151
เฉลยแบบฝึกหัด
คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้
1. ความเขม้ ข้นของสารละลาย หมายถึง
ตอบ ปรมิ าณของตวั ละลายที่ละลายอยู่ในสารละลาย
2. น้ำเกลือมีความเข้มข้นร้อยละ 5 โดยมวลต่อปริมาตรหมายความว่าอย่างไร
ตอบ ในน้ำเกลือ 100 cm3 มเี กลือละลายอยู่ 5 กรมั
3. เอทานอล 70% โดยปริมาตรต่อปริมาตร หมายความวา่ อยา่ งไร
ตอบ ในสารละลาย 100 cm3 มีเอทานอลอยู่ 70 cm3
4. เหรยี ญบาททำด้วยโลหะผสมซง่ึ มีทองแดง 75% นิกเกิล 25% หมายความว่าอยา่ งไร
ตอบ ในเหรียญหนกั 100 g มีทองแดง 75 g ผสมอยกู่ บั นิกเกิล 25 g
5. หนว่ ยส่วนในพนั สว่ น หมายความวา่ อย่างไร
ตอบ ในสารละลาย 1,000 ส่วน มตี ัวละลายอยู่ 1 ส่วน
6. หน่วยส่วนในล้านสว่ น หมายความว่าอยา่ งไร
ตอบ สารละลาย 1,000,000 ส่วนมตี ัวละลายอยู่ 1 สว่ น
152
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 12
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 สารบรสิ ุทธิ์ เรือ่ ง การเตรยี มสารละลาย
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหสั วชิ า ว 21101 รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ 1 ชั้น ม.1 เวลาเรียน 2 ชว่ั โมง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 ครูผสู้ อน นายดิเรกฤทธิ์ ยเุ หล็ก ตำแหนง่ ครู คศ.1
ใช้สอนวนั ....................... ที.่ ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชวี้ ัด
มาตรฐานว 2.1 เข้าใจสมบัตขิ องสสารองค์ประกอบของสสารความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสมบตั ขิ องสสารกบั โครงสรา้ ง
และแรงยดึ เหน่ยี วระหวา่ งอนภุ าคหลักและธรรมชาตขิ องการเปล่ยี นแปลงสถานะของสสารการเกดิ สารละลายและ
การเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
ตวั ชีว้ ัด
ว 2.1 ม.1/4 เปรียบเทียบจุดเดอื ดจุดหลอมเหลวของสารบรสิ ุทธิแ์ ละสารผสมโดยการวดั อุณหภูมเิ ขียน
กราฟแปลความหมายข้อมลู จากกราฟหรือสารสนเทศ
ว 2.1 ม.1/ 5 อธบิ ายและเปรยี บเทยี บความหนาแน่นของสารบริสทุ ธ์ิและสารผสม
ว 2.1 ม.1/ 6 ใช้เครื่องมือเพอื่ วัดมวลและปริมาตรของสารบริสุทธิแ์ ละสารผสม
ว 2.1 ม.1/7 อธบิ ายเก่ียวกับความสัมพันธร์ ะหวา่ งอะตอมธาตแุ ละสารประกอบโดยใช้แบบจำลองและ
สารสนเทศ
2. สาระสำคัญ
สารละลายที่มีตัวทำละลายเทา่ กนั ถ้ามปี รมิ าณตัวละลายต่างกันจะมคี วามเข้มขน้ ต่างกัน สามารถ
เตรยี มสารละลายท่ีมคี วามเข้มขน้ ในหนว่ ยที่กำหนดไว้ เชน่ ร้อยละโดยมวลตอ่ มวล ร้อยละโดยมวล
ต่อปริมาตร ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
1. เตรยี มสารละลายจากสารละลายท่มี อี ยู่แลว้ ได้
2. ยกตัวอยา่ งการใช้ประโยชน์จากสารละลายและนำความรู้เร่ืองสารละลายไปใช้ประโยชน์
ในชีวิตประจำวนั ได้
153
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้
ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
ความสนใจใฝร่ ู้ ความมุ่งม่ัน อดทน
4. สาระการเรียนรู้
การเตรยี มสารละลาย
5. กระบวนการตัดการเรยี นรู้ (กระบวนการวิทยาศาสตร์)
ชวั่ โมงที่ 1
1. ขั้นกำหนดปญั หาและสมมตุ ฐิ าน
นักเรยี นอภปิ รายการเตรียมสารละลายท่ีผ่านมา ซึ่งทำไดโ้ ดยการผสมสาร 2 ชนิดเขา้ ดว้ ยกัน แล้ว
ซักถามนกั เรยี นดังนี้
- ในกรณีที่มสี ารละลายอยแู่ ล้วเราจะนำสารละลายนัน้ มาเตรียมสารละลายใหมไ่ ด้อกี
หรือไม่
2. ขนั้ ทดลอง
1. ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ัติกิจกรรมที่ 7 เรื่อง การเตรียมสารละลาย แล้วโดยแนะนำนกั เรียนก่อน
ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ดงั นี้
- การวดั ปริมาตรของเหลว 1 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร อาจใช้หลอดหยดนับจำนวนหยดเทยี บ
เปน็ 1 ลกู บาศก์เซนติเมตรกไ็ ด้ ถา้ มกี ระบอกตวงขนาด 10 ลกู บาศก์เซนตเิ มตรไมเ่ พียงพอ หรือใชห้ ลอด
ฉีดยาพลาสติก
2. ใหน้ กั เรยี นลงมือปฏบิ ตั กิ จิ กรรมขณะปฏิบัตกิ จิ กรรม ครูคอยให้คำแนะนำในสว่ นทีบ่ กพรอ่ ง
และสงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี นหลงั เสร็จการปฏบิ ัติกิจกรรมใหต้ วั แทนนักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอผล
การปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
ช่ัวโมงที่ 2
3. ขน้ั วิเคราะหแ์ ละอภิปรายผลการทดลอง
นกั เรียนและครรู ว่ มกันวิเคราะหผ์ ลการปฏบิ ัติกิจกรรมโดยใชแ้ นวคำถาม ดงั นี้
- สีของสารละลายทเี ตรยี มได้ในบกี เกอรแ์ ต่ละใบเหมือนหรือตา่ งกันอยา่ งไรบีกเกอร์หมายเลข
ใดมสี ีเขม้ มากที่สดุ แกละหมายเลขใดมีสจี างที่สุด
- ถ้าสารละลายในบกี เกอร์ใบท่ี 1 มีความเข้มข้นเป็น 1 ส่วน สารละลายในบีกเกอร์ใบที่ 2
จะมคี วามเขม้ ขน้ เท่าไร สารละลายในบกี เกอร์ใดมีความเข้มขน้ เท่ากับ 1 สว่ นในพันสว่ น
- จะใช้วธิ นี เ้ี ตรียมสารละลายทม่ี ีความเขม้ ขน้ มากกว่าสารละลายเดมิ ได้หรอื ไม่
154
4. ข้ันสรุป
1. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั อภิปรายสรุปดังน้ี
- เมอื่ นำสารละลายทีมีอยเู่ ดิมมาเตรียมเปน็ สารละลายใหม่ จะได้สารละลายท่มี ีความ
เข้มขน้ ลดลงสีของสารละลายทเี่ ตรยี มไดใ้ นบกี เกอรแ์ ต่ละใบ มีความเข้มข้นต่างกัน เรียงตามลำดบั จากสี
เข้มไปหาสีจางดงั น้ี
บีกเกอร์ใบที่ 1 สีเข้ม > บีกเกอรใ์ บท่ี 2 > บีกเกอรใ์ บที่ 3 > บีกเกอรใ์ บท่ี 4 น่นั คือ
สารละลายในบีกเกอร์ใบท่ี 1 มีสีเขม้ มากทสี่ ดุ และสารละลายในบีกเกอรใ์ บที่ 4 จะมีสีจางที่สุด
- ถ้าสารละลายในบกี เกอรใ์ บท่ี 1 มีความเข้มขน้ เปน็ 1 ส่วน สารละลายในบีกเกอร์
ใบที่ 2 จะมีความเข้มขน้ = 1/10 (หนึง่ ส่วนในสิบสว่ น) สว่ นสารละลายท่ีมีความเขม้ ข้น = 1/10000
(หนึ่งสว่ นในพนั สว่ น) คือสารละลายในบกี เกอร์ใบที่ 4
- จะใชว้ ธิ นี ้เี ตรยี มสารละลายท่มี ีความเข้มข้นมากกว่าสารละลายเดิมไดถ้ า้ สารละลายน้ีมีตวั
ละลายเปน็ ของแขง็ ทไ่ี มร่ ะเหย หรอื ถ้าเป็นของเหลวของเหลวนั้นตอ้ งระเหยยาก จากน้นั ก็นำสารละลายนีไ้ ป
ระเหยตัวทำละลายออกไปให้เหลือปรมิ าตรตามต้องการ กจ็ ะไดส้ ารละลายทีม่ ีความเขม้ ขน้ มากกว่าเดมิ
2. ให้นักเรียนยกตวั อย่างการใช้ประโยชน์จากสารละลายและนำความรู้เรอื่ งสารละลายไป
ใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวนั
3. ให้นกั เรียนทำแบบฝึกหดั
6. ส่ือ/ แหล่งการเรยี นรู้
1. ใบงาน เรอ่ื ง การเตรยี มสารละลาย
2. ใบความรู้ เร่ือง ความเข้มข้นของสารละลาย
155
7. การวดั ผลประเมนิ ผล
ส่ิงท่ตี อ้ งการประเมิน วิธกี ารวัดผล เครอ่ื งมือทใี่ ช้ เกณฑ์การผ่าน
ในการวดั ผล การประเมนิ ผล
ความรู้
1.เตรยี มสารละลายจาก การตรวจผลงาน แบบประเมนิ การตรวจ ได้คะแนนเฉลย่ี รอ้ ยละ
ผลงาน 60 ขึน้ ไป
สารละลายทีม่ ีอยูแ่ ลว้ ได้
2.ยกตวั อย่างการใช้
ประโยชน์จากสารละลาย
และนำความรู้เรื่อง
สารละลายไปใช้
ประโยชน์ใน
ชวี ติ ประจำวนั ได้
ทักษะ
กระบวนการสืบเสาะ - การนำเสนอผลงาน - แบบประเมินการ ได้คะแนนเฉลยี่ ร้อยละ
นำเสนอผลงาน 60 ข้ึนไป
หาความรู้ - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม
การทำงานกล่มุ
- สงั เกตพฤตกิ รรมการ
ทำงานกล่มุ
คณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค์
ความสนใจใฝร่ ู้ ความ สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ พฤติกรรม ไดค้ ะแนนเฉลย่ี 2 (ด)ี
มงุ่ ม่ัน อดทน รายบคุ คล รายบคุ คล ขึ้นไป
8. บนั ทึกหลงั การจัดการเรยี นรู้ 156
8.1 ผลการจัดการเรียนรู้
ผู้เรยี นท่ีผ่านตวั ชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เป็นร้อยละ.................
ผเู้ รยี นท่ีไมผ่ า่ นตวั ชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นร้อยละ.................
เลขท่ีของนักเรยี นทส่ี อบไม่ผา่ นตวั ชี้วัด..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุทีไ่ ม่ผ่าน .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผเู้ รยี นที่มีความสามารถพิเศษ ไดแ้ ก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพัฒนา/ส่งเสริม..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผเู้ รยี นได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รียนเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรอื่ ง............................................................................................
ผ้เู รียนมีคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม (A) ในเร่ือง.................................................................................
8.2 ปญั หาอุปสรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .......................................................ครผู สู้ อน
(นายดิเรกฤทธ์ิ ยุเหล็ก)
ตำแหนง่ ครู คศ.1
วนั ท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ................
157
9. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผ้ทู ไ่ี ด้รับมอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พลู แจง้ )
วนั ท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ................
รับทราบผลการจัดการเรยี นรู้
ลงชื่อ....................................................... ลงชื่อ......................................................
(..............................................) (นายวริ ชั ต์ จำปาทอง)
ตำแหนง่ รองผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา ฝ่ายบริหารวิชาการ ตำแหนง่ ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
วนั ท่ี............เดือน..........................พ.ศ. ........... วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ..........
158
ใบงาน
เร่อื ง การเตรยี มสารละลาย
จดุ ประสงค์
เตรยี มสารละลายทเ่ี จอื จางได้จากสารละลายทีเ่ ข้มขน้ กวา่
วสั ดุอปุ กรณแ์ ละสารเคมี
รายการ ปริมาณต่อ 1 กลุม่
1. สารละลายที่เตรียมได้จากกิจกรรม17.1 ข้อ 5 10 cm3
2. บกี เกอร์ขนาด 50 cm3 15 g
3. แท่งแกว้ คนสาร 4 ใบ
4. กระบอกตวงขนาด 10 cm3 1 อัน
5. หลอดหยด 1 อัน
1 อัน
วธิ ที ำ
1. เตรียมบีกเกอร์ขนาด 50 cm3 จำนวน 4 ใบ ใสน่ ้ำ 9 cm3 ลงในบกี เกอร์ใบท่ี 2 – 4
2. แบง่ สารละลายคอปเปอร์ (II) ซลั เฟตทเี่ ตรียมได้จากกิจกรรม 17.1 ข้อ 5 มาเตมิ ลง
ในบกี เกอรใ์ บที่ 1 จำนวน 10 cm3
3. ใชห้ ลอดหยดดูดสารละลายมาหยดลงในกระบอกตวงขนาด 25 cm3 จนได้ปริมาตรเท่ากับ
1 cm3 นับจำนวนหยดของสารละลาย
4. ใช้หลอดหยดอนั เดิมดูดสารละลายจากบกี เกอร์ใบท่ี 1 ใส่ในบีกเกอร์ใบท่ี 2 จำนวน 1 cm3
โดยใช้จำนวนหยดของสารละลายเทา่ กบั ทนี่ บั ไดใ้ นขอ้ 3 ใช้แทง่ แก้วคนให้สารละลายเข้ากนั
5. ล้างหลอดหยดให้สะอาด แล้วนำมาดดู สารละลายจากบีกเกอร์ใบที่ 2 จำนวน 1 cm3
ใส่ในบกี เกอร์ใบที่ 2 จำนวน 1 cm3 ใส่ในบีกเกอรใ์ บที่ 3 ทำเช่นนี้จนถึงบีกเกอรใ์ บที่ 4
159
บันทกึ ผลปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
กลุ่มท่.ี ........................สมาชกิ 1............................................... 2.............................................
3............................................... 4.............................................
5............................................... 6.............................................
บันทกึ ผล
…………………………………………………………………………………….……………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………….……………………………….…
…………………………………………………………………………………………………………….………………………….……
………………………………………………………………………………………………………..………………………………….…
………………………………………………………………………………………………………..…………………………………..…
คำถาม
- สีของสารละลายทเี ตรียมได้ในบีกเกอร์แต่ละใบเหมอื นหรอื ตา่ งกนั อยา่ งไรบกี เกอร์หมายเลข
ใดมสี เี ข้มมากที่สุดแกละหมายเลขใดมีสจี างที่สุด
…………………………………………………………………………………………………………..…………………………………
- ถ้าสารละลายในบกี เกอรใ์ บท่ี 1 มีความเขม้ ขน้ เปน็ 1 ส่วน สารละลายในบีกเกอร์ใบท่ี 2
จะมีความเข้มข้นเท่าไร สารละลายในบีกเกอรใ์ ดมีความเขม้ ขน้ เท่ากับ 1 สว่ นในพันส่วน
……………………………………………………………………………………………………………………………..………………
- จะใช้วิธนี เี้ ตรยี มสารละลายท่ีมีความเขม้ ข้นมากกว่าสารละลายเดิมได้หรือไม่
……………………………………………………………………………………………….…………………………………………….
สรปุ
……………………………………………………………………………………………….…………………………………………..…
……………………………………………………………………………………………….…………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………….………………………………………..…
160
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 13
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 สารบริสทุ ธ์ิ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสาร 1
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหัสวิชา ว 21101 รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ 1 ชนั้ ม.1 เวลาเรยี น 3 ช่วั โมง
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 ครูผ้สู อน นายดิเรกฤทธ์ิ ยเุ หล็ก ตำแหน่ง ครู คศ.1
ใช้สอนวนั ....................... ท.่ี ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานว 2.1 เขา้ ใจสมบัติของสสารองค์ประกอบของสสารความสมั พันธ์ระหว่างสมบัตขิ องสสารกับโครงสร้าง
และแรงยึดเหน่ียวระหวา่ งอนุภาคหลักและธรรมชาตขิ องการเปลยี่ นแปลงสถานะของสสารการเกิดสารละลายและ
การเกิดปฏิกิริยาเคมี
ตัวชวี้ ัด
ว 2.1 ม.1/10 อธบิ ายความสัมพันธ์ระหวา่ งพลังงานความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของสสารโดยใช้
หลกั ฐานเชงิ ประจักษแ์ ละแบบจำลอง
2. สาระสำคัญ
สสารเมื่อให้ความร้อนและความเย็นจะสามารถเปลีย่ นสถานะได้ การเปล่ียนสถานะของสสารจะเกิดการ
ถา่ ยเทพลังงานร่วมดว้ ยเสมอ โดยเม่อื ใหค้ วามร้อนจะเกดิ การละลายประเภทดูดความร้อน และเมื่อให้ความ
เยน็ จะเกิดการละลายประเภทความรอ้ น
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. อธบิ ายความหมายของคำต่อไปนีไ้ ด้ จดุ หลอมเหลว จดุ เดอื ด จุดควบแนน่ การดูดความร้อน
การคายความรอ้ น ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ และความรอ้ นแฝงของการหลอมเหลว
2. อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหวา่ งพลังงาน อณุ หภูมิกบั การเปล่ียนสถานะของสารและยกตัวอย่าง
การใชป้ ระโยชนไ์ ด้
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
กระบวนการสบื เสาะ หาความรู้
161
ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
ความสนใจใฝ่รู้ ความมุง่ มนั่ อดทน
4. สาระการเรยี นรู้
การเปล่ียนแปลงของสาร
5. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (กระบวนการสบื เสาะหาความรู้)
ช่วั โมงที่ 1
ขน้ั สรา้ งความสนใจ
1. ครูนำเทยี นไขมาแลว้ ใช้ไม้ขดี จดุ ใหน้ กั เรียนสังเกตผล นำน้ำแข็งกอ้ นหน่ึงใสภ่ าชนะตง้ั ทงิ้ ไว้ ให้
นกั เรียนสงั เกตผล แลว้ ต้งั ประเด็นอภปิ รายดังนี้
– เมอ่ื ใชไ้ มข้ ีดไฟจุดเทียนไขแล้ว มสี ิง่ ใดเปลี่ยนแปลงบ้าง
– นำ้ แขง็ ท่อี ยู่ในภาชนะ มสี ิง่ ใดเปลีย่ นแปลงบ้าง
2. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายคำตอบของนกั เรยี น เพื่อเช่ือมโยงไปส่เู รือ่ งของพลังงานกับการ
เปลย่ี นแปลงสถานะของสสาร
ข้ันสำรวจและคน้ หา
1. ครสู นทนาเกย่ี วกบั การเปล่ียนแปลงพลงั งานของระบบ โดยอธิบายความหมายของระบบกบั
สง่ิ แวดลอ้ มให้นกั เรียนเข้าใจ และเชอื่ มโยงไปสูก่ ารเปลีย่ นแปลงสถานะของของแขง็ เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นเข้าใจถึง
ความสัมพันธ์ของพลงั งานกับอณุ หภูมิ โดยเน้นการทำความเข้าใจคำวา่ จุดหลอมเหลว
2. ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมเสริมความรู้เรอ่ื งการเปลย่ี นสถานะของน้ำ โดยใหป้ ฏิบตั ิ
ดังนี้
– นำน้ำแขง็ ทเ่ี ตรยี มมาทบุ ให้ละเอยี ด แลว้ นำไปใสใ่ นบกี เกอร์ขนาด 100 ลกู บาศก์เซนติเมตร
ประมาณ 40 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ใช้เทอร์โมมิเตอรว์ ดั อณุ หภูมิของนำ้ แข็ง
– นำบกี เกอรท์ ่ใี สน่ ้ำแข็งไปต้ังไฟแล้วใชแ้ ทง่ แก้วคนน้ำแข็ง เมอื่ นำ้ แข็งบางส่วนหลอมเหลว
จึงนำไฟออก แตย่ งั คงใช้แทง่ แก้วคนตลอดเวลา เมือ่ สังเกตเห็นวา่ นำ้ แขง็ หลอมเหลวหมดพอดี
ใชเ้ ทอร์โมมิเตอรว์ ัดอณุ หภมู ิของน้ำแข็งท่ีหลอมเหลว
– จากน้ันใหค้ วามรอ้ นแก่นำ้ ตอ่ ไปจนกระทั่งน้ำเดอื ด ชเ้ ทอรโ์ มมิเตอร์วดั อุณหภมู ิของน้ำเดอื ด
– ใชเ้ ทอร์โมมเิ ตอรว์ ัดอณุ หภูมขิ องไอน้ำ โดยให้กระเปาะของเทอรโ์ มมเิ ตอรอ์ ย่เู หนอื น้ำ
อา่ นค่าอณุ หภูมิทส่ี งั เกตได้
3. ครนู ำอภิปรายเกีย่ วกบั การเปลี่ยนแปลงสถานะของของเหลวและแก๊ส เพอ่ื ให้นกั เรยี นเขา้ ใจ
ถึงความสัมพันธข์ องพลังงานกบั อณุ หภูมิ โดยเน้นการทำความเข้าใจคำว่า จุดเดือด จดุ เยอื กแข็ง
162
จดุ ควบแน่น การดูดความร้อน การคายความรอ้ น ความรอ้ นแฝงของการกลายเปน็ ไอ และความร้อนแฝงของ
การหลอมเหลว
4. ให้นกั เรยี นฝกึ คำนวณหาคา่ ความรอ้ นแฝงโดยวิธเี ทียบบญั ญตั ิไตรยางศ์ ตามตวั อย่างท่ีครนู ำเสนอ
ชั่วโมงที่ 2
ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป
1. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันอภิปรายผลการปฏบิ ัติกิจกรรม แลว้ ส่งตัวแทนกลมุ่ ออกมานำเสนอให้
เพ่ือน ๆ ทราบหนา้ ห้องเรยี น
2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ ผลจากการปฏิบัตกิ จิ กรรม โดยให้ได้ข้อสรปุ ดงั นี้
– เมือ่ น้ำแขง็ ไดร้ บั ความรอ้ นจะมีการเปลยี่ นแปลง บางช่วงเปลี่ยนสถานะโดยอณุ หภมู ิ
ไม่เปลี่ยนแปลง และบางชว่ งอุณหภูมิเปล่ียนแปลงแตส่ ถานะไม่เปลย่ี นแปลง
– ความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของนำ้ แขง็ เป็นพลังงานความรอ้ นทใี่ ชใ้ นการเปลีย่ นสถานะ
ของน้ำแข็งเปน็ นำ้ ค่าพลังงานความร้อนท่ที ำใหน้ ้ำแข็งมวล 1 กรมั เปล่ยี นสถานะเปน็ นำ้ โดยอุณหภูมิไม่
เปล่ยี นแปลงเรียกวา่ ความรอ้ นแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำแขง็
– ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอของน้ำเดือดเป็นพลงั งานความร้อนท่ีทำให้น้ำเดือดเปลี่ยน
สถานะเป็นไอน้ำเดือดโดยอณุ หภูมไิ ม่เปลีย่ นแปลง ค่าพลังงานความร้อนท่ที ำให้นำ้ เดือดมวล 1 กรัม เปลีย่ น
สถานะเปน็ ไอน้ำเดอื ดโดยอณุ หภมู ไิ ม่เปล่ียนแปลงเรียกว่า ความร้อนแฝงจำเพาะของการกลายเปน็ ไอของนำ้
เดอื ด
ชั่วโมงท่ี 3
ขน้ั ขยายความรู้
1. ใหน้ กั เรียนฝึกคำนวณหาค่าความร้อนแฝงโดยวธิ ีเทียบบัญญัติไตรยางค์ ตามตวั อยา่ งท่ีครู
นำเสนอ
2. นกั เรยี นค้นควา้ เพม่ิ เติม เรื่อง พลังงานกบั การเปล่ยี นแปลงสถานะของสสารหนว่ ยวัดปรมิ าณ
ความรอ้ น เช่น แคลอรี (calorie) บ.ี ที.ย.ู (B.T.U. = British Thermal Unit) เปน็ ต้น โดยการสบื ค้นข้อมลู
จากหนงั สอื วารสารเกยี่ วกับเคมี สารานกุ รมวทิ ยาศาสตร์ สารานกุ รมสำหรบั เยาวชน และอนิ เทอรเ์ นต็
รวมทง้ั นำขอ้ มลู ที่คน้ ควา้ ได้มาจัดทำเปน็ รายงานหรือจัดป้ายนิเทศใหเ้ พือ่ น ๆ ได้ทราบเพื่อแลกเปลยี่ นเรยี นรู้
กนั
ขนั้ ประเมนิ
ใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หัดแลว้ รว่ มกนั เฉลยคำตอบ
163
6. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1. สอ่ื สิง่ พิมพ์ และเว็บไซตต์ ่าง ๆ ทางอนิ เทอรเ์ น็ตที่เก่ียวข้อง
2. อปุ กรณก์ ารทดลองของแต่ละกจิ กรรมในการจัดการเรยี นรู้แต่ละคร้งั
3. ใบงาน เรอ่ื ง อณุ หภูมกิ บั การเปลี่ยนสถานะของสาร
4. ใบความรู้ เร่ือง สารเน้ือเดยี ว
5. แบบฝกึ หัด
164
7. การวดั ผลประเมนิ ผล
สิง่ ท่ีตอ้ งการประเมนิ วิธกี ารวัดผล เคร่ืองมือทใี่ ช้ เกณฑก์ ารผ่าน
ในการวัดผล การประเมนิ ผล
ความรู้
1.อธิบายความหมายของ การตรวจผลงาน แบบประเมินการตรวจ ไดค้ ะแนนเฉลี่ย ร้อยละ
ผลงาน 60 ขึ้นไป
คำต่อไปนไ้ี ด้ จดุ
หลอมเหลว จุดเดือด จุด
ควบแนน่ การดดู ความ
รอ้ น
การคายความรอ้ น ความ
รอ้ นแฝงของการ
กลายเปน็ ไอ และความ
รอ้ นแฝงของการ
หลอมเหลว
2. อธบิ ายความสมั พันธ์
ระหว่างพลงั งาน
อุณหภูมิกบั การเปล่ยี น
สถานะของสารและ
ยกตัวอย่าง
การใช้ประโยชนไ์ ด้
ทักษะ
กระบวนการสืบเสาะ - การนำเสนอผลงาน - แบบประเมินการ ไดค้ ะแนนเฉลีย่ รอ้ ยละ
นำเสนอผลงาน 60 ข้ึนไป
หาความรู้ - แบบประเมินพฤตกิ รรม
การทำงานกลุ่ม
- สังเกตพฤติกรรมการ
ทำงานกลุ่ม
คุณลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์
ความสนใจใฝร่ ู้ ความ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ พฤติกรรม ได้คะแนนเฉล่ยี 2 (ด)ี
ม่งุ มน่ั อดทน รายบคุ คล รายบคุ คล ขึน้ ไป
8. บันทึกหลงั การจดั การเรียนรู้ 165
8.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
ผู้เรยี นท่ีผ่านตัวชี้วดั /ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เป็นร้อยละ.................
ผูเ้ รยี นทีไ่ ม่ผา่ นตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................
เลขท่ีของนกั เรยี นทสี่ อบไม่ผา่ นตวั ชี้วดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุทไี่ มผ่ ่าน .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผู้เรียนท่มี ีความสามารถพเิ ศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพัฒนา/สง่ เสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผู้เรยี นได้รับความรู้ (K) ในเร่ือง ............................................................................................................
ผ้เู รยี นเกดิ ทกั ษะกระบวนการ (P) ในเรอ่ื ง............................................................................................
ผเู้ รยี นมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม (A) ในเร่อื ง.................................................................................
8.2 ปัญหาอุปสรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.......................................................ครูผสู้ อน
(นายดิเรกฤทธ์ิ ยเุ หลก็ )
ตำแหน่ง ครู คศ.1
วันท.่ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ................
166
9. ความคิดเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา/ผทู้ ี่ได้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ......................................หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พลู แจ้ง)
วันท่ี............เดือน..........................พ.ศ. ................
รบั ทราบผลการจดั การเรียนรู้
ลงชอ่ื ....................................................... ลงช่ือ......................................................
(.................................................) (นายวริ ชั ต์ จำปาทอง)
ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ฝา่ ยบริหารวชิ าการ ตำแหน่ง ผูอ้ ำนวยการสถานศึกษา
วันท่ี............เดือน..........................พ.ศ. ........... วันท.่ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ..........
167
ใบงาน
เรอื่ ง อุณหภูมิกบั การเปลี่ยนสถานะของสาร
จุดประสงค์
1. หาจดุ หลอมเหลวของนาํ้ แข็ง จุดเดอื ดของน้ํา
2. วดั อณุ หภูมขิ องนาํ้ ขณะเปล่ยี นสถานะ และนำ เสนอข้อมูล
อปุ กรณ์
1. นา้ํ แข็งทบุ ละเอยี ด 20 g
2. บกี เกอรข์ นาด 100 cm3 1 ใบ
3. หลอดทดลองขนาดใหญ่ 1 หลอด
4. จุกยางเบอร์ 4 เจาะรู 2 รู 1 อัน
5. หลอดนำ แก๊สรปู ตัว V 1 อัน
6. เทอร์มอมเิ ตอร์ 1 อัน
7. แทง่ แก้วคนสาร 1 อัน
8. ชดุ ตะเกยี งแอลกอฮอลพ์ ร้อมที่ก้นั ลม 1 ชุด
9. ขาตั้งและท่ีจับหลอดทดลอง 1 ชดุ
10. เศษกระเบอื้ งช้นิ เลก็ ๆ 3 ช้ิน
วธิ ที ดลอง
ตอนท่ี 1
1.ใสน่ ้ำแข็งกอ้ นเลก็ ๆ ประมาณ 20 กรมั ลงในบีกเกอร์ จุ่มเทอร์โมมเิ ตอร์ลงไปในนำ้ แข็งใหก้ ระเปาะ
เทอรโ์ มมเิ ตอรอ์ ย่รู ะหว่างกอ้ นน้ำแขง็ แล้วยึดเทอรโ์ มมเิ ตอรก์ บั ขาตง้ั ระวังอย่าใหก้ ระเปาะแตะข้างหรอื กน้ บกี
เกอร์
2. ใช้แท่งแก้วคนน้ำแขง็ ให้ท่ัวตลอดเวลา อา่ นและบนั ทึกอุณหภมู ทิ กุ ๆ 1 นาที จนนำ้ แขง็
หลอมเหลวหมด บนั ทกึ ชว่ งเวลาทนี่ ้ำแข็งหลอมเหลวหมด
3. เมื่อน้ำแข็งหลอมเหลวหมดแล้ว ใหอ้ า่ นและบันทกึ อุณหภมู อิ ณุ หภมู ิทุกๆ 1 นาที ตอ่ ไปอีก 5 นาที
แลว้ นำผลที่ไดไ้ ปเขยี นกราฟแสดงความสมั พันธ์ระหวา่ งอุณหภูมิกบั เวลา
168
ตอนท่ี 2
1. ตม้ น้ำ 20 cm3 ในหลอดทดลองขนาดใหญ่ใส่เศษกระเบื้องที่สะอาด 3 – 4 ชิ้นเลก็ ๆ ลงในหลอด
ปดิ ปากหลอดทดลองดว้ ยจุกยางท่มี ีเทอรโ์ มมเิ ตอรแ์ ละหลอดนำแกส๊ เสียบอยู่ ดงั ภาพ อา่ นและบนั ทึกอุณหภมู ิ
ไว้ทุกๆ 1 นาที จนถึงนาทที ี่ 10 บันทึกชว่ งเวลาที่น้ำเดือด
2. สงั เกตการณ์เปล่ยี นแปลงที่ปลายหลอดนำแก๊ส นำบีกเกอรใ์ สน่ ้ำเยน็ ไปองั ท่ีปลายหลอดนำแก๊ส
สงั เกตและบันทกึ ผล
3. นำผลทไ่ี ดไ้ ปเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภมู กิ บั เวลา โดยให้แกนนอนแสดงเวลา
และแกนตั้งแสดงอุณหภมู ิ
169
บันทึกผลปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
กลมุ่ ท่ี.........................สมาชิก 1............................................... 2.............................................
3............................................... 4.............................................
5............................................... 6.............................................
ตอนที่ 1
บนั ทกึ ผล
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
กราฟ
ตอนท่ี 2
บันทกึ ผล
.........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
170
กราฟ
สรปุ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….………………………………………
171
เฉลยบนั ทกึ ผลปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
กลมุ่ ที่.........................สมาชกิ 1............................................... 2.............................................
3............................................... 4.............................................
5............................................... 6.............................................
ตอนที่ 1
บันทกึ ผล (ดจู ากผลการทดลอง)
เวลา
อุณหภมู ิ
กราฟ
172
ตอนที่ 2 (ดจู ากผลการทดลอง)
บันทกึ ผล
กราฟ
สรปุ
– เมอื่ น้ำแขง็ ได้รับความรอ้ นจะมีการเปลี่ยนแปลง บางช่วงเปล่ียนสถานะโดยอุณหภูมิ
ไม่เปลีย่ นแปลง และบางช่วงอณุ หภมู ิเปล่ยี นแปลงแตส่ ถานะไม่เปล่ยี นแปลง
– ความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของนำ้ แขง็ เป็นพลงั งานความรอ้ นท่ีใช้ในการเปลีย่ นสถานะ
ของนำ้ แข็งเปน็ นำ้ คา่ พลังงานความรอ้ นท่ที ำให้น้ำแข็งมวล 1 กรมั เปล่ยี นสถานะเป็นน้ำโดยอณุ หภมู ิไม่
เปลย่ี นแปลงเรียกว่า ความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของนำ้ แข็ง
– ความรอ้ นแฝงของการกลายเป็นไอของนำ้ เดือดเป็นพลงั งานความร้อนที่ทำใหน้ ้ำเดือดเปลยี่ น
สถานะเป็นไอน้ำเดือดโดยอุณหภูมไิ ม่เปล่ียนแปลง คา่ พลงั งานความร้อนทีท่ ำใหน้ ำ้ เดือดมวล 1 กรัม เปลย่ี น
สถานะเป็นไอนำ้ เดอื ดโดยอุณหภูมิไม่เปลีย่ นแปลงเรียกว่า ความรอ้ นแฝงจำเพาะของการกลายเป็นไอของน้ำ
เดือด
173
ใบความรู้
เรือ่ ง พลังงานกับการเปลย่ี นสถานะของสาร
สารต่างๆ อาจอยู่ในสถานะกา๊ ซ ของเหลว หรอื ของแขง็ ก็ได้ ข้ึนอยู่กับชนิดของสาร สารแต่ละชนิดจะ
มจี ดุ เดอื ดและจดุ หลอมเหลวต่างกัน ซ่งึ เป็นคณุ สมบตั ิเฉพาะตวั ของสาร การเปลี่ยนแปลงอณุ หภมู ิจะมผี ลตอ่
การเปลยี่ นแปลงสถานะของสาร โดยท่พี จิ ารณาตามหลักการ ดงั ภาพ
- การเปล่ียนแปลงของสารจากสถานะของแขง็ เปน็ ของเหลว เรียกวา่ การหลอมเหลว อุณหภูมิขณะนน้ั จะ
คงท่ีเรียนกวา่ จดุ หลอมเหลว
- การเปลีย่ นสถานนะของสารจากของเหลวกลายเป็นไอ เรียกว่า การเดอื ด อุณหภมู ขิ ณะน้ันจะคงท่ี
เรยี กวา่ จุดเดอื ด
การเปล่ียนแปลงของสารมี 3 ลักษณะ คอื การเปลี่ยนสถานะ , การละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี
โดยการเปลี่ยนแปลงของสารจะ เกย่ี วข้องกับพลังงานดังตอ่ ไปน้ี
1. การเปล่ยี นสถานะระหว่างของแข็งกับของเหลว เมื่อของแข็งไดร้ ับความร้อนอนภุ าคจะมี
พลังงานจลน์สูงขน้ึ แรงยึดเหนย่ี วระหว่างโมเลกลุ ถูกทำลาย และเม่อื อุณหภมู ิเพม่ิ จนถงึ จดุ หลอมเหลว
จะเปลย่ี นสถานะจากของแข็งเป็นของเหลวระหว่างเปล่ียนสถานะอุณหภมู จิ ะคงท่ี เรยี กการเปลีย่ นแปลง
พลังงานแบบดดู ความร้อน เชน่ การหลอมเหลวของนำ้ แข็งในทางกลบั กันเมื่อทำให้ของเหลวอุณหภูมลิ ดลงจะ
เปลย่ี นสถานะไปเป็นของแขง็ ระหว่างเปลยี่ นสถานะอณุ หภมู จิ ะคงท่ี เรยี กการเปลี่ยนแปลงแบบคายพลังงาน
เชน่ การแข็งตัวของน้ำ
2. การเปลย่ี นสถานะระหวา่ งของเหลวกบั แก๊ส เมอ่ื ของเหลวได้รบั ความรอ้ นอุณหภมู สิ ูงข้นึ พลงั งาน
จลนข์ องโมเลกุลเพ่ิมขึน้ แรงยึดเหน่ียวถกู ทำลายจนถึงจดุ เดือดจงึ ซึ่งระหวา่ งเปล่ียนสถานะอุณหภมู ิจะคงท่ี
หลดุ ออกเป็นโมเลกุลของแกส๊ เปน็ การเปลี่ยนแปลงแบบดูดพลังงานในทางกลับกันเม่ืออณุ หภมู ิลดลง แก๊ส
เปลย่ี นสถานะเปน็ ของเหลวระหว่างเปลยี่ นสถานะอุณหภมู ิไมเ่ ปลี่ยนแปลง เปน็ การเปลย่ี นแปลงแบบคาย
ความร้อน
3. การเปล่ียนสถานะระหวา่ งของแข็งกับแกส๊ เม่อื ของแข็งได้รับความรอ้ นจะทำใหอ้ ณุ หภมู ิเพม่ิ ขึ้น
พลงั งานจลนข์ องโมเลกุลเพ่ิมข้นึ แรงยึดเหนยี่ วระหวา่ งโมเลกุลถูกทำลาย สารเปลยี่ นสถานะจากของแข็งเปน็
แกส๊ หรอื ไอ เรียกการเปลีย่ นแปลงแบบดูดความร้อน เช่นการกลายเปน็ ไอของลูกเหมน็ การบูร
เกลด็ ไอโอดีน นำ้ แขง็ แหง้ เป็นต้น
174
พลังงานกบั การเปลีย่ นสถานะ
ของแข็ง ของเหลว ก๊าซ : เปน็ การดดู พลังงาน
โดยเมอื่ สารทม่ี ีสถานะเป็นของแขง็ ดดู พลังงานเข้าไป อณุ หภมู ิจะเพิ่มขึน้ เรอ่ื ยๆ จนเมื่ออณุ หภมู ิสงู ถึง
จดุ หลอมเหลว อุณหภูมจิ ะไมเ่ พิม่ ขึ้นไปอกี แต่พลงั งานท่ดี ูดเขา้ ไปจะใช้ในการสลายแรงยึดเหนี่ยวออก ทำให้
สารกลายเปน็ ของเหลวเราจะเรียกความรอ้ นทด่ี ดู เขา้ ไปเพอื่ การนว้ี ่าความรอ้ นแฝงของการหลอมเหลว เม่ือ
สารกลายเป็นของเหลวแล้ว อุณหภูมกิ ็จะเพม่ิ ข้ึนอกี เรอ่ื ยๆ จนถึงจดุ เดอื ด อุณหภูมิกจ็ ะไมเ่ พ่ิมไปอกี
ซ่ึงพลังงานที่ยังดดู เข้าไปนั้นก็จะไปสลายแรงยึดเหน่ียวของของเหลว เพอ่ื ใหก้ ลายเปน็ ก๊าซ เราจะเรียกความ
รอ้ นตรงน้ีว่า ความร้อนแฝงของการกลายเปน็ ไอ
ก๊าซ ของเหลว ของแขง็ : เป็นการคายพลังงาน
จะพจิ ารณาได้เหมอื นด้านบนทุกประการ แต่เป็นทางทต่ี รงกนั ข้ามกนั นน่ั เอง โดยสารท่เี ปน็ กา๊ ซจะ
คายพลงั งานออกใหอ้ ณุ หภมู ลิ ดลงเรื่อยๆ พอถึงจดุ ควบแน่นกจ็ ะไม่ลดอณุ หภมู อิ ีก แต่จะคายพลงั งานออกเพื่อ
สร้างแรงยึดเหนย่ี วของของเหลวแทน ซึง่ ความรอ้ นท่คี ายออกในช่วงน้ีจะมคี ่าเท่ากับความร้อนแฝงของการ
กลายเปน็ ไอ เม่ือสารกลายเปน็ ของเหลวหมดแลว้ อุณหภมู ิก็จะลดลงเรอื่ ยๆอกี จนถงึ จดุ เยือกแข็ง พลังงานท่ี
คายออกจะถูกนำไปสรา้ งแรงยึดเหนี่ยวของของแขง็ แทน ซงึ่ พลงั งานทค่ี ายออกน้ีจะมีค่าเท่ากบั ความรอ้ นแฝง
ของการหลอมเหลว
อุณหภูมิกับการเปลี่ยนสถานะ
เมอื่ สารได้รับความรอ้ นจะมีการเปล่ยี นแปลงสถานะ เมือ่ สารในสถานะตา่ ง ๆ ไดร้ ับความร้อน สาร
จะเกิดการเปลี่ยนแปลง 2 ลกั ษณะ คอื
1. อุณหภูมิสูงขึ้น ช่วง BC
2. เปล่ยี นสถานะ ชว่ ง AB CD
175
อุณหภมู ขิ ณะที่สารกำลังเปลยี่ นสถานะจากของแข็งเปน็ ของเหลว คอื จุดหลอมเหลว จุด A เปน็ จดุ ท่ี
ของแขง็ เร่ิมหลอมเหลวและ B เปน็ จุดท่ีของแข็งหลอมเหลวหมด อณุ หภูมขิ ณะที่สารกำลังเปลย่ี นสถานะจาก
ของแข็งเป็นแกส๊ คอื จุดเดือด จดุ C เปน็ จุดท่ขี องแขง็ เรมิ่ เดือด และ D เป็นจดุ ท่ีของเหลวเดือดไปหมด
การหลอมเหลว (melting) คือการเปลีย่ นสถานะจากของแขง็ ไปเปน็ ของเหลวและจะเกดิ ขน้ึ เมื่อมี
อณุ หภูมิอยู่ท่จี ุดหลอมเหลว
การแข็งตัว (freezing) คอื การเปลย่ี นสถานะจากของเหลวไปเป็นของแขง็ และจะเกดิ ขน้ึ เมอ่ื มี
อณุ หภมู ิทีจ่ ุดเยือกแขง็
จุดหลอมเหลว (melting point) คอื อณุ หภมู ิในขณะทข่ี องแข็งกำลังเปลย่ี นสถานะเป็น
ของเหลว เชน่ น้ำแขง็ กลายไปเปน็ นำ้ ท่ีอณุ หภูมิ 0 องศาเซลเซยี ส
จุดเยือกแขง็ (freezing point) คอื อณุ หภมู ิในขณะทีข่ องเหลวกำลังเปลี่ยนสถานะเปน็ ของแขง็
เช่น นำ้ กลายเป็นนำ้ แข็งท่ีอุณหภมู ิ 0 องศาเซลเซียส
การกลายเปน็ ไอ (vaporization) คือ การเปล่ยี นสถานะจากของเหลวไปเปน็ แก๊สอุณหภมู ิ
อยูท่ ีจ่ ุดเดอื ด
การควบแนน่ หรอื การกล่ันตัว (condensation) คือการเปล่ยี นสถานะจากแก๊สไปเป็น
ของเหลว อณุ หภมู อิ ยู่ท่จี ดุ กลน่ั ตวั หรือจุดควบแน่น
จุดเดอื ด (boiling point) คอื อุณหภมู ิในขณะที่ของเหลวกำลงั เปล่ยี นสถานะเป็นแกส๊ เช่นน้ำมีจุด
เดือด 100 องศาเซลเซียส
จดุ ควบแน่น คอื อุณหภมู ิในขณะทแี่ ก๊สกำลงั เปล่ียนสถานะเป็นของเหลว ไอน้ำกลายเปน็ ของเหลวท่ี
อณุ หภูมิ 100 องศาเซลเซยี ส
176
เมอื่ ให้ความร้อนแก่น้ำ อณุ หภูมิของน้ำจะสูงข้นึ และเม่อื อณุ หภูมถิ งึ จดุ หน่งึ นำ้ ก็ จะเดอื ด มไี อน้ำ
เกิดข้ึนเป็นจำนวนมาก อณุ หภมู ขิ องน้ำจะคงท่ี เรียกอณุ หภูมขิ ณะน้วี ่า จุดเดอื ดของนำ้ เมือ่ นำบิกเกอร์ใส่น้ำ
เยน็ ไปองั ไอน้ำท่อี อกมาทางปลายหลอดนำแก๊ส ไอนำ้ กระทบกบั ความเย็นทขี่ ้างบกิ เกอรจ์ ะรวมตวั กันเปน็ หยด
นำ้ ปรากฏการณ์ท่นี ำ้ เปลยี่ นสถานะ จากแกส๊ เปน็ ของเหลว เรยี กว่าการควบแน่นของนำ้
ความรอ้ นแฝง คือ ปริมาณความร้อนทีส่ ารใชใ้ นการเปล่ียนสถานะโดยอณุ หภูมิในขณะที่มีการ
เปลย่ี นสถานะคงทีเ่ ปน็ สมบัติเฉพาะตัวของสาร
ความรอ้ นแฝงของการหลอมเหลว คือปรมิ าณความร้อนทีส่ ารไดร้ บั จากสง่ิ แวดลอ้ มแล้วใช้ในการ
เปลย่ี นสถานะจากของแขง็ กลายเปน็ ของเหลว โดยอณุ หภูมิไม่เปลยี่ นแปลง
ความรอ้ นแฝงของการกลายเป็นไอ คอื ปรมิ าณความรอ้ นท่สี ารไดร้ ับจากสง่ิ แวดลอ้ มเพือ่ นำไปใชใ้ น
การเปล่ียนสถานะจากของเหลวกลายเป็น
- นำ้ มีคา่ ความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลว 80 แคลอรตี ่อกรมั หมายความว่าในการทำ
นำ้ แข็ง 1 กรัม ให้หลอมเหลวเป็นน้ำ ตอ้ งใช้พลงั งานความร้อน 80 แคลอรี
- นำ้ มคี ่าความร้อนแฝงจำเพาะของการกลายเปน็ ไอ 600 แคลอรตี อ่ กรัม หมายความว่าในการทำน้ำ
1 กรัม อณุ หภูมิ 100 องศาเซลเซยี ส ให้เปล่ียนเป็นไอน้ำ 1 กรมั อณุ หภูมิ 100 องศาเซลเซียส ต้องให้
พลังงานความรอ้ น 600 แคลอรี
ในการเปล่ยี นสถานะของสารมีพลังงานเขา้ มาเกี่ยวข้อง 2 ลกั ษณะ ดังน้ี
1. เพ่ือการเปลี่ยนสถานะเรียกว่า ความรอ้ นแฝง ซ่งึ หมายถงึ ปริมาณความร้อนทีส่ ารให้หรือรบั ไว้เพอ่ื
ใชใ้ นการเปลี่ยนสถานะ โดยที่สารน้นั มอี ณุ หภมู แิ ละความดนั คงที่ ความรอ้ นแฝงเป็นสมบัติเฉพาะตวั ของสาร
แบ่งออกไดเ้ ป็น 4 ประเภท ดังนี้
1.1 ความร้อนแฝงของการหลอมเหลว หมายถึง ปรมิ าณความรอ้ นที่สารได้รับจากส่ิงแวดลอ้ มเพือ่ ใช้
ในการเปล่ียนแปลงสถานะจากของแข็งเปน็ ของเหลว ความรอ้ นแฝงของการหลอมเหลวของน้ำแข็ง มี
คา่ ประมาณ 80 คาลอรีต่ ่อกรมั (1 คาลอรีเทา่ กับ 4.2 จูล)
1.2 ความร้อนแฝงของการกลายเปน็ ไอ เช่น ความรอ้ นแฝงของการกลายเป็นไอนำ้ ของน้ำมี
คา่ ประมาณ 540 แคลอรีตอ่ กรมั หรือ 2,256 กิโลจลู ต่อกิโลกรัมเปน็ ไอนำ้ 1 กโิ ลกรมั อธบิ ายความหมาย
ได้ว่า ในการเปลี่ยนสถานะของน้ำ 1 กโิ ลกรมั ท่ี 100 องศา C เป็นไอน้ำ 1 กโิ ลกรมั ท่ี 100 องศา C ต้องใช้
พลังงาน 2,256 กโิ ลจลู
1.3 ความร้อนแฝงของการแข็งตัว หมายถึงปรมิ าณความร้อนท่ถี ่ายเทให้สิ่งแวดล้อมเพือ่ เปล่ียน
สถานะจากของเหลวเปน็ ของแขง็
1.4 ความร้อนแฝงของการกลั่นตัว หมายถงึ ปริมาณความร้อนทส่ี ารถา่ ยเทให้ส่งิ แวดลอ้ ม
เพือ่ เปล่ยี นสถานะจากแก๊สเปน็ ของเหลว
2. เพอื่ เปลย่ี นแปลงอณุ หภูมขิ องสาร (เพม่ิ ข้ึนหรอื ลดลง) หรอื ประมาณ 334 กิโลจูลต่อกิโลกรัม
177
การคำนวณหาพลงั งานท่เี ปลีย่ นแปลง
1. การเปล่ียนแปลงพลังงานเม่ืออณุ หภมู ิไม่คงท่ี
ใช้สูตร H = ms( t)
H = พลังงานท่ีเปล่ียนแปลงไป
m =มวล
s = ความรอ้ นจำเพาะ
t = อณุ หภมู ทิ ี่เปล่ียนแปลง
2. การเปลีย่ นแปลงพลังงานเมอื่ อุณหภูมคิ งท่ี (ความร้อนแฝง)
ใชส้ ูตร H = mL
H = พลงั งานท่ีเปลย่ี นแปลงไป
m =มวล
L = คา่ ความรอ้ นแฝง
ตัวอยา่ ง : ให้ความรอ้ นกับนำ้ แข็ง 10 กรัม 0๐C จนเปน็ ไอนำ้ 10 กรมั 100๐Cต้องใชพ้ ลังงานทงั้ หมด
เท่าใด (กำหนดคา่ ความรอ้ นจำเพาะของน้ำ =4.2 J/g๐C ; ความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของน้ำ = 334.8
J/g ; ความรอ้ นแฝงของการกลายเป็นไอ = 2,256 J/g )
วิธีคิด : เราต้องทำทีละขนั้ ตอนดงั น้ี
1. นำ้ แขง็ 10 กรมั 0๐C นำ้ 10 กรมั 0๐C ตอ้ งใช้ความร้อนแฝงการหลอมเหลว
H = mL H = 10 X 334.8 = 3,348 J
2. นำ้ 10 กรมั 0๐C นำ้ 10 กรมั 100๐C
H = ms( t) H = 10 X 4.2 X (100-0) = 4,200 J
3.น้ำ 10 กรมั 100๐C ไอน้ำ 10 กรมั 100๐C ตอ้ งใชค้ วามรอ้ นแฝงการกลายเปน็ ไอ
H = mL H = 10 X 2256 = 22,560 J
4. รวมพลังงานทต่ี อ้ งใช้ทง้ั หมด = 3348+4200+22560 = 30,108 J
การเปลย่ี นสถานะของสารในชีวิตประจำวนั
การทำไอศกรีม เปน็ การเปลีย่ นสถานะสว่ นผสมของไอศกรีมซง่ึ เป็นของเหลวให้เปน็ ของแข็ง
โดยการดึงความรอ้ นออกจากของเหลวเหล่าน้ัน
178
การตกแต่งเวทแี สดง ละคร ดนตรี ใช้การเปลีย่ นสถานะของน้าํ แข็งแหง้ เป็นแกส๊ ทำใหบ้ ริเวณ
โดยรอบมีอณุ หภมู ลิ ดตาํ่ ลงอยา่ งรวดเรว็ ไอนํา้ (แก๊ส) ในอากาศบริเวณนั้นจงึ ควบแนน่ เป็นละอองนาํ้ เลก็ ๆ ทำ
ใหม้ องเห็นเหมอื นหมอกควนั สขี าว เมอ่ื ใช้ไฟสสี อ่ งไปทห่ี มอกควนั ก็จะไดห้ มอกสตี า่ ง ๆ สวยงาม อย่างไรก็
ตามการใช้นํ้าแขง็ แหง้ นีต้ ้องระมดั ระวงั อนั ตรายท่ีอาจเกิดข้นึ จากการขยายตัวอย่างรวดเรว็ จากการเปล่ยี น
สถานะจากของแข็งเป็นแกส๊ ถ้านา้ํ แข็งแหง้ อยใู่ นภาชนะปิด เช่น ขวดทปี่ ิดฝาไว้ อาจเกิดการระเบิดอยา่ ง
รนุ แรงไดน้ อกจากน้ีแก๊สที่เกดิ ขึ้นคอื แกส๊ CO2 อาจทำ ใหผ้ ้อู ยู่ใกล้ ๆ เป็นลม หมดสติ หรือเสยี ชีวิตได้เพราะ
ขาดออกซิเจน
เครื่องทำความเยน็ เชน่ เครอื่ งปรบั อากาศ ตเู้ ยน็ ตแู้ ชแ่ ขง็ อาศยั หลกั การเปลีย่ นสถานะของแกส๊
บางชนดิ ใหเ้ ปน็ ของเหลวโดยใช้เคร่ืองอดั อากาศ (compressor) จากนน้ั ผ่านสารที่เปน็ ของเหลวนีไ้ ปยงั ส่วน
ตา่ ง ๆ ที่ต้องการลดอุณหภมู ิ สารน้ีจะดึงความร้อนบรเิ วณโดยรอบเพ่ือทำ ให้สารน้ันเปลี่ยนเปน็ แก๊สไหล
กลับไปยงั เครอื่ งอดั อากาศ โดยวิธนี ี้กจ็ ะทำให้บรเิ วณทตี่ ้องทำใหเ้ ย็นมอี ุณหภมู ิลดลงไดต้ ามตอ้ งการ
179
การนำแนพทาลนี หรอื การบูร ใสใ่ นต้เู ส้อื ผ้า ป้องกนั แมลง อาศยั หลกั การระเหิดของสาร
180
แบบฝกึ หดั
1. ให้บอกถงึ การเปลี่ยนแปลงของสารทพี่ บในชวี ติ ประจำวัน
…………………………………………………………………………….……………………………………………..…………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………….
2. ต้มนำ้ 1 ลิตร (1000 กรัม) อุณหภูมิ 30 องศา C จนเดือด ตอ้ งใช้ปริมาณความรอ้ นก่ีกิโลจูล
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………..………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………..………………………………….
181
เฉลยแบบฝกึ หัด
1. ใหบ้ อกถึงการเปลยี่ นแปลงของสารทพ่ี บในชีวติ ประจำวัน
การทำไอศกรีม เปน็ การเปลี่ยนสถานะสว่ นผสมของไอศกรีมซงึ่ เป็นของเหลวใหเ้ ปน็ ของแขง็
โดยการดงึ ความรอ้ นออกจากของเหลว
เคร่อื งทำความเยน็ เช่น เคร่ืองปรับอากาศ ต้เู ย็น ตแู้ ชแ่ ขง็ อาศยั หลกั การเปล่ยี นสถานะของแก๊ส
บางชนิดให้เป็นของเหลวโดยใช้เครื่องอดั อากาศ (compressor) จากนั้นผา่ นสารที่เป็นของเหลวนี้ไปยังสว่ น
ต่าง ๆ ท่ีตอ้ งการลดอุณหภมู ิ
2. ต้มน้ำ 1 ลิตร (1000 กรมั ) อุณหภมู ิ 30 องศา C จนเดือด ต้องใช้ปริมาณความรอ้ นกี่กโิ ลจูล
วธิ ีคิด : เราตอ้ งทำทีละขนั้ ตอนดงั น้ี
1. นำ้ 1000 กรัม 30๐C น้ำ 1000 กรมั 100๐C
H = ms( t) H = 1000 X 4.2 X (100-30) = 294,000 J
3.นำ้ 1000 กรัม 100๐C ไอน้ำ 100 0กรัม 100๐C ตอ้ งใชค้ วามรอ้ นแฝงการกลายเปน็ ไอ
H = mL H = 1000 X 2256 = 2256000 J
4. รวมพลังงานท่ีต้องใช้ท้ังหมด = 294000 + 2256000 J
182
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 14
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 สารบรสิ ุทธิ์ เรอ่ื ง การเปลี่ยนแปลงของสาร 2
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหสั วิชา ว 21101 รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 1 ชัน้ ม.1 เวลาเรียน 3 ชั่วโมง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 ครูผู้สอน นายดิเรกฤทธ์ิ ยเุ หลก็ ตำแหนง่ ครู คศ.1
ใชส้ อนวนั ....................... ท่ี............ เดือน.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสารองคป์ ระกอบของสสารความสัมพันธร์ ะหว่างสมบตั ขิ องสสารกับโครงสร้าง
และแรงยดึ เหน่ยี วระหว่างอนุภาคหลักและธรรมชาติของการเปลีย่ นแปลงสถานะของสสารการเกิดสารละลายและ
การเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี
ตัวชว้ี ัด
ว 2.1 ม.1/10 อธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหว่างพลงั งานความรอ้ นกบั การเปลยี่ นสถานะของสสารโดยใช้
หลักฐานเชิงประจักษแ์ ละแบบจำลอง
2. สาระสำคัญ
สสารเม่ือให้ความรอ้ นและความเย็นจะสามารถเปลี่ยนสถานะได้ การเปลี่ยนสถานะของสสารจะเกิดการ
ถ่ายเทพลังงานร่วมด้วยเสมอ โดยเม่ือให้ความร้อนจะเกิดการละลายประเภทดูดความร้อน และเมื่อให้ความ
เย็นจะเกดิ การละลายประเภทความร้อน
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงพลงั งานเมอ่ื เกดิ การละลายได้
2. บอกประเภทของการเปลย่ี นแปลงพลงั งานท่ีเกดิ จากการละลายได้
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
ความสนใจใฝร่ ู้ ความมุ่งมนั่ อดทน
183
4. สาระการเรียนรู้
การเปลยี่ นแปลงของสาร
5. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ (กระบวนการสืบเสาะหาความรู้)
ชว่ั โมงท่ี 1
ขน้ั สร้างความสนใจ
1. ครตู ้ังประเดน็ คำถามใหน้ ักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายดงั นี้
– เมื่อเกดิ การละลายของสารแลว้ นกั เรยี นคิดวา่ จะเกดิ การเปล่ยี นแปลงพลังงาน
หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
– เมอ่ื สารทำปฏกิ ิรยิ าทางเคมีกันแล้ว นักเรียนคดิ วา่ จะเกิดการเปลย่ี นแปลงพลงั งานหรอื ไม่
เพราะเหตใุ ด
2. ครูและนกั เรียนรว่ มกันอภิปรายคำตอบของนักเรยี น
ขัน้ สำรวจและค้นหา
1. แบง่ นักเรียนออกเปน็ กลุ่ม กลุ่มละประมาณ 4-5 คน ศึกษาใบงาน เรอ่ื ง พลงั งานกับการ
ละลายของสาร
2. ให้แต่ละกลมุ่ ทำการทดลองตามวธิ ีดำเนินการทดลอง พร้อมทง้ั สังเกตผลทเ่ี กดิ ขึน้ เก็บ
รวบรวมขอ้ มูลและบันทกึ ผลการทดลอง
ช่ัวโมงที่ 2
ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั อภิปรายผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม แลว้ สง่ ตัวแทนกลมุ่ ออกมา
นำเสนอหน้าห้องเรยี น
2. ครูและนกั เรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยใหไ้ ด้ข้อสรุป ดงั น้ี
– การละลายของโซเดยี มไฮดรอกไซดแ์ ละโพแทสเซียมไฮดรอกไซดเ์ ป็นการเปลยี่ นแปลง
ประเภทคายพลังงาน เน่ืองจากอณุ หภูมขิ องระบบสูงข้ึน ระบบจะคายความร้อนใหแ้ กส่ ิง่ แวดลอ้ ม
– การละลายของโซเดยี มไนเตรตและแอมโมเนียมคลอไรดเ์ ปน็ การเปลย่ี นแปลงประเภทดดู
พลังงาน เน่ืองจากอุณหภมู ิของระบบลดลง ระบบจะดูดความรอ้ นจากสิง่ แวดล้อม
– การละลายของโซเดียมคลอไรดแ์ ละกลูโคสมกี ารเปล่ยี นแปลงนอ้ ยมาก
ชว่ั โมงที่ 3
ขน้ั ขยายความรู้
นักเรยี นค้นควา้ เพมิ่ เตมิ โดยการสบื คน้ ข้อมลู เก่ียวกับพลังงานกบั ชวี ิตประจำวนั นำข้อมูลทีค่ ้นควา้
ไดม้ าจัดทำเปน็ รายงาน
184
ข้นั ประเมิน
ใหน้ ักเรียนตอบคำถาม ดงั น้ี
– การเปล่ียนแปลงประเภทคายพลงั งานกับการเปล่ยี นแปลงประเภทดดู พลังงานเหมอื นหรอื
แตกต่างกันในลักษณะใด
6. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
1. ส่ือสงิ่ พิมพ์ และเวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ ทางอินเทอร์เนต็ ที่เกยี่ วขอ้ ง
2. อปุ กรณ์การทดลองของแตล่ ะกิจกรรมในการจัดการเรียนรแู้ ต่ละครั้ง
3. ใบงาน เรือ่ ง พลังงานกบั การละลายของสาร
4. ใบความรู้ เรือ่ ง พลงั งานกับการละลายของสาร
5. แบบฝึกหัด
7. การวัดผลประเมินผล
สิ่งทต่ี ้องการประเมิน วิธกี ารวดั ผล เครอื่ งมอื ทใ่ี ช้ เกณฑ์การผา่ น
ในการวัดผล การประเมินผล
ความรู้
1.ทดลองและอธบิ ายการ การตรวจผลงาน แบบประเมนิ การตรวจ ไดค้ ะแนนเฉลีย่ รอ้ ยละ
ผลงาน 60 ข้ึนไป
เปล่ียนแปลงพลังงานเมอื่
เกดิ การละลายได้
2.บอกประเภทของการ
เปล่ยี นแปลงพลงั งานท่ี
เกิดจากการละลายได้
ทกั ษะ
กระบวนการสบื เสาะ - การนำเสนอผลงาน - แบบประเมนิ การ ได้คะแนนเฉล่ยี ร้อยละ
นำเสนอผลงาน 60 ขึน้ ไป
หาความรู้ - แบบประเมนิ พฤติกรรม
การทำงานกลมุ่
- สงั เกตพฤตกิ รรมการ
ทำงานกลุ่ม
คณุ ลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
ความสนใจใฝ่รู้ ความ สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมินพฤติกรรม ได้คะแนนเฉลยี่ 2 (ด)ี
มุ่งมนั่ อดทน รายบคุ คล รายบุคคล ข้ึนไป
8. บนั ทึกหลังการจดั การเรียนรู้ 185
8.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
ผเู้ รยี นทผ่ี ่านตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................
ผู้เรียนที่ไมผ่ ่านตวั ช้ีวดั /ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................
เลขท่ีของนักเรียนท่สี อบไมผ่ า่ นตวั ชี้วัด..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุท่ไี มผ่ ่าน .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผูเ้ รยี นท่ีมคี วามสามารถพเิ ศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพฒั นา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผู้เรียนได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผู้เรียนเกดิ ทกั ษะกระบวนการ (P) ในเรอ่ื ง............................................................................................
ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม (A) ในเรื่อง.................................................................................
8.2 ปญั หาอุปสรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
8.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่อื .......................................................ครผู ู้สอน
(นายดิเรกฤทธ์ิ ยุเหล็ก)
ตำแหนง่ ครู คศ.1
วันที่............เดอื น..........................พ.ศ. ................
186
9. ความคิดเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษา/ผู้ทไี่ ด้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พลู แจ้ง)
วนั ที่............เดอื น..........................พ.ศ. ................
รับทราบผลการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ....................................................... ลงชื่อ......................................................
(..........................................) (นายวิรัชต์ จำปาทอง)
ตำแหน่ง รองผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษา ฝ่ายบรหิ ารวิชาการ ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยการสถานศึกษา
วันท.ี่ ...........เดอื น..........................พ.ศ. ........... วนั ท.่ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ..........
187
ใบงาน
เรือ่ ง พลังงานกบั การละลายของสาร
จดุ ประสงค์
1. ทดลองและอธิบายผลทเี่ กดิ จากการละลายได้
2. ลงข้อสรุปจากผลการทดลองเกี่ยวกบั พลังงานกบั การละลายของสารได้
วิธกี ารทดลอง
1. นักเรยี นเลอื กศึกษาการละลายของสาร 3ชนิดจากสารตอ่ ไปน้ี โซเดยี มไนเตรต โซเดยี มไฮดรอกไซด์
โซเดยี มคลอไรด์ โพแทสเซยี มไฮดรอกไซด์ แอมโมเนยี มคลอไรด์ และกลโู คส
2. ใส่นำ้ ลงในหลอดทดลองขนาดกลางท้งั 3หลอด หลอดละ 5 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร แล้ววดั อุณหภูมิของ
นำ้ พร้อมทง้ั บนั ทึกลงในตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง
3. ใส่สารชนิดท่ี 1 ประมาณ 1 กรัม ลงในหลอดทดลองที่ 1 จากนัน้ คนหรอื เขยา่ เบา ๆ จนสารละลาย
หมด แล้ววดั อุณหภูมิ พร้อมทั้งบนั ทกึ ลงในตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง
4. ดำเนนิ การทดลองเช่นเดยี วกับขอ้ 3 แตใ่ ช้สารทเ่ี ลอื กไว้อีก 2 ชนดิ ใส่ลงในหลอดทดลองที่ 2 และ 3
ละลายหมด วดั อณุ หภมู ิ
อปุ กรณ์ 1 กรัม
1. โซเดียมไนเตรต 1 กรัม
2. โซเดยี มไฮดรอกไซด์ 1 กรัม
3. โซเดยี มคลอไรด์ 1 กรมั
4. โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ 1 กรัม
5. แอมโมเนยี มคลอไรด์ 1 กรัม
6. กลโู คส 3 หลอด
7. หลอดทดลองขนาดกลาง 1 อัน
8. เทอร์มอมเิ ตอร์ 10 ลบ.ซม.
9. กระบอกตวงขนาด 1 ใบ/หลอด
หรือหลอดฉีดยาขนาด 10 ลบ.ซม.
188
บนั ทกึ ผลปฏิบตั ิกจิ กรรม
กลมุ่ ท.่ี ........................สมาชิก 1............................................... 2.............................................
3............................................... 4.............................................
5............................................... 6.............................................
หลอดท่ี สาร อุณหภูมินำ้ (c) อุณหภมู ิสารละลาย ( C)
คำถาม
1. การละลายของโซเดียมไฮดรอกไซด์และโพแทสเซียมไฮดรอกไซดเ์ ป็นการเปลยี่ นแปลงประเภทใด
..................................................................................................................................................................
2. การละลายของโซเดยี มไนเตรตและแอมโมเนยี มคลอไรดเ์ ป็นการเปลีย่ นแปลงประเภทใด
..................................................................................................................................................................
3. การละลายของโซเดียมคลอไรด์และกลูโคสมกี ารเปล่ียนแปลงหรือไม่
..................................................................................................................................................................
สรุป
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
189
ใบความรู้
เรอื่ งพลังงานกบั การละลาย
การละลายของสาร
เม่ือสารมกี ารละลายจะมีการเปล่ียนแปลงพลังงานความร้อน 2 แบบ คอื
1. การละลายประเภทคายความร้อน
2. การละลายประเภทดูดความร้อน
การละลายจะเปน็ ประเภทใดขึ้นอย่กู ับชนดิ ของสารและตัวทำละลายที่เกย่ี วขอ้ ง ในขณะท่ีสารเกดิ
การละลาย ตวั ละลายที่เปน็ ของแขง็ จะแยกตวั เป็นอนุภาคเล็กๆ และยดึ เหน่ียวกบั โมเลกลุ ของตวั ละลาย
กระบวนการนีเ้ ก่ียวข้องกบั พลงั งาน ถา้ พลังงานท่ีใชแ้ ยกอนุภาคของของแขง็ มีปริมาณน้อยกวา่ พลังงานท่เี กดิ
จากการยดึ เหน่ียวระหว่างอนุภาคของตัวละลายกับตัวทำละลาย การละลายของสารนี้จะปล่อยพลงั งาน
ออกมา สารละลายจะมีอุณหภมู ิสงู ข้นึ การละลายประเภทนเี้ รยี กว่า การละลายประเภทคายความร้อนในทาง
กลับกนั ถ้าพลงั งานท่ีใช้ในการแยกอนภุ าคของตวั ละลายทีเ่ ป็นของแขง็ มปี ริมาณมากกว่าพลงั งานท่ีเกดิ จาก
การยึดเหนี่ยวระหว่างอนภุ าคของตัวละลายกับตัวทำละลาย การละลายของสารนี้จะดดู พลงั งาน สารละลาย
จะมีอณุ หภูมิตำ่ ลง การละลายประเภทนเี้ รียกว่า การละลายประเภทดดู ความร้อนการละลายของของเหลว
หรือแกส๊ ในตัวทำละลายชนิดต่างๆ เกดิ ขนึ้ ได้ในทำนองเดียวกนั การละลายของสารแตล่ ะชนดิ จะเป็นการ
ละลายของสารประเภทดูดหรอื คายความรอ้ นเปน็ สมบัตเิ ฉพาะตัวของสาร
ตารางแสดงตวั อย่างการเปลย่ี นแปลงพลังงานความรอ้ นในการละลายของสารบางชนิด
สาร อุณหภมู นิ ำ้ (๐C) อณุ หภูมิสารละลาย (๐ ประเภทของการละลาย
C)
แอมโมเนียมไนเตรต 28 19 ดดู ความร้อน
โซเดียมไฮดรอกไซด์ 28 53 คายความร้อน
โซเดียมไนเตรต 28 22 ดดู ความรอ้ น
โซเดียมคลอไรด์ 28 26 ดูดความรอ้ น
สภาพการละลายได้ หมายถึงความสามารถในการละลายได้ของตวั ทำละลาย ซ่ึงนอกจากจะข้นึ อยู่
กบั ชนดิ ของตัวละลายและตัวทำละลายแลว้ ยังขน้ึ อยกู่ ับสภาพแวดลอ้ มอ่ืนๆ อกี ได้แก่ อุณหภมู ิ และ
ความดัน เชน่ สภาพการละลายของโซเดยี มคลอไรดใ์ นน้ำ 100 กรมั ณ อณุ หภูมิ 20 องศาเซลเซยี ส เท่ากับ
36.0 กรมั แตถ่ า้ เพิ่มอุณหภูมิเป็น 60 องศาเซลเซียส สภาพการละลายจะเปลี่ยนไปคอื ละลายได้เพิ่มขนึ้ เปน็
37.3 กรมั สว่ นการละลายของแก๊สจะละลายได้มากข้นึ ถ้าอณุ หภูมิลดลงและความดันเพ่ิมมากขึ้น เชน่
การละลายของ
190
สารละลายจะประกอบด้วยองคป์ ระกอบ 2 อย่าง คอื ตวั ทำละลายและตวั ถูกละลาย เช่นนำ้ เกลอื
มีนำ้ เปน็ ตัวทำละลาย เกลือเปน็ ตวั ถูกละลาย การละลายของสารท่เี ป็นของแข็งจะมพี ลงั งานเขา้ มา
เกี่ยวข้อง 2 ขน้ั ตอนเสมอ ดังนี้
1. อนุภาคของของแขง็ แยกเป็นอนุภาคเล็ก ต้องดูดพลงั งานเขา้ ไปเพอื่ แยกของแขง็ ออกจาก
กัน พลงั งานท่ดี ูดเขา้ ไปเรยี ก พลงั งานโครงรา่ งผลึก เช่น การละลายของโซเดยี มคลอไรด์
2. อนภุ าคของของแข็งรวมตัวกบั อนภุ าคของของเหลว อนุภาคของแข็งจะกระจายตัวแทรกอยู่
ระหว่างอนุภาคของของเหลว แล้วเกิดการสร้างแรงยึดเหนีย่ วระหวา่ งอนุภาคของของเหลวกับของแข็งและจะ
มีการคายพลงั งานออกมา เรียก พลังงานไฮเดรชนั
พลังงานการละลาย คือผลต่างของพลงั งานความร้อนทีร่ ะบบดูดเขา้ ไปในข้นั ที่ 1 กบั พลงั งานความ
รอ้ นทรี่ ะบบคายออกมาในขั้นท่ี 2
ตารางแสดงคา่ พลังงานโครงรา่ งผลึกและพลังงานไฮเดรชนั ของสารบางชนิด
สาร พลังงานโครงร่างผลกึ พลงั งานไฮเดรชัน ค่าพลงั งานของ
(kJ/mol) (kJ/mol) สารละลาย (kJ/mol)
NaCl +766 -770 -4
KCl +690 -686 +4
NaBr +728 -741 -13
KBr +665 -657 +8
เคร่ืองหมาย + แสดงถึงการละลายแบบดูดความร้อน
เครอ่ื งหมาย - แสดงถงึ การละลายแบบคายความรอ้ น
การเปลี่ยนแปลงพลังงานในการละลายคำนวณไดจ้ ากสูตร
191
แบบฝกึ หัด
คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้
1. สารละลายจะประกอบดว้ ยองค์ประกอบ 2 อยา่ ง คอื
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………….……………………………………….
2. เมือ่ สารมกี ารละลายจะมกี ารเปล่ียนแปลงพลังงานความร้อน 2 แบบ คอื
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………..…………………………………….
3. สารละลายจะมอี ณุ หภูมิสงู ขึน้ การละลายประเภทนี้เรยี กว่า การละลายประเภทคายความรอ้ น
………………………………………………………………………………………………………….……………………………….
……………………………………………………………………………………………………….………………………………….
4. สภาพการละลายได้ หมายถงึ ความสามารถในการละลายได้ของตัวทำละลาย
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………….……………………………………….
5. เมอื่ นำสาร AB จำนวน 10 กรัมมาละลายในน้ำ 100 g อุณหภูมิกอ่ นละลาย 23๐C อุณหภูมหิ ลัง
ละลาย 30๐C จงหาปรมิ าณความรอ้ นท่ีเกดิ ขึ้นเป็นจลู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
192
เฉลยแบบฝึกหดั
คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้
1. สารละลายจะประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ 2 อย่าง คือ ตวั ทำละลายและตัวถกู ละลาย
2. เม่ือสารมกี ารละลายจะมีการเปล่ียนแปลงพลังงานความรอ้ น 2 แบบ คือ
1. การละลายประเภทคายความรอ้ น
2. การละลายประเภทดูดความรอ้ น
3. สารละลายจะมีอณุ หภูมิสูงข้ึน การละลายประเภทนี้เรยี กว่า การละลายประเภทคายความรอ้ น
4. สภาพการละลายได้ หมายถงึ ความสามารถในการละลายได้ของตวั ทำละลาย
5. เม่ือนำสาร AB จำนวน 10 กรัมมาละลายในน้ำ 100 g อุณหภูมิกอ่ นละลาย 23๐C อณุ หภมู หิ ลงั
ละลาย 30๐C จงหาปริมาณความรอ้ นท่ีเกิดข้นึ เป็นจูล
วิธคี ดิ
จาก Q = mc( t) จะได้
Q = 100 x 4.2 x (30-23) = 2,940 จูล
(จะเหน็ ได้วา่ เราไมต่ อ้ งคำนงึ ถงึ ปริมาณสาร AB เลย และหลงั ละลายน้ำมีอุณหภูมสิ ูงขึน้
แสดงวา่ เปน็ การละลายแบบคายความร้อน
193
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 สารบรสิ ุทธิ์ เรอื่ ง ผลจากการเปล่ียนแปลงสาร 1
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหสั วชิ า ว 21101 รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 ช้ัน ม.1 เวลาเรยี น 2 ช่วั โมง
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 ครูผู้สอน นายดเิ รกฤทธิ์ ยเุ หลก็ ตำแหน่ง ครู คศ.1
ใชส้ อนวัน....................... ท.่ี ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วดั
มาตรฐานว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสารองคป์ ระกอบของสสารความสมั พันธร์ ะหวา่ งสมบัตขิ องสสารกบั โครงสรา้ ง
และแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนภุ าคหลกั และธรรมชาตขิ องการเปลีย่ นแปลงสถานะของสสารการเกดิ สารละลายและ
การเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี
ตัวชว้ี ัด
ว 2.1 ม.1/10 อธิบายความสัมพนั ธ์ระหว่างพลงั งานความรอ้ นกบั การเปล่ียนสถานะของสสารโดยใช้
หลักฐานเชิงประจักษแ์ ละแบบจำลอง
2. สาระสำคัญ
สารแบ่งออกเปน็ 3 สถานะ คอื ของแข็ง ของเหลวและแกส๊ ซึ่งมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง
อนุภาคแตกตา่ งกัน พลงั งานความร้อนสามารถทำใหส้ ารเปลยี่ นสถานะได้ สารแต่ละชนดิ จะมสี มบัตบิ าง
ประการแตกตา่ งกนั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
1. ศึกษาความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสถานะของสารกบั แรงยดึ เหนย่ี วระหวา่ งอนภุ าคได้
2. ทำการทดลองเพ่ือศกึ ษาการเปลยี่ นสถานะของสารได้
3. ทำการทดลองเพอ่ื ศึกษาพลังงานกับการละลายของสารได้
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้
ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
ความสนใจใฝ่รู้ ความมุง่ มัน่ อดทน
194
4. สาระการเรียนรู้
1. สถานะของสาร
2. การเคลอ่ื นท่ีของอนุภาคสาร
3. การเปลี่ยนสถานะของสาร
5. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่ 1
ข้ันนำ
1. แจ้งสาระสำคญั ของเนื้อเรอื่ ง ผลการเรยี นรู้ทค่ี าดหวัง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2. นักเรียนยกตวั อยา่ งสารที่พบในชวี ติ ประจำวัน และจำแนกสารออกตามสถานะ ของแขง็
ของเหลว แก๊ส
3. นกั เรยี นท่ถี ูกสมุ่ ยกตัวอยา่ งและจำแนกสารออกตามสถานะ
ข้ันสอน
4. แบ่งนกั เรยี นออกเป็น 6 กล่มุ โดยคละความสามารถ ( เก่ง ปานกลาง ออ่ น ) แลว้ ให้
เลอื กประธาน และเลขานกุ าร ครไู ดช้ ีแ้ จงบทบาทหน้าที่ของประธาน สมาชกิ และเลขานกุ าร ใหน้ กั เรียน
ทุกคนเขา้ ใจ ในการแบง่ กลมุ่ ไดด้ ำเนินการดงั น้ี
ระดบั ความสามารถ กลุม่ ที่ หมายเหตุ
123456
เก่ง 1 2 3 4 5 6
เก่ง 12 11 10 9 8 7
ปานกลาง 13 14 15 16 17 18
ปานกลาง 24 23 22 21 20 19
อ่อน 25 26 27 28 29 30
อ่อน 36 35 34 33 32 31
อ่อน 37 38 39
5. ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ศึกษาเรอื่ ง สถานะของสารและแรงยึดเหนีย่ ว จากหอ้ งสมุดและ
อินเทอรเ์ น็ต
ชว่ั โมงท่ี 2
6. ให้นักเรียนทกุ คนในกล่มุ ทำใบงาน เร่อื ง การเปลี่ยนแปลงสมบัตขิ องสาร เพื่อวัดความรู้
ความเขา้ ใจในเน้ือหาท่เี รียนจากบทเรียนใบความรู้
195
7. กล่มุ ทไี่ ด้คะแนนรวมสูงสดุ ( ในกรณีทีแ่ ต่ละกลมุ่ มจี ำนวนสมาชกิ ไมเ่ ท่ากันใหใ้ ช้คะแนนเฉลย่ี
แทนคะแนนรวมจะได้รับคำชมเชย
ขัน้ สรุป
8. นักเรียนแต่ละกล่มุ ออกมาอภปิ รายหนา้ ชั้นเรยี น
9. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรปุ สถานะของสารและแรงยึดเหนย่ี ว
6. สื่อและแหล่งเรียนรู้
1. ระบบ Internet
2. ห้องสมดุ
3. ใบงาน เร่อื ง การเปล่ียนแปลงสมบัตขิ องสาร
4. หนังสอื เรียนสาระการเรียนรพู้ น้ื ฐานวทิ ยาศาสตร
196
7. การวดั ผลและประเมนิ ผล
ส่ิงท่ีต้องการประเมิน วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมอื ทีใ่ ช้ เกณฑก์ ารผ่าน
ในการวดั ผล การประเมนิ ผล
ความรู้
1.ศึกษาความสัมพันธ์ การตรวจผลงาน แบบประเมินการตรวจ ไดค้ ะแนนเฉลี่ย ร้อยละ
ผลงาน 60 ขึ้นไป
ระหว่างสถานะของสาร
กับแรงยดึ เหนย่ี วระหวา่ ง
อนภุ าคได้
2.ทำการทดลองเพ่ือ
ศกึ ษาการเปลี่ยนสถานะ
ของสารได้
3.ทำการทดลองเพ่อื
ศกึ ษาพลังงานกบั การ
ละลายของสารได้
ทักษะ
กระบวนการสืบเสาะ - การนำเสนอผลงาน - แบบประเมินการ ได้คะแนนเฉลีย่ ร้อยละ
นำเสนอผลงาน 60 ข้ึนไป
หาความรู้ - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม
การทำงานกล่มุ
- สังเกตพฤตกิ รรมการ
ทำงานกลมุ่
คณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค์
ความสนใจใฝร่ ู้ ความ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมินพฤตกิ รรม ไดค้ ะแนนเฉล่ยี 2 (ด)ี
ม่งุ มนั่ อดทน รายบคุ คล รายบุคคล ขึ้นไป
8. บนั ทกึ หลังการจัดการเรียนรู้ 197
8.1 ผลการจดั การเรียนรู้
ผูเ้ รยี นท่ีผ่านตวั ชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เป็นร้อยละ.................
ผ้เู รียนทไี่ ม่ผา่ นตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................
เลขท่ีของนกั เรียนท่ีสอบไม่ผา่ นตวั ชว้ี ดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุทีไ่ มผ่ ่าน .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผเู้ รยี นท่มี คี วามสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพัฒนา/สง่ เสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผ้เู รียนได้รับความรู้ (K) ในเรอื่ ง ............................................................................................................
ผ้เู รียนเกิดทักษะกระบวนการ (P) ในเรื่อง............................................................................................
ผู้เรียนมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม (A) ในเร่อื ง.................................................................................
8.2 ปญั หาอุปสรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่อื .......................................................ครผู ้สู อน
(นายดิเรกฤทธิ์ ยเุ หล็ก)
ตำแหนง่ ครู คศ.1
วันท.่ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ................
198
9. ความคิดเห็นของผบู้ ริหารสถานศึกษา/ผ้ทู ไี่ ด้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พูลแจ้ง)
วันท่.ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ................
รบั ทราบผลการจัดการเรียนรู้
ลงชอื่ ....................................................... ลงช่ือ......................................................
(...............................................) (นายวริ ชั ต์ จำปาทอง)
ตำแหนง่ รองผอู้ ำนวยการสถานศึกษา ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยการสถานศึกษา
วันที่............เดือน..........................พ.ศ. ........... วนั ท.่ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ..........
199
ใบงาน
การเปลย่ี นแปลงสมบัติของสาร (การเปลยี่ นสถานะของของแข็ง)
อปุ กรณก์ ารทดลอง
1. ตะเกียงแอลกอฮอลพ์ รอ้ มชดุ กั้นลม
2. ถ้วยกระเบื้องทนไฟ
3. เทียนไข
วธิ ที ดลอง
1. นำเทียนไขใสถ่ ้วยกระเบ้อื ง
2. ยกถ้วยกระเบอ้ื งขึน้ ต้งั ไฟ
3. สงั เกตการเปลยี่ นแปลง
ผลการทดลอง
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
สรุปผลการทดลอง
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
200
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 16
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 สารบริสุทธ์ิ เรอื่ ง ผลของการเปลยี่ นแปลงสาร 2
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหสั วชิ า ว 21101 รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 ช้ัน ม.1 เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 ครูผ้สู อน นายดเิ รกฤทธิ์ ยุเหลก็ ตำแหนง่ ครู คศ.1
ใช้สอนวัน....................... ที่............ เดือน.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวช้ีวัด
มาตรฐานว 2.1 เข้าใจสมบัตขิ องสสารองคป์ ระกอบของสสารความสมั พนั ธร์ ะหว่างสมบตั ิของสสารกับโครงสร้าง
และแรงยดึ เหนี่ยวระหวา่ งอนุภาคหลกั และธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของสสารการเกดิ สารละลายและ
การเกิดปฏิกิรยิ าเคมี
ตัวชี้วัด
ว 2.1 ม.1/10 อธิบายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งพลังงานความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของสสารโดยใช้
หลกั ฐานเชิงประจักษ์และแบบจำลอง
2. สาระสำคญั
พลังงานความรอ้ นสามารถทำให้สารเปลีย่ นสถานะได้ สารแตล่ ะชนดิ จะมสี มบัติบางประการ
แตกต่างกัน
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
1. ศกึ ษาความสัมพนั ธร์ ะหว่างสถานะของสารกับแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนภุ าคได้
2. ทำการทดลองเพือ่ ศกึ ษาการเปลย่ี นสถานะของสารได้
3. ทำการทดลองเพื่อศึกษาพลงั งานกบั การละลายของสารได้
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้
ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
ความสนใจใฝ่รู้ ความมุ่งมน่ั อดทน