๓๘๘ - เครื่องประดับตกแต่งชุดเครื่องแต่งกายผู้หญิง • ห่า ปีคือสายสร้อยหรือเข็มขัดท าด้วยเงินเหรียญรูเปี ยน ามาเจาะร้อย เข้าด้วยกัน ห่าปี เส้นหนึ่งมีจ านวนเหรียญราว ๒๕ เหรียญ ใช้คาดเป็ นเครื่องประดับกายเมื่อมีงานประเพณีต่างๆ และตอนออกไปเที่ยวหมู่บ้านอื่น • แหลก ก่อ คือก าไลข้อมือและก าไลคอ ท าจากเงินโดยช่างเครื่องเงิน ประจ าหมู่บ้าน มีลักษณะบาง ความกว้างประมาณ ๓ นิ้ว สวมใส่ข้อมือท้งัสองขา้งๆ ละ ๑ วง • หน่าวอคือ ตุ้มหูท าจากเงิน • หลัก เป่ หรือ แหวน ที่ท าจากเงินนิยมสวมใส่ประมาณ ๘ วง โดย สวมข้างละ ๔ นิ้วยกเวน้หวัแม่มือ • หมี ชอ หรือ ถุงย่าม เป็ นผ้าฝ้ายทอ มีลวดลายหลากสี ประดับ เครื่องเงินไว้ด้านหน้า ใช้เป็ นท้งัเครื่องประดับกายและบรรจุสิ่งของเล็กน้อย ๒) ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชาย ส าหรับชุดเครื่องแต่งกายของผูช้ายลาหู่ทุกกลุ่ม ท้งัเส้ือและกางเกงจะเป็ นผ้าสีด า และ ใช้ผ้าสีต่าง ๆ ท าเป็ นแถบยาวเย็บซ้อนกันบริเวณ ปลายแขนเส้ือ ดา้นหนา้ตวัเส้ือและปลายขากางเกง แต่จะไม่มี ลวดลายมากเหมือนกบัเส้ือและผ้าซิ่นของผู้หญิง นอกจากน้ันผู้ชายลาหู่ยังสวมถุงน่องหรือมีผ้าพันน่องอีกด้วย การแต่งกายของผูช้ายท้งัเด็กและผูใ้หญ่ตลอดถึงวัยชรามีรูปแบบเดียวกันท้งัหมด จะแตกต่างกันที่ขนาดของ ร่างกายและการประดับตกแต่งลวดลาย ส าหรับผู้ชายวัยเด็กและผู้ชายวัยชราจะมีลวดลายตกแต่งชุดเครื่องแต่ง กายเพียงเล็กน้อย หรือไม่มีเลย แต่ถ้าเป็ นผู้ชายวัยหนุ่มหรือผูช้ายวยัผูใ้หญ่รวมท้งัพ่อม่ายจะใช้ผ้าสีเข้ม สดใส ฉูดฉาด และมีการปักลวดลายที่หลากหลาย มีสีสันสวยงาม - เสื้อ ชาวลาหู่เรียกว่า “อา โปะ” ท าจากผ้าฝ้ายหรือผ้ามันออกแบบให้สามารถสวม ใส่ได้สองด้านและจะใช้ผ้าสีด าและสีขาวแต่โดยมากจะสวมด้านนอกจะเป็ นสีด าด้านในสีขาว เส้ือมีลักษณะคอ กลม ผ่าหน้าแขนยาว มีกระเป๋ าเปิ ดจากด้านข้างตรงรอยต่อตะเข็บด้านข้าง เย็บผ้าสีฟ้าขลิบแถบกว้างประมาณ ๑ เซนติเมตรรอบคอ สาบ ชายเส้ือและตรงเส้นรอยต่อระหว่างตัวเส้ือและแขนเส้ือแขนเรียกว่า “ต๋อ ออ เว” ภาพที่ ๔๓๕: ผา้ซิ่นผู้หญิงวัยเด็กและวัยผู้ชรา
๓๘๙ บริเวณชายเส้ือด้านข้างท้งัสองขา้งและตรงกลางด้านหลังด้านหลังแหวกข้ึนมาประมาณ ๕ เซนติเมตร เรียกว่า “พอ ก่า” ติดกระดุมเงินแถบ(เหรียญรูเปีย)ที่คอเส้ือหน่ึงเหรียญ -กางเกง ชาวลาหู่เรียกว่า “ห่า ทอ” ท าจากผ้าฝ้ายสีด า ขายาว เป้าจะอยู่ค่อนข้างต า กางเกงมีส่วนประกอบอยู่๓ ส่วน คือ • หัวกางเกงหรือ “ห่าอ่อก่อ” เป็ นแถบผ้าสีขาวกว้างประมาณ ๑ ฟุต • ตัวกางเกงหรือ“ห่า อ่อโต” ใช้ผ้าสีด ามีความยาวจรดข้อเท้า • ปลายกางเกงหรือ“ห่า อ่อ คือ มื่อ” เป็ นแถบผ้าสีแดงปักลวดลายทับ ด้านบนกว้างประมาณ ๒ นิ้วใชต่อ้ จากชายผ้าหรือเย็บทับปลายขากางเกง ภาพที่ ๔๓๘: ชุดกางเกงผู้ชายด้านหน้า ภาพที่ ๔๓๖: เส้ือผู้ชายวัยผู้ใหญ่ด้านหน้า ภาพที่ ๔๓๗: เส้ือผู้ชายวัยผู้ใหญ่ด้านหลัง
๓๙๐ - ผ้าโพกศีรษะ หรือ “โอ๊โก่เป ตูพา”ความยาวของผ้าประมาณ ๑ เมตร • เด็ก ใช้ผ้าโพกสีขาว • หนุ่มวัยรุ่น จะใช้ผ้า ๓ ผืน มีสีด า แดง และขาว โพกทับซ้อนกัน • ผู้ใหญ่ใช้ผ้าโพกสีขาว • ผู้สูงอายุใช้ผ้าโพกสีด า - ผ้าสวมน่องหรือผ้าพันน่อง หรือ “ขือเทาะโก่” มี ๒ แบบ คือ •แบบสวม ใช้ผา้สีน้า เงินหรือสีด าเย็บเป็ นรูปทรงกระบอก มีความ ยาวจากหัวเข่าถึงข้อเท้า •แบบพัน เป็นผา้สีน้า เงิน สีดา มีลักษณะเป็ นรูปสามเหลี่ยม ใช้พัน เริ่มจากด้านข้อเท้าถึงหัวเข่า - หมวกหรือ“อู้ จึ” ใช้เฉพาะผูรู้้ที่ประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อเท่าน้ัน มีสี ขาว และสีเหลือง ลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก มีจุกตรงกลางหมวกเพื่อใช้ส าหรับจับหรือถอดหมวกเวลาสวม ใส่ ภาพที่ ๔๓๙: ชุดกางเกงผู้ชายด้านข้าง ภาพที่ ๔๔๐: โครงสร้างกางเกงผู้ชาย
๓๙๑ - มีด ในอดีตผู้ชายชาวลาหู่นิยมถือมีดไว้ใช้เป็ นเครื่องประดับกายและป้องกัน ตัว มีมีดที่นิยมใช้กันอยู่๒ แบบ คือ • มีดสั้ น ยาวประมาณ ๑ ฟุต ลักษณะมีดปลายแหลม ด้ามท าจาก งาช้าง ฝักท าด้วยไม้ กรอบรอบฝักพันด้วยแถบเงินใช้เป็ นเครื่องประดับกาย • มีดดาบ ยาวประมาณ ๒ ฟุต ลักษณะเป็ นมีดดาบยาว ด้ามและฝักท า ด้วยไม้ กรอบพันรอบฝักด้วยหวาย ใช้เป็ นอาวุธป้องกันตัว -แอกเงิน หรือกล่องเงิน หรือ “เอ๋อเก่อ” ท ามาจากเครื่องเงิน มีลายดอกรอบๆ กล่อง ใช้ส าหรับใส่หมาก ใส่พลู และปูนขาว เนื่องจากในอดีตชนเผ่าลาหู่นิยมเค้ียวหมากและจะมีเตรียมไว้ ต้อนรับแขกที่มาเยือน ใช้ทุกหลังคาเรือน -ถุงย่าม หรือ“หมี ชอ” เป็ นผ้าที่ทอมาจากเส้นด้าย มีลวดลายหลากสี มี เครื่องเงินประดบัดา้นหนา้ของถุงยา่ม ใชเ้ป็นเครื่องประดบักายและใส่สิ่งของ ๔.๘.๒.๒ ชุดเครื่องแต่งกายแบบพธิีการ ส าหรับชาวลาหู่ไม่ว่าในงานเทศกาลหรือโอกาสพิเศษต่างๆ รวมท้งัเมื่อเวลาพักผ่อน อยู่กับบ้านและเวลาท างานในไร่จะสวมใส่เครื่องแต่งกายอยู่เพียงแบบเดียว ดงัน้นัชุดที่ใช้ในชีวิตประจ าวันอาจ เป็นชุดเส้ือผา้เก่าและไม่สวมเครื่องประดับเครื่องเงินต่างๆ แต่เมื่อมีงานเทศกาล หรือไปร่วมประกอบพิธีกรรม ตามประเพณีท้งัเด็กและผูใ้หญ่ก็จะสวมใส่เครื่องแต่งกายชุดใหม่ๆ และประดับประดาด้วยเครื่องเงินชนิดต่างๆ อย่างสวยงาม ๔.๘.๒.๓ การแต่งกายตามสถานะทางสังคม ๑) ต าแหน่งผู้น าทางความเชื่อ การแต่งกายของผู้น าทางความเชื่อตามล าดับหน้าที่เช่น โตโบ สล่ะ อาจา ลาส่อ ตาลา กาสอมา จะใช้ผ้าสีเหลืองและสีขาวเป็ นชุดเครื่องแต่งกาย และหมวกในการประกอบพิธีกรรมวันศีล หรือตอน ประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อในหอแหย่ และในงานประเพณีปี ใหม่ ภาพที่ ๔๔๑: ชุดเครื่องแต่งกายผู้น าทางความเชื่อของหมู่บ้านเจียจันทร์ หมู่ที่ ๑๓ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
๓๙๒ ๒) ต าแหน่งอาดอ หรือ ผู้น าชุมชน ในอดีตคนที่จะเลือกให้เป็ นอาดอ นอกจากมีความรู้ความสามารถด้านขนบธรรมเนียม ประเพณี มีความซื่อตรง ซื่อสัตย์ และมีความเป็ นธรรมต่อผูค้นท้งัหลายแลว้ยังต้องมีฐานะ ความเป็ นอยู่ที่ดีกว่า ลูกบา้น การข้ึนมาเป็นอาดอจะตอ้งเสียเงินเป็นค่าแต่งต้งัจากผูม้ีตา แหน่งที่สูงกว่าและถ้าหากลูกบ้านประสบ ความยากล าบาก ตกทุกข์ได้ยาก อาดอจะต้องสามารถช่วยเหลือหรือแบ่งปันได้ทุกเมื่อ ดังน้ันจะต้องแต่งชุด เครื่องแต่งกายเต็มรูปแบบเสมอและจะวัสดุอย่างดีมาตัดเย็บสวมใส่ ชุดแต่งกายต้องมีหลายๆชุด และแต่ละชุด จะปักลวดลายหรือตกแต่งประดับด้วยเครื่องเงิน รวมท้งัจะสวมเครื่องประดับเงินต่างๆ เช่น เงินแถบ แหวน ก าไลมือ และ ก าไลคอเป็ นต้น ๔.๘.๓ การศึกษาอัตลักษณ์รูปแบบและโครงสร้าง (Pattern) ชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน การออกแบบเครื่องแต่งกายชนเผ่าลาหู่ จะเลือกเฉพาะชุดที่มีเอกลักษณ์ที่เด่นของชนเผ่าในแต่ ละยุคสมัย และแยกเป็ นเพศหญิงและชาย ในแต่เพศแยกออกเป็ นวัยเด็ก วัยผู้ใหญ่และวัยชรา โดยแบ่งเป็น ๓ ช่วง ระยะคือประมาณ ๘๐ - ๕๐ปีช่วงระยะ ๕๐ปี– ๒๐ปีและช่วงยุค ๒๐ปี – ปัจจุบัน ดังรายละเอียดในหัวข้อ ต่างๆ ต่อไปน้ี ๔.๘.๓.๑ การแต่งกายในแบบชีวิตประจ าวันของเด็กผู้หญิง ๑) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ในยุคน้ีการแต่งกายของเด็กผู้หญิงไม่ว่าจะอยู่กับบ้านหรือมีเทศกาลก็จะแต่ง เหมือนกัน เส้ือของเด็กหญิงชนเผ่าลาหู่มีลักษณะเป็นเส้ือแขนยาวแบบผ่าหน้า เย็บแถบสีแดงกว้างประมาณ ๒ นิ้วขลิบที่ปลายแขนเส้ือ บนแขนเส้ือรอบคอ สาบเส้ือและชายเส้ือ สวมใส่ไดท้ ้งัสองดา้นเหมือนเส้ือของผใู้หญ่ การตกแต่งลวดลายบนตวัเส้ือจะมีไม่มาก - ผ้าซิ่น การสวมใส่ผา้ซิ่นส าหรับเด็กผู้หญิงเรียกว่า “แท ดู อ่อ แต่ แอ๋” ไม่มีลวดลาย แต่มีแถบสีแดงและเส้นสีฟ้าเล็กๆ ท้งัด้านบนและล่าง
๓๙๓ ๒)การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ ในระยะแรกอิทธิพลของสังคมภายนอกยังเข้าไปในชุมชนไม่มากนัก การแต่ง กายของเด็กผู้หญิงยังคงสวมใส่ชุดเครื่องแต่งกายประจ าชนเผ่า ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือมีเทศกาลก็จะแต่งเหมือนกัน คือ เส้ือคอกลม แบบผ่าหน้า แขนยาวเย็บแถบสีแดงติดที่ปลายแขนเส้ือ บนแขน หน้าอกและชายเส้ือ ไม่มี ลวดลายบนตวัเส้ือ ตอนปลายยุครูปแบบของเครื่องแต่งกายเริ่มเปลี่ยนแปลงมีการซ้ือผา้ส าเร็จรูปจากทอ้งตลาด เช่น เส้ือคอปกเส้ือยดืต่างๆ สวมใส่แทนการผลิต หรือตดัเยบ็เส้ือผ้าเอง - ผ้าซิ่น ระยะต้นยุคยังสวมผา้ซิ่นสีด าไม่มีลวดลาย มีแถบสีแดง ดังเช่นยุคที่ผ่านมา ในปลายยคุเริ่มมีผู้หันมาสวมกระโปรง และกางเกงท้งัชนิดขาส้ันและขายาว สลับกับการสวมชุดประจ าเผ่า สวม รองเท้าแตะหรือผ้าใบ ภาพที่ ๔๔๒: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๔๓: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๓๙๔ ๓) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ระยะตน้ยุคยงัมีการสวมเส้ือประจา เผ่าอยู่บา้งแต่ระยะต่อมาการแต่งกายของ เด็กหญิงชนเผ่าลาหู่เมื่ออยู่ที่บ้านและในชุมชน แทบจะไม่มีการสวมเส้ือและเครื่องประดับแบบสมัยเดิมอีกแต่ จะถูกน ามาสวมใส่ในงานพิธีการเท่าน้ัน เนื่องจากการพัฒนาของสังคมเมือง ท าให้ค่านิยมในการใส่เส้ือ เปลี่ยนไป หนั ไปใส่เส้ือผา้แบบสมัยใหม่ เช่น เส้ือยดืคอกลม กางเกงยีนส์เป็ นต้น - ผ้าซิ่น เช่นเดียวกบัเส้ือ มีการสวมใส่ในช่วงต้นยุคแต่ต่อมาหันไปนุ่งผ้าถุงส าเร็จรูป กระโปรง หรือกางเกงท้งัแบบขาส้ันและขายาวแทน สวมรองเท้าแตะและรองเท้าผ้าใบ ๔.๘.๓.๒ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ๑)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ มีลักษณะเป็นเส้ือแบบผ่าหน้า แขนยาวทรงกระบอก นิยมเย็บแถบสีแดงติดที่ แขนเส้ือ สาบเส้ือและชายเส้ือเช่นเดียวกบัเส้ือของเด็กหญิง ตวัเส้ือปักลวดลายต่าง ๆ และประดับเครื่องเงิน ตาม ฐานะ - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นส าหรับผู้หญิงวัยผู้ใหญ่เรียกว่า “แท ดูอ่อ แต่” มีแถบสีแดงหัวและ ปลายผา้ซิ่น ๕ แถบๆ ละ ๕ เส้น ปักเป็ นลวดลายเส้นต่างๆ ภาพที่ ๔๔๔: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๓๙๕ ๒) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐– ๒๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะต้นยุคจะสวมใส่ชุดเครื่องแต่ง กายประจ าชนเผ่าอย่างเคร่งครัด แต่ระยะต่อมาเริ่มมีการซ้ือเส้ือผา้ส าเร็จรูปมาสวมใส่แทน การทอผ้าและการตัด เย็บชุดเครื่องแต่งกายประจ าชนเผ่าจึงลดน้อยลง เส้ือที่นิยมสวมใส่เช่น เส้ือคอปกแขนยาวและแขนส้ัน เส้ือยืด แบบต่างๆ - ผ้าซิ่น ยงันิยมสวมใส่ผา้ซิ่นแบบเดิมอยู่คือผา้ซิ่นสีดา มีแถบสีแดงระหว่างตวัซิ่น และหัวซิ่น แต่ระยะปลายยคุเริ่มมีผสู้วมใส่ผา้ถุงพิมพ์ลายส าเร็จรูปที่ขายตามทอ้งตลาดทวั่ ไปแทนการผลิตผา้ซิ่น ข้ึนมาเอง สวมรองเท้าแตะและรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๔๔๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๔๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๓๙๖ ๓) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ การสวมใส่ชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าลดน้อยลง เนื่องจากมีการรับวัฒนธรรม การแต่งกายตามแฟชนั่สมยัใหม่มากข้ึน ทา ให้การแต่งชุดเครื่องแต่งกายประจ าเผ่ามีเฉพาะในวันส าคัญตามงาน ประกอบพิธีกรรมและประเพณีเท่าน้ัน นิยมสวมใส่เส้ือตามแฟชั่นสมัยใหม่ เช่น เส้ือเชิ้ตคอปกแขนยาวและ แขนส้ัน เส้ือยดืแบบต่างๆ - ผ้าซิ่น นิยมนุ่งผา้ถุงพิมพล์าย ซ่ึงหาซ้ือไดง้่ายและราคาไม่แพง สีสันสวยงาม รวมท้งั กางเกงขาส้ันและขายาวกางเกงผ้ายืดส าหรับเล่นกีฬาและกางเกงยีนส์ สวมรองเท้าแตะและรองเท้าผ้าใบหรือ หนัง ๔.๘.๓.๓ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ มีลกัษณะเป็นเส้ือแบบผ่าหน้า แขนยาวทรงกระบอก ปลายแขนเส้ือ ชายเส้ือ มีแถบผ้าสีแดงเหมือนกบัเส้ือของวยัผใู้หญ่แต่ไม่มีลวดลาย - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นสา หรับหญิงวัยชรา เรียกว่า “แท ดูอ่อ นะ ก้อย” เป็ นผา้ซิ่นที่ไม่มีลวด ลายเส้น แต่มีแถบสีแดงเล็ก ๓ แถบ ที่รอยต่อระหวา่งหวัผา้ซิ่นกบัตวัซิ่นและที่ปลายผา้ซิ่นอีก ๒ แถบ ภาพที่ ๔๔๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๓๙๗ ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ ระยะตน้ยุคมีลกัษณะเป็นเส้ือแบบผา่หนา้แขนยาวทรงกระบอก ที่ปลายแขน เส้ือ ชายเส้ือ มีแถบผ้าสีแดงแต่ปลายยุคเริ่มมีการติดต่อสัมพนัธ์กบัชาวไทยพ้ืนราบมากข้ึนและบางคนเริ่มซ้ือ เส้ือส าเร็จรูปจากท้องตลาดมาสวมใส่แทน - ผ้าซิ่น ยังคงสวมผา้ซิ่นแท ดู อ่อ นะ ก้อย สีด า มีแถบแดงถาดอย่างที่เคยเป็ นมาแต่ ปลายยคุเริ่มมีผนู้า ผา้ซิ่นพิมพล์ายสา เร็จรูปที่ขายตามท้องตลาดในเมืองมาสวมใส่ ภาพที่ ๔๔๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๔๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๓๙๘ ๓) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในช่วงต้นยุคผู้หญิงวัยชรายังสวมใส่เส้ือแบบประเพณีอยู่ทั่วไป แต่ในช่วง ระยะปัจจุบัน การสวมใส่เส้ือชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าลดน้อยลง มีเหลือเฉพาะในวันส าคัญตามงานประกอบ พิธีกรรมและประเพณีเท่าน้นั - ผ้าซิ่น ยังมีผู้ สวมใส่ผา้ซิ่นแบบด้งัเดิมจนกระทงั่ช่วงปลายยุคจะหันไปสวมใส่ผ้าถุง ผา้ซิ่นพิมพ์ลายส าเร็จรูปแทน ส าหรับผา้ซิ่นแบบประเพณีมักจะใช้สวมใส่ในการประกอบพิธีกรรมตามโอกาส ส าคัญตามและประเพณีต่างๆ เท่าน้นั ๔.๘.๓.๔ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้ชาย ๑) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือของเด็กผู้ชายจะมีลักษณะเหมือนกับของวัยผู้ใหญ่และวัยชรา เป็นเส้ือสีด า แขนยาว คอกลม ผ่าหน้า มีสองช้นัสามารถสวมไดท้ ้งัสองด้าน ด้านนอกเป็ นสีด า ด้านในเป็ นสีขาว มีกระเป๋ า ระหวา่งเส้ือสองช้นั นิยมปักลวดลายต๋อ ออ เว รอบคอเส้ือโพกศีรษะด้วยผ้าขาว -กางเกง สวมกางเกงห่า ทอ ซึ่งตัดเย็บจากผ้าสีด า มีลักษณะเป็นกางเกงขาสามส่วน รูปแบบคล้ายกางเกงชาวจีน หัวกางเกงเป็นแถบผ้าสีขาว และปลายขาจะเย็บแถบผ้าสีแดงขลิบโดยรอบ อาจสวม ผ้าพันน่อง ภาพที่ ๔๕๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๓๙๙ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ เส้ือของเด็กผู้ชายในช่วงระยะต้นยุคยังเป็ นแบบเดิมแต่ปลายยุคเริ่มมีผู้น าเอา เส้ือส าเร็จรูป เช่น เส้ือชุดเครื่องแบบนกัเรียน เส้ือคอปกเส้ือยดืแขนส้ันและยาว มาสวมใส่ -กางเกง ช่วงต้นยุคยังคงสวมใส่กางเกงห่า ทอแบบด้งัเดิม แต่ปลายยุคเริ่มสวมกางเกง ขาส้ันและขายาวเริ่มนิยมสวมรองเท้าแตะ หรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๔๕๑: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๕๒: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี
๔๐๐ ๓) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ระยะต้นยุคยงัมีผูส้วมเส้ือแบบด้ังเดิมอยู่บา้งแต่ในปัจจุบนั การแต่งกายของ เด็กผู้ชายชนเผ่าลาหู่จะนิยมสวมใส่เส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือแขนยาว หรือเส้ือยดืแบบต่างๆ ตามสมัยนิยม -กางเกง ระยะต้นยุคจะสวมกางเกงห่า ทออยู่บ้างแต่ต่อมาจะสวมใส่กางเกงส าเร็จรูป ตามแบบแฟชนั่สมยัใหมท่้งัชนิดขาส้ันและขายาวตามแบบที่นิยมกนัทวั่ ไป สวมรองเท้าแตะ หรือรองเท้าผ้าใบ ๔.๘.๓.๕ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑)การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือของผูช้ายวยัผูใ้หญ่ชนเผ่าลาหู่เรียกว่า “อา โปะ” มีลักษณะเป็นเส้ือสอง ช้นัสามารถสวมไดท้ ้งัสองหนา้คอกลม ผ่าหน้า แขนยาว ด้านนอกเป็ นสีด า ด้านในสีขาว มีกระเป๋าระหว่างเส้ือ สองช้นัที่ขา้งซ้าย ปักลวดลายรอบคอเส้ือ ชายเส้ือแหวกด้านข้างและตรงกลางดา้นหลงัเส้ืออาจโพกศีรษะด้วยผ้า สีด า แดงและขาว และสวมก าไลข้อมือ สะพายย่าม -กางเกง สวมกางเกงห่าทอ เช่นเดียวกับวัยเด็ก มีลักษณะขายาว สีด า หัวกางเกงเป็ น แถบผ้าสีขาว ตัวกางเกงสีด า มีแถบผ้าสีแดงเย็บติดปลายขากางเกง สวมผ้าสวมน่องหรือผ้าพันน่องสีน้า เงินหรือ สีด า ภาพที่ ๔๕๓: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึงปัจจุบัน
๔๐๑ ๒) การแต่งกายของผ้ชายูวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ ระยะต้นยุคยังนิยมสวมเส้ืออาโปะโพกศีรษะด้วยผ้าสีด า แดงและขาว และ สวมก าไลข้อมือ สะพายย่าม แต่ระยะปลายยุคบางคนเริ่มสวมเส้ือยืด เส้ือเชิ้ร์ตแขนส้ันหรือแขนยาว โพกศีรษะ ด้วยผ้าสีด า แดงและขาว และสวมก าไลข้อมือ สะพายย่าม ช่วงปลายยุคเริ่มมีผสู้วมใส่เส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือแขน ยาว หรือเส้ือยดืแบบต่างๆ -กางเกง สวมกางเกงห่าทอ และผ้าสวมน่องหรือผ้าพันน่องสีน้ าเงินหรือสีด า สวม รองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ปลายยคุเริ่มสวมกางเกงขายาวตามแบบคนเมืองหรือคนพ้ืนราบ สวมรองเท้าแตะ หรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๔๕๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี ภาพที่ ๔๕๔: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี
๔๐๒ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ระยะตน้ยุคยงัมีการสวมเส้ืออาโปะอยู่ทวั่ ไป แต่เนื่องจากมีการรับวัฒนธรรม การแต่งกายตามแฟชนั่สมยัใหม่มากข้ึนท าให้การสวมใส่ชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าลดน้อยลงการแต่งกายของ ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงปัจจุบันจะนิยมสวมใส่เส้ือผา้ส าเร็จรูป เช่น เส้ือเชิร์ตแขนส้ันหรือแขนยาว หรือเส้ือยืด แบบต่างๆ ไม่นิยมการโพกศีรษะหรือสะพายย่ามอีกต่อไป -กางเกง ระยะต้นยุคยังสวมกางเกงแบบด้ังเดิมแต่ต่อมา ใช้กางเกงส าเร็จรูปตามสมัย นิยม เช่น กางเกงขาส้ัน ขายาวกางเกงยีนส์สวมรองเท้าแตะ หรือรองเท้าผ้าใบ ไม่นิยมสวมผ้าพันน่อง ๔.๘.๓.๖ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรา ๑)การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เป็นเส้ือเส้ืออาโปะมีลักษณะเป็นเส้ือสองช้นัสามารถสวมไดท้ ้งัสองหน้าคอ กลม ผ่าหน้า แขนยาว ด้านนอกเป็ นสีด า ด้านในสีขาวเหมือนของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แต่ท าลวดลายต่างๆ น้อยลง สะพายย่าม โพกศีรษะด้วยผ้าขาว อาจไม่สวมก าไลข้อมือ -กางเกง สวมกางเกงห่าทอ แต่แถบผ้าสีแดงเย็บติดปลายขากางเกงมีลวดลายน้อยลง สวมผ้าพันน่องสีน้า เงินหรือสีด า ภาพที่ ๔๕๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน --
๔๐๓ ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ถึงแม้การแต่งกายของผู้ชายวัยเด็ก และวัยผู้ใหญ่เริ่มจะมีการเปลี่ยนแปลงใน ปลายยุคแต่ส าหรับผู้ชายวัยชรายังสวมเส้ืออาโปะ สะพายย่าม โพกศีรษะด้วยผ้าขาว เช่นเดิม -กางเกง ยังคงสวมกางเกงห่าทอ ที่ตกแต่งรายละเอียดลวดลายเพียงเล็กน้อย สวมผ้าพัน น่องสีน้า เงินหรือสีด า ที่เปลี่ยนแปลงไปคือเริ่มนิยมสวมรองเทา้แตะ หรือรองเทา้ผา้ใบ ภาพที่ ๔๕๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๕๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี
๔๐๔ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ การสวมเส้ืออาโปะของผู้ชายวัยชรายงัเป็นที่นิยมอยู่ทวั่ ไปในช่วงตน้ยคุต่อมา เริ่มจะมีการเปลี่ยนแปลงในปลายยุคโดยหันไปสวมเส้ือเชิร์ตคอปกแขนส้ันหรือยาวและเส้ือยืดต่างๆ การ สะพายย่าม โพกศีรษะด้วยผ้าขาว ได้ลดความนิยมลงไปด้วย -กางเกง ยังมีผู้สวมกางเกงห่าทอในช่วงต้นยุคแต่ปลายยุคหันมาสวมใส่ กางเกง ส าเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาด ไม่สวมผ้าพันน่องและนิยมสวมรองเท้าแตะ หรือรองเท้าผ้าใบ ๔.๘.๔ การศึกษาอัตลักษณ์รูปแบบและโครงสร้าง (Pattern) ชุดเครื่องแต่งกายในแบบพิธีการ ๔.๘.๔.๑ การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้หญิง ๑) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือแบบพิธีการของเด็กผู้หญิงมีลักษณะเป็นเส้ือแขนยาว เย็บแถบสีแดงติดที่ ปลายแขนเส้ือ บนแขนรอบคอเส้ือ หน้าอกและชายเส้ือเหมือนกับเส้ือที่ใช้สวมในชีวิตประจ าวัน แต่จะมีการ ตกแต่งประดับร่างกายด้วยเครื่องประดับเงินตามฐานะ - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นจะเป็ นแบบ “แทดูอ่อแต่แอ๋” ส าหรับเด็กไม่มีลวดลายมากแต่มีแถบสี แดงเล็กขนาด ๑ นิ้วอยู่๔ แถบๆ ละ ๑ เส้น ภาพที่ ๔๕๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๔๐๕ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ในช่วงปลายยุคเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงดา้นการแต่งกายในชีวิตประจ าวันของ เด็กผู้หญิงชาวลาหู่แต่เส้ือแบบพิธีการยังคงมีลักษณะเป็นเส้ือแขนยาว มีแถบสีแดงที่ปลายแขนเส้ือ บนแขน รอบ คอเส้ือ หนา้อกและชายเส้ืออย่างเดิม - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นแบบพิธีการก็ยังเป็ นแบบแทดูอ่อแต่แอ๋ส าหรับเด็กเช่นเดิมแต่เริ่มนิยม สวมรองเท้าแตะและรองเท้าผ้าใบ ภาพที่๔๖๐: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้หญิงในแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๖๑: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๔๐๖ ๓) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ยุคน้ีเริ่มของเด็กผู้หญิงชาวลาหู่แทบจะไม่มีการสวมเส้ือแบบประจ าเผ่าใน ชีวิตประจ าวันอีกต่อไป แต่เส้ือแบบพิธีการในโอกาสส าคัญต่างๆ ยังคงมีลักษณะเป็นเส้ือแขนยาว มีแถบสีแดงที่ ปลายแขนเส้ือ บนแขน รอบคอเส้ือ หนา้อกและชายเส้ืออย่างเดิม - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นแบบพิธีการก็ยังเป็ นแบบแทดูอ่อแต่แอ๋ส าหรับเด็กเช่นเดิมและจะสวม รองเท้าแตะและรองเท้าผ้าใบ ๔.๘.๔.๒ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้หญิง วัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือแบบพิธีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่มีรูปแบบเดียวกับเส้ือที่ใช้สวมใน ชีวิตประจ าวันคือเป็นเส้ือตอกลม ผ่าหน้า แขนยาว เย็บแถบสีแดงติดที่แขนเส้ือรอบคอเส้ือ สาบและชายเส้ือแต่ ที่แตกต่างออกไปคือ ตวัเส้ือจะปักลวดลายและจะตกแต่งร่างกายด้วยการสวมเครื่องประดับที่ท าจากเครื่องเงิน เช่น เข็มขัดเงินเหรียญ ก าไลคอก าไลข้อมือ ตุ้มหูแหวน (ข้างละ ๔ นิ้ว ยกเว้นหัวแม่มือ) และสะพายย่าม - ผ้าซิ่น จะสวมใส่ผา้ซิ่นส าหรับวัยผู้ใหญ่ที่เรียกว่า “แท ดูอ่อ แต่” เหมือนกับการแต่ง กายในชีวิตประจ าวัน ภาพที่ ๔๖๒: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงที่ใช้พิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๔๐๗ ๒) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ในยุคน้ีผูห้ญิงวยัผูใ้หญ่ยงัคงสวมเส้ือแบบพิธีการที่มีรูปแบบเดียวกันกับยุคที่ ผา่นมาคือเป็นเส้ือที่ใชใ้นชีวิตประจา วนัแต่จะปักลวดลายสวยงาม และจะมีการสวมเครื่องประดับเงินเช่น เข็มขัด ก าไลคอก าไลข้อมือ ตุ้มหู แหวน และสะพายย่าม - ผ้าซิ่น ยังคงสวมใส่ผา้ซิ่นแบบแทดูอ่อแต่และเริ่มนิยมสวมรองเทา้แตะหรือรองเทา้ ผ้าใบ ภาพที่ ๔๖๓: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๖๔: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๔๐๘ ๓) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในระยะ ๒๐ ปี ถึงปัจจุบัน เส้ือที่ใช้สวมในชีวิตประจา วนั มีรูปแบบเดียวคือ เป็นเส้ือแขนยาวทรงกระบอก ผ่าหน้า เย็บแถบสีแดงติดที่แขนเส้ือรอบคอเส้ือ สาบและชายเส้ือ ตวัเส้ือปัก ลวดลายต่าง ๆ และประดับเครื่องเงินตามฐานะ และนิยมสวมเครื่องประดับที่ท าจากเครื่องเงิน - ผ้าซิ่น ในระยะน้ียงัคงนุ่งผา้ซิ่นแบบ “แท ดูอ่อแต่ ๔.๘.๔.๓ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการเป็ นรูปแบบเดียวกับเส้ือของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ มีลกัษณะเป็นเส้ือแบบคอกลม ผ่าหน้า แขนยาวทรงกระบอก มีแถบสีแดงที่แขนเส้ือคอเส้ือ สาบและชายเส้ือแต่ การปักลวดลายบนตวัเส้ือการสวมใส่เครื่องประดับเงินจะมีน้อยลงหรือแทบไม่มีเลย และยังมีการสะพายย่าม - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นแบบพิธีการผู้หญิงวัยชราจะสวมผ้าซิ่น “แท ดู อ่อ นะ ก้อย” ซึ่ งมี ลักษณะเช่นเดียวกับที่สวมในชีวิตประจ าวัน คือมีแถบสีแดงแต่ไม่มีลวดลายเส้นตกแต่งมาก ภาพที่ ๔๖๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๔๐๙ ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการในยุคน้ียังคงมีรูปแบบเดียวกับสมัย ที่ผ่านมา เส้ือ มีลกัษณะเป็นเส้ือคอกลม ผ่าหน้า แขนยาวทรงกระบอก มีแถบสีแดงที่แขนเส้ือคอเส้ือ สาบและ ชายเส้ือ ปักลวดลายเพียงเล็กน้อย แทบไม่มีการสวมใส่เครื่องประดับเงินตามร่างกาย และยังมีการสะพายย่าม - ผ้าซิ่น ยคุน้ีผา้ซิ่นแบบพิธีการของผู้หญิงวัยชรายังสวมผา้ซิ่นแบบแทดูอ่อนะก้อย ซึ่ง มีแถบสีแดงแต่ไม่มีลวดลายเส้นตกแต่งมากและเป็นผา้ซิ่นแบบเดียวกับที่สวมในชีวิตประจ าวัน ปลายยุคนิยม สวมรองเท้าแตะ หรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๔๖๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๖๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๔๑๐ ๓)การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึงปัจจุบัน - เสื้อ รูปแบบของเส้ือแบบพิธีการของผู้หญิงวัยชราในยคุน้ียงัไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่การใช้วสัดุเปลี่ยนไปใช้ผา้ผืนทอส าเร็จรูปที่ซ้ือมาจากในเมืองลกัษณะของยงัเป็นเส้ือคอกลม ผ่าหน้า แขน ยาวทรงกระบอก มีแถบสีแดงที่แขนเส้ือคอเส้ือ สาบและชายเส้ือ ปักลวดลายบนตวัเส้ือเพียงเล็กน้อยหรือไม่มี เลย การสวมใส่เครื่องประดับเงินก็จะมีน้อยลงหรือแทบไม่มีเลยเช่นกัน แต่การสะพายย่ามเริ่มลดความนิยมลง - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นแบบพิธีการยังคงเป็ นผา้ซิ่นแทดูอ่อนะก้อยซึ่งมีสีด าและมีแถบสีแดง คาดแต่ไม่มีลวดลายเส้นตกแต่งมาก นิยมสวมรองเท้าแตะ หรือรองเท้าผ้าใบ ๔.๘.๔.๔ การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้ชาย ๑) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๘๐ ปี – ๕๐ ปี - เสื้อ รูปแบบเส้ือของผู้ชายทุกวัยที่ใช้สวมในงานพิธีการเป็ นรูปแบบเดียวกบัเส้ือที่ใชใ้นชีวิตประจา วนัที่เรียกว่า “อา โปะ”แตกต่างกันที่ขนาดของผู้สวม และสีของผ้าโพกศีรษะ เส้ืออาโปะสามารถใส่ได้สองด้านมีสีด าและสีขาว แต่จะให้สีด าอยู่ด้านนอก มีลักษณะคอกลม ผ่าหน้า แขนยาว มีกระเป๋ าเปิ ดจากด้านข้างตรงรอยต่อตะเข็บ ด้านข้าง เย็บผ้าสีฟ้าขลิบแถบกว้างประมาณ ๑ เซนติเมตรรอบคอ สาบ ชายเส้ือและตรงเส้นรอยต่อระหว่างตัว เส้ือและแขนเส้ือแขน บริเวณชายเส้ือด้านข้างท้งัสองขา้งและตรงกลางด้านหลังด้านหลังแหวกข้ึนมาประมาณ ๕ เซนติเมตร ติดกระดุมเงินแถบ (เหรียญรูเปี ย) ที่คอเส้ือและเรียงตามสาบเส้ือโพกศีรษะด้วยผ้าสีขาว -กางเกง ภาพที่๔๖๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๔๑๑ เช่นเดียวกบัการสวมเส้ือผชู้ายเผา่ลาหู่ทุกวยัจะสวมกางเกงที่เรียกว่า “ห่า ทอ” ตัดเย็บจากผ้าสีด า ขาสามส่วน มีรูปแบบคล้ายกางเกงชาวจีน หัวกางเกงเป็ นแถบผ้าสีขาวกว้างประมาณ ๑ ฟุตปลาย ขากางเกงติดแถบผ้าสีแดงปักลวดลายทบัดา้นบนกวา้งประมาณ ๒ นิ้วอาจสวมผ้าพันน่อง ๒)การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ รูปแบบเส้ือยงัคงเป็นเส้ือ“อา โปะ” หรือเส้ือสองหน้าสีด า ขาว สีด าจะอยู่ด้าน นอกคอกลม แขนยาว ผ่าหน้าอก ขลิบแถบผ้าสีฟ้าแดงเส้นเล็กๆ ตามขอบชายเส้ือ ปลายแขน ปักลวดลายด้วย เครื่องประดบัเงินเป็นรูปดอกไมเ้ลก็ๆ ทวั่ตวัเส้ือและประดบัเหรียญเงินที่คอเส้ือและเรียงตามสาบเส้ือโพกศีรษะ ด้วยผ้าสีขาว -กางเกง ยังคงสวมกางเกง “ห่า ทอ”และอาจสวมผ้าพันน่อง ยุคน้ีเริ่มนิยมสวมรองเทา้ แตะและรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๔๖๙: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๗๐: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๔๑๒ ๓) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ยุคน้ีมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแต่งกายตามสมยันิยมจนแทบไม่มีผูแ้ต่ง กายในชีวิตประจ าวันแบบชนเผ่า แต่ในโอกาสพิเศษต่างๆ ส่วนมากยังมีการสวมชุดแบบพิธีการโดยสวมเส้ืออา โปะหรือเส้ือสองหน้าสีด า ขาว คอกลม แขนยาว ผ่าหน้าอก ขลิบแถบผา้สีฟ้าแดงเส้นเล็กๆ ตามขอบชายเส้ือ ปลายแขน ปักลวดลายดว้ยเครื่องประดบัเงินเป็นรูปดอกไมเ้ล็กๆ ทวั่ตวัเส้ือและประดบัเหรียญเงินที่คอเส้ือและ เรียงตามสาบเส้ือแต่การโพกศีรษะด้วยผ้าสีขาวเริ่มลดลง -กางเกง ยังคงสวมกางเกงห่าทอ ส าหรับชุดแบบพิธีการ ส่วนการสวมผ้าพันน่องลดลง ไปมาก นิยมสวมรองเท้าแตะและรองเท้าผ้าใบ ๔.๘.๔.๕ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่จะสวมเส้ืออาโปะหรือเส้ือสอง หน้าสีด า ขาว คอกลม แขนยาว ผ่าหน้าอก ขลิบแถบผา้สีฟ้าแดงเส้นเล็กๆ ตามขอบชายเส้ือ ปลายแขน ปัก ลวดลายด้วยเครื่องประดับเงินเป็นรูปดอกไม้เล็กๆ ทั่วตัวเส้ือ และประดับเหรียญเงินที่คอเส้ือและเรียงตาม สาบเส้ือ เช่นเดียวกับวัยเด็ก แต่จะโพกศีรษะด้วยผ้าสี๓ ผืน มีสีด า แดง และ ขาว พันสลับสีทับซ้อนกัน อาจสวม ผ้าพันน่อง ที่ต่างจากวัยเด็กคือจะมีการสวมเครื่องประดับที่ท าจากเครื่องเงิน เช่น ก าไลข้อมือข้างละ ๑ - ๒ วง ข้ึนอยกู่บัฐานะแหวนข้างละ ๔ นิ้ว ๔ วง ยกเว้นหัวแม่มือและสะพายถุงย่าม ภาพที่ ๔๗๑: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๔๑๓ -กางเกง เป็ นกางเกงรูปแบบเดียวกับวัยเด็กตือกางเกงห่าทอ ซึ่งตัดเย็บจากผ้าสีด า ขา ยาว มีส่วนประกอบ ๓ ส่วน คือ“ห่าอ่อก่อ” หรือหัวกางเกงเป็ นผ้าสีขาว “ห่า อ่อ โต”คือตัวกางเกงเป็ นผ้าสีด า ยาวถึงข้อเท้า “ห่า อ่อ คือ มื่อ” หรือปลายกางเกง ซึ่งจะมีแถบผ้าสีแดงต่อ หรือเย็บทับปลายขากางเกง ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ ยคุน้ีการแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ยังคงสวมเส้ืออาโปะ โพก ศีรษะด้วยผ้าสีด า แดง และ ขาว อาจสวมผ้าพันน่อง สวมก าไลข้อมือแหวนและสะพายถุงย่าม -กางเกง สวมกางเกง ห่า ทอ เช่นเดียวกับในอดีต และเริ่มนิยมสวมรองเท้าแตะและ รองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๔๗๒: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๗๓: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๔๑๔ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ เนื่องจากชุมชนนิยมแต่งกายตามแบบสมัยใหม่มากกว่าท าให้การแต่งกายแบบ ชนเผ่าลดความส าคัญลง แต่การสวมชุดแบบพิธีการโดยสวมเส้ืออาโปะหรือเส้ือสองหน้าสีด า ขาว แต่การ ประดบัแถบผา้และลวดลายเริ่มมีการประยกุตท์ ้งัสีและลวดลาย ส าหรับการโพกศีรษะด้วยผ้าสีด า แดง และ ขาว รวมท้งัการสวมก าไลข้อมือแหวน ลดลง การสะพายถุงย่ามแทบไม่ปรากฏ -กางเกง ยังคงสวมกางเกงห่าทอ ส าหรับชุดแบบพิธีการ ส่วนการสวมผ้าพันน่องลดลง ไปมาก นิยมสวมรองเท้าแตะและรองเท้าผ้าใบ ๔.๘.๔.๖การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยชรายังคงสวมเส้ืออาโปะรูปแบบ เดียวกับผู้ชายวัยอื่นๆ เพียงแต่แถบผ้าสีที่ติดตามจุดต่างๆ ก็จะมีขนาดเล็กลง เหลือให้เห็นเป็นสัญลกัษณ์เท่าน้ัน นอกจากน้นัจะโพกหัวด้วยผ้าสีด า การสวมก าไลข้อมือแหวน จะมีเพียงเล็กน้อย และจะมีการสะพายถุงย่าม -กางเกง ผู้ชายวัยชราจะสวมกางเกงห่าทอ เช่นเดียวกับผู้ชายวัยอื่นๆ แต่ลวดลายต่างๆ จะมีน้อยมาก และมักสวมผ้าพันน่อง ภาพที่ ๔๗๔: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปีถึงปัจจุบัน
๔๑๕ ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ ยคุน้ีเส้ืออาโปะแบบพิธีการของผู้ชายวัยชรายังคงมีรูปแบบเดียวกับยุคที่ผ่าน มาคือมีการตกแต่งลวดลายเพียงเล็กน้อย รวมท้งัการสวมก าไลข้อมือ แหวน ต่างๆที่สวมเพียงเป็ นสัญลักษณ์ เท่าน้นัส่วนการโพกศีรษะด้วยผ้าสีด า และสะพายถุงย่ามยงัเป็นที่นิยมทวั่ ไป -กางเกง จะสวมกางเกงห่าทอที่มีลวดลายต่างๆ น้อยมาก และมกัสวมผา้พนัน่อง เริ่ม นิยมสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๔๗๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๗๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๔๑๖ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน - เสื้อ จากกระแสการนิยมแต่งกายตามแบบแฟชั่นสมัยใหม่มากกว่าการแต่งกาย แบบชนเผา่ท้งัในชีวิตประจา วนัและแบบพิธีการแต่ส าหรับผู้อยู่ในวัยชราซึ่งเปรียบเสมือนเสาหลักของการธ ารง ไวข้องประเพณีดงัน้ันการสวมชุดแบบพิธีการของผู้ชายวัยชราก็ยังเป็ นเส้ืออาโปะรวมท้งัการสวมก าไลข้อมือ แหวน ต่างๆ ส าหรับการโพกศีรษะด้วยผ้าสีด าและการสะพายถุงย่ามลดลงไปมาก -กางเกง ยังคงสวมกางเกงห่าทอ แต่การสวมผา้พันน่องเริ่มลดลงไปมาก มักสวม รองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่๔๗๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๔.๙ ชนเผ่าลซีู พื้นที่ศึกษา: หมู่บ้านไทรงาม หมู่๑๐ ต าบลนาเติงอา เภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านแม่มอญ หมู่ที่๒ ต าบลห้วยชมภูอา เภอเมืองจังหวัดเชียงราย นักวิจัย: อภิธาน สันย้าง ________________________________________________________________________________________ ๔.๙.๑วัฒนธรรมการแต่งกาย ชนเผ่าลีซูมักใชเ้ส้ือผา้สีเขียว สีฟ้า หรือสีน้า เงิน เป็ นส่วนประกอบหลักและตกแต่งด้วยแถบผ้า หรือเส้นด้ายสีแดง สีส้ม และสีด า ผู้หญิงจะนิยมตดัเยบ็เส้ือผา้และออกแบบปักลวดลายตกแต่งบนชุดเครื่องแต่ง กายเพื่อประชันความสวยความงามกันในช่วงเทศกาลปี ใหม่ซึ่งถือกันว่าถ้าชุดเครื่องแต่งกายของผู้ใดได้รับการ ชมเชยจากเพื่อนแม่บ้านหรือกลุ่มผู้หญิงที่ไปร่วมงานมากที่สุดก็จะเป็ นที่ยกย่องให้เป็ นผู้เชี่ยวชาญในด้านการ ผลิตหรือตัดเย็บเส้ือผา้ของชุมชนและจะเป็ นผู้น าในการแลกเปลี่ยนเทคนิคในการออกแบบลวดลายต่างๆ ส าหรับกลุ่มสตรีในชุมชนต่อไป ชาวลีซูวัยเด็กหรือหนุ่มสาวนิยมสวมใส่เส้ือผา้สีสดใส และจะใช้ผ้าหลากสีใน การตกแต่งให้เป็นลวดลายบนเส้ือผา้โดยเฉพาะเส้ือของผูห้ญิงจะตกแต่งสวยงามเป็ นพิเศษ แต่ส าหรับผู้ที่อยู่ใน วัยกลางคนและวัยชราจะสวมใส่เส้ือผ้าที่มีสีมืดลงหรือลดการใช้สีต่างๆ ลงไป ชนเผ่าลีซูยังมีความเชื่อเกี่ยวกับ เครื่องแต่งกายอีกหลายอย่าง เช่น ชุดแต่งกายของผู้ชายลีซูห้ามใช้ผ้าและด้ายสีแดง ชมพู ม่วง เพราะมีความเชื่อ ว่าจะเคราะห์ร้ายถึงชีวิต เป็ นต้น ๔.๙.๒ โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลกัษณ์ของชนเผ่าลซีู ๔.๙.๒.๑โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ๑) ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิง - เสื้อ ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงชาวลีซูจะมีรูปแบบเหมือนกันไม่ว่าจะเป็ นวัยเด็ก หญิงสาว ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วหรือผู้หญิงวัยชรา เส้ือผู้หญิงที่ใช้สวมในชีวิตประจ าวันเรียกว่า “เบ เช วู่” ตัดเย็บ จากผ้าฝ้าย มีลักษณะเป็ นเส้ือคอกลม ผ่าป้าย ท าด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าใยสังเคราะห์สีฟ้า สีเขียว หรือสีน้า เงินส่วน แขนจะใช้ผ้าสีแดง ตวัเส้ือยาวลงไปถึงหัวเข่า ด้านข้างจะผ่าต้งัแต่เอวลงไปท้งัสองด้านและขลิบชายเส้ือดา้นล่าง ด้วยแถบผ้าสีส้มหรือแดงกว้างประมาณหนึ่งเซนติเมตร บริเวณสาบเส้ือจะใช้แถบผ้าที่มีลวดลายสีส้มเป็ นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูโดยมี ส่วนปลายกวา้งประมาณสองนิ้วต้งัข้ึนเย็บทาบตามขอบสาบเส้ือดา้นนอกเฉียงป้ายต้งัแต่คอเส้ือไปถึงใตร้ักแร้ ด้านขวา ส่วนบริเวณรอบคอใช้ผ้าสีด าตัดเป็ นวงกลมให้ขนาดรัศมีรอบนอกอยู่ประมาณหัวไหล่แล้วใช้แถบผ้าสี ส้มกวา้งประมาณสองนิ้วปักลวดลายดว้ยเส้นดา้ยสีสดใสเยบ็ทบัรอบขอบวงกลมและตรงส่วนรอยต่อของตน้
๔๑๘ แขนเส้ือซ่ึงจะอยู่บริเวณหัวไหล่เส้ือของหญิงสาวจะนิยมใช้สีสันสดใสกว่าเส้ือผูห้ญิงวัยผู้ใหญ่และวัยชรา ผู้หญิงลีซูจะคาดเข็มขัดผ้าสีด าขนาดกว้างประมาณ ๔-๕ นิ้ว ทบัเส้ือเบ เช วู ภาพที่ ๔๗๘: เส้ือเบ เช วูที่ใช้สวมในชีวิตประจ าวันด้านหน้า ภาพที่ ๔๗๙:โครงสร้างของเส้ือเบเชวด้านหน้าู ภาพที่ ๔๗๘: เส้ือเบ เช วูที่ใชส้วมในชีวิตประจา วนัดา้นหลงั เส้นประแสดงรอยต่อแขนเส้ือ
๔๑๙ -กางเกง เนื่องจากเส้ือเบ เช วู จะยาวคลุมถึงเข่าผู้หญิงชาวลีซูจึงไม่ต้องสวมกระโปรง หรือผา้ซิ่นแต่จะสวมกางเกงที่เรียกว่า“มือชือ” เป็ นกางเกงที่มีรูปแบบคล้ายกางเกงของชาวจีนยูนนาน ลักษณะ เป็ นกางเกงขากว้างแบบสามส่วน เป้ายาวลงมาถึงปลายขากางเกง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกางเกงของผู้ชายแต่ผู้หญิง จะใช้สีดา ส่วนผูช้ายจะใช้สีฟ้าสีน้ าเงิน หรือสีเขียวอ่อนตัดเย็บจากผ้าสีด า และสวมผ้าพันน่องที่ตกแต่งขอบ ด้านบนด้วยแถบผ้าสีต่างๆ ภาพที่ ๔๘๑: กางเกงมือชือของผู้หญิงชาวลีซู ภาพที่๔๘๐: โครงสร้างของเส้ือเบ เช วูด้านหลัง ภาพที่ ๔๘๒: โครงสร้างชิ้นส่วนกางเกงมือชือ ชิ้นส่วนขา ชิ้นส่วนเป้ากางเกงแบบเตม็ผืนก่อนพบัคร่ึง ชิ้นส่วนขา ชิ้นส่วนเอว
๔๒๐ ๒) ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชาย - เสื้อ รูปแบบเส้ือที่ใช้สวมในชีวิตประวันมักเป็ นเส้ือแขนยาว ๒ ช้น ัคอกลม ผ่า ป้าย ช้นั ในเป็นสีขาวหรือสีฟ้า ช้นันอกเป็นผา้ฝ้ายหรือก ามะหยี่สีด าการเยบ็เส้ือจะไม่ใช้เส้นด้ายสีแดง สีชมพู เพราะ มีความเชื่อว่าจะเวลาเข้าป่ าล่าสัตว์จะได้รับอันตราย -กางเกง กางเกงของผู้ชายมีลักษณะเป็ นกางเกงขาสามส่วนที่มีเป้ายาวเกือบถึงปลาย กางเกง มีลักษณะเหมือนกางเกงผู้หญิงที่เรียกว่า“มือชือ”นิยมใชผ้า้มนัสีฟ้า สีน้า เงินหรือสีเขียวอ่อนในการตัด เย็บกางเกง ยกเว้นแต่สีด า เพราะถือว่าเป็ นสีของกางเกงผู้หญิงและจะสวมผ้าพันน่องที่ตกแต่งขอบด้านบนด้วย แถบผ้าสีต่างๆ ภาพที่ ๔๘๓: แสดงภาพการประกอบชิ้นส่วนกางเกงมือชือก่อนเยบ็ ภาพที่๔๘๔: โครงสร้างด้านหน้าของเส้ือผชู้ายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ภาพที่ ๔๘๕: โครงสร้างด้านหลังของเส้ือผชู้ายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ชิ้นส่วนเป้ากางเกง ชิ้นส่วนขา ชิ้นส่วนเอว
๔๒๑ ๔.๙.๒.๑ โครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายส าหรับในงานพิธีการ ๑) ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิง - เสื้อ เส้ือที่ใช้สวมใส่ในงานพิธีการเรียกว่า “หลี่กวั๊เบเชวู่” มีลักษณะเป็ นเส้ือแบบ เส้ือกกั๊ ผ่าหน้า เอวลอย ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายหรือผ้าก ามะหยี่สีด า ตวัเส้ือดา้นหน้าจะตกแต่งด้วยเครื่องประดับเงิน ร้อยเรียงลงมาประมาณ ๑๐ แถวแต่ละแถวมีความยาวต้งัแต่ตน้คอถึงกลางหนา้อก บริเวณสาบเส้ือตรงกลางใช้ เครื่องเงินท าเป็ นแผ่นสลักลวดลายปิ ดทับกระดุม และด้านหลังจะร้อยเม็ดเงินขนาดเล็กถกัเป็นตาข่ายเริ่มต้งัแต่ บริเวณต้นคอถึงกลางหลัง เส้ือหลี่กวเบเชวู่ ั๊ ใช้สวมเมื่อมีงานเทศกาลงานพิธีประจ าชนเผ่าโดยน ามาสวมทบัเส้ือ เบเชวู่ที่ใช้สวมในชีวิตประจา วนัพร้อมท้งัสวมเครื่องประดับต่างๆ ได้แก่หมวกไหมพรม ตุม้หูกา ไลขอ้มือ แหวน หางประดับ ผ้าพันน่อง ภาพที่ ๔๘๗: เส้ือหลี่กวั๊เบเชวู่ด้านหน้า ภาพที่ ๔๘๘: เส้ือหลี่กวั๊เบเชวู่ด้านหลัง - กางเกง กางเกงแบบพิธีการของผู้หญิงชนเผ่าลีซูยังคงใช้กางเกง “มือชือ” สีด า ที่ใช้ใน ชีวิตประจา วนันนั่เอง เมื่อสวมใส่จะคาดทบั ด้วยผ้าคาดเอวสีด าและสวมผ้าพันน่องที่ตกแต่งขอบด้วย แถบผ้าสีต่างๆ ภาพที่ ๔๘๖: กางเกงผู้ชายชนเผ่าลีซูที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน
๔๒๒ - หมวกไหมพรม ชนเผ่าลีซูเรียกหมวกไหมพรมของผู้หญิงว่า “วู้ถือเมียะและ” มีลักษณะเป็ น หมวกผ้าสีด าประดับด้วยเม็ดเดือย เม็ดลูกปัดหลากสีปักเป็ นลวดลาย มีเส้นด้ายถักประดับพู่ไหมพรมสี ต่างๆ ที่เรียกว่า “ใส้ไก่” ประมาณ ๒๐๐ เส้น ร้อยเรียงจากด้านหน้า เวลาสวมใส่จะจดัแต่งเส้นใส้ไก่ให้ ตระหวัดไปด้านข้างและด้านหลังปล่อยชายห้อยยาวลงมาคลุมไหล่เหมือนกับเป็ นเส้นผม - ผ้าพันน่อง ผ้าพันน่องเรียกว่า“ชืด จู” ใช้สวมคู่กับกางเกงมือฉือสีด า นิยมใช้ผ้าสีล้วน เช่น สีแดง ชมพูหรือสีม่วงและตกแต่งลายบริเวณขอบด้านบนด้วยแถบผ้าหลากสีหรือปักด้ายหลากสี ภาพที่ ๔๘๙ : หมวกไหมพรหม วู้ถือเมียะและ ด้านหน้า ภาพที่ ๔๙๑:ผ้าพันน่องชืดจู ภาพที่ ๔๙๐: หมวกไหมพรหม วู้ถือเมียะและ ด้านหลัง
๔๒๓ - ตุ้มหู ตุ้มหูหรือ “นาคู” มีลักษณะเป็ นห่วงท าด้วยโลหะเงินมีพู่ไหมพรมประดับ และระหวา่งตุม้หูท้งัสองขา้งมีสร้อยเงินถักอย่างละเอียดด้วยเส้นเงินขนาดเล็กยาวประมาณ ๑ ฟุต จ านวนมาก ร้อยเชื่อมตุ้มหูสองข้างเข้าด้วยกัน - หางประดับ หางประดับ หรือ “กี่ขือเมียะ” เป็ นชุดเครื่องประดับส าหรับน ามาคาดเอว ด้านหน้าได้จากการเย็บผ้าเป็ นเส้นเล็กๆเช่นเดียวกับเส้นไส้ไก่ มีขนาดความยาวประมาณ ๑๕ เซนติเมตร หาง ประดับ ๑ ชุดใช้เส้นไส้ไก่ ประมาณ ๒๐๐ – ๓๐๐ เส้นมามัดรวมกัน นิยมติดก้อนไหมพรมขนาดเล็กหลากสีที่ ปลายด้านล่าง - สร้อยคอชั้นใน สร้อยคอช้นั ในหรือ“ลีหวู่เปี ยแล” เป็ นเครื่องประดับส าหรับสวมใส่คอช้นั ใน ก่อนที่จะสวมสร้อยทบัดา้นนอกอีกช้นัหน่ึง ภาพที่ ๔๙๒: ตุ้มหูหรือนาคู ภาพที่ ๔๙๓: หางประดับ “กี่ขือเมียะ”
๔๒๔ -อาคู๊สู่หล่ ู เครื่องประดบั ใส่คอช้นันอกเป็ นเครื่องประดับส าหรับสวมใส่ทับลงบนคอ ช้นั ในอาคู๊สู่หลู่ก่อนที่จะสวมสร้อยคอทบัดา้นนอกอีกช้นัหน่ึง ๒) ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชาย - เสื้อ เส้ือที่ ใช้ส วม ใน งาน พิ ธี ก ารคื อเส้ือ “อ า กั๊ว เบ เช วู่” ที่ ใช้ส วม ใน ชีวิตประจ าวันนนั่เอง มีลกัษณะเป็นเส้ือ ๒ ช้นัแขนยาว ช้นั ในเป็นสีขาวหรือสีฟ้า ช้นันอกเป็นสีดา ประดบั ด้วย เม็ดเงินกลมเล็กถกัเรียงเป็นตาข่ายบริเวณรอบคอต้งัแต่ตน้คอถึงหัวไหล่เย็บติดผ้าช้นันอกจะใช้เม็ดเงินราว ๙๐๐ – ๑,๐๐๐ เม็ดแล้วแต่ฐานะของผู้สวมใส่ ภาพที่ ๔๙๖: เส้ือผู้ชายแบบพิธีการ “อาควั๊เบเชวู่” ภาพที่ ๔๙๔: สร้อยคอช้นั ในเครื่องประดับเงิน “อาคู๊สู่หลู่” ภาพที่ ๔๙๕: สร้อยคอช้นั นอกเครื่องประดับเงิน “อาคู๊สู่หลู่”
๔๒๕ -กางเกง กางเกงที่ใช้สวมในงานพิธีการเป็ นกางเกงมือชือ ที่ใช้สวมในชีวิตประจ าวัน การวัดความยาวจะวัดตามสัดส่วนของชายจากเอวลงไปเลยหัวเข่าประมาณ ๔ - ๕ นิ้ว นิยมตัดเย็บด้วยผ้าสีฟ้า หรือสีเขียว - ผ้าโพกศีรษะ ผ้าโพกศีรษะของผู้ชายชนเผ่าลีซูเรียกว่า“วู้ถือ” นิยมใช้ผ้าฝ้ายสีขาวที่มีขนาด ความยาว๓-๒ ประมาณ เมตรกวา้งประมาณ๑๐นิ้ว - ผ้าพันน่อง ผ้าพันน่องหรือ “ฉอดจู” นิยมใช้ผ้าสีด า และตกแต่งลวดลายบริเวณขอบ ด้านบนด้วยแถบผ้าสีหรือลายปัก -ย่าม ผู้ชายชนเผ่าลีซูนิยมสะพายย่ามที่ทอจากผ้าฝ้ายสีขาวสลับกับสีแดงที่เรียกว่า “หล่ายะเมียะจู” ซึ่งจะออกแบบตกแต่งด้วยเครื่องเงิน เม็ดเดือยสีต่างๆ ไหมพรมและผ้าสีให้แตกต่างจากผู้อื่นจึง มักเป็ นย่ามที่สวยงามและเป็ นเสมือนเอกลักษณ์ประจ าตัวของผู้สะพาย - หางประดับ เรียกว่า “กี่ขือเมียะ” มีลักษณะเช่นเดียวกันกับหางประดับของผู้หญิง เป็ นการ นา ใส้ไก่ที่ประดบัดว้ยกอ้นไหมพรมหลากสีหลายๆเส้นมามดัรวมกนั ภาพที่ ๔๙๗:ผ้าพันน่อง “ฉอดจู” ภาพที่ ๔๙๘: ย่าม “หล่ายะเมียะจู”
๔๒๖ ๔.๙.๓ การศึกษาอัตลักษณ์รูปแบบและโครงสร้าง (Pattern) ชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน การศึกษาอัตลักษณ์รูปแบบและโครงสร้าง (Pattern) ออกแบบชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าม้งที่ใช้ ในชีวิตประจ าวันจะเลือกเฉพาะชุดที่มีเอกลักษณ์หรือชุดยอดนิยมในแต่ละยุคสมัย โดยพิจารณาแยกเป็ นการแต่ง กายของเพศหญิงและเพศชายซึ่งแต่ละเพศจะถูกแบ่งออกตามวัยเป็ นอีก ๓ กลุ่ม คือ วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ และวัยชรา ท้งัน้ีในแต่ละกลุ่มยงัได้แบ่งระยะของการศึกษาออกเป็ น ๓ ช่วงโดยประมาณคือ ช่วงเวลาประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ ถึง ๒๐ ปีและช่วงเวลาประมาณ ๒๐ ปี ถึงปัจจุบัน ดงัรายละเอียดต่อไปน้ี ๔.๙.๓.๑ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้หญิง ๑) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือของเด็กผูห้ญิงของชนเผ่าลีซูเรียกว่า “เบเชวู่” เป็นเส้ือที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้าย มีลกัษณะเป็นเส้ือแขนยาวทรงกระบอก บริเวณสาบเส้ือมีลกัษณะเฉียงลงมาติดกระดุมที่ใต้รักแร้ด้านขวา ตัว เส้ือจะยาวลงไปถึงหัวเข่า และผ่าด้านข้างต้งัแต่เอวลงไปท้งัสองดา้น ส่วนบริเวณรอบคอประดับด้วยแถบผ้าสี ต่างๆ ที่เย็บเรียงซ้อนกันเป็ นวงลงไปถึงไหล่และใช้ผ้าสีด าคาดเอว -กางเกง กางเกงของผู้หญิงชนเผ่าลีซูเรียกว่า“มือชือ” เป็ นกางเกงที่มีรูปแบบคล้าย กางเกงของชาวจีนยูนาน มีเป้ายาวลงมาเกือบถึงข้อเท้า ตัดเย็บจากผ้าสีด า คาดด้วยผ้าแถบที่มีความกว้างประมาณ ๒ นิ้ว ภาพที่ ๕๐๐: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๔๙๙: หางประดับ “กี่ขือเมียะ”
๔๒๗ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๕๐– ๒๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปียงัคงสวมเส้ือ ประจ าชนเผ่าในรูปแบบเดิม คือเส้ือเบเชวู่แต่ช่วงปลายยุคเริ่มมีการซ้ือเส้ือผา้ส าเร็จรูปเช่นเส้ือยืดพิมพล์ายแบบ ต่างๆ มาสวมใส่ -กางเกง ในระยะต้นยุคยังคงสวมกางเกงมือชือสีด า ช่วงปลายยุคบางกลุ่มเริ่มมีการน กางเกงส าเร็จรูปที่วางขายตามท้องตลาด มาสวมใส่และเริ่มนิยมสวมรองเทา้แตะ หรือรองเทา้ผา้ใบ ๓ ) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในช่วงต้นยุคยังมีการแต่งกายด้วยชุดชนเผ่าและสวมเส้ือเบเชวู่อยู่ทวั่ ไป แต่ ระยะถดัมานิยมสวมเส้ือตดัเยบ็ส าเร็จรูปที่วางขายกนั ในทอ้งตลาดไม่ว่าจะเป็นเส้ือยืดแบบแขนส้ันและแขนยาว หรือชุดเครื่องแบบนักเรียน การสวมเส้ือเบเชวู่ของเด็กผู้หญิงลดน้อยลงมากจะน ามาสวมใส่ในโอกาสพิเศษ เท่าน้นั -กางเกง ในระยะต้นยุคเด็กผู้หญิงชนเผ่าลีซูส่วนใหญ่ที่เข้าเรียนหนังสือมักแต่งกายใน ชีวิตประจ าวันส่วนใหญ่เป็ นชุดเครื่องแบบนักเรียน และจะสวมกางเกงมือชือเมื่ออยู่ที่บ้านแต่ต่อมานิยมสวม กางเกงขาส้ันและกางเกงขายาวแบบส าเร็จรูปที่วางขายตามท้องตลาดมากกว่า สวมรองเท้าแตะหรือ รองเท้า ผ้าใบ ภาพที่ ๕๐๑: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๔๒๘ ๔.๙.๓.๒ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เมื่อเขา้สู่วยัสาวเส้ือเบเชวู่ส าหรับหญิงสาวก็จะได้รับการตัดเย็บให้ประณีต และใชผ้า้ที่มีสีสันฉูดฉาดมากข้ึนโดยเฉพาะบริเวณสาบเส้ือด้านหน้าหรือ “เพียกุมา” ที่มีลักษณะเฉียงป้ายลงมา ที่ใต้รักแร้ด้านขวาน้ันก็จะน าเอาผ้าที่มีลายมาเย็บติด และส่วนแถบผ้าสีที่น ามาเย็บติตกแต่งบริเวณรอบคอและ ไหล่ก็มักจะเย็บให้เรียงชิดกันลงไปอย่างสวยงาม แล้วจึงคาดผ้าแถบสีด าขนาดกว้างประมาณ ๒ นิ้ว ทบัเส้ือเบ เช วู่ ยคุน้ีจึงยงัเป็นช่วงที่ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่มีการแต่งกายแบบชนเผ่าอย่างเคร่งครัด -กางเกง จะสวมกางเกงที่เรียกว่า “มือชือ” ในชีวิตประจ าวันและงานพิธีการ พันน่อง ดว้ยผา้พ้ืนสีแดง ชมพู หรือสีม่วง บริเวณขอบล่างเย็บแถบผ้าหลากสีและมีลายปักที่สวยงาม ภาพที่๕๐๓: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๕๐๒: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน
๔๒๙ ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ปี - เสื้อ ในช่วงต้นยุคยงันิยมสวมเส้ือเบเชวูอยู่ทั่วไป แต่ระยะต่อมาเนื่องจากมีการ ติดต่อค้าขายกับชนเผ่าอื่นๆ และชาวไทยพ้ืนราบมากข้ึน การผลิตผ้าและชุดเครื่องแต่งกายของเผ่าลาหู่ลดน้อยลง จึงเริ่มมีการซ้ือเส้ือส าเร็จรูปจากตลาดในเมืองมาสวมใส่สลับควบคู่ไปด้วย -กางเกง ช่วงต้นยุคยังนิยมนุ่งกางเกงมือชือ และสวมผ้าพันน่อง ระยะหลังบางโอกาสก็ นุ่งกางเกงสมัยใหม่หรือผ้าถุงพิมพ์ลายส าเร็จรูปแทน แต่ถ้าหากเป็ นงานพิธีการก็ยังนุ่งกางเกง มือชือเช่นเดิม เริ่ม นิยมสวมสวมรองเท้าแตะหรือ รองเท้าผ้าใบ ๓) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในช่วงต้นยุคยังมีผู้สวมเส้ือเบเชวูอยทู่วั่ ไป แต่ระยะต่อมาได้รับวัฒนธรรมการ การแต่งกายตามแฟชนั่สมยัใหม่มากข้ึนท าให้การสวมใส่ชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าลดน้อยลง จะมีการแต่งเฉพาะ ในวันส าคัญตามงานประกอบพิธีกรรมและประเพณีเท่าน้นั -กางเกง ระยะแรกยังมีผู้สวมใส่กางเกงมือชืออยู่บ้างแต่ต่อมาโดยมากจะนุ่งกางเกง แบบสมัยนิยมหรือผ้าถุงพิมพ์ลายส าเร็จรูปแทน และสวมสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่๕๐๔: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๔๓๐ ๔.๙.๓.๓ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ยุคน้ีผูห้ญิงวยัชรายังท าหน้าที่ทอผ้าและผลิตชุดเครื่องแต่งกายของครอบครัว เส้ือที่ใช้ในชีวิตประจ าวันเป็นเส้ือเบเชวูเช่นเดียวกับเส้ือวยัผูใ้หญ่และมีการแต่งกายแบบประจ าเผ่าอย่าง เคร่งครัด บางคนอาจโพกศีรษะด้วยผ้าฝ้ายสีขาวทอลาย -กางเกง สวมกางเกงมือชือ มีลักษณะและรูปแบบเดียวกับกางเกงของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ และใช้ผ้าพันน่อง ภาพที่ ๕๐๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี– ปัจจุบัน ภาพที่ ๕๐๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๔๓๑ ๒) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปียังคงใชเ้ส้ือ เบเชวูท้งัในชีวิตประจา วนัและในงานพิธีการเหมือนที่ผ่านมา และอาจโพกศีรษะบ้างแต่ในพิธีการจะสวมหมวก -กางเกง ยังคงสวมกางเกงมือชือสีด า ที่มีลักษณะคล้ายกางเกงของชาวจีนยูนนาน และ สวมผา้พนัน่อง ระยะปลายยคุเริ่มนิยมสวมรองแตะหรือรองเทา้ผา้ใบ ๓) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ยุตน้ีเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านวฒันธรรมการแต่งกายของชนเผ่ามาก ที่สุด เยาวชนและผู้ใหญ่ภายในชุมชนต่างหันมาสวมเครื่องแต่งกายแบบตดัเย็บส าเร็จรูปที่วางขายทั่วไปใน ท้องตลาด แต่ส าหรับผู้หญิงวัยชรายังคงนิยมสวมเส้ือเบเชวูและยังพยายามตัดเย็บชุดเครื่องแต่งกายและถ่ายทอด เทคนิคและกระบวนการผลิตของชนเผ่าให้กับชนรุ่นหลังในชุมชน -กางเกง ยังคงสวมกางเกงมือชือสีด า ที่มีลักษณะคล้ายกางเกงของชาวจีนยูนนาน และ สวมผา้พนัน่อง ระยะปลายยคุเริ่มนิยมสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๕๐๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี
๔๓๒ ๔.๙.๓.๔ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้ชาย ๑) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือของเด็กชายชนเผ่าลีซูมีลักษณะเป็นเส้ือคอกลมแบบผ่าป้าย แขนยาว สาบเส้ือมีผา้สี่เหลี่ยมต่อออกมาเพื่อติดกระดุม ขนาดความกวา้งประมาณ ๑ คืบ ความยาวเท่ากับตวัเส้ือ ไม่มี ลวดลายใด ๆประดับ -กางเกง กางเกงของเด็กผู้ชายชนเผ่าลีซู มีลักษณะเดียวกับกางเกงผู้หญิงที่เรียกว่า “มือชือ”แต่กางเกงผู้ชายใช้ผ้าสีฟ้าแทนสีด าของกางเกงผู้หญิง ภาพที่ ๕๐๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน ภาพที่ ๕๐๙: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี
๔๓๓ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๒๐ ปี - เสื้อ ในระยะแรกของยุคน้ีการแต่งกายของเด็กผู้ชายชนเผ่าลีซูยังคงนิยมสวมใส่ เส้ือประจา ชนเผ่าแตระยะปลายยุค ่บางคนเริ่มสวมเส้ือเครื่องแบบนกัเรียน เส้ือยดืแบบแขนส้ันและแขนยาว หรือ ชุดที่ตัดเย็บส าเร็จรูปที่วางขายในท้องตลาด -กางเกง ในระยะแรกของยุคยังคงนิยมสวมกางเกงมือชือ ต่อมาเริ่มนุ่งสลับกับกางเกง ขาส้ันเครื่องแบบนักเรียนหรือกางเกงส าเร็จรูปแบบสมัยใหม่ เริ่มนิยมสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ๓)การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในช่วงต้นยุคน้ีการยอมรับวฒันธรรมการแต่งกายตามแฟชนั่สมยัใหม่มีมาก ข้ึนการสวมใส่ชุดเครื่องแต่งกายแบบชนเผ่าลีซูเริ่มลดน้อยลง จนในระยะปลายยุคท าให้การแต่งชุดเครื่องแต่ง กายของชนเผ่าการสวมเส้ือคอกลมผ่าป้ายหนา้แบบที่เคยเป็นมาไดลดความส าคัญลง และจะ ้ มีการสวมใส่เฉพาะ ในโอกาสส าคัญในงานประกอบพิธีกรรมและประเพณีเท่าน้นั -กางเกง ในยุคน้ีการสวมกางเกงมือชือลดความนิยมลงและหนัมาสวมกางเกงขาส้ัน เครื่องแบบนักเรียนหรือกางเกงส าเร็จรูปแบบสมัยใหม่ สวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๕๑๐: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๔๓๔ ๔.๙.๓.๕ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑)การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ในยุคน้ีการแต่งกายในชีวิตประจ าวันผู้ชายวัยผู้ใหญ่จะสวมเส้ือคอกลมแบบ ผ่าป้าย แขนยาวสีด าไม่มีลวดลายใดๆประดับ อาจโพกศีรษะและสะพายย่ามอีกด้วย -กางเกง มีลักษณะเดียวกับกางเกงผู้หญิงที่เรียกว่า “มือชือ” เป็ นกางเกงขากว้างยาวเลย เข่าลงไปเล็กน้อย มีรูปแบบคล้ายกางเกงชาวจีน สวมผ้าพันน่องสีด า สีของกางเกงที่ผู้ชายนิยมคือ สีฟ้า เขียวอ่อน ภาพที่ ๕๑๒: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๕๑๑: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี – ปัจจุบัน
๔๓๕ ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐- ๒๐ ปี - เสื้อ ในช่วงแรกของยุคยังสวมเส้ือคอกลมแบบผ่าป้ายแขนยาวไม่มีลวดลายอาจ โพกศีรษะและสะพายย่ามเหมือนกับยุคที่ผ่านมา ระยะปลายยุคเริ่มมีผูส้วมใส่เส้ือคอปกแขนส้ันและแขนยาว รวมท้งัเส้ือยดืแบบต่างๆ มากข้ึน -กางเกง ระยะแรกยังคงสวมกางเกงขากว้างยาวเลยเข่า สีฟ้า สีเขียวอ่อน สวมผ้าพัน น่องสีด าเช่นยคุก่อนแต่ระยะหลงัเริ่มนิยมสวมกางเกงส าหรับเล่นกีฬา ท้งัแบบขาส้ันและขายาวกางเกงส าเร็จรูป แบบต่างๆ รวมท้งักางเกงยนีส์เริ่มนิยมสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ในยุคน้ีการสวมเส้ือคอกลมแบบผ่าป้าย แขนยาวตามประเพณีและการโพก ศีรษะ สะพายย่ามมีน้อยมากจะนิยมสวมใส่เส้ือคอปกแขนส้ันและแขนยาวเส้ือยดืแบบต่างๆ ตามสมัยนิยม -กางเกง การสวมกางเกงขากว้าง สีฟ้า สีเขียวอ่อน สวมผ้าพันน่องสีด า เสื่อมความนิยม เช่นกันต่างหันมาสวมกางเกงสา หรับเล่นกีฬา ท้งัแบบขาส้ันและขายาวกางเกงสา เร็จรูปแบบต่างๆ รวมท้งั กางเกงยีนส์กันมากกว่า และนิยมสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๕๑๓: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี
๔๓๖ ๔.๙.๓.๖ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ในยุคน้ีการแต่งกายในชีวิตประจ าวันผู้ชายวัยชราจะสวมเส้ือคอกลมแบบผ่า ป้าย แขนยาวไม่มีลวดลายใดๆประดับ อาจโพกศีรษะและสะพายย่าม เหมือนกับผู้ชายวัยผู้ใหญ่สีเส้ือจะใชส้ีเขม้ ทึบเช่นสีดา หรือน้า เงินเขม้ -กางเกง สวมกางเกงลักษณะเดียวกับกางเกงผู้หญิงที่เรียกว่า “มือชือ” เป็ นกางเกงขา กว้างยาวเลยเข่าลงไปเล็กน้อย มีรูปแบบคล้ายกางเกงชาวจีน อาจใช้ผ้าสีฟ้า สีเขียวอ่อนบ้างแต่โดยมากจะนิยมสี ทึบกว่า เช่น สีดา หรือน้า เงินเขม้ สวมผ้าพันน่องสีด า ภาพที่ ๕๑๔: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน ภาพที่ ๕๑๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี
๔๓๗ ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรายคุน้ียังสวมเส้ือคอกลมแบบผ่า ป้าย แขนยาวสีด าโพกศีรษะและสะพายย่าม เหมือนยุคที่ผ่านมา -กางเกง สวมกางเกงขากว้างยาวเลยเข่าแบบกางเกงชาวจีน อาจใช้ผ้าสีฟ้า สีเขียวอ่อน บ้างแต่โดยมากจะนิยมสีทึบกว่า เช่น สีดา หรือน้ าเงินเขม้ สวมผ้าพันน่องสีด า เริ่มนิยมสวมรองเท้าแตะหรือ รองเท้าผ้าใบ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน - เสื้อ ยุคน้ีมีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการแต่งกายของชนเผ่าอย่างมากมาย การ แต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชราช่วงต้นยุคยังสวมเส้ือคอกลมแบบผ่าป้าย แขนยาวสีดา เหมือนยุคที่ ผ่านมา ส่วนการสะพายย่ามและโพกศีรษะลดความนิยมลงมาก ต่อมาเริ่มนิยมสวมเส้ือคอปกแขนส้ันและแขน ยาวเส้ือยดืแบบต่างๆ ตามสมัยนิยม -กางเกง ระยะต้นยุคยังคงสวมกางเกงขากว้างยาวเลยเข่าแบบกางเกงชาวจีน สวมผ้าพัน น่องสีดา เริ่มนิยมสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ต่อมาบางคนเริ่มหนัมาสวมกางเกงส าเร็จรูปแบบต่างๆ รวมท้งัการสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๕๑๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี