The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ 100 การลูกเสือไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by NSOT, 2020-04-28 08:02:06

หนังสือ 100 การลูกเสือไทย

หนังสือ 100 การลูกเสือไทย

Keywords: thailandscout 100

ทางไหนก็ดี แตค่ ำ�สงั่ นายกเสอื ป่าทส่ี งั่ แลว้ น้ันต้องถือวา่ เป็นเดด็ ขาด กองลูกเสือกรุงเทพที่ ๔ (โรงเรียนเทพศิรินทร์) เป็นกองลูกเสือ

ได้โดยไม่ต้องรออะไรอีก” กรุงเทพท่ี ๒ เปน็ ลำ�ดับไป

กองลูกเสือกรุงเทพที่ ๑ (ลูกเสือหลวง) และกองลูกเสือ จงึ คงเหลอื เพยี ง กองลกู เสอื มณฑลนครไชยศรที ่ี ๑ (โรงเรยี น
กรงุ เทพท่ี ๒ (ลกู เสอื หลวง) อนั ไดแ้ ก่ กองลกู เสอื โรงเรยี นมหาดเลก็ ตวั อยา่ งมณฑลนครไชยศรี พระปฐมวทิ ยาลยั ) หรอื กองลกู เสอื น.ฐ. ๑
หลวง และกองลูกเสอื โรงเรยี นราชวทิ ยาลยั เป็นอนั ขาดจากการเป็น (พระปฐมวทิ ยาลยั ) ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ลกู เสอื ไปตง้ั แตว่ นั ท่ี ๒๖ มกราคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๗ กองลกู เสอื อนั เปน็ นามทไี่ ดร้ บั พระราชทานเปน็ เกยี รตยิ ศพเิ ศษ จากพระบาท
ลำ�ดบั ถดั มาจงึ ไดเ้ ลอ่ื นขน้ึ มาแทนทต่ี ามลำ�ดบั คอื กองลกู เสอื กรงุ เทพ สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช องคพ์ ระประมขุ คณะลกู เสอื ไทย
ท่ี ๓ (โรงเรยี นสวนกุหลาบวิทยาลัย) เป็นกองลกู เสอื กรงุ เทพท่ี ๑ ทยี่ ังคงเปน็ “กองลูกเสือหลวง”เพียงกองเดยี วในปจั จุบนั .

77



การเปล่งเสยี ง ไชโย เป็นครัง้ แรก
พะนอม แกว้ ก�ำ เนิด

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนากองเสือป่าขึ้น
เพอื่ ฝึกขา้ ราชการพลเรอื น และประชาชนในรปู แบบ วธิ กี ารของทหาร เพ่ือ
เป็นกำ�ลังสำ�คัญในการช่วยประเทศชาติในยามสงครามและดูแลความสงบ
เรยี บรอ้ ยในยามสงบ การเดนิ ทางไกลไปยงั สถานทส่ี �ำ คญั ทใ่ี ดทห่ี นง่ึ และพกั แรม
เปน็ วธิ กี ารฝกึ และเปน็ กจิ กรรมทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ คณุ คา่ ยง่ิ ของเหลา่ เสอื ปา่ กองเสอื ปา่
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอย่หู วั มกี ารเดินทางไกลหลายครัง้
เม่ือทรงตั้งกิจการลูกเสือทรงให้โอกาสกองลูกเสือได้ร่วมเดินทางไกลพักแรม
ไปกับกองเสือปา่ และมีการประลองยทุ ธหรือซ้อมรบด้วย

Z ทรงเสด็จนำ�เสือป่าถวายบงั คม สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทีต่ ำ�บลดอนเจดยี ์ จังหวดั สุพรรณบุรี

79

ปี พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๖ ทรงโปรดให้ บัญชาเข้าสมทบกับกองเสือป่าในการเดิน วนั ที่ ๒๐ มกราคม พทุ ธศกั ราช
กองเสอื ปา่ เสนาหลวงรกั ษาพระองค์ ฝกึ ซอ้ ม ทางไกลอยคู่ า่ ยพกั แรมครง้ั นน้ั เดนิ ทางจาก ๒๔๕๖ ออกเดนิ ทางจากพระราชวงั สนามจนั ทร์
เดนิ ทางไกลและอยคู่ า่ ยพกั แรม และทรงโปรดให้ พระราชวงั สนามจนั ทร์ นครปฐมไปยงั ดอนเจดยี ์ นครปฐม ถึงกำ�แพงแสน ประทบั แรม ๒ คนื
กองลกู เสอื บางกอง จดั สง่ ผแู้ ทนพรอ้ มทง้ั ผบู้ งั คบั เนอ่ื งในพธิ สี มโภชพระเจดยี ย์ ุทธหัตถี
วันท่ี ๒๒ มกราคม พทุ ธศกั ราช
๒๔๕๖ ออกจากกำ�แพงแสน รอนแรมไป
๓ วัน ถึงเมืองอูท่ อง

วันท่ี ๒๖ มกราคม พทุ ธศกั ราช
๒๔๕๖ ออกจากเมอื งอทู่ อง รอนแรมตอ่ ไปอกี
๒ วนั ถึงดอนเจดีย์ แขวงเมอื งสพุ รรณบุรี

ในพธิ กี ารบรรดาทหาร ต�ำ รวจ เสอื ปา่
ลกู เสอื ตง้ั แถวทห่ี นา้ พระเจดยี ์ พระบาทสมเดจ็
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หู ัวทรงบวงสรวงสังเวย
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช เหลา่ ทหาร ต�ำ รวจ
เสือป่า ลกู เสอื โดยเสด็จดว้ ยการจดุ ธปู
เทียนสกั การะ จากนั้นได้กระทำ�ประทกั ษิณ
องค์พระเจดีย์ ครบ ๓ รอบ พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยหู่ ัว มีพระราชด�ำ รสั ว่า

“ในวนั อนั เปน็ มหาอดุ มฤกษท์ พ่ี วกเรา
เหลา่ นักรบทัง้ หลาย ผูส้ ืบเชอ้ื สายมาจาก
บรรพบุรษุ เผ่าไทยของเรา ได้มโี อกาสมาสู่
สถานอนั ศกั ดส์ิ ทิ ธอ์ิ นั มเี กยี รตปิ ระวตั นิ ้ี เราจงึ
ขอถอื วา่ วาระนเ้ี สมอื นหนง่ึ เราทง้ั หลายไดม้ า
ชมุ นมุ กนั เฝา้ อยเู่ ฉพาะพระพกั ตรข์ องสมเดจ็
พระนเรศวรมหาราช ผทู้ รงเปน็ กษตั ริย์ผมู้ ี
พระคุณแก่ชาตไิ ทยแลว้ ฉะนัน้ เราจึงขอนำ�
ค�ำ ว่า มชี ยั น้ีมาใชเ้ ป็นปฐมฤกษ์ บดั นี้ ขอจง
ทกุ คนทีม่ าชุมนมุ ณ ทีน่ ้ี เปล่งเสียง ไชโย

80

ตามเรา เปน็ การถวายราชสดดุ ี จนพรอ้ มเพรยี ง พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงรเิ รม่ิ ใหม้ กี ารเปลง่ เสยี งไชโย เปน็ ครง้ั แรก
กันเถิด ทรงน�ำ เปลง่ เสียงไชโย ทกุ คน ณ ในครั้งที่ทรงนำ�กองเสือป่าและลูกเสือเดินทางไกลพักแรมและกระทำ�พิธีสมโภชพระเจดีย์
ที่นัน้ เปลง่ เสยี ง ไชโย ตาม ๓ ครงั้ เป็นการ ยุทธหัตถี ของสมเดจ็ พระนเรศวมหาราช เชา้ วันท่ี ๒๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๕๖
เปล่งเสยี ง ไชโย เป็นครงั้ แรก”
การเปล่งเสยี ง ไชโย เรม่ิ มีมาแต่ครั้งน้ันสืบต่อมาทุกวนั นี้ ควรสังเกตดว้ ยว่า การ
ในสมยั โบราณ คนไทยเปลง่ เสียง เปล่งเสียง ไชโย ทกุ คนจะเปล่งเสยี ง ไชโย ตอ่ กัน ผูน้ ำ�ก็น�ำ เปล่งเสียง ไชโย มใิ ช่ ไช แล้วมี
แสดงความร่วมมือ ร่วมใจกันในโอกาสมงคล ผู้รบั ว่า โย ทหารจะเปลง่ เสียง ไชโย ต่อกัน ๓ ครั้ง ควรจะให้ขอ้ คดิ เพือ่ ให้การเปลง่ เสยี ง
ตา่ งๆ ดว้ ยการเปล่งเสยี ง โห่ ฮ้วิ มคี น ไชโย เป็นไปในทางท่ีทรงรเิ ริม่ ไว้
เปล่งเสียง โห่ยาวเรา้ ใจทกุ คน ณ ท่ีนน้ั
เปลง่ เสยี ง ฮ้วิ รับ ๓ ครง้ั เปน็ ประเพณีมา
แต่โบราณ แม้แตใ่ นกจิ การลูกเสอื ในพธิ กี าร
ต่างๆ ของลูกเสอื เพอื่ ถวายความเคารพ
พระมหากษตั รยิ ์ ผู้กำ�กบั ลูกเสอื จะใหก้ อง
ลกู เสอื ตัง้ แถวหนั หนา้ ไปทางพระบรมมหา-
ราชวงั หรอื ทางกรุงเทพฯ หรอื ทางสถานที่
ที่ทรงประทบั อยู่ ผู้ก�ำ กับลูกเสือจะสงั่ ว่า
ลูกเสือถวายคำ�นับพระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยหู่ วั วนั ทยะหตั ถ์ เมอ่ื ทกุ คนท�ำ วนั ทยะหตั ถ์
พรอ้ มกันแล้ว ผูก้ �ำ กับลกู เสือเปล่งเสยี งว่า
ขอใหท้ รงพระเจรญิ ใหก้ องลกู เสือรบั โห่ ฮ้ิว
พร้อมกัน ครบ ๓ ครัง้ แลว้ ผู้ก�ำ กบั ลูกเสือ
จึงส่ังกระท�ำ กจิ กรรมอื่นต่อไป

81



พิธเี ข้าประจ�ำ กองของลูกเสือ
ธัญญารตั น์ กลมเกลียว

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจา้ อยหู่ วั ทรงสถาปนาการลกู เสอื สยามขน้ึ
โดยทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศ
ใช้ข้อบังคับลักษณปกครองลูกเสือ รัตน-
โกสินทร ศก ๑๓๐ เม่ือวันเสาร์ที่ ๑
กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๔ ทรงรบั
เป็นพระราชธุระในกิจการลูกเสือทั้งปวง
ทรงรา่ งขอ้ บงั คบั ฉบบั แรกนด้ี ว้ ยพระองคเ์ อง
ความในหมวดที่ ๖ เรอื่ งการรบั ลกู เสอื และ
เลอ่ื นชนั้ ของขอ้ บงั คบั ลกั ษณปกครองลกู เสอื
รตั นโกสนิ ทร ศก ๑๓๐ “ขอ้ ๓๗ ลกู เสอื
ส�ำรองที่สอบไล่ความรู้และความสามารถ
ได้ พอจะใหเ้ ปนลกู เสอื โทไดแ้ ลว้ ใหผ้ กู้ ำ� กบั
จดั การทำ� พธิ รี บั ตวั เขา้ ประจำ� กองดังต่อไปนี้

83

กรงุ เทพฯ ไดเ้ ขา้ เฝา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาทอยใู่ น
ทนี่ นั้ ดว้ ย เพอ่ื ศกึ ษาเรยี นรพู้ ธิ เี ขา้ ประจำ� กอง
เมื่อพิธีเข้าประจ�ำกองคร้ังแรกได้เสร็จส้ินลง
ได้ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระราชทาน
พระบรมราโชวาทแก่ลูกเสือและเจ้าหน้าที่
ลูกเสือซึ่งได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ใน
ทีน่ นั้

การกระท�ำพิธีเข้าประจ�ำกองของ
ลกู เสือ ไดข้ ยายออกไปยังมณฑลตา่ งๆ โดย
มขี า้ ราชการฝา่ ยปกครองชน้ั ผใู้ หญ่ ไดใ้ หค้ วาม
ร่วมมือมาเป็นประธานในพิธีและกล่าวให้
โอวาทปลุกใจลูกเสือตามแนวทางที่พระบาท
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงวาง
แนวทางเปน็ ตัวอยา่ งไว้

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า และทรงรับเป็นพระราชธุระด�ำเนินการจัด พระมหามนตรีศรีองครักษ์สมุหะ
เจา้ อยู่หวั ทรงจัดให้มกี ารสอบไลว่ ิชาลูกเสอื พิธีเข้าประชุมกองของลูกเสือหลวงด้วย (ฉตั ร โชตกิ เสถยี ร) อดตี นกั เรยี นมหาดเลก็ ห ลวง
โดยทรงเร่ิมจากลกู เสือหลวง กองลูกเสือ พระองคเ์ อง เพื่อเป็นตน้ แบบและแบบอยา่ ง รุ่นแรกได้เล่าไวใ้ น “เรอ่ื งของอดีตลกู เสอื โท”
กรงุ เทพฯ ที่ ๑ กอ่ น ดว้ ยทรงเหน็ วา่ ลกู เสอื หลวง อนั ดสี ำ� หรับกองลกู เสืออื่นๆ ในการกระทำ� วา่ ในฐานะทเ่ี ปน็ ลกู เสอื สงั กดั กองลกู เสอื หลวง
ได้รับการฝึกหัดมีความรู้ข้ันต้นเพียงพอแล้ว พิธเี ขา้ ประจำ� กองของลูกเสอื ก.ท. ๑ กองแรกของชาติ และได้เขา้ พิธี
จึงทรงจดั ใหม้ กี ารสอบไลว่ ิชาลูกเสือ เปน็ สาบานตนถวายหนา้ พระทนี่ ง่ั องคพ์ ระประมขุ
ลูกเสอื โท จากนัน้ กข็ ยายการสอบไลว่ ิชา วันท่ี ๓ สิงหาคม พุทธศักราช สภานายกลกู เสอื แหง่ ชาติ ผทู้ รงพระราชทาน
ลูกเสอื ใหล้ กู เสือเลื่อนชนั้ เปน็ ลูกเสือโทไปยงั ๒๔๕๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ การก่อกำ� เนดิ เม่ือปีพุทธศักราช ๒๔๕๔
มณฑลตา่ งๆ มลี กู เสอื ไดส้ อบผา่ นเปน็ ลกู เสอื โท ลกู เสอื หลวงทส่ี อบไลไ่ ด้แล้วน้ันเข้ากระท�ำพิธี ได้เล่าเร่ืองการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของ
จำ� นวนมาก ทรงเหน็ วา่ ลกู เสอื มคี วามรคู้ วาม เขา้ ประชมุ กองตอ่ หนา้ พระทนี่ งั่ ณ พระทน่ี งั่ ลูกเสือหนา้ พระท่ีน่ัง เพื่อเข้าประจำ� กอง
สามารถทางการลกู เสือสงู ข้ึนแลว้ จงึ ทรง อภเิ ษกดสุ ติ ในโอกาสนั้น ทรงพระกรุณา พระราชทานกำ� เนดิ เป็นลูกเสอื (กองแรก)
ก�ำหนดให้ลูกเสือเหล่านั้นเข้าประจ�ำกอง โปรดเกล้าฯ ให้ กองลูกเสอื ตา่ งๆ ทมี่ อี ยใู่ น ของชาตสิ ืบมา นบั เปน็ ขอ้ มูลอนั สำ� คัญท่ี
ท�ำให้เราได้เห็นภาพงานพิธีเข้าประจ�ำกอง
ลูกเสอื ครงั้ แรก แมว้ า่ จะไม่มีหลักภาพถา่ ย
ตกทอดมาถงึ ปจั จบุ นั กต็ าม “....อาจารยใ์ หญ่
ผู้บังคับกองโรงเรียนได้น�ำกองลูกเสือของเรา

84

ไปตั้งแถวรับเสด็จอยู่ท่ีกลางสนามหญ้า เมือ่ เสรจ็ สิน้ ทัง้ ๘ หมู่ ๔ หมวดตาม

หน้าพระทีน่ ่งั อภเิ ษกดุสิต ในพระราชวังดุสิต ลำ� ดบั แลว้ กไ็ ดร้ บั พระราชทานพระราชดำ� รสั

พรอ้ มกนั นนั้ กไ็ ดม้ สี มาชิกเสอื ป่า ตง้ั แถว และพระบรมราโชวาท มีข้อความโดยยอ่

ด้านสกัดขนาบเราอยู่ท้ังสองข้างอย่างใกล้ชิด พอสรุปไดด้ ังนี้ “ณ บดั นี้ ขา้ ขอรับเจ้าไว้เปน็

เวลาหา่ งประมาณ ๑๗.๐๐ น. องคส์ ภานายก รากฐานลูกเสือของชาติแล้ว จงรักษาคำ� มัน่

เสือปา่ แลลกู เสอื เสด็จออกทางพระที่นงั่ สญั ญาทีไ่ ด้ให้ไว้ แลคติธรรมประจำ� ใจของ

อภเิ ษกฯ เสอื ปา่ ลกู เสือถวายการเคารพ แล้ว คณะเสือป่าแลลกู เสือของเรา ฯลฯ” แลว้

เสด็จลงมากลางสนามท่ามกลางเสือป่า พระราชทานพรให้กองลูกเสือแห่งชาติจง

แลลูกเสือ ในขณะนนั้ นายเสอื ปา่ เชญิ ธง สถิตย์สถาพรเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ

มหาศาระธรู ธวชั (ธงไชยเฉลมิ พลประจำ� กอง สบื ต่อไปชัว่ กาลนาน เสรจ็ แลว้ ผ้บู งั คับกอง

เสอื ป่าทั่วไป มีรูปเสือเต็มหัว* แลมีอกั ษร ได้วิ่งน�ำกองลูกเสือของเราเข้าแถวต่อท้าย

“เสยี ชีพอยา่ เสยี สตั ย์” ธงประจ�ำกรมเสอื ปา่ กองเสอื ปา่ แสดงสัญลักษณร์ ว่ มจิตใจใน

ตา่ งๆ มีเพียงหน้าเสือ ธงประจ�ำกองต่างๆ หลักการเดียวกนั แล้วต่อจากนมี้ ีการเดนิ

เหล่านี้ปกั รูปเสือดว้ ยไหมทัง้ ส้ิน) ลงมาจาก สวนสนามผา่ นหนา้ พระทนี่ งั่ ถวายการเคารพ

พระทีน่ ่งั อภเิ ศกดสุ ิตท่ปี ระดษิ ฐาน ทรงบอก ด้วยการนำ� ธงประจ�ำพระองค์ มหาไพชยนต์

แถวเสอื ป่าลกู เสอื รวมกอง เคารพธงใหญ่ ธวัช แทนพระองคใ์ นตำ� แหน่งผ้บู งั คบั บญั ชา

ประจ�ำกองของเรา เสร็จเสด็จขึน้ ประทบั เกย ขบวนสวนสนามนี้ ต่อจากน้ีเสด็จลงมา

ยกพื้นโถงสูงไม่เกิน ๕๐ เซนต์ (ไม่ใช่ บัญชาการแถวเสือป่าแลลูกเสืออีกคร้ังหน่ึง

พระทน่ี ง่ั ชุมสาย) เบือ้ งหน้าธงใหญป่ ระจำ� เพ่ือท�ำการเคารพธงใหญ่ เพ่ือเชญิ กลับส่ทู ่ี

กองเสือปา่ การพธิ ปี ฏญิ าณตนถวายของ ประดิษฐานแลว้ เสดจ็ ขึ้น เป็นการเสร็จพิธี”

ลกู เสอื ไดเ้ รม่ิ ขน้ึ ดว้ ยลกู เสอื ไดว้ ง่ิ เขา้ มาตง้ั แถว

พร้อมกนั เป็นหมู่ๆ เฉพาะพระพักตร์หน้า ซง่ึ จะเหน็ ได้ว่า พิธีเขา้ ประจ�ำกอง

พระทนี่ ง่ั ห่างไม่เกนิ ๔ เมตร คำ� ปฏญิ าณ ลูกเสือครั้งแรกในประวัติศาสตร์การลูกเสือ

ถวายมี ๓ ขอ้ คอื - แห่งสยาม มีรายละเอยี ดแตกต่างไปจาก

๑. ข้าจะมีใจจงรักภักดีต่อพระบาท ขอ้ บงั คับลกั ษณปกครองลกู เสือ ร.ศ. ๑๓๐

สมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ไปบ้าง ดว้ ยกองลูกเสือกรุงเทพท่ี ๑ (กอง

๒. ขา้ จะตงั้ ใจประพฤตติ นใหส้ มควร ลกู เสอื หลวง) นเี้ ปน็ กองลกู เสอื กองแรกของชาติ

เปน็ ลกู เสอื ผชู้ าย จึงได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ

๓. ข้าจะประพฤติตามข้อบังคับแล ปรากฏเปน็ เกยี รตยิ ศสบื มาจนกระทง่ั ทกุ วนั น้ี

แบบแผนของลกู เสอื

_________________________________________
* “ธงมหาศารทลู ธวัช ธงไชยเฉลมิ พลประจ�ำกองเสอื ปา่ ทวั่ ไป มรี ูปเสือเต็มตวั และมอี ักษร “เสยี ชีพอยา่ เสียสตั ย์”

85

ส�ำหรับพิธีรับลูกเสือโทเข้าประจ�ำ
กองนี้ ถือเปน็ ธรรมเนยี มพระราชปฏิบตั ทิ ่ี
องค์สภานายกจะทรงเสด็จพระราชด�ำเนิน
ไปเปน็ ประธานในพิธี หรืออาจจะทรงมี
พระมหากรณุ าธคิ ณุ โปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระบรม-
ราชวงศ์เสด็จแทนพระองค์ หรือข้าราชการ
ฝ่ายปกครองช้ันผู้ใหญ่เป็นประธานในพิธี
ในกรณีท่ีกองลูกเสือที่ได้ตั้งข้ึนน้ันอยู่ใน
หวั เมืองท่ีหา่ งไกล และยงั ไม่ทรงมีหมาย
ก�ำหนดการที่จะเสด็จพระราชด�ำเนินไปใน
เวลาอนั สมควรนั้น ถ้าเป็นกองลูกเสอื ทีต่ ้งั
ขนึ้ ใหม่ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหก้ อง
เสือป่าต้ังแถวรบั และอาจจดั พิธรี บั ลูกเสอื
โทเข้าประจ�ำกองพร้อมกับพิธีถือน้�ำพิเศษ
เสือป่าก็ได้

ครั้นเมื่อสิ้นสมเด็จพระมหาธีรราช
เจา้ สมัยแลว้ ถึงปีพทุ ธศกั ราช ๒๔๗๘ สภา
กรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งสยาม
ได้ด�ำริร้ือฟื้นให้มีพิธีประจ�ำกองลูกเสือขึ้น
อีกครงั้ หน่ึงดังความตอนหนงึ่ วา่ “...ดว้ ยการ
ท�ำพิธีรับลูกเสือท่ีสอบไล่วิชาลูกเสือโท
ได้แล้วเข้าประจ�ำกองจ�ำเดิมแต่พระบาท
สมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว องคพ์ ระ
ผ้พู ระราชทานก�ำเนิดคณะลูกเสือสยาม ได้
ทรงเป็นพระราชธุระฝึกผู้ก�ำกับและลูกเสือ
ในการจะทำ� พธิ เี ขา้ ประจำ� กองดว้ ยพระองคเ์ อง
และได้โปรดเกล้าฯ ใหท้ ำ� พิธีเมือ่ วนั ท่ี ๓
สงิ หาคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๕ ทหี่ นา้ พระทน่ี งั่
อภิเศกดุสติ นบั เปน็ พธิ เี ข้าประจำ� กองลกู เสอื
ครงั้ แรก ดว้ ยพระบรมราชประสงคท์ จี่ ะใหเ้ ปน็

86

แบบอยา่ งส�ำหรบั การนต้ี อ่ ไป จากแตน่ ั้นมา
ถงึ บดั นีซ้ งึ่ เป็นเวลาลว่ งมา ๒๓ ปเี ศษแลว้
กลา่ วโดยท่ัวๆ ไป ปรากฏว่าการทำ� พิธเี ข้า
ประจ�ำกองของลูกเสือตามท่ีได้จัดท�ำกัน
ออกจะเรื้อๆ เลอื นๆ ไป จงึ คิดใครท่ ี่จะ
ปรับปรุงเสียให้เป็นไปโดยระเบียบเรียบร้อย
อันงดงามและเหมาะสมแกก่ าลสมยั ...”

สภากรรมการกลางจัดการลูกเสือ เพอ่ื รกั ษาไว้ และผะดงุ ให้เจริญยง่ิ ๆ ขนึ้ ซ่ึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และรฐั ธรรมนญู
แห่งสยาม จงึ ไดร้ า่ งระเบียบการทำ� พิธรี บั แหง่ สยาม จนตลอดชีพ
ลกู เสอื โทเขา้ ประจำ� กองขน้ึ แลว้ ประกาศเปน็ ขอ้ ๓ ข้าพเจ้าจักบ�ำเพ็ญตน อยใู่ นมรรยาทอันดีงาม ตามบัญญตั ิของลูกเสอื ด้วย
“ประกาศข้อบังคับลักษณปกครองลูกเสือ ความภักดีและความเคารพอนั จริงใจทกุ เมอ่ื
พ.ศ. ๒๔๖๑ แก้ไขเพม่ิ เติม พทุ ธศกั ราช
๒๔๗๘” ในพระปรมาภไิ ธยสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั “..และโดยเฉพาะค�ำมนั่ สญั ญาของลูกเสือซึง่ จะใช้ในพิธี กย็ นื หลักตามขอ้ บงั คับเดมิ
อานนั ทมหดิ ล ได้เรมิ่ ใชใ้ นพธิ ีรบั ลูกเสอื โท นน้ั เอง แต่ไดป้ รับปรงุ ให้กะทัดรัดและใหเ้ ปน็ แบบแผนอันเหมาะแกก่ าลสมัยขน้ึ เท่านั้น...”
เขา้ ประจำ� กองของลกู เสอื จงั หวดั พระนครและ
ธนบรุ ี ประจำ� ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๗๘ ซงึ่ จดั ขน้ึ เนือ่ งด้วยสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั อานนั ทมหดิ ล นายกสภากรรมการกลางจัดการลกู เสอื
ณ ลานเชงิ สะพานพระพทุ ธยอดฟา้ ฝง่ั พระนคร แห่งสยาม ยวุ กษตั รยิ ์เสดจ็ ประทบั ศกึ ษาวิชาการในประเทศสวติ เซอร์แลนด์ คณะผสู้ ำ� เรจ็
ณ วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ศกนัน้ ราชการแทนพระองค์ได้เสด็จพระราชด�ำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธีที่ได้จัดต่อเนื่องมา
ต้ังแตพ่ ุทธศักราช ๒๔๗๘ ทกุ คราวไป และเพ่อื ให้เป็นเกียรตแิ กง่ านนายกกรรมการจดั การ
ถงึ ศกนี้ ไดม้ กี ารเปลย่ี นแปลงค�ำ ลูกเสือจงั หวดั พระนคร และธนบุรีจึงไดอ้ อกหนงั สอื เชิญนายกรฐั มนตรี รฐั มนตรี มารว่ ม
ปฏญิ าณลกู เสอื ในพธิ เี ขา้ ประจำ� กอง ทแ่ี ตเ่ ดมิ มา เป็นเกียรติในงานดว้ ย
ลูกเสือจะกล่าวค�ำปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์
หรอื ผแู้ ทนพระองค์ มาเปน็ การกลา่ วคำ� ปฏญิ าณ การทำ� พิธีรบั ลกู เสอื โทเขา้ ประจำ� กองนี้ คณะผู้สำ� เร็จราชการแทนพระองคไ์ ดเ้ สด็จ
ต่อหนา้ ธงชาตสิ ยามแทน มาในทุกปี และมีบัญชาใหส้ �ำนกั พระราชวงั ชว่ ยเหลือในเรือ่ งท่ีเกย่ี วกับการพิธดี ว้ ยตาม
สมควร
ขอ้ ๑ ขา้ พเจ้าจกั มีความสัตย์ซอื่ ตรง
จงรักภกั ดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
และรัฐธรรมนญู แห่งสยาม ดว้ ยความเคารพ
นับถอื อยา่ งสงู สุดจนตลอดชพี
ข้อ ๒ ขา้ พเจา้ จกั พยายาม โดยยอม
เสียสละทุกอย่างแม้ท่ีสุดจนชีวิตของข้าพเจ้า

87

อนึง่ ปพี ุทธศักราช ๒๔๘๒ คณะกรรมการจดั การลูกเสือจงั หวัด
พระนครและธนบุรี ได้เปล่ยี นมาทำ� พธิ ีรับลูกเสือโทเข้าประจำ� กอง ข้ึนท่ี
ลานพระบรมรูปทรงมา้ หน้าพระทน่ี งั่ อนันตสมาคม ในวันเสาร์ที่ ๒๔
กมุ ภาพนั ธ์ พุทธศักราช ๒๔๘๒ เสยี คราวหนึ่ง

88

ถงึ รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั เปล่ียนแปลงให้เหมาะสมเข้ากับกิจการ การเข้าประจ�ำกองลูกเสือจึงได้ถูกก�ำหนด
ภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกาลปัจจบุ ัน กจิ การ ลูกเสอื ของไทย ขน้ึ ใหมแ่ ยกไปตามประเภทของลกู เสอื ซ่งึ
ลูกเสือได้รบั การฟ้ืนฟขู น้ึ อีกคร้งั หลงั จาก แตกตา่ งจากเดมิ ทแ่ี บง่ ตามพระราชนยิ มเปน็
ที่ได้ซบเซาลงไปในช่วงมหาสงครามโลก วา่ กนั โดยทางสากลแลว้ ในขณะนัน้ สำ� รองลกู เสอื ลกู เสอื สำ� รอง ลกู เสอื โทและ
ครง้ั ที่ ๒ และรัฐบาลสยามในขณะนน้ั หนั กจิ การลกู เสอื สยามนบั วา่ มแี บบอยา่ งเปน็ ของ ลกู เสอื เอก มาเปน็ การแบง่ ออกตามชว่ งวยั
ไปให้ความส�ำคัญแก่องค์การยุวชนทหาร ตนเอง ตา่ งจากกจิ การลกู เสอื สากลอยา่ งมาก ของเด็กคือ ลูกเสือส�ำรอง ลูกเสือสามัญ
มากกว่า เช่นเคร่ืองแบบลูกเสือตามแบบพระราชนิยม ลกู เสอื สามญั รุน่ ใหญ่ และลูกเสอื วิสามัญ
ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว คงมีเพียงลูกเสือสามัญเท่านั้นท่ีได้รักษา
พระราชบญั ญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๔๙๐ ก่อนท่ีจะได้ปรับเปล่ียนมาเป็นเครื่องแบบ ระเบียบพิธีการเข้าประจ�ำกองลูกเสือไว้ได้
กำ� หนดใหพ้ ระมหากษตั รยิ ์ ทรงดำ� รงตำ� แหนง่ ลูกเสือที่เป็นสากลมากข้ึนอย่างในปัจุบันน้ี คงเดมิ มากทสี่ ดุ จากเมอ่ื ๑๐๐ ปที แี่ ลว้ เปน็
บรมราชูปถัมภ์คณะลูกเสือแห่งชาติเป็น เดิมมีรูปแบบคล้ายกับเคร่ืองแบบลูกเสือ แตไ่ ดป้ รบั ปรงุ ใหเ้ หมาะสมแกป่ จั จบุ นั เทา่ นนั้ .
ฉบับแรก งานพิธีรบั ลกู เสือโทเขา้ ประจำ� กอง โลกเมือ่ แรกตั้งขึน้ ในโลก คือคลา้ ยกับคณะ
จึงพ้นจากพระราชภาระมานับแต่น้ัน ลกู เสอื อังกฤษมากท่สี ุด ถงึ แม้วา่ ในทกุ วันน้ี
จะได้เปลีย่ นแปลงจากเดมิ ไปมาก แต่คณะ
เม่ือสถานการณ์โลกเปล่ียนแปลงไป ลูกเสือไทยก็ยังได้รักษาภาพอดีตของลูกเสือ
หลงั จากมา่ นหมอกควนั ไฟแหง่ ภยั สงครามโลก โลกไวไ้ ดม้ ากกวา่ เมืองตน้ ก�ำเนิด ท่ที ุกวันน้ี
สงบลง ความสมั พนั ธท์ างการทตู ระหวา่ งสยาม ไม่เหลอื เค้าโครงเดมิ เสียแล้ว
กบั นานาชาตไิ ด้พัฒนาข้นึ มาก คณะลกู เสอื
แห่งชาติได้มีโอกาสกระชับความสัมพันธ์กับ และเม่อื ได้มีการประกาศใชพ้ ระราช
คณะลกู เสอื นานาชาตมิ ากขน้ึ ตามลำ� ดบั คณะ บญั ญัตลิ กู เสือ พ.ศ.๒๕๐๗ แลว้ กิจการ
ลกู เสอื ไทยไดส้ ง่ ผกู้ ำ� กบั ลกู เสอื ไปฝกึ หดั อบรม ลูกเสือไทยได้พัฒนาขึ้นเป็นอันมากท้ังยัง
วิชาผู้ก�ำกับท่ีกิลเวลล์ปาร์ค คณะผู้ก�ำกับ เกิดการเปลี่ยนแปลงคร้ังย่ิงใหญ่ในเรื่อง
ลกู เสอื เหลา่ นน้ั จงึ ไดร้ บั เอารปู แบบระบบการ การปกครอง เครอื่ งแบบ และพธิ ีการ และ
ฝกึ หดั สง่ั สอน ระเบยี บการปกครองตลอดจน เม่ือได้ประกาศใช้ข้อบังคับคณะลูกเสือ
แบบอย่างธรรมเนียมพิธีการจากลูกเสือ แห่งชาติ ว่าดว้ ยการปกครอง หลกั สตู ร และ
นานาชาตกิ ลบั เขา้ มาดว้ ย แตก่ ็ได้ปรบั ปรุง วชิ าพิเศษลกู เสือ พ.ศ.๒๕๐๙ ระเบียบพิธี

89



ธงเสอื ป่าและธงลูกเสอื
ภูวนารถ กงั สดาลมณีชัย

“เวลา บา่ ย ๓ โมง ๔๕ นาที ซึ่งเป็นธงประจ�ำกรมเสือป่าราบหลวงรักษา พระคาถาบทชัยมงคลคาถานี้ เรยี ก
วันเสารท์ ่ี ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช พระองค์ “ซงึ่ เปนเสือป่ากองแรกเริม่ เหมอื น อกี อย่างว่า บทสวดถวายพรพระ เดิมเปน็
๒๔๕๔ พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เปนบ่อเกิดแห่งคณะเสอื ป่าทเี ดยี ว..” พระคาถาแปดบท สำ� หรบั สวดสรรเสรญิ ชยั ชนะ
เจ้าอยูห่ วั ทรงเครอื่ งสนามกองเสอื ปา่ แปดประการ ขององค์สมเด็จพระสัมมา-
เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ เขา้ สภู่ ายในพระอโุ บสถ สัมพุทธเจ้าที่มีต่อมนุษย์และอมนุษย์ท่ีได้มา
วดั พระศรรี ตั นศาสดาราม ...ทรงบรรจุเสน้ ดว้ ยพระพทุ ธธรรม มไิ ดม้ าดว้ ยอทิ ธปิ าฏหิ ารยิ ์
พระเจ้าท่ียอดธงประจ�ำกองเสือป่า...ทรง แต่อยา่ งใด โดยพระสงฆม์ ักจะสวดมนตน์ ้ี
หล่ังน้�ำพระมหาสังข์แลทรงเจิมธง...แล้ว ตอ่ ทา้ ยการทำ� วตั รเชา้ -เยน็ เรมิ่ ดว้ ยบทพาหงุ
โปรดให้เชิญธงน้นั ไปผูกไวห้ ลังธรรมมาสน์ ตามดว้ ยบทมหาการณุ โิ ก รวมเรยี กวา่ คาถา
ศิลาหน้าพระมหามณีรตั นปฏิมากร.... พาหงุ มหากา หรอื พาหุงมหาการุณิโก

พระราญรอนอริราชเชิญธงลงมา มหาศารทลู ธวัชเสอื ปา่ ตามต�ำนานว่าเป็นบทสวดท่ีสมเด็จ
จ า ก พ ร ะ อุ โ บ ส ถ . . . พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พระพนรตั น์ วัดปา่ แกว้ เปน็ ผรู้ จนาข้นึ ถวาย
พระเจ้าอยหู่ วั เสดจ็ พระราชด�ำเนินลงจาก ธงเสอื ปา่ ใหญ่นี้ มรี ูปเปน็ ธงสเี่ หลย่ี ม สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ส�ำหรับสวดเป็น
พระอุโบสถทรงรับธงจากพระราญรอน จตั รุ สั พน้ื สดี ำ� มรี ปู เสอื ลายพาดกลอนปกั ดว้ ย พระคาถาประจ�ำพระองค์ เพื่อให้มีชัยเหนือ
อริราช ประทบั ยืนอย่หู นา้ แถว.... สมเดจ็ ไหมเต็มตัวยืนหนั หนา้ ไปทางเสา ใต้รปู เสือ พระมหาอปุ ราชแหง่ พมา่ และกอบกูเ้ อกราช
พระบรมวงษ์เธอ กรมพระยาวชริ ญาณ มีค�ำขวัญพระราชทานเป็นคติพจน์แห่งคณะ จากกรงุ หงสาวดไี ด้ส�ำเรจ็
วโรรส...ทรงเสกที่ธงแลทรงประน�้ำมนต์ เสือป่าว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์” ปักด้วย
ประทาน...เป็นเสรจ็ การพธิ ี” ไหมแดง รอบธงทง้ั ส่ดี า้ นปักอกั ษรขอมด้วย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
ไหมเหลอื ง เปน็ บทชยั มงคลคาถา “พระคาถา เจ้าอย่หู ัว ๖ ทรงนำ� พระคาถาพาหงุ บทแรก
เมอ่ื ๑๐๐ ปที ีแ่ ล้ว พระบาทสมเด็จ พาหงุ ” บทแรก เมื่อแรกนั้นธงเสือปา่ ใหญ่ มาดัดแปลงตอนท้ายจากเดมิ ‘ตันเตชะสา
พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หวั ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ มยี อดเปน็ ครฑุ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระ ภะวะตุ เต ชะยะมงั คะลานิ’ เป็น ‘ตนั เตชะ
ต้ังการพระราชพิธีถือน้�ำพระพิพัฒน์สัตตยา มงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ สา ภะวะตุ เต ชะยะสิทธิ นจิ จัง’ นอกจากน้ี
เสอื ปา่ ขนึ้ เปน็ ครงั้ แรก ในวนั เสารท์ ี่ ๖ พฤษภาคม ใหเ้ ปลยี่ นเปน็ ยอดวชั ราวธุ กบั ประดบั เหรยี ญ ยงั ไดท้ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้จารกึ
พุทธศกั ราช ๒๔๕๔ จึงถือเปน็ วนั สถาปนา และแพรแถบเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณร์ ตั นาภรณ์ พระคาถาบทนี้ เป็นอักษรไทยลงในธงชยั
กองพลสมคั รเสอื ปา่ ขนึ้ ในสยามประเทศนบั แต่ รัชกาลท่ี ๖ เพิ่มในภายหลงั เฉลิมพลส�ำหรับกองทหารอาสาในมหาสงคราม
วนั นั้น ธงที่กล่าวถึงคอื “ธงเสือป่าใหญ่” โลกครงั้ ที่ ๑ ทง้ั ดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั อกี ดว้ ย

91

เมอ่ื กจิ การเสอื ปา่ ไดข้ ยายเพม่ิ จำ� นวน เหนือเกล้าฯ สงั่ วา่ ธงเสอื ป่าใหญแ่ ลธง ซ่งึ พิมพร์ ูปธงตา่ งๆ ของไทย บริษัทยาสบู
สมาชิกมากขึ้นจนพอจ�ำนวนที่ตั้งกองขึ้นใหม่ ประจ�ำกรมแลกองเสอื ปา่ มณฑลต่างๆ น้ัน บรติ ชิ -อเมรกิ นั จำ� กดั พมิ พเ์ มอ่ื ปพี ทุ ธศกั ราช
ก็ทรงโปรดให้ต้ังการพระราชพิธีถือน้�ำพระ ควรจะมนี ามตา่ งพวก จงึ ทรงพระกรุณา ๒๔๖๓ เพ่ือเป็นของแจกใส่ลงในซองบุหร่ี
พัฒน์สัตตยาคร้ังใหม่ และโปรดให้อัญเชิญ โปรดเกลา้ ฯ ขนานนามธงเสือป่าใหญว่ ่า ที่ออกจ�ำหน่ายให้แก่ลูกค้า กระดาษแข็ง
ธงเสอื ปา่ ใหญไ่ ปตง้ั และไดถ้ อื เปน็ ธรรมเนยี ม “มหาศารทลู ธวชั ” แลธงประจำ� กรมกองเสอื ปา่ แผ่นเลก็ พมิ พ์รปู ธงสี่เหลี่ยมจตั รุ สั มคี ำ�
ท่ีจะต้องอัญเชิญธงเสือป่าใหญ่ไปต้ังในการ มณฑลต่างๆ ให้เรียกว่า “ศารทูลธวัช” บรรยายใตภ้ าพสน้ั ๆ เพยี งวา่ ธงไชยเฉลมิ พล
พระราชพิธีถอื น�ำ้ ทกุ คราวไป ประจำ� กรมมณฑลนน้ั ๆ เชน่ มณฑลกรงุ เทพฯ เสือป่า เป็นรปู หน้าเสือตรงกันกับคำ� บอกเล่า
(รกั ษาพระองค)์ ให้เรยี ก “ศารทลู ธวชั ” ของพระมหามนตรีศรีองครักษ์สมุหพอดี
คร้ันเม่ือได้มีการขยายกิจการเสือป่า ประจำ� กรมเสือปา่ มณฑลกรงุ เทพฯ (รกั ษา
ไปยงั หวั เมอื ง มมี ณฑลนครไชยศรเี ปน็ แหง่ แรก พระองค)์ ใหเ้ รยี กนามนตี้ งั้ แตบ่ ดั นเี้ ปน็ ตน้ ไป” ซิกาแรตการด์
ก็โปรดให้มีการถือน�้ำพระพิพัฒน์สัตยาข้ึน
เม่อื วนั ท่ี ๗ กนั ยายน รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ ศารทลู แปลวา่ เสอื โครง่ , สิงโต, ผู้เขียนจึงได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า
(พทุ ธศักราช ๒๔๕๔) ดว้ ย นับเปน็ ครงั้ แรก คนเก่ง, คนดยี อดเย่ยี ม, คนมีชอ่ื เสยี ง สว่ น น่ีอาจเป็นหลักฐานชิ้นส�ำคัญที่จะไขปริศนา
ที่ได้มีการพระราชทานธงเสือป่าประจ�ำกอง ค�ำว่า ธวชั มคี วามหมายว่า ธง ดงั นั้น ทีว่ ่า บรรดาธงศารทูลธวัชประจำ� กรมเสอื ป่า
เสอื ป่าในหวั เมอื ง “มหาศารทลู ธวัช” จงึ แปลความหมายไดว้ ่า มีรปู แบบอยา่ งไร
“ธงเสอื ป่าใหญ่” น่นั เอง
ผ้เู ขยี นสันนษิ ฐานวา่ เมื่อได้เรม่ิ มกี าร ด้วยตอ่ มาในวนั ที่ ๑ มกราคม
พระราชทานธงประจ�ำกรมเสือป่ามากขึ้น ธงศารทูลธวัชที่ได้ทรงพระราชทาน พุทธศกั ราช ๒๔๕๙ พระบาทสมเด็จ
นเี่ อง จงึ ไดพ้ ากนั เรยี ก ธงประจำ� กรมเสอื ปา่ ส�ำหรับประจ�ำกองเสือป่ามณฑลนครไชยศรี พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณา
ทีป่ ักรูปเสอื ลายพาดกลอนน้ันวา่ “ธงเสอื ปา่ ในครงั้ นน้ั จะมรี ปู แบบอยา่ งไรนน้ั ไมส่ ามารถ โปรดเกลา้ ฯ ให้เปลี่ยนรูปแบบธงประจำ� กรม
ใหญ”่ และธงที่ทรงพระราชทานตอ่ ๆ มา สืบค้นหลกั ฐานได้ แต่จากคำ� บอกเลา่ ของ เสอื ปา่ ใหม่ รปู สเี่ หลย่ี มผนื ผา้ เปน็ พนื้ ธงสามสี
น่าจะมรี ปู เป็นอย่างอื่น พระมหามนตรศี รีองครักษ์สมหุ (ฉัตร โชติก แบ่งเปน็ หา้ ริ้วหกสว่ น โดยมีสองส่วนริมนอก
เสถยี ร) ท่ีวา่ “ธงไชยเฉลมิ พลประจ�ำกอง เปน็ สแี ดง อกี สองสว่ นเปน็ สขี าว ตรงสว่ นกลาง
เพ่ือไม่ให้เป็นการสับสนในการเรียก เสอื ปา่ ท่วั ไป มีรปู เสอื เตม็ ตวั แลมอี ักษร เป็นสีขาบมคี วามกว้างเป็นสองสว่ น ซ่ึงเปน็
ชอื่ ธงตา่ งๆ ท่เี ริ่มพระราชทานมากขน้ึ จึงทรง “เสียชีพ อย่าเสียสตั ย”์ ธงประจ�ำกรมเสอื ป่า
พระราชทานนามธงเสือป่าให้เหมาะสม ต่างๆ มีเพียงหน้าเสอื ธงประจ�ำกองตา่ งๆ
ดงั มปี ระกาศ แจ้งความเรอื่ งทรงพระกรุณา เหลา่ นี้ปกั รปู เสือด้วยไหมทงั้ สน้ิ ”
โปรดเกลา้ ฯ พระราชทานนามธงเสอื ป่าเมอ่ื
วันท่ี ๒๙ ธันวาคม พระพุทธศกั ราช ๒๔๕๖ ประกอบกับผู้เขียนไปพบซิกาแรต
ความว่า “ดว้ ยมีพระบรมราชโองการด�ำรัส การ์ดใบหน่ึง จัดอยู่ในชุดธงราชการไทย

92

ต้นเค้าของธงไตรรงค์ในเวลาต่อมาน่ันเอง ขออัญเชญิ พระบรมราโชวาท ซงึ่ ของตนเอง ต้ังใจให้กรมนนั้ เปนทน่ี ับถอื แก่
ตรงกลางมพี ระปรมาภไิ ธยยอ่ “รร๖” ภายใต้ ทรงพระราชทานไว้ในวันพระราชทานธง สาธารณชน ให้เปนทยี่ ำ� เกรงแก่คนเหล่าร้าย
รูปพระมหามงกุฎ ทม่ี มุ ธงด้านบนตรงท่ชี ิด เสือป่าใหม่ เมื่อวันท่ี ๑ มกราคม พทุ ธศกั ราช ที่ม่งุ หมายทำ� อนั ตรายตอ่ ชาติ สาสนา
ยอดคนั ธง เปน็ แถบแพรสีเปน็ รปู สเี่ หลยี่ ม ๒๔๕๙ มาลงไวเ้ พอ่ื ใหเ้ หน็ ถงึ ความสำ� คญั ของ พระมหากษัตริย์ ขอท่านทง้ั หลายบรรดาท่ี
จตั รุ ัส ตรงกลางมีรูปหนา้ เสอื ลอ้ มรอบด้วย ศารทลู ธวชั เสือปา่ ดงั น้ี ไดม้ าเปนผแู้ ทนเสอื ปา่ ในวนั น้ี จงรบั พรไปแทน
ขอ้ ความชอื่ กรมกองเสอื ปา่ นนั้ ๆ และคตพิ จน์ เพอื่ นเสือปา่
ทีว่ ่า “เสียชพี อย่าเสยี สตั ย์” “ขอให้เสอื ปา่ ทง้ั ปวง ท่ไี ด้รับธง
ศารทลู ธวัชไปใหม่ในวนั นี้ ต้งั ใจรักษาธงนี้ ขอให้จงมคี วามเจรญิ อายุ วรรณะ
ศารทลู ธวชั อยา่ งใหม่ ด้วยนำ้� ใจอนั เป็นนกั รบแท้ ตั้งม่นั อยใู่ นความ สขุ ะ พละ แลเมอื่ จำ� เปนตอ้ งทำ� การตามหนา้ ที่
จงรกั ภกั ดีในพระมหากษัตรยิ ์ มคี วามรัก นักรบ ขอจงมคี วามส�ำเรจ็ และมไี ชยชนะตอ่
ศารทูลธวชั ประจ�ำกรมเสอื ป่ารกั ษาพระองค์ ชาติบา้ นเมืองซง่ึ เปนที่เกิดของตน และตั้งใจ สตั รูหมู่พาลอรริ ้าย ขอให้นกึ ถงึ ด้วยอ�ำนาจ
ปอ้ งกันรกั ษาศาสนาอันเปนทเี่ คารพ ความเล่อื มใสในพระศรีรตั นไตร แลความ
แถบแพรสีรูปสีเหล่ียมจัตุรัสบนธง จงรักภักดีของท่านทั้งหลายจงบันดาลให้มี
เสือปา่ อย่างใหม่น้ี อาจมีท่ีมาจากรูปธงบน อกี ประการหนง่ึ ตอ้ งตง้ั ใจรกั ษาคำ� ความเจริญ จะประสงคส์ ่ิงใดจงได้สำ� เร็จตาม
ซิกาแรตการด์ ทไ่ี ดส้ ันนิษฐานเอาไว้วา่ อาจ สัตย์สาบาลที่ให้ไว้แล้วต่อหน้าคณะเสือป่า ความปรารถนาทว่ั กนั .”
จะเป็นรปู ธงศารทูลธวชั ประจ�ำกรมเสือปา่ อกี โคลงสุภาษติ ทีม่ อี ยูใ่ นธง คอื ต้องรักษา
แบบเดิม ก็อาจเปน็ ได้ ความสัตย์ แม้ดว้ ยชีวติ เมอ่ื ถึงเวลาจ�ำเปน พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระราชทาน
เม่อื ใด ธงน้ีจะต้องเขา้ สู่สนาม ตอ้ งนับวา่ เปน พระบรมราโชวาท ในการประชุมพลเสอื ปา่
เวลาส�ำคญั ท่สี ุดของเสอื ปา่ ในเวลานั้นต้อง
ถือว่าเปนเวลาที่จะต้องยอมสละหมดทุกสิ่ง ได้เล่าเรอื่ งธงมหาศารทูลธวชั และ
แม้ชีวิตเลือดเน้ือร่างกายแลของซ่ึงเปนที่รัก ศารทลู ธวชั อนั เปน็ ธงไชยเฉลมิ พลเสอื ปา่ แลว้
ใคร่นิยมนับถือในส่วนน้ีต้องยอมสละเพ่ือ ขอเล่าเร่ืองยอดธงไชยเฉลิมพลเสือป่า
รักษาธงนไี้ ว้ เพราะว่าเมอ่ื ธงนไี้ ดต้ กไปอยู่ แทรกลงไวเ้ พอื่ ใหไ้ ดค้ วามสมบรู ณย์ งิ่ ขน้ึ เรอื่ ง
ในมอื ขา้ ศกึ เหมือนเกยี รติยศของกรมนัน้ ยอดธงไชยเฉลมิ พล มปี รากฏในพระราชบนั ทกึ
ไดล้ ะลายเสื่อมสญู ไป ขอให้ทา่ นท้งั หลายจง จดหมายเหตรุ ายวัน ความว่า
ต้งั ใจรักษาธงน้ไี ว้ ซง่ึ เราใหไ้ ว้เปนของแทน
ตวั เรา จงนึกวา่ เหมือนตวั เรามาอยูใ่ นกองนัน้
เสมอ เรามคี วามตง้ั ใจผกู พนั ธเ์ ปนหว่ งอยเู่ สมอ
ขอให้ท่านทั้งหลายจงท�ำตัวให้เปนผู้สมควร
ทจี่ ะรกั ษาธงนี้ ทเี่ รามอบไวใ้ นมอื ทา่ นทง้ั หลาย
ขอใหช้ ว่ ยกนั ตง้ั ใจบำ� รงุ ความเจรญิ ในกองกรม

93

“...ได้วัชราวธุ ยอดธงไชย อนง่ึ วนั น้ี เก็บความเพิ่มจากงานเขียนของ เฉลิมพลของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ได้ของสำ� คัญอนั ๑ ซง่ึ ควรจะนับถอื ว่าเปน็ จมนื่ อมรดรณุ ารกั ษ์ (แจม่ สนุ ทรเวช) เลา่ ไว้ แล้วไมน่ าน
สง่ิ สวสั ดมิ งคลอย่างยงิ่ คอื พระยาสุนทร เมอ่ื คร้ังทเี่ รยี บเรยี งหนงั สือชุด เสอื ปา่ และ
สงครามไดน้ ำ� ยอดธงไชย ทำ� ดว้ ยทองสมั ฤทธ์ิ ลกู เสอื ในประวตั ศิ าสตร์ รชั สมยั ของ พระบาท ครน้ั ถึงวนั ที่ ๑ มกราคม พุทธศกั ราช
เปนรปู วชั ราวธุ มาใหท้ น่ี า่ พลบั พลาเมอ่ื มาถงึ สมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หัว เม่อื พ.ศ. ๒๔๕๙ อนั เปน็ วันมหามงคลเฉลมิ พระชนม
วตั ถนุ ี้เปนยอดธงแน่ เพราะมีช่องส�ำหรบั ๒๕๑๔ เรอ่ื งยอดธงไชยเฉลมิ พลเสือป่า พรรษาครบ ๓ รอบ ไดท้ รงพระกรุณา
สรวมกับยอดไมธ้ ง และทที่ �ำใหข้ ลงั ขน้ึ อีก ความวา่ “ยอดธงเป็น รปู วชริ ะนับวา่ เป็น โปรดเกล้าฯ ใหเ้ สอื ปา่ และลกู เสือกองเสนา
คอื มเี ปนรอยลกู กระสุนปืนแหว่งอยู่ข้าง ๑ ปรากฏการณ์ ทีน่ ่าอัศจรรยย์ งิ่ บังเอิญมา รกั ษาดินแดนมณฑลตา่ งๆ ทกุ กองเสนา
ซึ่งเปนพยานปรากฏว่าได้เข้าในงานสงคราม ตรงกับ พระบรมนามาภไิ ธยของพระบาท เขา้ ประชมุ พลสวนสนามถวายไชยมงคล และ
เปนแน่นอน ยอดธงนีน้ ายอ�ำเภอศรปี ระจัน สมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หวั เพราะฉน้นั เข้ารับพระราชทานธงศารทูลธวัชประจ�ำกรม
ผู้มาท�ำพลับพลาขุดได้ท่ีริมพระเจดีย์ บรรดายอดธงศารทูลธวัชซ่ึงแต่เดิมที่ทรงใช้ เสือปา่ ใหม่ ซึ่งได้ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ
พระนเรศวร เพราะฉะนนั้ ควรเชื่อไดว้ ่า เปน ยอดธงเปน็ ครฑุ กไ็ ดท้ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้เปลี่ยนยอดธงศารทูลธวัชประจ�ำกรมกอง
ยอดธงไชยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้ทำ� เปน็ ยอดมียอดวชิระ ๔ แฉกต้งั แต่ เสือป่าต่างๆ ทั้งหมดท่ไี ด้พระราชทานใหม่นี้
และคิดๆ ไปกน็ า่ อศั จรรยท์ มี่ าตกฝงั อย่ใู นดิน ครัง้ นัน้ เปน็ ต้นมา” และได้เล่าไว้อีกแห่งหน่งึ เป็นยอดวัชราวธุ ตามอยา่ งมหาศารทลู ธวชั
ถึง ๓๒๑ ปีเต็ม (การชนช้างนน้ั เปน็ เดือนยี่ วา่ “....ยอดธงน้ี ของจริงเก็บรักษาไวใ้ น ประดับเหรียญและแพรแถบเครื่องราช
พ.ศ. ๒๑๓๕) พึ่งจะมาพบ และพะเอนิ รูป พพิ ธิ ภณั ฑ์สถานแห่งชาติ นา่ เสียดายทีบ่ ดั น้ี อสิ ริยาภรณ์รตั นาภรณ์รชั กาลท่ี ๖ รวม
ก็เปนวชั ระตรงกบั ชอ่ื ของเราด้วย จงึ่ ท�ำให้ เลยเปน็ ลบั ไป เพราะมไิ ด้นำ� ออกมาเข้าพธิ ี ๒๗ กรม ทง้ั นี้ก็เพอ่ื ...ให้เปนเกียรติยศแด่
เปนทน่ี า่ ปลืม้ ยงิ่ ข้นึ คิดๆ ไปกด็ ูประหนึง่ ว่า อยเู่ สมอดงั แตก่ อ่ น ดงั ทไ่ี ดต้ ง้ั พระราชหฤทยั ไว”้ เสือป่าที่ได้อุสาหมาด้วยกันจนถึงที่มหาไชย
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระเมตตา สถานนฯี้ นั่นเอง
แกเ่ รา ผทู้ ไ่ี ดอ้ สุ าหมาจนถงึ ทมี่ หาพไิ ชยสถาน จงึ ท�ำให้เชอ่ื ไดว้ ่า บรรดาศารทลู ธวัช
อันเปนที่พระองค์ท่านได้ทรงกระท�ำสงคราม เสือป่า ย่อมต้องมยี อดธงเป็นรูปครุฑมากอ่ น ธงประจ�ำกองลูกเสือ
กชู้ าติไทยเราให้พ้นจากเง้อื มมอื พมา่ บรรดา ทัง้ สนิ้ และธง “มหาศารทลู ธวชั ” ไดเ้ ปลี่ยน ภายหลังจากที่ได้ทรงพระกรุณา
พระเจ้าแผ่นดินสยามก็มิได้มีข้อความ จากยอดครฑุ เปน็ ยอดวชั ราวธุ คอื รูปวชิระ โปรดเกลา้ ฯ สถาปนากจิ การเสอื ปา่ อาสาสมคั ร
ปรากฏเลยว่าได้เคยเสด็จมาถึงสนามรบ ๔ คม ก่อนศารทลู ธวัชประจำ� กรมเสือปา่
อนั น้ี เราเห็นวา่ วัตถอุ ันส�ำคัญเช่นยอดธงนี้ อ่นื ๆ ด้วยเป็นธงประจ�ำคณะเสอื ปา่ ของชาติ
ไม่ควรจะเอาไปเกบ็ ลบั ไปเสยี จ่งึ ได้ตกลงให้ ภายหลังจากที่ทรงเสด็จพระราชด�ำเนินกลับ
ติดบนยอดธงมหาศารทูลของคณเสือป่า จาก “การเดนิ ทางไกลนมสั การอนสุ รณด์ อนเจดยี ์
เพ่ือจะไดม้ ีโอกาสได้เขา้ พิธอี ยู่เสมอ และให้ พุทธศักราช ๒๔๕๖” อนั เปน็ เหตุใหพ้ บยอด
เปนเกียรติยศแด่เสือป่าที่ได้อุสาหมาด้วยกัน วัชราวุธ ซง่ึ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
จนถงึ ท่ีมหาไชยสถานนีฯ้ .” เจ้าอยู่หัวทรงสันนิษฐานว่าเป็นยอดธงไชย

94

ไดเ้ พยี งสองเดอื นพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ นนั้ แลว้ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ใหแ้ ก่กองลกู เสือหลวงด้วย ดงั ปรากฏ
เจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระอนุสรณ์ค�ำนึงถึง ทรงพอพระราชหฤทัยในความสามารถของ ความตอนหนง่ึ ในจดหมายเหตเุ สือป่าวา่
กลุ บตุ รในชนั้ ปฐมวยั ซง่ึ สมควรทจ่ี ะไดร้ บั การ กองลกู เสือกรุงเทพฯ ที่ ๑ มาก ไดท้ รง “....พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั เสดจ็ ประทบั
ฝกึ ฝนใหม้ คี วามรใู้ นทางเสอื ปา่ เพอ่ื ประโยชน์ พระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานนามกอง ทต่ี รงบนั ไดโรงโขนพระราชทานธงประจำ� กอง
แกช่ าตบิ า้ นเมอื ง ทรงมพี ระราชดำ� รวิ า่ “เมอื่ ลกู เสอื กรงุ เทพฯ ท่ี ๑ (โรงเรยี นมหาดเลก็ หลวง) ลกู เสอื หลวงนายหมโู่ ท หลวงอภริ กั ษร์ าชฤทธ์ิ
ไดเ้ พาะผใู้ หญเ่ ปนนกั รบขนึ้ ในทางเสอื ปา่ แลว้ ซึ่งเป็นกองลูกเสือกองแรกท่ีทรงพระกรุณา อาจารยโ์ รงเรยี นมหาดเลก็ หลวง รบั พระราชทาน
กใ็ ครจ่ ะไดเ้ หน็ เดก็ สบื พนั ธเ์ุ ปน็ ผชู้ ว่ ยรบในการ โปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ง้ั ขนึ้ นี้ ใหป้ รากฎเปน็ เกยี รตยิ ศ อญั เชิญไป...”
ลูกเสอื ต่อไป” จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ สืบไปวา่ “กองลกู เสอื หลวง”
ให้ตราข้อบังคับลักษณปกครองลูกเสือ
รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ ขนึ้ ประกาศใช้เมือ่
วันที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔

ยังผลให้เกิดการลูกเสือสยามขึ้นใน ครัน้ ล่วงมาถึงวันท่ี ๑๖ กันยายน ธงพระมนูแถลงสาร
ทางนิตนิ ยั โรงเรยี นมหาดเลก็ หลวง ซึง่ อยู่ พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๔ ในคราวทกี่ องลกู เสอื หลวง
ในพระบรมราชปู ถัมภ์ และได้มีการฝกึ หัด ไดร้ ว่ มเสดจ็ เดินทางไกลประทับแรม มณฑล ธงประจำ� กองลกู เสอื หลวง มลี กั ษณะ
เตรียมความพร้อมมาตั้งแต่เริ่มเปิดท�ำการ นครไชยศรี ทรงโปรดใหม้ กี ารพระราชพธิ ถี อื นำ้� เป็นธงสี่เหลีย่ มจตั ุรัสพ้นื สดี ำ� กลางธงเป็นรูป
เม่ือวันท่ี ๒๙ ธันวาคม พทุ ธศักราช ๒๔๕๓ พระพิพัฒนส์ ตั ยาเสือปา่ และพระราชทาน พระมนแู ถลงสาร ยอดปลายหอก ประดบั
แลว้ เมอื่ ไดม้ ปี ระกาศขอ้ บงั คบั ลกั ษณปกครอง ธงประจ�ำกองเสือป่ามณฑลนครไชยศรีขึ้น เหรียญและแพรแถบเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์
ลกู เสือออกมา ไดท้ รงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ณ โรงโขนหลวง (ช่ัวคราว) พระราชวัง วชริ มาลา (แพรริว้ สเี หลอื งกับด�ำ ขนาดกว้าง
ให้ตั้งกองลูกเสือแห่งชาติข้ึนท่ีโรงเรียน สนามจันทร์ ในการนไี้ ด้ทรงพระกรุณา ๓ เซนติเมตร) สนั นิษฐานวา่ ทรงพระกรณุ า
มหาดเลก็ หลวงเปน็ ปฐม ทรงพระราชทาน โปรดเกลา้ ฯ พระราชทานธงประจำ� กองลกู เสอื โปรดเกลา้ ฯ ใหจ้ างวางตรี พระยาอนุศาสน์
นามว่า “กองลูกเสือกรงุ เทพฯ ที่ ๑” จติ รกร (จนั ทร์ จิตกร) เจา้ กรมช่างมหาดเล็ก

ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช
๒๔๕๔ นกั เรยี นมหาดเลก็ หลวง ชพั น์ บนุ นาค
ได้เข้าถวายตัวเพ่ือให้ทรงทอดพระเนตร
เคร่อื งแบบลูกเสือ ดงั ทท่ี รงมพี ระราชดำ� รไิ ว้
ในข้อบังคับลักษณการปกครองลูกเสือฉบับ
แรกนี้ ตอ่ เมอื่ ไดม้ กี ารฝกึ หดั สอบซอ้ มตอ่ หนา้
พระพักตร์ ตามพระราชนพิ นธ์แบบสั่งสอน
เสือปา่ และลูกเสอื ในวนั ท่ี ๒ กนั ยายน ศก

95

เป็นผู้ผูกเขียนลายจัดสร้างธงประจ�ำกอง ไปแก่ราชศตั รูได้ แม้จะตอ้ งเสยี สละชีวิตเพอื่ พระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหก้ ระทรวงวงั เปน็
ลกู เสอื หลวงนี้ข้นึ รักษาธงนไ้ี ว้ ก็ตอ้ งยอมสละเปนราชพลี เม่ือ ผู้ด�ำเนินการจัดสร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์
มณฑลใดได้รับพระราชทานธงประจ�ำกอง สว่ นพระองค์ โดยพระยาอนุศาสตร์จิตรกร
ตอ่ จากนนั้ กไ็ ดพ้ ระราชทานธงประจำ� แลว้ ใหจ้ ดหมายวนั เดอื นปที ไ่ี ดร้ บั พระราชทาน (จนั ทร์ จิตรกร) เป็นนายชา่ งร่างแบบธง
กองลกู เสอื เพอื่ เปน็ เครอ่ื งแทนพระองค์ ใหแ้ ก่ ไวเ้ ปนหลกั ฐาน และถ้าไดพ้ ระราชทาน โดยถือแบบอย่างพระราชนิยมในพระบาท
กองลูกเสอื มณฑลต่างๆ ตามลำ� ดับในโอกาส พระบรมราโชวาทดว้ ย ให้จดั พมิ พพ์ ระบรม สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจา้ อยหู่ วั
อนั สมควร เช่น การสวนสนามถวายพระพร ราโชวาทนน้ั แจกใหแ้ กล่ กู เสอื ในมณฑลนน้ั ๆ
ชัยมงคลเนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนม ไปรักษาไว้โดยท่วั ถึงกัน และหมนั่ ระลกึ ถึง ธงประจำ� กองลกู เสอื มณฑลตา่ งๆ มลี กั ษณะ
พรรษาหรอื ในการทรงเสด็จประพาสหวั เมอื ง พระบรมราโชวาทน้ันจงเสมอ ส่วนทก่ี อง ดังนี้
ตามลำ� ดับมาจนสน้ิ รัชสมัย มีหลกั ฐานวา่ ลกู เสอื ก็ให้มไี ว้ในทีเ่ ปิดเผยดว้ ยทกุ กอง
ธงประจ�ำกองลูกเสือที่ได้รับพระราชทานใน ๑. ธงประจ�ำกองลูกเสือมณฑล
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ธงประจำ� กองลูกเสอื ต่างๆ ของไทย ปัตตานี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้
เจา้ อยหู่ ัวนี้ จะมยี อดปลายหอก ประดับ สมยั แรกมลี ักษณะและสีสันตา่ งกนั ไมไ่ ด้มี เจา้ อยหู่ วั ไดพ้ ระราชทานเมอื่ วนั ท่ี ๑๓ มถิ นุ ายน
เหรียญและแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ลักษณะเหมอื นกันดงั เชน่ ปจั จุบนั น้ี รูปท่ี พทุ ธศักราช ๒๔๕๘ ในคราวเสด็จพระราช
วชริ มาลา ซง่ึ ทุกคราวที่ได้พระราชทานธงก็ ปรากฏอยกู่ ลางผนื ธงลว้ นมคี วามหมายทง้ั สนิ้ ด�ำเนนิ ประพาสปกั ษใ์ ต้ พ้นื ธงสเี ขยี วใบไม้
จะทรงมีพระบรมราโชวาทพระราชทานแก่ สดุ แต่จะทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้ ขอบสีเหลือง กลางธงมรี ูปปนื นางพญาตานี
ลูกเสอื ด้วยทุกครัง้ หากแต่เปน็ ทนี่ ่าเสียดาย ออกแบบ สมัยนัน้ นายช่างผรู้ ่างแบบธงเพ่ือ ซ่ึงเป็นปืนท่ีพระยาตานีน�ำมาถวายโดยความ
ทไี่ มม่ กี ารบนั ทกึ พระบรมราโชวาทไวค้ รบถว้ น ทลู เกลา้ ฯ ถวายตามพระราชประสงค์ คอื จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี
ทกุ องค์ พระยาอนุศาสตร์จติ รกร (จันทร์ จิตรกร) ท้ังน้ีเพื่อให้ลูกเสือในมณฑลน้ันได้ระลึกถึง
ความจงรกั ภกั ดตี อ่ พระยาตานไี วเ้ ปน็ ตวั อยา่ ง
ขอคัดข้อความในข้อบังคับลักษณ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ อยู่เสมอ คันธงยอดปลายหอก ประดับ
ปกครองลูกเสอื พระพุทธศกั ราช ๒๔๖๑ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานธง เหรยี ญ และแพรแถบเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณ์
แทรกเรอื่ งธงประจ�ำกองลกู เสอื เพื่อใหเ้ ห็น ประจำ� กองลูกเสือเพิม่ เติม ในคราวเสดจ็ ไป วชิรมาลา
ถึงความส�ำคัญของธงประจ�ำกองลูกเสือ ทรงประกอบพธิ สี ังเวยอดีตมหาราช เมือง
ดังความว่า เม่อื มโี อกาสจะไดท้ รงพระกรุณา กรงุ เกา่ ๑ธงกบั ในคราวเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ
โปรดเกล้าฯ พระราชทานธงประจำ� กองไว้ เลยี บหวั เมอื งมณฑลฝา่ ยเหนอื ในปพี ทุ ธศกั ราช
ต่างพระองค์ สำ� หรบั เปนทเ่ี คารพแหง่ ลกู เสอื ๒๔๖๙ รวม ๒ ธง และในงานชมุ นมุ ลูกเสือ
ทงั้ หลาย มณฑลละธง เหมอื นหนงึ่ ไดอ้ ยใู่ กลช้ ดิ แหง่ ชาติครง้ั แรก ในปพี ทุ ธศักราช ๒๔๗๐
พระองคพ์ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทกุ เมอื่ อีก ๖ ธง ธงประจ�ำกองลกู เสือมณฑลน้ี
ลูกเสือต้องรกั ษาธงนไ้ี ว้เปนอย่างดี มใิ ห้ตก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง

96

๒. ธงประจำ� กองลกู เสอื มณฑลนครศรธี รรมราช พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้
เจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเมื่อวันท่ี ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๕๘ ในคราวเสด็จ
พระราชดำ� เนนิ ประพาสปกั ษใ์ ต้ พน้ื ธงสเี ขยี วใบไม้ ขอบสมี ว่ ง กลางธงมรี ปู สงั ขท์ กั ษณิ าวตั ร
วางบนพานทอง เป็นเครื่องน�ำให้ระลึกถึงจังหวัดสงขลาอันเป็นจังหวัดส�ำคัญของมณฑลน้ี
คันธงยอดปลายหอก ประดบั เหรยี ญและแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณว์ ชิรมาลา

๓. ธงประจ�ำกองลกู เสอื มณฑลภเู ก็ต พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หวั ได้
พระราชทานเมือ่ วันท่ี ๖ กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๘ ในคราวเสด็จพระราชดำ� เนินถึง
สถานรี ถไฟเมอื งตรงั (ทบั เทยี่ ง) เพอื่ ทรงเสดจ็ ไปยงั เมอื งนครศรธี รรมราช พน้ื ธงสเี ขยี วใบไม้
ขอบสีฟ้า กลางธงมีรูปภูเขา มีเพชรฉายรศั มอี ยทู่ ีย่ อดเขา เป็นเคร่ืองน�ำใหร้ ะลกึ ถงึ ทอ้ งที่
อันอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติของมณฑลนี้ เช่น แร่ดีบุก และเพชรฉายน้ัน
เน่ืองในพระบรมนามาภิไธยด้วย คันธงยอดปลายหอก ประดับเหรียญและแพรแถบ
เครือ่ งราชอสิ ริยาภรณ์วชริ มาลา

๔. ธงประจำ� กองลกู เสอื มณฑลกรงุ เทพฯ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ไดพ้ ระราชทานเมื่อวนั ท่ี ๒๙ ธนั วาคมพุทธศกั ราช ๒๔๕๘ พื้นธงสีเหลือง มพี ระพุทธรปู
พระมหามณรี ตั นปฏมิ ากร (พระแกว้ มรกต) บนพนื้ ธง เปน็ เครอ่ื งเตอื นใจใหล้ กู เสอื มณฑลนี้
ระลกึ ว่า พระพุทธรปู นเ้ี ป็นหลักชยั แห่งกรุงรตั นโกสนิ ทร์ นับวา่ เปน็ พระพทุ ธรูปทศี่ ักดิส์ ทิ ธ์ิ
และเป็นทเ่ี คารพของปวงชนทวั่ ไป ตลอดจนพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ท้ังปวง
คนั ธงยอดปลายหอก ประดับเหรียญและแพรแถบเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณ์วชริ มาลา

๕. ธงประจำ� กองลกู เสอื มณฑลนครชยั ศรี พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ไดพ้ ระราชทานเมอ่ื วนั ที่ ๑๓ มกราคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๙ เนอื่ งในการเสดจ็ ทอดพระเนตร
การประลองยุทธเสือปา่ และลูกเสือ พนื้ ธงสนี ำ้� เงนิ แก่ กลางธงมีรูปพระปฐมเจดยี ส์ ีเหลอื ง
อันเป็นพระมหาเจดีย์ส�ำคัญยิ่งของมณฑลนี้ทั้งเป็นโบราณสถานนับเนื่องในปูชนียสถานแห่ง
พระพุทธศาสนา คันธงยอดปลายหอก ประดับเหรยี ญและแพรแถบเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณ์
วชริ มาลา

97

๖. ธงประจำ� กองลกู เสอื มณฑลราชบรุ ี พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ไดพ้ ระราชทานเมอื่ วนั ท่ี ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ พทุ ธศกั ราช ๒๔๖๗ เนอ่ื งในการเสดจ็ ทอดพระเนตร
การประลองยทุ ธเสอื ปา่ และลกู เสอื พน้ื ธงสนี ำ้� เงนิ แก่ กลางธงมรี ปู รองพระบาทวางบนพานทอง
เพอื่ ใหล้ กู เสอื ทกุ คนระลกึ วา่ มณฑลนเ้ี ปน็ มณฑลสำ� คญั ทางทศิ ตะวนั ตกของกรงุ เทพฯ เชน่ เดยี ว
กบั มณฑลปราจนี ซงึ่ อยทู่ างทศิ ตะวนั ออก และลกู เสอื ทกุ คนกม็ คี วามจงรกั ภกั ดเี พอ่ื ทำ� การฉลอง
พระเดชพระคณุ จงึ พระราชทานเครอ่ื งหมายน้เี พื่อเป็นเครื่องระลกึ ถงึ พระองค์อยู่เสมอ
คันธงยอดปลายหอก ประดบั เหรียญและแพรแถบเครือ่ งราชอิสรยิ าภรณ์วชิรมาลา

๗. ธงประจ�ำกองลกู เสอื มณฑลอยุธยา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยหู่ ัว ได้
พระราชทานเมอื่ วนั ท่ี ๑๕ พฤศจกิ ายน พทุ ธศกั ราช ๒๔๖๙ ในคราวเสดจ็ ไปทรงประกอบพธิ ี
สงั เวยอดตี มหาราช พนื้ ธงสเี ลอื ดนก กลางธงมรี ปู ปราสาทอยใู่ ตต้ น้ หมนั เพอ่ื เปน็ เครอื่ งหมาย
แห่งการสถาปนากรุงศรีอยธุ ยา ซง่ึ เคยเปน็ เมืองหลวงของประเทศไทยมาแต่โบราณ เพื่อ
เตอื นใหล้ กู เสอื ทกุ คนในมณฑลนร้ี ะลกึ เสมอวา่ ตนลว้ นแตเ่ ปน็ เชอื้ สายของนกั รบทเ่ี คยประกอบ
วรี กรรมอนั ดมี าในอดตี คนั ธงยอดปลายหอก ผกู แพรแถบและเหรยี ญทร่ี ะลกึ งานพระราชพธิ ี
บรมราชาภิเษก รชั กาลที่ ๗

๘. ธงประจำ� กองลกู เสอื มณฑลพิษณุโลก พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หวั
ไดพ้ ระราชทานเมือ่ วนั ท่ี ๘ มกราคมพุทธศกั ราช ๒๔๖๙ ในคราวเสด็จพระราชดำ� เนิน
เลยี บหัวเมืองมณฑลฝ่ายเหนอื พืน้ ธงสีมว่ ง กลางธงมรี ปู สงั ข์อยใู่ นวงจักรสีแดง ขอบนอก
สีขาว เป็นเครอื่ งหมายของนามจังหวัดพษิ ณุโลก ซึง่ เคยเป็นเมืองสำ� คัญมาในสมยั โบราณ
ประดบั เหรยี ญและแพรแถบเคร่อื งราชอิสริยาภรณร์ ัตนาภรณร์ ชั กาลท่ี ๗

๙. ธงประจำ� กองลูกเสอื มณฑลพายัพ พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว
ได้พระราชทานเมอื่ วนั ที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช๒๔๖๙ ในคราวเสดจ็ พระราชด�ำเนิน
เลียบหัวเมืองมณฑลฝ่ายเหนือ พื้นธงสีบานเย็น กลางธงมีรูปช้างเผือกยืนในขวง เป็น
เครื่องหมายให้ระลึกถึงจังหวัดเชียงใหม่ อันเคยเป็นราชธานีของไทยมาแต่สมัยโบราณ
ประดบั เหรยี ญและแพรแถบเครื่องราชอสิ รยิ าภรณร์ ตั นาภรณ์รัชกาลที่ ๗

98

๑๐. ธงประจ�ำกองลูกเสือมณฑลจันทบุรี พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
ไดพ้ ระราชทานเมือ่ วันที่ ๒๖ กมุ ภาพนั ธ์ พุทธศกั ราช ๒๔๗๐ ในคราวเสดจ็ มาทรงเปิด
คา่ ยชมุ นมุ ลกู เสอื แหง่ ชาตคิ รงั้ แรกพนื้ ธงสไี พล กลางธงเปน็ รปู สเ่ี หลยี่ มสมี ว่ ง มรี ปู กระตา่ ยใน
ดวงจนั ทรส์ ไี พลอยกู่ ลาง เปน็ เครอ่ื งหมายถงึ จงั หวดั จนั ทบรุ อี นั เปน็ จงั หวดั สำ� คญั ของมณฑลนี้

๑๑. ธงประจำ� กองลกู เสอื มณฑลนครราชสมี า พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ไดพ้ ระราชทาน เมอ่ื วนั ท่ี ๒๖ กมุ ภาพนั ธ์ พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๐ ในคราวเสดจ็ มาทรงเปดิ คา่ ย
ชมุ นมุ ลกู เสอื ครง้ั แรกพนื้ ธงสแี สด กลางธงมรี ปู พทั ธสมี าสาวอยู่ ภายในรปู แปดเหลยี่ มสเี ขยี ว
เปน็ เครอื่ งหมายถงึ จังหวัดนครราชสีมาอนั เปน็ จงั หวดั ส�ำคญั ของมณฑลนี้

๑๒. ธงประจำ� กองลกู เสอื มณฑลนครสวรรค์ พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ไดพ้ ระราชทานเมอื่ วนั ที่ ๒๖ กมุ ภาพนั ธ์ พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๐ ในคราวเสดจ็ มาทรงเปดิ
ค่ายชุมนมุ ลูกเสือแหง่ ชาติครั้งแรกพื้นธงสีมว่ ง กลางธงมรี ูปปราสาทลอยอยบู่ นเมฆ เปน็
เครื่องหมายถึงจังหวดั นครสวรรคอ์ นั เปน็ จงั หวดั สำ� คญั ของมณฑลนี้

๑๓. ธงประจ�ำกองลูกเสือมณฑลปราจิน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
ไดพ้ ระราชทานเมอ่ื วนั ที่ ๒๖ กมุ ภาพนั ธพ์ ทุ ธศกั ราช ๒๔๗๐ ในคราวเสดจ็ มาทรงเปดิ คา่ ย
ชมุ นมุ ลกู เสอื แหง่ ชาตคิ รงั้ แรก พนื้ ธงสไี พล กลางธงมรี ปู สเี หลยี่ มสนี ำ้� เงนิ แก่ และมรี ปู นกยงู
รำ� แพนอยใู่ นวงกลมสีแดงอยู่ตรงกลาง มณฑลน้จี ังหวดั ฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดส�ำคัญ และ
อยตู่ ิดตอ่ กบั มณฑลกรงุ เทพฯทางทศิ ตะวนั ออก นบั ว่าเป็นมณฑลทีส่ ำ� คญั มาก

99

๑๔. ธงประจำ� กองลูกเสอื มณฑลอดุ ร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยู่หวั ได้
พระราชทานเมือ่ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๐ ในคราวเสดจ็ มาทรงเปดิ คา่ ย
ชมุ นมุ ลกู เสอื แห่งชาตคิ รั้งแรก พ้นื ธงสีแสด กลางธงมีรูปท้าวกเุ วรหรือทา้ วเวสสุวณั ยนื
ถอื ตะบองอยใู่ นรปู สเี่ หลย่ี มสขี าว เปน็ สญั ลกั ษณว์ า่ เปน็ ผพู้ ทิ กั ษร์ กั ษาทศิ อดุ ร เพอ่ื ใหล้ กู เสอื
มณฑลน้ีระลกึ ถงึ เครือ่ งหมายอนั น้ีว่าตนมีหน้าท่ีป้องกนั ประเทศแถบสำ� คัญทางทศิ อุดร

• หมายเหตุ - มณฑลมหาราษฎร์ มณฑลร้อยเอ็ด มณฑลอุบล
และมณฑลสุราษฎร์ ยงั ไมไ่ ด้รบั พระราชทานธงประจ�ำกอง
ลกู เสือเลย จนกระทงั่ ยกเลิกการปกครองแบบเทศาภบิ าล
มณฑลไปเปน็ จงั หวัด ในปพี ุทธศกั ราช ๒๔๗๖

ธงประจำ� คณะลูกเสือแห่งสยาม แต่เดิมมาคณะลูกเสือแห่งชาติได้ เฉลมิ พระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้
ยึดถือเอามหาศารทูลธวัชเสือป่าเป็นธง เจา้ อยหู่ วั ผพู้ ระราชทานกำ� เนดิ กจิ การเสอื ปา่
ธงประจ�ำคณะลูกเสือแหง่ สยาม ไชยเฉลิมพลดว้ ย คร้ันเมื่อคณะเสอื ปา่ ได้ และลกู เสอื สยามขน้ึ จงึ ไดอ้ ญั เชญิ พระวชั ราวธุ
เม่ือสิ้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จ ปลาสนาการไปแล้ว พระบาทสมเดจ็ พระ- ขึ้นประดิษฐานบนยอดธงประจ�ำกองลูกเสือ
พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั นัน้ กจิ การเสอื ปา่ ปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ และมีเหรียญกับแพรแถบรัตนาภรณ์ผูกห้อย
ไดพ้ ลนั สลายตวั สนิ้ สภาพตามพระองคไ์ ปดว้ ย พระราชทานธงประจ�ำคณะลูกเสือแห่งชาติ อยกู่ บั คนั ธง สื่อความหมายวา่ เหลา่ ลกู เสอื
แต่คณะลูกเสือแห่งสยามซึ่งเป็นสาขาหน่ึง แกค่ ณะลูกเสือสยาม เมอ่ื วันท่ี ๑ มกราคม ทง้ั ปวงตา่ งขนึ้ ตรงตอ่ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้
ของคณะเสอื ปา่ นน้ั ไดร้ บั พระมหากรณุ าธคิ ณุ พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๓ ในคราวเสด็จพระราช อยหู่ วั
จากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำ� เนนิ ทางเปดิ คา่ ยงานชมุ นมุ ลกู เสอื แหง่ ชาติ
ทรงรบั เปน็ พระราชธรุ ะในต�ำแหนง่ สภานายก ครัง้ ที่ ๒ ณ พระราชอทุ ยานสราญรมย์ ต่อมาเม่ือมีการเปล่ียนแปลงการ
กรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งสยาม “ธงประจ�ำคณะลูกเสือแห่งสยาม ปกครองประเทศ จากระบอบสมบรู ณาญา-
สบื แทนตอ่ จากพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ มรี ปู พนื้ เปน็ ธงชาตมิ ขี นาดกวา้ ง ๕๐ เซนตเิ มตร สิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยแล้ว
เจ้าอยหู่ วั และทรงรบั คณะลูกเสือแห่งชาติ ยาว ๕๒ เซนติเมตร ท่ตี รงก่งึ กลางมีตรา รัฐบาลในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จ
เขา้ ไวใ้ นพระบรมราชปู ถมั ภ์ ทำ� ใหค้ ณะลกู เสอื ธรรมจกั รสเี หลอื ง ขนาดโตตามเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง พระเจา้ อยู่หวั อานนั ทมหิดล ได้ประกาศใช้
แหง่ ชาติมติ อ้ งสญู สิน้ สภาพไปดว้ ย ๓๒ เซนตเิ มตร คนั ธงยาว ๒.๖๐ เมตร ทยี่ อด พระราชบัญญตั ธิ ง พ.ศ. ๒๔๗๙ โดยลักษณะ
คนั ธงทำ� ดว้ ยเงนิ เปน็ รปู วชริ ” และยงั คงใชเ้ ปน็ ธงประจำ� คณะลกู เสอื แหง่ ชาตไิ มเ่ ปลยี่ นแปลง
รูปธงคณะลูกเสอื แห่งชาติจนถงึ ปจั จบุ ัน ต่อมาได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติธง
ถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบคร้ังส�ำคัญ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๑ แกม้ าตรา ๓ ใน
เมอื่ ธงประจ�ำคณะลกู เสอื แห่งชาติ มพี น้ื ธง พระราชบัญญัตเิ ดิม แตข่ นาดและลักษณะ
เป็นธงไตรรงค์ อันหมายถงึ ชาติ กลางธงมี ของธงประจ�ำคณะลกู เสอื แหง่ ชาติยงั คงเดิม
เคร่อื งหมายธรรมจักรประดษิ ฐานอยู่ อัน
หมายถงึ พระพทุ ธศาสนา และเพอ่ื เปน็ การ ขอย้อนกลับไปในตอนปลายรัชสมัย
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจ้าอยหู่ ัว ไดม้ ี
ประกาศพระบรมราชโองการให้ยกเลิกการ

100

ปกครองแบบเทศาภบิ าลมณฑล ตามพระราชบญั ญตั วิ า่ ดว้ ย
ระเบียบราชการบริหารแผ่นดินแห่งราชอาณาจักรสยาม
พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๖ คอื เปลย่ี นการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ
จากระบบมณฑลเทศาภบิ าลมาเปน็ การแบง่ เขตการปกครอง
ออกเปน็ จงั หวดั ดงั ในปจั จบุ นั น้ี รฐั บาลในพระปรมาภไิ ธย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั อานันทมหดิ ล ได้พิจารณา
เห็นว่าควรเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะธงประจ�ำกอง
ลูกเสือใหม่ให้มีแบบเป็นอันหน่ึงอันเดียวกันท่ัวประเทศ
เพ่อื ความเหมาะสมกบั กาลสมัย จึงไดก้ ำ� หนดลกั ษณะ
ธงประจำ� กองลกู เสอื ขน้ึ ใหม่ ดงั มลี กั ษณะตามทปี่ รากฏใน
มาตรา ๑๓ ของพระราชบัญญัติธง พ.ศ. ๒๔๗๙ คอื

ธงประจำ� กองลกู เสอื จังหวัด

“พนื้ เปน็ ธงไตรรงค์ มีขนาดกว้าง ๔๐ เซนติเมตร ธงประจำ� กองลกู เสอื ใหมน่ ้ี นำ� รปู แบบมาจากธงประจำ� คณะลกู เสอื แหง่ สยาม
ยาว ๖๐ เซนติเมตร ทต่ี รงก่ึงกลางมีรปู วงกลม พื้นสี ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยูห่ วั ได้พระราชทานใหแ้ ก่คณะลกู เสอื น่นั เอง
เหลือง ขนาดโตตามเส้นผา่ ศนู ย์กลาง ๒๗ เซ็นตเิ มตร
มีขอบเป็นสีดำ� ๒ ขอบซ้อนกนั ขอบนอกกวา้ ง ๒ พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ลฯ พระอฐั มรามาธบิ ดนิ ทร
มลิ ลิเมตร ขอบในกวา้ ง ๑ มลิ เิ มตร ระยะขอบนอกและ ได้พระราชทานธงประจ�ำกองลกู เสือแก่คณะลกู เสือจังหวดั พระนคร ธนบรุ ี
ขอบในห ่างกนั ๒ มลิ ิเมตร ตรงกงึ่ กลางวงกลมมตี รา ฉะเชิงเทรา ชลบรุ ี นครปฐม นนทบุรี พระนครศรีอยธุ ยา และราชบุรี เมอื่ คราว
คณะลกู เสอื แหง่ สยาม และนามจงั หวดั ทไ่ี ดร้ บั พระราชทาน
เป็นอักษรสดี �ำอยเู่ บือ้ งใต้ คนั ธงยาว ๒.๖๐ เมตร ทย่ี อด
คนั ธงทำ� ด้วยเงนิ เปน็ รูปวชริ ”

101

เสด็จพระราชด�ำเนินเปิดงานแข่งขันกรีฑา หลอมรวมไปกบั องคก์ ารยุวชนทหาร ตาม ในวนั นนั้ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
ประจ�ำปีของกระทรวงธรรมการ ประจ�ำปี พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ยุ ว ช น ท ห า ร แ ห ่ ง ช า ติ ภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงมีพระราชด�ำรัสเปิด
พุทธศกั ราช ๒๔๘๑ ณ กรฑี าสถานแห่งชาติ พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๖ คร้นั เม่อื ไดม้ ีการตรา ค่ายงานชมุ นุมลูกเสอื แหง่ ชาติ ดงั น้ี
เมอ่ื วนั ท่ี ๒๙ พฤศจกิ ายน พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๑ พระราชบัญญัตลิ กู เสอื พทุ ธศกั ราช ๒๔๙๐
ถือได้ว่าเป็นการพระราชทานธงลูกเสือ พระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติ “ลูกเสือทั้งหลาย
ประจำ� จังหวัดเป็นครั้งแรก ยวุ ชนทหารแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๖ ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้มาท�ำพิธี
พทุ ธศกั ราช ๒๔๙๐ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ มอบธงประจำ� คณะลูกเสอื แห่งชาติ และ
จากน้ันได้ทรงพระราชทานพระบรม ประกาศพระบรมราชโองการ ต้ังนายกสภา ธงประจ�ำกองแก่ลูกเสือประจ�ำจังหวัดบาง
ราโชวาทแกน่ กั กีฬาและลูกเสอื ความว่า กรรมการกลางจดั การลกู เสอื แหง่ ชาติ ตง้ั จังหวัด และเปดิ ค่ายลูกเสือในงานชุมนมุ
คณะกรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติ ลกู เสือทั่วพระราชอาณาจกั รคร้ังน้ี
“นักกีฬา และลกู เสอื ทง้ั หลาย ตลอดจนข้อบังคับการปกครองลูกเสือและ
ขา้ พเจา้ มคี วามยนิ ดีมาก ท่ไี ดม้ าใน กฎขอ้ บงั คบั อน่ื ๆ กจิ การลกู เสอื จงึ เจรญิ รงุ่ เรอื ง อนั ธงประจำ� กองของแตล่ ะหนว่ ย เปน็
งานของทา่ น กฬี าเปน็ สง่ิ ดี ขา้ พเจา้ ชอบมาก ขึน้ เป็นล�ำดับมา เครื่องหมายแทนชาติ ศาสนา พระมหา-
ขอให้ท่านทัง้ หลายเอาใจใส่อยู่เสมอ และ กษตั รยิ ์ อนั เปน็ สง่ิ ทล่ี กู เสอื พงึ เคารพ เทดิ ทนู
ขอให้มีความสุขสบายทั่วกนั ” ได้มีการรื้อฟื้นจัดงานชุมนุมลูกเสือ ทั้งยังเตือนใจให้ระลึกถึงบ้านเกิดเมืองนอน
แห่งชาติครงั้ แรกในรัชกาลน้ี เรยี กว่า การ นับต้ังแต่จังหวัดอันเป็นท่ีต้ังของแต่ละ
พทุ ธศักราช ๒๔๘๒ มกี ารจัดการ ชุมนมุ ลูกเสอื แห่งชาติ คร้ังที่ ๓ ระหวา่ งวนั ท่ี หนว่ ยนน้ั ตลอดจนประเทศชาติ อนั เปน็ ทร่ี กั
ชุมนมุ ลูกเสอื จงั หวัดสกลนคร มกี ารเชญิ ๒๐-๒๖ พฤศจกิ ายน พทุ ธศักราช ๒๔๙๗ ส่วนรวมของเราทงั้ หลาย ฉะนน้ั จงรกั ษาธง
ธงประจ�ำกองลูกเสือจังหวัดสกลนครไป ณ กรฑี าสถานแหง่ ชาติ ท่ีไดร้ บั มอบนี้ไวใ้ ห้ดี เพอ่ื เปน้ หลกั ชยั ส�ำหรับ
พระราชทาน ความพร้อมเพรียงที่จะบ�ำเพ็ญประโยชน์แก่
วนั ท่ี ๒๐ พฤศจิกายน พทุ ธศกั ราช ประเทศชาตสิ บื ไป
พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๓ มีการจดั การ ๒๔๙๗ บรเิ วณลานพระบรมรปู ทรงมา้ พระบาท
ชุมนุมลูกเสือจังหวดั อุบลราชธานี มีการเชิญ สมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ไดเ้ สดจ็ พระราชดำ� เนิน ข้าพเจ้าตระหนักในความส�ำคัญ
ธงประจ�ำกองลูกเสือจังหวัดอุบลราชธานี ไปทรงเป็นประธานในพิธีสวนสนามและ และประโยชน์ของการลูกเสือเป็นอย่างมาก
ไปพระราชทาน พระราชทานธงประจ�ำคณะลูกเสือแห่งชาติ ท้ังมีความชื่นชมยินดีท่ีได้ฟังค�ำกล่าวขวัญถึง
และธงประจ�ำกองลูกเสือแก่กองลูกเสือ กรณียกจิ และความเสยี สละทล่ี ูกเสอื ต่างได้
ถงึ ในรชั กาลปัจจุบนั กิจการลกู เสือ จังหวัดกระบี่ กองลูกเสือจงั หวัดกาฬสินธุ์ บำ� เพญ็ ในการชว่ ยเหลอื เพอื่ นมนษุ ยอ์ นั ยง่ิ ใหญ่
ไดร้ ับการฟ้นื ฟขู ้นึ อีกครั้งหนงึ่ ภายหลงั จาก และกองลกู เสือจังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี เป็น ของการลูกเสือน้ัน ย่อมไดแ้ กต่ วั ยวุ ชนผูเ้ ปน็
ประสบสภาวะชะงักงันอันเป็นผลกระทบ ครัง้ แรกในรัชกาล ธงท่ีพระราชทานคร้ังนม้ี ี ลกู เสอื เอง ทีไ่ ด้รบั การฝกึ ฝนอบรมให้เป็น
มาจากภาวะการสงคราม และลูกเสือไดถ้ กู ลกั ษณะเหมอื นเดิม ผ้เู ล้ยี งตัวเองพึ่งตนเอง ท�ำอะไรเองได้ มี

102

ความแขง็ แกรง่ สามารถเผชญิ ชวี ติ ในอนาคต
ทุกวิถที าง รวมความวา่ เป็นพลเมืองดี เปน็
ประโยชน์แก่ตนเองและเพ่ือนมนุษย์นั่นเอง
ท่ีรัฐบาลเอาใจใส่ในการน้ีและจัดให้มีการ
ชุมนมุ ใหญต่ ามประเพณที ีเ่ คยมีมา เป็นข้อ
ท่ีน่าอนโุ มทนาเป็นอยา่ งยงิ่ ดงั ท่อี ปุ นายก
ไดก้ ลา่ วแลว้ การชมุ นมุ ดงั่ วา่ นย้ี อ่ มเปน็ โอกาส
ให้คณะลูกเสือทุกภาคท่ัวพระราชอาณาจักร
ได้มาอยู่ร่วมท�ำความวิสาสะแลกเปล่ียน
ความรูซ้ ่งึ กันและกันอย่างใกล้ชดิ เปน็ ทาง
ส่งเสริมความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
การแข่งขนั หรือประกวดการแสดงต่างๆ นนั้
เลา่ ก็เปน็ การแข่งขันฉนั มติ รสหาย เพอ่ื ต่าง
คณะน�ำไปปรับปรุงความรู้ความสามารถ
ของแต่ละคณะท่ียังขาดตกบกพร่องอีกด้วย
ข้าพเจ้าเองมีความยินดีนักที่ได้พบปะท่าน
ทง้ั หลายโดยพรอ้ มเพรยี งกัน

บดั นไ้ี ดเ้ วลาแลว้ ขา้ พเจา้ จะไดเ้ ปดิ คา่ ย
ขอให้การชุมนุมใหญ่ของลูกเสือแห่งชาติ
ครง้ั น้ี จงด�ำเนนิ ไปดว้ ยดี เป็นผลส่งเสรมิ
ความเข้มแข็งและสามารถในหน้าท่ีของ
แตล่ ะหนว่ ย ตลอดจนความร่วมจิตร่วมใจ
เปน็ อนั หนึง่ อันเดียวกัน ของบรรดาลกู เสอื
และเจ้าหน้าทท่ี ั้งหลาย เพือ่ บำ� เพ็ญกรณยี กิจ
อันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป
และขอให้ทุกทา่ นมคี วามสขุ สวัสดที ่ัวกนั ”

ในวันที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศกั ราช
๒๕๕๔ คณะลูกเสือไทยได้เฉลมิ ฉลองวาระ
ครบรอบ ๑๐๐ ปแี ห่งการสถาปนากิจการ

103

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
โปรดกระหม่อมให้ข้าพเจ้ามาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์
ในพิธีปฏิญาณตนและสวนสนามเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะ
ลูกเสือแห่งชาติในวันน้ี ขอแสดงความยินดีด้วยอย่างยิ่งที่กิจการ
ลูกเสือได้ด�ำเนินการมาครบ ๑๐๐ ปีด้วยความม่ังคงและย่ังยืน
ความม่ันคงเป็นปึกแผ่นของกิจการลูกเสือที่ปรากฏอยู่ในบัดน้ีเป็น
สงิ่ แสดงใหเ้ หน็ วา่ กจิ การลกู เสอื นน้ั มคี ณุ คา่ และประโยชนจ์ รงิ ในการ
เสริมสร้างความเจริญให้แกบ่ ุคคลและสร้างความเจริญรงุ่ เรืองผาสุก
ใหแ้ กช่ าตบิ า้ นเมอื ง เยาวชนทเ่ี ขา้ มารว่ มในคณะลกู เสอื นอกจากจะ
ได้รับการฝึกฝนและอบรมให้มีความรู้ความสามารถที่จะพึ่งพา
ตนเองได้แล้ว ยังได้รับการปลูกฝังให้มีความรัก ความสามัคคีใน
หมู่คณะรวมท้งั รู้จกั สร้างสรรคป์ ระโยชนใ์ ห้แก่สังคมส่วนรวมด้วย

ลกู เสอื แหง่ ชาตขิ น้ึ ในวนั นพี้ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช แม้ทุกวันนี้สภาพสังคมจะเปล่ียนแปลงไปอย่างไรก็ตามแต่
ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ มเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยาม วิธีการฝึกหัดอบรมตามแบบของลูกเสือก็ยังคงเป็นท่ียอมรับว่า
บรมราชกมุ ารี ปฏบิ ตั พิ ระราชกรณยี กจิ แทนพระองค์ ในพธิ ปี ฏญิ าณตน มคี วามเหมาะสมไมล่ า้ สมยั เปน็ วธิ ที ไี่ ดผ้ ลในการปลกู ฝงั อบรมเยาวชน
และสวนสนามเนอ่ื งในวนั คลา้ ยวนั สถาปนาคณะลกู เสอื แหง่ ชาติ วนั ท่ี ใหเ้ ปน็ พลเมืองดีท่ีมีค่าของสงั คม ดงั นน้ั ลูกเสอื เนตรนารี และ
๑ กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๔ ในการนีไ้ ดท้ รงพระราชทาน สมาชิกผู้บ�ำเพ็ญประโยชน์ทุกคน จึงควรตั้งใจพยายามประพฤติ
ธงประจำ� คณะลูกเสอื แห่งชาติ และธงประจ�ำกองลูกเสอื ประจ�ำ ปฏิบัติตามระเบียบวินัยและแบบแผนของลูกเสืออย่างเคร่งครัด
จังหวัดแก่ผู้อำ� นวยการลูกเสอื จงั หวัดหรือผู้แทนรวม ๗๗ จังหวดั เพอื่ ใหก้ จิ การลกู เสอื มคี วามมง่ั คงและกา้ วหนา้ และอำ� นวยผลประโยชน์
ทั้งแก่เยาวชนและประเทศชาตบิ า้ นเมืองสบื ไป ในพระปรมาภไิ ธย
ขออัญเชิญพระราโชวาทในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขออวยพรให้งานของคณะลูกเสือ
สยามบรมราชกุมารี ท่ีทรงพระราชทานแก่คณะลูกเสือในพิธี แห่งชาติด�ำเนินไปด้วยความราบร่ืน บรรลุผลตามความมุ่งหมาย
ปฏญิ าณตนและสวนสนามเนอ่ื งในวนั คลา้ ยวนั สถาปนาคณะลกู เสอื ทกุ ประการ ทั้งขอให้ทุกท่านทีม่ าชมุ นมุ อยู่ ณ ท่ีน้ี ประสบแต่
แห่งชาติ วันที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ มารวมไว้ ความสุขสวสั ดโี ดยทัว่ กนั ”.
เนอ่ื งจากนานวนั ไปจะค้นได้ยาก

104

ธงประจำ� กองลกู เสือ
ยงั มีธงลูกเสืออีกอยา่ งหนง่ึ คอื ธงประจำ� กลมุ่ หรือธงประจ�ำกองลกู เสือ มีดังตอ่ ไปนี้

(๑) ธงประจำ� กองลกู เสอื ประเภทสำ� รอง ทำ� ดว้ ยผา้ สเี หลอื งขนาด ๙๐ 5 ๖๐ ซม.
มคี รยุ สเี ขยี วยาว ๘ ซม. สามดา้ น ตรงกลางมตี ราคณะลกู เสอื แหง่ ชาตสิ เี ขยี วขนาด ๔๐ 5 ๒๕ ซม.
ใต้ตราบอกชื่อกลุ่มหรือกองลูกเสือตัวอักษรพิมพ์ธรรมดาสีเขียวขนาดพองาม ยอดคันธง
ทำ� ด้วยโลหะเปน็ รปู วชิรสีเงิน

ธงลกู เสอื สำ� รอง

(๒) ธงประจำ� กองลกู เสอื ประเภทสามญั ทำ� ดว้ ยผา้ สเี ขยี วขนาด ๑๒๐ 5 ๘๐ ซม.
มีครุยสีเหลืองยาว ๘ ซม. สามด้าน ตรงกลางมีตราคณะลูกเสือแห่งชาติสีเขียวขนาด
๔๐ 5 ๒๕ ซม. ใตต้ ราบอกชอ่ื กลมุ่ หรอื กองลกู เสือ ตัวอักษรพิมพ์ธรรมดาสเี หลอื งขนาด
พองาม ยอดคนั ธงท�ำด้วยโลหะเปน็ รปู วชริ สเี งนิ

ธงลกู เสอื สามญั

(๓) ธงประจ�ำกองลูกเสือประเภทสามัญรุ่นใหญ่ ท�ำด้วยผ้าสีเลือดหมูขนาด
๑๒๐ 5 ๘๐ ซม. มคี รยุ สเี หลอื งยาว ๘ ซม. สามดา้ น ตรงกลางมตี ราคณะลกู เสอื แหง่ ชาติ
สเี หลอื งขนาด ๔๐ 5 ๒๕ ซม. ใต้ตราบอกชอ่ื กลุม่ หรอื กองลกู เสือ ตวั อกั ษรพิมพ์ธรรมดา
สีเหลอื ง ขนาดพองาม ยอดคนั ธงท�ำด้วยโลหะเป็นรูปวชริ สีเงิน

ธงลกู เสอื สามัญรุ่นใหญ่

(๔) ธงประจำ� กองลกู เสอื ประเภทวสิ ามญั ทำ� ดว้ ยผา้ สขี าบขนาด ๑๒๐ 5 ๘๐ ซม.
มีครุยสีเหลืองยาว ๗ ซม. สามด้าน ตรงกลางมีตราคณะลูกเสือแห่งชาติสีเขียวขนาด
๔๐ 5 ๒๕ ซม. ใตต้ ราบอกชือ่ กลมุ่ หรือกองลูกเสอื ตัวอกั ษรพิมพ์ธรรมดาสีเหลอื งขนาด
พองาม ยอดคันธงท�ำด้วยโลหะเป็นรปู วชริ สีเงิน

ธงลกู เสือวสิ ามญั

105



เหรียญราชนยิ มและเครื่องหมายตอบแทน
ณภทั รกนั ต์ กังสดาลมณีชยั

“ตามค�ำท่ีท่านแต่ก่อนได้มีกล่าว
ไวว้ า่ ความดแี ละความเสยี ของมนษุ ยม์ เี ทวดา
เปนเจ้านา่ ทีจ่ ดไว้ ถา้ เปนสว่ นความดีจดไว้
ในแผน่ ทอง ถ้าเปนความเสียจดไวใ้ นหนงั
สวุ าน แตน่ ตี้ อ่ ไปเรา “จดหมายเหตเุ สอื ปา่ ”
จะตงั้ ตวั เรา เปนเทวดาจดความดคี วามเสยี
ของสมาชกิ กองเสือปา่ ไว้บ้างและเราจะได้
แสดงข้อความที่เราจดไว้น้ันให้ปรากฏใน
“จดหมายเหตเุ สอื ปา่ ” เปนครงั้ คราวไป เพอื่
จะได้เปนเยี่ยงอยา่ งแก่สมาชกิ ทัง้ หลาย”

พระราชปรารภของพระบาทสมเด็จ ครนั้ เม่ือการลกู เสอื แหง่ กรงุ สยามได้ถือก�ำเนิดขน้ึ พร้อมแล้ว ก็ไดใ้ ชแ้ บบแผนของ
พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยหู่ ัว ซึ่งปรากฏใน เสือปา่ นี้ สำ� หรับลกู เสอื ทไี่ ด้ประกอบคุณงามความดใี นหน้าทลี่ ูกเสอื ได้ทรงพระกรณุ า
จดหมายเหตเุ สอื ปา่ เลม่ ๑ ฉบบั ที่ ๒ ประจำ� โปรดเกลา้ ฯ ให้สภากรรมการมณฑลน�ำความข้ึนกราบบังคมทลู เพือ่ ทราบใต้ฝ่าละอองธลุ ี
เดือนมิถุนายน ร.ศ. ๑๓๐ ทหี่ ากจะได้ พระบาท เมอ่ื ไดท้ รงมพี ระกระแสอย่างไร กจ็ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้นำ� ข้นึ ประกาศ
พจิ ารณาใหถ้ อ่ งแท้แลว้ จะเหน็ วา่ พระองค์ บนแผ่นทองลูกเสือ ซึ่งได้ตดิ ไว้ในท่เี ปิดเผยตามที่ตั้งกองลูกเสือ และใหน้ �ำลงประกาศใน
ทรงมุ่งหวังให้ผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกเสือป่า “จดหมายเหตุเสอื ปา่ ” และ “วทิ ยาจารย์” เพอ่ื ประกาศความดคี วามชอบของลูกเสอื นั้น
ได้แสดงถงึ คุณประโยชนข์ องเสอื ปา่ ที่เม่อื
ได้รับการฝึกอบรมให้มีความรู้ในเรื่องการ
ทหารแล้ว จะเป็นพลเมืองผ้มู รี ะเบยี บวนิ ัย
มอี นามยั ดขี ้นึ มคี วามประพฤติเรียบร้อย
ไมเ่ อาแต่ใจตนเอง และยงั จะไดท้ �ำหนา้ ท่ี
พลเมอื งดี ช่วยพลกองตระเวนคือต�ำรวจใน
การจบั ผูป้ ระพฤติชวั่ ต่างๆ การท่ีเสือปา่ ต้งั ใจ
ท�ำประโยชนแ์ ก่ตนเองและผอู้ นื่ และแก่
ประเทศชาตบิ ้านเมอื งนี้ บ้านเมืองยอ่ มจะ
เจริญรงุ่ เรอื งขึ้น

107

ถึงปพี ุทธศักราช ๒๔๕๕ พระบาท ๑๓๑ แลว้ โปรดใหต้ รา “พระราชบัญญัติ ลกู เสอื มณฑลสรุ าษฎรท์ ่ี ๑ ซงึ่ เปน็ กองลกู เสอื
สมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรณุ า เหรียญราชนยิ ม พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๔” ข้นึ ตัวอย่างของมณฑล วรี กรรมทลี่ กู เสอื ผนู้ ไ้ี ด้
โปรดเกลา้ ฯ ให้ตราพระราชบญั ญัติเหรียญ ใช้แทน มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอยี ดบน ประกอบไวโ้ ดยสังเขปคอื
ราชนยิ ม รัตนโกสินทรศก ๑๓๑ ประกาศใช้ ตราหน้าเหรยี ญเลก็ น้อย คอื คงพระบรมรูป
ณ วนั ที่ ๒๙ กนั ยายน พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๕ ขน้ึ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมอ่ื ตน้ เดอื นพฤษภาคม พทุ ธศกั ราช
ส�ำหรับพระราชทานแก่ผู้ท�ำหน้าท่ีพลเมืองดี ไว้คงเดิมแต่ไมม่ อี กั ษรข้อความใดๆ ด้านหลัง ๒๔๕๖ ลกู เสอื โทฝา้ ยผนู้ ซี้ ง่ึ ขณะนนั้ มอี ายไุ ด้
แสดงความกลา้ หาญชว่ ยเหลอื เจา้ หนา้ ท่ี โดย จารกึ อกั ษรวา่ “ทรงพระราชนยิ ม พระราชทาน” ๑๔ ปี ไดเ้ ขา้ มาดว้ ยกจิ ธรุ ะบางอยา่ งกบั ยาย
ฝา่ อนั ตรายหรอื ชว่ ยเหลอื ผอู้ นื่ ใหพ้ น้ อนั ตราย ขา้ งบนมหี ว่ งหอ้ ยแพรแถบกวา้ ง ๓ เซนตเิ มตร ทใี่ นกรงุ เทพฯ แลว้ ไดโ้ ดยสารเรอื เดนิ ทะเลชอื่
ต่างๆ โดยไมเ่ กรงภัยจะเกิดแกช่ วี ติ ของตน สีด�ำและสีเหลอื ง ประดบั ที่อกเส้อื เบอื้ งขวา “บางเบดิ ” อนั เปน็ เรอื รบั สง่ คนโดยสารไปมา
ทง้ั นตี้ อ้ งเปน็ การกระทำ� ไปโดยมใิ ชเ่ พอื่ ความ กับเพิ่มเติมเรื่องการพระราชทานและการ อยู่ทางแถบฝั่งทะเลตะวันตกของอ่าวไทย
จำ� เป็นตามต�ำแหนง่ หนา้ ท่ีของผูก้ ระทำ� นัน้ เรียกคนื กลับสุราษฎรธ์ านี ในเรือน้มี ีผูโ้ ดยสารทั้งสิ้น
๔๗ คน เปน็ ชาย ๔๒ คน หญิง ๔ คน กบั
เหรยี ญพระราชนิยมน้ี มีช้ันเดยี ว ลูกเสือโทฝา้ ย บุญเลี้ยง กองมณฑลสรุ าษฎร์ที่ ๑ เดก็ หญิงอายุ ๑๓ ปี อีกคนหน่งึ ช่ือ “ผ่อง”
สัณฐานเป็นรปู กลม ดา้ นหน้ามีพระบรมรปู (ประจ�ำมณฑล) ในคืนหน่ึงขณะท่ีเรือล�ำนี้ก�ำลังบ่ายโฉมหน้า
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หวั มี ออกส่ทู อ้ งทะเลลึก ได้เกิดอปั ปางลงในทซ่ี ึ่ง
อกั ษรจารกึ พระบรมนามาภไิ ธยวา่ “มหาราชา วีรกรรมของลกู เสือโทฝา้ ย ไมส่ ู้จะห่างจากเกาะสีชังเทา่ ใดนกั ขณะนัน้
ปรเมนทรมหาวชริ าวธุ สย์ ามรชั ก์ าล พทุ ธ์ สาสนุ ลูกเสือคนแรกที่ได้มีโอกาสรับ เปน็ เวลาราว ๒๒ นาฬกิ า ผู้โดยสารทกุ คน
ปตั ์ถัมภ์ โก” ด้านหลงั มีอักษรจารึกวา่ “ทรง พระราชทานเกยี รตยิ ศอยา่ งสงู โดยได้รบั ลว้ นกำ� ลังหลบั สนิท รวมทัง้ ลูกเสือโทฝ้าย
พระราชนิยมพระราชทาน” มขี นาดเสน้ ผา่ พระราชทานเหรยี ญราชนยิ มจากพระราชหตั ถ์ ทกุ คนได้ตืน่ ตระหนกอกส่ัน สะดุ้งจากภวังค์
ศูนย์กลาง ๓๐ มลิ ลเิ มตร หอ้ ยกับแพรแถบ เปน็ รายแรกก็คอื ลูกเสือโทฝ้าย แห่งกอง ข้ึนในขณะท่ีเรือได้เกิดเอียงฮวบลงไปทาง
สดี �ำและสเี หลือง สำ� หรบั ประดับทอ่ี กเสอ้ื ขวาโดยแรง แลว้ จากน้ันเรอื กค็ อ่ ยๆ จมลงไป
เบอ้ื งขวา (ซง่ึ ตรงขา้ มกบั เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณ์ ทลี ะนอ้ ยๆ อกี สองชั่วโมงต่อมากจ็ มจนมิด
และเหรยี ญอย่างอนื่ ) ใช้อักษรย่อวา่ ร.น. ดาดฟา้ ผโู้ ดยสารตา่ งกต็ ะเกยี กตะกายวา่ ยนำ�้
ผู้ได้รับพระราชทานไม่มีประกาศนียบัตร เข้าเกาะสายระโยง และเสากระโดงเรือเพ่ือ
ด้วยมีประกาศคุณความดีความชอบของ เอาตวั รอดกนั ชลุ มนุ วนุ่ วาย ผทู้ ว่ี า่ ยนำ้� ไมเ่ ปน็
ผนู้ น้ั ในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ส�ำคัญ หรอื วา่ เปน็ แตไ่ มแ่ ขง็ พอกม็ กั จะถกู ลกู คลน่ื ซดั
พอหลดุ จากท่ีเกาะ ก็จมดิ่งลงสูก่ น้ ทะเลลึก
ถงึ ปีพุทธศักราช ๒๔๘๔ พระบาท แล้วกพ็ บกบั จุดจบอย่างนา่ อนาถในทันที
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรง
พระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ยกเลกิ พระราช ฝ่ายลูกเสือโทฝ้ายกับยายของเขา
บัญญัติเหรียญราชนิยม รัตนโกสินทรศก ในขณะน้ัน ในทนั ทีท่ีเรอื ไดจ้ มลง สองยาย

108

หลานก็ตะลีตะลานเข้าเกาะเสากระโดงเรือ ตายไปแน่ เพราะในท่ีสดุ เรือกจ็ ะจมมิดเสา ในขณะนั้นท่ีเสากระโดงมีคนอาศัย
เพื่อรักษาชีวิตรอดเย่ียงคนทั้งหลายเช่นกัน หาอะไรเป็นทย่ี ดึ เหนยี่ วต่อไปไมไ่ ด้ ถา้ เกาะอยู่ประมาณ ๔-๕ คน และในจ�ำนวนน้ี
แตพ่ ออาศยั เกาะไดส้ กั ครหู่ นงึ่ กโ็ ดนคลน่ื ใหญ่ พยายามว่ายออกไป เผ่ือจะยังไม่ถงึ คราว ชายชราผูห้ นึ่งกบั เดก็ หญิงผ่องอกี ผหู้ นงึ่ ซึ่ง
ซดั โครมมา ท�ำใหม้ นุษยผ์ ้นู า่ สงสารทั้งหลาย อับจน บางทีจะพบเรอื หาปลาทพ่ี อจะช่วย ทั้งสองน้ีพอเห็นทุ่นชูชีพของลูกเสือโทฝ้าย
ที่ก�ำลังตะเกียกตะกายเกาะเสากระโดงเรือ ชวี ติ เขาไว้ได้บา้ ง กอ็ อกปากรอ้ งขออาศัยบา้ ง ลูกเสอื โทฝ้าย
กันอยู่นั้น ตอ้ งพากันหลุดกระเดน็ ออกจาก เหน็ ว่าคนทัง้ สองน้ันเป็นผ้อู ่อนแอ กย็ ินยอม
เสากระโดง จมน�ำ้ ลงไปในบดั ดลตามๆ กัน ครั้นว่ายออกไปกลางทะเลไกลจาก ใหเ้ ข้ามาเกาะอยูด่ ้วยความเตม็ ใจ มิได้คำ� นงึ
เรือมากแล้ว กบ็ งั เอิญเกดิ ผา้ กางเกงทีท่ �ำ ถึงอันตรายของชวี ิตตน เพราะหากท่นุ นั้น
สำ� หรบั ลูกเสือโทฝ้ายนัน้ พอทะลึง่ โปง่ อาศัยพยงุ ตวั ไว้น้นั ขาดลง จะอาศยั ตอ้ งจมลงดว้ ยทนน้�ำหนกั ไม่ไหวแล้ว ก็เปน็
โผล่จากน�้ำข้นึ มาได้ กป็ รากฏว่ายายของเขา พึง่ พาตอ่ ไปไมไ่ ดอ้ กี แล้วเขาจงึ ทง้ิ เสยี แล้ว อันว่าเขาจะต้องพบอวสานแห่งชีวิตติดตาม
ได้อนั ตธานหายไปเสยี แล้ว เขาไดว้ า่ ยตรง พยายามว่ายกลับไปท่ีเสากระโดงเรือนั้นอีก ลงไปด้วย
เข้าไปเกาะเสากระโดงนน้ั อีก แต่เกาะอย่ไู ด้ แต่เนอ่ื งจากคืนน้ันมืดมาก เขาจงึ ไมท่ ราบว่า
ชั่วเวลาไมเ่ ทา่ ใด ก็ถกู คล่นื ใหญซ่ ดั เข้ามาอีก เสากระโดงอยทู่ างไหน ตอ้ งวา่ ยเวยี นวนไปมา ลูกเสือโทฝ้ายได้ท�ำหน้าท่ีช่วยชีวิต
จนหลดุ กระเด็นออกไปเป็นคำ� รบสอง พอ อยู่ในท้องทะเลอย่างเหน่ือยหน่าย จน ของบุคคลท้ังสองนี้ไว้อย่างน่าสรรเสริญย่ิง
โผล่น�้ำขึน้ มาได้ใหม่ กว็ า่ ยตรงไปหมายใจว่า แทบจะหมดสน้ิ ความหวงั ใดๆ สงิ่ เดยี วทเ่ี ขา โดยพยายามหลีกทางให้ชายชราผู้น้ันกับ
จะขอยดึ เสากระโดงนนั้ เปน็ ทพ่ี ง่ึ อีก แตก่ ็ พยายามช่วยตวั เองไวอ้ ย่างท่ีสุด ก็คือคอย เด็กหญิงผ่องได้รับการพักผ่อนโดยอาศัย
ปรากฏว่ามีคนเกาะกันอยู่แน่นเต็มไปหมด พยุงตัวไว้ให้ดีอยู่เสมอ และไม่ให้เผลอสติ เกาะทุน่ อยอู่ ยา่ งมากทส่ี ดุ สว่ นตวั เขาเอง
เสียแล้ว เขาจึงตอ้ งหนั เข้าเกาะสายระโยงท่ี อยูต่ ลอดเวลา ตอ้ งแหวกวา่ ยไปมา เพอ่ื กวาดสายตาหาเรือ
ปลายเสาไว้ พอประทงั มใิ ห้จมนำ�้ ไปกอ่ น มาชว่ ยบ้าง เพอ่ื ให้ทุ่นเบาแลว้ คนทั้งสองจะ
โชคยงั เป็นของเขาอยู่ จงึ ในทส่ี ดุ ก็ได้ ได้เกาะสบายๆ บ้าง เปน็ ดงั น้ีจนตลอดราตรี
พอดใี นขณะนน้ั เอง เทา้ ของเขาเผอญิ พบทนุ่ ชชู พี สองทุ่นลอยน�ำ้ อยู่ห่างกนั เขาจึง กาลอนั หฤโหดนั้น
เหยยี บไปถกู กางเกงตวั หน่งึ ซ่งึ พนั ติดอยกู่ บั พยายามว่ายไปเก็บมาจนได้หมดทั้งสองทุ่น
สายระโยง จึงด�ำลงไปแก้เอาข้ึนมาทำ� เปน็ แล้วก็เอาซ้อนกันเข้าใช้เป็นที่เกาะบ้างขี่บ้าง บุคคลทั้งสามน้ีต้องทนทุกขเวทนา
โป่งส�ำหรับช่วยพะยุงให้ตัวลอยอยู่ในน้�ำได้ จึงค่อยได้ผ่อนคลายความเหน็ดเหน่ือย อย่างแสนสาหัสอยู่ในน้�ำเป็นเวลานานถึง
ตามวธิ ขี องลูกเสอื โดยผูกปลายขากางเกง เม่ือยลา้ ลง เขาพยายามกระเสือกกระสน แปดชัว่ โมง จนกระทั่งรุง่ เช้าขนึ้ จึงมีเรอื กลไฟ
ทัง้ สองข้างใหแ้ น่นเขา้ แล้วควำ�่ กางเกงลง แหวกว่ายอยตู่ ่อไป จนมารสู้ กึ ตวั ว่าได้วา่ ย ช่อื “ฮอลวาด” ได้แล่นไปพบเขา้ น่ันเอง
ใหม้ ลี มอดั แน่นอยภู่ ายใน กางเกงนน้ั ก็จะ เข้ามาใกล้เรืออีกครั้งหน่ึง โดยไดย้ นิ เสยี ง ทั้งสามชีวิตจึงรอดพ้นจากมฤตยูได้อย่าง
แปรสภาพมาเป็นถุงโป่งพออาศัยเกาะพยุง เจก๊ คนหน่ึงรอ้ งเอ็ดตะโรลั่นใหช้ ว่ ยด้วย เขา หวดุ หวิด และถูกนำ� ตวั มาสง่ ยงั เกาะสชี งั จึง
ให้ลอยอยูใ่ นนำ้� ได้ จากนั้นเขากผ็ ละจากสาย จงึ วา่ ยกลบั เขา้ ไปทเี่ รอื นน้ั โดยคดิ วา่ หากยาย นบั ไดว้ า่ ลกู เสอื โทฝา้ ยแหง่ กองมณฑลสรุ าษฎร์
ระโยงว่ายออกไปกลางทะเล ด้วยเช่ือแน่วา่ ยงั มชี ีวติ อยู่ กจ็ ะได้ช่วยพามาใหเ้ กาะทุ่น ท่ี ๑ ไดป้ ระกอบวรี กรรมอนั นา่ สรรเสรญิ และ
หากขนื เกาะอยู่ทนี่ ัน่ ตอ่ ไป ก็เหน็ จะไมพ่ น้ ท่ี ชชู พี ประทงั ไว้ เป็นท่ีประทับใจยิ่ง กล่าวคอื สามารถรกั ษา

109

ชวี ติ ตน และช่วยชวี ติ ผอู้ ่ืนไวไ้ ดถ้ ึงสองชวี ิต พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำ� รงราชา- ครน้ั ลว่ งมาในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็
ในขณะเดยี วกนั ดว้ ย ควรนบั วา่ เปน็ เยยี่ งอยา่ ง นภุ าพ ทรงอ่านรายงานการปฏิบตั วิ รี กรรม พระปกเกลา้ เจา้ อย่หู ัว กไ็ ดท้ รงพระราชทาน
ท่ีดียิ่งของลูกเสือไทยและลูกเสือทั้งหลาย ของลกู เสือโทฝ้าย ในการชว่ ยชีวิตมนุษย์ เหรยี ญราชนยิ มแก่ลกู เสือต่อมา โดยเหรียญ
ตลอดไปชวั่ กัลปาวสาน. ครง้ั น้ัน พรอ้ มดว้ ยรายงานการสอบสวนและ ราชนิยมคงใช้อย่างรัชกาลก่อนไม่มีการ
หลกั ฐานโดยพรอ้ มมลู ไดท้ รงมพี ระราชดำ� รสั เปลย่ี นแปลง
พธิ ีพระราชทานเหรยี ญราชนิยมคร้งั แรก และพระราชทานพระบรมราโชวาท แล้ว
ในการพระราชทานเหรยี ญราชนิยม ลูกเสือโทฝ้ายก็เข้าไปหมอบเฝ้ารับพระราชทาน เมอื่ ไดม้ กี ารตราพระราชบญั ญตั ลิ กู เสอื
ครั้งนัน้ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้ ทรงประดับเหรียญราชนิยมพระราชทานให้ พ.ศ. ๒๔๘๒ ประกาศในพระปรมาภไิ ธย
ประกอบพระราชพธิ อี ย่างมโหฬารยงิ่ ใน ลูกเสือกองเกียรติยศต่างก็พร้อมกันเปล่ง สมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ ัวอานนั ทมหิดล ณ วนั ที่
วนั ท่ี ๑๐ พฤศจกิ ายน พุทธศกั ราช ๒๔๕๗ เสียง “ชโย!” แตรวงบรรเลงเพลงมหาชัย ๒๗ ตลุ าคม พทุ ธศักราช ๒๔๘๒ นัน้ ได้
อันเป็นศุภวาระดิถีงานพระราชพิธีฉัตรมงคล จบแล้วเสด็จพระราชดำ� เนินกลับ กำ� หนดใหม้ เี หรียญลกู เสือสรรเสรญิ ไวส้ ำ� หรบั
โปรดให้ตั้งพระที่นั่งชุมสายขึ้นที่ชานชาลา พระราชทานแก่ลูกเสือผู้ได้ท�ำความดีความ
หน้าพระทนี่ งั่ อาภรณ์ภโิ มกขปราสาท ใน ตอ่ มาลกู เสอื โทฝา้ ย กไ็ ดร้ บั พระมหา- ชอบตามเกณฑ์ แบง่ เป็น ๓ ชนั้ คอื ชั้นที่ ๑
พระบรมมหาราชวัง กรณุ าธคิ ณุ โปรดเกลา้ ฯ พระราชทานนามสกลุ เหรียญทองคำ� ช้ันท่ี ๒ เหรียญเงิน ชน้ั ท่ี ๓
ให้วา่ “บุญเล้ยี ง” ภายหลังเมอื่ สำ� เร็จการ เหรยี ญทองแดง เหรยี ญลกู เสอื สรรเสริญนั้น
พอใกล้เวลากองลูกเสือกรุงเทพฯ ศกึ ษาแลว้ ไดเ้ ขา้ รบั ราชการเปน็ ครแู ละไดร้ บั มีสณั ฐานเป็นรปู กลมรี กว้าง ๒๓ มิลลิเมตร
ท่ี ๑ (ลกู เสอื หลวง) พรอ้ มดว้ ยแตรวง ธง พระราชทานบรรดาศักด์ิเป็น ขนุ วรศาสน์ สูง ๓๒ มลิ ลิเมตร ดา้ นหน้ามีตราหนา้ เสอื
ประจำ� กองไดเ้ ดนิ แถวมาตงั้ เปน็ กองเกยี รตยิ ศ ดรณุ กิจ ประกอบวชิระ และริมขอบแหง่ เหรียญมี
พร้อมด้วยเจ้าหน้าทีส่ ภากรรมการกลางจดั การ อกั ษรตราสว่ นบนว่า “ลูกเสือ” ตราส่วน
ลกู เสือแหง่ กรุงสยาม พระยาศรีสุนทรโวหาร ขุนวรศาสน์ดรณุ กจิ (ฝ้าย บญุ เลี้ยง) ดา้ นลา่ งว่า “เสยี ชีพอยา่ เสียสตั ย์” ตรา
อัญเชิญพานเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์เหรียญ หนา้ เสือประกอบวชิระ และตัวอกั ษรทวี่ า่ นี้
ราชนิยมคอยอยู่ ทำ� เปน็ ลายดนุ ดา้ นหลงั พน้ื เกลี้ยงสำ� หรับ
จารกึ นามอกั ษรยอ่ นามจังหวัด หมายเลข
เวลา ๑๖.๓๐ น. พระบาทสมเดจ็ ประจำ� กอง และเลขประจำ� ตวั ของลูกเสือ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หู วั ในฉลองพระองค์ วนั เดอื นปี ทไ่ี ด้รับพระราชทาน หอ้ ยแถบ
เครอ่ื งแบบเตม็ ยศนายพลเสอื ปา่ รกั ษาดนิ แดน แพรขนาดเล็ก แบ่งโดยกวา้ งเปน็ ส่สี ่วน สอง
สรุ าษฎร์ธานี เสดจ็ จากพระราชวังดสุ ิต สว่ นกลางเปน็ สดี ำ� สองส่วนขา้ ง ขา้ งละ
โดยรถยนตพ์ ระทนี่ ง่ั มาประทบั เหนอื พระทน่ี งั่ หนง่ึ สว่ นเปน็ สเี หลอื ง สำ� หรบั ประดบั แนบกบั
ชุมสาย แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสรญิ พระ- อกเสอื้ เบ้ืองซา้ ย
บารมี แล้วองค์อปุ นายกสภากรรมการกลาง
จดั การลกู เสอื สยามในเวลานนั้ คอื สมเดจ็

110

๓. ปอ้ งกนั การทรมานสตั ว์ หรือ
ช่วยเหลือให้พน้ ทุกขเวทนา
๔. ทำ� ประถมพยาบาล
๕. ชว่ ยเหลอื เจา้ หนา้ ทใี่ นทางปกครอง
๖. ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในทาง
สาธารณสขุ
๗. ช่วยเหลือผู้ปกครองในการบ้าน
ตา่ งๆ หรอื ช่วยเหลอื เพ่อื นบ้าน
๘. ชว่ ยเหลอื กจิ การตา่ งๆ ทางโรงเรยี น
หรือทางทที่ ำ� งาน ซึ่งไมใ่ ช่หนา้ ทีต่ ามปกติ
ของตน

เหรยี ญลกู เสือสรรเสริญ แบบแรก ทอง เงนิ ทองแดง สำ� หรบั เหรยี ญชนั้ ท่ี ๓ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๐๐ ครงั้ ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญท่ีระลึก
และในข้อหนึง่ ๆ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๐ ครัง้ หรือ สำ� หรบั ลกู เสอื อยแู่ ลว้ กอ่ นใชพ้ ระราชบญั ญตั นิ ี้
โดยจะทรงพระราชทานเหรียญ ผูท้ ี่ไดท้ �ำการดังนี้แตเ่ พยี งครัง้ เดยี ว คือช่วย จะคงใชเ้ หรยี ญนั้นอยูต่ ่อไปก็ได้ หรอื จะ
ลูกเสือสรรเสริญแก่ลูกเสือผู้ได้ท�ำความดี ชีวิตผู้ตกอยู่ในที่อันตรายถึงต้องเสียชีวิต เปล่ียนใช้เหรียญใหม่ตามพระราชบัญญัติน้ี
ความชอบตามเกณฑ์ คอื อยา่ งแนน่ อนในเมอ่ื ไมม่ ผี ชู้ ว่ ย และการกระทำ� กไ็ ด้
ท้ังนีต้ วั ผชู้ ่วยเองต้องประสบหรอื ฝ่าอันตราย
เหรียญช้ันที่ ๑ จะพระราชทานแก่ ถึงปพี ทุ ธศักราช ๒๔๙๐ รัชสมยั
ลูกเสือผู้ที่ได้ท�ำการโดยหวังรักษาความ เหรียญช้นั ๓ จะพระราชทานแก่ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช
ปลอดภยั หรือศานติสุขเพ่ือชาติ ศาสนา ลูกเสือผู้ท่ีได้ท�ำความดีความชอบตามเกณฑ์ มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศ
พระมหากษตั รยิ ์ รฐั ธรรมนูญ หรือเพื่อ ต่อไปนี้ไมน่ อ้ ยกวา่ ๕๐ ครั้ง และในขอ้ หนงึ่ พระราชบญั ญตั ิลูกเสอื พ.ศ. ๒๔๙๐ ประกาศ
ประชาชน ซ่ึงสภากรรมการกลางจัดการ ไมน่ ้อยกว่า ๕ คร้ัง คอื ณ วนั ท่ี ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๐ ใหม้ ี
ลูกเสือแหง่ ชาตไิ ดพ้ จิ ารณาแล้ว เห็นวา่ การ ๑. ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากท่ีควร เหรยี ญลกู เสอื สรรเสรญิ ไวส้ ำ� หรบั พระราชทาน
กระท�ำน้ันเป็นการประสบอันตรายถึง ชว่ ย ซ่งึ ตนเองไมต่ อ้ งฝา่ อนั ตราย แก่ลูกเสือผู้ได้ท�ำความดีความชอบตามเกณฑ์
ทุพพลภาพหรือถึงเสียชีวิตหรือฝ่าอันตราย ๒. ป้องกันผู้อ่ืนให้พ้นอันตรายหรือ แบง่ เป็น ๓ ชน้ั คือ ชัน้ ท่ี ๑ มี
เชน่ ว่านนั้ ความเดือดร้อนรำ� คาญ เฟลอร์เดอลีส์ ท�ำด้วยโลหะเงนิ ประดบั ที่
แพรแถบตามแนวนอน ๒ ดอก ชน้ั ที่ ๒
เหรียญช้นั ที่ ๒ จะพระราชทานแก่ มีเฟลอรเ์ ดอลสี ์ ทำ� ดว้ ยโลหะเงนิ ประดบั ท่ี
ลูกเสือผู้ท่ีได้ท�ำความดีความชอบตามเกณฑ์ แพรแถบตามแนวนอน ๑ ดอก ชั้นที่ ๓ ไม่มี
เฟลอร์เดอลีส์ ประดับทแ่ี พรแถบ

111

เหรยี ญลูกเสอื สรรเสรญิ แบบปัจจุบนั ในพระราชบัญญัติน้ีได้ขยายความ ต่อมาในปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๐๗
ในส่วนของเหรียญที่ระลึกลูกเสือกับเหรียญ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช
เหรยี ญลกู เสอื สรรเสรญิ นนั้ มสี ณั ฐาน ลกู เสอื สรรเสรญิ ใหช้ ดั เจนยง่ิ ขน้ึ โดยไดม้ กี าร มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศ
เปน็ เหรยี ญเงนิ รปู กลมรี กวา้ ง ๒๕ มลิ ลเิ มตร กำ� หนดเทียบช้ันดงั นี้ คอื พระราชบญั ญตั ลิ กู เสอื พ.ศ. ๒๕๐๗ ประกาศ
สูง ๓๒ มลิ ลเิ มตร ด้านหน้ามีตราหนา้ เสือ ๑. เหรยี ญทองคำ� หรอื เหรยี ญลกู เสอื ณ วนั ท่ี ๑๖ มกราคม พุทธศกั ราช ๒๕๐๗
ประกอบวชริ ะ และรมิ ขอบแหง่ เหรยี ญมอี กั ษร สรรเสรญิ ช้ันที่ ๑ เทียบเทา่ กับเหรยี ญลูกเสอื ใหม้ เี หรียญลกู เสอื สรรเสรญิ โดยสัณฐาน
ตราส่วนบนวา่ “ลูกเสือ” ตราสว่ นดา้ นลา่ ง สรรเสรญิ ชน้ั ที่ ๑ ตามพระราชบัญญัตินี้ คงเหมอื นเดมิ ดา้ นหลงั เหรยี ญนนั้ เปน็ พน้ื
ว่า “เสยี ชพี อยา่ เสยี สัตย”์ ตราหน้าเสือ ๒. เหรียญเงินหรือเหรียญลูกเสือ เกล้ียงจารึกนามเลขหมายประจ�ำตัวของ
ประกอบวชิระ และตัวอกั ษรทวี่ า่ น้ที ำ� เปน็ สรรเสริญชนั้ ที่ ๒ เทยี บเทา่ กับเหรียญลูกเสอื ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานนามหน่วยลูกเสือที่
ลายดนุ ดา้ นหลังพื้นเกลี้ยงส�ำหรับจารึกนาม สรรเสริญช้นั ท่ี ๒ ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี สังกดั และวนั ที่พระราชทานที่ขอบสว่ นบน
เลขประจำ� ตวั นามหนว่ ยลกู เสอื ทสี่ งั กดั และ ๓. เหรยี ญทองแดงหรอื เหรยี ญลกู เสอื ของเหรียญมีห่วงห้อยแพรแถบขนาดกว้าง
วนั เดอื นปที ไี่ ดร้ บั พระราชทาน ทขี่ อบสว่ นบน สรรเสริญช้ันที่ ๓ เทียบเท่ากับเหรียญลกู เสือ ๒.๔ เซนตเิ มตร มรี ว้ิ สดี ำ� กวา้ ง ๑.๒ เซนตเิ มตร
มีห่วงหอ้ ยแถบแพรขนาดเลก็ แบ่งโดยกว้าง สรรเสรญิ ชั้นท่ี ๓ ตามพระราชบัญญัตินี้ อยู่กลาง ริมทั้งสองข้างมรี วิ้ สเี หลืองกว้าง
เปน็ ส่สี ่วน สองสว่ นกลางเปน็ สีด�ำ สองสว่ น ๖ มลิ ลิเมตร ประดับท่อี กเหนอื ปกกระเปา๋
ข้างๆ ละหนง่ึ สว่ นเปน็ สเี หลอื ง ประดบั ที่อก เบื้องซ้าย
เบื้องซ้าย
พระราชบัญญัติน้ีได้ก�ำหนดไว้เป็น
คร้งั แรก ให้เหรยี ญลูกเสือสรรเสริญนี้ มไี ว้
ส�ำหรับพระราชทานแก่ลกู เสือ และผบู้ งั คบั
บญั ชาลกู เสอื ผู้ตรวจการลูกเสอื กรรมการ
ลกู เสือ และเจ้าหนา้ ทล่ี ูกเสือ ผมู้ คี วามดี
ความชอบ ซง่ึ แตเ่ ดมิ มาเหรยี ญลกู เสอื สรรเสรญิ
จะพระราชทานแตเ่ พยี งลูกเสอื เท่านัน้

เมอ่ื ไดม้ พี ระบรมราชโองการประกาศ
ใช้พระราชบญั ญตั ิลูกเสอื พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้
บัญญัติเหรียญลูกเสือสรรเสริญไว้ในมาตรา
๕๕ ๕๖ และ ๕๗ โดยคงข้อความโดยไว้
ตามพระราชบญั ญัตลิ กู เสือ พ.ศ. ๒๕๐๗
โดยเปลี่ยนแปลงข้อความเลก็ นอ้ ย

112

เหรยี ญลกู เสอื สรรเสรญิ นี้ พระราชทาน สเู่ หรยี ญลกู เสอื สรรเสรญิ ชน้ั ที่ ๑ เมอ่ื ชศู รี ไดร้ บั พระราชทานเหรยี ญลกู เสอื สรรเสรญิ
ใหเ้ ปน็ กรรมสทิ ธ์ิ เมื่อผู้ได้รับวายชนม์ ให้ วนั ทลี่ กู เสอื สามญั จกั รกฤษ ชศู รี ยวุ ชนคนกลา้ ช้นั ท่ี ๑ ในวนั ท่กี ารลกู เสือไทยเฉลิมฉลอง
ทายาทโดยธรรมรักษาไวเ้ ปน็ ทร่ี ะลกึ แหง่ เขาพนมเบญจา นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษา ครบรอบศตวรรษแหง่ การสถาปนา เขาเป็น
ปที ่ี ๕ สงั กัดกองลูกเสือสามัญโรงเรียน ลู ก เ สื อ ไ ท ย เ พี ย ง ไ ม ่ ก่ี ค น ท่ี เ ดิ น เ ข ้ า รั บ
เกอื บ ๑๐๐ ปีแลว้ จากเหรียญราชนิยม บา้ นถำ�้ โกบ อำ� เภอพนมเบญจา จงั หวดั กระบ่ี พระราชทานอิสริยาภรณ์เกียรติยศสูงสุด
สเู่ หรยี ญลกู เสอื สรรเสริญ ไดแ้ สดงความกล้าหาญ โดยฝา่ อนั ตราย บ�ำเหนจ็ แห่งความกลา้ หาญ ในวนั ท่เี ขายงั มี
จากวีรกรรมของลูกเสือโทฝ้าย ช่วยเหลือชีวิตน้องชายของเขาจากเหตุ ลมหายใจอยู่
บญุ เลย้ี ง แหง่ กองลกู เสอื มณฑลสรุ าษฎรท์ ี่ ๑ ดินโคลนถล่มและน�้ำป่าหลากเข้าท่วมบ้าน
ลูกเสือสยามคนแรกท่ีได้รับพระราชทาน พงั เสยี หายท้งั หมด เมื่อวันที่ ๒๔ มนี าคม “ลกู เสอื บใ่ ชเ่ สอื สตั วไ์ พร
เหรียญราชนิยม เพอื่ เปน็ บำ� เหน็จแหง่ ความ พุทธศกั ราช ๒๕๕๔ เวลา ๙.๐๐ น. เรายมื ชอ่ื มาใช้ ด้วยใจกล้าหาญปานกัน
กล้าหาญโดยฝ่าอันตรายหรือช่วยเหลือผู้อื่น ณ หมู่บา้ นต้นหาน ตำ� บลหน้าเขา อำ� เภอ
ให้พ้นอันตรายต่างๆ โดยไม่เกรงภัยจะเกิด เขาพนมเบญจา จงั หวัดกระบ่ี แมเ้ ขาทั้งสอง ใจกลา้ มใิ ช่กลา้ อาธรรม์
แก่ชวี ิตของตน เมอื่ วันท่ี ๑๐ พฤศจิกายน จะปลอดภยั แตก่ ต็ อ้ งสญู เสยี บดิ ามารดาและ เชน่ เสอื อรญั สญั ชาตชิ นคนพาล
พุทธศักราช ๒๔๕๗ นอ้ งอกี คนไปในวนั นนั้ ลกู เสอื สามญั จกั รกฤษ
ใจกลา้ ตอ้ งกลา้ อยา่ งทหาร
กลา้ กอปรกจิ การ แหง่ ชาตปิ ระเทศเขตตน”

113

เหรียญลูกเสอื สดุดี รมิ สองขา้ งเปน็ รว้ิ สดี ำ� กวา้ งรมิ ละ ๖ มลิ ลเิ มตร ช้นั ๑ ใหม้ เี ขม็ วชริ ะ ทำ� ดว้ ยโลหะเงนิ
เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ส�ำหรับ กับมเี ขม็ รปู วชิระ ท�ำด้วยโลหะเงินประดับ ประดับที่แพรแถบตรงที่ก่ึงกลางในแนวด่ิง
พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ท่แี พรแถบตรงกง่ึ กลางในแนวดง่ิ ใช้ประดับ ๑ เข็ม
พนกั งานเจา้ หนา้ ทลี่ กู เสอื และบคุ คลอน่ื ๆ ทมี่ ี ท่อี กเสอ้ื เหนือปกกระเปา๋ เบอ้ื งซ้าย ชัน้ ๒ ให้มเี ข็มหนา้ เสือ ทำ� ดว้ ย
อุปการคุณถึงขนาดหรือได้อุทิศก�ำลังกาย ต่อมา พระราชบัญญตั ลิ กู เสอื (ฉบับ โลหะเงินประดับท่ีแพรแถบตรงที่กึ่งกลาง
ก�ำลังความคิดในการประกอบกิจให้บังเกิด ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๒๘ ทป่ี ระกาศใช้ ณ วนั ท่ี ในแนวด่งิ ๑ เข็ม
คณุ ประโยชน์แก่การลกู เสือ กำ� หนดขนึ้ เปน็ ๑๔ ตลุ าคม พุทธศักราช ๒๕๒๘ ไดเ้ พิม่ ชนั้ ๓ ไม่มีเข็มวชิระและหน้าเสือ
ครงั้ แรกในพระราชบญั ญตั ลิ กู เสอื พทุ ธศกั ราช ชั้นเหรียญลูกเสือสดุดีข้ึนเป็น ๓ ชั้น เพื่อ ประดับทแี่ พรแถบ
๒๔๙๐ ซงึ่ ไดป้ ระกาศใชเ้ มอ่ื วนั ที่ ๑๓ มกราคม เป็นการส่งเสริมก�ำลังใจให้แก่ผู้ท่ีได้อุทิศ
พุทธศักราช ๒๔๙๐ เปน็ ต้นมา ก�ำลังกายก�ำลังความคิดในการประกอบ
เหรียญลกู เสอื สดุดนี ี้ มีสณั ฐานเปน็ กจิ กรรมใหบ้ งั เกดิ คณุ ประโยชนแ์ กก่ ารลกู เสอื
รูปกลมรี อย่างเดียวกับเหรียญลูกเสือ อย่างย่ิง ทัง้ น้เี พือ่ เป็นการทำ� นบุ �ำรงุ สง่ เสรมิ
สรรเสรญิ แตด่ า้ นหลงั จารกึ เพยี งแตน่ ามและ ให้กิจการลูกเสือมีความเจริญก้าวหน้ายิ่งข้ึน
วนั ทไี่ ดร้ บั พระราชทาน เดมิ มชี น้ั เดยี ว ประดบั ตามหลกั เกณฑท์ คี่ ณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื
หอ้ ยกบั แพรแถบขนาดกวา้ ง ๒.๔ เซนตเิ มตร แห่งชาติกำ� หนด โดย
มีรว้ิ สเี หลอื งกวา้ ง ๑.๒ เซนตเิ มตรอยู่กลาง

เขม็ ลกู เสอื บ�ำเพญ็ ประโยชน์ ตรงกลางเข็ม มีแถบอักษรคำ� วา่ ลูกเสือ ทองจารกึ ค�ำวา่ “ลกู เสอื บ�ำเพ็ญประโยชน์”
บ�ำเพญ็ ประโยชน์ โค้งอยู่ใต้เฟลอรเ์ ดอลีส์ โคง้ อยูใ่ ตเ้ ฟลอรเ์ ดอลีส์ เข็มนมี้ สี ามชน้ั คือ
เป็นเครื่องหมายตอบแทนส�ำหรับ ลงยาสพี ื้นสีแดง บนพื้นสีตามชน้ั คือ ช้นั ท่ี ๑ ช้นั ที่ ๑ พนื้ ลงยาสแี ดง ชั้นท่ี ๒ พนื้ ลงยา
ลกู เสอื -เนตรนารโี ดยเฉพาะ ก�ำหนดข้ึนเปน็ สที อง ชัน้ ที่ ๒ สเี งิน และชั้นท่ี ๓ สที องแดง สขี าว และชน้ั ที่ ๓ พนื้ ลงยาสนี �ำ้ เงิน
ครั้งแรกโดยข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ กลดั ไวบ้ นโบว์สนี �้ำเงิน ประดบั ทอี่ กเสอื้ ด้าน
วา่ ดว้ ยเขม็ ลกู เสอื บำ� เพญ็ ประโยชน์ (ฉบบั ท่ี ๔) ขวาเหนอื กระเปา๋
พ.ศ. ๒๕๑๕ เดิมเป็นเข็มรูปสี่เหล่ียมจัตุรัส ต่อมาได้เปลี่ยนรูปตามก�ำหนดใน
ขนาด ๑.๗ เซนติเมตร มีรูปเฟลอร์เดอลีส์ ขอ้ บังคับคณะลกู เสอื แห่งชาติ ว่าดว้ ยเขม็
ลูกเสือบ�ำเพ็ญประโยชน์ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็น
รูปกลมรขี นาดกว้าง ๒.๕ เซนติเมตร สงู
๓.๒ เซนติเมตร พน้ื ลงยาสีตามชน้ั ของเข็ม
รมิ ขอบนอกเปน็ สที อง ตรงกลางท�ำรปู
เฟลอร์เดอลสี ท์ �ำดว้ ยโลหะสที อง มีอกั ษรสี

114

เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณอ์ นั เปน็ สริ ยิ ง่ิ รามกรี ติ แห่งชาติ จึงกราบบงั คมทลู ขอพระราชทาน อยกู่ ลาง ริมทง้ั สองขา้ งมรี ิ้วสีขาวกวา้ ง ๓
ลกู เสอื สดุดีช้ันพเิ ศษ (The boy scout พระบรมราชานญุ าตสรา้ ง “เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ์ มิลลิเมตร และริ้วสีด�ำกว้าง ๖ มลิ ลเิ มตร
citation medal (Special class)) อนั เปน็ สริ ยิ ง่ิ รามกรี ติ ลกู เสอื สดดุ ชี น้ั พเิ ศษ” เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริย่ิง
ขนึ้ เพอ่ื สง่ เสรมิ กำ� ลงั ใจแกผ่ อู้ ทุ ศิ ตนใหก้ จิ การ รามกีรติ ลูกเสอื สดดุ ชี ้นั พเิ ศษ เป็นเครอ่ื ง
เปน็ เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณท์ พ่ี ระบาท ลูกเสืออย่างแท้จริงโดยมีล�ำดับเกียรติของ ราชอิสริยาภรณ์ส�ำหรับพระราชทานแก่ผู้ที่
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรง เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณเ์ ปน็ ลำ� ดบั ท่ี ๒๖ ได้รับพระราชทานเหรยี ญลูกเสือสดดุ ีชน้ั ท่ี ๑
พระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานพระบรม เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่ง และได้มีอุปการคุณช่วยเหลือกิจการลูกเสือ
ราชานุญาตให้จัดสร้างข้ึน เมื่อปพี ุทธศกั ราช รามกรี ติ ลกู เสอื สดดุ ชี นั้ พเิ ศษ มลี กั ษณะเปน็ อยา่ งตอ่ เนอื่ งมาแลว้ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ ปี นบั แต่
๒๕๓๐ เนอื่ งในวาระครบรอบ ๗๕ ปี ที่ ดวงตราคล้องคอ ดา้ นหนา้ มีลักษณะรปู ไข่ วันท่ีได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พน้ื ลงยาสนี ำ้� เงนิ ขนาดกวา้ ง ๒.๕ เซนตเิ มตร ช้ันท่ี ๑ โดยคณะกรรมการบริหารลกู เสอื
ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ยาว ๓.๓ เซนตเิ มตร กลางดวงตรามตี รา แห่งชาติจะพิจารณาผู้เหมาะสมส�ำหรับรับ
ก�ำเนิดกิจการลูกเสือไทยในปีพุทธศักราช หน้าเสือประกอบวชิระเงินล้อมด้วยเม็ด พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นนี้
๒๕๒๙ และเพ่ือเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ไข่ปลาสีทองและมีรัศมีเงินโดยรอบแปดแฉก แลว้ นำ� ความกราบทลู เพอ่ื ขอรบั พระราชทาน
ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คน่ั ดว้ ยกระจงั สที อง เบอ้ื งบนมพี ระมหามงกฏุ เครือ่ งราชอสิ รยิ าภรณ์ต่อไป
ภูมิพลอดุลยเดชทรงเจริญพระชนมพรรษา รัศมีโปรง่ และเลข “๙” สีทอง ผู้ได้รับพระราชทานเคร่ืองราช
ครบ ๕ รอบ คณะกรรมการบริหารลูกเสือ ดา้ นหลงั บรเิ วณกลางดวงตราเปน็ ดมุ อิสริยาภรณ์จะได้รับเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์
พ้นื ลงยาสมี ว่ ง มีรูปตราของคณะลกู เสอื โลก เปน็ กรรมสทิ ธ์ิ เมอ่ื ผไู้ ดร้ บั พระราชทานเครอื่ ง
เบื้องลา่ งมีอกั ษรสีเงนิ ว่า “เราจะท�ำนุบำ� รุง ราชอิสริยาภรณ์ช้ันนี้เสียชีวิตลงสามารถ
กจิ การลกู เสือสืบไป” มอบเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ทายาทไว้
ท่ีขอบด้านบนของดวงตรามีห่วง เพอื่ เปน็ ทร่ี ะลกึ ได้ โดยไมต่ อ้ งสง่ คนื ในภายหลงั
ห้อยแพรแถบส�ำหรบั คลอ้ งคอ ขนาดกว้าง
๔ เซนตเิ มตร มรี ว้ิ สเี หลอื งกวา้ ง ๒.๒ เซนตเิ มตร

เขม็ ลกู เสือสมนาคณุ ในพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. “ลูกเสือสมนาคณุ ” ประดบั บนแถบโบว์พื้น
๒๕๐๗ ไดก้ ำ� หนดใหม้ เี ขม็ ลกู เสอื สมนาคณุ ขนึ้ สีเหลืองขอบสีดำ� ประดับทอ่ี กเสื้อด้านขวา
ไว้ส�ำหรับตอบแทนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงิน เหนอื กระเปา๋ ในการบรจิ าคเงนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ
หรือทรัพย์สินอย่างอื่นเพ่ือบ�ำรุงการลูกเสือ ช่วยเหลือกิจการลูกเสือรวมกันเป็นคณะ
เขม็ สมนาคุณน้มี ี ๔ ชั้น ลกั ษณะของเขม็ ใหจ้ ัดท�ำโล่ชนิดต้งั และมีหนงั สือส�ำคัญคกู่ ับ
ลูกเสือสมนาคุณมีลักษณะเป็นรูปหน้าเสือ เข็มลูกเสือสมนาคุณแต่ละชั้นด้วยเง่ือนไข
ดนุ นูน ท�ำดว้ ยโลหะตามชั้นประกอบวชริ ะ ในการใหเ้ ข็มลกู เสือสมนาคณุ ให้เป็นไปตาม
และชอ่ ชยั พฤกษส์ เี งนิ ทำ� ดว้ ยโลหะ ใตห้ นา้ เสอื ขอ้ บงั คบั คณะลกู เสอื แห่งชาติ
มีโบว์พ้ืนสีด�ำมีอักษรสีทองจารึกค�ำว่า

115



จากโรงเรียนผกู้ ำ�กับลกู เสอื ในพระบรมราชูปถัมภ.์ ..สูก่ ิลเวลลป์ ารค์
สโมสรเสือปา่ แลลกู เสอื สยาม

เม่ือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ท้ังน้ีได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ไดท้ รงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้
เจ้าอยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้ตง้ั ให้บรรจุนายดาบ จอ้ ย พลทา (ต่อมาได้รบั โรงเรียนมหาดเลก็ หลวง จัดนักเรียนทดลอง
โรงเรยี นมหาดเลก็ หลวงขนึ้ เมอื่ วนั พฤหสั บดี พระราชทานบรรดาศักดิ์ที่หลวงหัดดรุณพล) แต่งเคร่ืองแบบลูกเสือตามข้อบังคับข้ึน
ที่ ๒๙ ธันวาคม พทุ ธศักราช ๒๔๕๓ เขา้ ทำ� หนา้ ทีเ่ ป็นครูฝกึ หดั ระเบยี บแถวอยา่ ง ถวายเพ่อื ทรงทอดพระเนตร โรงเรยี น
อนั เป็นตอนตน้ รชั สมัยนน้ั ไดท้ รงรบั เป็น ทหารแก่นักเรียนโรงเรียนมหาดเล็กหลวง มหาดเลก็ หลวงจงึ ไดส้ งั่ ให้ น.ร.ม.ชพั น์ บนุ นาค
พระราชธรุ ะในการจดั การศกึ ษาของโรงเรยี น โดยให้นักเรียนมีเครื่องแบบสีเทาแบบชุตติ้ง ซึ่งเป็นมหาดเล็กข้าหลวงเดิมไปวัดตัวตัด
กบั ทรงรบั ไวใ้ นพระบรมราชูปถมั ภ์ ทรงต้ัง ใชใ้ นการฝกึ หัดท่าระเบียบแถว ครนั้ ถงึ วันท่ี เครอ่ื งแบบขน้ึ ทลู เกลา้ ฯ ถวายทอดพระเนตร
พระราชหฤทัยให้โรงเรยี นมหาดเล็กหลวงนี้ ๑ กรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๔๕๔ พระบาท ในวันท่ี ๑๐ กรกฎาคม ศกนนั้ กองลูกเสือ
เป็นโรงเรียนต้นแบบในการจัดการศึกษา สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระ กองแรกในสยามจึงได้เกิดข้ึนท่ีโรงเรียน
ของชาติตามแนวพระราชด�ำริแก่โรงเรียน กรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใชข้ อ้ บังคบั มหาดเลก็ หลวงนเี้ ป็นปฐม ทรงพระกรณุ า
อนื่ ทจี่ ะไดก้ ่อตงั้ ขนึ้ ตามมาภายหลงั ลกั ษณปกครองลกู เสอื รตั นโกสินทร ศก โปรดเกลา้ ฯ พระราชทานนามวา่ “กองลกู เสอื
๑๓๐ แลว้ กรงุ เทพฯ ที่ ๑”

117

สโมสรเสือป่า มณฑลนครไชยศรี

สโมสรเสอื ป่า ลานพระราชวงั ดสุ ิต กรุงเทพ

เมือ่ ได้มีการสรา้ งสโมสรสถานเสอื ป่า ในส่วนของหัวเมืองน้ันได้ปรากฏว่า ครั้นเม่ือได้ประกาศใช้ข้อบังคับ
ในพระนครแลว้ เสรจ็ ทางโรงเรยี นไดพ้ าลกู เสอื ทีม่ ณฑลนครไชยศรี ไดข้ อให้นายรอ้ ยเอก ลักษณการปกครองลูกเสือแลว้ ทางมณฑล
เดินแถวไปฝึกหัดท่าสนามท่ีสนามหน้า สไตเนอร์ ครูโรงเรียนนายรอ้ ยต�ำรวจภธู ร ปราจิณบุรีได้จัดการตั้งต้นการลูกเสือข้ึนที่
สโมสรเสอื ป่าในทกุ วนั เวลาเยน็ ครน้ั ถึงวันท่ี มาท�ำการฝึกหัดครูและนักเรียนของโรงเรียน โรงเรียนวดั ปติ ลุ าธริ าชสฤษ เมืองฉะเชิงเทรา
๒ กันยายน ศกเดยี วกนั พระบาทสมเดจ็ ตวั อยา่ งมณฑลนครไชยศรี พระปฐมวทิ ยาลยั เป็นแหง่ แรก ในชั้นต้นมีจำ� นวนได้ ๓๑ คน
พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หวั เสด็จออก ณ เพื่อเตรียมความพรักพร้อมล่วงหน้ามาแล้ว และได้ทดลองฝึกหัดลูกเสือขึ้นในเมืองอื่น
พลบั พลาสโมสรเสือป่า ขา้ งลานพระราชวัง กว่า ๑ เดือน ตง้ั แต่ก่อนการประกาศใช้ข้อ ของมณฑลๆ ละแห่ง คอื ทโ่ี รงเรยี นวดั หลวง
ดสุ ติ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหผ้ ู้บงั คับ บังคับลักษณการปกครองลูกเสือแล้วเช่นกัน เมืองปราจณิ บุรี โรงเรยี นวดั ทา่ พาณชิ เมือง
การลกู เสอื กองรอ้ ยท่ี ๑ โรงเรยี นมหาดเลก็ หลวง การฝึกหัดลูกเสือนี้ปรากฏว่าเด็กนักเรียน กระบินทร์ โรงเรียนวดั ต้นสน เมืองชลบรุ ี
น�ำกองลูกเสือเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พากนั นยิ มเปน็ อยา่ งมาก ขดั ขอ้ งอยแู่ ตย่ งั ไมม่ ี โรงเรยี นวัดโพธิ์ เมอื งนครนายก สว่ นการ
แล้วผู้ก�ำกับลูกเสือได้ท�ำการฝึกหัดแถวถวาย ครูพอทำ� การฝกึ หัดไดท้ ัว่ ถงึ พระนิกรมมนุ ี ขยายการฝึกหัดลูกเสือไปตามอ�ำเภอสาขา
หนา้ พระทน่ี งั่ จากนนั้ ไดม้ กี ารแสดงวชิ าลกู เสอื เจ้าคณะเมืองนครไชยศรีได้รับท่ีจะฝึกหัด ได้เริ่มตั้งท่ีโรงเรียนที่ใกล้ท่ีว่าการอ�ำเภอ
ตามแบบท่ีทรงพระราชทานไว้ในพระราช เดก็ นกั เรียนท่ีวัดพระปฐมเจดียเ์ อง ดว้ ยมี ก่อนส่วนโรงเรียนที่ห่างไกลออกไปใช้วิธี
นพิ นธแ์ บบสงั่ สอนเสอื ปา่ และลกู เสอื เปน็ ท่ี พระภิกษุที่เคยรับราชการทหารแล้วอยู่ ช้แี จงแนะน�ำครไู ปฝกึ หัดกันเอง เพราะไมม่ ี
พอพระราชหฤทัยเปน็ อย่างมาก หลายรูป ครูผู้ฝึกหดั มากพอ ต้องอาศัยต�ำรวจภูธรไป
ฝกึ หดั ใหเ้ พยี งวนั ละ ๒ ชว่ั โมงหลงั เวลาราชการ
ซ่งึ ไม่เพียงพอแกก่ าร

118

การฝกึ หัดลกู เสอื ในระยะแรกน้ี ได้ และด่าน การพิจารณาสังเกตและจ�ำ การ การประชมุ สภานายกกรรมการกลางจดั การ
ใชแ้ บบสั่งสอนเสือป่าและลกู เสือ พระราช สะกดรอย การสันนิษฐาน การแฝงกาย ลกู เสอื ทว่ั พระราชอาณาจกั ร เมอื่ พทุ ธศกั ราช
นิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า และการเกลอื่ นรอย รายงานและการแจง้ เหตุ ๒๔๕๘
เจ้าอยหู่ ัวเปน็ หลกั ในการฝึกหดั ทรงแสดง กำ� บงั ตงั้ รบั ป้องกนั ตัว จับผูร้ ้าย ช่วยชวี ติ ด้วยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
พระราชปรารภวา่ “...ไดค้ ดิ ไว้จะกำ� หนดตง้ั และกนั ภัย ปจั จุบันพยาบาล ในสว่ นการ เจา้ อยหู่ วั ทรงมีพระราชปรารภว่า ได้มีกอง
แบบฝึกหัดสั่งสอนเสือป่าข้ึนใหม่ตามใจ ปลูกฝังจรรยาและความรักชาติบ้านเมือง ลูกเสือต้ังข้ึนเป็นหลักฐานแล้วทั่วทุกมณฑล
ขา้ พเจา้ อาไศรยใชแ้ บบฝกึ หดั และระเบยี บการ นั้น ผู้ก�ำกับลูกเสือจ�ำเป็นต้องมีความรู้ และกิจการลูกเสือนี้ก็ได้ด�ำเนินไปพอจะ
ของกองทัพบกกรุงสยามบ้างตามสมควร ในหนงั สอื “ปลกุ ใจเสอื ปา่ ” กบั “เทศนา เป็นที่หวังได้ว่าจะเป็นผลดีสมดังพระราช
นอกน้ันพยายามเก็บแลค้นหาความรู้ เสือป่า” ด้วย พระราชนิพนธท์ ั้ง ๓ เลม่ น้ี ประสงค์แล้วจึงทรงพระราชด�ำริว่าถึงเวลา
เบด็ เตลด็ ตา่ งๆ จากทท่ี งั้ ปวง เลอื กสรรเอาท่ี ถือเป็นต�ำราส�ำคัญของการลูกเสือสยาม อันควรแล้ว ทจ่ี ะไดจ้ ัดใหม้ กี ารประชมุ สภา
เข้าใจว่าเปนคุณประโยชน์แก่ผู้ท่ีกระท�ำใน มาแตแ่ รก นายกกรรมการจัดการลูกเสือทั่วพระราช
หน้าที่เสือป่ามารวบรวมไว้ส�ำหรับใช้สั่งสอน อาณาจักรขน้ึ ทก่ี รุงเทพฯ เพื่อปรกึ ษาหารือ
สบื ไป” แบบส่ังสอนเสือป่าและลกู เสือ มี พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๗ ไดม้ กี ารเปดิ สอบ ในเรอ่ื งเกยี่ วกบั กจิ การของลกู เสอื โดยทวั่ ๆ ไป
ความยาว ๑๘ บท รวม ๑๗ เรอ่ื ง คอื การ ส�ำหรับผูก้ ำ� กับลกู เสือขึน้ ๒ แผนกคอื จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ ภากรรมการ
สืบขา่ วและการเดินทาง อาณตั สิ ญั ญา การ พะแนกปลกุ ใจเสือป่า ในวันท่ี ๓ สิงหาคม มณฑลตา่ งๆ สง่ ขอ้ คดิ เหน็ มายงั สภากรรมการ
ชา่ งและความรเู้ บ็ดเตลด็ การตั้งคา่ ยและ พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๗ กบั พะแนกข้อบังคบั กลาง เพอ่ื พจิ ารณาและเสนอในทป่ี ระชมุ ตอ่ ไป
ที่พกั แรม การอยูค่ า่ ยและท่ีพักแรม ยาม ลกั ษณปกครองลกู เสือ ในวนั ที่ ๔ สิงหาคม
พทุ ธศักราช ๒๔๕๗ ได้มผี ู้กำ� กบั ลูกเสือสมคั ร ครนั้ ถงึ วนั ท่ี ๖ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช
เขา้ สอบในแผนกปลกุ ใจเสือปา่ ๑๔ คน ๒๔๕๘ กโ็ ปรดให้มกี ารประชุมสภานายก
สอบผา่ น ๔ คน ตก ๑๐ คน ส่วนแผนก กรรมการจัดการลูกเสือของมณฑลต่างๆ
ข้อบังคบั ลกั ษณปกครองลกู เสอื มีผู้ก�ำกับ พรอ้ มดว้ ยกรรมการสภากลาง ขน้ึ เปน็ ครงั้ แรก
ลกู เสือสมคั รเขา้ สอบ ๙ คน สอบผ่าน ๕ คน ทสี่ โมสรเสอื ปา่ สวนดสุ ติ และในโอกาสนนั้ ได้
ตก ๔ คน ทรงพระกรุณาเสด็จมาประทับเป็นประธาน
แห่งที่ประชมุ แล้วได้ทรงมีพระราชด�ำรสั
เปดิ การประชุมขึน้ ซง่ึ มีใจความส�ำคญั ว่า

การที่เชิญบรรดาสภานายกกรรมการ
จดั การลกู เสอื มณฑลตา่ งๆ เชา้ มาประชมุ ครงั้ น้ี
ก็ด้วยความมุ่งหมายที่จะปรึกษาหารือกัน
ในกิจการแหง่ คณะลกู เสือ ซ่ึงพระองค์ทา่ น
ทรงเปน็ องค์อปุ ถัมภกและสภานายก ความ

119

ประสงค์และความมุ่งหมายในการต้ังคณะ สมควร ทำ� ใหค้ นทมี่ คี วามคดิ แคบนกึ ไปเสยี วา่ เปน็ ครโู รงเรียนซ่ึงกองลูกเสือประจ�ำอยู่ หรอื
ลกู เสอื ขนึ้ นน้ั ยอ่ มมปี รากฏอยใู่ นขอ้ บงั คบั นน้ั ไม่ปรองดองกันควรจะหาวิธีอย่างดีที่สุด ซง่ึ คิดจะตง้ั กองลูกเสือขนึ้ ผู้ท่ีสมัครเช่นน้ี
แล้วแตธ่ รรมดา ข้อบังคับที่จะร่างทเี ดียว ทจ่ี ะดำ� เนนิ ไปใหค้ ลา้ ยกนั ทส่ี ดุ เทา่ ทจี่ ะเปน็ ได้ ตอ้ งมหี นงั สอื แนะนำ� จากสภากรรมการลกู เสอื
ให้ส�ำเร็จ และเหมาะสมกบั ภาวะภูมปิ ระเทศ คนภายนอกจะได้รู้สึกว่าเราเป็นผู้ท่ีทรงไว้ ของตนเปน็ หลกั ฐาน กำ� หนดการเรยี น ๒
อันตา่ งกันอยู่ ย่อมเป็นไปไมไ่ ด้อยเู่ อง ซ่งึ ซ่งึ ความสามัคคี อนั จะนำ� มาซ่ึงเกียรตคิ ุณแก่ เดือนเต็ม คือต้งั แต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ถึง
เปน็ ทเ่ี ขา้ ใจกนั อยแู่ ตต่ น้ แลว้ วา่ เมอ่ื กจิ การแหง่ ชาติไทยและคณะลกู เสือ จงึ ไดข้ อความเหน็ วนั ท่ี ๓๑ ธันวาคม หรอื ถ้าเตม็ ใจจะโดย
คณะลกู เสอื ไดด้ ำ� เนนิ เจรญิ ขน้ึ ไปพอควรแลว้ มาเปน็ รายๆ เพอื่ ฟงั ความเหน็ นนั้ และวนิ จิ ฉยั เสด็จพระราชด�ำเนินในการฝึกหัดประลอง
ก็จะต้องด�ำริดัดแปลงแก้ไขข้อบังคับใหม่ให้ ในท่ปี ระชุมวา่ ฝ่ายใดสมควรจะได้รบั ความ ยุทธเสอื ป่าในกองเสนาหลวงดว้ ยก็ได้ แต่
เหมาะสมแก่กาลสมยั ตกลงเดด็ ขาด เพอ่ื ใหก้ ารลงระเบยี บและเปน็ ต้องอยู่จนตลอดเวลาฝึกหัดประลองยุทธ
ประโยชน์ชวั่ กาลนาน ผู้ที่มาอยู่ประจ�ำโรงเรียนเช่นนี้พระราชทาน
อาศัยเหตุท่ีกิจการแห่งคณะลูกเสือ พระราชทรพั ย์เลย้ี งดูจนตลอดเวลา ผ้ทู ่ีเรยี น
ในขณะเม่อื แรกต้งั กับท่เี ปน็ อยู่ ณ บัดนไ้ี ด้ ข้อบกพร่องส�ำคัญมีอยู่อีกอย่างหน่ึง สอบไลไ่ ดต้ ามหลักสตู ร ทรงพระกรณุ า
เจริญผิดแผกแปลกไปจากรูปเดมิ ทง้ั การ คอื หลักสูตรวชิ าของลูกเสอื ทง้ั นี้กโ็ ดยที่ โปรดเกล้าฯ พระราชทานประกาศนียบัตร
ปกครองก็ได้ขยายไปทั่วพระราชอาณาจักร ผู้ก�ำกับและรองผู้ก�ำกับมีวิชายังบกพร่องอยู่ ประกาศนยี บตั รน้ันแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท
สภากรรมการยอ่ มจะมคี วามเหน็ แตกตา่ งกนั ไม่เพยี งพอแกก่ ารท่ีจะสั่งสอนลกู เสอื ตาม คอื ประกาศนียบัตรพเิ ศษ และประกาศ-
ตามแตจ่ ะเหมาะแกภ่ มู ปิ ระเทศของตน เมอื่ ที่ได้ทรงสงั เกตมาแลว้ ในมณฑลใกลๆ้ หลาย นียบตั รสามัญ ประกาศนียบตั รพิเศษนั้น
มีผู้ใดขออนุญาตเข้ามาเป็นครั้งคราว ถ้า มณฑลความรู้ในหน้าท่ีของผู้ก�ำกับยังอ่อน พระราชทานแก่ผู้ท่ีสอบไล่ได้ตามหลักสูตร
เป็นการสมควรก็ได้อนุญาตไปตามความ เต็มที พวกลกู เสอื ตง้ั ใจดแี ต่ความรู้ของครยู งั และได้โดยเสด็จพระราชด�ำเนินในการ
ปรารถนา ครน้ั การด�ำเนนิ การตอ่ มาต่างคน บกพร่องอยู่ จึงทรงพระราชดำ� ริเหน็ สมควร ประลองยุทธดว้ ย ประกาศนียบัตรสามัญน้ัน
ตา่ งขอ การจงึ กระจดั กระจายแปลกไปจาก ทจ่ี ะตงั้ โรงเรยี นพเิ ศษขนึ้ โรงเรยี นหนง่ึ เรยี กวา่ พระราชทานแตผ่ ทู้ ่ีสอบไลไ่ ด้ตามหลกั สตู ร
หลกั เดมิ ซง่ึ แทจ้ รงิ กม็ คี วามมงุ่ หมายอนั เดยี วกนั “กองฝึกหัดผกู้ ำ� กบั ลูกเสอื ”เพอ่ื เปิดโอกาส
แปลกอยู่แต่วิธีหรือวิถีท่ีปฏิบัติการให้บรรลุ ให้ผู้ก�ำกับและรองผู้ก�ำกับลูกเสือได้มีวิชาให้ นอกจากน้ีที่ประชุมได้ปรึกษาหารือ
ซงึ่ ความมงุ่ หมายอนั เปน็ อยา่ งเดยี วกนั นนั้ เอง สมแกห่ นา้ ท่ี มีระเบียบการโดยย่อดังต่อไปนี้ กนั ถงึ กจิ การต่างๆ ของลกู เสอื มขี อ้ ตกลง
กล่าวคือการฝึกหัดกุลบุตรให้มีความจงรัก โดยสงั เขปดังตอ่ ไปนี้ ตามขอ้ บังคบั ลักษณ
ภกั ดี รจู้ กั หนา้ ทซ่ี ง่ึ จะตอ้ งกระทำ� เพอื่ รบั ใช้ กองฝึกหดั ผู้กำ� กับลกู เสอื น้ี ทรง ปกครองลกู เสอื นนั้ ลกู เสอื ทอี่ อกจากโรงเรยี น
พระมหากษัตริย์ในการป้องกันชาติศาสนา พระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหข้ นานนามวา่ “กอง โดยเสร็จการเล่าเรียนแลว้ ใหค้ งนามไว้ใน
ของตน ฝกึ หดั ผกู้ ำ� กบั ลกู เสอื ในพระบรมราชปู ถมั ภ”์ ทะเบียน แตย่ กไปอยู่ในแผนกกองหนนุ
ผู้ที่จะเข้าเป็นนักเรียนฝึกหัดในกองลูกเสือน้ี ต่อไปให้ถือว่าเม่ือออกจากโรงเรียนแล้ว
การทตี่ า่ งคนตา่ งเดนิ ตามวถิ ที ต่ี า่ งกนั ต้องเป็นรองผู้ก�ำกับลูกเสือหรือลูกเสือเอก เป็นขาดจากกองลูกเสือนอกจากจะแสดง
อยู่เช่นน้ี ทรงพระราชดำ� รวิ า่ ยังไมเ่ ป็นการ ในกองลูกเสือกองใดกองหน่ึงอย่แู ล้ว หรือ ความประสงค์ว่าจะสมัครเป็นกองหนุน

120

สังกดั กองใดกองหนงึ่ เมอื่ เช่นน้ันตอ้ งท�ำพธิ ี อน่ึงเพ่ือจะให้กองลูกเสือต่างๆ สถานท่ีซึ่งใช้เป็นท่ีศึกษาวิชาผู้ก�ำกับ
รบั ใหม่ หรอื จะคงสมคั รเปน็ ลกู เสอื ประจำ� การ แขง่ ขันกนั ในการฝึกหดั จะพระราชทานโล่ ครงั้ น้ี ก็คือบรเิ วณสโมสรเสอื ปา่ สวนดุสติ
ตอ่ ไปก็ได้ ลูกเสอื กองหนุนทรงพระกรณุ า ส�ำหรับกองทีเ่ ปน็ ยอดในการซ้อมรบ หรอื กำ� หนดเวลาเรยี นรุ่นละ ๒ เดือนเต็ม คือ
โปรดเกล้าฯ ให้แต่งเครือ่ งแบบอย่างลกู เสือ เปน็ ยอดในความสามารถในเหลา่ เดยี วกนั ตงั้ แตว่ ันที่ ๑ พฤศจกิ ายน ไปจนถงึ วนั ท่ี
ประจำ� การไดท้ กุ อยา่ ง ยกเสยี แตเ่ ครอื่ งหมาย ๓๑ ธันวาคม ค่าใชจ้ ่ายของผ้ทู เี่ ขา้ ศกึ ษาอยู่
ประจ�ำการใช้ไม่ได้ สว่ นเหรยี ญที่ระลกึ ท่ี เงนิ ที่จะบ�ำรงุ กองลูกเสอื นั้น สภา ประจำ� ในโรงเรียนนี้ พระราชทานพระราช
พระราชทานแก่ลูกเสือท่ีออกเป็นกองหนุน กรรมการกลางตกลงกนั วา่ จะคดิ เร่ยี ไร การ ทรพั ยเ์ ล้ียงดโู ดยตลอด เมอ่ื เรียนจนสอบไล่
ต่อไปจะพระราชทานเฉพาะแต่ผู้ท่ีได้เป็น ต้งั กองลูกเสือตามมณฑลตา่ งๆ ซ่งึ แตเ่ ดมิ มา ได้แลว้ พระราชทานประกาศนยี บตั รให้ดว้ ย
ลกู เสือเอกและเขา้ เปน็ เสอื ป่าแลว้ กับแสดง ตอ้ งรายงานขอพระบรมราชานุญาต แล้วจึง ประกาศนยี บัตรนแี้ บง่ ออกเป็น ๒ ประเภท
ใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชาทางเสอื ปา่ เหน็ วา่ ยงั มลี กั ษณะ จะตง้ั ไดน้ น้ั ตอ่ ไปใหส้ ภากรรมการมณฑลตงั้ คือ ประกาศนยี บัตรสามัญ และประกาศนยี -
ของลกู เสอื อยู่ เพอื่ ปอ้ งกนั ไมใ่ หล้ กู เสอื กองหนนุ ข้นึ ได้ แล้วรายงานมายงั สภากรรมการกลาง บัตรพเิ ศษ ส�ำหรบั ประกาศนียบตั รพเิ ศษนัน้
ละเลยทางลกู เสอื ลูกเสอื กองหนุนนัน้ ให้ เพอื่ ขอพระบรมราชานมุ ตั ิเทา่ น้ัน พระราชทานเฉพาะแก่ผู้ท่ีสอบไล่ได้ตาม
ท�ำการติดตอ่ กบั ลูกเสือประจำ� การอยู่ มีใช้ หลักสตู ร และได้โดยเสด็จพระราชด�ำเนนิ ใน
สโมสรลกู เสอื ในเวลาอนั สมควร เขา้ สมทบ กองฝึกหัดผู้ก�ำกับลูกเสือในพระบรม การประลองยทุ ธดว้ ย
ลูกเสือประจ�ำการในเวลาที่เรียกระดมส่ง ราชูปถัมภ์
ขา่ วคราวท่ีเปน็ ประโยชนแ์ กค่ ณะลูกเสอื เนื่องจากทรงพระราชด�ำริว่าบรรดา ในการนไ้ี ดท้ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ
ผู้กำ� กบั และรองผกู้ ำ� กับ ซงึ่ ทำ� หน้าทีบ่ งั คับ ให้ออกประกาศช้ีแจงถึงการต้ังกองฝึกหัด
การฝึกหัดลูกเสือนอกจากการฝึกหัด บญั ชาอบรมสง่ั สอนลกู เสอื อยนู่ นั้ ยงั มคี วามรู้ ผู้ก�ำกับลกู เสอื ขน้ึ มคี วามวา่
ตามลกั ษณปกครองลกู เสอื เหน็ ควรวา่ ใหห้ ดั ในหน้าที่วิชาการของลูกเสือบกพร่องกัน
เปน็ พเิ ศษดว้ ย เช่น จัดเปน็ เหลา่ ตา่ งๆ ได้แก่ อยู่มาก ไม่สามารถเข้าอยู่ในขั้นมาตรฐานได้
เหลา่ ดบั เพลิง เหล่าพยาบาล เหล่าช่าง ฯลฯ อันเป็นเหตุให้กิจการของลูกเสือไม่เจริญ
กบั ฝกึ หดั วชิ าพเิ ศษ ซง่ึ เปน็ วชิ าทป่ี ระกอบการ กา้ วหนา้ ออกไปไดเ้ ทา่ ทคี่ วร จงึ ทรงพระราชดำ� ริ
ทำ� มาหาเลยี้ งชพี เปน็ การบำ� รงุ ศลิ ปหตั ถกรรม เห็นสมควรท่ีจะจดั ตง้ั โรงเรยี นพเิ ศษขนึ้ เพ่อื
ของบ้านเมืองดว้ ย ผู้ทส่ี อบไลไ่ ด้วิชาพิเศษ ท�ำการอบรมในวิชาการแขนงนี้โดยเฉพาะ
หรอื แสดงความชำ� นาญพเิ ศษในทางใดทางหนง่ึ ขนานนามวา่ “กองฝกึ หัดผูก้ �ำกับลกู เสอื
จะขอพระราชทานเหรียญหรือเข็มที่ระลึก ในพระบรมราชูปถัมภ์” โดยเปิดโอกาส
เปน็ บำ� เหนจ็ สง่ิ ทลี่ กู เสอื จะใชใ้ นเวลาฝกึ หดั นน้ั ให้ผู้ก�ำกับลูกเสือและรองผู้ก�ำกับลูกเสือได้
ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้ใช้มดี เสอื ปา่ เขา้ มาศึกษาอบรมในโรงเรยี นพิเศษน้ี
ได้ในเวลาอนั ควร และถ้าลกู เสือมกี �ำลงั พอ
กใ็ หถ้ ือปืนได้

121

โรงเรียนฝึกหัดวิชาผู้ก�ำกับลูกเสือ อย่างไรก็ตามโรงเรียนฝึกหัดผู้ก�ำกับ เปดิ ศนู ยฝ์ กึ อบรมลกู เสอื ขน้ึ ท ่ี กลิ เวลล์ ปารค์
ไดเ้ ร่มิ เปดิ ดำ� เนินการครัง้ แรก เม่ือวนั ที่ ๑ ลกู เสอื ในพระบรมราชปู ถมั ภน์ ี้ เปดิ ดำ� เนนิ การ (Gilwell Park) ขน้ึ ในปเี ดยี วกันนี้
พฤศจิกายน พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๘ พระบาท อยู่ได้ ๔ ปี กเ็ ลิกลม้ ไปในปีพุทธศกั ราช
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จ ๒๔๖๒ ในขณะทีป่ ระเทศอังกฤษซ่งึ ถือเปน็ ขอแทรกเร่ืองการก่อตั้งโรงเรียน
พระราชดำ� เนนิ ไปพระราชทานพระบรมราโชวาท ประเทศตน้ แบบการลกู เสอื สากลนนั้ ไดม้ กี าร ผกู้ ำ� กบั ลกู เสอื (หมวกแดง) ของพระนราธริ าช
เนื่องในพิธีเปิดการฝึกหัดอบรมในวันนั้นด้วย
สำ� หรบั ผทู้ ส่ี อบไลไ่ ดป้ ระกาศนยี บตั รพเิ ศษนนั้
ไดพ้ ระราชทานเขม็ ศลิ ปวทิ ยาเปน็ เครอ่ื งหมาย
วฒุ ใิ หด้ ว้ ยทกุ คน และพระราชทานพระบรม
ราชานุญาตให้ใช้หมวกหนีบอย่างกรมราบ
หลวงเสือป่ารักษาพระองค์ได้ทั้งในเวลา
ลำ� ลอง และในเวลาคมุ แถวลูกเสอื เวน้ ไวแ้ ต่
ถา้ เปน็ เสือปา่ ด้วย ให้งดห้ามมใิ ห้ใช้ประกอบ
กับเคร่อื งแตง่ ตัวเสอื ป่า ดงั ความในประกาศ
ให้นักเรียนฝึกหัดผู้ก�ำกับลูกเสือผู้สอบวิชา
ไดใ้ ชห้ มวกหนบี สงั กัดกรมราบหลวง ร.อ.

122

พระนราธริ าชภกั ดี (ฉัตร วรี ะโยธิน)
เสนาธกิ าร กรมเสอื ปา่ เสนาหลวงรกั ษาพระองค์

ภักดี (ฉัตร วรี ะโยธนิ ) รวมไวด้ ว้ ยกันเพ่อื ให้ ใช้อาวุธและยทุ ธวิธที ่ที ันสมยั ให้เหมาะสม สบื แทนพระบรมเชษฐาธริ าช ทรงเอาพระทยั ใส่
เรือ่ งสมบูรณย์ งิ่ ขึ้น “เมือ่ ปี ๒๔๕๘ ไดม้ ี ทันกับเหตุการณข์ องโลกปัจจุบัน ผใู้ ดเรยี น ท�ำนุบำ� รุงในกิจการลูกเสือเป็นอันดี จึงส่งผล
พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ใหข้ ้าพเจ้า สำ� เร็จทรงโปรดฯ ให้ใชห้ มวกแดง ทเ่ี รียกกัน ใหก้ ารลกู เสอื มไิ ดโ้ รยราไปเหมอื นเสอื ปา่ ทเี่ มอ่ื
เปน็ ผรู้ เิ รม่ิ และกอ่ ตงั้ โรงเรยี นผกู้ ำ� กบั ลกู เสอื ขน้ึ วา่ “ผู้กำ� กับหมวกแดง” พ้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
ทสี่ นามเสอื ป่า (หน้าเขาดินวนา) และได้ทรง เจา้ อยู่หัวแลว้ ก็ได้ปลาสนาการไปส้ิน
พระมหากรุณาธคิ ุณโปรดเกลา้ ฯ ใหข้ า้ พเจ้า โรงเรยี นนเ้ี ทา่ กบั เปน็ ศนู ยก์ ลางฝกึ หดั
ด�ำรงต�ำแหน่งเป็นเสนาธิการกองเสนาหลวง ผกู้ ำ� กบั ลกู เสอื ทว่ั ไป กไ็ ดร้ บั ความสำ� เรจ็ ดว้ ยดี เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระ-
นด้ี ว้ ย สว่ นองคพ์ ระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ สมพระราชหฤทยั ทุกประการ แตเ่ ป็นทน่ี า่ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นสภานายก
เจ้าอยู่หัว ทรงเปน็ ผู้บัญชาการกองเสือปา่ เสียดายอยา่ งยง่ิ ทโ่ี รงเรยี นนี้ตัง้ ไดไ้ ม่นานนัก กรรมการกลางจัดการลูกเสือทั่วพระราช
เสนาหลวงดว้ ยพระองค์เอง ต่อมาก็เลกิ ไป บัดนท้ี ราบวา่ จะไดร้ เิ ร่มิ กัน อาณาจกั ร ไดท้ รงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้
ขน้ึ อีก ขา้ พเจา้ ขออนุโมทนาสาธกุ ารในการน้ี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาด�ำรง
การตัง้ โรงเรยี นนี้ขึน้ โดยมพี ระราช อยา่ งยง่ิ ”. ราชานภุ าพ เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทยเปน็
ประสงค์ เพอื่ ทจ่ี ะใหผ้ กู้ ำ� กบั ลกู เสอื ทวั่ พระราช ผู้ตรวจการใหญแ่ ละอปุ นายก เจา้ พระยา
อาณาจกั ร ได้เขา้ มาศกึ ษาฝกึ หัดและอบรม ล่วงมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระเสดจ็ สเุ รนทราธิบดี (หมอ่ มราชวงศเ์ ปยี
วชิ าผ้กู ำ� กบั ลูกเสือ ใหม้ ีความรู้ความช�ำนาญ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระองคท์ รงรบั ตำ� แหนง่ มาลากลุ ) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ เปน็
และเปน็ ผ้กู �ำกบั ท่ีดีมีสมรรถภาพ นอกจากนี้ สภานายกสภากรรมการกลางจัดการลูกเสือ ผชู้ ่วยผตู้ รวจการและกรรมการ และพระยา
ยงั ไดฝ้ กึ หดั และสงั่ สอนผกู้ ำ� กบั เหลา่ นี้ ใหร้ จู้ กั แหง่ สยาม ทง้ั ยงั ทรงรบั ไวใ้ นพระบรมราชปู ถมั ภ์ บุรีนวราษฐ์ เปน็ เลขานุการ

123

สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยา เจ้าพระยาพระเสดจ็ สเุ รนทราธิบดี พระยาบรุ ีนวราษฐ์ เลขานกุ ารสภากรรมการกลาง
ด�ำรงราชานุภาพ เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย (หม่อมราชวงศเ์ ปยี มาลากลุ ) เสนาบดี จดั การลกู เสือแห่งกรงุ สยาม
ผ้ตู รวจการใหญ่และอปุ นายกสภากรรมการกลาง กระทรวงธรรมการ ผชู้ ว่ ยผู้ตรวจการและกรรมการ
จดั การลูกเสือแห่งกรงุ สยาม พระองค์แรก สภากรรมการกลางจดั การลกู เสอื แหง่ กรุงสยาม
ตอ่ มาไดเ้ ปน็ อุปนายกสภากรรมการกลาง
จัดการลกู เสอื แห่งกรุงสยาม คนที่ ๒

ตอ่ มาในปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๕๗ สมเดจ็ ถงึ ปลายปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๗๑ พระยา พุทธศกั ราช ๒๔๗๒ และทรงด�ำรงต�ำแหน่ง
พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำ� รงราชา ไพศาลศลิ ปสาตร (รื่น ศยามานนท์) ปลัด นั้นอยู่จนถึงวันท่ีเปล่ียนแปลงการปกครอง
นุภาพ ทรงพระชราภาพมากไดก้ ราบบังคม ทลู ฉลองกระทรวงธรรมการ ยา้ ยไปรบั ราชการ เม่ือวนั ที่ ๒๔ มถิ ุนายน พุทธศกั ราช ๒๔๗๕
ทลู ลาพกั ราชการ จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ในต�ำแหน่งปลัดทูลฉลองกระทรวงมหาดไทย
ให้เจา้ พระยาพระเสด็จสเุ รนทราธบิ ดี ท�ำการ นายกองเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจา้ พระวรวงศ์เธอ พระองคเ์ จ้าธานีนวิ ตั
แทนตอ่ มา จนเมอื่ อาการปว่ ยมากขึ้นไม่อาจ ธานนี วิ ตั (ตอ่ มาคอื พระวรวงศเ์ ธอ กรมหมน่ื อุปนายกสภากรรมการกลางจัดการลูกเสือ
จะสนองพระเดชพระคุณได้จึงได้กราบบังคม พทิ ยลาภพฤฒยิ ากร) ได้ทรง “ทูลอาสาตอ่ แหง่ ชาติ ทรงเป็นนักการศึกษา จงึ ให้ความ
ทลู ออกรบั เบย้ี บำ� นาญ จงึ ทรงพระกรุณา พระเจ้าอยู่หัวว่าจะขอสนองพระเดชพระคุณ สำ� คญั ของผกู้ ำ� กบั ลกู เสอื ซง่ึ เปน็ ครขู องลกู เสอื
โปรดเกล้าฯ ใหพ้ ระยาไพศาลศิลปสาตร (รน่ื ในหนา้ ทนี่ เ้ี อง” พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ ท่ีย่อมมีความส�ำคัญเช่นครูของนักเรียน
ศยามานนท์ ต่อมาไดร้ บั บรรดาศกั ด์ิเป็น เจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้ “...การศึกษาของเด็กทางวุฒิศึกษาได้ลงรอย
พระยาราชนกุ ูล วิบลู ภักดี พริ ิยพาหะ) อธิบดี พระวรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ ธานนี วิ ตั ทรงเปน็ เป็นรูปร่างพอจะพอใจแล้วเป็นส่วนใหญ่
กรมศกึ ษาธกิ าร รบั ตำ� แหนง่ ตอ่ มาตงั้ แตว่ นั ท่ี อุปนายกสภากรรมการกลางจัดการลูกเสือ แต่ท�ำไฉนจึงจะให้จริยศึกษาแพร่หลายฝัง
๒๗ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๙ แหง่ กรงุ สยาม ตง้ั แต่วนั ท่ี ๑๔ พฤษภาคม ลงไปในนสิ ัยของเด็กได้ การสอนจรยิ าในชนั้

124

นายพลเสอื ป่า พระยาไพศาลศิลปสาตร นายกองเอก พระวรวงศเ์ ธอ กรมหม่ืนพิทยลาภ ปฏบิ ัติกนั ในเวลาท่อี ยคู่ ่ายที่ จลิ เวลลป์ ารก
(รน่ื ศยามานนท)์ อปุ นายกสภากรรมการกลาง พฤฒยิ ากร (พระองคเ์ จา้ ธานนี วิ ตั ) เปน็ ต้น มาเปน็ ผูช้ ว่ ยบรรยายและชแ้ี จง
หลักการต่างๆ วิชาทอ่ี บรมมี
จัดการลูกเสือแหง่ กรงุ สยาม คนที่ ๓ อุปนายกสภากรรมการกลางจัดการลูกเสอื ก. ความสำ� คญั ในคำ� มน่ั สญั ญาลกู เสอื
แห่งกรงุ สยาม คนที่ ๔ ข. ธงและการเคารพ
ไม่ได้ผลเพียงพอ จงึ ไดล้ องใช้วชิ าลูกเสอื เปน็ ค. การลกู เสอื กบั จรรยาและการเลน่
คลา้ ยๆ ภาคปฏิบัติของจรยิ ศึกษาน่นั เอง” “เนอ่ื งดว้ ยไดส้ งั เกตเหน็ ความบกพรอ่ ง ง. ประวตั กิ ารลูกเสอื ท่วั ๆ ไป
จึงได้ทดลองให้มีการจัดการอบรมผู้ก�ำกับ บางอยา่ งในการลกู เสอื ทงั้ ในสว่ นวชิ าความรู้ จ. การลกู เสือในสยาม
ลูกเสอื เปน็ สว่ นย่อยขนึ้ ณ สามัคยาจารย์ และในสว่ นจติ ตใ์ จ และหลกั การทจี่ ะปฏบิ ตั กิ าร ฉ. การฝึกฝนกองลูกเสือ
สโมสรสถาน (ภายในบริเวณโรงเรียนสวน ในหนา้ ท่ี จึงได้ให้มกี ารอบรมวิชาผู้ก�ำกับ ช. ระเบยี บแถว
กุหลาบวิทยาลัย บดั นี้รอื้ ลงแลว้ ) ขึน้ อีก และลูกเสือขน้ึ ที่สามัคยาจารยส์ มาคม ตง้ั แต่ ซ. หลักประถมพยาบาล
ครัง้ หนงึ่ ระหว่างวันที่ ๒๙ สิงหาคม ถงึ วันท่ี ๒๙ สงิ หาคม ถงึ วันที่ ๔ กนั ยายน ฌ. วชิ ชาลูกเสือเอก
วนั ท่ี ๔ กันยายน พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๒ เพ่ือ ศกนี้ กระทรวงธรรมการไดเ้ ลือกสรรครผู ้ทู ี่มี ญ. เทศนาเสอื ปา่
ปรับปรุงกิจการลูกเสือทั้งในส่วนวิชาความรู้ คณุ วฒุ ทิ ส่ี มควรจะไดร้ บั ความอบรมในจงั หวดั ฎ. การอยู่ค่ายและพกั แรม
และในสว่ นจติ ใจและหลกั การทจี่ ะปฏบิ ตั กิ าร พระนครและธนบุรีมาเขา้ อบรม ๘๐ คน ฏ. การอบรมธรรมข้ึนเป็นลักษณะ
ในหน้าท่ี ในความอำ� นวยการของอ�ำมาตยเ์ อก พระ- ของลูกเสอื
ราชธรรมนเิ ทศ ข้าหลวงตรวจการ ได้เลือก
ปรากฏความในรายงานการลูกเสือ ผูท้ ่ชี ำ� นาญการลกู เสอื ในประเทศสยาม และ การอบรมท้ังน้ีนับว่าได้ผลเป็นเคร่ือง
แห่งสยาม ฉบับที่ ๑๔ ประจำ� ปีพุทธศักราช ผู้ท่ีเคยผ่านการอบรมลูกเสือตามลัทธิของ ปลุกใจให้ครูบาอาจารย์เห็นความส�ำคัญใน
๒๔๗๒ ความว่า ลอรด์ โรเบอร์ต เบเดน-โปเวลล์ ดงั เชน่ ท่ี การลูกเสืออันเป็นเคร่ืองช่วยส่วนใหญ่แห่ง
การศกึ ษา และเอาใจใสใ่ นหนา้ ทด่ี ยี งิ่ ขนึ้ เมอื่
มโี อกาสในเวลาขา้ งหนา้ จะไดค้ ดิ ตง้ั คา่ ยอบรม
ประจ�ำข้นึ แหง่ หน่ึง ให้ผกู้ �ำกับและลกู เสอื
ตามโรงเรยี นตา่ งๆ ในกรุงเทพฯ ไดผ้ ลัด
เปลี่ยนกันมารับการอบรมเป็นครั้งคราว
สภากรรมการกลางหวงั จะไดจ้ ดั ใหม้ กี ารอบรม
เชน่ น้แี พร่หลายไปตามมณฑลตา่ งๆ ตาม
ก�ำลังและความสามารถทจี่ ะท�ำไดต้ ่อไป”

125

การอบรมท่สี ามคั ยาจารย์สมาคม ค่ายฝึกอบรมตามแผนการที่จัดการฝึกอบรม พระเจา้ อย่หู วั ผู้ทรงด�ำรงต�ำแหนง่ สภานายก
ผู้ก�ำกบั ลูกเสอื ทวั่ พระราชอาณาจักร แต่ตดิ สภากรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งสยาม
หลังงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ด้วยขัดสนเรื่องทุนรอนการเลยไปไม่ตลอด ทรงพระราชดำ� ริว่า การลกู เสือไดเ้ จริญ
คร้งั ที่ ๒ ในปพี ทุ ธศกั ราช ๒๔๗๓ ปรากฎ แพร่หลายท่ัวพระราชอาณาจกั ร และมกี าร
ว่าได้ผลดีเป็นท่ีพึงพอพระราชหฤทัย อีกทั้งสวนดสุ ติ น้ันมผี ูค้ นพลุกพล่าน อาจ ตอ่ เนอ่ื งกบั สมาคมนานาชาตเิ ปน็ หลกั ฐานแลว้
ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเป็นการไม่สะดวกในการฝึกอบรมเท่าท่ี สมควรจะผดงุ การแผนกนใี้ หเ้ จรญิ เปน็ ปกึ แผน่
สภานายกสภากรรมการกลางจัดการลูกเสือ ควร จึงไดเ้ ริดร้างรัง้ รอมาจนถงึ งานชุมนมุ ไมแ่ ตใ่ นทางจำ� นวนอยา่ งเดยี วเทา่ นนั้ ตอ้ งทงั้
แหง่ ชาตเิ ปน็ อนั มาก ทรงตง้ั พระทยั ทจ่ี ะบำ� รงุ ลกู เสอื แหง่ ชาตคิ รั้งท่ี ๒ แลว้ จึงไดเ้ รมิ่ ในทางการฝกึ ฝนกลุ บตุ ร ใหส้ ามารถในหนา้ ท่ี
การลกู เสือใหเ้ จรญิ มนั่ คงรงุ่ เรอื งย่ิงๆ ขึน้ ไป ด�ำเนนิ งานอยา่ งจริงจังอกี ครั้ง และยังคุณประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองได้
จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหร้ อื้ ฟน้ื กจิ การ แทจ้ รงิ ดว้ ย ฉะนน้ั จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ
โรงเรียนฝึกหัดผู้ก�ำกับลูกเสือในพระบรม ในครั้งหลังน้ีได้ทรงพระกรุณาโปรด ให้ต้ังการอบรมเจ้าหน้าท่ีลูกเสือขึ้นเป็นงาน
ราชปู ถมั ภ์ ซง่ึ ไดเ้ คยเปดิ ทำ� การมาแลว้ ครง้ั หนงึ่ เกลา้ ฯ พระราชทานสถานที่ในบรเิ วณพระ- ประจำ� ปี พระราชทานสถานที่ในบริเวณ
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า รามราชนิเวศน์ เมืองเพชรบุรี หรอื “พระ- พระรามราชนิเวศน์ จังหวัดเพ็ชรบ์ ุรี เปน็
เจา้ อย่หู ัว ใหก้ ลบั มาท�ำการใหมอ่ ีกครัง้ หนงึ่ ราชวงั บา้ นปนื ” เปน็ สถานทจ่ี ดั การฝกึ หดั อบรม ส�ำนักอบรม โดยนามเรยี กว่า “โรงเรียน
ดงั ความในประกาศสภากรรมการกลางจดั การ ผ้กู ำ� กับลูกเสอื ในพระบรมราชปู ถมั ภ”์ กบั
เดิมทีหลังจากการฝึกอบรมผู้ก�ำกับ ลกู เสอื แหง่ สยาม ลงพระนาม มหาอำ� มาตยเ์ อก โปรดเกลา้ ฯ ใหอ้ ปุ นายกสภากรรมการกลางฯ
ลกู เสือทสี่ ามัคยาจารย์ เมอื่ คราวทโ่ี รงเรยี น พระวรวงศ์เธอ พระองคเ์ จ้าธานีนิวตั เม่อื วางระเบียบการอบบรมและหลักเกณฑ์ท่ี
ปดิ ภาคปลาย พุทธศกั ราช ๒๔๗๒ นัน้ วันที่ ๓๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๗๓ สภามณฑลตา่ งๆ จะพึงส่งผแู้ ทนเข้ามารับ
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรง เรื่องต้ังโรงเรียนผู้ก�ำกับลูกเสือในพระบรม การอบรมไดเ้ ปน็ รายปี เรม่ิ ตั้งแตศ่ ก ๒๔๗๔
พระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานพระบรม- ราชูปถมั ภ์ ความวา่ “พระบาทสมเด็จ
ราชานุญาตให้ใช้สวนดุสิตเป็นสถานที่ตั้ง เป็นต้นไป”

126


Click to View FlipBook Version