อาการทพ่ี บบอ่ ยในผปู้ ่ วยสงู อายุ
รมจ่ าเพาะกบั อวยั วะใดทชี่ ดั เจน
หกลม้
สญู เสยี ความสามารถในการเดนิ
สตปิ ญั ญาเสอ่ มถอย
กลนั้ ปสั สาวะรมร่ ด้
เบอ่ อาหาร/ภาวะขาดสารอาหาร
เกดิ ภาวะแทรกซอ้ นรดง้ า่ ย
ทกั ษะสาคญั ในการดแู ลผปู้ ่ วยจติ เวชสงู อายุ
1.ทกั ษะการสอ่ สาร:ใหเ้ ขา้ ใจและแสดงความรสู้ กึ ทเี่ หมาะสม
นา้ เสยี งออ่ นโยน รมค่ กุ คาม ดงั พอควร พดู ซา้ หากผปู้ ่ วย
รมเ่ ขา้ ใจ
ใชป้ ระโยคเชญิ ชวนแทนประโยคคาสง่ั หากตอ้ งการใหท้ า
อะรร
แสดงสหี นา้ ทา่ ทางอยา่ งเหมาะสม อยดู่ า้ นหนา้ สบสายตา
ผปู้ ่ วย
พดู ชา้ ๆ กระชบั รดใ้ จความ ระวงั การใหข้ อ้ มลู ทม่ี ากเกนิ รป
อยา่ พดู หลายขน้ั ตอนพรอ้ มกนั
ใหเ้ วลา รมเ่ รง่ รบี
ทกั ษะสาคญั ในการดแู ลผปู้ ่ วยจติ เวชสงู อายุ
2.ทกั ษะการสงั เกต
สงั เกตอาการอยา่ งใกลช้ ดิ เฝ้ าดอู าการเปลย่ี นแปลงดว้ ยความ
ตง้ั ใจ ใสใ่ จ รมว่ า่ จะเป็ นการเดนิ การกนิ การเขา้ หอ้ งนา้ ฯลฯ
3.ทกั ษะการฟงั อยา่ งเขา้ ใจ
รบั ฟงั ดว้ ยความเห็นอกเห็นใจ ใหเ้ วลา เอาใจใส่ สบตา
มองหนา้
4.ทกั ษะการคดิ วเิ คราะหอ์ ยา่ งสรา้ งสรรค์
แกป้ ญั หาเฉพาะหนา้ ดว้ ยความคดิ เชงิ บวก คน้ หาทางเลอก
ทป่ี ลอดภยั
ทกั ษะสาคญั ในการดแู ลผปู้ ่ วยจติ เวชสงู อายุ
5.ทกั ษะการสะทอ้ นความรสู้ กึ เมตตา
ชน่ ชมใหเ้ กดิ แรงจงู ใจ ใหก้ าลงั ใจในการดแู ลตนเอง /
เขา้ ใจสง่ิ ทเี่ กดิ ขนึ้ กบั ตนเอง
สะทอ้ นความรสู้ กึ ดว้ ยคาถามปลายเปิ ด จะชว่ ยใหผ้ ปู้ ่ วย
พดู คยุ รดอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ ง เชน่
“ฟงั จากทเี่ ลา่ มาดเู หมอนคณุ ....จะกงั วลใจในเรอ่ งการ
รบั ประทานอาหารชา้ กวา่ ผอู้ น่ ” (สะทอ้ นอารมณ)์
ตวั อยา่ งเรอ่ งเลา่
การจงู ใจใหผ้ ปู้ ่ วยปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรม
กรณีทผ่ี ปู้ ่ วยมคี วามผดิ ปกตดิ า้ นการกนิ มากกวา่ ปกติ หวิ บอ่ ย
ตวั อยา่ งประโยค เชน่
“จะกนิ เอาใหค้ มุ้ เลยหรออยา่ งรรคะ คณุ ป้ า”
“กนิ มากอยา่ งน้ี เดย๋ี วก็อว้ น พงุ แตกหรอก”
“แลว้ แตป่ ้ านะ จะกนิ อยอู่ ยา่ งน้ี ฉนั รมร่ หู้ รอก
ตวั ใครก็ตวั มนั ”
ทกั ษะสาคญั ในการดแู ลผปู้ ่ วยจติ เวชสงู อายุ
6.ทกั ษะการชว่ ยเหลอดา้ นกจิ วตั รประจาวนั
บอก “กนิ ขา้ วคะ่ ” ชกั ชวน
แตะ กระตนุ้ โดยการสมั ผสั ตกั รดเ้ ลยคะ่
“แตะทม่ี อ ขอ้ ศอกกระตนุ้ ใหต้ กั /กนิ อาหาร”
นา จบั สว่ นรา่ งกายใหผ้ ปู้ ่ วยทากจิ กรรม ลองทาดคู ะ่
“จบั มอกระตนุ้ ใหผ้ ปู้ ่ วยตกั /กนิ อาหารเอง”
จบั มอทา “จบั มอผปู้ ่ วยตกั อาหารและป้ อนเขา้ ปาก” ทาแบบนคี้ ะ่
เมอ่ ผปู้ ่ วยทารดใ้ หล้ ดการชว่ ยเหลอลง
หลกั การดแู ลผปู้ ่ วยจติ เวชสงู อายุ
ประกอบดว้ ยการดแู ลใน 3 ดา้ น คอ
1.ดา้ นอาการทางจติ :การดแู ลรายโรค เชน่ จติ เภท ซมึ เศรา้
เป็ นตน้
2 ดา้ นการรคู้ ดิ (cognition) ชะลอความเสอ่ ม คงความ
สามารถของสมอง
3.ดา้ นการดแู ลทว่ั รป เชน่ กจิ วตั รประจาวนั ความเสย่ี ง
ผดู้ แู ล/ครอบครวั เป็ นตน้
ทาความรจู้ กั ผปู้ ่ วยสมองเสอ่ มทม่ี ปี ญั หาพฤตกิ รรมและจติ ใจ
ผปู้ ่ วยสมองเสอ่ มทมี่ ปี ญั หาพฤตกิ รรมและจติ ใจ
สมองเสอ่ ม ปญั หาพฤตกิ รรมและจติ ใจ
Dementia BPSD
สมองเสอ่ มคออะรร
สมองเสอ่ ม เป็ นความผดิ ปกตทิ สี่ มองทางานดอ้ ยลงจากเดมิ
จนมผี ลกระทบตอ่ การทางานหรอการใชช้ วี ติ ของบคุ คล
คาวา่ เสอ่ ม แปลวา่ ของเดมิ ตอ้ งดอี ยกู่ อ่ น
ตอ่ มาเห็นรดช้ ดั เจนวา่ มกี ารเสอ่ มถอย จงึ เรยี กวา่ สมองเสอ่ ม
เป็ นสง่ิ ทเี่ กดิ ขน้ึ ภายหลงั รมร่ ดเ้ ป็ นมาตงั้ แตเ่ กดิ
สมองเสอ่ มกบั ขล้ี มเหมอนกนั รหม
สง่ิ ทเ่ี หมอนกนั คอเรอ่ งความจา ลม เหมอนกนั
สง่ิ ทต่ี า่ งกนั คอ ความสามารถ/ความบกพรอ่ งของสมอง
การเรยี นรู้ การจนิ ตนาการ การคดิ ตดั สนิ ใจ
การลม ลมแลว้ จะนกึ รดภ้ ายหลงั เชน่ นกึ รมอ่ อกวา่ เอาของ
รปวางรวท้ ร่ี หน แตจ่ ารดว้ า่ ถอมาแลว้ ก็หาดวู า่ เอารปวางรวท้ รี่ หน
สมองเสอ่ ม ลมรปทงั้ หมดจารมร่ ดเ้ ลยวา่ หยบิ ของนมี้ า หรอจา
รมร่ ดเ้ ลยวา่ มาทน่ี ร่ี ดอ้ ยา่ งรร รบั ประทานอาหารรปหรอยงั
อายมุ ากจะเป็ นสมองเสอ่ มรหม
สมองเสอ่ มรมใ่ ชเ่ ป็ นภาวะปกติ ถอวา่ เป็ นโรค/ภาวะทพ่ี บบอ่ ย
ในผสู้ งู อายุ
รมเ่ กดิ ขน้ึ กบั ผสู้ งู อายทุ กุ คน
พบรด้ 4% ในกลมุ่ อายมุ ากกวา่ 65 ปี และพบรด้ 20%
ในกลมุ่ อายมุ ากกวา่ 85 ปี
อายยุ ง่ิ มากโอกาสเกดิ ภาวะสมองเสอ่ มยงิ่ มากขนึ้
รมม่ ยี าทร่ี กั ษาใหห้ ายขาดรด้
การลมของสมองเสอ่ ม
สมองเสอ่ มจะเรม่ิ ตน้ ลมสง่ิ ทเี่ กดิ ขน้ึ ใหมใ่ น 2-3 สปั ดาหก์ อ่ น
แตค่ วามจาเกา่ ๆตงั้ แตว่ ยั หนมุ่ สาว ยงั จารดด้ ี
เมอ่ อาการมากขนึ้ จะลมสงิ่ ทเ่ี พง่ิ เห็นหรอสง่ิ ทเ่ี พง่ิ เกดิ ขนึ้ และ
ตอ่ มาจะลมยอ้ นหลงั รปจนถงึ ชว่ งวยั กลางคน หนมุ่ สาวจนถงึ วยั
เด็ก
ความจาระยะสนั้ ดอ้ ยลง ความจาในอดตี ยงั คงดอี ยู่
อาการสมองเสอ่ ม
1.ความจาเสอ่ ม โดยเฉพาะความจาระยะสนั้
2.รมส่ ามารถทาสง่ิ ทเ่ี คยทารด้ ลมรปวา่ จะปรงุ อาหารชนดิ นร้ี ด้
อยา่ งรร ทงั้ ทเ่ี คยทามากอ่ น
3.มปี ญั หาในการใชภ้ าษา เชน่ พดู รมร่ เู้ รอ่ ง พดู ซา้ ๆ ซากๆ
เรยี กชอ่ คน หรอสง่ิ ของรมถ่ กู /เพย้ี นรป ลาบากในการหา
คาพดู ทถี่ กู ตอ้ ง ทาใหฟ้ งั รมเ่ ขา้ ใจ
4.มปี ญั หาในการลาดบั ทศิ ทางและเวลา ทาใหห้ ลงทาง หรอ
กลบั บา้ นตวั เองรมถ่ กู
อาการสมองเสอ่ ม
5.สตปิ ญั ญาดอ้ ยลง การคดิ เรอ่ งยากๆ หรอคดิ แกป้ ญั หา
อะรรรมค่ อ่ ยรด้ ตดั สนิ ใจผดิ พลาด วางของผดิ ทผี่ ดิ ทาง เชน่
เอาเตารดี รปวางในตเู้ ย็น เอานาฬกิ าขอ้ มอใสเ่ หยอกนา้ เป็ นตน้
6.อารมณเ์ ปลย่ี นแปลงงา่ ยและรวดเร็ว เชน่ เดยี๋ วโกรธ เดย๋ี ว
รอ้ งรห้ เดย๋ี วก็สงบนง่ิ
7.บคุ ลกิ เปลยี่ นแปลงรป เชน่ รมส่ นใจสง่ิ แวดลอ้ ม บคุ ลกิ กลบั
เป็ นเด็กอกี ครงั้ ในรายทม่ี อี าการรนุ แรงมากๆ อาจรมส่ ามารถ
ชว่ ยเหลอตนเองรด้ แมแ้ ตก่ ารอาบนา้ เขา้ หอ้ งนา้ จงึ ตอ้ งมี
ผดู้ แู ลตลอดเวลา
อาการปญั หาพฤตกิ รรมและจติ ใจ = BPSD
BPSD ความผดิ ปกตขิ องพฤตกิ รรมและจติ ใจ
ประกอบดว้ ย 3 กลมุ่ อาการ รดแ้ ก่
1.ดา้ นพฤตกิ รรม ประกอบดว้ ย การนอน ทาซา้ ๆ การกนิ
กา้ วรา้ ว หงดุ หงดิ ขาดความยบั ยง้ั ชง่ั ใจ
2.ดา้ นอารมณ์ ประกอบดว้ ย ซมึ เศรา้ วติ กกงั วล รา่ เรงิ
เกนิ เหตุ เฉยเมยรรอ้ ารมณ์
3.อาการทางจติ ประกอบดว้ ย ประสาทหลอน หวาดระแวง
เอาของรปซอ่ นตามทต่ี า่ งๆ เพราะกลวั วา่ มคี นมาขโมยของ
ตนรป
คดิ วา่ บา้ นทอี่ ยปู่ จั จบุ นั รมใ่ ชบ่ า้ นของตนเองจงึ เก็บเสอ้ ผา้
และบอกลกู ใหพ้ ากลบั บา้ น
อาการปญั หาพฤตกิ รรมและจติ ใจ = BPSD
อาการขนึ้ ๆลงๆ เหมอนคลน่ เกดิ ซา้ รดบ้ อ่ ย
จะเกดิ ขน้ึ หลายอาการพรอ้ มกนั
เลอกแกร้ ขอาการทรี่ นุ แรงทม่ี ผี ลเสยี และอนั ตรายตอ่ ผปู้ ่ วยหรอ
ผอู้ น่ กอ่ น
การแกร้ ขปญั หาหลกั ปญั หาเดยี วมกั ทาใหผ้ ดู้ แู ลดขี นึ้ มาก
การรกั ษา
แบบใชย้ า
แบบรมใ่ ชย้ า
ดที สี่ ดุ ในการดแู ลผปู้ ่ วย เป็ น goal standard
การจดั สง่ิ แวดลอ้ มเพอ่ การเยยี วยา
จดั หอผปู้ ่ วยใหค้ ลา้ ยบา้ น
หอ้ งนา้
การนวดเทา้ ดว้ ยลกู แกว้
การเดนิ ลานหนิ ลานทราย
การบาบดั ดว้ ยแสงสวา่ ง
ศลิ ปะบาบดั
กลั ปพฤกษ์
สรา้ งสขุ ชลอเสอ่ ม
สวนบาบดั
การเบย่ี งเบนความสนใจ: สงิ่ ทชี่ อบคอสงิ่ ทใ่ี ช่ (OSGA)
การบาบดั วธิ รี มใ่ ชย้ า
1) การนวดเทา้ ดว้ ยลกู แกว้
2) การออกกาลงั กายประสาทสมั ผสั
3) การบาบดั ดว้ ยแสงสวา่ ง
4) ศลิ ปะบาบดั
5) ดนตรบี าบดั
6) สวนบาบดั
7) การเบย่ี งเบนความสนใจ: สงิ่ ทชี่ อบคอสง่ิ ทใ่ี ช่ (OSGA)
8) สคุ นธบาบดั
9) การบาบดั ดว้ ยสตั วเ์ ลย้ี ง
การดแู ลผปู้ ่ วยสมองเสอ่ มทม่ี ปี ญั หาพฤตกิ รรมและจติ ใจ
1.ทาความเขา้ ใจการเจ็บป่ วย เมอ่ เขา้ ใจเรอ่ งโรค จะสามารถหาวธิ กี าร
ดแู ล รดเ้ หมาะสมมากยง่ิ ขน้ึ
2.อดทน ใจเย็น รมโ่ กรธผปู้ ่ วย ทาความเขา้ ใจวา่ อาการฺ BPSD
เป็ นการเจ็บป่ วย รมใ่ ชส่ ง่ิ ทผ่ี ปู้ ่ วยแกลง้ ทา
3.หาสง่ิ กระตนุ้ ทที่ าใหเ้ กดิ อาการ
4.จดั สง่ิ แวดลอ้ มทเี่ หมาะสม ปลอดภยั ตดิ ปฎทิ นิ ขนาดใหญเ่ ห็นรด้
ชดั เจน จดั พน้ิ ทใ่ี หเ้ ดนิ รดอ้ ยา่ งปลอดภยั รมม่ สี งิ่ กดี ขวาง ปิ ดล็อคประตู
สรา้ งสง่ิ แวดลอ้ มทเ่ี หมาะสมกบั การนอนหลบั
การดแู ลผปู้ ่ วยสมองเสอ่ มทม่ี ปี ญั หาพฤตกิ รรมและจติ ใจ
5.ใหก้ ารดแู ลทส่ี มา่ เสมอ วธิ กี ารเดมิ รมเ่ ปลย่ี นรปมา สง่ิ แวดลอ้ ม
เดมิ เวลาใกลเ้ คยี งเดมิ ผดู้ แู ลคนเดมิ ๆ
6.ฝึ กหดั และสนบั สนนุ ใหท้ ากจิ วตั รประจาวนั ดว้ ยตนเองคง
ความสามารถของผปู้ ่ วย ฝึ กใหร้ บั ประทานอาหาร อาบนา้
ชว่ ยเหลอตนเองหรอกจิ กรรมดแู ลบา้ นงา่ ยๆรด้
7.หลกี เลยี่ งการนอนหลบั ในเวลากลางวนั อาจนอนหลบั รดใ้ นชว่ ง
บา่ ยแตร่ มค่ วรเกนิ 15.00 น.
8.ใชค้ าพดู งา่ ยๆ พดู ชา้ ๆ พดู ซา้ ๆ อยา่ คาดหวงั วา่ ผปู้ ่ วยจะจา
กจิ กรรมเดมิ ๆทเ่ี คยทารดร้ มต่ อ้ งอธบิ ายเหตผุ ลเพราะผปู้ ่ วยจา
รดร้ มน่ าน บอกใหท้ ราบกอ่ นวา่ จะใหท้ าอะรร แนะนาทลี ะขนั้ ตอน
การดแู ลผปู้ ่ วยสมองเสอ่ มทมี่ ปี ญั หาพฤตกิ รรมและจติ ใจ
รมม่ สี ตู รสาเร็จในการดแู ลผปู้ ่ วย
วธิ กี ารทใ่ี ชร้ ดด้ กี บั คนหนงึ่ อาจรมร่ ดผ้ ลกบั อกี คนหนงึ่ หรอ
แมแ้ ตใ่ นคนเดยี วกนั แตต่ า่ งเวลากนั
เบย่ี งเบนความสนใจ:สง่ิ ทชี่ อบคอสง่ิ ทใ่ี ช่
การเฝ้ าระวงั accident
A:Accident
หมายถงึ ผปู้ ่ วยทมี่ คี วามเสย่ี งตอ่ การเกดิ อบุ ตั เิ หตุ
ผปู้ ่ วยทต่ี อ้ งเฝ้ าระวงั A รดแ้ ก่
A1 =ทรงตวั รมด่ ี
A2 = รกั ษาดว้ ยรฟฟ้ า
A3 = สมองเสอ่ ม
A4 = มภี าวะเพอ้
A5 = โรครว่ มทางกาย:ลมชกั
A6 = ขบั ถา่ ยผดิ ปกติ
A7 = อาการทางจติ
A8 = พกิ าร ประสาทสมั ผสั ผดิ ปกติ
ผปู้ ่ วยทตี่ อ้ งเฝ้ าระวงั A1- A 8
มขี อ้ ใดขอ้ หนงึ่ ถอวา่ มคี วามเสย่ี ง
แนวปฏบิ ตั กิ ารป้ องกนั ผปู้ ่ วยทม่ี คี วามเสยี่ ง
ตอ่ การเกดิ อบุ ตั เิ หตุ A:Accident
ประเมนิ ความเสย่ี ง A
สวมเสอ้ SAFE+ตดิ สแี ดงทป่ี ้ ายชอ่
เฝ้ าระวงั ความเสยี่ ง A
จดั สงิ่ แวดลอ้ มใหป้ ลอดภยั
ลงบนั ทกึ ในแบบฟอรม์ ทกุ ชว่ั โมง
การเฝ้ าระวงั ความเสยี่ ง A
มอบหมายผดู้ แู ลใกลช้ ดิ
จดั ใหอ้ ยใู่ นสถานทเี่ ฉพาะ มองเห็นรดผ้ ปู้ ่ วยตลอดเวลา
จดั ผา้ ถงุ ผปู้ ่ วยรมใ่ หย้ าวถงึ พน้ อาจใชก้ ารสวมกางเกงแทน
ผปู้ ่ วยรกั ษาดว้ ยรฟฟ้ า ใหน้ อนพกั อยา่ งเพยี งพอ เปลย่ี นทา่ ชา้ ๆ
ระวงั อบุ ตั เิ หตจุ ากหนา้ มด
จดั สง่ิ แวดลอ้ มใหป้ ลอดภยั
ตรวจสอบความเสยี่ งอบุ ตั เิ หต:ุ บนั รด หอ้ งนา้ พน้ เปี ยกนา้
ตรวจสอบความเรยี บรอ้ ยรมว่ างอปุ กรณใ์ นหอ้ ง
การเฝ้ าระวงั ความเสย่ี ง A
จดั หาแผน่ กนั ลน่ ในหอ้ งนา้ แทนผา้ เช็ดเทา้
ยกเหล็กกนั้ เตยี งทกุ ครง้ั หากรมม่ ใี หน้ อนชดิ ผนงั /เตยี ง
ชดิ กนั ป้ องกนั การตกเตยี ง
จดั หาอปุ กรณห์ มุ้ เหล็กกนั้ เตยี ง
ผกู ยดึ ในรายทสี่ บั สน วนุ่ วาย
สวมรองเทา้ ขณะออกนอกหอผปู้ ่ วย รองเทา้ ควรมขี นาด
พอดรี มห่ ลวมเกนิ รป
โรคจติ (Psychosis)
คอื ภาวะอาการทางจติ ท่ผี ู้ป่ วยมกั มีอาการหลงผิดไปจากความเป็ นจริง ประสาทหลอน หแู ว่ว เหน็ ภาพ หรือรับรู้
ในส่ิงท่ไี ม่มีอยู่จริง อาการโรคจติ เป็ นปัญหาสุขภาพจติ ท่อี าจเกดิ ขนึ้ ได้จากหลายสาเหตุ
1. ปัจจัยภายใน
- ความผดิ ปกตทิ างสมอง และระดับสารเคมีในสมอง โดยเฉพาะอย่างย่งิ สารส่ือประสาทโดปามนี
(Dopamine) ท่ที าหน้าท่คี วบคุมกระบวนการคดิ และการรับรู้ท่นี าไปสู่การเกดิ พฤตกิ รรมต่าง ๆ หากการทางานของ
สมองและสารส่ือประสาทได้รับความกระทบกระเทอื น อาจส่งผลให้เกดิ อาการโรคจติ ได้
- ความเจบ็ ป่ วยทางร่างกาย เม่ือผู้ป่ วยเจบ็ ป่ วยด้วยโรคบางอย่าง อาจส่งผลให้เกดิ อาการโรคจติ ได้ เช่น
พกั ผ่อนไม่เพยี งพอ ภาวะนา้ ตาลในเลือดต่า โรคไข้จบั ส่ันหรือมาลาเรีย โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กนิ สนั โรคพ่มุ พวง หรือโรค
แพ้ภมู ติ ัวเอง โรคปลอกประสาทอักเสบ (Multiple Sclerosis) โรคตดิ ต่อทางเพศสัมพนั ธ์ ซฟิ ิ ลสิ การตดิ เชือ้ เอชไอวี
และกลุ่มอาการเอดส์ มีเนือ้ งอกในสมอง เป็ นต้น
- กรรมพนั ธ์ุ บางทฤษฎเี ช่ือว่าอาการโรคจติ มีแนวโน้มถ่ายทอดทางพนั ธุกรรมจากรุ่นสู่รุ่นได้
โรคจติ (Psychosis)
2.ปัจจัยภายนอก
การใช้ยาหรือการได้รับสารเคมีใด ๆ เข้าสู่ร่างกายในทางท่ีผดิ หรือในปริมาณท่ีเกนิ พอดี
อาจส่งผลกระทบทาให้เกดิ อาการโรคจติ ได้ เช่น การด่ืมแอลกอฮอล์ การเสพยาเสพตดิ อย่างโคเคน
ยาบ้า (Amphetamine) ยาไอซ์ (Methamphetamine) ยาอี (MDMA: Ecstasy)
ยาเค (Ketamine) หรือกัญชา เป็ นต้น
อีกกรณีหน่ึง หากผู้ป่ วยหยุดใช้สารดงั กล่าวข้างต้นหลังจากใช้ตดิ ต่อกันมาเป็ นเวลานาน
อาจทาให้เกดิ อาการโรคจติ ได้ ซ่งึ เป็ นส่วนหน่ึงในอาการถอนพษิ ยา
อาการโรคจติ
ผ้ปู ่ วยโรคจิตแต่ละคนอาจมลี กั ษณะทา่ ทางและอาการท่ีปรากฏแตกต่างกนั ไป แตโ่ ดยทว่ั ไปแล้ว กลมุ่ อาการ
หลกั ๆ ของโรคจิต ได้แก่
• ประสาทหลอน ประสาทรับรู้ทงั้ 5 เปลี่ยนแปลงและผิดไปจากความเป็นจริง เชน่ เหน็ ภาพหลอน มองเหน็ สีหรือ
รูปร่างผิดแผกไป ได้ยินเสยี งท่ีคนอ่ืนไมไ่ ด้ยิน รู้สกึ ถึงการสมั ผสั ทงั้ ทไ่ี ม่มใี ครแตะตวั ได้กล่ินทค่ี นอื่นไมร่ ู้สกึ และรับรู้
ถงึ รสชาติทงั้ ๆ ที่ไมม่ อี ะไรอยใู่ นปากในขณะนนั้ เป็นต้น
• หลงผดิ มีความคิดหรือความเช่ืออยา่ งแนว่ แนใ่ นสง่ิ ทไ่ี มเ่ ป็นความจริง เช่น หลงผิดคิดวา่ ตนเองกาลงั ถกู ปองร้ายหรือ
มคี นวางแผนฆ่าตนเอง หลงผิดวา่ ตนเองเป็นบคุ คลสาคญั ทม่ี ีอานาจ หรือมีพลงั วเิ ศษ เป็นต้น
• ความคดิ สบั สนวุ่นวาย หรือมรี ูปแบบกระบวนการคดิ ท่ไี ม่เป็ นลาดบั ซง่ึ สง่ ผลให้มอี าการต่าง ๆ เชน่ พดู ไม่คิด
พดู ออกมาในทนั ที พดู เร็ว พดู แล้วฟังไมไ่ ด้ศพั ท์ จดั เรียงลาดบั คาในประโยคไมถ่ กู ต้อง สอ่ื สารไมเ่ ข้าใจ พดู ขาด ๆ
หาย ๆ พดู ไมต่ อ่ เน่ือง หยดุ พดู เป็นระยะ เป็นต้น
• ขาดการตระหนักรู้ ผ้ปู ่ วยโรคจิตมกั ไมร่ ับรู้วา่ อาการหลงผิดและประสาทหลอนทเ่ี กิดขนึ ้ ไมใ่ ช่ความจริง ทาให้ผ้ปู ่ วย
เกิดอาการอ่ืน ๆ ที่เป็นปัญหาตามมา เชน่ อาการต่ืนตระหนก ตกใจกลวั ทกุ ข์ทรมาน เป็นต้น
สัญญาณเตือนของโรคทางจติ เวช
1. นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป
2. อยากแยกตวั เกบ็ ตวั อย่คู นเดยี ว
3. มีอาการเจบ็ ป่ วยทางกายแบบหาสาเหตุไม่ได้
4. เบ่อื อาหาร
5. ไม่มสี มาธิ
6. มีพฤตกิ รรมหนุ หนั พลันแล่น
7. มอี ารมณ์ซมึ เศร้า
ปัญหาทพ่ี บบ่อยในการดูแลผู้ป่ วยโรคจติ
• การใช้ยาในทางท่ผี ดิ และการใช้สารเสพตดิ
• การทาร้ายตนเองและการฆ่าตวั ตาย
• มีพฤตกิ รรมรุนแรงทาร้ายผ้อู ่นื
• พร่องในการดแู ลตนเอง / การทากจิ วัตรประจาวนั
• พร่องในการสร้างสมั พนั ธภาพกบั บุคคลอ่นื
• หลบหนี
• เส่ยี งมีอนั ตรายจากอาการข้างเคยี งจากยาทางจติ เวช
• มีภาวะขาดสารอาหารและนา้
• มีภาวะHyponatemia จากอาการด่มื นา้ มากผดิ ปกติ (polydipsia)
การรักษาโรคจิต
• การรักษาด้วยยา
• การบาบดั ทางจติ
• การรักษาด้วยไฟฟ้า
• การเข้าร่วมกลุ่มช่วยเหลือตนเอง (Self-Help Goups)
การป้องกนั การเกดิ อาการโรคจติ
• หลกี เล่ียงการใช้สารเสพตดิ ให้โทษทกุ ชนิด ทงั้ การสบู บุหร่ี ด่มื สุรา หรือการใช้ยาเสพตดิ
• หลกี เล่ียงการใช้ยาอย่างผดิ จุดประสงค์ หรือเกนิ ปริมาณท่แี พทย์กาหนด
• ออกกาลังกายอย่างเหมาะสมสม่าเสมอ เพ่อื ให้ร่างกายหล่งั สารเคมใี นสมองเซโรโทนิน ซ่งึ ช่วยในการ
กระต้นุ อารมณ์ผ่อนคลายต่าง ๆ
• เรียนรู้วธิ ีจดั การกับ ความเครียด สร้างความผ่อนคลายให้แก่ร่างกายแลจติ ใจ โดยไม่ใช้วธิ ีแก้ปัญหา
เฉพาะหน้าท่อี าจทาให้เกดิ ปัญหาอ่นื ๆ ตามมาได้ อย่างการด่มื สุรา หรือการใช้ยาเสพตดิ
• บริหารอารมณ์และความคิด มองโลกในแง่ดี และคดิ แก้ไขจดั การปัญหาต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์
• หม่นั สงั เกตอาการและความผดิ ปกตทิ ่เี กดิ ขนึ้ กบั ตนเองหรือบคุ คลใกล้ชดิ ทงั้ ทางร่างกายและจติ ใจ หาก
พบความผดิ ปกตหิ รือมขี ้อสงสัยใด ๆ ควรปรึกษาผ้เู ช่ยี วชาญหรือไปพบแพทย์ตรวจรักษา
การดูแลและเฝ้าระวงั ผู้ป่ วยทเี่ สี่ยงต่อการฆ่าตวั ตาย
• การประเมนิ ความเส่ียงต่อการฆ่าตวั ตาย ประเมนิ ดงั นี้
1. สีหน้าเป็ นทกุ ข์ หม่นหมอง หรือร้องไห้บ่อยๆ ไม่สบายใจ ซึมเศร้า ท้อแท้ เบ่ือหน่าย สนิ้
หวัง
2. รู้สกึ ผิด/ไม่ดีกับตนเอง คิดว่าตนเองล้มเหลว ไร้ค่า หรือทาให้ตนเองหรือครอบครัวผิดหวงั
3. คิด/พดู บ่นอยากตาย/มีแผนท่จี ะฆ่าตวั ตายหรือพยายามหาวิธีฆ่าตัวตาย
4. มีหแู ว่วเสียงส่ังให้ทาร้ายตัวเอง
5. ใน 1 ปี ท่ผี ่านมาเคยพยายามฆ่าตวั ตาย
• หมายเหตุ: ถ้ามีข้อใดข้อหน่ึงถอื ว่ามีความเส่ียงฆ่าตัวตาย
การดูแลและเฝ้าระวงั ผู้ป่ วยทเ่ี ส่ียงต่อการฆ่าตวั ตาย
• แนวปฏบิ ตั เิ พ่อื ป้องกันความเส่ียง
1. ดูแลให้ผู้ป่ วยอยู่ในสายตาตลอดเวลา โดยไม่ให้ผู้ป่ วยรู้สกึ ว่าถูกตดิ ตาม
2. จัดเตียงให้อย่หู น้าเคาเตอร์พยาบาล /จัดให้ผู้ป่ วยอย่หู ้องแยก และอธิบายให้เข้าใจถงึ เหตผุ ล
3. ให้สวมเสือ้ SAFE และตดิ ป้ายช่ือท่มี ีสัญลักษณ์ SAFE-S
4. จับคู่ Buddy คอยดแู ลช่วยเหลือ และอย่เู ป็ นเพ่ือน
5. จัดส่งิ แวดล้อมให้ปลอดภัย ห้องนอนและห้องนา้ ไม่ควรมีอุปกรณ์ท่ีเส่ียงต่อการทาร้ายตัวเอง เช่น
ประตู ห้องนา้ ไม่ใช้กลอน ไม่ควรมีข่ือ อ่างนา้ /ถงั นา้ ไม่ควรมีปากกว้างและสูงเกนิ ไป ก๊อกนา้ ควรใช้
แบบฝังหรือหวั ก๊อกชนิดอ่อน
การดูแลและเฝ้าระวงั ผู้ป่ วยทเ่ี ส่ียงต่อการฆ่าตวั ตาย
6. เกบ็ วัสดุอุปกรณ์ท่ีสามารถนามาเป็ นเคร่ืองมือในการทาร้ายตวั เองไว้ให้มดิ ชดิ เช่น ใบมีดโกน
ดนิ สอ ปากกา นา้ ยาทาความสะอาด แปรงสีฟัน ผ้าผูกยดึ ช้อนกนิ ข้าวฯลฯ
7. ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ในตวั ผู้ป่ วยท่เี ส่ียงต่อการนามาทาร้ายตนเองทุกเวร
8. ใช้อุปกรณ์ช่วยเฝ้าระวัง Pad Alarm
9. เฝ้าระวังทุก 15-30 นาทแี ละบันทกึ ทุก 1ช่ัวโมงลงในแบบเฝ้าระวังความเส่ียงอย่างต่อเน่ือง
10. ส่งต่อข้อมูลผู้ป่ วยให้เวรต่อไป
การประเมนิ และการดูแลผปู้ ่วย
พฤติกรรมการหลบหนี
พรรณี แสงหริ ญั
พยาบาลวิชาชพี ชานาญการ
นายเรวฒั น์ สมทรง
พนกั งานชว่ ยเหลือคนไข้
สาเหตุการหลบหนี ????
คน ผู้ป่วย
วธิ ีการ สิ่งแวดลอ้ ม
หนงั สือแนวทางการป้องกัน
และบริหารการหลบหนี