ข้อความที่ 6 ทนาย : ในพินัยกรรมนี้ระบุว่ามรดกทั้งหมดของตระกูลสว่างวงศ์ตกเป็นของพจมาน หม่อมป้า, หญิงใหญ่ (ตัวอิจฉา) : ก็ดี ทนาย (ท าหน้างง) : อ้าว ไม่โกรธหรือ หม่อมป้า, หญิงใหญ่ : ไม่โกรธ พจมาน : ไม่อิจฉาหรือ หม่อมป้า, หญิงใหญ่ : ไม่ ทนาย : ในละครเขาต้องตบกันนา หม่อมป้า, หญิงใหญ่ : เบื่อ ชายน้อย : ไม่เสียดายหรือ หม่อมป้า, หญิงใหญ่ : นั่งอมลูกอมฮอลล์ท าสีหน้าไม่ยี่หระ พจมาน : ยังไงกันวะนี่ ฮอลล์ตะไคร้ซีตรัสใหม่ เย็น สดชื่น ที่มา : ภาพยนตร์โฆษณา ชุด บ้านทรายทอง ของลูกอม ฮอลล์ตะไคร้ ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์หลักการพูดโน้มน้าวใจจากข้อความที่เพื่อนอ่านให้ฟัง แล้วร่วมกัน สรุปเกี่ยวกับหลักการพูดโน้มน้าว เป็นแผนภาพความคิด ดังนี้ ตวัอย่างแผนภาพความคิด 5. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม ร่วมกันสืบค้นตัวอย่างการพูดโน้มน้าว จากแหล่งการ เรียนรู้ต่าง ๆ แล้วร่วมกันวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพูดโน้มน้าวของสื่อนั้น ในประเด็น ต่อไปนี้ 1) จุดมุ่งหมายของการพูดโน้มน้าวที่ฟัง 2) เนื้อหาสาระและการใช้ถ้อยค าของการพูดโน้มน้าว 3) การจัดล าดับเนื้อหาของการพูดโน้มน้าว หลักการ พูดโน้มน้าว แสดงให้เห็นความน่าเชื่อถือของผู้พูด โดยมีบุคลิกภาพและสร้างความ น่าเชื่อถือให้กับผู้ฟัง แสดงให้เห็นเหตุผลและความ สมเหตุสมผลของการพูด เพื่อสร้าง แรงจูงใจ ดึงดูดความสนใจ และให้เกิด ความน่าเชื่อถือและคล้อยตามของผู้ฟัง เร้าให้ผู้ฟังเกิดอารมณ์อย่างแรงกล้า ปลุกพลังกายและพลังใจ ด้วยการใช้ ภาษากระตุ้นที่เกิดอารมณ์และความรู้สึก ของผู้ฟัง สร้างความสุขให้แก่ผู้ฟัง เพลิดเพลิน และเกิดความชื่นชอบสิ่งที่พูด แสดงให้เห็นว่าผู้พูดมีความรู้สึก และอารมณ์ร่วมกับผู้ฟัง แสดงให้เห็นทั้งด้านดีและด้านเสีย เพื่อให้ผู้ฟังตัดสินใจเลือก จากการ พูดโน้มน้าวโดยการเสนอแนะ
4) กลวิธีหรือหลักการพูดโน้มน้าวที่ใช้ 5) ลักษณะบุคลิกภาพ และการใช้อวัจนภาษาประกอบการพูด 6. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพูดโน้มน้าว โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การพูดโน้มน้าวใจมีจุดประสงค์อย่างไร ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 7. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับหลักการพูดโน้มน้าว ได้ว่า - การพูดโน้มน้าวเป็นการพูดที่มีจุดมุ่งหมายให้ผู้ฟังเกิดความสนใจ ศรัทธา และรับฟังความ คิดเห็นต่าง ๆ ของผู้พูด โดยใช้หลักการที่แสดงความน่าเชื่อถือของผู้พูด แสดงให้เห็นความสมเหตุสมผล ความรู้สึกและอารมณ์ร่วมกับผู้ฟัง ทั้งด้านดี ด้านเสียของเรื่องเพื่อใช้ในการตัดสินใจ 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ 2) แถบข้อความ 3) วีดิทัศน์การพูดโน้มน้าว 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 28 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่4 เรื่อง หลักการพูดโน้มน้าว เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิดและความรู้สึก ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 3.1 ม.3/5 พูดโน้มน้าวโดยน าเสนอหลักฐานตามล าดับเนื้อหาอย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ ท 3.1 ม.3/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลักษณะของการพูดโน้มน้าว (K) 2. พูดโน้มน้าว (P) 3. เห็นประโยชน์ของการพูดโน้มน้าว และตระหนักถึงมารยาทในการฟัง การดู และการพูด (A) 3. สาระสำคัญ การพูดโน้มน้าวเป็นการพูดที่ต้องท าให้ผู้ฟังเชื่อถือ เห็นคุณค่าและกระท าตามที่ผู้พูดชี้แจงและแนะ ให้ปฏิบัติ การพูดโน้มน้าวนั้นผู้พูดต้องมีความสามารถส าหรับการจัดล าดับเนื้อหาที่พูดให้ผู้ฟังเข้าใจและ เกิดความเชื่อถือด้วยการใช้ศิลปะการพูดด้วยกลวิธีต่าง ๆ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การพูดโน้มน้าว 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม ท ากิจกรรม “สร้างมูลค่า...ภูมิปัญญาไทย” โดยจับ ฉลากบัตรภาพกลุ่มละ ๑ ภาพ แล้วร่วมกันระดมความคิดเพื่อพูดโน้มน้าว น าเสนอภาพที่ได้รับ ให้มีความน่าสนใจ
ตัวอย่างบัตรภาพ ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งผู้แทนนักเรียนออกมาพูดโน้มน้าวใจจากกิจกรรม “สร้างมูลค่า...ภูมิปัญญาไทย” เพื่อนกลุ่มอื่นร่วมกันประเมินความถูกต้องและความน่าสนใจของการพูดโน้มน้าว ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนกลุ่มเดิมเลือกหัวข้อส าหรับการพูดโน้มน้าวที่ก าหนด แล้วร่วมกันระดมความคิด และจัดเตรียมข้อมูลส าหรับการพูดโน้มน้าวตามหัวข้อที่เลือก ตัวอย่างหัวข้อการพูดโน้มน้าว - การพูดโฆษณาสินค้าและบริการ - การพูดหาเสียงของประธานนักเรียน - การพูดเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ - การพูดโน้มน้าวเกี่ยวกับการแนะแนวและศึกษาต่อ - การพูดแนะน าให้ปฏิบัติหรือเชื่อสิ่งต่าง ๆ การพูดโน้มน้าวเป็นการพูดที่ต้องท าให้ผู้ฟังเชื่อถือ เห็นคุณค่าและกระท าตามที่ผู้พูดชี้แจง และแนะให้ปฏิบัติ การพูดโน้มน้าวนั้นผู้พูดต้องมีความสามารถส าหรับการจัดล าดับเนื้อหาที่พูดให้ผู้ฟังเข้าใจ และเกิดความเชื่อถือด้วยการใช้ศิลปะการพูดด้วยกลวิธีต่าง ๆ ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูดโน้มน้าวตามหัวข้อที่เลือก นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย การเกี่ยวกับจุดเด่นและข้อที่ควรพัฒนาในการพูดโน้มน้าวของแต่ละกลุ่ม 5. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการพูดโน้มน้าว โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การพูดโน้มน้าวมีประโยชน์อย่างไร ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 6. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบ และวิธีการท างานที่มี แบบแผน
7. นักเรียนร่วมกันรณรงค์เพื่อการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน โดยการพูดโน้มน้าวใจ ในโอกาสที่เหมาะสม 8. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการท ากิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ - สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร - นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด - นักเรียนจะน าความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการท างานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง ส าหรับการท างานในครั้งต่อไป 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ 2) บัตรภาพ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ การพูดโน้มน้าว แบบประเมินการพูดโน้มน้าว ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 29 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่4 เรื่อง หลกัการพดูอภิปราย เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิดและความรู้สึก ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 3.1 ม.3/4 พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท 3.1 ม.3/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการและองค์ประกอบของการพูดอภิปราย (K) 2. วิเคราะห์และจัดล าดับขั้นตอนการพูดอภิปราย (P) 3. เห็นคุณค่าและความส าคัญของการพูดอภิปรายในชีวิตประจ าวันและตระหนักถึงมารยาทในการฟัง การดู และการ พูด 3. สาระสำคัญ การพูดอภิปรายเป็นการพูดที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้น าไปสู่การตัดสินใจ การ แก้ปัญหาหรือน าไปพัฒนาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การพูดอภิปรายประกอบด้วยผู้พูด ผู้ฟัง หัวข้อ และสถานที่ อภิปรายรูปแบบของการอภิปรายประกอบด้วยการพูดอภิปรายแบบธรรมดา และการพูดอภิปรายแบบ คณะ โดยผู้พูดที่เป็นทั้งผู้ด าเนินรายการอภิปรายและผู้ร่วมอภิปราย ซึ่งการพูดอภิปรายควรพูดให้ชัดเจน ตรงประเด็น น าเสนอข้อมูลที่น่าสนใจ โดยมีมารยาทในการพูดอภิปราย 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - หลักการและองค์ประกอบของการพูดอภิปราย 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น -
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนชมวีดิทัศน์การพูดอภิปรายหน้าชั้นเรียน แล้วร่วมกันสนทนา โดยตอบค าถาม ดังนี้ - วีดิทัศน์ข้างต้นเป็นการพูดรูปแบบใด และมีลักษณะอย่างไรขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการพูดอภิปรายจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม ร่วมกันชมวีดิทัศน์ตัวอย่างการพูดอภิปรายอีกครั้ง แล้ววิเคราะห์องค์ประกอบของการพูดอภิปราย โดยตอบค าถาม ดังนี้ - องค์ประกอบของการพูดอภิปรายมีอะไรบ้าง แต่ละองค์ประกอบมีลักษณะอย่างไร ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์และจ าลองสถานการณ์การพูดอภิปราย โดยก าหนดหัวข้อ การพูดอภิปรายเรื่อง “การเรียนให้ประสบความส าเร็จ” โดยนักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเขียนบทพูดหรือ เค้าโครงล าดับขั้นตอนการพูดอภิปรายให้ชัดเจน (ตัวอย่างค าตอบ) ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 5. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับหลักการพูดอภิปราย ได้ว่า - การพูดอภิปรายเป็นการพูดที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้น าไปสู่การตัดสินใจ การแก้ปัญหาหรือน าไปพัฒนาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การพูดอภิปรายประกอบด้วยผู้พูด ผู้ฟัง หัวข้อ และสถานที่ ผู้ด าเนินการอภิปราย ตอนต้นของการพูดอภิปรายควรกล่าววัตถุประสงค์การ อภิปราย แนะน าผู้อภิปราย และพูดให้เห็นความส าคัญของ การศึกษาเล่าเรียน การเรียนให้ประสบความส าเร็จ ตอนท้ายควร กล่าวสรุปและเชื่อมโยงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการพูดอภิปรายของผู้ พูดทั้ง ๔ คน พร้อมทั้ง เปิดโอกาสให้ผู้ฟังซักถาม ผู้อภิปราย คนที่ ๑ พูดอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาการเรียนของนักเรียนใน ปัจจุบัน ว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด ส่งผลให้การเรียนไม่ประสบความส าเร็จ อย่างไร คนที่ ๒ พูดอภิปรายเกี่ยวกับการตั้งเป้าหมายทางการเรียนให้ ประสบความส าเร็จ พร้อมทั้งยกตัวอย่างบุคคลที่มีเป้าหมายในการ เรียนและประสบความส าเร็จอย่างชัดเจน คนที่ ๓ พูดอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการเรียนให้ประสบความส าเร็จ ทั้งการเตรียมความพร้อม และข้อควรปฏิบัติต่าง ๆ ระหว่างการศึกษา เล่าเรียน คนที่ ๔ พูดอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการเรียนให้ประสบความส าเร็จ โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติม และยกตัวอย่างบุคคลที่เรียนแล้วประสบ ความส าเร็จตลอดจนระบุข้อดีของการเรียนที่ประสบความส าเร็จ
อภิปราย รูปแบบของการอภิปรายประกอบด้วยการพูดอภิปรายแบบธรรมดา และการพูดอภิปรายแบบคณะ โดยผู้พูดที่เป็นทั้งผู้ด าเนินรายการอภิปรายและผู้ร่วมอภิปราย ซึ่งการพูดอภิปรายควรพูดให้ชัดเจน ตรงประเด็น น าเสนอข้อมูลที่น่าสนใจ โดยมีมารยาทในการพูดอภิปราย 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ 2) วีดิทัศน์การพูดอภิปรายเรื่องต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 30 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่4 เรื่อง การพดูอภิปราย เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิดและความรู้สึก ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 3.1 ม.3/4 พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท 3.1 ม.3/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลักษณะและโครงสร้างของการพูดอภิปราย (K) 2. พูดอภิปราย (P) 3. เห็นคุณค่าและความส าคัญของการพูดอภิปราย และตระหนักถึงมารยาทในการฟัง การดู และการพูด (A) 3. สาระสำคัญ การพูดอภิปรายเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ของแต่ละบุคคลที่ได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ เฉพาะ ตอนใดตอนหนึ่งของเรื่องที่ผู้ด าเนินการอภิปรายได้ตกลงมอบหมาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้ ทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ทั้งนี้ ผู้อภิปรายแต่ละคนต้องแสดงความรู้ ความคิดอย่างละเอียด ลึกซึ้งเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ฟัง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การพูดอภิปราย 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับหัวข้อ “ปัญหาของวัยรุ่นไทย” โดยมีครู ให้ค าแนะน าเพิ่มเติม เพื่อน าไปเป็นแนวทางในการพูดอภิปราย ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม เลือกหัวข้อที่สนใจในการพูดอภิปราย แล้วคัดเลือก ผู้ด าเนินการอภิปรายกลุ่มละ ๑ คน และผู้พูดอภิปรายกลุ่มละ ๓-๔ คน ตามความเหมาะสม จากนั้นเตรียม ข้อมูลในการพูดอภิปราย ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ - การพูดอภิปรายเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ของแต่ละบุคคลที่ได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ เฉพาะตอนใดตอนหนึ่งของเรื่องที่ผู้ด าเนินการอภิปรายได้ตกลงมอบหมาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ความรู้ทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ทั้งนี้ ผู้อภิปรายแต่ละคนต้องแสดงความรู้ ความคิดอย่าง ละเอียดลึกซึ้ง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ฟัง
ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูดอภิปรายตามหัวข้อของกลุ่มของตนเอง โดยมีประธานหรือผู้ด าเนิน รายการอภิปรายเป็นผู้ด าเนินการ เพื่อนกลุ่มอื่นร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพูดอภิปราย 5. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับมารยาทในการพูดอภิปรายที่เหมาะสม และสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ ในการพูดอภิปราย 6. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพูดอภิปรายให้เกิดประสิทธิภาพ โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การพูดอภิปรายให้เกิดประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติและด าเนินการอย่างไร 7. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการท างาน ที่มีแบบแผน ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 8. นักเรียนจัดการอภิปรายประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจในสังคมปัจจุบันตามโอกาสที่เหมาะสมภายใน โรงเรียน เพื่อให้ความรู้แก่สมาชิกภายในโรงเรียน 9. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการท ากิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ - สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร - นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด - นักเรียนจะน าความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการท างานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง ส าหรับการท างานในครั้งต่อไป 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ การพูดอภิปราย แบบประเมินการพูดอภิปราย ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 31 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่4 เรื่องหลักการพูดยอวาที เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิดและความรู้สึก ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 3.1 ม.3/4 พูดในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ท 3.1 ม.3/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการและองค์ประกอบของการพูดยอวาที (K) 2. วิเคราะห์ลักษณะการพูดยอวาที (P) 3. เห็นคุณค่าและความส าคัญของการพูดยอวาทีและตระหนักถึงมารยาทในการฟัง การดู และการพูด (A) 3. สาระสำคัญ การพูดยอวาทีเป็นการพูดของบุคคลสองฝ่ายร่วมกันสนับสนุนหัวข้อเรื่องหรือญัตติที่ก าหนดด้วย จุดประสงค์อย่างเดียวกัน แต่มีการแสดงความคิดเห็นโดยใช้ศิลปะการพูดที่แตกต่างกัน ฝ่ายใดมี ความสามารถในการพูดที่แสดงความคิดเห็นได้ชัดเจน ด้วยศิลปะการพูดที่มีประสิทธิภาพจะเป็นฝ่ายชนะ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - หลักการและองค์ประกอบของการพูดยอวาที 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนพิจารณาและสังเกตแถบข้อความต่อไปนี้ ตัวอย่างแถบข้อความ เที่ยวเมืองไทย...ไม่ไปไม่รู้ : สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยมีความสวยงาม และหลากหลาย การเคารพและท าตามกฎหมายจะช่วยให้สังคมของเราสงบสุข แล้วร่วมกันสนทนา โดยตอบค าถาม ดังนี้ 1.1 นักเรียนเห็นด้วยกับข้อความข้างต้นหรือไม่ อย่างไร 1.2 หากนักเรียนต้องการพูดสนับสนุนความคิดเห็นหรือประเด็นต่าง ๆ เป็นกลุ่มหรือคณะ สามารถพูดได้ในรูปแบบใด ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการพูดยอวาที จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนชมวีดิทัศน์การแข่งขันยอวาที ญัตติเรื่อง “เยาวชนไทยต้องพัฒนาให้สุด”จากโครงการ “ยอหญิง : พลังหญิงร่วมรณรงค์หยุดการพนัน” และการแข่งขันยอวาทีระดับชั้นมัธยมศึกษา แล้วร่วมกัน วิเคราะห์รูปแบบการอภิปราย และองค์ประกอบของการพูดยอวาที ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์ประกอบของการพูด ยอวาที โดยพิจารณาจากบัตรค า แล้วร่วมวิเคราะห์องค์ประกอบของการพูดยอวาทีว่าแต่ละส่วนมีลักษณะ อย่างไร ตัวอย่างบัตรค า 5. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ข้อควรปฏิบัติในการพูดยอวาที แล้วสรุปเป็นแผนภาพความคิด ดังนี้ ตวัอย่างแผนภาพความคิด ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 6. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความแตกต่างของการพูดยอวาทีและการพูดโต้วาที โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การพูดยอวาทีแตกต่างจากการพูดโต้วาทีอย่างไร หัวข้อ จดุมุ่งหมาย เนื้อหา บุคลิกภาพ ข้อควรปฏิบตัิ ในการพูดยอวาที เสริมสร้างบุคลิกภาพ ในการพูด ญัตติที่เลือกต้อง สามารถน าเสนอ ความคิดได้อย่างลึกซึ้ง เข้าใจจุดประสงค์ ญัตติที่จะพูด น าเสนอเนื้อหา ตามญัตติที่จะพูด
7. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการพูดยอวาที ได้ว่า - การพูดยอวาทีเป็นการพูดของสองฝ่ายร่วมกันสนับสนุนหัวข้อเรื่องหรือญัตติที่ก าหนดด้วย จุดประสงค์ที่เป็นอย่างเดียวกัน แต่มีการแสดงความคิดเห็นโดยใช้ศิลปะการพูดที่แตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม ฝ่ายใดมีความสามารถในการพูดที่แสดงความคิดเห็นได้ชัดเจน ด้วยศิลปะการพูดที่มีประสิทธิภาพจะเป็น ฝ่ายชนะ 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) แถบข้อความ 3) บัตรคำ 4) วีดิทัศน์เกี่ยวกับการพูดยอวาที 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 32 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่4 เรื่องหลักการพูดโต้วาที เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิดและความรู้สึก ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 3.1 ม.3/3 พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา ท 3.1 ม.3/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการและองค์ประกอบของการพูดโต้วาที (K) 2. จัดล าดับขั้นตอนการพูดโต้วาที (P) 3. เห็นคุณค่าและความส าคัญของการพูดโต้วาที และตระหนักถึงมารยาทในการฟัง การดู และการพูด (A) 3. สาระสำคัญ การพูดโต้วาทีเป็นการพูดในลักษณะการโต้แย้งเพื่อแสดงทรรศนะที่แตกต่างกันระหว่างบุคคล ๒ ฝ่าย ผู้แสดงทรรศนะต้องพยายามหาเหตุผล สถิติ หลักการ อ้างอิงข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ มาสนับสนุน ทรรศนะของตนให้น่าเชื่อถือ และคัดค้านทรรศนะของอีกฝ่ายหนึ่ง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - หลักการพูดโต้วาที 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนพิจารณาและสังเกตภาพต่อไปนี้ ตัวอย่างภาพ (ภาพจากการถ่ายทอดสดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ของสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา และช่อง NBT กรมประชาสัมพันธ์)
แล้วร่วมกันสนทนา โดยตอบค าถาม ดังนี้ 1.1 ภาพข้างต้นเป็นภาพเกี่ยวกับอะไร 1.2 การกระท าข้างต้น มีจุดมุ่งหมายอย่างไร 1.3 การกระท าข้างต้น มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการพูดแบ่งออกเป็นกี่ฝ่าย อย่างไรบ้าง 1.4 การพูดในชีวิตประจ าวันที่ผู้พูดสามารถโต้แย้งความคิดเห็น โดยมีลักษณะคล้ายกับการ อภิปรายไม่ไว้วางใจตามระบอบประชาธิปไตยมีรูปแบบการพูดใดบ้าง ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการพูดโต้วาที จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม ดูวีดิทัศน์ตัวอย่างการพูดโต้วาที แล้วร่วมวิเคราะห์ องค์ประกอบของการพูดโต้วาทีจากบัตรค าหน้าชั้นเรียน ว่ามีลักษณะความเกี่ยวข้องการพูดโต้วาทีอย่างไร ตัวอย่างบัตรค า ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของการพูดโต้วาที เป็นแผนภาพความคิด ดังนี้ ตวัอย่างแผนภาพความคิด ญตัติ ฝ่ ายเสนอ ฝ่ ายค้าน ผ้ดูา เนิน รายการ กรรมการ องค์ประกอบ ของการพูด โต้วาที ญัตติ ผู้โต้วาที (ฝ่ายเสนอและฝ่ายค้าน) คณะกรรมการ ผู้ด าเนินรายการหรือ ประธาน
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งญัตติที่จะน ามาใช้ส าหรับการพูดโต้วาที กลุ่มละ ๓ ญัตติ แล้วให้ เพื่อนในห้องร่วมกันคัดเลือกญัตติที่เหมาะสมส าหรับการพูดโต้วาที พร้อมกับอภิปรายเกี่ยวกับลักษณะของ ญัตติที่ดีในการใช้พูดโต้วาที 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันพิจารณาบัตรค าเกี่ยวกับบุคคลหรือผู้โต้วาที แล้วอภิปรายเกี่ยวกับ ล าดับการพูดโต้วาทีและหน้าที่ของบุคคลนั้น ตัวอย่างบัตรค า 7. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาจัดล าดับขั้นตอนและอธิบายวิธีการพูดโต้วาทีหน้าชั้นเรียน โดย ใช้บัตรค าประกอบการอธิบาย เพื่อนกลุ่มอื่นร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความถูกต้องของการ จัดล าดับขั้นตอนและการอธิบายวิธีการพูดโต้วาทีของเพื่อน 8. นักเรียนอ่านแถบข้อความหน้าชั้นเรียน แล้วร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับการหาข้อมูลมาสนับสนุน ตัวอย่างแถบข้อความ ซื้อของออนไลน์ดีกว่าซื้อของในตลาดจริง ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 9. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพูดโต้วาที โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การพูดโต้วาทีที่ดีมีลักษณะอย่างไร 10. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับหลักการพูดโต้วาที ได้ว่า - การพูดโต้วาทีเป็นการพูดในลักษณะการโต้แย้ง เพื่อแสดงทรรศนะที่แตกต่างกันระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย ผู้แสดงทรรศนะต้องพยายามหาเหตุผล สถิติ หลักการ อ้างอิงข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ มาสนับสนุน ทรรศนะของตนให้น่าเชื่อถือ และคัดค้านทรรศนะของอีกฝ่ายหนึ่ง ผู้สนับสนุนฝ่ายเสนอคนที่ 1 ผู้สนับสนุนฝ่ายเสนอคนที่ 3 หัวหน้าฝ่ายเสนอ ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านคนที่ 1 หัวหน้าฝ่ายค้าน ผู้สนับสนุนฝ่ายเสนอคนที่ 2 ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านคนที่ 2 ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านคนที่ 3
9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) ภาพ 3) บัตรคำ 4) แถบข้อความ 5) วีดิทัศน์การพูดโต้วาที 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 33 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่4 เรื่องการพูดโต้วาที เวลา 1 ชั่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิดและความรู้สึก ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 3.1 ม.3/3 พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา ท 3.1 ม.3/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลักษณะและขั้นตอนการพูดโต้วาที (K) 2. พูดโต้วาที (P) 3. เห็นประโยชน์ของการพูดโต้วาที และตระหนักถึงมารยาทในการฟัง การดู และการพูด (A) 3. สาระสำคัญ การพูดโต้วาทีเป็นการพูดที่ใช้เหตุผลและปฏิภาณไหวพริบ ใช้ภาษาโต้แย้ง โดยผู้พูดต้องศึกษา เกี่ยวกับเรื่องที่จะน ามาโต้แย้งเป็นอย่างดี มีเหตุผลและข้อสนับสนุนในการพูดที่ชัดเจน จึงจะช่วยและท า ให้การพูดมีความน่าเชื่อถือ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การพูดโต้วาที 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกประธานการพูดโต้วาทีหรือผู้ด าเนินรายการพูดโต้วาที จ านวน 1 คน คณะกรรมการพูดโต้วาที 3 คน คณะกรรมการจับเวลาจ านวน 1 คน และนักเรียนคนอื่น ๆ แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน เป็นฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้าน จากนั้นจับฉลากญัตติการโต้วาทีเพื่อจัดกิจกรรมการพูดโต้วาที ตัวอย่างญัตติส าหรับการพูดโต้วาที - เที่ยวเมืองไทยเก๋ไก๋กว่าเที่ยวเมืองนอก - เรียนสายสามัญมีคุณค่าและสำคัญกว่าสายอาชีพ - อยู่เป็นโสดดีกว่ามีแฟน - เดินตลาดน้ำแบบไทยไทยไฉไลกว่าเดินห้างหรู - ทำงานอยู่ในเมืองเจริญรุ่งเรืองกว่าในชนบท ขั้นที่ 2 สำรวจค้นคว้า 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มเตรียมข้อมูลส าหรับการพูดโต้วาที โดยการหาข้อมูลที่สนับสนุนญัตติของตนเอง และเหตุผลส าหรับการโต้แย้งญัตติของฝ่ายตรงข้าม
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การพูดโต้วาทีสามารถน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างไร ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ - การพูดโต้วาทีเป็นการพูดที่ใช้เหตุผลและปฏิภาณไหวพริบ ใช้ภาษาโต้แย้ง โดยผู้พูดต้องศึกษา เกี่ยวกับเรื่องที่จะน ามาโต้แย้งเป็นอย่างดี มีเหตุผลและข้อสนับสนุนในการพูดที่ชัดเจน จึงจะช่วยและท าให้ การพูดมีความน่าเชื่อถือ 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูดโต้วาทีโดยมีประธานหรือผู้ด าเนินรายการพูดโต้วาทีเป็น ผู้ด าเนินการและคณะกรรมการตัดสินการพูดโต้วาที เพื่อนกลุ่มอื่นร่วมกันฟังและสังเกตการด าเนินการพูด โต้วาทีของเพื่อนแต่ละกลุ่ม จากนั้นร่วมกันอภิปรายการพูดโต้วาทีของแต่ละคู่ว่ามีจุดเด่นและข้อที่ควรพัฒนา ในการพูดโต้วาทีอย่างไร 6. นักเรียนร่วมกันสรุปและอภิปรายเกี่ยวกับมารยาทในการพูดโต้วาทีที่เหมาะสมและสิ่งที่ไม่ควร ปฏิบัติในการพูดโต้วาที โดยใช้การพูดโต้วาทีของแต่ละกลุ่มประกอบการอภิปราย 7. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการท างาน ที่มีแบบแผน 8. นักเรียนร่วมกันจัดกิจกรรมการแข่งขันพูดโต้วาทีภายในโรงเรียน ให้สมาชิกภายในโรงเรียนได้ฟัง ตามโอกาสที่เหมาะสม ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 9. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการท ากิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ - สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร - นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด - นักเรียนจะน าความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการท างานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง ส าหรับการท างานในครั้งต่อไป 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 9.2 แหล่งการเรียนรู้ -
10. การวัดและประเมินผล วิธีการวัดประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ การพูดโต้วาที แบบประเมินการพูดโต้วาที ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................……………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………..............................................…………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 34 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่5 เรื่องระดับภาษา เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 4.1 ม.3/3 วิเคราะห์ระดับภาษา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลักษณะของระดับภาษา (K) 2. วิเคราะห์ลักษณะการใช้ระดับภาษาในโอกาสต่าง ๆ (P) 3. ตระหนักในคุณค่าของการใช้ระดับภาษาให้ถูกต้อง เหมาะสมกับโอกาส กาลเทศะและบุคคล (A) 3. สาระส าคัญ ระดับของภาษา เป็นการใช้ภาษาหรือถ้อยค าลดหลั่นกันไปตามเวลา โอกาส สถานการณ์ และผู้รับสารที่แตกต่างกัน ระดับภาษาเป็นลักษณะหนึ่งของภาษาไทย ประกอบด้วย ภาษาระดับพิธีการ ภาษาระดับทางการ ภาษาระดับกึ่งทางการ ภาษาระดับสนทนา และภาษาระดับกันเอง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - ระดับภาษา 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนสังเกตและพิจารณาบัตรค าต่อไปนี้ ตัวอย่างบัตรค า แล้วร่วมกันสนทนา โดยตอบค าถาม ดังนี้ 1.1 นักเรียนสามารถเรียงล าดับค าตามความสุภาพจากมากไปน้อยได้อย่างไร 1.2 นักเรียนคิดว่าการน าค าจากบัตรค าข้างต้นไปใช้มีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอะไร 1.3 ภาษาไทยมีความลดหลั่นการใช้ภาษาตามโอกาส หรือบุคคล ลักษณะเช่นนี้เรียกว่าอะไร ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. นักเรียนร่วมกันรวบรวมการใช้ค าที่มีการลดหลั่นทางภาษาที่นักเรียนใช้สนทนาในชีวิตประจ าวัน ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับระดับภาษา จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ รับประทาน กิน เสวย ฉัน ทาน บริโภค
ค ากล่าวถวายพระพร ภาษาพิธีการ การเขียนรายงานวิชาการ ภาษาทางการ การสอนหรือบรรยายในห้องเรียน ภาษากึ่งทางการ การซื้อ-ขายสินค้าในห้างสรรพสินค้า ภาษาสนทนา การสนทนากับเพื่อนสนิท ภาษากันเอง เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนวิเคราะห์บัตรค าหน้าชั้นเรียน แล้วแข่งขันกันตอบว่าภาษาเขียนของค าในบัตรค า เขียนว่าอย่างไร ตัวอย่างบัตรค า 5. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์และอภิปราย โดยตอบค าถาม ดังนี้ - ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจ าวันมีลักษณะอย่างไร 6. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม อ่านบัตรข้อความหน้าชั้นเรียน ร่วมกันวิเคราะห์ ลักษณะภาษาที่ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ จากบัตรข้อความ ตัวอย่างบัตรข้อความ 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมจับคู่แถบข้อความระดับภาษากับสถานการณ์ในการใช้ภาษาให้สัมพันธ์กัน ตัวอย่างแถบข้อความ โรงพัก อ้วก โรงหนัง อาทิตย์หน้า หมา ปวดหัว รถเมล์ เมีย หวย หมอ การเขียนรายงานวิชาการ การสอนหรือบรรยายในห้องเรียน ค ากล่าวถวายพระพร การสนทนากับเพื่อนสนิท การซื้อ-ขายสินค้าในห้างสรรพสินค้า
8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นตัวอย่างค าพูดหรือการใช้ภาษา จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วร่วมกันวิเคราะห์ระดับภาษาที่ใช้ ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้จากการวิเคราะห์ระดับการใช้ภาษาจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วร่วมกันสรุประดับภาษาเป็นแผนภาพความคิด ดังนี้ ตวัอย่างแผนภาพความคิด 10. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับระดับของภาษา ได้ว่า - ระดับของภาษา เป็นการใช้ภาษาหรือถ้อยค าลดหลั่นกันไปตามเวลา โอกาส สถานการณ์ และผู้รับสารที่แตกต่างกัน ระดับภาษาเป็นลักษณะหนึ่งของภาษาไทย ประกอบด้วย ภาษาระดับพิธีการ ภาษาระดับทางการ ภาษาระดับกึ่งทางการ ภาษาระดับสนทนา และภาษาระดับกันเอง 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) บัตรข้อความ 3) สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่าง ๆ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - ระดับภาษา แบบแผน กึ่งแบบแผน ไม่เป็นแบบแผน พิธีการ ทางการ กึ่งทางการ สนทนา กันเอง
10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ การวิเคราะห์ระดับภาษา แบบประเมินการวิเคราะห์ระดับภาษา ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………… …..............................................………………………………………………………………………………..
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 35 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่5 เรื่องการวิเคราะห์ระดบัภาษา เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 4.1 ม.3/3 วิเคราะห์ระดับภาษา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลักษณะของระดับภาษา (K) 2. รวบรวมและวิเคราะห์การใช้ระดับภาษาจากสื่อสิ่งพิมพ์(P) 3. เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อการวิเคราะห์ระดับภาษาเพื่อใช้ส าหรับการสื่อสารในชีวิตประจ าวัน (A) 3. สาระส าคัญ ภาษาไทยมีระดับของภาษาตามการลดหลั่นล าดับชั้นและบุคคล การใช้ภาษาที่เป็นแบบแผน ทั้งภาษาระดับพิธีการและภาษาระดับทางการต้องระมัดระวังเรื่องความถูกต้อง ใช้ค าให้ตรงความหมาย และถูกต้องตามรูปแบบทางไวยากรณ์ของภาษา การใช้ภาษาระดับกึ่งทางการมีลักษณะภาษากึ่งแบบแผน ส าหรับการใช้ในชีวิตประจ าวันทั่วไป ลดความเป็นทางการด้วยการแทรกภาษาพูด ส่วนภาษาระดับสนทนา และภาษาระดับกันเอง เป็นการสื่อสารในชีวิตประจ าวันขึ้นอยู่กับระดับความสนิทสนมและโอกาสของการ สื่อสาร 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - วิเคราะห์ระดับภาษา 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม ร่วมกันวิเคราะห์ระดับภาษาของบัตรข้อความว่าเป็นการใช้ ภาษาระดับใด และมีลักษณะของภาษาอย่างไร ตัวอย่างบัตรข้อความ มาตรา 7 ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตส านึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพความเคารพ กฎหมาย ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รู้จักรักษา ผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ รวมทั้งส่งเสริมศาสนา ศิลปวัฒนธรรมของชาติการกีฬา ภูมิปัญญา ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และความรู้อันเป็นสากล ตลอดจนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มี ความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จักพึ่งตนเอง มีความริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่รู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ 1.
ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์ระดับภาษาและลักษณะการใช้ภาษาของบัตรข้อความที่ก าหนด แล้วเขียนลงในตารางต่อไปนี้ ตัวอย่างตารางค าตอบ ในกาลปัจจุบันนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ต่างประจักษ์แก่ใจดียิ่งว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรง บ าเพ็ญปฏิบัติพระราชกรณียกิจ โดยมีพระราชประสงค์เพื่อประสิทธิ์ความผาสุกสิริสวัสดิ์ ทั้งความไพบูลย์ วัฒนาสถาพรแก่บ้านเมือง ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ที่จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของอาณา ประชาราษฎร์ น ้าพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ยังความปลาบ ปลื้มปีติสุขแก่ผองพสกนิกรทั้งปวง พระบรมเดชานุภาพและพระบารมี ยังให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ เป็นพลังหนุนน าให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และปวงประชาทุกหมู่เหล่า มีศรัทธาเชื่อมั่นที่จะ ร่วมกันบ ารุงรักษา และพัฒนาบ้านเมือง ให้เจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองสืบต่อไป ค ากราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จออก ณ สีหบัญชร เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ จากการที่น้อง ๆ ได้ท าการทดลอง เมื่อน าลูกโป่งบรรจุน ้าไปลนไฟ ความร้อนจากเปลวไฟจะท าให้อุณหภูมิที่ ผิวของลูกโป่งสูงขึ้น ซึ่งในขณะเดียวกันผิวของลูกโป่งก็สัมผัสกับน ้าด้านใน ท าให้เกิดการถ่ายเทความร้อน จากผิวของลูกโป่งไปยังน ้าภายใน ท าให้น ้าในลูกโป่งมีอุณหภูมิที่ค่อย ๆ สูงขึ้น หรือเมื่อเราสัมผัสเราก็รู้สึกว่า น ้าจะค่อย ๆ อุ่นขึ้นเรื่อย ๆ แต่น ้าสามารถดูดซับความร้อนได้มาก จึงท าให้ลูกโป่งสามารถทนความร้อนได้นาน วารสาร อพวช. เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ผมถามว่า “เขาว่ากระสือมันล้วงก้นคนจริง ๆ หรือ” ลุงปั้นตอบว่า “มันล้วงแต่ก้นคนเจ็บจวนตาย หรือ คนคลอดลูกที่ก าลังอยู่ไฟเลือดฝาดยังไม่ปกติเท่านั้นแหละ คนเป็นริดสีดวงนั่งถ่ายที่ร่องดึก ๆ เขาว่ามันล้วง เอาไส้พุงไปกิน เรื่องนี้ว่ากันว่าจริง ตาปั้นเคยเห็นมาแล้ว นังเจียมลูกยายแจ่มมันเป็นบิดอ่อนถ่ายอยู่กับร่อง บนเรือน อยู่ ๆ มันร้องเรียกแม่เสียงขรมว่าหมากัดก้น ...หมาอะไรจะกระโดดขึ้นไปกัดถึงเรือนสูงตั้ง ๒ วา พอร้องสิ้นเสียงนังเจียมก็ตามตาปั้นไปดู เลือดไหลออกมาสด ๆ ตับไตไส้พุงในท้องหายไปหมดเกลี้ยงไม่มี เหลือเลย” เด็กบ้านสวน : พ.เนตรรังษี อิฉันชื่อพลอยค่ะ อิฉันรักพระเจ้าแผ่นดิน หากมีใครเกิดสงสัยว่า ด้วยเพราะความคิดอะไร จึงท าให้อิฉันเอ่ย ปากออกมาเป็นค าพูดเยี่ยงนี้ อิฉันจะเล่าเรื่องราวของอิฉันให้ฟัง เรื่องราวของชีวิตที่เปรียบดังสายน ้าแห่งคลอง บางหลวง ที่บางครั้งเอ่อล้นฝั่ง แต่บางคราวกลับลดต ่าแห้งขอด และก็มีหลาย ๆ ครั้งที่ไหลเชี่ยววกวนเกินคาด เดา ละครเวทีเรื่อง สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล 2. 3. 4. 5.
บัตรข้อความ ระดับของ ภาษา วิเคราะห์ลกัษณะของภาษา บัตรข้อความที่ 1 ภาษาระดับ ทางการ บัตรข้อความที่ 1 เป็นข้อความจากพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติพ.ศ. 2542ซึ่งเป็นภาษากฎหมาย ดังนั้น ภาษากฎหมาย จะเป็นภาษาระดับทางการ ที่มีรูปแบบภาษาตามมาตรฐาน และใช้ ถ้อยค าตรงไปตรงมา ด้วยศัพท์ทางวิชาการหรือศัพท์ทางนิติศาสตร์ การสื่อความหมายชัดเจน เช่น จากข้อความที่ว่า “มาตรา 7 ใน กระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตส านึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับ การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข...” บัตรข้อความที่ 2 ภาษาระดับ กึ่งทางการ บัตรข้อความที่ 2 เป็นบัตรค าจากวารสาร อพวช. ซึ่งเป็นวารสาร เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เป็นภาษาระดับกึ่งทางการ มีการใช้ภาษา เขียนที่เป็นทางการกับภาษาพูด มีการแสดงทรรศนะ ความ คิดเห็น ความรู้สึก หรือค าขยายความในลักษณะของการใช้ภาษา พูด เช่น จากข้อความที่ว่า “...จากการที่น้อง ๆ ได้ท าการทดลอง ...” หรือจากข้อความที่ว่า “...ในลูกโป่งมีอุณหภูมิที่ค่อย ๆ สูงขึ้นหรือเมื่อเราสัมผัสเราก็รู้สึกว่าน ้าจะค่อย ๆ อุ่นขึ้นเรื่อย ๆ” บัตรข้อความที่ 3 ภาษาระดับ สนทนา บัตรข้อความที่ 3 เป็นภาษาระดับสนทนา เป็นการใช้ภาษาพูด และสนทนาในละครเวทีของตัวละครที่ชื่อว่า “แม่พลอย” จากเรื่อง สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล ที่เล่าประวัติความเป็นมา เรื่องราวของ ตนเองด้วยการใช้ถ้อยค าภาษาระดับสนทนาเป็นถ้อยค าสุภาพ ใช้ ภาษาไม่มีระเบียบที่เป็นแบบแผน เช่น ข้อความที่ว่า “อิฉันชื่อ พลอยค่ะ อิฉันรักพระเจ้าแผ่นดิน” หากมีใครเกิดสงสัยว่า ด้วย เพราะความคิดอะไร จึงท าให้อิฉันเอ่ยปากออกมาเป็นค าพูดเยี่ยง นี้ อิฉันจะเล่าเรื่องราวของอิฉันให้ฟัง...” บัตรข้อความที่ 4 ภาษาระดับ พิธีการ บัตรข้อความที่ 4 เป็นข้อความจากค ากราบบังคมทูลถวายพระ พร-ชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีลักษณะภาษาเป็น ค าศัพท์สูง มีความไพเราะ เรียงร้อยถ้อยค าด้วยความประณีต แสดงออกถึงความเคารพและจงรักภักดี มีการใช้ค าราชาศัพท์ใน งานเขียน เช่น ข้อความที่ว่า “...ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรง บ าเพ็ญปฏิบัติพระราชกรณียกิจ โดยมีพระราชประสงค์เพื่อ ประสิทธิ์ความผาสุกสิริสวัสดิ์ ทั้งความไพบูลย์วัฒนาสถาพรแก่ บ้านเมือง...” บัตรข้อความที่ 5 ภาษาระดับ กันเอง บัตรข้อความที่ 5 เป็นการใช้ภาษาพูดกับบุคคลที่มีความสัมพันธ์ ความใกล้ชิดสนิทสนมกัน ในลักษณะของเครือญาติ หรือบุคคลที่ คุ้นเคย อาจเป็นค าคะนองหรือค าสแลง ถ้อยค าหรือส านวน ที่เข้าใจกันเฉพาะกลุ่ม เช่น ข้อความที่ว่า “... นังเจียมลูกยายแจ่ม
บัตรข้อความ ระดับของ ภาษา วิเคราะห์ลกัษณะของภาษา มันเป็นบิดอ่อน ถ่ายอยู่กับร่องบนเรือน อยู่ ๆ มันร้องเรียกแม่ เสียงขรมว่าหมากัดก้น... หมาอะไรจะกระโดดขึ้นไปกัดถึงเรือน สูงตั้ง 2 วา” โดยการใช้ค าว่า “นังเจียมลูกยายแจ่มมันเป็นบิด อ่อน” ลักษณะนี้เป็นภาษาระดับกันเอง ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะของการใช้ภาษาระดับพิธีการ ภาษาระดับทางการ ภาษาระดับกึ่งทางการ ภาษาระดับสนทนา และภาษาระดับกันเอง แล้วสรุปเป็นแผนภาพความคิด ดังนี้ ตวัอย่างแผนภาพความคิด เป็นการใช้ภาษา ระหว่างภาษาเขียน ที่เป็นทางการ กับภาษาพูด มีการแสดงทรรศนะ ความคิดเห็น ความรู้สึก หรือค า ขยายความ อาจพบในนิตยสาร คอลัมน์ การรายงาน หรือบรรยายข่าว การประชุมย่อย บรรยายหรือสอน ในห้องเรียน กึ่งทางการ ลักษณะภาษา เป็นค าศัพท์สูง ใช้ส าหรับบุคคล ชั้นสูง หรือบุคคล ส าคัญ เป็นค าที่ ไพเราะ เรียงร้อยถ้อยค า ด้วยความประณีต แสดงออกถึงการส่ง สารด้วยความเคารพ ใช้ในงานรัฐพิธี งานพิธีการทาง ราชการ หรือการใช้ค า ในระดับสูง ค าราชา ศัพท์ ในงานเขียน พิธีการ ต้องใช้ภาษา ตามมาตรฐาน ของภาษาไทย รูปแบบของ ภาษาเป็นทางการ และใช้ถ้อยค า ตรงไปตรงมา ด้วยศัพท์เทคนิค หรือศัพท์วิชาการ ทางการ เป็นการใช้ภาษาพูด ในชีวิตประจ าวัน ที่มีลักษณะเป็น ถ้อยค าสุภาพ การใช้ภาษา ไม่มีระเบียบ ที่เป็นแบบแผน เช่น การเขียนจดหมาย ส่วนตัว การพูดคุยกับ เพื่อนร่วมงาน กันเอง เป็นการใช้ภาษาพูด กับบุคคลที่มี ระดับความสัมพันธ์ ใกล้ชิด สนิทสนมกัน มีความเป็นกันเอง อาจเป็นค าคะนอง หรือค าสแลง ถ้อยค าหรือส านวน ที่เข้าใจกันเฉพาะกลุ่ม หรือชั่วระยะเวลาหนึ่ง สนทนา ระดับภาษา
ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยตอบค าถาม ดังนี้ - การใช้ระดับภาษาที่แตกต่างกันในการสื่อสารส่งผลดีอย่างไร 5. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการวิเคราะห์ระดับภาษา ได้ว่า - การใช้ภาษาที่เป็นแบบแผน ทั้งภาษาระดับพิธีการและภาษาระดับทางการต้องระมัดระวัง เรื่องความถูกต้อง ใช้ค าให้ตรงความหมายที่ต้องการสื่อ และรูปแบบทางไวยากรณ์ของภาษา การใช้ภาษา ระดับกึ่งทางการ เป็นระดับของภาษากึ่งแบบแผนส าหรับการใช้ในชีวิตประจ าวันทั่วไป ลดความเป็นทางการ ด้วยการแทรกภาษาพูด ส่วนภาษาระดับสนทนาและภาษาระดับกันเอง เป็นการสื่อสารที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ซึ่งต้องใช้ถ้อยค าให้เหมาะสมกับระดับความสัมพันธ์และโอกาสของการสื่อสาร 6. นักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันศึกษาการใช้ภาษาจากสื่อสิ่งพิมพ์และแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ น ามาวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับของภาษาและการใช้ภาษาที่ถูกต้องตามอักขรวิธี จากนั้นเลือกข้อความในสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีการใช้ภาษาทั้ง 5 ระดับ น ามาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนกลุ่มอื่น เพื่อวิเคราะห์ระดับภาษา ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 7. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ระดับภาษา จากข้อความที่ก าหนดว่าใช้ภาษาระดับใด เขียนลงในใบงานที่ 3 เรื่อง การวิเคราะห์ระดับภาษา 8. ภาษาไทยมีระดับของภาษาตามการลดหลั่นล าดับชั้นและบุคคล การใช้ภาษาที่เป็นแบบแผน ทั้งภาษาระดับพิธีการและภาษาระดับทางการต้องระมัดระวังเรื่องความถูกต้อง ใช้ค าให้ตรงความหมาย และถูกต้องตามรูปแบบทางไวยากรณ์ของภาษา การใช้ภาษาระดับกึ่งทางการมีลักษณะภาษากึ่งแบบแผน ส าหรับการใช้ในชีวิตประจ าวันทั่วไป ลดความเป็นทางการด้วยการแทรกภาษาพูด ส่วนภาษาระดับสนทนา และภาษาระดับกันเอง เป็นการสื่อสารในชีวิตประจ าวันขึ้นอยู่กับระดับความสนิทสนมและโอกาสของการสื่อสาร 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) บัตรข้อความ 3) สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่าง ๆ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ การวิเคราะห์ระดับภาษา แบบประเมินการวิเคราะห์ระดับภาษา ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………… …..............................................………………………………………………………………………………..
แผนการจัดการเรียนรู้ที่36 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่5 เรื่องการน าระดับภาษาไปใช้ใน การสื่อสาร เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 4.1 ม.3/3 วิเคราะห์ระดับภาษา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลักษณะการใช้ระดับภาษาในงานเขียนประเภทต่าง ๆ (K) 2. วิเคราะห์ระดับภาษาและเขียนสื่อสารโดยใช้ระดับภาษาได้ถูกต้อง (P) 3. เห็นความส าคัญของภูมิปัญญาทางภาษาและการใช้ภาษาให้ถูกต้องตามระดับภาษา (A) 3. สาระส าคัญ ภาษาไทยมีระดับภาษา การจะเลือกใช้ภาษานั้นเราจะต้องพิจารณาถึงโอกาส กาลเทศะ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เพื่อให้เกิดการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ระดับภาษาให้เหมาะสมตาม โอกาส บุคคล และกาลเทศะจะช่วยให้การสื่อสารเกิดสัมฤทธิผลตามความมุ่งหมายและสร้างความพึงพอใจ ให้แก่ผู้รับสารได้ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การน าระดับภาษาไปใช้ในการสื่อสาร 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม จับฉลากเลือกสถานการณ์กลุ่มละ ๑ สถานการณ์ แล้วร่วมกันวิเคราะห์ระดับภาษาที่เหมาะสมในการเขียนและเขียนงานเขียนให้สัมพันธ์กับฉลากที่ได้รับ ตัวอย่างฉลาก สุนทรพจน์เรื่อง “มิตรภาพ” กฎระเบียบของห้องเรียน คอลัมน์ “เส้นทางการเรียน” บทละครสั้นเรื่อง เพื่อนกัน พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ห้องเรียน
ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าผลงานมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ระดับภาษาที่ใช้ในงานเขียนและความถูกต้องของการใช้ภาษาเพื่อน าไปพัฒนาและปรับปรุงงานเขียน ของตนเอง ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ระดับภาษาในการสื่อสาร โดยตอบค าถาม ดังนี้ 3.1 ระดับภาษามีความส าคัญอย่างไรในการเขียนสื่อสารในชีวิตประจ าวัน 3.2 ปัจจัยใดบ้างที่ท าให้ลักษณะการใช้ภาษาหรือระดับภาษาในการสื่อสารมีความแตกต่างกัน ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ • ภาษาไทยมีระดับภาษา การจะเลือกใช้ภาษานั้นเราจะต้องพิจารณาถึงโอกาส กาลเทศะ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เพื่อให้เกิดการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ระดับภาษาให้เหมาะสม ตามโอกาส บุคคล และกาลเทศะจะช่วยให้การสื่อสารเกิดสัมฤทธิผลตามความมุ่งหมาย และสร้างความพึงพอใจ ให้แก่ผู้รับสารได้ 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนองานเขียนในระดับภาษาต่าง ๆ ของกลุ่มตนเอง แล้วให้เพื่อนกลุ่มอื่นร่วมกันวิเคราะห์ระดับภาษาที่ใช้และประเมินความถูกต้องเหมาะสมของงานเขียน 6. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการท างานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการท างาน ที่มีแบบแผน ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 7. นักเรียนน าความรู้เกี่ยวกับระดับภาษาส าหรับการเขียนเพื่อการสื่อสาร ไปแนะน าบุคคลอื่น เพื่อช่วยพัฒนาทักษะการเขียนและการใช้ภาษาให้ถูกต้องและเหมาะสมตามระดับภาษา 8. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการท ากิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ - สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร - นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด - นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด - นักเรียนจะน าความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการท างานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง ส าหรับการท างานในครั้งต่อไป
9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) ฉลากส าหรับการเขียน 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - 10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ การวิเคราะห์ระดับภาษา แบบประเมินการวิเคราะห์ระดับภาษา ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………… …..............................................………………………………………………………………………………..
แผนการจัดการเรียนรู้ที่37 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่5 เรื่องระดับภาษา เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 4.1 ม.3/3 วิเคราะห์ระดับภาษา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกหลักการจ าแนกและวิเคราะห์ระดับภาษาในการสื่อสาร (K) 2. จ าแนกและวิเคราะห์ระดับภาษาที่ใช้ในการสื่อสารได้(P) 3. เห็นคุณค่าของการใช้ภาษาที่ถูกต้องตามระดับบุคคล (A) 3. สาระส าคัญ การศึกษาหลักภาษาต้องสามารถวิเคราะห์ระดับภาษา เพื่อให้สามารถใช้ภาษาในการสื่อสารได้ถูกต้อง และเหมาะสม 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - ระดับภาษา 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. ครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างคำที่มีความหมายว่า กิน เช่น กิน รับ รับประทาน เสวย ฉัน แล้วให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่า คำเหล่านั้นใช้กับใคร อย่างไร ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. ครูอธิบายให้นักเรียนทราบว่า ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีระดับคำที่มีความหมายเดียวกัน แต่ใช้ต่างกันตาม ระดับชั้นของบุคคล ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แล้วให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ระดับภาษา จากหนังสือเรียน ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. ครูตั้งประเด็นคำถามให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ เพื่อหาข้อสรุปของเรื่อง เช่น - เพราะเหตุใดจึงต้องแบ่งระดับภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร - การเลือกใช้ระดับของภาษาในการสื่อสาร จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบใดบ้าง - สัมพันธภาพระหว่างบุคคล มีความสัมพันธ์กับระดับภาษาที่ใช้อย่างไร 5. ครูสุ่มเรียกตัวแทนกลุ่มอ่านข้อสรุปที่เป็นมติของกลุ่ม แล้วช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทำใบงานที่ ๑ เรื่อง การวิเคราะห์ระดับภาษา โดยให้สมาชิกในแต่ละกลุ่ม จับคู่กันเป็น ๓ คู่ แล้วให้แต่ละคู่ปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ - สมาชิกคนที่ ๑ อ่านโจทย์คำถาม และเขียนคำตอบ - สมาชิกคนที่ ๒ เป็นฝ่ายสังเกต ตรวจสอบคำตอบ ให้สมาชิกแต่ละคู่เปลี่ยนบทบาทกันในคำถามข้อต่อไป 7. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (๖ คน) ให้แต่ละคู่นำคำตอบของคู่ตนเองมานำเสนอให้เพื่อนอีก ๒ คู่ฟัง เพื่อ ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นนำใบงานส่งครู ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ระดับภาษา พร้อมทั้งบอกแนวทางในการเลือกใช้ภาษาในการ สื่อสารให้ถูกต้องเหมาะสมกับระดับภาษา 9. ครูมอบหมายให้นักเรียนเขียนเรียงความ เรื่อง ประเพณีไทย โดยใช้ภาษาให้ถูกต้องตามระดับภาษา และใช้ประโยคที่มีโครงสร้างประโยคซับซ้อน โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด ดังนี้ 1) การวิเคราะห์ระดับภาษา 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) ใบงานที่ 1 เรื่อง การวิเคราะห์ระดับภาษา 9.2 แหล่งการเรียนรู้ -
10. การวดัและประเมินผล วิธีการวดัประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ตรวจใบงาน ใบงานที่ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงาน แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการท างาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท างานและรัก ความเป็นไทย แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจการเขียนเรียงความ เรื่อง ประเพณีไทย แบบประเมินการเขียนเรียงความ เรื่อง ประเพณีไทย ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11. กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………….............................................………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………… …..............................................………………………………………………………………………………..
แผนการจัดการเรียนรู้ที่38 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหสัวิชา ท32102 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่3 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่5 เรื่องระดับภาษา เวลา 1 ชั ่วโมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ ท 4.1 ม.3/3 วิเคราะห์ระดับภาษา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกหลักการจ าแนกและวิเคราะห์ระดับภาษาในการสื่อสาร (K) 2. จ าแนกและวิเคราะห์ระดับภาษาที่ใช้ในการสื่อสารได้(P) 3. เห็นคุณค่าของการใช้ภาษาที่ถูกต้องตามระดับบุคคล (A) 3. สาระส าคัญ การศึกษาหลักภาษาต้องสามารถวิเคราะห์ระดับภาษา เพื่อให้สามารถใช้ภาษาในการสื่อสารได้ถูกต้อง และเหมาะสม 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - ระดับภาษา 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนร้นูี้) ทักษะด้านการอ่าน (Reading) ทักษะด้านการเขียน (Writing) ทักษะด้านการคิดค านวณ (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, teamwork and leadership) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์(Cross-cultural understanding) ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้(Career and learning Skills) ความมีคุณธรรม มีเมตตา มีระเบียบวินัย (Compassion) 8. การจดักิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทำใบงาน เรื่อง การวิเคราะห์ระดับภาษา โดยให้สมาชิกในแต่ละกลุ่ม จับคู่เป็น 3 คู่ ให้แต่ละคู่ปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ - สมาชิกคนที่ 1 อ่านโจทย์คำถามและเขียนคำตอบ - สมาชิกคนที่ 2 เป็นฝ่ายสังเกต ตรวจสอบคำตอบ ให้สมาชิกแต่ละคู่เปลี่ยนบทบาทกันในคำถามข้อถัดไป ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นคว้า 2. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม ให้แต่ละคู่นำคำตอบของคู่ตนเอง มานำเสนอให้เพื่อนอีก 2 คู่ฟัง เพื่อช่วยกัน ตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นนำไปงานส่งครู ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 3. นักเรียนตอบคำถาม นักเรียนคิดว่านักเรียนจะนำความรู้เรื่อง ระดับภาษาไปใช้ประโยชน์ในด้านใดได้ มากที่สุดและใช้อย่างไร ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นตัวอย่างค าพูดหรือการใช้ภาษา จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ
แล้วร่วมกันวิเคราะห์ระดับภาษาที่ใช้ 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้จากการวิเคราะห์ระดับการใช้ภาษาจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วร่วมกันสรุประดับภาษาเป็นแผนภาพความคิด ดังนี้ ตวัอย่างแผนภาพความคิด 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทำใบงานที่ ๑ เรื่อง การวิเคราะห์ระดับภาษา โดยให้สมาชิกในแต่ละกลุ่ม จับคู่กันเป็น ๓ คู่ แล้วให้แต่ละคู่ปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ - สมาชิกคนที่ ๑ อ่านโจทย์คำถาม และเขียนคำตอบ - สมาชิกคนที่ ๒ เป็นฝ่ายสังเกต ตรวจสอบคำตอบ ให้สมาชิกแต่ละคู่เปลี่ยนบทบาทกันในคำถามข้อต่อไป ขนั้สรปุและประเมิน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 7. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ เรื่องระดับภาษา พร้อมทั้งบอกแนวทางในการเลือกใช้ภาษาในการ สื่อสารให้ถูกต้องเหมาะสมกับระดับภาษา 8. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 9. สื่อการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการสอน 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 2) ใบงานที่ 1 เรื่อง การวิเคราะห์ระดับภาษา 9.2 แหล่งการเรียนรู้ - ระดับภาษา แบบแผน กึ่งแบบแผน ไม่เป็นแบบแผน พิธีการ ทางการ กึ่งทางการ สนทนา กันเอง ครูมอบหมายให้นักเรียนเขียนเรียงความ เรื่อง ประเพณ๊ โดยใช้ภาษาให้ถูกต้องตามระดับภาษา และใช้ประโยค ที่มีโครงสร้างประโยคซับซ้อน โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด ดังนี้ 1) การวิเคราะห์โครงสร้างประโยคซับซ้อน 2) การวิเคราะห์ระดับภาษา 3) หลักการเขียนเรียงความ 4) การใช้ภาษาในการเขียนเรียงความ