๓.ขั้นสรุป ๑.นักเรียนและครูสรุปความที่ได้จากบทเรียน ดังนี้ ที่มาจากภาษาอังกฤษจะมีการ นำเสียงคำภาษาไทยมาใช้ให้เข้ากับเสียงภาษาอังกฤษมีการใช้ทับศัพท์คำภาษาอังกฤษและ สร้างศัพท์บัญญัติขึ้นเพื่อใช้แทนคำภาษาอังกฤษ ๒. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นโดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ - การทับศัพท์คำภาษาอังกฤษมีข้อดีอย่างไร ๘. สื่อการสอน ๑. บัตรคำ แถบประโยค ๙. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑. อธิบายลักษณะของ คำที่มาจาก ภาษาอังกฤษ (K) สังเกตพฤติกรรมของ นักเรียนในการเข้าร่วม กิจกรรม แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒. เขียนคำที่มาจาก ภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง (P) ตรวจชิ้นงานนักเรียน แบบประเมิน แบบฝึกหัด/ชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓. ตระหนักเห็น ความสำคัญของการใช้ คำที่มาจาก ภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง (A) ) สังเกตการตอบคำถาม การตอบคำถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลข ที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน /ไม่ผ่าน มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีมารยาทการฟัง และการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและ เล่าเรื่องได้ การแปความหมาย บทเรียน มีมารยาทในการ อ่าน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน คำชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (๕, ๔, ๓, ๒, ๑) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้๑ - ๐ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๑๐ คะแนน) เล ขที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต เกณฑ์การประเมิน สนใจร่วมกิจกรรม มีความสนใจใน เรื่องที่เรียน กล้าแสดงออก ตอบคำถามและ แสดงเหตุผล คะแนนรวม ๕ ๕ ๕ ๕ ๒ ๐ ผ่า น ไม่ ผ่า น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ คำในภาษาไทยที่นำมาใช้จากภาษาต่างประเทศ เวลา ๔ ชั่วโมง เรื่อง คำจีนในภาษาไทย เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษา และหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง ของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป. ๖/๒ ใช้คำได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธิบายลักษณะของคำที่มาจากภาษาจีนได้ (K) ๒. จำแนกคำที่มาจากภาษาจีนได้ถูกต้อง (P) ๓. ตระหนักเห็นความสำคัญของการใช้คำที่มาจากภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง (A) ๓. สาระสำคัญ คำที่มาจากภาษาจีนส่วนใหญ่มักเป็นคำพยางค์เดียว มีรูปและเสียงวรรณยุกต์ ทำให้คำมี ความหมาย ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๒.รักความเป็นไทย ๖. สาระการเรียนรู้ คำที่มาจากภาษาจีน
๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. อภิปรายทบทวนภาษาต่าง ๆ ในประเทศไทย ยกตัวอย่างคำบางคำที่มาจาก ภาษาเขมร เช่น ฉลู เดิน ตำหนัก ฉะเชิงเทรา ระบำ กระบือ ๒. ให้ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาว่าถ้านึกถึงภาษาจีน จะนึกถึงคำว่าอะไรบ้าง ๓. ครูให้นักเรียนเล่นเกมลมเพลมพัด และสังเกตคำที่ครูพูดให้ดี - ลมเพลมพัด (นักเรียนถาม พัดอะไร) ครูตอบ พัด คนนั่งเก้าอี้ (คนไหนนั่งเก้าอี้ต้องลุกเปลี่ยนที่กับเพื่อน) ลมเพลมพัด พัดคนที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยว ลมเพลมพัด พัดคนที่ชอบอ่านสามก๊ก ลมเพลมพัด พัดคนที่มีชื่อแซ่เชื้อสายจีน ลมเพลมพัด พัดคนที่ชอบเล่นขิม ลมเพลมพัด พัดคนปลูกต้นโป๊ยเซียนไว้ที่บ้าน ลมเพลมพัด พัดคนชอบกินเต้าส่วน ลมเพลมพัด พัดคนที่เคยปิดกอเอี๊ยะ ๒ ขั้นสอน ๑. ให้นักเรียนแข่งขันกันเขียนคำที่มาจากภาษาจีนที่ครูพูดลมเพลมพัด เช่น เก้าอี้ สามก๊ก ขิม แซ่โป๊ยเซียน เต้าส่วน และคำอื่น ๆ เช่น เกี้ยมอี๋ แป๊ะซะ ขาก๊วย ขึ้นฉ่าย ๒. ให้นักเรียนร่วมกันสรุปลักษณะของคำที่มาจากภาษาจีน ดังนี้ ๑). มักเป็นคำพยางค์เดียว เช่น เกี๊ยว แซ่ เจี๋ยน ตั๋ว ฯลฯ ๒). มีรูปวรรณยุกต์และเสียงวรรณยุกต์ทำให้คำมีความหมาย เช่น ก๋วยเตี๋ยว เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้ เต้าส่วน ๒. แบ่งกลุ่มให้นักเรียนส่งตัวแทนออกมาแข่งขันกันเขียนคำที่มาจากภาษาจีนที่ครู บอก เช่น บะหมี่ กอเอี๊ยะ เต้าเจี้ยว ตั๋ว ซีอิ๊ว เต้าหู้ แต๊ะเอีย ๓. แบ่งกลุ่มให้นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาจีนที่ใช้ในภาษาไทยตามหมวดวิชาต่างๆ พร้อมทั้งวาดภาพประกอบ
๓.ขั้นสรุป ๑.นักเรียนและครูสรุปความที่ได้จากบทเรียน ดังนี้ คำที่มาจากภาษาจีนส่วนใหญ่ มักเป็นคำพยางค์เดียว มีรูปและเสียงวรรณยุกต์ทำให้คำมีความหมาย ๒. ให้นักเรียนร่วมกิจกรรมแสดงความคิดเห็นจากคำถามที่ท้าทาย ดังนี้ - มีชื่ออาหารอะไรบ้างที่เป็นคำที่มาจากภาษาจีน ๘. สื่อการสอน ๑. บัตรคำ แถบประโยค ๙. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑. อธิบายลักษณะของ คำที่มาจากภาษาจีนได้ (K) ตรวจชิ้นงานนักเรียน แบบประเมิน แบบฝึกหัด/ชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒. จำแนกคำที่มาจาก ภาษาจีนได้ถูกต้อง (P) ตรวจชิ้นงานนักเรียน แบบประเมิน แบบฝึกหัด/ชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓. ตระหนักเห็น ความสำคัญของการใช้ คำที่มาจาก ภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง (A) ) สังเกตการตอบคำถาม การตอบคำถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลข ที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน /ไม่ผ่าน มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีมารยาทการฟัง และการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและ เล่าเรื่องได้ การแปความหมาย บทเรียน มีมารยาทในการ อ่าน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน คำชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (๕, ๔, ๓, ๒, ๑) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้๑ - ๐ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๑๐ คะแนน) เล ขที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต เกณฑ์การประเมิน สนใจร่วมกิจกรรม มีความสนใจใน เรื่องที่เรียน กล้าแสดงออก ตอบคำถามและ แสดงเหตุผล คะแนนรวม ๕ ๕ ๕ ๕ ๒ ๐ ผ่า น ไม่ ผ่า น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
....... แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ คำในภาษาไทยที่นำมาใช้จากภาษาต่างประเทศ เวลา ๔ ชั่วโมง เรื่อง คำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤต เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป.๖/๓ รวบรวมและบอกความหมายของคำภาษาต่างประเทศที่ใช้ใน ภาษาไทย ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธิบายลักษณะของคำที่มาจากภาษาบาลี - สันสกฤตได้ ( K) ๒. จำแนกคำบาลี - สันสกฤตออกจากข้อความที่อ่านได้ (P) ๓. ใช้คำภาษาบาลี - สันสกฤตได้ถูกต้อง (A) ๓. สาระสำคัญ คำในภาษาไทยที่นำมาใช้จากภาษาต่างประเทศมีทั้งคำที่มาจากภาษาบาลี – สันสกฤต ภาษา เขมร ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ การเขียน การอ่าน และรู้ความหมายของคำทำให้นำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง คำที่มาจากภาษาบาลี – สันสกฤตมีหลายพยางค์ มีทั้งคำที่สะกดตรง ตามมาตรา และไม่ตรงตามมาตรา คำส่วนใหญ่มักมีตัวการันต์ ไม่มีรูปวรรณยุกต์ คำภาษาบาลีมักใช้ หลักตัวสะกดตัวตาม ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๒.รักความเป็นไทย ๖. สาระการเรียนรู้ ภาษาบาลี สันสกฤต ๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูเขียนคำบาลี - สันสกฤตบนกระดาน โดยครูยังไม่ได้บอกและแบ่งว่าคำใดเป็น ภาษาบาลี - สันสกฤต ๒. ครูให้นักเรียนสังเกตคำที่อยู่บนกระดานว่ามีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร ๒ ขั้นสอน ๑.ครูอธิบายเกี่ยวกับที่มา และลักษณะของคำคำบาลี – สันสกฤต พร้อมทั้งบอก ข้อสังเกตในการใช้และจำแนกความแตกต่างกันของภาษาบาลี สันสกฤต ๒. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๔ กลุ่ม แข่งขันกันทำกิจกรรม “หมาล่า ภาษาต่างประเทศ (บาลี-สันสกฤต)” โดยแต่ละกลุ่มจะได้เตาปิ้งย่างกลุ่มละ ๑ เตา และเตา แต่ละเตาจะมีชื่อเตาบอกไว้ แต่ละกลุ่มจะต้องไปหาวัตถุดิบที่เป็นคำตามชื่อเตามาให้ครบและถูกต้อง ทุกคำ กลุ่มนั้นจะเป็นผู้ชนะ ๓. ครูให้นักเรียนทำใบงานเรื่องคำบาลี สันสกฤต เพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจ ๓.ขั้นสรุป ๑.นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยใบงาน และสรุปความรู้ที่ได้จากบทเรียน ๒.ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ - นักเรียนคิดว่าการรับภาษาต่างประเทศเข้ามาใช้สำคัญหรือไม่ อย่างไร ๘. สื่อการสอน ๑. ใบความรู้ ๒. สื่อ“หมาล่า ภาษาต่างประเทศ (บาลี-สันสกฤต)” ๓. ใบงานเรื่อง คำบาลี สันสกฤต
๙. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑. อธิบายลักษณะ ของคำที่มาจากภาษา บาลี - สันสกฤตได้ ( K) การตอบคำถาม การสังเกต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒. จำแนกคำบาลี - สันสกฤตออกจาก ข้อความที่อ่านได้ (P) กิจกรรม“หมาล่า ภาษาต่างประเทศ (บาลี-สันสกฤต)” การสังเกต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓. ใช้คำภาษาบาลี - สันสกฤตได้ถูกต้อง (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลข ที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน /ไม่ผ่าน มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีมารยาทการฟัง และการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและ เล่าเรื่องได้ การแปความหมาย บทเรียน มีมารยาทในการ อ่าน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน คำชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (๕, ๔, ๓, ๒, ๑) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้๑ - ๐ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๑๐ คะแนน) เล ขที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต เกณฑ์การประเมิน สนใจร่วมกิจกรรม มีความสนใจใน เรื่องที่เรียน กล้าแสดงออก ตอบคำถามและ แสดงเหตุผล คะแนนรวม ๕ ๕ ๕ ๕ ๒ ๐ ผ่า น ไม่ ผ่า น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ คำในภาษาไทยที่นำมาใช้จากภาษาต่างประเทศ เวลา ๔ ชั่วโมง เรื่อง คำที่มาจากภาษาเขมร เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๒๐พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป.๖/๓ รวบรวมและบอกความหมายของคำภาษาต่างประเทศที่ใช้ใน ภาษาไทย ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธิบายลักษณะของคำที่มาจากภาษาเขมรได้ (K) ๒. จำแนกคำที่มาจากภาษาเขมรได้ถูกต้อง (P) ๓. ใช้คำที่มาจากภาษาเขมรได้ถูกต้อง (A) ๓. สาระสำคัญ คำที่มาจากภาษาเขมรมักเป็นคำที่มีพยัญชนะควบกล้ำ และเป็นคำที่มีอักษรนำส่วนใหญ่ไม่ใช้ รูปวรรณยุกต์มักใช้ตัว จ ร ล ญ ส สะกดและถ้าเป็นคำสองพยางค์มักขึ้นต้นด้วยคำว่ากำ คำ จำ บำบัน ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๒.รักความเป็นไทย ๖. สาระการเรียนรู้ ภาษาเขมร ๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. อภิปรายทบทวนเรื่องภาษาบาลีสันสกฤตที่ไทยนิยมใช้เพราะมาจากภาษาอินเดีย ที่เข้ามาติดต่อค้าขาย และทางพระพุทธศาสนาที่คนไทยส่วนใหญ่นับถือ ๒. ครูเล่าเรื่องประกอบแผนที่ ถึงการที่ภาษาเขมรว่าเข้ามามีอิทธิพลในประเทศไทย เพราะ ในสมัยก่อนประเทศเขมรโบราณเป็นชาติที่คนไทยถือว่าเป็นชาติที่เจริญมากในด้านวิชาความรู้ พระเจ้าอู่ทองซึ่งเพิ่งสร้างกรุงศรีอยุธยาใหม่ ๆ จึงต้องการแสดงให้ประชาชนเห็นว่า กรุงศรีอยุธยาก็ เป็นชาติที่เจริญเช่นกันจึงนำภาษาเขมรมาใช้ และใช้ในราชสำนักเป็นส่วนใหญ่ ๓. ครูเล่านิทานให้นักเรียนฟัง พร้อมกับยกบัตรคำที่เป็นภาษาเขมรให้ นักเรียนสังเกต และเดาความหมาย ๒ ขั้นสอน ๑. ให้นักเรียนแข่งขันกันเขียนภาษาเขมร ที่ครูแสดงในบัตรคำให้ได้มากที่สุด พร้อม ทั้งช่วยกันเปิดพจนานุกรมหาความหมาย ดังนี้ ๐ สไบ หมายถึง ผ้าห่มหญิง ผ้าแถบ ๐ กรรเจียก หมายถึง ดอกไม้ทัด ๐ กระบือ หมายถึง ควาย ๐ แข หมายถึง ดวงเดือน พระจันทร์ ๐ โขมด หมายถึง ผีชนิดหนึ่งใน ๐ ชะเอม หมายถึง ชื่อไม้เถาชนิดหนึ่ง พวกผีกระสือหรือผีโผง ๐ ไถง หมายถึง ตะวัน ๐ ขนอง หมายถึง หลัง ๐ ผลอุลิต หมายถึง แตงโม ๐ ประกายพรึก หมายถึง ดาวรุ่ง ๐ กระทรวง หมายถึง ราชการแผนกใหญ่ ๐ เพลิง หมายถึง ไฟ ๐ ธำมรงค์ หมายถึง แหวน ๒.ให้นักเรียนฝึกสังเกตลักษณะคำที่มาจากภาษาเขมรว่าเป็นอย่างไร ครูติดแผนภูมิ ดังนี้ ๑) มักเป็นคำที่มีพยัญชนะควบกล้ำ เช่น ปราบ ตรง เพลา ๒) มักเป็นคำที่มีอักษรนำ เช่น ขจี จมูก เฉลย ๓) ส่วนใหญ่ไม่ใช้รูปวรรณยุกต์
๔) มักใช้ตัว จ ร ล ญ ส สะกด เช่น ทูล เจริญ ขจร ๕) คำสองพยางค์มักขึ้นต้นด้วยคำว่า กำ ดำ จำ ชำ คำ ตำ ทำ บัง บัน บำ เช่น กำเนิด ดำริ ตำรวจ ๓. ให้นักเรียนเล่นเกมโดยแบ่งกลุ่มเป็น ๕ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มหาคำที่มาจากภาษา เขมรในพจนานุกรม พร้อมบอกความหมายในเวลาที่กำหนดกลุ่มใดหาได้มากและถูกต้องที่สุดชนะ ๔. ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอคำที่ศึกษามา แล้วให้นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความ ถูกต้อง ๓.ขั้นสรุป ๑.นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยใบงาน และสรุปความรู้ที่ได้จากบทเรียน ๘. สื่อการสอน ๑. ใบความรู้ ๒. สื่อ“หมาล่า ภาษาต่างประเทศ (บาลี-สันสกฤต)” ๓. ใบงานเรื่อง คำบาลี สันสกฤต ๙. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑. อธิบายลักษณะ ของคำที่มาจากภาษา เขมรได้ ( K) การตอบคำถาม การสังเกต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒. จำแนกคำเขมร ออกจากข้อความที่ อ่านได้ (P) กิจกรรม“หมาล่า ภาษาต่างประเทศ (บาลี-สันสกฤต)” การสังเกต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓. ใช้คำภาษาเขมรได้ ถูกต้อง (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลข ที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน /ไม่ผ่าน มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีมารยาทการฟัง และการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและ เล่าเรื่องได้ การแปความหมาย บทเรียน มีมารยาทในการ อ่าน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน คำชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (๕, ๔, ๓, ๒, ๑) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้๑ - ๐ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๑๐ คะแนน) เล ขที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต เกณฑ์การประเมิน สนใจร่วมกิจกรรม มีความสนใจใน เรื่องที่เรียน กล้าแสดงออก ตอบคำถามและ แสดงเหตุผล คะแนนรวม ๕ ๕ ๕ ๕ ๒ ๐ ผ่า น ไม่ ผ่า น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๐สังเกตอย่างไร ประโยคชนิดใดหรือกลุ่มคำ เวลา ๔ ชั่วโมง เรื่อง กลุ่มคำหรือวลี เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป. ๖/๔ ระบุลักษณะของประโยค ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธิบายความหมายของกลุ่มคำหรือวลีได้ ( K) ๒. จำแนกหน้าที่ของกลุ่มคำหรือวลีในประโยคได้ (P) ๓. มีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม (A) ๓. สาระสำคัญ กลุ่มคำหรือวลีเป็นคำที่เรียงติดต่อกันตั้งแต่ ๒ คำขึ้นไปมีความหมาย แต่ยังไม่เป็นประโยค ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๒.รักความเป็นไทย ๖. สาระการเรียนรู้ กลุ่มคำหรือวลี
๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูให้นักเรียนอ่านและสังเกตแถบประโยค แล้วช่วยกันบอกว่าข้อความใดอ่าน แล้วได้ใจความสมบูรณ์ ข้อความใดอ่านแล้วไม่ได้ใจความที่สมบูรณ์ ตัวอย่างของวลีเมื่อเปรียบเทียบกับประโยคมีดังนี้ : รักการอ่าน : เขื่อนทดน้ำบางปะกง : ฉันรักการอ่านหนังสือมาก : เขื่อนทดน้ำบางปะกงสร้างเพื่อใช้ในการเกษตร : เดินทางไปต่างจังหวัด : นกพิราบหลายตัว : คุณพ่อเดินทางไปต่างจังหวัด : ฉันให้อาหารนกพิราบหลายตัว ๒ ขั้นสอน ๑. ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มคำหรือวลีว่า เป็นข้อความที่อ่านแล้วได้ใจความ ไม่สมบูรณ์ ยังขาดส่วนต่าง ๆ ของประโยค จะเป็นคำที่เรียงติดต่อกันตั้งแต่ ๒ คำขึ้นไป และม ความหมายแต่ยังไม่สมบูรณ์ จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประโยค ประโยคหนึ่ง กลุ่มคำจะทำหน้าที่เป็น ประธาน กริยา กรรม หรือส่วนขยายก็ได้ ๒.ให้นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างกลุ่มคำหรือวลี และร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ๓. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเลือกนิทานที่ชอบกลุ่มละ ๑ เรื่อง จากนั้นร่วมกันหากลุ่มคำ หรือวลี ส่งตัวแทนรายงานหน้าชั้นเรียน นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ๓.ขั้นสรุป ๑.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ดังนี้ กลุ่มคำหรือวลี คือคำที่เรียงติดต่อกัน ตั้งแต่ ๒ คำ ขึ้นไปและมีความหมาย แต่ยังไม่สมบูรณ์ จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประโยค หนึ่งกลุ่มคำ จะทำหน้าที่เป็นประธาน กริยา กรรม หรือส่วนขยายก็ได้ ๘. สื่อการสอน ๑. ใบความรู้
๙. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑. อธิบายความหมาย ของกลุ่มคำหรือวลีได้ ( K) การตอบคำถาม การสังเกต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒. จำแนกหน้าที่ของ กลุ่มคำหรือวลีใน ประโยคได้ (P) การทำใบงาน การสังเกต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓. มีความ กระตือรือร้นในการเข้า ร่วมกิจกรรม (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลข ที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน /ไม่ผ่าน มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีมารยาทการฟัง และการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและ เล่าเรื่องได้ การแปความหมาย บทเรียน มีมารยาทในการ อ่าน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน คำชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (๕, ๔, ๓, ๒, ๑) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้๑ - ๐ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๑๐ คะแนน) เล ขที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต เกณฑ์การประเมิน สนใจร่วมกิจกรรม มีความสนใจใน เรื่องที่เรียน กล้าแสดงออก ตอบคำถามและ แสดงเหตุผล คะแนนรวม ๕ ๕ ๕ ๕ ๒ ๐ ผ่า น ไม่ ผ่า น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๐สังเกตอย่างไร ประโยคชนิดใดหรือกลุ่มคำ เวลา ๔ ชั่วโมง เรื่อง เรื่องประโยคสามัญ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป. ๖/๔ ระบุลักษณะของประโยค ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธิบายลักษณะของประโยคสามัญได้ ( K) ๒. เขียนประโยคสามัญได้ถูกต้อง (P) ๓. นำความรู้เรื่องการเขียนประโยคสามัญไปใช้ในการดำเนินชีวิต (A) ๓. สาระสำคัญ ประโยคสามัญเป็นประโยคที่มีใจความเพียงอย่างเดียว ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๒.รักความเป็นไทย ๖. สาระการเรียนรู้ ประโยคสามัญ
๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูอ่านข้อความที่ครูเตรียมไว้ ถ้าข้อใดเป็นวลีให้นักเรียนยกมือ ถ้าข้อใดไม่ใช่วลี ไม่ต้องยกมือครูพยายามอ่านให้เร็ว ๆ เช่น นายกรัฐมนตรี เรือโคลงเคลงไปมา บัวน้อยลอยอยู่กลางบึง คลื่นยักษ์สึนามิ บัวลอยน้ำขิง น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ สถานีโทรทัศน์ช่อง ๗ น้ำนิ่งไหลลึก ๒ ขั้นสอน ๑. ครูติดแผนภูมิคำที่ได้อ่านไปแล้วให้นักเรียนช่วยกันสังเกตว่ากลุ่มคำที่ไม่ใช่วลี แตกต่างกับกลุ่มคำที่เป็นวลีอย่างไร เช่น เรือโคลงเคลงไปมา เป็นประโยค เพราะมี ประธาน คือ เรือ โคลงเคลงไปมา คือ กริยา หรือถ้ามีส่วนขยาย เช่น ๏ เรือลำน้อยโคลงเคลงไปมาในกระแสคลื่น ๏ น้ำนิ่งไหลลึก ๏ บัวน้อยลอยอยู่กลางบึง ประโยคเหล่านี้ล้วนมีใจความเดียว เราเรียกว่า ประโยคสามัญ ๒. ครูนำภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์มา ๑ ภาพ แล้วให้นักเรียนออกมาเขียนประโยค สามัญที่หน้าชั้นเรียน ใครเสร็จเร็วและถูกต้องเป็นผู้ชนะ ๓. ครูแจกกระดาษให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแต่งประโยคสามัญมา ๒ ประโยค เกี่ยวกับ กลุ่มสาระต่าง ๆ โดยแยกเป็นกลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ ๑ ภาษาอังกฤษ กลุ่มที่ ๒ วิทยาศาสตร์ กลุ่มที่ ๓ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มที่ ๔ การงานอาชีพและเทคโนโลยี กลุ่มที่ ๕ สุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มที่ ๖ คณิตศาสตร์ ๔. ให้นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของส่วนประกอบประโยค ๓.ขั้นสรุป
๑.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ดังนี้ ประโยคสามัญหรือประโยคความเดียว คือ ประโยคที่กล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว และสิ่งนั้นแสดงกิริยาอาการ หรืออยู่ในสภาพอย่างใด อย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว มีส่วนประกอบสำคัญ ๒ ส่วน คือ ภาคประธานและภาคแสดง ๘. สื่อการสอน ๑. หนังสือพิมพ์ ๒. ข้อความที่เป็นกลุ่มคำ (วลี) และประโยค ๙. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑. อธิบายลักษณะของ ประโยคสามัญได้ ( K) การตอบคำถาม การสังเกต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒. เขียนประโยค สามัญได้ถูกต้อง (P) การทำใบงาน การสังเกต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓. นำความรู้เรื่องการ เขียนประโยคสามัญไป ใช้ในการดำเนินชีวิต (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลข ที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน /ไม่ผ่าน มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีมารยาทการฟัง และการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและ เล่าเรื่องได้ การแปความหมาย บทเรียน มีมารยาทในการ อ่าน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน คำชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (๕, ๔, ๓, ๒, ๑) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้๑ - ๐ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๑๐ คะแนน) เล ขที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต เกณฑ์การประเมิน สนใจร่วมกิจกรรม มีความสนใจใน เรื่องที่เรียน กล้าแสดงออก ตอบคำถามและ แสดงเหตุผล คะแนนรวม ๕ ๕ ๕ ๕ ๒ ๐ ผ่า น ไม่ ผ่า น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๐สังเกตอย่างไร ประโยคชนิดใดหรือกลุ่มคำ เวลา ๔ ชั่วโมง เรื่อง เรื่องประโยครวม เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป. ๖/๔ ระบุลักษณะของประโยค ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธิบายลักษณะของประโยครวมได้ ( K) ๒. เขียนประโยครวมได้ถูกต้อง (P) ๓. นำความรู้เรื่องการเขียนประโยครวมไปใช้ในการดำเนินชีวิต (A) ๓. สาระสำคัญ ประโยครวมเป็นการนำประโยคสามัญตั้งแต่ ๒ ประโยคขึ้นไปมารวมกัน โดยมีคำสันธาน เชื่อมประโยคเพื่อให้ได้ใจความต่อเนื่องเป็นประโยคเดียวกัน ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๒.รักความเป็นไทย ๖. สาระการเรียนรู้ ประโยครวม
๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูติดแถบประโยค ดังนี้ สุนทรภู่ กวีเอกของโลก แต่งนิทานเรื่องพระอภัยมณี จากนั้นให้นักเรียนแยกส่วนประกอบ ของประโยค สุนทรภู่ - เป็นประธาน กวีเอกของโลก - ขยายประธาน แต่ง - กริยา นิทาน - กรรม เรื่องพระอภัยมณี - ขยายกรรม ๒. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปว่าประโยคต้องประกอบด้วยประธานและกริยาเป็นอย่างน้อย บางประโยคต้องมีกรรมมารับ บางประโยคไม่ต้องแล้วแต่ชนิดของกรรม ๒ ขั้นสอน ๑. ครูให้นักเรียนหนึ่งคน ถือแถบประโยคที่มีข้อความที่ว่า ลูกต้องทำการบ้าน ให้ นักเรียนทั้งชั้นอ่านพร้อมกัน อภิปรายความหมายของประโยค (ไม่ใช่วลี) นักเรียนอีกคนหนึ่งถือแถบ ประโยค จะไม่ได้ดูโทรทัศน์ อภิปรายว่านี่คือประโยคเหมือนกัน ให้ยืนซ้อนกัน ให้นักเรียนช่วยกัน คิดว่าทำอย่างไรจึงจะให้ทั้งสองประโยครวมกันเป็นประโยคเดียว ๒. ครูนำบัตรคำคำว่า มิฉะนั้น ให้นักเรียนคนที่ ๓ ถือ และอ่านให้เพื่อน ๆ ฟัง ให้ นักเรียนช่วยกันคิดว่า จะวางไว้ตรงไหนดี เช่น ข้างหน้า ตรงกลาง หรือข้างหลัง ครูให้คนถือประโยค ยืนเหมือนเดิม ส่วนคนที่ ๒ ให้ยืนข้างหน้า และให้คำว่า มิฉะนั้น ไว้ตรงกลาง ดังนี้ ลูกต้องทำการบ้าน มิฉะนั้น จะไม่ได้ดูโทรทัศน์ ๓. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปลักษณะของประโยครวมว่าจะต้องมีคำสันธานเชื่อม ๔. ให้นักเรียนช่วยกันหาคำเชื่อมให้ประโยคต่าง ๆ ดังนี้ ๏ เด็ก ๆ ควรใส่เสื้อกันหนาว ไม่เช่นนั้นจะเป็นหวัด ๏ วันนี้มีพายุเข้าเพราะฉะนั้นทุกคนควรนำเรือเข้าฝั่งโดยเร็ว ๏ ข้าวเหนียวมีคุณสมบัติช่วยขับลมในร่างกาย และช่วยบำรุงผิวพรรณให้เนียนขึ้น ๏ นักเรียนตั้งใจเรียน เพราะอยากได้บัตรเกียรติยศไปอวดคุณพ่อคุณแม่ ๏ อาหารวันนี้อร่อย ดังนั้นทุกคนจึงรับประทานอาหารจนเกลี้ยงจาน
๓.ขั้นสรุป ๑. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปลักษณะของประโยครวมว่าคือประโยคสามัญตั้งแต่ สองประโยคขึ้นไปมารวมกัน โดยมีคำสันธานเชื่อมประโยค เพื่อให้ได้ใจความต่อเนื่องเป็นประโยค เดียวกันมี ๓ ชนิด ดังนี้ ๑) ประโยคความรวมที่มีใจความคล้อยตามกัน ๒) ประโยคความรวมที่มีใจความขัดแย้งกัน ๓) ประโยคความรวมที่มีใจความให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ๒. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเดินสำรวจบริเวณห้องเรียนแล้วแต่งประโยครวมกลุ่มละ ๕ ประโยค จากนั้นนำเสนอหน้าชั้นเรียนและร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ๘. สื่อการสอน ๑. แถบประโยค ๒. บัตรคำ ๙. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑. อธิบายลักษณะ ของประโยครวมได้( K) การตอบคำถาม การสังเกต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒. เขียนประโยครวม ได้ถูกต้อง (P) การทำใบงาน การสังเกต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓. นำความรู้เรื่องการ เขียนประโยครวมไปใช้ ในการดำเนินชีวิต (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมที่กำหนด เลข ที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต สรุปผลการประเมิน ผ่าน /ไม่ผ่าน มีส่วนร่วมในการ ตอบคำถาม มีมารยาทการฟัง และการพูด มีสมาธิในการฟัง ตอบคำถามและ เล่าเรื่องได้ การแปความหมาย บทเรียน มีมารยาทในการ อ่าน ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๒ ๑ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ เกณฑ์การให้คะแนน ๒ = ดี, ๑ = ปานกลาง, ๐ = ต้องปรับปรุงแก้ไข ผู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนตั้งแต่ ๙ คะแนน ขึ้นไป (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน คำชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (๕, ๔, ๓, ๒, ๑) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของ นักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน ๕ - ๔ = ดีมาก ๓ - ๒ = พอใช้๑ - ๐ = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ (ไม่น้อยกว่า ๑๐ คะแนน) เล ขที่ ชื่อ – สกุล รายการสังเกต เกณฑ์การประเมิน สนใจร่วมกิจกรรม มีความสนใจใน เรื่องที่เรียน กล้าแสดงออก ตอบคำถามและ แสดงเหตุผล คะแนนรวม ๕ ๕ ๕ ๕ ๒ ๐ ผ่า น ไม่ ผ่า น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ (ลงชื่อ)……………………………………….ผู้ประเมิน (นางสาวศศิประภา มุงคุณ) วันที่……….เดือน…………………….พ.ศ………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๐สังเกตอย่างไร ประโยคชนิดใดหรือกลุ่มคำ เวลา ๔ ชั่วโมง เรื่อง เรื่องประโยคซ้อน เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศิประภา มุงคุณ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ วันที่สอน วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๑ วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ /๒ ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป. ๖/๔ ระบุลักษณะของประโยค ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑) อธิบายลักษณะประโยคซ้อน ( K) ๒) จำแนกส่วนประกอบของประโยคซ้อนได้ (P) ๓) เห็นความสำคัญของการใช้ประโยคซ้อนได้ถูกต้อง (A) ๓. สาระสำคัญ ประโยครวมเป็นการนำประโยคสามัญตั้งแต่ ๒ ประโยคขึ้นไปมารวมกัน โดยมีคำสันธาน เชื่อมประโยคเพื่อให้ได้ใจความต่อเนื่องเป็นประโยคเดียวกัน ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.ใฝ่เรียนรู้ ๖. สาระการเรียนรู้ ประโยคซ้อน ๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
๑. ครูนำแถบประโยคมาติดที่หน้าชั้นเรียน ให้นักเรียนร่วมกันจำแนกส่วนประกอบ ของประโยค นักเรียนกลับบ้านเมื่อโรงเรียนเลิก - ประโยคหลักคือ นักเรียนกลับบ้าน - ประโยคย่อย โรงเรียนเลิก ทำหน้าที่ขยาย “กลับ” ซึ่งเป็นคำกริยาของประโยค คำเชื่อมประโยค คือ “เมื่อ” ๒ ขั้นสอน ๑. ครูให้ความรู้แก่นักเรียนว่า ประโยคซ้อน หรือประโยคความซ้อน คือประโยคที่มี ใจความสำคัญเป็นประโยคหลัก และมีประโยคย่อยอีกประโยคซ้อนอยู่ ประโยคย่อยนี้อาจทำหน้าที่ ขยายประธานที่เป็นคำนาม หรือเป็นคำสรรพนามให้สังเกตจากคำเชื่อม ที่ ซึ่ง อัน หรือทำหน้าที่ขยาย ภาคแสดงที่เป็นคำกริยาหรือคำวิเศษณ์ คำเชื่อม คือ เมื่อ จน เพื่อ เพราะ ตั้งแต่ ฯลฯ ๒. ให้นักเรียนหาคำเชื่อมจากประโยคซ้อนที่กำหนดให้ แล้วจำแนกประโยคหลักและ ประโยคย่อย - คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอย่อมมีสุขภาพแข็งแรง ประโยคหลัก คือ คนมีสุขภาพแข็งแรง ประโยคย่อย คือ คนออกกำลังกายสม่ำเสมอ คำเชื่อมประโยค คือ “ที่” - เขามีหนังสือตำราอาหารซึ่งคุณแม่ไม่มี ประโยคหลัก คือ เขามีตำราอาหาร ประโยคย่อย คือ หนังสือตำราอาหารคุณแม่ไม่มี คำเชื่อมประโยค คือ “ซึ่ง” ๓. นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างประโยคซ้อนเพิ่มเติม ช่วยกันหาคำเชื่อมจำแนก ประโยคหลักประโยค-ย่อย ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง ๔. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ช่วยกันหาประโยคซ้อนจากหนังสือพิมพ์หรือบทความที่ครูแจก ให้กลุ่มละ ๕ ประโยค โดยบอกคำเชื่อมประโยค ประโยคหลัก และประโยคย่อย ๕. แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนรายงานหน้าชั้นเรียนนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง ๓.ขั้นสรุป ๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องประโยคซ้อน ๒. ให้นักเรียนร่วมกันสรุปลักษณะของกลุ่มคำและประโยคเป็นแผนภาพความคิด ๓. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ - ประโยคซ้อนกับประโยครวมมีสิ่งใดที่เหมือนกัน ๘. สื่อการสอน ๑. แถบประโยค ๒. บัตรคำ ๙. การวัดและประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือการวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการ ประเมิน ๑) อธิบายลักษณะของ ประโยคซ้อนได้ ( K) การตอบคำถาม การสังเกต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒) จำแนก ส่วนประกอบของ ประโยคซ้อนได้ (P) การทำใบงาน การสังเกต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๓) เห็นความสำคัญ ของการใช้ประโยค ซ้อนได้ถูกต้อง (A) สังเกตพฤติกรรมในชั้น เรียน แบบประเมินการ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐