The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการวิจัยภูมิไทยชุดไทยPrestigious Thai-dress (ส่วนที่2)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khankaew Rtavlx, 2024-04-22 03:02:29

โครงการวิจัยภูมิไทยชุดไทยPrestigious Thai-dress (ส่วนที่2)

โครงการวิจัยภูมิไทยชุดไทยPrestigious Thai-dress (ส่วนที่2)

๕๓๘ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงเวลาประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ ในช่วงต้นยุคเด็กผู้ชายยงัคงสวมใส่เส้ือ“เลอ ปิ เลอ เวือะ”กนัอยู่ทวั่ ไปแต่ใน ระยะปลายยุคเริ่มมีโอกาสไดเ้ขา้เรียนหนังสือในโรงเรียน เด็กผูช้ายบางคนก็เริ่มหันมาสวมเส้ือชุดเครื่องแบบ นกัเรียนและเส้ือยดืเล่นกีฬาแบบต่าง ๆ แทน -กางเกง ระยะต้นยุคยังนิยมสวมกางเกง “แวล เวือะ” เหมือนยุคที่ผ่านมา แต่ในระยะ ปลายยุคเริ่มหันมาสวมชุดเครื่องแบบนกัเรียนและกางเกงผา้ยดืรวมท้งักางเกงขาส้ันส าหรับเล่นกีฬาแบบต่าง ๆ สวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ๓) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงเวลาประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ช่วงต้นยุคเด็กผชู้ายส่วนใหญ่ยงัสวมใส่เส้ือผ้าฝ้ายคอกลม แขนยาว สีขาวผ่า หนา้หรือเส้ือเลอปิเลอเวือะแต่ต่อมาอิทธิพลการแต่งกายแบบชาวเมืองได้มีผลต่อการแต่งกายของเด็กชาวละว้า เป็ นอย่างมาก ช่วงปลายยุคเด็กผู้ชายจะสวมเส้ือคอปกและเส้ือยืดแบบต่าง ๆ รวมท้งัเส้ือส าเร็จรูปที่วางขายใน ท้องตลาด การสวมเส้ือประจา ชนเผา่จะใชส้า หรับงานมงคลต่างๆ เท่าน้นั -กางเกง ระยะต้นยุคยังมีเด็กผู้ชายจะสวมกางเกง “แวล เวือะ”อยู่ทั่วไป แต่ในระยะ ปลายยุคส่วนใหญ่หันมาสวมกางเกงผ้ายืด กางเกงยีนส์ รวมท้งักางเกงส าหรับเล่นกีฬาแบบต่าง ๆ และ นิยมสวม รองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๖๘๕: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี


๕๓๙ ๔.๑๒.๓.๕ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑)การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงเวลาประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ ผู้ชายวยัผูใ้หญ่จะสวมเส้ือรูปแบบคลา้ยเส้ือหม้อฮ่อมที่เรียกว่า “เลอ ปิ เลอ เวือะ” ส าหรับใช้ในชีวิตประจา วนัเป็นเส้ือผ้าฝ้าย มีลักษณะคอกลม ผ่าหน้า สีขาว ที่แตกต่างจากเส้ือหมอ้ฮ่อม คือแขนจะยาวถึงข้อมือและแคบกว่า มีกระเป๋ าอยู่ข้างล่างด้านหน้าทางซ้ายมือ -กางเกง สวมกางเกงที่เรียกว่า “แวล เวือะ” มีลักษณะเป็ นกางเกงผ้าฝ้ายสีขาวแบบสาม ส่วนทรงกระบอก ขายาว เหมือนกับเตี่ยวสะดอของชาวไทยวนคาดด้วยผ้า “คัดซี”แทนเข็มขัดเป็ นผ้าฝ้ายสีขาว ทอลวดลาย สีแดงและน้า เงินสลบั กว้างประมาณ ๑๕ เซนติเมตร ยาวประมาณหนึ่งเมตรถึงหนึ่งเมตรครึ่ งอาจ สวมรองเท้าแตะท าด้วยไม้มีเชือกท าจากหนังสัตว์ ภาพที่ ๖๘๖: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กชายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี– ปัจจุบัน ภาพที่ ๖๘๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ใชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี


๕๔๐ ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงเวลาประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ ช่วงต้นยุคผู้ชายวัยผู้ใหญ่ยังสวมเส้ือผ้าฝ้ายเลอปิ เลอเวือะสีขาวที่มีลักษณะคอ กลม ผ่าหน้า แขนยาวถึงข้อมือ มีกระเป๋ าอยู่ข้างล่างด้านหน้าทางซ้ายมืออย่างที่เคยเป็นมา ในช่วงปลายยุคเริ่ม นิยมสวมเส้ือยดืเส้ือกลา้ม เส้ือคอปกแขนส้ันและยาวแบบต่างๆ รวมท้งัเส้ือยนีส์ -กางเกง ระยะต้นยุคยังสวมกางเกงผ้าฝ้ายสีขาวแวลเวือะที่มีลักษณะเป็ นกางเกงแบบ สามส่วนทรงกระบอก ขายาว เหมือนกับเตี่ยวสะดอของชาวไทยวนและคาดด้วยผ้าคัดซีแทนเข็มขัด แต่ปลายยุค เริ่มหันมาสวมกางเกงแบบสมยัใหม่ท้งัขาส้ันและขายาว รวมท้งักางเกงยีนส์นิยมสวมรองเทา้แตะและรองเทา้ ผ้าใบ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงเวลาประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ยุคน้ีผู้ชายวัยผู้ใหญ่ต่างหันไปสวมเส้ือยืด เส้ือกลา้ม เส้ือคอปกแขนส้ันและ ยาวแบบต่างๆ รวมท้งัเส้ือผา้ยีนส์เส้ือผ้าฝ้ายเลอปิ เลอเวือะจะสวมใส่เฉพาะงานพิธีส าคัญหรืองานแบบพิธีการ ของชนเผา่เท่าน้นั -กางเกง ระยะต้นยุคยังมีผู้สวมกางเกงผ้าฝ้ายสีขาวแวลเวือะและคาดด้วยผ้าคัดซีแทน เข็มขัดอยู่บ้างแต่ช่วงปลายยุคการสวมกางเกงแวลเวือะจะมีในงานแบบพิธีการเท่าน้นั ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ต่างพากัน หนัมาสวมกางเกงแบบสมยัใหม่ท้งัขาส้ันและขายาวรวมท้งักางเกงยนีส์นิยมสวมรองเทา้แตะและรองเทา้ผา้ใบ ภาพที่ ๖๘๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี - ๒๐ ปี


๕๔๑ ๔.๑๒.๓.๖การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงเวลาประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือส าหรับใชใ้นชีวิตประจา วนัของผู้ชายวัยชราจะสวมเส้ือผ้าฝ้าย มีลักษณะ คอกลม ผ่าหน้า สีขาวรูปแบบคลา้ยเส้ือหมอ้ฮ่อมที่เรียกว่า “เลอ ปิ เลอ เวือะ” เหมือนกับผู้ชายวัยผู้ใหญ่ -กางเกง ผู้ชายวัยชราจะสวมกางเกงที่เรียกว่า “แวล เวือะ” มีลักษณะเป็ นกางเกงผ้าฝ้าย สีขาวแบบสามส่วนทรงกระบอก ขายาวคาดด้วยผ้า “คัดซี”แทนเข็มขัด เหมือนกับผู้ชายวัยผู้ใหญ่อาจสวม รองเท้าแตะท าด้วยไม้มีเชือกท าจากหนังสัตว์ ภาพที่ ๖๘๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน ภาพที่ ๖๙๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี


๕๔๒ ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงเวลาประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ ช่วงต้นยุคผู้ชายวัยชราสวมเส้ือผ้าฝ้ายเลอปิ เลอเวือะอย่างที่เคยเป็ นมา แต่ ในช่วงปลายยุคบางคนเริ่มหันมาสวมเส้ือยืด เส้ือกลา้ม เส้ือคอปกแขนส้ันและยาวแบบต่างๆ ตามกระแสความ นิยมเหมือนกับผู้ชายวัยผู้ใหญ่ -กางเกง ระยะต้นยุคยังสวมกางเกงผ้าฝ้ายสีขาวแวลเวือะและคาดด้วยผ้าคัดซีแต่ปลาย ยคุเริ่มหนัมาสวมกางเกงแบบสมยัใหม่ท้งัขาส้ันและขายาว นิยมสวมรองเทา้แตะและรองเทา้ผา้ใบ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงเวลาประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ช่วงตน้ยคุยงัมีผูส้วมเส้ือผา้ฝ้ายเลอปิเลอเวือะอย่างที่เคยเป็ นอยู่บ้างแต่ปลายยุค ยุคผู้ชายวัยชราส่วนมากหันมาสวมเส้ือยืด เส้ือกลา้ม เส้ือคอปกแขนส้ันและยาวแบบต่างๆ ถึงแมบ้างส่วนยงัคง สวมเส้ือเลอปิ เลอเวือะแต่การแต่งกายแบบประเพณีของชนเผ่าอย่างแท้จริงจะมีเฉพาะโอกาสส าคัญของชุมชน เท่าน้นั -กางเกง ผู้ชายวัยชราบางกลุ่มยังนิยมสวมใส่กาเกงแวลเวือะตามปกติ แต่ส่วนใหญ่ใน ชุมชนต่างพากนันิยมสวมกางเกงแบบสมยัใหม่ท้งัขาส้ันและขายาวแทนการสวมกางเกงผ้าฝ้ายสีขาวแวลเวือะ และคาดด้วยผ้าคัดซีเช่นยคุก่อนๆ นิยมสวมรองเท้าแตะและรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๖๙๑: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี ๕๐ – ๒๐ ปี


๕๔๓ ๔.๑๒.๔ การศึกษาอัตลักษณ์รูปแบบและโครงสร้าง (Pattern) ชุดเครื่องแต่งกายในแบบพิธีการ ๔.๑๒.๔.๑การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้หญิง ๑) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๘๐– ๕๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้หญิงจะสวมใส่เส้ือเรียกว่า “เลอ ปิ ลอง” ซึ่งมีรูปแบบโครงสร้างเดียวกบัเส้ือเลอปิปิ งสีขาวที่ใช้สวมใส่ในชีวิตประจ าวันทุกประการ เพียงแต่สีเส้ือเลอปิ ลองจะมีสีด าและทอแถบลายเส้นสีแดงกวา้งประมาณหน่ึงนิ้วคร่ึงอยู่ดา้นขา้งท้งัสองดา้น เส้ือเลอปิลองจะน ามา สวมใส่เฉพาะในพิธีมงคลหรืองานส าคัญต่าง ๆ เช่น พิธีแต่งงาน พิธีกรรมเล้ียงผีบา้น เป็นตน้เมื่อใชส้วมใส่ใน งานพิธีกรรมเสร็จแล้วก็จะเก็บพับไว้เป็ นอย่างดีนอกจากน้ีอาจยังจะมีการสวมใส่เครื่องแต่งกายอื่น ๆ เช่น ปลอกแขนหรือ “ปอ เตะ” ห่วงรัดปลอกแขนหรือ “เสลียง”ก าไลแขนหรือ “เบล” สร้อยคอแบบต่างๆ หรือ “ฮนัง” สร้อยข้อมือหรือ “ฮนังมือ” สร้อยคอเหรียญเงินหรือ “ฮนัง มะฮลัม” ผ้าพันน่องหรือ “ปอชวง” ห่วงรัด ผ้าพันน่องหรือ “สกุล”และตุ้มหูหรือ “นาดิ โบละ” ท้งัน้ีการตกแต่งต่างๆ ข้ึนอยู่กับฐานะของแต่ละคนและ ลวดลายส าหรับเครื่องแต่งกายเด็กก็จะลดความละเอียดลงด้วย - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นแบบพิธีการส าหรับเด็กผู้หญิงก็ยังใช้ผา้ซิ่น “ใด่ ปุก ปิ ง” ซึ่งเป็ นผ้าฝ้ายสี ด าทอลวดลายสลบัเป็นแถบกวา้งประมาณ ๑ นิ้ว ดา้นขวาง เป็นระยะ หัวซิ่นและตีนซิ่นจะทอแถบดา้ยสีแดง กวา้งประมาณ ๒ นิ้ว ๒ แถบคู่กนั โดยทวั่ ไปผา้ซิ่นใด่ปุกปิ งจะใช้สวมใส่ท้งัในชีวิตประจ าวัน และงานพิธีการ และจะสวมผ้าพันน่อง หรือ “ปอชวง” สีขาวหรือสีน้า เงิน ลักษณะเป็ นผ้าผืนสี่เหลี่ยมจตุรัสใช้พันรอบน่องและ รัดด้วยที่รัดผ้าเรียกว่า “สกุล” ภาพที่ ๖๙๒: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ช่วงระยะประมาณ ๒๐ – ปัจจุบัน


๕๔๔ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ยคุน้ีการแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้หญิงยังคงสวมเส้ือเลอปิลองสีด าทอ แถบลายเส้นสีแดงดา้นขา้งท้งัสองดา้นอยา่งเดิม และอาจจะมีการสวมใส่เครื่องแต่งกายอื่น ๆข้ึนอยกู่บัฐานะของ แต่ละคน เช่น ปลอกแขนหรือ“ปอ เตะ” ห่วงรัดปลอกแขนหรือ “เสลียง”ก าไลแขนหรือ “เบล” สร้อยคอแบบ ต่างๆ หรือ “ฮนัง” สร้อยข้อมือหรือ “ฮนังมือ” สร้อยคอเหรียญเงินหรือ “ฮนัง มะฮลัม” ผ้าพันน่องหรือ “ปอช วง” ห่วงรัดผ้าพันน่องหรือ “สกุล”และตุ้มหูหรือ “นาดิ โบละ” - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นใด่ปุกปิ ง ซึ่งเป็ นผ้าฝ้ายสีด าทอลวดลายสลับเป็ นแถบกว้างประมาณ ๑ นิ้ว ดา้นขวาง เป็นระยะ หัวซิ่นและตีนซิ่นมีแถบดา้ยสีแดงกวา้งประมาณ ๒ นิ้ว ๒ แถบคู่กนัยงัใช้เป็นผา้ซิ่น แบบพิธีการส าหรับเด็กผู้หญิงโดยทวั่ ไป และจะสวมผา้พนัน่อง หรือ “ปอชวง” สีขาวหรือสีน้า เงิน และรัดดว้ยที่ รัดผ้าสกุล สวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๖๙๓: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ภาพที่ ๖๙๔: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี


๕๔๕ ๓) การแต่งกายของเด็กผู้หญิงในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้หญิงยุคน้ียงัไม่มีการเปลี่ยนแปลงคง สวมเส้ือเลอปิลองสีด าทอแถบลายเส้นสีแดงดา้นขา้งท้งัสองดา้นอย่างที่เคยเป็นมาและสวมใส่เครื่องแต่งกาย ประกอบอื่น ๆ เช่น ปลอกแขน ห่วงรัดปลอกแขน ก าไลแขน สร้อยคอแบบต่างๆ สร้อยข้อมือ สร้อยคอเหรียญ เงิน ผ้าพันน่องพร้อมห่วงรัดผ้า และตุ้มหูเป็ นต้น - ผ้าซิ่น ยังใช้ผา้ซิ่นใด่ปุกปิ งเป็นผา้ซิ่นแบบพิธีการสา หรับเด็กผู้หญิงและมีผ้าพันน่อง สีขาวหรือสีน้า เงิน และรัดดว้ยที่รัดผา้สกุล สวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ๔.๑๒.๔.๒ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐- ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือที่ใช้สวมใส่ในงานพิธีกรรมของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่เป็นเส้ือ“เลอ ปิ ลอง” ที่ รูปแบบเหมือนกับของวัยเด็กทุกประการ และจะต้องสวมปลอกแขนหรือ “ปอ เตะ” สีขาวคาดทับด้วย เสลียง สวมเครื่องประดับอื่นๆ เช่น ก าไลแขนหรือ “เบล” สร้อยคอเงินหรือ “ฮนัง” สร้อยคอที่ท าจากลูกปัดหรือ“ฮนัง ทัม ดา” สร้อยเม็ดเงิน “ฮนัง มือ”และสร้อยคอสลึง หรือ “ฮนัง มะฮลัม” - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นแบบพิธีการของผหู้ญิงวยัผูใ้หญ่ใช้ผา้ซิ่นใด่ปุกปิ ง ซึ่งเป็ นผ้าฝ้ายสีด าทอ ลวดลายสลบัเป็นแถบกวา้งประมาณ ๑ นิ้ว ดา้นขวาง เป็นระยะ หวัซิ่นและตีนซิ่นมีแถบดา้ยสีแดงกวา้งประมาณ ๒ นิ้ว ๒ แถบคู่กนัเช่นกัน และจะสวมผ้าพันน่อง หรือ “ปอชวง” สีขาวหรือสีน้ าเงิน และรัดดว้ยที่รัดผา้สกุล อาจสวมรองเท้าแตะท าด้วยไม้มีเชือกรัดด้วยหนังสัตว์ ภาพที่ ๖๙๕: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน


๕๔๖ ๒)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ – ๒๐ ปี - เสื้อ ยคุน้ีเส้ือที่ใช้สวมใส่ในงานพิธีกรรมของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ยงัคงเป็นเส้ือ“เลอ ปิ ลอง”อย่างเดิมและจะต้องสวมปลอกแขนหรือ “ปอ เตะ” สีขาว คาดทับด้วย เสลียง สวมเครื่องประดับอื่นๆ เช่น ก าไลแขนหรือ “เบล” สร้อยคอเงินหรือ “ฮนัง” สร้อยคอที่ท าจากลูกปัดหรือ “ฮนัง ทัม ดา” สร้อยเม็ดเงิน “ฮนัง มือ”และสร้อยคอสลึง หรือ “ฮนัง มะฮลัม” เช่นที่ผ่านมา - ผ้าซิ่น ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ยังคงใช้ผา้ซิ่นใด่ปุกปิ งเป็ นผา้ซิ่นแบบพิธีการและจะสวมผ้า พันน่อง หรือ “ปอชวง” สีขาวหรือสีน้า เงิน และรัดดว้ยที่รัดผา้สกุลยุคน้ีเริ่มนิยมสวมรองเท้าแตะและรองเท้า ผา้ใบที่มีขายทวั่ ไป ภาพที่๖๙๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี ภาพที่ ๖๙๗: ชุดเครื่องแตงกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี


๕๔๗ ๓)การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน - เสื้อ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจาก ยุคที่ผ่านมาคงสวมเส้ือเลอปิ ลองสีด าทอแถบลายเส้นสีแดงด้านขา้งท้งัสองด้าน และสวมใส่เครื่องแต่งกาย ประกอบอื่น ๆ เช่น ปลอกแขน ห่วงรัดปลอกแขน ก าไลแขน สร้อยคอแบบต่างๆ สร้อยข้อมือ สร้อยคอเหรียญ เงิน ผ้าพันน่องพร้อมห่วงรัดผ้า และตุ้มหู เช่นเดิม แต่อาจมีจ านวนลดน้อยลงหรือไม่ครบถ้วนเนื่องจากบางคน ไม่ได้อาศัยอยู่ในชุมชนเพียงแต่มาร่วมในงานพิธีและไม่ได้เตรียมตัวให้พร้อมเป็ นต้น - ผ้าซิ่น ยงัคงใช้ผา้ซิ่นใด่ปุกปิ งเป็นผา้ซิ่นแบบพิธีการพร้อมท้งัการสวมผา้พนัน่อง สี ขาวหรือสีน้า เงิน และรัดดว้ยที่รัดผา้สกุล นิยมสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ๔.๑๒.๔.๓ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้หญิงวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐– ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือที่ใช้สวมใส่ในงานพิธีกรรมของผู้หญิงวัยชราเป็นเส้ือแบบ “เลอ ปิ ลอง” เหมือนกับของวัยผู้หญิงวัยผู้ใหญ่และจะสวมปลอกแขนหรื อ “ปอ เตะ” สีขาว คาดทับด้วย เสลียง สวม เครื่องประดับอื่นๆ เช่น ก าไลแขนหรือ “เบล” สร้อยคอเงินหรือ “ฮนัง” สร้อยคอที่ท าจากลูกปัดหรือ “ฮนัง ทัม ดา” สร้อยเม็ดเงิน “ฮนัง มือ”และสร้อยคอสลึง หรือ “ฮนัง มะฮลัม” เช่นกัน เพียงแต่ลดจ านวนและรายละเอียด ลงไป ภาพที่ ๖๙๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี– ปัจจุบัน


๕๔๘ - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นแบบพิธีการของผูห้ญิงวยัชราใช้ผา้ซิ่นใด่ปุกสตุ และผา้ซิ่นใด่โน ซึ่ ง เป็ นผ้าฝ้ายสีด าทอลวดลายดา้ยมดัยอ้มสีขาวดา เป็นแถบกวา้งประมาณ คร่ึงนิ้ว สลบักบัแถบเส้นดา้ยสีแดง ทอ ดา้นขวาง เป็นระยะ หัวซิ่นและตีนซิ่นมีแถบดา้ยสีแดงกวา้งประมาณ ๒ นิ้ว ๒ แถบคู่กนัและจะสวมผา้พนัน่อง หรือ “ปอชวง” สีขาว และรัดด้วยที่รัดผ้าสกุลอาจสวมรองเท้าแตะท าด้วยไม้มีเชือกรัดด้วยหนังสัตว์ ๒) การแต่งกายของผู้หญิงวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ปี - เสื้อ ผู้หญิงวัยชรายังใช้เส้ือเลอปิลอง สวมใส่ในงานพิธีกรรม และจะสวมปลอก แขนสีขาว คาดทับด้วยเสลียง สวมเครื่องประดับอื่นๆ เช่น ก าไลแขน สร้อยคอเงิน สร้อยคอที่ท าจากลูกปัด สร้อยเม็ดเงิน และสร้อยคอสลึง เช่นกัน - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นใด่ปุกสตุ และผา้ซิ่นใด่โน ยังใช้เป็ นผา้ซิ่นแบบพิธีการของผหู้ญิงวยัชรา และจะสวมผ้าพันน่องสีขาว และรัดด้วยที่รัดผ้าสกุล ยุคน้ีเริ่มนิยมสวมรองเท้าแตะและรองเท้าผา้ใบแบบ สมัยใหม่ ภาพที่ ๖๙๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี


๕๔๙ ๒) การแต่งกายของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ การแต่งกายแบบพิธีการของผู้หญิงวัยชรายังใช้เส้ือเลอปิลองและจะสวม ปลอกแขนสีขาว คาดทับด้วยเสลียง สวมเครื่องประดับอื่นๆ เช่น ก าไลแขน สร้อยคอเงิน สร้อยคอที่ท าจาก ลูกปัด สร้อยเม็ดเงิน และสร้อยคอสลึง ดังเช่นยุคที่ผ่านมา - ผ้าซิ่น ผา้ซิ่นแบบพิธีการของผูห้ญิงวยัชราจะยังใช้ผา้ซิ่นใด่ปุกสตุ และผา้ซิ่นใด่โน และสวมผ้าพันน่องสีขาวรัดด้วยสกุลเช่นเดิม นิยมสวมรองเท้าแตะและรองเท้าผ้าใบแบบสมัยใหม่ ภาพที่ ๗๐๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ภาพที่ ๗๐๑: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน


๕๕๐ ๔.๑๒.๔.๔ การแต่งกายในแบบพธิีการของเด็กผู้ชาย ๑) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๘๐– ๕๐ ปี - เสื้อ เส้ือแบบพิธีการของเด็กผู้ชายมีลักษณะเหมือนกับเส้ือส าหรับสวมใน ชีวิตประจ าวัน ที่เรียกว่า “เลอ ปิ เลอ เวือะ” เป็นเส้ือผา้ฝ้ายคอกลม แขนยาว สีขาวผ่าหน้ารูปแบบคลา้ยเส้ือหมอ้ ฮ่อมที่ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ใช้เช่นกัน อาจโพกศีรษะด้วย “ผ้าช่อ” เหมือนผู้ใหญ่ -กางเกง เด็กผู้ชายจะสวมกางเกงที่เรียกว่า “แวล เวือะ” มีลักษณะเป็ นกางเกงผ้าฝ้ายสี ขาวแบบสามส่วนทรงกระบอก ขายาวเหมือนกับเตี่ยวสะดอของชาวไทยวนในการแต่งกายแบบพิธีการ ๒) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี - เสื้อ ในช่วงต้นยุคเด็กผู้ชายจะสวมใส่เส้ือ“เลอ ปิ เลอ เวือะ”กันอยู่ทั่วไปท้ังใน ชีวิตประจ าวันและแบบพิธีการ แต่ในระยะปลายยคุเด็กผชู้ายบางคนก็เริ่มหันมาสวมเส้ือชุดเครื่องแบบนกเรียน ั และเส้ือยืดเล่นกีฬาแบบต่าง ๆ แทน แต่การร่วมพิธีกรรมต่างๆ ยงัสวมเส้ือเลอปิ เลอเวือะและ อาจโพกศีรษะด้วย ผ้าช่อเช่นเดิม -กางเกง ระยะต้นยุคยังนิยมสวมกางเกง “แวล เวือะ” เหมือนยุคที่ผ่านมา แต่ในระยะ ปลายยุคเด็กผู้ชายเริ่มหันมาสวมชุดเครื่องแบบนักเรียนและกางเกงผา้ยืด รวมท้งักางเกงขาส้ันส าหรับเล่นกีฬา แบบต่าง ๆ สวมรองเทา้แตะหรือรองเทา้ผา้ใบ จะสวมกางเกงแวลเวือะในงานพิธีการเท่าน้นั ภาพที่ ๗๐๒: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ – ๕๐ ปี


๕๕๑ ๓) การแต่งกายของเด็กผู้ชายในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี - ปัจจุบัน - เสื้อ ยุคน้ีเด็กผู้ชายต่างพากันสวมเส้ือคอปกแขนส้ันหรือแขนยาวและเส้ือยืดเล่น กีฬาแบบต่าง ๆ และจะสวมใส่เส้ือ“เลอ ปิ เลอ เวือะ” ในแบบพิธีการ และ อาจโพกศีรษะด้วยผ้าช่อในงาน พิธีกรรมต่างๆ หรือในโอกาสส าคัญของชนเผ่า -กางเกง เช่นเดียวกบัการสวมเส้ือเลอปิเลอเวือะเนื่องจากเด็กผู้ชายนิยมสวมกางเกงผ้า ยืด รวมท้งักางเกงขาส้ันส าหรับเล่นกีฬาแบบต่าง ๆ สวมรองเทา้แตะหรือรองเทา้ผา้ใบกนั โดยทวั่ ไป ดงัน้นัจึง จะมีการสวมกางเกงแวลเวือะในงานพิธีการเท่าน้นั ภาพที่ ๗๐๓: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ภาพที่ ๗๐๔: ชุดเครื่องแต่งกายของเด็กผู้ชายแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน


๕๕๒ ๔.๑๒.๔.๕ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๘๐ ปี - ๕๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายในแบบพิธีการของผูช้ายวยัผูใ้หญ่จะสวมเส้ือผา้ฝ้าย “เลอ ปิ เลอ เวือะ” สีขาวที่มีแขนยาว คอกลม ผ่าหน้า โพกศีรษะด้วยผ้า “ช่อ” หรือ “ผ้าคาดหัวแดง” เป็ นผ้าไหมกว้าง ประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ยาวประมาณหน่ึงเมตรซ่ึงจะซ้ือมาจากชนเผ่ากะเหรี่ยงตองสู ทัดหู หรื อประดับผ้าช่อ ด้วยดอกไม้ประดิษฐ์ “เตียมัต” พันรอบคอด้วยผ้าฮนัง วะ แอ หรือ ฮนังญัง ผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะห่มผ้า “ลบ” หรือ “เพีย” เป็นผา้ไหมกวา้งประมาณ ๓๐ เซนติเมตรมีความยาวไม่ต่า กว่า 1 เมตร ทอเป็นรูปตารางสีพ้ืนเป็นสี ส้ม สลบัเส้นสีน้ าเงิน และสีดา (ซ้ือมาจากชนเผ่ากะเหรี่ยงตองสูเช่นเดียวกับผา้ช่อ)ใช้พาดไขวเ้ฉียงจากไหล่ ดา้นซ้าย มามดัรวบไวท้ี่สะเอวดา้นขา้งขวาและผูม้ีฐานะอาจพกมีดดาบส้ันที่เรียกว่า “มิดซุยเมือ” ซึ่งตกแต่งฝัก มีดด้วยแผ่นเงินสลักดุนเป็ นลวดลายและประดับด้วยพู่เส้นด้ายอย่างสวยงาม -กางเกง จะสวมกางเกงที่เรียกว่า “แวล เวือะ” ซึ่ งมีลักษณะเป็ นกางเกงผ้าฝ้ายสีขาว แบบสามส่วนทรงกระบอก ขายาว เหมือนกับกางเกงของเด็กชายทวั่ ไป คาดทบัดว้ยผ้าคาดเอว หรือ “คัดซี” ท า ด้วยผ้าฝ้ายขนาดกวา้งประมาณ ๓ นิ้ว ทอเป็ นลวดลายหลายสีผสมกัน เช่น สีขาว สีแดง หรือสีน้ าเงิน ซึ่ ง นอกจากจะใช้แทนเข็มขัดยังท าเป็ นกระเป๋ าเก็บเงินแถบในงานแต่งงานอีกด้วย ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๕๐-๒๐ ปี - เสื้อ ยคุน้ีการแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ยังคงสวมเส้ือผา้ฝ้าย “เลอ ปิ เลอเวือะ” โพกศีรษะด้วยผ้า “ช่อ” ทัดหูหรือประดับผ้าช่อด้วยดอกไม้ประดิษฐ์ “เตียมัต” พันคอด้วยผ้าฮนัง วะ แอ ผู้ชายที่แต่งงานแล้วห่มผ้า “ลบ” หรือ “เพีย” ที่ซ้ือมาจากชนเผ่ากะเหรี่ยงตองสูเช่นเดียวกบัผา้ช่อและผูม้ี ภาพที่ ๗๐๕: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี


๕๕๓ ฐานะอาจพกมีดดาบส้ันที่เรียกว่า “มิดซุยเมือ” ซึ่งตกแต่งฝักมีดด้วยแผ่นเงินสลักดุนประดับด้วยพู่เส้นด้ายอย่าง สวยงาม -กางเกง ยังคงสวมกางเกงผ้าฝ้าย“แวล เวือะ” สีขาวแบบสามส่วน ทรงกระบอก ขายาว คาดทับด้วยผ้าคาดเอว“คัดซี”แทนเข็มขัด เริ่มนิยมสวมรองเทา้แตะและรองเทา้ผา้ใบ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี– ปัจจุบัน - เสื้อ ในยุคน้ีกระแสการแต่งกายแบบสมัยใหม่มีอิทธิพลต่อการแต่งกายใน ชีวิตประจ าวันเป็ นอย่างมาก ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ต่างพากันสวมเส้ือที่มีขายตามทอ้งตลาดทา ให้การแต่งกายแบบ ประเพณีเสื่อมความนิยมลง แต่การแต่งกายในแบบพิธีการยังคงสวมเส้ือผา้ฝ้ายเลอปิ เลอเวือะ โพกศีรษะด้วยผ้า ช่อ ทัดหูหรือประดับผ้าช่อด้วยดอกไม้ประดิษฐ์เตียมัต พันคอด้วยผ้าฮนังวะแอ ห่มผ้าลบหรือเพีย และผู้มีฐานะ อาจพกมีดดาบส้ันมิดซุยเมือที่ตกแต่งฝักมีดด้วยแผ่นเงินสลักดุนประดับด้วยพู่เส้นด้ายอย่างสวยงาม -กางเกง สมัยน้ีผู้ชายวัยผู้ใหญ่นิยมสวมกางเกงแบบสมยัใหม่กนัทวั่ ไป แต่ยงัคงสวม กางเกงผ้าฝ้ายแวล เวือะสีขาวคาดทับด้วยผ้าคาดเอวคัดซีแทนเข็มขัด ในโอกาสพิเศษหรืองานพิธีกรรมของชน เผ่า และสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๗๐๖: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี - ๒๐ ปี


๕๕๔ ๔.๑๒.๔.๖ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยชรา ๑) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๘๐- ๕๐ ปี - เสื้อ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยชราจะสวมเส้ือผา้ฝ้าย “เลอ ปิ เลอ เวือะ” สีขาวแขนยาว คอกลม ผ่าหน้า และโพกศีรษะด้วยผ้า “ช่อ” ทัดหูหรือประดับผ้าช่อด้วยดอกไม้ประดิษฐ์ “เตียมัต” พันรอบคอด้วยผ้าฮนัง วะ แอ หรือ ฮนังญัง ห่มผ้า “ลบ” หรือ “เพีย” ทอเป็ นรูปตารางสีส้ม สลับเส้นสี น้า เงิน และสีดา ห่มพาดไขวเ้ฉียงจากไหล่ดา้นซ้าย มามดัรวบไวท้ ี่สะเอวด้านขา้งขวา และอาจพกมีดดาบส้ัน “มิดซุยเมือ”แต่จ านวนการประดับและลวดลายอาจน้อยลงกว่าของผู้ชายวัยผู้ใหญ่มาก -กางเกง ผู้ชายวัยชราจะส วม กางเกงผ้าฝ้าย “แวล เวือะ” สี ขาวแบ บ ส ามส่ วน ทรงกระบอก ขายาวคาดทับด้วยผ้าคาดเอว หรือ “คัดซี” เหมือนกับผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ส าหรับการสวมกางเกงแบบ พิธีการ ภาพที่ ๗๐๘: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ภาพที่ ๗๐๗: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยผู้ใหญ่แบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน


๕๕๕ ๒) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๕๐ปี – ๒๐ ปี - เสื้อ ยุคน้ีการแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยชรายังคงสวมเส้ือผา้ฝ้ายเลอปิ เลอเวือะสีขาวแขนยาว โพกศีรษะด้วยผ้าช่อ ทัดหูหรือประดับผ้าช่อด้วยดอกไม้ประดิษฐ์เตียมัตและ พันรอบคอ ด้วยผ้าฮนังวะแอ ห่มผ้าลบพาดไขว้เฉียงจากไหล่ด้านซ้าย มามัดรวบไว้ที่สะเอวด้านข้างขวา พกมีดดาบส้ันมิด ซุยเมือเช่นยุคที่ผ่านมา -กางเกง กางเกงแบบพิธีการของผู้ชายวัยชรายังเป็ นกางเกงผ้าฝ้าย สีขาว ขายาวคาดทับ ด้วยผ้าคาดเอวคัดซีและเริ่มนิยมสวมรองเทา้แตะและรองเทา้ผา้ใบ ๓) การแต่งกายของผู้ชายวัยชราในช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน - เสื้อ ถึงแมใ้นยุคน้ีอิทธิพลของความนิยมการแต่งกายแบบชาวเมืองได้ทา ให้การ แต่งกายในชีวิตประจา วนัของชาวละวา้เปลี่ยนแปลงไปจนแทบจะสิ้นเชิงผู้ชายวัยเด็กและผู้ใหญ่ต่างพากันสวม เส้ือที่มีขายตามทอ้งตลาดทา ให้การแต่งกายแบบประเพณีเสื่อมความนิยมลงแต่การแต่งกายในแบบพิธีการของ ผู้ชายวัยชรายังคงสวมเส้ือผา้ฝ้ายเลอปิ เลอเวือะโพกศีรษะด้วยผ้าช่อ ทัดหูด้วยเตียมัต พันคอด้วยผ้าฮนังวะแอ ห่ม ผ้าลบหรือเพียและอาจพกมีดดาบส้ันมิดซุยเมือเช่นที่ผ่านมา -กางเกง ยคุน้ีผู้ชายวัยเด็กและผู้ใหญ่ต่างพากันนิยมสวมกางเกงแบบสมัยใหม่กนัทวั่ ไป แต่ผู้ชายวัยชรายังคงสวมกางเกงผ้าฝ้ายแวล เวือะสีขาว ส าหรับงานพิธีกรรมของชนเผ่าหรือในโอกาสพิเศษ และ จะสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบ ภาพที่ ๗๐๙: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๕๐ ปี - ๒๐ ปี


๕๕๖ ภาพที่ ๗๑๐: ชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชายวัยชราแบบพิธีการ ช่วงระยะประมาณ ๒๐ ปี- ปัจจุบัน


บทที่ ๕ บทสรุปผ ู้บริหาร โครงการวิจัย “ภูมิไทย ชุดไทย” (Prestigious Thai Dress) ซึ่ งได้รับทุนอุดหนุ นจาก ส านักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรมภายใต้โครงการ “ปี ๒๕๔๘ ปี ส่งเสริมคุณค่าวัฒนธรรมไทย” เป็ นโครงการวิจัยแบบกลุ่มและก าหนดขอบเขตส าหรับการศึกษา ชุดเครื่องแต่งกายของชนเผ่าต่างๆ จ านวน ๑๑ ชาติพันธุ์ประกอบดว้ยชนพ้ืนเมือง ๔ เผ่าคือไทเขิน ไทยวน ไทใหญ่ไทล้ือและชาวเขาท้ังหมด ๗ เผ่าได้แก่ ชนเผ่าปะกาเกอะยอ ม้ง ลาหู่ ลีซู เมี่ยน อาข่าและละว้า ๕.๑ พื้นที่รูปแบบ และกระบวนการวิจัย การค้นคว้าวิจัยเป็นการวิจัยเชิงส ารวจเก็บข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูล แล้วน ามาสร้างฐานข้อมูล วัฒนธรรมการผลิตและการบริโภคชุดเครื่องแต่งกายเพื่อน าไปสู่การออกแบบสร้างสรรค์ชุดเครื่อง แต่งกายที่มีคุณค่าด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยได้ท าการศึกษาในบริเวณพ้ืนที่๔ จังหวัดของ ภาคเหนือตอนบนได้แก่จงัหวดัเชียงใหม่ ล าพูน ล าปางและเชียงราย เริ่มดว้ยการประชุมจัดเวทีย่อย สัมมนาคณะนักวิจัยตัวแทนแต่ละชนเผ่าเพื่อขอความเห็นชอบ พร้อมท้ังก าหนดขอบข่าย ยทุธศาสตร์เทคนิคกระบวนการระยะเวลาและงบประมาณการดา เนินการจากน้นัคณะนกัวิจยัแกน น าหรือตัวแทนของ ๑๑ ชาติพันธุ์ด าเนินการศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร งานวิจัย และลงพ้ืนที่ส ารวจ เพื่อรวบรวมขอ้มูลพ้ืนฐานดา้นทา เลที่ต้งับริบทพ้ืนที่ที่ทา การศึกษาโดยเป็ นการศึกษาภาคสนามที่ เน้นจัดกิจกรรมด้วยกระบวนการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research-PAR) ด้วยการเข้าไปคลุกคลีกับชุมชนเป้าหมาย ๕.๒ ขั้นตอนการวิจัย การศึกษาวิจัยเริ่มด้วยกระบวนการจัดเวทีเพื่อขอความเห็นชอบและท าการเลือกสรร ตัวแทนและผู้ทรงคุณวุฒิของชุมชน จากน้นั ด าเนินการจัดเวทีเลือกสรรเครื่องแต่งกายอย่างต่อเนื่อง เป็ นระยะอีกประมาณ ๓ คร้ังโดยใช้ตัวอย่างจากการศึกษาเอกสารมาเป็ นเครื่องมือในการเปิ ดเวที ชาติพันธุ์เสร็จแล้วน าข้อสรุปผลการคัดเลือกของชาติพันธุ์มาศึกษาเพิ่มเติมในดา้นวสัดุเทคนิคการ ถักทอย้อมและการสร้างลวดลายบนผืนผ้า รวมท้งัการออกแบบโครงสร้างของรูปแบบ (Pattern) เทคนิคการตัดเย็บ การใช้เครื่องประดับบนเครื่องแต่งกายการออกแบบเครื่องประดับตกแต่งร่างกาย ที่ใช้ประกอบชุดเครื่องแต่งกายแต่ละชุดให้ได้รายละเอียดที่สมบูรณ์ ท้งัน้ีกระบวนการการควบคุม ตรวจสอบเพื่อประเมินความกา้วหน้าและรายงานปัญหาขอ้เสนอแนะต่างๆ ที่เกิดข้ึนระหว่างการ


๕๕๘ ด าเนินงานของคณะนักวิจัยตัวแทนท้ัง ๑๑ ชาติพันธุ์กระท าโดยผ่านการประชุมจัดเวทีสัมมนา ณ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป็ นระยะๆ จา นวน ๔ คร้ัง (ดังรายละเอียดการ ประชุมในบทที่ ๓) ๕.๓ การเกบ็ข้อมูลและการแบ่งประเภท การเก็บข้อมูลรายละเอียดบริบทชุมชนของทุกชนเผ่าดา้นที่ต้งั ภูมิประเทศ ประวัติความ เป็ นมา วัฒนธรรมและประเพณีที่ปฏิบัติโดยเฉพาะวัฒนธรรมการแต่งกาย เอกลักษณ์ชุดเครื่องแต่ง กายใช้การสอบถาม สัมภาษณ์ผู้สูงอายุ และผู้ทรงคุณวุฒิของแต่ละชนเผ่าโดยรวบรวมข้อมูลต้งัแต่ รายละเอียดของวัสดุที่น ามาใช้ เทคนิคการถักทอ ย้อม และการสร้างลวดลายบนผืนผ้า การ ออกแบบโครงสร้างรูปแบบชุดเครื่องแต่งกาย เทคนิคการตัดเย็บ ลักษณะการใช้เครื่องประดับ ตกแต่งบนเครื่องแต่งกาย การออกแบบเครื่องประดับตกแต่งร่างกายที่ใช้ประกอบชุดเครื่องแต่งกาย แต่ละชุด ส าหรับ ประเภท ของการแต่งกายแบ่งออกเป็ น ๒ กลุ่ม คือ ๑) การแต่งกายใน ชีวิตประจ าวัน ๒) การแต่งกายแบบพิธีการ ส่วนช่วงระยะของการศึกษาวัฒนธรรมการแต่งกายแต่ ละชนเผ่าแบ่งออกเป็ น ๓ ยุคโดยประมาณ คือ ๑) ช่วงประมาณ ๕๐ ปี ที่ผ่านมา ๒) ช่วงประมาณ ๓๐ ปีที่ผ่านมา และ ๓) ช่วงประมาณ ๑๐ ปีที่ผ่านมาจนถึงยุคปัจจุบัน นอกจากน้ันยังได้แบ่งกลุ่ม วัฒนธรรมการบริโภคชุดเครื่องแต่งกายตามลักษณะของเพศและวัย โดยแยกเป็ นกลุ่มเพศชายและ กลุ่มเพศหญิง และในแต่ละกลุ่มแยกออกเป็ นอีก ๓ กลุ่มเล็กตามวัย คือ ๑) วัยเด็ก ๒) วัยผู้ใหญ่ และ ๓) วัยชรา ๕.๔ การวิเคราะห์ข้อมูลและการจัดท าต้นฉบับหนังสือด้วยระบบ CADS ข้อมูลของบริบทต่างๆ รวมท้งรูปแบบวัฒนธรรมการสร้างสรรค์ และการบริโภคชุดเครื่อง ั แต่งกายของแต่ละชาติพันธุ์ท้งัประเภทหลักฐานอา้งอิงรวมท้งัค าบอกเล่าที่ได้มาจากการสอบถาม การสัมภาษณ์ตลอดจนภาพถ่ายและชุดเครื่องแต่งกายที่น ามาจากชนเผ่าต่าง ๆ ซึ่งคณะนักวิจัย ตัวแทนแต่ละกลุ่มได้ค้นหารวบรวมมาน้ันได้ถูกน ามาเรียบเรียง วิเคราะห์แล้วเขียนภาพจ าลอง โครงสร้างแบบชุดเครื่องแต่งกายตัวแทนของแต่ละชนเผ่าโดยใช้เทคนิคการร่างภาพด้วยมือแล้ว น ามาจัดท าเป็ นฐานข้อมูลรูปแบบโครงสร้าง (Pattern) ในรูปแบบงานกราฟิ กด้วยการบันทึกท้ัง ระบบอนาล็อกและระบบดิจิตัลที่ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบช่วยในการออกแบบ (Computer Aided Design System-CADS) โดยใช้โปรแกรมส าหรับสร้างสรรค์งานกราฟิ กและ ตกแต่งภาพ ผลงานกราฟิกที่จดัท าข้ึนมาได้ถูกน ามาใช้ประกอบในการจดัท าตน้ฉบับหนังสือ ส าหรับพิมพ์ด้วยระบบออฟเซ็ท (Off-Set Printing System) ในระบบสี่สีส าหรับพิมพ์เผยแพร่ในข้นั ต่อไป ต้นฉบับเพื่อการพิมพ์ดังกล่าวจัดท าข้ึน ๑๒ ฉบับ คือ ต้นฉบับหนังสือ “ภูมิไทย ชุดไทย” ซึ่ง เป็ นการสังเคราะห์วัฒนธรรมการแต่งกายและรายละเอียดโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายของทุกชน


๕๕๙ เผ่าท้งั๑๑ ชาติพนัธุ์จ านวน ๑ ฉบับ และต้นฉบับหนังสือที่แสดงวัฒนธรรมการแต่งกายของแต่ละ ชนเผ่าจ านวน ๑๑ ฉบับ ๕.๕ พื้นที่ศึกษาและรายชื่อนักวิจัยผู้รับผิดชอบ ส าหรับพ้ืนที่ในการเก็บขอ้มูลชนเผ่าท้ัง ๑๑ ชนเผ่า แบ่งตามพ้ืนที่จากการพิจารณาของ นักวิจัยที่เป็ นตัวแทนของแต่ละชนเผ่าซึ่ งได้เลือกชุมชนหรื อหมู่บ้านที่ยังด ารงและอนุรักษ์ วัฒนธรรมด้านการแต่งกายอย่างค่อนข้างจะเป็ นรูปธรรม ชุมชนที่ได้รับการพิจารณาให้เป็นพ้ืนที่ วิจัยของโครงการวิจัย “ภูมิไทย ชุดไทย” และผู้รับผิดชอบ มีรายละเอียดดังต่อไปน้ี ๕.๕.๑ ชนเผ่าไทเขิน เลือกพ้ืนที่ ๑) ชุมชนบ้านสันก้างปลา หมู่ที่ ๖ ต าบลทรายมูล อ าเภอสันก าแพง จังหวัด เชียงใหม่ท าการศึกษาโดยพระครูสิทธิปัญญาภรณ์เจ้าอาวาสวัดสันก้างปลา ๕.๕.๒ ชนเผ่าไทยวน เลือกพ้ืนที่ ๑) ชุมชนบา้นช่างเคิ่งอ าเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ท าการศึกษาโดย อาจารย์มาณพ มานะแซม คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ๕.๕.๓ ชนเผ่าไทใหญ่ เลือกพ้ืนที่ ๑) ชุมชนวัดป่ าเป้า ต้งัอยเลขที่ ู่๕๘ บริเวณแจ่งศรีภูมิ ถนนมณีนพรัตน์ ต าบลศรีภูมิ อ าเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ๒) ชุมชนบ้านเวียงหวาย อ าเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ๓) ชุมชนบ้านใหม่หมอกจ๋าม อ าเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ท าการศึกษาโดยอาจารย์เรณู อรรฐาเมษ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ๕.๕.๔ ชนเผ่าไทลื้อเลือกพ้ืนที่ ๑) ชุมชนบ้านประตูป่ า ต าบลประตูป่ า อ าเภอเมือง จังหวัดล าพูน ๒) ชุมชนบ้านแซม ต าบลม่วงน้อย อ าเภอป่ าซาง จังหวัดล าพูน ๓) ชุมชนบ้านป่ าตาล ต าบลม่วงน้อย อ าเภอป่ าซาง จังหวัดล าพูน ๔) ชุมชนบ้านหย่วน ต าบลบ้านหย่วน อ าเภอเชียงค า จังหวัดพะเยา ท าการศึกษาโดย อาจารย์แสวง มาละแซม หมวดวิชาสังคมศึกษา โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ๕.๕.๕ ชนเผ่าปะกาเกอะญอเลือกพ้ืนที่ ๑) ชุมชนบ้านห้วยส้มป่ อย หมู่ที่ ๘ ต าบลดอนแก้ว อ าเภอจอมทอง จังหวัด เชียงใหม่ ท าการศึกษาโดยคุณทรงพลศักดิ์ รัตนวิไลลักษณ์สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและ วัฒนธรรมไทยภูเขา


๕๖๐ ๕.๕.๖ ชนเผ่าม้ง เลือกพ้ืนที่ ๑) ชุมชนบ้านแม่สาใหม่ หมู่ ๖ ต าบลโป่งแยง อ าเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ท าการศึกษาโดยคุณลาลี สีลาศีลธรรม สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมไทยภูเขา ๕.๕.๗ ชนเผ่าลาหู่ เลือกพ้ืนที่ ๑) ชุมชนบ้านขุนห้วยไส้ หมู่ที่๗ ต าบลเมืองนะ อ าเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ท าการศึกษาโดยคุณณรงค์เดช บูทะ สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมไทยภูเขา ๕.๕.๘ ชนเผ่าลซีู ๑) ชุมชนบ้านไทรงาม หมู่ที่ ๑๐ ต าบลแม่นาเติงอ าเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ๒) ชุมชนบ้านแม่มอญ หมู่ที่ ๒ ต าบลห้วยชมภู อ าเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ท าการศึกษาโดยคุณอภิธาน สันย้าง สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมไทยภูเขา ๕.๕.๙ ชนเผ่าเมี่ยน เลือกพ้ืนที่ ๑) ชุมชนบ้านสามเหลี่ยม (กิ่วต่า ) หมู่ที่ ๑๑ ต าบลปงเตา อ าเภองาว จังหวัดล าปาง ท าการศึกษาโดยคุณบุญยง โชติชัยพิบูล สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมไทยภูเขา ๕.๕.๑๐ ชนเผ่าอาข่า เลือกพ้ืนที่ ๑) ชุมชนอาข่าหน่าคะ หมู่บ้านพนาเสรี หมู่ที่ ๒๕ ต าบลท่าก๊อ อ าเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ท าการศึกษาโดยคุณสุชาติ พูเบะกู่สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมไทยภูเขา ๕.๕.๑๑ ชนเผ่าละว้า ๑) ชุมชนบ้านมืดหลอง หมู่ที่ ๒๙ ต าบลบ้านทับ อ าเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ท าการศึกษาโดยคุณปรีชา รุ้งประนมกร สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมไทยภูเขา ๕.๖ อิทธิพลที่มีผลกระทบต่อการแสดงออกของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมดั้งเดิม จากการศึกษาพบว่าวัฒนธรรมการแต่งกายและชุดเครื่องแต่งกายของบรรดากลุ่มชนเผ่าไท และชนเผ่าชาวเขาท้งั๑๑ เผ่าเป็ นองค์ประกอบส าคัญที่สามารถบ่งช้ีให้เห็นถึงลา ดบั ประวตัิศาสตร์ การเคลื่อนย้ายของชุมชนตลอดถึงอิทธิพลด้านต่างๆ ที่เป็ นตัวก าหนดทิศทางการพัฒนาการของ ชุมชนและสังคมท้ังในด้านชีวิต ความเป็ นอยู่ ตลอดจนการด าเนินกิจกรรมทางวัฒนธรรมและ ประเพณีในบางคร้ังการแสดงออกทางวัฒนธรรมของสมาชิกในกลุ่มชนเผ่าต่างๆ ที่เคยยึดถือ เป็ นอัตลักษณ์ของชนเผ่ามาแต่เดิมก็ต้องท าอย่างหลบซ่อน ปิ ดบังเนื่องจากเกรงว่าจะท าให้อัตลักษณ์ ของกลุ่มตนเองโดดเด่นจนเป็ นที่สังเกตของชุมชนที่เข้าไปอาศัยอยู่อันจะเป็ นสาเหตุท าให้เกิดระบบ การต่อตา้น หรือรุกรานข่มเหงกีดกนัท้งัในทางการเมือง เศรษฐกิจการศึกษาและวิถีการด ารงชีวิต อยู่ในสังคมน้ันๆ ต่อไป ซึ่งหมายถึงความเดือดร้อนของสมาชิกในครอบครัวและญาติมิตรสหาย จึงท าให้สมาชิกในชุมชนเลือกที่จะปรับวัฒนธรรมและรูปแบบการแต่งกายให้กลมกลืนกับ


๕๖๑ สิ่งแวดลอ้มภายใตเ้งื่อนไขของอิทธิพลวฒันธรรมสังคมใหม่แทนที่การแสดงออกด้วยอัตลักษณ์ของ วัฒนธรรมชุมชนต้นก าเนิด อาจกล่าวได้ว่าการที่สมาชิกชุมชนตอ้งอพยพโยกยา้ยถิ่นที่อยู่ไปอยู่ในภูมิประเทศและ สังคมใหม่ที่แตกต่างจากบริบทของชนเผ่าเดิมไม่ว่าด้วยสาเหตุทางการเมืองหรือความจ าเป็ นทาง เศรษฐกิจล้วนเป็ นสาเหตุส าคัญที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการออกแบบ ผลิตและบริโภคชุดเครื่อง แต่งกายที่แสดงอัตลักษณ์ประจ าชาติพันธุ์ของตนเอง นอกจากน้ันกระแสแห่งความกา้วหน้าของ วิวัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรวมท้งักระบวนการจดัการธุรกิจและการตลาด เชิงรุกในรูปแบบของสื่อประเภทต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อโทรทศัน์และวิทยุซึ่งเปรียบประดุจ ลูกคลื่นโหมกระหน ่าสู่สังคมของทุกชนเผ่าอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนไม่ว่าจะด าเนินชีวิตอยู่ใน ระบบวัตถุนิยมหรือสังคมนิยมตราบใดที่ชุมชนต่างๆ ยังติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกจะมิอาจ ต้านทานฝ่ าพ้นกระแสคลื่นดังกล่าว อย่างดีที่สุดเท่าที่จะท าได้คือผู้สูงอายุพยายามแฝงอัตลักษณ์ บางอย่างในกิจกรรมส่วนน้อยที่ยังเป็ นที่ยอมรับและปฏิบัติอยู่ในสังคม ๕.๗ ความแตกต่างและความคล้ายคลึงของโครงสร้างและรูปแบบชุดเครื่องแต่งกาย จากสาเหตุที่ได้กล่าวมาในข้อ ๕.๖ ท าให้พบว่ารายละเอียดของชนเผ่าไทและชาวเขาท้งั ๑๑ เผ่า (ไทเขิน ไทยวน ไทใหญ่ไทล้ือ ปะกาเกอะญอ ม้งลาหู่ ลีซู เมี่ยน อาข่าและละว้า) น้ัน ใน กลุ่มของชนเผ่าไทท้งั๔ ชนเผ่าโดยมากจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันจนแยกออกมาอย่างชัดเจนไม่ได้ โดยเฉพาะอยา่งยงิ่ในกลุ่มชุดเครื่องแต่งกายของผู้ชาย ซึ่งจะไม่ออกแบบให้มีลวดลายมากนัก โดยมากผู้ชายชาวไทเกือบทุกชนเผ่าที่กล่าวมาจะนิยมสวม กางเกงสามส่วนแบบกางเกงจีนที่เรียกว่า “เตี่ยวสะดอ” (เตี่ยว หมายถึงกางเกง) ทอด้วยผ้าฝ้ายหรือ ย้อมดว้ยวสัดุธรรมชาติเป็นสีคราม สีน้า ตาลและสีดา ข้ึนอยกู่บัความนิยม ความเชื่อรวมท้งัเทศกาล และพิธีกรรมที่เข้าร่วม แต่ส าหรับชุดเครื่องแต่งกายของสตรีจะแสดงความแตกต่างของโครงสร้าง และรูปแบบ ซึ่งหมายถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมการแต่งกายของชนเผ่าค่อนข้างชัดเจน ถึงแม้จะอยู่ ในชาติพันธุ์เดียวกันก็ยังอาจแสดงถึงระดับของสถานะทางสังคมของผู้สวมใส่ด้วยสีสันลวดลาย หรือรายละเอียดของการตกแต่งอีกด้วย ส าห รับโครงส ร้างแล ะรู ป แบ บ ชุ ดเครื่ องแต่งก ายของ ช น เผ่าชาวเขาท้ัง ๗ เผ่า (ปะกาเกอะญอ ม้งลาหู่ ลีซู เมี่ยน อาข่าและละว้า) มีความแตกต่างระหว่างชนเผ่าค่อนข้างชัดเจน ท้งัรูปแบบ สีสัน ตลอดจนเครื่องประดับที่ใช้ตกแต่งเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับร่างกายของ ผู้สวมใส่ ท้งัน้ีข้ึนอยู่กบั สภาพภูมิประเทศ ความเชื่อรวมท้งัเทศกาลและพิธีกรรมที่เข้าร่วม อย่างไร ก็ตามกลุ่มชาวเขาเผ่าต่าง ๆ สามารถอนุรักษ์วิถีการด ารงชีวิตและวัฒนธรรมด้งัเดิมของชนเผ่าใน สภาวะแวดล้อมของสังคมที่แปลกใหม่ได้เป็ นอย่างดีส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรายละเอียด


๕๖๒ ของโครงสร้างและรูปแบบชุดเครื่องแต่งกายเพียงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการยอมรับการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึนกับอัตลักษณ์วัฒนธรรมของชนเผ่าไท ๕.๘ ฐานวัฒนธรรมชนเผ่าและการยกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิกชุมชน ผลสรุปจากการศึกษาบริบท องค์ประกอบของโครงสร้าง พัฒนาการของวัฒนธรรมการ แต่งกายท้งั ๑๑ ชนเผ่า (ไทเขิน ไทยวน ไทใหญ่ไทล้ือ ปะกาเกอะญอ ม้งลาหู่ ลีซู เมี่ยน อาข่าและ ละว้า) เพื่อค้นหาอัตลักษณ์วัฒนธรรมการแต่งกายในชีวิตประจ าวันและ การแต่งกายแบบพิธีการ ของกลุ่มเพศชายและกลุ่มเพศหญิง ในช่วงระยะประมาณ ๓ ยุคสมัย (ช่วงประมาณ ๕๐ ปี๓๐ ปี และช่วงประมาณ ๑๐ ปี ที่ผ่านมาจนถึงยุคปัจจุบัน) โดยแยกเป็ น วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ และวัยชรา น้ัน แสดงให้เห็นว่าอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งจา เป็นต่อการด ารงอยู่ของชุมชนเปรียบเสมือนฐาน รากที่สร้างความมนั่คงส าหรับแนวทางการพัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจการศึกษาในแต่ละชนชาติ การด าเนินการโครงการวิจัย “ภูมิไทย ชุดไทย” (Prestigious Thai Dress) ภายใต้การ สนับสนุนของส านักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรมภายใต้โครงการ “ปี ๒๕๔๘ ปี ส่งเสริมคุณค่าวัฒนธรรมไทย” จึงอาจถือได้ว่าเป็ นโครงการที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิด ความเคลื่อนไหวที่จะผลักดันเอาวัฒนธรรมมาเป็ นฐานก าลังที่ส าคัญส าหรับขับเคลื่อนการพัฒนา คุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป


Click to View FlipBook Version