The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

01- ฟิสิกส์ ว30201(1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อาภาชนัญ ขอนศักดิ์, 2021-05-30 04:43:49

ฟิสิกส์ ว30201

01- ฟิสิกส์ ว30201(1)

แผนจัดการเรียนรู้ 2

รายวชิ า ฟิสิกส์ รหัสวชิ า ว 30201

ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี 4 จานวน 60 ชั่วโมง/ ภาคเรยี น

จานวน 1.5 หนว่ ยการเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 256๔

การกาหนดการใช้แผนจัดการเรียนรู้

สปั ดาห์ท่ี 1 - 20 จานวนนกั เรียนที่เรียน คน
ผู้จดั ทา / ผู้ใช้แผน ........................................

(นางสาวอาภาชนญั ขอนศักด์)ิ

รายการตรวจสอบและกลน่ั กรอง การใช้แผนจดั การเรียนรู้

ความคดิ เห็น ความคดิ เหน็

………………………………………………………………. ………………………………………………………………..
………………………………………………………………. …………………………………………………………………
………………………………………………………………. ………………………………………………………………..
……………………………………………………………… …………………………………………………………………

ลงช่ือ………………………….. ลงชอ่ื …………………………..
( นางดารณี พงษ์สบาย ) ( นางไพรจติ ร บา้ นเหลา่ )
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ หัวหน้าการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ

………………………………………………………………. ……………………………………………………………….
………………………………………………………………. ……………………………………………………………….
………………………………………………………………. ……………………………………………………………….
……………………………………………………………… ………………………………………………………………

ลงช่อื ………………………….. ลงชอื่ …………………………..
( นางสาวสุภัสตรา ฝ่ายสงค์ ) ( นางลัดดา ผาพนั ธ์ )
รองผู้อานวยการโรงเรียนโคกโพธไิ์ ชยศึกษา
ผู้อานวยการโรงเรียนโคกโพธไิ์ ชยศกึ ษา

3

คานา

แผนจัดการเรียนรู้ เป็นส่ิงจาเป็นอย่างย่ิงต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการเรียนการสอนเพราะ
เป็นเอกสารหลักสูตร ท่ีใช้ในการบริหารงานของครูผู้สอนให้ตรงตามนโยบายในการปฏิรูปการศึกษา
กาหนดไว้ในแผนหลักคุณภาพการศึกษา สนองจุดประสงค์และคาอธิบายรายวิชาของหลักสูตร ในการ
บริหารงานวิชาการถือว่า “แผนจัดการเรียนรู้” เป็นเอกสารทางวิชาการที่สาคัญท่ีสุดของครู เพราะใน
แผนจัดการเรยี นรปู้ ระกอบด้วย

1. การกาหนดเวลาเรียน กาหนดการสอน กาหนดการสอบ
2. สาระสาคญั ของเนอ้ื หาวชิ าท่เี รียน
3. ตวั ชว้ี ดั
4. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
5. ส่ือและอุปกรณ์
6. การวัดผลประเมนิ ผล
การจัดทาแผนจัดการเรียนรู้ ถือว่าเป็นการสร้างผลงานทางวิชาการ เป็นผลงานที่แสดงถึง
ความชานาญในการสอนของครู เพราะครูใช้ศาสตร์ทุกสาขาอาชีพของครู เช่นการออกแบบ การสอน
การจัดการ และการประเมินผล ในการจัดทาแผนจัดการเรียนรู้นั้นจะทาให้เกิดความม่ันใจในการสอน
สอนได้ตรงจุดประสงค์การเรียนรู้ เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนในรายวิชาที่ รับผิดชอบสูงขึ้น
ท้ังยงั เปน็ ข้อมูลในการนเิ ทศตดิ ตามตรวจสอบและปรบั ปรงุ การเรียนการสอนได้อย่างมีระบบและ ครบ
วงจร ยังผลใหค้ ุณภาพการศกึ ษาโดยส่วนรวมพัฒนาพฒั นาไปอยา่ งมที ิศทางบรรลุเปา้ หมายของหลกั สูตร

อาภาชนญั ขอนศักด์ิ

สารบญั 4

เร่อื ง หนา้

วเิ คราะหห์ ลักสูตร 19
แผนจัดการเรยี นรู้………………………………………………………………………………... 20
การวัดผลและประเมินผล………………………………………………………………………… 20
21
ปฐมนเิ ทศก่อนเรียน…………………………………………………………………….. 38
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 บทนา ………………………….…………………………………………. 45
แผนจัดการเรียนร้ทู ่ี 1…………………………………………………………………… 67
แผนจัดการเรียนรูท้ ่ี 2…………………………………………………………………… 68
แผนจัดการเรยี นรู้ที่ 3…………………………………………………………………… 93
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 การเคลื่อนทใี่ นหนึง่ มิติ ………..………………………………………… 121
แผนจดั การเรียนรทู้ ี่ 4…………………………………………………………………… 122
แผนจดั การเรยี นรู้ที่ 5…………………………………………………………………… 143
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 แรง มวล และ การเคลื่อนที่ …………....………………………………… 162
แผนจัดการเรียนรูท้ ี่ 6……………………………………………………………………
แผนจดั การเรียนรูท้ ่ี 7..…………………..………………………………………………
แผนจดั การเรียนร้ทู ่ี 8..………………..…………………………………………………

5

วิเคราะห์หลกั สูตร

6

เปา้ หมายของวิทยาศาสตร์

ในการเรียนการสอนวทิ ยาศาสตรม์ ุง่ เน้นให้ผเู้ รยี นได้ค้นพบความรดู้ ว้ ยตนเองมากทีส่ ดุ เพ่ือให้ได้
ท้งั กระบวนการและความรู้จากวธิ กี ารสังเกตการสารวจตรวจสอบการทดลองแล้วนาผลท่ีได้มาจดั ระบบ
เปน็ หลักการแนวคิดและองค์ความรู้

การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตรจ์ ึงมเี ป้าหมายท่สี าคัญดังน้ี
๑. เพื่อให้เข้าใจหลกั การทฤษฎีและกฎทเี่ ปน็ พืน้ ฐานในวิชาวทิ ยาศาสตร์
๒. เพอื่ ใหเ้ ขา้ ใจขอบเขตของธรรมชาติของวชิ าวทิ ยาศาสตร์และข้อจากัดในการศึกษาวิชา
วิทยาศาสตร์
๓. เพื่อใหม้ ที ักษะทส่ี าคญั ในการศึกษาคน้ คว้าและคดิ ค้นทางเทคโนโลยี
๔. เพื่อใหต้ ระหนกั ถงึ ความสมั พันธร์ ะหว่างวชิ าวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยีมวลมนษุ ย์และ
สภาพแวดล้อมในเชงิ ทมี่ ีอทิ ธิพลและผลกระทบซ่ึงกนั และกัน
เรยี นรู้อะไรในวทิ ยาศาสตร์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เน้นการเช่ือมโยง
ความรู้กับกระบวนการมีทักษะสาคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวน การในการสืบ
เสาะหาความร้แู ละแก้ปัญหาที่หลากหลายให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนร้ทู ุกข้ันตอนมีการทากิจกรรม
ด้วยการลงมอื ปฏิบัตจิ รงิ อย่างหลากหลายเหมาะสมกบั ระดบั ชนั้ โดยกาหนดสาระสาคญั ดงั นี้

วิทยาศาสตร์ชีวภาพเรียนรู้เก่ียวกับชวี ติ ในสิ่งแวดล้อมองค์ประกอบของสิ่งมีชีวติ การดารงชวี ติ
ของมนษุ ย์และสัตวก์ ารดารงชีวิตของพชื พันธุกรรมความหลากหลายทางชวี ภาพและววิ ฒั นาการของ
ส่งิ มีชวี ิต

วิทยาศาสตร์กายภาพเรยี นรเู้ ก่ยี วกบั ธรรมชาตขิ องสารการเปลย่ี นแปลงของสารการเคลื่อนท่ี
พลังงานและคลนื่

วิทยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศเรยี นร้เู กย่ี วกบั องคป์ ระกอบของเอกภพปฏสิ ัมพันธภ์ ายในระบบ
สุริยะเทคโนโลยอี วกาศระบบโลกการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยากระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟา้ อากาศ
และผลต่อสิง่ มชี วี ติ และส่งิ แวดล้อม

เทคโนโลยี
การออกแบบและเทคโนโลยีเรยี นรเู้ กีย่ วกับเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวติ ในสังคมที่มกี าร
เปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วใชค้ วามรู้และทักษะทางด้านวทิ ยาศาสตรค์ ณติ ศาสตร์และศาสตรอ์ ่ืนๆเพ่อื
แกป้ ัญหาหรือพฒั นางานอยา่ งมีความคิดสรา้ งสรรค์ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมเลือกใช้
เทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดยคานึงถึงผลกระทบตอ่ ชวี ติ สงั คมและสิ่งแวดล้อม
วทิ ยาการคานวณเรียนรู้เก่ียวกับการคิดเชิงคานวณการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบประยกุ ต์ใชค้ วามรดู้ ้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารในการ
แกป้ ญั หาทพี่ บในชวี ิตจรงิ ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

7

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่๑วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐานว๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศความสัมพนั ธ์ระหว่างสงิ่ ไม่มชี วี ติ กับ

สิ่งมชี ีวติ และความสัมพันธ์ระหว่างสง่ิ มีชวี ิตกบั สง่ิ มีชีวิตตา่ งๆในระบบนเิ วศการ
ถา่ ยทอดพลังงานการเปล่ียนแปลงแทนท่ใี นระบบนเิ วศความหมายของประชากร
ปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมแนวทางในการ
อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดลอ้ มรวมท้งั นาความร้ไู ปใช้
ประโยชน์

มาตรฐานว๑.๒ เข้าใจสมบตั ิของสิ่งมีชีวติ หน่วยพื้นฐานของสิง่ มีชวี ิตการลาเลียงสารเขา้ และ

ออกจากเซลล์ความสัมพนั ธข์ องโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของระบบต่างๆของสัตว์

และมนุษย์ทที่ างานสมั พนั ธก์ ันความสัมพันธข์ องโครงสรา้ งและหน้าท่ขี อง

อวยั วะตา่ งๆของพชื ท่ีทางานสัมพันธ์กนั รวมท้ังนาความรู้ไปใช้ประโยชน์

มาตรฐานว๑.๓ เขา้ ใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสาร

พันธุกรรมการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมท่ีมีผลต่อสิ่งมีชีวิตความหลากหลายทาง

ชีวภาพและวิวฒั นาการของสิง่ มชี วี ติ รวมทั้งนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

สาระท่ี๒วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐานว๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสารองค์ประกอบของสสารความสัมพันธ์ระหว่างสมบัตขิ องสสาร

กับโครงสรา้ งและแรงยดึ เหนีย่ วระหว่างอนภุ าคหลกั และธรรมชาตขิ องการ
เปลย่ี นแปลงสถานะของสสารการเกิดสารละลายและการเกิดปฏิกิริยาเคมี
มาตรฐานว๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาติของแรงในชวี ติ ประจาวนั ผลของแรงท่ีกระทาตอ่ วตั ถุลักษณะการ

เคล่ือนทีแ่ บบต่างๆของวตั ถรุ วมท้ังนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐานว๒.๓ เขา้ ใจความหมายของพลังงานการเปล่ยี นแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน

ปฏสิ มั พันธ์ระหวา่ งสสารและพลงั งานพลงั งานในชวี ติ ประจาวนั ธรรมชาติของคล่นื
ปรากฏการณ์ทีเ่ ก่ยี วข้องกับเสยี งแสงและคลน่ื แม่เหล็กไฟฟ้ารวมท้ังนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์

สาระที่๓วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ
มาตรฐานว๓.๑ เข้าใจองคป์ ระกอบลกั ษณะกระบวนการเกิดและววิ ฒั นาการของเอกภพกาแล็กซี

ดาวฤกษแ์ ละระบบสุริยะรวมทั้งปฏสิ มั พันธภ์ ายในระบบสรุ ิยะทส่ี ง่ ผลต่อส่ิงมีชีวิต
และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ
มาตรฐานว๓.๒ เขา้ ใจองคป์ ระกอบและความสัมพันธข์ องระบบโลกกระบวนการเปลยี่ นแปลง
ภายในโลกและบนผิวโลกธรณพี บิ ตั ิภัยกระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟา้ อากาศ
และภมู ิอากาศโลกรวมท้งั ผลตอ่ สงิ่ มชี วี ติ และสง่ิ แวดลอ้ ม

8

สาระที่๔เทคโนโลยี
มาตรฐานว๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพอ่ื การดารงชวี ิตในสงั คมที่มีการเปลย่ี นแปลงอย่าง

รวดเรว็ ใช้ความรู้และทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และศาสตรอ์ ืน่ ๆเพ่อื
แก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคดิ สร้างสรรคด์ ว้ ยกระบวนการออกแบบเชิง
วศิ วกรรมเลอื กใชเ้ ทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ ชวี ิตสงั คมและ
สิ่งแวดล้อม
มาตรฐานว๔.๒ เข้าใจและใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการแก้ปญั หาที่พบในชวี ิตจริงอยา่ งเป็นขน้ั ตอน
และเปน็ ระบบใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรกู้ ารทางาน
และการแก้ปัญหาไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพรูเ้ ทา่ ทันและมจี รยิ ธรรม

9

รหสั วิชา ว 30201รายวชิ าฟิสกิ ส์1 คาอธิบายรายวชิ า
จานวน 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 4ภาคเรยี นท่ี 1
3 ช่ัวโมงตอ่ สัปดาห์1.5 หน่วยกิต

สบื คน้ อธบิ าย ความเป็นมา พฒั นาการ หลักการและแนวคดิ ทางฟสิ ิกส์ ปรมิ าณทางฟิสิกส์
ทดลองอธบิ ายการเคลือ่ นทใ่ี นแนวตรงที่มคี วามเรง่ คงตวั และคานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเี่ กยี่ วข้อง อธิบาย
ผลของแรงลัพธ์ที่มีต่อการเคล่ือนท่ีของวัตถุ อธิบายกฎความโน้มถ่วงสากลและคานวณป ริมาณที่
เก่ียวข้อง อธบิ ายและคานวณแรงเสียดทาน อธบิ ายสมดลุ กล และคานวณปริมาณต่าง ๆ ท่เี กยี่ วข้อง

ทงั้ น้ีโดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรยี นรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ นาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และค่านิยมทเ่ี หมาะสมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมเพอ่ื ให้เกิด
ความรู้ความคิดความเข้าใจสามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้มีความสามารถในก ารตัดสินใจนาความรู้ไปใช้ใน
ชีวติ ประจาวนั มีจิตวิทยาศาสตร์จรยิ ธรรมคุณธรรมและคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม

การวดั ผลและประเมินผลใชว้ ธิ กี ารท่หี ลากหลายตามสภาพจริงสอดคล้องกบั เนื้อหาสาระ
ทักษะ/กระบวนการคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์การอา่ นคิดวเิ คราะหแ์ ละเขียนสอื่ ความหมายและ
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี นท่ีตอ้ งการวดั มจี ิตวิทยาศาสตรจ์ ริยธรรรมคุณธรรมและค่านยิ มทเี่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
สาระฟิสิกส์ ขอ้ 1 ม.4/1 – ม4/9 รวม 9 ผลการเรยี นรู้

1.สืบคน้ และอธบิ ายการค้นหาความรทู้ างฟิสกิ สป์ ระวตั คิ วามเป็นมารวมทัง้ พัฒนาการของ
หลักการและแนวคิดทางฟิสกิ ส์ทม่ี ีผลตอ่ การแสวงหาความรู้ใหมแ่ ละการพัฒนาเทคโนโลยี

2. วัดและรายงานผลการวดั ปริมาณทางฟิสิกส์ไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมโดยนาความคลาดเคลอ่ื นใน
การวดั มาพจิ ารณาในการนาเสนอผลรวมทงั้ แสดงผลการทดลองในรปู ของกราฟวิเคราะห์และแปล
ความหมายจากกราฟเสน้ ตรง

3. ทดลองและอธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างตาแหน่งการกระจัดความเร็วและความเรง่ ของการ
เคลือ่ นที่ของวัตถุในแนวตรงท่ีมีความเร่งคงตัวจากกราฟและสมการรวมทง้ั ทดลองหาค่าความเร่งโนม้
ถ่วงของโลกและคานวณปรมิ าณตา่ งๆทีเ่ กี่ยวข้อง

4. อธบิ ายแรงและผลของแรงลัพธ์ทม่ี ตี อ่ การเคล่ือนท่ีของวัตถุรวมทงั้ ทดลองหาแรงลพั ธ์ของ
แรง
สองแรงท่ีทามมุ ต่อกนั
5. เขียนแผนภาพของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุอิสระอธบิ ายกฎการเคล่อื นทข่ี องนวิ ตนั และการใช้
กฎการเคล่ือนทขี่ องนวิ ตนั กับสภาพการเคลื่อนทีข่ องวัตถุรวมทัง้ ทดลองและอธิบายความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
แรงมวลและความเร่งตามกฎการเคลื่อนทีข่ ้อทส่ี องของนิวตัน
6. อธบิ ายกฎความโนม้ ถว่ งสากลและผลของสนามโนม้ ถว่ งทท่ี าใหว้ ตั ถุมนี ้าหนักรวมท้ังคานวณ
ปริมาณต่างๆทเี่ กี่ยวขอ้ ง
7. วิเคราะห์และอธิบายแรงเสียดทานระหว่างผิวสมั ผสั ของวตั ถุคู่หน่งึ ๆในกรณีท่วี ตั ถหุ ยุดนิ่ง

10

และวัตถเุ คล่ือนที่รวมท้ังทดลองหาสัมประสทิ ธิ์ความเสียดทานระหว่างผิวสมั ผสั ของวัตถุคูห่ นึ่งๆและนา
ความรเู้ ร่ืองแรงเสยี ดทานไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน

8. อธบิ ายสมดลุ กลของวตั ถุโมเมนต์และผลรวมของโมเมนตท์ ่ีมีต่อการหมุนแรงคู่ควบและผล
ของแรงคคู่ วบที่มีต่อสมดลุ ของวัตถเุ ขยี นแผนภาพของแรงที่กระทาตอ่ วัตถุอสิ ระเมือ่ วตั ถุอยใู่ นสมดลุ กล
และคานวณปริมาณตา่ งๆท่เี ก่ียวขอ้ งรวมทง้ั ทดลองและอธบิ ายสมดลุ ของแรงสามแรง

9. สงั เกตและอธิบายสภาพการเคล่ือนท่ีของวัตถุเม่ือแรงท่ีกระทาต่อวัตถุผา่ นศนู ยก์ ลางมวล
ของ
วัตถแุ ละผลของศูนย์ถ่วงทีม่ ีต่อเสถยี รภาพของวตั ถุ

11

โครงสรา้ งรายวิชา ฟิสกิ สเ์ พ่ิมเติม ว 30201
3 ชัว่ โมง/สัปดาห์ 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น 1.5 หนว่ ยกิต

หนว่ ยการเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรู้/หน่วยย่อยการเรยี นรู้ จานวนชว่ั โมง
1. บทนา
1. บทนา ( 15)
2. การเคลอื่ นทใี่ นหน่ึงมติ ิ 1.1 ฟสิ ิกส์ ปรมิ าณและหน่วยทางฟิสกิ ส์ 5
3. แรง มวล และการเคลือ่ นท่ี 5
1.2 การทดลองในวชิ าฟสิ ิกส์ 5
1.3 ปรมิ าณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์
2. การเคล่อื นท่ีในหนึ่งมิติ ( 22 )
2.1 การเคล่อื นท่ีและปริมาณทเี่ กีย่ วข้อง 11
2.2 การเคล่ือนท่กี รณีท่ีมีความเร่งเปน็ คา่ คงตัว 11
( 23)
3. แรง มวล และกฎการเคลื่อนท่ี 8
3.1 แรง และกฎการเคลื่อนท่ขี องนิวตนั 8
3.2 กฎแรงดงึ ดูดระหวา่ งมวลของนิวตนั จดุ
ศนู ย์กลาง 7

มวล และจดุ ศนู ยก์ ลางความโน้มถ่วง
3.3 แรงเสียดทาน

12

รายวชิ า ฟสิ ิกส์เพิ่มเติม ว 30201
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ 3 หน่วย เวลา 60 ช่วั โมง/ภาคเรียน 1.5 หนว่ ยกิต

หน่วยการ ผลการเรยี นร้ทู ีค่ าดหวงั รายภาค สาระการเรียนรู้/รายภาค จานวนเวลา
เรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้/หน่วยย่อยการ (ชั่วโมง)

เรยี นรู้

1 1. สบื ค้นข้อมูล วเิ คราะห์ และอธบิ าย 1. การอภิปรายปรมิ าณทางกายภาพ 15

เกี่ยวกบั วชิ าฟิสกิ ส์ และปรมิ าณทาง ซึ่งประกอบด้วยปริมาณฐานและ

กายภาพ ในหนว่ ยระบบเอสไอ (SI) ปริมาณอนุพทั ธ์ ในการบอก

ปรมิ าณ ดงั กลา่ วมีข้อตกลง

ระหว่างประเทศให้ใชห้ น่วยใน

ระบบเอสไอ

2. สารวจตรวจสอบ ทดลอง และ 2. การทดลองและอภิปรายเกี่ยวกบั

อธิบายเกี่ยวกบั การบันทึกข้อมลู การวดั ปริมาณต่าง ๆ ทางกายภาพ ซง่ึ

ทกั ษะการทดลอง การนาเสนอข้อมลู ตอ้ งพิจารณาความคลาดเคล่ือนในการ

และ การเขียน การรายงานกราฟ วดั และนาความคลาดเคลอื่ นจากการ

วัดมาพจิ ารณาในการนาเสนอผล

การเขียนกราฟรวมท้ังมีทักษะในการ

รายงานการ ทดลอง

3. สืบค้นขอ้ มลู อภปิ ราย และคานวณ 3. การอภปิ รายปริมาณทางกายภาพ

เก่ยี วกบั ปรมิ าณสเกลาร์และปริมาณ ซงึ่ แบง่ ได้เปน็ 2 ประเภท คือ

เวกเตอร์ ปรมิ าณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์

วิธกี ารบวกปรมิ าณในแต่ละประเภทมี

ความแตกตา่ งกัน การหาเวกเตอร์

ลพั ธ์โดยการเขยี นรปู และการคานวณ

การคูณเวกเตอร์ ทงั้ การคณู เชิงสเกลาร์

และเชิงเวกเตอร์

13

หนว่ ยการ ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวังรายภาค สาระการเรยี นรู/้ รายภาค จานวนเวลา
เรียนรู้ หน่วยการเรยี นรู/้ หนว่ ยย่อยการ (ชั่วโมง)

เรยี นรู้

2 1. สารวจตรวจสอบ อธบิ าย และ 1. การสารวจตรวจสอบเกย่ี วกับการ 22

คานวณ เกี่ยวกับการเคลื่อนท่ีของ เคลือ่ นท่ีของวตั ถุซง่ึ ต้องคานึงถึง

วตั ถุ และปริมาณท่เี กย่ี วขอ้ ง กรอบอ้างอิง ความเรว็ ในการ

เคลอ่ื นทจี่ งึ เปน็ ความเร็วสมั พทั ธ์

2. สืบคน้ ข้อมูล ทดลอง อภปิ รายและ 2. การทดลองและวเิ คราะห์เกีย่ วกับ

คานวณ เก่ียวกับการเคลื่อนที่ของ การเคลอ่ื นท่ใี นหน่ึงมิติที่มี

วตั ถกุ รณที ่มี ีความเรง่ เปน็ ค่าคงตัว ความเร่งคงตัวซง่ึ อธบิ ายดว้ ย

สมการอยา่ งงา่ ย

3 1. สืบคน้ ข้อมูล ทดลอง อภิปราย และ 1. การทดลองและอภปิ รายกฎการ 23

คานวณ เกีย่ วกบั แรง และกฎการ เคลอ่ื นทขี่ องนวิ ตันซงึ่ ใชอ้ ธบิ าย

เคลอื่ นท่ีของนวิ ตนั สภาพการเคล่อื นท่ขี องวัตถุโดยทว่ั

ไป

2. สบื คน้ ขอ้ มูล อภิปราย และคานวณ 2. การสืบคน้ ข้อมลู และอภิปรายแรง

เกย่ี วกบั กฎแรงดึงดดู ระหวา่ งมวล ดงึ ดูดระหว่างมวลของวตั ถุท้ังหลาย

ของนิวตัน และผลของแรงเก่ียวกบั ในเอกภพ ซ่ึง เรียกว่าแรงโนม้ ถ่วง

จดุ ศนู ยก์ ลางมวล และจดุ ศนู ยก์ ลาง โดยขนาดของแรงดึงดูดนี้จะขึ้นอยู่

ความโน้มถว่ ง กับขนาดของมวลท้ังสองและระยะ

ห่างระหวา่ งมวลคู่นั้น

การสารวจตรวจสอบเก่ยี วกับ

สภาพการเคลอ่ื นทข่ี องวัตถแุ ละผล

ของแรงที่กระทากับวัตถุซง่ึ มคี วาม

เกยี่ วข้องกบั ศูนย์กลางมวลและ

ศูนยถ์ ว่ งของวตั ถุ ศนู ยก์ ลางมวล

และศูนย์ถว่ งจะอยู่ทีเ่ ดียวกนั ใน

สนามโน้มถ่วงสมา่ เสมอเทา่ นน้ั

14

หนว่ ยการ ผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวังรายภาค สาระการเรียนร/ู้ รายภาค จานวนเวลา
เรียนรู้ หน่วยการเรียนรู/้ หน่วยย่อยการ (ช่วั โมง)
3. สืบค้นขอ้ มูล ทดลอง อธบิ าย และ
4 คานวณเกย่ี วกับแรงเสยี ดทาน เรยี นรู้

1. สบื คน้ ขอ้ มูล ทดลอง อธบิ าย และ 3. การทดลองเก่ียวกับแรงเสียดทาน
คานวณเกย่ี วกับการเคล่อื นท่ีแบบ
โพรเจกไทล์ ซง่ึ ขน้ึ อยู่กบั สมั ประสทิ ธิค์ วาม

2. สบื คน้ ข้อมูล ทดลอง อธบิ าย และ เสียดทานและแรงท่ีพน้ื กระทาต่อ
คานวณเก่ียวกบั การเคลื่อนที่แบบ
วงกลม วตั ถุ

3. สบื คน้ ขอ้ มูล ทดลอง อธบิ าย และ 1. การทดลองและวเิ คราะหก์ าร 18
คานวณเกยี่ วกบั การเคล่อื นที่แบบ
ฮาร์มอนกิ อยา่ งงา่ ย เคลอ่ื นที่ของวตั ถุแบบโพรเจกไทล์

ซ่งึ สามารถวเิ คราะหแ์ ละอธบิ ายได้

ดว้ ยกฎการเคล่อื นทขี่ องนวิ ตัน

2. การทดลองและวิเคราะหก์ าร

เคล่อื นที่ของวัตถุแบบวงกลม ซง่ึ

สามารถวิเคราะห์และอธิบายได้

ดว้ ยกฎการเคลอื่ นที่ของนิวตนั

3. การทดลองและวิเคราะหก์ าร

เคลื่อนทข่ี องวตั ถแุ บบฮาร์มอนิก

อยา่ งงา่ ย ซึง่ สามารถวิเคราะห์

และอธบิ ายได้ด้วยกฎการเคลือ่ นท่ี

ของนวิ ตัน

15

โครงสรา้ งรายวิชา ฟิสกิ ส์เพม่ิ เติมและเพ่ิมเติม 1 ว 30201
3 ชั่วโมง/สัปดาห์ 60 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต

หน่วยการเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นรู้/หน่วยย่อยการเรยี นรู้ จานวนช่วั โมง

1. บทนา 1. บทนา (8)
1.1 ฟิสิกส์ ปริมาณและหน่วยทางฟสิ ิกส์ 2

1.2 การทดลองในวิชาฟสิ ิกส์ 3
1.3 ปริมาณสเกลาร์และปรมิ าณเวกเตอร์ 3

2. การเคล่อื นท่ใี นหน่งึ มติ ิ 2. การเคล่อื นที่ในหน่ึงมิติ ( 12 )
2.1 การเคล่ือนทแ่ี ละปริมาณท่เี ก่ียวข้อง 6
2.2 การเคลอ่ื นท่ีกรณีที่มีความเร่งเปน็ คา่ คงตัว 6

3. แรง มวล และการเคลอ่ื นที่ 3. แรง มวล และกฎการเคล่ือนท่ี ( 18 )
6
3.1 แรง และกฎการเคลื่อนทข่ี องนิวตัน 6

3.2 กฎแรงดงึ ดดู ระหวา่ งมวลของนวิ ตัน จดุ 6
ศูนยก์ ลาง

มวล และจดุ ศนู ย์กลางความโน้มถ่วง
3.3 แรงเสียดทาน

หมายเหตุ

1. ปฐมนเิ ทศ และ ทาแบบทดสอบรวมก่อนเรียน 2 ชั่วโมง
2. สอบกลางภาคเรยี น 1 ชั่วโมง
3. สอบปลายภาคเรียน 1 ช่วั โมง
4. หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 บทนา 8 ชว่ั โมง
5. หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 การเคล่อื นที่ในหนึ่งและสองมิติ 12 ชั่วโมง
6. หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 แรง มวล และการเคลื่อนที่ 18 ชั่วโมง
7. หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 การเคลอื่ นที่แบบตา่ งๆ 18 ช่วั โมง

รวมเวลาทง้ั หมด 60 ชั่วโมง

16

การวดั ผลและประเมนิ ผล

17

การวดั ผลและประเมนิ ผล

การวัดผลการเรยี นรู้

1. การวดั ผลระหวา่ งเรยี น 60 คะแนน

2. การวดั ผลกลางภาคเรียน 20 คะแนน

3. การวดั ผลปลายภาคเรียน 20 คะแนน

4. รวมการวัดผลตลอดภาคเรยี น 100 คะแนน

การประเมินผลการเรียนรู้

1. เกณฑ์การตดั สนิ ผลการประเมินผล การเรียนรกู้ ล่มุ สาระการเรยี นรู้

ระดับผลการเรียน ความหมาย ชว่ งคะแนนเป็นร้อยละ

4 ดเี ย่ยี ม 80 – 100

3.5 ดีมาก 75 – 79

3 ดี 70 – 74

2.5 คอ่ นข้างดี 65 – 69

2 น่าพอใช้ 60 – 64

1.5 พอใช้ 55 – 59

1 ผา่ น 50 – 54

0 ตา่ กว่าเกณฑ์ 0 – 49

2. เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินผล การอา่ น คิดวเิ คราะห์ เขยี นสื่อความ

2.1ผลการประเมิน “ผา่ น” และ “ไมผ่ ่าน”

2.2เกณฑ์การตัดสนิ

ระดับคุณภาพ ความหมาย ชว่ งคะแนนเป็นร้อยละ

3 ดีเยยี่ ม 80 – 100

2 ดี 70 – 79

1 ผ่านเกณฑ์ 50 – 69

18

3. เกณฑ์การตัดสินผลการประเมนิ ผล คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

3.1ผลการประเมิน “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน”

3.2เกณฑ์การตดั สิน

ระดับคุณภาพ ความหมาย ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ

3 ดเี ย่ยี ม 80 – 100

2 ดี 70 – 79

1 ผา่ นเกณฑ์ 50 – 69

การคิดเวลาเรยี น

จานวน จานวน 60 % 80 % จานวน
หน่วยกิต ช่ัวโมงต่อ เวลาเรียน ของเวลา ของเวลา ช่ัวโมง
สปั ดาห์ เต็ม (ชม.) เรียนเต็ม เรยี นเต็ม ทขี่ าดได้
0.5 (ชม.) ตลอดปี
1.0 1 (ชม.)
1.5 2 16 4
2.0 3 20 12
2.5 4 32 8
3.0 5 40 24
6 48 12
60 36 64 16
80 48
80 20
100 60
96 24
120 72

เกณฑ์มาตรฐานการเรยี นรูช้ ่วงชั้นท่ี 4 ( จบการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน )
1. ผเู้ รยี นต้องเรียนรู้ตามกลุม่ สาระการเรยี นรู้ทั้ง 8 กลุ่ม ไดห้ นว่ ยกิตครบตามหลักสูตรที่สถานศึกษา

กาหนด และได้รับการตดั สินผลการเรียน ให้ได้ตามเกณฑ์ท่ีสถานศกึ ษากาหนด
2. ผู้เรยี นต้องผ่านการประเมินการอา่ น คิดวิเคราะห์ เขียนส่ือความหมาย ให้ได้ตามเกณฑ์ที่

สถานศกึ ษากาหนด
3. ผเู้ รยี นตอ้ งผา่ นการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ทส่ี ถานศกึ ษากาหนด
4. ผเู้ รยี นตอ้ งเขา้ ร่วมกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี นและผ่านการประเมนิ ตามเกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากาหนด

การตัดสินการเรยี นรู้ช่วงชัน้ ท่ี 4 ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 4 – 6
1. ผู้เรยี นต้องเรยี นรตู้ ามกลุม่ สาระการเรยี นร้ทู ั้ง 8 กลมุ่ ได้หนว่ ยกิตครบตามโครงสรา้ งทั้งรายวชิ า

พ้นื ฐานและ เพ่มิ เติม
2. ผูเ้ รยี นต้องผา่ นการประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์ เขียนส่ือความ ให้ได้รับ ผลการประเมนิ “ผา่ น”
3. ผ้เู รียนตอ้ งผ่านการประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงคห์ มาย ไดร้ บั ผลการประเมิน “ผ่าน”
4. ผเู้ รียนต้องเขา้ ร่วมกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นและได้รับการตัดสินผลการเรยี น “ ผา่ น” ทุกกิจกรรม

19

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1

เรื่อง

บทนา

20

แผนจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1

เรื่อง

วิชาฟสิ ิกส์ ปริมาณและหน่วยทางฟิสกิ ส์

21

รายวชิ า ฟสิ กิ สเ์ พ่ิมเติม ผลการเรียนทค่ี าดหวงั ที่ 1
รหสั วชิ า ว 31201 ช้ัน ม.4 แผนจัดการเรียนรูท้ ่ี 1 สัปดาห์ท่ี 1 – 2 คาบท่ี 3 –

เรือ่ ง บทนา 6

หัวข้อเรอ่ื ง วชิ าฟิสิกส์ ปริมาณและหนว่ ยทาง
ฟสิ ิกส์

สาระสาคญั

วิชาฟิสิกส์ เป็นวิชาวิทยาศาสตร์แขนงหน่ึง ที่ศึกษาหาความจริงของธรรมชาติที่เกี่ยวกับ
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆที่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เพ่ือนาไปสู่การสร้างสิ่งใหม่ๆมา
ช่วยในการแกป้ ัญหา และสร้างเคร่อื งอานวยความสะดวก ท่ีเรียกว่า เทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงนี้จะ
เกดิ ข้ึนมากน้อยต่างกัน หรือที่เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงปรมิ าณของส่ิงที่สังเกตน้นั อาจจะมวล น้าหนัก
พลังงาน ความดนั และ เวลา เป็นตน้ ปรมิ าณต่างๆ เราน้ี จะถูกแยกเปน็ ปริมาณฐานและ ปริมาณอนุ
พัทธ์ การกาหนดหน่วยของปรมิ าณตา่ งๆนี้ จึงตอ้ งกาหนดให้ความเขา้ ใจตรงกัน ท่ีเรยี กว่าระบบหน่วย
ระหวา่ งชาติ ( SI unit )

ผลการเรยี นที่คาดหวัง

สืบคน้ และอธบิ ายการคน้ หาความรทู้ างฟสิ ิกสป์ ระวตั คิ วามเป็นมารวมทง้ั พัฒนาการของหลกั การและ
แนวคิดทางฟิสกิ สท์ ี่มผี ลตอ่ การแสวงหาความร้ใู หม่และการพฒั นาเทคโนโลยี

ระหวา่ งชาติ ( SI unit )

เน้ือหา 1. วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ฟิสกิ ส์ และเทคโนโลยี
2. ปริมาณฐานและปรมิ าณอนุพทั ธ์
3. หนว่ ยในระบบระหว่างชาติ ( SI unit ) และคาอุปสรรค

กระบวนจัดการเรยี นรู้

1. ขนั้ สรา้ งความสนใจ
1.1 นักเรียนและครรู ่วมกันสนทนา เกีย่ วกบั เรอ่ื ง วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี คือ

อะไร เพ่ือนาไปสคู่ าถามที่วา่ “วิชา ( วทิ ยาศาสตร์ , ฟิสิกส์ , เคมี , ชีววิทยา และเทคโนโลยี ) เหมือน
หรือแตกตา่ งกันอยา่ งไร”

1.2 นกั เรียนตอบขอ้ ซกั ถามของครูว่า “วชิ า ( วิทยาศาสตร์ , ฟสิ ิกส์ , เคมี , ชีววิทยา
และเทคโนโลยี ) เหมอื นหรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร” ( ทงิ้ ชว่ งใหน้ ักเรยี นคดิ )

1.2 นักเรียนร่วมกันอภิปรายในแต่ละกลุ่ม พร้อมท้ังบันทึกความเห็นของกลุ่มในใบ
งาน 1.1 เฉพาะขอ้ 1 และขอ้ 2 (เปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นไดแ้ สดงความคิดเห็นโดยยังไมเ่ นน้ ถกู ผดิ )

1.3 ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอความเห็นของกลุ่ม ( ของแต่ละคนในกลุ่ม
โดยตัวแทนของกลุ่ม และขอ้ สรุปของกลุ่ม )

22

1.4 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ “วิชา ( วิทยาศาสตร์ , ฟิสิกส์ , เคมี ,
ชีววิทยา และเทคโนโลยี ) เหมอื นหรือแตกตา่ งกนั อย่างไร” แลว้ บันทึกลงในใบงาน 1.1

1.6 นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน จานวนข้อสอบ 10 ข้อ

1.7 แจ้งให้นักเรียนทราบว่า จะได้ศึกษาเกี่ยวกับ วิชาฟิสิกส์ ปริมาณและหน่วยทาง
ฟิสกิ ส์

2. ขน้ั สารวจและคน้ หา
2.1 นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ วิชาฟิสิกส์ ปริมาณและหน่วยทางฟิสิกส์ จาก

ใบความรู้ 1 พรอ้ มกบั ใบงาน 1.2 แล้วสรุปสาระสาคัญ บันทกึ ลงในสมุดจดบันทึกและตอบคาถาม
2.2 สมุ่ นกั เรียน 1 กล่มุ นาเสนอผลการสบื ค้นขอ้ มลู

3. ข้ันอธิบายและลงข้อสรปุ
3.1 นกั เรยี นนาขอ้ มลู จากข้นั การสืบค้น ขอ้ มูล มาอภปิ รายรว่ มกับครู
3.2 ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับวิชาฟิสิกส์ ปริมาณและหน่วยทางฟิสิกส์ เพ่ือให้

นกั เรียนสรปุ สาระสาคัญลงในสมดุ จดบนั ทกึ

4. ขั้นขยายความรู้
4.1 นักเรียนสนทนาซักถามครูและตอบคาถามว่า “ ค่าของตัวเลขท่ีบอกจานวนของ

ปรมิ าณ ท่ีเหมาะสมในการบันทึก ควรบันทึกเป็นจานวนตัวเลขก่หี ลัก อย่างไร” ( ทงิ้ ช่วงให้นกั เรียนคิด
) เพอ่ื นาไปสู่ เร่ือง การบนั ทกึ ตัวเลขทม่ี ปี รมิ าณมาก หรอื น้อย และคาอปุ สรรค

4.2 นักเรียนและครรู ่วมกันอภิปราย เก่ียวกับ การบันทึกตัวเลขที่มีปริมาณมาก หรือ
น้อย และคาอุปสรรค และตัวอย่างการบันทึกตัวเลขที่มีปริมาณมาก หรือน้อย และคาอุปสรรคจากใบ
ความรู้ 1

4.3 นกั เรียนรว่ มกันสบื คน้ แกป้ ัญหา ในใบงาน 1.3
4.4 นกั เรยี นทาแบบฝึกทักษะ 1
5. ขั้นประเมิน
5.1 นักเรียนเขียน Concept mapping เกี่ยวกับ วิชาฟิสิกส์ ปริมาณและหน่วย
ทางฟสิ ิกส์ ในใบกจิ กรรม 1
5.2 นักเรียนนา Concept mapping อภิปรายแลกเปลี่ยนกับเพ่ือนๆ และ
ประเมินผลงาน ให้กับเพ่อื น
5.3 นักเรียนที่เป็นเจ้าของผลงาน Concept mapping ท่ีได้รับการประเมินจาก
เพอื่ นมาอภปิ รายเก่ยี วกบั Concept ในงานน้นั โดยการสมุ่ จากครู
5.4 นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น

23

สือ่ การเรียนการสอน / แหล่งเรียนรู้

รายการสอื่ จานวน สภาพการใช้สอื่

1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 1 ชุด ใชข้ น้ั สร้างความสนใจ
2. ใบงาน 1.1 1 ชดุ ใช้ขน้ั สรา้ งความสนใจ

3. แบบฝึกทกั ษะ 1 1 ชดุ ใชข้ ยายความรู้

4. ใบความรู้ 1 1 ชดุ ใชอ้ ธิบายและลงข้อสรปุ
5. ใบงาน 1.2 1 ชุด ใชส้ ารวจและคน้ หา

6. ใบงาน 1.3 1 ชดุ ใชข้ ยายความรูแ้ ละลงข้อสรุป
7. ใบกจิ กรรม 1 1 ชุด ใช้ขัน้ ประเมินและลงข้อสรปุ
8. แบบทดสอบหลังเรียน 1 ชดุ ใชข้ ั้นประเมิน

การวัดผลและประเมนิ ผล

รายการวดั ผลและประเมนิ ผล เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ เกณฑผ์ า่ น

1. การวดั ผลคณุ ธรรม จติ พสิ ัย สงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี น -

2. การประเมินผลจากสภาพจรงิ ตรวจใบงาน 1.1 – 1.3 -
ตรวจแบบฝกึ ทักษะ 1 ร้อยละ 50 ข้ึนไป

ตรวจสมดุ จด -
ตรวจใบกิจกรรม 1 ระดับ 3 ข้ึนไป

3. การวดั ผลหลังเรียน แบบทดสอบรายจดุ ประสงค์ที่ 1 ร้อยละ 50 ข้นึ ไป

กิจกรรมเสริมทกั ษะหรือซอ่ มเสรมิ

รายการ วิธดี าเนินกิจกรรม

1. ปรับปรุง – แกไ้ ขข้อบกพรอ่ งของผเู้ รยี น 1. ครูควบคมุ ดแู ลใหอ้ ยู่ในกรอบระหว่างเรียน
2. ครคู อยเสริมหรอื แกไ้ ขเมื่อการอภิปรายของนกั เรียน
ไมส่ มบรู ณ์

3. ครูชแี้ จงข้อบกพร่องในการทากิจกรรม
4. ครเู ฉลยข้อสงสยั ท่นี กั เรยี นทาไม่ได้
5. สอนซ่อมเสริมนักเรียนทีไ่ มผ่ า่ นประเมินหลังเรยี น

2. สง่ เสรมิ ความรูค้ วามสามารถของผเู้ รยี น 1. ให้นักเรยี นทาชนิ้ งาน 1 ช้ินงาน

24

รายวชิ าฟิสิกส์เพ่มิ เติม แบบบนั ทกึ ผลหลงั สอน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4

รหัสวชิ า ว 31201 ผลการเรยี นท่คี าดหวังที่ 1 คาบท่ี 3 – 6
เรือ่ ง บทนา
หัวข้อเรอื่ ง วิชาฟสิ ิกส์ ปริมาณและหน่วยทางฟิสิกส์

1. ความเหมาะสมของแผนการสอน

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ ข้อเสนอแนะ
4321

1. จุดประสงค์การเรยี นรู้

2. เนื้อหาสาระ

3. กิจกรรมการเรยี นการสอน

4. สอื่ การสอน

5. การวัดผลประเมนิ ผล

6. ความสอดคล้อง ( ขอ้ 1 – 5 )

( 4 = มากท่ีสดุ , 3 = มาก , 2 = พอใช้ , 1 = ควรปรับปรงุ )

2. ผลการสอน

………………………………………………………………………………………...

……………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………

3. ปญั หา / อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………...…………………………………

…………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………….

4. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข

…………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………….………………………………………

……………………………………………………………

ลงชือ่ …………………….………..ผู้สอน
( นางสาวอาภาชนัญ ขอนศกั ด์ิ)
วนั ท่ี…....เดอื น………………………..พ.ศ………….

25

สอ่ื ประกอบ
แผนจัดการเรยี นรู้

26

รายวิชา ฟสิ ิกส์เพิ่มเติม แบบทดสอบ ผลการเรยี นทค่ี าดหวังท่ี 1

รหัสวิชา ว 30201 ( ก่อนเรียน – หลังเรียน ) ประกอบแผนจัดการเรียนรูท้ ่ี 1
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4
เวลา 15 นาที

จุดประสงค์ท่ี 1 สืบค้นขอ้ มูล วิเคราะห์ และอธิบาย เกยี่ วกับวิชาฟิสกิ ส์ และปริมาณทางกายภาย

หน่วยระบบระหว่างชาติ ( SI unit )

คาสงั่ จงเลอื กคาตอบทถี่ ูกตอ้ งลงในกระดาษคาตอบ

1. ความรู้ทางวิทยาศาสตรส์ ่วนใหญ่ไดม้ าจากการกระทาในขอ้ ใด

ก. การสังเกตปรากฏการณธ์ รรมชาติ ข. การทดลองในห้องปฏบิ ตั ิการ

ค. การสรา้ งแบบจาลองทางความคิด ง. ถูกทกุ ข้อ

2. ต่อไปนี้ข้อใดเปน็ ข้อมูลเชิงคณุ ภาพ

1. ลูกฟตุ บอลมลี ักษณะเป็นรูปทรงกลม

2. โต๊ะเรียนสูงจากพน้ื ประมาณ 80 เซนติเมตร

3. น้าตาลทรายขาวมีรสหวานกวา่ นา้ ตาลทรายแดง

คาตอบที่ถูก คือ

ก. ขอ้ 1 และ 2 ข. ขอ้ 2 และ 3 ค. ขอ้ 1 และ 3

ง. ขอ้ 1 2 และ 3

3. ตอ่ ไปน้ีข้อใดเปน็ ข้อมูลเชิงปริมาณ

1. เสอ้ื ผา้ สีเข้มเหมาะสาหรับคนอ้วน

2. นักเรียนเดนิ ทางจากบา้ นถึงโรงเรยี นใช้เวลา 20 นาที

3. วนั นอ้ี ากาศร้อนมาก วัดอณุ หภูมไิ ด้ 38 องศาเซลเซียส

คาตอบทถ่ี ูกคือ

ก. ขอ้ 1 และ 2 ข. ขอ้ 2 และ 3 ค. ขอ้ 1 และ 3

ง. ขอ้ 1 2 และ 3

4. จงพิจารณาข้อความต่อไปน้ี

1. มวล เวลา ความยาว เปน็ ปรมิ าณฐานท้ังหมด

2. ความเรง่ ความดนั พลังงาน เปน็ ปริมาณอนุพัทธ์ท้ังหมด

3. ความเรว็ ความถี่ อุณหภมู ิ เปน็ ปริมาณฐานทงั้ หมด

คาตอบที่ถูกคือ

ก. ข้อ 1 และ 2 ข. ข้อ 2 และ 3 ค. ขอ้ 1 และ 3

ง. ข้อ 1 2 และ 3

27

5. ตอ้ งการวัดความกว้างของกล่องดินสอ ควรใชเ้ ครื่องมือวดั ชนดิ ใด

ก. สายวดั ข. ไม้บรรทดั ค. เวอร์เนียร์ ง. ไมโครมิเตอร์

6. ระบบหน่วยระหว่างชาติ ( หนว่ ยเอสไอ ) ไดก้ าหนดหน่วยของเวลาตามข้อใด

ก. ช่วั โมง ข. วินาที ค. นาที ง. ถูกทุกข้อ

7. ข้อใดเขียนเปน็ ปรมิ าณ 250,000,000 เมตร ในรปู เลขยกกาลงั ไดถ้ ูกต้อง ง. 2.5000 x
ก. 2.5 x 108 เมตร ข. 2.50 x 108 เมตร ค. 2.500 x 108 เมตร
108 เมตร

8. มวล 34 กโิ ลกรัม มคี ่าเทา่ ใดในหนว่ ยไมโครกรมั
ก. 3.4 x 1010 g ข. 3.4 x 109 g ค. 3.4 x 108 g ง. 3.4 x 107 g

9. ปริมาตร 17 ลูกบาศก์เดซเิ มตร เท่ากับกล่ี ูกบาศก์เมตร
ก. 1.7 x 10- 6 m3 ข. 1.7 x 10- 4 m3 ค. 1.7 x 10- 3 m3 ง. 1.7 x 10- 1 m3

10. รถยนต์คนั หน่ึงวิ่งด้วยอัตราเรว็ 54 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เท่ากบั ก่ีเมตรต่อวนิ าที

ก. 10 m/s ข. 15 m /s ค. 20 m /s ง. 25 m

/s



28

รายวชิ า ฟสิ กิ ส์เพิ่มเติมและเพ่มิ เติม 1 เฉลยแบบทดสอบ ผลการเรยี นทค่ี าดหวงั ท่ี 1
รหสั วชิ า ว 30201 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ก่อนเรียน ประกอบแผนจัดการเรียนรทู้ ี่ 1
หลงั เรียน

เฉลยแบบทดสอบ

ก่อนเรยี นและหลังเรียน
ข้อ คาตอบ
1ง
2ค
3ข
4ก
5ข
6ข
7ก
8ก
9ง
10 ง

29

รายวชิ า ฟสิ กิ สเ์ พ่ิมเติม ใบความรู้ 1 แผนจัดการเรียนร้ทู ี่ 1
ใชป้ ระกอบแผนจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1
รหัสวชิ า ว 31201 ช้นั มธั ยมศึกษา
ปที ี่ 4

หวั ขอ้ เรอื่ ง วิชาฟสิ ิกส์ ปริมาณและหนว่ ยทางฟิสิกส์

1. ความหมายของวทิ ยาศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์ ( Science ) หมายถงึ การศึกษาหาความจริงเกีย่ วกับ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ

รอบๆตัวเรา ทั้งที่มชี วี ติ และไม่มชี ีวติ อย่างมีขั้นตอนและระเบียบแบบแผน วิทยาศาสตร์แบง่ ออกได้ดังน้ี

วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ พฤกษศาสตร์
สัตวศาสตร์

อื่น ๆ

วทิ ยาศาสตร์บริสุทธ์ิ

วทิ ยาศาสตร์กายภาพ ฟิ สิกส์
เคมี
วทิ ยาศาสตร์

วศิ วกรรมศาสตร์ อุตุนิยมวทิ ยา

ธรณีวทิ ยา
sทcฤieษnฎcตี e่าง)1ๆเปท. ็นาวงกวทิ าทิ ยรยศาาศึกศาษาสาสตหตราร์บค์ วเรวชิสาทิ น่มุทยจธากรศิ์ฎิงา(กใสหาpตมรuรเ่ๆคr์ปeลเรกือ่ ะีย่sนยวcทกุ กieต่ีขับnอ์ ปcงรนeาิวก)ตฏันหกราอแสกรือพ่ืนถฎณาทวขๆป์ธิทยอรัตศยงรยาาโมอสกศชหราตาสร์มรตมต์ ิ ศรทเ์ธาพฤรส่ือษรตนมฎราชีส์ ไามัปตพสิ ั(ท่กู nฎธภaเกtาอuณพื่นrฑขaๆlอ์แงละ

ของไอน์สไตน์ ทฤษฎีคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟ้าของแมกซเ์ วลล์ เปน็ ต้น วทิ ยาศาสตรบ์ รสิ ทุ ธิแ์ บ่งออกเปน็ 2

สาขาคือ

ก. วทิ ยาศาสตร์กายภาพ ( physical science ) ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกบั สิ่งไม่มชี วี ติ เชน่
ฟิสิกส์ เคมี ดาราศาสตร์ ธรณีวทิ ยา เป็นต้น

ข. วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ ( biological science ) ศึกษาค้นคว้าเก่ยี วกับส่ิงมีชีวิต เชน่

พฤกษศาสตร์ สัตวศาสตร์ เปน็ ต้น
2. วิทยาศาสตร์ประยุกต์ ( applied science ) เปน็ การนาความรูจ้ ากกฎเกณฑ์หรอื

ทฤษฎีของวิทยาศาสตรบ์ รสิ ทุ ธ์ิ มาประยกุ ต์เปน็ หลักการทางเทคโนโลยี เพือ่ นาไปใช้ใหเ้ กิดประโยชนแ์ ก่

สังคม เชน่ วศิ วกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ สถาปตั ยกรรมศาสตร์ เปน็ ตน้

30

2. การค้นควา้ หาความร้ทู างวทิ ยาศาสตร์
การค้นคว้าหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นการค้นคว้าหาความ

จรงิ จากปรากฎการณธ์ รรมชาติ ซ่งึ สามารถทาได้ 3 แนวทางคอื
1. จากการสังเกตปรากฏการณ์ธรรมชาติ
2. จากการทดลองในห้องปฏิบตั ิการ
3. จากการสร้างแบบจาลอง ( model ) ทางความคิด

3. ฟสิ กิ ส์
เป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนง่ึ ศึกษาธรรมชาตขิ องสิง่ ไม่มีชีวติ ซึง่ ได้แก่ การเปลยี่ นแปลงทาง

กายภาพและปรากฏการณต์ ่างๆ ท่ีเกิดข้นึ รอบตัวเรา การค้นคว้าหาความรทู้ างฟสิ ิกส์ทาได้โดยการ
สังเกต การทดลอง และการเกบ็ ข้อมลู มาวเิ คราะห์เพือ่ สรุปผลเปน็ ทฤษฎี หลักหรือกฎ ความร้เู หล่าน้ี
สามารถนาไปใช้อธบิ ายปรากฎการณธ์ รรมชาติ หรอื ทานายส่งิ ทอ่ี าจเกดิ ขึ้นในอนาคตและความรู้น้ี
สามารถนาไปใช้เปน็ พ้นื ฐานในการแสวงหาความรู้ใหม่เพ่ิมเตมิ และพฒั นาคุณภาพชีวิตของมนุษย์

ความสาคญั ของการศึกษาทางด้านฟสิ กิ ส์ คือข้อมลู ที่มผี ลต่อการเปลี่ยนแปลงกฎและทฤษฎีที่มี
อยเู่ ดมิ ข้อมลู ท่ีไดน้ แี้ บ่งออกเปน็ 2 ประเภท คอื

ข้อมูลเชิงคุณภาพ ( qualitative data ) เป็นข้อมูลท่ีไม่เป็นตัวเลข ได้จากการสังเกต
ตามขอบเขตของการรบั รู้ เช่น รูปรา่ ง ลกั ษณะ กล่ิน สี รส เปน็ ตน้

ขอ้ มูลเชิงปริมาณ ( quantitative data ) เป็นขอ้ มลู ที่เปน็ ตัวเลข ได้จากการวดั ปริมาณ
ต่างๆโดยใชเ้ คร่ืองมือวัดและวิธีการวดั ทถี่ กู ต้อง เชน่ มวล ความยาว เวลา อุณหภูมิ เปน็ ต้น

4. เทคโนโลยี

เป็นวิทยาการที่เกี่ยวขอ้ งกบั ศิลปะ ในการสร้าง การผลิต หรอื การใช้อปุ กรณ์ เพ่ือก่อให้เกิด

ประโยชนก์ ับมนษุ ย์โดยตรง

5. ปรมิ าณกายภาพ

ปริมาณกายภาพ ( physical quantity ) เป็นปริมาณทางฟิสิกส์ที่ได้จากข้อมูลเชิงปริมาณ

เช่น มวล แรง ความยาว เวลา อุณหภมู ิ เป็นตน้ ปรมิ าณกายภาพแบ่งออกเปน็ 2 ชนดิ คือ

1. ปริมาณฐาน ( base unit ) เปน็ ปรมิ าณหลกั ของระบบหน่วยระหว่างชาติ มี 7

ปรมิ าณ ดงั นี้

ปริมาณฐาน ชื่อหน่วย สัญลกั ษณ์

ความยาว เมตร m

มวล กิโลกรัม kg

เวลา วินาที s

กระแสไฟฟา้ แอมแปร์ A

อณุ หภมู ิอุณหพลวัติ เคลวนิ K

ปริมาณสาร โมล mol

ความเข้มของการส่องสวา่ ง แคนเดลา cd

2. ปริมาณอนพุ ัทธ์ ( derived unit ) เปน็ ปรมิ าณท่ไี ด้จากปริมาณฐานตั้งแต่ 2 ปริมาณ

ขึ้นไปมาสัมพนั ธ์กนั ดังตัวอย่างต่อไปนี้

31

ปรมิ าณอนุพัทธ์ ชอื่ หน่วย สัญลักษณ์ เทยี บเปน็ หนว่ ยฐาน

ความเร็ว เมตรต่อวนิ าที m/s และอนุพัทธอ์ ่ืน
1m
ความเรง่ เมตรต่อวนิ าที2 m /s2 1m/s = 1s

แรง นิวตนั N 1 m / s2 = 1m
งาน พลงั งาน จูล J 1s x 1 s
วัตต์ W 1 N = 1 kg. m /s2
กาลงั พาสคาล Pa
ความดัน เฮริ ตซ์ Hz 1 J = 1 N.m
ความถ่ี
1 W = 1 J /s

1 Pa = 1 N / m2

1 Hz = 1 s – 1

6. ระบบหน่วยระหวา่ งชาติ

ในสมยั กอ่ นหนว่ ยที่ใช้สาหรับวัดปรมิ าณต่างๆ มหี ลายระบบ เชน่ ระบบอังกฤษ ระบบ

เมตรกิ และระบบของไทย ทาใหไ้ ม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ดังน้นั ปจั จบุ นั หลายๆประเทศ รวมทั้ง

ประเทศไทยด้วยได้ใช้หนว่ ยสากลทเ่ี รยี กวา่ ระบบหนว่ ยระหว่างชาติ ( The Internation System

of Unit ) เรียกยอ่ ว่า ระบบเอสไอ ( SI Units ) ซึ่งประกอบดว้ ยหน่วยฐาน และหนว่ ยอนพุ ทั ธ์

ดังนี้

1. หนว่ ยฐาน ( base unit ) เป็นปรมิ าณหลกั ของระบบหน่วยระหวา่ งชาติ มี 7 ปรมิ าณ

ดังน้ี

ปรมิ าณฐาน ช่ือหนว่ ย สญั ลกั ษณ์

ความยาว เมตร m

มวล กิโลกรมั kg

เวลา วินาที s

กระแสไฟฟ้า แอมแปร์ A

อณุ หภมู ิอุณหพลวตั ิ เคลวิน K

ปรมิ าณสาร โมล mol

ความเขม้ ของการส่องสวา่ ง แคนเดลา cd

32

2. หน่วยอนพุ ทั ธ์ ( derived unit ) เป็นปริมาณท่ีไดจ้ ากปรมิ าณฐานตั้งแต่ 2 ปริมาณข้ึน

ไปมาสัมพันธ์กัน ดังตวั อยา่ งต่อไปนี้

ปรมิ าณอนุพทั ธ์ ช่ือหนว่ ย สญั ลักษณ์ เทียบเปน็ หนว่ ยฐาน
ความเรว็ เมตรตอ่ วนิ าที m/s
และอนุพทั ธ์อื่น
ความเรง่ เมตรตอ่ วนิ าที2 m /s2 1m
1m/s = 1s

1 m / s2 = 1m
1s x 1 s
แรง นวิ ตัน N 1 N = 1 kg. m /s2

งาน พลงั งาน จูล J 1 J = 1 N.m

กาลัง วตั ต์ W 1 W = 1 J /s

ความดัน พาสคาล Pa 1 Pa = 1 N / m2

ความถี่ เฮริ ตซ์ Hz 1 Hz = 1 s – 1

7. การบันทกึ ปรมิ าณท่ีมีคา่ มากหรอื น้อย

ผลท่ไี ด้จากการวดั ปริมาณทางวิทยาศาสตร์ บางคร้ังมคี า่ มากกว่าหรอื น้อยกวา่ 1 มากๆทา
ให้เกดิ ความยุ่งยากในการนาไปใชง้ าน ดังน้ัน การบนั ทึกปรมิ าณดงั กลา่ ว เพือ่ ใหเ้ กิดความสะดวกใน
การนาไปใชส้ ามารถทาได้ 2 วธิ ี คอื

7.1 เขยี นให้อยู่ในรปู ของจานวนเตม็ หนึง่ ตาแหน่ง ตามด้วยเลขทศนยิ ม แล้วคูณดว้ ย

เลขสบิ ยกกาลงั บวกหรือลบ ดงั น้ี จานวนเตม็ 1 ตาแหน่ง เท่ากบั จานวนตวั เลขหลงั จดุ

0.000 x10  n หรือตวั เลขระหวา่ งจดุ

ตัวอย่าง จงเขียนปรมิ าณต่อไปนใี้ นรปู เลขยกกาลงั

ก. 360,000,000 เมตร ข. 6,539,000 กโิ ลเมตร

ค. 0.00048 กิโลกรัม ง. 0.00127 วนิ าที

วิธที า ก. 360,000,000 เมตร = 360,000,000
= 3.6x108 เมตร

ข. 6,539,000 กิโลเมตร = 7,539,000
= 6.5x106 กิโลเมตร

ค. 0.00038 กิโลกรัม = 0.00038
= 3.8x10 – 4 กโิ ลกรัม

ง. 0.00117 วนิ าที = 0.00117
= 1.17x10- 5 วินาที

7.2 เขียนโดยใช้คา “อปุ สรรค ( prefix)”

33

คาอุปสรรค คือ คาที่ใชเ้ ติมหน้าหน่วย SI เพ่ือทาให้หนว่ ย SI ใหญ่ขน้ึ หรือเล็กลง ดัง

แสดงในตาราง

คาอุปสรรค สัญลกั ษณ์ ตวั พหคุ ณู คาอุปสรรค สญั ลักษณ์ ตวั พหคุ ณู

เทอรา T 10 12 พโิ ค P 10 -12

จกิ ะ G 10 9 นาโน n 10 - 9

เมกะ M 10 6 ไมโคร  10 – 6

กิโล k 10 3 มิลลิ m 10 – 3

เฮกโต h 10 2 เซนติ c 10 – 2

เดคา da 10 เดซิ d 10 - 1

ตวั อยา่ ง จงเขียนปรมิ าณตอ่ ไปน้ี โดยใชค้ าอุปสรรค

ก. ความยาว 12 กโิ ลเมตร ใหม้ หี นว่ ยเป็น เมตร

ข. มวล 0.00035 เมกะกรัม ใหม้ ีหนว่ ยเป็น มลิ ลกิ รัม

วธิ ีทา

ก. เปล่ียน กิโล  เมตร ข. เปลย่ี น เมกะ  กิโล  กรัม 

มลิ ลิ

= 12 x 10 3 = 0.00035 x 10 3 x 10 3 x

= 1.2 x 10 4 เมตร 10 3 = 0.00035 x 10 9

= ( 3.5 x 10 – 4 ) x 10 9

= 3.5 x 10 5 มลิ ลิกรมั

######################

34

รายวชิ า ฟิสิกส์เพ่ิมเตมิ แบบฝกึ ทักษะ 1 ผลการเรยี นท่คี าดหวงั ท่ี 1
รหสั วิชา ว 30201 คะแนน 5 คะแนน ใชป้ ระกอบแผนจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1
เวลา 5 นาที
ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4

เร่อื ง วิชาฟสิ กิ ส์ ปรมิ าณและหนว่ ยทางฟสิ ิกส์

ชื่อ..........................................................………………….. ชน้ั ม. 4 /......…. ……….เลขท่ี............….

1. สงั เกตหนว่ ยของปริมาณเหลา่ นแี้ ลว้ บอกวา่ เปน็ ปรมิ าณฐาน หรอื ปริมาณอนุพัทธ์

ชอ่ื ปริมาณ หนว่ ยปริมาณ ปรมิ าณฐาน หรอื ปรมิ าณอนพุ ัทธ์

1. อุณหภมู ิ เคลวิน ( K )

2. ความดนั นวิ ตันต่อตารางเมตร ( N/m2 )

3. เวลา วนิ าที ( s )

4. ความเรง่ เมตรต่อวินาทียกกาลงั สอง ( m /s2)

5. พลังงาน กโิ ลกรมั .(เมตร)2ตอ่ (วินาที)2 ( kg.m2 /s2

)

6. ปรมิ าณของสาร โมล ( mole )

2. จงเตมิ คา่ ใหถ้ ูกต้อง

1. ระยะทางจาก A ถงึ B 3 Mm = ………………………m
2. ความเรว็ แสง 3 x 108 m/s
= ……………………… Gm/s

3. หินก้อนหน่ึงมมี วล 80 kg = ………………………. g

4. พ้นื ท่ี 200 ( cm )2 = ………………………. m2
5. ถังนา้ ขนาด 5000 ( cm )3 = ………………………. m3

6. หนว่ ยความจาขนาด 2.56x108 B = ……………………… MB

7. เชอ้ื แบคทีเรยี ขนาด 0.002 m = ……………………… m

8. ลกู ฟุตบอลมีพลงั งาน 200 J ( จลู ) = ……………………… kJ

9. เวลา 2 ชั่วโมง ( hr ) = ……………………… s

10. รถยนตว์ ่งิ ด้วยขนาด 90 km/hr = ……………………… m/s

35

แผนจัดการเรียนรทู้ ่ี 2

เรือ่ ง

ปรมิ าณในทางฟิสิกส์

36

รายวิชา ฟิสิกสเ์ พม่ิ เติม ผลการเรียนทค่ี าดหวงั ท่ี 2
รหัสวชิ า ว 30201ช้ั น ม.4 แผนจัดการเรยี นรูท้ ี่ 2 สัปดาห์ท่ี 3 - 4 คาบที่ 9-

เรอ่ื ง บทนา 12

หัวข้อเร่ือง ปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์

สาระสาคัญ

ปรมิ าณทางกายภาพจะเป็นสิ่งทบี่ อกให้ทราบวา่ ส่งิ นัน้ มคี ่ามากหรือน้อยอยา่ งไร กส็ ามารถทจี่ ะเข้าใจ
แต่บางอย่างต้องมีการบอกเงื่อนไขอย่างอ่นื เพิ่มจงึ จะสามารถเขา้ ใจและทาไดถ้ ูกต้อง

ปรมิ าณท่บี อกเฉพาะขนาดแล้วเขา้ ใจในปรมิ าณน้นั ได้ถูกต้อง เรียกปรมิ าณนน้ั ว่า ปรมิ าณ สเกลาร์
เชน่ มวล เวลา เป็นต้น ปรมิ าณทตี่ ้องบอกท้ังขนาดและทิศทาง จงึ เข้าใจปรมิ าณนั้นได้ถกู ต้อง
เรียกปรมิ าณนนั้ วา่ ปริมาณเวกเตอร์ เช่น แรง น้าหนกั เปน็ ตน้ ดังนน้ั การรวมปรมิ าณ
เวกเตอรจ์ ึงต้องคานงึ ถงึ ทศิ ทางด้วย โดยหาเวกเตอร์ลัพธไ์ ด้ดว้ ยวธิ ีสร้างรปู และวธิ ีคานวณ(ใหไ้ ด้
ความถกู ต้องมากท่สี ุด )

ผลการเรยี นท่ีคาดหวงั
วดั และรายงานผลการวดั ปริมาณทางฟสิ กิ ส์ไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมโดยนาความคลาดเคล่อื นในการ

วัดมาพจิ ารณาในการนาเสนอผลรวมท้งั แสดงผลการทดลองในรปู ของกราฟวิเคราะห์และแปล
ความหมายจากกราฟเสน้ ตรง

เนื้อหา 1. ปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์
2. การรวมปรมิ าณเวกเตอร์

กระบวนจดั การเรยี นรู้

1. ขั้นสร้างความสนใจ
1.1 นักเรียนและครูร่วมกันสนทนา เก่ียวกับ คน 2 คนการออกแรงกระทาต่อโต๊ะ

เท่ากันพร้อมกัน โต๊ะจะเคล่ือนที่อย่างไร เพื่อนาไปสู่คาถามที่ว่า “ถ้า มีปริมาณ A มีขนาดเท่ากับ 21
หน่วย และ ปรมิ าณ B มีขนาดเทา่ กบั 13 หนว่ ย เม่ือเรารวมปริมาณท้ังสอง แลว้ มีขนาด 30 หน่วย
เปน็ ไปไดห้ รอื ไม่อยา่ งไร”

1.2 นักเรียนตอบข้อซักถามของครูว่า “ ถ้า มีปริมาณ A มีขนาดเท่ากับ 21 หน่วย
และ ปริมาณ B มีขนาดเท่ากับ 13 หน่วย เมื่อเรารวมปริมาณท้ังสอง แล้วมีขนาด 30 หน่วย
เปน็ ไปได้หรอื ไมอ่ ย่างไร” ( ทิ้งช่วงให้นักเรยี นคดิ )

1.3 นักเรียนร่วมกันอภิปรายในแต่ละกลุ่ม พร้อมท้ังบันทึกความเห็นของกลุ่มในใบ
งาน 3.1 เฉพาะข้อ 1 และขอ้ 2 (เปดิ โอกาสให้นักเรยี นไดแ้ สดงความคดิ เหน็ โดยยังไมเ่ นน้ ถกู ผิด)

37

1.4 ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอความเห็นของกลุ่ม ( ของแต่ละคนในกลุ่ม
โดยตัวแทนของกล่มุ และข้อสรุปของกล่มุ )

1.5 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ “ถ้า มีปริมาณ A มีขนาดเท่ากับ 21
หนว่ ย และ ปริมาณ B มขี นาดเทา่ กบั 13 หน่วย เม่อื เรารวมปรมิ าณทั้งสอง แล้วมีขนาด 30 หนว่ ย
เปน็ ไปได้หรอื ไม่อยา่ งไร” แล้วบันทกึ ลงในใบงาน 3.1

1.6 นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น จานวนข้อสอบ 10 ข้อ

1.7 แจ้งให้นักเรียนทราบว่า จะได้ศึกษาเก่ียวกับ ปริมาณสเกลาร์และปริมาณ

เวกเตอร์

2. ขน้ั สารวจและคน้ หา
2.1 นักเรียนสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับ ปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์ จากใบ

ความรู้ 3 พรอ้ มกบั ใบงาน 3.2 แลว้ สรปุ สาระสาคัญ บนั ทกึ ลงในสมดุ จดบนั ทึกและตอบคาถาม
2.2 สมุ่ นกั เรียน 1 กลุ่มเสนอผลการสืบค้นขอ้ มูล

3. ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรปุ
3.1 นกั เรยี นนาขอ้ มูลจากข้นั การสืบคน้ ข้อมลู มาอภปิ รายร่วมกบั ครู
3.2 ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับ ปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์ เพื่อให้นักเรียน

สรปุ สาระสาคญั ลงในสมดุ จดบันทึก

4. ขัน้ ขยายความรู้ ถ้า A เป็นปริมาณเวกเตอร์ มี
เวกเตอร์จะมีค่าเท่าใด ” ( ทิ้ง
ขนาด 18 4.1 นักBเรเียปน็นสปนรทิมนาาณซเักวถกาเตมอครร์ูแมลีขะนตาอดบค1า2ถาหมวน่า่วย“
หน่วย และ

ชว่ งให้นกั เรยี นคดิ ) เพือ่ นาไปสู่ การรวมเวกเตอร์

4.2 นกั เรยี นและครูรว่ มกันอภิปราย เกีย่ วกบั การรวมเวกเตอร์ จากใบความรู้ 3

4.3 นกั เรยี นร่วมกนั สบื คน้ แกป้ ัญหา ในใบงาน 3.3

4.4 นักเรียนทาแบบฝกึ ทักษะ 3

5. ขนั้ ประเมิน
5.1 นักเรียนเขียน Concept mapping เกี่ยวกับ ปริมาณสเกลาร์และปริมาณ

เวกเตอร์ ในใบกจิ กรรม 3
5.2 นักเรียนนา Concept mapping อภิปรายแลกเปลี่ยนกับเพ่ือนๆ และ

ประเมินผลงาน ใหก้ บั เพอ่ื น
5.3 นักเรียนท่ีเป็นเจ้าของผลงาน Concept mapping ท่ีได้รับการประเมินจาก

เพื่อนมาอภิปรายเกี่ยวกบั Concept ในงานนน้ั โดยการสุ่มจากครู
5.4 นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน

38

ส่อื การเรยี นการสอน / แหล่งเรียนรู้ จานวน สภาพการใชส้ ือ่
รายการส่อื 1 ชุด
1 ชุด ใช้ขน้ั สรา้ งความสนใจ
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
2. ใบงาน 3.1 1 ชุด ใช้ขัน้ สร้างความสนใจ

3. แบบฝึกทกั ษะ 3 1 ชุด ใชข้ ยายความรู้
1 ชุด ใชอ้ ธิบายและลงขอ้ สรุป
4. ใบความรู้ 3
5. ใบงาน 3.2 1 ชดุ ใช้สารวจและค้นหา
1 ชุด ใชข้ ยายความรูแ้ ละลงขอ้ สรุป
6. ใบงาน 3.3 1 ชดุ ใช้ขนั้ ประเมินและลงขอ้ สรปุ
7. ใบกิจกรรม 3 ใชข้ น้ั ประเมิน
8. แบบทดสอบหลงั เรียน

การวดั ผลและประเมนิ ผล เครื่องมือทใ่ี ช้ เกณฑผ์ า่ น
รายการวดั ผลและประเมินผล
สงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรยี น -
1. การวดั ผลคณุ ธรรม จติ พิสัย
2. การประเมินผลจากสภาพจริง ตรวจใบงาน 3.1 – 3.3 -
ตรวจแบบฝึกทักษะ 3 ร้อยละ 50 ข้ึนไป
3. การวดั ผลหลังเรยี น ตรวจสมุดจด
ตรวจใบกิจกรรม 3 -
ระดับ 3 ข้ึนไป
แบบทดสอบรายจุดประสงค์ที่ 3
ร้อยละ 50 ข้นึ ไป

กิจกรรมเสริมทักษะหรอื ซ่อมเสรมิ วิธดี าเนนิ กิจกรรม
รายการ
1. ครูควบคมุ ดูแลใหอ้ ยู่ในกรอบระหว่างเรียน
1. ปรบั ปรุง – แก้ไขข้อบกพร่องของผเู้ รียน 2. ครูคอยเสริมหรอื แกไ้ ขเมอื่ การอภิปรายของนกั เรียน

2. ส่งเสริมความร้คู วามสามารถของผู้เรยี น ไม่สมบูรณ์
3. ครูชแ้ี จงขอ้ บกพร่องในการทากิจกรรม
4. ครเู ฉลยขอ้ สงสยั ทน่ี ักเรยี นทาไม่ได้
5. สอนซอ่ มเสริมนกั เรียนท่ไี มผ่ ่านประเมินหลังเรยี น

1. ให้นักเรียนทาช้ินงาน 1 ชน้ิ งาน

39

รายวิชาฟสิ ิกสเ์ พิม่ เติม แบบบนั ทกึ ผลหลงั สอน ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4

รหัสวชิ า ว 30201 ผลการเรยี นท่คี าดหวังท่ี 2 คาบที่ 9-12
เร่ือง บทนา
หวั ข้อเรือ่ ง ปรมิ าณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์

1. ความเหมาะสมของแผนการสอน

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ ข้อเสนอแนะ
4321

7. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

8. เน้อื หาสาระ

9. กจิ กรรมการเรยี นการสอน

10.สอ่ื การสอน

11.การวดั ผลประเมนิ ผล

12.ความสอดคล้อง ( ขอ้ 1 – 5 )

( 4 = มากทส่ี ดุ , 3 = มาก , 2 = พอใช้ , 1 = ควรปรับปรุง )

2. ผลการสอน

………………………………………………………………………………………...

……………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………

3. ปญั หา / อปุ สรรค

…………………………………………………………………………………………...…………………………………

…………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………….

4. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข

…………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………….

ลงชื่อ…………………….………..ผสู้ อน
( นางสาวอาภาชนัญ ขอนศักดิ์ )
วันที่…....เดือน………………………..พ.ศ………….

40

สอ่ื ประกอบ
แผนจัดการเรยี นรู้

41

รายวิชา ฟสิ กิ สเ์ พิ่มเตมิ ใบความรู้ 2 ผลการเรียนทค่ี าดหวังท่ี 2
รหัสวชิ า ว 30201 ชัน้ ม.4 ใช้ประกอบแผนจัดการเรยี นรู้ท่ี 2

หัวขอ้ เรือ่ ง ปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์

ปรมิ าณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์

ในการศึกษาปริมาณต่างๆในวิชาฟิสิกส์ พบว่าปริมาณเหล่านี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

ปริมาณสเกลาร์ และปรมิ าณเวกเตอร์

1. ปรมิ าณสเกลาร์ ( Scalar quantity ) คือ ปริมาณท่บี อกแตข่ นาดอย่างเดยี วกไ็ ด้ความหมาย

สมบูรณ์ ไม่ต้องบอกทิศทาง เช่น ระยะทาง มวล เวลา ปริมาตร ความหนาแน่น งาน พลังงาน

ฯลฯ การหาผลลพั ธ์ของปริมาณสเกลาร์ กอ็ าศยั หลกั ทางพีชคณติ คือ การบวก ลบ คณู หาร

2. ปริมาณเวกเตอร์ ( Vector quantity ) คอื ปริมาณท่ีต้องบอกทั้งขนาดและทิศทางจึงจะ

ได้ความหมายสมบูรณ์ เช่น การกระจัด ความเร็ว ความเร่ง แรง โมเมนตัม ฯลฯ การหาผลลัพธ์

ของปรมิ าณเวกเตอร์ ต้องอาศัยวิธีการทางเวกเตอรโ์ ดยต้องหาผลลพั ธท์ ้ังขนาดและทิศทาง

2.1 สัญลักษณ์ของปริมาณเวกเตอร์ แทนด้วยลูกศร ความยาวของลูกศรแทนขนาด หัว

ลูกศรแทนทิศทาง และเขียนตวั อักษรทีม่ ลี ูกศรครึ่งอยู่บนตัวอักษร ดงั ต่อไปนี้

A B 3 หนว่ ย 3 หนว่ ย C

2 หนว่ ย 

โดย เวกเตอร์ ACB รูป 1. แสดงเวกเตอร์ A , B และ C
เวกเตอร์ มีขนาด 2 หนว่ ย ไปทางทิศตะวันออก
มีขนาด 3 หน่วยไปทางทศิ เหนือ
เวกเตอร์
มีขนาด 3 หนว่ ย ทามมุ  กบั แนวระดับ

2.2 เวกเตอรท์ เี่ ทา่ กนั เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ เท่ากัน เม่ือมีขนาดเท่ากันและมที ิศไปทาง

เดยี วกนั ดังรูป 2. A D3 หนว่ ย C = D
A = B 22 หหนนวว่่ ยย
แสดงเวกเตอร์ทีเ่ ท3่าหกนันว่ ยC
B รูป 2.

2.3 เวกเตอร์ตรงข้ามกัน เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ ตรงข้ามกัน เมื่อมีขนาดเท่ากัน แต่มีทิศ

ทางตรงข้ามกัน ดังรูป 3. A C ตรงข้ามกบั D

A ตรงข้ามกบั B 22 หหนนวว่่ ยย D 3 3 หนว่ -ยD
A = - B B หนว่ ย
ห- Bนว่ ยรปู แสดงเวกเตอรต์ รง3ขหา้ นมว่กยันC
2 3.

C = - D

42

2.4 การบวกลบเวกเตอร์

การบวก ลบ ปรมิ าณเวกเตอร์ หรือการหาเวกเตอรล์ ัพธ์ สามารถทาได้ 2 วิธคี อื

2.4.1 วิธีการเขยี นรูป โดยวิธีหางตอ่ หวั เวกเตอร์ลพั ธ์ทไ่ี ด้ จะมขี นาดและทิศจาก

หางเวกเตอรต์ วั แรก ถึงหัวลกู ศรเวกเตอร์ตัวสุดท้าย ดงั ตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอยา่ ง กาหนดให้

A B C D

1. จงหาเวกเตอรล์ ัพธ์ จาก A + B + C + D D C - D
A
B C R = A - B + C - D
- B
R = A + B + C + D

2. จงหาเวกเตอรล์ ัพธ์ จาก A - B + C - D

3. จงหาเวกเตอรล์ ัพธ์ จาก B - C + D - A B A
R = B - C + D - A - C

D

- A

2.4.2 วิธีการคานวณ การใช้วิธีคานวณในการหาเวกเตอร์ลัพธ์ ก็เพ่ือคาถูกต้อง
แน่นอนกว่า การหาเวกเตอร์ลัพธ์โดยวิธีสร้างรูป เพราะ การสร้างรูป ถ้าลากความยาวหรือทิศลูกศร
คลาดเคลอื่ นเพียงเลก็ นอ้ ย ผลของเวกเตอร์ลพั ธ์จะผดิ ไปจากเดิม

การหาเวกเตอร์ลัพธ์โดยวธิ คี านวณหาได้ดังนี้
ในกใรหณ้ ีนAจี้ ะแพลจิ ะารBณาเทวากมเตุมอร์เพซยี ึ่งงกั2นแเลวกะเกตันอดรเ์ังทร่าูปน้นัเวกเตอร์ลัพธ์ ( R ) จะมีขนาดเท่าใด
และมที ศิ อยา่ งไร

B
A 

วธิ ีคิด เพ่ือหาสมการที่ใช้ในการคานวณ เรม่ิ จากการสร้างรปู

R B y B รูป 1. แยก B เพ่ือหาขนาดเวกเตอร์ลพั ธ์ R
A  B x

43

จาก RR = AA + BB X B Y , เวกเตอร์ B มีองคป์ ระกอบคือ B X , B Y
จะได้ = +
+

R B B sin  รูป 2. เวกเตอร์ลพั ธ์ R หาได้โดยใช้กฎพิทาธอรัส

A B cos 

จากกฎของพิทาธอรัส หาขนาดของเวกเตอร์ จะได้

R = ( A  B cosθ )2  ( Bsinθ )2

R = A2  2AB cosθ  B2cos2θ  B2sin2θ

R = A2  2AB cosθ  B2 ( cos2θ  sin2θ)

แต่ cos2 + sin2 = 1 , R = A2  2AB cosθ  B2

ดงั น้ัน สมการทวั่ ๆไปในการหาคา่ ขนาดของเวกเตอรล์ ัพธ์ จากเวกเตอร์ 2 เวกเตอรร์ วมกัน จะได้

R = A2  B2  2AB cosθ ******

หาทิศทางของเวกเตอรล์ พั ธ์ R จากรูป ด้านลา่ งน้ี เวกเตอร์ลัพธ์ R จะมที ิศทามุม  กับแนวระดับ

R B B sin 

A 
B cos 
การหาทิศของเวกเตอร์ลพั ธ์ R คือ การหาคา่ มมุ 

จาก tan  = ดา้ นขา้ มมมุ
ดา้ นชดิ มุม
B sinθ
จะได้ tan  = A  B cosθ
*****

44

ตวั อยา่ ง จงหาเวกเตอร์ลัพธ์ จาก A มีขนาด 4 หนว่ ย และ B มีขนาด 3 หน่วย โดย
เวกเตอรท์ ง้ั สองทามมุ ระหวา่ งกันดังนี้ 0 องศา , 60 องศา , 90 องศา และ 180 องศา
ตามลาดับ โดยวิธีสร้างรปู และ วิธคี านวณ
วธิ ีทา A ขนาด 4 หนว่ ย และ B ขนาด 3 หน่วย ทามุมระหว่างกัน 0 องศา

สรา้ งรูป B A ขนาด 4 หนว่ ย และ B ขนาด 3 หนว่ ย
A R ขนาด 7 หนว่ ย

คานวณ จากสมการท่วั ไป R = A2  B2  2AB cosθ , จะได้  = 0 องศา
2AB +B2
จะได้ R = A2  B2  2AB cos 0 , cos 0 = 1
แทนค่า
R = A2  B2  2AB , ( A + B )2 = A2 +

R = (AB)2

R = A+ B
R = 4 + 3 = 7 หน่วย

A ขนาด 4 หน่วย และ B ขนาด 3 หนว่ ย ทามุมระหว่างกนั 60 องศา

สร้างรูป B R 60 B ขนาด 3 หนว่ ย
60 A ขนาด 4 หนว่ ย

A

คานวณ จากสมการทวั่ ไป R = A2  B2  2AB cosθ , จะได้  = 60 องศา
1
แทนค่า R= A2  B2  2AB cos 60 , cos 60 = 2

R= 42  32  2 ( 4 ) ( 3)( 1 )
2
R = 16  9 12
R = 37

R = 6.08 หน่วย

45

A ขนาด 4 หน่วย และ B ขนาด 3 หน่วย ทามุมระหวา่ งกนั 90 องศา

สรา้ งรปู R B ขนาด 3 หนว่ ย
B
90 90
A A ขนาด 4 หนว่ ย

คานวณ จากสมการทว่ั ไป R = A2  B2  2AB cosθ , จะได้  = 90 องศา

แทนคา่ R = A2  B2  2AB cos 90 , cos 90 = 0

R = A2 B2

R = 42  32
R = 16  9
R = 25

A ขนาด 4 หนว่ ย R =B 5 หนว่ ย ทามุมระหว่างกนั 180 องศา
และ ขนาด 3 หน่วย

สร้างรูป B A ขนาด 4 หนว่ ย และ B ขนาด 3 หนว่ ย
คานวณ A R ขนาด 1 หนว่ ย
+B2
จากสมการท่ัวไป R = A2  B2  2AB cosθ , จะได้  = 180 องศา

R = A2  B2  2AB cos180 , cos 180 = -1

R = A2  B2  2AB , ( A - B )2 = A2 - 2AB

จะได้ R = (AB)2
แทนคา่
R = A- B
R = 4 - 3 = 1 หน่วย

จากตัวอยา่ งขา้ งบนนี้สรปุ เก่ียวกับขนาดของเวกเตอร์ลัพธไ์ ดว้ า่
1. เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ มีทศิ ไปทางเดยี วกนั จะทามุมระหวา่ งกนั …0.. องศา
ขนาดเวกเตอรล์ ัพธ์ จะได้จากการเอาขนาดมารวมกัน ( R = A + B )

2. เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ มีทศิ ตรงข้ามกัน จะทามมุ ระหวา่ งกัน …180.. องศา
ขนาดเวกเตอร์ลัพธ์ จะได้จากการเอาขนาดมาลบกนั ( R = A - B )

46

3. เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ มที ิศทามมุ ระหว่างกัน  องศา
ขนาดเวกเตอร์ลพั ธ์ จะได้จากสมการ R = A2  B2  2AB cosθ

4. เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ มที ิศทามมุ ระหว่างกนั 90 องศา
ขนาดเวกเตอรล์ พั ธ์ จะไดจ้ ากสมการ R = A2  B2

47

รายวิชา ฟิสิกสเ์ พ่มิ เติม แบบทดสอบ ผลการเรียนทีค่ าดหวงั ที่ 2
รหัสวชิ า ว 30201 ( ก่อนเรียน – หลงั เรียน ) ประกอบแผนจัดการเรยี นรู้ที่ 2
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 เวลา 15 นาที

ผลการเรียนที่คาดหวังท่ี 3 สบื ค้นขอ้ มลู อภิปราย และคานวณเกีย่ วกบั ปริมาณสเกลาร์และ
ปรมิ าณเวกเตอร์
คาส่ัง จงเลือกคาตอบที่ถูกตอ้ งลงในกระดาษคาตอบ

โจทย์ จงพิจารณากลุม่ ปริมาณตอ่ ไปน้ี ใช้ตอบคาถามข้อ 1 - 2

ก. อตั ราเร็ว ความเร่ง สนามโนม้ ถ่วง ข. ความเรว็ มวล เวลา

ค. แรง น้าหนัก ความดนั ง. ระยะทาง พื้นท่ี ปริมาตร

1. จงพิจารณาขอ้ ต่อไปนข้ี ้อใดเปน็ ปรมิ าณสเกลาร์

ก. ขอ้ ก. ข. ข้อ ข. ค. ข้อ ค. ง. ขอ้ ง.

2. จงพจิ ารณาข้อต่อไปนี้ข้อใดเปน็ ปริมาณเวกเตอร์

ก. ข้อ ก. ข. ขอ้ ข. ค. ข้อ ค. ง. ข้อ ง.

3. จงพจิ ารณาข้อความต่อไปน้ี

1. วัตถุ A มวล 6 กิโลกรัม และ วัตถุ B มวล 8 กิโลกรมั มวลรวมบนโลกเทา่ กับ 14 กิโลกรัม

แตม่ วลรวมในสภาพไร้น้าหนักจะมีคา่ เปน็ 0 กิโลกรมั

2. นายแดงเดนิ ไปทางทศิ ตะวันออก 200 เมตร แลว้ เดนิ ย้อนกลับมาทางทิศตะวันตก 150 เมตร

นายแดงอยจู่ ากจดุ เรมิ่ ต้น 50 เมตร ระยะ 50 เมตรนี้เปน็ ขนาดของปรมิ าณสเกลาร์

ขอ้ ความใดถูกต้อง

ก. ข้อ 1 และ ข้อ 2 ถูก ข. ข้อ 1 เทา่ น้ัน ค. ขอ้ 2 เท่าน้ัน ง. ข้อ

1 และ ขอ้ 2 ผิด

4. DBACจจาา-+กก+-เรวACBูปBกขเ++ต้อ++ใอดBDCรAก์ +ล+-A่า-ADวCDถ,กู ตB====้อง,0000C D C
ก.
ข. , D , E และ F A B
ค. D C
ง.
5. E F B
A
ขงคขก..อ้.. ใFBACดให====้ควาDBCCมส+++ัม+พEFันFDธไ์ ด้ถกู ต้อง

48

6E. แเวลกะเตFอรท์ ่เีEปน็ ขไนปาไดม่ไ8ด.้ 0 หนว่ ย , เวกเตอร์ F ขนาด 6.0 หนว่ ย จงหาขนาดของเวกเตอร์ลพั ธ์ของ

ก. 15.0 หน่วย ข. 13.5 หนว่ ย ค. 7.5 หนว่ ย ง.

2.0 หนว่ ย

7. เวกเตอร์ขนาด 5 หน่วย และ 2 หนว่ ย ทามมุ ระหวา่ งกนั 37 องศา จงหาขนาดของเวกเตอรล์ ัพธ์
4
ของเวกเตอรท์ ้ังสอง ( cos 37 = 5 )

ก. 4 5 หนว่ ย ข. 3 5 หน่วย ค. 2 5 หน่วย ง.
5 หนว่ ย

8. นางสาวสม้ เดนิ ไปทางทิศตะวันตก 20 เมตร แลว้ เดินยอ้ นกลับไปทางทิศตะวันออก 12 เมตร จง

หาระยะทาง และการกระจดั ของนางสาวสม้ มีขนาดเทา่ ใด

ก. 32 , 8 เมตร ตามลาดับ ข. 8 , 32 เมตร ตามลาดบั

ค. 20 , 12 เมตร ตามลาดับ ง. 12 , 20 เมตร ตามลาดับ

9. สมนกึ เดินจากบ้านไปทางทิศเหนอื ถงึ บา้ นสมเดชได้ระยะทาง 400 เมตร แลว้ เดินตอ่ ไปบา้ น

สมหวงั ไปทางทิศตะวนั ตกไดร้ ะยะทาง 300 เมตร อยากทราบว่าบ้านสมนึกห่างจากบ้านสมหวังใกล้

สดุ กี่เมตร

ก. 700 เมตร ข. 500 เมตร ค. 200 เมตร ง. 100 เมตร

10. เมอื่ เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ ทามมุ ตา่ งๆกัน ผลรวมของเวกเตอร์ลัพธต์ า่ สดุ 1 หนว่ ย และสูงสดุ 7

หน่วย ผลรวมของเวกเตอรท์ ั้งสองเมื่อตง้ั ฉากกันจะมีคา่ เท่าใด

ก. 6 หน่วย ข. 5 หน่วย ค. 4 หน่วย ง. 3 หน่วย

49

รายวิชา ฟิสกิ ส์เพิ่มเตมิ ใบความรู้ 2 ผลการเรียนที่คาดหวังท่ี 2
รหสั วิชา ว 30201 ช้นั ม.4 ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรูท้ ่ี 2

หัวขอ้ เรื่อง ปรมิ าณสเกลารแ์ ละปริมาณเวกเตอร์

ปริมาณสเกลาร์และปรมิ าณเวกเตอร์

ในการศึกษาปริมาณต่างๆในวิชาฟิสิกส์ พบว่าปริมาณเหล่านี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

ปริมาณสเกลาร์ และปริมาณเวกเตอร์

1. ปรมิ าณสเกลาร์ ( Scalar quantity ) คือ ปรมิ าณที่บอกแตข่ นาดอย่างเดยี วก็ไดค้ วามหมาย

สมบูรณ์ ไม่ต้องบอกทิศทาง เช่น ระยะทาง มวล เวลา ปริมาตร ความหนาแน่น งาน พลังงาน

ฯลฯ การหาผลลัพธข์ องปริมาณสเกลาร์ กอ็ าศัยหลกั ทางพีชคณติ คอื การบวก ลบ คูณ หาร

2. ปริมาณเวกเตอร์ ( Vector quantity ) คอื ปริมาณที่ต้องบอกทั้งขนาดและทิศทางจึงจะ

ได้ความหมายสมบูรณ์ เช่น การกระจัด ความเร็ว ความเร่ง แรง โมเมนตัม ฯลฯ การหาผลลัพธ์

ของปริมาณเวกเตอร์ ต้องอาศยั วิธีการทางเวกเตอร์โดยต้องหาผลลัพธท์ ้งั ขนาดและทิศทาง

2.1 สัญลักษณ์ของปริมาณเวกเตอร์ แทนด้วยลูกศร ความยาวของลูกศรแทนขนาด หัว

ลูกศรแทนทิศทาง และเขียนตวั อักษรทมี่ ลี ูกศรครึง่ อยบู่ นตัวอักษร ดงั ตอ่ ไปน้ี

A B 3 หนว่ ย 3 หนว่ ย C

2 หนว่ ย 

โดย เวกเตอร์ ACB รปู 1. แสดงเวกเตอร์ A , B และ C
เวกเตอร์ มีขนาด 2 หน่วย ไปทางทศิ ตะวันออก
มขี นาด 3 หน่วยไปทางทิศเหนือ
เวกเตอร์
มขี นาด 3 หนว่ ย ทามมุ  กับแนวระดบั

2.2 เวกเตอรท์ ่ีเท่ากนั เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ เท่ากนั เม่ือมขี นาดเท่ากนั และมที ิศไปทาง

เดียวกนั ดงั รปู 2. A D3 หนว่ ย C = D
A = B 22 หหนนวว่่ ยย
แสดงเวกเตอร์ทีเ่ ท3่าหกนันว่ ยC
B รูป 2.

2.3 เวกเตอร์ตรงข้ามกัน เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ ตรงข้ามกัน เมื่อมีขนาดเท่ากัน แต่มีทิศ

ทางตรงขา้ มกัน ดงั รปู 3. A C ตรงข้ามกบั D

A ตรงข้ามกบั B 22 หหนนวว่่ ยย D 3 3 หนว่ -ยD
A = - B B หนว่ ย
ห- Bนว่ ย 3 หนว่ ยC
2

C = - D

50

รปู 3. แสดงเวกเตอร์ตรงขา้ มกัน

2.4 การบวกลบเวกเตอร์

การบวก ลบ ปรมิ าณเวกเตอร์ หรือการหาเวกเตอร์ลพั ธ์ สามารถทาได้ 2 วิธคี ือ

2.4.1 วิธกี ารเขียนรปู โดยวิธีหางต่อหัว เวกเตอร์ลพั ธ์ทีไ่ ด้ จะมขี นาดและทิศจาก

หางเวกเตอรต์ ัวแรก ถงึ หวั ลกู ศรเวกเตอร์ตัวสดุ ท้าย ดังตวั อย่างตอ่ ไปนี้

ตวั อยา่ ง กาหนดให้

A B C D

1. จงหาเวกเตอรล์ ัพธ์ จาก A + B + C + D D C - D
A
B C R = A - B + C - D
- B
R = A + B + C + D

2. จงหาเวกเตอรล์ ัพธ์ จาก A - B + C - D

3. จงหาเวกเตอร์ลัพธ์ จาก B - C + D - A B A
R = B - C + D - A - C

D

- A

2.4.2 วิธีการคานวณ การใช้วิธีคานวณในการหาเวกเตอร์ลัพธ์ ก็เพื่อคาถูกต้อง
แน่นอนกว่า การหาเวกเตอร์ลัพธ์โดยวิธีสร้างรูป เพราะ การสร้างรูป ถ้าลากความยาวหรือทิศลูกศร
คลาดเคล่อื นเพียงเล็กน้อย ผลของเวกเตอร์ลพั ธจ์ ะผิดไปจากเดิม

การหาเวกเตอรล์ พั ธโ์ ดยวธิ คี านวณหาไดด้ ังน้ี
ในกใรหณ้ นีA้ีจะแพลจิ ะารBณาเทวากมเตุมอร์เพซีย่ึงงกั2นแเลวกะเกตันอดร์เังทราู่ปน้ันเวกเตอร์ลัพธ์ ( R ) จะมีขนาดเท่าใด
และมที ิศอยา่ งไร

B
A 


Click to View FlipBook Version