เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นตําบลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หน้า ๑๙๗
คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กจิ กรรมนกั เรียน (ลกู เสอื สารองดาวดวงที่ ๓)
ช้ันประถมศึกษาปีที ๓ เวลา ๓๐ ชว่ั โมง/ปี
คาอธิบายรายวชิ า
เปิดประชุมกอง ดําเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให๎ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนร๎ู โดยเน๎นระบบหมํู และปฏิบัติตามคําปฏิญาณ คติพจน์และกฎ
ของลูกเสือสํารอง ศึกษาเรียนร๎ูจากการคิดและปฏิบัติจริงใช๎สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสํารองท่ีมีความเป็น
เอกลักษณ์รํวมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด๎วยความสนใจใฝุรู๎ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติ
กจิ กรรม ปิดประชมุ กองในเร่ืองตอํ ไปน้ี
ลูกเสือสํารองดาวดวงท่ี ๓ นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทําความเคารพหมูํ
(แกรนฮาวล์) การทําความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ๎าย ระเบียบแถว คําปฏิญาณ กฎ และคติพจน์
ของลูกเสือสํารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสํารวจ การค๎นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรใน
ชุมชนท๎องถ่ิน ความปลอดภัย บริการ การผูกเง่ือน ธง และประเทศตําง ๆ การฝีมือท่ีใช๎วัสดุเหลือใช๎ใน
ท๎องถิ่น กิจกรรมกลางแจง๎ การบันเทิงท่ีสํงเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท๎องถ่ิน อนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตสิ ิง่ แวดล๎อมลดภาวะโลกรอ๎ น
เพ่ือให๎มีความรู๎ ความเข๎าใจในกิจกรรมลูกเสือสํารองดาวดวงท่ี ๓ สามารถปฏิบัติตามคําปฏิญาณ กฎ
และคติพจนข์ องลูกเสือสํารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบ
วินัย และเห็นอกเห็นใจ รู๎จักบําเพ็ญเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ รู๎จักทําการฝีมือและฝึกฝนทํากิจกรรม
ตําง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและสํงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท๎องถิ่น อนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล๎อม ความมั่นคงของชาติ และสามารถประยุกต์ใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
ผลการเรียนรู้
๑. มนี สิ ยั ในการสังเกต จดจาํ เชอ่ื ฟังและพงึ่ ตนเองได๎
๒. มคี วามซ่อื สัตย์ สุจริต มรี ะเบียบวินัย และเหน็ อกเหน็ ใจผอู๎ นื่
๓. บําเพญ็ ตนเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
๔. ทําการฝีมือและฝึกฝนทํากิจกรรมตาํ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รกั ษาและสํงเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมภูมปิ ญั ญาทอ๎ งถน่ิ และความมั่นคงของชาติ
๖. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล๎อม ลดภาวะโลกร๎อน สามารถประยุกต์ใช๎หลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียงได๎
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หน้า ๑๙๘
คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น กิจกรรมนักเรียน (ลกู เสอื สามัญ (ลกู เสือตรี) )
ช้ันประถมศึกษาปีที ๔ เวลา ๓๐ ชัว่ โมง/ปี
คาอธิบายรายวิชา
เปิดประชุมกอง ดําเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให๎ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนร๎ู โดยเน๎นระบบหมูํ และปฏิบัติกิจกรรมตามคําปฏิญาณ คติพจน์
และกฎของลูกเสือสามัญ เรียนร๎ูจากการคิดและปฏิบัติจริง ใช๎สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญท่ีมีความเป็น
เอกลักษณ์รํวมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด๎วยความสนใจ ใฝุร๎ูและมีจิตสํานึกในการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาท๎องถิ่น ลดภาวะโลกร๎อนและประยุกต์ใช๎ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง ความร๎ูเก่ียวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของ Load Baden Powell พระราชประวัติ
สังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎าเจ๎าอยํูหัว วิวัฒนาการของกระบวนการ ลูกเสือไทยและลูกเสือโลก
การทําความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ๎าย กิจกรรมกลางแจ๎ง ระเบียบแถวทํามือเปลํา ทํามือไม๎
พลวง การใชส๎ ญั ญามอื และนกหวีด การตัง้ แถวและการเรียนแถว
เพ่อื ใหม๎ คี วามร๎ู ความเขา๎ ใจในกิจกรรมลกู เสือสามญั สามารถปฏิบัติตามคาํ ปฏิญาณ กฎ และคติพจน์
ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซ่ือสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเหน็ ใจผ๎อู ่ืน บาํ เพญ็ ตนเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ ทําการฝีมือและฝึกฝนการทํากิจกรรมตําง
ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและสํงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความม่ันคง
ประโยชน์และสามารถประยกุ ตใ์ ชห๎ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
๑. มนี สิ ยั ในการสงั เกต จดจํา เช่ือฟงั และพึง่ ตนเองได๎
๒. มคี วามซอื่ สัตย์สจุ ริต มีระเบียบ วินัยและเหน็ อกเห็นใจผอ๎ู ื่น
๓. บําเพญ็ ตนเพ่อื สํงเสริมและสาธารณะประโยชน์
๔. ทําการฝมี ือและฝึกฝนทาํ กิจกรรมตําง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
๕. รักษาและสงํ เสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภมู ิปัญญาทอ๎ งถนิ่ และความมัน่ คงของชาติ
๖. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ๎ ม ลดภาวะโลกรอ๎ น
๗. สามารถประยกุ ตใ์ ช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รวมท้งั หมด ๗ ผลการเรียนรู้
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หนา้ ๑๙๙
คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น กจิ กรรมนกั เรยี น ( กิจกรรมลกู เสือสามัญ (ลกู เสอื โท))
ช้ันประถมศึกษาปที ี ๕ เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ปี
คาอธิบายรายวิชา
เปิดประชุมกองดําเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให๎ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามฐานการเรียนรู๎ โดยเน๎นระบบหมํู และปฏิบัติกิจกรรมตามคําปฏิญาณ คติพจน์
และกฎของลูกเสือสามัญ เรียนรู๎จากคิดและปฏิบัติจริง ใช๎สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญท่ีมีความเป็น
เอกลักษณ์รํวมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด๎วยความสนใจ ใฝุร๎ู มีจิตสํานึกในการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท๎องถิ่น ลดภาวะโลกร๎อนและการประยุกต์ใช๎ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง โดยใชท๎ กั ษะในทางวชิ าลกู เสอื การรู๎จักดูแลตนเอง การชํวยเหลือผู๎อื่น การเดินทางไปยัง
สถานที่ตาํ ง ๆ ทํางานอดเิ รก และเร่ืองท่ีสนใจ
เพอื่ ให๎มคี วามร๎ู ความเข๎าใจในกิจกรรมลูกเสือสามญั สามารถปฏิบัตติ ามคาํ ปฏญิ าณ กฎ และคติพจน์
ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เช่ือฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเหน็ ใจผอู๎ ่นื บําเพ็ญตนเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ทําการฝมี อื และฝึกฝนการทํากิจกรรมตําง
ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและสํงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความ
ม่นั คง ประโยชน์และสามารถประยกุ ตใ์ ช๎หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
๑. มีนิสยั ในการสงั เกต จดจํา เช่อื ฟังและพึ่งตนเองได๎
๒. มคี วามซือ่ สตั ยส์ จุ ริต มีระเบยี บ วนิ ยั และเหน็ อกเห็นใจผู๎อน่ื
๓. บําเพญ็ ตนเพอื่ สงํ เสริมและสาธารณะประโยชน์
๔. ทําการฝีมอื และฝกึ ฝนทํากจิ กรรมตาํ ง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
๕. รกั ษาและสํงเสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ๎ งถิ่น และความม่นั คงของชาติ
๖. อนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ๎ ม ลดภาวะโลกร๎อน
๗. สามารถประยุกตใ์ ช๎หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รวมท้งั หมด ๗ ผลการเรยี นรู้
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หน้า ๒๐๐
คาอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน กิจกรรมนักเรียน ( กิจกรรมลูกเสือสามัญ (ลูกเสือ
เอก) ) เวลา ๓๐ ชั่วโมง/
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี ๖
ปี
คาอธบิ ายรายวิชา
เปิดประชุมกองดําเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให๎ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู๎ โดยเน๎นระบบหมํู และปฏิบัติตามคําปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือ
สามัญ วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว การพึ่งตนเอง การผจญภัย การใช๎สัญลักษณ์ สมาชิกลูกเสือสามัญ
ท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์รํวมกัน เรียนรู๎จากการคิดและปฏิบัติจริง ศึกษาธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ภูมิ
ปัญญาท๎องถิ่นด๎วยความสนใจ ใฝุร๎ู และประยุกต์ใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการปฏิบัติกิจกรรม
เพอื่ การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและลดภาวะโลกร๎อน
เพ่ือให๎มีความร๎ู ความเข๎าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคําปฏิญาณ กฎ และคติพจน์
ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เช่ือฟัง และพ่ึงตนเอง มีความซ่ือสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเห็นใจผ๎ูอื่น บําเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ทําการฝีมือและฝึกฝนการทํากิจกรรม
ตําง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและสํงเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและ
ความมัน่ คง ประโยชนแ์ ละสามารถประยุกต์ใช๎หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรียนรู้
๑. มนี สิ ัยในการสงั เกต จดจํา เชือ่ ฟงั และพ่ึงตนเองได๎
๒. มคี วามซ่ือสตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบียบ วนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจผูอ๎ นื่
๓. บําเพ็ญตนเพือ่ สํงเสริมและสาธารณะประโยชน์
๔. ทาํ การฝีมอื และฝกึ ฝนทํากจิ กรรมตําง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
๕. รกั ษาและสงํ เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาทอ๎ งถ่ิน และความมั่นคงของชาติ
๖. อนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล๎อม ลดภาวะโลกรอ๎ น
๗. สามารถประยุกต์ใช๎ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รวมท้งั หมด ๗ ผลการเรยี นรู้
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หน้า ๒๐๑
คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี ๑ - ๖ เวลา ๑๐ ชั่วโมง/ปี
ฝกึ ปฏิบัตกิ จิ กรรมดว๎ ยความสมคั รใจผาํ นกจิ กรรมที่หลากหลาย ฝึกการทํางานท่ีสอดคล๎องกับชีวิตจริง
ตลอดจนสะท๎อนความร๎ู ทักษะ และประสบการณ์ สํารวจและใช๎ข๎อมูลประกอบการวางแผนอยํางเป็นระบบ
เน๎นทักษะการคิดวิเคราะห์ และใช๎ความคิดสร๎างสรรค์ การบริการด๎านตําง ๆ ที่เป็นประโยชน์ตํอตนเองและ
สํวนรวม เสริมสร๎างความมีนํ้าใจ เอ้ืออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความรับผิดชอบตํอตนเอง ครอบครัว
และสงั คม คดิ ออกแบบกจิ กรรมบาํ เพญ็ ประโยชน์ในลกั ษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพ่ือแสดงความรับผิดชอบ
ตอํ สงั คมตามแนวทางวถิ ชี ีวติ เศรษฐกจิ พอเพียง
เพ่ือให๎ผู๎เรียนบําเพ็ญตนให๎เป็นประโยชน์ตํอครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
สามารถออกแบบการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์อยํางสร๎างสรรค์ตามความถนัดและความ
สนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร พฒั นาศกั ยภาพตนเองในการจดั กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ได๎อยําง
มีประสิทธิภาพเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์มี
จิตสาธารณะและใช๎เวลาวาํ งใหเ๎ กิดประโยชน์ และสามารถประยกุ ต์ใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได๎
ผลการเรียนรู้
๑. บาํ เพ็ญตนให๎เปน็ ประโยชนต์ ํอครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ
๒. ออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อยํางสร๎างสรรค์ ตามความถนัดและ
ความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร
๓. สามารถพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณปร ะโยชน์ได๎อยํางมี
ประสิทธิภาพ
๔. ปฏิบัติกิจการเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตามคุณลักษณะอัน
พงึ ประสงค์
๕. สามารถประยุกต์ใชห๎ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได๎
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หนา้ ๒๐๒
คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น กิจกรรมนักเรียน (กจิ กรรมชมุ นุม)
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที ๑ - ๖ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ปี
คาอธบิ ายรายวชิ า
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต๎องการ เพื่อพัฒนาความร๎ู ความสามารถด๎าน
การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ให๎เกิดประสบการณ์ท้ังด๎านวิชาการ และพื้นฐานอาชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตาม
ศักยภาพอยํางรอบด๎าน เพ่ือความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสามารถในการสื่อสาร มีทักษะการคิด
แก๎ปัญหา ความสามารถในการใช๎เทคโนโลยี พัฒนาทักษะในการทํางานและการอยํูรํวมกับผ๎ูอ่ืนในสังคมได๎
อยํางมีความสุข รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝุเรียนร๎ู อยํูอยํางพอเพียง มุํงมั่นในการ
ทํางานรักความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ
เพื่อให๎ผู๎เรียนได๎ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต๎องการของตน ได๎พัฒนา
ความรู๎ ความสามารถด๎านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให๎เกิดประสบการณ์ทั้งทักษะทางวิชาการ ทักษะ
อาชีพ ทกั ษะชวี ติ และสังคมตามศักยภาพ ใช๎เวลาวํางให๎เกิดประโยชน์ตํอตนเองและสํวนรวม คิดเป็น ทําได๎
ทาํ งานรํวมกับผู๎อ่นื ไดต๎ ามวิถปี ระชาธปิ ไตย และประยุกต์หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได๎อยาํ งเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบัติกจิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ๎ งการของตน
๒. มีความร๎ู ความสามารถด๎านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ให๎เกิดประสบการณ์ ท้ังทางวิชาการ
และวิชาชีพตามศักยภาพ
๓. ใชเ๎ วลาวํางใหเ๎ กดประโยชนต์ ํอตนเองและสวํ นรวม
๔. มํุงม่ันในการทํางานและทํางานรํวมกบั ผอู๎ น่ื ได๎ตามวิถปี ระชาธิปไตย
๕. ประยกุ ตใ์ ชห๎ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได๎อยาํ งเหมาะสม
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หน้า ๒๐๓
คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมชุมนุม
กิจกรรมชมุ นมุ ภาษาไทย ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๖
หลกั การและเหตุผล
ประเทศไทยมีภาษาไทยเปน็ ภาษาประจําชาติ อันเป็นเอกลักษณ์ที่สําคัญอยํางหนึ่งของชาติ สมควรจะ
ได๎รับการทาํ นุบํารงุ สํงเสรมิ และอนรุ กั ษ์ไว๎ใหย๎ ั่งยนื ตลอดไป
ท้ังนี้ในยุคปัจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีตําง ๆ ได๎ก๎าวหน๎าไปอยํางรวดเร็วเกิดเทคนิคใหมํๆ ในการ
ตดิ ตํอสือ่ สาร ทม่ี งํุ เนน๎ ความสะดวกรวดเร็ว สํงผลให๎ภาษาไทยซ่ึงเป็นส่ือกลางสําคัญในการติดตํอและผูกพันตํอ
การดํารงชีวิตประจําวันของคนไทยได๎รับผลกระทบ ท้ังภาษาพูดและภาษาเขียน ทําให๎ภาษาไทยเกิดการ
เปล่ียนแปลงไปจากเดิมอยํางนําวิตกเป็นอยํางยิ่ง สภาพการณ์เชํนนี้หากไมํเรํงรีบหาทางแก๎ไขและปูองกันเสีย
แตํเนนิ่ ๆ การใช๎ภาษาไทยของเราก็จะย่ิงเส่ือมลง จะสํงผลเสียหายตํอเอกลักษณ์และคุณคําของภาษาไทยเป็น
ทวีคูณ อํานและเข๎าใจความหมายของคํา ประโยค ข๎อความและจัดทําแบบฝึกเป็นรูปเลํม จัดทําพจนานุกรม
ฉบับจ๋ิว ศกึ ษา คน๎ ควา๎ เกีย่ วกับ ขําว บทความจากส่ิงตีพิมพ์ประเภทตําง ๆ และประดิษฐ์ท่ีคั่นหนังสือประเภท
ตาํ ง ๆ
เพ่ือให๎สมาชิกมีความคิดริเร่ิมสร๎างสรรค์ ร๎ูจักค๎นคว๎า และแก๎ปัญหาในการทํางานอยํางมีระบบ
เพื่อให๎สมาชิกเป็นผ๎ูมีระเบียบวินัยเพ่ือให๎สมาชิกมีความเข๎าใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพ่ือให๎สมาชิกมีความรับผิดชอบตํอการปฏิบัติหน๎าที่และสิทธิภายในขอบเขต
ของกฎหมายเพอ่ื ให๎สมาชิกมคี วามสงบซาบซ้งึ ในคุณคํา ดํารงไว๎และสํงเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมอันดีงามของ
ชาติไทยเพื่อให๎สมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมํูคณะเพื่อให๎สมาชิกได๎รับการสํงเสริมการพัฒนาทาง
รํางกาย จิตใจ และรู๎จักใช๎เวลาวํางให๎เป็นประโยชน์เพื่อให๎สมาชิกร๎ูจักบําเพ็ญประโยชน์ตํอสังคม และสร๎าง
เสริมความม่ันคงของชาติเพื่อให๎สมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพ่ือให๎สมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงค์
ของการจัดการศึกษา สามารถนําความรู๎ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ
สามารถนําไปประยุกตใ์ ช๎กับชีวิตประจําวนั ได๎อยํางถูกต๎องเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
๑.ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต๎องการของตน
๒.อํานออกเสยี งบทร๎อยแกว๎ รอ๎ ยกรองไดอ๎ ยาํ งถกู ตอ๎ งตามอักขระวธิ ี
๓. เขียน ได๎ถกู ตอ๎ งตามหลักภาษาไทย
๔.ใช๎เวลาวาํ งใหเ๎ กดิ ประโยชน์ตอํ ตนเองและสวํ นรวม
๕.นักเรียนมคี วามตระหนักและเห็นคุณคาํ ของภาษาไทย ในฐานะภาษาประจาํ ชาติ
๖.นกั เรียนสามารถเป็นตัวแทนเข๎ารํวมแขํงขันกจิ กรรมทางคณิตศาสตร์
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรยี นรู้
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หน้า ๒๐๔
คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมชุมนมุ
กิจกรรมชุมนมุ คณติ ศาสตร์ ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๑-๖
หลกั การและเหตุผล
คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มีความเกี่ยวข๎องกับสิ่งที่อยํูรอบตัวและชีวิตของเราคณิตศาสตร์สามารถอธิบาย
ส่ิงตําง ๆ นานาที่อยูํรอบตัวเราได๎ถึงแม๎วําคนสํวนใหญํจะมองคณิตศาสตร์นั้น ยากซับซ๎อนนําเวียนหัว
ทาํ ใหเ๎ กดิ ความเครียดและความวติ กกงั วลในการเรียน
ชมุ นุมนจ้ี งึ จดั ขึน้ มาเพื่อให๎นักเรียนในชุมนมุ ได๎มองเหน็ มุมมองอีกดา๎ นหนึ่งของคณติ ศาสตร์โดยการ
รวบรวมดา๎ นสนกุ สนานของคณิตศาสตร์ตลอดจนเกร็ดนาํ รู๎ตาํ ง ๆ มากมายรวมถึงเกร็ดแปลกๆเก่ียวกับตัวเลขที่
อาจจะทําให๎นักเรียนเกิดหลงรักตัวเลขข้ึนมาก็ได๎และนําความรู๎ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยในหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยุกต์ในกบั ชวี ิตประจาํ วันได๎อยาํ งถูกต๎องเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
๑. เพอื่ ให๎นักเรยี นมองเหน็ ความสําคญั ของคณิตศาสตรใ์ นชีวติ ประจําวนั
๒. เพ่ือให๎นักเรียนมีความรู๎ความเข๎าใจ มีความสุขและความสนุกสนานในการเข๎ารํวมกิจกรรมในวิชา
คณิตศาสตร์
๓. เพื่อใหน๎ กั เรยี นไดป๎ ฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามท่ตี นเองถนัดและสนใจ
๔. เพอื่ สํงเสรมิ นักเรยี นใหม๎ ที ศั นคตทิ ่ีดีตอํ วชิ าคณติ ศาสตร์
๕. เพ่ือให๎นักเรียนสามารถนําความร๎ูไปปรับใช๎ในชีวิตประจําวันได๎เป็นและได๎ใช๎เวลาวํางให๎เป็น
ประโยชน์
๖. นักเรยี นสามารถเป็นตัวแทนเข๎ารวํ มแขํงขันกิจกรรมทางคณิตศาสตร์
รวมทัง้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู้
เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หน้า ๒๐๕
คาอธบิ ายรายวิชากิจกรรมชุมนมุ
กิจกรรมชมุ นุมสรา้ งสรรค์ด้วยลีลามอื ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๑-๖
หลกั การและเหตผุ ล
รจ๎ู ักช่อื และบอกลักษณะของเสน๎ ตําง ๆ ซงึ่ มาประกอบเปน็ พยัญชนะ ตวั เลขและเป็นภาพตาํ ง ๆ
ท่ีใช๎ในชีวิตประจําวันได๎ เพื่อสํงเสริมให๎เด็กมีพัฒนาการทางด๎าน รํางกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา
สามารถนําไปใชใ๎ นชวี ิตประจาํ วนั ได๎
เพือ่ ใหส๎ มาชกิ มีความคดิ รเิ รม่ิ สรา๎ งสรรค์ ร๎จู ักค๎นควา๎ และแกป๎ ัญหาในการทํางานอยํางมีระบบ เพื่อให๎
สมาชิกเป็นผ๎ูมีระเบียบวินัยเพื่อให๎สมาชิกมีความเข๎าใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพ่ือให๎สมาชิกมีความรับผิดชอบตํอการปฏิบัติหน๎าท่ีและสิทธิภายในขอบเขตของ
กฎหมายเพือ่ ให๎สมาชิกมีความสงบซาบซ้งึ ในคณุ คาํ ดํารงไว๎และสํงเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมอันดีงามของชาติ
ไทยเพ่ือให๎สมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมูํคณะเพ่ือให๎สมาชิกได๎รับการสํงเสริมการพัฒนาทางรํางกาย
จิตใจ และร๎ูจักใช๎เวลาวํางให๎เป็นประโยชน์เพื่อให๎สมาชิกรู๎จักบําเพ็ญประโยชน์ตํอสังคม และสร๎างเสริมความ
ม่นั คงของชาตเิ พอื่ ใหส๎ มาชกิ มคี ณุ ธรรมและจริยธรรม เพื่อให๎สมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงค์ของการจัด
การศึกษา สามารถนําความรู๎ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนําไป
ประยกุ ต์ใชก๎ ับชวี ติ ประจาํ วนั ไดอ๎ ยํางถูกต๎องเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑.ปฏบิ ัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต๎องการของตน
๒.มีความร๎ู ความสามารถด๎านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ให๎เกิดประสบการณ์ ท้ังทางวิชาการ
และวชิ าชีพตามศักยภาพ
๓.ใช๎เวลาวํางใหเ๎ กดิ ประโยชนต์ อํ ตนเองและสวํ นรวม
๔.มงํุ มัน่ ในการทํางานและทํางานรํวมกบั ผอู๎ ่ืนได๎ตามวถิ ีประชาธิปไตย
๕.ประยุกตใ์ ชห๎ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได๎อยาํ งเหมาะสม
รวมท้ังหมด ๕ ผลการเรียนรู้
เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หนา้ ๒๐๖
คาอธบิ ายรายวิชากิจกรรมชุมนุม
กจิ กรรมชมุ นุมคอมพิวเตอร์ ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑-๖
หลักการและเหตผุ ล
ในปัจจบุ ัน เทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์ได๎พฒั นาไปอยํางรวดเรว็ ในหลากหลายสาขาวิชาโดยเฉพาะอยํางยิ่ง
การพัฒนาด๎านการสื่อสารและด๎านข๎อมูล ดังนั้นจึงจําเป็นอยํางยิ่งที่สถานศึกษาให๎ความสําคัญตํอการ
เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพ่ือให๎ผู๎เรียนมีความรู๎ เกิดความตระหนักและเทําทันเทคโนโลยีในปัจจุบันเพื่อ
สนับสนนุ ให๎ผ๎เู รยี นมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู๎เรียนในยุคศตวรรษท่ี 21 ได๎แกํ เป็นนักคิดวิเคราะห์ เป็น
นักแก๎ปัญหา เป็นนักสร๎างสรรค์ เป็นนักประสานความรํวมมือ รู๎จักใช๎ข๎อมูลและขําวสาร เป็นผู๎เรียนร๎ูด๎วย
ตนเอง เปน็ นักสอ่ื สาร และตระหนักรับรูส๎ ภาวการณ์ของโลกปัจจบุ นั และอนาคตกิจกรรมชุมนุมคอมพิวเตอร์ จึง
เป็นกิจกรรมกลุํมเสริมทักษะด๎านวิชาการ ในกลํุมสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเพ่ือพัฒนานักเรียนให๎เต็ม
ศักยภาพ เพื่อตอบสนองศักยภาพของนักเรียนได๎หลากหลายวิชาสามารถตอบสนองความต๎องการของสังคม
สร๎างองค์ความรู๎และเพิ่มพูนทักษะคอมพิวเตอร์ให๎แกํนักเรียนเป็นผ๎ูมีความร๎ูความสามารถ มีประสบการณ์ตรง
กับสภาพแวดล๎อม และเทคโนโลยใี หมๆํ และนาํ มาปรับใช๎ในชีวิตประจําวันได๎อยาํ งเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. นักเรียนเกิดทกั ษะในการใชเ๎ ทคโนโลยใี นชวี ิตประจาํ วัน
๒. นกั เรียนมีความรู๎ทางดา๎ นคอมพิวเตอร์ นาํ มาใช๎ในงานตาํ ง ๆ
๓. นักเรียนพฒั นาความรู๎ความสามารถด๎านการคิด วิเคราะห์ สงั เคราะห์
๔. นกั เรียนมคี ุณธรรม จริยธรรมและคํานิยมที่พงึ ประสงค์
๕. นกั เรยี นมมี นุษยสมั พันธใ์ นการทํากิจกรรมรวํ มกันกบั ผู๎อ่นื
รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรียนรู้
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นตําบลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หน้า ๒๐๗
คาอธิบายรายวิชากจิ กรรมชุมนมุ
กจิ กรรมชุมนุมเศรษฐกิจพอเพียง ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-๖
หลกั การและเหตผุ ล
ฝึกทักษะนักเรียนเรียนร๎ูหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน 3 หลักการ คือ ความพอประมาณ
ความมีเหตุผล และการสร๎างภูมิค๎ุมกันในตัวท่ีดี และ 2 เงื่อนไข คือ คุณธรรมและความรู๎โดยนักเรียนฝึกเรียน
เกษตรพอเพียง ได๎แกํ การเพาะเห็ดนางฟูา การเล้ียงไกํพ้ืนเมือง การเลี้ยงปลาดุกในบํอซีเมนต์ และการ
ปลูกพชื ผักสวนครวั เพือ่ สามารถนาํ ความรูไ๎ ปประยุกต์ใชใ๎ นชีวิตประจําวันและสงํ เสริมอาชพี ในอนาคต
ผลการเรียนรู้
๑. เพื่อฝึกทักษะการเรียนร๎ูเศรษฐกิจพอเพียง ได๎แกํ การเพาะเห็ดนางฟูา การเล้ียงไกํพ้ืนเมือง การ
เลี้ยงปลาดุกในบํอซีเมนต์ และการปลกู พชื ผักสวนครวั
๒. เพอ่ื ฝึกนิสัยรักการทาํ งาน อยูํอยํางพอเพียง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๓. เพื่อสํงเสรมิ และปลกู ฝังวิธกี ารคดิ ในการปฏิบัติตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รวมทั้งหมด ๓ ผลการเรยี นรู้
เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หน้า ๒๐๘
กจิ กรรมชุมนุมรักการอ่าน คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมชุมนุม
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖
หลกั การและเหตุผล
อํานและเข๎าใจความหมายของคํา ประโยค ข๎อความและจัดทําแบบฝึกเป็นรูปเลํม จัดทําพจนานุกรม
ฉบบั จิว๋ ศึกษา คน๎ คว๎าเก่ยี วกับ ขําว บทความจากส่ิงตีพิมพ์ประเภทตําง ๆ และประดิษฐ์ท่ีคั่นหนังสือประเภท
ตาํ ง ๆ
เพ่ือใหม๎ ีความร๎คู วามเขา๎ ใจและเห็นคุณคาํ เกี่ยวกับการจัดทําแบบฝึกเป็นรปู เลํม จัดทําพจนานุกรมฉบับ
จิ๋ว และประดิษฐท์ ีค่ ่นั หนังสือประเภทตาํ ง ๆ สามารถนําไปใช๎ในชีวติ ประจาํ วันได๎
เพื่อให๎สมาชิกมีความคิดริเร่ิมสร๎างสรรค์ ร๎ูจักค๎นคว๎า และแก๎ปัญหาในการทํางานอยํางมีระบบ
เพื่อให๎สมาชิกเป็นผู๎มีระเบียบวินัยเพื่อให๎สมาชิกมีความเข๎าใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพื่อให๎สมาชิกมีความรับผิดชอบตํอการปฏิบัติหน๎าที่และสิทธิภายในขอบเขต
ของกฎหมายเพื่อให๎สมาชิกมีความสงบซาบซ้ึงในคุณคํา ดํารงไว๎และสํงเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมอันดีงามของ
ชาติไทยเพ่ือให๎สมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมํูคณะเพ่ือให๎สมาชิกได๎รับการสํงเสริมการพัฒนาทาง
รํางกาย จิตใจ และร๎ูจักใช๎เวลาวํางให๎เป็นประโยชน์เพ่ือให๎สมาชิกรู๎จักบําเพ็ญประโยชน์ตํอสังคม และสร๎าง
เสริมความมั่นคงของชาติเพ่ือให๎สมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให๎สมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงค์
ของการจัดการศึกษา สามารถนําความรู๎ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์โดยใช๎หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ
สามารถนําไปประยุกตใ์ ชก๎ บั ชวี ิตประจําวันไดอ๎ ยาํ งถูกต๎องเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต๎องการของตน
๒. มีความร๎ู ความสามารถด๎านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ใหเ๎ กดิ ประสบการณ์ ทั้งทางวิชาการ
และวชิ าชพี ตามศักยภาพ
๓. ใช๎เวลาวํางใหเ๎ กิดประโยชนต์ ํอตนเองและสวํ นรวม
๔. มํงุ มั่นในการทํางานและทาํ งานรวํ มกบั ผ๎ูอนื่ ไดต๎ ามวถิ ีประชาธิปไตย
๕. ประยกุ ต์ใช๎หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได๎อยํางเหมาะสม
รวมทง้ั หมด ๕ ผลการเรียนรู้
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หน้า ๒๐๙
คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมชุมนมุ
กิจกรรมชุมนมุ ขนมอบสรา้ งอาชพี ระดับชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4-6
หลักการและเหตผุ ล
ศึกษาขนมอบประเภทตาํ ง ๆ การใชเ๎ ลือกซือ้ เลือกใช๎ วตั ถุดบิ -อปุ กรณ์ และการเก็บรักษา
การช่ัง ตวง การใช๎เตาอบ การใชเ๎ ครือ่ งตีไขํ
ปฏิบัตงิ านเตรียมวัตถดุ ิบ-อปุ กรณ์ ในการอบขนม การสํารวจแหลงํ วสั ดุ ฝกึ การชง่ั การ
ตวง ปฏิบัติงานการทําขนมอบเพ่ือจาํ หนําย การนําวัตถดุ ิบในท๎องถนิ่ มาใช๎ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บรรจุจําหนาํ ย คํานวณคาํ ใช๎จําย กาํ หนดราคาขาย จัดจําหนาํ ย ทําบัญชีรายรบั -รายจาํ ยอยํางงาํ ย
เพอ่ื ให๎มีความรู๎ ความเข๎าใจและมีทกั ษะในการทํางานขนมอบ มเี จตคตทิ ดี่ ตี ํออาชีพสุจริต
รักชาติ ศาสน์กษัตรยิ ์ มีความขยนั ซื่อสตั ย์ อดทน พึงตนเองได๎ มีจติ สาธารณะและจิตสํานกึ ในการอนรุ กั ษ์
พลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ๎ ม นํามาใช๎ในชีวิตประจาํ วัน เพือ่ นาํ ไปประกอบอาชีพ
ผลการเรยี นรู้
1. บอกความเป็นมาเกี่ยวกบั ขนมอบและบอกการเลอื กซ้ือและเลอื กใช๎ วัตถุดบิ ได๎
2. สามารถเลอื กซื้อและเลอื กใช๎ อุปกรณเ์ กย่ี วกับการทําขนมอบได๎
3. บอกลักษณะของขนมอบแตํละประเภทได๎
4. บอกความหมายของบัญชี จดั ทาํ บญั ชี คาํ นวณต๎นทุนการผลิตและกาํ หนดราคาขายได๎
5. สามารถทาํ ขนมอบตามชนิดที่ระบุได๎
6. รู๎วิธีการและสามารถนาํ ขนมอบออกจาํ หนาํ ยในชํองทางอนิ เตอรเ์ น็ตได๎
.
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู้
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นตําบลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หนา้ ๒๑๐
การวัดและประเมินผล
หลกั การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
๑. โรงเรยี นเปน็ ผ๎ูรับผดิ ชอบการวดั และการประเมินผลการเรียนรู๎ของนักเรียน โดยเปิดโอกาสให๎ทุก
ฝาุ ยท่ีเกีย่ วข๎องมสี ํวนรวํ ม
๒. การวัดและการประเมนิ ผลการเรยี นรู๎ มีจดุ มงํุ หมายเพื่อพฒั นานกั เรียนและตดั สิน
ผลการเรียน
๓. การวัดและประเมินผลการเรียนรู๎ต๎องสอดคล๎องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนร๎ู/ตัวช้ีวัดตาม
กลํุมสาระการเรยี นรท๎ู ี่กําหนดในหลักสตู รโรงเรยี น และจัดใหม๎ ีการประเมนิ การอาํ น คดิ วิเคราะห์ และเขียน
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ตลอดจนกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียน
๔. การวัดและประเมินผลการเรียนรู๎เป็นสํวนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอนต๎องดําเนิน
ดาํ เนนิ การด๎วยเทคนิควิธกี ารทีห่ ลากหลาย เพ่ือให๎สามารถวัดและประเมินผลนักเรียนได๎อยํางรอบด๎านทั้งด๎าน
ความร๎ู ความคิด กระบวนการ พฤติกรรม และเจตคติ เหมาะสมกับส่ิงที่ต๎องการวัด ธรรมชาติวิชา และ
ระดับช้ันของนักเรยี น โดยตง้ั อยบํู นพืน้ ฐานของความเทยี่ งตรง ยุตธิ รรม และเชอ่ื ถือได๎
๕. การประเมินนกั เรยี นพจิ ารณาจากพฒั นาการของนักเรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรม
การเรยี น การรวํ มกจิ กรรม และการทดสอบ ควบคํูไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแตํ
ละระดับและรูปแบบการศกึ ษา
๖. เปดิ โอกาสใหน๎ ักเรยี นและผม๎ู ีสํวนเกีย่ วขอ๎ งตรวจสอบผลการประเมินผลการเรียนรู๎
๗. ใหม๎ ีการเทยี บโอนผลการเรียนระหวาํ งโรงเรยี นและระหวํางรปู แบบการศึกษาตําง ๆ
๘. โรงเรียนจัดทาํ เอกสารหลักฐานการศึกษา เพ่ือเป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียนร๎ู รายงาน
ผลการเรยี น แสดงวุฒิการศึกษาและรบั รองผลการเรยี นของนักเรยี น
วธิ ีการวดั และประเมินผลการเรียนรู้
การวดั และประเมินผลการเรยี นรต๎ู ามกลุมํ สาระการเรียนรู๎ ใหถ๎ ือปฏบิ ัติ ดังน้ี
๑. ใหค๎ รผู ูส๎ อนวัดและประเมินผลการเรยี นรข๎ู องนักเรียนเป็นรายวิชาตามตัวช้ีวัดในรายวิชา
พืน้ ฐานและตามผลการเรยี นร๎ใู นรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
๒. ให๎ครูผู๎สอนใช๎วิธีการท่ีหลากหลายในการวัดและประเมินผลการเรียนรู๎ของนักเรียน
เพื่อให๎ได๎ผลการประเมินที่สะท๎อนความรู๎ความสามารถที่แท๎จริงของนักเรียน โดยต๎องวัดและประเมินผลการ
เรียนรู๎ของนกั เรียนอยํางตอํ เนื่องไปพร๎อมกับการจดั การเรียนการสอน
๓. ให๎ครูผ๎ูสอนเน๎นการประเมินตามสภาพจริง เชํน การประเมินการปฏิบัติงาน การ
ประเมินจากโครงงาน หรือกการประเมินจากแฟูมสะสมงาน ฯลฯ ควบคูํไปกับการใช๎การทดสอบแบบตํางๆ
อยาํ งสมดุล
๔. ครผู ๎ูสอนต๎องใหค๎ วามสําคัญกบั การประเมินระหวาํ งเรยี นมากกวําการประเมินปลายภาค
ตามสดั สวํ นคะแนนดงั นี้
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หน้า ๒๑๑
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ การประเมินระหวา่ งเรียน การประเมินปลายภาค/ปลายปี
ภาษาไทย ๗๐ ๓๐
คณิตศาสตร์ ๗๐ ๓๐
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๗๐ ๓๐
สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๗๐ ๓๐
สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๘๐ ๒๐
ศลิ ปะ ๘๐ ๒๐
การงานอาชีพ ๘๐ ๒๐
ภาษาตํางประเทศ ๗๐ ๓๐
๕. การประเมินการอาํ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี นใหถ๎ อื ปฏบิ ัติ ดังน้ี
๕.๑ ให๎ครูผ๎ูสอนแตํละรายวิชา มีหน๎าที่ประเมินการอําน คิดวิเคราะห์ และ
เขียนให๎กับนักเรียนทุกคน โดยครูผ๎ูประเมินต๎องศึกษาความหมาย ขอบเขตการประเมินและตัวช้ีวัด
ความสามารถในการอําน คิดวิเคราะห์ และเขียนในแตํละระดับการศึกษา ควรประเมินในห๎องเรียนตามปกติ
หรือใช๎เวลานอกห๎องเรียนจากการมอบหมายให๎นักเรียนทํางานกลุํมที่สะท๎อนความสามารถในการอําน คิด
วเิ คราะห์ และเขียนเป็นพเิ ศษ จัดกจิ กรรมการเรียนการสอนและการประเมินหลายคร้ังแลว๎ นาํ ผลมาสรปุ รวม
๕.๒ ให๎ครูผส๎ู อนบันทึกผลการประเมินในสมุดบันทึกการประเมินคุณภาพผู๎เรียน
ตามแบบที่โรงเรียนกําหนดแล๎วรายงานผลการประเมินตํอคณะกรรมการประเมินการอํานคิดวิเคราะห์ และ
เขยี น ท่โี รงเรียนแตํงตง้ั
๕.๓ ให๎คณะกรรมการประเมินการอําน คิดวิเคราะห์ และเขียน ท่ีโรงเรียน
แตงํ ตงั้ นาํ ผลการประเมนิ จากครูผู๎สอน ไปสรุปในภาพรวมเป็นผลการประเมินความสามารถการอําน คิด
วเิ คราะห์ และเขยี นรายภาค โดยใช๎คาํ สถิติฐานนิยม(Mode) หากคําสถิติฐานนิยมเทํากัน ให๎อยูํในดุลยพินิจ
ของคณะกรรมการ
ในการดําเนินการประเมินการอําน คิดวิเคราะห์ และเขียน นักเรียนทุกคนต๎องได๎รับการ
ประเมินอยํางตํอเน่ือง และสรุปผลเป็นรายภาค เพื่อวินิจฉัยและใช๎เป็นข๎อมูลในการพัฒนานักเรียน และ
ประเมนิ การเลอ่ื นชน้ั ตลอดจนการจบระดับการศกึ ษา
๖. การประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๖.๑ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องนักเรียน มี ๘ คุณลกั ษณะ ดงั นี้
(๑) รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
(๒) ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ
(๓) มวี ินัย
(๔) ใฝุเรยี นร๎ู
(๕) อยอํู ยํางพอเพียง
(๖) มงํุ มน่ั ในการทํางาน
(๗) รักความเป็นไทย
(๘) มีจติ สาธารณะ
๖.๒ ให๎ครูผู๎สอนแตํละรายวิชา มีหน๎าที่ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน
โดยใหป๎ ระเมินนักเรยี นทุกคนในแตลํ ะคุณลักษณะตามขอ๎ ๖.๑ ครูผู๎สอนต๎องมีความเข๎าใจเกี่ยวกับคุณลักษณะ
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นตําบลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หน้า ๒๑๒
อนั พึงประสงคอ์ ยํางชัดเจน โดยพจิ ารณาจากนิยาม ตัวชีว้ ัด พฤติกรรมบงํ ชี้และเกณฑ์การให๎คะแนนตามแนว
ทางการประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ควรจัดให๎มีการประเมินเป็นระยะ ๆ โดยอาจ
ประเมินเป็นรายสปั ดาห์ รายเดือน ด๎วยวิธีการบูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ของกลํุมสาระการเรียนรู๎ตําง ๆ
ในกิจกรรมพฒั นาผเู๎ รียน โครงการพิเศษตําง ๆ รวมท้ังสอดแทรกในกิจวัตรประจําวันของโรงเรียนและบันทึก
ผลการประเมินในสมุดบันทึกคุณภาพผู๎เรียนตามแบบท่ีโรงเรียนกําหนด แล๎วรายงานผลการประเมินตํอ
คณะกรรมการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ท่ีโรงเรยี นแตํงตั้ง
๖.๓ ให๎คณะกรรมการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ท่ีโรงเรียนแตํงตั้งนําผลการ
ประเมนิ จากครผู ู๎สอนไปสรุปตามเกณฑ์การสรปุ ผลการประเมินรวมทุกคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์รายภาค
ของนักเรยี นรายบคุ คล ในการดาํ เนนิ การประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ นกั เรยี นทกุ คนตอ๎ งไดร๎ บั
การประเมนิ อยํางตํอเน่อื ง และสรปุ ผลเปน็ รายภาคเพือ่ วินิจฉยั และใช๎เปน็ ข๎อมูลในการพัฒนานักเรยี น
และประเมินการเลอ่ื นช้ัน ตลอดจนการจบระดับการศึกษา
๗. การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผ๎ูเรียน
๗.๑ กิจกรรมพฒั นาผเู๎ รยี น มี ๓ ลกั ษณะ คือ
(๑) กิจกรรมแนะแนว
(๒) กิจกรรมนักเรยี น ซึ่งประกอบด๎วย
ก. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผ๎ูบําเพ็ญประโยชน์ และนักศึกษา
วชิ าทหาร โดยให๎นกั เรยี นเลอื กอยาํ งใดอยาํ งหน่งึ ๑ กจิ กรรม
ข. กิจกรรมชมุ นมุ หรือชมรมอีก ๑ กิจกรรม
(๓) กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
๗.๒ ให๎นักเรียนทุกคนต๎องเข๎ารํวมกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียนท้ัง ๓ ลักษณะ ใน ๑ปีการศึกษา
และจะต๎องได๎รับการตัดสิน “ผําน” ทั้ง ๓ กิจกรรม หากมีนักเรียนท่ีไมํผําน ให๎ครูผ๎ูสอนจัดซํอมเสริมให๎
นักเรยี นทํากจิ กรรมในสํวนทน่ี กั เรยี นไมไํ ด๎เข๎ารวํ ม หรือไมํได๎ทําจนครบถ๎วน แล๎วจึงเปล่ียนผลการเรียนจากไมํ
ผํานเป็นผาํ น ทง้ั นีต้ อ๎ งดําเนินการให๎เสรจ็ สิ้นภายในปีการศกึ ษานน้ั
๗.๓ ใหค๎ รผู ๎ูรับผิดชอบกจิ กรรมน้นั ๆ มีหน๎าท่ีประเมินผลการเข๎ารํวมกิจกรรมของนักเรียน
ทุกคน โดยพจิ ารณาจากการปฏบิ ตั ิกิจกรรม ผลงานของนักเรียนต๎องผํานร๎อยละ ๘๐ และต๎องมีเวลาเข๎ารํวม
กิจกรรมอยาํ งนอ๎ ยรอ๎ ยละ ๘๐ แลว๎ บันทกึ ผลการประเมิน และรายงานผลการประเมินตํอหัวหน๎างานกิจกรรม
พัฒนาผเู๎ รียนที่โรงเรียนแตํงตง้ั
๗.๔ กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ นักเรียนทุกคนต๎องเข๎ารํวมทํากิจกรรมเพื่อ
สังคมและสาธารณประโยชน์ และมบี ันทกึ เปน็ หลกั ฐานรํองรอย ระดับประถมศกึ ษา
รวม ๖ ปี จํานวน ๖๐ ชวั่ โมง ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน๎ รวม ๓ ปี จํานวน ๔๕ ช่วั โมง
๗.๕ หัวหน๎างานกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียนที่โรงเรียนแตํงตั้ง รวบรวมผลการประเมินแตํละ
กิจกรรม นํามาสรุปผลการประเมินเป็นรายภาค เพื่อวินิจฉัยและใช๎เป็นข๎อมูลในการพัฒนานักเรียนและ
ประเมนิ การเลื่อนชนั้ เรียน ตลอดจนการจบการศึกษาในระดับตําง ๆ
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หนา้ ๒๑๓
เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๑. การตัดสินผลการเรียนโรงเรียนกําหนดเกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู๎เพ่ือตัดสินผลการ
เรียนของนักเรยี น ดงั น้ี
๑.๑ ตดั สนิ ผลการเรียนเป็นรายวิชา โดยใช๎ผลการประเมินระหวํางปีและปลายปี นักเรียน
ตอ๎ งมีเวลาเรยี นตลอดตลอดภาคเรยี นไมํน๎อยกวําร๎อยละ ๘๐ของเวลาเรียนท้งั หมดในรายวชิ านั้น ๆ
๑.๒ นักเรียนต๎องไดร๎ ับการประเมนิ ทุกตัวชีว้ ดั โดยแตํละตัวช้ีวัดต๎องผํานร๎อยละ ๘๐ หรือ
มีระดบั คณุ ภาพ ระดบั ดี ข้ึนไป
๑.๓ นักเรียนตอ๎ งได๎รับการตดั สนิ ผลการเรียนทกุ รายวิชา
๑.๔ นกั เรยี นตอ๎ งไดร๎ ับการประเมนิ การอําน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น การประเมินคุณลักษณะ
อันพงึ ประสงค์ การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผ๎เู รยี น และมีผลการประเมนิ ในระดบั ผําน
๒. การให๎ระดับผลการเรียน โรงเรียนกําหนดให๎การตัดสินเพื่อให๎ระดับผลการเรียนรายวิชาของ
กลํมุ สาระการเรยี นร๎ู ใหใ๎ ช๎ตัวเลขแสดงระดับผลการเรยี นเป็น ๘ระดบั ดังน้ี
ระดับผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนนเปน็ รอ้ ยละ
๔ ดเี ย่ยี ม ๘๐-๑๐๐
๓.๕ ดมี าก ๗๕-๗๙
๓ ดี ๗๐-๗๔
๒.๕ คํอนขา๎ งดี ๖๕-๖๙
๒ ปานกลาง ๖๐-๖๔
๑.๕ พอใช๎ ๕๕-๕๙
๑ ผํานเกณฑ์ขัน้ ตา่ํ ๕๐-๕๔
๐ ต่ํากวําเกณฑ์ ๐-๔๙
๓. การประเมินการอําน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ให๎ระดับผลการ
ประเมนิ เป็น “ผาํ น”และ“ไมผํ าํ น”กรณที ี่ผาํ นใหร๎ ะดับผลการประเมนิ เป็น “ดเี ย่ียม”“ดี”และ“ผาํ น”
๓.๑ การสรุปผลการประเมินการอาํ น คดิ วิเคราะห์ และเขียน เพ่อื การเลื่อนระดับชั้นและจบ
การศึกษา กาํ หนดเกณฑก์ ารตดั สินเป็น ๔ ระดับ และความหมายของแตํละระดับดังน้ี
ดีเยย่ี ม หมายถึง มีผลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอําน คิดวิเคราะห์ และเขียนท่ีมี
คุณภาพดเี ลิศอยํเู สมอ
ดี หมายถงึ มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอําน คิดวิเคราะห์
และเขยี นท่มี ีคณุ ภาพเป็นท่ยี อมรบั
ผ่าน หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอําน คิดวิเคราะห์ และเขียนท่ีมี
คณุ ภาพเปน็ ทย่ี อมรับ แตยํ งั มีขอ๎ บกพรอํ งบางประการ
ไมผ่ ่าน หมายถงึ ไมมํ ผี ลงานทแ่ี สดงถึงความสามารถในการอาํ น คดิ วิเคราะห์และเขียน หรือ
ถ๎ามีผลงาน ผลงานน้ันยังมีข๎อบกพรํองท่ีต๎องได๎รับการปรับปรุงแก๎ไข
หลายประการ
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หนา้ ๒๑๔
๓.๒ การสรุปผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รวมทุกคุณลักษณะ เพ่ือการเลื่อน
ระดับชั้นและจบการศกึ ษา กําหนดเกณฑก์ ารตดั สินเปน็ ๔ ระดับ และความหมายของแตํละระดบั ดังนี้
ดเี ยี่ยม หมายถึง นักเรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัยและนําไปใช๎ใน
ชีวิตประจําวันเพ่ือประโยชน์สุขของตนเองและสังคม โดย
พิจารณาจากผลการประเมินระดับดีเย่ียม จํานวน ๕-๘
คุณลักษณะและไมํมีคุณลักษณะใดได๎ผลการประเมินต่ํากวํา
ระดับดี
ดี หมายถงึ นักเรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อให๎เป็น
การยอมรบั ของสงั คมโดยพิจารณาจาก
(๑) ได๎ผลการประเมินระดับดีเย่ียม จํานวน๑-๔ คุณลักษณะ
และไมมํ คี ุณลักษณะใดได๎ผลการประเมนิ ต่าํ กวําระดบั ดี หรอื
(๒) ได๎ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จํานวน ๔ คุณลักษณะ
และไมํมีคุณลักษณะใดได๎ผลการประเมินต่ํากวําระดับผําน
หรือ
(๓) ได๎ผลการประเมินระดับดี จํานวน ๕-๘ คุณลักษณะ และ
ไมํมคี ุณลักษณะใดได๎ผลการประเมินตา่ํ กวาํ ระดบั ผําน
ผ่าน หมายถงึ นักเรี ยนรับ รู๎และ ปฏิบัติ ตาม กฎ เก ณฑ์ แ ละเงื่ อนไ ข
ทโ่ี รงเรยี นกําหนดโดยพจิ ารณาจาก
(๑) ได๎ผลการประเมินระดับผําน จํานวน ๕-๘ คุณลักษณะ
และไมํมีคุณลักษณะใดได๎ผลการประเมินต่ํากวําระดับผําน
หรอื
(๒) ไดผ๎ ลการประเมินระดับดี จํานวน ๔ คุณลักษณะ และไมํมี
คณุ ลักษณะใดได๎ผลการประเมนิ ต่ํากวาํ ระดับผาํ น
ไมผ่ ่าน หมายถงึ นักเรียนรับร๎ูและปฏิบัติได๎ไมํครบตามกฎเกณฑ์และเง่ือนไขท่ี
โรงเรียนกําหนด โดยพิจารณาจากมีผลการประเมินระดับไมํ
ผาํ น ต้งั แตํ ๑ คุณลักษณะ
๔. การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผูเ๎ รยี น จะตอ๎ งพจิ ารณาท้ังเวลาการเข๎ารวํ มกจิ กรรมอยาํ งนอ๎ ย
รอ๎ ยละ ๘๐ การปฏบิ ตั ิกจิ กรรม และผลงานของนักเรียนต๎องผํานร๎อยละ ๘๐ และให๎ผลการประเมินเป็นผํานและ
ไมผํ ําน โดยให๎ใช๎ตัวอักษรแสดงผลการประเมนิ ดงั นี้
“ผ” หมายถงึ นกั เรียนมเี วลาการเข๎ารํวมกิจกรรม การปฏบิ ัตกิ จิ กรรม และมีผลงานผํานเกณฑ์
“มผ”หมายถึง นักเรียนมีเวลาการเข๎ารํวมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงานไมํผําน
เกณฑ์
ในกรณีที่นักเรียนได๎ผลการเรียน “มผ” ให๎ครูผ๎ูสอนจัดซํอมเสริมให๎นักเรียนทํากิจกรรมในสํวนที่
นักเรียนไมํได๎เข๎ารํวม หรือไมํได๎ทําจนครบถ๎วน แล๎วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจากไมํผํานเป็นผําน ทั้งน้ีต๎อง
ดาํ เนนิ การใหเ๎ สรจ็ สนิ้ ภายในปีการศึกษานัน้
๕. การเปลี่ยนผลการเรียนใชส๎ ําหรับระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต๎นเทาํ น้ัน
๕.๑ การเปลี่ยนผลการเรียน “ ๐ ”ดําเนินการดังนี้
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หน้า ๒๑๕
๕.๑.๑ ให๎ครูผ๎ูสอนดําเนินการสอนซํอมเสริมในตัวช้ีวัดที่นักเรียนสอบไมํผํานกํอนแล๎ว
จึงให๎สอบแก๎ตัวได๎ไมํเกิน ๒ ครั้ง ถ๎านักเรียนไมํดําเนินการสอบแก๎ตัวตามระยะเวลาที่โรงเรียนกําหนด ให๎อยูํ
ในดุลยพนิ ิจของโรงเรยี น ท่ีจะพจิ ารณาขยายเวลาออกไปอีกไมํเกนิ ๑ ภาคเรยี น ท้ังนี้ต๎องดาํ เนินการให๎เสร็จสิ้น
ภายในปีการศึกษาน้ัน ๆ
๕.๑.๒ ถ๎าสอบแก๎ตัว ๒ คร้ังแล๎ว ยังได๎ระดับผลการเรียน “๐” อีก ให๎โรงเรียนแตํงตั้ง
คณะกรรมการดําเนินการเก่ยี วกบั การแก๎ผลการเรียนของนักเรียนโดยปฏิบตั ิ ดงั น้ี
(๑) ถ๎าเปน็ รายวิชาพื้นฐานให๎นักเรียนเรียนซ้าํ รายวิชานั้นๆ
(๒) ถ๎าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให๎นักเรียนเรียนซ้ําหรือเปล่ียนรายวิชาเรียนใหมํ
ทงั้ น้ีขอให๎อยํูในดุลยพินิจของโรงเรียน และในกรณีที่เปล่ียนรายวิชาเรียนใหมํ ให๎หมายเหตุในระเบียนแสดงผล
การเรยี นวําเรียนแทนรายวิชาใด
๕.๒ การเปลี่ยนผลการเรียน “ร”ดําเนนิ การดงั น้ี
๕.๒.๑ ให๎นักเรียนดําเนินการแก๎ไข “ร” ตามสาเหตุ เม่ือนักเรียนได๎แก๎ไขปัญหาเสร็จ
เรียบรอ๎ ยแล๎ว ให๎ครผู ส๎ู อนพิจารณาตัดสนิ ผลการเรียน โดยให๎ไดร๎ ะดับผลการเรยี นตามปกติ ( ต้ังแตํ๐-๔ )
๕.๒.๒ ถ๎านักเรียนไมํดําเนินการแก๎ไข “ร” ตามระยะเวลาท่ีโรงเรียนกําหนด ให๎
ครูผ๎ูสอนนําข๎อมูลท่ีมีอยํูมาตัดสินผลการเรียน ยกเว๎นมีเหตุสุดวิสัย ให๎อยูํในดุลยพินิจของโรงเรียนที่จะขยาย
เวลาการแก๎ “ร” ออกไปอีก ไมํเกิน ๑ ภาคเรียนทั้งนี้ต๎องดําเนินการให๎เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้นๆ
เมือ่ พน๎ กําหนดน้ีแล๎วหากผลการเรียนเป็น “ ๐ ” ใหด๎ ําเนินแก๎ไขตามหลกั เกณฑ์
๕.๓ การเปล่ียนผลการเรียน “มส”
การเปล่ยี นผลการเรียน “มส” มี ๒ กรณี ดังนี้
๕.๓.๑ กรณีนักเรียนได๎ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไมํถึงร๎อยละ ๘๐ แตํมี
เวลาเรียนไมํน๎อยกวําร๎อยละ ๖๐ ของเวลาเรียนท้ังหมด ให๎โรงเรียนจัดให๎นักเรียนเรียนเพิ่มเติมโดยใช๎ช่ัวโมง
สอนซํอมเสรมิ หรือใช๎เวลาวําง หรือใช๎วันหยุด หรือมอบหมายงานให๎ทํา จนมีเวลาเรียนครบตามท่ีกําหนดไว๎สําหรับ
รายวิชานน้ั ๆ แล๎วจงึ ให๎สอบวัดผลปลายภาคเป็นกรณีพิเศษ ผลการแก๎ “มส” ใหไ๎ ดร๎ ะดบั ผลการเรยี นไมเํ กิน “ ๑ ”
การแก๎ “มส”กรณีน้ีให๎กระทําให๎เสร็จส้ินภายในปีการศึกษาน้ันๆ ถ๎าผ๎ูเรียนไมํมาดําเนินการแก๎ “มส” ตาม
ระยะเวลาที่กําหนดไว๎น้ีให๎เรียนซํ้ารายวิชา ยกเว๎น มีเหตุสุดวิสัย ให๎อยูํในดุลยพินิจขอโรงเรียนที่จะขยายเวลาการ
แก๎ “มส” ออกไปอีกไมํเกิน ๑ ภาคเรียน แตเํ มื่อพ๎นกําหนดนีแ้ ล๎ว ใหป๎ ฏิบัตดิ งั นี้
(๑) ถ๎าเป็นรายวิชาพื้นฐานใหเ๎ รียนซ้ํารายวิชาน้นั
(๒) ถ๎าเป็นรายวิชาเพิ่มเติมให๎อยูํในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให๎เรียนซ้ํา
หรอื เปลยี่ นรายวชิ าเรียนใหมํ
๕.๓.๒ กรณีผ๎ูเรียนได๎ผลการเรียน “มส” และมีเวลาเรียนน๎อยกวําร๎อยละ ๖๐ ของ
เวลาเรียนท้งั หมดให๎สถานศึกษาดําเนินการดังน้ี
(๑) ถ๎าเป็นรายวิชาพืน้ ฐานใหน๎ กั เรยี นเรียนซ้ํารายวชิ านัน้ ๆ
(๒) ถ๎าเป็นรายวิชาเพ่ิมเติมให๎อยํูในดุลยพินิจของโรงเรียน ให๎นักเรียนเรียนซ้ําหรือ
เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหมํ ในกรณีท่ีเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหมํ ให๎หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนวําเรียนแทน
รายวิชาใด
การเรียนซํ้ารายวิชาหากนักเรียนได๎รับการสอนซํอมเสริม และสอบแก๎ตัว ๒ ครั้งแล๎วไมํ
ผํานเกณฑ์การประเมิน ให๎เรียนซํ้ารายวิชานั้น ท้ังน้ี ให๎อยํูในดุลยพินิจของโรงเรียนในการจัดให๎เรียนซํ้าในชํวงใด
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หน้า ๒๑๖
ชํวงหน่ึงท่ีโรงเรียนเห็นวําเหมาะสม เชํน พักกลางวัน วันหยุด ชั่วโมงวําง หลังเลิกเรียน หรือภาคฤดูร๎อน เป็น
ตน๎
ในกรณีภาคเรียนท่ี ๒ หากผู๎เรียนยังมีผลการเรียน “ ๐ ”“ ร ”“ มส” ให๎ดําเนินการให๎
เสร็จสิ้นกํอนเปิดเรียนปีการศึกษาถัดไป โดยให๎เปิดการเรียนการสอนในภาคฤดูร๎อนเพ่ือแก๎ไขผลการเรียนของ
นักเรียนหากไมํสามารถดําเนินการเปิดสอนภาคฤดูร๎อนได๎โรงเรียนควรประสานงานกับหนํวยต๎นสังกัดเพื่อหาทาง
แกไ๎ ขผลการเรียนของนักเรยี นตํอไป
๕.๔ การเปลี่ยนผลการเรียน “มผ” ดาํ เนินการดงั นี้
กรณีทน่ี กั เรียนได๎ผลการเรยี น “มผ” ให๎ดาํ เนินการจัดซํอมเสริมให๎นักเรียนทํา กิจกรรม
ในสวํ นที่นักเรียนไมไํ ดเ๎ ขา๎ รวํ มหรือไมไํ ดท๎ ําจนครบถ๎วน แลว๎ จงึ เปล่ียนผลการเรียนจาก “ มผ” เปน็
“ ผ ” ได๎ ทั้งนี้ต๎องดําเนินการให๎เสร็จส้ินภายในภาคเรียนนั้นๆ ยกเว๎นมีเหตุสุดวิสัยให๎อยูํในดุลยพินิจของ
โรงเรยี นทจี่ ะขยายเวลาออกไปอีกไมเํ กิน ๑ ภาคเรยี นแตํต๎องดําเนินการให๎เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษาน้ัน ๆ
๖. การสอนซํอมเสริม
การสอนซํอมเสริม เป็นสํวนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนร๎ูและเป็นการให๎โอกาสแกํ
นักเรียนได๎มีเวลาเรียนรู๎ส่ิงตํางๆ เพ่ิมข้ึน จนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนร๎ู/ตัวช้ีวัดที่กําหนดไว๎
การสอนซํอมเสริมเป็นเป็นการสอนเพ่ือแก๎ไขข๎อบกพรํอง กรณีที่นักเรียนมีความรู๎ ทักษะกระบวนการ หรือ
เจตคติ/คุณลกั ษณะ ไมํเปน็ ไปตามเกณฑท์ ีโ่ รงเรยี นกําหนด
การดําเนินการสอนซํอมเสริมน้ัน ให๎ครูผู๎สอนจัดสอนซํอมเสริมให๎แกํนักเรียนเป็นกรณี
พเิ ศษนอกเหนอื ไปจากการสอนปกติ เพือ่ พัฒนาใหน๎ กั เรยี นสามารถบรรลมุ าตรฐานการเรียนรู๎/ตัวชี้วัด เป็น
การให๎โอกาสแกํนักเรียนได๎เรียนรู๎และพัฒนา โดยจัดกิจกรรมการเรียนร๎ูที่หลากหลาย และตอบสนองความ
แตกตํางระหวาํ งบคุ คล
การจัดการเรียนรู้
การจดั การเรยี นร๎เู ปน็ กระบวนการสําคัญในการนําหลักสูตรสูํการปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู๎ สมรรถนะสําคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู๎เรียน
เปน็ เปูาหมายสาํ หรับพัฒนาเดก็ และเยาวชน
ในการพัฒนาผ๎ูเรียนให๎มีคุณสมบัติตามเปูาหมายหลักสูตร ผ๎ูสอนพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู๎
จดั การเรียนร๎ูโดยชํวยใหผ๎ เู๎ รียนเรียนรผู๎ ํานสาระทก่ี าํ หนดไวใ๎ นหลักสูตร ๘ กลํุมสาระการเรียนร๎ู รวมทั้งปลูกฝัง
เสริมสร๎างคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ พฒั นาทกั ษะตาํ ง ๆ อนั เปน็ สมรรถนะสาํ คญั ใหผ๎ ู๎เรยี นบรรลตุ ามเปูาหมาย
๑. หลักการจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู๎เพื่อให๎ผู๎เรียนมีความรู๎ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู๎สมรรถนะสําคัญและ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กําหนดไว๎ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน โดยยึดหลักวํา ผ๎ูเรียนมี
ความสําคัญท่ีสุด เช่ือวําทุกคนมีความสามารถเรียนร๎ูและพัฒนาตนเองได๎ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผ๎ูเรียน
กระบวนการจัดการเรียนร๎ูต๎องสํงเสริมให๎ผู๎เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คํานึงถึง
ความแตกตํางระหวาํ งบคุ คลและพัฒนาการทางสมองเน๎นให๎ความสําคญั ทง้ั ความรู๎ และคณุ ธรรม
เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หน้า ๒๑๗
๒. กระบวนการเรียนรู้
การจัดการเรียนร๎ูที่เน๎นผู๎เรียนเป็นสําคัญ ผ๎ูเรียนจะต๎องอาศัยกระบวนการเรียนรู๎ท่ีหลากหลาย เป็น
เคร่ืองมือท่ีจะนําพาตนเองไปสูํเปูาหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนร๎ูท่ีจําเป็นสําหรับผ๎ูเรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรู๎แบบบูรณาการ กระบวนการสร๎างความรู๎ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณแ์ ละแก๎ปญั หา กระบวนการเรียนร๎ูจากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลง
มือทําจรงิ กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนร๎ูการเรียนรู๎ของตนเอง กระบวนการพัฒนา
ลกั ษณะนิสยั
กระบวนการเหลําน้ีเป็นแนวทางในการจัดการเรียนร๎ูท่ีผ๎ูเรียนควรได๎รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะ
สามารถชํวยให๎ผ๎ูเรียนเกิดการเรียนรู๎ได๎ดี บรรลุเปูาหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผ๎ูสอน จึงจําเป็นต๎องศึกษาทํา
ความเข๎าใจในกระบวนการเรียนรู๎ตําง ๆ เพื่อให๎สามารถเลือกใช๎ในการจัดกระบวนการเรียนร๎ูได๎อยํางมี
ประสทิ ธภิ าพ
๓. การออกแบบการจดั การเรยี นรู้
ผู๎สอนต๎องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให๎เข๎าใจถึงมาตรฐานการเรียนร๎ู ตัวช้ีวัด สมรรถนะสําคัญของ
ผ๎ูเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู๎ที่เหมาะสมกับผ๎ูเรียน แล๎วจึงพิจารณาออกแบบการ
จัดการเรียนรโ๎ู ดยเลอื กใชว๎ ธิ สี อนและเทคนิคการสอน สอื่ /แหลํงเรยี นรู๎ การวัดและประเมินผล เพื่อให๎ผ๎ูเรียนได๎
พฒั นาเตม็ ตามศักยภาพและบรรลตุ ามเปาู หมายท่ีกาํ หนด
๔. บทบาทของผู้สอนและผ้เู รียน
การจัดการเรียนรู๎เพื่อให๎ผู๎เรียนมีคุณภาพตามเปูาหมายของหลักสูตร ทั้งผู๎สอนและผ๎ูเรียนควรมี
บทบาท ดงั นี้
๔.๑ บทบาทของผสู้ อน
๑) ศึกษาวเิ คราะห์ผเู๎ รียนเป็นรายบคุ คล แลว๎ นําขอ๎ มูลมาใช๎ในการวางแผนการจัดการเรียนรู๎
ท่ีท๎าทายความสามารถของผเู๎ รียน
๒) กําหนดเปูาหมายท่ตี อ๎ งการให๎เกิดขึ้นกับผู๎เรียน ด๎านความรู๎และทักษะกระบวนการ ที่เป็น
ความคดิ รวบยอด หลักการ และความสัมพนั ธ์ รวมทง้ั คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๓) ออกแบบการเรียนรู๎และจัดการเรียนรู๎ที่ตอบสนองความแตกตํางระหวํางบุคคลและ
พัฒนาการทางสมอง เพือ่ นาํ ผูเ๎ รยี นไปสํูเปูาหมาย
๔) จัดบรรยากาศท่ีเอือ้ ตอํ การเรยี นร๎ู และดแู ลชวํ ยเหลอื ผู๎เรยี นให๎เกิดการเรยี นรู๎
๕) จัดเตรียมและเลือกใช๎สื่อให๎เหมาะสมกับกิจกรรม นําภูมิปัญญาท๎องถิ่น เทคโนโลยีที่
เหมาะสมมาประยุกตใ์ ชใ๎ นการจดั การเรยี นการสอน
๖) ประเมนิ ความกา๎ วหน๎าของผเู๎ รยี นดว๎ ยวิธกี ารทีห่ ลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของ
วชิ าและระดบั พฒั นาการของผู๎เรียน
๗) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช๎ในการซํอมเสริมและพัฒนาผ๎ูเรียน รวมทั้งปรับปรุงการ
จดั การเรียนการสอนของตนเอง
๔.๒ บทบาทของผู้เรียน
๑) กําหนดเปูาหมาย วางแผนและรบั ผดิ ชอบการเรยี นรขู๎ องตนเอง
๒) เสาะแสวงหาความรู๎ เข๎าถึงแหลํงการเรียนร๎ู วิเคราะห์ สังเคราะห์ข๎อความรู๎ ต้ังคําถาม คิดหา
คาํ ตอบหรือหาแนวทางแก๎ปัญหาดว๎ ยวธิ ีการตําง ๆ
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หน้า ๒๑๘
๓) ลงมือปฏบิ ตั จิ ริง สรปุ สงิ่ ทไ่ี ด๎เรยี นรูด๎ ๎วยตนเอง และนําความรูไ๎ ปประยุกต์ใชใ๎ นสถานการณ์
ตาํ ง ๆ
๔) มปี ฏสิ ัมพันธ์ ทํางาน ทํากิจกรรมรวํ มกบั กลํมุ และครู
๕) ประเมนิ และพฒั นากระบวนการเรียนรข๎ู องตนเองอยาํ งตอํ เนื่อง
ส่อื การเรียนรู้
ส่ือการเรียนรู๎เป็นเคร่ืองมือสํงเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู๎ ให๎ผ๎ูเรียนเข๎าถึงความร๎ู
ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได๎อยํางมีประสิทธิภาพ ส่ือการเรียนรู๎มี
หลากหลายประเภท ท้ังส่ือธรรมชาติ สื่อส่ิงพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือขําย การเรียนร๎ูตําง ๆ ท่ีมีในท๎องถิ่น
การเลอื กใชส๎ อ่ื ควรเลอื กใหม๎ ีความเหมาะสมกับระดบั พัฒนาการ และลลี าการเรียนร๎ทู ี่หลากหลายของผ๎ูเรียน
การจดั หาส่อื การเรียนร๎ู ผ๎เู รียนและผสู๎ อนสามารถจัดทาํ และพัฒนาขึน้ เอง หรือปรับปรุงเลือกใช๎อยํางมี
คุณภาพจากส่ือตําง ๆ ท่ีมีอยูํรอบตัวเพ่ือนํามาใช๎ประกอบในการจัดการเรียนร๎ูท่ีสามารถสํงเสริมและสื่อสารให๎
ผู๎เรียนเกิดการเรียนรู๎ โดยสถานศึกษาควรจัดให๎มีอยํางพอเพียง เพื่อพัฒนาให๎ผ๎ูเรียน เกิดการเรียนร๎ูอยําง
แท๎จริง สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา หนํวยงานท่ีเก่ียวข๎องและผู๎มีหน๎าท่ีจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ควร
ดาํ เนินการดงั นี้
๑. จัดให๎มีแหลํงการเรียนรู๎ ศูนย์สื่อการเรียนรู๎ ระบบสารสนเทศการเรียนรู๎ และเครือขําย
การเรียนรู๎ที่มีประสิทธิภาพท้ังในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค๎นคว๎าและการแลกเปล่ียน
ประสบการณก์ ารเรียนรู๎ ระหวํางสถานศึกษา ท๎องถ่ิน ชุมชน สังคมโลก
๒. จัดทําและจัดหาส่ือการเรียนรู๎สําหรับการศึกษาค๎นคว๎าของผู๎เรียน เสริมความรู๎ให๎ผู๎สอน รวมท้ัง
จัดหาส่งิ ทมี่ อี ยํูในทอ๎ งถ่นิ มาประยุกตใ์ ชเ๎ ปน็ ส่ือการเรียนรู๎
๓. เลือกและใช๎สื่อการเรียนร๎ูที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล๎อง กับวิธีการ
เรียนรู๎ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู๎ และความแตกตํางระหวาํ งบคุ คลของผูเ๎ รยี น
๔. ประเมนิ คุณภาพของสอื่ การเรยี นรู๎ท่ีเลือกใช๎อยาํ งเป็นระบบ
๕. ศกึ ษาคน๎ ควา๎ วิจัย เพื่อพฒั นาสื่อการเรียนรใ๎ู ห๎สอดคล๎องกบั กระบวนการเรยี นร๎ูของผู๎เรยี น
๖. จัดให๎มีการกํากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช๎ส่ือ
การเรียนรเู๎ ปน็ ระยะ ๆ และสมํ่าเสมอ
ในการจัดทํา การเลือกใช๎ และการประเมินคุณภาพส่ือการเรียนรู๎ท่ีใช๎ในสถานศึกษา ควรคํานึงถึง
หลักการสําคัญของส่ือการเรียนร๎ู เชํน ความสอดคล๎องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนร๎ู การออกแบบ
กิจกรรมการเรียนร๎ู การจัดประสบการณ์ให๎ผู๎เรียน เน้ือหามีความถูกต๎องและทันสมัย ไมํกระทบความม่ันคง
ของชาติ ไมํขดั ตอํ ศลี ธรรม มกี ารใชภ๎ าษาทถ่ี กู ตอ๎ ง รูปแบบการนาํ เสนอท่ีเขา๎ ใจงําย และนําสนใจ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู๎ของผู๎เรียนต๎องอยูํบนหลักการพื้นฐานสองประการคือการประเมิน
เพื่อพัฒนาผู๎เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู๎ของผ๎ูเรียน ให๎ประสบผลสําเร็จ
นั้น ผ๎ูเรียนจะต๎องได๎รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพื่อให๎บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู๎ สะท๎อน
สมรรถนะสําคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผ๎ูเรียนซ่ึงเป็นเปูาหมายหลักในการวัดและประเมินผลการ
เรียนรู๎ในทุกระดับไมํวําจะเป็นระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา และระดับชาติ การ
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หนา้ ๒๑๙
วัดและประเมินผลการเรียนร๎ู เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู๎เรียนโดยใช๎ผลการประเมินเป็นข๎อมูลและ
สารสนเทศท่ีแสดงพัฒนาการ ความก๎าวหน๎า และความสําเร็จทางการเรียนของผ๎ูเรียน ตลอดจนข๎อมูลที่เป็น
ประโยชนต์ อํ การสํงเสริมให๎ผูเ๎ รียนเกิด การพัฒนาและเรียนรูอ๎ ยํางเตม็ ตามศกั ยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู๎ แบํงออกเป็น ๔ ระดับ ได๎แกํ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา
ระดบั เขตพื้นทก่ี ารศึกษา และระดับชาติ มีรายละเอียด ดงั น้ี
๑. การประเมนิ ระดับช้นั เรยี น เปน็ การวัดและประเมินผลที่อยํูในกระบวนการจัดการเรียนรู๎ ผู๎สอน
ดําเนินการเป็นปกติและสม่ําเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช๎เทคนิคการประเมินอยํางหลากหลาย เชํน
การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ๎าน การประเมินโครงงาน การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน แฟูมสะสม
งาน การใช๎แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู๎สอนเป็นผ๎ูประเมินเองหรือเปิดโอกาสให๎ผู๎เรียนประเมินตนเอง เพ่ือน
ประเมนิ เพ่อื น ผู๎ปกครองรํวมประเมิน ในกรณีท่ีไมํผาํ นตวั ช้วี ดั ใหม๎ ีการสอนซอํ มเสริม
การประเมินระดับช้ันเรียนเป็นการตรวจสอบวํา ผ๎ูเรียนมีพัฒนาการความก๎าวหน๎าในการเรียนรู๎
อันเปน็ ผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไมํ และมากน๎อยเพียงใด มีส่ิงท่ีจะต๎องได๎รับการพัฒนา
ปรับปรุงและสํงเสริมในด๎านใด นอกจากนี้ยังเป็นข๎อมูลให๎ผ๎ูสอนใช๎ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด๎วย ทั้งน้ี
โดยสอดคล๎องกบั มาตรฐานการเรยี นรู๎และตวั ชีว้ ดั
๒. การประเมนิ ระดบั สถานศึกษา เป็นการประเมินท่ีสถานศึกษาดําเนินการเพ่ือตัดสินผล การเรียน
ของผ๎ูเรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอําน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์
และกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียน นอกจากนี้เพื่อให๎ได๎ข๎อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา วําสํงผลตํอ
การเรียนรู๎ของผ๎ูเรียนตามเปูาหมายหรือไมํ ผู๎เรียนมีจุดพัฒนาในด๎านใด รวมท้ังสามารถนําผลการเรียนของ
ผ๎ูเรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข๎อมูลและ
สารสนเทศเพ่ือการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการ
จัดทําแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการ
รายงานผลการจัดการศึกษาตํอคณะกรรมการสถานศึกษา สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สํานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน ผูป๎ กครองและชุมชน
๓. การประเมินระดบั เขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา เป็นการประเมนิ คุณภาพผเ๎ู รียนในระดบั เขตพื้นที่การศึกษา
ตามมาตรฐานการเรียนรู๎ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพื่อใช๎เป็นข๎อมูลพ้ืนฐานในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของเขตพ้ืนที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดําเนินการโดยประเมินคุณภาพ
ผลสัมฤทธิ์ของผ๎ูเรียนด๎วยข๎อสอบมาตรฐานที่จัดทําและดําเนินการโดยเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือด๎วยความ
รํวมมือกับหนํวยงานต๎นสังกัด ในการดําเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได๎จากการตรวจสอบทบทวนข๎อมูลจาก
การประเมนิ ระดับสถานศึกษาในเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษา
๔. การประเมนิ ระดบั ชาติ เปน็ การประเมนิ คุณภาพผู๎เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู๎ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต๎องจัดให๎ผู๎เรียนทุกคนที่เรียน ในชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ เข๎ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช๎เป็นข๎อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพ
การศึกษาในระดับตําง ๆ เพ่ือนําไปใช๎ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข๎อมูล
สนบั สนุนการตัดสินใจในระดบั นโยบายของประเทศ
ข๎อมูลการประเมินในระดับตําง ๆ ข๎างต๎น เป็นประโยชน์ตํอสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน
พัฒนาคณุ ภาพผู๎เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาท่ีจะต๎องจัดระบบดูแลชํวยเหลือ ปรับปรุง
แก๎ไข สํงเสริมสนับสนุนเพ่ือให๎ผู๎เรียนได๎พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกตํางระหวํางบุคคลท่ี
จําแนกตามสภาพปัญหาและความต๎องการ ได๎แกํ กลุํมผ๎ูเรียนทั่วไป กลุํมผ๎ูเรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลํุม
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หน้า ๒๒๐
ผ๎ูเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตํ่า กลํุมผ๎ูเรียนท่ีมีปัญหาด๎านวินัยและพฤติกรรม กลํุมผ๎ูเรียนที่ปฏิเสธ
โรงเรียน กลุํมผ๎ูเรียนท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลํุมพิการทางรํางกายและสติปัญญา เป็นต๎น ข๎อมูล
จากการประเมินจงึ เปน็ หวั ใจของสถานศึกษาในการดาํ เนินการชํวยเหลือผ๎เู รียนไดท๎ ันทวํ งที ปิดโอกาสให๎ผ๎ูเรียน
ไดร๎ ับการพัฒนาและประสบความสาํ เรจ็ ในการเรยี น
สถานศกึ ษาในฐานะผู๎รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต๎องจัดทําระเบียบวําด๎วยการวัดและประเมินผลการ
เรียนของสถานศึกษาให๎สอดคล๎องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข๎อกําหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน เพ่ือให๎บุคลากรทเ่ี กยี่ วข๎องทกุ ฝาุ ยถือปฏบิ ัติรวํ มกัน
เกณฑ์การจบระดบั การศกึ ษา
การเลอื่ นชน้ั
ระดับประถมศึกษา
เมอ่ื สิ้นปกี ารศกึ ษา นกั เรยี นจะไดร๎ บั การเล่ือนชนั้ ต๎องมคี ุณสมบัตดิ ังตํอไปน้ี
๑. นกั เรยี นมีเวลาเรียนตลอดปีการศึกษาไมํนอ๎ ยกวําร๎อยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทงั้ หมด
๒. นักเรียนมผี ลการประเมินผาํ นทุกรายวชิ าพื้นฐานและเพ่มิ เตมิ
๓. นักเรียนต๎องได๎รบั การประเมินการอาํ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี น การประเมินคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผู๎เรยี น โดยต๎องมีผลการประเมินในระดับผําน
ท้ังนี้ ถ๎านักเรียนมีข๎อบกพรํองเพียงเล็กน๎อย และพิจารณาเห็นวําสามารถพัฒนาและสอนซํอม
เสรมิ ได๎ ควรผํอนผนั ใหเ๎ ล่ือนชนั้ ได๎
สําหรับในกรณที ่ีพบวาํ มนี ักเรียนกลมุํ พิเศษประเภทตาํ งๆ ทม่ี ีปญั หาในการเรียนร๎ู ให๎ครูผู๎สอน/ครู
ประจําช้ัน แจ๎งผ๎ูอํานวยการโรงเรียนเพ่ือดําเนินงานรํวมกับสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษ
จังหวัด/ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา/หนํวยงานต๎นสังกัด โรงเรียนเฉพาะความพิการ หาแนวทางการ
แกไ๎ ขและพัฒนา
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต๎น
เม่อื ส้ินปกี ารศกึ ษา นกั เรียนจะไดร๎ ับการเลือ่ นชัน้ ต๎องมีคณุ สมบัติตามเกณฑด์ งั ตอํ ไปนี้
๑. รายวชิ าพน้ื ฐานและรายวิชาเพมิ่ เติมได๎รับการตดั สินผลการเรยี นในระดับผําน
๒. นักเรียนต๎องได๎รับการประเมินการอําน คิดวิเคราะห์ และเขียน การประเมินคุณลักษณะอัน
พึงประสงค์ การประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู๎ รยี น โดยตอ๎ งมีผลการประเมนิ ในระดับผาํ น
๓. นักเรียนต๎องไดร๎ ะดับผลการเรยี นเฉล่ียในปกี ารศึกษาน้ัน ไมํตาํ่ กวํา ๑.๐๐
กรณีมีรายวิชาใดไมํผํานเกณฑ์การประเมิน ควรจัดให๎มีการซํอมเสริมนักเรียนในภาคเรียนถัดไป
หรือถ๎านักเรียนมีข๎อบกพรํองเพียงเล็กน๎อย และพิจารณาเห็นวําสามารถพัฒนาและสอนซํอมเสริมได๎ ควรให๎
เลอื่ นชั้นได๎
การเลอื่ นชั้นกลางปีการศกึ ษา
ระดบั ประถมศกึ ษา
ในกรณีท่ีนักเรียนมีหลักฐานการเรียนรู๎ท่ีแสดงวํามีความสามารถเป็นเลิศ โรงเรียนอาจให๎โอกาส
นกั เรียนเล่ือนชั้นกลางปีการศึกษา โดยให๎คณะกรรมการประกอบด๎วยฝุายวิชาการของโรงเรียนและผู๎แทนของ
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นตําบลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หนา้ ๒๒๑
เขตพ้ืนที่การศึกษาหรือต๎นสังกัด ประเมินนักเรียนและตรวจคุณสมบัติให๎ครบถ๎วนตามเงื่อนไขท้ัง ๓ ประการ
ตอํ ไปน้ี
๑. มีผลการเรียนในปีการศึกษาท่ีผํานมาและมีผลการเรียนระหวํางปีที่กําลังศึกษาอยูํในเกณฑ์
เยย่ี ม
๒. มีวุฒิภาวะเหมาะสมทจ่ี ะเรียนในชน้ั ท่สี งู ข้นึ
๓. ผํานการประเมินผลความรู๎ความสามารถทุกรายวิชาของช้ันปีที่เรียนปัจจุบันและความรู๎
ความสามารถทกุ รายวชิ าในภาคเรียนแรกของช้นั ปที ่จี ะเลื่อนช้ัน
การอนุมัติให๎เลื่อนช้ันกลางปีการศึกษาไปเรียนชั้นสูงขึ้นได๎ ๑ ระดับชั้นนี้ ต๎องได๎รับการยินยอม
จากนักเรยี นและผู๎ปกครอง และต๎องดาํ เนินการใหเ๎ สร็จสนิ้ กํอนปดิ ภาคเรียนที่ ๒ ของปกี ารศึกษานั้น
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต๎น
เนอ่ื งจากการจดั การศึกษาในระดบั มัธยมศึกษาจํากัดด๎วยเรื่องของเวลาเรียน หนํวยกิต การตัดสินผล
การเรยี นเป็นรายวชิ า นักเรียนต๎องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไมํน๎อยกวําร๎อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้ังหมดใน
รายวิชานั้นๆ จงึ ไมมํ กี ารเลอ่ื นช้ันปีกลางการศึกษา
การเรยี นซา้ ชัน้
ระดบั ประถมศกึ ษา
๑. นักเรียนที่ไมํผํานรายวิชาจํานวนมากและมีแนวโน๎มวําจะเป็นปัญหาตํอการเรียนในระดับชั้นที่
สูงขึ้น ให๎คณะกรรมการท่ีโรงเรียนแตํงตั้งพิจารณาให๎เรียนซ้ําช้ันได๎ โดยคํานึงถึงวุฒิภาวะและความร๎ู
ความสามารถของนักเรยี นเปน็ สําคญั
๒. นักเรียนที่ไมํมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การเล่ือนช้ันเรียน และควรให๎เรียนซ้ําช้ันนั้น คณะกรรมการ/
ฝุายวชิ าการอาจใช๎ดุลพินจิ ให๎เล่ือนชัน้ ได๎ หากพิจารณาวาํ นักเรียนมคี ณุ สมบัติขอ๎ หนง่ึ ขอ๎ ใดดงั ตํอไปนี้
(๑) มีเวลาเรียนไมํถึงร๎อยละ ๘๐ อันเน่ืองจากสาเหตุจําเป็น หรือเหตุวุดวิสัย แตํมีคุณสมบัติตาม
เกณฑ์การเล่ือนชนั้ ตามข๎ออืน่ ๆ ครบถว๎ น
(๒) นักเรียนมีผลการประเมินผํานมาตรฐานการเรียนรู๎และตัวช้ีวัดไมํถึงเกณฑ์ตามท่ีโรงเรียน
กําหนดในแตํละรายวิชา แตํเห็นวําสามารถสอนซํอมเสริมได๎ในปีการศึกษานั้น และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การ
เล่อื นชนั้ ในข๎ออน่ื ๆ ครบถว๎ น
(๓) นักเรียนมีผลการประเมินรายวิชาในกลุํมสาระภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม
ศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรมอยูํในระดับผาํ น
๓. กํอนท่ีนักเรียนเรียนซํ้าชั้น คณะกรรมการ/ฝุายวิชาการ ควรแจ๎งให๎ผู๎ปกครองและนักเรียนทราบ
เหตผุ ลของการเรียนซาํ้ ชนั้
ระดับมัธยมศึกษา
กรณีนักเรียนท่ีไมํผํานรายวิชาจํานวนมากและมีแนวโน๎มวําจะเป็นปัญหาตํอการเรียนในระดับชั้นที่
สูงขึ้น ให๎คณะกรรมการที่โรงเรียนแตํงตั้งพิจารณาให๎เรียนซํ้าชั้นได๎ โดยให๎คํานึงถึงวุฒิภาวะและความร๎ู
ความสามารถของนกั เรยี นเปน็ สําคญั
การเรียนซํ้าชัน้ มี ๒ ลักษณะ คอื
(๑) นักเรียนมีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นตํ่ากวํา ๑.๐๐ และมีแนวโน๎มวําจะเป็น
ปัญหาตอํ การเรยี นในระดบั ท่ีสูงขนึ้
(๒) นักเรียนมีผลการเรียน ๐, ร, มส เกินครึ่งหนึ่งของรายวิชาท่ีลงทะเบียนเรียนในปีการศึกษา
นั้น
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หน้า ๒๒๒
ทง้ั นี้ หากเกดิ ลักษณะใดลกั ษณะหน่ึง หรอื ท้ัง ๒ ลกั ษณะให๎คณะกรรมการที่โรงเรียนแตํงต้ังพิจารณา
หากเห็นวําไมํมีเหตุผลอันสมควรก็ให๎ซ้ําช้ัน โดยยกเลิกผลการเรียนเดิมและให๎ใช๎ผลการเรียนใหมํแทน หาก
พิจารณาแลว๎ ไมํตอ๎ งเรยี นซ้าํ ชนั้ ใหอ๎ ยูํในดลุ พินจิ ของคณะกรรมการในการแก๎ไขผลการเรยี น
เกณฑก์ ารจบระดับการศึกษา
เกณฑก์ ารจบการศกึ ษาระดบั ประถมศึกษา
(๑) นักเรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน จํานวน ๘๔๐ ชั่วโมง และรายวิชา/กิจกรรมเพ่ิมเติมปีละไมํเกิน
๔๐ ชั่วโมง
(๒) นักเรยี นตอ๎ งมผี ลการประเมินรายวิชาพ้ืนฐานระดับ ๑ ข้ึนไปทุกรายวิชาพ้ืนฐาน จึงจะถือวําผําน
รายวชิ าพน้ื ฐาน
(๓) นักเรียนมีผลการประเมินการอาํ น คิดวิเคราะห์ และเขยี นในระดับผําน
(๔) นกั เรียนมีผลการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ นระดบั ผาํ น
(๕) นักเรียนเข๎ารํวมกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียน โดยมีเวลาเข๎ารํวมกิจกรรมปีละ ๑๒๐ ช่ัวโมง และได๎ผล
การประเมนิ ผํานทุกกจิ กรรม
เกณฑก์ ารจบการศกึ ษาระดับมัธยมศึกษาตอนตน๎
(๑) นักเรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและเพ่ิมเติมไมํเกิน ๘๑ หนํวยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๖๖
หนํวยกติ และรายวชิ าเพม่ิ เติม ๑๕ หนํวยกิต
(๒) นักเรียนต๎องได๎หนํวยกิตตลอดหลักสูตรไมํน๎อยกวํา ๗๗ หนํวยกิต โดยเป็นรายวิชาพ้ืนฐาน ๖๖
หนํวยกติ และรายวิชาเพ่ิมเติมไมํนอ๎ ยกวาํ ๑๑ หนวํ ยกิต
(๓) นักเรียนมีผลการประเมินการอาํ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียนในระดับผําน
(๔) นักเรียนมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ในระดับผําน
(๕) นักเรียนเข๎ารํวมกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียน โดยมีเวลาเข๎ารํวมกิจกรรมปีละ ๑๒๐ ช่ัวโมง และได๎ผล
การประเมินผํานทุกกิจกรรม
(๖) นักเรยี นมผี ลการเรียนเฉลย่ี ไมนํ อ๎ ยกวํา ๑.๐๐
การเทยี บโอนผลการเรยี น
การเทียบโอนผลการเรียนให๎คณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน จํานวนไมํน๎อยกวํา ๓ คน และไมํ
เกิน ๕ คน ที่โรงเรียนแตํงต้ังมีหน๎าที่เทียบโอนผลการเรียนของนักเรียนจากโรงเรียนในกรณีตําง ๆ ได๎แกํ การ
ย๎ายโรงเรียน การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย๎ายหลักสูตร การละทิ้งการศึกษาและการขอกลับเข๎ารับ
การศึกษาตอํ การศึกษาจากตํางประเทศและขอเข๎าศึกษาตํอในประเทศ นอกจากน้ียังสามารถเทียบโอนความร๎ู
ทักษะ ประสบการณ์จากแหลํงการเรียนรู๎อ่ืน ๆ เชํน สถานประกอบการ สถาบันทางศาสนา สถาบันการ
ฝกึ อบรมอาชีพ การจดั การศึกษาโดยครอบครวั เปน็ ต๎น
แนวทางในการเทียบโอนผลการเรียน ดําเนนิ การดังนี้
(๑) กรณีผ๎ูขอเทียบโอนมีผลการเรียนมาจากหลักสูตรอ่ืน ให๎นํารายวิชาหรือหนํวยกิต ท่ีมี
มาตรฐานการเรยี นรู๎/ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู๎/จดุ ประสงค/์ เนื้อหาที่สอดคล๎องกนั ไมนํ ๎อยกวําร๎อยละ ๖๐
มาเทียบโอนผลการเรียนและพิจารณาใหร๎ ะดบั ผลการเรยี นใหส๎ อดคลอ๎ งกับหลกั สตู รทีร่ บั การเทียบโอน
เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หน้า ๒๒๓
(๒) กรณีการเทียบโอนความรู๎ ทักษะและประสบการณ์ ให๎พิจารณาจากเอกสาร หลักฐาน(ถ๎ามี)
โดยให๎มีการประเมินด๎วยเครื่องมือที่หลากหลาย และให๎ระดับผลการเรียนให๎สอดคล๎องกับหลักสูตรที่รับเทียบ
โอน
(๓) กรณีการเทียบโอนที่นักเรียนเข๎าโครงการแลกเปล่ียนตํางประเทศ ให๎ดําเนินการตามประกา
สกระทรวงศึกษาธิการเร่ืองหลักการและแนวปฏิบัติการเทียบช้ันการศึกษาสํา หรับนักเรียนท่ีเข๎ารํวมโครงการ
แลกเปลยี่ น
การดาํ เนนิ การเทียบโอนผลการเรียน ให๎คณะกรรมการเทียบโอนดําเนินการในชํวงเปิดภาคเรียน
แรกหรือต๎นภาคเรียนแรกท่ีโรงเรียนรับผู๎ขอเทียบโอนเป็นนักเรียน ทั้งน้ีนักเรียนท่ีได๎รับการเทียบโอนผลการ
เรียนต๎องศึกษาตํอเนื่องในโรงเรียนอยํางน๎อย ๑ ภาคเรียน โดยคณะกรรมการเทียบโอนควรกําหนดรายวิชา
จํานวนหนวํ ยกิต ทจี่ ะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม
การพจิ ารณาการเทยี บโอนผลการเรียน ใหค๎ ณะกรรมการเทยี บโอนพจิ ารณาดงั ตํอไปน้ี
(๑) พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา ซ่ึงจะให๎ข๎อมูลที่แสดงความร๎ู ความสามารถของนักเรียนใน
ด๎านตาํ ง ๆ
(๒) พิจารณาจากความร๎ู ประสบการณต์ รงจากการปฏิบัตจิ ริง การทดสอบ การสมั ภาษณ์ เป็นตน๎
(๓) พิจารณาจากความสามารถ และการปฏบิ ัติจรงิ
วิธีการและแนวทางการเทียบโอนผลการเรียน ให๎เป็นไปตามหลักการและแนวทางการเทียบโอน
ผลการเรียนตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ เร่ืองการเทียบโอนผลการเรียนการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และ
การศึกษาระดับอุดมศึกษา ระดับตํ่ากวําปริญญา ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๐ และแนวปฏิบัติท่ี
เกี่ยวกับการเทียบโอนผลการเรียนเข๎าสํูการศึกษาในระบบการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ซ่ึงจัดทําโดยสํานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน (สิงหาคม ๒๕๔๙)
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา
โรงเรียนจัดทําเอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อใช๎ในการดําเนินงานด๎านตําง ๆ ของการจัดการศึกษา
ดังนี้
๑. เอกสารหลักฐานทางการศกึ ษาท่ีกระทรวงศึกษาธิการกําหนด ประกอบด๎วย
๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.๑)
๑.๒ ประกาศนียบตั ร (ปพ.๒)
๑.๓ แบบรายงานผูส๎ ําเรจ็ การศกึ ษา (ปพ.๓)
๒. เอกสารหลกั ฐานทางการศกึ ษาท่ีโรงเรยี นกําหนด
๒.๑ แบบแสดงผลการพฒั นาคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ปพ.๔)
๒.๒ เอกสารบันทกึ ผลการพฒั นาคณุ ภาพผ๎เู รียน (ปพ.๕)
๒.๓ เอกสารรายผลการพัฒนาคณุ ภาพผ๎ูเรียนรายบคุ คล (ปพ.๖)
๒.๔ ใบรบั รองผลการเรียน (ปพ.๗)
๒.๕ เอกสารระเบียนสะสม (ปพ.๘)
๒.๖ เอกสารแสดงผลการเรยี นร๎รู ายวิชา (ปพ.๙) (บนั ทกึ ผลการประเมนิ ตามตัวช้ีวัด)
การรายงานผลการเรียน
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หน้า ๒๒๔
ใหค๎ รูผ๎ูสอน/ครูทป่ี รกึ ษา/ผท๎ู ่เี กยี่ วขอ๎ ง จัดทํารายงานความก๎าวหน๎าของนกั เรียนดงั น้ี
๑. ข๎อมูลระดับช้ันเรียน ประกอบด๎วย เวลาเรียน ผลการประเมินความร๎ู ความสามารถ
พฤติกรรมการเรียน ความประพฤติ และผลงานในการเรียนของนักเรียน เป็นข๎อมูลสําหรับรายงายให๎ผ๎ูมีสํวน
เก่ยี วขอ๎ ง ได๎แกํ นักเรียน ครผู สู๎ อนและผ๎ูปกครอง ได๎รับทราบความก๎าวหนา๎ ความสําเร็จในการเรียนของผู๎เรียน
เพื่อนําไปใช๎ในการวางแผนกําหนดเปาู หมายและวธิ ีการในการพัฒนานักเรียน
๒. ข๎อมูลระดับสถานศึกษา ประกอบด๎วย ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกกลํุมสาระ
การเรียนรู๎ ผลการประเมินการอําน คิดวิเคราะห์ และการเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผล
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียนรายปี/รายภาค ผลการประเมินความก๎าวหน๎าในการเรียนร๎ูรายปี/รายภาค
โดยรวมของโรงเรียนเพื่อใช๎เป็นข๎อมูลและสารสนเทศในการพัฒนาการเรียนการสอนและคุณภาพนักเรียน ให๎
เป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู๎/ตัวชี้วัด การตัดสินการเล่ือนชั้นและการซํอมเสริมนักเรียนที่มีข๎อบกพรํองให๎
ผํานระดบั ช้นั และเป็นขอ๎ มลู ในการออกเอกสารหลักฐานการศึกษา
๓. ข๎อมูลการประเมินคุณภาพระดับเขตพื้นที่การศึกษา ได๎แกํ ผลการประเมินคุณภาพนักเรียน
ด๎วยแบบประเมินท่ีสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดทําขึ้นในกลุํมสาระการเรียนรู๎สําคัญในระดับช้ันที่
นอกเหนือจากการประเมินคุณภาพระดับชาติ เป็นข๎อมูลท่ีผ๎ูที่เกี่ยวข๎องใช๎วางแผนและดําเนินการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในเขตพื้นท่ีการศึกษาเพ่ือให๎เกิดการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
ของนกั เรยี นและโรงเรียน
๔. ข๎อมูลผลการประเมินคุณภาพระดับชาติ ได๎แกํ ผลการประเมินคุณภาพของนักเรียนด๎วยแบบ
ประเมนิ ทีเ่ ปน็ มาตรฐานระดบั ชาตใิ นกลํุมสาระการเรียนรทู๎ ี่สําคญั ในชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓ ช้ันประถมศึกษาปีที่
๖ และมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ซ่ึงดําเนินการโดยหนํวยงานระดับชาติ เป็นข๎อมูลที่ผ๎ูท่ีเก่ียวข๎องใช๎วางแผนและ
ดําเนินการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาในสวํ นท่ีเกีย่ วข๎อง เพือ่ ใหเ๎ กดิ การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
ของนักเรียน โรงเรียน ท๎องถิ่น เขตพ้ืนที่การศึกษา และประเทศชาติ รวมทั้งนําไปรายงานในเอกสารหลักฐาน
การศกึ ษาของผ๎เู รยี น
๕. ข๎อมูลพัฒนาการของนักเรียนด๎านอื่น ๆ ประกอบด๎วย ข๎อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการทางด๎าน
ราํ งกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและพฤติกรรมตําง ๆ เป็นข๎อมูลสํวนหน่ึงของการแนะแนวและจัดระบบการดูแล
ชํวยเหลือเพอ่ื แจ๎งใหน๎ ักเรยี น ครผู ู๎สอน ผู๎ปกครองและผ๎ูเกี่ยวข๎องได๎รับทราบข๎อมูล โดยผู๎มีหน๎าท่ีรับผิดชอบแตํ
ละฝุายนําไปใช๎ปรับปรุงแก๎ไขและพัฒนาผู๎เรียนให๎เกิดพัฒนาการอยํางถูกต๎องเหมาะสม รวมทั้งนําไปจัดทํา
เอกสารหลกั ฐานแสดงพฒั นาการของนักเรียน
การบรหิ ารจดั การหลกั สูตร
ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอํานาจให๎ท๎องถ่ินและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตร
น้ัน หนํวยงานตําง ๆ ท่ีเกี่ยวข๎องในแตํละระดับ ต้ังแตํระดับชาติ ระดับท๎องถิ่น จนถึงระดับสถานศึกษา มี
บทบาทหน๎าที่ และความรับผิดชอบในการพฒั นาสนับสนุนสํงเสริม การใช๎และพัฒนาหลักสูตรให๎เป็นไปอยํางมี
ประสทิ ธิภาพ เพื่อให๎การดําเนินการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามี
ประสิทธิภาพสูงสุด อันจะสํงผลให๎การพัฒนาคุณภาพผ๎ูเรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนร๎ูท่ีกําหนดไว๎ใน
ระดับชาติ
ระดบั ทอ๎ งถิ่น ได๎แกํ สาํ นกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หนํวยงานต๎นสังกัดอ่ืน ๆ เป็นหนํวยงานที่มีบทบาท
ในการขบั เคล่อื นคุณภาพการจดั การศกึ ษา เปน็ ตวั กลางที่จะเชื่อมโยงหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หนา้ ๒๒๕
ข้ันพ้ืนฐานที่กําหนดในระดับชาติให๎สอดคล๎องกับสภาพและความต๎องการของท๎องถ่ิน เพ่ือนําไปสูํการจัดทํา
หลกั สูตรของสถานศกึ ษา สํงเสริมการใชแ๎ ละพฒั นาหลกั สตู รในระดบั สถานศกึ ษา ให๎ประสบความสําเร็จ
โดยมีภารกิจสําคัญ คือ กําหนดเปูาหมายและจุดเน๎นการพัฒนาคุณภาพผ๎ูเรียน ในระดับท๎องถิ่นโดยพิจารณา
ให๎สอดคล๎องกับส่ิงท่ีเป็นความต๎องการในระดับชาติ พัฒนาสาระการเรียนรู๎ท๎องถ่ินประเมินคุณภาพการศึกษ า
ในระดับทอ๎ งถ่ิน รวมทั้งเพิ่มพูนคุณภาพการใช๎หลักสูตรด๎วยการวิจัยและพัฒนาการพัฒนาบุคลากร สนับสนุน
สํงเสรมิ ติดตามผล ประเมนิ ผล วิเคราะห์ และรายงานผลคณุ ภาพของผ๎ูเรียน
สถานศึกษามีหน๎าที่สําคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาการวางแผนและดําเนินการใช๎หลักสูตร
การเพม่ิ พูนคุณภาพการใชห๎ ลกั สตู รด๎วยการวิจัยและพัฒนาการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทําระเบียบการ
วดั และประเมนิ ผลในการพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษาต๎องพจิ ารณาใหส๎ อดคล๎องกบั หลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้นั พน้ื ฐาน และรายละเอียดท่ีเขตพื้นท่ีการศึกษา หรือหนํวยงานสังกัดอ่ืน ๆ ในระดับท๎องถิ่นได๎จัดทําเพ่ิมเติม
รวมทั้ง สถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในสํวนท่ีเก่ียวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคมภูมิปัญญาท๎องถ่ิน และ
ความตอ๎ งการของผเู๎ รยี น โดยทกุ ภาคสวํ นเขา๎ มามสี วํ นรวํ มในการพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นตําบลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หนา้ ๒๒๖
ภาคผนวก
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หนา้ ๒๒๗
คาส่ังโรงเรียนตาบลโคกกรวด (ผดุงรฐั ประชานุกูล)
ท่ี 54/๒๕๖4
เรอื่ ง แต่งต้งั คณะกรรมการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ประจาปี ๒๕๖4
--------------------------------------------------------
ตามท่ีกระทรวงศึกษาธิการได๎ออกคําสั่งท่ี สพฐ.1239/2560 เร่ืองการใช๎มาตรฐานการเรียนร๎ู
และตัวชี้วัด กลํุมสาระการเรียนรู๎คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลํุมสาระการเรียนรู๎สังคม
ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551 ลงวันท่ี 7 สิงหาคม พ.ศ.2560 เพ่ือให๎การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคล๎องกับการ
เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดลอ๎ มและความกา๎ วหนา๎ ทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เป็นการเสริมสร๎างศักยภาพคนของชาติ ยกระดับคุณภาพการศึกษาในระดับสากล สอดคล๎องกับประเทศไทย
4.0 โลกในศตวรรษท่ี 21 และทัดเทียมกับนานาชาติ ผ๎ูเรียนมีศักยภาพในการแขํงขันและดํารงชีวิตอยําง
สร๎างสรรค์ในประชาคมโลกตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กําหนดให๎ทุกโรงเรียนเริ่มใช๎หลักสูตรนี้ใน
ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1,ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 และชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ในปีการศึกษา 2561 และให๎
ครบทุกระดับช้ันในปีการศึกษา 2563 น้ัน โรงเรียนตําบลโคกกรวด (ผดุงรัฐประชานุกูล) ได๎ดําเนินการตาม
นโยบายดังกลําวในการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา เพ่ือให๎สามารถใช๎หลักสูตรสถานศึกษาท่ีสอดคล๎องกับ
หลกั สตู รแกนกลางพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) และเพ่ือให๎มีความเหมาะสมกับบริบทและ
วิสัยทัศน์ของสถานศึกษา โรงเรียนจึงแตํงตั้งคณะกรรมการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนตําบลโคก
กรวด(ผดุงรัฐประชานุกูล) พุทธศักราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ.2560) ดังตอํ ไปนี้
๑. คณะกรรมการท่ีปรกึ ษา
๑. นายสามารถ ขอพง่ึ กลาง ผอ๎ู ํานวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ
๒. นางสาวสิริวรรณ อํอนหนองหว๎า รองผ๎อู าํ นวยการโรงเรยี นฝาุ ยบรหิ ารท่วั ไป กรรมการ
๓. นางยุวดี มาเสถียร รองผูอ๎ ํานวยการโรงเรยี นฝาุ ยวชิ าการ กรรมการ
๔. นายวจิ ารณ์ ทศิ กระโทก รองผู๎อํานวยการโรงเรยี นฝาุ ยบคุ คล กรรมการ
๕. นางวภิ าพร สรุ เดชาปญั ญากุล ครู/ผชู๎ ํวยงานบคุ คล กรรมการ
๖. นางสาวศรวี ิไล ช่นื วิโรจน์ ครู/ผ๎ชู วํ ยงานงบประมาณ กรรมการ
๗. นายนฤพนธ์ สดุ หอม คร/ู ผช๎ู วํ ยงานบรหิ ารทวั่ ไป กรรมการ
๘. นางนิตยา ดุงโคกกรวด คร/ู หวั หนา๎ สายปฐมวัย กรรมการ
๙. นางธนพร เกือ้ ทาน ครู/หัวหน๎าสาย ป.๑-๓ กรรมการ
๑๐.นายอดศิ ร สนิทชอบ คร/ู หัวหน๎าสาย ป.4-6 กรรมการ
๑๑.นางประมอญ แก๎วสะเทือน คร/ู หวั หนา๎ สาย ม.1-3 กรรมการ
๑๒.นางสาวชญาภา ประณตี พลกรงั หวั หนา๎ งานวชิ าการ กรรมการและเลขานกุ าร
๑๓.นางสาวอรวรรณ ชํางทอง ครูชํานาญการพิเศษ กรรมการและผ๎ชู ํวยเลขานุการ
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หน้า ๒๒๘
มีหน้าที่ ใหค๎ ําปรึกษา สนบั สนุนใหก๎ ารดําเนนิ การเป็นไปด๎วยความเรียบร๎อย เกดิ ประสิทธิภาพ
และประสทิ ธิผลตามวัตถุประสงค์
๒. คณะกรรมการฝ่ายปฏบิ ตั ิการ ประกอบด้วย
การศึกษาปฐมวัย ครูชํานาญการ ประธานกรรมการ
๑. นางนติ ยา ดงุ โคกกรวด ครูชาํ นาญการพเิ ศษ กรรมการ
๒. นางกิ่งฟาู เกตุชาญศสริ ิ ครูชํานาญการ กรรมการ
๓. นางสาวศรวี ิไล ชน่ื วโิ รจน์ ครู กรรมการ
๔. นางสาววชิ นี การะเกษ ครู กรรมการ
5. นางสาวพรทิพย์ ทาํ ทอง ครูชาํ นาญการ
๖. นางสาวกลุ ฉัตร แพงลุนลา กรรมการและเลขานกุ าร
คณะกรรมการปรับปรงุ หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
๑. นางสาวสิรพิ ร ภมู ิประโคน ครชู ํานาญการ ประธานกรรมการ
กรรมการ
2. นางวราคม เทพสรุ ยิ านนท์ ครชู าํ นาญการพิเศษ กรรมการ
กรรมการ
๓. นางสุนันทา ไชยเมือง ครชู ํานาญการพเิ ศษ กรรมการ
4. นางฉวี คาํ เกดิ ครูชํานาญการพิเศษ กรรมการและเลขานกุ าร
5. นางสาวเพชรลดา พชรธาดา ครผู ๎ูชํวย
6. นางสาวพัชมล ตาตะนัน ครู
คณะกรรมการปรับปรุงหลักสตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
๑. นายอดศิ ร สนิทชอบ ครชู าํ นาญการพเิ ศษ ประธานกรรมการ
กรรมการ
2. นางสาวทศั นีย์ รอดพิพัฒน์ ครชู ํานาญการพิเศษ กรรมการ
กรรมการ
3. นางวภิ าพร สรุ เดชาปญั ญากุล ครูชาํ นาญการพเิ ศษ กรรมการ
กรรมการ
4. นางสาววิไลพร มนกลาง ครูผูช๎ ํวย กรรมการ
5. นางสาวญาณิกา แสงวิเศษ ครผู ชู๎ วํ ย กรรมการและเลขานุการ
6. นางสาวมาลินี ทศิ กระโทก ครูผช๎ู วํ ย
7. นางสาวสไบทิพย์ พนั แก๎ว พี่เลี้ยงเดก็ พิการเรียนรวํ ม
8. นางสาวพัชราภรณ์ สกลุ พล ครผู ู๎ชํวย
คณะกรรมการปรับปรุงหลักสูตรกลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๑. นางประมอญ แกว๎ สะเทือน ครูชํานาญการพเิ ศษ ประธานกรรมการ
กรรมการ
๒. นางสาวชญาภา ปราณตี พลกรงั ครูชํานาญการพิเศษ กรรมการ
กรรมการ
๓. นางสาวอรวรรณ ชาํ งทอง ครูชาํ นาญการพเิ ศษ กรรมการ
กรรมการ
๔. นางสายรกั สวาํ งเนตร ครชู ํานาญการพเิ ศษ กรรมการ
กรรมการ
๕. นางธนพร เกือ้ ทาน ครชู ํานาญการพิเศษ
6. นางสาวสาวณี กรรโณ ครชู าํ นาญการพเิ ศษ
7. นางสาววรญั ญา ศรศี กั ดาพล ครูผู๎ชวํ ย
๘. นางสขุ ุมาล ศรมี งคล ครู
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หน้า ๒๒๙
๙. นางพาโชค เสมียนรัมย์ ครู กรรมการและผชู๎ วํ ยเลขานกุ าร
คณะกรรมการปรบั ปรุงหลักสูตรกล่มุ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๑. นายสทุ ธพิ ล คูณแกว๎ ครู ประธานกรรมการ
กรรมการ
2. นายวรากรณ์ สขุ ดี ครู
กรรมการและเลขานกุ าร
3. นางสาวคณุ ัญญา หวังชํวยกลาง ครู
ประธานกรรมการ
คณะกรรมการปรับปรุงหลักสูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา กรรมการ
กรรมการ
๑. นายนฤพนธ์ สดุ หอม ครูชาํ นาญการพเิ ศษ กรรมการ
๒. นางจีรนันท์ ทโู คกกรวด ครชู ํานาญการพเิ ศษ กรรมการและเลขานุการ
3. นายธนินวฒั น์ อคั รภาภิวฒั น์ ครชู าํ นาญการพิเศษ ประธานกรรมการ
กรรมการ
๔. นายสุรศกั ดิ์ วสิ ัชนาม ครผู ๎ูชวํ ย กรรมการ
5. นางสาวศริ ิขวัญ กล่ําเครือ ครู กรรมการและเลขานุการ
คณะกรรมการปรับปรุงหลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ
๑. นางชญาดา ไชยสงค์ ครูชํานาญการพเิ ศษ
2. นายสรรพชยั อินทสวุ รรณ ครูชาํ นาญการพิเศษ
๓. นายกมล เรอื งฤทธิ์ ครูอตั ราจา๎ ง
4. นายภานพุ นั ธ์ เคนคะสุมาตร์ ครู
คณะกรรมการปรับปรุงหลักสตู รกลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี
1. นายพิทกั ษ์ โฮนทุมมา ครชู าํ นาญการพเิ ศษ ประธานกรรมการ
กรรมการ
2. นางประวีณา เอน็ ดู ครูชํานาญการพิเศษ กรรมการและเลขานกุ าร
3. นางณิชาดา ศรีบญุ วงษ์ ครูชํานาญการพเิ ศษ
คณะกรรมการปรับปรุงหลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ
1. นายเชาวลติ เกยี รติชัยพฒั น ครู ประธานกรรมการ
กรรมการ
2. นางชนากานต์ เฟื่อขนุ ทด ครชู ํานาญการพิเศษ กรรมการ
กรรมการ
3. นางละมํอม คูณขุนทด ครูชาํ นาญการพเิ ศษ กรรมการ
กรรมการ
4. นายสาคเรศ จงหมืน่ ไวย์ ครู
กรรมการและเลขานุการ
5. นายภาณพุ งษ์ คงดี ครู
6. นางสาวลศิ รา สารบิ ตุ ร ครอู ตั ราจา๎ ง
7. นางสาวศิรพิ ร คาตา ครู
คณะกรรมการปรับปรงุ หลักสตู รกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
๑. นางอมรรัตน์ มีชาํ นาญ ครูชํานาญการพิเศษ ประธานกรรมการ
2. นายวรากรณ์ สขุ ดี ครู กรรมการ
3. นายสาคเรศ จงหมนื่ ไวย์ ครู กรรมการและเลขานุการ
หน้าท่ี พจิ ารณาปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ซ่งึ มอี งค์ประกอบสาํ คญั ไดแ๎ กํ วิสัยทัศน์ สมรรถนะ
สาํ คัญผู๎เรียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ โครงสร๎างหลกั สูตรสถานศกึ ษา คาํ อธิบายรายวิชา หนํวยการ
เอกสารประกอบหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนตําบลโคกกรวดฯ พุทธศักราช 2564 หน้า ๒๓๐
เรยี นร๎ู แนวการจัดกิจกรรมพัฒนาผเ๎ู รยี น และเกณฑ์การจบการศกึ ษา พร๎อมทงั้ จัดทาํ เอกสารระเบยี บการ
วัดผล ประเมินผล เพอื่ ใชค๎ วบคูํกบั หลกั สูตรสถานศึกษา
3. คณะกรรมการจดั เตรียมเอกสาร รวบรวมหลักสูตรกลมุ่ สาระต่าง ๆ และจดั ทารูปเล่ม
1. นางยวุ ดี มาเสถยี ร รองผ๎ูอํานวยการโรงเรยี นฝาุ ยวชิ าการ ประธานกรรมการ
2. นางสาวชญาภา ประณตี พลกรัง ครชู ํานาญการพิเศษ กรรมการ
3. นางประวณี า เอ็นดู ครชู ํานาญการพิเศษ กรรมการ
4. นางสาวสาวณี กรรโณ ครูชาํ นาญการพิเศษ กรรมการ
5. นายเชาวลติ เกียรตชิ ยั พัฒน ครูชาํ นาญการ กรรมการ
6. นางสุขุมาล ศรีมงคล ครชู าํ นาญการ กรรมการ
7. นางสาวสริ พิ ร ภมู ิประโคน ครชู าํ นาญการ กรรมการ
8. นางสาวคณุ ญั ญา หวังชวํ ยกลาง ครู กรรมการ
9. นางสาวมาลินี ทศิ กระโทก ครู กรรมการ
10. นางสาววไิ ลพร มนกลาง ครผู ู๎ชวํ ย กรรมการ
11. นางสาวอรวรรณ ชํางทอง ครชู ํานาญการพเิ ศษ กรรมการและเลขานุการ
หนา้ ท่ี จดั เตรียมเอกสารเพ่ือเตรยี มปรับปรงุ หลักสตู รสถานศกึ ษา ดงั นี้ โครงสรา๎ งหลักสูตร
สถานศกึ ษา หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง 2560) หลักสูตร
สถานศึกษาโรงเรียนตําบลโคกกรวด(ผดุงรฐั ประชานุกูล) พทุ ธศกั ราช 2563 รวบรวมขอ๎ มลู การปรับปรุง
หลกั สตู รในครงั้ น้ี จดั ทํารูปเลํมนาํ เสนอคณะกรรมการปรับปรุงหลักสตู ร เพอ่ื เสนอคณะกรรมการสถานศกึ ษา
อนมุ ตั ิและประกาศใชใ๎ นปกี ารศึกษา 2564
ทงั้ นใ้ี ห๎คณะกรรมการที่ได๎รบั การแตํงตงั้ ปฏิบัตหิ นา๎ ที่ตามทไี่ ดร๎ ับมอบหมายโดยเครํงครัด โดยคาํ นงึ ถงึ
ประโยชน์ทไี่ ด๎รับเปน็ สาํ คัญ
ทง้ั นี้ ต้งั แตบํ ดั นเี้ ป็นต๎นไป
ส่งั ณ วนั ท่ี 1 พฤษภาคม พ.ศ.2564
(ลงชอ่ื )
( นายสามารถ ขอพึ่งกลาง )
ผอ๎ู ํานวยการโรงเรียนตาํ บลโคกกรวด(ผดงุ รฐั ประชานุกลู )
เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนตาํ บลโคกกรวดฯ พุทธศกั ราช 2564 หนา้ ๒๓๑