145 ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ง 23101 รายวิชา การงานอาชีพ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 40 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปขั้นตอนการท างาน การซัก ตาก พับ เก็บ เสื้อผ้าที่ ต้องการ การดูแลอย่างประณีต การสร้างชิ้นงานหรือผลงาน การท างานร่วมกันในการเตรียม ประกอบ อาหารประเภทส ารับ การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ การจัดการในด้านธุรกิจประเภท ต่าง ๆ การขยายพันธุ์พืช การติดตั้ง/ประกอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้าน โดยใช้วิธีการทางงานเย็บ ปัก ถัก จักสาน และงานปลูกพืชในท้องถิ่น ศึกษา วิเคราะห์ และอธิบายระดับของเทคโนโลยี แบ่งตามระดับความรู้ที่ใช้เป็น 3 ระดับ คือ ระดับพื้นบ้านหรือพื้นฐานระดับกลาง และระดับสูง การสร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตาม กระบวนการเทคโนโลยีจะท าให้ผู้เรียนท างานอย่างเป็นระบบ สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้ง่าย ภาพฉาย เป็นภาพแสดงรายละเอียดของชิ้นงาน ประกอบด้วยภาพด้านหน้า ด้านข้าง ด้านบน แลดง ขนาดและหน่วยวัด เพื่อน าไปสร้างชิ้นงาน ใช้กระบวนการสืบค้น กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการพัฒนาค่านิยม กระบวนการ ท างานเกลุ่มและกระบวนการแก้ปัญหา เพื่อให้เกิด ความรู้ ความเข้าใจ ความคิด การใช้ทรัพยากร สิ่งแวดล้อมอย่างประหยัด ใช้ทักษะในการท างานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม และท างานอย่างมี ประสิทธิภาพ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง น าภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาประยุกต์ใช้ในการ ด ารงชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกันอย่างมีความสุข รหัสตัวชี้วัด ง 1.1 ม 3/1 ม 3/2 ม 3/3 ง 2.1 ม 3/1 ม 3/2 ม 3/3 รวม 6 ตัวชี้วัด
146 ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ศ 23102 รายวิชา การงานอาชีพ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 40 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปขั้นตอนการท างาน การซัก ตาก พับ เก็บ เสื้อผ้าที่ ต้องการ การดูแลอย่างประณีต การสร้างชิ้นงานหรือผลงาน การท างานร่วมกันในการเตรียม ประกอบ อาหารประเภทส ารับ การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ การจัดการในด้านธุรกิจประเภท ต่าง ๆ การขยายพันธุ์พืช การติดตั้งหรือประกอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้าน โดยใช้วิธีการทางงานเย็บ ปัก ถัก จักสาน และงานปลูกพืชในท้องถิ่น ศึกษา วิเคราะห์ และอธิบายระดับของเทคโนโลยี แบ่งตามระดับความรู้ที่ใช้เป็น 3 ระดับ คือ ระดับพื้นบ้านหรือพื้นฐานระดับกลาง และระดับสูง การสร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการตาม กระบวนการเทคโนโลยีจะท าให้ผู้เรียนท างานอย่างเป็นระบบ สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้ง่าย ภาพ ฉาย เป็นภาพแสดงรายละเอียดของชิ้นงาน ประกอบด้วยภาพด้านหน้า ด้านข้าง ด้านบน แลดงขนาด และหน่วยวัด เพื่อน าไปสร้างชิ้นงาน ใช้กระบวนการสืบค้น กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการพัฒนาค่านิยม กระบวนการ ท างานเกลุ่มและกระบวนการแก้ปัญหา เพื่อให้เกิด ความรู้ ความเข้าใจ ความคิด การใช้ทรัพยากร สิ่งแวดล้อมอย่างประหยัด ใช้ทักษะในการท างานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม และท างานอย่างมี ประสิทธิภาพ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง น าภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาประยุกต์ใช้ในการ ด ารงชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกันอย่างมีความสุข รหัสตัวชี้วัด ง 1.1 ม 3/1 ม 3/2 ม 3/3 ง 2.1 ม 3/1 ม 3/2 ม 3/3 รวม 6 ตัวชี้วัด
147 ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ง 21201 เกษตร 1 (การผลิตกล้าไม้) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาความหมาย ความส าคัญในการผลิตกล้าไม้ ปัจจัยที่มีผลต่อการงอกของเมล็ด เครื่องมือ และอุปกรณ์ เทคนิคและกระบวนการขยายพันธุ์ไม้ให้เหมาะสมกับชนิดของพืช การดูแลบ ารุงรักษา และตลาดกล้าไม้ วิเคราะห์ข้อมูล และวางแผนการผลิตกล้าไม้ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด การเตรียมดิน การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ ดูแลบ ารุงรักษา การย้ายต้นกล้าลงภาชนะ ค านวณค่าใช้จ่าย ก าหนดราคาจ่าย การจัดจ าหน่าย จดบันทึกการปฏิบัติงาน ท าบัญชีรายรับรายจ่าย และประเมินผล เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการผลิตกล้าไม้ สามารถเลือกวิธีการขยายพันธุ์ไม้ ให้เหมาะสมกับชนิดของพืช ผลการเรียนรู้ 1. มีความรู้ ความเข้าใจในการผลิตกล้าไม้ 2. วิเคราะห์ตัดสินใจเลือกผลิตกล้าไม้ได้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด 3. เกิดทักษะในการผลิตกล้าไม้ รวม 3 ผลการเรียนรู้
148 ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ง 21202 เกษตร 2 (การปลูกพืชผักทั่วไป) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาความหมาย ความส าคัญ ประโยชน์ของพืชผักทั่วไป จ าแนกประเภทของพืชผักทั่วไป ปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อการเจริญเติบโตของพืชผักการปลุก การบ ารุงรักษา การจ าหน่าย การแปรรูป การ ถนอมอาหาร วิเคราะห์และเลือกปลูกพืชผักทั่วไปได้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในท้องถิ่น วางแผนก าหนดขั้นตอนการปลูกพืชผักทั่วไป ปฏิบัติการปลูกพืชผักทั่วไปได้ถูกต้องตามขั้นตอน ผลการเรียนรู้ 1. รู้และเข้าใจความหมาย ความส าคัญ ประโยชน์ของพืชผักทั่วไป 2. ปฏิบัติการปลูกพืชผักทั่วไปได้ถูกต้องตามขั้นตอน 3. วิเคราะห์และเลือกปลูกพืชผักได้ถูกต้องเหมาะสมตามความต้องการของตลาด สามารถ ผลิต และจัดจ าหน่ายได้ รวม 3 ผลการเรียนรู้
149 ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ง 22201 เกษตร 3 (การปลูกพืชสมุนไพร) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาความหมาย ความส าคัญและประโยชน์ของพืชสมุนไพร จ าแนกประเภทของพืช สมุนไพร สรุปปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของพืชสมุนไพร การปลูกและการดูแลรักษาพืช สมุนไพรการแปรรูปและการน าพืชสมุนไพรได้ประโยชน์ตลอดจนการจัดจ าหน่ายพืชสมุนไพร วิเคราะห์และเลือกปลูกพืชสมุนไพรได้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในท้องถิ่น ปฏิบัติการปลูกพืชสมุนไพร จัดการผลผลิต การเก็บเกี่ยว การจัดจ าหน่าย การค านวณ ค่าใช้จ่าย การก าหนดราคาขาย การบันทึกการปฏิบัติงาน ผลการเรียนรู้ 1. มีความรู้ ความเข้าใจกระบวนการปลูกพืชสมุนไพร 2. วิเคราะห์และเลือกปลูกพืชสมุนไพรได้ตรงความต้องการของตลาดในท้องถิ่น 3. ปฏิบัติการปลูกพืชสมุนไพร และจัดจ าหน่ายได้ 4. จัดการผลผลิต การแปรรูป ค านวณค่าใช้จ่าย และบันทึกการปฏิบัติงาน รวม 4 ผลการเรียนรู้
150 ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ง 22204 รายวิชา เกษตร 4 (ไม้ดอกไม้ประดับ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ ความหมาย ความส าคัญ ในการผลิตกล้าไม้ ปัจจัยที่มีผลต่อการงอกของ เมล็ด เครื่องมือและอุปกรณ์ เทคนิคและกระบวนการการขยายพันธุ์ให้เหมาะสมกับชนิดของพืช การ ดูแลบ ารุงรักษา และตลาดกล้าไม้ โดยใช้ทักษะกระบวนการคิด วิเคราะห์ข้อมูล และการวางแผนการผลิตกล้าไม้ ให้เหมาะสม กับความต้องการของตลาดในท้องถิ่น การเตรียมดิน การคัดเมล็ดพันธุ์ การดูแล บ ารุงรักษา การย้าย ต้นกล้า การค านวณค่าใช้จ่าย การก าหนดราคาขาย การจัดจ าหน่าย จดบันทึกการปฏิบัติงาน ท าบัญชี รายรับ รายจ่ายและการประเมินผล เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการผลิตกล้าไม้ สามารถเลือกขยายพันธุ์ไม้ ให้ เหมาะสมกับชนิดของพืชและจ าหน่ายได้ มุ่งมั่นในการท างาน ใฝ่เรียนรู้ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทย ซึ่งเป็นลักษณะอันพึงประสงค์ที่เยาชนควรปฏิบัติ ผลการเรียนรู้ 1. มีความรู้ ความเข้าใจกระบวนการผลิตกล้าไม้ 2. วิเคราะห์และเลือกปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ได้ตรงความต้องการของตลาดในท้องถิ่น 3. ปฏิบัติการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ และจัดจ าหน่ายได้ 4. จัดการผลผลิต การแปรรูป ค านวณค่าใช้จ่าย และบันทึกการปฏิบัติงาน รวม 4 ผลการเรียนรู้
151 ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ง 21203 รายวิชา คหกรรม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาเกี่ยวกับความหมาย ความส าคัญของขนมไทย ประเภทของเครื่องใช้ในครัว ชนิดและ ประเภทของขนมไทย ความปลอดภัยในการใช้อุปกรณ์และเครื่องใช้ในครัว เรียนรู้การจัดเตรียมและ เลือกวัตถุดิบ การชั่งตวงเบื้องต้น วิธีการบ ารุงรักษาเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ในการท าขนมไทย ประเภทของขนมไทย เพื่อการประกอบการท าขนมแต่ละประเภท สามารถปฏิบัติงานการเลือกใช้วัตถุดิบ แป้ง น้ าตาล กะทิฯลฯ ในการประกอบขนมไทยอย่าง เหมาะสมกับชนิดของขนม เตรียมวัตถุดิบในการท าขนม การชั่ง ตวง วัด เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในการท าขนมไทย การจดบันทึกการปฏิบัติงาน ประเมินผลและปรับปรุงผลงาน โดยเน้นการลงมือปฏิบัติจริง กระบวนการท างาน กระบวนการกลุ่ม ทักษะการแสวงหา ความรู้กระบวนการแก้ปัญหา การอภิปรายสรุปผล การน าเสนอผลงาน สร้างค่านิยม คุณธรรม ลักษณะนิสัยในการท างาน ปลูกจิตส านึกในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า อนุรักษ์ความเป็น ไทย สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างเจตคติที่ดีต่ออาชีพ ผลการเรียนรู้ 1. เห็นคุณค่าและอนุรักษ์ขนมไทย 2. มีความรู้ความเข้าใจและสืบค้นข้อมูล ความรู้ทั่วไปในการท าขนมไทย 3. จ าแนกประเภทขนมไทยได้ 4. เลือก จัดเตรียม ใช้วัตถุดิบและเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อประกอบขนมไทยได้อย่างเหมาะสม รวม 4 ผลการเรียนรู้
152 ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ง 21204 รายวิชา คหกรรม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการชั่ง ตวง การใช้อุปกรณ์ชั่ง ตวง และการเลือกใช้ให้ เหมาะสมกับวัตถุดิบตามประเภทของแห้ง ของเหลว การเก็บรักษาอุปกรณ์ชั่ง ตวง ศึกษาขั้นตอน และเทคนิคการท าขนมไทยประเภทกวน ฝึกปฏิบัติการท าขนมไทยประเภทกวน เช่น ขนมลืมกลืน ถั่ว กวน เผือกกวน ขนมตะโก้เทคนิคการท าขนมไทยประเภททอด ฝึกปฏิบัติการท าขนมไทยประเภท ทอด เช่น ขนมดอกจอก ขนมกง กล้วยทอด ขนมนางเล็ด การจัดการด้านสุขาภิบาล การเลือกใช้ วัตถุดิบในการปรุง การเลือกใช้เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ส าหรับท าขนมไทย ตลอดจนการเก็บรักษา เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ในการท าขนมไทย โดยเน้นการลงมือปฏิบัติจริง กระบวนการท างาน กระบวนการกลุ่ม ทักษะการแสวงหา ความรู้กระบวนการแก้ปัญหา การอภิปรายสรุปผล การน าเสนอผลงาน สร้างค่านิยม คุณธรรม ลักษณะนิสัยในการท างาน ปลูกจิตส านึกในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า อนุรักษ์ความเป็น ไทย สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างเจตคติที่ดีต่ออาชีพ ผลการเรียนรู้ 1. ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าในเรื่องการชั่งตวงเบื้องต้น 2. ท าขนมไทยประเภทกวนและประเภททอดได้อย่างมีรสชาติที่ถูกต้อง ด้วยความรับผิดชอบ มุ่งมั่น อดทนในการท างาน 3. อธิบายเทคนิคในการประกอบขนมไทยประเภทกวนและประเภททอดได้ 3. ใช้และบ ารุงรักษาเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ในการประกอบขนมไทยได้อย่างถูกวิธี รวม 4 ผลการเรียนรู้
153 ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ง 22203 รายวิชา คหกรรม 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาความรู้เบื้องต้นในการประกอบขนมไทยประเภทเชื่อมและประเภทนึ่ง การชั่งตวง วัตถุดิบ การเลือกวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมและประกอบขนมไทยประเภทเชื่อมและ ประเภทนึ่ง เรียนรู้เทคนิคในการประกอบขนมไทยประเภทเชื่อมและประเภทนึ่งจากวัตถุดิบที่แตกต่าง กัน โดยใช้กระบวนการฝึกปฏิบัติการเลือกและใช้วัสดุอุปกรณ์และเครื่องใช้ในการประกอบขนมไทย ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เลือกใช้วัตถุดิบ เครื่องปรุงรส สีและกลิ่นเพื่อการประกอบขนมไทย ประเภทเชื่อมและประเภทนึ่ง ได้อย่างมืออาชีพ เพื่อให้ขนมไทยมีสีสันน่ารับประทาน และมีรสชาติ อร่อย ประยุกต์ใช้เทคนิคในการประกอบขนมไทยเพื่อพิธีมงคลของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อ แสดงเอกลักษณ์ของขนมไทย มีทักษะกระบวนการในการประกอบการท าขนมไทย ได้อย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนตัดสินใจแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศึกษาหลักการทางศิลปะในการจัดขนมไทย เพื่อให้เกิดความสวยงาม และเพิ่มมูลค่าของขนม เรียนรู้หลักการแกะสลักผักและผลไม้เพื่อน าไปประกอบและตกแต่งจานและถ้วยขนม คิดออกแบบ การตกแต่งจานขนมส าหรับขนมแต่ละประเภทได้อย่างสร้างสรรค์ โดยใช้กระบวนการฝึกปฏิบัติการเลือกวัตถุดิบเพื่อการแกะสลักได้อย่างเหมาะสม ประยุกต์ใช้ เทคนิคในการแกะสลักผักและผลไม้ได้อย่างสวยงามและยังคงคุณค่าทางขนมไทยได้อย่างมืออาชีพ ปฏิบัติการจัดและตกแต่งขนมได้อย่างสวยงาม ถูกต้องตามหลักการทางศิลปะ และสะท้อนเอกลักษณ์ ความเป็นไทย และของขนมไทยแต่ละประเภท จนเกิดทักษะและความช านาญ ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบัติการประกอบขนมไทยประเภทกวนและประเภททอดได้อย่างมีรสชาติที่ถูกต้อง ด้วย ความรับผิดชอบ มุ่งมั่น อดทนในการท างาน 2. อธิบายเทคนิคในการประกอบขนมไทยประเภทกวนและประเภททอดได้ 3. ใช้และบ ารุงรักษาเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ในการประกอบขนมไทยได้อย่างถูกวิธีใช้วัสดุ อุปกรณ์ในงานประดิษฐ์ใบตองได้เหมาะสม 4. จัดตกแต่งขนมไทยและภาชนะจัดวางขนมไทยได้สวยงามเหมาะสมตามโอกาส รวม 4 ผลการเรียนรู้
154 ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ง 22204 รายวิชา คหกรรม 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาเกี่ยวกับงานประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากใบตอง ประเภท รูปบบบรรจุภัณฑ์จากใบตอง เช่น การห่อ กระทงใบตอง ถาดใบตอง ฯลฯ การเลือกใช้ใบตอง วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการประดิษฐ์ใบตอง โดยศึกษาทั้งทฤษฎีและฝึกปฏิบัติการประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ขนมไทยจากใบตองรูปแบบ การห่อทรงสูง ทรงต่ า การห่อเปิดหน้า กระทงใบตอง ถาดใบตอง ศึกษาความรู้เบื้องต้นการประกอบธุรกิจ การค านวณต้นทุน ก าไร การก าหนดราคาขาย การ ท าสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์รูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความสนใจและซื้อสินค้า การ ขายออนไลน์เพื่อส่งเสริมการจ าหน่ายให้ถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์โดยการฝึกปฏิบัติท า สื่อโฆษณา และการขายของผ่านสื่อดิจิทัล โดยเน้นการลงมือปฏิบัติจริง กระบวนการท างาน กระบวนการกลุ่ม ทักษะการแสวงหา ความรู้กระบวนการแก้ปัญหา การอภิปรายสรุปผล การน าเสนอผลงาน สร้างค่านิยม คุณธรรม ลักษณะนิสัยในการท างาน ปลูกจิตส านึกในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า อนุรักษ์ความเป็น ไทย สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างเจตคติที่ดีต่ออาชีพ ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบัติงานท าขนมไทยได้อย่างมีรสชาติที่ถูกต้องด้วยความรับผิดชอบ ขยัน ประหยัด อดออม และมุ่งมั่น อดทนในการท างาน ใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการท างานอย่าง คุ้มค่า และถูกวิธีมีการประเมินผลการท างาน และปรับปรุงงาน 2. อธิบายเทคนิคในการประกอบขนมไทยประเภทเชื่อมและนึ่งได้ 3. ใช้และบ ารุงรักษาเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ในการประกอบขนมไทยได้อย่างถูกวิธี 4. จัดการส่งเสริมการจัดการจ าหน่ายขนมไทยเพื่อสร้างเป็นอาชีพได้ รวม 4 ผลการเรียนรู้
155 ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ง 23209 รายวิชา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศเพื่องานอาชีพ การใช้ ระบบปฏิบัติการ (Windows, Mac , Open source OS , ฯลฯ ) การใช้โปรแกรมประมวลผลค าเพื่อ จัดท าเอกสารในงานอาชีพ การใช้โปรแกรมตารางท าการเพื่อการคค านวณในงานอาชีพ การใช้ โปรแกรมการน าเสนอผลงาน หรือการใช้โปรแกรมส าเร็จรูปอื่น ๆ ตามลักษณะงานอาชีพ การใช้ อินเทอร์เน็ตสืบค้นข้อมูลเพื่องานอาชีพ และการสื่อสารข้อมูลสารสนเทศ จริยธรรมและความ รับผิดชอบในการใช้คอมพิวเตอร์กับระบบสารสนเทศและงานอาชีพ ผลการเรียนรู้ 1. เข้าใจหลักการและกระบวนการด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่องาน อาชีพการ ใช้โปรแกรมส าเร็จรูป การใช้อินเทอร์เน็ตและการสื่อสารข้อมูลสารสนเทศในงานอาชีพ 2. สามารถสืบค้นและสื่อสารข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ต ใช้ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และ โปรแกรมส าเร็จรูปตามลักษณะงานอาชีพ 3. มีคุณธรรม จริยธรรมและความรับผดิชอบในการใช้คอมพิวเตอร์กับระบบสารสนเทศ รวม 3 ผลการเรียนรู้
156 ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ง 232010 รายวิชา ช่างยนต์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับโครงสร้างและหลักการท างาน ความปลอดภัยในการท างาน การใช้ เครื่องมือและเครื่องมือพิเศษ การถอด ประกอบ ตรวจสอบชิ้นส่วน แก้ไขข้อขัดข้อง ปรับแต่ง เครื่องยนต์เล็กแก๊สโซลีน และดีเซล ระบบแสงสว่าง ระบบสตาร์ทด้วยไฟฟ้าเครื่องยนต์เล็กดีเซล ตรวจสอบชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ระบบควบคุมการฉีดเชื้อเพลิงด้วยอิเล็กทรอนิกส์ระบบเบรก ระบบ รองรับ ระบบส่งก าลัง ระบบไฟฟ้าของรถจักรยานยนต์ การบ ารุงรักษาและการประมาณราคา ค่าบริการ มีกิจนิสัยที่ดีในการท างานรับผิดชอบ ประณีตรอบคอบ ตรงต่อเวลา สะอาดปลอดภัยและ รักษาสภาพแวดล้อม ผลการเรียนรู้ 1. มีความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและหลักการท างานของเครื่องยนต์เล็กแก๊สโซลีนและดีเซล 2. มีความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและหลักการท างานของรถจักรยานยนต์ 3. ถอด ประกอบและตรวจสภาพชิ้นส่วนเครื่องยนต์เล็กแก๊สโซลีนและดีเซลตามคู่มือ 4. ถอด ประกอบชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ตามคู่มือ 5. ตรวจสภาพชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ตามคู่มือ 6. บ ารุงรักษาเครื่องยนต์เล็กแก๊สโซลีนและดีเซลตาม จักรยานยนต์และคู่มือ รวม 6 ผลการเรียนรู้
157 ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ง 23211 รายวิชา การส ารวจเพื่อการก่อสร้าง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาและปฏิบัติหลักการส ารวจ การวัดระยะด้วยเทป และเครื่องมือชนิดต่าง ๆ การใช้กล้องวัดมุม กล้องระดับ ในการวางผัง การให้ระดับงานก่อสร้าง การวางแนว การบ ารุงรักษา เครื่องมือ ส ารวจศึกษาและปฏิบัติหลักการส ารวจ การวัดระยะด้วยเทป และเครื่องมือชนิดต่างๆ การ ใช้กล้องวัดมุม กล้องระดับ ในการวางผัง การให้ระดับงานก่อสร้าง การวางแนว การบ ารุงรักษา เครื่องมือส ารวจ ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการเขียนแบบเส้นลักษณะต่าง ๆ เครื่องมือและ อุปกรณ์ในการเขียนแบบ การใช้มาตราส่วน การบอกขนาด มิติรูปทรงเรขาคณิต 2 มิติ3 มิติและการ เขียนแบบขยายส่วนประกอบอาคารอย่างง่าย ผลการเรียนรู้ 1. มีความเขา้ใจการวัดระยะด้วยเครื่องมือชนิดต่าง ๆ การปรับแก้ระยะการส ารวจด้วยเข็ม ทิศ การเก็บรายละเอียดสภาพแวดล้อมในพื้นที่ด้วยเครื่องมือชนิดต่าง ๆ เพื่อการท าแผนที่การใช้ กล้องวัดมุมเบื้องต้น การวางแนวการวางผังการท าวงรอบ และการบ ารุงรักษาเครื่องมืออุปกรณ์ในงาน ส ารวจ 2. สามารถเก็บรายละเอียดสภาพแวดล้อมในพื้นที่ด้วยเครื่องมือชนิดต่าง ๆ เพื่อการท าแผน ที่การใช้กล้อง วัดมุมเบื้องต้น การวางแนว การวางผัง การท าวงรอบ และการบ ารุงรักษาเครื่องมือ อุปกรณ์ในงานส ารวจ 3. รู้และเขา้ใจเกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ในการเขียนแบบ และดูแลรักษา เครื่องมือ อุปกรณ์ใน การเขียนแบบ 4. มีทักษะเกี่ยวกับการเขียนแบบเส้น รูปร่างรูปทรง เรขาคณิต และอักษรประกอบแบบ 5. มีเจตคติและกิจนิสัยที่ดีในการท างานด้วยความประณีตเรียบร้อย เป็นระเบียบ สะอาด ตรงต่อเวลา มีความซื่อสัตย์รับผิดชอบ และรักษาสภาพแวดล้อม ท างานอย่างมีวินัย ความละเอียด รอบคอบ ความปลอดภัย รวม 5 ผลการเรียนรู้
158 ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ง 23212 รายวิชา การบัญชีเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับ ความหมายวัตถุประสงค์ และประโยชน์ของการบัญชี ข้อ สมมติทางบัญชี ความหมายของสินทรัพย์หนี้สิน และส่วนของเจ้าของตามกรอบแนวคิดส าหรับการ รายงานทางการเงิน สมการบัญชี การวิเคราะห์รายการค้า การบันทึกรายการค้าตามหลักการบัญชีที่ รับรองทั่วไปของธุรกิจ บริการเจ้าของคนเดียวในสมุดรายวันทั่วไปผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภท งบทดลอง กระดาษท าการชนิด 6 ช่อง ผลการเรียนรู้ 1. มีความเข้าใจหลักการ วิธีการและ ขั้นตอนการจัดท าบัญชีส าหรับกิจการ เจ้าของคนเดียว ประเภทธุรกิจบริการ 2. มีทักษะปฏิบัติงานบัญชีตามหลักการ บัญชีที่รับรองทั่วไปส าหรับกิจการเจ้าของ คนเดียว ประเภทธุรกิจบริการ 3. มีกิจนิสัยมีระเบียบ ละเอียด รอบคอบ ซื่อสัตย์ มีวินัย ตรงต่อเวลา และมีเจตคติที่ดีต่อ วิชาชีพบัญชี รวม 3 ผลการเรียนรู้
159 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ มุ่งหวังให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อภาษาต่างประเทศ สามารถใช้ภาษาต่างประเทศ สื่อสารในสถานการณ์ต่าง ๆ แสวงหาความรู้ ประกอบอาชีพ และศึกษา ต่อ ในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมอันหลากหลายของ ประชาคมโลก และสามารถถ่ายทอดความคิดและวัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกได้อย่างสร้างสรรค์ ประกอบด้วยสาระส าคัญ ดังนี้ ภาษาเพื่อการสื่อสาร การใช้ภาษาต่างประเทศในการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความคิดเห็น ตีความ น าเสนอข้อมูล ความคิดรวบยอดและความคิดเห็น ในเรื่องต่าง ๆ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอย่างเหมาะสม ภาษาและวัฒนธรรม การใช้ภาษาต่างประเทศตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาความสัมพันธ์ ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ภาษาและวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับวัฒนธรรมไทย และน าไปใช้อย่างเหมาะสม ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น การใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยง ความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น เป็นพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และ เปิดโลกทัศน์ของตน ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก การใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ชุมชน และสังคมโลก เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ ประกอบอาชีพ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 น าเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย การพูดและการเขียน สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และน าไปใช้ ได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
160 มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และน ามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็น พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก
161 โครงสร้างรายวิชา รายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รายวิชาภาษาต่างประเทศพื้นฐาน ระดับชั้น รหัส ชื่อรายวิชา เวลาเรียนรายภาค ชั้น ม. 1 อ 21101 ภาษาอังกฤษ 1 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ (1.5 หน่วยกิต) อ 21102 ภาษาอังกฤษ 2 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ (1.5 หน่วยกิต) ชั้น ม. 2 อ 22101 ภาษาอังกฤษ 3 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ (1.5 หน่วยกิต) อ 22102 ภาษาอังกฤษ 4 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ (1.5 หน่วยกิต) ชั้น ม. 3 อ 23101 ภาษาอังกฤษ 5 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ (1.5 หน่วยกิต) อ 23102 ภาษาอังกฤษ 6 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ (1.5 หน่วยกิต) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รายวิชาภาษาต่างประเทศเพิ่มเติม ระดับชั้น รหัส ชื่อรายวิชา เวลาเรียนรายภาค ชั้น ม. 1 อ 21201 ภาษาอังกฤษเพื่อการ สื่อสาร 1 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ (0.5 หน่วยกิต) อ 21202 ภาษาอังกฤษเพื่อการ สื่อสาร 2 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ (0.5 หน่วยกิต) ชั้น ม. 3 อ 23201 ภาษาอังกฤษเพื่อการ สื่อสาร 3 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ (0.5 หน่วยกิต) อ 23202 ภาษาอังกฤษเพื่อการ สื่อสาร 4 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ (0.5 หน่วยกิต)
162 ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา อ 21201 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับค าขอร้อง ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายง่าย ๆ ที่ฟัง และอ่าน ฝึกทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียน โดยปฏิบัติตาม อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศ และบทร้อยกรองสั้นๆ พร้อมทั้งเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยคชนิดต่าง ๆ และการล าดับตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนาและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องราว สถานการณ์และข่าว ต่าง ๆ ที่อยู่ในความสนใจ พูดแสดงความต้องการพร้อมทั้งตอบรับ ปฏิเสธโดยใช้ภาษา น้ าเสียงและ กิริยาท่าทางตามมารยาททางสังคมถูกต้องตามกาลเทศะ พูดและเขียนจากข้อมูลที่ได้ฟังและอ่าน ความเรียงและไม่ใช่ความเรียงเป็นถ้อยค าของตนเอง อ่านเลือกหัวเรื่อง ค้นคว้า รวบรวมและสรุป ใจความส าคัญ แสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ เข้าร่วมอธิบายและ เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างวันส าคัญ เทศกาล ประเพณีและวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษาและวัฒนธรรมของไทย โดยใช้กระบวนการสร้างทักษะ ทางภาษา กระบวนการปฏิบัติกระบวนการกลุ่ม บทบาท สมมติกระบวนการค้นคว้าสืบเสาะหาความรู้ฯลฯ เพื่อให้เกิด ความรู้ความเข้าใจ วิเคราะห์ สังเคราะห์มีความสนใจ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ มีความพอเพียงตาม แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มุ่งมั่นในการท างาน กล้าคิดกล้าแสดงออก มีความกระตือรือร้น ท างานร่วมกับผู้อื่นได้และมีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษา สามารถเลือกใช้ภาษาในการแสวงหาความรู้ สื่อความหมายและสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆใน ชีวิตประจ าวันได้ รหัสตัวชี้วัด ต.1.1 ม.1/1 , ต.1.1 ม.1/2 , ต.1.1 ม.1/3 , ต.1.1 ม.1/4 , ต. 1.2 ม.1 /1 ต.1.3 ม.1/ 1 , ต.1.3 ม.1/ 2 ต 2.1 ม.2/1 , ต 2.1 ม.2/2, ต 2.1 ม.2/3 ต 2.2 ม.2/1 , ต 2.2 ม.2/2 ต 3.1 ม.3/1 รวม 13 ตัวชี้วัด
163 ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา อ 21202 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับค าขอร้อง ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายง่ายๆที่ฟังและอ่าน ฝึก ทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียน โดยปฏิบัติตาม อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศและบทร้อย กรองสั้นๆ พร้อมทั้งเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด ต่าง ๆ และการล าดับตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ใช้ภาษาอังกฤษใน การสนทนาและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องราว สถานการณ์และข่าวต่าง ๆ ที่อยู่ในความ สนใจ พูดแสดงความต้องการพร้อมทั้งตอบรับ ปฏิเสธโดยใช้ภาษา น้ าเสียงและกิริยาท่าทางตาม มารยาททางสังคมถูกต้องตามกาลเทศะ พูดและเขียนจากข้อมูลที่ได้ฟังและอ่านความเรียงและไม่ใช่ ความเรียงเป็นถ้อยค าของตนเอง อ่านเลือกหัวเรื่อง ค้นคว้า รวบรวมและสรุปใจความส าคัญ แสดง ความคิดเห็น พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ เข้าร่วมอธิบายและเปรียบเทียบความ เหมือนและความแตกต่างระหว่างวันส าคัญ เทศกาล ประเพณีและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและ วัฒนธรรมของไทย โดยใช้กระบวนการสร้างทักษะ ทางภาษา กระบวนการปฏิบัติกระบวนการกลุ่ม บทบาท สมมติกระบวนการค้นคว้าสืบเสาะหาความรู้ฯลฯ เพื่อให้เกิด ความรู้ความเข้าใจ วิเคราะห์ สังเคราะห์มีความสนใจ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ มีความพอเพียงตาม แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มุ่งมั่นในการท างาน กล้าคิดกล้าแสดงออก มีความกระตือรือร้น ท างานร่วมกับผู้อื่นได้และมีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษา สามารถเลือกใช้ภาษาในการแสวงหาความรู้ สื่อความหมายและสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆใน ชีวิตประจ าวันได้ รหัสตัวชี้วัด ต.1.3 ม.1/ 1 , ต.1.3 ม.1/ 2 , ต.1.3 ม.1/ 3 ต 2.1 ม.2/1 , ต 2.1 ม.2/2 , ต 2.1 ม.2/3 ต 2.2 ม.2/1 , ต 2.2 ม.2/2 ต 3.1 ม.3/1 ต.4.1 ม.4/ 1ต.4.2 ม.4/ 1 รวม 11 ตัวชี้วัด
164 ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา อ 22201 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับค าขอร้อง ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายง่ายๆที่ฟังและอ่าน ฝึก ทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียน โดยปฏิบัติตาม อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศและบทร้อย กรองสั้นๆถูกต้องตามหลักการอ่าน ระบุ/เขียนประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความ เรียงรูปแบบต่างๆ ที่อ่านใช้ค าขอร้อง ให้ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายตามสถานการณ์ ขอและ ให้ข้อมูล บรรยาย /แสดงความคิดเห็น / ความรู้สึก ของตนเองบรรยายเกี่ยวกับตนเอง / สรุปใจความ ส าคัญ/แก่นสาระหัวข้อเรื่อง(topic) ที่ได้จากการวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องต่างๆเช่นกิจวัตรประจ าวัน / กิจกรรม / ประสบการณ์/ข่าว/เหตุการณ์ใกล้ตัว หรือที่อยู่ในความสนใจของสังคม ในสถานการณ์ ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสม โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการปฏิบัติกระบวนการกลุ่ม บทบาทสมมติ กระบวนการค้นคว้าสืบเสาะหาความรู้ฯลฯ เพื่อให้เกิด ความรู้ความเข้าใจ วิเคราะห์สังเคราะห์มี ความสนใจ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ มีความพอเพียงตามแนวปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มุ่งมั่นในการท างาน กล้าคิดกล้า แสดงออก มีความกระตือรือร้น ท างานร่วมกับผู้อื่นได้และมีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษา สามารถเลือกใช้ ภาษาในการแสวงหาความรู้ สื่อความหมายและสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆในชีวิตประจ าวันได้ รหัสตัวชี้วัด ต.1.1 ม.2/1 , ต.1.1 ม.2/2 , ต.1.1 ม.2/3 , ต. 1.2 ม.2 /2 , ต. 1.2 ม.2/4 ต. 1.2 ม.2 /5 ต.1.3 ม.2/ 1 , ต.1.3 ม.2/ 2 , ต.1.3 ม.2/3 ต 2.1 ม.2/1 ต 3.1 ม.2/1 รวม 11 ตัวชี้วัด ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
165 รหัสวิชา อ 22202 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์เกี่ยวกับการเลือกหัวข้อเรื่อง ใจความส าคัญ บอกรายละเอียดสนับสนุน (supporting detail) และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่าน พร้อมทั้งให้เหตุผลและ ยกตัวอย่างง่ายๆประกอบ ฝึกทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียน สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูล เกี่ยวกับ ตนเอง เรื่องต่างๆใกล้ตัว และสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจ าวันอย่างเหมาะสม โดยใช้ภาษา น้ าเสียงและกิริยาท่าทาง เหมาะสมกับบุคคลและโอกาสตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา อธิบายเกี่ยวกับเทศกาล วันส าคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา เข้าร่วม/ จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความ แตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆและการล าดับค าตามโครงสร้าง ประโยคของ ภาษาอังกฤษและภาษาไทย / ชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย ใช้ ภาษาอังกฤษในการสืบค้น/ค้นคว้ารวบรวมและสรุปความรู้/ข้อมูล /ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ พูดและเขียนแสดงความ ต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ และน าเสนอด้วยการพูดและการเขียน ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จ าลองที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา และชุมชน และสารมารถเผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของ โรงเรียน เป็นภาษาอังกฤษ อย่างเหมาะสม โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม บทบาทสมมติ กระบวนการค้นคว้าสืบเสาะหาความรู้ ฯลฯ เพื่อให้เกิด ความรู้ ความเข้าใจ วิเคราะห์ สังเคราะห์ มี ความสนใจ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ มุ่งมั่นในการท างาน กล้าคิดกล้า แสดงออก มีความกระตือรือร้น ท างานร่วมกับผู้อื่นได้และมีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษา สามารถเลือกใช้ ภาษาในการแสวงหาความรู้ สื่อความหมายและสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆในชีวิตประจ าวันได้ รหัสตัวชี้วัด ต.1.1 ม.1/2 / ต.1.1 ม.2/1 / ต.1.2 ม.2/3 / ต.2.1 ม.2/1/ ต.2.1 ม.2/2/ ต.2.1 ม.2/3 ต.2.2 ม.2/1 ต.2.2 ม.2/3 ต.3.1 ม.2/1 ต.4.1 ม.2/1 / ต.4.2 ม.2/1 , ม.2/2 รวม 12 ตัวชี้วัด ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
166 รหัสวิชา อ 23201 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 60 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับค าขอร้อง ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายที่ฟังและอ่าน เช่น อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา บทร้อยกรองสั้นๆถูกต้องตามหลักการอ่าน ระบุและเขียนสื่อที่ ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบต่างๆให้สัมพันธ์กับประโยคและข้อความที่ฟังหรืออ่าน ใช้ค าขอร้อง ให้ ค าแนะน า ค าชี้แจง และค าอธิบายอย่างเหมาะสม พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ ความช่วยเหลือ พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ แสดงความคิดเห็น บรรยาย ความรู้สึกเกี่ยวกับตนเอง/ เรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์/ข่าวเหตุการณ์ บรรยาย ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์เรื่อง ประเด็นต่างๆที่อยู่ในความสนใจของสังคม สรุปใจความส าคัญแก่นสาระหัวข้อ เรื่องที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่องข่าว เหตุการณ์สถานการณ์ต่างๆ ภาพยนตร์กีฬา ดนตรีเพลง พร้อม ทั้งให้เหตุผลประกอบ เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่านในสถานการณ์ต่างๆอย่างเหมาะสม และสามารถใช้ ภาษาอังกฤษในการสืบค้น/ค้นคว้ารวบรวมและสรุปความรู้/ข้อมูลต่างๆจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่างๆในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการปฏิบัติกระบวนการกลุ่ม บทบาทสมมติ กระบวนการค้นคว้าสืบเสาะหาความรู้ฯลฯ เพื่อให้เกิด ความรู้ความเข้าใจ น าไปใช้วิเคราะห์ สังเคราะห์มีความสนใจ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ มีความพอเพียงโดยยึด หลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชด าริของในหลวง มุ่งมั่นในการท างาน กล้าคิด กล้าแสดงออก มีความกระตือรือร้น ท างานร่วมกับผู้อื่นได้สามารถใช้ภาษาในการสื่อความหมายได้อย่างกว้างขวาง เหมาะสมกับกาลเทศะ เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการเรียนภาษา สามารถใช้ภาษาในการแสวงหา ความรู้ สื่อสารตามสถานการณ์ต่างๆในชีวิตประจ าวัน ศึกษาต่อและประกอบอาชีพได้ รหัสตัวชี้วัด ต.1.1 ม.3/1 , ต.1.1 ม.3/2 , ต.1.1 ม.3/3 ต.1.2 ม.3/2 , ต. 1.2 ม.3/3 , ต. 1.2 ม.3 /4 , ต.1.2 ม.3/5 ต. 1.3 ม.3 /1 , ต. 1.3 ม.3 /2 , ต. 1.3 ม.3 /3 ต.4.2 ม.3/1 รวม 11 ตัวชี้วัด ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
167 รหัสวิชา อ 23202 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 60 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับหัวข้อเรื่อง ใจความส าคัญ รายละเอียดสนับสนุนและแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่างๆใกล้ตัว สถานการณ์ข่าว เรื่องที่อยู่ในความ สนใจของสังคม อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและประเพณีของเจ้าของภาษา เลือกใช้ภาษา น้ าเสียงและกิริยาท่าทาง เหมาะสมกับบุคคลและโอกาสตามมารยาทสังคม และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เปรียบเทียบ / อธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออก เสียงประโยคชนิดต่างๆการล าดับค าตามโครงสร้าง ประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย ชีวิต ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรมตามความสนใจ ค้นคว้ารวบรวมและสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการ เรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้และน าเสนอด้วยการพูดและการเขียน ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/ สถานการณ์จ าลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชนและสังคม เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น เป็นภาษาอังกฤษ และน าไปใช้สื่อสารอย่างต่อเนื่อง และเหมาะสม โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการปฏิบัติกระบวนการกลุ่ม บทบาทสมมติ กระบวนการค้นคว้าสืบเสาะหาความรู้ฯลฯ เพื่อให้เกิด ความรู้ความเข้าใจ น าไปใช้วิเคราะห์ สังเคราะห์มีความสนใจ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ มีความพอเพียงโดยยึด หลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชด าริของในหลวง มุ่งมั่นในการท างาน กล้าคิดกล้าแสดงออก มีความกระตือรือร้น ท างานร่วมกับผู้อื่นได้สามารถใช้ภาษาในการสื่อความหมายได้อย่างกว้างขวาง เหมาะสมกับกาลเทศะ เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการเรียนภาษา สามารถใช้ภาษาในการแสวงหา ความรู้ สื่อสารตามสถานการณ์ต่างๆในชีวิตประจ าวัน ศึกษาต่อและประกอบอาชีพได้ รหัสตัวชี้วัด ต. 1.1 ม.3 /4, ต.1.2 ม.3/ 1 ต.2.1 ม.3/1 , ต.2.1 ม.3/2 , ต.2.1 ม.3 /3 ต.2.2 ม.3/1 , ต.2.2 ม.3/2 ต.3.1 ม3./1 ต.4.1 ม.3/1 ต.4.2 ม.3/2 รวม 10 ตัวชี้วัด ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
168 รหัสวิชา อ 21201 รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาวิเคราะห์การฟง และการพูดจากค าสั่ง ค าข้อร้อง ค าแนะน า หรือจากสื่อประเภท ต่าง ๆ เกี่ยวกับ ตนเองและสิ่งแวดลอม เรียนรูค าศัพท์ที่ใชในการพูดสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่า บุคคล พร้อมกับแสดง ความคิดเห็น ความรูสึกอย่างมีเหตุผล พูดสื่อสารสนทนาเพื่อขอและใหข้อมูล ของตนเองและผู้อื่นจาก สถานการณจริงหรือสถานการณจ าลองที่เกิดขึ้น โดยใชกระบวนการฝกปฏิบัติการพูดสนทนา สื่อสารเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลและแสดงความ คิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากสถานการณจริง/สถานการณ์จ าลอง เพื่อใหผู้เรียนมีสมรรถนะด้านการสื่อสารพูดสนทนาและแสดงความคิดเห็นได้อย่างสร้างสรรค์ เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา เกิดทัศนคติที่ดีตอการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเบื้องต้น มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน ฝึกฝนตนเอง ตามความสามารถเพื่อสงเสริมศักยภาพด้านภาษาอังกฤษ สามารถน าไปประยุกตใชใน ชีวิตประจ าวัน ผลการเรียนรู้ 1. วิเคราะห์การฟังและการพูดจากค าสั่ง ค าข้อร้อง ค าแนะน า หรือจากสื่อประเภทต่าง ๆ เกี่ยวกับ ตนเองและสิ่งแวดลอม 2. พูดสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าบุคคล พร้อมกับแสดง ความคิดเห็น ความรูสึกอย่าง มีเหตุผล 3. พูดสื่อสารสนทนาเพื่อขอและใหข้อมูลของตนเองและผู้อื่นจาก สถานการณจริงหรือ สถานการณจ าลองที่เกิดขึ้น 4. พูดสนทนาและแสดงความคิดเห็นได้อย่างสร้างสรรค์เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา 5. เกิดทัศนคติที่ดีตอการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเบื้องต้น มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนฝึกฝนตนเอง ตามความสามารถเพื่อสงเสริมศักยภาพด้านภาษาอังกฤษ รวม 5 ผลการเรียนรู้ ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
169 รหัสวิชา อ 21202 รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาค้นคว้าวิเคราะห์ข้อความประโยคจากบทร้อยกรอง หรือสื่อประเภทต่าง ๆ เกี่ยวกับสิ่ง แวดลอม อ่านเพื่อจับใจความส าคัญในการเรียนรู้ค าศัพท์เขียนข้อความ ประโยคโครงสร้างทาง ภาษา เพื่อการสื่อสารแลกเปลี่ยนขอมูลระหว่างบุคคล กิจกรรม และสถานการณต่างๆใน ชีวิตประจ าวันแสดงความคิดเห็น แสดงความรูสึกอย่างมีเหตุผล น าเสนอความสัมพันธ์ระหว่างภาษา กับวัฒนธรรมองเจ้าของและวัฒนธรรมไทยได้อย่างเหมาะสม โดยใชกระบวนการฝกทักษะทางภาษา เชน การอ่าน การเขียน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู ความคิดกับเจ้าของภาษาผ่านการเขียนเพื่อขอหรือใหขอมูลในการสื่อสาร เพื่อใหผูเรียนเกิดทักษะทางภาษาเห็นคุณคาของภาษาเพื่อการศึกษาและน าไปประยุกต์ใช้ได้ จริงใน ชีวิตประจ าวัน การศึกษาคนคว้าข้อมูลประกอบอาชีพ เกิดเกิดทักษะการฟัง พูด มีความใฝรู้ใฝ่ เรียนและมีความเข้าใจในการใช้ภาษาและน าไปใชในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพเห็น ความส าคัญของการใชภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เป็นแนวทางในการศึกษาตอระดับสูงขึ้น ผลการเรียนรู้ 1. วิเคราะห์การฟังและการพูดจากค าสั่ง ค าข้อร้อง ค าแนะน า หรือจากสื่อประเภทต่าง ๆ เกี่ยวกับ ตนเองและสิ่งแวดลอม 2. พูดสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าบุคคล พร้อมกับแสดง ความคิดเห็น ความรูสึกอย่าง มีเหตุผล 3. พูดสื่อสารสนทนาเพื่อขอและใหข้อมูลของตนเองและผู้อื่นจาก สถานการณจริงหรือ สถานการณจ าลองที่เกิดขึ้น 4. พูดสนทนาและแสดงความคิดเห็นได้อย่างสร้างสรรค์เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา 5. เกิดทัศนคติที่ดีตอการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเบื้องต้น มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนฝึกฝนตนเอง เพื่อการสื่อสาร เป็นแนวทางในการศึกษาตอระดับสูงขึ้น รวม 5 ผลการเรียนรู้ ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
170 รหัสวิชา อ 23201 รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาคนคว้า วิเคราะห์การใชภาษาเพื่อใชในการสื่อสารระหว่างบุคคล สถานการณ์เหตุ การณที่อยูในความสนใจในชีวิตประจ าวัน ค าแนะน า ค าชี้แจง และเขียนโตตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่างๆใกลตัวและสื่อสารจากเรื่องที่อ่าน อธิบายขนบธรรมเนียมประเพณีของเจาของภาษาจากสื่อ และแหล่งเรียนรู้หลากหลายเพื่อใชในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ โดยใชกระบวนการฝกทักษะทางภาษา การพูด ฟง อ่านและเขียน เพื่อแลกเปลี่ยน เจาของ ภาษาในสถานการณจริง/ทักษะกระบวนการท างานกลุ่ม การคิดวิเคราะห์การคิดสร้างสรรค์เกิด ความสามารถตามทักษะทางภาษา เพื่อใหผูเรียนเกิดทักษะทางภาษา เห็นคุณค่าและประโยชนของการเรียน น าไปประยุกตใชได้ จริงในชีวิตประจ าวัน การศึกษาคนคว้าข้อมูลหรือ มุ่งมั่นในการศึกษาตอเพื่อใชภาษาในระดับสูง น า ทักษะการสื่อสารไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการเรียนรู้ 1. วิเคราะห์การใชภาษาเพื่อใชในการสื่อสารระหว่างบุคคล สถานการณ์เหตุการณที่อยู่ใน ความสนใจในชีวิตประจ าวัน 2. พูดสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าบุคคล พร้อมกับแสดง ความคิดเห็น ความรูสึกอย่าง มีเหตุผล 3. พูดสื่อสารสนทนาอธิบายธรรมเนียมประเพณีของเจ้าของภาษา จากสื่อและแหล่งเรียนรู้ 4. พูดสนทนาและแสดงความคิดเห็นได้อย่างสร้างสรรค์เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา 5. เกิดทัศนคติที่ดีตอการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเบื้องต้น มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนฝึกฝนตนเอง เพื่อการสื่อสาร เป็นแนวทางในการศึกษาตอระดับสูงขึ้น รวม 5 ผลการเรียนรู้ ค าอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
171 รหัสวิชา อ 23202 รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 20 ชั่วโมง : ภาคเรียน จ านวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษาคนคว้าวิเคราะห์บทความ สารคดีบันเทิง บทกวีร้อยกรอง ตามวัฒนธรรมภาษา จาก สื่อสิ่งพิมพ บรรยายความรูสึก และแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยว ประกอบ น าเสนอแลกเปลี่ยน เรียนรูจากการเข้าร่วมทั้งในและนอกสถานศึกษา โดยใชกระบวนการฝกทักษะทางภาษา การพูด ฟง อ่านและเขียน เพื่อแลกเปลี่ยน เจาของ ภาษาในสถานการณจริง กระบวนการท างานกลุ่ม มีความรูความสามารถในการใชทักษะการคิด วิเคราะห์สร้างสรรค์เกิดความสามารถเพื่อเกิดความสามารถตามทักษะทางภาษา เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะทางภาษา เห็นคุณค่าและประโยชนของการเรียนภาษาเพื่อการศึกษา และ น าไปประยุกตใชได้จริงในชีวิตประจ าวัน การศึกษาคนควข้อมูล หรือประกอบอาชีพ มีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียนมุ่งมั่นในการศึกษาต่อเพื่อใช้ภาษาในระดับสูง มีความเข้าใจในการใชภาษาและน าไปใชสื่อสาร ได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถปรับตัวเขากับสังคม สิ่งแวดลอมและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษา ผลการเรียนรู้ 1. วิเคราะห์การฟังและการพูดจากบทความ สารคดีบันเทิง บทกวีร้อยกรอง ตาม วัฒนธรรมภาษา จากสื่อประเภทต่าง ๆ เกี่ยวกับ ตนเองและสิ่งแวดลอม 2. พูดฟังอ่านเขียนแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเจ้าของภาษาในสถานการณ์จริง 3. พูดสื่อสารสนทนาเพื่อขอและใหข้อมูลของตนเองและผู้อื่นจาก สถานการณจริงหรือ สถานการณจ าลองที่เกิดขึ้น 4. มีทักษะทางภาษาเห็นคุณค่าและประโยชนของการเรียนภาษาเพื่อการศึกษาต่อใน ระดับสูงขึ้นและ น าไปประยุกตใชได้จริงในชีวิตประจ าวัน 5. มีความเข้าใจใฝ่รู้ใฝ่เรียนฝึกฝนตนเองเพื่อการสื่อสาร อย่างมีประสิทธิภาพสามารถ ปรับตัวเขากับสังคม สิ่งแวดลอมและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษา รวม 5 ผลการเรียนรู้ บทที่ 4
172 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย ความหมายและความส าคัญของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งให้ ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัยปลูกฝังและสร้าง จิตส านึกของการท าประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้ใช้องค์ความรู้ ทักษะและเจตคติจากการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ การเรียนรู้ และประสบการณ์ของผู้เรียนมาปฏิบัติกิจกรรมเพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะส าคัญ ได้แก่ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลในการพัฒนา ผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ได้แก่ รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ เกิดทักษะการท างาน และอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ประกอบด้วยกิจกรรม 3 ลักษณะ ดังนี้ 1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิด ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา ก าหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตน ได้ อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือ และให้ ค าปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน 2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้น า ผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การท างานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปัน เอื้ออาทรและสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมิน และปรับปรุงการท างาน เน้นการท างานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิ ภาวะของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย 1.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บ าเพ็ญประโยชน์ และนักศึกษาวิชาทหาร
173 1.2 กิจกรรมชุมนุม ชมรม 2. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบ าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่น ตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อ สังคม และการมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม หลักการ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมีหลักการส าคัญ ดังนี้ 1. มีเป้าหมายของการจัดกิจกรรมที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม และครอบคลุมผู้เรียนทุกคน 2. เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอย่างรอบด้านเต็มตามศักยภาพตามความสนใจ ความถนัด ความต้องการ เหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะ 3. เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังและส่งเสริมจิตส านึกในการบ าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ในลักษณะต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องและสม่ าเสมอ 4. เป็นกิจกรรมที่ยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้น าชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน องค์กร และหน่วยงานอื่น มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม เป้าหมาย การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมุ่งส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนใช้ความรู้ ทักษะ และ ประสบการณ์จากการเรียนรู้ไปพัฒนาตนเองให้เกิดสมรรถนะส าคัญ 5 ประการ ได้แก่ ความสามารถ ในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะ ชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี อันจะน าไปสู่คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ได้แก่ รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะ แนวการจัดกิจกรรม โรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชยจัดให้ผู้เรียนทุกคนเข้าร่วมกิจกรรม โดยมีแนวการจัด กิจกรรม ดังนี้ 1. ให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ 2. ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย ฝึกการท างาน ที่สอดคล้อง กับชีวิตจริง ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ของผู้เรียน
174 3. จัดกิจกรรมอย่างสมดุลทั้ง 3 ลักษณะ คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียนและ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยจัดกิจกรรมรายบุคคล กิจกรรมกลุ่ม ทั้งในและนอก สถานศึกษาอย่างสม่ าเสมอและต่อเนื่อง 4. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนเป็นผู้ด าเนินการ โดยการศึกษาและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผน อย่างเป็นระบบ เน้นการคิดวิเคราะห์และใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการด าเนินกิจกรรม 5. ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้แบบร่วมมือมากกว่าเน้นการแข่งขันบนพื้นฐาน การปฏิบัติตามวิถีประชาธิปไตย 6. จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่กิจกรรม
175 โครงสร้างการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 มัธยมศึกษาปีที่ 2 มัธยมศึกษาปีที่ 3 1.กิจกรรมแนะแนว 40 40 40 2. กิจกรรมนักเรียน 2.1 ลูกเสือ – เนตรนารี 30 30 30 2.2 ชุมนุม 40 40 40 3. กิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน์ 10 10 10 รวมเวลาเรียน 120 120 120 การด าเนินการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย โรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยมุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ตรง ได้ฝึกปฏิบัติจริงและค้นพบความถนัดของตนเอง สามารถค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม ตามความสนใจจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย บ าเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม มีทักษะในการท างาน ส่งเสริมให้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ สังคม ศีลธรรม จริยธรรม ให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง สามารถ วางแผนชีวิตและอาชีพได้อย่างเหมาะสม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย 1. กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนวช่วยส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อมสามารถคิด ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา ก าหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งในด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตน ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้ ค าปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน วัตถุประสงค์ของกิจกรรมแนะแนว 1. เพื่อให้ผู้เรียนรู้จัก เข้าใจ รัก และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น 2. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวางแผนการเรียน อาชีพ รวมทั้งการด าเนินชีวิตและสังคม 3. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมี ความสุข
176 แนวการจัดกิจกรรมแนะแนว 1. ศึกษาวิเคราะห์สภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ ธรรมชาติของผู้เรียน 2. วิเคราะห์สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ วิสัยทัศน์ของสถานศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เรียนเป็นรายบุคคล 3. ก าหนดสัดส่วนของกิจกรรมแนะแนวให้ครอบคลุมด้านการศึกษา ด้านอาชีพด้านส่วนตัว และสังคม โดยยึดสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติของผู้เรียนและเป้าหมาย ของสถานศึกษา โดยครู ผู้ปกครอง และผู้เรียนมีส่วนร่วม 4. ก าหนดวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมแนะแนวของสถานศึกษา เป็นระดับการศึกษาและ ชั้นปี 5. ออกแบบการจัดกิจกรรมแนะแนว ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรมเวลาจัด กิจกรรม หลักฐานการท ากิจกรรม และการประเมินผล 6. จัดท าแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวรายชั่วโมง ประกอบด้วย ชื่อกิจกรรม จุดประสงค์เวลา เนื้อหา/สาระ วิธีด าเนินกิจกรรม สื่อ/อุปกรณ์ และการประเมินผล 7. จัดกิจกรรมแนะแนวตามแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวและประเมินผลการจัดกิจกรรม 8. ประเมินเพื่อตัดสินผล และสรุปรายงาน การประเมินกิจกรรมแนะแนว การประเมินกิจกรรมแนะแนว ครูผู้จัดกิจกรรมแนะแนว ผู้เรียน และผู้ปกครอง มีภารกิจ ที่รับผิดชอบดังนี้ 1. ครูผู้จัดกิจกรรมแนะแนว ผู้เรียน และผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการประเมินผลเพื่อพัฒนา ผู้เรียน โดยครูผู้จัดกิจกรรมมีภารกิจในการวางแผนการประเมิน ด าเนินการประเมินน าผลการประเมิน ไปพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง และรายงานผลการด าเนินงานให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ 2. ผู้เรียนอาจมีส่วนร่วมในการวางแผนการประเมิน ประเมินตนเองและเพื่อน ผู้ปกครองมี ส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นในการประเมิน ประเมินผลการพัฒนาผู้เรียน โดยประสานร่วมมือ กับครูผู้จัดกิจกรรม ประเมิน บันทึก สรุปผลการพัฒนาและการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียน 3. การประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียน ครูผู้จัดกิจกรรมตรวจสอบเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม และประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรมด้วยวิธีการที่หลากหลาย ตัดสินผลการประเมิน เป็น “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” ดังนี้ ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหนด ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่ผ่านการปฏิบัติ กิจกรรม หรือมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษาก าหนด
177 2. กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมนักเรียนเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมตามความถนัดและความ สนใจ โดยเน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ความมีระเบียบวินัย การไม่เห็นแก่ตัว ความเป็นผู้น าผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การท างานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจ ความมีเหตุผลการช่วยเหลือ แบ่งปันกัน และความเอื้ออาทรและสมานฉันท์ กิจกรรมนักเรียนของโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย ประกอบด้วย 1. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี 2. กิจกรรมชุมนุม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 2 กิจกรรม 2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี เป็นกิจกรรมที่มุ่งปลูกฝังระเบียบวินัยและกฎเกณฑ์ เพื่อการอยู่ร่วมกัน ให้รู้จักการเสียสละ และบ าเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและวิถีชีวิตในระบอบประชาธิปไตยซึ่งการจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ให้เป็นไปตามข้อบังคับของส านักงานลูกเสือแห่งชาติ รวมทั้งให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 วัตถุประสงค์ของกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 มาตรา 8 ได้ก าหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมลูกเสือ เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดีมีความรับผิดชอบ และ ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคีและมีความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้ เพื่อความสงบสุขและความ มั่นคงของประเทศชาติตามแนวทาง ดังต่อไปนี้ 1. ให้มีนิสัยในการสังเกต จดจ า เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง 2. ให้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 3. ให้รู้จักบ าเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ 4. ให้รู้จักท าการฝีมือและฝึกฝนการท ากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 5. ให้รู้จักรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความมั่นคงของประเทศชาติ แนวการจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี มีแนวทางการจัดกิจกรรมตามวิธีการลูกเสือ (Scout Method) ซึ่งมีองค์ประกอบ 7 ประการ คือ 1. ค าปฏิญาณและกฎ ถือเป็นหลักเกณฑ์ที่ลูกเสือทุกคนให้ค ามั่นสัญญา ว่าจะปฏิบัติตามกฎ ของลูกเสือ กฎของลูกเสือมีไว้ให้ลูกเสือเป็นหลักในการปฏิบัติ ไม่ได้ “ห้าม” ท า หรือ“บังคับ” ให้ท า แต่ถ้า “ท า” ก็จะท าให้เกิดผลดีแก่ตัวเอง เป็นคนดี ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีเกียรติเชื่อถือได้ ฯลฯ
178 2. เรียนรู้จากการกระท า เป็นการพัฒนาส่วนบุคคล ความส าเร็จหรือไม่ส าเร็จของผลงานอยู่ ที่การกระท าของตนเอง ท าให้มีความรู้ที่ชัดเจน และสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆด้วยตัวเองได้ และท้า ทายความสามารถของตนเอง 3. ระบบหมู่ เป็นรากฐานอันแท้จริงของการลูกเสือ เป็นพื้นฐานในการอยู่ร่วมกัน การ ยอมรับซึ่งกันและกัน การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นการเรียนรู้ การใช้ประชาธิปไตยเบื้องต้น 4. การใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ฝึกให้มีความเป็นหนึ่งเดียวในการเป็นสมาชิกลูกเสือเนตรนารี ด้วยการใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ได้แก่ เครื่องแบบ เครื่องหมาย การท าความเคารพ รหัส ค าปฏิญาณ กฎ คติพจน์ ค าขวัญ ธง เป็นต้น วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้เรียนตระหนักและภาคภูมิใจ ในการเป็นสมาชิก ขององค์การลูกเสือโลก ซึ่งมีสมาชิกอยู่ทั่วโลกและเป็นองค์กรที่มีจ านวนสมาชิกมากที่สุดในโลก 5. การศึกษาธรรมชาติ คือ สิ่งส าคัญอันดับหนึ่งในกิจกรรมลูกเสือ ธรรมชาติอันโปร่งใสตาม ชนบท ป่าเขา ป่าละเมาะ และพุ่มไม้ เป็นที่ปรารถนาอย่างยิ่งในการไปท ากิจกรรมกับธรรมชาติ การ ปีนเขา ตั้งค่ายพักแรมในสุดสัปดาห์หรือตามวาระของการอยู่ค่ายพักแรม ตามกฎระเบียบ เป็นที่ เสน่หาแก่เด็กทุกคน ถ้าขาดสิ่งนี้แล้ว ก็ไม่เรียกว่าใช้ชีวิตแบบลูกเสือ 6. ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดให้เด็กท าต้องให้มี ความก้าวหน้าและดึงดูดใจ สร้างให้เกิดความกระตือรือร้นอยากที่จะท า และวัตถุประสงค์ในการจัดแต่ ละอย่างให้สัมพันธ์กับความหลากหลายในการพัฒนาตนเอง เกมการเล่นที่สนุกสนานการแข่งขันกันก็ เป็นสิ่งดึงดูดใจและเป็นการจูงใจที่ดี 7. การสนับสนุนโดยผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เป็นผู้ที่ชี้แนะหนทางที่ถูกต้องให้แก่เด็ก เพื่อให้เขาเกิด ความมั่นใจในการที่จะตัดสินใจกระท าสิ่งใดลงไป ทั้งคู่มีความต้องการซึ่งกันและกันเด็กก็ต้องการให้ ผู้ใหญ่ช่วยชี้น า ผู้ใหญ่เองก็ต้องการน าพาให้ไปสู่หนทางที่ดี ให้ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องและดีที่สุด จึงเป็นการร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย เงื่อนไข 1. เวลาในการเข้าร่วมกิจกรรม การจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีตามหลักสูตรในแต่ละ ระดับชั้น จัดเวลาได้ตามความเหมาะสม ส่วนการจัดกิจกรรมเพื่อรับเครื่องหมายวิชาพิเศษของลูกเสือ เนตรนารี แต่ละประเภทอาจใช้ในเวลาเรียนปกติหรือนอกเวลาเรียนก็ได้ 2. การจัดกิจกรรม 2.1 การจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีตามหลักสูตร ควรจัดให้มีการเปิดประชุมกองทุก ครั้ง เพื่อเป็นการฝึกความมีระเบียบวินัยในตนเอง โดยปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ 2.1.1 พิธีเปิด (ชักธงขึ้น สวดมนต์ สงบนิ่ง ตรวจ แยก) 2.1.2 เกมหรือเพลง
179 2.1.3 เรียนตามหลักสูตร 2.1.4 การเล่าเรื่องสั้นที่เป็นประโยชน์ 2.1.5 พิธีปิด (นัดหมาย ตรวจ ชักธงลง เลิก) 2.2 กิจกรรมการอยู่ค่ายพักแรม การเดินทางไกลและอยู่ค่ายพักแรม มีวัตถุประสงค์เพื่อ ฝึกให้ลูกเสือมีความอดทน อยู่ในระเบียบวินัย รู้จักช่วยตัวเอง รู้จักอยู่และท างานร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนเรียนวิชาลูกเสือเพิ่มเติม ผู้บังคับบัญชาลูกเสือจ าเป็นต้องวางแผนน าลูกเสือไปเดินทางไกล และอยู่ค่ายพักแรมไว้ให้พร้อมก่อนและเนิ่น ๆ ดังนั้นบทบาทผู้บังคับบัญชาลูกเสือที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ต่อลูกเสือ ต่องานการอยู่ค่ายพักแรม และตามหน้าที่ของตนเองจึงจ าเป็นต้องหาโอกาสให้ลูกเสือของ ตนได้มีโอกาสในการอยู่ค่ายพักแรมเสมอ ให้ผู้ก ากับลูกเสือน าลูกเสือไปฝึกเดินทางไกล และอยู่ค่าย พักแรมปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง ครั้งหนึ่งให้อยู่ค่ายพักแรมอย่างน้อย 1 คืน 2.3 กิจกรรมพิธีการ ให้มีการจัดกิจกรรมพิธีการลูกเสือ เช่น พิธีเข้าประจ ากอง พิธี ทบทวนค าปฏิญาณและสวนสนาม พิธีถวายราชสดุดี พิธีประดับเครื่องหมายต่าง ๆ เป็นต้น เพื่อให้ ลูกเสือมีความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในการเป็นลูกเสือ 2.4 กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์ สถานศึกษาส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้ลูกเสือได้บ าเพ็ญ ประโยชน์ตามอุดมการณ์ของลูกเสือ 3. ผู้บังคับบัญชาลูกเสือควรผ่านการฝึกอบรมวิชาผู้ก ากับลูกเสือขั้นความรู้เบื้องต้นในแต่ละ ประเภท 4. สถานศึกษาควรให้มีการจัดตั้งกลุ่มหรือกองลูกเสือตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ การประเมินกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี เป็นกระบวนการทดสอบความสามารถและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนลูกเสือ เนตร นารี ซึ่งนอกจากพิจารณาความรู้ตามทฤษฎีแล้วต้องพิจารณาด้านความประพฤติ พฤติกรรมการเข้า ร่วมกิจกรรมที่เน้นทักษะและการปฏิบัติต่าง ๆ ด้วยวิธีการประเมินที่หลากหลายและการประเมินตาม สภาพจริง ซึ่งแบ่งการประเมินผลออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. กิจกรรมบังคับ เป็นการประเมินผลกิจกรรมตามหลักสูตร เพื่อให้ผู้เรียนผ่านเกณฑ์การ ตัดสิน เลื่อนชั้นหรือจบหลักสูตร โดยการเข้าร่วมกิจกรรมและผ่านการประเมินตามเกณฑ์ ที่สถานศึกษาก าหนด มีการประเมินผลตลอดภาคเรียน/ปี โดยวิธีการสังเกตการเข้าร่วมกิจกรรมการ ซักถาม การทดสอบภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยก าหนดผลการประเมินเป็น “ผ่าน” และ“ไม่ผ่าน” ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏิบัติกิจกรรมและ มีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหนด
180 ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่ผ่าน การ ปฏิบัติกิจกรรม หรือมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะไม่เป็นไปตาม เกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหนด 2. วิชาพิเศษ การประเมินผลวิชาพิเศษในแต่ละวิชา ใช้วิธีการทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและ ภาคปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ในข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ 2.2 กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมชุมนุม เป็นกิจกรรมนักเรียนที่สนับสนุนให้ผู้เรียนรวมกลุ่มกันจัดขึ้นตามความสนใจ ความถนัด ความสามารถของผู้เรียน เพื่อเติมเต็มศักยภาพของผู้เรียน ชุมนุม หมายถึง การรวมกลุ่มของผู้เรียนที่มีความสนใจ ความถนัดในเรื่องเดียวกันและร่วม ปฏิบัติกิจกรรมให้บรรลุวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ของตนเองให้เต็มตาม ศักยภาพ ตลอดจนปลูกฝังจิตส านึกในการท าประโยชน์ต่อตนเองและสังคม วัตถุประสงค์ของกิจกรรมชุมนุม 1. เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน 2. เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิด ประสบการณ์ทั้งทางวิชาการและวิชาชีพตามศักยภาพ 3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม 4. เพื่อให้ผู้เรียนท างานร่วมกับผู้อื่นได้ตามวิถีประชาธิปไตย แนวการจัดกิจกรรมชุมนุม 1. สามารถด าเนินกิจกรรมได้หลากหลาย ทั้งรูปแบบภายในหรือภายนอกห้องเรียน และ ระยะเวลาการจัดกิจกรรมคือ 1 ปีการศึกษา 2. จัดให้มีการส ารวจความสนใจของผู้เรียนในการเลือกเข้าร่วมชุมนุม ให้ผู้เรียนร่วมกันจัดตั้ง ชุมนุม และเชิญครูเป็นที่ปรึกษา โดยร่วมกันด าเนินกิจกรรมชุมนุม ชมรม ตามระเบียบปฏิบัติ ที่สถานศึกษาก าหนด 3. ครูที่ปรึกษากระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้เรียนมีการถอดประสบการณ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้และ เผยแพร่กิจกรรม เงื่อนไข 1. การจัดกิจกรรมชุมนุม ต้องจัดให้เป็นไปตามโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา 2. สมาชิกของชุมนุม ชมรม ต้องเข้าร่วมกิจกรรมและปฏิบัติตามระเบียบของชุมนุม และมี ผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามที่ก าหนดไว้ของแต่ละกิจกรรม 3. มีระบบการก ากับติดตาม และประเมินผลการด าเนินงานของชุมนุมอย่างต่อเนื่อง
181 การประเมินกิจกรรมชุมนุม การประเมินกิจกรรมชุมนุม เป็นการตรวจสอบความสามารถและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ตาม วัตถุประสงค์ที่ก าหนด ด้วยวิธีการที่หลากหลายและประเมินตามสภาพจริง โดยก าหนดผลการ ประเมินเป็น “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏิบัติกิจกรรมและมี ผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามเกณฑ์ที่ก าหนด ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่ผ่านการปฏิบัติ กิจกรรม หรือมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษาก าหนด 3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบ าเพ็ญตนให้เป็น ประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อช่วยขัดเกลาจิตใจ ของผู้เรียนให้มีความเมตตากรุณา มีความเสียสละ และมีจิตสาธารณะ เพื่อช่วยสร้างสรรค์สังคมให้อยู่ ร่วมกันอย่างมีความสุข วัตถุประสงค์ของกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 1. เพื่อปลูกฝังและสร้างจิตส านึกให้แก่ผู้เรียนในการบ าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ 2. เพื่อให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณ - ประโยชน์ตามความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร 3. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ คุณธรรมจริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4. เพื่อให้ผู้เรียนมีจิตสาธารณะและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แนวการจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เน้นให้ผู้เรียนร่วมกันส ารวจและวิเคราะห์ สภาพปัญหา ร่วมกันออกแบบการจัดกิจกรรม วางแผนการจัดกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมตามแผน ร่วม สรุปและประเมินผลการจัดกิจกรรม ร่วมรายงานผล พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลการจัด กิจกรรม การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ผู้เรียนสามารถเลือกจัดกิจกรรมหรือเข้า ร่วมกิจกรรมได้ ดังนี้ 1. จัดกิจกรรมภายในโรงเรียน (กิจกรรมในวิถีชีวิตโรงเรียนเพื่อปลูกฝังจิตอาสา) เป็น กิจกรรมที่ผู้เรียนและครูที่ปรึกษากิจกรรมร่วมกันวางแผนปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสาในวิถีชีวิตของ ชั้นเรียนและโรงเรียนจนเกิดเป็นนิสัยในการสมัครใจท างานต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
182 2. จัดกิจกรรมภายนอกโรงเรียน (กิจกรรมอาสาสมัครเพื่อสังคม) เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้รับ การสนับสนุนตามแผนการจัดกิจกรรม โดยให้ท ากิจกรรมด้วยความสมัครใจที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชน และสังคมโดยรวม แนวการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ มีแนวการจัดดังนี้ 1. จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยผู้เรียนสามารถจัดกิจกรรม ตามองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ของแต่กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามความเหมาะสม 2. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ/โครงงาน/กิจกรรม หมายถึง กิจกรรมที่ผู้เรียนน าเสนอการ จัดกิจกรรมต่อโรงเรียนเพื่อขอความเห็นชอบในการจัดท าโครงการหรือโครงงาน หรือกิจกรรมซึ่งมี ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ชัดเจน 3. จัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรอื่น หมายถึง กิจกรรมที่ผู้เรียนอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมกับ หน่วยงานหรือองค์กรอื่น ๆ ที่จัดกิจกรรมในลักษณะเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยผู้เรียน สามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมได้ ดังนี้ 1) ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เข้ามาจัดกิจกรรมในโรงเรียน 2) ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่จัดกิจกรรมนอกโรงเรียน เงื่อนไข 1. เวลาเข้าร่วมกิจกรรม ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่าง ต่อเนื่องทุกภาคเรียน/ปี 2. เน้นให้ผู้เรียนเป็นผู้จัดกิจกรรมด้วยตนเองทุกขั้นตอนและต่อเนื่อง โดยมีครูเป็นที่ปรึกษา กิจกรรม 3. ผู้เรียนจะจัดกิจกรรมหรือแสดงพฤติกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในเวลา สถานที่ หรือรูปแบบของกิจกรรมใดก็ได้ โดยค านึงถึงความเหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษา และ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของสถานศึกษา
183 การประเมินกิจกรรม กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมให้ครบตามกรอบเวลา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ก าหนด คือระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น (ม.1-ม.3) รวม 3 นักเรียนต้องมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม 45 ชั่วโมง เฉลี่ยปีละ 15 ชั่วโมง ทั้งนี้ ในโครงสร้างหลักสูตรของโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 ก าหนดไว้ 30 ชั่วโมง เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ที่โรงเรียนที่จัดภายใน สถานศึกษาในลักษณะบูรณาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และบูรณาการในวิชาลูกเสือเนตรนารี ดังนั้นนักเรียนต้องท ากิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ภายนอกสถานศึกษาเพิ่มเติม จ านวน 15 เพื่อให้ครบ 45 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะเป็นกิจกรรมที่หน่วยงานภายนอกเข้ามาเชิญชวน หรือกิจกรรม ที่เกิดจากการรวมกลุ่มของนักเรียนเอง โดยมีครูเป็นที่ปรึกษาและมีแบบบันทึกการท ากิจกรรมชัดเจน การประเมินในแต่ละกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ มีผลการประเมินเป็น “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” ดังนี้ ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเวลา ปฏิบัติกิจกรรมและมี ผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหนด ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเวลา ปฏิบัติกิจกรรมหรือมี ผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา ก าหนด ในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่าน ครูที่ปรึกษาต้องให้ผู้เรียนซ่อมเสริมการท ากิจกรรมให้ครบตามเกณฑ์ ที่สถานศึกษาก าหนด
184 บทที่ 5 การจัดการเรียนรู้และการส่งเสริมการเรียนรู้ ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566) การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการส าคัญในการน าหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะส าคัญและ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เป็นเป้าหมายส าหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน ในการพัฒนา ผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรร กระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้ โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่ก าหนดไว้ในหลักสูตร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝัง เสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่าง ๆ อันเป็น สมรรถนะส าคัญให้ผู้เรียนบรรลุตาม เป้าหมาย หลักการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย ( ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ยึดหลักการ จัดการเรียนรู้ตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่เน้น ผู้เรียนมี ความส าคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิด กับ ผู้เรียน โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนเป็นคนดี เก่ง มีความเป็นไทย และท างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่าง มีความสุข ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถ พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทาง สมอง เน้นให้ความส าคัญทั้งความรู้ และคุณธรรม คิดเป็นองค์รวม และร่วมมือกันพัฒนาสังคมไทย การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะส าคัญ และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามที่ก าหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ความส าคัญทั้งความรู้ และ คุณธรรม การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จึงได้ ก าหนด แนวด าเนินการเพื่อให้การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรประสบความส าเร็จตามจุดมุ่งหมาย ดังนี้
185 1. จัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยยึดหลักการพัฒนาผู้เรียนให้ถึงศักยภาพสูงสุด คือ ผู้เรียน ได้พัฒนาตนเอง ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม มีความรู้สึกที่ดีเกี่ยวกับตนเอง ภาคภูมิใจใน ผลการปฏิบัติ 2. จัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยยึดชีวิตจริงของผู้เรียนเป็นหลัก เน้นให้ผู้เรียนมีศักยภาพ การคิดเชิงระบบ และคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีรูปแบบการคิดของตนเอง ค้นพบตนเอง 3. จัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยยึดหลักความแตกต่างระหว่างบุคคล และหลักการเรียนรู้ ในเชิงพหุปัญญา และใช้กระบวนการวิจัยในการแก้ปัญหาและพัฒนาผู้เรียน 4. จัดประสบการณ์โดยใช้คุณธรรมน าความรู้ บูรณาการคุณธรรมในการจัดประสบการณ์ ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และทุกขั้นตอนในการจัดการเรียนรู้ ถือว่าครูทุกคนมีหน้าที่พัฒนาผู้เรียนให้ ประพฤติตนยึดหลักคุณธรรม และพัฒนาตนให้มีค่านิยมอันพึงประสงค์ 5. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสื่อสัตย์สุจริต โดยจัดกิจกรรมการ เรียนรู้บูรณาการหลักสูตรต้านทุจริตในรายวิชาหน้าที่พลเมืองชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และบูรณาการใน รายวิชาสังคมศึกษา 6. จัดบรรยากาศให้เอื้อต่อการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง มีอิสระในการคิด ได้ลงมือปฏิบัติ จริง ครูพร้อมให้ค าปรึกษา ให้ก าลังใจ เสริมแรงให้ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นว่าตนเองมีศักยภาพในการ เรียนรู้ในเชิงพหุปัญญา ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งหรือหลายด้านพร้อมกัน น าเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วย อ านวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู 7. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนค้นพบความสามารถ และความถนัดด้าน อาชีพ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เลือกเรียนวิชาอาชีพที่สนใจ เรียนรู้จากครูภูมิปัญญา และครูผู้มี ประสบการณ์ด้านอาชีพ จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ และวิทยาลัยเมโทรเทคโนโลยี รวมถึง อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 8. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้ยืดหยุ่นตามเหตุการณ์ และสภาพท้องถิ่น โดยใช้แหล่งการ เรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการเรียนรู้ตามความเหมาะสม 9. จัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ กระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล และสร้างสรรค์ กระบวนการกลุ่ม การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ ที่หลากหลาย เป็นเครื่องมือที่จะน าพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จ าเป็น ส าหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้ จาก ประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือท าจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย
186 กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอน จึง จ าเป็นต้องศึกษาท าความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัด กระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะ ส าคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึง พิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัด และประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่ก าหนด 1. บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและ ผู้เรียนควร มีบทบาท ดังนี้ 1.1 บทบาทของผู้สอน 1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วน าข้อมูลมาใช้ในการวางแผน การจัดการ เรียนรู้ ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน 2) ก าหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะ กระบวนการ ที่เป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ พัฒนาการทางสมอง เพื่อน าผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย 4) จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ 5) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม น าภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่ เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน 6) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับ ธรรมชาติ ของวิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน 7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้ง ปรับปรุง การจัดการเรียนการสอนของตนเอง 1.2 บทบาทของผู้เรียน 1) ก าหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง 2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตั้งค าถาม คิดหาค าตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่าง ๆ
187 3) มือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ ใน สถานการณ์ต่าง ๆ 4) มีปฏิสัมพันธ์ ท างาน ท ากิจกรรมร่วมกับกลุ่มและครู 5) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมการเรียนรู้ ปัจจัยส าคัญที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ และประสบความส าเร็จตาม จุดมุ่งหมายของหลักสูตร คือการพัฒนาระบบการส่งเสริม สนับสนุน ของสถานศึกษาในด้านต่าง ๆ ที่จะเอื้อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ ส าหรับแนวปฏิบัติในการส่งเสริมการเรียนรู้ และสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของสถานศึกษา ได้ก าหนดแนวในการส่งเสริมการ เรียนรู้ ดังต่อไปนี้ 1.การจัดสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาให้เอื้อต่อการใช้หลักสูตร การจัดสภาพแวดล้อมใน สถานศึกษาให้เอื้อต่อการใช้หลักสูตรเป็นหน้าที่โดยตรงของบุคลากรทุกคนในสถานศึกษาที่จะต้อง ร่วมมือกัน โดยยึดเป้าหมาย หลักการ และจุดเน้นต่าง ๆ ของหลักสูตรเป็นหลักในการด าเนินการ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ 2.การจัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ห้องสมุด และมุมหนังสือ หรือแหล่งวิชาที่จะให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์และความช านาญ โดยเฉพาะห้องสมุดเป็นแหล่ง การเรียนรู้ที่ส าคัญยิ่งเพราะเป็นแหล่งที่รวบรวมองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์กับผู้เรียนโดยตรงนอกจากนี้ ยังจัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ในรูปของศูนย์การเรียนรู้แบบพึ่งพาตนเอง คอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการทาง ภาษา ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีต่าง ๆ 3.การจัดให้มีบริเวณส าหรับให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติกิจกรรมในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้ ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้คิด ได้ท า ได้แสดงออก ได้เรียนรู้เอง และค้นพบ ความรู้ด้วย ตนเองตามศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน 4.การเรียนรู้จากแหล่งการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ทั้งนี้เพื่อผู้เรียนจะได้มีโอกาสที่จะ สัมผัสกับชีวิตจริงนอกห้องเรียนหรือนอกโรงเรียน ได้พบปะกับผู้คน ผู้รู้ ภูมิปัญญาของท้องถิ่นเพื่อจะได้ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากขึ้น มีประสบการณ์กว้างขวางขึ้น เรียนรู้ได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ไม่จ ากัดว่า จะต้อง เรียนรู้จากผู้สอนในสถานศึกษาเท่านั้น 5.การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพ การวิจัยเป็นกระบวนการที่ควบคู่กับกระบวนการเรียนรู้ และ กระบวนการท างานของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ซึ่งเป็นกลไกที่น าไปสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการ เรียนรู้ ดังนั้นในการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนต้องน ากระบวนการวิจัยมาผสมผสานหรือบูรณาการเพื่อ พัฒนา คุณภาพของผู้เรียน และสามารถใช้กระบวนการการวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาหรือพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี
188 6.การจัดเครือข่ายวิชาการ ผู้สอนนับว่ามีส่วนส าคัญที่จะท าให้การจัดการเรียนรู้ประสบ ผลส าเร็จ สถานศึกษาจึงจัดให้มีเครือข่ายเชื่อมโยงกับสถานศึกษาอื่น ซึ่งเป็นสถานศึกษาในโครงการ โรงเรียนเครือข่ายการใช้หลักสูตรสถานศึกษาของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้สอนได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ท าให้ได้รับความรู้ และแนวคิดใหม่ ๆ ที่หลากหลาย และกว้างขวาง ที่สามารถน าไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ จากผู้สอนในสถานศึกษา เดียวกัน และสถานศึกษาอื่น ๆ ตลอดจนชมรมวิชาการต่าง ๆ เพื่อให้ผู้สอนได้รับการพัฒนาตนเอง อย่าง สม่ าเสมอ
189 บทที่ 6 การวัดและประเมินผลการเรียน ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566) จัดท าขึ้นภายใต้กรอบของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 บริบทของ สภาพชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา เพื่อใช้จัดในการศึกษาของสถานศึกษาเพื่อ พัฒนาให้ผู้เรียนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และพลโลก การวัดและ ประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566) จึงต้องปฏิบัติตามข้อก าหนดการ ประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นหลัก ซึ่งการด าเนินการในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของ หลักสูตรสถานศึกษาได้ก าหนดแนวทางในการด าเนินการ ดังต่อไปนี้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคือ การ ประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบผลส าเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตาม มาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะส าคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็น เป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับ สถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็น กระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความส าเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการ ส่งเสริม ให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็มตามศักยภาพ ก า ร วัดและป ระเมินผลก ารเ รียน รู้ต ามหลักสูต รสถ านศึกษ าโ รงเ รียนเทศบาล วัดศรีดอนไชย (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 แบ่งออกเป็น 4 ระดับได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่ การศึกษาและระดับชาติ มีรายละเอียดดังนี้ 1. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการ เรียนรู้ ผู้สอนด าเนินการเป็นปกติและสม่ าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมิน อย่าง หลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมิน ชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิด โอกาสให้ ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีที่ไม่ผ่านตัวชี้วัด
190 ให้มีการสอน ซ่อมเสริม การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการ ความก้าวหน้า ในการเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อย เพียงใด มีสิ่งที่ จะต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอน ใช้ในการปรับปรุงการสอนของตนด้วย ทั้งนี้โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด 2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาด าเนินการเพื่อตัดสิน ผลการเรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของ สถานศึกษาว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้ง สามารถน าผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับ สถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการ เรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดท าแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของสถานศึกษาตามแนวทาง การประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษา ต่อคณะกรรมการสถานศึกษา ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองและชุมชน 3. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่ การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถด าเนินการ โดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดท าและด าเนินการโดยเขตพื้นที่ การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัดในการด าเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จาก การตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา 4. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามาตรฐาน การ เรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ในชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมิน ใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อน าไปใช้ในการวางแผน ยกระดับ คุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในระดับ นโยบายของประเทศ ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแล ช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐาน ความ แตกต่างระหว่างบุคคลที่จ าแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่ มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ า กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและ พฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทาง ร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการ ด าเนินการ ช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความส าเร็จในการเรียน
191 สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดท าระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผล การเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อก าหนดของ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายถือปฏิบัติ ร่วมกัน เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียน 1. การตัดสิน การให้ระดับและการรายงานผลการเรียน 1.1 การตัดสินผลการเรียน ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องค านึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละ คนเป็นหลัก และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่ าเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทั้ง สอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (1) ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่ น้อย กว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น ๆ (2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา ก าหนด (3) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา (4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา ก าหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การพิจารณาเลื่อนชั้นทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของ สถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจ านวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะ เป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ าชั้นได้ ทั้งนี้ให้ค านึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็นส าคัญ 1.2 การให้ระดับผลการเรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ใช้ ตัวเลข แสดงระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดับ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ ระดับผลการประเมินเป็น ดีเยี่ยม ดี และผ่าน
192 การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหนด และให้ผลการเข้าร่วม กิจกรรม เป็นผ่าน และไม่ผ่าน 1.3 การรายงานผลการเรียน การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบ ความก้าวหน้า ในการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัด ท าเอกสารรายงานให้ผู้ปกครอง ทราบภาคเรียนละ 1 ครั้ง การรายงานผลการเรียนสามารถรายงาน เป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนที่ สะท้อนมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ 2. เกณฑ์การจบการศึกษา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก าหนดเกณฑ์กลางส าหรับการจบการศึกษา ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และ รายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากาหนด (2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต (3) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามที่สถานศึกษาก าหนด (4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามที่สถานศึกษา (5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ สถานศึกษาก าหนด เอกสารหลักฐานการศึกษา เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารส าคัญที่บันทึกการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศ ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการก าหนด 1.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของ ผู้เรียนตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ของสถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและ ออกเอกสารนี้ให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เมื่อผู้เรียนจบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษา
193 ปีที่ 6) จบการศึกษาภาคบังคับ (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6) หรือเมื่อลาออกจากสถานศึกษาในทุกกรณี 1.2 ประกาศนียบัตร เป็นเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาเพื่อรับรองศักดิ์และสิทธิ์ของผู้ จบการศึกษา ที่สถานศึกษาให้ไว้แก่ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ และผู้จบการศึกษาขั้นพื้นฐานตาม หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1.3 แบบรายงานผู้ส าเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึก รายชื่อและข้อมูลของผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผู้จบการศึกษาภาค บังคับ (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) 2. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษาก าหนด เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดท าขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลส าคัญ เกี่ยวกับผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจ าตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจ ารายวิชา ระเบียน สะสม ใบรับรองผลการเรียน และ เอกสารอื่น ๆ ตามวัตถุประสงค์ของการน าเอาสารไปใช้ 2.1 แบบบันทึกผลการเรียนประจ ารายวิชา เป็นเอกสารที่จัดท าขึ้น เพื่อให้ครูผู้สอน ใช้บันทึกพัฒนาการผลการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ส าหรับการพิจารณาตัดสินผลการเรียนแต่ละรายวิชาเป็นรายห้องเรียน เอกสาร บันทึกผลการเรียนประจ ารายวิชา น าไปใช้ประโยชน์ ดังนี้ - ใช้บันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนแต่ละรายวิชา - ใช้เป็นหลักฐานส าหรับตรวจสอบ รายงาน และรับรองข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการ และ ผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 2.2 แบบรายงานประจ าตัวนักเรียน เป็นเอกสารที่จัดท าขึ้นเพื่อบันทึกข้อมูลผลการเรียน รายวิชาและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนแต่ละคน ตามเกณฑ์การตัดสินการผ่านระดับชั้นของ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งข้อมูลด้านอื่น ๆ ของผู้เรียนที่บ้านและสถานศึกษา โดย จัดท าเป็นเอกสารรายบุคคลเพื่อใช้ส าหรับสื่อสารให้ผู้ปกครองของผู้เรียนแต่ละคนได้ รับทราบผลการ เรียนและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง แบบรายงานประจ าตัว นักเรียน น าไปใช้ ประโยชน์ ดังนี้ - รายงานผลการเรียน ความประพฤติ และพัฒนาการของผู้เรียนให้ผู้ปกครองได้รับ ทราบ - ใช้เป็นเอกสารสื่อสาร ประสานงาน เพื่อความร่วมมือในการพัฒนาและปรับปรุง แก้ไขผู้เรียน - เป็นเอกสารหลักฐานส าหรับตรวจสอบ ยืนยัน และรับรองผลการเรียนและ พัฒนาการต่าง ๆ ของผู้เรียน
194 2.3 ระเบียนสะสม เป็นเอกสารที่จัดท าขึ้นเพื่อบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการของ ผู้เรียน ในด้านต่าง ๆ เป็นรายบุคคล โดยจะบันทึกข้อมูลของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงระยะเวลาการศึกษา ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 ) ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สามารถ น าไปใช้ประโยชน์ ดังนี้ - ใช้เป็นข้อมูลในการแนะแนวทางการศึกษาและการประกอบอาชีพของผู้เรียน - ใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาปรับปรุงบุคลิกภาพ ผลการเรียนและการปรับตัวของ ผู้เรียน - ใช้ติดต่อสื่อสาร รายงานพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนระหว่างสถานศึกษากับผู้ปกครอง - ใช้เป็นหลักฐานส าหรับการตรวจสอบ รับรอง และยืนยันคุณสมบัติของผู้เรียน 2.4 ใบรับรองผลการเรียน เป็นเอกสารที่จัดท าขึ้น เพื่อใช้เป็นเอกสารส าหรับ รับรองความ เป็นนักเรียนหรือผลการเรียนของผู้เรียนเป็นการชั่วคราวตามที่ผู้เรียนร้องขอ ทั้งกรณีที่ผู้เรียนก าลังศึกษา อยู่ในสถานศึกษาและเมื่อจบการศึกษาไปแล้วน าไปใช้ประโยชน์ ดังนี้ - รับรองความเป็นนักเรียนของสถานศึกษาที่เรียนหรือเคยเรียน - รับรองและแสดงความรู้ วุฒิการศึกษาของผู้เรียน - ใช้เป็นหลักฐานแสดงคุณสมบัติของผู้เรียนในการสมัครเข้าศึกษาต่อ สมัครเข้าท างาน หรือเมื่อมีกรณีอื่นใดที่ผู้เรียนแสดงคุณสมบัติเกี่ยวกับวุฒิความรู้ หรือสถานการณ์เป็นผู้เรียนของตน - เป็นหลักฐานส าหรับการตรวจสอบ รับรอง ยืนยันการใช้สิทธิ์ความเป็นผู้เรียน หรือ การได้รับการรับรองจากสถานศึกษา การเทียบโอนผลการเรียน สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่าง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคัน และขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศและขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรม อาชีพ การจัดการศึกษาโดยครอบครัว การเทียบโอนผลการเรียนควรด าเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรก ที่สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษา ต่อเนื่องในสถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย 4 ภาคเรียน โดยโรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย พิจารณาด าเนินการ ดังนี้ 1. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา ซึ่งจะให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของนักเรียน ใน ด้านต่าง ๆ 2. พิจารณาจากความรู้ ประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติจริง การทดสอบ การสัมภาษณ์