ธรรมะ ธััม-มะ-ดา
“การปฏิิบััติธิ รรม”
ควรเริ่ม� ต้น้ อย่่างไร และ ยังั ไง ?
-1-
-2-
สารบัญ หน้า้
เรื่�่อง 5
6
ปฏิบิ ัตั ิิธรรมควรเริ่�มต้น้ อย่่างไร 7
เบื้้อ� งต้้นอารมณ์์จิิต ๔ อย่า่ ง 10
อารมณ์ก์ ุศุ ล - อารมณ์์อกุศุ ล 16 - 22
อารมณ์ส์ มาถะ-อารมณ์์วิปิ ัสั สนา
การปฎิบิ ััติธิ รรมควรเริ่ม� ต้้นอย่่างไรตอนที่�่ ๑ 23 - 31
การปฏิบิ ััติิธรรม คืือ การเรีียนรู้�ธ้ รรมชาติิ ของกายของใจเราน่ี�เอง..
การปฎิิบััติธิ รรมควรเริ่�มต้้นอย่่างไรตอนที่่� ๒ 32 - 37
สมะถะและวิปิ ััสนาเป็็นอย่่างไร
การปฎิิบััติิธรรมควรเริ่�มต้้นอย่่างไรตอนที่่� ๓ 38 - 43
สมาธินิ ำ�ำ ปััญญา สายพระป่่า
การปฎิบิ ััติิธรรมควรเริ่ม� ต้น้ อย่่างไรตอนที่�่ ๔ 44 - 52
การดููจิิต หรืือ ปััญญานํําสมาธิิ
การปฎิิบััติธิ รรมควรเริ่�มต้้นอย่่างไรตอนที่�่ ๕ 53 - 62
ข้อ้ ธรรมท่ี�ควรรู้้� และทํําาความเข้า้ ใจ คืือ อริิยมรรคมีีองค์์ 8 และสติปิ ััฏฐาน 4
การปฎิบิ ััติธิ รรมควรเริ่�มต้้นอย่่างไรตอนที่่� ๖ 63 - 66
ประตูู 3 บาน 67 - 69
เรื่�่องของนิมิ ิติ 70
สรุุปนิมิ ิติ 71
201
สาระสนทนาธรรมะปฎิิบัตั ิจิ ากกล่อ่ ง
ตอบ คำำ�ถามจากญาติธิ รรม
บรรณานุุกรม
-3-
-4-
การปฏิบิ ัตั ิธิ รรม
ควรเริ่ �มต้้นอย่่างไร
..สำ�ำ หรัับ ผู้�ส้ นใจ ปฏิิบัตั ิธิ รรม ที่ย่� ังั ไม่ร่ ู้�อ้ ะไรเลย ไม่ร่ ู้�จ้ ะเริ่�มต้้น
อย่่างไร.. ลองอ่า่ นดูคู รับั
..จริิงๆแล้้ว เป็น็ เรื่�อ่ งราว ที่�่ผมเคยเขีียน อธิิบายไว้้ในที่ต่� ่่างๆ ผมได้้
นำ�ำ มา รวบรวม เรีียบเรีียง เป็น็ เรื่่อ� งเดีียวกันั เพื่่�อปููพื้้�นฐาน ทำ�ำ ความ
เข้า้ ใจ ในเบื้้�องต้น้ .. ของการปฏิบิ ััติิธรรม
-5-
“ ผู้้�ที่จ่� ะเริ่ม� ต้้น สนใจธรรมะ ส่ว่ นใหญ่่นะ ถ้้ายังั ไม่่รู้�้ซึ้�ง้ ถึึงกฏแห่่งกรรม “
มักั จะยังั ไม่่เข้า้ มาศึึกษาปฏิิบััติธิ รรม
... แม้้ผู้้�ที่่�รู้้ซ� ึ้ง�้ ย่่อมรับั แล้้วว่า่ กรรมและผลแห่่งกรรม มีีจริงิ ..
ก็อ็ าจจะยังั ไม่ร่ ู้�้ ทันั จิติ ที่�เ่ ป็น็ กุุศลและอกุุศล..
จึึงกล่า่ วได้ว้ ่า่ เบื้้�องต้้นอารมณ์์จิติ 4 อย่่าง
ผู้ป้� ฏิบิ ัตั ิิ ควรทำ�ำ ความรู้�้ จัักให้ช้ ััดเจน คืือ
.. อารมณ์์ที่�่เป็็น กุศุ ล - อารมณ์์อกุุศล
.. อารมณ์ส์ มถะ - อารมณ์ว์ ิปิ ััสสนา
เพื่�่อเข้า้ ถึึงคำำ�สอนของพระพุทุ ธเจ้้าทั้้ง� หลาย ที่ว่� ่่า..
สััพพะปาปััสสะ อะกะระณััง... การไม่ท่ ำำ�บาปทั้้�งปวง
กุุสะลััสสููปะสัมั ปะทา... การทำ�ำ กุศุ ลให้ถ้ ึึงพร้้อม
สะจิิตตะปะริิโยทะปะนััง... การชำ�ำ ระจิิตของตนให้ข้ าวรอบ
..เอตััง พุุทธานะสาสะนััง... ธรรม ๓ อย่า่ งนี้้� เป็น็ คำำ�สั่่ง� สอนของพระพุุทธเจ้้าทั้้ง� หลาย.
-6-
เริ่ม� กันั เลย กัับ บทแรก คืือ อารมณ์์ กุศุ ล-อกุุศล
#การจะรู้้�ทันั สิ่ง� ใด_ต้อ้ งรู้้�จัักสิ่ง� นั้้น� ก่่อน..
#อารมณ์ก์ ุุศล..หรืือ กุศุ ลจิิต คืือ จิิตที่�ด่ ีีงาม
จิิต #มีีลัักษณะเบาสบาย_อ่่อนโยน_ควรแก่่การงาน
แบ่ง่ เป็็น 3 ลักั ษณะ คืือ
1.จิติ ใจในขณะที่�่ให้้ มีีความสละออก เป็็นจิิตที่�ด่ ีีงามไม่ต่ ระหนี่�่ ไม่่หวงแหนจึึงสละได้้ เรีียกว่่า “ทาน”
มักั เริ่ม� ที่�่ เมตตา มีีความหวัังดีี ปราถนาดีี เกื้�อกููล ช่่วยเหลืือกััน
2️.จิติ ใจที่ไ่� ม่่มีีความคิดิ เบีียดเบีียนตนเองและผู้�้อื่น� ไม่่มีีความมุ่�งร้า้ ย อิจิ ฉา ริษิ ยา หรืือ อาฆาตพยาบาท
ไม่่ส่่งออกนอก พอใจในสิ่�งที่�่เรามีี เราเป็น็ เรีียกว่่า “ต้้นทางแห่ง่ ศีีล”
3️.จิิตใจ ที่�่มีีความตั้้�งมั่่�น ไม่่ฟุ้้�งซ่่าน มีีความสงบ-เย็น็ อยู่�ในจิิต เป็น็ อารมณ์์ที่่เ� คล้า้ เคลีีย อยู่่�กับั ความสงบ
ในตััวเอง ..ความสงบ #ก็ม็ ีีลักั ษณะเบาสบาย เหมืือนกันั .. แต่ไ่ ม่ส่ ่ง่ ออกนอก อยู่�ในตัวั ของเราเอง.. จััด
เป็็นกุศุ ลได้เ้ หมืือนกันั อัันนี้้เ� ป็็นอารมณ์ส์ มถะ เป็็นสมาธิ.ิ . ความปิติ ิิ สุขุ แบบนี้้ก� ็็พาให้้สู่่�สุขุ ติิภููมิิ ได้ถ้ ึึงชั้�น
พรหมโลกเลยที่เ�่ ดีียว..
..ส่ว่ นอารมณ์์แรก เมตตา ปราถนาดีีเป็็นต้น้ ทางแห่่งทาน คืือการให้้ การสละออก อัันนี้้ป� ลายทาง คืือ
ภููมิเิ ทวดา..
... จะเห็็นว่า่ กุศุ ลย่อ่ มพาไปสู่่�ภพภููมิทิ ี่ส่� ููงขึ้้น� ..นี่ค�่ ืือ หลักั ใหญ่่ เรีียกว่่า #เป็น็ รากเหง้้า ของกุุศลทั้้�งหลาย
สิ่�งที่ต่� ้้องระวััง..
.. ความที่�่ เป็็นอารมณ์ท์ ี่�ส่ ่่งออกนอก มักั เริ่ม� ที่่� “ฉันั ทะ” คืือ เกิิดความยิินดีี พอใจ.. จึึงทำำ�ให้้ต้อ้ งระวัังคืือ
อารมณ์์ชนิดิ นี้้� ง่่ายต่อ่ การไหลไปเป็น็ ราคะ คืือ ความยินิ ดีีพอใจ ด้้วยตััญหาครอบงำ��..
.. ความที่จ่� ิิตไม่่ส่ง่ ออก แต่ต่ ิิดสงบ หลงอยู่่�ภายใน ติิดอยู่�ในสมาธิิ แต่่เป็็นมิิจฉาสมาธิิ มันั จะ ทื้้อ� ๆ แข็ง็ ๆ
นิ่่ง� ๆเหมืือนกััน #แต่่เป็น็ จิติ ที่่�นิ่่�งเกิินไป ไม่่ควรแก่ก่ ารงาน จััดเป็น็ มิิจฉาสมาธิิ ประกอบด้ว้ ยโมหะ คืือ
ความหลง
อารมณ์อ์ กุุศล.. ก็จ็ ะตรงข้้ามกันั กัับกุศุ ล คืือ มีีความอึึดอััด ขัดั ใจ(ปฏิิฆะ) แน่่นๆหนัักๆในอก มัักนำำ�มา
ซึ่ง� โทสะมาให้.้ .มีีความอยากผลักั ออก(วิิภวตััญหา) ถ้า้ ถึึงขั้�นรุ่�นแรง อยากทำำ�ลาย ให้้ดับั ศููนย์ห์ ายไป(ฆ่า่ ให้้
ตาย)
หรืือ ถ้้าชอบใจ พอใจรุ่�นแรง คืือ ถึึงขั้น� อยากได้้ อยากมีี เอามาเป็็นของตนโดยไม่ส่ นใจว่า่ “สิ่ง� ของอัันมีี
เจ้้าของอยู่ �หรืือไม่”่
อัันนี้้�ก็เ็ ป็น็ ตััญหา(ภวตััญหา) โดยมีีราคะเป็็นเหตุุ..
.. สรุปุ รวมความ คืือ กิิเลส ตััญหา อุุปทาน (โลถ โกรธ หลง) นั่่�นแหละ เป็น็ อารมณ์อ์ กุศุ ล..
-7-
“ ต่อ่ ไปก็็มาถึึงวิิธีีการทำ�ำ อย่่างไร? ให้้กุศุ ลเจริิญ และ อกุศุ ลดับั ไป.. “
เมื่�่อเรารู้้�จักั แล้้ว ก็็ต้้องรู้้�ทััน.. #ตัวั ที่ช่� ่ว่ ยให้้รู้�้ ทันั ได้้คืือสติ.ิ .
สติิ แปลว่่า ระลึึกรู้้�.. ดังั นั้้�น #สติิที่�่ระลึึกรู้้�ทัันใจตนเองนี่แ�่ หละ เป็็นอัันดับั แรก
#เป็น็ เครื่�่องมืือ ที่่ท� ุกุ คนต้้องมีี..ใจตนเองเป็น็ อย่า่ งไร?
เบาสบาย อยากให้้ อยากช่ว่ ยเหลืือ (ให้ท้ าน)
หรืือ สงบระงัับเบาสบายอยู่� มีีปิิติิ-สุุข สงบอยู่่�ภายใน(สมถะ-สมาธิ)ิ
ก็ใ็ ห้ร้ ู้�้.. หรืือ อึึดอัดั แน่น่ ๆ ไม่ช่ อบใจ ขุ่�นใจ หงุุดหงิิดใจ ก็็ให้ร้ ู้้.� .
-8-
เมื่�อ่ รู้้�ทันั แล้้วว่่าอกุุศลเกิดิ แล้ว้ นะ ก็็ให้้ใช้้ #คิิดบวก ช่ว่ ยแก้้ไข..
ทุุกอย่่างในโลกนี้้� อยู่่�ที่�่เรามอง เรามองได้้ 2 มุมุ เสมอ ..
เช่่น.. มีีน้ำ��ำ ครึ่�งแก้ว้ ถ้า้ มองลบคิดิ ลบ ก็็ว่า่ “แหม่ม่ ีีน้ำ��ำ แค่่ครึ่�งแก้ว้ เอง..”
แล้ว้ ก็ไ็ หลยาวไป จนอาจจะถึึงขั้น� เบีียดเบีียนผู้�้อื่�น(ขโมยหรืือขอเขามาเพิ่่ม� )..
ก็็อยู่่�ที่่�ระดับั อกุุศลที่่เ� กิดิ .. แต่ถ่ ้้ามองบวก คิิดบวก
ก็ว็ ่่า “มีีน้ำ�ำ� ตั้้ง� ครึ่ง� แก้ว้ แน่่ะ... “ มันั ก็็พออยู่�ในตัวั เอง..
.. #การคิดิ บวกถืือเป็น็ การเกลี่ย�่ จิิตตนเองเพื่่�อเปลี่ย่� นจากอกุศุ ลจิิต
ให้เ้ ป็น็ กุศุ ลจิติ ได้.้ . ซึ่�งจะเกิิดได้้ ก็ต็ ้้องอาศัยั สติิที่ฝ�่ ึกึ มาดีีแล้ว้ ..
.. แต่ต่ รงนี้้� กัับจริติ นิสิ ัยั ของบางคน มีีพื้้น� จริติ คิิดบวกอยู่�แล้ว้ ก็็มีี...
-9-
“ ทั้้ง� สมถะ และ วิปิ ัสั สนา ..
เป็็นเหตุุเป็น็ ปััจจัยั เกื้อ� หนุนุ กััน..
ตััวเชื่อ�่ มต่อ่ ของทั้้�ง ๒ อย่่าง คืือ..
“ สติิ
การปฏิบิ ััติิ(ทำ�ำ ) สิ่ง� ใด.. ขอให้้เข้้าใจ หลักั การ.. หรืือ จะเรีียกว่า่ ..” หัวั ใจ”
.. ของสิ่�งนั้้�นๆ.. เข้้าใจถึึงผล ที่�จ่ ะตามมา..เพื่่�อที่ว่� ่า่ .. จะได้้เริ่�มต้้นให้้ถููก..
และรู้้�ผลที่จ่� ะได้เ้ พื่�อ่ ตรวจสอบความถููกต้้อง ในการปฏิิบัตั ิินั้้น� ..
- 10 -
..เบื้้อ� งต้น้ ..
๑.ต้อ้ งดููสภาวะตรงหน้้า.. คืือ ปัจั จุุบันั วางจิิตให้้ออกห่่างจากความคิิดนึึกต่่างๆ..
#ระวัังความคิดิ จะปิิดบังั ความจริงิ
๒.การทำ�ำ สมถะ.. หััวใจหลักั คืือ.. ทำ�ำ ความสงบ ให้ส้ ติิ มีีความตั้้ง� มั่่�นอยู่�ใน อารมณ์์เดีียว..
ซึ่�ง ต้อ้ งมีีฐานที่ต�่ ั้้ง� ที่่�อยู่�ของสติ.ิ . จะใช้อ้ งค์บ์ ริิกรรมอะไรก็ไ็ ด้.้ . ไม่่ใช้้ก็ไ็ ด้้.. ขอแค่่ว่า่ .. ให้ม้ ีี
สติิ จดจ่อ่ ตามรู้้�สิ่�งตรงหน้้า..
#ผลคืือความความเบาสบายสงบของใจ
๓.การทำ�ำ วิิปัสั สนา.. คืือ อาศััยความตั้้ง� มั่่�นแห่ง่ สติิ.. แล้ว้ ดูู ความเคลื่่อ� นไหว เปลี่ย่� นแปลง
ของสิ่�งที่่เ� กิิดตรงหน้า้ .. หัวั ใจหลักั คืือ พระไตรลักั ษณ์.์ . ต้้องเห็็น อนิจิ จังั (ความ
เปลี่�่ยนแปลง) ทุกุ ขััง(เป็็นทุกุ ข์์-สุุข) อนัตั ตา(ความดับั ไม่ม่ ีีตัวั ตน).. #เน้น้ ต้้องเห็็นนะ..
#ไม่ใ่ ช่ค่ ิิดนึึกเอา..ผลของวิปิ ัสั สนาคืือปัญั ญา.. ความรู้้�
- 11 -
“ ในเชิิงปฏิบิ ััติิ.. จะทำ�ำ สมถะ หรืือ วิปิ ััสสนาก่่อนก็ไ็ ด้.้ . “
..#แต่่ขอให้ร้ ู้้�ว่่า.. ขณะที่�่ทำ�ำ หรืือ ปฏิบิ ััติอิ ยู่�นั้น� .. ตอนไหนเป็็นอารมณ์์..”สมถะ” .. ตอนไหนเป็็น
อารมณ์์.. “วิิปััสสนา”
เมื่่�อฝึึกสติิ.. จนสติิเขาทำำ�งานได้้เองแล้้ว..
..๑. สติิจะตามรู้�้ จิิตที่ค�่ ิดิ นึึก ปรุงุ แต่ง่ ..(จิติ ตานุุปััสสนากรรมฐาน)
..๒.หรืือตามรู้้ก� ายที่ข่� ยัับเคลื่อ�่ ไหวบ้้าง รู้�้ ลมหายใจเข้้า-ออกบ้า้ ง..(กายานุปุ ััสสนาสติปิ ัฏั ฐาน)
..๓.รู้้ค� วามรู้้�สึกของใจ อึึดอัดั แน่่น พอใจ ไม่่พอใจ เกิดิ สุุข-ทุุกข์์ (เวทนานุปุ ัสั สนาสติปิ ััฏฐาน)
..๔.เกิิดธััมมารมณ์.์ . เห็็นสภาวะธรรม.. อันั เป็น็ ปัญั ญาจากการเห็น็ .. หรืือ จิติ วิ่่�งไปจัับองค์์ธรรม มา
พิิจารณาเองโดยไม่ไ่ ด้ต้ ั้้ง� ใจ(ธรรมมานุปุ ััสสนาสติปิ ัฏั ฐาน)
...ทั้้ง� ๔ อย่่าง เรีียกว่า่ สติปิ ัฏั ฐาน ๔.. สติิเมื่่อ� ฝึกึ ดีีแล้้ว.. จะระลึึกรู้�้ขึ้น� มาเอง.. เป็็นสภาวะธรรมอย่า่ ง
หนึ่่ง� .. ที่่�จะเกิดิ เอง เมื่�่อปฏิิบััติมิ าดีีแล้้ว..ที่ม่� ักั เรีียกว่่า “สติอิ ััตโนมัตั ิิ” เขาจะรู้ข้� องเขาเอง บังั คัับไม่ไ่ ด้้
นะ..
เมื่อ�่ ใดที่�เ่ ข้า้ ไปบัังคับั กำ�ำ หนดก็็จะเป็็นอารมณ์์สมถะ ทัันทีี ยิ่ง� บังั คัับมาก เพ่่งจ้อ้ งมากๆเข้้า ก็จ็ ะเกิิด
สภาวะ ตึึงเคลีียด โดยเราไม่ร่ ู้้�ตััว..ผลข้้างเคีียงจากการเข้้าไปบังั คัับมากเกิินไป อาจจะมีีอาการปวด
หััว เจ็บ็ ปวดตามกล้า้ มเนื้้อ� มีีนหัวั .. เมื่�อ่ ออกจากสมถะแล้ว้ จะไม่โ่ ปร่่งเบา ไม่ส่ บายตััว เป็น็ ทุุกข์์ อันั
นี้้ถ� ืือว่า่ เป็น็ ผลจากการปฏิิบััติผิ ิิด
- 12 -
ทั้้�งสมถะ และวิปิ ัสั สนา.. อย่า่ งที่บ�่ อก.. ไม่จ่ ำำ�เป็น็ ว่า่ จะต้้องสิ่�งใดก่่อน
สิ่�งใดหลังั ..สำ�ำ หรับั สติทิ ี่ฝ่� ึกึ มาดีีแล้ว้ ..
แต่ผ่ ู้�้เริ่ม� ต้น้ ..ควรทำ�ำ ความสงบก่อ่ น.. เพราะ สติิ กัับ จิิต.. สำำ�หรัับผู้้�ที่เ�่ ริ่ม� ฝึกึ
ไหม่่ๆ.. จิติ ~สติิ..เขาจะไม่่แยกออกจากกััน.. ดัังนั้้�นการ “รู้�้” ส่่วนใหญ่่ของผู้้�
เริ่ม� ต้้น.. มักั จะเข้า้ ไป #จมแช่่ในอารมณ์์ จมแช่่ในจิติ ที่่ป� รุุงแต่่งนั้้�น.. จมแช่ใ่ น
กิิเลสอกุุศลบ้า้ ง.. กุศุ ลบ้า้ ง.. จึึงเป็น็ เหตุวุ ่า่ ..
ผู้เ�้ ริ่ม� ต้น้ ปฏิบิ ัตั ิิ ควรทำ�ำ ความสงบ(สมถะ) ก่อ่ น
ในขณะเดีียวกันั .. ผู้�้ ที่่ฝ� ึึกสติมิ าดีีแล้ว้ .. เขาจะสลับั กันั เอง.. ระหว่า่ ง..สมถะ
และวิปิ ััสสนา.. เพราะการเดินิ ปััญญา(วิปิ ััสสนา).. พอจิติ เขาเหนื่�อ่ ยล้า้ .. ก็็จะ
กลัับเขาฐานเอง.. เพื่�่อทำ�ำ ความสงบ ตรงนี้้�ต้้องรู้้�นะ ..ถ้้าเดิินปััญญามากๆโดย
สติไิ ม่ก่ ลับั ฐานจะฟุ้้ง� ซ่า่ น.. เมื่อ�่ รู้�้ ว่า่ จิิตเริ่�มฟุ้้ง� ซ่า่ น..ก็ต็ ้อ้ งหัันมาทำำ� สมถะ
ทำ�ำ ความสงบเพื่่�อพัักจิิต..
...อีีกอย่่าง.. ฟุ้้�งซ่่านในธรรม.. นี่ก�่ ็ฟ็ ุ้้�งแต่เ่ ป็็นในส่ว่ นกุศุ ล.. แต่ก่ ็็ยัังฟุ้้ง� อยู่�ดี..
- 13 -
- 14 -
ผลอีีกอย่า่ งของ สมถะ และ วิิปัสั สนากรรมฐาน คืือ
๑.ฌาน = เป็น็ ผลของสมถะกรรมฐาน
๒.ญาณ = เป็็นผลของวิปิ ััสสนากรรมฐาน
..คำ�ำ ว่า่ เป็น็ ผลคืือ..จะรู้้�จักั หรืือไม่่..เมื่่อ� ทำ�ำ สมถะ ย่่อมเกิดิ ฌานเป็็นผล..
เมื่่อ� เดิินวิปิ ััสสนา ย่่อมได้ญ้ าณปััญญาเป็น็ ผล.. เหมืือนปลููกต้น้ ไม้.้ .
ปลููกอะไร..ก็ไ็ ด้ผ้ ลอย่่างนั้้น� ..
..ฌาน .. เริ่ม� ต้น้ ที่�่ทำำ�ความสงบ.. จิติ จะดำำ�เนินิ ไปตามองค์์ ๕ แห่่งสมาธิิ..
คืือ ๑.วิติ ก.. ๒.วิิจารย์์.. ๓.ปิิติิ.. ๔.สุขุ .. ๕.เอกัตั ตา.. ซึ่ง� ลำ�ำ ดัับของ ฌาน ๑-๔
ก็จ็ ะละอาการทั้้ง� ๕. ไปตามลำำ�ดัับ..
ท่่านผู้�ส้ นใจเดินิ ฌาน.. ขอให้ห้ าอ่่าน ในพระไตรปิิฏกนะ..
พระองค์์ทรงบอกไว้ใ้ น..”กัณั ฏกสููตร”(ปฏิิปักั ษ์๑์ ๐)
พระสุุตตัันตปิิฎก เล่ม่ ที่�่ ๑๖ อัังคุตุ ตรนิิกาย
หน้้าที่่� ๑๑๙-๑๒๐ ข้อ้ ที่่� ๗๒
..เสีียง .. เป็็นปฏิปิ ักั ษ์์ต่อ่ ปฐมฌาน ๑
..วิติ กวิจิ าร .. เป็็นปฏิิปัักษ์์ต่อ่ ทุุติิยฌาน ๑
..ปีตี ิิ .. เป็็นปฏิิปัักษ์ต์ ่่อตติิยฌาน ๑
..ลมอััสสาสะปััสสาสะ .. เป็น็ ปฏิปิ ัักษ์ต์ ่อ่ จตุุตถฌาน ๑
ญาณ.. เริ่�มต้้นที่�่การแยกรููป-แยกนาม.. ซึ่�งก็จ็ ะไล่ไ่ ปตั้้�งแต่่ ญาณ ๑-๑๖ .. ว่่ากัันจบจบ
กิจิ ข้้ามโครตจากปุุถุชุ นเป็น็ พระอริิยะบุุคลกันั เลยที่�่เดีียว.. ซึ่ง� ผม.. ก็ไ็ ม่่มีีความ
ชำำ�นาญในการแจกแจงอีีก.. ต้อ้ งเชิญิ เพื่อ่� นๆที่ส�่ นใจจะศึึกษาหาอ่า่ นกัันตามสะดวก...
ขอความเจริญิ ในธรรม จงมีีแก่่ญาติธิ รรมทั้้ง� หลาย..สาธุุ..
- 15 -
การปฏิบิ ัตั ิิธรรม
ควรเริ่�มต้้นอย่่างไร? ตอนที่่� ๑
การปฏิิบััติธิ รรม คืือ การเรีียนรู้้ธ� รรมชาติิ ของกายของใจเรานี่�เ่ อง..
- 16 -
“ “ - ถาม -
แล้้วเอาอะไรไปเรีียนรู้�้
- ตอบ -
ใช้้สติิในการการเรีียนรู้�.้ .. ซึ่�งพระท่า่ นเรีียกว่า่ ผู้�้รู้�
ผู้�ด้ ูู.. ซึ่�งสติติ ััวนี้้� กัับ สติิทั่่�วไป คนละอย่า่ งกััน
เรามาทำ�ำ ความรู้�้ จักั ในเรื่่อ� งของจิิต และ สติิกัันก่อ่ น
..คนโดยทั่่�วไป หรืือ โดยทางการแพทย์.์ . จะบอกว่่า.. การที่่�ยังั ไม่ไ่ ด้ส้ ลบ ยัังพููดคุุยกัันได้้
นั่่น� คืือมีีสติิ..แต่่โดยทางปฏิิบััติิธรรม #การที่่ไ� ม่ม่ ีีความระลึึกรู้้�ได้้ ว่า่
..อารมณ์์ ขณะนั้้น� เป็น็ อารมณ์์โกรธ (ไม่่อยากได้้ = โทสะ)
..อารมณ์์ขณะนั้้น� เป็็นอารมณ์์โลภ (อยากได้้ = โลภะ)
..หรืือ หลง-เผลอลืืมกาย ลืืมใจ เหมอลอย (หลง = โมหะ)
และทั้้�งหมดนี้้.� . #เรีียกว่า่ ไม่่มีีสติิ
ทำ�ำ ให้้เรากระทำ�ำ กรรมชั่ว� อกุุศล กระทำำ�ให้ต้ นเอง และผู้�้อื่�นเดืือดร้้อน
....เป็็นทุุกข์์...เพราะ ติิดอยู่�ในวังั วนของความคิดิ ...
- 17 -
“ จึึงกล่่าวได้้ว่่า “
ความวุ่�นวาย สับั สน กัังวล และความเครีียดของแต่ล่ ะคนในสังั คม
คืือ ผลของความไม่่รู้้� ไม่่เข้า้ ใจตนเองและสิ่�งรอบข้า้ งอย่า่ งกระจ่่าง
ชััด..ทำำ�ให้จ้ ิติ ใจไม่่ว่่างเว้น้ จากคำำ�ถาม และ ไม่่สามารถหยุุดพัักอยู่่�กับั
ที่�ไ่ ด้.้ . (การหยุุดพัักอยู่่�กับั ที่่ไ� ด้้ คืือ มีีสติิ ตั้้�งมั่่�น เป็็นสมาธิ)ิ
...จิิตใจจึึงโลดแล่่น หรืือครุ่�นคิดิ ในสิ่ง� ต่า่ งๆไม่่สิ้�นสุดุ อีีกทั้้ง� ยัังถููก
กระทบด้้วยความรู้�้สึกและอารมณ์์ที่่�แปรปรวนอยู่�เสมอ แต่ล่ ะคนจึึง
ติดิ อยู่�ในบ่่วงของความคิดิ เพราะขาดความรู้้�พื้�นฐาน..ในเรื่่อ� ง
ธรรมชาติิของจิติ
..#นี่่�คืือเหตุทุ ี่่�ทำ�ำ ให้จ้ ิิตไม่่สงบ เพราะไปติดิ ในวัังวนของความคิิด
- 18 -
ดังั นั้้�นการปฏิิบัตั ิิธรรมในเบื้้อ� งต้้น
จึึงเป็็นการเรีียนรู้�ธ้ รรมชาติิของจิติ
เราก็ม็ าทำ�ำ ความเข้้าใจ ธรรมชาติิของจิิต กัันครัับ..
...จิิต มีีธรรมชาติิ ชอบยึึด ชอบเกาะ มันั จะวิ่�งไปอยู่�อดีีตบ้า้ ง.. อนาคตบ้า้ ง..
ที่่ส� ำ�ำ คััญ #จิิตมีีสภาพบังั คัับไม่่ได้้....แต่่ฝึึกได้้..
ส่ว่ นที่ฝ่� ึึกได้้ เราเรีียกส่ว่ นนี้้ข� องจิติ ว่า่ ..สติ.ิ .
..โดยทั่่ว� ไปแล้้ว..คนที่�ไ่ ม่่ได้้ฝึึก สติ.ิ .
สติิ กัับ จิิต .. จะไหลรวมกัันไป ในเรื่�อ่ งราวต่า่ งๆที่่� คิดิ นึึกปรุ่�งแต่่ง..
#ผล คืือทำ�ำ ให้้ เกิิดความฟุ้ง�้ ซ่่าน รำ�ำ คาญใจ
เกิดิ ทุกุ ข์์ เกิิดโทษ ดัังที่ค่� ุณุ ๆ ประสพกัันอยู่�
เราจึึงต้้อง ทำ�ำ ความเข้า้ ใจ ธรรมชาติขิ องจิิตก่่อน
#เปรีียบสติิเหมืือนคนที่่� ลอยคอกลางน้ำำ�� ...
- 19 -
คน = คืือ สติิ
น้ำำ��ทั้้ง� หมด = จิิต
สิ่ง� ที่ล�่ อยมากับั น้ำ�ำ� = ฟุ้�ง้ ซ่่าน รำำ�คราญใจ
ดังั นั้้�น เราจึึงต้้องขึ้้�นมาจากน้ำ�ำ� ขึ้้น� มานั่่�งบนตลิ่่ง� ซะ.. แล้้วมองดููมััน.. #ตลิ่่ง� เปรีียบเหมืือนฐาน
ของสติิ คืือ กุุศโลบายต่า่ งๆ.. ให้้สติกิ ับั จิติ แยกออกจากกััน..
#ซึ่�งสำำ�หรัับผู้�้ ที่่�ยังั ไม่่เคยฝึึกสติเิ ลย.. อาจจะใช้้วิิธีี.แก้้ปัญั หาเฉพาะหน้้า โดยหางานให้้จิติ ทำ�ำ อาจ
จะเป็น็ งานอดิเิ รก,..เล่่นกีีฬา.. ทำำ�งานฝีีมืือต่่างๆ ที่เ�่ ราชอบ เพื่่�อเปลี่่�ยนที่่เ� กาะของสติิ ให้้มาอยู่่�กับั
งานที่ท�่ ำำ� อยู่่�กับั เรื่อ่� งราวในปััจจุบุ ััน ถ้้าให้ด้ ีีจะ ฟัังเสีียงสวดมนต์์,..ฟัังพระเทศน์์.. อะไรก็็ได้ท้ ี่่พ� อจะ
มีีเวลาทำำ� ทำำ�แล้้วมีีความสุุข เพื่่�อให้ส้ ติมิ าอยู่� กับั ปััจจุุบััน แม้้แต่ก่ ารนั่่�งอ่า่ นข้อ้ ธรรม ในเฟซบุ๊๊�ก ก็็
ช่ว่ ยให้เ้ กิดิ สมาธิิได้้ ใช้แ้ ก้้ปัญั หาเฉพาะหน้้าได้้ เพื่่อ� ให้้ สติิแยก ออกมาจากจิติ ที่่ป� รุงุ แต่ง่ นั้้�น
...สำ�ำ หรัับคนที่่� พอจะภาวนาเป็็นบางแล้ว้ เราใช้้องค์์บริิกรรมภาวนาต่า่ งๆ เป็็นฐานในการฝึกึ สติิ
ใช้ไ้ ด้้หมด ลองเลืือกดููที่่เ� หมาะ จริติ นิิสัยั ของเรา เช่่น พุุทโธ, หยุบุ หนอ-พองหนอ, สัมั มาอารหังั ,
การเพ่่งกสิินต่า่ งๆ(ใช้้นิมิ ิิตเป็็นฐานของสติ)ิ แม้้ไม่ม่ ีีคำำ�บริิกรรมใดๆ แค่ร่ ะลึึกรู้้�ลมหายใจเข้า้ -ออก ที่�่
ผ่่านโพลงจมููก ก็็ใช้้ได้(้ การระลึึกรู้้�ลมหายใจ เรีียกว่า่ อานาปานสติิ เหมาะกับั ทุุกจริติ )
- 20 -
เมื่่�อเราเข้า้ ใจพื้้น� ฐาน และ ธรรมชาติิของจิติ แล้ว้ เราก็็มาดููว่่า โดยหลักั การของการปฏิิบััติิ มีีอะไรบ้า้ ง
และต้้องเริ่�มจากตััวเราเองว่่า พอทำำ�อะไรได้้บ้้าง.. มีี 3 ทางเลืือก..คืือ
1.. ใช้้สมถะ นำ�ำ วิิปััสสนา หรืือ สมาธิิ นำ�ำ ปััญญา
...ต้อ้ งถามว่า่ พอจะมีีเวลา สวดมนต์์ไหว้้พระ นั่่�งสมาธิใิ หม? ...อัันนี้้เ� ป็็นสายพระป่า่ .. คืือนั่่ง�
สมาธิิ ทำ�ำ ให้้จิติ สงบก่อ่ น แล้้วค่่อยยกจิิตเดินิ วิิปััสสนาต่่อ ถ้า้ ได้้ จะมีีรายละเอีียดเพิ่่�มให้้อีีกทีีนะ
ทั้้�งปััญหาเบื้้อ� งต้น้ ของการนั่่ง� สมาธิิ และวิธิ ีีแก้้ไข ซึ่�งจะคุยุ กันั ในบทต่อ่ ไป..
2..ดููจิติ ในชิิวิติ ประจำำ�วันั ไปเลย.. แต่ก่ ็็ให้้พยายามระลึึกรู้�้ ลมหายใจเข้า้ -ออก ..ให้ไ้ ด้้มากที่่ส� ุดุ ..
หมายถึึงในกรณีีที่่� ไม่ส่ ามารถ สวดมนต์น์ ั่่�งสมาธิิ ได้้อะนะ ถ้า้ เลืือกวิิธีีนี้้� เราก็็จะคุุยรายละเอีียด
ในบทต่่อไปครัับ อัันนี้้เ� รีียก.. วิปิ ัสั สนา นำ�ำ สมาธิิ(แนะนำ�ำ ให้้ ฟังั ธรรม ลพ.ปราโมทย์์ ครับั )
3..ทำ�ำ ทั้้�ง 2 อย่่างเลย.. เป็น็ วิธิ ีีที่่ด� ีีที่ส่� ุดุ .. คืือ เช้้าเย็น็ ก็ส็ วดมนต์บ์ างนิิดหน่อ่ ย แบบว่่ากราบพระ
ตั้้�งนะโมฯ อรหัังสัมั มาสััมพุทุ โธพะคะวา ฯ แล้ว้ นั่่�งสมาธิิเลย 5-10 นาที่�ก่ ็ย็ ัังดีี ส่่วนในประจำ�ำ วันั
ก็็ พยายาม ระลึึกรู้�้ ลม เข้้า-ออก และ ดููจิิตไปด้้วย..
#สรุุป..จุดุ สำำ�คััญ
การปฏิบิ ััติธิ รรม คืือ การฝึึกสติิ คืือการ #รู้้�ทันั อารมณ์์ ในปัจั จุุบััน..
สติิที่�ต่ ั้้�งมั่่น� อยู่�ในอารมณ์เ์ ดีียว คืือ สมาธิิ..
สติทิ ี่แ�่ ยกออกมา รู้้�อารมณ์์ คืือ การเดิินปััญญา เห็็นการเกิดิ ขึ้้น� ตั้้ง� อยู่� และดัับไป..
...ส่ว่ นใหญ่่เหตุทุ ี่�ใ่ จไม่่สงบ เพราะ อยากให้ส้ งบ.. ลองทำ�ำ ใจ ช่า่ งมััน.. อดีีตผ่า่ นไๆปแล้ว้
แก้ไ้ ขไม่ไ่ ด้้ ก็็ช่า่ งมันั ... อนาคตก็ย็ ังั มาไม่ถ่ ึึง ก็็ช่า่ งมััน.. ค่่อยเตืือนตััวเอง ว่า่ ฉันั จะอยู่่�กับั
ปััจจุบุ ันั ที่่�กำ�ำ ลังั ทำ�ำ อยู่�... ผมให้้ คาถาบทหนึ่่ง� นะ ..ช่า่ งมััน=. พอรู้�้สึกว่่า เริ่ม� ฟุ้้ง� แระ บอก
ตััวเองเลย ช่่างมันั .. กับั มาอยู่� กัับงาน กับั ลมหายใจ
..เราต้อ้ งบอกตััวเองนะ.. เรายัังไหม่.่ . มัันจะให้้ได้ท้ ัันที่�ย่ ่่อมไม่ไ่ ด้้.. ช่่างมััน ขอเวลาฉันั อีีก
หน่อ่ ย.. ทำำ�บ่่อยๆ ทำ�ำ ให้ม้ าก ชื่�อ่ ว่่า ความเพีียร.. ความพยายามอยู่่�ที่่ไ� หน.. ความสำ�ำ เร็็จ
อยู่่�ที่่�นั้้�น ครัับ.. เอาใจช่่วยนะ
- 21 -
- 22 -
การปฏิิบัตั ิธิ รรม
ควรเริ่ม� ต้้นอย่า่ งไร? ตอนที่�่ ๒
สมะถะและวิปิ ัสั นาเป็็นอย่่างไร
- 23 -
จากเดิมิ ที่ค�่ ุุยกันั แล้้วว่่า.. การปฏิบิ ััติิ มีี 3 ทางเลืือก คืือ ..
1. สมาธิิ(สมถะ) นำ�ำ ปััญญา(วิปิ ััสสนา)
2.ปัญั ญา(วิปิ ััสสนา) นำำ� สมาธิ(ิ สมถะ)
3.ทำำ�ควบคู่่�กันั เลย ทั้้�ง 2 ทางข้้างต้น้
#เรามาทำำ�ความรู้้�จััก
คำำ�ว่่า สมถะกรรมฐาน(การทำ�ำ สมาธิ)ิ กับั
วิปิ ัสั สนากรรมฐาน (การเดิินปัญั ญา)
เบื้้�องต้้นของ สมถะ และ วิิปัสั สนากรรมฐาน
... ทั้้�งสมถะ และ วิปิ ัสั สนา ..
เป็น็ เหตุุเป็น็ ปััจจัยั เกื้อ� หนุุนกััน..
ตัวั เชื่อ�่ มต่่อ ของทั้้�ง๒ อย่่าง คืือ.. “สติิ”
- 24 -
การปฏิิบััติิ(ทำ�ำ ) สิ่�งใด..
ขอให้ท้ ำำ�ความเข้า้ ใจ หลัักการ..
หรืือ จะเรีียกว่่า..
“หััวใจ”
ของสิ่ง� นั้้น� ๆ.. เข้้าใจถึึงเหตุแุ ละผลที่จ�่ ะตามมา..
เพื่อ่� ที่�่ว่า่ ..จะได้้เริ่ม� ต้น้ ให้้ถููก.. และรู้้�ผลที่จ�่ ะได้้เพื่่�อ
ตรวจสอบความถููกต้้อง ในการปฏิิบััติินั้้น� ..
- 25 -
เบื้้�องต้น้
๑. #การเจริิญสติ_ิ ฝึึกสติิ ต้อ้ งดูสู ภาวะตรงหน้้า.. คืือ ปััจจุุบันั กำำ�หนดสติิ ให้อ้ ยู่่�กัับฐาน ของสติิ
เป็็นปััจจุุบััน เพื่่�อให้จ้ ิติ ให้อ้ อกห่่างจากความคิดิ นึึกต่่างๆ..เพื่�อ่ แยก สติิ กับั จิติ ออกจากกััน
..โลกของความคิดิ ก็เ็ รื่�อ่ งหนึ่่ง� .. เรื่่อ� งของการฝึกึ สติิ ก็เ็ ป็น็ อีีกเรื่อ�่ งหนึ่่ง� ..
เราต้้องให้ส้ ติิ เกาะ ฐานไว้้ หรืือ มีีฐานให้้สติอิ ยู่�.. เพื่�่อจะได้้ รู้�้ จัักว่า่ ส่ว่ นใหน คืือสติิ ส่ว่ นใหน
คืือ จิติ .. ถ้้าไม่่มีี ฐานให้ส้ ติิ จิติ -สติิ มัักจะไหลรวมกันั
เราจะแยกไม่่ออก และอาจจะฝึกึ ผิิด ตััว.. ไหลไปกับั อารมณ์์ ที่จ�่ ิิตปรุงุ แต่่ง แต่่หลงคิดิ ว่่า มีีสติิ
.....#ระวังั .. ความคิิดจะปิดิ บัังความจริงิ สััจจะธรรม....
๒. #การทำ�ำ สมถะ.. หัวั ใจหลักั คืือ.. ทำำ�ความสงบ ให้ส้ ติิ มีีความตั้้�งมั่่�นอยู่�ใน อารมณ์์เดีียว..
ซึ่�ง ต้อ้ งมีีฐานที่�่ตั้้ง� ที่่�อยู่�ของสติิ.. จะใช้อ้ งค์์บริกิ รรมอะไรก็็ได้้.. ไม่่ใช้ก้ ็็ได้.้ . ขอแค่่ว่า่ .. ให้้มีีสติิ
จดจ่อ่ ตามรู้้�สิ่ง� ตรงหน้้า.. เมื่อ่� ใด ที่่ร� ะลึึกรู้�้สติิ อยู่่�กับั ฐาน เมื่่�อนั้้�น มีีอารมณ์์ สมถะ เป็น็ สมาธิิ
#ผลคืือความความเบาสบายสงบของใจ
๓. #การทำำ�วิปิ ัสั สนา.. คืือ อาศัยั ความตั้้ง� มั่่�นแห่่งสติิ.. แล้ว้ ดูู ความเคลื่�่อนไหว เปลี่ย่� นแปลงของ
สิ่�งที่เ�่ กิิดตรงหน้้า.. หััวใจหลัักคืือ พระไตรลัักษณ์.์ . ต้้องเห็น็ อนิจิ จังั (ความเปลี่่�ยนแปลง) ทุุก
ขังั (เป็น็ ทุุกข์์-สุุข เฉยๆ) อนัตั ตา(ความดับั ไม่ม่ ีีตััวตน).. #เน้้นต้้องเห็น็ นะ.. #ไม่ใ่ ช่ค่ ิดิ นึึกเอา
.. #ผลของวิิปัสั สนาคืือปัญั ญา.. ความรู้้�
- 26 -
- 27 -
ในเชิงิ ปฏิบิ ััติิ..
จะทำ�ำ สมถะ หรืือ วิปิ ััสสนาก่่อนก็็ได้.้ .
..แต่่ขอให้้รู้้�ว่่า.. ขณะที่่ท� ำ�ำ หรืือ ปฏิิบัตั ิอิ ยู่�นั้น� ..
ตอนใหนเป็็นอารมณ์.์ .
“สมถะ”
.. ตอนไหนเป็น็ อารมณ์์..
“วิปิ ััสสนา”
เมื่่อ� ฝึึกสติิ.. จนสติิเขาทำำ�งานได้เ้ องแล้ว้ ..
- 28 -
๑. สติิจะตามรู้�้ จิิตที่�ค่ ิดิ นึึก ปรุุงแต่่ง..(#จิติ ตานุุปััสสนากรรมฐาน) เน้น้ ว่่า #ตามรู้�้นะ ไม่่ใช่ร่ ู้�้ นำ�ำ หน้า้ ..
นั่่น� คืือ ไม่่รู้้�..หลงคิดิ ปรุงุ แต่่งไปแล้้ว #ความคิดิ ที่่น� ำ�ำ หน้้าไปนี่�แ่ หละจะปิดิ บัังความจริงิ
๒.หรืือตามรู้�้กายที่ข�่ ยับั เคลื่อ่� ไหวบ้้าง รู้�้ ลมหายใจเข้า้ -ออกบ้้าง..ลมหายใจ ก็็จััดเป็น็ กายด้้วยเหมืือน
กััน..(#กายานุปุ ััสสนาสติปิ ััฏฐาน)
๓.รู้�ค้ วามรู้�้สึกของใจ อึึดอััดแน่่น พอใจ ไม่่พอใจ เกิิด สุขุ -ทุุกข์-์ เฉยๆ (#เวทนานุุปัสั สนาสติปิ ััฏฐาน)
๔.เกิดิ ธััมมารมณ์์.. เห็น็ สภาวะธรรม.. อัันเป็็นปััญญาจากการเห็น็ .. หรืือ จิิตวิ่่�งไปจัับองค์์ธรรม มา
พิิจารณาเองโดยไม่่ได้้ตั้้ง� ใจ (#ธรรมมานุุปััสสนาสติปิ ััฏฐาน)
...ทั้้�ง ๔ อย่่าง เรีียกว่า่ สติิปััฏฐาน ๔.. สติิเมื่อ่� ฝึกึ ดีีแล้้ว..
จะระลึึกรู้้�ขึ้น� มาเอง.. เป็็นสภาวะธรรมอย่่างหนึ่่ง� ..
ที่จ่� ะเกิิดเอง เมื่่�อปฏิบิ ััติมิ าดีีแล้ว้ ..ที่ม่� ัักเรีียกว่่า “สติิอัตั โนมัตั ิิ”
เขาจะรู้�ข้ องเขาเอง บังั คับั ไม่ไ่ ด้น้ ะ.. สติปิ ััฏฐาน 4 ถืือเป็น็ ทางสายเอก
เป็็นการปฏิิบััติิเพื่�อ่ ความพ้้นจากทุกุ ข์์ ไม่่มีีทางใด ไม่อ่ ยู่่�บน สติปิ ัฏั ฐาน 4 ..
เรื่อ�่ งของคำ�ำ ว่่า #สติอิ ัตั โนมัตั ิิ เมื่อ่� ใดที่เ�่ ข้า้ กระทำำ�เข้้าไปไปบังั คัับ กำำ�หนดก็็จะเป็็นอารมณ์ส์ มถะ
ทัันทีี และ #ไม่่เรีียกว่า่ อััตโนมัตั ิิ
..ยิ่�งบังั คัับมาก เพ่่งจ้้องมากๆเข้า้ ก็จ็ ะเกิิดสภาวะ ตึึงเคลีียด โดยเราไม่ร่ ู้�้ ตัวั ..ผลข้า้ งเคีียงจาก
การเข้า้ ไปบัังคับั มากเกินิ ไป อาจจะมีีอาการปวดหััว เจ็็บปวดตามกล้า้ มเนื้้อ� มึึนหัวั .. เมื่�่อออก
จากสมถะแล้ว้ จะไม่โ่ ปร่่งเบา ไม่่สบายตััว เป็น็ ทุุกข์์ อัันนี้้ถ� ืือว่า่ เป็็น #ผลจากการปฏิิบััติิผิิด
- 29 -
- 30 -
ทั้้ง� สมถะ และวิปิ ัสั สนา.. อย่่างที่บ�่ อก.. ไม่่จำำ�เป็น็ ว่่าจะต้้องสิ่�งใดก่อ่ น สิ่�งใดหลังั .. สำ�ำ หรัับสติทิ ี่่�ฝึึก
มาดีีแล้ว้ ..
..แต่ผ่ ู้�เ้ ริ่ม� ต้น้ ..ควรทำ�ำ ความสงบก่อ่ น.. เพราะ สติิ กับั จิิต.. สำำ�หรับั ผู้�้ ที่เ�่ ริ่�มฝึกึ ไหม่่ๆ.. เขาจะไม่่แยก
ออกจากกััน.. ดังั นั้้�นการ “รู้้�” ส่่วนใหญ่่ของผู้�เ้ ริ่ม� ต้น้ .. มักั จะเข้า้ ไป จมแช่่ในอารมณ์์ จมแช่่ในจิติ ที่่�
ปรุุงแต่ง่ นั้้�น.. จมแช่่ในกิเิ ลสอกุุศลบ้า้ ง.. กุุศลบ้า้ ง.. จึึงเป็น็ เหตุวุ ่า่ ..
....ผู้�เ้ ริ่�มต้้นปฏิบิ ัตั ิิ ควรทำ�ำ ความสงบ(สมถะ) ก่่อน....
...
ในขณะเดีียวกันั .. ผู้�้ ที่�่ฝึกึ สติิมาดีีแล้ว้ .. เขาจะสลับั กัันเอง.. ระหว่า่ ง..สมถะ และวิปิ ัสั สนา.. เพราะ
การเดินิ ปัญั ญา(วิิปััสสนา).. พอจิิตเขาเหนื่�่อยล้้า.. ก็็จะกลับั เขาฐานเอง.. เพื่�่อทำ�ำ ความสงบ ตรงนี้้�
ต้้องรู้�น้ ะ ..ถ้า้ เดินิ ปัญั ญามากๆโดยสติไิ ม่ก่ ลัับฐานจะฟุ้้ง� ซ่า่ น.. เมื่�่อรู้�้ ว่่า จิิตเริ่�มฟุ้้ง� ซ่า่ น..ก็็ต้้องหััน
มาทำ�ำ สมถะ ทำ�ำ ความสงบเพื่่อ� พักั จิติ ..
...อีีกอย่า่ ง..คำ�ำ ว่า่ “ฟุ้้ง� ซ่า่ นในธรรม”.. นี่ก่� ็ฟ็ ุ้้�งแต่เ่ ป็็นในส่ว่ นกุุศล.. แต่ก่ ็็ยัังฟุ้้�งซ่า่ นไปในกิิเลสอยู่�ดี..
...
ผลอีีกอย่า่ งของ สมถะ และ วิปิ ัสั สนากรรมฐาน คืือ
คำำ�ว่า่ .ฌาน = เป็็นผลของสมถะกรรมฐาน
คำำ�ว่่า .ญาณ = เป็็นผลของวิปิ ัสั สนากรรมฐาน
..คำ�ำ ว่่าเป็็นผลคืือ..
จะรู้้�จัักหรืือไม่่..เมื่�อ่ ทำ�ำ สมถะ ย่่อมเกิดิ ฌานเป็น็ ผล..
เมืือเดินิ วิิปัสั สนา ย่่อมได้ญ้ าณปััญญาเป็น็ ผล..
เหมืือนปลููกต้้นไม้้.. ปลููกอะไร..ก็ไ็ ด้้ผลอย่่างนั้้น� ..
เรื่่�องของฌาน .. เริ่�มต้น้ ที่�่ทำ�ำ ความสงบ..
จิิตจะดำำ�เนินิ ไปตามองค์์ ๕ แห่่งสมาธิ.ิ .
คืือ ๑.วิิตก.. ๒.วิจิ ารย์.์ . ๓.ปิิติิ.. ๔.สุุข.. ๕.เอกัตั ตา..
ซึ่�งลำำ�ดับั ของ ฌาน ๑-๔ ก็็จะละ อาการทั้้�ง ๕. ไปตามลำ�ำ ดัับ..
ท่า่ นผู้�ส้ นใจเดิินฌาน.. ขอให้้หาอ่า่ น ในพระไตรปิิฏกนะ.. ซึ่�งผมยอมรับั ว่่า.. ไม่ม่ ีีความชำำ�นาญ
..เรื่อ�่ งของญาณ.. เริ่�มต้้นที่�่การแยกรููป-แยกนาม.. ซึ่ง� ก็จ็ ะไล่่ไปตั้้ง� แต่่ ญาณ ๑-๑๖ .. ว่่ากัันจนจบ
กิจิ ข้า้ มโครตจากปุุถุุชนเป็น็ พระอริิยะบุคุ ลกันั เลยที่่เ� ดีียว.. ซึ่ง� ผม.. ก็็ไม่ม่ ีีความชำำ�นาญในการ
แจกแจงอีีก.. ต้อ้ งเชิิญเพื่�่อนๆที่ส่� นใจจะศึึกษาหาอ่า่ นกัันตามสะดวก..
.ขอความเจริญิ ในธรรม จงมีีแก่่ญาติิธรรมทั้้�งหลาย..สาธุ.ุ .
...ต่่อไป เราจะได้้คุุยในรายละเอีียด
ของการ ปฏิบิ ัตั ิิ แบบ สมาธิิ นำำ�ปััญญา และ ปััญญา นำำ� สมาธิิ ต่อ่ ไป...
- 31 -
การปฏิบิ ััติธิ รรม ควรเริ่ม� ต้น้ อย่า่ งไร? ตอนที่�่ ๓
สมาธินิ ำ�ำ ปััญญา สายพระป่า่
ตอนที่่� 3 เราจะมาคุุยในรายละเอีียด
การปฏิิบััติิ สมาธิิ หรืือ การทำำ�สมถะกรรมฐาน..
... การทำ�ำ สมถะ คืือการทำ�ำ ให้้สติิ จิติ มีีความสงบก่อ่ น.. แล้้วจึึงค่่อยเดิิน ปัญั ญา .. วิธิ ีีนี้้�
เป็็นแนวทางสายพระป่่า..
ถืือว่า่ เป็็นทางที่.�่ ..ปฏิิบััติไิ ด้ย้ าก แต่่ถึึงไว.. หรืือ ..ปฏิบิ ััติิยาก แต่่ถึึงช้า้ .. ..ขึ้น�้ อยู่่�กัับ จริติ และ
การสะสมมาแต่่อดีีต ของแต่่ละท่า่ นด้ว้ ย ว่่าทำำ�แล้ว้ จะออกมาเป็็นอย่่างไร..
คนทำำ�จริงิ ย่่อมได้ข้ องจริิง..
- 32 -
#ข้้อดีี #ข้้อเสีีย
ของวิธิ ีีนี้้� คืือ สติิที่ต่� ั้้�งมั่่�นมากจะมีีกำ�ำ ลังั มาก.. ของวิธิ ีีนี้้�คืือ ทำำ�ให้้เกิิด วิปิ ััสสนูู
ปัญั ญา ที่ไ่� ด้้จากการปฏิิบััติิแบบนี้้� จะเฉีียบคม เมื่่�อรู้�้ กิิเลสได้ง้ ่่าย หรืือ ใครที่�่เข้า้ ไป
ติิดใจในความสุขุ สงบที่่�ได้้
เห็น็ สิ่�งใด ..สิ่�งที่ไ�่ ด้ร้ ู้�้เห็น็ นั้้�น จะถึึงอก ถึึงใจ .. ..ก็จ็ ะทำ�ำ ให้ไ้ ม่่สามารถเดิิน
แนบแน่น่ ฝังั ลงจิติ ใต้้สำำ�นึึก ติิดตาม ข้า้ มภพ ข้า้ มชาติิ
กันั เลยที่่�เดีียว.. ...อุปุ มา ปััญญา ดั่่ง� อาวุุธ .. สมาธิิ คืือ ปััญญาต่่อได้.้ .
กำำ�ลังั ในการใช้อ้ าวุธุ นั้้�น... ...จึึงเปรีียบได้้ว่่า “เป็น็ ทาง เพราะความสุุข ที่�่ได้จ้ ากสมาธิิ
ที่ป�่ ฏิิบััติิยาก แต่่ถึึงไว” ถ้า้ เข้า้ ไปติดิ แล้้ว ออกยาก
- 33 -
แนวนี้้� เป็็นทางที่�่ มักั จะมีีนิิมิิต ถ้า้ ใช้ไ้ ม่่ดีี หลงไปกลับั นิิมิติ ก็็หาทางกลัับยากเช่่นกััน..
..ยิ่ง� ถ้า้ ใช้้ กสินิ เป็็นกรรมฐานด้ว้ ยแล้้ว บางคนเพี้้ย� นๆไปเลยก็ม็ ีี ..
จึึงบอกได้ว้ ่า่ “เป็น็ ทางที่ป่� ฏิิบัตั ิยิ าก ถึึงช้้า”
... #แนวทางเริ่ม� ต้น้ ปฏิิบัตั ิ.ิ .
... เรามัักจะให้้ สวดมนต์์ก่อ่ น.. แล้้วจึึงเริ่�มนั่่ง� ขัดั สมาธิิ.. หลัับตา ภาวนา ตามลมหายใจเข้้า-ออก ..
จะมีีองค์บ์ ริิกรรม กำำ�กับั ตามลมหายใจ หรืือไม่ม่ ีีก็ไ็ ด้.้ . ตามแต่ผ่ ู้�้ ที่่�เคยฝึึกมา....ถ้้าไม่่เคยเลย แนะนำ�ำ
ให้ใ้ ช้้ พุทุ โธ กำำ�กัับ ตามลมหายใจ..หายใจเข้า้ ว่่า “พุุท” หายใจออก ว่่า “โธ”.. ไปเรื่อ�่ ยๆ
...พอ เราทำำ�ไปสัักพักั ...ก็็จะเห็็นตััวจิติ เรา เหมืือนแยกเป็็น สองดวง...คืือ จิติ นึ่่ง� ก็็ บริิกรรม พุทุ -โธ
อยู่� แต่อ่ ีีกจิิตนึ่่�ง ก็็คิดิ ๆๆๆๆๆ คิิดไปเรื่่อ� ย อดีีตบ้า้ ง อนาคตบ้า้ ง... ตรงนี้้เ� ป็็นจุุดแรก ปัญั หาแรกที่ต่� ้้อง
ผ่า่ นให้ไ้ ด้้ เรีียกช่ว่ งนี้้�ว่า่ วิิตก, วิจิ าร
#วิธิ ีีผ่า่ น..อย่า่ งที่�่เราคุยุ กัันมาแล้้ว เรื่่�องธรรมชาติิ ของจิติ ....
จิติ มีีลักั ษณะบัังคับั ไม่ไ่ ด้้ ...เปรีียบ จิิตเหมืือน แมว.. เมื่�่อคุณุ เจอแมว..ลองเอามืือ จับั หััวแมวไว้้...
แล้้วดัันออกไปข้า้ งหลััง แมวมัันก็จ็ ะดันั สู้�้ มืือเราเข้า้ มา... แต่่เมื่่�อเรา ดึึงหััวแมวเข้า้ หาตัวั เรา...มัันก็จ็ ะ
ดึึงตััวเอง ถอยหลััง...(เจอแมวจริิงๆ ลองทำ�ำ ดูเู ลยครับั )
...แต่่ถ้้าคุณุ เจอแมว..(เห็็นจิติ สองดวงนั้้�นแหละ) ไม่ต่ ้้องไปทำ�ำ อะไรเขา...ให้้เราทำำ�ไม่ร่ ู้ไ�้ ม่ช่ี้�.. สักั พััก
แมวก็จ็ ะเข้า้ มาคลอเครีียกับั เราเอง...ดัังนั้้น� เมื่�อ่ เราเห็็นจิติ หนึ่่�งบริกิ รรม พุุทโธ..จิติ หนึ่่�งก็็คิดิ ๆๆๆๆ..(นี่่�
เจอแมวแระ ) ก็ไ็ ม่่ต้อ้ งทำำ�ไร ให้้เรา ประคอง คำ�ำ บริิกรรมไว้้เรื่อ�่ ยๆ ดููเจ้้าตััวคิิดไปเรื่อ�่ ยๆ...อย่า่ อยาก
ให้้หยุุดคิดิ นะครัับ.. แค่่ระลึึกรู้้ค� วามคิดิ (เหมืือนชำำ�เลืืองดููคิิด)ไปเรื่อ�่ ยๆ.. คำำ�บริิกรรมก็็อย่า่ ทิ้้ง� ...ให้้จิติ
สติอิ ยู่่�กัับคำำ�บริกิ รรมไว้้นะคับั พร้้อมกับั ระลึึกรู้ด�้ ููความคิดิ ไป... คุณุ จะเห็น็ ว่า่ ความคิดิ ของคุณุ มันั จะ
ถููก ตััดให้้สั้น� ลง..คืือ แทนที่่จ� ะนั่่ง� คิดิ เพลินิ เป็็นเรื่�่องเป็็นราว ยาวววว ไปเรื่อ่� ย...หรืือนั่่�งทะเลาะกัับ
ความคิิดตัวั เอง.. เรื่�่องราวที่ค�่ ิิด จะถููก ตัวั จิติ ที่�่บริิกรรมพุุทโธ เข้้าไปตััดให้้เรื่่�องนั้้�นสั้�นลง เขาสลัับ
กัันเอง ซึ่ง� จะสลับั กัันไวมาก จนเรารู้�้สึกเมื่�่อว่่า เหมืือนเกิดิ พร้้อมกััน
...เราดูู ไปเรื่�่อยๆๆ เดี๋๋�ยวเขาเหนื่่อ� ย เขาก็็หยุุดคิดิ เอง...ใน ระห่่ว่่างที่ด่� ููตัวั คิดิ ก็ใ็ ห้้ สลับั มาสำ�ำ รวจ กาย
เป็็นระยะ ระยะ เริ่ม� ตั้้�งแต่่ หนัังตา...กดปิดิ (หลัับตา)แบบ เกร็็งเปลืือกตาอยู่�ปะ...ถ้า้ กด อยู่� ก็ใ็ ห้้
หายใจเข้้า รู้้�ที่่เ� ปลืืกตาที่่ก� ดนั้้�น..หายใจออกให้้คลาย อาการที่่�กดลง(ผ่่อนคลายตามลมหายใจที่่�
หายใจออก)ให้เ้ ปลืือกตา ปิดิ แค่พ่ ริ้ม� ตา แบบสบายๆ...แล้ว้ ก็ไ็ ล่ม่ าที่ห่� ัวั ไหล่่... หายใจเข้า้ ระลึึกรู้�้ ว่า่
หัวั ไหล่่ ยกเกร็็งไว้้อยู่�เปล่่า...(ส่่วนใหญ่่จะเกร็็งอ่ะ่ นะ) ก็็ให้้หายใจเข้้าระลึึกรู้�้ หััวไหล่ท่ ี่่�เกร็ง็ นั้้�น...
หายใจออก ก็ผ็ ่อ่ นคลายทิ้้ง� หััวไหล่่ลงแบบ ทิ้้ง� น้ำำ��หนัักลง..
- 34 -
...ทำ�ำ แบบนี้้ไ� ป ตามร่่างกายทุกุ ส่่วน สำำ�รวจไปเรื่�อ่ ยๆ ไล่่มาที่่� แขน..มืือ...ขา..การท่อ่ งบริิกรรมพุุ
ทโธเราก็ท็ ำ�ำ ไป...พอเพลินิ ๆ สักั พััก ก็็กลัับมาสำ�ำ รวจกายอีีก... ทำำ�แบบนี้้�เพื่่�อให้้ร่่างกาย (กาย
เนื้้�อ) เราได้้ผ่่อนคลาย จะได้้พัักผ่่อนไปในตััว
ตรงนี้้�มีีอานิสิ งส์์นะครับั ถ้า้ ทำำ�จน ชำำ�นาญ เอามาทำ�ำ ในชีีวิติ ประจำำ�วััน..ก็็จะช่ว่ ยให้้ คลายความ
เมื่อ่� ยล้า้ ในขณะประกอบการงานได้.้ ..
...ย้้อนกลัับมาที่เ�่ รื่่�อง จิิต...พอ ปฏิบิ ัตั ิิ ตามขั้น� ต้้นที่�ผ่ ม ว่า่ ...สักั พักั ... ตััวคิดิ กับั จิิตที่ท่� ่่องพุทุ โธ
อยู่� เขาจะเข้า้ มารวมกัันเอง...ตอนนี้้�ก็็จะ ...เกิิดปิิติิ ..ตรงนี่�่แหละครับั คืือ ด่่านที่่� 2ที่ค่� ุุณ ต้อ้ ง
ผ่่านให้ไ้ ด้.้ ..
.. และเรื่่�อง ปิิติิ นักั ปฏิิบัตั ิมิ ืือใหม่่ จะติิดกัันมาก
มาดููว่า่ มีีอะไรบ้้าง ครัับ
ในคัมั ภีีร์ว์ ิิสุทุ ธิมิ รรคและวิมิ ุุตติมิ รรค แบ่่งปีีติเิ ป็็นห้า้ ประเภท คืือ...
1. #ขุทุ ทกาปีตี ิิ ปีตี ิเิ ล็็กน้้อย พอขนชููชัันแป๊๊ปเดีียวแต่่เกิดิ นิดิ หน่่อย แล้้วก็ด็ ัับไป นี้้ค� ืือลักั ษณะ
ของขุทุ ทกาปิิติิ ซึ่�งเกิิดแก่่นัักปฏิิบััติบิ ่่อย แต่่ไม่่ใช่่ทุกุ ท่่าน
2. #ขณิกิ าปีตี ิิ ปีตี ิิชั่ว� ขณะ ทำำ�ให้ร้ ู้้�สึกแปลบๆเป็็นขณะๆ ดุุจฟ้้าแลบ หรืือบางครั้ง� เกิิดคัันตาม
ใบหน้้าเหมืือนมีีมดหรืือมีีไรมาไต่่ หรืือเหมืือนกับั มีีใยแมงมุุมมาพาดบนใบหน้า้
3. #โอกกันั ติิกาปีตี ิิ ปีีติเิ ป็็นระลอก หรืือปีีติิเป็็นพัักๆ ทำำ�ให้ร้ ู้้�สึกซู่่�ลงมาๆ ในกายดุุจคลื่่�นซัดั
ต้อ้ งฝั่�ง ปิิติิเช่่นนี้้�จะรู้้�สึกซู่่�ซ่า่ แรงกว่า่ ขณิิกาปิิติิ ทำ�ำ ให้ร้ ู้้�สึกโคลงเคลงเหมืือนจะล้้ม ตััวโยก ตัวั
เอีียง โงนเงน
4. #อุุพเพคาปีตี ิิ หรืือ อุุพเพงคาปีตี ิิ ปีตี ิโิ ลดลอย เป็น็ อย่า่ งแรง ให้ร้ ู้้�สึกใจฟูู แสดงอาการหรืือ
ทำ�ำ การบางอย่่างโดยมิิได้้ตั้้�งใจ เช่น่ เปล่่งอุทุ าน เป็น็ ต้้น หรืือให้ร้ ู้้�สึกตััวเบา เหมืือนลอยขึ้้�นไปใน
อากาศ..
4 ข้้อต้น้ เป็น็ ปิิติิหยาบๆ ครัับ
5. #ผรณาปีีติิ ปีตี ิิซาบซ่า่ น ให้้รู้้�สึกเย็น็ ซ่่านเอิบิ อาบไปทั่่�วสรรพางค์์ ปีตี ิิที่่ป� ระกอบกัับสมาธิิ
ท่า่ นมุ่�งเอา
ข้อ้ นี้้� จััดเป็็นปิิติิ ละเอีียด
- 35 -
จุุดสำำ�คัญั วิิธีีในการผ่า่ นใช้้วิิธีีเดีียวกัันเหมืือน “
กันั หมดทุุกข้้อครับั ..
ระวััง..
#ความกลัวั #ตกใจ #สงสััย
... ต้อ้ งระวังั ครัับ มันั จะทำ�ำ ให้ห้ ลุดุ จากสมาธิิ ..
ครั้�งแรกของสภาวะธรรมปััญญา มักั จะมาเมื่อ่�
#หมดความตั้้�งใจ
#วิธิ ีีผ่่าน
ก็็ วางจิติ เหมืือนเดีียวกะตอนผ่่าน ด่า่ นวิติ ก-วิิจารณ์์..ใช้ว้ ิิธีีเดีียวกันั ครัับ..คืือวาง
จิิตเป็น็ กลางอย่า่ ไปอยากให้้หาย จากอาการที่�เ่ ป็น็ ..ธรรมชาติขิ องจิิตเราวาง
เฉยต่อ่ สิ่ง� ที่�เ่ กิดิ สิ่่ง� นั้้�นก็จ็ ะ เปลี่ย่� นไปเอง ตามธรรมะชาติิของเขา...เพีียงแต่่ว่า่
อาการของปิติ ินิ ั้้�น...ไม่ไ่ ด้ม้ ีีเพีียงอย่า่ งเดีียว…
“ เรื่�อ่ งของปิติ ิิ ในทางปฏิิบััติมิ ีีมากกว่า่ 5 อย่่างที่�่ตำำ�ราบอกไว้.้ . ซึ่ง� แต่ล่ ะคนก็็ เจอไม่่เหมืือนกันั และ
คนเดีียวกันั นั่่ง� แต่ล่ ะครั้�ง ก็เ็ จอไม่่ เหมืือนกันั ด้้วย...เพีียงแต่ว่ ่่า เราจะเจออันั ไหม่.่ .ก็็ต้้องผ่่านของ
เก่า่ ให้้ได้ก้ ่อ่ น...เหมืือนเด็็กอยากได้ข้ องเล่่น...พอเราจัับไต๋เ๋ ขาได้้ เขาก็็จะมีีอาการไหม่ๆ่ มาหลอก
ล่อ่ เราอีีก...มีีอาการเดีียว ที่่เ� มื่่�อได้้ จะถืือว่า่ ดีีมาก... คืือ อาการเอิิบอาบซ่า่ น..ไปทั้้�งตัวั ...หรืือ
ขนลุุกซู่�ขึ้�นมา ด้้วยจิติ ใจที่อ�่ิ่�มเอิบิ ...ซึ่�งอันั นี้้�ถ้า้ ได้เ้ ขาจะอยู๋�ไม่น่ านครับั ... เขาก็จ็ ะผ่่านเข้า้ สุขุ
...และเอกััตตาจิติ เองเลย...ก็็จะพบความสุุขสงบเย็็นในสมาธิิ ซึ่ง� เป็็นความสุขุ ที่่ไ� ม่อ่ ิิงอาศััยเหตุุ
ปัจั จััยจากภายนอก...เป็น็ ความสุุขสงบจากภายใน เมื่่อ� ได้้อย่า่ งนี้้�ก็็แผ่เ่ มตตาเลยครับั ..
...ถ้้าเจอ อะไรแปลกๆ ในขณะนั่่�งสมาธิิ แล้ว้ ขนลุกุ ซู่� เสีียววาบ ในขณะนั่่�งสมาธิิ หรืือ เกิดิ รู้�้สึก
เหมืือนมีีคนมาดูู แม้้แต่่นิมิ ิติ ที่เ�่ ห็็น ถ้้าเห็น็ แล้้วใจหายแวบ จิติ ตก.. อย่่ารีีบลุุกออกจากสมาธิติ อน
นั้้�นเพราะจะทำ�ำ ให้้ จิิตจดจำ�ำ สภาวะนั้้�นลงสู่่�จิติ ใต้้สำำ�นึึก.. เมื่�่อเรากลับั มานั่่�งอีีก
ก็็จะเจออาการนั้้น� ๆอีีก ..เมื่�่อเจออาการแปลกๆ ดัังที่บ�่ อก ให้้ประคองจิติ ดึึงจิิตกลัับฐาน นั่่ง� ต่่อไป
จนจิติ สงบ แล้้วค่อ่ ยๆ ถอยออกจากสมาธิิ แล้ว้ แผ่่เมตตา กรวดน้ำ�ำ� .. ..แต่ถ่ ้า้ ทำ�ำ อย่่างไรก็็ไม่่หาย
จากอาการ “จิติ ตก” .. “หวาดกลััว” พระธุดุ งค์์สอนผมไว้้ว่า่ ให้้
เปลี่ย�่ นจาก คำ�ำ บริกิ รรม เป็น็ บทสวดแผ่่เมตตา ครับั ...
- 36 -
#เหตุผุ ล...
1.ใน ขณะที่่เ� กิดิ ปิิติใิ นอาการแปลกๆ .. นั่่�นคืือ จิิตเข้้าไปเกาะ ในอาการนั้้น� ๆแล้ว้ คืือสติิ..ผู้้�รู้� ...เข้า้ ไป
ไหลรวมกับั อาการของจิิต...การเปลี่ย�่ นคำ�ำ บริกิ รรมมาเป็็น บทสวดแผ่่เมตตาเท่่ากัับ เป็็นกุศุ โลบาย
เปลี่�ย่ นที่�่เกาะให้ก้ ับั จิิต.. เพื่่�อให้้ สติ.ิ .”ผู้�้รู้�” แยกออกมาจาก อาการของจิิต... เมื่อ�่ แยกออกมาได้้ จิติ เขา
ก็็จะ ดำำ�เนิินต่่อไป ตามธรรมชาติิของเขาคับั คืือ เปลี่�่ยนแปลง ตั้้�งอยู่�ไม่่ได้ถ้ าวร (ไตรลัักษณ์์)
2.บางครั้ง� อาการแปลกๆที่�เ่ กิิด ...ก็็ไม่ใ่ ช่่ ปิติ ิิ เสมอไป.. บางที่่ก� ็็เป็น็ เจ้้ากรรมนายเวรเขาพยายามจะ
ขวาง...ไม่่ให้เ้ รา ปฏิบิ ััติติ ่อ่ ... หรืือ บางครั้ง� ก็เ็ ป็็น วิญิ ฌาณ สัพั เวสีี มา เพื่่�อขอส่ว่ นบุุญ ...ดัังนั้้น� การแผ่่
เมตตา จึึงมีีอานิสิ งค์์ ให้้ สรรพพสิ่�ง ทั้้�งเทวดาเจ้้าที่�เ่ จ้้าทาง ได้ร้ ับั ใน บุุญนี้้�ไปด้ว้ ย
.... ลองดูไู ด้ค้ รัับ ...มีีแต่่ได้้ กัับได้ไ้ ม่ม่ ีีเสีีย ครัับ ....
ขอให้เ้ จริิญในธรรมครับั สาธุุ
- 37 -
การปฏิบิ ัตั ิธิ รรม
ควรเริ่�มต้้นอย่า่ งไร? ตอนที่�่ ๔
การดููจิิต หรืือ ปัญั ญานำำ�สมาธิิ
- 38 -
“ การฝึึก สติิ ในปัจั จุุบััน “
อย่่างที่ค�่ ุยุ กันั มาตั้้�งแต่ต่ ้้น..การฝึึกสติิ ถืือเป็็นเรื่�่องสำำ�คัญั มาก..
สำ�ำ หรับั เรา ผู้้�ต้อ้ งการออกจากทุกุ ข์.์ .
...วิธิ ีีการปฏิิบััติิ แบบที่�่ 2. สำ�ำ หรับั ผู้�้ ที่�่ บอกว่่า ไม่่สะดวก การทำำ�สมาธิิในรููปแบบ คืือ
สวดมนต์์ไหว้้พระ นั่่ง� หลับั ตาทำ�ำ สมาธิิ
วิธิ ีีนี้้� ที่่�นิิยมเรีียกว่า่ การดููจิิต หรืือ การปฏิิบััติแิ บบ ปััญญา นำ�ำ สมาธิิ คืือ
เน้้นดูสู ภาวะของจิิตเลย
อาศัยั สมาธิิ เพีียงเล็ก็ น้อ้ ย ที่่�เรีียก ขณิิกสมาธิิ หรืือ สมาธิกิ ับั การงานตรงหน้า้
ถืือว่่า เป็น็ วิิธีีที่่�ปฏิบิ ัตั ิิง่า่ ย ถึึงไว .. หรืือ ..ปฏิบิ ััติิง่่าย ถึึงช้า้ .. ตามแต่่ จริติ นิสิ ัยั
ตามการสะสมของตััวผู้�ป้ ฏิิบััติิเอง
#ข้อ้ ดีี.. เหมาะกับั คนเมืือง..
ถ้้าสามารถทำ�ำ ได้้ จะเพิ่่�มเวลา ในการเจริญิ สติิ ได้้เยอะเลย..
..เน้้นดูขู องจริงิ ตรงหน้า้ สู้้�กับั กิเิ ลสซึ่ง� ๆหน้า้ กัันเลย ..
..การพิจิ ารณา กิิเลสตรงๆ พิจิ ารณา ทุุกข์์ ตรงๆ
จึึงเรีียกได้้ว่า่ ไม่เ่ ห็็นทุกุ ข์์ ไม่่เห็น็ ธรรม.. เพราะ คนเรามีีเรื่�อ่ ง ทุุกข์์ใจกัันแทบจะตลอด
เวลา จึึงถืือเป็็น “ทางที่ป่� ฏิิบััติิง่่าย ถึึงง่่าย”
- 39 -
#ข้้อเสีีย
การปฏิิบััติแิ บบนี้้� ถ้า้ แยกไม่อ่ อก ว่่าส่่วนในเป็น็ อารมณ์์สมถะ ส่่วนใหนเป็น็
อารมณ์์วิปิ ัสั สนา ก็อ็ าจจะเผลอ เพ่่งจิติ เพ่ง่ อารมณ์์ เป็็นสมถะ แล้้ว หลงคิดิ
ว่่า เดินิ ปััญญา เดินิ วิิปัสั สนาอยู่�
..หลงคิิดนึึก ปรุุงแต่่ง ฟุ้้�งซ่่านไป ได้ป้ ัญั ญาคิิด (ที่่�เรีียกวิิปัสั สนึึก) แทนปััญญาที่�่
จะ ถอนกิิเลส
..และ ด้้วยกำำ�ลังั สมาธินิ ้้อย อุปุ มาเหมืือน มีีปััญญา มีีมีีดเป็น็ อาวุธุ .. แต่่
ร่า่ งกายอ่อ่ นแอ ไม่ม่ ีีแรงในการใช้้มีีด เวลาฟััน จึึงไม่่มีีแรงฟันั ได้แ้ ค่ถ่ ากๆ ฟััน
ได้้ไม่ข่ าดหมดจรด..
จึึงกล่า่ วได้ว้ ่่า เป็น็ “ทางที่่ป� ฏิบิ ััติงิ ่า่ ย แต่ถ่ ึึงช้า้ ”
มาเริ่ม� กััน ครับั บอกก่่อนว่า่ เป็็นทริคิ ที่ผ่� มเคยใช้้ ครัับ
...การฝึึกสติิ มีีหลายวิธิ ีี ด้ว้ ยกันั ตามแต่่ครููบาอาจารย์แ์ ต่่ละท่า่ น
วิิธีีของผมเป็็นการฝึึกในปัจั จุบุ ันั ขณะที่่เ� ราทำ�ำ การงานต่่างๆ
โดยเอา สิ่�งที่่เ� กิิดในชีีวิติ ประจำำ�วััน มาเป็็นเครื่่อ� งมืือในการฝึึก..
...เริ่ม� จาก.. เราเคย เผลอ ฮััมเพลง-ร้อ้ งเพลงขึ้�้นมาในใจ โดยไม่่ได้ต้ ั้้ง� ใจไหม?
นั้้�นแหละ เอาตรงนั้้น� เป็น็ เครื่่�องฝึกึ .. นะ
สัังเกตดูู.. พอเรารู้้�สึกตััวขึ้น�้ มา.. เพลงที่ฮ่� ััม(ร้้อง) อยู่่�ก็ห็ ายไป
พอเผลอ มันั ก็็จะมาอีีก ร้อ้ งเพลงขึ้้น� มาในใจอีีก
พอเรารู้้�สึก “เอ๊๊ะ” ร้อ้ งอีีกแล้้ว... ในครั้�งที่่� ๒-๓ มักั จะมีีความคิดิ อื่�่นแทรกเข้า้
มา
เช่น่ ... “เราเผลออีีกแล้ว้ เหรอ” ..”เราเผลอตั้้�งแต่เ่ มื่่�อไหร่น่ ะ” ..
ให้ท้ ิ้้�งความคิดิ ..คืือไม่่ต้้องสนใจ ความคิิดที่ม�่ ัันผุดุ ขึ้�น้ มา..
ให้ถ้ อยสติิรู้�้ มากำำ�หนด “ องค์์บริิกรรม “ (ถอยสติิกลัับฐาน) เอาสติิ กำ�ำ กับั
ตามลมหายใจ เข้า้ -ออก หรืือจะใช้อ้ ะไรก็็ได้้
- 40 -
จะพุทุ โธ ยุบุ หนอฯ สััมมาอรหััง ก็็ได้้. ถืือเป็็นฐานให้้สติิได้ท้ ั้้ง� หมด หรืือ ผู้้�ที่�่ฝึกึ เคลื่่อ� นไหวมืือ(แนว
หลวงพ่่อเทีียน) ก็เ็ อาความรู้้�สึกมาอยู่่�ที่ม�่ ืือ
..มืือไม้ท้ ำ�ำ งานอะไรก็็ ทำำ�ไปนะ เพราะเรากำำ�หนดข้้างใน..กำ�ำ หนดรู้้�ที่่ใ� นใจเรา
ตราบใดที่่ไ� ม่พ่ ููด..เราก็จ็ ะ กำำ�หนดได้เ้ รื่อ�่ ยๆ
กำ�ำ หนดไปสัักพััก.. มัันก็็เผลออีีก.. คืือ ลืืม บริกิ รรม
พอรู้้�สึกตััวขึ้�้นมา..เมื่อ่� ไหร่่.. เราก็ก็ ำ�ำ หนดไหม่่
มัันจะ วนๆไปมา แบบนี้้�
ถ้า้ เราทำ�ำ มากๆ.. จนสติิเขาเคยชินิ .. เขาจะรู้�ไ้ ด้เ้ อง นะ เรีียกว่่า
....สติเิ ริ่ม� ทำ�ำ งานเองเป็น็ อัตั โนมัตั ิิ...
รู้�้กายบ้้าง.. รู้้�จิิต ที่่�คิดิ นึึกบ้า้ ง... สติิ จะทำ�ำ งานได้เ้ อง นะ
ถึึงตรงนี้้�.. แม้้เผลอคิดิ เผลอนึึก ไปหาเรื่อ�่ งราวในอดีีตบ้้าง อนาคตบ้้าง
ก็็สัังเกตุดุ ูู.. พอรู้�้สึกตัวั “เอ๊๊ะ”.. ขึ้้�นมา.. ความคิดิ นึึก ต่า่ งๆก็จ็ ะหายไปทันั ทีี แวบนึึง.
..เรื่่�องราวที่่เ� คยทำ�ำ ให้้เราจมแช่่ เกิดิ ความทุุกข์ใ์ จ เศร้้าหมอง ก็็จะถููกตัดั ให้ส้ั้น� ลง ไม่่ไหลยาวจน
กลายเป็็นความ “ฟุ้�ง้ ซ่า่ น รำำ�คราญใจ” ..
ขอเน้้นว่่า... สติิแท้้ๆ ที่่เ� กิดิ ตััดความคิดิ ได้้ แวบเดีียวเท่่านั้้น� นะ ..ต้้องสัังเกตดีีๆ เพราะพอมันั ตัคั
ความหลง(เผลอคิดิ ) ดัับ..ความคิดิ ไหม่ก่ ็็จะเกิิดทันั ทีี .. “ไวมากๆ”
#แวปเดีียวจริิงๆ ครัับ .. แต่่แค่่นี้้�ก็พ็ อแล้ว้ เพราะเราจะไม่่ไหล ยาวววว จมแช่่ไปกับั อารมณ์์
ต่า่ งๆ ที่จ่� ิิตเขาปรุุงแต่่งขึ้้�นมา(ตรงแวบเดีียวนี่แ่� หละ คืือสติิแท้้ๆ ที่�่เรีียกว่า่ “#สัมั มาสติ”ิ )
อ้้อ.. คำ�ำ บริกิ รรม.. แรกๆ อาจจะต้้องใช้น้ ะ
แต่่ถ้้าพอชำ�ำ นาญขึ้้น� .. ไม่ต่ ้อ้ งมีีคำำ�บริกิ รรมก็ไ็ ด้น้ ะ
แค่่ รู้�.้ . ลมหายใจ ที่�่ผ่า่ นเข้า้ -ออก โพรง จมููก
ลมหายใจเข้า้ ... รู้่�ว่าเข้้า
ลมหายใจออก...รู้้�ว่่าออก ... แบบนี้้ก� ็ไ็ ด้เ้ ช่น่ กััน
...แรกๆ เริ่�มฝึกึ ไหม่ๆ่ ต้อ้ งใช้้ ความพยายาม ในการตั้้�งใจที่�่จะ “ระลึึกรู้�้ขึ้น� มา” มากนิิดนึ่่ง� แต่่
ประโยชน์์ เมื่่�อเราทำ�ำ ได้้ มีีมากนะ..
เราจะได้้ เวลา ของการฝึึก “สติิ” เพิ่่�มอีีกเยอะเลย
ทำ�ำ อะไรอยู่� ก็็ฝึึกได้้..เว้น้ ตอนพููดเท่า่ นั้้น� เอง..
สติเิ ขาจะไปอยู่� กัับเรื่อ่� งราวที่�่ พููด.. มันั จะกำำ�หนดไม่่ได้้
- 41 -
#สรุุป
เราเอา เพลงที่เ�่ ผลอ ร้้องขึ้�้นมาในใจ เป็็นเครื่่อ� งฝึึกในเบื้้�องต้้น
พอทำ�ำ บ่่อยๆ จนสติิ ไวขึ้น้� ทำ�ำ งานได้้เอง.. ก็จ็ ะรู้้�ลมหายใจเข้า้ -ออก
รู้้�เอง รู้ไ�้ ด้เ้ กืือบตลอดเวลา ที่เ�่ รา ลืืมตาหายใจ อยู่�..
นี่�ค่ ืือ ต้น้ ทาง การฝึกึ เจริิญสติแิ บบ #อานาปานสติิ
#ผลที่่ไ� ด้.้ .เมื่่�อเรา เผลอ ไปคิิดเรื่อ�่ ง อดีีต เขาก็็รู้�.้ . ไม่จ่ มแช่่ ทำ�ำ ให้้เกิิดทุุกข์์
#ไม่ป่ ล่่อยให้้ความคิดิ เรา มาทำำ�ร้้ายเราเอง...
ทุกุ ข์ท์ างใจ มากมายใหญ่ห่ ลวงที่่�เกิิด เพราะเราไม่ย่ อมรัับความจริิง เมื่่�อใดที่่�เรายอมรัับ
ความจริงิ ยอมรัับสภาวะที่ม่� ีี ที่่เ� ป็น็ ยอมรับั ได้้ เท่่ากับั “ทำำ�ใจ”
...ทำำ�ใจกัับเรื่่อ� งใดได้้ ความทุกุ ข์์ใจกับั เรื่�อ่ งนั้้�นๆ จะลดลงทัันทีี ..
คำ�ำ ว่่า #ทำ�ำ ใจ จึึง เท่า่ กับั คำ�ำ ว่่า #วาง.. ที่�่พระท่า่ นสอนนั่่�นเอง
...เราก็จ็ ะไม่ไ่ หลไป กัังวลไปกับั อนาคตหรืือ อดีีต..
เขาก็็จะ.. รู้้� สิ่�งที่�ย่ ัังมาไม่่ถึึง แม้ก้ ุศุ ล ที่�่อยากทำ�ำ ก็็ไม่่เก็็บมากัังวลให้ใ้ จเศร้า้ หมอง
สติิก็จ็ ะมาอยู่่�กับั ปัจั จุบุ ััน.. รู้�้ ลงปััจจุบุ ััน จะได้เ้ ห็น็ ความจริิง ที่่�เกิดิ ขึ้�้น - ตั้้�งอยู่� - แล้้วดับั ไป
เห็น็ เหตุุ เห็็นผล ที่่�เกิดิ ..
... ที่�่สำ�ำ คัญั สติิมาปัญั ญาเกิดิ รับั รองว่่าได้เ้ ห็น็ แน่.่ ..ทั้้�งหมด..
จะเห็น็ ได้ม้ ากน้อ้ ยแค่ไ่ หน ขึ้้�นอยู่่�กัับความเพีียรนะ ว่่า ทำ�ำ ได้ม้ ากน้อ้ ยแค่ไ่ หน...
...คนทำ�ำ จริงิ ย่่อมได้ข้ องจริงิ .
- 42 -
- 43 -
การปฏิิบัตั ิธิ รรม
ควรเริ่ม� ต้้นอย่า่ งไร? ตอนที่�่ ๕
ข้อ้ ธรรมที่�ค่ วรรู้�้ และทำ�ำ ความเข้้าใจ คืือ อริิยมรรคมีีองค์์ 8 และสติิปัฏั ฐาน 4
- 44 -
“ จากเดิิมที่�่คุุยกัันแล้ว้ ว่่า.. การปฏิบิ ััติิ มีี 3 ทางเลืือก คืือ .. “
...1. สมาธิ(ิ สมถะ) นำ�ำ ปััญญา(วิิปััสสนา) เราคุยุ ไปแล้้ว ในตอนที่�่ 3.
..2.ปััญญา(วิิปัสั สนา) นำ�ำ สมาธิ(ิ สมถะ) เราคุยุ ไปแล้ว้ ในตอนที่�่ 4.
..ตอนนี้้ค� ืือ...3.การทำ�ำ ควบคู่่�กันั เลย ทั้้ง� 2 ทางข้า้ งต้น้ ....
กล่่าวได้้ว่่า วิิธีีที่่� 3.เป็็นภาคผนวก
.. คืือ รวมวิิธีีทั้้�ง 2 แบบที่�่คุยุ กันั ไปแล้ว้ เอามาทำำ�รวมกันั .. คืือ...
#กลางวัันในการทำ�ำ การงานต่่างๆ เราก็็มั่่�นรู้้�สึกตัวั เข้า้ ไว้้ และ ขณะเดีียวกััน ก็็เสริิม
สมถะ คืือ การระลึึกรู้้�ลมหายใจเข้า้ ไปด้้วย..ก็จ็ ะมีีสมาธิกิ ัับการงาน มีีสติิ ระลึึกรู้�้ ลม
หายใจ เป็็นอารมณ์์กรรมฐาน เห็็น อารมณ์์ต่่างๆ เกิิดขึ้น�้ ตั้้ง� อยู่� แล้ว้ ดัับไป..
เป็น็ วิปิ ัสั สนาได้ด้ ้ว้ ย..
#เมื่อ่� กลับั ถึึงบ้้าน ก่่อนนอนสวดมนต์(์ เน้น้ สวดมนต์์นะ) นั่่�งสมาธิิเพื่่อ� พัักผ่่อน
สักั 10-15 นาทีี ก็็ยังั ดีี เมื่�อ่ เวลานอนให้้นอนสมาธิิ คืือ กำำ�หนดเหมืือนเวลานั่่ง� แต่อ่ ยู่�ใน
อิิริิยาบทนอน จะทำำ�ให้้เรานอนหลับั พัักผ่อ่ นเต็ม็ ที่�่ เช้า้ ตื่่น� มา ก็็กราบพระนั่่�งสมาธิิเลย
(เน้้นนั่่�งสมาธิใิ นตอนเช้า้ )
- 45 -
#และเมื่่�อออกมาทำ�ำ การงาน “
ก็เ็ จริิญสติิ ในชีีวิติ ประจำำ�วันั ไป..
“ วิิธีีนี้้� จะดีีที่่ส� ุดุ ได้เ้ วลาปฏิบิ ััติิเยอะสุุด
ถืือเป็น็ การเร่ง่ ความเพีียรมากสุุด...อยู่่�ที่ว�่ ่า่ จะมีีสติิ ระลึึกรู้�้ กาย-ใจ ได้ม้ ากแค่่ใหน? ...
แต่ส่ ำำ�หรับั คนที่ฝ่� ึึกสติิ จนสติสิ ามารถทำ�ำ งานได้้เอง เป็็นอััตโนมัตั ิิแล้ว้ ..
ก็จ็ ะเป็็น วิธิ ีีที่่� 3 นี้้จ� ะเกิิดเอง โดยอัตั โนมััติเิ ช่่นกันั ..
ผลจากการฝึกึ สติิ ในประจำำ�วััน ก็จ็ ะได้้ คำำ�ว่่าสำ�ำ รวมระวััง กาย วาจา ใจ
#เป็น็ ต้น้ ทางแห่่งศีีล
ผลจากการมีีสติิ ตั้้�งมั่่�นอยู่่�กับั การงาน แม้้เพีียงขณิิกะสมาธิิ ก็็ชื่่�อว่่า
#เป็น็ สมาธิิ ผลจากการตาม ระลึึกรู้้� ทันั อารมณ์์ ที่่�เกิดิ -ดับั รู้�ร้ ะวังั ระวััง กายวาจาใจ
อัันจะไม่ท่ ำ�ำ ให้้ผู้�้อื่น� เดืือดร้อ้ น การเรีียนรู้�้ทั้ง� หมด #ย่่อมได้ป้ ััญญา
..ทั้้�งหมดจึึงครบ ทั้้ง� ศีีล สมาธิิ ปัญั ญา (สิิกขา 3) เป็็นทางของอริยิ ะมรรค มีีองค์์ ๘ ได้.้ .
เพราะอริยิ ะมรรค มีีองค์์ ๘ เมื่่�อ สงเคราะห์์ ลงในสิิกขา3 (ศีีล สมาธิิ ปััญญา)
.. คืือ..
#ศีีล.. คืือ มรรค ๓ ข้อ้ ที่ช�่ ื่�่อ..
....สััมมาวาจา.. คืือ เจรจาชอบ หมายถึึง การพููดสนทนา แต่่ในสิ่�งที่ส�่ ร้้างสรรค์ด์ ีีงาม
....สััมมากััมมัันตะ.. คืือ การประพฤติิดีีงาม ทางกายหรืือกิจิ กรรมทางกายทั้้�งปวง
....สัมั มาอาชีีวะ.. คืือ การทำ�ำ มาหากินิ อย่า่ งสุุจริติ ชน
#สมาธิิ.. คืือ มรรค ๓ข้อ้ ที่ช�่ ื่อ�่ ..
....สัมั มาวายามะ.. คืือ ความอุตุ สาหะพยายาม ประกอบความเพีียรในการกุุศลกรรม
....สัมั มาสติ.ิ . คืือ การไม่่ปล่่อยให้้พลั้�งเผลอ จิิตเลื่่อ� นลอย ดำ�ำ รงอยู่่�ด้้วยความรู้�้ ตัวั อยู่�เป็น็ ปกติิ
- 46 -
สััมมาสมาธิิ.. คืือ การฝึกึ จิิตให้ต้ ั้้ง� มั่่�น สงบ สงัดั จากกิิเลส นิิวรณ์อ์ ยู่�เป็็นปกติิ
#ปัญั ญา.. คืือ มรรค ๒ ข้อ้ ที่�่ชื่�่อ......
สัมั มาทิฏิ ฐิิ.. คืือ ปัญั ญาเห็็นชอบ หมายถึึง
เห็น็ ถููกตามความเป็น็ จริงิ ด้ว้ ยปััญญา
....สัมั มาสัังกััปปะ.. คืือ ดำำ�ริิชอบ
หมายถึึง การใช้ส้ มองความคิดิ พิจิ ารณาแต่ใ่ นทางกุศุ ลหรืือความดีีงาม
..มีีการคุุยกัันมากในเรื่อ�่ ง อริิยะมรรค มีีองค์์ ๘..ว่า่ จะเริ่ม� ต้้นที่�่ไหน..
บางท่่าน จะบอกว่า่ ต้้องเริ่�มที่่� “สัมั มาทิฏิ ฐิ”ิ .. และคุยุ กัันมาก ถึึงว่่า
ต้อ้ งให้้มีีสัมั มาทิฏิ ฐิเิ สีียก่่อน...ไม่เ่ ช่น่ นั้้�น มรรคตััวอื่่น� จะเกิดิ ไม่ไ่ ด้้...
ลองพิิจารณาดูู ครับั ..สัมั มาทิฏิ ฐิิ.. คืือ ปััญญาเห็็นชอบ... เหตุทุ ี่ท่� ำำ�ให้้เกิดิ ปัญั ญา ล่ะ่ ..
ตัวั ปััญญา เป็็นผล.. เหตุุที่่�ทำ�ำ ให้เ้ กิิดปัญั ญา คืือ สัมั มาสติ.ิ .
ดั่่ง� คำ�ำ ว่่า... #สติิมาปััญญาเกิดิ .... มัันเป็น็ เช่น่ นั้้�นจริิงๆ...
...#สัมั มาทิฏิ ฐิิในเบื้้อ� งต้น้ ที่่เ� กิดิ จาก การอ่า่ น ฟััง คิิด ก็็ช่่วยให้เ้ กิดิ ความเข้้าใจในเบื้้�องต้้น
เพื่่�อความสำ�ำ รวมระวััง เพื่�่อการปฏิิบััติถิ ููก..
...#เพีียงแต่ป่ ัญั ญาจากทั้้�งจิินตามยปััญญาและ สุุตมยปัญั ญา..
“ไม่่สามารถ ตัดั ทุกุ ข์์ ตััดกิเิ ลสได้ข้ าดจริิง” เป็น็ เพีียงแค่ก่ าร
#กดข่่มกิิเลส ด้ว้ ยเหตุุผล..เท่า่ นั้้น� ..ทำ�ำ ให้้กิเิ ลส “ฝ่อ่ ” เป็็น ขณะๆ ไป..
.. สำ�ำ หรับั เราๆท่่านๆ ที่ย�่ ัังไม่่ได้ด้ วงตาเห็็นธรรม ยังั เป็น็ ปุุถุชุ น..
ก็็ไม่่ถืือว่า่ ผิดิ อะไรนะ.. เพราะอย่่างน้้อย ก็็ช่ว่ ยให้้เรา สำ�ำ รวม กาย วาจา ใจ
ชั่ว� คราวก็็ยัังดีี.... ดีีกว่า่ ไม่่ทำ�ำ อะไรเลย...จึึงสรุปุ ได้้ว่า่ การที่เ่� รามีี .. ศีีล .. สมาธิิ .. ปััญญา
ให้บ้ ริิบููรณ์์ อริิยะมรรค ก็็บริิบููรณ์์ ครบตามไปด้ว้ ย
เช่่นกััน..เริ่�มจากตรงใหนก่่อนก็็ได้.้ . คืือ
จะเริ่ม� ที่�่ ศีีล ก่อ่ นก็็ได้้... เพื่่อ� ให้เ้ กิิดสมาธิิ และเกิดิ
ปััญญาตามมา...หรืือ จะเริ่ม� ที่�่ มีีสมาธิกิ ่่อน ... เพื่�อ่ ให้้ สำ�ำ รวมระวััง ก็จ็ ะได้้ “ปััญญา “ และ
ศีีลก็็จะ ครบเอง จากปััญญา ที่�่ ..”เห็น็ ”.. ปัญั ญาที่่�มีี หิริ ิิ-โอตัปั ปะ (ความละอาย+ความ
เกรงกลััว บาป)...
จะเริ่�มที่�่ ปััญญา.. เพื่�อ่ ให้้ เกิดิ ศีีล.. เกิดิ สมาธิิ ตามมาก็็ได้้อีีกเช่น่ กััน...
- 47 -
#อีีกเรื่่อ� งที่่�อยากให้้ทำำ�ความเข้า้ ใจ “
“ คืือ สติปิ ัฏั ฐาน ๔ อย่า่ งที่�่บอกว่า่ ..การปฏิิบัตั ิทิ ั้้�งหลาย ของ
พ่อ่ แม่่ครููบาอาจารย์์...ไม่ม่ ีีการปฏิิบััติใิ ดเลย ที่�่อยู่� นอกเหนืือ
ไปจาก สติปิ ััฏฐาน ๔. หรืือ
ไม่่อยู่�ในสติปิ ัฏั ฐาน ๔. เพราะธรรมทั้้�งหลายที่่ต� ้้องศึึกษา
เรีียนรู้้� ก็อ็ ยู่่�บนกาย-ใจ เรานี่�่เอง
ผมขอกล่า่ วในส่่วนของการปฏิบิ ัตั ิ.ิ .
ลักั ษณะความเกี่ย�่ วเนื่่�องกััน ของฐาน ทั้้ง� ๔..เพื่อ่� น้้อมนำำ�ไปพิจิ ารณา
ให้้เกิดิ วิปิ ััสสนาญาณสืืบไป.. #การเจริญิ สติปิ ััฏฐาน ๔..
จะมีีความเกี่ย่� วเนื่�อ่ งกันั เป็น็ คู่�..เป็น็ เหตุุ เป็น็ ปััจจััยกััน.
..เริ่ม� ต้้นด้ว้ ยคำ�ำ ว่า่ ..สติทิ ี่�ต่ ั้้ง� มั่่น� .. ตั้้ง� มั่่�นอยู่่�กัับอะไร..??
ถ้้าไม่่มีีฐาน ไม่่มีีที่่อ� ยู่�ให้้สติิ..สติิก็จ็ ะไหลรวมไปกับั จิติ ปรุุงแต่่ง จมแช่ไ่ ปกับั อารมณ์ต์ ่่างๆ
ทำ�ำ ให้เ้ กิดิ ความฟุ้ง�้ ซ่่าน รำำ�คาญใจ .. เราจึึงต้้องหาที่�่อยู่�ให้ส้ ติิ หรืือ ที่�่บอกว่่า ผููกสติไิ ว้้กัับฐาน
ฐานของสติิ คืือที่่�อยู่�ของสติิ คืือ องค์บ์ ริกิ รรม เช่่นพุุทโธ ๑. การกำ�ำ หนดระลึึกรู้�้ ยุุบหนอพองหนอ
๑. การเคลืือนไหวมืือ ๑.ตามแต่ค่ รูู อ. ที่�ส่ อนมา สติิเรามีีความตั้้ง� มั่่�นอยู่่�กัับอะไร สิ่�งนั้้�นคืือ ฐาน
ของเรา.. เราต้้องรู้�้ ว่่า ฐานที่่�เหมาะกับั เรา คืืออะไร??
#ฐานกาย..เป็น็ เหตุุให้้เห็็นฐานเวทนา(ทั้้�งจากกายและจากจิติ )
คืือ แนวปฏิิบัตั ิิ แบบ สมาธิิ นำ�ำ ปัญั ญา....
#ฐานจิติ ..เป็น็ เหตุุให้้เห็น็ ฐานเวทนา (ทั้้ง� จากกายและจากจิติ )
คืือ แนวปฏิิบััติิ แบบ ปัญั ญา นำ�ำ สมาธิิ..
...เรื่อ�่ งของการปฏิบิ ัตั ิิ ผลจะเกิิดมากน้อ้ ย อยู่่�ที่่�ความเพีียร..
..พุุทธพจน์์.. บุคุ คลล่ว่ งทุุกข์ไ์ ด้้ด้ว้ ยความเพีียร..
- 48 -
- 49 -
#การหมั่่�นระลึึกรู้�้
คืือความเพีียร (พยายามทำ�ำ บ่่อยๆ)แรกๆต้้องฝึึก.. มั่่�นระลึึก ต้อ้ งกำำ�หนดไว้้เนื่อ่� งๆ จึึง
ชื่่�อว่่า ความเพีียร.. คืือ ระลึึกถึึง ฐานตามที่่ค� รููอ.สอนมา.. ดังั กล่่าวไปแล้ว้ (ส่ว่ นตัวั
ผมเอง ใช้้ ฐานกายลม ที่่�เรีียกว่่า อานาปานสติิ)
..การมีีสััมมาสติิระลึึกรู้้�..ได้้เอง สติิเกิิดได้เ้ อง.. อัันนี้้เ� ป็็นผลจากการฝึึกมาดีีแล้ว้ ..ซึ่ง� ผู้�้
ปฏิิบัตั ิติ ้อ้ งฝึกึ จนได้ต้ รงนี้้�ก่่อน มัันจึึงจะรู้้เ� ท่า่ -รู้�้ ทันั กัับกิิเลส
#รู้�เ้ ท่า่
คืือรู้้� เท่่ากับั ความไว ของการกระทบผััสสะ เช่่น ตากระทบรููป ,
หููกระทบเสีียง.. สติิตามรู้เ�้ ท่่ากัับการกระทบนั้้น� กลัับเข้า้ ฐาน ก็็เท่่ากับั แยก สติิ ออก
จาก จิิตที่ร�่ ัับรู้�้ เป็็นอััตโนมััติิ
#รู้�้ ทันั ..คืือรู้�้ ทััน
กระบวนการปรุุงแต่ง่ ของจิิต รู้�้ ว่า่ เพราะเหตุุอย่่างนี้้�
จึึงมีีผลอย่่างนี้้�.. นี่�เ่ รีียกว่่า รู้�้ ทััน..
...ซึ่�งการมีีสติิ ระลึึกรู้เ�้ ท่่า-ทันั จะเกิดิ จากถิิรสััญญา..
... สังั เกตง่า่ ยๆว่่า.. เมื่อ่� มีีสิ่่ง� ใดกระทบผัสั สะ ทางทวาร ๖ (ตา หูู จมููก ลิ้�น กาย ใจ)
สติิจะระลึึกรู้้�ขึ้�นมาทันั ที่่�และตรงนี้้�เอง สติิที่ฝ่� ึึกมาดีีแล้้วจนเป็็นสัมั มาสติิ
เมื่อ่� เกิดิ ขึ้�น้ อกุศุ ลจะตั้้ง� อยู่�ไม่่ได้.้ . สััมมาสติิ จะเข้า้ ดัับอกุศุ ลต่่างๆทัันทีี..
เพราะ.. กุศุ ล กับั อกุศุ ล จะเกิิดคู่่�กันั ไม่ไ่ ด้.้ .
..#ตรงนี้้แ� หละครับั สำำ�คัญั ถิิรสัญั ญา แปลว่่า จำ�ำ ได้้แม่่น...คืือจดจำ�ำ สภาวะได้.้
..ตรงที่�่ว่า่ จำ�ำ ได้้แม่น่ (ถิิรสัญั ญา) ตรงนี้้.� ...
“#มิิใช่ไ่ ปจำำ�เรื่�อ่ งราวที่ม�่ ากระทบนะ”
..#แต่่ให้ส้ ติจิ ำ�ำ ฐาน จำำ�ที่น่� ั่่�งของเขาแม่่นๆ....เช่น่ การกำำ�หนดอานาปานสติิ
ก็็จะรู้้�ลมหายใจ เข้า้ -ออก.. ยาว-สั้�น..เขาจะรับั รู้้�ต่่อเนื่�่องเอง...
สติิจะเกิดิ ขึ้้�นเองเมื่่�อเขาจำำ�ผลรับั ที่�่เกิิดได้้สััญญาจะบัันทึึกเอง...
ว่่า...”เออ.. นั่่�งตรงนี้้� มัันสบายอย่่างนี้้เ� อง”
โดยธรรมชาติิ.. เราชอบสบายอยู่�แล้ว้ .. ความสุขุ เป็น็ เหตุุใกล้ใ้ ห้้เกิดิ สมาธิิ
ดัังนั้้�น..เมื่่�อเกิดิ เหตุุอะไรขึ้�้นเขาก็จ็ ะ ระลึึกได้(้ สติิเกิิด)
กลัับเข้้าฐาน ก็เ็ ท่า่ กับั แยก สติิ ออกจาก จิติ ที่�่รับั รู้�้ เป็็นอัตั โนมัตั ิิ
- 50 -