40 กระทรวงศึกษาธิการ (2533: 23) กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไว้ว่าหมายถึง ความสำเร็จความสามารถในการกระทำใดๆ ที่ต้องอาศัยทักษะหรือความรอบรู้ในวิชาใดวิชาหนึ่ง โดยเฉพาะ พัฒนาพงษ์ สีกา (2551: 32) กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ผลที่เกิดจาก บุคคล ซึ่งเป็นนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเนื่องจากการได้รับประสบการณ์ โดยการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือในชั้นเรียน โดยสามารถประเมินได้จากการทดสอบ หรือการสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของ ผู้เรียน (Good, 1973 อ้างถึงใน วิษา สําราญใจ, 2552: 20) กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความรู้ที่ได้รับหรือทักษะที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ในวิชาต่างๆ ซึ่งวัดได้จากคะแนนที่ครูผู้สอน ให้หรือคะแนนที่ได้จากการทดสอบ พิมพ์ประภา อรัญมิตร (2552: 18) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คุณลักษณะและ ความรู้ความสามารถที่แสดงถึงความสำเร็จที่ได้จากการเรียนการสอนในวิชาต่างๆ ซึ่งสามารถ วัดเป็นคะแนนได้จากแบบทดสอบทางภาคทฤษฎีหรือภาคปฏิบัติหรือทั้งสองอย่าง 2.5.2 องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน บลูม (Bloom, 1976: 52) ได้กล่าวถึงตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใน โรงเรียนดังต่อไปนี้ 1. พฤติกรรมด้านความรู้ ความคิด หมายถึง ความสามารถทั้งหลายของนักเรียน ซึ่งประกอบด้วยความถนัดและพื้นฐานของนักเรียน 2. คุณลักษณะด้านจิตพิสัย หมายถึง สภาพการณ์หรือแรงจูงใจที่จะทำให้นักเรียนเกิด การเรียนรู้ใหม่ ได้แก่ ความสนใจ เจตคติที่มีต่อเนื้อหาที่เรียนในโรงเรียน ระบบการเรียน ความคิดเห็นเกี่ยวกับตนเองและลักษณะบุคลิกภาพ 3. คุณภาพการสอน ได้แก่ การรับคำแนะนำ การมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน การเสริมแรงจากครู การแก้ไขข้อผิดพลาด และรู้ผลว่าตนเองกระทำได้ถูกต้องหรือไม่ 4. คุณลักษณะของนักเรียน ได้แก่ ความพร้อมทางสมองและทางสติปัญญา ความพร้อมทางด้านร่างกาย และความสามารถทางด้านทักษะของร่างกาย คุณลักษณะทางจิตใจซึ่ง ได้แก่ ความสนใจ แรงจูงใจ เจตคติและค่านิยม สุขภาพ ความเข้าใจเกี่ยวกับตนเอง ความเข้าใจใน สถานการณ์ อายุ เพศ 5. คุณลักษณะของผู้สอน ได้แก่ สติปัญญา ความรู้ในวิชาที่สอน การพัฒนาความรู้ทักษะ ทางร่างกาย คุณลักษณะทางจิตใจ สุขภาพ ความเข้าใจเกี่ยวกับตนเอง ความเข้าใจในสถานการณ์ อายุ เพศ
41 6. พฤติกรรมระหว่างผู้สอนและนักเรียน ได้แก่ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับนักเรียน จะต้องมีพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อกัน เข้าใจกันมีความสัมพันธ์ที่ดี และมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน 7. คุณลักษณะของกลุ่มนักเรียน ได้แก่ โครงการของกลุ่มตลอดจนความสัมพันธ์ของกลุ่ม เจตคติ ความสามัคคี และภาวะผู้นำผู้ตามที่ดีของกลุ่ม 8. คุณลักษณะของพฤติกรรมเฉพาะตัว ได้แก่ การตอบสนองต่อการเรียน การมีเครื่องมือ และอุปกรณ์พร้อมในการเรียน ความสนใจต่อบทเรียน 9. แรงผลักดัน ได้แก่ ครอบครัวมีความสัมพันธ์ในครอบครัวดี สิ่งแวดล้อมดี และคุณธรรมพื้นฐานดี เช่น ขยันหมั่นเพียร ความประพฤติดี การวัดพฤติกรรมทางการศึกษาด้านพุทธิพิสัย หรือสติปัญญาการวัดพฤติกรรมด้าน พุทธิพิสัยหรือสติปัญญา ตามแบบของบลูม และคณะ (Bloom etal, 1976 อ้างถึงใน สมชาย วรกิจเกษมสกุล, 2553: 28 - 31) ที่ใช้เป็นแนวทาง ในการวัดและประเมินผลด้านพุทธิพิสัยหรือสติปัญญา ของผู้เรียนโดยได้จำแนกสติปัญญาของมนุษย์ ตามลำดับของความซับซ้อนของกระบวนการเป็น 6 ระดับ ดังนี้ 1. ความรู้ (Knowledge) เป็นความสามารถของผู้เรียนในการจดจำระลึกได้ของเนื้อหาสาระ ที่ได้เรียนรู้ผ่านมาแล้วถ่ายทอดสู่ผู้อ่านได้อย่างถูกต้องแม่นยำและชัดเจนจำแนกได้ดังนี้ 1.1 ความรู้ด้านเนื้อหา (Knowledge of Specifics) เป็นความสามารถในการจดจำ เนื้อหา สาระที่ได้เรียนรู้ จำแนกได้ดังนี้ 1) ความรู้เกี่ยวกับศัพท์และนิยาม (Knowledge of Terminology) เป็น ความสามารถในการจดจำสัญลักษณ์ ศัพท์ หรือนิยาม ที่กำหนดไว้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น การวัดผล แปลว่าอะไร เป็นต้น 2) ความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริง (Knowledge of Specifics Facts) เป็นความสามารถ ในการจดจำสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและเรียนรู้มาแล้ว อาทิ วัน เดือน ปี สถานที่ บุคคล หรือ เหตุการณ์ ฯลฯ อาทิ ก๊าซที่มนุษย์หายใจออก คือ ก๊าซอะไร เป็นต้น 1.2 ความรู้เกี่ยวกับวิธีดำเนินการในเนื้อหา (Knowledge of Ways and Means of Dealing with Specifics) เป็นความสามารถในการจดจำวิธีการ ลำดับขั้นตอน เกณฑ์หรือการจำแนก ประเภทจำแนกเป็นดังนี้ 1) ความรู้เกี่ยวกับระเบียบประเพณี (Knowledge of Conventions) เป็น ความสามารถในการจดจำประเพณี วัฒนธรรม ธรรมเนียมหรือสิ่งที่กระทำกันในสังคมเรื่องใดเรื่อง หนึ่งหรือในเนื้อหาวิชา อาทิ แสตมป์ของไปรษณีย์จะติดที่ส่วนใดของซองจดหมาย เป็นต้น
42 2) ความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มและลำดับขั้น (Knowledge of Trend and Sequences) เป็นความสามารถในการจดจำในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแนวโน้ม หรือลำดับขั้นตอนเรื่องใด เรื่องหนึ่ง อาทิ บุคคลที่สูบบุหรี่ส่วนมากจะเป็นโรคอะไร เป็นต้น 3) ความรู้เกี่ยวกับการจำแนกประเภท (Knowledge of Classifications and Categories) เป็นความสามารถในการจดจำประเภท หรือการจัดกลุ่มของเนื้อหาที่ได้เรียนรู้มาแล้ว อาทิ พืชประเภทใดไม่มีรากแก้ว เป็นต้น 4) ความรู้เกี่ยวกับเกณฑ์ (Knowledge of Criteria) เป็นความสามารถในการจดจำ กฎเกณฑ์ในการเกิดหลักการ ความคิดรวบยอด ความคิดเห็นและอื่นๆ อาทิ เพราะเหตุใดจึงทราบว่า น้ำจากก้นมดแดงมีฤทธิ์เป็นกรด เป็นต้น 5) ความรู้เกี่ยวกับวิธีการ (Knowledge of Methodology) เป็นความสามารถใน การจดจำวิธีการแสวงหาความรู้ เทคนิควิธีการ และกระบวนการต่างๆที่เรียนรู้มาแล้ว อาทิ วิธีการ ทางวิทยาศาสตร์คืออะไร เป็นต้น 1.3 ความรู้เกี่ยวกับความคิดรวบยอด (Knowledge of Universals and Abstraction in a Field) เป็นความสามารถในการจดจำขั้นสูง จำแนกได้ดังนี้ 1) ความรู้เกี่ยวกับหลักวิชาและการสรุปอ้างอิงทั่วไป (Knowledge of Principles and Generalizations) เป็นความสามารถในการจดจำหลักวิชาและการสรุปอ้างอิงทั่วไปในหลักวิชา นั้นๆ อาทิสมการทางเคมีที่มีปฏิกิริยาให้เกิดน้ำคือสมการใด เป็นต้น 2) ความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีและโครงสร้าง (Knowledge of Theories and Structure) เป็นความสามารถในการจดจำทฤษฎีและโครงสร้างของสิ่งที่เรียนรู้มาแล้ว อาทิ ในการเดินขบวนของชาวบ้านเพื่อประท้วงรัฐบาลสามารถอธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าวด้วยทฤษฎีใด 2. ความเข้าใจ (Comprehension) เป็นความสามารถในการสรุปความตีความและขยาย ความ จากสื่อความหมายที่ได้พบเห็นได้อย่างสมเหตุสมผล จำแนกได้ดังนี้ 1) การแปลความ (Translation) เป็นความสามารถในการถ่ายโยงความหมายจาก ภาษาที่เข้าใจยากในเรื่องประเด็นนั้นๆ ให้เป็นภาษาที่สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น อาทิ จุดใต้ตำตอ หมายความว่าอย่างไร เป็นต้น 2) การตีความ (Interpretation) เป็นความสามารถในการสรุปความหรือพิจารณา ในภาพรวมให้เป็นประโยคใจความสั้นๆ ที่มีความหมาย อาทิ พันท้ายนรสิงห์เป็นบุคคลลักษณะใด เป็นต้น 3) การขยายความ (Extrapolation)เป็นความสามารถในการคาดคะเนข้อเท็จจริง ล่วงหน้าโดยใช้แนวโน้มของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว อาทิ ถ้าในประเทศไทยมีบ่อน้ำมันอย่างเพียงพอ แล้วเศรษฐกิจของประเทศจะเป็นอย่างไร เป็นต้น
43 3. การนำไปใช้ (Application) เป็นความสามารถในการนำความรู้หลักวิชาหรือทฤษฎีไปใช้ แก้ปัญหาในสถานการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเรียนหรือไม่คุ้นเคย โดยจำแนกลักษณะข้อคำถามที่ใช้ 5 ลักษณะ ดังนี้ 1) ถามความสอดคล้องระหว่างหลักวิชาและการปฏิบัตินั้นๆ อาทิ พ่อค้าขายทราย ใช้หลักการเดียวกับการขายอะไร 2) ถามขอบเขตการใช้หลักวิชาและการปฏิบัติ อาทิเครื่องมือประเภทนี้เหมาะสมกับ งานชนิดใด 3) ถามให้อธิบายหลักวิชาว่าเหตุการณ์นั้นเกิดจากอะไร เพราะเหตุใด อาทิ จงอธิบายเหตุผลที่ทำให้ปลาในบริเวณอ่าวไทยลดลง เป็นต้น 4) ถามให้แก้ปัญหา เป็นการแก้ปัญหาใหม่โดยใช้หลักการเดียวกับปัญหาเดิมที่เคย ได้แก้แล้ว อาทิ ถ้าท่านไม่มีอาหารประเภทเนื้อสัตว์รับประทาน ท่านจะรับประทานอาหารอะไร ทดแทน เพื่อให้ได้รับคุณค่าของอาหารเหมือนเดิม เป็นต้น 5) ถามเหตุผลของการปฏิบัติเป็นการตรวจสอบเหตุผลที่แท้จริงว่าจะปฏิบัติอย่างไร และเพราะเหตุใด อาทิชาวสวนนิยมขยายพันธุ์ต้นมะม่วง ด้วยวิธีการใด เพราะเหตุใด เป็นต้น 4. การวิเคราะห์ (Analysis) เป็นความสามารถในการแยกแยะเพื่อหาส่วนประกอบย่อยๆ ของเหตุการณ์ว่ามีประเด็นที่สำคัญคืออะไรแต่ละประเด็นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ใช้หลักการอะไร จำแนกได้ดังนี้ 1) การวิเคราะห์ความสำคัญ (Analysis of Elements)เป็นความสามารถในการจำแนก ความสำคัญของประเด็นในเหตุการณ์เหตุและผล อาทิ ในศีลห้าข้อข้อใดเป็นข้อที่สำคัญที่สุด เป็นต้น 2) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ (Analysis of Relationships) เป็นความสามารถใน การจำแนกความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ย่อยๆ เพื่อนำมาอุปมาอุปไมย อาทิ เพราะ เหตุใดแสงจึงมีความเร็วมากกว่าเสียง เป็นต้น 3) การวิเคราะห์หลักการ (Analysis of Elements) เป็นความสามารถในการระบุ เหตุการณ์ที่ใช้เชื่อมโยงเหตุการณ์ย่อยๆ ให้อยู่กันอย่างเป็นระบบ อาทิหลักการที่ใช้ทำให้รถยนต์วิ่งได้ คือหลักการใด เป็นต้น 5. การสังเคราะห์ (Synthesis) เป็นความสามารถในการผสมผสานส่วนย่อยเพื่อให้เกิด องค์ประกอบใหม่ที่มีโครงสร้างใหม่จำแนกได้ดังนี้ 1) การสังเคราะห์ ข้อ ควา ม (Production of Unique Communication) เป็น ความสามารถในการสังเคราะห์ข้อความเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันโดยการพูด การเขียนหรือ วิพากษ์วิจารณ์ อาทิ ให้ผู้เรียนเขียนเรียงความเรื่อง “คุณลักษณะของนักเรียนไทยในอนาคต” เป็นต้น
44 2) การสังเคราะห์แผนงาน (Production of Plan and Propose Set of Operations) เป็นความสามารถในการกำหนดแนวทางและขั้นตอนในการปฏิบัติงานใหม่หรือการสังเคราะห์ แผนงานเดิม เพื่อจัดทำแผนงานใหม่ที่ช่วยให้การดำเนินงานสอดคล้องกับเกณฑ์และมาตรฐานได้ดี กว่าเดิม อาทิ ผู้เรียนจะวางแผนอย่างไรจึงจะทำให้เรียนเก่ง เป็นต้น 3) การสังเคราะห์ทางด้านความสัมพันธ์ (Derivation of a Set of Abstract Relations) เป็นความสามารถในการนำแนวคิดย่อยๆ มาสัมพันธ์กันอย่างสมเหตุสมผลจนเป็นสมมติฐาน กฎ หรือ ทฤษฎี อาทิ ให้ผู้เรียนได้กำหนดสมมติฐานในปัญหาการวิจัยที่จะดำเนินการหรือให้สรุปผลที่ได้ตาม จุดประสงค์ที่กำหนดไว้ เป็นต้น 6. การประเมินค่า (Evaluation)เป็นความสามารถในการพิจารณาตัดสินคุณค่า อาทิ ดี-เลว เหมาะ-ไม่เหมาะ ฯลฯ โดยการนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน จำแนกได้ดังนี้ 1) การประเมินค่าโดยใช้เกณฑ์ภายใน (Judgment in Terms of Internal Evidence) เป็นความสามารถในการพิจารณาความถูกต้อง ความสมเหตุสมผลหรือความสอดคล้องโดยใช้เกณฑ์ ภายในของประเด็นนั้นๆ เป็นสำคัญ อาทิ การปฏิบัติได้ผลตรงตามเป้าหมายมากหรือน้อยเพียงใดหรือ การเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นต้น 2) การประเมินค่าโดยใช้เกณฑ์ภายนอก (Judgment in Terms of External Evidence) เป็นความสามารถในการพิจารณาความถูกต้อง ความสมเหตุสมผล หรือความสอดคล้องโดยใช้เกณฑ์ ภายนอกที่สังคม หรือระเบียบประเพณีที่กำหนดไว้ อาทิ สิ่งที่ดำเนินการให้ประโยชน์ต่อสังคมในด้าน ใดบ้างหรือผลที่ได้รับมีความสอดคล้องกับหลักการที่กำหนดให้หรือไม่ อย่างไร เป็นต้น จากการวัดพฤติกรรมทางการศึกษาด้านพุทธิพิสัย หรือสติปัญญาที่กล่าวมาข้างต้นสามารถ สรุปได้ว่า การวัดและประเมินผลของผู้เรียนด้านพุทธิพิสัย แบ่งเป็น 6 ระดับ ได้แก่ ความรู้ ความเข้าใจการนำไปใช้การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่าซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ วัดพฤติกรรมทางการศึกษาด้านพุทธิพิสัย 2 ระดับ คือ ความรู้และความเข้าใจ
45 2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.6.1 งานวิจัยในประเทศ ยงยุทธ อังคสัญลักษณ์ (2560: 10) ศึกษาเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดี ไทยเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย โดยใช้กระบวนการ 5 ขั้นของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้กระบวนการ 5 ขั้นที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทย เรื่องลิลิตตะเลงพ่ายของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้ กระบวนการ 5 ขั้นกับนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยแบบปกติผลการศึกษาพบว่ากลุ่ม ทดลองที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้กระบวนการ 5 ขั้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วรรณคดีไทยเรื่องลิลิตตะเลงพ่ายสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ กลุ่มทดลองที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้กระบวนการ 5 ขั้นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วรรณคดีไทยเรื่องลิลิตตะเลงพ่ายสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยแบบปกติทาง สถิติที่ระดับ .05 คนึงนิตย์ ดีพันธ์ (2561: บทคัดย่อ) ศึกษาเรื่อง ผลการใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS ที่มีต่อความสามารถในการอ่านอย่าง มีวิจารณญาณและความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนก่อนและหลังการใช้วิธี การจัดการเรียนรู้แบบ GPAS และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS ผลการศึกษาพบว่า ความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปี ที่5 ที่ได้รับจัดการเรียนรู้แบบ GPAS หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS อยู่ในระดับมาก นิตยา พรมพื้น (2562: 11) ศึกษาเรื่อง ผลการใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ 5 ขั้น (5 STEPs) ต่อความสามารถในการคิด วิเคราะห์ เรื่อง ปัญหาเศรษฐกิจในระดับประเทศ สาระ เศรษฐศาสตร์ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนภูกระดึงวิทยาคม อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (5 STEPs) สำหรับพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้แบบมีการคิดวิเคราะห์ เรื่องปัญหาเศรษฐกิจใน ระดับประเทศของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 เพื่อ เปรียบเทียบและวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้แบบมีการคิดวิเคราะห์ เรื่อง ปัญหาเศรษฐกิจใน ระดับประเทศ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (5 STEPs) ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียน ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3/1 ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนภูกระดึงวิทยาคม อำเภอ ภูกระดึง จังหวัดเลย จำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้
46 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้5 ขั้น (5 STEPs) 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยมีค่า ความยาก (p) อยู่ระหว่าง 0.20 ถึง 0.57 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.47 ถึง 0.80 และค่า ความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.83 สถิติที่ใช้ในการวิจัย ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การทดสอบทีแบบไม่อิสระ ผลการวิจัยสรุปได้ว่าแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้5 ขั้น (5 STEPs) มีประสิทธิภาพ 75.54/92.68 และความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 พรพรรณ ศรีหาวงศ์ (2562) ศึกษาเรื่อง การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ GPAS โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห์เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจก่อนเรียนและหลัง เรียน ด้วยการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวน GPAS ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และเพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ก่อนเรียนและหลังเรียนของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ GPAS และเพื่อศึกษา ความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ GPAS ผล การศึกษาพบว่า ผลเปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ด้วยการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ GPAS ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ 0.05 และ ความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ GPAS โดย ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เพ็ญผกา มณีเพ็ชร (2563: 9) ศึกษาเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรูวิทยาศาสตร์ โดยใชกระบวนการเรียนรู5 ขั้นตอน (5 STEPs) เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสารของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ 5 โรงเรียนบานแม่ออกเหนือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา แม่ฮ่องสอน เขต 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู วิทยาศาสตร์ โดยใชกระบวนการเรียนรู5 ขั้นตอน (5 STEPs) เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสาร ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ใหมีประสิทธิภาพตามเกณฑ 75/75 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนกอนและหลังเรียน ที่ใชชุดกิจกรรมการเรียนรูวิทยาศาสตร์และเพื่อศึกษา ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูวิทยาศาสตร์ ผลการศึกษาพบว่า ผลการพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรูวิทยาศาสตร์โดยใชกระบวนการเรียนรู 5 ขั้นตอน (5 STEPs) เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของสาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาป ที่ 5 มี ประสิทธิภาพ 80.75/78.1 ซึ่งสูงกว่าเกณฑมาตรฐาน 75/75 ที่ตั้งไวการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนกอนและหลังเรียน มีคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบกอน
47 เรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอการเรียน ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรูวิทยาศาสตร์ โดยใชกระบวนการเรียนรู5 ขั้นตอน (5 STEPs) อยู่ในระดับ มาก 2.6.2 งานวิจัยต่างประเทศ รอสแมน (Rosman 1966, อ้างอิงใน จงรักษ์ ตั้งละมัย 2545: 24) ได้ศึกษาการคิดแบบ วิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่า นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2 คิดแบบวิเคราะห์มากกว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และยังพบต่อไปอีกว่า การคิดแบบวิเคราะห์ มีความสัมพันธ์ในทางลบกับแบบทดสอบวัดสติปัญญาของเวซเลอร์ (Wechsler Scale for Children) ในฉบับเติมภาพให้สมบูรณ์ (Picture Completion) การจัดเรียงรูป (Picture Arrangement) แต่ไม่มีความสัมพันธ์กับแบบทดสอบที่เกี่ยวข้องด้านภาษา (Verbal Test) นอกจากนั้น การคิดแบบวิเคราะห์ยังมีแนวโน้ม ที่จะเพิ่มขึ้นตามอายุ และมีความสัมพันธ์กับ ความพร้อมทางการเรียนรู้และแรงจูงใจอีกด้วย วิลเลียม (William 1981: 16505-A, อ้างถึงใน อาภาพร สิงหราช 2545: 43) ได้ศึกษา เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์และความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณระหว่างการจัดการเรียนรู้แบบ สืบเสาะหาความรู้กับการจัดการเรียนรู้แบบเดิมที่ครูเป็นศูนย์กลางวิชาประวัติศาสตร์อเมริกาโดยกลุ่ม ทดลองจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้และกลุ่มควบคุมจัดการเรียนรู้แบบเดิมที่ครูเป็นศูนย์กลาง จากการศึกษาพบว่า ผลสัมฤทธิ์และความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของกลุ่มทดลองสูง กว่ากลุ่มควบคุม มัวร์ (Moore 1997, อ้างอิงในรัตนา เขตผดุง 2542: 34) ทำการวิจัยเรื่องการสร้างเครื่องมือ วัดผลสัมฤทธิ์ทางด้านความรู้ ของการสืบสวนสอบสวนวิชาสังคมศึกษา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้าง ข้อสอบทางสังคม (TISS) โดยศึกษากับนักเรียนจำนวน 694 คน ในระดับ 4, 5 และ 6 ผลการวิจัย พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนแบบสืบสวนสอบสวน กับนักเรียนที่ไม่ได้เรียนแบบ สืบสวน สอบสวนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ระหว่างนักเรียนระดับ 4 ที่ระดับ .01 ระหว่างนักเรียนที่ระดับ 5 และ 6 และที่ระดับ .01 ระหว่างนักเรียนทั้ง 3 ระดับ
48 2.7 กรอบแนวคิดการวิจัย ในการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้ รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีโดยกำหนดกรอบ แนวคิดในการวิจัยดังต่อไปนี้ ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม การจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ การสอน กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผัง ความคิด เรื่อง บทพากย์เอราวัณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมือง อุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง บทพากย์เอราวัณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน สตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานีจังหวัด อุดรธานี
49 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย การศึกษาและวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ การสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศให้มีประสิทธิภาพตาม เกณฑ์ 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิดสำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศก่อนเรียนและหลังเรียน ผู้วิจัยจึงได้นำเสนอ วิธีการดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. แบบแผนการวิจัย 3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 4. การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ 5. การเก็บรวบรวมข้อมูล 6. การวิเคราะห์ข้อมูล 7. สถิติที่ใช้ในการวิจัย 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.1.1 ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่กำลังศึกษาในภาค เรียนที่ 2 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานีจังหวัดอุดรธานี ปีการศึกษา 2566 จำนวน 12 ห้อง รวมทั้งสิ้น 480 คน 3.1.2 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/10 ที่กำลังศึกษาในภาค เรียนที่ 2 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานีจังหวัดอุดรธานี ปีการศึกษา 2566 จำนวน 1 ห้อง จำนวนนักเรียน 46 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
50 3.2 แบบแผนการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็น จัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณการศึกษาครั้งนี้มี แบบแผนการทดลอง (Experimental Design) กลุ่มเดียวทดสอบก่อน และหลังการทดลอง (One Group Pretest – Posttest Design) โดยใช้แบบแผนการวิจัยแบบ One Group Pretest - Posttest Design (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ, 2538: 249) ซึ่งมีลักษณะแบบแผนการวิจัย ดังตารางที่ 5 กลุ่ม สอบก่อน ทดลอง สอบหลัง E T1 X T2 ตารางที่ 5 รูปแบบการทดลองแบบกลุ่มตัวอย่างเดียว ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน สัญลักษณ์ ที่ใช้ในแบบแผนการทดลอง E แทน กลุ่มทดลอง (Experimental Group) T1 แทน การทดสอบก่อนเรียน (Pretest) X แทน วิธีการหรือสื่อนวัตกรรมที่เลือกใช้ T2 แทน การทดสอบหลังเรียน (Posttest) ตัวแปรตาม แบบแผนการวิจัย หมายเหตุ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน One Group Pretest - Posttest Design ใช้แบบทดสอบฉบับเดิม ตารางที่6 แบบแผนการวิจัยจำแนกตามตัวแปรตาม 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้มีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 3.3.1 ลักษณะเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.3.1.1 แผนการจัดการเรียนรู้โดยรูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ จำนวน 5 แผนการจัด การเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ละ 1 ชั่วโมง รวม 5 ชั่วโมง
51 3.3.1.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ เป็นแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เป็นแบบทดสอบปรนัยโดยการเลือกตอบ (Multiple choice) 4 ตัวเลือกจำนวน 1 ฉบับ จำนวน 20 ข้อ 3.4 การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยของเครื่องมือที่ใช้ในการทดลองและ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยรูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด เรื่อง บทพากย์เอราวัณ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ ดังนี้ 3.4.1. แผนการจัดการเรียนรู้โดยรูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ จำนวน 5 แผนการจัด การเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ละ 1 ชั่วโมง รวม 5 ชั่วโมง ตามขั้นตอน ดังนี้ผู้วิจัยได้ดำเนิน การสร้าง ดังนี้ 1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับ คุณภาพผู้เรียน ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง การวัดและการประเมินผล การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ เวลาที่ใช้และมาตรฐาน การเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3) ศึกษาและวิเคราะห์แนวคิด ทฤษฎี และการจัดการเรียนเรียนรู้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด 4) ศึกษาหลักสูตรและโครงสร้างสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีราชินูทิศ กลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 5) กำหนดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ สื่อการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งการวัดผลและ ประเมินผลการจัดการเรียนรู้แต่ละครั้ง โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับเนื้อหา จุดประสงค์ และ การเรียนรู้ตามรูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด 6) ศึกษาเนื้อหาสาระ เรื่อง บทพากย์เอราวัณ ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
52 7) เขียนแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยให้ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ในชุดการเรียนรู้ที่เตรียมไว้ โดยมี รายละเอียด ดังนี้ 1. เรื่อง ความเป็นมาของบทพากย์เอราวัณ จำนวน 1 ชั่วโมง 2. เรื่อง เนื้อเรื่องและคำศัพท์บทพากย์เอราวัณ จำนวน 1 ชั่วโมง 3. เรื่อง การวิเคราะห์คุณค่าด้านสังคมของบทพากย์เอราวัณ จำนวน 1 ชั่วโมง 4. เรื่อง การวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ของบทพากย์เอราวัณ จำนวน 1 ชั่วโมง 5. เรื่อง ข้อคิดและการประยุกต์ใช้ในชีวิต จำนวน 1 ชั่วโมง 8) นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้านการสอนภาษาไทยและการวัดผลและประเมินผล เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ของแผนการจัดการเรียนรู้ โดยพิจารณาจากค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of item objective congruence: IOC) ระหว่างจุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา กระบวนการจัด การเรียนรู้และการวัดประเมินผล โดยให้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านพิจารณาตรวจสอบให้คะแนน ดังนี้ 9) ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดการเรียนรู้ตามข้อเสนอแนะ นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ แก้ไขแล้ว ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 45 คน คละ ความสามารถ เพื่อดูความเหมาะสมของกระบวนการจัดการเรียนรู้ เวลาที่ใช้ ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว นำมาปรับปรุงแก้ไข 10) นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้กับนักเรียนที่กำลังศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ปีการศึกษา 2566 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างของการวิจัย และได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย จำนวน 12 คน (ทดลองกลุ่มเล็ก) ประกอบด้วยนักเรียนที่มี ความสามารถอยู่ในระดับสูง 3 คน ปานกลาง 6 คน และต่ำ 3 คน เพื่อหาข้อบกพร่องเกี่ยวกับเวลา สื่อการสอนปริมาณเนื้อหาและกิจกรรมในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ 11) นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วเสนอผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง เพื่อ ตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขเป็นฉบับสมบูรณ์ที่ใช้ในการทดลองภาคสนาม
53 3.4.2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ เป็น แบบทดสอบปรนัยโดยการเลือกตอบ (Multiple choice) 4 ตัวเลือก จำนวน 1 ฉบับ จำนวน 20 ข้อ ตามขั้นตอนดังนี้ 1) ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลทางการศึกษาในเรื่องการวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนภาษาไทย วิธีสร้างแบบทดสอบ และการเขียนข้อสอบตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 2) วิเคราะห์และกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ และกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เรื่อง บท พากย์เอราวัณ จากนั้นสร้างตารางวิเคราะห์ข้อสอบให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 3) สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ เป็น แบบทดสอบปรนัยโดยการเลือกตอบ (Multiple choice) 4 ตัวเลือก 4) นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ เสนอ ต่อผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาไทย และการววัดการประเมินผลเพื่อ ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ภาษาไทย โดยพิจารณาจากค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of item objective congruence: IOC) ระหว่างข้อคำถามและจุดประสงค์การเรียนรู้โดยให้ผู้เชี่ยวชาญ แต่ละท่านพิจารณาตรวจสอบให้ คะแนน ดังนี้ ให้คะแนนเป็น +1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบของแบบทดสอบ มีความเหมาะสมและ สอดคล้องกัน ให้คะแนนเป็น 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าองค์ประกอบของแบบทดสอบ มีความเหมาะสม และสอดคล้องกัน ให้คะแนนเป็น –1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบของแบบทดสอบ มีความไม่เหมาะสม และไม่สอดคล้องกัน แล้วนำคะแนนที่ได้มาหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบ โดยดัชนี ความสอดคล้องขององค์ประกอบ ที่มีค่า IOC ที่ใช้ได้มีค่าระหว่าง 0.67 – 1.00 5) ปรับปรุงแก้ไขแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง บทพากย์เอราวัณ ตาม ข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญแล้วนำไปทดสอบกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ที่ ผ่านการเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ GPAS 5 STEPs เรื่อง บทพากย์เอราวัณ แล้วนำ คะแนนการทดสอบมาวิเคราะห์หาความยากง่าย (p) และอำนาจจำแนก (r) เป็นรายข้อ โดยมี ความยากง่ายระหว่าง 0.21 – 0.75 และอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.23 – 0.65 6) นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไปทดลอง (Try Out) กับนักเรียนที่กำลัง ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ปีการศึกษา 2566 ที่เรียนวิชาภาษาไทย
54 เรื่อง บทพากย์เอราวัณ ผ่านมาแล้วและไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างของการวิจัย จำนวน 30 คน แล้วนำคะแนน ที่ได้มาวิเคราะห์หาค่าความยากง่าย (P) และค่าอำนาจจำแนก (r) เป็นรายข้อ 7) นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 20 ข้อ ที่คัดเลือกไว้มาวิเคราะห์ หาความเชื่อมั่นทั้งฉบับ โดยคำนวณจากสูตรโดยใช้สูตรของคูเดอร์ - ริชาร์ดสัน KR -20 โดยพิจารณา ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับตั้งแต่ 0.72 8) นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ ที่หา คุณภาพเรียบร้อยแล้ว ไปทดลองใช้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินู ทิศต่อไป 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดี โดยรูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานีจังหวัดอุดรธานีซึ่งผู้วิจัยมีขั้นตอน การเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 3.5.1 ศึกษาหลักสูตร วิเคราะห์หลักสูตร กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้และสาระการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามหลักสูตรแกนการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เกี่ยวกับเรื่อง บทพากย์ เอราวัณ 3.5.2 ศึกษาวิธีสร้างและเขียนแบบทดสอบประเภทเลือกตอบจากหนังสือการวัดผลการศึกษา ของ (สมนึก ภัททิยธนี, 2549: 202-232) 3.5.3 ติดต่อประสานงานกับครูในโรงเรียนเพื่อขอความร่วมมือในการศึกษาและทดลอง จัด การเรียนรู้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด วิชา ภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ 3.5.4 เลือกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ 3.5.5 จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง บทพากย์เอราวัณ และประเมินความสอดคล้องเชิง เนื้อหา (IOC) 3.5.6 สร้างแบบทดสอบ เรื่อง บทพากย์เอราวัณ และเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เพื่อตรวจสอบ ความถูกต้องและประเมินความเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญ 3.5.7 สร้างและหาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์คัดเลือก คุณภาพ มีค่า IOC ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ
55 3.5.8 ก่อนการทดลองให้นักเรียนทำแบบทดสอบ (Pre-test) วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา ภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด เพื่อนำคะแนนมาวิเคราะห์เป็นคะแนนก่อนเรียน 3.5.9 ผู้วิจัยดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง โดย ผู้วิจัยและผู้ช่วยนักวิจัยเป็นผู้ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เอง ใช้เวลา 5 ชั่วโมง โดยผู้วิจัย ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้การจักการเรียนรู้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์ เอราวัณ และแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 แผน รวม 5 ชั่วโมง 3.5.10 เมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทำการทดสอบหลังเรียน (Post-test) กับนักเรียน กลุ่มเดิมในโรงเรียน ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนภาษาไทย เป็นเอกสารทั้งสองฉบับเป็นชุดเดียวกันกับที่ใช้ทดสอบก่อน 3.5.11 เมื่อสิ้นสุดการทดลองสอนแล้ว นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณชุดเดิมไปทดสอบนักเรียนอีกครั้ง จากนั้นนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ต่อไป 3.5.12 หาประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ 3.5.13 นำคะแนนจากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบประเมินทักษะ การอ่านจับใจความ มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีทางสถิติ เพื่อตรวจสอบสมมติฐาน 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ได้ดำเนินการการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 3.6.1 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บท พากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามเกณฑ์ 80/80 ด้วยค่าประสิทธิภาพของกระบวนการและ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E1/E2) 3.6.2 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แผนการเรียนรู้ รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผัง ความคิดวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ ก่อนเรียนและหลังเรียนมาคิดคะแนนเป็นร้อยละ
56 ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) แล้วนำคะแนนทดสอบสมมติฐาน โดยใช้สถิติ t-test Dependent Sample (พวงรัตน์ ทวีรัตน์, 2543: 165-167) 3.6.3 วิเคราะห์เปรียบเทียบทักษะวิเคราะห์และวิจารณ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ แผนการเรียนรู้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ หลังเรียนมาคิดคะแนนเป็นร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D) แล้วนำคะแนนมาทดสอบสมมติฐาน โดยใช้สถิติ t-test Dependent Sample (พวงรัตน์ ทวีรัตน์, 2543: 165-167) เทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด คือ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 3.7 สถิติที่ใช้ในการวิจัย 3.7.1 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์หาคุณภาพเครื่องมือ 3.7.1.1 การหาค่าความเที่ยงตรง (Validity) ของแผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน โดยใช้สูตรดัชนีความสอดคล้อง IOC ดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี, 2558: 220-221) IOC = N R เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับเนื้อหา หรือระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 3.7.1.2 การหาค่าความยากและค่าอำนาจจำแนกแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบอิงกลุ่ม โดยใช้สูตร ดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี, 2558: 195) N R p = f Ru Rl r − = เมื่อ P แทน ค่าความยาก R แทน ค่าอำนาจจำแนก R แทน จำนวนผู้ตอบถูกทั้งหมด (Ru+Rl) N แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำ (ซึ่งเท่ากับ 2f)
57 f แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงหรือกลุ่มต่ำ Ru แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงที่ตอบข้อนั้นถูก Rl แทน จำนวนคนในกลุ่มต่ำที่ตอบข้อนั้นถูก 3.7.1.3 การหาค่าความเชื่อมั่นแบบทดสอบวัดวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์ค่า ความเชื่อมั่นด้วยสูตร KR-20 ดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี, 2558: 223) − − − = tt 2 s pq 1 n 1 n KR 20 : r เมื่อ tt r แทนค่า ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ n แทนค่า จำนวนข้อของแบบทดสอบทั้งฉบับ P แทนค่า อัตราส่วนของผู้ตอบถูกในข้อนั้น q แทนค่า อัตราส่วนของผู้ตอบผิดในข้อนั้น S 2 แทนค่า ความแปรปรวนของคะแนนทั้งฉบับ 3.7.2 สถิติพื้นฐาน ดังนี้ 3.7.2.1 ร้อยละ (Percentage) มีสูตรคำนวณ ดังนี้(สมบัติ ท้ายเรือคำ, 2553: 29) 100 N f p = เมื่อ p แทน ร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ N แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด 3.7.2.2 ค่าเฉลี่ย (Mean) มีสูตรคำนวณ ดังนี้(สมบัติ ท้ายเรือคำ, 2553: 29) N x X = เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ย x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม 3.7.2.3 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) มีสูตรคำนวณ ดังนี้(สมบัติ ท้ายเรือคำ, 2553: 123)
58 ( ) N(N 1) N X X S.D. 2 2 − − = เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด X แทน คะแนนแต่ละตัว N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม 3.7.3 การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพและดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ การสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 3.7.3.1 หาค่าประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้(E1/E2) ตามเกณฑ์80/80 การหาค่า E1 และ E2 ใช้สูตร ดังนี้(เผชิญ กิจระการ, 2544: 49) 100 A N X E1 = เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ x แทน คะแนนรวมของแบบฝึกหัดหรือ แบบทดสอบย่อยทุกชุดรวมกัน A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดทุกชุดรวมกัน N แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 100 B N x E2 = เมื่อ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ x แทน คะแนนรวมของแบบแบบทดสอบหลังเรียน B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน N แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด
59 80 ตัวแรก หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดที่ได้จากกิจกรรมกลุ่ม การปฏิบัติการทดลองและการทดสอบย่อยด้วยการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3ซึ่งต้องได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 80 ตัวหลัง หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดที่ได้จากแบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนรู้ตามการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด วิชาภาษาไทยเรื่อง บทพากย์เอราวัณ สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งต้องได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 80 3.7.3.2 การหาค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้(E.I) (เผชิญ กิจระการ, 2544: 49) ใช้สูตร ดังนี้ คะแนนรวมจากแบบทดสอบหลังเรียน – คะแนนรวมจากแบบทดสอบก่อนเรียน ผลคูณของคะแนนเต็มกับจำนวนคน – คะแนนรวมจากแบบทดสอบก่อนเรียน 3.7.4 สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน 1) การเปรียบเทียบทักษะหลังเรียนกับเกณฑ์ ใช้สูตรคำนวณหาค่า t-test แบบ One Samples ของ พวงรัตน์ ทวีรัตน์ (2543: 165-167) ดังนี้ n S X μ t − = เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่จะใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤต เพื่อทราบนัยสำคัญ X แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง n แทน จำนวนคะแนนในแต่ละกลุ่ม S แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน μ แทน ค่าเฉลี่ยของประชากร 2) การเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้สูตรคำนวณหาค่า t-test แบบ Dependent Samples ตามสูตรของ บุญชม ศรีสะอาด (2556 : 68) ดังนี้ ดัชนีประสิทธิผล =
60 (N 1) N D ( D) D t 2 2 − − = เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่จะใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤต เพื่อทราบนัยสำคัญ D แทน ความแตกต่างระหว่างคะแนนแต่ละคู่ N แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่างหรือจำนวนคู่ แทน ผลรวม df แทน ความเป็นอิสระมีค่าเท่ากับ N – 1
61 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณโดยใช้รูปแบบ การสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ผู้วิจัยได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.2 การวิเคราะห์ข้อมูล 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ตรงกัน ผู้วิจัยได้กำหนดสัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ n แทน จำนวนนักเรียน X แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง (Mean) S.D. แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) df แทน ระดับชั้นความเป็นอิสระ (Degree of freedom) MD แทน ค่าเฉลี่ยของผลต่างของคะแนนระหว่างการทดสอบหลังเรียน กับการทดสอบก่อนเรียน S.D.D แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลต่างของคะแนนระหว่างการทดสอบ หลังเรียนกับการทดสอบก่อนเรียน E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการที่ได้จากการประเมินพฤติกรรมกลุ่ม ประเมินผลงานนักเรียน และการทดสอบย่อยของแต่ละแผน E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนของนักเรียนทุกคน % แทน ร้อยละ t แทน ค่าสถิติที่ใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤตจากการแจกแจงแบบที (t-distribution) P แทน ความน่าจะเป็นสำหรับบอกนัยสำคัญทางสถิติ
62 * แทน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ** แทน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4.2 การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยลำดับผลการวิเคราะห์ข้อมูล ได้ดังนี้ ตอนที่ 1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบ การสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ให้มีประสิทธิภาพตาม เกณฑ์ 80/80 ตอนที่ 2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้ รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ระหว่างก่อนเรียน และหลังเรียน 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (E1/E2 ) โดยขั้นตอนการหาประสิทธิภาพมีดังนี้ 1) คะแนนจากการทำกิจกรรมระหว่างเรียนในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้โดยนำคะแนนของ นักเรียนขณะทำกิจกรรมระหว่างเรียนในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้มาคำนวณเป็นร้อยละของ คะแนนเฉลี่ย เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน 80 ตัวแรก (E1 ) 2) คะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังจากการเรียนด้วยแผน การจัดการเรียนรู้ เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิดเสร็จสิ้น โดยให้นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และหาร้อยละของคะแนนเฉลี่ย เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน 80 ตัวหลัง (E2 ) ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้ รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ให้มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80 มีดังนี้
63 ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้ รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัด อุดรธานี ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 จำนวน 46 คน เลขที่ คะแนน ก่อนเรียน (20) คะแนนที่ได้จากการทำใบงาน ในแต่ละการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รวมคะแนน กระบวนการ ระหว่างเรียน (50) คะแนน หลังเรียน (20) แผนที่ 1 (10) แผนที่ 2 (10) แผนที่ 3 (10) แผนที่ 4 (10) แผนที่ 5 (10) 1 5 9 9 10 9 9 46 18 2 6 10 9 9 8 9 45 17 3 7 10 9 8 8 9 44 18 4 5 9 9 9 10 9 46 19 5 4 9 9 9 9 8 44 18 6 3 10 9 8 9 9 45 17 7 6 9 8 9 9 8 43 18 8 7 9 8 8 9 8 42 18 9 8 8 8 10 9 10 45 16 10 9 8 10 9 8 8 43 17 11 4 7 8 8 10 9 42 16 12 5 9 9 9 8 9 44 18 13 6 8 9 9 8 8 42 18 14 6 7 9 8 9 9 42 18 15 7 8 9 9 9 8 43 16 16 8 9 9 8 7 8 41 19 17 9 8 10 9 10 9 46 14 18 3 8 8 8 8 8 40 16 19 4 8 10 9 9 9 45 19 20 3 8 9 9 9 8 43 17
64 เลขที่ คะแนน ก่อนเรียน (20) คะแนนที่ได้จากการทำใบงาน ในแต่ละการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รวมคะแนน กระบวนการ ระหว่างเรียน (50) คะแนน หลังเรียน (20) แผนที่ 1 (10) แผนที่ 2 (10) แผนที่ 3 (10) แผนที่ 4 (10) แผนที่ 5 (10) 21 6 10 7 9 9 9 44 17 22 7 8 8 8 9 9 42 19 23 8 7 8 9 9 8 41 18 24 6 9 8 9 8 8 42 16 25 7 8 9 8 8 8 41 18 26 9 8 9 9 8 8 42 17 27 6 9 9 10 9 8 45 19 28 5 8 9 9 9 8 43 19 29 5 9 9 8 8 9 43 17 30 7 8 8 9 8 8 41 18 31 8 8 9 9 9 9 44 19 32 12 8 9 8 9 10 44 18 33 5 9 9 8 8 8 42 17 34 7 10 8 8 10 9 45 16 35 8 8 9 9 10 9 45 17 36 10 9 9 8 9 8 43 18 37 4 10 9 10 9 8 46 19 38 6 10 9 9 9 9 46 19 39 7 9 8 8 8 9 42 16 40 8 10 9 9 8 8 44 17 41 9 9 9 9 9 9 45 18 42 4 10 8 8 8 9 43 18 43 5 9 9 9 8 8 43 17 44 7 8 9 8 9 10 44 17 45 8 9 9 9 9 9 45 17
65 เลขที่ คะแนน ก่อนเรียน (20) คะแนนที่ได้จากการทำใบงาน ในแต่ละการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รวมคะแนน กระบวนการ ระหว่างเรียน (50) คะแนน หลังเรียน (20) แผนที่ 1 (10) แผนที่ 2 (10) แผนที่ 3 (10) แผนที่ 4 (10) แผนที่ 5 (10) 46 9 10 9 9 9 10 47 19 รวม 298 401 403 401 401 397 2003 807 ค่าเฉลี่ย 6.48 8.72 8.76 8.72 8.72 8.63 43.54 17.54 S.D. 1.96 0.88 0.60 0.61 0.68 0.64 1.65 1.12 ร้อยละ 29.8 80.2 80.6 80.2 80.2 79.4 80.12 80.7 ประสิทธิภาพกระบวนกกระบวนการ (E1) = 80.12 ประสิทธิภาพกระบวนการ (E2) = 80.7 จากตารางที่ 2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบ การสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ให้มีประสิทธิภาพตาม เกณฑ์ 80/80 จำนวน 46 คน พบว่าได้คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนเท่ากับ 6.48 คิดเป็นร้อยละ 29.8 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.96 ส่วน คะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียนเท่ากับ 43.54 คิดเป็นร้อยละ 80.12 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.65 และได้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเท่ากับ 17.54 มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.12 คิดเป็นร้อยละ 80.7 เมื่อเทียบกับเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ปรากฏว่ามีผลรวมสูงกว่าเกณฑ์ ตารางที่ 3 สรุปผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้ รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัด อุดรธานี ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 จำนวน 46 คน
66 รายการประเมิน จำนวน นักเรียน (n) คะแนนเฉลี่ย (x̅) ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (E1/E2 ) คะแนนกระบวนการ ระหว่างเรียน (E1 ) 46 43.54 80.12 คะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียน (E2 ) 46 17.54 80.7 จากตารางที่ 3 พบว่า คะแนนจากการทำกิจกรรมระหว่างเรียนในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ (E1 ) มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 80.12 และคะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน (E2) มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 80.12 ซึ่งพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 จำนวน 46 คน มีค่าเป็น 80.12/80.7 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน ตอนที่ 2 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดย ใช้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ระหว่าง ก่อนเรียนและหลังเรียน ตารางที่ 4 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบ การสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน นักเรียนคนที่ คะแนนทดสอบ D ผลต่างคะแนน D 2 ก่อนเรียน (20) หลังเรียน (20) 1 5 18 13 169 2 6 17 11 121 3 7 18 11 121 4 5 19 14 196 5 4 18 14 196
67 นักเรียนคนที่ คะแนนทดสอบ D ผลต่างคะแนน D 2 ก่อนเรียน (20) หลังเรียน (20) 6 3 17 14 196 7 6 18 12 144 8 7 18 11 121 9 8 16 8 64 10 9 17 8 64 11 4 16 12 144 12 5 18 13 169 13 6 18 12 144 14 6 18 12 144 15 7 16 9 81 16 8 19 11 121 17 9 14 5 25 18 3 16 13 169 19 4 19 15 225 20 3 17 14 196 21 6 17 11 121 22 7 19 12 144 23 8 18 10 100 24 6 16 10 100 25 7 18 11 121 26 9 17 8 64 27 6 19 13 169 28 5 19 14 196 29 5 17 12 144 30 7 18 11 121 31 8 19 11 121
68 นักเรียนคนที่ คะแนนทดสอบ D ผลต่างคะแนน D 2 ก่อนเรียน (20) หลังเรียน (20) 32 12 18 6 36 33 5 17 12 144 34 7 16 9 81 35 8 17 9 81 36 10 18 8 64 37 4 19 15 225 38 6 19 13 169 39 7 16 9 81 40 8 17 9 81 41 9 18 9 81 42 4 18 14 196 43 5 17 12 144 44 7 17 10 100 45 8 17 9 81 46 9 19 10 100 รวม 298 807 509 5875 X 6.48 17.54 11.07 122.4 S.D. 1.96 1.12 0.85 0.72 คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 29.8 80.7 จากตารางที่ 4 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์ เอราวัณ โดยใช้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 46 คน ได้คะแนน ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 6.48 คิดเป็นร้อยละ 29.8 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.96 และได้คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 17.54 คิดเป็นร้อยละ 80.7
69 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.12 แสดงว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียน และคะแนนหลังเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ตามสมมติฐาน ตารางที่ 5 สรุปผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ระหว่าง ก่อนเรียนและหลังเรียน การทดสอบ X S.D. t Sig. (2-tailed) ก่อนเรียน 6.48 1.96 32.31 0.001 หลังเรียน 17.54 1.12 * มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากตารางที่ 5 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้ รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีก่อนเรียนและหลัง เรียน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 6.48 คะแนน และ 17.54 คะแนน ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบ ระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ หลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
70 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณโดยใช้รูปแบบ การสอนกระบวนการเรียนรู้5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีซึ่งสามารถสรุปขั้นตอน และวิธีการศึกษาดังนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.2 อภิปรายผล 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.1.1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้ รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ให้มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้ รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ระหว่างก่อนเรียน และหลังเรียน 5.1.2 สมมติฐาน 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบ การสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีมีประสิทธิภาพตาม เกณฑ์ร้อยละ 80/80 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี มีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียน
71 5.1.3 ผลการวิจัย ผลการศึกษาวิจัยในครั้งนี้สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 จำนวน 46 คน พบว่าได้คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เท่ากับ 6.48 คิดเป็นร้อยละ 29.8 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.96 ส่วนคะแนนเฉลี่ย ระหว่างเรียนเท่ากับ 43.54 คิดเป็นร้อยละ 80.12 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.65 และได้ คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเท่ากับ 17.54 มีส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.12 คิดเป็นร้อยละ 80.7 เมื่อเทียบกับเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ปรากฏ ว่ามีผลรวมสูงกว่าเกณฑ์ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณ โดยใช้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 46 คน ได้คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 6.48 คิดเป็นร้อยละ 29.8 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.96 และได้คะแนนทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์หลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 17.54 คิดเป็นร้อยละ 80.7 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.12 แสดงว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และคะแนนหลังเรียนไม่ น้อยกว่าร้อยละ 80 ตามสมมติฐาน 5.2 อภิปรายผล การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณโดยใช้รูปแบบ การสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งสามารถสรุปขั้นตอน และวิธีการศึกษาดังนี้ ผู้วิจัยได้อภิปรายผลได้ดังนี้ 5.2.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณโดยใช้รูปแบบการสอน กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีค่าเป็น 80.12/80.7 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน แสดงให้เห็น ว่าแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะนำไปใช้จัดการเรียนการสอน
72 ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ยงยุทธ อังคสัญลักษณ์ (2560) ศึกษาเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนวรรณคดีไทยเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย โดยใช้กระบวนการ 5 ขั้นของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 มี ประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ปัจจัยที่ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณโดยใช้รูปแบบ การสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ กำหนดไว้ เนื่องจาก แผนการจัดการเรียนรู้ได้พัฒนาขึ้นตามขั้นตอนการพัฒนาแผนที่ถูกต้อง โดยเริ่มตั้งแต่ การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน กำหนดรูปแบบการจัดการเรียนรู้ และออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ เนื้อหาอย่างเหมาะสม อีกทั้งได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญ มีการปรับปรุงแก้ไข จนส่งผล ให้ได้แผนการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพทั้งด้านเนื้อหาสาระ รูปแบบการจัดการเรียนการสอน กิจกรรม แบบฝึกหัด ที่สามารถนำไปใช้พัฒนาผู้เรียน สอดคล้องกับสาระในหลักสูตรแกนกลาง และเหมาะสมกับ บริบทของโรงเรียน อีกทั้งการจัดการเรียนรู้ เรื่อง บทพากย์เอราวัณโดยใช้รูปแบบ การสอนกระบวน การเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด จะพบว่าการจัดการเรียนรู้5 ขั้นมี ความเหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้เนื้อหาวรรณคดีเนื่องจาก เป็นวิธีการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนา ทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดแก้ปัญหา ช่วยให้ผู้เรียนมีมุมมองที่กว้างขึ้น ผู้เรียนได้เผชิญปัญหาที่เกิดขึ้นในสถานการณ์จริง ช่วยให้เกิดความพร้อมที่จะต้องแก้ปัญหา เมื่อเผชิญ ปัญหานั้นในสถานการณ์จริงช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนสูง ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนซึ่ง สอดคล้องกับงานวิจัยของ ชนาสิทธิ์ สิทธิสูงเนิน (2563) กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนตามแนวคิด GPAS 5 Steps เป็นแนวคิดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นพื้นฐานและการคิดขั้นสูง (GPAS) ซึ่งมี ความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน จากปัญญาระดับ ต้นสู่ระดับกลางและปัญญาระดับสูงเป็นการจัดกระบวน การเรียนรู้ที่พัฒนาทักษะการคิดเน้นผู้เรียนสร้างความรู้ ใช้ความรู้ผลิตผลงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนิตยา พรมพื้น (2562) ศึกษาเรื่อง ผลการใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ 5ขั้น (5 STEPs) ต่อความสามารถในการคิด วิเคราะห์ เรื่อง ปัญหาเศรษฐกิจในระดับประเทศ สาระเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนภูกระดึงวิทยาคม อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย โดยพัฒนา ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้แบบมีการคิดวิเคราะห์ เรื่องปัญหาเศรษฐกิจในระดับประเทศ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3และเปรียบเทียบและวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้แบบมีการคิดวิเคราะห์ เรื่อง ปัญหา เศรษฐกิจในระดับประเทศ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวน การเรียนรู้ 5ขั้น (5 STEPs) หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ระดับ .05
73 สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งแผนการจัดการเรียนรู้ยังได้เสริมการเรียนรู้ด้วยแผนผังความคิด ที่ ทำให้การเรียนวรรณคดีมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเนื้อหาวรรณคดีที่ค่อนข้างยาก ผู้วิจัยจึงได้ เลือกใช้แผนผังความคิดประกอบการเรียนการสอน เนื่องจากแผนผังความคิดเป็นการจดบันทึกที่ สร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างทักษะในการวิเคราะห์และการสังเคราะห์ข้อมูล ทำให้ การเรียนรู้เป็นเรื่องที่สนุกสนาน ช่วยในการรวบรวม และจัดระบบความคิด ช่วยจำ ใช้ในการวิเคราะห์ เนื้อหา หรืองานได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับ ทิศนา แขมมณี (2548) ได้กล่าวถึงการเขียนแผนผังความคิด ไว้ว่า ผังความคิดเป็นผังที่แสดงความสัมพันธ์ของสาระหรือความคิดต่างๆ ให้เห็นเป็นโครงสร้างในภาพรวม โดยใช้เส้น คํา ระยะห่างจากจุดศูนย์กลาง สี เครื่องหมาย รูปทรงเรขาคณิต และ ภาพแสดงความหมาย และความเชื่อมโยงของความคิดหรือสาระนั้นๆ โดยเขียนความคิดรวบยอดหลัก ไว้ตรงกลาง แล้วแตกสาขา ออกไปเป็นความคิดย่อยๆ จะใช้สัญลักษณ์เป็นตัวแทนความหมายของ ความคิดและความรู้สึกต่างๆ ได้ แล้วสร้างผงความคิดให้สมบูรณ์ ตามความเข้าใจของตน ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ ภัทราภรณ์ พิทักษ์ธรรม (2543) ได้ทำวิจัยเรื่อง การศึกษาการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสามารถด้าน การคิด การวิเคราะห์และเจตคติต่อวิชาสังคมศึกษาของนกเรียนชนมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้โดยใช้กิจกรรมสร้าง แผนภูมิมโนทัศน์กับการสอนตามคู่มือครูผลการวิจัยพบว่า นักเรียน ที่ได้รับการสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้โดยใช้กิจกรรมสร้างผงมโนทัศน์ กับการสอนตามคู่มือครูมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่างกัน โดยนักเรียนที่เรียนโดยใช้กิจกรรมสร้างแผนผังมโนทัศน์มีผลสัมฤทธิ์ สูงกว่านักเรียนที่เรียนโดยใช้การสอนตามคู่มือครูสอดคล้องกับผลการวิจัยของ ศิริพร ทุเครือ (2544: 67) ได้ศึกษาผลการเรียนแบบร่วมมือโดยใช้แผนผังมโนทัศน์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความคงทนใน การเรียนรู้กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผลการวิจัยพบว่า นักเรียน ได้รับการเรียนแบบร่วมมือ โดยใช้ผังมโนทัศน์มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้สูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอน ตามปกติ และนักเรียนที่ได้รับการเรียนแบบร่วมมือโดยใช้ผังมโนทัศน์มีความคงทนในการเรียนรู้สูงกว่า นักเรียนที่ได้รับการสอนตามปกติ สรุปได้ว่า การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณโดยใช้รูปแบบ การสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ภาพตามเกณฑ์ที่ผู้วิจัยตั้งไว้ 80/80 เนื่องจากการจัดการเรียนรู้การจัดการเรียนรู้แบบ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด เป็นกระบวนการที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะด้านการวิเคราะห์ ทักษะด้าน การค้นคว้าหาความรู้ ทักษะด้านการสื่อสาร และทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมการเรียนรู้ เนื้อหาวิชาวรรณคดีที่ผู้เรียนอาจมองเป็นเรื่องน่าเบื่อ ไม่น่าสนใจ และไกลตัวนั้น กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และสามารถจดจำได้ง่ายยิ่งขึ้น จึงกล่าวสรุปได้ว่า การสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs)
74 ร่วมกับแผนผังความคิดจะทำให้นักเรียนเกิดความสนุกสนานกับการเรียนวรรณคดีมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญ อย่างยิ่งคือความสามารถในการเรียนวรรณคดีที่สูงขึ้นเช่นกัน 5.3 ข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะที่อาจส่งประโยชน์ต่อการเรียนการสอนและการทำวิจัยครั้ง ต่อไป ดังนี้ 5.3.1 ข้อเสนอแนะเพื่อการนำผลการวิจัยไปใช้ 1) ผู้สอนควรนำวิธีการสอน โดยการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอน GPAS 5 STEPs ร่วมกับแผนผังความคิด ใช้กับเนื้อหาสาระอื่นๆ ทั้งหลักภาษาและวรรณคดี 2) ผู้สอนควรคำนึงถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรมและสถานการณ์ในปัจจุบัน ครูผู้สอนจึงต้องดูแลเอาใจใส่นักเรียนอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ 5.3.2 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 1) ผู้สอนควรนำวิธีการสอน โดยการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอน GPAS 5 STEPs ร่วมกับแผนผังความคิดไปใช้กับเนื้อหาสาระอื่นๆ ทั้งหลักภาษาและวรรณคดี 2) ผู้สอนควรนำวิธีการสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบรูปแบบการสอน GPAS 5 STEPs ร่วมกับแผนผังความคิด ไปประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนรู้ในวิชาอื่นๆ
75 บรรณานุกรม กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์. (2519). วรรณนิพนธ์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สมาคมสังคมศาสตร์ฯ กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรงศึกษาธิการ. คนึงนิตย์ดีพันธ์, อภิรักษ์อนะมาน และ สุวรรณี ยหะกร. (2562). ผลการใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS ที่มีต่อความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและความพึงพอใจต่อการจัดการ เรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี. วารสาร การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร. 10(2), 103-105. ชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน. (2562). GPAS 5 STEPs สู่ห้องเรียนในศตวรรษที่ 21. สืบค้นเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2566, จาก https://www.educathai.com/events/2019/13. ทองสุข รวยสูงเนิน. (2552). ชุดพัฒนาทักษะการคิดมุ่งปฎิบัติการในห้องเรียนและที่บ้าน. พิมพ์ครั้ง ที่ 2. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาความก้าวหน้า. ทิศนา แขมมณี. (2555). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดการกระบวนการเรียนรู้ที่มี ประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่6. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เผชิญ กิจระการ. (2544).การวิเคราะห์ประสิทธิภาพสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา E1 E2 . วารสาร การวัดผลการศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 5(11), 44-51. พรพรรณ ศรีหาวงศ์. (2562). การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดการเรียนรู้ ด้วยกระบวนการ GPAS. วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ. พวงรัตน์ ทวีรัตน์. 2543. วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 7) กรุงเทพมหานคร: สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. พัฒนพงษ์ สีกา. (2551). การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ซึ่งเป็นผลมาจากการทดสอบคุณภาพการศึกษา ระดับชาติ ปี การศึกษา 2548 ของจังหวัดอุตรดิตถ์. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต. อุตรดิตถ์: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ พิมพ์ประภา อรัญมิตร. (2552). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 3 โดย การวิเคราะห์พหุระดับ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย. พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข. (2558). การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
76 พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2557). สอนเขียนแผนบูรณาการบนฐานเด็กเป็นสำคัญ. พิมพ์ครั้งที่ 4 ฉบับ ปรับปรุง 2557. กรุงเทพฯ: เดอะมาสเตอร์กรุ๊ฟแมนเนจเม้นท์. มนัส บุญประกอบ. (2545). ผังมโนทัศน์. สารานุกรมศึกษาศาสตร์. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ, 27(3), 111-118. มหาวิทยาลัยนเรศวร. (2561). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์โดยใช้กระบวนการ GPAS และการ ประเมินเพื่อการเรียนรู้ ในรายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 โรงเรียนวัดดอนเมือง (ทหารอากาศอุทิศ). กรุงเทพฯ: วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัย นเรศวร. วนิช สุธารัตน์. (2547). ความคิดและความคิดสร้างสรรค์. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. วิยะดา ระวังสุข. (2545). การประเมินความคิดรวบยอดวิชาวิทยาศาสตรโดยใช้แผนผังมโนทัศน์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. วิไลพร ธนสุวรรณ. (2543) การพัฒนากิจกรรมผังมโนมติสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านและ การเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่:เชียงใหม่. ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์. (2561). Active Learning กระบวนการสร้างคุณภาพแท้สู่ประเทศไทย 4.0. กรุงเทพฯ: พัฒนาคุณภาพวิชาการ อินเตอร์เนชันแนล. สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.). (2561). หลักสูตรการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning สู่ประเทศไทย 4.0 ด้วยกระบวนการ GPAS. กรุงเทพฯ: สถาบัน. สมชาย วรกิจเกษมสกุล. (2553). ระเบียบวิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตรและสัมคมศาสตร. อุดรธานี: โรงพิมพอักษรศิลป. สมนึก ภัททิยธนี. (2558). การวัดผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 10. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์. สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2553). สถิติขั้นสูง สำหรับการวิจัยทางการศึกษา. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัย มหาสารคาม สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2552). ตัวชี้วัดและ ภาษาไทย ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จํากัด. สุวิทย์ มูลคํา และอรทัย มูลคํา. (2545). 21 วิธีจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์. อรสุมา ถาวรสุขอนันต์. (2559). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการจีแพสที่มีต่อความสามารถ ในการเขียนเรียงความและเจตคติต่อการเขียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. ปริญญา
77 นิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิทยาการทางการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
78 ภาคผนวก
79 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
80 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ การทำวิจัยในชั้นเรียนเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์ เอราวัณโดยใช้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ที่ ชื่อ - สกุล ตำแหน่ง ทำหน้าที่ 1 นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ พิเศษ โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ผู้เชี่ยวชาญด้านแผน การจัดการเรียนรู้ และ การวัดประเมินผล 2 นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ พิเศษ โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ผู้เชี่ยวชาญด้านแผน การจัดการเรียนรู้ และ การวัดประเมินผล 3 นายสุชาติ สีเคนา ครู โรงเรียนสตรีราชินูทิศ ผู้เชี่ยวชาญด้านแผน การจัดการเรียนรู้ และ การวัดประเมินผล
81 ภาคผนวก ข หนังสือขอเชิญเป็นผู้ตรวจเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
82
83
84
85
86
87
88 ภาคผนวก ค ข้อมูลแสดงความสอดคล้องของเครื่องมือ
89 แบบสรุปการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Index of item Objective Congruence : IOC) ในงานวิจัย เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง บทพากย์เอราวัณโดยใช้ รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (GPAS 5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ข้อที่ คนที่1 ผลรวม ค่า IOC ผลการวิเคราะห์ คนที่ 1 คนที่2 คนที่3 1 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 2 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 3 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 4 +1 0 +1 2 0.67 นำไปใช้ได้ 5 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 6 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 7 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 8 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 9 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 10 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 11 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 12 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 13 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 14 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 15 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 16 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 17 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 18 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 19 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้ 20 +1 +1 +1 3 1.00 นำไปใช้ได้