The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสาร “สาระข้น ความรู้เข้ม เติมเต็มทุกความคิด “คณิตศาสตร์” ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ฉบับ ADMISSIONS”

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ครรชิต แซ่โฮ่, 2021-09-26 00:39:30

เอกสาร “สาระข้น ความรู้เข้ม เติมเต็มทุกความคิด “คณิตศาสตร์” ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ฉบับ ADMISSIONS”

เอกสาร “สาระข้น ความรู้เข้ม เติมเต็มทุกความคิด “คณิตศาสตร์” ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ฉบับ ADMISSIONS”

Keywords: คณิตศาสตร์

สาระข้น ความรู้เข้ม เติมเต็มทุกความคิด “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 98

25. กาหนดให้ A = {z |z= x และ 6log(x – 2y) = log x3 + log y3} ผลบวกของสมาชิกทั้งหมดในเซต A
y

มคี า่ เท่ากบั ข้อใดตอ่ ไปน้ี (A-NET50)

1. 3

2. 4*

3. 5

4. 6

26. ผลบวกของรากทัง้ หมดของสมการ log3(31/x + 27) = log34 + 1 + 1 เท่ากับขอ้ ใดต่อไปน้ี (A-NET51)
2x
1. 0

2. 1/2

3. 3/4*

4. 1

27. ผลบวกของคาตอบทั้งหมดของสมการ log3x = 1 + logx9 อยใู่ นชว่ งใดต่อไปนี้ (PAT1 ม.ี ค. 52)
1. [4, 0)
2. [4, 8)
3. [8, 12)*
4. [12, 16]

ครูครรชติ แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระข้น ความรเู้ ข้ม เติมเต็มทุกความคิด “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 99

28. คาตอบของสมการ log (4 – x) = log2(9 – 4x) + 1 อยู่ในช่วงใดต่อไปน้ี (PAT1 ก.ค. 52)

1. [-10, -6) 2

2. [-6, -2)

3. [-2, 2)*

4. [2, 6)

29. กาหนด logyx + 4logxy = 4 แลว้ logyx3 มคี า่ เทา่ ใด (PAT1 ต.ค. 52) (6)

30. ถ้า log[x + 27log32 ] = 1 แล้ว x มีคา่ เท่ากับเท่าใด (ขอ้ สอบ 7 วชิ าสามญั คณิตศาสตร์ 54) (2)

ครคู รรชติ แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระขน้ ความรู้เข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคดิ “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 100
31. รากท่ีมีค่านอ้ ยท่สี ดุ ของสมการ 2log(x – 2)2log(x – 3) = 2log2 มีคา่ เท่าใด (PAT1 ต.ค. 52) (4)

32. ถา้ A เป็นเซตคาตอบของสมการ 32x + 2 – 28(3x) + 3 = 0 และ
B เปน็ เซตคาตอบของสมการ log x + log(x – 1) = log(x + 3)

แล้วผลบวกของสมาชกิ ท้ังหมดในเซต AB เท่ากบั ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ (PAT1 ก.ค. 53)
1. 1
2. 2*
3. 3
4. 4

33. ให้ แทนเซตของจานวนจรงิ ถา้ A = {x | 32x – 34(15x – 1) + 52x = 0} และ
1
B = {x | log5(51/x+125) = log56+1+ 2x } แล้วจานวนสมาชิก A B เทา่ กับเท่าใด (PAT1 ม.ี ค.54) (4)

ครูครรชติ แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระขน้ ความรู้เข้ม เติมเตม็ ทุกความคิด “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 101

34. ให้ A เป็นเซตคาตอบของสมการ log( x +1 +5) = log x และ B เป็นเซตคาตอบของสมการ log2(3x) +
log4(9x) + log8(27x) = 3 + 2log64(x) ผลคณู ของสมาชิกท้งั หมดในเซต A B เทา่ กับขอ้ ใดต่อไปน้ี
12
1. 9 (PAT1 มี.ค.55)

2. 16
9
32
3. 9 *

4. 96
9

35. กาหนดให้ A เป็นเซตคาตอบของสมการ x2log4(x2 + 2x – 1) + xlog1/2(x2 + 2x – 1) = 2x – x2 และให้
B = {x2 | xA} ผลบวกของสมาชกิ ทง้ั หมดในเซต B เท่ากบั เท่าใด (PAT1 ต.ค.55) (10.5)

 36. ถ้า a, b และ c เปน็ รากของสมการ x3 + kx2– 18x + 2 = 0 เม่อื k เป็นจานวนจริง แล้ว log271+1 + 1
a b c

เท่ากบั ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ (ต.ค. 53) (PAT1 ต.ค. 53)
1
1. 9

2. 1
3
2
3. 3 *

4. 1

ครคู รรชติ แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระขน้ ความรเู้ ข้ม เติมเต็มทกุ ความคดิ “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 102

37. เซตคาตอบของสมการ log32x – log27x3 = 6 ตรงกบั เซตคาตอบของสมการในข้อใดต่อไปน้ี (PAT1 ต.ค. 53)

1. log1log1log1 3 9x2 - 1 + 29 = 0 *
244x
432
2. 2log2(x + 1) – log2(x2 – 14x + 41) = 1

3. 31+ x2-8x-5 + 32- x2-8x-5 = 28
4
4. log3x3 + log273x + 3 =0

38. ให้ แทนเซตของจานวนจริง และ ถ้า B = {x | log2(-x2 + 7x – 10) + 3 cos( x2 +7 ) -1 = 1}
แลว้ ผลบวกของสมาชิกในเซต B เท่ากบั เทา่ ใด (PAT1 ต.ค. 53) (3)

39. กาหนดให้ a, b, c และ d เป็นจานวนจรงิ ทีม่ ากกว่า 1 ถ้า (logba)(logdc) = 1 แล้วคา่ ของ
a(logbc-1)b(logcd-1)c(logda-1)d(logab-1) เท่ากบั เทา่ ใด (PAT1 ต.ค. 53) (1)

ครูครรชติ แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร)์

สาระขน้ ความรูเ้ ข้ม เติมเตม็ ทุกความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 103

40. กาหนดให้ x > 1, a > 1, b > 1 และ c > 1 พิจารณาขอ้ ความต่อไปนี้
ก. ถา้ b2 = ac แลว้ (logax)(logbx - logcx) = (logcx)(logax - logbx)
ข. ถา้ c > b+ 1 และ a2 + b2 = c2 แลว้ log(c+b)a + log(c–b)a = 2(log(c+b)a)(log(c–b)a)

ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีถูกต้อง (PAT1 ม.ี ค.55)
1. (ก) ถกู และ (ข) ถูก*
2. (ก) ถกู แต่ (ข) ผดิ
3. (ก) ผดิ แต่ (ข) ถูก
4. (ก) ผดิ และ (ข) ผิด

41. กาหนดให้ a, b, c > 1 ถ้า logad = 30, logbd = 50 และ logabcd = 15 แล้วค่าของ logcd เท่ากับข้อใด
ตอ่ ไปนี้ (PAT1 ก.ค. 52)
1. 75*
2. 90
3. 120
4. 150

42. กาหนดให้ x และ y เป็นจานวนจริงบวกและ y ≠ 1 ถ้า logy2x = a และ 2y = b แล้ว x มีค่าเท่ากับข้อใด
ตอ่ ไปนี้ (PAT1 ม.ี ค. 53)
1
1. 2 (log2b)a*

2. 2(log2b)a
a
3. 2 (log2b)

4. 2a(log2b)

ครูครรชติ แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระขน้ ความรเู้ ข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคิด “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 104

43. กาหนดให้ x เปน็ จานวนจรงิ บวกทส่ี อดคลอ้ งกบั สมการ 35x9x2 = 27 และ y = ((lloogg24 33))((lloogg46 55))((lloogg86 7)
7)

คา่ ของ xy เท่ากบั ข้อใดต่อไปน้ี (PAT1 ก.ค. 53)
1
1. – 8

2. 1 *
8
3. -27

4. 27

44. กาหนดให้ A, B และ C เป็นเซตจากัด โดยที่ n(P(A)) = log 4 , n(P(B)) = ( 5)log5256 และ

2
n(P(AB)) = 32log932 เมื่อ P(S) แทนเพาเวอรเ์ ซตของเซต S จงหาค่าของ n(P(A)P(B)) (PAT1 ม.ี ค.54) (18)

45. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ถี ูก (A-NET49)
1. log73 < log53 < log710*
2. log53 < log73 < log710
3. log73 < log710 < log53
4. log710 < log53 < log73

ครูครรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระขน้ ความรเู้ ข้ม เติมเต็มทุกความคดิ “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 105

46. จานวนเต็มท่ีสอดคลอ้ งกับอสมการ log1/2[log3(x + 1 )] > -1 มีจานวนเท่ากับข้อใดต่อไปน้ี (A-NET49)
1. 6
2. 7*
3. 8
4. มากกวา่ 8

47. พิจารณาข้อความต่อไปน้ี    ข.3 1
log2 8 < log3 2
34

ก. 22 < 33

ขอ้ ใดต่อไปน้ีถกู (PAT1 ก.ค. 53)
1. ก. ถกู และ ข. ถูก*
2. ก. ถกู และ ข. ผิด
3. ก. ผิด และ ข. ถูก
4. ก. ผิด และ ข. ผิด

48. ถ้า A = {x | a < x< b} เป็นเซตคาตอบของอสมการ log2(2x – 1) – log4(x2 + 1 ) < 1 แล้ว a + b มีค่า
2 2
เท่าใด (A-NET51) (2.5)

ครูครรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระขน้ ความรู้เข้ม เติมเต็มทกุ ความคดิ “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 106

49. ถา้ A แทนเซตคาตอบของ 2(log3x – 1)1/2 + log1/3x3 + 4 > 0 แลว้ เซต A เป็นสับเซตของชว่ งใดตอ่ ไปนี้
1. (0, 3) (PAT1 มี.ค.54)

2. (1, 4)

3. (2, 5)

4. (2, 9)*

50. ถา้ S1 = {x | log1/2(x + 1) + 2log1/4(x + 2) – log1/2(9x – 3)  0} และ S2 = {x | x เปน็ จานวนเตม็ ซึง่
-10  x  10} แลว้ S1  S2 มจี านวนสมาชิกเทา่ กับขอ้ ใดต่อไปน้ี (ข้อสอบ 7 วิชาสามญั คณติ ศาสตร์ 55)
1. 5
2. 6
3. 7*
4. 8
5. 9

ครคู รรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร)์

สาระข้น ความรเู้ ข้ม เติมเต็มทกุ ความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 107

ฟงั กช์ ันตรีโกณมติ ิ
(Trigonometry)

1. ให้ T(x) = sin x–cos2x+sin3x–cos4x+sin5x–cos6x+... แลว้ ค่าของ 3T(  ) เทา่ กับขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี (PAT 1 ต.ค. 53)

1. 4 3 – 1 3

2. 5 3 – 1

3. 6 3 – 1*

4. 7 3 – 1

2. กาหนดให้ f( x )= 1 เมื่อ x≠0 และ x≠1 ถา้ 0<  <  แลว้ f(sec2  ) เท่ากับข้อใดต่อไปน้ี (PAT 1 ม.ี ค. 53)
x -1 x
1. sin2  * 2

2. cos2 
3. tan2 
4. cot2 

3. กาหนดให้ a เป็นจานวนจรงิ และสอดคลอ้ งกับสมการ 5 (sin a + cos a) + 2 sin a cos a = 0.04 ค่าของ
125 (sin3a + cos3a) + 75 sin a cos a เทา่ กับเทา่ ใด (PAT 1 ต.ค. 53) (1)

ครคู รรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระข้น ความรูเ้ ข้ม เติมเต็มทุกความคิด “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 108

4. กาหนดเอกภพสัมพัทธ์ คอื ช่วงเปิด (  ,  ) พิจารณาข้อความตอ่ ไปนี้

4 2
ก. คา่ ความจรงิ ของ x [(cos x)sin x < (sin x)cos x] เป็นจริง
ข. คา่ ความจรงิ ของ x [(cos x)sin x < (sin x)cos x] เปน็ เท็จ

ขอ้ ใดต่อไปนี้ถูกต้อง (PAT1 มี.ค.54)

1. (ก) ถกู และ (ข) ถูก

2. (ก) ถูก แต่ (ข) ผดิ *

3. (ก) ผดิ แต่ (ข) ถูก

4. (ก) ผดิ และ (ข) ผิด

5. กาหนดให้ 0๐ <  < 45๐ และให้ A = (sin  )tan  , B = (sin  )cot  , C = (cot  )sin  , D = (cot  )cos 
ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ถูกตอ้ ง (PAT1 มี.ค.55)
1. A < B < C < D
2. B < A < C < D*
3. A < C < D < B
4. C < D < B < A

6. ถ้า sin 15° และ cos 15° เป็นคาตอบของสมการ x2 + ax + b = 0 แล้ว ค่าของ a4 – b เท่ากับข้อใดต่อไปนี้
(PAT 1 ก.ค. 53)
1. -1
2. 1
3. 2*
4. 1 + 3 2

ครูครรชิต แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระขน้ ความรเู้ ข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคิด “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 109

7. คา่ ของ log2 (1 + tan 1°) + log2 (1 + tan 2°) + ... + log2 (1 + tan 44°) เท่ากับเทา่ ใด (PAT 1 มี.ค. 54) (22)

8. จงหาค่าของ 2sin260๐(tan5๐ + tan85๐) – 12sin70๐ (PAT1 มี.ค.55) (6)

9. ค่าของ  sin30๐  cos30๐  เทา่ กบั ข้อใดตอ่ ไปน้ี (PAT 1 ก.ค. 52)
 sin10๐ cos10๐ 
 

1. -1

2. 1

3. 2*

4. -2

ครคู รรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระข้น ความรเู้ ข้ม เติมเตม็ ทุกความคดิ “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 110

10. ค่าของ cos36๐ cos72๐ เท่ากับเทา่ ใด (PAT 1 ม.ี ค. 53) (0.5)
sin36๐ tan18๐  cos36๐

11. จงหา tan20๐  4sin20๐ (PAT1 ธ.ค.54) (8)
sin20๐ sin40๐ sin80๐

12. กาหนดให้ (sin 1°)(sin 3°)(sin 5°)...(sin 89°) = 1 ค่าของ 4n เทา่ กบั เทา่ ใด (PAT 1 ต.ค. 53) (178)
2n

ครูครรชติ แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระข้น ความรเู้ ข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 111

13. ถ้า 1 – cot 20o = x แล้ว x มีคา่ เท่าใด (PAT 1 ต.ค. 52) (2)
1- cot25๐

44 n๐ 44 n๐

cos sin
n=1 n=1
14. คา่ ของ 44  44 เท่ากบั เทา่ ใด (PAT1 ก.ค. 53) (2)
n๐ n๐
 sin cos

n=1 n=1

15. ให้ R แทนเซตของจานวนจริง และให้ f : RR เป็นฟังก์ชันท่ีมีสมบัติสอดคล้องกับ f(x) = 0x -1 ,x = -1
 x +2 ,x -1


ถา้ A = {xR | (f ๐ f)(x) = cot 75๐} แลว้ ขอ้ ใดไมเ่ ป็นเซตว่าง (PAT 1 ธ.ค. 54)

1. A (-3, -2)

2. A (-4, -3) *

3. A (2, 3)

4. A (3, 4)

ครูครรชติ แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร)์

สาระข้น ความร้เู ข้ม เติมเต็มทุกความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 112

16. ให้ A, B, C เป็นจุดยอดมุมของรูปสามเหลี่ยม ABC และ Aˆ <Bˆ < Cˆ โดยที่ tan A tan B tan C = 3 + 2 3

พจิ ารณาข้อความตอ่ ไปนี้

ก. tan C = 2 + 3
5
ข. Cˆ = 12

ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ถกู (A-NET51)

1. ก. ถูก และ ข. ถูก*

2. ก. ถูก และ ข. ผดิ

3. ก. ผิด และ ข. ถกู

4. ก. ผดิ และ ข. ผดิ

17. ให้ ABC เป็นรปู สามเหลยี่ ม โดยท่ี sinA = 3 และ cosB = 5 ค่าของ cos C เทา่ กับข้อใดต่อไปน้ี (PAT 1 มี.ค. 54)
5 13
16
1. 65 *

2. - 16
65
48
3. 65

4. - 33
65

18. กาหนดให้ x เป็นจานวนจริง ถ้า sin x + cos x = a และ sin x – cos x = b แล้วค่าของ sin 4x เท่ากับข้อ

ใดตอ่ ไปนี้ (PAT 1 มี.ค. 53)
1
1. 2 (a3b – ab3)

2. 1 (ab3 – a3b)
2
3. ab3 – a3b*
4. a3b – ab3

ครคู รรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระขน้ ความร้เู ข้ม เติมเต็มทุกความคิด “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 113

19. ถา้ sec  + cosec  = 1 แลว้ sin 2  มีค่าเทา่ กบั ข้อใดต่อไปนี้ (A-NET49)
1. 2(1 – 2 )*
2. 2( 2 – 1)
3. 1 – 3
4. 3 – 1

20. ถา้ cos  – sin  = 5 แลว้ คา่ ของ sin 2  เท่ากับข้อใดตอ่ ไปนี้ (PAT 1 ม.ี ค. 52)
3
4
1. 13

2. 9
13
4
3. 9 *

4. 13
9

21. ให้  เป็นจานวนจรงิ ซง่ึ สอดคล้องกับสมการ 1 + 1 + 1 + 1 = 7 แล้ว tan2  มีค่า
tan2 cot2 sin2 cos2
เท่ากบั เท่าใด (A-NET51) (8)

ครูครรชติ แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร)์

สาระขน้ ความร้เู ข้ม เติมเต็มทกุ ความคิด “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 114

   22. กาหนดให้ a, b a ถ้า cos 4 sin 4 sin2 แล้วจงหาค่าของ
และ tan  = b a b = ab(a2 +b2
 +

3 2 )

   3a+ b (PAT1 ธ.ค.54) (27.25)
b 2a

 23. กาหนดให้ 180๐<  <270 ถ้า 3(2)sin4 cos2 แล้วจงหาค่าของ 3tan2  –2sin3  (PAT 1 ธ.ค. 54)
9
=2(3)sin 

1. 1
2. 3*
3. 7
4. 9

24. สาหรับ 0  x  2 กาหนดให้ A = {x | log2(-3cos x) = 1+2log2sin x และ B = {sec3x–cos2x | xA}
จงหาค่าของผลบวกของสมาชกิ ทั้งหมดทอี่ ยู่ใน B (PAT1 ธ.ค.54) (1.5)

ครูครรชิต แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระข้น ความรู้เข้ม เติมเต็มทุกความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 115

25. ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ถูกต้อง (PAT1 ต.ค.55)
1. cos75๐ = (2 – 3 )cos15๐*
2. cos10๐ + sin 40๐ = cos20๐
tan3A cos2A +cos4A
3. ถา้ A เปน็ จานวนจริงใด ๆ แล้ว cotA = cos2A -cos4A

4. ถ้า A และ B เปน็ จานวนจริงใด ๆ แลว้ sin2A + cos2B = 2sin(A – B)cos(A + B)

26. พจิ ารณาข้อความต่อไปนี้
3 1
ก. cos  + cos 5 + cos  = 2

5 3
7 8
ข. tan 16 – tan = cosec 

ข้อใดต่อไปนี้ถกู ต้อง (PAT1 ต.ค.55) 8

1. (ก) ถกู และ (ข) ถูก

2. (ก) ถกู แต่ (ข) ผดิ

3. (ก) ผิด แต่ (ข) ถกู *

4. (ก) ผดิ และ (ข) ผดิ

27. ให้  เป็นจานวนจรงิ ใด ๆ ถา้ a และ b เป็นค่ามากสุดของ cos4 – sin4 และ 3sin  + 4cos 
ตามลาดับ แล้ว a + b เท่ากับเทา่ ใด (PAT 1 ต.ค. 55) (6)

ครูครรชติ แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระข้น ความรเู้ ข้ม เติมเต็มทกุ ความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 116

28. ให้ A เป็นเซตคาตอบของ cos x = cos( x ) จานวนสมาชกิ ในเซต A  (0, 24  ) เท่ากับเทา่ ใด (PAT 1 ม.ี ค. 54) (20)
4

29. sin(arctan 2 + arctan 3) เท่ากบั ข้อใดต่อไปนี้ (A-NET49)
1
1. - 2

2. - 1
2
1
3. 2 *

4. 1
2

tan arccos 1  arccot 1  arctan 7 
5 3 9 
30. ค่าของ เท่ากับเทา่ ใด (PAT 1 ต.ค. 53) (1)
arcsin153 arcsin1132 
sin  

ครคู รรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระข้น ความรู้เข้ม เติมเต็มทกุ ความคิด “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 117

31. ค่าของ sec2(2arctan 1 + arctan 1 ) เทา่ กบั เทา่ ใด (PAT 1 ต.ค. 55) (2)
3 7

32. ค่าของ cot (arccot 7 + arccot 13 + arccot 21 + arccot 31) เทา่ กบั ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี (PAT 1 มี.ค. 54)
11
1. 4

2. 13 *
4
9
3. 2

4. 25
2

33. ถา้ (sin  + cos  )2 = 3 เมอื่ 0 ≤  ≤  แล้ว arccos (tan 3  ) มคี า่ เท่าใด (PAT 1 ต.ค. 52) (0)
2
4

ครคู รรชติ แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร)์

สาระขน้ ความรูเ้ ข้ม เติมเตม็ ทุกความคดิ “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 118

34. ให้ -1≤x≤1 เปน็ จานวนจรงิ ซง่ึ arccos x – arcsin x =  แลว้ ค่าของ sin(  ) เท่ากบั ข้อใดตอ่ ไปนี้

1. 2x 2552 2552 (PAT 1 ม.ี ค. 52)
2. 1 – 2x2*
3. 2x2 – 1

4. -2x

35. ให้  และ  เป็นมุมแหลมของรปู สามเหลย่ี มมมุ ฉาก โดยท่ี tan  = a/b
a a
ถา้ cos(arcsin( a2 +b2 )) + sin(arccos( a2 +b2 )) = 1 แล้ว sin  มคี า่ เท่ากับเทา่ ใด (PAT 1 มี.ค. 53) (0.5)

36. กาหนดให้ x เปน็ จานวนจรงิ ถ้า arcsin x =  แลว้ ค่าของ sin(  + arccos(x2) อยใู่ นชว่ งใด (PAT 1 ก.ค. 53)

1 4 15
2
1. (0, )

2. ( 1 , 1 )
2 2

3. ( 1 , 3)
2

4. ( 3 , 1)*
2

ครูครรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระขน้ ความร้เู ข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคิด “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 119

37. ถา้ arcsin (5x) + arcsin (x) =  แลว้ คา่ ของ tan (arcsin x) เทา่ กบั ขอ้ ใดต่อไปน้ี (PAT 1 ก.ค. 52)

1 2
5
1. *

2. 1
3
1
3. 3

4. 1
2

38. กาหนดให้ c=arcsin 3 +arccot 5 –arctan 8 ถ้า A เป็นเซตคาตอบของสมการ arccot 1 +arccot 1 =c
5 3 19 2x 3x
จงหาผลคูณของสมาชิกใน A (PAT1 ธ.ค.54)
1
1.  4

2. 1
4
1
3.  6

4. 1 *
6

39. ให้ A เป็นเซตคาตอบของสมการ arccos(x) = arccos(x 3 ) + arccos( 1- x2 ) และให้ B เป็นเซต
คาตอบของสมการ arccos(x) = arcsin(x) + arcsin(1 – x) จานวนสมาชิกของเซต P(A – B) เท่ากับเท่าใด
เมอ่ื P(S) แทนเพาเวอรเ์ ซตของเซต S (PAT1 ม.ี ค.55) (1)

ครคู รรชิต แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระขน้ ความรูเ้ ข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคดิ “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 120

40. ถา้ arcsec x = arcsin 1 – 2arccos 2 แล้ว cot(  + arcsec x) เทา่ กับข้อใดต่อไปน้ี (PAT1 ต.ค.55)
17 5
2

1. 193
13
2. 9

3. 1136
13
4. 16 *

41. จงพจิ ารณาขอ้ ความต่อไปนี้
ก. tan14๐ + tan76๐ = 2cosec28๐
4 1
ข. ถา้ x > 0 และ sin(2arctan x) = 5 แลว้ x( 3 , 3)

ข้อใดต่อไปน้ีถกู (A-NET50)

1. ก. ถกู และ ข. ถกู *

2. ก. ถูก และ ข. ผิด

3. ก. ผดิ และ ข. ถกู

4. ก. ผดิ และ ข. ผดิ

42. กาหนดให้ ABC เป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีมุม A เท่ากับ 60°, BC = 6 และ AC = 1 ค่าของ cos2B เท่ากับข้อ

ใดต่อไปน้ี (PAT 1 ม.ี ค. 52)
1
1. 4

2. 1
2
3
3. 2

4. 3 *
4

ครคู รรชติ แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระขน้ ความรู้เข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 121

43. ให้ ABC เป็นรูปสามเหล่ียม ดังรูป ถ้ามุม ABC = 30°, BAC = 135° และ AD และ AE แบ่งมุม BAC ออกเป็น
EC
3 ส่วนเทา่ ๆ กนั แลว้ BC มคี า่ เท่ากบั ขอ้ ใดต่อไปน้ี (PAT 1 ต.ค. 53)

1. 1 *
3

2. 3
1
3. 2

4. 2

44. กาหนดให้ ABC เป็นรูปสามเหล่ียมซ่ึงมีด้านตรงข้ามมุม A, B, C ยาว 2a, 3a, 4a ตามลาดับ ถ้า sin A = k

แลว้ cot B + cot C มคี า่ เทา่ กบั ข้อใดตอ่ ไปน้ี (A-NET50)
1
1. 6k

2. k
6
1
3. 3k *

4. k
3

45. ให้ ABC เปน็ รปู สามเหลี่ยม โดยที่มี a, b, c เป็นความยาวของด้านตรงข้ามมุม A, B C ตามลาดับ ถ้ามุม C= 60๐,
b = 5 และ a – c = 2 แลว้ ความยาวของเสน้ รอบรปู สามเหลี่ยม ABC เทา่ กบั ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ (PAT1 ม.ี ค.55)
1. 25
2. 29
3. 37
4. 45*

ครูครรชติ แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระข้น ความรเู้ ข้ม เติมเต็มทุกความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 122

46. กาหนดให้ ABC เป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีด้าน AB ยาว 2 หน่วย ถ้า BC3 + AC3 = 2BC + 2AC แล้ว cot C

มคี ่าเทา่ กบั เทา่ ใด (PAT 1 ต.ค. 52)
1
1. 3 *

2. 1
2
3. 1

4. 3

47. ในรูปสามเหลี่ยม ABC ใดๆ ถ้า a, b และ c เป็นความยาวของด้านตรงข้ามมุม A มุม B และมุม C ตามลาดับ
1 1 1
แลว้ a cos A + b cos B + c cos C เท่ากับขอ้ ใดต่อไปน้ี (PAT 1 ก.ค. 53)

1. a2 +b2 + c2 *
2abc
(a+b +c)2
2. abc

3. (a+b +c)2
2abc
a2 +b2 +c2
4. abc

48. กาหนดให้ ABC เป็นรูปสามเหล่ียมใดๆ มีความยาวตรงข้ามมุม A, B และ C เป็น a, b และ c หน่วย
ตามลาดับ ถ้า a2 + b2 = 31c2 แลว้ คา่ ของ 3tan C (cot A + cot B) เทา่ กบั เทา่ ใด (PAT 1 ม.ี ค. 54) (0.2)

ครูครรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร์)

สาระข้น ความรู้เข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคดิ “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 123

49. กาหนดให้ ABC เป็นรูปสามเหล่ียม และ D เป็นจุดก่ึงกลางด้าน BC ถ้า AB = 4 หน่วย, AC = 3 หน่วย และ
5
AD = 2 หน่วย แลว้ ด้าน BC ยาวเทา่ กบั ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ (PAT 1 ก.ค. 52)

1. 3

2. 4

3. 5*

4. 6

50. กาหนดใหร้ ูปสามเหลยี่ ม ABC มดี ้านตรงข้ามมุม A, B, C ยาว a, b, c ตามลาดบั และ
(sinA–sinB+sinC)(sinA+sinB+sinC) = 3sinAsinC จงหาคา่ ของ 3cosec2B+3sec2B (PAT1 ธ.ค.54) (4)

ครูครรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระข้น ความรู้เข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคิด “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 124

เวกเตอร์ในสามมิติ
(Vector in 3D)

1. กาหนดจุด A(3, 0), B(3 + 3 , 1) และ C(a, b) โดยที่ C อยู่ในจตุภาคที่ 4 AB กับ AC ทามุมกัน 60° และ
| AC | = 2 3 | AB| จงหาคา่ ของ a2 + b2 (PAT 1 ธ.ค. 54) (93)

2. กาหนดให้ A, B, C เปน็ จุดยอดของรปู สามเหล่ียม P เป็นจุดกึ่งกลางของ AC, Q อยู่บน AB ทาให้ AQ : QB = 1 : 2
ถ้า AB=6 i -3 j และ BC=2 i +3 j จงหา PQ (PAT 1 ธ.ค. 54)
1. - i -2 j *
2. 2 i + j
3. -2 i - j *
4. i +2 j

3. กาหนดให้ ABCD เป็นรูปสี่เหล่ียมด้านขนาน M เป็นจุดบนด้าน AD ซ่ึง AM = 1 AD และ N เป็นจุดบนเส้น
5
1
ทแยงมุม AC ซง่ึ AN = 6 AC ถา้ MN = a AB + b AD แล้ว a + b เท่ากบั ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ (PAT 1 มี.ค. 52)

1. 2 *
15
1
2. 5

3. 1
3
4. 1

ครูครรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร์)

สาระขน้ ความรูเ้ ข้ม เติมเตม็ ทุกความคิด “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 125

4. กาหนดให้ ABC เปน็ รปู สามเหลี่ยมท่ีมี D เปน็ จุดบนดา้ น AC และ F เป็นจุดบนดา้ น BC ถ้า AD = 1 AC ,
4
1 a
BF = 3 BC และ DF = a AB + bBC แลว้ b มีคา่ เทา่ ใด (PAT 1 ต.ค. 52) (9)

5. กาหนดให้ A(a, b), B(4, -6) และ C(1, -4) เป็นจุดยอดของรูปสามเหลี่ยม ABC ถ้า P เป็นจุดบนด้าน AB ซ่ึงอยู่
3
ห่างจากจุด A เท่ากับ 5 ของระยะระหว่าง A และ B และเวกเตอร์ CP= i +2 j = i + 2 j แล้ว a + b

เทา่ กบั เท่าใด (PAT 1 มี.ค. 54) (3)

6. กาหนดให้ u =3 i +4 j ถ้า w=a i +b j โดยที่ w มีทิศเดียวกันกับ u และ | w | = 10 แล้ว a + b มีค่า
เท่ากับเทา่ ใด (A-NET49) (14)

ครคู รรชิต แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร)์

สาระข้น ความรเู้ ข้ม เติมเต็มทกุ ความคิด “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 126

7. กาหนดให้ A, B และ C เป็นจุดยอดของรูปสามเหลยี่ มใด ๆ พิจารณาขอ้ ความต่อไปน้ี
ก. AB+ BC+ CA =0
ข. BC2  CA2 + AB2

ขอ้ ใดต่อไปน้ีถกู ตอ้ ง (ENT คณติ ศาสตร์ 1 ต.ค.48)
1. (ก) ถูก และ (ข) ถูก
2. (ก) ถูก แต่ (ข) ผิด*
3. (ก) ผิด แต่ (ข) ถกู
4. (ก) ผดิ และ (ข) ผดิ

8. กาหนดให้ u =2 i -5 j และ v = i +2 j ให้ w เป็นเวกเตอร์ โดยท่ี u  w = -11 และ v  w = 8 ถ้า 
เป็นมุมแหลมทเ่ี วกเตอร์ w ทามมุ กบั เวกเตอร์ 5 i + j 5 i + j แลว้ tan + sin 2 เท่ากับเท่าใด (PAT 1 ก.ค. 53) (2)

9. ให้ a และ b เป็นเวกเตอร์ กาหนดโดย a= i + 1 j - 3p k และ b = -2p i +2 j +pk เม่ือ p เป็นจานวน
2
จรงิ ถา้ a ตง้ั ฉากกบั b และขนาดของ b เท่ากับ 3 แล้ว ค่าของ p อย่ใู นช่วงขอ้ ใดต่อไปนี้ (PAT 1 มี.ค. 53)
3
1. (-3, - 2 )

2. (- 3 , 0)*
2
3
3. (0, 2 )

4. ( 3 , 3)
2

ครูครรชติ แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร)์

สาระข้น ความรู้เข้ม เติมเตม็ ทุกความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 127

10. กาหนดให้ u และ v เปน็ เวกเตอร์ซึ่ง | u  v | ≠ | u || v | ถ้า a( v – 2 u ) + 3 u = b(2 u + v ) แล้วค่า

ของ a อยู่ในช่วงใดต่อไปนี้ (PAT 1 ก.ค. 52)
1
1. [0, 2 )

2. [ 1 , 1)*
2
3
3. [1, 2 )

4. [ 3 , 2)
2

11. กาหนดให้ u และ v เป็นเวกเตอรท์ มี่ ขี นาดหนึง่ หน่วย ถ้าเวกเตอร์ u + 2 v ตั้งฉากกับเวกเตอร์ 2 u + v

แล้ว u  v เท่ากบั ข้อใดต่อไปนี้ (PAT 1 ม.ี ค. 52)
4
1. - 5 *

2. 0
1
3. 5

4. 3
5

12. กาหนดให้ u และ v เป็นเวกเตอร์ทมี่ ขี นาดหน่งึ หนว่ ย ถ้าเวกเตอร์ 3 u + v ตง้ั ฉากกับเวกเตอร์ u + 3 v
แล้วเวกเตอร์ 5 u – v มขี นาดเท่ากบั ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ (PAT 1 ก.ค. 52)
1. 3 หน่วย

2. 3 2 หนว่ ย
3. 4 หนว่ ย

4. 4 2 หนว่ ย*

ครูครรชิต แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร์)

สาระขน้ ความร้เู ข้ม เติมเต็มทุกความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 128

13. กาหนดให้ u และ v เป็นเวกเตอร์ท่ีไม่เท่ากับเวกเตอร์ศูนย์ซ่ึง u ต้ังฉากกับ v และ u + v ต้ังฉากกับ
u – v พจิ ารณาขอ้ ความต่อไปน้ี
ก. | u | = | v |
ข. u + 2 v ต้งั ฉากกบั 2 u – v
ขอ้ ใดต่อไปน้ีเปน็ จรงิ (PAT 1 ต.ค. 52)
1. (ก) ถูก และ (ข) ถกู *
2. (ก) ถูก แต่ (ข) ผิด
3. (ก) ผดิ แต่ (ข) ถูก
4. (ก) ผดิ และ (ข) ผดิ

14. ให้ u , v และ w เป็นเวกเตอร์ กาหนดโดย u = i +2 j +3k , v =2 i -d j + k , w=a i +b j +ck

เม่ือ a, b, c และ d เป็นจานวนจริง ถ้า u  w = 2, u ( v + w ) = 3, v + w= i +q j +r k เม่ือ q, r เป็น
2 1 1
จานวนจรงิ และ w ขนานกับ  3 i + 2 j + 3 k แล้วค่าของ a + 4b + 2c เทา่ กบั เท่าใด (PAT 1 มี.ค. 53) (3)

15. กาหนด u และ v เป็นเวกเตอร์ โดยท่ี u = i + 3 j , | v | = 3 และ | u – v | = 4 ค่าของ | u + v |
เท่ากับข้อใดต่อไปน้ี (PAT 1 ก.ค. 53)
1. 6
2. 10 *
3. 13
4. 4

ครคู รรชิต แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระข้น ความรูเ้ ข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคิด “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 129

16. กาหนดให้ u และ v เป็นเวกเตอร์ใด ๆ โดยท่ี | u | = 1, | v | = 3 และ u ทามุม 60° กับ v ค่าของ
|u+ v |
2u - v เท่ากบั ขอ้ ใดต่อไปนี้ (PAT 1 มี.ค. 54)

1. 13
19

2. 13 *
7

3. 1

4. 7
19

17. กาหนดให้ u และ v เป็นเวกเตอร์ท่ีทามุมกัน  , | u | = 1 และ | v | = 2 มุมระหว่าง u + v และ

3

u − v เท่ากับเท่าใด (ข้อสอบ 7 วชิ าสามญั คณิตศาสตร์ 53) (arccos(- 3 ))
7

18. กาหนดให้ A = a และ B =  1 โดยท่ี b3 และ A เป็นเวกเตอร์หนึ่งหน่วย ถ้ามุมระหว่าง A กับ
b 
 3 


B เท่ากบั 60° แล้ว a มีคา่ เทา่ กับขอ้ ใดต่อไปนี้ (ขอ้ สอบสมาคมคณติ ศาสตร์ 55)

1. - 3
2
1
2. - 2 *

3. 1
2
3
4. 2

ครคู รรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระข้น ความรเู้ ข้ม เติมเต็มทกุ ความคดิ “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 130

19. กาหนดให้ u , v และ w เป็นเวกเตอร์ในระนาบและ x, y เป็นจานวนจริง โดยที่ u = x i - y j ,
v =4 i -3 j และ w =2 i + j ถ้า | u – v |2 = | u |2 + | v |2 และ 5x + 5y = 21 แล้วค่าของ u  w

เทา่ กับข้อใดตอ่ ไปนี้ (PAT 1 ต.ค. 53)
1. 5
2. 6*
3. 10
4. 14

20. ให้ A, B และ C เป็นเวกเตอร์ ซ่ึง | A | = 3, | B | = 2 และ | C | = 1 ถ้า A + B +4C = 0 แล้ว

A  B + B  C + C  A มคี า่ เทา่ กับข้อใดต่อไปนี้ (A-NET51)
5
1. - 2 *

2. -1

3. 0
1
4. 2

21. พจิ ารณาข้อความตอ่ ไปน้ี

ก. ให้เวกเตอร์ w=a i +b j +ck เม่อื a, b และ c เปน็ จานวนจรงิ

และให้เวกเตอร์ u = i +2 j + k และ v = i - j + k

ถ้าเวกเตอร์ w ตง้ั ฉากกบั เวกเตอร์ u และเวกเตอร์ v

แล้ว a + b + c = 1

ข. ให้เวกเตอร์ u =2 i + j และ v =a i +b j
3
เป็นเวกเตอรใ์ นระนาบ ถา้ | v | = 5 และ

u  v = 3 แล้วเวกเตอร์ u ทามมุ 60° กับเวกเตอร์ v

ข้อใดต่อไปน้ีถูกต้อง (PAT 1 ม.ี ค. 56)

1. (ก) ถกู และ (ข) ถูก

2. (ก) ถูก แต่ (ข) ผดิ

3. (ก) ผดิ แต่ (ข) ถกู

4. (ก) ผดิ และ (ข) ผิด*

ครูครรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร)์

สาระขน้ ความรเู้ ข้ม เติมเตม็ ทุกความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 131

22. กาหนดให้ a, b และ c เป็นเวกเตอรบ์ นระนาบซงึ่ กาหนดโดย a=x i + 12 j , b=6 i +yj และ
5
c=2 i + j เมื่อ x และ y เป็นจานวนจริง ถ้า | b - c | = 5 เวกเตอร์ a ตั้งฉากกับเวกเตอร์ b และ a  c > 0
แล้วค่าของ |5 a + b |2 เทา่ กับเท่าใด (PAT 1 ม.ี ค. 56) (200)

23. กาหนดให้ u , v และ w เป็นเวกเตอร์ในระนาบ ซ่ึง u + v - w=0 , u w=8 และ v w=-2 ถ้า

เวกเตอร์ w ทามุม arcsin 1 กับเวกเตอร์ u และเวกเตอร์ w ทามุม  –arcsin 2 กับเวกเตอร์ v
3 3
แล้วค่าของ | u |2 + | v |2 เทา่ กับข้อใดต่อไปน้ี (PAT 1 ต.ค. 55)

1. 6

2. 10

3. 14

4. 18*

24. กาหนดให้ u , v และ w เป็นเวกเตอร์ท่ีสอดคล้องกับสมการ u + 5 v − 2 w = 0 โดยที่ u =3 i +4 j

และ u ตง้ั ฉากกับ v ถ้า  เป็นมมุ ระหวา่ ง u และ w แล้ว คา่ ของ |w|cos  เทา่ กับเทา่ ใด
(ENT คณิตศาสตร์ 1 มี.ค.48) (2.5)

ครูครรชิต แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร)์

สาระขน้ ความรูเ้ ข้ม เติมเต็มทุกความคิด “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 132

25. กาหนดให้ u และ v เปน็ เวกเตอรใ์ ด ๆ ซงึ่ ไมใ่ ช่เวกเตอร์ศูนย์ พิจารณาขอ้ ความต่อไปนี้
ก. | u – v | < | u |2 – | v |2
ข. ถ้า u ตัง้ ฉากกับ v แล้ว | u – v |2 = | u |2 + | v |2

ข้อใดตอ่ ไปน้ีถกู ต้อง (PAT 1 มี.ค.55)
1. (ก) ถกู และ (ข) ถูก
2. (ก) ถูก แต่ (ข) ผิด
3. (ก) ผดิ แต่ (ข) ถูก*
4. (ก) ผดิ และ (ข) ผิด

26. กาหนดให้ u , v และ w เป็นเวกเตอรใ์ นระนาบ ข้อใดต่อไปน้ีถกู ต้อง (PAT 1 ต.ค. 53)
1. ( u  v )2 ≥ ( u u )( v  v )
2. ถา้ ( u  v )2 = (| u || v |)2 แลว้ u ตั้งฉากกับ v
3. ถ้า u + v + w = 0, | u | = 3, | v | = 4 และ |w| = 7 แล้ว u  v = 12*
4. | u – v |2 = | u |2 – | v |2

27. กาหนดให้จุด A(-1, 1), B(2, 5) และ C(2, -3) เป็นจุดยอดของรูปสามเหล่ียม ABC ให้ L เป็นเส้นตรงที่ผ่านจุด

A และจดุ B ลากส่วนของเสน้ ตรง CD ต้งั ฉากกบั เสนตรง L ทจ่ี ุด D แลว้ เวกเตอร์ ADเทา่ กบั ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี
7
1.  25 (3 i -4 j) (PAT 1 มี.ค.55)

2. 7 (3 i -4 j)
25
7
3.  25 (3 i + 4 j) *

4. 7 (3 i +4 j)
25

ครคู รรชติ แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระขน้ ความรูเ้ ข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคดิ “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 133

28. จากรูป a+b+c=0 ข้อใดถูกตอ้ ง (PAT 1 ธ.ค. 54)

1. | a | cosec35๐ =| c |  1+ cot20๐  2. | a | cosec20๐ =| c |  1+ cot35๐ 
 cot35๐   cot20๐ 
   

3. | a | cosec35๐ =| c |  1+ tan20๐  4. | a | cosec20๐ =| c |  1+ tan35๐  *
 tan35๐   tan20๐ 
   

29. กาหนดให้ P(-8, 5), Q(-15, -19), R(1, -7) เป็นจุดบนระนาบ ถ้า v =a i +b j (a, b เป็นจานวนจริง) เป็น
a
เวกเตอรซ์ ่งึ มีทิศทางขนานกบั เส้นตรงซ่งึ แบง่ คร่งึ มุม QPˆR แล้ว b มคี ่าเทา่ กับข้อใดตอ่ ไปน้ี (A-NET50)

1. 2

2. -2
2
3. 11

4. - 2 *
11

30. กาหนดให้ u = i +3k , v =2 j + xk และ w= -3 i + j - k เมื่อ x เป็นจานวนจริง ถ้า u , v และ w

อยู่บนระนาบเดยี วกัน แล้ว x มคี า่ เท่ากบั ข้อใดตอ่ ไปน้ี (A-NET49)
1. -12
2. -8
3. 8
4. 16*

ครคู รรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระข้น ความร้เู ข้ม เติมเต็มทกุ ความคิด “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 134

31. กาหนดให้ u =a i +b j +2k และ v =2a i -3b j โดยท่ี a, b เป็นจานวนเต็มบวก และ  เป็นมุม
1
ระหว่าง u และ v และ cos  = 3 แล้ว uxv มคี า่ เท่ากบั ขอ้ ใดต่อไปน้ี (A-NET50)

1. 6 i +8 j -10k *

2. -6 i -8 j +10k

3. 12 i +4 j -10k

4. -12 i -4 j +10k

32. กาหนดให้ u และ v เป็นเวกเตอร์สามมิติซึ่งทามุมป้านต่อกัน และพื้นท่ีของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานที่มีด้าน
ประกอบมมุ เป็น u และ v มคี า่ เท่ากบั 3 ตารางหน่วย ถ้า u และ v มีขนาด 1 และ 5 หน่วย ตามลาดับ
แล้ว (2u + v)(u - v) มีคา่ เทา่ กบั ขอ้ ใดต่อไปนี้ (ข้อสอบ 7 วชิ าสามญั คณติ ศาสตร์ 55)
1. -27
2. -19*
3. 0
4. 19
5. 27

33. ถา้ u = 2 i + j - 3 k และ v w = i + 2 j + 4 k แลว้ ค่าของ (v  u)w เทา่ กับเท่าใด (ขอ้ สอบ 7 วชิ าสามญั คณติ ศาสตร์ 56) (8)

ครคู รรชติ แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร์)

สาระข้น ความรู้เข้ม เติมเต็มทกุ ความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 135

34. กาหนดทรงสีเ่ หลยี่ มหนา้ ขนาน มีจดุ ยอดอยู่ที่จุดO(0, 0, 0), A(1, 5, 7), B(2a, -b, -1) และ C(a, 3b, 2) โดยที่

a และ b เป็นจานวนเตม็ ถ้า OA ตงั้ ฉากกบั ฐานทปี่ ระกอบด้วย OB และ OC และ  เป็นมุมระหว่าง OB

และ OC แลว้ ข้อใดตอ่ ไปน้ถี กู (A-NET51)
5
1. sin  = 3 7

2. | OB| | OC | = 21

3. พนื้ ทีฐ่ านของทรงส่เี หลี่ยมหนา้ ขนาน เท่ากบั 53 ตารางหน่วย
2
4. ปริมาตรของทรงสีเ่ หลี่ยมหนา้ ขนาน เท่ากับ 75 ลูกบาศก์หน่วย*

35. กาหนดให้ A, B และ C เป็นจดุ ในระบบพกิ ัดฉาก 3 มติ ิ จงพจิ ารณาข้อความ 4 ข้อความต่อไปนี้
ก. AB+ BC+ CA =0
ข. | ABBC|| AB||BC|
ค. ABBC  CABA
ง. AB(BCCA)  CA(ABBC)

จานวนข้อความทถี่ ูกตอ้ งเท่ากับข้อใดต่อไปน้ี
(ขอ้ สอบ 7 วิชาสามัญ คณติ ศาสตร์ 56)
1. 0
2. 1
3. 2
4. 3*
5. 4

ครูครรชิต แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร์)

สาระข้น ความรู้เข้ม เติมเต็มทกุ ความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 136

จานวนเชิงซอ้ น
(Complex number)

1. ให้ z1 และ z2 เป็นจานวนเชิงซ้อน ถ้า z1-1 = 3  4 i = 5 เม่ือ i2 = -1 และ 5z1 + 2z2 = 5 แล้ว z2 เท่ากับ
5 5
ข้อใดต่อไปน้ี (PAT 1 ก.ค. 53)

1. 3 – 2i

2. 3 + 2i

3. 1 - 2i

4. 1 + 2i*

2. ให้ z1, z2, z3, ... เป็นลาดับของจานวนเชิงซ้อน โดยที่ z1 = 0, zn+1 = zn2 + i สาหรับ n = 1, 2, 3, ... เม่ือ i = -1
ค่าสัมบรู ณ์ของ z111 เทา่ กบั ขอ้ ใดต่อไปนี้ (PAT 1 ม.ี ค. 53)
1. 1
2. 2 *
3. 3
4. 110

3. ถา้ (1 + bi)3 = -107 + ki เมือ่ b, k เปน็ จานวนจริง และ i = -1 แล้ว |k| เทา่ กบั เทา่ ใด (PAT 1 ต.ค. 53) (198)

ครคู รรชิต แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร์)

สาระขน้ ความรู้เข้ม เติมเตม็ ทุกความคิด “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 137

4. พจิ ารณาขอ้ ความตอ่ ไปน้ี

ก. ถา้ z เปน็ จานวนเชงิ ซ้อนทีส่ อดคล้องกบั สมการ
2+i 3 + 4i 5 + 15i
z2 = 2-i + 1 + 2i + 3-i เม่ือ i = -1

แล้วคา่ สัมบูรณ์ของ z เท่ากบั 37

ข. ถา้ x และ y เป็นจานวนจริงท่สี อดคล้องกับสมการ
-5 + 2i 10
x + yi = i(i +1)(i + 2)(i + 3)(i + 4) แล้วคา่ ของ x + y = 15

ขอ้ ใดต่อไปนี้ถกู ตอ้ ง (PAT 1 ต.ค. 53)

1. (ก) ถกู และ (ข) ถูก

2. (ก) ถกู แต่ (ข) ผิด

3. (ก) ผดิ แต่ (ข) ถูก*

4. (ก) ผิด และ (ข) ผดิ *

5. ให้ z1 และ z2 เปน็ จานวนเชงิ ซอ้ นใด ๆ และ z2 แทนสังยคุ (Conjugate) ของ z2 ถ้า 5z1 + 2z2 = 5 และ
z2 = 1 + 2i เม่ือ i2 = -1 แลว้ ค่าของ |5z1-1 | เท่ากบั เท่าใด (PAT 1 ม.ี ค. 53) (5)

6. กาหนดให้ z เป็นจานวนเชงิ ซอ้ นทีส่ อดคล้องกบั สมการ 2|z+1| = |z+4| คา่ ของ | z | เท่ากบั เทา่ ใด (PAT 1 ต.ค. 55) (2)

ครูครรชิต แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระข้น ความรเู้ ข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคดิ “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 138

 7. กาหนดให้ z = i  i 1 -1
+2
จงหาคา่ ของ |16z2 – 8z + 3 – 8i| (PAT 1 ธ.ค. 54) (5)

8. กาหนดให้ A เป็นเซตของจานวนเชิงซอ้ น z ทัง้ หมดทส่ี อดคลอ้ งกบั 2|z| – 3z = 9i – 2 และ
(1 + i)z
B = {|w|2 | w = 2+i เมื่อ zA} เมื่อ i2 = -1 ผลบวกของสมาชิกทัง้ หมดในเซต B เท่ากับเทา่ ใด (PAT 1 มี.ค. 55) (10)

9. ถ้า z เป็นจานวนเชิงซ้อนท่ีสอดคล้องกับสมการ z|z| + 2z + I = 0 แล้วส่วนจินตภาพของ z มีค่าเท่ากับข้อใด
ต่อไปนี้ (A-NET51)
1. -1
2. 2
3. 2 – 1
4. 1 – 2 *

ครคู รรชิต แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระข้น ความร้เู ข้ม เติมเตม็ ทุกความคิด “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 139

10. กาหนดให้ z1 และ z2 เป็นจานวนเชิงซ้อนซึ่ง |z1 + z2|2 = 5 และ |z1 – z2|2 = 1 ค่าของ |z1|2 + |z2|2 เท่ากับ
ข้อใดตอ่ ไปนี้ (PAT 1 ม.ี ค. 52)
1. 1
2. 2
3. 3*
4. 4

11. กาหนดให้ z1, z2 เป็นจานวนเชิงซ้อนซึ่ง |z1 + z2| = 3 และ z1z2 = 3 + 4i ค่าของ |z1|2 + |z2|2 เท่ากับข้อใด
ต่อไปน้ี (PAT 1 ก.ค. 52)
1. 3*
2. 4
3. 5
4. 6

12. กาหนดให้ z1 และ z2 เป็นจานวนเชิงซ้อน โดยที่ |z1 + z2| = 3 และ |z1 – z2| = 1 (เมื่อ |z| แทนค่าสัมบูรณ์
ของจานวนเชงิ ซอ้ น z) ค่าของ |z1|2 + |z2|2 เทา่ กบั เทา่ ใด (PAT 1 ม.ี ค. 55) (5)

ครคู รรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร์)

สาระข้น ความรเู้ ข้ม เติมเต็มทุกความคิด “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 140

13. กาหนดให้ z1 และ z2 เป็นจานวนเชิงซ้อน โดยที่ |z1| = |z1 + z2| = 3 และ |z1 – z2| = 3 3 ค่าของ
|11z1 | -|5z2 |
| z1 z2 + z1z2 | เทา่ กับเท่าใด ( z แทนสังยุค (Conjugate) ของ z) (PAT 1 มี.ค. 54) (2)

14. ถา้ z เปน็ จานวนเชิงซอ้ นที่อยู่ในจตภุ าค (quadrant) ทห่ี นึ่งบนระนาบเชงิ ซ้อน โดยที่ (z +1)(1+i) =1
z(1+i) +5+i

และ |z| = 65 แลว้ ผลบวกของส่วนจริงและส่วนจนิ ตภาพของ z เท่ากบั เทา่ ใด (PAT 1 ม.ี ค. 56) (11)

15. กาหนดให้ a, b และ z เป็นจานวนเชิงซ้อน โดยที่ |a| ≠ |b|, |a| ≠ 1 และ |b| ≠ 1 ถ้า |az + b| = | b z + a |
แล้ว |z| เท่ากับขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ (PAT 1 มี.ค. 54)
1. 1*
2. 2
3. 3
4. 4

ครูครรชติ แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระขน้ ความรู้เข้ม เติมเต็มทุกความคิด “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 141

16. กราฟของจุด z ทัง้ หมดในระนาบเชงิ ซอ้ นทีส่ อดคลอ้ งกับสมการ (z + i)( z –i) = 1 เป็นรูปใดตอ่ ไปน้ี

1. เส้นตรง (A-NET49)

2. วงกลม*

3. วงรี

4. -ไฮเพอร์โบลา

17. ให้ z1, z2 เป็นจานวนเชิงซ้อน ซึ่ง z1z2 = 2i และ z1-1 = cos   isin  แล้ว | z1 + 3 z2 |2 มีค่าเท่ากับ
2
ขอ้ ใดต่อไปน้ี (A-NET50) 6 6

1. 4

2. 5

3. 7*

4. 8

18. กาหนดให้ w, z เป็นจานวนเชิงซ้อนซ่ึง w = z – 2i และ |w|2 = z + 6 ถ้าอาร์กิวเมนต์ของ w อยู่ในช่วง

[0,  ] และ w =a+ bi เมือ่ a, b เปน็ จานวนจรงิ แล้ว a + b มคี ่าเทา่ ใด (PAT 1 ต.ค.52) (4)

2

ครคู รรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร)์

สาระข้น ความร้เู ข้ม เติมเตม็ ทุกความคิด “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 142

19. ถ้า z เป็นจานวนเชิงซ้อนซ่ึงมี Im(z) > 0 และสอดคล้องกับสมการ  z + 3 2 =  1 แล้ว z8 เท่ากับ
 2  4

เทา่ ใด (ข้อสอบ 7 วิชาสามญั คณิตศาสตร์ 55)

1.  3  1 i
2 2
3 1
2.  2  2 i

3. 1
2
1 3
4.  2  2 i

5.  1  3 i *
2 2

20. ถ้า n เปน็ จานวนเตม็ บวกท่ีนอ้ ยท่สี ุดทที่ าให้  2 + i 2 n = 1 เมอื่ i2 = -1 แลว้ n มีค่าเทา่ กบั เท่าใด
 2 2 

(PAT 1 ก.ค. 53) (8)

21. กาหนดให้ z1 และ z2 เป็นจานวนเชิงซ้อนท่สี อดคล้องกับสมการ z2 – 3z + 4 = 0
1 1
คา่ ของ (|z1|2 + |z2|2)( z1 + z2 ) เทา่ กบั เท่าใด (PAT 1 ต.ค. 55)

1. 3

2. 4

3. 5

4. 6*

ครคู รรชิต แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระข้น ความรเู้ ข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคิด “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 143

22. ให้ z1, z2 เป็นคาตอบทไี่ ม่ใชจ่ านวนจรงิ ของสมการ ( z +1 )3 =8 แล้ว z1z2 มคี า่ เท่ากบั ข้อใดต่อไปนี้
z -1
1. 3 (A-NET51)
3
2. 7 *

3. -3
3
4. - 7

23. ให้ z1, z2, z3 เปน็ คาตอบของสมการ 1 + (1+ 1 )3 =0 แล้ว Re(z1 + z2 + z3) มคี ่าเท่ากับขอ้ ใดต่อไปนี้
z
1. 1 (A-NET50)

2. -1
3
3. 2

4. - 3 *
2

24. กาหนดให้ z1, z2 และ z3 เป็นรากของสมการ (z + 2i)3 = 8i จงหาค่าของ |z1| + |z2| + |z3| (PAT 1 ธ.ค. 54)
1. 6
2. 8*

3. 6 + 2 3
4. 24

ครคู รรชติ แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระขน้ ความรเู้ ข้ม เติมเตม็ ทกุ ความคดิ “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 144

25. กาหนดให้ z เปน็ จานวนเชงิ ซอ้ นทส่ี อดคล้องกับสมการ z4 + 1 = 0 ค่าของ | z+ 1 |2 เท่ากบั ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี
z
1. 1 (PAT 1 ก.ค. 52)

2. 2*

3. 3

4. 4

26. จานวนเชิงซ้อน z = 1 + i เปน็ คาตอบของสมการในข้อใดตอ่ ไปนี้ (A-NET49)
1. z4 – 2z2 + 4z = 0*
2. z4 – 2z2 – 4z = 0
3. z4 + 2z2 – 4z = 0
4. z4 + 2z2 + 4z = 0

27. กาหนดให้ S เป็นเซตคาตอบของสมการ z2 + z + 1 = 0 เม่ือ z เป็นจานวนเชิงซ้อน เซตในข้อใดต่อไปน้ี
เท่ากบั เซต S (PAT 1 ม.ี ค. 52)
1. {-cos 120° - i sin 60°, cos 60° + i sin 60°}
2. {cos 120° + i sin 60°, -cos 60° + i sin 60°}
3. {-cos 120° - i sin 120°, -cos 60° + i sin 60°}
4. {cos 120°+ i sin 120°, -cos 60° + i sin 60°}*

ครูครรชิต แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร)์

สาระข้น ความรูเ้ ข้ม เติมเต็มทุกความคิด “คณิตศาสตร์” ห น้ า | 145

28. กาหนดให้ z เป็นจานวนเชิงซ้อนที่สอดคล้องกับ z3 – 2z2 + 2z = 0 และ z ≠ 0 ถ้าอาร์กิวเมนต์ของ z อยู่
z4
ในช่วง (0,  ) แล้ว (z )2 มคี ่าเท่ากับข้อใดตอ่ ไปน้ี (PAT 1 ต.ค. 52)

2

1. -2i*
2. 1 – i
3. 1 + i
4. 2i

29. ถ้า x – 1 + i เป็นตัวประกอบของพหุนาม P(x) = x3 + ax3 + 4x + b เมื่อ a และ b เป็นจานวนจริง แล้วค่า
ของ a2 + b2 เท่ากบั ข้อใดต่อไปนี้ (PAT 1 มี.ค. 54)
1. 17
2. 13*
3. 8
4. 4

30. ให้ (x – 1 + i) และ (x + 2) เป็นตัวประกอบของฟังก์ชัน f(x) = x3 + ax2 + bx + c แล้ว (x – 3) หาร f(x)
เหลอื เศษเท่าไร (A-NET50) (25)

ครูครรชติ แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร์)

สาระขน้ ความร้เู ข้ม เติมเต็มทกุ ความคิด “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 146

31. กาหนดให้ P(x) = 2x3 + ax2 + bx + 12 เมือ่ a และ b เป็นจานวนจริง ถา้ 2i เปน็ คาตอบของสมการ
P(x) = 0 แลว้ P(1) มคี ่าเท่ากับเท่าใด (ขอ้ สอบ 7 วิชาสามัญ คณิตศาสตร์ 56) (25)

32. กาหนดให้ P(x) เป็นพหุนามดีกรี 4 ซึ่งมีสัมประสิทธิ์เป็นจานวนจริงและสัมประสิทธ์ิของ x4 เท่ากับ 1 ถ้า z1
และ z2 เป็นรากท่ี 2 ของ 2i และเปน็ คาตอบของสมการ P(x) = 0 ด้วย แล้ว P(1) มีคา่ เท่ากบั ข้อใดตอ่ ไปนี้
1. 3 (ขอ้ สอบ 7 วชิ าสามัญ คณิตศาสตร์ 56)
2. 5*
3. 7
4. 9
5. 10

33. ให้ a1, a2, a3, …, a6 เป็นรากที่ 7 ของ 1 ที่ไม่ใช่ 1 แล้วค่าของ (1–a1)(1–a2)(1–a3)(1–a4)(1–a5)(1–a6) มีค่า
เทา่ กับเท่าใด (ขอ้ สอบ 7 วิชาสามญั คณิตศาสตร์ 53) (7)

ครูครรชติ แซ่โฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณิตศาสตร์)

สาระข้น ความรู้เข้ม เติมเต็มทกุ ความคิด “คณติ ศาสตร์” ห น้ า | 147

ความนา่ จะเป็น
(Probability)

1. ในการโยนลูกเตา๋ 2 ลูก หน่งึ คร้ัง ความนา่ จะเป็นที่จะได้แต้มรวมเป็น 7 โดยที่มีลูกเต๋าลูกหนึ่งข้ึนแต้มไม่น้อยว่า

4 เท่ากับขอ้ ใดต่อไปนี้ (PAT 1 ต.ค. 52)
1 1 1 1
1. 3 2. 4 3. 6 * 4. 12

2. ในการทอดลูกเต๋า 2 ลูกพร้อม ๆ กัน ความน่าจะเป็นที่ผลรวมของหน้าลูกเต๋าท้ังสองเท่ากับ 7 หรือผลคูณของ

หนา้ ลกู เตา๋ ท้ังสองเทา่ กบั 12 เทา่ กบั ขอ้ ใดต่อไปนี้ (PAT 1 ก.ค. 53)
1 1 2 4
1. 18 2. 6 3. 9 * 4. 9

3. โยนเหรียญบาท (เที่ยงตรง) หน่ึงเหรียญ จานวน 10 คร้ัง ความน่าจะเป็นท่ีได้หัวอย่างน้อย 2 คร้ังติดกันเท่ากับ

ข้อใดต่อไปน้ี (PAT 1 มี.ค. 54) 9 55
193 314 64 64
1. 512 2. 512 3. 4. *

4. ในการทอดลูกเต๋าสองลกู พรอ้ มกัน ความนา่ จะเปน็ ท่ีหน้าลูกเต๋าลูกหน่ึงขึ้นแต้ม a และหน้าลูกเต๋าอีกลูกหน่ึงข้ึน
1 1 1
แตม้ b โดยท่ี a + b = 2 เท่ากับข้อใดตอ่ ไปนี้ (PAT 1 ต.ค. 55)

1. 1 2. 1 3. 1 4. 1 *
9 6 18 12

ครูครรชิต แซโ่ ฮ่ วท.บ. วท.ม. (คณติ ศาสตร์)


Click to View FlipBook Version