แผนการจัดการเรียนการสอน โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ตำบลสามพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๑ แผนการจัดการรียนรู้ที่ ๑ – ๒๔ และ บันทึกข้อความอนุญาตใช้แผน นางสาวศศิประภา มุงคุณ รหัสนักศึกษา ๖๒๑๐๐๑๐๑๑๐๕ เอกสารฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๒ (ED๑๘๕๐๒) ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ ระดับภาษา ราชาศัพท์ ภาษาถิ่น ใช้ให้เคยชินและเหมาะสม เวลา ๖ ชั่วโมง เรื่อง ระดับภาษา ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษา และหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง ของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป. ๖/๒ ใช้คำได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. รู้และเข้าใจภาษาที่ใช้เป็นภาษาระดับทางการ ภาษาระดับกึ่งทางการ (K) ๒. จำแนกภาษาระดับทางการและภาษาระดับกึ่งทางการได้ (P) ๓. กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม (A) ๓. สาระสำคัญ คนในสังคมมีด้วยกันหลายชนชั้นตามสถานภาพ อาชีพ ถิ่นที่อยู่อาศัย การใช้ภาษาจึงมี ความแตกต่างกันไปหลายระดับตามกลุ่มคนที่ใช้ภาษาซึ่งต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๒.รักความเป็นไทย ๖. สาระการเรียนรู้ ระดับภาษา ๑. ภาษาระดับทางการ ๒. ภาษาระดับกึ่งทางการ
๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูทักทายนักเรียนด้วยภาษาที่ไม่เป็นทางการ พร้อมทั้งถามคำถามชวนคิดให้กับ นักเรียนว่า การทักทายของครูเมื่อสักครู่นักเรียนฟังแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง และคิดว่าเหมาะสมหรือไม่ใน การใช้ทักทายกันระหว่างครูกับนักเรียน ๒. ครูลองทักทายนักเรียนใหม่ ด้วยภาษาระดับทางการ พร้อมทั้งถามคำถามกับ นักเรียนอีกครั้งว่ารู้สึกต่างจากการทักทายครั้งแรกหรือไม่ อย่างไร ๒ ขั้นสอน ๑.ครูอธิบายเกี่ยวกับระดับของภาษาให้นักเรียนฟัง ดังนี้ คนในสังคมแบ่งออกเป็น หลายกลุ่ม หลายชนชั้นตามสถานภาพ อาชีพ ถิ่นที่อยู่อาศัย ภาษาจึงมีลักษณะแตกต่างกันไปหลาย ระดับตามกลุ่มคนที่ใช้ภาษา ดังนี้ ๑.๑ ภาษาระดับทางการ เป็นภาษาที่เป็นแบบแผน ต้องใช้ให้ถูกต้องตามหลัก ไวยากรณ์ เช่น ภาษาราชการ ตำราวิชาการ การใช้คำราชาศัพท์ การใช้ภาษาในการกล่าวคำ ปราศรัย กล่าวเปิดงาน ๑.๒. ภาษาระดับกึ่งทางการ เป็นภาษาที่ใช้สื่อสารทั่วไปในชีวิตประจำวันกับบุคคล ที่ไม่คุ้นเคยมากนัก เช่น การใช้ภาษาในการสนทนา การบรรยายในห้องเรียน การประชุมอภิปราย การพูดออกอากาศทางวิทยุโทรทัศน์ ข่าว และบทความในหนังสือพิมพ์ ๒. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม แล้วครูแจกหนังสือราชการ เช่น หนังสือกล่าวเปิดงาน กล่าวคำปราศรัย ตำราวิชาการ ฯ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์และศึกษาภาษาที่ใช้ และระเบียบ แบบแผนต่าง ๆ จากนั้นส่งตัวแทนกลุ่มออกมารายงานหน้าชั้นเรียน ๓. ครูสรุปเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษาระดับทางการว่าเป็นภาษาที่เป็นแบบแผนต้องใช้ให้ ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ เช่น ภาษาราชการเป็นภาษาที่ตรงไปตรงมา ไม่มีเรื่องส่วนตัวในข้อความ ๔. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับภาษาของครูที่ใช้ในการสอนว่าเป็นภาษา ที่ใช้ชีวิตประจำวัน เป็นภาษาสนทนาที่ฟังแล้วเข้าใจง่าย มีความไพเราะ การเรียนการสอนให้องเรียน จึงเข้าใจง่าย ๕. ครูยกตัวอย่างคำที่เป็นภาษาทางราชการบางคำให้นักเรียนช่วยกันหาภาษากึ่ง ทางการเติมลงในแผนภูมิตารางที่กำหนดให้ ดังนี้
ภาษาระดับทางการ ภาษาระดับกึ่งทางการ บริโภค เจรจา ผู้นำ ตระหนี่ อันธพาล (รับประทาน) (สนทนา) (หัวโจก) (ขี้เหนียว) ( คนไม่ดี) ๖. ให้นักเรียนจับคู่กัน จากนั้นครูแจกหนังสือพิมพ์ให้นักเรียนคู่ละ ๑ แผ่น เลือกข่าว หรือบทความในหนังสือพิมพ์สั้น ๆ แล้วนำมาติดลงในสมุดและช่วยกันหาคำที่เป็นภาษาระดับทางการ และแปลเป็นภาษาระดับกึ่งทางการจากข่าวหรือบทความนั้น จากนั้นนำมาส่งครู ๗.ให้นักเรียนช่วยกันเปลี่ยนข้อความที่ขีดเส้นใต้จากคำที่กำหนดให้ ให้เป็น ภาษาระดับทางการ ดังนี้ ๑. หมา วัว ควาย ล้วนเป็นสัตว์เลี้ยงของคนมาแต่ไหนแต่ไร สุนัข โค กระบือ ล้วนเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์มาแต่สมัยโบราณ ๒. พ่อ แม่ย่อมรัก และหวังดีต่อลูกเสมอ บิดามารดาย่อมรัก และปรารถนาดีต่อบุตรเสมอ ๓. คนขี้เกียจย่อมทำอะไรไม่สำเร็จ และขาดความเจริญในวันหน้า คนเกียจคร้านย่อมทำสิ่งใดไม่สำเร็จและจะไม่มีความเจริญในอนาคต ๔. วิชัยขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนบ่อย ๆ วิชัยโดยสารรถประจำทางไปโรงเรียนเสมอ ๕. เดี๋ยวนี้ผู้หญิงหรือผู้ชายถือว่าเก่งเท่ากันในการทำงาน ปัจจุบันสตรีหรือบุรุษถือว่ามีความสามารถเท่าเทียมกันในการทำงาน ๓.ขั้นสรุป ๑.นักเรียนและครูสรุปความที่ได้จากบทเรียน ดังนี้ คนในสังคมมีด้วยกันหลายกลุ่ม หลายชนชั้นตามสถานภาพ อาชีพ ถิ่นที่อยู่อาศัย การใช้ภาษาจึงมีความแตกต่างกันตาม ระดับและกลุ่มคนที่ใช้ภาษา ซึ่งต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง ๒.ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ - ภาษาระดับทางการมีประโยชน์ต่อผู้ใช้และผู้ฟังอย่างไร
๘. สื่อการสอน ๑. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต วรรณคดีลำนำชั้น ป.๖ ๙. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑. รู้และเข้าใจภาษาที่ ใช้เป็นภาษาระดับ ทางการ ภาษาระดับ กึ่งทางการ (K) สังเกตพฤติกรรมของ นักเรียนในการเข้าร่วม กิจกรรม แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒. จำแนกภาษาระดับ ทางการและ ภาษาระดับกึ่งทางการ ได้ (P) ตรวจชิ้นงานนักเรียน แบบประเมิน แบบฝึกหัด/ชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓. กระตือรือร้นในการ เข้าร่วมกิจกรรม (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลข ที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน /ไม่ผ่าน มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีมารยาทการฟัง และการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและ เล่าเรื่องได้ การแปความหมาย บทเรียน มีมารยาทในการ อ่าน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน คำชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (๕, ๔, ๓, ๒, ๑) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้๑ - ๐ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๑๐ คะแนน) เล ขที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต เกณฑ์การประเมิน สนใจร่วมกิจกรรม มีความสนใจใน เรื่องที่เรียน กล้าแสดงออก ตอบคำถามและ แสดงเหตุผล คะแนนรวม ๕ ๕ ๕ ๕ ๒ ๐ ผ่า น ไม่ ผ่า น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบสังเกตพฤติกรรมการเขียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ – ๐ ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๓ คะแนน) ข้อ รายการประเมิน คะแนน ที่ได้ สรุป หมายเหตุ ผ่าน ไม่ผ่าน ๑ มีความตั้งใจในการเขียน ๒ เขียนได้ถูกต้อง ๓ เขียนได้สวยงาม สะอาด ๔ เว้นวรรคตอนถูกต้อง ๕ สะกดคำถูกต้อง รวมคะแนน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ ระดับภาษา ราชาศัพท์ ภาษาถิ่น ใช้ให้เคยชินและเหมาะสม เวลา ๖ ชั่วโมง เรื่อง ระดับภาษา ๒ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษา และหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง ของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป. ๖/๒ ใช้คำได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. รู้และเข้าใจลักษณะของภาษาระดับปาก (K) ๒. จำแนกภาษาระดับปากได้ (P) ๓. กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม (A) ๓. สาระสำคัญ การใช้ภาษาสนทนาในระดับปากกับบุคคลในครอบครัวหรือผู้ที่สนิทสนมด้วยควรเป็นภาษา ที่สุภาพและถูกกาลเทศะ ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๒.รักความเป็นไทย ๖. สาระการเรียนรู้ ระดับภาษา ๑. ภาษาระดับปาก
๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูร่วมสนทนากับนักเรียนเพื่อทบทวนสิ่งที่ได้เรียนไปแล้ว คือภาษาระดับทางการ และภาษาระดับกึ่งทางการ ๒. ให้นักเรียนอ่านบทสนทนา ดังนี้ ๒ ขั้นสอน ๑. ครูให้นักเรียนสังเกตคำพูดที่เป็นภาษาระดับทางการ ภาษาระดับกึ่งทางการจาก บทสนทนา แล้วให้ผู้แทนนักเรียนออกมาเขียนลงในตารางหน้าชั้นเรียน ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ภาษาอีกระดับ คือ ภาษาระดับปากให้นักเรียนฟัง ดังนี้ ภาษาระดับปาก เป็นภาษาระดับกันเองที่ใช้ในการสนทนากับบุคคลที่สนิทสนมคุ้นเคย ในหมู่ครอบครัว เพื่อนฝูง การใช้ภาษาถิ่นจัดเป็นภาษาระดับปากเช่นกัน ๒. ครูให้นักเรียนช่วยกันหาภาษาระดับปากที่มีความหมายเดียวกับภาษาระดับ ทางการ และภาษาระดับกึ่งทางการ แล้วเขียนสรุปลงในแผนภูมิตาราง ดังนี้ ภาษาระดับทางการ ภาษาระดับกึ่งทางการ ภาษาระดับปาก บริโภค เจรจา ผู้นำ รสดี รับประทาน สนทนา หัวโจก อร่อย กิน พูด ตัวเอ้ แซบ ด.ญ.ปาน “เย็นวันนี้ เราจะไปบริโภคที่ไหนกันดี” ด.ญ.จิ๋ว “ฉันอยากรับประทานไก่ย่าง ส้มตำ ที่ร้านป้าปุ๊กหน้าปากซอย” ด.ญ. สร้อย “เราไปกินกันที่ร้านริมคลองประปา กันดีกว่า แซบดี” ด.ญ.ปาน “เราอย่ามัวเจรจากันอยู่เลย ฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว” ด.ญ. สร้อย “เอาอย่างนี้ดีกว่า เราไปสนทนากันต่อที่ร้านอาหาร” ด.ญ. จิ๋ว “ใครเป็นหัวโจกเรื่องนี้นำทางไป ก็แล้วกัน” ด.ญ. ปาน “สร้อยนั่นแหละเป็นผู้นำอยากเสนอดีนัก และยังเป็นตัวเอ้ในการกินส้มตำ อีกด้วย เพราะจ้าวไหนใส่ปูปลาร้าหรือปูม้าอร่อยหรือไม่ รู้หมด” ด.ญ.สร้อย “แน่ะแท็กซี่มาแล้ว พวกเราไปกันได้แล้ว”
๓. แบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ ๕ คน ช่วยกันแต่งประโยค โดยใช้คำที่เขียนในแผนภูมิ ที่กำหนดให้หรือใช้คำอื่นที่ช่วยกันคิดเพิ่มเติม โดยหนึ่งคำแต่งเป็น ๓ ประโยค คือ ภาษาระดับทางการ ภาษาระดับกึ่งทางการ และภาษาระดับปาก จากนั้นออกมานำเสนอผลงานทีละกลุ่ม ตัวอย่าง บริโภค รับประทาน กิน ประชาชนไม่ควรบริโภคอาหารที่สุก ๆ ดิบ ๆ เพราะจะทำให้ป่วยได้ สลัดจานนี้มีผักสดหลายชนิดน่ารับประทานทั้งนั้น น้องขวัญอย่าลืมกินยาตามแพทย์สั่งนะ ๔. ให้นักเรียนเลือกคำที่กำหนดให้เติมลงในช่องว่างให้เหมาะสม และเป็นประโยคที่ สมบูรณ์ เกียจคร้าน เหล้า จิกโก๋ งก ผู้นำ อันธพาล จราจรคับคั่ง ขี้เหนียว พูด ขี้เกียจ สมบัติผู้ดี สามี ภรรยา ผัวเมีย คู่สมรส แฟน คู่รัก ๑. มีการเลี้ยงคณะรัฐมนตรีและคู่ (สมรส) ที่รัฐสภา ๒. แม่ค้าที่ตลาดพูดว่าเรื่องของ (ผัวเมีย) โกรธกันเดี๋ยวก็ดีกัน ๓. อย่า (เกียจคร้าน) การเรียนเร่งอุตส่าห์ ๔. เขาเป็น (แฟน) ของหนูเองค่ะ ๕. คุณครูบอกว่า (สามีภรรยา) คู่นั้นสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ๖. ยายสมศรีเป็นคน (ขี้เหนียว) เงินขอทานบาทหนึ่งก็ไม่ยอมให้ ๗. ศาลสั่งจำคุกนายเสือข้อหา (อันธพาล) ๓ ปี ๘. ร้านนี้งดขาย (สุรา) ให้แก่เยาวชน ๙. การ (พูด) ของด.ช.โอม ทำให้ทุกคนเงียบไปทันที ๑๐. ตำรวจจับ (ผู้นำ) นักศึกษาที่ทำร้ายน้องใหม่ ๓.ขั้นสรุป ๑. ให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง ระดับภาษา แล้วร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ๒. ให้นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ดังนี้ การใช้ภาษาสนทนาในระดับปากกับบุคคลใน ครอบครัวหรือผู้ที่สนิทสนมด้วยควรเป็นภาษาที่สุภาพและถูกกาลเทศะ
๘. สื่อการสอน ๑. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต วรรณคดีลำนำชั้น ป.๖ ๒. ใบงาน ๙. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑. รู้และเข้าใจลักษณะ ของภาษาระดับปาก (K) สังเกตพฤติกรรมของ นักเรียนในการเข้าร่วม กิจกรรม แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒. จำแนกภาษาระดับ ปากได้ (P) ตรวจชิ้นงานนักเรียน แบบประเมิน แบบฝึกหัด/ชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓. กระตือรือร้นในการ เข้าร่วมกิจกรรม (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลข ที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน /ไม่ผ่าน มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีมารยาทการฟัง และการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและ เล่าเรื่องได้ การแปความหมาย บทเรียน มีมารยาทในการ อ่าน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน คำชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (๕, ๔, ๓, ๒, ๑) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้๑ - ๐ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๑๐ คะแนน) เล ขที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต เกณฑ์การประเมิน สนใจร่วมกิจกรรม มีความสนใจใน เรื่องที่เรียน กล้าแสดงออก ตอบคำถามและ แสดงเหตุผล คะแนนรวม ๕ ๕ ๕ ๕ ๒ ๐ ผ่า น ไม่ ผ่า น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินผลการใช้ภาษา เกณฑ์การให้คะแนน ๔ = ดีมาก ๓ = ดี ๒ = ปานกลาง ๑ = พอใช้ เรื่อง การใช้คำตามระดับภาษา ระดับ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ การใช้คำตาม ระดับภาษา ใช้คำตามระดับ ภาษาได้ถูกต้อง ในทันทีทุกคำ และสามารถ แนะนำผู้อื่นได้ ใช้คำตามระดับ ภาษาได้ถูกต้อง ในทันทีเกือบ ทุกคำ บางคำ ต้องกลับไป ทบทวนเนื้อหา จึงสามารถใช้ ได้ถูกต้อง ใช้คำตามระดับ ภาษาได้ถูกต้อง ในทันทีบางคำ นอกนั้นต้อง กลับไปทบทวน เนื้อหาจึงสามารถ ใช้ได้ถูกต้อง ใช้คำตามระดับ ภาษาได้ถูกต้อง ก็ต่อเมื่อกลับ ไปทบทวน เนื้อหาหรือ มีผู้แนะนำ เกณฑ์การประเมิน
ใบงานเรื่อง ระดับ ภาษา ให้นักเรียนแก้ไขข้อความจากภาษาระดับปาก ให้เป็นภาษาระดับทางการ ๑. พ่อของศานติเป็นหมอรักษาตา แก้ไขเป็น ๒. รวงข้าวได้เจอะเพื่อนเยอะแยะที่งานศิษย์เก่า แก้ไขเป็น ๓. คนแก่ย่อมอยากให้ลูกหลานอยู่ใกล้ชิด แก้ไขเป็น ๔. เหล่าลูกเสือต่างช่วยกันทำกับข้าวระหว่างเข้าค่ายพักแรม แก้ไขเป็น ๕. อารักษ์เดินทางโดยรถทัวร์ไปโคราช แก้ไขเป็น วันที่.................เดือน..................................พ.ศ. ..................... ชื่อ..........................................................................เลขที่.........ชั ้น ........
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ ระดับภาษา ราชาศัพท์ ภาษาถิ่น ใช้ให้เคยชินและเหมาะสม เวลา ๖ ชั่วโมง เรื่อง ภาษาถิ่น ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษา และหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง ของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป. ๖/๒ ใช้คำได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธิบายความหมายของภาษาถิ่นได้ ( K) ๒. อ่านและเขียนภาษาถิ่นภาคต่าง ๆ ได้ (P) ๓. กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม (A) ๓. สาระสำคัญ ประเทศไทยมีภาษาถิ่นที่พูดสื่อสารกันภายในท้องถิ่นแตกต่างกันไปแต่ละภาคเพื่อใช้ ติดต่อสื่อสารกัน ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๒.รักความเป็นไทย ๖. สาระการเรียนรู้ ภาษาถิ่น
๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาแสดงความคิดเห็น โดยครูถามคำถาม ดังนี้ -นักเรียนเคยรับประทานส้มตำหรือไม่ (ตัวอย่างคำตอบ เคย/ไม่เคย) - นักเรียนเคยไปเที่ยวบ่อสร้างกางจ้องหรือไม่ - นักเรียนเคยดูรำมโนราห์หรือไม่ ๒. ครูและนักเรียนสนทนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหาร สถานที่ หรือการแสดงชนิดอื่น ๆ ที่นักเรียนเคยไปพบเห็นมาว่าเคยพบเห็นที่ไหน ภาคใด และเป็นอย่างไร ๒ ขั้นสอน ๑. ครูให้นักเรียนดูแผนที่ประเทศไทยแต่ละภาค แล้วอธิบายว่าแต่ละภาคมีภาษา เครื่องแต่งกายอาหารเป็นลักษณะเฉพาะถิ่นของตนเอง โดยเฉพาะภาษาที่เราเรียกว่า ภาษาถิ่น ซึ่ง การเรียกสิ่งของชนิดเดียวกันอาจเรียกได้ต่างกันในแต่ละภาค จึงต้องมีภาษามาตรฐานเพื่อสื่อ ความหมายได้ตรงกันทุกภาค เช่น ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสาน ภาษาถิ่นใต้ มะละกอ บ่าก้วยเต้ด บักหุ่ง ลอกอ อร่อย ลำ แซบ หร่อย ดู ผ่อ เบิ่ง แล ๒. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๖ กลุ่ม เลือกเพลงภาษาถิ่นเหนือ อีสาน หรือใต้ ๓. ครูแจกเนื้อเพลงภาษาถิ่นเหนือ อีสาน ใต้ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม แล้วให้นักเรียน ฟังเพลง ซึ่งมี ๓ เพลง (ครูนำเพลงอะไรมาก็ได้ พร้อมเนื้อเพลงภาคละ ๑ เพลง เช่น ภาคอีสาน - คนบ้านเดียวกัน (ไผ่ พงศธร) ภาคเหนือ - พี่สาวครับ (จรัล มโนเพชร) ภาคใต้ - ปักษ์ใต้บ้านเฮา (แฮมเมอร์) นักเรียนคนใดร้องได้ให้ร้องคลอไปด้วยก็ได้ ๔. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแปลภาษาถิ่นให้เป็นภาษาไทยมาตรฐาน โดยเปิด พจนานุกรม หรือหนังสือเรียนเรื่อง ภาษาถิ่น หาความหมายเพิ่มเติม ส่งตัวแทนออกมารายงานหน้า
ชั้นเรียน แล้วร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง โดยครูเป็นผู้ชี้แนะเพิ่มเติมหากมีคำใดที่นักเรียนไม่ทราบ หรือแปลความหมายผิด ๓.ขั้นสรุป ๑.นักเรียนและครูสรุปความที่ได้จากบทเรียน ดังนี้ - ภาษามาตรฐาน คือ สำนวนสำเนียงภาษาที่คนทั่วไปใช้กัน กำหนดให้เป็นภาษา ราชการ โดยใช้ภาษา สำเนียงของกรุงเทพฯ หรือภาษากลาง เพื่อให้ติดต่อสื่อสารกันได้ สะดวกและเข้าใจตรงกัน - ภาษาถิ่นอีสาน คือ ภาษาถิ่นที่พูดสื่อสารกันทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี สำเนียงถ้อยคำแตกต่างกันไป - ภาษาถิ่นเหนือ คือ ภาษาถิ่นที่พูดสื่อสารกันทางภาคเหนือของประเทศไทย แต่ละ จังหวัดจะมีสำเนียงที่แตกต่างกันไปเรียก คำเมือง - ภาษาถิ่นใต้ คือ ภาษาถิ่นที่พูดสื่อสารกันเข้าใจของประชาชนทางภาคใต้เรียกว่า ภาษาปักษ์ใต้ แต่ละท้องถิ่นจะมีสำเนียงและศัพท์บางคำที่แตกต่างกันไป ๘. สื่อการสอน ๑. แผนที่ประเทศไทย ๒. ตารางภาษาถิ่น ๓. เพลงภาษาถิ่นภาคต่าง ๆ ๙. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑. อธิบายความหมาย ของภาษาถิ่นได้ ( K) สังเกตพฤติกรรมของ นักเรียนในการเข้าร่วม กิจกรรม แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒. อ่านและเขียน ภาษาถิ่นภาคต่าง ๆ ได้ (P) ตรวจชิ้นงานนักเรียน แบบประเมิน แบบฝึกหัด/ชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓. กระตือรือร้นในการ เข้าร่วมกิจกรรม (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลข ที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน /ไม่ผ่าน มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีมารยาทการฟัง และการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและ เล่าเรื่องได้ การแปความหมาย บทเรียน มีมารยาทในการ อ่าน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน คำชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (๕, ๔, ๓, ๒, ๑) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้๑ - ๐ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๑๐ คะแนน) เล ขที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต เกณฑ์การประเมิน สนใจร่วมกิจกรรม มีความสนใจใน เรื่องที่เรียน กล้าแสดงออก ตอบคำถามและ แสดงเหตุผล คะแนนรวม ๕ ๕ ๕ ๕ ๒ ๐ ผ่า น ไม่ ผ่า น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ ระดับภาษา ราชาศัพท์ ภาษาถิ่น ใช้ให้เคยชินและเหมาะสม เวลา ๖ ชั่วโมง เรื่อง ภาษาถิ่น ๒ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษา และหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง ของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป. ๖/๒ ใช้คำได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. รู้และเข้าใจความหมายของภาษาถิ่นภาคต่าง ๆ (K) ๒. จำแนกภาษาถิ่นภาคต่าง ๆ ได้ (P) ๓. กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม (A) ๓. สาระสำคัญ คำที่มีความหมายเหมือนกันอาจจะพูดแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น การเข้าใจภาษาถิ่นของ ภาคต่าง ๆ จะทำให้เราเข้าใจความหมายและสื่อสารกับผู้อื่นได้ชัดเจนถูกต้อง ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๒.รักความเป็นไทย ๖. สาระการเรียนรู้ ภาษาถิ่น
๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนา โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ - เมื่อชั่วโมงที่แล้วนักเรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง (ภาษาถิ่นภาคต่าง ๆ) - นักเรียนชอบภาษาถิ่นภาคใดมากที่สุด เพราะอะไร (ตัวอย่างคำตอบ ภาคเหนือ เพราะคำพูดน่าฟัง/ภาคใต้ เพราะพูดเร็วดี) จากนั้นครูให้นักเรียนพูดภาษาถิ่นภาคต่างๆ ภาคใดก็ได้คนละ ๑ คำ พร้อมบอกความหมาย ๒ ขั้นสอน ๑. ครูแบ่งกลุ่มให้นักเรียนทำสมุดเล่มเล็กช่วยกันหาภาษาถิ่นตามภาคต่าง ๆ เปรียบเทียบกับภาษาถิ่นในภาคกลาง มีภาพประกอบ แล้วแต่งสมุดให้สวยงาม กลุ่มใดหาได้ถูกต้อง และมากที่สุดเป็นกลุ่มชนะ ๒. ให้แต่ละกลุ่มออกมารายงานภาษาถิ่นของไทยตามภาคต่าง ๆ จากนั้นครูแสดง แผนภูมิสรุป ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิ่นเหนือ ภาษาถิ่นอีสาน ภาษาถิ่นใต้ พ่อ แม่ พูด มะละกอ อร่อย ดู เด็ก พระอาทิตย์ พระจันทร์ ผู้ชาย ป้อ , อีป้อ แม่ , อีแม่ อู้ บ่าก้วยเต้ด ลำ ผ่อ ละอ่อน ต๋าวัน พระจันทร์ ป้อจาย อีพอ อีแม เว้า บักหุ่ง แซบ เบิ่ง เด็กน่อย ตาเว็น อีเกิ้ง พอซ่าย พ่อ แม่ แหลง ลอกอ หรอย แล บ่าวนุ้ย,สาวนุ้ย หวัน เขน บ่าว
๓. ให้นักเรียนอ่านภาษาถิ่นของไทยภาคต่าง ๆ พร้อมกันจนครบทุกคำ ๔. ครูติดแผนภูมิแสดงตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของเสียง ดังนี้ ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของเสียง ภาษาไท ย มาตรฐา น ภาษาถิ่น เหนือ ตัวอักษร เปลี่ยน ภาษาไทย มาตรฐาน ภาษา ถิ่น อีสาน ตัวอักษร เปลี่ยน ภาษาไทย มาตรฐาน ภาษา ถิ่นใต้ ตัวอักษร เปลี่ยน ช้าง เรือน วัว จ๊าง เฮือน งัว ช-จ ร-ฮ ว-ง ช้าง เรือ เคี้ยว ซ่าง เฮือ เกี๊ยว ช-ซ ร- ฮ ค- ก จระเข้ ตลาด ถนน เค้ หลาด หนน สั้นลง สั้นลง สั้นลง ๕. ครูอธิบายความหมายของภาษาถิ่นให้นักเรียนฟัง ดังนี้ ภาษาถิ่น หมายถึง ภาษา ที่ใช้พูดสื่อสารกันในท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่ง การเรียกสิ่งหนึ่งสิ่งใด แต่ละถิ่นมีวิธีการที่ไม่เหมือนกันจึง ต้องมีภาษาไทยกลาง เพื่อติดต่อสื่อความหมายกันได้ทุกภาค ๖.ให้นักเรียนอ่านบัตรคำคำว่า จ้อง (เพ่งดู มองดู) จ่อ (เอาสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าไปใกล้) โคม (ตะเกียง หรือ เครื่องตามไฟมีที่บังลม) แล้วช่วยกันเปิดหาความหมายจากพจนานุกรม ๗. ครูพูดคำภาษาไทยมาตรฐาน แล้วให้นักเรียนช่วยกันคิดคำภาษาถิ่นในภาคต่าง ๆ เช่น พ่อ แม่ กิน ๘. ให้นักเรียนเขียนภาษาถิ่นไทยภาคต่าง ๆ โดยเทียบกับภาษาภาคกลาง ดังนี้ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคเหนือ ฝรั่ง พูด ดู เด็ก ตะวัน (บักสีดา) (เว่า) (เบิ่ง) (เด็กน่อย) ตาเว็น (ชมพู่) (แหลง) (แล) (บ่าวนุ้ย, สาวนุ้ย) หวัน (บ่าก้วยก๋า) (อู้) (ผ่อ) ละอ่อน ต๋าวัน ๓.ขั้นสรุป
๑.นักเรียนและครูสรุปความที่ได้จากบทเรียน ดังนี้ คำที่มีความหมายเหมือนกัน อาจจะพูดแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น การเข้าใจภาษาถิ่นของภาคต่าง ๆ จะทำให้เรา เข้าใจความหมายและสื่อสารกับผู้อื่นได้ชัดเจนถูกต้อง ๘. สื่อการสอน ๑. แผนภูมิตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของเสียง ๒. แผนภูมิตารางภาษาถิ่น ๙. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑. รู้และเข้าใจ ความหมายของภาษา ถิ่นภาคต่าง ๆ (K) สังเกตพฤติกรรมของ นักเรียนในการเข้าร่วม กิจกรรม แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒. จำแนกภาษาถิ่น ภาคต่าง ๆ ได้ (P) ตรวจชิ้นงานนักเรียน แบบประเมิน แบบฝึกหัด/ชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓. กระตือรือร้นในการ เข้าร่วมกิจกรรม (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลข ที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน /ไม่ผ่าน มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีมารยาทการฟัง และการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและ เล่าเรื่องได้ การแปความหมาย บทเรียน มีมารยาทในการ อ่าน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน คำชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (๕, ๔, ๓, ๒, ๑) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้๑ - ๐ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๑๐ คะแนน) เล ขที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต เกณฑ์การประเมิน สนใจร่วมกิจกรรม มีความสนใจใน เรื่องที่เรียน กล้าแสดงออก ตอบคำถามและ แสดงเหตุผล คะแนนรวม ๕ ๕ ๕ ๕ ๒ ๐ ผ่า น ไม่ ผ่า น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ ระดับภาษา ราชาศัพท์ ภาษาถิ่น ใช้ให้เคยชินและเหมาะสม เวลา ๖ ชั่วโมง เรื่อง คำราชาศัพท์ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษา และหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง ของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป. ๖/๒ ใช้คำได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. รู้และเข้าใจวิธีการใช้คำราชาศัพท์ (K) ๒. จำแนกและจัดหมวดหมู่คำราชาศัพท์ตามหัวข้อที่กำหนดได้ถูกต้อง (P) ๓. กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม (A) ๓. สาระสำคัญ ราชาศัพท์เป็นคำที่ใช้กับบุคคลตามฐานะของบุคคลนั้น ๆ เพื่อให้เกิดความสุภาพ แสดงความยกย่อง และเคารพนับถือ จึงต้องใช้ให้ถูกต้องตามฐานะของบุคคลนั้น ๆ ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๒.รักความเป็นไทย ๖. สาระการเรียนรู้ คำราชาศัพท์
๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูนำภาพศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมาให้นักเรียนดูและนำข้อความที่แปล แล้วมาให้นักเรียนฝึกอ่าน เช่น พ่อกูชื่อ ขุนศรีอินทราทิตย์ แม่กูชื่อนางเสือง ให้นักเรียนสังเกตคำ ราชาศัพท์ที่ใช้ และให้ช่วยกันคิดว่าเพราะเหตุใดสมัยพ่อขุนรามคำแหงจึงไม่มีคำราชาศัพท์ใช้ ๒ ขั้นสอน ๑. ครูเล่าเรื่องกษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยาว่าได้มีสัมพันธไมตรีกับเขมร ซึ่งมีความ เจริญรุ่งเรืองมากในสมัยนั้น จึงได้นำเอาศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และภาษาเข้ามาด้วย ประเทศไทย จึงมีคำราชาศัพท์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาษาเขมรมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ๒. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำราชาศัพท์ให้นักเรียนฟัง ดังนี้ คำราชาศัพท์ หมายถึง คำที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์ และบุคคลทั่วไปตามฐานะของ บุคคลนั้น ๆ เพื่อให้เกิดความสุภาพ แสดงการยกย่อง และเคารพนับถือ ๓. ให้นักเรียนดูวีดิทัศน์เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วให้ช่วยกันจดคำราชาศัพท์ที่ได้ยินจากวีดิทัศน์ แล้วออกมาเขียนบนกระดาน และช่วยกันอภิปราย ความหมาย ๔. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๖ กลุ่ม ค้นคว้าหาคำราชาศัพท์ในหมวดต่าง ๆ พร้อมทั้งวาดภาพประกอบหมวดละ ๕ คำ ดังนี้ ๑. หมวดร่างกาย ๒. หมวดของใช้ ๓. หมวดคำกริยา ๔. หมวดคำสรรพนาม ๕. หมวดเสื้อผ้าที่อยู่อาศัย ๖. หมวดญาติพี่น้องเพื่อนฝูง ๕. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปคำราชาศัพท์หมวดต่าง ๆ และครูอธิบายลักษณะและ วิธีการเปลี่ยนคำสามัญให้เป็นคำราชาศัพท์ พร้อมยกตัวอย่างประกอบ ๖. ให้นักเรียนช่วยกันเปลี่ยนคำในวงเล็บให้เป็นคำราชาศัพท์ให้ถูกต้อง ดังนี้ - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ห่วงใย) ทรงห่วงใยในสุขภาพของราษฎรทุกคน - สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ (ดู) ทอดพระเนตร ผลิตภัณฑ์จากศูนย์ศิลปาชีพ ด้วยความสน (ใจ) พระราชหฤทัย - สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ได้ (ไป) เสด็จ (ให้) พระราชทานปริญญาแก่ผู้สำเร็จ การศึกษาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทาลัย - สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งประเทศบรูไนได้ (ไปกินข้าวกลางวัน) เสด็จไปเสวย
พระกระยาหารกลางวันร่วมกับผู้นำในกลุ่มอาเซียน ณ โรงแรมโซฟีเทลหัวหิน - รัชกาลที่ ๕ ได้ (ป่วย) ประชวรด้วยโรค (ไต) วักกะพิการ ๓.ขั้นสรุป ๑.นักเรียนและครูสรุปความที่ได้จากบทเรียน ดังนี้ คำราชาศัพท์เป็นคำที่ใช้กับ บุคคลตามฐานะของบุคคลนั้น ๆ เพื่อให้เกิดความสุภาพแสดงความยกย่อง และเคารพนับถือ จึงต้องใช้ให้ถูกต้องตามฐานะของบุคคลนั้น ๆ ๘. สื่อการสอน ๑. ภาพศิลาจารึก ๒. วีดิทัศน์ ๙. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑. รู้และเข้าใจ วิธีการใช้คำราชาศัพท์ (K) สังเกตพฤติกรรมของ นักเรียนในการเข้าร่วม กิจกรรม แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒. จำแนกและจัด หมวดหมู่คำราชาศัพท์ ตามหัวข้อที่กำหนดได้ ถูกต้อง (P) ตรวจชิ้นงานนักเรียน แบบประเมิน แบบฝึกหัด/ชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓. กระตือรือร้นในการ เข้าร่วมกิจกรรม (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลข ที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน /ไม่ผ่าน มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีมารยาทการฟัง และการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและ เล่าเรื่องได้ การแปความหมาย บทเรียน มีมารยาทในการ อ่าน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน คำชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (๕, ๔, ๓, ๒, ๑) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้๑ - ๐ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๑๐ คะแนน) เล ขที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต เกณฑ์การประเมิน สนใจร่วมกิจกรรม มีความสนใจใน เรื่องที่เรียน กล้าแสดงออก ตอบคำถามและ แสดงเหตุผล คะแนนรวม ๕ ๕ ๕ ๕ ๒ ๐ ผ่า น ไม่ ผ่า น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ……………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ ระดับภาษา ราชาศัพท์ ภาษาถิ่น ใช้ให้เคยชินและเหมาะสม เวลา ๖ ชั่วโมง เรื่อง คำราชาศัพท์ ๒ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษา และหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง ของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป. ๖/๒ ใช้คำได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. รู้และเข้าใจวิธีการใช้คำราชาศัพท์ (K) ๒. จำแนกและจัดหมวดหมู่คำราชาศัพท์ตามหัวข้อที่กำหนดได้ถูกต้อง (P) ๓. กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม (A) ๓. สาระสำคัญ ราชาศัพท์เป็นคำที่ใช้กับบุคคลตามฐานะของบุคคลนั้น ๆ เพื่อให้เกิดความสุภาพ แสดงความยกย่อง และเคารพนับถือ จึงต้องใช้ให้ถูกต้องตามฐานะของบุคคลนั้น ๆ ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๒.รักความเป็นไทย ๖. สาระการเรียนรู้ คำราชาศัพท์
๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูนำภาพศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมาให้นักเรียนดูและนำข้อความที่แปล แล้วมาให้นักเรียนฝึกอ่าน เช่น พ่อกูชื่อ ขุนศรีอินทราทิตย์ แม่กูชื่อนางเสือง ให้นักเรียนสังเกตคำ ราชาศัพท์ที่ใช้ และให้ช่วยกันคิดว่าเพราะเหตุใดสมัยพ่อขุนรามคำแหงจึงไม่มีคำราชาศัพท์ใช้ ๒ ขั้นสอน ๑. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำราชาศัพท์ให้นักเรียนฟัง ดังนี้ คำราชาศัพท์ หมายถึง คำที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์ และบุคคลทั่วไปตามฐานะของ บุคคลนั้น ๆ เพื่อให้เกิดความสุภาพ แสดงการยกย่อง และเคารพนับถือ ๒.ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๖ กลุ่ม ค้นคว้าหาคำราชาศัพท์สำหรับพระสงฆ์ เพิ่มเติม แล้วนำมาแต่งประโยค ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้เกี่ยวกับคำราชาศัพท์สำหรับพระสงฆ์ลง ในแผนผังความคิด และออกมานำเสนอหน้ชั้นเรียน ๓.ขั้นสรุป ๑.นักเรียนและครูสรุปความที่ได้จากบทเรียน ๘. สื่อการสอน ๑. ภาพศิลาจารึก ๒. วีดิทัศน์ ๙. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑. รู้และเข้าใจ วิธีการใช้คำราชาศัพท์ (K) สังเกตพฤติกรรมของ นักเรียนในการเข้าร่วม กิจกรรม แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒. จำแนกและจัด หมวดหมู่คำราชาศัพท์ ตามหัวข้อที่กำหนดได้ ถูกต้อง (P) ตรวจชิ้นงานนักเรียน แบบประเมิน แบบฝึกหัด/ชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓. กระตือรือร้นในการ เข้าร่วมกิจกรรม (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลข ที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน /ไม่ผ่าน มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีมารยาทการฟัง และการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและ เล่าเรื่องได้ การแปความหมาย บทเรียน มีมารยาทในการ อ่าน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน คำชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (๕, ๔, ๓, ๒, ๑) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้๑ - ๐ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๑๐ คะแนน) เล ขที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต เกณฑ์การประเมิน สนใจร่วมกิจกรรม มีความสนใจใน เรื่องที่เรียน กล้าแสดงออก ตอบคำถามและ แสดงเหตุผล คะแนนรวม ๕ ๕ ๕ ๕ ๒ ๐ ผ่า น ไม่ ผ่า น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ คำในภาษาไทยที่นำมาใช้จากภาษาต่างประเทศ เวลา ๔ ชั่วโมง เรื่อง คำที่มาจากภาษาอังกฤษ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง ของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป. ๖/๓ รวบรวมและบอกความหมายของคำภาษาต่างประเทศที่ใช้ใน ภาษาไทย ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธิบายลักษณะของคำที่มาจากภาษาอังกฤษ (K) ๒. เขียนคำที่มาจากภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง (P) ๓. ตระหนักเห็นความสำคัญของการใช้คำที่มาจากภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง (A) ๓. สาระสำคัญ คำที่มาจากภาษาอังกฤษจะมีการนำเสียงคำภาษาไทยมาใช้ให้เข้ากับเสียงของภาษาอังกฤษ มีการใช้ทับศัพท์คำภาษาอังกฤษ และสร้างศัพท์บัญญัติขึ้นเพื่อใช้แทนคำภาษาอังกฤษ ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๒.รักความเป็นไทย ๖. สาระการเรียนรู้ คำที่มาจากภาษาอังกฤษ
๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูนำแถบประโยคให้นักเรียนอ่าน ดังนี้ ๒. ครูให้นักเรียนดูคำที่มาจากภาษาอังกฤษในแต่ละประโยคว่ามีคำอะไรบ้าง ๓. ให้นักเรียนร้องเพลงภาษาอังกฤษซึ่งเป็นที่นิยมตามเทศกาลต่าง ๆ เช่น เพลงอวยพรวันเกิด ๒ ขั้นสอน ๑. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน ให้คิดคำที่มาจากภาษาอังกฤษที่ใช้ในภาษาไทยตามหมวด วิชาต่าง ๆ และฝึกเขียน ตัวอย่าง ๑. สังคมศึกษา เช่น แสตมป์ โฮเต็ล เช็ค สลัม ๒. พลศึกษา เช่น เทนนิส กอล์ฟ กิโลเมตร เมตร เต็นท์ เกม ๓. วิทยาศาสตร์ เช่น สปริง คอมพิวเตอร์ แก๊ส น้ำมันเบนซิน แชมพู ๔. การงานอาชีพและเทคโนโลยี เช่น เค้ก เชิ้ต โน้ต ไอศกรีม ครีม ๒. ให้นักเรียนช่วยกันหาภาษาอังกฤษจากคำโฆษณาต่าง ๆ ๓. ครูแสดงบัตรคำที่เป็นภาษาอังกฤษให้นักเรียนแข่งขันเขียนศัพท์บัญญัติใน ภาษาไทย ดังนี้แสตมป์ (ดวงตราไปรษณียากร), โฮเต็ล (โรงแรม), สลัม (แหล่งเสื่อมโทรม), รถปิคอัพ (รถกระบะ),ลอตเตอรี่ (สลากกินแบ่ง), เปอร์เซ็นต์ (ร้อยละ), ไมโครโฟน (เครื่องขยายเสียง) ๔.แบ่งกลุ่มนักเรียนแต่งเรื่องโดยใช้คำที่มาจากภาษาอังกฤษอย่างน้อย ๗ คำ ๕. ส่งตัวแทนนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ๖. ครูและนักเรียนสรุปเรื่องลักษณะคำที่มาจากภาษาอังกฤษ ดังนี้ ๑) นำเสียงภาษาไทยมาใช้ให้เข้ากับเสียงภาษาอังกฤษ เช่น แป๊ป มาจาก ภาษาอังกฤษว่า Pipe ๒) ใช้ทับศัพท์คำภาษาอังกฤษ เช่น เค้ก - Cake ไอศกรีม – Icecream ๓) สร้างศัพท์บัญญัติขึ้นมาใหม่ เช่น แบงก์ (ธนาคาร) บอร์ด (ป้ายนิเทศ) ฟาวล์ (ผิดกติกา) ฉันชอบเตะฟุตบอลกับเพื่อน แม่ซื ้อเสื ้อเชิ ้ตให้พ่อ ซองจดหมายต้องติดแสตมป์