อาศิรวาท
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยูห่ วั
ส�ำ รวมกายจติ น้อม ระลกึ คณุ
นกึ นอบพระทรงบุญ ปกหลา้
พระ มงกุฎเกลา้ จอมจุล ปกเกศ ไทยนา
คณุ เทยี บเทยี มทว่ มฟ้า ปกดา้ วแดนสยาม
พระ ตรติ ัง้ เสือป่าขน้ึ ปอ้ งไทย
มหา กรณุ าธิคุณไกร เกียรติกอ้ ง
ธีร เธยี รยงิ่ เกนิ ใคร ไตรโลก พระเอย
ราช เดชราษฎรแ์ ซ่ซ้อง ก่อต้ังลูกเสือ
จอม เมาฬจี ่งุ สถิตย์เบือ้ ง สรวงสวรรค์
ปราชญ์ ปลง่ั แสงทิพย์ธรรม์ เกริกฟา้
จอม ภพเสวยวมิ ตุ ตอิ นั วโิ มกขย์ ง่ิ นริ นั ดรเ์ ทอญ
กษตั ริย์ แผ่พระบารมปี กหล้า ปกปอ้ งปวงไทย
ด้วยเกล้าด้วยกระหมอ่ ม ขอเดชะ
ข้าพระพทุ ธเจา้
ในนาม “คณะลูกเสอื แหง่ ชาต”ิ
(นายอมร ชุมศรี : ผูป้ ระพนั ธ)์
อาศริ วาท
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช
ประมขุ ของคณะลกู เสอื แห่งชาติ
ธ ทรงเป็น เอกองค์ ทรงกษตั ริย์
ธ ทรงเปน็ เอกฉัตร รัชสมยั
ธ ทรงเป็น เอกประมขุ ลกู เสือไทย
ธ ทรงเป็น เอกไผท “ถวายพระพร”
ดว้ ยเกลา้ ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ขา้ พระพุทธเจ้า
ในนาม “คณะลูกเสือแห่งชาต”ิ
(นายเดช วรเจริญศรี : ผู้ประพนั ธ)์
“ข้ามีความพอใจรักใคร่เจ้ามาก หรือเหมือนกับเพื่อนกันก็ว่าได้ ข้าหวังใจว่า เจ้าทั้งหลาย
จะเปนผู้ที่บันดาลให้ชาติไทยถึงซึ่งความเจริญ ทำ�ให้ผู้อื่นนับหน้าถือตา เมื่อคนไทยเราไปที่ไหน ถ้าเขา
ถามวา่ เราเปนชาตอิ ะไร เราบอกเขาวา่ เปนไทย ใหเ้ ขาเปดิ หมวกให้ ทเ่ี ราจะไดร้ บั ความนบั ถอื เชน่ น้ี กเ็ พราะ
พวกเจา้ ท้งั หลายรู้จกั รกั ษาชาติ สาสนา พระมหากษตั ริย์ เจา้ ต้องรู้สึกว่าการท่ีเจ้าเปนลูกเสอื ยอ่ มมีความ
ประพฤตแิ ปลกกวา่ เดก็ กลางถนน เจา้ จะประพฤตอิ ยา่ งเดก็ กลางถนนไมไ่ ด้ เพราะเจา้ เปนคนทพ่ี ระเจา้ แผน่ ดนิ
รู้จกั เสียแลว้ หวังใจว่าเจ้าจะเปนกำ�ลงั ของชาติ และเชดิ ชูให้ชาติถึงซง่ึ ความเจรญิ ในภายนา่ ”
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระมงกฏุ เกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชทานในโอกาสพระราชทานธงประจำ�กอง
แกก่ องลูกเสือมณฑลกรงุ เทพพระมหานคร
วนั ที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๘
“วันนี้ข้าได้เห็นเจ้าทั้งหลายเดินสวนสนามโดยกิริยาองอาจแข็งแรงน่าดูเป็นอย่างยิ่ง ทำ�ให้ข้ามีความ
ปติ ิยนิ ดี และร้สู ึกเชือ่ แน่แท้แลว้ ว่า ชาติไทยของเรานี้จะไม่มีเวลาเส่อื มถอยตกตํ่าไปเลยเปน็ อันขาด ชาติใด
มเี ดก็ ทแ่ี ขง็ แรง ตอ่ ไปภายหนา้ เมอ่ื เปน็ ผใู้ หญก่ จ็ ะเปน็ พลเมอื งทแ่ี ขง็ แรง และเมอ่ื มลี กู หลานกจ็ ะยง่ิ แขง็ แรงขน้ึ
เปน็ ลำ�ดบั เมอ่ื ไดเ้ หน็ พวกเจา้ ทง้ั หลายมอี าการแขง็ แรงอยา่ งน้ี จงึ ทำ�ใหร้ สู้ กึ พมู ใจวา่ ชาตขิ องเราจะมแี ตเ่ จรญิ
ตอ่ ไป ท้งั ทางกำ�ลังกายและสติปัญญาสามารถดว้ ย”
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว
พระราชทานแก่คณะลูกเสือสยามในพธิ อี ัญเชญิ ให้ทรงรับต�ำ แหน่ง
สภานายกกรรมการกลางจัดการลกู เสอื สยาม
วันเสาร์ท่ี ๑๒ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๖๘
“...ขอเน้นความสำ�คัญไว้แก่ลูกเสือทั้งหลาย เพื่อให้สำ�นึกและฝังใจมั่นอยู่เสมอไปว่า คำ�ปฏิญญา
๓ ข้อนีแ้ หละเปน็ หัวใจของการลูกเสอื เมอื่ ลูกเสือไดร้ ับเอาหวั ใจของการลูกเสือเขา้ ไวเ้ ป็นคณุ สมบัตปิ ระจำ�
จิตต์ใจโดยเตม็ เป่ยี มแลว้ กค็ วรเป็นท่ีภูมใิ จได้ เพราะทว่ั โลกทมี่ ีการลูกเสอื ไดร้ ับรองโดยหลักกนั อยทู่ ่ัวไปว่า
ลกู เสือเปน็ ผู้ทม่ี เี กียรตเิ ชือ่ ถือได้ เป็นผ้ทู ที่ รงไวซ้ ่ึงเกยี รติของลูกผชู้ าย เมื่อไดป้ ฏิญญาไว้วา่ จะทำ�ส่งิ ใดแล้ว
ยอ่ มทำ�เหมือนปากพดู เป็นนติ ย”์
พระบรมราโชวาทในพระปรมาภิไธย
สมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวอานันทมหดิ ล
ผ่าน คณะผสู้ ำ�เร็จราชการแทนพระองค์
ในการทำ�พิธีเขา้ ประจำ�กอง
ของคณะลูกเสอื จังหวดั พระนครและธนบรุ ี
วันเสาร์ท่ี ๑๕ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๔๗๘
“...ข้าพเจ้ามคี วามยนิ ดีเป็นอนั มาก ทไี่ ด้มีโอกาสมารว่ มในวันท�ำพิธีทวนค�ำม่นั สญั ญาของลูกเสอื และ
ตรวจพลสวนสนามในวนั น้ี ขา้ พเจา้ ขอถอื โอกาสเตอื นลกู เสอื ทง้ั หลายวา่ จงยดึ มน่ั ในคำ� ขวญั ของลกู เสอื ทวี่ า่
“เสยี ชพี อย่าเสียสตั ย์” หมายความว่า เมอ่ื ไดใ้ ห้ค�ำมน่ั สญั ญาไว้ว่าจะท�ำอยา่ งไรแลว้ ตอ้ งทำ� เหมือนปากพดู
ทกุ อยา่ ง ในเรอ่ื งนี้ ขา้ พเจา้ ใครข่ อยา้ํ วา่ ขอใหล้ กู เสอื ทกุ คนจงสำ� นกึ มน่ั อยใู่ นเกยี รตแิ ละหนา้ ท่ี และจงเปน็
พลเมอื งดขี องชาติ กลา่ วคอื จะตอ้ งเปน็ ผปู้ ระกอบดว้ ยศลี ธรรม จรรยามารยาทอนั ดงี าม เปน็ ผมู้ สี ขุ ภาพและ
อนามยั สมบรู ณ์ มคี วามรคู้ วามสามารถในการงาน และรจู้ กั การเสยี สละทจ่ี ะบำ� เพญ็ ตนใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ กผ่ อู้ น่ื
ตลอดจนประเทศชาติของตน จงจ�ำไว้ว่า อนาคตของชาติจะเจริญหรือไม่นั้น ย่อมข้ึนอยู่กับเยาวชนเช่น
ทา่ นทงั้ หลายน้ี ซึ่งจะเติบโตเปน็ ผูใ้ หญ่ในวันข้างหน้า”
พระบรมราโชวาท
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
เนอ่ื งในพิธตี รวจพลทวนคำ�ปฏิญาณของลูกเสือและสวนสนาม
ณ บริเวณพระบรมรูปทรงม้า
วนั ท่ี ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๗
สมเด็จพระศรีนครนิ ทรา สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ ิกติ ฯ์ิ สมเด็จพระเจา้ ภคินเี ธอ
บรมราชชนนี พระบรมราชินีนาถ เจา้ ฟา้ เพชรรตั นราชสดุ า สริ โิ สภาพณั ณวดี
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สมเดจ็ พระเจ้าลกู เธอ
สยามมกฎุ ราชกุมาร สยามบรมราชกมุ ารี เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลยั ลกั ษณ์ อคั รราชกุมารี
พระเจา้ วรวงศ์เธอ พระองคเ์ จ้าโสมสวลี พระเจา้ หลานเธอ
พระวรราชาทินัดดามาต ุ พระองคเ์ จ้าพชั รกิตยิ าภา
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หู ัว ทรงสถาปนากิจการลกู เสอื ไทยขนึ้ เมือ่ วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๔
ไดท้ รงตงั้ พระราชประสงคแ์ ละทรงวางระบบบริหารจัดการ พธิ ีการ และกระบวนการตา่ งๆ ของกิจการลูกเสือ เป็นพลงั
รากฐานทส่ี ำ�คญั ยิ่งในการดำ�เนนิ กจิ การของลกู เสือตราบเท่าทกุ วนั นี้ พระมหากษตั รยิ ท์ กุ พระองคใ์ นรัชสมยั ต่อๆ มาก็ทรง
รับเอากิจการลูกเสือไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ ส่งเสริมสนับสนุนดำ�เนินกิจการลูกเสือสืบทอด
ต่อๆ กันมา รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยถือเป็นพระราชมรดกอันลํ้าค่า ให้ความสำ�คัญ สนับสนุน ส่งเสริมกิจการลูกเสือ
กำ�หนดให้เปน็ มาตรการอนั ยิ่งใหญใ่ นการพฒั นาเยาวชนของชาตติ ลอดมา
ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นปีบรรจบครบรอบสองมหามงคลสมยั กลา่ วคือ ปคี รบรอบ ๑๐๐ ปขี องกิจการลูกเสือไทย
และปีครบรอบพระชนมายุ ๘๔ พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ประมุขของคณะลูกเสือ
แห่งชาติ ขอให้ลูกเสือไทยทุกคนน้อมรำ�ลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระราชบิดาลูกเสือไทย ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั และพระบรมราชปู ถมั ภข์ องพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระบาทสมเดจ็
พระเจ้าอยหู่ ัวอานนั ทมหดิ ล โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั ภมู ิพลอดลุ ยเดช รัชกาลปจั จุบนั ที่ทรงเปน็
ประมุขของคณะลูกเสอื แห่งชาติ ได้ทรงอปุ ถมั ภ์ ค้ําชู ฟืน้ ฟู พัฒนากจิ การลูกเสอื ใหเ้ กิดความเจริญ ก้าวหนา้ มนั่ คง
อยคู่ กู่ บั ระบบการศึกษาของชาตใิ นปัจจุบนั
ขอพลังจิตแห่งกตญั ญธู รรม จงเปน็ แรงดลบันดาลให้ลูกเสือไทยทกุ คน มีความรักใคร่กลมเกลียว สามคั คีกัน
จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มุ่งมั่นกระทำ�คุณงามความดีให้เกิดขึ้นกับชุมชน ประเทศชาติและโลก สมดัง
พระราชประสงคท์ ี่พระราชบดิ าแหง่ ลูกเสือไทยได้ทรงกำ�หนดไว้
(นางสาวยิ่งลกั ษณ์ ชินวัตร)
นายกรฐั มนตรี
สภานายกสภาลูกเสือไทย
ในโอกาสอนั เปน็ มงคลครบรอบ ๑๐๐ ปี ของการลกู เสือไทย ผมขอแสดงความยนิ ดแี ละส่งความปรารถนาดมี ายัง
ลูกเสอื เนตรนารี และบุคลากรทางการลูกเสือทุกท่าน
กจิ การลกู เสือไทยกำ�เนดิ ขึน้ ด้วยพระปรชี าญาณอันประเสรฐิ ของพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยหู่ ัว ที่ทรง
มุ่งหวังให้คนไทยมีความรักชาติบ้านเมือง จงรักภักดีต่อสถาบันศาสนาและพระมหากษัตริย์ และมีความรักสามัคคีใน
หมูค่ ณะ ไมท่ ำ�ลายซง่ึ กันและกนั จากวันท่ี ๑ กรกฎาคม ๒๔๕๔ เป็นตน้ มา กจิ การลูกเสอื ไทยได้มกี ารเปลีย่ นแปลง
และพฒั นามาโดยลำ�ดบั เพื่อให้สอดคลอ้ งกับยคุ สมัย แตส่ ิ่งที่ไมเ่ คยเปลี่ยนคอื อุดมการณ์และความมงุ่ หวังในการพฒั นา
เยาวชนให้เป็นคนดี มีความรบั ผดิ ชอบ จงรกั ภักดตี อ่ สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ และรกั ชาติบ้านเมอื ง
ผมมีความมุ่งหวังและอยากเห็นความร่วมมือร่วมใจของผู้บังคับบัญชาและบุคลากรทางการลูกเสือทุกภาคส่วน
ทจ่ี ะรว่ มกนั ฝกึ อบรมบม่ นสิ ยั ใหเ้ ยาวชนของชาตมิ คี วามซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ มรี ะเบยี บวนิ ยั บำ�เพญ็ ตนใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ สงั คม
ครองตนยดึ ม่ันในคำ�ปฏิญาณและคตพิ จน์ของลูกเสอื อย่างต่อเนื่องสมํ่าเสมอ และร่วมกนั พัฒนากิจการลูกเสือไทยให้ยัง่ ยืน
สบื ไป
(นายวรวัจน์ เอือ้ อภิญญกลุ )
รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร
ประธานกรรมการบรหิ ารลูกเสอื แห่งชาต ิ
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยูห่ ัว ได้ทรงก่อต้งั กิจการลูกเสือไทยขนึ้ เม่ือวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๔
ทรงส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดต้ังกองลูกเสือข้ึนในโรงเรียนต่างๆ กล่าวได้ว่าเป็นการน�ำวัตถุประสงค์ หลักการ
วธิ กี ารของกจิ การลูกเสือบูรณาการในระบบการศึกษาเพอ่ื พฒั นาเยาวชนไทย กระทรวงศกึ ษาธิการถอื เป็นพระราชมรดก
อนั ล้�ำคา่ ทจ่ี ะต้องรักษาไว้และท�ำนุบำ� รงุ กจิ การลูกเสอื ให้เปน็ มาตรฐานส�ำคัญในการฝกึ อบรมเยาวชนของชาติ
ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นี้ เป็นปีมหามงคลยงิ่ ของกิจการลูกเสือ เปน็ ปีครบรอบ ๑๐๐ ปี ของกิจการลกู เสือไทย และ
เป็นปีเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ
ในวโรกาสท่ีทรงมีพระชนมายุครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ขอให้ลูกเสือทุกคนน้อมร�ำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระผทู้ รงกอ่ ตง้ั กจิ การลกู เสอื ไทย พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระบาท
สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั อานนั ทมหดิ ล พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ผทู้ รงอปุ การะใหก้ ารสนบั สนนุ สง่ เสรมิ
กจิ การลูกเสือให้เจรญิ กา้ วหนา้ มาตราบเท่าทุกวันนี้ และร่วมใจร่วมมือกันประพฤติ ปฏิบัติกระท�ำกิจกรรมแสดงออกถึง
ความจงรกั ภกั ดตี อ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ รว่ มมอื กนั บำ� เพญ็ ประโยชนต์ อ่ ชมุ ชน ประเทศชาติ สรา้ งภาพลกั ษณ์
ที่ดีของลูกเสือ ตามค�ำปฏิญาณและกฎของลกู เสอื ตอ่ ไป
(ดร.ศศธิ ารา พิชยั ชาญณรงค์)
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
รองประธานกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
กจิ การลกู เสือ มุง่ บ่มเพาะเยาวชนใหเ้ ปน็ พลเมืองที่มคี ุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ของสงั คม น่ันคอื มคี วามจงรักภกั ดี
ตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ บำ�เพ็ญตนเพอื่ สาธารณประโยชน์ มคี วามรบั ผิดชอบทง้ั ตอ่ ตนเองและผูอ้ นื่ ซ่อื ตรง
รจู้ กั รกั ษาสขุ ภาพรา่ งกายใหส้ มบรู ณแ์ ขง็ แรง ไมเ่ กย่ี วขอ้ งกบั สง่ิ เสพตดิ และอบายมขุ ทส่ี ำ�คญั คอื การฝกึ อบรมใหร้ จู้ กั หนา้ ท่ี
ของตนเองทพี่ งึ ปฏิบตั ติ อ่ ผอู้ ื่น ต่อท้องถิน่ ทตี่ นอยู่อาศัย ตอ่ วฒั นธรรมประเพณี สิ่งแวดลอ้ มและสังคมประเทศชาติ
การฝึกอบรมเยาวชนให้บรรลุผลตามวตั ถปุ ระสงคค์ ณะลกู เสอื แหง่ ชาติ ตอ้ งอาศยั ความรว่ มมือ ความทุม่ เทและ
เสียสละของบุคลากรทางการลูกเสือ เฉกเช่นเดียวกับบุคลากรทางการลูกเสือในอดีตที่สืบทอดเจตนารมณ์ของพระบาท
สมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ ัว ผู้พระราชทานกำ�เนิดลูกเสือไทยสบื ต่อมาจนถงึ ทกุ วนั น้ี
ผมมคี วามม่งุ หวังวา่ อดตี ที่ผ่านมา ๑๐๐ ปี จะเปน็ ฐานพลงั อนั ยิ่งใหญ่ทพี่ ่นี ้องผบู้ ังคับบญั ชาลกู เสอื ทกุ ท่านจะได้
รว่ มกันผลกั ดันใหก้ ิจการลูกเสอื เจรญิ กา้ วหนา้ ไปอย่างมคี ุณภาพเพ่ือประโยชนแ์ ก่เยาวชนและประเทศชาตอิ ย่างแทจ้ รงิ
(ดร.นิวตั ร นาคะเวช)
รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
เลขาธิการสำ�นกั งานลูกเสือแห่งชาติ
ขบวนการลกู เสอื เปน็ กจิ กรรมของเยาวชน ดว้ ยความชว่ ยเหลอื แนะนำ�ของผใู้ หญ่ บคุ ลากรทางการลกู เสอื ผใู้ หญ่
ในวงการลกู เสอื จึงเป็นบุคคลสำ�คัญทม่ี ีส่วนช่วยในกิจการลกู เสอื พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยูห่ ัวทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ กำ�หนดข้อบังคบั ลกั ษณปกครองลูกเสอื ขนึ้ ถอื เปน็ การก่อต้ังกิจการลกู เสอื ไทย เม่ือวันท่ี ๑ กรกฎาคม
พ.ศ. ๒๔๕๔ ในข้อบังคับลักษณปกครองลูกเสือนี้ได้ทรงกำ�หนดรูปแบบ วิธีการในการบริหารจัดการกิจการลูกเสือไว้
อย่างสมบูรณ์ ทรงกำ�หนดให้มีสภากรรมการกลางและผู้ตรวจการใหญ่ บุคลากรทางการลูกเสือจึงมีบทบาทสำ�คญั ยิ่ง
ในการดำ�เนนิ กจิ การลูกเสอื สืบตอ่ เน่อื งมาจนทกุ วนั นี้
ในวโรกาสท่เี ป็นมหามงคลสมยั ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ซงึ่ เป็นปคี รบรอบ ๑๐๐ ปีของลกู เสอื ไทย พร้อมกันน้นั
เป็นปีเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ
ทท่ี รงมพี ระชนมายุครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ขอให้บคุ ลากรทางการลกู เสอื และลูกเสอื ทุกคน รว่ มใจกันนอ้ มระลึก
ถงึ พระมหากรณุ าธคิ ณุ ของพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระผกู้ อ่ ตง้ั กจิ การลกู เสอื ไทย พระมหากษตั รยิ ร์ ชั สมยั
ตอ่ มาทกุ พระองค์ โดยเฉพาะ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวภมู ิพลอดุลยเดช ประมขุ ของคณะลูกเสือแหง่ ชาติในปัจจุบนั
ทท่ี รงอปุ ถมั ภช์ ว่ ยเหลอื สง่ เสรมิ สนบั สนนุ กจิ การลกู เสอื ไทยใหค้ งอยคู่ กู่ บั แผน่ ดนิ ไทยมาตลอด และขอใหท้ กุ คนรว่ มมอื กนั
ปรับปรงุ พฒั นากิจการลกู เสอื ส่งเสรมิ ใหเ้ ยาวชนลูกเสือไดป้ ระพฤติ ปฏบิ ัติ กระทำ�กิจกรรม เป็นเยาวชนท่ดี ขี องชาติ
มีความจงรกั ภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและพฒั นาชุมชน ประเทศชาตแิ ละ
สภาวะของโลก ตามคำ�ปฏญิ าณและกฎของลูกเสือสบื ต่อไป
(นายสธุ รรม พนั ธศุ กั ดิ)์
ประธานกรรมการผูท้ รงคณุ วุฒสิ ภาลกู เสอื ไทย
ค�ำ น�ำ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานก�ำเนิดลูกเสือไทยขึ้นเมื่อวันท่ี ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ทรงมี
พระราชปรารภและกำ� หนดวตั ถปุ ระสงคข์ องการลกู เสอื ไทยเอาไวเ้ ปน็ หลกั การทสี่ ำ� คญั ของกจิ การลกู เสอื ไทย พระองคใ์ นฐานะองคส์ ภานายก
สภากรรมการกลางจดั การลกู เสอื ไดท้ รงรเิ รม่ิ สรา้ งสรรคร์ ปู แบบ วธิ กี าร พธิ กี ารและกจิ กรรมตา่ งๆ เกยี่ วกบั กจิ การลกู เสอื ไวอ้ ยา่ งมคี ณุ คา่ ยงิ่
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั อานนั ทมหดิ ล และพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ในฐานะ
องค์สภานายกสภากรรมการกลางจัดการลูกเสอื โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัวภมู พิ ลอดุลยเดชทรงเป็นประมุขของคณะลกู เสือ
แหง่ ชาติ ทกุ พระองคไ์ ดท้ รงอปุ ถมั ภ์ สนบั สนนุ สง่ เสรมิ กจิ การลกู เสอื สบื ตอ่ เนอื่ งมาจนถงึ ปจั จบุ นั รปู แบบ วธิ กี าร พธิ กี ารและกจิ กรรม
ทที่ กุ พระองคท์ รงรเิ รมิ่ สรา้ งสรรคใ์ หก้ บั กจิ การลกู เสอื ลว้ นเปน็ รากฐานอนั ลำ้� คา่ ในการดำ� เนนิ กจิ การลกู เสอื ไทยมาตราบเทา่ ทกุ วนั นี้ ในวโรกาส
ทก่ี จิ การลกู เสอื ไทยดำ� เนนิ การมาครบ ๑๐๐ ปี ในวนั ท่ี ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เพอ่ื นอ้ มเกลา้ ฯ ระลกึ ถงึ พระมหากรณุ าธคิ ณุ ทที่ กุ พระองค์
ไดท้ รงมตี อ่ คณะลกู เสอื ไทย คณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื แหง่ ชาติ จงึ ไดจ้ ดั งานเฉลมิ ฉลองชว่ งเวลาครบ ๑๐๐ ปี การลกู เสอื ไทย ประกาศ
พระเกยี รตคิ ณุ ของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยทม่ี ตี อ่ กจิ การลกู เสอื มาตงั้ แตว่ นั สถาปนาลกู เสอื ไทยจนถงึ ปจั จบุ นั พรอ้ มกนั นกี้ เ็ ปน็ วโรกาสทเ่ี ปน็ มงคล
สมยั ยิ่งท่ีในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นี้ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ภมู ิพลอดุลยเดช ประมุขของคณะลกู เสอื แหง่ ชาติ ทรงมีพระชนมายคุ รบ
๗ รอบ ๘๔ พรรษา ชาวไทยทุกคนโดยเฉพาะคณะลูกเสอื ไทยมีความชื่นชมยนิ ดี ร่วมกนั ถวายความจงรกั ภกั ดี นอ้ มเกลา้ ฯ ระลึกถงึ
พระมหากรณุ าธคิ ุณ พระราชอุตสาหะที่ทรงเพยี รพยายาม มุง่ มน่ั บำ� บัดทุกข์ บำ� รุงสุขใหก้ บั ประชาชนชาวไทยและทุกๆ คนในพระราช
อาณาจกั ร งานที่คณะกรรมการบริหารลกู เสอื แห่งชาติ จัดขึน้ เพ่ือเฉลิมฉลองปีมหามงคลน้ี จึงเป็นกิจกรรมที่แสดงออกใหเ้ หน็ ถงึ ความ
จงรักภกั ดี เฉลิมพระเกียรติ น้อมเกล้าฯ ระลกึ ถงึ พระมหากรุณาธิคณุ ของทกุ พระองค์ทีม่ ตี อ่ กิจการลกู เสอื ไทยและเฉลิมฉลอง ๘๔ พรรษา
ขององคป์ ระมขุ คณะลูกเสือแห่งชาติ การจดั ท�ำหนงั สือทรี่ ะลกึ ๑๐๐ ปกี ารลกู เสือไทย เป็นกจิ กรรมหนงึ่ ทร่ี ่วมเฉลมิ ฉลองปมี หามงคลนี้
หนงั สอื ทรี่ ะลกึ ๑๐๐ ปี การลกู เสอื ไทยนี้ มสี าระสำ� คญั ทม่ี คี ณุ คา่ ยง่ิ เขยี นโดยบคุ ลากรทางการลกู เสอื ทเี่ ปน็ ผทู้ รงคณุ วฒุ ทิ ง้ั ในระดบั
อาวโุ สและระดับท่กี �ำลังศกึ ษา คน้ คว้า วิจัยดว้ ยความรัก ความตระหนักในคณุ ค่าของกิจการลูกเสือ ท่านผู้อา่ นจะไดท้ ราบในรายละเอียด
ของประวตั คิ วามเปน็ มาของหลกั การ รปู แบบ วธิ กี าร พธิ กี ารและกจิ กรรมตา่ งๆ ของกจิ การลกู เสอื เชงิ วเิ คราะห์ พรอ้ มภาพประกอบทห่ี าดู
ได้ยาก ต้งั แตอ่ ดตี จนถงึ ปัจจบุ ัน สถานะของกิจการลกู เสือประเภทและเหลา่ ตา่ งๆ ในปัจจุบนั และความม่งุ หวงั ในกจิ การลกู เสอื ในอนาคต
หนงั สือเล่มนไี้ ด้รวบรวมภาพท้งั หมดจากอดตี สู่ปจั จุบันและความมงุ่ หวังในอนาคต เป็นหนงั สือท่มี คี ณุ คา่ ควรแก่การศกึ ษา คน้ คว้า และนำ�
ไปเผยแพร่อย่างยงิ่
ค�ำน�ำนจ้ี ะไมส่ มบูรณ์เปน็ อยา่ งยง่ิ หากไมก่ ล่าวนอ้ มระลกึ ถงึ พระคณุ ของทกุ ท่านทมี่ ีส่วนรว่ มเพยี รพยายาม เสยี สละ รวมปัญญา
รวมแรง รวมใจกนั จดั ท�ำหนังสอื นขี้ ึน้ เป็นท่นี า่ เสยี ดายท่ีในปี ๒๕๕๔ นี้ ประเทศไทยประสบอทุ กภัยอย่างร้ายแรงทีส่ ดุ ตลอดระยะเวลา
ตั้งแต่ปลายเดือนสงิ หาคม กนั ยายน ตุลาคม พฤศจกิ ายนจนถึงตน้ เดอื นธันวาคม น�ำ้ ท่วมในจงั หวดั ทางภาคเหนอื ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
ภาคกลาง โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในกรุงเทพมหานคร เปน็ เหตใุ หห้ นังสอื เลม่ นผี้ ลิตออกมาค่อนขา้ งลา่ ชา้ กว่าก�ำหนดทวี่ างแผนไว้ อย่างไรก็ตาม
ทา่ มกลางอปุ สรรคน้ี คณะผจู้ ดั ทำ� ฯ มไิ ดย้ อ่ ทอ้ รว่ มมอื กนั ประสานงานกนั จนสามารถผลติ หนงั สอื นอ้ี อกมาได้ ขอบญุ กศุ ลทท่ี กุ ทา่ นไดก้ ระทำ�
รว่ มกนั จดั ทำ� หนงั สอื ทร่ี ะลกึ ๑๐๐ ปี การลกู เสอื ไทยเพอ่ื รว่ มเฉลมิ ฉลองปมี หามงคลดงั กลา่ วแลว้ จงเปน็ แรงดลนำ� ทางใหท้ กุ ทา่ นประสบความสขุ
ความเจริญ เกดิ เกยี รตคิ ณุ เกยี รตยิ ศ เกียรติศกั ด์ิในวงการลูกเสอื เปน็ เกยี รตฐิ านะ เกยี รติประวตั ิต่อตัวท่านเองและลกู หลานสืบต่อไป
คณะท�ำงานจดั ท�ำหนังสอื ๑๐๐ ปี การลกู เสอื ไทย
ภาคหน่ึง ฐานพลัง ๑
๗
๑๐๐ ปีการลกู เสือไทย ฐานพลังอันย่ิงใหญ่จากอดีตสู่ปจั จุบนั และอนาคต ๑๓
พระราชปรารภในการจดั ต้งั กองเสือปา่ ๒๑
พระราชปณิธานในการสถาปนาลกู เสือไทย ๒๗
ประวตั ิลกู เสือไทย ๔๑
รอยพระยุคลบาทจากอดตี สปู่ ัจจุบัน ๖๑
กจิ การลกู เสอื ไทยอยใู่ นพระบรมราชปู ถมั ภข์ องพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยทกุ พระองคต์ ลอดมา ๖๗
๑๐๐ ปี จากข้อบงั คับลักษณปกครองส่.ู ..พระราชบัญญตั ลิ ูกเสอื ๗๙
เมอื่ สยามมีลกู เสอื คนแรก ๘๓
ลูกเสอื หลวง ๙๑
การเปล่งเสยี ง ไชโย เปน็ ครง้ั แรก ๑๐๗
พธิ เี ขา้ ประจำ�กองของลูกเสอื ๑๑๗
ธงเสือป่าและธงลกู เสอื ๑๓๕
เหรียญราชนิยมและเครอื่ งหมายตอบแทน ๑๔๑
จากโรงเรยี นผกู้ ำ�กบั ลูกเสอื ในพระบรมราชปู ถมั ภ์สู่กิลเวลล์ปารค์ ๑๔๙
การประชุมสภาลกู เสอื แหง่ ชาติ ๑๕๙
การเรียนวชิ าพิเศษลกู เสอื ๑๖๓
การชุมนุมลูกเสือแหง่ ชาติ ๑๖๙
สโมสรลูกเสอื ๑๗๓
พระราชพินยั กรรมและการจากไปของพระราชบดิ าลูกเสอื ไทย ๑๗๗
ตราคณะลกู เสือแห่งชาติ
การแสดงตำ�นานเสอื ปา่
วกิ ฤติการณ์ลูกเสอื ไทย...เมื่อล้มเลิกเสอื ปา่ กบั อบุ ตั กิ ารณ์แห่งยุวชนทหาร
ภาคสอง ความมนั่ คง ๑๙๑
๑๙๗
การสร้างค่ายลูกเสอื ๒๐๑
คำ�ปฏิญาณและกฎของลกู เสือ ๒๐๗
ลกู เสอื สำ�รอง ๒๑๑
ลูกเสอื สามัญ ๒๑๕
ลกู เสอื สามัญรุ่นใหญ ่ ๒๒๓
ลกู เสือวสิ ามญั ๒๓๑
ลูกเสอื เหล่าสมทุ รเสนา ๒๓๗
ลกู เสือเหลา่ อากาศ ๒๔๑
เนตรนารี (ลกู เสอื หญงิ ) ๒๔๕
ลูกเสือชาวบา้ น ๒๕๑
ศาลาวชิราวธุ สำ�นกั งานลกู เสอื แหง่ ชาต ิ ๒๕๕
จากประชุมสมชั ชาสู่งานชมุ นมุ ลกู เสอื โลก ๒๗๓
เฉลมิ พระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช องคป์ ระมขุ ของคณะลกู เสอื แหง่ ชาติ ๒๗๘
๒๘๐
ภาคสาม ความมุ่งหวงั ๒๘๓
๒๘๖
ลกู เสอื กบั การกคู้ นื เดก็ หรอื เยาวชนทก่ี า้ วพลาด กา้ วผดิ จงั หวะกระทำ�ความผดิ ใหก้ ลบั ตนเปน็ พลเมอื งด ี ๒๘๘
โครงการพฒั นาหลกั สตู รและการบรหิ ารจดั การกจิ กรรมลกู เสอื เพอ่ื เสรมิ สรา้ งทกั ษะชวี ติ ๒๙๕
ลูกเสืออนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ๓๐๐
การฝึกอบรมผ้บู ังคบั บญั ชาลกู เสอื ๓๐๕
สารานุกรมลูกเสอื ๓๑๓
การลูกเสอื กับเยาวชนในยุคปัจจบุ นั ๓๒๒
คุณคา่ ของกจิ การลูกเสอื
บนั ทกึ ๑๐๐ ปี ของกรรมการบรหิ ารลกู เสอื คนหนง่ึ
เคร่อื งแบบลูกเสือไทย
ความมุ่งหวังตอ่ กจิ การลูกเสือในอนาคต
ปรมาจารยท์ างการลูกเสือไทย
บทความภายใตเ้ รอื่ ง ๑๐๐ ปี การลกู เสอื ไทย ฐานพลงั อนั ยง่ิ ใหญจ่ ากอดตี
สูป่ ัจจบุ ันและอนาคต ทกุ เรอื่ งมวี ตั ถปุ ระสงค์ทจ่ี ะชใ้ี หเ้ หน็ วา่ กิจการลูกเสอื ไทย
ตั้งแต่เริ่มได้รับการสถาปนาเม่ือวันท่ี ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ โดย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับการด�ำเนินการพัฒนา
สืบตอ่ เนือ่ งกันมา ทุกส่ิงทุกอยา่ งทุกเร่อื งท่ไี ดด้ ำ� เนินการต่อๆ กนั มาล้วนอย่บู น
รากฐานสำ� คญั ทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดท้ รงวางไว้ เปน็ รากฐาน
พลังส�ำคัญที่ยิ่งใหญ่ในการบริหารจัดการกิจการลูกเสือไทยมาตราบเท่าทุกวันน้ี
หรือกล่าวได้ว่า กิจการลูกเสือไทยทุกเรื่องในปัจจุบันและคาดว่าในอนาคต
สืบต่อไปภายหน้า ล้วนมีความเป็นมาหรือตั้งอยู่บนหลักการและวิธีการที่
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงวางรากฐานไว้ให้ และได้รับ
การด�ำเนินงานสืบต่อเน่ืองมาด้วยพระบรมราชูปถัมภ์ของพระมหากษัตริย์
ทุกพระองค์และบุคลากรทางการลูกเสือไทยแต่ละยุคแต่ละสมัย จนถึงวันท่ี
๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ครบ ๑๐๐ ปี การลูกเสือไทย ในรัชสมัยของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน
บทความเหลา่ นจี้ งึ บรรยายถงึ ประวตั คิ วามเปน็ มาของเรอ่ื งตา่ งๆ ทเ่ี กยี่ วกบั
กิจการลูกเสือไทยในส่วนที่มีสาระส�ำคัญเป็นเร่ืองๆ ตั้งแต่เร่ิมต้นการสถาปนา
กจิ การลูกเสอื ไทยจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และความคาดหวงั ในอนาคต ผอู้ า่ น
จะตระหนกั ไดว้ า่ ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งในงานกจิ การลกู เสอื ไทยปจั จบุ นั ลว้ นมที ม่ี า
สบื ตอ่ เนอ่ื งอยบู่ นหลกั การและวธิ กี ารทไ่ี ดก้ ำ� หนดขนึ้ ในอดตี ทง้ั สนิ้ และเปน็ อดตี
ทเี่ รม่ิ จากพระราชดำ� ริ พระราชกรณยี กจิ ทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ทรงกำ� หนด ทรงดำ� เนินการวางรากฐานไวใ้ ห้ สมกับท่ีชาวลูกเสือไทยเทิดทูน
พระองคว์ า่ เปน็ พระบดิ าของลกู เสอื ไทย กจิ การลกู เสอื ไทยดำ� เนนิ การสบื ตอ่ กนั มา
ด้วยพระบรมราชูปถัมภ์ของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์พร้อมด้วยบุคลากรทาง
การลูกเสอื ของแต่ละยุค ไดเ้ จริญตามรอยพระยุคลบาทของพระบิดาลูกเสือไทย
ช่วยกันค้�ำชูสนับสนุน ส่งเสริมกิจการลูกเสือมาตราบเท่าทุกวันนี้ ๑๐๐ ปี
การลูกเสือไทยท่ีผ่านมาจึงเป็นฐานพลังอันย่ิงใหญ่ในการด�ำเนินการและ
การพัฒนากจิ การลูกเสอื ไทยในปัจจุบนั และในอนาคต
บทความเหล่านี้ในแต่ละเรื่อง ยังแทรกความคิดเห็นบางประการเชิง
วเิ คราะหข์ องผเู้ ขยี น ทจ่ี ะกระตนุ้ เตอื นใหต้ ระหนกั ถงึ พระราชปณธิ าน หลกั การ
และวิธกี ารทีพ่ ระบิดาลูกเสอื ไทยไดท้ รงวางไว้เปน็ พระราชมรดกอนั ยง่ิ ใหญ่ใหก้ ับ
คณะลกู เสอื ไทยและประชาชนชาวไทยทง้ั ประเทศ การดำ�เนนิ การบรหิ ารจดั การ
กจิ การลูกเสือไทยในปจั จุบนั และในอนาคต จะตอ้ งไมล่ มื หรอื ละเลยในหลักการ
และวธิ ีการเหล่าน้ัน ช่วยกนั อนรุ ักษ์ ทำ�นบุ ำ�รงุ ส่งเสรมิ สนบั สนุนใหก้ ิจการ
ลูกเสือไทยเจริญพัฒนาตามรอยพระยุคลบาทของพระบิดาลูกเสือไทยและ
อยคู่ ่กู บั แผน่ ดินไทยตลอดไป
คณะท�ำ งาน
จดั ทำ�หนังสอื ๑๐๐ ปี การลกู เสอื ไทย
พระราชปรารภในการจัดต้งั กองเสอื ป่า
พะนอม แก้วกำ�เนดิ
ในช่วงเดอื นเมษายน พ.ศ. ๒๔๕๔ เสดจ็ ประพาส
หัวเมอื งชายทะเลทางใต้ โดยเรือพระท่นี ง่ั มหาจักรี ทรง
เรมิ่ จดช่อื ผูส้ มคั รเป็นเสอื ปา่ เรยี กประชุมในเรอื พระที่นั่ง
โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ ถาปนากองเสือป่าขึ้น โดยประกาศเปน็
พระบรมราชโองการ เม่อื วนั ทืี่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงเปน็ พระราชโอรส
ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระศรี
พัชรินทราบรมราชินีนาถ พระราชสมภพเม่ือวันเสาร์ เดือนย่ี
ขน้ึ ๒ คำ่� ปมี ะโรง ตรงกบั วนั ท่ี ๑ มกราคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๒๓ เมอื่ มี
พระชนมายไุ ด้ ๑๔ พรรษา เดอื นสงิ หาคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๓๖ สมเดจ็
พระบรมชนกนาถโปรดใหเ้ สดจ็ ออกไปศกึ ษาวชิ าการทหารบกทป่ี ระเทศ
อังกฤษ พร้อมกับพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
(กรมหลวงชมุ พรเขตรอดุ มศกั ด)ิ์ ทท่ี รงไปศกึ ษาวชิ าการทหารเรอื ในปี
พทุ ธศกั ราช ๒๔๓๗ สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าช เจา้ ฟา้ มหาวชริ ณุ หศิ
องคม์ กฎุ ราชกุมาร เสด็จทิวงคต พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้า
เจา้ อยหู่ วั พระบรมชนกนาถทรงโปรดใหส้ ถาปนาพระองคข์ น้ึ เปน็ สมเดจ็
พระบรมโอรสาธิราช สยามมกฎุ ราชกุมาร ซ่ึงเปน็ ต�ำแหนง่ รชั ทายาท
สบื แทนตอ่ มา ทรงศกึ ษาวชิ าการทหารและวชิ าประวตั ศิ าสตร์ ภมู ศิ าสตร์
เศรษฐศาสตร์ รฐั ศาสตรอ์ ยทู่ ป่ี ระเทศองั กฤษพรอ้ มทง้ั ทรงรบั ราชการ
ทหารอยทู่ ปี่ ระเทศนน้ั รวมเปน็ เวลา ๙ ปี ถงึ วนั ศกุ รท์ ี่ ๓ ตลุ าคม
พทุ ธศกั ราช ๒๔๔๕ จงึ เสดจ็ กลบั ประเทศไทย ในขณะทม่ี พี ระชนมายุ
ได้ ๒๒ พรรษา เมอ่ื กลบั ถงึ ประเทศไทย ทรงเขา้ รบั ราชการทหาร ไดม้ ี
สว่ นรว่ มในการปรบั ปรงุ พฒั นากองทพั ไทย และพระบรมชนกนาถ
ทรงโปรดให้เสด็จแทนพระองค์ออกตรวจราชการตามท้องท่ี
หัวเมืองตา่ งๆ และยงั โปรดเกล้าฯ ให้ทรงเป็นผ้สู �ำเร็จราชการแทน
พระองค์ในช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
1
เสดจ็ ประพาสยโุ รป ครงั้ ที่ ๒ ในปี พทุ ธศกั ราช คุณประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมหาศาล
๒๔๕๐ ท้ังด้านการปกครองการทหาร การศึกษา
การสาธารณสุข การคมนาคม การศาล
ในชว่ งเวลาที่ทรงออกไปศกึ ษา ณ การพระศาสนา การศิลปะ การวรรณคดี
ประเทศองั กฤษ พระองคม์ พี ระชนมายไุ ด้ ๑๔ และอน่ื ๆ นานัปการ
พรรษาแลว้ และเปน็ ชว่ งเวลาของปพี ทุ ธศกั ราช
๒๔๓๖ ซ่ึงเป็นช่วงเวลาท่ีประเทศไทยก�ำลงั พระราชกรณยี กจิ ทส่ี ำ� คญั ยง่ิ ประการ
ไดร้ ับการเบยี ดเบียน ข่มขู่ รกุ รานจาก หน่ึง ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
ประเทศมหาอ�ำนาจตะวันตก โดยเฉพาะ เจา้ อยูห่ ัว เม่อื ทรงขนึ้ ครองราชยแ์ ล้ว คอื
ประเทศฝรง่ั เศส จงึ ทรงตระหนกั เปน็ อยา่ งดถี งึ การปลกุ ใจประชาชนใหร้ กั ชาติ ให้มคี วาม
ภัยอนั ตรายและความม่ันคงของประเทศชาติ สมัครสมานสามัคคี ร่วมมือกันรักษาท�ำนุ
พระบรมชนกนาถก็ทรงโปรดให้พระองค์ บ�ำรุงประเทศชาติ ด้วยทรงเป็นห่วงภัย
ไปศึกษาวิชาการทหารบกและทรงสถาปนา อนั ตรายตา่ งๆ ทจี่ ะบงั เกดิ ขน้ึ กบั ประเทศชาติ
ให้ทรงด�ำรงต�ำแหน่งเป็นสมเด็จพระบรม ดงั กลา่ วขา้ งตน้ ประกอบทัง้ เหตุการณข์ อง
โอรสาธริ าช สยามมกฎุ ราชกุมาร ทรงรบั ประเทศในซกี โลกตะวนั ตก เกดิ ขอ้ ขดั แยง้ กนั
ราชการทหาร ได้มโี อกาสปรบั ปรงุ พฒั นา อย่างรุนแรงซ่ึงต่อมากลายเป็นสงครามโลก
กจิ การทหารไทย ทรงออกเยยี่ ม ตรวจราชการ พระองค์เองก็เคยได้เรียนรู้เร่ืองกองก�ำลัง
ไปยงั ทอ้ งทตี่ า่ งๆ ภายในประเทศ ทรงกระทำ� รักษาดินแดนขององั กฤษ (สมัยทที่ รงศึกษา
หน้าท่ีเป็นผู้ส�ำเร็จราชการแทนพระองค์ วิชาการทหารในประเทศนน้ั ) ประเทศไทย
ในสภาพแวดลอ้ มเช่นน้ี จึงท�ำใหพ้ ระองค์ ในสมัยโบราณก็มที หารพวกหนึ่ง เรยี กวา่
ทรงเป็นห่วงและค�ำนึงถึงความม่ันคงของ เสือป่า คกู่ ับแมวมอง เสือป่า คือ ทหารท่ี
ประเทศชาติ ครุ่นคิดอยูใ่ นพระราชหฤทยั มหี น้าที่สบื ขา่ วศึก ว่าข้าศึกยกมาทางใด มี
ตลอดมา ก�ำลงั เท่าไร จะรบพงุ่ อยา่ งไร จะเข้าตีทางใด
ตรงกับท่ีกองทัพบกเรียกกันในปัจจุบันนี้ว่า
ครน้ั เมอ่ื พระราชบดิ า พระบาทสมเดจ็ ผสู้ อดแนม ภาษาองั กฤษใชว้ า่ SCOUT สว่ น
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต แมวมอง เปน็ ทหารทท่ี �ำหนา้ ทคี่ ล้ายกันกบั
เมอ่ื วันที่ ๒๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๓ เสือป่าแต่เน้นหนักไปในทางเป็นผู้เฝ้าระวัง
พระองค์จึงเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระ- เป็นกองคอยเหตุ ปฏิบัติการประจ�ำอยู่ใน
มหากษตั ริยไ์ ทย รชั กาลที่ ๖ แหง่ พระบรม พ้ืนท่ีที่เป็นทางผ่านของกองทัพของข้าศึก
ราชจกั รวี งศ์ เมอ่ื มพี ระชนมายไุ ด้ ๓๐ พรรษา คอยส่งข่าวบอกข่าวให้ฝ่ายของเราได้ทราบ
ได้ทรงกระท�ำพระราชกรณียกิจที่เป็น ความเคล่ือนไหวของขา้ ศกึ ปัจจบุ ันเรยี กว่า
2
กองระวงั ดา่ น ทหารทงั้ สองประเภทนปี้ ฏบิ ตั ิ บ้านเมืองในยามสงคราม ท้ังในยามสงบ “มีพลเรือนบางคนที่เปนข้าราชการ
งานร่วมกันจึงมกั จะกลา่ วถึงคกู่ ันว่า“เสือป่า ก็อาจเป็นก�ำลังช่วยเหลือราชการในการ แลทีม่ ไิ ดเ้ ปนขา้ ราชการ มีความปรารถนาท่ี
แมวมอง” พระองคท์ รงเหน็ คณุ คา่ และความ ปราบปรามโจรผรู้ า้ ยไดอ้ กี ทางหนงึ่ ทรงดำ� ริ จะไดร้ ับความฝกึ หดั อย่างทหาร แต่ยงั มไิ ด้มี
จ�ำเป็นที่ต้องมีเสือป่าแมวมอง ทรงเห็นว่า ตั้งกองพลสมัครขึ้ น เรียกว่า กองเสือป่า โอกาสฝึกหัด เพราะติดน่าที่ราชการเสยี บ้าง
ขา้ ราชการพลเรอื นและประชาชน หากได้ ตามชื่อที่เคยมีมาก่อน โดยทรงมีพระราช หรือเพราะติดธรุ ะอ่นื เสียบา้ ง การฝกึ หัดเปน
เรียนรู้วชิ าทหารแลว้ จะเปน็ ก�ำลงั ช่วยชาติ ปรารภวา่
3
ทหารนน้ั ยอ่ มมคี ณุ เปนประโยชนแ์ กบ่ า้ นเมอื ง บา้ นเมอื ง ท้ังจะปลกุ ใจคนให้มคี วามรู้ รกั โองการ เมอื่ วนั ที่ ๑ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช
อยหู่ ลายอย่าง ท่เี ปนขอ้ ใหญข่ อ้ ส�ำคญั ก็คือ พระเจ้าแผน่ ดนิ ชาตแิ ละสาสนา จนจะยอม ๒๔๕๔ มพี ระราชประสงค์เพ่อื
กระท�ำให้บุคคลซึ่งได้รับความฝึกฝนเช่นนั้น เสียสละชวี ติ ถวายพระเจา้ แผ่นดิน ฤาเพือ่ ๑. ปลูกฝังความจงรักภักดีต่อพระ-
เปนราษฎรดขี ้ึน กล่าวคอื ท�ำให้กำ� ลังกาย ปอ้ งกนั รกั ษาชาติ สาสนาของตนได”้ มหากษตั ริย์
แลความคิดแก่กล้าในทางที่เปนประโยชน์ ๒. ปลูกฝังความรักชาติ บ้านเมอื ง
ด้วยเปนธรรมดาของคน ถา้ ไม่มีผู้ใดฤาส่ิงใด พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า และการนบั ถอื พทุ ธศาสนา
บังคับให้ใช้ก�ำลังแลความคิดของตนแล้วก็ เจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งที่ทรงพระราชอิสริยยศ ๓. ปลูกฝังความสามัคคีในหมู่คณะ
มักจะกลายเปนคนอ่อนแอไป เป็นสยามมกุฎราชกุมารได้ทรงน�ำหมู่ และไมท่ �ำลายซ่ึงกันและกัน
มหาดเลก็ ขา้ หลวงเดมิ จำ� นวนหนง่ึ มาทดลอง
อีกประการหน่งึ การฝกึ หดั เปน ฝกึ หดั ทา่ ทหารถงึ กวา่ ๓ ปปี รากฏวา่ ไดผ้ ลดี เมอื่ มผี สู้ มคั รเขา้ เปน็ เสอื ปา่ มจี ำ� นวน
ทหารนนั้ ทำ� ให้คนรวู้ นิ ยั คือ ฝกึ หัดตน สมดงั พระราชประสงค์ ในชว่ งเดอื นเมษายน มากพอท่ีจะจดั ตัง้ เป็นกองร้อยขนึ้ ก็จัดให้
ใหอ้ ยูใ่ นบังคับบัญชาของผทู้ เ่ี ปนหัวนา่ ฤา พุทธศกั ราช ๒๔๕๔ เสด็จประพาสหัวเมือง มีการกระท�ำสัตย์สาบาลตนเข้าประจ�ำกอง
นายเหนือตนซ่ึงจะน�ำประโยชน์มาให้แก่ตน ชายทะเลทางใต้โดยเรือพระที่นั่งมหาจักรี ในวนั ท่ี ๖ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๔
เปนอันมาก เพราะว่าร้จู ักน�้ำใจผ้นู อ้ ยทง้ั เปน ทรงเรม่ิ จดชอ่ื ผสู้ มคั รเปน็ เสอื ปา่ เรยี กประชมุ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงดำ� รงพระยศ
ทางส่งั สอนอยา่ งหนึง่ ให้คนมคี วามยำ� เกรง ในเรือพระท่ีนั่ง โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา เป็นนายกองใหญ่ผู้บังคับการกองเสือป่า
ตงั้ อยใู่ นพระราชก�ำหนดกฎหมายของประเทศ กองเสอื ปา่ ขน้ึ โดยประกาศเปน็ พระบรมราช กระท�ำสตั ย์สาบาล ในพธิ กี ารถอื น�้ำพเิ ศษ
4
เสือปา่ สมาชิกเสือปา่ รนุ่ แรก เขา้ ร่วมพิธี พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยู่หวั หลงั จากท่ีพระองค์ ของเรา มหี ลักการ เหตุผลท่ีมาทส่ี �ำคญั
จ�ำนวน ๑๔๑ คน ทรงพระราชทานธงไชย เสดจ็ สวรรคตแลว้ ขาดผูเ้ อาใจใสท่ ะนบุ �ำรงุ ประการหน่งึ คอื ความมั่นคงของชาติ การ
เฉลิมพลเสือป่า มีรูปเสือและคติพจน์ว่า จงึ มอี นั เสอื่ ม หยดุ ชะงกั ไป ในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ ป้องกันประเทศด้วยหลักการและเหตุผล
“เสียชีพอย่าเสียสัตย์” ซ่ึงถือว่าเป็นวัน รัฐบาลจึงออกพระราชบัญญัติให้ทรัพย์สิน ท่ีกล่าวมาน้ี การลูกเสือไทยจึงมีการฝึก
สถาปนากจิ การเสอื ป่าขึน้ โดยพฤตินัย กองเสือป่าตกเป็นของคณะลูกเสือแห่งชาติ ความมวี นิ ยั ความเปน็ ระเบยี บ ระเบยี บแถว
จึงมีผลเท่ากับเป็นการประกาศเลิกล้มกอง และวิธีการบางประการแบบทหาร ซึ่ง
ภายหลงั สถาปนากจิ การเสือปา่ ได้ เสือปา่ อาจแตกตา่ งไปบา้ งจากหลกั การและวธิ กี าร
๒ เดือน พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้า ของลูกเสือโลก แต่ลูกเสือไทยของเราก็มี
เจา้ อยหู่ วั ทรงสถาปนากจิ การลกู เสอื ขน้ึ เมอื่ สาระทก่ี ลา่ วมาแลว้ ขา้ งตน้ เปน็ ท่ี เอกลกั ษณข์ องตนเอง จากรอยเสอื ปา่ ทมี่ า
วันที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๔๕๔ ประจกั ษช์ ดั วา่ กองเสอื ปา่ เปน็ ตน้ ทางทม่ี า ของลกู เสอื ไทย เหตกุ ารณใ์ นวงการลกู เสอื
ของลกู เสอื ในปจั จบุ นั น้ี ทั้งประวัติความ เม่อื ๑๐๐ ปีทแ่ี ลว้ เป็นรากฐานทส่ี �ำคญั ยงิ่
กจิ การเสอื ป่า มคี วามเจริญรุ่งเรือง เปน็ มาหลกั การ วตั ถปุ ระสงค์ เครอ่ื งหมาย ในการด�ำเนนิ กิจการลูกเสือในปัจจบุ นั
อย่างสูงในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ สญั ลกั ษณ์ และคตพิ จน์ กจิ การลกู เสอื ไทย
5
พระราชปณิธานในการสถาปนาลกู เสอื ไทย
พะนอม แกว้ กำ�เนดิ
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยหู่ วั ทรงกอ่ ตั้งกองเสือป่า
ขึ้นเมื่อวนั ที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ดว้ ยทรงตระหนกั ถึงความ
มั่นคงของประเทศชาติ ในช่วงเวลา ปี พ.ศ. ๒๔๓๖ ประเทศไทยของเรา
ไดร้ ับการขม่ ขู่ เบยี ดเบยี นจากประเทศมหาอำ� นาจทางซกี โลกตะวันตก
เปน็ อย่างมาก โดยเฉพาะจากประเทศฝรง่ั เศส พระองค์มพี ระชนมายุได้
๑๔ พรรษาแลว้ จงึ ทรงตระหนกั ในเรอื่ งนเ้ี ปน็ อยา่ งดี เมอื่ เสดจ็ ออกไป
ศึกษาทป่ี ระเทศองั กฤษ ทรงศึกษาวชิ าการทหารและทรงได้เรียนรู้
ถงึ กองก�ำลงั รกั ษาดินแดนขององั กฤษ ครนั้ เสดจ็ กลบั มาประเทศไทย
พระราชบดิ า พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั ทรงใหร้ ับ
ราชการทหาร พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หวั ในชว่ งเวลาที่
ทรงดำ� รงตำ� แหนง่ พระบรมโอรสาธริ าช สยามมกฎุ ราชกมุ าร จงึ มโี อกาส
ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนากองทัพไทยและมีโอกาสได้ออกไปตรวจเย่ียม
ทอ้ งทต่ี า่ งๆ ภายในประเทศ ความเปน็ หว่ งและความคำ� นงึ ถงึ การปอ้ งกนั
ประเทศและความมั่นคงของประเทศชาติ ครุน่ คดิ อยู่ในพระราชหฤทัย
ตลอดมา จงึ ทรงทดลองนำ� ขา้ ราชบรพิ ารใกลช้ ดิ จำ� นวนหนงึ่ มาฝกึ แบบทหาร
7
อยู่ถึงกว่า ๓ ปี ดงั ทที่ รงรบั สงั่ เมือ่ แรกต้ัง จงึ ทรงตง้ั กองเสอื ปา่ ขน้ึ โดยมพี ระราชปรารภ ในขณะท่ดี ัด ดงั น้ีฉันใด สนั ดานคนก็ฉันน้ัน”
กองเสอื ปา่ ว่า “ได้คิดมานานแล้ว การเช่นน้ี มงุ่ หวงั จะฝกึ พลเรอื นทเ่ี ปน็ ขา้ ราชการและมไิ ด้ (พระราชปรารถในการก่อตั้งกองลูกเสือ
จะคดิ ขน้ึ โดยปจั จบุ นั ทนั ดว่ น ทไ่ี หนเลยจะจดั เปน็ ขา้ ราชการอย่างทหาร เปน็ การพัฒนา ของชาติ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
ใหส้ ำ� เรจ็ ตลอดไปได้ ไมใ่ ชแ่ ตเ่ พยี งไดค้ ดิ เทา่ นนั้ คนเหล่านน้ั เป็นราษฎรท่ีดี มรี ะเบียบวนิ ยั เจา้ อยูห่ ัว) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้
ทงั้ ไดท้ ดลองฝกึ หดั มากวา่ ๓ ป”ี อกี ตอนหนง่ึ รักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ คดิ และ ประกาศใช้ ขอ้ บงั คบั ลกั ษณะปกครองลกู เสอื
ทรงกล่าวว่า “สิง่ ใดท่ีไมแ่ นใ่ จวา่ จะท�ำไปให้ กระท�ำในส่งิ ที่เป็นประโยชน์ รว่ มมือกัน ถือเป็นการสถาปนากิจการลูกเสือไทยขึ้น
สำ� เร็จไดจ้ ริงๆ ก็ไมอ่ ยากจะขยายออกมา ปอ้ งกนั รกั ษาบา้ นเมอื ง พระราชประสงคห์ ลกั เม่อื วันท่ี ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ทรงเอา
ใหเ้ ปน็ การใหญ่” (หนังสือพระราชประวัติ ของกองเสือป่า คอื พระทยั ใส่ในกจิ การลูกเสือ ริเรมิ่ ดำ� เนินการ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ๑. ปลูกฝังความจงรักภักดีต่อพระ- จัดกิจกรรม ส่งเสรมิ สนบั สนุน อุปถมั ภ์
และประวตั กิ ารลกู เสอื ไทย, เสทอ้ื น ศภุ โสภณ มหากษัตรยิ ์ กิจการลูกเสือมาตลอดรัชสมัยของพระองค์
หน้า ๑๖-๑๗) ทรงพบวา่ การฝกึ เชน่ นั้น ๒. ปลูกฝังความรักชาติ บา้ นเมอื ง ทรงรักลูกเสือเป็นอย่างยงิ่ แมใ้ นพระราช
ท�ำให้คนเหล่าน้นั มรี ะเบยี บวินยั มีความ และการนบั ถอื พทุ ธศาสนา พินัยกรรมท่ีทรงบันทึกไว้ให้มีกองลูกเสือ
สมัครสมานสามคั คี รว่ มมือรว่ มใจกนั ทำ� งาน ๓. ปลูกฝังความสามัคคีในหมู่คณะ เข้าร่วมขบวนแห่พระศพของพระองค์
อีกท้งั ในสมัยอดีต ไทยเราก็มีทหารพวกหนึง่ และไม่ท�ำลายซ่ึงกนั และกัน พระราชปณิธานในการจัดต้ังกิจการลูกเสือ
เรยี กวา่ เสือป่าและแมวมอง เสือป่า คอื แสดงใหเ้ หน็ ชดั เจนจากสาระสำ� คญั ดงั ตอ่ ไปน้ี
ทหารมหี น้าทสี่ บื ข่าวศึก แมวมองมีหน้าที่ เม่ือทรงตง้ั กองเสอื ป่าข้ึนแล้ว ทรง
เฝา้ ระวงั เปน็ กองคอยเหตุ ปฏิบตั งิ านคกู่ ัน พระราชด�ำรวิ ่า “กองเสอื ป่าได้ตั้งขน้ึ เปน
หลักฐานแลว้ พอจะเป็นที่หวงั ไดว้ ่า จะเปน
ผลดีตามพระราชประสงค์ แต่ผทู้ จ่ี ะเปน
เสือป่าต้องเปนผู้ที่นับว่าเปนผู้ใหญ่แล้ว
ฝา่ ยเดก็ ชายที่อย่ใู นปฐมวยั กเ็ ปนผทู้ ่สี มควร
จะได้รบั การฝึกฝน ทง้ั ในสว่ นร่างกายและ
ในส่วนใจใหม้ ีความรู้ในทางเสอื ป่า เพอื่ ว่า
เมอ่ื เตบิ ใหญข่ น้ึ แลว้ จะไดร้ จู้ กั นา่ ทซี่ งึ่ ผชู้ ายไทย
ทุกคนควรจะประพฤติให้เปนประโยชน์แก่
ชาติบ้านเมืองอันเปนที่เกิดเมืองนอนของตน
และการฝึกฝนปลุกใจใหค้ ดิ ถูกเชน่ นี้ ตอ้ ง
เร่มิ ฝึกฝนเสียเมอ่ื ยงั เยาวอ์ ยู่ เปรียบเสมือน
ไม้ที่ยังอ่อนจะดัดไปเปนรูปอย่างไรก็เปนไป
ได้งา่ ยและงดงาม แต่ถ้ารอไว้จนแก่เสยี แลว้
เมื่อจะดัดก็ต้องเข้าไฟและมักจะหักลิได้
8
การป้องกันประเทศและความมั่นคง ไปบ้างในบางส่วนแม้จดุ เริม่ ตน้ ทีท่ ่านเบเดน ประชาชน เสือปา่ และลูกเสอื ให้เกดิ ความ
ของชาติ เพาเวลล์ จดั ต้งั SCOUTING ขนึ้ จะมีทม่ี า สามคั คกี นั เพอ่ื ปอ้ งกนั ประเทศ เชน่ หนงั สอื
จากความเป็นมาของการท่ีทรงตั้ง คลา้ ยกัน คอื การฝกึ เยาวชนให้มสี ่วนช่วยใน ปลุกใจเสือป่า โคลงสยามานุสสติ ทรง
กองเสือป่า ความมงุ่ หวังหลักของพระองค์ การป้องกันบ้านเมือง ท่านลอร์ด เบเดน มีพระบรมราโชวาทในวาระและโอกาส
อยู่ที่การป้องกันประเทศและความม่ันคง เพาเวลล์ เขยี น Aids to Scouting ตา่ งๆ แนะนำ� สง่ั สอนเร่อื งที่ดงี ามมีคุณค่า
ของชาติ ดว้ ยเหตุการณ์ของบ้านเมอื งใน เพ่อื ฝึกทหารเหน็ วา่ ไมเ่ หมาะสม จงึ ปรบั ใหม่ คุณประโยชน์ต่อตนเองและบา้ นเมอื ง ทรง
สมัยนั้นและจากประสบการณ์ท่ีพระองค์ได้ เปน็ Scouting for Boys นำ� มาใชฝ้ กึ อบรม ส่งเสรมิ ให้เสอื ป่าจดั แสดง ตำ� นานเสอื ป่า
รับในขณะที่ทรงศึกษาอยู่ท่ีประเทศอังกฤษ เยาวชน ทม่ี ุ่งฝกึ ให้เยาวชนกระท�ำกิจกรรม ระลกึ ถงึ บคุ คลและเหตกุ ารณใ์ นอดตี ทเี่ สยี สละ
รวมทั้งความเป็นมาของเสือป่าแมวมอง ท่ีเป็นประโยชน์ตอ่ สว่ นรวม ไม่ได้มุ่งเน้นที่ เพอื่ ปกปอ้ งรกั ษาดำ� รงไวซ้ งึ่ ความเปน็ เอกราช
พลอาสาสมัครที่ท�ำหน้าที่เป็นกองสอดแนม การทหารเพื่อการป้องกนั ประเทศ ของชาติไทย ทรงส่งเสริมให้ลกู เสือฝึกหดั
ในกองทพั สยามในอดตี พระองคท์ รงตง้ั ลกู เสอื แบบทหาร ฝกึ ความสามารถท่นี �ำมาใชเ้ พื่อ
ขนึ้ ตามรอยเสอื ปา่ นน่ั คอื การปอ้ งกนั ประเทศ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ชว่ ยเหลอื การทหารในยามสงคราม ทรงสรา้ ง
และความมัน่ คงของชาติ ความเป็นมาในการ เจ้าอยู่หวั เม่อื เสด็จขนึ้ ครองราชย์ พระราช แบบส่ังสอนเสือป่าและลูกเสือ ฝึกความ
จดั ต้งั กิจการลกู เสือไทยของเรา จงึ มีทีม่ าจาก กรณยี กจิ แรกของพระองค์ คือการปลุกใจ สามารถในเรอื่ งการสบื ขา่ วและการเดนิ ทาง
สาระสำ� คัญเฉพาะของเราเอง ที่ม่งุ หวงั เพือ่ ให้คนไทยรกั ชาติ ตระหนกั ถงึ การทจ่ี ะต้อง อาณตั สิ ญั ญาณ การชา่ งและความรเู้ บด็ เตลด็
การป้องกันประเทศและความม่ันคงของ รว่ มมือกันปอ้ งกนั ประเทศชาติ ทรงพระราช การตง้ั คา่ ยและทพี่ กั แรม ยามและดา่ น การ
ชาติ อาจจะแตกต่างจากกจิ การลูกเสือโลก นพิ นธ์บทความ ฉันทลักษณ์ เพอ่ื ปลุกใจ สะกดรอย สังเกตและจำ� การสันนษิ ฐาน
9
การก�ำบัง การแฝงกายและเกลื่อนรอย การจัดตั้ง SCOUTING ของทา่ น ลกู เสอื มีลกั ษณะเฉพาะของตนเอง ดังกลา่ ว
การตง้ั รบั ปอ้ งกนั ตวั การจับผู้รา้ ย การชว่ ย เบเดน เพาเวลล์ กับการจัดตัง้ กจิ การลกู เสอื ข้างต้นซ่ึงไม่เหมือนโดยตรงกับหลักการของ
ชีวิตและกันภัย การปฐมพยาบาล ทรง ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว SCOUTING ของทา่ นลอรด์ เบเดน เพาเวลล์
สง่ เสรมิ ใหล้ กู เสอื ฝกึ หดั ยงิ ปนื เดนิ ทางไกล ดำ� เนินการขนานกันมา ตัง้ แต่เรม่ิ ต้น หาก แม้จะมบี างสว่ นคลา้ ยกนั เชน่ เปน็ การฝกึ
พกั แรมและซอ้ มรบรว่ มไปกบั เสอื ปา่ ลว้ น พจิ ารณาตามเงอื่ นไขเวลา พระบาทสมเด็จ อบรมเยาวชนใหก้ ระทำ� ความดใี หก้ บั สว่ นรวม
เป็นการแสดงออกถึงพระราชปณิธานใน พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอย่หู วั ทรงไปศึกษาที่ ชาตบิ า้ นเมือง
กิจการลกู เสอื เพ่ือการปอ้ งกนั ประเทศและ ประเทศองั กฤษ เมอ่ื มพี ระชนมายุ ๑๔ พรรษา
ความมน่ั คงของชาติ เม่ือปี พ.ศ. ๒๔๓๖ ในชว่ งปีนี้ ทา่ นลอรด์ ความมีระเบยี บ วินัย คณุ ธรรม ร้จู กั
เบเดน เพาเวลล์ เปน็ นายทหารประจำ� อยทู่ ่ี หน้าท่ีที่จะต้องกระท�ำประโยชน์ให้แก่ชาติ
พระราชประสงค์หลักของการจัด อาฟรกิ าต้งั แต่ ปี พ.ศ. ๒๔๓๐ หนังสือ Aids บา้ นเมอื ง
ตั้งกองเสือปา่ to Scouting ทท่ี า่ นลอรด์ เบเดน เพาเวลล์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
พระราชประสงค์หลัก ๓ ประการ เขียนขึ้นสมัยท่านเป็นนายทหารอยู่ที่อินเดีย เจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานในการตั้ง
ในการจัดตั้งกองเสือป่าของพระบาทสมเด็จ ไดม้ กี ารนำ� มาแพรห่ ลายในองั กฤษในชว่ งเวลา กองลูกเสอื ข้ึน เพ่อื ฝกึ อบรมเยาวชนใหม้ ี
พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอย่หู วั คือ ปลูกฝังความ ปี ๒๔๔๓ ซึ่งในขณะนน้ั พระบาทสมเด็จ ระเบยี บวนิ ยั คณุ ธรรม และเหน็ แกป่ ระโยชน์
จงรักภักดีต่อพระมหากษัตรยิ ์ ความรกั ชาติ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวยังทรงศึกษาอยู่ ของประเทศชาตเิ ปน็ สำ� คญั ทรงยำ้� ในคำ� ปรารภ
บา้ นเมอื ง นับถอื พระพทุ ธศาสนา และความ ในอังกฤษ และเสด็จกลับประเทศไทยใน ของขอ้ บังคบั ลักษณะปกครองลกู เสอื ท่ี
สามคั คีในหมู่คณะ ไมท่ ำ� ลายซึง่ กันและกัน ปี พ.ศ. ๒๔๔๕ ในปี พ.ศ. ๒๔๕๐ ทา่ น ทรงให้ประกาศใช้เพ่ือตั้งกิจการลูกเสือข้ึน
พระราชประสงคห์ ลกั น้ี นำ� มาเปน็ วตั ถปุ ระสงค์ เบเดน เพาเวลล์ได้น�ำเด็ก ๒๐ คนไป
หลักของกจิ การลกู เสอื แสดงใหเ้ หน็ ถึงพระ- เขา้ คา่ ยกระทำ� กจิ กรรมทเ่ี กาะบราวนซ์ ี และ
ราชปณธิ านทชี่ ดั เจนทมี่ ตี อ่ กจิ การลกู เสอื ของ เขยี นหนงั สอื Scouting for Boys ซง่ึ พระบาท
พระองค์ เมอ่ื เทยี บกบั หลกั การของ SCOUTING สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับ
ของทา่ นลอรด์ เบเดน เพาเวลล์ ทรี่ ะบถุ งึ หนา้ ที่ ประเทศไทยแลว้ ๕ ปี และเปน็ ชว่ งปที ท่ี รงดำ� ริ
ต่อพระผูเ้ ป็นเจา้ หน้าทีต่ ่อตนเองและหน้าท่ี จะจดั ตง้ั กองเสอื ปา่ กำ� ลงั ฝกึ หดั ขา้ ราชบรพิ าร
ต่อผ้อู ่นื จะเหน็ วา่ จุดเนน้ ในสว่ นลกึ ๆ จะมี บางคนแบบทหารเปน็ การทดลองอยู่ พ.ศ.
ความแตกตา่ งกนั บา้ ง ทลี่ กู เสอื ไทยสว่ นหนงึ่ ๒๔๕๑ กิจการลกู เสอื แพร่หลายในอังกฤษ
มงุ่ เรอ่ื งการสง่ เสรมิ ความสามคั คี การรว่ มมอื พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รว่ มใจกันเพ่ือการปอ้ งกันประเทศและความ ทรงตั้งกองเสือป่าและลูกเสือ ในปี พ.ศ.
มนั่ คงของชาติ SCOUTING ของทา่ นลอรด์ ๒๔๕๔ จากเงอื่ นไขเวลากบั เหตกุ ารณ์ พอที่
เบเดน เพาเวลล์ สว่ นหนง่ึ มงุ่ เรอ่ื งการกระทำ� จะตั้งข้อสังเกตได้ว่า พระราชปณิธานท่ี
กจิ กรรมเพ่อื ผู้อื่น แสดงออกในทางพระราชด�ำริและพระราช
ประสงค์ในการจัดตั้งกองเสือป่าและกอง
10
เป็นครงั้ แรกว่า “ให้มีความร้ใู นทางเสอื ป่า และการกระทำ� ความผิดของลูกเสอื ทรง จากความดังกล่าวข้างต้น พอทจี่ ะ
เพ่ือว่าเม่ือเติบใหญ่ข้ึนแล้วจะได้รู้จักน่าที่ สร้างเหรยี ญราชนยิ ม พระราชทานแกผ่ ูท้ ่ี สรปุ ได้วา่ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้า
ซ่ึงผู้ชายไทยทุกคนควรจะประพฤติให้เปน กระทำ� คณุ งามความดี ชว่ ยเหลอื คนทป่ี ระสบ เจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานมุ่งหวังใน
ประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองอันเปนที่เกิด ภยันตรายตา่ งๆ กระท�ำกิจกรรมช่วยงาน กจิ การลกู เสอื ในสาระส�ำคัญ คือ เพือ่ พัฒนา
เมืองนอนของตน” นนั่ คือ การฝึกแบบทหาร ปกครอง งานของชมุ ชน ประเทศชาติ ทรง และส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีความรู้สึก
มรี ะเบียบวินยั ตงั้ อยู่ในพระราชกำ� หนด สง่ เสรมิ ใหม้ กี ารแขง่ ขนั ในการกระทำ� กจิ กรรม นกึ คดิ น�ำ้ ใจ ก�ำลงั กาย ความสามารถทจ่ี ะ
กฎหมายของประเทศบา้ นเมือง ทรงสง่ เสรมิ เพือ่ ประโยชน์ของส่วนรวมในงานชมุ นุมลูกเสือ เป็นก�ำลังส�ำคัญในการป้องกันประเทศชาติ
ให้มีการฝึกระเบียบแถว การเดนิ สวนสนาม แห่งชาติ ทีท่ รงกำ� หนดแผนงานไว้ในรชั สมัย และเสริมสร้างความม่ันคงให้เกิดข้ึนกับ
ทรงนพิ นธห์ นงั สอื เทศนาเสอื ปา่ เปน็ บทเรยี น ของพระองค์ ลูกเสือกลุ่มใดกระทำ� ความดี ชาตบิ า้ นเมือง เพ่ือใหพ้ ระราชประสงค์หลัก
ทางด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมแก่เสือปา่ และ ให้กบั ส่วนรวม ทรงก�ำหนดให้มกี ารรายงาน ๓ ประการในการที่ทรงต้งั กองเสือปา่ บงั เกิด
ลกู เสอื ทรงพระราชทานธงไชยเฉลมิ พล มาจนกระทง่ั ถึงพระองคเ์ พื่อทรงทราบด้วย ผลสมั ฤทธขิ์ น้ึ กบั กจิ การลกู เสอื ดว้ ย กลา่ วคอื
เสอื ปา่ เปน็ รปู เสอื มคี ตพิ จนว์ ่า เสยี ชีพอยา่ ปลูกฝังความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
เสยี สัตย์ นำ� มาเปน็ คตพิ จนท์ ่วั ไปของลูกเสือ การมคี วามรู้ ทักษะ ความสามารถที่จะ ความจงรกั ภกั ดตี อ่ ประเทศชาติ และนบั ถอื
ปัจจบุ นั ทรงอธบิ ายความคำ� วา่ ลกู เสือ วา่ พึ่งตนเองได้ พฒั นาตนเองได้ ศาสนา ปลูกฝงั ความสมคั รสมานสามคั คี
ทรงส่งเสริมให้ลูกเสือได้ฝึกทักษะ ระหว่างคนในชาติ ไม่ทำ� ลายซึ่งกันและกัน
“ลกู เสอื บ่ใช่เสือสัตวไ์ พร ชีวิต มีความสามารถช่วยเหลือตนเองได้ เพอื่ ฝกึ อบรมลกู เสอื ใหม้ รี ะเบยี บวนิ ยั คณุ ธรรม
เรายมื ชอ่ื มาใช้ ดว้ ยใจกลา้ หาญปานกนั เปน็ ตน้ วา่ การท�ำอาหาร การดูแลซ่อมแซม รจู้ กั หนา้ ทที่ จี่ ะประพฤตปิ ฏบิ ตั ใิ หเ้ ปน็ ประโยชน์
ท่อี ยูอ่ าศยั ยารักษาโรค เคร่ืองมอื เคร่อื งใช้ ตอ่ ประเทศชาติ เพอ่ื สง่ เสรมิ ใหล้ กู เสอื กระทำ�
ใจกล้ามใิ ช่กลา้ อาธรรม์ เครอื่ งนงุ่ หม่ การมธั ยสั ถ์ การวา่ ยนำ้� การ กจิ กรรมบำ� เพญ็ ประโยชน์ สรา้ งคณุ งามความดี
เชน่ เสอื อรญั สัญชาตชิ นคนพาล พายเรือ การขนึ้ ต้นไม้ และทรงส่งเสริมให้ คุณค่า คณุ ประโยชนต์ ่อผอู้ ่นื ชว่ ยเหลอื
ลูกเสอื ฝึกทักษะทางวิชาพิเศษต่างๆ เช่น ผปู้ ระสบภยนั ตรายต่างๆ ช่วยสงิ่ แวดล้อม
ใจกลา้ ต้องกล้าอย่างทหาร ช่างฝมี ือจกั สาน ชา่ งไม้ ชา่ งเยบ็ ช่างกลึง ทำ� ความสะอาด ขจดั ขยะสง่ิ สกปรก ปลกู
กล้ากอปรกิจการ แก่ชาติประเทศเขตตน” งานอาชีพ เชน่ การทำ� นา ท�ำสวน เลี้ยงสตั ว์ ต้นไม้ ชว่ ยงานปกครอง ชว่ ยใหบ้ ริการใน
ทอเส่อื ชา่ งกล ท�ำเคร่ืองเหล็ก ฯลฯ ทรง ชุมชน เพ่ือสง่ เสรมิ ใหล้ ูกเสอื ได้มีความรู้
การกระท�ำความดี คุณค่าคุณประโยชน์ แนะน�ำให้ลูกเสือไปหาความรู้และฝึกทักษะ ความสามารถในทกั ษะชวี ติ พ่ึงตนเองได้
ให้กับผอู้ ื่น สว่ นรวม ประเทศชาติ กบั บดิ า มารดา ผู้ปกครองและประชาชนที่ ช่วยตนเองได้ในการด�ำเนนิ ชีวิต มีความรู้
ทรงส่งเสริมให้ลูกเสือกระท�ำความดี มคี วามสามารถในเร่ืองเหล่านใี้ นชุมชน ทรง ความสามารถในการพัฒนาตนเองในด้าน
ชว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื ไดท้ ำ� ประโยชนใ์ หก้ บั งานดา้ น จัดให้การสอบไล่วิชาลูกเสือเพ่ือให้มีการ งานชา่ งตา่ งๆ งานอาชพี ซงึ่ อาจเรียนร้จู าก
การปกครอง ด้านการชว่ ยเหลือผปู้ ระสบภยั เลอ่ื นชั้นเปน็ ลูกเสอื โท ลกู เสอื เอก แสดงให้ ประชาชนที่มีความสามารถในวิชาการ
อันตราย ดา้ นส่งิ แวดลอ้ ม ท�ำความสะอาด เห็นถึงพระราชปณิธานและความมุ่งหวังของ เหลา่ นั้นในชุมชน
ปลูกต้นไม้ ขจดั ขยะสิ่งสกปรก ดา้ นบริการ พระองคท์ จี่ ะใหก้ จิ การลกู เสอื ไดพ้ ฒั นาเยาวชน
ต่างๆ ในชมุ ชน ทรงก�ำหนดให้มีแผ่นสุวรรณ ให้สามารถพงึ่ ตนเองได้ พฒั นาตนเองได้
และแผน่ สุวาน เพอ่ื บนั ทึกการกระท�ำความดี
11
ประวัตลิ ูกเสือไทย
พลเรือเอกสุชาติ กลศาสตร์เสนีย์
กิจการลูกเสือโลกเกิดขึ้น เม่ือ โดย บ-ี พี ได้เล่าประสบการณข์ องทา่ นใน “ไมม่ คี วามสขุ ใดจะเทยี บไดก้ บั การทไี่ ดห้ งุ หา
พุทธศักราช ๒๔๕๐ ณ ประเทศองั กฤษ อินเดียและแอฟรกิ าให้เดก็ ๆ ฟงั ตอ่ จากนั้น อาหารการกินเองเหนือกองไฟในตอนเย็น
โดย บารอน โรเบริ ต์ สตเี ฟนสนั สมทิ ธ์ ได้ชี้แจงแผนและรายละเอยี ดของการอยูค่ า่ ย ของแตล่ ะวัน และไมม่ ีกล่นิ ใดที่เหมอื นกับ
เบเดน-เพาเวลล์ เป็นชาวอังกฤษ เกดิ ท่ี พักแรม บอกถงึ ก�ำหนดการทท่ี ุกคนจะท�ำ กลนิ่ ของกองไฟนั้น”
กรงุ ลอนดอน เมอ่ื วนั ท่ี ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ ในวนั ต่อไป และกอ่ นเลกิ ประชมุ รอบกองไฟ
พุทธศกั ราช ๒๔๐๐ มีการสวดมนต์ก่อนท่ีเด็กจะกลับไปเข้านอน การทำ� อาหารในครวั ชว่ ยให้ลูกเสือ
ตามเต็นทข์ องหมู่ตนเอง ได้ช่ืนชมกับความซับซ้อนในการปรุงอาหาร
เกาะบราวนซ์ ี (Brown Sea Island) ที่แม่ของตนทำ� ใหก้ นิ ท่ีบา้ น ทำ� ให้ลกู เสือได้
บี-พี ได้ทดลองน�ำเด็ก ๒๐ คน จาก กิจกรรมที่กระท�ำในระหว่างอยู่ค่าย เข้าใจมากขึ้นและกลายเป็นคนท่ีอดทนย่ิงข้ึน
ครอบครัวและระดับการศึกษาแตกต่างกัน คอื การบุกเบิก การผูกเงื่อน การทำ� สะพาน ของครอบครัว
ท้ังที่เป็นบุตรของเพื่อนและเด็กจากสโมสร การคาดคะเนระยะทาง ความสงู น�ำ้ หนัก
เยาวชนไปอยคู่ า่ ยพกั แรมทเ่ี กาะน้ี ซงึ่ อยทู่ าง และจำ� นวน การสังเกตและการจำ� การ ค�ำกล่าวของ บ-ี พี ทก่ี ล่าวถึงกิจการลกู เสือ
ตอนใตข้ องเกาะองั กฤษเปน็ เวลา ๙ คนื ตงั้ แต่ ปฐมพยาบาล การท�ำอาหาร การอยู่เวรยาม “SCOUTING is not a science
วันท่ี ๓๑ กรกฎาคม ถึง ๙ สิงหาคม กลางคืน เป็นต้น หลงั จากคา่ ยพกั แรมสน้ิ สุด to be solve studied. Nor is it a
พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๐ เดก็ ๆ แยกยา้ ยกลับไปยงั ครอบครัวแลว้ บ-ี พี collection of doctrines and texts.
ไดร้ บั จดหมายแสดงความชนื่ ชมจากผปู้ กครอง No is a Jolly game in the out of doors,
ในการฝึกทา่ นไดแ้ บง่ เดก็ ๒๐ คน ในความรู้ ความสนุกสนานและการฝกึ อบรม where boy-men and boys can go
ออกเปน็ ๔ หมู่ หมลู่ ะ ๕ คน โดยใชช้ อ่ื หมวู่ า่ บม่ นสิ ัย ที่ลูกหลานของพวกเขาได้รบั จาก adventuring together as older and
หมาปา่ (Wolves), นกเคอรล์ วิ ส์ (Curlews), ค่ายพกั แรมเปน็ จำ� นวนมาก younger brothers picking up health
ววั (Bulls), และนกแรฟเวน (Raven) ตาม and happiness, handicraft and
ลำ� ดบั แตล่ ะหมมู่ นี ายหมรู่ บั ผดิ ชอบในเรอ่ื ง บี-พี สอนเร่อื งระบบหมลู่ กู เสอื ไวว้ า่ helpfulness.” Baden - Powell
ความประพฤตแิ ละการปฏบิ ตั ิตนในหมู่ เพื่อ “ผลรวมของทุกสิง่ อยูท่ ี่นี่ ทกุ ๆ คนในหมู่
ให้เด็กเรียนรู้ถึงหน้าที่และความรับผิดชอบ ลกู เสอื จะแบง่ กนั รบั ผดิ ชอบทงั้ ในบรเิ วณทพี่ กั “วิชาลูกเสือมิใช่เร่ืองวิชาการที่จะพึง
ซงึ่ จะยนื ยนั ไดว้ า่ ระบบหมเู่ ปน็ วธิ กี ารทถ่ี กู ตอ้ ง และในคา่ ย เพอ่ื ใหเ้ ขามสี ว่ นรว่ มในความสำ� เรจ็ ศกึ ษาอยา่ งครำ่� เครง่ อกี ทง้ั ไมใ่ ชก่ ารประมวล
ในการฝกึ อบรมเดก็ กจิ กรรมทใี่ ชใ้ นการอยคู่ า่ ย ของงานทง้ั ปวง” ของลัทธิค�ำส่ังสอนและต�ำรับต�ำราทั้งหลาย
คือ การปฏิบตั จิ รงิ และการเลน่ เกม โดยใน ไม่ใชเ่ ช่นนน้ั หากแต่เปน็ เกมการละเลน่
ตอนกลางคืน วนั ท่ี ๓๑ กรกฎาคม บ-ี พี ได้ การอยู่ค่ายพักแรม ท�ำไมลูกเสือ สนุกสนานกลางแจง้ เป็นสถานที่ที่ผู้ใหญ่
จัดให้มีการประชุมรอบกองไฟเป็นคร้ังแรก ต้องหุงหาอาหารกนิ เอง ซ่งึ บี-พีกล่าวไว้ว่า กับเด็กสามารถจะออกไปผจญภัยร่วมกัน
13
ดุจพีน่ ้องทงั้ วัยสูงกวา่ และอ่อนกวา่ อนั น�ำมา พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยหู่ วั ทรงฉายพรอ้ มพระบรมวงศานุวงศ์
ซง่ึ สขุ ภาพอนามยั และความสขุ สำ� ราญ ความ ที่หนา้ ระเบยี งพระอโุ บสถวัดพระศรรี ัตนศาสดาราม พ.ศ. ๒๔๕๔
ชำ� นชิ ำ� นาญดว้ ยฝไี มล้ ายมอื และการชว่ ยเหลอื
เอ้ืออาทรตอ่ กัน” เบเดน เพาเวลล์
การก�ำเนิดลูกเสือไทย
ภายหลังกิจการลูกเสือโลกได้ถือ
กำ� เนดิ ขน้ึ ในประเทศองั กฤษ ทางประเทศไทย
กไ็ ดก้ อ่ ตง้ั การลกู เสอื ตามขน้ึ มาดว้ ย เมอ่ื วนั ท่ี
๑ กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๔ โดยพระบาท
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นพระผู้
พระราชทานก�ำเนิดดว้ ยพระองคเ์ อง จึงนบั
ว่ารัฐบาลไทยได้รับรองไปในตัวเสร็จนับแต่
วาระแรกท่ีได้ก่อก�ำเนิดกิจการลูกเสือของ
ประเทศไทยขึน้ มา ท้ังน้ี นบั ว่าประเทศไทย
เป็นประเทศลำ� ดบั ท่หี ้า ที่ได้มกี ารลกู เสอื ขนึ้
ในโลก ประเทศทส่ี องรองจากองั กฤษคอื
ประเทศชลิ ี ตอ่ จากน้นั เป็นประเทศแคนาดา
สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย จึงไดเ้ ร่มิ มี
การลกู เสอื ขึ้น
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยูห่ ัว ทรงฉายพรอ้ มสมาชิกเสอื ป่ารุ่นแรก
หนา้ ระเบียงพระอโุ บสถวดั พระศรรี ัตนศาสดาราม พ.ศ. ๒๔๕๔
ทีม่ า : วชริ าวุธวิทยาลัย (๒๕๐๗)
14
จึงนับว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ- ไม่ใชแ่ ตเ่ พียงคดิ เท่านน้ั ท้ังได้ทดลองฝกึ หดั การฝกึ ฝนปลุกใจให้คิดถูกเช่นนี้ ตอ้ งเริม่
เกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ มากวา่ ๓ ป”ี และอกี ตอนหนง่ึ ทรงกลา่ ววา่ ฝกึ ฝนเสยี แต่เม่อื ยังเยาวอ์ ยู่ เปรยี บเสมอื น
ทก่ี ้าวทนั ตอ่ โลกเปน็ อยา่ งย่งิ อยา่ งไรก็ดี “ส่ิงใดที่ไม่แน่ใจว่าจะท�ำไปให้ส�ำเร็จได้จริงๆ ไมท้ ี่ยังออ่ นจะดดั ไปเปน็ รปู อย่างไร ก็เปน็ ไป
เกย่ี วกับเรอ่ื งเสือป่าและลกู เสอื เป็นท่ีทราบ กไ็ ม่อยากจะขยายออกมาใหเ้ ป็นการใหญ”่ ไดง้ า่ ยและงดงาม แต่ถา้ รอไวจ้ นแก่เสียแลว้
กันดีในหมู่ข้าราชส�ำนักท่ัวไปในคร้ังนั้น เมื่อจะดัดก็ต้องเข้าไฟและมักจะหักลิได้ใน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกข้าหลวงเดิมว่า ดงั นนั้ จึงทำ� ให้นา่ เชอื่ ว่าพระบาท ขณะท่ดี ดั ดงั นีฉ้ นั ใด สนั ดานคนกฉ็ นั น้ัน”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเร่ิม สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวอาจจะได้
ด�ำเนินการในเร่ืองนี้มาต้ังแต่ก่อนเสวยราชย์ ทรงพระราชด�ำริในเร่ืองน้ีไว้ก่อนท่านลอร์ด ต่อมาในคราวงานพระราชพิธีบรม
แลว้ กลา่ วคือ แต่เมอ่ื ยงั ทรงด�ำรงพระราช เบเดน เพาเวลล์ เสยี อกี กเ็ ปน็ ได้ แต่หาก ราชาภิเษกสมโภช ก็ไดท้ รงมพี ระราชด�ำรัส
อิสริยยศเป็นสยามมกุฎราชกุมารอยู่ก็ได้ โอกาสยังไม่อ�ำนวยให้ได้ทรงท�ำเป็นการใหญ่ แกป่ ระชาชน มคี วามตอนหนงึ่ กลา่ วถงึ เรอ่ื ง
ทรงให้มีการเล่นซ้อมรบมาแล้วหลายครั้ง และจรงิ จงั ออกมาเทา่ นน้ั จนกระทง่ั ไดท้ รง พระราชประสงค์ในการต้ังกองลูกเสือป่า
ดงั น้ัน พอเสด็จข้นึ ครองราชสมบตั ิ การเลน่ ก้าวขึ้นสู่ราชบัลลังก์แล้วน่ันเองโอกาสที่ทรง และลูกเสอื ดังนี้
ซ้อมรบท่ีว่าน้ีก็ได้แปรสภาพมาเป็นเสือป่า คอยกม็ าถงึ จงึ เห็นไดว้ ่าเสอื ป่ากด็ ี ลูกเสอื
ทนั ที แลว้ ไมช่ า้ ลกู เสอื กเ็ กดิ ตามมาเปน็ ลำ� ดบั กด็ ี ล้วนแต่ได้ตงั้ ข้นึ ในวาระแรกท่ีพระองค์ได้ “การใดๆ ทเ่ี ราไดเ้ รมิ่ จดั ขน้ึ แลว้ และ
ซึ่งการทั้งน้ีก็ได้เคยมีพระราชปรารภมาแล้ว ขึ้นครองราชสมบัติท้งั ส้นิ ถา้ หากสิง่ เหล่าน้ี ซง่ึ จะไดจ้ ดั ขนึ้ อกี ตอ่ ไป กล็ ว้ นทำ� ไปดว้ ยความ
แต่เมอ่ื แรกต้งั กองเสือปา่ ว่า “..ไดค้ ดิ มา มิได้ทรงตระเตรียมไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วย่อม มงุ่ หมายทจี่ ะใหเ้ ปน็ ประโยชน์ นำ� ความเจรญิ
นานแลว้ การเช่นน้จี ะคิดข้ึนโดยปจั จบุ ัน จะจัดตัง้ ขึน้ โดยฉับพลนั ทันทดี ังนไ้ี มไ่ ด้ มาสู่ชาติ อย่างน้อยก็เพียงไม่ให้ต้องอาย
ทันด่วนที่ไหนเลยจะจัดให้ส�ำเร็จตลอดไปได้ เพอื่ นบา้ น เชน่ การตงั้ กองเสอื ปา่ ขนึ้ กด็ ว้ ย
พระราชปรารภในการจดั ตงั้ กองลกู เสอื มุ่งหมายจะให้คนไทยท่ัวกันร้สู ึกวา่ ความ
ในการก่อตั้งกองลูกเสือพระบาท จงรักภักดีต่อผู้ด�ำรงรัฐสีมาอาณาจักรโดย
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระ ตอ้ งตามนติ ิธรรมประเพณปี ระการ ๑ ความ
ราชปรารภว่า รักชาติบ้านเมืองและนับถือพระศาสนา
“กองเสือป่าได้ตั้งข้ึนเป็นหลักฐาน ประการ ๑ ความสามคั คใี นคณะและไมท่ ำ� ลาย
แลว้ พอจะเป็นท่ีหวังไดว้ า่ จะเป็นผลดตี าม ซ่ึงกันและกนั ประการ ๑ ทง้ั ๓ ประการ น้ี
พระราชประสงค์ แต่ผู้ที่จะเป็นเสือป่าต้อง เปน็ มลู รากแหง่ ความมนั่ คง จะทำ� ใหช้ าตเิ รา
เป็นผทู้ น่ี บั ว่าเปน็ ผ้ใู หญแ่ ลว้ ฝ่ายเด็กชาย ด�ำรงอยู่เป็นไทยได้สมนาม มใิ หเ้ สยี ทีท่ี
ทย่ี ังอยู่ในปฐมวยั กเ็ ป็นผทู้ ส่ี มควรจะได้รับ บรรพบุรุษของเราทั้งหลายได้สู้ก่อสร้าง
ความฝกึ ฝน ทงั้ ในสว่ นรา่ งกายและในสว่ นใจ ปลูกฝังชาติเราไว้ในแว่นแคว้นแดนสยามน้ี
ใหม้ คี วามรใู้ นทางเสอื ปา่ เพอื่ วา่ เมอ่ื เตบิ ใหญ่ ถึงการทไี่ ด้คิดจดั ใหม้ กี ารลกู เสอื ข้ึน ก็โดย
ขึ้นแล้วจะได้รู้จักหน้าที่ซ่ึงผู้ชายไทยทุกคน ความปรารถนาที่จะให้เด็กไทยได้ศึกษาและ
ควรจะประพฤติให้เป็นประโยชน์แก่ชาติ จดจำ� ข้อสำ� คญั ทงั้ ๓ ประการอันกล่าวมา
บา้ นเมอื ง อนั เปน็ ทเี่ กดิ เมอื งนอนของตนและ แลว้ นัน้ ไดฝ้ ังมัน่ อยใู่ นดวงจติ ต์ต้ังแต่ยงั มี
15
อายุอยูใ่ นประถมวัย เพอื่ ว่าเมื่อเติบใหญข่ ้นึ
แล้วจะไดค้ งร้สู ึกเช่นนั้นจนตลอดชีวิต และ
จะต้ังจิตต์ประพฤติตนเป็นไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน
อันประเสริฐมิให้เสียทีท่ีก�ำเนิดมาในชาติไทย
และจะไดต้ ง้ั ใจไวช้ อ่ื ในโลกนี้ ใหม้ ผี ู้นบั หน้า
ถอื ตา และให้เขาทัง้ หลายเห็นปรากฏว่า
ชาตเิ ราเปน็ ชาตทิ ี่ยงั ไมต่ าย ยังจะถาวรและ
จำ� เรญิ ยิ่งขึน้ ไปทกุ วัน”
พระมหากษัตริยก์ ับการลูกเสอื แทนตัวเราและเป็นพยานว่าคณะลูกเสือ ปรยิ าย แตใ่ นสว่ นการลกู เสอื นน้ั ยงั ปรากฏวา่
อย่างท่ีได้ทราบกนั แล้ววา่ กจิ การ ราชบรุ ียังกระท�ำหน้าท่อี ย่างลกู เสอื ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่
ลูกเสือได้ก่อตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระ- ข้อบังคับค�ำม่ันสัญญาท่ีได้ปฏิญาณไว้อย่าง คอื พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจ้าอยู่หัวน้ัน
มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผพู้ ระราชทาน แขง็ แรง ขอให้เจา้ จำ� คำ� มนั่ สญั ญานน้ั ไว้ เม่อื ยังทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ท�ำนุบ�ำรุงเป็น
ก�ำเนิดกิจการเสอื ป่าและลกู เสอื ไทย ในทน่ี ี้ ถึงคราจะได้ท�ำตนให้เป็นประโยชน์แก่ชาติ อนั ดีตลอดมา อันเป็นผลให้กิจการลูกเสอื
จะกล่าวถึงบทบาทของพระมหากษัตริย์กับ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ และรักษาธงนไ้ี ว้ ในรชั กาลพระองค์นไ้ี ด้เจริญกา้ วหน้าออกไป
การลูกเสือของประเทศไทย ซงึ่ ได้จากพระ- เป็นเกียรติยศแก่กองลูกเสือมณฑลราชบุรี พอสมควร
บรมราโชวาทที่ได้พระราชทานแก่ลูกเสือ ชว่ั กาลนาน ในทสี่ ดุ เราขออวยพรให้กอง
ในโอกาสตา่ งๆ ดงั น้ี ลูกเสือมณฑลราชบรุ ีจงมคี วามเจรญิ ยิ่งๆ ขึน้ เน่ืองจากพระบาทสมเด็จพระ-
สืบไป และขอให้ลูกเสือทัง้ หลายจงมคี วาม มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวไดเ้ สดจ็ สวรรคต จึง
รัชสมัยของพระบาทสมเด็จ ผาสุกตลอดท่วั กันเทอญ” ท�ำให้ต�ำแหน่งสภานายกสภากรรมการ
พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอย่หู วั จัดการลกู เสอื ว่างลง คณะกรรมการสภา
พระบรมราโชวาทที่ได้พระราชทาน รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ กรรมการกลางจดั การลูกเสือ จึงไดต้ กลง
นนั้ ลว้ นมีคณุ คา่ ยงิ่ ในการส่งั สอนและปลกุ ใจ เจา้ อยหู่ ัว มอบฉันทะให้พระยาไพศาลศิลปศาสตร์
ลกู เสอื ทง้ั หลาย จากทมี่ โี อกาสไดพ้ บพระบรม เมื่อส้ินรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ อุปนายกสภากรรมการกลางในขณะนั้น
ราโชวาท ซง่ึ เปน็ ครงั้ สดุ ทา้ ยของพระองคท์ า่ น พระมงกุฎเกล้าเจา้ อย่หู วั แลว้ กจิ การเสอื ป่า น�ำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบ
คอื ในคราวพระราชทานธงประจำ� กองลกู เสอื ก็ได้สิ้นสภาพตามพระองค์ท่านไปด้วยโดย ใตฝ้ ่าละอองธุลีพระบาท ขออัญเชญิ ให้ทรง
ใหแ้ กก่ องลกู เสอื มณฑลราชบรุ ี เมอื่ พทุ ธศกั ราช รับต�ำแหน่งสภานายกสภากรรมการกลาง
๒๔๖๗ ไดพ้ ระราชทานพระบรมราโชวาท ดงั น้ี จดั การลกู เสอื แหง่ สยาม สบื ตอ่ แทนพระบาท
“ในการท่ีเราให้ธงนี้แก่กองลูกเสือ
ยอ่ มเปน็ พยานวา่ เราไดเ้ อาใจใสใ่ นการลกู เสอื
ในกรงุ สยามเสมอ เพราะธงนเี้ ปน็ เครอื่ งหมาย
16
สมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หัว และขอให้ ต้ังแตเ่ ลก็ ๆ จงึ จะได้ และต่อไปเมือ่ ถงึ เวลา รัฐบาลโดยตรง จงึ ทำ� ใหพ้ ระมหากษัตรยิ ์
ทรงรับคณะลูกเสือแห่งชาติเข้าไว้ในพระ- รบั ราชการส�ำหรับรกั ษาบา้ นเมือง เป็นตน้ มิค่อยได้ทรงมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์
ราชูปถมั ภต์ อ่ ไปดว้ ย ทัง้ นเ้ี พอื่ ความเจรญิ เราก็จะพร้อมอยู่เสมอท่ีจะท�ำได้ทันที ความเจริญรุ่งเรืองให้แก่การลูกเสือเหมือน
วฒั นาถาวรของการลูกเสอื สืบไป เม่ือความ เพราะมีก�ำลังแข็งแรงอยแู่ ลว้ เราตอ้ งฝกึ หัด ดังทเ่ี คยเปน็ มาในกาลกอ่ น
ทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วก็ปรากฏ วาจาใหอ้ อ่ นหวาน ไมพ่ ูดจามสุ าวาท เพราะ
ว่าได้รับพระมหากรุณาธิคุณสมดังความ ทำ� เช่นนั้นแลว้ จงึ จะเขา้ สมาคมกับเพ่ือนฝูงได้ ความคับขันภายในและภายนอก
ปรารถนาทกุ ประการ โดยได้พระราชทาน ตลอดจนเม่ือจะท�ำราชการหรือค้าขายก็ดี ประเทศ ไดเ้ ปน็ เครอ่ื งบน่ั ทอนความกา้ วหนา้
พระราชกระแสลงมาวา่ ทรงมพี ระราชหฤทยั ความสัตยย์ ่อมเป็นของสำ� คญั ทส่ี ดุ วาจา แหง่ กจิ การลกู เสืออยา่ งส�ำคัญ ทำ� ให้รฐั บาล
ยินดีท่ีจะรับต�ำแหน่งเป็นสภานายกสภา อ่อนหวานย่อมน�ำประโยชน์มาให้เรามาก และวงการทั่วไปในขณะน้ันหันความสนใจ
กรรมการกลางจัดการลกู เสือแหง่ ชาติ ตาม ทีส่ ุด นอกจากน้เี ราตอ้ งฝกึ หัดใจของเราอกี ไปทางด้านอ่ืน เช่น ในเรื่องอันเนื่องด้วย
ทก่ี ราบบงั คมทลู ขอพระราชทานไป จงึ กอ่ ให้ ต้องเป็นผซู้ อ่ื ตรงตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหา การทหารและการป้องกันประเทศ ได้แก่
เกดิ ความปติ ยิ นิ ดเี ปน็ ลน้ พน้ แกค่ ณะลกู เสอื ไทย กษัตรยิ ์ ต้องซอื่ ตรงต่อเพื่อนฝงู ของเราดว้ ย การท่ีรัฐบาลได้จัดต้ังยุวชนทหารซ้อนขึ้นอีก
ทั่วหน้า ทั้งนี้ ได้มีพระบรมราโชวาทท่ีได้ จึงจะได้ เมอื่ ได้ฝกึ ฝนอยา่ งน้จี ะทำ� มาหากิน หนว่ ยหน่ึง เป็นการฝกึ เยาวชนในทางทหาร
พระราชทานแก่ลูกเสือในโอกาสทรงรับ หรือจะรับราชการ หรือจะทำ� อะไรย่อมเปน็ อยา่ งแทจ้ รงิ โดยทก่ี ิจการยวุ ชนทหารเป็น
คณะลกู เสอื แหง่ ชาตเิ ขา้ ไวใ้ นพระราชปู ถมั ภน์ น้ั ประโยชนท์ งั้ ส้นิ โอกาสทเี่ ด็กไทยจะได้ฝึกฝน ของใหมแ่ ละรฐั บาลไดต้ ง้ั หนา้ ทะนบุ ำ� รงุ อยา่ ง
มาแสดงไว้เพ่ือเป็นอนุสรณ์แห่งพระองค์ท่าน ใน ๓ อยา่ งนี้ ย่อมจะไดร้ ับโดยดีทีส่ ุดเมอ่ื ได้ จรงิ จงั ทำ� ใหย้ วุ ชนทหารไดเ้ จรญิ เตบิ โตขน้ึ มา
ดงั น้ี เป็นลกู เสือ....” แทนทก่ี ารลูกเสืออยา่ งรวดเร็ว ยังผลให้การ
ลูกเสอื ต้องประสบกบั ความเสือ่ มโทรมลงไป
“....พระราชด�ำริของพระบรมเชษฐา ตราบกระทง่ั ไดเ้ กดิ ปฏวิ ตั เิ ปลย่ี นแปลง
ในเร่อื งน้ี นับว่าเปน็ ประโยชนท์ สี่ ดุ ส�ำหรบั การปกครองขน้ึ เม่ือวันท่ี ๒๔ มิถุนายน
บ้านเมือง และนบั ว่าเป็นพระมหากรุณา พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๕ การลกู เสอื จงึ ไดช้ ะงกั ลง
โดยเฉพาะโดยตรงส�ำหรับเด็กไทยทุกคน ชวั่ ระยะเวลาหนงึ่ และพน้ จากพระราชภาระ
ตามธรรมดาเดก็ ๆ ทีจ่ ะเรยี นแตว่ ิชาหนังสือ ของพระองค์ไปนับแตน่ ้นั มา
เทา่ น้ันไมพ่ อ ถา้ จะเรยี นแตว่ ชิ าหนงั สือกต็ รง
สภุ าษติ โบราณทวี่ า่ “วชิ าทว่ มหวั เอาตวั ไมร่ อด” รชั สมยั สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั อานนั ทมหดิ ล
เราต้องฝกึ หดั อยา่ งอน่ื ด้วย คือเราตอ้ งฝกึ หดั เน่ืองจากในขณะท่ีทรงข้ึนครอง
ท้ังกาย วาจา ใจของเรา ต้องฝึกหัดให้มี ราชสมบัติน้ัน สมเด็จพระปรเมนทรมหา
ก�ำลงั กายแข็งแรงอดทน สามารถทนความ อานนั ทมหดิ ล เพงิ่ มพี ระชนมายไุ ด้ ๙ พรรษา
ตรากตรำ� ต่อไปภายหน้าได้ เรายอ่ มรอู้ ยู่ และก�ำลังประทับศึกษาวิชาการอยู่ ณ
ทกุ คนวา่ เมอื่ เราโตขนึ้ แลว้ จะตอ้ งทำ� การงาน ต่างประเทศ จงึ ต้องมีผู้ส�ำเร็จราชการแทน
ยอ่ มจะตอ้ งทนตรากตรำ� บา้ งเปน็ ครง้ั คราวเสมอ พระองคอ์ ยู่ตลอดเวลา การลกู เสอื ยคุ ใหม่
เพราะฉะนนั้ เราตอ้ งเตรยี มตวั ตอ้ งฝกึ หดั ไว้ ภายใตร้ ะบอบประชาธปิ ไตยนอ้ี ยใู่ นภาระของ
17
ในโอกาสแหง่ การเสดจ็ นวิ ตั สิ พู่ ระนคร อยธุ ยา และราชบรุ ี ไดท้ รงมีพระราชด�ำรสั เพ่ือเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติได้อย่าง
ของสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั อานนั ทมหดิ ล ผทู้ รง แกน่ กั กีฬา และลกู เสือดังน้ี ดีย่ิง พระองค์ทรงให้ก�ำลังใจ และส่งเสริม
ด�ำรงต�ำแหน่งสภานายกสภากรรมการกลาง กจิ กรรมลูกเสือทกุ ชนดิ มาโดยตลอด ทรง
จัดการลูกเสือแห่งชาติในขณะนั้นเม่ือวันท่ี “นักกฬี า และลกู เสือทง้ั หลาย เปน็ องคป์ ระธานในงานลูกเสือแห่งชาติ โดย
๑๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๘๑ คณะ ข้าพเจ้ามีความยินดีมากท่ีได้มาใน ทรงเครือ่ งแบบลกู เสอื ชุดฝึก (พระสนบั เพลา
ลูกเสือแห่งชาติท้ังฝ่ายเสนาและสมุทรเสนา งานของทา่ น กฬี าเปน็ สง่ิ ดขี า้ พเจา้ ชอบมาก ขาสั้น) พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ
ตา่ งกม็ โี อกาสถวายความจงรกั ภกั ดใี นวาระนนั้ ขอใหท้ า่ นทัง้ หลายเอาใจใส่อยเู่ สมอ และ กำ� หนดใหว้ ันที่ ๑ กรกฎาคมของทุกๆ ปี
หลายสิ่งหลายประการดว้ ยกัน เช่น ได้จดั ขอให้มคี วามสุขสบายทว่ั กนั ” เปน็ วนั เฉลมิ ฉลองวนั สถาปนาคณะลกู เสอื
ทลู เกลา้ ฯ ถวายเครอื่ งฉลองพระองคต์ ำ� แหนง่ แหง่ ชาติ พระราชทานใหม้ ลี กู เสอื ชาวบา้ น
สภานายกสภากรรมการกลางฯ ไวท้ ง้ั เหลา่ เสนา รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั โดยที่พระองค์ทรงเล็งเห็นว่าประชาชน
และสมทุ รเสนา ในโอกาสทม่ี กี ารแขง่ ขนั กรฑี า ภมู ิพลอดุลยเดช ชาวบ้านทไ่ี มม่ ีโอกาสศกึ ษาเล่าเรยี น หรอื
ประจำ� ปี พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๑ ของกระทรวง เม่ือเร่ิมรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ เว้นว่างจากการเรียนควรได้เข้าร่วมกิจกรรม
ธรรมการอันเป็นคร้ังแรกท่ีได้จัดให้มีขึ้น พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดชนนั้ เปน็ ระยะ ทแ่ี สดงถงึ ความรกั ความสามคั คี การอาสา
ณ กรีฑาสถานแหง่ ชาติ และประจวบกบั ท่ี เวลาทมี่ หาสงครามโลกครง้ั ทส่ี องเพงิ่ จะสงบลง ป้องกันชาติ โดยใชก้ ิจกรรมลูกเสือเปน็ ส่อื
ทางสภากรรมการกลางจดั การลกู เสอื แหง่ ชาติ จากการน้ีเองท�ำให้กิจการลูกเสือในหลายตอ่ เพราะกิจกรรมลูกเสือเป็นกิจกรรมท่ีพัฒนา
ในเวลาน้ันด�ำริจะทดลองสมรรถภาพของ หลายประเทศที่ได้สงบซบเซาไปเป็นเวลา ทงั้ สุขภาพรา่ งกาย จติ ใจ และสงั คมได้
ลกู เสือเป็นครงั้ แรก โดยจดั การแขง่ ขนั วิชา ชา้ นานได้กลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหน่ึง เปน็ อยา่ งดี
ลูกเสือชิงรางวัลพระราชทาน และเป็น หลงั จากทกี่ ารลกู เสอื ไดช้ ะงกั ไปชวั่ ระยะหนง่ึ
ครงั้ แรกทส่ี มเดจ็ องคส์ ภานายกฯ จะไดเ้ สดจ็ โดยที่ลูกเสือได้สลายตัวไปรวมกับองค์การ
พระราชด�ำเนินมาทอดพระเนตรงานนี้ด้วย ยุวชนแห่งชาติ เมอื่ ปพี ุทธศักราช ๒๔๘๖
จึงเป็นศุภนิมิตอันอุดมมงคลของการลูกเสือ พอถงึ ปี พุทธศักราช ๒๔๙๐ กจิ การลูกเสือ
วาระหนง่ึ สภากรรมการกลางจดั การลกู เสอื ได้ถูกรื้อฟื้นให้คืนคงสถานะเดิมข้ึนมาอีก
แห่งชาติจึงกราบบังคมทูลขอพระราชทาน ครง้ั หนงึ่ เปน็ ผลใหก้ ารลกู เสอื ในประเทศไทย
พระมหากรณุ าธคิ ณุ ใหท้ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ได้เริม่ ต้นเคลอ่ื นไหวเข้มแข็งขนึ้ มาใหม่
พระราชทานธงประจ�ำกองแกบ่ รรดาจงั หวดั
ต่างๆ ท่ีส่งลูกเสือเข้ามาแข่งขันวิชาลูกเสือ พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัย
คร้ังน้ดี ว้ ย ปรากฏว่าทรงพระกรุณาตอบรับ ในการลูกเสือท้ังลูกเสือสากลและลูกเสือ
ค�ำกราบบังคมทูลเป็นอันดีภายหลังท่ีได้ ชาวบ้าน ทรงเข้าพระราชหฤทัยในหลัก
พระราชทานธงประจ�ำกองลูกเสือแก่คณะ จิตวิทยาพฤตกิ รรมมนษุ ยแ์ ละจติ วทิ ยาสงั คม
ลกู เสอื จงั หวดั พระนคร ธนบุรี ฉะเชงิ เทรา อยา่ งลกึ ซงึ้ ทรงเลง็ เหน็ วา่ กจิ กรรมลกู เสอื นน้ั
ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี พระนครศรี สามารถพัฒนาคนใหเ้ ปน็ คนดี มคี ุณธรรม
18
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ และในวันสุดท้ายของการชุมนุมได้ ลูกเสือซึ่งตรงกับมาตรา ๘ ของพระราช
พระราชทานพระราชด�ำรัสเก่ียวกับการจัด มกี ารกระทำ� พธิ ตี รวจพลทบทวนคำ� ปฏญิ าณ บญั ญตั ลิ กู เสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่วา่ “คณะ
การลกู เสอื ท่สี �ำคัญหลายประการ เช่น ไม่มี ของลกู เสือและสวนสนาม พระบาทสมเดจ็ ลูกเสือแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนา
พระราชประสงค์ให้กิจการลูกเสือชาวบ้าน พระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชด�ำเนินทรง ลูกเสือท้ังทางกาย สติปัญญา จิตใจ และ
เก่ียวข้องกับการเมือง มีพระราชประสงค์ เปน็ ประธานในพธิ ี ในโอกาสนน้ั ไดพ้ ระราชทาน ศีลธรรมใหเ้ ป็นพลเมืองดีมีความรบั ผิดชอบ
ใหช้ าวบา้ นควบคมุ กนั เอง สง่ เสรมิ ระบบการ พระบรมราโชวาทแก่คณะลกู เสือ ดงั ต่อไปน้ี และชว่ ยสรา้ งสรรคส์ งั คมใหเ้ กดิ ความสามคั คี
มผี นู้ ำ� ผตู้ ามในชมุ ชนเปน็ การฝกึ ประชาธปิ ไตย และมีความเจริญกา้ วหน้า ทั้งน้ี เพื่อความ
ท่ีแยบยลอย่างยิ่ง ไม่ให้ด�ำเนินการใดๆ ที่ “...ขา้ พเจา้ ขอถอื โอกาสเตอื นลกู เสอื สงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติ”
เป็นการส้ินเปลือง เป็นต้น ทรงมอบธง ท้ังหลายว่าจงยึดมั่นในค�ำขวัญของลูกเสือ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษา
ประจำ� รนุ่ ใหแ้ กล่ กู เสอื ชาวบา้ นทกุ แหง่ หนใน ทวี่ ่า “เสยี ชพี อยา่ เสยี สตั ย”์ หมายความว่า แหง่ ชาตทิ ว่ี า่ “การจดั การศกึ ษาตอ้ งเปน็ ไปเพอ่ื
ประเทศไทย ซึง่ เป็นพระราชจรยิ วตั รของ เมอื่ ไดใ้ หค้ ำ� มน่ั สญั ญาไวว้ า่ จะทำ� อยา่ งไรแลว้ พัฒนาคนไทยให้เปน็ มนุษย์ทีส่ มบรู ณ์ ทงั้
ผนู้ ำ� พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาล ต้องท�ำเหมือนปากพูดทุกอย่าง ในเร่ืองนี้ รา่ งกาย จติ ใจ สตปิ ญั ญา ความรแู้ ละคณุ ธรรม
ปจั จบุ นั ไดท้ รงมพี ระบรมราโชวาทในวนั เปดิ ขา้ พเจ้าใคร่ขอย�ำ้ วา่ ขอให้ลูกเสือทกุ คนจง มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการด�ำรงชีวิต
งานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๓ เม่ือ ส�ำนึกม่ันอยู่ในเกียรติและหน้าที่ และจง สามารถอยรู่ ว่ มกับผอู้ ่ืนไดอ้ ย่างมีความสขุ ”
วนั ท่ี ๒๐ พฤศจกิ ายน พุทธศักราช ๒๔๙๗ เปน็ พลเมืองดขี องชาติ กล่าวคอื จะต้องเป็น
ความว่า ผปู้ ระกอบดว้ ยศีลธรรม จรรยา มารยาท จากเหตุผลดังกล่าว จึงกล่าวได้ว่า
อนั ดงี าม เปน็ ผทู้ มี่ สี ขุ ภาพและอนามยั สมบรู ณ์ กจิ กรรมลกู เสอื เปน็ กจิ กรรมท่ีเน้นให้เด็กเป็น
“...ข้าพเจ้าตระหนักในความส�ำคัญ มีความรู้ความสามารถในการงานและรู้จัก คนทม่ี ศี ลี ธรรม คณุ ธรรม และจรยิ ธรรม เปน็
และประโยชน์ของการลูกเสือเป็นอย่างมาก การเสียสละที่จะบ�ำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ วชิ าศลี ธรรมภาคปฏบิ ตั ทิ มี่ คี วามเหมาะสมแก่
ท้ังมีความชื่นชมยินดีที่ได้ฟังค�ำกล่าวขวัญ แก่ผู้อืน่ ตลอดจนประเทศชาติของตน จง สงั คมไทยอย่างย่ิง
ถึงกรณียกิจและความเสียสละที่ลูกเสือ จ�ำไว้ว่าอนาคตของชาติจะเจริญหรือไม่นั้น
ต่างได้บ�ำเพ็ญในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ย่อมข้ึนอยู่กับเยาวชนเช่นท่านท้ังหลายนี้ กจิ การลกู เสอื ไดเ้ จรญิ กา้ วหนา้ จวบจน
ในคราวประสบภยั มาเนอื งๆ แต่ประโยชน์ ซง่ึ จะเตบิ โตเป็นผ้ใู หญ่ในวนั ขา้ งหนา้ ...” ครบ ๑๐๐ ปี ในปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๔ และ
อันย่ิงใหญ่ของการลูกเสือนั้นย่อมได้แก่ตัว ประกอบกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ยวุ ชน ผเู้ ปน็ ลกู เสอื เองทไ่ี ดร้ บั การฝกึ ฝนอบรม จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า ทรงมีพระชนมายุ ๘๔ พรรษา ซ่ึงลกู เสือ
ให้เป็นผู้เล้ียงตัวเอง พึ่งตนเอง ท�ำอะไร พระมหากษัตริย์ทรงมีบทบาทส�ำคัญต่อ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ และเหล่าพสกนิกร
ได้เอง มีความแขง็ แกร่ง สามารถเผชิญ กิจการลูกเสือ ทรงเลง็ เหน็ ว่ากจิ การลกู เสอื ต่างรู้ส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณท่ีมีต่อ
ชวี ิตในอนาคตทกุ วถิ ีทาง รวมความวา่ เพ่อื สอนใหเ้ ดก็ มคี วามจงรกั ภกั ดตี อ่ ชาติ ศาสนา กิจการลูกเสือไทย จึงได้ร่วมใจกันจัดงาน
เป็นพลเมอื งดี เป็นประโยชน์แกต่ นเองและ พระมหากษตั ริย์ รจู้ กั บำ� เพญ็ ประโยชน์ต่อ เฉลมิ ฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปี การลกู เสอื ไทย
เพอื่ นมนษุ ยน์ ่นั เอง...” ผอู้ นื่ และปฏบิ ตั ติ ามคำ� ปฏญิ าณและกฎของ และเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๔ พรรษาข้นึ
19
รอยพระยุคลบาทจากอดตี สปู่ จั จุบัน
พรัชฌ์ ผุดผ่อง
จากสายพระเนตรอนั ยาวไกลของพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ในการทจ่ี ะรกั ษาความเปน็ เอกราชของชาตไิ ทยใหค้ งอยู่
ในสภาวการณล์ า่ อาณานคิ มของชาตติ ะวนั ตก พระองคท์ รงมพี ระราชดำ� รทิ จี่ ะปลกุ กระแสความรกั ชาตใิ นหวั ใจคนไทย ทกุ คนจะตอ้ งมจี ติ ใจ
อยทู่ ่ี “ชาตไิ ทย” อนั ประกอบขน้ึ จาก ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ ์ เพอื่ สง่ เสรมิ ใหค้ นไทยพรอ้ มพลชี พี เพอื่ ชาตเิ มอ่ื ถงึ เวลา
ดงั นนั้ พระองคจ์ งึ ทรงจดั ตง้ั “กองเสอื ปา่ ” โดยมเี ปา้ หมายใหค้ นไทยตงั้ แตว่ ยั ฉกรรจจ์ นถงึ กลางคน มหี นา้ ทศี่ กึ ษาวชิ าการรบ เพอื่ รกั ษา
ประเทศชาติ สว่ นคนวยั รนุ่ ซง่ึ จะตอ้ งเปน็ ผรู้ กั ษาชาตติ อ่ ไปภายหนา้ ตอ้ งมคี วามรู้ ความสามารถเพอื่ ชว่ ยเหลอื กองเสอื ปา่ จงึ ทรงจดั ตงั้
“กองลกู เสอื ” ขน้ึ
21
จะเหน็ วา่ “เสอื ปา่ ” และ “ลกู เสอื ” เปน็ กจิ การทเี่ กดิ ขน้ึ ในเวลาไลเ่ ลยี่ กนั ใน พ.ศ. ๒๔๕๔ เพอื่ สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั ใหก้ บั คนไทยใหร้ กั ชาติ
มคี วามเสยี สละและมวี นิ ยั จงึ ไดพ้ ระราชนพิ นธป์ ลกุ ใจเสอื ปา่
“แมห้ วงั ตงั้ สงบ จงเตรียมรบใหพ้ รอ้ มสรรพ์
ศตั รูกลา้ มาประจญั จักอาจสูร้ ิปสู ลาย”
ดว้ ยพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงเปน็ นกั ปราชญ์ พระองคท์ รงพระปรชี าสามารถลำ�้ เลศิ ในดา้ นอกั ษรศาสตร์ ประชาชน
จงึ พรอ้ มใจกันถวายพระราชสมญั ญานามวา่ “สมเดจ็ พระมหาธรี ราชเจา้ ” ซง่ึ หมายถงึ มหาราชซึง่ เปน็ จอมปราชญ์ พระองคท์ รง
พระราชนพิ นธ์วรรณกรรมปลกุ ใจใหร้ กั ชาตมิ ากมาย รวมท้งั ส่งเสริมประชาชนใหม้ จี ิตสำ� นึกว่า คนไทยไดส้ ืบเลือดเนอื้ เช้ือไขมาจากบรรพบุรษุ
ผู้กล้าหาญ ประชาชนต้องมคี วามสมัครสมาน สามัคคี ร่วมใจกนั ตอ่ สูเ้ พ่อื ความเปน็ ไทย เชน่ บทละครเร่อื งพระรว่ ง โคลงสยามานสุ สติ
บทละครพระราชนพิ นธเ์ รอ่ื ง “พระรว่ ง”
ไทยรวมก�ำลงั ต้งั มั่น จะสามารถป้องกันขันแขง็
มายุทธแ์ ยง้ กจ็ ะปลาตไป
ถึงแมว้ า่ ศตั รูผูม้ ีแรง ร่วมชาตริ ่วมจติ เปน็ ขอ้ ใหญ่
จงพรอ้ มใจพร้อมก�ำลังระวังเมอื ง
ขอแต่เพียงไทยเราอย่าผลาญญาติ
ไทยอยา่ มงุ่ รา้ ยท�ำลายไทย
บทชวนรกั ชาติ
เราน้เี กิดมาแล้วชาตหิ นง่ึ ควรค�ำนึงถึงชาตสิ าสนา
ในหมปู่ ระชาชาวไทย
ไม่ควรให้เสียทที เ่ี กดิ มา จะมัวนอนนิง่ อยู่ไฉน
เพื่อให้พร่ังพร้อมท่วั คน
แม้ใครตั้งจิตร์รกั ตวั จะท�ำการส่ิงใดกไ็ ร้ผล
บคุ คลจะศุขอยู่อยา่ งไร
ควรจะรอ้ นอกรอ้ นใจ
ชาติใดไร้รักสมัคสมาน
แม้ชาติย่อยยบั อับจน
จากพระราชนิพนธข์ องพระองค์ ท่ีทรงเป็นห่วงบ้านเมือง ทรงมวี สิ ยั ทัศนท์ ก่ี ว้างไกล ที่จะส่งเสริมให้ประชาชนรกั กัน สามคั คีกนั
และหว่ งใยประเทศชาติ เหมอื นกับทพ่ี ระองค์ไดม้ จี ิตใจรักประเทศชาติ จากระยะเวลายาวนาน ๑๐๐ ปีแล้ว จะเหน็ ว่าพระราชนิพนธ์
ของพระองค์ “อมตะ” ยังเป็นความจรงิ ยังสามารถน�ำมาใชป้ ลุกใจให้รกั ชาตไิ ดใ้ นปจั จบุ ัน
กจิ การลูกเสอื ในสมัยยุคก่อต้งั ได้เจรญิ ร่งุ เรืองกา้ วหนา้ มาจนถงึ ยุคของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัวภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
พระองคม์ พี ระราชปณธิ าน แสดงถงึ ความหว่ งใยในความเปน็ อยขู่ องพสกนกิ รของพระองคท์ รงยดึ มนั่ ในพระราชหฤทยั เสมอวา่ “ทกุ ขส์ ขุ
ของราษฎรน้นั คือทกุ ขส์ ขุ ของพระองค”์ เม่ือมีโอกาสพระองค์ไดใ้ หพ้ ระบรมราโชวาทในงานต่างๆ เพอ่ื ให้ประชาชนไดย้ ึดถอื ปฏิบตั อิ ันจะน�ำไป
22
เป็นแนวทางแห่งความเจริญของตนเอง ครอบครวั หรอื หมูค่ ณะและ
หน่วยงานใหไ้ ดผ้ ลเปน็ รปู ธรรม เพ่อื ยกระดับจิตใจคนไทยให้มีการ
พัฒนาคณุ ธรรมด้านตา่ งๆ ดงั นี้
๑. ความเพยี ร (พระราชทานในงานพระราชพธิ กี าญจนาภเิ ษก
ทรงครองราชยค์ รบ ๕๐ ปี ณ ทอ้ งสนามหลวง วนั ที่ ๙ มถิ ุนายน
พ.ศ. ๒๕๓๙)
“ความเพียรทีถ่ กู ตอ้ งเป็นธรรมและพึงประสงค์นนั้ คือ
ความเพียรทจี่ ะก�ำจัดความเสอื่ มใหห้ มดไปและระวงั ป้องกนั มิใหเ้ กดิ
ขนึ้ ใหม่อย่างหนงึ่ กบั ความเพียรทีจ่ ะสรา้ งสรรค์ความดี ความเจริญ
ใหเ้ กดิ ขนึ้ ระวังรักษามิให้เสือ่ มส้นิ ไปอย่างหนงึ่ ความเพยี รทั้งสอง
ประการนเี้ ปน็ อปุ การะอยา่ งสำ� คญั แกก่ ารปฏบิ ตั ติ นและการปฏบิ ตั งิ าน
ถา้ ทุกคนในชาติจะไดต้ งั้ ตน ตง้ั ใจอยใู่ นความเพียรดงั กลา่ ว ประโยชน์
และความสุขกจ็ ะบังเกดิ ขน้ึ พร้อมทง้ั แกส่ ่วนตัวและสว่ นรวม”
๒. ส่งเสรมิ คนดี (พระราชทานในงานชุมนมุ ลูกเสือแหง่ ชาติ
ณ คา่ ยลกู เสอื วชริ าวุธ ชลบุรี วันที่ ๑๑ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๑๒)
“ในบ้านเมอื งน้นั มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มใี ครจะทำ� ให้
ทกุ คนเปน็ คนดไี ดท้ ง้ั หมด การทำ� ใหบ้ า้ นเมอื งมคี วามปกตสิ ขุ เรยี บรอ้ ย
จึงมใิ ชก่ ารท�ำใหท้ ุกคนเป็นคนดี หากแตอ่ ยูท่ ีก่ ารสง่ เสริมคนดใี ห้คนดี
ได้ปกครองบา้ นเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มอี ำ� นาจ ไม่ให้กอ่
ความเดือดร้อนวนุ่ วายได้”
๓. รรู้ กั สามคั คี (พระราชทานในวโรกาสเสดจ็ ออกมหาสมาคม
ในงานพระราชพิธเี ฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสดิ าลยั วนั ที่ ๔
ธันวาคม ๒๕๓๔)
“คนไทยเราทร่ี กั ษาเอกราชอธปิ ไตยไวไ้ ด้ กโ็ ดยอาศยั การที่
รู้รักสามคั คี และรูจ้ ักหนา้ ท่ขี องแต่ละฝา่ ยใหป้ ระสานสง่ เสรมิ กัน...
รู้ คือทราบ ทราบความหมายของสามคั คี
รัก คือนิยม นยิ มความสามัคคี...”
ในวันท่ี ๑๗ เมษายน ๒๕๓๐ ได้พระราชทานเรื่องความ
23
สามัคคีเพ่ือเชิญให้อ่านในงานประชุมใหญ่ของสามัคคีสมาคมใน และเตรียมการไวใ้ ห้พร้อมทกุ เวลา เม่อื เผชญิ และแกไ้ ขความไมป่ กติ
พระบรมราชปู ถัมภ์ เดือดรอ้ นท้ังนั้นความไมป่ ระมาทด้วยเหตผุ ลดว้ ยหลักวชิ า และดว้ ย
“สามคั คีนั้นในความเข้าใจโดยทั่วไป มกั จะหมายถงึ ความสามัคคีธรรมจงึ จะผอ่ นหนักให้เปน็ เบา และกลบั ร้ายให้กลาย
ความยดึ เหนยี่ วกนั ไวใ้ หเ้ ป็นปึกแผน่ แนน่ หนา ถา้ เปน็ เพยี งเทา่ นัน้ เป็นดีได้”
ก็จะดูไมม่ คี ณุ ค่า เพราะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด ความสามคั คี
ควรจะมคี วามหมายลกึ ซึง้ กวา่ นน้ั อีกดว้ ย เชน่ ควรจะหมายถึง ๕. มคี ณุ ธรรม (พระราชทานแก่สามคั คีสมาคมในพระบรม-
ความพร้อมเพรียงของทุกฝ่ายทุกคนที่มีความส�ำนึกแน่ชัดในความ ราชูปถมั ภ์ ในการเปดิ ประชุมประจ�ำปี วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๒๕)
รบั ผดิ ชอบทจี่ ะใชค้ วามรคู้ วามคดิ ความสามารถ ตลอดจนคณุ สมบตั ิ “คุณธรรมเครอ่ื งยึดเหน่ยี วจติ ใจนน้ั ประการหน่ึงไดแ้ ก่
ทกุ ๆ ประการของตนให้ประกอบพรอ้ มเขา้ ด้วยกัน และใหเ้ กอื้ กลู การให้คือการสงเคราะหช์ ว่ ยเหลือกัน ใหอ้ ภัย ไมถ่ อื โทษกัน ให้
สง่ เสรมิ กนั เพอ่ื สรา้ งสรรคส์ ง่ิ ทเี่ ปน็ สาระแกน่ สารและทเ่ี ปน็ ประโยชน์ คำ� แนะนำ� ตักเตือนทดี่ ตี ่อกนั ประการที่สอง ไดแ้ ก่ การมีวาจาดี คือ
เปน็ ความเจริญตอ่ ส่วนรวมและเพ่อื นมนษุ ย”์ พูดแต่คำ� สจั คำ� จริงต่อกนั พูดใหก้ �ำลงั ใจกัน พดู แนะน�ำประโยชน์
ให้แก่กัน คือประพฤตปิ ฏบิ ัติตนใหเ้ กิดประโยชน์ เกื้อกูล ทงั้ แกก่ ัน
๔. ไม่ประมาท (พระราชทาน วนั ท่ี ๓๑ ธนั วาคม ๒๕๒๘) และกัน แก่หมู่คณะโดยส่วนรวม ประการท่ีส่ไี ด้แก่ การวางตนได้
“วิถีชีวิตมนุษย์นั้นจะให้มีแต่ความปกติสุขอย่างเดียว สมำ�่ เสมออยา่ งเหมาะสม คอื ไมท่ ำ� ตวั ใหด้ เี ดน่ เกนิ กวา่ ผอู้ น่ื และไมด่ อ้ ย
ไมไ่ ด้ จะตอ้ งมที กุ ข์ มีภัย มีอปุ สรรคผา่ นเขา้ มาดว้ ยเสมอ ยากจะ ตำ่� ทรามไปจากหม่คู ณะ หมู่คณะใดมีคณุ ธรรมเครอื่ งยดึ เหนย่ี วไว้
หลีกเลี่ยงพ้น ข้อส�ำคญั อย่ทู ท่ี กุ ๆ คนจะตอ้ งเตรียมการ เตรียมใจ ดงั กลา่ ว หม่คู ณะน้นั ย่อมจะมีความม่ันคง”
24
๖. อดออมและประหยัด (พระ นอกจากที่กล่าวมาแลว้ จะเหน็ ไดว้ ่าพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ไดท้ รงเลง็ เหน็
ราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ความส�ำคัญของกจิ กรรมลูกเสอื ดว้ ย พระองคพ์ ยายามสง่ เสริมใหล้ กู เสือเป็นคนดี มคี วาม
แก่ผู้ส�ำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยี จงรกั ภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ รจู้ กั บำ� เพ็ญประโยชน์ตอ่ ผู้อื่นเปน็ มนุษยท์ ี่
พระจอมเกลา้ วนั ที่ ๓๐ ตลุ าคม ๒๕๒๑) สมบรู ณ์ ทงั้ ร่างกายจิตใจ สตปิ ญั ญา ความรู้ มคี ณุ ธรรม มจี รยิ ธรรม และดำ� รงชวี ติ อยรู่ ว่ ม
“การประหยดั เปน็ สงิ่ ทพี่ งึ ประสงค์ กบั ผ้อู ืน่ ได้อย่างมคี วามสขุ
อยา่ งยง่ิ ในทที่ กุ แหง่ และในการทกุ เมอ่ื ” และ
พระราชทาน ณ ศาลาดสุ ดิ าลยั สวนจติ รลดา กจิ กรรมลกู เสือจึงไดเ้ จริญกา้ วหนา้ มาครบ ๑๐๐ ปี ใน พ.ศ. ๒๕๕๔ ประกอบกบั
พระราชวังดสุ ติ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ทรงมพี ระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา ลกู เสือ ผู้บังคับบญั ชา
ดังน้ี ลูกเสอื และพสกนิกร ตา่ งสำ� นึกในพระมหากรณุ าธคิ ุณทีม่ ตี อ่ กิจการลกู เสือ จึงได้ร่วมใจกัน
“ซง่ึ เชื่อว่าประเทศไทยนี้ จะ จดั งานเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปี การลกู เสือไทยเทิดไทอ้ งคร์ าชัน โดยพร้อมเพรยี ง
สามารถพ้นวิกฤตการณ์ได้ดีกว่าหลาย ตลอดปี พ.ศ. ๒๕๕๔ เพื่อแสดงความจงรักภักดเี ทิดทนู พระองค์ทา่ น
ประเทศ เพราะว่าท่ีดินภูมิประเทศยังให้
หมายความว่ายงั เหมาะสมกบั ความเปน็ อยไู่ ด้
แตว่ า่ ความเปน็ อยตู่ อ้ งไมฟ่ งุ้ เฟอ้ ตอ้ งประหยดั
และต้องไปในทางทถี่ ูกต้อง”
๗. ซือ่ สตั ยส์ จุ ริต (พระราชทานแก่
ขา้ ราชการพลเรือน เนื่องในวันขา้ ราชการ
พลเรอื นวนั ท่ี ๑ เมษายน ๒๕๒๘)
“การท�ำงานให้ส�ำเร็จข้ึนอยู่กับ
ความสามารถสองอยา่ งเปน็ สำ� คญั คอื
สามารถในการใช้วิชาความรู้อย่างหนึ่ง
สามารถประสานสมั พนั ธก์ บั ผอู้ น่ื อกี อยา่ งหนงึ่
ทั้งสองประการนี้ต้องด�ำเนินคู่กันไปและ
จ�ำเปน็ ตอ้ งทำ� ดว้ ยความสจุ ริตกาย สจุ รติ ใจ
ด้วยความคิดเห็นที่เป็นอิสระปราศจากอคติ
และด้วยความถูกต้องตามเหตุผลด้วยจึงจะ
ช่วยใหง้ านบรรลจุ ดุ หมาย และประโยชนท์ ่ี
พึงประสงค์โดยครบถว้ น แท้จรงิ ”
25