The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กถาพัฒนากร เล่มที่ 3 ปี พ.ศ.2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศพช ลําปาง, 2023-10-10 05:27:04

กถาพัฒนากร เล่มที่ 3

กถาพัฒนากร เล่มที่ 3 ปี พ.ศ.2562

Keywords: ห้องสมุด,ศพช.ลำปาง,กรมการพัฒนาชุมชน,พช.

Developer Matter ชื่อเสียง เกียรติคุณ การยอมรับ ความสำเร็จ ของกรมการพัฒนาชุมชน ลวนเกิดจากตัวเรา พัฒนากร กถา พัฒนากร


Developer Matter ชื่อเสียง เกียรติคุณ การยอมรับ ความสำเร็จ ของกรมการพัฒนาชุมชน ลวนเกิดจากตัวเรา พัฒนากร กถา พัฒนากร


กถา พัฒนากร บรรณาธิการ นิรันดร์จงวุฒิเวศย์, Ph.D. ชนมณัฐ รอดบุญธรรม ปีที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งแรก กรกฎาคม 2537 จ�ำนวน 8,000 เล่ม พิมพ์ครั้งที่สอง มิถุนายน 2550 จ�ำนวน 33,500 เล่ม พิมพ์ครั้งที่สาม กันยายน 2562 จ�ำนวน 8,000 เล่ม จัดพิมพ์โดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พิมพ์ที่ บริษัท ดิเอส์ท จ�ำกัด ข้อมูลทางบรรณานุกรมหอสมุดแห่งชาติ นิรันดร์จงวุฒิเวศย์, Ph.D. กถาพัฒนากร. 2562. กรมการพัฒนาชุมชน : กรุงเทพฯ 200 หน้า ค�ำส�ำคัญ 1. พัฒนากร 2. การพัฒนาชุมชน ISBN : 978-974-423-162-8


“ขอบใจมากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยท�ำงานในหมู่บ้านชนบท และต้องประสบ ปัญหาต่างๆ มากมายขอให้ช่วยกันพัฒนาคนให้มีความฉลาดสามารถช่วยตัวเอง ได้ในการแนะน�ำส่งเสริมอาชีพ หรือให้ค�ำแนะน�ำเรื่องต่างๆ ต้องท�ำให้บ่อยๆ ไม ่ใช ่พูดหรือท�ำหนเดียวเพราะชาวบ้านมีประเพณีความเคยชินมานาน และเมื่อแนะน�ำให้ท�ำอะไรได้แล้วต้องช่วยให้เขาขายได้ด้วย มิฉะนั้น เขาจะเสื่อม ศรัทธาไม่เชื่อถือท�ำต่อไป พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่พัฒนากร ในวโรกาสเสด็จไปทรงกระท�ำพิธี เปิดเขื่อนและการพลังงานไฟฟ้า แม่น�้ำพุง จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่14 พฤศจิกายน 2508 ขอให้ช่วยกันแนะน�ำชาวบ้านราษฎรให้ขยันขันแข็ง มีความฉลาดสร้างความมั่นคง ให้แก่ครอบครัว ท�ำงานหารายได้และเก็บออมไว้เมื่อถึงคราวจ�ำเป็น ซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งของการประกันสังคม การสร้างความมั่นคงเป็นปึกแผ่นแก่ครอบครัว ชนบท เป็นการป้องกันประเทศชาติด้านหนึ่ง อย่าเข้าใจว่าการป้องกันประเทศ ชาติเป็นหน้าที่ของทหารเช ่นสมัยก ่อน ความมั่นคงของประชาชนชนบท เป็นส่วนที่จะสร้างชาติและป้องกันประเทศอย่างดีขอบใจขอให้สบายดีโชคดีทุกคน และมีความส�ำเร็จในการงาน” พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร


ค�ำน�ำ การท�ำงานพื้นฐานของพัฒนากรเป็นการท�ำงานที่ยึดหลักการพัฒนาชุมชน ส�ำหรับ วิธีการท�ำงาน โครงการ/กิจกรรมพัฒนาชุมชน จะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ สภาพสังคม เศรษฐกิจ ปัญหาความต้องการของประชาชน และแนวนโยบายของรัฐบาล “กถาพัฒนากร”เป็นคัมภีร์ในการท�ำงานส�ำหรับเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ซึ่งจัดพิมพ์ มาแล้ว จ�ำนวน 2 ครั้ง ดังนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด กรมการพัฒนาชุมชน จึงได้ปรับปรุง “กถาพัฒนากร” ให้มีเนื้อหาเป็นปัจจุบัน กล่าวคือ น�ำเสนอแนวคิดและหลักการในส่วนต้น เนื้อหาเชิงกระบวนการในส่วนกลาง และวิธีการเฉพาะเป้าหมายในส่วนท้าย โดยได้ปรับปรุงแก้ไขวิธีการเฉพาะเป้าหมาย ให้สอดคล้องกับสถ านก า รณ์ปัจจุบัน เพื่อให้พัฒน าก รส าม า รถท�ำงาน อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และบรรลุจุดหมายที่พึงประสงค์คือ การขับเคลื่อนพลัง ประชาชนไปสู่เป้าหมาย เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง และชุมชนพึ่งตนเองได้ กรมการพัฒนาชุมชน (ฉบับแก้ไขปรับปรุง)


fi อารัมภกถา ต้นไม้เจริญงอกงาม โต้ลมแรง ต้านแดดกล้าได้ เพราะมีราก (roots)...รากแก้วที่แข็งแรง รากแก้วท�ำให้ต้นไม้งอกงามและแข็งแรงทนแดด ทนฝน รากเหง้าท�ำให้กรมการพัฒนาชุมชนมีพัฒนาการที่เข้มแข็ง ยืนหยัด ตั้งตรง เผชิญมรสุม ความท้าทายได้อย่างงดงาม รากเหง้าของกรมการพัฒนาชุมชน คือ ที่มาของกรมการพัฒนาชุมชน คือหลักการพัฒนา ชุมชน...การยึดประชาชนเป็นหลัก สร้างกระบวนการเรียนรู้เสริมกระบวนการกลุ่ม รวมกลุ่มท�ำงาน ท�ำให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยทุกฐานะทุกอาชีพ มีส่วนร่วมคิดตัดสินใจ ลงมือท�ำ แก้ปัญหา ก�ำหนดชะตาชีวิตของตนเองและชุมชน ด้วยจิตส�ำนึกว ่า ตนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ต้นไม้ที่มีอายุยืนยาวกว่า 56 ปีย่อมแตกกิ่งก้านสาขาไปตามสภาพที่ถูกก�ำหนด โ ดยสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ บางกิ่ง บางก้าน จึงเติบใหญ่ ไร้ระเบียบ ไร้ทิศทาง กลายเป็นภาระที่อาจท�ำให้ไม้ทั้งต้นล้มลงได้สุดที่รากแก้ว จะทนแบกไหว เราต้องยึดงานหลักงานส�ำคัญ งานเอกลักษณ์โดดเด่น เพื่อให้กรมการพัฒนาชุมชน มั่นคง ยืนหยัด ตั้งตรง ดังต้นไม้ที่มีค่า เป็นต้นไม้ที่แข็งแรง ปราดเปรียว ด้วยรากที่แข็งแรง และล�ำต้นที่กิ่งก้านได้รับ การตัดแต่งให้งอกงามอย่างมีคุณค่าต่อประชาชนในชนบท ดร.นิรันดร์จงวุฒิเวศย์


สารจากอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน 5 6 ปีของการก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชนที่ผ่านมา นับเป็นประสบการณ์อันมีค่า ที่ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนไปท�ำงานเคียงข้างประชาชน ซึ่งเราได้น้อมน�ำหลัก ป รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนในการด�ำเนินชีวิต ด้วยความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุ้มกัน และใช้ความรู้คู่คุณธรรมใน การด�ำเนินชีวิต ส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเอง เ ราขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยการพัฒนาสินค้าหนึ่งต�ำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ส่งผลให้ผู้ประกอบการOTOPนับล้านคนมีอาชีพมีรายได้มีงานท�ำ กระตุ้น เศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง เ ราช่วยเหลือครัวเรือนยากจนให้ลุกขึ้นมาประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเอง ตามแนวคิด “ช่วยเพื่อให้เขาช่วยตัวเอง” อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี เราส่งเสริมให้ประชาชนบริหารจัดการทุนชุมชน ท�ำให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน น�ำ ไปประกอบอาชีพและบริหารอย่างมีธรรมาภิบาล ที่ส�ำคัญ 56 ปีที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชนของเราให้ความส�ำคัญกับการพัฒนา พี่น้องพัฒนาชุมชนให้ยึดมั่นในอุดมการณ์พัฒนาชุมชน และด�ำเนินชีวิตด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม 56 ปีที่ผ่านไป 57 ปีที่ก�ำลังจะก้าวย่างมาถึงผมเชื่อว่าเราข้าราชการกรมการพัฒนา ชุมชนจะยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ของการพัฒนาชุมชน และยืนเคียงข้างประชาชนใน การที่จะช่วยเพื่อให้เขาช่วยตนเอง เ รายังคงน้อมน�ำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาด�ำเนินการให้เป็นวิถีชีวิต (Wayof life)ของประชาชน โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความสุขมวลรวมชุมชน (Gross V illage Happiness : GVH) ให้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศ มีความสุขตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี


เ รายังคงเร ่งระดมสรรพก�ำลังเพื่อขับเคลื่อนสินค้า “ หนึ่งต�ำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” โดยมุ่งเน้นคุณภาพสร้าง สินค้าที่พิเศษ สินค้าแห ่งอัตลักษณ์ และสินค้าแห ่ง ภูมิปัญญาชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งต้นน�้ำ กลางน�้ำ และ ป ลายน�้ำ โดยใช้กลไกประชารัฐของภาคเอกชนเข้ามา ร่วมมือในการขับเคลื่อน เพื่อเป็นหุ้นส่วนการท�ำงานร่วมกัน เรายังต้องเสริมสร้างทุนชุมชนให้มีธรรมาภิบาล เป็นพลังส�ำคัญในการขับเคลื่อน อาชีพ รายได้ของคนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ท�ำให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน และบริหาร ทุนอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนมีธรรมาภิบาล สร้างการออม และส่งเสริมสวัสดิการชุมชน แ ละที่ส�ำคัญที่สุดปีที่ 57 เราจะต้องก้าวเดินต่อไป เราจะเสริมสร้างบุคลากร ก รมการพัฒนาชุมชนให้มีชีวิตครอบครัวและชีวิตการท�ำงานที่สมดุล สามารถ ขับเคลื่อนภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่12และสอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศ ผมมีความเชื่อมั่นอย่างจริงใจว่าพี่น้องพัฒนาชุมชนของผมมีคุณภาพ คุณธรรม มีความมุ่งมั่นและเสียสละที่จะปฏิบัติหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ได้ “นาฬิกาพัฒนาชุมชนเรือนนี้เดินมา56 ปีแล้วและจะเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เ ราจะสร้างชุมชนให้เข้มแข็งด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจฐานราก ให้สมดุลและยืนเคียงข้างประชาชนตลอดไป” นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน


หน้า สารบัญ ค�ำน�ำ อารัมภกถา สารอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กถา 1 พัฒนากร กถา 2 การพัฒนาชุมชน 2.1 การพัฒนาชุมชน จากแนวคิดสู่แนวทาง 2.2 กระบวนการพัฒนาชุมชน 2.3 พัฒนากรกับงานกระบวนการพัฒนาชุมชน กถา 3 วิธีการท�ำงานพัฒนาชุมชน 3.1 พัฒนากรกับการวางแผนการท�ำงาน 3.2 พัฒนากรกับงานงบประมาณ 3.3 พัฒนากรกับงานข้อมูลและสารสนเทศ 3.4 พัฒนากรกับการรายงานผลการปฏิบัติงาน 3.5 พัฒนากรกับการประสานงาน 3.6 พัฒนากรกับงานช่วยการบริหารของพัฒนาการอ�ำเภอ 3.7 พัฒนากรกับงานที่ได้รับมอบหมาย กถา 4 พัฒนากรกับงานพัฒนาชุมชน 4.1 พัฒนากรกับงานพื้นฐาน 1) พัฒนากรกับการเป็นที่ปรึกษากลุ่ม/องค์กร/เครือข่ายประชาชน 11 19 23 29 32 49 52 55 57 64 70 74 76 79 85 85 2) พัฒนากรกับงานสร้างผู้น�ำและอาสาสมัครชุมชน 88


95 95 98 100 102 104 104 108 114 115 117 119 121 125 129 141 143 150 155 157 161 164 172 4.2 พัฒนากรกับการพัฒนาชุมชนให้พึ่งตนเองได้ 1) กระบวนการจัดท�ำแผนพัฒนาหมู่บ้านและ แผนพัฒนาต�ำบล 2) การสร้างสัมมาชีพชุมชน 3) การแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจน 4) การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง 4.3 พัฒนากรกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก 1) โครงการหนึ่งต�ำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์(OTOP) 2) ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 4.4 พัฒนากรกับการเสริมสร้างทุนชุมชน 1) โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) 2) กองทุนแม่ของแผ่นดิน 3) กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต 4) กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 5) ศูนย์จัดการกองทุนชุมชน กถา 5 พัฒนากรกับการสื่อสาร ปัจฉิมกถา 1. การ “กระตุ้นความคิด-สร้างจิตส�ำนึก” 2. เครื่องมือส่งเสริมการมีส่วนร่วม 3. การท�ำงานเป็นทีม 4. เครื่องมือควบคุมเป้าหมายและผลงานของพัฒนากร 5. การจัดการความรู้ 6. ตัวอย่างโครงการ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ท้ายกถา


กถา พัฒนากร๑


12 | กถา พัฒนากร กถา พัฒนากร๑ กถา น. พัฒนากร น. พัฒนา ก. ชุมชน น. ถ้อยค�ำ เรื่อง ค�ำอธิบาย ค�ำกล่าว (หน้า 5) ผู้ท�ำความเจริญ ผู้ท�ำการพัฒนา (หน้า 580) ท�ำให้เจริญ (หน้า 5) หมู ่ชน กลุ ่มคนที่อยู ่รวมกันเป็นสังคมขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน และมีผลประโยชน์ ร่วมกัน (หน้า 271) นิยาม นิยาม (จากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525)


กถา พัฒนากร | 13 พัฒนากร พัฒนากร พัฒนากร ข้าราชการพลเรือนในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยผู้ด�ำรงต�ำแหน่งนักวิชาการพัฒนา ชุมชน และเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน ในฐานะผู้ท�ำงานกับประชาชนในระดับต�ำบล หมู่บ้าน/ ชุมชน แม้จะมีส�ำนักงานอยู่ที่อ�ำเภอแต่พื้นที่ปฏิบัติงาน อยู่ที่ชุมชน ผู้เอื้ออ�ำนวยให้เกิดกระบวนการพัฒนาชุมชน คือ เปิดโอกาสให้/ส ่งเสริมให้ ประชาชนร ่วมกันสร้าง กระบวนการพัฒนาชุมชนขึ้นด้วยการเรียนรู้และพัฒนา กันเองให้มากที่สุด ท�ำงานพัฒนาชุมชนกับประชาชน โดยมีสมมติฐานที่เห็น คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์มีปรัชญา คือ ความเชื่อมั่น และศรัทธาในมนุษยชาติมีหลักการอยู่ที่ประชาชน คือ เริ่มที่ประชาชน ท�ำงานร่วมกับประชาชน ยึดประชาชน เป็นพระเอก ให้ประชาชนบรรลุถึงขีดความสามารถ สูงสุด ด้วยความรู้คู่คุณธรรม จึงเป็นข้าราชการที่ท�ำงานอยู ่ใกล้ชิดประชาชน สามารถเข้าใจเข้าถึงและพัฒนาชุมชนร่วมกับประชาชน เป็น อยู่ คือ


14 | กถา พัฒนากร “พัฒนากร” ท�ำงานร่วมกับประชาชนในชนบทนับแต่นั้นมา วิธีการและ เป้าหมายมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพภูมิประเทศและเหตุการณ์ ในช่วงกว่า 50 ปีที่“พัฒนากร”แต่ละช่วงวัย(Generation/Gen/G)แต่ละยุคได้ท�ำหน้าที่ เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท เริ่มจาก สภาพสังคมชนบทในสมัยนั้น ที่ยังอยู่ในวังวนของความทุกข์ ที่มีความยากจน ความไม่รู้และความเจ็บป่วย เป็นพื้น... จนถึง สภาพสังคมชนบทกึ่งเมืองในปัจจุบันที่อุดมด้วยการเปลี่ยนแปลง เร็วและแรง ด้วยอานุภาพของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยุค 5G ก�ำลังมาถึง พัฒนากรจึงต้องท�ำงานโดยใช้ประโยชน์จาก 5G เปรียบเทียบได้ดังนี้ พัฒนากร 1G ให้ความรู้ดูแลการสุขาภิบาล และพัฒนา หมู่บ้าน (พช. 3) พัฒนากร2G พัฒนาสตรีเด็กและเยาวชนในหมู่บ้าน (สดย.) พัฒนากร3G พัฒนาผู้น�ำ จัดตั้งคณะกรรมการและกลุ่มต่างๆ ในหมู่บ้าน (กพม./กพต.) พัฒนากร 4G กระตุ้นความคิดสร้างจิตส�ำนึก ในการพัฒนา (OTOP) พัฒนากร 5G ท�ำงานพัฒนากับชาวบ้านผ ่านสื่อสังคม ผสมหลากหลายรูปแบบ (Media Mix) 1st Gen 2nd Gen 3rd Gen 4th Gen 5th Gen


กถา พัฒนากร | 15 โลกวันนี้เป็นโลกอินเทอร์เน็ต (Internet) ดิจิทัล (Digital) ออนไลน์ (Online)ที่ซึ่งความคาดหวัง(ความสุขความหมายความรู้และความมีชีวิตชีวา) มีหลากหลายและคน (ต่างเพศต่างวัยต่างสถานะและต่างอาชีพ) มีแนวคิด และวิถีชีวิตแตกต่างกัน ตามช่วงวัย เช่น คนรุ ่นอายุ 23 ปีลงมา คล ่องดิจิทัล/คอมพิวเตอร์ ประยุกต์เก ่ง เป็นคนเก่งในก�ำลังแรงงานหลากหลาย เรา พัฒนากร ปัจจุบัน ก�ำลังก้าวสู่ยุค 5G ที่วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ ของผู้คนเริ่มเปลี่ยนแปลง ไม่เหมือนเดิม เปลี่ยน... ด้วยอานุภาพของ4 พลังแห่งโลกาภิวัตน์(4Forcesof Globalization) คือ พลังหนึ่ง-การค้า พลังสอง-การขนส่ง พลังสาม-เทคโนโลยีการสื่อสาร คมนาคม และพลังสี่-สื่อ ท�ำให้4 มิติแห่งโลกาภิวัตน์ (4 Dimensions of Globalization) เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ไม่ว่าจะเป็น มิติทางเศรษฐกิจ มิติทางสังคม มิติทางการเมือง และมิติทางสิ่งแวดล้อม Baby Boomers (born 1946 - 1964) คนรุ่นอายุประมาณ 55-73 ปีมองโลกแง่ดีเป็นพี่เลี้ยงที่ดีมีจริยธรรม การท�ำงานเข้มแข็ง Gen X - ers (born 1965 - 1979) คนรุ่นอายุประมาณ 40 - 54 ปีรักอิสระ มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นนักสื่อสารที่แข็งแกร่ง Gen Y-ers /Millennials (born 1980 - 1995) คนรุ่นอายุประมาณ 24 - 39 ปีรอบรู้เทคโนโลยีให้ความร่วมมือ มีจิตส�ำนึกส่วนรวม Gen Z -ers (born after 1996)


16 | กถา พัฒนากร ชีวิตผู้คนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือชนบท ต่างเร่งรีบ ไม่มีเวลา เครียดจากการท�ำงาน แข่งขันกันดุเดือดเครื่องมือสื่อสารโดยเฉพาะโทรศัพท์ Smart Phone จึงเป็นเพื่อนสนิทชิดใกล้ที่เชื่อถือมากที่สุด ท�ำให้กลายเป็น คนก้มหน้าดูโทรศัพท์ตรวจข่าวตลอดเวลาเป็น “สังคมก้มหน้า”(Phubbing Society) ขาดโทรศัพท์ไม่ได้โทรศัพท์จึงเป็นองคาพยพที่ 33... นอกจากนี้สังคมไม่เพียงก้มหน้า ยังจะกลายเป็น “สังคมไร้เงินสด” (Cashless Society) และอีกมากจะตามมา โลกในอนาคตอันใกล้...แค่เอื้อม... จะเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ เป็นสังคม ที่... มีการค้า แลกเปลี่ยนสินค้าขนาดย่อม ข้ามพรมแดน การค้าจะมีมากขึ้นในระดับภูมิภาคมากกว่าการค้าระยะไกล การวิจัยและพัฒนา และการสร้างนวัตกรรมจะทวีความส�ำคัญ แรงงานราคาถูกจะหมดความหมาย เทคโนโลยีก�ำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้า สายโซ่แห่งคุณค่า ของโลก ฯลฯ แล้วเรา พัฒนากร จะมีแนวทางและวิธีการท�ำงาน กับประชาชน อย่างไร?


กถา พัฒนากร | 17 สมัยก่อน เพื่อให้งานได้ผลในการเข้าถึงประชาชนในชนบท พัฒนากร ต้องนอน (ใน) หมู่บ้าน (ยุค 1G 2G และ 3G) เพราะต้องสื่อสารซึ่งหน้า ขณะที่การติดต่อสื่อสารทางสื่อ ค่อนข้างยากและจ�ำกัด ต่างจากยุคปัจจุบัน (4G และ 5G) ที่การสื่อสารสะดวก และรวดเร็ว มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวเข้าถึงอินเทอร์เน็ต(Internet) ได้เท่ากับย่อโลก ไว้ในมือสามารถใช้SNS-Social NetworkService(พื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาแบ่งปัน (Share)ความสนใจท�ำกิจกรรมผ่านเว็บไซต์(Website)หรือเครือข่าย(Network) ต่างๆ เช่น Line, Facebook, Instagram, YouTube, Twitter, etc) การโทรศัพท์(Call)แชต(Chat)อัปเดต(Update) โพสต์(Post)แชร์(Share) ฟอร์เวิร์ด (Forward) ค้นข่าวสาร (search) ดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายรูป ผลิตสื่อ กระจายสื่อ เสพสื่อ และส่งต่อสื่อ ฯลฯ กลายเป็นเรื่องธรรมดา ท�ำไม เราจึงจะไม ่ใช้เครื่องมือสื่อสารและระบบการสื่อสาร ให้เป็นประโยชน์ในการท�ำงาน เราจะสร้างสัมพันธ์และท�ำงานกับชาวบ้าน โดย ไม่นอนหมู่บ้าน ไม่เห็น หน้าซึ่งหน้า แต่พูดคุย ส่งข่าว ส่งภาพ Good Morning... ให้ได้งาน... เราสามารถ “ท�ำงานทางไกล” (Remote Working) ผ่านสื่อสังคม ทั้งพูดคุยและทันกาล(Chat&Update)กับประชาชนและกลุ่ม เป้าหมายของงาน เรา พัฒนากร สามารถ... เป็น “ผู้ทรงอิทธิพลแห่งโลกโซเชียล”เป็น Influencer ที่มีประชาชน เป้าหมายติดตาม (Followers) เรื่องราว ข่าวสาร การพัฒนา ต่างๆ เป็น “นักสนทนา”เป็น คนเล่นไลน์(Line User) ที่คุย(Chat)กับสมาชิก กลุ่มชาวบ้าน ให้สนุกและได้สาระการงาน เป็น “ผู้น�ำ” “ผู้แทน” “แบบอย่าง” ฯลฯ ค�ำถามคือ...


กถา การพัฒนาชุมชน๒


20 | กถา พัฒนากร หากเปรียบ “พลังประชาชน” ทั้งที่ปรากฏให้เห็นและยังซ่อนเร้นอยู่ เป็นดังน�้ำที่สงบนิ่ง หรือไหลบ่าอย่างไร้ทิศทางแล้ว งานกระบวนการพัฒนาชุมชน จักเป็นดังสองฟากฝั่งที่ประคับประคองกระแสน�้ำ ให้เอ่อท้นไหลไปในทิศทางตามที่มุ่งหมาย นิรันดร์จงวุฒิเวศย์, Ph.D. 2537


กถา พัฒนากร | 21 กถา การพัฒนาชุมชน๒ การท�ำงานพัฒนาชุมชนนั้น พัฒนากรจ�ำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจ แนวคิดพื้นฐานการพัฒนาชุมชน ตลอดจนเป้าหมายของการพัฒนาชุมชน ว่าท�ำไปท�ำไม ท�ำเพื่ออะไร ท�ำเพื่อใคร แล้วจึงค่อยพิจารณาว่าจะท�ำอย่างไร ด้วยกระบวนการ/วิธีการอย่างไร มีเครื่องมืออะไรบ้าง ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และกลุ ่มเป้าหมาย เพื่อผลักดันพลังการมีส ่วนร ่วมของประชาชนไปสู ่ จุดหมายที่พึงประสงค์ดังค�ำกล่าวของ ดร.นิรันดร์จงวุฒิเวศย์อธิบดีกรม การพัฒนาชุมชน คนที่ 17 (2548 - 50) ที่ว่า “ลุ่มลึกในหลักการ ยืดหยุ่น ในวิธีการ อ่อนตัวตามเหตุการณ์สนองตอบสถานการณ์ มุ่งมั่นสู่จุดหมาย จุดประกายพัฒนาชุมชน” แนวคิดพื้นฐานการพัฒนาชุมชน ที่พัฒนากรจะต้องมีความรู้และเข้าใจ อย่างลึกซึ้ง มีดังต่อไปนี้ 2.1 การพัฒนาชุมชน จากแนวคิดสู่แนวทาง 2.2 กระบวนการพัฒนาชุมชน 2.3 พัฒนากรกับงานกระบวนการพัฒนาชุมชน


22 | กถา พัฒนากร การพัฒนาชุมชน จากแนวคิดสู่แนวทาง แนวทาง (รูปธรรม) แนวคิด (นามธรรม) มนุษย์ทุกคนเกิดมามีค่าเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน มีความคิด มีเหตุผลตัดสินใจ เองได้สามารถเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองได้สามารถ สร้างสรรค์และเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของตนเองได้ ยึดประชาชนเป็นสรณะ เริ่มต้นที่ประชาชน ท�ำงานกับประชาชน ให้บรรลุ 1 จุดหมายเชิงกระบวนการ (พัฒนาความคิด–จิตใจ) 2 จุดหมายเชิงสัมพันธภาพ (พัฒนากลุ่ม–องค์กร) และ 3 จุดหมายเชิงการงาน (พัฒนาชีวิต-ความเป็นอยู่) สร้างพลังชุมชนและใช้พลังชุมชนในการพัฒนาชุมชน ด้วย 1 พลังความคิด (กระบวนการเรียนรู้) 2 พลังการกระท�ำ (กระบวนการรวมกลุ่ม) และ 3 พลังจิตส�ำนึกต่อส่วนรวม (กระบวนการอาสาสมัคร) 1 เป็นกระจกเงาสะท้อนภาพปัญหาชุมชนให้ประชาชนมองเห็น และเข้าใจ ปัญหาของตนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน 2 ให้ก�ำลังใจกระตุ้นความคิดส่งเสริมความรู้ช่วยให้ประชาชนช่วยตนเองได้ ในการคิด ตัดสินใจ และลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง 1 จัดตั้งและพัฒนากลุ่ม/องค์กรประชาชนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิก มีบทบาทและส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่มและกิจกรรมส่วนรวม 2 ส่งเสริมและสร้างสรรค์ผู้น�ำชุมชน/อาสาพัฒนาชุมชน เพื่อให้ประชาชน มีโอกาสเสียสละอุทิศตนเพื่อส่วนรวม ความเชื่อมั่นและศรัทธาในมนุษยชาติว่าทุกชีวิต มีคุณค่าและความหมาย มีศักดิ์ศรีและศักยภาพ เพื่อท�ำให้มนุษย์เข้าถึงศักยภาพสูงสุดที่ธรรมชาติให้มาเพื่อพัฒนาความเป็น มนุษย์ให้สมบูรณ์ด้วยความรู้คู่คุณธรรม เอื้ออ�ำนวยให้ประชาชนมีบทบาทและส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและการด�ำเนิน กิจกรรมพัฒนาของชุมชน ประชาชนช่วยตนเองและพึ่งตนเองได้ในการจัดการแก้ปัญหาส่วนตัว/ส่วนรวม และในการสร้างชุมชนที่ประชาชนมีงานท�ำและครอบครัวมีความสุข พัฒนาชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุขสมบูรณ์ สมมติฐาน ปรัชญา หลักการ จุดมุ่งหมาย วัตถุประสงค์ เป้าหมาย นโยบาย ยุทธศาสตร์ กลวิธี วิธีการ นิรันดร์จงวุฒิเวศย์


กถา พัฒนากร | 23 การพัฒนาชุมชน จากแนวคิดสู่แนวทาง๒.๑ สมมติฐาน มนุษย์ มนุษย์ มนุษย์ มนุษย์ มนุษย์ มนุษย์ มนุษย์ มนุษย์เป็น... มนุษย์ เพราะ มีความคิด มีจิตใจ มีเหตุผล มีวิจารณญาณ สามารถตัดสินใจเองได้ เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ทั้งทางนามธรรมและรูปธรรม สามารถปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง ได้ตามความคิดของตน สามารถสร้างสรรค์และเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ของตนให้เหมาะสม และสอดคล้องกับชีวิตความเป็น อยู่ที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ มนุษย์ คือ เพราะ ฉะนั้น มนุษย์ที่จะท�ำงานพัฒนา(ชุมชน) มนุษย์ด้วยกันเองนั้น จึงต้องมี “มนุษยธรรม” อย่างน้อยที่สุด… ต้องเห็น คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ของมนุษย์ ต้องเห็น มนุษย์เป็น มนุษย์ เช่นเดียวกับที่ตนเองเป็น “มนุษย์”


24 | กถา พัฒนากร ปรัชญาการพัฒนาชุมชน หลักการพัฒนาชุมชน หลักความเป็นจริงแห่งชีวิต ที่นักพัฒนาชุมชนยึดถือเป็นสรณะ คือ“ความเชื่อมั่นและศรัทธาในมนุษยชาติ”ว่ามนุษย์ทุกชีวิต มีคุณค่า และมีความหมาย มีศักดิ์ศรีและมีศักยภาพ กล่าวคือ มีฐานะแห่งความเป็นมนุษย์ที่ไม่ควรจะได้รับการเหยียบย�่ำ ดูหมิ่น เหยียดหยามจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง มีความสามารถจาก การเป็นมนุษย์ที่ควรได้รับการยอมรับและท�ำให้ปรากฏเป็นจริงในทางปฏิบัติ จากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง 1 2 3 หลักการพัฒนาชุมชนที่แท้จริง คือ หลักประชาชน เริ่มต้นที่ประชาชน ยืนจุดเดียวกับประชาชน มองโลก มองชีวิต มองปัญหา จากทัศนะของประชาชน เพื่อให้เข้าใจปัญหา ความต้องการ ของประชาชน เพื่อให้เข้าถึงชีวิต จิตใจ ของประชาชน ท�ำงานร่วมกับประชาชน (ไม่ใช่ท�ำงานให้แก่ประชาชน เพราะจะ ท�ำให้เกิดความคิดมาทวงบุญทวงคุณจากประชาชนในภายหลัง)การที่จะท�ำให้ ประชาชนเข้าใจปัญหาของตนเอง และมีก�ำลังใจลุกขึ้นต ่อสู้กับปัญหา ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไขปัญหานั้น ย่อมมีหนทางที่จะกระท�ำได้โดยไม่ยาก หากเข้าใจปัญหาและเข้าถึงจิตใจประชาชน ยึดประชาชนเป็นพระเอก ประชาชนต้องเป็นผู้กระท�ำการพัฒนา ด้วยตนเอง ไม่ใช่เป็นผู้ถูกกระท�ำ หรือฝ่ายรองรับข้างเดียว เพราะผลของ การกระท�ำการพัฒนานั้น ตกอยู่ที่ประชาชนโดยตรง ประชาชนเป็นผู้รับโชค หรือ เคราะห์จากการพัฒนานั้น


กถา พัฒนากร | 25 จุดมุ่งหมายของการพัฒนาชุมชน จุดมุ่งหมาย คือ... ชุมชนที่สุขสมบูรณ์ ชุมชนสุขสมบูรณ์ เพราะประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข เพราะความเป็นอยู่ดีขึ้น ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะการงานการอาชีพดีขึ้น การงานดีขึ้น เพราะท�ำงานเป็นระบบกลุ่ม ระบบกลุ่มมีประสิทธิผล เพราะสมาชิกมีความสัมพันธ์ดีต่อกัน ความสัมพันธ์ดีต่อกัน เพราะประชาชนมีความคิด จิตใจ พึ่งตนเอง และช่วยกันเอง ความคิด จิตใจ พึ่งตนเอง เพราะชุมชนสุขสมบูรณ์ หลักการดังกล่าวจึงมีจุดหมาย 3 เชิง ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และชุมชนมนุษย์ดังนี้ 1) จุดหมายเชิงกระบวนการ(ProcessGoal) เป็นกระบวนการต่อเนื่อง ในการพัฒนาความคิด/จิตใจมนุษย์ให้คิดพึ่งตนเอง/มีจิตใจเอื้อเฟื้อช่วยเหลือ เพื่อนมนุษย์คือ เพื่อตนเอง 2) จุดหมายเชิงสัมพันธภาพ (Relationship Goal) เป็น การท�ำให้ มนุษย์มีความสัมพันธ์ที่ดีต ่อกัน ร ่วมมือร ่วมใจกันท�ำงานเพื่อกันและกัน คือ เพื่อกลุ่ม 3) จุดหมายเชิงการงาน(TaskGoal)เป็นการท�ำงานพัฒนาความเป็นอยู่ ของมนุษย์เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข ดังนั้น จึงเป็นหลักการที่เป็นเอกลักษณ์ของการท�ำงานพัฒนาชุมชน คือ “ท�ำหนึ่ง ได้สาม” (3 in 1)


26 | กถา พัฒนากร วัตถุประสงค์ของการพัฒนาชุมชน นโยบายการพัฒนาชุมชน วัตถุประสงค์ของการพัฒนาชุมชน มี2 ประการ คือ เพื่อท�ำให้มนุษย์เข้าถึงศักยภาพสูงสุดที่ธรรมชาติให้มา มนุษย์บรรลุ ถึงขีดความสามารถสูงสุด ที่พึงมี เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของมนุษย์ให้ผาสุก ให้สุขสมบูรณ์ด้วย ความรู้คู่คุณธรรม ความรู้ที่จะน�ำมาใช้ท�ำมาหาเลี้ยงชีพ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี คุณธรรม ที่จะน�ำไปสู่การเอื้อเฟื้อกัน ให้อยู่เย็นเป็นสุข 1 1 2 3 2 เป้าหมายของการพัฒนาชุมชน เป้าหมายของการพัฒนาชุมชน คือ การท�ำให้ประชาชนพึ่งตนเอง ช่วยตนเองได้ในการแก้ปัญหาส่วนตัว และแก้ปัญหาส่วนรวมได้รวมทั้ง ในการยังชีพตนเอง (มีงานท�ำ) และยังประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น (มีความสุข) นโยบายการพัฒนาชุมชน คือ การสร้างพลังชุมชน (ให้ประชาชน) ใช้พลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน พลังการพัฒนาชุมชน เกิดจาก พลังชุมชน ซึ่งหล่อหลอมขึ้นมาจาก พลังความคิด ที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน พลังการกระท�ำ ที่เกิดจากกระบวนการรวมกลุ่มของประชาชน พลังจิตส�ำนึกต่อส่วนรวม ที่เกิดจากกระบวนการอาสาสมัครของ ประชาชน


กถา พัฒนากร | 27 ยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน กลวิธีการพัฒนาชุมชน วิธีการพัฒนาชุมชน ยุทธศาสตร์การต่อสู้เพื่อเอาชนะความทุกข์ยากของมนุษย์ตามหลักการ พัฒนาชุมชน คือ การท�ำให้ประชาชนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในทุกปัญหา และกิจกรรมของชุมชน ซึ่งถือว่าเป็น การช่วยให้ประชาชนพึ่งตนเองช่วยกันเอง นั่นเอง การท�ำให้ประชาชนมีบทบาทและมีส ่วนร ่วมในการพัฒนาตนเอง และชุมชนนั้น นักพัฒนาชุมชนต้องมีกลวิธีในการท�ำงาน คือ กระท�ำตนดังเป็นกระจกเงาของชุมชน เป็นกระจกเงาสะท้อน ภาพปัญหาของชุมชน ให้ประชาชนมองเห็นเด่นชัดยิ่งขึ้น ให้ประชาชนเข้าใจ ปัญหา - สาเหตุได้ถูกต้อง กระท�ำการให้ก�ำลังใจแก่ประชาชน กระตุ้นความคิด ให้คิดกว้าง คิดไกล คิดลึก ให้ฉุกคิด คิดด้วยปัญญา ส่งเสริมความรู้ต่างๆ แก่ประชาชน ให้ช่วยตนเอง คิดเอง ตัดสินใจเอง แก้ปัญหาเอง วิธีการพื้นฐานของการพัฒนาชุมชน คือ การรวมกลุ ่ม หรือ จัดตั้งองค์กรประชาชน เพื่อส ่งเสริมและ สนับสนุนให้ประชาชน ซึ่งเป็นสมาชิก มีบทบาท และ มีส่วนร่วม ในกิจกรรม ของกลุ่ม/องค์กร ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงส่วนรวมด้วย การส่งเสริม/สร้างสรรค์ผู้น�ำและอาสาสมัคร เพื่อเปิดโอกาสและ สนับสนุนให้ประชาชน มีความพร้อมจะเป็นผู้น�ำและเป็นผู้เสียสละได้อุทิศตน ได้แสดงบทบาท มีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาชุมชน 1 1 2 2


28 | กถา พัฒนากร สี่มุมมองของการพัฒนาชุมชน WAYS OF VIEWING “COMMUNITY DEVELOPMENT” People Leader Government Agency Progression of change Activity IdeaEnd


กถา พัฒนากร | 29 กระบวนการพัฒนาชุมชน๒.๒ เป็นมุมหนึ่งใน “สี่มุมมอง” ของการพัฒนาชุมชน เป็นมุมที่พัฒนากร ควรจะมองเพราะกระบวนการมองไปที่“การเปลี่ยนแปลงที่เบ่งบาน”ออกมา ของประชาชนที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนาชุมชน การเปลี่ยนแปลง ในทางที่ดีขึ้น ที่งอกงามขึ้นในตัวประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ยากไร้และ ด้อยโอกาสนั้น เป็นมุมมองที่พัฒนากรพลาดไม ่ได้ เพราะนั่นคือหัวใจ ของการพัฒนาชุมชน พัฒนากรกระท�ำการพัฒนาชุมชนแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับประชาชน ความทุกข์ยากและความยากจนของประชาชนได้รับการขจัดปัดเป่าไปหรือไม่ ประชาชน “อยู่เย็นเป็นสุข” หรือเปล่า กระบวนการ พัฒน์บุณยรัตพันธุ์อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คนที่ 3 (2514 - 18) เคยกล่าวไว้ว่า อย่าท�ำงานพัฒนาชุมชนเป็นจุด จงท�ำงานพัฒนาชุมชนเป็นเส้น อรรถาธิบายเป็นภาษาง่ายๆแต่ลึกซึ้งได้ว่ากิจกรรมหรือโครงการต่างๆ นั้นเปรียบเสมือน“จุด”หากกิจกรรมหรือโครงการต่างๆนั้นไม่สัมพันธ์เกื้อกูลกัน เป็น “เส้น”แล้วการพัฒนาจะไม่ต่อเนื่องไม่มีทิศทางไม่มีจุดหมายปลายทาง เกิดขึ้นแล้วหายไป ไม่หนุนเนื่อง ไม่มีแรงขับ ไม่มีพลังชุมชน ไม่ยั่งยืน เพราะ กระบวนการพัฒนาชุมชนไม่บังเกิด


30 | กถา พัฒนากร เรียกว ่า ขบวนการ (Movement) มองไปที่การผลักดัน ประชาชนเข้าสู่สงครามพัฒนา (ต่อสู้กับความยากจน)ด้วยอารมณ์(คับแค้น หรือขมขื่น) กล่าวคือ มองงานในลักษณะ “การตวัดเส้น” เรียกว ่า โครงการ (Program) มองไปที่กิจกรรมต ่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นเค้าโครงการท�ำงานพัฒนาที่ก�ำหนดไว้กล่าวคือ มองงาน เป็น “จุด” ไม่ได้มองเป็น “เส้น” เรียกว่า วิธีการ (Method) มองไปที่การปฏิบัติตามหลักการ เป็นขั้นตอนอย ่างมีระบบ สู ่จุดหมายของการพัฒนา กล ่าวคือ มองงาน ที่“อาการขีดเส้น” มากกว่า “เส้น” เรียกว่า กระบวนการ (Process) มองไปที่การเปลี่ยนแปลง ที่เบ่งบานงอกงามของประชาชน กล่าวคือ มองงานเป็น “เส้น”ไม่ใช่เป็น “จุด” สี่มุมมองของการพัฒนาชุมชน พัฒนากร ควรมองการพัฒนาชุมชนทั้งสี่มุมมอง ให้กระจ่างแจ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มองจากมุม “กระบวนการ”เพราะเป็นมุมที่มองเห็นชัดว่า เกิดอะไรขึ้นกับประชาชน ผู้รับผลจากสิ่งที่เรียกว่า “การพัฒนา” อย่างไรก็ตาม การพัฒนาชุมชนเปรียบเสมือนดังรูปสี่เหลี่ยม คือ มี4 มุม จะมองการพัฒนาชุมชนจากมุมใดก็ได้ขอแต่เพียงให้“เห็นแจ้ง” ดังนั้น จึงเป็นธรรมดาที่ ผู้ก�ำหนดนโยบายมักจะมองจากมุม “วิธีการ” ผู้บริหารมักจะมองจากมุม “โครงการ” ผู้น�ำมักจะมองจากมุม “ขบวนการ” และ นักพัฒนาจะมองจากมุม “กระบวนการ” มุมมองที่1 มุมมองที่2 มุมมองที่3 มุมมองที่4


กถา พัฒนากร | 31 กระบวนการพัฒนาชุมชน สี่เสาแห่งกระบวนการ กระบวนการพัฒนาชุมชน หมายถึง การปรับปรุง การเปลี่ยนแปลง ที่ค่อยๆก่อตัวก่อเกิดขึ้นภายในชุมชน โดยประชาชนรวมตัวเป็นกลุ่ม ที่ทุกคน มีส่วนร่วมในการค้นหาเรียนรู้คิดตัดสินใจวางแผน ลงมือด�ำเนินการแก้ปัญหา สนองความต้องการด้วยก�ำลังความรู้ความคิดความสามารถและทรัพยากร ที่มีอยู ่ภายในชุมชน เป็นหลักใหญ ่ และอาจพึ่งวิทยาการและทรัพยากร จากภายนอกชุมชนบ้างเท ่าที่จ�ำเป็น กระบวนการพัฒนาชุมชนเป็นดัง “กระบวนการเรียนรู้เพื่อกระท�ำการ” ดังนั้นประชาชนผู้อยู่ในกระบวนการจึงมีพัฒนาการเกิดการเปลี่ยนแปลง ที่งอกงามเบ่งบานขึ้นจากภายในความคิดและจิตใจ ส่งผลปรากฏให้เห็น ทางร่างกายภายนอก พฤติกรรมที่แสดงออก การด�ำเนินชีวิตที่ก้าวหน้าขึ้น กระบวนการเกิดจากการที่มนุษย์กระท�ำต่อกันและกัน เช่น พูดคุยกัน ช่วยเหลือกัน ท�ำงานร่วมกัน เล่นด้วยกัน ฯลฯ การที่มนุษย์กระท�ำต่อกัน และกันนั้น เพราะ มนุษย์มี“ความสัมพันธ์” เกี่ยวข้องกัน ไม่ทางใดทางหนึ่ง เช่น ฐานะ ต�ำแหน่ง มิตรภาพ ผลประโยชน์ฯลฯ มนุษย์มี“ความต้องการ” ความอยากได้ไม่ว่าจะเป็นบุคคล กลุ่มหรือองค์การ ล้วนมีความต้องการอย่างใดอย่างหนึ่งทั้งนั้น มนุษย์มี“การสื่อสาร” ท�ำความเข้าใจกัน ทางภาษาพูด ภาษา ท่าทาง หรือทางสื่อสังคม เครือข่ายต่างๆ มนุษย์มี“บรรยากาศ” บรรยากาศเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้น จากสรรพสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวในขณะนั้น ไม่ว่าเป็นเวลาท�ำงาน เล่น ขัดแย้ง หรือร่วมมือกัน 1 2 3 4


32 | กถา พัฒนากร พัฒนากรกับงาน กระบวนการพัฒนาชุมชน๒.๓ ในการสร้างกระบวนการพัฒนาชุมชนนี้ พัฒนากรจึงต้องสร้างเสา ทั้ง4ต้นนี้ขึ้นเพื่อค�้ำจุนกระบวนการตั้งแต่การสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน กลุ ่มผู้น�ำหรืออาสาสมัคร การร ่วมกันก�ำหนดปัญหาความต้องการ ของประชาชน การติดต่อสื่อสารท�ำความเข้าใจกัน เรียนรู้จากกันและกันภายใต้ บรรยากาศที่ดีแห ่งการมีส ่วนร ่วมของประชาชนในการตัดสินชะตาชีวิต ของตนเอง งานกระบวนการพัฒนาชุมชน เป็นงาน “รากฐาน” ของทุกกิจกรรม และโครงการพัฒนา หากเปรียบ “พลังประชาชน” ทั้งที่ปรากฏให้เห็น และยังซ ่อนเร้นอยู ่เป็นดังน�้ำที่สงบนิ่ง หรือไหลบ ่าอย ่างไร้ทิศทางแล้ว งานกระบวนการพัฒนาชุมชนจักเป็นดังสองฟากฝั ่งที่ประคับประคอง กระแสน�้ำ ให้เอ่อท้นไหลไปในทิศทางตามที่มุ่งหมายงานกระบวนการพัฒนา ชุมชนจึงประกอบด้วย วิธีการ 5 และ กลวิธี5 คู่ขนาน 2 ฟากฝั่ง ร่วมกัน ประคองและส่งเสริมกระแสพลังประชาชนให้ไหลไปสู่จุดหมายที่พึงประสงค์


กถา พัฒนากร | 33 สนับสนุนให้ประชาชน ติดตามประเมินผล ติดตามรายงานผล ต่อผู้บังคับบัญชา สนับสนุนให้ประชาชน ด�ำเนินการ ให้ความช่วยเหลือ ในการด�ำเนินงาน ช่วยประชาชนตัดสินใจ และก�ำหนดแผน/โครงการ ให้ข่าวสาร และความรู้ที่เกี่ยวข้อง สนทนา วิเคราะห์ปัญหาและ ความสามารถกับประชาชน กระตุ้นให้ประชาชนตระหนัก ในปัญหาและความสามารถ ศึกษาชุมชน สร้างความสัมพันธ์ กับประชาชน งานกระบวนการพัฒนาชุมชนแบบคู่ขนาน วิธีการ กลวิธี 5 4 3 2 1


34 | กถา พัฒนากร วิธีการ กลวิธี ศึกษาชุมชน สร้างความสัมพันธ์ กับประชาชน 1 งานกระบวนการพัฒนาชุมชนแบบคู่ขนาน การศึกษาชุมชน คือการสืบเสาะหาความรู้เกี่ยวกับ หมู ่บ้าน หรือชุมชนที่เราจะเข้าไป ท�ำงาน เพื่อให้รู้และเข้าใจปัญหาและ ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะน�ำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ตรงกับความต้องการของชุมชนได้ ในที่สุด วิธีการ วิธีการศึกษาชุมชนท�ำได้หลายวิธีเช่น ศึกษาข้อมูลจากเพื่อนข้าราชการ ออกไปพบปะผู้น�ำ (ก�ำนันผู้ใหญ่บ้าน เจ้าอาวาส ผู้น�ำทางศาสนา สมาชิก สภา อบต. ฯลฯ) ออกไปหาชาวบ้าน อยู่กับชาวบ้าน ร่วมงานกับชาวบ้าน การสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน คือ การเอาตัวของเราเข้าไป เกี่ยวข้อง สัมพันธ์กับคนในชุมชน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยสนิทสนม เป็นพวกเดียวกัน จนสามารถเข้าถึง ชีวิตจิตใจของประชาชน กลวิธี การสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน สามารถกระท�ำได้โดย 1 มีทัศนคติที่ดีต่อชาวบ้าน เคารพในศักดิ์ศรีและศรัทธา ในศักยภาพของชาวบ้าน เอื้ออาทรและจริงใจ


กถา พัฒนากร | 35 วิธีการ (ต่อ) สังเกต สัมภาษณ์และจดบันทึก ศึกษาข้อมูลจาก กชช. 2 ค. จปฐ. สารสนเทศชุมชน ข้อมูล รง. ข้อมูล วิสาหกิจชุมชน ฯลฯ ศึกษาข้อมูลจากเอกสารอื่นๆ เครื่องมือที่ใช้ แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการสังเกต แบบสอบถาม แบบสอบถาม กชช 2ค จปฐ. สารสนเทศชุมชน ข้อมูลวิสาหกิจ ชุมชน ฯลฯ เครื่องมือส่งเสริมการมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาชุมชน เช่น แผนที่หมู่บ้าน ปฏิทินตามฤดูกาล แผนผังใยแมงมุม ฯลฯ กลวิธี(ต่อ) 2 ออกไปหาชาวบ้านเป็นประจ�ำ ยิ้มให้และผูกมิตรไมตรี แนะน�ำตัว ทักทายก่อน โดย ไม่ต้องรอให้ใครแนะน�ำ เจรจาด้วยถ้อยค�ำไพเราะ เหมาะสม 3 อยู่กับชาวบ้านบ้าง ท�ำตนให้เป็นประโยชน์เอื้อเฟื้อ ไม่ดูดาย พร้อมที่จะให้ทั้งวัตถุ สิ่งของ และน�้ำใจ มีใจกว้างพอที่จะรับฟังความ คิดเห็นของทุกคนในทุกๆเรื่องร่วมงาน กับชาวบ้าน


36 | กถา พัฒนากร วิธีการ กลวิธี สนทนา วิเคราะห์ปัญหาและ ความสามารถกับประชาชน 2 การสนทนา วิเคราะห์ปัญหา ความสามารถกับประชาชน คือการน�ำเสนอข้อมูลที่ได้จากการ ศึกษาชุมชนมาสนทนาแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกัน และร่วมกันพิจารณา เหตุผลเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆที่ได้มา กับเกณฑ์การวิเคราะห์ที่ก�ำหนดไว้ รวมทั้งก�ำหนดเป้าหมายการพัฒนา ที่ชุมชนพึงประสงค์ โดยเริ่มท�ำกับ แกนน�ำชุมชนกม.อบต./เทศบาลก่อน แล้วดึงประชาชนเข้าร่วมด�ำเนินการ พัฒนากรร่วมกับแกนน�ำชุมชนกม. อบต./เทศบาล น�ำข้อมูลจากการศึกษา ชุมชนและจากเครื่องมืออื่นที่ได้จาก การศึกษาชุมชนมาสนทนาวิสาสะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเปรียบ เทียบเกณฑ์การพัฒนาหมู่บ้าน การกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักใน ปัญหา และความสามารถ ของตนเอง รวมทั้งของชุมชน เป็นวิธีการเร้าใจ ให้ก�ำลังใจ เสริมแรง ประชาชนให้รู้จักคิดหาเหตุผล ให้ฉุกคิดสนใจเข้าใจและรับรู้ปัญหา และความสามารถที่จะแก้ไขปัญหา ร่วมกัน การกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักใน ปัญหาและความสามารถนั้นพัฒนากร สามารถกระท�ำได้โดย 1 สนทนาวิสาสะ เป็นรายบุคคล รายครัวเรือน หรือรายกลุ่ม โดยการใช้ ค�ำถามกระตุ้นเกี่ยวกับปัญหาในชุมชน ตลอดทั้งให้ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับความ เป็นอยู่เพื่อให้ประชาชนฉุกคิดถึงปัญหา กระตุ้นให้ประชาชนตระหนัก ในปัญหาและความสามารถ วิธีการ กลวิธี


กถา พัฒนากร | 37 หาข้อสรุปร่วมกันออกมาว่าหมู่บ้าน ชุมชนนี้ มีศักยภาพในการพัฒนา ด้านใดบ้างเข้าเกณฑ์ต�่ำกว่าเกณฑ์หรือ สูงกว่าเกณฑ์ของการพัฒนาหมู่บ้าน ก�ำหนดเป้าหมายในการพัฒนา 2 จัดประชุมชาวบ้าน เพื่อชี้แจง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลให้ทราบและ ให้ทุกคนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ยอมรับหรือปฏิเสธ 3 จัดเวทีชาวบ้าน/ประชาคม หมู่บ้าน เพื่อค้นหาศักยภาพของชุมชน และก�ำหนดเป้าหมายในการพัฒนา โดยใช้เทคนิค AIC,SWOT Analysis, FSC, Time line เป็นต้น 4 แจ้งผลการวิเคราะห์ข้อมูล ให้หัวหน้าครัวเรือนทราบ และถาม ความคิดเห็น 5 จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยว กับปัญหาศักยภาพ และเป้าหมาย ในการพัฒนาของชุมชน จากวิธีการดังกล่าว ชาวบ้านจะ รู้และยอมรับว่า สิ่งที่เป็นปัญหา ความเดือนร้อนของตนคืออะไร วิธีการ (ต่อ) กลวิธี(ต่อ)


38 | กถา พัฒนากร น�ำปัญหาที่ได้มาจัดล�ำดับความส�ำคัญ ว่าควรแก้ไขปัญหาใดก่อน/หลัง การจัดล�ำดับความส�ำคัญของปัญหา อาศัยหลักเกณฑ์ต่อไปนี้ เป็นปัญหาที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เดือดร้อนมากที่สุด ถ้าไม่รีบแก้ไข ปัญหาอื่นๆจะตามมาและถ้าแก้ไขได้ปัญหาอื่นๆ ก็จะหมดไปหรือบรรเทาเบาลง อยู่ในขีดความสามารถที่ชาวบ้านจะแก้ไขเองได้ ขั้นที่1 การวิเคราะห์ปัญหาและจัดล�ำดับความส�ำคัญของปัญหา การก�ำหนดโครงการแก้ปัญหา ด�ำเนินการ 5 ขั้นตอน ดังนี้ วิธีการ กลวิธี ช่วยประชาชนตัดสินใจ และก�ำหนดแผน/โครงการ 3 ช่วยประชาชนตัดสินใจ และ ก�ำหนดโครงการ ในการแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชน ตามเป้าหมายที่ก�ำหนด เป็นการน�ำ ปัญหาและเป้าหมายการพัฒนาที่ ชาวบ้านต่างตระหนัก และยอมรับ แล้วว่าเป็นปัญหาของเขา มาร่วมกัน วิเคราะห์หาสาเหตุและแนวทางแก้ไข และพัฒนา โดยชาวบ้านกับพัฒนากร ร่วมกันด�ำเนินการต่อไปนี้ ให้ข่าวสารและข้อมูล ที่เกี่ยวข้อง กับกระบวนการแก้ไขปัญหาและ พัฒนาชุมชน เพื่อช ่วยชาวบ้านให้ ตัดสินใจ และก�ำหนดโครงการ โดย ใช้เครื่องมือส่งเสริมการมีส่วนร่วมเพื่อ พัฒนาชุมชน โดยด�ำเนินการต่อไปนี้ ให้ข่าวสาร และความรู้ที่เกี่ยวข้อง


กถา พัฒนากร | 39 ช ่วยกันหาสาเหตุของปัญหา เมื่อพัฒนากรและชาวบ้านช ่วยกัน จัดล�ำดับความส�ำคัญของปัญหาได้แล้วให้น�ำปัญหานั้นไปหาสาเหตุโดยละเอียด ว่าปัญหานั้นเกิดจากสาเหตุอะไรบ้างโดยพยายามหาสาเหตุหลักๆก่อน เมื่อได้ สาเหตุหลักๆแล้วช่วยกันมองหาสาเหตุย่อยลงไปจนกว่าจะพบว่าไม่มีสาเหตุอื่น อีกแล้ว จากนั้นจึงจะหาผลกระทบที่เกิดปัญหาว่ามีอะไรบ้าง การจัดล�ำดับความส�ำคัญของปัญหา ขั้นที่2 วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา 1. น�้ำในแม่น�้ำล�ำคลองใช้การไม่ได้ 2. ผลผลิตด้านการเกษตรตกต�่ำ 3. ขาดแคลนแรงงานด้านเกษตร 4. ทางเข้าสู่หมู่บ้านช�ำรุดเสียหาย / / / / / - - - / - - / 3 1 1 2 ตัวอย่างปัญหา เกณฑ์การพิจารณาความส�ำคัญ เดือด ร้อน ที่สุด ปัญหา อื่นจะ ตามมา/ หมดไป แก้ไข ได้เอง รวม คะแนน


40 | กถา พัฒนากร ตัวอย่าง การหาสาเหตุของปัญหาโดยใช้แผนภูมิ“ต้นไม้ปัญหา” ดังนี้ ผลกระทบ (ดอกผล) ปัญหา (ล�ำต้น) สาเหตุหลัก (รากแก้ว) สาเหตุย่อย (รากฝอย) ไม่มี ที่ทิ้งขยะ ประชาชนขาด ความรับผิดชอบ ร่วมกัน ประชาชนไม่มีความรู้เรื่อง การรักษาสภาพแวดล้อม ประชาชนทิ้ง ขยะลงใน แม่น�้ำล�ำคลอง ผลผลิต ด้านการเกษตร ลดลง โรงงานปล่อย น�้ำเสียลงใน แม่น�้ำล�ำคลอง น�้ำในแม่น�้ำ ล�ำคลอง ใช้การไม่ได้ กฎหมาย มีช่องโหว่ ขาดการควบคุม อย่างจริงจัง จากเจ้าหน้าที่ ขาด งบประมาณ แม่น�้ำล�ำคลอง ตื้นเขิน สภาพแวดล้อม เสื่อมโทรม ขาดการ ขุดลอก คูคลอง


กถา พัฒนากร | 41 น�ำสาเหตุไปหาแนวทางแก้ไข เมื่อพัฒนากรและชาวบ้านรู้สาเหตุ ของปัญหา ก็ร่วมกันน�ำสาเหตุเหล่านั้นมาพิจารณาแนวทางแก้ไข ขั้นที่3 หาแนวทางแก้ไขปัญหา เมื่อได้แนวทางที่เหมาะสมแล้ว ก็น�ำแนวทางไปวางแผนแก้ไขปัญหา ในรายละเอียดต่อไป ในกรณีที่หนึ่งสาเหตุมีหลายแนวทางในการแก้ไข พัฒนากรต้อง แนะน�ำให้ชาวบ้านช่วยกันเลือกแนวทางที่เหมาะสมแก้ไขก่อน โดยมีเกณฑ์ การพิจารณาเลือกแนวทางแก้ไข ดังนี้ สมประโยชน์ทุกฝ่าย / ยอดประหยัดทรัพยากร / รับประกันว่าท�ำได้ น�้ำในแม่น�้ำ ล�ำคลอง ใช้การไม่ได้ ปัญหา สาเหตุ แนวทางแก้ไข สาเหตุหลัก ประชาชนทิ้งขยะลงใน แม่น�้ำล�ำคลอง ฯลฯ สาเหตุย่อย ไม่มีที่ทิ้งขยะ ประชาชนไม ่มีความ รู้เรื่องการรักษาสภาพ แวดล้อม ประชาชนขาดความรับ ผิดชอบร่วมกัน ฯลฯ รณรงค์ให้ประชาชนลดการ ทิ้งขยะลงในแม่น�้ำล�ำคลอง จัดหาที่ทิ้งขยะให้เพียงพอ ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ เรื่องการรักษาสภาพแวดล้อม โดย ป้ายข้อความ/ค�ำขวัญ บทความทางหนังสือพิมพ์ ท้องถิ่น วิทยุท้องถิ่น ทีวีท้องถิ่น ฯลฯ ตัวอย่าง


42 | กถา พัฒนากร วางแผนแก้ไขปัญหา การวางแผน คือ การก�ำหนดไว้ล ่วงหน้าว ่า จะท�ำอะไรเมื่อไรอย่างไรใครเป็นผู้ท�ำ เพื่อให้งานด�ำเนินไปตามแผนที่วางไว้ อย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นที่4 วางแผนแก้ไขปัญหา ตัวอย่าง แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหา 1. ศึกษารายละเอียด ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาน�้ำ ในแม ่น�้ำล�ำคลองใช้การ ไม่ได้ ลักษณะปัญหา สาเหตุ ผู้สร้างปัญหา ผู้ได้รับผลกระทบ ผู้รับผิดชอบในการแก้ 2. วิเคราะห์และสรุป ผลการศึกษา 3. แพร ่ความคิดไปยัง บุคคลผู้เกี่ยวข้อง 4. ประสานงานกับ ผู้เกี่ยวข้อง รณรงค์ลด การทิ้งขยะ ลงในแม่น�้ำ ล�ำคลอง คลองเจดีย์ บูชา ม. 3 ต.ศรีษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พัฒนากร ผู้น�ำ กับ อบต./ เทศบาล ม.ค - เม.ย. 2562 ท�ำอะไร (โครงการ/ กิจกรรม) ท�ำที่ไหน ท�ำ เมื่อไร ท�ำอย่างไร ใครท�ำ


กถา พัฒนากร | 43 5. นัดประชุมวางแผน ร ่ ว ม กันใน ก า ร จั ดท�ำ โครงการ/กิจกรรมแก้ไข ปัญหาในรายละเอียดว ่า จะให้ใคร ท�ำอะไร ที่ไหน เมื่อไรอย่างไรเพื่ออะไร ใช้ งบประมาณจากไหน 6 . ด�ำเนินก า รต าม แผนที่ก�ำหนดไว้ 7. ติดตามผลในการ ด�ำเนินงานตามขั้นตอน 8. รายงานผล วางโครงการแก้ไขปัญหา เมื่อชาวบ้านได้ตัดสินใจว่าจะท�ำโครงการ หรือกิจกรรมใดเพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชนแล้ว บทบาทหน้าที่ของพัฒนากร ในขั้นนี้คือ ช่วยให้ชาวบ้านได้รู้จักวางโครงการ หรือจัดกิจกรรมเพื่อแก้ไข ปัญหาของชุมชน ซึ่งสามารถด�ำเนินการได้ดังนี้ วิธีการ ขั้นที่5 วางโครงการหรือกิจกรรมแก้ไขปัญหา ท�ำอะไร (โครงการ/ กิจกรรม) ท�ำที่ไหน ท�ำ เมื่อไร ท�ำอย่างไร ใครท�ำ ชาวบ้าน ร่วมกับ พัฒนากร ผู้น�ำ อบต. /เทศบาล แนะน�ำผู้ใหญ ่บ้าน นัดประชุม กม. สมาชิก อบต./ทต.หรือ ชาวบ้านผู้เกี่ยวข้อง พัฒนากรให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการว่าคืออะไร ท�ำไมจึงต้อง วางโครงการเป็นการให้ข้อมูลและอธิบายให้เห็นความส�ำคัญและความจ�ำเป็น ในการวางโครงการ 1 2


44 | กถา พัฒนากร ความจ�ำเป็นในการวางโครงการ แจกแบบฟอร์มโครงการแก่ผู้เข้าร่วมประชุม อธิบายแบบฟอร์มให้เข้าใจเปิดโอกาสให้ทุกคนซักถาม เพื่อตรวจ สอบความเข้าใจ ให้ทดลองปฏิบัติเขียนโครงการ 3 5 6 4 เครื่องมือที่ใช้ แบบฟอร์มโครงการ (รายละเอียดศึกษาได้จากกถาวัตถุ) ตัวอย่างโครงการ 1 2 เนื่องจากคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) โดยเฉพาะชาวบ้าน ส่วนใหญ่ไม่ค่อยถนัดในการเขียนโครงการ พัฒนากรจะต้อง ใช้ความอดทนและความพยายามสูงในการช่วยให้ชาวบ้าน เกิดการเรียนรู้จนสามารถด�ำเนินการเองได้ 1. ชื่อโครงการ 2. หลักการและเหตุผล 3. วัตถุประสงค์ 4. วิธีด�ำเนินการ 5. วัน เวลา สถานที่ 6. ผู้รับผิดชอบโครงการ 7. งบประมาณ 8. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 9. ตัวชี้วัดความส�ำเร็จ โครงการ หมายถึง กิจกรรมที่ระบุรายละเอียดถึงการปฏิบัติงาน และ ขั้นตอนของการด�ำเนินงานต่างๆอย่างชัดเจน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ต้องการภายในระยะเวลาที่ก�ำหนด หมายเหตุ แบบฟอร์มการเขียนโครงการ โดยทั่วไป ประกอบด้วย


กถา พัฒนากร | 45 วิธีการ กลวิธี 4 ประชาชนด�ำเนินการ หมายถึง การที่ชาวบ้านร่วมกัน ปฏิบัติงานตามแผนและโครงการ ที่ได้วางไว้ที่ผ่านมาได้วางแผนวาง โครงการไว้อย่างไรใครเป็นผู้รับผิดชอบ ก็สนับสนุนให้ก�ำลังใจ เสริมแรง ให้ด�ำเนินการตามนั้น บทบาทของพัฒนากรในช่วงของ การด�ำเนินงานตามโครงการของ ชาวบ้านนั้น พัฒนากรจะเป็น ผู้สนับสนุน ช่วยเหลือการด�ำเนินการ ของชาวบ้านใน 2 ลักษณะคือ 1 เป็นผู้ส่งเสริมทางวิชาการ เช่น เป็นผู้ประสานงานวิชาการ แนะน�ำ การปฏิบัติงาน ให้ค�ำปรึกษาหารือ การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นต้น 2 เป็นผู้ส่งเสริมให้ชาวบ้านเข้ามา มีส ่วนร ่วมในการปฏิบัติงาน เช ่น ให้ก�ำลังใจผู้ปฏิบัติออกไปร่วมกิจกรรม ที่ชาวบ้านท�ำอยู ่ ลงมือปฏิบัติงาน บางอย่างกับชาวบ้านเสมือนหนึ่งเป็น ชาวบ้านโดยไม่รังเกียจ สนับสนุนให้ประชาชน ด�ำเนินการ ให้ความช่วยเหลือ ในการด�ำเนินงาน


46 | กถา พัฒนากร วิธีการ กลวิธี 5 ประชาชนติดตามประเมินผล หมายถึง การที่ชาวบ้านช่วยกัน ติดตามดูว ่างานที่ด�ำเนินการตาม โครงการได้ก้าวหน้าไปมากน้อยเพียงไร มีปัญหาอุปสรรคในการด�ำเนินการ หรือไม่เพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไขปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ทันท่วงที ต่อไป รวมถึงการประเมินผลสัมฤทธิ์ ของโครงการ การติดตามผลจะกระท�ำได้โดย เฝ้าติดตามเอาใจใส ่ในกิจกรรม ทุกระยะ สอบถามความก้าวหน้าของโครงการ หรือ กิจกรรมกับผู้รับผิดชอบ เป็นการติดตามดูแลการท�ำงาน ที่ชาวบ้านท�ำอยู่เพื่อทราบผลความ ก้าวหน้าหรือปัญหาอุปสรรค แล้วน�ำ ผลการปฏิบัติงานตามโครงการหรือ กิจกรรมไปเผยแพร ่ให้ผู้เกี่ยวข้อง ได้ทราบ บทบาทหน้าที่ของพัฒนากรในส่วนนี้ มีอยู่2 ลักษณะ 1 พัฒน ากรแนะน�ำให้ผู้น�ำ ท้องถิ่นหรือชาวบ้านรู้จักรายงานผล การปฏิบัติงาน เช่น รายงานด้วยวาจาต่อผู้เกี่ยวข้อง วิธีการ กลวิธี สนับสนุนให้ประชาชน ติดตามประเมินผล ติดตามรายงานผล ต่อผู้บังคับบัญชา


กถา พัฒนากร | 47 รายงานโดยการประชุมชี้แจง ผลงาน รายงานเป็นลายลักษณ์อักษร จัดนิทรรศการผลงาน 2 พัฒนากรเป็นผู้รายงานผล การปฏิบัติงานด้วยตนเอง เช่น รายงานด้วยวาจาต่อผู้บังคับ บัญชาและผู้เกี่ยวข้อง เสนอผลการปฏิบัติงานใน ที่ประชุม รายงานเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น จัดท�ำบันทึกรายงาน รายงานต่างๆ จัดท�ำแผ่นปลิวเอกสารเผยแพร่และ การจัดนิทรรศการ เป็นต้น ตรวจสอบความถูกต้องของ โครงการ ติดตามสังเกตการปฏิบัติงาน ช่วยเหลือให้ก�ำลังใจซึ่งกันและกัน ในการด�ำเนินงาน วิธีการ (ต่อ) กลวิธี(ต่อ)


Click to View FlipBook Version