The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pornchanok.po, 2023-03-10 10:21:35

FinalReport_สงขลา_กระแสสินธุ์




โครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน (CBFM)



อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ (Final Report)


สารบัญ




หน้า
สารบัญ I

สารบัญรป VIII

สารบัญตาราง XII

บทที่ 1 บทนำ 1-1

1.1 ความเป็นมาของโครงการ 1-1

1.2 วัตถุประสงคของโครงการ 1-4
1.3 เป้าหมายของโครงการ 1-5

1.4 พื้นทดำเนินการ 1-5
ี่
1.5 ขอบเขตของงาน 1-5

1.6 ระยะเวลาดำเนินการ 1-10



บทที่ 2 แนวทางและวธีการดำเนินงาน 2-1
2.1 แนวทางในการดำเนินงาน 2-1
2.1.1 แนวคดเชงกลยุทธ์ในการลดความเสยงจากสาธารณภัย 2-1

ี่


2.1.2 แนวทางการจดการภัยพิบัตโดยใชชมชนเป็นฐาน 2-1



ี่
2.1.3 แนวทางการสำรวจพื้นทโครงการ 2-3

2.1.4 แนวทางกระบวนการการมีสวนร่วมของชมชนในการจดการอุทกภัย 2-3



2.1.5 แนวทางการรวบรวมข้อมูลดานตาง ๆ 2-7


2.1.6 แนวทางการศกษาและการวิเคราะห์สภาพอุตนิยมวิทยาและอุทกวิทยา 2-8



2.1.7 แนวทางการศกษาและวิเคราะห์ทางดานชลศาสตร์ 2-8

2.1.8 แนวทางการศกษาและวิเคราะห์ทางดานเศรษฐกิจ-สงคม 2-8



2.1.9 การจดลำดบความเร่งดวนของหมู่บ้านประสบภัย 2-9




2.1.10 การฝกซ้อมการปฏิบัตตามแผนการจดการอุทกภัยระดบพื้นท ี่ 2-9


2.2 วิธีการดำเนินงาน 2-10
2.2.1 รวบรวมและจดทำฐานข้อมูลโครงการ 2-10

2.2.2 การรวบรวมข้อมูล 2-12

2.2.3 การจดทำระบบข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ 2-12
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยมหิดล สารบัญ

I





โครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน (CBFM)


อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ (Final Report)



สารบัญ (ต่อ)




หน้า
บทที่ 2 แนวทางและวธีการดำเนินงาน 2-1


2.2.4 ลกษณะข้อมูลในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ 2-12
2.2.5 การนำเข้าข้อมูล 2-13



2.2.6 การจดเก็บและการจดการฐานข้อมูล 2-13
2.2.7 การวิเคราะห์ข้อมูล 2-14
2.3 การศกษาวิเคราะห์ข้อมูลอุตนิยมวิทยาและข้อมูลอุทกวิทยา 2-16


2.3.1 การศกษาสภาพภูมิอากาศ 2-16

2.3.2 การศกษาปริมาณฝน 2-16




2.4 การศกษาวิเคราะห์จดทำแผนงานโครงการ และมาตรการบริหารจดการน้ำ 2-18
2.4.1 การศกษาสภาพน้ำทวมในอดต และการระบายน้ำ 2-18




2.4.2 การศกษาประสทธิภาพการระบายน้ำปัจจบัน 2-18



2.4.3 การจดทำแผนทน้ำทวม 2-22

ี่
ี่





2.4.4 การประเมินความเสยงเพื่อจดลำดบคดเลอกชมชนประสบภัย 2-22

2.4.5 มาตรการบริหารจดการภัยน้ำทวม 2-29


2.5 งานสำรวจและออกแบบโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยโดยใชโครงสร้าง 2-35
2.5.1 งานสำรวจ 2-35
2.5.2 การออกแบบ 2-35



2.6 การดำเนินงานแผนงานโครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน 2-36


2.7 การดำเนินงานประชาสมพันธ์และการมีสวนร่วม 2-38

2.8 การนำเสนอผลการศกษา 2-42

บทที่ 3 พื้นที่ศึกษา 3-1

3.1 ข้อมูลเชงภูมิศาสตร์ 3-1
3.1.1 ทตงและอาณาเขต 3-1
ั้
ี่
3.1.2 ลกษณะภูมิประเทศ 3-3

3.1.3 ขอบเขตการปกครอง 3-5
ี่
3.1.4 สภาพพื้นท 3-7

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยมหิดล สารบัญ
II


โครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน (CBFM)




อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ (Final Report)




สารบัญ (ต่อ)




หน้า
บทที่ 3 พื้นที่ศึกษา 3-1


ุ่
3.1.5 สภาพลมน้ำและลำน้ำ เสนทางน้ำ 3-7
ี่
3.1.6 หน่วยงานในพื้นท 3-11

3.1.7 แหลงทรัพยากรในการจดการสาธารณภัย 3-12

3.2 โครงสร้างประชากร 3-13
3.2.1 เพศ 3-14

3.2.2 กลมอายุ 3-15
ุ่

3.2.3 การศกษา 3-17
ู้
3.2.4 กลมผพิการและผดอยโอกาส 3-17

ุ่
ู้
3.2.5 การนับถือศาสนาและความเชอ 3-18
ื่
3.3 สภาพสงคมและเศรษฐกิจ 3-19

3.3.1 การประกอบอาชพ 3-19

3.3.2 รายรับ รายจายครัวเรือน 3-20

3.4 การใชประโยชน์ทดน 3-21

ี่


3.5 ประเภทและลกษณะของบ้านเรือน 3-23
3.6 ระบบสาธารณปโภค 3-24

3.6.1 การไฟฟ้า 3-24

3.6.2 การประปา 3-24
3.6.3 การคมนาคมขนสง 3-24

3.7 ระบบสาธารณปการ 3-27





บทที่ 4 การศึกษาดานอุตนิยมวทยาและอุทกวทยา 4-1

4.1 การศกษาสภาพภูมิอากาศ 4-1

4.2 การศกษาปริมาณฝน 4-2

4.2.1 การรวบรวมข้อมูล 4-2

4.2.2 การวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณฝนรายปีและการกระจายฝนรายเดอน 4-3
ี่

4.2.3 การวิเคราะห์ความผนแปรของปริมาณฝนเฉลยรายปีในพื้นท ี่ 4-4

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยมหิดล สารบัญ
III



โครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน (CBFM)




อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ (Final Report)



สารบัญ (ต่อ)




หน้า




บทที่ 4 การศึกษาดานอุตนิยมวทยาและอุทกวทยา 4-1

4.2.4 การวิเคราะห์แจกแจงความถี่ปริมาณฝนสงสด 4-5


4.3 การศกษาปริมาณน้ำทา 4-7

4.3.1 ปริมาณน้ำทารายปเฉลย 4-7
ี่


ี่
4.3.2 ปริมาณน้ำหลากสงสดรายปีเฉลย 4-10

4.4 เหตุการณ์อุทกภัยในอดีต 4-12
ี่

4.5 การจดทำแผนทน้ำทวม 4-13

4.5.1 การตรวจสอบความน่าเชอถือของแบบจำลอง 4-13
ื่
ี่
4.5.2 แผนทน้ำทวมในรอบปีการเกิดซ้ำ 4-15


บทที่ 5 การประเมนความเสี่ยงอุทกภัยของพื้นที่ 5-1

ี่
5.1 การสำรวจรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินความเสยงอุทกภัย 5-1
5.2 ภัย 5-3

5.3 ความลอแหลม 5-5
5.4 ความเปราะบาง 5-6

5.5 ศกยภาพ 5-8

5.6 ระดบคะแนนและลำดบความเสยงอุทกภัย 5-9

ี่



บทที่ 6 การจัดประชุมรบฟังความคิดเห็นและกจกรรมการมส่วนรวมในระดบชุมชน 6-1






ี้
6.1 การประชมประชาสมพันธ์ชแจงการดำเนินโครงการ 6-1

6.1.1 วัตถุประสงคการประชมฯ 6-1

6.1.2 กลมเป้าหมายการประชมฯ 6-2
ุ่

6.1.3 ขั้นตอนการดำเนินงาน 6-2
ี่
6.1.4 ปัญหาและสาเหตของอุทกภัยในพื้นทอำเภอ 6-5


6.1.5 ความคดเห็นและข้อเสนอแนะจากทประชมฯ 6-6

ี่

ี้

6.1.6 การประเมินผลการประชมประชาสมพันธ์ชแจงการดำเนินโครงการ 6-8


คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยมหิดล สารบัญ
IV



โครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน (CBFM)



อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ (Final Report)




สารบัญ (ต่อ)




หน้า

บทที่ 6 งานประชาสัมพันธ์และการมส่วนรวม 6-1



6.2 ผลการประชมการมีสวนร่วมของชมชน 6-15



6.2.1 วัตถุประสงคการประชมฯ 6-15

ุ่
6.2.2 กลมเป้าหมายของการประชมฯ 6-15
6.2.3 ขั้นตอนการดำเนินงาน 6-16


6.2.4 ความคดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชมการมีสวนร่วมของชมชน 6-19




6.2.5 การประเมินผลการประชมการมีสวนร่วมของชมชน 6-25


6.3 การประชมนำเสนอมาตรการ/โครงการ และแผนงานการจดการอุทกภัย 6-30



6.3.1 วัตถุประสงคการประชมฯ 6-30
ุ่

6.3.2 กลมเป้าหมายของการประชมฯ 6-31
6.3.3 ขั้นตอนการดำเนินงาน 6-31
6.3.4 ความคดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชม 6-33



6.4 การซักซ้อมแผนเผชญเหตอุทกภัยชมชน 6-35






6.4.1 วัตถุประสงคการซักซ้อมแผนเผชญเหตอุทกภัยชมชน 6-35
ุ่


6.4.2 กลมเป้าหมายของการซักซ้อมแผนเผชญเหตอุทกภัยชมชน 6-35


6.4.3 ขั้นตอนการซักซ้อมแผนเผชญเหตอุทกภัยชมชน 6-36





6.4.4 สถานการณการฝกซ้อมแผนเผชญเหต ุ 6-36



บทที่ 7 งานสำรวจและออกแบบโครงการป้องกนและบรรเทาอุทกภัยโดยใช้โครงสราง 7-1


7.1 การวิเคราะห์และคดเลอกโครงการ 7-1
7.2 โครงการทมีความสำคญลำดบตน 7-2
ี่



7.2.1 พนังกั้นน้ำริมทะเลสาบสงขลา 7-2
7.2.2 ท่อลอดทางหลวงชนบทสงขลา 4009 หมู่ท 3 – 5 7-7
ี่


7.3 โครงการอื่นๆ ตามความตองการของชมชน 7-13


คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยมหิดล สารบัญ

V


โครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน (CBFM)






อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ (Final Report)


สารบัญ (ต่อ)




หน้า

บทที่ 8 สรปผลการดำเนินโครงการ 8-1



8.1 ผลการดำเนินโครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน 8-1
8.1.1 งานสำรวจรวบรวมและจดทำฐานข้อมูลโครงการ 8-1


8.1.2 งานศกษาวิเคราะห์ข้อมูลอุตนิยมวิทยาและข้อมูลอุทกวิทยา 8-2



8.1.3 งานศกษาวิเคราะห์และจดทำแผนงานโครงการ และมาตรการบริหารจดการน้ำ 8-2


8.1.4 งานสำรวจและออกแบบโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยโดยใชโครงสร้าง 8-3



8.1.5 การจดประชมรับฟังความคดเห็นและกิจกรรมการมีสวนร่วมในระดบชมชน 8-4





8.1.6 การดำเนินงานตามแผนงานโครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน 8-5

8.2 การประชมสรุปผลการดำเนินโครงการ 8-5



8.2.1 วัตถุประสงคการประชมฯ 8-6

ุ่
8.2.2 กลมเป้าหมายของการประชมฯ 8-6
8.2.3 ขั้นตอนการดำเนินงาน 8-6

ภาคผนวก
ื่
ภาคผนวก ผ1 รายชอผเข้าร่วมประชมประชาสมพันธ์ชแจงการดำเนินโครงการ ผ1-1
ี้


ู้


อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา

ภาคผนวก ผ2 รายชอผเข้าร่วมประชมการมีสวนร่วมของชมชน ผ2-1

ู้
ื่


ตำบลโรง อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา

ู้
ภาคผนวก ผ3 รายชอผเข้าร่วมประชมนำเสนอมาตรการ/โครงการ และแผนงาน ผ3-1
ื่

การจดการอุทกภัย ตำบลโรง อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา



ี่

ภาคผนวก ผ4 แผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัยของชมชน หมู่ท 1 บ้านโคกพระ และ ผ4-1
หมู่ท 2 บ้านกาหรำ ตำบลโรง อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา


ี่
ี่
ภาคผนวก ผ5 แผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัยของชมชน หมู่ท 3 บ้านโคกแห้ว ผ5-1



ตำบลโรง อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา
ภาคผนวก ผ6 แผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัยของชมชน หมู่ท 4 บ้านโรง (เหนือ) ผ6-1

ี่

ตำบลโรง อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา


คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยมหิดล สารบัญ
VI


โครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน (CBFM)



อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ (Final Report)





สารบัญ (ต่อ)




หน้า
ภาคผนวก



ภาคผนวก ผ7 แผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัยของชมชน หมู่ท 5 บ้านโรง (ใต) ผ7-1
ี่
ตำบลโรง อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา


ู้
ื่



ภาคผนวก ผ8 รายชอผเข้าร่วมการซักซ้อมแผนเผชญเหตอุทกภัยชมชน ผ8-1
ตำบลโรง อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา


ภาคผนวก ผ9 รายละเอียดการตดตงป้ายสญลกษณตางๆ ผ9-1

ั้





ตำบลโรง อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา


ู้
ื่
ภาคผนวก ผ10 รายชอผเข้าร่วมประชมสรุปผลการดำเนินโครงการ ผ9-1

อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา





























คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยมหิดล สารบัญ
VII




โครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ (Final Report)





สารบัญรูป




รปที่ หน้า

1.1-1 อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ดำเนินการ 20 อำเภอ 14 จังหวัด 1-3

2.1.2-1 กรอบแนวคิดการดำเนินงานโครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน 2-2
2.1.10-1 หลักการภัยพิบัติ 3 ช. 2-9

2.2-1 ขั้นตอนการดำเนินงาน 2-11

2.2.7-1 ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล 2-15
2.4.2-1 การทำงานของ HEC-RAS และ RAS Mapper ในการประเมินประสิทธิภาพการระบายน้ำ 2-20

2.4.2-2 แผนภูมิสรุปขั้นตอนการวิเคราะห์โดยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ 2-21

2.4.2-3 ตัวอย่างข้อมูลระดับความสูง-ตำของพื้นที่ในเครื่องมือ RAS Mapper 2-22

2.4.4-1 กระบวนการโดยรวมของการประเมินความเสี่ยง 2-23

2.4.4-2 ตัวอย่างแผนที่เสี่ยงในรูปแบบแผนที่ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ 2-24



3.1-1 ที่ตั้งของพื้นที่ศึกษาอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 3-2



3.1.2-1 ลกษณะภูมิประเทศอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 3-4


3.1.3-1 ขอบเขตการปกครองอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 3-6
3.1.5-1 แผนที่ตำแหน่งที่ตั้งทะเลสาบสงขลา 3-8


3.1.5-2 ตำแหน่งแหลงน้ำในพื้นท อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 3-10
ี่

3.2.2-1 พีระมิดประชากรอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 2563 3-16




ี่

3.4-1 การใชประโยชน์ทดนในอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 3-22



3.6.3-1 การคมนาคมขนสงในอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 3-26


3.6.3-2 เสนทางการเดนทางระหว่างอำเภอกระแสสนธุ์ และสำนักงานป้องกันและ 3-27


บรรเทาสาธารณภัยจงหวัดสงขลา

ี่
4.2.1-1 ตำแหน่งสถานีวัดน้ำฝนทใชศกษา 4-3


4.2.2-1 การกระจายของปริมาณฝนรายเดอนในพื้นทอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 4-4



ี่
ี่
4.2.3-1 เสนชนน้ำฝนแสดงปริมาณฝนเฉลยรายปีในเขตพื้นทอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 4-5


ั้
ี่


ี่


4.3.1-1 ตำแหน่งสถานีวัดน้ำทาทใชศกษา 4-8
ี่
ี่
4.3.2-2 กราฟความสมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำทารายปีเฉลยกับพื้นทรับน้ำฝน 4-9


ี่

4.3.3-1 ความสมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำหลากสงสดรายปีเฉลยกับขนาดพื้นทรับน้ำฝน 4-11

ี่



4.5.1-1 กราฟผลการปรับเทยบแบบจำลอง (Calibration) สถานีวัดน้ำทา X.68 ปี พ.ศ. 2560 4-14
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยมหิดล สารบัญ

VIII




โครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน (CBFM)


อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ (Final Report)




สารบัญรูป (ต่อ)




รปที่ หน้า

4.5.1-2 กราฟผลการสอบเทยบแบบจำลอง (Validation) สถานีวัดน้ำทา X.68 ปี พ.ศ. 2563 4-14



ี่
ี่
4.5.2-1 แผนทน้ำทวมทรอบปีการเกิดซ้ำ 2 ปี 4-15
ี่

4.5.2-2 แผนทน้ำทวมทรอบปีการเกิดซ้ำ 5 ปี 4-16
ี่
4.5.2-3 แผนทน้ำทวมทรอบปีการเกิดซ้ำ 10 ปี 4-17
ี่

ี่
ี่

ี่
4.5.2-4 แผนทน้ำทวมทรอบปีการเกิดซ้ำ 25 ปี 4-18

4.5.2-5 แผนทน้ำทวมทรอบปีการเกิดซ้ำ 50 ปี 4-19
ี่
ี่
ี่
ี่

4.5.2-6 แผนทน้ำทวมทรอบปีการเกิดซ้ำ 100 ปี 4-20
5.1-1 สภาพน้ำในคลองระบายน้ำบริเวณวัดเอก ตำบลเชงแส อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 5-2



5.1-2 ทปรึกษาสำรวจรวบรวมข้อมูลจากนางสาวนลพรรณ ขวัญซ้าย ปลดองคการบริหาร 5-3


ี่
สวนตำบลโรง อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา





ี่
5.6-1 แผนทเสยงอุทกภัยระดบตำบล อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 5-10
ี่

6.1.3-1 นายจรัญ จนทรปาน ปลดจงหวัดสงขลา ให้เกียรตมาเป็นประธานเปิดการประชม 6-3






ี้

6.1.3-2 บรรยากาศระหว่างการประชมประชาสมพันธ์ชแจงการดำเนินโครงการ 6-4
6.1.4-1 เขตการปกครอง และพื้นทน้ำทวมของอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 6-6



ี่

6.2.3-1 นายถวัลย์ชย พรหมมา นิตกรชำนาญการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 6-17


จงหวัดสงขลา (สาขาระโนด) ผแทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาวตอนรับ


ู้





6.2.3-2 นายสทน นวลทอง นายกองคการบริหารสวนตำบลโรง เป็นประธานเปิดการประชม 6-17


6.2.3-3 บรรยากาศระหว่างการประชมการมีสวนร่วมของชมชน 6-17

ี่
6.2.3-4 ทปรึกษาลงสำรวจพื้นท ตามทชมชนแนะนำ มาตรการวางทอตลอดแนวทางหลวง 6-18


ี่
ี่
ั้

ชนบทสงขลา ตำบลโรง อำเภอกระแสสนธุ์ ทง 2 ข้างทางของถนน
ี่
ี่
ี่

ี่

6.2.3-5 ทปรึกษาลงสำรวจพื้นท ตามทชมชนแนะนำ ณ โรงเรียนวัดกาหรำชวงทระดบน้ำ 6-19

จากทะเลเข้าพื้นท ี่
ี่
ี่

ี่
6.2.4-1 แผนทเสยงภัยของชมชน หมู่ท 1, 6 บ้านหัวป่าออก-บ้านหัวป่าตก 6-20
ี่
ี่
6.2.4-2 แผนทเสยงภัยของชมชน หมู่ท 3 บ้านโคกแห้ว 6-21
ี่


ี่
6.2.4-3 แผนทเสยงภัยของชมชน หมู่ท 4 บ้านโรง (เหนือ) ตำบลโรง 6-23
ี่
ี่
ี่
6.2.4-4 แผนทเสยงภัยของชมชน หมู่ท 5 บ้านโรง (ใต) 6-24
ี่
ี่



คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยมหิดล สารบัญ

IX


โครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน (CBFM)





อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ (Final Report)



สารบัญรูป (ต่อ)





รปที่ หน้า
6.3.3-1 บรรยากาศระหว่างการประชมนำเสนอมาตรการ/โครงการ และแผนงาน 6-32

การจดการอุทกภัยชมชน



6.3.3-2 บรรยากาศการแสดงความคดเห็นและข้อเสนอแนะระหว่างการประชมนำเสนอ 6-32

มาตรการ/โครงการ

6.3.4-1 สถาพอุทกภัยในพื้นทตำบลโรงเมื่อ ปี พ.ศ. 2561 6-34
ี่


6.4.4-1 การบรรยายการฝกซ้อมจำลองสถานการณบนโตะ (Table Top Exercise) 6-40

ี่
6.4.4-2 แผนทเสยงภัยน้ำทวมไปยังจดปลอดภัย 6-40


ี่

ื่
ู้

6.4.4-3 การจดเตรียมรถกระบะสำหรับเคลอนย้ายผป่วยไปยังศนย์พักพิงชวคราว 6-41
ั่
ู้

ี่

ื่

6.4.4-4 การดดแปลงใชแผนโตะทมีในสำนักงานในการเคลอนย้ายผประสบภัย 6-42

6.4.4-5 ความพยายามใชทอเหลกดดแปลงเป็นคานเพื่อสร้างเปลในการเคลอนย้ายผประสบภัย 6-43


ื่
ู้


6.4.4-6 การดดแปลงใชเก้าอี้พลาสตกเป็นพาหนะในการเคลอนย้ายผประสบภัย 6-44
ู้
ื่





ั่
6.4.4-7 การเคลอนย้ายผประสบภัยขึ้นรถกระบะและนำสงไปยังศนย์พักพิงชวคราว 6-45
ื่
ู้

ี่
7.2.1-1 ทตงโครงการคนกั้นน้ำบริเวณทะเลสาลสงขลา 7-3
ั้
ี่

7.2.1-2 การสำรวจสภาพปัจจบันของพื้นทก่อสร้าง 7-4
ี่
7.2.1-3 ลกษณะภูมิประเทศของพื้นทก่อสร้าง 7-4

7.2.1-4 แปลนพนังกั้นน้ำ 7-5

7.2.1-5 รูปตดของพนังกั้นน้ำท STA 0+025 7-6
ี่

7.2.2-1 ตำแหน่งการวางทอลอดใตทางหลางชนบท สงขลา 4009 7-8

7.2.2-2 สภาพปัจจบันของทางหลวงชนบท สงขลา 4009 และสภาพการระบายน้ำ 7-8


7.2.2-3 การสำรวจสภาพปัจจบันของพื้นทก่อสร้าง 7-9
ี่



ื่

7.2.2-4 รูปตดแสดงการเชอมตอบ่อพักน้ำกับทอลอดคอนกรีตเสริมเหลก 7-10


ี่
7.2.2-5 รูปดานหน้าของทอลอดเหลยมขนาด 2 ชอง 7-11





ี่

7.2.2-6 รูปตดตามยาวและมิตตางๆ ของทอลอดเหลยมคอนกรีตเสริมเหลกชนิด 2 ชอง 7-12

8.2.3-1 หัวหน้าโครงการบรรยายสรุปผลการดำเนินโครงการ 8-7

ี่
ู้

8.2.3-2 ผเข้าร่วมประชมสรุปผลการดำเนินโครงการบางสวนถ่ายรูปร่วมกันเป็นทระลก 8-8



คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยมหิดล สารบัญ
X





โครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน (CBFM)



อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ (Final Report)


สารบัญตาราง




ตารางที่ หน้า

ี่
ี่
1.1-1 พื้นทเสยงภัย 20 อำเภอ 14 จงหวัด 4 ภูมิภาค 1-4
2.4.4-1 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดภัยจากระดับความลึกน้ำท่วมที่คาบการเกิด 100 ปี 2-26
2.4.4-2 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดภัยจากความเร็วของกระแสน้ำ 2-26

2.4.4-3 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดภัยจากระยะเวลาน้ำท่วมขัง 2-26

2.4.4-4 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดความล่อแหลมจากจำนวนอาคารบ้านเรือนที่น้ำท่วมขัง 2-27
2.4.4-5 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดความเปราะบางทางกายภาพ 2-27

2.4.4-6 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดความเปราะบางทางสังคมจากกลุ่มประชากร 2-27

2.4.4-7 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดศักยภาพจากตัวชี้วัดในพื้นท ี่ 2-28
2.4.4-8 ตัวชี้วัดและสิ่งที่ต้องวิเคราะห์ในการประเมินศักยภาพ 2-28

2.4.4-9 ประเภทของข้อมูลและแหล่งข้อมูลสำหรับการประเมินความเสี่ยง 2-30

2.4.5-1 ข้อดีและข้อเสียจากการใช้มาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง 2-32

2.4.5-2 ข้อดีและข้อเสียจากการใช้มาตรการไม่ใชสิ่งก่อสร้าง 2-33
3.1.3-1 เขตการปกครองในอำเภอกระแสสินธุ์ 3-5
3.1.5-1 ขนาดพื้นที่ ความลึก และความจุในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา 3-9

ี่

3.1.6-1 สถานทหน่วยงานราชการภายในเขตอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 3-11

3.1.7-1 การอบรมจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยชุมชนเป็นฐาน (CBDRM) 3-12
3.2-1 ลกษณะประชากรและการเปลยนแปลงประชากรอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 3-14

ี่



3.2.1-1 จำนวนประชากรจำแนกตามเพศ ปี พ.ศ. 2563 ในอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 3-15

3.2.2-1 โครงสร้างประชากร และอัตราพึ่งพิงอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 2563 3-17






3.2.3-1 จำนวนนักเรียน จำแนกตามระดบการศกษา และเพศในอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 3-17

ปีการศกษา 2562



ู้
ู้
ี่
3.2.4-1 จำนวนผพิการและผดอยโอกาสในพื้นทอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 2562 3-18
3.2.5-1 ข้อมูลวัด สำนักสงฆ์ โบสถ์คริสต มัสยิด พระภิกษุ และสามเณร อำเภอกระแสสนธุ์ 3-18


จงหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 2562

3.3.1-1 จำนวนครัวเรือน จำแนกตามอาชีพในพื้นทอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 3-19

ี่


3.3.2-1 รายได้เฉลี่ยครัวเรือนจำแนกตามแหล่งรายได้ของครัวเรือน ปี พ.ศ. 2562 อำเภอกระแสสนธุ์ 3-20
จังหวัดสงขลา
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยมหิดล สารบัญ

XI





โครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ (Final Report)





สารบัญตาราง (ต่อ)




ตารางที่ หน้า



3.3.2-2 รายจายเฉลยครัวเรือนจำแนกตามแหลงรายจายของครัวเรือน ปี พ.ศ. 2562 3-21
ี่


อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา
3.4-1 การใช้ประโยชน์ที่ดินในอำเภอกระแสสนธุ์ 3-21

3.5-1 ร้อยละของครัวเรือน จำแนกตามลักษณะทสำคัญของครัวเรือน จังหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 2558-2562 3-23
ี่

ู้
3.6.1-1 การจำหน่ายกระแสไฟฟ้า จำแนกตามประเภทผใชปีงบประมาณ 2562 3-24


3.7-1 ระบบสาธารณูปการในอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 3-28
ี่

4.1-1 คาเฉลยตวแปรภูมิอากาศพื้นทโครงการ 4-2
ี่

ื่


4.2.1-1 รายชอสถานีน้ำฝนทเลอกบริเวณอำเภอกระแสสนธุ์ 4-2
ี่

4.2.4-1 ผลการวิเคราะห์แจกแจงความถี่ปริมาณฝนสงสด 1, 2, 3, 5 วัน 4-6

4.3.1-1 รายการสถานีวัดน้ำทาทนำมาใชวิเคราะห์ 4-7
ี่


4.3.1-2 ปริมาณน้ำทารายปเฉลยทรอบปการเกิดของสถานีวัดน้ำทคดเลอก 4-9
ี่


ี่
ี่
ี่

4.3.2-1 รายการสถานีวัดน้ำหลากทนำมาใชวิเคราะห์ 4-10

ี่
ี่
ี่



4.3.2-2 ปริมาณน้ำหลากสงสดรายปีเฉลยทรอบปการเกิดของสถานีวัดน้ำทคดเลอก 4-11



4.5.1-1 ผลการปรับเทยบและสอบเทยบแบบจำลอง HEC RAS ทสถานีวัดน้ำทา X.68 4-13
ี่

5.2-1 ระดบคะแนนภัยรายตำบลในอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 5-4






5.3-1 ระดบคะแนนความลอแหลมรายตำบลในอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 5-6



5.4-1 ระดบคะแนนความเปราะบางรายตำบลในอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 5-7



5.5-1 ระดบคะแนนศกยภาพรายตำบลในอำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา 5-8

ี่


5.6-1 ระดบคะแนนและลำดบความเสยงอุทกภัยรายตำบลในพื้นทอำเภอกระแสสนธุ์ 5-9

ี่

จงหวัดสงขลา

ู้

6.1.6-1 ลกษณะของกลมตวอย่างผตอบแบบสอบถามประเมินผลการประชมประชาสมพันธ์ 6-8

ุ่

ี้
ชแจงการดำเนินโครงการ
ี้

6.1.6-2 ความคดเห็นของกลมตวอย่างทมีตอการประชมประชาสมพันธ์ชแจงการดำเนินโครงการ 6-10
ี่


ุ่


6.2.5-1 ลกษณะของกลมตวอย่างผตอบแบบสอบถามประเมินผลการประชม 6-25
ุ่

ู้



การมีสวนร่วมของชมชน




ุ่

6.2.5-2 ความคดเห็นของกลมตวอย่างทมีตอการประชมการมีสวนร่วมของชมชน 6-27

ี่


คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยมหิดล สารบัญ

XII





โครงการการจดการอุทกภัยโดยอาศยชมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ (Final Report)





สารบัญตาราง (ต่อ)



ตารางที่ หน้า


ี่
6.4.4-1 วิธีการและขั้นตอนการดำเนินการซักซ้อมแผนเผชญเหตอุทกภัยในพื้นทตำบลโรง 6-38


อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา


ู้


6.4.5-1 ลกษณะของกลมตวอย่างผตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับการซักซ้อมแผนเผชญเหตอุทกภัย 6-47

ุ่
ตำบลโรง อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา


6.4.5-2 ความเข้าใจและความพึงพอใจเกี่ยวกับการซักซ้อมแผนเผชญเหตอุทกภัย ตำบลโรง 6-48




อำเภอกระแสสนธุ์ จงหวัดสงขลา

7.3-1 มาตรการ/โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยอื่นๆ ตามความตองการของชมชน 7-13















































คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยมหิดล สารบัญ
XIII


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)




บทที่ 1




บทนำ



1.1 ความเป็นมาของโครงการ


ื้
ปี พ.ศ. 2554 ประเทศไทยประสบปัญหามหาอทกภัย ในพนที่ 64 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร มีผู้
เดือดร้อน 5,247,125 ครัวเรือน จำนวน 16,224,302 คน เสียชีวิต 1,062 คน รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.44

ล้านล้านบาท อทกภัยเป็นภัยที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประเทศไทยมาเป็นเวลานาน และมี
แนวโน้มที่จะเกิดถี่ขึ้นและทวีความรุนแรงมากขึ้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพ

ื้
ภูมิอากาศ มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน ต่อมาสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติกำหนดพนที่เป้าหมายที่
เสี่ยงอทกภัย จำนวน 2,969 ตำบล 2 เทศบาล 541 อำเภอ 68 จังหวัด ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ

ป้องกันและแก้ไขให้มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์
ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงสภาพทางกายภาพของพนที่ เป็นปัจจัยเสริมเพมโอกาสในการเกิดอทกภัย ซึ่งเป็นภัยพบัติ

ิ่
ื้

ด้านน้ำอันเนื่องมาจากมีปริมาณน้ำมากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมจัดการได้ทำให้น้ำท่วมพื้นที่
อุทกภัยเมื่อเกิดขึ้นแล้วสร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้กับประชาชนประกอบกับการจัดการ
ื้

ที่ผ่านมาภาครัฐดำเนินการป้องกันใช้โครงสร้างเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมพนที่เสี่ยงอทกภัยทั้งหมด

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอทกภัยยังขาดการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อทกภัย ส่วนใหญ่ยังรอ

คอยให้ภาครัฐเข้ามาจัดการเพยงฝ่ายเดียว เมื่อเกิดอทกภัยยังไม่สามารถปรับตัวและเผชิญเหตุได้ทัน จึงได้รับความ



เดือดร้อนในชีวิตและทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก ต้องใช้งบประมาณในการฟนฟเป็นจำนวนมหาศาล ถึงแม้
ื้
ภาครัฐได้มีการดำเนินงานจัดการอุทกภัยโดยควบคุมที่แหล่งกำเนิดเพื่อลดปริมาณน้ำท่า เก็บกักน้ำท่า เพมศกยภาพ
ิ่

ในการรับน้ำของลำน้ำ กันประชาชนให้แยกออกจากเส้นทางน้ำท่วม จัดการสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างเกิดอทกภัย

ื้


และฟนฟหลังจากเกิดอทกภัย แต่การดำเนินการในอดีตที่ผ่านมายังขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนซึ่งเป็นผู้
ได้รับผลกระทบโดยตรงจากอุทกภัย ซึ่งนับว่าเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในบริบทปัจจุบัน
ื้

ื่
ดังนั้นเพอให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการอทกภัยในพนที่ชุมชนของตน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงมีแนวคิดในการดำเนินโครงการการจัดการอทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน

ื้
(Community-Based Flood Management: CBFM) ด้วยการให้ภาคประชาชนในพนที่เสี่ยงอทกภัยเข้ามามีส่วน
ร่วมตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การวางแผนจัดการอทกภัยในชุมชนที่เป็นพนที่เสี่ยงอทกภัย การเตรียมความ


ื้
พร้อม การเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน และการฟนฟูหลังเกิดอุทกภัย โดยพิจารณาให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ลักษณะ
ื้
ของน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งลักษณะโครงสร้างทางสังคมของชุมชนด้วย การให้ภาคประชาชนได้มีส่วน
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 1 บทนำ

1 - 1


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)


ร่วมในการจัดการอทกภัยเป็นการทำให้ภาคประชาชนในชุมชนได้ตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะได้รับการดำเนิน

กิจกรรมโดยมีผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์หลายด้าน อาทิเช่น ด้านการจัดการความเสี่ยงภัยพบัติ ด้าน


อทกวิทยา ด้านชลศาสตร์ ด้านสารสนเทศภูมิศาสตร์ และสหวิทยาการ เป็นต้น ซึ่งการดำเนินงานโครงการเป็น
ลักษณะงานที่ต้องใช้ความรู้ด้านเทคนิคและเป็นงานที่ยาก จึงจำเป็นต้องมีที่ปรึกษามาช่วยวิเคราะห์ชุมชนแล้วระบุ

ความเสี่ยง และร่วมกันวางแผนหามาตรการเบื้องต้นและแนวทางปฏิบัติตนเมื่อเกิดอทกภัย รวมทั้งนำข้อมูล

การศึกษาที่ได้ไปวิเคราะห์ออกแบบโครงการในการป้องกันเตรียมความพร้อมอทกภัยที่เหมาะสมกับลักษณะพนที่
ื้


ื่
ชุมชนเสี่ยงอทกภัยทั้งใช้โครงสร้างและไม่ใช้โครงสร้าง เพอให้คนในชุมชนสามารถปรับตัวรับมืออทกภัยได้อย่างมี
ื้
ความพร้อมและอพยพได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพนที่ให้มีมาตรการรองรับ
เมื่อเกิดอุทกภัยให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ชุมชนเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ดำเนินการศึกษานำร่อง โครงการการจัดการอทกภัยโดย
อาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM) เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 2 อำเภอ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ อำเภอ

อบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น และอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการประเมินผลเบื้องต้นประสบ

ความสำเร็จเป็นอย่างดี ได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชน ผู้นำชุมชน หน่วยงานปกครองในท้องถิ่น และหน่วยงาน

ื้
ในส่วนกลาง สามารถพัฒนาแผนการดำเนินโครงการจัดการอุทกภัยในพนที่ทั้งแบบใช้โครงสร้างและไม่ใช้โครงสร้าง
และรัฐบาลเห็นชอบให้การสนับสนุนงบประมาณดำเนินการเป็นโครงการต่อเนื่อง จึงขยายผลในปีงบประมาณ พ.ศ.
2564 ครอบคลุมพื้นที่ 20 อำเภอ ใน 14 จังหวัด 4 ภูมิภาค ดังตารางที่ รูปที่ 1.1-1 และตารางที่ 1.1-1

ที่ปรึกษาได้นำเสนอผลการดำเนินงานแยกเป็นรายอำเภอ เพอความสะดวกและรวดเร็วต่อการ
ื่
ื้
พิจารณาและนำผลการศึกษาไปใช้งานในพนที่ โดยรายงานฉบับนี้แสดงผลการศึกษาของอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัด
สงขลา โดยตรง สำหรับรายงานผลการศึกษาของพนที่อำเภออน ๆ รวมทั้งของอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
ื้
ื่
สามารถ Download ได้ตาม Link ที่ปรากฏบนหน้าปกของรายงานฉบับนี้
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยจากน้ำท่วมซ้ำซากต่อเนื่องตลอด 10 ปี นับตั้งแต่ปี

ื้
พ.ศ. 2554 ถึงปี พ.ศ. 2563 โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2554 พนที่อำเภอกระแสสินธุ์ และอำเภอระโนด ประสบกับ
ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 0.315 ล้านไร่ และถูกประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ผลกระทบ

จากสถานการณ์น้ำท่วมในพนที่อำเภอกระแสสินธุ์ขนาดใหญ่อกครั้งเกิดขึ้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 ส่งผลทำให้

ื้
ื้

เกิดน้ำท่วมครอบคลุมพนที่ถึง 51,128 ไร่ และในปี พ.ศ. 2560 มีพนที่ประสบอทกภัย 37,740 ไร่ ผลกระทบจาก
ื้
การเกิดอทกภัยที่เกิดขึ้นล่าสุดในปี พ.ศ. 2563 ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่มีระดับความลึก 0.20 – 0.60 เมตร

ื้
ยาวนานถึง 21 วัน พนที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย 3,365 ไร่ และบ้านเรือนถูกน้ำท่วมขังประมาณ 2,950
ครัวเรือน







คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 1 บทนำ

1 - 2


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)













อ.โพธิ์ตาก
อ.เมืองสุโขทัย


อ.กงไกรลาศ


อ.เชียงขวัญ
อ.ชุมแสง

อ.เมือง
อ.ท่าวุ้ง ลพบุร อ.แดนดง อ.เมืองอุบลราชธานี

อ.วิเศษไชยชาญ อ.ศรีมหาโพธิ์


อ.อู่ทอง อ.บ้านสราง

อ.บางปลาม้า อ.ราษีไศล

อ.บางซ้าย


อ.บางเลน


อ.ผกไห่


















อ.ระโนด
อ.กระแสสินธุ์







รูปที่ 1.1-1 อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ดำเนินการ 20 อำเภอ 14 จังหวัด



คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 1 บทนำ

1 - 3


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)


จากสาเหตุดังกล่าว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้มอบหมายให้คณะวิศวกรรมศาสตร์
ื่
มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นที่ปรึกษาเพอศึกษาหาแนวทางในการป้องกัน/แก้ไข และเตรียมความพร้อมให้กับประชาชน

ื้

สามารถรับมือกับสถานการณ์อทกภัยที่เกิดขึ้นในพนที่ได้อย่างยั่งยืน และเสนอมาตรการจัดการอทกภัยโดยใช้
โครงสร้างและไม่ใช้โครงสร้างที่มีความเหมาะสมกับบริบทของชุมชนและพนที่เสี่ยงภัยตารางที่ 1.1-1 พนที่เสี่ยงภัย
ื้
ื้
20 อำเภอ 14 จังหวัด 4 ภูมิภาค

ตารางที่ 1.1-1 พื้นที่เสี่ยงภัย 20 อำเภอ 14 จังหวัด 4 ภูมิภาค

ที่ จังหวัด อำเภอ ภูมิภาค

1 สุโขทัย กงไกรลาศ และ เมืองสุโขทัย เหนือ

2 นครสวรรค์ ชุมแสง เหนือ
3 พระนครศรีอยุธยา ผักไห่ และ บางซ้าย กลาง

4 สุพรรณบุรี บางปลาม้า และ อู่ทอง กลาง

5 ลพบุรี เมืองลพบุรี และ ท่าวุ้ง กลาง
6 นครปฐม บางเลน กลาง

7 อ่างทอง วิเศษชัยชาญ กลาง

8 ปราจีนบุรี บ้านสร้าง และ ศรีมหาโพธิ กลาง
9 บุรีรัมย์ แคนดง ตะวันออกเฉียงเหนือ

10 ร้อยเอ็ด เชียงขวัญ ตะวันออกเฉียงเหนือ

11 อุบลราชธานี เมืองอุบลราชธานี ตะวันออกเฉียงเหนือ
12 ศรีสะเกษ ราษีไศล ตะวันออกเฉียงเหนือ

13 หนองคาย โพธิ์ตาก ตะวันออกเฉียงเหนือ

14 สงขลา ระโนด และ กระแสสินธุ์ ใต้


1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ

โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐานตั้งวัตถุประสงค์หลักไว้ 5 ข้อ ดังต่อไปนี้

1) เพอศึกษาพนที่เสี่ยงอทกภัย จัดทำแผนงาน/โครงการบริหารจัดการอทกภัยในระดับพนที่ชุมชน

ื้

ื้
ื่
รวมทั้งมาตรการจัดการอุทกภัย
ื่
ื้
2) เพอเก็บรวบรวมข้อมูลพนฐานสำหรับการประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และข้อมูลสำรวจ
ความเหมาะสมเบื้องต้นของโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยโดยใช้โครงสร้าง และไม่ใช้โครงสร้าง
3) เพอจัดทำแผนงาน/โครงการบริหารจัดการอทกภัยในระดับพนที่ชุมชน และมาตรการจัดการ
ื้
ื่

อุทกภัยโดยชุมชนมีส่วนร่วมที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนทั้งใช้โครงสร้าง และไม่ใช้โครงสร้าง
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 1 บทนำ

1 - 4


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)


4) เพื่อวิเคราะห์และออกแบบโครงการในการป้องกันอุทกภัยใช้โครงสร้างที่เหมาะสมกับพื้นที่ชุมชน
ื้
ื่
5) เพอจัดประชุมและดำเนินกิจกรรมให้ความรู้ ความเข้าใจกับชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพนที่
เสี่ยงอทกภัยในด้านการเตรียมความพร้อม การรับรู้ ความสามารถในการปรับตัวเผชิญเหตุ และจัดการอทกภัยได้


อย่างเป็นระบบตามแผนงาน/โครงการบริหารจัดการอุทกภัยในระดับพื้นที่ชุมชน


1.3 เป้าหมายของโครงการ

โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐานวางเป้าหมายหลักของการดำเนินการโครงการไว้ 3

ประการ ดังต่อไปนี้
1) มีแผนงาน/โครงการบริหารจัดการน้ำในระดับพนที่ชุมชน และมาตรการจัดการอุทกภัยโดยชุมชน
ื้
มีส่วนร่วมที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนทั้งใช้โครงสร้างและไม่ใช้โครงสร้างในพื้นที่เสี่ยงภัย
2) ประชาชนในชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถนำแผนงาน/โครงการบริหารจัดการอทกภัยใน

ื้
ระดับพนที่ชุมชน รวมทั้งมาตรการจัดการอทกภัยทั้งใช้โครงสร้างและไม่ใช้โครงสร้างนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ

เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3) จัดทำโครงการป้องกันอทกภัยโดยใช้โครงสร้างด้วยการสำรวจ ออกแบบ จัดทำแบบแปลนและ

ื่
ประมาณราคาที่เหมาะสมกับพนที่ตามลำดับความสำคัญ และคัดเลือกโครงการจากระดับหมู่บ้านขึ้นมาเพอเป็น
ื้
ข้อมูลสนับสนุนการจัดการอุทกภัยของชุมชน


1.4 พื้นที่ดำเนินงาน

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ถูกกำหนดเป็นพนที่ศึกษา เนื่องจากเป็นพนที่เสี่ยงน้ำท่วม ประสบ
ื้
ื้
ื้
กับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก อยู่ในพนที่เป้าหมายในการแก้ปัญหา (Area-Based) ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
20 อำเภอ 14 จังหวัด ใน 4 ภูมิภาค โดยที่ปรึกษาจะพจารณาคัดเลือกชุมชนเป้าหมายตามวิธีการที่เสนอไว้ในบทที่

2 ไม่น้อยกว่า 4 ชุมชนหรือหมู่บ้านมาเป็นพื้นที่ดำเนินงาน



1.5 ขอบเขตของงาน


ื้
ที่ปรึกษาดำเนินงานโครงการการจัดการอทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM) สำหรับพนที่อำเภอ
กระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา โดยมีรายละเอียดของงานที่ปฏิบัติ ดังนี้
ส่วนที่ 1 งานรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลโครงการ
1) ศึกษาและรวบรวมข้อมูลพนฐานประกอบการวางแผนจัดการอทกภัยในระดับอำเภอตามพนที่
ื้

ื้
ดำเนินการตามข้อ 4 ได้แก่







คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 1 บทนำ

1 - 5


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)


(1) ข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ ได้แก่ ที่ตั้งและอาณาเขต ลักษณะภูมิประเทศ ขอบเขตการปกครอง
ื้
ื้
สภาพพนที่ สภาพลุ่มน้ำและลำน้ำ เส้นทางน้ำ ที่ตั้งของหน่วยงานในพนที่ และที่ตั้งของแหล่งทรัพยากรในการ
จัดการสาธารณภัย


(2) โครงสร้างประชากร จำแนกเพศ กลุ่มอายุ การศึกษา การประกอบอาชีพ กลุ่มผู้พการ
ผู้ด้อยโอกาส การนับถือศาสนาและความเชื่อ

(3) สภาพสังคมและเศรษฐกิจ เช่น อาชีพ รายได้ รายรับ รายจ่ายครัวเรือน ฯลฯ
ื้
ื้
(4) การใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น พนที่เกษตรประเภทต่าง ๆ พนที่ป่าไม้ พนที่เขตเศรษฐกิจ พนที่
ื้
ื้
พาณิชยกรรม พื้นที่อุตสาหกรรม พื้นที่หน่วยงานราชการต่าง ๆ และพื้นที่ใช้ประโยชน์อื่น ๆ

(5) ประเภทและลักษณะของบ้านเรือน เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว ฯลฯ ระบุจำนวนชั้น
และวัสดุหลักที่ใช้ประกอบโครงสร้าง

(6) ระบบสาธารณูปโภค ได้แก่ ไฟฟา ประปา โทรคมนาคม ถนน การขนส่ง ระบายน้ำ จัดการของ

เสีย ระบบป้องกันน้ำท่วม ฯลฯ
(7) ระบบสาธารณูปการ ได้แก่ โรงพยาบาล สถานศึกษา ศาสนสถาน หน่วยงานรัฐ ฯลฯ

(8) ข้อมูลเหตุการณ์อทกภัยที่ผ่านมา ได้แก่ ลักษณะของน้ำท่วม พนที่น้ำท่วม ชุมชนที่ประสบภัย

ื้
ผลกระทบ ความเสียหาย ฯลฯ
2) รวบรวมข้อมูลความเสี่ยง ข้อมูลอุทกภัย ข้อมูลความเปราะบาง และข้อมูลความล่อแหลมของพื้นที่

ดำเนินการ และศักยภาพของพื้นที่ดำเนินการต่ออุทกภัยและภัยพิบัติด้านน้ำ นำไปสู่การคัดเลือกจัดลำดับพื้นที่เสี่ยง

อทกภัยในระดับชุมชน/หมู่บ้าน ที่สำหรับวางแผนการจัดการอทกภัยอย่างน้อย 4 ชุมชน/หมู่บ้าน เพอนำมา

ื่
วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง ได้แก ่
(1) ความเปราะบาง ได้แก ลักษณะหรือสถานะเฉพาะของชุมชน ระบบ สิ่งก่อสร้าง หรือทรัพย์สิน

ต่าง ๆ ที่มีความเข้มแข็งหรือเปราะบางต่างกัน แบ่งเป็น ความเปราะบางในเชิงกายภาพ (สภาพอาคารบ้านเรือน

ตำแหน่งที่ตั้งของบ้าน วัสดุก่อสร้าง ฯลฯ) และความเปราะบางในเชิงสังคมและเศรษฐกิจ (โครงสร้างของชุมชน
ความรู้ของคนในชุมชนต่อการเตรียมความพร้อม ทัศนคติในการรอรับความช่วยเหลือ ฯลฯ)

(2) ความล่อแหลม ได้แก่ ประชาชน ทรัพย์สิน อาคารบ้านเรือน หรือสภาพแวดล้อมที่ปรากฏอยู่

ในอาณาเขตของภัยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะได้รับความเสียหายจากภัยได้ เช่น บ้านเรือนชุมชนตั้งอยู่ติดลำน้ำหรือพนที่ลุ่ม
ื้
น้ำท่วมขัง

(3) ศักยภาพ ได้แก่ ได้รับการส่งเสริมให้ความรู้เสริมสร้างภูมิต้านทานของประชาชน ชุมชน


ื้
หน่วยงานในพนที่ในการจัดการภัย เช่น เคยได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาอทกภัย มี
คณะกรรมการชุมชนด้านการจัดการอทกภัย มีทรัพยากรกู้ภัย ฯลฯ รวมทั้งการปรับตัวของชุมชนให้สามารถอยู่กับ

อทกภัยได้ เช่น การมีเรือไว้ใช้เดินทางช่วงน้ำท่วม การสร้างบ้านยกใต้ถุนสูง การปรับช่วงเวลาในการเพาะปลูกให้

สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนน้ำจะมา ฯลฯ




คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 1 บทนำ

1 - 6


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)


3) จัดทำแนวทางเบื้องต้นในการแกไขปัญหาอทกภัยที่เป็นไปได้ตามหลักวิชาการ เหมาะสมกับสภาพ



ื้

พนที่ และการเสนอความต้องการของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอทกภัย รายละเอยดข้อมูลที่จำเป็น และ
จัดเก็บข้อมูลในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล
ส่วนที่ 2 ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและข้อมูลอุทกวิทยา
1) ศึกษาข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและข้อมูลอุทกวิทยา โดยนำข้อมูลจากสถานีวัดน้ำฝนและสถานีวัดน้ำท่า

ื้
ในบริเวณพนที่ศึกษา ทำการประเมินปริมาณฝนและปริมาณน้ำท่าที่ทำให้เกิดพนที่น้ำท่วมในรอบปีการเกิดต่าง ๆ
ื้

มาศึกษาความสัมพนธ์ระหว่างเหตุการณ์ฝนและปริมาณน้ำหลากที่เกิดขึ้นในพนที่ลุ่มน้ำด้วยแบบจำลองทาง
ื้
ื้
ื้
คณตศาสตร์ และประเมินปริมาณน้ำหลากในพนที่ลุ่มน้ำจากข้อมูลปริมาณฝนและปริมาณน้ำท่าที่ทำให้เกิดพนที่น้ำ

ท่วมในปีการเกิดต่าง ๆ
2) ศึกษาทบทวนและรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในอดีต ขอบเขตพนที่น้ำท่วม ศึกษา
ื้
ทางด้านชลศาสตร์สภาพน้ำท่วมในอดีตด้วยแบบจำลองคณิตศาสตร์ ระยะเวลาเดินทางของน้ำหลาก และศึกษา

สาเหตุการเกิดน้ำท่วม

3) ศึกษาทางด้านชลศาสตร์การระบายน้ำด้วยแบบจำลองทางคณตศาสตร์จากข้อมูลปริมาณน้ำหลาก
ที่ประเมินได้ ที่รอบปีการเกิดต่าง ๆ ระยะเวลาเดินทางของน้ำหลาก และการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยจัดทำแผนที่

ขอบเขตพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมในแต่ละกรณีศึกษา
4) วิเคราะห์และเปรียบเทียบผลการวิเคราะห์ทางด้านชลศาสตร์ด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์กับ

สภาพพื้นที่จริง หรือเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในอดีต
5) จัดทำแผนที่เสี่ยงภัยในรูปแบบแผนที่ข้อมูลภูมิสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Shape File) โดยนำเข้า

ข้อมูลจากส่วนที่ 1 และแผนที่เสี่ยงจากการระดมความคิดของชุมชน (จากส่วนที่ 5 - ข้อ 2) แสดงร่วมกับข้อมูลที่

ื้
วิเคราะห์ได้จากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ให้เห็นภาพรวมของการเกิดอทกภัยในพนที่เป้าหมาย เพอประเมิน
ื่

ความเสี่ยงและประกอบการจัดการวางแผนจัดการอทกภัย

ส่วนที่ 3 ศึกษาวิเคราะห์และจัดทำแผนงานโครงการและมาตรการบริหารจัดการน้ำ
เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากส่วนที่ 1 (รวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลโครงการ) และส่วนที่ 2 (ศึกษา

วิเคราะห์ข้อมูลอตุนิยมวิทยาและข้อมูลอทกวิทยา) โดยนำผลการศึกษาที่ได้มาวิเคราะห์ทบทวนหาความสอดคล้อง


และความเป็นไปได้ตามหลักวิชาการ ประกอบกับศึกษาวิเคราะห์แบบจำลองทางคณตศาสตร์เพื่อหาทางเลือกต่าง ๆ

ที่มีความเป็นไปได้ในการป้องกันแก้ไขอทกภัยในพนที่ดำเนินงานเป้าหมาย แล้วนำมารวบรวมจัดเป็นรายการของ

ื้
แนวทาง/มาตรการจัดการอทกภัย วิเคราะห์ร่วมกับแนวทางตามความต้องการของชุมชน พร้อมทั้งจัดลำดับ

ความสำคัญ
จัดทำแผนงานโครงการ มาตรการจัดการน้ำ และการจัดการความเสี่ยงจากอทกภัยโดยใช้ชุมชนเป็น

ฐาน โดยดำเนินการจัดการประชุมรับฟงความคิดเห็น เพอสำรวจปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ

ื่
การจัดการจากกลุ่มเป้าหมาย โดยแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชุมชน/หมู่บ้าน เพอจัดทำ
ื่


คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 1 บทนำ

1 - 7


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)



แผนงานโครงการการจัดการอทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐานประกอบด้วย แผนงานทั้งใช้โครงสร้าง และไม่ใช้
โครงสร้าง ดังนี้

1) แผนงานการเตรียมการก่อนเกิดภัยพิบัติ ประกอบด้วยแผนงาน ดังนี้

(1) แผนงานมาตรการใช้โครงสร้างที่มีการจัดลำดับความสำคัญแบ่งเป็นลำดับที่ 1 - 5 เป็นต้นไป ซึ่ง
ต้องนำไปดำเนินการต่อในส่วนที่ 4 (งานสำรวจและออกแบบโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยโดยใช้โครงสร้าง)

ื้


(2) แผนงานด้านการจัดเตรียมสถานที่พกพง ตามความเหมาะสมของพนที่ จัดเตรียมศูนย์อพยพ
หรือศูนย์พกพงให้อยู่ใกล้ชุมชนรองรับสมาชิกได้ในจำนวนที่เหมาะสมไม่แออด แบ่งสัดส่วนพนที่รองรับการใช้



ื้
ประโยชน์อย่างชัดเจน และประสานหน่วยงานในการรองรับคนพิการและผู้สูงอายุ
(3) แผนงานด้านสาธารณูปโภค ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยให้มีสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ประปา
ไฟฟ้า และสุขาภิบาล รองรับหรือสำรองเมื่อเกิดภัยพิบัติ
(4) แผนงานด้านการคมนาคมขนส่งและสื่อสาร เช่น เรือ แพ เส้นทางเดินเท้า ทางเรือ รถยนต์

ท่าเรือ ท่ารถ ที่ครอบคลุมพื้นที่ และสอดคล้องกับแผนป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยในระดับพื้นที่ และการจัดทำ
แผนที่ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ไว้ล่วงหน้าเพื่อการแจ้งเหตุ เตือนภัย และอพยพ

(5) แผนงานด้านการดำรงชีวิตประจำวันและสาธารณสุข เช่น จัดเตรียมพนที่ประกอบอาหาร
ื้
สำหรับสมาชิกในชุมชน และทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับดำรงชีวิต
(6) แผนงานเตรียมการก่อนเกิดภัยของหน่วยงานด้านสาธารณประโยชน์ เช่น โรงเรียน


โรงพยาบาล ศาสนสถาน สำนักงานการไฟฟา สำนักงานการประปา ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล สำนักงาน
องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้น

2) แผนงานการบริหารจัดการในระหว่างเกิดภัยพิบัติ

(1) แผนระดับการเตือนภัย แผนเผชิญเหตุ แผนการอพยพ แผนการติดตามสถานการณ์

(2) แผนงานด้านการจัดเตรียมสถานที่พกพง จัดระบบการบริหารจัดการให้มีมาตรฐานมากขึ้น



เช่น ผู้พกพงมีส่วนร่วมในการเป็นจิตอาสา สามารถดูแลสมาชิกภายในศูนย์ฯ ได้อย่างทั่วถึงตามความสามารถของ
ตนเอง
(3) แผนงานด้านการสาธารณูปโภค จัดระบบบริหารจัดการสิ่งสาธารณูปโภคในรูปแบบการใช้

ประโยชน์ของส่วนกลางมากขึ้น เช่น ประปา ไฟฟา และสุขาภิบาล ภายในศูนย์พกพง ครัวกลาง หน่วยพยาบาล



กลาง
(4) แผนงานด้านการคมนาคมขนส่งและสื่อสาร ปรับปรุงเส้นทางเดินเท้า เส้นทางเลี่ยงเมื่อเกิด

อุทกภัย เดินรถ เดินเรือ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

(5) แผนงานด้านการดำรงชีวิตประจำวัน ปรับปรุงการบริหารจัดการในทกขั้นตอน เพื่อให้สามารถ
รับรู้ข้อมูลและช่วยเหลือสมาชิก






คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 1 บทนำ

1 - 8


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)


(6) แผนงานบริหารจัดการระหว่างเกิดภัย/แผนเผชิญเหตุ ของหน่วยงานด้านสาธารณประโยชน์
เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล ศาสนสถาน สำนักงานการไฟฟา สำนักงานการประปา ที่ว่าการอำเภอ สำนักงาน

เทศบาล สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้น

3) แผนการบริหารจัดการหลังภัยพิบัติ
แผนการสำรวจความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นในชุมชนเพอจัดเตรียมเอกสารขอรับความ
ื่
ช่วยเหลือจากทางรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ
ส่วนที่ 4 งานสำรวจและออกแบบโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยโดยใช้โครงสร้าง

เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากส่วนที่ 3 (ศึกษาวิเคราะห์จัดทำแผนงานโครงการ และมาตรการบริหาร

จัดการน้ำ) โดยนำข้อมูลมาตรการ/โครงการที่มีการจัดลำดับความสำคัญในส่วนที่ 3 ซึ่งเป็นมาตรการใช้โครงสร้างที่
ได้รับการวิเคราะห์ตามหลักวิชาการและผลการศึกษาว่ามีความเป็นไปได้ เหมาะสมกับลักษณะภูมิประเทศ สภาพ


พื้นที่ของชุมชน สามารถบรรลุเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและปัญหาอนเกี่ยวเนื่องกบการบริหารจัดการน้ำ

ให้กับชุมชนได้ ไปดำเนินการสำรวจออกแบบตามมาตรฐานการสำรวจ ซึ่งต้องสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศจริง
พร้อมทั้งจัดทำรูปแบบรายการเพื่อใช้ประกอบการขอรับการสนับสนุนงบประมาณของหน่วยงาน ดังนี้

1) คัดเลือกโครงการที่มีความสำคัญลำดับต้นมาจัดทำแบบแปลนและประมาณราคา


ตามหลักเกณฑ์ ของทางราชการพร้อมเอกสารอ้างอง โดยมีมูลค่าโครงการรวมไม่น้อยกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบ
ล้านบาทถ้วน) และค่าดำเนินการอย่างละเอยด

2) โครงการที่ไม่ได้รับคัดเลือก ให้จัดทำแบบแปลนและประมาณราคาเบื้องต้น
ส่วนที่ 5 การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นและกิจกรรมการมีส่วนร่วมในระดับชุมชน

การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในระดับชุมชน ทั้งภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาครัฐ และหน่วยงาน

อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 4 ครั้งในแต่ละพื้นที่ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละครั้งไม่น้อยกว่า 30 คน ดังนี้
1) ประชุมประชาสัมพนธ์ชี้แจงการดำเนินโครงการให้ประชาชน ชุมชน และหน่วยงานในพนที่รับรู้

ื้

รับทราบ และดำเนินกิจกรรมสร้างวิสัยทัศน์ร่วมในการจัดการอทกภัย พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการเก็บข้อมูล
และทราบถึงการลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูล


2) ประชุมเพอเก็บรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลในการจัดการอทกภัยชุมชนจากประชาชนและ
ื่

หน่วยงานในพนที่ วิเคราะห์และประเมินความเปราะบางและความเสี่ยงอทกภัยร่วมกับชุมชน พร้อมทั้งดำเนิน
ื้
ื้

กิจกรรมให้ความรู้ ความเข้าใจกับชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพนที่เสี่ยงอทกภัยในด้านการเตรียมความพร้อม
การรับรู้ สามารถปรับตัวเผชิญเหตุ และจัดการอทกภัยได้อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งให้ผู้เข้าร่วมการประชุมร่วมกัน

จัดแผนที่เสี่ยงภัยจากการระดมความคิดของชุมชน

3) ประชุมนำเสนอมาตรการ/โครงการ และแผนงานการจัดการอทกภัยที่ผ่านการวิเคราะห์ประเมิน
ว่ามีความเหมาะสมในการแก้ไขปัญหาอทกภัยของพนที่ตามหลักวิชาการให้ชุมชนรับทราบ แลกเปลี่ยนความ

ื้
คิดเห็น/ความต้องการของชุมชน รับฟังข้อเสนอแนะในเรื่องที่ตั้ง และความพร้อมของชุมชนต่อมาตรการต่าง ๆ ที่ได้



คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 1 บทนำ

1 - 9


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)



ื่
จากการศึกษา นำเสนอแนวทางและส่งเสริมการปรับตัวต่ออทกภัย เพอประกอบการจัดลำดับความสำคัญของ
มาตรการ/โครงการ และนำไปปรับแผนให้เหมาะสม
4) ประชุมและสรุปผลการดำเนินโครงการ และนำเสนอผลการศึกษาและแผนการดำเนินงานที่

เกี่ยวข้องที่จะส่งต่อให้ประชาชน ชุมชน และหน่วยงานในพื้นที่ ดำเนินการหลังจากทได้ศึกษารวบรวมข้อมูล กำหนด
ี่

มาตรการ/โครงการ และแผนงานการจัดการอทกภัยของชุมชน และหลังจากการฝึกซ้อมการปฏิบัติตามแผน การ
จัดการอุทกภัยระดับพื้นที่แล้ว
ส่วนที่ 6 การดำเนินงานตามแผนงานโครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน


ื้
เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับประชาชน ชุมชน หน่วยงานในพนที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอทกภัย
และเตรียมความพร้อมเชิงพนที่ ภายหลังจากที่ได้มีการศึกษาวิเคราะห์ เสนอแนวทาง มาตรการ/โครงการในการ
ื้
จัดการอุทกภัยชุมชนแล้ว ดังนี้



1) กำหนดจุดเฝ้าระวังอทกภัยและติดตั้งสัญลักษณ์ตามแผนงานโครงการการจัดการอทกภัยโดยอาศัย

ื่

ชุมชนเป็นฐาน เพอแสดงแผนที่สถานที่พกพง สาธารณูปโภค เส้นทางคมนาคม เส้นทางการอพยพ จุดอำนวยความ
สะดวกด้านการสื่อสาร จุดระดมทรัพยากร และบัญชีรายชื่อเบอร์ติดต่อสื่อสารที่จำเป็นในการเผชิญเหตุในพื้นที่เสี่ยง
อุทกภัย เป็นต้น

2) จัดทำแผนที่เสี่ยงภัยในรูปแบบแผนที่ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Shape File) โดยนำเข้าข้อมูล
ิ่
มาตรการการจัดการที่ได้จากการศึกษาทั้งหมดของโครงการเพมเข้าไปในแผนที่ในส่วนที่ 2 เพอเป็นข้อมูลประเมิน
ื่

ความเสี่ยงและประกอบการจัดการวางแผนจัดการอทกภัย
3) การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอุทกภัยชุมชน ได้แก ่

(1) ฝึกซ้อมจำลองสถานการณ์บนโต๊ะ (Table Top Exercise) ให้เห็นภาพรวมการจัดการอทกภัย

ทั้งระบบของชุมชน

(2) ฝึกซ้อมแผนการเผชิญเหตุอทกภัยชุมชนเชิงปฏิบัติการในพนที่จริง (Operation Base
ื้
Exercise) เพื่อให้ประชาชน ชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจการปฏิบัติ พร้อมทั้งปรับแผนให้เหมาะสม
(3) ประเมินผลการฝึกซ้อมแผนโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประเมินผลและสังเกตการณ์



1.6 ระยะเวลาดำเนินการ


โครงการการจัดการอทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM) เป็นการดำเนินงานตามสัญญาจ้างที่
ปรึกษา เลขที่ มท 0604/37/2564 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2564 เริ่มดำเนินการวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564

และสัญญาสิ้นสุดวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565 รวมระยะเวลาดำเนินงานทั้งสิ้น 300 วัน นับจากวันเริ่มดำเนินการ











คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 1 บทนำ

1 - 10


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)



บทที่ 2




แนวทางและวิธีการดำเนินงาน



2.1 แนวทางในการดำเนินงาน

2.1.1 แนวคิดเชิงกลยุทธ์ในการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย

การลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยในแต่ละประเทศไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายได้ โดย
บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เนื่องจากสาธารณภัยเป็นเรื่องของทุกคน จึงจำเป็นต้องมีการ

กำหนดแนวทางให้ดำเนินการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยร่วมกันทุกภาคส่วนของประเทศ ทั้งนี้ ระดับสากลและ

ื่
ระดับภูมิภาคได้มีการจัดทำกรอบการดำเนินงานเพอเป็นแนวทางในการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยให้เกิด
ประสิทธิผล และได้มีการยอมรับแนวคิดในการปฏิบัติการเพอลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย หรือ Disaster Risk
ื่
ื่
Reduction (DRR) ขึ้นเพอให้เข้าใจความเสี่ยงจากสาธารณภัย เสริมสร้างศักยภาพในการ บริหารและจัดการความ
เสี่ยงจากสาธารณภัย ลงทุนด้านการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยเพอให้มีภูมิคุ้มกัน ในการพร้อมรับมือและฟนคืน
ื้
ื่
กลับได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งพัฒนาศักยภาพเพื่อเตรียมพร้อมในการเผชิญเหตุ สาธารณภัยอย่างมีประสิทธิภาพ และ

การฟื้นสภาพและซ่อมสร้างให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิมในช่วงการฟื้นฟ ู


2.1.2 แนวทางการจัดการภัยพิบัติโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน

การจัดการภัยพิบัติโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน คือ การให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางของการจัดการภัยพิบัติ การมุ่งใช้
กลยุทธ์การสร้างเสริมกำลังความสามารถในการใช้ทรัพยากรและการแกไขปัญหาภายในชุมชน ประชาชนมีส่วนร่วม

ในกิจกรรมที่มีผลต่อการดำรงชีพและได้รับประโยชน์จากการมีสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ ชุมชนเป็นตัวจักรสำคัญใน

การเสี่ยงจากภัยพิบัติและเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับประโยชน์ เป็นการดำเนินการโดยใช้วิธีการที่หลากหลายและเกี่ยวข้อง
กับหลายหน่วยงาน ทั้งในระดับชุมชน ถึงระดับชาติซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมแห่งชาติ พ.ศ.

2557 - 2561
แนวคิดการจัดการภัยพบัติโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เริ่มเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ ที่ 1980 (พ.ศ. 2523 - 2553)

ปรากฏเด่นชัดมากที่สุดในการประชุม World Conference on Disaster Reduction ที่เมืองหลวงโกเบ จังหวัด


เฮยวโกะ ประเทศญี่ปุ่น รัฐบาลจาก 168 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยได้มีฉันทามติให้นำกรอบงานเฮยวโกะ
สำหรับปฏิบัติการลดภัยพิบัติในรอบทศวรรษ ปี 2548 – 2558 (Hyogo Frameworks for Action 2005 - 2515) ดังนี้

1) ให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงจากภัยพบัติเป็นอนดับแรก ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ


2) ให้ประชาชนรู้ถึงความเสี่ยงจากภัยของตนเองและแนวทางปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยง


คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 1


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

3) สร้างความรู้ความเข้าใจและความตระหนักให้แก่ประชาชน เช่น สอดแทรกความรู้ในการเรียนการสอน
หรือผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ


4) ลดปัจจัยของความเสี่ยง เช่น ให้ชุมชนย้ายถิ่นฐานบ้านเรือนออกจากพนที่เสี่ยงภัย สร้างอาคารและ
ื้
ถนนหนทางให้สามารถทนต่อผลกระทบจากภัยพิบัติได้ เป็นต้น

5) เสริมสร้างการเตรียมความพร้อมในการตอบโต้ภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกระดับ ทั้งในด้าน
การพัฒนาและการฝึกซ้อมแผนในภาวะฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ




































รูปที่ 2.1.2-1 กรอบแนวคิดการดำเนินงานโครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน
ที่มา: ประยุกต์จากคู่มอการจัดการภัยพิบัติสำหรับประชาชน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย




ดังนั้นแนวทางการดำเนินงานโครงการการจัดการอทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (Community-
ื้

Based Flood Management: CBFM) ด้วยการให้ภาคประชาชนในพนที่เสี่ยงอทกภัยเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การ

ประเมินความเสี่ยง การวางแผนจัดการอทกภัยในชุมชนที่เป็นพนที่เสี่ยงอทกภัย การเตรียมความพร้อม การเผชิญ
ื้

ื้
สถานการณ์ฉุกเฉิน และการฟนฟหลังเกิดอทกภัย โดยพจารณาให้เหมาะสมกับสภาพพนที่ ลักษณะของน้ำท่วม

ื้


ที่เกิดขึ้นในแต่ละพนที่ รวมทั้งลักษณะโครงสร้างทางสังคมของชุมชนด้วย การให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการ
ื้

จัดการอทกภัยเป็นการทำให้ภาคประชาชนในชุมชนได้ตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะได้รับ การดำเนินกิจกรรมโดยมี
ผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์ชุมชนแล้วระบุความเสี่ยง และร่วมกันวางแผนหามาตรการเบื้องต้นและแนวทางปฏิบัติตน

เมื่อเกิดอทกภัย รวมทั้ง นำข้อมูลการศึกษาที่ได้ไปวิเคราะห์ออกแบบโครงการในการป้องกันเตรียมความพร้อม
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 2


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)


อทกภัยที่เหมาะสมกับลักษณะพนที่ชุมชนเสี่ยงอทกภัยทั้งเชิงโครงสร้าง และไม่ใช้โครงสร้าง เพอให้คนในชุมชน
ื้
ื่


สามารถปรับตัวรับมืออทกภัยได้อย่างมีความพร้อมและอพยพหนีภัยได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งชุมชนและหน่วยงาน


ื้
ที่เกี่ยวข้องในระดับพนที่ให้มีมาตรการรองรับเมื่อเกิดอทกภัยให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน


ชุมชนเข้มแข็งสามารถพงพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถแสดงออกมาในรูปของกรอบแนวคิดดังแสดงในรูปที่ 2.1.2-1
ึ่

2.1.3 แนวทางการสำรวจพื้นที่โครงการ

เป็นการสำรวจลักษณะทางกายภาพของพนที่โครงการ เพอนำมาประกอบในการศึกษาโครงการ และ
ื่
ื้
การกำหนดรูปแบบของโครงการให้เหมาะสมตามลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ โดยการสำรวจประกอบด้วย
ื้
1) การสำรวจภาคสนามพนที่โครงการ เป็นการสำรวจเพอตรวจสอบสภาพพนที่โครงการ ลักษณะ
ื้
ื่

การเกิดอทกภัย ร่องรอยการเกิดอทกภัย สภาพของลำน้ำ การตั้งถิ่นฐานของชุมชน ขอบเขตพนที่น้ำท่วม ระบบ

ื้

เส้นทางคมนาคมขนส่ง แนวสายไฟฟา สายสัญญาณโทรศัพท์ ประปา ลักษณะการสำรวจจะเป็นการเดินทาง
ี่
ตรวจสอบและสอบถามผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในพื้นทดำเนินการ เช่น ประชาชน เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่อยู่ในพื้นท ี่
ื่
2) การสำรวจเพอเป็นข้อมูลสำหรับศึกษาและวางกรอบการพฒนาโครงการตามวัตถุประสงค์ของงาน

ื่
การสำรวจประกอบด้วยการสำรวจลำน้ำ เพอประกอบการศึกษาทางด้านชลศาสตร์ การสำรวจตรวจสอบจุดระดับ
บริเวณพื้นที่คาดว่าจะกำหนดให้เป็นศูนย์พักพิง หรือเส้นทางอพยพ เป็นต้น

2.1.4 แนวทางกระบวนการการมีส่วนร่วมของชมชนในการจัดการอุทกภัย

การมีส่วนร่วมของประชาชน ว่าด้วยแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ในรัฐธรรมนูญแห่ง

ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐและขณะเดียวกันกได้รับรองสิทธิและการมีส่วน

ร่วมของประชาชน ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม

ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณีอนดีงาม ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งการ
ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ ได้กำหนดหลักการที่สำคัญ 3
ประการ คือ หลักการพฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน และหลักการกระจายอำนาจ

(สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 2562)


การมีส่วนร่วม (Participation) ได้รับการยอมรับและใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการพฒนางาน เป็น
กระบวนการสื่อสารในระบบเปิด การสื่อสารสองทางระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล ชุมชน หรือองค์การ ในการดำเนิน

กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งหรือหลายกิจกรรมทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการริเริ่มหรือการ


วางแผนโดยรัฐ แต่เป็นการรับฟงความคิดเห็นและการเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมและขั้นตอนต่างๆ จึงเป็น
สิ่งจำเป็นเพราะจะทำให้ลดความขัดแย้งและผลกระทบที่ไม่พงประสงค์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และสร้างให้เกิด


พลังของทุกฝ่ายในการร่วมกันคิด ร่วมกนทำ และร่วมกันรับผลตอบแทนจากการกระทำนั้นที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่
มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ดังนั้นความสำเร็จที่แท้จริงนั้นเกิดจากการที่ประชาชนในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมใน


กระบวนการพฒนาอย่างเป็นอสระ โดยความสมัครใจ ในลักษณะของการ ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติงาน ร่วม

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 3


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

ประเมินผล ร่วมบำรุงรักษา และร่วมรู้สึกเป็นเจ้าของ ที่เน้นการทำงานในรูปของกลุ่มหรือองค์กรชุมชนที่มี


วัตถุประสงค์อย่างชัดเจน เกิดเป็นพลังกลุ่มซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานพฒนาต่างๆ บรรลุความสำเร็จตามความ

มุ่งหมาย (สมบัติ นามบุรี, 2562; นดา ดำริห์เลิศ, 2542; จรัญญา วงษ์พรหม, 2536) และการบริหารจัดการ

ทรัพยากรน้ำแบบผสมผสาน (Integrated Water Resources Management: IWRM) มีแนวคิดที่สำคัญประการ

หนึ่งคือ สร้างความเข้มแข็งให้องค์กรชุมชน สมาคมผู้ใช้น้ำ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ให้มีบทบาทในการตัดสินใจ

ในการบริหารจัดการ ให้สิทธิแก่ผู้ใช้น้ำทุกกลุ่มและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เชื่อมั่นกับการพจารณาสวัสดิการ


สังคม มีหน้าที่ที่เหมาะสม การมีส่วนร่วมที่ก่อให้เกิดความตระหนักและความสามารถเฉพาะ กลุ่มที่ยังไม่มั่นคง
เข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจในกระบวนการจัดการ (กรมทรัพยากรน้ำ, 2555)

1) ประเภทของการมีส่วนร่วมของประชาชน (จินตนา สุจจานันท์, 2549) ดังนี้
(1) การมีส่วนร่วมที่แท้จริง (Genuine Participation) เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามา

มีส่วนร่วมในโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งจบโครงการ เริ่มตั้งแต่ร่วมศึกษาปัญหาและความต้องการ ร่วมหาวิธี


แกปัญหา ร่วมวางนโยบายและแผนงาน ร่วมตัดสินใจในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่และร่วมปฏิบัติตามแผนที่กำหนดไว้
และร่วมประเมินผลโครงการ

(2) การมีส่วนร่วมที่ไม่แท้จริง (Non Genuine Participation) เป็นการมีส่วนร่วมเพยงบางส่วน

โดยเฉพาะเข้าร่วมในการปฏิบัติตามโครงการที่ได้มีการกำหนดไว้แล้ว เช่น การเข้าเป็นสมาชิก หรือการร่วมเสียสละแรงงาน
2) ระดับการมีส่วนร่วม แบ่งระดับการมีส่วนร่วมของประชาชน ออกเป็น 5 ระดับ (ปาริชาติ วลัยเสถียร,

2546; ณรงค์ มหรรณพ และดุสิต เวชกิจ, 2534) ดังนี้
ระดับที่ 1 การให้ข้อมูล (Inform) การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนและเสริมสร้างความเข้าใจ

ของประชาชน เกี่ยวกับประเด็นปัญหา ทางเลือก และทางแก้ไข ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการรับฟง

ข้อมูล รับรู้ข้อมูลข่าวสาร โดยประชาชนอาจจะยังไม่มีส่วนร่วมหรือเข้ามาร่วมโครงการ

ระดับที่ 2 การรับฟงความคิดเห็น (Consult) การรับข้อมูลและความคิดเห็นของประชาชน
เกี่ยวกับสภาพปัญหา ทางเลือก และแนวทางแก้ไข เช่น การสำรวจความเห็น การประชุมกลุ่มย่อย ผู้มีส่วนได้ส่วน
เสียมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น มีส่วนร่วมในการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

ระดับที่ 3 การเข้ามาเกี่ยวข้อง (Involve) เข้าร่วมประสานการทำงานกับประชาชนสร้างความ

มั่นใจว่า ความคิดเห็น ความจำเป็นของประชาชนจะได้รับการตอบสนอง พจารณาหาแนวทางแก้ไข เช่น การ

ประชุมปฏิบัติการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสนใจเข้ามามีส่วนร่วม สมัครใจเข้ามาเป็นอาสาสมัคร ในการค้นหาทางเลือก

ร่วมวางแผนแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อการแก้ไขปัญหา และดำเนินกิจกรรม

ระดับที่ 4 การให้ความร่วมมือ (Collaboration) การเข้ามาเป็นหุ้นส่วนกับประชาชนในทุก
ขั้นตอนของการตัดสินใจ มีความรู้สึกเป็นเจ้าของปัญหาร่วมกัน เช่น การเข้าเป็นคณะที่ปรึกษาคณะกรรมการของ

ชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการตามแผน ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมด้านแรงงาน
ทุน ทรัพยากร สถานที่ ฯลฯ มีส่วนร่วมในการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม




คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 4


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

ระดับที่ 5 การเสริมพลังอำนาจประชาชน (Empowerment) การให้ประชาชนมีอำนาจในการ



ตัดสินใจต่อการแกไขปัญหาต่างๆ ของชุมชน มีส่วนร่วมในอดมคติ ประชาชนจะเป็นหลักสำคัญของการตัดสินใจใน

ทุกเรื่อง ตั้งแต่การวางแผน การปฏิบัติตามแผน การประเมินโครงการ เช่น การลงประชามติ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็น

เจ้าของปัญหา สามารถลุกขึ้นมาดำเนินกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ เพอให้เกิดการแก้ไขปัญหาและพฒนาสุขภาพ
ื่

สุขภาวะของชุมชนเอง

3) ขั้นตอนการมีส่วนร่วม การให้ประชาชนมีบทบาทในการมีส่วนร่วมนั้นต้องเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม



ใน 4 ขั้นตอน (Cohen and Uphoff, 1980; ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช, 2545; อคิน รพพฒน์, 2547; พจนา เทียนธาดา,
2543) ดังนี้
(1) การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Decision Making) ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการค้นหา
ปัญหา ระบุปัญหา และสาเหตุของปัญหาภายในชุมชน ตลอดจนตัดสินความต้องการของชุมชน และมีส่วนในการ

จัดลำดับความสำคัญของความต้องการ การริเริ่มตัดสินใจ ดำเนินการตัดสินใจ และตัดสินใจปฏิบัติการ ซึ่งเป็น

กระบวนการมีส่วนร่วมที่สำคัญมากที่สุดเพราะถ้าประชาชนไม่มีบทบาทในการระบุปัญหาและความต้องการแล้ว
โครงการต่างๆ ที่วางออกมาก็ไร้ประโยชน์ เพราะโครงการที่วางออกมามิได้ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของ

ั้
ประชาชน อีกทงประชาชนจะมองไม่เห็นความสำคัญของกจกรรมและการดำเนินกิจกรรมก็จะไม่ประสบความสำเร็จ

บรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้ ทั้งนี้เป็นการวางแผนในลักษณะแบบล่างขึ้นบน (Bottom-up planning)
(2) การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการ (Implementation) เป็นการร่วมกันวางแผนการดำเนิน

ื่
โครงการเพอสนองตอบความต้องการหรือแก้ปัญหาของพวกเขาด้วยตัวของเขาเอง แต่อย่างไรก็ตามนักพฒนาหรือ

ผู้ที่มีความรู้ในการวางแผนควรมีส่วนร่วมเข้าไปร่วมในการวางแผนด้วย เพอคอยให้คำแนะนำประชาชนในการ
ื่
วางแผน กำหนดทางเลือกในการแก้ไขปัญหา การสนับสนุนด้านทรัพยากร การบริหาร และการประสานขอความ

ช่วยเหลือ
(3) การมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ (Benefits) การลงทุนและปฏิบัติงาน เมื่อประชาชนมีความรู้สึก

เป็นเจ้าของกจกรรมหรือผลประโยชน์ทางวัตถุ ผลประโยชน์ทางด้านสังคม และส่วนบุคคล ผลที่ตามมาก็ คือ การมี


ส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมที่วางไว้ นอกจากนั้นแล้ว นักพฒนาควรจะกระตุ้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมใน
การลงทุนในรูปแบบของทรัพยากรที่ประชาชน ในชุมชนที่มีอยู่ ตามกำลังความสามารถแทนที่จะใช้ทรัพยากรหรือ

ปัจจัยจากภายนอกเสียทั้งหมด การกำหนดการดำเนินกิจกรรมร่วมกันนี้เป็นการเสริมสร้างให้ประชาชนรู้จักการ
ทำงานร่วมกัน

(4) การมีส่วนร่วมในการประเมินผล (Evaluation) เป็นการควบคุม ตรวจสอบการดำเนิน

กิจกรรมทั้งหมด และเป็นการแสดงถึงการปรับตัวในการมีส่วนร่วม การติดตามและประเมินผล กระบวนการมีส่วน
ร่วมของประชาชนในขั้นตอนนี้ ทำให้ประชาชนได้มีการประเมินว่าผลงานที่ตัวเองดำเนินการไปนั้นได้รับผลดีหรือ

ได้รับผลประโยชน์มากน้อยเพยงไรและมีอปสรรคอะไรบ้างที่เกิดจากการดำเนินงานนั้น ทำให้ประชาชนรู้แจ้งเห็น


จริงว่ากิจกรรมที่พวกเขาทำไปนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร ซึ่งพวกเขาจะได้นำไปใช้ในการวางแผนแก้ไขปัญหาในโอกาสต่อไป



คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 5


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)


4) ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วม โดยแบ่งออกเป็นปัจจัยหลัก 2 ปัจจัย (วรรณิการ์ ภูมิวงศ์พทักษ์,
2540; ปาริชาติ วลัยเสถียร, 2546; สัจจา บรรจงศิริ, 2561) คือ

(1) ปัจจัยภายใน

- ปัจจัยทางด้านบุคคลและทางด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย เพศ อายุ ภูมิลำเนา ระดับการศึกษา

สถานภาพการสมรส สถานภาพในครอบครัว ขนาดของครอบครัว อาชีพ รายได้ สถานที่ทำงาน ระยะเวลาในการ
ประกอบอาชีพในชุมชน ความรู้ ความเข้าใจและมีบทบาทในการพัฒนา

- ปัจจัยทางด้านสังคม ประกอบด้วย ความต้องการเกียรติเป็นที่น่ายกย่องจากบุคคลอน
ื่

การได้รับการชักจูงจากผู้นำชุมชน เพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่โครงการ และความต้องการเป็นกลุ่มเป็นพวก เคยมีกจกรรม
แก้ไขปัญหาต่างๆ ร่วมกันมาก่อน การคำนึงถึงผลประโยชน์ตอบแทน และความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีของคนในชุมชน
(2) ปัจจัยภายนอก

- ปัจจัยด้านกลไกของรัฐ โดยรัฐจะต้องกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมในท้องถิ่น

สนับสนุนกิจกรรมที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง ระบบราชการต้อง
เอื้ออำนวยและเพิ่มโอกาสการมีส่วนร่วมของประชาชน มีการติดตามประเมินผลและให้การสนับสนุนในภายหลัง

ื้

- ปัจจัยด้านนักพฒนา โดยนักพฒนาจะต้อง ศึกษาชุมชนเพอนำมาใช้เป็นข้อมูลพนฐานมี
ื่

ื่
ความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาของกระบวนการมีส่วนร่วมค้นหาผู้นำที่มีศักยภาพ รวมกลุ่มชาวบ้านเพอหาหนทาง
แก้ไขปัญหาร่วมกัน ดำเนินงานพัฒนาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพท้องถิ่น
- ปัจจัยจูงใจ การได้รับผลประโยชน์จากการเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการพฒนา โครงการ

พัฒนาตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน

5) ปัญหาและอุปสรรคของการมีส่วนร่วม


การบริหารจัดการหรือการพฒนาตามโครงการใดๆ ถึงแม้จะยอมรับว่าการมีส่วนร่วมจะมี
ประโยชน์อย่างมากมายก็ตาม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารหรือผู้ร่วมงานจะต้องทราบว่าในองค์ประกอบต่าง ๆ ของ

การมีส่วนร่วมหรือเงื่อนไขก่อนที่จะนำการมีส่วนร่วมไปใช้มีผู้กล่าวถึงปัญหาและอปสรรคของการมีส่วนร่วมของ

ชุมชนหรือชนบทจำแนกออกเป็นประเด็นสำคัญๆ ดังนี้

- ชุมชนอาจขาดนิสัยการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังและถาวร จะมีแต่การทำงานร่วมกันเป็น

ครั้งคราว ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นสังคมที่มั่งคั่งไม่มีความจำเป็นต้องเสริมสร้างการทำงานร่วมกัน
- ชุมชนจำนวนมากประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่เต็มไปด้วยความไม่แน่ใจว่าจะได้รับ

ผลประโยชน์โดยตรงในระยะสั้น ดังนั้นการมีส่วนร่วมที่หวังผลประโยชน์ระยะยาวจึงค่อนข้างยากลำบาก

- ชุมชนไทยอยู่ภายใต้ระบบอปถัมภ์ และลัทธิพอปกครองลูกทำให้คิดหวังบุคคลภายนอกมาก


เกินไปและหวังที่จะให้คนอื่นทำทุกสิ่งอย่างให้
- ชุมชนทราบว่าตนเป็นผู้มีฐานะต่ำต้อยในสังคม ทำให้กลัวคนดูถูก เจ้าหน้าที่และนักพฒนาจึง

หาข้อมูลที่แท้จริงจากชุมชนได้ค่อนข้างยาก




คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 6


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)


- ชุมชนมักเลือกผู้นำที่คิดว่าสามารถอปถัมภ์ตนได้ จึงมักเลือกจากคนรวย ผู้มีหน้าตาหรือ
สายสำพันธ์กับเจ้าหน้าที่หรือบุคคลภายนอก

- คนไทยชาวชนบทไม่ชอบแสดงตัวเป็นศัตรูกันซึ่งหน้าและไม่ชอบโต้เถียง

- ชาวบ้านไม่คนเคยกับการฝึกให้วางแผนการทำงานล่วงหน้า ดังนั้นผลงานของชุมชนจึงไม่ค่อย
ุ้
จะเป็นระบบและขาดทัศนะด้านเวลา

ในส่วนปัญหาเกี่ยวกับตัวเจ้าหน้าที่หรือระบบราชการเอง จำแนกเป็นประเด็นย่อย ๆ ได้ดังนี้
- นโยบายในระบบราชการมักจะมาจากเบื้องบน

- ระบบการจัดสรรงบประมาณจัดทำกันในส่วนกลางทำให้โครงการที่มาจากเจ้าหน้าที่และ

ชาวบ้านจึงเกิดขึ้นได้ยากลำบาก
- ระบบราชการที่ถูกสั่งการมาจากเบื้องบน ทำให้การประสานของเจ้าหน้าที่ระดับสนามของ

แต่ละกรม กอง เป็นไปได้ด้วยความยากลำบาก รวมทั้งแนวทางการมีส่วนร่วมและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่

แต่ละฝ่ายก็มีความเข้าใจที่แตกต่างกัน
- ระบบการให้คุณให้โทษไม่ได้ใช้ผลการปฏิบัติงานที่เกิดแก่ชาวบ้านอย่างแท้จริง แต่ถือเอา

ความพอใจของผู้บังคับบัญชาและกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นหลัก

- วัฒนธรรมความสัมพนธ์แบบผู้ใหญ่-ผู้น้อย และระบบอุปถัมภ์ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจว่าตนเองมี

ฐานะสูงกว่าคนในชุมชน

- เจ้าหน้าที่ราชการมีแนวโน้มที่จะชอบทำงานในสำนักงาน


- บุคคลภายนอกและผู้เกี่ยวข้องกบชุมขนบางคน ยังไม่ต้องการให้ชุมชนร่วมมอกัน และรวมตัว
กันได้อย่างแท้จริง


2.1.5 แนวทางการรวบรวมข้อมูลด้านต่าง ๆ

ข้อมูลที่รวบรวมเพื่อศึกษาโครงการ เป็นข้อมูลทุติยภูมิด้านต่างๆ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ื้

1) ข้อมูลภูมิอากาศ คัดเลือกสถานีตรวจอากาศของกรมอตุนิยมวิทยาที่ตั้งอยู่ในพนที่โครงการ และ


พนที่ข้างเคียง โดยข้อมูลตัวแปรภูมิอากาศหลักที่จะทำการรวบรวมประกอบด้วย อณหภูมิ ความชื้นสัมพทธ์ เมฆปกคลุม
ื้
และความเร็วลม
2) ข้อมูลปริมาณฝน ได้แก่ ฝนรายวัน รายเดือน และรายปี ข้อมูลจำนวนวันฝนตกรายเดือนเฉลี่ย

และข้อมูลปริมาณฝนสูงสุด 1 วัน ถึง 10 วัน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน เป็นต้น

3) ข้อมูลปริมาณน้ำท่ารายเดือนและรายปี จากกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ
4) ข้อมูลระดับและปริมาณน้ำนองสูงสุดรายปี รวมทั้งระดับน้ำสูงสุดและวันที่เกิดของสถานีวัดน้ำ

บริเวณพื้นที่โครงการ หรือพื้นที่ข้างเคียง ข้อมูลระดับน้ำทะเล
ื่
5) ข้อมูลกราฟหนึ่งหน่วยน้ำท่า (Unit Hydrograph) ของลุ่มน้ำต่างๆ ในประเทศไทย เพอเป็นข้อมูล
ในการสร้างกราฟน้ำหลากจากพายุฝน

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 7


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

ื้
6) ข้อมูลพนฐานระดับหมู่บ้าน กชช. 2ค ประกอบด้วย ข้อมูลครัวเรือน ประชากร รายได้ รายจ่าย


สภาพความเป็นอยู่ ข้อมูลความปลอดภัยจากภัยพบัติ ข้อมูลหมู่บ้านที่มีความเสี่ยงจากภัยพบัติน้ำท่วม จำนวน

ครัวเรือนที่ประสบปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วม จำนวนหมู่บ้านที่มีระบบการเตือนภัย
7) ข้อมูลความเสียหายจากอุทกภัย จากกรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

8) ข้อมูลลักษณะภูมิประเทศความสูงจากแผนที่ภูมิประเทศมาตราส่วน 1:50,000 เพอศึกษาสภาพ
ื่
ภูมิประเทศเบื้องต้น กำหนดขอบเขตพื้นที่รับน้ำของพื้นที่ศกษา ศึกษาทิศทางการระบายน้ำ


9) ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ เพอศึกษาสภาพปัจจุบันของพนที่ ลักษณะลำน้ำ การตั้งถิ่นฐานของ
ื้
ื่
พื้นที่ชุมชน กำหนดขอบเขตพื้นที่เสี่ยงภัย ข้อมูลแผนที่พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก

2.1.6 แนวทางการศึกษาและการวิเคราะห์สภาพอุตุนิยมวิทยาและอุทกวทยา

ที่ปรึกษาวางแนวทางการศึกษาและวิเคราะห์สภาพอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาไว้โดยสังเขปดังนี้

1) การศึกษาสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย การศึกษาค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด และค่าต่ำสุด ทั้งรายเดือน
และรายปี ของตัวแปรภูมิอากาศหลัก ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ เมฆปกคลุม และความเร็วลม

2) การศึกษาปริมาณน้ำฝน ประกอบด้วย ปริมาณน้ำฝนรายเดือนและรายปี ปริมาณฝนสูงสุดที่

ช่วงเวลาฝนตกต่างๆ
3) การศึกษาปริมาณน้ำท่า ประกอบด้วย การศึกษาปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายเดือนและรายปี

4) การศึกษาปริมาณน้ำนองสูงสุดที่รอบปีการเกิด ณ จุดที่พิจารณา


2.1.7 แนวทางการศึกษาและวิเคราะห์ทางด้านชลศาสตร์

ที่ปรึกษาวางแนวทางการศึกษาและวิเคราะห์ทางด้านชลศาสตร์ไว้โดยสังเขปดังนี้
1) การศึกษาวิเคราะห์สภาพน้ำท่วมในอดีต

2) การพัฒนาแบบจำลองคณิตศาสตร์เพื่อใช้จำลองสภาพน้ำหลาก
3) การจัดทำแผนที่ขอบเขตน้ำท่วมที่รอบปีการเกิดต่าง ๆ



2.1.8 แนวทางการการศึกษาและวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐกิจ-สังคม
ที่ปรึกษาวางแนวทางการศึกษาและวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมไว้โดยสังเขปดังนี้

1) ศึกษาจากข้อมูลทุติยภูมิเพื่อเสนอภาพรวมทางด้านเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันของพื้นที่ศึกษา

2) รวบรวมข้อมูลรายชื่อหมู่บ้านที่มีความเสี่ยงจากภัยพบัติ จำนวนครัวเรือนที่ประสบภัย ความเสียหาย

จากอุทกภัย จำนวนหมู่บ้านที่มีระบบการเตือนภัย

3) รวบรวมข้อมูลรายชื่อหมู่บ้านที่มีระบบการเตือนภัยและประสบความสำเร็จในการดำเนินการ
วิธีการดำเนินการ



คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 8


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

2.1.9 การจัดลำดับความเร่งด่วนของหมู่บ้านประสบภัย

เป็นการจัดลำดับความสำคัญของสภาพปัญหาอทกภัยของแต่ละหมู่บ้าน และนำปัจจัยต่าง ๆ มาพจารณา



ื่
ื่
เพอจัดทำลำดับหมู่บ้าน เพอกำหนดรายชื่อหมู่บ้านที่ต้องได้รับการดำเนินการอย่างเร่งด่วนจำนวน 4 หมู่บ้าน โดย

ทำการศึกษารวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานปกครองท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และสมาชิกในชุมชน นำมาวิเคราะห์ความ
เสี่ยงและจัดลำดับความสำคัญของโครงการจัดการด้านอุทกภัย เพื่อดำเนินงานในขั้นต่อไป

2.1.10 การฝึกซ้อมการปฏิบัติตามแผนการจัดการอุทกภัยระดับพื้นที่

ื้

การฝึกซ้อมการปฏิบัติตามแผนการจัดการอทกภัยระดับพนที่ มีความสำคัญที่จะทำให้ประชาชนที่
ื้
อาศัยอยู่ในชุมชนตามพนที่เสี่ยง มีความเข้าใจ ตระหนักรู้ เรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดและสามารถช่วยเหลือผู้อื่นในชุมชน
ื่
หรือเพอนบ้าน และยังจะสามารถช่วยเหลือหน่วยงานรัฐได้ตามหลักการภัยพิบัติ 3 ช. (ช่วยเหลือตนเอง: Self-help,
ช่วยเหลือเพื่อนบ้าน: Mutual-help และช่วยเหลือภาครัฐ: Public-help) ดังแสดงในรูปที่ 2.1.10-1







ื่
ช่วยเหลือตนเอง ช่วยเหลือเพอนบ้าน













ช่วยเหลือภาครฐ

รูปที่ 2.1.10-1 หลักการภัยพบัติ 3 ช.

ที่มา: https://sendai-resilience.jp/en/efforts/government/development/


ื้
การฝึกซ้อมการปฏิบัติตามแผนการจัดการอทกภัยระดับพนที่เป็นการจำลองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

จริง ไม่ควรจำลองสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความสับสน เนื่องจากการอพยพจากภัยน้ำท่วมไม่ใช่สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

แบบฉับพลัน ก่อนการซ้อมอพยพชุมชน คณะกรรมการเตือนภัยและอพยพจะต้องทำการซักซอมขั้นตอนการปฏิบัติ
บนโต๊ะ (Table Top Exercise) ก่อนการซ้อมเตือนภัยและอพยพชุมชนจริง เพอป้องกันความสับสนในการ
ื่
ื่
ดำเนินงาน และสร้างความเข้าใจให้กับชุมชนเพอให้การซ้อมสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนการซ้อม
การอพยพจะต้องมีการชี้แจงกับชุมชนถึงความจำเป็นของการซ้อมอพยพและให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติ

เพื่อให้เกิดความร่วมมือจากชุมชน


คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 9


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

ื้
นอกจากนี้ต้องมีการติดตั้งประกาศหรือป้าย แสดงขั้นตอนการเตือนภัยและการอพยพไว้ในพนที่

สาธารณะของหมู่บ้านให้เห็นได้อย่างชัดเจน และภายหลังการฝึกซ้อมจะต้องมีการประเมินประสิทธิภาพของการ

สื่อสารและระบบเตือนภัย รวมถึงกระบวนการแจ้งเตือนและการอพยพ อย่างไรก็ตามเพอให้เกิดความคุ้นชินที่
ื่

สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอนเมื่อเกิดอทกภัยจริง ควรมีการซ้อมแผนอพยพอย่างน้อยปีละครั้ง แต่ถ้า


หากชุมชนไม่สามารถซ้อมแผนอพยพได้ทุกปี ควรมีการปรับปรุงข้อมูลความเสี่ยงให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ


หากความเสี่ยงมีการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องมีการทบทวนแผนในการเตือนภัยและการอพยพใหม่ให้สอดคล้องกบ
สถานการณ์ปัจจุบัน


2.2 วิธีการดำเนินงาน

การดำเนินงานในโครงการจัดการอทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐานนั้น มีขั้นตอนการดำเนินงานหลัก คือ



การรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลของโครงการ การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลอตุนิยมวิทยาและข้อมูลอทกวิทยา


การศกษาวิเคราะห์จัดทำแผนงานโครงการและมาตรการบริหารจัดการน้ำ งานสำรวจและออกแบบโครงการป้องกน

และบรรเทาอทกภัยโดยใช้โครงสร้าง การดำเนินงานแผนงานโครงการการจัดการอทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน

และการดำเนินงานประชาสัมพนธ์และการมีส่วนร่วม (ขั้นตอนการดำเนินงานแสดงในรูปที่ 2.2-1) ทั้งนี้ในแต่ละ

ขั้นตอนหลักจะมีรายละเอียดปลีกย่อยและองค์ประกอบต่างๆ ดังต่อไปนี้


2.2.1 รวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลโครงการ

การจัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) ของโครงการ
ื่
ดำเนินการเพออำนวยความสะดวกในการวิเคราะห์ นำเสนอข้อมูลผลการศึกษา ปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย โดยชุด
ข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ศึกษาในโครงการ สามารถเพิ่มเติม ปรับปรุง และแก้ไขเพื่อใช้งานต่อไปในอนาคตได้































คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 10


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)







































































รูปที่ 2.2-1 ขั้นตอนการดำเนินงาน



คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 11


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

2.2.2 การรวบรวมข้อมูล

การจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโครงการ แบ่งฐานข้อมูล
ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

1) กลุ่มชั้นข้อมูลแผนที่ฐาน ได้แก่ ข้อมูลแผนที่ภูมิประเทศ 1:50,000 ของกรมแผนที่ทหาร ข้อมูล

เส้นชั้นความสูง เส้นทางคมนาคม ขอบเขตการปกครองระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล ที่ตั้งหมู่บ้าน แผนที่
ขอบเขตน้ำท่วม


2) กลุ่มชั้นข้อมูลทางด้านอตุนิยมวิทยา และอทกวิทยา ได้แก่ เส้นลำน้ำ ที่ตั้งสถานีอตุนิยมวิทยา


สถานีวัดน้ำฝน สถานีวัดน้ำท่า
3) กลุ่มชั้นข้อมูลการศึกษาโครงการ ประกอบด้วย ขอบเขตพื้นที่ศกษาโครงการ ข้อมูลสภาพความสูง

ภูมิประเทศ ข้อมูลพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว การตั้งถิ่นฐานของชุมชน



2.2.3 การจัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System) หรือระบบ GIS คือ กระบวนการ

ื้
ของการใช้ระบบคอมพวเตอร์เป็นเครื่องมือในการจัดเก็บ จัดการ ปรับปรุง จัดทำ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพนที่

(Spatial Data) โดยข้อมูลลักษณะต่าง ๆ ในพื้นที่ศึกษาจะถูกนำมาจัดให้อยู่ในรูปแบบที่มีความสัมพนธ์เชื่อมโยงกัน

ื่
ซึ่งเมื่อนำข้อมูลและองค์ประกอบต่าง ๆ เข้าสู่ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลมาใช้เพอช่วย
ตัดสินใจสำหรับการดำเนินงานโครงการได้อย่างเหมาะสม


2.2.4 ลักษณะข้อมูลในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

ข้อมูลในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์มีทั้งข้อมูลที่เป็นแผนที่ในรูปแบบดิจิตอล (Digital) จากหน่วยงาน
ิ่
ต่างๆ และข้อมูลที่ได้จากการสำรวจภาคสนาม ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถแก้ไขปรับปรุง เพมเติมให้มีความทันสมัย
และสมบูรณ์ได้ โดยลักษณะข้อมูลถูกจัดเก็บเป็น 2 ประเภท คือ



ื้
1) ข้อมูลเชิงพนที่ (Spatial Data) คือ ข้อมูลที่สามารถอางองตำแหน่ง พกัดทางภูมิศาสตร์ (Geo
Reference) ทางภาคพื้นดินได้ ข้อมูลเชิงพื้นที่สามารถแสดงออกได้เป็น 3 ลักษณะด้วยกัน คือ
(1) ข้อมูลแบบจุด (Point) ได้แก่ ที่ตั้งสถานีวัดน้ำฝน สถานีวัดน้ำท่า ชุมชน ศูนย์พักพิงชั่วคราว เป็นต้น
(2) ข้อมูลแบบเส้น (Line) ได้แก่ เส้นทางคมนาคม เส้นแม่น้ำ สาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น


(3) ข้อมูลพื้นที่ (Area) ได้แก ขอบเขตการปกครองระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และขอบเขตพื้นที่
น้ำท่วม เป็นต้น
ื้
2) ข้อมูลไม่เชิงพนที่ (Non-Spatial Data) คือ ข้อมูลอรรถาธิบายข้อมูลเชิงพนที่ (Attribute Data)
ื้
เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะต่างๆ ของพนที่นั้นๆ เช่น ข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อมูลสถิติปริมาณน้ำฝน
ื้
ปริมาณน้ำท่า เป็นต้น

สำหรับการจัดเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data) มีรูปแบบการจัดเก็บแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 12


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)


1) โครงสร้างแบบราสเตอร์ (Raster or Grid Representation) เป็นข้อมูลที่อยู่บนพกัดรูปตาราง
แถวแนวนอนและแนวตั้ง ภายใน Grid Cell มีตัวเลขสำหรับค่าใน Cell นั้น


2) โครงสร้างแบบเวกเตอร์ (Vector Representation) เป็นข้อมูลประเภทจุด เส้น หรือรูปปิดหลาย

เหลี่ยม (พนที่) ซึ่งกำหนดโดยจุดพกัด ประกอบด้วย จุดพกัดทางราบ (X,Y) และทางดิ่ง (Z) ซึ่งถ้าหากข้อมูลมีการ
ื้




เก็บคาเป็นพิกัดตำแหน่งเป็นจุดเดียว ข้อมูลนี้จะเรียกว่า point ถ้าจุดพิกัดมีสองจุดหรือมากกว่าเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน

จะได้ข้อมูลเป็นรูปแบบเส้น (Linear Feature) เรียกว่า polyline เช่น ถนน ลำน้ำ เป็นต้น ส่วนข้อมูลมีจุดมากกว่า
4 จุดขึ้นไป โดยจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้ายอยู่ตำแหน่งเดียวกัน เป็นข้อมูลพื้นที่ ในที่นี้จะเรียกว่า polygon


2.2.5 การนำเข้าข้อมูล
ในการจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ เมื่อรวบรวมข้อมูล และทำการจัดแบ่งกลุ่มของชั้นข้อมูล

แล้วต้องทำการตรวจสอบความถูกต้องข้อมูล มาตราส่วนการนำเข้า และระบบพกัดอางองของข้อมูล โดยทำการ




ปรับให้ข้อมูลใช้ระบบพนหลักฐานอางองทางราบเดียวกัน คือ ระบบ WGS84 (Word Geodetic System 1984)

ื้
ซึ่งเป็นระบบแผนที่ฐานมาตราส่วน 1:50,000 ชุด L7018 ที่กรมแผนที่ทหารใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และเป็นระบบที่
ดาวเทียม GPS ใช้อ้างอิง
การนำเข้าข้อมูล (Data Input) สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ การนำเข้าข้อมูลเชิงพนที่
ื้
ื้
(Spatial Data) และข้อมูลบรรยายหรือข้อมูลทั่วไป การนำเข้าข้อมูลเชิงพนที่เป็นการแปลงข้อมูลเชิงพนที่ให้เป็น
ื้
ข้อมูลเชิงตัวเลข (Digital Data) ซึ่งสามารถนำเข้าได้หลายวิธี เช่น Digitizing Table, คีย์บอร์ด (Computer
Keyboard) สแกนเนอร์ (Scanner) นำเข้าข้อมูลแผ่นฟล์ม (File Importation) และแปลงค่าพกัดทางภูมิศาสตร์ที่


ได้จากเครื่อง Global Positioning System (GPS) ทั้งนี้โปรแกรม (Software) ที่ใช้ในการนำเข้ามีหลายโปรแกรม


เช่น ArcInfo, ArcView, MapInfo, QGIS และ Mapwindow เป็นต้น ส่วนการนำเข้าฐานข้อมูลที่มีความสัมพนธ์
กับข้อมูลเชิงพนที่สามารถนำเข้าโดยโปรแกรม Spreadsheet หรือโปรแกรมทั่วไป เช่น Excel, Word หรือ
ื้
โปรแกรม GIS


2.2.6 การจัดเก็บและการจัดการฐานข้อมูล

การจัดเก็บและการจัดการฐานข้อมูล (Database) นิยมใช้โครงสร้างตามหลักการของฐานข้อมูลเชิง

สัมพนธ์ (Relational Database) ซึ่งสามารถใช้โปรแกรมระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพนธ์ (Relational

Database Management System: RDBMS) เพอการจัดการฐานข้อมูล เช่น Microsoft Access, Oracle และ
ื่

dBase ในการเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลกราฟกและข้อมูลลักษณะสัมพนธ์ได้ โดยตารางข้อมูลที่ใช้อธิบายข้อมูลเชิง



ื้
พื้นที่หรือที่เรียกว่า Attribute จะถูกจัดเก็บในรูปแบบที่สัมพนธ์กับข้อมูลเชิงพนที่ เพื่อให้เป็นข้อมูลที่มีความถกต้อง
และง่ายต่อการปรับแก้และเรียกใช้ ข้อมูลแต่ละเรื่องควรแยกเก็บเป็นคนละแฟมข้อมูล (File) และแยกจากข้อมูล

ื้

กราฟฟกหรือข้อมูลเชิงพนที่ แต่ต้องมีรายละเอียดในรายการใดรายการหนึ่ง (Field) ที่มีค่าและคุณลักษณะ (ตัวเลข
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 13


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

ื่
ื้


หรือตัวอกษร) ที่เหมือนกันเพอใช้เชื่อมโยงตารางข้อมูลเข้ากับข้อมูลเชิงพนที่ หรือเชื่อมโยงตารางข้อมูลหนึ่งกับอก
ตารางหนึ่ง การใช้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีดังต่อไปนี้

1) ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล การนำข้อมูลเรื่องเดียวกันมาจัดเก็บอย่างเป็นระบบในฐานข้อมูลหนึ่ง

และให้บริการแก่ผู้ใช้ซึ่งอาจมีได้มากกว่า 1 กลุ่ม เป็นการประหยัดทรัพยากรและมีความสะดวกในการควบคุม
คุณภาพของข้อมูล


ิ่
2) เลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูล ในการดำเนินการกับข้อมูลไม่ว่าจะเป็นการเพม ลบ หรือแก้ไขข้อมูล
อาจทำให้เกิดความขัดแย้งของข้อมูลได้
3) สามารถกำหนดสิทธิในการใช้ข้อมูลของผู้ใช้ได้ การเก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลซึ่งเป็นศูนย์กลางและ

จัดการบริการให้กับผู้ใช้หลายกลุ่ม ผู้จัดการฐานข้อมูลสามารถกำหนดสิทธิในการใช้ข้อมูลให้กับผู้ใช้แต่ละกลุ่มได้
ตามระดับความจำเป็นในการใช้งาน

4) สามารถควบคุมมาตรฐาน ผู้บริหารฐานข้อมูลเป็นผู้ควบคุมมาตรฐานด้านต่างๆ ของข้อมูล การรวม

ข้อมูลไว้ที่ศูนย์กลางทำให้การบริหารมาตรฐานดำเนินการได้สะดวก
5) สามารถควบคุมความปลอดภัยของฐานข้อมูล เนื่องจากผู้ใช้หลายกลุ่มถูกกำหนดมีสิทธิในการเข้า

ใช้ข้อมูลแตกต่างกันไป การกำหนดระดับของผู้ใช้จึงเป็นกลไกสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

6) สามารถควบคุมความคงสภาพ (Integrity) ของข้อมูล ความคงสภาพของข้อมูล หมายถึง การที่ข้อมูล
มีคุณสมบัติสอดคล้องกับความเป็นจริง


2.2.7 การวิเคราะห์ข้อมูล

ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) มีความสามารถในการนำเข้าข้อมูลเชิงพนที่หลาย ๆ ชั้นข้อมูล
ื้

ื่
(Layer) มาซ้อนทับกัน (Overlay) เพอทำการวิเคราะห์และกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ โดยใช้คอมพวเตอร์ตาม
วัตถุประสงค์ หรือตามแบบจำลอง (Model) ซึ่งอาจเป็นการเรียกค้นข้อมูลอย่างง่าย หรือซับซ้อน เช่น แบบจำลอง

ทางสถิติหรือแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ทั้งนี้เนื่องจากชั้นข้อมูลต่างๆ ถูกจัดเก็บโดยอางองค่าพกัดทางภูมิศาสตร์


มีการจัดเก็บอย่างมีระบบและประมวลผลโดยใช้เครื่องคอมพวเตอร์ ผลที่ได้รับจากการวิเคราะห์จะเป็นอกชั้นข้อมูล


หนึ่งที่มีลักษณะแตกต่างไปจากชั้นข้อมูลเดิม ดังแสดงในรูปที่ 2.2.7-1




















คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 14


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)




















































ื่
รูปที่ 2.2.7-1 ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพอการวิเคราะห์ข้อมูล


การวิเคราะห์ข้อมูลในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์มีหลายรูปแบบ ได้แก ่

1) พื้นที่กันชน (Buffer) การสร้างแนวพนที่รอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นระยะทางตามที่กำหนด เรียกว่า การสร้าง
ื้
พื้นที่กันชน สำหรับข้อมูลแบบเวคเตอร์สามารถสร้างพื้นที่กันชนรอบจุด เส้น และพื้นที่ได้

ื้
2) การซ้อนทับข้อมูลเชิงพนที่ การซ้อนทับข้อมูลเชิงพนที่เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลหลายชั้นข้อมูล
ื้
ร่วมกัน โดยข้อมูลเหล่านั้นต้องอยู่ในบริเวณเดียวกันและมีคุณลักษณะต่างกัน เช่น การซ้อนทับของข้อมูลระดับน้ำ
ท่วมที่รอบปีการเกิดกับข้อมูลพนผิวสภาพภูมิประเทศ ทำให้ทราบพนที่ปลอดภัยสำหรับการอพยพ หรือตั้งศูนย์พกพง
ื้

ื้

ชั่วคราว
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 15


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

3) การวิเคราะห์พนผิว (Surface Analysis) การวิเคราะห์พนผิวเป็นการวิเคราะห์การกระจายของ
ื้
ื้


ื้
ค่าตัวแปรหนึ่งซึ่งเปรียบเสมือนเป็นมิติที่ 3 ของข้อมูลเชิงพนที่ โดยข้อมูลเชิงพนที่มีค่าพกัดตามแนวแกน X และ Y
ื้

ส่วนตัวแปรที่นำมาวิเคราะห์เป็นค่า Z ที่มีการกระจายตัวครอบคลุมทั้งพื้นที่ ตัวอย่างของค่า Z ได้แก ข้อมูลความสูง


ของพนที่ ผลจากการวิเคราะห์พนผิวสามารถแสดงเป็นภาพ 3 มิติ ให้เห็นถึงความแปรผันของข้อมูลด้วยลักษณะ
ื้
ื้

ื้
ื้
สูงต่ำของพนผิวนั้น การแสดงข้อมูลพนผิวสามารถใช้โครงสร้างข้อมูลแบบเวคเตอร์โดยการใช้ Triangulated
Irregular Network (TIN) หรือใช้โครงสร้างแบบราสเตอร์โดยการใช้ Digital Elevation Model (DEM)

2.3 การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและข้อมูลอุทกวิทยา
2.3.1 การศึกษาสภาพภูมิอากาศ
เป็นการศึกษาค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด และค่าต่ำสุด ทั้งรายเดือนและรายปี ของตัวแปรภูมิอากาศหลัก ได้แก ่

อณหภูมิ ความชื้นสัมพทธ์ เมฆปกคลุม ความเร็วลม โดยการรวบรวมข้อมูลสภาพภูมิอากาศจากสถานีตรวจอากาศ

ใกล้เคียงกับพื้นที่ศึกษา


2.3.2 การศึกษาปริมาณฝน

1) ปริมาณน้ำฝนรายเดือนและรายปี ทำการรวบรวมข้อมูลปริมาณน้ำฝนรายเดือนของสถานีที่ตั้งอยู่
ในลุ่มน้ำที่พิจารณาและลุ่มน้ำข้างเคียง จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณฝนรายเดือน และรายปีเบื้องต้น เพื่อดู

การผันแปรรายเดือนและรายปี

2) ปริมาณฝนสูงสุดที่ช่วงเวลาฝนตกต่างๆ รวบรวมข้อมูลปริมาณฝนสูงสุดช่วงเวลา 1 วัน 2 วัน 3 วัน
ของสถานีวัดน้ำฝนต่างๆ จากนั้นนำมาวิเคราะห์การแจกแจงความถี่ด้วยวิธีการแจกแจงความน่าจะเป็นแบบกัมเบล

ื่
(Gumbel Distribution) เพอวิเคราะห์ปริมาณฝนสูงสุดในรอบปีการเกิดซ้ำต่างๆ โดยปริมาณฝนสูงสุดช่วงเวลา 1 วัน
2 วัน และ 3 วัน จะนำไปประยุกต์ใช้กับกราฟหนึ่งหน่วยน้ำท่า เพื่อวิเคราะห์กราฟน้ำนอง สำหรับศึกษาการเคลื่อน
ตัวของน้ำหลากบริเวณพื้นที่ศึกษา

3) ปริมาณน้ำท่า รายละเอียดของการศึกษาปริมาณน้ำท่ารายเดือน มีดังนี้
(1) รวบรวมข้อมูลปริมาณน้ำท่ารายเดือนของสถานีวัดน้ำท่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ตั้งอยู่ใน

พื้นที่ลุ่มน้ำ และพื้นที่ใกล้เคียง ตั้งแต่ปีที่มีการตรวจวัดจนถึงปีปัจจุบัน

ื้
(2) วิเคราะห์ปริมาณน้ำท่ารายเดือนและรายปีเฉลี่ย และปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยต่อหน่วยพนที่
ของสถานีวัดน้ำท่าในลุ่มน้ำและบริเวณข้างเคียง


ื้
(3) ทำการวิเคราะห์ความสัมพนธ์ระหว่างปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยและพนที่รับน้ำฝน
ื่
(Regression Analysis) เพอนำมาใช้ในการวิเคราะห์ปริมาณน้ำท่ารายปี ที่จุดที่ตั้งโครงการต่างๆ เมื่อทราบขนาด
พื้นที่รับน้ำ




คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 16


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยและพื้นที่รับน้ำ แสดงได้ดังนี้
b
Q = aA
M
เมื่อ

Q = ปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย, ล้าน ลบ.ม.
M
A = พื้นที่รับน้ำ, ตร.กม.

a และ b = สัมประสิทธิ์ถดถอย
4) ปริมาณน้ำนองสูงสุด รายละเอียดของการศึกษาประกอบด้วย

(1) สำหรับข้อมูลปริมาณน้ำนองสูงสุดที่สถานีวัดน้ำท่าต่าง ๆ ซึ่งมีค่าเป็นรายปี จะนำมาวิเคราะห์


แจกแจงความถี่ปริมาณน้ำนองสูงสุดของแต่ละสถานีด้วยวิธีกัมเบล รวมถึงการวิเคราะห์อตราส่วนระหว่างปริมาณ
น้ำนองสูงสุดที่คาบความถี่ของการเกิดต่าง ๆ ในคาบ 2, 5, 10, 25, 50 และ 100 ปี กับปริมาณน้ำนองสูงสุดรายปี

เฉลี่ย (Q /Q ) ซึ่งอัตราส่วนนี้สามารถนำมาหาค่าเฉลี่ย และค่าสูงสุด สำหรับเป็นตัวแทนของพื้นที่ศึกษาได้
TR
F

(2) ทำการหาความสัมพนธ์ระหว่างปริมาณน้ำนองสูงสุดรายปีเฉลี่ยและพนที่รับน้ำซึ่ง
ื้
ความสัมพนธ์ดังกล่าวนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับลุ่มน้ำย่อยต่างๆ ซึ่งจะได้ค่าปริมาณน้ำนองสูงสุดรายปีเฉลี่ยของ


ลุ่มน้ำย่อย และเมื่อนำไปคูณกับค่าเฉลี่ยและค่าสูงสุดของอตราส่วนปริมาณน้ำนองสูงสุดที่คาบความถี่ของการเกิด
ต่าง ๆ กับปริมาณน้ำนองสูงสุดรายปีเฉลี่ย (Q /Q ) ของหัวข้อที่ (1) จะได้ค่าปริมาณน้ำนองสูงสุดที่คาบความถี่ของ
TR
F
การเกิดต่างๆ สำหรับลุ่มน้ำย่อยที่ศึกษาได้ ซึ่งผลการคำนวณดังกล่าวนี้มีประโยชน์ในการนำไปใช้เป็นแนวทางใน

การศึกษาเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำนองสูงสุดที่คำนวณได้จากขอมูลพายุฝนต่อไป
(3) สำหรับค่าปริมาณฝนสูงสุดรายปี ช่วงเวลา 1 วัน ถึง 3 วัน ของสถานีวัดน้ำฝนต่าง ๆ จะนำมา

วิเคราะห์แจกแจงความถี่ด้วยวิธีกัมเบล แล้วจึงทำการวิเคราะห์ปริมาณฝนสูงสุดรายปี ช่วงเวลา 1 วัน ถึง 3 วัน

สำหรับลุ่มน้ำย่อยต่าง ๆ โดยจะพจารณาใช้ข้อมูลจากสถานีที่เกี่ยวข้องต่างๆ และแฟคเตอร์ถ่วงน้ำหนักธีเอสเซ่น

(Thiessen Weighting Factors)

(4) ทำการคำนวณกราฟหนึ่งหน่วยน้ำท่าของแต่ละลุ่มน้ำย่อย ใช้สมการถดถอยแสดงความสัมพันธ์
ระหว่างพารามิเตอร์กราฟหนึ่งหน่วยน้ำท่าและพารามิเตอร์ลุ่มน้ำ-ลำน้ำ ซึ่งประกอบด้วย ปริมาณการไหลสูงสุดของ

ื้
กราฟหนึ่งหน่วยน้ำท่า (q ) เวลาเกิดปริมาณการไหลสูงสุดของกราฟหนึ่งหน่วยน้ำท่า (t ) พนที่รับน้ำฝน (A) ความ
p
p
ยาวตามลำน้ำสายใหญ่จากจุดออกจนถึงจุดไกลสุดบนสันปันน้ำ (L) ความยาวตามลำน้ำสายใหญ่จากจุดออกจนถึง
จุดบนลำน้ำที่อยู่ใกล้กับจุดศูนย์ถ่วงของลุ่มน้ำมากที่สุด (L ) และความลาดเทเฉลี่ยของลุ่มน้ำ (S) จากนั้นทำการ
c
วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการไหลพื้นฐาน (Base Flow) และปริมาณการไหลสูงสุดของกราฟน้ำนอง

(5) กราฟน้ำนองสูงสุดจากข้อมูลพายุฝนสำหรับแต่ละลุ่มน้ำย่อยสามารถคำนวณได้จากการ
ประยุกต์กราฟหนึ่งหน่วยน้ำท่ากับปริมาณฝนส่วนเกิน ปริมาณฝนส่วนเกินจะคำนวณจากปริมาณฝนสูงสุดช่วงเวลา

ื้
1 วัน ถึง 3 วัน ด้วยการพจารณาแฟคเตอร์ลดปริมาณฝนตามขนาดพนที่ลุ่มน้ำ เปอร์เซ็นต์การแพร่กระจายราย

ชั่วโมงของปริมาณฝนสูงสุด 24 ชั่วโมง และแฟคเตอร์การสูญเสียปริมาณฝน


คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 17


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

2.4 ศึกษาวิเคราะห์จัดทำแผนงานโครงการ และมาตรการบริหารจัดการน้ำ

2.4.1 การศึกษาสภาพน้ำท่วมในอดีต และการระบายน้ำ

ื้
ื้
เป็นการศึกษาสภาพปัญหาน้ำท่วมในพนที่โครงการ ขอบเขตพนที่น้ำท่วมจากภาพถ่ายทางอากาศ

ื้
รูปแบบสภาพปัญหาของน้ำท่วม เช่น น้ำท่วมแบบฉับพลัน (หรือน้ำป่าไหลหลาก) บริเวณพนที่ราบเชิงเขา น้ำท่วม
จากการเอ่อเนื่องจากสภาพการระบายน้ำติดขัด เป็นต้น


2.4.2 การศึกษาประสิทธิภาพการระบายน้ำปัจจุบัน

การศึกษาประสิทธิภาพการระบายน้ำปัจจุบันในพนที่โครงการ ดำเนินการด้วยแบบจำลองคณิตศาสตร์
ื้
ในการศึกษาครั้งนี้เลือกใช้แบบจำลอง HEC-RAS และเครื่องมือ RAS Mapper แสดงผลพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมด้วยระบบ

สารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) มีรายละเอียดดังนี้
1) ทฤษฎีและแนวความคิดของแบบจำลอง HEC-RAS

แบบจำลอง HEC-RAS เป็นแบบจำลองทางด้านอทกพลศาสตร์ (Hydrodynamic model)

ประเภทที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อลิขสิทธิ์ (Public domain model) สำหรับใช้ในการวิเคราะห์การไหลที่

เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ซึ่งพฒนาขึ้นโดย Hydrologic Engineering Center (HEC) ของ US Army Corp of
Engineers River Analysis System ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยแบบจำลอง HEC-RAS นี้พัฒนามาจากแบบจำลอง
HEC-2 ที่สามารถวิเคราะห์การไหลได้เฉพาะการไหลแบบไม่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา (Steady flow) ให้สามารถ

วิเคราะห์สภาพการไหลที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา (Unsteady flow) ได้ โดยเวอร์ชันที่สามารถใช้งานได้จริงเริ่ม


ตั้งแต่ 3.0 ขึ้นไป นอกจากนี้แบบจำลอง HEC-RAS ได้พฒนารูปแบบการรับข้อมูลด้านเข้าจากเดิมที่ยุ่งยากของ
แบบจำลอง HEC-2 ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นโดยการใช้งานผ่าน User Interface บนระบบปฏิบัติการ Window ใน

แบบจำลอง HEC-RAS สามารถจำลองการไหลแบบ 1 มิติ (1D) และ 2 มิติ (2D) หรือใช้ร่วมกัน (1D&2D) ซึ่งจะทำ

ให้แบบจำลองมีความแม่นยำและถูกต้องมากขึ้น
- แบบจำลอง 1 มิติ (1D) ความแม่นยำของแบบจำลองขึ้นอยู่กับความถูกต้องของ เส้นลำน้ำ

หน้าตัดขวางลำน้ำ และการไหลของน้ำที่อยู่ในลำน้ำเท่านั้น
- แบบจำลอง 2 มิติ (2D) จะจำลองการไหลในพนที่น้ำท่วมถึง (Flood plain) ผ่านข้อมูลของ
ื้
ื่
แบบจำลองระดับสูงเชิงเลข (DEM) เพอกำหนดทิศทางการไหลของน้ำจากระดับความสูง-ต่ำของพื้นที่ ทั้งยังสามารถ
ใช้งานร่วมกับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) สำหรับแสดงผลแผนที่น้ำท่วมได้อีกด้วย
2) เครื่องมือ RAS Mapper

เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า โปรแกรมระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เป็นเครื่องมือที่มี
ความสามารถสูงในสาขาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ เนื่องจากสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิง

ื้
พนที่ (Spatial data) ที่มีความสำคัญทางด้านทรัพยากรน้ำ สำหรับนำไปเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ

ื่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาด้านอทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปัจจุบันได้มีการพฒนาเขียนโปรแกรมเพอ

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 18


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

ื่
ิ่
เชื่อมโยงระหว่างโปรแกรมระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์กับแบบจำลองด้านชลศาสตร์ เพอเพมประสิทธิภาพการ
จำลองลักษณะการไหลของแบบจำลอง HEC-RAS และเครื่องมือ RAS Mapper ที่สามารถแสดงผลเชิงพื้นที่ได้

ในการสร้างข้อมูล เส้นทางการไหลของน้ำ (Stream Centerline) ตลิ่งลำน้ำ (Stream Banks)

เส้นทางการไหลบ่าเมื่อน้ำล้นตลิ่ง (Flow Paths) หน้าตัดลำน้ำ (Cross Sections) ฯลฯ จะถูกจัดเก็บไว้ในไฟล์

geometry (.g0 *) ซึ่งข้อมูลดังที่กล่าวมานั้น ก่อนแบบจำลอง HEC-RAS เวอร์ชัน 5.0.4 จำเป็นต้องจัดเตรียมข้อมูล

โดยใช้ HEC-GeoRAS ที่ติดตั้งใน ArcGIS ซึ่งในองค์ประกอบเหล่านี้สามารถจัดสร้างจากเครื่องมือ RAS Mapper

ของ HEC-RAS เวอร์ชัน 5.0.4 ทั้งการวิเคราะห์น้ำท่วมแบบ 1 มิติและ 2 มิติ และยังสามารถแสดงผลของน้ำท่วมใน
Google Map หรือ Bing satellite ภายใน RAS Mapper ได้โดยตรง ซึ่งในปัจจุบันแบบจำลอง HEC-RAS เป็น

เวอร์ชัน 5.0.7 สำหรับกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างแบบจำลอง HEC-RAS และเครื่องมือ RAS Mapper เพอ
ื่
สร้างแผนที่น้ำท่วม สามารถแสดงได้ดังรูปที่ 2.4.2-1 ถึงรูปที่ 2.4.2-2

3) ข้อมูลด้านเข้าของแบบจำลอง

ข้อมูลด้านเข้าที่สำคัญสำหรับแบบจำลอง HEC-RAS และเครื่องมือ RAS Mapper ในการประเมิน
ประสิทธิภาพการระบายน้ำมีดังต่อไปนี้

- นำเข้าข้อมูลแบบจำลองระดับสูงเชิงเลข หรือ Digital Elevation Model (DEM) ความละเอยด

5 เมตร พกัดแบบ The Universal Transverse Mercator (UTM) WGS 1984 Zone 47N หรือ 48N (ตามพนที่
ื้

ศึกษา) หน่วย เมตร ใน RAS Mapper ดังตัวอย่างแสดงในรูปที่ 2.4.2-3
- ข้อมูลรูปตัดตามขวางลำน้ำบริเวณพนที่ศึกษาโครงการ เป็นข้อมูลจากการสำรวจ ภูมิประเทศ
ื้
รูปตัดลำน้ำ จากการกำหนดให้สำรวจในพื้นที่วิเคราะห์ชลศาสตร์ โดยจะทำการ Update ข้อมูล Cross Section ที่


สร้างจากขอมูล TIN ด้วยข้อมูล Point ของผลสำรวจภูมิประเทศ จะทำให้ได้ข้อมูลรูปตัดลำน้ำในพื้นที่ศึกษาที่ตรงกบ

สภาพความเป็นจริง และเมื่อออกแบบขุดลอกเรียบร้อยแล้วจะนำ point ที่ได้จากการขุดลอกมา Update ข้อมูล
Cross Section ที่สร้างจากข้อมูล TIN เพื่อประเมินประสิทธิภาพการระบายน้ำภายหลังจากการขุดลอก

- ข้อมูลเงื่อนไขขอบเขต (Boundary Condition) พนที่ศกษาเช่น Rating Curve ที่สถานีวัดน้ำ
ื้

ข้อมูลระดับน้ำทะเล
4) การสอบเทียบแบบจำลอง

การสอบเทียบแบบจำลองเป็นการปรับเทียบพารามิเตอร์ของแบบจำลองให้การไหลมีสภาพ
ื้
สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยพารามิเตอร์ที่ทำการปรับเทียบได้แก่ ค่า n manning ทั้งในพนที่ทางน้ำ และ
ื้
พนที่ทางน้ำหลาก การสอบเทียบแบบจำลองจะทำการสอบเทียบระดับน้ำจากแบบจำลองกับระดับจากสถานี
ตรวจวัดระดับน้ำ หรือกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่ปรากฏบนภาพถ่ายทางอากาศ หรือกับแผนที่น้ำท่วมจากภาพถ่าย

ดาวเทียมของสำนักงานพฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) เพอให้ได้ค่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสม
ื่
จนได้ผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณด้วยแบบจำลองกับค่าปริมาณน้ำท่าจากการตรวจวัดที่มีค่าใกล้เคียงกัน โดย
พจารณาค่าความคลาดเคลื่อนต่างๆ ประกอบด้วย ค่าความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยกำลังสอง (RMSE) ค่าสัมประสิทธิ์

2
การตัดสินใจ (R )
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 19


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)







































































รูปที่ 2.4.2-1 การทำงานของ HEC-RAS และ RAS Mapper ในการประเมินประสิทธิภาพการระบายน้ำ



คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 20


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)








































































รูปที่ 2.4.2-2 แผนภูมิสรุปขั้นตอนการวิเคราะห์โดยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์


คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 21


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)


































รูปที่ 2.4.2-3 ตัวอย่างข้อมูลระดับความสูง-ต่ำของพื้นที่ในเครื่องมือ RAS Mapper


2.4.3 การจัดทำแผนที่น้ำท่วม

การจำลองสภาพทางชลศาสตร์การระบายน้ำที่รอบปีการเกิดต่างๆ ระดับน้ำท่วมที่เกิดจะซ้อนทับกับ
ข้อมูลแผนที่ภูมิประเทศ โดยกระบวนการทางสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อจัดทำแผนที่ขอบเขตน้ำท่วม

ื้
ื่

ื่
การจัดทำแผนที่น้ำท่วม ดำเนินการเพอกำหนดเขตปลอดภัยจากภาวะอทกภัยเพอกำหนดพนที่จัดตั้ง
ศูนย์พักพิงชั่วคราว เป็นต้น

2.4.4 การประเมินความเสี่ยงเพื่อจัดลำดับคัดเลือกชุมชนประสบภัย
การประเมินความเสี่ยงเป็นวิธีการระบุลักษณะความรุนแรงและโอกาสในการเกิด ผลกระทบทางลบ

จากภัย (Hazard) โดยวิเคราะห์ภัยที่อาจเกิดขึ้น ความล่อแหลม (Exposure) ที่มีในพื้นที่ศึกษา ประเมินสภาพความ

เปราะบาง (Vulnerability) ณ ขณะนั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดอนตรายต่อคน ทรัพย์สิน บริการ การ

ื้
ดำรงชีวิต และสิ่งแวดล้อม และประเมินศักยภาพ (Capacity) ขีดความสามารถของพนที่ในการรับมือกับอทกภัย

เป็นกระบวนการที่มีลำดับขั้นตอนชัดเจนเป็นระบบ และโปร่งใส เป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญสำหรับการวางแผนพัฒนา

และตัดสินใจที่มีการคำนึงถึง ความเสี่ยง โดยทั่วไปแล้วการประเมินความเสี่ยงจะช่วยในการตอบคำถามต่าง ๆ
ต่อไปนี้

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 22


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

- อาจเกิดภัยอะไรขึ้นในพื้นที่
- มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด

- ผลที่อาจตามมามีอะไรบ้าง

- มีสิ่งใดที่อาจช่วยบรรเทาผลร้ายของความเสี่ยงนั้นหรือไม่
- ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้หรือไม่ และจำเป็นต้องการมีจัดการเพิ่มเติมหรือไม่

- แสดงระดับความเสี่ยงภัยบนแผนที่เสี่ยงภัยในลักษณะข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Shape File)

กระบวนการโดยรวมของการประเมินความเสี่ยงดังแสดงในรูปที่ 2.4.4-1 ซึ่ง ประกอบด้วย การระบุ
ความเสี่ยง (Risk identification) การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk analysis) และ การประเมินผลความเสี่ยง (Risk

ื่

evaluation) การรวบรวมขอมูลเพอการประเมินความเสี่ยงดังแสดงในตารางที่ 2.4.4-1 ผลการดำเนินงานประเมิน
ความเสี่ยงภัยจะนำมาใช้ในการจัดทำแผนงาน/โครงการป้องกันและบรรเทาอทกภัยโดยใช้โครงสร้างและไม่ใช้

โครงสร้างต่อไป และจัดทำแผนที่เสี่ยงในรูปแบบแผนที่ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ ดังแสดงตัวอย่างในรูปที่ 2.4.4-2















































รูปที่ 2.4.4-1 กระบวนการโดยรวมของการประเมินความเสี่ยง

ที่มา: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (2559) คู่มอการประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติ


คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 23


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)




































































รูปที่ 2.4.4-2 ตัวอย่างแผนที่เสี่ยงในรูปแบบแผนที่ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์

ที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (2556) โครงการศึกษาวิจัยการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
เพื่อการวิเคราะห์และวางแผนจัดการพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยจังหวัดอุบลราชธานี


คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 24


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

การวิเคราะห์ความเสี่ยงเพอใช้ในการจัดระดับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในตำบลของพนที่ศึกษาอำเภอ
ื้
ื่

ที่กำหนด และคัดเลือกพนที่ชุมชนจำนวน 4 ชุมชน โดยพจารณาจากชุมชนที่มีระดับคะแนนด้านศักยภาพน้อยที่สุด
ื้


ื้

4 อนดับแรกและได้รับความเห็นชอบจากตัวแทนชุมชน จากพนที่ตำบลที่มีระดับความเสี่ยงสูงสุด การวิเคราะห์



ความเสี่ยงจากอทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ศึกษาซึ่งมีความสัมพนธ์กับการเกิดภัย ความล่อแหลมในพนที่ ความเปราะบาง
ื้



และศักยภาพที่มีในพื้นที่ โดยกำหนดเกณฑ์ระดับคะแนนความเสี่ยง อ้างองและประยุกต์จากคู่มอการประเมินความ



เสี่ยงจากภัยพบัติ และหนังสือการลดความเสี่ยงจากภัยพบัติสู่การพฒนาที่ยั่งยืน ของกรมป้องกันและบรรเทา



สาธารณภัย และ Risk Assessment in Cities ของ USAID & ADPC (2010) ความสัมพนธ์ความเสี่ยงกับปัจจัย
สามารถแสดงในรูปสมการได้ดังนี้

ภัย × ความล่อแหลม × ความเปราะบาง
ความเสี่ยง =
ศักยภาพ

โดยที่
ภัย หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดจากภัยธรรมชาติหรือการกระทำของมนุษย์ ที่อาจ
(Hazard) นำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนทำให้เกิดผลกระทบทาง
เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ความล่อแหลม หมายถึง การที่ผู้คน อาคารบ้านเรือน ทรัพย์สิน ระบบ หรือองค์ประกอบใด ๆ
(Exposure) มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย และอาจได้รับความเสียหาย

ความเปราะบาง หมายถึง ปัจจัยหรือสภาวะใดๆ ที่ทำให้สังคมและชุมชนขาดความสามารถในการ

(Vulnerability) ป้องกันตัวเอง ทำให้ไม่สามารถรับมือกับภัยพบัติ หรือไม่สามารถฟนฟได้อย่าง


ื้
รวดเร็วจากความเสียหายอนเกิดจากภัย ปัจจัยเหล่านี้มีอยู่ในชุมชนหรือสังคม

มานานก่อนเกิดภัยพบัติ และเป็นปัจจัยที่ทำให้ผลกระทบจากภัยมีความรุนแรง

มากขึ้น
ศักยภาพ หมายถึง สภาวการณ์ ความชำนาญ หรือทรัพยากรต่าง ๆ ที่อยู่ในความ

(Capacity) ครอบครองของประชาชน ชุมชนหรือสังคมหนึ่งๆ ซึ่งมีคุณลักษณะเชิงบวก

สามารถพฒนาเคลื่อนย้าย และเข้าถึง เพอนำมาใช้เพมขีดความสามารถ
ื่
ิ่


(Capability) ของสังคม และชุมชนในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพบัติ
ช่วยให้คาดการณ์ภัยที่จะเกดขึ้นและรับมือกับความเสี่ยงจากภัยพิบัติได้ดีขึ้น


เกณฑ์การพิจารณาองค์ประกอบการเกิดภัย ความล่อแหลมในพื้นที่ ความเปราะบาง และศักยภาพที่มี

ในพนที่ มีองค์ประกอบสำคัญที่พจารณาในแต่ละด้านดังแสดงในสมการที่ 1 ถึงสมการที่ 4 รายละเอยดเกณฑ์ในแต่
ื้


ละองค์ประกอบแสดงไว้ในตารางที่ 2.4.4-1 ถึงตารางที่ 2.4.4-8
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 25


โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)

อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)

สมการที่ 1 องค์ประกอบของการเกิดภัย
ภัย = ระดับความลึกน้ำท่วม x ความเร็วของกระแสน้ำ x ระยะเวลาน้ำท่วมขัง (1)



ตารางที่ 2.4.4-1 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดภัยจากระดับความลึกน้ำท่วมที่คาบการเกิด 100 ปี
ระดับคะแนน ภัย (Hazard): ระดับความลึกน้ำท่วมที่คาบการเกิด 100 ปี*

1 ต่ำกว่า 0.50 เมตร
2 0.50 – 1.00 เมตร
3 1.01 – 1.50 เมตร
4 1.51 – 2.00 เมตร

5 มากกว่า 2.00 เมตร
ื้
หมายเหตุ: *หมายถึง ระดับความลึกน้ำท่วมมากที่สุดในพนที่ศึกษาที่ได้จากการวิเคราะห์

ตารางที่ 2.4.4-2 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดภัยจากความเร็วของกระแสน้ำ

ระดับคะแนน ภัย (Hazard): ความเร็วของกระแสน้ำ (พิจารณาความลาดของพื้นที่)*
1 น้อยกว่า 2.5%
2 2.5% - 5.0%

3 5.1% - 10.0%
4 10.1% – 15.0%
5 มากกว่า 15.0%
หมายเหตุ: *หมายถึง ร้อยละความลาดชันมากที่สุดในพื้นที่ศึกษาที่น้ำท่วมขัง



ตารางที่ 2.4.4-3 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดภัยจากระยะเวลาน้ำท่วมขัง
ระดับคะแนน ภัย (Hazard): ระยะเวลาน้ำท่วมขัง*
1 1 วัน

2 ไม่เกิน 3 วัน
3 ไม่เกิน 5 วัน
4 ไม่เกิน 7 วัน

5 มากกว่า 7 วัน
หมายเหตุ: *หมายถึง ระยะเวลาน้ำท่วมขังนานที่สุดในพื้นที่ศึกษา


สมการที่ 2 องค์ประกอบของความล่อแหลม

ความล่อแหลม = ระดับความลึกน้ำท่วม x จำนวนอาคารบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม (2)






คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน

2 - 26


Click to View FlipBook Version