The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานเครื่องมือกลเบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายไพรัช สุริยะ, 2021-04-06 23:32:00

งานเครื่องมือกลเบื้องต้น

งานเครื่องมือกลเบื้องต้น

สายพานจะส่งถ่ายกาลงั ไปยงั หวั เครื่องเพ่ือใหเ้ พลางานหมุน ซ่ึงระบบขบั เคล่ือนเพลางานมีท้งั ระบบลอ้ สายพาน
หลายข้นั และระบบชุดเฟื อง

รูปที่ 6.24 ระบบขบั เคลื่อนเพลางาน
แต่ในปัจจุบนั นิยมใชร้ ะบบขบั เฟื อง เพราะสามารถใชใ้ นการเปลี่ยนความเร็วรอบไดม้ ากกวา่ แบบลอ้ สายพาน
หลายข้นั ทาใหเ้ ลือกความเร็วไดต้ ามความเหมาะสมในการกลึงงานท่ีมีขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางที่แตกต่างกนั
จากชุดเฟื องที่หวั เคร่ืองจะส่งถ่ายกาลงั ตอ่ มายงั ระบบป้ อนดว้ ยเฟื องตรง จะทาใหเ้ ฟื องขบั ระบบป้ อนหมุน ส่งถ่าย
กาลงั ไปยงั เพลาป้ อนและเพลาเกลียว

รูปที่ 6.25 เฟื องตรงขบั ชุดเฟื องระบบป้ อน

ระบบเฟื องป้ อนน้ีสามารถปรับเปล่ียนความเร็วของเพลาป้ อนได้ ในการกลึงอตั โนมตั ิและสามารถใชใ้ นการกลึง
เกลียวท่ีเพลาเกลียว สามารถกลึงเกลียวไดท้ ้งั เกลียวระบบนิ้วและระบบเมตริก ในการต้งั ระยะการป้ อนมีดกลึงหรือ
การกลึงเกลียวจะสามารถเลือกใชไ้ ดจ้ ากแผน่ ชารท์ ที่แสดงรายละเอียดต่าง ๆ ท่ีตอ้ งอยกู่ บั เครื่องดว้ ย

รูปที่ 6.26 แผน่ ชาร์ทระบบป้ อน

อปุ กรณ์จับยดึ ในงานกลงึ
เพื่อใหก้ ารปฏิบตั ิงานกลึงสามารถทาไดห้ ลายลกั ษณะงานจาเป็นจะตอ้ งมีอุปกรณ์เพอื่ ใชใ้ นการจบั ยดึ งาน ซ่ึงจะ

มีอยหู่ ลายแบบ ลกั ษณะการใชง้ านก็จะแตกตา่ งกนั มีดงั น้ี

1. หวั จับ (Chuck)
ใชส้ าหรับจบั ชิ้นงานกลึง เป็นส่วนที่หมุนในแนวแกนเดียวกนั กบั เพลางาน แบ่งตามลกั ษณะการใชง้ านได้

ดงั น้ี
1.1 หวั จบั แบบฟันพร้อม เป็นหวั จบั ที่ใชป้ ระแจขนั หวั จบั หมุนตาแหน่งใดตาแหน่งหน่ึง ฟันจบั จะเคล่ือนที่เขา้

– ออกพร้อมกนั ส่วนมากจะใชจ้ บั งานลกั ษณะงานกลมหวั จบั แบบฟันพร้อม ยงั สามารถแบ่งได้ 2 ลกั ษณะคือ

1.1.1 หวั จบั แบบสามจบั ฟันพร้อม 1.1.2 หวั จบั แบบสี่จบั ฟันพร้อม

1.2 หวั จบั แบบส่ีจบั ฟันอิสระ สามารถใชจ้ บั ชิ้นงานไดห้ ลายลกั ษณะ เน่ืองจากฟันจบั ท้งั สี่ฟันจบั เคล่ือนท่ีเขา้
– ออก โดยอิสระ

รูปท่ี 6.29 หวั จบั แบบสี่จบั ฟันอิสระ
การจบั ยดึ ชิ้นงานดว้ ยหวั จบั ฟันจบั สามารถจบั ชิ้นงานไดห้ ลายลกั ษณะดว้ ยกนั คือ
1. การจบั งานท่ีผวิ ภายนอก

รูปูที่ 6.30 ลกั ษณะการจบั งานท่ีผวิ นอก
2. จบั งานที่มีขนาดเส้นผา่ ศนู ยก์ ลางใหญ่

รูปท่ี 6.31 ลกั ษณะการจบั งานที่มีขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางใหญ่

3. กรณีงานท่ีมีรูควา้ นขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางใหญ่

รูปที่ 6.32 ลกั ษณะการจบั งานที่มีรูควา้ นขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางใหญ่
2. หน้าจาน (Face plate)
เป็ นอุปกรณ์ท่ีใช้สาหรับการจบั ยึดชิ้นงานท่ีไม่สามารถจบั ดว้ ยหวั จบั ได้ การติดต้งั หน้าจานจะยึดติดกบั เพลา
ของเคร่ือง หนา้ จานจะมีผวิ หนา้ เรียบและมีร่องเพ่อื ใชจ้ บั ยดึ ชิ้นงาน

รูปท่ี 6.33 หนา้ จาน

การจับยดึ ชิ้นงานบนหน้าจานกระทาได้ 2 วธิ ีคอื
1. การใชแ้ รงกดร่วมกบั อุปกรณ์จบั ยึดแบบต่าง ๆ

รูปท่ี 6.34 การจบั งานบนหนา้ จานดว้ ยอุปกรณ์จบั ยดึ
2. การใชอ้ ุปกรณ์ช่วย เช่น ฉากจบั งาน (Angle plate) เพอ่ื ใหส้ ามารถจบั ยดึ ชิ้นงานในตาแหน่งที่ตอ้ งการ

รูปที่ 6.35 การจบั งานบนหนา้ จานดว้ ยฉากจบั งาน
3. ห่วงพา (Lathe dogs)

ใชส้ าหรับจบั ยดึ ชิ้นงานกลึงที่มีการยนั ศูนยท์ ้งั สองขา้ งหรือการกลึงเพลาที่ตอ้ งการยาวมาก ๆ ห่วงพาสามารถ
แบ่งลกั ษณะรูปร่างไดห้ ลายลกั ษณะดงั น้ี

1. ห่วงพาแบบขางอ (Standard bent-tail) เป็ นห่วงพาที่ใชง้ านทวั่ ไปสะดวกในการใชง้ าน ใชจ้ บั ยึดชิ้นงาน
กลมโดยการหมุนล็อคดว้ ยสกรูหวั สี่เหลี่ยมหรือสกรูหวั ฝัง ส่วนขาท่ีงอย่นื ออกมาเพื่อขดั ที่หนา้ จาน ทาใหช้ ิ้นงานเกิด
การหมุน

รูปที่ 6.36 ห่วงพาแบบขางอ

2. ห่วงพาแบบขาตรง (Straight -tail) การจบั ยดึ ชิ้นงานจะมีลกั ษณะเหมือนกบั ห่วงพาแบบขางอ จะแตกต่าง
กนั ท่ีลกั ษณะของการพาชิ้นงานหมุนโดยห่วงพาแบบน้ี จะมีสลกั เกลียวท่ีฝังยึดกบั หนา้ จาน เป็ นตวั ขดั กบั ขาห่วงพาทา
ใหช้ ิ้นงานเกิดการหมุน

รูปที่ 6.37 ห่วงพาแบบขาตรง
3. ห่วงพาแบบเซฟต้ี (Safety clamp) ห่วงพาแบบน้ี สามารถจบั ยดึ ชิ้นงานไดห้ ลายลกั ษณะ และปรับระยะเพ่ือจบั
ยดึ ชิ้นงานได้ ชิ้นงานท่ีจบั ยดึ จะเป็ นชิ้นงานท่ีมีความเรียบผิวเป็ นพิเศษ ซ่ึงหากใชห้ ่วงพาแบบขางอ หรือ ห่วงพาแบบ
ขาตรง อาจทาใหเ้ กิดความเสียหายกบั ผวิ งานได้

รูปที่ 6.38 ห่วงพาแบบเซฟต้ี
4. ห่วงพาแบบแคล็มป์ (Clamp type) เป็นห่วงพาท่ีมีปรับระยะความกวา้ งในการจบั ยดึ ชิ้นงานไดม้ ากกวา่ แบบ
อ่ืนๆสามารถจบั ยดึ ชิ้นงานไดห้ ลายลกั ษณะ เช่นงานกลม งานสี่เหล่ียม งานสามเหล่ียม เป็นตน้

รูปที่ 6.39 ห่วงพาแบบแคลม็ ป์

การใชง้ านห่วงพา จะตอ้ งประกอบหนา้ จาน เขา้ กบั เพลาหวั เคร่ือง และรูตรงกลางของหนา้ จานจะมีศูนยต์ ายสวม
เขา้ กบั แกนเพลาหวั เครื่องกลึง เพอ่ื ใชส้ าหรับยนั ศูนยช์ ิ้นงานดา้ นหน่ึงส่วนอีกดา้ นหน่ึงจะใชย้ นั ศูนยท์ ่ีอยศู่ ูนยท์ า้ ยแท่น
ของเครื่องกลึง เพื่อประคองชิ้นงาน ซ่ึงห่วงพาจะจบั ยดึ ส่วนปลายของชิ้นงานดา้ นที่ติดกบั หนา้ จาน

รูปที่ 6.40 การประกอบห่วงพาเขา้ กบั หนา้ จาน
4. เพลาอดั (Mandrel)

ใชส้ าหรับจบั ยดึ งานกลึงท่ีมีรูหรือรูควา้ นมาก่อน เพื่อท่ีจะนามากลึงผิวภายนอก หรือ งานกลึงร่วมศูนย์ ซึง
ลกั ษณะของงานจะเป็นงานกลึงระหวา่ งศนู ย์ เช่น พลุ เล่ย์ บูชช่ิง เพลาอดั ท่ีใชง้ านโดยทว่ั ไปมีดงั น้ี

1. Solid mandrel เป็นเพลาอดั ท่ีใชง้ านทว่ั ไป ลกั ษณะของแกนเพลาจะเรียว ซ่ึงมีขนาดของเส้นผา่ ศูนยก์ ลางที่
แตกต่างกนั ประมาณ 1 - 2 มม. ต่อความยาว 100 มม. จะใชส้ าหรับจบั ยดึ ชิ้นงานที่มีขนาดของรูควา้ นท่ีเท่ากนั

รูปท่ี 6.41 เพลาอดั แบบ Solid mandrel
2. Expansion mandrel ประกอบดว้ ยแกนเพลาเรียวและปลอกสวมซ่ึงจะมีร่องตดั ตามแนวยาวจานวน 4 ร่อง
หรือมากกว่าการจบั ยึดชิ้นงานจะสวมชิ้นงานที่ปลอกสวมแกนเพลาเรียวจะทาให้ปลอกสวมขยายตวั ทาให้จบั ยึด
ชิ้นงานได้ ชิ้นงานท่ีใชเ้ พลาอดั แบบน้ี ขนาดพิกดั ของรูควา้ นอยรู่ ะหวา่ ง 0.5 – 2.0 มม.

รูปท่ี 6.42 เพลาอดั แบบ Expansion mandrel
3. Gang mandrel ใชส้ าหรับจบั ยดึ ชิ้นงานหลายๆชิ้น ท่ีมีรูปร่างเหมือนกนั ดา้ นหน่ึงของเพลาอดั แบบน้ี จะเป็น
หนา้ แปลนอีกดา้ นหน่ึงจะเป็ นเกลียว เพอื่ ใชน้ ตั หมุนจบั ยดึ ชิ้นงาน

รูปท่ี 6.43 เพลาอดั แบบ Gang mandrel
4. Thread mandrel เป็นเพลาอดั ที่ใชส้ าหรับจบั ยึดชิ้นงานท่ีมีรูเป็นเกลียว และจะช่วยป้ องกนั ไม่ใหเ้ กลียวเกิด
ความเสียหายในการจบั ยดึ ชิ้นงาน

รูปที่ 6.44 เพลาอดั แบบ Thread mandrel
5. Taper – shank mandrel เป็นเพลาอดั ท่ีใชร้ ่วมกบั เพลางานของหวั เครื่องกลึง โดยดา้ นหน่ึงจะมีลกั ษณะเรียว
เพ่ือสวมเขา้ กบั รูเพลางาน อีกด้านหน่ึงจะจบั ยึดชิ้นงานมกั จะใช้สาหรับจบั ยึดชิ้นงานท่ีมีขนาดเล็ก หรือมีรูเจาะ
ท่ีไม่ทะลุ

รูปท่ี 6.45 เพลาอดั แบบ Taper – shank mandrel
5. กนั สะท้าน (Steady rest)

เป็นอุปกรณ์สาหรับงานกลึงท่ีมีความยาวมาก ๆ เพื่อป้ องกนั ไม่ให้เกิดการส่ันสะเทือนหรือคดงอขณะการตดั
เฉือนชิ้นงานกนั สะทา้ นที่ใชง้ านทว่ั ไปจะมี 2 ชนิด คือ

1. กนั สะทา้ น 2 ขา (Travelling steady rest) ใชป้ ระคองชิ้นงานท่ีมีความยาวหรือโลหะอ่อน จะยึดติดกบั ชุด
แท่นเลื่อนของเครื่องกลึง จะมีแกนเพื่อประคองชิ้นงาน 2 ชิ้น ทาจากโลหะออ่ นสามารถปรับเลื่อนข้ึนลงได้

รูปทู ่ี 6.46 กนั สะทา้ นแบบ 2 ขา
2. กนั สะทา้ น 3 ขา (Fixed steady rest) ใชป้ ระคองชิ้นงานท่ีมีขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางขนาดใหญ่และมีความ
ยาว ประโยชน์การใชง้ าน จะมีลกั ษณะเหมือนกนั กบั กนั สะทา้ น 2 ขา จะแตกต่างกนั ตรงจะมีแกนประคองชิ้นงาน 3
จุดปรับได้ มีสลกั ร้อยเพือ่ เปิ ดปิ ดลกั ษณะเหมือนบานพบั จะจบั ยดึ ติดกบั สะพานแทน่ เครื่องของเครื่องกลึง

รูปที่ 6.47 กนั สะทา้ นแบบ 3 ขา
6. ปลอกจับงาน (Collet)
เป็ นอุปกรณ์ท่ีจบั ชิ้นงานท่ีมีขนาดเล็กและมีผิวเรียบ สามารถจบั ยึดชิ้นงานไดเ้ ที่ยงตรงแต่มีขอบเขตในส่วน
ของขนาดความโตของชิ้นงาน และการจบั ยึดชิ้นงานโดยทว่ั ไปปลอกจบั งานจะออกแบบให้สามารถจบั งานไดห้ ลาย
ลกั ษณะ เช่น งานกลม งานสี่เหล่ียมและงานหกเหล่ียม

รูปท่ี 6.48 ปลอกจบั งานลกั ษณะต่าง ๆ
ลกั ษณะการจบั ยึดชิ้นงานดว้ ยปลอกจบั งานโดยจะใช้แกนเพลาดึงสอดเขา้ ไปในเพลางานของหวั เครื่อง ส่วน
ปลายของแกนเพลาดึงจะเป็นเกลียวใน เพอ่ื ใชห้ มุนเขา้ กบั ปลอกจบั งานอีกดา้ นหน่ึง เมื่อหมุนปรับท่ีมือหมุนก็จะทาให้
ปลอกจบั งานเล่ือนตาแหน่งมาติดกบั ปลอกสวมปลอกจบั งาน ทาใหเ้ กิดการแรงกดในการจบั ยดึ ชิ้นงาน

รูปท่ี 6.49 การจบั ยดึ ปลอกจบั งาน

ความเร็วรอบ ความเร็วตดั อตั ราการป้ อนในงานกลงึ

ในการปฏิบตั ิงานกลึง เพอ่ื ใหผ้ ลผลิตออกมามีคุณภาพ หรือการทางานมีประสิทธิภาพมากข้ึน ผปู้ ฏิบตั ิงานควรมี
ความรู้เก่ียวกบั ความเร็วรอบ ความเร็วตดั และอตั ราการป้ อน ในงานกลึง

ความเร็วรอบ หมายถึง จานวนรอบที่เกิดจากการหมุนของหวั จบั ชิ้นงานในช่วงระยะเวลา 1 นาที มีหน่วยเป็ น
รอบ / นาที

ความเร็วตดั หมายถึง ความเร็วที่เกิดจากการตดั เฉือนชิ้นงานทาใหเ้ กิดระยะทางหรือความยาวในช่วงระยะเวลา 1
นาที มีหน่วยเป็นเมตร / นาที

ความเร็วรอบและความเร็วตดั ของงานกลึงสามารถคานวณหาคา่ ได้ 2 วธิ ี คือ
1. คานวณค่าจากสูตร

V=

V= ความเร็วตดั (เมตร / นาที)
π= 3.1416
d= ขนาดเส้นผา่ ศนู ยก์ ลางชิ้นงาน (มม.)
n= ความเร็วรอบ (รอบ / นาที)

ตัวอย่างท่ี 6.1 ชิ้นงานกลึงมีขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 30 มม. และใชค้ วามเร็วรอบของการหมุนของหวั จบั 600 รอบ /
นาที จงคานวณหาคา่ ความเร็วตดั ของชิ้นงาน

จากสูตร V=

แทนค่า V =

= 56.52

ดงั น้นั ความเร็วตดั มีค่าเทา่ กบั 56.52 เมตร / นาที หรือประมาณ 57 เมตร/นาที

ตัวอย่างที่ 6.2 ชิ้นงานกลึงมีขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 20 มม. และใชค้ วามเร็วตดั 15 เมตร/นาที
จงคานวณหาคา่ ความเร็วรอบของการหมุนของหวั จบั

จากสูตร V=

หาความเร็วรอบ (n) จะได้ n =

แทนค่า n =
n = 238.73

ดงั น้นั ความเร็วรอบมีค่าเท่ากบั 238.73 รอบ / นาที หรือประมาณ 239 รอบ/นาที

2. คานวณคา่ จากกราฟ

รูปท่ี 6.50 กราฟคานวณคา่ ความเร็วรอบ ความเร็วตดั
ตัวอย่างที่ 6.3 ชิ้นงานกลึงมีขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางขนาด 20 มม ค่าความเร็วตดั 24 เมตร /นาที จงหาความเร็วรอบท่ี
จะใชม้ ีค่าเทา่ กบั เทา่ ใด

วธิ ีการ ใหห้ าตาแหน่งขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางของชิ้นงานจากกราฟ ซ่ึงจะอยดู่ า้ นบน หรือดา้ นล่างของกราฟ จะ
เป็นเส้นแนวดิ่งจากกราฟ และหาตาแหน่งของเส้นความเร็วตดั จะเป็ นเส้นแนวเอียงแลว้ หาตาแหน่งของสองเส้นมาตดั
กนั ท่ีจุดใดแลว้ ให้ตรวจสอบคาความเร็ว รอบจากเส้นในแนวนอนดา้ นซ้ายมือ จากตวั อย่างค่าความเร็วรอบจะอยู่ท่ี
ประมาณ 400 รอบ / นาทีสาหรับวธิ ีการหาคา่ ความเร็วตดั ก็ใชห้ ลกั การเดียวกนั กบั การหาค่าความเร็วรอบ

อตั ราการป้ อน หมายถึง ระยะทางการเคลื่อนท่ีของเคร่ืองมือตดั เพ่ือตดั เฉือนชิ้นงานต่อการหมุน 1 รอบ

อตั ราการป้ อน สามารถคานวณคา่ ไดจ้ ากสูตร

S= อตั ราการป้ อน (มม. / รอบ)
S= ความยาวของงานกลึงท้งั หมด
L= ความยาวชิ้นงาน ( L1) + ช่วงหลงั มีด ( La) + ช่วงหนา้ มีด ( Lu)
เวลาในงานกลึง (นาที)
= ความเร็วรอบ (รอบ / นาที)
Th =
n=

รูปท่ี 6.51 คา่ ตา่ งๆ ในการคานวณอตั ราการป้ อนงานกลึง

ตวั อย่างท่ี 6.4 กลึงชิ้นงานยาว 50 มม. มีระยะความยาวช่วงหนา้ มีด 5 มม. และช่วงหลงั มีด 5 มม. ใชเ้ วลาในการกลึง
ชิ้นงาน 2 นาที โดยใชค้ วามเร็วรอบ 300 รอบ/นาที จงหาอตั ราการป้ อนท่ีใชใ้ นการกลึงชิ้นงาน

จากสูตร S =
= 50 + 5 + 5 = 60 มม. , Th = 2 นาที , n = 300 รอบ/นาที
โจทยก์ าหนด L =
แทนค่าลงในสูตรจะได้

S

= 0.1
ดงั น้นั อตั ราการป้ อนที่ในการกลึงงานน้ีมีค่าเทา่ กบั 0.10 มม./ รอบ

การเลือกใชค้ วามเร็วรอบ ความเร็วตดั และอตั ราการป้ อน ยงั จะตอ้ งคานึงถึง
1. ขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางของชิ้นงาน
2. วสั ดุที่ใชท้ าเคร่ืองมือตดั
3. ลกั ษณะการจบั ยดึ ชิ้นงาน
4. ชนิดของวสั ดุงาน
5. การระบายความร้อนชิ้นงานกบั เครื่องมือตดั
6. ประสิทธิภาพของเคร่ืองจกั ร
7. ลกั ษณะของผวิ งานท่ีตอ้ งการ เช่น ความละเอียด ความหยาบของผวิ งาน
ลกั ษณะงานกลงึ
เครื่องกลึงเป็นเครื่องมือกลท่ีสามารถผลิตหรือแปรรูปชิ้นงานไดห้ ลายลกั ษณะดว้ ยกนั
ไดแ้ ก่
1. งานกลงึ ปาดหน้า
เป็นการตดั เฉือนชิ้นงานเพอ่ื ใหผ้ วิ หนา้ ชิ้นงานเรียบไดฉ้ ากและไดข้ นาดความยาวลดลงตามตอ้ งการ

รูปที่ 6.52 ลกั ษณะงานกลึงปาดหนา้
2. งานกลงึ ปอกผวิ

เป็นการตดั เฉือนชิ้นงานเพอ่ื ใหช้ ิ้นงานลดขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางใหไ้ ดต้ ามตอ้ งการ

รูปที่ 6.53 ลกั ษณะงานกลึงปอกผวิ

3. งานกลงึ เกลยี ว
ลกั ษณะงานกลึงท่ีทาให้ชิ้นงานเกิดเป็ นฟันเกลียวลกั ษณะต่าง ๆ ตามตอ้ งการเช่น เกลียวสามเหลี่ยม เกลียว
ส่ีเหล่ียม เกลียวกลม เป็ นต้น งานกลึงเกลียวลักษณะของมีดกลึงก็จะมีรูปแบบหรือฟอร์มเหมือนชิ้นงานกลึง
ที่ตอ้ งการดว้ ย

รูปที่ 6.54 ลกั ษณะงานกลึงเกลียว
4. งานกลงึ เรียว

ลกั ษณะงานกลึงท่ีทาใหข้ นาดของเส้นผา่ ศนู ยก์ ลางลดลงดว้ ยสัดส่วนท่ีสม่าเสมอ

รูปท่ี 6.55 ลกั ษณะงานกลึงเรียว
5. งานกลงึ ตกร่อง

เป็นลกั ษณะงานกลึงท่ีทาใหเ้ กิดร่องบนชิ้นงานอาจจะเป็นร่องตรง ร่องโคง้ หรือร่องส่ีเหลี่ยมคางหมู

รูปท่ี 6.56 ลกั ษณะงานกลึงตกร่อง

6. งานกลงึ ขึน้ รูป
ลกั ษณะงานกลึงเพอื่ ทาใหช้ ิ้นงานเกิดเป็นรูปร่างต่าง ๆ เช่น งานกลึงโคง้ รัศมีมีดกลึงข้ึนรูปก็จะมีรูปร่างหรือ

ฟอร์มท่ีเหมือนกนั กบั ลกั ษณะชิ้นงานท่ีตอ้ งการดว้ ย

รูปท่ี 6.57 ลกั ษณะงานกลึงข้นึ รูป
7. งานกลงึ พมิ พ์ลาย

เป็นงานกลึงที่ทาให้ชิ้นงานเกิดเป็นลายตา่ ง ๆ เช่น ลายตรง และลายทแยง มีประโยชนเ์ พ่ือใหช้ ิ้นงานเกิดความ
สวยงาม หรือใหบ้ ริเวณที่พิมพล์ ายสามารถจบั ไดม้ นั่ คงยง่ิ ข้ึนงานกลึงลกั ษณะน้ีจะไม่ใชม้ ีดกลึงแตจ่ ะใชช้ ุดลอ้ พิมพ์
ลายกดชิ้นงานเพื่อใหเ้ กิดลายนูนข้ึนมา

รูปที่ 6.58 ลกั ษณะงานกลึงพมิ พล์ าย
8. งานกลงึ คว้านรู

เป็นงานกลึงเพ่อื ใหข้ นาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางภายในหรือขนาดของรูมีขนาดใหญ่ข้ึน หรือตามความตอ้ งการ

รูปท่ี 6.59 ลกั ษณะงานกลึงควา้ นรู

9. งานเจาะรู
เป็นการทาใหเ้ กิดรูข้ึนท่ีชิ้นงานโดยการใชช้ ุดหวั จบั ดอกสวา่ นจบั ยดึ ร่วมกบั ส่วนประกอบของเคร่ืองกลึง คือ

ชุดศูนยท์ า้ ยแท่น

การบารุงรักษาเครื่องกลงึ
เป็ นสิ่งสาคญั ที่เราจะตอ้ งมีการบารุงรักษาเครื่องกลึงเพ่ือให้เครื่องกลึงมีอายุการใช้งานเพ่ิมมากข้ึน เพราะ

เคร่ืองกลึงมีส่วนประกอบหลายส่วนที่เกิดการหมุนและการเคลื่อนท่ีอาจทาให้ชิ้นส่วนบางส่วนสึกหรอ อาจจะทาให้
เคร่ืองกลึงไม่เท่ียงตรงหรือประสิทธิภาพในการทางานต่าลง เราจาเป็นอยา่ งยง่ิ ที่จะตอ้ งมีการบารุงรักษาเครื่อง
กลึงดงั ต่อไปน้ี

1. ตรวจสภาพของเครื่องกลึงก่อนการใชง้ าน
2. หยอดน้ามนั หล่อล่ืนส่วนท่ีมีการเคล่ือนท่ีโดยเฉพาะชุดหวั เครื่องซ่ึงจะประกอบดว้ ยชุดเฟื องต่าง ๆ
3. การทาความสะอาดเครื่องกลึง ไม่ควรใชล้ มเป่ าเพราะเศษโลหะอาจเขา้ ไปในช่องเลื่อนตา่ ง ๆ ทาใหเ้ กิดการสึก
หรอ เมื่อมีการเคลื่อนที่บอ่ ยคร้ัง
4. ควรปรับค่าความเร็วรอบ ความเร็วตดั ใหถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสมกบั ขนาดของชิ้นงาน
5. ทาความสะอาดหวั จบั โดยการถอดฟันจบั ออกแลว้ ปัดเศษโลหะออกเป็ นประจา เพราะเศษโลหะอาจเขา้ ไปใน
ร่องฟันทาใหส้ ึกหรอได้
6. ไม่ควรเชื่อมงานในบริเวณสะพานแท่นเคร่ืองถา้ หลีกเล่ียงไม่ไดใ้ หใ้ ชแ้ ผน่ ไมห้ รือแผน่ เหลก็ รองสะพานแท่น
เคร่ืองก่อนการเช่ือม
7. ไม่ควรใชค้ อ้ นตอกอุปกรณ์บนเครื่องกลึง เช่น ป้ อมมีด ชุดศนู ยท์ า้ ยแท่นเพราะอาจทาใหอ้ ุปกรณ์ดงั กล่าว
ชารุดเสียหายได้
8. ต้งั ระยะห่างของฟันเฟื องในชุดเฟื องต่าง ๆ ใหข้ บกนั พอดี
9. การเปล่ียนความเร็วรอบของหวั จบั ควรปิ ดสวติ ช์เพอ่ื หยดุ เครื่องทุกคร้ัง
10. หลงั เลิกการปฏิบตั ิงานบนเคร่ืองกลึงควรทาความสะอาดและชโลมน้ามนั ส่วนท่ีมีการเคลื่อนที่ทุกคร้ัง

ความปลอดภยั ในงานกลงึ
การปฏิบตั ิงานเกี่ยวกบั เครื่องกลึง เพื่อใหเ้ กิดความปลอดภยั และป้ องกนั การเกิดอุบตั ิเหตุมีความสาคญั อยา่ งยง่ิ ท่ี

ผปู้ ฏิบตั ิงาน จะตอ้ งมีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครื่องกลึง ดงั ต่อไปน้ี
1. ผปู้ ฏิบตั ิงานควรแตง่ กายใหร้ ัดกุมและสวมเครื่องป้ องกนั อนั ตรายส่วนบุคคลในส่วนท่ีจาเป็น

รูปที่ 6.61 การแตง่ กายที่ถูกตอ้ งในการปฏิบตั ิงานกลึง
2. ก่อนเปิ ดเคร่ืองทางานตอ้ งแน่ใจวา่ อุปกรณ์จบั ยดึ ต่างๆพร้อมท่ีจะใชง้ าน เช่นหวั จบั ชิ้นงาน ป้ อมมีด เป็นตน้
3. ควรถอดประแจขนั หวั จบั ออกจากหวั จบั ก่อนการเปิ ดเคร่ืองทุกคร้ัง

รูปที่ 6.62 การเสียบประแจขนั หวั จบั คา้ งไวท้ ี่หวั จบั
4. ไมค่ วรสวมเครื่องประดบั เช่น สร้อยคอ แหวน นาฬิกาขณะปฏิบตั ิงานกลึง
5. ไมต่ รวจสอบชิ้นงานขณะชิ้นงานกาลงั หมุน
6. ใชแ้ ปรงหรือตะขอเหลก็ เพอ่ื ปัดเศษโลหะจากการกลึง ห้ามใชม้ ือโดยเดด็ ขาด

รูปที่ 6.63 การใชแ้ ปรงปัดเศษโลหะจากการกลึง
7. บริเวณปฏิบตั ิงานกลึงควรมีแสงสวา่ งที่เพียงพอ
8. ไมค่ วรหยอกลอ้ กนั ขณะปฏิบตั ิงานกลึง
9. ไมค่ วรจบั ชิ้นงานส้ันหรือยาวจนเกินไป
10. ขณะชิ้นงานหมุนหา้ มใชม้ ือจบั ท่ีชิ้นงาน
11. การเปิ ด – ปิ ดสวติ ชเ์ ครื่อง ควรใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิเป็นผคู้ วบคุมเอง
12. สถานท่ีปฏิบตั ิงานควรเป็ นระเบียบ ไม่ควรมีสิ่งของท่ีไม่จาเป็นอยใู่ นพ้นื ที่ปฏิบตั ิงาน

รูปที่ 6.64 สถานท่ีปฏิบตั ิงานไม่เป็นระเบียบ
13. ปฏิบตั ิตามกฎของความปลอดภยั โดยเคร่งครัด

• ด้านทกั ษะ(ปฏบิ ตั ิ) (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-3)

กิจกรรมหน่วยที่ 6 เร่ือง เครื่องกลึงและงานกลึง
คาชี้แจง
1. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่มเป็ น 5 กลุ่ม ๆ ละเท่ากนั ทาการคดั เลือกตวั แทนเป็ นประธานกลุ่มและเลขานุการ
ของกลุ่ม เพื่อนาเสนองานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
2. ส่งตวั แทนแตล่ ะกลุ่มมาจบั สลากเพื่อเลือกหวั ขอ้ ที่จะศึกษาคน้ ควา้ ดงั น้ี

3. ให้นกั เรียนศึกษาคน้ ควา้ จากหนงั สือเรียน วิชา งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้ หน่วยท่ี 6 หวั ขอ้ ชนิดของ
เครื่องกลึง (10 นาที)

4. ร่วมกนั ระดมความคิด สรุปสาระท่ีสาคญั ของเคร่ืองกลึง ลกั ษณะการใชง้ าน แลว้ ส่งตวั แทนออกมา
นาเสนอหนา้ หอ้ งเรียน กลุ่มละไมเ่ กิน 5 นาที

5. ร่วมกนั อภิปราย ซกั ถาม และสรุปเน้ือหาพร้อมกบั เพอื่ นและครูผสู้ อน

• ด้านคุณธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

(จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-2)
1. การปลูกฝังใหป้ ฏิบตั ิงานเครื่องกลึงและงานกลึง อยา่ งถูกวธิ ีและดูแลรักษาเคร่ืองมือเม่ือใชเ้ สร็จ
2. ฝึกความมีน้าใจกบั เพ่ือนในหอ้ งเรียนต้งั แตเ่ ร่ิมเขา้ เรียนตลอดจนการปฏิบตั ิกิจกรรมต่าง ๆ
3. ฝึกการตรงต่อเวลาต้งั แตเ่ ริ่มเรียนจนกระทง่ั ปฏิบตั ิ กิจกรรมจนเสร็จทุกกิจกรรม
4. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรง
ตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ วสั ดุ อุปกรณ์ ไวอ้ ย่าง
พร้อมเพรียง
5. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใช้ส่ือและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอที่น่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
6. ปฏิบตั ิงานได้อย่างถูกต้อง และสาเร็จภายในเวลาที่กาหนดอย่างมีเหตุและผลตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (30 นาที ) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (30 นาที )

จดั ใหน้ กั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน นกั เรียนศึกษาคาศพั ทใ์ นบทเรียน

1) ผูส้ อนจดั เตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 1) ผเู้ รียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผสู้ อนแนะนา

รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรี ยนเร่ื อง

เคร่ืองกลึงและงานกลึง เครื่องกลึงและงานกลึง

2) ผูส้ อนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2) ผูเ้ รียนทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงค์การ

เรียนที่ 6 และขอให้ผูเ้ รียนร่วมกนั ทากิจกรรมการ เรียนของหน่วยเรียนที่ 6 และการให้ความร่วมมือใน

เรียนการสอน การทากิจกรรม

3) ผสู้ อนใหผ้ เู้รียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วย 3) ผู้เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรี ยนหน่วยท่ี 6

ท่ี 6เคร่ืองกลึงและงานกลึง เคร่ืองกลึงและงานกลึง

2. ข้ันให้ความรู้ (120 นาที) 2. ข้นั ให้ความรู้ (120 นาที )

1) ผู้สอนบรรยายพูดถึ งความหมายของ 1) ผเู้ รียนศึกษาความหมายของเครื่องกลึงและงาน

เครื่องกลึงและงานกลึง กลึง

2) ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันอธิบายเก่ียวกับ 2) ผู้เรี ยนร่ วมมือกับผู้สอนอธิ บายเกี่ยวกับ

เคร่ืองกลึงและงานกลึง เคร่ืองกลึงและงานกลึง

3) ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน 3) ผู้เรี ยนแต่ละกลุ่มร่ วมกันศึกษาในหัวข้อ

โดยให้ผูเ้ รียนแต่ละกลุ่มมาอภิปรายเร่ืองเคร่ืองกลึง เครื่องกลึงและงานกลึง แลว้ นาความรู้มาอภิปรายหนา้

และงานกลึง หอ้ งเรียน

3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 60 นาที ) 3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ ( 60 นาที )

1) ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทากิจกรรมหน่วยที่ 6 , 1) ผู้เรี ยนทาทากิจกรรมหน่วยท่ี 6 , แบบ

แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 6 เรื่อง ประเมินผลการเรียนรู้หน่วยท่ี 6 เรื่องเคร่ืองกลึงและ

เคร่ืองกลึงและงานกลึง ตอนที่ 1 จานวน 10 ขอ้ , งานกลึง ตอนท่ี 1 จานวน 10 ขอ้ , ตอนท่ี 2 จานวน 20

ตอนที่ 2 จานวน 20 ขอ้ และ แบบทดสอบหลงั เรียน ขอ้ และ แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 1 จานวน

หน่วยที่ 6 จานวน 10 ขอ้ 10 ขอ้

2) ผสู้ อนใหผ้ เู้รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต 2) ผเู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต

4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที )

1) ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีได้ 1) ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน

เรียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั เพื่อใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

2) ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนศึกษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรียน 2) ผเู้ รียนศึกษาเพ่มิ เติมนอกห้องเรียน ดว้ ยการชม

ดว้ ยการชมวดี ีทศั น์ CAI เรื่องเคร่ืองกลึงและงานกลึง วดี ีทศั น์ CAI เร่ืองเคร่ืองกลึงและงานกลึง

(บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม)

(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน) (บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรม)

งานทม่ี อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมนิ ผล

ก่อนเรียน

1. จดั เตรียมเอกสาร ส่ือการเรียนการสอนหน่วยที่ 6
2. ศึกษาคาศพั ทใ์ นหน่วยที่ 6
3. ทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 6 และใหค้ วามร่วมมือในการทากิจกรรมใน

หน่วยท่ี 6
4. แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 6 เร่ืองเคร่ืองกลึงและงานกลึง

ขณะเรียน

1. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน
2. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ ข้นั ให้ความรู้
3. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ ข้ันประยกุ ต์ใช้
4. ปฏิบตั ิตามกิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ ข้นั สรุปและประเมินผล

หลงั เรียน

1. ทากิจกรรมหน่วยที่ 6 , ทาแบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยท่ี 6 เร่ืองเครื่องกลึงและงานกลึง
ตอนท่ี 1 จานวน 10 ขอ้ , ตอนท่ี 2 จานวน 20 ขอ้ และ แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 6 จานวน10 ขอ้

2. ผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียนเพื่อใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
3. ผเู้ รียนศึกษาเพมิ่ เติมนอกหอ้ งเรียน ชมวดี ีทศั น์ CAI เร่ืองเครื่องกลึงและงานกลึง

คาถาม

1. เคร่ืองกลึงแบ่งตามลกั ษณะโครงสร้างมีอยู่ 5 ชนิดคือ
2. ลกั ษณะของเพลาหวั เครื่องมี 4 ลกั ษณะ คือ
3. บอกหลกั การทางานของเคร่ืองกลึงมาโดยพอสังเขป
4. อุปกรณ์จบั ยดึ บนเคร่ืองกลึงมีอะไรบา้ ง
5. งานกลึงมีหลายลกั ษณะมีอะไรบา้ ง

ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน

แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 6 , กิจกรรมหน่วยท่ี 6 , แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 6 เรื่อง
เคร่ืองกลึงและงานกลึง ตอนที่ 1 จานวน 10 ขอ้ , ตอนที่ 2 จานวน 20 ขอ้ และ แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 6
จานวน 10 ขอ้

สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั เคร่ืองกลึงและงานกลึง
1. วเิ คราะห์และตีความหมาย
2. ต้งั คาถาม
3. อภิปรายแสดงความคิดเห็น ระดมสมอง
4. การประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

สมรรถนะการสร้างค่านิยม

การปลูกฝังใหใ้ ชเ้ คร่ืองมือและอุปกรณ์ดว้ ยความปลอดภยั ในงานเคร่ืองกลึงและงานกลึง อยา่ งถูกวธิ ีและ
ดูแลรักษาเมื่อใชเ้ สร็จรวมท้งั การชุบแขง็ ใหถ้ ูกหลกั การ

สมรรถนะการปฏบิ ัตงิ านอาชีพ

1. นาแผนงานและข้นั ตอนการปฏิบตั ิการทา โครงงานอาชีพเคร่ืองกลึงและงานกลึง
2. กาหนดเป้ าหมายการจดั ทาโครงงานอาชีพช่างบารุงรักษาเคร่ืองกลึงและงานกลึง
3. ปฏิบตั ิอาชีพเครื่องกลึงและงานกลึง ตามโรงงานใกล้ชุมชนที่ว่าจา้ งหรือว่าในสถานศึกษาตาม

โครงการหารายไดร้ ะหวา่ งเรียน
4. สรุปประเด็นปัญหาที่เกิดข้ึนในการทาโครงงานอาชีพเคร่ืองกลึงและงานกลึง

สมรรถนะการขยายผล

ความสอดคล้อง
โครงงานอาชีพเคร่ืองกลึงและงานกลึง ท่ีจดั ทาข้ึนไดท้ าใหบ้ ุคลากรในโรงงานท่ีอยใู่ นชุมชนของผเู้ รียนมี
ความรู้เรื่องเคร่ืองกลึงและงานกลึงดีข้ึนหรือไม่อุบตั ิเหตุจากการทางานลดนอ้ ยลงหรือไม่ ผจู้ า้ งนกั ศึกษาไป
ทางานยอมรับความสามารถของผเู้ รียนหรือไม่ผเู้ รียนนารายไดท้ ี่ไดจ้ ากอาชีพน้ีมาช่วยลดค่าใชจ้ ่ายอุปกรณ์การ
เรียนของผปู้ กครองมากนอ้ ยเพียงใด

ส่ือการเรียนการสอน/การเรียนรู้

ส่ือสิ่งพมิ พ์
1. หนงั สือประกอบการเรียนวชิ างานเครื่องมือกลเบ้ืองตน้
2. เอกสารประกอบการสอนเก่ียวกบั เครื่องกลึงและงานกลึง
3. แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 6 , กิจกรรมหน่วยท่ี 6 , แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 6
เร่ืองเครื่องกลึงและงานกลึง ตอนที่ 1 จานวน 10 ขอ้ , ตอนที่ 2 จานวน 20 ขอ้ และ แบบทดสอบ
หลงั เรียนหน่วยท่ี 6 จานวน 10 ขอ้

ส่ือโสตทศั น์ (ถ้ามี)
1. แผน่ ใส / ชุดการสอน Power Point
2. ภาพการใชง้ าน เคร่ืองกลึงและงานกลึง
3. สไลดว์ ดิ ีโอเทป VCD CAT

สื่อของจริง
1. เครื่องมือที่ใช้ เครื่องกลึงและงานกลึงของสาขาวิชาเครื่องกล เช่น เคร่ืองกลึงยนั ศูนยท์ า้ ยแท่น ,
เครื่องกลึงหนา้ จาน ,เครื่องกลึงยนื , เคร่ืองกลึงป้ อมมีดหมุน เป็นตน้
2. ชุมชน (ของผเู้ รียน)

แหล่งการเรียนรู้

ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดวทิ ยาลยั ฯ
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ศึกษาหาขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต

นอกสถานศึกษา

ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในทอ้ งถิ่นจงั หวดั

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอน่ื

1. บูรณาการกบั วชิ าชีวติ และวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพูด การอา่ น การเขียน และการฝึกปฏิบตั ิตนทาง
สงั คมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรับผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่ รู้

2. บูรณาการกบั วชิ ากีฬาเพื่อพฒั นาสุขภาพและบุคลิกภาพ ดา้ นบุคลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
3. บูรณาการกบั วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยดั

การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 หลกั การประเมินผลการเรียนรู้

ก่อนเรียน
1. ใหผ้ เู้ รียนแสดงความรู้เก่ียวกบั เคร่ืองกลึงและงานกลึง
2. แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 6 เร่ืองเครื่องกลึงและงานกลึง

ขณะเรียน
1. สังเกตการทางาน
2. ตรวจผลงานตาม กิจกรรมของนกั เรียน

หลงั เรียน
1. กิจกรรมหน่วยที่ 6 , แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยท่ี 6 เรื่องเคร่ืองกลึงและงานกลึง ตอนท่ี
1 จานวน 10 ขอ้ , ตอนที่ 2 จานวน 20 ขอ้ และ แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยที่ 6 จานวน
10 ขอ้

ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสาเร็จของผู้เรียน

1. กิจกรรมของนกั เรียนใน ข้ันให้ความรู้ ข้อท่ี 3
2. แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 6 , กิจกรรมหน่วยท่ี 6 , แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 6

เรื่องเครื่องกลึงและงานกลึง ตอนที่ 1 จานวน 10 ขอ้ , ตอนท่ี 2 จานวน 20 ขอ้ และ
แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยที่ 6 จานวน 10 ขอ้

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน

เรื่อง เครื่องกลงึ และงานกลงึ

ชื่อกลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายชื่อสมาชิก

1....................................................................ช้นั ปี ที่ ..........กลุ่มท่ี ........เลขท่ี ...........................

2...................................................................ช้นั ปี ที่ ..........กลุ่มที่ ........เลขที่ ...........................

3...................................................................ช้นั ปี ท่ี ..........กลมุ่ ที่ ........เลขที่ ...........................
4...................................................................ช้นั ปี ท่ี ..........กล่มุ ท่ี ........เลขท่ี ...........................
5...................................................................ช้นั ปี ท่ี ..........กลมุ่ ที่ ........เลขที่ ...........................

ที่ รายการประเมนิ คะแนน ข้อคดิ เหน็
1 เน้ือหาสาระถูกตอ้ ง มีความชดั เจน เขา้ ใจง่าย
32 1

2 รูปแบบการนาเสนอ (มีปฏิภาณในการตอบ และการแก้ไขปัญหา

เฉพาะหนา้ )

3 การมีส่วนร่วมและ การใหค้ วามร่วมมือของสมาชิก

4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทาง ในการนาเสนอ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจนถกู ตอ้ ง
3 คะแนน = มีสาระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แตต่ รงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไมถ่ กู ตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์

2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอท่ีน่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอท่ีน่าสน ใจ
แตข่ าดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไม่เหมาะสม และไม่น่าสนใจ

3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุม่
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกล่มุ

4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ

เรื่อง เคร่ืองกลงึ และงานกลงึ

ช่ือกลุม่ ……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก

1....................................................................ช้นั ปี ที่ ..........กลมุ่ ที่ ........เลขที่ ...........................
2...................................................................ช้นั ปี ที่ ..........กลุ่มที่ ........เลขที่ ...........................
3...................................................................ช้นั ปี ที่ ..........กลุ่มที่ ........เลขท่ี ...........................
4...................................................................ช้นั ปี ที่ ..........กลุ่มที่ ........เลขท่ี ...........................

5...................................................................ช้นั ปี ท่ี ..........กลมุ่ ท่ี ........เลขท่ี ...........................

ที่ รายการประเมนิ คะแนน ข้อคดิ เห็น
1 การกาหนดเป้ าหมายร่วมกนั
321

2 การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม

3 การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย

4 การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. การกาหนดเป้ าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้ าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มสี ่วนร่วมในการกาหนดเป้ าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้ าหมายในการทางาน

2. การมอบหมายหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียม
สถานที่ สื่อ / อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ วั่ ถึง แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมีสื่อ / อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อม

เพรียง แต่ขาด การจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไมท่ ว่ั ถึงและมีสื่อ / อปุ กรณ์ไม่เพยี งพอ

3. การปฏิบตั หิ นา้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้ าหมาย และตามเวลาที่กาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้ าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไมส่ าเร็จตามเป้ าหมาย

4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนไมม่ ีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

บันทกึ หลงั การสอน

หน่วยที่ 6 เครื่องกลงึ และงานกลงึ

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี

ผลการเรียนของนักเรียน

1. นกั เรียนส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่ รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุ่ม และร่วมกนั
ปฏิบตั ิใบงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย

2. นกั เรียนกระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทางานกลุ่มเพื่อใหง้ านสาเร็จทนั เวลาท่ีกาหนด
3. นกั เรียนสามารถนา เร่ืองเคร่ืองกลึงและงานกลึง ไปปรับใชก้ บั ชีวติ ประจาวนั ได้

ผลการสอนของครู

1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาที่กาหนด

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 7
สอนสปั ดาหท์ ่ี 15-18
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี คาบรวม 16
ช่ือวชิ า งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้ จานวนคาบ 16
ชื่อหน่วย เครื่องไสและงานไส
ช่ือเรื่อง เครื่องไสและงานไส

หัวข้อเรื่อง

ด้านความรู้ 6. การบารุงรักษาเคร่ืองไส
1. ชนิดของเครื่องไส 7. ความปลอดภยั ในงานไส
2. ส่วนประกอบของเคร่ืองไส
3. หลกั การทางานของเคร่ืองไส
4. การคานวณหาความเร็วในงานไส
5. ลกั ษณะงานไส

ด้านทกั ษะ
1. งานใสชิ้นงานตามแบบได้
2. การบารุงรักษาเครื่องใสอุปกรณ์ที่ใชใ้ นงานใส
3. การปฏิบตั ิงานใสดว้ ยความปลอดภยั

ด้านคุณธรรม จริยธรรม
1. เตรียมความพร้อมดา้ น วสั ดุ อุปกรณ์สอดคลอ้ งกบั เครื่องไสและงานไส ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
2. ฝึกความมีน้าใจกบั เพอื่ นในหอ้ งเรียนต้งั แต่เริ่มเขา้ เรียนตลอดจนการปฏิบตั ิกิจกรรมตา่ ง ๆ
3. ฝึกการตรงต่อเวลาต้งั แตเ่ ริ่มเรียนจนกระทง่ั ปฏิบตั ิ กิจกรรมจนเสร็จทุกกิจกรรม
4. ปฏิบตั ิงานไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งในเร่ืองเคร่ืองไสและงานไส สาเร็จภายในเวลาท่ีกาหนดอยา่ งมีเหตุและผลตาม
หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

สาระสาคญั

เคร่ืองไสเป็ นเคร่ืองมือกลอีกชนิดหน่ึงเพื่อใช้ในการผลิตหรือแปรรูปชิ้นงานให้ได้หลายลกั ษณะ เช่น การไส
แนวราบเพื่อลดขนาดของชิ้นงาน ไสร่องลิ่ม ร่องเล่ือนร่องหางเหยี่ยว ไสข้ึนรูปต่าง ๆ เป็ นต้น เคร่ืองไสจึงมี
ความสาคญั ในงานอุตสาหกรรมดา้ นการผลิตอีกอยา่ งหน่ึง

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย

สามารถใช้เคร่ืองใสใช้ในการไสแนวราบเพ่ือลดขนาดของชิ้นงาน ไสร่องลิ่ม ร่องเล่ือน ร่องหางเหย่ียว
ไสข้ึนรูป ตา่ ง ๆ ได้

คาศัพท์สาคญั

1. เคร่ืองไส (Planer) เป็นเคร่ืองไสงานในแนวราบ แตถ่ ูกออกแบบมาใหโ้ ตะ๊ งานเคล่ือนท่ีไปมา โดยมีดไส
จะจบั ยดึ บนป้ อมมีดไส

จุดประสงค์การสอน/การเรียนรู้

 จุดประสงค์ทวั่ ไป / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. เพ่ือใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจชนิดของเครื่องไส (ด้านความรู้)
2. เพ่อื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจส่วนประกอบของเครื่องไส (ด้านความรู้)
3. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจหลกั การทางานของเคร่ืองไส (ด้านความรู้)
4. เพ่อื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจในเรื่องการคานวณหาค่าความเร็วในงานไส (ด้านความรู้)
5. เพื่อใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจในลกั ษณะงานไส (ด้านความรู้)
6. เพ่อื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจวธิ ีการบารุงรักษาเคร่ืองไส (ด้านความรู้)
7. มีทกั ษะในเรื่องของความปลอดภยั ในงานไส (ด้านทักษะ)
8. เพ่ือใหม้ ีเจตคติท่ีดีในการใชเ้ ครื่องไสและงานไส การปฏิบตั ิงานอยา่ งถูกตอ้ ง สาเร็จภายในเวลาที่กาหนด

ตระหนกั ในการปฏิบตั ิตนตามวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย มีเหตุและผลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง (ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม)

 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. บอกชนิดของเครื่องไสได้
2. บอกส่วนประกอบของเคร่ืองไสได้
3. อธิบายหลกั การทางานของเคร่ืองไสได้
4. คานวณหาค่าความเร็วในงานไสได้
5. บอกลกั ษณะงานไสได้
6. บอกวธิ ีการบารุงรักษาเครื่องไสได้
7. อธิบายหลกั ของความปลอดภยั ในงานไสได้
8. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั เรียนจะตอ้ งกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตาม

ความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจดั เตรียมสถานที่ สื่อ วสั ดุ อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง (ด้าน
คุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง)
9. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในท้องถิ่นมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ คา่ และประหยดั (ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง)

เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้

• ด้านความรู้(ทฤษฎ)ี

ชนิดของเครื่องไส
เครื่องไสที่ใชง้ านทวั่ ไปในโรงงานอุตสาหกรรมสามารถแบ่งตามลกั ษณะโครงสร้างการทางานได้ 3 ชนิด คือ
1. เครื่องไสแนวราบ
ลกั ษณะการตดั เฉือนชิ้นงานจะตดั เฉือนในแนวราบ โดยมีดไสจะเคล่ือนที่เป็นแนวเส้นตรงไปมาชิ้นงานจะถูก

จบั ยดึ บนโตะ๊ งานซ่ึงจะเคลื่อนท่ีในแนวต้งั ฉากกบั มีดไส เพือ่ ใหเ้ กิดการตดั เฉือนท่ีชิ้นงาน

รูปที่ 7.1 เครื่องไสแนวราบ
2. เคร่ืองไสแนวด่งิ

เครื่องไสชนิดน้ีการเคลื่อนท่ีของมีดไสจะเคลื่อนท่ีข้ึนลงในแนวด่ิง เพอื่ ตดั เฉือนชิ้นงานโดยชิ้นงานจะถูกจบั
ยดึ บนโตะ๊ งานเหมือนกนั กบั เคร่ืองไสแนวราบ

รูปที่ 7.2 เครื่องไสแนวดิ่ง

3. เครื่องไสโต๊ะงานเคลอื่ นทีห่ รือเคร่ืองไส Planer
เป็นเคร่ืองไสงานในแนวราบ แตถ่ ูกออกแบบมาใหโ้ ตะ๊ งานเคล่ือนที่ไปมา โดยมีดไสจะจบั ยดึ บนป้ อมมีดไส

และเคล่ือนที่ในแนวต้งั ฉากกบั โตะ๊ งานเพ่อื ตดั เฉือนชิ้นงาน ส่วนมากเครื่องไสชนิดน้ีจะใชใ้ นการไสงานท่ีมีขนาด
ใหญ่และมีความยาวมากๆ

รูปที่ 7.3 เคร่ืองไสโตะ๊ งานเคลื่อนท่ี
ส่ วนประกอบของเครื่องไส

เครื่องไสแต่ละชนิดมีลกั ษณะการทางานและลกั ษณะโครงสร้างส่วนประกอบของเคร่ืองบางส่วนที่แตกตา่ งกนั
ในหน่วยเรียนน้ีจะกล่าวถึงเฉพาะส่วนประกอบของเครื่องไสแนวราบ ซ่ึงมีรายละเอียดดงั น้ี

1. ฐานเครื่องไส
ทามาจากเหลก็ หล่อมีหนา้ ที่รองรับส่วนต่างๆ ของเครื่องไส จะยดึ ติดกบั พ้นื ไมใ่ หเ้ กิดการเคลื่อนที่หรือเล่ือน

ตาแหน่ง เม่ือมีการปฏิบตั ิงานไส

รูปท่ี 7.4 ฐานเคร่ืองไส

2. โครงของเคร่ืองไส
สาหรับโครงของเครื่องไสจะทามาจากเหล็กหล่อ ซ่ึงจะหล่อติดมากบั ฐานเครื่องไสหรือแยกจากฐานแลว้ มา

ประกอบกนั ประโยชน์เพื่อจบั ยดึ ส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่อง และดา้ นในจะเป็ นโพรง มีชุดเฟื องทดและกลไกการ
ทางานของเครื่องไส

รูปท่ี 7.5 โครงเครื่องไส
3. โต๊ะงานไส
เป็นส่วนท่ีใชใ้ นการจบั ยดึ ปากกาจบั ชิ้นงานหรือจบั ยดึ ชิ้นงานที่ไม่สามารถใชป้ ากกาจบั ยดึ ชิ้นงานได้ ซ่ึงโตะ๊
งานไสจะมีร่องตวั ทีเพื่อใชใ้ นการจบั ยดึ ปากกาจบั ยดึ ชิ้นงานโตะ๊ งานไสสามารถหมุนปรับมุมเอียงได้ และเคลื่อนท่ีข้ึน
ลงหรือเล่ือนเขา้ ออกตามแนวขวางตามตอ้ งการโดยใชเ้ พลาเกลียวนา

รูปที่ 7.6 โตะ๊ งานไส

4. ขาต้งั รองรับโต๊ะงาน
ทาหนา้ ที่รองรับโตะ๊ งานไมใ่ หเ้ กิดการสน่ั สะเทือนหรือประคองโตะ๊ งานไมใ่ หก้ ดตวั ลงขณะทาการไสงาน จะ

มีร่องเพอ่ื ให้โตะ๊ งานเคลื่อนท่ีข้ึนลงได้ และจะมีตวั ลอ็ คโตะ๊ งานเม่ือไดต้ าแหน่งที่ตอ้ งการ

รูปท่ี 7.7 ขาต้งั รองรับโตะ๊ งาน
5. แคร่เลอ่ื น
จะเป็นส่วนประกอบท่ีอยสู่ ่วนบนของเครื่อง จะเคล่ือนท่ีไปมา ภายในร่องหางเหยยี่ วในชุดแคร่เล่ือนก็จะมีชุด
เฟื องและเกลียวยาว เพ่ือใชส้ าหรับการปรับระยะช่วงของหนา้ มีดและหลงั มีด หรือปรับตาแหน่งระยะไสงาน

รูปที่ 7.8 แคร่เล่ือน
6. หวั จับป้ อมมีดไส

เป็นชุดท่ียดึ ติดกบั แคร่เล่ือน ทาหนา้ ที่จบั ยดึ มีดไสชิ้นงาน สามารถเคล่ือนที่ข้ึนลง และปรับมุมเอียงของมีดไส
ตามตอ้ งการได้ ในชุดที่จบั มีดไสจะออกแบบใหส้ ามารถยกตวั ข้ึนในจงั หวะชกั กลบั ได้

รูปท่ี 7.9 หวั จบั ป้ อมมีดไส
7. เพลาหมุนปรับระยะชัก
ใชใ้ นการปรับระยะชกั ของแคร่เล่ือนใหม้ ีดไสตดั เฉือนชิ้นงานใหไ้ ดร้ ะยะตามที่ตอ้ งการ

รูปที่ 7.10 เพลาหมุนปรับระยะชกั
8. ตัวปรับตาแหน่งระยะไส
ใชส้ าหรับหมุนปรับระยะของการเคลื่อนท่ีของแคร่เลื่อน หรือระยะช่วงหนา้ มีดและช่วงหลงั มีด โดยมีชุดเฟื อง
ดอกจอกส่งกาลงั ในการหมุนแกนเกลียวปรับระยะ และจะมีตวั ล็อคตาแหน่งของแคร่เล่ือนเม่ือหมุนเพลาหมุนปรับ
ระยะไดต้ าแหน่งท่ีตอ้ งการ

รูปที่ 7.11 ตวั ปรับตาแหน่งระยะไส
9. ชุดปรับความเร็วงานไส
เป็นชุดที่ใชใ้ นการปรับความเร็วในการชกั ของแคร่เล่ือน ซ่ึงจะมีแผน่ ชาร์ทติดอยกู่ บั เครื่องไส เพ่ือปรับคา่
ความเร็วในการไสงาน
10. ชุดกลไกของเครื่องไส

จะทาหนา้ ท่ีในการขบั เคลื่อนเพ่อื ใหช้ ุดแคร่เล่ือนเกิดการเคล่ือนที่ซ่ึงจะประกอบดว้ ยชุดเฟื องขบั ลอ้ ขอ้
เหวยี่ ง กา้ นเหวยี่ ง ขอ้ เสือ ชุดกลไกน้ีจะติดต้งั อยใู่ นโครงของเครื่องไส

รูปที่ 7.12 ชุดกลไกของเครื่องไส

11. ชุดเพลาหมุนป้ อนโต๊ะงานไส
ทาหนา้ ท่ีปรับต้งั ระยะการเคลื่อนที่ข้ึนลง หรือปรับหมุนป้ อนเพอื่ ใหโ้ ตะ๊ งานเคลื่อนที่ตามเขา้ ออกตามแนว

ขวางของโตะ๊ งานไส การหมุนป้ อนตามแนวขวาง สามารถหมุนป้ อนดว้ ยมือ หรือหมุนป้ อนแบบอตั โนมตั ิกไ็ ด้

รูปที่ 7.13 ชุดเพลาหมุนป้ อนโตะ๊ งานไส
หลกั การทางานของเครื่องไส

เคร่ืองไสจะใชม้ อเตอร์เป็นตน้ กาลงั ในการส่งกาลงั มายงั ชุดเฟื องขบั ชุดเฟื องขบั จะหมุนขบั ลอ้ ขอ้ เหวย่ี ง

รูปท่ี 7.14 มอเตอร์เครื่องไส
ในล้อข้อเหวี่ยงจะมีก้านเหวี่ยงและจุดขบั เหว่ียงติดอยู่ จะมีข้อเสือโดยลักษณะจะเป็ นก้านและมีร่องยาว
โดยปลายดา้ นหน่ึงจะอยใู่ นชุดของแคร่เลื่อนอีกดา้ นหน่ึงจะติดกบั ตาแหน่งของฐานเครื่องเป็ นจุดหมุนเหว่ยี ง เมื่อเกิด
การหมุนจากล้อขอ้ เหว่ียงจะทาให้ชุดก้านเหว่ียงและจุดขบั เหว่ียงเคล่ือนที่อยู่ในร่องของขอ้ เสือ จึงทาให้เกิดการ
เคล่ือนท่ีของชุดแคร่เลื่อน

รูปท่ี 7.15 หลกั การทางานของเคร่ืองไส
ระบบป้ อนไส

การป้ อนไสสามารถป้ อนไสดว้ ยมือและป้ อนด้วยเครื่องหรือระบบป้ อนอตั โนมตั ิ ส่วนมากนิยมป้ อนไสดว้ ย
เครื่อง หรือระบบป้ อนอตั โนมตั ิ กล่าวคือ มีเพลาป้ อนไสขบั ป้ อนอยู่ ลอ้ ขบั เพลาป้ อนไสจะมีร่องตวั ที ซ่ึงในร่องน้ีจะมี
จุดเข้ียวเหว่ยี งหรือสลกั สามารถเคลื่อนที่ไปมาภายในร่องได้ และในจุดเข้ียวเหว่ียงจะมีกา้ นส่งสวมอยู่ อีกดา้ นหน่ึง
ของกา้ นส่งจะมีชุดล่ิมขดั ขบั ร่องฟันเฟื องที่ยดึ ติดกบั เพลาโต๊ะงานไสให้เคล่ือนที่ไดใ้ นจงั หวะเดินหนา้ เพ่ือป้ องกนั
ไม่ให้ล่ิมขดั ทางานในขณะท่ีลอ้ หมุนดึงกา้ นส่งจงั หวะถอยหลงั ลิ่มขดั น้ีจะยกตวั เองให้พน้ จากฟันเฟื องเดิม แต่จะ
กลบั ไปลงท่ีฟันเฟื องตวั ขา้ งหลงั แทน ทาใหโ้ ตะ๊ งานไสเคล่ือนที่เป็นจงั หวะลกั ษณะการทางานน้ีไปเรื่อยๆ

รูปท่ี 7.16 ชุดกลไกระบบป้ อนโตะ๊ งานไส

การป้ อนไสงานไสละเอียดหรือไสงานหยาบสามารถปรับไดโ้ ดยการปรับตาแหน่งของจุดเข้ียวเหวยี่ งหรือสลกั
ใหก้ า้ นส่งขบั เฟื องทีละฟันหรือหลายๆ ฟัน ตามตอ้ งการ

การคานวณหาค่าความเร็วในงานไส
ความเร็วตดั ในงานไส หมายถึง ความเร็วที่มีดไสเคลื่อนที่ตดั เฉือนชิ้นงานหรือไสชิ้นงานเน่ืองจากเครื่องไส

แนวราบจะเกิดความเร็วตดั ในจงั หวะไสไปขา้ งหนา้ ซ่ึงความเร็วตดั ในจงั หวะไสไปขา้ งหนา้ จะคิดเป็ น 3/5 ของเวลา 1
คู่จงั หวะชกั จะมีหน่วยเป็ นเมตร/นาที สามารถคานวณ ไดจ้ ากสูตรดงั น้ี

V=

หรือ V =

V = ความเร็วตดั (เมตร/นาที)
n = จานวนคูจ่ งั หวะชกั ไสงาน (คูจ่ งั หวะชกั /นาที)
L = ความยาวช่วงชกั มีด (มิลลิเมตร)

ความยาวช่วงชกั มีดหาไดจ้ าก L = l + la + lu

l = ความยาวงานไส

la = ช่วงหนา้ มีด

lu = ช่วงหลงั มีด

โดยทวั่ ไปใช้ la = 20 มิลลิเมตร และ lu = 10 มิลลิเมตร

รูปท่ี 7.17 ระยะของช่วงหนา้ มีดและช่วงหลงั มีด

ตัวอย่างท่ี 7.1 ไสชิ้นงานยาว 200 มิลลิเมตร โดยใช้จานวนคู่จงั หวะชกั ไสงาน 50 คู่ จงั หวะชกั /นาที จงคานวณหา
ความเร็วตดั ในการไสชิ้นงาน

จากสูตร V =

=

= 19.16
ดงั น้นั ความเร็วตดั ในงานไสน้ีมีค่าเทา่ กบั 19 เมตร/นาที
การคานวณจานวนคู่จงั หวะชกั ไสงาน จากสูตรหาคา่ ความเร็วตดั จะได้

n=

ตวั อย่างท่ี 7.2 ไสชิ้นงานยาว 200 มิลลิเมตร โดยใชค้ วามเร็วตดั 18 เมตร/นาที จงคานวณหาจานวนคูจ่ งั หวะชกั ไสงาน
(คู่จงั หวะชกั /นาที)

จากสูตร n =

หาคา่ L ไดจ้ าก L = l + la + lu
= 200 + 20 + 10
= 230 มิลลิเมตร

แทนค่าจากสูตร n =

= 46.95

เพราะฉะน้นั จานวนคู่จงั หวะชกั ไสงานมีคา่ เท่ากบั 47 คู่จงั หวะชกั / นาที

เวลางานไสสามารถคานวณหาไดจ้ ากสูตร

เวลางาน =

ระยะทาง = ความยาวช่วงชกั มีด (เมตร)

L = l + la + lu

ความเร็ว คือ ความเร็วไสงาน (เมตร / นาที) และความเร็วชกั กลบั (เมตร / นาที)

เวลาไสงานหาไดจ้ ากสูตร

tA =

tA = เวลาไสงาน (นาที)
L= ความยาวช่วงชกั มีด (เมตร)
ความเร็วไสงาน (เมตร / นาที)
VA =
เวลาชกั กลบั หาไดจ้ ากสูตร

tR =

tR = เวลาชกั กลบั (นาที)
L = ความยาวช่วงชกั มีด (เมตร)
V R = ความเร็วชกั กลบั (เมตร / นาที)
ดงั น้นั เวลาหน่ึงคูจ่ กั หวะไสจะไดเ้ ทา่ กบั
T = tA + tR
ความกวา้ งงานไสหาไดจ้ ากสูตร
B = b + 2b1
B = ความกวา้ งงานไส (มิลลิเมตร)
B = ความกวา้ งของชิ้นงาน (มิลลิเมตร)
b1 = ช่วงนามีด (มิลลิเมตร)

จานวนคู่จงั หวะไสหาไดจ้ าก

Z=

Z = จานวนคู่จงั หวะไส (คู่จงั หวะ)
B = ความกวา้ งงานไส (มิลลิเมตร)
S = อตั ราป้ อนไส (มิลลิเมตร / คูจ่ งั หวะไส)

เวลางานไสคานวณไดจ้ ากสูตร
th = Z . t
th = เวลางานไส (นาที)
Z = จานวนคูจ่ งั หวะไส (คูจ่ งั หวะ)
T = เวลาหน่ึงคู่จงั หวะไส (นาที)

ตวั อย่างท่ี 7.3 กาหนดใหค้ วามกวา้ งของชิ้นงาน 100 มิลลิเมตร ช่วงนามีดขา้ งซ้ายและขวาขา้ งละ 10 มิลลิเมตร ความ
ยาวของชิ้นงาน 200 มิลลิเมตร ช่วงหนา้ มีด 20 มิลลิเมตร ช่วงหลงั มีด 10 มิลลิเมตร ความเร็วไสงาน 20 เมตร / นาที
ความเร็ วชักกลับ 25 เมตร / นาที อัตราป้ อนไส 0.5 มม. / คู่จังหวะไส จงคานวณหาเวลางานไส (th)
คานวณหาคา่ ของความยาวช่วงชกั มีด

L = l + la + lu
= 200 + 20 + 10
= 230 มิลลิเมตร
= 0.23 เมตร

เวลาไสงาน
tA =

= = 0.0115 นาที

เวลาชกั กลบั

tR =

= = 0.0092 นาที

ดงั น้นั เวลาหน่ึงคูจ่ งั หวะไสจะไดเ้ ท่ากบั
t = tA + tR
= 0.0115 + 0.0092
= 0.0207 นาที

ความกวา้ งงานไส b + 2b1
100 + ( 2 x 10 )
B=
= 120 มิลลิเมตร
=

จานวนจงั หวะไส
Z=

= = 240 คู่จงั หวะ

เวลางานไส

th = Z . t
= 240 x 0.0207
= 4.968 นาที

เพราะฉะน้นั เวลางานไสชิ้นงานมีคา่ เท่ากบั 4.968 นาที หรือประมาณ 5 นาที

ลกั ษณะงานไส
เคร่ืองไสแนวราบสามารถไสชิ้นงานหรือแปรรูปชิ้นงานไดห้ ลายลกั ษณะดว้ ยกนั เช่น
1. งานไสผวิ ราบ

รูปท่ี 7.18 การไสผวิ ราบ

2. งานไสร่องหางเหยยี่ ว

รูปท่ี 7.19 การไสร่องหางเหยยี่ ว

3. งานไสร่องลม่ิ

รูปที่ 7.20 การไสร่องลิ่ม

4. งานไสขนึ้ รูป

รูปที่ 7.21 การไสงานข้ึนรูป

5. งานไสร่องสปายน์

รูปท่ี 7.22 การไสร่องสปายน์
การบารุงรักษาเคร่ืองไส

1. ทาความสะอาดเครื่องทุกคร้ังหลงั เลิกใชง้ านทุกคร้ัง
2. หยอดน้ามนั หล่อล่ืนส่วนตา่ ง ๆ ของเครื่อง ท่ีมีการเคลื่อนท่ีทุกคร้ังก่อนใช้ และหลงั เลิกใชง้ าน
3. ใชอ้ ุปกรณ์หรือเคร่ืองมือประจาเคร่ืองไสในการปรับต้งั เครื่องไสในการไสงานอยา่ งเหมาะสม
4. การเปล่ียนความเร็วในการไสงานควรหยดุ เคร่ืองก่อนเสมอ
5. ไมค่ วรใชค้ อ้ นตอกเพอ่ื การจบั ยดึ งานไส
6. เลือกใชค้ วามเร็วในการไสงานใหเ้ หมาะสม
ความปลอดภยั ในงานไส
1. ตรวจสภาพเครื่องไสก่อนใชง้ านทุกคร้ัง
2. ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้ องกนั อนั ตรายส่วนบุคคลทุกคร้ังในการปฏิบตั ิงาน เช่น แวน่ ตานิรภยั
3. ไมค่ วรกม้ หนา้ มองชิ้นงานใกลเ้ กินไปขณะเครื่องไสไสงาน
4. จบั ยดึ ส่วนต่าง ๆ ใหแ้ น่นก่อนเปิ ดสวิตช์เครื่องทางาน
5. ขณะไสงานควรยนื ขนานกบั เคร่ืองเพอ่ื ป้ องกนั อนั ตรายท่ีจะเกิดข้ึน

รูปท่ี 7.23 ลกั ษณะการยนื ไสงานท่ีถูกตอ้ ง
6. ใชแ้ ปรงปัดเศษโลหะท่ีเกิดจากการไสงาน

รูปท่ี 7.24 การใชแ้ ปรงปัดเศษโลหะ
7. ไม่หยอกลอ้ กนั ขณะปฏิบตั ิงานไส
8. ในการปฏิบตั ิงานไสควรมีการควบคุมเครื่องเพือ่ คนเดียว
9. ไม่จบั มีดไสใหย้ าวเกินไปเพราะอาจทาใหม้ ีดไสหกั ได้
10. ปฏิบตั ิตามกฎของความปลอดภยั อยเู่ สม

• ด้านทกั ษะ(ปฏบิ ตั ิ) (จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-3)

กิจกรรมหน่วยที่ 7 เร่ือง เคร่ืองไสและงานไส
คาชี้แจง
1. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่มเป็ น 3 กลุ่ม ๆ ละเท่ากนั ทาการคดั เลือกตวั แทนเป็ นประธานกลุ่มและเลขานุการ
ของกลุ่ม เพ่อื นาเสนองานที่ไดร้ ับมอบหมาย
2. ส่งตวั แทนแต่ละกลุ่มมาจบั สลากเพอื่ เลือกหวั ขอ้ ท่ีจะศึกษาคน้ ควา้ ดงั น้ี

3. ใหน้ กั เรียนศึกษาคน้ ควา้ จากหนงั สือเรียน วชิ า งานเครื่องมือกลเบ้ืองตน้ หน่วยที่ 7 หวั ขอ้ ชนิดของ
เครื่องไส (10 นาที)

4. ร่วมกนั ระดมความคิด สรุปสาระที่สาคญั ของเครื่องไส หลกั การทางานของเคร่ืองลกั ษณะการใชง้ าน
แลว้ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอหนา้ หอ้ งเรียน กลุ่มละไม่เกิน 5 นาที

5. ร่วมกนั อภิปราย ซกั ถาม และสรุปเน้ือหาพร้อมกบั เพอ่ื นและครูผสู้ อน

• ด้านคุณธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

(จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-2)
1. การปลูกฝังใหป้ ฏิบตั ิงานเคร่ืองไสและงานไส อยา่ งถูกวธิ ีและดูแลรักษาเคร่ืองมือเมื่อใชเ้ สร็จ
2. ฝึกความมีน้าใจกบั เพ่ือนในหอ้ งเรียนต้งั แต่เริ่มเขา้ เรียนตลอดจนการปฏิบตั ิกิจกรรมต่าง ๆ
3. ฝึกการตรงต่อเวลาต้งั แตเ่ ริ่มเรียนจนกระทง่ั ปฏิบตั ิ กิจกรรมจนเสร็จทุกกิจกรรม
4. การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์นกั ศึกษาจะตอ้ งกระจายงานไดท้ วั่ ถึง และตรง
ตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียมสถานที่ สื่อ วสั ดุ อุปกรณ์ ไวอ้ ย่าง
พร้อมเพรียง
5. ความมีเหตุมีผลในการปฏิบตั ิงาน ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นกั ศึกษาจะตอ้ งมีการใช้
เทคนิคท่ีแปลกใหม่ใช้ส่ือและเทคโนโลยีประกอบการนาเสนอท่ีน่าสนใจนาวสั ดุในทอ้ งถิ่นมา
ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
6. ปฏิบตั ิงานได้อย่างถูกต้อง และสาเร็จภายในเวลาที่กาหนดอย่างมีเหตุและผลตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง


Click to View FlipBook Version