบและกิ่ง� ของต้้นยููคาลิปิ ตัสั ใช้้เป็น็ ผลิิตภัณั ฑ์์ไล่่แมลง
ในรููปแบบโลชั่�น และสเปรย์์ ซึ่่�งยัังไม่่พบผลข้้างเคีียงในมนุุษย์์ โดยปริิมาณที่่�ใช้้ในผลิิตภััณฑ์์ไล่่แมลง คืือ
30-40%(22) ที่ค�่ วามเข้ม้ ข้น้ 30% สามารถป้อ้ งกันั ยุงุ กัดั นาน 8 ชั่่ว� โมง(24) ไม่่ควรใช้ใ้ นเด็ก็ อายุตุ ่ำ��ำ กว่่า 3 ปี(ี21, 23, 25)
6.3 สารไล่่ยุงุ ชนิิดใช้้ชุบุ เสื้อ� ผ้า้ ทารองเท้้า ชุบุ มุ้�ง เช่่น permethrin 0.5%(23) เป็็นสารเคมีีกำำ�จััด
แมลงชนิดิ เดีียวที่อ�่ งค์ก์ ารอนามัยั โลกแนะนำำ�ให้ใ้ ช้ใ้ นการชุบุ เสื้อ� ผ้า้ ได้้ เนื่่อ� งจากเป็น็ สารเคมีีที่ค่� ่่อนข้า้ งปลอดภัยั
มีีฤทธิ์์ใ� นการไล่่ยุุงดีี อย่่างไรก็ด็ ีีการชุบุ วััสดุดุ ้้วยสารเคมีีจะต้้องดำ�ำ เนิินการโดยผู้้�ชำ�ำ นาญการ

12 คู่มอื  สารเคมแี ละเครื่องพน่ สารเคมีเพอ่ื ควบคมุ ยุงพาหะนำ�โรค

ยุุงก้น้ ปล่่อง

ยุุงก้้นปล่่อง (Anopheles spp.) เป็็นยุุงพาหะนำำ�โรคไข้้มาลาเรีียที่�่ส่่วนใหญ่่อาศััยในพื้้�นที่�่ที่�่ป่่าเขา
หรืือชายป่า่ ทั่่�วโลกพบยุุงก้น้ ปล่่องจำ�ำ นวน 480 ชนิิดที่ย่� อมรัับอย่่างเป็็นทางการ และมีีอีีกมากกว่่า 50 ชนิิด
ที่�ย่ ัังไม่่มีีชื่่อ� (26) ซึ่่ง� คาดว่่ามีียุงุ มากกว่่า 100 ชนิิด ที่�่สามารถแพร่่เชื้อ� มาลาเรีียมาสู่่�คนได้้ แต่่ที่�พ่ บเป็น็ ยุุงพาหะ
นำำ�โรคไข้ม้ าลาเรีียมาสู่ค่� นในพื้้น� ที่ท่� ี่แ่� พร่เ่ ชื้อ� แน่่นอนมีีประมาณ 30-40 ชนิดิ เท่่านั้้น� (27) ในประเทศไทยมีีรายงาน
พบยุงุ ก้น้ ปล่่อง จำำ�นวน 73 ชนิิด(2) แต่่ที่�่สามารถเป็็นพาหะนำำ�โรคได้ม้ ีีเพีียงไม่่กี่ช่� นิิด ซึ่่ง� ส่่วนใหญ่่เป็น็ ชนิิดที่ม�่ ีี
ความซัับซ้้อน (Species complex) และแต่่ละชนิิดจะมีีความสามารถในการแพร่่เชื้�อมาลาเรีียได้้ไม่่เท่่ากััน
ในประเทศไทยได้จ้ ัดั กลุ่ม� ยุงุ ก้น้ ปล่่องที่เ�่ ป็น็ พาหะนำำ�โรคออกเป็น็ 3 กลุ่ม� ตามความสามารถและบทบาทในการ
แพร่เ่ ชื้อ� มาลาเรีีย ได้้แก่่ ยุุงพาหะหลััก ยุงุ พาหะรอง และยุงุ พาหะสงสัยั ดังั นี้้�

1. ยุงุ พาหะหลักั (Primary Vector)
เป็็นยุุงก้้นปล่่องที่�่ตรวจพบเชื้�อมาลาเรีียระยะติิดต่่อ (sporozoite) จากต่่อมน้ำ�ำ�ลายของยุุง
ในธรรมชาติดิ ้ว้ ยกล้อ้ งจุลุ ทรรศน์ ์ มีีความพร้อ้ มต่่อการรับั เชื้อ� มาลาเรีียสููง (high receptivity) และพบกระจาย
ในหลายภููมิิภาคของประเทศไทย ยุุงในกลุ่ม� นี้้�มีี 3 ชนิดิ ได้แ้ ก่่(10, 28)

1.1 ยุุงก้้นปล่่องไดรััส คอมเพล็็กซ์์ ภาพที่�่ 1.4 ยุุงก้น้ ปล่่อง Anopheles dirus
(Anopheles dirus complex) เป็็นยุุงชนิิดซัับซ้อ้ น complex(29)
พบได้้ทุุกภาค ในพื้้�นที่่�ป่่า ป่่าเชิิงเขา สวนยางพารา
หรืือสวนผลไม้้ที่�่ติิดกัับป่่า ยุุงชนิิดนี้้�เพาะพัันธุ์์�ตาม
แอ่่งน้ำ��ำ ขังั ในป่า่ แอ่่งน้ำ��ำ ซึมึ น้ำ��ำ ซับั น้ำ��ำ ขังั ตามรอยเท้า้ สัตั ว์์
น้ำ��ำ ขังั ตามซอกหินิ และแอ่่งน้ำ��ำ ขังั ตามลำ�ำ ห้ว้ ยในฤดููแล้ง้
ที่�่มีีร่ม่ เงา (ภาพที่�่ 1.4)

1.2 ยุุงก้้นปล่่องมิินิิมััส คอมเพล็็กซ์์ ภาพที่�่ 1.5 ยุุงก้น้ ปล่่อง Anopheles minimus
(Anopheles minimus complex) เป็็นยุุงชนิิด complex(30)
ซัับซ้้อนเช่่นเดีียวกัับยุุงก้้นปล่่องชนิิดไดรััส พบได้้
ทั่่ว� ไปทุกุ ภาค ในพื้้น� ที่ป�่ ่า่ เชิงิ เขา ชายป่า่ สวนยางพารา
มีีแหล่่งเพาะพัันธุ์์�ตามลำำ�ห้้วย หรืือลำำ�ธารที่�่มีีน้ำำ�� ไหล
เอื่�อยๆ มีีวััชพืืช หรืือรากพืืชคลุุมตามริิมตลิ่่�ง และมีี
แสงแดดส่่องถึึง หรืือตามแอ่่งน้ำ�ำ�ซึึม น้ำ��ำ ซัับ และ
แอ่่งน้ำ��ำ ขังั ตามลำำ�น้ำำ��ในธรรมชาติิ (ภาพที่่� 1.5)

13

1.3 ยุุ ง ก้้ น ป ล่่ อ ง ก ลุ่่�ม แ ม ค คูู ล า ตัั ส ภาพที่่� 1.6 ยุงุ ก้น้ ปล่่อง Anopheles maculatus(31)
(Anopheles maculatus group) เป็็นยุุงที่�่พบได้้
ทั่่ว� ไปทุกุ ภาค ในพื้้น� ที่ป�่ ่า่ เชิงิ เขา ชายป่า่ สวนยางพารา
ยุุงในกลุ่�มนี้้�มีีแหล่่งเพาะพัันธุ์�ในลำ�ำ ธารน้ำ��ำ ไหล
ตามธรรมชาติิ แอ่่งหินิ น้ำ��ำ ซึมึ น้ำ��ำ ซับั และมักั พบอยู่ใ�่ น
แหล่่งเพาะพันั ธุ์�ร่่วมกับั ยุงุ ก้น้ ปล่่องมินิ ิมิ ัสั ชนิดิ ซับั ซ้อ้ น
(ภาพที่�่ 1.6)

2. ยุงุ พาหะรอง (Secondary Vector)
เป็น็ ยุงุ ก้น้ ปล่่องที่ต่� รวจพบเชื้อ� มาลาเรีียระยะติดิ ต่่อ (sporozoite) จากต่่อมน้ำ��ำ ลายยุงุ ในธรรมชาติิ
ด้ว้ ยกล้อ้ งจุลุ ทรรศน์ ์ มีีความพร้อ้ มต่่อการรับั เชื้อ� มาลาเรีียปานกลาง (moderate receptivity) มีีการกระจายตัวั
ในบางพื้้�นที่/่� ภููมิภิ าคของประเทศไทย ยุุงในกลุ่�มนี้้ม� ีี 2 ชนิดิ ได้แ้ ก่่

ภาพที่�่ 1.7 ยุงุ ก้น้ ปล่่องในกลุ่ม� Anopheles 2.1 ยุุ ง ก้้ น ป ล่่ อ ง ชนิิ ด อีีพิิ โร ติิคัั ส
sundaicus complex(32) (Anopheles epiroticus) เป็น็ ยุงุ ในกลุ่ม� Anopheles
sundaicus complex ชนิดิ เดีียวที่พ่� บในประเทศไทย
ชื่�อเดิิม คืือ Anopheles sundaicus พบตาม
ชายทะเล เกาะต่่างๆ วางไข่่ในน้ำ��ำ กร่่อยตามแอ่่งหิิน
ริมิ ทะเล ชอบกัดั คนและสัตั ว์์ ออกหากินิ ตั้ง� แต่่พลบค่ำำ��
ทั้้�งในบ้้านและนอกบ้้าน (ภาพที่่� 1.7)

ภาพที่่� 1.8 ยุงุ ก้น้ ปล่่อง Anopheles aconitus(31) 2.2 ยุุ ง ก้้ น ป ล่่ อ ง ชนิิ ด แ อ ค โ ค ไ นตัั ส
(Anopheles aconitus) พบได้ท้ั่่ว� ไปโดยเฉพาะพื้้น� ที่�่
ชายป่า่ เขา มีีแหล่่งเพาะพันั ธุ์�ในลำ�ำ ห้ว้ ย หนอง บึงึ ลำ�ำ ธาร
ที่�่มีีน้ำำ�� ใสไหลริินมีีหญ้้าหรืือวััชพืืชน้ำ��ำ ขึ้้�นตามชายน้ำ��ำ
ริิมแม่่น้ำ�ำ� แอ่่งหิินมีีน้ำ��ำ ขััง นอกจากนั้้�นยัังสามารถ
เพาะพันั ธุ์�ในแหล่่งน้ำ��ำ ขังั ตามนาข้้าว (ภาพที่�่ 1.8)

2.3 ยุุงก้้นปล่่องชนิิดซููโดวิิลโมไร (Anopheles pseudowillmori) พบได้้ในพื้้�นที่่�ป่่าเขา
และเชิงิ เขา เป็น็ ยุงุ ในกลุ่ม� Maculatus Group พบทางตะวันั ตกเฉีียงเหนือื ของประเทศไทยตามแนวชายแดน
ไทย-เมีียนมาร์์ ส่่วนใหญ่่พบเพาะพัันธุ์�ในนาข้้าว ริิมลำ�ำ ธาร และบ่่อน้ำ�ำ� (6) (ภาพที่�่ 1.9)

14 คมู่ ือ สารเคมแี ละเคร่อื งพ่นสารเคมีเพือ่ ควบคุมยุงพาหะน�ำ โรค

ภาพที่่� 1.9 ยุุงก้้นปล่่อง Anopheles pseudowillmori(3)

3. ยุุงพาหะสงสัยั (Suspected vector)
เป็น็ ยุงุ ที่ต่� รวจพบเชื้อ� มาลาเรีียระยะใดระยะหนึ่่ง� ในตัวั ยุงุ โดยวิธิ ีีใดวิธิ ีีหนึ่่ง� เช่่น โดยกล้อ้ งจุลุ ทรรศน์์
หรืือวิิธีีทางชีีวโมเลกุุล หรืือมีีรายงานการพบผู้้�ป่่วยที่่�มีีการติิดเชื้�อมาลาเรีียในพื้้�นที่�่ (Indigenous case)
โดยในพื้้น� ที่น�่ั้้น� ไม่่พบยุงุ พาหะหลักั และพาหะรอง แต่่พบยุงุ ชนิดิ นี้้ม� ีีความชุกุ ชุมุ สููง หรือื มีีการตรวจพบเชื้อ� มาลาเรีีย
ระยะไม่่แพร่่เชื้�อ (Oocyst) ในตััวยุุง หรืือมีีรายงานว่่าเป็็นยุุงพาหะนำ�ำ เชื้�อมาลาเรีียในประเทศเพื่่�อนบ้้าน
มีีความพร้้อมต่่อการรับั เชื้อ� ต่ำ��ำ (low receptivity) ขณะนี้้�พบยุงุ ก้้นปล่่องที่่ส� งสััยว่่าเป็็นพาหะ ได้้แก่่
3.1 ยุงุ ก้้นปล่่องกลุ่ม� บาบิริ อสตริิส (Anopheles barbirostris group)
3.2 ยุุงก้้นปล่่องฟิิลิิปปิินเนนซีีส (Anopheles philippinensis)
3.3 ยุงุ ก้้นปล่่องแคมเปสตริิส (Anopheles campestris)
3.4 ยุงุ ก้้นปล่่องคููลิซิ ิเิ ฟซีี (Anopheles culicifacies)

วงจรชีีวิติ ยุุงก้้นปล่่อง
การเจริิญเติิบโตของยุุงก้้นปล่่องแบ่่งเป็็น 4 ระยะ คืือ ระยะเป็็นไข่่ (egg) ระยะตััวอ่่อน (larva) ระยะ
ดักั แด้้ (pupa) และระยะตััวเต็็มวััย (adult) มีีวงจรชีีวิิตประมาณ 2 สััปดาห์์ ยุุงตัวั เมีียเมื่�ออายุไุ ด้้ 2-3 วันั
จะเริ่ม� ออกหากิินเลืือดคนหรืือสััตว์์ เพื่่�อนำ�ำ เอาโปรตีีนและแร่่ธาตุไุ ปใช้้สำำ�หรัับการเจริิญเติบิ โตของรังั ไข่่ เมื่อ� ไข่่
เจริญิ เต็ม็ ที่�่ ยุงุ ตัวั เมีียจะหาแหล่่งน้ำ��ำ ที่เ�่ หมาะสมในการวางไข่่ หลังั จากวางไข่่ยุงุ ตัวั เมีียสามารถออกหากินิ เลือื ด
ใหม่่และวางไข่่ได้้อีีก ส่่วนยุงุ ตัวั ผู้้�จะดููดน้ำ�ำ�หวานเพื่่อ� ดำ�ำ รงชีีวิติ (10) (ภาพที่่� 1.10)

15

2-3 วันั Larva 8-10 วััน
Egg Pupa

2-3 วันั Adult 2-3 วััน

ภาพที่่� 1.10 วงจรชีีวิิตยุุงก้น้ ปล่่อง(29, 33-34)
1. ระยะไข่่ (egg)
ยุุงก้้นปล่่องจะวางไข่่เป็็นฟองเดี่�่ยวๆ ลอยบนผิิวน้ำ�ำ� ไข่่มีีลัักษณะยาวรีีประมาณ 0.5 มิิลลิิเมตร
รููปร่า่ งคล้า้ ยเรือื ซึ่่ง� จะมีีทุ่่น� ลอยเรีียกว่่า float เป็น็ ส่่วนที่ท�่ ำ�ำ ให้ไ้ ข่่ลอยน้ำ��ำ ยุงุ ก้น้ ปล่่องจะวางไข่่ได้ใ้ นน้ำ��ำ หลายลักั ษณะ
ทั้้ง� ในน้ำ��ำ จืดื และน้ำ��ำ กร่อ่ ยขึ้้น� อยู่ก�่ ับั ชนิดิ ของยุงุ ไข่่จะมีีประจุไุ ฟฟ้า้ สังั เกตเห็น็ ได้จ้ ากไข่่เกาะติดิ กันั เป็น็ รููปร่า่ งต่่างๆ
ไข่่ของยุุงก้้นปล่่องจะฟัักในน้ำ��ำ เสมอ ระยะเวลาตั้�งแต่่ไข่่จนฟัักออกเป็็นลููกน้ำ�ำ� จะแตกต่่างกัันขึ้�นอยู่่�กัับชนิิด
ของยุงุ และสภาพแวดล้อ้ ม โดยทั่่ว� ไปใช้เ้ วลาเฉลี่ย่� ประมาณ 2-3 วันั แต่่ในช่่วงฤดููหนาวอาจจะใช้ร้ ะยะเวลานาน
กว่่านี้้� ยุงุ ก้้นปล่่องจะวางไข่่ครั้้ง� ละประมาณ 50-150 ฟอง
2. ระยะลูกู น้ำ�ำ� (larva)
ระยะนี้้จ� ะมีีการลอกคราบ 4 ครั้้ง� ลำำ�ตััวของลููกน้ำ�ำ� ประกอบด้้วย 3 ส่่วน คือื ส่่วนหััว ส่่วนอก และ
ส่่วนท้้อง บริเิ วณส่่วนท้้องปล้อ้ งที่�่ 8 และ 9 จะมีีรููเปิิดหายใจ เรีียกว่่า spiracular opening มีีจำำ�นวน 2 รูู
ส่่วนยุุงชนิิดอื่่�น เช่่น ยุุงยัักษ์์ ยุุงรำ�ำ คาญ และยุุงลาย ปล้้องท้้องปล้้องสุุดท้้ายจะกลายเป็็นท่่อหายใจเรีียกว่่า
ไซฟอน (siphon) ลููกน้ำำ��ยุุงก้้นปล่่องจะกิินอาหารระดัับผิิวน้ำ��ำ โดยวางลำ�ำ ตััวขนานกัับผิิวน้ำ��ำ บริิเวณด้้านบน
ลำ�ำ ตัวั ลููกน้ำ�ำ� จะมีีแผงขนลักั ษณะคล้า้ ยพัดั เรีียกว่่า ปัลั เมท (palmate) หรือื float hairs ช่่วยสำ�ำ หรับั การลอยตัวั
ขนานกัับผิิวน้ำำ�� ระยะเวลาเฉลี่�่ยตั้้�งแต่่ฟัักออกจากไข่่จนกลายเป็็นระยะลููกน้ำ�ำ� ระยะที่�่ 4 ใช้้เวลาประมาณ
8-10 วันั อาจมากหรืือน้้อยขึ้้น� อยู่ก่� ับั อุุณหภููมิิและชนิิดของยุุงก้้นปล่่อง

16 คู่มอื  สารเคมแี ละเคร่อื งพ่นสารเคมเี พื่อควบคมุ ยุงพาหะน�ำ โรค

3. ระยะตัวั โม่่ง (pupa)
เมื่อ� ลููกน้ำำ��ลอกคราบครั้้ง� สุดุ ท้า้ ยจะเข้า้ สู่ร่� ะยะตัวั โม่่ง มีีรููปร่า่ งคล้า้ ยเลขหนึ่่ง� ไทย มีีท่่อหายใจรููปร่า่ ง
คล้้ายแตร (trumpet) ในระยะนี้้�จะไม่่กิินอาหาร จะลอยตัวั นิ่่ง� ที่่�ผิวิ น้ำ��ำ เพื่่�อหายใจเพีียงอย่่างเดีียว ระยะนี้้ใ� ช้้
เวลาประมาณ 2-3 วันั ก็็จะลอกคราบกลายเป็็นตััวเต็็มวััย
4. ระยะตััวเต็็มวัยั (adult)
ยุงุ ระยะตัวั เต็ม็ วัยั ประกอบด้ว้ ย 3 ส่่วน คือื ส่่วนหัวั ส่่วนอก และส่่วนท้อ้ ง ลักั ษณะการเกาะพักั ของ
ยุุงก้้นปล่่องตััวเต็็มวััยจะแตกต่่างกัับยุุงชนิิดอื่่�นคืือ จะเกาะพัักทำ�ำ มุุมประมาณ 45 องศากัับพื้้�นผิิวที่�่เกาะ
ระยะเวลาตั้ง� แต่่ไข่่จนถึงึ ตัวั เต็ม็ วัยั ใช้เ้ วลาประมาณ 2 สัปั ดาห์์ ในฤดููร้อ้ น และในฤดููหนาวใช้เ้ วลาถึงึ 4 สัปั ดาห์์

ชีวี นิิสัยั ของยุุงก้น้ ปล่่อง

1. การกััดกิินเลืือด (host preference) ยุุงก้้นปล่่องมีีความชอบในชนิิดของเลืือดแตกต่่างกัันไป
บางชนิดิ ชอบกินิ เลือื ดสัตั ว์์ บางชนิดิ ชอบกินิ เลือื ดคน ยุงุ ที่เ�่ ป็น็ พาหะจะมีีนิสิ ัยั ชอบกินิ เลือื ดคน มีีความสามารถ
ในการแพร่เ่ ชื้อ� มาลาเรีียสู่่�คนได้้สููง เช่่น ยุงุ ก้น้ ปล่่องชนิิดไดรััส ซึ่่�งพบมากในป่่าเขา เป็็นต้้น และช่่วงระยะเวลา
การออกหากินิ ของยุงุ ก้น้ ปล่่องขึ้น� อยู่ก่� ับั ชนิดิ ของยุงุ และฤดููกาล ส่่วนมากจะออกหากินิ ครึ่่ง� คืนื แรกและในเวลา
ใกล้ร้ ุ่ ง�
2. ความถี่ข�่ องการเข้า้ กััดคน (frequency of man biting) โดยทั่่ว� ไปยุงุ จะเข้า้ กััดคนทุกุ 2-4 วััน ทั้้ง� นี้้�
ขึ้น� อยู่ก�่ ับั ฤดููกาลเป็น็ สำ�ำ คัญั เมื่อ� อุณุ หภููมิเิ ฉลี่ย�่ ลดต่ำ��ำ ลงระยะเวลาที่ใ�่ ช้ส้ ำ�ำ หรับั การเจริญิ เติบิ โตของไข่่ยาวนานขึ้น�
การเข้้ากัดั คนก็็จะช้้าลงกว่่าปกติิ ทำ�ำ ให้้โอกาสของการแพร่่เชื้อ� ลดน้อ้ ยลงด้ว้ ย แต่่เมื่อ� อุุณหภููมิสิ ููงขึ้น� ยุงุ พาหะ
จะเข้้ากัดั คนบ่่อยมากขึ้�น การแพร่่เชื้อ� ก็็จะเพิ่่�มขึ้�นด้้วย
3. การเกาะพััก (resting) ช่่วงเวลาพัักของยุุงก้้นปล่่องเริ่�มตั้�งแต่่รุ่่�งเช้้าถึึงก่่อนเวลาพลบค่ำ��ำ เล็็กน้้อย
ยกเว้้นยุุงบางชนิิดที่่�อาศััยอยู่�่ในป่่าจะกััดกิินเลืือดเหยื่�อในเวลากลางวัันด้้วย เช่่น ยุุงก้้นปล่่องชนิิดอััมโบรซััส
(Anopheles umbrosus) บริเิ วณที่เ�่ กาะพักั ของยุงุ ก้น้ ปล่่องจะแตกต่่างกันั ขึ้น� อยู่ก�่ ับั ชนิดิ ของยุงุ เช่่น ซอกหินิ
นอกบ้้าน คอกสัตั ว์์ ริิมฝั่�งน้ำ�ำ� โพรงต้้นไม้้ กอหญ้้า พุ่่ม� ไม้้ กล่่องกระดาษหรือื บริิเวณที่่�มีีความชื้�น เป็็นต้้น
4. การวางไข่่ (oviposition) ยุุงก้น้ ปล่่องจะวางไข่่บนผิิวน้ำ��ำ ในตอนกลางคืนื ซึ่่ง� จะเกิิดได้ต้ ลอดทั้้�งคืืน
ส่่วนใหญ่่จะเป็็นช่่วงครึ่่ง� คืืนแรก แต่่ทั้้�งนี้้ช� ่่วงระยะเวลาการวางไข่่จะแตกต่่างกันั ไปขึ้้น� อยู่�่กับั ชนิิดของยุงุ
5. อายุขุ ัยั ของยุงุ ก้น้ ปล่่อง (longevity) โดยทั่่ว� ไปยุงุ เพศเมีียจะมีีอายุขุ ัยั ประมาณ 4-6 สัปั ดาห์ ์ ขึ้้น� อยู่่�
กัับอุุณหภููมิิเป็็นตััวกำำ�หนด ยุุงพาหะที่่�มีีอายุุยืืนยาวโอกาสที่่�จะแพร่่เชื้�อไข้้มาลาเรีียจะสููงกว่่ายุุงที่่�มีีอายุุสั้�น
โดยเฉพาะอย่่างยิ่ง� หลังั จากพบสปอโรซอยต์ใ์ นต่่อมน้ำ��ำ ลายแล้ว้ เพราะทุกุ ครั้้ง� ที่ย่� ุงุ เข้า้ กัดั กินิ เลือื ดคน ยุงุ สามารถ
ปล่่อยเชื้อ� มาลาเรีียเข้้าสู่�่คนได้้ทุกุ ครั้้�งตลอดอายุุขััย
6. การบินิ และการกระจายตััว (flight and dispersal) ยุุงก้้นปล่่องสามารถบินิ ได้ต้ ลอดทั้้ง� คืืนตั้�งแต่่
ก่่อนมืืดและหลัังจากรุ่�งเช้้าเล็็กน้้อย ยุุงพาหะแต่่ละชนิิดมีีระยะการบิินแตกต่่างกััน ทั้้�งนี้้�มีีองค์์ประกอบอื่�น
ที่่�เกี่ย�่ วข้อ้ ง เช่่น ทิศิ ทางลม สภาพท้อ้ งที่่� สิ่่ง� กีีดขวาง ภูเู ขา ต้้นไม้ ้ ระยะใกล้้ไกลจากแหล่่งเพาะพันั ธุ์� และแหล่่ง
ที่�่อยู่�ข่ องเหยื่�อ เป็น็ ต้้น โดยทั่่�วไปยุงุ ก้้นปล่่องมีีระยะบิินมากกว่่า 1 กิิโลเมตร(10)

17

ความสำำ�คัญั ทางการแพทย์์

ยุงุ ก้น้ ปล่่องเป็น็ พาหะนำำ�โรคไข้ม้ าลาเรีียในประเทศไทย ซึ่่ง� เป็น็ โรคติดิ ต่่อที่เ่� กิดิ จากเชื้อ� โปรโตซัวั ในกลุ่ม�
พลาสโมเดีียม (Plasmodium spp.) เชื้�อมาลาเรีียที่่�พบในคนและพบในประเทศไทยมีี 5 ชนิิด ได้้แก่่
พลาสโมเดีียมฟัลั ซิปิ ารัมั (Plasmodium falciparum - Pf) พลาสโมเดีียมไวแวกซ์์ (Plasmodium vivax - Pv)
พลาสโมเดีียมมาลาริิอีี (Plasmodium malariae - Pm) พลาสโมเดีียมโอวาเล่่ (Plasmodium ovale - Po)
และพลาสโมเดีียมโนวไซ (Plasmodium knowlesi - Pk) ติิดต่่อกัันได้โ้ ดยถููกยุงุ ก้้นปล่่องตัวั เมีียที่�่มีีเชื้�อกััด
เริ่ม� จากยุงุ ก้น้ ปล่่องตัวั เมีียกัดั และดููดเลือื ดผู้้�ป่ว่ ยที่เ่� ป็น็ ไข้ม้ าลาเรีีย หลังั จากนั้้น� เชื้อ� มาลาเรีียจะเข้า้ ไปในกระเพาะ
อาหารของยุงุ และผสมพันั ธุ์�กันได้ต้ ัวั อ่่อน ตัวั อ่่อนจะแบ่่งตัวั เพิ่่ม� จำ�ำ นวนเป็น็ เซลล์ท์ ี่ม�่ ีีรููปร่า่ งคล้า้ ยเข็ม็ (sporozoite)
เคลื่่อ� นที่เ�่ ข้า้ สู่ต่� ่่อมน้ำำ�� ลายของยุงุ รอการถ่่ายทอดจากยุงุ ไปสู่ค่� น ระยะเวลาการเจริญิ เติบิ โตของเชื้อ� ในยุงุ ใช้เ้ วลา
เฉลี่ย�่ 6-15 วันั เมื่อ� ยุงุ ที่ม�่ ีีเชื้อ� มาลาเรีียกัดั คนก็จ็ ะปล่่อยเชื้อ� เข้า้ สู่ค�่ น ทำ�ำ ให้ค้ นที่ถ�ูู่กยุงุ กัดั เป็น็ ไข้ม้ าลาเรีีย ระยะฟักั ตัวั
ของเชื้�อมาลาเรีียในคนตั้�งแต่่ถููกยุุงกััดจนเริ่�มมีีอาการโดยทั่่�วไปประมาณ 10-14 วััน แต่่ทั้้�งนี้้�ระยะฟัักตััวของ
เชื้�อมาลาเรีียจะแตกต่่างกันั ไปขึ้้น� อยู่�่กัับชนิดิ ของเชื้�อ(28)

การป้้องกััน ควบคุมุ ยุงุ ก้้นปล่่องพาหะนำ�ำ โรคไข้้มาลาเรีีย

การควบคุุมยุุงพาหะส่่วนใหญ่่เป็็นการดำ�ำ เนิินการกัับยุุงตััวเต็็มวััยเป็็นหลััก เนื่่�องจากแหล่่งเพาะพัันธุ์�
ของยุุง มีีการกระจายในพื้้�นที่ก่� ว้้างและอยู่�่ในป่า่ ลึกึ ทำ�ำ ให้ย้ ากต่่อการควบคุมุ โดยมีีจุดุ มุ่่�งหมาย คืือ ลดความ
หนาแน่่นของยุงุ ลดอายุุขัยั และลดการสััมผััสระหว่่างคนกัับยุุงพาหะ การดำำ�เนินิ การมีีทั้้ง� มาตรการหลักั และ
มาตรการเสริิมในการควบคุุมยุงุ พาหะนำ�ำ โรค ดัังนี้้(� 28)
1. มาตรการหลัักที่�่ใช้ใ้ นการควบคุมุ ยุงุ พาหะนำำ�โรคในประเทศไทยมีี 3 วิิธีีการ ได้แ้ ก่่
1) การใช้้มุ้�งชุุบสารเคมีี (Insecticide-treated nets: ITNs) ให้้เลืือกใช้้วิิธีีการนี้้�เป็็นอัันดัับแรก
ซึ่�งเป็็นการชุุบมุ้�งด้้วยสารเคมีี เพื่่�อมุ่ง� หวัังควบคุมุ ยุุงตัวั เต็็มวััยที่�ม่ าสัมั ผััสกัับมุ้�งที่่�ชุุบสารเคมีี หรือื ป้อ้ งกันั ไม่่ให้้
ยุงุ สัมั ผัสั กับั คน ในการชุบุ มุ้�งด้ว้ ยสารเคมีีจะต้อ้ งชุบุ ตามอัตั ราการใช้ส้ ารเคมีีที่ก�่ ำ�ำ หนด และจำำ�เป็น็ จะต้อ้ งทราบ
ชนิิดสารเคมีี ขนาดของมุ้�ง และลัักษณะของเส้้นใย เนื่่�องจากมุ้�งแต่่ละหลัังมีีอััตราการชุุบที่่�แตกต่่างกััน
โดยทั่่�วไปมุ้้�งที่ช�่ ุุบด้้วยสารเคมีีจะมีีฤทธิ์์ค� งทนอยู่ไ่� ด้้นาน 6 เดืือน - 1 ปี ี ขึ้้น� กัับชนิิดและรููปแบบของสารเคมีี
2) การใช้้มุ้�งชุุบสารเคมีีชนิิดออกฤทธิ์์�ยาวนาน (Long-lasting insecticidal nets: LLINs)
เลือื กใช้ว้ ิธิ ีีการนี้้ใ� นกรณีีที่ไ�่ ม่่สามารถใช้ว้ ิธิ ีีการแรก เป็น็ มาตรการที่ใ่� ช้ส้ ำำ�หรับั พื้้น� ที่ห่� รือื สถานการณ์ท์ ี่ม�่ ีีข้อ้ จำำ�กัดั
ในการปฏิบิ ัตั ิงิ านควบคุมุ ยุงุ พาหะนำ�ำ โรคไข้ม้ าลาเรีียโดยวิธิ ีีการใช้มุ้้�งชุบุ สารเคมีี (ITNs) เช่่น พื้้น� ที่ม่� ีีปัญั หาความ
ไม่่สงบ พื้้น� ที่่�เข้า้ ทำ�ำ งานยากลำำ�บาก มุ้้�งชุุบสารเคมีีชนิดิ ออกฤทธิ์์�ยาวนาน เป็็นมุ้�งชุบุ สารเคมีีสำำ�เร็็จจากโรงงาน
มีีคุณุ สมบัตั ิใิ นการป้อ้ งกันั ได้น้ านกว่่ามุ้�งชุบุ สารเคมีี เนื่อ� งจากมีีฤทธิ์์ต� กค้า้ งของสารเคมีีไม่่น้อ้ ยกว่่า 3 ปีี โดยสารเคมีี
ยัังคงรัักษาระดับั ความเข้ม้ ข้้นมีีฤทธิ์์�ตกค้้างในระดับั ที่�ฆ่ ่า่ ยุงุ ได้อ้ ย่่างมีีประสิิทธิิภาพ
3) การพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์์�ตกค้้าง (Indoor residual spraying: IRS) ใช้้วิิธีีการนี้้�เมื่�อไม่่สามารถ
ใช้้วิิธีีการทั้้�งสองวิิธีีดัังกล่่าวได้้ เป็็นการพ่่นสารเคมีีให้้มีีฤทธิ์์�ตกค้้างบนพื้้�นผิิวอาคารบ้้านเรืือน หรืือกระท่่อม
ที่�่พัักอาศััย โดยใช้้เครื่่�องพ่่นชนิิดอััดลมสำ�ำ หรัับใช้้ในงานสาธารณสุุข โดยทั่่�วไปสารเคมีีจะมีีฤทธิ์์�ตกค้้างอยู่่�ได้้
ประมาณ 3-6 เดือื น

18 คู่มอื  สารเคมีและเคร่อื งพ่นสารเคมีเพือ่ ควบคมุ ยุงพาหะนำ�โรค

2. มาตรการเสริิมสำำ�หรัับการควบคุุมยุงุ พาหะนำ�ำ โรคไข้ม้ าลาเรีียในประเทศไทย 19
มาตรการเสริมิ ที่แ่� นะนำำ�ในการควบคุุมยุงุ พาหะนำำ�โรคไข้ม้ าลาเรีีย ได้้แก่่ การลดการสััมผััสระหว่่าง
คนและยุงุ พาหะ (man-mosquito contact reduction) หรือื การป้อ้ งกันั ตนเองไม่่ให้ย้ ุงุ กัดั (self-protection)
ควรให้้ประชาชนเลืือกใช้ม้ าตรการต่่างๆ ในป้อ้ งกัันตนเองให้เ้ หมาะสมกัับพฤติกิ รรม และการประกอบอาชีีพ
ของผู้�ใช้้ ได้้แก่่
1) การใช้มุ้้�งคลุุมเปลชุบุ สารเคมีีชนิดิ ออกฤทธิ์์ย� าวนาน (Long-lasting Insecticidal hammock
net: LLIHNs) ใช้้คลุุมแปลนอนขณะไปค้้างคืืนในพื้้�นที่่�ที่่�มีีการแพร่่เชื้�อและไม่่สามารถใช้้มุ้�งกางนอนได้้
สารเคมีีที่่�ชุุบมีีคุณุ สมบััติขิ ับั ไล่่และฆ่่ายุงุ ได้้โดยมีีฤทธิ์์�ตกค้้างไม่่น้อ้ ยกว่่า 3 ปีี
2) การใช้้ผลิิตภััณฑ์์ไล่่ยุุง (Mosquito repellent) โดยใช้้ทาหรืือฉีีดพ่่นตามร่่างกายในส่่วนที่�่อยู่�่
พ้น้ เสื้อ� ผ้า้ ผลิติ ภัณั ฑ์ป์ ้อ้ งกันั ยุงุ มีีสารออกฤทธิ์์ห� ลายชนิดิ ทั้้ง� ที่ผ�่ ลิติ จากสารเคมีีและสารสกัดั จากธรรมชาติิ และ
ชนิิดที่�่มีีประสิิทธิิภาพควรมีีฤทธิ์์�ป้้องกัันยุุงนานไม่่น้้อยกว่่า 6 ชั่่�วโมง ในเด็็กอายุุ 2 ปีี หรืืออายุุน้้อยกว่่า
ควรใช้ผ้ ลิติ ภัณั ฑ์ท์ ี่ม�่ ีีสารออกฤทธิ์์จ� ากสารสกัดั พืชื สมุนุ ไพร เช่่น ตะไคร้ห้ อม มะกรููด เป็น็ ต้น้ หรือื สารออกฤทธิ์์�
ชนิิด IR3535 ซึ่่�งมีีความปลอดภััยต่่อเด็็กมากกว่่า ไม่่แนะนำำ�ให้้ใช้้สารทาป้้องกัันยุุงที่�่มีีส่่วนผสมของสารเคมีี
ชนิดิ DEET กัับเด็ก็ อายุุต่ำ�ำ� กว่่า 4 ปีี
3) การใช้มุ้้�งธรรมดา (Conventional Nets) การนอนในมุ้�งธรรมดาเพื่่อ� ป้อ้ งกันั ยุงุ กัดั และป้อ้ งกันั
โรคไข้ม้ าลาเรีียนั้้น� มุ้�งควรอยู่ใ�่ นสภาพดีีไม่่ขาดและเสีียหาย มุ้้�งขนาดมาตรฐานทั่่ว� ไปมีีพื้้น� ที่ป�่ ระมาณ 14 ตารางเมตร
มีีขนาดของเส้น้ ด้า้ ย (denier) ไม่่น้อ้ ยกว่่า 100 และจำ�ำ นวนของตาข่่าย (mesh) ไม่่น้อ้ ยกว่่า 169 รููต่่อตารางนิ้้ว�
ซึ่�งทำำ�ให้อ้ ากาศผ่่านได้ไ้ ม่่ร้อ้ น แต่่ถ้้าจำ�ำ นวนรููของตาข่่ายมุ้้�งมีีมากกว่่านี้้ก� ็็ป้้องกันั แมลงขนาดเล็็กได้้
4) การสวมเสื้อ� ผ้า้ ปกปิดิ ร่า่ งกายให้ม้ ิดิ ชิดิ (Wearing protective cloths) เช่่น สวมใส่่เสื้อ� แขนยาว
และกางเกงขายาว เป็น็ ต้น้ เสื้อ� ผ้า้ ควรมีีความหนาพอเพีียงและหลวมเล็ก็ น้อ้ ยไม่่กระชับั ติดิ ร่า่ งกายเพื่่อ� กันั ยุงุ กัดั
และควรเลืือกเสื้�อผ้า้ สีีอ่่อนเพื่่�อลดการดึงึ ดููดยุุง
5) การใช้้ยาจุุดกัันยุุง (Mosquito coils and sticks) ยาจุุดกัันยุุงมีีสารออกฤทธิ์์�ที่�่มีีคุุณสมบััติิ
ขับั ไล่่ หรือื ฆ่า่ ยุงุ เป็น็ ผลิติ ภัณั ฑ์ก์ ันั ยุงุ ที่ม�่ ีีส่่วนผสมของสารเคมีีกลุ่ม� ไพรีีทรอยด์์ เช่่น transfluthrin, allethrin,
prallethrin, esbiothrin และ metofluthrin เป็น็ ต้น้ หรืือมีีส่่วนผสมของสมุนุ ไพร เช่่น ตะไคร้้หอม
6) การใช้้ตาข่่ายกันั ยุงุ หรืือมุ้�งลวด (Screening) ตาข่่ายกันั ยุงุ หรือื มุ้�งลวด อาจทำ�ำ ด้ว้ ยไนล่่อนหรือื
โลหะใช้ต้ ิดิ ประตููหน้า้ ต่่างบ้า้ นเรือื น ขนาดของตาข่่ายขึ้้น� อยู่ก�่ ับั ขนาดของวัสั ดุ ุ ทั้้ง� นี้้ข� นาดของตาข่่ายที่เ�่ หมาะสม
คือื ไม่่น้อ้ ยกว่่า 169 รููต่่อตารางนิ้้�ว
7) การใช้้เสื้�อผ้้าชุุบสารเคมีี (Insecticide-Treated Cloth) ขณะนี้้�มีีการศึึกษาภาคสนามใน
ประเทศไทย ถึึงการใช้เ้ สื้�อคลุุมตาข่่ายชุุบสารเคมีีแบบสวมทัับเสื้อ� ผ้า้ ที่�่ใส่่อยู่่� นอกจากนี้้ย� ังั มีีการศึกึ ษาการใช้้
เสื้�อผ้า้ ชุุบสารเคมีีป้้องกัันโรคไข้ม้ าลาเรีียในกลุ่�มเฉพาะ เช่่น ทหาร คนกรีีดยาง พบว่่าทั้้ง� สองกรณีีสามารถลด
การถููกยุุงกััดได้้ แต่่การนำำ�มาใช้ค้ วรคำ�ำ นึึงถึงึ ผลข้า้ งเคีียงของสารเคมีีซึ่่�งอาจพบได้ใ้ นบางคน
8) การพ่่นสารเคมีีแบบฟุ้�งกระจาย โดยการพ่่นหมอกควััน หรืือการพ่่นฝอยละเอีียด (ULV)
สารเคมีีที่ใ่� ช้ต้ ้้องเป็็นสารเคมีีเพื่่�อการกำ�ำ จััดยุงุ โดยการพ่่นหมอกควััน หรือื การพ่่นฝอยละเอีียด ที่ไ�่ ด้ร้ ับั การขึ้้�น

ทะเบีียนจากสำำ�นัักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุุข สำ�ำ หรับั สารเคมีีที่แ่� นะนำำ�ให้ใ้ ช้้ควร
ใช้้สารเคมีีในกลุ่�มไพรีีทรอยด์์ที่่�มีีส่่วนผสมสารเสริิมฤทธิ์์� (synergist) มาตรการนี้้�ไม่่ได้้ใช้้โดยทั่่�วไป แต่่เป็็น
มาตรการพิเิ ศษซึ่�งแนะนำำ�ให้้ใช้ใ้ นพื้้�นที่ด่� ังั ต่่อไปนี้้�
- พื้้น� ที่ท�่ ี่ม�่ ีีความเจริญิ เช่่น ตัวั เมือื ง ย่่านชุมุ ชน ตลาด ฯลฯ และเกิดิ การระบาดหรือื มีีแนวโน้ม้
จะเกิดิ การระบาดของโรคไข้้มาลาเรีีย และพบยุุงพาหะแต่่ประชาชนปฏิเิ สธการพ่่นสารเคมีีชนิดิ มีีฤทธิ์์ต� กค้้าง
หรือื การใช้มุ้้�งชุบุ สารเคมีี
- ค่่ายอพยพหรืือที่่พ� ักั ชั่�วคราวที่่�สร้า้ งขึ้น� ใหม่่ในพื้้�นที่่�มีียุุงพาหะนำ�ำ โรคไข้ม้ าลาเรีีย มีีแนวโน้ม้
เกิิดการระบาดของโรคไข้้มาลาเรีีย หรืือที่่�พัักไม่่มีีพื้้�นผิิวที่�่เหมาะสมต่่อการพ่่นเคมีีชนิิดมีีฤทธิ์์�ตกค้้างหรืือไม่่
สามารถใช้มุ้้�งชุบุ สารเคมีี
9) การควบคุุมทางชีีววิิธีี (Biological control) เป็็นการใช้้สิ่�งมีีชีีวิิตมาควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรค
โดยเฉพาะในระยะที่เ�่ ป็น็ ลููกน้ำำ�� ได้แ้ ก่่ ปลากิินลููกน้ำ�ำ� (larvivorous fish) เช่่น ปลาหางนกยููง ปลาแกมบููเซีีย
และปลาหััวตะกั่�ว เป็็นต้้น โดยปล่่อยปลาในแหล่่งน้ำ�ำ�ที่�่พบหรืือสงสััยว่่าเป็็นแหล่่งเพาะพัันธุ์�ของยุุงพาหะ
และปล่่อยในฤดููกาลที่่�มีีแหล่่งน้ำำ��เหมาะสม โดยปล่่อยซ้ำ�ำ� ที่่�เดิิมแห่่งละ 3-4 ครั้้�งๆ ละประมาณ 100-200 ตัวั
แต่่ละครั้้�งปล่่อยปลาห่่างกันั ประมาณ 1 เดือื น
10) การปรับั ปรุงุ สิ่ง� แวดล้อ้ ม (Environmental management) เป็น็ การปรับั ปรุงุ และเปลี่ย่� นแปลง
สภาพแวดล้อ้ มไม่่ให้เ้ ป็น็ แหล่่งเพาะพันั ธุ์�ยุงุ พาหะ ซึ่่ง� รวมถึงึ การวางแผนดำ�ำ เนินิ การและการกำ�ำ กับั กิจิ กรรมต่่างๆ
เพื่่�อให้้มีีการปรัับปรุุงหรืือเปลี่่�ยนแปลงสิ่�งแวดล้้อมที่�่เกี่�่ยวเนื่่�องถึึงมนุุษย์์ ได้้แก่่ การระบายน้ำ��ำ การถากถาง
วัชั พืืชริิมลำ�ำ ธาร เป็็นต้น้
3. การจััดการพาหะนำ�ำ โรคแบบผสมผสาน (Integrated Vector Management: IVM)
การจััดการพาหะนำำ�โรคแบบผสมผสาน (IVM) เป็็นแนวคิิดที่�่จะจััดการกัับแมลงพาหะของทุุกโรค
แต่่ละพื้้�นที่่� โดยใช้้หลายๆ มาตรการมาผสมผสานกััน เป็็นกระบวนการที่�่ทุุกภาคส่่วนเข้้ามามีีส่่วนร่่วมใน
การคิิดวิิเคราะห์์ วางแผนเลืือกมาตรการควบคุุมพาหะนำำ�โรคให้้เหมาะสมกัับท้้องถิ่ �น ดำำ�เนิินการตามแผน
โดยใช้ท้ รัพั ยากรร่่วมกันั และมีีการควบคุมุ กำ�ำ กับั ติดิ ตามประเมินิ ผล โดยมีีวัตั ถุปุ ระสงค์เ์ พื่่อ� ให้ช้ ุมุ ชนมีีส่่วนร่่วม
รัับผิิดชอบในการพิิจารณาปััญหา กำ�ำ หนดแนวทาง และมาตรการที่่�มีีประสิิทธิิภาพและเหมาะสมในชุุมชน
ของตนอย่่างมีีประสิิทธิิภาพและเป็็นระบบโดยคำำ�นึึงถึึงความปลอดภััยต่่อคน สััตว์์และสิ่�งแวดล้้อม และใช้้
สารเคมีีอย่่างสมเหตุุสมผล

20 คมู่ อื  สารเคมีและเครือ่ งพ่นสารเคมีเพือ่ ควบคุมยุงพาหะน�ำ โรค

ยุุงรำำ�คาญ

ยุงุ รำำ�คาญ (Culex spp.) เป็น็ ยุุงที่ม่� ีีความชุุกชุุมสููง พบได้้ทุกุ พื้้�นที่่ข� องประเทศไทย มีีนิสิ ัยั ออกหากินิ
เลือื ดตลอดทั้้ง� คืนื ผู้�ที่ถ�่ ููกกัดั จะรู้�สึกเจ็บ็ และคันั เกิดิ ความรำ�ำ คาญแต่่ไม่่ได้ก้ ่่อโรค ต่่อมามีีการศึกึ ษาพบว่่า ยุงุ รำ�ำ คาญ
สามารถนำำ�โรคมาสู่่�คนได้้ ได้้แก่่ โรคไข้้สมองอัักเสบ โรคเท้้าช้้าง และโรคไวรััสเวสไนล์์ เป็น็ ต้้น สกุุลยุงุ รำำ�คาญ
Culex ที่่�พบในประเทศไทย มีีจำำ�นวน 82 ชนิดิ (2) แต่่ที่�ม่ ีีความสำ�ำ คัญั ทางการแพทย์ใ์ นประเทศไทย มีี 4 ชนิดิ
ได้แ้ ก่่ Culex tritaeniorhynchus, Culex gelidus, Culex fuscocephala และ Culex quinquefasciatus

ชีีวนิิสััยของยุงุ รำำ�คาญ

1. ยุงุ รำ��คาญชนิิดที่่�เป็็นพาหะนำ�ำ โรคไข้ส้ มองอักั เสบเจอีี (Japanese Encephalitis) ชนิดิ ของยุงุ
พาหะนำำ�โรค ได้้แก่่

1.1 Culex tritaeniorhynchus
ยุุงชนิิดนี้้�เป็็นยุุงที่่�พบทั่่�วไปใน

ประเทศไทย มีีแหล่่งเพาะพันั ธุ์�อยู่ต่� ามท้อ้ งนา บริเิ วณ

ทุ่่�งหญ้้าที่่�ทิ้้�งร้้างไว้้ เกิิดเป็็นน้ำ�ำ� ขัังท่่วมต้้นพืืช หญ้้า

นาข้้าว ลัักษณะน้ำ�ำ�มีีสีีน้ำำ��ตาล ยุงุ ชนิดิ นี้้ช� อบกินิ เลืือด

วัวั ควายและหมููมากกว่่าเลือื ดคนและนก ออกหากินิ

ตั้ง� แต่่พลบค่ำำ�� จนตลอดคืนื ส่่วนมากหากินิ นอกบ้า้ น(10)

(ภาพที่่� 1.11)
1.2 Culex gelidus
ยุุงชนิิดนี้้�มีีความสััมพัันธ์์กัับแหล่่ง ภาพที่�่ 1.11 ยุงุ รำ�ำ คาญ Culex tritaeniorhynchus(31)

อาชีีพปศุสุ ัตั ว์์ เช่่น เลี้ย� งสุกุ ร วัวั ควาย ทั้้ง� ในเขตชนบท

และเมืือง แหล่่งเพาะพัันธุ์�ที่�่สำำ�คััญ ได้้แก่่ แหล่่งน้ำ��ำ

รอบคอกสัตั ว์ท์ ี่�ม่ ีีมููลสัตั ว์์ปะปน นาข้า้ ว คููน้ำ��ำ ทุ่่ง� หญ้า้

รอบนาข้า้ วและคอกสัตั ว์์ นอกจากนี้้พ� บว่่าหลังั ฝนตก

น้ำ�ำ� ที่่�ขัังบริิเวณสนามหญ้้าในเมืืองจะเป็็นแหล่่ง

เพาะพัันธุ์�อย่่างดีีของยุุงชนิิดนี้้�ด้้วย ยุุงตััวเต็็มวััย

ออกหากิินเลืือดในเวลากลางคืืน ชอบกิินเลืือดสััตว์์

มากกว่่าเลืือดคน ยุุงชนิิดนี้้�จะมีีความชุุกชุุมสููงมาก

บริิเวณฟาร์์มปศุุสััตว์์ การศึึกษาของ อุุษาวะดีี และ ภาพที่่� 1.12 ยุุงรำ�ำ คาญ Culex gelidus(31)
คณะ(35) ทำ�ำ การจัับยุุงด้้วยกัับดัักแสงไฟ ยุุงที่�่ดัักได้้

บริิเวณเล้้าสุุกรในพื้้�นที่�่ 6 จัังหวััดของประเทศไทย พบชนิิดยุุงที่�่เป็็นพาหะนำำ�โรคไข้้สมองอัักเสบ

ร้้อยละ 63.7-93.2 ของยุุงทั้้�งหมดที่่�จัับได้้ ในจัังหวััดพระนครศรีีอยุุธยาในการศึึกษาปีี 2535 พบยุุง

Culex gelidus มีีค่่าเฉลี่่�ยสููงสุุดเท่่ากัับ 19,029 ตััว/กัับดััก-คืนื (ภาพที่�่ 1.12) 21

1.3 Culex fuscocephala
ยุุงชนิิดนี้้�มีีแหล่่งเพาะพัันธุ์�ที่�่มีี
ลักั ษณะเช่่นเดีียวกันั กับั ยุงุ Culex tritaeniorhynchus
ออกหากิินในเวลากลางคืืน ชอบกิินเลืือดสััตว์์และ
หากินิ เลืือดนอกบ้้าน(10) (ภาพที่่� 1.13)

ภาพที่่� 1.13 ยุุงรำำ�คาญ Culex fuscocephala(31)

2. ยุงุ รำ��คาญชนิิดที่ก่� ่อ่ ความรำ��คาญ ทำ�ำ ให้ผู้้�ถูกกัดั เกิดิ อาการคันั เกิดิ ตุ่่ม� นููนแดงบริเิ วณที่ย่� ุงุ กัดั ยุงุ ใน
กลุ่�มนี้้ท� ี่ส�่ ำ�ำ คัญั และพบมาก คือื Culex quinquefasciatus

ยุุง Culex quinquefasciatus หรืือ
nuisance mosquito (ภาพที่�่ 1.14) ยุุงชนิิดนี้้�

นอกจากจะสร้้างความรำ�ำ คาญอย่่างมากให้้แก่่คน

และสััตว์์ที่�่อยู่�่ใกล้้กัับแหล่่งเพาะพัันธุ์�แล้้ว ยัังพบว่่า

เป็็นพาหะนำ�ำ โรคที่�่สำำ�คััญ ได้้แก่่ โรคเท้้าช้้าง

โรคไข้้สมองอัักเสบเวสต์์ไนล์์ เป็็นยุุงที่�่พบได้้ทั่่�วไป

และมีีความชุุกชุุมมากในเขตเมืือง เขตอุุตสาหกรรม

ชุุมชนแออััด แหล่่งเพาะพัันธุ์�ของยุุงชนิิดนี้้� คืือ

แหล่่งน้ำ��ำ สกปรก เน่่าเสีีย เช่่น น้ำำ��ในท่่อระบายน้ำ��ำ ภาพที่่� 1.14 ยุงุ รำ�ำ คาญ Culex quinquefasciatus(31)
คููคลองที่ม�่ีีสภาพน้ำ��ำ เน่่า น้ำ��ำ ทิ้้ง� จากครัวั เรือื น น้ำ��ำ ในบ่่อขยะ

บ่่อส้ว้ ม โดยวางไข่่เป็น็ แพๆ ละประมาณ 200-250 ฟอง ยุุงตััวเต็ม็ วััยจะมีีสีีน้ำำ�� ตาล ออกหากิินในเวลากลางคืนื

พบมากในช่่วงพลบค่ำ��ำ และก่่อนฟ้้าสาง โดยจะหากิินตลอดทั้้�งคืืน ในเวลากลางวัันยุุงชนิิดนี้้�จะหาที่่�เกาะพััก

ตามแหล่่งที่่�มืืดที่อ่� ับั ชื้�น เช่่น ท่่อระบายน้ำ��ำ รองเท้า้ ผ้า้ ใบ เสื้อ� ผ้า้ ที่แ�่ ขวนไว้ ้ ผนังั ห้อ้ งน้ำ��ำ เป็็นต้้น

วงจรชีวี ิิตของยุงุ รำ�ำ คาญ

ยุงุ รำ�ำ คาญเพศเมีียจะกินิ เลือื ดดคนหรือื สัตั ว์์ เมื่อ� ไข่่สุกุ เต็ม็ ที่ย่� ุงุ ตัวั เมีียจะหาแหล่่งน้ำ�ำ�ที่เ�่ หมาะสมสำำ�หรับั
วางไข่่ ยุงุ รำ�ำ คาญเพศเมีียจะวางไข่่เป็น็ แพลอยบนผิวิ น้ำ��ำ ส่่วนมากไข่่จะฟักั เป็น็ ลููกน้ำ��ำ ภายใน 48 ชั่่ว� โมง ลููกน้ำ��ำ ยุงุ รำ�ำ คาญ
จะหาอินิ ทรีีย์ส์ ารในน้ำ�ำ�กินิ เป็น็ อาหาร ใช้ร้ ะยะเวลาในการเจริญิ เติบิ โตประมาณ 6-10 วันั จึงึ เปลี่ย�่ นเป็น็ ตัวั โม่่ง
ระยะนี้้จ� ะไม่่กินิ อาหาร ตัวั โม่่งจะพัฒั นาอวัยั วะต่่างๆ ใช้เ้ วลาประมาณ 1-2 วันั แล้ว้ ลอกคราบเป็น็ ยุงุ ตัวั เต็ม็ วัยั
ระยะเวลาที่�่ใช้ใ้ นการเจริญิ เติิบโตตั้้�งแต่่ระยะไข่่จนถึงึ ตัวั เต็ม็ วััยเฉลี่�่ยประมาณ 9-14 วันั (10, 36) (ภาพที่�่ 1.15)

22 คมู่ อื  สารเคมีและเครื่องพน่ สารเคมเี พอื่ ควบคุมยงุ พาหะน�ำ โรค

2-3 วันั Adult 2-3 วััน

Pupa Egg

6-10 วันั 1-2 วััน

Larva

ภาพที่่� 1.15 วงจรชีีวิิตยุงุ รำำ�คาญ(36-38)

1. ระยะไข่่ (eggs)
ไข่่ของยุุงรำำ�คาญมีีลัักษณะเป็็นแพลอยอยู่�่บนผิิวน้ำ��ำ โดยยุุงตััวเมีียจะวางไข่่ทีีละฟอง ไข่่จะรวมตััว
ติดิ กันั เป็น็ แพ จำ�ำ นวนไข่่ในแต่่ละแพประมาณ 100-300 ฟอง ทั้้ง� นี้้ข�ึ้น� อยู่ก่� ับั ขนาดของยุงุ ปริมิ าณเลือื ดที่ไ่� ด้ร้ ับั
และจำำ�นวนครั้้�งที่่�วางไข่่ ตลอดชีีวิิตของยุุงตััวเมีียสามารถวางไข่่ได้้หลายครั้้�งโดยวางไข่่ประมาณ 1-7 แพ
และมัักจะวางไข่่ตอนตะวันั ตกดิิน เที่ย�่ งคืนื และก่่อนรุ่�งเช้า้ ไข่่ที่อ่� อกมาใหม่่จะมีีสีีขาวหรือื ครีีม และเมื่�อเวลา
ผ่า่ นไปจะเปลี่�่ยนเป็็นสีีน้ำ��ำ ตาลจนถึึงสีีดำ�ำ
2. ระยะลููกน้ำำ�� (larva)
ลููกน้ำ��ำ ยุุงรำำ�คาญมีีส่่วนหััวเจริิญดีี มีีการเจริิญเติิบโต 4 ระยะ การเปลี่่�ยนแปลงในแต่่ละระยะ
จะมีีการลอกคราบทุุกครั้้�ง ซึ่่�งลููกน้ำ��ำ ลอกคราบทั้้�งหมด 4 ครั้้�ง จึึงจะเปลี่่�ยนเป็็นระยะตััวโม่่ง ลููกน้ำำ��หายใจ
จากผิิวน้ำ�ำ� โดยผ่่านท่่อหายใจ (siphon) ที่่�อยู่่�บริิเวณส่่วนปลายของท้้อง การเจริิญเติิบโตของลููกน้ำำ�� ขึ้้�นอยู่�่กัับ
ปริิมาณอาหาร อุณุ หภููมิิของน้ำ��ำ ความแห้ง้ แล้้ง ศััตรููทางธรรมชาติิ และสารเคมีีในน้ำ��ำ
3. ระยะตัวั โม่่ง (pupa)
ระยะนี้้จ� ะเป็น็ ระยะพักั ตัวั ไม่่กินิ อาหาร จะหายใจเพีียงอย่่างเดีียวโดยรับั อากาศผ่า่ นทางท่่อหายใจ
(respiratory trumpet) ที่ม่� ีีจำำ�นวน 1 คู่�่ ตััวโม่่งของยุุงรำ�ำ คาญจะเคลื่่อ� นไหวรวดเร็็ว
4. ระยะตัวั เต็็มวััย (adult)
ยุุงตััวเต็็มวััยเมื่�อลอกคราบออกจากระยะตััวโม่่งไม่่กี่่�นาทีีก็็สามารถบิินได้้ ยุุงรำ�ำ คาญเพศเมีียจะกิิน
เลืือดคนและสััตว์์ เพื่่�อใช้้ในการเจริิญเติิบโตของไข่่ เมื่�อไข่่เจริิญเติิบโตเต็็มที่่�จะหาแหล่่งน้ำำ��ที่�่เหมาะสมใน
การวางไข่่ มัักชอบวางไข่่ในแหล่่งน้ำ��ำ นิ่่ง� หรืือน้ำำ�� ไหลที่�่ค่่อนข้า้ งสกปรก เน่่าเสีีย มีีการหมักั เน่่าของอิินทรีียวััตถุุ

23

ความสำำ�คัญั ทางการแพทย์์
ยุุงรำ�ำ คาญนอกจากจะสร้้างความรำำ�คาญให้้กัับคนและสััตว์์แล้้ว ยัังเป็็นพาหะนำำ�โรคที่่�สำำ�คััญหลายโรค
ได้้แก่่

• โรคไข้้สมองอัักเสบเจอีี (Japanese Encephalitis) เป็็นโรคที่�่เกิิดจากเชื้�อไวรััสแจแปนนิิส

เอ็น็ เซฟาไลติสิ (Japanese encephalitis virus) มีียุงุ รำ�ำ คาญชนิดิ Culex tritaeniorhynchus Culex gelidus
และ Culex fuscocephala เป็็นพาหะนำำ�โรค โรคนี้้�เป็็นอันั ตรายถึึงชีีวิิต เป็็นโรคที่ป่� ้อ้ งกันั ได้้ด้้วยวััคซีีน

• โรคเท้า้ ช้า้ งที่เ�่ กิดิ จากเชื้อ� พยาธิฟิ ิลิ าเรีีย Wuchereria bancrofti ซึ่่ง� พบในประเทศเมีียนมาร์ ์ อินิ เดีีย

โดยมีียุงุ รำำ�คาญชนิิด Culex quinquefasciatus เป็็นพาหะหลักั สำำ�หรัับประเทศไทยในสภาวะห้้องทดลอง
ขณะนี้้�พบว่่าสามารถนำ�ำ เชื้อ� ได้้

• โรคไข้้สมองอัักเสบเวสต์ไ์ นล์์ (West Nile) เกิิดจากเชื้อ� ไวรัสั เวสต์์ไนล์์ (West Nile virus: WNV)

มีียุุงรำำ�คาญชนิิด Culex quinquefasciatus เป็็นพาหะนำำ�โรค พบการระบาดครั้้�งแรกในปีี พ.ศ. 2542
ที่ร�่ ัฐั นิวิ ยอร์ก์ ประเทศสหรัฐั อเมริกิ า และแพร่ก่ ระจายไปทั่่ว� ทั้้ง� ทวีีปอเมริกิ าในปีตี ่่อมา ในประเทศไทยยังั ไม่่เคย
มีีรายงานโรคนี้้� แต่่พบมีีความชุุกชุุมของยุุง Culex quinquefasciatus ซึ่่�งเป็็นพาหะนำ�ำ โรคในประเทศ
สหรััฐอเมริกิ า(39)

• โรคพยาธิหิ นอนหััวใจ (Heartworm disease) เป็น็ โรคที่่เ� กิิดในสัตั ว์์ เช่่น สุุนััข แมว ซึ่่�งเกิิดจากเชื้อ�

พยาธิิฟิิลาเรีียชนิิด Dirofilaria immitis จากการสำำ�รวจสุุนััขจรจััดในกรุุงเทพมหานคร ในปีี 2549-2551
พบสุุนััขจรจััดมีีการติิดเชื้�อพยาธิิหนอนหััวใจ ร้้อยละ 10 โดยมีียุุงรำ�ำ คาญชนิิด Culex quinquefasciatus
รวมทั้้�งยุงุ ลายบ้า้ นและยุงุ ลายสวน เป็็นพาหะที่�่สำำ�คัญั ของโรคนี้้�(40)

การควบคุุมยุุงรำำ�คาญ
1. การควบคุมุ ยุงุ รำ��คาญในระยะตััวอ่อ่ น
การควบคุมุ ระยะลููกน้ำ��ำ ยุงุ เป็น็ วิธิีีที่ไ�่ ด้ผ้ ลดีีกว่่าการพ่่นสารเคมีีกำ�ำ จัดั ยุงุ ตัวั เต็ม็ วัยั เพราะเป็น็ การกำ�ำ จัดั
ตั้�งแต่่ตััวอ่่อนก่่อนที่�่จะกลายเป็็นยุุง ลููกน้ำ��ำ ยุุงรำำ�คาญ Cx. quinquefasciatus อาศััยในแหล่่งน้ำ��ำ ขััง น้ำ��ำ เน่่า
น้ำ��ำ ครำ�ำ คููน้ำ�� ซึ่่ง� ศัตั รููตามธรรมชาติมิ ีีน้อ้ ยหรือื ไม่่มีีเลย การควบคุมุ ด้ว้ ยสารเคมีี เช่่น ทรายกำ�ำ จัดั ลููกน้ำ��ำ แบบเดีียวกับั
ลููกน้ำ��ำ ยุุงลาย ไม่่สามารถทำ�ำ ได้้เพราะขนาดของแหล่่งเพาะพัันธุ์�มี ขนาดใหญ่่กว้้างขวาง การควบคุุมลููกน้ำำ��
ในแหล่่งน้ำ��ำ ประเภทนี้้ท� ี่ด�่ ีีที่ส�่ ุดุ คือื “การรักั ษาสภาพของแหล่่งน้ำ��ำ ไม่่ให้เ้ น่่าเสีีย” ด้ว้ ยการลดการปล่่อยอินิ ทรีีย์ส์ าร
จากการอุุปโภคบริิโภคลงสู่่�แหล่่งน้ำ�ำ�โดยตรง ลดการทิ้้�งขยะและเก็็บขยะในแหล่่งน้ำ�ำ� วิิธีีนี้้�เป็็นวิิธีีการที่่�ยั่�งยืืน
แต่่ต้อ้ งอาศัยั การมีีส่่วนร่่วมจากประชาชน อีีกทั้้ง� ต้อ้ งใช้ก้ ารระยะเวลาในการจัดั การพอสมควร ส่่วนวิธิ ีีการอื่่น�
ในการควบคุมุ ทำ�ำ ได้้ ดังั นี้้�
1.1 การใช้จ้ ุลุ ินิ ทรีีย์ก์ ำ�ำ จััดลููกน้ำำ��
ปััจจุุบัันมีีการใช้้จุุลิินทรีีย์์กำ�ำ จััดลููกน้ำ�ำ�ยุุง 2 ชนิิด คืือ Bacillus sphaericus (Bs) และ
Bacillus thuringiensis subsp. Israelensis (Bti) พิษิ ทำ�ำ ให้ล้ ููกน้ำ��ำ ยุงุ ตายภายในเวลาไม่่ถึงึ ชั่ว� โมง จนกระทั่่ง� ถึงึ
48 ชั่่�วโมง ขึ้้�นอยู่่�กัับความเข้้มข้้นที่่�ใช้้ มีีการศึึกษาพบว่่า Bacillus sphaericus สามารถควบคุุมลููกน้ำ�ำ�

24 คมู่ อื  สารเคมแี ละเครือ่ งพน่ สารเคมเี พื่อควบคมุ ยงุ พาหะน�ำ โรค

ยุุงรำำ�คาญในแหล่่งน้ำ�ำ�เน่่าขัังได้้ยาวนาน 1-4 สััปดาห์์ ยาวนานกว่่า Bacillus thuringensis วิิธีีการใช้้งาน
นำำ�ผลิิตภััณฑ์์ละลายน้ำำ��ตามอััตราส่่วนที่่�ระบุุบนฉลาก นำ�ำ ไปใส่่เครื่่�องพ่่นสารเคมีีชนิิดอััดลม ฉีีดพ่่นบนผิิวน้ำ�ำ�
ในแหล่่งน้ำำ��ที่�ม่ ีีลููกน้ำ��ำ (41)
1.2 การใช้ส้ ารควบคุมุ การเจริิญเติมิ โตของแมลง (IGR: Insect Growth Regulator)
ใช้้ Novaluron ผสมน้ำ�ำ�ฉีีดพ่่นในอัตั รา 10 มิิลลิิกรัมั /ตารางเมตร ลงในแหล่่งน้ำ��ำ ขังั ที่�่มีีลููกน้ำ�ำ�
ยุุงรำำ�คาญ สามารถลดความชุุกชุุมของลููกน้ำำ�� ยุุงรำำ�คาญ Cx. quinquefasciatus ระยะ 2-4 ลงร้้อยละ 50
ภายใน 24 ชั่่ว� โมง และมีีฤทธิ์์ต� กค้า้ งในการยับั ยั้ง� การลอกคราบของลููกน้ำ��ำ ในแหล่่งน้ำ��ำ ขังั ไม่่ให้เ้ ข้า้ สู่ย�่ ุงุ ตัวั เต็ม็ วัยั
นาน 4 สัปั ดาห์์(42) การใช้้ต้อ้ งคำ�ำ นึึงถึงึ ผลกระทบต่่อสิ่�งมีีชีีวิติ บางชนิดิ ที่�ไ่ ม่่ต้้องการกำ�ำ จัดั เนื่่อ� งจากสารกลุ่ม� นี้้�
มีีพิษิ ต่่อสัตั ว์ท์ ี่ม�่ ีีเปลือื กแข็ง็ หุ้�ม เช่่น กุ้�ง ปูู ไรน้ำ��ำ ตัวั อ่่อนแมลงอื่น� ๆ ที่ม�่ ีีประโยชน์์ การใช้ส้ ารชนิดิ นี้้จ� ึงึ ควรศึกึ ษา
สภาพแวดล้้อมและสิ่�งมีีชีีวิิต โดยปรึึกษาผู้�เชี่่�ยวชาญพิิจารณาก่่อนใช้้งานและให้้คำำ�แนะนำ�ำ ในการปฏิิบััติิงาน
(ภาพที่่� 1.16)

ภาพที่�่ 1.16 การฉีีดพ่่น Novaluron บนพื้้�นผิิวน้ำำ��บริิเวณใต้้ถุนุ บ้า้ น(42)
1.3 การใช้้ปลาควบคุุมลููกน้ำ��ำ
การใช้้ปลากิินลููกน้ำ�ำ� เป็็นทางเลืือกในการควบคุุมลููกน้ำ��ำ ยุุงรำำ�คาญที่่�มีีความปลอดภััยและ
ประหยัดั แต่่ก็็มีีข้อ้ จำ�ำ กัดั บางประการที่�่ต้้องพิจิ ารณา ดัังนี้้�

• แหล่่งเพาะพันั ธุ์�ของยุงุ รำำ�คาญ Cx. quinquefasciatus เป็น็ แหล่่งน้ำำ��เน่่าเสีีย ปลากินิ ลููกน้ำำ��

เช่่น ปลาหััวตะกั่ว� ปลาแกมบููเซีีย ปลาหางนกยููง ปลากััด ปลาสอด ไม่่สามารถอาศัยั อยู่่�ได้ ้ จึงึ ต้้องพิิจารณาถึึง
คุณุ ภาพของแหล่่งน้ำ��ำ ในการใช้ว้ ิธิีีนี้้� แหล่่งน้ำ��ำ ที่เ�่ น่่าเสีียต้อ้ งมีีคุณุ ภาพน้ำ��ำ ที่ด�่ ีีพอที่ป�่ ลากินิ ลููกน้ำ��ำ สามารถอาศัยั อยู่ไ�่ ด้้

• แหล่่งเพาะพัันธุ์�ธรรมชาติิ เช่่น ทุ่่�งหญ้้าที่่�มีีน้ำำ��ขัังหลัังฝนตกหรืือน้ำ��ำ ท่่วม นาข้้าว สระน้ำำ��

ซึ่�งมีีปลาประจำ�ำ ถิ่่น� เช่่น ปลาหมอ ปลาช่่อน จะกินิ ปลาที่่ป� ล่่อยลงไป

25

2. การควบคุมุ ยุงุ รำ��คาญในระยะตััวเต็็มวััย
สามารถควบคุมุ กำำ�จััดยุุงรำำ�คาญตััวเต็ม็ วััยได้้หลากหลายวิิธีี ดัังนี้้�
2.1 การควบคุมุ ทางกายภาพ

• การใช้ไ้ ม้ช้ ๊อ๊ ตยุุงไฟฟ้้า การใช้้กับั ดัักแสงไฟ
• การใช้ป้ ี๊๊บ� ดัักยุงุ โดยนำำ�ปี๊๊บ� ที่ภ�่ ายในทาสีีดำ�ำ จะใส่่ผ้า้ สีีดำ�ำ หรืือไม่่ใส่่ก็็ได้้ มีีประสิทิ ธิิภาพใน

การดักั ยุุงรำ�ำ คาญมากกว่่ายุงุ ชนิดิ อื่่�นๆ(43)

• การทำำ�กัับดัักไข่่ยุุงรำ�ำ คาญ โดยการเตรีียมน้ำ��ำ ในภาชนะล่่อให้้ยุุงมาวางไข่่ ทำ�ำ ได้้โดยใช้้

ต้้นหญ้้า ฟางข้้าว เศษผััก หรืือเปลืือกผลไม้้ แช่่หมัักในภาชนะที่่�ใส่่น้ำ��ำ 1-2 วััน เมื่�อน้ำำ�� ที่่�เริ่�มเน่่าจะล่่อให้้
ยุุงรำำ�คาญมาวางไข่่บนผิวิ น้ำำ�� ให้้ช้อ้ นไข่่ยุงุ ที่ล่� อยอยู่ไ่� ปทำำ�ลาย หรืือเลี้ย� งไว้้เป็็นอาหารปลาสวยงาม
2.2 การควบคุมุ ทางชีีวภาพ
ในธรรมชาติิยุุงเป็็นอาหารของแมลงปอ จิ้้�งจก สััตว์์ครึ่่�งบกครึ่่�งน้ำ�ำ� และค้้างคาวกิินแมลง
ซึ่�งพบในประเทศไทยมากกว่่า 100 ชนิิด โดยเฉลี่่�ยค้้างคาวแต่่ละตััวสามารถกิินแมลงได้้มากถึึง 70%
ของน้ำ�ำ�หนัักตััว เทีียบเท่่ากัับจำำ�นวนแมลงขนาดเล็็กหรืือยุุงหลายพัันตััวในแต่่ละคืืน(44) การรัักษาธรรมชาติิ
การลดการใช้้สารเคมีีการเกษตร จึึงเสมืือนเป็็นการให้้โอกาสนัักล่่าเหล่่านี้้�ทำำ�หน้้าที่�่รัักษาสมดุุลระบนนิิเวศ
ช่่วยควบคุมุ แมลงศัตั รููพืืชอื่น� ด้ว้ ย
2.3 การควบคุมุ ทางเคมีี
• การใช้้สารซัักล้้างทำำ�ความสะอาดภาชนะวัสั ดุเุ ครื่่อ� งใช้้ เช่่น น้ำำ��ยาล้า้ งจาน แชมพููสระผม
ผงซัักฟอก สบู่�่เหลว ละลายน้ำำ�� ใส่่กระบอกฉีีดพ่่นน้ำ��ำ ฉีีดพ่่นไปที่่�กลุ่ม� ยุงุ ตัวั เต็็มวัยั ที่เ่� กาะพักั บริเิ วณแหล่่งน้ำ��ำ
หรือื ที่ม�่ ีียุงุ เกาะพักั โดยผสมน้ำ��ำ ยาล้า้ งจาน 1 ช้อ้ นชา ผสมกับั น้ำ�ำ� 1 ลิติ ร

• การใช้้สเปรย์ก์ ำำ�จัดั แมลงฉีีดพ่่นในห้อ้ งนอนแล้ว้ ปิิดอบ
• การพ่่นสารเคมีีด้้วยเครื่่�องพ่่นฝอยละเอีียด (ULV) หรืือหมอกควััน ฉีีดพ่่นนอกบ้้านและ

ในบ้้านขณะที่่�ยุุงออกหากิิน ซึ่่�งมัักฉีีดพ่่นตอนพลบค่ำำ��เพราะยุุงรำ�ำ คาญจะบิินออกมาผสมพัันธุ์์�ช่่วงใกล้้ค่ำ�ำ�
แล้ว้ จึึงออกหากิินเลืือดเหยื่�อ

การป้้องกันั ยุุงรำำ�คาญ
การป้อ้ งกัันตนเองทำำ�ได้้โดยหลีีกเลี่�่ยงเข้า้ ไปในสถานที่ม่� ืดื แสงสว่่างน้้อย หากไม่่สามารถทำ�ำ ได้้ ให้้สวม
เสื้อ� ผ้า้ ให้ม้ ิดิ ชิดิ อาจใช้ว้ ิธิ ีีเปิดิ พัดั ลมไล่่ยุงุ ใช้ย้ าจุดุ กันั ยุงุ โลชั่น� หรือื สเปรย์ไ์ ล่่ยุงุ เพื่่อ� ปกป้อ้ งร่า่ งกาย ควรนอนใน
มุ้�งหรือื ติิดมุ้้�งลวดประตูู หน้า้ ต่่าง เพื่่�อไม่่ให้ย้ ุงุ เข้้ามารบกวน
ด้้านการปศุุสััตว์์ เช่่น ฟาร์์มเลี้�ยงหมูู เลี้�ยงวััว ให้้ใช้้การกางมุ้�งคอกสััตว์์ ติิดตั้้�งกัับดัักแสงไฟ กัับดััก
คาร์์บอนไดออกไซด์์ และการสุุมกองไฟไล่่ยุุง เป็็นต้้น การเลืือกวิิธีีป้้องกัันยุุงได้้อย่่างเหมาะสม นอกจาก
จะลดการถููกยุุงกััดแล้้ว ประชากรยุุงก็็จะลดลงเนื่่�องจากไม่่ได้้เลืือดเหยื่�อไปพััฒนาไข่่ และเป็็นการป้้องกััน
โรคไข้้สมองอัักเสบที่�่มีีประสิิทธิิภาพ เพราะโรคนี้้�มีีหมููเป็็นตััวเพิ่่�มปริิมาณเชื้�อไวรััส หากป้้องกัันหมููไม่่ให้้
ถููกยุุงกัดั ยุุงพาหะก็็จะไม่่สามารถนำ�ำ เชื้อ� ไวรัสั ไข้้สมองอัักเสบมาสู่ค�่ นได้้ (ภาพที่่� 1.17)

26 ค่มู อื  สารเคมแี ละเครื่องพ่นสารเคมีเพือ่ ควบคุมยงุ พาหะน�ำ โรค

กางมุ้�งให้ส้ ุกุ รป้อ้ งกัันโรค(45)

กับั ดักั ยุุงและแมลง กัับดัักยุุงและแมลงขนาดใหญ่่(46)

ภาพที่่� 1.17 วิิธีีการต่่างๆ ในการป้อ้ งกัันยุุงรำำ�คาญ

ยุุงเสือื ภาพที่�่ 1.18 ยุุงเสืือ (Mansonia sp.)(47)

ยุงุ เสือื หรือื ยุุงแมนโซเนีีย (Mansonia spp.)
จััดอยู่ใ�่ น Order Diptera, Family Culicidae และ
Subfamily Culicinae เป็น็ ยุงุ ที่ม�่ ีีขนาดค่่อนข้า้ งใหญ่่
เมื่อ� เทีียบกับั ยุงุ ในสกุลุ Culex และ Aedes มีีลักั ษณะ
สีีสัันลวดลายสวยงาม เนื่่อ� งจากเกล็ด็ (scale) ต่่างๆ
บนปีีกมีีขนาดใหญ่่กว่่ายุุงชนิิดอื่่�นๆ ทำำ�ให้้ลำ�ำ ตััวและ
ปีีกมีีลายเข้้ม (ภาพที่่� 1.18) ในระยะลููกน้ำำ�� (larva)
ของยุุงชนิดิ นี้้ม� ีีท่่อหายใจ (siphon) แหลม สามารถ
แทงฝัังท่่อหายใจลงไปในรากพืืชหรืือลำ�ำ ต้้นของ

27

พืืชน้ำำ�� ได้้ เนื่่�องจากยุุงกลุ่�มนี้้�มีีวิิวััฒนาการที่�่เปลี่่�ยนอวััยวะส่่วนท่่ออากาศให้้เหมาะกัับการรัับเอาออกซิิเจน
จากรากหรืือลำ�ำ ต้น้ ของพืืชน้ำ�ำ�ได้้ ดัังนั้้น� ในระยะลููกน้ำ��ำ จะเกาะติิดกัับรากหรืือลำำ�ต้น้ ของพืืชน้ำ�ำ� โดยใช้้ส่่วนหาง
ตรงท่่อหายใจแทงฝังั ติดิ ไว้้ ส่่วนลำำ�ตััวสามารถเคลื่่�อนไหวได้เ้ ป็น็ อิิสระ

วงจรชีวี ิติ ยุุงเสือื
ยุุงเสืือมีีการเจริิญเติิบโตและเปลี่่�ยนแปลงรููปร่่างแบบสมบููรณ์์ (Complete metamorphosis)
แบ่่งเป็็น 4 ระยะ ได้้แก่่ ระยะไข่่ ลููกน้ำ�ำ� ตัวั โม่่ง และตัวั เต็ม็ วััย หลังั จากที่ไ�่ ข่่ฟักั เป็็นลููกน้ำำ��แล้้วในแต่่ละระยะ
ของลููกน้ำำ�� จนถึึงตััวเต็็มวััย จะมีีการเปลี่่�ยนแปลงขนาดและรููปร่่างโดยการลอกคราบ ซึ่่�งระยะเวลาการเจริิญ
เติิบโตจากไข่่จนถึงึ ตััวเต็็มวัยั ประมาณ 23-30 วััน ขึ้้�นอยู่ก่� ัับอุณุ หภููมิิและสภาพแวดล้้อม (ภาพที่่� 1.19)

ตัวั เต็ม็ วัยั

5-7 วััน 2-3 วััน

ตัวั โม่่ง 16-20 วััน 2-5 วััน ไข่่

ลููกน้ำำ��

ภาพที่่� 1.19 วงจรชีีวิิตยุุงเสืือ(47)

1. ระยะไข่่ (egg)
ไข่่ของยุงุ เสือื มีีลักั ษณะเป็น็ กระจุกุ คล้า้ ยดอกทานตะวันั ส่่วนใหญ่่มีีสีีดำ�ำ ปลายแหลมคล้า้ ยกระสวย
ไข่่จะถููกวางอยู่ต�่ ิดิ กับั พื้้น� ล่่างของใบพืชื ที่แ�่ ตะกับั ผิวิ น้ำ��ำ กลุ่ม� หนึ่่ง� มีีจำ�ำ นวนไข่่ประมาณ 75-200 ฟอง ระยะไข่่ใช้้
เวลาประมาณ 2-5 วันั จึงึ ฟักั เป็น็ ลููกน้ำ�ำ�
2. ระยะลูกู น้ำำ�� (larva)
ลููกน้ำ��ำ มีีลำำ�ตัวั สีีน้ำำ��ตาลใส เขีียว หรือื ดำำ� ขึ้้น� อยู่ก่� ับั ชนิิดของยุงุ มีีท่่อหายใจ (siphon) รููปร่า่ งคล้้าย
กรวยสั้้น� ปลายแหลมคม แข็็ง มีีสีีน้ำ�ำ� ตาลเข้้ม และเป็น็ ฟัันเลื่อ� ยเพื่่อ� ใช้้เจาะติดิ กับั ต้้นหรือื รากของพืชื น้ำำ�� ลููกน้ำ��ำ

28 คมู่ ือ สารเคมีและเคร่อื งพ่นสารเคมีเพือ่ ควบคุมยงุ พาหะน�ำ โรค

ระยะที่�่ 1 (first instar) จะว่่ายน้ำ��ำ ไปมาเป็น็ อิสิ ระ และหายใจเอาออกซิเิ จนจากผิวิ น้ำ��ำ จากนั้้น� จะว่่ายหารากพืชื น้ำ��ำ
เพื่่อ� แทงส่่วนของท่่อหายใจฝังั ติดิ ไว้ส้ ำ�ำ หรับั รับั เอาออกซิเิ จนจากรากพืชื น้ำำ�� ลููกน้ำ�ำ�จะมีีการเจริญิ เติบิ โต 4 ระยะ
มีีการลอกคราบ 3 ครั้้�ง และระยะสุุดท้้ายจะลอกคราบกลายเป็็นตััวโม่่ง ระยะเวลาที่�่เป็็นลููกน้ำ�ำ� จะใช้้เวลา
ประมาณ 16-20 วันั
3. ระยะตััวโม่ง่ (pupa)
ตัวั โม่่งจะมีีท่่อหายใจ (trumpet) ตรงส่่วนหัวั ปลายท่่อหายใจจะมีีลักั ษณะเป็น็ หนามแหลมและแข็ง็
ใช้เ้ จาะ หรือื แทงเข้า้ ไปในเนื้้อ� เยื่อ� ของพืชื ได้เ้ ช่่นเดีียวกับั siphon ของลููกน้ำำ�� ตัวั โม่่งจะเกาะติดิ กับั รากพืชื จนกว่่า
จะถึึงเวลาลอกคราบเป็็นตััวเต็็มวััย จึึงจะปล่่อยตััวแยกออกมาจากพืืชน้ำำ�� การเจริิญเติิบโตในระยะตััวโม่่ง
ค่่อนข้า้ งยาวใช้้เวลาประมาณ 5-7 วััน หรืืออาจจะนานกว่่านี้้�
4. ตัวั เต็็มวัยั (adult)
ยุงุ ตัวั เมีียจะกินิ เลือื ดคนและสัตั ว์ห์ ลังั ผสมพันั ธุ์์� ภายใน 24 ชั่่ว� โมง โดยพร้อ้ มที่จ�่ ะวางไข่่หลังั กินิ เลือื ด
ประมาณ 2-3 วััน ตััวเต็็มวััยต้้องการความชื้�นสููง และที่�่อุุณหภููมิิห้้องประมาณ 25-30 ํํC ยุุงจะมีีอายุุอยู่�่ได้้
ประมาณ 30 วััน

แหล่่งเพาะพันั ธุ์�์

ยุุงเสืือมีีแหล่่งเพาะพันั ธุ์�บริเิ วณที่่�ราบลุ่ม� ทุ่่�งนา บ่่อ บึงึ แหล่่งน้ำ�ำ�ขังั ตลอดปีีและมีีพืืชน้ำ��ำ ชนิดิ ต่่างๆ เช่่น
ผักั ตบชวา จอก แหน กก แพงพวย วัชั พืืชต่่างๆ แหล่่งเพาะพันั ธุ์�สามารถจำ�ำ แนกได้้เป็็น 3 แบบ คืือ
1. พรุเุ ปิิด (Open swamp)
เป็น็ ลักั ษณะแหล่่งน้ำ��ำ ที่ม่� ีีพืชื ปกคลุมุ ไม่่มากนักั แสงอาทิติ ย์ส์ ามารถส่่องถึงึ มีีพืชื ตระกููลหญ้า้ มากกว่่า
พืชื ชนิิดอื่่น� เป็็นแหล่่งเพาะพันั ธุ์�ที่�่เหมาะสมสำ�ำ หรัับยุงุ Mansonia uniformis
2. พรุุปิดิ (Swamp forest)
เป็น็ ลักั ษณะแหล่่งน้ำ�ำ�ขังั ที่ม่� ีีพืชื ปกคลุมุ อย่่างหนาแน่่น แสงอาทิติ ย์ไ์ ม่่สามารถส่่องถึงึ หรือื ส่่องถึงึ พื้้น�
ดินิ ได้้น้้อย มีีซากพืชื เน่่าเปื่่�อยทัับถมนานหลายปีี น้ำ�ำ� ใสไม่่ขุ่่น� ความชื้น� ค่่อนข้า้ งสููง มีีพืชื หลายชนิดิ เช่่น หวาย
ปาล์์ม พืืชน้ำ�ำ�ที่�่มีีนวมช่่วยพยุุงลำ�ำ ต้้น และพืืชที่�่มีีรากโผล่่เหนืือดิิน เป็็นแหล่่งเพาะพัันธุ์�ที่่�เหมาะสมของยุุง
Mansonia dives และ Mansonia bonneae
3. ขอบป่่า (Forest verge)
เป็็นบริิเวณรอยต่่อระหว่่าง open swamp กัับ swamp forest สามารถพบยุุงเสืือหลายชนิิด
แต่่จะพบ Mansonia annulifera มากที่่ส� ุุด(10, 47)

ชีีวนิิสััยของยุุงเสืือ 29

1. การหากินิ เลืือด ยุุงเสืือจะออกหากิินเลืือดทั้้�งคนและสััตว์์ โดยออกหากิินทั้้�งในบ้า้ น และนอกบ้้าน
แต่่ชอบหากิินเลือื ดนอกบ้้านมากกว่่า จะออกหากิินในเวลากลางคืนื ตั้ง� แต่่หััวค่ำ�ำ� จนถึงึ รุ่�งเช้า้ เวลาที่อ�่ อกหากินิ
มากที่่�สุุดคืือ ช่่วงเวลาพลบค่ำำ�� และก่่อนพระอาทิิตย์์ขึ้�น ในพื้้�นที่่�ที่�่มีีความชื้�นสููง เช่่น พรุุปิิด อาจพบยุุงเสืือ
ออกหากินิ ในเวลากลางวัันได้้

2. การวางไข่่ เนื่่อ� งจากในธรรมชาติลิ ููกน้ำ��ำ ยุงุ เสือื ต้อ้ งหายใจโดยรับั ออกซิเิ จนจากรากพืชื ดังั นั้้น� ยุงุ เสือื
เพศเมีียจึึงเลืือกวางไข่่ในแหล่่งที่�ม่ ีีพืืชน้ำำ�� หรือื มีีรากพืชื ชายน้ำ�ำ� อยู่่� เช่่น ห้้วย หนอง คลอง บึึง ที่ม�่ ีีผักั ตบชวา
จอก รวมทั้้ง� ป่่าพรุุทางภาคใต้้ เป็็นต้้น โดยวางไข่่ใต้้ใบพืืชที่ล�่ อยน้ำ�ำ� ถ้้ายุงุ เสือื ไม่่สามารถหาแหล่่งที่�่เหมาะสม
สำ�ำ หรัับวางไข่่ได้้ เช่่น ไม่่มีีพืืชที่�ล่ อยปริ่่ม� น้ำ��ำ ตััวเมีียจะเลือื กวางไข่่ตรงขอบใบพืืชบริเิ วณที่่�ตััวติดิ กัับผิิวน้ำ��ำ

ความสำำ�คััญทางการแพทย์์
ยุุงเสืือมีีความสำำ�คััญทางด้้านสาธารณสุุข โดยเป็็นพาหะโรคเท้้าช้้างในคนที่�่เกิิดจากเชื้�อพยาธิิฟิิลาเรีีย
ชนิิด Brugia malayi หรืือไมโครฟิลิ าเรีีย (microfilaria) เมื่อ� ยุงุ เสืือที่เ่� ป็็นพาหะนำ�ำ โรคไปกััดคนที่ม่� ีีเชื้อ� พยาธิิ
ไมโครฟิิลาเรีีย และดููดเลืือดที่่�มีีเชื้�อพยาธิิเข้้าไป พยาธิิไมโครฟิิลาเรีียจะเข้้าไปเจริิญในตััวยุุงนาน 7-14 วััน
จนเป็น็ ตััวอ่่อนระยะติดิ ต่่อ ซึ่่�งมีีการเคลื่่อ� นไหวตลอดเวลา และจะเคลื่่อ� นไปสู่ป�่ ากยุงุ เมื่อ� ยุุงมากัดั คนตัวั อ่่อน
ระยะติิดต่่อนี้้�จะไชผ่่านผิิวหนัังบริิเวณแผลที่�่ยุุงกััด และเข้้าไปเจริิญและเพิ่่�มจำำ�นวนในคน ต่่อมาจะก่่อให้้เกิิด
ภาวะโรคเท้้าช้้างได้้ พยาธิินี้้�จะอาศััยอยู่�่ในระบบน้ำ�ำ� เหลืืองของคนมีีการปล่่อยสารพิิษออกมา ทำ�ำ ให้้ระบบ
ทางเดินิ น้ำ�ำ�เหลืืองอุุดตััน เป็็นผลให้้อวััยวะบวมโตซึ่่ง� กว่่าจะเห็็นใช้เ้ วลานานปี ี ทำ�ำ ให้พ้ ิิการไปตลอดชีีวิติ
โรคเท้้าช้้าง (Filariasis) ที่่�เกิิดจากเชื้�อ Brugia malayi ซึ่่�งพบโรคนี้้�ทางภาคใต้้ของประเทศไทย
มีียุุงเสือื ที่เ่� ป็น็ พาหะ ได้้แก่่ Ma. bonneae, Ma. uniformis, Ma. dives, Ma. indiana, Ma annulata
และ Ma. annulifera(10)

การป้อ้ งกันั ควบคุมุ ยุงุ เสือื
1. การควบคุมุ ในระยะลููกน้ำำ��

• การควบคุมุ ทางสิ่ง� แวดล้อ้ ม (Environmental Control) โดยการควบคุมุ แหล่่งเพาะพันั ธุ์�ให้ไ้ ม่่

เหมาะสมต่่อการเจริิญของลููกน้ำ�ำ�ยุงุ โดยเฉพาะแหล่่งเพาะพัันธุ์�ที่ม�่ ีีพืชื น้ำ�ำ� เช่่น การกลบถมและทำำ�ลายวััชพืืช

• การใช้้ชีีววิธิ ีี (Biological control) โดยการปล่่อยปลากิินลููกน้ำ��ำ เช่่น ปลาหางนกยููง ปลาสอด

หรือื ปลาชนิิดต่่างๆ ที่่�สามารถกิินลููกน้ำ�ำ�ยุงุ ได้้
2. การควบคุมุ ระยะตััวเต็ม็ วัยั

• การใช้้สารเคมีีกระป๋๋องสเปรย์์ การฉีีดพ่่นสเปรย์์กระป๋๋องเคมีีควรพ่่นแล้้วปิิดอบห้้องไว้้นาน

30 นาทีี ถึงึ 1 ชั่่ว� โมง แล้้วเปิดิ หน้า้ ต่่างและประตููระบายอากาศก่่อน แล้้วค่่อยเข้้าไปภายในห้อ้ งเพื่่�อทำ�ำ กิจิ วัตั ร
ประจำ�ำ วันั ต่่างๆ ได้้ตามปกติิ

• การใช้้มุ้�งชุบุ สารเคมีีฆ่่าแมลง การนอนในมุ้�งชุบุ สารเคมีีเมื่อ� ยุงุ มาเกาะที่ม่�ุ้�งสารเคมีีจะออกฤทธิ์์�

ทั้้ง� ไล่่และออกฤทธิ์์ใ� นการฆ่า่ ยุุงที่ม่� าสัมั ผัสั กัับมุ้�งชุบุ สารเคมีี
3. การป้้องกัันตนเอง
การป้้องกัันตนเองจากการถููกยุุงกััดเป็็นการลดการสััมผััสระหว่่างคนกัับยุุง มีีวิิธีีการต่่างๆ เช่่น
การจุุดยากัันยุุง การใช้ส้ ารทาไล่่ยุุง เช่่น น้ำำ��มัันตะไคร้ห้ อม หรือื สารสังั เคราะห์์ เช่่น DEET, Icaridin เป็็นต้น้
การนอนในมุ้�ง การสวมใส่่เสื้อ� แขนยาวและกางเกงขายาวให้ม้ ิดิ ชิดิ เมื่อ� ต้อ้ งออกไปทำ�ำ กิจิ วัตั รประจำ�ำ วันั นอกบ้า้ น

30 คูม่ ือ สารเคมแี ละเครอื่ งพน่ สารเคมีเพ่ือควบคุมยงุ พาหะน�ำ โรค

ยุุงแม่่ไก่่

ยุุงแม่่ไก่่ มีีลัักษณะคล้้ายยุุงลายแต่่มีีขนาด
ใหญ่่กว่่า บางครั้้�งได้้สร้้างความสัับสนกัับผู้�พบเห็็น
คิิดว่่าเป็็นยุุงลาย ยุุงชนิิดนี้้�ไม่่ได้้เป็็นพาหะนำำ�โรค
ที่่�สำ�ำ คััญมาสู่�่คนในประเทศไทย แต่่มีีรายงานพบ
เชื้�อซิิกาไวรัสั ในตััวยุงุ ซึ่่ง� ต้อ้ งพิสิ ููจน์์ต่่อไปว่่าสามารถ
ถ่่ายทอดโรคดังั กล่่าวได้ห้ รือื ไม่่ ยุงุ แม่่ไก่่เป็น็ ยุงุ ในสกุลุ
Armigeres หรือื ที่่เ� รีียกว่่า ยุงุ แม่่ไก่่ จััดอยู่ใ่� น Order
Diptera, Family Culicidae, Subfamily Culicinae,
Tribe Aedini, Genus Armigeres มีี 2 Subgenera ภาพที่�่ 1.20 ยุงุ แม่่ไก่่ (Armigeres sp.)(49)
ได้้แก่่ Armigeres และ Leicesteria การกระจายตัวั
ของยุงุ ในสกุลุ Armigeres จะพบในประเทศอินิ เดีีย ประเทศในเอเชีียตะวันั ออกเฉีียงใต้ ้ จีีนตอนใต้ ้ อินิ โดนีีเซีีย
ฟิิลิิปปิินส์์และหมู่�่เกาะต่่างๆ ในมหาสมุุทรอิินเดีีย และมหาสมุุทรแปซิิฟิิก และในทวีีปออสเตรเลีีย ทั่่�วโลก
พบ 58 ชนิดิ แบ่่งออกได้้ 2 สกุุลย่่อย ได้แ้ ก่่ Armigeres มีีจำ�ำ นวน 40 ชนิดิ และ Leicesteria มีีจำ�ำ นวน
18 ชนิิด สำ�ำ หรัับประเทศไทยมีียุุงแม่่ไก่่รวม 29 ชนิิด เป็็นยุุงในสกุุลย่่อย Armigeres จำำ�นวน 13 ชนิิด
และ Leicesteria จำ�ำ นวน 16 ชนิดิ (48) ในประเทศจีีน เกาหลีี ญี่ป�ุ่่�น จะพบยุุงแม่่ไก่่ชนิิดเดีียว คืือ Armigeres
subalbatus สำ�ำ หรัับประเทศไทยพบยุุงแม่่ไก่่ชนิิด Ar. subalbatus มากที่�่สุดุ อยู่ใ�่ นสกุุลย่่อย Armigeres
ซึ่�งพบได้้ทั่่ว� ประเทศโดยเฉพาะเขตชนบท (ภาพที่�่ 1.20)

วงจรชีีวิิตยุุงแม่่ไก่่

1. ระยะไข่่
ยุงุ แม่่ไก่่ Ar. subalbatus วางไข่่เป็น็ ฟองเดี่�่ยวๆ เหนืือระดับั น้ำ�ำ� ไข่่สามารถทนแล้้งได้้ มีีรายงาน
พบว่่าสามารถเก็บ็ ไว้ใ้ นที่แ�่ ห้ง้ และเก็บ็ ไว้ไ้ ด้น้ าน 2-3 เดือื น ไข่่จะฟักั เป็น็ ตัวั อ่่อนภายในเวลา 2-5 วันั ที่อ�่ ุณุ หภููมิิ

ประมาณ 27 องศาเซลเซีียส

2. ระยะลูกู น้ำำ��
ระยะลููกน้ำ�ำ� ของยุุงแม่่ไก่่คล้้ายยุุงลาย

แต่่มีีขนาดใหญ่่กว่่า มีีท่่อหายใจ (siphon) สั้้น� แต่่บน

ท่่อหายใจไม่่มีี Pecten จึงึ ทำ�ำ ให้้ในยุุงแม่่ไก่่แตกต่่าง

จากยุงุ ชนิดิ อื่่น� ๆ ทั้้ง� หมด และในระยะลููกน้ำ�ำ� บางกรณีี

สามารถกินิ ลููกน้ำำ��ด้ว้ ยกันั เป็น็ อาหารด้ว้ ย ระยะลููกน้ำ�ำ�

ใช้้เวลาในการเจริิญเติิบโตประมาณ 7-12 วััน

จึงึ ลอกคราบเข้า้ สู่ร่� ะยะตััวโม่่ง(50) (ภาพที่�่ 1.21) ภาพที่�่ 1.21 ลููกน้ำ��ำ ยุงุ Armigeres sp.(49)

31

3. ระยะตัวั โม่่ง
ใช้้เวลาประมาณ 2-4 วััน ตััวโม่่งจึึงจะลอกคราบเป็น็ ตััวเต็ม็ วัยั

4. ระยะตัวั เต็็มวัยั
ตััวเต็็มวััยเพศเมีียของยุุงแม่่ไก่่มีีลัักษณะ

สััณฐานวิิทยาคล้้ายกัับชนิิดของยุุงในสกุุล Aedes
แต่่โดยทั่่�วไปจะมีีขนาดใหญ่่กว่่า และจะมีีส่่วนปาก

(proboscis) โค้้งลงเล็็กน้้อย และแบนด้้านข้้าง

ตารวมแยกออกจากกัันด้้วยเกล็็ดสองแถวยาว

เกล็็ดส่่วนหลัังกว้้างและแบน สำ�ำ หรัับยุุงแม่่ไก่่

Ar. subalbatus (ภาพที่่� 1.22) ตััวเต็็มวััยมีีลาย
ขาวดำำ� มีีลัักษณะค่่อนข้้างคล้้ายยุุงลาย เพราะส่่วน

ท้้องมีีลายขาวแทรก และด้้านข้้างอกมีีลายขาวสลัับ

แต่่มีีขนาดใหญ่่กว่่ายุุงลายโดยทั่่�วไปเล็็กน้้อย และมีี ภาพที่�่ 1.22 ยุุงแม่่ไก่่ Armigeres subalbatus
ลัักษณะแตกต่่างจากยุุงลายตรงที่�่ scutum ซึ่่�งอยู่�่ที่่� ระยะตัวั เต็็มวัยั (31)
ส่่วนอก ไม่่มีีแถบหรืือลายสีีขาว จึึงเห็็นส่่วนหลััง

ทั้้ง� หมดของยุงุ เป็น็ พื้้น� สีีเทาหรือื ดำำ� ตรงปลายของส่่วนปากจะหนา และงองุ้�มเล็ก็ น้อ้ ย ตัวั เต็ม็ วัยั เพศเมีียวางไข่่

หลังั จากกิินเลืือดแล้ว้ ประมาณ 4-6 วันั และมีีชีีวิติ อยู่่ไ� ด้้นานประมาณ 1 เดืือน(48, 51)

ชีวี นิิสััยของยุุงแม่่ไก่่

1. การวางไข่่ แหล่่งเพาะพันั ธุ์�ของยุงุ แม่่ไก่่ พบได้ใ้ นแหล่่งน้ำ��ำ ขนาดเล็ก็ โดยเฉพาะอย่่างยิ่ง� ที่ม�่ ีีน้ำ��ำ เน่่าเสีีย
หรืือน้ำำ��ที่่�มีีสารอิินทรีีย์์สููง รวมถึึงถัังบำำ�บััดน้ำ��ำ เสีีย โดยยุุงแม่่ไก่่ชอบวางไข่่ในแหล่่งน้ำ��ำ ที่่�มีีความเข้้มข้้นของ
แอมโมเนีียสููง มีีค่่า pH อยู่�่ระหว่่าง 8.0-8.5 และปรัับตััวได้้ดีีให้้อยู่�่รอดในภาชนะที่ม�่ ีีน้ำำ��ขัังต่่างๆ ซึ่่�งรวมถึึง
แหล่่งที่�่อยู่�่อาศััยตามธรรมชาติิ เช่่น ตอไม้้ โพรงหิิน โพรงต้้นไม้้ ตอไม้้ไผ่่ กาบใบพืืชต่่างๆ กะลามะพร้้าว
ตััวเต็็มวััยส่่วนใหญ่่พบในพื้้น� ที่่ป� ่่า และพื้้�นที่เ�่ พาะปลููก
2. การออกหากิินเลืือด ยุุงแม่่ไก่่ออกหากิินในเวลาพลบค่ำ�ำ� และกิินเลืือดเหยื่�อพร้้อมกัันหลายตััว
การเข้า้ กัดั ของยุงุ แม่่ไก่่ Ar. subalbatus พบเข้า้ กัดั นอกบ้า้ นมากกว่่าในบ้า้ น ช่่วงเวลาเข้า้ กัดั มีีลักั ษณะที่ช่� ัดั เจน
โดยพบใน 2 ช่่วงเวลา คืือ ช่่วงรุ่�งเช้้าแต่่พบจำ�ำ นวนยุุงน้้อย และในช่่วงพลบค่ำ��ำ พบยุุงเป็็นจำ�ำ นวนมาก(52)
จากการศึกึ ษา Ar. subalbatus ในประเทศมาเลเซีีย พบอัตั ราการเข้า้ กัดั สููงสุดุ ในเวลา 18.00-19.00 น. ช่่วงเวลา
การปรากฏตััวเป็็นเช่่นนี้้�ทุุกวัันไม่่มีีการเปลี่่�ยนแปลง โดยมีีปััจจััยของความเข้้มแสงในช่่วงเวลาที่�่พระอาทิิตย์์
ขึ้น� และตกที่ท�่ ำ�ำ ให้เ้ กิดิ พฤติกิ รรมนี้้� นอกจากนี้้ค� วามหนาแน่่นของประชากรยุงุ ในการออกหาเหยื่อ� ยังั ขึ้น� กับั ข้า้ งขึ้น�
ข้้างแรมของดวงจัันทร์์ โดยจะพบยุุงจำ�ำ นวนมากขึ้�นเมื่ อ� พระจัันทร์์เต็็มดวง และลดลงในช่่วงข้้างแรม(53-55)

32 คูม่ อื  สารเคมแี ละเครอื่ งพ่นสารเคมเี พอื่ ควบคุมยงุ พาหะนำ�โรค

3. การแพร่่กระจาย สำ�ำ หรับั ฤดููกาลที่พ�่ บยุงุ ชนิิดนี้้�มากที่ส�่ ุุด คืือ ช่่วงฤดููฝน และพบได้้น้อ้ ยช่่วงฤดููแล้ง้
ยุงุ แม่่ไก่่ Ar. subalbatus มีีพฤติกิ รรมดููดกินิ เลือื ดสัตั ว์ม์ ากกว่่าเลือื ดคน และมีีการศึกึ ษาพบว่่าดููดกินิ เลือื ดคน
สุุกร วัวั สุนุ ััข ไก่่ สัตั ว์เ์ ลื้�อยคลาน ไม่่ดููดกิินเลือื ดสัตั ว์์ครึ่่�งบกครึ่่ง� น้ำ��ำ จึงึ เป็็นสาเหตุทุ ี่ย�่ ุุงชนิดิ นี้้ส� ามารถถ่่ายทอด
เชื้ �อโรคจากสัตั ว์์ได้้(56-57)

ความสำำ�คััญทางการแพทย์์

• ก่่อให้้เกิิดความรำำ�คาญ กัดั เจ็บ็ เพราะมีีส่่วนปากขนาดใหญ่่
• มีีรายงานพบเชื้อ� ไวรัสั ไข้ส้ มองอักั เสบ (Japanese encephalitis) ในยุงุ Ar. subalbatus ในประเทศ

ไต้้หวััน พบเชื้อ� ซิกิ ้้าไวรัสั ในยุงุ Ar. subalbatus ในประเทศไทยและจีีน

• เป็็นพาหะหลักั ของเชื้�อพยาธิิ Brugia pahangi ที่่�สามารถติดิ ต่่อสู่ค่� นได้้ โดยยุุงที่เ่� ป็น็ พาหะหลักั

คือื Ar. subalbatus ในประเทศมาเลเซีีย และพบเชื้�อพยาธิิ Wuchereria bancrofti ในยุุง Ar. subalbatus
ในประเทศอิินเดีีย(58)

• ยุงุ แม่่ไก่่เป็น็ พาหะที่�่สำ�ำ คััญของพยาธิิหััวใจสุุนััข Dirofilaria immitis ซึ่่ง� ยุงุ ชนิิดนี้้�จะกััดคนในเวลา

ใกล้รุ้่�ง และตอนพลบค่ำำ�� และจะพบได้้ทั่่�วไปโดยเฉพาะอย่่างยิ่ง� ในเขตชนบท
การควบคุุมยุงุ แม่่ไก่่

1. การควบคุมุ ระยะลููกน้ำ�ำ�
การควบคุุมโดยจัดั การสิ่่�งแวดล้้อม แหล่่งเพาะพัันธุ์�ของยุุงแม่่ไก่่มีีทั้้�งในแหล่่งภาชนะขัังน้ำ�ำ�เน่่าเสีีย
หรืือน้ำ��ำ ที่่�มีีสารอิินทรีีย์์สููง เช่่น ถัังบำำ�บััดน้ำ��ำ เสีีย บ่่อเกรอะ ถัังหมััก ควรปิิดฝาหรืือใช้้วััสดุุที่�่สามารถปิิดปาก
ภาชนะให้้เรีียบร้้อย ไม่่ให้ย้ ุุงแม่่ไก่่สามารถเล็็ดลอดเข้า้ ไปวางไข่่ได้้ สำำ�หรับั แหล่่งน้ำ��ำ ที่�เ่ กิิดขึ้้น� เองตามธรรมชาติิ
เช่่น แอ่่งหิิน โพรงต้้นไม้้ ตอไม้้ ตอไม้้ไผ่่ กาบใบพืืชต่่างๆ จะค่่อนข้้างควบคุุมได้้ยาก ไม่่เหมาะสมที่่�จะใช้้
ทรายเทมีีฟอส ให้ใ้ ช้้วิิธีีกำำ�จัดั ตััดออก จัดั เก็็บ หรืือแก้ไ้ ขอย่่างเหมาะสมเพื่่อ� ป้้องกัันการแพร่่พันั ธุ์�
2. การควบคุมุ ระยะตััวเต็็มวัยั
การควบคุมุ ทางกายภาพ เช่่น ใช้ไ้ ม้ซ้ ็็อตยุุง กัับดัักยุุง การนอนกางมุ้�ง เป็น็ ต้้น การควบคุุมทางเคมีี
เช่่น การฉีีดพ่่นสเปรย์์กระป๋๋องเคมีี การใช้้สารซัักล้้างผสมน้ำ�ำ�อััตรา 1:1 ฉีีดพ่่นยุุง ใช้้มุ้�งชุุบสารเคมีีฆ่่าแมลง
การใช้้เครื่่อ� งพ่่นสารเคมีีฉีีดพ่่นนอกบ้า้ นขณะที่�ย่ ุงุ ออกหากินิ การใช้้มุ้�งชุบุ สารเคมีีฆ่่าแมลง การใช้้ยาจุดุ กัันยุงุ
เป็็นต้้น

33

บรรณานกุ รม

1. Harbach R.E. Mosquito Taxonomic Inventory [Internet]. 2021 [cited 22 Jan 2021]; Available
from: http://mosquito-taxonomic-inventory.info/simpletaxonomy/term/6045.

2. Rattanarithikul R, Harrison BA, Panthusiri P, Coleman RE. Illustrated keys to the
mosquitoes of Thailand I. Background; geographic distribution; lists of genera, subgenera,
and species; and a key to the genera. Southeast Asian J Trop Med Public Health. 2005;36:
1-80.

3. Williams J, Pinto J. Training Manual on Malaria Entomology for Entomology and Vector
Control Technicians (Basic Level). RTI International. 2012 [cited 2021 Sep 21]. Available
from: https://www.researchgate.net/publication/262450744_Training_Manual_on_Malaria_
Entomology/download.

4. National Environment Agency. Male Mosquitoes Do Not Bite or Transmit Disease
[Internet]; c2021 National Environment Agency [updated 2020 Dec 16; cited 2021 Jun
28]. Available from: https://www.nea.gov.sg/corporate-functions/resources/research/
wolbachia-aedes-mosquito-suppression-strategy/male-mosquitoes-do-not-bite.

5. Paixão ES, Teixeira MG, Rodrigues LC. Zika, chikungunya and dengue: the causes and
threats of new and re-emerging arboviral diseases. BMJ Glob Health. 2018 Jan 4;3:1-6.

6. Rattanarithikul R, Harbach RE, Harrison BA, Panthusiri P, Coleman RE, Richardson JH.
Illustrated keys to the mosquitoes of Thailand. VI. Tribe Aedini. Southeast Asian J Trop
Med Public Health. 2010;41:1-225.

7. Contra Costa Mosquito and Vector Control District. Aedes aegypti and Aedes albopictus
- Invasive Mosquito Species Capable of Transmitting Disease. [cited 2021 Apr 2]. Available
from: https://www.contracostamosquito. com/invasive_mosquito_species.htm.

8. สำ�ำ นัักงานควบคุมุ โรคไข้เ้ ลือื ดออก กรมควบคุมุ โรคติดิ ต่่อ. โรคไข้้เลืือดออก ฉบับั ประเกีียรณก. พิิมพ์ค์ รั้้�ง
ที่่� 2. กรุงุ เทพฯ: โรงพิมิ พ์์ชุุมนุุมสหกรณ์ก์ ารเกษตรแห่่งประเทศไทย จำ�ำ กัดั ; 2545.

9. World Health Organization. Vector Control - Methods for Use by Individuals and
Communities. by Jan A. Rozendaal. World Health Organization; 1997.

10. สถาบันั วิิจััยวิิทยาศาสตร์์สาธารณสุขุ กรมวิทิ ยาศาสตร์์การแพทย์์. ชีีววิิทยา นิิเวศวิทิ ยา และการควบคุมุ
ยุงุ ในประเทศไทย. พิิมพ์ค์ รั้้ง� ที่่� 4. กรุุงเทพมหานคร: หนัังสือื ดีีวันั จำ�ำ กััด; 2553.

11. Kalra NL, Kaul SM, Rastogi, RM. Prevalence of Aedes aegypti and Aedes albopictus-
Vectors of Dengue Haemorrhagic Fever in North, North-East and Central India. [Internet]
World Health Organization; 1997 [cited 2021 Jan 11]. Available from: https://apps.who.
int/iris/handle/10665/148533.

34 คู่มือ สารเคมแี ละเครอ่ื งพ่นสารเคมีเพื่อควบคมุ ยุงพาหะนำ�โรค

12. สำำ�นัักโรคติิดต่่อนำำ�โดยแมลง. ชีีววิิทยาและการควบคุุมยุุงลายสวน. สำำ�นัักโรคติิดต่่อนำำ�โดยแมลง 35
กรมควบคุุมโรค. นนทบุุรีี; 2556.

13. กองโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยแมลง กรมควบคุุมโรค. แนวทางการวิินิิจฉัยั ดููแลรักั ษาผู้้�ป่่วยโรคไข้้ปวดข้อ้ ยงุุลาย
2563. นนทบุรุ ีี: อัักษรกราฟฟิิค แอนด์์ดีีไซน์์; 2563.

14. สำำ�นักั โรคติดิ ต่่ออุุบััติใิ หม่่ กรมควบคุุมโรค. คู่ม�่ ืือการป้้องกันั ควบคุมุ โรคติิดเชื้�อไวรัสั ซิกิ า สำ�ำ หรัับบุุคลากร
ทางการแพทย์แ์ ละสาธารณสุขุ ปีี 2559. นนทบุรุีี: องค์ก์ ารสงเคราะห์ท์ หารผ่า่ นศึกึ ในพระบรมราชููปถัมั ภ์;์
2559.

15. กองโรคติดิ ต่่อนำ�ำ โดยแมลง กรมควบคุมุ โรค. มาตรการในการเฝ้า้ ระวังั ป้อ้ งกันั ควบคุมุ โรคติดิ เชื้อ� ไวรัสั ซิกิ า
[อินิ เตอร์เ์ น็ต็ ]. [ปรับั ปรุงุ เมื่อ� 18 กันั ยายน 2563; เข้า้ ถึงึ เมื่อ� 16 กันั ยายน 2564]. เข้า้ ถึงึ ได้จ้ าก: https://
drive.google.com/file/d/1evu_3xXvUzJzC2LBgJkrnV Z3f4Fskzfu/view.

16. World Health Organization. Manual on environmental management of mosquito control.
Geneva: World Health Organization; 1982.

17. World Health Organization. Comprehensive Guidelines for Prevention and Control of
Dengue and Dengue Haemorrhagic Fever. SEARO Technical Publication Series No. 60. :
World Health Organization; 2011.

18. สำ�ำ นักั โรคติิดต่่อนำ�ำ โดยแมลง กรมควบคุุมโรค. คู่่�มืือการใช้้เครื่่�องพ่่นสำ�ำ หรับั ผู้้�ปฏิบิ ััติกิ ารเพื่่�อป้อ้ งกันั และ
ควบคุมุ โรคไข้เ้ ลือื ดออก. พิมิ พ์ค์ รั้้ง� ที่�่ 4. สำ�ำ นักั โรคติดิ ต่่อนำ�ำ โดยแมลง กรมควบคุมุ โรค กระทรวงสาธารณสุขุ ;
2560.

19. The Armed Forces Pest Management Board (AFPMB). Aedes Mosquito Vector Control
[Internet] Armed Forces Pest Management Board Technical Guide No. 47 ; 2016 [cited
2021 Jan 11]. Available from: https://www.acq.osd.mil/eie/afpmb/docs/techguides/tg47.
pdf.

20. Kittayapong P, Ninphanomchai S, Limohpasmanee W, Chansang C, Chansang U,
Mongkalangoon P. Combined sterile insect technique and incompatible insect technique:
The first proof-of-concept to suppress Aedes aegypti vector populations in semi-rural
settings in Thailand. PLoS Negl Trop Dis. 2019 Oct 28;13(10): 1-21.

21. สำำ�นักั งานคณะกรรมการอาหารและยา [อินิ เตอร์เ์ น็ต็ ]. สเปรย์์ และยาทากันั ยุงุ เด็ก็ เล็ก็ ควรระวังั ; c2018-
19 [ปรับั ปรุุงล่่าสุดุ 2 ธันั วาคม 2563; เข้้าถึึงเมื่อ� 11 กรกฎาคม 2564]; เข้้าถึงึ ได้้จาก: https://oryor.
com/%E0%B8%AD%E0%B8%A2/detail/media_printing/1841

22. สำ�ำ นักั ควบคุมุ เครื่่อ� งสำ�ำ อางและวัตั ถุอุ ันั ตราย สำ�ำ นักั งานคณะกรรมการอาหารและยา. ผลิติ ภัณั ฑ์ไ์ ล่่แมลง
[อิินเตอร์์เน็็ต]. [ปรัับปรุุงล่่าสุุด 10 มกราคม 2560; เข้้าถึึงเมื่ �อ 11 กรกฎาคม 2564]; เข้้าถึึงได้้จาก:
https://www.fda.moph.go.th/sites/Hazardous/KM_Paper/Forms/AllItems.aspx

23. Sophie J. Balk MD, FAAP. Choosing an Insect Repellent for Your Child [Internet] The
American Academy of Pediatrics; 2021 [cited 2021 July 11]. Available from: https://www.
healthychildren.org/English/safety-prevention/at-play/Pages/Insect-Repellents.aspx.

24. Environmental Working Group. EWG’s Guide to Better Bug Repellents [Internet]; 2013
[cited 2021 July 11]. Available from: https://www.ewg.org/news-insights/news-release/
ewgs-guide-better-bug-repellents.

25. National Pesticide Information Center. Choosing and Using Insect Repellents [Internet];
2021 [cited 2021 July 11]. Available from: http://npic.orst.edu/ingred/ptype/repel.html.

26. Harbach, R.E. Genus Anopheles Meigen, 1818 [Internet]. 2021 [cited 2 Apr 2021]; Available
from: http://mosquito- taxonomic-inventory.info/genus-anopheles-meigen-1818.

27. Wikipedia, the free encyclopedia. Anopheles [Internet]. 2021 [cited 2 Apr 2021]; Available
from: https://en.wikipedia.org/wiki/Anopheles.

28. กองโรคติดิ ต่่อนำำ�โดยแมลง กรมควบคุุมโรค กระทรวงสาธารณสุุข. แนวทางการปฏิบิ ััติิงานกำ�ำ จัดั โรคไข้้
มาลาเรีียสำำ�หรับั บุคุ ลากรทางแพทย์แ์ ละสาธารณสุขุ ประเทศไทย. กรุงุ เทพมหานคร: อักั ษรกราฟฟิคิ แอนด์์
ดีีไซน์์; 2562.

29. Scientists Against Malaria (SAM). Anopheles dirus. [Internet]. 2021 [cited 30 Mar 2021];
Available from: https://scientistsagainstmalaria.net/vector/anopheles-dirus.

30. Wikimedia Commons. Anopheles (cellia) minimus species complex [Internet]. 2021
[cited 30 Mar 2021]; Available from: https://malariaatlas.org/bionomics/anopheles-
minimus/.

31. Walter Reed Biosystematics Unit (WRBU) | Smithsonian Institution. species profiles
[Internet]. 2021 [cited 21 May 2021]; Available from: https://www.wrbu.si.edu/vector-
species.

32. Vector control research centre, India. Mosquito - Anopheles sundaicus, 2020 [Internet].
2021 [cited 21 May 2021]; Available from: http://vectorinfo.icmr.org.in/.

33. Baranitharan M, Gokulakrishnan J, Sridhar N. Introduction of Vector Mosquitoes. [Internet]
2018. [cited 30 Mar 2021]; Available from: file:///C:/Users/VBD-ENT-/Downloads/
Baranibook2.pdf.

34. University of Florida, Institute of Food and Agricultural Sciences. common African
malaria mosquito [Internet]. 2014 [cited 30 Mar 2021]; Available from: https://entnemdept.
ufl.edu/creatures/aquatic/Anopheles_gambiae.htm#top.

35. อุษุ าวดีี ถาวะระ, อภิวิ ัฏั ธนสินิ , จิติ ติิ จันั ทร์แ์ สง, ประคอง พันั ธ์อ์ ุไุ ร และโยชิโิ ตะ วาดะ. การเปลี่ย�่ นแปลง
ความชุุกชุมุ ของยุุงพาหะนำ�ำ โรคไข้ส้ มองอัักเสบในประเทศไทยระหว่่างปีี 2535-2537. กรุุงเทพฯ: ดีีไซร์์;
2546.

36. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Life Cycle of Culex Species Mosquitoes
[Internet]. 2012 [cited 18 Feb 2021]; Available from: https://www.cdc.gov/mosquitoes/
about/life-cycles/culex.html.

36 คู่มอื  สารเคมแี ละเคร่อื งพ่นสารเคมเี พ่อื ควบคุมยงุ พาหะน�ำ โรค


Click to View FlipBook Version