แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่2 เรื่อง การอ่านประเมินคุณค่า เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนิน ชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 1.1 ม.3/6 ประเมินความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สนับสนุนในเรื่องที่อ่าน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกหลักประเมินเรื่องที่อ่านได้(K) 2. ประเมินความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สนับสนุนในเรื่องที่อ่านได้ (P) 3. เห็นคุณค่าของการประเมินเรื่องที่อ่านเรื่องที่อ่าน (A) 3. สาระสำคัญ การอ่านจับใจความจากงานเขียนเชิงสร้างสรรค์ ผู้เรียนต้องประเมินความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สนับสนุนใน เรื่องที่อ่าน 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) การอ่านจับใจความสื่อต่าง ๆ เช่น งานเขียนเชิงสร้างสรรค์ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้
อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และการใช้ข้อมูลประกอบการเขียน ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู้ เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และเรื่อง การอ่านประเมินคุณค่าจากหนังสือเรียน ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำใบงานที่ ๔.๑ เรื่อง การอ่านประเมินคุณค่างานเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยให้ สมาชิกในแต่ละกลุ่มจับคู่กันเป็น ๒ คู่ แล้วให้แต่ละคู่ปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ - สมาชิกคนที่ ๑ อ่านโจทย์คำถาม และเขียนคำตอบ - สมาชิกคนที่ ๒ เป็นฝ่ายสังเกต ตรวจสอบคำตอบ ให้สมาชิกแต่ละคู่เปลี่ยนบทบาทกันในคำถามข้อต่อไป ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนรวมกลุ่มเดิมให้แต่ละคู่นำคำตอบของคู่ตนเองมานำเสนอให้เพื่อนอีกคู่หนึ่งฟัง เพื่อช่วยกัน ตรวจสอบความถูกต้อง) ขั้นสรุปและประเมิน
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลงานในใบงานที่ ๔.๑ หน้าชั้นเรียน 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียนภาษาไทย : หลักภาษาไทย ม. 3 2) ใบงาน ๔.๑ เรื่อง การอ่านประเมินคุณค่างานเขียนเชิงสร้างสรรค์ 3) ใบความรู้ เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 4.1 ใบงานที่ 4.1 ระดับ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่ความรู้ มุ่งมั่นในการทำงานและรักความ เป็นไทย แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่2 เรื่อง การแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนิน ชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 1.1 ม.3/7 วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่อง ท 1.1 ม.3/8 วิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกหลักวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านได้(K) 2. วิเคราะห์ วิจารณ์ ความสมเหตุสมผล และลำดับความ ความเป็นไปได้ของเรื่อง และแสดงความคิดเห็น โต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้(P) 3. เห็นคุณค่าของการวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้(A) 3. สาระสำคัญ การอ่านจับใจความจากข่าวและเหตุการณ์สำคัญ ผู้เรียนต้องวิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความและ ความเป็นไปได้ของเรื่อง วิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) การอ่านจับใจความสื่อต่าง ๆ เช่น ข่าวและเหตุการณ์สำคัญ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียน ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนแต่ละคนอ่านเรื่องพยากรณ์ประเทศไทย เดือนกุพาพันธ์ 2555 แล้วให้นักเรียนสังเกต รับรู้ และพิจารณาคำ ข้อความ จากเรื่อง จากนั้นร่วมกันสรุปใจความสำคัญ ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนตอบคำถาม การโต้แย้งเป็นผลดีหรือผลเสียอย่างไรต่องานเขียน (พิจารณาคำตอบของ นักเรียนโดยดุลพินิจของผู้สอน) ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนรวมกลุ่มเดิมเพื่ออธิบายหรือตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยหรือไม่กับเรื่องที่อ่าน เน้นการให้เหตุผลด้วยหลักการ กฎเกณฑ์ อ้างอิงหลักฐานความน่าเชื่อถือ 5. นักเรียนตอบคำถามข้อ 1-2 1) จากเรื่องพยากณ์ประเทศไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2555 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อในเรื่องใด
2) ความเชื่อในเรื่องนี้อยู่ในวิถีชีวิตคนไทยหรือไม่ เพราะเหตุใด 6. นักเรียนแต่ละคนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากความคิดของตน ได้ฟังและ ตอบคำถามตามความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เน้นความแตกต่างการเปบี่ยนความคิดอย่างมีเหตุผลไม่ใช้อารมณ์หรือ ความคิดของตนเป็นใหญ่ ขั้นสรุปและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 7. นักเรียนตอบคำถาม การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเป็นการทำงานตามวิธีใด (เป็นการทำงาน งานตามหลักประชาธิปไตย) 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียนภาษาไทย : หลักภาษาไทย ม. 3 2) พยากรณ์ประเทศไทย เดือนกุมพาพันธ์ 2555 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่ความรู้ มุ่งมั่นในการทำงานและรักความ เป็นไทย แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่2 เรื่อง การแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนิน ชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 1.1 ม.3/7 วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่อง ท 1.1 ม.3/8 วิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกหลักวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านได้(K) 2. วิเคราะห์ วิจารณ์ ความสมเหตุสมผล และลำดับความ ความเป็นไปได้ของเรื่อง และแสดงความคิดเห็น โต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้(P) 3. เห็นคุณค่าของการวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้(A) 3. สาระสำคัญ การอ่านจับใจความจากข่าวและเหตุการณ์สำคัญ ผู้เรียนต้องวิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความและ ความเป็นไปได้ของเรื่อง วิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) การอ่านจับใจความสื่อต่าง ๆ เช่น ข่าวและเหตุการณ์สำคัญ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเปรียบเทียบความแตกต่างและความคล้ายคลึงของสิ่งต่าง ๆ ในเรื่อง พยากรณ์ประเทศไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2555 (จากแผนการเรียนรู้ที่ 18) แล้วจัดกลุ่มสิ่งที่เป็นพวกเดียวกัน หา เหตุผลหรือกฎเกณฑ์มาเชื่อมโยงในลักษณ์อุปมาอุปมัย ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนตอบคำถามการเขียนอุปมาอุปมัยเป็นการเขียนโดยวิธีใด (เขียนเปรียบเทียบ) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์วิเคราะห์ เรื่องพยากรณ์ประเทศไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดย จำแนกหาข้อดี ข้อด้อย ส่วนดี ส่วนเสีย ส่วนสำคัญหรือส่วนที่ไม่สำคัญจากเรื่องด้วยการยกเหตุผลและหลักฐาน ประกอบ เช่น บอกว่าการเขียนเรื่องนั้นเหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด - นักเรียนคิดว่า ผู้เขียนเรื่องนี้น่าจะไม่มีความรู้เรื่องใด
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันพิจารณาข้อมูลต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน แล้วสรุปผลอย่าง ตรงไปตรงมาตามหลักฐานข้อมูล เช่น เรื่องพยากรณ์ประเทศไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2555 นั้น นักเรียนเห็นว่าเป็น สิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ หากไม่เห็นด้วย นักเรียนควรปฏิบัติอย่างไร มีเหตุผลสนับสนุนอย่างไร ข้อความที่กล่าวมานั้น เชื่อถือได้หรือไม่ อย่างไร ขั้นสรุปและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 6. นักเรียนร่วมกันเขียนสรุปความคิดเห็นแล้วส่งตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน 7. ทำแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) พยากรณ์ประเทศไทย เดือนกุมพาพันธ์ 2555 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่ความรู้ มุ่งมั่นใน การทำงานและรักความเป็นไทย แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจการเขียนแสดงความคิดเห็น โต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน แบบประเมินการเขียนแสดงความ คิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ครูมอบหมายให้นักเรียนเลือกข่าวที่สนใจ 1 ข่าว มาเขียนแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด 1) การระบุใจความสำคัญและรายละเอียดของข้อมูลที่สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน 2) การวิเคราะห์วิจารณ์และประเมินเรื่องที่อ่านโดยใช้กลวิธีการเปรียบเทียบ 3) การประเมินความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สนับสนุนในเรื่องที่อ่าน 4) การวิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่อง 5) การวิเคราะห์เพื่อแสดงเพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน
11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 19 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่2 เรื่อง การอธิบาย ชี้แจง โต้แย้ง เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนิน ชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 1.1 ม.3/7 วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่อง ท 1.1 ม.3/8 วิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท 1.1 ม.3/10 มีมารยาทในการอ่าน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการวิจารณ์ความสมเหตุสมผล การล าดับความและความเป็นไปได้ของเรื่อง (K) 2. อธิบายหลักการวิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน (K) 3. วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การล าดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่อง (P) 4. วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน (P) 5. เห็นประโยชน์ของการวิเคราะห์ วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเรื่องที่อ่าน และตระหนักถึงมารยาท ในการอ่าน (A) 3. สาระสำคัญ การอ่านเรื่องต่าง ๆ นอกจากการอ่านจับใจความ การวิเคราะห์และประเมินค่าแล้ว ผู้อ่านสามารถ วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การล าดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่องที่อ่าน โดยการพิจารณารายละเอียด ความสมจริงของสิ่งต่าง ๆ ส่วนการวิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้งของเรื่องที่อ่าน ผู้อ่านจะต้อง เข้าใจเรื่อง และโต้แย้งอย่างมีเหตุผลบนหลักการที่ถูกต้อง สร้างสรรค์ ปราศจากอคติ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) การวิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่อง 2) การวิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น -
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนอ่านข่าวที่ก าหนด ร่วมกันวิเคราะห์ความสมเหตุสมผล การล าดับความและความ เป็นไปได้ของเรื่อง
ตัวอย่างข่าว ชาวสุโขทัยเชื่อ ต้นอังกาบหนู เป็นสมุนไพรเทวดารักษามะเร็งได้ หลังชาวบ้าน ๑๓ คนกินแล้ว หายขาดจากโรคร้าย วอนหน่วยงานรัฐวิจัยด่วน จากกรณีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นายพิภพ ไขแจ้ง อายุ ๖๐ ปี ผู้อ านวยการโรงเรียน บ้านวัดโบสถ์ หมู่ ๕ ต. เมืองบางขลัง อ. สวรรคโลก จ. สุโขทัย ได้ออกมาเปิดเผยถึงสรรพคุณของ “ต้นผ่าด้าม” ที่ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศได้เป็นอย่างดี เรียกว่า ไวอากร้ายังต้องเรียกพี่ จนกลายเป็นข่าวโด่งดังนั้น ล่าสุด ส านักข่าวแนวหน้า รายงานว่า นายพิภพได้ออกมาเปิดเผยอีกว่า ยังมีพืชสมุนไพรอีกตัว หนึ่งที่สรรพคุณน่าทึ่งยิ่งกว่า เพราะสามารถรักษาโรคมะเร็งระยะสุดท้ายให้หายได้ พืชที่ว่านั้นก็คือ “ต้น อังกาบหนู” เป็นไม้พุ่มเตี้ย สูงประมาณ ๑-๑.๕ เมตร ล าต้นเกลี้ยง มีหนามยาวรอบข้อ ออกดอกสีเหลืองตาม ซอกใบ และปลูกง่ายมาก โดย นายพิภพ เล่าว่า เมื่อหลายปีที่แล้วตนป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะที่ ๒ เพราะสูบบุหรี่จัด ยาแผนปัจจุบันไม่มีรักษา เลยลองหันมาพึ่งพืชสมุนไพรพื้นบ้าน ซึ่งพระครูพิพัฒสุตากร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ แนะน าให้เอายอดใบต้นอังกาบหนูที่มีปลูกอยู่ในวัดไปต้มดื่มกินเช้า กลางวัน และเย็น ปรากฏว่าแค่เดือน เดียว อาการหายใจติดขัด เจ็บหน้าอก ปวดหลังของตนก็หายทันที ผ่านไป ๓ เดือน ตนไปเอกซเรย์ปอดที่ กรุงเทพฯ พบว่าจุดด าเริ่มจางลง และหายไปในที่สุด นอกจากนี้ เพื่อนของตนชื่อว่านายแดง ป่วยเป็นมะเร็ง ตับระยะสุดท้าย เขาให้กลับมาตายที่บ้าน จึงแนะน าให้ลองกินต้นอังกาบหนู ผ่านไป ๑ เดือน อาการท้องแข็ง โตเหมือนคนใกล้คลอดก็ยุบลง ผ่านไป ๖ เดือน ท้องที่เคยโตก็ยุบและหายเป็นปกติ ปัจจุบันผ่านมา ๓ ปีแล้วก็ ยังมีชีวิตอยู่และท างานได้เหมือนเดิม... หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันจันทร์ที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ 1.1 ข่าวข้างต้นมีความสมเหตุสมผล และน่าเชื่อถือหรือไม่ อย่างไร (ตัวอย่างค าตอบ ข่าวข้างต้นยังไม่สมเหตุสมผล และไม่น่าเชื่อถือเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นการให้ข้อมูลจาก ประสบการณ์ตรงของตัวบุคคลเท่านั้น ซึ่งไม่มีข้อมูลทางการแพทย์หรืองานวิจัยที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการ รักษาโรคมะเร็งด้วยต้นอังกาบหนูที่ชัดเจน) 1.2 ข่าวข้างต้นมีการล าดับความอย่างไร (ตัวอย่างค าตอบ มีการล าดับความโดยการบรรยายสรรพคุณของต้นอังกาบหนูในการรักษา โรคมะเร็งด้วยการอ้างอิงประสบการณ์ของผู้ใช้จริง โดยมีความเชื่อมโยงกันตามล าดับเวลา) 1.3 นักเขียนคิดว่าการใช้ต้นอังกาบหนูรักษาโรคมะเร็งมีความเป็นไปได้หรือไม่ เพราะเหตุใด (ตัวอย่างค าตอบ มีความเป็นไปได้ เพราะในปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันจากกรมการแพทย์หรือ หน่วยงานที่น่าเชื่อถือว่า ต้นอังกาบหนูสามารถรักษาโรคมะเร็งโดยไม่มีผลข้างเคียง ซึ่งในอนาคตหากมีการ ยืนยันจากแพทย์ ผู้ป่วยก็สามารถเพิ่มทางเลือกในการรักษาโรคมะเร็งได้)
ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม เลือกอ่านเรื่องสั้น ๑ เรื่อง แล้วร่วมกันวิจารณ์ความ สมเหตุสมผล การล าดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่อง โดยเขียนสรุปเป็นความเรียงน าไปแลกเปลี่ยน กันอ่านกับเพื่อนกลุ่มอื่น และประเมินความถูกต้องเพื่อน ามาปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการวิจารณ์ความสมเหตุสมผล การล าดับความ และความ เป็นไปได้ของเรื่อง ได้ว่า การวิจารณ์งานเขียนประเภทต่าง ๆ ต้องพิจารณาองค์ประกอบที่ส าคัญของเรื่อง เช่น ฉาก เหตุการณ์ การให้ข้อมูลของเรื่อง ซึ่งต้องมีความสมจริง สมเหตุสมผล มีการล าดับความอย่างเหมาะสม และสามารถพิจารณาความเป็นไปได้ของเรื่องตามหลักความเป็นจริง ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนกลุ่มเดิมอ่านข่าวที่ก าหนด แล้วร่วมกันวิเคราะห์เนื้อหาข่าวและแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง ในประเด็นส าคัญของเรื่อง ตัวอย่างข่าว เพจดงัทา โพลลถ์ามกรณี“เบลอรภ์าพถงุพลาสติกในทีวี” หลงัโลกออนไลน์แห่วิจารณ์สนัน่ ! กลายเป็นกระแสที่ก าลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้อง กับการรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยภาครัฐจับมือร่วมกับเอกชนคิกออฟเริ่มต้นดีเดย์ งดแจกถุงพลาสติกในห้างร้านต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ แต่วันนี้ (๒ ม.ค.) มีผู้จุดประเด็นถึงข่าวที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ๘ สถานีโทรทัศน์ รณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกผ่านสื่อโทรทัศน์ ด้วยการเบลอร์ภาพพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ทิ้งทางโทรทัศน์ในรายการโทรทัศน์หรือละคร ยกเว้นรายการข่าว หวังสร้างค่านิยมบริโภคที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมของสังคมไทยใหม่ ซึ่งจากการตรวจสอบปรากฏว่าเป็นข่าวตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๘ ธ.ค. ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา โดยใจความ ส าคัญระบุว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ ๘ ช่อง ได้แก่ ช่องเวิร์คพอยท์ ช่องวัน ๓๑ (ONE ๓๑) ช่อง ๘ ช่อง GMM ๒๕ ช่อง ๗ HD ช่อง ๙ อสมท (MCOT) ช่องไทยพีบีเอส และช่อง NBT ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการงด เผยแพร่ภาพพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งทางสถานีโทรทัศน์ “CENSOR PLASTIC BAGS” ภายใต้ โครงการ “ท าความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก” กระตุ้นให้ประชาชนงดการใช้ถุงพลาสติกหู หิ้วอย่างจริงจังพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ ด้วยการขอร่วมมือสื่อโทรทัศน์รณรงค์ให้ความรู้ และส่งเสริมให้เกิดจิตส านึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยลดเผยแพร่ภาพและร่วมกันให้ความรู้รณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก ใช้ครั้งเดียวเพื่อสร้างการรับรู้และเป็นภาพ จ า ใช้ถุงผ้าทดแทน เน้นกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ผู้ชมละครและรายการต่าง ๆ ทั่วไป ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ที่ เข้าร่วม จะทยอยคัดเลือกภาพภายในละครและรายการโทรทัศน์ที่มีถุงพลาสติกออก และให้ความรู้เกี่ยวกับ การลดใช้ถุงพลาสติกต่อเนื่อง ด้วยการงดเผยแพร่ภาพหรือการเบลอร์ภาพพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งทาง โทรทัศน์ในรายการหรือละคร ยกเว้นรายการข่าว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและ ๘ สถานีโทรทัศน์ดังกล่าว ที่จะมีการเบลอร์ หรือเซนเซอร์ภาพถุงพลาสติกใช้แล้วทิ้งในหน้าจอทีวีนั้น ถูกพูดถึงอย่างมากว่าจะสามารถกระตุ้นและสร้าง จิตส านึกได้จริงหรือไม่ ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ถึงขั้นสร้างโพลล์เพื่อให้ชาวเน็ตเข้ามาร่วมโหวตแสดงความ คิดเห็นว่า “การเบลอร์ภาพถุงพลาสติกในทีวี จะช่วยลดค่านิยมการใช้ถุงพลาสติกแบบหนเดียวทิ้งได้หรือไม่” ซึ่งมีผู้เข้ามาร่วมโหวตเกิน ๘ หมื่นครั้งแล้ว โดยผลปรากฏว่าราว ๙๕% คิดว่าวิธีการดังกล่าวไม่ได้ช่วยลด ค่านิยมในการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง มีเพียงประมาณ ๕% เท่านั้น ที่โหวตเห็นด้วยว่าการเบลอร์ ภาพถุงพลาสติกในทีวีจะช่วยลดค่านิยมการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งได้ แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ 4.1 ใจความส าคัญของเรื่องคืออะไร 4.2 นักเรียนมีวิธีการแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านอย่างไร 4.3 นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่กับการรณรงค์ในรูปแบบดังกล่าว พร้อมทั้งอธิบายเหตุผล 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกอ่านงานเขียนที่น่าสนใจเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม แล้วแสดง ความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องนั้นอย่างมีเหตุผล เขียนเป็นบทความขนาดสั้น น าไปแลกเปลี่ยนกันอ่าน 6. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการวิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ได้ว่า การอ่านงานเขียนประเภทต่าง ๆ เมื่อผู้อ่านวิเคราะห์ วิจารณ์ และประเมินเรื่องที่อ่านแล้ว หากผู้อ่านมีความคิดเห็นที่โต้แย้งกับเรื่องนั้น สามารถแสดงความคิดเห็นโต้แย้งได้ โดยต้องแสดงความ คิดเห็นอย่างมีเหตุผลและหลักการที่ชัดเจน ปราศจากอคติ ขั้นสรุปและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 7. นักเรียนอ่านบทความแล้ววิเคราะห์ วิจารณ์เนื้อหาพร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่อ่าน โดยตอบค าถามที่ก าหนด เขียนลงในใบงานที่ 12 เรื่อง การวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง เรื่องที่อ่าน 8. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ การอ่านเรื่องต่าง ๆ นอกจากการอ่านจับใจความ การวิเคราะห์และประเมินแล้ว ผู้อ่าน สามารถวิจารณ์ความสมเหตุสมผล การล าดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่องที่อ่าน โดยการพิจารณา รายละเอียดความสมจริงของสิ่งต่าง ๆ ทั้งฉาก เหตุการณ์ของเรื่อง ส่วนการวิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็น โต้แย้งของเรื่องที่อ่าน ผู้อ่านจะต้องเข้าใจเรื่อง และโต้แย้งอย่างมีเหตุผลบนหลักการที่ถูกต้อง สร้างสรรค์ ปราศจากอคติ 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ 2) ข่าว
9.2 แหล่งการเรียนรู้ - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจการวิเคราะห์วิจารณ์ และแสดง ความคิดเห็นจากข่าว แบบประเมินการวิเคราะห์วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นจากข่าว ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจการเขียนแสดงความคิดเห็น โต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน แบบประเมินการเขียนแสดงความ คิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 20 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่3 เรื่อง การอธิบาย ชี้แจง โต้แย้ง เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 2.1 ม.3/6 เขียนอธิบายชี้แจง แสดงความคิดเห็น และโต้แย้งอย่างมีเหตุผล ท 2.1 ม.3/10 มีมารยาทในการเขียน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายกลวิธีการเขียนอธิบาย ชี้แจง (K) 2. วิเคราะห์กลวิธีการเขียนอธิบาย ชี้แจง (P) 3. เห็นความส าคัญของการเขียนอธิบาย ชี้แจง และมีมารยาทในการเขียน (A) 3. สาระสำคัญ การเขียนอธิบายมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจสิ่งที่อธิบาย จึงควรใช้กลวิธีการเขียนโดยการให้ตัวอย่าง เขียนตามล าดับขั้นตอน เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างกัน ใช้เหตุและผลประกอบ และ การให้ค านิยามการเขียนชี้แจงเป็นการเขียนให้ข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจให้ตรงกัน โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) กลวิธีการเขียนอธิบาย 2) กลวิธีการเขียนชี้แจง 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนร่วมกันอ่านข้อความหน้าชั้นเรียน พร้อมทั้งสังเกตลักษณะการใช้ภาษา ตัวอย่างข้อความ ฝุ่น PM ๒.๕ มีค าเรียกโดยทั่วไปว่า ฝุ่นละเอียด เป็นอนุภาคที่เส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า ๒.๕ ไมครอน ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน คือ มลพิษฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า ๑ ใน ๒๕ ส่วนของเส้นผ่าน ศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ กล่าวคือ เล็กจนสามารถเล็ดลอดขนจมูกเข้าสู่ร่างกายได้ ดังนั้น ฝุ่นพิษจึง สามารถเข้าสู่เส้นเลือดฝอยและกระจายไปตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ อรุบล โชติพงศ์: วารสารสิ่งแวดล้อม ปีที่ ๒๒ ประจ าเดือน ตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๑
ตัวอย่างที่ ๒ แล้วร่วมกันสนทนา โดยตอบค าถาม ดังนี้ 1.1 การใช้ภาษาของข้อความทั้ง ๒ ข้อความเป็นอย่างไร 1.2 นักเรียนคิดว่า การใช้ภาษาเพื่ออธิบายให้เข้าใจมีวิธีการเขียนอย่างไรบ้าง ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่มีการอธิบายหรือชี้แจงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่ตนเองเคยอ่านว่ามีลักษณะการใช้ภาษาเป็นอย่างไร เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนอธิบาย ชี้แจง จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม แต่ละกลุ่มจับฉลากเพื่อเลือกกลวิธีการเขียนอธิบาย แล้วช่วยกันค้นคว้าตัวอย่างการเขียนอธิบายตามรูปแบบที่จับฉลากได้ จากนั้นร่วมกันวิเคราะห์ว่าแต่ละ รูปแบบมีลักษณะเด่นอย่างไร การใช้ภาษาเป็นอย่างไร แล้วน ามาแลกเปลี่ยนความรู้กัน ฉลากกลวิธีการเขียนอธิบาย • การเขียนอธิบายโดยการใช้ตัวอย่าง • การเขียนอธิบายโดยการเขียนตามล าดับขั้นตอน • การเขียนอธิบายโดยการให้ค านิยาม • การเขียนอธิบายโดยการเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างกัน • การเขียนอธิบายโดยการใช้เหตุและผลประกอบกัน 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มจะได้รับแถบป้ายเรื่องและแถบป้ายกลวิธีการเขียนอธิบาย กลุ่มละ ๑ ชุด แล้วแข่งขันจับคู่ให้สัมพันธ์กัน กลุ่มใดท าได้เร็วที่สุดและถูกต้องเป็นฝ่ายชนะ แถบป้ายเรื่อง แถบป้ายกลวิธีการเขียนอธิบาย การท าไข่ตุ๋นไมโครเวฟ ล าดับแรกตอกไข่ใส่ถ้วยผสม เทน ้าลงไป ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส คน ส่วนผสมให้เข้ากัน ไม่ควรตีไข่ให้ขึ้นฟูจนเป็นฟองเพราะเวลานึ่งหน้าไข่ตุ๋นจะไม่สวย ไม่เรียบ จากนั้น เทใส่ภาชนะทนไฟ น าเข้าไมโครเวฟ ตั้งไฟอ่อนประมาณ ๔๕๐ วัตต์ ทิ้งไว้ประมาณ ๔ นาที แล้วจึงโรย หน้าด้วยต้นหอมซอย แล้วน าเข้าเตาไมโครเวฟ กิจกรรมนี้สร้างเสริมค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ ด้านใฝ่หาความรู้ อาหารประจ าชาติประเทศ อาเซียน การใช้ตัวอย่าง การเพาะเห็ด โครโมโซม การเขียนตามล าดับขั้นตอน การให้ค านิยาม
6. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การเขียนอธิบายมีกลวิธีการเขียนอย่างไร ขั้นสรุปและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 7. นักเรียนช่วยกันบอกรูปแบบกลวิธีในการเขียนอธิบาย โดยสรุปเป็นแผนภาพความคิด ดังนี้ ตวัอย่างแผนภาพความคิด 8. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเขียนอธิบาย ได้ว่า - การเขียนอธิบายมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจสิ่งที่อธิบาย จึงควรใช้กลวิธีการเขียน โดยการให้ตัวอย่าง เขียนตามล าดับขั้นตอน เปรียบเทียบความเหมือนและความต่างกัน ใช้เหตุและผล ประกอบ และการให้ค านิยาม ขั้นสรุปและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 9. นักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันวิเคราะห์การเขียนชี้แจงที่ได้รับ มีลักษณะการใช้ภาษาเป็นอย่างไร แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ - จุดมุ่งหมายของการเขียนชี้แจงเพื่ออะไร 10. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเขียนชี้แจง ได้ว่า - การเขียนชี้แจงเป็นการเขียนให้ข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจให้ตรงกัน โดยใช้ภาษาที่ การเล่นฟุตบอลและการเล่น ฟุต โรคซึมเศร้าในวัยรุ่น ความต่างกัน การใช้เหตุและผลประกอบกัน กลวิธีในการ เขียน การเขียนตามล าดับขั้นตอน การให้ค านิยาม การใช้ตัวอย่าง การเปรียบเทียบความ เหมือนและความแตกต่างกัน การใช้เหตุและผลประกอบ กัน
9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ 2) ตัวอย่างข้อความ 3) ฉลาก 4) แถบป้ายเรื่อง 5) แถบป้ายกลวิธีการเขียนอธิบาย 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 21 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่3 เรื่อง กลวิธีการเขียนอธิบาย ชี้แจง เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 2.1 ม.3/6 เขียนอธิบายชี้แจง แสดงความคิดเห็น และโต้แย้งอย่างมีเหตุผล ท 2.1 ม.3/10 มีมารยาทในการเขียน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายกลวิธีการเขียนอธิบาย ชี้แจง (K) 2. วิเคราะห์กลวิธีการเขียนอธิบาย ชี้แจง (P)) 3. เห็นความส าคัญของการเขียนอธิบาย ชี้แจง และมีมารยาทในการเขียน (A) 3. สาระสำคัญ การเขียนอธิบายมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจสิ่งที่อธิบาย จึงควรใช้กลวิธีการเขียนโดยการให้ตัวอย่าง เขียนตามล าดับขั้นตอน เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างกัน ใช้เหตุและผลประกอบ และการให้ค า นิยามการเขียนชี้แจงเป็นการเขียนให้ข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจให้ตรงกัน โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - กลวิธีการเขียนอธิบาย - กลวิธีการเขียนชี้แจง 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. ๑. นักเรียนร่วมกันอ่านข้อความหน้าชั้นเรียน พร้อมทั้งสังเกตลักษณะการใช้ภาษา ตัวอย่างข้อความ ตัวอย่างที่ 1 ฝุ่น PM ๒.๕ มีค าเรียกโดยทั่วไปว่า ฝุ่นละเอียด เป็นอนุภาคที่เส้นผ่านศูนย์กลาง เล็กกว่า ๒.๕ ไมครอน ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน คือ มลพิษฝุ่นที่มี ขนาดเล็กกว่า ๑ ใน ๒๕ ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ กล่าวคือ เล็กจนสามารถเล็ดลอดขนจมูกเข้าสู่ร่างกายได้ ดังนั้น ฝุ่นพิษจึงสามารถเข้าสู่เส้น เลือดฝอยและกระจายไปตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ อรุบล โชติพงศ์: วารสารสิ่งแวดล้อม ปีที่ ๒๒ ประจ าเดือน ตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๖๑
ตัวอย่างที่ 2 แล้วร่วมกันสนทนา โดยตอบค าถาม ดังนี้ 1.1 ลักษณะการใช้ภาษาของข้อความทั้ง 2 ข้อความเป็นอย่างไร 1.2 นักเรียนคิดว่า การใช้ภาษาเพื่ออธิบายให้เข้าใจมีวิธีการเขียนอย่างไรบ้าง ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่มีการอธิบายหรือชี้แจงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่ตนเองเคยอ่านว่ามีลักษณะการใช้ภาษาเป็นอย่างไร เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนอธิบาย ชี้แจง จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม แต่ละกลุ่มจับฉลากเพื่อเลือกกลวิธีการเขียนอธิบาย แล้วช่วยกันค้นคว้าตัวอย่างการเขียนอธิบายตามรูปแบบที่จับฉลากได้ จากนั้นร่วมกันวิเคราะห์ว่าแต่ละ รูปแบบมีลักษณะเด่นอย่างไร การใช้ภาษาเป็นอย่างไร แล้วน ามาแลกเปลี่ยนความรู้กัน ฉลากกลวิธีการเขียนอธิบาย - การเขียนอธิบายโดยการใช้ตัวอย่าง - การเขียนอธิบายโดยการเขียนตามล าดับขั้นตอน - การเขียนอธิบายโดยการให้ค านิยาม - การเขียนอธิบายโดยการเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างกัน - การเขียนอธิบายโดยการใช้เหตุและผลประกอบกัน 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มจะได้รับแถบป้ายเรื่องและแถบป้ายกลวิธีการเขียนอธิบาย กลุ่มละ ๑ ชุด แล้วแข่งขันจับคู่ให้สัมพันธ์กัน กลุ่มใดท าได้เร็วที่สุดและถูกต้องเป็นฝ่ายชนะ แถบป้ายเรื่อง แถบป้ายกลวิธีการเขียนอธิบาย การท าไข่ตุ๋นไมโครเวฟ ล าดับแรกตอกไข่ใส่ถ้วยผสม เทน ้าลงไป ปรุงรสด้วยซอส ปรุงรส คนส่วนผสมให้เข้ากัน ไม่ควรตีไข่ให้ขึ้นฟูจนเป็นฟองเพราะเวลานึ่งหน้าไข่ ตุ๋นจะไม่สวย ไม่เรียบ จากนั้นเทใส่ภาชนะทนไฟ น าเข้าไมโครเวฟ ตั้งไฟอ่อนประมาณ ๔๕๐ วัตต์ ทิ้งไว้ประมาณ ๔ นาที แล้วจึงโรยหน้าด้วยต้นหอมซอย แล้วน าเข้าเตาไมโครเวฟ อีกครั้งประมาณ ๑ นาที จากนั้นจึงน ามารับประทานพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ เรียบเรียงจาก : https://www.goldenmountainsauce.com อาหารประจ าชาติประเทศอาเซียน การใช้ตัวอย่าง
6. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การเขียนอธิบายมีกลวิธีการเขียนอย่างไร 7. นักเรียนช่วยกันบอกรูปแบบกลวิธีในการเขียนอธิบาย โดยสรุปเป็นแผนภาพความคิด ดังนี้ ตวัอย่างแผนภาพความคิด ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 8. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเขียนอธิบาย ได้ว่า - การเขียนอธิบายมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจสิ่งที่อธิบาย จึงควรใช้กลวิธีการเขียน โดยการให้ตัวอย่าง เขียนตามล าดับขั้นตอน เปรียบเทียบความเหมือนและความต่างกัน ใช้เหตุและผล ประกอบ และการให้ค านิยาม 9. นักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันวิเคราะห์การเขียนชี้แจงที่ได้รับ มีลักษณะการใช้ภาษาเป็นอย่างไร แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ - จุดมุ่งหมายของการเขียนชี้แจงเพื่ออะไร การเล่นฟุตบอลและการเล่นฟุต ซอล โครโมโซม การเพาะเห็ด การเขียนตามล าดับขั้นตอน การให้ค านิยาม โรคซึมเศร้าในวัยรุ่น การเปรียบเทียบความเหมือนและ ความแตกต่าง การใช้เหตุผลประกอบกัน กลวิธีในการ เขียนอธิบาย การเขียนตามล าดับขั้นตอน การให้ค านิยาม การใช้ตัวอย่าง การใช้เหตุและผลประกอบกัน การเปรียบเทียบความ เหมือนและความแตกต่างกัน
10. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเขียนชี้แจง ได้ว่า - การเขียนชี้แจงเป็นการเขียนให้ข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจให้ตรงกัน โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ 2) ตัวอย่างข้อความ 3) ฉลาก 4) แถบป้ายเรื่อง 5) แถบป้ายกลวิธีการเขียนอธิบาย 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 22 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่3 เรื่อง หลกัการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์แสดงความคิดเหน ็ และ โต้แย้ง เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 2.1 ม.3/7 เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้งในเรื่องต่าง ๆ ท 2.1 ม.3/10 มีมารยาทในการเขียน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกหลักการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง (K) 2. วิเคราะห์หลักการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง (P) 3. เห็นความส าคัญของการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง และมีมารยาทในการ เขียน (A) 3. สาระสำคัญ การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้งในเรื่องต่าง ๆ เป็นการรับสารผ่านสื่อ ต่างๆ ให้เข้าใจ แล้วสามารถพิจารณาแยกแยะข้อมูลได้อย่างมีเหตุผล ท าให้ผู้เขียนวิเคราะห์หรือวิจารณ์ ได้ใช้ความคิดส าหรับการไตร่ตรองข้อมูล เกิดความรอบรู้ และได้ใช้สติปัญญาให้เป็นประโยชน์ในการอ่าน เรื่องต่าง ๆ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - หลักการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น -
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักนักเรียนสังเกตภาพต่อไปนี้
ตัวอย่างบัตรภาพ แล้วร่วมกันสนทนา โดยตอบค าถาม ดังนี้ 1.1 นักเรียนคิดว่า ปัญหาภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรบ้าง 1.2 ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อชีวิตของมนุษย์อย่างไร 1.3 นักเรียนคิดว่า การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในภาพเป็นกระบวนการความ ทางภาษาอย่างไร ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและ โต้แย้ง จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม แต่ละกลุ่มค้นคว้าการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์จากการฟัง การดู หรือการอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ ๑ เรื่อง แล้วร่วมกันวิเคราะห์ลักษณะการเขียนนั้น เพื่อน ามาเป็น แนวทางในการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนช่วยกันบอกขั้นตอนในการเขียนวิเคราะห์ แล้วสรุปเป็นแผนภาพความคิด ดังนี้ ภาวะโลก ร้อน
เขียนวิเคราะห์โดยใช้ภาษา ที่เข้าใจง่าย ชัดเจน ใช้หลักการ ทฤษฎี วิชาการ ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ มาวิเคราะห์ ตั้งจุดมุ่งหมายสิ่งที่จะวิเคราะห์ ก าหนดขอบเขตสิ่งที่จะวิเคราะห์ อ่านเรื่องให้เข้าใจ ตวัอย่างแผนภาพความคิด 5. นักเรียนช่วยกันบอกหลักการเขียนแสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง โดยสรุปเป็นแผนภาพ ความคิด ดังนี้ ตวัอย่างแผนภาพความคิด ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ หลักการ เขียน แสดงความ คิดเหน ็ และโต้แย้ง การเลือกเรื่อง การให้ข้อเท็จจริง การโต้แย้ง การใช้ภาษา การแสดงความคิดเห็น ผู้เขียนเข้าใจเรื่องเป็นอย่าง ดี เป็นเรื่องที่ทันสมัย เหตุการณ์ ความส าคัญ ระบุที่มาของ เรื่อง สื่อความหมาย ได้ตรง ใช้ส านวนโวหาร เหมาะสมกับ เรื่อง สละสลวย ชัดเจน ไม่เห็นด้วย เพราะเหตุ ใด เห็นด้วย เพราะเหตุใด เพื่อสนับสนุน ข้อเท็จจริง เพื่อตั้งข้อสังเกต เพื่อประเมินค่า เพื่อโต้แย้งข้อเท็จจริง
6. นักเรียนร่วมกันคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าเกี่ยวกับการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความ คิดเห็นและโต้แย้ง โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้งน ามาปรับใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างไร ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 7. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็น และโต้แย้ง ได้ว่า - การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้งในเรื่องต่าง ๆ เป็นการรับสาร ผ่านสื่อต่าง ๆ ให้เข้าใจ แล้วสามารถพิจารณาแยกแยะข้อมูลได้อย่างมีเหตุผล ท าให้ผู้เขียนวิเคราะห์ หรือวิจารณ์ได้ใช้ความคิดส าหรับการไตร่ตรองข้อมูล เกิดความรอบรู้ และได้ใช้สติปัญญาให้เป็นประโยชน์ ในการอ่านเรื่องต่าง ๆ 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ 2) บัตรภาพ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 23 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่3 เรื่อง การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 2.1 ม.3/7 เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้งในเรื่องต่าง ๆ ท 2.1 ม.3/10 มีมารยาทในการเขียน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. สรุปหลักการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง (K) 2. เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้งอย่างมีเหตุผล (P) 3. เห็นคุณค่าในการพัฒนาทักษะการเขียนของตนเอง และมีมารยาทในการเขียน (A) 3. สาระสำคัญ การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้งในเรื่องต่าง ๆ เป็นการรับสารผ่านสื่อ ต่าง ๆ ให้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง แล้วพิจารณาแยกแยะอย่างมีเหตุผล ฝึกให้ผู้เขียนใช้ความคิด ส่งเสริมให้เกิด ความรอบรู้ และสามารถใช้วิจารณญาณของตนให้เกิดประโยชน์ต่อการอ่านและการเขียน 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การเขียนวิเคราะห์ - การเขียนวิจารณ์ - การเขียนแสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น -
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนเลือกอ่าน ฟัง หรือดูสื่อต่าง ๆ ตามความสนใจ ๑ เรื่อง เช่น ข่าว เพลง เรื่องสั้น บทความ นวนิยาย ปาฐกถา ค าสอนต่าง ๆ แล้วช่วยกันเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์ เขียนลงในชิ้นงานที่ ๑๔ เรื่อง การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็น และโต้แย้ง ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ - การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้งในเรื่องต่าง ๆ เป็นการรับสาร
ผ่านสื่อต่าง ๆ ให้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง แล้วพิจารณาแยกแยะอย่างมีเหตุผล ฝึกให้ผู้เขียนใช้ความคิด ส่งเสริมให้เกิดความรอบรู้ และสามารถใช้วิจารณญาณของตนให้เกิดประโยชน์ต่อการอ่านและการเขียน ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนออกมาน าเสนอผลการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้งหน้าชั้นเรียน เพื่อน ๆ ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและประเมินผลงาน ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้งมีความส าคัญอย่างไร 5. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการท างาน ที่มีแบบแผน 6. นักเรียนน าความรู้เรื่อง การวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง โดยอาจน าไป วิเคราะห์ วิจารณ์ข่าวสารที่เกิดขึ้นประจ าวันในโรงเรียน แล้วน ามาจัดรายการผ่านเสียงตามสาย ตามโอกาสที่เหมาะสม ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 7. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการท ากิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ - สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร - นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด - นักเรียนจะน าความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการท างานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง ส าหรับการท างานในครั้งต่อไป 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดง ความคิดเห็นและโต้แย้ง แบบประเมินการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง ผ่านร้อยละ 60 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 24 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่3 เรื่อง ส่วนประกอบการเขียนรายงาน และการเขียนบรรณานุกรม เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 2.1 ม.3/9 เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและโครงงาน ท 2.1 ม.3/10 มีมารยาทในการเขียน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายส่วนประกอบการเขียนรายงาน (K) 2. อธิบายหลักการเขียนบรรณานุกรม (K) 3. เขียนบรรณานุกรม (P) 4. เห็นความส าคัญของการเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้าเพื่อพัฒนาความรู้ (A) 3. สาระสำคัญ การเขียนรายงานจะประกอบด้วย หน้าปก ค าน า สารบัญ เนื้อเรื่อง และหนังสือค้นคว้า โดยการเขียน อ้างอิง หนังสือค้นคว้าหรือการเขียนบรรณานุกรมนั้น เป็นการอ้างอิงข้อมูลที่น ามาจัดท ารายงานให้มีความ น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - ส่วนประกอบการเขียนรายงาน - การเขียนบรรณานุกรม 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น -
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนร่วมกันเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการท ารายงานจากการศึกษาค้นคว้าที่เคยได้ปฏิบัติมา มีเรื่องอะไรบ้าง การท ารายงานมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม แต่ละกลุ่มจะได้รับตัวอย่างการเขียนรายงาน ๑ เล่ม
ให้ร่วมกันวิเคราะห์ส่วนประกอบของรายงานมีอะไรบ้าง มีลักษณะเป็นอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางในการเขียน รายงานจากการศึกษาค้นคว้า ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนร่วมกันบอกส่วนประกอบของการเขียนรายงาน โดยสรุปเป็นแผนภาพความคิด ดังนี้ ตวัอย่างแผนภาพความคิด 5. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร 6. นักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันพิจารณาการเขียนบรรณานุกรมที่ได้รับ ตัวอย่างการเขียนบรรณานุกรม แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ 6.1 การเขียนบรรณานุกรมมีความส าคัญอย่างไรต่อการเขียนรายงานเชิงวิชาการ 6.2 การเรียงล าดับบรรณานุกรมมีหลักการอย่างไร 6.3 ในการท ารายงานควรค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งใดบ้าง เพราะเหตุใด เนื้อเรื่อง ปกนอก ค าน า หนังสือค้นคว้า (บรรณานุกรม) สารบัญ ส่วนประกอบ ของ การเขียน รายงาน กัลยรัตน์ เกษมศรี. การละเล่นพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, ๒๕๕๘. กิติกร มีทรัพย์. จิตวิทยาการเลี้ยงดเูดก ็. พิมพ์ครั้งที่ ๗. นนทบุรี : สมิต, ๒๕๕๕. ชนิตา รักษ์พลเมือง. สิทธิและเสรีภาพทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : วิญญูชน, ๒๕๕๗. ธีรพัฒน์บุปผาพิบูลย์. (๒๕๖๒, ๒ กันยายน) “เรียบง่าย เก๋ไก๋ หลับสบายใจกลาง ยะลา”, อนุสาร อ.ส.ท.. ๖๐(๒) : ๘๖. ธีรภัทร์ ทองนิ่ม. โขน. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, ๒๕๕๕. สมเกียรติ รักษ์มณี. ภาษาวรรณศิลป์. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ : สายน ้าใจ, ๒๕๕๑.
7. นักเรียนกลุ่มเดิม แต่ละกลุ่มจะได้รับหนังสือกลุ่มละ ๓-๔ เล่ม แล้วร่วมกันเขียนบรรณานุกรม ของหนังสือเหล่านั้น กลุ่มใดเขียนได้เร็วที่สุดและถูกต้องเป็นฝ่ายชนะ ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 8. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับส่วนประกอบการเขียนรายงานและการเขียน บรรณานุกรม ได้ว่า - การเขียนรายงานจะประกอบด้วย หน้าปก ค าน า สารบัญ เนื้อเรื่อง และหนังสือค้นคว้า โดยการเขียนอ้างอิงหนังสือค้นคว้าหรือการเขียนบรรณานุกรมนั้น เป็นการอ้างอิงข้อมูลที่น ามาจัดท า รายงานให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น - นักเรียนจะน าความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไรจากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการท างานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง ส าหรับการท างานในครั้งต่อไป 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ 2) ตัวอย่างรูปเล่มรายงานจากการศึกษาค้นคว้า 3) ตัวอย่างการเขียนบรรณานุกรม 4) หนังสือส าหรับเขียนบรรณานุกรม 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดง ความคิดเห็นและโต้แย้ง แบบประเมินการเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง ผ่านร้อยละ 60 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 25 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่3 เรื่อง ขั้นตอนการเขียนรายงานจาก การศึกษาค้นคว้าและการเขียนเค้า โครงรายงานจากการศึกษาค้นคว้า เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 2.1 ม.3/9 เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและโครงงาน ท 2.1 ม.3/10 มีมารยาทในการเขียน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายขั้นตอนการเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า (K) 2. อธิบายวิธีการเขียนเค้าโครงรายงานจากการศึกษาค้นคว้า (K) 3. เขียนเค้าโครงรายงานจากการศึกษาค้นคว้า (P) 4. เห็นความส าคัญของการเขียนเค้าโครงรายงานจากการศึกษาค้นคว้า (A) 3. สาระสำคัญ การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า เป็นการเขียนรายงานผลการค้นคว้าเฉพาะเรื่อง เพื่อค้นคว้า เพิ่มพูนความรู้ให้กว้างขวางจากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยจะต้องเลือกเรื่องที่จะเขียนรายงาน วางโครง เรื่อง ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล เรียบเรียงเนื้อหา ตรวจสอบ และจัดท าเล่มรายงานให้สมบูรณ์ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - ขั้นตอนการเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า - ขั้นตอนการเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น -
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม แต่ละกลุ่มร่วมกันพิจารณาตัวอย่างการเขียนรายงาน จากเล่มรายงาน โดยวิเคราะห์หาแต่ละส่วนของการเขียนรายงานอย่างละเอียด พร้อมทั้งประเมินการเขียน รายงานนั้น แล้วน ามาแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนกลุ่มอื่น ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนร่วมกันอธิบายขั้นตอนการเขียนรายงาน โดยสรุปเป็นแผนภาพความคิด ดังนี้
ตรวจสอบ ประเมินผลงาน จัดท าเป็นรายงาน เรียบเรียงเนื้อหา ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล วางโครงเรื่องหรือก าหนดขอบเขต ของการท ารายงาน เลือกเรื่องที่เขียนรายงาน ตวัอย่างแผนภาพความคิด ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนเลือกประเด็นที่สนใจ ๑ ประเด็น ส าหรับการท ารายงานจากการศึกษาค้นคว้า แล้วร่วมกันเขียนเค้าโครงรายงานจากการศึกษาค้นคว้านั้น จากนั้นน ามาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนกลุ่มอื่น เพื่อปรับปรุงก่อนน าไปเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า ประเด็นส าหรับการท ารายงานจากการศึกษาค้นคว้า - พลังงานทดแทน - การท าสื่อการสอนด้วยโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ - รอบรู้เรื่องอาเซียน - ประเพณีและวัฒนธรรมไทย - สถาปัตยกรรมไทย - สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ - การแสดงโขน - เทคโนโลยีทางการเกษตร - สมุนไพรกับการรักษาโรค - เทคนิคการเล่นกีฬาประเภทต่าง ๆ ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การวางเค้าโครงในการเขียนรายงานมีความส าคัญหรือไม่ อย่างไร ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 5. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ - การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า เป็นการเขียนรายงานผลการค้นคว้าเฉพาะเรื่อง ๕ ๔ ๓ ๒ ๑
เพื่อค้นคว้าเพิ่มพูนความรู้ให้กว้างขวางจากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยจะต้องเลือกเรื่องที่จะเขียน รายงาน วางโครงเรื่อง ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล เรียบเรียงเนื้อหา ตรวจสอบ และจัดท าเล่มรายงานให้ สมบูรณ์ 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ 2) ตัวอย่างรูปเล่มรายงานจากการศึกษาค้นคว้า 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 26 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่3 เรื่อง การเขียนรายงานจาก การศึกษาค้นคว้า เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 2.1 ม.3/9 เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและโครงงาน ท 2.1 ม.3/10 มีมารยาทในการเขียน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายขั้นตอนการเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า (K) 2. เขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า (P) 3. เห็นประโยชน์ของการเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้าและมีมารยาทในการเขียน (A) 3. สาระสำคัญ การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า เป็นการเขียนน าเสนอผลงานอันได้มาจากการศึกษาค้นคว้า เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เป็นการเขียนที่จะต้องเรียบเรียงข้อมูลเป็นอย่างดี น าเสนอด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และมีรูปแบบถูกต้อง มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลไว้ในบรรณนานุกรม อย่างครบถ้วน 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้าจากเค้าโครงของรายงานที่เขียนไว้ แล้วให้ถูกต้องตามขั้นตอนการเขียนรายงาน แล้วจัดท าเป็นรูปเล่มรายงานที่สมบูรณ์ และร่วมกันประเมิน เพื่อปรับปรุงและแก้ปัญหาการท ารายงานนั้นให้มีคุณภาพขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ - การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า เป็นการเขียนน าเสนอผลงานอันได้มาจากการศึกษา ค้นคว้า เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เป็นการเขียนที่จะต้องเรียบเรียงข้อมูลเป็น อย่างดีน าเสนอด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และมีรูปแบบถูกต้อง มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลไว้ในบรรณานุกรม อย่างครบถ้วน
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอรายงานจากการศึกษาค้นคว้าหน้าชั้นเรียน โดยสร้างสรรค์ รูปแบบการน าเสนอให้น่าสนใจ อาจใช้สื่อประเภทต่าง ๆ ประกอบ เพื่อให้เพื่อนและครูเข้าใจเนื้อหาที่น าเสนอ ยิ่งขึ้น จากนั้นเพื่อน ๆ ร่วมกันประเมินการท ารายงานนั้น ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้ามีประโยชน์อย่างไร 5. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบ และวิธีการท างาน ที่มีแบบแผน 6. นักเรียนร่วมกันรวบรวมรูปเล่มรายงานที่แก้ไขสมบูรณ์แล้วไปไว้ในห้องสมุด เพื่อเผยแพร่ ความรู้ให้แก่ผู้อื่น 7. นักเรียนน าทักษะการเขียนรายงานและทักษะการแสวงหาความรู้ไปถ่ายทอดให้รุ่นน้องฟัง เพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาระดับที่สูงขึ้นต่อไป ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 8. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการท ากิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ - สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร - นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด - นักเรียนจะน าความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการท างานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง ส าหรับการท างานในครั้งต่อไป 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ การเขียนรายงานจากการศึกษา ค้นคว้า แบบประเมินการเขียนรายงานจาก การศึกษาค้นคว้า ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 27 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่4 เรื่อง หลักการพูดโน้มน้าว เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิดและความรู้สึก ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 3.1 ม.3/5 พูดโน้มน้าวโดยน าเสนอหลักฐานตามล าดับเนื้อหาอย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ ท 3.1 ม.3/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการและองค์ประกอบของการพูดโน้มน้าว (K) 2. วิเคราะห์ลักษณะการพูดโน้มน้าว (P) 3. เห็นคุณค่าและความส าคัญของการพูดโน้มน้าวในชีวิตประจ าวัน และตระหนักถึงมารยาทในการฟัง การดู และการพูด (A) 3. สาระสำคัญ การพูดโน้มน้าวเป็นการพูดที่มีจุดมุ่งหมายให้ผู้ฟังเกิดความสนใจ ศรัทธา และรับฟังความคิดเห็น ต่าง ๆ ของผู้พูด โดยใช้หลักการที่แสดงความน่าเชื่อถือของผู้พูด แสดงให้เห็นความสมเหตุสมผลความรู้สึก และอารมณ์ร่วมกับผู้ฟัง ทั้งด้านดี ด้านเสียของเรื่องเพื่อใช้ในการตัดสินใจ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - หลักการพูดโน้มน้าว 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับสื่อต่าง ๆ ที่มีการใช้ภาษาโน้มน้าวใจ โดยตอบค าถาม ดังนี้ 1.1 นักเรียนรู้จักสื่อใดบ้างที่มีการใช้ภาษาโน้มน้าวใจ 1.2 นักเรียนมีวิธีการสังเกตสื่อที่มีการโน้มน้าวใจอย่างไร ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการพูดโน้มน้าว จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. ผู้แทนนักเรียนออกมาอ่านข้อความจากแถบข้อความหน้าชั้นเรียนให้เพื่อนฟัง แล้วร่วมกัน วิเคราะห์ลักษณะการใช้ภาษาโน้มน้าวใจของแต่ละข้อความ
ตัวอย่างแถบข้อความ ข้อความที่ 1 สวัสดีครับ ผมจบปริญญาตรี สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ ๑ เคยได้รับรางวัลเกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศมาแล้วครับ หวังว่าหากบริษัทพิจารณา ผมจะอุทิศตนและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สร้างมูลค่าให้แก่บริษัทครับ ข้อความที่ 2 แม่ต้อยป่วยเป็นโรคมะเร็ง หมอบอกว่าอยู่ได้ไม่เกิน ๒ ปี แต่เธอบอกว่าโชคดีจัง ๒ ปีได้ท าอะไร อีกเยอะ เธอสอนเด็ก ๆ เสมอว่า “ชีวิตที่มีค่า ไม่ใช่ชีวิตร ่ารวย มีเกียรติ หรืออายุยืน แต่ชีวิตที่มีค่า คือ ชีวิตที่ตัวเราเป็นคนมีคุณค่าและท าให้ชีวิตคนอื่นมีคุณค่า” ข้อความที่ 3 รัฐบาลขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันบ าเพ็ญประโยชน์ เช่น การท าความสะอาดอาคาร สถานที่ บ้านเรือน การดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในชุมชน การบ ารุงรักษาแหล่งน ้า ขุดลอกคูคลอง เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของอาคารบ้านเรือนและชุมชนของตน ตลอดจนประพฤติปฏิบัติตน ตาม หลักศาสนาที่ตนเคารพนับถือ อันเป็นการท าความดีด้วยหัวใจ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้อความที่ 4 ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ตกหลุมรักสีครามของน ้าทะเล รวมถึงโลกใต้ทะเล และธรรมชาติโดยรอบ ของทะเล “สายรักทะเล” คือ ค าตอบที่คุณควรเลือกเรา เพราะโฮมสเตย์ของเรามีบ้านพักที่ติดกับหาดทราย และชายทะเล พร้อมทั้งกิจกรรมมากมายที่ช่วยให้คุณสัมผัสธรรมชาติได้อย่างมีความสุข และไม่เบียดเบียน โลก ทั้งพายเรือแคนู เรือคายัก แล่นเรือใบ กิจกรรมด าน ้าชมปะการังน ้าตื้น หรือน ้าลึกรวมทั้งกิจกรรมดี ๆ รองรับการอนุรักษ์จิตอาสาชายหาดและใต้ท้องทะเล ข้อความที่ 5 โรงเรียนอนุบาลแสงตะวัน ทางเลือกใหม่ส าหรับผู้ปกครองที่อยากให้ลูกน้อยปฐมวัย อายุ ๒-๕ ปี มีพัฒนาการทางความคิด อารมณ์ และสติปัญญาที่ดี ด้วยหลักสูตรตามแนวคิดนีโอฮิวแมนนิสต์ ที่จะท าให้บุตรหลานของท่านเป็นคนดี มีพัฒนาการเรียนรู้ทางอารมณ์ที่เหมาะสมตามวัย ลงมือเรียนรู้และ ปฏิบัติจริง คิดดูนะครับว่า สังคมทุกวันนี้ช่างแสนโหดร้ายเพียงใด ถ้าไม่สร้างเกราะป้องกันกระแสสังคม และ เพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ให้แก่ลูก การใช้ชีวิตในทศวรรษหน้าคงล าบากแน่นอน