The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือสารเคมีและเครื่องพ่นสารเคมีเพื่อควบคุมยุงพาหะนำโรค

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ranong.phq, 2023-01-09 22:05:09

คู่มือสารเคมีและเครื่องพ่นสารเคมีเพื่อควบคุมยุงพาหะนำโรค

คู่มือสารเคมีและเครื่องพ่นสารเคมีเพื่อควบคุมยุงพาหะนำโรค

5บทท่ี

การเตรียมความพรอ้ มในการควบคมุ
ยงุ พาหะน�ำโรค

การเตรียี มความพร้อ้ มในการควบคุมุ ยุงุ พาหะนำำ�โรคเป็น็ ขั้น้� ตอนสำำ�คััญก่อ่ นที่จ่� ะดำ�ำ เนินิ การปฏิบิ ััติงิ าน 87
ในพื้น�้ ที่�่ หากไม่เ่ ตรียี มการให้ม้ ีคี วามพร้อ้ ม อาจจะเกิดิ โอกาสเสี่ย� งในการปฏิบิ ััติงิ านผิดิ พลาด แต่ถ่ ้า้ ทีมี มีกี ารเตรียี ม
ความพร้้อมที่�่ดีี การควบคุุมยุงุ พาหะจะมีปี ระสิิทธิผิ ลและประสิิทธิิภาพมากยิ่ง� ขึ้�น้ ซึ่ง�่ มีีขั้้น� ตอนการดำ�ำ เนินิ งาน
ได้แ้ ก่่ การเตรีียมทีมี ปฏิบิ ััติิการ และการเตรีียมความพร้้อมในการควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรค รายละเอีียดดัังนี้้�

การเตรียี มทีีมปฏิบิ ััติิการควบคุมุ ยุุงพาหะนำำ�โรค

ทีมี ปฏิบิ ััติกิ ารควบคุมุ ยุงุ พาหะนำำ�โรคมีคี วามสำ�ำ คััญในการควบคุมุ โรคติดิ ต่อ่ นำ�ำ โดยแมลง ทั้ง้� การป้อ้ งกััน
โรคและควบคุุมการแพร่่ระบาดของโรคให้้ทัันท่่วงทีี การเตรีียมความพร้้อมมีีขั้�้นตอนการดำำ�เนิินงาน ได้้แก่่
การจััดตั้ง�้ ทีมี การสรรหาสมาชิกิ ทีมี การฝึกึ อบรมทีมี ให้ม้ ีที ัักษะในการควบคุมุ ยุงุ พาหะ การกำ�ำ หนดขนาดของทีมี
และจำ�ำ นวนทีมี ให้ม้ ีคี วามเหมาะสมกัับพื้น�้ ที่ท่� ี่จ�่ ะดำำ�เนินิ การควบคุมุ โรคในแต่ล่ ะด้า้ น ทั้ง้� นี้้ท� ีมี ดัังกล่า่ วในเนื้อ้� หา
เล่่มนี้้จ� ะหมายถึึงทีมี พ่น่ สารเคมีีควบคุมุ ยุุงพาหะเป็น็ สำ�ำ คััญ มีีรายละเอียี ดดัังนี้้�
1. การจััดตั้้ง� ทีมี ปฏิิบัตั ิิการควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรค
กระบวนการจััดตั้ง้� ทีีมส่ว่ นใหญ่่ไม่่มีกี ฎหมาย หรืือกฎระเบีียบมาบัังคัับอย่่างชััดเจน แต่ค่ ำำ�ว่่าทีมี ใน
การควบคุุมยุุงพาหะนำำ�โรค คืือ ต้้องมีีสมาชิิกอย่่างน้้อย 3 คนขึ้�้นไป ซึ่�่งการมีีสมาชิิกทีีมที่�่เหมาะสมในการ
ปฏิิบััติิภารกิิจตามบทบาทหน้้าที่�่และกิิจกรรมของทีีมเป็็นสิ่�งที่่�มีีความสำ�ำ คััญ ดัังนั้�้นทีีมปฏิิบััติิการควบคุุมยุุง
พาหะนำำ�โรค หรืือทีมี พ่น่ สารเคมีคี วบคุมุ ยุงุ พาหะควรมีอี งค์ป์ ระกอบและบทบาทหน้า้ ที่่(� 1) ดัังนี้้�
1) หััวหน้า้ ทีมี หรืือผู้้ค� วบคุุมทีีม (Supervisory staff) จำ�ำ นวน 1 คน คุุณสมบััติคิ วรเป็็นผู้้�มีีสุุขภาพ
ร่่างกายแข็็งแรง ผ่่านการอบรมที่�่เกี่ �ยวข้้องกัับเทคนิิคการพ่่นสารเคมีีและบำำ�รุุงรัักษาเครื่ �องพ่่นสารเคมีีของ
หน่่วยงานทางวิิชาการที่�่เกี่ย� วข้อ้ ง เช่่น การจััดอบรมของกองโรคติดิ ต่่อนำ�ำ โดยแมลง กรมควบคุุมโรค หรืือการ
จััดอบรมของสำ�ำ นัักงานป้อ้ งกัันควบคุมุ โรคในพื้น้� ที่ ่� หััวหน้า้ ทีมี หรืือผู้ค�้ วบคุมุ ทีมี มีบี ทบาทหน้า้ ที่ใ่� นการวางแผน
เตรียี มความพร้้อมของชุุมชน กำ�ำ กัับดููแลให้ก้ ารพ่น่ สารเคมีเี ป็็นไปตามหลัักวิิชาการ แก้้ไขปััญหา และบริิหาร
จััดการอื่น� ๆ ที่เ่� กี่ย� วข้อ้ งกัับการดำำ�เนินิ งานพ่น่ สารเคมีคี วบคุมุ โรคในพื้น้� ที่�่ ให้ค้ ำำ�แนะนำำ�เจ้า้ บ้า้ น ตรวจหาแหล่ง่
เพาะพัันธุ์�ลูกน้ำ��ำ ในบ้้านและรอบๆ บริเิ วณบ้้านที่�จ่ ะพ่น่ สารเคมีี พร้อ้ มกำำ�จััดลููกน้ำ�ำ� เตรีียมงบประมาณในการ
ดำ�ำ เนิินการ หรืือเป็น็ ผู้้เ� จรจาไกล่เ่ กลี่�ยกรณีมี ีปี ััญหาในการพ่น่ สารเคมีคี วบคุุมยุงุ พาหะ
2) พนัักงานพ่่นสารเคมีี (Well-trained Operator หรืือ Spray man) คุุณสมบััติิควรเป็็นผู้�้ มีี
สุขุ ภาพร่า่ งกายแข็ง็ แรง ผ่า่ นการอบรมที่เ�่ กี่ย� วข้อ้ งกัับเทคนิคิ การพ่น่ สารเคมีแี ละบำำ�รุงุ รัักษาเครื่อ� งพ่น่ สารเคมีี
ของหน่่วยงานทางวิิชาการที่่�เกี่�ยวข้้อง เช่่น การจััดอบรมของกองโรคติิดต่่อนำำ�โดยแมลง กรมควบคุุมโรค

หรืือการจััดอบรมของสำำ�นัักงานป้อ้ งกัันควบคุุมโรคในพื้น้� ที่� ่ จำ�ำ นวนของพนัักงานพ่น่ สารเคมีใี น 1 ทีมี จะต้้อง
ไม่ต่ ่ำ�ำ�กว่่า 2 คน ทั้ง�้ นี้้�ขึ้�น้ อยู่�กับขนาดของพื้น�้ ที่่� จำำ�นวนอาคารที่�จ่ ะทำ�ำ การพ่่นสารเคมีี
กรณีพี ่น่ สารเคมีแี บบฤทธิ์์ต� กค้า้ งที่ฝ�่ าผนััง สมรรถนะในการพ่น่ สารเคมีปี ระมาณ 8-12 หลัังคาเรืือน
ต่อ่ คนต่อ่ วััน กรณีพี ่น่ สารเคมีแี บบหมอกควััน หรืือพ่น่ ฝอยละเอียี ด (ULV) สมรรถนะในการพ่น่ สารเคมีปี ระมาณ
25-50 หลัังคาเรืือนต่อ่ คนต่่อวััน ทั้้ง� นี้้�ขึ้น้� อยู่�กับขนาดของบ้้าน ระยะห่่างระหว่่างบ้้าน และการทำำ�ความเข้้าใจ
กัับประชาชน สมรรถนะการพ่่นสารเคมีีดัังกล่่าวให้้คิิดรวมช่่วงระยะเวลาที่่�พััก ผสมสารเคมีี แก้้ไขปััญหา
การขััดข้้องของเครื่อ� งพ่่นเล็ก็ ๆ น้อ้ ยๆ และเวลาที่ไ�่ ม่ส่ ามารถทำ�ำ การพ่น่ ได้้
2. จำำ�นวนทีมี ปฏิบิ ัตั ิิการควบคุุมยุุงพาหะนำำ�โรค
การกำำ�หนดจำำ�นวนทีมี ปฏิบิ ััติิการ ขึ้น�้ อยู่�กับขนาดของพื้้น� ที่� ่ สถานการณ์ข์ องโรค และความพร้อ้ ม
ขององค์์กรปกครองส่่วนท้้องถิ่น� เพื่่อ� ให้้ง่่ายต่อ่ การจััดการคู่�มือเล่ม่ นี้้ � จึึงขอเสนอจำ�ำ นวนทีีมปฏิบิ ััติกิ ารควบคุมุ
ยุงุ พาหะนำำ�โรคที่่�องค์์กรปกครองส่่วนท้อ้ งถิ่น� (2) ควรมีี ดัังนี้้�
1) องค์์การบริิหารส่่วนตำำ�บล โดยทั่่�วไปจะรัับผิิดชอบพื้้�นที่�่ 1 ตำ�ำ บล หรืือบางส่่วนของตำำ�บล
ความหนาแน่น่ ของประชากรในพื้น�้ ที่ย�่ ัังไม่ส่ ููงมาก สถานการณ์ข์ องโรคมัักแปรตามความหนาแน่น่ ของประชากร
จึึงเสนอให้ม้ ีีทีีมปฏิิบััติกิ ารควบคุมุ ยุงุ พาหะนำ�ำ โรค ควรมีีอย่่างน้้อย 2 ทีมี
2) เทศบาลตำำ�บล โดยทั่่ว� ไปจะรัับผิดิ ชอบพื้น�้ ที่�่ 1 ตำำ�บล หรืือบางส่ว่ นของตำ�ำ บลเช่น่ เดียี วกัับองค์ก์ าร
บริิหารส่ว่ นตำ�ำ บล แต่่มีีความหนาแน่่นของประชากรและชุมุ ชนมากขึ้�้น รายได้ม้ ากขึ้้�น จึึงได้ร้ ัับการยกระดัับ
เป็็นเทศบาลตำำ�บล หากมีีการระบาดของโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยแมลงเกิิดขึ้�้นในพื้้�นที่�่ การระบาดมัักจะเกิิดรวดเร็็ว
กว่า่ องค์์การบริหิ ารส่่วนตำ�ำ บล จึึงเสนอให้้มีที ีีมปฏิิบััติิการควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรค ควรมีอี ย่า่ งน้อ้ ย 3 ทีมี
3) เทศบาลเมืือง โดยทั่่�วไปจะรัับผิิดชอบพื้�้นที่่�มากกว่่า 1 ตำ�ำ บล ความหนาแน่่นของประชากร
ชุุมชน และรายได้้มีีมากขึ้�้น จึึงได้้รัับการยกระดัับเป็็นเทศบาลเมืือง ลัักษณะความเป็็นอยู่�จะเป็็นสัังคมเมืือง
มัักมีปี ััญหาโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยแมลงและการร้้องเรียี นเรื่อ� งแมลงเหตุุรำ�ำ คาญร่่วมด้ว้ ย จึึงเสนอให้ม้ ีีทีีมปฏิิบััติิการ
ควบคุุมยุงุ พาหะนำำ�โรค ควรมีีอย่า่ งน้้อย 5 ทีมี
4) เทศบาลนคร รัับผิดิ ชอบพื้น้� ที่ข�่ นาดใหญ่ ่ มีบี ้า้ นเรืือน สถานศึึกษา หน่ว่ ยงานภาครััฐและเอกชน
กิจิ การต่่างๆ ที่�ก่ ว้้างขวางและซัับซ้อ้ น ความหนาแน่น่ ของประชากร ชุุมชน และรายได้้มีมี ากขึ้้�น จึึงได้ร้ ัับการ
ยกระดัับเป็็นเทศบาลนคร ซึ่่�งลัักษณะของชุุมชนมีีความแตกต่่างกัันมาก ส่่วนใหญ่่มัักมีีปััญหาเกี่�ยวกัับ
ความร่ว่ มมืือของประชาชน อีกี ทั้ง้� มีปี ัญั หาโรคติดิ ต่อ่ นำ�ำ โดยแมลง และการร้อ้ งเรียี นเรื่อ� งแมลงเป็น็ เหตุรุ ำำ�คาญ
อย่่างต่่อเนื่่�อง จึึงเสนอให้ม้ ีีทีมี ปฏิบิ ััติิการควบคุมุ ยุงุ พาหะนำ�ำ โรค ควรมีอี ย่่างน้อ้ ย 10 ทีมี

การเตรีียมความพร้อ้ มในการควบคุมุ ยุงุ พาหะนำ�ำ โรค

1. การพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์�ต์ กค้า้ ง(3)
การพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์์�ตกค้้าง เป็็นการพ่่นสารเคมีีให้้มีีฤทธิ์์�ตกค้้างบนพื้�้นผิิว อาคาร บ้้านเรืือน
กระท่่อม เพิิง ที่่�พัักอาศััย เฉพาะพื้้�นผิิวที่�่ยุุงพาหะในพื้�้นที่�่ชอบเกาะพััก การพ่่นสารเคมีีแบบนี้้�ส่่วนมากใช้้
เพื่่�อป้้องกัันควบคุุมโรคไข้้มาลาเรีียในพื้�้นที่่�แพร่่เชื้�้อสููง โดยส่่วนใหญ่่จะทำำ�การพ่่นสารเคมีีก่่อนการแพร่่เชื้�้อ
1 เดืือน หรืือพ่่นสารเคมีกี รณีีพบผู้้�ป่ว่ ยในพื้น้� ที่�แ่ พร่่เชื้้อ� ต่ำ��ำ มีีขั้น้� ตอนการเตรีียมการ ได้้แก่่ การเตรีียมชุมุ ชน
และการเตรีียมการก่่อนการพ่่นสารเคมีี ดัังนี้้�

88 คูม่ ือ สารเคมแี ละเครือ่ งพน่ สารเคมีเพื่อควบคุมยงุ พาหะนำ�โรค

1) การเตรีียมชุุมชน ก่่อนดำำ�เนิินการพ่่นสารเคมีีทุุกครั้�้ง ควรเตรีียมชุุมชนก่่อนเพื่่�อให้้การพ่่น 89
สารเคมีีมีีประสิิทธิิภาพและป้้องกัันอัันตรายที่�่อาจเกิิดขึ้�้น ขั้�้นตอนการเตรีียมชุุมชนเพื่่�อการพ่่นสารเคมีี
มีี 3 ช่่วงดำำ�เนินิ การ คืือ ก่่อนการพ่น่ สารเคมีี ระหว่่างการพ่น่ สารเคมีี และหลัังการพ่น่ สารเคมีี(4-5) ดัังนี้้�

• ก่อ่ นการพ่น่ สารเคมีแี บบฤทธิ์์ต� กค้า้ ง เป็น็ ขั้น้� ตอนของการวางแผนและปฏิบิ ััติกิ ารก่อ่ นที่จ่� ะ

ดำ�ำ เนินิ การพ่น่ สารเคมีี เพื่่อ� ให้ห้ ััวหน้า้ ทีมี และผู้�้ ปฏิบิ ััติงิ านสามารถดำ�ำ เนินิ การพ่น่ สารเคมีไี ด้อ้ ย่า่ งมีปี ระสิทิ ธิภิ าพ
ไม่่เกิิดข้้อขััดแย้้ง ข้้อร้้องเรีียนที่�่เกิิดจากการพ่่นสารเคมีีระหว่่างชุุมชนกัับทีีมพ่่นสารเคมีี ควรศึึกษาลัักษณะ
ชุุมชน ลัักษณะบ้้านเรืือน ความเชื่�อ วิิถีีชีวี ิิตของประชาชนในชุมุ ชน ถนน เส้้นทางในชุมุ ชน เป็น็ ต้น้ เพื่่อ� นำ�ำ มา
ประกอบการวางแผนการพ่น่ ให้เ้ หมาะสมกัับสภาพพื้น�้ ที่แ�่ ละดำ�ำ เนินิ การพ่น่ ได้อ้ ย่า่ งถููกต้อ้ ง โดยการจััดทำ�ำ แผนที่่�
สำำ�หรัับพ่่นสารเคมีี ประสานผู้�้เกี่�ยวข้้อง ผู้้�นำ�ำ ชุุมชน เพื่่�อแจ้้งวััตถุุประสงค์์และแผนการพ่่นสารเคมีี และ
ประชาสััมพัันธ์ใ์ ห้ป้ ระชาชนในพื้น้� ที่ท่� ราบล่ว่ งหน้า้ โดยแจ้ง้ ผ่า่ นหอกระจายข่า่ วหรืือเครื่อ� งขยายเสียี งเคลื่อ� นที่่�
รวมทั้้�งให้้ผู้้�นำำ�ชุุมชนหรืืออาสาสมััครสาธารณสุุขประจำำ�หมู่่�บ้้านประชาสััมพัันธ์์ให้้ประชาชน ในชุุมชนทราบ
เกี่ย� วกัับวััตถุปุ ระสงค์์ แผนการพ่น่ และสิ่ง� ที่จ�่ ะต้อ้ งปฏิบิ ััติิ เพื่่อ� อำำ�นวยความสะดวกและจััดเตรียี มบ้า้ นให้พ้ ร้อ้ ม
ต่่อการพ่่นสารเคมีี ได้้แก่่ ปกปิิดอาหารและภาชนะใส่่อาหารให้้มิิดชิิด เคลื่�อนย้้ายของใช้้ เครื่�องนอน มาไว้้
บริิเวณกลางห้้องให้้ห่่างจากฝาผนัังบ้้านและปกปิิดให้้มิิดชิิด เพื่่�อให้้สามารถเข้้าพ่่นได้้ง่่าย เคลื่�อนย้้าย
เฟอร์์นิเิ จอร์ห์ รืือสิ่ง� ของที่�่แขวนกัับผนัังภายในบ้้านออก ถ้้าไม่ส่ ามารถเคลื่อ� นย้้ายออกได้ใ้ ห้้หาวััสดุมุ าปิดิ คลุมุ
นำ�ำ ผู้้�ป่่วย เด็็ก และคนชรา รวมทั้้�งสััตว์์เลี้�ยงออกไปอยู่�นอกบ้้านเป็็นเวลา 1 ชั่่�วโมง หรืือมากกว่่านั้�้นจนกว่่า
สารเคมีีจะแห้้ง รวมทั้้�งให้้ประชาชนทราบถึึงประโยชน์์ของการพ่่นสารเคมีี และให้้คำำ�แนะนำำ�การปฏิิบััติิตน
เมื่อ� เจ้้าหน้า้ ที่่พ� ่น่ สารเคมีีเสร็จ็ สิ้�น

• ระหว่่างดำำ�เนิินการพ่่นสารเคมีี เป็็นอีีกขั้�้นตอนที่่�ต้้องให้้ความสำ�ำ คััญ เพราะเป็็นช่่วงที่่�มีี

ผลกระทบกัับประชาชนในพื้น้� ที่ �่ กิจิ กรรมที่ค�่ วรดำ�ำ เนินิ การในวัันที่พ่� ่น่ สารเคมี ี คืือ ให้ส้ ุขุ ศึึกษา ให้ค้ ำ�ำ แนะนำำ�ใน
การปฏิิบััติิตนเมื่�อเจ้้าหน้้าที่�่พ่่นสารเคมีีเสร็็จสิ้�น และก่่อนพ่่นควรให้้ประชาชนทุุกคนออกจากบริิเวณที่�่จะพ่่น
สารเคมีี ตรวจสอบอีกี ครั้ง� ให้แ้ น่ช่ ััดว่า่ ได้ม้ ีกี ารนำ�ำ ผู้�้ ป่ว่ ย เด็ก็ คนชรา และสััตว์เ์ ลี้ย� ง ออกไปอยู่�นอกบ้า้ นเรียี บร้อ้ ยแล้ว้
และตรวจดููว่า่ มีีการเคลื่อ� นย้้ายของกินิ ของใช้้ให้ห้ ่่างจากฝาผนัังบ้้าน และปกปิิดมิชิ ิดิ หรืือไม่่

• หลัังการพ่่นสารเคมีี ควรกล่่าวขอบคุุณประชาชน และควรประเมิินผลระยะสั้�้น ได้้แก่่

การประเมินิ ประสิทิ ธิภิ าพของการพ่น่ สารเคมีี การยอมรัับของประชาชนและปัญั หาที่เ�่ กิิดจากการพ่น่ สารเคมีี
พร้อ้ มแนวทางที่�ค่ วรนำำ�มาปรัับปรุงุ แก้้ไขต่อ่ ไป
2) การเตรีียมการก่่อนการพ่น่ สารเคมีี

• การเตรียี มเครื่อ� งพ่น่ สารเคมีี สำ�ำ หรัับการพ่น่ สารเคมีแี บบฤทธิ์์ต� กค้า้ ง ใช้เ้ ครื่อ� งพ่น่ ชนิดิ อััดลม

(Hand compression sprayer) ซึ่่�งเครื่�องพ่่นชนิิดนี้้�อาศััยแรงดัันเป็็นตััวบัังคัับให้้การไหลของสารละลาย
ผ่า่ นหััวฉีดี พ่น่ ก่อ่ นการพ่น่ สารเคมีคี วรตรวจสอบจำำ�นวนของเครื่อ� งพ่น่ ที่อ�่ ยู่�ในสภาพดีพี ร้อ้ มใช้ง้ าน ตรวจสอบ
อุุปกรณ์์ทุุกส่่วนของเครื่�องพ่่นให้้อยู่�ในตำ�ำ แหน่่งที่�่ถููกต้้องและทำำ�งานได้้ ซึ่่�งควรจะมีีเครื่�องพ่่น 1 เครื่�อง
ต่อ่ พนัักงานพ่น่ สารเคมีี 1 คน และควรมีีเครื่อ� งพ่่นสำำ�รองในทีีมอย่่างน้อ้ ย 1 เครื่�อง การตรวจสอบเครื่�องพ่น่
ให้้อยู่�ในสภาพพร้อ้ มใช้ง้ าน สามารถดำ�ำ เนินิ การได้้(4) ดัังนี้้�
- เทน้ำ��ำ สะอาดใส่ใ่ นถัังพ่น่ ให้้มีปี ริิมาตรประมาณ 3/4 ของถััง
- ปิดิ ล๊๊อคฝาเครื่�องพ่่นให้้แน่น่

- สููบลมเข้า้ ไปในเครื่�องพ่่นให้้มีีแรงดััน 40-58 ปอนด์ต์ ่่อตารางนิ้้�ว
- ตรวจสอบรอยรั่ว� บริเิ วณรอยต่อ่ ต่า่ งๆ ของเครื่อ� งพ่น่ เช่น่ ตััวถััง ฝาถััง ท่อ่ ส่ง่ สารละลายเคมีี
สายพ่่น ก้้านพ่่น หััวฉีีดพ่่น และส่่วนปิิด-เปิิดน้ำ��ำ ยา เป็็นต้้น โดยฟัังเสีียงลมที่่�รั่�วออกมา หรืือสัังเกตจาก
เครื่�องมืือวััดแรงดััน (เกจวััดความดััน) ที่่ต� ิดิ กัับถัังพ่่น ซึ่�่งจะแสดงให้้เห็็นแรงดัันที่�่ลดลง หรืือมีีแรงดัันเพิ่่�มขึ้�้น
ขณะปั๊๊�มหรืือไม่่ หากมีีการรั่�วซึึมเกิดิ ขึ้น�้ ให้้ทำ�ำ การแก้ไ้ ข ซ่อ่ มแซมก่่อนการพ่่นสารเคมีี
- ตรวจสอบหััวฉีีดว่่าไม่่มีีการอุุดตััน สามารถฉีีดละอองออกจากหััวฉีีดได้้สม่ำ��ำ เสมอ
(แถบของละอองสารเคมีีที่�่ออกมาจะมีีลัักษณะเป็็นกรวยรููปพััด) และหััวฉีีดไม่่หยดเมื่�อกด/ปล่่อยไกฉีีดพ่่น
หากพบหััวฉีดี มีกี ารอุดุ ตัันให้ถ้ อดล้า้ งทำ�ำ ความสะอาดหััวฉีดี พ่น่ และหากพบการหยดของสารเคมีใี ห้ท้ ำ�ำ การแก้ไ้ ข
ซ่่อมแซมบริเิ วณหััวฉีีด

• การเตรีียมสารเคมีี สำำ�หรัับพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์์�ตกค้้าง สารเคมีีที่่�สามารถนำำ�มาใช้้

เพื่่อ� การพ่น่ แบบฤทธิ์์�ตกค้้าง จะอยู่�ในรููปแบบ (formulation) WP, WDG, SC(3) เป็น็ ต้้น สามารถศึึกษาได้้จาก
บทที่�่ 2 สารเคมีีกำำ�จััดแมลงในการควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรค ซึ่่�งเป็็นรููปแบบของสารเคมีีที่�่องค์์การอนามััยโลก
แนะนำำ�ให้้ใช้้ในการพ่่นสารเคมีีแบบมีีฤทธิ์์�ตกค้้าง สำำ�หรัับสารเคมีีที่�่มีีการศึึกษาและใช้้ควบคุุมยุุงพาหะ
ในประเทศไทย ดัังแสดงในตารางที่�่ 5.1

ตารางที่่� 5.1 ส ารเคมีีและอััตราการผสมสารเคมีีในการพ่่นให้้มีีฤทธิ์์�ตกค้้าง เพื่่�อควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรค
ไข้้มาลาเรียี ในประเทศไทย(6)

สารเคมีี อัตั ราการใช้้ ปริิมาณ ปริิมาณน้ำ��ำ ที่ผ�่ สมให้้ได้้
(มิลิ ลิกิ รัมั /ตารางเมตร) สารเคมีที ี่่�ใช้้ (ลิิตร)

Deltamethrin 5% WP 20 80 กรััม 8
Bifenthrin 10% WP 25 50 กรััม 8

Alpha-cypermethrin 10% SC 30 60 มิิลลิิลิติ ร 8

• การผสมสารเคมีี ดำ�ำ เนิินการผสมสารเคมีีในถัังสำ�ำ หรัับผสมสารเคมีี โดยเทน้ำ�ำ�สะอาดใส่่

ถัังผสมสารเคมีเี พียี งเล็็กน้้อย ตวงสารเคมีใี ห้ไ้ ด้้ตามความเข้ม้ ข้น้ ที่่�กำ�ำ หนด หรืือผสมตามคำ�ำ แนะนำำ�ของฉลาก
ผลิติ ภััณฑ์์ (สารเคมีีหลายชนิดิ จะผลิิตขนาดบรรจุซุ องเท่า่ กัับปริมิ าณที่�่ต้้องผสมน้ำ�ำ�ให้้ได้้ 8 ลิติ ร) ใช้้ไม้ส้ ะอาด
กวนให้เ้ ข้า้ กัันแล้ว้ เติมิ น้ำ��ำ จนครบ 8 ลิติ ร กวนอีกี ครั้ง้� ให้ส้ ารเคมีผี สมรวมกัับน้ำำ��ทั้ง�้ หมด เมื่อ� สารเคมีผี สมเข้า้ กัับ
น้ำ�ำ�ดีแี ล้ว้ ให้เ้ ทสารเคมีใี ส่ถ่ ัังพ่น่ สารเคมีี โดยผ่า่ นตะแกรงกรองหรืือกรวยกรองทุกุ ครั้ง้� เพื่่อ� ป้อ้ งกัันเศษผงต่า่ งๆ
ไปอุดุ ตัันหััวฉีีดพ่น่

• การเตรีียมงบประมาณ ในการพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์์�ตกค้้าง ส่่วนใหญ่่ใช้้วิิธีีการจ้้างเหมา

บริกิ ารพ่น่ สารเคมีี ซึ่ง�่ หน่ว่ ยงานอาจจััดทำ�ำ งบประมาณในแต่ล่ ะปีี โดยประมาณการจากจำ�ำ นวนบ้า้ นในพื้น�้ ที่เ�่ สี่ย� ง
ซึ่่ง� โดยทั่่ว� ไป มีดี ัังนี้้�

90 คู่มือ สารเคมีและเคร่ืองพ่นสารเคมีเพอื่ ควบคุมยงุ พาหะน�ำ โรค

(1) กรณีที ีมี พ่น่ เป็น็ พนัักงานหรืือเจ้า้ หน้้าที่�ข่ องรััฐ
- ค่่าเบี้้�ยเลี้�ยง อััตรา 1 คนๆ ละ 240 บาท ต่อ่ 1 วััน หากเป็็นค่า่ ตอบแทนจะมีีอััตรา
1 คนๆ ละ ประมาณ 300-500 บาท ต่่อ 1 วััน กรณีีมีีค่่าที่พ�่ ัักเหมาจ่า่ ยไม่่เกินิ คืืนละ 800 บาท หรืือตาม
ใบเสร็็จของที่พ�่ ัักจริิง
- ค่า่ น้ำ��ำ มัันยานพาหนะใช้อ้ ััตราการคำ�ำ นวณของทางราชการ รถยนต์ ์ กิโิ ลเมตรละ 4 บาท
รถจัักรยานยนต์์ทั้�้งชนิิดพ่่วงหรืือสามล้้อ กิิโลเมตรละ 2 บาท ทั้�้งนี้้�ต้้องประมาณการจากระยะทางในพื้�้นที่่�
ขณะทำ�ำ การพ่่นและเดินิ ทางไปถึึงชุุมชน
(2) กรณีที ีีมพ่่นเป็น็ ผู้้�รับจ้้างจากเอกชน หากใช้้วิิธีีการจ้้างเหมาบริิการพ่่นสารเคมีี
สำ�ำ หรัับการจ้า้ งเหมาให้บ้ ุคุ คลภายนอกมาดำ�ำ เนินิ การพ่น่ สารเคมีคี วบคุมุ ยุงุ พาหะนำ�ำ โรค
หากมีีกฎหมายกำ�ำ หนดตามพรบ.วััตถุุอัันตราย พ.ศ. 2535 และฉบัับแก้้ไขเพิ่่�มเติิม ต้้องปฏิิบััติิตามกฎหมาย
และการจ้า้ งบุคุ คลผู้้�รับจ้า้ งควรมีใี บรัับรองจากทางหน่ว่ ยงานราชการว่า่ ได้ผ้ ่า่ นการอบรมที่เ่� กี่ย� วข้อ้ งกัับเทคนิคิ
การพ่่นเคมีีและบำำ�รุุงรัักษาเครื่�องพ่่นเคมีีของหน่่วยงานทางวิิชาการที่�่เกี่�ยวข้้อง เช่่น การจััดอบรมของ
กองโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยแมลง กรมควบคุุมโรค หรืือการจััดอบรมของสำ�ำ นัักงานป้้องกัันควบคุุมโรคในพื้�้นที่่�
เพื่่อ� ให้ผ้ ู้้�ว่า่ จ้า้ งได้ม้ั่น� ใจว่า่ เทคนิคิ การปฏิบิ ััติงิ านจะถููกต้อ้ งตามมาตรฐาน อััตราการคำ�ำ นวณ สมรรถนะการพ่น่
10 หลััง ต่อ่ 1 คน ต่่อ 1 วัันๆ ละ 300 บาท หรืือหลัังคาเรืือนละ 30 บาท แต่่ทั้ง�้ นี้้ก� ารคำ�ำ นวณการจ้้างเหมา
พ่่นสารเคมีีขึ้�น้ อยู่�กับสภาพภููมิิประเทศของแต่่ละพื้�น้ ที่�่ ระยะทางในชุุมชน ซึ่�ง่ ต้้องคำ�ำ นวณตามความเป็็นจริิง
และเหมาะสม โดยไม่่ผิดิ ระเบียี บการเบิกิ จ่่ายของกระทรวงการคลััง
2. การพ่น่ สารเคมีแี บบฟุ้ง�้ กระจาย โดยใช้เ้ ครื่อ� งพ่น่ ชนิดิ หมอกควันั และเครื่อ� งพ่น่ ฝอยละเอียี ด (ULV)
การพ่น่ สารเคมีแี บบฟุ้�งกระจาย มีวี ััตถุปุ ระสงค์เ์ พื่่อ� ลดความหนาแน่น่ ของยุงุ อย่า่ งรวดเร็ว็ เป็น็ การ
พ่่นให้้ละอองสารเคมีีลอยในอากาศไปสััมผััสกัับตััวยุุงโดยตรง โดยละอองสารเคมีีจะมีีขนาดเล็็กกว่่าการพ่่น
แบบฤทธิ์์ต� กค้า้ ง การพ่น่ สารเคมีแี บบนี้ส� ่ว่ นใหญ่ใ่ ช้ใ้ นการพ่น่ ป้อ้ งกัันควบคุมุ ยุงุ ลาย การพ่น่ สารเคมีแี บบฟุ้�งกระจาย
แบ่ง่ ออกเป็น็ 2 ประเภท คืือ การพ่น่ หมอกควััน และการพ่น่ ฝอยละเอียี ด (ULV) โดยมีขี ั้น�้ ตอนการเตรีียมการ
ได้้แก่่ การเตรีียมชุมุ ชน และการเตรีียมการก่่อนการพ่่นสารเคมี ี ดัังนี้้�
1) การเตรียี มชุมุ ชน การพ่น่ สารเคมีแี บบฟุ้�งกระจาย จะมีขี ั้น�้ ตอนการเตรียี มชุมุ ชนที่ค�่ ล้า้ ยคลึึงกัับ
การพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์์�ตกค้้าง ซึ่่�งมีีขั้�้นตอนการเตรีียมชุุมชน 3 ช่่วงดำำ�เนิินการ คืือ ก่่อนการพ่่นสารเคมีี
ระหว่่างพ่่นสารเคมีี และหลัังการพ่น่ สารเคมี(ี 7) ดัังนี้้�

• ก่่อนการพ่่นสารเคมีีแบบฟุ้�งกระจาย เป็็นขั้้�นตอนของการวางแผนและปฏิิบััติิการก่่อนที่�่

จะดำำ�เนินิ การพ่น่ สารเคมีี เพื่่อ� ให้ห้ ััวหน้า้ ทีมี และผู้�้ ปฏิบิ ััติงิ านสามารถทำำ�การพ่น่ สารเคมีไี ด้อ้ ย่า่ งมีปี ระสิทิ ธิภิ าพ
ไม่เ่ กิดิ ข้อ้ ขััดแย้ง้ ข้อ้ ร้อ้ งเรียี นที่เ�่ กิดิ จากการพ่น่ สารเคมีรี ะหว่า่ งชุมุ ชน
กัับทีมี พ่น่ สารเคมีี โดยจะต้อ้ งทราบสถานการณ์ก์ ารระบาด
ของโรคในชุมุ ชน ชนิดิ ของยุงุ พาหะ และควรศึึกษาข้อ้ มููล
ในด้า้ นต่า่ งๆ ของชุมุ ชน ได้แ้ ก่ ่ ลัักษณะชุมุ ชน ลัักษณะ
บ้้านเรืือน ความหนาแน่่นของประชากร ความเชื่�อ
วิถิ ีชี ีวี ิติ ของคนในชุมุ ชน ขอบเขต ถนน เส้น้ ทางในชุมุ ชน

91

เป็็นต้น้ เพื่่�อนำ�ำ มาประกอบการวางแผนการพ่่นให้ต้ รงกัับพื้�น้ ที่่เ� ป้า้ หมาย และเลืือกใช้ว้ ิิธีกี ารพ่่น อุุปกรณ์์พ่น่
ให้ม้ ีคี วามเหมาะสม เพื่่อ� พ่น่ ได้อ้ ย่า่ งถููกต้อ้ งและมีปี ระสิทิ ธิภิ าพมากที่ส�่ ุดุ ทั้ง�้ นี้้ค� วรจััดทำ�ำ แผนที่ส�่ ำ�ำ หรัับพ่น่ สารเคมีี
เพื่่�อใช้้ในการวางแผนเส้้นทางการฉีีดพ่่นสารเคมีี ประสานผู้้�เกี่�ยวข้้อง ผู้้�นำ�ำ ชุุมชน เพื่่�อแจ้้งวััตถุุประสงค์์และ
แผนการพ่่นสารเคมีี และประชาสััมพัันธ์์ให้้ประชาชนทราบล่่วงหน้้าเกี่�ยวกัับวััตถุปุ ระสงค์์ แผนการพ่่น และ
สิ่ง� ที่จ่� ะต้อ้ งปฏิบิ ััติิ ผ่า่ นหอกระจายข่า่ วหรืือเครื่อ� งขยายเสียี งเคลื่อ� นที่ �่ ผู้้�นำำ�ชุมุ ชน หรืืออาสาสมััครสาธารณสุขุ
ประจำำ�หมู่่�บ้้าน เพื่่�อให้้ประชาชนอำ�ำ นวยความสะดวกและจััดเตรีียมบ้้านให้้พร้้อมต่่อการพ่่นสารเคมีี ได้้แก่่
ปิิดอุุปกรณ์์ทำำ�ความร้้อนและประกอบอาหาร ถอดปลั๊๊�กไฟ ปกปิิดอาหารและภาชนะใส่่อาหารให้้มิิดชิิด
ปิดิ ฝาตู้้�ปลา เป็็นต้น้ นำำ�ผู้�้ ป่่วย เด็็ก และคนชรารวมทั้้�งสััตว์์เลี้�ยงออกไปอยู่�นอกบ้้านให้พ้ ้น้ ทิิศทางของละออง
สารเคมีีเป็็นเวลา 30 นาทีหี ลัังจากฉีดี พ่น่ ปิิดหน้า้ ต่่าง (กรณีีการพ่น่ สารเคมีีชนิดิ หมอกควัันสะพายไหล่่ และ
ฝอยละเอีียดสะพายหลััง) และเปิิดประตูู-หน้้าต่่าง (กรณีีการพ่่นสารเคมีชี นิดิ หมอกควัันแบบติดิ รถยนต์์ และ
ฝอยละเอีียดแบบติิดรถยนต์์) รวมทั้้�งให้้ประชาชนทราบถึึงประโยชน์์ของการพ่่นสารเคมีี และให้้คำ�ำ แนะนำำ�
การปฏิิบััติติ นเมื่�อเจ้้าหน้า้ ที่่�พ่่นสารเคมีีเสร็จ็ สิ้�น

• ระหว่า่ งดำ�ำ เนินิ การพ่น่ สารเคมีี เป็น็ ช่ว่ งที่ม่� ีผี ลกระทบกัับประชาชนในพื้น�้ ที่ม่� ีกี ิจิ กรรมที่ค�่ วร

ดำ�ำ เนิินการในวัันที่พ�่ ่น่ สารเคมี ี คืือ ให้ส้ ุุขศึึกษา ให้ค้ ำำ�แนะนำำ�ในการปฏิบิ ััติิตนขณะเจ้้าหน้้าที่�ก่ ำ�ำ ลัังพ่่นสารเคมีี
และเมื่�อพ่่นสารเคมีเี สร็็จสิ้�น ได้้แก่ ่ ประโยชน์ข์ องการพ่น่ สารเคมี ี ข้้อควรระวััง การปิิดอบบ้้านทิ้้ง� ไว้้ 30 นาทีี
หลัังจากฉีีดพ่่น การทำ�ำ ความสะอาดคราบน้ำ��ำ มัันและสารเคมีี เป็็นต้้น และก่่อนพ่่นควรให้้ประชาชนทุุกคน
ออกจากบริเิ วณที่จ่� ะพ่น่ สารเคมีี และอยู่�ให้พ้ ้น้ จากทิศิ ทางของละอองสารเคมีี ตรวจสอบอีกี ครั้ง�้ ให้แ้ น่ช่ ััดว่า่ ได้้
มีกี ารนำำ�ผู้้�ป่่วย เด็ก็ คนชรา และสััตว์เ์ ลี้�ยง ออกไปอยู่�นอกบ้า้ นที่่จ� ะพ่่นเรียี บร้้อยแล้ว้ ตรวจดููหน้า้ ต่า่ งว่่าปิดิ
เตรีียมไว้้สำ�ำ หรัับการพ่น่ สารเคมีีชนิดิ หมอกควัันสะพายไหล่่/ฝอยละเอีียดสะพายหลััง หรืือเปิิดประตููหน้า้ ต่า่ ง
เตรียี มไว้้สำ�ำ หรัับการพ่น่ สารเคมีีชนิดิ หมอกควัันแบบติิดรถยนต์/์ ฝอยละเอีียดแบบติิดรถยนต์ห์ รืือไม่่

• หลัังการพ่่นสารเคมีี ควรกล่่าวขอบคุุณประชาชน และควรประเมิินผลระยะสั้้�น ได้้แก่่

การประเมินิ ประสิทิ ธิภิ าพของการพ่น่ สารเคมีี การยอมรัับและปัญั หาที่เ่� กิดิ จากการพ่น่ สารเคมีี พร้อ้ มแนวทาง
ที่่�ควรนำำ�มาปรัับปรุุง แก้้ไขต่อ่ ไป
2) การเตรีียมการก่่อนการพ่น่ สารเคมีีสำ�ำ หรัับการพ่น่ ชนิดิ หมอกควัันแบบสะพายไหล่่

• การเตรียี มเครื่อ� งพ่น่ สารเคมีชี นิดิ หมอกควัันแบบสะพายไหล่่ โดยส่ว่ นใหญ่เ่ ครื่อ� งพ่น่ ชนิดิ นี้้�

จะมีีอยู่�หลายเครื่�องหมายการค้้า แต่่การเตรีียมความพร้้อมจะมีีลัักษณะใกล้้เคีียงกััน โดยทีีมพ่่นสารเคมีี
1 ทีีม ควรมีีเครื่�องพ่่นสารเคมีีอย่่างน้้อย 2 เครื่�อง เพื่่�อใช้้เป็็นเครื่�องสำ�ำ รองกรณีีเกิิดเหตุุขััดข้้อง การเตรีียม
ความพร้้อมต้้องทำำ�การตรวจสอบ และแก้้ไขปััญหาเบื้้�องต้น้ โดยต้อ้ งทำำ�การทดสอบเครื่อ� งพ่่นอย่า่ งน้้อย 1 วััน
ก่่อนพ่น่ ดัังนี้้�
- ตรวจสอบการรั่�วซึึมของถัังน้ำ�ำ� มัันเชื้�อ้ เพลิิง
- ตรวจสอบการรั่�วซึึมของถัังสารเคมีี
- ตรวจสอบระบบไฟ โดยถอดหััวเทีียนออกจากเครื่�อง แล้้วเสียี บปลั๊๊ก� หััวเทีียนวางให้้ด้้าน
โลหะหััวเทีียนแตะกัับส่่วนโลหะของเครื่�องพ่่น สููบลมกระบอกสููบ ซึ่่�งจะส่่งแรงดัันให้้คอยล์์ไฟแรงสููงจ่่ายไฟ
92 คูม่ อื  สารเคมีและเครือ่ งพ่นสารเคมเี พื่อควบคุมยุงพาหะน�ำ โรค

ผ่า่ นหััวเทียี น ถ้้ามีกี ระแสไฟวิ่�งผ่่านหััวเทียี น ให้ใ้ ส่่หััวเทียี นกลัับเข้้าตำำ�แหน่ง่ เดิิม แต่ถ่ ้้าหััวเทีียนไม่่มีกี ระแสไฟ
วิ่ง� ผ่า่ น หรืือกระแสไฟไม่่แรงพอให้ข้ ััดเขี้ย� วหััวเทีียนหรืือเปลี่่�ยนหััวเทีียนและแบตเตอรี่ใ� หม่่
- ตรวจสอบหััวควบคุุมการไหลของสารเคมีีที่�่ติิดไว้้ว่่ามีีขนาดตามความต้้องการใช้้งาน
หรืือไม่่ หากไม่่ตรงตามความต้อ้ งการควรถอดเปลี่่�ยนให้ถ้ ููกต้อ้ ง
- สตาร์์ทเครื่�อง เพื่่อ� ตรวจสอบว่่าสามารถทำ�ำ งานได้ต้ ามปกติหิ รืือไม่่
ข้้อสัังเกต น้ำ�ำ�มัันเชื้้�อเพลิิงและสารเคมีีเก่่าที่่�เหลืือค้้างในเครื่ �องพ่่นอาจทำำ�ให้้เครื่ �องพ่่น
เกิดิ ปัญั หาได้้ เช่น่ เครื่อ� งสตาร์ท์ ติดิ ยาก ระบบสารเคมีอี ุดุ ตััน ระบบเชื้อ�้ เพลิงิ อุดุ ตััน ซึ่ง่� ในการเติมิ สารเคมีี และ
น้ำำ�� มัันเชื้�อ้ เพลิิงควรใช้ต้ ะแกรง หรืือกรวยกรองฝุ่�นทุุกครั้้�ง

• การเตรียี มสารเคมีี สำ�ำ หรัับพ่น่ สารเคมีชี นิดิ หมอกควััน สารเคมีสี ่ว่ นใหญ่ท่ ี่ใ่� ช้จ้ ะเป็น็ รููปแบบ

สารผสมชนิดิ น้ำ��ำ มัันข้น้ EC เช่น่ เดลต้า้ เมทรินิ 0.5% EC สููตรผสม (Deltamethrin 0.5% EC), ซีตี ้า้ ไซเปอร์เ์ มทรินิ
2.25% EC สููตรผสม (Zeta-cypermethrin 2.25% EC) หรืือสารเคมีีในกลุ่�มไพรีีทรอยด์์ที่่�ผสม
สารเสริมิ ฤทธิ์์� เช่น่ Piperonyl butoxide เป็็นต้้น ตััวอย่า่ งการคำ�ำ นวณการเตรีียมสารเคมี ี ดัังนี้้�

กรณีีหน่ว่ ยงานพ่น่ สารเคมีีชนิิดหมอกควันั โดยใช้ส้ ารเคมีีเดลต้้าเมทริิน 0.5% EC สูตู รผสม
จากการประมาณพื้น�้ ที่บ�่ ้า้ นที่ต�่ ้อ้ งทำ�ำ การพ่น่ พบว่า่ มีพี ื้น�้ ที่เ�่ ฉลี่ย� ประมาณ 400 ตารางเมตร/หลัังคาเรืือน
สามารถคำ�ำ นวณปริิมาณการใช้ส้ ารเคมีี ดัังนี้้�

- •ส ารสเคารมีเีค1ม ีลเี ิดิตลรต้ใา้ ชเ้มพ้ ่ทน่ริใินนพื0้้.น� 5ที%่่ข� EนCาดหเทม่า่ายไหถึึรง่ ่ มีีสารเคมีเี ดลต้า้ เมทรินิ อยู่� 0.5 กรััม/100 กรััม (100

มิลิ ลิลิ ิิตร หรืือ ซีีซีี)
สารเคมีีเดลต้้าเมทริิน 0.5% EC 1 ลิติ ร (1,000 มิลิ ลิลิ ิติ ร) จะมีีสารเดลต้้าเมทรินิ อยู่�

เท่่ากัับ 0.15 0ก0รัักมรััมx 1,000 มิิลลิลิ ิิตร = 5 กรััม
หรืือ มิิลลิิลิติ ร

ดังั นั้้น� สารเคมีเี ดลต้้าเมทรินิ 0.5% EC 1 ลิติ ร จะมีสี ารเดลต้้าเมทริินซึ่ง�่ เป็็นสารออกฤทธิ์์�
อยู่� 5 กรััม/1,000 กรััม (1,000 มิลิ ลิลิ ิติ ร) หรืือ 5 กรััม/ลิติ ร (เทียี บจากปริมิ าตรน้ำ��ำ 1 ลิติ ร เท่า่ กัับ 1,000 กรััม
โดยประมาณ)

• อััตราการพ่่นหมอกควัันโดยใช้ส้ ารเคมีเี ดลต้า้ เมทริิน เท่่ากัับ 1.0 กรััม/เฮกต้้าร์์ (1 เฮกต้้าร์์ =

10,000 ตารางเมตร) (อััตราที่�่องค์ก์ ารอนามััยโลกแนะนำำ�สำำ�หรัับการพ่่นหมอกควัันและฝอยละเอีียด)
สารเคมีีเดลต้า้ เมทริิน 0.5% EC 1 ลิติ ร มีสี ารออกฤทธิ์์� 5 กรััม จะพ่น่ ได้้ในขนาดพื้น�้ ที่�่

เท่า่ กัับ 5 ก รััม x 10,000 ตารางเมตร = 50,000 ตารางเมตร
1.0 กรััม

ดัังนั้้�น สารเคมีีเดลต้า้ เมทรินิ 0.5% EC 1 ลิิตร จะพ่่นได้ใ้ นพื้้�นที่ข�่ นาด 50,000 ตารางเมตร
หรืือ 5 เฮกต้้าร์์

93

- •ป ริิมกาาณรผกสามรสใชา้ส้รเาครมเีคีเดมีลตี ่ต่อ้้าบเ้ม้าทนร ิ1ิน หลััง EC สำำ�หรัับการพ่น่ หมอกควััน มีีอััตราส่ว่ นผสม 1 : 49
0.5%
(อััตราส่ว่ นผสมตามฉลากกำ�ำ หนด) หมายถึึง สารเคมีี 1 ส่่วน ผสมกัับน้ำ�ำ�มัันดีีเซล 49 ส่่วน จะได้้สารเคมีี
ผสมแล้ว้ 50 ส่่วน
ถ้า้ ใช้ส้ ารเคมีีเดลต้้าเมทริิน 0.5% EC 1 ลิิตร จะต้้องผสมกัับน้ำ��ำ มัันดีีเซล 49 ลิิตร จะได้ส้ าร
เคมีผี สมแล้ว้ 50 ลิิตร (50,000 มิลิ ลิิลิิตร หรืือ ซีีซีี)

• พ่น่ บ้้าน 1 หลััง ซึ่ง�่ มีพี ื้�น้ ที่่เ� ฉลี่�ยประมาณ 400 ตารางเมตร จะใช้้สารเคมีผี สมแล้้ว

เท่่ากัับ 50 ,000 5มิ0ลิ ,ล0ิิล0ิติ0รตxาร4า0ง0เมตตารรางเมตร = 400 มิลิ ลิิลิติ ร

ดังั นั้้น� บ้า้ น 1 หลััง จะใช้ส้ ารเคมีเี ดลต้า้ เมทรินิ ผสมแล้ว้ พ่น่ ประมาณ 400 มิลิ ลิลิ ิติ ร หรืือ ซีซี ีี

- •จำ ำ�นบว้า้ นนบ้1้านหที่ล่ัั�พง่ น่ มตีพี่ื้อ่ �้นสทีา่่�เรฉเลีค่�ยมีปี 1ระ ลมิิตารณ 400 ตารางเมตร จะใช้้สารเคมีีที่่ผ� สมแล้้ว 400 มิิลลิลิ ิิตร

สารเคมีีเดลต้้าเมทริิน 0.5% EC 1 ลิติ ร เมื่อ� ผสมแล้ว้ จะได้้สารเคมีีผสม 50,000 มิลิ ลิิลิิตร
จะพ่่นได้ใ้ นพื้้�นที่่ข� นาด 50,000 ตารางเมตร
สารเคมีีเดลต้า้ เมทรินิ 0.5% EC 1 ลิติ ร จะพ่น่ บ้้านได้้จำำ�นวน

เท่่ากัับ 50 ,0004 0มิ0ิล ลมิิิลลิิติ ลิริลิติxร1 หลััง = 125 หลัังคาเรืือน

ดัังนั้้น� สารเคมีเี ดลต้า้ เมทริิน 0.5% EC 1 ลิติ ร จะพ่่นบ้้านได้จ้ ำำ�นวน 125 หลัังคาเรืือน

หมายเหตุุ : ก ารคำ�ำ นวณสารเคมีีที่�่ใช้้ต่่อหลัังคาเรืือน หรืือสารเคมีีต่่อลิิตรคลอบคลุุมพื้�้นที่่� อาจมีีปััจจััยอื่�นเข้้ามาเกี่�ยวข้้อง
เช่น่ ขนาดของบ้้าน ความถี่�ในการพ่่น อาจทำ�ำ ให้ป้ ริมิ าณการใช้ส้ ารเคมีีแตกต่่างไปจากการคำ�ำ นวณข้้างต้น้

• การผสมสารเคมีี สำ�ำ หรัับเตรีียมไว้ใ้ ช้ใ้ นการพ่่นหมอกควััน ด้้วยปััจจุุบัันมีีสารเคมีที ี่�ใ่ ช้้กำำ�จััด

ยุงุ พาหะทางสาธารณสุขุ จำ�ำ หน่า่ ยในตลาดเป็น็ จำ�ำ นวนมาก จึึงควรผสมสารเคมีกี ัับสารผสมตามที่ฉ่� ลากผลิติ ภััณฑ์์
กำ�ำ หนดตามวิิธีีการพ่่นเท่่านั้้�น โดยพิิจารณาอััตราส่่วนผสมว่า่ มีีอััตราส่่วนเท่า่ ใด ทั้้�งนี้้�ต้้องทำ�ำ การผสมกัับน้ำ�ำ� มััน
ดีเี ซล เช่่น 49 ต่อ่ 1 คืือ สารเคมีี 49 ส่่วน น้ำ��ำ มัันดีเี ซล 1 ส่ว่ น ส่่วนการผสมไว้ใ้ ช้้งานแนะนำ�ำ ให้ผ้ สมใช้้ให้้หมด
ภายใน 1 วััน แต่่หากมีีแผนการพ่่นในวัันถััดไปอาจผสมเหลืือใช้้ในวัันถััดไปเท่่านั้้�น ดัังนั้้�นเพื่่�อเป็็นการรัักษา
คุุณภาพสารเคมี ี จึึงไม่่ควรผสมสารเคมีที ิ้้ง� ไว้ห้ ลายวััน

• การเตรียี มอุปุ กรณ์ซ์ ่อ่ มบำำ�รุงุ (8) อุปุ กรณ์ส์ ำำ�หรัับซ่อ่ มบำำ�รุงุ เครื่อ� งพ่น่ สารเคมีชี นิดิ หมอกควััน

เบื้้อ� งต้้นที่�ค่ วรมีปี ระจำำ�ทีีมพ่น่ สารเคมีี (ภาพที่�่ 5.1) ได้้แก่่
1) ไขควงทั้ง�้ ชนิดิ ปากแบนและปากแฉก ที่พ�่ อเหมาะกัับการขัันสกรููในเครื่อ� งพ่น่ โดยให้ท้ ีมี พ่น่
พิิจารณาขนาดไขควงตามน๊อ๊ ตของเครื่อ� ง

94 คมู่ อื  สารเคมีและเครือ่ งพ่นสารเคมเี พอ่ื ควบคมุ ยงุ พาหะนำ�โรค

2) ถ่า่ นไฟฉาย ขนาด 1.5 โวลต์์ กรณีเี ครื่�องพ่น่ แบบเปลี่่ย� นถ่า่ น
3) ผ้้าเช็็ดอุุปกรณ์์ เพื่่�อการเช็็ดคราบน้ำ��ำ มัันและคราบสกปรก กรณีีแก้้ไขปััญหาเครื่�อง
เบื้้�องต้้น
4) กระดาษทราย ใช้้สำำ�หรัับขััดหััวเทีียนเพื่่อ� ทำ�ำ ความสะอาดเขม่า่
5) ชุุดถอดหััวเทียี น และหััวเทียี นเบอร์เ์ ดียี วกัับเครื่�องพ่น่ สารเคมีี
6) ประแจเบอร์์ 10, 17, 19 และ 21
7) น้ำ��ำ มัันเครื่อ� ง 2 จัังหวะหรืือทููทีี สำำ�หรัับใช้ใ้ นการหล่อ่ ลื่น� อะไหล่่ หรืือผสมน้ำำ�� มัันเบนซินิ
กรณีีเครื่อ� งยนต์์ 2 จัังหวะ
8) คีมี ชนิิดคีีบและตััด
9) กรวยกรองน้ำ�ำ� มััน
10) กรวยกรองสารเคมีี

ภาพที่่� 5.1 วััสดุอุ ุุปกรณ์ท์ ี่่ใ� ช้้ในการเติิมสารเคมีี และซ่่อมบำ�ำ รุุงรัักษาเครื่�องพ่น่ เบื้�อ้ งต้น้ (9)

95

• การเตรียี มงบประมาณ การวางแผนการใช้้งบประมาณเป็็นสิ่�งสำำ�คััญ หน่่วยงานอาจจััดทำ�ำ

งบประมาณในแต่ล่ ะปีี โดยประมาณการจากจำ�ำ นวนผู้�้ ป่ว่ ยในแต่ล่ ะปี ี จำ�ำ นวนพื้น�้ ที่เ�่ สี่ย� ง จำ�ำ นวนบ้า้ น โดยทั่่ว� ไป(10)
มีีดัังนี้้�
(1) กรณีเี ป็็นพนัักงาน หรืือเจ้า้ หน้า้ ที่ข่� องรััฐหรืือลููกจ้า้ งของหน่ว่ ยงาน
- ค่่าเบี้้ย� เลี้�ยง อััตรา 1 คนๆ ละ 240 บาท ต่อ่ 1 วััน หากเป็น็ ค่า่ ตอบแทนจะมีอี ััตรา
1 คนๆ ละ ประมาณ 300-500 บาท ต่่อ 1 วััน ทั้้�งนี้้�ขึ้น�้ อยู่�กับพื้�้นที่่� หากเป็น็ พื้้น� ที่่เ� ขตท่อ่ งเที่่ย� ว พื้น�้ ที่�เ่ ศรษฐกิจิ
ผู้�้ จััดทำ�ำ งบประมาณสามารถตั้ง�้ งบประมาณได้ต้ ามค่า่ จ้า้ งขั้น�้ ต่ำำ��ของพื้้�นที่ข่� ึ้น�้ ไป แต่่ต้้องไม่่เกิินอััตราที่�ก่ ฎหมาย
กำำ�หนด
- ค่่าน้ำำ��มัันผสมสารเคมีี ขึ้้�นอยู่�กั บชนิิดของสารเคมีี กรณีีเป็็นสารเคมีีเดลต้้าเมทริิน
0.5% EC มีีอััตราส่ว่ นผสม สารเคมีี 1 ส่่วน ต่อ่ น้ำำ��มัันดีเี ซล 49 ส่ว่ น ต้้องเตรีียมน้ำ�ำ�มัันดีเี ซล 49 ลิิตร (เช่่น ราคา
น้ำำ��มัันดีเี ซล ณ เดืือนมิถิ ุนุ ายน 2565 ประมาณ 35 บาท) 49 x 35 เท่่ากัับ 1,715 บาท เตรีียมประมาณ
1,750 บาท
- ค่า่ น้ำ�ำ�มัันเบนซินิ ใส่เ่ ครื่อ� งพ่่น กรณีพี ่น่ หมอกควัันหากใช้้สารเคมีี 1 ลิติ ร จะใช้น้ ้ำำ��มััน
เบนซิินประมาณ 20 ลิิตร (เช่่น ราคาน้ำ�ำ�มัันเบนซินิ 95 ณ เดืือนมิถิ ุุนายน 2565 ประมาณ 50 บาท) 20 x 50
เท่า่ กัับ 1,000 บาท เตรียี มประมาณ 1,000 บาท เพื่่อ� ไว้ส้ ำ�ำ หรัับการอุ่�นเครื่อ� งและทำ�ำ ความสะอาดแผ่น่ แมมเบรน
กรณีเี ครื่อ� งขััดข้อ้ ง กรณีกี ารพ่น่ ฝอยละเอียี ด (ULV) หากใช้ส้ ารเคมีี 1 ลิติ ร จะใช้น้ ้ำำ��มัันเบนซินิ ประมาณ 5 ลิติ ร
- ค่่าน้ำ��ำ มัันยานพาหนะ จะใช้้อััตราการคำำ�นวณของทางราชการ กรณีีรถยนต์์
กิโิ ลเมตรละ 4 บาท รถจัักรยานยนต์์ทั้้�งชนิดิ พ่ว่ งหรืือสามล้อ้ กิโิ ลเมตรละ 2 บาท ทั้�ง้ นี้้�ต้อ้ งประมาณการจาก
ระยะทางในพื้น้� ที่่�ขณะทำำ�การพ่น่ และระยะทางในการเดินิ ทางไปถึึงชุุมชน

หมายเหตุุ : ก ารคำ�ำ นวณค่า่ ใช้้จ่า่ ยข้้างต้น้ ในบางพื้น�้ ที่อ่� าจสููงกว่า่ นี้้� อาจเนื่่�องจากสภาพของยานพาหนะ สภาพพื้้�นที่่� และ
ปัจั จััยอื่น� ที่เ่� ข้า้ มาเกี่�ยวข้อ้ ง เช่น่ ขนาดของบ้า้ น ความถี่ใ� นการพ่่น อาจทำำ�ให้ป้ ริิมาณการใช้้สารเคมีีแตกต่่าง
ไปจากการคำ�ำ นวณข้า้ งต้้น

(2) กรณีที ีมี พ่่นเป็น็ ผู้�้รับจ้า้ งจากเอกชน หากใช้ว้ ิธิ ีกี ารจ้้างเหมาบริกิ ารพ่่นสารเคมีี
สำ�ำ หรัับการจ้้างเหมาให้้บุุคคลภายนอกมาดำำ�เนิินการพ่่นสารเคมีีควบคุุมยุุงพาหะ
นำ�ำ โรค หากมีีกฎหมายกำำ�หนดตามพรบ.วััตถุุอัันตราย พ.ศ. 2535 และฉบัับแก้้ไขเพิ่่�มเติิม ต้้องปฏิิบััติิตาม
กฎหมาย และการจ้า้ งบุคุ คล ผู้�้รับจ้า้ งควรมีใี บรัับรองจากทางหน่ว่ ยงานราชการว่า่ ได้ผ้ ่า่ นการอบรมที่เ่� กี่ย� วข้อ้ ง
กัับเทคนิคิ การพ่น่ สารเคมีแี ละบำ�ำ รุงุ รัักษาเครื่อ� งพ่น่ เคมีขี องหน่ว่ ยงานทางวิชิ าการที่เ�่ กี่ย� วข้อ้ ง เช่น่ การจััดอบรม
ของกองโรคติิดต่่อนำำ�โดยแมลง กรมควบคุุมโรค หรืือการจััดอบรมของสำ�ำ นัักงานป้้องกัันควบคุุมโรค
ในพื้้�นที่�่ ตััวอย่่างการคำ�ำ นวณค่่าใช้้จ่่ายในการพ่่นหมอกควััน สำ�ำ หรัับพ่่นบ้้านจำำ�นวน 125 หลัังคาเรืือนต่่อ
การพ่น่ 1 รอบพ่น่ กรณีใี ช้ส้ ารเคมีเี ดลต้า้ เมทรินิ 0.5% EC ที่ม�่ ีอี ััตราส่ว่ นผสมตามฉลาก 1 ต่อ่ 49 ดัังตารางที่�่ 5.2

96 คู่มอื  สารเคมแี ละเครื่องพน่ สารเคมเี พ่อื ควบคุมยงุ พาหะน�ำ โรค

ตารางที่่� 5.2 ตััวอย่่างการคำำ�นวณค่า่ ใช้้จ่า่ ยในการพ่น่ สารเคมีชี นิดิ หมอกควััน

รายการ จำำ�นวน ราคา จำำ�นวนเงิิน ค่่าใช้จ้ ่่าย/หลังั
(บาท) (บาท) (บาท)

สารเคมีี 1 ลิติ ร 1,500* 1,500 12.00
น้ำ�ำ�มัันดีีเซล 49 ลิิตร 35.00** 1,715 13.72
น้ำ��ำ มัันเบนซินิ 95 20 ลิติ ร 50.00** 1,000 8.00
ค่่าจ้้างพ่่น 3 คน 1,800 14.40
(หััวหน้้า+พนัักงานพ่่น) 300
ค่่าน้ำ��ำ มัันดีเี ซลยานพาหนะ พ่่น 2 วััน 1,050 8.40
ของทีมี พ่่น*** 35.00 56.52
30 ลิติ ร ประมาณ

รวม 125 หลัังคาเรืือน 60 บาท/1หลััง

* ขึ้�น้ อยู่�กับราคาซื้้อ� ขายในท้อ้ งตลาด
** ขึ้น�้ อยู่�กับราคาซื้้�อขาย ณ ปัจั จุบุ ััน
*** ขึ้น�้ อยู่�กับระยะทางในพื้น�้ ที่�จ่ ริิง

หมายเหตุุ : ต ารางนี้้ใ� ช้้สำำ�หรัับการคำำ�นวณเพื่่อ� จ้า้ งเหมาพ่น่ สารเคมีเี ท่า่ นั้้น� ทั้�้งนี้้�การคำ�ำ นวณแต่ล่ ะครั้้�งขึ้้น� อยู่�กับชนิดิ ของ
สารเคมีี ราคาน้ำ�ำ�มััน ระยะทางในชุุมชน อััตราค่่าแรงขั้�้นต่ำ��ำ ในประเทศและพื้�้นที่่� ซึ่่�งต้้องคำ�ำ นวณใหม่่ตาม
ความเป็็นจริิงและเหมาะสม โดยไม่่ผิิดระเบีียบการเบิิกจ่่ายของกระทรวงการคลััง ในกรณีีจำ�ำ นวนทีีมพ่่น
จำ�ำ นวนวัันพ่น่ สามารถปรัับเปลี่่ย� นได้้ตามสภาพพื้น้� และสถานการณ์์ของโรคในพื้น้� ที่่�

3) การเตรียี มการก่อ่ นการพ่น่ สารเคมีสี ำ�ำ หรับั การพ่น่ ชนิดิ ฝอยละเอียี ด (ULV) แบบสะพายหลังั

• การเตรีียมเครื่�องพ่่นสารเคมีีชนิิดฝอยละเอีียด (ULV) แบบสะพายหลััง การเตรีียมความ

พร้้อมในการใช้้เครื่�องพ่น่ สารเคมีีชนิิดฝอยละเอีียดแบบสะพายหลััง โดยส่ว่ นใหญ่่เครื่อ� งพ่น่ ประเภทนี้้�จะมีอี ยู่�
หลายเครื่อ� งหมายการค้า้ และหลายชนิดิ ส่ว่ นใหญ่จ่ ะเป็น็ เครื่อ� งยนต์ท์ ั้ง้� ชนิดิ 2 จัังหวะ และ 4 จัังหวะ ใช้ร้ ะบบ
หััวเทียี นในการสตาร์์ตเครื่�อง ระบบอััดอากาศใช้้โรตารี่� หรืือใบพััดก็็ได้้ การเตรีียมความพร้อ้ มจะคล้้ายคลึึงกััน
ซึ่่ง� ทีมี พ่น่ สารเคมีี 1 ทีมี ควรมีเี ครื่อ� งพ่่นสารเคมีีอย่า่ งน้้อย 2 เครื่อ� ง เพื่่อ� ใช้้เป็น็ เครื่�องสำ�ำ รองในกรณีเี กิดิ เหตุุ
ขััดข้อ้ ง การเตรียี มความพร้อ้ มต้อ้ งทำ�ำ การตรวจสอบและแก้ไ้ ขปัญั หาเบื้อ�้ งต้น้ โดยต้อ้ งทำ�ำ การทดสอบเครื่อ� งพ่น่
อย่่างน้อ้ ย 1 วัันก่อ่ นพ่่น ดัังนี้้�
- ตรวจสอบระบบไฟ โดยการทดลองสตาร์์ทเครื่�อง ทำ�ำ การถอดสายเชื่�อมต่่อหััวเทีียน
แล้ว้ แตะกัับชิ้น� ส่ว่ นโลหะของเครื่อ� งพ่น่ ทำ�ำ การสตาร์ท์ สัังเกตกระแสไฟหากไม่ม่ ีปี ระกายไฟ ให้ล้ ้า้ งทำ�ำ ความสะอาด
ด้้วยน้ำำ�� มัันเบนซิิน และขััดด้ว้ ยกระดาษทราย ขยัับขั้ว�้ หััวเทียี นให้้มีรี ะยะห่่าง 0.5-1 มิลิ ลิิเมตร

97

- ตรวจสอบสภาพภายนอกของตััวถัังน้ำ�ำ�มัันเชื้้�อเพลิิงและถัังสารเคมีีว่่าไม่่มีีการรั่�วซึึม
สายสะพายต้้องมีีสภาพปกติิไม่ช่ ำำ�รุุด สามารถรองรัับน้ำ�ำ�หนัักขณะสะพายหลัังได้้
- ตรวจสอบถัังน้ำ�ำ� มัันเชื้อ้� เพลิงิ ต้อ้ งเปลี่่ย� นน้ำ��ำ มัันเบนซินิ ใหม่่ หากเป็น็ เครื่อ� งยนต์์ 2 จัังหวะ
ต้อ้ งผสมน้ำ�ำ�มัันทููที ี อััตราส่ว่ น 1 : 20 หรืือ 1 : 25 แต่ถ่ ้า้ เป็น็ เครื่อ� งยนต์์ 4 จัังหวะไม่่ต้้องผสมน้ำ�ำ�มัันทููทีี
- ตรวจสอบถัังสารเคมีีว่่าไม่่อุุดตััน หากพบมีีสารเคมีีเก่่าเหลืือค้้างอยู่�นานกว่่า 1 วััน
ต้้องถ่่ายออก ทำ�ำ ลายด้ว้ ยวิิธีกี ารที่่�ถููกต้อ้ ง ทำ�ำ การล้า้ งถัังสารเคมีีให้ส้ ะอาดด้้วยสารซัักล้้าง
- ทดลองสตาร์์ทและอุ่�นเครื่�องประมาณ 5 นาทีี แล้้วทดลองพ่่นเพื่่�อดููการอุุดตัันของ
หััวฉีดี พ่น่ หากละอองสารเคมีอี อกมาปกติแิ สดงว่า่ สภาพเครื่อ� งปกติ ิ มีคี วามพร้อ้ มสามารถใช้ใ้ นการปฏิบิ ััติงิ าน
ในวัันถััดไปได้้ แต่่ควรมีีการตรวจสอบอััตราการไหลที่่�แท้้จริิงอย่่างน้้อยทุุก 3 เดืือน เพื่่�อปรัับความเร็็ว
ในการพ่น่ ให้เ้ หมาะสม หรืือทำำ�การแก้ไ้ ขให้้มีคี วามเหมาะสมต่อ่ ไป

• การเตรียี มสารเคมีี สำ�ำ หรัับพ่น่ สารเคมีชี นิดิ ฝอยละเอียี ดแบบสะพายหลััง สารเคมีที ี่ใ�่ ช้ส้ ำ�ำ หรัับ

พ่น่ ชนิิดฝอยละเอีียด มีหี ลายรููปแบบ ได้้แก่ ่ สารผสมชนิิดน้ำ�ำ� มัันข้น้ EC, สารผสมชนิิดน้ำ�ำ� มัันในน้ำ�ำ� EW, UL
(รายละเอีียดรููปแบบสารเคมีีดัังแสดงในบทที่่� 2 สารเคมีีกำำ�จััดแมลงในการควบคุุมยุุงพาหะนำำ�โรค) การใช้้
ตััวทำำ�ละลาย ได้แ้ ก่ ่ น้ำ��ำ มัันดีเี ซลหรืือน้ำ��ำ ขึ้น�้ อยู่�กับรููปแบบของสารเคมีี (formulation) และการขึ้น�้ ทะเบียี นกัับ
สำ�ำ นัักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตััวอย่า่ งการเตรีียมสารเคมีเี พื่่�อการพ่่นฝอยละเอีียด ดัังนี้้�

กรณีีหน่่วยงานพ่่นสารเคมีีชนิิดฝอยละเอียี ดโดยใช้ส้ ารเคมีีเดลต้้าเมทรินิ 0.5% EC สููตรผสม
จากการประมาณพื้น�้ ที่บ�่ ้า้ นที่ต�่ ้อ้ งทำ�ำ การพ่น่ พบว่า่ มีพี ื้น�้ ที่เ�่ ฉลี่ย� ประมาณ 400 ตารางเมตร/หลัังคาเรืือน
สามารถคำ�ำ นวณปริิมาณการใช้้สารเคมี ี ดัังนี้้�
- ปริิมาณการใช้้สารเคมีตี ่่อบ้า้ น 1 หลังั

• สารเคมีเี ดลต้า้ เมทรินิ 0.5% EC 1 ลิติ ร จะพ่น่ ได้ใ้ นพื้น�้ ที่ข�่ นาด 50,000 ตารางเมตร หรืือ 5 เฮกต้า้ ร์์

(จากตััวอย่่างการคำำ�นวนการพ่่นสารเคมีีชนิดิ หมอกควััน)

• การผสมสารเคมีีเดลต้้าเมทริิน 0.5% EC สำ�ำ หรัับการพ่น่ ฝอยละเอียี ด มีอี ััตราส่่วนผสม 1 : 9

(อััตราส่ว่ นผสมตามฉลากกำำ�หนด) หมายถึึง สารเคมีี 1 ส่ว่ น ผสมกัับน้ำำ�� มัันดีีเซล 9 ส่่วน จะได้ส้ ารเคมีี
ผสมแล้้ว 10 ส่ว่ น
ถ้้าใช้้สารเคมีเี ดลต้้าเมทรินิ 0.5% EC 1 ลิติ ร จะต้อ้ งผสมกัับน้ำ��ำ มัันดีีเซล 9 ลิติ ร จะได้ส้ าร
เคมีีผสมแล้้ว 10 ลิติ ร (10,000 มิิลลิิลิิตร หรืือ ซีีซีี)

• พ่่นบ้า้ น 1 หลััง ซึ่ง�่ มีพี ื้�น้ ที่เ�่ ฉลี่ย� ประมาณ 400 ตารางเมตร จะใช้้สารเคมีีผสมแล้ว้

เท่า่ กัับ 10 ,000 5มิ0ิล,ล0ิิล0ิิต0รตxาร4า0ง0เมตตารรางเมตร = 80 มิิลลิลิ ิิตร
ดังั นั้้น� บ้า้ น 1 หลััง จะใช้ส้ ารเคมีเี ดลต้า้ เมทรินิ ที่ผ�่ สมแล้ว้ พ่น่ ประมาณ 80 มิลิ ลิลิ ิติ ร หรืือ ซีซี ีี

98 คมู่ ือ สารเคมแี ละเคร่ืองพ่นสารเคมีเพ่ือควบคุมยงุ พาหะน�ำ โรค

- •จำ ำ�นบว้า้ นนบ้1า้ นหที่ล่ััพ�ง่ น่ มตีพี่ื้อ่ ้น� สทีา่เ�่ รฉเลีค่ย� มีปี 1ระ ลมิติ ารณ 400 ตารางเมตร จะใช้ส้ ารเคมีีที่่ผ� สมแล้้ว 80 มิิลลิลิ ิิตร

สารเคมีีเดลต้้าเมทริิน 0.5% EC 1 ลิิตร เมื่�อผสมแล้้วจะได้ส้ ารเคมีผี สม 10,000 มิิลลิิลิิตร
จะพ่่นได้้ในพื้�้นที่่�ขนาด 50,000 ตารางเมตร
สารเคมีเี ดลต้า้ เมทริิน 0.5% EC 1 ลิติ ร จะพ่่นบ้้านได้้จำำ�นวน

เท่่ากัับ 10 ,0008 ม0ิ ลิ มลิิลิ ิลิลติิิลริิตxร 1 หลััง = 125 หลัังคาเรืือน

ดังั นั้้�น สารเคมีเี ดลต้้าเมทริิน 0.5% EC 1 ลิิตร จะพ่น่ บ้า้ นได้จ้ ำ�ำ นวน 125 หลัังคาเรืือน

• การผสมสารเคมีี สำ�ำ หรัับเตรียี มไว้ใ้ ช้ใ้ นการพ่น่ ฝอยละเอียี ดแบบสะพายหลััง ด้ว้ ยปัจั จุบุ ัันมีี

สารเคมีีที่่�ใช้้กำำ�จััดยุุงพาหะทางสาธารณสุุขจำำ�หน่่ายในตลาดเป็็นจำำ�นวนมาก จึึงควรผสมสารเคมีีกัับสารผสม
ตามที่ฉ�่ ลากผลิติ ภััณฑ์ก์ ำ�ำ หนดตามวิธิ ีกี ารพ่น่ เท่า่ นั้น�้ โดยพิจิ ารณาอััตราส่ว่ นผสมว่า่ มีอี ััตราส่ว่ นเท่า่ ใด ทั้ง�้ นี้้ต� ้อ้ ง
ทำ�ำ การผสมกัับน้ำ��ำ มัันดีีเซล เช่่น 1 ต่่อ 9 คืือ สารเคมีี 1 ส่่วน น้ำ�ำ� มัันดีีเซล 9 ส่่วน หรืือ สารเคมีี 1 ลิิตร
ผสมน้ำ��ำ มัันดีเี ซล 9 ลิติ ร จะได้ป้ ริมิ าตรรวม 10 ลิติ ร ส่ว่ นการผสมไว้ใ้ ช้ง้ านแนะนำ�ำ ให้ผ้ สมใช้ใ้ ห้ห้ มดภายใน 1 วััน
แต่ห่ ากมีแี ผนการพ่น่ ในวัันถััดไปอาจผสมเหลืือใช้ใ้ นวัันถััดไปเท่า่ นั้น้� ดัังนั้น�้ เพื่่อ� เป็น็ การรัักษาคุณุ ภาพสารเคมีี
จึึงไม่่ควรผสมสารเคมีที ิ้้�งไว้ห้ ลายวััน

• การเตรียี มอุปุ กรณ์ซ์ ่อ่ มบำ�ำ รุงุ เครื่อ� งพ่น่ สารเคมีชี นิดิ ฝอยละเอียี ดแบบสะพายหลััง จะใช้อ้ ุปุ กรณ์์

สำ�ำ หรัับซ่อ่ มเครื่อ� งพ่น่ สารเคมีเี บื้อ�้ งต้น้ เหมืือนกัับเครื่อ� งพ่น่ ชนิดิ หมอกควััน ทั้ง�้ นี้้อ� ุปุ กรณ์บ์ างชนิดิ ต้อ้ งขึ้น�้ อยู่�กับ
เครื่�องพ่น่ แต่่ละบริิษััทที่ผ�่ ลิติ ออกมา โดยส่ว่ นใหญ่ผ่ ู้้�ขายจะมีีชุุดอุปุ กรณ์ม์ าพร้อ้ มกัับเครื่อ� ง
4) การเตรียี มการก่อ่ นการพ่น่ สารเคมีสี ำ�ำ หรับั การพ่น่ ชนิดิ ฝอยละเอียี ด (ULV) แบบติดิ ตั้ง้� รถยนต์์

• การเตรียี มเครื่อ� งพ่น่ สารเคมีชี นิดิ ฝอยละเอียี ด (ULV) แบบติดิ ตั้ง�้ รถยนต์์ เครื่อ� งพ่น่ ประเภทนี้้�

จะมีีอยู่�หลายเครื่�องหมายการค้้าและหลายชนิิด ส่่วนใหญ่่จะเป็็นเครื่�องยนต์์ชนิิด 4 จัังหวะ มีีขนาดใหญ่่
ต้้องทำำ�การบรรทุุกโดยรถกระบะ ทีีมพ่่นสารเคมีตี ้อ้ งทำำ�การทดสอบเครื่�องพ่่นอย่า่ งน้อ้ ย 1 วัันก่อ่ นพ่่น ดัังนี้้�
- ตรวจสอบระบบไฟ และแบตเตอรี่ว� ่า่ สามารถใช้ง้ านได้้ หากแบตเตอรี่�อ่อ่ นกำ�ำ ลัังต้อ้ งทำ�ำ
การชาร์์ตให้เ้ ต็ม็
- ตรวจน้ำ�ำ� มัันเครื่�องยนต์์ให้้อยู่�ในระดัับที่�่กำำ�หนด (ถ่่ายน้ำำ�� มัันเครื่�องครั้�้งแรก 25 ชั่่�วโมง
การทำำ�งาน)
- ตรวจและเติิมน้ำ�ำ� มัันเบนซินิ ที่ม่� ีีค่่าออกเทน 85 หรืือค่า่ อื่น� ที่�ผ่ ู้�้ ผลิติ กำ�ำ หนด โดยใช้้กรวย
กรองเท่่านั้น�้
- ตรวจสอบถัังสารเคมีีว่่าไม่่อุุดตััน หากพบมีีสารเคมีีเก่่าเหลืือค้้างอยู่�นานกว่่า 1 วััน
ต้อ้ งถ่า่ ยออก ทำ�ำ ลายด้ว้ ยวิิธีีการที่่�ถููกต้อ้ ง ทำ�ำ การล้า้ งถัังสารเคมีีให้ส้ ะอาดด้้วยสารซัักล้า้ ง
- ทดลองสตาร์์ทและอุ่�นเครื่อ� งประมาณ 5-10 นาทีี แล้้วทดลองพ่่นเพื่่�อดููการอุดุ ตัันของ
ระบบท่่อพ่่น หากละอองสารเคมีีออกมาปกติิถืือว่่าสภาพเครื่�องปกติิ มีีความพร้้อมสามารถออกปฏิิบััติิงาน

99

ในวัันถััดไปได้้ แต่ค่ วรมีกี ารตรวจสอบอััตราการไหลที่แ�่ ท้จ้ ริงิ อย่า่ งน้อ้ ยทุกุ 3 เดืือน เพื่่อ� ปรัับความเร็ว็ ในการพ่น่
ให้้เหมาะสม หรืือทำ�ำ การแก้้ไขให้ม้ ีคี วามเหมาะสมต่อ่ ไป
- กรณีีมีีรีีโมทย์์ควบคุุมการทำ�ำ งาน จะต้้องทดสอบสตาร์์ทเครื่�อง ปล่่อยน้ำ�ำ� ยา และล้้าง
ทำ�ำ ความสะอาดหััวพ่น่ หากรีีโมทย์์มีปี ััญหาต้้องรีีบส่ง่ ซ่อ่ มบำ�ำ รุงุ
- ตรวจสอบหััวฉีดี พ่น่ ทุกุ หััวว่า่ มีสี ารเคมีไี หล หรืือพ่น่ ออกมาปกติหิ รืือไม่่ หากมีกี ารอุดุ ตััน
ต้อ้ งทำำ�การล้า้ ง (ทั้้ง� นี้้�ขึ้้�นอยู่�กับเครื่อ� งพ่่นแต่ล่ ะบริิษััท ซึ่�ง่ มีหี ััวพ่น่ ตั้ง้� แต่่ 1-4 หััว)

• การเตรีียมสารเคมีี สำ�ำ หรัับพ่่นสารเคมีีฝอยละเอีียดแบบติิดตั้�้งรถยนต์์ สารเคมีีสำำ�หรัับใช้้

ในการพ่่นฝอยละเอีียดแบบติิดตั้้�งรถยนต์์ มีีวิิธีีการเตรีียมแบบเดีียวกัับการพ่่นฝอยละเอีียดแบบสะพายหลััง
แต่่ต้้องเตรีียมในปริิมาตรให้้เหมาะสมกัับพื้้�นที่�่ที่�่ต้้องการพ่่น โดยทั่่�วไปการพ่่นประเภทนี้้�จะใช้้ในการควบคุุม
ยุงุ พาหะในพื้น้� ที่่ข� นาดใหญ่่

• การผสมสารเคมีี(11) การผสมสารเคมีีสำำ�หรัับเตรีียมไว้้ใช้้ในการพ่่นฝอยละเอีียดแบบติิดตั้้�ง

รถยนต์์จะเหมืือนกัับการผสมสารเคมีีในการพ่่นฝอยละเอีียดแบบสะพายหลััง คืือ ผสมสารเคมีีตามที่�่ฉลาก
ผลิิตภััณฑ์์กำ�ำ หนดตามวิิธีีการพ่่น โดยพิิจารณาอััตราส่่วนผสมว่่ามีีอััตราส่่วนเท่่าใด ทั้�้งนี้้�ต้้องทำ�ำ การผสมกัับ
น้ำ��ำ มัันดีเี ซล เช่น่ 1 ต่่อ 9 คืือ สารเคมีี 1 ส่่วน น้ำ�ำ�มัันดีีเซล 9 ส่ว่ น หรืือสารเคมีี 1 ลิิตร ผสมน้ำำ��มัันดีเี ซล 9 ลิติ ร
จะได้ป้ ริมิ าตรรวม 10 ลิติ ร การผสมสารเคมีเี พื่่อ� ใช้ใ้ นการพ่น่ ประเภทนี้้� แม้เ้ ป็น็ การผสมสารเคมีคี รั้ง้� ละปริมิ าณ
มากแต่ย่ ัังคงแนะนำำ�ให้ผ้ สมสารเคมีใี นถัังผสมก่อ่ นเทสารเคมีที ี่ผ�่ สมแล้ว้ ใส่ถ่ ัังสารเคมีขี องเครื่อ� งพ่น่ เพื่่อ� ให้แ้ น่ใ่ จ
ว่่าสารเคมีีผสมเข้้ากัันอย่่างทั่่�วถึึง ส่่วนการผสมไว้้ใช้้งานแนะนำำ�ให้้ทำำ�การผสมที่�่ใช้้หมดภายใน 1 วััน
แต่ห่ ากมีแี ผนการพ่น่ ในวัันถััดไปอาจผสมเหลืือใช้ใ้ นวัันถััดไปเท่า่ นั้น�้ ดัังนั้น�้ เพื่่อ� เป็น็ การรัักษาคุณุ ภาพสารเคมีี
จึึงไม่่ควรผสมสารเคมีที ิ้้�งไว้ห้ ลายวััน

• การเตรียี มอุปุ กรณ์ซ์ ่อ่ มบำ�ำ รุงุ เครื่อ� งพ่น่ สารเคมีชี นิดิ ฝอยละเอียี ดแบบติดิ ตั้ง�้ รถยนต์ส์ ่ว่ นใหญ่่

หากเครื่�องพ่่นมีีปัญั หาจะไม่ท่ ำ�ำ การแก้ไ้ ข แต่จ่ ะแนะนำ�ำ ให้ต้ ิิดต่อ่ ช่า่ งซ่่อมหรืือติดิ ต่่อศููนย์์ซ่อ่ มของบริิษััทผู้�้ ผลิติ
หรืือผู้แ้� ทนจำำ�หน่า่ ย เท่่านั้้�น
100 คมู่ ือ สารเคมแี ละเครื่องพ่นสารเคมีเพือ่ ควบคมุ ยงุ พาหะนำ�โรค

การเตรีียมชุดุ และอุปุ กรณ์ส์ ำำ�หรัับป้้องกัันสารเคมีใี ห้้กับั พนัักงานพ่่นสารเคมีี

ชุุดและอุุปกรณ์์ป้้องกัันสารเคมีีเป็็นสิ่�งที่่�มีีความสำำ�คััญ ช่่วยป้้องกัันพนัักงานพ่่นสารเคมีีไม่่ให้้สััมผััส
กัับสารเคมีีและสารผสมซึ่่�งอาจส่่งผลต่่อการเกิิดพิิษ หรืืออาการข้้างเคีียงได้้ ทีีมพ่่นสารเคมีีสามารถตััดชุุด
สำำ�เร็จ็ รููป หรืือประยุกุ ต์ใ์ ช้ช้ ุดุ ที่ม�่ ีอี ยู่�ได้โ้ ดยไม่ต่ ้อ้ งสิ้น� เปลืืองงบประมาณ รวมทั้ง�้ อุปุ กรณ์ป์ ้อ้ งกัันอื่น� ๆ เช่น่ หมวก
แว่น่ ตาป้้องกัันสารเคมีี หน้้ากากสำำ�หรัับป้้องกัันสารเคมีี รองเท้า้ ผ้้าใบ ถุุงมืือเพื่่�อป้้องกัันการสััมผััสกัับสารเคมีี
ในขณะทำ�ำ การเติมิ สารเคมีีลงไปในเครื่�องพ่น่ และขณะพ่่นสารเคมีี(9) (ภาพที่�่ 5.2 และ 5.3)

ชุุดป้้องกันั ในการพ่น่ สารเคมีี แว่น่ ตา

หมวกกัันสารเคมีี

หน้้ากาก ชุุดพ่่นเคมีี
ถุุงมืือ

รองเท้้าบููทหรืือผ้า้ ใบ

ภาพที่่� 5.2 ชุุดป้้องกัันในการพ่่นสารเคมีชี นิิดตััดสำำ�เร็จ็ รููปพร้้อมอุปุ กรณ์์ป้้องกััน(9)

ชุดปอ้ งกันในการพน่ สารเคมที ีป่ ระยุกต ์ได้

หมวก เสื้อ� แขนยาว
หน้า้ กากชนิดิ กัันสารเคมีี กางเกงขายาว
รองเท้า้ ผ้้าใบ
ถุุงมืือผ้า้

ภาพที่่� 5.3 ชุดุ ป้้องกัันในการพ่่นสารเคมีแี ละอุปุ กรณ์์ป้อ้ งกัันที่ส�่ ามารถประยุกุ ต์์ใช้ไ้ ด้้(9) 101

บรรณานกุ รม

1. พงศกร สดากร. เอกสารประกอบการบรรยายการจััดการการพ่น่ สารเคมีแี ละการเตรียี มความพร้อ้ มของ
ชุุมชนในการพ่่นสารเคมีีกำำ�จััดยุุงพาหะ. การประชุุมเชิิงปฏิิบััติิการการพััฒนาวิิทยากรผู้้�ควบคุุมการพ่่น
เคมีคี วบคุมุ พาหะนำำ�โรค ปีีงบประมาณ 2563; 16-20 ธัันวาคม 2562; โรงแรมริิเวอร์ไ์ รน์์ เพลส โฮเต็ล็
แอนด์์ เรสซิเิ ดนซ์.์ นนทบุุรีี.

2. วิกิ ิพิ ีเี ดียี . ราชการส่ว่ นท้อ้ งถิ่น� (ประเทศไทย) [อินิ เตอร์เ์ น็ต็ ]; 2564 [เข้า้ ถึึงเมื่อ� วัันที่�่ 8 ส.ค. 2564]. เข้า้ ถึึง
ได้้จาก: https://th.wikipedia.org/wiki/ราชการส่ว่ นท้อ้ งถิ่น� _(ประเทศไทย).

3. สำ�ำ นัักโรคติดิ ต่อ่ นำ�ำ โดยแมลง กรมควบคุมุ โรค. คู่่�มืือการใช้ส้ ารเคมีี เครื่อ� งพ่น่ เคมีี และการบำ�ำ รุงุ รัักษาในงาน
ควบคุุมโรคติดิ ต่่อนำำ�โดยแมลง. นนทบุุรี.ี ชุุมนุมุ สหกรณ์์การเกษตรแห่ง่ ประเทศไทย; 2547.

4. World Health Organization. Manual for indoor residual spraying: application of residual
sprays for vector control. 3rd ed. World Health Organization; 2007.

5. World Health Organization. Indoor residual spraying: An operational manual for indoor
residual spraying (IRS) for malaria transmission control and elimination. 2nd ed. Geneva:
World Health Organization; 2015.

6. กองโรคติิดต่อ่ นำำ�โดยแมลง กรมควบคุุมโรค กระทรวงสาธารณสุุข. แนวทางการปฏิบิ ััติิงานกำ�ำ จััดโรคไข้้
มาลาเรียี สำ�ำ หรัับบุคุ ลากรทางแพทย์แ์ ละสาธารณสุขุ ประเทศไทย. กรุงุ เทพมหานคร: อัักษรกราฟฟิคิ แอนด์์
ดีไี ซน์;์ 2562

7. World Health Organization. Space spray application of insecticides for vector and public
health pest control : a practitioner’s guide. Geneva: World Health Organization; 2003.

8. สุธุ ีรี ะ ขนอม. เอกสารประกอบการบรรยายการใช้แ้ ละการบำ�ำ รุงุ รัักษาเครื่อ� งพ่น่ หมอกควัันในงานควบคุมุ
โรคติิดต่อ่ นำำ�โดยแมลง. อบรมการเฝ้้าระวััง ป้้องกัันควบคุมุ โรคไข้้เลืือดออก จัังหวััดนครศรีธี รรมราช; 15
ธัันวาคม 2560; สำำ�นัักงานสาธารณสุุขจัังหวััดนครศรีีธรรมราช. นครศรีธี รรมราช.

9. วิริ ยุทุ ธิ์์� แก้ว้ ยศกุลุ . เอกสารการบรรยายเทคนิคิ การพ่น่ เคมีแี ละบำ�ำ รุงุ รัักษาเครื่อ� งพ่น่ เคมี.ี อบรมการเฝ้า้ ระวััง
โรคป้อ้ งกัันควบคุมุ โรคติดิ เชื้้�อ (โรคไข้้เลืือดออก) จัังหวััดนครศรีีธรรมราช; 26 ธัันวาคม 2561; องค์ก์ าร
บริิหารส่่วนจัังหวััดนครศรีีธรรมราช. นครศรีีธรรมราช.

10. วิิรยุุทธิ์์� แก้้วยศกุุล. หััวหน้้างานควบคุุมโรค ศููนย์์ควบคุุมโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยแมลงที่่� 11.2 จัังหวััด
นครศรีีธรรมราช. สััมภาษณ์เ์ มื่�อวัันที่่� 4 มกราคม 2564.

11. บุุญเสริิม อ่่วมอ่่อง. 2562. เอกสารประกอบการบรรยายความรู้้�เรื่�องเครื่�องพ่่นสารเคมีีกำ�ำ จััดแมลง.
การประชุุมเชิิงปฏิิบััติิการการพััฒนาวิิทยากรผู้้�ควบคุุมการพ่่นเคมีีควบคุุมพาหะนำ�ำ โรค ปีีงบประมาณ
2563; 16-20 ธัันวาคม 2562; โรงแรมริเิ วอร์ไ์ รน์์ เพลส โฮเต็ล็ แอนด์์ เรสซิเิ ดนซ์.์ นนทบุรุ ีี.

102 ค่มู ือ สารเคมแี ละเคร่ืองพน่ สารเคมีเพ่อื ควบคมุ ยงุ พาหะน�ำ โรค

6บทท่ี

เทคนิคการพ่นสารเคมเี พอื่ ควบคุม
ยงุ พาหะนำ� โรค

การพ่น่ สารเคมีกี ำ�ำ จัดั ยุงุ พาหะนำ�ำ โรคที่ใ�่ ช้ใ้ นงานสาธารณสุขุ มีี 2 ประเภท(1-2) ได้แ้ ก่่ การพ่น่ แบบฟุ้ง�้ กระจาย
และการพ่่นแบบฤทธิ์�์ตกค้้าง ซึ่�่งการพ่่นแบบฟุ้�้งกระจายประกอบด้้วยการพ่่นชนิิดหมอกควััน และชนิิด
ฝอยละเอียี ด (ULV) การเลืือกใช้้การพ่น่ ประเภทไหนนั้้�นขึ้�นอยู่�่ กัับชีีวนิิสััยของยุงุ พาหะชนิิดนั้้�นๆ
1. การพ่่นแบบฟุ้้ง� กระจาย องค์ก์ ารอนามััยโลกกำ�ำ หนดให้้ขนาดละอองสารเคมีที ี่พ�่ ่่นออกมาส่่วนใหญ่่
มีีขนาดเล็็กไม่่เกิิน 50 µm(2-3) โดยละอองสารเคมีีที่�่พ่่นออกมาเป็็นฝอยละเอีียดเล็็กๆ สามารถลอยอยู่่�ใน
บรรยากาศได้้นานมากพอ เพื่่�อให้้แมลงเป้้าหมายมาสััมผััส เมื่�อแมลงสััมผััสกัับละอองสารเคมีี สารออกฤทธิ์์�
จะซึึมและแพร่ก่ ระจายในตัวั แมลงทำำ�ให้้แมลงตายในที่ส่� ุดุ
2. การพ่่นแบบฤทธิ์�์ตกค้้าง ละอองสารเคมีที ี่่�พ่น่ ออกมา ส่่วนใหญ่จ่ ะมีีขนาดใหญ่่กว่่า 100 µm จึึงไม่่
สามารถลอยฟุ้ง�้ อยู่ใ�่ นบรรยากาศได้น้ านพอจะกำ�ำ จัดั แมลงบิิน มักั ใช้ใ้ นการพ่น่ สารเคมีที ี่ม�่ ีคี วามเข้ม้ ข้น้ ปานกลาง
โดยให้้ละอองสารเคมีีฟุ้�ง้ ตกคลุมุ พื้้น� ผิิวของบริิเวณที่่�พ่น่ เพื่่�อกำำ�จัดั แมลงคลานและแมลงที่ม�่ าเกาะพััก การพ่่น
แบบนี้้�จะหวัังผลระยะยาวสารเคมีที ี่่�ใช้ค้ วรเป็น็ แบบถููกตัวั ตาย แต่ม่ ีฤี ทธิ์์�ตกค้้างนาน

ปัจั จัยั ที่�่มีผี ลต่่อประสิิทธิิภาพในการพ่่นสารเคมีีแบบฟุ้้�งกระจายเพื่่อ� ควบคุุมยุุงลาย

1. ช่ว่ งเวลาในการพ่น่ สารเคมีี ควรเป็น็ ช่ว่ งเวลาที่ย�่ ุงุ พาหะออกหากิิน ในการพ่น่
สารเคมีคี วบคุมุ ยุงุ ลาย ช่่วงเวลาที่�่เหมาะสมต่่อการพ่่นสารเคมีี คืือ ช่่วงเช้้าและ
ช่ว่ งบ่า่ ยแก่ๆ่ ถึึงเย็น็ เพราะเป็น็ ช่ว่ งเวลาที่ย�่ ุงุ ลายออกหากิินมากสุดุ ทำ�ำ ให้ย้ ุงุ ลาย
มีีโอกาสสััมผััสกัับละอองสารเคมีีที่�่ลอยอยู่�่ในอากาศได้้มากขึ้ �น ทั้้�งนี้้�การพ่่น
สารเคมีีภายนอกอาคารควรคำ�ำ นึึงถึึงปััจจััยอื่่�นๆ ร่่วมด้้วย เช่่น ทิิศทางลม
ความเร็ว็ ลม อุุณหภููมิิ ความชื้้�น เป็็นต้น้ แต่ห่ ากเป็็นการพ่น่ สารเคมีีภายในอาคาร
ช่่วงเวลาในการพ่่นจะไม่่มีีความสำ�ำ คััญมากนััก สามารถดำ�ำ เนิินการพ่น่ ได้้ตลอดทั้้ง� วันั (3, 4)
2. ความถี่่�ในการพ่่นสารเคมีี การพ่่นสารเคมีีเพื่่�อควบคุุมการระบาดของโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยยุุงลาย
ควรดำำ�เนิินการพ่น่ ทัันทีหี ลังั จากมีผี ู้้�ป่ว่ ยเกิิดขึ้�นในพื้้น� ที่่� และควรพ่่นซ้ำ�ำ� อย่า่ งน้้อย 1 ครั้�ง หลังั จากการพ่น่ ครั้�ง
แรก 7 วััน แต่่ถ้้าจะดำำ�เนิินการพ่น่ 3 ครั้�ง ให้้พ่น่ ภายใน 7 วันั คือื พ่น่ วัันที่�่ 1 วัันที่่� 3 และวัันที่�่ 7 ซึ่ง่� การพ่น่
สารเคมีซี ้ำ��ำ เพื่่อ� ฆ่า่ ยุงุ ที่�เ่ กิิดใหม่่ (ระยะเวลาการเจริิญจากลููกน้ำ��ำ จนเป็็นยุงุ ประมาณ 7-10 วััน) หรืือยุงุ ตััวอื่�น
ที่่�จะมาดููดเลืือดผู้้�ป่่วยที่�่อาจมีีเชื้�อไวรััสไข้้เลืือดออกหลงเหลืืออยู่่�ในกระแสเลืือด ฆ่่ายุุงเกิิดใหม่่ที่่�ได้้รัับการ
ถ่่ายทอดเชื้�อผ่่านทางไข่่ยุุง (transovarian transmission) และเพื่่�อฆ่่ายุุงที่�่ได้้รัับเชื้�อไปแล้้วแต่่อาจหนีีรอด

103

จากการพ่่นในครั้�งแรก(2, 4-5) ทั้้�งนี้้�การพ่่นเพื่่�อควบคุุมการระบาดของโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยยุุงลาย ควรดำ�ำ เนิินการ
ตามแนวทางมาตรการควบคุุมโรคติิดต่่อนำำ�โดยยุุงลาย กรมควบคุุมโรค เป็น็ สิ่�งสำำ�คัญั (ภาคผนวกที่�่ 1)
3. สภาพภููมิิอากาศ การพ่่นสารเคมีีควบคุุมยุุงพาหะให้้มีีประสิิทธิิภาพ ควรคำ�ำ นึึงถึึงปััจจััยด้้าน
สภาพภููมิิอากาศของพื้้น� ที่ใ�่ นขณะที่จ�่ ะดำ�ำ เนิินการพ่่น ได้้แก่่ ความเร็็วลม ทิิศทางลม อุุณหภููมิิ ความชื้้น� ดัังนี้้�
ความเร็็วลม และทิิศทางลม มีีผลต่่อการกระจายของละอองสารเคมีีและการสััมผััสของละออง
สารเคมีีกัับตััวยุุงพาหะ ถ้้าดำำ�เนิินการพ่่นสารเคมีีภายในตััวอาคาร ความเร็็วลม และทิิศทางลมจะไม่่ส่่ง
ผลกระทบต่่อการพ่่นมากนััก แต่่ถ้้าดำ�ำ เนิินการพ่่นภายนอกตััวอาคารความเร็็วลม และทิิศทางลมจะส่่งผล
ต่่อละอองสารเคมีีที่�่พ่่นออกมา ความเร็ว็ ลมที่่เ� หมาะสมควรอยู่่ร� ะหว่่าง 3-13 กิิโลเมตร/ชั่�วโมง ซึ่ง�่ จะช่่วยให้้
ละอองสารเคมีีในอากาศเคลื่�อนที่่�ช้้าและสม่ำ��ำ เสมอ ทำ�ำ ให้้ละอองสารเคมีีมีีโอกาสสััมผััสกัับตััวยุุงมากขึ้�น
ความเร็็วลมที่�่แรงกว่่านี้้�จะทำ�ำ ให้้ละอองสารเคมีีถููกกระแสลมพััดกระจายหายไปอย่่างรวดเร็็ว(4) และควรทำ�ำ
การพ่น่ สารเคมีีจากใต้ล้ มขึ้้�นสู่่�เหนือื ลม (ทิิศทวนลม) เพื่่อ� ให้ล้ ะอองสารเคมีกี ระจายครอบคลุุมพื้้น� ที่ไ�่ ด้้มากสุุด
และลดการสััมผััสละอองสารเคมีขี องผู้�พ่่นสารเคมี(ี 3)
อุุณหภููมิิ ส่่งผลกระทบต่่อละอองสารเคมีี ในสภาพแวดล้้อมที่่�มีีอุุณหภููมิิสููง เช่่น ในช่่วงเวลา
กลางวันั ความร้อ้ นจากแสงอาทิิตย์ท์ ำ�ำ ให้พ้ ื้้น� ผิิวดิินมีอี ุณุ หภููมิิสููงขึ้น� ละอองสารเคมีที ี่พ�่ ่น่ ออกมาจะถููกความร้อ้ น
จากพื้้�นผิิวดิินพาลอยสููงขึ้�นไปในอากาศเนื่่�องมาจากการพาความร้้อนแทนที่่�ละอองจะลอยในแนวนอน หรืือ
แนวขนานกับั พื้้น� ดิิน ทำ�ำ ให้ก้ ารพ่น่ สารเคมีมี ีปี ระสิิทธิิภาพลดลง แต่ก่ ารพ่น่ ในสภาพที่ม่� ีอี ากาศเย็น็ ไม่ร่ ้อ้ น เช่น่
ช่ว่ งเช้า้ และช่ว่ งเย็น็ ซึ่ง�่ อุณุ หภููมิิผิิวดิินลดลง ละอองสารเคมีที ี่พ่� ่น่ ออกมาจะลอยต่ำ��ำ ทำำ�ให้ล้ ะอองมีโี อกาสสัมั ผัสั
กับั ตัวั ยุงุ มากขึ้น� นอกจากนี้้ย� ังั เป็น็ ช่ว่ งเวลาที่ย�่ ุงุ ลายออกหากิิน ทำำ�ให้ก้ ารพ่น่ สารเคมีคี วบคุมุ ยุงุ มีปี ระสิิทธิิภาพ
มากขึ้ �น(3-4)
นอกจากนี้้�ในกรณีีที่�่ฝนตก การพ่่นสารเคมีีภายในตััวอาคารจะไม่่ส่่งผลกระทบต่่อประสิิทธิิภาพ
การพ่่นมากนััก แต่่ถ้้าดำ�ำ เนิินการพ่่นสารเคมีีภายนอกตััวอาคาร ละอองสารเคมีีจะถููกฝนชะล้้างลงสู่่�พื้�นดิิน
และเครื่อ� งพ่น่ อาจได้ร้ ับั ความเสียี หายจากฝนที่ต�่ กลงมา จึึงไม่ค่ วรทำ�ำ การพ่น่ ขณะฝนตก แต่ใ่ นกรณีฝี นตกปรอยๆ
(ละอองฝน) สามารถดำำ�เนิินการพ่น่ ได้้ แต่ค่ วรระมัดั ระวัังไม่ใ่ ห้เ้ ครื่�องพ่น่ ได้ร้ ัับความเสียี หาย(4)
4. เครื่�องพ่่นสารเคมีี การเลืือกใช้้ชนิิดเครื่�องพ่่นสารเคมีีที่่�เหมาะสมจะทำำ�ให้้การควบคุุมยุุงพาหะ
มีปี ระสิิทธิิภาพมากขึ้น� โดยจะต้อ้ งพิิจารณาสิ่ง� ต่า่ งๆ เหล่า่ นี้้� ได้แ้ ก่ ่ ลักั ษณะของชุมุ ชน ขนาดของพื้้น� ที่ท�่ ี่่จ� ะพ่น่
สภาพภููมิิศาสตร์ข์ องพื้้น� ที่�่ ความเร่ง่ ด่ว่ นในการพ่น่ ความถี่่ข� องการพ่น่ สภาพภููมิิอากาศ ชนิิดยุงุ พาหะ เป็น็ ต้น้
นอกจากนี้้�คุุณสมบััติิของเครื่�องพ่่นสารเคมีีเป็็นสิ่�งที่่�มีีความสำ�ำ คััญเป็็นอย่่างมาก เครื่�องพ่่นสารเคมีีที่่�ดีีจะต้้อง
ผลิิตละอองสารเคมีีได้้ตามขนาดที่�่เหมาะสม ถ้้าละอองมีีขนาดเล็็กเกิินไปลมจะพััดละอองผ่่านตััวยุุง (ลู่่�ลม)
ทำ�ำ ให้ไ้ ม่ส่ ามารถสัมั ผัสั กับั ตัวั ยุงุ ได้ ้ ถ้า้ ละอองใหญ่เ่ กิินไปจะตกลงพื้้น� อย่า่ งรวดเร็ว็ ขนาดละอองสารเคมีที ี่เ�่ หมาะสม
ในการพ่น่ กำ�ำ จััดยุงุ พาหะควรมีีเส้้นผ่่านศููนย์ก์ ลางระหว่่าง 10-30 µm(3) ในกรณีีการพ่น่ สารเคมีดี ้ว้ ยเครื่�องพ่น่
หมอกควันั ขนาดละอองสารเคมีจี ะขึ้น� อยู่่�กับั ความร้อ้ น (อุณุ หภููมิิปลายท่อ่ ) และปริิมาณสารเคมีที ี่ห่� ยดออกมา
(อัตั ราการไหลของสารเคมี)ี ที่ร่� ะดับั อุณุ หภููมิิเดียี วกันั ปริิมาณสารเคมีที ี่ห่� ยดออกมาน้อ้ ย ขนาดละอองสารเคมีี
ที่่�ผลิิตได้้จะเล็็กกว่่าละอองที่่�เกิิดจากปริิมาณสารเคมีีที่่�หยดออกมามากกว่่า(2) ดัังนั้้�นเครื่ �องพ่่นที่�่มีีมาตรฐาน
ควรมีหี ัวั ควบคุมุ อัตั ราการไหลของสารเคมีใี ห้ค้ งที่่� เพื่่อ� ควบคุมุ อัตั ราการไหลให้เ้ ป็น็ ไปตามอัตั ราการใช้ส้ ารเคมีี
ต่อ่ พื้้น� ที่่�
104 คู่มอื  สารเคมีและเครอื่ งพ่นสารเคมเี พ่อื ควบคุมยุงพาหะนำ�โรค

5. สารเคมีี ควรใช้ส้ ารเคมีีที่ม�่ ีีประสิิทธิิภาพในการควบคุุมยุงุ พาหะนำ�ำ โรค (ยุงุ ไม่ต่ ้้านทานต่่อสารเคมีี)
หากมีีการต้้านทานสารเคมีี การใช้้สารเคมีีที่่�ผสมสารเสริิมฤทธิ์์�เป็็นอีีกแนวทางที่�่ควรเลืือกใช้้ นอกจากนี้้�ควร
เลืือกใช้้สารเคมีีที่�่มีีรููปแบบเหมาะสมกัับชนิิดของเครื่�องพ่่นสารเคมีี และควรใช้้สารเคมีีตามอััตราการใช้้และ
คำำ�แนะนำำ�ที่ก�่ ำำ�หนด
6. การติิดตามประเมิินผลการพ่่นสารเคมีีควบคุุมยุุงพาหะ เป็็นการดำ�ำ เนิินการเพื่่�อปรัับปรุุงวิิธีีการ
ทำำ�งานเป็็นระยะๆ และแก้้ไขปััญหาอุุปสรรคที่�่อาจจะเกิิดขึ้�น ซึ่�่งการดำ�ำ เนิินงานแต่่ละครั้�งอาจจะเกิิดปััญหา
อุปุ สรรคที่่�แตกต่่างกััน

เทคนิิคการพ่่นสารเคมีีด้้วยเครื่่�องพ่น่ หมอกควันั แบบสะพายไหล่่ 105

การพ่น่ หมอกควันั แบบสะพายไหล่ ่ จะได้ผ้ ลดีคี วรพ่น่ ในบ้า้ นหรือื พ่น่ ในพื้้น� ที่ป�่ ิดิ อบ แต่ก่ ารพ่น่ ภายนอก
บ้า้ นหรือื ในพื้้น� ที่เ่� ปิดิ โล่ง่ อาจจะไม่ม่ ีปี ระสิิทธิิภาพในการกำ�ำ จัดั ยุงุ มากนักั เนื่่อ� งจากมีปี ัจั จัยั สภาพแวดล้อ้ มและ
สภาพภููมิิอากาศเข้้ามาเกี่�ยวข้้อง ไม่ว่ ่า่ จะเป็็นความร้อ้ นที่�่เกิิดจากเครื่�องพ่น่ และความร้อ้ นที่ร่� ะเหยจากพื้้น� ดิิน
ซึ่ง่� จะยกละอองให้ล้ อยสููงขึ้น� ทำำ�ให้ล้ ะอองสารเคมีลี อยหายไปในอากาศ รวมทั้้ง� ยังั มีกี ระแสลมที่ค�่ วบคุมุ ทิิศทาง
ไม่่ได้้ การพ่น่ หมอกควันั แบบสะพายไหล่่มีขีั้�นตอน และเทคนิิคการพ่่น ดังั นี้้(� 2, 3-4)
1. ก่่อนการพ่่นสารเคมีีต้้องมีีการเตรีียมชุุมชนให้้มีีความพร้้อมที่่�จะรัับการพ่่นสารเคมีี และเตรีียม
เครื่อ� งพ่น่ สารเคมีี อุปุ กรณ์ต์ ่่างๆ ให้้พร้้อมที่�จ่ ะใช้ใ้ นการพ่่นสารเคมีี
2. ต้้องทราบชนิิดของยุุงพาหะที่�่จะทำ�ำ การควบคุุม เพื่่�อจะได้้ดำำ�เนิินการพ่่นในช่่วงเวลาเหมาะสมที่�่
ยุุงพาหะออกหากิิน
3. บ้า้ นที่่�จะทำ�ำ การพ่่นควรปิิดประตููหน้า้ ต่่างให้้มิิดชิิด เหลือื เพียี งประตููเข้า้ -ออก ทางเดียี ว
4. สำ�ำ รวจทิิศทางลม โดยทำ�ำ การพ่น่ จากบ้้านที่�อ่ ยู่ใ่� ต้้ลมไปสู่่�บ้้านที่�อ่ ยู่�่เหนืือลม (ภาพที่�่ 6.1)
5. ทำำ�การสตาร์์ทเครื่�องพ่่นนอกบ้้าน เพื่่�อป้้องกัันการเกิิดอุุบััติิเหตุุไฟไหม้้ เมื่�อเครื่�องติิดและทำำ�งาน
ปกติิ จึึงสะพายเครื่อ� งพ่่นเข้้าไปภายในตััวบ้้าน
6. การพ่น่ ให้พ้ ่น่ จากชั้น� ในสุดุ ของบ้า้ นก่อ่ น เดิินพ่น่ ถอยหลังั ออกมาจนครบทุกุ ห้อ้ ง แล้ว้ เดิินถอยหลังั
ช้้าๆ จนถึึงประตููทางออก
7. ในกรณีบี ้า้ นหลายชั้้น� ให้พ้ ่น่ จากชั้น� บนลงมาชั้น� ล่า่ ง โดยพ่น่ จากห้อ้ งด้า้ นในสุดุ แล้ว้ ถอยหลังั ออกมา
จนครบทุุกห้้อง เพื่่อ� ผู้�พ่น่ สามารถมองเห็น็ พื้้น� ที่�ป่ ฏิิบััติิงานและหลีกี เลี่�ยงการสััมผััสกับั สารเคมีี
8. ขณะพ่่นให้้ปลายท่่อเครื่�องพ่่นห่่างจากฝาผนัังประมาณ 2-3 เมตร เอีียงปลายท่่อพ่่นลงพื้้�นแต่่
อย่า่ ให้ใ้ กล้พ้ ื้้น� จนเกิินไป
9. เปิิดวาล์์วปล่่อยสารเคมีี เมื่อ� หมอกควัันออกมาให้้ส่่ายปลายท่่อพ่น่ ซ้้าย-ขวา ให้เ้ หมาะสมกับั ขนาด
ของห้้อง เดิินถอยหลัังช้า้ ๆ จนถึึงประตููทางออก ทำ�ำ การพ่่นให้ค้ รอบคลุมุ พื้้น� ที่ต�่ ามระยะเวลาที่่�กำำ�หนด เพื่่�อให้้
ได้้ปริิมาณสารเคมีตี ามกำ�ำ หนด หลัังจากนั้้น� ปิิดวาล์์วปล่่อยสารเคมีี
10. หลัังจากพ่น่ สารเคมีีภายในบ้้านเสร็็จสิ้้�น ให้ท้ ำำ�การปิดิ อบสารเคมีใี นบ้า้ นนาน 30 นาทีี
11. ลัักษณะของหมอกควัันที่่�มีีประสิิทธิิภาพในการควบคุุมยุุง หลัังจากพ่่นจะต้้องไม่่ทำำ�ให้้พื้้�นหรืือ
เฟอร์น์ ิิเจอร์เ์ ปียี กด้ว้ ยคราบน้ำำ��มันั หากพื้้น� หรือื เฟอร์น์ ิิเจอร์เ์ ปียี ก แสดงว่า่ ละอองสารเคมีที ี่อ่� อกมามีขี นาดใหญ่่
ควรปรับั ลดอัตั ราการไหลของสารเคมีี

12. ในกรณีีการพ่่นนอกบ้้านหรืือที่่�โล่่งแจ้้ง ให้้พ่่นบริิเวณที่่�เป็็นแหล่่งเกาะพัักของยุุง เช่่น พุ่่�มไม้้
ใต้ร้ ่ม่ เงาของต้น้ ไม้้ เป็น็ ต้น้ โดยพ่น่ จากบริิเวณใต้ล้ มไปยังั บริิเวณเหนือื ลม แต่ข่ ณะพ่น่ ผู้�พ่น่ ต้อ้ งยืนื อยู่เ�่ หนือื ลม
เพื่่�อให้้หมอกควัันลอยไปในทิิศใต้้ลม เป็็นการหลีีกเลี่ย� งการสััมผััสสารเคมีี
(ตัวั อย่า่ งการพ่น่ สารเคมีดี ้ว้ ยเครื่อ� งพ่น่ หมอกควัันแบบสะพายไหล่่ ดังั ภาพที่�่ 6.2)

ภาพที่�่ 6.1 แสดงการพ่น่ สารเคมีีจากทิิศใต้้ลมไปเหนือื ลม(4)

สาธิิตการพ่น่ สารเคมีีโดยใช้้เครื่�องพ่่นหมอกควัันสะพายไหล่่

ที่�ม่ า : สำำ�นักั งานป้้องกัันควบคุมุ โรคที่่� 7 จังั หวััดขอนแก่น่

106 คมู่ อื  สารเคมีและเครือ่ งพ่นสารเคมเี พือ่ ควบคุมยุงพาหะน�ำ โรค

การพ่่นสารเคมีีภายนอกบ้า้ น การพ่่นสารเคมีีภายในบ้า้ น
ที่�่มา : ศููนย์์ควบคุุมโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยแมลงที่�่ 5.1 จังั หวัดั กาญจนบุรุ ีี

ภาพที่่� 6.2 ตััวอย่า่ งการพ่่นสารเคมีีด้้วยเครื่�องพ่่นหมอกควันั แบบสะพายไหล่่

หมายเหตุ ุ : กรณีีเครื่�องดัับขณะทำำ�การพ่น่ สารเคมีอี ยู่่�จะเกิิดเปลวไฟลุุกไหม้ท้ ี่�ป่ ลายท่่อพ่่น

การแก้้ไข : ปิิดวาล์์วปล่่อยสารเคมีี และคลายฝาถัังสารเคมีี เพื่่�อไล่่ความดัันในถัังสารเคมีีออก รีีบนำ�ำ
เครื่�องพ่่นหมอกควัันออกมาในที่่�โล่่ง โดยวางเครื่�องพ่่นให้้ปลายท่่อพ่่นต่ำ��ำ ลง ปิิดฝาถัังสารเคมีีแล้้วสตาร์์ทเครื่�องใหม่่
เมื่�อเครื่�องติิดความร้้อนในท่่อจะเผาไหม้้สารเคมีีที่�่หยดเกิินออกมาจนไฟลุุกกลายเป็็นหมอกควัันออกไป เมื่�อเปลวไฟดัับ
และเครื่อ� งทำ�ำ งานปกติิแล้ว้ จึึงดำ�ำ เนิินการพ่น่ ต่อ่ แต่ถ่ ้า้ เครื่อ� งพ่น่ ยังั สตาร์ท์ ไม่ต่ ิิดให้ท้ ำ�ำ การสููบลมต่อ่ ไปเรื่อ� ยๆ เพื่่อ� ไล่เ่ ปลวไฟ
ออกไปปลายท่อ่ จนไฟเผาไหม้ส้ ารเคมีที ี่ค�่ ้า้ งอยู่่�ปลายท่อ่ หมดไฟก็จ็ ะดับั ตรวจหาสาเหตุขุ องเครื่�องดับั และทำ�ำ การแก้้ไข
เพื่่�อใช้้ในการปฏิิบััติิงาน ครั้ง� ต่่อไป

การพััก : เพื่่�อยืืดอายุุการใช้้งานของเครื่�องพ่่น หากพ่่นสารเคมีีหมดถัังควรพัักให้้เครื่�องเย็็นลงประมาณ
30 นาทีี แล้ว้ จึึงดำำ�เนิินการพ่น่ ต่อ่

การพ่นหมอกควันท่อระบายน้ำ�
การพ่่นสารเคมีีควบคุุมยุงุ ลายพาหะนำ�ำ โรคควรพ่น่ ในบ้า้ น และบริิเวณที่่เ� ป็็นแหล่่งเกาะพักั ของยุุงลาย
ไม่่แนะนำำ�ให้้พ่่นในท่่อระบายน้ำำ�� การพ่่นหมอกควัันในท่่อระบายน้ำ�ำ�ปกติิเป็็นการพ่่นเพื่่�อกำ�ำ จััดยุุงรำ�ำ คาญ
เนื่่�องจากท่่อระบายน้ำำ�� ส่่วนใหญ่่เป็็นแหล่่งเพาะพัันธุ์�และที่�่เกาะพัักของยุุงรำ�ำ คาญ ซึ่�่งสามารถดำำ�เนิินการพ่่น
สารเคมีไี ด้้ เพื่่อ� ลดความหนาแน่น่ ของยุุงรำำ�คาญ โดยมีกี ารปฏิิบัตั ิิและข้อ้ ควรระวััง ดังั นี้้�
1. การพ่น่ ท่อ่ ระบายน้ำำ��ควรเอียี งเครื่�องพ่น่ ให้ท้ ำำ�มุมุ กับั พื้้�นเล็ก็ น้้อย ยื่่น� ปลายท่่อพ่น่ ใกล้ท้ ่อ่ ระบายน้ำ�ำ�
ปล่อ่ ยสารเคมีใี ห้ค้ วันั ลอยเข้้าไปในท่่อระบายน้ำ��ำ จนทั่่ว� ถึึง แล้้วจึึงปิดิ วาล์์วสารเคมีี
2. ควรระมััดระวัังอย่่าปัักปลายท่่อพ่่นลงในรููระบายน้ำ��ำ มากเกิินไป เนื่่�องจากอาจเกิิดการระเบิิดได้้
เพราะในท่่อระบายน้ำำ�� อาจมีกี ๊๊าซไฮโดรเจนซัลั ไฟด์ห์ รือื ก๊๊าซไข่่เน่า่ ก๊๊าซมีีเทน สะสมอยู่่� หากมีีเปลวไฟออกมา
จากปลายท่อ่ พ่่นจะทำ�ำ ให้้ก๊า๊ ซลุุกไหม้ไ้ ด้้ เมื่�อก๊๊าซลุุกไหม้จ้ ะมีกี ารขยายตัวั แต่ด่ ้ว้ ยช่อ่ งทางที่จ�่ ะขยายตััวมีพี ื้้น� ที่�่
จำ�ำ กััด จึึงเกิิดการระเบิิดขึ้น� ได้้ ซึ่่�งเป็็นอัันตรายอย่่างมากต่่อผู้�พ่่น ประชาชน และทรัพั ย์ส์ ิินบริิเวณใกล้้เคียี ง

107

ข้้อดี-ี ข้้อเสียี ของการพ่่นสารเคมีโี ดยใช้เ้ ครื่�องพ่่นหมอกควันั (2, 3-4)

ขอ้ ดี ข้อเสีย

1. ใช้้เวลาในการพ่น่ สั้�น เนื่่�องจากอััตราการไหลของ 1. ใช้ส้ ารตัวั ทำำ�ละลาย (น้ำำ�� มันั ดีีเซล) ในปริิมาณมาก
สารเคมีสี ููง (ลิิตร/ชั่�วโมง) ทำำ�ให้ม้ ีคี ่า่ ใช้จ้ ่่ายในการพ่น่ สููง

2. ห มอกควัันหนาเห็น็ ได้ง้ ่า่ ย ส่่งผลทางจิิตวิิทยาที่ด่� ีี 2. ก ลุ่่�มหมอกควัันหนาแน่่นมาก ส่ง่ ผลต่อ่ การมอง
แก่่ประชาชน เห็็นอาจทำำ�ให้้เกิิดอุุบัตั ิิเหตุุการจราจรได้้

3. ต รวจสอบความครอบคลุุมในการพ่่นได้ง้ ่า่ ย 3. เครื่�องพ่่นมีีระดัับเสีียงดังั รบกวนสููง ผู้�พ่น่ ต้อ้ งมีี
สังั เกตจากการกระจายของละอองหมอกควันั อุุปกรณ์์ป้้องกัันเสีียง

4. ใ ช้ส้ ารเคมีีที่่�มีคี วามเข้ม้ ข้้นต่ำำ�� ทำำ�ให้ม้ ีคี วาม 4. อาจเสี่�ยงต่อ่ การเกิิดไฟลุกุ ไหม้้ได้้ง่า่ ย เนื่่�องจาก
ปลอดภััยแก่ผ่ ู้ �พ่น่ เครื่�องพ่น่ ใช้้อุณุ หภููมิิสููงในการผลิิตละออง และ
ตัวั ทำำ�ละลายสามารถติิดไฟได้้ง่า่ ย ดังั นั้้�นต้้องใช้้
5. ประชาชนสามารถหลบหลีกี จากหมอกควัันได้้
ผู้�มีีความรู้้�ความชำ�ำ นาญในการปฏิิบัตั ิิงาน
5. มีีกลิ่�นเหม็น็ และอาจทำำ�ให้พ้ ื้้�นผิิวบ้้านสกปรก

เนื่่�องจากใช้น้ ้ำำ�� มัันดีเี ซลเป็็นตััวทำ�ำ ละลายใน
ปริิมาณมาก ซึ่�ง่ อาจจะทำ�ำ ให้เ้ จ้า้ ของบ้า้ นไม่่
อนุุญาตให้เ้ ข้้าไปพ่น่ ภายในบ้า้ น
6. ระบบเครื่อ� งยนต์์ต้้องการการบำำ�รุุงรักั ษาที่ด่� ีี
หากไม่ม่ ีีการบำ�ำ รุงุ รัักษา อาจพบระบบเครื่�องยนต์์
มีีปััญหาบ่อ่ ยครั้ง� ต้อ้ งอาศััยผู้้�มีคี วามชำำ�นาญ
หรือื มีปี ระสบการณ์ใ์ นการซ่่อมแซม

เทคนคิ การพ่นสารเคมีดว้ ยเครื่องพ่นฝอยละเอียด (ULV) แบบสะพายหลัง

การพ่่นสารเคมีีด้้วยเครื่�องพ่่นฝอยละเอีียดแบบสะพายหลััง สามารถดำำ�เนิินการพ่่นได้้ทั้้�งภายในและ
ภายนอกบ้้าน ละอองสารเคมีีที่�่ผลิิตได้้จากเครื่�องพ่่นชนิิดนี้้�จะไม่่ผ่่านความร้้อนแต่่เกิิดจากแรงลมที่่�ส่่งมายััง
ท่อ่ อากาศ ละอองที่เ่� กิิดขึ้น� เรียี กว่า่ กลุ่่�มละอองเย็็น (Cold fog) ซึ่่ง� สะดวกกว่า่ การพ่่นสารเคมีีด้้วยเครื่�องพ่น่
แบบหมอกควััน มีีขั้�นตอนและเทคนิิคการพ่่นคล้้ายคลึึงกัับการพ่่นสารเคมีีด้้วยเครื่�องพ่่นแบบหมอกควััน
สะพายไหล่่ ดัังนี้้�
1. ก่่อนการพ่่นสารเคมีีต้้องมีีการเตรีียมชุุมชนให้้มีีความพร้้อมที่่�จะรัับการพ่่นสารเคมีี และเตรีียม
เครื่อ� งพ่น่ สารเคมีี อุุปกรณ์ต์ ่า่ งๆ ให้้พร้้อมที่�่จะใช้ใ้ นการพ่น่ สารเคมีี
2. ต้้องทราบชนิิดของยุุงพาหะที่่�จะทำ�ำ การควบคุุม เพื่่�อจะได้้ดำ�ำ เนิินการพ่่นในช่่วงเวลาเหมาะสมที่�่
ยุุงพาหะออกหากิิน
3. บ้า้ นที่่�จะพ่น่ ควรปิดิ ประตููหน้า้ ต่า่ งให้้มิิดชิิดทั้้�งหมด เหลืือเพีียงประตููเข้้า-ออก ทางเดียี ว
4. สำำ�รวจทิิศทางลม โดยทำ�ำ การพ่่นจากบ้า้ นที่่�อยู่่�ใต้้ลมไปสู่่�บ้า้ นที่่อ� ยู่่�เหนืือลม (ภาพที่�่ 6.1)
5. การพ่น่ ให้พ้ ่น่ จากชั้น� ในสุดุ ของบ้า้ นก่อ่ น เดิินพ่น่ ถอยหลังั ออกมาจนครบทุกุ ห้อ้ ง แล้ว้ เดิินถอยหลังั
ช้้าๆ จนถึึงประตููทางออก
108 คูม่ อื  สารเคมีและเคร่ืองพ่นสารเคมเี พอ่ื ควบคุมยงุ พาหะนำ�โรค

6. ในกรณีบี ้า้ นหลายชั้้น� ให้พ้ ่น่ จากชั้น� บนลงมาชั้น� ล่า่ ง โดยพ่น่ จากห้อ้ งด้า้ นในสุดุ แล้ว้ ถอยหลังั ออกมา
จนครบทุุกห้อ้ ง เพื่่�อเป็น็ การหลีกี เลี่�ยงการสััมผัสั กับั สารเคมีีของผู้�พ่่น
7. การพ่่นให้้ถืือหััวพ่่นประมาณระดัับอก เงยหััวพ่่นขึ้�นเล็็กน้้อย ปล่่อยสารเคมีี แล้้วพ่่นเข้้าในบ้้าน
เหวี่ย� งหัวั พ่น่ จากซ้า้ ยไปขวา หรือื ขวาไปซ้า้ ยตามถนััด ทำำ�การพ่น่ ให้้ละอองสารเคมีีครอบคลุมุ พื้้�นที่่ต� ามระยะ
เวลาที่�ก่ ำ�ำ หนด (อััตราการพ่่นฝอยละเอีียด (ULV) โดยทั่่�วไป สารเคมีที ี่่�ผสมแล้ว้ ประมาณ 1 มิิลลิิลิิตรต่อ่ พื้้น� ที่�่
5-10 ตารางเมตร)
8. หลังั จากพ่่นสารเคมีี ควรทำำ�การปิิดอบสารเคมีีภายในบ้้านนาน 30 นาทีี
9. ถ้้าบ้้านไม่่มีีฝาผนัังมิิดชิิด ให้้ยืืนชิิดตััวบ้้านด้้านใดด้้านหนึ่�่ง แล้้วพ่่นสารเคมีีเหวี่�ยงจากซ้้ายไปขวา
หรืือขวาไปซ้้ายตามถนััดอย่่างช้า้ ๆ เช่น่ กััน
10. ในกรณีีการพ่่นภายนอกบ้้านหรืือที่�่โล่่งแจ้้ง ให้้พ่่นบริิเวณที่่�เป็็นแหล่่งเกาะพัักของยุุง เช่่น พุ่่�มไม้้
ใต้้ถุนุ ซอกมุุมอับั เป็็นต้น้ โดยพ่่นจากบริิเวณใต้้ลมไปยัังบริิเวณเหนืือลม แต่ข่ ณะพ่น่ ผู้�พ่่นต้อ้ งยืนื อยู่เ�่ หนือื ลม
เพื่่�อให้้ละอองสารเคมีลี อยไปในทิิศใต้ล้ ม เป็น็ การหลีีกเลี่�ยงการสััมผััสสารเคมีี
(ตัวั อย่า่ งการพ่น่ สารเคมีีด้ว้ ยเครื่�องพ่น่ ฝอยละเอีียด (ULV) แบบสะพายหลังั ดังั ภาพที่�่ 6.3)

ที่่�มา : ศููนย์ค์ วบคุุมโรคติิดต่อ่ นำ�ำ โดยแมลงที่�่ 10.2 จัังหวััดมุกุ ดาหาร

ภาพที่่� 6.3 ตัวั อย่่างการพ่่นสารเคมีดี ้ว้ ยเครื่�องพ่น่ ฝอยละเอีียด (ULV) แบบสะพายหลังั

109

ข้อ้ ดี-ี ข้้อเสีียของการพ่น่ สารเคมีโี ดยใช้้เครื่�องพ่่นฝอยละเอีียด (ULV)(2, 3-4)

ข้อดี ขอ้ เสยี

1. ลดความสิ้้น� เปลืืองของสารตััวทำำ�ละลาย 1. ต รวจสอบความครอบคลุมุ ในการพ่่นได้ย้ าก
(น้ำ��ำ มันั ดีีเซล) เนื่่�องจากอััตราการผสมสารเคมีี เนื่่�องจากกลุ่่�มละอองไม่ห่ นาแน่่นมากเหมืือน
เ ข้้มข้้นกว่่าการพ่น่ หมอกควััน และสารเคมีบี าง
ก ารพ่น่ หมอกควััน ทำำ�ให้้ไม่่สามารถสังั เกตเห็น็
รููปแบบที่่น� ำำ�มาใช้ใ้ นการพ่่นฝอยละเอีียดสามารถ การกระจายของละอองสารเคมีีได้้
ใช้้น้ำ��ำ เป็็นตัวั ทำำ�ละลายได้้
2. ละอองสารเคมีไี ม่ม่ ีผี ลกระทบต่่อระบบการ 2. ป ระชาชนไม่ส่ ามารถหลบหลีีกการสัมั ผััสสารเคมีี
จราจร เพราะละอองที่�่พ่น่ ออกมามองเห็น็ ได้้ง่่าย ทำ�ำ ให้ม้ ีโี อกาสสัมั ผัสั สารเคมีีสููง เนื่่อ� งจาก
ได้ย้ าก มองไม่่เห็็นละอองสารเคมีี
3. ก ารผลิิตละอองสารเคมีไี ม่ต่ ้อ้ งใช้ค้ วามร้้อนใน
การแตกตััวของสารเคมี ี จึึงไม่่เสี่�ยงต่อ่ การเกิิด 3. ผู้�พ่น่ ต้้องมีีความชำำ�นาญ และความระมัดั ระวััง
เพลิิงไหม้้ เป็็นพิิเศษ เนื่่�องจากสารเคมีที ี่่ใ� ช้ม้ ีีความเข้้มข้น้ สููง
4. เสีียงเครื่�องยนต์์ มีีความดังั น้อ้ ยกว่่าเครื่อ� งพ่น่
หมอกควััน 4. ม ีีผลกระทบทางจิิตวิิทยาแก่ป่ ระชาชนน้อ้ ย
5. ระบบเครื่�องยนต์ใ์ ช้ส้ ะดวกไม่ค่ ่่อยเกิิดปัญั หา เนื่่�องจากมองไม่เ่ ห็น็ ละอองสารเคมีี ทำำ�ให้ค้ ิิดว่า่
เจ้า้ หน้้าที่ไ�่ ม่่ได้้ปฏิิบััติิงาน

เทคนคิ การพน่ สารเคมีดว้ ยเครอ่ื งพน่ ฝอยละเอยี ด (ULV) และเครอ่ื งพน่ หมอกควนั
แบบติดต้ังบนรถยนต์

การพ่่นสารเคมีีด้้วยเครื่อ� งพ่น่ ฝอยละเอีียด (ULV) และหมอกควันั แบบติิดตั้ง� บนรถยนต์์ ใช้ส้ ำ�ำ หรัับพ่น่
สารเคมีีนอกบ้้านและเมื่ �อต้้องการพ่่นให้้ครอบคลุุมพื้้�นที่่�กว้้างในระยะเวลาอัันรวดเร็็ว ก่่อนดำำ�เนิินการพ่่น
ควรศึึกษาลักั ษณะบ้า้ นเรือื น ลักั ษณะพื้้น� ที่่� ขอบเขตที่จ�่ ะพ่น่ ถนน เส้น้ ทางการเดิินรถ ทิิศทางลม เพื่่อ� วางแผน
การพ่น่ สารเคมีไี ด้อ้ ย่า่ งถููกต้อ้ ง หากสภาพพื้้�นที่่�ในบางบริิเวณรถยนต์ไ์ ม่ส่ ามารถเข้า้ ถึึงได้้ บ้้านเรีียงตััวซ้้อนกันั
หรืือมีีสิ่�งกีีดขวางที่�่เป็็นอุุปสรรคต่่อการกระจายของละอองสารเคมีี เช่่น แนวกำำ�แพงสููง ต้้นไม้้ใหญ่่ เป็็นต้้น
ควรใช้เ้ ครื่อ� งพ่น่ ฝอยละเอียี ดแบบสะพายหลังั หรือื เครื่อ� งพ่น่ หมอกควันั สะพายไหล่ร่ ่ว่ มด้ว้ ย เพื่่อ� ให้ค้ รอบคลุมุ
พื้้�นที่�่เป้้าหมาย การพ่่นสารเคมีีด้้วยเครื่�องพ่่นฝอยละเอีียดและหมอกควัันแบบติิดตั้�งบนรถยนต์์มีีขั้�นตอน
และเทคนิิคการพ่่น ดัังนี้้�(2, 3-4)
1. ก่อ่ นการพ่น่ สารเคมีตี ้อ้ งมีกี ารเตรียี มชุมุ ชนให้ม้ ีคี วามพร้อ้ มที่จ่� ะรับั การพ่น่ สารเคมีี โดยให้ป้ ระชาชน
เปิิดประตูู หน้า้ ต่า่ งทุุกบานทั้้�งชั้�นบนชั้น� ล่า่ งรอการฉีดี พ่น่ เพื่่�อให้ล้ ะอองสารเคมีีสามารถลอยเข้้าในบ้้านได้้
2. การพ่่นสารเคมีีด้้วยเครื่�องพ่่นฝอยละเอีียด/เครื่�องพ่่นหมอกควัันแบบติิดตั้�งบนรถยนต์์ ควรมีี
ผู้�ปฏิิบััติิงาน 2 คน ได้้แก่่ ผู้�ควบคุุมเครื่อ� งพ่่น 1 คน และผู้้�ทำำ�หน้า้ ที่�ข่ ัับรถยนต์์ 1 คน

110 คู่มือ สารเคมีและเคร่ืองพ่นสารเคมีเพอ่ื ควบคุมยุงพาหะนำ�โรค

3. ขณะพ่น่ ควรควบคุุมความเร็็วของรถยนต์ใ์ ห้ค้ งที่่� โดยใช้้ความเร็็วที่�่ 6-8 กิิโลเมตร/ชั่ว� โมง ทั้้�งนี้้�ต้้อง
คำ�ำ นึึงถึึงความเร็ว็ กระแสลมด้ว้ ย กล่า่ วคือื หากกระแสลมเร็ว็ ควรวิ่ง� รถช้า้ ความเร็ว็ ลมไม่ค่ วรเกิิน 15 กิิโลเมตร/ชั่ว� โมง
และไม่ค่ วรพ่น่ เมื่อ� ฝนตก เพราะละอองสารเคมีจี ะถููกน้ำ��ำ ฝนชะล้า้ งลงสู่�่พื้น� ดิิน และเครื่อ� งพ่น่ จะได้ร้ ับั ความเสียี หาย
หรืือไม่่ควรพ่่นในช่่วงที่่�มีีอากาศร้้อนมากของวันั เช่น่ ช่ว่ งเวลากลางวันั
4. ทิิศทางการพ่่นสารเคมีีควรเริ่�มต้้นจากจุุดที่่�อยู่่�ใต้้ลมไปเหนืือลม หากเป็็นไปได้้ทิิศทางในการวิ่�งรถ
ควรวิ่ง� ตามแนวขวางทิิศทางลม ในพื้้น� ที่ท�่ ี่ถ�่ นนอยู่ใ�่ นแนวขนานกับั ทิิศทางลม การปล่อ่ ยละอองสารเคมีจี ะกระทำ�ำ
เมื่อ� รถวิ่ง� ไปสู่่�ทิิศเหนือื ลมเท่า่ นั้้น� เพราะละอองสารเคมีีจะลอยไปตามกระแสลมสัมั ผัสั กับั ยุงุ ในพื้้น� ที่เ่� ป้้าหมาย
ถ้า้ รถไม่่ได้ว้ิ่�งไปสู่่�ทิิศเหนืือลมไม่่ควรปล่่อยละอองสารเคมีี (ภาพที่�่ 6.4)
5. กรณีีใช้้เครื่�องพ่น่ ฝอยละเอีียดแบบติิดตั้ง� บนรถยนต์์ ให้ป้ รัับหััวพ่่นทำำ�มุมุ 45 องศา กับั ท้้ายรถพ่่น
และยกหัวั พ่น่ ทำ�ำ มุุม 45 องศา กัับพื้้น� ถนน เพื่่�อให้้ละอองกระจายครอบคลุุมพื้้น� ที่ไ่� ด้้อย่า่ งทั่่ว� ถึึง ทั้้ง� นี้้�ขึ้�นอยู่�่ กับั
ความเร็็วลม ทิิศทางลม ลัักษณะอาคารบ้้านเรืือน และสิ่�งกีีดขวาง เช่่น แนวกำำ�แพงสููง ต้้นไม้้ใหญ่่ เป็็นต้้น
หากมีีสิ่�งกีีดขวางให้้ปรัับหััวพ่่นสููงขึ้�นหรืือน้้อยลงตามความเหมาะสม เพื่่�อให้้ละอองสารเคมีีลอยฟุ้�้งกระจาย
ครอบคลุมุ พื้้�นที่�เ่ ป้้าหมายมากที่ส่� ุุด
6. กรณีใี ช้เ้ ครื่อ� งพ่น่ หมอกควันั แบบติิดตั้ง� บนรถยนต์์ ให้ห้ ันั หัวั พ่น่ ชี้ไ� ปทางท้า้ ยของรถ แล้ว้ ปรับั หัวั พ่น่
ไปในทิิศทางพื้้�นที่่�เป้้าหมาย (ประเทศไทยขัับรถในช่่องทางซ้้ายของถนน ควรหัันหััวพ่่นไปทางด้้านซ้้าย
ของท้า้ ยรถ) โดยให้้หัวั พ่น่ วางขนานกับั พื้้�นถนน
7. ในบริิเวณที่ถ�่ นนกว้้าง ตััวอาคารบ้้านเรืือนอยู่่�ห่่างจากริิมถนน ควรขับั รถเข้า้ ชิิดขอบถนน (ชิิดซ้้าย)
8. ในบริิเวณที่�่ถนนแคบรถวิ่�งได้้ทางเดีียวและตััวอาคารบ้้านเรืือนอยู่�่ใกล้้ริิมถนนมาก ให้้ปรัับหััวพ่่น
หันั ชี้�ไปทางด้้านท้า้ ยของรถ ซึ่่�งละอองสารเคมีจี ะกระจายไปซ้า้ ย-ขวาตามกระแสลม
9. ในกรณีีถนนเป็็นทางตััน ให้้ขัับรถเข้้าไปสุุดทาง แล้้วกลัับรถหัันท้้ายรถไปทางตััน ขัับรถออกจาก
ทางตันั พร้อ้ มทั้้ง� ปล่อ่ ยละอองสารเคมีี เพื่่�อหลีกี เลี่ย� งการขับั รถเข้า้ ไปในกลุ่่�มละอองสารเคมีี
10. ควรหลีกี เลี่ย� งการพ่น่ สารเคมีเี ข้า้ ไปในสถานที่ท่� ี่ม�่ ีปี ระชาชนอยู่ร่� วมกันั เช่น่ ร้า้ นอาหาร ตลาด เป็น็ ต้น้
และหลีีกเลี่�ยงการพ่่นสารเคมีีเข้้าไปในพื้้�นที่�่เลี้�ยงสััตว์์ เพราะสารเคมีีบางชนิิดมีีความเป็็นพิิษต่่อสััตว์์สููง เช่่น
พื้้�นที่เ่� ลี้ย� งจิ้�งหรีีด หนอนไหม กุ้้�ง ปลา เป็็นต้น้
(ตัวั อย่า่ งการพ่น่ สารเคมีดี ้ว้ ยเครื่อ� งพ่น่ ฝอยละเอียี ด (ULV) และเครื่อ� งพ่น่ หมอกควันั แบบติิดตั้ง� บน
รถยนต์์ ดังั ภาพที่่� 6.5)

111

ภาพที่่� 6.4 เ ส้้นทางการพ่่นสารเคมีีด้้วยเครื่�องพ่่นฝอยละเอีียด (ULV)/เครื่�องพ่่นหมอกควััน แบบติิดตั้�งบน
รถยนต์ก์ ับั ทิิศทางลมในพื้้�นที่�ช่ ุมุ ชน(3)

การพ่่นสารเคมีดี ้้วยเครื่�องพ่น่ ฝอยละเอีียดแบบติิดตั้ง� บนรถยนต์์

ที่�่มา : สำำ�นักั งานป้้องกัันควบคุมุ โรคที่�่ 8 จังั หวัดั อุดุ รธานี,ี กองโรคติิดต่่อนำำ�โดยแมลง

112 คมู่ อื  สารเคมแี ละเครื่องพน่ สารเคมเี พอื่ ควบคมุ ยุงพาหะน�ำ โรค

การพ่น่ สารเคมีดี ้้วยเครื่อ� งพ่่นหมอกควันั แบบติิดตั้ง� บนรถยนต์์

ที่�่มา : ศููนย์ค์ วบคุมุ โรคติิดต่อ่ นำำ�โดยแมลงที่�่ 5.1 จัังหวัดั กาญจนบุุรีี

ภาพที่่� 6.5 ต ัวั อย่า่ งการพ่น่ สารเคมีดี ้ว้ ยเครื่อ� งพ่น่ ฝอยละเอียี ดและเครื่อ� งพ่น่ หมอกควันั แบบติิดตั้ง� บนรถยนต์์

ปจั จัยที่มีผลตอ่ ประสิทธภิ าพการพน่ สารเคมีแบบฤทธ์ติ กคา้ ง

การพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์�์ตกค้้าง เป็็นมาตรการหลัักที่�่นำำ�มาใช้้ในการควบคุุมกำ�ำ จััดยุุงพาหะนำ�ำ โรค
ไข้ม้ าลาเรียี โดยเป็น็ การพ่น่ สารเคมีบี นพื้้น� ผิิวผนังั อาคารบ้า้ นเรือื น สิ่่ง� ของ หรือื บริิเวณที่ค�่ าดว่า่ ยุงุ พาหะจะมา
เกาะพััก เพื่่�อหวัังผลในการควบคุุมยุุงพาหะระยะยาว สารเคมีีที่�่ใช้้จะต้้องมีีฤทธิ์์�คงทนในการกำำ�จััดยุุงพาหะ
ได้้นาน ซึ่�่งปััจจััยที่�่มีีผลต่่อประสิิทธิิภาพการควบคุุมยุุงพาหะโดยใช้้การพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์์�ตกค้้าง สรุุปได้้
ดัังนี้้�
1. สารเคมีี ควรใช้ส้ ารเคมีที ี่�่มีีประสิิทธิิภาพในการควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรค (ยุงุ ไม่่ต้า้ นทานต่่อสารเคมี)ี
มีฤี ทธิ์ต์� กค้า้ งยาวนานบนพื้้น� ผิิวที่พ่� ่น่ ควรเลือื กใช้ส้ ารเคมีที ี่ม�่ ีรี ููปแบบเหมาะสมกับั การพ่น่ แบบฤทธิ์ต์� กค้า้ งและ
ประเภทของพื้้น� ผิิวที่ฉ�่ ีดี พ่น่ เช่น่ รููปแบบ WP และ WG จะมีปี ระสิิทธิิภาพมากเมื่อ� ฉีดี พ่น่ บนพื้้น� ผิิวที่ม�่ ีรี ููพรุนุ มาก
รููปแบบ SC จะมีีประสิิทธิิภาพมากเมื่�อฉีีดพ่่นบนพื้้�นผิิวซีีเมนต์์ ไม้้สำำ�เร็็จรููป หรืือพื้้�นผิิวที่่�มีีการทาสีี เป็็นต้้น
และควรใช้้สารเคมีีตามอััตราการใช้แ้ ละคำ�ำ แนะนำ�ำ ที่่ก� ำำ�หนด(6)
2. ประเภทของพื้้�นผิิว พื้้�นผิิวแต่่ละประเภทจะมีีผลต่่อประสิิทธิิภาพและความคงทนของสารเคมีี
ที่�่ฉีีดพ่่นแตกต่่างกัันไป แต่่ทั้้�งนี้้�ขึ้�นอยู่่�กัับรููปแบบของสารเคมีีที่่�ใช้้ด้้วย สารเคมีีส่่วนใหญ่่จะมีีความคงทนบน
พื้้�นผิิวประเภทไม้้ ใบจาก ฟาง นานกว่่าบนพื้้�นผิิวประเภทที่่�ทำำ�จากโคลนหรืือดิิน ซึ่�่งพื้้�นผิิวประเภทโคลน
คอนกรีีต และอิิฐ จะดููดซัับสารเคมีีและโคลนบางชนิิดอาจจะทำ�ำ ให้ป้ ระสิิทธิิภาพสารเคมีลี ดลง ประสิิทธิิภาพ
ความคงทนของสารเคมีบี นพื้้�นผิิวที่่�มีกี ารดููดซับั จะน้้อยกว่่าบนพื้้น� ผิิวที่ไ�่ ม่ด่ ููดซัับสารเคมี(ี 6)
3. ประสิิทธิิภาพของเครื่อ� งพ่น่ สารเคมีี มีผี ลต่อ่ ประสิิทธิิภาพการควบคุมุ ยุงุ พาหะ การพ่น่ สารเคมีแี บบ
ฤทธิ์์�ตกค้้างจะใช้้เครื่�องพ่่นชนิิดอััดลม ซึ่่�งอาศััยแรงดัันภายในถัังสารเคมีีเป็็นตััวบัังคัับการไหลของสารเคมีี
จากถัังผ่่านหััวฉีีดพ่่น ดัังนั้้�นปริิมาณสารเคมีีที่่�ไหลออกมา คุุณภาพของละอองสารเคมีี แถบความกว้้างของ
ละอองสารเคมีี และความสม่ำ��ำ เสมอของละอองสารเคมีี ขึ้้�นอยู่�่ กัับแรงดัันอากาศภายในถัังและหััวฉีีดพ่่น

113

โดยแรงดันั ที่เ�่ หมาะสมและหัวั ฉีดี พ่น่ ไม่อ่ ุดุ ตันั จะทำ�ำ ให้พ้ ่น่ สารเคมีไี ด้ใ้ นปริิมาณที่ก่� ำ�ำ หนดและมีคี วามสม่ำ�ำ�เสมอ
จึึงควรตรวจสภาพความพร้อ้ มของเครื่�องพ่น่ ก่่อนใช้ง้ านทุุกครั้�ง
4. เทคนิิคการพ่น่ สารเคมีี ในการพ่น่ สารเคมีคี วบคุมุ ยุงุ พาหะแบบฤทธิ์ต์� กค้า้ ง การตกค้า้ งของสารเคมีี
บนพื้้น� ผิิวในขนาดความเข้ม้ ข้น้ ที่จ่� ะมีฤี ทธิ์ต์� กค้า้ งที่ส่� ามารถฆ่า่ ยุงุ พาหะได้น้ านหลายเดือื นเป็น็ สิ่ง� สำ�ำ คัญั ที่ท่� ำำ�ให้้
การพ่่นควบคุุมยุุงพาหะมีีประสิิทธิิภาพ ซึ่่�งขึ้�นอยู่�่ กัับการใช้้สารเคมีีให้้ได้้ตามอััตราที่�่แนะนำ�ำ ในการฉีีดพ่่นบน
พื้้�นผิิวและความสม่ำำ��เสมอของละอองสารเคมีี ดัังนั้้�นคุุณภาพการพ่่นสารเคมีี จึึงส่่งผลต่่อประสิิทธิิภาพ
การตกค้า้ งของสารเคมีบี นพื้้น� ผิิว ซึ่ง�่ ผู้�พ่น่ เป็น็ ปัจั จัยั ที่ม�่ ีคี วามสำ�ำ คัญั โดยผู้้�พ่น่ สารเคมีจี ะต้อ้ งมีคี วามรู้้� ความเข้า้ ใจ
เกี่�ยวกัับการพ่่นสารเคมีีและมีีเทคนิิควิิธีีการพ่่นสารเคมีีที่�่ถููกต้้อง เพื่่�อให้้การพ่่นสารเคมีีควบคุุมยุุงพาหะ
มีีประสิิทธิิภาพมากที่่�สุุด
5. การติิดตามประเมิินผลการพ่น่ สารเคมีคี วบคุมุ ยุงุ พาหะ เป็น็ การประเมิินถึึงความครอบคลุมุ คุณุ ภาพ
การพ่่นสารเคมีีและผลกระทบที่่�เกิิดขึ้�น โดยประเมิินในด้้านกีีฏวิิทยา ระบาดวิิทยา และสภาพทางสัังคม
เพื่่อ� แก้ไ้ ขปัญั หาอุปุ สรรคที่อ�่ าจจะเกิิดขึ้น� และปรับั ปรุงุ วิิธีกี ารทำ�ำ งานให้ม้ ีปี ระสิิทธิิภาพมากขึ้น� ซึ่ง�่ การดำ�ำ เนิินงาน
แต่่ละครั้�งอาจจะเกิิดปัญั หาอุปุ สรรคที่่�แตกต่่างกันั

เทคนิิคการพ่่นสารเคมีแี บบฤทธิ์์�ตกค้า้ ง

การพ่น่ แบบฤทธิ์ต์� กค้า้ งในงานสาธารณสุขุ โดยปกติิจะใช้เ้ ครื่อ� งพ่น่ ชนิิดอัดั ลม พ่น่ บนพื้้น� ผิิวผนังั อาคาร
บ้้านเรืือน หรืือบริิเวณที่่�คาดว่า่ ยุงุ พาหะจะมาเกาะพักั ละอองสารเคมีที ี่่ไ� ด้จ้ ะมีขี นาดค่อ่ นข้า้ งใหญ่่ และจะติิด
อยู่�่บนพื้้น� ผิิวมากกว่า่ ที่จ�่ ะซึึมเข้า้ สู่�่ ข้า้ งใน โดยพ่น่ ตามปริิมาณการออกฤทธิ์ข�์ องสารเคมีชี นิิดนั้้น� ๆ การพ่น่ ให้ไ้ ด้้
ปริิมาณความเข้ม้ ข้น้ ของสารเคมีตี ามที่ก�่ ำ�ำ หนดและสม่ำ��ำ เสมอ จะทำ�ำ ให้ก้ ารกำ�ำ จัดั ยุงุ พาหะมีปี ระสิิทธิิภาพมากขึ้น�
ดัังนั้้�นผู้�พ่่นจำำ�เป็็นจะต้้องผ่่านการฝึึกอบรมให้้เกิิดทัักษะและความชำ�ำ นาญก่่อนจะลงปฏิิบััติิงานในพื้้�นที่่�จริิง
ซึ่ง�่ มีีขั้น� ตอนและเทคนิิคการพ่น่ ที่่�ใช้ก้ ัับเครื่อ� งพ่่นชนิิดอััดลม ดัังนี้้�
1. ก่่อนการพ่่นสารเคมีีต้้องมีีการเตรีียมชุุมชนให้้มีีความพร้้อมที่่�จะรัับการพ่่นสารเคมีี ให้้ประชาชน
เตรีียมบ้า้ นให้้พร้้อมที่จ่� ะรับั การพ่่น และตรวจสอบสภาพเครื่อ� งพ่น่ เตรียี มสารเคมี ี อุุปกรณ์ต์ ่่างๆ ให้้พร้อ้ มที่่�
จะใช้้ในการพ่น่ สารเคมีี
2. การพ่่นสารเคมีีแบบฤทธิ์์�ตกค้้างในการควบคุุมยุุงพาหะ ควรพ่่นสารเคมีีให้้ครอบคลุุมทุุกหลัังคา
เรืือนในพื้้น� ที่เ�่ ป้้าหมาย รวมถึึงสิ่ง� ปลููกสร้้างอื่น� ๆ ที่่�อยู่น�่ อกตััวบ้้าน เช่น่ ห้้องน้ำ�ำ� เพิิงพักั กระท่อ่ ม เป็น็ ต้้น และ
ควรพ่่นให้้ครอบคลุุมทุุกพื้้�นผิิวสััมผััสที่่�สามารถฉีีดพ่่นได้้และคาดว่่ายุุงจะมาเกาะพััก ได้้แก่่ ประตูู หน้้าต่่าง
ผนัังห้้อง เพดาน ชายคา ขื่่อ� แป เสาบ้า้ น ใต้เ้ ตียี ง โต๊ะ๊ เก้า้ อี้� หลัังตู้้� เป็็นต้น้ แต่ใ่ นบริิเวณที่�แ่ สงแดดส่อ่ งถึึง
จะไม่่พ่น่ สารเคมีี เนื่่อ� งจากสารเคมีีจะสลายตััวได้เ้ ร็ว็
3. หลัังจากเติิมสารเคมีีที่่�ผสมตามอััตราที่่�กำำ�หนดแล้้วลงในถัังสารเคมีี ทำ�ำ การสููบลมเข้้าเครื่�องพ่่นให้้
ได้แ้ รงดัันประมาณ 40-58 ปอนด์/์ ตารางนิ้้�ว ซึ่�่งสังั เกตได้จ้ ากเกจวััดความดันั อากาศที่ต�่ ิิดอยู่บ�่ นตัวั ถังั โดยทำ�ำ
การสููบลมประมาณ 58 ครั้ง� (จังั หวะควรสม่ำ�ำ�เสมอ จังั หวะการสููบลม 1 ครั้�ง ประมาณ 1 ปอนด์์/ตารางนิ้้ว� )(7)
และหลัังจากเริ่ม� พ่่นไปแล้ว้ 3 นาทีี ให้้สููบลมอีกี 25 ครั้�ง หลังั จากนั้้�นสููบลมเข้า้ ถังั เพิ่่�มอีกี 25 ครั้ง� ทุุกๆ 2 นาทีี
จนกว่่าจะพ่น่ สารเคมีหี มดถังั (8)

114 คู่มอื  สารเคมแี ละเครือ่ งพน่ สารเคมีเพื่อควบคมุ ยุงพาหะนำ�โรค

4. ก่อ่ นทำ�ำ การพ่น่ ต้อ้ งเขย่า่ ถังั สารเคมีกี ่อ่ น และเขย่า่ ถังั พ่น่ เป็น็ ระยะๆ ในระหว่า่ งทำ�ำ การพ่น่ เพื่่อ� ไม่ใ่ ห้้
สารเคมีตี กตะกอน(6-7)
5. ทำำ�การพ่่นโดยใช้ค้ วามเร็ว็ สม่ำ��ำ เสมอในการพ่่นให้ค้ รอบคลุมุ พื้้น� ที่�่ 19 ตารางเมตร/นาที(ี 8) หากพ่่น
เร็็วเกิินไปปริิมาณสารเคมีีที่�่พ่่นออกมาน้้อยเกิินไป จะทำ�ำ ให้้มีีสารออกฤทธิ์์�ต่ำ�ำ�กว่่าความเข้้มข้้นที่่�ต้้องการ
ซึ่�่งมีีฤทธิ์�์ไม่่เพีียงพอที่่�จะทำ�ำ ให้้ยุุงตายได้้และส่่งผลกระทบอย่่างมากต่่อประสิิทธิิภาพของการพ่่นสารเคมีี
นอกจากนี้้ย� ังั อาจส่ง่ ผลให้ย้ ุงุ พาหะดื้อ� ต่อ่ สารเคมีหี ากใช้ค้ วามเข้ม้ ข้น้ ไม่เ่ พียี งพอซ้ำ��ำ ๆ ในทางกลับั กันั หากความเร็ว็
ในการพ่น่ ช้า้ เกิินไปจะทำำ�ให้ม้ ีกี ารใช้ส้ ารเคมีเี กิินขนาด ส่ง่ ผลให้ม้ ีกี ารสููญเสียี และมีคี ่า่ ใช้จ้ ่า่ ยเพิ่่ม� เติิมที่ไ่� ม่จ่ ำำ�เป็น็
การควบคุุมความเร็็วในการพ่่นสามารถใช้้เทคนิิคการนัับเลขหลัักพัันในใจ คืือ หนึ่่�งพัันหนึ่�่ง, หนึ่่�งพัันสอง,
หนึ่�่งพัันสาม เป็็นต้้น ซึ่่ง� จะช่่วยให้้ความเร็็วในการพ่่นคงที่(�่ 7-8) (ภาพที่�่ 6.6)
6. การฉีดี พ่น่ ควรสะพายเครื่อ� งพ่่น โดยให้้เครื่อ� งพ่่นอยู่�บ่ ริิเวณใต้้รักั แร้้ในตำ�ำ แหน่ง่ ที่ส�่ ามารถมองเห็็น
เกจวััดความดััน หัันหน้้าเข้้าหาพื้้�นผิิวที่่�จะทำำ�การพ่่น ถืือไกปล่่อยสารเคมีีด้้วยมืือข้้างเดีียว ยืืดแขนไปให้้สุุด
ให้ป้ ลายหัวั ฉีดี อยู่�่ ห่า่ งจากพื้้น� ผิิวพ่น่ 18 นิ้้ว� (45 เซนติิเมตร) เพื่่อ� ให้ไ้ ด้แ้ ถบละอองสารเคมีที ี่พ่� ่น่ ออกมา (ลักั ษณะ
เป็น็ กรวยรููปพััด ทำ�ำ มุมุ 80 องศา) กว้้าง 30 นิ้้ว� (75 เซนติิเมตร) แต่่ละแถบของละอองสารเคมีที ี่่�พ่่นออกไป
ต้้องซ้้อนทัับกัันประมาณ 2 นิ้้�ว (5 เซนติิเมตร) โดยทำ�ำ การฉีีดพ่่นจากพื้้�นผิิวด้้านบนเลื่�อนลงมาด้้านล่่าง
จนครบ 1 แถบ หลังั จากนั้้น� ขยับั ก้า้ วไปด้า้ นข้า้ งแล้ว้ พ่น่ จากด้า้ นล่า่ งขึ้น� ไปด้า้ นบนจนสุดุ แขน ทำ�ำ เช่น่ นี้้ส� ลับั กันั
ไปจนกว่า่ จะฉีดี พ่่นพื้้น� ผิิวนั้้�นๆ เสร็็จ ในขณะเลื่�อนระดับั การฉีดี พ่่นระยะห่า่ งของหััวฉีดี พ่่นกับั พื้้�นผิิวต้อ้ งคงที่่�
โดยใช้เ้ ทคนิิคการงอข้้อศอกตามจัังหวะการพ่่น(7-8) (ภาพที่่� 6.6)
7. หลัังจากพ่่นเสร็็จแล้้ว ให้้ผู้�อาศััยรอจนกว่่าสารเคมีีบนพื้้�นผิิวแห้้งจึึงสามารถกลัับเข้้าบ้้านและ
ทำ�ำ ความสะอาดพื้้น� ที่�เ่ ปรอะเปื้อ้� น แต่่ไม่ค่ วรเช็ด็ ทำำ�ความสะอาดบริิเวณพื้้น� ผิิวที่่�ฉีีดพ่่น
8. การพ่่นสารเคมีีควรดำ�ำ เนิินการเป็็นลำำ�ดัับ คืือ ทำำ�การพ่่นบนบ้้าน หรืือในบ้้านก่่อน แล้้วจึึงพ่่น
ใต้ถ้ ุนุ บ้า้ น และพ่่นสิ่ง� ที่�แ่ ยกออกมาจากตััวบ้้าน ตามลำำ�ดัับ
9. การพ่่นในบ้้านให้้เริ่�มพ่่นจากห้้องที่�่อยู่�่ ด้้านในสุุดออกไปด้้านนอก โดยเริ่�มจากมุุมใดมุุมหนึ่่�งของ
ผนังั ห้้องแล้้วเวีียนไปทางซ้้ายหรือื ขวาด้้านใดด้า้ นหนึ่่�ง ก่่อนพ่น่ ผนังั ห้้องควรปิิดประตููหน้้าต่่างก่่อน เมื่อ� เสร็จ็
จากการพ่น่ ผนังั ห้อ้ งให้ท้ ำำ�การพ่น่ หลังั คา ชายคา หรือื เพดาน เสา ใต้เ้ ตียี ง โต๊ะ๊ เก้า้ อี้� หลังั ตู้้� ฯลฯ เมื่อ� เสร็จ็ แล้ว้
จึึงพ่น่ ในห้อ้ งครัวั หรือื ห้อ้ งน้ำ�ำ� กรณีกี ารพ่น่ วัตั ถุใุ ห้เ้ ริ่ม� พ่น่ จากปลายด้า้ นใดด้า้ นหนึ่ง่� ไปยังั ปลายอีกี ด้า้ นของวัตั ถุุ
นั้้�น
10. สิ่�งสำ�ำ คััญของการพ่่นคืือเมื่�อพ่่นไประยะหนึ่่�ง ระดัับสารเคมีีในถัังสารเคมีีลดลง ทำ�ำ ให้้แรงดัันในถััง
สารเคมีลี ดลง ผู้�พ่น่ ต้อ้ งสููบลมเพื่่�อเพิ่่�มแรงดัันในถัังเป็็นระยะๆ เพื่่�อรัักษาแรงดัันให้้อยู่�ร่ ะหว่่าง 25-58 ปอนด์์/
ตารางนิ้้ว� (6)
- หากแรงดัันในถัังสารเคมีีสููงเกิินไป จะทำำ�ให้้อััตราการไหลของสารเคมีีมากเกิินไป ส่่งผลให้้
สารเคมีที ี่่�ฉีีดบนพื้้น� ผิิวไหลจากพื้้�นผิิว และอาจจะเพิ่่�มการกระเด็็นของละอองสารเคมีีได้้
- หากแรงดัันในถัังสารเคมีีต่ำ��ำ เกิินไป รููปแบบของละอองสารเคมีีที่�่ออมาจากหััวฉีีดพ่่นจะทำ�ำ มุุม
น้อ้ ยเกิินไป ผู้�พ่น่ อาจจะต้อ้ งพยายามทดแทนโดยการลดระยะห่า่ งระหว่า่ งหัวั ฉีดี พ่น่ กับั ผนังั เพื่่อ� ให้ค้ วามกว้า้ ง
ของแถบละอองสารเคมีีและละอองสารเคมีีบนพื้้�นผิิวเป็น็ ไปตามที่ก่� ำำ�หนด

115

- ระหว่า่ งหยุดุ พักั การพ่น่ เป็น็ เวลานาน เช่น่ การเคลื่อ� นย้า้ ยการพ่น่ ระหว่า่ งบ้า้ นต่อ่ บ้า้ นที่อ�่ ยู่�่ ห่า่ ง
ไกลกััน และช่่วงหยุดุ พัักรัับประทานอาหาร ควรปล่อ่ ยแรงดัันอากาศภายในถัังสารเคมีีออกเสมอ
(ตััวอย่า่ งการพ่น่ สารเคมีีด้้วยเครื่อ� งพ่่นชนิิดอััดลม ดัังภาพที่�่ 6.7)

ระยะห่่างของแถบละอองสารเคมีี ระยะห่่างของหัวั ฉีีดพ่น่ กัับพื้้น� ผิิว

การควบคุุมความเร็็วในการพ่น่ โดยใช้เ้ ทคนิิคการนับั เลขหลักั พันั
ภาพที่่� 6.6 การพ่น่ สารเคมีีโดยใช้เ้ ครื่�องพ่น่ ชนิิดอััดลม(7)

116 คู่มือ สารเคมีและเครอื่ งพ่นสารเคมีเพื่อควบคุมยงุ พาหะนำ�โรค

ที่่�มา : ศููนย์์ควบคุมุ โรคติิดต่อ่ นำำ�โดยแมลงที่�่ 5.1 จังั หวัดั กาญจนบุุรีี

ภาพที่่� 6.7 ตัวั อย่่างการพ่น่ สารเคมีีโดยใช้้เครื่�องพ่น่ ชนิิดอััดลม

117

บรรณานุกรม

1. สำ�ำ นัักงานควบคุุมโรคไข้เ้ ลือื ดออก กรมควบคุุมโรคติิดต่่อ. โรคไข้้เลืือดออก ฉบัับประเกียี รณก.กรุุงเทพฯ:
ชุมุ นุมุ สหกรณ์์การเกษตรแห่่งประเทศไทย; 2544.

2. สำ�ำ นักั โรคติิดต่อ่ นำำ�โดยแมลง กรมควบคุมุ โรค. การใช้เ้ ครื่อ� งพ่น่ สำำ�หรับั ผู้�ปฏิิบัตั ิิการเพื่่อ� ป้้องกันั และควบคุมุ
โรคไข้้เลืือดออก. พิิมพ์ค์ รั้�งที่�่ 3. นนทบุุรี:ี สำำ�นัักโรคติิดต่อ่ นำ�ำ โดยแมลง กรมควบคุุมโรค; 2559.

3. World Health Organization. Space spray application of insecticides for vector and public
health pest control : A practitioner’s guide [Internet]. Geneva: World Health Organization;
2003 [cited 2021 Jan 5]. Available from: https://apps.who.int/iris/handle/10665/68057

4. Swillen L. The Use of Fog Generators in Integrated Vector Control* Thermal Fog & Cold
Fog (ULV) Generators [Internet]. 2013 [cited 2021 Jan 14]. Available from: https://docplayer.
net/27739630-The-use-of-fog-generators-in-integrated-vector-control.html

5. กองโรคติิดต่อ่ นำ�ำ โดยแมลง. มาตรการเฝ้้าระวััง ป้้องกันั ควบคุุมโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยยุุงลาย [อิินเทอร์์เน็ต็ ].
2563 [เข้้าถึึงเมื่�อ 14 สิิงหาคม 2564]. เข้้าถึึงได้้จาก: https://drive.google.com/drive/folders/
1399fmFJja7clwK0Pocj9oxt3XAl61TPY

6. World Health Organization. Indoor residual spraying: an operational manual for indoor
residual spraying (IRS) for malaria transmission control and elimination. 2nd ed. Geneva:
World Health Organization; 2015.

7. World Health Organization. Manual for indoor residual spraying: application of residual
sprays for vector control [Internet]. 3rd ed. World Health Organization; 2007 [cited 2021
Jan 5]. Available from: https://apps.who.int/iris/handle/10665/69664.

8. สำำ�นัักโรคติิดต่่อนำำ�โดยแมลง กรมควบคุุมโรค. คู่�่ มืือการใช้้สารเคมีี เครื่�องพ่่นเคมีี และการบำ�ำ รุุงรัักษา
ในงานควบคุุมโรคติิดต่อ่ นำำ�โดยแมลง. นนทบุุรีี. ชุมุ นุมุ สหกรณ์ก์ ารเกษตรแห่ง่ ประเทศไทย; 2547.

118 คูม่ ือ สารเคมีและเครือ่ งพน่ สารเคมีเพ่ือควบคุมยุงพาหะน�ำ โรค

7บทท่ี

การตดิ ตามและประเมนิ ผลการพน่
สารเคมีกำ� จดั ยุง

การพ่่นสารเคมีีกำำ�จััดยุุง เป็็นมาตรการอย่่างหนึ่�่งที่่�จำำ�เป็็นต้้องดำ�ำ เนิินการโดยเฉพาะอย่่างยิ่�ง
ในสถานการณ์์ที่่�มีีผู้้�ป่่วยโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยยุุงเกิิดขึ้้�นและมีีการแพร่่เชื้�้อในพื้�้นที่่� การพ่่นสารเคมีีหากไม่่มีี
การติิดตามประเมิินผลจะทำำ�ให้้ไม่่สามารถเข้้าใจและทราบผลของการพ่่นสารเคมีีว่่ามีีส่่วนใดที่�่ต้้องปรัับปรุุง
ทำำ�ให้ก้ ารแก้้ปััญหาหยุุดยั้�งการแพร่เ่ ชื้อ�้ ไม่ป่ ระสบความสำ�ำ เร็จ็
การติิดตามประเมิินผล เป็็นขั้�นตอนที่่�มีีบทบาทสำำ�คััญต่่อการดำำ�เนิินโครงการ เพราะเป็็นการติิดตาม
กำำ�กัับการดำ�ำ เนิินงานของโครงการ เพื่่�อปรัับปรุุงและเพื่่�อตรวจสอบผลสำำ�เร็็จของโครงการว่่าเป็็นไปตาม
วัตั ถุปุ ระสงค์์หรืือไม่(่ 1)
เกษมศานต์์ โชติชิ าครพันั ธุ์์� อธิบิ ายว่่า ประเด็น็ ก่อ่ นการประเมิินต้อ้ งพิิจารณาว่่า การปฏิบิ ััติ ิ ต้้องการ
ทราบอะไร จะประเมินิ อะไร จะประเมินิ อย่า่ งไร เช่น่ การปฏิบิ ัตั ิสิ ามารถปฏิบิ ัตั ิไิ ด้อ้ ย่า่ งที่ค่� าดหวังั หรืือกำ�ำ หนด
หรืือไม่่ ซึ่่�งจะต้้องใช้้การประเมิินกระบวนการปฏิิบััติิ (process evaluation) และการติิดตามกำ�ำ กัับ
(monitoring) ผลลััพธ์์ที่่�เกิิดขึ้้�น ได้้ผลตามที่่�คาดหวัังหรืือไม่่ จะต้้องใช้้การประเมิินผลลััพธ์์ (outcome
evaluation) และประสิทิ ธิภิ าพ คุ้้�มค่า่ /คุ้้�มทุนุ หรืือไม่่ การประเมินิ ความคุ้้�มค่า่ /คุ้้�มทุนุ (cost-effectiveness/
cost-benefit)(2)
สำำ�หรัับการติิดตามประเมิินผลการพ่่นสารเคมีีควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรค จะได้้แบ่่งขั้�นตอนการติิดตาม
ประเมิินผล ออกเป็็นขั้�นตอนดัังนี้้�
1. การติิดตามกระบวนการ (Process monitoring)
2. การประเมิินผลผลิิต (Output)
3. การประเมินิ ผลลััพธ์์ (Outcome)
4. การประเมินิ ผลกระทบต่อ่ โรค (Impact)

1. การติดิ ตามกระบวนการ (Process Monitoring)

การติิดตาม (Monitoring) หมายถึึง กระบวนการเก็็บรวบรวมข้้อมููลเกี่�ยวกัับ ปััจจััยนำำ�เข้้า (input)
การดำำ�เนิินงาน (process) เพื่่�อเป็็นข้้อมููลย้้อนกลัับ (feedback system) สำำ�หรัับการกำำ�กัับ ทบทวน
และแก้ป้ ัญั หาขณะดำำ�เนิินการในการพ่น่ สารเคมีีกำำ�จัดั ยุงุ พาหะนำำ�โรค สิ่่ง� ที่่�จำำ�เป็น็ ต้้องติดิ ตาม ได้แ้ ก่่

119

1.1 ปัจั จัยั นำำ�เข้้า (input)
ปััจจััยนำ�ำ เข้้าในการพ่่นสารเคมีีที่่�สำำ�คััญ ได้้แก่่ สารเคมีี เครื่�องพ่่น ผู้�้พ่่นสารเคมีี ในการติิดตาม
กระบวนการจำำ�เป็น็ ต้้องดำ�ำ เนิินการเพื่่�อแก้ไ้ ขจุุดบกพร่่อง ที่อ�่ าจเกิดิ ขึ้�น้ ระหว่่างดำ�ำ เนินิ การ
1) สารเคมีี
สารเคมีีจะเป็็นปััจจััยนำำ�เข้้าหลัักในการดำำ�เนิินงานควบคุุมยุุงพาหะนำ�ำ โรค ข้้อควรพิิจารณา
ที่่ค� วรประเมินิ ได้แ้ ก่่

• ชนิิดสารเคมีี ต้้องเป็็นสารเคมีีที่่�ได้้รัับการการขึ้�้นทะเบีียนจากสำ�ำ นัักงานคณะกรรมการ

อาหารและยา เพื่่อ� ให้น้ ำำ�มาใช้้เพื่่อ� การควบคุุมยุงุ พาหะชนิดิ นั้้�นๆ เช่่น พ่น่ หมอกควันั พ่น่ ยููแอลวีี หรืือพ่่นให้้
มีฤี ทธิ์์ต� กค้า้ งที่พ�่ ื้น�้ ผิวิ นอกจากนั้้น� การเลืือกสารเคมีจี ำ�ำ เป็น็ ต้อ้ งพิจิ ารณาการยอมรับั ของชุมุ ชน รวมทั้้ง� ผลข้า้ งเคียี ง
ต่อ่ การพ่น่ เคมีี เช่น่ ควันั กลิ่น� การระคายเคืืองตา ผิวิ หนังั ที่อ�่ าจเกิดิ ขึ้น�้ ได้้ หากไม่พ่ ิจิ ารณาการยอมรับั ของชุมุ ชน
จะมีผี ลต่่อความครอบคลุุมของการพ่่นสารเคมีี เนื่่อ� งจากจะถููกปฏิเิ สธการพ่น่ เคมีี เป็็นต้้น

• คุุณลัักษณะสารเคมีี นอกจากชนิิดสารเคมีีที่�่นำำ�มาใช้้ต้้องเหมาะสมแล้้ว คุุณลัักษณะของ

สารเคมีีจำำ�เป็็นต้้องพิิจารณา เช่่น ปริิมาณสารออกฤทธิ์์� ความคงตััวของสารละลาย ซึ่่�งคุุณลัักษณะสารเคมีี
แต่ล่ ะรููปแบบ เช่น่ ชนิิดน้ำำ��มัันละลายน้ำ�ำ� (EC) ชนิดิ น้ำำ��มันั ในน้ำ�ำ� (EW) ชนิดิ ผงละลายน้ำำ�� (WP) เป็็นต้น้ จะมีี
การกำ�ำ หนดคุณุ ลักั ษณะที่ม�่ ีแี ตกต่า่ งกันั หากกำ�ำ หนดคุณุ ลักั ษณะสารเคมีไี ม่เ่ หมาะสมจะส่ง่ ผลถึึงประสิทิ ธิภิ าพ
ในการกำ�ำ จััดยุุงได้้

• อายุุสารเคมีี ตามพระราชบััญญัตั ิวิ ัตั ถุุอันั ตราย พ.ศ. 2535 และฉบัับแก้้ไขเพิ่่ม� เติมิ ไม่ไ่ ด้้

กำ�ำ หนดให้้ต้้องระบุุวัันหมดอายุุของสารเคมีีกำ�ำ จััดแมลง(3) แม้้ว่่าสารกำำ�จััดแมลงบางชนิิดสามารถคงสภาพได้้
มากกว่า่ 10 ปีี แต่่เพื่่�อความมั่่�นใจในคุุณภาพสารเคมีีควรใช้้สารเคมีีที่่�มีีอายุไุ ม่่เกิิน 5 ปีี ถ้้ามีีสารกำ�ำ จััดแมลง
คงคลังั มากสิ่ง� ที่ต�่ ้อ้ งพิจิ ารณาลำ�ำ ดับั แรก คืือ ลักั ษณะทางกายภาพต้อ้ งไม่เ่ ปลี่่ย� น เช่น่ สีไี ม่เ่ ปลี่่ย� นแปลง ไม่แ่ ยกชั้น�
ไม่่ตกตะกอน หากมีีข้อ้ สงสัยั ควรส่่งตรวจวิิเคราะห์โ์ ดยหน่ว่ ยงานที่�เ่ กี่ย� วข้อ้ ง เช่่น กรมวิิทยาศาสตร์ก์ ารแพทย์์
กรมวิชิ าการเกษตร ทั้้�งนี้้�การวิิเคราะห์์ตััวอย่า่ งจะมีอี ัตั ราค่่าธรรมเนียี มการวิิเคราะห์์ที่�ต่ ้อ้ งชำ�ำ ระ
2) เครื่�่องพ่่น
เครื่�องพ่น่ ที่่�ใช้ง้ านต้อ้ งเหมาะสมกับั ยุงุ ที่ก�่ ำ�ำ จััด และเหมาะสมกัับสารเคมีแี ต่ล่ ะชนิดิ สิ่่ง� ที่่ค� วร
ประเมินิ ได้แ้ ก่่

• ชนิดิ เครื่อ� งพ่น่ การพ่น่ ที่พ�่ ื้น้� ผิวิ จะต้อ้ งใช้เ้ ครื่อ� งพ่น่ ชนิดิ อัดั ลม ไม่ส่ ามารถใช้เ้ ครื่อ� งพ่น่ หมอก

ควัันหรืือยููแอลวีีได้้ ผู้้�จำ�ำ หน่่ายบางรายนำำ�สารเคมีีที่�่ใช้้พ่่นพื้�้นผิิวมาแนะนำำ�ให้้ใช้้กัับเครื่�องพ่่นยููแอวีีหรืือเครื่�อง
พ่น่ หมอกควันั โดยใช้อ้ ัตั ราพ่น่ ที่พ่� ื้น้� ผิวิ ซึ่ง�่ แนะนำำ�ให้ใ้ ช้้ 25-50 มิลิ ลิลิ ิติ รต่อ่ ตารางเมตร จึึงไม่ส่ ามารถพ่น่ ได้ต้ าม
อััตราดังั กล่่าว

• อัตั ราการไหลสารเคมีี ควรมีกี ารตรวจสอบอัตั ราการไหล เพื่่อ� ปรับั

ความเร็ว็ ในการพ่น่ สารเคมีไี ด้้อย่่างเหมาะสม เครื่�องพ่่นสารเคมีีหากมีีอััตราการ
ไหลน้้อยต้อ้ งพ่น่ ให้ช้ ้า้ และหากอัตั ราการไหลมากต้อ้ งเพิ่่ม� ความเร็็วในการพ่น่
120 คูม่ อื  สารเคมแี ละเครื่องพน่ สารเคมีเพื่อควบคุมยงุ พาหะน�ำ โรค

• ขนาดละออง ควรต้อ้ งมีกี ารตรวจสอบ การพ่น่ แบบฟุ้ง�้ กระจายในอากาศ

เครื่อ� งพ่น่ สารเคมีี ที่ม่� ีขี นาดละอองไม่เ่ หมาะสม จะส่่งผลต่่อการลอยตัวั ในอากาศ

• อุณุ หภููมิปิ ลายท่อ่ หากสููงเกินิ ไปจะทำำ�ให้ค้ วามหนาแน่น่ ของละออง

สารเคมีลี ดลง อุณุ หภููมิ ิ ณ จุดุ หยดสารเคมีที ี่เ่� หมาะสมไม่ค่ วรเกินิ 1,000 องศาเซลเซียี ส

3) •ผู้ �้ พ่ค่นวสาามรรู้เ�้คด้้ามีนี สารเคมีี เครื่�องพ่่น และการพ่่น ผู้้�พ่่นสารเคมีีควรมีีความรู้้�เบื้�้องต้้นเกี่�ยวกัับ

สารเคมีีและเครื่อ� งพ่่นที่ใ�่ ช้้ เพื่่�อสามารถใช้้งานได้้ถููกต้อ้ งและพ่่นได้้อย่า่ งมีีคุณุ ภาพ

• ความพร้อ้ มในการปฏิบิ ัตั ิิงาน ไม่่มีอี าการเจ็็บป่่วย พักั ผ่่อนไม่่เพีียงพอ อ่อ่ นเพลีีย ซึ่ง่� อาจมีี

ผลต่อ่ ประสิทิ ธิภิ าพการพ่น่ เคมีแี ละการเป็็นอันั ตรายต่อ่ ตัวั ผู้�้พ่น่ เอง
1.2 การดำำ�เนิินงาน (process)
1) การวางแผนการพ่่นสารเคมีี
ก่่อนการพ่่นสารเคมีคี วรมีีการวางแผนการพ่น่ ก่่อน เพื่่�อทราบสภาพพื้น้� ที่�่ สภาพชุมุ ชน สัังคม
ความยากง่่ายต่่อการทำ�ำ งาน รวมถึึงการจัดั เตรียี มเครื่�องพ่น่ น้ำ�ำ� มันั เครื่อ� งพ่น่ และผสมสารเคมีี
2) การเตรีียมชุมุ ชน
การเตรียี มชุมุ ชนที่ด�่ ีจี ะส่ง่ ผลถึึงการยอมรับั การพ่น่ สารเคมีี ความคลอบคลุมุ ในการพ่น่ สารเคมีี
และการป้้องกัันอันั ตรายต่่อคน สัตั ว์์ และสิ่�งแวดล้้อม ซึ่�ง่ จะมีีผลต่อ่ ความสำ�ำ เร็็จในการควบคุมุ โรค

3) •ก ารเวพล่น่ าพ่่นสารเคมี ี ต้้องมีีความเหมาะสมกัับวัตั ถุุประสงค์์และชนิดิ ของยุุงพาหะที่�จ่ ะควบคุุม

เช่่น การพ่่นสารเคมีีแบบฟุ้�้งกระจาย เพื่่�อควบคุุมยุุงรำ�ำ คาญต้้องพ่่นในช่่วงเวลาค่ำ��ำ แต่่การพ่่นควบคุุมยุุงลาย
ควรพ่น่ ในเวลากลางวันั ขณะที่�่เวลาพ่่นแบบมีฤี ทธิ์์ต� กค้้างพ่่นเมื่�อใดก็็ได้้ เป็น็ ต้้น

• อััตราการใช้้ ต้้องอยู่�ในช่่วงที่เ�่ หมาะสมกัับชนิดิ สารเคมีี วิธิ ีกี ารพ่่นและชนิดิ ยุงุ ที่จ่� ะทำ�ำ การ

ควบคุุม โดยทั่่�วไปให้้เป็น็ ไปตามฉลากข้้างขวด หรืือใช้อ้ ัตั ราตามความรู้�้ ทางวิชิ าการของผู้้�เชี่ย� วชาญ เนื่่�องจาก
สารเคมีีชนิิดและความเข้้มข้้นเดีียวกััน ผู้�้ ผลิิตจะใช้้อััตราผสมแตกต่่างกัันทำ�ำ ให้้อััตราพ่่นแตกต่่างกััน แต่่ทั้้�งนี้้�
เมื่�อมาคำ�ำ นวณปริิมาณสารออกฤทธิ์์ต� ่อ่ พื้น้� ที่่�จะแตกต่่างกัันไม่ม่ าก

• การผสมสารเคมี ี ต้อ้ งเลืือกตัวั ทำำ�ละลายและอัตั ราการผสมที่่�เหมาะสม โดยทั่่�วไปการผสม

สารเคมีตี ้อ้ งผสมในภาชนะอื่น� นอกถังั พ่น่ แล้ว้ จึึงเทใส่ถ่ ังั พ่น่ ยกเว้น้ สารเคมีบี างรููปแบบที่ส�่ ามารถผสมในถังั พ่น่ ได้้

• การพ่่นสารเคมี ี ต้้องมีีความเหมาะสมทั้้�งพื้�น้ ที่�่เป้้าหมาย วิธิ ีกี ารพ่น่ ทิิศทาง เวลา
• ปริมิ าณการใช้ส้ ารเคมีี เมื่อ� คำ�ำ นวณปริมิ าณการใช้ส้ ารเคมีตี ่อ่ พื้น�้ ที่ต�่ ้อ้ งอยู่�ในช่ว่ งที่เ�่ หมาะสม

ซึ่�่งขึ้น�้ อยู่่�กัับชนิิดของสารเคมีี โดยคำำ�นวณจากพื้�้นที่่ท� ี่่ใ� ช้้พ่น่ ทั้้ง� หมดว่า่ สมดุลุ กัับอัตั ราการใช้้หรืือไม่่

• ความครบถ้ว้ น และความครอบคลุมุ หมายถึึง ความครบถ้ว้ นและครอบคลุมุ ที่ม่� ีผี ลต่อ่ การ

ควบคุมุ โรค เช่น่ ควบคุมุ โรคไข้เ้ ลืือดออกต้อ้ งครบถ้ว้ นทุกุ หลังั คาเรืือน และคลอบคลุมุ ในรัศั มีี ไม่น่ ้อ้ ยกว่า่ 100
เมตร เป็็นต้้น

121

• ความถี่่�ในการพ่่น ต้้องพ่่นให้้มีีความถี่่�เพีียงพอต่่อการควบคุุมยุุง เช่่น การพ่่นสารเคมีี

มีีฤทธิ์์�ตกค้้างในงานควบคุุมโรคไข้้มาลาเรีีย โดยทั่่�วไปต้้องพ่่นปีีละ 2 ครั้�ง การพ่่นหมอกควัันหรืือยููแอลวีี
เพื่่อ� ควบคุมุ โรคนำ�ำ โดยยุุงลายต้อ้ งพ่น่ 4 ครั้�ง ห่่างกันั ไม่่เกิินครั้�งละ 1 สัปั ดาห์์

2. การประเมิินผลผลิติ (Output)

ผลผลิิตที่ไ�่ ด้้จากการพ่่นสารเคมีคี วบคุมุ ยุุงพาหะนำำ�โรค คืือ ยุงุ ที่�่ได้ร้ ับั การพ่่นจะตายมากน้อ้ ยเพีียงใด
ดังั นั้้น� การวัดั การตายของยุงุ จึึงควรทำ�ำ Bio-assay test เพื่่อ� ทราบอัตั ราการตายของยุงุ วิธิ ีกี ารทดสอบ Bio-assay
test สามารถศึึกษาได้จ้ ากคู่�มือการทดสอบสารเคมีี จัดั ทำ�ำ โดยกองโรคติดิ ต่อ่ นำ�ำ โดยแมลง(4) การประเมินิ ควรใช้้
ยุุงสายพันั ธุ์์�ห้้องปฏิิบััติิการและสายพัันธุ์์�พื้�นที่่ด� ังั กล่า่ ว
การประเมิินผลผลิิตในการพ่่นสารเคมีีกำ�ำ จััดยุุงหากใช้้ยุุงสายพัันธุ์์�ห้้องปฏิิบััติิการ และสายพัันธุ์์�พื้�นที่่�
ดัังกล่่าว สามารถแปรผลได้้ดังั นี้้�
1) ยุงุ สายพันั ธุ์์�ห้องปฏิบิ ัตั ิกิ าร และสายพันั ธุ์์�พื้น� ที่อ�่ ัตั ราการตายเป็น็ ไปตามมาตรฐาน แสดงว่า่ การพ่น่
สารเคมีคี รั้�งนี้้�ได้้ผลดีี
2) ยุุงสายพัันธุ์์�ห้้องปฏิิบััติิการอััตราการตายเป็็นไปตามมาตรฐาน แต่่ยุุงพื้�้นที่�่อััตราการตายต่ำ��ำ กว่่า
มาตรฐาน แสดงว่่าการพ่่นสารเคมีีอาจมีีปััญหายุุงต้้านทานต่่อสารเคมีี จำำ�เป็็นต้้องใช้้สารเคมีีอััตราที่�่สููงขึ้้�น
แต่่ยังั อยู่�ภายใต้ก้ ารแนะนำำ�ขององค์์การอนามััยโลกหรืือเปลี่่�ยนชนิิดสารเคมีี
3) ยุุงสายพัันธุ์์�ห้้องปฏิิบััติิการ และยุุงพื้�้นที่่�อััตราการตายต่ำ�ำ� กว่่ามาตรฐาน การพ่่นสารเคมีีครั้�งนี้้�
อาจมีีปััญหาปััจจััยนำ�ำ เข้้า ได้้แก่่ สารเคมีี เครื่�องพ่่น คนพ่่นหรืือวิิธีีการดำำ�เนิินการ โดยยุุงอาจต้้านทานต่่อ
สารเคมีหี รืือไม่ก่ ็็ได้้ ควรตรวจสอบปััจจัยั นำ�ำ เข้้าและกระบวนการดำำ�เนินิ การ
4) ยุุงสายพัันธุ์์�ห้้องปฏิิบััติิการอััตราการตายต่ำำ�� กว่่ามาตรฐาน แต่่ยุุงพื้้�นที่�่อััตราการตายเป็็นไป
ตามมาตรฐาน การประเมิินผลครั้�งนี้้�อาจมีีปััญหาด้้านการดำำ�เนิินการทดสอบ ควรตรวจสอบกระบวนการ
ประเมิินผลผลิติ

3. การประเมิินผลลัพั ธ์์ (Outcome)

ผลลัพั ธ์ ์ คืือ ผลประโยชน์ท์ ี่ไ�่ ด้จ้ ากผลผลิติ ซึ่ง�่ ต้อ้ งเว้น้ ระยะเวลาไว้ช้ ่ว่ งหนึ่ง�่ เช่น่ การพ่น่ สารเคมีผี ลผลิติ
คืือ ยุุงตาย หลัังจากนั้้�นความหนาแน่่นของยุุงจะลดลง หรืือความหนาแน่่นของลููกน้ำำ��ยุุงจะลดลง ส่่งผลสู่�
การบรรลุุเป้้าประสงค์์ของการพ่่นสารเคมีี การประเมิินผลลััพธ์์ในด้้านการลดจำำ�นวนลููกน้ำ�ำ� หรืือยุุงตััวเต็ม็ วััย
สามารถพิิจารณาได้้จากดัชั นีีทางกีฏี วิทิ ยา ตัวั ชี้ว� ัดั ที่่�นำำ�มาใช้ป้ ระเมินิ ผลลััพธ์์(5) ได้แ้ ก่่
1) ดััชนีสี ำ�ำ หรัับยุงุ ตัวั เต็็มวััย เช่่น
- Biting Rate (BR) จำ�ำ นวนยุุงตัวั เมีียที่จ�่ ัับได้้ต่อ่ คนต่่อหน่่วยเวลา
- Landing Rate (LR) จำ�ำ นวนยุุงตััวผู้้�และตัวั เมีียที่เ�่ ข้้าเกาะต่่อคนต่่อหน่่วยเวลา
- Resting Rate (RR) จำ�ำ นวนยุุง (ทั้้�งสองเพศ) ที่่�จัับได้ต้ ่อ่ บ้้าน
- Parous Rate (PR) ร้้อยละของยุุงตััวเมีียที่่เ� คยวางไข่่แล้้วจากยุงุ ที่่�จับั ได้้

122 คู่มอื  สารเคมีและเคร่อื งพน่ สารเคมีเพ่ือควบคุมยุงพาหะน�ำ โรค

2) ดััชนีสี ำ�ำ หรับั ลููกน้ำำ��ยุุง เช่่น
- Breteau Index (BI) จำ�ำ นวนภาชนะที่่�พบลููกน้ำ��ำ ยุงุ ลายในบ้า้ น 100 หลัังคาเรืือน
- Container Index (CI) ร้อ้ ยละของภาชนะที่พ�่ บลููกน้ำ��ำ ยุงุ ลาย
- House Index (HI) ร้อ้ ยละของบ้า้ นที่่�พบลููกน้ำ��ำ ยุุงลาย
- Pupal Index (PI) จำ�ำ นวนตัวั โม่ง่ ยุุงลายในบ้้าน 100 หลัังคาเรืือน
การประเมินิ ผลลัพั ธ์ใ์ นการพ่น่ สารเคมีกี ำ�ำ จัดั ยุงุ อาจต้อ้ งใช้ด้ ัชั นีหี ลายตัวั มาประกอบกันั เช่น่ อัตั รา
ยุงุ ที่จ่� ับั ได้อ้ าจต้อ้ งใช้ค้ วบคู่่�กับั ร้อ้ ยละของยุงุ ที่เ่� คยวางไข่่ นอกจากนั้้น� ดัชั นีสี ำำ�หรับั ลููกน้ำ�ำ� ยุงุ อาจจะไม่เ่ หมาะกับั
การนำ�ำ มาใช้้ประเมิินการพ่่นสารเคมีีกำ�ำ จััดยุุง เนื่่�องจากหากยัังมีีแหล่่งเพาะพัันธุ์์�มากและการกำำ�จััดลููกน้ำ��ำ
ยังั ไม่่ดีีพอทำ�ำ ให้แ้ ต่่ละดััชนีีไม่่สอดคล้้องกััน

4. การประเมินิ ผลกระทบ (Impact)

การประเมิินผลการพ่่นสารเคมีีนั้้�น หากการประเมิินพบว่่ากระบวนการดำำ�เนิินงานนั้้�นมีีความถููกต้้อง
เหมาะสมทั้้�งปััจจััยนำำ�เข้้า การดำ�ำ เนิินงาน ย่่อมส่่งผลถึึงผลผลิิตที่�่ได้้ คืือ สารเคมีีที่�่พ่่นจะทำำ�ให้้ยุุงตายได้้
ตามมาตรฐาน และเมื่�อมีีการดำ�ำ เนิินการอย่่างต่่อเนื่่�องจะมีีผลทำำ�ให้้ความหนาแน่่นของยุุงลดลงโดยสามารถ
พิิจารณาจากค่่าดััชนีีทางกีฏี วิิทยาต่่างๆ
จากผลลัพั ธ์ท์ ี่ไ่� ด้ค้ าดหวังั ว่า่ จะเกิดิ ผลกระทบตามมา คืือ สถานการณ์ข์ องโรคที่น�่ ำำ�โดยยุงุ ลดลง เนื่่อ� งจาก
ปัจั จัยั ที่เ�่ กี่ย� วข้อ้ งกับั การเกิดิ โรคมิไิ ด้ข้ ึ้น�้ อยู่่�กับยุงุ เพียี งอย่า่ งเดียี ว แต่ม่ ีปี ัจั จัยั อื่่น� ๆ ที่เ�่ กี่ย� วข้อ้ ง ได้แ้ ก่่ คน เชื้อ�้ สาเหตุุ
ของโรค รวมทั้้ง� สิ่ง� แวดล้อ้ ม ทำำ�ให้้เกิิดตััวแปรได้้อีีกมากมายด้้วยกันั
ดังั นั้้น� จึึงไม่ส่ ามารถระบุไุ ด้อ้ ย่า่ งชัดั เจนว่า่ เมื่�อลดความหนาแน่่นของยุงุ หรืือความหนาแน่น่ ของลููกน้ำ��ำ
ได้แ้ ล้ว้ สถานการณ์ข์ องโรคจะดีขี ึ้น้� แต่ห่ ากสามารถกำำ�จัดั ยุงุ และลููกน้ำำ��ให้เ้ หลืือน้อ้ ยที่ส่� ุดุ โอกาสเกิดิ ผลกระทบ
โดยลดการแพร่เ่ ชื้้อ� ในพื้้�นที่จ่� ะลดลงมาด้้วย

123

บรรณานกุ รม

1. ศููนย์์ทดสอบและประเมิินเพื่่�อพััฒนาการศึึกษาและวิิชาชีีพ คณะครุุศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย.
หลัักการติิดตามและประเมิินโครงการ [อินิ เทอร์เ์ น็ต็ ]. ม.ป.ป. [เข้า้ ถึึงเมื่�อ 15 มกราคม 2564]. เข้า้ ถึึงได้้
จาก: http://thachang-nyk.go.th/UserFiles/File/041158/E006TT.pdf

2. เกษมศานต์์ โชติชิ าครพันั ธุ์�์. การติิดตามและประเมิินผล [อิินเทอร์์เน็็ต]. ม.ป.ป. [เข้า้ ถึึงเมื่อ� 15 มกราคม
2564]. เข้้าถึึงได้้จาก: http://bps.moph.go.th/new_bps/sites/default/files/Tracking%20
and%20evaluation.pdf.

3. สำ�ำ นัักโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยแมลง. คู่่�มืือการทดสอบสารเคมีี. นนทบุุรีี: ชุุมนุุมสหกรณ์์การเกษตรแห่่ง
ประเทศไทย; 2557.

4. สำำ�นัักงานคณะกรรมการกฤษฎีีกา. พระราชบััญญััติิวััตถุุอัันตราย พ.ศ. 2535 [อิินเทอร์์เน็็ต]. ม.ป.ป.
[เข้า้ ถึึงเมื่อ� 15 มกราคม 2564]. เข้า้ ถึึงได้จ้ าก: http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%C703/%
C703-20-9999-update.pdf.

5. สำำ�นัักโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยแมลง. แนวทางการจััดการพาหะนํําโรคแบบผสมผสานสำ�ำ หรัับองค์์กรปกครอง
ส่ว่ นท้อ้ งถิ่น� . นนทบุุรีี: ชุุมนุมุ สหกรณ์ก์ ารเกษตรแห่ง่ ประเทศไทย; 2555.

124 คมู่ อื  สารเคมแี ละเครื่องพ่นสารเคมเี พ่ือควบคมุ ยงุ พาหะน�ำ โรค

8บทท่ี

การป้องกันตนเองจากสารเคมีก�ำจดั แมลง
ส�ำหรับผ้ปู ฏิบตั ิงาน

สารเคมีกี ำ�ำ จัดั แมลงแต่ล่ ะชนิดิ สามารถทำ�ำ ให้เ้ กิดิ อันั ตรายกับั มนุษุ ย์แ์ ละสัตั ว์เ์ ลี้ย� งลูกู ด้ว้ ยนมไม่ม่ ากก็น็ ้อ้ ย
เพราะสารเคมีีกำ�ำ จััดแมลงจะออกฤทธิ์์�ต่่อแมลงโดยการเข้้าไปทำ�ำ ลายเซลล์์ต่่างๆ ภายในร่่างกายของแมลง
เป้า้ หมายหรือื เอนไซม์เ์ ป้า้ หมายในปริมิ าณที่่ม� ากพอจะฆ่า่ แมลงได้้ สารเคมีเี หล่า่ นี้้ม� ีีคุณุ สมบัตั ิใิ นการแทรกซึมึ
การคงตััว การกระจาย การสลายตััวในสิ่่ง� มีชี ีีวิิต ซึ่่�งคนและสััตว์์ย่่อมได้ร้ ับั ผลกระทบนี้้�เช่่นกันั ผลกระทบจะมีี
ผลมากน้้อยขึ้ �นอยู่่�กัับชนิิดและรููปแบบของสารเคมีีกำำ�จััดแมลงนั้้�นๆ ดัังนั้้�นผู้้�ที่่�ปฏิิบััติิงานเกี่ �ยวข้้องกัับการใช้้
สารเคมีกี ำำ�จัดั แมลง ควรมีคี วามรู้้�เกี่ย� วกับั สารเคมี ี การเลือื กใช้้ และวิธิ ีกี ารใช้อ้ ย่า่ งมีปี ระสิทิ ธิภิ าพและปลอดภัยั

ความเป็น็ พิษิ และอันั ตรายของสารเคมีีกำำ�จััดแมลง

การปฏิบิ ัตั ิงิ านเกี่ย� วข้อ้ งกับั การใช้ส้ ารเคมีใี นการควบคุมุ แมลงนำำ�โรค ผู้�ปฏิบิ ัตั ิคิ วรมีคี วามรู้้� ความเข้า้ ใจ
เกี่�ยวกับั ความเป็น็ พิษิ และอันั ตรายของสารเคมีกี ่่อนนำ�ำ มาใช้้
1. ความเป็น็ พิษิ ของสารเคมีีกำ�ำ จััดแมลง
ความเป็น็ พิษิ (Toxicity) หมายถึงึ คุณุ สมบัตั ิทิี่่ม� ีอียู่่�ในสารชนิดิ นั้น� ๆ ที่่ส� ามารถทำ�ำ ให้เ้ กิดิ ความเสียี หาย
หรือื อันั ตรายต่่อสิ่่�งมีีชีวี ิติ ชนิดิ ต่่างๆ ได้้ ค่่าความเป็น็ พิิษมักั จะรายงานเป็็นค่่า LD50 (ปริิมาณสารเคมีีที่่ท� ำ�ำ ให้้
สัตั ว์ท์ ดลองตายร้อ้ ยละ 50 มีหี น่ว่ ยเป็น็ มิลิ ลิกิ รัมั ต่อ่ กิโิ ลกรัมั ของน้ำ��ำ หนักั สัตั ว์ท์ ดลอง) ถ้า้ สารเคมีทีี่่ม� ีคี ่า่ LD50 ต่ำ��ำ
แสดงว่่าสารชนิิดนั้้น� มีีความเป็น็ พิษิ สูงู (1-2)
ความเป็็นพิษิ ที่่�เกิดิ จากสารเคมีี สามารถแบ่ง่ ออกเป็็น 2 แบบ ดัังนี้้�
1.1 ความเป็น็ พิษิ แบบเฉียี บพลันั (Acute Toxicity) คือื การได้ร้ ับั สารเคมีกี ำำ�จัดั แมลงเข้า้ สู่�ร่า่ งกาย
และเกิิดการแสดงอาการออกมาอย่่างรวดเร็็ว แม้้จะได้้รัับสารเคมีีกำ�ำ จััดแมลงเข้้าไปในร่่างกายเพีียงครั้�งเดีียว
อย่า่ งกระทันั หันั หรือื ได้ร้ ับั หลายๆ ครั้ง� ในเวลาเดียี วกันั ในเวลาสั้น� ๆ ทำำ�ให้เ้ กิดิ ความเสียี หายต่อ่ การทำ�ำ งานของ
ระบบต่่างๆ ในร่า่ งกาย การแสดงอาการมัักรุุนแรงและอาจทำ�ำ ให้้เสีียชีีวิิตได้้
1.2 ความเป็น็ พิิษแบบไม่่เฉียี บพลัันหรืือเรื้อ� รััง (Chronic Toxicity) คือื การได้ร้ ัับสารเคมีีกำำ�จัดั
แมลงเข้้าสู่่�ร่างกายครั้ง� ละไม่่มาก แต่่ได้้รับั หลายๆ ครั้�งติดิ ต่อ่ กัันเป็็นระยะเวลานาน โดยไม่่แสดงอาการทันั ทีี
อาการที่่เ� กิดิ ขึ้น� จะเป็น็ แบบเรื้อ� รังั หรือื ต้อ้ งใช้ร้ ะยะเวลายาวนานกว่า่ จะแสดงอาการออกมา อันั เนื่่อ� งจากร่า่ งกาย
ได้้สะสมสารพิิษนั้้�นไว้้ เมื่�อถึึงระดัับหนึ่่�งจึึงแสดงอาการ และเป็็นสาเหตุุหนึ่่�งที่่�ทำำ�ให้้เกิิดอััมพาตหรืือ
โรคมะเร็็งได้้

125

2. อันั ตรายของสารเคมีีกำ�ำ จัดั แมลง
อัันตราย (Hazard) หมายถึึง ความเสี่�ยงหรืืออัันตรายที่่�เกิิดจากความเป็็นพิิษเมื่�อได้้รัับสารเคมีี
ชนิิดนั้้น� ๆ อันั ตรายที่่เ� กิิดขึ้น� นั้้�นจะรุนุ แรงมากหรืือน้้อยขึ้น� อยู่่�กัับปัจั จัยั หลายอย่่าง ได้แ้ ก่่(1-3)
2.1 ความเป็น็ พิษิ (Toxicity) สารเคมีกี ำ�ำ จัดั แมลงแต่ล่ ะชนิดิ มีคี วามเป็น็ พิษิ ต่อ่ สิ่่ง� มีชี ีวี ิติ แตกต่า่ งกันั
สารเคมีีบางชนิดิ แม้เ้ พียี งได้ร้ ับั ในปริิมาณไม่ม่ ากแต่่อาจทำ�ำ ให้เ้ กิดิ อาการรุนุ แรงหรืือเสียี ชีีวิติ ได้้ บางชนิิดได้ร้ ัับ
ในปริิมาณมากแต่่อาจไม่่แสดงอาการ
2.2 ปริิมาณการใช้้ (Dose) ปริิมาณการใช้้สารเคมีีเป็็นปััจจััยที่่�มีีความสำำ�คััญในการหาความเป็็น
อันั ตรายของสารเคมีชี นิิดนั้้น� ๆ การใช้ส้ ารเคมีใี นปริิมาณมากเกินิ กว่่ากำ�ำ หนดจะทำ�ำ ให้เ้ กิดิ อันั ตรายแก่ร่ ่่างกาย
และอาจเสีียชีีวิิตได้้
2.3 การได้้รัับสารเคมีีเข้้าสู่่�ร่างกาย (Route of absorption) สารเคมีีสามารถเข้้าสู่่�ร่างกายได้้
3 ทาง ดัังนี้้�

• ทางปาก (Oral) โดยการกิิน การดื่�ม หรืือการสููบบุุหรี่่� ซึ่่�งสารเคมีีที่่�เข้้าสู่่�ร่่างกายด้้านนี้้�

มัักเกิิดจากความไม่ร่ ะมััดระวังั เช่่น สารเคมีีกระเด็น็ เข้้าปาก ขณะผสมสารเคมีหี รืือใช้ม้ ือื ที่่เ� ปื้�้อนสารเคมีีและ
ไม่ล่ ้า้ งมือื ก่อ่ นหยิบิ จับั อาหารหรือื บุหุ รี่่เ� ข้า้ ปากหรือื เช็ด็ ริมิ ฝีปี าก ละอองสารเคมีปี ลิวิ เข้า้ ปากในขณะพ่น่ สารเคมีี
และบางครั้�งอาจได้้รัับสารพิิษเนื่่�องจากการทำำ�ความสะอาดท่อ่ นำ�ำ สารเคมีีหรืือหัวั ฉีดี โดยการใช้้ปากเป่่า

• ทางจมูกู (Inhalation) โดยการสููดดมหรืือหายใจเอาไอระเหยหรืือควันั สารเคมีผี ่่านระบบ

ทางเดิินหายใจเข้้าสู่่�ร่่างกายขณะที่่�ทำ�ำ การพ่่นสารเคมี ี ซึ่่�งสารออกฤทธิ์�์ในรูปู แบบก๊๊าซหรืือไอเมื่อ� หายใจเข้้าไป
จะถููกดููดซึึมเข้า้ สู่่�ร่างกายอย่า่ งรวดเร็็ว อนุุภาคขนาดเล็ก็ ๆ ก็็เช่่นเดียี วกััน โดยอนุุภาคขนาด 1-5 ไมโครเมตร
จะสามารถสะสมภายในปอดได้้

• ทางผิวิ หนังั (Dermal) โดยเข้้าทางบาดแผล รอยถลอก หรืือผื่่�นคันั ที่่�สัมั ผัสั ถููกกัับสารเคมีี

โดยสารเคมีีจะซึึมผ่่านทางเซลล์์ใต้้ผิิวหนััง ต่่อมไขมัันหรืือรููขุุมขน เข้้าสู่�ระบบไหลเวีียนและเข้้าสู่่�ร่่างกาย
ความสามารถในการละลายของสารออกฤทธิ์ข�์ องสารเคมีกี ำ�ำ จัดั แมลงเป็น็ ตัวั บ่ง่ บอกความสามารถในการดูดู ซึมึ
เข้้าสู่่�ผิิวหนััง สารเคมีีที่่�อยู่่�ในรููปของเหลวสามารถซึึมผ่่านผิิวหนัังได้้ดีีและรวดเร็็วกว่่าอยู่่�ในสภาพอื่�นๆ
โดยเฉพาะสารเคมีีที่่�ละลายได้้ในน้ำ��ำ หรืือไขมัันจะซึึมผ่่านผิิวหนัังได้้ดีี การดููดซึึมผ่่านผิิวหนัังในส่่วนต่่างๆ
ของร่า่ งกายจะให้ผ้ ลแตกต่า่ งกันั และในช่ว่ งอากาศร้อ้ นสารเคมีจี ะเข้า้ สู่�ร่างกายได้เ้ ร็ว็ กว่า่ ปกติิ เนื่่อ� งจากรูขู ุมุ ขน
เปิิดกว้า้ งทำำ�ให้้สารเคมีซี ึึมผ่่านผิวิ หนัังได้้เร็ว็
2.4 ระยะเวลาที่่�ได้้รัับสารเคมีี (Duration of Exposure) ระยะเวลาที่่�สััมผััสสารเคมีีจะต้้อง
สั้น� ที่่ส� ุุด ถ้้าสััมผััสกัับสารเคมีีต้อ้ งรีีบทำำ�ความสะอาดส่่วนที่่ถ� ูกู สารเคมีีทันั ทีี และส่่งแพทย์์เพื่่อ� ทำ�ำ การรักั ษา
ดังั นั้้น� สารเคมีที ี่่ม� ีพี ิษิ มากที่่ส� ุดุ อาจมีอี ันั ตรายต่ำ�ำ� สุดุ ก็เ็ ป็น็ ไปได้ ้ หรือื สารเคมีที ี่่ม� ีพี ิษิ น้อ้ ยแต่ก่ ลับั
มีีอัันตรายมากกว่่าก็็ได้้ ขึ้้�นอยู่่�กัับวิิธีีการใช้้ที่่�ถููกวิิธีี ความระมััดระวัังของผู้�ใช้้และเส้้นทางที่่�สารเคมีีนั้้�นเข้้าสู่�
ร่า่ งกาย นอกจากนี้้อ� ันั ตรายยังั ขึ้น� อยู่่�กับั ปริมิ าณที่่ส� ัมั ผัสั สารมากน้อ้ ย (contaminate) และระยะเวลาที่่ส� ัมั ผัสั
สารมากน้อ้ ย (time) ด้้วย ซึ่่�งสามารถเขียี นเป็็นสมการได้ด้ ังั นี้้�(1)
อันั ตราย (hazard) = ความเป็น็ พิษิ (toxicity) x ปริมิ าณที่ส�่ ัมั ผัสั สาร (contaminate) x ระยะเวลาที่ส�่ ัมั ผัสั (time)

126 คมู่ ือ สารเคมแี ละเครือ่ งพน่ สารเคมเี พื่อควบคุมยงุ พาหะน�ำ โรค

หากตัวั แปรตัวั ใดตัวั หนึ่่ง� เป็น็ ศูนู ย์์ อันั ตรายจะมีคี ่า่ เป็น็ ศูนู ย์ด์ ้ว้ ย เช่น่ หากสัมั ผัสั สารในปริมิ าณ
น้อ้ ยอัันตรายจะมีีค่่าลดลงตาม หากระยะเวลาในการสััมผััสสารสั้�นค่่าอัันตรายจะมีีค่่าลดลงตามเช่่นกััน หรืือ
หากปริมิ าณที่่ส� ัมั ผััสน้้อยและเวลาในการสััมผััสสั้น� เมื่อ� ใช้ค้ ำำ�นวณค่่าความเป็็นอันั ตรายก็็จะยิ่ง� น้อ้ ยไปด้้วย
การลดอัันตรายจากสารเคมีีกำ�ำ จััดแมลง
อัันตรายที่่�เกิิดจากสารเคมีีกำ�ำ จัดั แมลง สามารถลดความเป็็นอันั ตรายที่่�เกิดิ จากพิิษของสารเคมีไี ด้้
โดยการลดความเป็็นพิษิ ลดปริิมาณที่่�สัมั ผััสสารเคมีี และลดระยะเวลาที่่�สัมั ผัสั สารเคมี ี ซึ่่ง� สามารถทำ�ำ ได้้โดย
1. ลดความเป็็นพิษิ ของสารเคมีี
- เลือื กใช้ส้ ารเคมีกี ำ�ำ จัดั แมลงที่่�ปลอดภััย มีพี ิิษต่่อสััตว์เ์ ลี้�ยงลููกด้ว้ ยนมต่ำ�ำ�
- เลือื กใช้้สารเคมีีที่่�มีคี วามเป็น็ พิิษทางผิิวหนัังต่ำ��ำ
- เลืือกใช้้สารเคมีีความเข้้มข้้นต่ำำ��ที่่�สุุดเท่่าที่่�จะทำำ�ได้้ (ผสมสารให้้ถููกต้้องตามคำำ�แนะนำำ�ของ
องค์์การอนามััยโลก ห้้ามผสมเข้ม้ ข้น้ เกินิ กว่า่ ที่่�กำำ�หนด)
2. ลดปริิมาณการสััมผัสั สารเคมีี
- ผู้�ใช้ส้ ารเคมีกี ำำ�จัดั แมลงควรสวมชุดุ ป้อ้ งกัันหรือื อุุปกรณ์์ป้้องกัันที่่เ� หมาะสม
- หลีีกเลี่�ยงการสััมผััสสารเคมีีกำำ�จััดแมลง เช่่น ขณะพ่่นสารเคมีีควรอยู่่�เหนืือลม การสวมใส่่
ถุุงมืือขณะปฏิบิ ัตั ิงิ าน
- เรียี นรู้้�เทคนิคิ ในการใช้เ้ ครื่อ� งพ่น่ และเทคนิคิ การพ่น่ สารเคมีี เพื่่อ� การปฏิบิ ัตั ิงิ านอย่า่ งถูกู ต้อ้ ง
3. ลดระยะเวลาสััมผััสสารเคมีี
- อย่่าปฏิิบัตั ิงิ านเกิินเวลาที่่ก� ำำ�หนดไว้้
- เมื่�อสััมผัสั กับั สารเคมีีกำำ�จัดั แมลง ควรล้้างทำ�ำ ความสะอาดบริิเวณที่่ส� ััมผัสั ทัันทีี
- ซััก/ล้า้ ง เสื้�อผ้้าและอุปุ กรณ์์ป้อ้ งกัันร่่างกายหลังั จากเสร็็จสิ้้น� การปฏิบิ ััติิงานเกี่�ยวกัับสารเคมีี
การไม่่ทำำ�ความสะอาดชุุด และอุุปกรณ์์ป้้องกัันสารเคมีี เป็็นการเพิ่่�มทั้้�งปริิมาณสารเคมีี
ต้อ้ งสัมั ผัสั และเป็น็ การเพิ่่ม� ระยะเวลาในการสััมผัสั สารเคมีใี ห้น้ านขึ้้�น ทำำ�ให้้เพิ่่�มความเสี่�ยงที่่จ� ะเกิดิ อัันตราย
จากสารเคมีมี ากขึ้้น�

อาการของผู้้ท� ี่�ไ่ ด้้รับั พิิษจากสารเคมีีกำำ�จัดั แมลง

1. กลุ่่ม� ออร์์แกโนฟอสเฟต (Organophosphorus compound)
สารเคมีใี นกลุ่่�มนี้้ม� ีฟี อสฟอรัสั เป็น็ องค์ป์ ระกอบ สามารถดูดู ซึมึ ได้ด้ ีจี ากการกินิ การหายใจ หรือื สัมั ผัสั
ผ่่านผิิวหนังั มีีพิษิ ต่อ่ ระบบประสาทส่ว่ นกลาง โดยจะออกฤทธิ์์�ยับั ยั้�งการทำำ�งานของเอนไซม์์โคลีนี เอสเตอเรส
(Cholinesterase: ChE) ซึ่่�งเป็็นเอนไซม์์ที่่�ทำำ�หน้้าที่่�ในการทำ�ำ ลายอะซิิติิลโคลีีน (Acetylcholine: Ach)
ที่่�เป็็นสารสื่�อประสาท ทำ�ำ ให้้เกิิดการสะสมของอะซิิติิลโคลีีนที่่�ปลายประสาท อัันเนื่่�องจากระดัับเอนไซม์์
โคลีนี เอสเตอเรสลดลง เอนไซม์โ์ คลีนี เอสเตอเรสจะถูกู ยับั ยั้ง� การทำ�ำ งานแบบถาวร กล่า่ วคือื เอนไซม์จ์ ะไม่ส่ ามารถ
กลับั คืืนสภาพเดิิมได้้อีีก หรืือถ้้าได้้ก็็ใช้้ระยะเวลานาน ซึ่่�งต่่างกัับสารเคมีีในกลุ่่�มคาร์์บาเมตที่่�ออกฤทธิ์์�ยัับยั้�ง
การทำำ�งานของเอนไซม์โ์ คลีนี เอสเตอเรสเช่น่ เดียี วกันั แต่เ่ อนไซม์จ์ ะสามารถคืนื กลับั สู่�สภาพเดิมิ ได้อ้ ย่า่ งรวดเร็ว็ (3)

127

การออกฤทธิ์�์ของสารเคมีีกำ�ำ จัดั แมลงในกลุ่่�มนี้้แ� บ่ง่ เป็็น 2 ประเภท คือื (1)
1) ประเภทที่่�มีีฤทธิ์์�โดยตรงกัับเอนไซม์์ยัับยั้�งการทำ�ำ งานของสารสื่�อประสาท (Cholinesterase)
โดยไม่่ต้้องเปลี่�ยนแปลงตััวเองก่อ่ นออกฤทธิ์์� เรีียกว่า่ พวกออกฤทธิ์�ท์ ัันทีี (Direct inhibitor)
2) ประเภทที่่ต� ้อ้ งถูกู เปลี่ย� นแปลงรูปู ในร่า่ งกายก่อ่ นจึงึ จะออกฤทธิ์ก์� ับั เอนไซม์ย์ ับั ยั้ง� สารสื่อ� ประสาท
(Cholinesterase) เรีียกว่่า พวกออกฤทธิ์์�ล่า่ ช้า้ (Indirect inhibitor) ซึ่่�งจะทำำ�ให้เ้ กิดิ พิษิ ต่อ่ ร่า่ งกายเป็น็ เวลา
นานกว่่าพวกออกฤทธิ์์�ทัันทีี แม้้ว่า่ จะหยุดุ สััมผัสั สารพิิษแล้้วก็ย็ ัังเกิดิ อาการรุนุ แรงได้้
ผู้�ที่�ได้้รัับพิิษเฉีียบพลัันจะมีีอาการ ดัังนี้้� คืือ อ่่อนเพลีีย ปวดศีีรษะ กระวนกระวาย ตาพร่่า
คลื่น� ไส้ ้ อาเจียี น ปวดท้อ้ งอย่า่ งแรง ท้อ้ งเสียี น้ำ�ำ� ลายฟูมู ปาก น้ำ�ำ� ตาไหล เหงื่่อ� ออกมาก มือื สั่่น� ขาสั่น� แน่น่ หน้า้ อก
หายใจลำำ�บาก มักั มีเี สมหะมาก อาจมีีอาการตัวั เขียี ว การชักั กระตุกุ ของกล้า้ มเนื้้อ� ชักั แบบหมดสติิ สาเหตุขุ อง
การเสีียชีวี ิิตเกิดิ จากการติิดขัดั ของระบบทางเดิินหายใจซึ่่�งอาจเกิดิ ขึ้น� ภายใน 24 ชั่่�วโมงหลัังจากได้ร้ ับั พิิษ(1, 3)
อย่่างไรก็็ดีีสารเคมีีกลุ่่�มนี้้�ยัังดีีกว่่ากลุ่่�มออร์์กาโนคลอรีีน (Organochlorine compound)
เนื่่�องจากไม่่มีีพิิษสะสมหรืือพิิษเรื้�อรัังในร่่างกายและสิ่�งแวดล้้อม เพราะร่่างกายสามารถกำำ�จััดออกเองได้้
โดยเอนไซม์เ์ อสเตอเรส ชนิดิ ไม่จ่ ำำ�เพาะ (Nonspecific esterase) สาเหตุทุี่่ม� ีคี นเสียี ชีวี ิติ จากสารกลุ่่�มนี้้� เนื่่อ� งจาก
การใช้ส้ ารเคมีีเกินิ ขนาดที่่�กำำ�หนดและใช้แ้ บบไม่่ระมัดั ระวัังอันั ตราย
2. กลุ่่�มออร์์แกโนคลอรีีน (Organochlorine) หรือื คลอริิเนตเตด ไฮโดรคาร์บ์ อน (chlorinated
hydrocarbon compound)
สารเคมีีกำำ�จััดแมลงกลุ่่�มนี้้�มีีธาตุุคาร์์บอน ไฮโดรเจน และคลอรีีนเป็็นองค์์ประกอบหลััก มีีพิิษต่่อ
ระบบประสาทส่่วนกลาง โดยสารกลุ่่�มนี้้�จะไปรบกวนการทำ�ำ งานของ Na+ และ K+ (sodium channel)
ในระบบเส้น้ ประสาทสมอง (axons of the neuron) ทำ�ำ ให้ก้ ารสื่�อสารของสัญั ญานต่า่ งๆ ทำ�ำ งานไม่ไ่ ด้(้ 3)
ผู้�ที่�ได้้รับั พิษิ จากสารเคมีใี นกลุ่่�มนี้้จ� ะแสดงอาการไวต่อ่ สิ่่ง� เร้า้ มาก กระวนกระวาย เวียี นศีรี ษะ เสียี การ
ทรงตัวั บางครั้ง� มีีการชัักเกร็็ง คล้้ายกับั ได้ส้ ารสตริิกนินิ ผู้้�ที่่�ได้ร้ ัับสารเคมีีจะอาเจียี น (หากได้้รับั ในปริิมาณสูงู )
ท้อ้ งเสียี รู้้�สึึกฟั่่�นเฟืือนที่่�ริิมฝีปี าก ลิ้้�นและหน้า้ เบื่่�ออาหาร ชีพี จรเต้้นผิิดปกติิ ปวดศีีรษะ เจ็็บคอ อ่่อนเพลียี
มีอี าการสั่น� (ที่่บ� ริเิ วณคอ ศีรี ษะ หนังั ตา) มึนึ งง ชักั เป็น็ อัมั พาตบางส่ว่ น หมดสติิ และเสียี ชีวี ิติ ได้โ้ ดยผู้้�ป่วยอาจตาย
ด้้วยระบบหายใจล้้มเหลว ไม่น่ ิยิ มใช้เ้ พราะมีีความคงทนในสภาวะแวดล้้อมสูงู ทำ�ำ ให้้เกิดิ พิษิ ตกค้้างมาก(3-4)
3. กลุ่ม�่ คาร์บ์ าเมต (Carbamate)
สารเคมีกี ำำ�จัดั แมลงในกลุ่่�มนี้้ม� ีไี นโตรเจนเป็น็ องค์ป์ ระกอบที่่ส� ำำ�คัญั มีลี ักั ษณะโครงสร้า้ งที่่ค� ล้า้ ยคลึงึ
กัับสารเคมีีกำ�ำ จััดแมลงกลุ่่�มออร์์กาโนฟอสเฟต ทำำ�ให้้กลไกการออกฤทธิ์์�คล้้ายคลึึงกััน คืือออกฤทธิ์�์ยัับยั้�ง
การทำำ�งานของเอ็น็ ไชม์โ์ คลีนี เอสเตอเรส แต่เ่ ป็น็ การยับั ยั้ง� แบบชั่ว� คราว โดยเอนไซม์โ์ คลีนี เอสเตอเรสที่่ถ� ูกู ยับั ยั้ง�
การทำ�ำ งานจะสามารถกลัับคืืนสู่่�สภาพเดิิมได้้อย่่างรวดเร็็ว ดัังนั้้�นอาการของโรคที่่�เกิิดจากกลุ่่�มคาร์์บาเมต
จะรุุนแรงน้้อยกว่่า และมีีระยะเวลาสั้น� กว่่า อย่่างไรก็็ตามการเกิิดพิิษจากสารเคมีีในกลุ่่�มนี้้�อาจทำำ�ให้้เสีียชีีวิิต
ได้้เช่่นกััน ถ้้าได้้รัับสารพิิษในปริิมาณที่่�มากจนทำ�ำ ให้้ระบบการหายใจล้้มเหลว ความเป็็นพิิษของสารเคมีี
กลุ่่�มคาร์บ์ าเมตขึ้้น� อยู่่�กับั สถานะของสาร การละลาย การดูดู ซึมึ เข้า้ สู่�ร่างกาย และกลไกการกำ�ำ จัดั พิษิ ของร่า่ งกาย
โดยสารที่่ร� ะเหยได้ง้ ่า่ ยย่อ่ มมีพี ิษิ รุุนแรงกว่่า
128 คู่มือ สารเคมีและเคร่อื งพ่นสารเคมีเพอื่ ควบคมุ ยุงพาหะน�ำ โรค

ผู้�ที่�ได้้รัับพิิษจะมีีอาการกระตุุก และมีีอาการหดตััวของกล้้ามเนื้้�ออย่่างมากจนเป็็นตะคริิว
ส่่วนอาการอื่�นๆ มีีดัังนี้้�คืือ ปวดศีีรษะ ม่่านตาหดเล็็กลง ตาพร่่า คลื่�นไส้้ อาเจีียน ปวดท้้อง ท้้องเสีีย
เหงื่่�อออกมาก เจ็็บหน้้าอก หายใจขััด มีีอาการเกร็็ง กล้้ามเนื้้�อกระตุุก น้ำ�ำ�ลายฟููมปาก หากได้้รัับสารพิิษ
ปริมิ าณมากๆ จะทำำ�ให้เ้ สีียชีีวิติ ได้้(1, 3)
4. กลุ่่ม� ไพรีีทรอยด์์ (Pyrethroid)
สารเคมีกี ำ�ำ จัดั แมลงในกลุ่่�มนี้้ถ� ูกู พัฒั นามาจากสารไพรีที รินิ (pyrethrin) ซึ่่ง� เป็น็ สารกำ�ำ จัดั แมลงจาก
ธรรมชาติทิี่่ส� กัดั ได้จ้ ากพืชื ตระกูลู เบญจมาศ (Chysanthemum spp.) เนื่่อ� งจากการเสื่อ� มสลายง่า่ ยไม่เ่ พียี งพอ
ต่อ่ การใช้้งาน จึึงมีกี ารสังั เคราะห์์สารเคมีีขึ้น� แทนโดยใช้โ้ ครงสร้้างทางเคมีีของสารไพรีีทริินเป็็นต้้นแบบ และ
เรียี กสารสัังเคราะห์ใ์ นกลุ่่�มนี้้ว� ่่า ไพรีที รอยด์์ (pyrethroid) มีีประสิิทธิิภาพทำ�ำ ให้้แมลงสลบ (Knock down)
สารไพรีที รอยด์์ มีคี วามจำำ�เพาะต่อ่ เซลล์ป์ ระสาทของแมลง แต่เ่ ซลล์ป์ ระสาทในสัตั ว์เ์ ลี้ย� งลูกู ด้ว้ ยนมจะไม่ไ่ วต่อ่
สารกลุ่่�มนี้้ � จึึงมีพี ิษิ ต่่อคนและสััตว์เ์ ลี้�ยงลูกู ด้ว้ ยนมต่ำ��ำ แต่่มีีพิษิ ต่อ่ แมลง และปลาสููง สารกลุ่่�มนี้้�จะเข้้าสู่่�ร่างกาย
โดยการสูดู ดม และการกิินในอัตั ราที่่�จำำ�กััด ส่่วนการดููดซึมึ ผ่่านผิวิ หนังั จะมีีน้อ้ ยมาก(3-5)
สารเคมีีกลุ่่�มไพรีีทรอยด์์ จะมีีพิิษต่่อระบบประสาท โดยมีีฤทธิ์์�ขััดขวางการทำ�ำ งานของ sodium
channel ของเซลล์์ประสาทสมอง ดัังนั้้�นผู้้�ที่่�ได้้รัับสารพิิษเข้้าไปเป็็นปริิมาณมาก จะทำำ�ให้้เกิิดอาการสั่ �น
ชักั กระตุกุ ตื่่น� เต้น้ ง่า่ ย น้ำำ��ลายออกมาก และเป็็นอััมพาตควบคุมุ ตััวเองไม่ไ่ ด้้ และนอกจากอาการพิษิ โดยตรง
สารกลุ่่�มไพรีีทรอยด์์ ยังั ทำ�ำ ให้เ้ กิิดภาวะแพ้้ได้้ (hypersensitivity)(3, 5)

ชุุดและอุุปกรณ์ป์ ้อ้ งกันั สารเคมีี

ผู้�ปฏิบิ ัตั ิงิ านเกี่ย� วกับั การใช้ส้ ารเคมีใี นการควบคุมุ แมลงนำ�ำ โรคอาจจะสัมั ผัสั กับั สารเคมีใี นระหว่า่ งขั้น� ตอน
ต่่างๆ ของกระบวนการพ่่นสารเคมีี ได้แ้ ก่่ ขั้้�นตอนการเปิดิ ภาชนะบรรจุุสารเคมี ี การผสมสารเคมีี การเตรีียม
ความพร้้อมเครื่�องพ่่นสารเคมีี การฉีีดพ่่น การบำำ�รุุงรัักษาอุุปกรณ์์ที่่�เกี่�ยวกัับการพ่่นสารเคมีี และการกำ�ำ จััด
สารเคมีี เป็น็ ต้้น ดัังนั้้น� ผู้้�ปฏิบิ ัตั ิงิ านควรมีีความระมัดั ระวังั และควรสวมอุปุ กรณ์ใ์ นการป้้องกัันสารเคมีีทุกุ ครั้ง�
ที่่�ปฏิบิ ัตั ิงิ าน เพื่่อ� ป้้องกันั อัันตรายที่่�อาจจะเกิิดขึ้น� ทั้้ง� นี้้ช� ุดุ และอุุปกรณ์ป์ ้อ้ งกัันต่่างๆ ต้้องอยู่่�ในสภาพดีี พร้อ้ ม
ใช้้งาน และมีีขนาดที่่พ� อเหมาะกับั ผู้�สวมใส่่ อุุปกรณ์ท์ ี่่จ� ำำ�เป็็นสำ�ำ หรับั ใช้ป้ ้้องกันั อันั ตรายจากสารเคมีี ได้แ้ ก่(่ 1-2)
1. ชุุดป้้องกัันสารเคมีี (ชุุดพ่่นสารเคมีี) ควรเป็็นชุุดที่่�ปกคลุุมทุุกส่่วนของร่่างกาย (coverall) หรืือ
ประมาณ 85% ทำำ�ด้้วยผ้้าฝ้า้ ยแขนยาวมีีกระดุุมติิดที่่�ข้้อมืือและคอ หรืือเป็็นชุุดที่่�สามารถป้้องกัันการซึมึ ผ่า่ น
ของสารเคมีีได้้ มีีความคงทนและสามารถซัักล้้างได้้ง่่าย หากไม่่มีีชุุดพ่่นสารเคมีี ให้้ใช้้เสื้�อแขนยาวผ้้าหนาๆ
และกางเกงขายาวแทนได้้ โดยใส่่คลุุมเสื้�อตัวั ในอีีกชั้้น� หนึ่่�ง (ภาพที่่� 8.1)

129

ที่ม่� า : สำำ�นัักงานป้้องกัันควบคุุมโรคที่่� 7 จัังหวัดั ขอนแก่น่

ภาพที่�่ 8.1 ชุดุ ป้อ้ งกัันสารเคมีี (ชุุดพ่น่ สารเคมีี)
2. ถุงุ มือื มีคี วามจำำ�เป็น็ อย่า่ งมากช่ว่ ยป้อ้ งกันั อันั ตรายจากการสัมั ผัสั สารเคมีขี ณะผสมสารเคมีี ฉีดี พ่น่
สารเคมีี และล้้างทำ�ำ ความสะอาดเครื่�องพ่่น/อุุปกรณ์์ ถุุงมือื ที่่ด� ีีจะต้อ้ งสามารถป้้องกันั การซึมึ ผ่า่ นของสารเคมีี
เข้า้ สู่่�ถึงึ ผิวิ หนังั ได้ ้ ถุงุ มือื ที่่ท� ำำ�จากพลาสติกิ ผสมยางจะป้อ้ งกันั สารเคมีกี ำ�ำ จัดั แมลงได้ห้ ลายชนิดิ ก่อ่ นสวมถุงุ มือื
ต้้องตรวจสอบให้้แน่่ชััดว่่าไม่่มีีการชำำ�รุุด ฉีีกขาด และควรล้้างมืือให้้สะอาดไม่่ให้้มีีสารเคมีีเปรอะเปื้้�อน
หากชำำ�รุุดมีีรอยฉีีกขาด ควรเปลี่�ยนคู่่�ใหม่่ เมื่�อเสร็็จสิ้้�นการปฏิิบััติิงานต้้องล้้างมืือและทำ�ำ ความสะอาดถุุงมืือ
ทั้้ง� ภายนอกและภายใน ส่ว่ นถุงุ มือื ที่่เ� ป็น็ ผ้า้ ฝ้า้ ยใช้เ้ มื่อ� ทำ�ำ การพ่น่ สารเคมีี เพราะป้อ้ งกันั ความร้อ้ น และละออง
สารเคมีีสัมั ผัสั มือื หลัังพ่น่ ในแต่ล่ ะครั้�งต้อ้ งซักั ทำ�ำ ความสะอาดทุุกครั้�ง (ภาพที่่� 8.2)

ถุงุ มือื ยางป้้องกัันสารเคมีี ถุงุ มืือผ้้ากันั ความร้อ้ น

ที่ม่� า : กองโรคติอิ ต่่อนำ�ำ โดยแมลง กรมควบคุมุ โรค

ภาพที่่� 8.2 ถุงุ มืือสำ�ำ หรัับสวมใส่ใ่ นการปฏิิบััติงิ านพ่น่ สารเคมีี

130 คู่มอื  สารเคมีและเคร่อื งพน่ สารเคมีเพอ่ื ควบคมุ ยงุ พาหะน�ำ โรค

3. รองเท้้าบู๊๊�ตยางหรืือพลาสติิก ในกรณีีที่่� ที่่ม� า : กองโรคติิดต่อ่ นำำ�โดยแมลง
ต้อ้ งทำำ�งานกับั สารเคมีที ี่่ม� ีคี วามเข้ม้ ข้น้ สูงู รองเท้า้ หุ้้�ม กรมควบคุุมโรค
ข้อ้ หรือื ที่่ร�ู้�จักั กันั ทั่่ว� ๆ ไป คือื รองเท้า้ บู๊๊�ท มีคี วามจำ�ำ เป็น็
ในการปฏิิบััติิงาน เนื่่�องจากช่่วยป้้องกัันอัันตราย ภาพที่่� 8.3 รองเท้า้ บู๊๊�ตยางหรืือพลาสติกิ
จากสารเคมีีขณะปฏิิบััติิงาน ในการสวมใส่่ควรให้้
ขากางเกงคลุุมรองเท้้าบู๊๊�ต เพื่่�อป้้องกัันไม่่ให้้สารเคมีี ที่่�มา : กองโรคติดิ ต่อ่ นำำ�โดยแมลง
ซึึมเข้้าไปภายในรองเท้้าและสััมผััสกัับร่่างกายได้้ กรมควบคุมุ โรค
ควรล้้างและทำ�ำ ความสะอาดทุุกครั้�งหลัังปฏิิบััติิงาน
เสร็็จสิ้้�น และควรตรวจสอบสภาพอย่่างสม่ำำ��เสมอ ภาพที่่� 8.4 แ ว่น่ ตาป้อ้ งกัันสารเคมีีสำ�ำ หรัับสวมใส่่
หากชำำ�รุุดควรเปลี่�ยนคู่่�ใหม่ท่ ันั ทีี (ภาพที่่� 8.3) เมื่อ� พ่น่ สารเคมีี
4. แว่่นตาป้้องกัันสารเคมีี เป็็นอุุปกรณ์์
สำำ�หรัับป้้องกัันหรืือลดอัันตรายจากสารเคมีีในขณะ
ผสมสารเคมีีและป้้องกัันละอองสารเคมีีขณะพ่่น
เพื่่�อไม่่ให้้สารเคมีีกระเด็็นเข้้าตาหรืือซึึมผ่่านบริิเวณ
ดวงตา และผิวิ หนังั โดยรอบ ควรเลือื กใช้เ้ ป็น็ แว่น่ ตาใส
ที่่�มองเห็็นได้้ดีีที่่�สุุด ทนต่่อการกััดกร่่อนของสารเคมีี
มีนี ้ำ�ำ�หนัักเบา สวมใส่ก่ ระชัับกับั ใบหน้้าไม่ห่ ลวมและ
หลุุดตกง่่าย (ภาพที่่� 8.4)

5. หน้้ากากป้้องกัันละอองสารเคมีี ใช้้สำ�ำ หรัับป้้องกัันละอองสารเคมีีเข้้าทางปากและจมููก สามารถ
แบ่ง่ ออกเป็น็ 2 ชนิดิ คือื หน้า้ กากชนิดิ ใช้แ้ ล้ว้ ทิ้้ง� ควรเลือื กใช้เ้ บอร์ท์ี่่ส� ามารถป้อ้ งกันั ละอองสารเคมีขี นาดเล็ก็ ได้้
คือื เบอร์์ N 95 และหน้า้ กากชนิดิ เปลี่ย� นไส้ก้ รอง เหมาะสำ�ำ หรับั การพ่น่ สารเคมีคี วบคุมุ แมลงนำ�ำ โรค ประกอบด้ว้ ย
ตัวั กรอง 2 ส่ว่ น คือื แผ่น่ กรอง และตลับั คาร์บ์ อน การใช้ห้ น้า้ กากผ้า้ หรือื หน้า้ กากกระดาษทางการแพทย์ป์ กติิ
ใช้ป้ ้อ้ งกันั ของเหลวจากร่า่ งกาย เช่น่ น้ำ��ำ มูกู น้ำ��ำ ลาย ส่ว่ นละอองสารเคมีอี าจป้อ้ งกันั ได้ไ้ ม่ด่ ีเี ท่า่ ที่่ค� วร (ภาพที่่� 8.5)

หน้า้ กากชนิดิ ใช้้แล้้วทิ้้ง� (N95) หน้้ากากชนิดิ เปลี่ย� นไส้ก้ รอง 131

ที่่�มา : Centers of Disease Control and Prevention(6-7)

ภาพที่�่ 8.5 หน้้ากากป้้องกันั ละอองสารเคมีสี ำำ�หรัับสวมใส่เ่ มื่�อพ่่นสารเคมีี

6. หมวกป้้องกัันสารเคมีี ใช้้ป้้องกัันสารเคมีีขณะพ่่น เพื่่�อป้้องกัันละอองสารเคมีีตกใส่่ศีีรษะ
และลำำ�คอ หมวกที่่�ใช้้ในการสวมใส่่พ่่นสารเคมีีควรเป็็นวััสดุุป้้องกัันละอองความชื้้�นได้้ สามารถซัักล้้างได้้ง่่าย
และมีีน้ำำ��หนัักเบา กรณีีที่่�ไม่่มีีหมวกป้้องกัันสารเคมีีเฉพาะ อาจใช้้หมวกที่่�สามารถป้้องกัันละอองสารเคมีีได้้
เช่่น หมวกที่่�ทำ�ำ จากผ้้า แต่่ขนาดของปีีกหมวกต้้องไม่่ใหญ่่เกิินไปจนเป็็นอุุปสรรคต่่อการปฏิิบััติิงาน
(ภาพที่่� 8.6)

ที่ม่� า : London School of Hygiene & Tropical Medicine(8) World Health Organization(9)
และกองโรคติิดต่่อนำ�ำ โดยแมลง

ภาพที่่� 8.6 หมวกสำ�ำ หรับั สวมใส่่เมื่อ� พ่่นสารเคมีี

ข้้อควรปฏิบิ ััติเิ พื่อ่� ป้้องกัันอันั ตรายจากสารเคมีีกำ�ำ จัดั แมลง(1, 10-11)

1. เลืือกใช้ช้ นิดิ และรููปแบบของสารเคมีีให้้ถููกต้้องเหมาะสมกัับชนิิดเครื่อ� งพ่น่ ที่่�ใช้้
2. ผู้�ปฏิบิ ัตั ิงิ านพ่น่ สารเคมีตี ้อ้ งสวมชุดุ สำ�ำ หรับั ป้อ้ งกันั ขณะปฏิบิ ัตั ิงิ านพ่น่ สารเคมี ี หรือื สวมเสื้อ� แขนยาว
กางเกงขายาวคลุมุ ตัวั ให้ม้ ิดิ ชิดิ (ไม่ค่ วรสวมใส่ช่ ุดุ ป้อ้ งกันั ที่่เ� ปื้อ�้ นสารเคมีที ี่่ใ� ช้แ้ ล้ว้ และยังั ไม่ไ่ ด้ซ้ ักั ทำ�ำ ความสะอาด)
และสวมหมวกปีกี กว้า้ ง รองเท้้าบู๊๊�ตหุ้้�มข้้อ หน้้ากาก และแว่น่ ตากันั สารเคมีี
3. ก่่อนใช้้สารเคมีีต้้องอ่่านฉลากที่่�ติิดมากัับภาชนะบรรจุุให้้ละเอีียดและทำ�ำ ความเข้้าใจคำ�ำ แนะนำำ�
ในการเตรียี มและใช้ส้ ารเคมีี รวมทั้้ง� วิิธีีการป้อ้ งกันั และแก้พ้ ิษิ สารเคมีนี ั้้�นๆ และควรปฏิบิ ัตั ิิตามคำ�ำ แนะนำ�ำ และ
ข้้อควรระวัังอย่า่ งเคร่ง่ ครััด
4. อย่า่ ใช้้สารเคมีมี ากเกินิ กว่า่ ที่่แ� นะนำำ�ไว้ใ้ นฉลาก
5. อย่่าใช้ส้ ารเคมีที ี่่�ไม่่มีฉี ลากหรืือฉลากเลอะเลืือนมองไม่่เห็น็ และไม่ค่ วรคาดเดาเป็็นอันั ขาด
6. เปิดิ ภาชนะบรรจุุสารเคมีีด้้วยความระมััดระวังั อย่่าใช้้ปากเปิิด
7. ผสมสารเคมีีในบริเิ วณที่่�มีอี ากาศถ่า่ ยเทสะดวก หรืือภายนอกอาคาร
8. ตรวจสอบสภาพเครื่�องพ่่นอย่่างสม่ำ�ำ� เสมอ หากชำ�ำ รุุดควรรีีบดำ�ำ เนินิ การซ่อ่ มแซม
9. ขณะพ่่นสารเคมีี ห้้ามรับั ประทานอาหาร สููบบุหุ รี่่� หรือื ใช้โ้ ทรศัพั ท์์มือื ถืือ และในช่่วงเวลาพัักหาก
จะรับั ประทานอาหารหรืือสููบบุุหรี่่�ต้้องล้า้ งมือื และแขนให้้สะอาดด้ว้ ยสบู่่�ก่่อนทุกุ ครั้�ง
132 ค่มู ือ สารเคมีและเคร่อื งพน่ สารเคมีเพือ่ ควบคมุ ยงุ พาหะน�ำ โรค

10. ระหว่่างปฏิิบััติิงานหากสารเคมีีถููกผิิวหนัังเปรอะเปื้�้อนให้้รีีบล้้างออกทัันทีีด้้วยสบู่่�หลายๆ ครั้�ง
จนสะอาด
11. หากสารเคมีหี กใส่่หรืือเปรอะเปื้้�อนชุุดปฏิบิ ััติิงานให้ร้ ีบี ถอดและเปลี่ย� นชุุดใหม่่ทันั ทีี
12. หลัังจากปฏิบิ ััติิงานพ่น่ สารเคมีีควรรีีบถอดชุดุ และอุปุ กรณ์์ในการป้อ้ งกันั ตัวั ต่่างๆ ออกทันั ทีี
13. รีีบอาบน้ำ�ำ� ชำำ�ระร่า่ งกายด้้วยสบู่่�ทัันทีีหลังั จากปฏิิบััติงิ านเสร็จ็ สิ้้น�
14. ห้า้ มนอนหลัับขณะสวมชุดุ พ่่นสารเคมีี
15. ควรซักั ทำ�ำ ความสะอาดชุดุ และอุปุ กรณ์ป์ ้อ้ งกันั อื่่น� ๆ ให้ส้ ะอาดทุกุ ครั้ง� หลังั การปฏิบิ ัตั ิงิ าน และควรแยกซักั
ทำำ�ความสะอาดออกจากเสื้�อผ้้าอื่น� ๆ
16. ถ้า้ หัวั ฉีดี พ่่นมีกี ารอุดุ ตััน ห้้ามใช่ป่ ากเป่่าหัวั ฉีีดพ่น่ เป็็นอันั ขาด
17. เก็บ็ สารเคมีไี ว้ใ้ นที่่ม� ิดิ ชิดิ ให้ห้ ่า่ งจากเด็ก็ และสัตั ว์เ์ ลี้ย� ง ควรเก็บ็ ไว้ใ้ นตู้้�หรือื ในห้อ้ งที่่ส� ามารถใส่ก่ ุญุ แจได้้
และควรเก็็บไว้้ในถุุงหรืือในภาชนะเดิิม ไม่่ควรแบ่่งสารที่่�เหลืือใส่่ถุุงอื่�นหรืือใส่่ในภาชนะอื่�น ควรมีีฉลากปิิด
ให้้เรีียบร้้อย
18. เก็็บสารเคมีีให้้ห่่างจากอาหารทั้้ง� ของคนและสััตว์์
19. ระวังั อย่า่ ให้้สารเคมีปี ลิิวลงในแหล่่งน้ำ�ำ�เป็็นอันั ขาด
20. ทำำ�ลายภาชนะที่่�บรรจุสุ ารเคมีดี ้ว้ ยวิิธีีฝัังเมื่�อใช้ส้ ารเคมีีนั้้น� ๆ หมดไปแล้้ว

การปฐมพยาบาล

การปฐมพยาบาลผู้้�ป่่วยที่่�ได้้รัับหรืือสััมผััสสารเคมีี ผู้้�ปฐมพยาบาลต้้องมีีความรู้้�เกี่�ยวกัับสารเคมีี และ
ทราบวิธิ ีปี ้อ้ งกันั ตนเองจากพิษิ ของสารเคมีี และหากต้อ้ งนำ�ำ ส่ง่ ผู้้�ป่ว่ ยไปสถานพยาบาล ให้น้ ำ�ำ ภาชนะบรรจุสุ าร
เคมีพี ร้้อมฉลากไปให้แ้ พทย์์ เพื่่�อทำำ�การรัักษาได้อ้ ย่า่ งถููกต้อ้ ง(1, 10)
กรณีสี ารเคมีีสััมผััสผิิวหนังั
1. ถอดเสื้อ� ผ้า้ รองเท้า้ และอุุปกรณ์์ป้อ้ งกันั ตนเองที่่�ปนเปื้้�อนสารเคมีอี อกทัันทีี
2. ล้้างบริิเวณผิิวหนัังและเส้้นผมที่่�สััมผััสถููกสารเคมีีด้้วยน้ำ��ำ และสบู่่� หลีีกเลี่�ยงการขััดถููอย่่างรุุนแรง
เพราะอาจทำำ�ให้้สารถููกดูดู ซึึมมากขึ้้น�
3. ค่่อยๆ เช็ด็ บริิเวณที่่�สััมผัสั สารเคมีใี ห้แ้ ห้้ง และอาจห่่อด้ว้ ยผ้า้ อย่า่ งหลวมๆ หากจำ�ำ เป็็น
4. หากผิวิ หนังั เกิดิ อาการไหม้้ ให้ห้ ่อ่ ด้ว้ ยผ้า้ สะอาดอย่า่ งหลวมๆ หลีกี เลี่ย� งการทาขี้ผ�ึ้ง� ครีมี เหนียี ว แปง้
หรืือยาอื่�นใด ยกเว้น้ กรณีที ี่่ไ� ด้ร้ ับั คำ�ำ แนะนำำ�จากแพทย์์
5. หากสัมั ผัสั สารเคมีเี พียี งเล็ก็ น้อ้ ย ให้ห้ ลีกี เลี่ย� งการทำ�ำ ให้ส้ ารเคมีแี พร่ก่ ระจายสู่�บริเิ วณอื่น� ของร่า่ งกาย
ที่่�ไม่ป่ นเปื้้อ� น
กรณีสี ารเคมีเี ข้้าตา
1. ดึงึ หนังั ตาแล้ว้ รีบี ล้า้ งออกด้ว้ ยน้ำ��ำ สะอาด ห้า้ มใช้ส้ ารเคมีหี รือื ยาอื่น� ยกเว้น้ ได้ร้ ับั คำ�ำ แนะนำ�ำ จากแพทย์์
2. การล้า้ งตา ให้ล้ ้า้ งด้ว้ ยน้ำ��ำ สะอาดผ่า่ นตาอย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� งเป็น็ เวลานานประมาณ 15 นาทีี ไม่ค่ วรล้า้ งน้ำ��ำ
เข้า้ ไปในตาโดยตรง และหากสารเคมีเี ข้้าตาเพียี งข้้างเดีียว ขณะล้้างต้อ้ งระวัังไม่ใ่ ห้้ถููกตาอีกี ข้า้ งหนึ่่�ง
3. ปิดิ ตาด้้วยผ้้าสะอาด แล้้วรีีบไปพบแพทย์์ทัันทีี

133

กรณีไี ด้ร้ ัับสารเคมีจี ากการสููดดม
1. นำำ�ผู้้�ได้้รัับสารเคมีีไปยังั บริิเวณที่่�มีีอากาศบริิสุุทธิ์ ์� ถ่่ายเทสะดวก ไม่่มีสีิ่ง� รบกวน
2. ให้้ผู้�ได้้รับั สารเคมีีนอนลง และคลายเสื้�อผ้า้ ของผู้�ได้้รัับสารเคมีีให้้หลวม
3. หากผู้้�ได้้รับั สารเคมีีมีีอาการชักั ให้้ระวัังไม่่ให้้ศีีรษะชนสิ่่�งใด และสังั เกตดููการหายใจ
4. จัับผู้�ได้ร้ ัับสารเคมีีเงยหน้า้ เพื่่อ� ให้้ช่อ่ งคอเปิดิ และหายใจสะดวก
5. หากผู้้�ได้ร้ ัับสารเคมีีไม่ห่ ายใจหรือื หายใจผิดิ ปกติิ ให้้ทำ�ำ การช่ว่ ยหายใจ
กรณีีสารเคมีีเข้้าปาก
1. หากได้้รับั สารเคมีเี ข้า้ ทางปาก หากยัังไม่ก่ ลืืนเข้า้ ไปให้้รีบี ล้้างบ้้วนปาก ด้ว้ ยน้ำ�ำ� จำ�ำ นวนมาก
2. หากกลืืนกิินสารเคมีีเข้้าไปแล้้ว สิ่่�งที่่�ต้้องพิิจารณา คืือ ควรจะทำำ�ให้้ผู้้�ป่่วยอาเจีียนหรืือไม่่ ซึ่่�งการ
ทำำ�ให้้อาเจีียนจะทำ�ำ ได้้เฉพาะกรณีีที่่�ฉลากแนะนำ�ำ ไว้้เท่่านั้้�น เนื่่�องจากสารเคมีีบางชนิิดอาจทำ�ำ ให้้เกิิดอัันตราย
จากการทำ�ำ ให้้อาเจียี น
3. ห้้ามทำำ�ให้้อาเจีียนในกรณีีดัังต่่อไปนี้้�
- ผู้้�ป่ว่ ยหมดสติิ หรืือมีีอาการชััก
- สารที่่ก� ินิ เป็น็ สารกัดั กร่อ่ น เช่น่ กรด หรือื ด่า่ ง เนื่่อ� งจากการอาเจียี นจะทำ�ำ ให้ส้ ารย้อ้ นกลับั ขึ้น� มา
ทำ�ำ ลายเนื้้อ� เยื่อ� ที่่�คอและปากอีีกครั้ง� นอกจากนี้้�อาจสำ�ำ ลักั สารเข้้าสู่�ปอดทำำ�ให้้เกิดิ การไหม้แ้ ละทำำ�ลายเนื้้�อเยื่�อ
ปอดได้้
- สารที่่�กินิ เป็็นผลิิตภััณฑ์์ประเภท EC (emulsifiable concentrates) หรืือ OL (oil miscible
liquids) ซึ่่�งมีีส่่วนผสมของตัวั ทำำ�ละลายประเภทปิิโตรเลียี ม อาจทำำ�ให้ถ้ ึงึ ตายได้้หากสำำ�ลักั เข้้าสู่�ปอดในขณะที่่�
ทำำ�ให้อ้ าเจียี น

134 คู่มือ สารเคมีและเครือ่ งพ่นสารเคมเี พ่อื ควบคุมยงุ พาหะน�ำ โรค

บรรณานุกรม

1. สำ�ำ นัักโรคติิดต่่อนำำ�โดยแมลง กรมควบคุุมโรค. คู่่�มืือการใช้เ้ ครื่�องพ่่นสำ�ำ หรัับผู้�ปฏิบิ ัตั ิกิ ารเพื่่อ� ป้อ้ งกัันและ
ควบคุมุ โรคไข้้เลืือดออก. พิิมพ์ค์ รั้�งที่่� 4. นนทบุุรีี: สำ�ำ นักั โรคติดิ ต่อ่ นำ�ำ โดยแมลง; 2560.

2. สำำ�นัักวิิจััยพััฒนาการอารัักขาพืืช กรมวิิชาการเกษตร. คำ�ำ แนะนำำ�การป้้องกัันกำำ�จััดแมลง-สััตว์์ศััตรููพืืช
อย่่างมีปี ระสิทิ ธิิภาพและปลอดภัยั จากงานวิิจััย ปีี 2563. กรุุงเทพฯ: กรมวิิชาการเกษตร; 2563.

3. สำำ�นักั งานมาตรฐานสินิ ค้า้ เกษตรและอาหารแห่ง่ ชาติ ิ กรมวิชิ าการเกษตร. พิษิ และกลไกการออกฤทธิ์ข�์ อง
วัตั ถุมุ ีพี ิิษเกษตร. พิิมพ์์ครั้ง� ที่่� 3. นนทบุุรีี: ชุุมนุุมหกรณ์ก์ ารเกษตรแห่่งประเทศไทย; 2550.

4. กิจิ ชัยั ศิริ ิวิ ัฒั น์ ์ ฝ่า่ ยพิษิ วิทิ ยาและชีวี เคมีี สถาบันั วิจิ ัยั วิทิ ยาศาสตร์ส์ าธารณสุขุ กรมวิทิ ยาศาสตร์ก์ ารแพทย์.์
สารเคมีีกำำ�จััดแมลง [อิินเทอร์เ์ น็ต็ ]. [เข้า้ ถึงึ เมื่�อ 30 กรกฎาคม 2564]. เข้้าถึึงได้้จาก : http://webdb.
dmsc.moph.go.th/ifc_toxic/a_tx_1_001c.asp?info_id=396.

5. วิินััย วนานุุกูลู และจารุุวรรณ ศรีีอาภา. Pyrethroids. จุุลสารพิษิ วิิทยา 2550;15 ฉบัับที่่� 3: 27-9.
6. Centers of Disease Control and Prevention. N95 and Other Respirators [Internet]. 2021

[cited 13 Aug 2021]; Available from: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/hcp/
n95-other-respirators.html.
7. Centers of Disease Control and Prevention. Understanding respiratory protection options
in Healthcare: The Overlooked Elastomeric [Internet]. 2021 [cited 13 Aug 2021]; Available
from: https://blogs.cdc.gov/niosh-science-blog/2017/07/06/elastomerics/
8. London School of Hygiene & Tropical Medicine. Targeted spraying to prevent malaria in
low transmission setting halves cost of current practice [Internet]. 2021 [cited 13 Aug
2021]; Available from: https://www.lshtm.ac.uk/research/centres/malaria-centre/
news/228221/targeted-spraying-prevent-malaria-low-transmission-setting-halves-cost-
current
9. World Health Organization. Argentina’s malaria-free certification [Internet]. 2019 [cited
13 Aug 2021]; Available from: https://www.who.int/news/item/21-05-2019-argentina-
malaria-free-certification
10. สมชาย ปรีชี าทวีีกิิจ อภิชิ ัยั ดาวราย และสมนึึก วงศ์ท์ อง. วัตั ถุอุ ันั ตรายที่่�ใช้้ป้อ้ งกัันกำ�ำ จัดั แมลงและสััตว์์
อื่�นที่่�เป็็นปััญหาในบ้้านเรืือนและทางสาธารณสุุข. ใน สุรุ เชษฐ จามรมาน และวรรณพร ศรีีสุคุ นธรัตั น์,์
บรรณาธิิการ, คู่่�มืือผู้้�ควบคุุมการใช้้วััตถุุอัันตรายเพื่่�อใช้้รัับจ้้าง. พิิมพ์์ครั้�งที่่� 3. นนทบุุรีี: ชุุมนุุมหกรณ์์
การเกษตรแห่่งประเทศไทย; 2556. หน้า้ 2-16.
11. World Health Organization. Indoor residual spraying: an operational manual for indoor
residual spraying (IRS) for malaria transmission control and elimination. 2nd ed. Geneva:
World Health Organization; 2015.

135


Click to View FlipBook Version