ไมป้ ลอก เสาลอกกะเทาะ เสาเป็ นรอยป่ัน เสาคน่ั
เจาะตลอดไส ้ เชน่ นีโ้ บราณทา่ นกลา่ วไว ้
เป็ ดไข่ ไกต่ อด สลกั รอดหมูสี ทา่ นว่าเสา เชน่ นี้
ตอ้ งเสนียด ยงั มิหนําซาํ้ สนุ ัขเขา้ เบียดแลว้ เหา่ หอน
เมื่อใครเอาปลกู เคหานอนมกั พาเงินทองและสินทรพั ย ์
ใหช้ ว่ั ถอ่ ยยอ่ ยยบั ไปตามการ
อนั เสาที่ดีและมีขนานทง้ั สรรไว ้ เป็ นวิธมี ีนิสสยั
แตเ่ ดมิ มา ทก่ี ลวงดีไม่มีตาตลอดตน้ จนปลาย ทา่ น
บอกชดั อธบิ ายตามโบราณ ใหเ้ รียกวา่ เสาโปร่งฟ้ า
อนั เลิศลน้ แมผ้ ูใ้ ดเคหาพามงคลใหก้ นั ภยั กนั ทงั้
เสนียดและจญั ไร สพั พะโรคและภยั ไม่บีฑา ทา่ นจะ
เพ่ิมพูนสวสั ดิพ์ ิพฒั นา จะนึกส่ิงใดก็ไดส้ ําเร็จความ
ปรารถนาทกุ ส่ิงอนั
ยงั อีกเสานึงนั้นงามประเสริฐ ผ่ องโสภีดีเลิศมี
ลกั ษณะตน้ ตรงเปรยี วปละกลมดง่ั กลึง ไม่ตอ้ งกล่าว
เกลาราวประหนึ่งกบั ราํ เทียน คือเทวาป่ าระหงจาํ นงค ์
เนียนไวส้ ําหรบั ถา้ แมผ้ ูใ้ ดใครจะจดจบั ตอ้ งบชู า
บวงสรวงเทพยดาแลว้ จึงตดั ไม้ เชน่ นี้มีในแนวหิม
~ 201 ~
พานต ์ แมผ้ ูใ้ ดใครไดม้ าอาํ นวยการ เจริญอายนุ าน
ถงึ
รอ้ ยปี ทรพั ยส์ ินมง่ั คง่ั ม่งั มีหลายพนั บาท ทง้ั ผูค้ นขา้
ทาสญาตวิ งศ ์ พ รกั พรอ้ มกนั มน่ั คงเจรญิ สขุ กาํ จดั ได ้
ทงั้ ภยั และทกุ ขไ์ ม่บีฑา
ยงั อีกไมห้ นึ่งโสภางามพ่วงพี โคนใหญ่ปลายรี
กลางกลมเกลา งามสมทรงเป็ นวงเสาโบราณมา เสา
เชน่ นี้มีราคาถึงชง่ั ทอง ซอื้ ก็งา่ ยขายคลอ่ งคนอยากได ้
แตโ่ บราณขนานไวเ้ ป็ นลาํ ดบั วา่ เป็ นเสามณีทปี่ ระทบั
ปลูกพลบั พลา ขอองคท์ า้ วขององคท์ า้ วอมั รา แตเ่ ดิม
ทีทา่ นกลา่ วไวว้ า่ ไมเ้ ชน่ นี้หายากนัก ถา้ แมใ้ คร
กระทาํ พลีแลว้ มีศกั ดิอ์ สิ รยิ ยศ จะไดล้ ือชาปรากฏทง้ั
ธานี
นางไมอ้ นั มีศรีงามผ่องพกั ตร ์ ก็ขอเชญิ มาสถติ
ในสํานักยงั สถาน ท้ั งกระแจะจนั ทรอ์ นั หอมหวานจรงุ
รส อีกทง้ั ดอกมาลาบปุ ผาสดกรองมาลยั แตพ่ อเสร็จ
สรรพจบั สวมใสไ่ วด้ ิบดี ผา้ แดงขาวอนั มีสี่สวมหวั
เทียน ตามทไี่ ดเ้ จตนจ์ งจาํ นงเนียนไวเ้ สร็จพลนั
~ 202 ~
ขวญั เจา้ เอย่ อยา่ เลยผายผนั เมื่อเวลาเขาตดั
ฟันตน้ ลม้ ลง
ขวญั เจา้ เอย่ อย่าหนีไปในไพรระหง จงกลบั มา
สยู่ งั พิธที ่มี หาปริมณฑล
ขวญั เจา้ เอย่ อย่าหลงฟังกงั วลเสียงเรไร ที่หริง่
รอ้ งคะนองไพรในทีอ่ ยู่ มาเถอะหนาแม่มาขวญั แม่จงมา
สู่ทีส่ ําราญ อย่ากลบั ไปเถื่อนอย่เู รอื นบา้ นแสนสนุก
กาํ จดั ภยั ใหเ้ ป็ นสุขสวสั ดิ์ จะไดภ้ ูมิพฒั นเ์ จริญศรที กุ
คา่ํ เชา้
ขอเชญิ ขวญั แม่มาชมแกว้ เกา้ อนั รจู ี ทปี่ ระดบั ไว ้
ในใบศรีมีครบครนั สงวนใจไวใ้ หม้ ่นั คงจนถึงเหมาะ มด
ปลวกแม่ก็อย่าใหเ้ กาะ ชนั มะโรงอยา่ ใหเ้ ตาะผึง้ อยา่ ให ้
ตอม หนูก็อยากใหอ้ อ้ มคอ้ มขนึ้ ทาํ รงั
ขวญั เจา้ เอย่ อยา่ เฉียนเฉยคอยระวงั ใหจ้ งดี
หมาก็อย่าใหถ้ ู ทง้ั หมูก็อยากใหส้ ี อนึงสตั วอ์ นั ใดท่ีไม่ดี
ก็อย่าใหเ้ บียด ขออย่าใหข้ ดั ขอ้ งตอ้ งเสนียดสกั เวลา
~ 203 ~
แตพ่ อไดฤ้ กษแ์ ลว้ ใหโ้ หข่ ึน้ สามลา ลน่ั ฆอ้ งเอา
ชยั
ศรีศรี วนั นีก้ ็เป็ นวนั ดบี รสิ ุทธิ์ ผูค้ นพรอ้ มพรง่ั
ใหต้ ง้ั จดุ ซง่ึ เทียนชยั กระแจะจนั ทรน์ ํา้ มนั ใส่ แลว้ จนุ
เจมิ เฉลิมขวญั
ขา้ พเจา้ นี้จะแกะบายศรี 5 ชนั้ เป็ นลาํ ดบั ตาม
ทาํ นองของตาํ รบั โบราณมา
จะแกะบายศรีชน้ั ตน้ อนั เลิศลน้ งามโสภา แกะ
เป็ นโฉมฉินนางกนิ นรางามลกั ษณะแลวิไล หล่อนชา่ ง
จบั ระบําราํ ฟ้ อน ดแู ขนก็ออ่ นทรงละไม นางถอดปี ก
หางลงวางไว ้ ชกั ชวนสายใจหมูกนิ นรา แตล่ ว้ นพวก
พอ้ งเพื่อนนอ้ งเพื่อนพี่ หล่อนชา่ งงามสวยสีเสน่หา ลง
เก็บผกั ปะทมุ า โฉมกนิ นราเจา้ ก็เปรมปรีดิ์
ครนั้ ถึงชนั้ 2 แม่ผ่องแม่จนั หล่อนแกะเป็ น
พรรณม์ าลีมีนานา จาํ ปาจาํ ปี สมุ าลีมีมากกว่าครนั
มีทงั้ ลิงคา่ งบ่างชะนี ปักษาปักษีถว้ นทกุ ส่ิงอนั ปาหนัน
ลน่ั ทมดอกนมสวรรค ์ ทง้ั แกว้ เกดกรรณิการ ์
~ 204 ~
ครน้ั ถึงชนั้ สามดงู ามงอน แกะเป็ นพระยาธรเจา้
เหาะลงมาชมรกุ ขชาตดิ าษดา แลลว้ นโสภาทกุ สิ่งอนั
ครน้ั ถึงชนั้ สี่แม่หนูคล่ีงามงอน แกะเป็ นสิงขร
ศิลาชนั มีสตั วเ์ สือสิงหว์ ่ิงถลนั เขา้ ในอรญั พนาวา
ชน้ั หา้ ถาวร แกะมงั กรนาคา อา้ ปากคาบเอา
ดวงจนิ ดา แลงามสุดโสภาในมหาพิธี
ศรีศรี สวสั ดพิ์ ูลพิพฒั นส์ ถาพร เกษมสขุ
สโมสรตงั้ แตว่ นั นี้ ใหโ้ หขึน้ สามที ลน่ั ฆอ้ งเอาชยั
จบทาํ ขวญั เสาเท่านี้
~ 205 ~
~ 206 ~
ทาํ ขวญั นาค
นาคผู ้ มีศรทั ธาเลื่อมใสตง้ั ใจจะบรรพชา
อปุ สมบทในพระพุทธศาสนา ซงึ่ เป็ นที่นิยมนับถือของ
พุทธบรษิ ทั ควรตง้ั ใจศึกษาเล่าเรยี นและฝึ กหดั ให ้
ถกู ตอ้ งเรยี บรอ้ ยแตเ่ บือ้ งตน้ ไป เม่ือไดบ้ รรพชา
อปุ สมบทแลว้ จะไดป้ ฏิบตั ใิ หเ้ ป็ นเณรเป็ นพระที่อย่าง
ดีจรงิ ๆ เม่ือเป็ นเชน่ นีม้ านานบิดาจะไดช้ อ่ื วา่ บาํ รงุ
อดุ หนุนพระพุทธศาสนาเป็ นพิเศษสว่ นหนึ่ง คือมอบ
บตุ รใหแ้ กพ่ ระศาสนา โดยเป็ นการสืบตอ่ อายใุ หย้ ืน
ยาวไปได ้ เทา่ โอกาสทบ่ี ุตรจะอยู่ในพระศาสนาได ้
เพียงไร พระศาสนาที่มีอายยุ ืนมาไดจ้ นบดั นี้ก็เพราะ
อาศยั คนเกา่ ๆ สืบตอ่ กนั แลว้ ตายไป คนใหม่ๆเขา้ แซม
สืบตอ่ มาโดยวิธนี ี้ มีวิธมี ีอายยุ าวมาถึง 2477
ปี 15 แลว้ เป็ นประโยชนแ์ กป่ ระชมุ ชนผูป้ ระพฤติตาม
เป็ นอนั มาก หากชว่ ยกนั สืบตอ่ ไปอีกไดเ้ พียงใด ก็จะ
ยืนยาว ตอ่ ไปเพียงน้ัน แตต่ อ้ งสืบตอ่ ดว้ ยความปฏิบตั ิ
ดีชอบจริง ถา้ ไม่เป็ นพระเณรท่ดี ีประพฤติผิดธรรม
วินัย ก็กลบั ซาํ้ รา้ ยเป็ นการทาํ ลายพระศาสนา ให ้
15 ปี พ.ศ. ท่ีไดจ้ ดั พมิ พไ์ วใ้ นหนงั สือ
~ 207 ~
เส่ือมทรามเศรา้ หมอง บน่ั ทอนอายใุ หส้ นั้ เขา้ ไม่
บรรพชาอปุ สมบทเสียจะดีกวา่ ถา้ ตงั้ ใจเลา่ เรยี นศึกษา
ปฏิบตั ดิ ีชอบก็จะเป็ นบุญกศุ ลอนั ประเสริฐ แกต่ นและ
บิดามารดาญาตพิ ่ีนอ้ ง เป็ นตน้ คนท่ียงั ไม่ศรทั ธา
เล่ือมใสจะศรทั ธา เลื่อมใสยิ่งขนึ้ เป็ นการสมควรอย่าง
เอก เพราะการทีต่ วั มาบวชตอ้ งหยดุ รายไดท้ รพั ย ์
สมบตั ิ ซง่ึ เกดิ จากการคา้ ขาย เป็ นอาทิ ซาํ้ ตอ้ งเพิ่ม
รายจา่ ยใหม้ ากขนึ้ เชน่ ตอ้ งซอื้ เครอ่ื งสมณบริกขาร
เป็ นตน้
เมื่อเป็ นอยา่ งนี้ จึงสมควรแทท้ ่ีจะหารายไดบ้ ุญ
กศุ ลในการบวชใหม้ ากขนึ้ จนสุดสามารถท่จี ะทาํ ได ้
เพียงไร คือการเล่าเรียนศึกษาเกิดความรคู ้ วามฉลาด
อนั กาํ จดั ความไม่รู ้ ความเขลาออกไปเสีย และกาดดั
ฝึ กกายวาจาใจกบั ทฐิ คิ วามเห็นใหไ้ ดร้ ะเบียบเรียบเรยี ง
ถกู ตอ้ ง ตลอดจนนิสยั ใจคอ เพราะเป็ นแบบฉบบั
ตวั อยา่ งทีด่ ี แกพ่ ระเณรอ่ืนๆ ซงึ่ จะไดป้ ระพฤตปิ ฏิบตั ิ
ตาม ทาํ ใหพ้ ระศาสนางดงามรงุ่ เรอื งเจรญิ ย่ิงขนึ้ เป็ น
ประโยชนแ์ กบ่ า้ นเมือง ตลอดถึงชาติ ทาํ รา่ งกายชวี ิต
จิตใจใหเ้ ต็มดว้ ยประโยชน์ ไม่ประกอบดว้ ยโทษอนั จะ
เบียดเบียนแผดเผาตน และคนอ่นื ใหเ้ รา่ รอ้ นราํ คาญ
~ 208 ~
ชวี ิตจะเป็ นแกน่ สารมีผล ไม่เป็ นหมนั เป็ นบญุ กศุ ลทง้ั
กลางคืนและทงั้ กลางวนั ทกุ อิริยาบถ เดนิ ยืน น่ัง
นอน หากว่าอายุตวั จะยืนไปได ้ 80 ปี เพียงชว่ั มาบวช
อยา่ งนอ้ ย 4 เดือน สึกชวี ิตทเ่ี ป็ นคฤหสั ถถ์ งึ 79 ปี
กลบั 8 เดอื น มากกว่า โอกาสที่บวชหลายสิบเทา่
เพราะเหตนุ ี้ จงึ ควรทาํ เวลาในระหว่างทีบ่ วชอยู่
ใหเ้ ต็มดว้ ยบญุ กศุ ลความดคี วามชอบใหม้ ากท่สี ุด จะ
ไดเ้ ป็ นสรณะท่ีพ่ึงของตนจรงิ ๆ ตลอดถงึ เวลาจะตาย
ถา้ ไดอ้ ยา่ งนี้ ชอ่ื ว่าไดล้ งทนุ เพียง 4 เดือน แต่
ไดผ้ ลกาํ ไรกนิ จนตาย เพราะนึกขนึ้ มาในคราวใด ก็จะ
เกิดปิ ติเล่ือมใส มีจิตใจแชม่ ชน่ื เบิกบานรม่ เย็นเป็ นสุข
ในคราวน้ัน
เวลาบวชแลว้ อย่าลืมตวั มวั ไปหลงเล่าเรียน
ศึกษา และประพฤติสิ่งท่ีแมเ้ ป็ นคฤหสั ถก์ ็ทาํ ไดไ้ ม่
จาํ เป็ นตอ้ งมาบวชแลว้ ทาํ เชน่ น้ัน จงมีสติสมั ปชญั ญะ
ระวงั งอย่าใหม้ ีเหตมุ ีเรือ่ งเสียหาย และตอ้ งถกู ลงโทษ
ทณั ฑ ์ ซงึ่ จะเสียชอื่ ติดตวั ไปจนตาย
~ 209 ~
ใจความในเรอื่ งบวชก็คนื ละกเิ ลส อยา่ หยาบ
อยา่ กลาง อย่าละเอียด หรอื ละความโลภความโกรธ
ความหลง
เมื่อบวชแลว้ จงหมน่ั พิจารณาตรวจตราความ
ประพฤติความเป็ นไปของตนเนืองๆ ถา้ รสู ้ ึกตวั ว่า
เป็ นไปเพื่อพอกพูลทวีกเิ ลสเหล่าน้ัน พึงเตือนตวั เองวา่
ไม่ถกู ผิดใจความของเรอ่ื งบวช จงละเลิกเสียทนั ที รบี
ประพฤติความดขี นึ้ แทนโดยเร็วที่สดุ
อยา่ ริ เป็ นเจา้ ถอ้ ยหมอความ ทาํ ใหเ้ กิดอธกิ รณ์
เหตกุ ารณม์ ีขนึ้ ในวดั ผิดใจความของบวช ไม่ตรงกบั
ความประสงคท์ ี่จะมาหาบญุ กศุ ล ในเวลาทบี่ วชอยถู่ า้
ไม่มีวิวาทบาดหมางโกรธเคอื งกบั ใครๆได ้ เป็ นอยา่ งดี
ทส่ี ดุ นับว่าเป็ นคนดมี าก หาไดย้ าก ควรนึกว่าเป็ น
ลาภอนั ย่ิงใหญข่ องตน ที่ไดร้ อดชวี ิตพน้ อนั ตรายมา
จนถงึ ไดบ้ วชไ ม่ตายเสียกอ่ น และสบโชคอยา่ งเหมาะ
แสนยากที่หาได ้
ซง่ึ ในเวลานี้พระพุทธศาสนา ในประเทศสยาม
กาํ ลงั มีความเจริญรงุ่ เรืองบริบรู ณ์ ย่ิงกวา่ ประเทศอื่น
ทงั้ หมดในโลกนี้ และตวั เราก็เกดิ มาในบา้ นเมืองทน่ี ับ
~ 210 ~
ถือพระพุทธศาสนา ไม่เป็ นแตส่ กั ว่านับถอื ไดล้ งมือ
ปฏิบตั ติ ามดว้ ยกายวาจาใจ เป็ นอนั วา่ ไดบ้ าํ รงุ
อดุ หนุนพระพุทธศาสนา ดว้ ยรา่ งกายชวี ิตจติ ใจจรงิ
แทด้ ว้ ย และเป็ นโอกาสเหมาะท่ีสดุ ในชวี ิตหนึ่ง ซงึ่ ได ้
ศึกษาพระศาสนาอย่างเต็มที่ ศึกษาแลว้ ไดล้ งมือ
ปฏิบตั กิ ายวาจาใจ ตามแนวทไี่ ดศ้ ึกษานั้นดว้ ย
อนั ท่จี ริงแมเ้ ป็ นคฤหสั ถ ์ ก็ศึกษาและปฏิบตั พิ ระ
ศาสนาได ้ แตม่ ีกจิ กงั วลห่วงใยมาก ยากทจี่ ะทาํ ใหเ้ ป็ น
ดา้ นเดียวติดตอ่ สืบเนื่องกนั ไป ไม่สะดวกเหมือนเป็ น
พระเณร ความจริงบาปอกศุ ลไมใ่ ชห่ มดไป และ
บุญกศุ ลไมใ่ ชม่ ีบริบูรณข์ ึน้ เพราะเหตแุ ตเ่ พียง
โกนผมกบั เอาผา้ เหลืองคลุมตวั เขา้ เทา่ นนั้ น่นั
เป็ นแตเ่ ครือ่ งหมายเพศ ตอ้ งอาศยั การศึกษาเล่าเรียน
และประพฤติใหถ้ กู ตอ้ งเต็มบรบิ รู ณต์ ามหนา้ ท่ี
ถา้ บวชแลว้ ไม่ปฏิบตั ิดี กบั ทาํ ความเสียหายย่ิง
จะซาํ้ รา้ ย สผู ้ ูห้ ญิงผูช้ ายบางคนทีไ่ ม่บวชแตเ่ ขา
ประพฤตดิ ี ไม่กระทาํ โทษทจุ รติ ไม่ได ้ ขอ้ นีก้ ็ควรจะ
เตือนใจตวั เองใหม้ าก พระศาสนาจะเสื่อมลงหรือเจริญ
ขนึ้ ก็เพราะบรษิ ทั 4 คือ ภิกษุสงเคราะหส์ ามเณรเขา้
~ 211 ~
ดว้ ย 1 ภิกษุณี พระผูห้ ญิงบดั นีไ้ ม่มีแลว้ 1 อบุ าสก
1 อบุ าสิกา 1 ไม่ไดเ้ ป็ นเพราะผูอ้ ่ืน
พระเณรก็เป็ นจาํ นวนหน่ึงในบริษทั 4 นั้นมี
หนา้ ทที่ าํ ใหเ้ ส่ือม หรอื เจรญิ ได ้
เหตนุ น้ั นาคบวชแลว้ จึงควรประพฤตติ วั ให้
อยูใ่ นจาํ นวนขา้ งทาํ ให้ พระศาสนาเจริญฝ่ าย
เดียว เมื่อยงั ไม่บวชหรอื บวชสึกแลว้ ก็อยใู่ นจาํ นวน
หน่ึงคืออบุ าสกในบริษทั 4 นั้น ควรประพฤตติ วั ใหอ้ ยู่
ในแผนกขา้ งฝ่ ายทาํ ใหเ้ จริญเหมือนกนั จึงจะชอบตรง
กบั ความประสงคท์ ่ีจะบวชบาํ เพ็ญบุญ ถา้ ทาํ ถกู ตอ้ ง
ตามทา่ ทางของบญุ แมย้ งั เป็ นนาคอยกู่ ็ไดบ้ ญุ กอ่ น
บวชแลว้ คือใจท่ผี ่องแผว้ มีศรทั ธาเล่ือมใสจะบวช บุญ
ก็เกดิ ทางใจ แตน่ ั้นเดนิ ไปฝากตวั ทีว่ ดั หรอื หดั ฝึ กกาย
ตามแบบอย่าง ก็เป็ นบญุ ทางกาย ทอ่ งบทสาธยายคาํ
ขานนาค คาํ ไหวพ้ ระ เป็ นตน้ ก็เป็ นบญุ ทางใจ ไดบ้ ุญ
กอ่ นบวชอย่างนี้ กาํ ลงั บวชอยู่ก็ไดบ้ ญุ ทง้ั 3 ทางอยา่ ง
นั้น แมบ้ วชแลว้ หรือสึกแลว้ นึกขนึ้ มาก็เกดิ ปี ติ
ปราโมทยก์ ็ดี จาํ ตรงธรรมวินัยไดก้ ลา่ วแตถ่ อ้ ยคาํ ที่
ควรพูดก็ดี ทาํ ดว้ ยกายตามส่วนที่ชอบ ซงึ่ ไดศ้ ึกษา
ปฏิบตั ิมาแลว้ ก็ดี ยอ่ มเกิดบญุ ทางกายวาจาใจ
~ 212 ~
เหมือนอยา่ งนั้น กอ่ นจะบวชก็ไดบ้ ญุ กาํ ลงั บวชก็ได ้
บญุ บวชแลว้ ก็ไดบ้ ญุ อยา่ งนี้ บญุ ไดใ้ น 3 การฉันใด
บาปก็ไดใ้ น 3 การฉันน้ัน แตต่ รงกนั ขา้ มกบั บญุ ทงั้
ผลดว้ ย และบุญไม่ใชเ่ กดิ จากความเกยี จครา้ น ยอ่ ม
เกดิ จากการดี มีความเพียรชอบเป็ นตน้
เชน่ บางคนเห็นว่า เวลาบวชจะไดพ้ กั ผ่อน
ทไี่ ดบ้ อกชาํ้ ลําบากมาในตอนเป็ น
รา่ งกายจิตใจ
คฤหสั ถ ์ ซง่ึ ตอ้ งศึกษาและคา้ ขายทาํ ไรท่ าํ นา เป็ นตน้
บวชแลว้ จะไดก้ ินนอนใหส้ บาย เชน่ นีเ้ ขา้ ใจผิด
แท ้ ถา้ เชน่ น้ัน พวกบวชก็เป็ นชอ่ งขเี้ กียจไป
ควรนึกดถู า้ ตอ้ งการอยา่ งน้ัน ไม่ตอ้ งบวชก็ได ้
ไปพกั ผ่อนอยทู่ ี่ไหนสกั แห่งหนึ่ง จา้ งเขาทาํ สําหรบั ส่ง
เชา้ เพลจนครบ 4 เดอื น หรือเทา่ เวลาท่ตี นตอ้ งการ
กินแลว้ ก็นอน นอนแลว้ ก็กิน ก็ไดเ้ หมือนกนั
ควรแนะนําตวั เองว่า กินนอนเชน่ นั้ นสบายจริงตามท่ี
นึก แตส่ บายน้ันพน้ เวลาไปแลว้ ก็หายหมด คงเหลือ
ปรากฏอยู่แตค่ วามโง่เขลา
~ 213 ~
ส่วนการทอ่ งบ่นศึกษาเลา่ เรยี น และพากเพียร
ปฏิบตั ดิ ดั ฝึ กกายวาจาใจในเวลาน้ัน ลาํ บากทกุ ขย์ าก
เหน็ดเหน่ือยจริง แตพ่ น้ ลว่ งเวลาไปแลว้ ก็หายหมด
เหมือนกนั คงเหลืออยูแ่ ตค่ วามรคู ้ วามฉลาด และ
ความอบอนุ่ อิ่มใจวา่ ไดป้ ระพฤตถิ กู ตอ้ งเป็ นตน้
เม่ือนาคบวชแลว้ ควรทาํ ตนใหส้ มกบั หนา้ ที่ มี
ชวี ิตเน่ืองดว้ ยผูอ้ ่ืน ซงึ่ ชาวบา้ นชาวเมือง เลีย้ งดู
อปุ การะ จงนึกดู ผ ้านุ่งห่ม อาหาร ที่อยู่ ยาแกเ้ จ็บไข ้
และอื่นๆ ลว้ นแลว้ แตเ่ ขาใหท้ งั้ นั้น รบั วา่ เขามีคณุ แก่
เราอย่างหนึ่ง และเขาใหด้ ว้ ยเห็นแกพ่ ระศาสนา เขา
เกอื้ กลู อดุ หนุนพระศาสนา
จะเห็นไดช้ ดั ว่า เรายงั ไม่บวชเขาก็ไม่ให ้ หรือสึก
ไปแลว้ เขาก็ไม่ให ้ เมื่อเป็ นเชน่ นี้ ไดช้ อ่ื วา่ เราไดอ้ าศยั
บญุ คณุ พระศาสนา จงึ ไดค้ วามสะดวกสบายอยา่ งนี้
นับแตพ่ ระศาสนามีคณุ แกเ่ ราส่วนหนึ่ง เมื่อเราไดร้ บั
อปุ การะคณุ อยา่ งนี้ จงึ สมควรจะตอบแทนคณุ คนและ
พระศาสนา เป็ นอยา่ งย่ิงไม่ควรจะเอาเปรยี บขา้ งเดยี ว
ควรจะใหแ้ รงแทนคณุ อยา่ งนี้ คือในเวลาแรกบวชยงั ไม่
มีความรสู ้ ามารถ ก็พึงประพฤติตวั ใหเ้ รียบรอ้ ยตาม
พระธรรมวินัยใหเ้ ป็ นแบบอยา่ งท่ดี ี ของพระเณรอน่ื ๆ
~ 214 ~
เป็ นที่ตงั้ ใหเ้ กิดศรทั ธาเล่ือมใส ของผูท้ ไี่ ดพ้ บเห็นกราบ
ไหวบ้ ชู าธรรมอปุ การะ ถา้ อยูน่ านไปมีความรแู ้ ละ
สามารถควรหาโอกาส ตกั เตอื นแนะนําพรา่ํ สอนทาํ
ประโยชนแ์ กผ่ ูม้ ีคณุ นั้นๆ หรอื แกผ่ ูอ้ ืน่ อนั เป็ นหนา้ ที่
ของพระศาสนา และตง้ั ใจทาํ ประโยชนใ์ หแ้ กพ่ ระ
ศาสนา
น่ีเป็ นการตอบแทนบญุ คณุ อยา่ งสมควรแก่
บรรพชติ ทง้ั สาํ เร็จประโยชนแ์ กผ่ ูอ้ น่ื ทงั้ เป็ นผลแกต่ น
ซง่ึ มีความตายกนั อยู่ขา้ งหนา้ หนีไม่พน้ เกดิ มาชาติ
หนึ่งกต็ ายหนเดียวเทา่ นนั้ จะตายดหี รือตายรา้ ยก็
ตายครง้ั เดยี ว ตายแกต้ วั แม่ 2 ครงั้ ก็ไม่ได ้ เพราะเหตุ
น้ันควรจะตายใหอ้ ยา่ งดีที่สดุ ที่จะเป็ นได ้
คอื ตอ้ งศึกษาเล่าเรยี นใหห้ มดสงสยั ในธรรม ขอ้
ท่ตี วั จะเอาเป็ นท่ีพ่ึง ฝึ กหดั ใหม้ ีสตปิ ัญญาเกิดขนึ้ ในใจ
จนหายสะดงุ ้ หวาดเสียว หายตืน่ ตระหนกตกใจ มี
สติสมั ปชญั ญะ ไม่หลงใหลฟ่ันเฟื อนตาย ไม่มีขอ้ ทีจ่ ะ
ตดิ ในทางปฏิบตั ิ ไม่ตอ้ งมีใครสอน ใครนําทาง ทาํ ธรุ ะ
ของตวั เองไดต้ ลอดจนหมดลม
~ 215 ~
ในเวลาบวชนีเ้ ป็ นสมยั อยา่ งเหมาะทส่ี ดุ ทีจ่ ะ
ฝึ กหดั วิชานี้ใหค้ ล่องชา่ํ ชองชาํ นาญ จะไดเ้ ป็ นสรณะ
ทีพ่ ึ่งพํานักเกษมสาํ ราญท่ีสดุ ของตน ซงึ่ เป็ นที่ระลึก
อนั สาํ คญั อย่างย่ิงท่ไี ดใ้ นเวลาบวช
ส่วนคาํ ขานนาค และวิธนี ่ังลุกเขา้ ออกกราบไหว ้
เป็ นตน้ มีแจม่ แจง้ ชดั เจนอยูใ่ นหนังสือ วิธอี ปุ สมบท
ซง่ึ สมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชริ ญาณวโร
รส ทรงเรียบเรียงไว ้ มีจาํ หน่ายท่ี มหามกฏุ ราช
วิทยาลยั วดั บวรนิเวศวรวิหาร จงั หวดั พระนคร นาค
ควรศกึ ษาสงั เกตเล่าเรียนปฏิบตั ิตามขอ้ ความ
ในหนงั สือนนั้
พระศาสนโสภณ
วดั เทพศิรินทราวาส
วนั ที่ 5 เมษายนพุทธศกั ราช 2465
~ 216 ~
พิธีบายศรี16
ตงั้ แตเ่ มืองชนบทไป ฉันพกั ท่เี มืองไหนพวก
ชาวเมืองก็มาทาํ พิธบี ายศรีทาํ ขวญั ทกุ เมือง คอื เอา
ของกนิ ตงั้ เรยี งในพานซอ้ นกนั สองชน้ั สามชนั้ ประดบั
ประดาดว้ ยดอกไมส้ ดอย่างประณีตบรรจง ขนาดของ
บายศรใี หญห่ รือเล็กตามฐานะของเมือง พวก
ชาวเมืองเขา้ ขบวนกนั แห่บายศรมี าทาํ ขวญั เมือง
ใหญก่ ็มีขบวนแห่และเคร่อื งประโคมมากอ่ น ถา้ เป็ น
เมืองนอ้ ยคนเชญิ บายศรีก็นําหนา้ มีผูเ้ ฒ่าสองสาม
คนนําราษฎรชายหญิงเดนิ ตามบายศรีมาตง้ั รอ้ ย ฉัน
น่ังรบั ทีม่ ุขหนา้ พลบั พลา เขาเอาบายศรีมาตงั้ ที่
ตรงหนา้ คนท่ีมาทาํ ขวญั น่ังหลงั บายศรตี อ่ ออกไป
ถา้ ท่ีบนพลบั พลาไม่พอก็น่ังหลามลงไปถงึ ในสนาม
หนา้ พลบั พลา เริม่ พิธดี ว้ ยผูเ้ ฒ่าทเี่ ป็ นหวั หนา้ จดุ ธปู
เทยี นเคร่ืองสกั การะ แลว้ วา่ คาํ เชญิ ขวญั เป็ นทาํ นอง
บางคนเสียงดีทาํ นองก็ไพเราะน่าฟัง ความขนึ้ ตน้ ขอ
คณุ พระรตั นตรยั และขอพรเทวดา แลว้ ประสิทธพิ ร
ใหแ้ กฉ่ ันเป็ นอเนกปรยิ าย เม่ือจบแลว้ ผูเ้ ฒ่าเอาดา้ ย
คาดขอ้ มือฉัน ทีบ่ างแห่งเวลาคาดดา้ ยนั้นคนท่มี า
ดว้ ยแตะตอ้ งตวั กนั ตอ่ ๆ ไปจนหมด เป็ นนัยวา่
16 นิทานโบราณคดี นิทานที่-๑๖ เร่ืองลานชา้ ง พ.ศ.2487
~ 217 ~
ชว่ ยกนั คาดดา้ ยทกุ ๆ คน ทบ่ี างแห่งเม่ือทาํ ขวญั แลว้
ยงั มีการฟ้ อนราํ เป็ นเคร่ืองมหรสพใหด้ ดู ว้ ย
อนั ประเพณีบายศรีทําขวญั นี้ ดูเป็ น
ประเพณีโบราณของชนชาติไทย มีดว้ ยกนั ทกุ
จาํ พวก ชาวลานนา ก็ทาํ เหมือนกบั ชาวลานชา้ ง
ไทยในราชธานีก็ยงั มีพิธที าํ ขวญั เป็ นแตไ่ ม่แหบ่ ายศรี
ดงั เชน่ ทาํ ขวญั เด็ก ก็ทาํ บายศรีมีของกินใสช่ าม
ตกแตง่ ดว้ ยดอกไมส้ ด เรียกว่า “บายศรีปากชาม”
มีผูเ้ ฒ่าว่าคาํ เชญิ ขวญั แลว้ ผูกดา้ ยคาดขอ้ มือใหเ้ ด็ก
เมื่อเด็กจะโกนจกุ หรอื จะบวช ก็ทาํ ขวญั ดว้ ยมีบายศรี
ตองทาํ หลายชนั้ คลา้ ยฉัตร และมีคนวา่ คาํ เชญิ ขวญั
เป็ นแตเ่ อาพิธีเวยี นเทียนของพราหมณ์
เพิม่ เขา้ พิธหี ลวงสมโภชเจา้ นาย ก็เอาพานแกว้
ทอง เงิน ซอ้ นกนั เป็ นบายศรีมีเครอ่ื งกระยา เป็ นแต่
เปลี่ยนไปใหพ้ ราหมณเ์ วียนเทียนผูกดา้ ยคาดขอ้ พระ
หตั ถ ์ แตห่ ามีสวดเชญิ ขวญั ไม่ ถงึ กระน้ันก็เห็นเป็ น
เคา้ ไดว้ ่า พิธีบายศรีเป็ นพิธีดง้ั เดมิ ของชนชาติ
ไทย และไทยยงั ทาํ อยูท่ ุกจาํ พวกจนบดั นี้
~ 218 ~
~ 219 ~
ขอบพระคณุ Mahavisanu Nusavihama
~ 220 ~
ประวตั ผิ เู้ ขยี น
คมสนั ตว์ รรณวฒั น์ สทุ นต์
แบเบาะทบ่ี า้ นทา่ อู่ สรี่ อ้ ย วเิ ศษชยั ชาญ โตทบี่ า้ นสามโก ้
เรยี นวทิ ยาลยั นาฏศลิ ปอา่ งทอง จบชนั้ กลาง ดรุ ยิ างคไ์ ทย
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ครศุ าสตร์ ภาควชิ าดนตรศี กึ ษา
ผดู ้ าเนนิ รายการ ร่วมทมี ขอ้ มลู “บางบรรเลงเพลงระนาด”
ผดู ้ าเนนิ รายการ รว่ มดาเนนิ การผลติ รายการ“ไทยโชว”์
สถานโี ทรทศั นท์ วี ไี ทย(พ.ศ.2552-2554)
ทนุ สนับสนุนจากฝ่ ายวจิ ัย จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ๒๕๓๕
คณะกรรมการฯอานวยการขน้ึ ทะเบยี นมรดกภมู ปิ ัญญาทาง
วฒั นธรรม กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม
~ 221 ~
บทความวจิ ยั และบทความวชิ าการ
-ราโทน : สารานุกรมสาหรับเยาวชน วฒั นธรรมไทยภาคกลาง.
กรงุ เทพฯ: มลู นธิ สิ ารานุกรมวฒั นธรรมไทย.
-บทความวชิ าการในหนังสอื ทาเนยี บศลิ ปินทอ้ งถนิ่ อมั พวา ๑๓๐ ปี
ชาตกาล หลวงประดษิ ฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง),
-ครชู า่ งหนังใหญบ่ างนอ้ ย สงดั ใจพรหม
-อคั รศลิ ปินถนิ่ อมั พวา-รัชกาลท่ี ๒
-หนุ่ กระบอกอมั พวา กรรณกิ าร์ แกว้ ออ่ น
-ครูเออื้ สนุ ทรสนาน โออ้ มั พวานห้ี นางามจรงิ
-ทลู ทองใจ เทพบตุ รเสยี งกงั สดาล
-ศรครี ี ศรปี ระจวบ มนตร์ ักแมก่ ลอง
-พญาซอแหง่ บางคนฑี สมพร เกตแุ กว้
-ไทยบรรเลงป่ีพาทยป์ ระชนั แหง่ อมั พวา ฯลฯ
-แหลธ่ รรมมะ พระพร ภริ มย,์ ในหนังสอื พระราชทานเพลงิ ศพ
พระบญุ สม ปญุ ญวงั โส หรอื
หลวงพอ่ พร ภริ มย์ พ.ศ.๒๕๕๔
-เจาะใจ ดเี จแมจ่ ติ ต์ สดุ จติ ต์ ดรุ ยิ ประณตี ศลิ ปินแหง่ ชาตฯิ ,
บทความ : ในหนังสอื ๘๐ กะรัต
-ไหวค้ รหู นังใหญว่ ดั พลบั พลาชยั เพชรบรุ ี : นติ ยสารทอ่ งเทยี่ ว
ไกด์ แมพ อนิ ไทยแลนด์ พ.ศ. ๒๕๕๖
-โนต้ เพลงไทย ๑๐ แผน่ ดนิ พ.ศ. 2560 เป็ นตน้
ประสบการณท์ เี่ กยี่ วกบั ศลิ ปวฒั นธรรมไทย
-วจิ ัยหนังใหญไ่ ดร้ ับทนุ สนับสนุนจาก กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม
-วจิ ยั ดรุ ยิ ะแหง่ รัตนโกสนิ ทร์“ดนตรพี นื้ บา้ น-ชาตพิ นั ธไุ์ ทย”
มลู นธิ หิ อสมดุ ดนตรพี ระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว รัชกาลท่ี ๙ ๒๕๕๕
-งานวจิ ัย : การศกึ ษาเพลงราโทน บา้ นหนา้ วดั โบสถ์ อา่ งทอง
ทนุ วจิ ัยจากสานักงานคณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาติ (สวช.)๒๕๔๑
-งานวจิ ัย : กระบวนทากลองหมูบ่ า้ นเอกราช จงั หวดั อา่ งทอง
อธบิ ายภาพ
ภาพครจู าเนยี ร ศรไี ทยพนั ธุ์ ศลิ ปิ นแหง่ ชาติ ชาตกาล 100 ปี
มอบประสารทความเป็ นครดู นตรี
~ 222 ~