The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กถาพัฒนากร เล่มที่ 3 ปี พ.ศ.2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศพช ลําปาง, 2023-10-10 05:27:04

กถาพัฒนากร เล่มที่ 3

กถาพัฒนากร เล่มที่ 3 ปี พ.ศ.2562

Keywords: ห้องสมุด,ศพช.ลำปาง,กรมการพัฒนาชุมชน,พช.

กถา พัฒนากร | 149 1 3 2 เพื่อให้การด�ำเนินการฝึกอบรมราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากที่สุด พัฒนากรผู้ด�ำเนินการไม่ควรมองข้ามสิ่งต่อไปนี้คือ การศึกษาประวัติผู้เข้าอบรม เพื่อ ก) ทราบภูมิหลังผู้เข้าอบรมว่า มีประวัติความเป็นมาอย่างไร อายุ การศึกษา แนวความคิด ประสบการณ์ เพื่อง่ายต่อการประเมินผล/ ติดตามผล ข)ผู้เข้าอบรมจะได้ภูมิใจว ่า พัฒนากรผู้ด�ำเนินการให้ ความสนใจผู้เข้าอบรมทุกคนอย่างเสมอหน้า ค) พั ฒ น า ก ร ผู้ ด�ำเ นิ น ก า ร ส า ม า ร ถ ป ร ะ เ มิ น บุ ค ค ล และสถานการณ์ได้ถูกต้องยิ่งขึ้น ง) พัฒนากรผู้ด�ำเนินการสามารถคาดการณ์หรือวางแผน การแก้ปัญหาได้ การพูดคุยในสิ่งที่ผู้เข้าอบรมภูมิใจ เพื่อ ก)กระตุ้นให้ผู้เข้าอบรมอยากแสดงออกเพิ่มขึ้น โดยการพูดคุย สิ่งที่ตนภูมิใจ ข) ให้ผู้เข้าอบรมทราบและภูมิใจว ่าพัฒนากรผู้ด�ำเนินการ ก็ทราบและภูมิใจในผลงานของผู้เข้าอบรมเช่นกัน ค) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองแก่ผู้เข้าอบรม การพูดคุยระหว่างพัก เพื่อ ก)สร้างความคุ้นเคยเป็นการส่วนตัว ข)สอดแทรกและสอบถามความคิดเห็นส ่วนตัวเพิ่มเติม จากที่อบรม ค)ลดปัญหาความกดดันบางประการที่เกิดขึ้น 6. การสร้างความสัมพันธ์


150 | กถา พัฒนากร พัฒนากรมีความจ�ำเป็นที่ต้องมีเครื่องมือเพื่อช่วยในการศึกษาชุมชน การเรียนรู้ถึงสภาพที่แท้จริงของชุมชน ให้มีข้อมูลที่ถูกต้องและผลักดัน การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนของตน เครื่องมือดังกล่าว มีมากมายหลากหลายชนิด พัฒนากรต้องรู้จักเลือกหยิบมาใช้ให้เหมาะสม กับ เวลาโอกาสสถานการณ์โดยมีตัวอย่างเครื่องมือส่งเสริมการมีส่วนร่วม ดังนี้ เครื่องมือส่งเสริมการมีส่วนร่วม หลังจากก�ำหนดหัวข้อ หรือ ประเด็นที่จะศึกษาหรือ ต้องการเรียนรู้จากชุมชน แต่ต้องท�ำก่อนที่ทีมงานจะ เดินทางเข้าหมู่บ้าน ก่อนเดินทางเข้าหมู่บ้าน และในช่วงแรกที่จะเริ่ม ท�ำงานเพื่อระบุเรื่องส�ำคัญ ที่จะหาข้อมูล ทันทีที่ทราบแล้วว่าจะเก็บ ข้อมูลเรื่องอะไร 1) การศึกษาข้อมูล จากเอกสาร (Document review) 2) การระบุประเด็นหลัก และการใช้เครื่องชี้วัดหลัก (Identificationof Key areas and useof Key Indicators) 3) การสัมภาษณ์ กึ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Interview) เทคนิค/วิธีการ ท�ำเมื่อไหร่ การ ศึกษา ชุมชน การ วาง แผน การ ปฏิบัติ การ ติดตาม ประเมิน ผล


กถา พัฒนากร | 151 เวลาใดก็ได้ระหว่างที่พักอยู่ ในชุมชน ท�ำได้ทั้งกลางวัน กลางคืน ช่วงต้น กลาง หรือท้ายระยะเวลาที่ศึกษา ชุมชน เมื่อมีความคุ้นเคยกับ ชาวบ้านพอสมควร หรือ หลังจากท�ำการสัมภาษณ์ กึ่งโครงสร้างไปบ้างแล้ว เมื่อพบว่าปรากฏการณ์ หรือปัญหา วิเคราะห์ ให้ทราบถึงสาเหตุของ ปัญหาหรือเบื้องหลัง ของปรากฏการณ์รวมทั้ง แนวทางที่จะแก้ไขต้อง ทราบถึงความสัมพันธ์ และการติดต่อกันระหว่าง บุคคล/องค์กรกับบุคคล/ องค์กรอื่นที่มี ผลกระทบหรือมีความส�ำคัญ ต่อกระบวนการตัดสินใจ 4) การสังเกตการณ์ (Observation techniques) 5) การท�ำแผนที่หมู่บ้าน (Village map) 6) แผนภาพเวนน์ (Venn Diagram) เทคนิค/วิธีการ ท�ำเมื่อไหร่ การ ศึกษา ชุมชน การ วาง แผน การ ปฏิบัติ การ ติดตาม ประเมิน ผล


152 | กถา พัฒนากร หลังจากการสัมภาษณ์และ พบว่าปัญหาของชุมชน/ องค์กร น่าจะเกี่ยวข้องกับ การจัดสรรเวลาหรือความ สัมพันธ์ระหว่างกิจกรรม ต่างๆในรอบปีหรือเมื่อ อยากจะทราบหรือ ต้องการให้เกิดการเรียนรู้ ร่วมกันว่าชาวบ้านใช้เวลา แต่ละปีให้กับกิจกรรมอะไร มากที่สุด ระหว่างอยู่ในชุมชนช่วง ต้นเมื่อต้องการทราบ ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐาน และ สภาพแวดล้อมของชุมชน เมื่อได้ข้อมูลในภาพรวมของ หมู่บ้านแล้วและต้องการ กระตุ้นให้ครัวเรือนเรียนรู้ ระบบการพึ่งพากัน โดย ธรรมชาติของพืชและสัตว์ ซึ่งจะท�ำให้ครัวเรือน สามารถประหยัดค่าใช้จ่าย ในการลงทุนเพื่อการผลิต 7) ปฏิทินตามฤดูกาล (Seasonal calendar) 8) การวิเคราะห์ ภาคตัดขวาง (Transect) 9) แผนผังการถ่ายเท ทรัพยากรชีวภาพ (Bio-resource flow) เทคนิค/วิธีการ ท�ำเมื่อไหร่ การ ศึกษา ชุมชน การ วาง แผน การ ปฏิบัติ การ ติดตาม ประเมิน ผล


กถา พัฒนากร | 153 เมื่อได้ข้อมูลในภาพรวมของ หมู่บ้านแล้วและต้องการ กระตุ้นให้ชาวบ้านร่วมกัน พัฒนาระบบการผลิต เพื่อ การพึ่งตนเอง ลดความเสีย เปรียบในเชิงธุรกิจและ ยกระดับฐานะเศรษฐกิจ ของชุมชนในภาพรวม เมื่อต้องการจัดล�ำดับ ความส�ำคัญของปัญหา หรือแนวทางแก้ไขปัญหา หรือต้องมีการตัดสินใจ เลือกที่จะด�ำเนินการบาง อย่างกับสิ่งที่มีความส�ำคัญ ที่สุดของชุมชน เมื่อต้องการทราบว่า แหล่งข้อมูลข่าวสารความรู้ ที่ส�ำคัญส�ำหรับชาวบ้าน คือแหล่งใด เมื่อต้องการเพิ่ม ประสิทธิภาพขององค์กรโดย การปรับปรุงโครงสร้างและ ระบบงานขององค์กร 10) แผนผังการถ่ายเท ทรัพยากรระหว่างหมู่บ้าน (Village resource flow) 11) การจัดอันดับเมตริก คะแนน (Matrix ranking) 12) เมตริกคะแนน แหล่งข้อมูลข่าวสาร (Matrix scoringof information source) 13) แผนผังใยแมงมุม (Spider diagram) เทคนิค/วิธีการ ท�ำเมื่อไหร่ การ ศึกษา ชุมชน การ วาง แผน การ ปฏิบัติ การ ติดตาม ประเมิน ผล


154 | กถา พัฒนากร ใช้กับทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง กับความคิดการฟื้นความ ทรงจ�ำ การวางแผน การใช้ ความคิดเชิงสร้างสรรค์หรือ ใช้แสดงความเชื่อมโยงให้ที่ ประชุมเห็นภาพชัดเจนขึ้น รวมแนวคิดของแต่ละคน โดยการอภิปรายหรือการ เขียน และเป็นสื่อแสดงถึง ความรู้สึกเป็นเจ้าของภาพ ร่วมกันและการมีส่วนร่วม ในการสร้างกรอบความคิด ตามภาพของกลุ่ม เปิดโลกทัศน์ของคนในชุมชน เป็นกระบวนการส่งเสริมการ เรียนรู้ของคนในชุมชน การ ค้นพบแนวทางป้องกัน แก้ไข ปัญหาชุมชน รวมถึงการ พัฒนาคนและชุมชน เมื่อต้องการเน้นการมีส่วนร่วม ของชุมชนในการเข้าศึกษา หาสาเหตุปัญหาของชุมชน เพื่อร่วมกันวิเคราะห์วางแผน ด�ำเนินการแก้ไขปัญหาของ ชุมชนให้เบาบางลง 14) แผนที่ความคิด (Mind map) 15) A-I-C (Appreciate Influence Control) 16) PRA (การประเมิน สภาวะชนบท แบบมีส่วนร่วม) (Participatory rural appraisal) 17) PAR (การวิจัยปฏิบัติ การแบบมีส่วนร่วม) (Participatory Action Research) เทคนิค/วิธีการ ท�ำเมื่อไหร่ การ ศึกษา ชุมชน การ วาง แผน การ ปฏิบัติ การ ติดตาม ประเมิน ผล


กถา พัฒนากร | 155 การท�ำงานพัฒนาชุมชน ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากผลงานของพัฒนากรเพียงคนเดียว แต่จะต้องมาจาก ความร่วมมือร่วมใจและการท�ำงานร่วมกันเป็นทีมของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ทีมงานพัฒนาชุมชนอ�ำเภอ ทีมงานต�ำบล ซึ่งประกอบไปด้วยภาคส่วนต่างๆ เช่น ข้าราชการจากส่วนราชการต่างๆ ที่ท�ำงานกับชุมชน แกนน�ำชุมชน องค์กรชุมชนและเครือข่าย การท�ำงานเป็นทีม การท�ำงานเป็นทีมมีขั้นตอนอย่างไร การท�ำงานเป็นทีมมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ ก�ำหนดวัตถุประสงค์ของการท�ำงาน รวบรวมข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ใช้การตรวจสอบปัญหา ของงานและรวบรวมรายละเอียดที่ต้องใช้ก่อนลงมือท�ำงาน ก�ำหนดงาน คือรู้ว ่าจะต้องท�ำอะไร ก�ำหนดให้ชัดเจน เป็นข้อๆ และมีการแบ ่งงานกันตามความสามารถและความถนัด ของแต่ละคน วางแผน ก�ำหนดทางเลือกที่จะปฏิบัติให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ไว้หลายๆ ทาง หาข้อดีและข้อเสียของแต่ละทางเลือก และเปรียบเทียบกัน เลือกเอาทางเลือกที่ดีที่สุดมาวางแผนปฏิบัติ และปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ ทบทวนผลการด�ำเนินงาน เมื่องานเสร็จแล้วสรุปผล และพิจารณาใหม่ว่างานที่ท�ำไว้ได้ผลดีเพียงใด ตรงตามวัตถุประสงค์ ที่ก�ำหนดไว้หรือไม่เพื่อจะได้ข้อคิดในการปฏิบัติงานครั้งต่อๆไปให้ดีขึ้น 1 3 2 4 5


156 | กถา พัฒนากร การท�ำงานเป็นทีมมีหลักปฏิบัติอย่างไร การที่จะท�ำงานเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ หัวหน้าทีมและ ทุกคนในทีมงานต้องยึดหลักปฏิบัติต่อไปนี้ ทีมต้องมีอุดมการณ์ที่แน่นอน ซึ่งสมาชิกทุกคนยอมรับ ถือความถูกต้องซึ่งไม่จ�ำเป็นจะต้องถูกใจ ประนีประนอมโดยมีน�้ำใจของความร ่วมมือเพื่อบรรลุ เป้าหมายเดียวกัน ให้อภัยซึ่งกันและกัน อย่าพยายามเอาเปรียบกัน ถือว่าทุกคนมีความส�ำคัญเท่ากัน เคารพในสิทธิและเสรีภาพส่วนตัวของผู้อื่น อย่าเด่นแต่คนเดียว ต้องเด่นทั้งทีม ถือว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นของธรรมดา เมื่อมีปัญหาหรือไม่พอใจอะไรอย่าเก็บไว้หรือน�ำไปพูด ลับหลัง แต่ให้น�ำปัญหานั้นมาพูดกันให้เข้าใจ รู้จักแบ่งงานและประสานงานกัน มีความคิดเป็นอิสระในการท�ำงานพอสมควร ต้องปฏิบัติตามกฎหรือระเบียบของทีมอย่างเคร่งครัด ยอมรับผิดเมื่อท�ำผิด เมื่อมีการขัดแย้งกันในกลุ่มให้ถือว่าเป็นการมองปัญหา คนละด้าน 1 6 11 3 8 13 10 15 2 7 12 9 14 4 5


กถา พัฒนากร | 157 เครื่องมือควบคุมเป้าหมายและผลงานของพัฒนากร: Scoreboard เครื่องมือควบคุมเป้าหมายและผลงานของ พัฒนากร:Scoreboard มีประโยชน์อย่างไร เครื่องมือควบคุมเป้าหมายและผลงานของพัฒนากร:Scoreboard มีประโยชน์ดังนี้ เห็นภาพรวมของเป้าหมายที่ส�ำคัญของทีมและของแต่ละคน สื่อสารและน�ำสู่ข้อตกลงร่วมกันของทีม ควบคุมเป้าหมายและผลงานของทีม กระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในการท�ำงานอย่างสร้างสรรค์ แสดงให้เห็นผลงานปัจจุบันซึ่งช่วยให้เราสามารถปรับปรุง แก้ไขได้ทันทีเพื่อท�ำให้ผลงานดีขึ้น เพื่อความโปร่งใสในการประเมินผลการปฏิบัติงานของพัฒนากร เครื่องมือควบคุมเป้าหมายและผลงานของพัฒนากร : Scoreboard หมายถึง ตารางคะแนนเปรียบเทียบผลการปฏิบัติงานของพัฒนากร แต่ละคนกับเป้าหมายที่ก�ำหนด


158 | กถา พัฒนากร ตารางควบคุมเป้าหมายและผลงานของพัฒนากร อ�ำเภอ...................... จังหวัด...........................ประจ�ำปี................. 1. จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ฯ 1. เพิ่มขีดความสามารถ กพสม./กพสต. 1. ยกระดับกลุ่มออมทรัพย์ฯ 3กลุ่ม 14 หมู่บ้าน 3ต�ำบล 1กลุ่ม 5 หมู่บ้าน 3 หมู่บ้าน 3ต�ำบล 5 หมู่บ้าน 2 หมู่บ้าน 3ต�ำบล เตรียม ความพร้อม 1 หมู่บ้าน เตรียม ความพร้อม 1กลุ่ม 14 หมู่บ้าน 1กลุ่ม 1กลุ่ม 3ต�ำบล - - นายคิดดี น.ส.รักดี นายตั้งใจ 2. ส่งเสริมหมู่บ้านเศรษฐกิจ พอเพียงอยู่เย็นเป็นสุข 2.ส่งเสริมหมู่บ้านเศรษฐกิจ พอเพียงอยู่เย็นเป็นสุข 2. สร้างเครื่อข่ายเยาวชน ช่ื่อ-สกุล เป้าหมาย จ�ำนวน ผลงาน คะแนน ผลงาน คะแนน คะแนนรวม ส.ค. - มี.ค. เม.ย. - ก.ย. 3 6 1 25 35 13 25 3 1 1 9 3 9 3 10 ตัวอย่าง


กถา พัฒนากร | 159 Scoreboard มีขั้นตอนในการจัดท�ำอย่างไร ประชุมเพื่อจัดท�ำตารางควบคุมเป้าหมายและผลงานของพัฒนากร : Scoreboard มีขั้นตอนดังนี้ ทบทวนเป้าหมายของกรมการพัฒนาชุมชน กระจายเป้าหมายของกรมการพัฒนาชุมชน ไปสู่เป้าหมายของทีม และเป้าหมายของบุคคล ร่วมกันพิจารณาก�ำหนดเกณฑ์การให้คะแนนเป้าหมาย โดยควร พิจารณาจากคุณภาพของงานตามหลักการและกระบวนการพัฒนาชุมชน ประโยชน์ที่ได้รับ ความยั่งยืน ความคิดสร้างสรรค์เป็นต้น ก�ำหนดเป้าหมายของบุคคล และให้คะแนนเป้าหมายตามเกณฑ์ ที่ก�ำหนดตามข้อ 3 ร่วมกันก�ำหนดวิธีการวัดผลงานและห้วงเวลาการวัดผลงาน เช่น วัดผลงานทุกเดือน ทุกสามเดือน ทุกหกเดือน เป็นต้น จัดท�ำตารางควบคุมเป้าหมายและผลงานดังตัวอย่างในหน้า 158 โดยตารางคะแนนควรมีองค์ประกอบส�ำคัญคือเป้าหมายของทุกคน ผลงาน ที่ปฏิบัติได้และคะแนนที่ได้รับ ให้คะแนนผลงานตามเกณฑ์และวิธีการที่ก�ำหนด น�ำผลคะแนนมาใช้พิจารณาความดีความชอบ 1 6 3 8 2 7 4 5


160 | กถา พัฒนากร Scoreboard ควรมีลักษณะอย่างไร Scoreboard ควรมีลักษณะดังนี้ เข้าถึงได้ง่าย - อยู่ในบริเวณที่สมาชิกทีมเห็นได้บ่อยๆ เห็นได้ชัดเจน - เป้าหมายส�ำคัญของทีมและของแต่ละคน รวบรวมไว้ในที่เดียวกันในลักษณะที่สร้างพลังใจต่อทีม เชื่อมประสาน - ดึงดูดความสนใจของทีม สะดวก - ง่ายต่อการใช้ กระชับ - พูดถึงเป้าหมาย และผลงานของแต่ละคน มนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาให้ท�ำงานได้อย่างดีเลิศทีละหนึ่งอย่างเท่านั้น ความส�ำเร็จของงานมิใช ่ขึ้นอยู ่กับจ�ำนวนเป้าหมายแต ่ขึ้นอยู ่กับ หลักการและวิธีการพัฒนาชุมชน ความเป็นไปได้ในการบรรลุเป้าหมายต่างๆ ได้อย่างดีเลิศ เป้าหมาย 80% 1 2 3 4 5 64% 51% 41% 33% เป้าหมาย เป้าหมาย เป้าหมาย เป้าหมาย


กถา พัฒนากร | 161 การจัดการความรู้เป็นกระบวนการเรียนรู้และการบริหารจัดการ เพื่อให้“คน” น�ำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดดังนั้นการจัดการความรู้ จึงเป็นเครื่องมือพัฒนาการท�ำงานของพัฒนากรให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ให้คิดเป็น ท�ำเป็น การจัดการความรู้ ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ซึ่งเป็นความรู้ที่ผ่าน การสะสม รวบรวม เรียนรู้และพัฒนาเป็นวิทยาการ ทฤษฎีและมีการบันทึก และเผยแพร ่ในเอกสารและสื่อต ่าง ๆ เป็นความรู้ที่บันทึกและมองเห็น อย่างชัดเจน ความรู้ที่แฝงเร้น (Tacit Knowledge) หมายถึง ภูมิปัญญา ทักษะ ความคิด พรสวรรค์เป็นประสบการณ์ที่ได้จากการปฏิบัติอยู่ในหัวคน เป็นความรู้ที่ฝังลึกซ่อนเร้น ความรู้แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ ความรู้ที่พัฒนากรควรเลือกมาจัดการ มี2 ลักษณะ ดังนี้ ความรู้ของพัฒนากรที่ใช้ในการปฏิบัติงาน หรือ ความรู้ ที่เกิดจากการสะสมประสบการณ์ในการท�ำงานพัฒนาชุมชน ความรู้ของชาวบ้านที่พัฒนากรควรน�ำมาจัดการ หรือช่วย ชาวบ้านจัดการ เช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประสบการณ์ในการท�ำงาน พัฒนาชุมชน การแก้ปัญหาของชุมชน เป็นต้น 1 2


162 | กถา พัฒนากร ส่วนที่ 1 ทิศทางของการจัดการความรู้หรือวิสัยทัศน์ (Knowledge Vision) คือ เป้าหมายของการจัดการความรู้(จัดการความรู้เพื่ออะไร) ส่วนที่ 2 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้(Knowledge Sharing) เป็นหัวใจ และเป็นส่วนที่ยาก ต้องท�ำให้เกิดบรรยากาศในการแลกเปลี่ยน ท�ำให้คน มีใจยินยอมและพร้อมที่จะแบ่งปันและเรียนรู้ร่วมกัน ส ่วนที่ 3 คลังความรู้ (Knowledge Assets) เป็นชุดความรู้ ที่เก็บสะสมไว้เป็นคลังความรู้หรือขุมความรู้โดยจัดแบ่งหมวดหมู่ให้เป็นระบบ เพื่อสะดวกในการเรียกใช้ มีการระบุแหล ่งข้อมูลและชื่อบุคคลอ้างอิง ซึ่งสามารถใช้ICT มาช่วยในการจัดการและใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริม ให้เกิดเวทีการแลกเปลี่ยนที่ทรงพลัง องค์ประกอบหลักในการจัดการความรู้ แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ รูปแบบการจัดการความรู้ วิธีปฏิบัติที่ได้ผลดี(Best Practice) เป็นกิจกรรมกลุ่มสร้างสรรค์ที่มีอยู่แล้วโดยจัดการประชุมแลกเปลี่ยน เรียนรู้มีผู้ทรงคุณวุฒิหรือวิทยากรช่วยกระตุ้น และตั้งค�ำถามเพื่อให้กลุ่ม เหล่านั้นน�ำเสนอกิจกรรมของตนอย่างมีชีวิตชีวาและเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่ทรงพลัง อาจใช้ค�ำถามตัวอย่าง เช่น มีใครหรือเหตุการณ์ใดที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการพัฒนางาน จนเกิดเป็น best practice อย ่างที่เป็นอยู ่ในปัจจุบัน ในช ่วงเวลา ของการพัฒนาดังกล่าวใครบ้างเข้ามามีส่วนร่วม ร่วมอย่างไรเกิดกระบวนการ อะไรบ้างที่เป็นปัจจัยส�ำคัญน�ำไปสู่ความส�ำเร็จความยากล�ำบากหรืออุปสรรค ที่ต้องเผชิญคืออะไรบ้าง ผ ่านมาได้อย ่างไร ด้วยวิธีการใด หรือมีปัจจัย สนับสนุนอะไรอีกบ้าง ใช้ความรู้อะไรบ้างในการด�ำเนินกิจกรรมดังกล่าว เอาความรู้ เหล่านั้นมาจากไหน 1


กถา พัฒนากร | 163 มีแผนจะท�ำให้ดียิ่งขึ้นอย่างไรต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง คิดว่ามีหน่วยงานใดบ้างที่น่าจะเรียนรู้จากกิจกรรมของกลุ่ม มีความรู้อะไรบ้างที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร ่วมงาน ในหน่วยงานหรือหน่วยงานอื่น การถอดบทเรียนการเรียนรู้หลังปฏิบัติการ (After Action Review : AAR) เพื่อมุ ่งปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการท�ำงาน AAR เป็นการวิเคราะห์บทเรียน เป็นการวิเคราะห์หลังปฏิบัติการ เป็นการเรียนรู้ ระหว่างท�ำงาน เป็นการถอดบทเรียนจากการปฏิบัติค�ำถามที่ใช้ส�ำหรับ AAR ประกอบด้วยชุดค�ำถามหลัก คือ สิ่งที่คาดว่าจะได้รับจากการท�ำงานคืออะไร สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคืออะไร ท�ำไมจึงแตกต่างกัน สิ่งที่ได้เรียนรู้และวิธีการลด หรือแก้ปัญหาความแตกต่างคืออะไร การจัดกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Assist) เป็นรูปแบบการใช้วิธีการล้อมวงพูดคุยกันเป็นหลัก ก ่อให้เกิด บรรยากาศที่เป็นกันเอง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ประสบการณ์ของตนเอง ไม่มีผิด ไม่มีถูก ทุกคนสามารถเล่าประสบการณ์หรือเรื่องราวได้อย่างอิสระ โดยมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ร่วมกัน การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) เป็นการจัดการความรู้ด้วยเพราะเน้นการสร้างความรู้(Generation of Knowledge) สร้างพลังในการเปลี่ยนแปลง (Empowerment) และ สร้างคน (Education Tools) 2 3 4


164 | กถา พัฒนากร การถอดบทเรียนด้วยวงจรปฏิบัติการ4 ขั้นตอน (Spiral Model) โดยมีเป้าหมายของกิจกรรมที่ต้องการบรรลุ เริ่มด้วยการวิเคราะห์ สถานการณ์ณ จุดเริ่มต้นเพื่อก�ำหนดทางเลือกและตัดสินใจวางแผน ลงมือ ปฏิบัติตามแผน สุดท้ายสรุปประเมินผลที่ได้หรือบทเรียน แล้วน�ำกลับไป วิเคราะห์สถานการณ์ตัดสินใจวางแผน ลงมือปฏิบัติ สรุป ท�ำต่อเนื่องกัน ไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ก�ำหนดไว้ โดยทุกครั้งต้องมีการจดบันทึก การปฏิบัติไว้ทุกขั้นตอน สุนทรียสนทนา (Dialogue) เป็นการสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้มีหัวข้อหรือประเด็นที่จะพูดคุย จ�ำเป็นต้องก�ำหนดเวลาส�ำหรับการพูดคุย หรือกฎและกติกา ในการฟัง โดยให้ฟังด้วยความตั้งใจ ฟังด้วยความเข้าใจ และฟังโดยไม่พูดแทรก 5 6 วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาประชาชนทุกเพศทุกวัย ให้มีคุณภาพชีวิตดีมีความสุข โดยการปลูกฝังจิตส�ำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเป็นพลเมืองที่ดีภาวะผู้น�ำ ในการจัดการกับปัญหาชุมชน ทักษะชีวิตในการแก้ปัญหาส่วนตัวและส่งเสริม วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นรากฐานในการด�ำเนินชีวิตของประชาชน ในหมู่บ้าน/ชุมชน และเพื่อเตรียมความพร้อมประชาชนที่จะเป็นผู้น�ำ และ เป็นอาสาสมัครผู้เสียสละและมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาชุมชนจุดมุ่งหมาย คือ ชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข การด�ำเนินงานที่ท�ำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีมีความสุขจะด�ำเนินการ ใน 2 ลักษณะ คือ 1. ปฏิบัติการแก้จนแบบเข้าถึงทุกครัวเรือน 2. ส่งเสริมวิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตัวอย่างโครงการ การพัฒนาคุณภาพชีวิต


กถา พัฒนากร | 165 1 ปฏิบัติการแก้จนแบบเข้าถึงทุกครัวเรือน 1 2 3 หลักการ ใช้รูปแบบประสาน 2 พลัง คือ พลังจากภายในชุมชน (Inside-out) โดยกระบวนการแผนชุมชน และพลังจากภายนอก (Outside-in) โดย ชุดปฏิบัติการแก้จนไปปฏิบัติการ 4 ท เพื่อน�ำไปสู่3 พ ภายใต้หลักการมีส่วนรวมของประชาชน (People Participation) และประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People Centered) สมมติฐาน เปลี่ยนความคิด ชีวิตจึงเปลี่ยน เปลี่ยนทัศนะ อนาคตจึงเปลี่ยน วัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนให้พ้นเส้นความยากจน เพื่อปรับทัศนะและเพิ่มขีดความสามารถของคนจนในการแก้ ปัญหาความยากจนด้วยตนเอง เพื่อให้ชุมชนมีบทบาทและมีส ่วนร ่วมในการแก้ปัญหาสังคม และความยากจนด้วยกระบวนการแผนชุมชน กระบวนการ ระดับบุคคล โดยการไปเคาะประตูบ้านของครัวเรือนยากจน ทุกครัวเรือนเพื่อกระตุ้นให้คนในครอบครัวได้เข้าใจสภาวะที่ตนเองไม่สามารถ จัดการชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองและครอบครัวและเกิดความคิดที่ต้องการ หาความเปลี่ยนแปลงสภาวะปัจจุบันให้ดีขึ้น ระดับชุมชน โดยการจัดเวทีประชาคมเพื่อตรวจสอบคนจนที่แท้จริง เพื่อให้ชุดปฏิบัติการรู้กลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง หลังจากเคาะประตูและทราบ ปัญหาความต้องการของครัวเรือนยากจนแล้ว จึงน�ำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ ในการปรับแผนชุมชนให้สอดรับกับปัญหาและความต้องการดังกล่าว รวมทั้ง ใช้กลไกของชุมชน อบต./เทศบาลอ�ำเภอจังหวัดไปสนับสนุนกระบวนการแก้จน


166 | กถา พัฒนากร ดังนั้น ครัวเรือนยากจนจะพ้นจากความยากจนได้ด้วยการสร้างความพร้อม ของครัวเรือนยากจนในชุมชน 4 ประการ (4ท) คือ การปรับทัศนะ ต่อชีวิตและต่อการงาน การพัฒนาทักษะ ในการท�ำงานและการประกอบอาชีพ การใช้ทรัพยากรซึ่งหมายถึง ปัจจัยการผลิต ที่ดิน ทุนต่างๆ ทั้งของ ครัวเรือนและของชุมชน การหาทางออก ในการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อน�ำไปสู ่วิถีการด�ำรงชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง มีความสุขพอเพียง และครอบครัวอบอุ่นพอเพียง พลังจากภายในชุมชน (Inside-out) คนที่ควร สงเคราะห์ คนที่สามารถ พัฒนาตนเองได้ เข้าสู่กระบวนการ สงเคราะห์ เข้าสู่กระบวนการ พัฒนาตนเองและ ครอบครัว พลังจากภายนอก (Outside-in) ชุดปฎิบัติการแก้จน (หมู่บ้าน/ครัวเรือน/พัฒนากร/ผู้น�ำชุมชน (เช่น อช./ผู้น�ำ อช./ผู้น�ำสตรี/ศอช.ต) ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ธกส./ออมสิน/SMEs/ภาคเอกชน/ชุมชน /กลุ่ม/องค์กร/เครื่อข่าย/กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต/กองทุนหมู่บ้าน/SML/กลุ่มอาชีพ/OTOP จังหวัด อ�ำภอ 1 2 3 4 กรอบแนวคิดโครงการปฏิบัติการแก้จนแบบเข้าถึงทุกครัวเรือน 1. ร่วมกันพิจารณา ทัศนะต่อชีวิต ต่อการงาน 2. ร่วมกันศึกษา ทักษะฝีมือแรงงาน 3. ร่วมกันประเมิน ทรัพยากร ที่ดิน ปัจจัยการผลิต 4. ร่วมกันวิเคราะห์ตัดสินใจสรุป ทางออก(แนวทางแก้จน) ปฏิบัติการ4 ท เศรษฐกิจพอเพียง ความสุขพอเพียง ครอบครัวอบอุ่นพอเพียง พ้นจน 3พ โดยกระบวนการ แผนชุมชน โดยชุดปฏิบัติการ แก้จนไปปฏิบัติการ คนจน และ ครอบครัว


กถา พัฒนากร | 167 2 ส่งเสริมวิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง หลักการ ใช้หลักการพัฒนาชุมชนแบบมีส ่วนร ่วม “ยึดประชาชนเป็น ศูนย์กลางการพัฒนา” ยึดหลัก “การท�ำงานร่วมกัน” (work with, not work for) และหลัก“การเรียนรู้จากการปฏิบัติ”(learning by doing) เป็นหลักการส�ำคัญ ในการท�ำงานร่วมกัน ใช้เทคนิค“การกระตุ้นความคิดสร้างจิตส�ำนึก”ด้วยการตั้งค�ำถาม ที่โดนใจ (asking the right questions) เริ่มด้วย “ตัวชี้วัด 6x2” เป็นเป้าหมาย (begin with the ends in mind) กระบวนการ ชุดปฏิบัติการโดยพัฒนากร ผู้น�ำชุมชน อาสาพัฒนาชุมชน และ/ หรือผู้น�ำชุมชนที่ผ่านระบบมาตรฐานงานพัฒนาชุมชน มชช. ไปท�ำงานร่วม กับกลุ่มสตรีและเยาวชนในลักษณะ “ท�ำไป เรียนรู้ไป” เพื่อให้“ทุกคน ทุกครอบครัวในหมู่บ้าน”ได้น�ำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้เป็นรากฐาน ในการด�ำรงชีวิตด้วยการเอื้ออ�ำนวยขยายผลให้มีการปฏิบัติโดยพร้อมเพรียงกัน จากการเริ่มต้นด้วยค�ำถามที่โดนใจตามตัวชี้วัด 6x2 เพื่อให้สามารถตอบ ตนเองได้ว่าแต่ละเรื่องมี/ท�ำแล้วหรือไม่ทั้งในระดับครัวเรือน และระดับชุมชน 1 2 3 4


168 | กถา พัฒนากร ระดับครัวเรือน จากการปฏิบัติดังกล ่าวจะท�ำให้สามารถแยกครัวเรือนได้เป็น 3 ลักษณะ คือ ครัวเรือนที่ปฏิบัติแล้วเกิดผลส�ำเร็จ ให้ท�ำการสนับสนุนให้เป็น ตัวอย่างแก่ครัวเรือนอื่น ครัวเรือนที่ก�ำลังปฏิบัติชุดปฏิบัติการต้องให้ก�ำลังใจ เพื่อให้ สามารถปฏิบัติต่อไปจนส�ำเร็จ และเป็นตัวอย่างได้ ครัวเรือนที่ยังไม่ปฏิบัติโดยอาจจะยังไม่เคยรับรู้หรือยังไม่พร้อม ให้พยายามสร้างแรงจูงใจ เพื่อให้เกิดความสนใจและลงมือปฏิบัติ ระดับชุมชน ส�ำหรับระดับชุมชน/หมู่บ้าน ชุดปฏิบัติการจะต้องสนับสนุนให้ชุมชน ด�ำเนินการเพื่อช่วยให้ครัวเรือนในชุมชน/หมู่บ้านปฏิบัติโดยพร้อมเพรียงกัน และมีการพิจารณาเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิต ประจ�ำวัน ซึ่งแต ่ละชุมชนสามารถเพิ่มเติมตัวชี้วัดและด�ำเนินการ ตามสถานการณ์และความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ได้ ทั้งนี้ชุดปฏิบัติการสามารถใช้ระบบมาตรฐานงานพัฒนาชุมชน (มชช.) มาเป็นเครื่องมือช่วยให้เกิดความรู้และพัฒนาดังกล่าวได้ 1 2 3


กถา พัฒนากร | 169 กรอบแนวคิดในการท�ำงาน เพื่อขับเคลื่อน “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ให้เป็นรากฐานของชีวิตประชาชนในหมู่บ้าน เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในชีวิตประจ�ำวัน ผู้สนับสนุน ปลัดอ�ำเภอ ปลัด อบต. ปลัดเทศบาล หน่วยงานภาคี กษ./ สธ./ ศธ. /กศน./ ฯลฯ ภาคีพันธมิตร สมาพันธ์องค์การพช. สมาคมผู้น�ำอช. สมาคมผู้น�ำสตรี สมาคมผู้น�ำอาชีพ สมาคมเครือข่าย OTOP สมาคมกลุ่มออมทรัพย์ ครัวเรือน ชุมชน Work with Learning by doing ชุดปฎิบัติการ พัฒนากรผู้น�ำชุมชน อาสาพัฒนาชุมชน ปฎิบัติแล้ว เป็นตัวอย่าง ก�ำลังปฎิบัติ ให้ก�ำลังใจ ยังไม่ปฎิบัติ สร้างแรงจูงใจ กลุ่มเป้าหมายหลัก กลุ่มสตรีและเยาวชน เริ่มต้นด้วยตัวชี้วัด 6x2 เป็นเป้าหมายว่ามี/ ท�ำแล้วหรือไม่ (begin withtheends in mind) กระตุ้นความคิด สร้างจิตส�ำนึก ตั้งค�ำถามที่โดนใจ (asking theright question) เอื้ออ�ำนวย ขยายผลให้ปฏิบัติพร้อมเพรียงกันทุกคน ทุกครอบครัวในหมู่บ้าน ที่ปรึกษา ปราชญ์ชาวบ้าน ฯลฯ มีการปฎิบัติโดยพร้อมเพรียงกัน


170 | กถา พัฒนากร ตัวชี้วัด 6x2 1.ด้านการลดรายจ่าย 1.1 ครัวเรือนท�ำสวนครัว 1.2 ครัวเรือนปลอดอบายมุข≤50 % ของ คร. ทั้งหมด≤50 % ของ คร. ทั้งหมด >75 % ของคร. ทั้งหมด >75 % ของคร. ทั้งหมด 51-75 % ของ คร. ทั้งหมด 51-75 % ของ คร. ทั้งหมด 2. ด้านการเพิ่มรายได้ 2.1 ครัวเรือนมีอาชีพเสริม 2.2 ครัวเรือนใช้เทคโนโลยีที่ เหมาะสม ≤20 % ของ คร. ทั้งหมด≤30 % ของ คร. ทั้งหมด >30 % ของคร. ทั้งหมด >50 % ของคร. ทั้งหมด 21-30 % ของ คร. ทั้งหมด 31-50 % ของ คร. ทั้งหมด 3. ด้านการประหยัด 3.1 ครัวเรือนมีการออมทรัพย์ 3.2 ชุมชนมีกลุ่มออมทรัพย์ฯ ≤50 %ของ คร. ทั้งหมด มี1 กลุ่ม >75 % ของคร. ทั้งหมด มี2 กลุ่มและเชื่อมโยง เป็นเครือข่าย 51-75 % ของ คร. ทั้งหมด มี1 กลุ่มและมีกิจกรรมเพื่อ หมู่บ้าน 4. ด้านการเรียนรู้ 4.1 ชุมชนมีการสืบทอดและใช้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น 4.2 ครัวเรือนมีการเรียนรู้ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงในชีวิต ประจ�ำวัน มีภูมิปัญญาท้องถิ่น อย่างน้อย 1 เรื่อง มีกิจกรรมเรียนรู้1กิจกรรม มีกิจกรรมสืบทอดและ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น 2 อย ่างมีเครือข ่ายเรียนรู้ กับชุมชนอื่น มีกิจกรรมสืบทอดและใช้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น 1 อย่าง มีศูนย์เรียนรู้และการจัด กิจกรรม 5. ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 5.1 ชุมชนใช้วัตถุดิบอย่างยั่งยืน ในการประกอบอาชีพ 5.2ชุมชนปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่นเป็น หมู่บ้านน่าอยู่ ≤50 % ของ คร. ทั้งหมด มีการปลูกต้นไม้ปีละ1ครั้ง และดูแลรักษา >75 % ของคร. ทั้งหมด มีกิจกรรมการปลูกต้นไม้ มากกว่า 3 ครั้งขึ้นไป 51-75 % ของ คร. ทั้งหมด มีกิจกรรมการ ปลูกต้นไม้ ปีละ 2-3 ครั้ง 6. ด้านการเอื้ออารีต่อกัน 6.1 ชุมชนมีการดูแลช ่วยเหลือ คนจน คนด้อยโอกาส และคนประสบปัญหา 6.2 ชุมชน “รู้รักสามัคคี” รวมคะแนน ≤50 % ของคนจน/ด้อย โอกาส/ประสบปัญหา มีกิจกรรมการแก้ปัญหา ร่วมกัน 1 กิจกรรม >75 % ของคนจน/ ด้อยโอกาส/ประสบปัญหา มีกิจกรรมการแก้ปัญหา ร่วมกัน 3กิจกรรมขึ้นไป 51-75 % ของคนจน/ ด้อยโอกาส /ประสบปัญหา มีกิจกรรมการแก้ปัญหา ร่วมกัน 2 กิจกรรม ตัวชี้วัด 1 ระดับคะแนน คะ แนน ที่ได้ 2 3


GIVE A MAN A FISH AND HE EATS FOR A DAY ; TEACH A MAN TO FISH AND HE EATS FOR LIFE. จับปลาให้เขา มีกินชั่วคราว สอนเขาจับปลา กินชั่วชีวา


ท้ายกถา


กถา พัฒนากร | กถา พัฒนากร | 173 173 กถาพัฒนากรเล่มนี้ เป็นแนวทางหนึ่งที่พยายามจะตอบค�ำถามที่ว่า “พัฒนากร” มีกระบวนการท�ำงานพื้นฐานอย่างไร จนตัวเองมีความเชื่อมั่นและมีความเชี่ยวชาญที่จะบรรเลงเพลงพัฒนาได้ ดังนั้น “กระบี่” ของกระบวนเพลงพัฒนา อยู่ที่ ใจ หาใช่อยู่ที่คัมภีร์ “กระบี่” ของกระบวนเพลงพัฒนา อยู่ที่คิด หาใช่อยู่ที่การท่องจ�ำ “กระบี่” ของกระบวนเพลงพัฒนา อยู่ที่ ท�ำ หาใช่อยู่ที่โครงการ ในยุทธจักรแห ่งการพัฒนา ไม ่อนุญาตให้ใครอยู ่นิ่งเฉย โดยไม ่ถูก ลับเหลี่ยมลูบคม ในยุทธจักรแห่งการพัฒนา ไม่เคยหยุดยั้งการท้าทายความคิด ความรู้ ความสามารถของเหล่าผู้กล้า บรรเลงกระบวนเพลงพัฒนา เพื่อต่อสู้กับ ความยากจน ในยุทธจักรแห ่งการพัฒนา ไม ่ปรากฏมีผู้ประสบความส�ำเร็จ โดยไม่ฝึกฝนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องสม�่ำเสมอ แต่...น�้ำใจไม่เคยแล้งในยุทธจักรแห่งการพัฒนานี้ ท้ายกถา “พัฒนากร” สามารถศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ฝึกฝนทักษะเอาเอง


ไปหาประชาชน ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางประชาชน เรียนรู้จากประชาชน ท�ำงานร่วมกับประชาชน วางแผนงานร่วมกับประชาชน เริ่มงานจากสิ่งที่ประชาชนมี สอนโดยแสดงให้ดู ให้ประชาชนเรียนรู้จากการท�ำงาน 174 | กถา พัฒนากร


(สร้อย) ไทยเราทั้งชาติเก่งฉกาจยืนหยัดทุกคน น�้ำใจเข้มข้นดั่งน�้ำมนต์ มหัศจรรย์ (ช) รักในเชื้อชาติ (ญ) รักเสมือนญาติ (ช) รักแผ่นพื้นดิน (ญ) รักแหล่งหากิน (พร้อม)พระเจ้าแผ่นดินท้องถิ่นเมืองไทยรักไว้ตลอดกาลสร้างหลักฐาน และมีงานท�ำ ประกอบกิจกรรมร�่ำรวยเพราะช่วยตัวเอง (ช) เอาเรี่ยวแรงงานลงหว่านดิน หากินเป็นสุข (ญ) หากินเป็นสุข (ช) เราบุกเราท�ำไม่ร�่ำไร สร้างไว้ยิ่งกว่าเก่า (ญ) สร้างไว้ยิ่งกว่าเก่า (พร้อม) เกิดความสมบูรณ์พูนสุขพลัน เราร ่วมกันช ่วยปกครอง ท้องถิ่นเราหนักแรงแบ่งเบาเพราะเราสามัคคี (สร้อย)..................... (ญ) ร่วมท�ำงานกับรัฐบาลประสานประสม (พร้อม) ช่วยถม ช่วยท�ำ ถนน บ่อน�้ำ ต้องท�ำให้มี (ช) ขุดเราขุดให้พร้อม (ชะ) (ญ) ซ่อมเราซ่อมให้ดี(ช้า) (ช) สร้างกันทันที(ชะ) (ญ) อย่าได้รีรอ (ช้า) (สร้อย)..................... (ช) สร้างชุมชนไม่บ่นเลย (ญ) งานเราเคยไม่ย่อย่น (พร้อม)เราทุกคนเลือดชาวชนบท ทรหดมาเรามาพัฒนากัน เอาแรงปัน ไม่ละลด ให้ปรากฏเร็วไว ท�ำเข้าไป ค�ำร้องโดย อาจินต์ปัญจพรรค์ ท�ำนองโดย นารถ ถาวรบุตร ขับร้อง หมู่ชาย-หญิง สันติลุนเผ่สวลีผกาพันธุ์ มาร์ชพัฒนาชุมชน กถา พัฒนากร | 175


ค�ำร้อง แสงทิพย์วงศ์ระวี ท�ำนอง เรียบเรียงฯ สุนันท์พันธปกรณ์ ขับร้อง วินัย พันธุรักษ์รุ่งฤดีแพ่งผ่องใส ชีวิตอันคลาดคล�่ำอยู่ในต�ำบลผองเราทุกคนทุ่มเทศรัทธา ล�ำบากเพียง ไหนไม่เคยน�ำพา ชีวิตนักพัฒนาสร้างสรรค์มาเพื่อเหล่ามวลชน เราเยี่ยมเยือนไปทั่วในถิ่นกันดาร มิเคยท้องานสู่กร�ำแดดฝน เราเหนื่อย เพียงกายแต่ใจสุขล้น เพื่อหวังให้ไทยทุกคนได้พ้นความยากแค้นทั่วไป อยู่ต�ำบลไหนใจก็สุข ไม่มีความทุกข์ไม่วุ่นวายใจ ใกล้ชิดปรองดอง พี่น้องมากมาย ร่วมแรงร่วมใจเกื้อกูลกันมา จะไม่ลืมน้องพี่ในต�ำบลใดถึงตัวแสนไกลฝากใจไปหา รอยเปี่ยมไมตรี ที่เหล่าประชา ประทับไว้บนดวงหน้าเป็นเหมือนตราแห่งความภาคภูมิ ภาพชีวิตนักพัฒนา 176 | กถา พัฒนากร


ประวัติศาสตร์อาจมีในหลายด้าน แต่คนที่ท�ำงาน ไม่เคยจะเอ่ยออกนาม คนที่แบกหาม ลุยน�้ำลุยโคลนคนที่สรรค์สร้าง จากป่าเป็นเมือง รุ่งเรืองงามเพียงเวียงวัง ด้วยเลือดด้วยเนื้อของคนท�ำทาง ถางทางตั้งต้นให้คนต่อไป จากป่าเปลี่ยว เที่ยวไปในทุกถิ่น ดังโบกโบยบิน พื้นดินเป็นถิ่นอาศัย หนาวเหน็บเจ็บกาย ภัยร้ายเพียงใดไม่เคยไหวหวั่น รุดหน้าฝ่าฟัน ก้าวไปให้คนเดินตาม ทุกย่างก้าวเขาเหมือนเงาเลือนราง ฝังนาม ฝังร่าง อยู่กลางแผ่นดิน ค�ำร้อง อาจินต์ปัญจพรรค์ ท�ำนอง เรียบเรียงฯ นารถ ถาวรบุตร ขับร้อง หมู่ชาย-หญิง สันติลุนเผ่สวลีผกาพันธุ์ คนท�ำทาง กถา พัฒนากร | 177


ค�ำร้อง สุรักษ์สุขเสวี ท�ำนอง เรียบเรียงฯ เศกพล อุ่นส�ำราญ ฉันรู้สึกโชคดีที่ได้เกิดมา และได้ท�ำภาระหน้าที่ส�ำคัญ สานประโยชน์ของชาติและปวงประชา ด้วยหลักการเลิศล�้ำ หลักธรรมค�้ำใจ จะเดินตามรอยเท้าของพ่อด้วยความตั้งใจ จะเติมเต็มความหมายข้าราชการที่ดี มอบชีวิตทุ่มเทให้แผ่นดินนี้ สูงที่สุดของชีวิตคนหนึ่งคน ด้วยสัจจะที่ฉันปฏิญาณให้ไป ยึดมั่นหัวใจ ในหลักเที่ยงธรรม มั่นคงความดีตลอดไป... ฉันรู้สึกโชคดีที่ได้เกิดมา และได้ท�ำภาระหน้าที่ส�ำคัญ จะเดินตามรอยเท้าของพ่อด้วยความตั้งใจ จะเติมเต็มความหมายของข้าราชการที่ดี มอบชีวิตทุ่มเทให้แผ่นดินนี้ สูงที่สุดของชีวิตคนหนึ่งคน ด้วยสัจจะที่ฉันปฏิญาณให้ไป (ทดแทนคุณให้พ่อหลวงและแผ่นดิน) จ�ำขึ้นใจ ท�ำความดีเพื่อชาติไทย ต้องพิสูจน์ว่าตนได้ท�ำอะไร ฉันภูมิใจที่ท�ำตามได้จริง รับใช้ประชาชน ทุกคนเท่าเทียมกัน สวมเครื่องแบบสมญาข้าราชการ รับใช้งานเพื่อพ่อหลวงแห่งไทย เหมือนค�ำสัตย์สัญญาที่มอบเอาไว้ ภาคภูมิในเกียรติยศศักดิ์ศรี สวมเครื่องแบบสมญาข้าราชการ รับใช้งานเพื่อพ่อหลวงแห่งไทย ท�ำความดีเพื่อชาติไทย ต้องพิสูจน์ว่าตนได้ท�ำอะไร ฉันภูมิใจที่ท�ำตามได้จริง 178 | กถา พัฒนากร


A Appreciation ชื่นชม การตระหนัก เข้าใจ ชื่นชมยินดียอมรับนับถือ ยกย่องให้เกียรติในคุณค่าและความส�ำคัญของผู้อื่น B Bravery กล้าหาญ ความกล้าหาญ ไม่เกรงกลัวต่ออันตราย หรือความยากล�ำบาก หรือสถานการณ์ยุ่งยาก ไม่สบายใจ C Creativity สร้างสรรค์ ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ประดิษฐ์คิดค้น สิ่งใหม่ ด้วยความคิดของตนเอง ไม่ธรรมดา D Discovery ใฝ่รู้ การใฝ่รู้การค้นหา การค้นพบ ข่าวสาร ความรู้สถานที่ และวัตถุต่างๆ เป็นครั้งแรก E Empathy เข้าใจ ความสามารถในการเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด หรือ ประสบการณ์ของผู้อื่น โดยการ “เอาใจเราไปใส่ใจเขา” จินตนาการว่า หากอยู่ในสถานการณ์นั้นจะเป็นเช่นไร F Facilitation เอื้ออ�ำนวย การท�ำให้ง่าย การท�ำให้งานนั้นเป็นไปได้การเอื้ออ�ำนวย ความสะดวกให้ผู้อื่นท�ำงานในวิถีทางที่เหมาะสมกับตัวเขาเอง ค่านิยมของข้าราชการ กรมการพัฒนาชุมชนที่พึงประสงค์ ABC DEF กถา พัฒนากร | 179


พักสักนิด… เติมข้อคิด ในการท�ำงาน 180 | กถา พัฒนากร


- ศ.ดร. ป๋วย อึ้งภากรณ์ คุณภาพแห่งชีวิต : ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน เมื่อผมอยู่ในครรภ์ของแม่ ผมอยากให้แม่ได้กินอาหารถูกหลัก โภชนาการและได้รับการเอาใจใส่ด้านสวัสดิการแม่และเด็ก ผมไม่ต้องการมีพี่น้องมากมายอย่างที่พ่อแม่ผมมีมา และผม ไม่อยากให้แม่มีน้องกระชั้นชิดกับผมเกินไปนัก แม ่กับพ ่อผมจะแต ่งงานกันตามประเพณีหรือไม ่ ไม ่ส�ำคัญ ที่ส�ำคัญคือแม่กับพ่อต้องอยู่ร่วมกัน และไม่ทะเลาะกันบ่อยๆ ในระยะ ๒ - ๓ ปีหลังจากที่ผมเกิดมา ผมอยากให้แม่กับผม ได้กินอาหารที่ถูกหลักโภชนาการเพราะเป็นระยะที่ร่างกายและสมอง ผมเติบโตขึ้น และเป็นระยะที่จะส่งผลดีผลร้ายให้ผมในอนาคต ผมต้องการไปโรงเรียน และอยากให้พี่สาวหรือน้องสาวผมได้ เรียนหนังสือด้วยแล้วเรียนรู้วิชาที่จะไปท�ำงานได้กับให้โรงเรียนอบรม สั่งสอนเรื่องศีลธรรมจรรยาให้เราถ้าเผอิญผมเรียนเก่ง ไปได้ถึงชั้นสูงๆ ก็ขอให้มีโอกาสได้เรียนสูงที่สุด เมื่อออกจากโรงเรียน ผมก็อยากท�ำงานเลี้ยงชีพ และงานนั้นควร จะน่าสนใจพอที่จะรู้สึกว่า ผมได้ท�ำประโยชน์แก่คนอื่น กถา พัฒนากร | 181


บ้านเมืองที่ผมอยู่ควรจะมีขื่อมีแป มีความสงบเรียบร้อยปลอดภัย และพวกเราไม่ถูกกดขี่ข่มเหงประทุษร้าย บ้านเมืองเราควรจะติดต่อมีความสัมพันธ์อันมีประโยชน์และ ชอบธรรมกับต่างประเทศ เราจะได้เรียนรู้วิชาทั้งด้านปัญญาและด้าน อาชีพจากมนุษย์ทั่วโลกกับเราจะได้มีทุนจากต่างประเทศมาช่วยเราพัฒนา บ้านเมืองของเราส่งสินค้าที่ผมท�ำขึ้น หรือที่เพื่อนร่วมชาติผมท�ำ ขึ้นไปขายต่างประเทศ ราคาสินค้านั้นควรจะเป็นราคาที่ยุติธรรม ถ้าผมเป็นชาวนา ผมก็อยากมีที่นาของผมเป็นกรรมสิทธิ์และมี ช่องทางที่จะได้สินเชื่อมาลงทุน ได้วิชาแบบใหม่มาใช้เพาะปลูกได้ตลาด มั่นคง และราคายุติธรรมส�ำหรับพืชผลของผม ถ้าผมเป็นชาวเมืองท�ำงานรับจ้างเขาผมก็อยากมีหุ้นส่วนในงาน ที่ผมท�ำ และมีส่วนในการด�ำเนินงานโรงงาน หรือห้างที่ผมท�ำอยู่ ในฐานะที่เป็นมนุษย์ผมอยากจะได้อ่านหนังสือพิมพ์ถูกๆ หนังสือ ถูกๆ มีวิทยุฟัง มีโทรทัศน์ดู(แต่ไม่อยากฟังหรือดูโฆษณาสินค้ามากนัก) ผมอยากมีสุขภาพแข็งแรง และหวังว่ารัฐบาลจะจัดให้มีบริการ อนามัยป้องกันโรคชนิดฟรีและบริการรักษาโรคชนิดที่ถูกและเรียกหา ได้ง่าย 182 | กถา พัฒนากร


ผมหวังว่าจะมีเวลาพักผ่อนเป็นของตนเองบ้างจะได้มีความสุข ร่วมกับครอบครัวผม ถ้าอยากไปเที่ยวสวนก็ไปได้อยากดูศิลปะชนิด ต่างๆ ก็ได้ชม อยากไปงานวัดงานวัฒนธรรมก็ได้ไปเที่ยว ผมจ�ำเป็นต้องมีอากาศบริสุทธิ์ส�ำหรับหายใจ และน�้ำสะอาด ส�ำหรับดื่ม ผมอยากได้ร ่วมมือเป็นสหกรณ์กับเพื่อนฝูง จะได้ช ่วยกัน เขาบ้าง เราบ้าง แล้วแต่ความจ�ำเป็น ผมจ�ำเป็นต้องมีโอกาสได้ร่วมงานของชุมชนที่ผมอาศัยอยู่และ สามารถมีปากมีเสียงในการก�ำหนดชะตาของบ้านเมือง ทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองในประเทศของผม เมียผมก็ควรมีโอกาสอย่างเดียวกัน และเราทั้งสองคน ควรได้ รับความรู้และทราบวิธีการวางแผนครอบครัว พอผมแก่ลง บ้านเมืองก็ควรจะให้บริการทางการเงินและ สังคมสงเคราะห์แก่ผม เพราะผมก็ได้ออกเงินบ�ำรุงมาตลอด เมื่อผมตายแล้ว และเผอิญมีทรัพย์สมบัติเหลืออยู่ ผมอยากให้ รัฐบาลแบ่งให้เมียผมไว้พอกิน แล้วเอาที่เหลือไปท�ำประโยชน์ให้คนอื่น ได้อยู่ดีกินดีด้วย นี่แหละคือความหมายอันแท้จริงแห่งชีวิต นี่แหละคือการพัฒนาเพื่อประโยชน์ของทุกคน กถา พัฒนากร | 183


กาลามสูตรสมัย เนาวรัตน์พงษ์ไพบูลย์ หมู่บ้านหนึ่งนามว่า กาลามะ ขาดผู้น�ำ ผู้น้อยพลอยรังควาน เฮที่ไหน เฮด้วย ช่วยเฮนั่น ที่ยกหูชูหาง ก็ย่างเยื้อง จึงพระพุทธองค์ทรงโปรดสัตว์ หลักความเชื่อสิบอย่างในทางธรรม หนึ่ง ฟังตามกันมาอย่าได้เชื่อ สาม ตื่นข่าวป่าวมาอย่าเชื่อไป ห้า อย่าเชื่อเพราะเดาเอาเองเล่น เจ็ด เพราะนึกตรึกตรองหรือตรวจตรา เก้า อย่าเชื่อเพราะเพื่อควรเชื่อเขา ก็ใช่จักเชื่อได้น�้ำใจคน เกิดภาวะวุ่นวายหลายสถาน อลหม่านมากมายทุกมุมเมือง ที่เงียบงันโง่งงก็งมเงื่อง ตื่นข่าวลือ ถือข่าวเลื่อง อยู่เนืองนันต์ เทศนาด�ำรัส ตัดโมหันธ์ คนทั้งนั้นนิ่งฟังโดยตั้งใจ สอง ท�ำกันทุกเมื่อ เชื่อไม่ได้ สี่อย่าไว้ใจแม้แต่ต�ำรา หก กะเกณฑ์คาดคะเนไว้ล่วงหน้า แปด เพราะว่าต้องตามธรรมเนียมตน สิบ ครูเราแท้แท้มาแต่ต้น จงเชื่อผล เชื่อเหตุสังเกตเทอญ 184 | กถา พัฒนากร


กาลครั้งหนึ่ง..... มีคนตัดไม้ที่เก่งมากคนหนึ่ง ซึ่งได้ท�ำงานกับพ่อค้าไม้ เนื่องจากพ่อค้าไม้ได้จ่ายผลตอบแทนและสภาพการท�ำงานที่ดีให้แก่เขา ดังนั้น คนตัดไม้จึงตั้งใจแน่วแน่ที่จะท�ำงานของเขาให้ดีที่สุด เจ้านายได้ให้ขวานและบอกให้เขาไปตัดไม้ในพื้นที่ที่ก�ำหนดให้ ในวันแรกคนตัดไม้สามารถตัดไม้ได้ถึง 18 ต้น เจ้านายประทับใจในตัวเขามาก และกล่าวชมเขา “ดีมาก ท�ำงานให้ดีต่อไปนะ” เพราะเขาได้รับก�ำลังใจที่ดีจากเจ้านาย เขาจึงตั้งใจที่จะท�ำงานหนักขึ้น ในวันต่อมา แต่เขากลับตัดไม้ได้เพียง 15 ต้นเท่านั้น ในวันที่สาม เขาเพียรพยายามมากขึ้นไปอีก แต่กลับตัดไม้ได้เพียง 10 ต้นเท่านั้น แต่ละวันผ่านไปเขากลับตัดไม้ได้น้อยลงทุกที คนตัดไม้ร�ำพึงกับตนเองว่า ความแข็งแรงของเขาคงลดน้อยถอยลงเสียแล้ว เขาจึงไปหาเจ้านายของเขาเพื่อขอโทษ และบอกกับเจ้านายว่า เขาไม่เข้าใจว่าท�ำไมผลลัพธ์มันจึงเป็นเช่นนี้ เจ้านายจึงถามเขาว่า “ เธอได้ลับขวานครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ? ” “ลับขวานเหรอครับ ? ผมไม่มีเวลาที่จะลับขวานของผมเลย ผมยุ่งอยู่แต่การตัดต้นไม้” นิทานสอนใจ คนตัดไม้ กถา พัฒนากร | 185


ข้อคิดของเรื่องนี้ ชีวิตของพวกเราก็เช่นกัน บางครั้งเรายุ่งเสียจนไม่มีเวลาจะลับขวานให้คมอยู่เสมอ ในโลกทุกวันนี้ดูเหมือนทุกคนจะยุ่งมากขึ้น แต่กลับมีความสุขน้อยลงกว่าเคย ท�ำไมจึงเป็นเช่นนั้น? เป็นไปได้หรือเปล่าที่ว่า พวกเราลืมที่จะมีชีวิตอยู่อย่างชาญฉลาดที่จะลับชีวิตของเราให้คม มันไม่ผิดที่เราจะท�ำงานหนัก แต่เราไม่ควรวุ่นวายจนละเลยสิ่งที่ส�ำคัญในชีวิต เช่น ชีวิตส่วนตัว การเอาใจใส่ผู้อื่น การให้เวลากับการอ่านหนังสือ และอื่นๆ เราทุกคนต้องการเวลาที่จะผ่อนคลาย ที่จะคิด ที่จะสร้างสมาธิ และที่จะได้เรียนรู้และเติบโต ถ้าเราไม่ยอมใช้เวลาที่จะลับคมให้แก่ชีวิตของเรา เราจะกลายเป็นผู้ที่โง่เขลาและสูญเสียซึ่งประสิทธิผลและศักยภาพของเรา เป็นความรับผิดชอบของเราที่จะต้องรักษาและพัฒนาศักยภาพของตน เพราะมันจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะรับประกันความส�ำเร็จ และความเป็นที่ต้องการในอาชีพของตัวเรา ดังนั้น ขอให้เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ลองคิดหาหนทางที่จะพัฒนาศักยภาพของเรา เพื่อที่จะท�ำให้เราสามารถท�ำงานได้อย่างมีประสิทธิผล และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่งานของเรามากขึ้น 186 | กถา พัฒนากร


พระราชาองค์หนึ่ง ทรงตั้งค�ำถามเพื่อทดสอบขุนนางชั้นผู้ใหญ่ขึ้นมา ค�ำถามหนึ่ง พระองค์ทรงพาขุนนางเหล่านี้ไปยังด้านหน้าประตูเหล็กที่มีขนาด มหึมาบานหนึ่ง จากนั้นทรงตรัสกับขุนนางว่า “นี่คือประตูบานใหญ่ที่สุดในอาณาจักรของพวกเรา พวกเจ้าใคร เปิดมันออกได้บ้าง” เหล่าขุนนางต่างมองหน้ากัน และมองไปที่ประตูเหล็ก ที่สูงใหญ่บานนั้น จากนั้นก็พากันส่ายหัวขุนนางชั้นผู้ใหญ่บางคนกระซิบกันว่า “ประตูบานใหญ่ซะขนาดนี้ มิหน�ำซ�้ำยังท�ำมาจากเหล็ก ต้องหนักแน่ๆ คนคนเดียวจะไปผลักออกได้ยังไง” บางคนก็พูดว่า“ด้านหลังของประตูบานนี้ ถูกล็อกเอาไว้แน่ๆ ผลักไม่ออกหรอก” ยังมีขุนนางชั้นผู้ใหญ่บางคนพูดต่อ อีกว่า “ประตูบานนี้ไม่เคยถูกเปิดออก ต้องเป็นสนิมแน่ๆ เปิดไม่ออกหรอก ไม่ต้องลองจะดีกว่า” นิทานสอนใจ ประตูเหล็ก ขุนนางชั้นผู้ใหญ ่คนหนึ่งกระแอมสองครั้ง จากนั้นก็พูดว ่า “อายุเราก็ขนาดนี้แล้ว จะมีแรง ผลักประตูที่หนักขนาดนี้ได้อย่างไรกัน” เหล่า ขุนนางชั้นผู้ใหญ ่ต ่างพากันพูดคุยแสดงความ คิดเห็นกันอย ่างเซ็งแซ ่ ขุนนางจ�ำนวนหนึ่ง ไม่เข้าใจเจตนาของพระราชาและพากันคิดว่าการยืน ดูสถานการณ์อยู่เงียบๆ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดก็เลยยืน ดูอยู่เฉยๆ ไม่ท�ำอะไรทั้งสิ้น กถา พัฒนากร | 187


ขุนนางบางท่านก็ท�ำเป็นเดินวางท่าไปข้างหน้าประตูบานนี้แต่ก็ได้ แค่คิด แต่ไม่ได้ลงมือท�ำอะไร เพราะพวกเขาไม่อยากจะเป็นคนโง่ในสายตา ของคนอื่น ขณะที่เหล่าขุนนางก�ำลังขบคิดกันอย่างหนักอยู่นั้น พระโอรสน้อย ซึ่งมีพระชมมายุเพียง 7 พรรษาทรงวิ่งผ่านมา พระโอรสเห็นพระบิดาและ เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก�ำลังมองประตูเหล็กบานใหญ่บานนั้นก็รู้สึกแปลกพระทัย จึงเดินไปยังด้านหน้าของประตูใหญ่และใช้มือน้อยๆของพระองค์ผลักมันเบาๆ ประตูเหล็กขนาดใหญ่ก็ถูกเปิดออกในทันที!!! ที่แท้แล้วนี่เป็นประตูที่ไม่ได้ใส่กลอน ไม่ได้ถูกล็อก แม้ว่าบนประตู จะมีคราบสนิมเป็นดวงๆ แต่ก็ไม่ได้ท�ำให้ประตูถูกล็อกตาย ประตูบานใหญ่ ที่ขุนนางชั้นผู้ใหญ่เหล่านั้นไม่ได้เปิดกลับถูกเด็กที่มีอายุเพียง7ขวบเปิดออกได้ บนโลกใบนี้ขอเพียงแค่มีความตั้งใจจะท�ำ ก็จะพบว่าประตูหลายบาน ไม่ได้ถูกล็อกไว้ประตูที่ไม่ได้ล็อกนั้น ด้านหลังของมันก็คือ โลกที่ไม่มีใคร เคยเห็น ขอเพียงแค่คุณกล้ายื่นมือออกมา ประตูทุกบานในโลกใบนี้ก็จะถูก เปิดออก แต่ในชีวิตจริง มีคนหลายคนที่เป็นเหมือนกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่เหล่านั้น ยังไม่ทันได้ลองท�ำ ก็คิดว่าตนเองท�ำไม่ได้คนประเภทนี้มักจะอยู่ในกรอบ ที่ทั้งเล็กและแคบ ไม่ได้สัมผัสกับสิ่งใหม่ๆ มากเท่าใด รวมทั้งไม่สามารถ คิดไตร่ตรองเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ได้จึงไม่ก้าวหน้าและประสบความส�ำเร็จ เท่าที่ควร พวกเขาใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นคนที่มีชีวิตราวกับ น�้ำนิ่งในหนอง แม้จะมีความฝัน ก็ยากที่จะท�ำให้เป็นจริงได้ แล้วท่านผู้อ่าน เป็นอย่างขุนนาง หรือเป็นอย่างพระโอรสน้อย 188 | กถา พัฒนากร


มีปลาตัวหนึ่ง ถูกจับได้ตั้งแต ่ยังตัวเล็กๆ ชาวประมงเห็นมันตัวเล็กมาก แต่มีลักษณะที่สวยงาม จึงมอบให้เป็นของขวัญแก่ลูกสาวของตนเอง เด็กหญิงจับมันใส่ตู้ปลา และเลี้ยงไว้ตั้งแต่นั้นมา มันว่ายไปมาในตู้ปลา มักจะชนกับผนังตู้เป็นประจ�ำ จึงรู้สึกไม่มีความสุข ภายหลังมันตัวโตขึ้นเรื่อยๆจนว่ายไปมาล�ำบากขึ้น เด็กหญิงจึงเปลี่ยนตู้ปลา ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น มันจึงว่ายไปมาได้สะดวกมากขึ้น แต่ทุกครั้งที่มันว่ายชนผนังตู้อารมณ์เบิกบานของมันก็จะหม่นหมอง มันเริ่ม รู้สึกเกลียดชีวิตที่วนเวียนอยู่เดิม อย่างนี้จึงลอยตัวอยู่ในน�้ำไม่ขยับ รวมทั้ง ไม่ค่อยกินอาหารเหมือนที่ผ่านๆ มา เด็กหญิงเห็นอย่างนั้น ก็รู้สึกสงสาร จึงปล่อยมันกลับลงทะเล มันว่ายน�้ำไป มาในทะเลไม่หยุด อย่างไม่มีความสุข วันหนึ่งมันพบปลาตัวอื่นๆ ปลาตัวนั้นถามว่า “นายดูไม่มีความสุขเท่าไหร่นะ” มันถอนใจ แล้วตอบกลับไปว่า “อา..ตู้ปลาใบนี้ใหญ่เกินไปแล้ว ฉันว่ายอย่างไรก็ไม่ถึงขอบเสียที!” นิทานสอนใจ ปลา กับตู้ปลา กถา พัฒนากร | 189


เราคล้ายปลาตัวนี้ไหม อยู ่ในตู้ปลานาน จนใจแคบเหมือนตู้ปลา ไม ่กล้าท�ำอะไรใหม ่ๆ ที่แตกต ่าง แล้ววันหนึ่งเมื่อพบกับอาณาเขตกว้าง ใหญ่กว่าเดิม จึงไม่สามารถที่จะปรับตัวยอมรับมันได้เพราะสุดท้ายเราก็ยัง ยึดติดกับผนังบางอย่างที่อยู่ในใจเราแม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรกว้างใหญ่ แต่ก็ยังไม่สามารถสัมผัสถึงความอิสระได้เลยถ้าเราไม่เปิดใจไม่เปิดตัวเองออก เราก็ไม่มีทางได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ยิ่งไม่มีวันก้าวหน้าและเติบโต คนที่ประสบ ความส�ำเร็จที่สุดในกลุ่ม ก็คือคนที่มีจิตใจที่เปิดกว้าง เขาเหล่านั้นจะก้าวหน้า เร็วที่สุด มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นที่ดีที่สุดและจะได้รับโอกาสประสบความส�ำเร็จ ได้ง่ายที่สุด 190 | กถา พัฒนากร


1. คณะที่ปรึกษา 1.1 ดร.นิรันดร์จงวุฒิเวศย์ 1.2 อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน 1.3 รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนทุกคน 2. คณะท�ำงานจัดท�ำกถาพัฒนากร 2.1 นายทวีป บุตรโพธิ์ 2.2 นางปราณีรัตนประยูร 2.3 นางอัจฉราวรรณ มณีขัติย์ 2.4 นางสาวศศิธร อินทกุล 2.5 นายไพบูลย์บูรณสันติ 2.6 นายทรงพล วิชัยขัทคะ 2.7 นายร่องกี้พลเยี่ยม 2.8 นายรังสรรค์หังสนาวิน 2.9 นางสาวขวัญดาว ลือเปี่ยม 2.10 นางสาวพูพิศ ลาวัลย์ 2.11 นางกาญจนวรรณ ช่วยมั่นคง 2.12 นางพัชรินทร์พาน�ำมา 2.13 นางสาวนันทรัตน์สุขศรี 2.14 นางชุติมณฑน์วงษ์ค�ำหาร 2.15 นางจุฑารัตน์ชุนเกาะ คณะท�ำงาน ที่ปรึกษา ที่ปรึกษา ที่ปรึกษา หัวหน้าคณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน กถา พัฒนากร | 191


คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน คณะท�ำงาน เลขานุการ เลขานุการร่วม ผู้ช่วยเลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ 2.16 นายด�ำรง สมหอม 2.17 นายพชร พลายพิชิต 2.18 นางสาวพัชรันธร จันทร์เพ็ญโรจน์ 2.19 นายวิสุทธิ์วงศ์สว่าง 2.20 นางสาวปฐมพร คงสมบรูณ์ 2.21 นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม 2.22 นายสุรศักดิ์อักษรกุล 2.23 นางสาวกนกนิจ พนาวาส 2.24 นางสาวศิรินทร กะวะนิช 192 | กถา พัฒนากร


194 | กถา พัฒนากร


Click to View FlipBook Version