194 รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 6.คู่ความมีความสุข มีความสบายใจเมื่อปฏิบัติตามสัญญา ประนีประนอมยอมความได้ส าเร็จ 7.การไกล่เกลี่ยของศาลน าไปสู่ความสะดวก ประหยัด และรวดเร็ว 8.คู่ความได้รับค าชมจากผู้อื่นที่สามารถปฏิบัติตามสัญญา ประนีประนอมยอมความได้ส าเร็จ 9.คู่ความสามารถรู้จักวางแผนการด าเนินชีวิตที่ดีและรอบคอบมากขึ้น ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ขอขอบคณุในการแสดงความคิดเหน ็ ที่เป็ นประโยชน์ต่อการวิจยั นางพงารัตน์ มาประณีต ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้วิจัย
195 () แรงจูงใจต่อการปฏิบตัิตามสญัญาประนีประนอมยอมความในคดีครอบครัว ที่มีผเู้ยาวเ์ป็ นผมู้ีส่วนได้เสีย ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- ค าชี้แจง แบบสอบถามแรงจูงใจของการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีครอบครัว ที่มีผู้เยาว์เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ในการรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับแรงจูงใจ ต่อการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แบบสอบถามมี 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 แรงจูงใจของการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีครอบครัว ที่มีผู้เยาว์ เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ค าแนะน า ให้ผู้ตอบแบบสอบถามท าเครื่องหมาย ใน ให้สมบูรณ์ตามความเป็นจริง 1.เพศ ชาย หญิง 2.อายุ 20-29 ปี 30-39 ปี 40-49 ปี 50 ปีขึ้นไป 3.สถานภาพการสมรสของค่กูรณี จดทะเบียนสมรส ไม่ได้จดทะเบียนสมรส 4.จา นวนบุตรกบัค่คูวาม 1 คน 2 คน อื่น ๆ (ระบุ)………คน. 5.วฒุิการศึกษา ต ่ากว่าปริญญาตรี ปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี อื่นๆ (ระบุ)……………………………………………………………………… 6.อาชีพ รับราชการ พนักงานราชการ พนักงานจ้างเหมาบริการ ลูกจ้างประจ า ลูกจ้างชั่วคราว อื่นๆ (ระบุ)………………… 7.รายได้ต่อเดือน ต ่ากว่า 10,000 บาท 10,000-20,000 บาท 20,001-30,000 บาท 30,001-40,000 บาท 40,001-50,000 บาท 50,001 บาทขึ้นไป 8.ปีที่ปฏิบตัิตามสญัญาประนีประนอม ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565
196 ตอนที่ 2 แรงจูงใจของการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีครอบครัว ที่มีผู้เยาว์ เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ค าแนะน า ให้ผู้ตอบแบบสอบถามท าเครื่องหมาย √ ลงในช่องด้านขวามือให้ตรงกับความรู้สึกที่แท้จริง ของตนเอง ตามเกณฑ์ดังนี้ 5 หมายถึง มีแรงจูงใจในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีแรงจูงใจในระดับมาก 3 หมายถึง มีแรงจูงใจในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีแรงจูงใจในระดับน้อย 1 หมายถึง มีแรงจูงใจในระดับน้อยที่สุด รายการแรงจูงใจ ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 ด้านความสา เรจ ็ ของการปฏิบตัิตามสญัญาประนีประนอม 1.คู่ความมีความรับผิดชอบที่ต้องการให้ส าเร็จตามการท าสัญญา ประนีประนอมยอมความ 2.คู่ความสามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างความรับผิดชอบ ท าตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ทันเวลาที่ก าหนด 3.คู่ความมีก าลังใจจากบุตรที่ส่งผลให้มีความรับผิดชอบได้ดี 4.คู่ความมีก าลังใจจากครอบครัวตนเองและบุคคลผู้ใกล้ชิดที่เข้าใจใน ความรับผิดชอบ 5.คู่ความมีความภาคภูมิใจเมื่อท าตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ได้ส าเร็จ ด้านความรบัผิดชอบ 1.คู่ความมีความมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ 2.คู่ความก าหนดเวลาของความรับผิดชอบตามสัญญาประนีประนอม ยอมความ 3.คู่ความตระหนักถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเมื่อไม่สามารถท าตาม สัญญาประนีประนอมยอมความได้ 4.คู่ความเมื่อมีปัญหาที่ยังไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอม ยอมความได้ในบางกรณีจะแก้ปัญหาโดยการประสานแจ้งให้คู่ความ ด้วยกันทราบก่อนแล้วรีบแก้ปัญหาทันที
197 รายการแรงจูงใจ ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 5.คู่ความสามารถปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้ส าเร็จได้ ตรงตามเวลาที่ก าหนดไว้ ด้านความสมัพนัธ์ระหว่างค่คูวาม 1.คู่ความด้วยกันยอมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ดีต่อกัน 2.คู่ความด้วยกันเมื่อมีปัญหาได้ร่วมกันแก้ปัญหาด้วยความเข้าใจ 3.คู่ความด้วยกันให้โอกาสในการที่ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา ประนีประนอมยอมความได้ในบางกรณีตามเวลาที่ก าหนด 4.คู่ความด้วยกันมีความเข้าใจในการท าหน้าที่ความเป็นพ่อแม่ที่ดีต่อ บุตรผู้เยาว์ 5.คู่ความด้วยกันให้ก าลังใจซึ่งกันและกันในการท าหน้าที่เป็นพ่อแม่ที่ดี ต่อบุตรผู้เยาว์ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ขอขอบคณุในการแสดงความคิดเหน ็ ที่เป็ นประโยชน์ต่อการวิจยั นางพงารัตน์ มาประณีต ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้วิจัย
ภาคผนวก ค แบบค าถามการสนทนากลุ่ม
199 (ตรา) แบบค าถามการสนทนากลุ่ม การวิจัยเรื่อง การประเมินผลการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีครอบครัว ที่ผู้เยาว์เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา --------------------------------------------------------------------------------------- ค าชี้แจง 1. การด าเนินการสนทนากลุ่มจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถและเชี่ยวชาญจาก 8 กลุ่ม ๆ ละ 2 ท่าน ประกอบด้วย ผู้พิพากษา ทนายความ ผู้พิพากษาสมทบ ผู้ประนีประนอม อาจารย์ผู้สอนระดับอุดมศึกษา ด้านกฎหมาย นิติกรประจ าศาลเยาวชนและครอบครัว นักจิตวิทยา และผู้บริหารสถานพินิจ 2. ข้อมูลที่ได้จากการสนทนากลุ่ม มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมและพัฒนากระบวนการ ไกล่เกลี่ยและการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีครอบครัวที่มีผู้เยาว์เป็นผู้มีส่วนได้เสีย 3. ค าถามจะเป็นประเด็นค าถามหลัก ประเด็นค าถามรอง และข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูล ที่สอดคล้องกับความมุ่งหมายของการวิจัย และประเด็นค าถามรองสอดคล้องกับประเด็นค าถามหลักมากที่สุด ส านักงานประจ าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มงานไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท โทรศัพท์ 0 3524 6800-1 ต่อ 213 โทรสาร 0 3534 6800-1 ต่อ 104
200 แบบค าถามการสนทนากลุ่ม เรื่อง แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการท าสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีครอบครัว ที่ผู้เยาว์เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเด็นค าถาม ข้อมูลสนทนาแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการท าสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีครอบครัว ที่ผู้เยาว์เป็นผู้มีส่วนได้เสีย มีค าถาม 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 การประเมินผลการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ การประเมินผลการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความใน 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านบริบท ด้านปัจจัยน าเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต มีค าถาม ดังนี้ 1. ด้านบริบท ประเด็นค าถามหลัก -ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อหลักการไกล่เกลี่ยในคดีครอบครัวที่ก าหนดให้ “ศาลพยายาม เปรียบบเทียบให้คู่ความได้ตกลงกันหรือประนีประนอมข้อพิพาทโดยค านึงถึงความสุข และการอยู่ร่วมกัน ในครอบครัว” ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 146 โดยเฉพาะในคดีครอบครัวที่ผู้เยาว์เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ประเด็นค าถามรอง ประเด็นค าถามจากปัญหาการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ -ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อ “การไกล่เกลี่ยที่มีเจตนาของการสงวนและคุ้มครอง สวัสดิภาพของการสมรส” เพราะเหตุใด - ท่านมีแนวทางการส่งเสริมและพัฒนา “การไกล่เกลี่ยเพื่อให้คู่ความมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน” อย่างไร เพราะเหตุใด 2. ด้านปัจจัยน าเข้า ประเด็นค าถามหลัก - ท่านมีความคิดเห็นว่า “คู่ความ นิติกร/เจ้าหน้าที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท ของศาล ครอบครัว/คนใกล้ชิดของคู่ความ (หากมี) และทนายความ มีบทบาทต่อการไกล่เกลี ่ยคดี ครอบครัวที่ผู้เยาว์เป็นผู้มีส่วนได้เสีย” หรือไม่ อย่างไร
201 ประเด็นค าถามรอง ประเด็นค าถามจากปัญหาการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ -ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาให้“คู่ความสนใจและเห็นถึง ความส าคัญของการไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน” เพราะเหตุใด - ท่านเห็นว่า “การบริการในการจัดห้อง/มุมพักผ่อนให้แก่ผู้เยาว์ที่มากับคู่ความมีความ จ าเป็นหรือไม่ หากจ าเป็นควรมีรูปแบบอย่างไร” เพราะเหตุใด 3. ด้านกระบวนการ ประเด็นค าถามหลัก -ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อแนวทางการส่งเสริมและพัฒนา “กระบวนการไกลเกลี่ยของศาล และบทบาทผู้ประนีประนอมในคดีครอบครัว” เพราะเหตุใด ประเด็นค าถามรอง ประเด็นค าถามจากปัญหาการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ - ท่านคิดว่ามีปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อการที่ “คู่ความให้ความร่วมมือในการไกล่เกลี่ยและมาศาล ตามก าหนดนัด” -ท่านมีความคิดเห็นต่อประเด็นว่า “นิติกรควรมีการติดตามผลการปฏิบัติตามสัญญา ประนีประนอมยอมความของคู่ความเป็นระยะๆ อย่างไร” เพราะเหตุใด 4. ด้านผลผลิต ประเด็นค าถามหลัก -ท่านมีความคิดเห็นว่า “คู่ความที่มีแนวโน้มในการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ได้ส าเร็จ ควรมีคุณลักษณะอย่างไรและมีปัจจัยอื่นเสริมอีกหรือไม่” เพราะเหตุใด ประเด็นค าถามรอง ประเด็นค าถามจากปัญหาการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ -ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อ “การถอดบทเรียนในคดีที่คู่ความมีการปฏิบัติตามสัญญา ประนีประนอมยอมความจนส าเร็จ เพื่อน าแนวทางและประสบการณ์ที่ได้ไปใช้แนะน าแก่คู่ความและผู้ที่ เกี่ยวข้องในคดีอื่นๆ” เพราะเหตุใด
202 ส่วนที่ 2 แรงจูงใจมีอิทธิพลต่อการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณมีค าถามในแต่ละด้าน ดังนี้ ด้านแรงจูงใจ -ท่านมีความคิดเห็นต่อการ “เสริมสร้างแรงจูงใจให้คู่ความมีความรับผิดชอบ” และมีการปฏิบัติตาม สัญญาประนีประนอมยอมความส าเร็จอย่างไร เพราะเหตุใด ด้านความรับผิดชอบ -ท่านเห็นว่าควรมีวิธีการอย่างไรที่จะท าให้ “คู่ความตระหนักถึงผลกระทบในทางลบต่อผู้เยาว์และ บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง” จากการไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมตรงตามก าหนดเวลา เพราะเหตุใด ด้านความสัมพันธ์ระหว่างคู่ความ -ท่านเห็นว่าควรมี “แนวทางการส่งเสริมให้คู่ความเข้าใจในการท าหน้าที่ความเป็นพ่อแม่ที่ดีต่อบุตร อย่างไร และศาลควรมีบทบาทในเรื่องนี้หรือไม่” อย่างไร ส่วนที่ 3 ปัจจัยสนับสนุนแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอม ยอมความ -ท่านคิดว่า “พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มีความเหมาะสมต่อการส่งเสริมให้คู่ความสามารถไกล่ไกล่ข้อพิพาทในคดีครอบครัวจนน าไปสู่ การท าสัญญาประนีประนอมยอมความและปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ส าเร็จหรือไม่” เพราะเหตุใด -ท่านคิดว่า “ศาลควรมีนโยบายและการบริหารจัดการคดีที่ให้ความส าคัญและคุ้มครองสวัสดิภาพ ผู้เยาว์ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีครอบครัวที่ชัดเจนยิ่งขึ้นหรือไม่” อย่างไร
203 ประวัติย่อผู้วิจัย ชื่อ-สกุล นางพงารัตน์ มาประณีต ประวัติการท างาน พ.ศ. 2544 เริ่มรับราชการต าแหน่ง ผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ. 2566-ปัจจุบัน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2539 นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2540 เนติบัณฑิตไทย ส านักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2543 นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามค าแหง พ.ศ. 2551 Mini LL.M. (Chicago- Kent Colleage of Law) พ.ศ. 2561 รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(NIDA)
035-346800 ถึงถึ 1 @433ihpfd [email protected]