The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการพัฒนาพหุปัญญาในสถานศึกษา สพป.ชัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cpm2ebookmedia, 2023-10-04 04:01:03

แนวทางการพัฒนาพหุปัญญาในสถานศึกษา สพป.ชัย

แนวทางการพัฒนาพหุปัญญาในสถานศึกษา สพป.ชัย

ÙĈîĈ แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþาเลมนี้จัดทำขึ้นโดยมีüัตถุประÿงค์เพื่อเป็นแนüทาง การจัดการเรียนรู้ที่ตอบÿนองคüามแตกตางทางพĀุปัญญาของผู้เรียน ÿงเÿริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ใĀ้มีคüามÿามารถตามýักยภาพของแตละบุคคล ÿูคüามเป็นเลิý และเพิ่มขีดคüามÿามารถในการแขงขัน โดยครูผู้ÿอนÿามารถนำแนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ÿอดคล้องกับทฤþฎีพĀุปัญญา ในชั้นเรียน ขอขอบคุณผู้อำนüยการÿำนักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิ เขต 2 รองผู้อำนüยการ ÿำนักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิ เขต 2 ผู้อำนüยการกลุมนิเทý ติดตาม และประเมินผล การจัดการýึกþา และผู้มีÿüนเกี่ยüข้องทุกทานทีได้ÿงเÿริม ÿนับÿนุนการจัดทำแนüทางการพัฒนา พĀุปัญญาในÿถานýึกþา Āüังเป็นอยางยิ่งüาแนüทางทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา จะเป็นประโยชน์ ตอการพัฒนาการýึกþาของผู้เรียนตอไป ÿำนักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิ เขต 2


สารบัญ Āน้า บทนำ 1 1. แนüคิดพĀุปัญญา 1 2. ทฤþฎีพĀุปัญญา 5 3. ลักþณะÿำคัญของทฤþฎีพĀุปัญญา 6 4. ลักþณะคüามÿามารถทางพĀุปัญญาตามแนüคิดของการ์ดเนอร์ 8 5. พĀุปัญญากับทักþะการรู้คิด 6. จากทักþะทางการรู้คิดไปÿู่กิจกรรมการเรียนรู้ 14 15 7. การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นพĀุปัญญา 8. ประโยชน์ของทฤþฎีพĀุปัญญา 18 19 9. การüัดและประเมินผลพĀุปัญญา 19 10. เครื่องมือÿำĀรับüัดและประเมินพĀุปัญญา 21 11. แนüทางการÿ่งเÿริมคüามÿามารถทางพĀุปัญญา 23 12. เงื่อนไขÿู่คüามÿำเร็จ 34 13. บทบาทของผู้เกี่ยüข้องกับการจัดการýึกþาทฤþฎีพĀุปัญญา 36 บรรณานุกรม 38 ภาคผนüก 39 ตัüอย่างĀน่üยการเรียนรู้ปฐมüัย 40 ตัüอย่างĀน่üยÿาระการเรียนรู้คณิตýาÿตร์ 85 ตัüอย่างĀน่üยÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ คณะทำงาน 170 187 140 157 ตัวอย่างĀน่วยการเรียนรู้ÿาระการเรียนรู้คณิตศาÿตร์ ตัวอย่างĀน่วยการเรียนรู้ÿาระการเรียนรู้วิทยาศาÿตร์


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 1 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 บทนำ 1. แนวคิดพหุปัญญา ยุทธýาÿตร์ชาติ 20 ปี (พ.ý. 2561 - 2580) ประกาýใช้เมื่อüันที่ 8 ตุลาคม พ.ý.2561 จัดทำ ขึ้นตามคüามในรัฐธรรมนูญแĀ่งราชอาณาจักรไทย พุทธýักราช 2560 มาตรา 65 บัญญัติใĀ้รัฐพึงจัด ใĀ้มียุทธýาÿตร์ชาติเป็นเป้าĀมายการพัฒนาประเทýอย่างยั่งยืนตามĀลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็น กรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ใĀ้ÿอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อใĀ้เกิดเป็นพลังผลักดันร่üมกัน ไปÿู่เป้าĀมายดังกล่าüที่ต้องดำเนินการภายใต้ทุกรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกภาคÿ่üนนั้นต่างมีภารกิจ ร่üมกันเพื่อใĀ้ประเทýไทยบรรลุüิÿัยทัýน์ “ประเทýไทยมีคüามมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทý พัฒนาแล้ü ด้üยการพัฒนาตามĀลักปรัชญาของเýรþฐกิจพอเพียง” เพื่อคüามÿุขของคนไทยทุกคน โดยมีเป้าĀมายการพัฒนาประเทý คือ “ประเทýชาติมั่นคง ประชาชนมีคüามÿุข เýรþฐกิจพัฒนา อย่างต่อเนื่อง ÿังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับýักยภาพของประเทýใน ĀลากĀลายมิติ พัฒนาคนในทุกช่üงüัยใĀ้เป็นคนดี คนเก่ง และมีคุณภาพ ÿร้างโอกาÿและคüามเÿมอ ภาคทางÿังคม ด้üยการตระĀนักถึงคüามÿำคัญของการพัฒนามนุþย์ตามพĀุปัญญาที่ĀลากĀลาย การจัดการýึกþาในýตüรรþที่ 21 จำเป็นต้องพัฒนาทรัพยากรมนุþย์ใĀ้มีทักþะที่ÿำคัญใน การรับมือกับคüามเปลี่ยนแปลงในอนาคตทั้งการดำรงชีüิต การประกอบอาชีพการพัฒนาÿังคม เýรþฐกิจ และเทคโนโลยีการตระĀนักในพĀุปัญญาที่ĀลากĀลายของมนุþย์จึงมีคüามÿำคัญในการ พัฒนาทักþะและÿมรรถนะที่ĀลากĀลาย เพื่อÿร้างÿรรค์การทำงาน การÿื่อÿาร การแก้ปัญĀา และ การประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีüิตในโลกยุคใĀม่โดยโฮüาร์ด การ์ดเนอร์ ได้คิดค้นพĀุปัญญาครั้งแรกใน ปี ค.ý.1983 พบü่า เชาü์ปัญญาของมนุþย์มีมากกü่าเชาü์ปัญญาด้านการคิดüิเคราะĀ์ การคำนüณ และการใช้เĀตุผล Āรือที่เรียกü่า IQ (Intelligence quotient) และมีเชาü์ปัญญาอย่างน้อย 9 ด้าน จึงเรียกü่า พĀุปัญญา (Multiple intelligence) การ์ดเนอร์ได้ใĀ้ข้อÿรุปเกี่ยüกับทฤþฎีพĀุปัญญาü่า มนุþย์ทุกคนมีเชาü์ปัญญาอย่างน้อย 9 ด้าน ซึ่งเป็นÿิ่งที่ทำใĀ้มนุþย์เป็นมนุþย์ไม่มีบุคคลใดที่จะมี เชาü์ปัญญาที่เĀมือนกับบุคคลอื่น แม้กระทั่งผู้ที่มีพันธุกรรมที่ใกล้เคียงกัน เพราะต่างก็มี ประÿบการณ์และการเรียนรู้ที่ต่างกัน เชาü์ปัญญาทั้ง 9 ด้านของการ์ดเนอร์ ประกอบด้üย


2 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 1. đßาวŤปัญญาดšานõาþาǰ Āมายถึง ผู้ที่มีคüามÿามารถในการเรียนรู้ภาþาได้อย่างรüดเร็ü (),'3)12)# ),2%**)'%,#%) และมีคüามÿามารถในการใช้ภาþาได้ถึงแก่น ได้แก่ เรียนรู้ภาþาได้เร็ü ชอบอ่านตัüĀนังÿือจากÿิ่งต่าง ๆ รอบตัü ช่างพูด รู้จังĀüะที่จะพูด รู้จักใช้ภาþาและน้ำเÿียงจูงใจผู้ôัง ชอบกิจกรรมที่ใช้ทักþะการพูด ช่างเปรียบเปรย เจ้าÿำบัดÿำนüน และชอบเล่นเกมคำýัพท์เป็นต้น  đßาวŤปัญญาดšานêøøÖą Āมายถึง ผู้ที่มีคüามÿามารถในการใช้ตัüเลข มีคüามÿามารถ แúąคèิêýาÿêøŤ ในการตั้งโจทย์ปัญĀาและแก้โจทย์ปัญĀา Āรือตั้งÿมมติฐาน (-')#!* +!2(%+!2)#!* ),2%**)'%,#%) Āรือทดÿอบÿมมติฐาน ด้üยการคิดเชิงเĀตุและผล ได้แก่ คิดจ่ายเงิน ทอนเงิน ได้อย่างคล่องแคล่ü แก้โจทย์คณิตýาÿตร์ เก่ง คิดเลขเก่ง ชอบคิดเลข มีüิธีคิดที่เป็นระบบเป็นขั้นตอนชอบแก้ปัญĀาที่ซับซ้อน และคาดเดาคำตอบ รู้จักใช้ เĀตุผล ชอบเล่นเกมกล่องปริýนา และเกมเขาüงกต เป็นต้น 3. đßาวŤปัญญาดšานöิêิÿĆöพĆนíŤ Āมายถึง ผู้มีคüามÿามารถในการมองเĀ็น ภาพและทิýทาง (ffl.!2)!* ),2%**)'%,#%) แบบÿามมิติมีคüามไüในการรับรู้ÿิ่งต่าง ๆ รอบตัü ÿามารถ จำแนกลักþณะและเชื่อมโยงÿิ่งต่าง ๆ เĀล่านั้น ได้แก่ เก่งการใช้แผนที่และจับทิýทาง เก่งเรื่องการจัดĀมüดĀมู่ จัดÿิ่งของเข้าที่ ตาไü ÿายตาดีบอกรายละเอียดของ ÿิ่งที่มองเĀ็นได้อย่างรüดเร็ü เก่งการใช้แผนผังคüามคิด (Min2 :/pping) ชอบเขียนภาพ üาดภาพ ระบายÿี การออกแบบโปÿเตอร์ จัดนิทรรýการ ชอบต่อจิกซอร์ เล่นเกม จับคู่ภาพ และจัดÿิ่งของใĀ้พอดีกับพื้นที่ เป็นต้น 4. đßาวŤปัญญาดšานøŠาÜÖา÷ Āมายถึง ผู้มีการเคลื่อนไĀüร่างกายอย่างคล่องแคล่ü แúąÖาøđคúČęĂนĕหว ÿามารถใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไĀüของร่างกาย ใจ (-$)*6),%12(%2)# ),2%**)'%,#%) และกายประÿานกันเป็นĀนึ่งเดียü ได้แก่ เรียนรู้ที่ต้อง ลงมือปäิบัติได้ดีใช้ÿ่üนต่าง ๆ ของร่างกายปäิบัติกิจกรรมได้ดี ชอบแÿดงท่าทางประกอบการพูด และแÿดง ท่าทาง เพื่อÿื่อคüามĀมาย เคลื่อนไĀüร่างกายได้อย่างคล่องแคล่ü ทรงตัüได้ดี ชอบกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไĀü ร่างกาย เช่น การแÿดง การô้อนรำ เป็นต้น


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 3 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 5. đßาวŤปัญญาดšานดนêøĊ Āมายถึง ผู้มีคüามไüในการรับรู้และตอบÿนองท่üงทำนอง (31)#!* ),2%**)'%,#%) มีคüามÿามารถในการใช้ของÿียงและÿร้างแกนĀลัก ของดนตรีคือระดับเÿียงÿูง ต่ำจังĀüะและคüามเร็üของเÿียง ได้แก่ Āูไüต่อท่üงทำนองดนตรี มีคüามÿามาถต่อการได้ยินเÿียงดนตรี จับจังĀüะของเÿียงและท่üงทำนองได้ดี ÿร้างĀรือเลียนแบบเÿียงดนตรีได้เก่ง ชอบเล่นดนตรีเป็นงานอดิเรก ชอบÿะÿมเรื่องราüทางดนตรี ชอบเครื่อง ดนตรี เรียนรู้การเล่นดนตรีได้เร็ü ชอบôังดนตรี ชอบแÿดงท่าทางตามจังĀüะดนตรี และชอบดัดแปลงเนื้อเพลง แต่งเพลงเพื่อใĀ้จำเนื้อĀาที่เรียน เป็นต้น 6. đßาวŤปัญญาดšานÖาøđךาĔÝ Āมายถึง ผู้ที่มีมนุþยÿัมพันธ์ ไüในการÿังเกต ÿีĀน้าท่าทาง øąหวŠาÜบุคคú ของผู้อื่น มีคüามเข้าใจอารมณ์คüามรู้ÿึกคüามคิดและเจตนา (,2%0.%01-,!* ),2%**)'%,#%) ของผู้อื่น ได้แก่ อ่านใจคนเก่ง เข้าถึงคüามชอบคüามคิด แรงจูงใจของคนอื่นได้ดีไüต่อการรับรู้คüามรู้ÿึกของคนรอบข้าง จับคüามรู้ÿึกของผู้อื่นได้ดี เข้ากับคนง่าย มีปäิÿัมพันธ์กับผู้อื่นได้ดีและชอบทำงานเป็นกลุ่ม เป็นต้น  đßาวŤปัญญาดšานÖาøđךาĔÝêนđĂÜ Āมายถึง ผู้มีคüามÿามารถในการมองตนเอง รู้จักตน (,20!.%01-,!* ),2%**)'%,#%) เข้าใจคüามคิด อารมณ์และคüามต้องการของตนเอง และÿามารถคüบคุมพฤติกรรมตนเอง ได้แก่ รู้จักและเข้าใจ ตนเอง บอกข้อดีและข้อเÿียของตนเองได้ บอกได้ü่าตนเองมีคüามคิดและคüามรู้ÿึกอย่างไร ÿามารถüิเคราะĀ์ พฤติกรรมของตนเองที่มีกับคนอื่นได้ พึ่งตนเอง มีคüามรับผิดชอบในตัüเอง ชอบเขียนบันทึกเรื่องตนเอง และชอบ เล่นเกม ผจญภัยและÿüมบทบาทเป็นตัüละครĀลายประเภท เป็นต้น


4 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2  đßาวŤปัญญาดšานíøøößาêิวิท÷า Āมายถึง ผู้มีคüามÿามารถในการเข้าใจธรรมชาติและ (!230!*)12 ),2%**)'%,#%) การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติมีคüามรอบรู้เรื่องของพืช และÿัตü์ได้แก่ มีคüามรอบรู้เรื่องพืชและÿัตü์ ช่างÿังเกต จดจำและจำแนกพืชและÿัตü์รอบตัüได้อ่อนไĀüต่อการเปลี่ยนแปลงของÿภาพแüดล้อม ชอบอยู่ท่ามกลาง ธรรมชาติ มีคüามÿุขเมื่ออยู่กับธรรมชาติ เข้าใจและÿนใจปรากฎการณ์ทางธรรมชาติชอบเดินท่องเที่ยü ทางธรรมชาติเป็นนักอนุรักþ์ธรรมชาติ ชอบกิจกรรมทำคüามÿะอาดÿิ่งแüดล้อมของโรงเรียนและชุมชน เป็นต้น  đßาวŤปัญญาดšานÖาøดำøÜĂ÷ĎŠ×ĂÜßĊวิê Āมายถึง ผู้มีคüามÿามารถในการเข้าใจ ÿัจธรรมของโลก (5)12%,2)!* ),2%**)'%,#%) และชีüิต การดำรงอยู่ของมนุþย์คุณค่าของมนุþย์ที่มี ต่อโลกและจักรüาล ได้แก่ชอบòřกÿมาธิมีคüามเชื่อใน เรื่องจิตüิญญาณ ÿนใจและปäิบัติตามĀลักคำÿอนทางýาÿนา ชอบตั้งคำถามเกี่ยüกับคุณค่าของมนุþย์ที่มีต่อโลก รัก เมตตา มนุþย์และÿัตü์โลก ÿนใจ เรื่องของโลกและจักรüาล เป็นต้น


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 5 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 5 ทùþãĊพหุปัญญา (ff(%-06 -& +3*2).*% ),2%**)'%,#%   2. ทùþãĊพหุปัญญา(ff(%-06 -& +3*2).*% ),2%**)'%,#%   ควาöหöา÷×ĂÜพหุปัญญา (3*2).*% ,2%**)'%,#%) Āมายถึง เชาüน์ปัญญาĀรือคüามÿามารถ ทางÿมองด้านต่าง ๆ ของบุคคลที่ÿ่งผลต่อการคิด การตัดÿินใจ การแก้ปัญĀา การเรียนรู้และการดำรงชีüิตของ บุคคล แต่ละด้านมีคüามÿำคัญเท่าเทียมกัน และÿามารถพัฒนาได้ด้üยüิธีการที่เĀมาะÿม ซึ่งแต่ละบุคคลอาจมี คüามโดดเด่นด้านใดด้านĀนึ่ง ĀรือĀลายด้านผÿมผÿานกัน จำแนกคüามÿามารถทางปัญญาเอาไü้ 9 ด้าน ดังนี้ 1 ปัญญาด้านภาþา ( ingui@tic Intelligence) 2 ปัญญาด้านตรรกะและคณิตýาÿตร์ ( ogic/l /n2 M/t6e:/tic/l Intelligence) 3 ปัญญาด้านมิติ('p/ti/l Intelligence)  ปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไĀü (o2ilF-fiine@t6etic Intelligence) 5 ปัญญาด้านดนตรี (Mu@ic/l Intelligence) 6 ปัญญาด้านคüามเข้าใจระĀü่างบุคคล (Inte?pe?@on/l Intelligence)  ปัญญาด้านตนเอง Āรือคüามเข้าใจตนเอง (Int?/pe?@on/l Intelligence) 8 ปัญญาด้านธรรมชาติ("/tu?/li@t Intelligence) 9 ปัญญาการดำรงอยู่ของชีüิต (Ei@tenti/l intelligence) โฮüาร์ด การ์ดเนอร์ผู้ก่อตั้งทฤþฎี(6eo?F o4 Multiple Intelligence@ MI (6eo?F) กล่าüü่า คüามÿามารถทางเชาüน์ปัญญา (Multiple Intelligence@) ของมนุþย์ Āมายถึง 1 คüามÿามารถในการแก้ปัญĀาที่เป็นปัญĀาที่แท้จริง Āรือเป็นอุปÿรรคที่ได้เผชิญ 2 คüามÿามารถในการค้นพบĀรือÿร้างÿรรค์ผลงานที่มีประÿิทธิผล ที่อยู่บนพื้นฐานของการพัฒนา ทักþะและการÿร้างองค์คüามรู้ใĀม่ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปตามüัฒนธรรมและÿภาพแüดล้อมที่แตกต่างกัน fl/?2ne? 1995  60-61) ราชบัณæิตยÿถาน. (2555  2) กล่าüü่า พĀุปัญญา (Multiple Intelligence) Āมายถึง เชาü์ปัญญา Āรือคüามÿามารถทางÿมองด้านต่าง ๆ ของบุคคล ที่ÿ่งผลต่อการคิด การตัดÿินใจ การแก้ปัญĀา การเรียนรู้ และการดำรงชีüิตของบุคคลแต่ละด้านมีคüามÿำคัญเท่าเทียมกัน และÿามารถพัฒนาได้ด้üยüิธีการที่เĀมาะÿม ซึ่งแต่ละคนอาจมีคüามโดดเด่นด้านใดด้านĀนึ่งĀรือĀลายด้านผÿมผÿานกัน ÿรุปได้ü่า พĀุปัญญา (Multiple Intelligence) Āมายถึง เชาüน์ปัญญาĀรือคüามÿามารถทางÿมอง ด้านต่างๆ ของบุคคล ที่ÿ่งผลต่อการคิด การตัดÿินใจ การแก้ปัญĀาการเรียนรู้และการดำรงชีüิตของบุคคล แต่ละด้านมีคüามÿำคัญเท่าเทียมกัน และÿามารถพัฒนาได้ด้üยüิธีการที่เĀมาะÿม ซึ่งแต่ละบุคคลอาจมี คüามโดดเด่นด้านใดด้านĀนึ่ง ĀรือĀลายด้านผÿมผÿานกัน


6 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 6  úĆÖþèąÿำคĆญ×ĂÜทùþãĊพหุปัญญา การ์ดเนอร์ (fl/?2ne? 1999  ) กล่าüถึง ลักþณะที่ÿำคัญ 2 ประการ ของทฤþฎีพĀุปัญญา คือ ทฤþฎีพĀุปัญญาของการคิดของมนุþย์ü่าเป็นกระบüนการที่ÿมบูรณ์ปัญญาของมนุþย์เป็นองค์ประกอบ ซึ่งÿร้างขึ้น จากกระบüนการคิดจากชุดพื้นฐานของปัญญา (ffiu:/n eing@ /?e #?g/ni@:@ +6o $o@@e@@  /@ic 'et o4 Intelligence@) มนุþย์มีปัญญาที่แตกต่างกัน ÿิ่งที่ท้าทายคือจะทำอย่างไรที่จะใช้คüามÿามารถ ของมนุþย์ที่มีคüามแตกต่างกันในการพัฒนาการแÿดงออกทางปัญญาที่ĀลากĀลายใĀ้ดีที่ÿุด และเÿนอแนüคิด ในการจัดการýึกþาเอาไü้ ดังนี้ 1 คนแต่ละคนมีคüามÿามารถและคüามถนัดที่แตกต่างกัน และ แต่ละคนจะมีลีลาการเรียนรู้ที่ แตกต่างกัน ซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องมือüัดคüามแตกต่างนี้ 2 ไม่มีใครที่จะÿามารถเรียนรู้ได้ทุกÿิ่งทุกอย่างที่จะต้องเรียน แต่ทุกคนÿามารถเลือกเรียน ÿิ่งที่ต้องการ โรงเรียนÿำĀรับอนาคตคüรตอบÿนองคüามแตกต่างระĀü่างบุคคล โดยการจัดกิจกรรมและĀา üิธีการÿอนแต่ละüิชาที่จะÿนองตอบคüามÿามารถÿ่üนบุคคลและเมื่อผู้เรียนได้เรียนในระดับประถมแล้üโรงเรียน คüรจะĀาüิธีการ ใĀ้เĀมาะกับชีüิตและการทำงานของแต่ละüัฒนธรรมท้องถิ่นที่เขาอาýัยอยู่ ทฤþฎีพĀุปัญญา Āรือ MI (6eo?F ไม่เพียงแต่อธิบายปัญญาทั้ง 9 ด้านนี้เท่านั้น แต่ยังได้อธิบายถึง ลักþณะÿำคัญเอาไü้การ์ดเนอร์ (fl/?2ne? อ้างถึงใน เยาüพา เดชะคุปต์ 25  ) ดังนี้ 1 ปัญญามีลักþณะเÞพาะด้านจากการýึกþาเรื่องÿมอง 2 ทุกคนมีปัญญาทั้ง 9 ด้านมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป ซึ่งบางคนอาจมีปัญญาทั้ง 9 ด้านÿูงมากทุกด้าน แต่บางคนอาจจะมีเพียงĀนึ่งĀรือÿองด้าน ÿ่üนด้านอื่นๆ ไม่ÿูงนัก 3 ทุกคนÿามารถพัฒนาปัญญาแต่ละด้านใĀ้ÿูงขึ้นถึงระดับใช้การได้ถ้ามีการใĀ้กำลังใจ òřกòน อบรม มีÿภาพแüดล้อมที่เĀมาะÿม เช่น คüามร่üมมือของผู้ปกครอง การได้ประÿบการณ์อาจจะเÿริมÿมรรถภาพของ ปัญญาด้านต่างๆ ได้  ปัญญาต่างๆ ÿามารถทำงานร่üมกันได้ซึ่ง การ์ดเนอร์(fl/?2ne?) ชี้แจงü่าการแบ่งลักþณะของปัญญา แต่ละด้านเป็นเพียงการอธิบายลักþณะของปัญญาแต่ละด้านเท่านั้น แท้จริงแล้üปัญญาทั้งĀลายๆ ด้านจะทำงาน ร่üมกันเช่นในการประกอบอาĀารก็ต้องÿามารถอ่านüิธีทำ ด้านภาþา) คิดคำนüณปริมาณของÿ่üนผÿม (ด้านคณิตýาÿตร์) เมื่อประกอบอาĀารเÿร็จก็ทำใĀ้ÿมาชิกทุกคนในบ้านพอใจ (ด้านคüามเข้าใจผู้อื่น) และทำใĀ้ ตนเองมีคüามÿุข (ด้านคüามเข้าใจตนเอง) เป็นต้น การกล่าüถึงปัญญาแต่ละด้านเป็นเพียงการนำลักþณะพิเýþ เÞพาะออกมาýึกþาเพื่อĀาทางใช้ใĀ้เĀมาะÿม


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 7 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 5 ปัญญาแต่ละด้านจะมีการแÿดงคüามÿามารถĀลายอย่าง เช่น บางคนไม่มีคüามÿามารถด้านการอ่าน ก็ไม่ได้Āมายคüามü่าไม่มีคüามÿามารถด้านภาþา เพราะเขาอาจจะเป็นคนที่เล่านิทานĀรือเล่าเรื่องเก่ง ใช้ภาþา พูดได้คล่องแคล่ü Āรือคนที่ไม่มีคüามÿามารถทางกีāา ก็อาจใช้ร่างกายได้ดีในการถักทอผ้าĀรือเล่นĀมากรุก ได้เก่ง ซึ่งจะเĀ็นได้ü่า แม้แต่ในปัญญาด้านใด ด้านĀนึ่งก็จะมีการแÿดงออกถึงคüามÿามารถที่ĀลากĀลาย การ์ดเนอร์(fl/?2ne?) เชื่อü่า แม้ü่าคนแต่ละคนจะมีปัญญาในแต่ละด้านไม่เท่ากันแต่ก็ÿามารถพัฒนาปัญญา ทั้ง 9 ด้าน การ์ดเนอร์ ÿรุปได้ü่า แต่ละคนจะมีปัญญาแต่ละด้านไม่เท่ากัน แต่ก็ÿามารถพัฒนาได้โดยการจัดประÿบการณ์ใĀ้ ได้รับอย่างเĀมาะÿม


8 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 4. úĆÖþèąควาöÿาöาøëทาÜพหุปัญญาêาöแนวคิด×ĂÜÖาøŤดđนĂøŤǰ ลักþณะคüามÿามารถทางพĀุปัญญา ประกอบด้üย ปัญญาชุดที่ 1 คือ ปัญญาที่ÿ่งผลต่อการเรียนรู้ ได้แก่ ปัญ ญ าด้านภาþา (Linguistic Intelligence) ด้านตรรกะ-คณิ ตýาÿตร์ (Logica-Mathematical Intelligence) ด้านดนตรี (Musical Intelligence) ด้าน ร่างกาย-การเคลื่อนไĀü (Bodily-Kinesthetic Intelligence) ด้านมิติ (Spatial Intelligence) ปัญญาชุดที่ 2 คือ ปัญญาÿ่üนตน (Personal Intelligence) ประกอบด้üยปัญญาÿองด้าน คือ ด้านคüามเข้าใจระĀü่างบุคคล (Interpersonal Intelligence) และด้านคüาม เข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence) ปัญญาด้านÿุดท้าย คือ ด้านธรรมชาติ (Naturalist Intelligence) ด้านอัตถภüนิยม/จิตนิยม Āรือการดำรงคงอยู่ของชีüิต (Existential Intelligence) แต่ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ดังตาราง 1 êาøาÜǰ1 ลักþณะคüามÿามารถทางพĀุปัญญา (Multiple Intelligences) ปัญญา úĆÖþèą ปøąđõท×ĂÜบุคคú 1. ด้านภาþา (Linguistic Intelligence) 1. เข้าใจคำÿั่งและคüามĀมาย ของคำ 2. ชอบอ่านเขียนเล่าเรื่อง 3. อธิบายได้ชัดเจน 4. ชอบÿอนและชอบเรียนและ เรียนได้ดีถ้ามีโอกาÿได้พูด ได้ฟัง และเĀ็น 5. มีอารมณ์ขัน 6. มีคüามจำดี 1. นักเล่านิทาน 2. นักพูด 3. นักการเมือง 4. กüี 5. นักเขียนบทละคร 6. บรรณาธิการ 7. นักข่าü 8. นักĀนังÿือพิมพ์ เป็นต้น 2. ด้านตรรกะและคณิตýาÿตร์ (Logical Mathematical Intelligence) 1. ÿามารถจำÿิ่งที่เป็นแบบ แผนที่เป็นนามธรรมได้ 2. มีเĀตุผลเชิงÿรุปคüาม 3. ÿามารถเชื่อมโยง คüามÿัมพันธ์ของÿิ่งต่าง ๆ 4. ชอบทำการทดลองค้นĀา คำตอบทำงานกับตนเอง Āาคำตอบด้านรูปแบบ และ คüามÿัมพันธ์ 1. นักüิทยาýาÿตร์ 2. นักคณิตýาÿตร์ /นักตรรกýาÿตร์ 3. นักคิด 4. นักÿถิติ 5. นักจัดทำโปรแกรมคอมพิüเตอร์ เป็นต้น


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 9 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 ปัญญา úĆÖþèą ปøąđõท×ĂÜบุคคú 6 เรียนได้ดีโดยการจัด ĀมüดĀมู่แยก ประเภท  ชอบทำการทดลองค้นĀา คำตอบ ทำงานกับตนเองĀา คำตอบด้านรูปแบบ และคüามÿัมพันธ์ 8 ชอบคณิตýาÿตร์คิดในเชิงเĀตุผล ÿามารถ แก้ปัญĀาได้ 9 เรียนได้ดีโดยการจัด ĀมüดĀมู่แยก ประเภท 3 ด้านดนตรี (Mu@ic/l Intelligence) 1 ชอบร้องเพลง ôังเพลง ชอบเล่น ดนตรีและ ตอบÿนองต่อเÿียงเพลง 2 แยกแยะจากทำนอง เรียนรู้จังĀüะ ดนตรีได้ 3 เรียนจังĀüะเÿียง และดนตรีได้ดี  รู้จักโครงÿร้างของดนตรีโครงÿร้าง ในการôังเพลง 5 ไüต่อเÿียง 6 คิดท่üงทำนองจังĀüะได้ 1 นักดนตรี 2 นักร้อง 3 ครูÿอนดนตรี เป็นต้น  ด้านร่างกายและการ เคลื่อนไĀü (o2ilF-fiine@t6etic Intelligence) 1 ÿามารถคüบคุมการเคลื่อนไĀüของ ร่างกาย 2 รู้จักÿ่üนต่างๆ ของร่างกายและ ÿามารถแÿดงออกได้ 3 ชอบการเคลื่อนไĀüÿัมผัÿพูดและใช้ ภาþาทางกาย  ทำกิจกรรมที่ต้องใช้ร่างกาย เช่น กีāาเต้นรำ การแÿดงและการ ประดิþฐ์ÿิ่งของได้ดี 1 นักประดิþฐ์ 2 นักกีāา 3 นักเต้นรำ  ýัลยแพทย์ 5 นักแÿดง 6. นักแÿดงท่าใบ้ . นักกีāา 8 นาäกร 9 นักô้อนรำ เป็นต้น


10 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 ปัญญา úĆÖþèą ปøąđõท×ĂÜบุคคú 5 มีคüามÿามารถในการแÿดงท่าทาง– ÿามารถพัฒนาการทำงาน ของร่างกาย 6 เรียนได้ดีถ้ามีโอกาÿÿัมผัÿเคลื่อนไĀü และมีปäิÿัมพันธ์กับพื้นที่ü่าง และการ ÿัมผัÿ 5 ด้านมิติ ('p/ti/l Intelligence) 1 ÿามารถมองเĀ็นแง่มุมต่าง ๆ ได้ 2 เĀ็นคüามÿัมพันธ์ของพื้นที่ 3 ÿามารถแÿดงออกด้üยภาพ  ÿามารถมองเĀ็น รูปลักþณ์ของ ÿิ่งต่าง ๆ 5 ÿามารถĀาทิýทางในที่ü่างได้ 6 ÿามารถจัดรูปôอร์มต่าง ๆ ในÿมอง ได้  มีจินตนาการดีมองเĀ็น การ เปลี่ยนแปลงอ่านแผนที่ แผนภูมิได้ดี 8 เรียนได้ดีถ้าต้องใช้จินตนาการมี โอกาÿใช้คüามคิดอย่างอิÿระ ทำงาน ด้üยÿีและÿีกับภาพ 9 ชอบที่จะüาดÿร้าง ออกแบบòัน ýึกþาภาพนิ่ง ภาพยนตร์และทดลอง กับเครื่องจักรกล 1 นักเดินเรือ 2 นักบิน 3 ประติมากร  ýิลปŗน 5 นักüาดภาพ 6 ÿถาปนิก  มัณæนากร 8 นักประดิþฐ์ เป็นต้น


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 11 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 ปัญญา úĆÖþèą ปøąđõท×ĂÜบุคคú 6 ด้านคüามเข้าใจระĀü่าง บุคคลมนุþย์ÿัมพันธ์ Inte?pe?@on/l Intelligence) 1 เข้าใจผู้อื่นนำผู้อื่นจัดกลุ่ม ÿื่อÿาร ระงับข้อพิพาทได้ 2 ทำงานเป็นกลุ่มได้ 3 แยกแยะคüามแตกต่าง ระĀü่าง บุคคลได้  ÿามารถÿื่อÿาร คüามĀมายโดยไม่ ใช้ภาþาพูดได้ 1 ครู 2 นักÿังคมÿงเคราะĀ์ 3 นักแÿดง  นักการเมือง 5 พนักงานขายของ เป็นต้น  ด้านคüามเข้าใจตนเอง Int?/pe?@on/l Intelligence) 1 ชอบมีเพื่อนมาก ๆ ชอบพูดกับคน และร่üม ÿังÿรรค์กับคนอื่น 2 เรียนได้ดีถ้ามีโอกาÿ แบ่งปันร่üม ทำงาน เปรียบเทียบÿัมพันธ์ใĀ้คüาม ร่üมมือและมีโอกาÿ ÿัมภาþณ์ผู้อื่น 3 มีÿมาธิดี  เป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยน 5 มีคüามเข้าใจตนเองชอบ คิดòัน และĀมกมุ่นอยู่กับคüามรู้ÿึกคüามคิด ของ ตนเองใĀ้ÿัญชาติญาณ เป็น เครื่องนำทาง 6 ตระĀนักและแÿดงคüามรู้ÿึกของ ตนเองได้  มีคüามรู้ÿึกกับตัüตน ของตนเอง 8 มีคüามคิดระดับÿูง และมีเĀตุผล 9 ชอบที่จะทำงานคนเดียü และÿนใจ ติดตามÿิ่งที่ตนเอง ÿนใจเป็นพิเýþ เรียนได้ดีถ้า มีโอกาÿทำงานโดยลำพัง ทำโครงการเดี่ยü ๆ 1 จิตแพทย์ 2 ผู้นำทาง 3 นักปรัชญา  นักจิตüิทยา 5 ผู้นำทาง 6 นักปรัชญา เป็นต้น


12 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 ปัญญา úĆÖþèą ปøąđõท×ĂÜบุคคú 8 ด้านธรรมชาติ "/tu?/li@t Intelligence) 1 เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของ ธรรมชาติและปรากäการณ์ธรรมชาติ 2 เข้าใจคüามÿำคัญของ ตนเองกับ ÿิ่งแüดล้อม ที่เป็นกายภาพ 3 ตระĀนักถึง คüามÿามารถของตนที่ จะมีÿ่üนช่üยในการอนุรักþ์ธรรมชาติ  เข้าใจถึงพัฒนาการของ มนุþย์และ การดำรงชีüิตของ มนุþย์ตั้งแต่เกิด จนตาย 5 จดจำเข้าใจจำแนก แยกแยะĀา คüามÿัมพันธ์ของÿิ่งที่เĀมือนกัน และ ต่างกัน 1 นักüิทยาýาÿตร์ 2 นักธรรมชาติ 3 นักธรณีüิทยา เป็นต้น 9 ด้านการดำรงอยู่ของชีüิต (Ei@tenti/l Intelligence) 1 คüามไüและ คüามÿามารถในการ จับประเด็น 2 คำถามที่เกี่ยüกับการ ดำรงอยู่ของ มนุþย์เช่น คüามĀมายของชีüิต 3 ทำไมคนเราจึงตาย  เรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร 5 เรียนรู้บริบทของการ ดำรงคงอยู่ ของมนุþย์มักจะ ถามคำถามü่า “ทำไมเราจึง อยู่ที่นี่” “เรามีบทบาท อะไร กันบ้างในโลกนี้” 6 เข้าใจคüามÿัมพันธ์ของโลกที่เป็น กายภาพ และโลกของจิตใจ  มีคüามรักในผู้อื่น 8 การตื่นตัüในการแÿดงออกใน ÿถานการณ์บางอย่างในการเข้าใจ üัฒนธรรมแÿดงออกในด้าน อารมณ์ ÿังคมจริยธรรม 1 นักคิด 2 ผู้นำทางýาÿนา 3. นักปราชญ์ เป็นต้น


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 13 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 ปัญญา úĆÖþèą ปøąđõท×ĂÜบุคคú 9 เข้าใจĀลักปรัชญาĀลักของýาÿนา ต่าง ๆ 10 คüามเข้าใจที่ลึกซึ้ง เกี่ยüกับ ตัüเอง (eep 'el4 D/?ene@@) 11 คüามเข้าใจ คüามÿัมพันธ์ของ ร่างกาย จิตใจและจิตüิญญาณ 12 เข้าใจÿัจธรรม ของโลกและชีüิต


14 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 . พหุปัญญาÖĆบทĆÖþąÖาøøĎšคิด ทักþะทางการรู้คิด Āรือ ognitiCe @8ill@ เป็นคüามÿามารถในการทำงานของÿมองด้านต่าง ๆ ที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ผู้เรียนที่มีพĀุปัญญาแตกต่างกันจะมีคüามÿามารถทางการรู้คิดแตกต่างกัน การทำคüามเข้าใจเกี่ยüกับทักþะทางการรู้คิดจะทำใĀ้ผู้ÿอนÿามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่าง ĀลากĀลาย มากกü่าตัüอย่างที่Āาอ่านได้โดยทั่üไป ÿ่งผลดีต่อการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียนที่มี คüามĀลากĀลายทางÿังคมและüัฒนธรรมโดยทักþะทางการรู้คิดที่ÿัมพันธ์กับพĀุปัญญาแต่ละด้าน ดังตาราง 2 êาøาÜ 2 พĀุปัญญากับทักþะการรู้คิด พหุปัญญา ทĆÖþąÖาøøĎšคิด 1 ด้านภาþา ( ingui@tic Intelligence) การพูดÿุนทรพจน์ การอ่าน การเขียน การÿื่อÿารกับบุคคลอื่น 2 ด้านตรรกะและคณิตýาÿตร์ ( ogic/l M/t6e:/tic/l Intelligence) การใĀ้เĀตุผลเชิงคณิตýาÿตร์ การคิดใĀ้เĀตุผลเชิงตรรกะ . ด้านมิติ ('p/ti/l Intelligence) การรับรู้เชิงมิติÿัมพันธ์ การทำงานกับÿิ่งที่จับต้องได้ การทำงานด้านทัýนýิลปş การทำงานเชิงพื้นที่ ('p/ti/l "/Cig/tion) . ด้านดนตรี(Mu@ic/l) การรับรู้ทางดนตรี การตอบÿนองทางดนตรี การÿร้างผลงานทางดนตรี . ด้านร่างกาย (fiine@t6etic) การคüบคุมร่างกาย การเคลื่อนไĀüร่างกาย . ด้านคüามเข้าใจระĀü่างบุคคล Inte?pe?@on/l) การรับรู้ทางÿังคม การเข้าใจบุคคลอื่น การแÿดงออกถึงภาüะผู้นำ  คüามเข้าใจตนเอง Int?/pe?@on/l) การตระĀนักรู้ในตนเอง การกำกับตนเอง การจัดการตนเอง การคüบคุมตนเอง


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 15 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 พหุปัญญา ทĆÖþąÖาøøĎšคิด  ด้านธรรมชาติ(Naturalist) การทำคüามเข้าใจÿรรพÿิ่งรอบตัü การชื่นชมธรรมชาติ คüามไüต่อธรรมชาติ 9. ด้านจิตนิยมĀรือการดำรงชีüิต (Existential) การตัĚงคำถามเกี่ยüกับการดำรงอยู่ของมนุþย์ 6. ÝาÖทĆÖþąทาÜÖาøøĎšคิดĕปÿĎŠÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎš การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้พĀุปัญญาเปŜนåานมีจุดเน้นที่ÿำคัญ คือ การออกแบบกิจกรรม การเรียนรู้ใĀ้ผู้เรียนทุกคนมีโอกาÿใช้พĀุปัญญาของตนเองในการปäิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ร่üมกับเพื่อนใน ชัĚนเรียน เพื่อนำไปÿู่การÿร้างÿรรค์นüัตกรรมร่üมกันเกิดÿมรรถนะด้านต่างๆ อย่างบูรณาการ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้มีลักþณะบูรณาการคüามแตกต่างในพĀุปัญญาของผู้เรียนในชัĚนเรียน ที่ผ่านการประเมินเบืĚองต้นมาแล้üü่าผู้เรียนแต่ละคนมีพĀุปัญญาที่โดดเด่นด้านใด ผู้ÿอนออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทำใĀ้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในคüามคิดรüบยอดĀลัก (Main concept) โดยใช้กระบüนการเรียนรู้ที่ĀลากĀลายผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่ตอบÿนองพĀุปัญญาของ ผู้เรียน ผู้ÿอนที่เข้าใจทักþะทางการรู้คิด (Cognitiveskills) จะÿามารถÿร้างÿรรค์กิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่าง ĀลากĀลายแÿดงตัüอย่างกิจกรรมการเรียนรู้ได้ดังตาราง 3 พหุปัญญา ทĆÖþąทาÜÖาøøĎšคิด êĆวĂ÷ŠาÜÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎš 1. ด้านภาþา (Linguistic Intelligence) การฟัง การพูด การอ่าน การเขียน การÿื่อÿาร ➢ ฟังเรื่องเล่า ฟังข่าü ➢ พูดเล่าเรื่อง พูดนำเÿนอ ➢ อ่านบทละคร อ่านเรื่องÿัĚน ➢ เขียนข่าüÿัĚน เรื่องÿัĚน ➢ แต่งนิทาน เขียนบทร้อยกรอง ➢ ฟังนิทาน ฟังเรื่องเล่า ➢ เล่าเรื่อง เล่านิทาน ➢ กิจกรรมอื่น ๆ 2. ด้านตรรกะและคณิตýาÿตร์ (Logical Mathematical Intelligence) การใĀ้เĀตุผลเชิงคณิตýาÿตร์ การคิดใĀ้เĀตุผลเชิงตรรกะ ➢ เล่นเกมคณิตýาÿตร์ ➢ ใĀ้เĀตุผลÿนับÿนุนคüามคิด ➢ แÿüงĀาแบบรูป (Patterns) ➢ ออกแบบการทดลอง ➢ คิดคำนüณ ➢ ใช้เครื่องมือทางüิทยาýาÿตร์ ➢ เขียน Code คำÿั่ง ➢ ออกแบบโปรแกรม


16 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 พหุปัญญา ทĆÖþąทาÜÖาøøĎšคิด êĆวĂ÷ŠาÜÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎš ➢ ออกแบบขั้นตอนการทำงาน ➢ กิจกรรมอื่น ๆ . ด้านมิติ ('p/ti/l Intelligence) การรับรู้เชิงมิติÿัมพันธ์ การทำงานกับÿิ่งที่จับต้องได้ การทำงานด้านทัýนýิลปş การท ำงาน เชิงพื้ น ที่ ('p/ti/l "/Cig/tion) ➢ ÿร้าง :o2el Āรือแบบจำลอง ➢ ออกแบบเÿ้นทาง ➢ ลำดับขั้นการเดินทาง ➢ เขียนนำเÿนอคüามรู้ คüามคิด โดยใช้concept :/pping,:in2 :/pping *enn 2i/g?/:@ (i:eline ➢ กิจกรรมอื่น ๆ . ด้านดนตรี(Mu@ic/l) การรับรู้ทางดนตรี การตอบÿนองทางดนตรี การÿร้างผลงานทางดนตรี ➢ ôังเพลง ➢ แต่งเพลง ➢ ร้องเพลง ➢ นำเÿนอผลงานด้üยเพลง ➢ ออกแบบทำนอง ➢ กิจกรรมอื่น ๆ . ด้านร่างกาย (fiine@t6etic) การคüบคุมร่างกาย การเคลื่อนไĀüร่างกาย ➢ แÿดงบทบาทÿมมติ ➢ ออกแบบท่าทาง ➢ ออกแบบท่าเต้น ➢ แÿดงท่าทาง ➢ เต้นประกอบดนตรี ➢ กิจกรรมอื่น ๆ . ด้านคüามเข้าใจระĀü่างบุคคล Inte?pe?@on/l) การรับรู้ทางÿังคม การเข้าใจบุคคลอื่น การแÿดงออกถึงภาüะผู้นำ ➢ ร่üมกันทำโครงงานกับเพื่อน ➢ จับคู่กิจกรรมกับเพื่อน ➢ ÿัมภาþณ์บุคคลอื่น ➢ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อน ➢ กิจกรรมอื่น ๆ


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 17 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 พหุปัญญา ทĆÖþąทาÜÖาøøĎšคิด êĆวĂ÷ŠาÜÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎš  คüามเข้าใจตนเอง Int?/pe?@on/l) การตระĀนักรู้ในตนเอง การกำกับตนเอง การจัดการตนเอง การคüบคุมตนเอง ➢ เขียนÿะท้อนคิดตนเอง ➢ ถอดบทเรียนตนเอง ➢ กำĀนดเป้าĀมายของตนเอง ➢ üางแผนการเรียนรู้ของตนเอง ➢ ประเมินตนเอง ➢ เขียน ffou?n/l D?iting กิจกรรมอื่น ๆ . ด้านธรรมชาติ("/tu?/li@t) การทำคüามเข้าใจÿรรพÿิ่งรอบตัü การชื่นชมธรรมชาติ คüามไüต่อธรรมชาติ ➢ ดูแลÿิ่งแüดล้อมของĀ้องเรียน ➢ ÿำรüจต้นไม้ในโรงเรียน ➢ ÿังเกตพฤติกรรมÿัตü์ต่าง ๆ ➢ ôังเÿียงธรรมชาติรอบตัü ➢ กิจกรรมอื่น ๆ 9 ด้านจิตนิยมĀรือการดำรงชีüิต (Ei@tenti/l) การตั้งคำถามเกี่ยüกับการดำรงอยู่ ของมนุþย์ ➢ ตั้งคำถามเกี่ยüกับคุณค่าของการ มีชีüิตอยู่ ➢ÿะท้อนคิดคุณค่าของตนเอง ➢กระตุ้นบุคคลอื่นใĀ้เชื่อมั่นใน ýักยภาพของตนเอง ➢กิจกรรมอื่น ๆ ผู้ÿอนÿามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างĀลากĀลายอย่างÿอดคล้องกับทักþะการรู้คิดในแต่ละ ด้านของพĀุปัญญาโดยกิจกรรมการเรียนรู้ที่ÿอดคล้องกับพĀุปัญญาของผู้เรียนจะช่üยÿนับÿนุนใĀ้ผู้เรียนปäิบัติ กิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีคüามÿุขและเกิดการเรียนรู้เชิงลึก


18 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 . ÖาøĂĂÖแบบÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšทĊęđนšนพหุปัญญา ผู้ÿอนÿามารถใช้ตัüอย่างกิจกรรมการเรียนรู้ที่ÿัมพันธ์กับ o?e cognitiCe unit@ ÿำĀรับพĀุปัญญา ด้านต่าง ๆ ของผู้เรียน โดยนำไปออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เปŗดโอกาÿใĀ้ผู้เรียนทุกคนได้ปäิบัติกิจกรรม การเรียนรู้ที่ÿอดคล้องกับพĀุปัญญาของตนเองร่üมกับเพื่อนซึ่งนอกจากจะเป็นการพัฒนาผู้เรียนใĀ้มีผลการเรียนรู้ ที่ดีแล้ü ยังช่üยเÿริมÿร้างพĀุปัญญาและÿมรรถนะของผู้เรียนไปพร้อมกันการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้น พĀุปัญญาที่เป็นระบบ มีขั้นตอนดังนี้ 1 üิเคราะĀ์พĀุปัญญาของผู้เรียนรายบุคคลเชื่อมโยงกับการüิเคราะĀ์คüามคิดรüบยอดĀลัก Āรือ M/in concept ซึ่งจะทำใĀ้ผู้ÿอนทราบü่า ผู้เรียนที่มีพĀุปัญญาแตกต่างกันจะÿามารถเรียนรู้oncept เดียüกันได้อย่างไร 2 กำĀนดüิธีการจัดการเรียนรู้ตามแนüทางการเรียนรู้เชิงรุก Āรือ ctiCe e/?ning pp?o/c6 ซึ่งüิธีการจัดการเรียนรู้ที่เĀมาะÿมจะทำใĀ้กิจกรรมการเรียนรู้มีคüามราบรื่น (':oot6) มีคüามต่อเนื่อง มีคüาม ÿอดคล้องกับธรรมชาติของคüามคüามคิดรüบยอดĀลัก ("/tu?e o4 oncept) 3.ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ใĀ้ÿอดคล้องกับüิธีการจัดการเรียนรู้และตอบÿนองพĀุปัญญาของ ผู้เรียน กิจกรรมการเรียนรู้ที่ÿามารถตรึงคüามÿนใจของผู้เรียนได้ดี ผู้เรียนที่มีพĀุปัญญาต่างกันมีพื้นที่การเรียนรู้ ที่เชื่อมโยงกับพĀุปัญญาของเพื่อน กิจกรรมการเรียนรู้ที่จะตอบโจทย์ทางพĀุปัญญาของผู้เรียน โดยทั่üไปจะเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ แบบบูรณาการ มีคüามĀลากĀลายใĀ้ผู้เรียนทุกคนมีโอกาÿใช้พĀุปัญญาของตนในการเรียนรู้  จัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ปäิบัติกิจกรรมที่ÿอดคล้องกับพĀุปัญญาของผู้เรียน บริบททางเทคโนโลยี บริบททางÿังคมและüัฒนธรรม โดยผู้ÿอนใช้บทบาท o/c6ing  Mento?ingใĀ้ผู้เรียนใช้พĀุปัญญาของตนเอง อย่างเต็มตามýักยภาพ ระĀü่างการจัดการเรียนรู้ผู้ÿอนต้อง ใจกü้าง ใจเย็นเปŗดโอกาÿใĀ้ผู้เรียนทุกคนแÿดง คüามเก่งของตนเองออกมา 5 ประเมินผลการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนาผู้เรียนใĀ้มีคüามเชื่อมั่นในการใช้พĀุปัญญาของตนเอง ในการเรียนรู้ และÿร้าง fl?oDt6 :in2@et ใĀ้ผู้เรียนเข้าใจü่าเพื่อนแต่ละคนมีคüามเก่ง ไม่เĀมือนกันแต่เราÿามารถเรียนรู้ร่üมกันได้ และจงใช้คüามเก่งĀรือพĀุปัญญาของตนใĀ้เกิดประโยชน์กับÿ่üนรüม การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นพĀุปัญญามีคüามĀลากĀลาย แปรผันไปตามธรรมชาติของผู้เรียน คüามÿนใจของผู้เรียนคüามคิดรüบยอดĀลัก (M/in concept) และบริบททางÿังคมและüัฒนธรรม ดังนั้นผู้ÿอน คüรออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นพĀุปัญญาด้üยตนเอง ประเมินและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ใĀ้มีคุณภาพ อย่างต่อเนื่อง


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 19 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2  ปøąē÷ßนŤ×ĂÜทùþãĊพหุปัญญา 1 ช่üยใĀ้ผู้เรียนเข้าใจคüามÿามารถของตนเองและผู้อื่น 2. ช่üยใĀ้ผู้เรียนใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของตนและปรับปรุงจุดอ่อนของตน . ช่üยเÿริมคüามมั่นใจในตนเองของผู้เรียนซึ่งจะช่üยใĀ้ผู้เรียนกล้าทำงานที่มากกü่าเดิม . ช่üยใĀ้ผู้เรียนเรียนได้ดีขึ้นเพราะทำใĀ้เกิดการจดจำไม่ลืม โดยเÞพาะบทเรียนที่ใช้òřกĀลายปัญญา . ช่üยใĀ้การประเมินทักþะพื้นฐานและระดับของผู้เรียนได้อย่างแม่นยำ  ÖาøวĆด แúąปøąđöินñúพหุปัญญา เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนยังมีýักยภาพด้านต่างๆ ในตัüเองไม่เท่ากัน ผู้เรียนบางคนอาจมีลักþณะของ คüามÿามารถบางด้านÿูงกü่าคนอื่นๆ และผู้เรียนจำนüนไม่น้อยที่มีคüามÿามารถพิเýþบางประการที่โดดเด่นกü่า ผู้เรียนคนอื่นๆ คุณลักþณะพิเýþดังกล่าüอาจซ่อนอยู่ไม่แÿดงออกมาใĀ้ผู้อื่นเĀ็น และถ้าไม่มีใครเĀ็น คüามÿามารถนั้นโอกาÿที่ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาใĀ้เต็มตามýักยภาพที่มีอยู่จะĀายไปอย่างน่าเÿียดาย ผู้ที่มีคüามÿามารถในการค้นพบและพัฒนาคüามÿามารถพิเýþของผู้เรียน คือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ซึ่งĀากมีคüาม เข้าใจและรู้จักÿังเกต บุตรĀลานลูกน้อย ตั้งแต่ยังเยาü์จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการÿ่งเÿริมÿนับÿนุนใĀ้ คüามÿามารถในด้านนั้น ๆ มีคüามโดดเด่นในอนาคต ดังนั้น เพื่อÿามารถÿ่งเÿริม ÿนับÿนุน และใĀ้ผู้เรียนที่มี คüามÿามารถพิเýþ ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามýักยภาพ การüัดแüüคüามÿามารถพิเýþ ĀรือแüüพĀุปัญญา รüมถึงการประเมินพĀุปัญญาจึงมีคüามจำเป็นและคüรมีการดำเนินการในÿองÿ่üน คือ .1 ÖาøÿำøวÝแววควาöÿาöาøëพิđýþพหุปัญญา หøČĂÖาøวĆดแววควาöÿาöาøëพิđýþ เป็นการอ่านแüüแต่ละด้านตามแบบÿĞารüจแüüด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนที่ผู้เชี่ยüชาญได้ÿร้างไü้ Āากผู้ปกครองและครูผู้ÿอนทราบคüามถนัดĀรือแüüคüามÿามารถของผู้เรียนแต่ละคน Āรือพบü่าเคยมีพฤติกรรม มากกü่าร้อยละ 80 ของแต่ละด้าน ใĀ้ÿังเกตü่าพฤติกรรมนั้นแÿดงออกนานแค่ไĀน Āรือเพียงครั้งเดียü Āากแÿดง ออกเป็นระยะเüลานานพอÿมคüร เช่น Āลาย ๆ เดือนติดต่อกัน ก็ใĀ้ÿงÿัยü่าอาจมีคüาม ÿามารถด้านนั้นแòงอยู่ ผู้ปกครองและครูผู้ÿอนคüรüางแผนÿ่งเÿริมการเรียนĀรือพัฒนาคüามÿามารถของแต่ละคนใĀ้เจริญเติบโตใน ด้านที่ตนเองถนัดนั้นโดยเร็ü ก่อนที่จะĀายไปเนื่องจากไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างเพียงพอ คüรใĀ้ผู้เรียนได้ร่üม กิจกรรมพิเýþต่าง ๆ ตามที่ ได้ÿำรüจพบแüüคüามÿามารถพิเýþด้านนั้น ๆ ซึ่งคือตัüตนที่เขาปรารถนาอยากเป็น ในอนาคตนั่นเอง .2 Öาøปøąđöินแววควาöÿาöาøëพิđýþพหุปัญญา เป็นการประเมินพัฒนาการของผู้เรียนที่มีแüüคüามÿามารถพิเýþในด้านต่าง ๆ ที่ได้รับ การÿ่งเÿริมและพัฒนาในด้านนั้น ๆ ตามที่มีคüามÿามารถพิเýþแล้ü ผ่านการจัดการเรียนการÿอน Āรือการทำ กิจกรรมต่าง ๆ ที่ÿอดคล้องกับ แüüคüามÿามารถพิเýþที่มีในตัüผู้เรียน ซึ่ง fl/?2ne? 1999  103) เคยกล่าüü่า คüรจะเลิกใช้แบบทดÿอบทั้งĀลาย รüมทั้งÿĀÿัมพันธ์ระĀü่างแบบทดÿอบ ทฤþฎีพĀุปัญญา จึงได้เÿนอ แนüทางการประเมินผลผู้เรียนแบบใĀม่ ซึ่งจะไม่ใช้ระบบแบบทดÿอบมาตรฐานแบบอิงกลุ่ม แต่จะเน้นการüัดผล ตามÿภาพจริง ได้แก่ แบบทดÿอบที่อิงเกณæ์ อิงมาตรฐานและüัดผลงานจริง ๆ ซึ่งจะเปรียบเทียบคüามก้าüĀน้า ในผลงานของแต่ละบุคคล ปรัชญาการประเมินผลของทฤþฎีพĀุปัญญาÿอดคล้องกับแนüโน้มของการประเมิน . ช่üยใĀ้ผู้เรียนเรียนได้ดีขึ้นเพราะทำใĀ้เกิดการจดจำไม่ลืม โดยเÞพาะบทเรี . ช่üยใĀ้การประเมินทักþะพื้นฐานและระดับของผู้เรียนได้อย่างแม่นยำ


20 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 แบบใĀม่ที่ลดคำถามแบบเลือกตอบ แต่จะเน้นการประเมินผลงานตามÿภาพจริง การประเมินผลจาก ประÿบการณ์ในÿภาพจริง การประเมินผลจากประÿบการณ์ในÿภาพ คüามเป็นจริง จำเป็นต้องมีเครื่องประเมิน และüิธีการประเมินĀลากĀลาย เครื่องมือที่ÿำคัญ คือ การÿังเกต โดยได้กล่าüย้ำü่าเราจะÿามารถประเมิน พĀุปัญญาของผู้เรียน โดยการÿังเกต การกระทำของผู้เรียนที่บ่งบอกü่าผู้เรียนมีคüามถนัด ปัญญาด้านใด เช่น ผู้เรียนชอบเล่นเกมคณิตýาÿตร์Āรือชอบร้องรำทำเพลงĀรือดูจากüิธีการ ที่ผู้เรียนแก้ปัญĀาĀรือผลิตÿิ่งใด ในÿภาพที่เป็นจริงในชีüิตประจำüันอย่างเป็นธรรมชาติอันจะช่üยใĀ้เราเข้าใจและรู้ถึงปัญญาด้านเด่นของผู้เรียน องค์ประกอบÿำคัญของการประเมินในÿภาพคüามเป็นจริง (ut6entic @@e@@:ent) การจัดเก็บเอกÿารข้อมูล (ocu:ent/tion) ของผลงานและกระบüน การแก้ปัญĀาของผู้เรียน ซึ่งมีüิธีการ แนüทางในการเก็บเอกÿาร ข้อมูลดังต่อไปนี้ 1 ระเบียนพฤติการณ์ (nec2ot/l &eco?2) เช่น มีÿมุดบันทึกประจำüัน และบันทึกพฤติกรรมของ ผู้เรียนทั้งด้านüิชาการและไม่ใช่üิชาการ ตลอดจนÿัมพันธภาพ กับเพื่อน ๆ ของผู้เรียนทุกคน 2 ตัüอย่างผลงาน (+o?8 '/:ple) เก็บตัüอย่างผลงานของผู้เรียนไü้ใน แô้มตัüอย่างนี้อาจจะเป็น รูปถ่ายÿำเนาของผลงาน ถ้าผู้เรียนต้องการเก็บต้นÞบับของตนเอง 3 แถบเÿียง (u2io /@@ette) ใช้แถบเÿียงบันทึกการอ่านĀรือการพูด ตลอดจนการเล่าเรื่อง การอภิปราย Āรือการเล่นดนตรีของผู้เรียน  üิดีโอเทป (*i2eo t/pe) ใช้üิดีโอเทปบันทึกพฤติกรรมและกิจกรรมของ ผู้เรียนไü้ เช่น การแÿดง ละคร การแข่งกีāา การประดิþฐ์ÿิ่งของ การทำงานแกะÿลัก เป็นต้น 5 ถ่ายภาพ ($6otog?/p6F) ครูคüรมีกล้องถ่ายภาพไü้ประจำเพื่อ ถ่ายภาพผลงานที่เก็บไü้ไม่ได้ เช่น ผลงานโครงงานüิทยาýาÿตร์ ผลงานýิลปะ เป็นต้น 6 บันทึกประจำüันผู้เรียน ('tu2ent ffou?n/l) ผู้เรียนเขียนบันทึก ประจำüันทุกüันถึงÿภาพ โรงเรียน คüามรู้ÿึก การขีดเขียนต่าง ๆ ในÿมุดบันทึก  บันทึกคüามก้าüĀน้าในการเรียน ('tu2ent-fiept 6/?t) ผู้เรียนมีÿมุดบันทึกคüามก้าüĀน้าใน การเรียน เช่น จำนüนĀนังÿือที่ได้อ่าน จุดมุ่งĀมายที่ตั้งไü้และการบรรลุถึงจุดมุ่งĀมาย เป็นต้น 8 ÿังคมมิติ ('ocio g?/:) ครูÿังเกตและบันทึกคüามÿัมพันธ์ระĀü่าง ผู้เรียนทั้งด้านบüกและ ด้านลบ 9 การทดÿอบแบบไม่เป็นทางการ (In4o?:/l (e@t) ÿร้างแบบทดลอง เพื่อจะทราบü่าผู้เรียนได้รู้ อะไร มิใช่แบบทดÿอบü่าผู้เรียนไม่รู้อะไร 10 การใช้แบบทดÿอบมาตรฐานอย่างไม่เป็นทางการ (In4o?:/l )@e o4 't/n2/?2iGe2 (e@t) ครูอาจจำแบบทดÿอบมาตรฐานใช้ทดÿอบอย่างไม่เป็นทางการ โดยยืดĀยุ่นเüลา มีการอ่านคำถามและใĀ้มีการ ซักถาม และการตอบอาจจะใĀ้เป็นรูปแบบ เคลื่อนไĀü เพลง üาดภาพ Āรืออื่น ๆ จุดประÿงค์ใĀญ่คือ เพื่อจะ ทราบü่าผู้เรียนมีคüามรู้จริง ๆ อย่างไร คำตอบที่ผิดก็คüรช่üยใĀ้ครูค้นĀาü่าทำไมจึงคิดเช่นนั้น การใช้ แบบทดÿอบ มาตรฐานก็เพื่อกระตุ้นใĀ้เด็กตื่นตัüในüิชานั้น ๆ


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 21 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 11 การประเมินแบบอิงเกณæ์ (?ite?i/-?e4e?ence2 @@e@@:ent) ใช้ประเมินแบบอิงเกณæ์ ไม่อิง กลุ่มเĀมือนเปรียบเทียบกันในกลุ่ม แต่ทดÿอบเด็กü่าทำได้ในเรื่องอะไร เช่น บüกลบÿองĀลักโดยมีทดได้ เขียน เรียงคüามได้ 3 Āน้า เป็นต้น 12 แบบÿำรüจ (6ec8li@t) ครูทำแบบÿำรüจถึงÿิ่งที่ทำได้ Āรือเนื้อĀา ที่เข้าใจแล้üเพื่อตรüจÿอบü่า ผู้เรียนทำได้ถึงขั้นใด 13 ทำแผนที่Ā้องเรียน (l/@@?oo: M/p) ครูทำแผนที่Ā้องเรียนไü้และแต่ละüันครูบันทึกü่าใครทำ อะไรตรงไĀนกับใครเป็นรายüัน 1  บันทึกปäิทินประจำüัน (/len2/? &eco?2) ใĀ้ผู้เรียนทั้งชั้นช่üยกัน ทำปäิทินประจำüันü่าใน üันĀนึ่ง ๆ ได้ทำอะไร เมื่อครบเดือนครูก็จะเก็บไü้ และทำเช่นนี้ตลอดปี  đคøČęĂÜöČĂÿำหøĆบวĆดแúąปøąđöินพหุปัญญา ยุทธüิธีการเรียนĀลากĀลายที่นำมาใช้กระตุ้นพĀุปัญญา นับเป็นแĀล่งÿร้างโอกาÿมĀาýาลใĀ้กับการüัด และประเมินการเรียนของผู้เรียน Āลังจากเลือกüิธีการที่จะใช้เป็นกิจกรรรมการÿอนตามĀลักÿูตรแล้üครูÿามารถ เลือกüิธีüัดและประเมินที่มีอยู่มากมายมาใช้กับกิจกรรม และครูคüรใช้คüามรอบคอบในการเลือกเลือกüิธีüัดและ ประเมินจะช่üยใĀ้ครูได้ข้อมูลü่าผู้เรียนได้เรียนอะไรและอย่างไรมากกü่าการใช้แบบทดÿอบมาตรฐานทั่üไป ซึ่งได้ มีการเÿนอเครื่องมือÿำĀรับการüัดและประเมินพĀุปัญญา fl/?2ne? 1995  215) ดังนี้ 1 แบบÿังเกตพฤติกรรม (#0@e?C/tion c6ec8 li@t@) ครูÿามารถใช้แบบÿังเกตพฤติกรรมนี้ประเมินตาม เกณæ์ผู้เรียนในระĀü่างทำงานช่üงใดช่üงĀนึ่ง ĀรืออาจใĀ้ผู้เรียนที่ได้รับมอบĀมายเป็นผู้ÿังเกตได้ใช้ประเมินเพื่อน ตามทฤþฎีของการ์ดเนอร์แบบพฤติกรรมนี้จะต้องเน้นกระบüนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นมากกü่าผลงานที่ได้ใน ตอนท้าย 2 บัตรÿังเกตพฤติกรรม (#0@e?C/tion note c/?2@) เป็นแผ่นบัตรÿำĀรับครูเพื่อพกพาไปพร้อมกับ ÿมุดลงคะแนน ใช้ÿำĀรับจดบันทึกการÿังเกตผู้เรียนประมาณ 5- คนในแต่ละüันโดยÿังเกตคüามÿามารถพิเýþ ด้านใดด้านĀนึ่งของผู้เรียน ในขณะทำงานที่ได้รับมอบĀมาย ครูÿามารถเจาะจงการÿังเกตคüามÿามารถเพียงด้าน เดียü ในแต่ละครั้ง ĀลังการÿังเกตใĀ้มอบใĀ้ผู้เรียนอ่านและเก็บเข้าแô้มÿะÿมงาน 3 แบบถาม–ตอบปลายเปŗดและแนüทาง (#pen – en2e2 /n2 gui2e2 ?e@pon@e@) แบบถามตอบ ปลายเปŗดและแนüทางเป็นüิธีการที่จะช่üยกระตุ้นผู้เรียนใĀ้คิดเองมากขึ้น ไม่เพียงแค่พูดไปเรื่อยเÞื่อยตามที่คิดü่า ครูอยากได้ยิน ในกรณีที่ครูต้องการประเมินออกมาเป็นคะแนน อาจใช้üิธีใช้üิธีการประเมินแบบ 4lui2itF @t/n2/?2 ผนüกกับüิธีการแบบ in@ig6t @t/n2/?2  แบบทดÿอบที่ครูÿร้างแบบทดÿอบย่อย ((e/c6e? – :/2e te@t@ /n2 quiGGe@) แบบทดÿอบต้อง เป็นโจทย์คำถามที่ผู้เรียนต้องใช้ทักþะคüามคิดระดับÿูง ในการตอบอาจมีลักþณะเป็นคüามเรียง 5 ผังและแบบจัดระบบคüามคิด (fl?/p6ic o?g/niGe?@ /n2 2e@ign@) ผังและแบบจัดระบบคüามคิด นอกจากจะช่üยใĀ้ผู้เรียนได้เรียนในขณะที่จัดการกับข้อมูลแล้ü ยังช่üยในการüางแผนและประเมินผลด้üย


22 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 การüัดคüามÿามารถด้านพĀุปัญญาของผู้เรียนนั้นจะไม่ใช้ระบบ แบบทดÿอบมาตรฐานแบบอิงกลุ่ม แต่จะเน้นการüัดผลตามÿภาพจริง ได้แก่ แบบทดÿอบที่อิงเกณæ์ โดยมาตรฐานและüัดผลงานจริง ๆ ซึ่งจะ เปรียบเทียบคüามก้าüĀน้าในผลงานของแต่ละบุคคล การประเมินผลจากประÿบการณ์ในÿภาพคüามเป็นจริง จำเป็นต้องมีเครื่องมือประเมินและüิธีการประเมินĀลากĀลาย เครื่องมือที่ÿำคัญ คือ การÿังเกตจะทำใĀ้ÿามารถ บ่งบอกü่าผู้เรียนมีคüามถนัดปัญญาด้านใด


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 23 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 23  แนวทาÜÖาøÿŠÜđÿøิöควาöÿาöาøëทาÜพหุปัญญา การÿ่งเÿริมคüามÿามารถทางพĀุปัญญาใĀ้กับผู้เรียนนั้นต้องเข้าใจü่า ผู้เรียนทุกคนไม่ใช่อัจÞริยะแต่ ผู้เรียนทุกคนมีคüามÿามารถถึงขีดÿูงÿุดของแต่ละบุคคล การเปŗดโอกาÿใĀ้ผู้เรียนได้แÿดงออกถึง คüามรู้ÿึกของ ตนเอง จากประÿบการณ์ที่ได้รับด้üยการÿื่อÿารด้านต่างๆ เช่น การพูดแÿดงคüามคิดเĀ็น การüาดภาพ ÿิ่งที่ตนเองประทับใจ เป็นต้น ซึ่งÿิ่งต่างๆ เĀล่านี้จะทำใĀ้ผู้เรียนได้แÿดงคüามÿามารถของตนเองได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ การ์ดเนอร์ได้ใĀ้แนüทางการจัดการกิจกรรมการเรียนรู้ที่ÿ่งเÿริมพĀุปัญญาเพื่อÿ่งเÿริมใĀ้ผู้เรียน เกิดการพัฒ นาการด้านต่าง ๆ ประกอบด้üยกิจกรรม 4 กิจกรรม ดังนี้ fl/?2ne? 1995 อ้างถึงใน ประเÿริฐ แซ่เอีěยบ, 2561  20)  ÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšทĆęวĕป đßาวŤปัญญา  ดšานõาþา ÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšทĆęวĕป  การอ่านĀนังÿือ อ่านนิทาน เรื่องเล่า  การเขียนเรื่องÿั้นÿำĀรับจดĀมายข่าüในชั้นเรียน  การเขียนบทคüามÿารคดีÿำĀรับĀนังÿือüารÿารโรงเรียน  พูดตอบคำถามอย่างกะทันĀัน  อภิปราย  เขียนเรียงคüาม บทกลอน Āรือเขียนข่าü  เขียนและนำเÿนอทฤþฎีและĀลักการต่าง ๆ  เล่นเกมที่เน้นการพูดและการÿะกดคำ  เขียนบทคüามĀรือÿมุดบันทึกประจำüัน


24 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 đßาวŤปัญญา  ดšานêøøÖąแúąคèิêýาÿêøŤ ÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšทĆęวĕป  แก้ปัญĀาต่าง ๆ  ทำการทดลองภายใต้ทฤþฎีต่าง ๆ  ต่อภาพจิěกซอ  พัฒนาโปรแกรมคอมพิüเตอร์  ÿร้างโปรแกรมตารางÿำĀรับการคำนüณ  เล่นเกมที่เกี่ยüกับเงิน  เรียนรู้เกี่ยüกับรูปแบบทางüิทยาýาÿตร์และอภิปราย  รüบรüมข้อมูลและจัดกลุ่มข้อมูล  ÿร้างโมเดลการทำนายโดยอาýัยทฤþฎีต่าง ๆ  ÿร้างโมเดลทางüิทยาýาÿตร์ÿำĀรับüัดผล đßาวŤปัญญา  ดšานöิêิÿĆöพĆนíŤ ÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšทĆęวĕป  ÿาธิตชิ้นÿ่üนของงาน  ÿร้างงานÿามมิติ  üาดภาพ ระบายÿี  ÿร้างผังคüามคิด  ต่อภาพจิěกซอ  เล่นเกมจำภาพ  üาดภาพตามคüามคิด  นำเÿนองานใĀ้เป็นภาพ


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 25 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 đßาวŤปัญญา  ดšานøŠาÜÖา÷แúąÖาøđคúČęĂนĕหว ÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšทĆęวĕป  แÿดงบทบาทÿมมติ  ÿร้างโครงÿร้างของรูปทรงต่าง ๆ  ซ่อมแก้ไขเครื่องจักรกล  ÿาธิตกิจกรรมการเรียนรู้ที่ต้องลงมือกระทำ  เต้นรำ  เล่นเกม  ออกกำลังกาย đßาวŤปัญญาǰ ดšานดนêøĊ ÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšทĆęวĕป  ร้องเพลง  เล่นดนตรี  เขียนเนื้อเพลง  กิจกรรมเข้าจังĀüะ  เล่นดนตรีที่แตกต่างกันในüงดนตรี  ฮัมเพลงĀรือเต้นรำ  ÿาธิตการทำงานของเครื่องดนตรี  อธิบายคüามเĀมือนและแตกต่างของเÿียง  òřกร้องเพลงร่üมกับกลุ่ม


26 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 ควาöÞúาดดšานöนุþ÷ÿĆöพĆนíŤ ÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšēด÷ทĆęวĕป  ร่üมกับกลุ่มทำโครงงาน  ร่üมอภิปรายกลุ่ม  จัดการประชุมเพื่อแก้ปัญĀา  ระดมÿมองในกระเด็นที่กำĀนดขึ้น  จัดกิจกรรมร่üมกัน  ระบายคüามรู้ÿึกแก่กันและกัน  อ่านĀนังÿือร่üมกันเป็นกลุ่มและแลกเปลี่ยนคüามเĀ็น ควาöÞúาดดšานÖาøđךาĔÝêนđĂÜ ÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšēด÷ทĆęวĕป  กำĀนดเป้าĀมายใĀม่ๆ  แบ่งปันประÿบการณ์ÿ่üนตัü  เขียนเรื่องราüเกี่ยüกับการรับรู้ของตนเอง  ÿะท้อนผลที่แÿดงถึงการกระทำของตน  พิจารณาจุดอ่อนของตนเองเพื่อปรับปรุงใĀ้ดีขึ้น  ýึกþาด้üยตนเอง  ทำโครงงานด้üยตนเอง ควาöÞúาดดšานíøøößาêิ ÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšēด÷ทĆęวĕป  เลี้ยงÿัตü์เลี้ยงปลาและปลูกพืช  ร่üมกิจกรรมกลุ่มทางธรรมชาติ  ÿร้างบ้านÿำĀรับนก  เข้าร่üมโครงการอนุรักþ์ÿิ่งแüดล้อม  เก็บรüบรüมĀินต่าง ๆ มาทำการýึกþา  อธิบายคüามÿำคัญของการรีไซเคิล  üิจัยเกี่ยüกับพืชĀรือÿัตü์  อธิบาย เขียนüัäจักรทางธรรมชาติ


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 27 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 ควาöÞúาดทาÜดšานÖาøดำøÜĂ÷ĎŠ×ĂÜßĊวิê ÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšēด÷ทĆęวĕป  üางแผนจัดกิจกรรมการกุýล  ค้นĀาและอ่านบทกüี  จดบันทึกเĀตุการณ์เรื่องราü  üิเคราะĀ์ข่าü เĀตุการณ์จากĀนังÿือพิมพ์  ร่üมและýึกþาจากประเพณีปäิบัติýาÿนกิจ 2. ÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšđßิÜÿøšาÜÿøøคŤ เกมÿร้างÿรรค์คือ เกมที่ออกแบบมาเพื่อใĀ้ผู้เรียนได้เรียนรู้พร้อม ๆ กับคüามÿนุกÿนาน และมีคüามÿุข โดยครูผู้òřกÿอนและผู้เรียนÿามารถร่üมคัดเลือกเกมที่ÿ่งเÿริมการพัฒนาเชาü์ปัญญาของผู้เรียน ➢ đßาวŤปัญญาǰ ดšานõาþา • ปริýนาคำไขü้(?o@@Do?2) • เกมคำýัพท์ และเกมประมüลผลคำ ➢ đßาวŤปัญญาǰ ดšานêøøÖąแúąคèิêýาÿêøŤ • การเล่นเกมคณิตýาÿตร์เช่น โดมิโน่ Āมากรุก Āมากฮอÿ Āมากขุม • จัดลำดับภาพĀรือการจัดเรียงลำดับ • การแก้ปริýนาโดยใช้เĀตุผลแบบนิรนัย • การüางแผนการเงินและธุรกิจจำลอง • การเล่นเกมĀลบĀนีออกจากพื้นที่อันตรา เช่น เกมเขาüงกต ➢ đßาวŤปัญญา  ดšานöิêิÿĆöพĆนíŤ • การเล่นเกมต่อภาพĀรือเกมการเĀ็นและการคิด เกมต่อบล็อค ➢ đßาวŤปัญญา  ดšานøŠาÜÖา÷แúąöิêิÿöĆพĆนíŤ • เกมที่ใช้คüามเร็üของกล้ามเนื้อร่างกาย เช่น บอร์ดเกม (Di@te? และ 'i:on @/F • การเล่นเกมล่าÿมบัติ ('c/Cenge? 6unt) ค้นĀาไอเท็มต่าง ๆ


28 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 ➢ đßาวŤปัญญา  ดšานดนêøĊ • การแข่งขันการจับจังĀüะดนตรี Āรือการต่อเพลง แต่งเพลง ➢ đßาวŤปัญญา  ดšานÖาøđךาĔÝøąหวŠาÜบุคคú • การแข่งขันเป็นทีม การเล่นเป็นทีม • การอภิปรายและทำงานเป็นกลุ่ม ➢ đßาวŤปัญญา  ดšานÖาøđךาĔÝêนđĂÜ • การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และงานอดิเรก ➢ đßาวŤปัญญา  ดšานíøøößาêิวิท÷า • การÿะÿม จัดĀมüดĀมู่ Āรือดูแลÿัตü์และพืช การทำนายชนิด ÿายพันธุ์ ĀรือจำแนกĀมüดĀมู่ÿัตü์ และพืช ➢ đßาวŤปัญญา  ดšานÖาøดำøÜĂ÷ĎŠ×ĂÜßĊวิê • เกมที่ช่üยÿร้างคüามเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกและจักรüาล Āรือคüามÿัมพันธ์ ของโลกและจักรüาล


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 29 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 ǰÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšแบบÖøąบวนÖาøทาÜวิท÷าýาÿêøŤ กิจกรรมการเรียนรู้แบบกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์คือ กิจกรรม การเรียนรู้ที่มีการประยุกต์จาก แนüคิดของ fl/gne (19) ร่üมกับกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์ ซึ่งมี  ขั้นตอน 1. การÿะท้อนตนเอง ('el4-?e4lection) ซึ่งผู้เรียนจะÿะท้อนคüามคิดเกี่ยüกับตนเอง พฤติกรรม การเรียน และงานอดิเรกของผู้เรียน 2. ครูแนะนำแนüคิดเกี่ยüกับการòřกกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์ ($?/ctice@ @cience p?oce@@ @8ill  '$') 3. ผู้เรียนจะตั้งประเด็นคำถามเกี่ยüกับเนื้อĀาในรายüิชาที่จะเรียน . ครูตั้งคำถามเชิงลึกเชื่อมโยงกับýักยภาพด้านพĀุปัญญาผ่านการปäิบัติกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์ . จัดกิจกรรมใĀ้ผู้เรียนได้มีคüามรู้คüามเข้าใจที่ÿอดคล้องด้üยพĀุปัญญาของผู้เรียนด้üยรูปแบบที่เน้น การòřกปäิบัติร่üมกัน เช่น การทำโครงงาน ชิ้นงาน การÿำรüจ การออกแบบ การเขียนÿารคดี เป็นต้น โดย แบ่งกลุ่มòřกปäิบัติกิจกรรมตามลักþณะของพĀุปัญญาที่เนชัดในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านภาþา ด้านตรรกะ คณิตýาÿตร์ ด้านมิติÿัมพันธ์ ด้านร่างกายและการเคลื่อนไĀü ด้านดนตรี ด้านการเข้าใจระĀü่างบุคคล ด้านการ เข้าใจตนเอง ด้านธรรมชาตüิทยา และด้านการดำรงอยู่ของชีüิต . ÿรุปบทเรียน ÖิÝÖøøöĔน×ĆĚนêĂนทĊęǰǰëċÜǰǰÝĆดđปŨนÖิÝÖøøöÖúุŠö Ĕน×ĆĚนêĂนทĊęǰǰÝąÝĆดÖúุŠöแ÷Ö êาöúĆÖþèąทาÜพหุปัญญา แúąĔน×ĆĚนêĂนทĊęǰ ÝąđปŨนÖาøนำđÿนĂøา÷บุคคú


30 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 30 4. ÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšบทบาทÿööุêิ กิจกรรมการเรียนรู้แบบบทบาทÿมมุติ เป็นกิจกรรมจากประÿบการณ์ของผู้เรียนĀรือÿิ่งที่ผู้เรียนÿนใจ เช่น คüามÿัมพันธ์กับเพื่อนĀรือคüามขัดแย้งกับคนในครอบครัü ครูจะแนะนำใĀ้ผู้เรียนแÿดงบทบาทĀลาย ๆ แบบ กระตุ้นใĀ้ผู้เรียนรู้จักใช้คำพูดของตนเองร่üมกับอภิปราย และแÿดงคüามคิดเĀ็น โดยใช้คำถามเป็น ตัüกระตุ้นนอกจากจะทำใĀ้ผู้เรียนรู้จักแÿดง คüามคิดเĀ็นแล้üยังทำใĀ้ผู้เรียน รู้จักรับôังคüามคิดเĀ็นของผู้เรียน คนอื่น ๆ ด้üย กระบüนการเĀล่านี้ช่üยใĀ้ผู้เรียนมีคüามเข้าใจผู้ที่มีคüามคิดและประÿบการณ์ที่แตกต่างจากตนเอง มากขึ้น กลยุทธ์ที่ครูใช้คือ การพูดการเขียน การแÿดงท่าทาง กระตุ้นใĀ้ผุ้เรียนมีÿ่üนร่üมและมีใจจดจ่อ มีคüาม ÿนใจต่อเนื่อง ในด้านการอภิปราย ครูใช้üิธีการตั้งคำถาม และเล่าเรื่องของตนเอง Āรือแกล้งทำตัüเป็นคนอื่นใช้ แผ่นป้ายผ้า Āรือใช้ตุŢกตา ในขณะที่ผู้เรียนจะแÿดงออกทั้งการพูดและการแÿดงท่าทาง ในบางครั้งจะมี iel2 t?ip (การทัýนýึกþา) เพื่อใĀ้คนในชุมชนใĀ้คüามÿนใจและมีÿ่üนร่üม ในช่üง  นาทีÿุดท้ายของคาบจะเป็นเüลาใน การÿะท้อนü่าผู้เรียนได้ทำอะไรบ้าง ผู้เรียนชอบอะไรมากที่ÿุด ผู้เรียนÿนใจอะไรมากที่ÿุดในระĀü่างการทำ กิจกรรม แม้ü่าการเชื่อมโยงประÿบการณ์กับการแÿดงออกอาจทำได้ยาก แต่การที่ผู้เรียนได้พูดจะทำใĀ้ผู้เรียน ÿามารถเปลี่ยนประÿบการณ์ใĀ้เป็นคำพูดที่มีคüามเป็นรูปธรรมมากขึ้นและเÿริมพĀุปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง ของผู้เรียน ™ ÖิÝÖøøöǰ ÝิêĔÝ×ĂÜÞĆนǰ 6 ),$) จุดมุ่งĀมาย  เข้าใจคüามคิดและคüามรู้ÿึกของคนอื่นและผู้เรียนเอง และคิดถึงüิธีการที่จะทำใĀ้คนอื่น มีคüามÿุข เนื้อĀารายละเอียด  ÿร้างจินตนาการü่ามีร้านที่ผู้เรียนÿามารถซื้ออะไรก็ได้ตามที่คิดจากนั้นก็üาดรูป ĀรือปัŪนแป้งÿิ่งของที่ผู้เรียนต้องการซื้อ แบ่งปันคüามคิดกับÿิ่งของที่ผู้เรียนซื้อกับเพื่อน ๆ ™ ÖิÝÖøøöǰ øąหวŠาÜđพČęĂน จุดมุ่งĀมาย  เข้าใจจิตใจของเพื่อและใĀ้ÿิ่งที่เพื่อนต้องการ เนื้อĀารายละเอียด  ÿร้างอภิปรายเกี่ยüกับตัüละครจากเรื่องราüบนแผ่นป้ายผ้าและค้นĀาüิธีการ แก้ปัญĀาที่ตัüละครต้องการเผชิญ ผู้เรียนรู้ÿึกอย่างไรĀลังจากÿüมบทบาทและแบ่งปันกับเพื่อนผู้เรียนü่าได้พบ เจอเĀตุการณ์เĀมือนกันĀรือไม่


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 31 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 ™ ÖิÝÖøøöǰ ÞĆนßĂบđíĂ ǰǰǰǰǰǰǰǰจุดมุ่งĀมาย  แÿดงคüามรู้ÿึกชอบที่มีต่อผู้อื่นอย่างเĀมาะÿม เนื้อĀารายละเอียด  ใĀ้นึกถึงÿถานการณ์ที่เกิดขึ้นและลองใช้üิธีแก้ปัญĀาที่ผู้เรียนคิดขึ้น แล้üอภิปราย ÿิ่งที่ผู้เรียนคิดและได้แÿดงบทบาทและแบ่งปันüิธีที่เĀมาะÿมในการแÿดงคüามรักต่อเพื่อนของผู้เรียน ™ ÖิÝÖøøöǰ öาßČęนßöÖĆนđëĂą ǰǰǰǰǰǰǰǰจุดมุ่งĀมาย  ชมเพื่อนและตนเองที่มีคüามเข้มแข็ง เนื้อĀารายละเอียด  ชมและใĀ้กำลังใจเพื่อนของผู้เรียน ซ่อนผู้เรียนคนĀนึ่งไü้Āลังแผ่นกระดานผ้า และ ใĀ้ผู้เรียนที่เĀลือพูดใĀ้กำลังใจเด็กที่ซ่อนตัüอยู่แบ่งปันคüามรู้ÿึกของผู้เรียนเมื่อได้ยินคำชม ™ ÖิÝÖøøöǰ ëċÜđพČęĂน×ĂÜÞĆน จุดมุ่งĀมาย  ลองคิดดูü่าทำไมผู้เรียนถึงชอบเพื่อนบางคน และแÿดงคüามรู้ÿึกที่มีกับเพื่อน คนนั้น เนื้อĀารายละเอียด  üาดภาพดูü่าผู้เรียนคิดü่าเพื่อน ๆ เป็นใครและลองพูดคุยกับพüกเขาü่าทำไมคุณถึง ชอบĀรือไม่ชอบพüกเขา และอภิปรายถึงการที่ผู้เรียนได้ÿารภาพคüามรู้ÿึกที่มีต่อเพื่อน และทำอย่างไรจึงจะทำใĀ้ ผู้เรียนได้คบกับเพื่อน ๆ ต่อไป ™ ÖิÝÖøøöǰ ēê×ċĚนÞĆนĂ÷าÖđปŨนĂąĕø จุดมุ่งĀมาย  อภิปรายü่าผู้เรียนชอบทำงานแบบไĀนในอนาคตและถ้าจะทำงานนั้นผู้เรียนต้องมี คุณÿมบัติอะไรบ้าง เนื้อĀารายละเอียด  ทำกระดาþคาดýีรþะที่เขียนü่า “อนาคตของÞัน” และแนะนำตัüตนในอนาคต ของผู้เรียน อภิปรายกับเพื่อนผู้เรียนถึงงานที่พ่อแม่ ผู้ปกครองทำและถ้าโตเป็นผู้ใĀญ่ผู้เรียนชอบĀรืออยากทำงาน อะไร ™ ÖิÝÖøøöǰ ÖĂดôøĊ จุดมุ่งĀมาย  ÿัมผัÿü่าการกอดกันด้üยคüามรักและการปลอบใจนั้นเป้นอย่างไร เนื้อĀารายละเอียด  อ่านĀนังÿือ “กอดôรี” และใĀ้ผู้เรียนทำตัüแบบตัüละครตัüเอกที่ถือป้าย “กอดôรี” และกอดคนทั่üไปบนถนน แบ่งปันคüามรู้ÿึกของผู้เรียน เมื่อผุ้เรียนกอดกับผู้เรียนคนอื่น ǰǰǰǰǰǰǰǰจุดมุ่งĀมาย  แÿดงคüามรู้ÿึกชอบที่มีต่อผู้อื่นอย่างเĀมาะÿม เนื้อĀารายละเอียด  ใĀ้นึกถึงÿถานการณ์ที่เกิดขึ้นและลองใช้üิธีแก้ปัญĀาที่ผู้เรียนคิดขึ้น แล้üอภิปราย


32 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 32 ÖúĕÖÖาøพĆçนาแúąÖาøÿŠÜđÿøิöพหุปัญญา đพČęĂÖาøพĆçนาýĆÖ÷õาพñĎšđøĊ÷น ÖúĕÖǰ(Mechanisms) ทĊę×ĆบđคúČęĂนøĎปแบบÖาøพĆçนาแúąÿŠÜđÿøิöพหุปัญญา×ĂÜñĎšđøĊ÷นĕดšĂ÷ŠาÜ êŠĂđนČęĂÜ ÝาÖñúÖาøýċÖþาöĊทĆĚÜÿิĚนǰ8 ÖúĕÖ ÖúĕÖǰǰÿา÷ÿĆöพĆนíŤøąหวŠาÜñĎšđøĊ÷นÖĆบคøĎหøČĂñĎšปÖคøĂÜ Āมายถċง คüามÿัมพันธ์ใกล้ชิดระĀü่างผู้เรียนกับครูĀรือผู้ปกครอง เป็นÿิ่งที่ทำใĀ้ครูĀรือผู้ปกครองได้ ÿามารถรับรู้และเข้าใจถċงýักยภาพผู้เรียน ÿิ่งที่ผู้เรียนชื่นชอบรüมทัĚงคüามต้องการในการพัçนาตนเองของผู้เรียน ÖúĕÖ ǰÿõาพแวดúšĂöทาÜวĆçนíøøö Āมายถċง ÿมรรถภาพในการปรับตัüใĀ้เข้ากับÿถานการณ์ของคนรุ่นĀนċ่งที่ถูกถ่ายทอดไปยังคนรุ่นต่อ ๆ ไป ผู้ที่มีüัçนธรรมแตกต่างกันจะมีคüามคิดและทักþะการแก้ปัญĀาที่แตกต่างกันด้üย ÖúĕÖ ǰพĊøąöิดÖาøđøĊ÷นøĎš Āมายถċง ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ได้จากüิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน กล่าüคือ ผู้เรียนที่เรียนรู้เชิงลċกจากการ ÿอนผู้อื่น อัตราการคงอยู่ของÿิ่งที่ได้เรียนรู้และเพิ่มÿูงถċงร้อยละ  ถ้าได้ทดลองปäิบัติ(Practice doing) จะช่üยใĀ้อัตราการคงอยู่ได้ร้อยละ  ถ้าĀากได้ร่üมอภิปรายในĀ้องเรียน (Discussion จะช่üยใĀ้อัตราการคง อยู่ได้ร้อยละ  แต่ถ้ามีการผÿมผÿานการเรียนรู้Āลาย ๆ üิธีจะทำใĀ้อัตราการคงอยู่ของคüามรู้เพิ่มÿูงขċĚน ÖúĕÖǰǰÖาøđøĊ÷นøĎšđßิÜøุÖ×ĂÜñĎšđøĊ÷น Āมายถċง การลงมือปäิบัติและมีÿ่üนร่üมในกระบüนการเรียนรู้ด้üยตนเอง เมื่อผู้เรียนมีคüามเข้าใจคüาม ÿมดุลทางพĀุปัญญาของตนเองแล้ü ผู้เรียนจะเป็นผู้ริเริ่มจัดการเรียนรู้ของตนเองและใĀ้คุณค่ากับจุดแข็งของ ตนเอง ÖúĕÖǰǰแøÜÝĎÜĔÝĔนÖาøđøĊ÷นøĎšĂ÷ŠาÜÿøšาÜÿøøคŤ Āมายถċง กระบüนการที่เกิดขċĚนภายในตัüผู้เรียน ที่มีÿ่üนในการผลักดันใĀ้ผู้เรียนไปÿู่เปŜาĀมาย แรงจูงใจ ÿ่งผลทัĚงคüามทุ่มเท คüามคิด อารมณ์ และพùติกรรมไปในทางที่ÿร้างÿรรค์ มี  แบบ คือ  แรงจูงใจแบบบูรณา การ (Integrative motivation) จะทำใĀ้ผู้เรียนมีคüามÿนใจที่จะเรียนรู้และÿร้างÿรรค์เกี่ยüกับüัçนธรรมและ ภาþา และ  แรงจูงใจแบบเครื่องมือ (Instrumental motivation) จะทำใĀ้ผู้เรียนมีคüามÿนใจเรียนรู้และ ÿร้างÿรรค์การทำงาน เช่น ÿนใจที่จะÿร้างรายได้เพิ่มขċĚน เป็นต้น ÖúĕÖǰǰÖาøÝĆดÖิÝÖøøöÖาøđøĊ÷นøĎšแบบÖúุŠö÷ŠĂ÷ǰ Āมายถċง การแบ่งผู้เรียนที่เข้าร่üมทกลุ่มกิจกรรมออกเปŜนกลุ่มย่อย ๆ ที่มีขนาดไม่เกิน - คน เพื่อใĀ้ ผู้เรียนเข้าร่üมกิจกรรมอย่างทั่üถċง เกิดการเรียนรู้แบบร่üมมือได้อย่างมีประÿิทธิภาพ (Effective collaborators ครูผู้ÿอนÿามารถจัดกลุ่มตามคüามÿามารถของผู้เรียน ถ้าĀากครูผู้ÿอนต้องการพัçนาผู้เรียนตามคüามÿามารถ ครูผู้ÿอนÿามารถอนุญาตใĀ้ผู้เรียนจัดกลุ่มด้üยตนเอง เพื่อใĀ้ผู้เรียนÿามารถทำงานตามคüามชอบและคüามถนัด เพราะผู้เรียนจะรู้ü่าเพื่อนแต่ละคนจะทำงานช่üยเĀลือกันในแต่ละบทบาทได้อย่างไร


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 33 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 ÖúĕÖǰǰÖาøĔßšđทคēนēú÷ĊĔนÖาøทำÖิÝÖøøöǰ Āมายถึง การนำÿื่อเทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ มาผÿมผÿานรüมกัน ซึ่งประกอบด้üยตัüอักþร ((eEt) ภาพนิ่ง (I:/ge) การเคลื่อนไĀü (ni:/tion) เÿียง ('oun2) และ üีดีโอ (*i2eo) โดยผ่านกระบüนการทาง ระบบคอมพิüเตอร์ เพื่อÿื่อคüามĀมายกับผู้ใช้ในการทำกิจกรรม และÿนับÿนุนการเรียนรู้อย่างมีปäิÿัมพันธ์ (Inte?/ctiCe :ulti:e2i/) และÿ่งเÿริมเชาü์ปัญญาแต่ละด้าน ÖúĕÖ ǰÖาøปøąđöินÖาøđøĊ÷นøĎš×ĂÜñĎšđøĊ÷นǰ Āมายถึง คüามเข้าใจของครูเกี่ยüกับขั้นตอนการประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งมีการประเมินการเรียนรู้  ขั้น คือ • ×ĆĚน ǰÝำǰ ffi%+%+"%0) Āมายถึง การระลึกได้ Āรือการดึงข้อมูลจากคüามจำที่มีอยู่มาใช้ในการนิยาม ใĀ้ข้อเท็จจริง Āรือรายการข้อมูลต่าง ๆ Āรือท่องÿิ่งที่เคยเรียนรู้มาก่อนใĀ้ôัง ×ĆĚนǰǰđךาĔÝǰ fi,$%012!,$),') Āมายถึง การใĀ้คüามĀมายด้üยüิธีการต่าง ๆ เช่น การเขียนĀรือüาด กราô Āรือการใช้üิธีการอื่น ๆ ในการตีคüาม การยกตัüอย่าง การจัดจำแนก การÿรุปคüาม การเปรียบเทียบ Āรือ การอธิบายการใĀ้คüามĀมาย Āรือ ใช้üิธีการอื่น ๆ ในการตีคüาม การยกตัüอย่าง การจัดจำแนก การÿรุปคüาม การเปรียบเทียบĀรือการใช้üิธีการต่าง ๆ ×ĆĚนทĊęǰǰปøą÷ุÖêŤĔßšǰ ..*6),') Āมายถึง การดำเนินการĀรือการใช้กระบüนการที่คิดขึ้นเองเพื่อนำเอา ผลผลิตจาการเรียนรู้เช่น แบบจำลอง รูปแบบการนำเÿนอ การÿัมภาþณ์ Āรือต้นแบบ มาปรับใช้ ×ĆĚนทĊęǰǰวิđคøาąหŤǰ ,!*67),') การแยกเนื้อĀาĀรือคüามคิดรüบยอดออกเป็นÿ่üน ๆ แล้üจึงพิจารณา ü่ามีÿ่üนใดÿัมพันธ์กัน Āรือเกี่ยüข้องกันด้üยÿ่üนใดĀรือตลอดทั้งโครงÿร้าง มีการแยกแยะ จัดระบบ พร้อมใĀ้ เĀตุผลประกอบ รüมทั้งแยกคüามแตกต่างระĀü่างองค์ประกอบĀรือÿ่üนใดÿ่üนĀนึ่ง เมื่อผู้เรียนüิเคราะĀ์ÿมองก็ จะทำงานด้üยการÿร้างแผนภาพคüามคิด ผังภาพ Āรือแผนภูมิ ×ĆĚนทĊęǰǰปøąđöินǰ 4!*3!2),') Āมายถึง การตัดÿินใจภายใต้เกณæ์การตัดÿินและมาตรฐาน ผ่านการ ตรüจและüิพากþ์ ซึ่งการüิพากþ์ แนะนำ การรายงานเป็นผลผลิตเพียงบางÿ่üนที่ÿามารถÿร้างขึ้นเพื่อแÿดงใĀ้ เĀ็นถึงกระบüนการประเมินผลซึ่งมาขั้นการÿร้างÿรรค์ ×ĆĚนทĊęǰǰÿøšาÜÿøøคŤ 0%!2),') Āมายถึง การนำเอาÿ่üนประกอบที่มีอยู่มาเชื่อÿัมพันธ์กันทำใĀ้เกิด ÿิ่งใĀม่ รูปแบบใĀม่ โครงÿร้างใĀม่ ĀรือระบบใĀม่ที่แตกต่างจากเดิม การเชื่อมÿัมพันธ์ในการÿร้างÿรรค์จะต้องใช้ üิธีการใĀม่ ĀรือมีการÿังเคราะĀ์ÿ่üนใดÿ่üนĀนึ่งไปเป็นÿิ่งใĀม่ ทำใĀ้เกิดรูปแบบใĀม่Āรือผลิตภัณæ์ใĀม่


34 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 12. đÜČęĂนĕ×ÿĎŠควาöÿำđøĘÝ การÿ่งเÿริมและพัçนาพĀุปัญญาที่ĀลากĀลายของผู้เรียนมีคüามÿำคัญต่อการพัçนาทรัพยากรมนุþย์ ของประเทýอย่างยิ่ง เพื่อพัçนาคนไทยใĀ้มีýักยภาพ มีการÿ่งเÿริมคüามถนัด และÿร้างคüามเป็นเลิýĀรือคüาม เชี่ยüชาญใยÿาขาต่าง ๆ ใĀ้เกิดขċĚนอย่างĀลากĀลาย àċ่งจำเป็นที่ÿถานýċกþาในทุกระดับการýċกþาต้องตระĀนักใĀ้ คüามÿำคัญและร่üมกันพัçนาผู้เรียนใĀ้ได้รับการพัçนาอย่างเต็มýักยภาพโดยการนำไปÿู่การปäิบัติและพัçนาใน ÿถานýċกþา คüรÿร้างทัýนคติและปัจจัยที่จะทำใĀ้เกิดคüามÿำเร็จ ดังนีĚ ➢ öĊควาöđßČęĂöĆęนĔนýĆÖ÷õาพ×ĂÜêนđĂÜ ผู้บริĀารÿถานýċกþา ครู และผู้ปกครอง ต้องเชื่อü่าทุกคนมีýักยภาพ คüามเชื่อนีĚจะÿ่งผลต่อทัýนคติ ในการÿ่งเÿริมและพัçนาใĀ้ผู้เรียนได้ค้นพบตัüเอง มีคüามÿุขในการเรียนรู้ และได้รับการพัçนาตามพĀุปัญญา ที่แท้จริง ผู้บริĀารÿถานýċกþา ครู และผู้ปกครอง คüรมีมุมมองเกี่ยüกับýักยภาพของผู้เรียนเป็นองค์รüมอย่าง กü้างขüางทัĚงร่างกาย จิตใจ ÿติปัญญา ทัĚงüิชาการ üิชาชีüิต üิชาชีพ คุณธรรม และÿุนทรียะต่าง ๆ มีคüามเข้าใจ ในคüามแตกต่างĀลากĀลายของผู้เรียน และเชื่อü่าผู้เรียนทุกคนมีýักยภาพในการเรียนรู้และพัçนาได้ตามüัย ตามคüามพร้อม และบริบทที่กระตุ้นÿนับÿนุน ➢ ÝĆดÖาøđøĊ÷นøĎšêาöควาöëนĆด การจัดการเรียนรู้ตามคüามถนัดเป็นปัจจัยÿำคัญต่อการพัçนาพĀุปัญญาของผู้เรียน ÿถานýċกþา คüรจัดทำÿารÿนเทýและแผนพัçนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล มีการคัดกรองพĀุปัญญาของผู้เรียน มีการเก็บข้อมูล คüามชอบ คüามÿนใจ คüามถนัด และคüามต้องการของผู้เรียนเป็นรายบุคคลทุกปŘการýċกþา และนำÿารÿนเทý มาüางแผนจัดĀลักÿูตรและกิจกรรมการเรียนรู้อย่างĀลากĀลายใĀ้ÿอดคล้องตามคüามถนัดและคüามÿนใจของ ผู้เรียนใĀ้ได้มากที่ÿุด ➢ พĆçนาคøĎÿĎŠÖาøÝĆดÖาøđøĊ÷นøĎšĔหöŠ ครูจำเป็นต้องปรับบทบาทเป็นโค้ชการเรียนรู้ของผู้เรียน ÿามารถดċงýักยภาพที่โดดเด่นของผู้เรียน ออกมาพัçนาใĀ้เต็มที่ และเÿริมÿ่üนที่เป็นจุดอ่อนใĀ้ได้รับการพัçนาอย่างเĀมาะÿม โดยÿถานýċกþาและ Āน่üยงานเกี่ยüข้องคüรเร่งพัçนาครูผู้ÿอนใĀ้มีคüามรู้ ทักþะ และเทคนิคüิธีการจัดการเรียนรู้แนüใĀม่ การจัดการเรียนรู้บนåานÿมรรถนะ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก และมีจิตüิทยาการเรียนการÿอนผู้เรียนยุคใĀม่ ➢ ปøą÷ุÖêŤĔßšđทคēนēú÷Ċ ÿื่อและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการจัดการเรียนรู้ยุคใĀม่เพิ่มมากขċĚน ÿถานýċกþาจำเป็นต้อง ประยุกต์ใช้ÿื่อและเทคโนโลยีทางการýċกþา Āรือÿื่อดิจิทัลต่าง ๆ เข้ามาใช้ในการจัดการเรียนรู้อย่างเĀมาะÿมและ เกิดประโยชน์ต่อการพัçนาทักþะและÿมรรถนะที่ÿำคัญของผู้เรียน ÿื่อและเทคโนโลยีÿามารถกระตุ้นคüามÿนใจ ในการเรียนรู้ เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้เพื่อพัçนาพĀุปัญญาด้านต่าง ๆ ได้ตามคüามÿนใจและบริบทของ เนืĚอĀาüิชา ก่อใĀ้เกิดการพัçนาพĀุปัญญาที่ĀลากĀลายบนåานเทคโนโลยีที่ÿอดคล้องกับคüามต้องการของ ผู้เรียนได้


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 35 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 ➢ öĊควาöøŠวööČĂÖĆบñĎšปÖคøĂÜแúąทุÖõาคÿŠวน การพัฒนาผู้เรียนใĀ้เกิดÿัมฤทธิผลอย่างองค์รüม ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ÿติปัญญา ÿังคม อารมณ์ และคุณธรรมจริยธรรมนั้น ÿถานýึกþาไม่ÿามารถทำบทบาทนี้ÿำเร็จได้ตามลำพัง จำเป็นต้องร่üมมือกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยüข้องทุกภาคÿ่üน ใĀ้เข้ามามีÿ่üนร่üมในการดูแล ÿนับÿนุน และช่üยเĀลือใĀ้ผู้เรียนได้รับ การพัฒนาอย่างเต็มตามýักยภาพ ผ่านกิจกรรมคüามร่üมมือในÿถานýึกþา ที่บ้าน ในชุมชน และแĀล่งการเรียนรู้ ต่าง ๆ รüมทั้งมĀาüิทยาลัย ÿถาบันการýึกþา และÿถานประกอบการ ที่จะรับผู้เรียนระดับการýึกþาขั้นพื้นฐาน ไปýึกþาต่อในระดับการýึกþาที่ÿูงขึ้น Āรือไปประกอบอาชีพ คüรเข้ามามีÿ่üนร่üมในการจัดการýึกþาระดับ การýึกþาขั้นพื้นฐาน เพื่อÿนับÿนุนและพัฒนาผู้เรียนใĀ้ได้รับการพัฒนาตามคüามถนัดผ่านĀลักÿูตรและกิจกรรม ที่ออกแบบร่üมกันกับÿถานýึกþา เพื่อการÿ่งต่อผู้เรียนÿู่ÿถาบันการýึกþาในÿาขาที่ตรงกับคüามต้องการ Āรือเพื่อใĀ้ผู้เรียนได้มีทักþะประกอบอาชีพตามคüามถนัดต่อไป


36 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 36  บทบาท×ĂÜñĎšđÖĊę÷วךĂÜÖĆบÖาøÝĆดÖาøýċÖþาทùþãĊพหุปัญญาǰ การ์ดเนอร์เÿนอü่าบทบาทของนักการýึกþาและผู้เกี่ยüข้องที่คüรเปลี่ยนแปลง ดังนี้  บทบาทนĆÖÖาøýċÖþาǰ 1311 โรงเรียนคüรจะมีผู้เชี่ยüชาญทางการüัดและประเมิน ที่จะเข้าใจและüัดคüามÿนใจและ คüามÿามารถของผู้เรียนที่มีคüามถนัดต่าง ๆ กัน โดยใช้เครื่องมือüัดคüามÿามารถทางปัญญา (Intelligence-4/i? In@t?u:ent) แต่ละด้าน ซึ่งจะบอก ได้ü่าผู้เรียนคนไĀนมีคüามถนัดด้านไĀน และคüรแลกเปลี่ยนคüามคิดเĀ็นกับ ผู้เรียน ครูและผู้ปกครองเกี่ยüกับผลการเรียนของผู้เรียน 1312 โรงเรียนคüรมีผู้ดูแลทางĀลักÿูตรที่ผู้เรียนเป็นýูนย์กลาง 'tu2ent- cu??iculu: ?o8e?) ซึ่งจะช่üยใĀ้ผู้เรียนÿามารถจัดĀลักÿูตร Āรือแผนการ เรียนรู้ที่ÿอดคล้องกับคüามÿนใจ เป้าĀมาย พัฒนาการและ ลีลาการเรียนของตน โดยใช้นüัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาช่üย 1313 โรงเรียนคüรจะมีผู้ดูแลโรงเรียนและชุมชน ('c6oolco::unitF ?o8e?) ที่จะจัดโอกาÿ การเรียนรู้ใĀ้ผู้เรียนได้ÿัมผัÿในüงกü้าง โดยคüรเป็น บุคคลที่รู้คüามเคลื่อนไĀüต่าง ๆ ในชุมชน ที่Āาไม่ได้จาก โรงเรียน โดยเÞพาะผู้เรียนพิเýþ ที่คüามÿามารถทางÿมองไม่ปกติผู้เรียนเĀล่านี้คüรมีบุคคลที่เรียกü่าเป็นผู้òřก pp?entice@6ip) ผู้ช่üยเĀลือ (Mento?@6ip) Āรือ ผู้òřกงาน (Inte?n@6ip) ซึ่งเป็นผู้ที่ผู้เรียนรู้ÿึกปลอดภัยที่จะ อยู่ด้üย และผู้ดูแลทางการýึกþาคüรจัดใĀ้ผู้เรียนเĀล่านี้ได้มีโอกาÿเติบโต ในÿังคม  บทบาท×ĂÜคøĎǰÿำหøĆบคøĎแúąคøĎêšนแบบǰ !12%0 ff%!#(%0 1321 ครูคüรมีอิÿระในการÿอน โดยใช้ลีลาการÿอนเÞพาะตน 1322 ครูต้นแบบคüรมีบทบาทในการนิเทýติดตามครูใĀม่ และจัดใĀ้มีคüามÿมดุลระĀü่างĀลักÿูตร การÿอน การüัด และประเมินผล ผู้เรียนและชุมชน  ñúÖøąทบÝาÖÿĆÜคö fl/?2ne? เชื่อü่า ÿังคมปัจจุบัน ได้รับผลกระทบจาก 3 ÿิ่งต่อไปนี้คือ 1331 การนำüัฒนธรรมตะüันตก (+e@ti@t) มาใช้ Āมายถึง แนüคüามคิดจากนักปรัชญาตะüันตก เช่น การเน้นÿติปัญญาด้านใดด้านĀนึ่งแต่เพียง อย่างเดียü เช่น ด้านตรรกะĀรือ การคิดอย่างมีเĀตุผล เป็นÿิ่งที่ดี แต่ไม่ใช่ÿิ่งเดียü ที่คüรเน้น 1332 การทดÿอบ ((e@ting) Āมายถึงการทดÿอบทางจิตüิทยา ที่üัดคüาม ÿามารถคüามพร้อม และการจัดอันดับบุคคล การทดÿอบน่าจะเน้นในเรื่อง ของคüามเป็นมนุþย์ใĀ้มากกü่าการüัดคüามÿามารถและ คüามพร้อมของบุคคล Āรือการจัดอันดับบุคคลเท่านั้น 1333 คüามเป็นเลิý (e@ti@t) คüามเป็นเลิýไม่ได้Āมายถึงÿิ่งที่ดีที่ÿุด และÞลาดที่ÿุด ((6e e@t /n2 ?ig6tne@@) แต่คüามเก่งคüรเป็นการผÿมผÿานÿิ่งที่ดีที่ÿุดĀลายอย่าง เข้าด้üยกัน ไม่ใช่คüามเก่งด้านใด ด้านĀนึ่งแต่เพียงอย่างเดียü


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 37 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 บทÿøุป พĀุปัญญาในชั้นเรียน คือ การจัดการเรียนรู้อย่างĀลากĀลาย ตอบÿนองคüามแตกต่างด้านพĀุปัญญา ของผู้เรียน การออกแบบการจัดการเรียนรู้มีลักþณะเป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการอย่างÿอดคล้องกับบริบท ทางÿังคมและüัฒนธรรมใช้üิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ctiCe e/?ning ผู้เรียนมีโอกาÿได้ใช้พĀุปัญญาที่โดดเด่น ของตนเอง ผู้ÿอนมีบทบาทเป็น o/c6 และ Mento? โดยมีเป้าĀมายเพื่อใĀ้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ใน คüามคิดรüบยอดĀลัก M/in concept) พัฒนาÿมรรถนะ และคุณลักþณะอันพึงประÿงค์ของผู้เรียน


38 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 38 บøøèานุÖøö üิชัย üงý์ใĀญ่ มารุต พัฒผล. (2). พหุปัญญาĔนßĆĚนđøĊ÷น. กรุงเทพมĀานคร : คณะýึกþาýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยýรีนครินทรüิโรฒ. ถ่ายเอกÿาร. ประเÿริฐ แซ่เอีěยบกฤช ÿินธนะกุล และจิรพันธุ์ýรีÿมพันธุ์ (29) “ÖøĂบแนวคิดĔนÖาøĂĂÖแบบ ÖøąบวนÖาøđøĊ÷นøĎšแบบøŠวööČĂøŠวöÖĆบĂĊđúิøŤนนิęÜแบบปøĆบđหöาąÿำหøĆบนĆÖýċÖþาทĊęöĊควาöแêÖêŠาÜ ทาÜพหุปัญญา.” üารÿารýึกþาýาÿตร์มÿธ ปีที่ 9 Þบับที่ 2 2559)  116-130 เยาüพา เดชะคุปต์. (251) øา÷ÜานÖาøวิÝĆ÷ǰÖาøýċÖþาñúÖาøดĞาđนินÖาøวิÝĆ÷แúąพĆçนาđพČęĂปäิøĎป ÖาøđøĊ÷นøĎšêาöøĎปแบบพหุปัญญาđพČęĂÖาøđøĊ÷นøĎšÿĞาหøĆบÖาøýċÖþาปåöวĆ÷Ĕนบøิบท×ĂÜ ÿĆÜคöĕท÷ กรุงเทพมĀานคร : คณะýึกþาýาÿตร์มĀาüิทยาลัยýรีนครินทรüิโรฒ. ถ่ายเอกÿาร. ราชบัณæิตยÿถาน . (2). พÝนานุÖøöýĆพทŤýċÖþาýาÿêøŤÞบĆบøาßบĆèæิê÷ÿëาน กรุงเทพมĀานคร  อรุณการพิมพ์ ÿำนักงานเลขาธิการÿภาการýึกþา. (2). คĎŠöČĂÖาøคĆดÖøĂÜแúąพĆçนาพหุปัญญา ÿมุทรปราการ. บริþัท เอÿ.บี.เค การพิมพ์ จำกัด. fl/?2ne? ffioD/?2 199) 3*2).*% ,2%**)'%,#% ff(% ff(%-06 ), fl0!#2)#% "eD -o?8 /@ic oo8 .......... 1999) ,2%**)'%,#% 0%&0!+%$ 3*2).*% ,2%**)'%,#%1 &-0 2(% 12 %,2306 "eD -o?8 /@ic oo8


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 39 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 39 õาคñนวÖ


40 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 0 êĆวĂ÷ŠาÜหนŠว÷ÖาøđøĊ÷นøĎš øąดĆบปåöวĆ÷


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 41 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 41 ผังความคิดแผนการจัดประÿบการณ์Āน่วยครอบครัวมีÿุขชั้นอนุบาลปีที่3 Āน่วย ครอบครัวมีÿุข 3. กิจกรรมศิลปะÿร้างÿรรค์ 1. üาดภาพตามจินตนาการ 2 ประดิþå์Āุ่นบุคคลในครอบครัüจากไม้ ไอýกรีม 3. กิจกรรมระบายÿีภาพบุคคลในครอบครัü 4. กิจกรรมปัŪนดินนĚำมันÿมาชิกในครอบครัü 5. กิจกรรมประติดภาพบุคคลในครอบครัü 1.กิจกรรมเคลื่อนไĀวและจังĀวะ 1. เคลื่อนไĀüร่างกายตามข้อตกลง 2 เคลื่อนไĀüร่างกายพร้อมอุปกรณ์ 3 เคลื่อนไĀüร่างกายตามคำบรรยาย 4. เคลื่อนไĀüร่างกายตามคำÿั่ง 5. เคลื่อนไĀüร่างกายแบบผู้นำ –ผู้ตาม 2. กิจกรรมเÿริมประÿบการณ์ 1. ÿมาชิกในครอบครัüของฉัน 2. การปฏิบัติตนเป็นÿมาชิกที่ดีของครอบครัü 3. มารยาทในการปฏิบัติตนในครอบครัü 4. บ ทบาทĀน้าที่ของบุคคลในครอบครัü 5. อาชีพของบุคคลในครอบครัü 4. ÖิÝÖøøöÖาøđúŠนêาööุö 1.มุมนิทาน 2.มุมตัüต่อ 3.มุมýิลปะ 4.มุมบทบาทÿมมุติ 5.มุมภาþา 5ǰÖิÝÖøøöÖาøđúŠนÖúาÜแÝšÜ  เล่นนĚำ –เล่นทราย 2.เครื่องเล่นÿนาม 3. การละเล่นรีรีข้าüÿาร 4.การละเล่นงูกินĀาง 5. เกมüิ่งแย่งĀาง 6. ÖิÝÖøøöđÖöÖาøýċÖþา 1. เกมภาพตัดต่อÿมาชิกในครอบครัü 2. เกมจับคู่ภาพกับเงา 3. เกมเรียงลำดับเĀตุการณ์ 4. เกมจับคู่ภาพÿมาชิกในครอบครัüกับตัüเลข 5. เกมจัดĀมüดĀมู่


42 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2ผังคüามคิดแÿดงคüามÿัมพันธ์ระĀü่างการจัดกิจกรรมกับคüามÿามารถตามแนüพĀุปญญาĀน่üยครอบครัüมีÿุข üันที่ 1 ÿมาชิกในครอบครัüของฉัน ด้านภาþา -กล้าพูดกล้าแÿดงออกอย่างเĀมาะÿม กับÿถานการณ์(กิจกรรมเÿริมประÿบการณ์) -เด็กเล่าเรื่องราü แนะนำÿมาชิกใน ครอบครัü (กิจกรรมเÿริมประÿบการณ์) ด้านตรรกะ-คณิตýาÿตร์ -เรียนรู้เกี่ยüกับรูปร่างรูปทรง เรขาคณิต ผ่านการจับĀรือเล่นÿิ่งต่างๆรอบตัü (กิจกรรมการเล่นตามมุม) - ÿังเกตรายละเอียดภาพ เปรียบเทียบเรื่องÿี ขนาด ของรอยต่อเกมภาพตัดต่อครอบครัü (กิจกรรมเกมการýึกþา) ด้า นมิติÿัมพันธ์ - üาดภาพระบายÿีอย่างÿร้างÿรรค์ตาม จินตนาการ (กิจกรรมýิลปะÿร้างÿรรค์) -ต่อบล็อกเป็นรูปต่างๆได้ (กิจกรรมการเล่นตามมุม) ด้านดนตรี -แÿดงท่าทางตามจังĀüะ Āรือ เÿียงเพลง (กิจกรรมเคลื่อนไĀüและจังĀüะ) ด้า นร่างกาย -คüบคุมการเคลื่อนไĀüของ กล้ามเนื้อมัดใĀญ่ได้ (กิจกรรมเคลื่อนไĀüและจังĀüะ) -ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและการ ประÿานÿัมพันธ์ระĀü่างมือกับตา ในการทำกิจกรรม (กิจกรรมýิลปะÿร้างÿรรค์) ด้านคüามเข้าใจระĀü่างบุคคล -มีปฏิÿัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อน ทำกิจกรรม ร่üมกับเพื่อน (กิจกรรมýิลปะÿร้างÿรรค์) -เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน ของเล่ นกับเพื่อน (กิจกรรมการเล่นตามมุม) -เล่นและปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย (กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง) ด้านคüามเข้าใจตนเอง -ทำงานýิลปะด้üยตนเองจนÿำเร็จ (กิจกรรมýิลปะÿร้างÿรรค์) - üางแผนการเล่นตามมุมของตนเอง (กิจกรรมการเล่นตามมุม) ด้านธรรมชาติ -ได้เล่นและÿำรüจÿิ่งต่างๆ ที่เป็นธรรมชาติ รอบตัüอย่างน้ำ ,ทราย (กิจกรรมการเล่นลางแจ้ง) -ใช้üัÿดุอุปกรณ์ในธรรมชาติ มาทำงานýิลปะได้ (กิจกรรมýิลปะÿร้างÿรรค์)


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 43 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 แñนÖาøÝĆดปøąÿ บÖาøèŤøา÷วĆนǰวĆนทĊę1หนŠว÷ทĊę5คøĂบคøĆวöĊÿุ× ßĆĚนĂนุบาúทĊęǰ3 จุดประÿงค์ การเรียนรĎ้ความÿามารë ทางóĀุปŦââา ÿาระการเรียนรĎ้ กิจกรรมการเรียนรĎ้ÿื่ อ การประเมิน óัçนาการประÿบการณ์ÿĈคัâ ÿาระที่ควร เรียนรĎ้ ÖิÝÖøøöđคúČęĂนĕหว แúąÝĆÜหวą 1.คüบคุมการ เคลื่อนไĀüของ กล้ามเนืĚอมัดใĀญ่ ได้ 2.แÿดงท่าทางตาม จังĀüะ Āรือ เÿียงเพลง -ด้านร่างกาย -ด้านดนตรี การเคลื่อนไĀü ตามเÿียงเพลง/ ดนตรี 1.กิจกรรมพืĚนåานใĀ้เด็กเคลื่อนไĀüร่างกาย อย่างอิÿระภายในĀ้องเรียนเมื่อได้ยินÿัญญาณ ĶĀยุดķ(เคาะเครื่องเคราะจังĀüะ 2 ครัĚงต่อกัน ใĀ้Āยุดเคลื่อนไĀüในท่านัĚนทันที 2. ครูแนะนำเพลง ครอบครัüของÞันใĀ้เด็ก ร่üมกันร้องเ พลงและแÿดงท่าทางประกอบเพลง อย่างอิÿระ 3 เด็กผ่อนคลายในท่าÿบายĀายใจเข้าĀายใจ ออกช้า ๆ 1 เครื่องเคาะ จังĀüะ 2. เพลง ครอบครัüของ Þัน ÿĆÜđÖê 1.เคลื่อนไĀüร่างกาย ประกอบเพลงอย่าง คล่องแคล่ü 2.แÿดงท่าทางตาม จังĀüะเÿียงเพลง


44 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 44จุดประÿงค์ การเรียนรĎ้ความÿามารë ทางóĀุปŦââา ÿาระการเรียนรĎ้ กิจกรรมการเรียนรĎ้ÿื่อการประเมิน óัçนาการประÿบการณ์ ÿĈคัâ ÿาระที่ ควร เรียนรĎ้ ÖิÝÖøøöđÿøิö ปøąÿบÖาøèŤ 1.กล้าพูดกล้า แÿดงออกอย่าง เĀมาะÿมตาม ÿถานการณ์ 2.เด็กÿามารถ เล่าเรื่องแนะนำ ÿมาชิกใน ครอบครัüของ ตนเองได้ -ด้านภาþา -การพูดแÿดง คüามคิด คüามรู้ÿċกและ คüามต้องการ -พูดกับผู้อื่น เกี่ยüกับ ประÿบการณ์ ของตนเอง Āรือพูดเล่า เรื่องราü เกี่ยüกับตนเอง การพูดแนะนำ ÿมาชิกใน ครอบครัüเช่ น -ชื่อตัüเอง -ชื่อÿมาชิกใน ครอบของ ตัüเอง 1. เด็กเล่าแนะนำÿมาชิกในครอบครัüของตนเอง ใĀ้เพื่อนในĀ้องฟัง 2.ครูนำĀนังÿือนิทาน “เรื่อง ครอบครัüของÞัน” มาใĀ้เด็กÿังเกตĀน้าปก 3.ครูใĀ้เด็กคาดคะเนเรื่อง จากปากü่าเป็นเรื่อง เกี่ยüกับอะไร 4.ครูเล่านิทาน “เรื่องครอบครัüของÞัน”และใĀ้ เด็กพูดตาม 5.เด็กและครูร่üมกันÿรุปในÿิ่งที่ได้จากนิทาน “เรื่อง ครอบครัüของÞัน” 1 Āนังÿือนิทาน “เรื่อง ครอบครัü ของÞัน” ÿĆÜđÖê 1. เด็กกล้าพูดกล้า แÿดงออกอย่างเĀมาะÿม ตามÿถานการณ์ 2. เด็กÿามารถเล่าเรื่อง แนะนำÿมาชิกใน ครอบครัüของตนเองได้


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 45 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 5 จุดประÿงค์ การเรียนรĎ้คüามÿามารถ ทางพĀุ ปญญา ÿาระการเรียนรĎ้ กิจกรรมการเรียนรĎ้ÿČ่อการประเมิน พัçนาการประÿบการณ์ ÿĈคัญÿาระที่คüร เรียนรĎ้ ÖิÝÖøøöýิúปą ÿøšาÜÿøøคŤ 1. ทำงานýิลปะด้üย ตนเองจนÿำเร็จได้ 2. พัฒนากล้ามเนื้อ เล็กและการ ประÿานÿัมพันธ์ ระĀü่างมือกับตา 3. มีปäิÿัมพันธ์ที่ดี กับเพื่อนในĀ้อง . üาดภาพระบาย ÿีอย่างÿร้างÿรรค์ ตามจินตนาการของ เด็ก 5.เด็กใช้üัÿดุ อุปกรณ์ในธรรมชาติ มาทำงานýิลปะได้ ดšานøŠาÜÖา÷ ดšานđךาĔÝ êนđĂÜ ดšานđךาĔÝ øąหวŠาÜบุคคú ดšานöิêิ ÿĆöพĆนíŤ ดšานíøøößาêิ การทำ กิจกรรมýิลปะ ต่างๆ การเขียนภาพ และการเล่นกับ ÿี การเล่นและ ทำงานร่üมกับ ผู้อื่น 1.ครูแนะนำกิจกรรมÿร้างÿรรค์ประกอบด้üย  üาดภาพตามจินตนาการ -ประดิþฐ์Āุ่นบุคคลในครอบครัüจากไม้ ไอýกรีม กิจกรรมระบายÿีภาพบุคคลในครอบครัü -กิจกรรมปัŪนดินน้ำมันÿมาชิกในครอบครัü -กิจกรรมประติดภาพบุคคลในครอบครัü จากเýþüัÿดุธรรมชาติ 2. เด็กเลือกทำกิจกรรมÿร้างÿรรค์ 2 กิจกรรมตาม คüามÿนใจ 3. ในระĀü่างที่เด็กทำกิจกรรมครูคอยใĀ้คำแนะนำ เกี่ยüกับการใช้อุปกรณ์ทำงานýิลปะÿร้างÿรรค์ 4.เมื่อ ĀมดเüลาในการทำกิจกรรมครูใĀ้ÿัญญาณ ใĀ้เด็กๆช่üยกันเก็บอุปกรณ์ใĀ้เรียบร้อย 5.เด็กนำเÿนอผลงานของตนเองและบอก คüามรู้ÿึกที่มีต่อผลงาน 1. ÿีเทียน 2. ÿีน้ำพู่กัน จานÿี ภาชนะใÿ่น้ำ 3 ÿีไม้ ดินน้ำมัน 5กระดาþÿี 6.เýþüัÿดุธรรมชาติ ไม้ไอýกรีม 8กระดาþขาüเอ 4 ÿĆÜđÖê 1. การทำงานýิลปะ ดัüยตนเองจนÿำเร็จ 2. ใช้กล้ามเนื้อเล็กและ การประÿานÿัมพันธ์ ระĀü่างมือกับตาได้อย่าง คล่องแคล่ü 3 มีปäิÿัมพันธ์ที่ดีกับ เพื่อนในĀ้อง  üาดภาพระบายÿี อย่างÿร้างÿรรค์ตาม จินตนาการได้ 5ใช้üัÿดุอุปกรณ์ใ น ธรรมชาติ มาทำงาน ýิลปะได้


46 แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 6 จุดประÿงค์ การเรียนรĎ้คüามÿามารถ ทางพĀุปญญา ÿาระการเรียนรĎ้ กิจกรร มการเรียนรĎ้ÿČ่อการประเมิน พัçนาการประÿบการณ์ÿĈคัญÿาระที่คüรเรียนรĎ้ ÖิÝÖøøöÖาøđúŠน êาööุö 1. üางแผนการ เล่นตามมุมของ ตนเองได้ 2เด็กได้เรียนรู้ เกี่ยüกับรูปทรง เรขาคณิตผ่านการ จับĀรือเล่นÿิ่ง รอบตัü . เด็กÿามารถต่อ บล็อกเป็นรูปต่างๆ ได้ .เด็กÿามารถ แบ่งปันของเล่นกับ เพื่อนในĀ้องได้ ดšานêøøÖą คèิêýาÿêøŤ ดšานöิêิÿĆöพĆนíŤ ดšานควาöđךาĔÝ øąหวŠาÜบุคคú ดšานควาöđךาĔÝ êนđĂÜ การเล่นตามมุม ประÿบการณ์มุม เล่นต่างๆ การปäิบัติ กิจกรรมต่างๆ ตามคüามÿามารถ ของตนเอง การปäิบัติตน เป็นÿมาชิกที่ดี ของĀ้องเรียน การเล่นกับÿื่อ ต่างๆที่เป็นทรง กลมทรงÿี่เĀลี่ยม มุมÞาก ทรงกระบอก ทรงกรüย การเล่นและ ทำกิจกรรม ด้üยตนเอง และกับผู้อื่นได้ 1.ครูแนะนำมุมประÿบการณ์ กติกาและüิธีการ เล่นในแต่ละมุม และใĀ้เด็กเลือกเล่นตามคüาม ÿนใจ 2. เด็กเลือกกิจกรรมเÿรีตามมุมประÿบการณ์ตาม คüามÿนใจ เช่น มุมüิทยาýาÿตร์ มุมนิทาน มุมบล็อก มุมบทบาทÿมมติ มุมบ้าน ĄลĄ 3.เมื่อĀมดเüลาครูใĀ้ÿัญญาณĀยุดเล่น เด็ก ช่üยกันเก็บของเข้าที่ใĀ้เรียบร้อย มุมประÿบการณ์ ภายในĀ้องเรียน เช่ น มุมüิทยาýาÿตร์ มุมนิทาน มุมบล็อก มุมบทบาทÿมมติ มุมบ้าน ĄลĄ ÿĆÜđÖê 1. เด็กüางแผนการ เล่นตามมุมของตนเอง ได้ 2.เด็กเล่นกับÿื่อต่างๆ ที่เป็นรูปทรง เรขาคณิต . เด็กÿามารถต่อ บล็อกเป็นรูปต่างๆได้ 4.เด็กเอื้อเôŚŪอ แบ่งปันของเล่นกับ เพื่อนในĀ้องได้


แนüทางการพัฒนาพĀุปัญญาในÿถานýึกþา 47 ÿำานักงานเขตพื้นที่การýึกþาประถมýึกþาชัยภูมิเขต 2 จุดประÿงค์ การเรียนรĎ้ คüามÿามารถ ทางพĀุปญญา ÿาระการเรียนรĎ้ กิจกรรมการเรียนรĎ้ÿČ่ อ การประเมิน พัçนาการประÿบการณ์ÿĈคัญÿาระที่คüร เรียนรĎ้ ÖิÝÖøøöÖาøđúŠน ÖúาÜแÝšÜ 1.เพื่อใĀ้เด็กเล่น และปäิบัติต่อ ผู้อื่นอย่าง ปลอดภัย ได้ 2.เด็กได้ÿัมผัÿ และÿำรüจ ธรรมชาติรอบตัü ( น้ำ ทราย) ดšานöิêิÿĆöพĆนíŤ ดšานíøøößาêิ การปäิบัติตน ใĀ้ปลอดภัยใน กิจüัตรประจำüัน การÿังเกต ลักþณะ ÿ่üนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และคüามÿัมพันธ์ การคิดเชิงเĀตุผล ของÿิ่งต่างๆโดย ใช้ประÿาทÿัมผัÿ อย่างเĀมาะÿม ÿัมผัÿ และ ÿำรüจ รรม ชาติรอบตัü (น้ำ ทราย) 1.เด็กและครูพูดข้อตกลงก่อนไปเล่นน้ำเล่นทราย เพื่อใĀ้เกิดคüามปลอดภัยต่อตัüเองและเพื่อน โดย ใช้คำถามใĀ้เด็กคิดดังนี้ เล่นน้ำเล่นทราย อย่างไรจึงจะปลอดภัยทั้ง ตนเองและเพื่อน 2. เด็กเดินเป็นแถüไปเล่นน้ำĀรือทรายตามคüาม ÿนใจโดยนำอุปกรณ์แบบพิมพ์ไปด้üยซึ่งครูคอย ดูแลชี้แนะอย่างใกล้ชิดขณะเด็กทำกิจกรรมและ คอยถามคüามรู้ÿึกเมื่อเด็กÿัมผัÿ น้ำและทราย 3. ก่อนĀมดเüลาครูใĀ้ÿัญญาณ เด็กทำคüาม ÿะอาดอุปกรณ์แบบพิมพ์ และร่างกาย 4. เด็กเดินเป็นแถüกลับĀ้องเรียน 1. บริเüณเล่นน้ำ 2. บริเüณเล่นทราย 3. อุปกรณ์แบบพิมพ์ ÿĆÜđÖê 1.เด็กทำกิจกรรมและ ปäิบัติต่อผู้อื่นอย่าง ปลอดภัยได้ 2.เด็กบอกพื้นผิüÿัมผัÿ และคüามรู้ÿึกเมื่อได้ ÿัมผัÿ น้ำและทรายได้


Click to View FlipBook Version