101
โลหะ อโลหะ
7. เคาะแล้วเสียงดังกงั วาน 7. เคาะแลว้ เสียงไม่กงั วาน
8. ละลายแลว้ ทำปฏิกริ ิยากับสารละลายกรด 8. ไม่ละลายในสารละลายกรด
เจือจาง
9. โลหะจะไม่ทำปฏกิ ริ ิยากันเองเกิดเป็น 9. โลหะจะทำปฏิกิริยาโดยตรงได้ทง้ั กบั โลหะ
สารประกอบ และอโลหะ เกิดเป็นสารประกอบ
10. ความถ่วงจำเพาะมีทง้ั สูงและตำ่ โลหะทมี่ ี 10. ความถ่วงจำเพาะตำ่
ความถว่ งจำเพาะต่ำ เรียกวา่ โลหะเบาได้แก่
ลเิ ทยี ม โซเดียม โพแทสเซยี ม แมกนีเซยี ม
แคลเซยี ม อะลูมิเนียม โลหะทม่ี ีความ
ถว่ งจำเพาะสูง เรยี กวา่ โลหะหนกั ไดแ้ ก่ โลหะ
ทว่ั ไป
ธาตุ ลักษณะธาตุ ลักษณะ ความแข็ง การนำไฟฟ้า จดุ จุด
ปรอท ภายนอก หรือความ หลอมเหลว เดอื ด
ไฮโดรเจน เหนียว
เหลก็ ของเหลวสี
กำมะถัน เงินเป็นมนั - นำ -39 357
วาว
โซเดียม
แก๊สไมม่ ีสี - ไม่นำ -259 -253
ของแขง็ สี แข็งและ นำ 1538 2861
เงิน เป็นมนั เหนียว
วาว
ของแขง็ สี แข็งและ ไม่นำ 120 445
เหลอื ง เปราะ
ของแข็งสี อ่อนและ นำ 98 883
เงนิ เปน็ มนั เหนยี ว
วาว
102
ซิลิคอน ของแข็งสี แข็งและ นำได้ 1414 3266
โบรอน เงนิ เป็นมนั เปราะ เล็กน้อย
คลอรีน วาว
ธาตุ ของแขง็ สี แข็งและ ไม่นำ 2030 3900
ดำ เปราะ ไมน่ ำ -102 -35
โบรมีน
ออกซิเจน แก๊สสีเขียว -
แมกนีเซียม ตองอ่อน
ไอโอดนี ลักษณะธาตุ ความ จุด
ลกั ษณะ แข็งหรือ การนำ จดุ เดือด
ภายนอก ความ ไฟฟา้ หลอมเหลว
เหนยี ว
ของเหลวสี - ไม่นำ -7 59
แดงส้ม
แก๊สไมม่ สี ี - ไม่นำ -219 -183
นำ 650 1090
ของแขง็ สี แข็งและ
เงิน เป็น เหนียว ไมน่ ำ 113.5 -184.5
มนั วาว
ของแข็งสี แข็งและ
เงนิ เป็น เปราะ
มนั วาว
สญั ลักษณข์ องธาตุ
จอหน์ ดาลตนั (John Dalton) เป็นนกั วิทยาศาสตรค์ นแรกทีเ่ สนอให้ใชร้ ปู ภาพหรอื รปู ทรง
เรขาคณิตเป็นสัญลกั ษณแ์ ทนชอื่ ธาตุ สัญลกั ษณ์ของธาตุทเ่ี ป็นรปู ภาพ ซ่งึ จอหน์ ดาลตนั เปน็ คนแรก
ที่เสนอให้ใชร้ ปู ภาพแทนช่ือธาตุ ดงั ตวั อย่าง
หมายถงึ ธาตไุ ฮโดรเจน
หมายถึง ธาตุออกซิเจน
103
หมายถึง ธาตไุ นโตรเจน
หมายถงึ ธาตคุ าร์บอน
หมายถึง ธาตุทองแดง
แต่เมื่อมกี ารคน้ พบธาตุมากขึน้ การใช้สญั ลกั ษณ์รูปภาพจึงไม่สะดวกโจนส์ จาคอบ เบอร์ซเี ลยี ซ (JJ.
Berzelius) นกั วทิ ยาศาสตร์ชาวสวีเดนจึงเสนอสัญลกั ษณเ์ ป็นอกั ษรย่อแทนช่อื ธาตุและเป็นท่ีนยิ มใช้กัน
เร่อื ยมา มีหลกั ในการเขียนดงั น้ี
1. ถา้ ธาตุตัวนนั้ มีชอ่ื ภาษาละติน ใหใ้ ชอ้ กั ษรตวั แรกในชือ่ ภาษาละติน เขยี นด้วยตวั พิมพใ์ หญ่เป็น
เป็นสัญลกั ษณธ์ าตุ
2. ถ้าธาตนุ ้ันไมม่ ชี ่ือภาษาละตนิ ให้ใช้อกั ษรตัวแรกในชอ่ื ภาษาองั กฤษ เขยี นดว้ ยตวั พิมพใ์ หญ่
เปน็ สญั ลักษณ์ของธาตุ
3. ถา้ อักษรตัวแรกซ้ำกัน ใหใ้ ชอ้ กั ษรตัวถัดไปเขยี นตามโดยเขยี นดว้ ยตัวพิมพเ์ ล็ก (อกั ษรตัวถดั ไป
ไมจ่ ำเป็นตอ้ งเปน็ ตัวท่ี 2)
สัญลกั ษณ์ของธาตทุ ีค่ วรรู้จกั
ประเภทของธาตุ ช่อื ภาษาอังกฤษ ชือ่ ภาษาละติน ชอ่ื ภาษาไทย สัญลกั ษณ์
Lithium - ลเิ ทียม Li
Sodium Natrium โซเดียม Na
Potassium โพแทสเซยี ม K
Magnesium - แมกนเี ซียม Mg
Calcium - แคลเซียม Ca
Beryllium - เบริลเลียม Bc
Barium - แบเรียม Ba
Radium - Ra
- Pb
Sn
Lead Plumbum เรเดยี ม Al
Pt
Tin Stanum ตะกั่ว Cu
Au
โลหะ Aluminum - ดบี ุก Hg
Mn
Platinum - อะลมู ิเนยี ม Fc
Copper Cuprum ทองคำขาว Ag
Gold Aurum Ni
ทองแดง Co
Mercury Hydragyrum
Manganese - ทองคำ
Iron Ferrum ปรอท
Silver Argentum แมงกานีส
Nickel - เหล็ก -
Cobalt
เงิน
104
Uranium - นกิ เกิล U
Scandium - โคบอลต์ Sc
Tantalum - ยูเรเนียม Ta
Caesium - สแกนเดยี ม Cs
แทนทาลัม สัญลักษณ์
ซเี ซยี ม B
Si
ประเภทของธาตุ ช่ือภาษาอังกฤษ ช่ือภาษาละติน ช่อื ภาษาไทย Ge
โบรอน Sb
Boron - ซิลคิ อน As
-
Silicon - เจอร์เมเนียม He
Stibium พลวง Ne
กงึ่ โลหะ Germanium - สารหนู Ar
ฮีเลยี ม Kr
Antimony นีออน Xe
อารก์ อน Rn
Arsenic ครปิ ทอน H
ซีนอน F
อโลหะ Helium - เรดอน Cl
Neon - Br
Argon - ไฮโดรเจน I
Krypton - ฟลูออรนี O
Xenon - คลอรนี S
Radon - โบรมนี N
Hydrogen - ไอโอดีน P
Fluorine - ออกซเิ จน C
Chlorine - กำมะถัน
Bromine - ไนโตรเจน
Iodine - ฟอสฟอรัส
Oxygen - คารบ์ อน
Sulphur -
Nitrogen -
Phosphorus -
Carbon -
105
2. สารประกอบ (Compounds) เป็นสารเนื้อเดยี วประเภทสารบรสิ ุทธ์ิ ประกอบดว้ ย อะตอม
ของธาตตุ า่ งชนดิ มาทำปฏิกริ ยิ ากนั โดยมีอัตราสว่ นในการรวมตวั คงที่ สารประกอบจะเป็นสารตวั ใหม่ไมใ่ ช่
ของผสมระหว่างธาตเุ ดมิ จงึ ไม่แสดงสมบตั ิของธาตุองค์ประกอบเดิม เนือ่ งจากโมเลกลุ ของสารประกอบ
ประกอบดว้ ยธาตุหลายชนดิ สารประกอบจงึ แยกสลายเป็นสารใหม่ได้
ปฏิกิรยิ าการแยกสลายสารประกอบจะเร่มิ ตน้ ด้วยสารประกอบเพียงชนดิ เดียว แยกสลายเปน็ สาร
ใหมต่ ัง้ แต่ 2 ชนิดขนึ้ ไป โดยจะแยกสลายเมือ่ ได้รับพลงั งานบางรูปที่เหมาะสม เชน่
Ca(HCO3)2(s) ความร้อน CaCO3(s) + H2O(1) + CO2(g)
2 H2O(1) 2 H2 (g) + O2(g)
KMnO2(s) ไฟฟ้า K2MnO4(s) + MnO2(s) + O2(g)
ความร้อน
ปัจจบุ ันมนุษย์รู้จกั สารประกอบมากกว่าสองลา้ นชนดิ และรู้จักเพ่มิ ขน้ึ เรื่อย ๆ สารประกอบถูก
แยกสลายจะได้ธาตหุ ลายชนิดทป่ี ระกอบข้ึนเปน็ สารประกอบนั้น เช่น น้ำ ประกอบด้วยไฮโดรเจน กบั
ออกซิเจน รวมกนั ถ้าแยกสลายน้ำจะได้ ธาตุ ไฮโดรเจน กบั ธาตอุ อกซิเจน
สารประกอบมีคุณสมบตั ิเฉพาะตัวเสมอและมีคุณสมบัติแตกต่างไปจากธาตุท่ีเปน็ องค์ประกอบของ
มัน เชน่ น้ำ กับ ปรอทแดง หรือ น้ำกบั ไฮโดรเจน หรือออกซเิ จน
คุณสมบัติของน้ำกบั ปรอทแดง
สถานะ สี กลน่ิ รส สตู รเคมี
น้ำ ของเหลว ไมม่ ี ไม่มี ไมม่ ี H2O
ปรอทแดง ของแขง็ สม้ ไม่มี - HgO
คุณสมบตั ิของน้ำ ไฮโดรเจน และออกซเิ จน
น้ำ สถานะ ชนดิ ของสาร คุณสมบัตบิ างประการ สตู รเคมี
ไฮโดรเจน ของเหลว สารประกอบ ดับไฟ
ออกซิเจน ติดไฟ H2O
แกส๊ ธาตุ H2
แก๊ส ธาตุ ชว่ ยให้ไฟตดิ O2
106
การจำแนกสารประกอบ (Classification of compound) สารประกอบท้ังหมด จำแนก
ออก
เป็น 2 ชนิด คอื
1. สารประกอบสองธาตุ (Binary compound) หมายถึง สารประกอบทปี่ ระกอบดว้ ยธาตุ
2 ชนิด รวมกันแบ่งออกเปน็
1.1สารประกอบสองธาตทุ ่ปี ระกอบด้วยโลหะกบั อโลหะ เชน่ โซเดียมคลอไรด์ (NaCl)
แคลเซียมออกไซด์ (CaO) โซเดยี มออกไซด์ (Na2O) แคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2)
1.2สารประกอบสองธาตทุ ป่ี ระกอบด้วยอโลหะกับอโลหะ เช่น คารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2)
ไดไนโตรเจนมอนอกไซด์ (N2O) ซัลเฟอรไ์ ดออกไซด์ (SO2)
2. สารประกอบหลายธาตุ (Ternary compound) หมายถงึ สารประกอบทป่ี ระกอบด้วย
ธาตมุ ากกวา่ 2 ธาตรุ วมกนั แบ่งออกเป็น
2.1สารประกอบกรด เช่น กรดซัลฟูริค (H2SO4) กรดไนตรคิ (HNO3) กรดคาร์บอนคิ
(H2CO3) กรดฟอสฟอรคิ (H3PO4)
2.2สารประกอบเบส เช่น โซเดยี มไฮดรอกไซด์ (NaOH) โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH)
แคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Ca(OH) 2)
2.3สารประกอบเกลือ เชน่ โพแทสเซียมไนเตรต (KNO3) คอปเปอร์ (II) ซัลเฟต (CuSO4)
แมกนเี ซยี มซัลเฟต (MgSO4) ไอออน (III) ออกไซด์ (Fe2O3)
อะตอมของธาตุชนดิ เดยี วกันมาเกาะอยูด่ ้วยกนั เกดิ เป็นโมเลกลุ ของธาตุ เชน่ อะตอมของออกซิเจน 2
อะตอมมารวมกันเกิดเปน็ โมเลกุลของออกซิเจน มสี ูตรทางเคมี O2 (O + O O2)
อะตอมของธาตุตา่ งชนิดกนั มาเกาะอยู่ดว้ ยกันจะเกดิ เป็นโมเลกลุ ของสารประกอบ เช่น อะตอม
ของธาตุไฮโดรเจน 2 อะตอมมาเกาะรวมกนั อยกู่ บั อะตอมออกซิเจน 1 อะตอมเกิดโมเลกุลของนำ้ มสี ูตร
เคมี ว่า H2O (2H + O H2O)
107
นกั เคมีนยิ มเขียนสารประกอบในรูป สตู รเคมี
สารประกอบ สูตรเคมี องคป์ ระกอบ
เกลือแกง ธาตโุ ซเดียม (Na) 1 อะตอม และ
หนิ ปนู NaCl ธาตุคลอรีน (Cl) 1 อะตอม
CaCO3 ธาตแุ คลเซียม (Ca) 1 อะตอม
ดินประสิว ธาตคุ าร์บอน (C) 1 อะตอม
KNO3 ออกซเิ จน (O) 3 อะตอม
จุนสี ธาตโุ พแทสเซียม (K) 1 อะตอม
CuSO4 ธาตุไนโตรเจน (N) 1 อะตอม
ธาตุออกซเิ จน (O) 3 อะตอม
ธาตทุ องแดง (Cu) 1 อะตอม
ธาตุกำมะถนั (S) 1 อะตอม
ธาตอุ อกซิเจน (O) 4 อะตอม
สารประกอบ สตู รเคมี องคป์ ระกอบ
นำ้ ปูนใส ธาตแุ คลเซยี ม (Ca) 1 อะตอม
Ca(OH)2 ธาตุออกซเิ จน (O) 2 อะตอม
โซดาทำขนม NaHCO3 ธาตุไฮโดรเจน (H) 2 อะตอม
ธาตุโซเดยี ม (Na) 1 อะตอม
น้ำตาลทราย C12H22O11 ธาตุไฮโดรเจน (H) 1 อะตอม
ธาตคุ าร์บอน (C) 1 อะตอม
ธาตุออกซเิ จน (O) 3 อะตอม
ธาตคุ าร์บอน (C) 12 อะตอม
ธาตไุ ฮโดรเจน (H) 22 อะตอม
ธาตุออกซเิ จน (O) 11 อะตอม
108
แบบฝึกหัด
คำชแี้ จง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. เกลอื แกงมีลักษณะเน้อื สารเปน็ อย่างไร มีสถานะใด
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
2. นำ้ กลั่นมีลกั ษณะเนอื้ สารเปน็ อย่างไร มสี ถานะใด
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
3. นำเกลอื แกงใส่ในหลอดทดลองขนาดกลางท่ีมีนำ้ กลนั่ บรรจอุ ยเู่ ขยา่ เปน็ สารชนดิ ใด
เพราะเหตุใด
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
4. จากการทดลองกิจกรรมใบงานที่ 1 สารใดมอี งค์ประกอบของสารเพียง 1 ชนดิ และสารใดท่ี
มีองคป์ ระกอบสารมากกวา่ 1 ชนิด
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
5. สารที่มอี งคป์ ระกอบเพยี ง 1 ชนิดเรียกว่าอะไรและสารท่ีมอี งคป์ ระกอบมากกว่า 1 ชนดิ ขนึ้
ไปเรยี กวา่ อะไร มีลกั ษณะเนือ้ สารเป็นอย่างไร
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
109
เฉลยแบบฝกึ หัด
1. เกลอื แกงเปน็ เน้ือเดยี ว มีสถานะเปน็ ของแขง็
2. น้ำกลน่ั เปน็ เนื้อเดยี ว มีสถานะเป็นของเหลว
3. น้ำเกลอื เป็นสารละลาย เพราะมีสาร 2 ชนิดรวมกันเป็นเน้ือเดยี ว คอื น้ำ กับ เกลอื แกง
4. เกลอื แกง นำ้ กลนั่ มสี าร 1 ชนิด ส่วน น้ำเกลือ มอี งค์ประกอบ 2 ชนิด คือ น้ำกับเกลือ
รวมเปน็ น้ำเกลือ
5. สารบรสิ ทุ ธ์ิ มีองคป์ ระกอบ 1 ชนิด ลกั ษณะเนอื้ เดยี ว
สารไมบ่ ริสทุ ธ์ิ มอี งคป์ ระกอบมากกว่า 1 ชนิด ลกั ษณะเน้ือเดยี ว
110
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 9
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 สารบริสุทธ์ิ เรื่อง สารละลาย
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหสั วิชา ว 21101 รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ 1 ชั้น ม.1 เวลาเรียน 2 ชว่ั โมง
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ครูผู้สอน นายดิเรกฤทธิ์ ยเุ หล็ก ตำแหน่ง ครู คศ.1
ใช้สอนวนั ....................... ท่ี............ เดือน.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบัตขิ องสสารองคป์ ระกอบของสสารความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสมบตั ขิ องสสารกบั
โครงสร้างและแรงยึดเหนยี่ วระหวา่ งอนภุ าคหลกั และธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของสสารการเกิด
สารละลายและการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
ตวั ชวี้ ัด
ว 2.1 ม.1/4 เปรยี บเทยี บจดุ เดือดจุดหลอมเหลวของสารบรสิ ุทธิแ์ ละสารผสมโดยการวดั
อณุ หภูมิเขยี นกราฟแปลความหมายขอ้ มูลจากกราฟหรือสารสนเทศ
ว 2.1 ม.1/ 5 อธิบายและเปรยี บเทียบความหนาแน่นของสารบริสทุ ธิ์และสารผสม
ว 2.1 ม.1/ 6 ใช้เครือ่ งมือเพอ่ื วดั มวลและปรมิ าตรของสารบริสทุ ธ์ิและสารผสม
2. สาระสำคญั
สารละลายเปน็ ของผสมเน้อื เดยี วทปี่ ระกอบด้วยตัวทำ ละลายและตัวละลายซึ่งมีอนุภาคขนาดเลก็
กว่าอนภุ าคในสารแขวนลอยและคอลลอยด์ การละลายของสารขน้ึ อยู่กับชนิดของตวั ทำ ละลาย สารละลายที่
มีตวั ทำละลายเท่ากัน
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. อธิบายองคป์ ระกอบของสารละลายได้
2. ช้บี ง่ ตวั ทำละลายและตวั ถกู ละลายในสารละลายได้
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
กระบวนการสบื เสาะ หาความรู้
111
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
ความสนใจใฝ่รู้ ความมงุ่ ม่ัน อดทน
4. สาระการเรยี นรู้
สารละลาย
5. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (กระบวนการสืบเสาะหาความร)ู้
ชัว่ โมงท่ี 1
1. ขน้ั สรา้ งความสนใจ
ครนู ำสนทนาวา่ สารละลายเป็นสารเนอื้ เดยี วชนิดหน่งึ แล้วถามนกั เรยี นวา่ สารละลายคอื อะไร
มลี กั ษณะและสมบัตอิ ย่างไร นกั เรยี นช่วยกนั ตอบคำถาม ครูยงั ไม่สรปุ คำตอบ ให้ค้นหาคำตอบโดยทำการ
ทดลอง
2. ขน้ั สำรวจและคน้ หา
1. แบ่งนักเรยี นออกเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ศกึ ษาใบงาน เร่อื ง การละลายของสารต่าง ๆ
ในนำ้ และกิจกรรมเร่ืองการละลายของสารในตวั ทำละลายที่ต่างกัน
2. ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ปฏิบตั กิ ิจกรรม พรอ้ มทงั้ สงั เกตผลทเี่ กิดข้นึ เก็บรวบรวมขอ้ มูลและบันทกึ ผล
การทดลอง แล้วช่วยกนั เขียนรายงานการทดลอง
ชั่วโมงที่ 2
3. ข้นั อธิบายและลงข้อสรปุ
1. แต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานำเสนอผลการทดลองหนา้ ชนั้ เรยี น
2. ครูและนกั เรียนร่วมกันอภปิ รายผลจากการทดลองโดยใชแ้ นวคำถาม ดังนี้
กจิ กรรมเรอ่ื งการละลายของสารต่าง ๆ ในน้ำ
- นกั เรยี นทราบได้อย่างไรวา่ สารชนิดใดละลายไดแ้ ละละลายไม่ได้
- สารละลายที่ใช้ในการทดลอง สารใดเปน็ ตวั ทำละลายและตัวถูกละลาย
- เราใช้เกณฑ์ใดในการบอกว่าสารใดเป็นตัวทำละลายและตวั ถูกละลาย
กจิ กรรมเร่ืองการละลายของสารในตวั ทำละลายที่ต่างกนั
- สารท่ีละลายน้ำได้คือสารใด สารที่ไม่ละลายน้ำคอื สารใด
- สารที่ละลายในแอลกอฮอล์คือสารใด สารทไี่ ม่สะสมในแอลกอฮอล์คือสารใด
- ถ้าตัวทำละลายคือน้ำมปี รมิ าตรเท่ากนั แล้ว ปริมาณของสารที่ละลายน้ำไดท้ ่ีใส่ลงไปใน
นำ้ นั้นจะเทา่ กนั หรอื ไม่ เพราะอะไร
- ความแตกต่างกันของปรมิ าตรตวั ถกู ละลายท่ีจะใส่ในตัวทำละลายในปริมาณทีเ่ ทา่ ๆ
กัน ขนึ้ อยูก่ บั ตัวแปรอะไร
112
3. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปผลจากการทดลอง โดยใหไ้ ด้ขอ้ สรปุ ดังน้ี
กจิ กรรมเรื่องการละลายของสารตา่ ง ๆ ในน้ำ
-สารทง้ั 6 ชนดิ แบง่ ตามเกณฑก์ ารละลายน้ำออกเปน็ 2 พวก คอื สารท่ลี ะลายน้ำได้
ได้แก่ สารส้ม โซเดยี มคลอไรด์ (เกลือแกง) และคอปเปอร์ซัลเฟต (จุนสี) สารทไี่ มล่ ะลายน้ำ ไดแ้ ก่ ดนิ เหนียว
บดละเอียด แปง้ มนั และผงแคลเซยี มคาร์บอเนต (หินปนู ) นอกจากนีย้ ังพบว่าสารตา่ งชนิดกันจะละลายในนำ้
ได้แตกตา่ งกนั จากการทดลองโซเดยี มคลอไรด์ (เกลือแกง) ละลายน้ำไดด้ ีที่สดุ รองลงมาไดแ้ ก่ คอปเปอร์
ซัลเฟต (จุนสี) และสารส้ม ตามลำดับ สรปุ ได้ว่าสารต่างชนิดกนั ละลายนำ้ ได้ตา่ งกัน
กจิ กรรมเรือ่ งการละลายของสารในตัวทำละลายท่ีต่างกัน
-โซเดียมคลอไรด์ (เกลือแกง) และสผี สมอาหารละลายไดด้ ีในนำ้ โดยท่สี ีผสมอาหารละลาย
ได้ดกี ว่าโซเดียมคลอไรด์ แต่ท้ังโซเดียมคลอไรด์และสีผสมอาหารไม่ละลายในแอลกอฮอล์
- เชลแลก็ ละลายได้ดีในแอลกอฮอล์แต่ไมล่ ะลายในนำ้
- สรปุ ได้ว่า สารละลายชนิดเดียวกันละลายในตัวทำละลายต่างชนดิ ได้ตา่ งกนั สารต่างชนิด
กันละลายในตัวทำละลายชนดิ เดยี วกนั ได้ตา่ งกนั การละลายของสารข้ึนอยกู่ ับชนดิ ของตวั ถูกละลายและตัวทำ
ละลาย
4. ครูอธบิ ายเพ่ิมเติมเกย่ี วกับตวั ทำละลายตวั ถกู ละลายและเกณฑ์ในการพจิ ารณาวา่
สารละลายชนิดใดเปน็ ตวั ทำละลายหรอื ตัวถูกละลาย
4. ขัน้ ขยายความรู้
ให้นักเรยี นช่วยกันยกตัวอยา่ งสารละลายในชีวิตประจำวนั และบอกเกณฑ์พิจารณาวา่ สารละลาย
ชนดิ ใดเป็นตัวทำละลายหรือตวั ถกู ละลาย
5. ข้ันประเมิน
1. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ สาระสำคัญเรอ่ื ง สารละลาย ทไี่ ด้จากการเรียนและการปฏิบัติ
กิจกรรม
2. ใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน
6. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
1. สื่อสิ่งพิมพ์ และเวบ็ ไซตต์ า่ ง ๆ ทางอินเทอร์เน็ตทเี่ ก่ียวขอ้ ง
2. อปุ กรณ์การทดลองของแต่ละกจิ กรรมในการจัดการเรยี นรแู้ ต่ละคร้งั
3. ใบงาน เร่ือง การละลายของสารต่าง ๆ ในนำ้
4. ใบงาน เรอ่ื ง การละลายของสารในตัวทำละลายท่ีตา่ งกัน
5. ใบความรู้ เรอื่ ง สารละลาย
6. แบบฝึกหดั
113
7. การวัดผลประเมนิ ผล
สิ่งท่ตี ้องการประเมิน วิธกี ารวัดผล เครอื่ งมือทใ่ี ช้ เกณฑก์ ารผ่าน
ในการวดั ผล การประเมนิ ผล
ความรู้ การตรวจผลงาน แบบประเมนิ การตรวจ ได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ
1.อธบิ ายองค์ประกอบ ผลงาน 60 ขึ้นไป
ของสารละลายได้ - การนำเสนอผลงาน
2.ช้บี ง่ ตวั ทำละลายและ - สังเกตพฤตกิ รรมการ - แบบประเมินการ ไดค้ ะแนนเฉลีย่ รอ้ ยละ
ตัวถกู ละลายใน ทำงานกลมุ่ นำเสนอผลงาน 60 ข้ึนไป
สารละลายได้ - แบบประเมินพฤติกรรม
ทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม
กระบวนการสืบเสาะ รายบคุ คล
หาความรู้ แบบประเมินพฤตกิ รรม ได้คะแนนเฉล่ยี 2 (ด)ี
คณุ ลักษณะอันพึง รายบคุ คล ข้นึ ไป
ประสงค์
ความสนใจใฝร่ ู้ ความ
ม่งุ มนั่ อดทน
8. บันทึกหลงั การจัดการเรียนรู้ 114
8.1 ผลการจดั การเรียนรู้
ผเู้ รียนที่ผา่ นตัวช้ีวดั /ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................
ผูเ้ รียนทีไ่ มผ่ ่านตวั ชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................
เลขท่ีของนักเรียนท่ีสอบไมผ่ า่ นตวั ชวี้ ัด..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุทไี่ มผ่ ่าน .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผเู้ รยี นท่ีมคี วามสามารถพิเศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพฒั นา/สง่ เสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผูเ้ รียนได้รับความรู้ (K) ในเรือ่ ง ............................................................................................................
ผเู้ รียนเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรื่อง............................................................................................
ผเู้ รียนมคี ุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม (A) ในเรอ่ื ง.................................................................................
8.2 ปัญหาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.......................................................ครูผู้สอน
(นายดเิ รกฤทธ์ิ ยเุ หล็ก)
ตำแหนง่ ครู คศ.1
วนั ท่ี............เดือน..........................พ.ศ. ................
115
9. ความคิดเห็นของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา/ผทู้ ี่ได้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พูลแจ้ง)
วันท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ................
รับทราบผลการจัดการเรียนรู้
ลงช่อื ....................................................... ลงช่ือ......................................................
(.....................................................) (นายวริ ชั ต์ จำปาทอง)
ตำแหนง่ รองผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา ฝ่ายบริหารวชิ าการ ตำแหนง่ ผูอ้ ำนวยการสถานศึกษา
วันที่............เดือน..........................พ.ศ. ........... วันท.ี่ ...........เดือน..........................พ.ศ. ..........
116
ใบงาน
เรอ่ื ง การละลายของสารต่าง ๆ ในน้ำ
จุดประสงค์
ทดลองและเปรียบเทียบการละลายของสารต่าง ๆ ในนำ้ ได้
อุปกรณ์ 5 กรัม
1. ดินเหนียวบดละเอียด 6 หลอด
2. หลอดทดลองขนาดกลาง 2 อนั
3. ช้อนเบอร์ 1
4. หลอดฉีดยาขนาด 10 ลบ.ซม. 1 อัน
5. ทตี่ ้งั หลอดทดลอง 1 อัน
6. แป้งมนั 2 กรัม
7. สารสม้ 5 กรมั
8. โซเดียมคลอไรด์ (เกลอื แกง) 10 กรมั
9. ผงแคลเซยี มคาร์บอเนต (หินปูน) 10 กรมั
10. คอปเปอร์ซลั เฟต (จนุ สี) 10 กรมั
11. นำ้ กลั่น 50 ลบ.ซม.
วธิ ีการทดลอง
1. ใช้หลอดฉีดยาดูดนำ้ กล่นั ใสห่ ลอดทดลองที่เตรียมมาทงั้ 6 หลอด หลอดละ 5 ลกู บาศก์
เซนตเิ มตร
2. ตักดนิ เหนยี วบดละเอยี ด 1 ชอ้ น เบอร์ 1 ใส่ลงในหลอดทดลอง แล้วทำเคร่ืองหมายระบชุ นิด
ของสารบนหลอดทดลอง จากน้นั ตกั แปง้ มัน สารส้ม โซเดยี มคลอไรด์ (เกลอื แกง) แคลเซยี มคาร์บอเนต
(หินปูน) และคอปเปอร์ซัลเฟต (จุนสี) อยา่ งละ 1 ช้อน ใส่ลงในหลอดทดลองแตล่ ะหลอดท่ีเหลืออยู่ แล้วทำ
เครอื่ งหมายระบชุ นิดของสารบนหลอดทดลองด้วยจากนั้นวางหลอดทดลองท้ังหมดไวใ้ นท่ีต้งั หลอดทดลอง
3. นำหลอดทดลองมาเขยา่ ทีละหลอดประมาณหลอดละ 1 นาที จากนนั้ สังเกตว่าสารใดบา้ งท่ี
ละลายน้ำหมดหรือไม่ละลาย พรอ้ มจดบนั ทกึ ผลท่ีสังเกตได้
4. ในกรณที สี่ ารชนิดใดละลายหมด ให้ใชช้ อ้ นเบอร์ 1 ตกั สารนั้นเติมลงไปอีกทีละช้อน ทำการเขยา่
ทุกคร้งั จนกว่าสารนั้นจะไมล่ ะลาย แล้วจดบนั ทึกนับจำนวนช้อนทัง้ หมดท่ีเติมสารลงไปในหลอดทดลอง
117
บนั ทกึ ผลปฏบิ ตั ิกิจกรรม
กลมุ่ ท.่ี ........................สมาชกิ 1............................................... 2.............................................
3............................................... 4.............................................
5............................................... 6.............................................
สาร การละลายในน้ำ จำนวนสารที่ละลายไดห้ มดใน
แต่ละหลอด (ชอ้ น)
ละลาย ไมล่ ะลาย
ดินเหนยี วบดละเอยี ด
แป้งมนั
สารสม้
โซเดียมคลอไรด์ (เกลือ
แกง)
ผงแคลเซียมคารบ์ อเนต
(หินปนู )
คอปเปอร์ซลั เฟต (จุนสี)
จากผลการทดลองใหต้ อบคำถามตอ่ ไปนี้
1. นกั เรียนทราบได้อย่างไรว่าสารชนิดใดละลายไดแ้ ละละลายไมไ่ ด้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. สารละลายทใี่ ชใ้ นการทดลอง สารใดเป็นตัวทำละลายและตวั ถกู ละลาย
…………………………………………………………………………………….………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3. เราใช้เกณฑ์ใดในการบอกวา่ สารใดเปน็ ตวั ทำละลายและตัวถูกละลาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
สรุปผลจากการทดลอง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………….
118
เฉลยบันทึกผลปฏบิ ตั ิกิจกรรม
สาร การละลายในนำ้ จำนวนสารทล่ี ะลายได้หมดใน
แตล่ ะหลอด (ชอ้ น)
ละลาย ไม่ละลาย
ดนิ เหนยี วบดละเอียด ดจู ากผลการทดลอง
แป้งมัน ดูจากผลการทดลอง
สารส้ม ดูจากผลการทดลอง
โซเดียมคลอไรด์ (เกลือ ดูจากผลการทดลอง
แกง)
ผงแคลเซยี มคารบ์ อเนต ดจู ากผลการทดลอง
(หินปนู )
คอปเปอร์ซลั เฟต (จนุ สี) ดจู ากผลการทดลอง
จากผลการทดลองให้ตอบคำถามต่อไปนี้
1. นักเรยี นทราบไดอ้ ยา่ งไรวา่ สารชนดิ ใดละลายไดแ้ ละละลายไม่ได้
สารท่ีละลายน้ำจะละลายเปน็ เน้อื เดียวกนั
2. สารละลายทใ่ี ช้ในการทดลอง สารใดเปน็ ตวั ทำละลายและตวั ถูกละลาย
ตัวถูกละลาย ได้แก่ สารส้ม โซเดียมคลอไรด์ (เกลือแกง) และคอปเปอร์ซลั เฟต (จนุ สี) ตวั ทำละลายคอื น้ำ
สรุปผลจากการทดลอง
สารท่ลี ะลายนำ้ ได้ ไดแ้ ก่ สารส้ม โซเดยี มคลอไรด์ (เกลอื แกง) และคอปเปอรซ์ ัลเฟต (จนุ สี) สารท่ี
ไมล่ ะลายน้ำ ได้แก่ ดนิ เหนียวบดละเอยี ด แป้งมัน และผงแคลเซยี มคารบ์ อเนต (หนิ ปนู ) นอกจากน้ียงั พบว่า
สารต่างชนิดกนั จะละลายในนำ้ ได้แตกต่างกัน จากการทดลองโซเดยี มคลอไรด์ (เกลอื แกง) ละลายน้ำได้ดที ี่สุด
รองลงมาได้แก่ คอปเปอร์ซัลเฟต (จนุ สี) และสารสม้ ตามลำดับ สรปุ ไดว้ า่ สารต่างชนดิ กันละลายน้ำไดต้ า่ งกัน
119
ใบงาน
เรื่อง การละลายของสารในตัวทำละลายต่างกัน
จุดประสงค์
1. ทดลองและสรุปเก่ยี วกบั การละลายของสารในตวั ทำละลายต่างชนิดกันได้
2. เขียนแผนภูมแิ ทง่ แสดงการละลายของสารในตัวทำละลายตา่ งชนิดกันได้
อุปกรณ์ 1 กรัม
1. สผี สมอาหาร 1 กรมั
2. เชลแล็ก 6 หลอด
3. หลอดทดลองขนาดกลาง 1 อัน
4. ท่ตี ง้ั หลอดทดลอง 2 อัน
5. ช้อนเบอร์ 1 1 อัน
6. หลอดฉีดยาขนาด 10 ลบ.ซม. 10 กรัม
7. โซเดียมคลอไรด์ (เกลือแกง) 20 ลบ.ซม.
8. แอลกอฮอล์ 20 ลบ.ซม.
9. นำ้ กลั่น
วิธีการทดลอง
1. ใช้หลอดฉีดยาดูดน้ำกลนั่ และแอลกอฮอล์ใส่หลอดทดลองทีเ่ ตรียมมาทั้ง 6 หลอด หลอดละ 3
ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร
2. นำหลอดทดลองทใ่ี ส่นำ้ และแอลกอฮอล์มาอยา่ งละ 1 หลอด จากนน้ั ใช้ชอ้ นเบอร์ 1 ตกั โซเดียม
คลอไรด์ (เกลือแกง) ลงในหลอดทดลองทัง้ สอง หลอดละ 1 ชอ้ น แลว้ ทำเครอื่ งหมายระบชุ นดิ ของสารบน
หลอดทดลองด้วย จากนนั้ เขยา่ หลอดทดลองท้ังสองหลอด เมอ่ื โซเดียมคลอไรดใ์ นแต่ละหลอดละลายหมดแล้ว
ใหต้ ักโซเดียมคลอไรดเ์ ตมิ ลงไปในหลอดทดลองทัง้ สองทลี ะช้อนจนกว่าจะไม่ละลายตอ่ ไป โดยเขยา่ หลอด
ทดลองทุกคร้ังที่เตมิ พร้อมกนั นีใ้ ห้นับจำนวนชอ้ นที่ตกั สารเตมิ ในแตล่ ะหลอด
3. ดำเนินการเชน่ เดียวกบั ขอ้ 2 แต่เปลย่ี นจากโซเดยี มคลอไรดเ์ ปน็ สผี สมอาหารและเชลแลก็
ตามลำดับ
120
บันทกึ ผลปฏิบัติกจิ กรรม
กลุ่มท.่ี ........................สมาชิก 1............................................... 2.............................................
3............................................... 4.............................................
5............................................... 6.............................................
ปริมาณมากท่สี ดุ ของสารทีล่ ะลายได้
(จำนวนช้อนตอ่ ตัวทำละลาย 3 ลูกบาศก์เซนติเมตร)
สาร
แอลกอฮอล์ น้ำ
โซเดียมคลอไรด์ (เกลือแกง)
สีผสมอาหาร
เชลแล็ก
จากผลการทดลองให้ตอบคำถามต่อไปน้ี
- สารที่ละลายน้ำได้คือสารใด สารท่ีไมล่ ะลายน้ำคอื สารใด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
- สารที่ละลายในแอลกอฮอล์คอื สารใด สารที่ไม่สะสมในแอลกอฮอล์คือสารใด
………………………………………………………………………………….…………………………………………………………………….
- ถ้าตัวทำละลายคอื น้ำมีปริมาตรเท่ากันแลว้ ปริมาณของสารที่ละลายน้ำไดท้ ี่ใส่ลงไปในน้ำน้นั จะ
เท่ากนั หรือไม่ เพราะอะไร
- ความแตกต่างกนั ของปริมาตรตวั ถกู ละลายทจ่ี ะใส่ในตวั ทำละลายในปริมาณที่เทา่ ๆ กัน ข้ึนอยู่
กบั ตวั แปรอะไร
……………………………………………………………………………………………….…………………………………………………….
สรุปผลจากการทดลอง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………..………………….………….
……………………………………………………………………………………………………………………………..……………………….
121
เฉลยบันทึกผลปฏิบัตกิ จิ กรรม
ปรมิ าณมากทสี่ ดุ ของสารทลี่ ะลายได้
(จำนวนชอ้ นตอ่ ตัวทำละลาย 3 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร)
สาร
แอลกอฮอล์ น้ำ
โซเดียมคลอไรด์ (เกลอื แกง) ไมล่ ะลาย ดูจากผลการทดลอง
สีผสมอาหาร ไมล่ ะลาย ดูจากผลการทดลอง
เชลแลก็
ดูจากผลการทดลอง ไมล่ ะลาย
จากผลการทดลองให้ตอบคำถามต่อไปนี้
- สารที่ละลายน้ำได้คอื สารใด สารที่ไม่ละลายนำ้ คอื สารใด
โซเดียมคลอไรด์ (เกลอื แกง) สีผสมอาหาร
- สารที่ละลายในแอลกอฮอล์คือสารใด สารทไี่ ม่ละลายในแอลกอฮอลค์ อื สารใด
สารที่ละลายในแอลกอฮอล์คือแชลแล็ก สารทีไ่ มล่ ะลายในแอลกอฮอลค์ อื โซเดียมคลอไรด์
(เกลือแกง) สผี สมอาหาร
- ถ้าตัวทำละลายคือน้ำมปี ริมาตรเท่ากันแลว้ ปริมาณของสารท่ีละลายน้ำไดท้ ่ีใส่ลงไปในน้ำนั้นจะ
เท่ากันหรือไม่ เพราะอะไร
ไมเ่ ทา่ กัน
- ความแตกต่างกนั ของปรมิ าตรตัวถกู ละลายท่ีจะใสใ่ นตัวทำละลายในปรมิ าณทีเ่ ทา่ ๆ กัน ขึ้นอยู่
กบั ตวั แปรอะไร
ชนดิ ของตัวทำละลาย
สรปุ ผลจากการทดลอง
สารละลายชนดิ เดยี วกนั ละลายในตัวทำละลายต่างชนดิ ได้ต่างกัน สารตา่ งชนิดกันละลายในตวั ทำ
ละลายชนิดเดียวกันได้ตา่ งกัน การละลายของสารขน้ึ อยกู่ ับชนดิ ของตวั ถกู ละลายและตัวทำละลาย
122
ใบความรู้
เร่อื ง สารละลาย
สารละลาย ( Solution ) หมายถึง สารเน้ือเดยี วทปี่ ระกอบด้วยตวั ทำละลาย (Sovent ) และตวั ถูก
ละลาย ( Solute ) มีหลายสถานะ เช่น
1. ของแข็ง เช่น -นาก มีทองแดงเป็นตัวทำละลาย ทองคำ เป็นตวั ถกู ละลาย
-โลหะอะมลั กัมท่ใี ช้อุดฟัน มีโลหะเงินเป็นตวั ทำละลาย และ ปรอทเป็นตัวถูก
ละลาย
2. ของเหลว เช่น - น้ำโซดา มีน้ำเป็นตัวทำละลาย ก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ เปน็ ตัวถูกละลาย
3. ก๊าซ เช่น - อากาศ มี กา๊ ซไนโตรเจนเป็นตัวทำละลาย ออกซเิ จน ก๊าซไฮโดรเจน และอนื่ ๆ
องคป์ ระกอบของสารละลาย
องค์ประกอบของสารละลาย ประกอบด้วยสารบริสทุ ธต์ิ ัง้ แต่ 2 ชนิด โดยทส่ี ารหนง่ึ ทำหนา้ ท่เี ป็นตวั
ทำละลาย และสารอ่ืน ๆทเ่ี หลอื ทำหน้าท่ีเปน็ ตัวถูกละลาย การพจิ ารณาวา่ สารใดทำหน้าทีเ่ ป็นตวั ทำละลาย
หรือตัวถกู ละลาย มเี กณฑ์ดังต่อไปนี้
1. ปริมาณ ถา้ องค์ประกอบของสารละลายมสี ถานะเหมือนกันทกุ ประการ จะไมส่ ามารถใช้สถานะเปน็ เกณฑ์
ตดั สนิ ได้ แต่ใช้ปรมิ าณของสารเป็นเกณฑ์ โดยสารที่มีปริมาณมากท่ีสุดจะเป็นตวั ทำละลาย
สารท่ีมปี รมิ าณน้อยจะเป็นตัวถูกละลาย เช่น นำ้ สม้ สายชปู ระกอบ ดว้ ย นำ้ เป็นของเหลวรอ้ ยละ 95 และ
กรดแอซติ กิ เปน็ ของเหลวร้อยละ 5 สำหรบั นำ้ และกรดแอซิตริกเป็นของเหลวเหมอื นกันจงึ ต้อง พิจารณาปรมิ าณสาร ปรากฏ
วา่ นำ้ มปี ริมาณมากกวา่ กรดแอซติ รกิ ดงั น้ัน นำ้ เป็นตัวทำละลาย
ท่ี สารละลาย ปรมิ าณองคป์ ระกอบ ตวั ทำละลาย ตัวถูกละลาย
1 นำ้ สม้ สายชกู ล่นั 5% กรดอะซติ ิก 5 % นำ้ 95% นำ้ กรดอะซติ กิ
2 แอลกอฮอล์ล้างแผล เอทานอล 70% นำ้ 30% เอทานอล น้ำ
3 ฟวิ สไ์ ฟฟ้า บิสมสั 50% ตะกวั่ 25 % ดีบุก 25 % บสิ มัส ตะกัว่ และดีบุก
4 เหรียญบาท ทองแดง 75 % นิกเกิล 25 % ทองแดง นิกเกลิ
2. สถานะ ถ้าเป็นองค์ประกอบของสารละลายมีสถานะต่างกัน เมื่อองคป์ ระกอบใดทมี่ สี ถานะเหมือนสารละลาย
แล้วสารนั้นจะเป็น ตัวทำละลาย เช่น นำ้ เช่ือมเปน็ ของเหลวประกอบด้วยนำ้ ตาลที่เปน็ ของแขง็ และทเี่ ป็นของเหลว โดยน้ำมี
สถานะเหมือนนำ้ เชอื่ ม ดงั น้ัน น้ำเป็นตัวทำละลาย ส่วนน้ำตาล เปน็ ตัวถูกละลาย ทงิ เจอร์ไอโอดีนเป็นของเหลวประกอบด้วย
ไอโอดนี เปน็ ของแข็งและ แอลกอฮอล์ เปน็ ของเหลว โดยแอลกอฮอลม์ ีสถานะเหมือนทงิ เจอร์ ดังนน้ั แอลกอฮอลเ์ ปน็ ตวั ทำ
ละลาย
123
ท่ี สารละลาย สถานะสารละลาย ตัวทำละลาย ตวั ถูกละลาย
1 นำ้ เกลอื ของเหลว นำ้ (ของเหลว) เกลือแกง
2 นำ้ อดั ลม ของเหลว น้ำ(ของเหลว) ก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์
3 เงินอะมัลกมั ของแขง็ เงนิ (ของแขง็ ) ปรอท
4 ทิงเจอรไ์ อโอดนี ของเหลว แอลกอฮอล์ (ของเหลว ) ไอโอดีน
สภาพการละลายได้ ชนิดของสารลาย แบง่ ออกได้ดังนี้
1. สารละลายเข้มข้น (Concentrated Solution ) หมายถงึ สารละลายท่ีมีปรมิ าณตวั ถกู
ละลายอยู่มากเม่ือเทียบกับปริมาณของตวั ทำละลาย
2. สารละลายเจือจาง (Dilute Solution ) หมายถึง สารละลายท่ีมปี รมิ าณตัวถูกละลายอยู่
นอ้ ยมากเมอ่ื เทียบกบั ปรมิ าณของตวั ทำละลาย
3. สารละลายอิ่มตัว ( Saturated Solution ) หมายถงึ สารละลายท่มี ีปรมิ าณตัวถูก
ละลายจำนวนมากทส่ี ุด ณ อุณหภมู ิหน่งึ จนไมส่ ามารถละลายได้อีกแลว้ และความเขม้ ขน้ ของตวั ถกู ละลาย
ในสารละลายอิม่ ตวั นี้ เรียกว่า สภาพการละลาย (Solubility) ของสารนั้น
4. สารละลายไม่อิ่มตวั ( unsaturated Solution ) หมายถึง สารละลายท่ีมีตัวละลาย
สามารถละลายในตัวทำละลายได้อีก เมอ่ื อุณหภูมิเพิ่มขึน้
การละลายของสารขน้ึ อยกู่ บั ปจั จัยตา่ ง ๆ ดังน้ี
1. ชนดิ ของตวั ทำละลาย สารต่างชนิดกนั ละลายในตวั ทำละลายชนดิ เดยี วกันได้ตา่ งกัน
2. ชนดิ ของตัวถกู ละลาย สารชนดิ เดยี วกนั ละลายในตวั ทำละลายตา่ งชนดิ กันไดต้ ่างกัน
3. อณุ หภูมิ สารบางชนดิ ละลายได้ดีในอุณหภมู ิสูงบางชนดิ ละลายได้ดีทอ่ี ณุ หภมู ติ ่ำ
4. ความดนั มผี ลกบั การละลายของแก๊สย่งิ ความดันสูงแก๊สย่งิ ละลายได้ดี เชน่ หากปดิ
ฝาขวดน้ำอดั ลมจะทำใหแ้ กส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ละลายไดน้ อ้ ยลงเพราะการปดิ ฝาขวดคือการลดความดัน
ตารางแสดงการละลายของสารบางชนดิ ในน้ำ ณ อุณหภมู ิต่างๆ
สาร สูตร ปรมิ าณสาร (กรัม) ที่ละลายได้สูงสุดในนำ้ 100 กรมั
ณ อณุ หภมู ิ ( ๐C)
โซเดียมคลอไรด์ NaCl
โซเดยี มไนเตรต NaNO3 0 0 60 100
โพแทสเซยี มไอโอไดด์ KI 35.7 36.0 37.3 39.8
73.0 88.0 124.0 180.0
127.5 144.0 176.0 208.0
124
โพแทสเซียมไนเตรต KNO3 13.3 31.6 110.0 246.0
แคลเซยี มโครเมต CaCrO4 13.0
10.4 6.1 3.2
การเกดิ ผลกึ
การตกผลึก (Crystallization)
เป็นวธิ ีการทำให้สารทเี่ ปน็ ของแข็ง ซึ่งเปน็ ตัวทำละลายแยกตวั ออกจากสารละลายอิ่มตวั โดยลด
อณุ หภมู ิของสารละลายใหต้ ่ำลง หรอื สารละลายอิ่มตัวถูกลดปรมิ าณของตวั ทำละลาย โดยการทำให้ระเหย
ของแขง็ จะแยกออกมา เรียกของแขง็ ทีแ่ ยกออกมาวา่ ผลกึ (Crystal) ซงึ่ มรี ปู รา่ งเฉพาะตวั สารแต่ละ
ชนิดมผี ลกึ ทแี่ ตกต่างกัน
125
แบบฝกึ หดั
คำชี้แจง ให้นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี
1. สารที่สามารถละลายได้ในตวั ทำละลาย เรยี กว่า
สารผสมท่เี กิดจากการละลายของสาร เรียกว่า
2. ปัจจัยทีม่ ีผลต่อการละลายของสาร มอี ะไรบา้ ง
3. สารละลายที่ไมส่ ามารถละลายตัวถกู ละลายได้อีกท่อี ณุ หภูมหิ ้อง เรียกว่า
สารละลายท่ีมีตัวถูกละลายปริมาณมากกว่าอัตราที่ละลายได้ที่อุณหภูมิห้อง เรียกว่า
เมื่อปล่อยท้ิงไว้ให้อุณหภูมิลดลง ตัวถูกละลายส่วนเกินจะ
แยกตวั ออกมาเปน็ ผลึก เรยี กวา่
4. สารละลายต่อไปน้ี สารใดเปน็ ตวั ทำละลาย สารใดเป็นตัวถูกละลาย
สารละลาย ตวั ทำละลาย ตวั ถกู ละลาย
นำ้ เชือ่ ม
นำ้ สม้ สายชู
ทองเหลือง
อากาศ
126
เฉลยแบบฝึกหัด
คำชแี้ จง ให้นกั เรียนตอบคำถามต่อไปน้ี
1. สารท่ีสามารถละลายไดใ้ นตัวทำละลาย เรียกว่า ตัวถกู ละลาย
สารผสมที่เกิดจากการละลายของสาร เรยี กว่า สารละลาย
2. ปจั จยั ทีม่ ผี ลต่อการละลายของสาร มอี ะไรบ้าง
1.ชนดิ ของสาร 2.ปรมิ าณสาร
3.อณุ หภูมิ 4.ความดนั อากาศ
3. สารละลายทไี่ มส่ ามารถละลายตวั ถกู ละลายไดอ้ กี ท่อี ณุ หภมู หิ อ้ ง เรยี กว่า สารละลายอม่ิ ตวั
สารละลายที่มีตัวถูกละลายปริมาณมากกว่าอัตราที่ละลายได้ที่อุณหภูมิห้อง เรียกว่า
สารละลายอ่ิมตัวยวดย่ิง เม่ือปล่อยทิ้งไว้ให้อุณหภูมิลดลง ตัวถูกละลายส่วนเกินจะแยกตัว
ออกมาเปน็ ผลึก เรียกวา่ การตกผลึก
4. สารละลายตอ่ ไปน้ี สารใดเปน็ ตัวทำละลาย สารใดเป็นตวั ถกู ละลาย
สารละลาย ตวั ทำละลาย ตัวถกู ละลาย
นำ้ เชื่อม นำ้ น้ำตาล
น้ำสม้ สายชู นำ้ กรดน้ำสม้
ทองเหลือง สงั กะสี
อากาศ ทองแดง ออกซิเจนและแก๊สอืน่ ๆ
ไนโตรเจน
127
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 10
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 สารบรสิ ทุ ธิ์ เร่อื ง แบบจำลองสารละลาย
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหัสวชิ า ว 21101 รายวชิ า วิทยาศาสตร์ 1 ชน้ั ม.1 เวลาเรียน 2 ชวั่ โมง
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 ครูผสู้ อน นายดเิ รกฤทธ์ิ ยุเหลก็ ตำแหนง่ ครู คศ.1
ใชส้ อนวนั ....................... ท.ี่ ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วัด
มาตรฐานว 2.1 เขา้ ใจสมบัตขิ องสสารองค์ประกอบของสสารความสมั พันธร์ ะหวา่ งสมบัติของสสารกับ
โครงสร้างและแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาคหลกั และธรรมชาตขิ องการเปลย่ี นแปลงสถานะของสสารการเกิด
สารละลายและการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
ตัวชวี้ ัด
ว 2.1 ม.1/4 เปรียบเทียบจุดเดือดจุดหลอมเหลวของสารบรสิ ุทธแ์ิ ละสารผสมโดยการวัด
อณุ หภมู เิ ขยี นกราฟแปลความหมายข้อมูลจากกราฟหรือสารสนเทศ
ว 2.1 ม.1/ 5 อธิบายและเปรียบเทียบความหนาแนน่ ของสารบรสิ ุทธิ์และสารผสม
ว 2.1 ม.1/ 6 ใช้เคร่ืองมือเพื่อวดั มวลและปริมาตรของสารบริสุทธิ์และสารผสม
ว 2.1 ม.1/7 อธบิ ายเก่ียวกับความสัมพนั ธ์ระหวา่ งอะตอมธาตแุ ละสารประกอบโดยใช้
แบบจำลองและสารสนเทศ
2. สาระสำคญั
แบบจำลองการจดั เรยี งอนภุ าคของสารแต่ละชนิดมีลกั ษณะแตกตา่ งกนั นักวิทยาศาสตร์ใช้แบบจำลอง
การจดั เรียงอนภุ าคของสารในการอธิบายโครงสร้างพ้ืนฐานของของแขง็ ของเหลว และแก๊ส ซ่ึงสารเหล่านี้
จำแนกตามตารางธาตุได้เป็นธาตุและสารประกอบ ซง่ึ ธาตุและสารประกอบเหล่าน้มี สี มบัติพ้ืนฐาน ประโยชน์
และโทษต่อมนษุ ยแ์ ตกต่างกัน
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
อธิบายแบบจำลองการจดั เรยี งอนุภาคและการเคลอื่ นไหวของอนภุ าคของสารในสถานะของแข็ง
ของเหลว และแกส๊ ได้
128
4. สาระการเรยี นรู้
แบบจำลองสารละลาย
5. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ (กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ )
ชั่วโมงท่ี 1
ขัน้ สร้างความสนใจ
1. ครใู ชก้ ้อนหนิ น้ำ และลกู โปง่ ท่เี ตรียมมาพดู คุยและตง้ั คำถามให้นักเรยี นร่วมกนั อภิปราย
ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
– นักเรียนคิดวา่ ถ้าเราต้องการอธบิ ายให้คนอ่นื ๆ เข้าใจเกีย่ วกบั สถานะของก้อนหิน นำ้ และ
แกส๊ ที่อย่ใู นลูกโปง่ แลว้ นักเรียนจะใชส้ ่ิงใดสรา้ งแบบจำลองเกีย่ วกับสถานะของส่ิงเหล่าน้ี
2.ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายคำตอบของนักเรียน โดยครูยงั ไมเ่ ฉลยคำตอบ
ขนั้ สำรวจและค้นหา
1. ให้นกั เรยี นปฏบิ ัตกิ จิ กรรมแบบจำลองการเรียงตัวของอนุภาคของสารโดยใช้กลอ่ งไม้ขีดและ
ลูกปัดท่ีครูเตรยี มมา แล้วใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ใส่ลกู ปัดในกล่องไม้ขีดดงั นี้
– กลอ่ งท่ี 1 ใส่ลูกปัดไวเ้ ต็มกล่องจนแนน่ เขย่าแล้วไมไ่ ดย้ นิ เสยี งลกู ปัด
– กล่องท่ี 2 ใส่ลูกปดั ไวป้ ระมาณครง่ึ กล่อง เขยา่ แลว้ ได้ยนิ เสยี งลกู ปัด
– กลอ่ งที่ 3 ใส่ลูกปัดไวป้ ระมาณ 4-5 ลูก เขยา่ แล้วไดย้ ินเสยี งลูกปดั
ครูนำกลอ่ งที่ใส่ลูกปัดทั้ง 3 กลอ่ ง ใหน้ ักเรียนทดลองเขยา่ เพ่ือฟงั เสียง จากนั้นถามนักเรยี นวา่
ถ้าเราให้กล่องไม้ขดี แทนของแขง็ ของเหลว และแกส๊ แล้ว นกั เรียนคิดวา่ กลอ่ งใดจะแทนส่ิงดังกล่าวข้างตน้
2. ครูนำอภปิ รายในหวั ขอ้ แบบจำลองของของแข็ง ของเหลว และแก๊ส ตามรายละเอยี ดใน
ใบความรู้ เพื่อใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจแบบจำลองทีเ่ ป็นตัวแทนของทฤษฎีอนภุ าคของสสารมากยงิ่ ข้ึน
ชั่วโมงท่ี 2
ขนั้ อธิบายและลงข้อสรปุ
1 .นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั อภปิ รายผลการปฏิบตั กิ จิ กรรม แล้วส่งตัวแทนกลมุ่ ออกมานำเสนอ
ผลการปฏิบัติกิจกรรมให้เพ่ือน ๆ ทราบหน้าห้องเรียน
2 . ครูและนกั เรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัตกิ ิจกรรม โดยใหไ้ ดข้ ้อสรุป ดังนี้
การจัดเรียงตัวของอนุภาค
– ของแข็ง อนุภาคจะมกี ารจัดเรยี งตวั ทีม่ ีแบบแผนแนน่ อน
– ของเหลว อนุภาคมีอสิ ระในการเคล่ือนท่ไี ดบ้ า้ ง
– แกส๊ อนุภาคมอี สิ ระที่จะเคลื่อนท่ไี ป ณ ท่ใี ด ๆ กไ็ ด้
129
ระยะกระจดั ระหว่างอนุภาค
– ของแข็ง อนุภาคมกี ารเรียงตัวที่แนน่ และใกล้ชิดกนั อย่างมาก
– ของเหลว อนุภาคมีการจดั เรียงตวั ไม่คอ่ ยใกลช้ ดิ กนั
– แก๊ส อนุภาคอยู่หา่ งกัน
แรงดงึ ดดู ระหว่างอนุภาค
– ของแขง็ มีแรงดงึ ดูดระหวา่ งอนุภาคมคี วามแขง็ แรงมาก
– ของเหลว มีแรงดงึ ดดู ระหว่างอนุภาค
– แก๊ส ไม่มแี รงดึงดดู ระหว่างอนภุ าค
การเคล่ือนที่ของอนภุ าค
– ของแขง็ อนุภาคมกี ารสนั่ ตัวแตอ่ ยใู่ นตำแหนง่ ทแ่ี นน่ อน
– ของเหลว อนุภาคมีการส่นั ตวั แตส่ ามารถเปลยี่ นแปลงตำแหนง่ โดยสามารถเคล่ือนที่
ไปรอบ ๆ อนภุ าคอื่นได้
– แกส๊ อนภุ าคสามารถเคลื่อนทีไ่ ปในทกุ ทิศทางด้วยความเรว็ สงู ได้อยา่ งอิสระ
ข้ันขยายความรู้
นักเรียนค้นควา้ เพ่ิมเติมนำขอ้ มลู ท่ีคน้ คว้าได้มาจัดทำเป็นรายงานหรอื จดั ป้ายนเิ ทศให้เพอื่ น ๆ
ได้ทราบเพื่อแลกเปลยี่ นเรียนรู้กัน
ขนั้ ประเมิน
ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด
6. ส่ือ/ แหลง่ การเรียนรู้
ส่ือส่งิ พิมพ์ และเว็บไซตต์ ่าง ๆ ทางอนิ เทอร์เนต็ ท่ีเก่ยี วข้อง
อุปกรณ์การทดลองของแต่ละกิจกรรมในการจดั การเรยี นรแู้ ต่ละคร้ัง
ใบความรู้ เร่ือง แบบจำลองอนุภาคของสาร
130
7. การวัดผลประเมนิ ผล
สิง่ ทีต่ อ้ งการประเมนิ วธิ กี ารวัดผล เคร่อื งมอื ที่ใช้ เกณฑก์ ารผ่าน
ในการวดั ผล การประเมนิ ผล
ความรู้ การตรวจผลงาน แบบประเมนิ การตรวจ ได้คะแนนเฉลย่ี รอ้ ยละ
อธิบายแบบจำลองการ ผลงาน 60 ขน้ึ ไป
จัดเรยี งอนุภาคและการ - การนำเสนอผลงาน
เคลอื่ นไหวของอนุภาค - สงั เกตพฤตกิ รรมการ - แบบประเมนิ การ ไดค้ ะแนนเฉลย่ี รอ้ ยละ
ของสารในสถานะ ทำงานกลุ่ม นำเสนอผลงาน 60 ข้ึนไป
ของแขง็ ของเหลว และ สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ พฤติกรรม
แกส๊ ได้ รายบคุ คล การทำงานกลมุ่
ทกั ษะ
กระบวนการสบื เสาะ แบบประเมินพฤติกรรม ได้คะแนนเฉลย่ี 2 (ด)ี
หาความรู้
รายบุคคล ขึน้ ไป
คุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
ความสนใจใฝ่รู้ ความ
ม่งุ มั่น อดทน
8. บันทกึ หลังการจัดการเรียนรู้ 131
8.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
ผ้เู รียนทผี่ ่านตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................
ผ้เู รยี นที่ไม่ผ่านตวั ชวี้ ดั /ผลการเรียนรู้ จำนวน...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................
เลขท่ีของนกั เรียนท่สี อบไมผ่ ่านตวั ชีว้ ัด..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุทีไ่ มผ่ ่าน .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผเู้ รียนทมี่ คี วามสามารถพิเศษ ไดแ้ ก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพัฒนา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผูเ้ รยี นได้รบั ความรู้ (K) ในเรอ่ื ง ............................................................................................................
ผู้เรียนเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรื่อง............................................................................................
ผู้เรียนมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม (A) ในเรอ่ื ง.................................................................................
8.2 ปญั หาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.......................................................ครูผู้สอน
(นายดิเรกฤทธิ์ ยุเหลก็ )
ตำแหน่ง ครู คศ.1
วนั ท.่ี ...........เดอื น..........................พ.ศ. ................
132
9. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา/ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ......................................หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
(นางสาวพสั ราภรณ์ พลู แจ้ง)
วันท่ี............เดือน..........................พ.ศ. ................
รบั ทราบผลการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ....................................................... ลงชอื่ ......................................................
(..................................................) (นายวริ ชั ต์ จำปาทอง)
ตำแหน่ง รองผอู้ ำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายบริหารวชิ าการ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
วนั ที.่ ...........เดอื น..........................พ.ศ. ........... วนั ที่............เดอื น..........................พ.ศ. ..........
133
ใบความรู้
เร่ือง แบบจำลองอนุภาคของสาร
อนุภาคของสารไมว่ ่าจะเป็น ของแขง็ ของเหลวหรือแก๊ส จะมกี ารเคล่อื นที่อยตู่ ลอดเวลาถ้าอนุภาค
ของสารไดร้ ับความร้อนจำทำใหอ้ นุภาคมีพลังงานเพม่ิ ข้ึนอนุภาคก็จะสามารถเคลือ่ นที่ไดเ้ ร็วขน้ึ การจดั เรียงตวั
ของอนุภาคจะเปลย่ี นไป แต่รูปร่างหรือมวลไมเ่ ปล่ียน
สถานะของสาร
สถานะของสารจำแนกได้ 3 สถานะ คือของแข็ง ของเหลว แกส๊ การเปล่ยี นสถานะของสารเป็น
การทำให้ระยะระหว่างโมเลกุลของสารเปลย่ี นแปลงไป แตอ่ งค์ประกอบของสารยังคงเป็นสารชนิดเดมิ สูตร
โมเลกลุ ยังเหมอื นเดมิ
1. ของแขง็ (solid) คอื สารท่มี ีรปู ร่างและปริมาตรทแ่ี นน่ อน ไมเ่ ปลยี่ นแปลงตามภาชนะอนุภาค
ชดิ กนั เป็นระเบยี บ มีความหนาแน่นและแรงยดึ เหนีย่ วระหวา่ งโมเลกุลสงู กว่าของเหลวและกา๊ ซของแขง็
จะมแี รงยดึ เหนีย่ วระหว่างโมเลกุลสงู มาก ทำให้โมเลกุลแต่ละโมเลกุลอยู่ใกล้ชิดกันมาก ดังน้ันจงึ มรี ปู ร่าง
แน่นอนและมีปริมาตรคงท่ีพลังงานในการเคลอ่ื นทข่ี องโมเลกลุ มีค่านอ้ ยโมเลกุลจงึ เพยี งแคส่ ่นั เทา่ นั้น เช่น
เหลก็ ทองคำ เงิน เปน็ ต้น
ภาพแสดงการจัดเรยี งอนุภาคของของแขง็
2. ของเหลว (liquid) คือ สารท่มี ปี รมิ าตรแนน่ อน แต่มรี ูปร่างไม่แนน่ อนเปล่ยี นแปลงตามภาชนะ
ทบ่ี รรจุ อนุภาคอยู่ใกล้เคยี งกันแตไ่ มเ่ ป็นระเบยี บ มกี ารชนกนั ตลอดเวลา จงึ มีความหนาแนน่ สูงกวา่ ก๊าซ
จะมีแรงยึดเหนย่ี วระหว่างโมเลกุลนอ้ ยกวา่ ของแข็ง ทำให้โมเลกลุ อยู่ห่างกนั มากขน้ึ ทำให้โมเลกลุ มีการ
สน่ั สะเทอื นเพิม่ ขึ้นหรือสามารถเคลอ่ื นทไ่ี ด้ ดังน้ันของเหลวจงึ ไหลไดเ้ ช่น นำ้ ปรอท น้ำเชอื่ มเปน็ ต้น
134
ภาพแสดงการจดั เรยี งอนุภาคของของเหลว
3. กา๊ ซ (gas) คอื สารท่มี รี ปู ร่างและปรมิ าตรไมแ่ นน่ อน เปลีย่ นแปลงตามภาชนะทบ่ี รรจเุ พราะมี
แรงยึดเหนย่ี วระหว่างโมเลกลุ นอ้ ยมาก จงึ ฟุ้งกระจายได้เตม็ ภาชนะและมคี วามหนาแนน่ ต่ำ แก๊ส มีแรงยดึ
เหนยี่ วระหว่างโมเลกุลน้อยมาก โมเลกลุ เคล่ือนท่ีได้อยา่ งอิสระ ทำให้ เกดิ การฟุ้งกระจายได้ เช่นอากาศแกส๊
หงุ ต้ม เปน็ ตน้
ภาพแสดงการจดั เรยี งอนภุ าคของก๊าซ
135
แบบฝกึ หัด
คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนปฏิบัติกิจกรรมตามคำแนะนำ
1. ให้นกั เรยี นทำเครื่องหมาย / ลงในชอ่ งว่างตามคุณสมบตั ขิ องสารแตล่ ะชนิด
คุณสมบัติ สาร ของแขง็ ของเหลว แกส๊
1. อนภุ าคของสารเคลือ่ นทไ่ี ดอ้ ิสระ
2. สารทมี่ ีรูปร่างไม่คงท่ี เปลยี่ นไปตาม
ภาชนะท่ีบรรจุ
3. โมเลกุลของสารอยู่ชิดและอัดกัน
แน่น
4. มีแรงยึดเหน่ียวระหวา่ งโมเลกุลนอ้ ย
ที่สุด
5. สารที่มีความหนาแน่นมากท่ีสุด
136
เฉลยแบบฝึกหดั
คำชี้แจง ให้นักเรยี นปฏิบัตกิ จิ กรรมตามคำแนะนำ
1. ให้นกั เรยี นทำเครือ่ งหมาย / ลงในช่องวา่ งตามคณุ สมบตั ิของสารแตล่ ะชนิด
คุณสมบตั ิ สาร ของแข็ง ของเหลว แกส๊
/
1. อนภุ าคของสารเคลือ่ นทไี่ ด้อสิ ระ
/
2. สารท่ีมีรูปร่างไมค่ งท่ี เปลย่ี นไปตาม /
ภาชนะที่บรรจุ
/
3. โมเลกุลของสารอยู่ชิดและอัดกัน /
แนน่
4. มแี รงยึดเหนี่ยวระหวา่ งโมเลกุลนอ้ ย
ที่สดุ
5. สารท่มี ีความหนาแนน่ มากทีส่ ดุ
137
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 11
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 สารบริสทุ ธิ์ เรือ่ ง ความเขม้ ข้นของสารละลาย
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหสั วิชา ว 21101 รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 ช้นั ม.1 เวลาเรยี น 3 ชว่ั โมง
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ครูผสู้ อน นายดเิ รกฤทธิ์ ยุเหลก็ ตำแหน่ง ครู คศ.1
ใชส้ อนวนั ....................... ท.่ี ........... เดือน.................................... พ.ศ. .........................
*************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสารองค์ประกอบของสสารความสัมพันธร์ ะหว่างสมบัติของสสารกบั โครงสรา้ ง
และแรงยดึ เหนยี่ วระหว่างอนภุ าคหลกั และธรรมชาตขิ องการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารการเกดิ สารละลายและ
การเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี
ตัวช้วี ัด
ว 2.1 ม.1/4 เปรยี บเทียบจุดเดอื ดจุดหลอมเหลวของสารบริสุทธิแ์ ละสารผสมโดยการวดั อณุ หภมู ิเขยี น
กราฟแปลความหมายขอ้ มูลจากกราฟหรือสารสนเทศ
ว 2.1 ม.1/ 5 อธิบายและเปรยี บเทยี บความหนาแน่นของสารบริสทุ ธิ์และสารผสม
ว 2.1 ม.1/ 6 ใช้เครือ่ งมือเพอ่ื วัดมวลและปรมิ าตรของสารบริสทุ ธแิ์ ละสารผสม
ว 2.1 ม.1/7 อธบิ ายเกย่ี วกบั ความสัมพนั ธร์ ะหว่างอะตอมธาตแุ ละสารประกอบโดยใช้แบบจำลองและ
สารสนเทศ
2. สาระสำคัญ
สารละลายที่มตี ัวทำละลายเท่ากัน ถา้ มีปรมิ าณตัวละลายตา่ งกันจะมคี วามเข้มข้นต่างกัน
สามารถเตรยี มสารละลายที่มีความเข้มข้นในหนว่ ยท่ีกำหนดไว้ เช่น ร้อยละโดยมวลต่อมวล ร้อยละโดย
มวลตอ่ ปริมาตร รอ้ ยละโดยปริมาตรต่อปรมิ าตร
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1.บอกความหมายของคำต่อไปนี้ได้ ความเข้มข้นของสารละลาย ร้อยละโดยมวลต่อมวล
ร้อยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร รอ้ ยละโดยปรมิ าตรต่อปริมาตร สว่ นในพันสว่ นได้
2. ยกตัวอย่างการใชป้ ระโยชนจ์ ากสารละลายและนำความรเู้ รอ่ื งสารละลายไปใช้ประโยชนใ์ น
ชีวิตประจำวันได้
138
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
เตรียมสารละลายที่มีความเขม้ ขน้ ตามหนว่ ยท่ีกำหนดได้
ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
ความสนใจใฝร่ ู้ ความมุ่งม่ัน อดทน
4. สาระการเรยี นรู้
ความเขม้ ข้นของสารละลาย
5. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ช่ัวโมงท่ี 1
ข้นั สร้างความสนใจ
1. ให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มศึกษาขอ้ มูลฉลากยา ฉลากบรรจุอาหาร ทีร่ ะบุชนิดและปริมาณ
สว่ นผสม แลว้ รว่ มกนั อภปิ รายตามประเดน็ คำถาม ดังน้ี
- ฉลากที่นกั เรียนศกึ ษาบอกใหท้ ราบข้อมูลอะไรบา้ ง
- สารที่เปน็ สว่ นผสมมีปริมาณเท่าไร
- มีสารใดบ้างทเี่ ปน็ สารละลาย
- ใช้หนว่ ยอะไรในการบอกปรมิ าณสารนน้ั
2. นกั เรียนบันทกึ ผลการอภริ ายแล้วส่งตัวแทนกลมุ่ ออกมารายงานผลการอภปิ ราย
หน้าชัน้ เรยี น
3. นักเรียนและครรู ว่ มอภปิ รายเกย่ี วกับการเตรียมสารละลาย โดยใช้ประเด็นคำถาม ดังนี้
- ถ้าต้องการเตรยี มสารละลายใด ๆ ทมี่ ีความเข้มข้นเทา่ กันทกุ ครั้ง จะทำได้อยา่ งไร
จะต้องใช้อุปกรณ์ เครอื่ งมือชนดิ ใดบา้ ง
ขน้ั สำรวจและค้นหา
1. ใหน้ ักเรยี นคาดคะเนคำตอบและจดบันทึกไวเ้ พือ่ ตรวจสอบต่อไป
2. แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ใหน้ กั เรียนทราบ
3. ใหน้ กั เรียนทำใบงานท่ี 6 เร่ือง การเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นต่าง ๆ โดยแนะนำนักเรยี น
กอ่ นปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ดังนี้
- การบอกปรมิ าตรของของเหลวในกระบอกตวง ใหน้ ักเรียนสังเกตผิวหนา้ ของของเหลวท่เี ป็น
เส้นโคง้ เติมของเหลวใหร้ ะดบั โคง้ ล่างของผิวหนา้ ของของเหลวตรงกบั ขดี บอกปริมาตร
100 cm3 จะไดป้ รมิ าตรของเหลวใกล้เคยี งกบั 100 cm3
- สำหรับสารละลายทีเ่ ตรียมในกจิ กรรมน้ใี ห้ทุกกลมุ่ เกบ็ ไว้ใช้ในกิจกรรม ต่อไป
4. นักเรียนลงมือปฏบิ ตั กิ ิจกรรมขณะปฏิบัติกิจกรรม ครูคอยใหค้ ำแนะนำในส่วนท่ีบกพรอ่ ง
139
และสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรยี น หลังเสร็จการปฏิบัตกิ ิจกรรมใหต้ ัวแทนนักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ออกมานำเสนอผล
การปฏบิ ัติกจิ กรรม
ชั่วโมงท่ี 2
ข้นั อภปิ รายและลงข้อสรปุ
1.นักเรียนและครูร่วมกนั วเิ คราะหผ์ ลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมโดยใช้แนวคำถาม ดงั นี้
- ในการเตรียมสารละลายน้ี สารใดเปน็ ตัวทำละลาย สารใดเป็นตวั ละลาย
- สารละลายที่เตรยี มไดม้ ีลักษณะเปน็ อยา่ งไรเมอื่ เปรียบเทยี บกับตัวทำละลาย และ
ตวั ละลาย
- สารละลายทเ่ี ตรยี มไดม้ ตี ัวละลายอยจู่ ำนวนเทา่ ไร
2.นักเรียนและครูรว่ มกนั อภิปรายสรุปดังน้ี
- ในการเตรียมสารละลายนี้ มีน้ำเป็นตวั ทำลาย และคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต เปน็ ตวั ละลาย
- สารละลายทเี่ ตรยี มได้มีลกั ษณะใสสฟี ้า ส่วนนำ้ เปน็ ของเหลวใสไมม่ ีสี สำหรับคอปเปอร์ (II)
ซัลเฟต เป็นของแขง็ สีฟ้า
- สารละลายที่เตรียมได้ มีคอปเปอร์ (II) ซึง่ เป็นตัวละลายอยู่ 5 กรัม ในสารละลาย100 cm3
- จะไดส้ ารละลายทม่ี คี วามเขม้ ขน้ ไม่เท่ากัน สารละลายทีไ่ ด้จากการละลายคอปเปอร์ (II)
ซลั เฟต 10 g แล้วเติมนำ้ ให้ครบ 100 cm3จะได้สารละลายมปี รมิ าตรเทา่ กบั 100 cm3สารละลายทไ่ี ด้
จึงเขม้ ขน้ กว่าสารละลายที่ไดจ้ ากการละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต 10 g ในนำ้ 100 cm3 ซ่งึ จะได้
สารละลายท่มี ีปริมาตรมากกวา่ 100 cm3 สารละลายจึงเจอื จางกวา่
3. นักเรียนอภปิ รายรว่ มกนั เกี่ยวกบั ความเข้มขน้ ของสารละลาย ในหนว่ ยของร้อยละ
ซงึ่ มี 3 ชนดิ คือ ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร ร้อยละโดยปรมิ าตรต่อปรมิ าตร รอ้ ยละโดยมวลต่อมวล ตาม
รายละเอียดในใบความรู้ และอภิปรายในประเดน็ คำถามดังน้ี
- สารละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟตท่ีเตรียมโดยละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต 10 g แลว้ เตมิ
นำ้ ใหค้ รบ 100 cm3 มีความเขม้ ขน้ เทา่ กบั สารละลายท่ีได้จากการละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต 10 g
ในนำ้ 100 cm3 หรือไม่
4. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั อภิปรายสรุปวา่
- สารท่ีมปี ริมาณมากกวา่ หรือสารทม่ี ีสถานะเดียวกบั สารละลาย จดั เป็นตัวทำละลาย ส่วน
สารที่มีปริมาณน้อยกว่าจัดเป็นตัวละลาย
- การบอกปริมาณตัวละลายในสารละลายนยิ มบอกเปน็ ความเขม้ ข้นสารละลายท่ีมีตัวละลาย
มากกว่ามคี วามเข้มขน้ มากกว่าสารละลายที่มตี วั ละลายนอ้ ยกว่า
- สารละลายมีอยู่ทง้ั 3 สถานะ คอื ของเหลว เช่น สารละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต
140
สารละลายน้ำตาล น้ำเกลือ ของแข็ง ได้แก่ พวกโลหะผสมต่างๆ เชน่ เหรียญบาท ทองเหลือง นาก แกส๊ เชน่
แกส๊ หงุ ตม้ (บวิ เทน 30% ละลายในโพรเพน 70%) อากาศ (ไนโตรเจน 78.1% ออกซิเจน 21.0% อ่นื ๆ
0.9%)
- การบอกความเขม้ ข้นของสารละลาย อาจบอกเป็นรอ้ ยละโดยมวลต่อปริมาตร
(ของแขง็ + ของเหลว) ร้อยละโดยมวลต่อมวล (ของแขง็ + ของแข็ง) ร้อยละโดยปริมาตรตอ่ ปริมาตร
(ของเหลว + ของเหลว หรอื แก๊ส + แก๊ส)
ชั่วโมงท่ี 3
ขัน้ ขยายความรู้
ใหน้ ักเรียนยกตวั อย่างการใช้ประโยชน์จากสารละลายและนำความรู้เรอื่ งสารละลายไปใช้ประโยชน์
ในชีวิตประจำวนั
ขัน้ ประเมิน
ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด
6. สอื่ / แหลง่ การเรียนรู้
1. ใบงาน เรือ่ ง การเตรียมสารละลายทม่ี ีความเข้มขน้ ต่าง ๆ
2. ใบความรู้ เรอื่ ง ความเข้มข้นของสารละลาย
141
7. การวัดผลประเมนิ ผล
ส่ิงทีต่ อ้ งการประเมนิ วิธกี ารวดั ผล เครื่องมือทใ่ี ช้ เกณฑก์ ารผา่ น
ในการวดั ผล การประเมินผล
ความรู้
1.บอกความหมายของคำ การตรวจผลงาน แบบประเมนิ การตรวจ ได้คะแนนเฉลย่ี ร้อยละ
ผลงาน 60 ขึ้นไป
ต่อไปนี้ได้ ความเข้มข้น
ของสารละลาย รอ้ ยละ
โดยมวลต่อมวล
ร้อยละโดยมวลต่อ
ปริมาตร รอ้ ยละโดย
ปริมาตรต่อปรมิ าตร ส่วน
ในพนั สว่ นได้
2. ยกตวั อย่างการใช้
ประโยชนจ์ ากสารละลาย
และนำความร้เู ร่อื ง
สารละลายไปใช้
ประโยชน์ใน
ชวี ติ ประจำวนั ได้
ทักษะ
กระบวนการสืบเสาะ - การนำเสนอผลงาน - แบบประเมนิ การ ได้คะแนนเฉลี่ย รอ้ ยละ
นำเสนอผลงาน 60 ข้ึนไป
หาความรู้ - แบบประเมนิ พฤตกิ รรม
การทำงานกลุม่
- สังเกตพฤติกรรมการ
ทำงานกลมุ่
คณุ ลักษณะอนั พงึ
ประสงค์
ความสนใจใฝ่รู้ ความ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ พฤติกรรม ไดค้ ะแนนเฉล่ยี 2 (ด)ี
ม่งุ มั่น อดทน รายบุคคล รายบคุ คล ขน้ึ ไป
8. บนั ทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้ 142
8.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
ผเู้ รยี นท่ีผ่านตวั ชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................
ผูเ้ รยี นทไี่ ม่ผา่ นตวั ช้ีวดั /ผลการเรยี นรู้ จำนวน...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................
เลขท่ีของนักเรยี นที่สอบไม่ผา่ นตวั ช้ีวดั ..................................................................................................
............................................................................................................................................................................
สาเหตุทไี่ ม่ผา่ น .....................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา..................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผูเ้ รียนทมี่ คี วามสามารถพเิ ศษ ได้แก่ ....................................................................................................
............................................................................................................................................................................
แนวทางการพฒั นา/ส่งเสรมิ ..................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ผเู้ รียนได้รบั ความรู้ (K) ในเร่ือง ............................................................................................................
ผู้เรียนเกดิ ทักษะกระบวนการ (P) ในเรอ่ื ง............................................................................................
ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม (A) ในเรอ่ื ง.................................................................................
8.2 ปญั หาอปุ สรรค
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
8.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ปญั หา
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่อื .......................................................ครูผสู้ อน
(นายดิเรกฤทธิ์ ยเุ หลก็ )
ตำแหนง่ ครู คศ.1
วันท่ี............เดอื น..........................พ.ศ. ................
143
9. ความคิดเห็นของผูบ้ ริหารสถานศึกษา/ผ้ทู ีไ่ ด้รับมอบหมาย
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
(นางสาวพัสราภรณ์ พลู แจง้ )
วันที.่ ...........เดอื น..........................พ.ศ. ................
รับทราบผลการจดั การเรียนรู้
ลงชอื่ ....................................................... ลงชอ่ื ......................................................
(..................................................) (นายวริ ชั ต์ จำปาทอง)
ตำแหน่ง รองผอู้ ำนวยการสถานศึกษา ฝา่ ยบริหารวชิ าการ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา
วันท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ........... วนั ท่.ี ...........เดือน..........................พ.ศ. ..........
144
ใบงาน
เรือ่ ง การเตรยี มสารละลายทมี่ ีความเข้มข้นตา่ ง ๆ
จุดประสงค์
1. เตรียมสารละลายทีม่ ีความเขม้ ขน้ ตามหน่วยที่กำหนดได้
1. ระบุได้ว่าสารละลายท่ีเตรียมไดม้ สี ารใดเป็นตวั ละลาย และสารใดเป็นตวั ทำละลาย
2. บอกความหมายของคำตอ่ ไปนไี้ ด้ ความเข้มข้นของสารละลาย รอ้ ยละโดยมวลต่อมวล
รอ้ ยละโดยมวลต่อปริมาตร ร้อยละโดยปริมาตรต่อปรมิ าตร ส่วนในพนั ส่วน
อปุ กรณ์
รายการ ปริมาณต่อ 1 กลุ่ม
1. คอปเปอร์ (II) ซลั เฟต 15 g
2. บีกเกอร์ขนาด 250 cm3 2 ใบ
3. นำ้ กลั่น 200 cm3
4. กระบอกตวงขนาด 100 cm3 1 ใบ
5. แท่งแกว้ คนสาร 1 อัน
6. ขวดนำ้ กลนั่ 1 ใบ
7. หลอดหยด 1 อัน
8. เครือ่ งช่งั
วิธที ำ
1. ใส่คอปเปอร์ (II) ซลั เฟต (จนุ สี) 5 g ลงในบกี เกอร์ขนาด 100 cm3
2. เตมิ น้ำกล่ัน 20 cm3 คนให้คอปเปอร์ (II) ซลั เฟต ละลายหมด
3. เทสารละลายในข้อ 2 ลงในกระบอกตวงขนาด 100 cm เตมิ นำ้ กล่นั จำนวนเลก็ นอ้ ยลง
ในบีกเกอร์เพอื่ ล้างคอปเปอร์ (II) ซัลเฟตที่ติดอยู่ในบีกเกอร์ แล้วนำไปเทลงในกระบอกตวงทำซ้ำ
2 – 3 ครงั้ ให้แนใ่ จว่าไม่มคี อปเปอร์ (II) ซลั เฟตเหลอื อยู่
4. เตมิ น้ำกลั่นลงในกระบอกตวงจนสารละลายมีปริมาตร 100 cm3
5. ทำการทดลองซ้ำ แตเ่ พม่ิ ปริมาณคอปเปอร์ (II) ซลั เฟตที่ใช้ เป็น 10 g สังเกตสีของ
สารละลายเปรยี บเทียบกับสีของสารละลายท่ีเตรียมได้ในครั้งแรก
145
บันทึกผลปฏบิ ัติกิจกรรม
กลมุ่ ที.่ ........................สมาชิก 1............................................... 2.............................................
3............................................... 4.............................................
5............................................... 6.............................................
บันทกึ ผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………
คำถาม
- ในการเตรียมสารละลายน้ี สารใดเป็นตวั ทำละลาย สารใดเปน็ ตวั ละลาย
…………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………
- สารละลายทเี่ ตรียมไดม้ ีลกั ษณะเป็นอยา่ งไรเมอ่ื เปรยี บเทียบกบั ตวั ทำละลาย
และตวั ละลายสารละลายท่เี ตรียมไดใ้ นขอ้ 4 มีตัวละลายอยจู่ ำนวนเท่าไร
……………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………
สรุป……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
146
เฉลยบันทึกผลปฏิบัตกิ จิ กรรม
บันทึกผล
สีของสารละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต ทเ่ี ตรียมได้ในครัง้ ทส่ี องเขม้ กว่าครั้งแรก
คำถาม
- ในการเตรยี มสารละลายนี้ สารใดเปน็ ตัวทำละลาย สารใดเปน็ ตัวละลาย
สารละลายคอปเปอร์ (II) ซลั เฟต เป็นตัวละลายนำ้ เป็นตวั ทำละลาย
- สารละลายทเ่ี ตรียมได้มีลกั ษณะเป็นอย่างไรเม่ือเปรยี บเทียบกบั ตัวทำละลาย
และตัวละลายสารละลายท่เี ตรียมไดใ้ นข้อ 4 มตี ัวละลายอย่จู ำนวนเท่าไร
สเี ข้มกวา่ มีจำนวน 10 กรัม
สรุป
ในการเตรยี มสารละลายนี้ มีน้ำเป็นตวั ทำลาย และคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต เปน็ ตวั ละลาย
- สารละลายที่เตรียมได้มลี กั ษณะใสสฟี า้ ส่วนน้ำเปน็ ของเหลวใสไมม่ ีสี สำหรับคอปเปอร์ (II)
ซลั เฟต เปน็ ของแขง็ สีฟา้
- สารละลายทีเ่ ตรียมได้ มคี อปเปอร์ (II) ซง่ึ เปน็ ตวั ละลายอยู่ 5 กรัม ในสารละลาย100 cm3
- จะได้สารละลายทม่ี คี วามเข้มขน้ ไมเ่ ทา่ กนั สารละลายทไ่ี ดจ้ ากการละลายคอปเปอร์ (II)
ซลั เฟต 10 g แล้วเตมิ นำ้ ให้ครบ 100 cm3จะได้สารละลายมปี รมิ าตรเท่ากับ 100 cm3สารละลายทไ่ี ด้
จึงเข้มข้นกว่าสารละลายที่ได้จากการละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต 10 g ในน้ำ 100 cm3 ซง่ึ จะได้
สารละลายที่มีปรมิ าตรมากกว่า 100 cm3 สารละลายจงึ เจอื จางกวา่
147
ใบความรู้
เร่ือง ความเข้มขน้ ของสารละลาย
ความเขม้ ข้นของสารละลาย หมายถงึ ปริมาณของตัวละลายที่ละลายอยใู่ นสารละลาย
หน่วยของความเข้มข้น
หน่วยรอ้ ยละความเข้มขน้ ของสารละลาย ในหนว่ ยของร้อยละ มี 3 ชนดิ คือ
1. ร้อยละโดยมวลต่อปรมิ าตร ตวั อยา่ งเช่น เราเตรียมสารละลายโดยละลายคอปเปอร์ (II)
ซลั เฟต 5 g ในน้ำ และเตมิ น้ำจนสารละลายมีปรมิ าณครบ 100 cm3 แสดงวา่ ในสารละลาย 100 cm3
มตี วั ละลายอยู่ 5 กรมั นนั่ คือสารละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต มีความเข้มขน้ 5 g/100 cm3 การบอก
ปรมิ าณตวั ละลายที่เป็นของแขง็ ในสารละลาย นิยมบอกเปน็ อตั ราส่วนของมวลของตวั ละลายต่อปริมาตร
สารละลายมหี นว่ ยเป็นร้อยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร จงึ กล่าวได้ว่าสารละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟตเข้มข้น 5
g/100 cm3 มีความเข้มขน้ ร้อยละ 5 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร
2. ร้อยละโดยปรมิ าตรต่อปริมาตร ตัวอย่างในกรณที ี่ตอ้ งการเตรียมสารละลายที่ทง้ั ตัวละลายและ
ตัวทำละลายเปน็ ของเหลว เรานยิ มวดั ปริมาตรของของเหลวแทนการช่งั มวล การบอกความเข้มขน้ จึง
เปล่ยี นเป็นการบอกปรมิ าตรของตัวละลายในสารละลาย โดยบอกเป็นรอ้ ยละโดยปริมาตร
ต่อปริมาตร เช่น เอทานอล 70% โดยปรมิ าตรต่อปริมาตร หมายถงึ ในสารละลาย 100 cm3
มเี อทานอลอยู่ 70 cm3
3. รอ้ ยละโดยมวลตอ่ มวล ในสารละลายทเี่ ป็นของแข็ง นิยมบอกปรมิ าณตัวทำละลายและ
ตัวละลายเป็นร้อยละโดยมวลตอ่ มวล เน่อื งจากสามารถซึง่ มวลของของแขง็ ทจี่ ะนำมาผสมกันไดง้ ่าย เชน่
เหรยี ญบาททำด้วยโลหะผสมซ่ึงมีทองแดง 75% นิกเกิล 25% หมายความวา่ ในเหรยี ญหนกั 100 g มี
ทองแดง 75 g ผสมอยู่กับนกิ เกิล 25 g ส่วนเหรยี ญห้าสิบสตางค์ มีทองแดง 92% นกิ เกิล 2% และ
อะลูมิเนยี ม 6% หมายความว่าในเหรียญหนัก 100 g มที องแดง 92 g ผสมอยู่กับนกิ เกลิ 2 g และ
อะลมู ิเนยี ม 6 g
หน่วยส่วนในพนั ส่วน หมายความว่าในสารละลาย 1,000 สว่ น มตี วั ละลายอยู่ 1 สว่ น
หนว่ ยส่วนในล้านสว่ น หมายความวา่ สารละลาย 1,000,000 สว่ นมีตวั ละลายอยู่ 1ส่วน หนว่ ยน้ี
นยิ มใช้บอกความเข้มข้นของสารทมี่ ตี วั ละลายอยู่นอ้ ยมาก ๆ แต่มีความสำคัญ เชน่ ปริมาณแก๊สพิษในอากาศ
เป็นตน้
การเตรียมสารละลาย
ในการเตรียมสารละลายนั้นจะตอ้ งใชป้ ริมาณของตัวทำละลายและตวั ละลายให้สอดคล้องกับปรมิ าณ
ของสารละลายท่ีตอ้ งการเตรียม
ตวั อยา่ งการเตรียมสารละลาย
การนำสารบริสทุ ธ์ิมาทำใหเ้ ปน็ สารละลาย เชน่ การเตรียมสารละลายจนุ สที มี่ ีความเข้มขน้ 7
กรัมต่อ 100 ลกู บาศก์เซนติเมตร
148
วิธีการเตรียมคอื นำจนุ สี 7 กรมั ใส่ลงในบีกเกอร์ขนาด 200 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร แล้วเตมิ นำ้ กล่ัน
100 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร ใช้แท่งแก้วคนให้จนุ สีละลายจนหมด
การนำสารละลายที่มอี ยู่แลว้ มาทำใหเ้ จอื จาง เชน่ การเตรยี มสารละลายจนุ สที ีม่ ีความเขม้ ขน้
5 กรัมต่อ 100 ลกู บาศก์เซนติเมตร จากสารละลายจุนสีทม่ี คี วามเข้มข้น 10 กรัมต่อ 100 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร
วิธกี ารเตรียมคอื นำสารละลายจุนสีที่มคี วามเขม้ ขน้ 10 กรมั ต่อ 100 ลกู บาศก์เซนติเมตร
เทลงในบีกเกอรข์ นาด 200 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร แล้วเตมิ น้ำกล่ัน 100 ลกู บาศก์เซนตเิ มตรจะไดส้ ารละลาย
จนุ สีท่ีมีความเข้มข้น 10 กรมั ต่อ 200 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร หรือ 5 กรมั ต่อ 100 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร
การทำใหเ้ ป็นสารละลายท่มี ีความเขม้ ข้นหนึง่ ในพนั สว่ น (part per thousand หรือ ppt)
-----วธิ กี ารเตรียมคอื
1. เตรยี มสารละลายท่ีมีความเขม้ ขน้ 10 กรมั ต่อ 100 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร แลว้ ใสไ่ ว้ในบีกเกอรใ์ บที่
1
2. นำบกี เกอร์ขนาด 100 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตรมาอีก 3 ใบ ใส่น้ำไวใ้ บละ 9 ลูกบาศก์เซนติเมตร
3. นำสารละลายในขอ้ 1 มา 1 ลกู บาศก์เซนติเมตร ใส่ลงในบกี เกอรใ์ บท่ี 2 ใชแ้ ท่งแก้วคนให้เข้ากนั
4. นำสารละลายในข้อ 3 มา 1 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร ใส่ลงในบีกเกอรใ์ บที่ 3 ใช้แท่งแกว้ คนให้เขา้ กัน
5. นำสารละลายในขอ้ 4 มา 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร ใสล่ งในบีกเกอรใ์ บท่ี 4ใชแ้ ท่งแก้วคนให้เข้ากันจะ
ไดส้ ารละลายทม่ี ีความเข้มข้นหน่งึ ในพนั ส่วนตามต้องการ
สารละลายอ่ิมตวั และสารละลายไมอ่ ิ่มตวั ในการเตรียมสารละลายโดยการนำตัวทำละลายและตวั ละลายมา
รวมกัน เราอาจจะพบเหตกุ ารณด์ ังรปู ได้
149
จากรูป สารละลายนำ้ ตาลประกอบด้วยน้ำเปน็ ตัวทำละลายและนำ้ ตาลเป็นตวั ละลาย เมอื่ เราค่อยๆ
เติมนำ้ ตาลครง้ั ละ 1 กรัม ไปเรือ่ ยๆ พบวา่ น้ำตาลจะละลายไดห้ มด แตเ่ มอื่ เติมนำ้ ตาลในคร้ังสดุ ทา้ ยนำ้ ตาลจะ
ละลายไดไ้ ม่หมดน้ำตาลยงั ละลายในสารละลายได้อกี ก็ต่อเมือ่ สารละลายไม่อม่ิ ตวั หรือตวั ทำละลายสามารถ
ละลายตัวละลายไดอ้ กี การที่น้ำตาลไม่สามารถละลายตอ่ ได้อกี ก็เพราะวา่ สารละลายอมิ่ ตัวหรอื ตัวทำละลายไม่
สามารถละลายตัวละลายไดอ้ กี สารละลายเข้มข้นและสารละลายเจอื จาง สารละลายเกิดจากการรวมตัวกนั
ระหว่างตวั ทำละลายและตวั ละลาย อัตราส่วนของตัวทำละลายและตวั ละลายจะไม่เท่ากันทำให้เกิดสภาวะ
ของสารดังน้ี
1. สารละลายเขม้ ข้น เปน็ สารละลายท่มี ีปริมาณของตัวละลายอย่มู ากในสารละลาย
2. สารละลายเจอื จาง เปน็ สารละลายท่ีมีปริมาณของตวั ละลายอยูน่ ้อยในสารละลาย
150
แบบฝึกหดั
คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1. ความเขม้ ขน้ ของสารละลาย หมายถึง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. น้ำเกลอื มีความเขม้ ขน้ ร้อยละ 5 โดยมวลต่อปริมาตรหมายความว่าอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………….……………………………….
3. เอทานอล 70% โดยปริมาตรต่อปริมาตร หมายความว่าอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
4. เหรียญบาททำดว้ ยโลหะผสมมีทองแดง 75% นิกเกลิ 25% หมายความวา่ อยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
5. หน่วยส่วนในพนั สว่ น หมายความว่าอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
6. หน่วยสว่ นในลา้ นส่วน หมายความว่าอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………….………………………………………………….