โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ตารางที่ 2.4.4-4 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดความล่อแหลมจากจำนวนอาคารบ้านเรือนที่น้ำท่วมขัง
ระดับคะแนน ความล่อแหลม (Exposure): จำนวนอาคารบ้านเรือนที่ประสบภัยน้ำท่วมขัง
1 น้อยกว่า 20%
2 21% - 30%
3 31% - 40%
4 41% - 50%
5 มากกว่า 50%
สมการที่ 3 องค์ประกอบของความเปราะบาง
ความเปราะบาง = ความเปราะบางทางกายภาพ x ความเปราะบางทางสังคม (3)
โดยที่ ความเปราะบางทางกายภาพ = ระดับความลึกน้ำท่วม x วัสดุก่อสร้างอาคาร (3.1)
ความเปราะบางทางสังคม = ค่าเฉลี่ยความเสี่ยงของกลุ่มประชากร (3.2)
ตารางที่ 2.4.4-5 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดความเปราะบางทางกายภาพ
ระดับคะแนน ความเปราะบางทางกายภาพ (Physical Vulnerability): วัสดุก่อสร้างอาคาร*
1 โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 2 ชั้นขึ้นไป (ผนังก่ออิฐทั้ง 2 ชั้น)
2 โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและไม้ สูง 2 ชั้นขึ้นไป (ผนังก่ออิฐและไม้)
3 บ้านชั้นเดียวคอนกรีตเสริมเหล็กหรือไม้
4 ไม้ และสังกะสี
5 ไม้ ไม้ไผ่ และดินเหนียว
หมายเหตุ: *หมายถึง วัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้ก่อสร้างอาคารประเภทใดๆเกินกว่าร้อยละ 50 ในพื้นที่น้ำท่วมขัง
ตารางที่ 2.4.4-6 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดความเปราะบางทางสังคมจากกลุ่มประชากร
ความเปราะบางทางสังคม (Social Vulnerability): ความเสี่ยงของประชากร
กลุ่มประชากร ระดับความเสี่ยงแต่ละระดับความลึกน้ำท่วม (เมตร)
< 0.50 0.50 – 1.00 1.01 – 1.50 1.51 – 2.00 > 2.00
เด็ก (0 - 5 ปี) 4 4 5 5 5
เด็ก (6 ปีเต็ม - 17 ปี) 1 2 3 4 5
ผู้ใหญ่ (18 ปีเต็ม – 59 ปี) 1 1 2 3 4
ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) 1 2 3 4 5
ผู้พิการ (ไม่ติดเตียง) 1 3 4 5 5
ผู้พิการซ้ำซ้อน*/ติดเตียง 1 4 5 5 5
หมายเหตุ: กรณีไม่มีกลุ่มประชากรใด ๆให้ใส่ค่าระดับคะแนนในช่องระดับความลึกเป็นศูนย์
ิ
: *ผู้พิการซ้ำซ้อน หมายถึง มีความพการตั้งแต่ 2 ประเภทขึ้นไป
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 27
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
องค์ประกอบด้านศักยภาพ แสดงในตารางที่ 2.4.4-7 ถึงตารางที่ 2.4.4-8
ตารางที่ 2.4.4-7 ระดับคะแนนการกำหนดขนาดศักยภาพจากตัวชี้วัดในพื้นที่
ระดับคะแนน ศักยภาพ (Capacity): ดัชนีชี้วัดในพื้นที่
1 0 - 1 ตัวชี้วัด
2 2 - 3 ตัวชี้วัด
3 4 - 5 ตัวชี้วัด
4 6 – 7 ตัวชี้วัด
5 8 ตัวชี้วัดขึ้นไป
ตารางที่ 2.4.4-8 ตัวชี้วัดและสิ่งที่ต้องวิเคราะห์ในการประเมินศักยภาพ
ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดรอง การวัดผล
อาคารหลบภัย พื้นที่ปลอดภัยและที่หลบภัย จำนวนพื้นที่ปลอดภัยและที่หลบภัย
ตำแหน่งพื้นที่ปลอดภัยและที่หลบภัย จำนวนพื้นที่หลบภัยทั้งหมดในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่ำ
การขนส่ง รถบัสและรถขนส่งสาธารณะ จำนวนรถบัสและรถขนส่งสาธารณะ
รถบรรทุกและยานหนะสำหรับ จำนวนรถบรรทุกและยานหนะสำหรับขนส่งอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมาก
เรือ จำนวนเรือทั้งหมด (ทั้งของรัฐและเอกชน)
ขนส่งอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมาก
ทั้งหมด
ระบบสื่อสาร เครื่องโทรศัพท์/โทรสาร จำนวนเครื่องโทรศัพท์/โทรสาร ในการบริหารจัดการภัยพิบัติทั้งหมด
บริการโทรศัพท์มือถือและโทรศัพท์ จำนวนผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้งหมด
วิทยุสื่อสาร หรือวิทยุชุมชน จำนวนวิทยุสื่อสารหรือวิทยุในการบริหารจัดการภัยพิบัติทั้งหมด
การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต จำนวนการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งหมดและความเร็วเฉลี่ย
เครื่องป้องกัน พนังกั้นน้ำและคันกั้นน้ำ ความยาวทั้งหมดของพนังกั้นน้ำและคันกั้นน้ำ
เขื่อน ความจุทั้งหมดของเขื่อน
ที่เก็บสิ่งของ ที่ตั้ง จำนวนที่เก็บสิ่งของสำรองจ่ายในพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ
ื้
สำรองจ่าย สิ่งของสำรองจ่าย รายการและปริมาณสิ่งของสำรองจ่าย (อาหารแห้ง เชอเพลิง ยา น้ำดื่ม
การแพทย ์ โรงพยาบาลและศูนย์อนามัย จำนวนเตียงพยาบาลทั้งหมด สถานที่ตั้ง
และอื่นๆ)
เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข จำนวนแพทย์และพยาบาลทั้งหมด
รถพยาบาล จำนวนรถพยาบาล
จำนวนทีมแพทย์เคลื่อนที่ จำนวนบุคลากรแพทย์เคลื่อนที่ที่ได้รับการอบรมทั้งหมด
สถาบันและ หน่วยงานบริหารจัดการภัยพิบัติ จำนวน และสถานที่ตั้งของหน่วยงานบริหารจัดการภัยพิบัติ
อาคารสถานที่ องค์กรชุมชน จำนวนองค์กรชุมชนทั้งหมด
ในระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับอำเภอโดยเฉพาะในภาวะฉุกเฉิน
โครงการสินเชื่อ โครงการสินเชื่อสำหรับกู้ในกรณีเกิดภัยพิบัติ/ประกันภัย
ทรัพยากรมนุษย์ อาสาสมัคร จำนวนอาสาสมัครทั้งหมด ในระดับจังหวัดและ ระดับอำเภอ
ทีมค้นหาและช่วยเหลือ จำนวนทีมค้นหาและช่วยเหลือที่ได้รับการอบรมทั้งหมด
ตำรวจและทหาร จำนวนตำรวจและทหาร
อาสาสมัครเยาวชน จำนวนอาสาสมัครเยาวชน
ที่มา: Khazai et al. (2015)
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 28
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ตารางที่ 2.4.4-9 แสดงประเภทของข้อมูลและแหล่งข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ และสอบถามเจ้าหน้าที่
หรือตัวแทนชุมชนในพื้นที่ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อจัดลำดับและคัดเลือกพื้นที่ศึกษา
2.4.5 มาตรการบริหารจัดการภัยน้ำท่วม
น้ำท่วมเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดได้ แต่สามารถหาวิธีลดความ
รุนแรงและบรรเทาผลกระทบและความสูญเสียที่จะเกิดได้ โดยมาตรการป้องกันความเสียหายและบริหารจัดการน้ำท่วม
้
เป็นการพยายามเรียนรู้และเขาใจในผลกระทบจากน้ำท่วมที่มีต่อชุมชน สังคม เศรษฐกิจที่มีความเกยวข้องกับผู้คนที่
ี่
อาศัยอยู่ในบริเวณลุ่มน้ำและพื้นที่น้ำท่วมถึง (ชูโชค อายุพงศ์, 2564)
แนวทางการป้องกนความเสียหายจากน้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำท่วม อาจจะจำแนกออกได้เป็น
ั
2 มาตรการหลัก ได้แก่
1) มาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง หมายถึง การสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อป้องกันหรือบรรเทาอทกภัย เช่น เขื่อน
ุ
ิ
กั้นน้ำ ผนังกั้นน้ำ เป็นต้น สิ่งสำคัญที่ควรพจารณา คือ การเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาวิธีใดวิธีหนึ่ง อาจเกิดผลกระทบกับ
สมดุลของแม่น้ำสายเดิม หรืออาจทำให้สภาพการเก็บกักน้ำในพื้นที่ของน้ำลดลงและทำให้อัตราการไหลมีคาเพิ่มขึ้นได้
่
2) มาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง เป็นมาตรการที่ไม่ได้เน้นงานสิ่งปลูกสร้างถาวร โดยอาจมีสิ่งก่อสร้าง
ชั่วคราว เช่น กำแพงกั้นน้ำ กระสอบทราย เป็นต้น ประกอบด้วย 2 วิธีการ คือ
- วิธีการที่พยายามจะทำให้เกิดน้ำท่วมได้ยากขึ้น เช่น การจัดการใช้สอยที่ดิน การวางผังเมือง
การควบคุมสิ่งปลูกสร้างและการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบริเวณทางน้ำ การปรับปรุงสภาพอ่างเก็บน้ำ ฯลฯ
- วิธีการที่จะลดผลกระทบจากน้ำท่วม ช่วยให้ประชาชนได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด เช่น การ
ื้
พยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วม การให้ความรู้และข้อมูลสาธารณะ การอพยพออกจากพนที่เสี่ยงภัย แผนรับมือน้ำท่วม
และแผนบรรเทาทุกข์ เป็นต้น
มาตรการทั้งสองมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ตารางที่ 2.4.5-1 และตารางที่ 2.4.5-2 เป็นการรวบรวมข้อดี
และข้อเสียจากการใช้มาตรการใช้สิ่งก่อสร้างและมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง ตามลำดับ
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 29
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ตารางที่ 2.4.4-9 ประเภทของข้อมูลและแหล่งข้อมูลสำหรับการประเมินความเสี่ยง
ภาคส่วนเป้าหมาย ประเภทข้อมูล ข้อมลที่ต้องการ แหล่งข้อมูล
ู
เกษตรกรรม ข้อมูลทางการเกษตร - พื้นที่เกษตรกรรม - สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
- ประเภทพืชผลในพื้นที่ - สำนักงานเกษตรจังหวัด
- ปริมาณผลผลิตต่อปีต่อพืชผล
หนึ่งประเภท
การชลประทาน พื้นที่ชลประทาน - พื้นที่ชลประทาน - โครงการชลประทาน
- พืชผลในพื้นที่ชลประทาน
- ปริมาณผลผลิตของพืชผลใน - โครงการชลประทาน
พื้นที่ชลประทานต่อปี - สำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตร
โครงสร้างชลประทาน - ที่ตั้ง (ละติจูด ลองจิจูด) - โครงการชลประทาน
(โครงการขนาดเล็ก - วัสดุในการก่อสร้าง
กลาง และใหญ่) - ปริมาณน้ำที่จ่ายและ
- ความจุในการกักเก็บน้ำ
- บริเวณพื้นที่ชลประทานท ี่
โครงสร้างเหล่านี้ครอบคลุม
สภาพภูมิศาสตร ์ ขอบเขตการปกครอง - ขอบเขตจังหวัด - กรมการปกครอง
พื้นฐาน - ขอบเขตอำเภอ
- ขอบเขตตำบล
- ที่ตั้งหมู่บ้าน
แม่น้ำ - เครือข่ายแม่น้ำ - โครงการชลประทาน
- กรมพัฒนาที่ดิน
- กรมทรัพยากรน้ำ
อาคารสถานที่สำคัญ โรงเรียน - ที่ตั้ง (ละติจูด ลองจิจูด) - สำนักงานพัฒนา เทคโนโลยีอวกาศ
และภูมิสารสนเทศ (GISTDA)
- วัสดุในการก่อสร้าง - สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง
- ชนิดหลังคา จังหวัด
- จำนวนชั้น
สถานีอนามัย/ - ที่ตั้ง (ละติจูด ลองจิจูด) - GISTDA
โรงพยาบาล - วัสดุในการก่อสร้าง - สำนักงานโยธาธิการ และผังเมืองจังหวัด
- จำนวนเตียง - สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
โรงงาน - ที่ตั้ง (ละติจูด ลองติจูด) - สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด
- ประเภทโรงงาน
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 30
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ตารางที่ 2.4.4-9 ประเภทของข้อมูลและแหล่งข้อมูลสำหรับการประเมินความเสี่ยง (ต่อ)
ภาคส่วนเป้าหมาย ประเภทข้อมูล ข้อมลที่ต้องการ แหล่งข้อมูล
ู
ด้านประชากร ประชากร (ในหน่วยการ - จำนวนเพศชาย - สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ปกครองที่เล็กที่สุด) - จำนวนเพศหญิง - ที่ทำการปกครองจังหวัด
- อายุ - สำนักงานสถิติจังหวัด
บ้านเรือน บ้านเรือน - จำนวนบ้านในตำบล - สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
- ที่ทำการปกครองจังหวัด
- สำนักงานสถิติจังหวัด
- ที่ตั้ง - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ในการศึกษา
นี้ใช้ตำแหน่งของมิเตอร์ ไฟฟ้าเพื่อ
อนุมานตำแหน่งของบ้าน)
- วัสดุในการก่อสร้าง - สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด
- ลักษณะพื้น - สำนักงานเทศบาล
- ลักษณะกำแพง
- ชนิดหลังคา
- ปีที่สร้าง
- จำนวนชั้น
- สภาพทางกายภาพ
- จำนวนผู้อยู่อาศัย
ศาสนา อาคารสถานที่ทางศาสนา - ที่ตั้ง (ละติจูด ลองติจูด) - GISTDA
- วัสดุในการก่อสร้าง - สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด
- สำนักงานเทศบาล
การท่องเที่ยว โรงแรม - ที่ตั้ง (ที่อยู่) - สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา
- จำนวนห้อง
การคมนาคม สะพาน - ที่ตั้ง - GISTDA
- กรมทางหลวง
- กรมทางหลวงชนบท
ถนน - ลักษณะการรับน้ำหนัก
- ชนิดตอม่อ
- วัสดุ
- จำนวนช่วง
- ความยาวช่วง
- ปีที่สร้าง
- เครือข่ายถนน
- ชนิดพื้นผิว
- จำนวนช่องจราจร
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 31
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ตารางที่ 2.4.5-1 ข้อดีและข้อเสียจากการใช้มาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง
มาตรการ ข้อดี ข้อเสีย
1. เขื่อนกั้นน้ำและผนัง - ป้องกันภัยแบบจำกัดเฉพาะที่ - ต้องชดเชยที่อยู่อาศัยให้ผู้ที่ได้รับ
กั้นน้ำ - ค่าใช่จ่ายในการก่อสร้างไม่สูงมากนัก ผลกระทบจากการก่อสร้าง
- สามารถออกแบบให้เหมาะสมตาม - เบี่ยงเบนลำน้ำจากเส้นทางเดิมและทำให้
ระดับความรุนแรงและปริมาณน้ำ ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
- พัฒนาและควบคุมการใช้ประโยชน์ - เสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง
จากที่ดินบริเวณเหนือและท้ายเขื่อน - เกิดความเสียหายมากเมอน้ำล้นสันเขื่อน
ื่
หรือกำแพงกั้นน้ำ
2. การปรับปรุงลำน้ำ/ - เพิ่มความจุลำน้ำสายหลัก - ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงพื้นที่ค่อนข้างสูง
้
ทางระบายน้ำออมตัว - ป้องกันภัยแบบจำกัดเฉพาะที่ - อาจมีปัญหาดินถูกกัดเซาะ
เมือง - ใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อย การตกตะกอนในลำน้ำและการพังของตลิ่ง
- สามารถจัดการกับผลกระทบภายหลัง - อาจทำให้เกิดปัญหาในพื้นที่อื่นที่อยู่นอก
การกอสร้างได้ง่ายกว่า เขตการป้องกัน
่
3. ฝายชะลอน้ำและ - สามารถใช้แหล่งเก็บน้ำธรรมชาติช่วย - พื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับความเสียหายหนัก
ื่
แหล่งเก็บกักน้ำเพื่อ เก็บน้ำเพอบรรเทาน้ำท่วมได้ ขณะเกิดน้ำท่วม
บรรเทาน้ำท่วม - ลดปริมาณน้ำที่ไหลออก - ต้องมีการควบคุมการใช้พื้นที่อยู่อาศัย
- สามารถใช้พื้นที่กักน้ำเพอการ - ประสิทธิภาพในลดลงเนื่องจากการ
ื่
เกษตรกรรมในฤดูแล้งได้ ตกตะกอนทำให้ความจุของแหล่งเก็บกักน้ำ
ู
- ก่อสร้างได้ง่ายและราคาถก ลดลง
4. อ่างเก็บน้ำ - ลดปริมาณน้ำที่ไหลออก - ต้องอาศัยกองทุนสาธารณะเพื่อชดเชยแก่
- ป้องกันภัยแบบจำกัดเฉพาะที่ ผู้ที่อาศัยในพื้นที่สร้างอ่างเก็บน้ำ
- ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสูง
- อาจต้องมีการเวนคืนที่ดินจากผู้อาศัยเพอ
ื่
ทำอ่างเก็บน้ำ
- ผู้อาศัยบริเวณทางระบายน้ำอาจไม่
ปลอดภัย
- อาจเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาน้ำ
เน่าเสียและการตกตะกอน
5. ปรับปรุงระบบ - ป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่โดยใช้ผนังกั้น - ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างและการ
ระบายน้ำ น้ำ ดำเนินงานสูง
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 32
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ตารางที่ 2.4.5-2 ข้อดีและข้อเสียจากการใช้มาตรการไมใช้สิ่งก่อสร้าง
่
มาตรการ ข้อดี ข้อเสีย
1. การจัดการใช้สอยที่ดิน/ - ลดความรุนแรงและการสูญเสีย - พื้นที่บางส่วนอาจไม่มีการพัฒนา
การวางผังเมือง/การ - ปรับปรุงการใช้ที่ดินให้สอดคล้องกันกับ เนื่องจากการใช้กฎหมายบางอย่างควบคุม
ควบคุมสิ่งปลูกสร้างและ สภาพที่เกิดน้ำท่วมบ่อย พื้นที่น้ำท่วม
การขยายเมือง - มั่นใจได้ว่าเมื่อมีสิ่งปลูกสร้างขึ้นมาใหม่ - ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้เจ้าของที่ดิน
จะไม่ทำให้ปัญหาน้ำท่วมเลวร้ายยิ่งขึ้น - การควบคุมอาจทำให้รู้สึกถูกจำกัดพื้นที่
- ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มากเกินไป
2. การเวนคืนที่ดินและการ - การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างช่วยให้น้ำไหล - อาจไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้อยู่อาศัยใน
รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบริเวณ อย่างอิสระและทำให้ระดับน้ำลดลง บริเวณดังกล่าว
ทางน้ำท่วม - กำจัดสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ปลอดภัยในพื้นที่น้ำ - ค่าใช้จ่ายในการเวนคืนที่ดินอาจสูงเกินไป
ท่วม เมื่อระยะทางหรือพื้นที่มีขนาดใหญ่
- ลดจำนวนเงินชดเชยที่จะต้องจ่ายเพื่อ
บรรเทาทุกข์ภายหลังน้ำท่วม
3. การปรับปรุงพื้นที่เพื่อ - ลดปัญหาที่เกิดจากการกัดเซาะและ - ประสิทธิภาพลดลงเมื่อเกิดน้ำท่วมขนาด
ใช้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำ ตกตะกอนของดิน ใหญ่
- ลดปริมาณน้ำที่ไหลออกโดยช่วยเก็บกัก - ต้องมีการศึกษาการใช้สอยที่ดินในบริเวณ
น้ำฝน ดังกล่าว
4. การเก็บกักและควบคุม - เก็บน้ำไว้เฉพาะในจุดที่เกิด - จำกัดโอกาสในการขยายพื้นที่ควบคุม
ปริมาณน้ำในพื้นที่ - ลดอัตราการไหลสูงสุด - ใช้ได้เฉพาะพื้นที่ที่มีแหล่งเก็บน้ำขนาดเล็ก
- ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างต่ำ - ต้องเสียค่าใช้จ่ายในกรณีที่ต้องเวนคืนที่ดิน
5. การพยากรณ์และเตือน - ลดความรุนแรงและความอันตรายต่อ - ต้องใช้เวลานานในการให้ประชาชนรับรู้
ภัยน้ำท่วม ชีวิต และตอบสนอง
- เพิ่มความตื่นตัวเพื่อเตรียมรับมือภัยพิบัติ - มีประสิทธิภาพเฉพาะในพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่
- การสร้างระบบพยากรณ์และเตือนทำได้ นัก
ง่ายและรวดเร็ว - อาจไม่ได้รับความสนใจ หากมีความ
- สามารถใช้ร่วมกับมาตรการอื่นๆได้ดี ผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อยๆ
- ต้องอาศัยมาตรการอื่นเพื่อทำให้บรรลุ
เป้าหมาย
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 33
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
่
ตารางที่ 2.4.5-2 ข้อดีและข้อเสียจากการใช้มาตรการไมใช้สิ่งก่อสร้าง (ต่อ)
มาตรการ ข้อดี ข้อเสีย
้
้
6. การให้ความรู้และข้อมูล - ทำใหประชาชนตระหนักถึงความสำคัญ - ทำใหเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานน้ำท่วม
สาธารณะ ของมาตรการต่างๆ เพื่อเตรียมรับมือน้ำ เสียเวลามากขึ้น
ท่วม - อาจไม่ได้ผลหากมีความรู้สึกต่อต้านจาก
- ทำให้ประชาชนยอมรับและใหความ ชุมชน
้
ร่วมมือเพื่อดำเนินการมาตรการป้องกันน้ำ
ท่วม
7. การป้องกันน้ำท่วม - ลดปริมาณงานหลังน้ำท่วม เช่น การทำ - เหมาะกับโครงสร้างบางประเภทเท่านั้น
สิ่งปลูกสร้าง ความสะอาด - อาจเกิดผลเสียมากหากน้ำท่วมเกินระดับ
- มีประโยชน์อย่างยิ่งในเขตธุรกิจ และ การป้องกัน
โรงงานอุตสาหกรรม - เจ้าของที่ดินเสียต้องค่าใช้จ่ายในการ
ดำเนินการ
8. การอพยพออกจาก - ลดจำนวนผู้เสียชีวิต - ต้องอาศัยระบบการเตือนภัยที่มี
พื้นที่เสี่ยงภัย - สามารถปฏิบัติได้ง่าย ประสิทธิภาพ
- ต้องวางแผนเส้นทางและศูนย์อพยพให้ดี
- ต้องมีการสร้างความตระหนักและตื่นตัวใน
การอพยพ
9. แผนรับมือน้ำท่วม - ลดความเสี่ยงและผลกระทบที่จะได้รับ - ต้องอาศัยระบบการเตือนภัยที่มี
จากน้ำท่วม เช่น การได้รับบาดเจ็บ ความ ประสิทธิภาพ
เสียหายกับทรัพย์สินและที่ดิน - ต้องมีการวางแผนปฏิบัติการและการ
ี่
ฝึกอบรมผู้เกยวข้องทั้งหมด
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูง
10. แผนบรรเทาทุกข์ - ช่วยลดภาระทางการเงินแก่ผู้ประสบภัย - ต้องใช้เงินจากกองทุนสาธารณะ
- ลดปัญหาที่อาจเกิดหลังจากน้ำท่วม - อาจต้องมีการช่วยเหลือในระยะยาว
11. การประกันภัยน้ำท่วม - ใหความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับความ - บริษัทประกันภัยเอกชนมักไม่รับการ
้
สูญเสียจากน้ำท่วม ประกันภัย
- ลดจำนวนเงินทุนที่รัฐต้องจ่ายแก่ - การประกันภัยโดยรัฐบาลต้องใช้เงินจาก
ผู้ประสบภัย กองทุนสาธารณะ
- เป็นทางเลือกแก่ผู้ที่อาศัยในพื้นที่น้ำท่วม - ต้องมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
12. การปรับตัวให้เข้ากับ - ลดระดับความรุนแรงของผลกระทบที่จะ - นำไปปรับใช้ได้เฉพาะพื้นที่นอกเขตพื้นที่
สภาพน้ำท่วม เกิดหลังน้ำท่วม น้ำท่วมเท่านั้น
- เจ้าของที่ดินเสียค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง - ไม่สามารถใช้ได้เมื่อเกิดน้ำท่วมขนาดใหญ่
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 34
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ั
โดยทั่วไป การป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม ควรใช้มาตรการทั้งสองอย่างร่วมกนเพอประสิทธิภาพ
ื่
ในการบรรเทาภัยพบัติที่ดียิ่งขึ้น งานบรรเทาปัญหาน้ำท่วมจะทำการวิเคราะห์เพอแก้ปัญหาโดยเลือกจากหนึ่งหรือ
ื่
ิ
หลายๆ ข้อในแนวทางดังต่อไปนี้เพื่อใช้ลดความรุนแรงของเหตุการณ์น้ำท่วม
1) การลดอัตราการไหลของน้ำโดยการใช้วิธีต่างๆ เพื่อชะลอการไหลของน้ำ
่
2) การควบคุมปริมาณการไหล โดยกักน้ำไว้ในอางเก็บน้ำหรือแหล่งเก็บกักน้ำเพอควบคุมปริมาณน้ำ
ื่
ไม่ให้ไหลมากเกินไปโดยเฉพาะในช่วงน้ำท่วม
3) การจำกัดเส้นทางการไหลของลำน้ำ โดยการสร้างพนังกั้นน้ำหรือคลอง
ื่
4) การปรับปรุงสภาพลำน้ำและสภาพการไหล เช่น การสร้างทางระบายน้ำออมตัวเมือง เพอลด
้
ระดับความสูงของน้ำในลำน้ำสายหลัก
5) การระบายน้ำออกจากลำน้ำที่มีสภาพวิกฤต เช่น การใช้เครื่องสูบน้ำ หรือเครื่องผลักดันน้ำ
2.5 งานสำรวจและออกแบบโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยโดยใช้โครงสร้าง
2.5.1 งานสำรวจ
ื้
ั
ุ
เป็นการสำรวจลักษณะลำน้ำ หรือพนที่ที่ถูกคัดเลือกกำหนดให้เป็นจุดป้องกนและบรรเทาอทกภัยโดย
ใช้โครงสร้าง และไม่ใช้โครงสร้าง
2.5.2 การออกแบบ
การดำเนินการประกอบด้วย
ุ
ื้
1) การศึกษารูปแบบอทกภัยบริเวณจุดเฝ้าระวังจากผลการวิเคราะห์ในพนที่ศึกษา และได้รับความ
เห็นชอบจากชุมชนในพนที่ศึกษา เพอกำหนดรูปแบบโครงสร้างป้องกันอทกภัยในพนที่จำนวนไม่น้อยกว่า 5
ื้
ื่
ื้
ุ
มาตรการ
ื้
้
2) สำรวจข้อมูลพนฐานและกำหนดจุดก่อสร้าง สำรวจเพอกำหนดค่าระดับอางอง (Bench Mark: B.M.)
ิ
ื่
และระดับความลึกหน้าตัดร่องน้ำเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบ ร่วมกับตัวแทนชุมชนในพื้นท ี่
3) สร้างความสัมพนธ์ระหว่างอตราการไหลกับพนที่น้ำท่วมบริเวณพนที่ป้องกัน เพอการคาดการณ์
ื่
ั
ื้
ั
ื้
สถานการณ์ เมื่อปริมาณน้ำไหลผ่านจุดเฝ้าระวัง
ี
ี
4) จัดทำแบบรายละเอยด และประมาณราคาค่าก่อสร้าง พร้อมระบุรายละเอยดประกอบแบบ
ก่อสร้างสำหรับมาตรการหลัก และแบบมาตรการ และประมาณราคาเบื้องต้นของมาตรการรอง
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 35
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
2.6 การดำเนินงานแผนงานโครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน
เป็นการดำเนินการโดยนำข้อมูลที่ได้จากการประชุมร่วมระหว่างชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รวมถึงการนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ด้านอตุนิยมวิทยาและอทกวิทยา มาจัดทำแผนงานการจัดการอทกภัย
ุ
ุ
ุ
ุ
รวมถึงแผนการกำหนดมาตรการป้องกันอทกภัยในพนที่โดยใช้มาตรการเชิงโครงสร้างและไม่ใช้โครงสร้าง โดย
ื้
ุ
ุ
จำแนกเป็น 3 แผน ได้แก่ แผนงานเตรียมการก่อนเกิดอทกภัย แผนงานการบริหารจัดการในระหว่างเกิดอทกภัย
และแผนบริหารจัดการหลังอุทกภัย ทั้งในระดับอำเภอ และระดับชุมชน ซึ่งการดำเนินการประกอบด้วย
ุ
1) การจัดทำแผนงานเตรียมการก่อนเกิดอทกภัย โดยกำหนดมาตรการและกิจกรรมที่ดําเนินการลวง
หนากอนเกิดสาธารณภัย เพอเตรียมพรอมการจัดการในสถานการณฉุกเฉินให สามารถรับมือกับผลกระทบจาก
ื่
สาธารณภัยไดอยางทันเหตุการณและมีประสิทธิภาพ ดังนี้
(1) จัดประชุมชี้แจงโครงการ การบรรยายให้ความรู้ พร้อมทั้งชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน และ
ุ
ดำเนินการให้ชุมชนดำเนินการคัดเลือกตัวแทนเพื่อเป็นคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาอทกภัยชุมชน
(2) คัดเลือกมาตรการเชิงโครงสร้างที่ได้จากการวิเคราะห์และการประชุมร่วมระดมความคิดเห็น
จากประชาชนในชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเห็นชอบมาตรการเชิงโครงสร้างที่เสนอ จำนวน 4 โครงการ
ั
ิ
ั
ิ
(3) สำรวจขนาดและที่ตั้งสถานที่พกพงที่มีอยู่ปัจจุบันในชุมชน และเสนอแผนการจัดเตรียมที่พกพง
ให้เหมาะสมกับในการรองรับผู้ประสบภัย รวมถึงรองรับคนพิการและผู้สูงอายุ
ื่
(4) สำรวจด้านสาธารณูปโภค เช่น ประปา ไฟฟา และสุขาภิบาล เพอจัดทำแผนรองรับและ
้
สำรองเมื่อเกิดภัยพิบัติ
ั
ิ
ื้
(5) สำรวจสภาพพนที่ชุมชน เส้นทางสัญจร เส้นทางอพยพ ขนาดและที่ตั้งศูนย์พกพงชั่วคราว
ระบบสาธารณูปโภค ระบบการสื่อสาร ที่มีอยู่ในชุมชน
ื่
(6) สำรวจระบบเตือนภัยที่มีอยู่ปัจจุบันในชุมชน และทรัพยากรอนๆที่มีในชุมชนที่สามารถใช้ใน
การช่วยเหลือเมื่อเกิดภัย เช่น จำนวนยานพาหนะ เครื่องปั่นไฟ ไฟฉาย เป็นต้น
(7) สำรวจจำนวน ที่ตั้ง และเบอร์โทรศัพท์ของหน่วยงานราชการ อาคารสาธารณประโยชน์ใน
พื้นที่ชุมชน เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีตำรวจ สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้น
(8) สำรวจอาคารบ้านเรือนในชุมชน ประเภทอาคาร เช่น เป็นอาคาร 2 ชั้น หรือชั้นเดียว วัสดุที่
ใช้ทำอาคาร เช่น เป็นอาคารไม้ หรืออาคารก่ออิฐ อาคารใต้ถุนสูง เป็นต้น
ื้
(9) สำรวจแนวพนที่น้ำท่วมและร่องรอยความเสียหายในอดีตของอาคารบ้านเรือน พืชสวน ไร่ นา
หรือระบบสาธารณูปโภค
(10) ชุมชนร่วมกันทำแผนที่เสี่ยงภัย และเส้นทางอพยพ เพอใช้ในการจัดทำและติดตั้งป้ายแสดง
ื่
เส้นทางอพยพ ป้ายแผนที่เส้นทางไปศูนย์พักพิงพร้อมเบอร์โทรศัพท์หน่วยงานราชการที่สัญติดตั้งในชุมชน
ั
(11) รับฟงความคิดเห็นของภาคประชาชน เพอพจารณาแผนงานโครงการ และแผนการฝึกซ้อม
ื่
ิ
การอพยพให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 36
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ุ
2) การจัดทำแผนงานการบริหารจัดการในระหว่างเกิดอทกภัย โดยมีคณะกรรมการป้องกันและ
บรรเทาอทกภัยชุมชน และหน่วยงานภายนอกร่วมมือในการรับผิดชอบในการจัดการสถานการณฉุกเฉินทุกรูปแบบ
ุ
โดยเฉพาะอยางยิ่งการเตรียมความพร้อมรับมือ การฟนฟูบูรณะ โดยมีการดำเนินการดังนี้
(1) จัดประชุมชี้แจงโครงการ การบรรยายให้ความรู้ พร้อมทั้งชี้แจงแนวทางการดำเนินงานในการ
ประเมินระดับความรุนแรงของอุทกภัย และการรายงานข้อมูลอุทกภัยแก่หน่วยงานที่รับผิดชอบ
ื่
(2) กำหนดรูปแบบการเตือนภัยที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้ประชาชนได้รับทราบถึงอทกภัยที่เกิดขึ้นเพอ
ุ
ุ
เตรียมการอพยพตามการซักซ้อมแผนการเผชิญเหตุอทกภัย มีการเรียกรวมพล ณ จุดรวมพล สำรวจรายชื่อและ
ิ
ุ
จัดทำบัญชีผู้อพยพ เด็ก ผู้พการ โดยคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาอทกภัยชุมชนด้านต่าง ๆ อาสาสมัคร
เจ้าหน้าที่มูลนิธิ เป็นผู้ดำเนินการรับผิดชอบช่วยเหลือ
ิ
(3) ชุมชนร่วมจัดทำแผนการจัดเตรียมและบริหารสถานที่พกพง และสาธารณูปโภค ที่เหมาะสม
ั
และเป็นไปตามมาตรฐานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
(4) ชุมชนร่วมจัดทำแผนงานด้านการคมนาคมขนส่งและการสื่อสาร ที่เหมาะสมและเส้นทาง
สำรองเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง เพื่อให้หน่วยงานภายนอกเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที
(5) ชุมชนร่วมจัดทำแผนงานด้านการดำรงชีวิตประจำวัน จากทรัพยากรที่มีในชุมชน
(6) ชุมชนร่วมจัดทำแผนการบริหารศูนย์พกพง การตรวจสอบผู้เข้าพก ความปลอดภัยของศูนย์
ั
ิ
ั
พักพิง และการให้บริการทางการแพทย์
(7) ดำเนินการให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถประเมินการดำเนินการแผนการบริหาร
ื่
จัดการในระหว่างเกิดอทกภัย เพอใช้ปรับปรุงแผนดังกล่าวให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและ
ุ
ประสิทธิผล
ู
ื่
ุ
3) การจัดทำแผนบริหารจัดการหลังอทกภัย เป็นการฟนฟสภาพเพอทำใหสิ่งที่ถูกทําลายหรือไดรับ
ความเสียหายจากอทกภัยไดรับการชวยเหลือแกไขใหกลับคืนสูสภาพเดิมหรือดีกวาเดิม รวมทั้งใหผู้ประสบภัย
ุ
สามารถดํารงชีวิตคืนสู่สภาพปกติได้โดยเร็ว โดยมีการดำเนินการดังนี้
(1) จัดประชุมชี้แจงโครงการ การบรรยายให้ความรู้ พร้อมทั้งชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน
(2) ให้ความรู้แก่ชุมชนในการสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายที่เกิดขึ้นในชุมชน ทั้งด้าน
ผู้อาศัยในชุมชน และด้านทรัพย์สิน เช่น อาคาร บ้านเรือน รถยนต์ เป็นต้น
(3) ให้ความรู้แก่ชุมชนในการประสานขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ และองค์กร
ุ
ภายนอกหมู่บ้านในด้านต่างๆ ได้แก่ การรักษาพยาบาลผู้ป่วยภายหลังอทกภัย การจัดหาเครื่องอปโภค บริโภค
ุ
การประเมินความเสียหายและซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค และระบบสาธารณะประโยชน์
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 37
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
2.7 การดำเนินงานประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม
การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน หมายถึง การเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาค
ส่วนของสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาคราชการนั้น International Association for Public Participation ได้
กำหนดแนวทางการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็น 5 ระดับ ดังนี้
ระดับที่ 1 การให้ข้อมูลข่าวสาร ถือเป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับต่ำที่สุด แต่เป็นระดับที่
สำคัญที่สุด เพราะเป็นก้าวแรกของการที่ภาคราชการจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าสู่กระบวนการมีส่วนร่วมในเรื่อง
์
ิ
ต่างๆ วิธีการให้ข้อมูลข่าวสารสามารถใช้ช่องทางต่างๆ เช่น เอกสารสิ่งพมพ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อ
ต่าง ๆ การจัดนิทรรศการ จดหมายข่าว การจัดงานแถลงข่าว การติดประกาศ และการให้ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ เป็นต้น
ระดับที่ 2 การรับฟงความคิดเห็น เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล
ั
ั
ื่
ข้อเท็จจริง และความคิดเห็นเพอประกอบการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐด้วยวิธีต่างๆ เช่น การรับฟงความ
คิดเห็น การสำรวจความคิดเห็น การจัดเวทีสาธารณะ การแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ เป็นต้น
ระดับที่ 3 การเกี่ยวข้อง เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน หรือร่วม
ื่
เสนอแนะแนวทางที่นำไปสู่การตัดสินใจ เพอสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าข้อมูลความคิดเห็นและความต้องการ
ื่
ของประชาชนจะถูกนำไปพจารณาเป็นทางเลือกในการบริหารงานของภาครัฐ เช่น การประชุมเชิงปฏิบัติการเพอ
ิ
พิจารณาประเด็นนโยบายสาธารณะ ประชาพิจารณ์ การจัดตั้งคณะทำงานเพื่อเสนอแนะประเด็นนโยบาย เป็นต้น
ระดับที่ 4 ความร่วมมือ เป็นการให้กลุ่มประชาชน ผู้แทนภาคสาธารณะมีส่วนร่วม โดยเป็นหุ้นส่วนกับ
ภาครัฐในทุกขั้นตอนของการตัดสินใจ และมีการดำเนินกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เช่น คณะกรรมการที่มีฝ่าย
ประชาชนร่วมเป็นกรรมการ เป็นต้น
ระดับที่ 5 การเสริมอำนาจแก่ประชาชน เป็นขั้นที่ให้บทบาทประชาชนในระดับสูงที่สุด โดยให้
ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ เช่น การลงประชามติในประเด็นสาธารณะต่างๆ โครงการกองทุนหมู่บ้านที่มอบอำนาจให้
ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจทั้งหมด เป็นต้น
การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน อาจทำได้หลายระดับและหลายวิธี ซึ่งบางวิธีสามารถทำได้อย่าง
ี
ง่าย ๆ แต่บางวิธีก็ต้องใช้เวลา ขึ้นอยู่กับความต้องการเข้ามามส่วนร่วมของประชาชน ค่าใช้จ่าย และความจำเป็นใน
่
การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเรื่องละเอียดออน จึงต้องมีการพัฒนา
ั
ความรู้ ความเข้าใจในการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน การรับฟงความคิดเห็น การเปิดโอกาสให้
ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม รวมทั้งพัฒนาทักษะ และศักยภาพของข้าราชการทุกระดับควบคู่กันไปด้วย
ั
จากหลักการและความจำเป็นดังกล่าวทำให้การพฒนาระบบราชการที่ผ่านมาได้มีการพฒนา
ั
กระบวนการบริหารราชการที่สนับสนุนการปรับกระบวนการทำงานของส่วนราชการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามา
มีส่วนร่วมมากขึ้นหรือที่เรียกว่า “การบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม”
การจัดประชุมรับฟงความคิดเห็นในระดับชุมชน ทั้งภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาครัฐ และหน่วยงานอน
ื่
ั
ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 4 ครั้งในแต่ละพื้นที่ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละครั้งไม่น้อยกว่า 30 คน มีวัตถุประสงค์ ดังนี้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 38
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ุ
1) เพอกำหนดแผนงานโครงการ มาตรการจัดการอทกภัยที่เหมาะสม และได้รับความเห็นชอบของ
ื่
ประชาชนในพื้นที่
ื้
2) เพอดำเนินกิจกรรมให้ความรู้ ความเข้าใจกับชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพนที่เสี่ยงอทกภัยใน
ื่
ุ
ด้านการเตรียมความพร้อม การรับรู้ สามารถปรับตัวเผชิญเหตุ และจัดการอุทกภัยได้อย่างเป็นระบบตามแผนงาน/
โครงการบริหารจัดการอุทกภัยในระดับพื้นที่ชุมชน
ื่
ดังนั้นตามแผนการประชาสัมพนธ์ จึงได้จัดให้มีเวทีเพอการประชุมรับฟังความคิด รวม 4 ครั้ง และการ
ั
ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอุทกภัยชุมชน 1 ครั้ง ดังนี้
1) การประชุมปฐมนิเทศโครงการ
เป็นการประชุมเปิดตัวโครงการ นำเสนอสาระสำคัญ ภาพรวมลักษณะโครงการ วัตถุประสงค์
พื้นที่ ขอบเขต และระยะเวลาดำเนินการ เพื่อขอความร่วมมือชุมชน ประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
วัตถุประสงค์ คือ
(1) เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่โครงการเข้าใจสาระสำคัญและรายละเอียดของโครงการ
(2) เพอระดมความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายเกี่ยวกับแนวทางการศึกษาและแนวทางการพฒนา
ื่
ั
โครงการ
(3) เพื่อขอความร่วมมือชุมชน ประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มเป้าหมาย จำนวนอย่างน้อย 30 คน ประกอบด้วย กลุ่มเป้าหมายระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล
และในพื้นที่โครงการ
วิธีดำเนินการ เป็นขั้นตอนดังนี้
(1) การเตรียมการประชุม เช่น สถานที่ วิทยากร เอกสาร เครื่องมือ ฯลฯ
ื้
(2) จัดการประชุม 1 วัน ในพนที่โครงการ ประกอบด้วย การบรรยาย 3 ชั่วโมง มีเนื้อหาสาระ
ประกอบด้วย ภาพรวมโครงการ วัตถุประสงค์ ขอบเขตงาน พนที่วิธีดำเนินการ และระยะเวลาดำเนินการ
ื้
ยุทธศาสตร์ การระดมความคิดเห็น 4 ชั่วโมง กิจกรรมอื่น 1 ชั่วโมง
(3) การประเมินผล จากแบบสอบถาม
(4) การวิเคราะห์ สรุปผลการประชุม และจัดทำรายงาน
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือ
(1) กลุ่มเป้าหมายมีความเข้าใจโครงการ ร้อยละ 80 ขึ้นไป
(2) กลุ่มเป้าหมายเห็นด้วยและให้ความร่วมมือกับโครงการ ร้อยละ 80 ขึ้นไป
2) การประชุมการมีส่วนร่วมกับชุมชน
เป็นการประชุมเพื่อเก็บรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลในการจัดการอุทกภัยในชุมชนที่ถูกคดเลือก
ั
ร่วมกับประชาชนและหน่วยงานในพื้นท ี่
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 39
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
วัตถุประสงค์ คือ
ื่
(1) เพอให้ความรู้ ความเข้าใจกับชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อม การรับรู้
ปรับตัวเผชิญเหตุ และจัดการอุทกภัยในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
(2) เพื่อให้ชุมชนที่ถูกคัดเลือกจัดตั้งคณะกรรมการป้องกันอุทกภัยในชุมชนได้
(3) เพื่อจัดทำแผนที่ความเสี่ยงของชุมชน
ื้
กลุ่มเป้าหมาย จำนวนอย่างน้อย 30 คน ในพนที่โครงการที่ถูกคัดเลือกจำนวน 4 ชุมชน/พนที่
ื้
ศึกษาประกอบด้วย ผู้นำองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้นำชุมชนที่ถูกคัดเลือก 4 ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ระดับอำเภอ
วิธีดำเนินการ เป็นขั้นตอนดังนี้
(1) การเตรียมการประชุม เช่น สถานที่ วิทยากร เอกสาร เครื่องมือ ฯลฯ
ึ
(2) จัดการประชุม 1 วัน ในพนที่ศกษา ประกอบด้วย การบรรยายผลการศึกษาการคัดเลือกพนที่
ื้
ื้
ื้
ชุมชน และการระดมความคิดเห็น จัดทำแผนที่ความเสี่ยงในพนที่ระดับชุมชนและการกำหนดและคัดเลือก
คณะกรรมการป้องกันอุทกภัยในแต่ละชุมชน
(3) การประเมินผล จากแบบสอบถาม
(4) การวิเคราะห์ สรุปผลการประชุม และจัดทำรายงาน
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือ
ุ
ื้
ผู้เข้าร่วมประชุมได้ทราบถึงสภาพปัญหาในพนที่ มีคณะกรรมการป้องกันอทกภัยในชุมชน มีแผน
เตรียมความพร้อมและสามารถปรับตัวได้เมื่อเกิดอทกภัยในพนที่ มีแผนที่เสี่ยงที่เกิดจากการการร่วมมือของชุมชน
ื้
ุ
ที่สามารถนำไปจัดทำเป็นแผนที่เส้นทางอพยพที่มีรายละเอียดเส้นทางอพยพที่ปลอดภัย จุดรวมพล และศูนย์พักพิง
3) การประชุมเสนอผลการศึกษาแนวทางและมาตรการในการจัดการอุทกภัย
เป็นการประชุมรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่โครงการ
วัตถุประสงค์ คือ
(1) เพอสร้างความเข้าใจในโครงการ (ภาพรวม) และการนำเสนอผลการศึกษาแนวทาง และ
ื่
มาตรการในการจัดการอุทกภัย
(2) เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการในการจัดการอุทกภัย
ื้
กลุ่มเป้าหมาย จำนวนอย่างน้อย 30 คน ในพนที่โครงการ ประกอบด้วย ผู้นำองค์การบริหารส่วน
ตำบล ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับอำเภอ
วิธีดำเนินการ เป็นขั้นตอนดังนี้
(1) การเตรียมการประชุม เช่น สถานที่ วิทยากร เอกสาร เครื่องมือ ฯลฯ
(2) จัดการประชุม 1 วัน ในพนที่ศึกษา ประกอบด้วย การบรรยาย 3 ชั่วโมง (มีเนื้อหาสาระ
ื้
ประกอบด้วย ผลการศึกษาแนวทางและมาตรการในการจัดการอุทกภัยการระดมความคิดเห็น 1 ชั่วโมง
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 40
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
(3) การประเมินผล จากแบบสอบถาม
(4) การวิเคราะห์ สรุปผลการประชุม และจัดทำรายงาน
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือ
ื่
ได้ทราบถึงสภาพปัญหา และความต้องการด้านการจัดการอทกภัยเพอนำไปเป็นแนวทางในการ
ุ
ดำเนินการพัฒนาโครงการต่อไป
4) การประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ
เป็นการประชุมเสนอผลสรุปของการศึกษาสำรวจ ประชุมสรุป และนำเสนอผลการศึกษา ก่อนสรุป
จัดทำรายงานขั้นสุดท้าย เสนอต่อกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
วัตถุประสงค์ คือ
(1) เพอสร้างความเข้าใจและการยอมรับในผลการศึกษาแนวทางและมาตรการในการจัดการอทกภัย
ุ
ื่
(2) เพื่อรับฟังความคิดเห็น ของแผนงานต่างๆ เพื่อปรับปรุงแก้ไขขั้นสุดท้าย
(3) เพอกำหนดแนวทางการดำเนินงานตามแผนงานโครงการการจัดการอทกภัยโดยอาศัยชุมชน
ุ
ื่
เป็นฐานร่วมกัน
กลุ่มเป้าหมาย จำนวนอย่างน้อย 30 คน ประกอบด้วย ผู้นำองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้นำชุมชน
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับอำเภอ และระดับตำบล รวมทั้งสื่อมวลชนในพื้นที่โครงการ
วิธีดำเนินการ เป็นขั้นตอนดังนี้
(1) การเตรียมการประชุม เช่น สถานที่ วิทยากร เอกสาร เครื่องมือ ฯลฯ
ื้
(2) จัดการประชุม 1 วัน ในพนที่โครงการ ประกอบด้วย การบรรยาย 3 ชั่วโมง (มีเนื้อหาสาระ
ประกอบด้วย ผลการศึกษาแนวทางและมาตรการในการจัดการอุทกภัยการระดมความคิดเห็น 1 ชั่วโมง)
(3) การประเมินผล จากแบบสอบถาม
(4) การวิเคราะห์ สรุปผลการประชุม และจัดทำรายงาน
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือ
(1) กลุ่มเป้าหมายเห็นด้วยกับโครงการ ร้อยละ 80 ขึ้นไป
(2) กลุ่มเป้าหมายไม่คัดค้านโครงการ ร้อยละ 80 ขึ้นไป
(3) กลุ่มเป้าหมายสนับสนุนโครงการ/มีส่วนร่วมพัฒนาโครงการ ร้อยละ 60 ขึ้นไป
5) การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอุทกภัยชุมชน
เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับประชาชน ชุมชน/หมู่บ้าน หน่วยงานในพนที่ที่เกี่ยวข้องกับ
ื้
การจัดการอุทกภัยและเตรียมความพร้อมเชิงพื้นที่ ในชุมชนที่ถูกคดเลือกจำนวน 1 ชุมชน/พื้นที่ ภายหลังจากที่ได้มี
ั
การวิเคราะห์ เสนอแนวทาง มาตรการ/โครงการ ในพื้นที่จัดการอุทกภัย
วัตถุประสงค์ คือ
(1) เพอทดสอบ และประเมินความพร้อมของนโยบาย แผน และกระบวนการดำเนินงานใน
ื่
การตอบโต้ต่อสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 41
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ื่
(2) เพอให้ทราบถึงข้อบกพร่องของนโยบาย แผน กระบวนการดำเนินงาน การสื่อสารและ
การประสานงานระหว่างหน่วยงาน รวมทั้งศักยภาพในการจัดการ ทรัพยากร และบุคลากร
(3) เพื่อให้ทราบถึงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ั
ื่
ั
(4) เพอเสริมสร้างโอกาสในการพฒนาองค์ความรู้ และประสบการณ์จากการฝึกซ้อม อนนำมาสู่
การเกิดทักษะในการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพของประชาชน ชุมชน/หมู่บ้าน หน่วยงานในพื้นท ี่
ื่
(5) เพอฝึกฝนให้เจ้าหน้าที่ทราบถึงบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของตนอย่างชัดเจน รวมทั้งได้
ทบทวนองค์ความรู้ ทักษะการทางาน และพัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉิน
กลุ่มเป้าหมาย จำนวนอย่างน้อย 30 คน ประกอบด้วย ผู้นำองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้นำชุมชน
ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับอำเภอ ระดับตำบลและระดับชุมชน/หมู่บ้าน รวมทั้งสื่อมวลชนในพื้นที่โครงการ
วิธีดำเนินการ เป็นขั้นตอนดังนี้
(1) กำหนดจุดเฝ้าระวัง และติดตั้งป้ายสัญลักษณ ์
(2) การเตรียมการประชุม เช่น สถานที่ วิทยากร เอกสาร เครื่องมือ ฯลฯ
(3) จัดการประชุม 2 วัน ในพื้นที่โครงการ ประกอบด้วย
- วันที่ 1 การฝึกซ้อมจำลองสถานการณ์บนโต๊ะ (Table Top Exercise) ให้เห็นภาพรวม
การจัดการอุทกภัยทั้งระบบของชุมชน
ุ
ื้
- วันที่ 2 การฝึกซ้อมแผนการเผชิญเหตุอทกภัยเชิงปฏิบัติการในพนที่จริง (Operation
Base Exercise) เพื่อให้ประชาชน ชุมชน/หมู่บ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจการปฏิบัติ พร้อมทั้งปรับแผนให้เหมาะสม
(4) การประเมินผล ก่อน - หลัง การฝึกซ้อมแผนโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประเมินผลและ
สังเกตการณ์
(5) การวิเคราะห์ สรุปผลการประชุม และจัดทำรายงาน
2.8 การนำเสนอผลการศึกษา
กำหนดการส่งมอบผลงานตามงวดงาน ได้ดังนี้
1) รายงานเบื้องต้น (Inception Report) เป็นงานขั้นกำหนดกรอบการทำงานผลงานที่ต้องนำเสนอ
ประกอบด้วย เหตุผลและความจำเป็นในการดำเนินการโครงการ วัตถุประสงค์ พื้นที่ศึกษา ผังโครงสร้างการทำงาน
ของบุคลากร แผนการดำเนินงานและกำหนดเวลาการทำงาน แนวทาง และวิธีการศึกษาขอบเขตของการศึกษาโดย
ละเอียด รวมทั้งแผนการดำเนินการมีส่วนร่วมของประชาชน
2) รายงานความก้าวหน้า (Progress Report) รายละเอียดผลงานที่จะส่งมอบประกอบด้วย
(1) งานรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลโครงการ ข้อมูลประกอบด้วย ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจสังคม
ิ
รายชื่อหมู่บ้านประสบภัยพบัติ การแยกกลุ่มหมู่บ้านที่มีระบบการเตือนภัย และหมู่บ้านที่ยังไม่มีระบบเตือนภัย
หมู่บ้านที่ประสบผลสำเร็จในการดำเนินการระบบการเตือนภัย หมู่บ้านที่ประสบความล้มเหลวในการดำเนินการ
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 42
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
เตือนภัย ข้อมูลแผนที่สภาพภูมิประเทศ ข้อมูลแผนที่ระบบลำน้ำ ลุ่มน้ำ ข้อมูลรายชื่อสถานีวัดน้ำฝน และรายชื่อ
สถานีวัดน้ำท่า บริเวณพื้นที่ศึกษาโครงการ ข้อมูลผังระบบคมนาคม
(2) การสำรวจลำน้ำบริเวณพื้นที่โครงการ
(3) ผลการศึกษาทางด้านอุตุนิยมวิทยาและอทกวิทยา ประกอบด้วย ปริมาณฝนเฉลี่ย ปริมาณฝน
ุ
สูงสุด 1 - 3 วัน ที่รอบปีการเกิด 2 ปี ถึง 100 ปี ปริมาณน้ำหลากสูงสุด กราฟน้ำหลากจากพายุฝนที่รอบปีการเกิด
2 ปี ถึง 100 ปี
ื้
(4) ผลการศึกษาด้วยแบบจำลองคณตศาสตร์สภาพชลศาสตร์การระบายน้ำ ขอบเขตพนที่น้ำท่วม
ิ
ที่รอบปีการเดิน 2 ปี ถึง 100 ปี การเคลื่อนตัวของน้ำหลาก ระยะเวลาเดินทางของน้ำหลาก
(5) การจัดทำเกณฑ์การคัดเลือกและจัดลำดับความสำคัญหมู่บ้านที่ประสบภัยพบัติน้ำท่วมที่ต้อง
ิ
ดำเนินการอย่างเร่งด่วน
ั
(6) การจัดประชุมรับฟงความคิดเห็นครั้งที่ 1 ประชาสัมพนธ์โครงการ ขอความร่วมมือชุมชน
ั
ประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานผลการประชุม
3) ร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (Draft Final Report) รายละเอียดผลงานที่จะส่งมอบประกอบด้วย
(1) ผลงานการศึกษาทางด้านวิชาการ ประกอบด้วย การศึกษาทางด้านเศรษฐกิจ - สังคม
ุ
การศึกษาทางด้านอุตุนิยมวิทยาและอทกวิทยา
ื้
ุ
(2) การกำหนดแผนงานบริหารจัดการพนที่เสี่ยงในสถานการณ์อทกภัย รูปแบบการเตือนภัย
แผนอพยพ พื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว การจัดการด้านสาธารณูปโภค
(3) การสำรวจ และออกแบบโครงสร้างเพอป้องกันและบรรเทาอทุกภัย ตามแผนงานบริหาร
ุ
ื่
จัดการพนที่เสี่ยงในภาวะอทกภัย ได้แก่ การกำหนดตำแหน่งที่ตั้งสถานีวัดระดับน้ำ การออกแบบและจัดทำแบบ
ุ
ื้
สถานีวัดระดับน้ำ และองค์ประกอบสำหรับการเตือนภัย
(4) จัดประชุมประชาสัมพนธ์โครงการ การประชุมเสนอผลการศึกษา แนวทางและมาตรการใน
ั
การจัดการอุทกภัย และการรับฟังความคิดเห็นประชาชน จัดทำรายงานสรุปผลการประชุม
4) รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) รายละเอียดผลงานที่จะส่งมอบประกอบด้วย
(1) ผลงานการศึกษาโครงการทั้งหมด ประกอบด้วย การศึกษาทางด้านเศรษฐกิจ - สังคม
ุ
การศึกษาทางด้านอตุนิยมวิทยาและอทกวิทยา แผนที่น้ำท่วมที่รอบปีการเกิด เกณฑ์การคัดเลือกและจัดลำดับ
ุ
ความสำคัญหมู่บ้านที่ประสบภัยพบัติน้ำท่วมที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน แผนงานบริหารจัดการพนที่เสี่ยงใน
ื้
ิ
ิ
ุ
ภาวะอทกภัย รูปแบบการเตือนภัย แผนอพยพ พนที่ศูนย์พกพงชั่วคราว การจัดการด้านสาธารณูปโภค แบบสถานี
ั
ื้
วัดระดับน้ำ และองค์ประกอบสำหรับการเตือนภัย
(2) ผลการซักซ้อมการปฏิบัติตามแผนการจัดการอทกภัยชุมชน การประชุมสรุปผลการศึกษา
ุ
และการรายงานผลการประชุมรับฟังความคิดเห็นทั้งหมดที่ได้ดำเนินการในพื้นที่
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 2 แนวทางและวิธีการดำเนินงาน
2 - 43
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
บทที่ 3
พื้นที่ศึกษา
3.1 ข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์
3.1.1 ที่ตั้งและอาณาเขต
ที่ตั้งและอาณาเขตของพ้นที่ศึกษาอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา (แสดงในรูปที่ 3.1.1-1)
ื
ตั้งอยู่บนคาบสมุทรสทิงพระทางทิศเหนือ ถัดลงมาจากอำเภอระโนด อยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 7 องศา 37
ลิปดา 6 ฟิลิปดาเหนือ กับเส้นลองติจูดที่ 100 องศา 19 ลิปดา 42 ฟิลิปดาตะวันออก อยู่ห่างจากจังหวัด
สงขลา 74 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 114 ตารางกิโลเมตร โดยมีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง
ดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอระโนด
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอระโนด และอำเภอสทิงพระ
ั
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอปากพยูน (จังหวัดพทลุง)
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอบางแก้ว อำเภอเขาชัยสน และ
ั
อำเภอเมืองพทลุง (จังหวัดพทลุง)
ั
อำเภอกระแสสินธุ์ เดิมเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ที่มาของชื่อ "กระแส
สินธุ์" ได้นำเอาพยัญชนะตัวต้นของชื่อทั้ง 3 ตำบล ในเขตการปกครอง ได้แก่ ก (มาจากตำบลเกาะใหญ่) ร
(มาจากตำบลโรง) ส (มาจากตำบลเชิงแส) แล้วนำมาประกอบกันถือปรัชญาแห่งความสามัคคีธรรม หรือเป็น
มงคลนามสืบไป รวมกันเข้าแล้วมีความหมายรวมว่า กระแสน้ำ เมืองที่สมบูรณ์ด้วยน้ำโดยให้สอดคล้องกับ
สภาพภูมิประเทศ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 21 เดือน กุมภาพนธ์ พ.ศ. 2521
ั
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 1
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
รูปที่ 3.1.1-1 ที่ตั้งของพนที่ศึกษาอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
ื้
ที่มา: https://www.csdi.or.th/2018/10/ข้อมูลสำหรับจัดทำแผนที/
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 2
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
3.1.2 ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศของอำเภอกระแสสินธุ์เป็นภูมิประเทศผ ส ม ผสานระหว่างลักษณะ
ื
ภูมิประเทศแบบทะเลสาบ (Lake) และภูมิประเทศแบบคาบสมุทร (Peninsula) โดยพ้นที่ส่วนใหญ่จัดเป็นที่
ราบและที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลสาบสงขลา มีชายฝั่งติดกับชายฝั่งยาวประมาณ 42 กิโลเมตร มีระดับความสูง
ื
ของพ้นที่ส่วนใหญ่ต่ำกว่า 5 เมตร โดยมีพ้นที่บางส่วนทางด้านทิศใต้ของอำเภอที่ติดกับทะเลสาบสงขลามี
ื
ลักษณะเป็นภูเขาที่มีความสูงมากกว่า 100 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (รูปที่ 3.1.2-1)
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 3
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
รูปที่ 3.1.2-1 ลักษณะภูมิประเทศอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
ที่มา: แผนที่ทหารมาตราส่วน 1: 50,000
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 4
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
3.1.3 ขอบเขตการปกครอง
อำเภอกระแสสินธุ์ครอบคลุมเขตการปกครอง 4 ตำบล 22 หมู่บ้าน (ตารางและรูปที่ 3.1.3-1)
การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย เทศบาลตำบล (ทต.) 2 แห่ง คือ ทต.เชิงแส และ ทต.กระแส
สินธุ์ และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 2 แห่ง ได้แก่ อบต.เกาะใหญ่ และอบต.โรง (ที่มา: “ที่ทำการ
ปกครองจังหวัดสงขลา” ใน รายงานสถิติจังหวัดสงขลา พ.ศ. 2563)
ตารางที่ 3.1.3-1 เขตการปกครองในอำเภอกระแสสินธุ์
ู่
ที่ ตำบล จำนวนหมบ้าน
1 เกาะใหญ่ 9 หมู่บ้าน
2 โรง 5 หมู่บ้าน
3 เชิงแส 4 หมู่บ้าน
4 กระแสสินธุ์ 4 หมู่บ้าน
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 5
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
รูปที่ 3.1.3-1 ขอบเขตการปกครองอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
ที่มา: https://www.csdi.or.th/2018/10/ข้อมูลสำหรับจัดทำแผนที/
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
ื้
3 - 6
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
3.1.4 สภาพพื้นที่
พ้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มริมชายฝั่งทอดยาวตามแนวเหนือใต้ ฤดูฝนมักเกิดน้ำท่วมฉับพลันทุก
ื
ปี และในฤดูร้อนหรือหน้าแล้งมักขาดแคลนน้ำ
3.1.5 สภาพลุ่มน้ำและลำน้ำ เส้นทางน้ำ
1) แหล่งน้ำจากทะเลสาบสงขลา
ื้
(1) ตำแหน่งที่ตั้ง ทะเลสาบสงขลา มีพนที่ประมาณ 1,044.45 ตร.กม. มีลักษณะคอดเป็นตอน ๆ
ลักษณะทางกายภาพแบ่งเป็น 4 ส่วน โดยตอนบนสุดอยู่ในพรุควนเคร็ง และส่วนที่แคบที่สุดในทะเลสาบอยู่ที่บ้าน
่
ปากรอ ซึ่งกว้างประมาณ 200 เมตร ตอนล่างสุดเชื่อมต่อกับอาวไทยบริเวณ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
ิ
ทำให้น้ำและระบบนิเวศในทะเลสาบได้รับอทธิพลจากน้ำทะเล ดังแสดงในรูปท 3.1.5-1 ส่วนระดับน้ำขึ้นน้ำลงของ
ี่
ทะเลสาบสงขลามีความแตกต่างกันไม่มาก โดยมีรายละเอียดของทะเลสาบสงขลาดังนี้
ื้
- ทะเลน้อย ตั้งอยู่ตอนบนสุดของทะเลสาบสงขลาในเขตจังหวัดพทลุง มีพนที่ประมาณ 27.72
ั
ตร.กม. เป็นทะเลน้ำจืดลึกเฉลี่ยประมาณ 1.2 เมตร มีคลองเชื่อมต่อกับทะเลสาบตอนบน ได้แก่ คลองนางเรียม
ั
และคลองบ้านกลาง ทิศตะวันตกของทะเลน้อยเป็นส่วนของจังหวัดพทลุง ทิศเหนือเป็นส่วนของจังหวัด
ื
นครศรีธรรมราชและทิศตะวันออกจรดอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ทะเลน้อยเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีพชน้ำนานาชนิด
ขึ้นอยู่โดยรอบ มีป่าพรุขนาดใหญ่ มีวัชพืชพวกผักตบชวา กก และ จูด
- ทะเลสาบตอนบน (ทะเลหลวง) อยู่ถัดจากทะเลน้อยไปถึงตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์
จังหวัดสงขลา และบ้านแหลมจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพทลุง มีพนที่ประมาณ 474.15 ตร.กม. ความลึก
ั
ื้
เฉลี่ยประมาณ 2 เมตร มีคลองท่าแนะ คลองนาท่อม และคลองท่ามะเดื่อ คลองท่าเชียด ระบายสู่ทะเลสาบตอนบน
อทธิพลของน้ำทะเลขึ้น-ลงในทะเลสาบตอนบนมีน้อยมาก พสัยน้ำขึ้นน้ำลงเฉลี่ยไม่เกิน 0.09 เมตร ส่วนใหญ่ของ
ิ
ิ
รอบปีน้ำจะเป็นน้ำจืด แต่บางปีที่แล้งจัดจะมีการรุกตัวของน้ำเค็มในช่วงฤดูแล้ง อาจทำให้ค่าความเค็มสูงถึง 10
กรัม/ลิตร ในอดีตเป็นท้องน้ำจืดขนาดใหญ่ แต่ในบางปีมีการรุกตัวของน้ำเค็มค่อนข้างสูงในช่วงฤดูแล้ง
- ทะเลสาบตอนกลาง (ทะเลสาบ) อยู่ถัดลงไปจากตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัด
ื้
สงขลา ลงไปจนถึงบริเวณบ้านปากรอ ตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา มีพนที่ประมาณ 347.72 ตร.กม.
ความลึกเฉลี่ยประมาณ 2 เมตร มีเกาะต่างๆ หลายเกาะ ได้แก่ เกาะสี่ เกาะห้า เกาะหมาก เกาะนางคำ ทะเลสาบ
ตอนกลางเชื่อมต่อทะเลสาบตอนล่างโดยคลองหลวงและอาวท้องแบน มีคลองพรุพอ คลองพานไทร และคลองป่าบอน
่
้
ิ
ิ
บริเวณทะเลสาบตอนกลางนี้ได้รับอทธิพลของน้ำทะเลขึ้น-ลง พสัยน้ำขึ้นลงเฉลี่ยบริเวณปากรอประมาณ 0.11 เมตร
การผสมผสานของน้ำเค็มและน้ำจืดในสัดส่วนที่ต่างกันในฤดูฝนและฤดูแล้ง ทำให้ระบบนิเวศน์เป็นทั้งน้ำจืดและ
น้ำกร่อย ความเค็มจึงอยู่ในช่วง 0 - 20 กรัม/ลิตร ขึ้นอยู่กับฤดูกาล พนที่ส่วนนี้เป็นการผสมผสานของน้ำเค็มและ
ื้
น้ำจืดจึงทำให้มีสภาพเป็นทั้งน้ำจืดและน้ำกร่อย ในช่วงที่เป็นน้ำจืดจะมีพืชปกคลุมโดยทั่วไป
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 7
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
รูปที่ 3.1.5-1 แผนที่ตำแหน่งที่ตั้งทะเลสาบสงขลา
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
ื้
3 - 8
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
- ทะเลสาบตอนล่าง (ทะเลสาบสงขลา) เริ่มจากบ้านปากรอ ตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร
่
จังหวัดสงขลา ไปจนถึงจุดเชื่อมต่อกับอาวไทยที่ปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลา พนที่ของทะเลสาบตอนล่างประมาณ
ื้
194.86 ตร.กม. มีความลึกเฉลี่ยประมาณ 1.5 เมตร ยกเว้นที่ร่องน้ำทะเลสาบสงขลาจะลึกประมาณ 12 - 14 เมตร
ู่
มีคลองหลายสายที่ระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบตอนล่าง ได้แก่คลองอตะเภา คลองรัตภูมิ คลองบางโหนด คลองพะวง
ิ
ื่
ิ
เป็นต้น ทะเลสาบส่วนนี้ได้รับอทธิพลจากน้ำทะเลขึ้น-ลงมากกว่าส่วนอน โดยพสัยน้ำขึ้นน้ำลงเฉลี่ยที่ปากร่องน้ำ
็
ประมาณ 0.6 เมตร ค่าความเค็มของน้ำในฤดูแล้งอยู่ในช่วง 23 - 30 กรัม/ลิตร แต่ฤดูฝนค่าความเคมที่ผิวเกือบเป็น
ศูนย์ ทะเลสาบส่วนนี้มีการวางเครื่องมือประมงประเภทไซนั่งและโพงพางเกือบทั่วทั้งทะเลสาบ
(2) ปริมาตร/ขนาดของแหล่งน้ำ (ทะเลสาบสงขลา)
จากการทบทวนรายงานศึกษาต่างๆ และนำมาวิเคราะห์ขนาดพื้นที่และความลึกของทะเลสาบ
ื้
ี
สงขลาในตำแหน่งต่าง ๆ ทั้งสิ้น 4 ส่วนในพนที่ทะเลสาบสงขลา มีรายละเอยดในการวิเคราะห์ดังแสดงในตารางที่
3.1.5-1
ตารางที่ 3.1.5-1 ขนาดพื้นที่ ความลึก และความจุในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา
แหล่งน้ำในทะเลสาบสงขลา พื้นที่ ความลึกเฉลี่ย ปริมาตรความจุ
(ตารางกิโลเมตร) (เมตร) (ล้านลูกบาศก์เมตร)
ทะเลน้อย 27.72 1.2 33.26
ทะเลสาบตอนบน (ทะเลหลวง) 474.15 2.0 948.30
ทะเลสาบตอนกลาง (ทะเลสาบ) 347.72 2.0 695.44
ทะเลสาบตอนล่าง (ทะเลสาบสงขลา) 194.86 1.5 289.29
รวม 1,044.45 1.68 1,966.29
2) แหล่งน้ำผิวดินบริเวณบริเวณอื่น ๆ ในพื้นที่ศึกษา
จากการวิเคราะห์ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) สามารถจำแนกประเภทแหล่งน้ำได้ 6
่
ประเภท คือ คลองชลประทาน, หนองบึง ทะเลสาบ, แม่น้ำ ลำคลอง, บ่อน้ำในไร่นา, เหมืองแร่ บ่อขุด และอางเก็บน้ำ
ดังแสดงรายละเอียดในรูปที่ 3.1.5-2
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 9
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ื
รูปที่ 3.1.5-2 ตำแหน่งแหล่งน้ำในพ้นที่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 10
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
3.1.6 หน่วยงานในพื้นที่
จากการรวบรวมข้อมูล สถานที่หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ จากระบบข้อมูลแห่งประเทศ
ไทย ปี พ.ศ. 2563 พบว่า อำเภอกระแสสินธุ์ มีสถานที่หน่วยงานราชการที่สำคัญในอำเภอ จำนวน 16 แห่ง
ดังแสดงในตารางที่ 3.1.6-1
ตารางที่ 3.1.6-1 สถานที่หน่วยงานราชการภายในเขตอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
ที่ ชื่อหน่วยงาน ที่ตั้ง
1 ที่ว่าการอำเภอกระแสสินธุ์ 39 เกาะใหญ่ ต.เชิงแส อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270
2 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ หมู่ 11 ถนนเจดีย์งาม-เกาะใหญ่ ต.เกาะใหญ่
กระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270
3 สำนักงานที่ดินอำเภอกระแสสินธุ์ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4196 ต.เชิงแส อ.กระแสสินธุ์
จ.สงขลา 90270
4 สำนักงานเกษตรอำเภอกระแสสินธุ์ อาคารสำนักงานเกษตรอำเภอกระแสสินธุ์ หมู่ที่ 4
ต.กระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270
5 หน่วยสัสดีอำเภอกระแสสินธุ์ ต.กระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270
6 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอกระแสสินธุ์ ที่ว่าการอำเภอกระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์
จ.สงขลา 90270
7 สำนักงานประมงอำเภอสทิงพระ ที่ว่าการอำเภอกระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270
8 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถนนชายวารี ต.ระโนด อ.ระโนด จังหวัดสงขลา
จังหวัดสงขลา สาขาระโนด
9 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกระแสสินธุ์ หมู่ที่ 11 ต.กระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270
10 สถานีตำรวจภูธรอำเภอกระแสสินธุ์ ต.กระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270
11 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม ต.เชิงแส อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270
อัธยาศัยอำเภอกระแสสินธุ์
12 สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า บ้านแหลมควายราบ ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์
ทะเลสาบ จังหวัดสงขลา จ.สงขลา 90270
13 สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขากระแสสินธุ์ ถนนเกาะใหญ่-เจดีย์งาม อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270
15 เทศบาลตำบลกระแสสินธุ์ 60 หมู่ที่ 2 ต.กระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270
16 เทศบาลตำบลเชิงแส หมู่ที่ 3 ต.เชิงแส อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270
17 องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะใหญ่ หมู่ที่ 9 ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270
18 องค์การบริหารส่วนตำบลโรง หมู่ที่ 2 ต.โรง อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 90270
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 11
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
3.1.7 แหล่งทรัพยากรในการจัดการสาธารณภัย
ข้อมูลจากแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาประจำปีงบประมาณ พ.ศ.
ื
2563 ข้อมูลพ้นที่เสี่ยงอุทกภัยและโคลนถล่ม ประจำปี พ.ศ. 2561 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
กระทรวงมหาดไทย (เข้าถึงได้จาก http://110.78.23.169/) พบว่า อำเภอกระแสสินธุ์มีทรัพยากรในการ
จัดการสาธารณภัย ดังนี้
1) จำนวนเครื่องมือที่ใช้ในการกู้ภัย ได้แก่ รถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 3 คัน (จาก
หจก.วไลก่อสร้าง) เสื้อชูชีพ (อบต.เกาะใหญ่) 10 ตัว รถกู้ชีพฉุกเฉิน (อบต.เกาะใหญ่) 1 คัน
2) อุปกรณ์การเตือนภัย (เช่น หอเตือนภัย หอกระจายข่าว แม่ข่ายไร้สาย ไซเรนมือหมุน หรือ
ุ
อปกรณ์ที่ติดตั้งที่จังหวัด) จำนวน 2 ชุด
3) จำนวนอาสาสมัคร (คน) ได้แก่ อปพร. 60 คน อสม. 167 คน
4) แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- แผนบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด
ุ
- แผนเผชิญเหตุอทกภัยจังหวัด
- แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ
- แผนปฏิบัติการฉุกเฉินของ อปท.
5) ชุมชนมีการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหมู่บ้าน/ชุมชน (CBDRM) ดัง
แสดงไว้ในตารางที่ 3.1.7-1
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 12
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ตารางที่ 3.1.7-1 การอบรมจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยชุมชนเป็นฐาน (CBDRM)
ลำดับ อำเภอ จำนวน หมายเหตุ
1 จะนะ 405 ปี พ.ศ. 2549, 2555, 2557
2 นาทวี 572 ปี พ.ศ. 2549, 2551, 2552, 2558, 2559
3 สะบ้าย้อย 261 ปี พ.ศ. 2549, 2552, 2559, 2562
4 ควนเนียง 307 ปี พ.ศ. 2549, 2552, 2555, 2561, 2562
5 สทิงพระ 268 ปี พ.ศ. 2549, 2559, 2561
6 รัตภูมิ 410 ปี พ.ศ. 2549, 2550, 2552, 2553, 2555
7 สะเดา 380 ปี พ.ศ. 2549, 2552, 2556, 2557
8 บางกล่ำ 100 ปี พ.ศ. 2549
9 สิงหนคร 150 ปี พ.ศ. 2549, 2559
10 กระแสสินธุ์ 249 ปี พ.ศ. 2549, 2552, 2558
11 นาหม่อม 150 ปี พ.ศ. 2549, 2561, 2562
12 ระโนด 105 ปี พ.ศ. 2549, 2557, 2559, 2560
13 หาดใหญ่ 396 ปี พ.ศ. 2549, 2552, 2554, 2555, 2556
14 เทพา 172 ปี พ.ศ. 2549, 2558, 2561
15 เมืองสงขลา 104 ปี พ.ศ. 2550, 2560
16 คลองหอยโข่ง 183 ปี พ.ศ. 2551, 2553, 2555, 2559
รวม 4,212
3.2 โครงสร้างประชากร
จากสถิติประชากรของส่วนบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน
กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2554 - 2563) จำนวนประชากรอำเภอ
กระแสสินธุ์ได้ลดลงจาก 15,407 คน ในปี พ.ศ. 2554 เหลือ 14,968 คน ในปี พ.ศ. 2563 คิดเป็นสัดส่วน
ร้อยละ 1.05 ของจำนวนประชากรจังหวัดสงขลา มีอัตราการเปลี่ยนแปลงประชากรลดลงเฉลี่ยร้อยละ 0.28
ต่อปี มีจำนวนครัวเรือนรวม 5,163 หลังคาเรือน คิดเป็นขนาดครัวเรือนเฉลี่ยประมาณ 3 คน ต่อครัวเรือน
และมีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ย 34 คนต่อตารางกิโลเมตร (ตารางที่ 3.2-1)
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 13
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ตารางที่ 3.2-1 ลักษณะประชากรและการเปลี่ยนแปลงประชากรอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
ปี พ.ศ. จำนวน จำนวน ขนาดครัวเรือน ความหนาแน่น ความหนาแน่น
ประชากร (คน) ครัวเรือน (คน/ครัวเรือน) ประชากร ครัวเรือน
(หลัง) (คน/ตร.กม.) (ครัวเรือน/ตร.กม.)
2563 14,968 5,163 3 33 11
2562 14,996 5,087 3 33 11
2561 15,087 5,021 3 33 11
2560 15,145 4,953 3 34 11
2559 15,231 4,904 3 34 11
2558 15,274 4,862 3 34 11
2557 15,364 4,824 3 34 11
2556 15,467 4,760 3 34 11
2555 15,498 4,711 3 34 10
2554 15,407 4,637 3 34 10
อัตราการเปลี่ยนแปลง (ร้อยละ/ปี) -0.28
ที่มา: สำนักบริหารทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (2563)
3.2.1 เพศ
จากข้อมูลสถิติประชากรที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2563 พบว่า
จำนวนครัวเรือนในอำเภอกระแสสินธุ์มีทั้งสิ้น 5,163 ครัวเรือน มีจำนวนประชากรรวมทั้งสิ้น 14,968 คน
แบ่งเป็นประชากรเพศชาย 7,349 คน และประชากรเพศหญิง 7,619 คน โดยตำบลที่มีจำนวนประชากร
สูงสุด ได้แก่ ตำบลเกาะใหญ่ และตำบลกระแสสินธุ์ ตามลำดับ รายละเอียดจำนวนประชากร และจำนวน
ครัวเรือนรายอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา แสดงดังตารางที่ 3.2.1-1
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 14
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ตารางที่ 3.2.1-1 จำนวนประชากรจำแนกตามเพศ ปี พ.ศ. 2563 ในอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
จำนวนประชากร (คน) จำนวนครัวเรือน
ลำดับ รายชื่ออำเภอ
ชาย หญิง รวม (ครัวเรือน)
1 ตำบลเกาะใหญ่ 3,292 3,364 6,656 2,000
2 ตำบลโรง 1,278 1,366 2,644 910
3 ตำบลเชงแส 1,413 1,412 2,825 1,085
ิ
4 ตำบลกระแสสินธุ์ 1,366 1,477 2,843 1,168
รวม 31,594 32,625 64,219 24,728
หมายเหตุ ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูล ณ เดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2563 และรวมจำนวนประชากรในเขตท้องถิ่นเทศบาลตำบลแล้ว
ที่มา: สำนักบริหารทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (2563)
3.2.2 กลุ่มอายุ
จากข้อมูลสถิติประชากรที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2563 เมื่อจำแนก
ประชากรตามโครงสร้างอายุของประชากรในรูปแบบของพีระมิดประชากร พบว่า สามารถจำแนกออกเป็น
กลุ่มอายุได้ 3 กลุ่ม คือ ประชากรวัยเด็ก (อายุน้อยกว่า 15 ปี) ประชากรวัยแรงงาน (อายุ 15 - 59 ปี) และ
ประชากรวัยสูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) โดย พ.ศ. 2563 พบว่า ส่วนฐานของพีระมิดซึ่งเป็นตัวแทนของ
ประชากรวัยเด็กมีลักษณะแคบและมีแนวโน้มแคบลงอีก ในขณะที่ส่วนกลางของพีระมิด คือประชากรวัย
แรงงาน (ช่วงอายุ 25 - 29 ปี) จะขยับขึ้นไปแทนที่ส่วนยอดของพีระมิดในอนาคต หมายถึงการเพ่มขึ้นของ
ิ
ประชากรในอนาคต (รูปที่ 3.2.2-1)
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
ื้
3 - 15
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
รูปที่ 3.2.2-1 พีระมิดประชากรอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ปี พ.ศ.2563
ในส่วนของอัตราส่วนพ่งพิง เป็นการพิจารณาอัตราส่วนของประชากรที่อยู่ในกลุ่มอายุนอกวัย
ึ
แรงงานต่อประชากรในวัยแรงงาน โดยกลุ่มอายุนอกวัยแรงงานที่ต้องพ่งพิง ได้แก่ กลุ่มประชากรวัยเด็กที่มีอายุ
ึ
ึ
ต่ำกว่า 15 ปี และกลุ่มประชากรวัยสูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ส่วนประชากรที่เป็นที่พ่งพิงของกลุ่มวัยเด็กและ
วัยสูงอายุ คือ กลุ่มประชากรวันทำงานที่มีอายุระหว่าง 15 - 59 ปี โดยในปี พ.ศ. 2563 มีอัตราส่วนพ่งพิงร้อย
ึ
ละ 59.80 ซึ่งหมายถึงประชากรวัยแรงงาน 100 คน ต้องรับภาระดูแลเด็กประมาณ 22 คน และดูแลผู้สูงอายุ
ประมาณ 38 คน ดังตารางที่ 3.2.2-1
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 16
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ั
ตารางที่ 3.2.2-1 โครงสร้างประชากร และอตราพงพงอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 2563
ิ
ึ่
ช่วงวัย ชาย หญิง รวม อัตราพึ่งพิง (ร้อยละ)
วัยเด็ก (0 - 14 ปี) 1,082 972 2,054 21.93
ร้อยละ 7.23 6.49 13.72
วัยทำงาน (15 - 59 ปี) 4,746 4,621 9,367 59.80
ร้อยละ 31.71 30.87 62.58
วัยสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) 1,521 2,026 3,547 37.87
ร้อยละ 10.16 13.54 23.70
รวม 7,349 7,619 14,968
3.2.3 การศึกษา
ื
การศึกษาในพ้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา มีสถานศึกษาตั้งแต่ระดับก่อนวัยเรียนถึง
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีหน่วยงานรับผิดชอบการศึกษาหลายหน่วยงานทั้งในสังกัด
ื
กระทรวงศึกษาธิการและนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งในระบบและนอกระบบ โดยมีโรงเรียนในพ้นที่
ื
ทั้งหมด 11 แห่ง จำแนกเป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพ้นที่การศึกษาขั้นพ้นฐาน 10 แห่ง และโรงเรียน
ื
ในส่วนราชการอ่นๆ จำนวน 1 แห่ง มีนักเรียนทั้งหมด จำนวน 1,443 คน เป็นเพศชาย 764 คนและเพศ
ื
ี
หญิง 679 คน (ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2562) รายละเอยดดังแสดงในตารางที่ 3.2.3-1
ตารางที่ 3.2.3-1 จำนวนนักเรียน จำแนกตามระดับการศึกษา และเพศในอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
ปีการศึกษา 2562
ระดับการศึกษา ชาย (คน) หญิง (คน) รวม (คน)
ก่อนประถมศึกษา 134 107 241
ประถมศึกษา 396 386 782
มัธยมศึกษาตอนต้น 206 123 329
มัธยมศึกษาตอนปลาย 28 63 91
ที่มา: “สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา” ใน รายงานสถิติจังหวัดสงขลา พ.ศ. 2563
3.2.4 กลุ่มผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส
กลุ่มผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสจากการรวบรวมข้อมูลพ้นฐานระดับหมู่บ้าน กชช. 2ค และข้อมูล
ื
ื
ื
ความจำเป็นพ้นฐาน จปฐ. ปี พ.ศ. 2562 จากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พบว่า พ้นที่อำเภอ
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 17
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
กระแสสินธุ์มีผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส จำนวน 129 คน จำแนกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังแสดงในตารางที่
3.2.4-1
ิ
ตารางที่ 3.2.4-1 จำนวนผู้พการและผู้ด้อยโอกาสในพนที่อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 2562
ื้
ประเภท จำนวน (คน)
พิการทางตา 31
พิการทางหู 18
พิการทางกาย 51
พิการทางจิต 21
พิการทางสติปัญญา 2
พิการทางการเรียนรู้ 3
ออทิสติก 2
คนพิการซ้ำซ้อน 1
3.2.5 การนับถือศาสนาและความเชื่อ
ประชาชนนับถือศาสนาพุทธโดยวัดที่สำคัญประจำอำเภอและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
มี 1 แห่งคือ วัดเอก ตั้งอยู่เลขที่ 12 หมู่ที่ 3 ตำบลเชิงแส อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา นอกจากนี้
ประชาชนในพ้นที่ยังนับถือศาสนาอ่นๆ ได้แก่ ศาสนาคริสต์ โดยมี ศาสนสถานต่างๆ ดังแสดงในตารางที่
ื
ื
3.2.5-1
ตารางที่ 3.2.5-1 ข้อมูลวัด สำนักสงฆ์ โบสถ์คริสต์ มัสยิด พระภิกษุ และสามเณร อำเภอกระแสสินธุ์
จังหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 2562
วัด สำนักสงฆ ์ โบสถ์คริสต์ มัสยิด พระภิกษุ สามเณร
13 2 1 - 85 19
ที่มา: “สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสงขลา และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา” ใน รายงานสถิติ
จังหวัดสงขลา พ.ศ.2563
ในส่วนของประเพณีและงานประเพณี ข้อมูลจากส่วนปกครองท้องที่อำเภอกระแสสินธุ์ พบว่า
งานประเพณีความเชื่อที่สำคัญของอำเภอกระแสสินธุ์ ได้แก่
1) ประเพณีลากพระ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี มีกิจกรรมการประกวดเรือทรง
พระทางบกและทางน้ำ การแข่งขันเรือพายและกิจกรรมอ่น
ื
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
ื้
3 - 18
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
2) ประเพณีลอยกระทง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ของทุกปี มีกิจกรรมลอยกระทง
ประกวดหนูน้อยนพมาศ ประกวดกระทง
3) ประเพณีทำบุญตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ จัดในวันที่ 1 มกราคมของทุกปี มีกิจกรรมทำบุญตัก
บาตร ประเพณีสงกรานต์ จัดในเดือนเมษายนของทุกปี มีกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ สรงน้ำพระ พิธีหล่อ
เทียนและสมโภชเทียนพรรษา จัดในเดือนกรกฎาคม
4) เทศกาลกินเจ จัดในเดือนตุลาคม ณ ศาลเจ้าอันฮกเก็ง อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
ื่
เพออนุรักษ์ประเพณีและร่วมบำเพ็ญตนให้บริสุทธิ์ละเว้นการฆ่าสัตว์
3.3 สภาพสังคมและเศรษฐกิจ
ข้อมูลด้านสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่รวบรวมและนำมาทบทวน ได้แก่ ข้อมูลพ้นฐานระดับ
ื
หมู่บ้าน กชช. 2ค และข้อมูลความจำเป็นพ้นฐาน จปฐ. ปีพ.ศ. 2562 จากกรมการพัฒนาชุมชน
ื
ี
กระทรวงมหาดไทย โดยมีรายละเอยดดังนี้
3.3.1 การประกอบอาชีพ
จากข้อมูลความจำเป็นพ้นฐาน (จปฐ.) ปี พ.ศ. 2562 ประชากรในอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัด
ื
สงขลาประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำนา จำนวน 988 ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 24.79
รองลงมา ได้แก่ อาชีพรับจ้างทั่วไป จำนวน 869 ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 21.81 ดังแสดงในตารางที่
3.3.1-1
ื้
ตารางที่ 3.3.1-1 จำนวนครัวเรือน จำแนกตามอาชีพในพนที่อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
ประเภทอาชีพ จำนวนครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ
กำลังศึกษา 17 0.43
ี
ไม่มอาชีพ 538 13.50
เกษตร-ทำนา 988 24.79
เกษตร-ทำไร่ 6 0.15
เกษตร-ทำสวน 609 15.28
เกษตร-ประมง 257 6.45
เกษตร-ปศุสัตว์ 29 0.73
พนักงาน-รับราชการ 196 4.92
พนักงาน-รัฐวิสาหกิจ 5 0.13
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
ื้
3 - 19
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ื้
ตารางที่ 3.3.1-1 จำนวนครัวเรือน จำแนกตามอาชีพในพนที่อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา (ต่อ)
ประเภทอาชีพ จำนวนครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ
พนักงานบริษัท 26 0.65
รับจ้างทั่วไป 869 21.81
ค้าขาย 212 5.32
ธุรกิจส่วนตัว 88 2.21
อาชีพอื่นๆ 145 3.64
รวมทั้งสิ้น 3,985 100.00
3.3.2 รายรับ รายจ่ายครัวเรือน
ื
รายได้ของครัวเรือนซึ่งมาจากการประกอบอาชีพหลัก อาชีพรอง และรายได้อ่น ๆ พบว่า
อำเภอกระแสสินธุ์มีรายได้ของครัวเรือนเฉลี่ย 170,827.65 บาท/ปี หรือ 14,235.64 บาท/เดือน ซึ่งต่ำกว่า
รายได้เฉลี่ยของจังหวัดสงขลา คือ 183,426.15 บาท/ปี หรือ 18,320.31 บาท/เดือน (ตารางที่ 3.3.2-1)
ตารางที่ 3.3.2-1 รายได้เฉลี่ยครัวเรือนจำแนกตามแหล่งรายได้ของครัวเรือน ปี พ.ศ. 2562 อำเภอ
กระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
แหล่งรายได้ของครัวเรือน (บาท/ปี) รายได้ครัวเรือน รายได้บุคคล
ระดับ
อาชีพหลัก อาชีพรอง รายได้อื่น ทำ-หาเอง เฉลี่ย (บาท/ปี) เฉลี่ย (บาท/ปี)
จังหวัดสงขลา 151,113.59 18,477.01 8,105.33 5,730.22 183,426.15 57,553.14
อำเภอกระแสสินธุ์ 108,846.62 21,813.60 22,171.39 17,996.03 170,827.65 63,490.78
รายจ่ายของครัวเรือน ได้แก่ ต้นทุนการผลิต สิ่งของอุปโภค - บริโภคทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น
และการชำระหนี้สิน พบว่า อำเภอกระแสสินธุ์มีรายจ่ายเฉลี่ยของครัวเรือน 104,883.67 บาท/ปี หรือ
8,740.31 บาท/เดือน ซึ่งต่ำกว่ารายจ่ายเฉลี่ยของจังหวัดสงขลา คือ 140,016.13 บาท/ปี หรือ 11,668.01
บาท/เดือน (ตารางที่ 3.3.2-2)
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
ื้
3 - 20
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ตารางที่ 3.3.2-2 รายจ่ายเฉลี่ยครัวเรือนจำแนกตามแหล่งรายจ่ายของครัวเรือน ปี พ.ศ. 2562 อำเภอ
กระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
แหล่งรายจ่ายของครัวเรือน (บาท/ปี) รายจ่าย รายจ่าย
พื้นที่ ต้นทุนการ อุปโภคบริโภค อุปโภคบริโภค ชำระหนี้สิน ครัวเรือนเฉลี่ย บุคคลเฉลี่ย
ผลิต ที่จำเป็น ที่ไม่จำเป็น (บาท/ปี) (บาท/ปี)
จังหวัดสงขลา 24,640.94 89,025.86 16,274.04 10,075.30 140,016.13 50,381.59
อำเภอกระแสสินธุ์ 23,701.57 57,143.76 10,402.25 13,636.09 104,883.67 38,981.67
3.4 การใช้ประโยชน์ที่ดิน
ื
ื้
การใช้ประโยชน์ที่ดินในพ้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ส่วนใหญ่เป็นพนที่สำหรับทำการเกษตร โดยฝั่งที่
ื
มีพ้นที่ติดกับทะเลสาบสงขลาลักษณะการใช้พ้นที่ส่วนใหญ่จะประกอบกิจกรรมการทำนาข้าว มีขนาดเนื้อที่ที่
ื
ประมาณ 29,925.82 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 51 ของพ้นที่ (อาจมีสวนปาล์มน้ำมันละไร่นาสวนผสมแซมอยู่บ้าง
ื
ื
เล็กน้อย) และในบริเวณพ้นที่สูงด้านติดกับทะเลสาบสงขลาพ้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ไม้ยืนต้น (ในที่นี้คือ
ื
ื
ยางพารา) มีเนื้อที่ปลูกประมาณ 13,246.4 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 22 ของพ้นที่ และมีการใช้ประโยชน์ใน
ื่
รูปแบบอน ๆ อก ดังแสดงในตารางที่ 3.4-1 และรูปที่ 3.4-1
ี
ตารางที่ 3.4-1 การใช้ประโยชน์ที่ดินในอำเภอกระแสสินธุ์
ประเภทการใช้ที่ดิน เนื้อที่ (ไร่) ร้อยละ
นาข้าว 29,925.82 51
ไม้ยืนต้น 13,246.4 22
ที่อยู่อาศัย 4,856.62 8
สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 1,929.25 3
พื้นที่ลุ่ม 2,106.63 4
ป่าชายเลน 2,348.03 4
อื่นๆ 4,740.88 8
รวม 59,153.63
ั
ที่มา: ฐานข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน กรมพฒนาที่ดิน ปี พ.ศ. 2559
หมายเหตุ ขนาดพนที่คำนวณจากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ื้
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 21
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
รูปที่ 3.4-1 การใช้ประโยชน์ที่ดินอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
ั
ที่มา: ฐานข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน กรมพฒนาที่ดิน ปี พ.ศ. 2559
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 22
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
3.5 ประเภทและลักษณะของบ้านเรือน
ในรายงานสถิติจังหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 2563 ได้รวมรวบข้อมูลเกี่ยวกับร้อยละของครัวเรือนแยกตาม
ประเภทของที่อยู่อาศัย ลักษณะของบ้านเรือน รวมทั้งสภาพการครอบครองที่อยู่อาศัย ประจำปี พ.ศ. 2558 - 2562
ดังแสดงในตารางที่ 3.5-1 (ข้อมูลดังกล่าวไม่มีการแยกย่อยเป็นรายอำเภอ)
ตารางที่ 3.5-1 ร้อยละของครัวเรือน จำแนกตามลักษณะที่สำคัญของครัวเรือน จังหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 2558-2562
ลักษณะที่สำคัญของครัวเรือน 2558 2559 2560 2561 2562
ี่
ประเภทของทอยู่อาศัย 100.0 100.00 100.00 100.00 100.00
บ้านโดด 55.9 65.85 65.19 62.49 66.48
ห้องแถว 29.6 25.73 26.12 27.63 26.27
ทาวน์เฮาส์หรือบ้านแฝด 7.2 6.52 6.88 3.05 1.93
ห้องชุด 7.3 1.90 1.81 6.27 5.17
ห้องภายในบ้าน - - - 0.30 0.15
ที่อยู่อาศัยชั่วคราว - - - 0.26 -
อื่น ๆ - - - - -
ชนิดของวัสดุก่อสร้างทอยู่อาศัย 100.0 100.00 100.00 100.00 100.00
ี่
ตึก 73.2 78.06 73.93 74.00 77.82
ไม้ 10.2 6.55 5.73 8.04 8.97
ครึ่งตึกครึ่งไม้ 16.1 15.39 20.18 17.56 13.21
วัสดุที่หาได้ตามท้องถิ่น 0.50 - 0.16 0.40 -
วัสดุใช้แล้ว - - - - -
วัสดุอื่น ๆ - - - - -
ี่
สถานภาพการครอบครองทอยู่อาศัย 100.0 100.00 100.00 100.01 100.00
เป็นเจ้าของบ้านและที่ดิน 64.1 73.39 66.85 66.80 66.32
เป็นเจ้าของบ้านแต่เช่าที่ดิน 0.80 0.89 2.60 0.97 2.63
บ้านเช่า 20.9 19.82 20.82 21.60 20.76
อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า 14.20 5.90 9.73 10.63 10.29
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 23
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
3.6 ระบบสาธารณูปโภค
้
ระบบสาธารณูปโภคของพนที่จำแนกเป็น 1) การไฟฟา 2) การประปา และ 3) การคมนาคมขนส่ง
ื้
รายละเอียด ดังนี้
3.6.1 การไฟฟ้า
ื้
้
้
ข้อมูลด้านไฟฟาจากการไฟฟาส่วนภูมิภาคจังหวัดสงขลา ในพนที่อำเภอระโนดและอำเภอกระแสสินธุ์
(ข้อมูลการใช้ไฟฟาจากรายงานจังหวัดสงขลา พ.ศ. 2563 ได้รวมข้อมูลการใช้ไฟฟาของอำเภอระโนดและอำเภอ
้
้
้
กระแสสินธุ์เข้าด้วยกัน) ปี พ.ศ. 2562 มีจำนวนผู้ใช้ไฟฟาทั้งสิ้น 25,663 ราย การจำหน่ายกระแสไฟฟา 152.517
้
ล้านกิโลวัตต์/ชั่วโมง จำแนกเป็นแต่ละประเภทการใช้งานดังแสดงในตารางที่ 3.6.1-1
ตารางที่ 3.6.1-1 การจำหน่ายกระแสไฟฟ้า จำแนกตามประเภทผู้ใช้ ปีงบประมาณ 2562
บ้านอยู่อาศัย สถานธุรกิจและ ส่วนราชการ อื่น ๆ ไฟฟรี รวม
33.635 112.713 2.602 3.567 - 152.517
หมายเหตุ ข้อมูลการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าอำเภอระโนดและอำเภอกระแสสินธุ์
ที่มา “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัด สงขลา” ใน รายงานสถิติจังหวัดสงขลา พ.ศ. 2563
3.6.2 การประปา
ในส่วนของการประปาในพ้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ยังไม่ได้รับบริการจากการประปาส่วนภูมิภาค ส่วน
ื
ใหญ่จะเป็นการดำเนินการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพ้นที่ ซึ่งจากรายงานแผนพฒนาตำบลในเขตอำเภอ
ื
ั
กระแสสินธุ์ พบว่า การบริการด้านการประปาครอบคลุมทุกหลังคาเรือน แต่เป็นน้ำประปาสำหรับการอุปโภค
ื
และมีน้ำใช้ตลอดปี แต่พ้นที่ยังประสบปัญหาในด้านการบำรุงรักษาระบบ มีท่อน้ำประปาชำรุดบ่อยครั้งเนื่องจาก
การปรับปรุงถนน
3.6.3 การคมนาคมขนส่ง
1) การเดินทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2 หรือ
ถนนธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม อำเภอปากท่อ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวง
แผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงชุมพร แล้วใช้ทางหลวง
ั
แผ่นดินหมายเลข 41 ผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอทุ่งสง จนถึงจังหวัดพทลุง บรรจบกับทางหลวงแผ่นดิน
หมายเลข 4 อีกครั้ง แล้วขับต่อไปจนถึงอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รวมระยะทางประมาณ 906.2
กิโลเมตร
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 24
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
2) การเดินทางในอำเภอ โดยรถสองแถว มีวิ่งบริการจากสถานีขนส่งไปยังที่ต่าง ๆ รวมทั้ง
รถสามล้อเครื่อง และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จอดอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในอำเภอ เช่น ค่าบริการมีทั้งแบบตกลงกัน
ตามแต่ระยะทางและแบบเหมาจ่าย
สำหรับเส้นทางคมนาคมภายในจังหวัดที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอต่างๆ มีทั้งคอนกรีต และ
ถนนลาดยางแอสฟสต์ติก เส้นทางจากอำเภอกระแสสินธุ์ ถึงอำเภอต่าง ๆ ดังรูปที่ 3.6.3-1
ั
- ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 408 นครศรีธรรมราช – สงขลา
- ทางหลวงชนบทหมายเลข สข4009 ระโนด – กระแสสินธุ์
- ทางหลวงชนบทหมายเลข สข1059 บ่อตรุ – กระแสสินธุ์
- ทางหลวงชนบทหมายเลข สข2065 สทิงพระ - กระแสสินธุ์
- ทางหลวงชนบทหมายเลข สข2002 ชะแม – กระแสสินธุ์
เส้นทางการเดินทางจากที่ทำการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาไปยัง
ที่ว่าการอำเภอกระแสสินธุ์ใช้เส้นทางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 408 ข้ามสะพานติณสูลานนท์ผ่านอำเภอ
สิงหนคร และอำเภอสทิงพระ เลี้ยวซ้ายที่ระยะทาง 68 กิโลเมตร ผ่านหน้าวัดราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ)
ขับต่อไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ระยะทางรวมประมาณ 78 กิโลเมตรใช้เวลาขับรถ 1 ชั่วโมง 20 นาที
โดยประมาณโดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 408 เป็นทางหลวงที่มี 4 ช่องจราจร ทำให้การเดินทาง
ค่อนข้างสะดวก ไม่มีปริมาณรถติดสะสมเยอะเกินไปดังรูปที่ 3.6.3-2
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 25
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
รูปที่ 3.6.3-1 การคมนาคมขนส่งในอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
ื้
3 - 26
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
รูปที่ 3.6.3-2 เส้นทางการเดินทางระหว่างอำเภอกระแสสินธุ์ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
จังหวัดสงขลา
3.7 ระบบสาธารณูปการ
ื
ระบบสาธารณูปการเป็นบริการเพ่อสาธารณะซึ่งดำเนินการโดยองค์กรของรัฐหรือเอกชนโดย
การควบคุมของรัฐบาลและเป็นกิจการที่ไม่หวังผลกำไร เช่น โรงพยาบาล สถานศึกษา ศาสนสถาน และ
หน่วยงานรัฐบาล จากข้อมูลศูนย์ข้อมูลประเทศไทย (2564) และรายงานสถิติจังหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 2563
ทำการรวบรวมไว้มีรายละเอยดดังแสดงในตารางที่ 3.7-1
ี
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 27
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ตารางที่ 3.7-1 ระบบสาธารณูปการในอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
ลำดับที่ รายการ จำนวน หน่วย
1 สถานบริการด้านสุขภาพ 7 แห่ง
2 สถานศึกษา 11 แห่ง
3 ศาสนสถาน 15 แห่ง
4 สถานีตำรวจ 1 แห่ง
5 การไฟฟ้า 1 แห่ง
6 การประปา - แห่ง
7 สถานีดับเพลิง - แห่ง
8 สำนักงาน ปภ.จังหวัดสงขลา สาขาระโนด 1 แห่ง
9 ส่วนงานป้องกันสาธารณภัยในระดับท้องถิ่น 4 แห่ง
ที่มา: ศูนย์ข้อมูลประเทศไทย (2564) และรายงานสถิติจังหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 2563
ื้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 3 พนที่ศึกษา
3 - 28
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
บทที่ 4
การศึกษาด้านอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา
4.1 การศึกษาสภาพภูมิอากาศ
จังหวัดสงขลาอยู่ภายใตอทธิพลของมรสุมที่พดผ่านประจำเป็นฤดูกาล 2 ชนิด คือ ฤดูมรสุมตะวันตก
ิ
ั
เฉียงใต ซึ่งเป็นลมจากทิศตะวันตกเฉียงใต ที่พดเอามวลอากาศชื้นมาจากมหาสมุทรอนเดียมาสู่ประเทศไทยระหว่าง
ิ
ั
ี
กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม หรือในชวงฤดูฝน ทำใหจังหวัดสงขลามีฝนชุกทั่วไป สวนมรสุมอกชนิด
หนึ่งคือ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นลมจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พดเอามวลอากาศเย็นและแห้งจาก
ั
ึ
ประเทศจีน มาสู่ประเทศไทยระหว่างกลางเดือนตุลาคมถงกลางเดือนกุมภาพันธ ทำใหจังหวัดสงขลามีอากาศเย็นลง
่
ื้
ั
ี
และมีฝนชุกต่อเนื่องอกระยะหนึ่ง เนื่องจากมรสุมนี้พดพามวลอากาศชื้นจากอาวไทยมาปะทะชายฝั่งบริเวณพนที่
ราบชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ซึ่งเป็นด้านรับลมจึงมีปริมาณฝนมากกวาพนที่ด้านตะวันตก โดยเฉพาะในเดือน
ื้
พฤศจิกายนและธันวาคม เนื่องจากจังหวัดสงขลาตั้งอยู่ในภาคใต ซึ่งเป็นเขตละติจูดต่ำและอยู่ติดกับทะเล ลักษณะ
อากาศในแต่ละฤดูกาลจึงไม่แตกต่างกันมากนัก เมื่อพจารณาตามลักษณะภูมิอากาศของประเทศไทยแลวสามารถ
ิ
แบงออกเป็น 3 ฤดูกาลดังนี้
- ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นชวงที่มรสุมตะวันตกเฉยงใตพด
ี
ั
ปกคลุม ประเทศไทยกับมีรองความกดอากาศต่ำพาดผ่านเป็นระยะ ๆ ตอจากนั้นจนถึงเดือนพฤศจิกายน เป็นระยะ
ที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย จังหวัดสงขลาจะยังคงมีฝนชุกต่อเนื่องจนถึงเดือนธันวาคม
- ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพนธ ซึ่งเป็นฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพด
ั
ั
ุ
ั
ุ
ปกคลุมประเทศไทย เมื่อมรสุมนี้พดปกคลุมเต็มที่อณหภูมิจะลดลงและมีอากาศเย็นเป็นครั้งคราว โดยอณหภูมิจะ
ลดลงต่ำสุดในเดือนธันวาคมและมกราคม อย่างไรก็ตามสภาวะอากาศในชวงฤดูหนาวของจังหวัดสงขลาไม่หนาวเย็น
มากเทากับจังหวัดที่อยู่ในบริเวณประเทศไทยตอนบน
- ฤดูรอน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพนธถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นชวงเปลี่ยนฤดูมรสุม ระยะ
ั
้
นี้เป็นช่องว่างของลมมรสุมทำใหมีอากาศรอนอบอาวทั่วไป โดยเฉพาะเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมเป็นชวงที่มี
อากาศร้อนกว่าช่วงอน เดือนที่มีอากาศรอนที่สุดคือเดือนเมษายน แต่จังหวัดสงขลาอยู่ใกลทะเลจึงไม่รอนมากนัก
ื่
เพราะได้รับกระแสลมและไอน้ำทำใหอากาศคลายความร้อนลงไปมาก
้
ี่
จากการรวบรวมขอมูลภูมิอากาศทสถานีในจังหวัดสงขลาซึ่งบันทึกไว้โดยกรมอุตุนิยมวิทยา สามารถสรุปตัว
แปรภูมิอากาศได้ ดังแสดงใน ตารางที่ 4.1-1
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 4 การศึกษาด้านอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา
4 - 1
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ตารางที่ 4.1-1 ค่าเฉลี่ยตัวแปรภูมิอากาศพื้นที่โครงการ
ตัวแปรภูมิอากาศ ค่าเฉลี่ย ช่วงพิสัยของค่าเฉลี่ย ค่าเฉลี่ยสูงสุด ค่าเฉลี่ยต่ำสุด
รายป ี รายเดือน รายเดือน รายเดือน
อุณหภูมิ (องศาเซลเซียส) 27.9 26.8 (ธ.ค.) - 28.9 (เม.ย.) 33.1 (มิ.ย.) 24.3 (ต.ค.)
ความชื้นสัมพัทธ์ (%) 78.5 76.0 (ส.ค.) - 84.0 (พ.ย.) 93.0 (ต.ค.) 59.0 (ส.ค.)
ปริมาณการระเหยจากถาด (มม.) 1,736.0 104.0 (พ.ย.) - 180.0 (มี.ค.) - -
็
ความครึ้มของเมฆ (0 - 10 ออกต้า) 6.7 5.0 (ก.พ.) - 8.0 (ต.ค.) - -
ความเร็วลม (น๊อต) 3.4 2.4 (พ.ค.) - 5.2 (ม.ค.) 42.0 (ส.ค.) -
ปริมาณฝน (มม.) 2,027.7 48.6 (ก.พ.) - 533.2 (พ.ย.) - -
4.2 ผลการศึกษาปริมาณฝน
4.2.1 การรวบรวมข้อมูล
ื้
การวิเคราะห์ปริมาณน้ำฝนในพนที่ลุ่มน้ำ รวบรวมข้อมูลปริมาณฝนรายเดือนของสถานีวัดน้ำฝนที่
ื่
ื้
ื้
รวบรวมโดย กรมอตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน หรือหน่วยงานอนที่ได้รวบรวมข้อมูลไว้ทั้งในพนที่และพนที่
ใกล้เคียง จำนวน 5 สถานี ดังแสดงรายละเอยดของสถานีตรวจวัดน้ำฝนและปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปดังแสดงใน
ี
ตารางที่ 4.2.1-1 และแสดงตำแหน่งในรูปที่ 4.2.1-1
ตารางที่ 4.2.1-1 รายชื่อสถานีน้ำฝนที่เลือกบริเวณอำเภอกระแสสินธุ์
ตำแหน่ง ปริมาณฝน
รหัส ช่วงปี
ลำดับ ชื่อสถานี อำเภอ จังหวัด เฉลี่ยรายป ี
ู
สถานี ข้อมล Long. Lat.
(มม.)
2503 -
1 350061 X.24 เมือง พัทลุง 100.047 7.567 2,293
2563
2524 -
2 580221 X.113 สะเดา สงขลา 100.396 6.633 1,699
2563
2539 -
3 580401 บ้านเขารูปช้าง สะเดา สงขลา 100.274 6.729 1,135
2563
2540 -
4 580411 บ้านคลองหวะ นาหม่อม สงขลา 100.534 6.963 1,761
2563
2540 -
5 580421 X.90 คลองหอยโข่ง สงขลา 100.440 6.931 1,774
2563
ที่มา: ศูนย์อุทกวิทยาชลประทาน ภาคใต้ (2564)
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 4 การศึกษาด้านอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา
4 - 2
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
รูปที่ 4.2.1-1 ตำแหน่งสถานีวัดน้ำฝนที่ใช้ศึกษา
4.2.2 การวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณฝนรายปีและการกระจายฝนรายเดือน
ื่
จากข้อมูลตำแหน่งสถานีวัดน้ำฝนและปริมาณฝน ทำการเฉลี่ยด้วย Thiessen Polygon เพอคำนวณ
ปริมาณฝนเฉลี่ยรายปี และการกระจายฝนรายเดือน โดยสรุปได้ว่าในเขตอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา มี
ปริมาณฝนเฉลี่ยรายปีเท่ากับ 2,066.70 มม./ปี และมีการกระจายปริมาณฝนรายเดือน ดังแสดงใน รูปที่ 4.2.2-1
พบว่า อำเภอกระแสสินธุ์ ในช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม - ตุลาคม) มีปริมาณฝนเฉลี่ย 817.90 มม./ปี หรือร้อยละ
39.58% ของปริมาณฝนทั้งปี ฤดูหนาว (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์) มีปริมาณฝนเฉลี่ย 1,114.00 มม./ปี หรือร้อยละ
53.90 % ของปริมาณฝนทั้งปี และฤดูร้อน (มีนาคม - เมษายน) มีปริมาณฝนเฉลี่ย 134.80 มม./ปี หรือร้อยละ
6.52% ของปริมาณฝนทั้งปี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 4 การศึกษาด้านอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา
4 - 3
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
รูปที่ 4.2.2-1 การกระจายของปริมาณฝนรายเดือนในพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
4.2.3 การวิเคราะห์การผันแปรของปริมาณฝนเฉลี่ยรายปีในพื้นที่
จากข้อมูลปริมาณฝนเฉลี่ยรายปีที่สถานี นำมาวิเคราะห์การผันแปรของปริมาณฝนโดยการสร้างเส้นชั้น
ความสูงเท่ากันของปริมาณน้ำฝน (Isohyet) สรุปได้ว่าอำเภอกระแสสินธุ์ มีปริมาณฝนเฉลี่ยรายปีในช่วง 2,000 –
ื้
2,100 มม./ปี โดยบริเวณที่ตั้งอำเภอกระแสสินธุ์ จะมีปริมาณฝนตกเฉลี่ยรายปีต่ำกว่าพนที่โดยรอบ ดังแสดงใน รูป
ที่ 4.2.3-1
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 4 การศึกษาด้านอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา
4 - 4
โครงการการจัดการอุทกภัยโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBFM)
อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
รูปที่ 4.2.3-1 เส้นชั้นน้ำฝนแสดงปริมาณฝนเฉลี่ยรายปีในเขตพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
4.2.4 การวิเคราะห์แจกแจงความถี่ปริมาณฝนสูงสุด
จากขอมูลปริมาณน้ำฝนรายวันของสถานีที่คัดเลือก นำมาวิเคราะห์แจกแจงความถี่ปริมาณฝนสูงสุด
โดยวิธีกัมเบล (Gumbel Distribution) ของปริมาณฝนสูงสุดช่วงเวลา 1, 2, 3 และ 5 วัน ที่รอบปีการเกิดซ้ำ 2 ปี 5
ปี 10 ปี 25 ปี 50 ปี และ 100 ปี โดยนำปริมาณฝนสูงสุดรายปีของสถานีที่มีข้อมูลการตรวจวัดยาวนานจนถึง
ปัจจุบันและกระจายอยู่ทั่วทั้งในพนที่ศึกษาและพนที่ข้างเคียง มาทำการวิเคราะห์แจกแจงความถี่ด้วยวิธี Gumbel
ื้
ื้
ตารางที่ 4.2.4 -1 แสดงผลการวิเคราะห์
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บทที่ 4 การศึกษาด้านอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา
4 - 5