10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ตรวจใบงาน ใบงานที่ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและรัก ความเป็นไทย แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจการเขียนเรียงความ เรื่อง ประเพณีไทย แบบประเมินการเขียนเรียงความ เรื่อง ประเพณีไทย ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………… …..............................................………………………………………………………………………………..
แผนการจัดการเรียนรู้ที่39 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่องพระบรมราโชวาท เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 1.1 ม.3/1 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้องและเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว (K) 2. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วจากบทอ่านที่กำหนดได้ถูกต้องและเหมาะสม (P) 3. เห็นคุณค่าและความสำคัญของการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วที่ถูกต้องและเหมาะสม (A) 3. สาระสำคัญ การอ่านเป็นกระบวนการใช้ความคิด เมื่ออ่านเรื่องใดเรื่องหนึ่งผู้อ่านต้องทำความเข้าใจเนื้อหาที่อ่าน เรียนรู้หลักการอ่านที่ถูกต้อง การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วต้องออกเสียงให้ถูกตามอักขรวิธี แบ่งวรรคตอนให้ ถูกต้อง อีกทั้งใช้น้ำเสียงที่เหมาะสม การฝึกอ่านออกเสียงผู้อ่านต้องศึกษาบทอ่านให้เข้าใจ ฝึกออกเสียงซ้ำ ๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และเรียนรู้หลักการอ่านตัวเลข เครื่องหมายต่าง ๆ และอักษรย่อให้ถูกต้อง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว - การอ่านตัวเลข การอ่านเครื่องหมายต่าง ๆ การอ่านอักษรย่อ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนร่วมกันสนทนา โดยตอบคำถาม ดังนี้ 1.1 อาชีพใดบ้างที่ต้องใช้ทักษะการอ่านออกเสียง 1.2 นักเรียนคิดว่าการอ่านออกเสียงที่ดีต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับข่าวที่ได้ฟังหรือดูจากสื่อต่าง ๆ ว่าผู้อ่านข่าวเหล่านั้น อ่านออกเสียงอย่างไร แล้วแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วของตนเองที่เคยปฏิบัติว่ามีหลักการอ่าน ออกเสียงอย่างไร เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหลักการอ่านออกเสียงร้อยแก้วจากแหล่งการเรียนรู้ ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต 5. นักเรียนเล่มเกม คำนี้อ่านอย่างไร โดยกำหนดคำให้นักเรียน แล้วนักเรียนวิเคราะห์
และแข่งกันตอบคำถามที่ว่า คำที่กำหนดให้อ่านถูกต้องหรือไม่ อย่างไร หากอ่านไม่ถูกต้อง ควรแก้ไข ให้ถูกต้องอย่างไร ดังนี้ บัตรคำอ่านของคำที่กำหนด อ่านถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง แก้ไขคำอ่าน (หากไม่ถูกต้อง) สวรรคต อ่านว่า สะ - หวัน - นะ - คด ไม่ถูกต้อง สะ - หวัน - คด ซอมซ่อ อ่านว่า ซอม - ซ่อ ไม่ถูกต้อง ซ็อม - มะ - ซ่อ ธารกำนัล อ่านว่า ทาน - กำ - นัน ไม่ถูกต้อง ทา - ระ - กำ - นัน บราลี อ่านว่า บะ - ร า - ลี ถูกต้อง - ทิฐิ อ่านว่า ทิ - ถิ ไม่ถูกต้อง ทิด - ถิ มาติกา อ่านว่า มา - ติ - กา ไม่ถูกต้อง มาด - ติ - กา ชุกชี อ่านว่า ชุก - กะ - ชี ถูกต้อง - จุติ อ่านว่า จุ - ติ ไม่ถูกต้อง จุด - ติ กลไก อ่านว่า กน - ละ - ไก ไม่ถูกต้อง กน - ไก ขัดสมาธิ อ่านว่า ขัด - สะ - มา - ทิ ไม่ถูกต้อง ขัด - สะ - หมาด 6. นักเรียนออกมาหยิบแถบข้อความหน้าชั้นเรียน แล้ววิเคราะห์การอ่านออกเสียงข้อความที่มีตัวเลข เครื่องหมาย อักษรย่อที่ติดบนกระดาน ตัวอย่างแถบข้อความ (ตัวอย่างคำตอบ บ้าน - เลก - ที่ - สิบ - (ตัวอย่างคำตอบ ราคา - หนึ่ง - ร้อย - สาม - สิบ - ทับ - สาม - เจ็ด - สอง) สี่ - บาด - ห้า - สิบ - สตางค์) (ตัวอย่างคำตอบ ทูน - เกล้า - ทูน - กระ - หม่อม - (ตัวอย่างคำตอบ จ่า - สิบ - เอก) ถะ - หวาย) 7. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ช่วยกันวิเคราะห์และตอบคำถามที่ว่า การอ่านตัวเลข เครื่องหมาย และอักษรย่อต่าง ๆ มีหลักการอ่านที่สำคัญอย่างไร และยกตัวอย่างการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วที่เป็นการอ่าน ตัวเลข เครื่องหมาย และอักษรย่อ 8. นักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการอ่านและยกตัวอย่างการอ่านออก เสียงบทร้อยแก้วที่เป็นการอ่านตัวเลข เครื่องหมาย และอักษรย่อ ขั้นสรุปและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 9. นักเรียนทำกิจกรรม อ่านอักษรย่อใน ๓ วินาที โดยนักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน แล้วแข่งขันกันอ่านคำเต็มของอักษรย่อจากแผ่นป้ายอักษรย่อ แล้วให้นักเรียนตอบภายใน ๓ วินาที กลุ่มใดตอบถูกต้องและเร็วที่สุดจะได้รับคะแนน บ้านเลขที่ 10/372 ราคา134.50 บาท ทูนเกล้าฯ จ.ส.อ.
ตัวอย่างแผ่นป้ายอักษรย่อ 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันระดมความคิดและวิเคราะห์เกี่ยวกับหลักการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ว่าควรปฏิบัติและมีหลักการอ่านออกเสียงอย่างไร จากนั้นแต่ละกลุ่มเขียนความคิดรวบยอดเป็นแผนภาพความคิด เกี่ยวกับหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว ตัวอย่างแผนภาพความคิด 11. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันค้นคว้าตัวอย่างการอ่านออกเสียงบทความทั่วไปจากแหล่งการเรียนรู้ ต่าง ๆ แล้วร่วมกันวิเคราะห์ว่าการอ่านออกเสียงนั้นมีจุดดีหรือจุดบกพร่องอย่างไร นำมาแสดงความคิดเห็นเพื่อ ม.ร.ว. (คำตอบคือ หม่อมราชวงศ์) เสธ. (คำตอบคือ เสนาธิการ) สบ.ม. (คำตอบคือ ลูกบาศก์เมตร) ห.จ.ก. (คำตอบคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด) อย. (คำตอบคือ คณะกรรมการอาหารและยา) ภ.ง.ด. (คำตอบคือ ภาษีเงินได้) พล.ต.ท. (คำตอบคือ พลตำรวจโท) สน. (คำตอบคือ สถานีตำรวจนครบาล) ต.ช.ด. (คำตอบคือ ตำรวจตระเวนชายแดน) ป.ล. (คำตอบคือ ปัจฉิมลิขิต) หลักการ อ่านออกเสียง บทร้อยแก้ว ใช้น้ำเสียงจูงใจผู้ฟัง และใช้น้ำเสียง สำเนียงภาษาไทยมาตรฐาน ฝึกอ่านออกเสียงบ่อย ๆ เพื่อให้เกิด ความมั่นใจ อ่านให้ถูกต้องตามอักขรวิธี ทำความเข้าใจกับเรื่องที่อ่าน ฟังตัวอย่างการอ่านที่ถูกต้อง บันทึก การอ่านของตนเอง และพยายาม ปรับปรุง อ่านตัวเลข เครื่องหมาย อักษรย่อ ให้ถูกต้อง มีมารยาทในการอ่าน
แลกเปลี่ยนร่วมกัน 12. นักเรียนจับคู่กัน แต่ละคู่ร่วมกันอ่านบทความทั่วไป เรื่อง พระบรมราโชวาท พระราชทานพวกนักเรียน ในกรุงเทพฯ เมื่อเสด็จกลับจากยุโรป เมื่อปีระกา พ.ศ. ๒๔๔๐ จากหนังสือแบบเรียน แล้วร่วมกันวิเคราะห์จุดดี และจุดบกพร่องของการอ่านออกเสียง 13. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดได้ว่า - การอ่านเป็นกระบวนการใช้ความคิด เมื่ออ่านเรื่องใดเรื่องหนึ่งผู้อ่านต้องทำความเข้าใจเนื้อหาที่อ่าน เรียนรู้หลักการอ่านที่ถูกต้อง การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วต้องออกเสียงให้ถูกตามอักขรวิธี แบ่งวรรคตอนให้ ถูกต้อง อีกทั้งใช้น้ำเสียงที่เหมาะสม การฝึกอ่านออกเสียงผู้อ่านต้องศึกษาบทอ่านให้เข้าใจ ฝึกออกเสียงซ้ำ ๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และเรียนรู้หลักการอ่านตัวเลข เครื่องหมายต่าง ๆ และอักษรย่อให้ถูกต้อง 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิด ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ 4) บทความทดสอบการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว 5) แผ่นป้ายข้อความการอ่านตัวเลข เครื่องหมาย และอักษรย่อ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่40 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่องอ่านได้ดีลีลาเหมาะ เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 1.1 ม.3/1 อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้องและเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. รู้และเข้าใจหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วที่เหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน (K) 2. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วได้เหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน (P) 3. มีมารยาทในการอ่าน (A) 3. สาระสำคัญ การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วผู้อ่านจะต้องอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง ชัดเจน ใช้น้ำเสียงให้เหมาะสม กับประเภทของงานเขียน เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ไปสู่ผู้ฟังให้คล้อยตามไปกับเรื่องราว หรือบทร้อยแก้วที่อ่าน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการอ่าน 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้
อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนฝึกปฏิบัติการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วจากบทอ่านเรื่อง พระบรมราโชวาท โดยขีดเครื่องหมาย แสดงการเว้นวรรคตอนของการอ่าน พร้อมทั้งอ่านออกเสียงให้ถูกต้องตามหลักการอ่าน เงินค่าที่จะใช้สอยในการเล่าเรียนกินอยู่นุ่งห่มทั้งปวงนั้น จะใช้เงินพระคลังข้างที่คือเงินที่เป็นส่วน สิทธิ์ขาดแต่ตัวพ่อเอง ไม่ใช้เงินที่สำหรับจ่ายราชการแผ่นดิน เงินรายนี้ได้ฝากไว้ที่แบงก์ซึ่งจะได้มีคำสั่งให้ ราชทูตจ่ายเป็นเงินสำหรับเรียนวิชาชั้นต้น 5 ปี ปีละ 320 ปอนด์ เงิน 1,600 ปอนด์ สำหรับเรียนวิชา ชั้นหลังอีก 5 ปี ปีละ 400 ปอนด์ เงิน 2,000 ปอนด์ รวมเป็นคนละ 3,600 ปอนด์ จะได้รู้วิชาเสร็จสิ้น อย่างช้าใน 10 ปี แต่เงินนี้ฝากไว้ในแบงก์ คงจะมีดอกเบี้ยมากขึ้น เหลือการเล่าเรียนแล้วจะได้ใช้ประโยชน์ ของตัวเองโดยชอบใจ เป็นส่วนยกให้ เงินส่วนของใครจะลงชื่อเป็นของผู้นั้นฝากเอง แต่ในกำหนดยังไม่ถึงอายุ ๒๑ ปีเต็ม จะเรียกเอาเงินใช้สอยเองมิได้ จะตั้งผู้จัดการแทนไว้ที่นอก ให้เป็นผู้ช่วยจัดการไปฝากเงินไว้แห่งใด เท่าใด และผู้ใดเป็นผู้จัดการจะได้ทำหนังสือมอบให้อีกฉบับหนึ่ง สำหรับที่จะได้ไปทวงเอาในเวลาต้องการได้ การซึ่งใช้เงินพระคลังข้างที่ไม่ใช้เงินแผ่นดินอย่างเช่นเคยจ่ายให้เจ้านายและบุตรข้าราชการไปเล่าเรียน แต่ก่อนนั้น เพราะเห็นว่ามีลูกมากด้วยกัน การซึ่งให้มีโอกาสและให้ทุนทรัพย์ซึ่งจะได้เล่าเรียนวิชานี้ เป็นหลักทรัพย์มรดกอันประเสริฐดีกว่าทรัพย์สินเงินทองอื่น ๆ ด้วยเป็นของติดตัวอยู่ได้ไม่มีอันตรายที่จะเสื่อมสูญ
ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนและอภิปรายการแบ่งจังหวะวรรคตอน และการอ่านออกเสียง บทร้อยแก้ว เรื่อง พระบรมราโชวาท ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นว่าการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วประเภทต่าง ๆ มี แนวทางการอ่านและข้อควรระวังอย่างไร ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ - การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วผู้อ่านจะต้องอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง ชัดเจน ใช้น้ำเสียงให้เหมาะสม กับประเภทของงานเขียน เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ไปสู่ผู้ฟังให้คล้อยตามไปกับเรื่องราว หรือบทร้อยแก้วที่อ่าน เพื่อให้ เกิดประสิทธิภาพในการอ่าน 5. นักเรียนออกมาอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วจากบทอ่าน พระบรมราโชวาท หน้าชั้นเรียนทีละคน 6. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและประเมินผลการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วจากบทอ่านเรื่อง พระบรม ราโชวาท 7. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน ขั้นสรุปและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 8. นักเรียนนำหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วไปช่วยแนะนำหรือสอนบุคคลอื่น เพื่อช่วยพัฒนาทักษะ การอ่านออกเสียง 9. นักเรียนประเมินตนเองหลังการเรียน ในประเด็นต่อไปนี้ - สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร - นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด - นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด - นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป ลูกคนใดที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดก็ดี หรือไม่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดก็ดี ก็จะต้องส่งไปเรียนวิชาทุกคนตลอด โอกาสที่จะเป็นไปได้เหมือนหนึ่งได้แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ลูกเสมอ ๆ กันทุกคน ก็ถ้าจะใช้เงินแผ่นดินสำหรับให้ ไปเล่าเรียนแก่ผู้ซึ่งไม่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด กลับมาไม่ได้ทำราชการคุ้มกับเงินแผ่นดินที่ลงไปก็จะเป็นที่ติ เตียนของคนบางจำพวกว่ามีลูกมากเกินไปจนต้องใช้เงินแผ่นดินเป็นค่าเล่าเรียนมากมายเหลือเกิน แล้วซ้ำไม่ เลือกเฟ้นเอาแต่ที่เฉลียวฉลาดจะได้ราชการ คนโง่ คนเง่าก็เอาไปเล่าเรียนให้เปลืองเงิน เพราะค่าที่เป็นลูกของ พ่อไม่อยากจะให้มีมลทินที่พูดติเตียนเกี่ยวข้องกับความปรารถนาซึ่งจะสงเคราะห์แก่ลูกให้ทั่วถึง
9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิด ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ 4) บทความทดสอบการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วได้ เหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน แบบประเมินกิจกรรม การอ่านออกเสียง บทร้อยแก้ว ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่41 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่องฝึ กจับประเด็นเน้นใจความ เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการด าเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 1.1 ม.3/3 ระบุใจความส าคัญและรายละเอียดของข้อมูลที่สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการอ่านจับใจความส าคัญและรายละเอียดข้อมูลที่สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน (K) 2. ระบุใจความส าคัญและรายละเอียดของข้อมูลที่สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน (P) 3. เห็นคุณค่าและความส าคัญของการอ่านจับใจความส าคัญเพื่อใช้การติดต่อสื่อสาร (A) 3. สาระส าคัญ การอ่านจับใจความส าคัญเป็นระดับการอ่านขั้นพื้นฐานที่มีความส าคัญ เพราะเป็นการจับความคิด หลัก ของเรื่อง การเขียนแต่ละเรื่อง ผู้เขียนมีความคิดหลักหลายประการ ส าหรับการศึกษาหาความรู้ ผู้อ่านจะต้อง อ่านเรื่องทั้งหมดก่อน แล้วหาใจความส าคัญหรือสาระส าคัญของเรื่องที่อ่าน 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การอ่านจับใจความส าคัญและรายละเอียดของข้อมูลที่สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนอ่านบทน า ที่มาของเรื่อง และพระราชประวัติของผู้แต่งเรื่อง พระบรมราโชวาท แล้วร่วมกันสนทนาเพื่อสร้างความเข้าใจ โดยตอบค าถาม ดังนี้ 1.1 ผู้พระราชนิพนธ์พระบรมราโชวาทองค์นี้คือใคร 1.2 จุดประสงค์ในการพระราชนิพนธ์คืออะไร 1.3 พระบรมราโชวาทองค์นี้มีรูปแบบค าประพันธ์เป็นอย่างไร 1.4 พระบรมราโชวาทองค์นี้นักเรียนคิดว่ามีประโยชน์อย่างไร ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. นักเรียนอ่านเรื่องย่อ แล้วร่วมกันสนทนาเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันก่อนอ่านพระบรมราโชวาท โดยตอบค าถาม ดังนี้ 2.1 พระบรมราโชวาทที่พระราชทานพระโอรสมีกี่ข้อ 2.2 พระบรมราโชวาทมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องใด
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการอ่านจับใจความส าคัญ จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนวิเคราะห์ข้อความในบัตรค าต่อไปนี้ ตัวอย่างบัตรค า จากนั้นร่วมกันตอบค าถามพัฒนาความคิดที่ว่า ลักษณะของส่วนที่เป็นใจความส าคัญหลัก เป็นอย่างไร และการอ่านจับใจความส าคัญมีลักษณะอย่างไร 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มรับแถบข้อความ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 จ านวน 4 แถบข้อความ จากนั้นอ่านแล้วฝึกวิเคราะห์ว่าข้อความส่วนใดเป็นใจความส าคัญหลัก ตัวอย่างแถบข้อความ (ตัวอย่างค าตอบ ใจความส าคัญ พลความ “…ข้อส าคัญ การจะเป็นคนที่เก่งจริงและดีแท้นั้น ต้องเป็นให้ตลอด กล่าวคือ ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ ใด ในฐานะใด ก็ตาม ต้องตั้งตัวตั้งใจให้มั่นคงหนักแน่น ที่จะประพฤติตนปฏิบัติงานทุกอย่าง โดยยึดมั่นในความดีและความถูกต้องเสมอไป จึงขอให้ทุกคน ทั้งผู้ที่จะออกไปศึกษาต่อและ ประกอบอาชีพการงานได้รักษาความเก่งและความดีที่มีอยู่ พร้อมทั้งสร้างเสริมให้เจริญงอก งามยิ่ง ๆ ขึ้น เพราะคุณสมบัติเหล่านี้จะเกื้อหนุนแต่ละคนให้ประสบแต่ความสุขความส าเร็จทั้ง ในชีวิตและกิจการงานได้แท้จริง” พระราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตร ทุน และรางวัลของวชิราวุธวิทยาลัย ประจ าปี การศึกษา ๒๕๕๘ ณ วชิราวุธวิทยาลัย วันอังคารที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ 1 “…เราคนไทยก็สามารถฝ่าฟันไปด้วยกันได้อย่างดี ด้วยความขันติ ใจเย็น ค่อยคิดค่อยท าไปอย่าง ต่อเนื่องและมุ่งมั่นด้วยสติและเหตุผลอันพอเหมาะพอควร เพื่อประโยชน์และความสุขของประเทศชาติ และประชาชน ขอพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง จงปกป้อง คุ้มครอง รักษาและให้ขวัญก าลังใจต่อทุกท่านถ้วนหน้า ใน การที่จะเป็นพลัง ที่เข้มแข็งต่อประเทศ และชาติบ้านเมืองของเราสืบต่อไป…” พระราชด ารัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๑ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันอาทิตย์ที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๐ 2 “ผู้ปฏิบัติราชการ นอกจากจะต้องรู้งานในหน้าที่อย่างทั่วถึงแล้ว ยังจ าเป็นต้องรู้ดีชั่ว ประโยชน์และ ไม่ใช่ประโยชน์อย่างกระจ่างชัดเจนด้วย งานราชการซึ่งเป็นงานของแผ่นดิน จึงจะด าเนินไปอย่าง ถูกต้องตรงตามเป้าหมาย และส าเร็จประโยชน์ที่พึงประสงค์ คือยังความดี ความเจริญให้เกิดแก่ ประเทศชาติและประชาชนได้แท้จริงและยั่งยืน” พระราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวัง ดุสิต เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๑ 3 )
6. นักเรียนอ่านพระบรมราโชวาท ข้อที่ ๑ และ ๒ อย่างละเอียด แล้วร่วมกันวิเคราะห์ พร้อมทั้งหาใจความส าคัญของแต่ละข้อ ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 7. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดได้ว่า - การอ่านจับใจความส าคัญเป็นระดับการอ่านขั้นพื้นฐานที่มีความส าคัญ เพราะเป็นการจับ ความคิดหลักของเรื่อง การเขียนแต่ละเรื่อง ผู้เขียนมีความคิดหลักหลายประการ ส าหรับการศึกษา หาความรู้ผู้อ่านจะต้องอ่านเรื่องทั้งหมดก่อน แล้วหาใจความส าคัญหรือสาระส าคัญของเรื่องที่อ่าน 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิด ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ 4) บทอ่านจากสื่อต่าง ๆ 5) แถบข้อความ/บัตรค า 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน การสังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ “งานของครูนั้น ถือได้ว่าเป็นงานสร้างสรรค์อย่างแท้จริง เพราะเป็นการวางรากฐานความรู้ ความดี และความสามารถทุก ๆ ด้านแก่ศิษย์ เพื่อช่วยให้สามารถด ารงตนเป็นคนดี มีอาชีพเป็นหลักฐานและ เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพราะเหตุที่งานของครูเป็นงานที่หนักและเป็นงานสร้างสรรค์ที่บริสุทธิ์ ผู้เป็น ครูจึงต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ ด้วยความพากเพียร อดทน และด้วยความเมตตา กรุณาอย่างสูง ทั้งต้องส ารวมระวังตนในเรื่องความประพฤติปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจ ไปตามความต้องการ ที่ไม่สมควรแก่ฐานะและเกียรติภูมิของครู…” พระราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการมาตรฐาน วิชาชีพ และคณะกรรมการมูลนิธิช่วยครูอาวุโสในพระบรมราชูปถัมภ์น าครูอาวุโส ประจ าปี ๒๕๕๙ วันอังคารที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๑ 4
11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………… …..............................................………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………….
แผนการจัดการเรียนรู้ที่42 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่องจับใจความเข้าใจเนื้อหา เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ ด าเนิน ชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 1.1 ม.3/4 อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการเขียนกรอบแนวคิดและผังความคิดจากเรื่องที่อ่าน (K) 2. เขียนกรอบแนวคิดและผังความคิดจากเรื่องที่อ่านได้ (P) 3. เห็นคุณค่าและความส าคัญของการเขียนกรอบแนวคิดและผังความคิดจากเรื่องที่อ่าน (A) 3. สาระส าคัญ การอ่านแล้วเขียนกรอบแนวคิด เป็นการอ่านเพื่อสรุปรวบยอดเรื่องที่อ่าน การเขียนกรอบแนวคิด เป็นการน าใจความส าคัญของเรื่องมาเรียบเรียงให้ชัดเจน โดยครอบคลุมเนื้อเรื่องหรือใจความส าคัญ การอ่าน เรื่องจากสื่อต่าง ๆ ผู้อ่านต้องสรุปแก่นความคิดแล้วถ่ายทอดในรูปแบบการเขียนให้ตรงตามวัตถุประสงค์ ของการน าเสนอ โดยกรอบแนวคิดของพระบรมราโชวาทข้อที่ ๑ ถึง ๓ กล่าวถึงการปฏิบัติตน การวางตัว และการตั้งใจศึกษาเล่าเรียนด้วยความเพียรพยายาม 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การสรุปใจความส าคัญจากเรื่องที่อ่าน - การเขียนกรอบแนวคิดและผังความคิดจากเรื่องที่อ่าน 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันอ่านพระบรมราโชวาท ข้อที่ ๑ อย่างละเอียดผู้พระราชนิพนธ์ พระบรมราโชวาทองค์นี้คือใคร 1.1 ใจความส าคัญของพระบรมราโชวาทข้อที่ ๑ คืออะไร 1.2 พระบรมราโชวาทกล่าวถึงการไว้ยศเจ้าว่าให้ปฏิบัติอย่างไร 1.3 เพราะเหตุใดจึงไม่ให้พระราชโอรสทั้ง ๔ พระองค์ไว้ยศเป็นเจ้า 1.4 จุดประสงค์ของการให้พระราชโอรสทั้ง ๔ พระองค์ ไปศึกษาในประเทศยุโรปเพื่ออะไร ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอ่านพระบรมราโชวาท ข้อที่ 2 อย่างละเอียด
พระบรมราโชวาท ข้อที่ 2 ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการอ่านจับใจความส าคัญ จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ 3.1 ใจความส าคัญของพระบรมราโชวาทข้อที่ 2 คืออะไร 3.2 เพราะเหตุใดพระองค์จึงทรงใช้เงินพระคลังข้างที่ส่งพระราชโอรสทั้ง ๔ พระองค์เล่าเรียน แทนการใช้เงินแผ่นดิน ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอ่านพระบรมราโชวาท ข้อที่ 3 อย่างละเอียด พระบรมราโชวาท ข้อที่ 3 เงินค่าที่จะใช้สอยในการเล่าเรียนกินอยู่นุ่งห่มทั้งปวงนั้น จะใช้เงินพระคลังข้างที่คือเงินที่เป็นส่วน สิทธิ์ขาดแต่ตัวพ่อเอง ไม่ใช้เงินที่ส าหรับจ่ายราชการแผ่นดิน เงินรายนี้ได้ฝากไว้ที่แบงก์ซึ่งจะได้มีค าสั่งให้ ราชทูตจ่ายเป็นเงินส าหรับเรียนวิชาชั้นต้น 5 ปี ปีละ 320 ปอนด์ เงิน 1,600 ปอนด์ ส าหรับเรียนวิชา ชั้นหลังอีก 5 ปี ปีละ 400ปอนด์ เงิน 2,000 ปอนด์ รวมเป็นคนละ 3,600 ปอนด์ จะได้รู้วิชาเสร็จสิ้น อย่างช้าใน 10 ปี แต่เงินนี้ฝากไว้ในแบงก์ คงจะมีดอกเบี้ยมากขึ้น เหลือการเล่าเรียนแล้วจะได้ใช้ ประโยชน์ของตัวเองโดยชอบใจ เป็นส่วนยกให้ เงินส่วนของใครจะลงชื่อเป็นของผู้นั้นฝากเอง แต่ใน ก าหนดยังไม่ถึงอายุ 21 ปีเต็ม จะเรียกเอาเงินใช้สอยเองมิได้ จะตั้งผู้จัดการแทนไว้ที่นอก ให้เป็นผู้ช่วย จัดการไปฝากเงินไว้แห่งใดเท่าใด และผู้ใดเป็นผู้จัดการจะได้ท าหนังสือมอบให้อีกฉบับหนึ่ง ส าหรับที่จะ ได้ไปทวงเอาในเวลาต้องการได้ การซึ่งใช้เงินพระคลังข้างที่ไม่ใช้เงินแผ่นดินอย่างเช่นเคยจ่ายให้เจ้านายและบุตรข้าราชการไปเล่า เรียนแต่ก่อนนั้น เพราะเห็นว่ามีลูกมากด้วยกัน การซึ่งให้มีโอกาสและให้ทุนทรัพย์ซึ่งจะได้เล่าเรียนวิชานี้ เป็นหลักทรัพย์มรดกอันประเสริฐดีกว่าทรัพย์สินเงินทองอื่น ๆ ด้วยเป็นของติดตัวอยู่ได้ไม่มีอันตรายที่จะ เสื่อมสูญ ลูกคนใดที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดก็ดี หรือไม่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดก็ดี ก็จะต้องส่งไปเรียน วิชาทุกคนตลอดโอกาสที่จะเป็นไปได้เหมือนหนึ่งได้แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ลูกเสมอ ๆ กันทุกคน ก็ถ้าจะ ใช้เงินแผ่นดินส าหรับให้ไปเล่าเรียนแก่ผู้ซึ่งไม่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด กลับมาไม่ได้ท าราชการคุ้มกับเงิน แผ่นดินที่ลงไปก็จะเป็นที่ติเตียนของคนบางจ าพวกว่ามีลูกมากเกินไปจนต้องใช้เงินแผ่นดินเป็นค่าเล่า เรียนมากมายเหลือเกิน แล้วซ ้าไม่เลือกเฟ้นเอาแต่ที่เฉลียวฉลาดจะได้ราชการ คนโง่ คนเง่าก็เอาไปเล่า เรียนให้เปลืองเงิน เพราะค่าที่เป็นลูกของพ่อไม่อยากจะให้มีมลทินที่พูดติเตียนเกี่ยวข้องกับความ ปรารถนาซึ่งจะสงเคราะห์แก่ลูกให้ทั่วถึง โดยเที่ยงธรรมนี้ จึงมิได้ใช้เงินแผ่นดิน อีกประการหนึ่งเล่า ถึงว่าเงินพระคลังข้างที่นั้นเองก็เป็นเงินส่วนหนึ่งในแผ่นดินเหมือนกัน เว้นแต่เป็น ส่วนที่ยกให้แก่พ่อใช้สอยการในตัว มีท าการกุศล และสงเคราะห์บุตรภรรยา เป็นต้น เห็นว่าการสงเคราะห์ ด้วยเล่าเรียนดังนี้เป็นดีกว่าอย่างอื่น ๆ จึงได้เอาเงินรายนี้ใช้เป็นการมีคุณต่อแผ่นดินที่ไม่ต้องแบ่งเงิน แผ่นดินมาใช้เป็นค่าเล่าเรียนขึ้นอีกส่วนหนึ่ง และพ้นจากค าคัดค้านต่าง ๆ เพราะเหตุที่พ่อเอาเงินส่วนที่ พ่อจะได้ใช้เองนั้นออกให้ค่าเล่าเรียนด้วยเงินรายนี้ ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดที่จะแทรกแซงว่าควรใช้อย่างนั้น ไม่ ควรใช้อย่างนั้นได้เลย
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ 6.1 ใจความส าคัญของพระบรมราโชวาทข้อที่ 3 คืออะไร 6.2 เพราะเหตุใดการเป็นเจ้านายจะหาช่องทางท าราชการได้ยาก 6.3 พระองค์เปรียบผู้ที่อยู่นิ่ง ๆ อยู่ตลอดชีวิต ท าตัวไม่เป็นประโยชน์ยิ่งกว่าสัตว์ดิรัจฉาน ว่าอย่างไร 6. นักเรียนท าใบงานที่ 6 เรื่อง จับใจความเข้าใจเนื้อหา แล้วผลัดกันน าเสนอ 7. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดได้ว่า - แนวคิดจากการอ่านพระบรมราโชวาทข้อที่ 1 ถึง 3 กล่าวถึงการปฏิบัติตน การวางตัว และการ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนด้วยความเพียรพยายามเพื่อมุ่งสู่ความส าเร็จโดยผู้อ่านสามารถน าไปใช้เป็นแนวทางการ ด าเนินชีวิตได้ ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 8. นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า “การเขียนกรอบแนวคิดและผังความคิดจากเรื่องที่อ่านมีรูปแบบ และหลักการเขียนอย่างไร” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกัน 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกน ากรอบแนวคิดจากพระบรมราโชวาท ข้อที่ 1 ถึง 3 โดยเลือกข้อใดข้อหนึ่ง แล้วน ามาเขียนสะท้อนเชื่อมโยงสาเหตุ ผลที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งแนวทางการปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทข้อ นั้น ๆ 10. นักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนจากการอ่านพระบรมราโชวาท แล้วน ากรอบแนวคิดจากพระบรมราโชวาท ข้อที่ 1 ถึง 3 สะท้อนเชื่อมโยงสาเหตุ ผลที่เกิดขึ้น และแนวทางการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในชีวิตประจ าวัน จงรู้สึกตัวเป็นนิจเถิดว่า เกิดมาเป็นเจ้านายมียศบรรดาศักดิ์มากจริงอยู่ แต่ไม่เป็นการจ าเป็นเลยที่ ผู้ใดเป็น เจ้าแผ่นดินขึ้น จะต้องใช้ราชการอันเป็นช่องที่จะหาเกียรติยศชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติถ้าจะว่าตามการซึ่ง เป็นมา แต่ก่อน เจ้านายซึ่งจะหาช่องท าราชการได้ยากกว่าลูกขุนนาง เพราะเหตุที่เป็นผู้มีวาสนาบรรดาศักดิ์มาก จะ รับราชการในต าแหน่งต ่า ๆ ซึ่งเป็นกระไดขั้นแรก คือ เป็นนายรองหุ้มแพรมหาดเล็ก เป็นต้น ก็ไม่ได้เสียแล้ว จะไปแต่งตั้งให้ว่าการใหญ่โตสมแก่ยศศักดิ์ เมื่อไม่มีวิชาความรู้และสติปัญญาพอที่จะท าการในต าแหน่งนั้นไป ได้ก็เป็นไปไม่ได้เพราะฉะนั้นเจ้านายจะเป็นผู้ได้ท าราชการ มีชื่อเสียงดีก็อาศัยได้แต่สติปัญญาความรู้และ ความเพียรของตัว เพราะฉะนั้นจงอุตสาหะเล่าเรียนโดยความเพียรอย่างยิ่ง เพื่อจะได้มีโอกาสที่จะท าการให้ เป็นคุณแก่บ้านเมืองของตนและโลกที่ตัวได้มาเกิด ถ้าจะถือว่าเกิดมาเป็นเจ้านายแล้วนิ่ง ๆ อยู่จนตลอดชีวิตก็ เป็นสบายดังนั้น จะไม่ผิดอันใดกับสัตว์ดิรัจฉานอย่างเลวนัก สัตว์ดิรัจฉานมันเกิดมากิน ๆ นอน ๆ แล้วก็ตาย แต่สัตว์บางอย่างยังมีหนังมีเขามีกระดูก เป็นประโยชน์ได้บ้าง แต่ถ้าคนประพฤติอย่างเช่นสัตว์ดิรัจฉานแล้ว จะ ไม่มีประโยชน์อันใดยิ่งกว่าสัตว์ดิรัจฉานบางพวกไปอีก เพราะฉะนั้นจงอุตสาหะที่จะเรียนวิชาเข้ามาเป็นก าลังที่ จะท าตัวให้ดีกว่าสัตว์ดิรัจฉานให้จงได้ จึงจะนับว่า เป็นการได้สนองคุณพ่อซึ่งได้คิดท านุบ ารุงเพื่อจะให้ดีตั้งแต่เกิดมา
9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิด ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ 4) บทอ่านจากสื่อต่าง ๆ 5) ตัวอย่างแผนภาพความคิดจากการอ่านเรื่องต่าง ๆ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน การสังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ ระบุใจความส าคัญและ รายละเอียดของข้อมูล สนับสนุนจากเรื่อง พระบรม ราโชวาท แบบประเมินการระบุใจความส าคัญ และรายละเอียดของข้อมูลสนับสนุน จากเรื่อง พระบรมราโชวาท ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียน กรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน แบบประเมินการอ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….………………………………………………………………………………………………. …..............................................………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………..
แผนการจัดการเรียนรู้ที่43 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่องใจความส าคัญน าความเข้าใจ เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ ด าเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 1.1 ม.3/4 อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการเขียนกรอบแนวคิดและผังความคิดจากเรื่องที่อ่าน (K) 2. เขียนกรอบแนวคิดและผังความคิดจากเรื่องที่อ่านได้ (P) 3. เห็นคุณค่าและความส าคัญของการเขียนกรอบแนวคิดและผังความคิดจากเรื่องที่อ่าน (A) 3. สาระส าคัญ การอ่านแล้วเขียนกรอบแนวคิด เป็นการอ่านเพื่อสรุปรวบยอดเรื่องที่อ่าน การเขียนกรอบแนวคิด เป็นการน าใจความส าคัญของเรื่องมาเรียบเรียงให้ชัดเจน โดยครอบคลุมเนื้อเรื่องหรือใจความส าคัญ การอ่าน เรื่องจากสื่อต่าง ๆ ผู้อ่านต้องสรุปแก่นความคิดแล้วถ่ายทอดในรูปแบบการเขียนให้ตรงตามวัตถุประสงค์ ของการน าเสนอ โดยกรอบแนวคิดของพระบรมราโชวาทข้อที่ ๑ ถึง ๓ กล่าวถึงการปฏิบัติตน การวางตัว และการตั้งใจศึกษาเล่าเรียนด้วยความเพียรพยายาม 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การเขียนกรอบแนวคิดจากเรื่องที่อ่าน - การเขียนผังความคิดจากเรื่องที่อ่าน 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันอ่านพระบรมราโชวาท ข้อที่ 4 อย่างละเอียด พระบรมราโชวาท ข้อที่ 4 อย่าได้ถือตัวว่าเป็นลูกเจ้าแผ่นดิน พ่อมีอ านาจยิ่งใหญ่อยู่ในบ้านเมือง ถึงจะเกะกะไม่กลัวเกรงคุม เหงผู้ใดเขาก็จะมีความเกรงใจพ่อ ไม่ต่อสู้หรือไม่อาจฟ้องร้องว่ากล่าว การซึ่งเชื่อใจดังนั้นเป็นการผิดแท้ ทีเดียว เพราะความปรารถนาของพ่อไม่อยากจะให้ลูกมีอ านาจที่จะเกะกะอย่างนั้นเลย เพราะรู้เป็นแน่ว่าเมื่อ รักลูกเกินไป ปล่อยให้ไม่กลัวใครและประพฤติการชั่วเช่นนั้น คงจะเป็นโทษแก่ตัวลูกนั่นเองทั้งในปัจจุบัน อนาคต เพราะฉะนั้นจงรู้เถิดว่าถ้าเมื่อได้ท าความผิดเมื่อใด จะได้รับโทษโดยทันที การที่มีพ่อเป็นเจ้า แผ่นดินนั้น จะไม่เป็นการช่วยเหลืออุดหนุนแก้ไขอันใดได้เลย อีกประการหนึ่งชีวิตสังขารของมนุษย์ไม่ยั่งยืน ยืดยาวเหมือนเหล็กเหมือนศิลา ถึงโดยว่าจะมีพ่ออยู่ในขณะหนึ่ง ก็คงจะมีเวลาที่ไม่มีได้ขณะหนึ่งเป็นแน่แท้ ถ้าประพฤติความชั่วเสียแต่ในเวลามีพ่ออยู่แล้ว โดยจะปิดบังซ่อนเร้นอยู่ได้ด้วยอย่างหนึ่งอย่างใด เวลาไม่มี พ่อ ความชั่วนั้นคงจะปรากฏเป็นโทษติดตัวเหมือนเงาตามหลังอยู่ไม่ขาด เพราะฉะนั้นจงเป็นคนอ่อนน้อม ว่าง่ายสอนง่าย อย่าให้เป็นทิฐิมานะไปในทางที่ผิด
ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ 2.1 ใจความส าคัญของพระบรมราโชวาทข้อที่ ๔ คืออะไร 2.2 พระองค์ไม่ทรงปรารถนาให้พระราชโอรสถือตนว่าเป็นลูกเจ้าแผ่นดินแล้วประพฤติผิด เพราะอะไร ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอ่านพระบรมราโชวาท ข้อที่ 5 อย่างละเอียด พระบรมราโชวาท ข้อที่ 5 เงินทองที่จะใช้สอยในค่ากินอยู่ นุ่งห่มหรือใช้สอยเบ็ดเสร็จทั้งปวง จงเขม็ดแขม่ใช้แต่เพียงพอที่อนุญาต ให้ใช้อย่าท าใจโตมือโตสุรุ่ยสุร่ายโดยถือว่าตัวเป็นเจ้านายมั่งมีมากหรือถือว่าพ่อเป็นเจ้าแผ่นดินมีเงินทองถมไป ขอบอกเสียให้รู้แต่ต้นมือว่าถ้าผู้ใดไปเป็นหนี้มาจะไม่ยอมใช้หนี้ให้เลย หรือถ้าเป็นการจ าเป็นต้องใช้ จะไม่ใช้ เปล่าโดยไม่มีโทษแก่ตัวเลย พึงรู้เถิดว่าต้องใช้หนี้เมื่อใด ก็จะต้องรับโทษเมื่อนั้นพร้อมกัน อย่าเชื่อถ้อยค าผู้ใด หรืออย่าหมายใจว่าโดยจะใช้สุรุ่ยสุร่ายไปเหมือนอย่างเช่นคนเขาไปแต่ก่อน ๆ แต่พ่อเขาเป็นขุนนางเขายังใช้ กันได้ไม่ว่าไรกัน ถ้าคิดดังนั้นคาดดังนั้นเป็นผิดแท้ทีเดียว พ่อรักลูกจริง แต่ไม่รักลูกอย่างชนิดนั้นเลย เพราะรู้ เป็นแน่ว่าถ้าจะรักอย่างนั้นตามใจอย่างนั้นจะไม่เป็นการมีคุณอันใดแก่ตัวลูกผู้ได้รับความรักนั้นเลย เพราะจะ เป็นผู้ไม่ได้วิชาที่ปรารถนาจะให้ได้จะไปได้แต่วิชาที่จะท าให้เสียชื่อเสียงและได้ความร้อนใจอยู่เป็นนิจ จงนึกไว้ เสมอว่าเงินทองที่แลเห็นมาก ๆ ไม่ได้เป็นของหามาได้โดยง่ายเหมือนเวลาที่จ่ายไปง่ายนั้นเลย เงินที่ส่วนตัว ได้รับเบี้ยหวัดหรือเงินกลางปีอยู่เสมอนั้น ก็ด้วยอาศัยเป็นลูกพ่อ ส่วนเงินที่พ่อได้หรือลูกได้เพราะพ่อนั้น ก็ เพราะอาศัยที่พ่อเป็นผู้ท านุบ ารุงรักษาบ้านเมือง และราษฎรผู้เจ้าของทรัพย์นั้นก็เฉลี่ยเรี่ยไรกันมาให้ เพื่อจะให้ เป็นก าลังที่จะหาความสุขคุ้มกับค่าที่เหน็ดเหนื่อยที่ต้องรับการในต าแหน่งอันสูงคือเป็นผู้รักษาความสุขของเขา ทั้งปวงเงินนั้นไม่ควรจะน ามาจ าหน่ายในการที่ไม่เป็นประโยชน์ไม่เป็นเรื่อง และเป็นการไม่มีคุณ กลับให้โทษ แก่ตัวต้องใช้แต่ในการจ าเป็นที่จะต้องใช้ ซึ่งจะเป็นการมีคุณประโยชน์แก่ตนและผู้อื่นในทางชอบธรรม ซึ่งจะเอา ไปกอบโกยใช้หนี้ให้แก่ลูกผู้ท าความชั่วจนเสียทรัพย์ไปนั้นสมควรอยู่หรือ เพราะฉะนั้นจึงต้องว่าไม่ยอมที่จะใช้หนี้ ให้ โดยว่าจะต้องใช้ให้ก็จะต้องมีโทษเป็นประกันมั่นใจว่าจะไม่ต้องใช้อีก เพราะจะเข็ดหลาบในโทษที่ท านั้นจึงจะ ยอมใช้ให้ได้ ใช้ให้เพราะจะไม่ให้ทรัพย์ผู้อื่นสูญเสียเท่านั้น ใช่จะใช้ให้โดยความรักใคร่อย่างบิดาให้บุตรเมื่อมี ความยินดีต่อความประพฤติของบุตรนั้นเลย เพราะฉะนั้นจงจ าไว้ ตั้งใจอยู่ให้เสมอว่าตัวเป็นคนจน มีเงินใช้ เฉพาะแต่ที่จะรักษาความสุขของตัวพอสมควรเท่านั้น ไม่มั่งมีเหมือนใคร ๆ อื่น และไม่เหมือนกับผู้ดีฝรั่งเลย ผู้ดีฝรั่งเขามั่งมีสืบตระกูลกันมาด้วยได้ดอกเบี้ย ค่าเช่าต่าง ๆ ตัวเองเป็นผู้ได้เงินจากราษฎรเลี้ยง พอสมควรที่ จะเลี้ยงชีวิตและรักษาเกียรติยศเท่านั้น อย่าไปอวดมั่ง อวดมีท าเทียบเทียมเขาให้ฟุ้งซ่านไปเป็นอันขาด
ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ 4.1 ใจความส าคัญของพระบรมราโชวาทข้อที่ คืออะไร 4.2 พระองค์ทรงให้เหตุผลที่ไม่ควรใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่ายอย่างไร 4.3 พระองค์ทรงให้เหตุผลที่ไม่ควรเป็นหนี้ว่าอย่างไร 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอ่านพระบรมราโชวาท ข้อที่ 6 อย่างละเอียด พระบรมราโชวาท ข้อที่ 6 อีกอย่างหนึ่ง จะนึกเอาเองว่าถึงโดยเป็นหนี้สินลงอย่างไร พ่อจะไม่ใช้หรือจะให้ใช้ก็กลัวต้องท าโทษ คิดว่าเงิน ทองของตัวที่ได้ปีหนึ่ง ๆ มีอยู่ทั้งเบี้ยหวัดและเงินกลางปี เวลาออกไปเรียนไม่ได้ใช้ เงินรายนี้เก็บรวมอยู่เปล่า ๆ จะเอาเงินรายนี้ใช้หนี้เสีย ต่อไปก็คงได้ทุกปี ซึ่งจะคิดอย่างนี้แล้วและจับจ่ายเงินทองจนต้องเป็นหนี้กลับเข้า มานั้น ก็เป็นการไม่ถูกเหมือนกัน เพราะว่าผลประโยชน์อันที่จะได้อยู่ในเวลามีพ่อกับเวลาไม่มีพ่อนั้น จะถือเอา เป็นแน่ว่าจะคงที่อยู่นั้นไม่ได้ และยิ่งเป็นผู้ใหญ่ขึ้นก็จะมีบ้านเรือน บุตรภรรยามากขึ้น คงต้องใช้มากขึ้น เงินที่ จะได้มานั้นบางทีก็จะไม่พอ จะเชื่อว่าวิชาที่ตัวไปเรียนจะเป็นเหตุให้ได้ท าราชการได้ผลประโยชน์ทันใช้หนี้ก็ เชื่อไม่ได้ เพราะเหตุที่ตัวเป็นเจ้านาย ถ้าบางทีจะเป็นเวลากีดขัดข้องเพราะเป็นเจ้านายนั้นก็จะท าอะไรไม่ได้ เลย ถ้าจะหันไปข้างท ามาหากินซึ่งเป็นการยากที่จะท าเพราะเป็นเจ้าเหมือนกัน คือไปรับจ้างเขาเป็นเสมียน ไม่ได้ เป็นต้น เมื่อทุนรอนที่มีเอาไปใช้หนี้เสียหมดแล้ว จะเอาอันใดเป็นทุนรอนท ามาหากินเล่า เพราะฉะนั้น จึงว่าถ้าจะคิดใช้อย่างเช่นนี้ซึ่งตัว จะคิดเห็นว่าเป็นอันไม่ต้องกวนพ่อแล้วนั้น ก็ยังเป็นการเสียประโยชน์ภายหน้ามากไม่ควรจะก่อให้มีให้เป็น ขึ้น วิชาที่จะออกไปเรียนนั้น ก็คงต้องไปเรียนภาษาและหนังสือในสามภาษา คือ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ให้ได้แม่นย าชัดเจนคล่องแคล่วจนถึงแต่งหนังสือได้สองภาษาเป็นอย่างน้อย เป็นวิชา หนังสืออย่างหนึ่ง กับวิชาเลขให้เรียนรู้คิดใช้ได้ในการต่าง ๆ อีกอย่างหนึ่งนี้เป็นต้น วิชาสองอย่างที่ จ าเป็นจะต้องเรียนให้รู้ให้ได้จริง ๆ เป็นชั้นต้น แต่วิชาอื่น ๆ ที่จะเรียนต่อไป ให้เป็นวิชาช านาญวิเศษ ในกิจการข้างวิชานั้นจะตัดสินเป็นแน่นอนว่าให้เรียนสิ่งใดในเวลานี้ก็ยังไม่ควร จะต้องเป็นค าสั่งต่อ ภายหลัง เมื่อรู้วิชาชั้นต้นพอสมควรแล้ว แต่บัดนี้จะตักเตือนอย่างหนึ่งก่อนว่า ซึ่งได้ออกไปเรียน ภาษาวิชาการในประเทศยุโรปนั้น ใช่ว่าจะต้องการเอามาใช้แต่เฉพาะภาษาฝรั่งหรืออย่างฝรั่งอย่าง เดียว ภาษาไทยและหนังสือไทยซึ่งเป็นภาษาของตัว หนังสือของตัว คงจะต้องใช้อยู่เป็นนิจ จง เข้าใจว่าภาษาต่างประเทศนั้นเป็นแต่พื้นของความรู้ เพราะวิชาความรู้ในหนังสือไทยที่มีผู้แต่งไว้นั้น เป็นแต่ของเก่า ๆ มีน้อย เพราะมิได้สมาคมกับชาติอื่นช้านานเหมือนวิชาการในประเทศยุโรปที่ได้ สอบสวนซึ่งกันและกันจนเจริญรุ่งเรืองมากแล้วนั้น ฝ่ายหนังสือไทยจึงไม่พอที่จะเล่าเรียน จึงต้องไป เรียนภาษาอื่นเพื่อจะได้เรียนวิชาให้กว้างขวางออก แล้วจะเอากลับลงมาใช้เป็นภาษาไทย ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจะทิ้งภาษาของตัวให้ลืมถ้อยค าที่จะพูดให้สมควรเสีย หรือจะลืมวิธีเขียนหนังสือไทยที่ตัวได้ฝึกหัดแล้วเสียนั้นไม่ได้เลย ถ้ารู้แต่ภาษาต่างประเทศ ไม่รู้ เขียนอ่านแปลลงเป็นภาษาไทยได้ก็ไม่เป็นประโยชน์อันใด ถ้าอย่างนั้นหาจ้างแต่ฝรั่งมาใช้เท่าไร ๆ ก็ได้ที่ต้องการนั้นต้องให้กลับแปลภาษาต่างประเทศลงเป็นภาษาไทยได้ แปลภาษาไทย ออกเป็นภาษาต่างประเทศได้จึงจะนับว่าเป็นประโยชน์อย่าตื่นตัวเองว่าได้ไปร ่าเรียนภาษาฝรั่ง แล้วลืมภาษาไทย
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ 6.1 ใจความส าคัญของพระบรมราโชวาทข้อที่ 6 คืออะไร 6.2 พระองค์ทรงต้องการให้พระราชโอรสเรียนภาษาใดบ้าง 6.3 พระองค์ทรงต้องการให้พระราชโอรสเรียนภาษาต่าง ๆ เพราะอะไร 6.4 พระองค์มีวิธีการให้พระราชโอรสเรียนภาษาชาติอื่นโดยไม่ทิ้งภาษาไทยอย่างไร 7. นักเรียนท าใบงานที่ 7 เรื่อง ใจความส าคัญน าความเข้าใจ แล้วผลัดกันน าเสนอ 8. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดได้ว่า - แนวคิดจากการอ่านพระบรมราโชวาทข้อที่ 4 ถึง 6 กล่าวถึงการวางตนด้วยความอ่อนน้อม ถ่อมตน การใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด มีการวางแผน ให้ความส าคัญกับการศึกษาภาษาต่างประเทศ และการค านวณ โดยไม่ลืมความเป็นไทยโดยผู้อ่านสามารถน าไปใช้เป็นแนวทางการด าเนินชีวิตได้ ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 9. นักเรียนน ากรอบแนวคิดจากพระบรมราโชวาทข้อที่3 ถึง 6 โดยเลือกข้อใดข้อหนึ่ง แล้วน ามาเขียนเป็นเรียงความข้อคิดน าชีวิตสู่การปฏิบัติตนของตัวเอง โดยเลือกมา 1 ประเด็น 10. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ - การอ่านแล้วเขียนกรอบแนวคิด เป็นการอ่านเพื่อสรุปรวบยอดเรื่องที่อ่าน การเขียนกรอบแนวคิด เป็นการน าใจความส าคัญของเรื่องมาเรียบเรียงให้ชัดเจน โดยครอบคลุมเนื้อเรื่องหรือใจความส าคัญ การอ่านเรื่องจากสื่อต่าง ๆ ผู้อ่านต้องสรุปแก่นความคิดแล้วถ่ายทอดในรูปแบบการเขียนให้ตรงตาม วัตถุประสงค์ของการน าเสนอ โดยกรอบแนวคิดของพระบรมราโชวาทข้อที่ 4 ถึง 6 กล่าวถึงการวางตน ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน การใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด มีการวางแผน ให้ความส าคัญกับการศึกษา ภาษาต่างประเทศและการค านวณ โดยไม่ลืมความเป็นไทย กลับเห็นเป็นการเก๋การกี๋อย่างเช่นนักเรียนบางคนมักจะเห็นผิดไปดังนั้น แต่ที่จริงเป็นการเสียที่ ควรจะติเตียนแท้ทีเดียว เพราะเหตุฉะนั้นในเวลาที่ออกไปเรียนวิชาอยู่ ขอบังคับว่าให้เขียนหนังสือถึงพ่อทุกคน อย่างน้อยเดือนละฉบับ เมื่อเวลายังเขียนหนังสืออังกฤษ ไม่ได้ ก็เขียนมาเป็นหนังสือไทย ถ้าเขียนหนังสืออังกฤษหรือภาษาหนึ่งภาษาใดได้ให้เขียน ภาษาอื่นนั้นมาฉบับหนึ่ง ให้เขียนค าแปลเป็นภาษาไทยอีกฉบับหนึ่ง ติดกันมาอย่าให้ขาด เพราะ เหตุที่ลูกยังเป็นเด็กไม่ได้เรียนภาษาไทยแน่นอนมั่นคง ก็ให้อาศัยไต่ถามครูไทยที่ออกไปอยู่ด้วย หรือค้นดูตามหนังสือภาษาไทยซึ่งได้จัดออกไปให้ด้วย คงจะพอหาถ้อยค าที่จะใช้แปลออกเป็น ภาษาไทยได้ แต่หนังสือไทยที่จะเป็นก าลังช่วยอย่างนี้ยังมีน้อยจริง เมื่อเขียนเข้ามาค าใดผิดจะติเตียนออกไปแล้วจงจ าไว้ใช้ให้ถูกต่อไปภายหน้า อย่าให้มีความกลัว ความกระดากว่าผิด ให้ท าตามที่เต็มความอุตสาหะความแน่ใจว่าเป็นถูกแล้ว เมื่อผิดก็แก้ไปไม่ เสียหายอันใด
9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิด ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ 4) แถบข้อความบัตรค า 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน การสังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ ระบุใจความส าคัญและ รายละเอียดของข้อมูล สนับสนุนจากเรื่อง พระบรม ราโชวาท แบบประเมินการระบุใจความส าคัญ และรายละเอียดของข้อมูลสนับสนุน จากเรื่อง พระบรมราโชวาท ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียน กรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน แบบประเมินการอ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………… …..............................................………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………….
แผนการจัดการเรียนรู้ที่44 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่องอ่านตีความเป็ นย่อมเห็น คุณค่า เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ ด าเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 1.1 ม.3/9 ตีความและประเมินคุณค่าแนวคิดที่ได้จากงานเขียนอย่างหลากหลายเพื่อน าไปใช้ แก้ปัญหาในชีวิต 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายแนวทางการอ่านตีความและประเมินคุณค่าแนวคิดของบทความสารคดี (K) 2. อ่านตีความและประเมินคุณค่าแนวคิดจากบทความประเภทสารคดี (P) 3. เห็นคุณค่าและความส าคัญของการตีความและประเมินคุณค่าแนวคิดของบทความสารคดี (A) 3. สาระส าคัญ การอ่านตีความและประเมินคุณค่าบทความสารคดีมีแนวทางคือผู้อ่านต้องอ่านข้อความทั้งหมด ด้วยการท าความเข้าใจเรื่องที่อ่าน ไตร่ตรองและพิจารณาแยกแยะส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น สรุป และรวบยอดใจความส าคัญ และตีความ โดยเริ่มจากการตีความความหมายของค า ส านวน ประโยค และ แนวคิดหลักที่ผู้เขียนต้องการน าเสนอ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - แนวทางการอ่านตีความและประเมินคุณค่าของบทความสารคดี 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า “การอ่านตีความและประเมินคุณค่าของเรื่องที่อ่านมีแนวทาง และการปฏิบัติอย่างไร” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกัน ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. นักเรียนอ่านพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ 16 กรกฎาคม 2519 การจะท างานให้มีประสิทธิผลและให้ด าเนินไปโดยราบรื่นนั้น จ าเป็นอย่างยิ่งจะต้องท าด้วยความ รับผิดชอบอย่างสูง ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่บิดเบือนจุดประสงค์ที่แท้จริงของงาน ส าคัญที่สุด ต้องเข้าใจความหมายของค าว่า “ความรับผิดชอบ” ให้ถูกต้อง ขอให้เข้าใจว่า “รับผิด” ไม่ใช่การ รับโทษ หรือถูกลงโทษ “รับชอบ” ไม่ใช่รับรางวัล หรือรับค าชมเชย การรู้จักรับผิด หรือยอมรับรู้ ว่าอะไรผิดพลาดเสียหาย และเสียหายเพราะอะไร เพียงใดนั้น มีประโยชน์ ท าให้บุคคลรู้จัก พิจารณาตนเอง ยอมรับความผิดของตนเองโดยใจจริง เป็นทางที่จะ
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็น ดังนี้ 3.1 ใจความส าคัญของเรื่อง 3.2 การตีความเนื้อเรื่อง 3.3 ประเมินคุณค่าและแนวคิดของเรื่อง ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แล้วร่วมกันพิจารณาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของ การอ่านตีความพระบรมราโชวาท 5. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน เลือกพระบรมราโชวาทองค์อื่น ๆ อ่านแล้วสรุปใจความส าคัญ ของเรื่อง ตีความเนื้อเรื่อง ประเมินคุณค่าแนวคิดจากการอ่าน และน าข้อคิดที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการด าเนิน ชีวิต 6. นักเรียนกลุ่มเดิมแต่ละกลุ่มเลือกอ่านหนังสือนอกเวลาประเภทต่าง ๆ เช่น สารคดี บันเทิงคดี หรือบทร้อยกรอง กลุ่มละ 1 เรื่อง แล้วช่วยกันสรุปใจความส าคัญ ตีความเนื้อเรื่อง ประเมินคุณค่าแนวคิด จากการอ่าน และการน าข้อคิดที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน สร้างสรรค์การน าเสนอให้น่าสนใจ เพื่อออกมาน าเสนอหน้าชั้นเรียน 7. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ - การอ่านตีความและประเมินคุณค่าบทความสารคดีมีแนวทางคือผู้อ่านต้องอ่านข้อความ ทั้งหมด ด้วยการท าความเข้าใจเรื่องที่อ่าน ไตร่ตรองและพิจารณาแยกแยะส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็น สรุปและรวบยอดใจความส าคัญ และตีความ โดยเริ่มจากการตีความความหมายของค า ส านวน ประโยค และแนวคิดหลักที่ผู้เขียนต้องการน าเสนอ ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอการตีความและประเมินคุณค่าแนวคิดจากการอ่านพระบรมราโชวาท และอ่านหนังสือนอกเวลาประเภทต่าง ๆ เช่น สารคดี บันเทิงคดี หรือบทร้อยกรอง กลุ่มละ ๑ เรื่อง จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ช่วยให้แก้ไขความผิดได้ และให้รู้ว่าจะต้องปฏิบัติแก้ไขใหม่ ส่วนการรู้จักชอบหรือรู้ว่าอะไรถูก อันได้แก่ ถูกตามความมุ่งหมาย ถูกตามหลักวิชา ถูกตามวิธีการนั้น มีประโยชน์ท าให้ทราบแจ้งว่าจะท าให้งาน ส าเร็จสมบูรณ์ได้อย่างไร จักได้ถือปฏิบัติต่อไปนอกจากนั้น เมื่อเข้าใจความหมายของค าว่า “รับผิดชอบ” ตามนัยดังกล่าวแล้ว ผู้ที่เข้าใจซึ้งในความรับผิดชอบ จะส านึกตระหนักได้ทันทีว่า ความรับผิดชอบคือ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ท า จะหลีกเลี่ยงละเลยไม่ได้ จึงใคร่ขอให้บัณฑิตศึกษาและสังวรระวังในความ รับผิดชอบให้มากที่สุด ผู้ใดมีความรับผิดชอบ จะสามารถประกอบการงานให้บรรลุผลส าเร็จ ตามที่มุ่ง หมายไว้ ได้อย่างแน่นอน... พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ 16 กรกฎาคม 2519
9. นักเรียนร่วมกันอภิปรายและประเมินการน าเสนอการตีความและประเมินคุณค่าแนวคิด จากเรื่องที่อ่านของนักเรียนแต่ละกลุ่ม 10. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการท างาน ที่มีแบบแผน 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิด ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ 4) แถบข้อความบัตรค า 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน การสังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตีความและประเมินคุณค่า แนวคิดที่ได้จากงานเขียน อย่างหลากหลายเพื่อน าไปใช้ ในการแก้ปัญหาในชีวิต แบบประเมินกิจกรรม อ่านตีความเป็น ย่อมเห็นคุณค่า ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………… …..............................................………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………….
แผนการจัดการเรียนรู้ที่45 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่องคุณค่าวรรณกรรม สร้างสรรค์ความรู้ เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 5.1 ม.3/1 สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นในระดับที่ยากยิ่งขึ้น ท 5.1 ม.3/3 สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. รู้และเข้าใจเนื้อหาวรรณคดีเรื่อง พระบรมราโชวาท (K) 2. สรุปและวิเคราะห์คุณค่าของเรื่อง พระบรมราโชวาท (P) 3. เห็นคุณค่าและความส าคัญของคุณค่าทางวรรณคดีเรื่อง พระบรมราโชวาท (A) 3. สาระส าคัญ พระบรมราโชวาท เป็นวรรณกรรมที่มีคุณค่าทางด้านเนื้อหา วรรณศิลป์ และสังคมวัฒนธรรม รูปแบบพระราชหัตถเลขาทรงสั่งสอนต้องใช้ความอุตสาหะพากเพียรเพื่อน าความรู้กลับมาพัฒนา ประเทศชาติ และจ าเป็นต้องรู้จักวางตนให้เหมาะสม โดยการใช้ค าและภาษาที่เข้าใจง่าย กระจ่างชัด มีการ ใช้ศัพท์สมัยใหม่และการทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบัน 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - คุณค่าทางวรรณคดี เรื่อง พระบรมราโชวาท 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนร่วมกันรวบรวมคุณค่าของเรื่อง พระบรมราโชวาท คนละ ๑ ประเด็น จากบัตรค าที่ก าหนด ตัวอย่างบัตรค า ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. นักเรียนร่วมกันสนทนา โดยตอบค าถาม ดังนี้ 2.1 การอ่านจับใจความส าคัญมีลักษณะอย่างไร 2.2 นักเรียนคิดว่าการขยายความรายละเอียดส่วนของใจความส าคัญประกอบด้วยกลวิธีใดบ้าง คุณค่าด้านเนื้อหา คุณค่าด้านสังคมวัฒนธรรม คุณค่าด้านวรรณศิลป์
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณค่าทางวรรณคดี และแนวทางการประเมินคุณค่า ทางวรรณคดี จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันพิจารณาข้อความจากเรื่อง พระบรมราโชวาท ในแถบข้อความต่อไปนี้ แล้ววิเคราะห์ว่ามีคุณค่าทางด้านใด (คุณค่าด้านเนื้อหา/คุณค่าด้านวรรณศิลป์ /คุณค่าด้านสังคมและ วัฒนธรรม) ตัวอย่างแถบข้อความ 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี โดยวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ คุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม และคุณค่าด้านเนื้อหาของพระบรมราโชวาท เป็นแผนภาพความคิด 6. นักเรียนท าใบงานที่ 10 เรื่อง คุณค่าวรรณกรรมสร้างสรรค์ความรู้ แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบ ความถูกต้อง ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 7. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดได้ว่า - พระบรมราโชวาท เป็นวรรณกรรมที่มีคุณค่าทั้งทางด้านเนื้อหา วรรณศิลป์ และสังคมวัฒนธรรม รูปแบบพระราชหัตถเลขาทรงสั่งสอนต้องใช้ความอุตสาหะพากเพียรเพื่อน าความรู้กลับมาพัฒนาประเทศชาติ อย่าให้ใช้ฮิสรอแยลไฮเนสปรินซ์น าหน้าชื่อ ให้ใช้ชื่อเดิมของตัวเฉย ๆ เมื่อผู้อื่นเขาจะเติมหน้า ชื่อ หรือจะเติมท้ายชื่อตามธรรมเนียมอังกฤษ เป็นมิสเตอร์หรือเอสไควร์ก็ตามทีเถิด แต่เงินนี้ฝากไว้ในแบงก์ คงจะมีดอกเบี้ยมากขึ้น เหลือการเล่าเรียนแล้วจะได้ใช้ประโยชน์ของ ตัวเองโดยชอบใจ เป็นส่วนยกให้ เงินส่วนของใครจะลงชื่อเป็นของผู้นั้นฝากเอง แต่ในก าหนด ยังไม่ถึงอายุ ๒๑ ปีเต็ม จะเรียกเอาเงินใช้สอยเองมิได้ จะตั้งผู้จัดการแทนไว้ที่นอกให้เป็นผู้ช่วย จัดการไป เงินฝากไว้แห่งใดเท่าใด และผู้ใดเป็นผู้จัดการ จะได้ท าหนังสือมอบให้อีกฉบับหนึ่ง ส าหรับที่จะได้ไปทวงเอาในเวลาต้องการได้ ชีวิตสังขารของมนุษย์ไม่ยั่งยืนยืดยาวเหมือนเหล็กเหมือนศิลา ถึงโดยว่าจะมีพ่ออยู่ในขณะหนึ่ง ก็คงจะมีเวลาที่ไม่มีได้ในขณะหนึ่งเป็นแน่แท้” การซึ่งให้มีโอกาสและให้ทุนทรัพย์ซึ่งจะได้เล่าเรียนวิชานี้เป็นหลักทรัพย์มรดกอันประเสริฐ ดีกว่าทรัพย์สินเงินทองอื่น ๆ ด้วยเป็นของติดตัวอยู่ได้ไม่มีอันตรายที่จะเสื่อมสูญ ลูกคนใดที่มี สติปัญญาเฉลียวฉลาดก็ดี หรือไม่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดก็ดี ก็ต้องส่งไปเรียนวิชาทุกคน ตลอดโอกาสที่จะเป็นไปได้ เหมือนหนึ่งได้แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ลูกเสมอ ๆ กันทุกคน เงินค่าที่จะใช้สอยในการเล่าเรียน กินอยู่ นุ่งห่มทั้งปวงนั้น จะใช้เงินพระคลังข้างที่ คือเงินที่เป็น ส่วนสิทธิ์ขาดแต่ตัวพ่อเอง ไม่ใช้เงินที่ส าหรับจ่ายราชการแผ่นดิน เงินรายนี้ได้ฝากไว้ที่แบงก์
และจ าเป็นต้องรู้จักวางตนให้เหมาะสม โดยการใช้ค าและภาษาเข้าใจง่าย กระจ่างชัด มีการใช้ศัพท์สมัยใหม่ และการทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันใช้อยู่ 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิด ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน กระบวนการท างานกลุ่ม แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………… …..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่46 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่องสรปุความร้พูิเคราะห์ดขู้อคิด เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 5.1 ม.3/3 สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. และเข้าใจเนื้อหาพระบรมราโชวาท (K) 2. สรุปความรู้และข้อคิดจากพระบรมราโชวาท (P) 3. เห็นคุณค่าและความส าคัญของคุณค่าทางวรรณคดีเรื่อง พระบรมราโชวาท (A) 3. สาระส าคัญ ความรู้จากพระบรมราโชวาท คือ พระบรมราโชวาทเป็นบทพระราชนิพนธ์รูปแบบพระ ราชหัตถเลขา ที่เป็นพระบรมราโชบายเกี่ยวกับบ้านเมือง โดยการส่งพระราชโอรสไปศึกษาต่อต่างประเทศเพื่อจะได้มี โอกาสกลับมาท าประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองของตน ทรงสั่งสอนเกี่ยวกับการชี้แจงเงินที่พระราชทานให้เป็นค่า เล่าเรียน ทรงสอนให้อุตสาหะพากเพียร การวางตัว การใช้จ่ายเงิน และวิชาที่จ าเป็นต้องเรียน 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - สรุปความรู้และข้อคิดจากพระบรมราโชวาท 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนวิเคราะห์และสะท้อนความรู้ที่ได้รับจากเรื่อง พระบรมราโชวาท แล้วเขียนข้อคิดที่ได้รับ ที่สามารถน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน คนละ 1 ข้อคิด ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ร่วมกันวิเคราะห์และตอบค าถามที่ว่า พระบรมราโชวาทให้ความรู้และข้อคิด ที่สามารถน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร จากนั้นร่วมกันท าใบงานที่ 11 เรื่อง สรุปความรู้พิเคราะห์ ดูข้อคิด ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแลกเปลี่ยนจากการวิเคราะห์ความรู้ที่ได้รับจากเรื่อง พระบรมราโชวาท โดยตรวจสอบความเข้าใจร่วมกัน ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์และสรุปข้อคิดที่ได้จากเรื่อง พระบรมราโชวาท เป็นแผนภาพความคิด โดยแบ่งเป็นประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
(1) ด้านการศึกษา (3) ด้านการใช้จ่าย (2) ด้านความประพฤติ (4) ด้านการเลี้ยงดูบุตร 5. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดได้ว่า - เรื่องพระบรมราโชวาทให้ความรู้เกี่ยวกับสังคมสมัยรัชกาลที่ ๕ และข้อคิดด้านความประพฤติ การศึกษา การใช้จ่าย และการเลี้ยงดูบุตร ที่เป็นประโยชน์และสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้ 6. นักเรียนน าความรู้ที่ได้จากเรื่อง พระบรมราโชวาท ไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม โดยเลือกประเด็นใด ประเด็นหนึ่งต่อไปนี้ (1) พระบรมราโชบายเกี่ยวกับบ้านเมือง โดยการส่งพระราชโอรสไปศึกษาต่อ ต่างประเทศ เพื่อจะได้มีโอกาสกลับมาท าประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองตน (2) สภาพเศรษฐกิจและสังคมสมัยรัชกาลที่ 5 ทั้งเรื่องประเภทของเงิน รายจ่าย (3) การจัดตั้งธนาคารในสังคมตะวันตกสมัยรัชกาลที่ 5 (4) บรรดาศักดิ์ต่างประเทศและขุนนางของไทย ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 7. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ - ความรู้จากพระบรมราโชวาท คือ พระบรมราโชวาทเป็นบทพระราชนิพนธ์รูปแบพระ ราชหัตถเลขาที่เป็นพระบรมราโชบายเกี่ยวกับบ้านเมือง โดยการส่งพระราชโอรสไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อจะได้มีโอกากลับมาท าประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองของตน ทรงสั่งสอนเกี่ยวกับการชี้แจงเงินที่พระราชทาน ให้เป็นค่าเล่าเรียน ทรงสอนให้อุตสาหะพากเพียร การวางตัว การใช้จ่ายเงิน และวิชาที่จ าเป็นต้องเรียน 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิด ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ -
10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน กระบวนการท างานกลุ่ม แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่อง พระบรม-ราโชวาท เพื่อน าไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง แบบประเมินใบงาน เรื่อง สรุปความรู้ พิเคราะห์ดูข้อคิด ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………… …..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่47 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่องข้อคิดน าชีวิต เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 5.1 ม.3/3 สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. รู้และเข้าใจเนื้อหาพระบรมราโชวาท (K) 2. สรุปความรู้และข้อคิดจากพระบรมราโชวาท (P) 3. เห็นคุณค่าและความส าคัญของคุณค่าทางวรรณคดีเรื่อง พระบรมราโชวาท (A) 3. สาระส าคัญ ข้อคิดจากพระบรมราโชวาทคือ การสอนให้มีความอุตสาหะและตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพื่อเป็นก าลัง ส าคัญและเป็นประโยชน์แก่บ้านเมือง นอกจากนี้ยังให้ข้อคิดเกี่ยวกับการรู้จักใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด ไม่ สุรุ่ยสุร่าย ไม่ก่อหนี้ อีกทั้งเป็นคนมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ว่านอนสอนง่าย เพราะถ้าประพฤติดีจะมีคุณแก่ตัว เราทั้งในปัจจุบันและอนาคต 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - ข้อคิดจากพระบรมราโชวาท 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่า พระบรมราโชวาทให้ข้อคิดที่สามารถน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ อย่างไร แล้วเลือกข้อคิดที่ได้จากเรื่อง พระบรมราโชวาท เสนอแนวทางปฏิบัติ แล้ววิเคราะห์ว่า ถ้าน าไป ปฏิบัติจริงจะเกิดผลอย่างไร และถ้าไม่ปฏิบัติจะเกิดผลอย่างไร โดยเขียนเป็นแผนภาพความคิดลงในใบงาน ที่ 12 เรื่อง ข้อคิดน าชีวิต ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ - ข้อคิดจากพระบรมราโชวาทคือ การสอนให้มีความอุตสาหะและตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพื่อเป็น ก าลังส าคัญและเป็นประโยชน์แก่บ้านเมือง นอกจากนี้ยังให้ข้อคิดเกี่ยวกับการรู้จักใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด ไม่สุรุ่ยสุร่าย ไม่ก่อหนี้ อีกทั้งเป็นคนมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ว่านอนสอนง่าย เพราะถ้าประพฤติดีจะมี คุณแก่ตัวเราทั้งในปัจจุบันและอนาคต ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการสังเคราะห์ข้อคิดและความคิดเห็นเกี่ยวกับการน าข้อคิด
ในแง่มุมต่าง ๆ จากเรื่องไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน โดยน าเสนอให้น่าสนใจ จากนั้นร่วมกันแสดงความ คิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสังเคราะห์ข้อคิดและการน าข้อคิดไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงในประเด็นอื่น ๆ เพื่อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและประเมินผลงานน าเสนอ การวิเคราะห์และประเมินข้อคิด จากพระบรมราโชวาท 5. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการท างาน ที่มีแบบแผน 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันประเมินและปรับปรุงความคิดความเข้าใจเกี่ยวกับผลการสังเคราะห์ ข้อคิดของกลุ่มของตนเองให้ดีขึ้น จากนั้นร่วมกันเขียนบทความเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของโรงเรียนหรือสื่อ สังคมออนไลน์เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้อ่านและร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในประเด็นต่าง ๆ เพื่อ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและส่งเสริมการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 7นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการท ากิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ - สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร - นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด - นักเรียนจะน าความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการท างานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง ส าหรับการท างานในครั้งต่อไป 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิด ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ -
10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน กระบวนการท างานกลุ่ม แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่อง พระบรม-ราโชวาท เพื่อน าไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง แบบประเมินใบงาน เรื่อง ข้อคิดน า ชีวิต ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………… …..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่48 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่องวิถีไทย คณุค่าไทย (1) เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 5.1 ม.3/2 วิเคราะห์วิถีไทยและคุณค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. รู้และเข้าใจวิถีไทยและคุณค่าจากพระบรมราโชวาท (K) 2. จ าแนกวิถีไทยและระบุคุณค่าจากพระบรมราโชวาท (P) 3. เห็นคุณค่าของวิถีไทยจากวรรณคดีเรื่อง พระบรมราโชวาท (A) 3. สาระส าคัญ พระบรมราโชวาทมีเนื้อหาสะท้อนสภาพสังคมและวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 เกี่ยวกับ การ อบรมเลี้ยงดูลูกของพ่อผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว มีหน้าที่อบรมสั่งสอนดูแลลูก วางแนวทางชีวิตที่ดีให้แก่ลูก และลูกต้องเชื่อฟัง ปฏิบัติตามค าสั่งสอนของพ่อแม่ รวมทั้งให้ความส าคัญกับการศึกษาเล่าเรียนและเห็น คุณค่าของภาษาไทย แม้ว่าจะเรียนหรือมีความรู้ภาษาต่างประเทศ ก็ไม่ควรละทิ้งความเป็นไทย และการ ฝึกหัดอ่านเขียนภาษาไทย 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - วิถีไทยและคุณค่าจากพระบรมราโชวาท 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับคุณค่าและวิถีไทยในวรรณกรรมหรือวรรณคดีที่เคยอ่าน จากนั้นร่วมกันแสดงความคิดเห็นและเล่าประสบการณ์ แล้วร่วมกันตอบค าถามและอภิปราย ดังนี้ 1.1 ค าว่า วิถีไทยหมายถึงอะไร 1.2 การอ่านวรรณคดีหรือวรรณกรรมสะท้อนคุณค่าวิถีไทยอย่างไร 1.3 การเรียนรู้วิถีไทยด้วยการวิเคราะห์หรือการอ่านวรรณคดีมีประโยชน์หรือความส าคัญอย่างไร ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มร่วมกันรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิถีไทยที่ปรากฏในการอ่านวรรณกรรมหรือ วรรณคดีไทยจากประสบการณ์เดิมของนักเรียน ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิถีไทยและคุณค่าทางวรรณกรรมจากแหล่งการเรียนรู้ ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ
4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔-๕ คน แต่ละกลุ่มร่วมกันพิจารณาแถบข้อความจากพระบรมราโชวาท จ านวน ๔ แถบข้อความ แล้ววิเคราะห์ว่าสะท้อนวิถีชีวิตและสภาพสังคมไทยอย่างไร ตัวอย่างแถบข้อความ สะท้อนวัฒนธรรมวิถีไทยเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมครอบครัวของไทยที่พ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว มีหน้าที่ อบรมสั่งสอนดูแลลูก วางแนวทางชีวิตที่ดีให้แก่ลูก และลูกต้องเชื่อฟัง ปฏิบัติตามค าสั่งสอนของพ่อแม่ สะท้อนวิถีไทย เรื่อง ความอ่อนน้อมถ่อมตน และการมีสัมมาคราวะของคนไทย สะท้อนวิถีไทย เรื่อง ความส าคัญและคุณค่าของภาษาไทย แม้ว่าจะเรียนหรือมีความรู้ภาษาต่างประเทศ ก็ไม่ควรละทิ้งความเป็นไทย และการฝึกหัดอ่านเขียนภาษาไทย สะท้อนวิถีไทย เกี่ยวกับต าแหน่งและยศถาบรรดาศักดิ์ของข้าราชการในสมัยรัชกาลที่ 5 จากนั้นนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ วิถีความเป็นไทยที่ปรากฏในพระบรมราโชวาท เป็นแผนภาพความคิด ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 5. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดได้ว่า - พระบรมราโชวาท มีเนื้อหาสะท้อนสภาพสังคมและวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕ เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูลูกของพ่อผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว มีหน้าที่อบรมสั่งสอนดูแลลูก วางแนวทางชีวิต ที่ดีให้แก่ลูก และลูกต้องเชื่อฟัง ปฏิบัติตามค าสั่งสอนของพ่อแม่ รวมทั้งให้ความส าคัญกับการศึกษาเล่าเรียน และเห็นคุณค่าของภาษาไทย แม้ว่าจะเรียนหรือมีความรู้ภาษาต่างประเทศ ก็ไม่ควรละทิ้งความเป็นไทย และการฝึกหัดอ่านเขียนภาษาไทย ขอจดหมายค าสั่งตามความประสงค์ให้แก่ลูก....จงประพฤติตามโอวาทที่จะกล่าวต่อไปนี้ เพราะเหตุฉะนั้นในเวลาที่ออกไปเรียนวิชาอยู่ขอบังคับว่าให้เขียนหนังสือถึงพ่อทุกคน อย่าง น้อยเดือนละฉบับ เมื่อเวลายังเขียนหนังสืออังกฤษไม่ได้ ก็เขียนมาเป็นหนังสือไทย ถ้าเขียน หนังสืออังกฤษหรือภาษาหนึ่งภาษาใดได้ให้เขียนภาษาอื่นนั้นมาฉบับหนึ่ง ให้เขียนค าแปลเป็น หนังสือไทยอีกฉบับหนึ่ง ติดกันมาอย่าให้ขาด เพราะเหตุที่ลูกยังเป็นเด็กไม่ได้เรียนภาษาไทย แน่นอนมั่นคง ก็ให้อาศัยไต่ถาม ครูไทยที่ออกไปอยู่ด้วย หรือค้นดูตามหนังสือภาษาไทยซึ่งได้จัดออกไปให้ด้วย คงจะพอหา ถ้อยค าที่จะใช้แปลออกเป็นภาษาไทยได้ ถ้าจะว่าตามการซึ่งเป็นมาแต่ก่อน เจ้านายซึ่งจะหาช่องท าราชการได้ยากกว่าลูกขุนนาง เพราะเหตุที่เป็นผู้มีวาสนาบรรดาศักดิ์มาก จะรับราชการในต าแหน่งต ่า ๆ ซึ่งเป็นกระไดขั้นแรก คือ เป็นนายรองหุ้มแพรมหาดเล็ก เป็นต้น ก็ไม่ได้เสียแล้ว จะไปแต่งตั้งให้ว่าการใหญ่โตสมแก่ยศ ศักดิ์ เมื่อไม่มีวิชาความรู้และสติปัญญาพอที่จะท าการในต าแหน่งนั้นไปได้ ก็เป็นไปไม่ได้ อย่าได้ถือตัวว่าเป็นลูกเจ้าแผ่นดิน พ่อมีอ านาจยิ่งใหญ่อยู่ในบ้านเมือง ถึงจะเกะกะไม่กลัว เกรง คุมเหงผู้ใดเขาก็จะมีความเกรงใจพ่อไม่ต่อสู้หรือไม่อาจฟ้องร้องว่ากล่าว การซึ่งเชื่อใจดังนั้น เป็นการผิดแท้ทีเดียว เพราะความปรารถนาของพ่อไม่อยากจะให้ลูกมีอ านาจที่จะเกะกะอย่างนั้น เลย
9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิด ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ 4) แถบข้อความ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน กระบวนการท างานกลุ่ม แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………… …..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่49 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่องวิถีไทย คณุค่าไทย (2) เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 5.1 ม.3/2 วิเคราะห์วิถีไทยและคุณค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. รู้และเข้าใจวิถีไทยและคุณค่าจากพระบรมราโชวาท (K) 2. จ าแนกวิถีไทยและระบุคุณค่าจากพระบรมราโชวาท (P) 3. เห็นคุณค่าของวิถีไทยจากวรรณคดีเรื่อง พระบรมราโชวาท (A) 3. สาระส าคัญ พระบรมราโชวาทมีเนื้อหาที่สะท้อนให้เห็นวิถีไทยที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของสถาบันครอบครัวไทย ที่พ่อและแม่มีหน้าที่วางแผนแนวทางการด าเนินชีวิตให้แก่ลูก ตลอดจนอบรมสั่งสอนให้ลูกเป็นคนดี นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นความส าคัญของการศึกษาของไทยที่เริ่มมีบทบาทและปลูกฝังให้คนได้มีวิชาความรู้ ตลอดจนสภาพสังคมในสมัยรัชกาลที่ 5 และความส าคัญของภาษาไทย 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - วิถีไทยและคุณค่าจากพระบรมราโชวาท 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับวิถีไทยที่ปรากฏในพระบรมราโชวาท ตามประเด็นที่ก าหนดจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก (บูรณาการวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม) กลุ่มที่ 1 บทบาทของสถาบันครอบครัวของไทย กลุ่มที่ 2 การศึกษาของไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 กลุ่มที่ 3 ล าดับยศของข้าราชการในสมัยรัชกาลที่ 5 กลุ่มที่ 4 ค่านิยมทางสังคมในสมัยรัชกาลที่ 5 กลุ่มที่ 5 คุณค่าและความส าคัญของภาษาไทย ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ - พระบรมราโชวาท มีเนื้อหาที่สะท้อนให้เห็นวิถีไทยที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของสถาบัน
ครอบครัวไทย ที่พ่อและแม่มีหน้าที่วางแผนแนวทางการด าเนินชีวิตให้แก่ลูก ตลอดจนอบรมสั่งสอนให้ลูก เป็นคนดี นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นความส าคัญของการศึกษาของไทยที่เริ่มมีบทบาทและปลูกฝังให้คน ได้มีวิชาความรู้ ตลอดจนสภาพสังคมในสมัยรัชกาลที่ 5 และความส าคัญของภาษาไทย ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาแลกเปลี่ยนน าเสนอความรู้ ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากการวิเคราะห์ และประเมินคุณค่าทางด้านเนื้อหา และวิถีไทยจากพระบรมราโชวาท ตามกลุ่มที่ได้รับมอบหมาย กลุ่มที่ 1 บทบาทของสถาบันครอบครัวของไทย กลุ่มที่ 2 การศึกษาของไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 กลุ่มที่ 3 ล าดับยศของข้าราชการในสมัยรัชกาลที่ 5 กลุ่มที่ 4 ค่านิยมทางสังคมในสมัยรัชกาลที่ 5 กลุ่มที่ 5 คุณค่าและความส าคัญของภาษาไทย ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและประเมินผลการน าเสนอ การวิเคราะห์และประเมินคุณค่า ทางด้านเนื้อหา วิถีไทยจากพระบรมราโชวาท 5. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการท างาน ที่มีแบบแผน ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 6. นักเรียนน าผลการศึกษาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ “วิถีไทย จากพระบรมราโชวาท ” มาเผยแพร่ ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์หรือเว็บไซต์ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ ๑7. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการท ากิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ - สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร - นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด - นักเรียนจะน าความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการท างานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง ส าหรับการท างานในครั้งต่อไป 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ 3) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิด ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพ
9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน กระบวนการท างานกลุ่ม แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ วิเคราะห์วิถีไทยและระบุคุณค่า ทางวรรณคดีจากพระบรมราโชวาท แบบประเมินกิจกรรม วิเคราะห์วิถี ไทยจากพระบรมราโชวาท ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………… …..............................................…………………………………