The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เนื้อหาวิชาเขตทางทะเล ม.4-6และกศน.ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookchon, 2022-05-26 23:01:45

เนื้อหาวิชาเขตทางทะเล ม.4-6และกศน.ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

เนื้อหาวิชาเขตทางทะเล ม.4-6และกศน.ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

Keywords: พนัสนิคม

145

จังหวัดชมุ พร

พื้นที่ตาบลในเขตชายฝ่ังและพน้ื ท่ีในทะเล 5,937,097 ไร่

พนื้ ทีใ่ นทะเล

ตาบลในเขตชายฝั่ง อาเภอในเขตชายฝัง่ พน้ื ที่ตาบลในเขตชายฝ่ัง 4,810,569 ไร่

น่านนา้ ของรัฐ น่านนา้ ระหวา่ งประเทศ

21 ตาบล 6 อาเภอ 1,126,528 ไร่ 4,810,569 -

ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั

แนวปะการัง หญา้ ทะเล ป่าชายเลน เกาะ หาด
46,264.15 ไร่ 56 แห่ง 37 แห่ง
9,165 ไร่ 11,401 ไร่

อยูใ่ น อยนู่ อก อยู่ใน อยู่นอก อยู่ใน อยู่นอกพ้นื ท่ี อยใู่ น อยนู่ อก อยูใ่ น อยนู่ อก
พืน้ ท่ี พื้นที่ พนื้ ที่ พ้นื ท่ี พน้ื ท่ี อุทยาน พื้นที่ พนื้ ที่ พื้นที่ พื้นที่
อุทยาน อุทยาน อทุ ยาน อุทยาน อทุ ยาน อทุ ยาน อุทยาน อทุ ยาน อุทยาน
23,388.15
2,435 6,730 8,358 3,043 22,876 41 15 11 26

พื้นที่อนรุ กั ษ์ฯในเขตจงั หวดั ชายฝ่ังทะเล

อุทยานแห่งชาติ ปา่ สงวนแห่งชาติ เขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ เขตรักษาพันธ์สตั วป์ า่ พ้นื ท่คี มุ้ ครองส่ิงแวดล้อม

3 แหง่ 27 แห่ง - 4 แห่ง 1 แห่ง

อาณาเขตทางทะเลประเทศไทย เขตตอ่ เนอื่ ง เขตเศรษฐกิจ พ้ืนทีพ่ ัฒนาร่วม
นา่ นน้าภายใน ทะเลอาณาเขต - จาเพาะ ไทย-มาเลเซีย

3,161,801 ไร่ 1,648,768 - -

ที่มา : กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม

146

สถำนกำรณด์ ้ำนทรพั ยำกรทำงทะเลและชำยฝ่ังและกำรกดั เซำะชำยฝัง่ จงั หวดั ชมุ พร

มีพ้ืนที่ทั้งหมด 6,010 ตารางกิโลเมตร ต้ังอยู่ทางตอนบนสุดของภาคใต้บริเวณชายฝ่ังทะเลตะวันออก
ลักษณะพื้นที่เป็นจังหวัดแรกของภาคใต้ตอนบนฝ่ังอ่าวไทย มีรูปพื้นท่ีเรียวยาวตามแนวเหนือใต้ มีชายฝ่ังทะเล
มคี วามยาว 222 กโิ ลเมตร

ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝั่งท่สี าคญั ไดแ้ ก่
• แนวปะการัง
• แหลง่ หญ้าทะเล
• ปา่ ชายเลน
• สตั ว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์
• ป่าชายเลน ป่าชายหาด และพรุ

สถำนภำพระบบนเิ วศที่สำคญั

1) แนวปะกำรงั
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2562 มีพื้นที่การแพร่กระจายของ แนวปะการัง ประมาณ 9,165 ไร่ (14.66 ตร.กม.)
พน้ื ท่ีที่ได้รับการสารวจและประเมิน 4,785 ไร่ หรือ รอ้ ยละ 52.20 ของพ้ืนที่แนวปะการังท้ังหมดของ จังหวัดชุมพร
สถานภาพมีแนวโน้มการเปล่ียนแปลง ระยะยาวดีข้ึนบริเวณแนวชายฝั่งปะทิว บ้านหินกบ เกาะไข่ ด้านตะวันตก
เฉียงเหนือ เกาะมะพร้าว หินแต้ม เกาะงามน้อย เกาะมาตรา และเกาะละวะ แนวโน้มการเปล่ียนแปลง ระยะ
ยาวคงท่ีบรเิ วณเกาะอีแรด และมีแนวโน้มการเปล่ียนแปลงระยะยาวเสียหายมากบริเวณเกาะไข่ ด้านทิศใต้ แหลม
คอกวาง เกาะง่ามใหญ่ เกาะมะพร้าว เกาะรังกาจิว และเกาะกุลา ซึ่งสาเหตุหลักของ ความเสื่อมโทรม เกิดจาก
การทาประมงบริเวณแนวปะการัง เกาะไข่ ผลกระทบจากตะกอนท่ีเกิดจากการพัฒนาชายฝ่ัง บริเวณแนวชายฝั่ง
ปะทวิ และแหลมคอกวาง
2) แหล่งหญ้ำทะเล
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2563 มีพื้นที่การแพร่กระจาย หญ้าทะเลประมาณ 4,725 ไร่ มีหญ้าทะเลเพียงชนิด
เดียว คือ หญ้าใบพายหรือหญ้าเงาแคระ (Halophila beccarii: Hb) มีการปกคลุมของหญ้าทะเลเฉล่ียเป็นร้อยละ 50
และ เมอื่ เทยี บกบั ในขอ้ มลู ปี 2562 พบว่ามกี ารเปลี่ยนแปลงคงที่ คอื บรเิ วณปากคลองสวเี ฒ่า อา่ วทุ่งคา – สวี
3) สัตว์ทะเลหำยำกและใกลส้ ูญพันธ์ุ
ที่พบ ได้แก่ โลมาปากขวด โลมาหลังโหนก ฉลามวาฬ เต่ากระ และพะยูน โดยในปี พ.ศ. 2563 พบ
การเกยตื้นของสัตว์ทะเลหายาก รวม 72 ตัว ได้แก่ เต่าทะเล 52 ตัว (เต่ากระ 5 ตัว เต่าตนุ 45 เต่าหญ้า 2 ตัว
เพ่ิมขนึ้ จากปี 2562 จานวน 17 ตัว) โลมา 19 ตัว (โลมาหลังโหนก 2 ตัว โลมาหัวบาตรหลังเรียบ 12 ตัว โลมาอิร
วดี 2 ตวั และ โลมาปากขวด 3 ตัว เพม่ิ ขึ้นจากปี 2562 จานวน 2 ตัว) และพะยนู 1ตัว

147

ส่ิงแวดล้อมทำงทะเล

1) คณุ ภำพนำ้ ทะเล
ในปี พ.ศ. 2563 คุณภาพน้าทะเลมีแนวโน้มคงที่ ทั้งน้ีเมื่อเปรียบเทียบกับ ปี พ.ศ. 2562 พบว่ามีสถานะดี
เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 59 เป็นร้อยละ 61 ในขณะที่สถานะดีมาก ลดลงจากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 23 สถานะ
พอใช้คงที่ ร้อยละ 16 และไมพ่ บสถานะเสื่อมโทรม และเสื่อมโทรมมาก
2) แมงกะพรนุ พิษ
จากการสารวจพบแมงกะพรุนพิษ จานวน 14 ชนิด เป็นแมงกะพรุนกล่อง จานวน 3 ชนิด แมงกะพรุนกลุ่ม
Scyphozoa 9 ชนิด และแมงกะพรุนกลุ่ม Hydrozoa จานวน 2 ชนดิ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 และ ในปี 2563 ยังไมพ่ บ
ผูป้ ว่ ยจากพิษแมงกะพรนุ พษิ หรอื รายงานผู้ปว่ ย สงสัยเสียชีวิตหรือบาดเจ็บรนุ แรง (ผู้ป่วยหมดสต)ิ จากแมงกะพรุนพษิ

ป่ำชำยเลน ป่ำชำยหำด พรุ

จากข้อมลู การใช้ประโยชน์ทด่ี ินปา่ ชายเลนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2563 จังหวัดชุมพร มีพ้ืนท่ที งั้ หมด
93,823.65 ไร่ โดยแบ่งเป็น

1) ปา่ ชายเลน 46,264.15 ไร่
2) ป่าชายหาด 682.18 ไร่ ป่าพรุ 39.44 ไร่
3) พน้ื ที่อ่นื ๆ ได้แก่

• พนื้ ทเ่ี พาะเล้ียงสตั ว์น้า12,349.89 ไร่
• พน้ื ที่เกษตรกรรม 26,486.78 ไร่
• เมอื งและสิ่งก่อสร้าง 1,872.92 ไร่
• ทา่ เทียบเรอื 11.58 ไร่
• หาดทราย 37.21 ไร่
• แม่น้า คแู พรก ขุมเหมอื ง ทะเล 2,379.86 ไร่
• ป่าบนทเ่ี นิน 773.16 ไร่
• ระบบนเิ วศไม้พน้ื ลา่ ง 2,926.48 ไร่

กำรกดั เซำะชำยฝ่ัง

ชายฝ่งั ทะเลของจงั หวัดชุมพร ครอบคลุมพ้ืนที่ ตาบลปากคลอง ถึงตาบลสวนแตง รวมทั้งส้นิ 21 ตาบล พ้ืนท่ี
ชายฝ่ัง ระยะทางประมาณ 248.33 กิโลเมตร มีพนื้ ที่ชายฝงั่ ท่ปี ระสบปัญหาการกัดเซาะยาวประมาณ 0.44 กโิ ลเมตร
ซึ่งเป็นพ้ืนท่ีที่ประสบปัญหาการกัดเซาะ เล็กน้อย 0.10 กิโลเมตร และชายฝ่ังทะเลที่ถูกกัดเซาะ ชายฝ่ังได้มีโครงการ
ป้องกนั แก้ไขปญั หาเปน็ ระยะทาง รวม 14.53 กิโลเมตร
ที่มา : รายงานสถานการณ์ด้านทรพั ยากรทางทะเลและชายฝัง่ และการกัดเซาะชายฝง่ั ของประเทศไทย พ.ศ. 256๓

กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั

148

จังหวัดสุราษฎร์ธานี

พน้ื ที่ตาบลในเขตชายฝ่ังและพืน้ ทีใ่ นทะเล 6,596,962 ไร่

พื้นที่ในทะเล

ตาบลในเขตชายฝัง่ อาเภอในเขตชายฝั่ง พื้นทต่ี าบลในเขตชายฝั่ง 5,626,815 ไร่

น่านน้าของรฐั น่านนา้ ระหว่างประเทศ

34 ตาบล 9 อาเภอ 970,146 ไร่ 5,626,815 -

ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ัง

แนวปะการัง หญา้ ทะเล ป่าชายเลน เกาะ หาด
60,814.69 ไร่ 117 แห่ง 64 แห่ง
36,170 ไร่ 17,820 ไร่
อยใู่ น อยูน่ อกพนื้ ท่ี อยู่ใน อยู่นอก
อยใู่ น อย่นู อก อยู่ใน อย่นู อก พ้ืนที่ อทุ ยาน พนื้ ที่ พืน้ ท่ี อยู่ใน อยู่นอก
พื้นที่ พ้ืนที่ พน้ื ท่ี พ้นื ท่ี อุทยาน อทุ ยาน อุทยาน พื้นที่ พื้นที่
อุทยาน อทุ ยาน อทุ ยาน อทุ ยาน อุทยาน อุทยาน
- 60,814.69 38 79
2,991 33,179 - 17,820 4 60

พ้ืนทอ่ี นุรักษฯ์ ในเขตจังหวัดชายฝั่งทะเล

อุทยานแหง่ ชาติ ป่าสงวนแหง่ ชาติ เขตห้ามลา่ สัตวป์ า่ เขตรักษาพนั ธ์สตั ว์ป่า พน้ื ที่คุ้มครองส่ิงแวดล้อม

6 แห่ง 31 แห่ง 2 แห่ง 4 แหง่ 3 แห่ง

อาณาเขตทางทะเลประเทศไทย เขตต่อเนื่อง เขตเศรษฐกจิ พืน้ ทพี่ ัฒนาร่วม
น่านน้าภายใน ทะเลอาณาเขต - จาเพาะ ไทย-มาเลเซีย

4,098,209 ไร่ 1,528,607 ไร่ - -

ทม่ี า : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม

149

สถำนกำรณ์ด้ำนทรัพยำกรทำงทะเลและชำยฝ่งั และกำรกดั เซำะชำยฝ่งั จังหวดั สุรำษฎร์ธำนี

มีพื้นที่ทั้งหมด 12,891.469 ตารางกิโลเมตร ต้ังอยู่บนฝั่งตะวันออกของภาคใต้บริเวณรอบอ่าวบ้านดอน
ทางฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย ลักษณะพ้ืนท่ีมีสภาพภูมิประเทศ ท่ีหลากหลายทั้งท่ีราบสูง ภูมิประเทศแบบภูเขา รวมท้ัง
ทรี่ าบชายฝงั่ มีพน้ื ที่ครอบคลุมถึงในบริเวณอ่าวไทย ทง้ั บรเิ วณทเี่ ป็นทะเลและเปน็ เกาะ เกาะในพนื้ ท่จี งั หวดั
สุราษฎร์ธานีมีท้ังขนาดใหญ่และขนาดเล็กมากถึง 108 เกาะ ความยาวตามแนวชายฝั่งทะเล 157.17 กิโลเมตร
ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ังท่ีสาคัญ ไดแ้ ก่

• แนวปะการัง
• แหล่งหญา้ ทะเล
• ปา่ ชายเลน
• สัตวท์ ะเลหายากและใกล้สูญพนั ธุ์
• ป่าชายเลน ปา่ ชายหาด และพรุ

สถำนภำพระบบนิเวศที่สำคัญ

1) แนวปะกำรงั
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2562 มีพ้ืนท่ีการแพร่กระจาย ของแนวปะการัง ประมาณ 36,170 ไร่ (57.87 ตร.กม.)
พ้ืนทีป่ ะการังทไ่ี ดร้ บั การสารวจและประเมนิ 33,045 ไร่ หรือรอ้ ยละ 91.40 ของพื้นที่แนวปะการังท้งั หมดของ จังหวัด
สุราษฎร์ธานี สถานภาพปะการังมีแนวโน้มแย่ลง ซ่ึงบางสถานีจะอยู่ใกล้ฝ่ังและมีการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่
แนวปะการังหนาแน่น ส่วนหมู่เกาะเกาะพะงัน เกาะเต่า สถานภาพส่วนใหญ่มีแนวโน้มคงที่ และหมู่เกาะอ่างทอง
มีแนวโน้มสถานภาพท่ีดีขนึ้ และพบจานวนตวั อ่อนปะการัง ระดับปานกลางในพื้นที่ แสดงถึงการฟื้นตัวของปะการัง
บริเวณนั้น ซ่ึงสาเหตุความเสื่อมโทรมของแนวปะการังมีทั้งท่ีเกิดจาก กิจกรรมของมนุษย์ เช่น เกาะเต่า และเกาะ
พะงัน ก็มีนักท่องเท่ียวเข้าไปใช้ประโยชน์บริเวณแนวปะการัง หนาแน่นมาก และการปล่อยน้าทิ้งจากเรือท่องเท่ียว
และน้าท้ิงจากฝ่ัง ส่วนเกาะสมุยมีการทาประมงในแนวปะการัง ควรควบคุมกิจกรรมประมงบริเวณ แนวปะการัง
และการพัฒนาพ้ืนท่ีบริเวณชายฝั่ง นอกจากนี้ บริเวณหมู่เกาะอ่างทองที่ได้รับอิทธิพลตะกอนจากปากแม่น้าและ
นา้ ทงิ้ ท่ไี หลลงแม่น้าตาปี ควรมีมาตรการลดการปลอ่ ยของเสยี ลงส่ทู ะเล
2) แหล่งหญ้ำทะเล
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2563 มีพ้ืนท่ีการแพร่กระจายหญ้าทะเล ประมาณ 5,848ไร่ สารวจพ้ืนที่อ่าวมัดหลัง
พบหญ้าทะเล 5 ชนิด คือ หญ้าคาทะเล หญ้าใบมะกรูด หญ้ากุยชายทะเล หญ้ากุยชายเข็ม และหญ้าเงาใส มี
การปกคลุมของหญ้าทะเล เฉล่ียเป็นร้อยละ 60 ส่วน อ่าวบ้านดอนพบหญ้าทะเล 2 ชนิด คือ หญ้าใบมะกรูด และ
หญ้าใบพาย มีการปกคลุมของหญ้าทะเลเฉล่ียเป็นร้อยละ 36 สถานภาพสมบรู ณ์ปานกลาง เมื่อทาการเปรียบเทียบ

150

ข้อมูลสถานภาพ กับข้อมูลในปี 2562 ที่ผ่านมา พบมีการเปลี่ยนแปลงของ ร้อยละการปกคลุมของหญ้าทะเล การ
แพร่กระจายลดลง เล็กน้อยทาใหภ้ าพรวมของแหลง่ หญา้ ทะเลจงั หวดั สุราษฎรธ์ านีเม่ือเทยี บกบั ปีทผี่ ่านมาคงที่

3) สัตวท์ ะเลหำยำกและใกลส้ ญู พันธ์ุ
ท่ีพบมากกว่า 10 ชนิด ได้แก่ เต่าตนุ เต่ากระ และเต่าหญ้า โลมาและวาฬ 5 ชนิด ได้แก่ โลมาหลัง
โหนก โลมาปากขวด โลมาหัวบาตรหลังเรียบ โลมาอิรวดี และวาฬเพชฌฆาตดา กลุ่มปลากระดูกอ่อน 2 ชนิด
ได้แก่ ฉลามวาฬ ปลากระเบนกลุ่มกระเบนนก โดยในปี พ.ศ. 2563 พบการเกยต้นื ของสัตวท์ ะเล หายากรวม 59 ตัว
ไดแ้ ก่ เต่าทะเล 34 ตัว (เต่ากระ 11ตวั เต่าตนุ 21 เต่าหญ้า 1 ตวั ลดลงจาก ปี 2562 จานวน 22 ตัว) โลมาและวาฬ
25 ตัว (โลมาหลังโหนก 7 ตัว โลมาหัวบาตรหลังเรียบ 6 ตัว โลมาอิรวดี 10 ตัว โลมาปากขวด 1 ตัว และไม่ทราบ
ชนิด 1 ตวั เท่ากบั ปี 2562)

ส่ิงแวดลอ้ มทำงทะเล

1) คณุ ภำพน้ำทะเล
ในปี พ.ศ. 2563 คุณภาพน้าทะเลมีแนวโน้มเส่ือมโทรมลง ท้ังนี้เมื่อเปรียบเทียบกับ ปี พ.ศ. 2562 พบว่า
สถานะเสือ่ มโทรมเพิ่มข้ึนร้อยละ 8 สถานะดมี ากลดลง จากรอ้ ยละ 32 เหลอื ร้อยละ 30 สถานะดี เพิ่มข้นึ จาก รอ้ ยละ
33 เป็นร้อยละ 42 สถานะพอใชล้ ดลงจาก ร้อยละ 35 เป็นร้อยละ 20 และไม่พบสถานะเสอื่ มโทรมมาก
2) แมงกะพรนุ พิษ
จากการสารวจพบแมงกะพรุนพิษ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จานวน 19 ชนิด เป็นแมงกะพรุนกล่อง จานวน 6
ชนิด แมงกะพรุนกลุ่ม Scyphozoa 10 ชนิด และแมงกะพรุน กลุ่ม Hydrozoa 3 ชนิด พบแมงกะพรุนกล่อง และมี
ประวัติการบาดเจ็บรนุ แรงและเสียชวี ติ จากการสัมผสั แมงกะพรุนกล่อง

ป่ำชำยเลน ป่ำชำยหำด พรุ

จากข้อมลู การใช้ประโยชน์ทดี่ ินปา่ ชายเลนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2563 จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี มีพ้นื ทท่ี ง้ั หมด
111,978.50 ไร่ โดยแบ่งเปน็

1) ปา่ ชายเลน 60,814.69 ไร่
2) ป่าชายหาด 2,704.84 ไร่
3) ป่าพรุ 907.58 ไร่
4) พน้ื ท่ีอ่นื ๆ ได้แก่

• พื้นท่เี พาะเล้ยี งสตั ว์น้า 17,609.53 ไร่
• พืน้ ที่เกษตรกรรม 8,810.89 ไร่
• เมืองและสง่ิ ก่อสร้าง 1,432.06 ไร่
• ท่าเทียบเรือ 76.61 ไร่
• เลนงอก/หาดเลน 10,010.65 ไร่

151

• หาดทราย 57.76 ไร่
• แมน่ ้า คแู พรก ขุมเหมือง ทะเล 3,637.59 ไร่
• ปา่ บนทีเ่ นนิ 22.90 ไร่
• ระบบนเิ วศไม้พน้ื ล่าง 5,893.39 ไร่

กำรกดั เซำะชำยฝ่งั

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีความยาวชายฝั่งทะเล ครอบคลุม พื้นท่ีตาบลคันธุลีถึงตาบลดอนสักรวมทั้งส้ิน 20
ตาบล จากข้อมูลการสารวจโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พื้นท่ีชายฝั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีระยะทาง
ประมาณ 157.17 กิโลเมตร มีพ้ืนทช่ีายฝ่ังท่ีประสบปัญหา การกัดเซาะยาวประมาณ 0.79 กิโลเมตร แบ่งเป็นพื้นท่ี
ท่ีประสบปัญหาการกัดเซาะปานกลาง 0.30 กิโลเมตร พ้ืนที่ประสบปัญหาการกัดเซาะน้อย 0.49 กิโลเมตร และ
พน้ื ท่ที ป่ี ระสบปัญหาการกัดเซาะทมี่ กี ารดาเนนิ การแกไ้ ขแลว้ ประมาณ 11.39 กิโลเมตร

ทม่ี า : รายงานสถานการณด์ ้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั และการกัดเซาะชายฝ่ังของประเทศไทย พ.ศ. 256๓
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั

152

จงั หวัดนครศรีธรรมราช

พื้นที่ตาบลในเขตชายฝั่งและพื้นท่ใี นทะเล 8,793,211 ไร่

พืน้ ทีใ่ นทะเล

ตาบลในเขตชายฝั่ง อาเภอในเขตชายฝั่ง พนื้ ทต่ี าบลในเขตชายฝั่ง 7,864,986 ไร่

นา่ นน้าของรฐั น่านนา้ ระหวา่ งประเทศ

31 ตาบล 7 อาเภอ 928,225 ไร่ 7,864,986 -

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

แนวปะการงั หญา้ ทะเล ป่าชายเลน เกาะ หาด
109,374.77 ไร่ 11 แหง่ 37 แห่ง
412 ไร่ 147 ไร่
อย่ใู น อยู่นอกพน้ื ที่
อยู่ใน อยนู่ อก อยใู่ น อยูน่ อก พนื้ ท่ี อุทยาน อย่ใู น อยู่นอก อย่ใู น อยู่นอก
พ้ืนที่ พ้นื ท่ี พน้ื ท่ี พน้ื ท่ี อทุ ยาน พน้ื ท่ี พ้ืนที่ พนื้ ที่ พื้นที่
อทุ ยาน อทุ ยาน อุทยาน อทุ ยาน อทุ ยาน อุทยาน อทุ ยาน อทุ ยาน
- 109,374.77
- 412 - 147 - 11 - 37

พื้นทอ่ี นุรักษ์ฯในเขตจังหวัดชายฝงั่ ทะเล

อุทยานแหง่ ชาติ ป่าสงวนแหง่ ชาติ เขตห้ามล่าสตั วป์ า่ เขตรกั ษาพันธส์ ตั วป์ ่า พน้ื ท่ีคุม้ ครองส่ิงแวดล้อม

5 แหง่ 70 แห่ง 3 แหง่ 1 แหง่ -

อาณาเขตทางทะเลประเทศไทย เขตต่อเนอื่ ง เขตเศรษฐกิจ พื้นท่ีพัฒนาร่วม
น่านน้าภายใน ทะเลอาณาเขต - จาเพาะ ไทย-มาเลเซีย

5,625,072 ไร่ 2,239,914 ไร่ - -

ที่มา : กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

153

สถำนกำรณด์ ้ำนทรัพยำกรทำงทะเลและชำยฝัง่ และกำรกดั เซำะชำยฝ่ัง จงั หวดั นครศรีธรรมรำช

มพี ้นื ท่ีทง้ั หมด 9,942.502 ตารางกิโลเมตร (6,214,064 ไร่) ความยาวตามแนวชายฝ่งั ทะเล 225 กโิ ลเมตร
ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝั่งท่ีสาคญั ได้แก่

• แนวปะการงั
• แหล่งหญา้ ทะเล
• ปา่ ชายเลน
• สตั วท์ ะเลหายากและใกล้สูญพนั ธ์ุ
• ปา่ ชายเลน ป่าชายหาด และพรุ

สถำนภำพระบบนเิ วศท่ีสำคญั

1) แนวปะกำรงั
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2562 มีพ้ืนที่การแพร่กระจายของ แนวปะการัง ประมาณ 412 ไร่ (0.67 ตร.กม.) พื้นท่ี
แนวปะการังท่ีได้รับการสารวจและประเมิน 412 ไร่ หรือทั้งหมดของพ้ืนท่ีแนวปะการังของจังหวัดนครศรธีรรมราช
ส่วนใหญ่แนวปะการังอยู่ในสถานภาพเสียหายมาก เม่ือเปรียบเทียบกับข้อมูลการสารวจในปี พ.ศ. 2561 (ซ่ึงอยู่ใน
สถานภาพสมบรูณ์ดีมาก) แนวโน้มของสถานภาพแนวปะการังเส่ือมโทรมลง ซึ่งสาเหตุหลักจากพายุปาบึก ในเดือน
มกราคม พ.ศ. 2562 ทาให้แนวปะการังได้รับความเสียหายเป็นพื้นท่ีกว้างโดยเฉพาะปะการังในบริเวณน้าตื้นได้รับ
ผลกระทบมากกว่าท่ีลึก ปะการังที่ได้รับความเสียหายส่วนใหญ่เป็นปะการังเขากวางกิ่ง พบสาหร่ายขนาดใหญ่
(Macro algae) ขึ้นบนปะการังตาย จานวนมาก โดยเฉพาะบริเวณเกาะกระกลางและเกาะกระเล็ก นอกจากน้ียัง
เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการทาประมง ด้วยความเป็นเกาะท่ีอยู่ห่างไกลจากฝ่งั มาก ทาให้มีความเส่ียง
ต่อการทาการประมงท่ีผิดกฎหมาย เช่น มีการลักลอบทาอวนลาก ระเบิดปลา เป็นต้น มีการทิ้งขยะจาพวก
เศษอวน การทอดสมอเรอื เม่ือมาจอดหลบลม
2) แหล่งหญ้ำทะเล
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2563 ดาเนินการสารวจและติดตามสถานภาพหญ้าทะเลบริเวณเกาะท่าไร่ ครอบคลุม
พน้ื ทแี่ หลง่ หญ้าทะเลท่ไี ดร้ ับการติดตามรวม 144 ไร่ หรือ ประมาณรอ้ยละ 98 ของเนื้อทแ่ี หล่งหญ้าทะเลท้ังหมดของ
จังหวัด พบพ้ืนท่ีหญ้าทะเลประมาณ 78 ไร่ พบหญ้าทะเล รวม 5 ชนิด คือ หญ้าคาทะเล หญ้ากุยช่ายทะเล หญ้า
กุยช่ายเข็ม หญ้าชะเงาปลายใบมน และหญ้าใบมะกรูด มีการปกคลุมของหญ้าทะเลเฉลี่ยเป็น ร้อยละ 50 สถานภาพ
สมบูรณ์ดี เมื่อทาการเปรียบเทียบข้อมูลสถานภาพกับข้อมูลในปีที่ผ่านมา พบว่าภาพรวมการเปล่ียนแปลงระยะสั้น
ของแหล่งหญ้าทะเลคงตัว มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเชิงพ้ืนท่ีและร้อยละการปกคลุมพ้ืนท่ี สาเหตุหลักเป็นการ
เปล่ียนแปลงตามฤดูกาล

154

3) สัตว์ทะเลหำยำกและใกลส้ ญู พนั ธ์ุ
ทีพ่ บสัตว์ทะเลหายากประมาณ 8 ชนิด เต่าทะเล 3 ชนิด ได้แก่ เต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า โลมาและวาฬ
4 ชนิด ได้แก่ โลมาหัวบาตรหลังเรียบ โลมาหลังโหนก โลมาอิรวดี โลมาปากขวด ปลากระดูกอ่อน 1 ชนิด ได้แก่
ฉลามวาฬ โดยในปี พ.ศ. 2563 พบการเกยต้ืนของสัตว์ทะเลหายาก รวม 76 ตัว ได้แก่ เต่าทะเล 54 ตัว (เต่ากระ
14 ตัว เต่าตนุ 39 เต่าหญ้า 1 ตัว เพิ่มข้ึนจากปี 2562 จานวน 9 ตัว) โลมาและวาฬ 22 ตัว (โลมาหลังโหนก 9 ตัว
โลมา หัวบาตรหลังเรียบ 6 ตัว โลมาลายจุด 1 ตัว โลมาปากขวด 4 ตัว และไม่ทราบชนิด 2 ตัว ลดลงจาก ปี 2562
จานวน 11 ตัว

สิ่งแวดล้อมทำงทะเล

1) คณุ ภำพนำ้ ทะเล
ในปี พ.ศ. 2563 คุณภาพน้าทะเลมีแนวโน้มดีข้ึน ทั้งน้ีเมื่อเปรียบเทียบกับ ปี พ.ศ. 2562 พบว่า สถานะ
ดีมาก เพิ่มข้ึนร้อยละ 27 สถานะดีลดลงร้อยละ 86 เป็นร้อยละ 18 และสถานะพอใช้เพ่ิมข้ึนร้อยละ 14 เป็นร้อยละ
18 ในขณะท่ีสถานะเสอ่ื มโทรมเพ่ิมขน้ึ เพียงร้อยละ 2
2) แมงกะพรุนพษิ
จากการสารวจพบแมงกะพรุนพิษ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จานวน 15 ชนิด เป็นแมงกะพรุนกล่อง จานวน 3
ชนิด แมงกะพรุนกลุ่ม Scyphozoa 11 ชนิด และแมงกะพรุน กลุ่ม Hydrozoa 1 ชนิด และยังไม่มีรายงานผู้ป่วย
สงสยั เสียชวี ิตหรอื บาดเจบ็ รนุ แรง (ผปู้ ่วยหมดสติ) จาก แมงกะพรนุ พิษ

ป่ำชำยเลน ป่ำชำยหำด

จากข้อมลู การใช้ประโยชน์ทดี่ ินปา่ ชายเลนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2563 จังหวัดนครศรีธรรมราช มพี ้ืนที่
ทั้งหมด 165,635.76 ไร่ โดยแบ่งเป็น

1) ปา่ ชายเลน 109,374.77 ไร่
2) ปา่ ชายหาด 628.20 ไร่
3) พืน้ ที่อ่นื ๆ ได้แก่

• พ้ืนทเี่ พาะเลี้ยงสัตวน์ ้า 35,871.92 ไร่
• พื้นท่เี กษตรกรรม 7,566.36 ไร่
• เมอื งและสงิ่ ก่อสร้าง 2,466.11 ไร่
• ท่าเทยี บเรือ 6.92 ไร่
• เลนงอก/หาดเลน 3,409.33 ไร่
• หาดทราย 336.31 ไร่
• แมน่ ้า คแู พรก ขมุ เหมอื ง ทะเล 3,267.34 ไร่

155

• ปา่ บนทเ่ี นนิ 336.48 ไร่
• ระบบนิเวศไม้พน้ื ลา่ ง 2,372.04 ไร่

กำรกดั เซำะชำยฝัง่

จังหวัดนครศรธี รรมราช ครอบคลุมพน้ื ทต่ี าบลทอ้ งเนียน อาเภอขนอม ถงึ ตาบลหน้าสตน อาเภอหัวไทร รวม
ทั้งส้ิน 25 ตาบล มีความยาวชายฝั่งยาวประมาณ 236.83 กิโลเมตร จากข้อมูลการสารวจโดยกรมทรัพยากรทาง
ทะเลและชายฝ่ัง มีพ้ืนที่ชายฝ่ังท่ีประสบปัญหาการกัดเซาะ ยาวประมาณ 75.38 กิโลเมตร โดยพื้นท่ีที่ประสบปัญหา
การกดั เซาะรุนแรง จานวน 2 พื้นที่ความยาว 0.79 กิโลเมตร พื้นท่ีท่ีประสบปัญหาการกัดเซาะปานกลาง จานวน 3
พนื้ ที่ ระยะทาง 1.17 กิโลเมตร พ้ืนที่ทป่ี ระสบปัญหาการกัดเซาะ เลก็ นอ้ ยจานวน 8 พ้ืนที่ ความยาว 5.47 กิโลเมตร
และพ้นื ทท่ี ี่ประสบปญั หาการกัดเซาะท่ีมีการดาเนนิ การแก้ไขแลว้ ความยาวประมาณ 67.95 กิโลเมตร

ที่มา : รายงานสถานการณ์ด้านทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ังและการกดั เซาะชายฝ่ังของประเทศไทย พ.ศ. 256๓
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ัง

156

จงั หวดั สงขลา

พืน้ ที่ตาบลในเขตชายฝ่ังและพ้ืนที่ในทะเล 7,061,444 ไร่

พื้นทใ่ี นทะเล

ตาบลในเขตชายฝั่ง อาเภอในเขตชายฝง่ั พื้นท่ีตาบลในเขตชายฝั่ง 6,046,829 ไร่

นา่ นนา้ ของรัฐ นา่ นน้าระหว่างประเทศ

57 ตาบล 10 อาเภอ 1,014,615 ไร่ 4,810,569 -

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

แนวปะการัง หญ้าทะเล ปา่ ชายเลน เกาะ หาด
14,624.71 ไร่ 56 แห่ง 37 แห่ง
9,165 ไร่ 11,401 ไร่
อยู่ใน อย่นู อกพน้ื ท่ี
อย่ใู น อยูน่ อก อยูใ่ น อยูน่ อก พนื้ ที่ อทุ ยาน อยู่ใน อยนู่ อก อยูใ่ น อยู่นอก
พ้ืนที่ พ้นื ท่ี พื้นท่ี พืน้ ที่ อทุ ยาน พ้ืนที่ พ้นื ท่ี พ้นื ท่ี พื้นที่
อุทยาน อทุ ยาน อุทยาน อุทยาน อุทยาน อุทยาน อทุ ยาน อุทยาน
- 14,624.71
2,435 6,730 8,358 3,043 41 15 11 26

พืน้ ทีอ่ นุรกั ษ์ฯในเขตจังหวดั ชายฝ่งั ทะเล

อุทยานแห่งชาติ ปา่ สงวนแหง่ ชาติ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขตรกั ษาพนั ธส์ ัตวป์ า่ พนื้ ท่ีคุ้มครองส่ิงแวดล้อม

3 แหง่ 27 แห่ง - 4 แหง่ 1 แหง่

อาณาเขตทางทะเลประเทศไทย เขตต่อเน่ือง เขตเศรษฐกจิ พืน้ ทพ่ี ฒั นาร่วม
น่านน้าภายใน ทะเลอาณาเขต - จาเพาะ ไทย-มาเลเซีย

3,161,801 ไร่ 1,648,768 - -

ทม่ี า : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม

157

สถำนกำรณด์ ้ำนทรพั ยำกรทำงทะเลและชำยฝั่งและกำรกดั เซำะชำยฝั่ง จังหวัดสงขลำ

มีพ้ืนท่ีทง้ั หมด 7,393.889 ตารางกิโลเมตร
ชายฝั่งทะเลมีความยาว 158.53 กิโลเมตร และ เกาะต่าง ๆ จานวน 6 เกาะ
ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง่ั ทส่ี าคญั ได้แก่

• ปะการงั
• แหลง่ หญา้ ทะเล
• สตั ว์ทะเลหายากและใกล้สูญพนั ธ์ุ
• ปา่ ชายเลน ปา่ ชายหาดและพรุ

สถำนภำพระบบนเิ วศท่ีสำคญั

1) แนวปะกำรัง
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2562 มีพ้ืนท่ีการแพร่กระจายของ แนวปะการัง 167 ไร่ พ้ืนที่ที่ได้รับการสารวจและ
ประเมิน 35 ไร่ หรือร้อยละ 20.8 ของพื้นที่แนวปะการงั ทัง้ หมด สถานภาพมแี นวโน้มการเปล่ียนแปลงระยะยาวดมี าก
บริเวณเกาะขาม อาเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซ่ึงสาเหตุหลักของความเส่ือมโทรมเกิดจากการพัฒนาชายฝั่งและ
การดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตะกอนจากปากแม่น้า การลักลอบปล่อยน้าเสียลงทะเลและน้าจืดจากทะเลสาบสงขลา
การเกิดน้ามันรั่วไหลและการทิ้งขยะลงสู่ทะเล มาตรการการแก้ไขปัญหาโดยการประกาศพื้นที่คุ้มครองทรัพยากร
ทางทะเลและชายฝ่ัง ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากร ทางทะเลและชายฝ่ัง พ.ศ. 2558
มาตรา 20 การกาหนดมาตรการทางกฎหมายสาหรบั เรือท่ีทาน้ามนั ร่ัวไหล และการบังคับใชก้ ฎหมายอยา่ งเครง่ ครัด
2) แหล่งหญ้ำทะเล
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2563 พบหญ้าทะเลมีพ้ืนท่ีรวม 1,764.28 ไร่ มีแนวโน้มการเปล่ียนแปลงเพ่ิมข้ึน
เม่ือเทียบกับในข้อมูลอดีตบริเวณทะเลสาบสงขลาและเกาะหนู และมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเส่ือมโทรมลง
เมอ่ื เทยี บกบั ในขอ้ มลู อดตี บรเิ วณปากคลองนาทบั
3) สตั ว์ทะเลหำยำกและใกล้สูญพนั ธ์ุ
ท่ีพบ ได้แก่ โลมาอิรวดี ในช่วง พ.ศ. 2561 พบการเกยตื้น ของสัตว์ทะเลหายากรวม 33 ตัว ไดแ้ ก่ เตา่ ทะเล
21 ตัว โลมาและวาฬ 12 ตัว โดยในปี พ.ศ. 2563 พบการเกยตื้น ของสัตว์ทะเลหายากรวม 68 ตัว ได้แก่ เต่าทะเล
เกยตื้น ท้ังมีชีวิตและไม่มีชีวิต รวม 47 ตัว เพิ่มขึ้นจากปี 2561 โลมาและวาฬ เกยตื้นเสียชีวิตท้ังหมด 21 ตัว เพิ่มขึ้น
จาก ปี 2561 และในปี 2563 พบการเกยต้ืนของสัตว์ทะเลหายาก รวม 70 ตัว ได้แก่ เต่าตนุ 29 ตัว เต่ากระ 11 ตัว
เตา่ หญ้า 2 ตัว เต่าไมท่ ราบชนิด 5 ตัว โลมาหัวบาตรหลังเรียบ 18 ตัว โลมาหลังโหนก 4 ตัว และวาฬไมท่ ราบชนิด
1 ตัว

158

สิ่งแวดล้อมทำงทะเล

1) คณุ ภำพนำ้ ทะเล
ในปี พ.ศ. 2563 พบคุณภาพน้าทะเลสว่นใหญอยู่ในเกณฑ์ดี รอ้ ยละ 100 ไม่พบสถานะเสื่อมโทรมและเส่ือม
โทรมมาก ในพ้ืนทจี่ งั หวดั สงขลา
2) นำ้ มนั รั่วไหล
ในปี พ.ศ. 2562 ไม่พบน้ามันรวั่ ไหล
3) แมงกะพรนุ พษิ
จากการสารวจพบแมงกะพรุนพิษจานวน 6 ชนดิ ตัง้ แต่ปี พ.ศ. 2542 ในปี 2563 ยังไม่มีรายงานผปู้ ว่ ยสงสยั
เสยี ชีวิตหรอื บาดเจ็บรนุ แรง (ผปู้ ว่ ยหมดสต)ิ จาก แมงกะพรุนพิษ

ป่ำชำยเลน ป่ำชำยหำด พรุ

จากข้อมลู การใช้ประโยชน์ทดี่ ินปา่ ชายเลนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2563 จังหวัดสงขลา มพี น้ื ท่ีทง้ั หมด
69,224.07 ไร่ โดยแบ่งเป็น

1) ปา่ ชายเลน 14,624.71 ไร่
2) ป่าชายหาด 2,615.78 ไร่
3) ป่าพรุ 12,814.98 ไร่
4) พ้ืนท่ีอืน่ ๆ ได้แก่

• พื้นทีเ่ พาะเลีย้ งสตั ว์น้า 5,625.14 ไร่
• พ้นื ที่เกษตรกรรม 6,814.29 ไร่
• เมอื งและสงิ่ ก่อสร้าง 6,305.41 ไร่
• หาดทราย 42.66 ไร่
• แมน่ า้ คแู พรก ขมุ เหมือง ทะเล 2,479.80 ไร่
• ปา่ บนท่เี นนิ 7.94 ไร่
• ระบบนิเวศไม้พืน้ ล่าง 17,893.36 ไร่

159

กำรกัดเซำะชำยฝ่ัง
ชายฝั่งทะเลของจังหวัดสงขลา ครอบคลุมพ้ืนที่ 28 ตาบล 6 อาเภอ โดยมีระยะทางแนวชายฝั่ง 158.53

กิโลเมตร จากขอ้ มลู สถานภาพการกัดเซาะชายฝง่ั ปี พ.ศ. 2561 พบการกัดเซาะเป็นระยะทางรวม 59.57 กิโลเมตร
เพิ่มขึ้นจากปี 2560 มีพน้ื ท่ีกัดเซาะรุนแรง เป็นระยะทาง 2.49 กิโลเมตร ลดลงจากปี 2560 พ้ืนทก่ี ัดเซาะปานกลาง
เปน็ ระยะทาง 5.05 กิโลเมตร เพมิ่ ขน้ึ จากปี 2560 และพื้นที่กดั เซาะน้อย เป็นระยะทาง 6.89 กิโลเมตร เพิ่มขน้ึ จาก
ปี 2560 ชายฝัง่ ทะเลท่ีถูกกดั เซาะได้มี โครงการป้องกันแกไ้ ขปญั หา เป็นระยะทางรวม 45.14 กโิ ลเมตร

ทม่ี า : รายงานสถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝัง่ และการกัดเซาะชายฝัง่ ของประเทศไทย พ.ศ. 256๓
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ัง

160

จงั หวัดปตั ตานี

พน้ื ทต่ี าบลในเขตชายฝั่งและพืน้ ทใ่ี นทะเล 8,341,115 ไร่

พ้นื ทใ่ี นทะเล

ตาบลในเขตชายฝง่ั อาเภอในเขตชายฝัง่ พน้ื ท่ตี าบลในเขตชายฝั่ง 8,061,272 ไร่

นา่ นนา้ ของรฐั น่านน้าระหว่างประเทศ

26 ตาบล 7 อาเภอ 279,842 8,061,272 -

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝัง่

แนวปะการงั หญา้ ทะเล ป่าชายเลน เกาะ หาด
20,939.54 ไร่ 4 แห่ง 18 แห่ง
108 ไร่ 2,352 ไร่
อยู่ใน อยู่นอกพ้ืนท่ี
อยู่ใน อยู่นอก อย่ใู น อยนู่ อก พน้ื ที่ อุทยาน อยูใ่ น อยูน่ อก อยู่ใน อยู่นอก
พน้ื ท่ี พ้ืนท่ี พ้นื ท่ี พ้นื ที่ อุทยาน พ้ืนที่ พ้นื ท่ี พื้นท่ี พื้นที่
อทุ ยาน อทุ ยาน อทุ ยาน อทุ ยาน อทุ ยาน อุทยาน อุทยาน อทุ ยาน
- 20,939.54
- 108 - 2,352 - 4 - 18

พ้นื ที่อนรุ กั ษ์ฯในเขตจงั หวัดชายฝ่งั ทะเล

อทุ ยานแห่งชาติ ป่าสงวนแห่งชาติ เขตหา้ มลา่ สตั วป์ ่า เขตรักษาพนั ธส์ ัตว์ปา่ พ้นื ทค่ี มุ้ ครองส่ิงแวดล้อม

2 แหง่ 17 แห่ง 1 แหง่ - -

อาณาเขตทางทะเลประเทศไทย เขตตอ่ เนื่อง เขตเศรษฐกจิ พ้ืนที่พัฒนาร่วม
นา่ นนา้ ภายใน ทะเลอาณาเขต - จาเพาะ ไทย-มาเลเซีย

5,706,986 ไร่ 2,354,286 ไร่ - -

ที่มา : กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม

161

สถำนกำรณ์ด้ำนทรพั ยำกรทำงทะเลและชำยฝ่งั และกำรกดั เซำะชำยฝ่งั จงั หวัดปตั ตำนี

มพี ืน้ ท่ีทง้ั หมด 7,393.889 ตารางกิโลเมตร ชายฝงั่ ทะเลมีความยาว 140.03 กโิ ลเมตร และ เกาะตา่ ง ๆ
จานวน 3 เกาะ

ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝงั่ ทีส่ าคัญไดแ้ ก่
• ปะการัง
• แหลง่ หญ้าทะเล
• สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพนั ธ์ุ
• ปา่ ชายเลน ป่าชายหาดและพรุ

สถำนภำพระบบนิเวศที่สำคัญ

1) แนวปะกำรัง
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2562 มีพ้ืนท่ีการแพร่กระจายของแนวปะการัง 108 ไร่ พื้นท่ีที่ได้รับการสารวจและ
ประเมิน คิดเป็นพื้นที่ 108 ไร่ หรือร้อยละ 100 ของพื้นที่แนวปะการังท้ังหมด โดยพบแนวปะการังขนาดใหญ่ ที่
กองหนิ โลซนิ ซ่ึงมีพน้ื ท่ี 80 ไร่ ตารางกิโลเมตร เป็นแนวปะการังที่อยู่ห่างไกลจากฝั่งน้าใส และเกาะเลาปี่ และกอง
หินเล่าป่ีรวมกัน 28 ไร่อยู่ในสถานภาพสมบูรณ์ ปานกลางจนถึงดีมาก แนวโน้มของปะการังมีชีวิต ในระยะยาว
บริเวณเกาะเล่าป่ีมีการเปลี่ยนแปลงคงท่ี ส่วนบริเวณกองหินโลซิน มีปะการังมีชีวิตลดลง เน่ืองจากได้รับความ
เสยี หายจากพายุปาบึก นอกจากน้ียงั เกิดจากกจิ กรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการทาประมง
2) แหล่งหญ้ำทะเล
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2562 พบหญ้าทะเลมีพื้นที่รวม 345 ไร่ เป็นหญ้าทะเล 3 ชนิด คือหญ้าใบมะกรูด
หญา้ เงาแคระหรือหญ้าใบพาย และหญ้ากุยชา่ ยเข็ม สถานภาพสมบูรณ์เล็กนอ้ ย นอกจากน้ี พบมกี ารขุดลอก ดดู เลน
บริเวณอ่าวปตั ตานที ้ังอา่ ว โดยมเี รือขุดลอกไมต่ า่ กวา่ 30 ลา
3) สตั ว์ทะเลหำยำกและใกลส้ ญู พนั ธ์ุ
พบสัตว์ทะเลหายาก 5 ชนิด ประกอบด้วย เต่าทะเล 2 ชนิด ได้แก่ เต่าตนุ และเต่ากระ โลมา - วาฬ
3 ชนิด ได้แก่ โลมาหลังโหนก โลมาหัวบาตรหลังเรียบ และวาฬเพชฌฆาตเล็ก สัตว์ทะเลหายากท่ีเด่น คือ
โลมาหลังโหนก ซ่ึงพบมากบริเวณปากแม่น้าปัตตานี ปากอ่าวปัตตานี ไปจนถึงชายหาดบ้านตะโล๊ะกาโปร์
พบประมาณ 35 - 40 ตัว โดยมีแนวโน้มจานวนเพ่ิมขึ้นเล็กน้อย นอกจากนี้ปี 2563 พบวาฬเพชฌฆาตเล็กเกยตื้น
มีชีวิตที่หาดรูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี และพบเต่าตนุข้ึนวางไข่บริเวณหาดละเวง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี จานวน
1 รงั ซ่ึงเจ้าหนา้ ทศี่ ูนยว์ ิจยั ทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั อา่ วไทยตอนล่าง นามาเพาะฟกั รอดจานวน 47 ตวั

162

ส่ิงแวดลอ้ มทำงทะเล

1) คุณภำพน้ำทะเล
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 พบคุณภาพน้าทะเลส่วนใหญ่ อยู่ในเกณฑด์ ี ร้อยละ 91 รองลงมาเป็นเกณฑ์
พอใช้ รอ้ ยละ 9 ไม่พบสถานะเสือ่ มโทรม และเสื่อมโทรมมาก ในพน้ื ทจ่ี ังหวัดปตั ตานี
2) นำ้ มนั ร่วั ไหล
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง
ได้ดาเนินการตรวจสอบและประเมินสภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝ่ัง กรณีการเกิดน้ามันรั่วไหล บริเวณอ่าวไทย
ตอนล่าง จังหวดั นครศรีธรรมราช จงั หวดั สงขลา จังหวัดปตั ตานี และจังหวดั นราธวิ าส ไมพ่ บนา้ มนั รั่วไหล
3) แมงกะพรนุ พิษ
จากการสารวจพบแมงกะพรุนพษิ จานวน 4 ชนดิ ต้ังแตป่ ี พ.ศ. 2553 ในปี พ.ศ. 2563 ยังไมม่ รี ายงานผู้ปว่ ย
สงสัยเสยี ชวี ติ หรอื บาดเจบ็ รนุ แรงจากแมงกะพรุนกลอ่ ง

ป่ำชำยเลน ป่ำชำยหำด พรุ

จากข้อมลู การใช้ประโยชน์ทดี่ ินปา่ ชายเลนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2563 จังหวัดปัตตานี มพี ื้นท่ีทง้ั หมด
45,448.97 ไร่ โดยแบง่ เปน็

1) ปา่ ชายเลน 20,939.54 ไร่
2) ปา่ ชายหาด 1,395.35 ไร่
3) ปา่ พรุ 4,482.61 ไร่
4) พน้ื ท่ีอน่ื ๆ ได้แก่

• พ้นื ที่เพาะเลี้ยงสัตวน์ า้ 3,328.57 ไร่
• พื้นทีเ่ กษตรกรรม 3,285.75 ไร่
• เมอื งและสง่ิ ก่อสร้าง 3,542.14 ไร่
• หาดทราย 288.11 ไร่
• แม่น้า คแู พรก ขมุ เหมือง ทะเล 2,725.14 ไร่
• ระบบนิเวศไม้พน้ื ล่าง 5,461.76 ไร่

กำรกดั เซำะชำยฝั่ง

จังหวัดปัตตานี มีความยาวชายฝั่งยาวประมาณ 140.03 กิโลเมตร โดยมีอาณาเขตครอบคลุมพ้ืนท่ีตาบล
ตั้งแต่อาเภอหนองจิกถึงอาเภอไม้แก่น มีตาบลท่ีติดทะเล รวม 19 ตาบล ได้แก่ ตาบลท่ากาชา บางเขา บางตาวา
ปากบาง รสู ะมิแล บานา ตนั หยงลูโละ บาราโหม บางปู แหลมโพธ์ิ ตะโละกาโปร์ ปะนาเระ บ้านกลาง บ้านนา้ บ่อ
บางเก่า ปะเสยะวอ ตะลุบน ไม้แก่น และดอนทราย มีพนื้ ท่ีชายฝั่งที่ประสบปญั หาการกดั เซาะยาวประมาณ 29.47
กิโลเมตร โดยแบ่งออกเป็น พ้ืนท่ีที่ยังไม่มีการดาเนินการแก้ไขยาวประมาณ 11.12 กิโลเมตร แยกเป็นพ้ืนที่ท่ี

163

ประสบปัญหาการกดั เซาะรนุ แรง 1.54 กโิ ลเมตร พื้นที่ทป่ี ระสบ ปัญหาการกัดเซาะปานกลาง 4.45 กโิ ลเมตร พนื้ ที่ ท่ี
ประสบปัญหาการกัดเซาะเล็กน้อย 5.13 กิโลเมตร พ้ืนที่ท่ีประสบปัญหาการกัดเซาะที่มีการดาเนินการ แก้ไขแล้ว
ประมาณ 19.53 กิโลเมตร พ้ืนที่ท่ีประสบปัญหา การกัดเซาะที่มีการดาเนินการแก้ไขแล้วแต่ยังกัดเซาะ ประมาณ
1.18 กิโลเมตร และพื้นที่ที่ไม่กัดเซาะ ประมาณ 109.38 กิโลเมตร แยกเป็นพื้นที่ท่ีมีการสะสม ของตะกอนมาก
ประมาณ 14.42 กิโลเมตร พ้ืนที่ท่ีมีการสะสมของตะกอนน้อยประมาณ 5.63 กิโลเมตร พ้ืนที่สมดุลประมาณ 81.85
กิโลเมตร พน้ื ท่อี ืน่ ๆ (พื้นที่ ก่อสร้างรุกแนวชายทะเล พน้ื ทหี่ วั หาดหิน พนื้ ทปี่ ากแมน่ า้ ) ประมาณ 7.48 กิโลเมตร

ท่มี ำ : รายงานสถานการณด์ ้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝง่ั และการกัดเซาะชายฝ่ังของประเทศไทย พ.ศ. 2563
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง

164

จังหวัดนราธวิ าส

พื้นที่ตาบลในเขตชายฝ่ังและพื้นท่ีในทะเล 1,706,359 ไร่

พ้ืนทีใ่ นทะเล

ตาบลในเขตชายฝั่ง อาเภอในเขตชายฝ่ัง พน้ื ที่ตาบลในเขตชายฝ่ัง 1,466,602 ไร่

น่านนา้ ของรฐั น่านนา้ ระหว่างประเทศ

10 ตาบล 3 อาเภอ 239,757 ไร่ 1,466,602 -

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง่ั

แนวปะการัง หญ้าทะเล ป่าชายเลน เกาะ หาด

41 ไร่ 152 ไร่ 820 ไร่ 3 แห่ง 8 แห่ง

อยู่ใน อยู่นอก อย่ใู น อยูน่ อก อยใู่ น อยนู่ อก อยูใ่ น อย่นู อก อยใู่ น อยนู่ อก
พน้ื ท่ี พืน้ ท่ี พื้นท่ี พืน้ ท่ี พืน้ ที่ พนื้ ท่ี
พนื้ ท่ี พนื้ ที่ พ้ืนท่ี พน้ื ที่ อุทยาน อทุ ยาน อุทยาน อุทยาน อุทยาน อุทยาน

อทุ ยาน อุทยาน อทุ ยาน อทุ ยาน - 820 -3 -8

- 41 - 152

พ้ืนที่อนรุ ักษฯ์ ในเขตจงั หวดั ชายฝ่ังทะเล

อุทยานแห่งชาติ ปา่ สงวนแห่งชาติ เขตหา้ มล่าสัตวป์ า่ เขตรกั ษาพนั ธส์ ตั ว์ปา่ พื้นท่คี ุ้มครองสิง่ แวดล้อม

1 แหง่ 22 แห่ง 1 แห่ง 2 แหง่ -

อาณาเขตทางทะเลประเทศไทย เขตตอ่ เน่อื ง เขตเศรษฐกิจ พืน้ ที่พัฒนาร่วม
น่านนา้ ภายใน ทะเลอาณาเขต - จาเพาะ ไทย-มาเลเซีย

793,329 ไร่ 673,272 - -

ทมี่ า : กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม

165

สถำนกำรณด์ ้ำนทรัพยำกรทำงทะเลและชำยฝงั่ และกำรกดั เซำะชำยฝัง่ จงั หวดั นรำธวิ ำส

มพี ืน้ ที่ทั้งหมด 4,475 ตารางกโิ ลเมตร ชายฝ่ังทะเลมีความยาว 57.02 กโิ ลเมตรและเกาะต่าง ๆ จานวน
2 เกาะ

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง่ั ทสี่ าคัญได้แก่
• ทรัพยากรปะการงั
• ทรัพยากรหญา้ ทะเล
• ทรัพยากรปา่ ชายเลน
• ทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก

สถำนภำพระบบนิเวศที่สำคญั

1) แนวปะกำรงั
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2562 ไม่มีการสารวจพ้ืนที่ แนวปะการัง จึงจาเป็นต้องใช้ข้อมูลการสารวจในปี พ.ศ.
2557 ได้ดาเนินการสารวจสถานภาพแนวปะการัง ทั้งหมด 41 ไร่ หรือ 0.07 ตารางกิโลเมตรคิดเป็น ร้อยละ 100
ได้แก่ บริเวณกองหินการังเลา และกองหินบราแว ของพ้ืนท่ีปะการังท้ังหมด พบว่าแนวปะการังส่วนใหญ่ มีสภาพ
สมบูรณ์ปานกลาง มีแนวโน้มของสถานภาพ ไมเ่ ปล่ียนแปลงเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลจากการสารวจ ในอดีต สาเหตุ
ความเสื่อมโทรมส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการทาประมง เน่ืองจากมีลักษณะ เป็นกองหิน
ใต้น้า ทาให้มีความเสี่ยงต่อการได้รับความเสียหายจากการทาการประมงท่ีผิดกฎหมาย เช่น การทาประมง อวนลาก
นอกจากนี้ยังมีปญั หาขยะจาพวกเศษอวนและอปุ กรณ์การประมง
2) แหล่งหญ้ำทะเล
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2562 ได้ดาเนินการสารวจและติดตาม หญ้าทะเลจานวน 2 พื้นที่ คือ แหล่งหญ้าทะเล
ปากคลอง บางนรา และแหล่งหญ้าทะเลคลองตากใบ ครอบคลุมพ้ืนทแี่ หล่งหญา้ ทะเลที่ไดร้ ับการตดิ ตามรวม 152 ไร่
พบหญ้าทะเล 234 ไร่ สถานภาพโดยรวมมีสภาพสมบูรณ์ ปานกลางมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระยะยาวเชิงพื้นที่
ในทางท่ีดีข้ึน ได้ดาเนินการสารวจและติดตามหญ้าทะเล จานวน 2 พื้นที่ คือ แหล่งหญ้าทะเลปากคลองบางนรา
และแหลง่ หญ้าทะเลคลองตากใบ ตั้งแต่ปี 2539 และ ปี 2554 สารวจพบหญ้าใบพาย 22 ไร่ แต่จากการสารวจ ในปี
2559 ไมพ่ บหญ้าทะเลในบริเวณดังกล่าว โดยมีสาเหตุ สาคัญมาจากการขุดลอกร่องน้า และในปี 2562 กย็ ังไมพ่ บ
การฟน้ื ตัวของหญ้าทะเล ผลการสารวจสถานภาพแหล่งหญ้าทะเลท่ีดาเนินการได้ ปจั จบุ ันพบว่าหญ้าทะเลมีการแพร่
เจริญเพิ่มพ้ืนท่ีข้ึนอย่างต่อเนื่อง จากการสารวจใน ปี 2554 พบหญ้าทะเลเพียงชนิดเดียวคือ หญ้ากุยช่ายเข็ม
ประมาณ 17 ไร่ แต่จากการสารวจอีกครั้งในปี 2559 กลับพบว่ามีหญ้าทะเลเนื้อที่เพิ่มข้ึนเป็น 95 ไร่ และเพิ่มเป็น
101 ไร่ ในปี 2562

166

3) สัตว์ทะเลหำยำกและใกลส้ ูญพนั ธุ์
จังหวัดนราธวิาส พบสัตว์ทะเลหายาก 4 ชนิด ประกอบด้วย เต่าทะเล 1 ชนิด คือ เต่าตนุ โลมา 2 ชนิด
ได้แก่ โลมาหลังโหนก และโลมาฟราเซอร์ วาฬ 1 ชนิด คือ วาฬเพชฌฆาตดา สัตว์ทะเลหายากท่ีเด่น คือ โลมา
หลังโหนก ซง่ึ พบได้บรเิ วณปากแม่นา้ บางนรา มาจนถงึ หน้าตาหนักทกั ษิณราชนิเวศน์

สิง่ แวดล้อมทำงทะเล

1) คณุ ภำพนำ้ ทะเล
ในปี พ.ศ. 2563 พบคุณภาพน้าทะเลส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี ร้อยละ 50 และเกณฑ์ดีมาก ร้อยละ 50 ไม่พบ
สถานะเส่ือมโทรมและเสอื่ มโทรมมากในพ้นื ทีจ่ งั หวัดนราธิวาส
2) น้ำมันร่วั ไหล
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ได้ดาเนนิ การตรวจสอบและ ประเมนิ สภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝ่ัง กรณี
การเกิดน้ามันรว่ั ไหล บรเิ วณอ่าวไทยตอนลา่ ง จงั หวัดนครศรีธรรมราช จังหวดั สงขลา จังหวัดปตั ตานี และจงั หวดั
นราธิวาส ไม่พบนา้ มันรวั่ ไหล
3) สถำนภำพกอ้ นนำ้ มนั
ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ได้ดาเนินการตรวจสอบ และประเมนิ สภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝ่งั
ประเภทก้อนนา้ มนั บริเวณอา่ วไทยตอนลา่ ง ในปีงบประมาณ 2562 ไมม่ สี ถานีตดิ ตามก้อนน้ามันในจังหวัดนราธิวาส
4) สถำนภำพสรปิโตรเลียมไฮโดรคำร์บอนรวมในน้ำทะเล
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ได้ดาเนินการติดตามตรวจสอบปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้าทะเล
บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส จานวน 17 สถานี ปีละ
2 ครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนสิงหาคม 2562 บริเวณ จังหวัดนราธิวาส ผลการติดตามตรวจสอบ
สารปโิ ตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในนา้ ทะเลบรเิ วณจงั หวดั นราธวิ าส ปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 มคี ่าเฉล่ียรายปี 0.16
ไมโครกรัมต่อลติ ร
5) แมงกะพรุนพิษ
จากการสารวจพบแมงกะพรุนพิษ จานวน 4 ชนดิ ตัง้ แต่ ปี พ.ศ. 2553 – 2563 ยงั ไม่มีรายงานผปู้ ว่ ย สงสัย
เสียชีวติ หรอื บาดเจ็บรนุ แรง ผปู้ ว่ ยหมดสติจาก แมงกะพรุนพิษ

ป่ำชำยเลน ป่ำชำยหำด พรุ

จากข้อมลู การใช้ประโยชน์ทดี่ ินปา่ ชายเลนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2563 จังหวัดนราธวิาส มีพนื้ ทท่ี ง้ั หมด
10,005.25 ไร่ โดยแบ่งเปน็

167

1) ป่าชายเลน 820.08 ไร่
2) ปา่ ชายหาด 535.01 ไร่
3) ปา่ พรุ 8,650.15 ไร่

กำรกัดเซำะชำยฝ่งั

ชายฝั่งทะเลของจังหวัดนราธิวาส ครอบคลุมพื้นท่ี 6 ตาบล 2 อาเภอ มีพื้นที่ชายฝ่ังที่ประสบปัญหาการ
กัดเซาะ ยาวประมาณ 57.02 กิโลเมตร โดยจากข้อมูลสถานภาพ การกัดเซาะชายฝ่ังปี พ.ศ. 2561 พบการกัดเซาะ
เป็นระยะทางรวม 26.39 กิโลเมตร แยกเป็นพื้นที่ที่ ประสบปัญหาการกัดเซาะรุนแรง 1.90 กิโลเมตรพื้นท่ี ที่ประสบ
ปัญหาการกัดเซาะปานกลาง 0.58 กิโลเมตร พื้นท่ีท่ียังไม่มีการดาเนินการแก้ไขยาวประมาณ 2.28 กิโลเมตร พ้ืนที่
ท่ีประสบปัญหาการกัดเซาะที่มี การดาเนินการแก้ไขแล้วประมาณ 24.11 กิโลเมตร และพ้ืนที่ท่ีไม่กัดเซาะประมาณ
30.41 กิโลเมตร แยกเป็น พ้ืนที่ที่มีการสะสมของตะกอนมากประมาณ 2.11 พื้นที่สมดุลประมาณ 26.15 กิโลเมตร
และพน้ื ท่ีอืน่ ๆ (พ้ืนทีก่ อ่ สร้างรกุ แนวชายทะเล พื้นท่ีหาดหัวหิน พื้นที่ ปากแมน่ ้า) ประมาณ 2.15 กโิ ลเมตร

ที่มา : รายงานสถานการณ์ด้านทรพั ยากรทางทะเลและชายฝัง่ และการกดั เซาะชายฝ่ังของประเทศไทย พ.ศ. 256๓
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ัง

168

จงั หวดั ระนอง

พนื้ ท่ีตาบลในเขตชายฝ่ังและพืน้ ท่ใี นทะเล 2,940,319 ไร่

พื้นท่ีในทะเล

ตาบลในเขตชายฝงั่ อาเภอในเขตชายฝัง่ พน้ื ทต่ี าบลในเขตชายฝ่ัง 1,531,450 ไร่

นา่ นนา้ ของรฐั น่านน้าระหวา่ งประเทศ

22 ตาบล 5 อาเภอ 1,408,869 ไร่ 1,531,450 -

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝัง่

แนวปะการงั หญ้าทะเล ป่าชายเลน เกาะ หาด
171,736.57 ไร่ 60 แห่ง 9 แห่ง
2,828 ไร่ 2,272 ไร่

อยู่ใน อย่นู อก อย่ใู น อยูน่ อก อยใู่ น อยู่นอกพ้ืนที่ อยูใ่ น อยนู่ อก อยใู่ น อยู่นอก
พน้ื ท่ี พื้นที่ พ้นื ที่ พ้นื ท่ี พ้นื ท่ี อุทยาน พ้นื ที่ พืน้ ท่ี พน้ื ที่ พื้นที่
อุทยาน อุทยาน อทุ ยาน อุทยาน อทุ ยาน อทุ ยาน อุทยาน อุทยาน อุทยาน
81,918.57
1,240 1,588 231 2,041 89,818 44 16 5 4

พื้นที่อนรุ ักษ์ฯในเขตจงั หวดั ชายฝ่ังทะเล

อทุ ยานแหง่ ชาติ ป่าสงวนแหง่ ชาติ เขตห้ามล่าสตั ว์ป่า เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า พืน้ ท่คี ุ้มครองส่ิงแวดล้อม

4 แหง่ 12 แห่ง - 2 แห่ง -

อาณาเขตทางทะเลประเทศไทย เขตต่อเนอ่ื ง เขตเศรษฐกจิ พืน้ ทพี่ ัฒนาร่วม
น่านนา้ ภายใน ทะเลอาณาเขต - จาเพาะ ไทย-มาเลเซีย

1,531,450 ไร่ - - -

ทม่ี า : กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม

169

สถำนกำรณด์ ้ำนทรพั ยำกรทำงทะเลและชำยฝัง่ และกำรกัดเซำะชำยฝงั่ จงั หวดั ระนอง

มพี ื้นท้ังหมด 1,322,415.9 ไร่ ชายฝงั่ ทะเลมคี วามยาว 137.9 กิโลเมตร
มีเกาะท่ีอย่ใู นความรับผดิ ชอบ จานวน 2 เกาะ
ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง่ั ท่ีสาคัญ ไดแ้ ก่

• ปะการงั
• ปา่ ชายเลน
• แหลง่ หญา้ ทะเล
• สตั ว์ทะเลหายาก

สถำนภำพระบบนเิ วศท่ีสำคญั

1) แนวปะกำรัง
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2563 กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝัง่ ไมม่ ีสถานดี าเนนิ การสารวจ แนวปะการัง
เน่ืองจากส่วนใหญ่อยู่ในพื้นทเี่ ขตอทยุ านแหงช่ าตทิ างทะเล จึงจาเป็นตอ้ งใช้ขอ้ มลู รายงานการสารวจใน ปี พ.ศ. 2561
โดยกรมอทยุ านแหง่ชาติสัตว์ปา่ และพันธุ์พชื ด้วยวิธี Photo belt Transect จานวน 3 สถานี คิดเปน็ พ้นื ท่ที ่ีได้รับ
การสารวจและประเมินรวม 866 ไร่ หรอื ร้อยละ 30.6 ของพื้นทีแ่ นวปะการังท้ังหมดของจงั หวัดระนอง
2) แหล่งหญ้ำทะเล
จากข้อมูลในปีงบประมาณ 2563 ได้ดาเนินการสารวจและติดตามสถานภาพหญ้าทะเล จานวน 3 พื้นท่ี คือ
เกาะพยาม เกาะช้าง และปากคลองบางเบน ในพ้ืนที่เดิม รวม 2,284 ไร่ หรือร้อยละ 90.4 ของพื้นที่ที่มีศักยภาพ
เป็นแหล่งหญ้าทะเลท้ังหมดของจังหวัด พบพ้ืนที่หญ้าทะเล ทั้งส้ิน 1,805.4 ไร่ มีหญ้าทะเลรวม 10 ชนิด คือ
หญ้าใบมะกรูด หญ้าเงาใบเล็ก หญ้าเงาใส หญ้าใบพาย หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย หญ้าชะเงาเต่า หญ้ากุยช่ายทะเล
หญ้ากุยช่ายเข็ม หญ้าคาทะเล และหญ้าเงาใบใหญ่ สถานภาพโดยรวมของแหล่งหญ้าทะเลท่ีได้รับ การติดตามมี
สภาพสมบูรณ์ปานกลาง ชนิดเด่นท่ีพบเป็น หญ้าชะเงาใบฟันเล่ือย และหญ้าใบพาย มีการก่อสร้าง บริเวณชายฝ่ัง
น้าเสียจากบ้านเรือน สภาพพื้นทะเลเป็น โคลนเหลว และน้าทะเลมีความขุ่นตลอดเวลา ทาให้หญ้าทะเลฟื้นตัวได้
ช้าลงสง่ ผลใหห้ ญ้าทะเลเส่อื มโทรมลงได้
3) สตั วท์ ะเลหำยำกและใกล้สูญพันธ์ุ
ท่ีพบ เต่า 4 ชนิด ได้แก่ เต่ากระ เต่าตนุ เต่าหญ้า และเต่ามะเฟือง โลมา - วาฬ 4 ชนิด ได้แก่ โลมา
ปากขวด โลมาหัวบาตรหลังเรียบ โลมากระโดดและโลมาอิรวดี พะยูน 1 ชนิด สัตว์ทะเลหายากที่เด่น คือ โลมา
หลังโหนก ซึ่งพบมากบริเวณเกาะพยาม อ่าวบางเบน อ่าวเคย อ่าวกะเปอร์ และเกาะเหลา และในปีงบประมาณ
2563 จงั หวดั ระนองไม่พบสตั ว์ทะเลหายากเกยต้นื

170

สง่ิ แวดลอ้ มทำงทะเล

1) คุณภำพน้ำทะเล
ในปี พ.ศ. 2563 คุณภาพนา้ ทะเลมีแนวโนม้ เส่ือมโทรมลง โดยมีสถานะดรี ้อยละ 50 รองลงมา ได้แก่ สถานะ
พอใช้ รอ้ ยละ 30 และสถานะดีมากร้อยละ 20 และไม่พบว่า มีสถานะเสื่อมโทรม
2) นำ้ มนั ร่วั ไหล
ในปี พ.ศ. 2563 ไมไ่ ด้รบั รายงานน้ามนั ร่ัวไหลในพนื้ ที่ จังหวดั ระนอง
3) น้ำทะเลเปลี่ยนสี
ในชว่ งปี พ.ศ. 2563 จากการติดตามและสารวจ และรับแจง้ เหตุเครือข่ายเฝ้าระวงั ฯ ในปี พ.ศ. 2562 น้ัน
ไม่พบมีการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพชื ในพื้นที่ จงั หวดั ระนอง
4) แมงกะพรนุ พิษ
ในชว่ งปี 2563 สถาบนั วิจยั ฯ ยังไม่ไดส้ ารวจแมงกะพรุน และไม่มรี ายงานผปู้ ว่ ยสงสัยเสียชีวติ หรือบาดเจ็บ
รุนแรง (ผปู้ ว่ ยหมดสติ)

ป่ำชำยเลน ป่ำชำยหำด

จากข้อมลู การใช้ประโยชน์ทดี่ ินปา่ ชายเลนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2563 จังหวัดระนอง มีพื้นทที่ ั้งหมด
227,483.22 ไร่ โดยแบง่ เป็น

1) ปา่ ชายเลน 171,736.57 ไร่
2) ป่าชายหาด 1,802.30 ไร่
3) พน้ื ท่ีอ่ืน ๆ ได้แก่

• พืน้ ทีเ่ พาะเลย้ี งสตั วน์ ้า 4,150.05 ไร่
• พืน้ ท่เี กษตรกรรม 10,597.25 ไร่
• เมืองและส่ิงก่อสรา้ ง 3,698.25 ไร่
• ท่าเทียบเรอื 14.46 ไร่
• เลนงอก/หาดเลน 21,255.37 ไร่
• หาดทราย 453.47 ไร่
• แมน่ ้า คแู พรก ขุมเหมือง ทะเล 7,650.32 ไร่
• ปา่ บนที่เนิน 1,967.47 ไร่
• ระบบนเิ วศไม้พื้นลา่ ง 4,157.72 ไร่

171

กำรกัดเซำะชำยฝง่ั

จงั หวัดระนอง มรี ะยะทางแนวชายฝั่งจังหวดั ระนอง 172.54 กิโลเมตร ระยะทางท่ีถูกกัดเซาะรวม
5.43 กิโลเมตร มีพน้ื ทก่ี ัดเซาะรนุ แรง 0.46 กิโลเมตร พื้นที่กดั เซาะ ปานกลาง 2.56 กิโลเมตร และพื้นท่ีกัดเซาะน้อย
2.41 กโิ ลเมตร

ที่มำ : รายงานสถานการณ์ด้านทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั และการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย พ.ศ. 2563
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝง่ั

172

จังหวัดพงั งา

พื้นทีต่ าบลในเขตชายฝ่ังและพืน้ ท่ใี นทะเล 8,837,760 ไร่

พื้นที่ในทะเล

ตาบลในเขตชายฝ่ัง อาเภอในเขตชายฝัง่ พ้ืนที่ตาบลในเขตชายฝั่ง 7,227,097 ไร่

น่านนา้ ของรฐั น่านนา้ ระหวา่ งประเทศ

28 ตาบล 7 อาเภอ 1,610,663 ไร่ 7,227,097 -

ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั

แนวปะการัง หญา้ ทะเล ป่าชายเลน เกาะ หาด
288,443.90 ไร่ 150 แห่ง 55 แห่ง
26,126 ไร่ 24,577 ไร่
อย่ใู น อย่นู อก
อยใู่ น อยูน่ อก อยู่ใน อยนู่ อก อยใู่ น อยู่นอกพน้ื ท่ี พน้ื ท่ี พน้ื ที่ อยู่ใน อยู่นอก
พื้นท่ี พน้ื ที่ พื้นที่ พ้นื ที่ พ้ืนท่ี อทุ ยาน อุทยาน อทุ ยาน พ้ืนที่ พนื้ ที่
อุทยาน อทุ ยาน อุทยาน อุทยาน อุทยาน อทุ ยาน อุทยาน
246,328.90 70 80
12,756 13,369 786 23,792 42,116 21 34

พืน้ ที่อนุรักษ์ฯในเขตจังหวดั ชายฝ่งั ทะเล

อุทยานแหง่ ชาติ ป่าสงวนแหง่ ชาติ เขตหา้ มล่าสตั วป์ ่า เขตรกั ษาพันธ์สัตว์ป่า พ้นื ทค่ี ุม้ ครองส่ิงแวดล้อม

8 แหง่ 53 แห่ง - 1 แห่ง 3 แห่ง

อาณาเขตทางทะเลประเทศไทย เขตต่อเนอ่ื ง เขตเศรษฐกจิ พ้นื ทพ่ี ัฒนาร่วม
น่านน้าภายใน ทะเลอาณาเขต - จาเพาะ ไทย-มาเลเซีย

800,924 ไร่ 6,426,173 - -

ทีม่ า : กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม

173

สถำนกำรณด์ ้ำนทรัพยำกรทำงทะเลและชำยฝ่ังและกำรกดั เซำะชำยฝงั่ จงั หวดั พงั งำ

มีพ้ืนที่ทง้ั หมด 4,170.89 ตารางกโิ ลเมตร ชายฝ่งั ทะเลมีความยาว 241 กิโลเมตร
และ เกาะตา่ ง ๆ จานวน 105 เกาะ
ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ังที่สาคัญไดแ้ ก่

• แนวปะการงั
• แหล่งหญ้าทะเล
• ป่าชายเลน ปา่ ชายหาด
• สตั วท์ ะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์

สถำนภำพระบบนิเวศที่สำคญั

1) แนวปะกำรัง
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2561 มีพื้นท่ีการแพรก่ ระจายของ แนวปะการัง 26,126 ไร่ (41.8 ตร.กม.) พนื้ ทีท่ ่ีได้รับ
การสารวจและประเมิน 12,906 ไร่ หรือร้อยละ 49.4 ของพ้ืนแนวปะการังทั้งหมดของจังหวัดพังงา สถานภาพ
มีแนวโน้มการเปล่ียนแปลงระยะยาวดีขึ้น บริเวณเกาะไข่ มีการฟ้ืนตัวข้ึนตามธรรมชาติอย่างช้า ๆ เนื่องจาก
ความพยายามของหลายฝ่ายในการบริหารจัดการพืน้ ที่ แนวปะการังในบริเวณน้ี เพ่ือลดความเส่ือมโทรม และส่งเสริม
การฟ้ืนตัวทาให้แนวปะการังสามารถฟื้นตัวได้ มีแนวโน้มการเปล่ียนแปลงระยะยาวคงที่บริเวณ เกาะยาวน้อยและ
เกาะยาวใหญ่ และมีแนวโน้ม การเปล่ียนแปลงระยะยาวเสียหายมากบริเวณ หาดท้ายเหมือง ซ่ึงสาเหตุหลักของความ
เส่ือมโทรม เกิดจาก แนวปะการังท่ีเสียหายมักอยู่ใกล้ฝั่งหรือบริเวณ ท่ีได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ทั้ง
ทางตรงและ ทางออ้ ม สว่ นแนวปะการงั ทอี่ ยูห่ า่ งไกลจากชายฝัง่ บางพืน้ ที่แนวปะการังยังคงมคี วามสมบรู ณ์ปานกลาง-
ดี และมีแนวโน้มการฟ้ืนตวั ที่ดขี ึ้นโดยเฉพาะในพ้ืนท่ี อุทยานแห่งชาติทางทะเล
2) แหล่งหญ้ำทะเล
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2563 ติดตามสถานภาพหญ้าทะเล บริเวณเกาะพระทอง และบ้านทับละมุ ในพ้ืนท่ีเดิม
รวม 2,095 ไร่ หรือร้อยละ 8.47 ของเนื้อท่ีท่ีมีศักยภาพ เป็นแหล่งหญ้าทะเลทั้งหมดของจังหวัด พบพื้นที่หญ้าทะเล
แพร่กระจายเป็น 1,579 ไร่ สถานภาพสมบูรณ์ปานกลางมีหญ้าทะเลรวม 7 ชนิด คือ หญ้าใบมะกรดู หญ้าเงาใบเล็ก
หญ้าเงาใส หญ้าเงาแคระ หญ้ากุยชายทะเล หญ้ากุยชายเข็มและหญ้าต้นหอมทะเล เม่ือเปรียบเทียบกับข้อมูล
ปี 2557 เป็นปีล่าสุดที่ได้สารวจไว้ พบว่า แหล่งหญ้าทะเล บริเวณเกาะพระทองและบ้านทับละมุ มีแนวโน้มดีขึ้น
พบการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในเชิงพื้นที่ แนวโน้ม การเปล่ียนแปลงย้อนหลัง ต้ังแต่ปี 2534 – ปัจจุบัน พบหญ้าใบ
มะกรูด หญ้าคาทะเล หญ้าชะเงาใบมน และหญ้าชะเงาใบฟันเล่ือยเป็นหญ้าชนิดเด่น มีการกระจายตัวท่ัวบริเวณ
ชายฝั่ง อ่าวและรอบเกาะต่าง ๆ ของจังหวัด พื้นท่ีเด่น ๆ ได้แก่ ช่องปากพระ (บ้านท่านุ่น – บ้านอ่าว ย่านสะบ้า)
เกาะยาวใหญ่ อ่าวทุ่งนางดา เกาะพระทอง ถึงชายฝั่งอาเภอคุระบุร ี เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลปี 2554 รายงาน

174

เนื้อที่หญ้าทะเลของจังหวัดพังงา มากถึง 29,067 ไร่ พบว่า มีแนวโน้มเสื่อมโทรมลง สาเหตุหลัก 1) การ
เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ได้แก่ บริเวณเกาะ พระทองและบริเวณใกล้เคียง 2) ในบางพื้นที่เช่น บ้านทับละมุ พบว่ามี
ความเสื่อมโทรมลงจากกิจกรรมของมนุษย์ มีการก่อสร้างบริเวณชายฝั่ง น้าเสียจากบ้านเรือน สภาพพื้นทะเลเป็น
โคลนเหลว และน้าทะเลมีความขนุ่ ตลอดเวลา ทาใหห้ ญ้าทะเลฟื้นตัวไดช้ ้าลง ส่งผลให้หญ้าทะเลเสือ่ มโทรมลงได้

3) สตั วท์ ะเลหำยำกและใกล้สูญพันธุ์
ที่พบ ได้แก่ ฉลามวาฬ เต่ามะเฟือง วาฬเพชฌฆาตดา ซ่ึงพบฝงูใหญ่จานวนไม่น้อยกว่า 50 ตัวต่อฝูง
บริเวณเกาะสี่ เกาะหก เกาะแปด และหินกองเกาะสุรินทร์ กระเบนราหู พบบริเวณ เกาะเก้า เกาะบอน เกาะตาชัย
อุทยานแหง่ชาติหมู่เกาะสิมิลัน ในช่วง พ.ศ. 2563 พบการเกยต้ืนของ สัตว์ทะเลหายากรวมในปี 2563 รวม 43 ตัว
ไดแ้ ก่ เต่าทะเล 37 ตัว เต่ากระ 17 ตัว เตา่ ตนุ 16 ตวั เต่ามะเฟือง 1 ตวั เต่าหญ้า 2 ตวั และเตา่ ทะเลไม่ทราบ ชนิด
1 ตัว โลมาและวาฬรวม 4 ตัวประกอบด้วย โลมาลายแถบ 1 ตัว โลมากระโดด 1 ตัว วาฬบรูด้า 1 ตัว และโลมา
ไม่ทราบชนิด 1 ตัว พะยูน 2 ตัว การวางไข่ของ เต่าตะนุ ในปี พ.ศ. 2563 จานวน 95 รัง และเต่ามะเฟือง จานวน
13 รงั สามารถดแู ลและช่วยเหลือลูกเต่ามะเฟอื ง ลงสทู่ ะเลได้อยา่ งปลอดภยั จานวน 351 ตวั

สง่ิ แวดล้อมทำงทะเล

1) คุณภำพนำ้ ทะเล
ในปี พ.ศ. 2563 คุณภาพน้าทะเลมีแนวโน้มดีข้ึน โดยมีสถานะดีร้อยละ 79 รองลงมา ได้แก่ สถานะดีมาก
ร้อยละ 16 สถานะพอใช้คงท่ีร้อยละ 5 และไม่พบว่า มีสถานะเสื่อมโทรมโดยเมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2562
พบคณุ ภาพนา้ ทะเลในสถานะดีมากเพิ่มข้ึนและในสถานะพอใชค้ งที่
2) นำ้ มนั รัว่ ไหล
ในปี พ.ศ. 2563 ไมไ่ ดร้ ับรายงานน้ามันรั่วไหลในพน้ื ที่ จังหวดั พังงา
3) นำ้ ทะเลเปลยี่ นสี
ในช่วงปี พ.ศ. 2563 จากการติดตามและสารวจ และรบั แจง้ เหตเุ ครอื ข่ายเฝ้าระวังฯ ในปี พ.ศ. 2562 นัน้
ไมพ่ บมกี ารสะพร่ังของแพลงกต์ อนพืชในพื้นที่ จังหวัดพงั งา
4) แมงกะพรุนพิษ
ในช่วงปี 2563 สถาบันวจิ ัยฯ ยงั ไม่ได้สารวจแมงกะพรุน และไม่มีรายงานผูป้ ว่ ยสงสยั เสียชวี ิตหรอื บาดเจบ็
รนุ แรง (ผปู้ ่วยหมดสต)ิ

ป่ำชำยเลน ป่ำชำยหำด พรุ

จากข้อมลู การใช้ประโยชน์ทดี่ ินปา่ ชายเลนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2563 จงั หวัดพงั งา มีพน้ื ท่ีทงั้ หมด
384,123.44 ไร่ โดยแบ่งเปน็

1) ปา่ ชายเลน 288,443.90 ไร่

175

2) ปา่ ชายหาด 23,483.52 ไร่
3) ป่าพรุ 399.95 ไร่
4) พื้นที่อ่ืน ๆ ได้แก่

• พนื้ ที่เพาะเล้ยี งสัตว์นา้ 4,975.90 ไร่
• พน้ื ที่เกษตรกรรม 19,141.57 ไร่
• เมืองและสิง่ ก่อสรา้ ง 2,285.44 ไร่
• ทา่ เทยี บเรือ 43.27 ไร่
• เลนงอก/หาดเลน 11,389.23 ไร่
• หาดทราย 438.47 ไร่
• แม่น้า คแู พรก ขุมเหมอื ง ทะเล 21,668.11 ไร่
• ปา่ บนทเ่ี นิน 3,257.56 ไร่
• ระบบนิเวศไม้พื้นล่าง 8,596.52 ไร่

กำรกดั เซำะชำยฝัง่

ชายฝ่ังทะเลของจังหวดั พังงา มีความยาวชายฝง่ั 235.78 กิโลเมตร โดยสามารถแบ่งออกเปน็ 9 ระบบ กลุ่ม
หาด โดยมีอาณาเขตครอบคลุมพ้ืนที่ตาบลคุระ ถึงตาบลมะรุ่ย รวมท้ังสิ้น 18 ตาบล จากข้อมูลการสารวจ โดย
สานักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งท่ี 6 จังหวัดพังงา พ.ศ. 2563 พื้นท่ีชายฝ่งั ที่ประสบปญั หา การกดัเซาะยาว
รวม 4.62 กิโลเมตร โดยแบ่งออกเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาการกัดเซาะรุนแรง 4.62 กิโลเมตร พื้นที่ท่ีประสบปัญหา
การกัดเซาะปานกลาง 1.09 กิโลเมตร และพื้นท่ีท่ีประสบปัญหาการกัดเซาะน้อย 2.89 กิโลเมตร พื้นที่กัดเซาะมาก
ทง้ั หมด 4 บรเิ วณ เขตอาเภอตะก่ัวปา่ 3 บรเิ วณ และเขตอาเภอท้ายเหมือง เขตอาเภอตะกั่วท่งุ 1 บรเิ วณ

ท่มี ำ : รายงานสถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและการกดั เซาะชายฝ่งั ของประเทศไทย พ.ศ. 2563
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง

176

จงั หวดั ภเู ก็ต

พนื้ ที่ตาบลในเขตชายฝ่ังและพน้ื ทใ่ี นทะเล 2,589,486 ไร่

พืน้ ทใี่ นทะเล

ตาบลในเขตชายฝง่ั อาเภอในเขตชายฝงั่ พื้นท่ีตาบลในเขตชายฝั่ง 2,247,543 ไร่

น่านน้าของรฐั น่านนา้ ระหว่างประเทศ

17 ตาบล 3 อาเภอ 341,943 2,247,543 -

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง

แนวปะการัง หญา้ ทะเล ปา่ ชายเลน เกาะ หาด
15,785.40 ไร่ 36 แหง่ 30 แห่ง
13,932 ไร่ 5,823 ไร่
อยู่ใน อย่นู อกพื้นที่
อย่ใู น อยนู่ อก อยู่ใน อยู่นอก พืน้ ท่ี อุทยาน อยู่ใน อยนู่ อก อยใู่ น อยู่นอก
พนื้ ท่ี พืน้ ท่ี พ้ืนท่ี พ้นื ที่ อทุ ยาน พ้ืนที่ พน้ื ที่อุทยาน พื้นท่ี พนื้ ที่
อุทยาน อุทยาน อทุ ยาน อทุ ยาน อุทยาน อทุ ยาน อุทยาน
- 15,785.40 33
2,538 11,394 13 5,810 3 5 25

พืน้ ท่ีอนุรักษ์ฯในเขตจงั หวดั ชายฝัง่ ทะเล

อทุ ยานแห่งชาติ ปา่ สงวนแห่งชาติ เขตห้ามล่าสัตวป์ ่า เขตรกั ษาพันธ์สัตวป์ ่า พืน้ ทีค่ ุม้ ครองสิง่ แวดล้อม

2 แห่ง 16 แห่ง 1 แห่ง - 3 แห่ง

อาณาเขตทางทะเลประเทศไทย เขตตอ่ เนื่อง เขตเศรษฐกิจ พ้นื ทพ่ี ัฒนารว่ ม
น่านน้าภายใน ทะเลอาณาเขต - จาเพาะ ไทย-มาเลเซีย

298,789 ไร่ 1,948,754 ไร่ - -

ท่ีมา : กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม

177

สถำนกำรณด์ ้ำนทรพั ยำกรทำงทะเลและชำยฝง่ั และกำรกดั เซำะชำยฝ่งั จังหวดั ภูเก็ต

มีพืน้ ทงั้ หมด 341,946.7 ไร่ ชายฝง่ั ทะเลมีความยาว 205.9 กโิ ลเมตร
ทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ังท่สี าคัญ ได้แก่

• แนวปะการงั
• แหลง่ หญ้าทะเล
• ป่าชายเลน
• สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธ์ุ

สถำนภำพระบบนเิ วศท่ีสำคัญ

1) แนวปะกำรัง
จังหวัดภูเก็ตมีพ้ืนท่ีแนวปะการังประมาณ 13,932 ไร่ กระจายตัวตามแนวชายฝั่งและเกาะต่าง ๆ รอบท้ัง
จังหวัด ภูเก็ต จากข้อมูลในปี 2563 ได้ดาเนินการสารวจสถานภาพแนวปะการังท้ังหมด 7,264 ไร่ หรือ 11.62
ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 51.1 ของพื้นที่ปะการังท้ังหมด สถานภาพแนวปะการังต่อพ้ืนที่แนวปะการังใน
ภาพรวมของจังหวัดภูเก็ต พบว่าพ้ืนที่แนวปะการังส่วนใหญ่อยู่ในสถานภาพสมบูรณ์ปานกลาง แนวโน้มการ
เปล่ียนแปลงการครอบคลุมพื้นท่ีของปะการังมีชีวิต เม่ือพิจารณาเปรียบเทียบกับข้อมูลช่วงหลังเกิดปรากฏการณ์
ปะการังฟอกขาว ในปี พ.ศ. 2553 ท่ีผ่านมา พบว่าร้อยละการครอบคลุม พน้ื ท่ขี องปะการังมีชีวิตมีแนวโน้มการฟืน้ ตัว
ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้บางพื้นที่มีการใช้ประโยชน์ด้านการท่องเท่ียวอย่างหนาแน่น เช่น เกาะราชาใหญ่
เกาะราชาน้อย และอา่ วปา่ ตองดา้ นเหนือ
2) แหล่งหญ้ำทะเล
จากข้อมูลในปี 2563 สารวจและติดตามหญ้าทะเล จานวน 4 พื้นท่ี คือ พื้นที่เกาะโหลน - อ่าวยนต์
อา่ วฉลอง อ่าวตง้ั เข็มและอ่าวป่าคลอก ครอบคลุมแหล่งหญ้าทะเล ประมาณ 4,459 ไร่ หรือร้อยละ 76.6 ของพ้ืนที่
ท่ีมีศักยภาพเป็นแหล่งหญ้าทะเลทั้งหมดของจังหวัด พบพ้ืนที่หญ้าทะเลท้ังส้ิน 2323.6 ไร่ มีหญ้าทะเลรวม 11 ชนิด
คือ หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย หญ้าชะเงาใบมน หญ้าเงาใบเล็ก หญ้าเงาใบใหญ่ หญ้าใบมะกรูด หญ้าคาทะเล
หญ้าใบพาย หญ้ากุยช่ายทะเล หญ้ากุยช่ายเข็ม หญ้าชะเงาเต่า และหญ้าเงาใส สถานภาพโดยรวมของ
แหล่งหญ้าทะเลที่ได้รับการติดตามมีสภาพสมบูรณ์ปานกลางชนิดเด่นที่พบเป็นหญ้าใบมะกรูด เมื่อทาการ
เปรียบเทียบกับขอ้ มูลในปี 2562 ซึง่ เป็นปีล่าสุดท่ีได้สารวจไว้ พบว่าแหล่งหญ้าทะเลบรเิ วณจังหวัดภูเกต็ มีแนวโน้ม
คงท่ี แหล่งหญ้าทะเลมีความสมบูรณ์ตามธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล โดยมีการเปล่ียนแปลงเล็กน้อย
เชิงพน้ื ท่ี

178

3) สัตว์ทะเลหำยำกและใกล้สูญพนั ธุ์
ที่พบเต่าทะเล 4 ชนิด ได้แก่ เต่ากระ เต่าตนุ เต่าหญ้า และเต่ามะเฟือง โลมา-วาฬ 6 ชนิด ได้แก่
โลมาปากขวด โลมาหัวบาตรหลังเรียบ โลมาลายแถบ โลมากระโดด วาฬโอมูระ และวาฬมีฟันไม่ทราบชนิด
พะยูน 1 ชนิด และปลากระดูกอ่อน 2 ชนิด ได้แก่ ฉลามวาฬ และปลาโรนัน สัตว์ทะเลหายากท่ีเด่น คือ
เต่ามะเฟืองและโลมาปากขวด ซึ่งพบเต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่มากบริเวณชายหาดทิศตะวันตกของเกาะภูเก็ต
หาดไม้ขาว หาดในทอน โลมาปากขวดพบมากบริเวณเกาะราชานอ้ ย-ใหญ่ เกาะไม้ท่อน เกาะเฮ ในปีงบประมาณ
2563 จงั หวัดภูเกต็ พบการเกยตนื้ ของสัตว์ทะเลหายากรวม 66 ตวั ได้แก่ เต่าทะเล 57 ตัว ประกอบด้วย เต่ากระ 25
ตัว เต่าตนุ 19 ตัว เต่าหญ้า 11 ตัว และเต่าไม่ทราบชนิดอีก 2 ตัว โลมาและ วาฬรวม 8 ตัว ประกอบด้วย โลมา
ปากขวด 2 ตัว โลมาหัวบาตรหลังเรียบ 2 ตัว โลมาลายแถบ 1 ตัว โลมากระโดด 1 ตัว และโลมาไม่ทราบชนิด
จานวน 2 ตัว พะยนู 1 ตวั

สงิ่ แวดล้อมทำงทะเล

1) คุณภำพนำ้ ทะเล
ในปี พ.ศ. 2563 คุณภาพน้าทะเลมีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีสถานะดี ร้อยละ 75 รองลงมา ได้แก่ สถานะพอใช้
ร้อยละ 20 และพบสถานะเส่อื มโทรมร้อยละ 4 โดยเม่ือเปรียบเทียบกบั ปี พ.ศ. 2562 พบคุณภาพน้าทะเล ในสถานะ
ดเี พิ่มขน้ึ จากรอ้ ยละ 64 สถานะพอใชล้ ดลง จากรอ้ ยละ 30 และสถานะเส่อื มโทรมลดลงจากรอ้ ยละ 6
2) น้ำมันรั่วไหล
ในปี พ.ศ. 2563 ไมไ่ ดร้ บั รายงานนา้ มนั ร่ัวไหลในพื้นท่ี จงั หวัดภเู ก็ต
3) น้ำทะเลเปลีย่ นสี
ในช่วงปี พ.ศ. 2563 ดาเนินการติดตามการเปลี่ยนแปลง ประชากรแพลงก์ตอนพืช เฝ้าระวังปรากฏการณ์
นา้ ทะเลเปล่ียนสีและรับแจ้งเหตุปรากฏการณ์นา้ ทะเลเปล่ียนสี ครอบคลุมพื้นท่ีชายฝ่ังทะเลอันดามัน ประกอบด้วย
จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรังและจังหวัดสตูล โดยติดตามบริเวณชายฝ่ัง
รอบเกาะจังหวัดภูเก็ต จานวน 24 สถานี ตรวจวัดทุก ๆ 2 เดือน และสถานีชายฝ่ังทะเลอันดามันจานวน 24 สถานี
ตรวจวัดทุก ๆ 6 เดือน วัตถุประสงค์เพื่อทราบถึง การเปลี่ยนแปลงความชุกชุมของแพลงก์ตอน พืชที่เป็นสาเหตุ
ให้เกิดปรากฏการณ์น้าทะเลเปล่ียนสีและเฝ้าระวังแพลงก์ตอนพืชท่ีสร้างสารชีวพิษ ซ่ึงจะเป็นข้อมูลในการวาง
นโยบายในการจัดการแกไ้ ขและป้องกันผลกระทบ เมอ่ื เกดิ ปรากฏการณน์ ้าทะเลเปล่ยี นสี
4) แมงกะพรุนพิษ
ในช่วงปีงบประมาณ 2561–2562 สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง ไม่ได้สารวจ
แมงกะพรุน ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แต่ในช่วงปีงบประมาณ 2552–2554 ได้สารวจแมงกะพรุนท่ีติดโป๊ะน้าต้ืน
ในพื้นท่ีอ่าวน้าบ่อ และในช่วงปีงบประมาณ 2553–2555 ได้สารวจแมงกะพรุนท่ีติดอวนลอยกุ้งสามช้ันของ

179

ชาวประมง ในพ้ืนท่ีฝั่งตะวันออกของจังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ยังได้รับ ตัวอย่างจากเครือข่ายเจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัยประจาหาดและได้รบั แจ้งจากเครือข่ายทางไลน์กลุ่ม แมงกะพรุนภูเก็ตในพ้ืนท่ีฝ่ังตะวนั ตกของจังหวดั ภูเก็ต
และข้อมูลออนไลน์ในเว็ปไซต์ ซ่ึงพบแมงกะพรุนพิษ ทั้งส้ิน 7 ชนิด ได้แก่ แมงกะพรุนกล่อง Carukiidae
(unidentifiable)2, Chironex indrasaksajiae2, Chironex sp. A2 แ ล ะ Chiropsoides buitendijki2,3 แล ะ
แมงกะพรุนไฟ Chrysaora sp.2 และ Pelagia sp.6,9 รวมทงั้ Physalia sp.2,4,9 (แมงกะพรนุไฟหมวกโปรตุเกส
หรือแมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกสหรือแมงกะพรุนหัวขวด) ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยสงสัยเสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรง
(ผปู้ ่วยหมดสติ) จากแมงกะพรนุ พษิ

ป่ำชำยเลน

จากข้อมลู การใช้ประโยชน์ทดี่ ินปา่ ชายเลนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2563 จงั หวัดภเู กต็ มีพื้นทีท่ งั้ หมด
26,785.76 ไร่ โดยแบง่ เปน็

1) ปา่ ชายเลน 15,785.40 ไร่
2) ปา่ ชายหาด 1,680.37 ไร่
3) ป่าพรุ 189.87 ไร่
4) พนื้ ที่อน่ื ๆ ได้แก่

• พื้นที่เพาะเล้ียงสตั ว์นา้ 2,162.65 ไร่
• พน้ื ทีเ่ กษตรกรรม 882.20 ไร่
• เมืองและสิง่ ก่อสร้าง 2,720.02 ไร่
• ทา่ เทยี บเรอื 140.08 ไร่
• เลนงอก/หาดเลน 542.13 ไร่
• หาดทราย 9.79 ไร่
• แม่นา้ คูแพรก ขมุ เหมือง ทะเล 1,260.20 ไร่
• ปา่ บนทีเ่ นนิ 501.39 ไร่
• ระบบนิเวศไม้พนื้ ลา่ ง 911.67 ไร่

กำรกดั เซำะชำยฝ่งั

ชายฝ่ังทะเลของจังหวัดภูเก็ตระยะทางแนวชายฝ่ังจังหวัดภูเก็ต 202.83 กิโลเมตร พบระยะทางท่ีถูกกัดเซาะ
รวม 8.26 กโิ ลเมตร มีพื้นท่ีกดั เซาะรุนแรง 0.16 กิโลเมตร พ้ืนทก่ี ัดเซาะปานกลาง 5.79 กิโลเมตร และพื้นท่ีกัดเซาะ
น้อย 2.30 กโิ ลเมตร
ที่มำ : รายงานสถานการณด์ ้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั และการกัดเซาะชายฝง่ั ของประเทศไทย พ.ศ. 2563

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

180

จังหวัดกระบ่ี

พนื้ ท่ตี าบลในเขตชายฝั่งและพื้นที่ในทะเล 4,565,907 ไร่

พื้นทใี่ นทะเล

ตาบลในเขตชายฝัง่ อาเภอในเขตชายฝัง่ พน้ื ที่ตาบลในเขตชายฝั่ง 3,097,917 ไร่

น่านนา้ ของรฐั น่านน้าระหว่างประเทศ

31 ตาบล 5 อาเภอ 1,467,990 3,097,917 -

ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั

แนวปะการงั หญา้ ทะเล ปา่ ชายเลน เกาะ หาด
230,790.77 ไร่ 165 แห่ง 36 แห่ง
14,039 ไร่ 30,940 ไร่
อย่ใู นพน้ื ท่ี อยู่นอก
อยใู่ น อยนู่ อก อยู่ใน อย่นู อก อุทยาน พน้ื ที่ อยูใ่ น อยู่นอก อย่ใู น อยูน่ อก
พน้ื ที่ พื้นที่ พน้ื ท่ี พื้นที่ พ้นื ท่ี พนื้ ท่ี พน้ื ที่ พื้นที่
อทุ ยาน อุทยาน อุทยาน อุทยาน อทุ ยาน อทุ ยาน อุทยาน อทุ ยาน อุทยาน

8,851 5,188 2,543 28,397 4,865.77 225,925 71 94 14 22

พืน้ ท่ีอนุรักษฯ์ ในเขตจงั หวดั ชายฝ่งั ทะเล

อทุ ยานแห่งชาติ ป่าสงวนแห่งชาติ เขตหา้ มลา่ สัตวป์ ่า เขตรกั ษาพนั ธ์สัตว์ปา่ พ้นื ที่ค้มุ ครองสิง่ แวดล้อม

4 แห่ง 49 แห่ง 2 แหง่ 2 แห่ง -

อาณาเขตทางทะเลประเทศไทย เขตตอ่ เน่อื ง เขตเศรษฐกิจ พ้ืนที่พัฒนาร่วม
น่านน้าภายใน ทะเลอาณาเขต - จาเพาะ ไทย-มาเลเซีย

1,714,646 ไร่ 1,383,271 ไร่ - -

ที่มา : กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม

181

สถำนกำรณ์ด้ำนทรพั ยำกรทำงทะเลและชำยฝ่ังและกำรกดั เซำะชำยฝงั่ จงั หวดั กระบ่ี

มพี ้ืนท่ีทัง้ หมด1,468,964.55 ไร่ ชายฝ่ังทะเลมีความยาว 203.79 กิโลเมตร
ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝงั่ ทีส่ าคัญไดแ้ ก่
• แนวปะการงั
• แหล่งหญา้ ทะเล
• ป่าชายเลน
• สัตว์ทะเลหายากและใกลส้ ูญพนั ธ์ุ
• ปา่ ชายเลน และป่าชายหาด

สถำนภำพระบบนเิ วศท่ีสำคญั

1) แนวปะกำรัง
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2563 มีพื้นที่การแพร่กระจายของแนวปะการัง 14,039 ไร่ (22.5 ตร.กม.) ไร่ พื้นที่
ท่ีได้รับการสารวจและประเมิน 5,974 ไร่ หรือร้อยละ 42.6 ของ พ้ืนที่แนวปะการังทั้งหมด สถานภาพมีแนวโน้ม
การเปล่ียนแปลงระยะยาวดีขึ้นบริเวณเกาะง่ัง เกาะปู เกาะปอและเกาะรอกในตะวันตกมีแนวโน้มการเปล่ียนแปลง
ระยะยาวคงท่ีบริเวณ เกาะลันตาใหญ่ ด้านตะวันตก เกาะรอกนอก เกาะรอกในด้านตะวันออก เกาะรอกในด้าน
ตะวันตก เกาะไหงด้านใต้ และเกาะไหงด้านตะวันออกเฉียงเหนือ และมีแนวโน้มการเปล่ียนแปลงระยะยาว
เสียหายมากบริเวณ เกาะกา เกาะศรีบอยา เกาะหมา สาเหตุหลักของความเสื่อมโทรมเกิดจากการทาประมง
การทงิ้ สมอเรอื ขยะในแนวปะการงั เรอื ครูดปะการัง และน้าเสีย
2) แหล่งหญ้ำทะเล
แหล่งหญ้าทะเลจังหวัดกระบ่ีมีพื้นท่ีรวม 30,958 ไร่ จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2563 ซ่ึงได้ดาเนินการสารวจและ
ติดตามสถานภาพหญ้าทะเลใน 2 พ้ืนท่ี คือ แหล่งหญ้าทะเล เกาะปูด้านเหนือซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับเกาะศรบี อยา พื้นท่ี
ท่ีสองคือบริเวณอ่าวน้าเมา ครอบคลมุแหล่งหญ้าทะเลท่ีได้รับการติดตามประมาณ 1,190 ไร่ หรือร้อยละ 3.84
แหล่งหญ้าทะเลมีแนวโน้มการเปล่ียนแปลงเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับในข้อมูลอดีตบริเวณอ่าวน้าเมา และมีแนวโน้ม
การเปล่ียนแปลงเส่ือมโทรมลงข้ึนเม่ือเทียบกับในข้อมูลอดีตบริเวณเกาะปูด้านเหนือ ส่วนภาพรวมของแหล่ง
หญา้ ทะเลบรเิ วณจงั หวัดกระบ่มี ีแนวโน้ม เส่อื มโทรมลง
3) สัตวท์ ะเลหำยำกและใกล้สญู พนั ธุ์
จงั หวัดกระบี่ พบสัตวท์ ะเลหายากมากกว่า 9 ชนิด ได้แก่ เต่าทะเล มากกว่า 1 ชนิด พะยูน ฉลามวาฬ โลมา
และ วาฬ มากกว่า 6 ชนิด ในช่วง พ.ศ. 2563 พบการเกยตื้น ของสัตว์ทะเลหายากรวม 15 ตัว ได้แก่ เต่าทะเล
จานวน 8 ตัว เท่ากับปี พ.ศ. 2562 โลมาและวาฬ จานวน 5 ตัว เท่ากับปี พ.ศ. 2563 และพะยูน จานวน 2 ตัว
ลดลงจากปี พ.ศ. 2562 ที่จานวน 5 ตวั

182

ส่ิงแวดลอ้ มทำงทะเล

1) คุณภำพนำ้ ทะเล
ในปี พ.ศ. 2563 คุณภาพน้าทะเลมแี นวโน้มดขี ึ้น ทง้ั นี้เมื่อเปรยี บเทียบกบั ปี พ.ศ. 2562 พบวา่ สถานะดีมาก
เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0 เป็นร้อยละ 4 สถานะดี เพ่ิมข้ึน เป็นร้อยละ 96 จากร้อยละ 81 สถานะพอใช้ลดลง เป็น
ร้อยละ 0 จากร้อยละ 19 และไม่พบว่ามีสถานะ เสื่อมโทรมและเสื่อมโทรมมาก
2) น้ำมันรวั่ ไหล
ในปี พ.ศ. 2563 ไม่พบน้ามนั รั่วไหลและปรากฏการณ์ก้อนนา้ มนั ดิน ในจงั หวัดกระบ่ี
3) นำ้ ทะเลเปลยี่ นสี
ในชว่ งปี พ.ศ. 2563 ไม่พบปรากฏการณ์น้าทะเลเปลี่ยนสีในจังหวดั กระบ่ี
4) แมงกะพรนุ พิษ
จากการสารวจตั้งแต่ปี 2553 พบแมงกะพรุนพิษท้ังสิ้น 8 ชนิด เป็นแมงกะพรุนในกลุ่ม Cubozoa หรือ
แมงกะพ รุน กล่อง 5 ชนิ ด ได้แก่ Carukiidae (unidentifiable), Chironex indrasaksajiae, Chironex sp,
Chirodropidae (unidentifiable), Chiropsoides buitendijki แมงกะพรุนกลุ่ม Scyphozoa 2 ชนิด ได้แก่
แมงกะพรุนไฟ Chrysaora sp. และ Pelagia sp. และ แมงกะพรุนกลุ่ม Hydrozoa 1 ชนิด คือ แมงกะพรุนหัวขวด
Physalia sp. ในปี พ.ศ. 2563 ไมม่ ีการรายงานพบผปู้ ่วย จากพิษแมงกะพรุนพิษ

ป่ำชำยเลน ป่ำชำยหำด

จากข้อมลู การใช้ประโยชน์ทด่ี ินปา่ ชายเลนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2563 จังหวัดกระบ่ีมีพนื้ ท่ีทงั้ หมด
328,993.33 ไร่ โดยแบ่งเป็น

1) ปา่ ชายเลน 230,790.77 ไร่
2) ปา่ ชายหาด 4,406.97 ไร่
3) พนื้ ที่อื่น ๆ ได้แก่

• พื้นท่เี พาะเล้ยี งสตั วน์ า้ 9,459.60 ไร่
• พื้นท่เี กษตรกรรม 25,056.38 ไร่
• เมอื งและสิ่งก่อสรา้ ง 2,599.46 ไร่
• ทา่ เทียบเรอื 12.95 ไร่
• เลนงอก/หาดเลน 9,699.01 ไร่
• หาดทราย 281.28 ไร่
• แมน่ า้ คแู พรก ขุมเหมอื ง ทะเล 33,555.55 ไร่

183

• ปา่ บนท่เี นิน 5,208.47 ไร่
• ระบบนิเวศไม้พ้นื ลา่ ง 7,922.86 ไร่

กำรกัดเซำะชำยฝัง่

ชายฝ่ังทะเลของจังหวัดกระบ่ี ครอบคลุมพ้ืนท่ีจานวน 30 ตาบล 5 อาเภอ โดยมีระยะทางแนวชายฝ่ัง
203.79 กิโลเมตร จากข้อมูลสถานภาพการกัดเซาะชายฝ่ัง ปี พ.ศ. 2562 พบการกัดเซาะเป็นระยะทางรวม
1.21 กโิ ลเมตร พ้นื ท่ีกัดเซาะปานกลาง เป็นระยะทาง 1.21 กโิ ลเมตร

ท่ีมำ : รายงานสถานการณด์ ้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั และการกดั เซาะชายฝงั่ ของประเทศไทย พ.ศ. 2563
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั

184

จังหวัดตรงั

พื้นท่ีตาบลในเขตชายฝ่ังและพน้ื ท่ีในทะเล 2,970,972 ไร่

พื้นทใี่ นทะเล

ตาบลในเขตชายฝ่ัง อาเภอในเขตชายฝั่ง พ้ืนท่ตี าบลในเขตชายฝ่ัง 1,862,299 ไร่

นา่ นนา้ ของรัฐ น่านนา้ ระหวา่ งประเทศ

29 ตาบล 6 อาเภอ 1,108,672 1,862,299 -

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง่ั

แนวปะการัง หญา้ ทะเล ปา่ ชายเลน เกาะ หาด

3,016 ไร่ 33,225 ไร่ 226,408.77 ไร่ 55 แหง่ 21 แหง่

อยใู่ น อยนู่ อก อยู่ใน อยูน่ อก อยู่ใน อย่นู อกพ้นื ที่ อยู่ใน อยู่นอก อยู่ใน อยู่นอก
พนื้ ท่ี อุทยาน พ้ืนที่ พ้ืนท่ี พ้ืนท่ี พนื้ ที่
พืน้ ท่ี พนื้ ท่ี พน้ื ที่ พืน้ ที่ อทุ ยาน อทุ ยาน อุทยาน อทุ ยาน อทุ ยาน

อุทยาน อุทยาน อทุ ยาน อุทยาน 4,993 221,414.77 19 36 10 11

1,945 1,017 10,350 22,875

พ้นื ทอ่ี นุรกั ษ์ฯในเขตจังหวัดชายฝัง่ ทะเล

อทุ ยานแห่งชาติ ปา่ สงวนแหง่ ชาติ เขตห้ามล่าสัตวป์ ่า เขตรกั ษาพันธส์ ัตวป์ า่ พนื้ ทีค่ ุม้ ครองสิง่ แวดล้อม

4 แหง่ 65 แห่ง 4 แหง่ 2 แหง่ -

อาณาเขตทางทะเลประเทศไทย เขตต่อเน่ือง เขตเศรษฐกจิ พน้ื ทีพ่ ัฒนารว่ ม
นา่ นน้าภายใน ทะเลอาณาเขต - จาเพาะ ไทย-มาเลเซีย

818,401 ไร่ 1,043,899 ไร่ - -

ทีม่ า : กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม

185

สถำนกำรณ์ด้ำนทรัพยำกรทำงทะเลและชำยฝ่ังและกำรกดั เซำะชำยฝัง่ จังหวดั ตรงั

มพี นื้ ที่ทัง้ หมด 1,097,101.80 ไร่ ครอบคลุม 4 อาเภอ 11 ตาบล
ชายฝ่ังทะเลมคี วามยาว 135.14 กิโลเมตร
ทรัพยากรทางทะเลและชายฝงั่ ท่สี าคัญได้แก่
• แนวปะการัง
• แหลง่ หญ้าทะเล
• ป่าชายเลน
• สัตวท์ ะเลหายากและใกลส้ ูญพันธ์ุ
• ป่าชายเลน และปา่ ชายหาด

สถำนภำพระบบนเิ วศทส่ี ำคัญ

1) แนวปะกำรงั
จังหวัดตรัง มีพื้นท่ีแนวปะการังประมาณ 3,015 ไร่ (4.8 ตร.กม. จากการสารวจในปี พ.ศ. 2563 จานวน
803 ไร่ หรือร้อยละ 26.6 ของพ้ืนที่แนวปะการงั ทั้งหมด สถานภาพมีแนวโน้มการเปล่ียนแปลงระยะยาวดีข้ึนบริเวณ
เกาะกระดาน มีแนวโน้มการเปล่ียนแปลงระยะยาวคงที่บริเวณเกาะและ เกาะเชือก ซึ่งสาเหตุหลักของ
ความเสื่อมโทรมเกิดจาก การทาประมง การท้ิงสมอเรือ ขยะในแนวปะการัง การระเบิดปลา และพฤติกรรม
นักท่องเทย่ี ว
2) แหล่งหญ้ำทะเล
จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2563 พบหญ้าทะเลมีพื้นที่รวม 33,067 ไร่มีการสารวจแหล่งหญ้าทะเลประมาณ
19,751 ไร่ หรือร้อยละ 59.7 แหล่งหญ้าทะเลทั้งหมดของจังหวดั พบว่ามีแนวโน้มการเปลย่ี นแปลงเพิ่มขน้ึ เม่ือเทยี บ
กับในข้อมูลอดีตบริเวณ เกาะลิบงและบริเวณใกล้เคียง อ่าวบุญคงและอ่าวขาม มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคงที่
เม่ือเทียบกับในข้อมูลอดีต บริเวณ บ้านปากคลอง – เกาะผี เกาะมุกต์- แหลมหยงหลา และมีแนวโน้มการ
เปลี่ยนแปลงเสื่อมโทรมลงเมื่อเทียบกับในข้อมูลอดีตบรเิ วณ เกาะค้างคาว เกาะสุกร และบ้านแหลมไทร- บ้านอ่าว
มะขาม
3) สตั ว์ทะเลหำยำกและใกล้สญู พนั ธ์ุ
จังหวัดตรังพบสัตว์ทะเลหายากจานวนไม่น้อยกว่า 10 ชนิด ได้แก่ เต่าทะเล 2 ชนิด พะยูน โลมา-วาฬ 5
ชนิด ฉลามวาฬ ในช่วง พ.ศ. 2563 พบการเกยต้ืนของ สัตว์ทะเลหายากรวม 7 ตัว ได้แก่ โลมา จานวน 1 ตัว ลดลง
จากปี พ.ศ. 2562 ซ่ึงมีจานวน 7 ตัว เต่าทะเล จานวน 6 ตัว ลดลงจากปี พ.ศ. 2562 ซ่ึงมีจานวน 8 ตัว ส่วนพะยูน
ลดลงจากจานวน 15 ตวั เป็น 0 ตัว

186

สง่ิ แวดล้อมทำงทะเล

1) คุณภำพน้ำทะเล
ในปี พ.ศ. 2563 คุณภาพนา้ ทะเลมแี นวโนม้ ดขี ึน้ ทงั้ น้ีเม่อื เปรยี บเทียบกบั ปี พ.ศ. 2562 พบว่า สถานะดี
เพ่ิมขน้ึ เป็นรอ้ ยละ 100 จากร้อยละ 0 ส่วนสถานะพอใช้ ลดลงเปน็ รอ้ ยละ 0 จากร้อยละ 27 ทั้งนไ้ี มม่ ีสถานะ เสอ่ื ม
โทรมและเส่ือมโทรมมาก
2) นำ้ มันรว่ั ไหล
ในปี พ.ศ. 2563 ไม่พบน้ามันร่ัวไหล และกอ้ นน้ามนั ดนิ ใน จังหวัดตรงั
3) นำ้ ทะเลเปล่ียนสี
ในชว่ งปี พ.ศ. 2563 ไม่พบปรากฏการณน์ ้าทะเลเปล่ยี นสี ในจงั หวัดตรงั
4) แมงกะพรุนพษิ
จากการสารวจต้ังแต่ปี พ.ศ. 2553 พบแมงกะพรุนพิษ ทั้งสิ้น 4 ชนิด เป็นแมงกะพรุนในกลุ่ม Cubozoa
หรือแมงกะพรุนกล่อง 3 ชนิด ได้แก่ Carukiidae (unidentifiable) Chironex sp., Chiropsoides buitendijki
และแมงกะพรุนกลุ่ม Scyphozoa 1 ชนิด คือ แมงกะพรุนไฟ Chrysaora sp. ในปี พ.ศ. 2563 ไม่มีการรายงาน
พบผู้ปว่ ยจากพิษแมงกะพรนุ พษิ

ป่ำชำยเลน ป่ำชำยหำด

จากข้อมลู การใช้ประโยชน์ทด่ี ินปา่ ชายเลนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2563 จงั หวัดตรัง มีพื้นทีท่ ้ังหมด
308,882.68 ไร่ โดยแบง่ เป็น

1) ปา่ ชายเลน 226,408.77 ไร่
2) ป่าชายหาด 3,692.43 ไร่
3) พื้นที่อน่ื ๆ ได้แก่

• พื้นที่เพาะเล้ียงสัตว์นา้ 9,724.85 ไร่
• พ้นื ทเ่ี กษตรกรรม 26,070.29 ไร่
• เมอื งและสง่ิ ก่อสรา้ ง 999.84 ไร่
• ท่าเทยี บเรอื 189.70 ไร่
• เลนงอก/หาดเลน 1,878.81 ไร่
• หาดทราย 1,643.26 ไร่
• แมน่ ้า คแู พรก ขมุ เหมือง ทะเล 34,947.81 ไร่
• ป่าบนทเ่ี นิน 1,038.19 ไร่
• ระบบนิเวศไม้พืน้ ล่าง 2,288.75 ไร่

187

กำรกดั เซำะชำยฝง่ั

ชายฝ่ังทะเลของจังหวัดตรัง ครอบคลุมพื้นท่ี 4 อาเภอ 11 ตาบล โดยมีระยะทางแนวชายฝั่ง 135.14
กิโลเมตร จากข้อมูล สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปี พ.ศ. 2562 พบการกัดเซาะเป็นระยะทางรวม 7.75 กิโลเมตร
มพี ื้นทก่ี ัดเซาะรุนแรง เป็นระยะทาง 0.39 กโิ ลเมตร

ที่มำ : รายงานสถานการณด์ ้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝัง่ และการกัดเซาะชายฝง่ั ของประเทศไทย พ.ศ. 2563
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั

188

จังหวัดสตูล

พื้นทีต่ าบลในเขตชายฝ่ังและพน้ื ท่ใี นทะเล 4,469,299 ไร่

พ้ืนท่ใี นทะเล

ตาบลในเขตชายฝั่ง อาเภอในเขตชายฝัง่ พื้นที่ตาบลในเขตชายฝั่ง 3,440,499 ไร่

นา่ นน้าของรัฐ นา่ นน้าระหว่างประเทศ

21 ตาบล 4 อาเภอ 1,028,800 3,440,499 -

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง่ั

แนวปะการัง หญา้ ทะเล ป่าชายเลน เกาะ หาด

13,427 ไร่ 2,796 ไร่ 239,578.28 ไร่ 109 แห่ง 35 แห่ง

อยู่ใน อยนู่ อก อยูใ่ น อยู่นอก อยใู่ นพน้ื ที่ อยู่นอก อยู่ใน อยนู่ อก อยู่ใน อยู่นอก
อทุ ยาน พน้ื ที่ พนื้ ที่ พ้ืนท่ี พ้ืนท่ี พืน้ ท่ี
พ้ืนที่ พ้ืนที่ พืน้ ที่ พนื้ ท่ี อทุ ยาน อทุ ยาน อทุ ยาน อุทยาน
อทุ ยาน
อุทยาน อทุ ยาน อุทยาน อุทยาน 63 46 32 3
5,385.28 234,193
12,314 1,113 608 2,189

พน้ื ท่อี นรุ ักษฯ์ ในเขตจงั หวดั ชายฝั่งทะเล

อทุ ยานแหง่ ชาติ ปา่ สงวนแห่งชาติ เขตหา้ มล่าสัตวป์ ่า เขตรกั ษาพนั ธส์ ัตวป์ ่า พน้ื ทคี่ มุ้ ครองส่ิงแวดล้อม

3 แห่ง 18 แห่ง 1 แห่ง 2 แห่ง -

อาณาเขตทางทะเลประเทศไทย เขตตอ่ เนือ่ ง เขตเศรษฐกจิ พืน้ ทพ่ี ัฒนาร่วม
น่านน้าภายใน ทะเลอาณาเขต - จาเพาะ ไทย-มาเลเซีย

1,226,599 ไร่ 2,213,900 ไร่ - -

ทม่ี า : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม

189

สถำนกำรณด์ ้ำนทรัพยำกรทำงทะเลและชำยฝ่ังและกำรกดั เซำะชำยฝง่ั จงั หวดั สตลู

มพี นื้ ที่ทัง้ หมด 1,028,765.30 ไร่ มพี ื้นท่ีในความรับผดิ ชอบครอบคลุม 14 ตาบล 4 อาเภอ
ชายฝั่งทะเลยาวรวมประมาณ 161.27 กโิ ลเมตร ทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ังที่สาคัญ ได้แก่

• แนวปะการงั
• แหล่งหญ้าทะเล
• ปา่ ชายเลน
• สัตวท์ ะเลหายากและใกลส้ ูญพนั ธุ์
• ป่าชายเลน และปา่ ชายหาด

สถำนภำพระบบนเิ วศที่สำคัญ

1) แนวปะกำรงั
จังหวัดสตูล มีพ้ืนท่ีแนวปะการังประมาณ 13,427 ไร่ (21.5 ตร.กม.) ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพ้ืนท่ีอุทยาน
แห่งชาติทางทะเล จึงจาเป็นต้องใช้ข้อมูลรายงานการสารวจในปี พ.ศ. 2562 โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและ
พันธ์ุพืช คิดเป็นพ้ืนท่ี 2,004 ไร่ หรือร้อยละ 14.9 ของพื้นที่ แนวปะการังท้ังหมดส่วนใหญ่สถานภาพมีแนวโน้มคงท่ี
โดยท่ีแนวปะการังที่อยู่ในสถานภาพแนวปะการังสมบูรณ์ดีมาก ได้แก่ เกาะราวีด้านตะวันออก เกาะบูตังด้านใต้
และเกาะหินงาม แนวปะการังท่ีอยู่ในสถานภาพแนวปะการังสมบูรณ์ดี ได้แก่ เกาะราวีด้านตะวันออกเฉียงใต้ และ
เกาะอาดังดา้ นตะวนั ตก และแนวปะการังท่ีอยูใ่ น สถานภาพสมบรู ณ์ปานกลาง ไดแ้ ก่ เกาะบูตังด้านเหนือ ซ่ึงสาเหตุ
หลักของความเส่ือมโทรมเกิดจากผลกระทบจากการท่องเท่ียว การท้ิงสมอเรือ ขยะในแนวปะการัง และ การใช้ยา
เบ่ือปลา
2) แหล่งหญ้ำทะเล
จังหวัดสตูลมหี ญ้าทะเลจานวน 2,797 ไร่ จากขอ้ มูล การสารวจในปี พ.ศ. 2563 ครอบคลมุ พื้นที่ แหล่งหญ้า
ทะเลเดิม 118 ไร่ หรือร้อยละ 4.2 ของ แหล่งหญ้าทะเลของจังหวัด พบว่าแหล่งหญ้าทะเล มีแนวโน้มการ
เปลี่ยนแปลงเพ่ิมข้ึนเม่ือเทียบกับใน ข้อมูลอดีต บริเวณบ้านตันหยงโป และบ้านปากบารา มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
คงทเี่ มอื่ เทยี บกบั ในขอ้ มูลอดตี บรเิ วณหมเู่ กาะลิดี และเกาะเกวเลก็ และมแี นวโนม้ การเปลย่ี นแปลงเส่ือมโทรมลงข้ึน
เม่อื เทียบกับในขอ้ มลู อดตี บริเวณ เกาะผี เกาะสามใหญ่ บา้ นบากนั โตะทดิ เกาะตนั หยงอมุ า และเกาะฮันตู

190

3) สตั วท์ ะเลหำยำกและใกลส้ ูญพันธุ์
จังหวัดสตูล พบสัตว์ทะเลหายากจานวน 7 ชนิด ได้แก่ เต่าตนุ โลมาและวาฬ 5 ชนิด และพะยูน ในช่วง
พ.ศ. 2563 พบการเกยต้ืนของสัตว์ทะเลหายากรวม 3 ตัว ได้แก่ เต่าทะเล จานวน 2 ตัว ลดลงจากปี พ.ศ. 2562
ซ่งึ มจี านวน 5 ตวั โลมาและวาฬ จานวน 1 ตัว เท่ากับปี พ.ศ. 2562 ส่วนพะยูนไมพ่ บการเกยตื้น ลดลงจากปี พ.ศ.
2562 ทมี่ ีจานวน 1 ตัว

สง่ิ แวดล้อมทำงทะเล

1) คณุ ภำพนำ้ ทะเล
ในปี พ.ศ. 2563 คุณภาพน้าทะเลมีแนวโน้มคงท่ี ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2562 พบว่า สถานะดี
ลดลง จากร้อยละ 88 เป็น 86 สถานะพอใช้เพ่ิมข้ึนเป็นร้อยละ 14 จากร้อยละ 13 ท้ังน้ีไม่มีสถานะดีมาก เสื่อม
โทรมและ เสอ่ื มโทรมมาก
2) น้ำมันรั่วไหล
ในปี พ.ศ. 2563 ไม่พบน้ามนั ร่ัวไหล และก้อนน้ามันดินในจังหวัดสตลู
3) นำ้ ทะเลเปลยี่ นสี
ในช่วงปี พ.ศ. 2563 ไม่พบปรากฏการณ์น้าทะเลเปลย่ี นสี ในจงั หวัดสตลู
4) แมงกะพรุนพิษ
จากการสารวจตั้งแต่ปี 2553 พบแมงกะพรุนพิษทั้งสิ้น 3 ชนิด เป็นแมงกะพรุนในกลุ่ม Cubozoa หรือ
แมงกะพรุนกล่อง 2 ชนิด ได้แก่ Carukiidae (unidentifiable) Chiropsoides buitendijki และแมงกะพรุนกลุ่ม
Scyphozoa 1 ชนิด คือ แมงกะพรุนไฟ Chrysaora sp. ในปี พ.ศ. 2563 ไม่มีการรายงานพบผู้ป่วยจากพิษ
แมงกะพรุนพิษ

ป่ำชำยเลน ป่ำชำยหำด พรุ

จากข้อมลู การใช้ประโยชน์ทด่ี ินปา่ ชายเลนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2563 จังหวัดสตูล มีพนื้ ทีท่ ั้งหมด
339,744.28 ไร่ โดยแบง่ เป็น

1) ปา่ ชายเลน 239,576.28 ไร่
2) ปา่ ชายหาด 191.07 ไร่
3) ป่าพรุ 124.74 ไร่
4) พ้ืนท่ีอ่นื ๆ ได้แก่

• พืน้ ท่เี พาะเล้ียงสัตว์น้า 11,896.05 ไร่
• พื้นท่เี กษตรกรรม 37,357.07 ไร่
• เมอื งและสงิ่ ก่อสรา้ ง 4,019.33 ไร่

191

• ทา่ เทียบเรอื 54.75 ไร่
• เลนงอก/หาดเลน 7,637.22 ไร่
• หาดทราย 188.88 ไร่
• แมน่ ้า คูแพรก ขุมเหมืองทะเล 32,079.82 ไร่
• ปา่ บนที่เนนิ 3,760.69 ไร่
• ระบบนิเวศไม้พ้นื ล่าง 2,858.38 ไร่

กำรกดั เซำะชำยฝ่งั

ชายฝ่ังทะเลของจังหวัดสตูล ครอบคลุมพื้นที่ 14 ตาบล 4 อาเภอ โดยมีระยะทางแนวชายฝั่ง 161.27
กโิ ลเมตร จากขอ้ มลู สถานภาพการกดั เซาะชายฝัง่ ปี พ.ศ. 2562 พบการกดั เซาะเปน็ ระยะทางรวม 0.30 กิโลเมตร

ที่มำ : รายงานสถานการณด์ ้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั และการกัดเซาะชายฝ่งั ของประเทศไทย พ.ศ. 2563
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั

192

เรื่องที่ 2 กจิ กรรมการใช้ประโยชน์จากทะเลในทอ้ งถน่ิ ตนเอง
(ผสู้ อนสามารถเพ่มิ เติมเนอื้ หาตามบริบทของพนื้ ท)ี่

ประเทศไทยใชป้ ระโยชนจ์ ากการดาเนินกจิ กรรมทางทะเล ดงั น้ี
1. ด้านการประมง
การประมงทะเล แบง่ ออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่

1.1 การประมงชายฝง่ั (Inshore Fisheries) หรอื ประมงพน้ื บา้ น (Artisanal Fisheries)
การท้าประมงด้วยการจับและเล้ียง สัตว์น้าในแหล่งน้ากร่อยและน้าเค็มตามบริเวณพ้ืนที่ชายฝ่ังทะเลปากแม่น้าการ
ประมง เพ่ือยังชีพ หาอาหาร สร้างรายได้ และก่อให้เกิด การสร้างงานในท้องถิ่น โดยใช้เรือหรือเครื่องมือ ประมง
ขนาดเล็ก อาทิ เรือพื้นบ้าน แหหรือ เบ็ดแบบง่าย ๆ ปัจจุบันเรือส่วนใหญ่จะติด เคร่ืองยนต์เข้าไปด้วย รวมถึงการใช้
ประโยชน์ จากพื้นทีช่ ายทะเลทม่ี นี า้ ท่วมถึง บริเวณที่ดอน ชายน้า และป่าชายเลน ตลอดจนย่านน้าตืน้ ชายฝ่ังเพ่ือการ
เพาะเลี้ยงสัตว์น้า ซึ่งปัจจุบันสัตว์น้าชายฝ่ังรายได้ให้แก่ประเทศเป็นจ้านวนมาก โดยจ้าหน่ายท้ังในรูปของสดและ
แปรรปู เป็นผลิตภณั ฑ์อยา่ งอ่ืน

การเพาะเลี้ยงสัตว์น้าชายฝั่ง ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการเลี้ยงอย่างต่อเน่ือง เพื่อทดแทนสัตว์น้า
ทะเลที่ได้จากการจับ ซ่งึ มีแนวโน้มลดลงแตย่ ังคงมีความตอ้ งการสูง ชนิดสตั ว์น้าท่ีเพาะเล้ียงกันอย่างแพร่หลาย ได้แก่
กุ้งทะเล ปลาน้ากร่อย และหอยทะเล โดยจังหวัดท่ีมีการเพาะเล้ียงชายฝ่ังมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ จังหวัด
สมทุ รปราการ สมทุ รสาคร จันทบรุ ี สุราษฏร์ธานี และสมทุ รสงคราม

1.2 การประมงพาณชิ ย์ (Commercial Fisheries) ไมใ่ ชก่ ารประมงเพอื่ ยังชพี แต่เป็น
การประมงในเขตทะเลเพื่อแสวงหาก้าไร ส่วนใหญ่ธรุ กิจประมงแบบนี้ จะผูกพันกับเรือประมงที่จับปลาโดยใช้เรือและ
เคร่อื งมือประมงขนาดกลางหรอื ใหญ่ มอี ุปกรณ์ท่ีทันสมัย เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการจับสัตว์น้า และจะใช้เวลาท้า
การประมงหลายวัน อาทิ อวนลาก อวนล้อม เบ็ดราวทะเลลึก หรืออวนลอย โดยทั่วไปเจ้าของเรือจะเป็น
ผู้ด้าเนินการเอง สัตว์น้าที่ได้จะขาย้ทังในท้องถิ่นหรือตลาดค้าสัตว์น้าที่อยู่ในภาคกลาง อาทิ กรุงเทพมหานคร
สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ประมงพาณิชย์ ประกอบดว้ ย “ประมงน้าลึก” (Deep Sea Fisheries) หรือ “ประมง
นอกฝ่ัง” (Offshore Fisheries) คือ การจับปลาในระยะห่างจากฝ่ัง แต่ไม่เกินระยะ 200 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง
ซ่ึงส่วนใหญ่จะท้าในเขตน่านน้าไทย และ “ประมงสากล” หรือ “ประมงไกลบ้าน” (Distant Water Fisheries) คือ
การจับปลา ในน่านน้าอื่น อาทิ เขตทะเลของรัฐชายฝั่ งอ่ืน และมหาสมุทรท่ีอยู่เป็นระยะทางไกลจาก ท่าเรือของ
ประเทศนัน ๆ หรืออีกนัยหน่ึงเรียกว่า “ประมงนอกน่านน้า” (Overseas Fisheries) นอกจากจะจับสัตว์น้าแล้ว ยัง
อาจมีการแปรรปู สัตว์น้าแบบครบวงจรดว้ ย เพอ่ื เตรยี มส่ง ผลผลติ สู่ตลาดหรือสง่ ไปจ้าหนา่ ยยัง ตา่ งประเทศ

2. ด้านการขนส่งและพาณิชยนาวี

193

3. ดา้ นการทอ่ งเท่ียวและนันทนาการทางทะเล โดยมีกิจกรรมการท่องเทีย่ วทางทะเลทีส่ ้าคญั ได้แก่
3.1 กจิ กรรมดาน้าดูปะการัง เป็นการท่องเทีย่ วที่ใหน้ ักท่องเทยี่ ว ได้ลงไปสัมผัสกับโลกใตท้ ะเล ทีม่ ี

ความสวยงาม ตระการตา จุดด้าน้ามีหลายแห่งในทะเล แถบภาคตะวันออก เป็นศูนย์รวมคนรักธรรมชาติทางทะเล
สามารถพบปะแลกเปล่ียน ประสบการณ์ใหม่ ๆ ใต้ท้องทะเล และ สนุกเพลิดเพลินกับกิจกรรมด้าน้า พบฝูงปลา
มากมายหลากหลายชนิดใตท้ อ้ งทะเลสีคราม น้าทะเลใส ท่อี ดุ มสมบูรณ์

3.2 กิจกรรมการแข่งขนั กีฬาทางทะเล
3.2.1 การแขง่ ขันตกปลา
3.2.2 การแลน่ เรือใบ – เรือยอชท์
3.2.3 การแขง่ ขันเจ็ตสกี
3.2.4 การแขง่ ขนั เรอื เรว็

3.3 กจิ กรรมพักผ่อนและการชมทิวทศั นช์ ายหาด
3.4 กิจกรรมทางทะเลอ่ืน ๆ
4. ดา้ นพลงั งาน
แหล่งปิโตรเลียม ปิโตรเลียมเป็นสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนที่เกิดจากซากสิ่งมีชีวิตท้ังพืชและสัตว์ที่สะสม
ทับถมปนอยู่กับตะกอนดินท้ังบนบกและในทะเล โดยจะถูกแบคทีเรียและเช้ือราเปลี่ยนสภาพเป็นอินทรียวัตถุ
เม่อื เวลาผ่านไปบรเิ วณดงั กล่าวจะค่อย ๆ ทรดุ ตัวหรือจมลงภายใต้ผิวโลกลึกมากขึ้น และจากแรงกดทเ่ี พิ่มมากขึ้นจาก
น้าหนักของช้ันตะกอนท่ีทับถมอยู่ด้านบน ตลอดจนอุณหภูมิที่สูงข้ึน มีผลท้าให้อินทรียวัตถุแปรสภาพและสลายตัว
เปน็ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนท่เี รยี กวา่ ปิโตรเลียม ซงึ่ ปโิ ตรเลียมแบ่งไดเ้ ปน็ 3 ประเภท คือ
1. น้ามันดบิ (Crude Oil) ซึง่ มผี ลติ ภัณฑ์ท่ีได้จากน้ามันดิบ อาทิ ก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรอื ก๊าซหุงต้ม
นา้ มันเชอ้ื เพลิงรถยนต์ (เบนซนิ และดีเซล) นา้ มนั เชอื้ เพลงิ เคร่อื งบนิ นา้ มันกา๊ ด นา้ มันเตา และยางมะตอย
2. ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) ซ่ึงมีผลิตภัณฑ์ท่ีได้จากก๊าซธรรมชาติ อาทิ ก๊าซส้าหรับรถยนต์
(NGV และ LPG) เช้ือเพลงิ ในการผลติ กระแสไฟฟา้ อตุ สาหกรรมถนอมอาหาร และ อตุ สาหกรรมน้าอัดลมและเบียร์
3. ก๊าซธรรมชาติเหลว (Condensate) ซ่ึงมีผลิตภัณฑ์ที่ได้จากก๊าซธรรมชาติเหลว อาทิ เช้ือเพลิง
ในการผลิตกระแส ไฟฟา้ เช้ือเพลิงส้าหรับยานยนต์ (NGV) และเช้อื เพลงิ ในโรงงานอุตสาหกรรม
5. ด้านอืน่ ๆ
5.1 อุตสาหกรรมการต่อเรอื และซอ่ มเรือ
5.2 การผลิตน้าจืดจากทะเล
5.3 การท้านาเกลือ

194

เร่อื งที่ 3 ผลกระทบที่เกิดขนึ้ จากทะเล (ผู้สอนเพิม่ เตมิ เนอ้ื หาใหเ้ หมาะสมตามบรบิ ทของพื้นที)่

1. ด้านการประมง
1.1 การเสอ่ื มโทรมของทรพั ยากรสัตวน์ ้าทะเล

สาเหตุของการเสื่อมโทรมเกิดได้ท้ัง จากธรรมชาติ และจากการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ โดยการ
เสื่อมโทรมตามธรรมชาติ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงกระแสน้า การพังทลายของดิน ตามชายฝั่งทะเล การเปลี่ยนแปลง
อุณหภูมิ ของน้าในทะเล และการเกิดคล่ืนลมอย่างรุนแรง สาเหตุตามธรรมชาติเหล่าน้ีส่งผลต่อแหล่งวางไข่
แหลง่ ทีอ่ ย่อู าศัย ขบวนการห่วงโซ่อาหาร ซ่ึงท้าให้การด้ารงชีวติ ของสัตว์น้าเปล่ยี นแปลงไป ส่วนสาเหตุท่ีเกิดจากการ
ใช้ประโยชน์ของมนุษย์ ได้แก่ การท้าประมงมากเกินไป ดังจะเห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของจ้านวนเรือประมง
ประสิทธิภาพของเรือประมง และเครื่องมือประมงมีมากกว่าจ้านวนทรัพยากรในธรรมชาติ และการฝ่าฝืนมาตรการ
อนุรกั ษท์ รพั ยากรสตั วน์ ้า มีการท้าลายแหลง่ ที่อยู่อาศัยของสัตว์น้า อนั เปน็ เหตใุ ห้ทรพั ยากรสัตวน์ ้าทะเล ของไทยเกิด
การเสอ่ื มโทรมอย่างรวดเร็ว และตอ่ เนอ่ื ง

1.2 การท้าการประมงผิดกฎหมาย
ประเทศไทยเป็นผ้สู ง่ ออกสินค้าสัตว์น้าในล้าดับตน้ ของโลก ท้ารายไดเ้ ข้าสูป่ ระเทศ มหาศาล ในขณะ

ที่ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้ผลผลิตประมงมูลค่ามากมาย แต่กลับประสบปัญหาความเสื่อมโทรมจากการท้า
ประมงมากเกินไป (Overfishing) โดยเฉพาะเคร่ืองมือที่มีการท้าลายสูง (เคร่ืองมือที่ไม่สามารถคัดเลือกสัตว์น้า
เป้าหมายได้) อาทิ อวนลาก และอวนรุน นอกจากนี้ การละเลยในการประกอบกิจการประมงท่ีไม่เป็นไป
ตามกฎหมาย อาทิ การไม่จดทะเบียนเรือ และการไม่มีการรายงานผลการท้าการประมง ท้าให้เข้าข่ายการท้าการ
ประมงท่ีผิดกฏหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing: IUU
Fishing) ซึ่งรัฐบาลไทยได้ก้าหนดมาตรการ เพื่อแก้ไขปัญหา IUU Fishing อย่างเข้มงวด อาทิ การจดทะเบียน
เรือประมง การติดต้ังระบบติดตามเรือ การออกพระราชก้าหนดการประมง พ.ศ. 2558 พระราชก้าหนดการประมง
(ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2560 และ กฎหมายลา้ ดับรอง และการก้าหนดจา้ นวน วนั ท้าการประมง

1.3 การใช้แรงงานผดิ กฎหมายและ การค้ามนุษย์
ความนิยมในการท้างานภาคประมงของคนไทยลดลง สวนทางกับภาคเอกชนของไทย ที่มีความ

ต้องการใช้แรงงานภาคประมงในปริมาณมากและราคาถูก ประกอบกับปัญหา เศรษฐกิจภายในของประเทศ
เพอื่ นบ้าน ท้าให้มผี ู้หลบหนเี ข้าเมอื งโดยผดิ กฎหมายจากประเทศเพือ่ นบ้าน ถกู จา้ งมาเป็นแรงงาน หรอื ถกู หลอกให้มา
ท้างานบนเรือประมง โดยนายหน้าจัดหางาน ส่งผลให้มีการด้าเนินการ ในรูปแบบของขบวนการลักลอบขนคนข้าม
ชาติ และการค้ามนุษย์ขา้ มชาติ ซ่ึงผลจากการค้ามนุษย์ในอตุ สาหกรรมการประมง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และ
ความเสียหายต่อการส่งออกสินค้าประมงของไทยอีกด้วย ท้ังน้ี สหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่รายงาน สถานการณ์การค้า
มนุษย์ประจ้าปี 2017 โดยปรับเปลี่ยนสถานะให้ประเทศไทยอยู่ใน บัญชีท่ีมีการค้ามนุษยจ์ ากระดับ Tier 3 เป็น Tier
2 Watch List (แบบต้องจับตามอง เป็นพิเศษ) และเป็น Tier 2 แม้ว่าไทยจะ ถูกปรับเปล่ียนดีขึ้น แต่ยังคงส่งผล
กระทบต่อ ภาพพจน์ของสินค้าประมงของไทยในตลาด สหรัฐฯ และตลาดอื่น ๆ ที่อาจน้าไปเป็นข้ออ้าง ในการกีดกัน
ทางการค้า โดยไทยยังคงแกไ้ ข ปัญหาอยา่ งต่อเนือ่ งเพือ่ ให้แรงงานเข้าสู่ ระบบอย่างถกู ตอ้ งตามกฎหมาย


Click to View FlipBook Version