๓๓๘ ๔.๖.๔.๒ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐- ๕๐ ปี - เสื้อ ผูห้ญิงวยัผูใ้หญ่ชนเผ่าปกาเกอะญอในยุคน้ีผูที่ยังไม่แต่งงานจะสวม ้ เส้ือผา้ฝ้ายเช วา สีขาวท้งัในชีวิตประจา วนัและในงานพิธีการเช่นเดียวกบัเด็กผหู้ญิง เส้ือเช วา ที่สวมใส่ ในงานพิธีการจะทอลวดลายเป็นพิเศษตามแนวชายผา้ตรงก่ึงกลางตวัเส้ือและปล่อยเส้นดา้ยสีเป็นพู่หอ้ย ยาวลงมาท้งัดา้นหน้า ดา้นขา้งและดา้นหลงัส าหรับผูท้ี่แต่งงานแลว้จะสวมเส้ือเชซูสีดา นอกจากจะมี การแต่งกายท้งัสองแบบแลว้ในงานพิธีการจะมีการสวมใส่เครื่องประดับเช่น ต่างหู หรือ “หน่า ดิ” พวง ลูกปัด หรือ “แพ”และผ้าพันแขนหรือ “จึ บี” - ผ้าซิ่น การสวมเส้ือชุดเช วาซ่ึงยาวกรอมเทา้ ท าให้ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ชนเผ่าปกา เกอะญอที่ยงัไม่แต่งงานไม่ตอ้งสวมผา้ซิ่นในงานพิธีการและผูท้ี่แต่งงานแลว้จะสวมผา้ซิ่นหน่าคิสีแดง และมีผ้าพันน่องหรือ “ค่อ บี” ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ ในระยะแรกของยุคน้ีการแต่งกายแบบพิธีการท้งัผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ยัง ไม่แต่งงานและผู้ที่แต่งงานแล้วยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะสวมเส้ือผา้ฝ้ายเช วา สีขาวและสวมเส้ือเชซู สีด า รวมท้งัการสวมใส่เครื่องประดับเช่น ต่างหู หรือ “หน่า ดิ” พวงลูกปัด หรือ “แพ”และผ้าพันแขน หรือ “จึ บี” เช่นที่เคยผ่านมาแต่ระยะปลายยุคในบางโอกาสมีผูส้วมใส่เส้ือคอปกและเส้ือส าเร็จรูปแบบ ภาพที่ ๓๕๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี
๓๓๙ ต่าง ๆ ควบคู่ไปดว้ยเพราะเริ่มมีการจดัทา กิจกรรมร่วมกบัผูค้นและองคก์รท้งัของรัฐและเอกชนที่มาจาก ในเมืองมากข้ึน - ผ้าซิ่น การสวมเส้ือชุดเช วาซ่ึงยาวกรอมเทา้ ท าให้ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ชนเผ่าปกาเกอะญอที่ยังไม่แต่งงานไม่ต้องสวม ผา้ซิ่นในงานพิธีการและผูท้ี่แต่งงานแลว้จะสวมผา้ซิ่นหน่าคิสีแดงและมีผ้าพันน่องหรือ “ค่อ บี” ในช่วง ปลายยุคมีผู้หันมาสวมผ้าถุงพิมพ์ลายส าเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาดแทนในบางโอกาส ๓)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในระยะแรกของยุคน้ีผูห้ญิงวยัผูใ้หญ่ที่ยงัไม่แต่งงานยังสวมเส้ือผา้ฝ้าย เช วา สีขาว และผู้ที่แต่งงานแล้วยังสวมเส้ือเชซูส าหรับการแต่งกายแบบพิธีการ ตลอดจนการสวมใส่ เครื่องประดับเช่น ต่างหู พวงลูกปัด และผ้าพันแขน ระยะปลายยุคมีผสู้วมใส่เส้ือคอปกและเส้ือส าเร็จรูป แบบต่าง ๆ แทนเส้ือเช วาและเส้ือเช ซูเพราะเริ่มมีการจดัทา กิจกรรมร่วมกบัผูค้นและองค์กรท้งัของรัฐ และเอกชนที่มาจากในเมืองมากข้ึน พร้อมท้งัการรับอิทธิพลจากการพฒันาเศรษฐกิจและสังคมจากโลก ภายนอกท าให้การผลิตชุดเครื่องแต่งกายเองประสบปัญหาต่างๆ มากข้ึน - ผ้าซิ่น ระยะต้นยุคการสวมเส้ือชุดเช วาการสวมผา้ซิ่นหน่าคิและพันผ้าพัน น่องหรือ “ค่อ บี”ยงัคงมีการปฏิบตัิอยู่ทวั่ ไป ในช่วงปลายยุคจะนิยมสวมผา้ถุงพิมพล์ายส าเร็จรูปที่มีขาย ตามทอ้งตลาด รวมท้งัการสวมชุดกางเกงขายาวหรือกระโปรงมากข้ึน ภาพที่ ๓๕๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๒๐ ปี
๓๔๐ ๔.๖.๔.๓ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้หญิงวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐– ๕๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายแบบพิธีการของผูห้ญิงวยัชราชนเผ่าปกาเกอะญอในยุคน้ี เหมือนกับผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ผูท้ี่ไม่ไดแ้ต่งงานจะยงัสวมเส้ือผา้ฝ้ายเช วาท้งัในชีวิตประจา วนั และในงาน พิธีการขณะเดียวกนัผูท้ี่แต่งงานแลว้ก็จะสวมเส้ือเชซูรวมท้งัการสวมใส่เครื่องประดับต่างๆ เช่น ต่างหู หรือ “หน่า ดิ” พวงลูกปัด หรือ “แพ”และผ้าพันแขนหรือ “จึ บี” นอกจากน้นัผหู้ญิงวยัชราจะโพกศีรษะ ด้วยผ้าขาวและสะพายย่ามสีขาวหรือสีแดง - ผ้าซิ่น ผูห้ญิงวยัชราชนเผ่าปกาเกอะญอที่ยงัไม่แต่งงานไม่ตอ้งสวมผา้ซิ่นใน งานพิธีการเพราะยังสวมเส้ือชุดเช วาส่วนผูท้ี่แต่งงานแลว้ก็จะสวมผา้ซิ่นหน่าคิสีแดงและมีผ้าพันน่องหรือ “ค่อ บี”ไม่สวมรองเท้า ๒) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ปี ภาพที่ ๓๕๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน ภาพที่ ๓๕๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๓๔๑ - เสื้อ ในระยะแรกของยุคน้ีการแต่งกายแบบพิธีการของผูห้ญิงวยัชราที่ยงัไม่ แต่งงานและผูท้ี่แต่งงานแลว้ยงัไม่มีการเปลี่ยนแปลงจะมีการสวมเส้ือผา้ฝ้ายเช วาและเส้ือเชซูสวมใส่ เครื่องประดับ ต่างหู พวงลูกปัด มีผ้าพันแขน โพกศีรษะและสะพายยา่มเหมือนยคุก่อน ระยะปลายยุคมีผู้ สวมใส่เส้ือคอปกและเส้ือส าเร็จรูปแบบต่าง ๆ ในบางโอกาสเพราะเริ่มรับอิทธิพลจากการร่วมกบัผูค้น และองคก์รท้งัของรัฐและเอกชนจากภายนอกมากข้ึน - ผ้าซิ่น นอกจากการสวมเส้ือชุดเช วาแทนผา้ซิ่นส าหรับผู้หญิงวัยชราที่ไม่ได้ แต่งงาน และการสวมผา้ซิ่นหน่าคิส าหรับผูท้ี่แต่งงานแลว้รวมท้งัการใชผ้าพันน่องค่อ บี ้ แล้วในช่วงปลาย ยคุผูห้ญิงวยัชราเผ่าปกาเกอะญอก็เริ่มหันมาสวมผา้ถุงพิมพล์ายสา เร็จรูปที่มีขายตามทอ้งตลาดแทนในบาง โอกาส เนื่องจากประสบความล าบากในการผลิตชุดเครื่องแต่งกายมากข้ึน ขณะเดียวกันมีผูน้ ิยมสวม รองเทา้แตะมากข้ึนเช่นกนั ๓) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในยุคน้ีผูห้ญิงวยัชราท้งัที่ยงัไม่แต่งงานและผูท้ ี่แต่งงานแลว้ยงัมีการ แต่งกายแบบพิธีการ ในแบบด้ังเดิมคือการสวมเส้ือผ้าฝ้ายเช วา และเส้ือเชซูรวมท้ังการสวมใส่ เครื่องประดับ การใช้ผ้าพันแขน และโพกศีรษะแต่ต่อมาการโพกศีรษะและสะพายยา่มเริ่มลดความนิยม ลง ระยะปลายยุคมีผูห้ญิงวยัชราบางส่วนหันไปสวมใส่เส้ือคอปกและเส้ือส าเร็จรูปแบบต่าง ๆ เพราะ อิทธิพลจากภายนอก ภาพที่ ๓๖๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี
๓๔๒ - ผ้าซิ่น ส าหรับผู้หญิงวัยชรานอกจากการสวมเส้ือชุดเช วา ผา้ซิ่นหน่าคิและ การใช้ผ้าพันน่องค่อ บีในงานพิธีการแล้ว มีผู้นิยมสวมผ้าถุงพิมพ์ลายส าเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาดแทน มากข้ึน และนอกจากจะนิยมสวมรองเท้าแตะแล้วยังสวมรองเท้าผ้าใบมากข้ึนเช่นกนั ๔.๖.๔.๔ การแต่งกายในแบบพธิีการของเด็กผู้ชาย ๑) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๘๐– ๕๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กชายจะสวมเส้ือเช บอเกลาะ ซ่ึงมี รูปแบบเช่นเดียวกนักบัเส้ือเช หงอแต่จะมีลวดลายของตวัเส้ือแตกต่างกนั โดยเส้ือเช บอเกลาะมีลกัษณะ เป็นผา้ฝ้ายทอสีขาวมีแถบสีแดงกวา้งประมาณ ๒ นิ้วทอขนานตามความยาวของขอบผา้ท้งัสองดา้น และ ประมาณคร่ึงหน่ึงของตัวเส้ือด้านล่างทอลายเส้นสีแดงแนวขวางโดยแต่ละเส้นกว้างประมาณ ๐.๕ เซนติเมตร และมีความกว้างในแต่ละช่วงห่างเท่ากันเรียงลงมาจนถึงขอบชายเส้ือแลว้ปล่อยเส้นด้ายที่ เหลือยาวประมาณ ๕ นิ้วฟั่นเกลียวใหเ้ป็นพู่ -กางเกง กางเกงแบบพิธีการยังคงนิยมสวมกางเกงผ้าฝ้ายย้อมสีด าล้วน คล้าย เตี่ยวสะดอ ภาพที่ ๓๖๑: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๓๔๓ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ยุคน้ีเด็กผู้ชายยงัคงสวมเส้ือเช บอเกลาะ ในงานพิธีกรรมและโอกาส พิเศษต่าง ๆ แต่ในระยะปลายยุคหลังจากเมื่อเด็กชาวปกาเกอะญอเข้าเรียนหนังสือได้เริ่มสวมใส่เส้ือชุด เครื่องแบบนกัเรียน และเส้ือคอปกแขนส้ันแบบต่างๆ ควบคู่ไปกบัการสวมเส้ือเช บอ เกลาะ -กางเกง กางเกงแบบพิธีการยังคงนิยมสวมกางเกงผ้าฝ้ายย้อมสีด าล้วน คล้าย เตี่ยวสะดอ ปลายยุคเริ่มนิยมสวมกางเกงขาส้ันชุดเครื่องแบบนักเรียน หรือกางเกงขาส้ันและขายาว สวม รองเท้าแตะ และรองเท้าผ้าใบควบคู่กับการสวมกางเกงผ้าฝ้ายเตี่ยวสะดอ ภาพที่ ๓๖๒: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ภาพที่ ๓๖๓: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๓๔๔ ๓) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในระยะตน้ยุคการสวมเส้ือเช บอ เกลาะ ในงานพิธีกรรมและโอกาส พิเศษยงัมีควบคู่ไปกบัการสวมใส่เส้ือชุดเครื่องแบบนกัเรียน และเส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ันและแขนยาวแต่ ในระยะต่อมาเมื่อมีเด็กนิยมเข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนมากข้ึนก็นิยมสวมใส่เส้ือผา้แบบสมยัใหม่มีท้งั เส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ันและแขนยาวแบบต่างๆ มากข้ึนเช่นกันและทา ให้การสวมเส้ือเช บอเกลาะ ลด ความนิยมลงเป็ นอย่างมาก -กางเกง ตอนต้นยุคยังคงนิยมสวมกางเกงผ้าฝ้ายสีด าคล้ายเตี่ยวสะดอ ส าหรับ งานพิธีการระยะปลายยคุนิยมสวมกางเกงขาส้ันชุดเครื่องแบบนกัเรียน หรือกางเกงขาส้ันและขายาว สวม รองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบมากกว่า ๔.๖.๔.๕ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐- ๕๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายในแบบพิธีการของผูช้ายวยัผูใ้หญ่สวมเส้ือเช บอ เกลาะ เหมือนกับเด็กผู้ชาย และผู้ชายวัยชรา บางคนอาจเจาะใบหูเพื่อใส่ต่างหูหรือตุ้มหู โพกศีรษะและสะพาย ย่าม มักถือมีดดาบติดตัวเพื่อเป็ นสัญลักษณ์แสดงความเป็ นชายชาตรี แต่ในทางปฏิบัติจะมีข้อห้ามไม่ให้ ชกัดาบหรือใช้ดาบในที่สาธารณะ มิฉะน้นัจะถูกปรับจากคณะกรรมการของชุมชน นอกจากน้นัยงัมีการ สักลายเป็ นรูปยันต์แบบต่าง ๆ ตามร่างกาย โดยมีความเชื่อทางด้านจิตวิญญาณและยังเชื่อว่าท าให้เกิด ความขลังสามารถป้องกันอาวุธและอันตรายจากสัตว์ป่ า ภาพที่ ๓๖๔: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๓๔๕ -กางเกง ผู้ชายวัยผู้ใหญ่สวมกางเกงผ้าฝ้ายย้อมสีด าล้วน คล้าย เตี่ยวสะดอ ส าหรับงานพิธีการเหมือนกับเด็กผู้ชายและผู้ชายวัยชรา ไม่สวมรองเท้า ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในยุคน้ียงัคงสวมเส้ือเช บอเกลาะอยู่ทวั่ ไป รวมท้งัการ โพกศีรษะและสะพายย่ามหรือสะพายตะกร้าไม้ไผ่ เพื่อบรรทุกสิ่งของและการถือดาบติดตัว แต่ช่วงปลาย ยคุเริ่มนิยมสวมเส้ือเชิร์ตแขนส้ันและแขนยาวควบคู่ไปกบัการสวมเส้ือเช บอ เกลาะ -กางเกง ช่วงต้นยุคจะสวมกางเกงผ้าฝ้ายย้อมสีด าแบบเตี่ยวสะดอ แต่ในระยะ ปลายยุคนอกจากจะสวมกางเกงแบบเตี่ยวสะดอแล้ว ยังสวมใส่กางเกงขายาวสลับไปด้วย ขณะเดียวกัน เริ่มนิยมสวมรองเทา้แตะและรองเทา้ผา้ใบอีกดว้ย ภาพที่ ๓๖๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๓๖๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๓๔๖ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ การสวมเส้ือเช บอ เกลาะ ส าหรับงานพิธีการยังคงมีอยู่ในช่วงต้นยุค สลับกับการสวมใส่เส้ือเชิร์ตแขนส้ันและแขนยาว ต่อมาการสวมเส้ือเช บอเกลาะไดเ้ริ่มลดลงเป็นอย่าง มากรวมท้งัการโพกศีรษะ สะพายย่ามและค่านิยมในการถือดาบติดตวัแต่นิยมสวมหมวกและใช้กระเป๋า สะพายหลังแทน -กางเกง ช่วงต้นยุคยังมีการสวมกางเกงผ้าฝ้ายย้อมสีด าแบบเตี่ยวสะดอ แต่ ระยะปลายยคุการสวมเตี่ยวสะดอจะนา มาสวมใส่เฉพาะในโอกาสสา คญัเท่าน้นันิยมสวมรองเทา้แตะหรือ รองเท้าผ้าใบ ๔.๖.๔.๖การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐- ๕๐ ปี - เสื้อ ผู้ชายวัยชราชนเผ่าปกาเกอะญอในชีวิตประจ าวันนอกจากจะสวมเส้ือ เช หงอสีแดงท้งัขณะที่อยใู่นบา้นและไปทา งานในไร่หรือการออกไปในละแวกชุมชน โพกศีรษะดว้ยผา้ ขาวและสะพายย่ามสีแดงหรือสีขาว ถือดาบติดตวัแลว้ ในงานพิธีการก็จะสวมเส้ือเช บอเกลาะเช่นเดียว กับผู้ชายวัยผู้ใหญ่ -กางเกง ผู้ชายวัยชราจะสวมกางเกงผ้าฝ้ายย้อมสีด าแบบเตี่ยวสะดอ ท้งัใน ชีวิตประจ าวันและในงานพิธีกรรม หรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ และมักไม่สวมรองเท้า ภาพที่ ๓๖๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๓๔๗ ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ การสวมเส้ือเช บอ เกลาะ ของผู้ชายวัยชราชนเผ่าปกาเกอะญอ ตอนต้น ยุคยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงเหมือนกับการแต่งกายของเด็กผู้ชายและผู้ชายวัยผู้ใหญ่รวมท้งัการโพก ศีรษะ สะพายยา่ม แต่ระยะปลายยคุเริ่มมีผสู้วมใส่เส้ือเชิร์ต คอปกแขนส้ันหรือแขนยาว -กางเกง ยังคงนิยมสวมกางเกงผ้าฝ้ายเตี่ยวสะดอย้อมสีด าเช่นยุคที่ผ่านมา แต่ใน ปลายยุคเริ่มมีผู้สวมใส่กางเกงขายาวส าเร็จรูปสลับกับเตี่ยวสะดอ และนิยมสวมรองเท้าแตะ หรือรองเท้า ผา้ใบมากข้ึน ภาพที่ ๓๖๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๓๖๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๓๔๘ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน - เสื้อ ช่วงระยะต้นยุคผู้ชายวัยชราชนเผ่าปกาเกอะญอจะสวมใส่เส้ือเช บอ เกลาะ ในงานพิธีกรรมและโอกาสพิเศษ สลบักบัการสวมเส้ือเชิร์ตแบบสมยัใหม่ ในระยะปลายยุคการ โพกศีรษะ และการสะพายย่ามลดความนิยมลงเป็นอนัมากและจะสวมเส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือแขนยาว แทนเส้ือเช บอเกลาะแพร่หลายยงิ่ข้ึน -กางเกง ช่วงระยะต้นยุคกางเกงผ้าฝ้ายเตี่ยวสะดอยังคงมีการสวมใส่สลับกับการ สวมกางเกงส าเร็จรูปขายาวแบบตะวันตก ช่วงปลายยุคการสวมรองเท้าแตะ หรือรองเท้าผ้าใบ ถือเป็ น สิ่งจา เป็น ภาพที่ ๓๗๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๔.๗ ชนเผ่าม้ง พื้นที่ศึกษา: บ้านแม่สาใหม่ ต าบลโป่ งแยง อ าเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นักวิจัย ลาลีลีลาศีลธรรม ๔.๗.๑ วัฒนธรรมการแต่งกาย การจัดท าวิจัยชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่ามง้คร้ังน้ีไดเ้ลือกวิจยัเฉพาะในพ้ืนที่หมู่บาน้ แม่สาใหม่ หมู่ 6 ต าบลโป่ งแยง อ าเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็ นชุมชนเผ่ามง้กลุ่มมง้จวั๊หรือมง้ ลายซึ่งพบว่าการแต่งกายและการปักเย็บชุดของชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในเรื่องของ รูปแบบ ลวดลาย สีสัน และกระบวนการตัดเย็บซึ่งเปลี่ยนแนวมาจัดท าในเชิงธุรกิจมากกว่าการ ออกแบบตัดเย็บชุดแต่งกายส าหรับสวมใส่ในชีวิตประจ าวันและในเทศกาลต่างๆ อย่างแท้จริง เช่น ในอดีต สมยัก่อนการปักลวดลายจะไม่เน้นการท าต้นแบบลายปักหรือที่เรียกว่า “โค๋” มาก นัก ประเภทของ “โค๋” (Qauv) จะมีเพียงไม่กี่แบบ เช่น โค๋คะโค๋(Qauv qab qwj), โค๋ต๊ะเตี๊ยะ (Qauv tab tiab), โค๋ เดรียฌ อ (Qauv ntiag tsho), และ โค๋ โลฮา (Qau laug has) เป็ นต้น ปั จจุบันมีการ ออกแบบหรือท าโค๋ (Qauv) ใหม่ๆ บนชุดมากมายมีลกัษณะเป็น รูปดอกไม้ใบไม้ผลไม้ผีเส้ือ แมลง และรูปสัตว์ต่าง ๆ ฯลฯ ในหมู่วัยรุ่นจะนิยมประยุกต์โค๋ (Qauv)ลักษณะต่าง ๆ ดังกล่าวมา ประดับชุดแต่งกายซึ่ งในช่วงเทศกาลปี ใหม่ม้งมักจะมีการแต่งกายชุดประเพณีมาอวดลายโค๋กัน นอกจากมีการประยุกต์โค๋แล้วยังมีการออกแบบเส้ือประยุกตเ์ป็นรูปแบบต่างๆ เช่น เส้ือกกั๊เส้ือคอ เชิร์ต เส้ือคอกลมทรงยาวมีลกัษณะคลา้ยเส้ือเชิร์ตเป็ นต้น นอกจากท าการตัดเย็บชุดเพื่อสวมใส่แล้ว อีกส่วนหนึ่งก็ตัดเย็บชุดเพื่อจ าหน่ายด้วย ๔.๗.๒ โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลกัษณ์ของชนเผ่าม้ง ๔.๗.๒.๑ โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ๑) ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิง - เสื้อ เส้ือของผู้หญิงต้งัแต่วยัเด็กถึงวัยชราจะใชท้ ้งัในชีวิตประจา วนั และในงานพิธีการ โดยจะมีลกัษณะเป็นเส้ือผ่าหน้าสีด าแขนยาว ปักลวดลายไว้ที่ปกเส้ือ สาบเส้ือ จากไหล่ลงมาตามแขนด้านบน บริเวณข้อมือและปลายแขน จะมีผ้าคาดทับด้านหลังอีกหนึ่งผืน เรียกว่า “ด๊ะฌอ” เป็ นแถบผ้ารูปตัดเป็ นรูปคล้ายอักษร H แต่ดา้นในจะตดัปลายดา้นล่างของท้งัสอง ขา้งแหลมเป็นชายธงโดยปาดจากดา้นบนลง พร้อมท้งัปักลวดลายต่างๆ และถ้าจะเข้าร่วมงานพิธี ต่างๆ ก็จะเพิ่มส่วนประกอบตกแต่งอื่นๆ เขา้ไปอีกเท่าน้นั
๓๕๐ ๑เดรียฌอ ๒ เตฌอ หรือ แขนเสื้อ ๕ ด๊ะฌอใช้พาด ด้านหลัง ๓ ล้า หรือ ผ้าพันเอว ๔ เซ้เซีย เสื้อ กระโปรง ๑ เดรียฌอ ๒ เตฌอ หรือ แขน เสื้อ ๓ ล้าเซีย หรือ สายพัน เอว ๔ เช้เซีย ๕ ด๊ะฌอ ภาพที่๓๗๑:โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายผู้หญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน
๓๕๑ -กระโปรง กระโปรงของผู้หญิงชนกลุ่มมง้จวั๊หรือมง้ลายทุกวัย ทอจากผ้าใย กัญชง มีลักษณะเป็ นผ้าผืนยาวประมาณ ๗ เมตร (อาจส้ันกว่าน้ีหากผู้สวมใส่มีรูปร่างเล็กหรือยังอยู่ ในวัยเด็ก) และจับจีบขนาดเล็กตวัจีบสูงประมาณ ๑ เซนติเมตร (แต่ละจีบจะใชพ้ ้ืนที่กว้างประมาณ ๒ เซนติเมตรแล้วพับครึ่งทบต่อกันไป) ซ่ึงจะทา ใหผ้า้ท้งัผืนหดส้ันลงประมาณคร่ึงหน่ึง ด้านบนของผืนผ้าที่พับจีบจะมีแถบผา้กวา้งประมาณ ๒ นิ้ว ที่ เรียกว่า “ล้าเซีย” เย็บเป็ นขอบยาวตามความยาว เพื่อยึดตัวกระโปรงผ้าพับจีบ และปล่อยให้แถบผ้า เหลือหัวท้ายยาวต่อออกไปอีกด้านละ ๕๐ เซนติเมตร เพื่อใช้ส าหรับมัดยึด ส่วนชายกระโปรงจะใช้ ผา้แถบกวา้งประมาณ ๒ นิ้ว ปักลวดลายด้วยเส้นด้ายสีต่าง ๆ แล้วจึงน ามาเย็บต่อตามความยาวของ ตัวกระโปรง ดงัน้นัการสวมใส่จะน ากระโปรงมาพันรอบเอวแล้วจึงมัดยึดด้วยผ้าขอบกระโปรง เมื่อสวมกระโปรงแล้วจึงคาดทับด้วยผ้าคาดทับด้านหน้าหรือ “เซ้ เซีย” ซึ่งจะปล่อยให้ห้อยจากเอวถึงประมาณครึ่งหน้าแข้ง เซ้เซียมีลักษณะเป็ นแผ่นผ้ากว้างประมาณ ๑ ฟุต ปักลวดลายและติดพู่ไหมพรมบนซึ่ งความยาวจะข้ึนอยู่กับส่วนสูงของผู้สวมใส่ ในส่วน ลวดลายของกระโปรงแต่ละผืนท าข้ึนจากการใชข้้ีผ้ึงเขียนเป็ นลายต่าง ๆ เหมือนเทคนิคการท าผ้าบา ติก แล้วน าไปย้อมให้เป็ นสีน้า เงินเขม้ ด้วยน้า ยอ้มซึ่งท าจากใบต้นครามหรือต้นฮ่อมแล้วจึงปักด้วย ลายโค๋แบบต่างๆ ตกแต่งเพิ่มเติม ภาพที่๓๗๒:โครงสร้างด้านหน้าของเส้ือผู้หญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ภาพที่๓๗๓:โครงสร้างของเส้ือดา้นหลงั
๓๕๒ -การปักโค๋บนกระโปรงและชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิง ผู้หญิงชนเผ่าม้งนิยมปัก “โค๋” (Qauv) หรือต้นแบบลายปักของ ลวดลายลงบนกลีบกระโปรงด้วยเส้นด้ายสีต่าง ๆ และประดับประดาด้วยลูกปัดขนาดเล็กชนิดต่าง ๆ อย่างประณีต ในอดีตโค๋ มีจ านวนแบบลายปักให้เลือกน้อยมาก เช่น โค๋คะ คื่อ(Qauv qab qwj) โค๋ด๊ะ เตี๊ยะ (Qauv tab tiab) โค๋เดรียชอ (Qauv ntiag tsho)และโค๋โลฮา (Qau laug has) ในยุคใหม่ นิยมออกแบบชุดเครื่องแต่งกายแบบประยุกต์และออกแบบโค๋ (Qauv) ลายใหม่ๆ ไว้ประดับด้วยซึ่ง มักน ามาสวมใส่ในช่วงเทศกาลปี ใหม่ ภาพที่๓๗๔:โค๋ คะ คื่อ ภาพที่๓๗๖: โค๋ ด๊ะ เตี๊ยะ (ส าหรับท ากระโปรง) ภาพที่๓๗๗: โค๋ เดรีย ฌอ ภาพที่๓๗๘: โค๋ โล ฮา ภาพที่๓๗๕:โค๋ ปัจจุบัน อดิต
๓๕๓ ๒) ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชาย - เสื้อ เส้ือที่ใช้สวมในชีวิตประจ าวันจะเป็นเส้ือเอวลอยแขนยาวรูปทรงกระบอกแบบผ่าป้ายไป ด้านข้าง โครงสร้างของแผ่นผา้ที่ใช้เป็นแผ่นป้ายจะมีการตกแต่งสาบเส้ือให้เป็นลวดลาย แต่จะมี มากข้ึนหากใชเ้ป็นชุดสา หรับงานพิธีการ -กางเกง มีลักษณะเป็ นกางเกงผ้ามันหรือผ้าฝ้ายสีด าความยาวของเป้า ยาวเกือบถึงปลายขากางเกงและมีโค๋ลายต่าง ๆ ปักรอบขอบขากางเกง ๔.๗.๒.๒ ชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ในแบบพธิีการ ๑) ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิง - เสื้อ เส้ือของผู้หญิงชนเผ่าม้งในโอกาสพิเศษก็ยังคงเป็นเส้ือที่มี ลักษณะเหมือนกับที่ใช้สวมในชีวิตประจ าวัน ตัวเส้ือจะเป็ นแบบแขนส้ันแต่มีการปักโค๋ที่มีลวดลวย เพิ่มเป็นพิเศษบนพ้ืนที่ส่วนที่เรียก “เดรียฌอ (Ntiag tsho)”และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ด๊ะฌอ (Dab tsho)”และรอบๆ คอเส้ือจะมีการปักลายอย่างสวยงาม ภาพที่๓๗๙:โครงสร้างด้านหน้าของเส้ือผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ภาพที่๓๘๐:โครงสร้างของเส้ือดา้นหลงั
๓๕๔ -กระโปรง กระโปรงที่ใช้สวมในโอกาสพิเศษ ก็มีลักษณะเหมือนกับ กระโปรงที่ใช้สวมในชีวิตประจ าวัน แต่จะมีการปักโค๋ที่มีลวดลายละเอียดสวยงามยิ่งข้ึนและเยบ็ เครื่องประดับโลหะเงินส าหรับใช้ตกแต่งชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงด้วย ในอดีตจะใช้เหรียญเงิน รูปีลกัษณะคลา้ยเหรียญบาท มาเยบ็ ประดบัชุดท้งัเส้ือและกระโปรง ปัจจุบันการประดับชุดแต่งกาย จะนิยมใช้ลูกปัดแบบต่าง ๆ และเน้นสีลูกปัดให้กลมกลืนกับสีของลายปักบนชุดเครื่องแต่งกาย - เครื่องประดับประกอบชุดเครื่องแต่งกาย ชุดเครื่องประดับจะประกอบไปด้วย “เซ้” (Sev) หรือผ้าคาดเอว ด้านหน้าใช้ส าหรับประดับด้านหน้าระหว่างเอวจนเกือบถึงเท้า ซึ่ งผ้าที่ออกแบบเป็ นรูปทรง สี่เหลี่ยมผืนผ้าปักด้วยลวดลายต่าง ๆ เรียกว่า “เซ้เซียะ” โดยช่วงบนจะเย็บติดกับผ้าคาดเอว ที่เป็ น ส่วนประกอบของเซ้ช่วงปลายของผ้าคาดเอวจะปักด้วยลายต่าง ๆ โดยผูกปล่อยให้ห้อยลงด้านล่าง ความกวา้งความยาวของเซข้้ึนอยู่กบัรูปร่างของบุคคลที่จะใส่ ส่วนผ้าคาดเอวที่เรียกว่า “เซ้บัว”จะ ใช้ใส่เวลาสวมกางเกงเท่าน้นั มีลักษณะรูปทรงเหมือนผ้า เซ้เซียะ เพียงแต่ส้ันและแคบกว่า นิยมปัก ลวดลายช่วงกลางตามแนวยาว ใช้ส าหรับประดับด้านหลังระหว่างเอวลงมา - หมวก ในอดีตไม่มีการสวมหมวก แต่จะใช้ผ้าซึ่งจะมีการปักลายให้เกิด ความสวยงามพันรอบศีรษะ และผู้หญิงจะนิยมใช้ต้งัแต่ช่วงวัยรุ่นจนถึงวัยชราแต่ในการแต่งกาย แบบพิธีการส าหรับผู้หญิงชาวม้งสมัยใหม่จะนิยมสวมหมวกที่ปักเย็บเป็ นพิเศษ โดยการประดับด้วย ลูกปัด ซึ่งจะสวมใส่ในช่วงเทศกาลปีใหม่เท่าน้นั ภาพที่๓๘๑: ชุดเครื่องแต่งกายกายเต็มรูปแบบ
๓๕๕ ภาพที่๓๘๒: เครื่องประดับชุดแต่งกาย ภาพที่๓๘๔: เคอะโป เครื่องเงินสวมใส่เป็ นสร้อยคอ ภาพที่๓๘๓: หมวก ภาพที่ ๓๘๕: เซ้เซียะผ้าส าหรับประดับ เย็บติดกับผ้าคาดเอว ภาพที่ ๓๘๖: “เซ้บัว”ผ้าปักลาย ใช้ประดับด้านหลัง ภาพที่ ๓๘๗: “เซ้”ผ้าปักลาย ใช้ประดับด้านหน้า
๓๕๖ ๒) ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชาย - เสื้อ ส าหรับผูช้ายชาวม้งเส้ือที่ใช้ในงานพิธีการตวัเส้ือจะมีรูปแบบ เหมือนกับเส้ือที่ใช้ในชีวิตประจ าวนัทั่วไปแต่จะมีการตกแต่งเพิ่มเติมให้สวยงามยิ่งข้ึนโดยมี องค์ประกอบหลักคือ“เดรียฌอ” (Ntiag tsho) เป็ นการปักลวดลายทบัดา้นหน้าของเส้ือส่วนที่เป็น ผ้าทับที่ยื่นยาวออกไปอีกประมาณครึ่ งหนึ่งของตวัเส้ือดา้นซา้ยรวมท้งัการปักลวดลายรูปดอกไมล้ง บนพ้ืนที่ส่วนที่เหลือเช่นบริเวณต้งัแต่ไหล่ลงมาถึงเอวแลว้ปักไปตามขอบชายเส้ือรอบเอว อีกแถว หน่ึงเริ่มจากต้นคอลงมาตามแนวหัวไหล่จนถึงปลายแขนเส้ือ อาจกล่าวได้ว่าเดรี ยฌอเป็ น ส่วนประกอบส าคัญบนโครงสร้างตวัเส้ือที่ใช้ในแบบพิธีการเพื่อให้เป็นชิ้นส่วนประดบั ที่สวยงาม และเป็ นสัญลักษณ์บ่งช้ีว่าเป็นลกัษณะของเส้ือผูช้ายอนึ่งการปักลวดลายดอกที่ว่าน้ีจะปักตามแนว กางเกงดา้นขา้งต้งัแต่เอวจนถึงขอ้เทา้ดว้ยเช่นกนั -กางเกง มีลักษณะเหมือนกางเกงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน มีลักษณะเป็ นผ้า มันหรือผ้าฝ้ายสีด า เป้ายาวเกือบถึงปลายขากางเกงปักโค๋ลายต่างๆ รอบขอบขา - ผ้าคาดเอว ในการแต่งกายแบบพิธีการจะมีการใช้ผ้าคาดเอวที่เรียกว่า “เซ้เลี้ย” (Siv liab) หรือ“ซี้เลี้ย” เป็ น แถบผ้าสีครามมีความยาวประมาณ ๓ เมตร ปักลวดลายที่ปลายผ้า ๒ ด้าน ผ้าคาดเอวเซ้เล้ียถือเป็น ส่วนประกอบที่เป็ นเอกลักษณ์เด่นบนชุดแต่งกายแบบพิธีการของผู้ชายชนเผ่าม้ง ที่จะต้องน ามาใส่ ในงานเทศกาลส าคัญ เช่น เทศกาลปี ใหม่ม้ง ซึ่งนอกจากเป็ นเครื่องประดับชุดเครื่องแต่งกายแล้วยัง เป็ นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความเป็ นชายชาตรีเผ่าม้งที่สมบูรณ์แบบ ภาพที่ ๓๘๘: เดรียฌอ ลายปักสัญลกัษณ์เส้ือของผชู้าย ภาพที่ ๓๘๙: ซี๊เลี้ย เครื่องประดับชุดแต่งกายผู้ชาย
๓๕๗ ๑ เตฌอ: แขนเส้ือ ๒ เดรียฌอ ๔ เจดรี: ขากางเกง ๕ เตอดรี:การปักลายปลายขากางเกง ๓ ซ้ีเล้ีย ๑ เตฌอ หรือ แขนเสื้อ ๒ เดรียฌอ ๓ ซี้เลี้ย หรือ ผ้าคาด เอว ๔ เจดรี ขากางเกง ๕ เตอดรี เสื้อ กางเกง ภาพที่๓๙๐:โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายผู้ชายแบบพิธีการ
๓๕๘ ๔.๗.๓ รูปแบบการแต่งกายส าหรับงานพธิีการในโอกาสพิเศษ ๔.๗.๓.๑งานแต่งงาน ชาวม้งจะไม่มีชุดเฉพาะส าหรับสวมใส่ในพิธีแต่งงาน ชุดแต่งกายของ เจ้าบ่าวจะเป็ นชุดเครื่องแต่งกายแบบพิธีการของผู้ชายชนเผ่ามง้ทวั่ ไป แต่ต้องเป็ นชุดใหม่ สีสัน สดใส เพื่อให้เหมาะสมกับงาน สา หรับฝ่ายเจา้สาวน้นั ทางครอบครัวของฝ่ ายเจ้าบ่าวจะเป็ นผู้ตัดเย็บ เส้ือผา้ของเจ้าสาวส่งไปให้ โดยจะประดับด้วยเครื่องเงินชนิดต่าง ๆ ตามฐานะของครอบครัวฝ่ าย เจ้าบ่าว ส าหรับแขกที่ได้รับเชิญมาร่วมงานจะต้องแต่งชุดม้งแบบพิธีการเต็มที่ตามประเพณี ๔.๗.๓.๒ งานศพ ผู้มาร่วมงานสามารถแต่งกายตามความเหมาะสม แต่ก่อนวันจะน าศพไป ฝัง จะมีพิธีกรรมซึ่งชาวม้งเรียกว่า “คัวจือ(qhua txws)” ซึ่งจะเป็ นวันที่ลูกหลานจะเชิญญาติพี่น้อง มาไว้อาลัยต่อผู้ตาย ซึ่งจะต้องนา เหลา้กบัไก่๑ คู่ หรือ หมู ๑ ตัว มาให้กับผู้ตายและต้องมาช่วยฆ่าวัว พร้อมกบัทา อาหารเล้ียงแขกในงานศพดว้ย ในงานน้ีญาติพี่น้องของผู้ตาย ผู้เป่ าแคน และผู้ท าหน้าที่ ฝ่ ายต้อนรับจะต้องแต่งกายด้วยชุดม้งแบบพิธีการ ชนเผ่าม้งจะมีเครื่องแต่งกายส าหรับคนตายซึ่งจัดท าข้ึนเป็นพิเศษจากผ้าใย กัญชงเท่าน้นั เพราะเชื่อว่าจะเน่าเปื่ อยไปกับศพผู้ตายได้จะไม่ใช้ผ้าชนิดอื่น ๆ และยังเชื่อว่าถ้าผู้ตาย ได้สวมชุดผ้าใยกัญชงจะสามารถกลับไปพบกับบรรพบุรุษของตนเองได้ ชุดดังกล่าวประกอบด้วย เสื้อ กางเกง และผ้าปูรองศพ ส าหรับผ้าปูรองศพน้ันชาวมง้เชื่อว่าเป็นเสมือนพ้ืนที่อยู่อาศยัและ เป็นพ้ืนที่ท ากินของผูต้ายเมื่อกลับไปถึงดินแดนของบรรพบุรุษแล้ว และจะไม่ประดับชุดด้วย เครื่องเงินหรือสิ่งของที่ไม่เน่าเปื่อยใด ๆ ซึ่งถือเป็ นข้อห้าม แม้กระทงั่ในการฝังศพจะห้ามน าโลงศพ และเหล็ก ตะปู หรือเครื่องเงินต่างๆ ฝังลงไปด้วย เพราะเชื่อว่าจะท าให้เกิดผลกระทบต่อลูกหลาน ที่ยังมีชีวิตอยู่อาจถึงกับเจ็บไข้ได้ป่ วยหรือพิการได้ ภาพที่๓๙๑: ชุดศพด้านหน้า ภาพที่๓๙๒: ชุดศพด้านหลัง ภาพที่๓๙๓:กางเกงชุดศพ ภาพที่๓๙๔:ผ้าปูศพ
๓๕๙ ๓) พิธีอัวเน้งหรือเข้าทรง หมออัวเน้ง (Ua neeb)จะต้องใส่ชุดแบบพิธีการของชนเผ่าม้งและใช้ผ้า คลุมศีรษะโดยมือข้างซ้ายจะประดับหัวแม่มือด้วยเครื่องเงินทองขาวซึ่งมีลักษณะคล้ายแหวน แต่มี ขนาดใหญ่กว่า ส่วนมือข้างขวาถือ “เจี๊ยะเน้ง (Txiab neeb)”ลักษณะเป็ นแผ่นวงกลม ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๒ - ๑๕ ซม. สบัดไปมา พร้อมกับมีผู้ช่วยตีฆ้องประกอบอยู่ด้านหลัง ๔.๗.๔ การศึกษาอัตลักษณ์รูปแบบและโครงสร้าง (Pattern) ชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ใน ชีวิตประจ าวัน การศึกษาอัตลักษณ์รูปแบบและโครงสร้าง (Pattern) ออกแบบชุดเครื่องแต่งกาย ชนเผ่าม้งที่ใช้ในชีวิตประจ าวันจะเลือกเฉพาะชุดที่เป็ นเอกลักษณ์ในแต่ละยุคสมัย โดยพิจารณาแยก เป็ นการแต่งกายของเพศหญิงและเพศชายซึ่งแต่ละเพศจะถูกแบ่งออกตามวัยเป็ นอีก ๓ กลุ่ม คือ วัย เด็ก วัยผู้ใหญ่และวยัชรา ท้ังน้ีในแต่ละกลุ่มยังได้แบ่งระยะของการศึกษาออกเป็ น ๓ ช่วง โดยประมาณคือ ช่วงเวลาประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ ถึง ๒๐ ปีและช่วงเวลาประมาณ ๒๐ ปี ถึงปัจจุบัน ดงัรายละเอียดต่อไปน้ี ๔.๗.๔.๑ การแต่งกายในแบบชีวิตประจ าวันของเด็กผู้หญิง ๑)การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ในยุคน้ีการแต่งกายของเด็กผู้หญิงไม่ว่าจะอยู่กับบ้านหรือมีงาน เทศกาลก็จะสวมชุดเครื่องแต่งกายประจ าชนเผ่าอย่างเคร่งครัด ชุดเครื่องแต่งกายที่ว่าน้ีประกอบดว้ย เส้ือและกระโปรงซ่ึงเป็นชุดที่ใช้ท้งัในชีวิตประจา วนัและในโอกาสพิเศษหรืองานพิธีกรรมต่างๆ เส้ือจะมีลกัษณะเป็นเส้ือสีด าแขนยาวแบบผา่หนา้ตวัเส้ือจะปักลาย “โค๋” เช่น ลายนก ผีเส้ือ ดอกไม้ พร้อมกับประดับด้วยลูกปัดสีต่างๆ ทั่วตวัเส้ือ และถ้าเป็ นงานพิธีก็จะสวมเครื่องประดับตกแต่ง ต่างๆ เพิ่มเติมอีกเท่าน้นั เด็กผู้หญิงมักไว้ผมยาวเกล้ามวยจุกไว้ตรงกลางศีรษะ -กระโปรง กระโปรงจะทอจากผ้าใยกัญชงสีน้ าเงินเขม้ มีลักษณะเป็ นจีบ รอบและเขียนลวดลาย ส่วนชายกระโปรงจะปักลายด้วยด้ายสีต่างๆการสวมจะคาดด้วยผ้าเซ้หรือ เซียะไว้ด้านหน้า และกระโปรงชุดน้ีจะใช้สวมท้งัในชีวิตประจ าวันและในโอกาสพิเศษหรืองาน พิธีกรรมต่างๆ จะไม่สวมรองเท้า
๓๖๐ ๒)การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ระยะต้นยุคการแต่งกายของเด็กผู้หญิงไม่ว่าจะอยู่กับบ้านหรือมี งานเทศกาลก็ยังสวมชุดเครื่องแต่งกายประจ าชนเผ่าเช่นที่เป็ นมา แต่ในระยะปลายยุคเมื่อมีการ ขยายโอกาสให้เด็กได้เข้าเรียนหนังสือในโรงเรียน เด็กผู้หญิงชาวม้งบางคนก็เริ่มหันมาสวมเส้ือชุด เครื่องแบบนกัเรียนและเส้ือยดืเล่นกีฬาแบบต่าง ๆ แทนในบางโอกาส -กระโปรง เด็กผู้หญิงยังคงสวมกระโปรงจีบรอบทอจากผ้าใยกัญชง แต่ใน ระยะปลายยคุบางโอกาสก็สวมใส่กระโปรงชุดเครื่องแบบนกัเรียนและกางเกงผา้ยืด รวมท้งักางเกง ขาส้ันสา หรับเล่นกีฬาแบบต่าง ๆ สลบัควบคู่ไปดว้ยและเริ่มนิยมสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๓๙๕: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๓๙๖: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๓๖๑ ๓)การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ยุคน้ีการแต่งกายด้วยชุดเครื่องแต่งกายประจ าชนเผ่า ก็ยังมีการ สวมใส่ตามปกติแต่เนื่องจากเป็ นยุคที่มีการติดต่อกับโลกภายนอกมากและการที่ได้เข้าเรียนหนังสือ ในโรงเรียน ท าให้เด็กผู้หญิงส่วนมากหันมาสวมเส้ือคอปกและเส้ือยืดแบบต่าง ๆ รวมท้ังเส้ือ ส าเร็จรูปที่วางขายในท้องตลาดมากข้ึน -กระโปรง โดยทวั่ ไปยงัมีการสวมกระโปรงจีบรอบเช่นเดิมแต่เริ่มมีผูนิยม ้ สวมใส่กางเกงขาส้ันหรือขายาว กระโปรงหรือชุดตดัเยบ็สา เร็จรูปสา หรับเด็ก สวมรองเท้าแตะหรือ รองเท้าผ้าใบมากข้ึน ภาพที่ ๓๙๘: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน ภาพที่ ๓๙๗: แสดงชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้หญิงที่ใช้สวมในชีวิตประจ าวันยุคปัจจุบัน
๓๖๒ ๔.๗.๔.๒ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ๑)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ชนเผ่าม้งมีลักษณะเช่นเดียวกบัเส้ือของ เด็กผู้หญิงคือเป็ นเส้ือแบบแขนยาวสีดา หรือสีน้ าเงินแบบผ่าหน้ามีการปักลายช่วงปลายแขนเส้ือ และชายเส้ือ ตรงสาบเส้ือด้านหน้าปักลายเดรียฌอ(Ntiag tsho) และด้านหลังจะปักลายด๊าฌอ (Dab tsho) ใชส้วมท้งัในชีวิตประจา วนัและงานพิธีกรรมต่างๆ นิยมไว้ผมยาวและเกล้าผมมวยจุกไว้กลาง ศีรษะ -กระโปรง กระโปรงของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่มีลักษณะเหมือนของวัยเด็กคือเป็ น ผ้าผืนยาวประมาณ ๗ เมตรทอจากผ้าใยกัญชงเขียนลวดลายด้วยข้ีผ้ึงแบบเทคนิคการทา ผา้บาติค แล้วย้อมสีน้ าเงินเขม้จากน้ันจึงน ามาทา เป็ นจีบต่อกันไปท้งผืนจะหดเหลือราว ๓ เมตรกว่า เมี่อ ั น ามาสวมโดยพันรอบเอวตัวกระโปรงจะมีจีบโดยรอบและ ส่วนชายกระโปรงจะปักลายด้วยด้ายสี ต่างๆการสวมจะคาดด้วยผ้าเซ้หรื อเซียะไว้ด้านหน้า และกระโปรงชุดน้ีจะใช้สวมท้ังใน ชีวิตประจ าวันและในโอกาสพิเศษหรืองานพิธีกรรมต่างๆ จะไม่สวมรองเท้า ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ - เสื้อ ระยะต้นยุคยังมีการแต่งกายด้วยชุดเครื่องแต่งกายประจ าชนเผ่า ไม่ว่าจะอยู่กับบ้านหรือมีงานเทศกาล แต่ในระยะปลายยุคเมื่อตอ้งติดต่อกบั โลกภายนอกมากข้ึน ผู้หญิงชาวม้งบางคนหันมาสวมเส้ือเชิร์ตคอปก หรือเส้ือตามแฟชนั่สมยัใหม่รวมท้งัเส้ือยืดแบบต่าง ๆ แทนในบางโอกาส ภาพที่ ๓๙๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๓๖๓ -กระโปรง ระยะต้นยุคผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ยังคงสวมกระโปรงจีบรอบทอจากผ้า ใยกัญชงดังที่เคยเป็ นมา ในระยะปลายยุคบางโอกาสก็สวมใส่ผ้าถุงพิมพ์ลายส าเร็จรูปที่มีขายทวั่ ไป หรือสวมกางเกงขายาวแบบต่าง ๆ สลบัควบคู่ไปด้วย และเริ่มนิยมสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้า ผ้าใบ ๓) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี ที่ผ่านมารูปแบบการแต่งกายของ ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ส่วนมากที่อยู่กับบ้านไม่ได้ติดต่อกับชุมชนภายนอกมากนักก็ยังไม่ค่อยมีการ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่กลุ่มผู้ที่มีโอกาสติดต่อค้าขายกับชุมชนเมืองได้พัฒนากระบวนการผลิต ชุดเครื่องแต่งกายของชนเผ่าให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการสินค้าของชุมชนเมืองและ เนื่องจากมีปัญหาในด้านวัสดุที่จะใช้ผลิตจึงมักใช้วัสดุส าเร็จรูปเช่น เส้นด้ายสี ไหมพรม ผ้าทอผืน ลูกปัดพลาสติคซ้ือจากในเมือง ส่งผลให้ประเพณีการผลิตวัสดุและเทคนิคการทอผ้าของชนเผ่าเสื่อม ความนิยมลงเป็ นอย่างมาก ด้านการแต่งกายจะประยุกต์ผสมผสานรูปแบบการแต่งกายให้เข้ากับ แฟชั่นสมยัใหม่รวมท้งัการตดัเยบ็ชุดต่างๆการปักโค๋และพฒันาไปเป็นผลิตภณัฑ์ต่างๆ มากมาย บางคนหันมาสวมเส้ือเชิร์ตคอปก หรือเส้ือตามแฟชนั่สมยัใหม่รวมท้งัเส้ือยืดแบบต่าง ๆ แทนเส้ือ ของชนเผ่า ภาพที่ ๔๐๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๓๖๔ -กระโปรง ระยะต้นยุคผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ยังคงสวมกระโปรงจีบรอบทอจากผ้า ใยกัญชงดังที่เคยเป็ นมาแต่ระยะปลายยุคส่วนมากจะหันมาสวมใส่ผ้าถุงพิมพ์ลายส าเร็จรูปที่มีขาย ทวั่ ไปหรือสวมกางเกงขายาวแบบต่าง ๆ นิยมสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ๔.๗.๔.๓ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยชรา ๑)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือของผู้หญิงวัยชราชนเผ่าม้งมีลักษณะเป็นเส้ือแขนยาว ทรงกระบอก เป็ นแบบผ่าหน้า เหมือนของผู้หญิงวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ -กระโปรง กระโปรงของผู้หญิงวัยชราก็ยังคงเป็ นกระโปรงที่ทอจากผ้าใย กัญชงจับจีบเล็กๆ สวมจะน ามาพันรอบเอวแล้วใช้ผ้าคาดเอวทับด้านหน้าหรือเซ้ซึ่งเป็ นผ้ากว้าง ประมาณ ๑ ฟุต ปักลวดลายที่ปลายของสายท้งัสองขา้งติดพู่ไหมพรม ภาพที่ ๔๐๑: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี– ปัจจุบัน ภาพที่ ๔๐๒: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๓๖๕ ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ยังมีรูปแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เส้ือยังมีลักษณะเป็นเส้ือแขนยาวทรงกระบอก เป็ นแบบผ่าหน้า เหมือนของผู้หญิงวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ เกล้าผมมวยจุกไว้กลางศีรษะเช่นเดิม -กระโปรง กระโปรงของผู้หญิงวัยชราก็ยังเป็ นกระโปรงที่ทอจากผ้าใยกัญ ชงจับจีบเช่นเดียวกับอดีต ๓)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ระยะต้นยุคการแต่งกายของผู้หญิงวัยชรายังมีรูปแบบเดิมไม่ เปลี่ยนแปลง เส้ือยังมีลักษณะเป็นเส้ือแขนยาวทรงกระบอก ผ่าหน้า เกล้าผมมวยจุกไว้กลางศีรษะ เช่นเดิมแต่ระยะปลายยุคเริ่มมีการส่งเสริมให้คนภายนอกเขา้ไปในชุมชนมากข้ึนและบางคนเริ่ม เปลี่ยนมาสวมเส้ือคอปกและเส้ือยดืแบบต่างๆ มากข้ึน -กระโปรง การสวมกระโปรงของผู้หญิงวัยชรายังคงสวมกระโปรงจับจีบที่ ทอจากผ้าใยกัญชง แต่ช่วงระยะปลายยุคเริ่มสวมผา้ถุงส าเร็จรูปมากข้ึน บางคร้ังสวมกางเกงขายาว และจะสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบกันทุกคน ภาพที่ ๔๐๓: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๓๖๖ ๔.๗.๔.๔ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้ชาย ๑)การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือของเด็กผู้ชายมีลักษณะเป็ นคอกลมสีด าแขนยาว แบบผ่าป้าย แขนยาวจรดข้อมือ ขลิบขอบขอ้มือดว้ยผา้สีฟ้าหรือสีน้า เงินชายเส้ือส้ันระดบัเอวเป็นเส้ือแบบไม่มี คอ ปกสาบเส้ือดา้นขวาจะป้ายเลยมาทบัซีกซา้ยของเส้ือ ตลอดแนวสาบเส้ือจะใชด้า้ยสีและผา้สีปัก ลวดลายต่างๆ มีการปักโค๋เป็ นลายดอกไม้ตกแต่งบริเวณแขนเส้ือด้านบนตลอดต้งัแต่ไหล่จนถึง ขอ้มือและตามชายเส้ือจะสวมใส่เมื่ออยู่กับบ้านหรือออกไปในละแวกชุมชน -กางเกง กางเกงที่สวมในชีวิตประจ าวันมีลักษณะเป็ นกางเกงตัดเย็บจาก ผ้ามันหรือผ้าฝ้ายสีด า เป้ายาวลงมาจนต ่ากว่าระดับเข่าเกือบถึงปลายขากางเกง ปลายขาแคบและชาย ท้งัสองขา้งปักลวดลายสวยงาม มีผ้าคาดเอว (Siv liab) ทับด้านหน้าปล่อยชายลงมาและปักลวดลาย สวยงาม ไม่สวมรองเท้า ภาพที่ ๔๐๔: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี– ปัจจุบัน ภาพที่ ๔๐๕: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๓๖๗ ๒)การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ในช่วงแรกของยุคการแต่งกายของเด็กผู้ชายยังนิยมสวมเส้ือป้าย แขนยาวสีด าเช่นเดิม แต่ในช่วงระยะหลังของยุคเมื่อได้มีโอกาสเข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนเริ่มมี การสวมเส้ือเชิร์ตคอปกเช่น เครื่องแบบนักเรียนหรือเส้ือกลา้ม เส้ือยดืส าหรับเล่นกีฬาแบบต่างๆ -กางเกง กางเกงที่สวมในชีวิตประจ าวันยังเป็ นกางเกงแบบประเพณีที่มี เป้ายาวเกือบถึงปลายขากางเกง แต่ระยะต่อมาบางกลุ่มเริ่มหันมาสวมกางเกงขาส้ันเช่นชุด เครื่องแบบนักเรียน กางเกงเล่นกีฬา หรืออาจเป็ นกางเกงขายาวแบบส าเร็จรูปที่วางขายในท้องตลาด สวมรองเท้าแตะหรือผ้าใบ ๓)การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในช่วงแรกของยุคการแต่งกายของเด็กผู้ชายยังสวมเส้ือป้ายแขน ยาวสีด าเช่นเดิม แต่ในช่วงระยะหลังของยุคอิทธิพลของสื่อและการติดต่อธุรกิจกับชุมชนภายนอก มากข้ึนทา ให้มีการปรับตวัเขา้กบัสังคมเมืองจึงมกัสวมเส้ือเชิร์ต เส้ือยืดคอปกแขนส้ันหรือแขนยาว หรือเส้ือยดืสา หรับเล่นกีฬาแบบต่างๆ มากข้ึน -กางเกง ระยะแรกกางเกงที่สวมในชีวิตประจ าวันยังเป็ นกางเกงแบบ ประเพณีที่มีเป้ายาวเกือบถึงปลายขากางเกง แต่ระยะต่อมาบางกลุ่มเริ่มหันมาสวมกางเกงขาส้ันเช่น ชุดเครื่องแบบนักเรียน กางเกงเล่นกีฬา หรืออาจเป็ นกางเกงขาส้ันและยาวแบบส าเร็จรูปที่วางขาย ในท้องตลาด สวมรองเท้าแตะหรือผ้าใบ ภาพที่ ๔๐๖: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี
๓๖๘ ๔.๗.๔.๕ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑)การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ยังคงมีลักษณะเหมือนเส้ือของวยัเด็ก เป็ นเส้ือป้ายย้อมสีด าคอกลมแขนยาว ตัวเส้ือส้ันอยู่ระดับเอวและปักลายโค๋ตลอดแขนด้านบนและ ที่ปลายแขน สาบเส้ือและชายเส้ือ -กางเกง กางเกงที่สวมในชีวิตประจ าวันของมีท้ังกางเกงที่มีเป้ายาว เกือบถึงปลายขากางเกง คล้ายกางเกงของชาวจีน และมีโค๋ลายต่างๆปักรอบขอบขากางเกง นิยมคาด ผ้ามัดเอว (Siv liab) สี คราม มีความยาวประมาณ ๓ เมตร ปักลวดลายที่ปลายผ้า ท้ังสองด้าน เช่นเดียวกับของผู้หญิง ภาพที่ ๔๐๗: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี– ปัจจุบัน ภาพที่ ๔๐๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๓๖๙ ๒)การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี เนื่องจากระยะน้ีมีการติดต่อคา้ขายกบัคนเชียงใหม่มากข้ึน ทา ให้ รูปแบบการแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปีในระยะหลังเริ่ม ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแต่งกายให้คลา้ยคลึงกับคนในเมืองมากข้ึน เช่น สวมเส้ือยืดหรือเส้ือเชิต สา เร็จรูปที่วางขายกนัทวั่ ไปตามทอ้งตลาด ๓)การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน รูปแบบการแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแต่งกายใหค้ลา้ยคลึงกบัคนในเมืองมากข้ึน - เสื้อ สวมเส้ือยืดหรือเส้ือเชิต ส าเร็จรูปที่วางขายกันทั่วไปตาม ท้องตลาด -กางเกง กางเกงที่สวมในชีวิตประจ าวันเหมือนในอดีตยังเป็ นที่นิยมสวม อยู่คือกางเกงที่มีเป้ายาวเกือบถึงปลายขากางเกง คล้ายกางเกงของชาวจีน และมีโค๋ลายต่างๆ ปักรอบ ขอบขากางเกงและใช้ผ้ามัดเอว (Siv liab) สีคราม ที่ปักลวดลายที่ปลายผ้า ท้งสองด้านเช่นเดียวกับ ั ของผหู้ญิงขณะเดียวกนัก็สวมกางเกงขาส้ันหรือกางเกงผา้ขายาวที่วางขายในทอ้งตลาด ภาพที่ ๔๐๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๒๐ ปี
๓๗๐ ๔.๗.๔.๖ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรา ๑)การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ผู้ชายวัยผู้ชราจะสวมเส้ือที่มีลกัษณะเป็นคอกลมแขนยาวแบบ ผ่าหน้า ย้อมสีด า ส่วนการปักลายโค๋ที่ปลายแขน สาบเส้ือ และชายเส้ือ น้อยกว่าของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ -กางเกง กางเกงที่สวมในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรามีรูปแบบเดียวกับ ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ คือเป็ นกางเกงที่มีเป้ายาวเกือบถึงปลายขากางเกง คล้ายกางเกงของชาวจีน และมีโค๋ ลายต่างๆปักรอบขอบขากางเกง นิยมคาด ผ้ามัดเอว (Siv liab) สีคราม มีความยาวประมาณ ๓ เมตร ปักลวดลายที่ปลายผ้า ท้งัสองดา้นเช่นเดียวกบัของผหู้ญิง ภาพที่ ๔๑๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน ภาพที่ ๔๑๑: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๓๗๑ ๒)การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ ผู้ชายวัยผู้ชรายงัสวมเส้ือแบบเดิมในอดีตคือจะสวมเส้ือที่มี ลักษณะเป็ นคอกลมแขนยาวแบบผ่าหน้า ย้อมสีด า และนิยมใส่เครื่องประดับที่ท าจากเครื่องเงิน ส่วนการปักลายโค๋ที่ส่วนต่างๆของเส้ือข้ึนอยกู่บัความนิยมของแต่ละคน -กางเกง กางเกงที่สวมในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรา มีท้ังรูปแบบ เดียวกับอดีตคือเป็ นกางเกงที่มีเป้ายาวเกือบถึงปลายขากางเกง คล้ายกางเกงของชาวจีน และมีโค๋ลาย ต่างๆปักรอบขอบขากางเกง พร้อมกับคาด ผ้ามัดเอว (Siv liab) สีคราม หรือสวมกางเกงที่ตัดเย็บ สา เร็จรูปแบบขาส้ันและขายาวที่วางขายในทอ้งตลาด ๓)การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี ถึง ปัจจุบัน ส่วนใหญ่เปลี่ยนรูปแบบไปเป็นสวมเส้ือส าเร็จรูป เช่น เส้ือยืดคอกลม เส้ือผ้าฝ้ายแบบแขน ส้ันและแขนยาว บางโอกาสก็สวมเส้ือรูปแบบเดิมในอดีตทบัเส้ือตวัใน -กางเกง กางเกงที่สวมในชีวิตประจา วนัของผูช้ายวยัชรา มีท้ังรูปแบบ เดียวกับอดีตคือเป็ นกางเกงที่มีเป้ายาวเกือบถึงปลายขากางเกง คล้ายกางเกงของชาวจีนหรือสวม กางเกงที่ตดัเยบ็สา เร็จรูปแบบขาส้ันและขายาวที่วางขายในทอ้งตลาด ภาพที่ ๔๑๒: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๓๗๒ ๔.๗.๕ การศึกษาอัตลักษณ์รูปแบบและโครงสร้าง(Pattern) ชุดเครื่องแต่งกายในแบบพธิีการ ๔.๗.๕.๑ การแต่งกายในแบบพธิีการของเด็กผู้หญิง ๑)การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือของผูห้ญิงต้งัแต่วยัเด็กถึงวยัชรา มีลกัษณะเป็นเส้ือผ่าหนา้สี ด าแขนยาว โดยปักลวดลายไวท้ ี่ปกเส้ือ สาบเส้ือและปลายแขน ตวัเส้ือจะปักลายที่เรียกว่า “โค๋” อย่างละเอียด เช่น ลายนกผีเส้ือ ดอกไม้และแมลง พร้อมกบั ประดบัดว้ยลูกปัดสีต่างๆ ทวั่ตวัเส้ือ -กระโปรง กระโปรง มีลักษณะเป็ นผ้าผืนยาวประมาณ ๗ เมตร และจับจีบ ขนาดเล็กกว้างประมาณ ๑ เซนติเมตรเรียงต่อกันท้ังผืนซ่ึงจะทา ให้ผา้ท้ังผืนหดส้ันลงประมาณ ครึ่ งหนึ่ง ดา้นบนของผืนผา้มีแถบผา้กวา้งประมาณ ๒ นิ้วเยบ็เป็นขอบยาวตามความยาว เพื่อยึดตวั กระโปรงผ้าพับจีบ และปล่อยให้เหลือหัวท้ายยาวต่อออกไปอีกด้านละ ๕๐ เซนติเมตร เพื่อใช้มัดยึด เข้าด้วยกันเวลาสวมใส่ การน ามาสวมต้องน ากระโปรงพันรอบเอวแล้วมัดยึดด้วยผ้าขอบกระโปรง แต่ละผืนทอจากผ้าใยกัญชงโดยส่วนลวดลายของกระโปรงทา ข้ึนจากการใชข้้ีผ้ึงเขียนเป็นลายต่าง ๆ เหมือนเทคนิคการท าผ้าบาติก แล้วน าไปย้อมให้เป็ นสีน้า เงินเขม้ ด้วยน้า ยอ้มซ่ึงทา จากใบตน้คราม หรือต้นฮ่อม ส่วนชายกระโปรงจะใชผ้า้แถบกวา้งประมาณ ๒ นิ้วยาวตามความยาวของกระโปรง ปักลวดลายด้วยเส้นด้ายสีต่าง ๆ แล้วจึงน ามาเย็บต่อกับตัวกระโปรง บนกลีบกระโปรงนิยมปักโค๋ พร้อมกับประดับด้วยลูกปัดชนิดต่างๆ อย่างประณีตแล้วคาดทับด้วยผ้ามัดเอวซึ่งมีขนาดความกว้าง ประมาณ ๑ ฟุต ส าหรับความยาวจะข้ึนอยกู่บั ส่วนสูงของแต่ละคน และมีลวดลายปักและติดพู่ไหม พรมบนปลายผ้าท้งั๒ ข้าง ภาพที่ ๔๑๓: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี– ปัจจุบัน
๓๗๓ ๒)การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายของเด็กผู้หญิงไม่ว่าจะอยู่กับบ้านหรือมีงานเทศกาล ก็จะสวมชุดเครื่องแต่งกายประจ าชนเผ่าคือ สวมเส้ือที่มีลกัษณะเป็นเส้ือสีดา แขนยาวแบบผ่าหน้า ตวัเส้ือจะปักลายที่เรียกว่า “โค๋”อย่างละเอียด เช่น ลายนก ผีเส้ือ ดอกไม้ พร้อมกับประดับด้วย ลูกปัดสีต่างๆ ทวั่ตวัเส้ือ -กระโปรง กระโปรงมีลักษณะเป็ นกระโปรงจีบรอบทอจากผ้าใยกัญชง คล้ายกระโปรงพลีต ลวดลายบนตวักระโปรงทา ดว้ยการใชข้้ีผ้ึงเขียนเป็นลายต่างๆ แลว้เอาไปย้อม ด้วยต้นครามหรือต้นฮ่อมให้เป็ นสีน้ าเงินเขม้บนกลีบกระโปรงนิยมปักโค๋ พร้อมกับประดับด้วย ลูกปัดชนิดต่างๆ อย่างประณีต แล้วน ามาเย็บต่อกับตัวกระโปรง สวมรองเท้าแตะ ภาพที่ ๔๑๔: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐- ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๑๕: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๓๗๔ ๓)การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในยุคน้ีการแต่งกายของเด็กผู้หญิงไม่ว่าจะอยู่กับบ้านหรือมีงาน เทศกาลยังสวมชุดเครื่องแต่งกายประจ าชนเผ่า -กระโปรง กระโปรงจีบรอบทอจากผ้าใยกัญชง คล้ายกระโปรงพลีต ลวดลายบนตวักระโปรงทา ดว้ยการใชข้้ีผ้ึงเขียนเป็นลายต่างๆ แลว้เอาไปย้อมด้วยต้นครามหรือต้น ฮ่อมให้เป็ นสีน้า เงินเขม้บนกลีบกระโปรงนิยมปักโค๋ พร้อมกับประดับด้วยลูกปัดชนิดต่างๆ อย่าง ประณีต แล้วน ามาเย็บต่อกับตัวกระโปรง สวมรองเท้าผ้าใบ ๔.๗.๕.๒ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ๑)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐- ๕๐ ปี ต้งัแต่อดีตถึงปัจจุบนัรูปแบบการแต่งกายในแบบพิธีการของผูห้ญิงวยั ผู้ใหญ่ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อถึงเวลางานประเพณีหรืองานพิธีการหญิงสาวก็มักจะสวมชุด ประจ าเผ่าที่มีการตกแต่งลายปักที่สวยงาม และสวมเครื่องประดับอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะงาน เทศกาลปี ใหม่ม้ง การแต่งกายตามเทศกาลปี ใหม่ม้ง (น่อเป้โจ) เทศกาลปี ใหม่ม้ง หรือ น้อเป้ โจ จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมของทุกปี จดัข้ึนหลังจากการทา งานมาตลอดท้งัปี ก่อน จะถึงเทศกาลปี ใหม่สัก ๒ - ๓ อาทิตย์ผูช้ายจะมีหน้าที่เตรียมหาฟืนหรือเตรียมสิ่งของที่จา เป็นไว้ ส าหรับใช้ในช่วงปี ใหม่ ส่วนผู้หญิงจะท าหน้าที่ออกแบบชุดแต่งกายพร้อมกับปักเย็บและประดับ ชุดเส้ือผา้ดว้ยเครื่องประดบัชนิดต่างๆ ให้กบัทุกคนในครอบครัว เมื่อถึงวนัข้ึน ๑ ค่า หรือเซียะอิ๊ ภาพที่ ๔๑๖: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๓๗๕ (Xiab ib) ซ่ึงเป็นวนัเริ่มปีใหม่ของชาวมง้ช่วงเชา้เวลาพระอาทิตยเ์ริ่มออกหรือเวลาประมาณหกถึง เจ็ดโมงเชา้ทุกคนในครอบครัวจะแต่งตวัดว้ยชุดเส้ือผา้ที่เตรียมไวแ้ละจะออกไปไหวข้อพรจากผเู้ฒ่า ผแู้ก่จากน้นั หนุ่มสาวจะไปเล่นโยนลูกช่วง หรือ ป๊ อเป๊าะ (Pov pob) - เสื้อ เส้ือของผูห้ญิงวยัผูใ้หญ่ชนเผ่าม้งมีลักษณะเป็นเส้ือแขนยาว ทรงกระบอก เป็ นแบบผ่าหน้า สาบเส้ือดา้นหน้ามีผ้าปักลายกว้างประมาณ ๕ - ๗ ซม. ความยาว ต้งัแต่ไหล่ลงมาถึงเอว เรียกว่า เดรียฌอ (Ntiag tsho) ด้านหลังจะ เย็บ ด๊าฌอ(Dab tsho) เป็ นลายปัก บนผ้าสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีขนาดประมาณ ๑๒ X ๑๒ เซนติเมตร ติดบริเวณส่วนบนของเส้ือ ส่วนการ ออกแบบลวดลายปักหรือโค๋จะเน้นสีสันที่ฉูดฉาด และจะมีรูปแบบลายที่ความประณีต -กระโปรง กระโปรงที่ใช้สวมเป็ นกระโปรงที่ทอจากผ้าใยกัญชงย้อมสีด้วย ค่า ตัวกระโปรงใช้ผ้าประมาณ ๕-๗ เมตร แล้วจับจีบเล็กๆ อย่างละเอียด เวลาสวมจะน ามาพันรอบ เอวแล้วมัด ด้วยผ้ามัดเอว(Sev) ซึ่งเป็ นผ้ากว้างประมาณ ๑ ฟุต ปักลวดลายที่ปลายของสายท้งัสอง ข้างติดพู่ไหมพรม ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ เป็นเส้ือแขนยาวทรงกระบอกแบบผ่าหนา้ สาบเส้ือดา้นหน้ามีผ้า ปักลายกว้างประมาณ ๕ - ๗ ซม. ความยาวต้งัแต่ไหล่ลงมาถึงเอว เรียกว่า เดรียฌอ (Ntiag tsho) ด้านหลังจะ เย็บ ด๊าฌอ (Dab tsho) เป็ นลายปักบนผ้าสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีขนาดประมาณ ๑๒ X ๑๒ ภาพที่ ๔๑๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี
๓๗๖ เซนติเมตร ติดบริเวณส่วนบนของเส้ือ ส่วนการออกแบบลวดลายปักหรือโค๋ จะเน้นสีสันที่ฉูดฉาด ลวดลายสวยงาม -กระโปรง เป็ นกระโปรงที่ทอจากผ้าใยกัญชงย้อมสีด้วยค่า ตัวกระโปรงใช้ ผ้าประมาณ ๕-๗ เมตร แล้วจับจีบเล็กๆ อย่างละเอียด เวลาสวมจะน ามาพันรอบเอวแล้วมัด ด้วยผ้า มัดเอว(Sev) ซึ่งเป็ นผ้ากว้างประมาณ ๑ ฟุต ปักลวดลายด้วยสีสันที่สดใส และที่ปลายของสายท้งั สองข้างติดพู่ไหมพรม ๓)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี-ปัจจุบัน ยงัคงอนุรักษก์ารแต่งกายแบบด้งัเดิมไวไ้ม่เปลี่ยนแปลงหญิงสาว ก็มักจะสวมชุดประจ าเผ่าที่มีการตกแต่งลายปักที่สวยงาม และสวมเครื่องประดับอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะงานเทศกาลปี ใหม่ม้ง ภาพที่ ๔๑๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๒๐ ปี ภาพที่ ๔๑๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๓๗๗ ๔.๗.๕.๓ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้หญิงวัยชรา การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐– ๒๐ ปี ต้งัแต่อดีตถึงปัจจุบนัรูปแบบการแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยชรา ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่การแต่งกายของหญิงสูงอายุโดยมากจะไม่นิยมประดับด้วยลูกปัดและ เครื่องเงินเหมือนชุดของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ และหญิงชราที่มีอายุแล้วจะนิยมโพกผ้าที่ศีรษะ เรียกว่า “ผวั่” (phuam)กระโปรงของหญิงชราที่ใช้สวมในโอกาสพิเศษจะมีการปักโค๋ที่มีลวดลายละเอียด และสวยงามพร้อมเครื่องประดับเครื่องแต่งกายประจ าเผ่าของผู้หญิงอย่างครบชุด เช่นเดียวกับวัย ผู้ใหญ่ ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ปี - เสื้อ ผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ปีสวมใส่เส้ือแขน ยาวทรงกระบอก แบบผ่าหน้า ปลายแขนเส้ือมีการปักลวดลายอยา่งสวยงาม ขอบแขนเส้ือมีการ ตกแต่งดว้ยผา้ที่ต่างสีจากตวัเส้ือคือจะเป็ นผ้าสีฟ้า สีขาว สีเหลือง เป็ นต้น สาบเส้ือดา้นหน้ามีผ้าปัก ลายกว้างประมาณ ๕ - ๗ ซม. ความยาวต้งัแต่ไหล่ลงมาถึงเอว เป็ นลายปักบนผ้าสี่เหลี่ยมจัตุรัสมี ขนาดประมาณ ๑๒ X ๑๒ เซนติเมตร ติดบริเวณส่วนบนของเส้ือ ส่วนการออกแบบลวดลายปักหรือ โค๋จะไม่เนน้ สีสันที่ฉูดฉาดเหมือนกบัของผใู้หญ่และจะมีรูปแบบลายที่ความประณีตกวา่ข้ึนอยกู่บั ความช านาญของแต่ละคน -กระโปรง กระโปรงของผู้หญิงวัยชราที่ใช้สวมเป็ นกระโปรงที่ทอจากผ้าใย กัญชงย้อมสีด้วยค่า แล้วจับจีบเล็กๆ อย่างละเอียด เวลาสวมจะน ามาพันรอบเอวแล้วมัด ด้วยผ้ามัด เอว ซึ่งเป็ นผ้ากว้างประมาณ ๑ ฟุต ปักลวดลายที่ปลายของสายท้งัสองขา้งติดพู่ไหมพรม สีสันไม่ ฉูดฉาด ภาพที่ ๔๒๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๓๗๘ ๓)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ เส้ือของผูห้ญิงวยัชราชนเผา่มง้มีลักษณะเป็นเส้ือแขนยาว ทรงกระบอก เป็ นแบบผ่าหน้า ปลายแขนเส้ือจะมีการปักลวดลายอยา่งสวยงาม ขอบแขนเส้ือจะมี การตกแต่งด้วยผ้าที่ต่างสีจากตวัเส้ือ น้นัคือจะเป็นผา้สีฟ้า,ขาว ,เหลืองเป็ นต้น ดา้นหนา้ของตวัเส้ือ จะมีการปล่อยสาบเส้ือ สาบเส้ือดา้นหน้ามีผ้าปักลายความยาวต้งัแต่ไหล่ลงมาถึงเอว เป็ นลายปักบน ผ้าสี่เหลี่ยมจัตุรัส ติดบริเวณส่วนบนของเส้ือ ส่วนการออกแบบลวดลายปักหรือโค๋จะไม่เน้นสีสันที่ ฉูดฉาดเหมือนกบัของผใู้หญ่และจะมีรูปแบบลายที่ความประณีตกวา่ข้ึนอยกู่บัความชา นาญของแต่ ละคน -กระโปรง กระโปรงของผู้หญิงวัยชราที่ใช้สวมเป็ นกระโปรงที่ทอจากผ้าใย กัญชงย้อมสีด้วยค่า แล้วจับจีบเล็กๆ อย่างละเอียด เวลาสวมจะน ามาพันรอบเอวแล้วมัด ด้วยผ้ามัด เอว(Sev) ซึ่งเป็ นผ้ากว้างประมาณ ๑ ฟุต ปักลวดลายที่ปลายของสายท้งัสองขา้งติดพู่ไหมพรม สีสัน ไม่ฉูดฉาด สา หรับความยาวข้ึนอยกู่บัส่วนสูงของแต่ละคน ภาพที่ ๔๒๑: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี
๓๗๙ ๔.๗.๕.๔ การแต่งกายในแบบพธิีการของเด็กผู้ชาย ๑) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๘๐– ๕๐ ปี การแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปี ใหม่จะ มีท้งัสวมเส้ือแขนยาวสีดา ที่ประดับดว้ยโค๋แบบต่างๆ ท้งัตวัเส้ือ ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบไป เป็นเส้ือกกั๊ไม่มีแขนเพื่อที่ใชส้วมทบัเส้ือยอืคอกลมแขนส้ัน การประดับชุดด้วยลูกปัดและเครื่องเงิน แบบต่างๆ จะน้อยกว่าชุดแต่งกายของเด็กผู้หญิง และสวมกางเกงสีด า ที่มีเป้าความยาวเกือบถึง ปลายขากางเกงและมีโค๋ลายต่างๆ ปักรอบขอบขากางเกง - เสื้อ เส้ือของเด็กผู้ชายมีลักษณะเป็ นคอกลม ผ่าหน้า แขนเส้ือยาวจรด ข้อมือ มีการปักโค๋ตกแต่งทวั่ตวัเส้ือ นิยมใช้ผ้าสีด าหรือสีน้ าเงินเขม้ขลิบขอบขอ้มือดว้ยผา้สีฟ้า หรือสีน้า เงิน ชายเส้ือส้ันระดบัเอว ปกสาบเส้ือดา้นขวาจะป้ายเลยมาทบัซีกซ้ายของตวัเส้ือ ตลอด แนวสาบเส้ือจะใชด้า้ยสีและผา้สีปักลวดลายต่างๆ -กางเกง กางเกงสีเดียวกบัเส้ือ มีลักษณะขากว้างมากแต่ปลายขาแคบลง ส่วนที่เห็นเด่นชัดคือเป้ากางเกงจะหย่อนยานลงมาจนต ่ากว่าระดับเข่ารอบเอวจะมีผ้าสีแดงเคียนทับ กางเกงไว้ผ้าแดงจะมีความยาวประมาณ ๔-๕ เมตรที่ชายท้งัสองขา้งปักลวดลายสวยงามการพนัผา้ แดงจะพนัหลายทบและหอ้ยชายท้งัสองไวด้า้นหนา้อวดลวดลายปัก ภาพที่ ๔๒๒: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๓๘๐ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ๒)การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๕๐-๒๐ ปี - เสื้อ ในยุคน้ีการแต่งกายยงัเหมือนเดิมทุกอย่าง เส้ือคอกลม แขนยาว แบบผ่าหน้า มีการปักโค๋ตกแต่งทวั่ตวัเส้ือ ชายเส้ือส้ันระดบัเอว ปกสาบเส้ือดา้นขวาจะป้ายเลยมา ทับซีกซ้าย ตลอดแนวสาบเส้ือจะใชด้า้ยสีและผา้สีปักลวดลายต่างๆ -กางเกง กางเกงสีเดียวกบัเส้ือ มีลักษณะขากว้างแต่ปลายขาแคบลง เป้า กางเกงจะหย่อนลงมาจนต่า กว่าระดบัเข่ารอบเอวจะมีผา้สีแดงเคียนทบักางเกงไวท้ ี่ชายท้งัสองขา้ง ปักลวดลายสวยงามการพันผ้าแดงจะพันหลายทบ และหอ้ยชายท้งัสองไวด้า้นหนา้อวดลวดลายปัก ภาพที่ ๔๒๓: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๒๔: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๓๘๑ ๓)การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ชนเผ่าม้งยังอนุรักษ์วัฒนธรรมการแต่งกายเหมือนเดิมทุกอย่าง โดยสวมเส้ือคอกลม แขนยาว แบบผ่าหน้า มีการปักโค๋ ตกแต่งทวั่ตวัเส้ือ ชายเส้ือส้ันระดบัเอว ปก สาบเส้ือดา้นขวาจะป้ายเลยมาทบัซีกซ้าย ตลอดแนวสาบเส้ือจะใช้ดา้ยสีและผา้สีปักลวดลายต่างๆ ชุดการแต่งกายของเด็กผูช้ายในช่วงเทศกาลปีใหม่โดยทั่วไป การปักลวดลาย การประดับด้วย เครื่องประดับต่างๆ จะไม่เน้นมากนัก แต่บางครอบครัวที่มีฐานะดีก็จะเสริมปักด้วยลวดลาย หลากหลายพร้อมกับเครื่องเงินประดับด้วยความงดงาม -กางเกง กางเกงสีเดียวกับเส้ือ มีลักษณะขากว้าง แต่ปลายขาแคบ เป้า กางเกงจะหย่อนลงมาจนต ่ากว่าระดับเข่าหรือข้อเท้า รอบเอวจะมีผ้าสีแดงเคียนทับกางเกงไว้ที่ชาย ท้งสองข้างปักลวดลายสวยงามการพันผ้าแดงจะพันหลายทบ ัและห้อยชายท้งัสองไวด้า้นหนา้อวด ลวดลายปัก ๔.๗.๕.๕ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐– ๕๐ ปี - เสื้อ ไม่มีความแตกต่างจากชุดที่ใช้สวมในชีวิตประจ าวันมากนัก เพียงแต่การปักลายต่างๆ จะเน้นความประณีตพร้อมกับประดับด้วยลูกปัดมีความสวยงามมากกว่า ชุดธรรมดา สาเหตุเพราะจะต้องเตรียมตัวไปโยนลูกช่วง หรือ ป๊ อเป๊ าะ (Pov pob) กับหญิงสาว ลักษณะเด่นชุดเครื่องแต่งกายของชายวัยผู้ใหญ่ ประกอบด้วย ๒ ส่วนหลัก ซี๊เลี้ย(Siv liab) ถือเป็ น ภาพที่ ๔๒๕: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๓๘๒ เครื่องประดับที่เป็ นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความเป็ นผู้ชาย ในงานเทศกาลที่ส าคัญ เช่น เทศกาลปี ใหม่มง้ผูช้ายทุกคนตอ้งใส่ซ้ีเล้ีย เดรียฌอ(Ntiag tsho) เป็นลายปักบนตวัเส้ือ สัญลกัษณ์บงช้ีว่าเป็น ลกัษณะเส้ือของผชู้าย -กางเกง มีลักษณะเป็ นกางเกงผ้ามันหรือผ้าฝ้ายสีด า มีเป้าที่มีความยาว เกือบถึงปลายขากางเกงและมีโค๋ลายต่างๆ ปักรอบขอบขากางเกง นิยมคาดผ้ามัดเอว (Siv liab) muj สีครามมีความยาวประมาณ ๓ เมตร ปักลวดลายที่ปลายผ้า ๒ ด้าน ๒)การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ ในยุคน้ีก็ยงัไม่มีความแตกต่างจากชุดที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน การ ปักลายต่างๆ จะเน้นความประณีตพร้อมกับประดับด้วยลูกปัดมีความสวยงามมากกว่าชุดธรรมดา -กางเกง เป็ นกางเกงผ้ามันหรือผ้าฝ้ายสีด า มีเป้าที่มีความยาวเกือบถึงปลาย ขากางเกงและมีโค๋ลายต่างๆปักรอบขอบขากางเกง คาดผ้ามัดเอวสีคราม ปักลวดลายที่ปลายผ้า ๒ ด้าน ภาพที่ ๔๒๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๓๘๓ ๓)การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในยุคน้ีการแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ท้งัเส้ือและกางเกงเริ่มมี การผสมผสานกับเส้ือผา้ยคุปัจจุบนัแต่ก็ยงัไม่ทิ้งรูปแบบการแต่งกายเดิม โดยสวมเส้ือคอกลม แขน ยาวแบบผา่หนา้มีการปักโค๋ตกแต่งทวั่ตวัเส้ือ ชายเส้ือส้ันระดบัเอว ปกสาบเส้ือดา้นขวาจะป้ายเลย มาทับซีกซ้าย ตลอดแนวสาบเส้ือจะใช้ด้ายสีและผา้สีปักลวดลายต่างๆ หรืออีกรูปแบบหนึ่ง คือ สวมเส้ือยดืคอกลม ทบัดว้ยเส้ือกกั๊ที่มีการปักโค่ตกแต่งทวั่ตวัเส้ือ -กางเกง กางเกงผ้ามันหรือผ้าฝ้ายสีด า เป้ายาวถึงปลายขากางเกงและมีโค๋ ลายต่างๆ ปักรอบขอบขากางเกง บ้างปักด้านข้างล าตัว แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน มีผ้ามัดเอว ปักลวดลายที่สวยงามคาดไว้ที่เอว ภาพที่ ๔๒๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ภาพที่ ๔๒๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๓๘๔ ๔.๗.๕.๖ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยชรา ๑)การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐- ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือของผชู้ายสูงอายุเป็นแบบเส้ือคอกลม ผา่หนา้แขนยาว ปัก ด้วยลายต่าง พร้อมกับประดับด้วยลูกปัด และเหรียญเครื่องเงินเพียงเล็กน้อย -กางเกง สวมกางเกงขายาวสีด า ที่มีเป้าความยาวเกือบถึงข้อเท้า ปลายขา กางเกงและมีโค๋ลายต่างๆ เพียงเล็กน้อย นิยมคาด ผ้ามัดเอว สีครามหรือด า ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ เส้ือแขนยาวคอกลม ผ่าหน้า ป้ายข้าง ปักลวดลายต่างๆ เพียง เล็กน้อย -กางเกง กางเกงขายาวสีด า เป้ายาวถึงข้อเท้า ปลายขาตกแต่งและมีโค๋ลาย ต่างๆ เพียงเล็กน้อย นิยมคาดผ้ามัดเอว สีสันแล้วแต่งผู้สวมใส่เลือก ภาพที่ ๔๒๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๓๘๕ ๓)การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ปี - ปัจจุบัน - เสื้อ เส้ือสีด าคอกลม ผ่าหน้า แขนยาว ป้ายขา้งสาบเส้ือปักด้วยลาย ต่างๆ ประดับด้วยเหรียญเครื่องเงินเพียงเล็กน้อย -กางเกง กางเกงขายาวสีด า เป้ายาวถึงข้อเท้า ปลายขากางเกงตกแต่งด้วยมี โค๋ลายต่างๆ เพียงเล็กน้อย คาดเอวด้วยผ้ามัดเอวที่ตกแต่งและปักลวดลาย ภาพที่ ๔๓๑: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน ภาพที่ ๔๓๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๔.๘ ชนเผ่าลาหู่ พื้นที่ศึกษา: หมู่บ้านขุนห้วยไส้หมู่ที่๗ ต าบลเมืองนะ อา เภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านเจียจันทร์หมู่ที่๑๓ ต าบลเมืองนะ อา เภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านหนองเต่า หมู่ที่๑๓ ต าบลปิงโค้ง อา เภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านนาน้อย หมู่ที่๑๓ ต าบลปิงโค้ง อา เภอเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านใหม่โป่งจ๊อกพฒันา หมู่ที่๔ ต าบลแม่ทะลบ อ าเภอไชยปราการจังหวัดเชียงใหม่ นักวิจัย ณรงค์เดช บูทะ ______________________________________________________________________________________________________________________ ๔.๘.๑ วัฒนธรรมการแต่งกาย ชนเผ่าลาหู่ที่อพยพเข้าสู่ประเทศไทยมีด้วยกัน ๗ กลุ่ม คือ ลาหู่ญีหรือลาหู่แดง ลาหู่นะหรือลา หู่ด า ซึ่งอพยพจากประเทศพม่าและลาวสู่ประเทศไทย เมื่อประมาณ ๕๐ ปีที่ผ่านมาน้ีและลาหู่ซีหรือลาหู่เหลือง ลาหู่บ่าหลา ลาหู่เชเล และลาหู่แฮกก่ะแอะซึ่งได้อพยพจากพม่าเข้าสู่ไทยภายหลังในเวลาไล่เลี่ยกัน ชุดเครื่องแต่ง กายชนเผ่าลาหู่จะใช้สีด าหรือน าเงินเข้มเป็ นหลัก กลุ่มชาวลาหู่ในพ้ืนที่ศึกษาในอ าเภอเชียงดาวและอ าเภอไชย ปราการ จังหวัดเชียงใหม่เป็ นชนเผ่าลาหู่ญีหรือ ลาหู่แดง ท้งัสองกลุ่มใช้สีด าเป็ นสีพ้ืนของชุดเครื่องแต่งกาย เช่นกันและตกแต่งลวดลายด้วยผ้าสีต่างๆ ส่วนผู้น าทางพิธีกรรมจะแต่งกายด้วยชุดพิเศษเป็ นสีขาวหรือสีเหลือง ๔.๘.๒ โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลกัษณ์ของชนเผ่าลาหู่ ๔.๘.๒.๑โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกาย ๑) ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิง - เสื้อ ผู้หญิงลาหู่ทั่วไปจะสวมเส้ือคอกลมสีด า ผ่าหน้า เอวลอย แขนยาว และจะ สวมเส้ือสองช้นั ตัวแรกจะเป็นเส้ือลกัษณะเดียวกนัสวมเป็นเส้ือช้นั ในไม่มีลวดลายแต่ตัวที่สวมทับด้านนอกเป็ น เส้ือ ตกแต่งด้วยแถบผ้าหลากสี และเครื่องประดับเงินมากน้อยตามฐานะ กลุ่มที่แตกต่างออกไปจะเป็ นผู้หญิง กลุ่มลาหู่นะหรือลาหู่ด าที่เส้ือช้นันอกจะยาวคลุมเลยเข่า ภาพที่ ๔๓๒: โครงสร้างเส้ือผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ด้านหน้า
๓๘๗ - ผ้าซิ่น จะเป็ นผ้าฝ้ายย้อมสีด า มีอยู่ ๓ รูปแบบ คือ • ผ้าซิ่นส าหรับเด็ก หรือ “แท ดู อ่อ แต่ แอ๋” มีแถบสีแดงแต่ไม่มี ลวดลาย • ผ้าซิ่นส าหรับผู้หญิงสาว “แท ดู อ่อ แต่” มีแถบสีแดง และปัก ลวดลายบนตวัซิ่นเป็นลายเส้นต่างๆ • ผ้าซิ่นส าหรับผู้สูงอายุ“แท ดู อ่อ นะ ก้อย” ไม่มีลวดลายเส้น มีแถบ สีแดง - โครงสร้างผ้าซิ่น มี ๓ ส่วน คือ • หัวผ้าซิ่น หรือ “แท ดูอ่อก่อ” เป็ นผ้าฝ้ายกว้างประมาณ ๑ ฟุต ที่มัก ทอเป็ นแถบลายเส้นด้านขวางสลับกันระหว่างแถบสีขาวและแดง ซึ่งส่วนใหญ่ปัจจุบนัน้ีจะซ้ือมาจากผ้าของชาว ไทยวน หรือไทล้ือ • ตัวผ้าซิ่น หรือ “แท ดู อ่อ โต” เป็ นผ้าฝ้ายย้อมสีด าล้วน หน้ากว้าง แล้วแต่ขนาดความสูงของผู้สวมใส่ อาจปักลวดลายถ้าเป็ นของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ • ปลายผ้าซิ่น หรือ “แท ดู อ่อ มื่อ” บางทีเรียกตีนซิ่น เป็ นผ้าแถบสี แดงใช้ต่อจากตวัซิ่น ผ้าแถบที่เย็บทับลงบนรอยต่อระหว่างตัวซิ่นกบัหวัซิ่นและปลายซิ่น เรียกว่า “หนา เปะ” ภาพที่ ๔๓๔: ผา้ซิ่นผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ แท ดูอ่อก่อ (หวัผา้ซิ่น) แท ดูอ่อโต (ตวัผา้ซิ่น) ลวดลาย หนา เปะ (ผ้าตกแต่ง) แท ดู อ่อ มื่อ (ปลายผา้ซิ่น) ภาพที่ ๔๓๓: โครงสร้างเส้ือผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ด้านหลัง