1
2
แผนการจดั การเรียนรู้
ตามแนวทาง Active Learning
รายวิชา ส21103 ประวัติศาสตร์
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
นางสาวนิษารตั น์ เรอื งสมศรี
ตาแหน่ง ครูผชู้ ่วย
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
โรงเรียนบา้ นดงุ วทิ ยา อาเภอบา้ นดุง จังหวดั อดุ รธานี
สานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษามัธยมศึกษาอดุ รธานี
สานักงานคณะกรรมการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
3
แผนการจดั การเรียนรู้
ตามแนวทาง Active Learning
รายวิชา ส21103 ประวัติศาสตร์
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
นางสาวนิษารตั น์ เรอื งสมศรี
ตาแหน่ง ครูผชู้ ่วย
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
โรงเรียนบา้ นดงุ วทิ ยา อาเภอบา้ นดุง จังหวดั อดุ รธานี
สานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษามัธยมศึกษาอดุ รธานี
สานักงานคณะกรรมการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
4
ก
คานา
การเรียนรู้ตามแนวทาง Active Learning เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนได้ลงมือ กระทํา
และได้ใช้กระบวนการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้กระทําลงไป เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้ สมมติฐาน
พ้ืนฐาน 2 ประการคือ 1) การเรยี นรูเ้ ป็นความพยายามโดยธรรมชาตขิ องมนุษย์ และ 2) แตล่ ะบุคคลมแี นวทาง
ในการเรียนรู้ท่ีแตกต่างกัน โดยผู้เรียนจะถูกเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับความรู้(receive) ไปสู่การมีส่วนร่วมใน
การสร้างความรู้ จากเหตุผลท่ีกล่าวมาน้ันจึงทําให้ผู้จัดทําได้ศึกษาข้อมูลและจัดทําแผนการจัดการเรียนรู้ตาม
แนวทาง Active Learning รายวิชา ส21103 ประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 เพื่อใช้ใน
การจัดการเรยี นรู้ และเผยแพร่ต่อไป
แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนีป้ ระกอบดว้ ย หนว่ ยการเรยี นรู้ 2 หน่วย คือ หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรอ่ื ง
ช่วงเวลาและวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ และ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เร่ือง ประวัติศาสตร์เอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้
ขอขอบพระคุณ ผอู้ าํ นวยการโรงเรียนบา้ นดงุ วิทยา รองผ้อู าํ นวยการกลมุ่ งานบริหารวชิ าการ โรงเรยี น
บ้านดุงวิทยา ได้ให้คําปรึกษาในการจัดทําแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวทาง Active Learning รายวิชา
ส21103 ประวัติศาสตร์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 จนสามารถสาํ เร็จลุลว่ งได้ด้วยดี จึงขอขอบพระคุณ
มา ณ ทนี่ ีด้ ้วย
นางสาวนิษารัตน์ เรืองสมศรี
ข
สารบญั หน้า
ก
คานา............................................................................................................................. ...................... ข
สารบัญ................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 1
8
1. การปฐมนเิ ทศ.................................................................................................................. 16
2. ช่วงเวลาเกิดจากการสงั เกตปรากฏการณธ์ รรมชาติ......................................................... 25
3. ศกั ราชและการเทียบศักราช............................................................................................ 32
4. การใช้ทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ....................................................................... 41
5. การแบง่ ชว่ งเวลาสมยั กอ่ นประวัตศิ าสตร์........................................................................ 49
6. วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์................................................................................................. 56
7. ข้นั ตอนของวธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์.............................................................................. 68
8. หลักฐานทางประวัติศาสตร์............................................................................................. 74
9. การศึกษาประวัตศิ าสตร์ท้องถิน่ ...................................................................................... 75
10. สอบกลางภาค............................................................................................................... 85
11. ปัจจยั ทางภมู ศิ าสตร์ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้............................................................ 92
12. ลกั ษณะการดํารงชวี ิตและสังคมของผ้คู นในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้............................ 99
13.การรบั อารยธรรมจากอินเดียและจีน............................................................................. 106
14. การเข้ามาของศาสนาอสิ ลามในเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้.............................................. 113
15. อาณาจกั รโบราณในภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้.................................................... 123
16. มลู เหตแุ ละอิทธพิ ลของชาติตะวนั ตกในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้...................................
17. การเรยี กร้องเอกราชและการพัฒนาประเทศของประเทศต่างๆ 131
138
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้............................................................................................ 145
18. ภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตใ้ นปจั จบุ นั .................................................................... 146
19. มรดกและแหลง่ โบราณคดีทางวัฒนธรรมในภมู ิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้............... 147
20. สอบปลายภาค 152
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก ก. แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน
ภาคผนวก ข. แบบประเมนิ
1
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 1 ปฐมนเิ ทศ
กลุม่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รหัสวิชา ส21103
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ - เวลาเรียน - ช่ัวโมง
เรื่อง การปฐมนิเทศ เวลาเรยี น 1 ชัว่ โมง
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 สอนโดย นางสาวนิษารตั น์ เรอื งสมศรี
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด
-
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การทาํ ความเข้าใจกับนกั เรยี นในการเรยี นวชิ า ส21103 ประวัตศิ าสตร์ เก่ียวกบั กจิ กรรมการเรยี นการ
สอนท่ีเน้นให้นักเรียนไดฝ้ กึ ปฏบิ ัติ โดยให้นักเรยี นได้รขู้ ้อตกลงและข้นั ตอนการปฏิบัติกจิ กรรมให้เปน็ ไปตาม
วัตถุประสงค์การเรยี นรู้ เพื่อให้ผู้เรียนบรรลผุ ลตามที่คาดหวงั และช่วยให้กิจกรรมการเรียนการสอนมี
ประสิทธภิ าพ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เพื่อทําความรู้จักและสร้างความค้นุ เคยระหวา่ งครูกบั นักเรยี น
2) เพื่อทําความเข้าใจกับนักเรียน เร่อื งคะแนน เวลาเรยี น ระเบยี บปฏิบัติ และกตกิ าในการเรยี น
วชิ าประวัตศิ าสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1
3) เพื่อใหน้ กั เรียนทราบถึงขอบขา่ ยสาระการเรียนรู้ ภาระ/ช้ินงาน ซ่งึ ต้องปฏิบัตใิ นการจัดกจิ กรรมการ
เรยี นรู้
4) เพ่ือใหน้ ักเรยี นทราบถึงปฏบิ ตั ิตามเกณฑ์ กติกา ข้อตกลงในการเรยี นได้
5) เพื่อใหน้ ักเรยี นมีเจตคติทดี่ ีต่อวชิ าประวัติศาสตร์
สาระการเรยี นรู้
ความรู้
1) คาํ อธบิ ายรายวิชา รหสั วชิ า
2) หนว่ ยการเรยี นรู้
3) สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้/คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค/์ สมรรถนะ
สาํ คญั /จุดประสงค์การเรยี นรู้
4) ช้ินงาน/ภาระงาน
5) กระบวนการ/รปู แบบการเรยี นรู้เกณฑ์การวดั ผลประเมิน
2
6) กฎเกณฑ์กตกิ าขอ้ ตกลงในการเรียน
7) หนังสอื อา่ นประกอบและแหล่งเรยี นรู้
8) ความรู้และทักษะประวัติศาสตร์
ทกั ษะกระบวนการ
การบรรยาย และอภิปราย วิเคราะห์ สงั เคราะห์ กระบวนการเรยี นประวตั ศิ าสตร์
ชนิ้ งาน/ภาระงาน
1) บนั ทึกการเรยี นรายวิชาประวตั ศิ าสตร์
2) หน่วยการเรยี นรู้ และชนิ้ งาน/ภาระงานประจําหนว่ ย
3) คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์/สมรรถนะสําคัญ
4) กฎเกณฑ์ กติกา ข้อตกลงในการเรียน
5) หนังสอื อ่านประกอบและแหลง่ ความรู้
สมรรถนะของผ้เู รียน
1) ความสามารถในการส่อื สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา
4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1) รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2) ซ่อื สัตย์สุจริต
3) มวี ินัย
4) ใฝ่เรียนรู้
5) อยู่อยา่ งพอเพยี ง
6) มุ่งมนั่ ในการทํางาน
7) รักความเปน็ ไทย
8) มจี ิตสาธารณะ
3
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
1) ครกู ล่าวสวัสดนี กั เรยี น และแนะนําตัวเอง โดยบอกช่ือ นามสกลุ พรอ้ มทงั้ เขียนบนกระดาน
2) บอกภมู ลิ ําเนา และสถาบันที่จบการศึกษา
3) สุม่ สอบถามนกั เรยี นวา่ ช่วงปดิ ภาคเรียนท่ีผา่ นมา ไปทําอะไรบา้ งและนาํ เขา้ สเู่ รอ่ื งท่ีจะเรียน
ขั้นสอน
1) ครบู อกหน่วยการเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ ท่จี ะเรยี นในภาคเรียนที่ 2 จํานวน 1 หนว่ ยการเรยี นรู้
เรอื่ ง พฒั นาการทางประวตั ิศาสตร์ของไทยในสมัยสุโขทัย ครูแจ้งตวั ชี้วัดและอภปิ รายถึงเนอื้ หา ทีจ่ ะเรียนร่วมกนั
กับนักเรียน
2) ครแู ละนักเรียนตกลงหลกั เกณฑ์การวัดผลและการให้คะแนนในสว่ นตา่ งๆร่วมกัน โดยเขยี น
บนกระดานจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน เปน็ ดงั นี้
(1) อตั ราส่วนคะแนนระหว่างภาคต่อปลายภาค = 70 : 30
(2) คะแนนระหวา่ งเรียนแบ่งเกบ็ ดังน้ี
(2.1) คะแนนดา้ นความรู้ 40 คะแนน
(2.2) คะแนนด้านทักษะ 20 คะแนน
(2.3) คะแนนดา้ นคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ 10 คะแนน
3) ข้อตกลงเกีย่ วกบั หลกั การ ขอ้ ปฏิบตั ิและกฎระเบียบในการเรียนการสอนในห้องเรยี น ดงั น้ี
(3.1) นักเรยี นต้องเข้าเรยี นไมต่ าํ่ กวา่ 80 เปอร์เซน็ ต์ ของเวลาเรยี นท้งั หมด
(3.2) ไมห่ ยอกล้อ พดู คุยเสยี งดัง หรือส่งเสยี งรบกวนเพือ่ นนักเรียน ในเวลาเรยี น
(3.3) นกั เรยี นตอ้ งเขา้ เรยี นให้ตรงเวลา
(3.4) หากมคี วามจําเป็นตอ้ งออกจากห้องเรยี น ต้องขออนุญาตครูผสู้ อนก่อนทุกครง้ั
(3.5) ไม่นาํ อาหารมารับประทานในห้องเรยี นขณะครสู อน
(3.6) หากมขี ้อสงสยั ขณะเรยี น ใหส้ อบถามครไู ด้ทนั ที
(3.7) ขอ้ ตกลงอืน่ ๆ โดยตกลงกบั นกั เรยี น ดงั นี้
- นักเรยี นทกุ คนต้องมีแบบฝึกหดั คนละ 1 เลม่
4) ครูบอกหอ้ งพักครู โตะ๊ ทคี่ รนู ง่ั และเบอรโ์ ทรศัพท์ เพื่อให้นักเรียนทมี่ ขี ้อสงสยั หรือรับสง่ แบบฝกึ หัด
สามารถติดต่อได้ถูกต้อง
5) ครใู หน้ กั เรยี นกรอกแบบฟอร์ม google form แนะนําตนเอง ให้นกั เรยี นได้กรอกข้อมูลเพ่อื แนะนํา
ตนเองให้ครูรูจ้ กั โดยใชเ้ วลาประมาณ 10 นาที ระหว่างทน่ี ักเรียนกรอกข้อมลู ครสู ํารวจนกั เรยี นเพื่อให้คําแนะนํา
จากนั้นครสู มุ่ นักเรยี นเพื่อทําความรูจ้ ักประมาณ 5 คน
4
6) ครูใหน้ ักเรยี นทาํ แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยที่ 3 เรอื่ ง พฒั นาการทางประวัติศาสตร์ของไทยใน
สมยั สโุ ขทัย
ขั้นสรปุ
1) ครถู ามนกั เรยี นเกย่ี วกับเร่ืองท่ีครูกล่าวมาข้างต้น วา่ มีอะไรบา้ งมีรายละเอียดทสี่ ําคญั อยา่ งไร
( เรื่องทีจ่ ะเรียน,หลักเกณฑ์การใหค้ ะแนน , กฎระเบยี บ ข้อตกลง ข้อควรปฏบิ ตั ิ กติกาในการเรียนการสอน
โดยมรี ายละเอยี ดที่สาํ คญั ตามทีก่ ลา่ วไว้ข้างตน้ )
2) ครูถามนกั เรียนว่าห้องพักครอู ยู่ที่ไหน
3) ครูซักถามนักเรยี นว่ามีข้อสงสัยอะไรอีกหรือไม่ (ม/ี ไม่ม)ี
4) ครบู อกใหน้ ักเรียนศึกษาเรื่องทจี่ ะเรยี นในชั่วโมงตอ่ ไปลว่ งหนา้ เรอ่ื ง แนวคดิ เก่ยี วกับความเป็นมา
ของชาติไทย
ขัน้ ประเมนิ
1) ครูประเมินผลโดยสงั เกตจากการตอบคาํ ถาม การมีสว่ นร่วมในช้ันเรยี น
การวัดและประเมินผล เคร่อื งมอื วธิ ีการวดั เกณฑ์การประเมนิ
จุดประสงค์ - แบบประเมนิ การ - สอบถามความเข้าใจ -ผ่านเกณฑ์การ
ตอบคาํ ถามในชัน้ เกย่ี วกบั เป้าหมายการ ประเมนิ ที่ระดบั
1) ความรู้ ความเข้าใจ เรยี น เรยี นรู้ส่งิ ทต่ี ้องรู้และ คณุ ภาพปานกลางข้นึ
สาระการเรียนรู้ ควรปฏบิ ตั ิ ไป
มาตรฐานตวั ช้ีวัดการ - ตรวจแบบทดสอบ
ปฏิบตั ติ นในการเรียนรู้ - ทําแบบทดสอบก่อน - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์
และภาระ/ชน้ิ งานที่ได้รับ - แบบการประเมนิ เรียน การประเมิน
มอบหมาย พฤติกรรมการมีส่วน ประเมนิ การตอบ พฤติกรรมการมีสว่ น
- พ้นื ฐานความรู้ ร่วมในการจดั การ คําถามในชนั้ เรียน รว่ มในการ
ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ในระดับดมี าก จดั การเรียนรู้ใน
2) การแสดงความคดิ เห็น ระดบั ดีมาก
อภปิ ราย การปฏบิ ัติตาม
กตกิ า ข้อตกลง
5
จดุ ประสงค์ เครื่องมอื วธิ ีการวัด เกณฑ์การประเมิน
3) ดา้ นเจตคติ/
คุณลกั ษณะ(A) - แบบสงั เกต - สงั เกตพฤติกรรมการ - นักเรียนผา่ นเกณฑ์
4) สมรรถนะ คุณลกั ษณะอนั พงึ มีส่วนรว่ มในการ การประเมิน
5) คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ จดั การเรยี นรู้ คุณลักษณะ ระดบั ดี
ประสงค์
ขึ้นไป
- แบบสงั เกต แบบประเมนิ สมรรถนะ ผ่านเกณฑ์การ
พฤติกรรม สําคญั ประเมนิ ทรี่ ะดับ
การทาํ งานรายบคุ คล คณุ ภาพผ่าน 2ขนึ้ ไป
- สังเกตความมวี ินยั - แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์การ
ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มั่น คุณลักษณะอนั พึง ประเมินท่รี ะดบั
ใน ประสงค์ คุณภาพผ่าน 2ขนึ้ ไป
การทาํ งาน
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐานวชิ าประวตั ิศาสตร์ 1 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ของ บริษัท สาํ นักพิมพ์เอม
พนั ธ์ จํากัด
2) หนังสอื เสริมฝึกประสบการณ์ วิชาประวัตศิ าสตร์ 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ของบริษัท สํานกั พิมพ์เอม
พนั ธ์ จาํ กดั
3) แบบฟอรม์ แนะนาํ ตวั ของนักเรยี น google form
4) แบบทดสอบ
กิจกรรมเสนอแนะ
1) แนะนาํ นักเรยี นศึกษาเพมิ่ เตมิ จากเวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ
2) นกั เรียนที่เรยี นยังไม่เขา้ ใจใหท้ บทวนเนอ้ื หาสาระเพ่ิมเตมิ เวลาว่างจากเอกสารประกอบการเรยี น
และบทเรียนออนไลน์ DLIT
6
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ สถานศึกษา หรือผ้ทู ี่ไดร้ ับมอบหมาย
.............................................................................................................................. ...................................................
....................................................................................................................................................... ..........................
......................................................................................................... ........................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชอื่ .............................................ผสู้ อน
()
ผู้อาํ นวยการโรงเรยี นบ้านดงุ วิทยา
วันที.่ ..........เดอื น............................พ.ศ............
7
บนั ทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้ (แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1 ปฐมนเิ ทศ)
1. ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปญั หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
3. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.............................................ผสู้ อน
(นางสาวนษิ ารัตน์ เรืองสมศร)ี
ครผู ู้สอน
วนั ท.ี่ ..........เดือน............................พ.ศ............
8
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2
กลุม่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหสั วิชา ส21103
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 เร่อื ง ช่วงเวลาและวิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ เวลา 10 ชั่วโมง
เรื่อง ชว่ งเวลาเกิดจากการสังเกตปรากฏการณ์ธรรมชาติ เวลา 1 ชัว่ โมง
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 สอนโดย นางสาวนิษารตั น์ เรืองสมศรี
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสาํ คัญของเวลาและยุคสมัยทางประวตั ิศาสตร์ สามารถใช้ วธิ ีการทาง
ประวตั ิศาสตร์มาวิเคราะหเ์ หตกุ ารณ์ต่างๆ อยา่ งเปน็ ระบบ
ส 4.1 ม. 1/1 วิเคราะหค์ วามสําคัญและเวลาในการศึกษาประวัตศิ าสตร์
สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การศกึ ษาประวัติศาสตร์ให้ความสาํ คญั กับเวลา เพราะเวลาเกยี่ วข้องกับการดําเนนิ ชวี ิตของมนุษย์ มี
ความสาํ คัญต่อการทาํ ความเข้าใจความสัมพนั ธแ์ ละการเปลีย่ นแปลงของเร่อื งราวที่เกดิ ข้ึน ซ่งึ ช่วงเวลาจะ
แตกตา่ งกันไปตามแนวคิดและความเช่ือในแต่ละสงั คม การนับเวลาจะมที ัง้ การนบั เวลาแบบระบบสุรยิ คติกับ
ระบบจันทรคติ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) นักเรียนวิเคราะหค์ วามสาํ คัญของเวลาในการศกึ ษาประวตั ิศาสตรไ์ ด้ (K)
2) นักเรยี นสามารถระบลุ ักษณะการโคจรของโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ได้ (P)
3) นักเรียนมีความสนใจศึกษาเกีย่ วกับความสําคัญของเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร์ได้ (A)
สาระการเรียนรู้
1) การนับชว่ งเวลาและการเทียบศกั ราช
2) ช่วงเวลาเกดิ จากการสังเกตปรากฏการณธ์ รรมชาติ
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
1) ความสามารถในการส่อื สาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
9
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1) มวี นิ ยั
2) ใฝเ่ รยี นรู้
3) ม่งุ ม่นั ในการทํางาน
กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
ข้ันนา
1) ครแู จ้งจดุ ประสงค์การเรียนเรอื่ ง ชว่ งเวลาเกดิ จากการสังเกตปรากฏการณธ์ รรมชาติซ่งึ เกี่ยวข้อง
กับการดาํ เนนิ ชีวิตของมนุษย์ ให้นักเรยี นทราบและให้นักเรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน
2) ครูเกริ่นนําถึงเรื่องความสัมพันธ์ของเวลากับประวัติศาสตร์ แล้วถามนักเรียนว่าเรื่องท่ีเกิดข้ึนใน
อดีตนัน้ เกีย่ วข้องกับเวลาอยา่ งไร ครสู รปุ เพื่อเชอื่ มโยงเข้าสู่เน้อื หาท่จี ะเรยี น
ขั้นสอน
ขนั้ ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1) ครูนาํ ปฏิทินภาพกลางวัน กลางคืน ภาพการโคจรของโลกและดวงจนั ทร์ มาใหน้ ักเรียนศกึ ษาเร่ือง
การเกดิ ชว่ งเวลา จากนน้ั ให้นกั เรียนชว่ ยกนั อภิปรายการเกดิ กลางวนั กลางคนื ฤดูกาล ขา้ งขึน้ ขา้ งแรม วัน
เดือน ปี เวลาทางจันทรคตแิ ละเวลาทางสุรยิ คติ
(แนวตอบ เช่น การโคจรของดวงอาทติ ย์และดวงจนั ทร์ทาให้เกิดปรากฏการณต์ ่าง ๆ ทางธรรมชาติ เกดิ
การนับเวลา ช่วงเวลา)
ขัน้ ท่ี 2 สารวจและคน้ หา (Explore)
1) ครแู บง่ นกั เรยี นเป็นกลมุ่ (ตามจาํ นวนนักเรียน) นง่ั เป็นวงกลม ใชว้ ธิ กี ระบวนการแบ่งกลุ่ม
2) ตัวแทนกลุ่มรับซองบัตรคําถามจากครู ในแต่ละกลุ่มผลัดเวียนกันอ่านและตอบคําถามจากบัตร
คาํ ถาม ดงั นี้
1. จงอธบิ ายเรื่อง “วนั ตามปรากฏการณ์ธรรมชาติ”
2. “เดือน” เกี่ยวข้องกับดวงจนั ทรอ์ ยา่ งไร
3. เพราะเหตใุ ด 1 ปี จงึ มี 365 วนั
4. จงอธบิ ายเวลาทางจนั ทรคติ
5. จงอธบิ ายเวลาทางสุรยิ คติ
6. เพราะเหตใุ ดทุก 4 ปขี องเดอื นกมุ ภาพนั ธจ์ ึงมี 29 วนั
7. ปอี ธิกมาศ หมายถงึ อะไร
8. ปอี ธกิ สรุ ทิน หมายถงึ อะไร
10
9. พุทธศกั ราชประเทศไทยกบั พม่าจึงนบั ตา่ งกนั
10. คาํ ว่า BC มาจากคาํ ใด หมายความว่าอะไร
ขั้นท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1) ครูให้แตล่ ะกลุม่ ออกมานําเสนอตามหวั ข้อที่ไดร้ บั หนา้ ชนั้ เรียน
2) ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซกั ถาม เพม่ิ เตมิ ในหวั ข้อที่นักเรยี นสงสยั
ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1) ครรู ว่ มอธบิ ายเพม่ิ เติมแตล่ ะหัวขอ้ ร่วมกบั นกั เรยี นที่ไม่ได้กลา่ ว เชน่
1. “วันตามปรากฏการณ์ธรรมชาติ” คือ ปรากฏการณ์ที่เกิดจากโลกหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ทําให้
เห็นดวงอาทิตย์ข้ึนในเวลากลางวันและดวงอาทิตย์ตกในช่วงเวลากลางคืน การหมุนรอบตัวเองของโลก 1 รอบ
เปน็ 24 ชว่ั โมง
2. “เดือน” เกีย่ วข้องกบั ดวงจนั ทร์ คือ ดวงจันทรเ์ คล่อื นรอบโลก รอบละ 1 เดอื น
3. เพราะเหตุใด 1 ปี จงึ มี 365 วนั คอื การทีโ่ ลกหมนุ โคจรรอบดวงอาทิตยใ์ ช้เวลา 365 วัน
4. จงอธิบายเวลาทางจันทรคติ คอื การนับเวลาโดยยดึ เอาการโคจรรอบโลกของดวงจันทรเ์ ป็นหลัก
ซ่ึงวันทางจนั ทรคติเรยี กว่า ขา้ งขึน้ ขา้ งแรม ข้างขนึ้
5. จงอธิบายเวลาทางสุรยิ คติ คือ การนับช่วงเวลาแบบสรุ ิยคติเป็นการนบั วนั เดือน ปี โดยถือเอาตา
แหน่งของดวงอาทิตย์เป็นหลัก การนับวันตามระบบสุริยคติ วันมีจานวนทั้งหมด 7 วัน หรือเรียกอีกอย่างว่า 1
สัปดาห์
6. เพราะเหตใุ ดทกุ 4 ปีของเดอื นกมุ ภาพนั ธ์จึงมี 29 วนั เพราะปฏทิ ินจเู ลียนไดอ้ า้ งอิงการนับวันตาม
ระบบสรุ ิยคติหรือดูจากตําแหนง่ ดวงอาทติ ยเ์ ปน็ หลัก และกอ่ นคาํ นวณปฏิทินนข้ี นึ้ ชาวโรมนั ผู้ซึง่ เป็นคนพวกแรก
ที่คาํ นวณปฏทิ นิ ขึ้นมาใชอ้ ยา่ งเป็นระบบ ไดพ้ บว่าโลกใชเ้ วลาท้งั หมด 365.25 วัน (นบั เปน็ 1 ปี) ในการโคจรรอบ
ดวงอาทติ ย์
7. ปีอธิกมาศ หมายถึง เดอื นทเี่ พิม่ ขึน้ ในปจี นั ทรคติ คือในปีนน้ั มี 13 เดือน แทนที่จะมี 12 เดือนตาม
ปรกติ เช่น มีเดือน 8 สองหน
8. ปีอธิกสรุ ทนิ หมายถงึ วนั ท่เี พิม่ ข้นึ ในปสี ุริยคติ คือ ในปนี ้ันเพิ่มวันเข้าในเดือนกุมภาพนั ธ์อีก 1 วนั
เป็น 29 วนั .
9. พุทธศักราชประเทศไทยกับพม่าจึงนับต่างกัน เพราะพุทธศักราชของไทย ถือกําเนิดโดยให้วัน
ปรินิพพานเป็นปี พ.ศ. 0 แต่ท่ีประเทศศรีลังกา พม่า ลาว และกัมพูชา นับ พ.ศ.มากกว่าประเทศไทยไป 1 ปี
กลา่ วคือ นบั เอาวันปรนิ ิพพานเป็นปที ี่ 1
10. คาํ วา่ BC มาจากคาํ ใด หมายความว่า กอ่ นครสิ ต์ศกั ราช (คาํ ย่อของ before Christ)
11
ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1) ให้นกั เรยี นทําใบงานท่ี 1.1 เรื่อง การเปรยี บเทียบครสิ ตศ์ ักราชกับพุทธศักราช ในหนงั สือเสริมฝึก
ประสบการณ์ ประวัติศาสตร์ 1 ของบรษิ ทั สาํ นักพมิ พ์เอมพันธ์ จํากัด
ขน้ั สรปุ
1) ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรุปความรูเ้ รื่อง ช่วงเวลาเกดิ จากการสงั เกตปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ข้นั ประเมิน
1) ครปู ระเมนิ ผลโดยสังเกตจากการตอบคําถาม การมีสว่ นรว่ มในชั้นเรียน
2) ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงานที่ 1.1 เร่ือง การเปรียบเทียบคริสต์ศักราชกับพุทธศักราช ใน
หนังสือเสรมิ ฝกึ ประสบการณ์ ประวตั ิศาสตร์ 1 ของบริษัท สํานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์ จํากัด
การวัดและประเมินผล เครอ่ื งมอื วิธีวัด เกณฑก์ ารประเมิน
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ แบบประเมินใบงาน ตรวจใบงานท่ี 1.1 เรื่อง ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ที่
การเปรียบเทยี บ ระดับคุณภาพปานกลาง
1) นกั เรียนวเิ คราะห์ แบบประเมินการ ครสิ ตศ์ กั ราชกับ ขึน้ ไป
ความสาํ คัญของเวลาใน ตอบคําถาม พทุ ธศกั ราช
การศกึ ษาประวตั ศิ าสตรไ์ ด้ การตอบคาํ ถาม ผา่ นเกณฑ์การประเมินท่ี
(K) ระดับคุณภาพปานกลาง
2) นักเรยี นสามารถระบุ แบบประเมนิ การ ประเมนิ การตอบคําถาม ข้ึนไป
ลักษณะการโคจรของโลก ตอบคําถามในช้ัน ในช้ันเรียน
ดวงจนั ทร์ และดวงอาทิตย์ เรียน ผ่านเกณฑ์การประเมินท่ี
ได้ (P) ระดับคะแนนผ่าน (1)
3) นักเรียนมีความสนใจ แบบประเมนิ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ขึน้ ไป
ศกึ ษาเก่ยี วกบั ความสาํ คัญ
ของเวลาในการศึกษา สมรรถนะสําคัญ การทาํ งานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์การประเมินท่ี
ประวัติศาสตร์ได้ (A) ระดบั คะแนนผ่าน (1)
4) สมรรถนะสาํ คญั ของ - แบบประเมิน - สังเกตความมวี นิ ัย ขึ้นไป
ผู้เรยี น คุณลักษณะอันพงึ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ใน ผา่ นเกณฑ์การประเมินที่
ประสงค์ การทํางาน ระดบั คะแนนผา่ น (1)
5) คุณลกั ษณะอันพึง ขึ้นไป
ประสงค์
12
สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานวชิ าประวตั ศิ าสตร์ 1 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1 ของ บริษัท สาํ นักพิมพเ์ อม
พนั ธ์ จาํ กัด
2) หนงั สอื เสริมฝึกประสบการณ์ วิชาประวตั ิศาสตร์ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ของบริษัท สํานักพมิ พ์เอม
พันธ์ จํากัด
3) ส่ือการสอน Power Point หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ชว่ งเวลาและวิธกี ารทางประวัติศาสตร์
แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมุด
2) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
- https://sites.google.com/site/krupuihistory7/khwam-thnad-dan-wichachiph
กจิ กรรมเสนอแนะ
1) แนะนํานักเรยี นศึกษาเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ตา่ ง ๆ
2) นกั เรยี นทเี่ รยี นยงั ไมเ่ ข้าใจให้ทบทวนเนื้อหาสาระเพมิ่ เติมเวลาว่างจากเอกสารประกอบการเรยี น
และบทเรียนออนไลน์ DLIT
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษา หรอื ผทู้ ี่ได้รับมอบหมาย
......................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงช่อื .............................................ผสู้ อน
()
ผอู้ าํ นวยการโรงเรียนบ้านดงุ วทิ ยา
วันที่...........เดอื น............................พ.ศ............
13
บันทกึ หลังการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………
ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………
2. ปญั หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……
3. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ปญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
ลงช่ือ.............................................ผสู้ อน
(นางสาวนษิ ารัตน์ เรอื งสมศรี)
ครูผู้สอน
วันที่...........เดือน............................พ.ศ............
14
ใบงานที่ 1.1
เรื่อง การเปรียบเทยี บครสิ ตศ์ กั ราชกับพทุ ธศักราช
คาชี้แจง : ให้นักเรียนเปรียบเทียบคริสต์ศักราชกับพุทธศักราช แล้วเขียนคําาตอบลงในช่องว่าง
ให้ถกู ต้อง
1. การปฏวิ ตั ิอตุ สาหกรรมขององั กฤษ เกดิ จากการนาํ าเครอื่ งจักรไอน้ํามาใชใ้ นการอุตสาหกรรมใน ค.ศ. 1760
ตรงกับพทุ ธศกั ราชท่ี
2. การปฏิวตั ฝิ ร่ังเศส ค.ศ. 1789 เปน็ ปรากฏการณค์ ร้งั แรกทีป่ ระชาชนทําาการปฏวิ ัติเรียกร้อง
เสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ
ตรงกบั พทุ ธศกั ราชที่
3. องค์การสหประชาชาติก่อต้งั ขน้ึ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1945 มวี ัตถปุ ระสงคเ์ พื่อรักษา
สนั ตภิ าพของโลก
ตรงกบั พทุ ธศักราชที่
4. สโุ ขทัยสถาปนาขนึ้ เมื่อ พ.ศ. 1792 โดยมพี อ่ ขุนศรอี ินทราทติ ย์เปน็ ปฐมกษัตริย์
ตรงกับคริสตศ์ กั ราชที่
5. อาณาจักรอยธุ ยาเจรญิ ร่งุ เรอื งอยู่เปน็ เวลา 417 ปี จนกระท่งั เสยี กรุงให้กบั พม่าใน พ.ศ. 2310
ตรงกบั ครสิ ต์ศกั ราชท่ี
6. คณะราษฎรปฏวิ ตั เิ พื่อเปลีย่ นแปลงการปกครองของไทยใน พ.ศ. 2475
ตรงกับคริสต์ศักราชที่
7. กรงุ เทพมหานครกอ่ ต้ังครบรอบ 200 ปี ใน พ.ศ. 2525
ตรงกับครสิ ตศ์ กั ราชท่ี
8. เขตบริหารพิเศษฮ่องกงได้รบั การส่งมอบกลับมาเปน็ สว่ นหน่ึงของสาธารณรัฐประชาชนจีน
เมือ่ ค.ศ. 1997
ตรงกบั พทุ ธศักราชที่
9. ตึกเวิลดเ์ ทรดเซน็ เตอรใ์ นสหรฐั อเมริกา โดนก่อวินาศกรรมโดยเครอ่ื งบนิ พ่งุ เข้าชนใน ค.ศ. 2001
ตรงกบั พุทธศกั ราชท่ี
10. พระบาทสมเด็จพระมหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ฉลองสริ ิราชสมบัติ ครบ 60 ปี
พ.ศ. 2549
ตรงกบั คริสตศ์ กั ราชท่ี
15
ใบงาน 1.1 เฉลย
เรือ่ ง การเปรียบเทยี บคริสต์ศักราชกบั พุทธศกั ราช
คาชี้แจง : ให้นักเรียนเปรียบเทียบคริสต์ศักราชกับพุทธศักราช แล้วเขียนคําาตอบลงในช่องว่าง
ใหถ้ กู ต้อง
1. การปฏวิ ัตอิ ตุ สาหกรรมขององั กฤษ เกดิ จากการนําาเครอ่ื งจักรไอนาํ้ มาใช้ในการอตุ สาหกรรมใน ค.ศ. 1760
ตรงกับพทุ ธศกั ราชท่ี 2303
2. การปฏิวัติฝร่ังเศส ค.ศ. 1789 เป็นปรากฏการณ์คร้ังแรกที่ประชาชนทําาการปฏิวัติเรียกร้องเสรีภาพ ความ
เสมอภาค และภราดรภาพ
ตรงกบั พุทธศักราชท่ี 2332
3. องค์การสหประชาชาตกิ อ่ ต้งั ข้ึนเมื่อวนั ที่ 24 ตลุ าคม ค.ศ. 1945 มีวตั ถุประสงคเ์ พอ่ื รกั ษาสนั ตภิ าพของโลก
ตรงกับพทุ ธศักราชที่ 2488
4. สโุ ขทัยสถาปนาขึ้นเมอ่ื พ.ศ. 1792 โดยมพี ่อขุนศรีอินทราทิตย์เปน็ ปฐมกษตั ริย์
ตรงกบั คริสต์ศกั ราชท่ี 1249
5. อาณาจักรอยธุ ยาเจริญรงุ่ เรอื งอยู่เปน็ เวลา 417 ปี จนกระท่งั เสียกรงุ ใหก้ บั พมา่ ใน พ.ศ. 2310
ตรงกบั ครสิ ตศ์ ักราชท่ี 1767
6. คณะราษฎรปฏิวตั ิเพื่อเปล่ียนแปลงการปกครองของไทยใน พ.ศ. 2475
ตรงกบั ครสิ ต์ศกั ราชที่ 1932
7. กรงุ เทพมหานครก่อตง้ั ครบรอบ 200 ปี ใน พ.ศ. 2525
ตรงกับครสิ ตศ์ ักราชท่ี 1982
8. เขตบริหารพิเศษฮอ่ งกงได้รับการส่งมอบกลับมาเปน็ ส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน เม่ือ ค.ศ. 1997
ตรงกับพทุ ธศกั ราชท่ี 2540
9. ตึกเวิลดเ์ ทรดเซ็นเตอร์ในสหรฐั อเมรกิ า โดนกอ่ วินาศกรรมโดยเครื่องบินพุ่งเขา้ ชนใน ค.ศ. 2001
ตรงกบั พทุ ธศกั ราชที่ 2544
10. พระบาทสมเดจ็ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ฉลองสริ ริ าชสมบัติ ครบ 60 ปี
พ.ศ. 2549
ตรงกบั ครสิ ต์ศักราชที่ 2006
16
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3
กลุม่ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม รหสั วชิ า ส21103
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่ือง ชว่ งเวลาและวธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ เวลา 10 ชัว่ โมง
เรื่อง ศักราชและการเทยี บศกั ราช เวลา 1 ชว่ั โมง
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 สอนโดย นางสาวนษิ ารัตน์ เรอื งสมศรี
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ดั
ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและธํารงความ
เป็นไทย
ส 4.3 ม.1/1 อธบิ ายเร่ืองราวทางประวตั ิศาสตรส์ มัยก่อนสุโขทยั ในดินแดนไทยโดยสังเขป
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
ศักราชที่ปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์มีหลายระบบ ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์จึงต้องรู้วิธีเทียบ
ศักราชเพ่อื เปรยี บเทยี บชว่ งเวลาทเี่ กิดเหตุการณ์ต่าง ๆได้
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) นกั เรยี นอธิบายความสาํ คัญของการเทียบศกั ราชตามระบบตา่ ง ๆได้ (K)
2) นักเรยี นเทียบศกั ราชครสิ ต์ศักราชกับพทุ ธศักราชเพื่อใหเ้ ข้าใจเหตุการณส์ ําคญั ตา่ งๆได้ (P)
3) นกั เรียนเหน็ ความสาํ คัญของการเทยี บศักราชของระบบต่าง ๆได้ (A)
สาระการเรียนรู้
1) ศกั ราชและการเทยี บศักราช
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
1) ความสามารถในการคิด
(1) ทกั ษะการทาํ ให้กระจา่ ง
(2) ทักษะการนาํ ความรู้ไปใช้
2) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
17
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2) มวี นิ ยั
3 ใฝ่เรยี นรู้
4) มงุ่ ม่ันในการทํางาน
5) รักความเปน็ ไทย
กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es)
ขั้นนา
1) ครถู ามนักเรียนวา่ วันน้ีวันท่ี เดอื น ปี พ.ศ อะไร ค.ศ. อะไร
2) ครูถามนกั เรียนเกิดปี พ.ศ.อะไร ค.ศ.อะไร แล้วให้นักเรยี นช่วยระดมความคิดว่า พ.ศ กับ ค.ศ ตัวเลข
ตา่ งกันทาํ ไมถึงอยู่ปีเดยี วกัน
3) ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นกั เรียนทราบ
ข้ันสอน
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม โดยคละคนเก่ง ปานกลาง อ่อน ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกัน
ศึกษาเกี่ยวกับการคํานวณเวลา ของพุทธศักราช มหาศักราช จุลศักราช รัตนโกสินทร์ศก คริสต์ศักราช และ
ฮิจเราะห์ศกั ราช
ขั้นที่ 2 สารวจและคน้ หา (Explore)
1) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาหัวข้อที่กําหนดให้ในหนังสือเรียนแล้วสรุปใจความสําคัญลงสมุด
พร้อมนาํ เสนอหนา้ ชัน้ เรยี น พร้อมยกตวั อย่างการคาํ นวณ
ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1) นกั เรียนแต่ละกล่มุ ออกมานําเสนอผลการสืบค้นข้อมูล พร้อมแสดงตวั อยา่ ง วิธีการคํานวณหนา้ ช้ัน
เรยี น
ขัน้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)
1) ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนสอบถามเร่ืองที่ยงั สงสยั หรอื ไมเ่ ขา้ ใจท่ีกลมุ่ นาํ เสนอรายงาน
2) ให้นกั เรียนทําใบงานที่ 1.2 เรื่อง การเปรยี บเทียบศกั ราชเพื่อใช้ศึกษาประวตั ศิ าสตร์ไทยในหนังสือ
เสริมฝกึ ประสบการณ์ ประวัติศาสตร์ 1 ของบริษัท สาํ นักพิมพ์เอมพันธ์ จาํ กัด
18
ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1) ครเู ฉลยใบงานที่ 1.2 เรื่อง การเปรยี บเทยี บศักราชเพื่อใชศ้ กึ ษาประวัตศิ าสตร์ไทยในหนงั สือเสริม
ฝึกประสบการณ์ ประวัตศิ าสตร์ 1 ของบริษทั สาํ นกั พิมพ์เอมพนั ธ์ จํากดั ถา้ ไม่ทนั เวลาใหเ้ ฉลยช่วั โมงถดั ไป
ขั้นสรุป
1) นักเรียนและครรู ่วมกันอธบิ ายและสรปุ สาระสําคัญของการเทยี บศักราชแต่ละศักราช
ขัน้ ประเมนิ
1) ครปู ระเมนิ ผลโดยสงั เกตจากการตอบคาํ ถาม การมสี ว่ นรว่ มในช้นั เรยี น
2) ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงานที่ 1.2 เรื่อง การเปรียบเทียบศักราชในหนังสือเสริมฝึก
ประสบการณ์ ประวัติศาสตร์ 1 ของบรษิ ทั สํานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์ จาํ กัด
การวัดและประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เครอื่ งมอื วธิ วี ดั เกณฑ์การประเมิน
ประเมินใบงานที่ 1.2 ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ท่ี
1) นกั เรยี นอธิบาย - แบบประเมินใบงาน เร่ือง การเปรยี บเทยี บ ระดับคุณภาพปานกลาง
ศักราช ขึ้นไป
ความสําคญั ของการ
ประเมนิ แผนภาพ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ท่ี
เทยี บศกั ราชตามระบบ ความคดิ ระดับคุณภาพปานกลาง
ข้ึนไป
ต่าง ๆได้ (K) ประเมินการตอบคําถาม
ในช้ันเรียน ผ่านเกณฑ์การประเมินท่ี
2) นกั เรยี นเทียบศักราช แบบประเมินการตอบ ระดับคะแนนผา่ น (1)
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ขึ้นไป
คริสต์ศักราชกบั คําถาม การทํางานรายบุคคล
ผา่ นเกณฑ์การประเมินที่
พทุ ธศักราชเพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจ - สังเกตความมวี ินัย ระดับคะแนนผา่ น (1)
ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั ใน ขนึ้ ไป
เหตุการณส์ าํ คัญต่าง ๆ การทาํ งาน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ท่ี
ระดบั คะแนนผ่าน (1)
ได้ (P) ขน้ึ ไป
3 ) นั ก เ รี ย น เ ห็ น แบบประเมนิ การตอบ
คว ามสําคัญของกา ร คําถามในชั้นเรยี น
เทียบศักราชของระบบ
ตา่ ง ๆได้ (A)
4) สมรรถนะสําคญั ของ แบบประเมินสมรรถนะ
ผเู้ รยี น สําคัญ
5) คณุ ลักษณะอันพึง - แบบประเมนิ
ประสงค์ คุณลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์
19
สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
สื่อการเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวิชาประวตั ศิ าสตร์ 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ของ บริษัท สํานักพิมพเ์ อม
พนั ธ์ จํากัด
2) หนังสือเสรมิ ฝึกประสบการณ์ วิชาประวัตศิ าสตร์ 1 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ของบริษทั สํานกั พมิ พ์เอม
พันธ์ จํากัด
3) ส่ือการสอน Power Point หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ชว่ งเวลาและวิธีการทางประวตั ิศาสตร์
แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหล่งข้อมลู สารสนเทศ
- https://www.youtube.com/watch?v=B6UgKCwbq2c
กจิ กรรมเสนอแนะ
1) แนะนํานักเรยี นศึกษาเพ่มิ เตมิ จากเวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ
2) นกั เรียนทเ่ี รยี นยงั ไม่เข้าใจให้ทบทวนเนือ้ หาสาระเพิ่มเตมิ เวลาว่างจากเอกสารประกอบการเรยี น
และบทเรียนออนไลน์ DLIT
ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ สถานศกึ ษา หรือผู้ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
......................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .............................................ผสู้ อน
()
ผู้อํานวยการโรงเรียนบา้ นดุงวิทยา
วนั ที.่ ..........เดือน............................พ.ศ............
20
บันทกึ หลังการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………
ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………
2. ปญั หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……
3. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ปญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
ลงช่ือ.............................................ผสู้ อน
(นางสาวนษิ ารัตน์ เรอื งสมศรี)
ครูผู้สอน
วันที่...........เดือน............................พ.ศ............
21
ใบงานท่ี 1.2 เรื่อง การเทียบศักราชเพื่อใชศ้ ึกษาประวัตศิ าสตร์ไทย
คาช้ีแจง : ให้นกั เรยี นเทยี บศกั ราชตา่ งๆ ใหถ้ กู ตอ้ ง โดยเขียนคาํ ตอบลงในช่องวา่ ง
1. อาณาจกั รล้านนาก่อตั้งขน้ึ โดยพ่อขุนมงั ราย โดยสร้างราชธานีแห่งใหม่คือ นพบุรีศรีนครพิงค์เชยี งใหม่ เมื่อ ม.
ศ.1218
มหาศกั ราช (ม.ศ.) บวกดว้ ย …………. = พุทธศกั ราช (พ.ศ.)
มหาศกั ราช 1218 ตรงกับพทุ ธศักราช …………….
2. พ่อขนุ รามคําแหงมหาราชทรงประดษิ ฐ์ตัวอักษรไทยใน พ.ศ. 1826
พุทธศกั ราช (พ.ศ.) ลบดว้ ย …………. = มหาศักราช (ม.ศ.)
พทุ ธศักราช 1826 ตรงกับมหาศักราช ……………..
3. ไทยเสยี กรุงศรอี ยุธยาใหก้ ับพม่าครง้ั ที่ 2 ในจุลศักราช 1129
จลุ ศกั ราช (จ.ศ.) บวกดว้ ย ……………. = พุทธศักราช (พ.ศ.)
จลุ ศกั ราช 1129 ตรงกับพุทธศกั ราช ………………
4. สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงตั้งกรุงธนบุรเี ป็นราชธานีใน พ.ศ. 2310
พุทธศักราช (พ.ศ.) ลบดว้ ย ……………= จลุ ศักราช (จ.ศ.)
พทุ ธศกั ราช 2310 ตรงกับจุลศักราช ………………
5. พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ. 2411
พทุ ธศกั ราช (พ.ศ.) ลบด้วย …………… = รตั นโกสนิ ทรศก (ร.ศ.)
พทุ ธศกั ราช 2411 ตรงกบั รัตนโกสินทรศก ……………
6. ประกาศใช้ “พระราชบญั ญัตจิ ดั การสขุ าภบิ าล ร.ศ. 127” เพ่ือเปน็ รากฐานของการพัฒนาการสว่ นทอ้ งถ่ิน
ต่อมา
รตั นโกสินทรศก (ร.ศ.) บวกด้วย …………… = พทุ ธศักราช (พ.ศ.)
รตั นโกสินทรศก 127 ตรงกับพทุ ธศกั ราช ……………
7. พระบาทสมเด็จพระมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสดจ็ ข้นึ ครองราชยเ์ ม่อื พ.ศ. 2489
พทุ ธศักราช (พ.ศ.) ลบด้วย …………… = รัตนโกสินทรศก (ร.ศ.)
พุทธศกั ราช 2489 ตรงกบั รตั นโกสนิ ทรศก ……………
8. งานฉลอง 220 ปี สมโภชกรงุ รัตนโกสินทร์ ใน ร.ศ. 220
รตั นโกสนิ ทรศก (ร.ศ.) บวกด้วย …………… =
พทุ ธศักราช (พ.ศ.) รตั นโกสนิ ทรศก 220 ตรงกบั พุทธศักราช ……………
22
ใบงานท่ี 1.3 เร่อื ง การนบั ศักราช
คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นนาํ ตัวอกั ษรหนา้ ขอ้ ความด้านขวามอื มาเติมลงใน ดา้ นซ้ายมอื ใหส้ ัมพันธก์ นั
………… 1. การนับศักราชของประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา เร่ิมนับเมื่อ ก. ฮิจเราะหศ์ ักราช
พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน สําหรับประเทศไทย เริ่มนับพุทธศักราชที่ 1 เม่ือ (ฮ.ศ.)
พระพุทธเจ้าเสด็จปรนิ พิ พานไปแล้ว 1 ปี ข. จลุ ศกั ราช
….…….. 2. ศักราชที่เกิดขึ้นในดินแดนพม่าสมัยโบราณ เริ่มต้นในสมัยพระเจ้า (จ.ศ.)
สูริยวิกรมขึ้นปกครองอาณาจักรศรีเกษตร เม่ือพุทธศักราช 1182 สําหรับประเทศ ค. มหาศกั ราช
ไทยใชศ้ กั ราชแบบน้ีในศิลาจารกึ และพงศาวดาร (ม.ศ.)
............ 3. ศกั ราชของไทยท่ีพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั ให้เริ่มนับใน ง. ครสิ ต์ศักราช
ปีที่สถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานีของไทย เม่ือ พ. ศ. 2325 มีการใช้เพียง (ค.ศ.)
ไม่นานก็ได้ยกเลิกไปในรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอย่หู ัว จ. พทุ ธศกั ราช
............ 4. การนับศักราชของประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์ เร่ิมนับเม่ือพระเยซูซ่ึง (พ.ศ.)
เปน็ ศาสดาของศาสนาคริสต์ประสตู ิ ตรงกบั พทุ ธศักราช 544 ช. รัตนโกสนิ ทรศก
............ 5. การนับศักราชของประเทศท่ีนับถือศาสนาอิสลาม เริ่มนับเม่ือนบีมูฮัม (ร.ศ.)
หมัด ซึง่ เปน็ ศาสดาของศาสนาอิสลามกระทําฮจิ เราะห์ คอื อพยพจากเมืองเมกกะไป
อยู่ทเ่ี มืองเมดนิ ะ
............ 6. การนับศักราชท่ีเร่ิมต้นในสมัยของพระเจ้ากนิษกะ กษัตริย์ผู้ครองแคว้น
คันธาระของอินเดีย เมื่อพุทธศักราช 622 สําหรับประเทศไทยเร่ิมนับศักราชแบบน้ี
ต้ังแตส่ มัยกอ่ นสโุ ขทัย
23
ใบงานท่ี 1.2 เร่อื ง การเทียบศกั ราชเพ่อื ใช้ศึกษาประวัตศิ าสตร์ไทย เฉลย
คาช้แี จง : ใหน้ กั เรียนเทยี บศักราชตา่ งๆ ใหถ้ กู ต้อง โดยเขียนคําตอบลงในช่องว่าง
1. อาณาจกั รล้านนาก่อตงั้ ขึ้นโดยพ่อขุนมังราย โดยสรา้ งราชธานีแห่งใหม่คือ นพบุรศี รนี ครพิงคเ์ ชียงใหม่ เมื่อ ม.
ศ.1218
มหาศักราช (ม.ศ.) บวกด้วย ……621……. = พุทธศักราช (พ.ศ.)
มหาศกั ราช 1218 ตรงกบั พทุ ธศกั ราช ……1839……….
2. พ่อขนุ รามคาํ แหงมหาราชทรงประดิษฐต์ วั อกั ษรไทยใน พ.ศ. 1826
พุทธศกั ราช (พ.ศ.) ลบด้วย ……621……. = มหาศักราช (ม.ศ.)
พุทธศักราช 1826 ตรงกับมหาศักราช ……1205………..
3. ไทยเสียกรงุ ศรีอยุธยาให้กบั พม่าครง้ั ที่ 2 ในจลุ ศกั ราช 1129
จุลศักราช (จ.ศ.) บวกด้วย ……1181………. = พทุ ธศักราช (พ.ศ.)
จลุ ศักราช 1129 ตรงกับพทุ ธศักราช ……1129…………
4. สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชทรงตงั้ กรุงธนบรุ เี ป็นราชธานีใน พ.ศ. 2310
พุทธศักราช (พ.ศ.) ลบด้วย ……2324………= จุลศกั ราช (จ.ศ.)
พทุ ธศักราช 2310 ตรงกบั จุลศกั ราช …87……………
5. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั เสดจ็ ขึน้ ครองราชยใ์ น พ.ศ. 2411
พุทธศกั ราช (พ.ศ.) ลบดว้ ย ...2324... = รัตนโกสนิ ทรศก (ร.ศ.)
พุทธศกั ราช 2411 ตรงกบั รตั นโกสินทรศก .....87......
6. ประกาศใช้ “พระราชบญั ญตั ิจัดการสุขาภบิ าล ร.ศ. 127” เพ่ือเปน็ รากฐานของการพัฒนาการส่วนทอ้ งถน่ิ
ต่อมา
รตั นโกสนิ ทรศก (ร.ศ.) บวกด้วย... 2324... = พทุ ธศักราช (พ.ศ.)
รตั นโกสินทรศก 127 ตรงกบั พทุ ธศักราช .....2451.....
7. พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร เสด็จขึ้นครองราชย์เมือ่ พ.ศ. 2489
พทุ ธศักราช (พ.ศ.) ลบด้วย ....2324.... = รัตนโกสนิ ทรศก (ร.ศ.)
พทุ ธศักราช 2489 ตรงกับรัตนโกสนิ ทรศก .....165.....
8. งานฉลอง 220 ปี สมโภชกรุงรัตนโกสนิ ทร์ ใน ร.ศ. 220
รัตนโกสนิ ทรศก (ร.ศ.) บวกด้วย ...2324... =พุทธศกั ราช (พ.ศ.)
รตั นโกสนิ ทรศก 220 ตรงกบั พุทธศกั ราช ...2544...
24
ใบงานท่ี 1.3 เรอ่ื ง การนับศักราช เฉลย
คาชีแ้ จง : ใหน้ ักเรียนนําตวั อักษรหนา้ ข้อความดา้ นขวามอื มาเติมลงใน ด้านซา้ ยมอื ให้สมั พันธ์กัน
……จ…… 1. การนับศักราชของประเทศท่ีนับถือพระพุทธศาสนา เร่ิมนับเมื่อ ก. ฮจิ เราะหศ์ ักราช
พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน สําหรับประเทศไทย เร่ิมนับพุทธศักราชที่ 1 เมื่อ (ฮ.ศ.)
พระพทุ ธเจ้าเสดจ็ ปรนิ ิพพานไปแลว้ 1 ปี ข. จลุ ศกั ราช
….…ข….. 2. ศักราชท่ีเกิดขึ้นในดินแดนพม่าสมัยโบราณ เร่ิมต้นในสมัยพระเจ้า (จ.ศ.)
สูริยวิกรมข้ึนปกครองอาณาจักรศรีเกษตร เมื่อพุทธศักราช 1182 สําหรับประเทศ ค. มหาศกั ราช
ไทยใช้ศักราชแบบนีใ้ นศลิ าจารึกและพงศาวดาร (ม.ศ.)
......ช...... 3. ศักราชของไทยท่ีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เริ่มนับ ง. คริสต์ศักราช
ในปีท่ีสถาปนากรงุ เทพมหานครเป็นราชธานีของไทย เมือ่ พ. ศ. 2325 มีการใชเ้ พียง (ค.ศ.)
ไม่นานก็ได้ยกเลกิ ไปในรชั สมัยพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หวั จ. พุทธศกั ราช
......ง...... 4. การนับศักราชของประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์ เริ่มนับเม่ือพระเยซซู ง่ึ (พ.ศ.)
เป็นศาสดาของศาสนาคริสต์ประสูติ ตรงกับพุทธศกั ราช 544 ช. รตั นโกสนิ ทรศก
......ก...... 5. การนับศักราชของประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม เร่ิมนับเม่ือนบีมูฮัม (ร.ศ.)
หมัด ซึ่งเป็นศาสดาของศาสนาอสิ ลามกระทาํ ฮิจเราะห์ คืออพยพจากเมืองเมกกะไป
อยทู่ ีเ่ มอื งเมดินะ
......ค...... 6. การนับศักราชทีเ่ ริ่มตน้ ในสมัยของพระเจ้ากนิษกะ กษัตริยผ์ ูค้ รองแคว้น
คันธาระของอินเดีย เมื่อพุทธศักราช 622 สําหรับประเทศไทยเร่ิมนับศักราชแบบนี้
ตั้งแตส่ มัยกอ่ นสุโขทัย
25
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหัสวชิ า ส21103
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 เร่ือง เวลาและการแบ่งยคุ สมัยทางประวัตศิ าสตร์ เวลา 10 ช่วั โมง
เรอื่ ง การใช้ทศวรรษ ศตวรรษ และสหสั วรรษ เวลา 1 ชั่วโมง
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 สอนโดย นางสาวนษิ ารตั น์ เรอื งสมศรี
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้วี ดั
ส 4.1 เขา้ ใจความหมาย ความสําคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้ วิธกี ารทาง
ประวัตศิ าสตรม์ าวเิ คราะห์เหตุการณ์ตา่ งๆ อย่างเป็นระบบ
ส 4.1 ม. 1/1 วเิ คราะห์ความสาํ คัญของเวลาในการศึกษาประวัตศิ าสตร์
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ประวตั ศิ าสตร์มีความสัมพันธ์กบั เวลาอย่างมาก เพอื่ ใหเ้ กิดความเข้าใจวา่ เหตุการณ์ในประวตั ิศาสตร์
เกดิ ขน้ึ เมื่อใด หากจะกลา่ วถงึ ชว่ งเวลาที่ยาวนานมากกวา่ 1 ปสี ามารถระบุเป็นทศวรรษ (10 ปี) ศตวรรษ (100
ปี) และ สหสั วรรษ (1,000 ป)ี ซ่ึงคําดงั กล่าวจะทาํ ใหเ้ วลาในประวตั ิศาสตร์แตกตา่ งกนั
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) นักเรียนนับช่วงเวลาเปน็ ทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษได้ (K)
2) นกั เรียนสรา้ งผังความคดิ เกยี่ วกับการนับช่วงเวลาเป็นทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ ใน
การศึกษาประวัติศาสตรไ์ ด้ (P)
3) นกั เรยี นสนใจศึกษาชว่ งเวลาที่เป็นทศวรรษ ศตวรรษ และสหสั วรรษได้ (A)
สาระการเรียนรู้
1) ทศวรรษ
2) ศตวรรษ
3) สหสั วรรษ
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
1) ความสามารถในการคดิ
(1) ทักษะการทาํ ให้กระจ่าง
(2) ทกั ษะการนําความรู้ไปใช้
26
2) ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1) มีวินยั
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มุ่งม่นั ในการทํางาน
4) รกั ความเป็นไทย
กิจกรรมการเรยี นรู้
วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es)
ขั้นนา ข้ันที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1) ครแู จ้งจดุ ประสงค์เรื่องความสาํ คัญของการใช้ทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ ถามนักเรียนวา่
นกั เรียนเคยไดย้ นิ ทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ หรอื ไม่ ถา้ นกั เรยี นเคยไดย้ นิ ให้นักเรียนช่วยกนั อธิบายวา่ มี
ลักษณะอย่างไร และหมายถึงอะไร
(แนวคําตอบ ทศวรรษ หมายถงึ ชว่ งเวลา 10ปี ศตวรรษ หมายถงึ ชว่ งเวลา 100ปี สหัสวรรษ หมายถึง
100 ปี)
ข้นั สอน
ขนั้ ที่ 2 สารวจและคน้ หา (Explore)
1) ครแู สดงภาพหลักเกณฑ์การนบั ช่วงเวลาเปน็ ทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ
2) ครใู หน้ ักเรยี นช่วยกนั สืบคน้ การใช้ทศวรรษ ศตวรรษ และสหสั วรรษจากหนงั สือเรียน สอื่ สิ่งพิมพห์ รือ
อนิ เทอรเ์ นต็
3) ให้นักเรียนทําใบงานท่ี 1.4 เร่ือง การแบ่งช่วงเวลา ใบงานท่ี 1.5 เรื่อง การใช้ช่วงเวลาในการศึกษา
ประวตั ศิ าสตร์ ในหนงั สือเสริมฝึกประสบการณ์ ประวัติศาสตร์ 1 ของบริษัท สาํ นักพิมพเ์ อมพนั ธ์ จํากดั
ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1) นักเรียนศึกษาข้อมูลและแบ่งปันความรู้ที่ได้จากการศึกษาร่วมกัน ถ้าหากมีข้อสงสัยให้นักเรียน
สอบถามคุณครผู ู้สอน
ขนั้ ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1) ครูอธิบายเพ่ิมเติมและแนะนําการนับศตวรรษ ทศวรรษ สหัสวรรษให้นักเรียนเข้าใจเพ่ิมมากขึ้น
พร้อมยกตัวอย่าง และเฉลยแสดงวิธที าํ ในแบบฝกึ หดั
ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1) นักเรยี นแลกเปลยี่ นตรวจงานทค่ี รมู อบหมายและบนั ทึกคะแนน
27
2) ครปู ระเมินผลโดยสงั เกตจากการตอบคําถาม การมสี ว่ นร่วมในช้ันเรยี น
3) ครูตรวจสอบผลจากการให้นักเรียนทําใบงานท่ี 1.4 เรอื่ ง การแบ่งชว่ งเวลา ใบงานที่ 1.5 เร่อื งการใช้
ชว่ งเวลาในการศึกษาประวัตศิ าสตร์ประวัติศาสตร์ 1 ของบรษิ ัท สาํ นกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์ จํากดั
การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมอื วธิ ีวัด เกณฑก์ ารประเมนิ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ แบบประเมนิ ใบงาน -ตรวจใบงานท่ี 1.4 เร่อื ง ผ่านเกณฑ์การประเมินที่
1) นกั เรียนนับช่วงเวลา การแบง่ ช่วงเวลา ระดบั คุณภาพปานกลาง
เปน็ ทศวรรษ ศตวรรษ แบบประเมนิ แผนผงั ใบงานท่ี 1.5 เร่อื งการใช้ ขน้ึ ไป
และสหัสวรรษได้ (K) ความคิด ชว่ งเวลาในการศึกษา
ประวตั ิศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ท่ี
2) นักเรียนสรา้ งผัง แบบประเมนิ การตอบ ประเมนิ แผนผงั ความคิด ระดบั คุณภาพปานกลาง
ความคิดเกย่ี วกับการนับ คาํ ถามในช้นั เรยี น ขึ้นไป
ช่วงเวลาเป็นทศวรรษ ประเมนิ การตอบคาํ ถาม
ศตวรรษ และสหสั วรรษ แบบประเมนิ สมรรถนะ ในชน้ั เรียน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ที่
ในการศึกษา สาํ คัญ ระดบั คะแนนผ่าน (1)
ประวัติศาสตร์ได้ (P) - แบบประเมิน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ข้นึ ไป
3) นกั เรยี นสนใจศึกษา คณุ ลักษณะอันพงึ การทํางานรายบุคคล
ชว่ งเวลาทเ่ี ปน็ ทศวรรษ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์การประเมินท่ี
ศตวรรษ และสหสั วรรษ - สงั เกตความมีวินยั ระดับคะแนนผา่ น (1)
ได้ (A) ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งม่ันใน ข้ึนไป
4) สมรรถนะสําคญั ของ การทาํ งาน ผ่านเกณฑ์การประเมินท่ี
ผู้เรยี น ระดับคะแนนผ่าน (1)
ขน้ึ ไป
5) คุณลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์
28
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
ส่ือการเรียนรู้
1) หนังสือเรียนรายวิชาพน้ื ฐานวิชาประวัตศิ าสตร์ 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ของ บริษัท สาํ นักพิมพเ์ อม
พนั ธ์ จํากัด
2) หนังสือเสรมิ ฝกึ ประสบการณ์ วิชาประวัติศาสตร์ 1 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ของบริษัท สํานักพิมพ์เอม
พนั ธ์ จาํ กดั
3) ส่ือการสอน Power Point หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรอื่ ง เวลาและการแบ่งยุคสมัยทางประวัตศิ าสตร์
แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
- https://www.youtube.com/watch?v=FZgA6VbqgiI
- https://www.youtube.com/watch?v=wdo_LAOPvv0
กิจกรรมเสนอแนะ
1) แนะนาํ นักเรยี นศึกษาเพม่ิ เติมจากเว็บไซตต์ า่ ง ๆ
2) นักเรียนทเ่ี รียนยงั ไมเ่ ข้าใจใหท้ บทวนเนือ้ หาสาระเพิม่ เติมเวลาวา่ งจากเอกสารประกอบการเรียน
และบทเรยี นออนไลน์ DLIT
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา หรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
......................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .............................................ผสู้ อน
()
ผูอ้ าํ นวยการโรงเรยี นบา้ นดุงวิทยา
วนั ที่...........เดือน............................พ.ศ............
29
บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปญั หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. ข้อเสนอแนะและแนวทางการแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชื่อ.............................................ผสู้ อน
(นางสาวนิษารตั น์ เรืองสมศร)ี
ครูผ้สู อน
วนั ท่ี...........เดอื น............................พ.ศ............
30
ใบงานที่ 1.4 เร่ือง การแบ่งชว่ งเวลา
คาชีแ้ จง : ใหน้ ักเรยี นศึกษาการแบง่ ช่วงเวลาตา่ งๆ แล้วเขียนคําาตอบลงในชอ่ งวา่ งให้ถกู ตอ้ ง
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั : ส 4.1 ม.1/1
ทศวรรษ
ทศวรรษที่ 1 หมายถึง พ.ศ. ถงึ พ.ศ.....................
ทศวรรษที่ 1990 หมายถงึ ค.ศ. ถึง ค.ศ......................
ศตวรรษ ถึง พ.ศ......................
ถึง พ.ศ......................
พทุ ธศตวรรษที่ 1 หมายถึง พ.ศ. ถงึ ค.ศ......................
พุทธศตวรรษท่ี 2 หมายถึง พ.ศ. ถึง ค.ศ......................
ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 1 หมายถงึ ค.ศ.
คริสตศ์ ตวรรษท่ี 2 หมายถงึ ค.ศ.
สหัสวรรษ
สหัสวรรษที่ 1 พ.ศ. พุทธศักราช
สหัสวรรษท่ี 2 พ.ศ. ถึง พ.ศ......................
พุทธศกั ราช
ถงึ พ.ศ......................
31
ใบงานที่ 1.4 เร่อื ง การแบ่งชว่ งเวลา
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนศึกษาการแบ่งชว่ งเวลาตา่ งๆ แลว้ เขียนคาํ าตอบลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั : ส 4.1 ม.1/1
ทศวรรษ
ทศวรรษที่ 1 หมายถึง พ.ศ. 0 ถึง พ.ศ..........9...........
ทศวรรษท่ี 1990 หมายถึง ค.ศ. 1990 ถงึ ค.ศ..........1999............
ศตวรรษ
พทุ ธศตวรรษที่ 1 หมายถงึ พ.ศ. 1 ถงึ พ.ศ.........100.............
พทุ ธศตวรรษท่ี 2 หมายถงึ พ.ศ. 101 ถงึ พ.ศ........200..............
ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 1 หมายถงึ ค.ศ. 1 ถึง ค.ศ.........100.............
ครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 2 หมายถึง ค.ศ. 101 ถึง ค.ศ........200..............
สหสั วรรษ
สหสั วรรษที่ 1 พ.ศ. พุทธศกั ราช
สหสั วรรษที่ 2 พ.ศ. 1 ถึง พ.ศ........1000..............
พทุ ธศกั ราช
1001 ถงึ พ.ศ......2000................
32
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5
กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รหัสวชิ า ส21103
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่อง ช่วงเวลาและวิธีการทางประวัตศิ าสตร์ เวลา 10 ชว่ั โมง
เรอ่ื ง การแบ่งช่วงเวลาสมัยกอ่ นประวัตศิ าสตร์ เวลา 1 ช่วั โมง
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 สอนโดย นางสาวนิษารัตน์ เรอื งสมศรี
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ดั
ส 4.1 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและธํารงความ
เป็นไทย
ส 4.3 ม.1/2 เทยี บศักราชตามระบบตา่ ง ๆ ที่ใชศ้ กึ ษาประวตั ิศาสตร์
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
สมยั ก่อนประวัตศิ าสตร์ เป็นสมัยที่มนุษยย์ ังไมม่ ตี วั หนงั สือใชใ้ นการบอกเลา่ เร่อื งราว การศกึ ษาเร่ืองราว
ของมนษุ ย์สมัยกอ่ นประวตั ศิ าสตร์จึงตอ้ งอาศยั หลกั ฐานทางโบราณคดีต่าง ๆ อาทิ โครงกระดกู เครื่องมือ
เครื่องใช้ รปู แบบการดาํ เนนิ ชีวิตซึ่งปรากฎอย่ใู นธรรมชาติ
จุดประสงค์การเรียนรู้
1) นกั เรียนอธิบายเรื่อง การแบง่ ยุคสมัยประวัติศาสตรใ์ นดินแดนไทยและ แหลง่ โบราณคดสี มัยก่อน
ประวัติศาสตรใ์ นประเทศไทยได้ (K)
2) นกั เรยี นนาํ เสนอแผนภูมเิ ร่ืองการแบ่งช่วงเวลาสมัยกอ่ นประวตั ศิ าสตรไ์ ด้ (P)
3) นักเรียนเห็นคุณค่าและความสําคัญของการศึกษาเรื่องราวยุคก่อนประวัติศาสตร์ในดินแดนไทยได้(A)
สาระการเรยี นรู้
1) สมัยก่อนประวตั ศิ าสตร์
2) แบง่ ยคุ สมัยตามเทคโนโลยกี ารทําเคร่ืองมอื เครื่องใช้
3) แบง่ ยคุ สมยั ตามแบบแผนการดาํ รงชีวติ และลักษณะสงั คม
สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
1) ความสามารถในการคิด
(1) ทักษะการทําให้กระจ่าง
(2) ทกั ษะการนาํ ความรู้ไปใช้
33
2) ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1) มีวินัย
2) ใฝเ่ รียนรู้
3) มงุ่ ม่นั ในการทํางาน
4) รักความเปน็ ไทย
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นา
1) ครแู จง้ จุดประสงค์การเรยี นเร่ือง การแบ่งชว่ งสมยั ทางประวัติศาสตร์สมัยก่อนประวตั ิศาสตรแ์ ละสมยั
ประวตั ศิ าสตรใ์ นภาพรวม โดยใชแ้ ผนภูมิการแบง่ ช่วงเวลาทางประวตั ิศาสตร์ แลว้ อธิบายแยกยอ่ ยในการแบง่ ยคุ
สมยั ก่อนประวัตศิ าสตร์และเกณฑ์การแบง่ ยุคสมยั ก่อนประวัติศาสตร์ และแผนภมู ิการแบง่ ชว่ งเวลาสมัยก่อน
ประวตั ิศาสตร์
2) ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกบั การแบ่งเวลาทางประวตั สิ ตร์ โดยใชค้ าํ ถาม
- เวลามคี วามสําคญั ตอ่ การศึกษาประวัติศาสตรอ์ ย่างไร
(แนวคําตอบ เชน่ เวลาทาํ ใหร้ วู้ ่าเหตุการณ์ใดเกิดขึน้ ก่อน-หลัง )
- การแบ่งชว่ งเวลาทางประวตั ิศาสตรม์ ีความสาํ คัญอย่างไร
(แนวคําตอบ เชน่ ช่วยให้เรียงลําดบั เหตุการณ์ ช่วงเวลาการเกิดเหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ไดง้ า่ ยขึ้น)
ข้ันกิจกรรมการเรียนรู้
1) ครูอธิบายเนื้อหา ข้อมูล การแบ่งยุคและการดํารงชีวิตในสมัยก่อนประวัติศาสตร์โดยส่ือ Power
Point
2) ครูนําภาพที่ต้ังแหล่งโบราณสถาน โบราณวัตถุหรือหลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ในบริเวณ
ประเทศไทยมาให้นักเรียนศึกษา
3) ให้นักเรียนทําแผนภูมเิ รอื่ งการแบ่งชว่ งเวลาสมัยก่อนประวตั ิศาสตร์
(1) การแบง่ ยุคสมัยตามเทคโนโลยกี ารทาํ เครอ่ื งมอื เคร่ืองใช้
(2) การแบง่ ยคุ สมยั ตามแบบแผนการดาํ รงชีวติ และลกั ษณะสงั คม
4) ครูสมุ่ นักเรียน 4-5 คน ออกมานาํ เสนอแผนภูมเิ รอ่ื งการแบง่ ช่วงเวลาสมัยกอ่ นประวตั ศิ าสตร์
34
ขน้ั สรุป
1) นักเรียนชว่ ยกนั สรปุ เกณฑ์การแบง่ ช่วงสมัยก่อนประวัติศาสตรอ์ ีกครัง้
2) ครูอธบิ ายเพมิ่ เติม โดยวธิ ีถามตอบและสนทนากบั นักเรียน ว่า “การแบ่งเวลาในสมยั ก่อน
ประวัตศิ าสตร์ในดินแดนไทยมลี กั ษณะอย่างไร (แบง่ ตามแบบสากล คอื แบ่งตามลักษณะของเครอื่ งมือเคร่อื งใช้
และเทคนิควิธกี ารและแบ่งตามวธิ ีการดาํ รงชีวิตของมนษุ ย)์
3) ครูใหน้ ักเรียนทําใบงานท่ี 1.6 เรอ่ื ง การแบ่งยุคสมยั ประวตั ศิ าสตร์ในดนิ แดนไทย ใบงานที่ 1.7 เรื่อง
แหลง่ โบราณคดีสมยั กอ่ นประวตั ิศาสตร์ในประเทศไทย
การวัดและประเมินผล เครือ่ งมอื วิธวี ัด เกณฑ์การประเมนิ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) นกั เรยี นอธิบายเร่ือง - แบบประเมินใบงาน ตรวจใบงานท่ี 1.6 เรอ่ื ง ผา่ นเกณฑ์การประเมินท่ี
การแบง่ ยคุ สมัย การแบง่ ยคุ สมยั ระดบั คุณภาพปานกลาง
ประวัตศิ าสตรใ์ นดนิ แดน แบบประเมนิ พฤติกรรม ประวตั ศิ าสตร์ในดินแดน ขึน้ ไป
ไทยและ แหล่ง ในการทํางาน ไทย
โบราณคดสี มัยก่อน แบบประเมินการตอบ ใบงานที่ 1.7 เรอ่ื ง แหลง่ ผา่ นเกณฑ์การประเมินที่
ประวตั ศิ าสตรใ์ น คาํ ถามในช้นั เรยี น โบราณคดีสมัยก่อน ระดบั คุณภาพปานกลาง
ประเทศไทยได้ (K) ประวตั ิศาสตรใ์ นประเทศ ขน้ึ ไป
ไทย
2) นกั เรยี นนาํ เสนอ ประเมนิ พฤติกรรมในการ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ท่ี
แผนภูมเิ รื่องการแบง่ ทํางาน ระดบั คุณภาพผ่าน 2ขึ้น
ชว่ งเวลาสมยั ก่อน ไป
ประวัติศาสตร์ได้ (P) ประเมินการตอบคาํ ถาม
3) นักเรยี นเหน็ คุณคา่ ในชน้ั เรยี น
และความสาํ คัญของ
การศกึ ษาเรื่องราวยคุ
กอ่ นประวตั ศิ าสตร์ใน
ดนิ แดนไทยได(้ A)
35
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เครอื่ งมอื วธิ วี ัด เกณฑก์ ารประเมนิ
4) สมรรถนะสําคญั ของ แบบประเมินสมรรถนะ - แบบสงั เกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ท่ี
ผูเ้ รียน สําคญั การทาํ งานรายบุคคล ระดับคุณภาพผ่าน 2ข้นึ
ไป
5) คุณลกั ษณะอนั พงึ - แบบประเมนิ - สังเกตความมีวนิ ยั ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ที่
ประสงค์ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มนั่ ใน ระดบั คุณภาพผ่าน 2ขนึ้
ประสงค์ การทาํ งาน ไป
ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
สื่อการเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานวิชาประวตั ิศาสตร์ 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ของ บรษิ ัท สาํ นักพิมพ์เอม
พันธ์ จํากดั
2) หนงั สอื เสรมิ ฝกึ ประสบการณ์ วิชาประวตั ศิ าสตร์ 1 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ของบริษทั สํานกั พิมพ์เอม
พันธ์ จาํ กัด
3) สอื่ การสอน Power Point หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ช่วงเวลาและวธิ ีการทางประวัติศาสตร์
แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมุด
2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
- https://www.youtube.com/watch?v=RMbgEarTUKc
กจิ กรรมเสนอแนะ
1) แนะนาํ นักเรียนศึกษาเพิม่ เตมิ จากเว็บไซต์ตา่ ง ๆ
2) นักเรยี นทีเ่ รียนยงั ไม่เขา้ ใจใหท้ บทวนเนอื้ หาสาระเพิ่มเตมิ เวลาว่างจากเอกสารประกอบการเรยี น
และบทเรียนออนไลน์ DLIT
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ สถานศกึ ษา หรือผทู้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
.............................................................................................................................. ...................................................
.................................................................................................................................................................................
ลงช่อื .............................................ผสู้ อน
()
ผอู้ ํานวยการโรงเรยี นบ้านดงุ วทิ ยา
วนั ท.ี่ ..........เดือน............................พ.ศ............
36
บันทึกหลังการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……......…
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………...…..……
3. ขอ้ เสนอแนะและแนวทางการแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………........…
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....…
ลงช่อื .............................................ผสู้ อน
(นางสาวนษิ ารัตน์ เรอื งสมศรี)
ครผู สู้ อน
วันที่...........เดอื น............................พ.ศ............
37
ใบงานที่ 1.6
เร่อื ง การแบง่ ยุคสมัยประวัติศาสตรใ์ นดินแดนไทย
คาชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนนําขอ้ ความที่กําาหนดในกรอบด้านล่าง มาเตมิ ลงในแผนภมู ิให้สมั พันธก์ ัน
การแบ่งยคุ สมัย
สมัยก่อนประวตั ศิ าสตร์ สมยั ประวตั ิศาสตร์
กอ่ นพทุ ธศตวรรษ ที่ 18
สมัยหิน พ.ศ. 1792 ถงึ 2006
1. พ.ศ. 1893 ถงึ 2310
2. พ.ศ. 2310 ถึง 2325
3. พ.ศ. 2325 ถงึ ปัจจุบนั
สมัยโลหะ
1.
2.
ขอ้ ความท่กี าหนดให้
สมัยกอ่ นสโุ ขทัย สมัยสโุ ขทยั สมัยหนิ ใหม่ สมัยหนิ เกา่
สมัยรัตนโกสินทร์ สมัยเหลก็ สมัยสํารดิ สมยั อยธุ ยา
สมัยธนบรุ ี สมยั หินกลาง
38
ใบงานท่ี 1.6 เฉลย
เร่ือง การแบง่ ยุคสมัยประวัตศิ าสตรใ์ นดินแดนไทย
คาช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นนําขอ้ ความทกี่ าํ าหนดในกรอบดา้ นลา่ ง มาเตมิ ลงในแผนภมู ใิ ห้สัมพนั ธ์กัน
การแบง่ ยคุ สมัย
สมัยก่อนประวตั ิศาสตร์ สมยั ประวัตศิ าสตร์
สมยั หนิ สมัยก่อนสุโขทยั กอ่ นพุทธศตวรรษ ท่ี 18
1. สมยั หนิ เกา่ พ.ศ. 1792 ถงึ
2. สมยั หินกลาง สมัยสุโขทัย พ.ศ. 1893 ถงึ
3. สมยั หินใหม่ 2006
สมยั โลหะ สมยั อยุธยา พ.ศ. 2310 ถึง 2325
1. สมยั สําริด 2310
2. สมยั เหล็ก สมยั ธนบรุ ี
สมัยรัตนโกสนิ ทร์ พ.ศ. 2325 ถึงปัจจุบัน
39
40
เฉลย
41
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6
กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รหัสวิชา ส21103
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง ช่วงเวลาและวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ เวลา 10 ช่ัวโมง
เรือ่ ง วธิ ีการทางประวัติศาสตร์ เวลา 1 ชว่ั โมง
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1 สอนโดย นางสาวนษิ ารตั น์ เรอื งสมศรี
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด
ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสําคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้ วิธีการทาง
ประวัติศาสตร์มาวเิ คราะห์เหตกุ ารณต์ า่ งๆ อยา่ งเป็นระบบ
ส 4.1 ม. 1/3 นําวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์มาใช้ศกึ ษาเหตกุ ารณ์ทางประวตั ิศาสตร์
สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การศึกษาเร่ืองราวทางประวัติศาสตร์ หรือเร่ืองราวในอดีตของมนุษย์นั้น จําเป็นต้องมีวิธีการสืบค้นหา
ความจริงอย่างเป็นระบบและเป็นข้ันตอน ที่เรียกว่า วิธีการทางประวัติศาสตร์ ท้ังน้ีเพ่ือให้ได้ข้อมูลที่น่าเช่ือถือ
ถูกตอ้ ง และตรงกับความเปน็ จริงมากทส่ี ดุ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) นกั เรยี นอธบิ ายความหมายและความสาํ คัญของวธิ ีการทางประวัตศิ าสตรไ์ ด้ (K)
2) นักเรียนสามารถสรุปวิธกี ารทางประวัติศาสตร์ในรปู แผนผงั ความคดิ ได้(P)
3) นักเรียนหน็ คุณค่าและความสาํ คัญของวิธกี ารทางประวัติศาสตรไ์ ด้ (A)
สาระการเรียนรู้
1) วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์
สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น
1) ความสามารถในการคดิ
(1) ทักษะการทาํ ให้กระจา่ ง
(2) ทกั ษะการนําความรู้ไปใช้
2) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
42
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1) มวี นิ ยั
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มุง่ มนั่ ในการทํางาน
4) รกั ความเป็นไทย
กจิ กรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es)
ขัน้ ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1) นักเรียนตอบคําถามกระตุ้นความคิดว่า ถ้านักเรียนต้องการศึกษาข้อมูล หรือเรื่องราวทาง
ประวัตศิ าสตร์ ควรศกึ ษาด้วยวิธีการใด
(แนวคาํ ตอบ เชน่ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ ตามวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์)
2) ครูเปิดวีดทิ ศั นส์ ารคดเี กย่ี วกับประวัตศิ าสตร์ไทยให้นักเรียนดู แลว้ ให้นกั เรยี นตอบคําถามตอ่ ไปน้ี
- สารคดดี ังกลา่ วเกยี่ วกบั เรือ่ งอะไร
- นักเรียนคิดวา่ กว่าจะเป็นสารคดีเรอื่ งดงั กลา่ ว ผู้จดั ทาํ จะต้องทําอย่างไรบา้ ง
โดยครคู อยกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนทุกคนมีส่วนรว่ มในการตอบคําถาม
ข้ันท่ี 2 สารวจและค้นหา (Explore)
1) นกั เรียนแต่ละคนศึกษาความรู้เรื่อง วธิ กี ารทางประวัติศาสตรจ์ ากหนังสือเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์
และหนังสอื ค้นควา้ เพ่มิ เตมิ ในประเดน็ ทก่ี าํ หนดให้ ดังนี้
- ความหมายและความสําคัญของวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
- ข้ันตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร์ แล้วบันทึกความรู้ท่ีได้จากการศึกษาลงในแบบบันทึก
การอ่าน
2) นักเรียนตอบคําถามกระตุ้นความคิดว่า เพราะเหตุใด เราจึงต้องใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ ใน
การศกึ ษาเร่ืองราวทางประวัตศิ าสตร์
(แนวคาํ ตอบ เช่น เพอ่ื ให้ได้ข้อมูลทม่ี ีความถกู ต้องและชัดเจนมากที่สุด)
ข้นั ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1) นักเรียนรวมกล่มุ เดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2) แล้วนําความรู้ท่ีได้จากการศึกษามาอธบิ ายให้
เพ่ือนในกลมุ่ ฟงั ผลัดกันซกั ถามขอ้ สงสัยและอธิบายจนทกุ คนมคี วามเขา้ ใจชัดเจนตรงกนั
2) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ความหมาย ความสําคัญ และขั้นตอนของวิธีการทาง
ประวัติศาสตร์
43
3) นักเรียนตอบคําถามกระตุ้นความคิด ถ้าไม่ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเร่ืองราวทาง
ประวัติศาสตร์ สามารถใช้วธิ ีใดไดอ้ ีกบา้ ง อธบิ ายเหตุผล
(พจิ ารณาตามคําตอบของนักเรยี น โดยให้อยูใ่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ้สู อน)
ข้นั ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1) นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทําใบงานท่ี 1.8 เร่ือง วิธีการทางประวัติศาสตร์ หน้า 15 จากหนังสือ
เสริมฝกึ ประสบการณว์ ชิ าประวัตศิ าสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ของบรษิ ัท สํานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์ จาํ กัด เมื่อทําเสร็จ
แล้วชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง และเติมเต็มคําตอบใหส้ มบูรณ์
ข้นั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1) ครูและนกั เรยี นช่วยกนั เฉลยคําตอบในใบงานท่ี 1.8
2) ครูสุ่มให้นักเรียนจํานวน 1 กลุ่มออกมานําเสนอ หน้าชั้นเรียน ครูและเพ่ือนกลุ่มอ่ืนร่วมกันแสดง
ความคิดเหน็ และให้ขอ้ เสนอแนะ
3) นักเรียนตอบคําถามกระตุ้นความคิด นักเรียนสามารถนําวิธีการทางประวัติศาสตร์ไปใช้ใน
ชวี ติ ประจาํ วันได้อยา่ งไรบ้าง
(พิจารณาตามคําตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินิจของครูผู้สอน)
การวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมือ วิธีวัด เกณฑก์ ารประเมิน
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) นกั เรยี นอธบิ าย แบบประเมินใบงาน ตรวจใบงานท่ี 1.8 เรื่อง ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ท่ี
ความหมายและ วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ ระดบั คุณภาพปานกลาง
ความสําคญั ของวธิ กี าร
ทางประวตั ิศาสตร์ได้ (K) ขึน้ ไป
2) นักเรียนสามารถสรปุ แบบประเมนิ พฤติกรรม สังเกตพฤตกิ รรมการ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ท่ี
ระดบั คุณภาพปานกลาง
วิธีการทางประวตั ิศาสตร์ ในการทาํ งาน ทาํ งานในชั้นเรยี น ข้ึนไป
ในรูปแผนผังความคิดได้
(P)
3) นกั เรยี นห็นคุณคา่ แบบประเมนิ การตอบ ประเมนิ การตอบคําถาม ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ท่ี
และความสําคญั ของ คาํ ถามในช้นั เรยี น
วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ ในชั้นเรียน ระดบั คะแนนผา่ น (2)
ได้ (A)
ขึ้นไป
44
จุดประสงค์การเรยี นรู้ เครอื่ งมอื วิธวี ดั เกณฑก์ ารประเมิน
4) สมรรถนะสาํ คัญของ แบบประเมนิ สมรรถนะ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ท่ี
ผู้เรยี น สําคัญ การทาํ งานรายบุคคล ระดบั คะแนนผา่ น (2)
ขน้ึ ไป
5)คุณลักษณะอันพึง - แบบประเมนิ - สงั เกตความมีวินยั ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ที่
ประสงค์ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งม่นั ใน ระดับคะแนนผ่าน (2)
ประสงค์ การทํางาน ขนึ้ ไป
สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิชาประวัติศาสตร์ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของ บริษัท สํานักพิมพ์เอม
พนั ธ์ จาํ กัด
2) หนังสือเสริมฝึกประสบการณ์ วิชาประวัติศาสตร์ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของบริษัท สํานักพิมพ์เอม
พนั ธ์ จํากัด
3) สอ่ื การสอน Power Point หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ชว่ งเวลาและวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์
แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
- คาร,์ อี. เอช. 2531. ประวตั ศิ าสตร์ คืออะไร. แปลโดย ชาติชาย พณานานนท์. พิมพ์ครง้ั ที่ 2.
กรงุ เทพมหานคร : อักษรเจริญทัศน์.
- วดี ทิ ศั นส์ ารคดีเกย่ี วกับประวัติศาสตร์ไทย