The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานเครื่องมือกลเบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายไพรัช สุริยะ, 2021-04-06 23:32:00

งานเครื่องมือกลเบื้องต้น

งานเครื่องมือกลเบื้องต้น

บันทึกหลงั การสอน

หน่วยที่ 2 เลอื่ ยกลและงานเลอื่ ยกล

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี

ผลการเรียนของนักเรียน

1. นกั เรียนส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่ รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุ่ม และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย

2. นกั เรียนกระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทางานกลุ่มเพ่ือใหง้ านสาเร็จทนั เวลาที่กาหนด
3. นกั เรียนสามารถนา เร่ืองเล่ือยกลและงานเลื่อยกล ไปปรับใชก้ บั ชีวติ ประจาวนั ได้

ผลการสอนของครู

1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี

แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 3

ชื่อวชิ า งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้ สอนสัปดาห์ที่ 3-5

ชื่อหน่วย เคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั คาบรวม 12

ชื่อเรื่อง เคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั จานวนคาบ 12

หวั ข้อเร่ือง

ด้านความรู้
1. ชนิดเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั
2. ส่วนประกอบที่สาคญั ของเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั
3. การบารุงรักษาเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั
4. ความปลอดภยั ในการปฏิบตั ิงานเจียระไนลบั คมตดั
5. เคร่ืองมือวดั ที่ใชใ้ นการตรวจสอบงานเจียระไนเบ้ืองตน้
6. มีดกลึง
7. มีดไส

ด้านทกั ษะ
1. ใชเ้ ครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั ได้
2. ใชเ้ ครื่องมือตดั เพ่ือตดั เฉือน เจียรชิ้นงานใหเ้ กิดรูปร่างต่างๆ ได้

ด้านคุณธรรม จริยธรรม
1. ความรับผดิ ชอบ
2. ความสนใจใฝ่ รู้
3. ปฏิบตั ิงานไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งในเร่ืองเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั สาเร็จภายในเวลาท่ี
กาหนดอยา่ งมีเหตุและผลตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

สาระสาคญั

ในการปฏิบตั ิงานเกี่ยวกบั งานข้ึนรูปดว้ ยวิธีการต่างๆ จะตอ้ งใช้เคร่ืองมือตดั เพื่อตดั เฉือนชิ้นงานให้เกิดรูปร่าง
ต่างๆ เม่ือเคร่ืองมือตดั ถูกใช้งานนานเขา้ คมตดั อาจจะเกิดการสึกหรือแตกหักเพื่อเป็ นการประหยดั ค่าใชจ้ ่ายและการ
รักษาคมตดั ของเคร่ืองมือตดั น้นั จะตอ้ งมีการลบั คมตดั เพ่ือให้นามาใชไ้ ดใ้ หม่อีกคร้ัง ดงั น้นั เคร่ืองเจียระไนจึงมีความ
จาเป็นอยา่ งยง่ิ ในการลบั เคร่ืองมือตดั ต่างๆ

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย

มีความสามารถปฏิบตั ิงานเกี่ยวกบั งานข้ึนรูปดว้ ยวิธีการต่างๆ คือ ใชเ้ คร่ืองมือตดั เพ่ือตดั เฉือน เจียรชิ้นงานให้
เกิดรูปร่างตา่ งๆ ได้

คาศัพท์สาคญั

1. เหล็กกลา้ คาร์บอนสูง ( High Carbon Steel ) เป็นเหลก็ ท่ีมีคาร์บอนซ่ึงเป็นธาตุท่ีทาใหเ้ หลก็ มีความแขง็
2. เหล็กกลา้ รอบสูง ( High Speed Steel : H.S.S ) เป็นวสั ดุท่ีมีส่วนผสมของคาร์บอน

จุดประสงค์การสอน/การเรียนรู้

 จุดประสงค์ทว่ั ไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจชนิดของเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั (ด้านความรู้)
2. เพ่ือใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจส่วนประกอบที่สาคญั ของเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั (ด้านความรู้)
3. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจวธิ ีการบารุงรักษาเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั (ด้านความรู้)
4. เพ่ือใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจหลกั ของความปลอดภยั ในการใชเ้ ครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั (ด้านความรู้)
5. แสดงช่ือเคร่ืองมือวดั ท่ีใชใ้ นการตรวจสอบงานเจียระไนได(้ ด้านความรู้)
6. ใหม้ ีทกั ษะลบั มีดกลึงแบบต่าง ๆ ได้ (ด้านทักษะ)
7. ใหม้ ีทกั ษะลบั มีดไสแบบตา่ ง ๆ ได้ (ด้านทักษะ)
8. เพอ่ื ใหม้ ีเจตคติที่ดีในการใชเ้ คร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั การปฏิบตั ิงานอยา่ งถูกตอ้ ง

สาเร็จภายในเวลาท่ีกาหนด ตระหนกั ในการปฏิบตั ิตนตามวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย มีเหตุและผลตาม
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม)

 จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. บอกชนิดของเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั ได้ (ด้านทักษะ)
2. บอกส่วนประกอบที่สาคญั ของเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั ได้ (ด้านทักษะ)
3. บอกวธิ ีการบารุงรักษาเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั ได้ (ด้านทักษะ)
4. อธิบายหลกั ของความปลอดภยั ในการใชเ้ ครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั ได้ (ด้านทักษะ)
5. บอกชื่อเครื่องมือวดั ท่ีใชใ้ นการตรวจสอบงานเจียระไนได้ (ด้านทักษะ)
6. ลบั มีดกลึงแบบตา่ ง ๆ ได้ (ด้านทักษะ)
7. ลบั มีดไสแบบตา่ ง ๆ ได้ (ด้านทักษะ)
8. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นักเรียนจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตาม

ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี สื่อ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง (ด้าน
คุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง)
9. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคที่แปลกใหม่ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนาวสั ดุในท้องถิ่นมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั (ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง)

เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้

• ด้านความรู้(ทฤษฎ)ี

ชนิดของเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั
เคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั จดั เป็ นเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้ อีกชนิดหน่ึงท่ีใชใ้ นงานอุตสาหกรรม ประโยชน์ใน

การใชง้ านของเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั น้ีใช้เพ่ือการลบั คมตดั ของเคร่ืองมือตดั ต่าง ๆ เช่นมีดกลึง มีดไส ดอก
สวา่ น เป็ นตน้ เพื่อท่ีจะสามารถปฏิบตั ิงานเกี่ยวกบั งานเครื่องมือกลต่อไปไดผ้ ปู้ ฏิบตั ิงานจะตอ้ งมีความรู้เก่ียวกบั การ
ใช้งานเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั หรือการลบั เครื่องมือตดั ต่าง ๆ ได้ และขนาดของเครื่องเจียระไนจะข้ึนอยู่กบั
ขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางของลอ้ หินเจียระไน สาหรับเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั ท่ีใช้โดยทว่ั ๆ ไป ในโรงงานน้ัน
สามารถแยกประเภทไดด้ งั น้ี

1. เคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั ชนิดต้งั โต๊ะ เป็นเคร่ืองเจียระไนมีขนาดเล็กสามารถเคล่ือนที่ไดง้ ่าย ติดต้งั อยบู่ น
โตะ๊ งาน

รูปที่ 3.1 เคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั ชนิดต้งั โตะ๊
2. เคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั ชนิดต้งั พนื้ เป็นเคร่ืองเจียระไนท่ีมีขนาดใหญ่ จะยดึ ติดอยกู่ บั พ้นื มีน้าหนกั มาก
เคลื่อนท่ีไดย้ าก มีโครงสร้างของฐานที่แขง็ แรงมน่ั คง

รูปที่ 3.2 เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั ชนิดต้งั พ้นื

ส่วนประกอบทสี่ าคัญของเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตัด
เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั จะมีส่วนประกอบท่ีสาคญั ดงั น้ี
1. มอเตอร์
มอเตอร์จะเป็นส่วนประกอบท่ีสาคญั คือ จะเป็นตน้ กาลงั ในการทางานของเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั ซ่ึงใน

มอเตอร์น้ีจะมีเพลาย่ืนออกมาด้านขา้ งท้งั สองขา้ งเพ่ือใช้ในการจบั ยึดล้อหินเจียระไน และเพลาท้งั สองน้ีจะมีข้อ
แตกต่างกนั คือดา้ นซา้ ยจะเป็นเพลาเกลียวซา้ ย ดา้ นขวาจะเป็นเพลาเกลียวขวา

รูปท่ี 3.3 มอเตอร์เครื่องเจียระไน
2. ล้อหินเจียระไน

มีลกั ษณะเป็ นลอ้ วงกลมและมีความหนาซ่ึงข้ึนอยกู่ บั ขนาดของเส้นผ่านศูนยก์ ลางของลอ้ หินและตรงกลาง
จะมีรูเพ่อื สวมเขา้ กบั เพลาของมอเตอร์ ลอ้ หินจะมี 2 แบบ คือ แบบเมด็ หินหยาบ และแบบเมด็ หินละเอียด

รูปที่ 3.4 ลอ้ หินเจียระไน

ส่วนลกั ษณะโครงสร้างหลกั ของลอ้ หิน จะมีส่วนประกอบดว้ ยกนั คือ เมด็ หินตวั ประสาน และรูพรุน

รูปท่ี 3.5 ลกั ษณะโครงสร้างของลอ้ หิน
ลอ้ หินเจียระไนน้นั จะบอกขนาดและมาตรฐาน ติดอยกู่ บั ลอ้ หินเจียระไน เช่น 8 X 1 X 1 1/4 ซ่ึงจะมีรายละเอียด
ดงั น้ี

8 หมายถึง ขนาดเส้นผา่ นศนู ยก์ ลางลอ้ หิน
1 หมายถึง ขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางของรูเพลาลอ้ หิน
1 1/4 หมายถึง ความหนาของลอ้ หิน

รูปที่ 3.6 มาตรฐานขนาดของลอ้ หิน
ลอ้ หินเจียระไนเมื่อใชใ้ นการลบั บอ่ ย ๆ จะทาใหผ้ วิ หนา้ ของลอ้ หินไม่เรียบ ดงั น้นั ควรมีการแต่งหนา้ ลอ้ หินให้
เรียบดว้ ยเครื่องมือแตง่ หนา้ ลอ้ หิน

รูปท่ี 3.7 การแตง่ หนา้ ลอ้ หินเจียระไน
3. แผ่นประกบั ล้อหินเจียระไน
เป็นแผน่ เหลก็ กลมมีรูตรงกลาง เพ่ือสวมกบั ปลายเพลาของมอเตอร์ที่มีเกลียว มีหนา้ ที่จบั ยึดลอ้ หินเจียระไนจะ
มี 2 แผน่ ประกบอยดู่ า้ นขา้ งของหินเพื่อใหล้ อ้ หินยดึ แน่นโดยการหมุนล็อคน็อตที่ปลายเพลา

รูปท่ี 3.8 แผน่ ประกบั ลอ้ หินเจียระไน
4. ฝาครอบล้อหินเจียระไน เป็นส่วนท่ีครอบลอ้ หินเจียระไนประมาณ ¾ ของลอ้ หินเพื่อป้ องกนั อนั ตรายจากการ
เจียระไนจะติดอยดู่ า้ นขา้ งของตวั มอเตอร์ท้งั สองขา้ ง

รูปที่ 3.9 ฝาครอบลอ้ หินเจียระไน
5. แท่นรับงาน
มีหนา้ ท่ีรองรับชิ้นงานขณะทาการเจียระไน จะเป็นส่วนท่ียดึ ติดกบั ฝาครอบส่วนในและแท่นรับงานสามารถรับ
เลื่อนเขา้ ออก เพ่ือให้เหมาะสมกบั ความห่างของลอ้ หิน แท่นรับงานจะอยใู่ นแนวเส้นผา่ นศูนยก์ ลาง ระยะห่างของลอ้
หินกบั แทน่ รับงานท่ีเหมาะสมจะอยปู่ ระมาณ 2 – 3 มม.

รูปท่ี 3.10 แทน่ รับงาน
6. กระจกนิรภัย
มีหนา้ ท่ีป้ องกนั เศษหินเจียระไนที่เกิดจากการเจียระไน กระเด็นเขา้ ตาขณะปฏิบตั ิงาน ซ่ึงกระจกนิรภยั จะยึดติด
กบั ฝาครอบดา้ นบนสามารถปรับเลื่อนข้ึนลงได้ และกระจกนิรภยั จะตอ้ งใส สามารถมองเห็นชิ้นงานขณะทาการ
เจียระไนได้

รูปที่ 3.11 กระจกนิรภยั
7. สวติ ซ์เครื่อง
มีหนา้ ที่ในการควบคุมการเปิ ด – ปิ ดของมอเตอร์เคร่ืองส่วนมากสวิตซ์ที่ใชจ้ ะมี 2 แบบคือ แบบดึงและแบบ
ป่ ุมกด ON – OFF อาจจะยดึ ติดอยกู่ บั ตวั เคร่ืองหรือแยกออกจากตวั เคร่ือง

รูปท่ี 3.12 สวติ ช์เคร่ืองเจียระไนแบบต่าง ๆ
8. ทรี่ องรับงาน
ใชส้ าหรับวางชิ้นงานเจียระไน ท่ีรองรับงานน้ีส่วนมากจะมีเฉพาะเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั ชนิดต้งั พ้นื

รูปท่ี 3.13 ท่ีรองรับงาน
9. ถังนา้ หล่อเยน็
ใชส้ าหรับใส่น้าหล่อเยน็ เพ่ือระบายความร้อนชิ้นงานขณะเจียระไน

รูปท่ี 3.14 ถงั น้าหล่อเยน็ ของเคร่ืองเจียระไน
10. ฐานเครื่อง

ทาหนา้ ท่ีรองรับส่วนตา่ ง ๆ ของเครื่องเจียระไนซ่ึงฐานเครื่องจะตอ้ งยดึ ติดกบั พ้ืนไม่ใหเ้ คลื่อนที่ขณะทาการ
เจียระไน

รูปที่ 3.15 ฐานของเครื่องเจียระไน

การบารุงรักษาเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั
การปฏิบตั ิงานเก่ียวกบั เจียระไนแบบลบั คมตดั จาเป็นอยา่ งยงิ่ ท่ีจะตอ้ งมีการบารุงรักษาเพ่อื ความปลอดภยั ในการ

ปฏิบตั ิงานและเคร่ืองเจียระไนสามารถใชง้ านไดย้ าวนานข้ึน หลกั การบารุงรักษาเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั มีดงั น้ี
1. ลอ้ หินเจียระไนเม่ือใชง้ านไประยะหน่ึงควรตรวจสอบความเรียบของหนา้ หิน ถา้ ไมเ่ รียบควรมีการแตง่ หนา้

หินดว้ ยเคร่ืองมือแต่งหนา้ หินก่อนการใชง้ าน
2. การลบั ชิ้นงานไมค่ วรกดชิ้นงานบนหนา้ ลอ้ หินเจียระไนมากเพราะอาจจะทาใหล้ อ้ หินแตกได้
3. ควรตรวจสอบการจบั ยดึ ลอ้ หินเจียระไนกบั เพลามอเตอร์ทุกคร้ังก่อนการเปิ ดเครื่อง
4. หลีกเล่ียงการใชค้ อ้ นตอกที่เพลาของเคร่ืองเพราะอาจทาใหก้ ารหมุนของลอ้ หินไม่เท่ียงตรง
5. ตรวจสอบสวติ ซ์เปิ ด – ปิ ดหรือการร่ัวของระบบไฟฟ้ าถา้ ชารุดหรือถา้ มีใหท้ าการซ่อมทนั ที
6. ในการปฏิบตั ิงานนาน ๆ ควรตรวจสอบมอเตอร์ ถา้ ผดิ ปกติใหท้ าการซ่อมแซมหาจุดบกพร่องทนั ที
7. ปรับระยะห่างของแท่นรับงานกบั ลอ้ หินเจียระไนใหถ้ ูกตอ้ ง เพราะถา้ มากเกินไปอาจทาใหช้ ิ้นงานงดั กบั ลอ้

หินแตกได้
8. เคร่ืองเจียระไนแบบลบั มือควรแยกประเภทลกั ษณะการใช้งาน เช่น งานลบั คมเครื่องมือตดั งานเชื่อมหรืองาน

เจียระไนอ่ืน ๆ
9. ทาความสะอาดเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั ทุกคร้ังหลงั เลิกการใชง้ าน

ความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั ิงานเจียระไนลบั คมตัด
ปัจจยั หน่ึงท่ีผปู้ ฏิบตั ิงานตอ้ งคานึงถึงในการปฏิบตั ิงานคืออุบตั ิเหตุท่ีจะเกิดข้ึน ดงั น้นั ผปู้ ฏิบตั ิงานควรศึกษา

และเขา้ ใจถึงหลกั ของความปลอดภยั ในการเจียระไนชิ้นงาน ซ่ึงมีรายละเอียดดงั น้ี

1. ตรวจสอบสภาพเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั ก่อนการใชง้ าน
2. ผปู้ ฏิบตั ิงานตอ้ งสวมแวน่ ตานิรภยั เพือ่ ป้ องกนั สะเก็ดท่ีเกิดจากการเจียระไนกระเด็นเขา้ ตา
3. แตง่ กายใหร้ ัดกุม
5. ปรับระยะห่างแท่นรับงานกบั หนา้ ลอ้ หินเจียระไนใหเ้ หมาะสมเพือ่ ป้ องกนั ชิ้นงานงดั ลอ้ หินเจียระไน
6. จุ่มน้าหล่อเยน็ เพื่อระบายความร้อนชิ้นงานขณะทาการเจียระไน
7. หลีกเล่ียงการเจียระไนเม่ือลอ้ หินเจียระไนแตกร้าว ควรทาการเปล่ียนลอ้ หินก่อนการใชง้ าน
8. ไม่สวมถุงมือหรือใช้เศษผา้ จบั ชิ้นงานส้ัน ๆ เพราะอาจทาให้ล้อหินหมุนพนั เศษผา้ หรือถุงมือเข้าไป
ในเคร่ืองได้
9. เม่ือตอ้ งการเจียระไนชิ้นงานเล็ก ๆ ควรใชเ้ ครื่องมือหรืออุปกรณ์จบั ยดึ อ่ืนจบั ชิ้นงาน เช่น คีมล๊อค เป็นตน้
10. ไมค่ วรหยอกลอ้ กนั ขณะทาการเจียระไนชิ้นงาน
11. อยา่ ใชม้ ือจบั ลอ้ หินเจียระไนขณะกาลงั หมุน
12. ปฏิบตั ิตามกฎความปลอดภยั ในการใชเ้ ครื่องเจียระไนโดยเคร่งครัด

เครื่องมอื วดั ทใ่ี ช้ในการตรวจสอบงานเจียระไน
ในการลบั คมเครื่องมือตดั ต่าง ๆ เช่น มีดกลึง มีดไส ดอกสวา่ น เป็นตน้ จาเป็นจะตอ้ งมีเครื่องมือวดั เพอ่ื ใชใ้ น

การตรวจสอบค่าต่าง ๆ ใหถ้ ูกตอ้ ง
1. เวอร์เนียร์คาลปิ เปอร์
เป็นเคร่ืองมือวดั ท่ีใชใ้ นการตรวจสอบขนาดชิ้นงาน ซ่ึงสามารถวดั ได้ 3 ลกั ษณะ คือ วดั ความโตนอก วดั

ความโตในและวดั ความลึก ของชิ้นงาน

รูปที่ 3.16 เวอร์ เนียคาลิปเปอร์

2. ใบวดั มุม
ใชส้ าหรับในการวดั มุมของชิ้นงาน สามารถวดั มุมไดต้ ้งั แต่ 0 – 180 องศา

รูปที่ 3.17 ใบวดั มุม
3. เกจวดั มุมดอกสว่าน

ใชใ้ นการวดั มุมปลายของดอกสวา่ น จะใชว้ ดั มุมของดอกสวา่ นแต่ละดา้ นซ่ึงจะมีค่ามุมดา้ นละ 59 องศาเกจวดั
มุมน้ีจะวดั มุมดอกสวา่ นไดเ้ ฉพาะดอกสวา่ นที่มีมุมรวม 118 องศา เท่าน้นั

รูปท่ี 3.18 เกจวดั มุมดอกสวา่ น
มีดกลงึ

มีดกลึงเป็นเครื่องมือตดั อีกอยา่ งหน่ึงท่ีมีความจาเป็ นที่จะตอ้ งใชใ้ นการปฏิบตั ิงานกลึงซ่ึงก่อนการปฏิบตั ิงาน
กลึงน้นั ผปู้ ฏิบตั ิงานจะมีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั มีดกลึง และหลกั วธิ ีการลบั มีดกลึง

ลกั ษณะของมีดกลงึ
มีดกลึงท่ีใชง้ านทว่ั ไปจะมีหลายลกั ษณะดว้ ยกนั ซ่ึงจะข้ึนอยกู่ บั ลกั ษณะของงานที่จะทาการผลิต

รูปที่ 3.19 ลกั ษณะมีดกลึงซา้ ยและมีดกลึงขวา
การกาหนดรูปแบบวา่ เป็นมีดกลึงซา้ ยหรือมีดกลึงขวาน้นั จะกาหนดโดยมีดกลึงซา้ ยจะตดั เฉือนชิ้นงานดา้ น
ซา้ ยมือของผปู้ ฏิบตั ิงานหรือเคลื่อนท่ีจากซา้ ยไปขวา และมีดกลึงขวาก็จะตดั เฉือนชิ้นงานดา้ นขวามือของผปู้ ฏิบตั ิงาน
หรือเคล่ือนที่จากขวาไปซา้ ย

รูปท่ี 3.20 รูปแบบหรือฟอร์มมีดกลึงแบบต่าง ๆ

รูปท่ี 3.21 ดา้ มจบั มีดแบบตา่ ง ๆ

มุมและส่วนต่าง ๆ ของมีดกลงึ

รูปท่ี 3.22 มุมและส่วนตา่ ง ๆ ของมีดกลึง

1. มุมฟรี
1.1 มุมฟรีดา้ นขา้ ง ( α )
1.2 มุมฟรีดา้ นหนา้ ( αn )

2. มุมล่ิม ( β )
3. มุมคาย ( γ )
4. มุมต้งั มีดดา้ นขา้ ง ( χ )
5. มุมปลายมีด ( ε )

วสั ดุทใี่ ช้ทามดี กลงึ
วสั ดุที่ใชท้ ามีดกลึงจะตอ้ งมีคุณสมบตั ิมีความแขง็ พอที่จะตดั เฉือนวสั ดุงานตา่ ง ๆ ทนตอ่ การสึกหรอและทน

ความร้อนท่ีเกิดจากการเสียดสีไดด้ ี ซ่ึงวสั ดุที่ใชท้ ามีดกลึงทว่ั ไปมีดงั น้ี
1. เหลก็ กล้าคาร์บอนสูง ( High Carbon Steel )
เป็นเหลก็ ที่มีคาร์บอนซ่ึงเป็นธาตุที่ทาใหเ้ หลก็ มีความแขง็ เมื่อประสมลงไปในเน้ือเหลก็ วสั ดุชนิดน้ีจะมี

คาร์บอนผสมอยู่ 0.5 - 1.5 % สามารถทนตอ่ การเสียดสีและคงความแขง็

2. เหลก็ กล้ารอบสูง ( High Speed Steel : H.S.S )
เป็นวสั ดุที่มีส่วนผสมของคาร์บอน ทงั สเตน โครเม่ียม วานาเดียม วลุ แฟรม โมลิบดินมั่ ซ่ึงโลหะผสมจะมี

คุณสมบตั ิต่างกนั ในมีดกลึงแท่งเดียวกนั ทาใหม้ ีดกลึงสามารถทนต่อการเสียดสีและการสึกหรอไดส้ ูงกวา่ มีดกลึงแบบ
แรก และคงความแขง็ ไดอ้ ุณหภูมิท่ีสูง

3. เหลก็ คาร์ไบด์
หรือโดยทว่ั ไป เรียกวา่ มีดเลบ็ เน่ืองจากมีดกลึงจะตอ้ งนามาเช่ือมบดั กรีติดกบั ดา้ มมีดที่เตรียมไว้ มีลกั ษณะ

เหมือนกบั การติดเลบ็ หรือจบั ยดึ มีดเขา้ กบั ดา้ มมีดดว้ ยตวั กด ดงั น้นั มีดกลึงชนิดน้ีจะมีความแขง็ เฉพาะส่วนท่ีเป็ นมีด
กลึงเทา่ น้นั ซ่ึงจะมีอยหู่ ลายลกั ษณะดว้ ยกนั คุณสมบตั ิคงความแขง็ ท่ีอุณหภมู ิสูงกวา่ เหล็กกลา้ รอบสูง

รูปที่ 3.23 มีดกลึงคาร์ไบดแ์ บบต่าง ๆ
4. เพชร

เป็นมีดกลึงตดั ลกั ษณะคมเดียว การกลึงชิ้นงานจะตอ้ งใชค้ วามเร็วรอบสูง ชิ้นงานตอ้ งการความเรียบ ผวิ สูง
สามารถใชง้ านไดท้ ่ีความเร็วตดั ประมาณ 300 – 500 เมตร / นาที

5. เซรามิค
เป็นวสั ดุที่ไดจ้ ากการคน้ ควา้ ของนกั อุตสาหกรรมมีความแขง็ แต่เปราะ ลกั ษณะการจบั ยดึ จะคลา้ ยกบั การจบั

ยดึ มีดกลึงคาร์ไบด์ ใชใ้ นงานที่มีความเร็วรอบสูง และสามารถทนต่ออุณหภมู ิท่ีสูง ๆ ได้

รูปท่ี 3.24 ลกั ษณะเซรามิคที่นามาใชท้ ามีดกลึง

การลบั มีดกลงึ
ในการปฏิบตั ิงานเก่ียวกบั งานกลึงผปู้ ฏิบตั ิงานจะตอ้ งมีความรู้และความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การลบั มีดกลึง รูปแบบ
ของมีดกลึงลกั ษณะต่าง ๆ ท่ีใชใ้ นงานกลึง ซ่ึงจะมีอยหู่ ลายลกั ษณะดว้ ยกนั สาหรับเครื่องมือและอุปกรณ์ท่ีมีความ
จาเป็นก็คือ เคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั และเคร่ืองมือวดั และตรวจสอบค่ามุมของมีดกลึง

การลบั มีดกลงึ ปาดหน้า

มีดกลึงปาดหนา้ ใชง้ านกบั เครื่องกลึงจะมีลกั ษณะการตดั เฉือนชิ้นงาน โดยป้ อมมีดเล่ือนเขา้ ออกตามแนวขวาง

ของสะพานแทน่ เครื่องของเคร่ืองกลึง และมีดกลึงจะเคลื่อนที่ตดั เฉือนชิ้นงานผา่ นจุดศนู ยก์ ลาง ทาใหผ้ วิ หนา้ งานเรียบ

มีดกลึงปาดหนา้ จะมีคา่ มุมตา่ ง ๆ ดงั น้ี

1. มุมฟรีดา้ นขา้ ง ( α ) = 8 องศา

2. มุมฟรีดา้ นหนา้ ( αn ) = 8 องศา

3. มุมต้งั มีดดา้ นขา้ ง ( χ ) = 90 องศา

4. มุมต้งั มีดดา้ นหนา้ ( χn ) = 10 องศา

5. มุมปลายมีด ( ε ) = 80 องศา

6. มุมคาย ( γ ) = 14 องศา

รูปท่ี 3.25 ลกั ษณะมุมต่างๆ ของมีดกลึงปาดหนา้

ข้นั ตอนการลบั มดี กลงึ ปาดหน้า
1. ลบั มุมฟรีดา้ นขา้ ง ( α ) ใหข้ นาดความยาว ( L ) ตามท่ีกาหนด

รูปท่ี 3.26 การลบั มุมฟรีดา้ นขา้ งมีดกลึงปาดหนา้
2. ลบั มุมต้งั มีดดา้ นหนา้ ( χn ) ใหไ้ ดข้ นาดตามที่ตอ้ งการ

รูปที่ 3.27 การลบั มุมต้งั มีดดา้ นหนา้ มีดกลึงปาดหนา้
3. ลบั มุมฟรีดา้ นหนา้ ( αn ) ในการลบั มุมต้งั มีดดา้ นหนา้ และมุมฟรีดา้ นหนา้ สามารถลบั มุมท้งั สองพร้อมกนั ก็
ได้

รูปที่ 3.28 การลบั มุมฟรีดา้ นหนา้ มีดกลึงปาดหนา้

3. ลบั มุมคาย ( γ ) โดยใหม้ ีความยาว เทา่ กบั ความยาวของการลบั มุมดา้ นที่ 1

รูปท่ี 3.29 การลบั มุมคายมีดกลึงปาดหนา้

ข้อควรระวงั และคาแนะนาในการลบั มีดกลงึ ปาดหน้า

1. ควรจุ่มน้าหล่อเยน็ ขณะทาการลบั มีดกลึงเพอ่ื การระบายความร้อนที่ชิ้นงาน
2. ไมอ่ อกแรงกดชิ้นงานกนั ลอ้ หินเจียระไนมากจนเกินไป
3. ควรตรวจสอบค่ามุมมีดกลึงดว้ ยเกจวดั มุมเสมอ
4. สวมแวน่ ตานิรภยั ทุกคร้ัง

การลบั มีดกลงึ ปอกผวิ

มีดกลึงปอกผวิ ใชใ้ นการตดั เฉือนชิ้นงานเพ่อื ใหช้ ิ้นงานมีขนาดเส้นผา่ นศนู ยก์ ลางลดลง โดยลกั ษณะของการ

เคลื่อนท่ีมีดกลึงท่ีป้ อมมีด จะเคล่ือนท่ีตามแนวยาวของสะพานแท่นเครื่อง ของเคร่ืองกลึง มีดกลึงปอกผวิ จะมีคา่ มุม

ต่างๆ ดงั น้ี

1. มุมฟรีดา้ นขา้ ง ( α ) = 8 องศา

2. มุมฟรีดา้ นหนา้ ( αn ) = 8 องศา

3. มุมต้งั มีดดา้ นขา้ ง ( χ ) = 60 องศา

4. มุมปลายมีด ( ε ) = 90 องศา

5. มุมลิ่ม ( β ) = 68 องศา

6. มุมคาย ( γ ) = 14 องศา

รูปท่ี 3.30 ลกั ษณะมุมตา่ งๆ ของมีดกลึงปอกผวิ
ข้นั ตอนการลบั มดี กลงึ ปอกผวิ
1. ลบั มุมต้งั มีดดา้ นขา้ ง ( χ ) ดา้ นที่ 1 ของมีดกลึงใหไ้ ดต้ ามค่ามุมท่ีกาหนด

รูปท่ี 3.31 การลบั มุมต้งั มีดดา้ นขา้ งมีดกลึงปอกผวิ
2. ลบั มุมฟรีดา้ นขา้ ง ( α ) ตามค่ามุมท่ีกาหนดในข้นั ตอนท่ี 1 และ 2 ผปู้ ฏิบตั ิงานสามารถลบั มุมท้งั สองพร้อมกนั
ได้

รูปท่ี 3.32 การลบั มุมฟรีดา้ นขา้ งมีดกลึงปอกผวิ

3. ลบั มุมปลายมีด ( ε )

รูปท่ี 3.33 การลบั มุมปลายมีดมีดกลึงปอกผวิ
4. ลบั มุมฟรีดา้ นหนา้ ( αn ) ในการลบั มุมดา้ นน้ี ชิ้นงานควรมีความหนาส่วนปลาย
ประมาณ 3 – 4 มิลลิเมตร และในข้นั ตอนที่ 3 และ 4 ผปู้ ฏิบตั ิงานสามารถลบั มุมท้งั สองได้

รูปท่ี 3.34 การลบั มุมฟรีดา้ นหนา้ มีดกลึงปอกผวิ
5. ลบั มุมคาย ( γ ) ใหไ้ ดข้ นาดมุมและความยาวที่กาหนด

รูปที่ 3.35 การลบั มุมคายมีดกลึงปอกผวิ

ข้อควรระวงั และคาแนะนาในการลบั มีดกลงึ ปอกผวิ
1. ควรจุม่ น้าหล่อเยน็ ขณะทาการลบั มีดกลึงเพ่อื ระบายความร้อนที่ชิ้นงาน
2. ไม่ออกแรงกดชิ้นงานกบั ลอ้ หินเจียระไนมากเกินไป
3. ควรตรวจสอบคา่ มุมมีดกลึงดว้ ยเกจวดั มุมเสมอ
4. สวมแวน่ ตานิรภยั ทุกคร้ัง

มีดไส
มีดไสจะมีลกั ษณะคลา้ ยกบั มีดกลึง จะต่างกนั คือมีดไสจะใชต้ ดั เฉือนชิ้นงานบนเครื่องไสและค่ามุมคมตดั ของ

มีดไสดว้ ย ลกั ษณะของงานไสจะมีหลายลกั ษณะ เช่น การไสร่องลิ่ม ไสผวิ ราบ ไสร่องหางเหยย่ี ว เป็นตน้

รูปท่ี 3.36 ลกั ษณะงานไสแบบตา่ ง ๆ

การลบั มดี ไสผวิ ราบ

มีดไสผวิ ราบ โดยทวั่ ไปจะมีค่ามุมตา่ งๆ ดงั น้ี

1. มุมฟรีดา้ นขา้ ง ( α ) = 5 องศา

2. มุมฟรีดา้ นหนา้ ( αn ) = 5 องศา

3. มุมต้งั มีดดา้ นขา้ ง ( χ ) = 80 องศา

4. มุมปลายมีด ( ε ) = 90 องศา

5. มุมล่ิม ( β ) = 70 องศา

6. มุมคาย ( γ ) = 15 องศา

รูปที่ 3.37 ลกั ษณะมุมตา่ ง ๆ ของมีดไสผวิ ราบ

ข้นั ตอนการลบั มีดไสผวิ ราบ
1. ลบั มุมต้งั มีดดา้ นขา้ ง ( χ ) ดา้ นท่ี 1 ของมีดไสใหไ้ ดต้ ามค่ามุมที่กาหนด

รูปที่ 3.38 การลบั มุมต้งั มีดดา้ นขา้ งมีดไส

2. ลบั มุมฟรีดา้ นขา้ ง ( α ) ตามคา่ มุมท่ีกาหนดในข้นั ตอนที่ 1 และ 2 ผปู้ ฏิบตั ิงานสามารถลบั มุมท้งั สองพร้อมกนั
ได้

รูปท่ี 3.39 การลบั มุมฟรีดา้ นขา้ งมีดไส

3. ลบั มุมปลายมีดไส ( ε )

รูปท่ี 3.40 การลบั มุมปลายมดี ไส

4. ลบั มุมฟรีดา้ นหนา้ ( αn ) ในการลบั มุมดา้ นน้ี ชิ้นงานควรมีความหนาส่วนปลายประมาณ 3 – 4 มิลลิเมตร
และในข้นั ตอนท่ี 3 และ 4 ผปู้ ฏิบตั ิงานสามารถลบั มุมท้งั สองได้

รูปท่ี 3.41 การลบั มุมฟรีดา้ นหนา้ มีดไส
5. ลบั มุมคาย ( γ ) ใหไ้ ดข้ นาดมุมและความยาวที่กาหนด

รูปที่ 3.42 การลบั มุมคายมีดไส
ข้อควรระวงั และคาแนะนาในการลบั มีดไสผวิ ราบ

1. ควรจุม่ น้าหล่อเยน็ ขณะทาการลบั มีดไสเพอ่ื ระบายความร้อนที่ชิ้นงาน
2. ไม่ออกแรงกดชิ้นงานกบั ลอ้ หินเจียรระไนมากเกินไป
3. ควรตรวจสอบค่ามุมมีดไสดว้ ยเกจวดั มุมเสมอ
4. สวมแวน่ ตานิรภยั ทุกคร้ัง

• ด้านทกั ษะ(ปฏบิ ัติ) (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)

กิจกรรมหน่วยที่ 3 เร่ือง เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั
1. ใหน้ กั เรียนศึกษาคน้ ควา้ เกี่ยวกบั ส่วนประกอบท่ีสาคญั ของเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั

2. ให้นักเรี ยนศึกษาค้นคว้าจากหนังสื อเรี ยน วิชา งานเคร่ื องมือกลเบ้ืองต้น หน่วยท่ี 3หัวข้อ
ส่วนประกอบที่สาคญั ของเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั (5 นาที)

3. สรุปสาระที่สาคญั ของช่ือส่วนประกอบเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั พร้อมท้งั อธิบายหนา้ ที่การใช้
งานของแตล่ ะส่วนประกอบ ขอ้ แตกตา่ งของเครื่องเจียระไนลบั คมตดั แบบต้งั โตะ๊ และเคร่ืองเจียระไน
ลบั คมตดั แบบต้งั พ้นื

4. ร่วมกนั อภิปราย ซกั ถาม และสรุปเน้ือหาพร้อมกบั เพอื่ นและครูผสู้ อน

• ด้านคุณธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

(จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
1. การปลูกฝังใหป้ ฏิบตั ิงานเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั อยา่ งถูกวิธีและดูแลรักษา
เคร่ืองมือเมื่อใชเ้ สร็จ
2. ฝึกความมีน้าใจกบั เพ่อื นในหอ้ งเรียนต้งั แต่เร่ิมเขา้ เรียนตลอดจนการปฏิบตั ิกิจกรรมตา่ ง ๆ
3. ฝึกการตรงตอ่ เวลาต้งั แตเ่ ร่ิมเรียนจนกระทง่ั ปฏิบตั ิ กิจกรรมจนเสร็จทุกกิจกรรม
4. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานได้ทว่ั ถึง และตรง
ตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ ไวอ้ ย่าง
พร้อมเพรียง
5. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
6. ปฏิบตั ิงานได้อย่างถูกตอ้ ง และสาเร็จภายในเวลาท่ีกาหนดอย่างมีเหตุและผลตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )

จดั ใหน้ กั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน นกั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน

1) ผูส้ อนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 1) ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผสู้ อนแนะนา

รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเร่ือง รายวชิ า วิธีการให้คะแนนและวธิ ีการเรียนเรื่อง เคร่ือง

เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั เจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั

2) ผูส้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2) ผเู้ รียนทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงค์การ

เรียนท่ี 3 และขอให้ผูเ้ รียนร่วมกนั ทากิจกรรมการ เรียนของหน่วยเรียนท่ี 3 และการให้ความร่วมมือใน

เรียนการสอน การทากิจกรรม

3) ผสู้ อนใหผ้ เู้รียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วย 3) ผู้เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรี ยนหน่วยท่ี 3

ที่ 3เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั เคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั

2. ข้นั ให้ความรู้ (60 นาที) 2. ข้นั ให้ความรู้ (60 นาที )

1) ผสู้ อนบรรยายพูดถึงความหมายของเคร่ือง 1) ผูเ้ รียนศึกษาความหมายของเคร่ืองเจียระไน

เจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั แบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั

2) ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับ 2) ผู้เรี ยนร่ วมมือกับผู้สอนอธิ บายเก่ียวกับ

เคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั

3) ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน 3) ผู้เรี ยนแต่ละกลุ่มร่ วมกันศึกษาในหัวข้อ

โดยให้ผู้เรี ยนแต่ละกลุ่มมาอภิปรายเร่ื องเคร่ื อง เคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั แลว้ นา

เจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั ความรู้มาอภิปรายหนา้ หอ้ งเรียน

3. ข้ันประยุกต์ใช้ ( 30 นาที ) 3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ ( 30 นาที )

1) ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทากิจกรรมหน่วยที่ 3 , 1) ผู้เรี ยนทาทากิจกรรมหน่วยท่ี 3 , แบบ

แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 3 เร่ืองเครื่อง ประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 3 เรื่องเครื่องเจียระไน

เจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั ตอนท่ี 1 แบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั ตอนที่ 1 จานวน 10

จานวน 10 ขอ้ , ตอนท่ี 2 จานวน 20 ขอ้ และ ขอ้ , ตอนที่ 2 จานวน 20 ขอ้ และ แบบทดสอบหลงั

แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 3 จานวน 10 ขอ้ เรียนหน่วยที่ 1 จานวน 10 ขอ้

2) ผสู้ อนใหผ้ เู้รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต 2) ผเู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มลู จากอินเทอร์เน็ต

4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 15 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 15 นาที )

1) ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีได้ 1) ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน

เรียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั เพ่ือใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

2) ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนศึกษาเพิ่มเติมนอกห้องเรียน 2) ผเู้ รียนศึกษาเพิ่มเติมนอกห้องเรียน ดว้ ยการชม

ดว้ ยการชมวดี ีทศั น์ CAI เรื่องเครื่องเจียระไนแบบลบั วีดีทศั น์ CAI เร่ืองเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และ

คมตดั และงานลบั คมตดั งานลบั คมตดั

(บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรม)

(รวม 120 นาที หรือ 2 คาบเรียน) (บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม)

งานทีม่ อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล

ก่อนเรียน

1. จดั เตรียมเอกสาร สื่อการเรียนการสอนหน่วยท่ี 3
2. ศึกษาคาศพั ทใ์ นหน่วยท่ี 3
3. ทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 3 และใหค้ วามร่วมมือในการทากิจกรรมใน

หน่วยที่ 3
4. แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 3 เรื่องเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั

ขณะเรียน

1. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน
2. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ ข้ันให้ความรู้
3. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ ข้ันประยุกต์ใช้
4. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ ข้ันสรุปและประเมินผล

หลงั เรียน

1. ทากิจกรรมหน่วยท่ี 3 , ทาแบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 3 เร่ืองเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั
และงานลบั คมตดั ตอนท่ี 1 จานวน 10 ขอ้ , ตอนท่ี 2 จานวน 20 ขอ้ และ แบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยที่ 3 จานวน 10 ขอ้

2. ผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียนเพื่อใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
3. ผเู้ รียนศึกษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรียน ชมวีดีทศั น์ CAI เร่ืองเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั และงาน

ลบั คมตดั

คาถาม

1. เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั มีก่ีประเภท อะไรบา้ ง
2. ลกั ษณะโครงสร้างของลอ้ หินเจียระไนมีส่วนประกอบใดบา้ ง
3. หลกั ของความปลอดภยั ในการเจียระไนมีอะไรบา้ ง บอกมาอยา่ งนอ้ ย 5 ขอ้
4. เคร่ืองมือวดั ท่ีใชใ้ นการตรวจสอบงานเจียระไนมีอะไรบา้ ง
5. จงอธิบายข้นั ตอนการลบั มีดไสผวิ ราบมาอยา่ งละเอียด

ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน

แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 3 , กิจกรรมหน่วยที่ 3 , แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยท่ี 3 เร่ือง
เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั ตอนที่ 1 จานวน 10 ขอ้ , ตอนท่ี 2 จานวน 20 ขอ้ และ
แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 3 จานวน 10 ขอ้

สมรรถนะท่ีพงึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั
1. วเิ คราะห์และตีความหมาย
2. ต้งั คาถาม
3. อภิปรายแสดงความคิดเห็น ระดมสมอง
4. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

สมรรถนะการสร้างค่านิยม

การปลูกฝังให้ใชเ้ ครื่องมือและอุปกรณ์ดว้ ยความปลอดภยั ในงานเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงาน
ลบั คมตดั อยา่ งถูกวธิ ีและดูแลรักษาเม่ือใชเ้ สร็จรวมท้งั การชุบแขง็ ใหถ้ ูกหลกั การ

สมรรถนะการปฏิบตั งิ านอาชีพ

1. นาแผนงานและข้นั ตอนการปฏิบตั ิการทา โครงงานอาชีพเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั
คมตดั

2. กาหนดเป้ าหมายการจดั ทาโครงงานอาชีพช่างบารุงรักษาเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั
คมตดั

3. ปฏิบตั ิอาชีพเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั ตามโรงงานใกลช้ ุมชนท่ีวา่ จา้ งหรือวา่
ในสถานศึกษาตามโครงการหารายไดร้ ะหวา่ งเรียน

4. สรุปประเด็นปัญหาที่เกิดข้ึนในการทาโครงงานอาชีพเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั

สมรรถนะการขยายผล

ความสอดคล้อง
โครงงานอาชีพเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั ที่จดั ทาข้ึนไดท้ าใหบ้ ุคลากรในโรงงานท่ี
อยใู่ นชุมชนของผเู้ รียนมีความรู้เรื่องเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั ดีข้ึนหรือไม่อุบตั ิเหตุจากการ
ทางานลดนอ้ ยลงหรือไม่ ผจู้ า้ งนกั ศึกษาไปทางานยอมรับความสามารถของผเู้ รียนหรือไม่ผเู้ รียนนารายไดท้ ี่ได้
จากอาชีพน้ีมาช่วยลดคา่ ใชจ้ า่ ยอุปกรณ์การเรียนของผปู้ กครองมากนอ้ ยเพียงใด

สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้

ส่ือสิ่งพมิ พ์
1. หนงั สือประกอบการเรียนวชิ างานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้
2. เอกสารประกอบการสอนเกี่ยวกบั เคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั
3. แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 3 , กิจกรรมหน่วยที่ 3 , แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยท่ี 3
เรื่องเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั ตอนท่ี 1 จานวน 10 ขอ้ , ตอนที่ 2 จานวน 20
ขอ้ และ แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 3 จานวน 10 ขอ้

สื่อโสตทศั น์ (ถ้ามี)
1. แผน่ ใส / ชุดการสอน Power Point
2. ภาพการใชง้ าน เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั
3. สไลดว์ ดิ ีโอเทป VCD CAT

สื่อของจริง
1. เครื่องมือที่ใช้ เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั ของสาขาวิชาเคร่ืองกล เช่น เคร่ือง
เจียระไนแบบลบั คมตดั ชนิดต้งั โตะ๊ , เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั ชนิดต้งั พ้ืน เป็นตน้
2. ชุมชน (ของผเู้ รียน)

แหล่งการเรียนรู้

ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดวทิ ยาลยั ฯ
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพวิ เตอร์ ศึกษาหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต

นอกสถานศึกษา

ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในทอ้ งถ่ินจงั หวดั

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอนื่

1. บูรณาการกบั วชิ าชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพูด การอา่ น การเขียน และการฝึกปฏิบตั ิตนทาง
สังคมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่ รู้

2. บูรณาการกบั วชิ ากีฬาเพ่ือพฒั นาสุขภาพและบุคลิกภาพ ดา้ นบุคลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
3. บูรณาการกบั วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั

การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 หลกั การประเมนิ ผลการเรียนรู้

ก่อนเรียน
1. ใหผ้ เู้ รียนแสดงความรู้เก่ียวกบั เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั
2. แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 3 เรื่องเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั

ขณะเรียน
1. สงั เกตการทางาน
2. ตรวจผลงานตาม กิจกรรมของนกั เรียน

หลงั เรียน
1. กิจกรรมหน่วยที่ 3 , แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 3 เร่ืองเคร่ืองเจียระไนแบบลบั คมตดั
และงานลบั คมตดั ตอนที่ 1 จานวน 10 ขอ้ , ตอนที่ 2 จานวน 20 ขอ้ และ แบบทดสอบหลงั
เรียนหน่วยที่ 3 จานวน 10 ขอ้

ผลงาน/ชิน้ งาน/ผลสาเร็จของผ้เู รียน

1. กิจกรรมของนกั เรียนใน ข้ันให้ความรู้ ข้อท่ี 3
2. แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 3 , กิจกรรมหน่วยที่ 3 , แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 3

เรื่องเครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั ตอนท่ี 1 จานวน 10 ขอ้ , ตอนที่ 2
จานวน 20 ขอ้ และ แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 3 จานวน 10 ขอ้

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน

เรื่อง เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตัดและงานลบั คมตัด

ชื่อกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก

1....................................................................ช้นั ปี ที่ ..........กลุ่มที่ ........เลขที่ ...........................

2...................................................................ช้นั ปี ที่ ..........กลุม่ ท่ี ........เลขท่ี ...........................

3...................................................................ช้นั ปี ท่ี ..........กลมุ่ ท่ี ........เลขที่ ...........................
4...................................................................ช้นั ปี ท่ี ..........กลมุ่ ที่ ........เลขที่ ...........................
5...................................................................ช้นั ปี ท่ี ..........กลมุ่ ท่ี ........เลขท่ี ...........................

ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ข้อคดิ เห็น
1 เน้ือหาสาระถูกตอ้ ง มีความชดั เจน เขา้ ใจง่าย
32 1

2 รูปแบบการนาเสนอ (มีปฏิภาณในการตอบ และการแก้ไขปัญหา

เฉพาะหนา้ )

3 การมีส่วนร่วมและ การใหค้ วามร่วมมือของสมาชิก

4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทาง ในการนาเสนอ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจนถูกตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถกู ตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไมค่ รบถว้ น แตต่ รงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจดุ ประสงค์

2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอที่เหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอที่น่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอท่ีน่าสน ใจ
แตข่ าดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไมน่ ่าสนใจ

3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุม่
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่

4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ

เร่ือง เครื่องเจียระไนแบบลบั คมตดั และงานลบั คมตดั

ชื่อกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายชื่อสมาชิก

1....................................................................ช้นั ปี ที่ ..........กลมุ่ ที่ ........เลขท่ี ...........................
2...................................................................ช้นั ปี ท่ี ..........กลมุ่ ที่ ........เลขที่ ...........................
3...................................................................ช้นั ปี ที่ ..........กลมุ่ ที่ ........เลขท่ี ...........................
4...................................................................ช้นั ปี ท่ี ..........กลุ่มท่ี ........เลขที่ ...........................

5...................................................................ช้นั ปี ท่ี ..........กลุ่มที่ ........เลขที่ ...........................

ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ข้อคดิ เห็น
1 การกาหนดเป้ าหมายร่วมกนั
321

2 การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม

3 การปฏิบตั หิ นา้ ที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย

4 การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. การกาหนดเป้ าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้ าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ สี ่วนร่วมในการกาหนดเป้ าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้ าหมายในการทางาน

2. การมอบหมายหนา้ ท่ีรบั ผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียม
สถานท่ี สื่อ / อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง แต่ไม่ตรงตามความสามารถ และมีส่ือ / อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อม

เพรียง แตข่ าด การจดั เตรียมสถานท่ี
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทว่ั ถึงและมีสื่อ / อปุ กรณ์ไม่เพียงพอ

3. การปฏิบตั ิหนา้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้ าหมาย และตามเวลาท่ีกาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้ าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้ าหมาย

4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไมป่ รับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

บนั ทกึ หลงั การสอน

หน่วยท่ี 3 เคร่ืองเจยี ระไนแบบลบั คมตัดและงานลบั คมตัด

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. สื่อการสอนเหมาะสมดี

ผลการเรียนของนักเรียน

1. นกั เรียนส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่ รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุ่ม และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานที่ไดร้ ับมอบหมาย

2. นกั เรียนกระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทางานกลุ่มเพื่อใหง้ านสาเร็จทนั เวลาที่กาหนด
3. นักเรียนสามารถนา เรื่องเครื่องเจียระไนแบบลับคมตัดและงานลับคมตัด ไปปรับใช้กับ

ชีวติ ประจาวนั ได้

ผลการสอนของครู

1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมน่ั ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาที่กาหนด

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 4
สอนสัปดาห์ที่ 6-7
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี คาบรวม 8
ช่ือวชิ า งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้ จานวนคาบ 8
ช่ือหน่วย เครื่องเจาะและงานเจาะรู
ช่ือเรื่อง เคร่ืองเจาะและงานเจาะรู

หวั ข้อเร่ือง

ด้านความรู้ 7. ส่วนประกอบของดอกสวา่ น
1. ความหมายของการเจาะรู 8. ประเภทของดอกสวา่ น
2. ชนิดของเครื่องเจาะ 9. การบอกขนาดดอกสวา่ น
3. ส่วนประกอบท่ีสาคญั ของเคร่ืองเจาะ 10. ความเร็วตดั และความเร็วรอบ
4. หลกั การทางานของเคร่ืองเจาะ
5. การบารุงรักษาเคร่ืองเจาะ ของดอกสวา่ น
6. ความปลอดภยั ในการใชเ้ คร่ืองเจาะ 11. การลบั ดอกสวา่ น

ด้านทกั ษะ
1. การเจาะรูชิ้นงานตามแบบ
2. การบารุงรักษาเคร่ืองเจาะ
3. การปฏิบตั ิงานเจาะดว้ ยความปลอดภยั

ด้านคุณธรรม จริยธรรม
1. การปลูกฝังใหใ้ ชเ้ คร่ืองเจาะและงานเจาะรู อยา่ งถูกวธิ ีและดูแลรักษาเมื่อใชเ้ สร็จ
2. ฝึกความมีน้าใจกบั เพือ่ นในห้องเรียนต้งั แต่เริ่มเขา้ เรียนตลอดจนการปฏิบตั ิกิจกรรมตา่ ง ๆ
3. ฝึกการตรงต่อเวลาต้งั แตเ่ ริ่มเรียนจนกระทงั่ ปฏิบตั ิ กิจกรรมจนเสร็จทุกกิจกรรม
4. ปฏิบตั ิงานไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งในเร่ืองเครื่องเจาะและงานเจาะรู สาเร็จภายในเวลาท่ีกาหนดอยา่ งมีเหตุและผล
ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

สาระสาคญั

ในงานช่างอุตสาหกรรมงานเจาะรูเป็ นส่ิงท่ีจาเป็ นอยา่ งหน่ึงที่เราใชใ้ นการผลิตหรือการประกอบชิ้นงาน ซ่ึงการ
จะทาใหเ้ กิดรูเจาะบนชิ้นงานน้นั จะตอ้ งมีองคป์ ระกอบที่สาคญั อยสู่ องอยา่ งคือ ดอกสวา่ น และเครื่องเจาะ

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย

มีสามารถใชด้ อกสวา่ น และเครื่องเจาะมาทาการเจาะรูชิ้นงานตามแบบงาน ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

คาศัพท์สาคญั

1. เคร่ืองเจาะรัศมี (Radius drilling machine) เป็นเคร่ืองเจาะที่มีขนาดใหญ่ ติดต้งั อยกู่ บั ท่ี เคลื่อนท่ีไดย้ าก
2. เครื่องเจาะแบบอนุกรม (Multi-spindle or Gang drilling machine) เป็นเคร่ืองเจาะที่มีลกั ษณะพิเศษ เคร่ืองมี
ขนาดใหญ่ และมีโตะ๊ งานเพื่อจบั ยดึ ชิ้นงาน
3. เคร่ืองเจาะแบบเทอร์เรท (Turret drilling machine) เป็นเครื่องเจาะที่มีชุดเพลานาเจาะหลายชุด
4. กา้ นดอกสวา่ น (Shank) เป็นส่วนที่หวั จบั ดอกสวา่ นจบั ยดึ เพ่อื เจาะชิ้นงาน
5. ร่องคายเศษ (Flutes) มีลกั ษณะเป็นร่องหมุนเป็นเกลียวตามลาตวั ของดอกสวา่ น
6. คมตดั (Lip) เป็นส่วนระหวา่ งร่องคายเศษกบั ส่วนปลายรูปกรวยมาตดั กนั ทาหนา้ ที่ตดั เฉือนวสั ดุงาน
7. คมขวาง (Web) มีลกั ษณะเป็นส่วนแคบและเลก็ อยทู่ ่ีจุดก่ึงกลาง
8. ขอบคม (Margin) มีลกั ษณะเป็นสันนูน แคบ ซ่ึงเมื่อวดั ขอบคมท้งั สองขา้ งจะมีขนาดเท่ากบั ขนาดเส้น
ผา่ นศนู ยก์ ลางของดอกสวา่ น
9. สันคม (Land) จะมีลกั ษณะต่ากวา่ ขอบคมตดั ทาหนา้ ท่ีลดแรงเสียดทานและการเสียดสีของการหมุนเจาะ
10. ลาตวั ดอกสวา่ น (Body) จะอยรู่ ะหวา่ งกา้ นดอกสวา่ น ถึงจุดปลายสุดของดอกสวา่ นซ่ึงจะประกอบดว้ ยสัน
คมคมตดั ร่องคายเศษ และคมขวาง
11. ดอกสวา่ นกา้ นตรง (Straight shank) ดอกสวา่ นประเภทน้ีจะใชก้ บั เคร่ืองเจาะท่ีมีหวั จบั ดอกสวา่ นเป็ นแบบ
ปากจบั
12. ดอกสวา่ นกา้ นเรียว (Taper shank) ดอกสวา่ นประเภทน้ีใชก้ บั เคร่ืองเจาะท่ีมีหวั จบั ดอกสวา่ นแบบเรียว
13. ความเร็วตดั (Cutting speed) หมายถึง ความเร็วของดอกสวา่ นท่ีหมุนเพ่ือตดั เฉือนชิ้นงานไดค้ วามยาวหรือ
ระยะทางสูงสุดในช่วงเวลา 1 นาที ซ่ึงมีหน่วยเป็นเมตร / นาที
14. ความเร็วรอบ (Revolutions) หมายถึง จานวนรอบที่เกิดจากการหมุนของดอกสว่านที่ขนาดเส้นผ่าน
ศูนยก์ ลางใดๆ ในช่วงเวลา 1 นาที มีหน่วยเป็นรอบ / นาที

จุดประสงค์การสอน/การเรียนรู้

 จุดประสงค์ทวั่ ไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. เพื่อใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจความหมายของการเจาะรู (ด้านความรู้)
2. เพือ่ ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจชนิดของเครื่องเจาะ (ด้านความรู้)
3. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจส่วนประกอบท่ีสาคญั ของเคร่ืองเจาะ (ด้านความรู้)
4. เพื่อใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจหลกั การทางานของเครื่องเจาะ (ด้านความรู้)
5. เพ่อื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจวธิ ีการบารุงรักษาเคร่ืองเจาะ (ด้านความรู้)
6. เพื่อใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจความปลอดภยั ในการใชเ้ ครื่องเจาะ (ด้านความรู้)
7. เพ่ือใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจส่วนประกอบของดอกสวา่ น (ด้านความรู้)
8. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจประเภทของดอกสวา่ น (ด้านความรู้)
9. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจวธิ ีการบอกขนาดดอกสวา่ น (ด้านความรู้)
10. คานวณความเร็วรอบและความเร็วตดั ของดอกสวา่ นได้ (ด้านทักษะ)
11. ปฏิบตั ิงานลบั ดอกสวา่ นดว้ ยเครื่องเจียระไนลบั คมตดั ได้ (ด้านทักษะ)
12. ปฏิบตั ิงานเจาะรูดว้ ยเคร่ืองเจาะได้ (ด้านทักษะ)
13. เพ่ือให้มีเจตคติท่ีดีในการใช้เครื่องเจาะและงานเจาะรู การปฏิบตั ิงานอย่างถูกตอ้ ง สาเร็จภายในเวลาท่ี

กาหนด ตระหนกั ในการปฏิบตั ิตนตามวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย มีเหตุและผลตามหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง (ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม)

 จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. บอกความหมายของการเจาะรูได้ (ด้านทักษะ)
2. บอกชนิดของเคร่ืองเจาะได้ (ด้านทักษะ)
3. บอกส่วนประกอบที่สาคญั ของเคร่ืองเจาะได้ (ด้านทักษะ)
4. อธิบายหลกั การทางานของเคร่ืองเจาะได้ (ด้านทักษะ)
5. อธิบายวธิ ีการบารุงรักษาเคร่ืองเจาะได้ (ด้านทักษะ)
6. อธิบายความปลอดภยั ในการใชเ้ คร่ืองเจาะได้ (ด้านทักษะ)
7. บอกส่วนประกอบของดอกสวา่ นได้ (ด้านทักษะ)
8. บอกประเภทของดอกสวา่ นได้ (ด้านทักษะ)
9. บอกวธิ ีการบอกขนาดดอกสวา่ นได้ (ด้านทักษะ)
10. คานวณความเร็วรอบและความเร็วตดั ของดอกสวา่ นได้ (ด้านทักษะ)
11. สามารถปฏิบตั ิงานลบั ดอกสวา่ นดว้ ยเคร่ืองเจียระไนลบั คมตดั ได้ (ด้านทักษะ)
12. สามารถปฏิบตั ิงานเจาะรูดว้ ยเคร่ืองเจาะได้ (ด้านทักษะ)
13. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั เรียนจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตาม

ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานที่ ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง (ด้าน

คุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง)
14. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้

เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใช้ส่ือและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในท้องถ่ินมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั (ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง)

เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้

• ด้านความรู้(ทฤษฎ)ี

ความหมายของการเจาะ
การเจาะ หมายถึง การทาให้ชิ้นงานหรือวสั ดุงานต่างๆ ให้เกิดเป็ นรูท่ีมีความเที่ยงตรงโดยใชด้ อกสว่านที่ไดร้ ับ

แรงหมุนจากเคร่ืองเจาะกดตดั เฉือนชิ้นงานหรือวสั ดุงานท่ีเราตอ้ งการ
ชนิดของเครื่องเจาะ

เครื่องเจาะเป็ นเครื่องมือกลพ้ืนฐานอีกอย่างหน่ึงที่มีใช้กันมากในงานช่างอุตสาหกรรมและมีหลายแบบ
ดว้ ยกนั คือ

1. เคร่ืองเจาะแบบต้งั โต๊ะ
เป็นเคร่ืองเจาะที่มีเสาของเคร่ืองไม่สูงมากนกั และมีขนาดเล็ก โดยจะวางบนโตะ๊ และหวั จบั ดอกสวา่ นสามารถ
จบั ดอกสวา่ นใน การเจาะรู ขนาดดอกสวา่ นไมเ่ กิน 16 มม.

รูปท่ี 4.1 เคร่ืองเจาะแบบต้งั โตะ๊

2. เครื่องเจาะแบบต้งั พนื้
เป็นเคร่ืองเจาะที่มีเสาของเคร่ืองยาวและมีขนาดใหญ่สามารถเจาะรูที่มีขนาดความโตต้งั แต่ขนาดเล็กถึงขนาด

ใหญ่ได้ โดยฐานของเคร่ืองจะวางอยู่บนพ้ืน เคร่ืองเจาะชนิดน้ีอาจจะใช้ระบบส่งกาลังโดยใช้สายพานหรือ
เฟื องขบั กไ็ ด้

รูปท่ี 4.2 เคร่ืองเจาะแบบต้งั พ้ืน
3. เครื่องเจาะรัศมี (Radius drilling machine)
เป็ นเครื่องเจาะที่มีขนาดใหญ่ ติดต้งั อยูก่ บั ท่ี เคลื่อนที่ได้ยาก สามารถเคล่ือนท่ีข้ึนลงในแนวดิ่งในแนวนอน
และหมุนในแนวรัศมีได้ มีระบบการป้ อนเจาะแบบอตั โนมตั ิส่วนมากใช้กบั งานท่ีมีขนาดใหญ่และขนาดรูเจาะ
ที่มีขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางมากๆ ได้

รูปท่ี 4.3 เคร่ืองเจาะแบบรัศมี

4. เคร่ืองเจาะแบบอนุกรม (Multi-spindle or Gang drilling machine)
เป็ นเครื่องเจาะที่มีลกั ษณะพิเศษ เคร่ืองมีขนาดใหญ่ และมีโต๊ะงานเพื่อจบั ยึดชิ้นงานเคร่ืองเจาะชนิดน้ีจะมี

เพลานาเจาะในเคร่ืองหลายชุดดว้ ยกนั ส่วนมากจะใชก้ บั ระบบงานการผลิตท่ีมีจานวนมาก

Multi-spindle drilling machine Gang drilling machine

5. เคร่ืองเจาะแบบเทอร์เรท (Turret drilling machine)
เป็ นเครื่องเจาะที่มีลกั ษณะพิเศษอีกชนิดหน่ึง จะมีชุดเพลานาเจาะหลายชุด มีลกั ษณะเป็ นป้ อมหมุน จะหมุน

ตาแหน่งตามข้นั ตอนการผลิตชิ้นงาน ซ่ึงจะใชโ้ ปรแกรมในการทางานแบบอตั โนมตั ิ โดยจะควบคุมตาแหน่งของป้ อม
หมุน ความเร็วรอบ ชุดเพลานาเจาะและตาแหน่งของโตะ๊ งานของเคร่ือง

รูปท่ี 4.5 เคร่ืองเจาะแบบเทอร์เรท

ส่วนประกอบทสี่ าคัญของเครื่องเจาะ

เคร่ืองเจาะมีอยู่หลายชนิด และมีส่วนประกอบท่ีสาคญั หลายส่วนด้วยกัน ซ่ึงในหน่วยเรียนน้ีจะกล่าวถึง
ส่วนประกอบของเครื่องเจาะแบบต้งั โต๊ะ และแบบต้ังพ้ืน ซ่ึงมีลักษณะรูปร่างคล้ายกัน และใช้งานอยู่ทว่ั ไป มี
ส่วนประกอบท่ีสาคญั ดงั น้ี

1. ฐานเครื่องเจาะ
มีหนา้ ท่ีรับน้าหนกั ส่วนประกอบตา่ งๆ ท้งั หมดของเครื่องเจาะมีลกั ษณะเป็นรูปสี่เหล่ียมผนื ผา้ และมีความหนา

ทาใหเ้ กิดความสมดุลของน้าหนกั ที่กดลงเมื่อทาการเจาะ
2. เสาของเคร่ืองเจาะ
ทาดว้ ยเหลก็ เพลากลมกลวงหรือเพลากลมตนั มีผวิ เรียบส่วนล่างจะยดึ ติดกบั ฐานของเครื่องส่วนบนเป็ นชุดหวั

เคร่ืองและจะมีโตะ๊ งานสวมอยสู่ ามารถหมุนเปล่ียนตาแหน่งตามแนวรัศมีและเคล่ือนท่ีข้ึนลง
3. โต๊ะงาน
มีลกั ษณะเป็ น สี่เหลี่ยมและกลมใช้สาหรับจบั ชิ้นงานเจาะหรือเป็ น ที่รองรับปากกาจบั ชิ้นงานเจาะ สามารถ

หมุนตามแนวรัศมีและเคล่ือนที่ข้ึนลงตามตอ้ งการได้
4. มอเตอร์
เป็นแหล่งตน้ กาลงั ของเคร่ืองในการขบั เคลื่อนโดยจะมีพุลเล่ย์ ติดอยกู่ บั แกนเพลามอเตอร์ เรียกวา่ พุลเล่ยข์ บั

จะส่งถ่ายกาลงั ไปยงั แกนเพลานาเจาะซ่ึงมีพุลเล่ยอ์ ีกตวั หน่ึงเรียกวา่ พุลเล่ยต์ าม การส่งถ่ายกาลงั จะใชส้ ายพานหรือ
เครื่องเจาะบางชนิดจะใชร้ ะบบเฟื องกระแสไฟฟ้ าท่ีใชท้ วั่ ไป 220 โวลท์ หรือ 380 โวลท์ ข้ึนอยกู่ บั ชนิดของเครื่องและ
บริษทั ผผู้ ลิต

5. หัวเคร่ือง
จะวางอยสู่ ่วนบนจะมีฝาครอบปิ ดอยู่ ซ่ึงจะประกอบไปดว้ ย พลุ เล่ยข์ บั พลุ เล่ยต์ ามและจะมีสายพานหรือชุด

เฟื องในการส่งกาลงั ใหก้ บั เพลานาเจาะ และปลอกนาเจาะซ่ึงมีระบบกลไกเพลาทาใหเ้ กิดการหมุนตดั และป้ อนเจาะท่ี
เพลานาเจาะ

6. มอื หมุนป้ อนเจาะ
ใชส้ าหรับหมุน เพื่อใหเ้ พลาหวั จบั ดอกสวา่ นเคลื่อนท่ีข้ึนลง ในการเจาะรูชิ้นงาน

รูปท่ี 4.6 ส่วนประกอบของเครื่องเจาะ
7. หัวจับดอกสว่าน

มีลกั ษณะเป็นฟันจบั 3 ฟัน ซ่ึงขา้ งในหวั จบั จะมีชุดเฟื องเพ่ือใหฟ้ ันจบั เคล่ือนที่เม่ือเกิดการหมุนจากรอบนอก
อุปกรณ์ท่ีใชร้ ่วมเรียกวา่ “ประแจขนั หวั จบั ดอกสวา่ น”

รูปที่ 4.7 หวั จบั ดอกสวา่ น

หลกั การทางานของเคร่ืองเจาะ
เครื่องเจาะจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้ าเป็ นตน้ กาลงั โดยจะส่งถ่ายกาลงั จากพุลเล่ยท์ ่ีติดอยู่กบั แกนเพลามอเตอร์ ซ่ึง

เรียกวา่ พลุ เล่ยข์ บั ส่งผา่ นสายพานไปยงั ลอ้ พุลเล่ยอ์ ีกตวั หน่ึงเรียกวา่ พุลเล่ยต์ าม และจะส่ง กาลงั มายงั พุลเล่ยต์ ามตวั ท่ี
สองโดยใชส้ ายพานซ่ึงในแนวแกนของพุลเล่ยต์ ามตวั ที่สองจะประกอบดว้ ย เพลานาเจาะ ปลอกนาเจาะ ชุดเฟื องป้ อน
เจาะ หัวจบั ดอกสวา่ น ในเพลานาเจาะจะมีร่องล่ิม หรือร่องสปายน์เพ่ือการเคลื่อนท่ีข้ึนลงของหวั จบั ดอกสว่านใน
ขณะท่ีมีการหมุน หรือเคร่ืองเจาะบางเคร่ืองจะส่งถ่ายกาลงั จากพุลเล่ยต์ ามมายงั เพลานาเจาะโดยใช้ชุดเฟื อง และใน
ปัจจุบนั เครื่องเจาะทว่ั ไปส่วนมากเพลานาเจาะ ปลอกนาเจาะ ชุดเฟื องป้ อนเจาะ หัวจบั ดอกสวา่ น จะอยใู่ นแนวแกน
เดียวกนั กบั พุลเล่ยต์ ามซ่ึงมีอยเู่ พียงตวั เดียว

รูปที่ 4.8 แสดงหลกั การทางานของเคร่ืองเจาะ
การป้ อนเจาะเพื่อใหด้ อกสวา่ นตดั เฉือนชิ้นงาน โดยจะใชก้ ารเคลื่อนท่ีข้ึนลงจะใชช้ ุดเฟื องป้ อนเจาะซ่ึงเป็นเฟื อง
ขบั ท่ีดา้ มหมุนป้ อนเจาะ และเป็นเฟื องสะพานที่ปลอกนาเจาะในส่วนของปลอกนาเจาะจะประกอบดว้ ยแบร่ิงสวมอยู่
ส่วนบนและล่าง เพ่อื ใหเ้ พลานาเจาะหมุนไดค้ ล่องตวั ในการเปล่ียนความเร็วรอบสามารถทาไดโ้ ดยการเปล่ียน
ตาแหน่งสายพานตามร่องพลุ เล่ยแ์ บบหลายข้นั หรือการใชช้ ุดเฟื อง สาหรับหวั จบั ดอกสวา่ นจะสวมยดึ ติดกบั
แกนเพลาของเครื่อง ซ่ึงมีลกั ษณะเป็นแบบรูเรียว หรือแบบเกลียว เมื่อจบั ยดึ ดอกสวา่ นท่ีหวั จบั ดอกสวา่ น สวา่ นก็จะ
หมุนตดั เฉือนชิ้นงาน เมื่อมีการเปิ ดเคร่ืองใชง้ าน

รูปท่ี 4.9 ระบบป้ อนเจาะของเครื่องเจาะ

การบารุงรักษาเคร่ืองเจาะ
1. ตรวจสอบสภาพของเครื่องเจาะก่อนการใชง้ านทุกคร้ัง
2. ไมค่ วรใชอ้ ุปกรณ์อื่น เช่น คอ้ น ไขควง ตอกหวั จบั ดอกสวา่ นเพื่อจบั ดอกสวา่ นเพราะอาจทาใหเ้ พลานาเจาะ

หมุนไมเ่ ท่ียงตรงได้
3. ปรับความเร็วรอบของเคร่ืองใหเ้ หมาะสมกบั ดอกสวา่ น
4. ถา้ เครื่องเจาะชารุดใชง้ านไม่ไดค้ วรแจง้ ผคู้ วบคุมเพื่อทาการซ่อมบารุงก่อน
5. ผปู้ ฏิบตั ิงานควรศึกษาหรือไดร้ ับคาแนะนาเก่ียวกบั การใชง้ านของเครื่องเจาะใหเ้ ขา้ ใจก่อนการปฏิบตั ิงาน
6. ทาความสะอาดเครื่องเจาะหลงั เลิกใชง้ านทุกคร้ัง
ความปลอดภัยในการปฏบิ ัติงานเจาะ
เพื่อความปลอดภยั ในการปฏิบตั ิงานเจาะผปู้ ฏิบตั ิงานควรปฏิบตั ิดงั น้ี
1. แตง่ กายใหร้ ัดกุม เช่น ไม่ควรไวผ้ มยาวจนเกินไปเพราะอาจทาใหห้ วั จบั ดอกสวา่ นดึงผมเขา้ ไปขณะท่ีหมุน

และกม้ ดูงานใกลๆ้ ได้
2. ไม่สวมเคร่ืองประดบั เช่น แหวน นาฬิกา ขณะปฏิบตั ิงาน

รูปที่ 4.10 ผปู้ ฏิบตั ิงานสวมเคร่ืองประดบั
3. ไม่หยอกลอ้ กนั ขณะปฏิบตั ิงานเจาะ

4. จดั วางเคร่ืองมือและอุปกรณ์ในบริเวณพ้ืนที่ปฏิบตั ิงานใหเ้ ป็นระเบียบเรียบร้อย

รูปที่ 4.11 สถานที่ปฏิบตั ิงานไมเ่ ป็นระเบียบเรียบร้อย
5. หลีกเล่ียงการใชม้ ือดึงเศษโลหะท่ีเกิดจากการเจาะ และควรใชแ้ ปรงปัดเศษโลหะแทน
6. ไม่ควรเสียบประแจขนั หวั จบั ดอกสวา่ นคา้ งไวท้ ่ีหวั จบั ดอกสวา่ น

รูปที่ 4.12 ผปู้ ฏิบตั ิงานเสียบประแจขนั หวั จบั ดอกสวา่ นคา้ งไวท้ ี่หวั จบั ดอกสวา่ น
7. ใชอ้ ุปกรณ์ป้ องกนั อนั ตรายส่วนบุคคลทุกคร้ังที่ปฏิบตั ิงานเจาะ เช่น การสวมแวน่ ตานิรภยั

8. ตอ้ งจบั ยดึ ชิ้นงานให้แน่นและมนั่ คงถา้ เจาะรูท่ีมีขนาดโตมากควรใชอ้ ุปกรณ์จบั ยดึ เช่น C – Clamp จบั ยดึ ท่ี
ปากกาจบั ชิ้นงานเจาะ

รูปท่ี 4.13 การใช้ C – Clamp จบั ยดึ ปากกาจบั ชิ้นงานเจาะ
9. หลีกเล่ียงการใชม้ ือจบั ยดึ ชิ้นงานเพอ่ื เจาะรูโดยตรง เพราะอาจทาใหเ้ กิดอนั ตรายได้
10. ปฏิบตั ิงานดว้ ยความระมดั ระวงั และรอบคอบ
ดอกสว่าน
ดอกสวา่ นเป็ นเครื่องมือตดั อยา่ งหน่ึงที่ใชร้ ่วมกบั เครื่องเจาะจะทาหนา้ ที่ในการหมุนตดั เฉือนชิ้นงานให้เกิดเป็ นรู
ซ่ึงรูจะมีความเที่ยงตรงตามตอ้ งการหรือไม่น้นั ก็ข้ึนอยกู่ บั ประสิทธิภาพของเครื่องเจาะดว้ ยเช่นกนั สาหรับวสั ดุท่ีใช้
ในการทาดอกสวา่ นโดยทวั่ ไปจะมี 2 ชนิด คือ เหลก็ กลา้ รอบสูง และเหล็กกลา้ คาร์บอน คุณสมบตั ิของเหลก็ หลา้ กลา้
รอบสูงจะดีกวา่

ส่ วนประกอบของดอกสว่าน
ดอกสวา่ นที่ใชง้ านทวั่ ไป จะมีส่วนประกอบที่สาคญั ดงั น้ี
1. ก้านดอกสว่าน (Shank)
เป็นส่วนท่ีหวั จบั ดอกสวา่ นจบั ยดึ เพ่อื เจาะชิ้นงานจะมีอยสู่ องลกั ษณะคือ แบบกา้ นตรง และกา้ นเรียวซ่ึงกา้ น

เรียวจะใชก้ บั เคร่ืองเจาะท่ีมีเพลานาเจาะที่มีรูเป็ นแบบเรียวดว้ ย
2. ร่องคายเศษ (Flutes)
มีลกั ษณะเป็นร่องหมุนเป็นเกลียวตามลาตวั ของดอกสวา่ น มีหนา้ ที่คายเศษชิ้นงานท่ีเกิดจากการเจาะ และ

สามารถใชส้ ารหล่อเยน็ ลงไป เพ่อื ระบายความร้อนใหก้ บั คมตดั และชิ้นงานได้
3. คมตัด (Lip)
เป็นส่วนระหวา่ งร่องคายเศษกบั ส่วนปลายรูปกรวยมาตดั กนั ทาหนา้ ท่ีตดั เฉือนวสั ดุงาน
4. คมขวาง (Web)
มีลกั ษณะเป็นส่วนแคบและเล็กอยทู่ ่ีจุดก่ึงกลาง เป็นจุดแยกของร่องคายเศษ 2 ร่องประโยชน์เพ่ือให้ดอกสวา่ น

มีความแขง็ แรงและทนทาน
5. ขอบคม (Margin)
มีลกั ษณะเป็ นสันนูน แคบ ซ่ึงเมื่อวดั ขอบคมท้งั สองขา้ งจะมีขนาดเท่ากบั ขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางของดอก

สวา่ น
6. สันคม (Land)
จะมีลกั ษณะต่ากวา่ ขอบคมตดั ทาหนา้ ที่ลดแรงเสียดทานและการเสียดสีของการหมุนเจาะ
7. ลาตวั ดอกสว่าน (Body)
จะอยรู่ ะหวา่ งกา้ นดอกสวา่ น ถึงจุดปลายสุดของดอกสวา่ นซ่ึงจะประกอบดว้ ยสันคมคมตดั ร่องคายเศษ และ

คมขวาง

รูปที่ 4.14 ส่วนประกอบต่าง ๆ ของดอกสวา่ น

ประเภทของดอกสว่าน
ดอกสวา่ นท่ีใชท้ วั่ ไปสามารถแบง่ ไดเ้ ป็น 2 ประเภท คือ
1. ดอกสว่านก้านตรง (Straight shank)
ดอกสว่านประเภทน้ีจะใช้กบั เคร่ืองเจาะที่มีหวั จบั ดอกสวา่ นเป็ นแบบปากจบั จะมีขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลาง

ความโตไม่มากนกั

รูปที่ 4.15 ดอกสวา่ นแบบกา้ นตรง

2. ดอกสว่านก้านเรียว (Taper shank)
ดอกสว่านประเภทน้ีใช้กบั เครื่องเจาะที่มีหัวจบั ดอกสว่านแบบเรียวโดยที่ส่วนปลายของเพลานาเจาะจะมี

ลกั ษณะเป็ นรูเรียวเพื่อใชด้ อกสวา่ นกา้ นเรียวสวมเขา้ ไปโดยอาจจะมีอุปกรณ์เสริมเรียกวา่ “ปลอกเรียว” ส่วนมากใน
การเจาะรูท่ีมีขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางใหญ่

รูปท่ี 4.16 ดอกสวา่ นแบบกา้ นเรียว

การบอกขนาดของดอกสว่าน
ขนาดของดอกสวา่ นสามารถบอกขนาดไดห้ ลายลกั ษณะดว้ ยกนั คือ
1. บอกขนาดเป็ นมิลลิเมตร ขนาดเร่ิมจาก 0.4 มม. ถึง 36.5 มม.
2. บอกขนาดเป็ นนิ้ว ขนาดเริ่มจาก 1/64 นิ้ว ถึง 3½ นิ้ว
3. บอกขนาดเป็ นนมั เบอร์ ขนาดเริ่มจากเบอร์ 1 ถึงเบอร์ 80 ซ่ึงเบอร์ 1 จะมีขนาด 0.2280 นิ้ว และเบอร์ 80 มี

ขนาด 0.0135 นิ้ว
4. บอกขนาดเป็ นตวั อกั ษรเริ่มจากขนาด A ถึงขนาด Z ซ่ึงขนาด A มีค่าเท่ากบั 0.234 นิ้ว Z มีค่าเท่ากบั

0.413 นิ้ว

ความเร็วตัดและความเร็วรอบ
ความเร็วตดั (Cutting speed) หมายถึง ความเร็วของดอกสวา่ นที่หมุนเพอ่ื ตดั เฉือนชิ้นงานไดค้ วามยาวหรือ

ระยะทางสูงสุดในช่วงเวลา 1 นาที ซ่ึงมีหน่วยเป็นเมตร / นาที
ความเร็วรอบ (Revolutions) หมายถึง จานวนรอบที่เกิดจากการหมุนของดอกสวา่ นท่ีขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลาง

ใดๆ ในช่วงเวลา 1 นาที มีหน่วยเป็นรอบ / นาที ซ่ึงความเร็วตดั และความเร็วรอบหาไดจ้ ากสูตร
V=
V = ความเร็วตดั มีหน่วยเป็น เมตร / นาที
d = ขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางของดอกสวา่ น (มม.)
n = ความเร็วรอบของดอกสวา่ นที่หมุนใน 1 นาที
π = 3.1416

ดงั น้นั การหาความเร็วรอบหาไดจ้ าก
n=

ตัวอย่างที่ 4.1 เจาะรูชิ้นงานขนาดเส้นผา่ นศนู ยก์ ลาง 15 มิลลิเมตร ใชค้ วามเร็วรอบ 600 รอบ/นาที ตอ้ งการทราบวา่
ความเร็วตดั จะมีค่าเทา่ ใด

V = 28.27
ดงั น้นั ความเร็วตดั จะมีค่าประมาณ 28 เมตร/นาที
ตัวอย่างที่ 4.2 เจาะรูชิ้นงานขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลาง 8 มิลลิเมตร ความเร็วตดั 12 เมตร/นาที ตอ้ งการทราบวา่ จะตอ้ งใช้
ความเร็วรอบประมาณเท่าใด

n = 477.46
ดงั น้นั จะตอ้ งใชค้ วามเร็วรอบประมาณ 477 รอบ/นาที


Click to View FlipBook Version