The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารงานทั่วไปรุ่นที่ ๘๔

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaiyaFIFA2007, 2022-01-04 04:07:38

รายงานผลการฝึกอบรมนักบริหารงานทั่วไปรุ่นที่ 84

รายงานผลการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารงานทั่วไปรุ่นที่ ๘๔

หหนนา้ า้
11

หหนนา้ า้
11

นกั บรหิ ารงานทวั่ ไป รุ่นที ๘๔

คานา

รายงานฉบับน้ีเป็นเอกสารทางวิชาการท่ีจัดทาขึ้นเพ่ือเป็นส่วนหน่ึงของการฝึกอบรม

หลักสูตรนักบริหารงานทั่วไป รุ่นท่ี ๘๔ ณ สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน

กระทรวงมหาดไทย โดยนายชัยยะ มหาปราบ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการท่องเท่ียว สานักปลัดฯ องค์การ

บรหิ ารสว่ นจงั หวัดสงิ หบ์ ุรี คณะผู้จดั ทาหลักสูตรได้ศกึ ษาในหัวข้อเร่ือง การพฒั นารปู แบบการบริหารจัดการ

ศนู ย์กีฬาและนนั ทนาการขององค์การบริหารสว่ นตาบล ซึง่ จะรวมถงึ แนวทางการแก้ไขปัญหาและหลัการบริ

หารจัดการศูนย์กีฬาและนันทนาการในด้านต่าง ๆ เพ่ือนามาจัดทาเป็นแนวทางในการพัฒนาการบริหาร

จัดการศูนย์กีฬาและนันทนาการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย รวมท้ังการศึกษาทาง

วิชาการในส่วนกฎหมาย ระเบียบวิธีปฏิบัติทางราชการที่เกี่ยวข้องเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติ

ราชการของข้าราชการ เจ้าหน้าหน้าที่ขององค์กรปกครองท้องถนิ่ ท่เี ก่ยี วข้อง

ในการนี้ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่ารายงานเอกสารทางวิชาการฉบับนี้ จักเป็นประโยชน์

สาหรับผู้เข้ารับการศึกษาอบรมและหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ที่เก่ียวข้อง ผู้ท่ีสนใจศึกษา

ค้นคว้านาไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานในส่วนท่ีเป็นภารกิจท่ีเก่ียวข้องในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ให้มีมาตรฐานสูงขน้ึ สนองต่อนโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนาท้องถ่ินต่อไป ขอขอบคณุ งานวจิ ัยในหัวข้อเร่ือง

หนา้ การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการศูนย์กีฬาและนันทน าการขององค์การบริหารส่วนตาบล
โดยผู้วิจัยพ นายชลิตพล สืบใหม่ นิสิตปริญญาเอกสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2 ท่านผู้อานวยการโครงการฯ ท่านวิทยากร ตลอดจนคณะทางานทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทารายงาน

คาแนะนา ข้อเสนอแนะ จนสาเร็จลุล่วงไปด้วยดี หากมีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดทา

ต้องขออภยั มา ณ โอกาสนี้

นายชัยยะ มหาปราบ
ธันวาคม ๒๕๖๔



สารบญั

คานา ๑ หหนน้าา้
สารบญั ๖ 11
สรุปงานวชิ าการ ๙
การใช้เทคโนโลยีเพอ่ื เพิ่มประสทิ ธิภาพการทางานในยุค Thailand ๔.๐ ๑๕
การพัฒนาภาวะผู้นาการเปลย่ี นแปลงทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพสงู ๑๙
จติ อาสาพฒั นาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๒๒
การสง่ เสรมิ และพัฒนาบรกิ ารสาธารณะของทอ้ งถิ่นทีมีคณุ ภาพ ๒๔
หลักและศลิ ปะการเขยี นหนงั สือตดิ ตอ่ ราชการ ๒๘
ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Incident Command System) ๓๖
การบรหิ ารและพฒั นาทรพั ยากรบุคคล ๔๐
กลยทุ ธ์การบริหารงานบคุ คลท้องถ่ินและทิศทางความก้าวหนา้ ๔๓
การจดั ทาแผนปฏิบตั ิการและแผนยุทธศาสตร์ ๔๗
ทักษะความสามารถด้านการใช้ดจิ ทิ ัลสาหรบั ขา้ ราชการและบุคลากรภาครฐั (Digital Literacy) ๕๓
การส่ือสารยุคดจิ ทิ ลั ๕๕
ยทุ ธศาสตร์นโยบายการส่งเสริมและพฒั นาท้องถน่ิ ร่วมขบั เคลื่อนลงสูพ่ ้นื ท่ี ๖๑
พระราชบัญญตั ิการจัดซือ้ จัดจ้างและการบรหิ ารพัสดภุ าครฐั พ.ศ. 256๐ ๖๕
เทคนิคการบรหิ ารความเสี่ยง ๖๙
กลยทุ ธก์ ารบริหารงานบุคคลทอ้ งถิ่นและทิศทางความกา้ วหน้า ๗๐
การบรหิ ารงานท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ ๘๔
การปรับเปลย่ี นกระบวนทศั นแ์ ละวฒั นธรรมองคก์ รเพื่อการเปลย่ี นแปลง ๘๕
หลักการดาเนินงานตามกฎหมายผงั เมอื งและควบคมุ อาคาร ๙๑
คณุ ธรรมและจริยธรรมของนกั บริหาร ๙๔
การบริหารผลงานและการจัดทาคารอ้ งการปฏบิ ตั ิราชการ ๑๐๔
กลยทุ ธ์การดาเนนิ การทางวินยั ของท้องถิ่น ๑๑๑
หลกั การบรหิ ารพัสดทุ ้องถ่ินกบั ขอ้ สังเกตของหนว่ ยตรวจสอบ ๑๑๕
หลกั การปฏบิ ตั ิตาม พ.ร.บ.ข้อมลู ขา่ วสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐ ๑๓๓
การพฒั นาบุคลิกภาพและพิธกี ารสมาคม ๑๓๖
หลกั การจดั การภยั พิบัตแิ ละสาธารณภยั
การพฒั นาศักยภาพ องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ ดา้ นการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย
เทคนิคการบรหิ ารโครงการอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ



การพัฒนาการบริหารจดั การภาครัฐและธรรมาภิบาลและการส่งเสริมการมีส่วนรว่ มของประชาชน ๑๔๗

หลักการปฏิบตั ติ ามระเบยี บวิธีปฏบิ ตั เิ กี่ยวกบั การเลือกตัง้ ทอ้ งถนิ่ ๑๕๓

หลกั การปฏิบตั ติ ามกฎหมายวิธีปฏิบตั ริ าชการทางปกครองและความรับผดิ ทางละเมิด ๑๕๕

หลักการจัดการงานด้านกจิ การสภาทอ้ งถิน่ ๑๕๙

เทคนิคการจัดการประชุมสัมมนา ๑๖๘

การศึกษาดูงานนอกสถานท่ี

- เทศบาลเมืองบางกะดี ๑๗๘

- การจัดการสงิ แวดลอ้ มในสวนอุตสาหกรรมบางกะดี

- องค์การบริหารส่วนจังหวดั พระนครศรีอยุธยา ๒๐๐

- โครงการเศรษฐกิจพอเพยี ง(ทงุ่ มะขามหย่อง)

ทาเนยี บรนุ่ หลกั สตู รนักบรหิ ารงานทั่วไป รุ่นที่ ๘๔ ๒๑๖

คณะกรรมการนักศึกษา ๒๔๑

เก็บตกภาพแห่งความสขุ และมติ รภาพ ๒๔๕

หหนน้าา้
11

การใช้เทคโนโลยเี พื่อเพิม่ ประสทิ ธภิ าพการทางานในยคุ Thailand 4.0
นายเดชรัตน์ ไตรโภค (วิทยากรอสิ ระ)

Thailand 4.0 คือยุคท่ีเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากข้ึน มนุษย์จึงมีส่ิงอานวยความ
สะดวกที่พัฒนาเพ่ือความสะดวกและรวดเร็วย่ิงขึ้น องค์กรต่างๆ จึงต้องเตรียมความพร้อม
เพ่ือรับมือกับการเปล่ียนแปลง โดยคิดค้นวิธีการพัฒนาองค์กรใหม่ๆ เพ่ือสร้างความ
ประทับใจให้กับลูกค้าอยู่เสมอ ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินถึงข้ันว่า Thailand 4.0 จะมี
เทคโนโลยีเข้ามาทางานแทนท่ีมนุษย์เลยทีเดียว ซึ่งเมื่อเทคโนโลยียุค Thailand 4.0 มีการ
พัฒนาโดยนานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามา เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพในการทางานของเทคโนโลยีช้ิน
นั้นให้มีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงมีความ
จาเป็นต้องปรับตัวเพ่ือพัฒนาตัวเองให้ทันและเปิดใจยอมรับเพ่ือเรียนรู้และค้นหา
แนวความคดิ สรา้ งสรรค์ใหม่ๆ อยู่ตลอด
การใชเ้ ทคโนโลยเี พอ่ื เพ่ิมประสิทธภิ าพการทางานในยุค Thailand 4.0 ณ ทน่ี ี้มสี ่วนสาคัญ

ที่เก่ียวข้องได้แก่ ระบบปฏิบัติการ หมายถึง โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ระบบท่ีทาหน้าที่ หหนน้าา้
ควบคุมการ ทางานของอุปกรณ์และโปรแกรมประยุกต์ ต่างๆ ท่ีอยู่ภายในอุปกรณ์ เช่น 11

เครื่อง คอมพิวเตอร์มีการใช้ระบบปฏิบัติการ(OS) คือ Windows 7 และมีการลงโปรแกรม
Microsoft Word ซึ่งเป็นโปรแกรมประยุกต์ เพ่ือใช้งาน เป็นต้น ในปัจจุบันนอกจาก OS ท่ี
อยู่บนเคร่ือง คอมพิวเตอร์แล้ว ยังมีการนา OS ไปใช้ใน โทรศัพท์เคล่ือนท่ี เพ่ือเพิ่ม
ประสิทธิภาพ ให้สามารถทางานได้มากกว่าโทรศัพท์มือถือ ซ่ึงเรียกว่า Smart Phone ท่ีมี
ระบบ OS บรรจุไว้ภายในโทรศัพท์เคล่ือนที่ โดย OS ที่มี การใช้งานมีอ ยู่หลายชนิด แบ่ง
ตาม บริษทั ผผู้ ลติ และอุปกรณ์
Operating System (OS) บนมอื ถอื (Smart Phon) ได้แก่

(๑) Android เป็นระบบปฏิบัติการท่ีถูกพัฒนาโดยบริษัท Google ซ่ึงเป็น
ระบบปฏิบัติการแบบ Open Source ซ่ึงเป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิดหรือ แบบฟรีนั่นเอง
ดังนั้นผู้ผลิตโทรศัพท์เคล่ือนที่ และ Tablet จึงนิยมนา Android ไปใช้เป็น OS เช่น HTC,
Samsung ในตระกูล Galaxy ข้อดีคือ เป็นมาตรฐานเปิดทาให้เกิดความ หลากหลายและมี
Application ให้เลือกใช้ มากมาย และสามารถเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ ของ Google ได้
สะดวก เช่น Gmail, Google Talk, Google Maps และ Google Search Engine ข้อเสีย

นกั บริหารงานท่ัวไป รุ่นที ๘๔

คือ ไม่คล่องตัวเท่า iOS และการที่ เป็นระบบเปิดทาให้มีอุปกรณ์ที่ใช้ระบบมีหลาย ยี่ห้อ
หลายขนาดหน้าจอ ทาให้ Application ต่างๆ ต้องพัฒนาออกมาสามารถใช้งานได้ เฉพาะ
รุ่นเทา่ นั้น เนือ่ งจากอาจติดปญั หาเร่อื ง ความกวา้ งของหน้าจอ เปน็ ต้น

(๒) iOS เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนาโดยบริษัท Apple ซึ่งใช้ใน ผลิตภัณฑ์ที่
บรษิ ัท Apple เปน็ ผ้ผู ลติ อุปกรณส์ ือ่ สารภายใตย้ ีห่ อ้ Apple เช่น iPod, iPad และ iPhone
ข้อดีคือ มี Application หลากหลาย มีบริการ App Store และ โปรแกรม iTunes
สนับสนุนการจัดการอุปกรณ์มีเมนูการใช้งาน รวดเร็วและเข้าใจง่าย โปรแกรม Web
Brower (Safari) ตอบสนองได้ รวดเร็ว ขอ้ เสยี คือ ผใู้ ชง้ านไมส่ ามารถออกแบบปรับเปลี่ยน
หน้าจอได้ตาม ความต้องการ ไม่สามารถทางานได้พร้อมๆ กันหลายอย่าง เช่น ไม่สามารถ
ฟงั เพลงพรอ้ มเปิด Web Brower เพอ่ื ใชง้ านอนิ เตอร์เนต็ ได้
แอพพลเิ คชัน่ ท่มี ีบทบาทสาคัญกบั การปฏิบัติราชการในปัจจุบนั คือ ไลน์ Line แต่แอพนี้มี
การใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงมาก การลบข้อมูลคงค้างในตัวแอพ Line สามารถดาเนินการ
หนา้ ตามข้ันตอนดังนี้
2 เวลาเราส่งหรือรับข้อมลู แตล่ ะคร้ัง จะมี Cached Data และพวกภาพทีถ่ ูกโหลดมาเกบ็ ไวโ้ ดยไม่จาเป็น บางเครอื่ งใช้

มานานๆ อาจจะมหี ลาย GB เลยทีเดียว (ลองดูไดท้ ี่ Settings > General > Storage & iCloud Usage > Manage
Storage > LINE > ดูตรง Documents & Data)

ปกตแิ ล้ว ถา้ จะลบข้อมลู ตรงนี้ ก็ตอ้ งลบแอพออกไป ซ่งึ สติกเกอร์และ chat log อาจจะหายไปดว้ ย แตแ่ นะนาวธิ ีการ

นักบริหารงานทัว่ ไป รนุ่ ที ๘๔

ลบข้อมลู ทไ่ี มไ่ ด้ทาการใช้งาน ผ่านแอพ LINE เอง ทาตามดังนี้
1.ไปที่แอพ LINE เลือก More ขวาลา่ ง

หนา้
3

2.เข้าไปท่ี Settings > Chats & Voice Calls

นกั บริหารงานท่วั ไป รุน่ ที ๘๔

3.เลือกที่ Clear Data

หน้า 4.จะเจอขอ้ มูลทเ่ี ราลบไดแ้ นๆ่ คือ
4

- Cached Data ตรงนไ้ี มม่ กี ารใชง้ าน ลบได้เลย
- Photo Data & Voice Message Data & File Data ข้อมูลทเ่ี ราโหลดเอาไว้ หากลบ จะไม่หาย แคเ่ วลากดเขา้ ไปดู

นักบริหารงานท่วั ไป รุน่ ที ๘๔

ต้องโหลดใหม่ แนะนาใหล้ บคา่
- All Chat Data ลบ Chat History หมดเลย อนั นี้ไมต่ ้องเลอื กคา่

5.กด Clear Selected Data กเ็ ปน็ อนั เสร็จสน้ิ

ลองย้อนกลบั มาดสู ิวา่ เราไดค้ วามจกุ ลับคนื มาเทา่ ไหร่ หน้า
5

จากเดิมที่เคยใชง้ านถงึ 2.86 GB ตอนนใ้ี ช้พื้นท่ีเพียงแค่ 524.8 MB !!! เพียงเทา่ นีก้ ็ได้พื้นท่ีกลับมาเยอะแยะแลว้ แบบ
งา่ ยๆ ใครทีเ่ พ่อื นบ่นว่าความจเุ ตม็ ลงแอพไมไ่ ดแ้ ล้ว อยา่ ลืมลองให้ทาแบบนีด้ ู

นกั บรหิ ารงานทว่ั ไป ร่นุ ที ๘๔

พฒั นาภาวะผูน้ าและผนู้ าการเปล่ียนแปลงทีม่ ปี ระสิทธิภาพสูง

ดร.บัณฑิต ตงั้ ประเสรฐิ (นักวชิ าการอิสระ)
๑. ความหมายของภาวะผู้นา

ผูน้ า (Leader) คอื บุคคลท่ีมอี านาจหรอื อทิ ธพิ ลตอ่ ผู้อนื่ ในหน่วยงาน ท้ังในแงค่ วามคดิ และพฤติกรรม
การทางาน ภาวะผู้นา (Leadership) คือการท่ีผู้นาใช้อิทธิพลหรืออานาจหน้าท่ีที่มีอยู่ ต่อผู้อ่ืน ในสถานการณ์
ตา่ ง ๆ เพือ่ ใหเ้ กิดการปฏิบัติตามเป้า หมายท่กี าหนดไว้
๒. ภาวะผนู้ าในศตวรรษที่ ๒๑

๒.๑ มีวิสัยทัศน์ที่มีความหมาย มองไปข้างหน้า หลักการที่สาคัญคือ Where we want to go and
how to get there.

๒.๒ ส่ือสารได้อย่างดี สามารถนาเสนอวิสัยทัศน์ของตนเองให้ทุกคนใน องค์การทราบได้ว่า องค์การ
จะเดินไปทางไหน

๒.๓ เป็นบุคคลท่ีน่าเชื่อถือ ไม่โกหก ไม่หลอกลวง เป็นบุคคลท่ีกล้าได้กล้าเสีย และพร้อมจะเรียนรู้
จากประสบการณ์วางแผนแล้วต้องเดินหน้า อย่ากลัวผิด อย่าน่ังทับปัญหา ต้องปรับปรุงแก้ไขเปล่ียนแปลง
ไม่ให้เกิดปัญหาอีก

หน้า ๒.๔ มีสานึกและเช่ือม่ันต่อการเปลี่ยนแปลง กล้าคิดนอกกรอบ คิดเพื่อหลุดพ้น คิดโดยต้องให้เกิด
6 ความเช่อื มโยงในกรอบของโลกาภวิ ัฒน์ (Globalization) คดิ โดยมีมติ ิใหม่ ๆ

๒.๕ ต้องกล้าที่จะทาให้องค์การมีความกะทัดรัด คล่องตัวทาให้องค์การขนาดใหญ่มีจิตวิญญาณ ของ
องค์การขนาดเลก็ เพื่อตอบสนองตอ่ การเปลีย่ นแปลงไดเ้ รว็ ทสี่ ุด
๓. การเปลย่ี นแปลง (Change)

การเปล่ียนแปลง หมายถึงสภาวการณ์ของการปฏิบัติส่ิงหน่ึงสิ่งใดที่เป็นปัจจุบันอาจเพ่ิมหรือลดและ
เปล่ียนแปลงใหม่เก่ียวกับวิธีการปฏิบัติงานในองค์การด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้าง ลักษณะงาน
ความรูส้ มยั ใหม่ เทคโนโลยี รวมถึงทัศนคตแิ ละพฤติกรรมขององค์การ เพ่อื ใหเ้ หมาะสมกบั ปัจจบุ ันและอนาคต
๔. คณุ ลกั ษณะของการเปน็ ผนู้ าการเปลีย่ นแปลง

คุณลักษณะของการเป็นผู้นาการเปลี่ยนแปลง ในอดีตผู้นาธุรกิจปฏิบัติตนเสมือนเป็นผู้บังคับบัญชา
ทหารหรือกองทพั ท่ีออกคาสง่ั แลว้ ผู้ใตบ้ งั คับบัญชาต้องทาตามคาสัง่ แตค่ ุณลักษณะของผู้บรหิ ารหรอื ผู้นาในยุค
ปจั จุบนั จะแตกต่างจากยคุ ก่อน คือ

(๑) ความซื่อสัตย์ เป็นคุณลักษณะอันดับแรกท่ีเด่นที่สุด ความจริงใจ ตรงไปตรงมาเพ่ือสร้าง
ความไว้วางใจ

(๒) ความฉับไว การเปน็ ผนู้ าการเปลีย่ นแปลงควรแสดงใหเ้ ห็นอยา่ งชัดเจนกับบรรยากาศการ
ทางานทส่ี ร้างขึน้ มา ตอ้ งเป็นผ้ทู ย่ี ดึ หยุ่นพร้อมรบั ฟงั พนกั งานทง้ั หลาย

นกั บริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔

(๓) การเตรียมพร้อม แม้ว่าการเป็นผู้นาแห่งยุคใหม่ท่ีประสบความสาเร็จในการสร้าง หนา้
บรรยากาศการทางานขึน้ มาใหม่ แตย่ ังไม่เพียงพอเพราะความสาเร็จข้ันตอ่ ไปคือการเตรียมการให้ทุกคนพร้อม 7
อยู่ตลอดเวลา

(๔) ความต้ังใจเรียนรู้ใหม่ สิ่งท่ีเรารู้มิใช่ที่สุตอีกต่อไปเรายังต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ยัง
ต้องการความรู้ข้อมูลใหม่ๆ เพื่อไปเข้าถึงจุดสุดยอดแห่งการเป็นผู้นายุคการเปลี่ยนแปลงโดยยอมละทิ้ง
เครอื่ งมอื วิธีเกา่ ๆ ในอดตี ออกไปเสีย

(๕) นิสัยชอบผจญภัย การเป็นผู้นาการเปล่ียนแปลงมีความสามารถที่จะอยู่รอดในโลกของ
ความเร่งรีบฉับไวและสนุกไปกับมัน ต้องตัดสินใจรวดเร็ว ฉับไว จากข้อมูลที่มีอยู่โดยพนักงานทั้งหลายต้องมี
สว่ นร่วมในเหตกุ ารณ์นน้ั ๆ ดว้ ย

(๖) วิสัยทัศน์ ผู้นาที่ย่ิงใหญ่ท่ัวไปในประวัติศาสตร์ต้องมองให้เห็นเหตุการณ์ในอนาคต และ
ยงั สามารถแบง่ ปนั ให้กบั เพอื่ นร่วมงานได้

(๗) การเห็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเป็นท่ีตั้งการเป็นผู้นาในยุคก้าวหน้าน้ีพร้อมจะแบ่งปันแรง
ปรารถนาอนั แรงกล้าทจี่ ะทาใหโ้ ลกนีน้ ่าอยขู่ ้ึน
๕. การบรหิ ารจัดการการเปลี่ยนแปลง

- สรา้ งความรสู้ กึ จาเป็นเร่งดว่ นในการเปลีย่ นแปลง
- สร้างทมี งานรองรับ
- สรา้ งวสิ ยั ทัศน์ใหม่
- มงุ่ เนน้ การสอื่ สาร สรา้ งความเขา้ ใจ
- เพมิ่ อานาจให้ผู้อ่ืนรว่ มตดั สินใจ
- วางแผนงานอยา่ งมรี ะบบ
- ปลกู ฝงั แนวทางใหม่ๆ
๖. ความท้าทายของการเปน็ ผู้นาในการเปลย่ี นแปลงองคก์ ร
- ขนาดของการเปลีย่ นแปลง
- อตั ราของการเปล่ยี นแปลง
- ความเปล่ยี นแปลงทไ่ี มอ่ าจคาดเดาได้
- ผลกระทบทจ่ี ะเกิดข้นึ จากความเปลยี่ นแปลง
- ประเดน็ ที่สาคัญทส่ี ดุ ของการเปลย่ี นแปลง
๗. กาหนดขั้นตอนการเปลย่ี นแปลง
(๑) การร่วมกนั ระบุปัญหาขององคก์ รและแนวทางแก้ไข
(๒) สรา้ งแนวทางการบรหิ ารจดั การรว่ มกัน

นกั บรหิ ารงานทัว่ ไป รนุ่ ที ๘๔

(๓) ระบตุ วั ผู้นา
(๔) มงุ่ เนน้ ไปทีผ่ ลลพั ธ์ ไม่ใช่กจิ กรรม
(๕) เร่ิมตน้ จากระดับหน่วยงานย่อย ๆ
(๖) ตง้ั เป้าหมายความสาเร็จใหช้ ดั เจน
(๗) ติดตามและปรับกลยทุ ธอ์ ย่างต่อเน่ือง

๘. ประโยชนข์ องการบรหิ ารการเปลยี่ นแปลง
(๑) เตรียมพรอ้ มกบั การรับมือกับการเปล่ยี นแปลงอยเู่ สมอ
(๒) พฒั นาให้ทมี งานคุ้นเคยกบั เร่ืองการเปลี่ยนแปลง
(๓) ทาใหก้ ารเปลยี่ นแปลงเป็นเร่อื งของการพฒั นาทีมงานและองค์กร
(๔) กาจดั ข้อผดิ พลาดใหเ้ หลอื นอ้ ยทส่ี ุด
(๕) ดารงไวซ้ งึ่ พนกั งานท่ีมคี ณุ ภาพ
(๖) ผา่ นวกิ ฤตการเปลีย่ นแปลงไปได้อย่างราบร่นื
(๗) เกดิ ความภาคภมู ใิ จในฐานะผนู้ าการเปลยี่ นแปลง

หน้า ข้อคดิ ทีไ่ ด้
8 “ในการเปลยี่ นแปลงองคก์ ร คุณตอ้ งเปลยี่ นแปลงทต่ี ัวบุคคลเปน็ อย่างแรกและบางครั้งมนั หมายความ

วา่ คณุ ต้องเปล่ยี นแปลงตวั คุณเองด้วยเชน่ กนั ”
“ความสาเร็จอันยาวนานต้องมากจากการเปล่ียนแปลงท่ีคนแต่ละคนเสียก่อนแล้วองค์กรจึงค่อย

เปลย่ี นแปลงตาม”

นกั บริหารงานทัว่ ไป รุ่นที ๘๔

จิตอาสาพฒั นาตามปลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพ่อื ประโยชนส์ ุขแหง่ มหาชนชาวสยาม”

พระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รชั กาลที่ ๙

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช มหิตาธิเบศรามาธบิ ดี จกั รนี ฤบดินทร สยามนิ ทราธิราช
บรมนาถบพิตร ในวันบรมราชาภิเษก ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ณ พระที่น่ังไพศาลทักษิณ ใน
พระบรมมหาราชวัง พระองค์ได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการแก่ประชาชนชาวไทยวา่ “เราจะครอง
แผน่ ดินโดยธรรม เพือ่ ประโยชนส์ ุขแหง่ มหาชนชาวสยาม”

“ครอง” หมายถงึ ความรัก ความเมตตา ความรับผดิ ชอบ
“ธรรม” หมายถึง ความดีและความถูกต้อง
“ประโยชนส์ ุข” หมายถึง วธิ กี ารใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์นามาซง่ึ ความสขุ

จากพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี ๙ ได้มีการน้อมนามาเป็นแนวทาง หน้า
ปฏิบัติท่ีนามาสู่การบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖๕ และเป็น 9
ที่มาของการจดั ทายุทธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ความว่า
“รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาล
เพอ่ื ใช้เป็นกรอบในการจัดทาแผนต่าง ๆ ใหส้ อดคล้องและบูรณาการกันเพื่อใหเ้ กดิ เปน็ พลงั ผลักดันรว่ มกันไปสู่
เป้าหมายดังกล่าว การจัดทา การกาหนดเป้าหมาย ระยะเวลาท่ีจะบรรลุเป้าหมาย และสาระที่พึงมีใน
ยุทธศาสตร์ชาติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ ท้ังนี้ กฎหมายดังกล่าวต้องมีบทบัญญัติ
เก่ียวกบั การมีส่วนรว่ มและการรับฟังความคดิ เหน็ ของประชาชนทุกภาคส่วนอยา่ งท่วั ถงึ ดว้ ย”
และรัฐธรรมนูญยังได้กาหนดแนวทางการดาเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ในมาตรา ๒๕๓ ความ
ว่า “ในการดาเนินงานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน สภาท้องถ่ิน และผู้บริหารท้องถ่ิน เปิดเผยข้อมูล และ
รายงานผลการดาเนินงานให้ประชาชนทราบ รวมตลอดทั้งมีกลไกให้ประชาชนในท้องถ่ินมีส่วนร่วมด้วย ทั้งนี้
เป็นไปตามท่ีกฎหมายบัญญัติ” ซ่ึงก็ได้กาหนดไว้ในกฎหมายจัดตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท้ัง ๓ ฉบับ
ดังน้ี
(๑) พระราชบัญญัติสภาตาบลและองค์การบริหารส่วนตาบล พ.ศ. ๒๕๓๗ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติมถึง (ฉบับท่ี ๗)
พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๙/๑
(๒) พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และและท่ีแก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐
วรรคสอง

นกั บริหารงานท่ัวไป รุ่นที ๘๔

(๓) พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ และที่แก้ไขเพ่ิมเติมถึง (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔๕/๑
สรุปทง้ั ๓ พระราชบัญญตั ิดงั กล่าว กาหนดใจความสาคญั ไว้ว่า

“การปฏิบัติงานตามอานาจหน้าท่ีขององค์การบริหารส่วนตาบล เทศบาล และองค์การบริหารส่วน
จังหวัด ตอ้ งเป็นไปเพอื่ ประโยชนส์ ุขของประชาชน โดยวธิ กี ารบรหิ ารกจิ การบ้านเมืองทด่ี ี ให้คานงึ ถงึ การมสี ่วน
ร่วมของประชาชนในการจัดทาแผนพัฒนา การจัดทางบประมาณ การประเมินผลปฏบิ ตั ิงาน และการเปิดเผย
ขอ้ มูลข่าวสาร”

สามศาสตร์ – สอดประสาน ไดแ้ ก่
๑. ศาสตร์ชาวบ้าน คือ
- ชาวบา้ นถ่ายทอดใหล้ กู หลาน
- ปราชญ์ชาวบา้ นสง่ั สมภมู ิปญั ญา
๒. ศาสตร์สากล
- ความรสู้ ากลทวั่ โลก
- คนไทยไปเรียนรู้แล้วนามาถ่ายทอด

หน้า ๓. ศาสตรพ์ ระราชา
10 - พระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศานุวงศ์ทรงสั่งสม ทดสอบ แล้วทรงสนับสนุน

ส่งเสริมศาสตร์นั้น ๆ แกแ่ ผ่นดนิ ทั้งแก่รฐั และราษฎร
ศาสตร์พระราชา คือ แนวทางการพัฒนาอย่างรอบดา้ น มองการณ์ไกล และเน้นความยั่งยืน

ยาวนาน เปน็ แนวทางการพัฒนาทม่ี งุ่ ยกระดับคุณภาพชวี ติ ของคนไทยทุกหมู่เหลา่ เรยี กไดว้ า่ จากนภา ผา่ นภู
ผา สูม่ หานที แบง่ ได้ ๓ กลุม่ ใหญ่ๆ คอื

๑. การอนุรกั ษ์และฟื้นฟทู รัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม
๒. การบริหารจัดการ
๓. การพัฒนามนษุ ย์
ศาสตรพ์ ระราชามีดงั นี้
(๑) ดา้ นการพฒั นาดนิ คอื
- ปัญหาดนิ เปรยี้ ว ปรับปรุงและพัฒนาโดยใชโ้ ครงการแกล้งดนิ
- ปัญหาดินเค็ม ปรับปรุงและพัฒนาโดยการชะล้างเกลือจากดินและปรับปรุงดิน
ปลกู พชื คลุมดนิ เลอื กพนั ธุพ์ ืชที่เหมาะสม พืชทนดนิ เคม็ พืชชอบเกลอื และปรับเปลย่ี นพื้นทเ่ี พอื่ เลยี้ งสัตว์น้า
- ปัญหาดินเสื่อมโทรม ปรับปรุงและพัฒนาโดยการบารุงดินด้วยพืชตระกูลถั่ว และ
ใชป้ ุ๋ยคอก ปุ๋ยหมกั

นกั บรหิ ารงานทว่ั ไป ร่นุ ที ๘๔

- ปัญหาดนิ ดาน และปัญหาดนิ ถลม่ ปรบั ปรงุ และพฒั นาโดยการปลกุ หญ้าแฝก

(๒) ดา้ นการจดั การนา้ นา้ ทว่ ม นา้ เสยี โดยมีโครงการ ดงั นี้

- โครงการฝนหลวง เพื่อแกไ้ ขปญั หาน้าขาดแคลน น้าแลง้

- โครงการแก้มลงิ เพื่อแก้ไขปญั หาน้าทว่ ม คอื การสร้างเขอื่ น อ่างเกบ็ นา้

- โครงการกังหันน้าชัยพัฒนา อธรรมปราบอธรรม น้าดีไล่น้าเสีย ธรรมชาติช่วย

ธรรมชาตเิ พอื่ แก้ไขปญั หานา้ เสยี ในพน้ื ทตี่ า่ ง ๆ

(๓) ดา้ นป่าไม้ มพี ระราชปรัชญา “ปลูกต้นไมใ้ นใจคน” มที ฤษฎี คือ

- ทฤษฎปี ลกู ป่าในท่ีสงู - ทฤษฎีปลูกป่าโดยไม่ตอ้ งปลกู

- ทฤษฎีปา่ ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อยา่ ง - ฝา่ ยชะลอความชุ่มช้นื check dam

(๔) ดา้ นการเกษตร ได้แก่

- เกษตรผสมผสาน

- เกษตรทฤษฎีใหม่ คือการบริหารจดั การพน้ื ทเ่ี กษตรขนาดเล็กอย่างมีประสิทธิภาพ

ดงั นส้ี ระน้า ๓๐% นาข้าว ๓๐% พชื ไร่ พืชสวน ๓๐% ทอี่ ยู่อาศยั ๑๐%

- วนเกษตร

- ศึกษาวจิ ัยพืชพนั ธท์ ี่เหมาะสม หน้า
11
(๕) ด้านการบริหารจัดการ คือ การปฏิรูปการบริหารจัดการแบบ Single management

และแบบ One Stop Services ซึ่งจะเหน็ ไดจ้ ากศูนย์ศึกษาการพฒั นาอนั เนื่องมาจากพระราชดาริ

(๖) ด้านการพัฒนามนษุ ย์ ได้แก่

- พระราชทานโอกาสทางการศกึ ษา

- พระราชทานทนุ การศึกษา

- ทรงสง่ เสรมิ สนับสนุน และพฒั นาอาชีพ

- พระราชทานพระบรมราโชวาท/พระราชดารัสเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง

และดาเนนิ ชวี ติ ให้ถูกตอ้ งมคี ณุ ธรรม

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพัฒนาประเทศไทย

โดยใชห้ ลกั เข้าใจ เข้าถงึ พัฒนา ตลอดรัชสมยั

เข้าใจ คือ เข้าใจคน เข้าใจงาน เข้าใจเจ้านาย เข้าใจผู้ใต้บังคับบัญชา และเข้าใจเพ่ือน

ร่วมงาน โดยเราจะตอ้ งมองคนให้ออก บอกให้ได้ ใชค้ นให้เปน็

เข้าถึง คือ การทางานแบบมีส่วนร่วม เข้าถึงผู้รับบริการคือประชาชน ดูว่าประชาชนในพื้นท่ี

ตอ้ งการอะไร สร้างความเข้าใจ นอกจากน้ี ยงั ต้องใหป้ ระชาชนติดต่อเราให้งา่ ย

พัฒนา คอื เม่ือมีความเขา้ ใจ เขา้ ถึงแลว้ ก็จะนาไปสกู่ ารพัฒนาไดโ้ ดยงา่ ย

นกั บรหิ ารงานทัว่ ไป รุ่นที ๘๔

ศาสตรพ์ ระราชาสู่การพัฒนาทยี่ ่ังยนื
คือ การจัดทาแผนงาน/โครงการ เพ่อื ประชาชน แผนงานหรือโครงการนั้นเป็นความต้องการ

ของประชาชน และประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง คือ ทางสายกลาง ประกอบด้วย ๓ หว่ ง ๒ เง่อื นไข ดงั นี้

๓ หว่ ง ไดแ้ ก่

๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยไป และไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียน

หนา้ ตนเองและ ผอู้ ื่น
12 ๒. ความมีเหตผุ ล หมายถึง การตดั สนิ ใจเกีย่ วกับระดับความพอเพียง นั้น จะตอ้ งเปน็ ไปอย่าง

มีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัย ท่ีเก่ียวข้อง ตลอดจนคานึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทานั้น ๆ

อย่าง รอบคอบ

๓. มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง

ดา้ นตา่ ง ๆ ท่ีจะเกดิ ขึ้น

๒ เงื่อนไข ไดแ้ ก่

๑. เงื่อนไขความรู้ คือ ความรอบรู้เก่ียวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน เพื่อจะนา

ความรู้ เหลา่ น้ันมาพจิ ารณาใหเ้ ชอื่ มโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และระมดั ระวังในการปฏบิ ตั ิ

๒. เง่ือนไขคุณธรรม คือ มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความอดทน

มคี วามเพียร และมีการแบ่งปนั ใช้สติปัญญาในการดาเนินชีวิต

สิ่งท่ีสาคัญคือ คุณธรรม จะต้องพัฒนาให้เป็นคนดีมาก่อนคนเก่ง แต่ถ้าได้ท้ังดีและเก่งก็จะดี

มาก

แนวทางและหลกั การในการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพยี ง ประกอบดว้ ย

ความพอประมาณ คือ

๑. การจัดทาแผนโครงการท่มี คี วามเป็นไปไดภ้ ายใตง้ บประมาณท่ีมีอยู่

๒. ใช้งบประมาณไม่ฟมุ่ เฟอื ย ไม่ฟงุ้ เฟ้อ ไมเ่ กินตวั

นักบรหิ ารงานทว่ั ไป รนุ่ ที ๘๔

ความมเี หตผุ ล คอื
๑. ประหยัด มัธยัสถ์ ใช้งบประมาณตามแผน
๒. อาศยั หลักวิชาการพิจารณาอย่างรอบคอบ

มีภูมิคมุ้ กนั ในตวั ที่ดี คือ
๑. มีระบบตดิ ตามและประเมินผล
๒. มแี ผนบริหารความเสียง

ความรู้ คือ หน้า
๑. ขวนขวายหาความรู้ ร้รู อบ 13
๒. บูรณาการภารกจิ บทบาท และหนา้ ที่
๓. ถ่ายทอดความร/ู้ สรา้ งองคก์ รแหง่ การเรียนรู้

คุณธรรม คอื
๑. แผนงานโครงการท่เี กดิ ประโยชน์และเป็นธรรม
๒. โปรง่ ใส ตรวจสอบได้

การขับเคล่อื นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสูก่ ารพัฒนาท้องถ่ิน
เป้าหมาย คอื ประโยชนส์ ุขของประชาชน
การดาเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ได้แก่ การบริหารจัดการองค์กร แผนพัฒนา

ท้องถ่ิน ข้อบัญญัติงบประมาณท้องถิ่น จะมีภารกิจตามกรอบอานาจหน้าที่ตามกฎหมายจัดต้ังของ อบต.
เทศบาล อบจ. คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมอาชีพ การ
จัดการขยะ ๓Rs โรงเรียน/ ศูนย์เด็กเล็ก โดยการจัดทาแผนพัฒนาท้องถิ่นในโครงการใด ๆ จะต้องทาเพื่อ
ประโยชนส์ ขุ ของประชาชนเปน็ สาคญั
“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร
ตลอดไป”

พระปฐมบรมราชโองการพระบาทสมเดจ็ พระวชิระเกล้าเจ้าอยูห่ วั
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรทรงห่วงใย และทรงคานึงถึง
ความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสาคัญ และพระองค์มีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่ระเทศชาติม่ันคงและ
ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีข้ึน ด้วยมีพระราชประสงค์และได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพ่ือสืบ
สาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ และแนวพระราชดาริต่าง ๆ ในพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

นกั บรหิ ารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔

พระบรมราชนิ ีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เพ่อื สรา้ งสขุ แกป่ วงประชา และประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าทรงสืบสาน
รกั ษา ตอ่ ยอด โครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดาริ

- โครงการของในหลวง ร. ๙ ทค่ี งคา้ ง และ ร. ๑๐ มพี ระราชดาริให้ดาเนนิ การต่อโดยเรง่ ด่วน
๗๘ โครงการ

- โครงการท่ีมีพระราชดาริโดยตรง ๑ โครงการ คือ โครงการแก้ไขปรับปรุงอ่างเก็บน้าห้วย
ทรายขมิน้ ฯ จงั หวดั สกลนคร ทช่ี ารดุ เสยี หายจากพายุโซนร้อน "เซินกา"

- โครงการที่เกิดจากราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือ (ฎีกา) ซ่ึงเป็นโครงการพัฒนา
ดา้ นแหลง่ นา้ ทงั้ หมด และทรงรบั เป็นโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดาริ จานวน ๒๖ โครงการ

หน้า
14

นักบริหารงานทว่ั ไป รนุ่ ที ๘๔

การสง่ เสริมและพัฒนาบรกิ ารสาธารณะของท้องถน่ิ ท่ีมีคุณภาพ
ผบู้ รรยาย : นายอวยชัย พสั ดุรักษา ผูอ้ านวยการศูนยบ์ ริหารการศึกอบรม

พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545

ธรรมาภิบาล (Good Governance) หั ว ใ จ ข อ ง ธ ร ร ม
มาภบิ าล

ต้ “ โ ป ร่ ง ใ ส

อ ตรวจสจอึ ง บไ ดไ้ มดี ก้”า ร ต ร า พ ร ะ ร า ช

มี ง เกิด กฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ
การ เ ผล แ ล ะ วิ ธี ก า ร บ ริ ห า ร กิ จ ก า ร
สัม บา้ นเมอื งที่ดี พ.ศ.๒๕๔๒
ปร

ะเมิ

ส ม เ
า า กิ
ม ต ด


ไ หน้า
ป ม่ 15
ร มี
ะ ขั้

การปฏบิ ตั ิงานภายใต้ พรบ.บริหารราชการแผน่ ดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ที่ 5) 2545

มาตรา 52 กาหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทาหลักเกณฑ์การบริหารจิการบ้านเมืองท่ีดี อย่างน้อย

ต้องมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดข้ันตอนและการอานวยความสะดวกในหมวด 5 และหมวด 7 จึงเป็นท่ีมาของ

“การบริหารกจิ การบา้ นเมืองทดี่ ี” ท่อี งคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ทกุ แห่งต้องถอื ปฏบิ ตั ิ มี 7 ประการดังนี้

๛ บรหิ ารภารกจิ เพอื่ ประโยชน์สขุ ของประชาชน (ภายใต้กฎหมาย/ระเบยี บ)

๛ บรหิ ารงานเพือ่ ให้เกิดผลสมั ฤทธิต์ ่อภารกิจของรัฐ

๛ มีประสทิ ธิภาพและเกิดความคุ้มคา่ ในเชงิ ภารกิจของรัฐ

๛ ไมม่ ีข้นั ตอนการปฏบิ ตั งิ านเกินความจาเปน็

๛ ปรับปรงุ ภารกิจของส่วนราชการให้ทันตอ่ สถานการณ์

๛ อานวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน

๛ ประเมินผลการปฏบิ ัติราชการอย่างสมา่ เสมอ

นกั บรหิ ารงานทัว่ ไป รนุ่ ที ๘๔

ดังนน้ั จึงไดม้ กี ารตราพระราชกฤษฎกี า ว่าด้วยหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการบรหิ ารกจิ การบา้ นเมอื งทด่ี ี พ.ศ. 2546

ประโยชนท์ จ่ี ะไดร้ บั จากพระราชกฤษฎกี า
๑.รฐั สามารถกาหนดนโยบายและเปา้ หมายไดช้ ดั เจน
๒.สว่ นราชการและขา้ ราชการมีแนวทางในการปฏิบตั ิราชการที่มีมาตรฐาน

มคี ๓ว.าปมรโะปชราง่ ชในสไสดาร้ มบั าบรรถกิ วาดั รผทล่สี กะาดรวดการเวนดินเงราว็ นสไาดม้ ารถตรวจสอบและมีสว่ น

รว่ มในการบรหิ ารสว่ นรามชุ่งกใาหร้ประชาชน

เป็ นศูนย์กลาง

กาหนดแนวทาง

หนา้ ปฏิบตั ิดงั นี้ 2.วางระเบียบการ

16 1.เปิดเผยข้อมูล ควบคุมภายใน

การปฏบิ ัติงาน

3.เปิดเผยข้อมูล
งบประมาณ
รายจ่ายประจาปี

ห ลั ก ก า ร เ ปิ ด เ ผ ย ข้ อ มู ล
ขา่ วสาร

ทาเป็นลายลักษณ์อกั ษร  มกี ารลงชื่อ – สกลุ จริง  มที ีม่ าที่สามารถตอบกลับได้
 วิธีการตอบ ➢ ถามแคไ่ หน ตอบแคป่ ระเด็นน้ัน เช่น ถาม 1 ประเด็น ตอบ 1 ประเด็น /ถาม 2
ประเด็น ตอบ 2 ประเด็น / ถาม 3 ประเด็น ตอบ 1 ประเด็น เพราะถ้าตอบหมดจะมีคาถามใน 3 ข้อนั้น
กลบั มาอกี

นักบริหารงานท่วั ไป รนุ่ ที ๘๔

การบริหารภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิง
ภารกิจ
 กาหนดเป้าหมาย แผนการดาเนนิ งานระยะเวลาแลว้ เสรจ็
 จัดซื้อ/จดั จ้าง โดยเปดิ เผยและเทยี่ งธรรม
 การจดั ทาบญั ชีรบั เรือ่ งราวรอ้ งทุกข์/รอ้ งเรยี น และกาหนดระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา
 การสัง่ ราชการให้กระทาเปน็ ลายลักษณอ์ ักษร

K : การลดขน้ั ตอนการปฏิบตั งิ าน คือ การกระจายอานาจ
e

วิธyีการลงมือปฏิบัติงาน จะต้องพิจารณาก่อนว่ามีกฎหมายให้อานาจให้หรือไม่ ถ้ามี

:

อานาจใหไ้ วท้ าได้ถา้ ไม่มีทาไมไ่ ด้ เพราะถ้าทาจะมีหน่วยตรวจสอบเข้าตรวจสอบทนั ที ดงั น้ันตอ้ งพจิ ารณา

ว่าเขา้ องค์ประกอบของภารกิจของอปท.หรือไม่

: ทีใ่ ดมโี บนสั แสดงวา่ ทีน่ ้นั ผบู้ รหิ ารใหค้ วามสาคัญกับบุคลากรในองค์กร

กรณมี ีหนังสือร้องเรียน เสนอแนะ สอบถามจากประชาชนให้แจง้ ผลการดาเนนิ การภายใน

สิบห้าวัน (ม. 157) หรือภายในระยะเวลาทไ่ี ด้กาหนด หนา้
17
การทางานขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน ตอ้ งมกี ฎหมาย ระเบยี บ รองรับ
เสมอ

ภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
โดยสรปุ

 ดา้ นโครงสร้างพน้ื ฐาน (การคมนาคม สาธารณปู โภค สาธารณปู การ ผงั เมือง การควบคมุ อาคาร
 ดา้ นการส่งเสรมิ คณุ ภาพชวี ิต (สง่ เสรมิ อาชพี สวัสดกิ ารสงั คม นันทนาการ การศึกษา และสาธารณสุข)
 ด้านการจัดระเบียบชุมชน/สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย (การส่งเสริมการมีส่วนร่วม
ประชาชน

การปอ้ งกนั หรือบรรเทาสาธารณภัย)
 ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชยกรรม และการท่องเท่ียว (การวางแผนพัฒนาการ
ทอ่ งเทีย่ ว)
 ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตสิ ่ิงแวดลอ้ ม (การคุ้มครองดูแล บารุงรักษา
ปา่ ไม้

ท่ีดนิ น้า การจัดการส่งิ แวดล้อม)

นกั บรหิ ารงานทัว่ ไป รนุ่ ที ๘๔

 ด้านศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณแี ละภมู ิปัญญาท้องถนิ่ (ดูแลโบราณสถาน)
 ประเทศไทยเป็นสงั คมผู้สงู อายุตั้งแต่ เมอื่ เดอื น เมษายน 2564 (คนไทยท่มี ีอายุ 60 ปี เกิน 20 %)
 การดแู ลด้านสขุ ภาพ เน้นการดมื่ นา้ การออกกาลงั กาย

บริการสาธารณะท่ีอยู่ในอานาจหน้าท่ีของอปท. มี 2
ประเภท
การบรกิ ารสาธารณะเป็นหนา้ ทหี่ ลักของ อปท. ตามกฎหมายจัดตั้ง
การบริการสาธารณะเป็นภารกิจการถ่ายโอน
การออม หลกั สาคญั คอื การออม 10% ของรายได้

หนา้
18

นักบริหารงานทวั่ ไป รนุ่ ที ๘๔

หลกั และศลิ ปะการเขยี นหนงั สือติดต่อราชการ ผบู้ รรยาย : นางบญุ ช่วย แสงตะวัน

หลักการเขียนหนังสือ หน้า
การเขียนราหชรกือาเรรียบเรียงข้อความ ตามเร่ืองที่จะแจ้งความประสงค์ตามท่ีต้องการไปยังผู้รับหนังสือหรือผู้ที่ 19
ต้องการทราบหนังสือ น้ัน

ช นิ ด แ ล ะ รู ป แ บ บ ห นั ง สื อ
ราชการ
 หนังสือภายนอก เปน็ หนังสอื ติดตอ่ ราชการท่ีเป็นแบบพิธี ตดิ ต่อระหว่างสว่ นราชการหรือสว่ นราชการ
มถี งึ

หน่วยงานอื่นซ่ึงไม่ใช่ส่วนราชการหรือที่มีถึงบุคคลภายนอก (ครุฑขนาด 3 ซม.)
 หนงั สอื ภายใน (ครฑุ ขนาด 1.5 ซม.) ตอ้ งมี สาเนา คฉู่ บับ
 หนังสอื ประทบั ตรา
 หนงั สือสง่ั การ (คาสง่ั ระเบียบ ข้อบงั คบั )
 หนังสอื ประชาสัมพันธ์ (ประกาศ แถลงการณ์ ขา่ ว)
 หนังสือที่เจ้าหนา้ ท่ีจัดทาข้ึนหรือรับไว้เปน็ หลักฐานในราชการ (หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึก
หนังสอื อื่น) ไมจ่ าเปน็ ต้องใชก้ ระดาษบนั ทกึ ข้อความกไ็ ด้ มหี รอื ไมม่ สี าเนาคู่ฉบบั ก็ได้

- การเขยี นเลขหนา้ เช่น -1-, -2- อยหู่ า่ งจากหวั กระดาษ 2.5 - 3.0 ซม.
- ข้อความทบ่ี อกวา่ มีหนา้ ต่อไป ขอ้ ความน้ันจะไม่ส้นั เกนิ ไป ไม่ยาวเกนิ ไป ตามดว้ ยจุด 3 จุด
- หนงั สอื ภายใน หนงั สอื ภายนอก ต้องมี สาเนา ฉบับ
- ช้ันความลับของหนังสือ มี 3 ช้ัน ลับ ลับมาก ลับที่สุด ประทับอยู่เหนือตราครุฑ และด้านล่าง ของ
ทุกหนา้
หลกั การเขียนชอื่ เรื่องทีด่ ี
- ย่อใหส้ ั้นท่ีสุด เชน่ จัดซ้อื คอมพิวเตอร์, ขอซ่อมคอมพิวเตอร์
- เขียนให้เปน็ ประโยค หรอื วลี
- พอใหร้ ้ใู จความว่าเรื่องอะไร ขึน้ ตน้ ดว้ ยคากรยิ า เช่น ขอหารอื เก่ียวกับฯ, ขอจดั ส่งเอกสาร เปน็ ตน้
- แยกความแตกต่างจากเรื่องอ่ืนได้ เช่น การลงโทษขา้ ราชการพลเรือน
- เกบ็ คน้ อ้างอิงไดง้ า่ ย
- กรณมี ีหนังสอื แจง้ มาวา่ ขอยืมคอมพวิ เตอร์ หนังสือตอบใชช้ อ่ื เรอื่ งว่า การยมื คอมพิวเตอร์ จะไมน่ า
คาปฏิเสธมาใชใ้ นการต้ังชื่อเรื่อง

นกั บริหารงานท่วั ไป รุ่นที ๘๔

- หากขึน้ ตน้ ข้อความด้วยคาวา่ “ด้วย” ตามด้วยเหตทุ มี่ หี นังสอื ไป จะไม่มคี าวา่ “นน้ั ” ลงท้าย

- เทคนคิ การเขยี นใจความส่วนเหตุ ยดึ หลกั เกณฑ์ 5 W 1 H

เทคนิคการเขียนใจความสว่ นเหตุ

- คาทีม่ ักเขียนผิด เชน่ เฟซบุ๊ก ไลก์ อีเมล เว็บไซต์ ดจิ ิทัล อัปเดต คอมเมนต์ เมาส์ สเปก คลกิ

บลอ็ ก 5W WHO ? ใ ค ร
- ถอ้ ยคาสานวนภาษาราชการ WHAT ? ท า อ ะ ไ ร
WHERE ? ท า ท่ี ไ ห น
WHEN ? ท า เ ม่ื อ ไ ห ร่

1H WHY ? ท า ไ ม
HOW? อยา่ งไร

ถอ้ ยคาสานวนภาษาราชการทีไ่ มถ่ ูกต้อง ถอ้ ยคาสานวนภาษาราชการทถี่ ูกต้อง

พรอ้ มน้ีไดแ้ จ้งไปทางจังหวดั แล้วเหมือนกนั ท้ังนี้ ได้แจง้ ให้ทางจงั หวดั ทราบแลว้

ไม่มีข้อเท็จจรงิ อะไรเพ่ิมเตมิ ไม่มีข้อเทจ็ จรงิ อันใดเพ่ิมเตมิ

ประชาชนได้รับความเดือนร้อนแสนสาหสั ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเปน็ อยา่ งย่งิ

เครื่องบินตก ผโู้ ดยสารตายหมด ไมม่ ีใครรอด เครอื่ งบนิ ตก ผโู้ ดยสารเสียชวี ติ ทั้งหมด
ใหแ้ จ้งเร่ืองน้ีไปใหส้ ว่ นราชการทราบได้
หน้า ใหแ้ จง้ เรื่องน้ีไปไดเ้ ลย กรณนี ี้
20 เรอื่ งน้ี ในการน้ี

เรื่องน้นั เร่ืองดังกลา่ ว

เสร็จแล้ว แลว้ เสร็จ

เรยี บรอ้ ยแลว้ แล้ว

ยงั ไม่ไดท้ า ยังมไิ ด้ดาเนนิ การแตป่ ระการใด

ไมใ่ ช่ มิใช่

ถงึ ตอนนี้ บัดนี้

3 อาทิตย์ 3 สปั ดาห์

ไม่รวู้ า่ ไม่ทราบวา่

เวลาผา่ นมานานแลว้ ระยะเวลาไดล้ ว่ งเลยมาพอสมควรแลว้

ยังไม่ได้รบั แจ้งผลการพจิ ารณาเลย ยงั มไิ ด้รบั การแจง้ ผลการพจิ ารณาแตป่ ระการใด

ไม่ดี มชิ อบ ไม่สมควร

บอกว่า แจง้ ว่า

ชว่ ย อนุเคราะห์ สนบั สนนุ

เจอว่า พบวา่ ปรากฏวา่

นักบริหารงานทวั่ ไป รุ่นที ๘๔

ถอ้ ยคาสานวนภาษากฎหมาย
จะต้อง ต้อง ให้ มอี านาจ สามารถ อาจ อาจ..... ก็ได้ พึง ย่อม
ไดแ้ ก่ อาทิ เช่น เปน็ ต้น ฯลฯ กาหนดการ หมายกาหนดการ
ผลผลติ ➢ ใช้กับการเกษตร ผลิตผล ➢ ใชก้ บั อตุ สาหกรรม
เผยแพร่ ➢ ใชก้ บั ทางศาสนา เผยแพร่ ➢ ใช้กับท่วั ไป
หลีกเล่ียงถอ้ ยคาฟุ่มเฟือย เกินความจาเปน็

หนา้
21

นกั บริหารงานทวั่ ไป ร่นุ ที ๘๔

ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ (Incldent Command System)
ผบู้ รรยาย : นายประกาศ เปล่งพาณชิ ย์ นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผนชานาญการพิเศษ สาธารณสขุ ฯ
การเกิดภัยพิบัติ และเหตุการณ์ต่างๆ เช่น โรคติดต่อ ภัยธรรมชาติ เหตุการณ์จากมนุษย์ทาให้เกิด เช่น เพลิง
ไหม ภยั น้าทว่ ม สารเคมี อาชญากรรม การก่อการรา้ ย โรคระบาด

ICS Incldent Command System

➢ มาตรฐานการจัดการเหตุการณ์ ณ ท่เี กดิ เหตทุ ใ่ี ชไ้ ด้กบั ทุกภัย
➢ ใช้กบั เหตกุ ารณ์ทุกชนดิ ทกุ ขนาด ต้ังแต่เลก็ ทีส่ ุดถึงใหญ่ที่สุด
➢ เจา้ หน้าทเ่ี ผชิญเหตุ ทกุ หนว่ ยงาน ปฏิบตั หิ นา้ ทรี่ ่วมกันอย่างราบร่นื และมี ประสิทธิภาพ

เปา้ หมาย เพือ่

➢ ความปลอดภยั ของทกุ คนท่ีเกีย่ วข้อง

➢ ปฏิบัตงิ านโดยมีวัตถุประสงค์ กลยทุ ธท์ ถ่ี กู ตอ้ ง

หนา้ ➢ ใชท้ รพั ยากรอย่างคมุ้ คา่
22
ลักษณ ะสาคัญของ ใช้ภาษาท่ีเข้าใจง่าย เข้าใจตรงกัน
ICS

มาตรฐ การสถาปนาและมาองการบังคับบญั ชา

การบังคับ การสถาปนาและมองการบงั คบั บญั ชา
ลาดับและเอกภาพของการบังคบั บัญชา

การส่งั การร่วม Unified Command

การวางแผน การจดั การโดยยึดวัตถปุ ระสงค์
โครงสร้าง แผนเผชิญเหตุ LAP
การจัดการองคก์ ร
โครงสร้างองค์กรแบบ Modula
ช่วงการควบคุมทีเ่ หมาะสม

นักบริหารงานทัว่ ไป รุ่นที ๘๔

ลักษณะของ CIS หน้า
23
 Common Terminology
➢ การใชภ้ าษาทเี่ ข้าใจงา่ ย บทบาทและ
➢ หน้าท่ีตามโครงสรา้ งขององค์กร
➢ การจัดและสญั ลักษณ์พนื้ ท่ีปฏิบัตกิ าร
➢ รายละเอยี ดของทรัพยากร ประเภท ชนดิ ขนาด
➢ ชอื่ เรยี กตาแหน่งตา่ ง

 Chain of Command
➢ การใช้ภาษาท่ัวไปที่เข้าใจตรงกัน
➢ การติดต่อสือ่ สารควรใชภ้ าษาทงี่ า่ ย
➢ไม่ควรใช้ รหสั วิทยุ คายอ่ เฉพาะองค์กรหรือศพั ทเ์ ฉพาะวงการ

 การบัญชาการร่วม (Unified Command) เพ่อื ใหส้ ามารถตัดสนิ ใจร่วมกัน
 การโอนอานาจการบังคับบญั ชา เป็นการมอบอานาจการบังคับบญั ชา
 การจดั การโดยยดึ วตั ถุประสงค์ และตอ้ งแจ้งให้ผ้เู กย่ี วข้องทราบ

การจัดการตามวัตถุประสงค์ :
1. เขตา้ อใจนนโยบายและทิศทางการทางานของหน่วยงาน
2. ประเมินสถานการณ์
3. กาหนดวัตถุประสงค์การจัดการเหตฉุ กุ เฉิน
4. เลือกกลยุทธ์เดยี ว / หลายกลยทุ ธเ์ พ่อื บรรลวุ ัตถุประสงค์
5. ดาเนนิ การตามทิศทางทกี่ าหนด
6. ติดตามผลการดาเนินการตามความจาเปน็
7 การกาหนดวัตถุปะสงค์ทช่ี ัดเจน ระบุกิจกรรมที่ตอ้ งการทาให้สาเรจ็ ภายใตก้ รอบระยะเวลา
8. โครงสร้างองค์กรแบบ Modula เป็นแบบ ขยายตัวแบบ Top Down /ข้ึนอยู่กับขนาดความ
ซบั ซอ้ น หรือ Span of Control ชว่ งการควบคมุ คือ หลักการสาคญั ในการกาหนดโครงสรา้ ง
9. ชว่ งการควบคมุ Span of Control หัวหน้างาน 1 คน คอื ผใู้ ตบ้ งั คับบัญชา ไมค่ วรเกนิ 5 คน
10 การจดั การทรพั ยากรอย่างครบวงจร การจาแนก การขอรบั การส่งมอบ และสถานะทรัพยากร
11Incident Facility Map Symbols สัญลกั ษณ์แผนผังสถานทเี่ กิดเหตุ
12. การบรู ณาการดา้ นการสื่อสาร ตอ้ งมกี ารจัดทาแผนการตดิ ต่อ หรอื แผนการสอ่ื สาร
13. Information and intelligence ขอ้ มลู และข่าวกรอง

นกั บริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔

การบริหารและพฒั นาทรัพยากรบุคคล ผู้บรรยาย รศ.ดร. ทองฟู ศริ ิวงศ์

เนอ่ื งจากในโลกและสงั คมปจั จุบนั น้ันมกี ารเปล่ยี นแปลงของปัจจยั แวดล้อมอยา่ งตอ่ เนื่องและ

รวดเร็วมากขึ้นกว่าในอดีตและมีการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก ทั้งนี้เราต้องมีวิธีการอย่างไรในการ

ควบคุมและทางานในสถานการณท์ ี่เปลีย่ นแปลงตลอดเวลา

การเปล่ยี นแปลงภายใน (Internal Change)

1. การสร้างวิสยั ทัศน์ใหม่

2. การเปล่ียนตาแหนง่ งาน

3. การเปล่ียนหวั หน้างาน

4. การรับช่วงกจิ การต่อจากพอ่ สลู่ กู

5. การขยายตัวของธรุ กจิ

การเปลี่ยนแปลงจากภายในเป็นการเปล่ียนแปลงท่ีสามารถควบคุมได้เพราะว่าการ

เปลีย่ นแปลงประเภทนจี้ ะอยทู่ ก่ี ารวางแผนทางการบริหารงานของแต่ละองค์กร

การเปลี่ยนแปลงภายนอก (external change) การเปล่ียนแปลงภายนอกเป็นการเปล่ียนแปลงที่

เกิดข้นึ จากสถานการณ์แวดลอ้ มรอบๆ องคก์ ร

หนา้ 1. การเปลยี่ นผนั ทางการเงิน

24 2. การเปลย่ี นแปลงกลยทุ ธข์ องคู่แข่งภาวะตลาดภายในประเทศ
3. ภาวะตลาดภายนอกประเทศ ตลาดใหญ่ในต่างประเทศ

4. ซึ่งปัจจยั พวกนยี้ ากท่ีจะควบคมุ ได้

การบริหารทรัพยากรมนุษย์ต้องคานึงถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งสภาพแวดล้อมภายในและ

สภาพแวดลอ้ มภายนอก

Forces for Change แรงให้เกดิ การเปลยี่ นแปลง

External Forces Internal Forces

แรงภายนอก แรงภายใน

-Marketplace ตลาด -Changes in organizational strategy การ

-Governmental laws and เปลยี่ นแปลงในกลยุทธ์ขององค์กร

Regulations กฎระเบียบจากทางราชการ -Workforce changes การเปล่ียนแปลงในด้าน

-Technology เทคโนโลยี่ แรงงาน

-Labor market ตลาดแรงงาน - new equipment อุปกรณ์ใหม่

-Economic changes การเปลี่ยนแปลทาง - Employee attitudes ทศั นคตขิ องพนักงาน

เศรษฐกจิ

ทฤษฏภี เู ขานา้ แข็ง นักบรหิ ารงานท่ัวไป รุ่นที ๘๔

ส่วนทีอ่ ยูเ่ หนอื น้ำ สำมำรถมองเหน็ ไดง้ ่ำย
1. ความรู้
2. ทักษะความเชี่ยวชาญ

ส่วนทีอ่ ย่ใู ตน้ ้ำ ไมส่ ำมำรถเห็นได้
๑. แรงจงู ใจ
2. ลกั ษณะนสิ ัย
3. ทัศนคติ
4. ความเป็นตวั ตน

ส่วนทอ่ี ยเู่ หนือน้า สามารถมองเห็นได้ง่าย หน้า
1.1 ความรู้ คือ ความรู้ ไดจ้ ากการศกึ ษาเรยี นรู้ 25
1.2 ทกั ษะความเชีย่ วชาญ (Skills) คือ ความสามารถในการทางานทั้งทางร่างกาย และจติ ใจ

สว่ นทีอ่ ยู่ใต้นา้ ไมส่ ามารถเหน็ ได้
1.3 แรงจูงใจ คือ แรงจูงใจหรือแรงขับภายในท่ีทาให้เกิดพฤติกรรมท่ีมุ่งไปสสู่ ิ่งท่ีเป็นเป้าหมายของแต่

ละคน เชน่ การต้ังเปา้ หมายที่ทา้ ทาย และพยายามทาให้สาเร็จตามท่ตี งั้ ไว้ เปน็ ตน้
1.4 อปุ นสิ ยั คือ บุคลกิ ลักษณะประจาตวั ทอี่ ธิบายถึงแต่ละคน เปน็ ส่ิงท่ใี ช้ตอบสนองต่อสถานการณ์ใน

ชีวิตประจาวันอยู่ตลอดจนเกดิ ความเคยชิน เชน่ ลกั ษณะที่เป็นคนง่าย ๆ มีความยืดหยนุ่ เป็นตน้
1.5 ทัศนคติ คือ แนวคิด มุมมอง ค่านิยม และความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตนเอง หรือสิ่งที่

แตล่ ะคนเชอ่ื วา่ ตนเองเปน็ เช่น การที่คนมีความเชือ่ วา่ ตนเองเปน็ คนมีความม่ันใจ เป็นตน้
1.6 ความเปน็ ตัวตน คอื ลักษณะของบคุ คลทแ่ี ตกต่างจากบคุ คลอืน่ ซง่ึ เปน็ คุณลักษณะเฉพาะบุคคล

การจัดการทรพั ยากรมนุษย์
การวิเคราะห์งาน คอื การวเิ คราะห์งาน ความรบั ผิดชอบ ภาระหน้าท่ี และรวมตลอดไปถึง

การกาหนดคุณสมบตั บิ คุ ลากรท่สี มควรดารงตาแหน่งท่ีจะตอ้ งมีความรปู้ ระสบการณ์ ทักษะ และความสามารถ
อย่างไรทเ่ี หมาะสมกบั งาน

นกั บริหารงานทั่วไป รุ่นที ๘๔

กระบวนการวงแผนทรัพยากรมนุษย์ คือ วิเคราะห์สถานการณ์สภาพแวดล้อม วิเคราะห์บุ
คลกรทมี่ อี ยู่ วเิ คราะห์ตาลาดแรงงาน และการคาดการณ์ความต้องการบุคคล และตัดสินใจวางแผนทรัพยากร
มนุษย์

การสรรหา คือ การในการค้นหาบุคคลท่ีมีความรู้ความสามารถและมีทักษะท่ีเหมาะสมเพ่ือ
เข้ามาปฏบิ ัตงิ านในตาแหนง่ งานตามท่อี งคก์ รต้องการ ได้แก่ การสรรหาจากท้งั ภายใน และภายนอกองค์การ

การคดั เลือก คือ กระบวนการพิจารณาคดั เลือกบคุ คลท่ีจะมาทางานในองค์กร โดยพจิ ารณา
จากทักษะ ความสามารถ และคณุ สมบตั ิอ่นื ๆ ทีจ่ าเป็นเพ่อื การท างานอย่างใดอย่างหน่ึง โดยอาจจะใช้วธิ กี าร
ทดสอบ หรอื วธิ สี อบสมั ภาษณ์งาน

วธิ ีการทดสอบ สามารถจาแนกได้เปน็ 3 ประเภท คอื
1. การทดสอบความสามารพ
2. การทดสอบบคุ ลิกภาพและความสนใจ
3. การทดสอบการปฏบิ ัติงาน

การสมั ภาษณง์ าน แบ่งได้เปน็
1. การสมั ภาษณแ์ บบตวั ต่อตัว

หน้า 2. การสมั ภาษณ์แบบกลมุ่
26 3. การสมั ภาษณ์โดยกลุ่มผบู้ รหิ าร

4. การสมั ภาษณ์แบบกดดัน
5. การสมั ภาษณโ์ ดยเปิดเผยลกั ษณะงานทีแ่ ทจ้ ริง
การฝกึ อบรมและพฒั นา
การพัฒนา (Development) หมายถึง การดาเนินการส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้
ความสามารถ ทัศนคติ และประสบการณ์เพ่ิมขึ้น เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในตาแหน่งปัจจุบันได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ และพร้อมท่ีกา้ วหน้า เติบโตไปในอนาคต
การฝึกอบรม (Training) กระบวนการ หรือกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบเพ่ือให้ผู้เข้ารับ
การอบรมมีความรู้ ทักษะ ความสามารถ ทัศนคติ และประสบการณ์ท่ีเพิ่มข้ึน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ และบรรลุผลสาเรจ็ ตามเปา้ หมายขององคก์ าร
ท้ังน้ีจะฝึกอบรม หรือ พัฒนาต้องมีการวิเคราะห์บุคคลผลการปฏิบัติงาน ภายใต้
สภาพแวดล้อมภายใน และภายนอก ว่ามีความจาเป็นในการอบรมหรือไม่ หรือควรพัฒนาทักษะทางด้านใด
อีกท้ังการฝึกอบมก็มีหลายวิธี เช่น การบรรยาย การอภิปรายกลุ่ม การประชุม ทัศนะศึกษา โปรแกรมเรียน
ดว้ ยตนเอง หรือนอกจากการฝกึ อบรมอาจพัฒนาทกั ษาทางด้านตา่ ง ๆ เปน็ ต้น

นักบรหิ ารงานทว่ั ไป รุ่นที ๘๔

การประเมินผลการปฏิบัติงาน คือ กระบวนการที่ ผู้บริหารใช้พิจารณาผลการปฏิบัติงานของ หนา้
พนักงาน ว่า พนักงานปฏิบัติงานได้ในระดับใด เพ่ือ เปรียบเทียบกับมาตรฐานที่ตั้งไว้ รวมทั้งให้ข้อมูล 27
ย้อนกลับแก่พนักงานเพื่อทาให้มีการปรับปรุงการ ปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การประเมินผลมี
หลายวธิ ี เชน่

1. การประเมนิ ผลโดยใชส้ เกลการใหค้ ะแนน
2. การประเมนิ ผลแบบ 360 องศา
3. การประเมินผลโดยใชเ้ หตุการณส์ าคัญ
4. การประเมนิ โดยการเขยี นรายงาน การใช้มาตรฐานการทางานมาเปรียบเทยี บ
5. แรงงานสัมพันธ์ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มพนักงาน (สหภาพแรงงาน) และนายจ้าง
(ฝา่ ยจัดการ)
ความปลอดภยั และสขุ ภาพ
ความปลอดภัย คือ ความปลอดภัยท่ีเก่ียวข้องกับการป้องกันจากการบาดเจ็บของพนักงาน
จากอบุ ตั เิ หตุ
สขุ ภาพ คือ สขุ ภาพเก่ียวกับการมสี ขุ ภาพกายท่ดี แี ละอารมณข์ องพนักงานในท่ีทางาน

1. ผลประโยชน์เก้ือกูลตามกฎหมาย คือ ผลประโยชน์ที่บุคลากรได้รับจากการ
ทางาน เช่น ประกันสังคม ผลตอบแทนคนว่างงาน ค่าตอบแทนสาหรับคนทางาน การช่วยเหลือท่ีได้ตาม
กฎหมาย

2. ค่าตอบแทน คือ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่องค์การจ่ายให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ค่าใช้จ่ายนี้
อาจจ่ายในรูปตวั เงินหรือมิใช่ตวั เงินก็ได้ เพื่อตอบแทนการปฏิบตั ิงานตามหนา้ ที่ความรับผิดชอบ จูงใจให้มีการ
ปฏิบตั ิงานอย่างมปี ระสทิ ธิภาพส่งเสรมิ ขวัญกาลังใจของผู้ปฏบิ ตั งิ าน ทง้ั น้ีอาจแบ่งประเภทค่าตอบแทน ดังนี้

3. ค่าตอบแทนทางตรง เป็นคา่ ตอบแทนในรูปคา่ จ้าง เงนิ เดือน
4. ค่าตอบแทนทางอ้อม เป็นจ่ายตอบทีไ่ ม่ได้รวมอยกู่ ับคา่ ตอบแทนทางตรง
5. ค่าตอบแทนทไี่ มใ่ ช้ตัวเงิน
6. รางวัลท่ีเปน็ ผลมาจากความสาเร็จ

นกั บริหารงานทัว่ ไป ร่นุ ที ๘๔

กลยทุ ธก์ ารบรหิ ารจดั การองคก์ รสมัยใหม่
โดย ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภาวนิ ชนิ ะโชติ
องคก์ ารสมัยใหม่
ในช่วง 3 ศตวรรษที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเป็นยุคที่มีการนาสารสนเทศมาใช้เป็นเคร่ืองมือในการ
ติดต่อส่ือสารกันมากข้ึน มีการพัฒนาโครงสร้างข้อมูลสารสนเทศมาพร้อม ๆ กับโครงสร้างขององค์การท่ี
เปลย่ี นแปลงเพอื่ ให้ทนั กับเทคโนโลยแี ละสารสนเทศ (Mukheni,2002)
องคก์ ารในยุคข้อมลู สารสนเทศในปัจจบุ นั มบี ริบทท่ีแวดล้อมไปดว้ ยข้อมลู สารสนเทศทุกประเภท
มาจากทุกทิศทุกทาง จะเห็นว่าเม่ือบริบทแวดล้อมสังคม เปลี่ยนไป ทาให้การจัดโครงสร้างและการจัดการ
องค์การตอ้ งปรับเปลี่ยนตามไปอยา่ งรวดเร็ว
- ทฤษฎีการจัดการสมัยใหม่ยุคเร่ิมตันที่ทาให้การทางานมีระบบระเบียบ ตลอดจนมี
ประสทิ ธภิ าพ
และยังคงนิยมใช้มาถึงปัจจุบนั คือ POLC ซ่ึงเป็นทฤษฎีการจัดการท่ีใส่ใจกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ เร่ิม
ต้ังแต่การวางแผน การปฏิบัตกิ าร ไปจนถึงการประเมิน
การบรหิ ารจัดการ

หน้า POLC คือทฤษฎี
28 P - Planning / การวางแผน

O - Organizing / การจัดการองคก์ ร
L - Leading / ภาวะการเป็นผนู้ า
C - Controlling / การควบคุม
Planning การวางแผน
การวางแผน คือ การกาหนดกิจกรรมตลอดจนภาระกิจต่าง ๆ ที่ต้องปฏิบัติเอาไว้ในแต่ละ
ช่วงเวลา เพ่ือให้เป็นแนวทางตลอดจนทศิ ทางในการปฏบิ ตั ิงาน การวางแผนควรต้องมีการกาหนดวตั ถปุ ระสงค์
และข้นั ตอนทจ่ี ะทาใหบ้ รรลุผลตามที่ตอ้ งการ
การวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning) : การวางแผนกลยุทธ์นั้นไม่ใช่แค่การวาง
แผนการทางาน แตเ่ ปน็ การวางแผนยุทธศาสตร์ในการทาธุรกิจที่มีแผนครอบคลุมหลายมิติ ตลอดจนมกี ารวาง
พันธกิจอย่างชัดเจนเพื่อเป็นแนวทางของการใช้กลยุทธ์บริหารจัดการรวมไปถึงปฏิบัติการน่ันเองการวางแผน
เชิง กลยุทธน์ ั้นมักใช้ปฏิบตั งิ านกบั ฝ่ายบริหารตลอดจนระดบั หัวหน้างาน
-กาหนด วสิ ัยทศั น์ และ พันธกิจ ขององคก์ ร (Defining Organization Vision & Mission)
-สร้าง เปา้ หมาย และวตั ถปุ ระสงค์ ให้ชัดเจน (Setting Goals & Objectives)
-คดิ ค้นกลยทุ ธ์ทีโ่ ดดเด่น (Strategizing)

นกั บริหารงานทวั่ ไป รนุ่ ที ๘๔

-วางแผนปฏิบตั กิ ารเพื่อให้บรรลุเปา้ หมายท่วี างไว้ (Plan of Action to Achieve Goals)
-การบริหารเชงิ กลยทุ ธ์ หมายถงึ การวางแผน การดาเนินการและควบคุมในแนวทาง เชงิ กลยุทธ์
ซ่ึงจะช่วยใหก้ ารบรหิ ารเปน็ ไป อยา่ งมีประสิทธภิ าพ ประสิทธผิ ล และย่งั ยืน

ㆍกระบวนการบรหิ ารเชิงกลยุทธ์

ขั้นตอนที่ 1 กาหนดทศิ ทาง

ขั้นตอนท่ี 2 การประเมนิ องค์การและสภาพแวดลอ้ ม

ขัน้ ตอนท่ี 3 การกาหนดกลยุทธ์

ขนั้ ตอนที่ 4 การนากลยทุ ธ์ไปปฏบิ ตั ิ

ขน้ั ตอนที่ 5 การประเมนิ ผลและการเลือกทางเลอื กกลยทุ ธ์

ขนั้ ตอนการกาหนดกลยทุ ธ์

ขั้นตอนที่ 1 กาหนดทิศทาง (Formulating organization's mission/Goal setting)

เป็นการกาหนดทิศทางขององค์การจะประกอบด้วยการกาหนด วิสัยทัศน์ (Vision ) การ

กาหนดภารกจิ ( Mission ) และการกาหนดเป้าหมาย (Gold)

ขั้นตอนท่ี 2 การประเมินองค์การและสภาพแวดล้อม (Evaluation of organizational หนา้
29
resources & environmental opportunities and threats)

ในการประเมินสภาพแวดล้อมขององค์การนั้นจะประกอบไปด้วยการประเมินสภาพแวดล้อม

ภายนอก และการประเมนิ สภาพแวดลอ้ มภายใน โดยมีจดุ มุ่งหมายเพื่อให้ทราบถงึ

การประเมินสภาพแวดลอ้ มภายใน ทราบถึง

จดุ แข็ง (Strength -S) จุดอ่อน (Weakness -W)

การประเมินสภาพแวดล้อมภายนอก

โอกาส (Opportunity -O) และอปุ สรรค (Threat - T)

วธิ ีการวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอกองคก์ าร

1. สภาพแวดลอ้ มทั่วไป เชน่ เศรษฐกจิ การเมือง สังคม และเทคโนโลยี

2. สภาพแวดลอ้ มเกีย่ วกับงาน เปน็ การวเิ คราะห์เกย่ี วกับอุตสาหกรรม เชน่ คูแ่ ขง่ แรงงาน สนิ คา้

วิธีการวิเคราะห์สาพแวดลอ้ มภายในองคก์ าร ไดแ้ ก่

"4 M's ประกอบดว้ ย คน (Man) เงนิ (Money) วตั ถุดบิ (Material) และวิธกี าร / จัดการ

(Method/Management)

"8 M's โดยเพ่ิม เคร่อื งจกั รกล ( Machine ) การตลาด ( Market ) ขวญั และกาลงั ใจ (Morale)

และขอ้ มลู ขา่ วสาร ( Message )

นกั บริหารงานทว่ั ไป รุ่นที ๘๔

ขั้นตอนท่ี 3 การกาหนดกลยทุ ธ์ (strategy Formulation)
การกาหนดกลยุทธ์ เป็นการพัฒนาแผนระยะยาวบนรากฐานของโอกาสและอุปสรรค ท่ีได้จาก
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก และการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนท่ีได้จาการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
ภายใน โดยองค์การจะต้องกาหนดและเลือกกลยุทธ์ท่ีดีที่สุดท่ีเหมาะสมกับองค์การท่ีสุด โดยจะใช้เทคนิค
TOWS โดยคานึงถึงระดับที่แตกต่างกันของกลยุทธ์ด้วย 3 ระดับ คือ กลยุทธ์ระดับองค์การ (Corporate
Strategy) กลยทุ ธร์ ะดับธุรกิจ (Business Strategy) และกลยุทธ์ระดับปฏิบัติการ (Operational Strategy)
การกาหนดกลยทุ ธ์ทสี่ าคญั 4 แนวทาง
กลยุทธ์ที่ 1 กลยุทธ์เชิงรุก (SO Strategies) แนวทางนี้สาหรับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
ภายนอกและสภาพแวดล้อมภายใน ประกอบกันแล้วพบวา่ สภาพแวดล้อมภายในและสภาพแวดล้อมภายนอก
ตา่ งเปน็ จุดแข็งและเปน็ โอกาส ทีด่ ีขององค์การ
กลยุทธ์ท่ี 2 กลยุทธ์เชิงพัฒนา (WO Strategies) กลยุทธ์นี้สาหรับการวเิ คราะห์ภาพแวดล้อม
ภายนอกและสภาพแวดล้อมภายใน แล้วพบว่า สภาพแวดล้อมภายในเป็นจุดอ่อนขององค์การ ในขณะที่
สภาพแวดล้อมภายนอกเปน็ โอกาสสนบั สนนุ องค์การ
กลยุทธ์ที่ 3 กลยุทธ์เชิงรับ (ST Strategies) กลยุทธ์นี้สาหรับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม

หน้า ภายนอกและสภาพแวดล้อมภายใน แล้วพบว่า สภาพแวดล้อมภายในองค์การเป็นจุดแข็งท่ีส่งผลต่อ
30 ความสาเรจ็ ของธรุ กิจ แตใ่ นสภาพแวดล้อมภายนอกกลบั เป็นอปุ สรรคต่อองคก์ าร

กลยุทธ์ที่ 4 กลยุทธ์เชิงถอย (WT Strategies) กลยุทธ์น้ีสาหรับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
ภายนอกและสภาพแวดล้อมภายใน แล้วพบว่า ท้ังสภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน ต่างเป็นอุปสรรคและ
เปน็ จดุ อ่อนต่อการดาเนินกิจกรรมของธรุ กจิ

ขัน้ ตอนท่ี 4 การนากลยทุ ธ์ไปปฏบิ ตั ิ (Strategy Implementation)
การนากลยุทธ์ไปปฏิบัติ คือกระบวนการท่ีผู้บริหารแปลงกลยุทธ์และนโยบายไปสู่แผนการ

ดาเนินงาน กาหนดรายละเอียดล้านต่าง ๆ เช่น ด้านงบประมาณ หรือวิธีเการดาเนินงาน ซึ่งกระบวนการนี้
อาจจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงภายในด้านวัฒนธรรมโครงสร้าง หรือระบบการบริหาร เพ่ือให้สามารถ
ดาเนินการตามกลยทุ ธโ์ ดอ้ ยา่ งเป็นรปู ธรรม

ข้ันตอนที่ 5 การประเมนิ ผลและการเลือกทางเลอื กกลยทุ ธ์ (Evaluation and choosing
alternative strategy)

การประเมินผลกลยุทธ์และเลือกทางเลือกกลยุทธ์ เป็นน้าท่ีสาคัญท่ีเกี่รของกับการติดตาม
ตรวจสอบ ประเมินผล กลยุทธ์ ท่ีนาไปปฏิบัติ ท้ังน้ีในการนากลยุทธ์ไปปฏิบัติ ทั้งนี้ในการนากลยุทธ์ไปปฏิบัติ
นั้นมกั จะเกิดข้อผดิ พลาดทต่ี ้องการการปรบั ปรงุ เพ่ือใหแ้ น่ใจว่ากลยุทธน์ ั้นจะก่อให้เกิดผลการปฏิบัติงานท่ีตรง
ตามแผนทีไ่ ดต้ ง้ั ไวห้ รือไม่

นกั บริหารงานทวั่ ไป รนุ่ ที ๘๔

O - Organizing การจัดการองค์กร หนา้
- การจดั องค์การในยุคใหม่จะเน้นการจัดโครงสรา้ งที่ยดื หย่นุ สูง ปรับตวั ไดง้ ่าย เปน็ โครงสร้างท่ีมี 31

ชีวติ การจดั การและการปฏิบัตงิ านจงึ ไม่เน้นความเป็นทางการแตจ่ ะให้ความสาคญั กับการมสี ว่ นร่วมและความ
รว่ มมือรว่ มใจในการปฏิบัตงิ าน รวมถึงมลี ักษณะคล้ายพีรามดิ หวั กลบั

- การจัดความสัมพันธ์ระหว่างส่วนตา่ ง ๆ ขององค์การเพ่ือรวมกันเข้าเป็นองค์การ หรือฝ่ายต่าง
ๆ (กาหนดสายบังคับบัญชาและขอบเขตการควบคุม) แบ่งหน้าที่เป็นกลุ่มฝ่ายปฏิบัติงาน (line), กลุ่มฝ่ายให้
คาแนะนา(Staff)

- กาหนดโครงสรา้ งองค์กรให้ชดั เจนและไม่ทับซอ้ น (Formulate Organizational Structure)
- จดั สรรทรพั ยากรใหเ้ หมาะสมลงตวั (Resource Allocation)
- ออกแบบการทางานของแตล่ ะตาแหนง่ ให้ครบถ้วน (Job Design)
ผังโครงสร้างองคก์ ารจะแบง่ ออกเปน็ 2 รปู แบบ

1. รูปแบบการจดั องค์การจาแนกตามกลุ่มงาน
2. รปู แบบการจัดองคก์ ารจาแนกตามสายอานาจการบังคับบญั ชา
รูปแบบการจดั องค์การจาแนกตามกล่มุ งาน มี 5 แบบ
1. องค์การแบบตามหน้าที่
2. องคก์ ารแบบตามผลิตภัณฑ์
3. องค์การแบบตามพนื้ ท่ี
4. องคก์ ารแบบตามลกู ค้า
5. องคก์ ารแบบตามกระบวนการ
รูปแบบการจดั องคก์ ารจาแนกตามสายอานาจการบังคบั บัญชา
1. องคก์ ารตามสายงาน
2. องค์การสายงานหลกั และสายงานท่ีปรึกษา
โครงสร้างองคก์ ารใหเ้ หมาะสมกับธุรกจิ ขนาดเล็ก มี 3 แบบ
1. โครงสร้างองค์การแบบแนวราบ
2. โครงสรา้ งองคก์ ารแบบโมดูลาร์
3. โครงสร้างองค์การแบบเสมอื น
โครงสร้างองค์การแบบแนวราบ เปน็ รปู แบบโครงสร้างองค์การที่พยายามลดลาดับชั้นในการบริหาร
จัดการ มขี นาดของการควบคมุ มากขน้ึ โดยการเพิ่มอานางในการตัดสนิ ใจแก่พนกั งาน

นกั บรหิ ารงานท่ัวไป รนุ่ ที ๘๔

โครงสร้างองค์การแบบโมดูลาร์ เป็นรูปแบบโครงสร้างองค์การแบบพลวัด ลักษณะขององค์การทา
หน้าที่เป็นแกนกลางในการควบคุมงานของธุรกิจอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ในการใช้ลักษณะโครงสร้างแบบน้ีจะไม่มี
ความต้องการใชห้ นักงานทม่ี จี านวนมากแตจ่ ะเน้นการจา้ งงานธุรกจิ อน่ื ใหเ้ ป็นผู้รับเหมาชว่ ง

โครงสร้างองค์การแบบเสมือน เป็นรูปแบบโครงสร้างองค์การโดยการใช้พันธมิตรทางธุรกิจในการ
เชอื่ มโยงผู้ขายวตั ถุดิบ ลกู คา้ หรือคแู่ ชง่ โดยใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเช่ือมโยงระบบของทกุ องค์การเข้าด้วยกนั

Leading ภาวะการเป็นผูน้ า
ผู้นา คือ บุคคลท่ีมีอิทธิพลต่อกลุ่ม สามารถนาพาให้กลุ่มปฏิบัติงานสาเร็จบรรลุตามเป้าหมาย

ขององคก์ าร แหลง่ ท่ีมาของผนู้ าเป็นแบบทางการ เชน่ ผู้นาทีม่ าจากตาแหนง่ ทางการบริหารภายในองคก์ าร
ลกั ษณะของผนู้ า
1. สร้างภาวะผนู้ าและทศิ ทางของการทางาน (Leadership & Direction)
2. มไี หวพริบการตดั สินใจ (Decision Making)
3. กระตุ้นแรงจูงใจในการทางาน (Motivation)
4. ส่อื สารและประสานงานใหม้ ีประสิทธภิ าพ Coordination & Communication)

หนา้ ภาวะผ้นู าในองคก์ ารสมยั ใหม่จะมลี กั ษณะเป็นภาวะผู้นาการเปล่ยี นแปลง

32 1. ทฤษฎผี ู้นาแบบแลกเปลีย่ น
เป็นภาวะผู้นาที่กระตุ้นพนักงานให้ทางานตามที่ได้คาดหวังไว้โดยช่วยกาหนดความ

รับผิดชอบในงานการใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นากับผู้ตามโดยที่ผู้นาายงมรับความต้องการของผู้

ตามดว้ ยการใหว้ ัตถสุ ง่ิ ของมีค่าตามท่ีต้องการ แต่มีเงอ่ื นไขแลกเปลยี่ นให้ผู้ตามต้องทางานบรรลวุ ัตถุประสงค์ท่ี

กาหนดหรือปฏิบตั หิ น้าได้สาเร็จตามขอ้ ตกลง

2. ทฤษฎีผ้นู าเชิงปฏริ ปู หรอื แบบเปลยี่ นสภาพ

ผู้นาเชิงปฏิรูปหรือผู้นาแบบเปลี่ยนสภาพเป็นผู้นาท่ีใช้กระบวนการของการชักนาเพ่ือการ

เปลี่ยนแปลงมากกวา่ การคงที่เป็นผนู้ าท่ีกระตุ้นพนักงานให้ทางานโดยมีภารกิจที่มากขึ้น มีจุดมุ่งหมายทีส่ งู ข้นึ

มีความเชอื่ มั่นในความสามารถที่จะบรรลุภารกิจพิเศษทก่ี าหนดไว้อยา่ งชัดเจน

วิธกี ารสร้างความไว้วางใจในการเป็นผนู้ า คอื

การฝกึ ปฏิบตั ิในการรบั ฟัง

- ยุตธิ รรม - พูดจาด้วยความรสู้ ึกท่ดี ี

- บอกความจรงิ - แสดงความมนคง

- ทาตามสญั ญา - รกั ษาความลบั

- สามารถพสิ จู นใ์ นเรือ่ งความสามารถ

นักบริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔

การสื่อสารท่ดี ีมปี ระสิทธิภาพควรมีลกั ษณะดังนี้

(Model 9 c's)

1. ขอ้ ความมคี วามชัดเจน 6. ข้อความมีความถูกต้อง

2. ข้อความมคี วามสมบูรณ์ 7. ข้อความมคี วามนา่ เชอื่ ถอื

3. ข้อความมีความกระทดั รดั 8. ชอ่ งทางการสง่ สาร

4. มคี วามเปน็ รูปธรรม 9. มีความตอ่ เนอื่ งและแนน่ อน

5. เลอื กใชข้ อ้ ความเหมาะสมกับโอกาส

สือ่ สารด้วยความมัน่ ใจ (Communication of Self-confidence) ผนู้ าทส่ี อ่ื สารเร่อื งราวตา่ ง ๆ

ด้วยความม่ันใจดูจะเป็นท่ียอมรับว่ามีความสามารถพิเศษ ความสาเร็จของการเปลย่ี นแบ่ลงกลยุทธด์ ้านต่าง ๆ

จะต้องส่ือถึงความเช่ือมั่น จากความมั่นใจของผู้นาจะเป็นแบบอย่างของผู้ตาม ความรู้สึกของผู้ตามที่เช่ือว่า

ผู้นามีความรู้วิธีการที่จะทาให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ และเป้าหมาย ย่อมตั้งใจทางานหนัก เพื่อสนับสนุนการ

ปฏิบัติงานของผู้นา น่ันก็คือ เพ่ิมโอกาสของความสาเร็จของงาน อันเนื่องมาจากการมีการส่ือสารด้วยความ

มนั่ ใจ

C - Controlling การควบคุม

การควบคุมคือ การดูแลบุคลากรตลอดจนการทางานต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ หนา้
33
ตลอดจนการตดิ ตามประเมินผลว่าการปฏิบัติงานน้ันเป็นไปตามที่วางไว้หรือไม่ บรรลุวัตถปุ ระสงคห์ รือเปล่า มี

ความสาเร็จมากน้อยเพียงไร การควบคุมนั้นยังหมายถึงการจัดการกับปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เพ่ือให้

เกดิ ผลกระทบกบั การทางานน้อยที่สดุ อกี ดว้ ย

- สร้างระบบการทางานให้ใด้มาตรฐานเพื่อให้การทางานราบรื่น ( Process & Standards)

ติดตามผล รายงานผล ประเมินผล (Review & Evaluation

- ปฏิบตั ิการอย่างถกู ต้องตามมาตรฐานทีว่ างไว้ (Corrective Action)

ㆍปัจจบุ ันเครื่องมอื ในการควบคมุ และการ
ประเมินผลการทางานนั้นมีออกมาให้ใช้มากมายการประเมินผลท่ีเป็นท่ีนิยมในวงกว้างมาก

ที่สุดในตอนนี้ก็เห็นจะเป็นเคร่ืองมือท่ีเรยี กวา่ เคร่ืองมือตัวชี้วัดผลการดาเนินงานที่สาคัญ (Key Performance
Indicator: KPI) ดชั นีชีว้ ัดน้ีสามารถนามาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์หลายดา้ นกบั องค์การ เชน่ กัน

องคป์ ระกอบของผลการปฏบิ ตั งิ าน 4 มมุ มอง ไดแ้ ก่
1. มมุ มองดา้ นการเงิน (Financial Perspective)
2. มมุ มองด้านลกู คา้ ( Customer Perspective)
3. มมุ มองด้านกระบวนการภายใน (Internal Perspective)
4. มมุ มองดา้ นการเรียน (Learning and Growth Perspective)

นกั บรหิ ารงานท่ัวไป ร่นุ ที ๘๔

การกาหนดตัวชีว้ ัดผลการดาเนินงานท่ีสาคัญตามหลกั การ SMART
ตวั S คือ specific หมายถึง ตวั ช้ีวดั ผลการปฏิบัติงานจะต้องมคี วามเฉพาะเจาะจง เรยี บง่าย

ไม่สลับชับซอ้ น ม่งุ เน้นสิง่ ทเ่ี ราตอ้ งการวัตผิ ลให้เกิดขนึ้ แสดงิ ชดั เจนวา่ ต้องการวัดผลลัพธอ์ ะไร
ตัว M คือ Measurable หมายถึง ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานจะต้องมีการวัดผลได้จริง

สาหรับการวดั ผลการปฏิบัติงานน้ันควรมีการวัดเป็นเชงิ ปริมาณ โดยมีการกาหนดจานวนวดั ผลอย่างซัดเจนให้
เกิดการวัดทีเ่ ปน็ ตัวเลขอย่างเปน็ รปู ธรรมสิ่งต่าง ๆ ทตี่ อ้ งการ

ตัว A คือ Attainable หมายถึง ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานจะต้องมีความสามารถปฏิบัติ ให้
สาเร็จผลได้ เป็นเป้าหมายท่ีทาให้พนักงานรู้สึกได้ถึงความท้าทาย (challenge) ในตนเอง จะทาให้เห็นว่ามี
โอกาสทาไดส้ าเร็จจริง

ตัว R คือ Relevant หมายถึง ตัวช้ีวัดผลการปฏิบัติงานจะต้องเช่ือมโยงกับวิสัยทัศน์ พันธ
กิจ กลยุทธ์และเปา้ หมายหลกั ขององค์การ เพอื่ ทาใหเ้ กิดความสาเร็จตามความ คาดหวงั ขององคก์ าร

ตัว T คือ Time-related หมายถึง ตัวช้ีปฏิบัติงานจะต้องมีกาหนดระยะเวลา ท่ีแน่นอนมี
กรอบระยะเวลาในการวัดอย่างชัดเจน โดยมีการกาหนดช่วงระยะเวลาที่ ชัดเจนตามรอบการประเมินผลการ
ปฏบิ ตั ิงานและชว่ งระยะเวลาในการตรวจสอยผล

หนา้ การประเมนิ ผลดว้ ยเครือ่ งมอื ในการต้ังเป้าหมายเพอื่ วัดผลความสาเร็จ (OKRs)
34 ㆍกาเนิดขึ้นคร้ังแรกเม่ือปี ค.ศ.1970 แถมเป็นการนาเอาหลักการดั้งเดิมอย่าง MBO มา

ประยุกต์ใหม่ให้เหมาะสม โดยนักบริหารชื่อตังอย่าง Andy Grove ประธานคณะกรรมการบริหาร Intel
Corporation โดยไต้นาหลักการบริหารน้ไี ปใชก้ ับบริษทั จนประสบความสาเรจ็

ㆍ Andy Grove ได้รับการยกช่องว่าเป็น Father of OKRs หลังจากน้ัน John Doer ผู้ท่ี
เคยร่วมงานกับ Andy Grove มาก่อน ก็ได้นาเอาหลักการบริหารแบบ OKRs น้ีมาใช้กับ Google จนทาให้
Google ประสบความสาเรจ็ และโด่งดังอยา่ งทุกวันนี้

ขอ้ ไดเ้ ปรียบของเครื่องมอื OKRs
- ความยดึ หย่นุ และทนั ต่อการเปลยี่ นแปลง
- เปดิ โอกาสให้เกดิ การเรียนรู้
- เพ่มิ ขดี ความสามารถ
- ใหค้ วามสาคญั กบั การพัฒนาพนักงาน
- ใหโ้ อกาสสาหรบั ความคิดสรา้ งสรรค์
- การให้รางวัลในภาพรวม
- เป้าหมายมกี รอบระยะเวลาที่ชดั เจน

Controlling การควบคมุ

นกั บริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔

1. ควรตั้งเป้าหมายให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักขององค์การ และเป้าหมายย่อยควร หนา้
สง่ เสรมิ เปา้ หมายใหญใ่ หส้ าเรจ็ ได้ 35

2. ไม่ควรต้ังเป้าหมาชที่ต่าหรือสูงเกินไป บรรลุเป้าหมายได้ง่าย เพราะจะไม่ก่อให้เกิด
แรงผลกั ดนั หรอื แรงกระต้นุ ในการทางานทมี่ ีประสิทธภิ าพ

3. พนักงานทุกคนต้องมีเป้าหมายพนักงานทุกคนต้องกาหนด OKRs ของตนเองซ่ึงแต่ละ
แผนกหรือบคุ คลไม่จาเปน็ จะต้องมีเปา้ หมายเหมือนกัน

4. การตง้ั เป้าหมายท่ีดจี ะสามารถบง่ บอกถึงวิถบี รรลุเป้าหมายได้อยา่ งชัดเจน
Netflix

-5 วัฒนธรรมองค์กรสุดโต่งที่ทาให้ Netflix ย่ิงใหญ่ท่ีสุดในโลกสตรีมมิ่งเน็ตฟลิกซ์
แพลตฟอร์มสตรีมม่งิ ภาพยนตร์และรายการโทรทัศนบ์ นโลกออนไลนท์ ี่ยง่ิ ใหญ่ที่สุดในปจั จบุ ันการนั ตดี ว้ ยมูลค่า
หุ้นในตลาดสูงเป็นยันตับ 1 แซงหน้าดิสนีย์ เบ้ืองหลังสาคัญเป็นพลังขับเคล่อื นเน็ตฟลิกซ์ คือ เหล่าพนักงานท่ี
อยู่ภายใต้วัฒนธรรมองค์กร รีด แฮสดิงส์ ผู้ก่อต้ังเน็ตฟลิกซ์ และ แพตต้ี แมคคอร์ดหญิงสาวผู้รับตาแหน่ง
Chief Talent Officer

วิธีคดิ ในการสรา้ งวัฒนธรรมองค์กรสไตลเ์ น็ตฟลกิ ซ์
เน็ตฟลิกซเ์ ปน็ องคก์ รที่ใหค้ ณุ คา่ กับความโปรง่ ใส ความยอดเยยี ม เคารพซง่ึ กนั และกัน และ

เปิดรับความหลากหลาย แต่สิ่งที่พเิ ศษสาหรับเน็ตฟลกิ ซ์ มอี ยู่ 5 ขอ้ คือ
1. ส่งเสรมิ ใหพ้ นักงานไดต้ ัดสนิ ใจดว้ ยตัวเองอยา่ งมอี ิสระ
2. ทุกข้อมลู ตอ้ งเปิดเผยอย่างกวา้ งขวางและเท่าเทียม
3. ต้องวจิ ารณ์กนั ตอ่ หนา้ หา้ มพดู ลบั หลัง
4. เกบ็ แตค่ นท่ีทางานเก่งไว้เท่านัน้
5. มีกฎระเบยี นใหน้ อ้ ยที่สดุ

นกั บรหิ ารงานทว่ั ไป รุ่นที ๘๔

การจัดทาแผนปฏบิ ัตกิ ารและแผนยทุ ธศาสตร์
ส่ิงที่ตอ้ งร้ขู องข้าราชการทม่ี สี มรรถนะสงู
1. ตัวเองรู้ว่ากาลังทาอะไร มีหน้าท่ีอะไร ระดับหน่วยงาน รู้ว่าตั้งข้ึนมาเพ่ืออะไร รู้ว่าใครคือ
ผู้รบั บรกิ าร รวู้ า่ ต้องการอะไร รจู้ ักเปา้ หมาย คือ ผลลพั ธ์ ผลสาเรจ็ ผลผลิต รู้ทรัพย์สิน รูก้ ฎหมายทตี่ ้องใช้
ในการทางาน รู้ข้ันตอนว่ามีอะไรบ้าง รู้จักการสร้างเครือข่าย การวางแผน คือ การกาหนดกิจกรรมใน
อนาคตทีส่ ามารถสบื ค้นขอ้ มลู ในอนาคตได้ เพือ่ ไปสูผ่ ลสาเร็จ
Planning History
Sectoral Plan คอื แผนรายสาขา ต่างคนตา่ งทา
Intersectoral Plan คือ แผนทีม่ ีความเชื่อมโยงกนั
Comprehensive Plan คือ แผนรวม แผนแม่บท ใครคิดอะไรได้ใสไ่ วใ้ นแผนหมด
Strategic Plan คอื เร่ืองสาคัญ ไม่ทาไม่ได้
การวางแผนต้องอยู่บนพ้ืนฐานของข้อมลู ตรงประเด็นถูกต้องครบถว้ นทันสมยั สงิ่ ทีผ่ ูบ้ รกิ ารต้องมีต้อง
รู้ 1. นาความคิดไปทิศทางใด 2. เร่ืองสาคัญหรือประเด็นยุทธศาสตร์มีอะไรบ้าง 3. พนักงานต้องเก่ งดีมี
ความสขุ 4. พฒั นากระบวนการสรา้ งคุณค่าการบรกิ ารประชาชนสนับสนุนอานวยความสะดวกให้กบั เจา้ หนา้ ที่

หน้า Sustainable Development GOALS (SDG) เป้าหมายการพัฒนาอยา่ งยั่งยืนท้ัง 17 เปา้ หมาย
36 เพ่ือให้แน่ใจว่าโลกจะดีข้ึนภายในปี 2573 เป้าหมายเหล่านี้คือการเรียกร้องให้มีการดาเนินการเพื่อยุติความ

ยากจน ปกป้องโลก และทาใหท้ ุกคนมคี วามสงบสขุ และความม่งั ค่งั เปา้ หมายการพัฒนาท่ยี ั่งยนื มีแนวทางและ
เป้าหมายท่ีชัดเจนสาหรับทุกประเทศเพ่ือให้สอดคล้องกับลาดับความสาคัญในการพัฒนาของตนเอง เราควร
จะเลอื กทางเลอื กที่เหมาะสมในการปรับปรุงชวี ิตสาหรบั คนรนุ่ ตอ่ ๆ ไป ดงั น้ี

๑. ยตุ ิความยากจนทุกรูปแบบในทกุ ท่ี ไมม่ ีความยากจน เศรษฐกจิ พอเพยี ง เรม่ิ ตน้ ท่ีตัวเรา คณุ ธรรม
นาความรู้ ซ่ือสัตย์สุจริต ขยัน อดทน มีสติปัญญา แบ่งปัน สามห่วงประกอบด้วย ๑) พอประมาณ ทาได้สม
ฐานะของตนเอง ๒) มีเหตุผล ๓) มภี มู คิ ้มุ กันในตัวเอง

แผนรับและรุก มี ๓ ระยะ ๑) Cope พร้อมรับ ๒) Adapt ปรับปรุงให้ดีข้ึน ๓) Transfer ปรับ
โครงสร้างในการดาเนินงาน เพอ่ื ให้สามารถเปล่ยี นวธิ กี ารดาเนินงาน

สมดุลมี ๔ ประการ สมดลุ เศรษฐกจิ สงั คม ส่งิ แวดลอ้ มไม่ถกู ทาลาย วฒั นธรรมไม่สญู หาย
๒. ยุติความหวิ โหย บรรลคุ วามม่นั คงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และสง่ เสรมิ เกษตร กรรมที่
ย่งั ยืน ไมม่ คี วามหวิ โหย food Loss
๓. สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสาหรับทุกคนในทุกวัย
สขุ อนามัย สร้าง นา ซอ่ ม

นักบริหารงานท่วั ไป รนุ่ ที ๘๔

๔. สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุน หนา้
โอกาสในการเรยี นรู้ตลอดชวี ิต การศึกษา ประเทศไทยเปน็ อันดบั ๘ ของอาเซียน 37

๕. บรรลคุ วามเสมอภาคระหว่างเพศและให้อานาจของผ้หู ญิงและเด็กหญิงทุกคน เพศสภาพ ใหเ้ กิด
ความเทา่ เทียม

6. สร้างหลกั ประกันเรือ่ งน้าและการสขุ าภิบาลให้มกี ารจัดการอย่างย่งั ยืน และมีสภาพพรอ้ ม
7. สร้างหลักประกันว่าทุกคนเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ในราคาที่สามารถซ้ือหาได้ เชื่อถือได้ และ
ยงั่ ยนื
8. ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเน่ือง ครอบคลุม และย่ังยืน การจ้างงานเต็มท่ี และมีผลิต
ภาพ และการมงี านท่สี มควรสาหรบั ทกุ คน
9. สร้างโครงสร้างพื้นฐานท่ีมีความทนทาน ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมท่ีครอบคลุมและย่ังยืน
และสง่ เสริมนวัตกรรม
10. ลดความไมเ่ สมอภาคภายในและระหว่างประเทศ
11. ทาให้เมอื งและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มคี วามปลอดภัย ทัว่ ถงึ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและ
ยงั่ ยนื
12. สรา้ งหลกั ประกันใหม้ แี บบแผนการผลติ และการบริโภคที่ย่ังยนื
13. ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบท่ีเกิดข้ึน
14. อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเลและทรัพยากรทางทะเลและทรัพยากรทางทะเล
อย่างยัง่ ยนื เพอื่ การพัฒนาทีย่ ั่งยืน
15. ปกปอ้ ง ฟืน้ ฟู และสนบั สนุนการใชร้ ะบบนเิ วศบนบกอยา่ งย่ังยนื จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ตอ่ สู้
การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเส่ือมโทรมของท่ีดินและฟ้ืนสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสีย
ความหลากหลายทางชวี ภาพ
16. ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุม เพ่ือการพัฒนาท่ีย่ังยืน ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรม
และสร้างสถาบันท่ีมปี ระสทิ ธผิ ล รบั ผดิ ชอบ และครอบคลุมในทกุ ระดบั
17. เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดาเนินงานและฟ้ืนฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลก
สาหรบั การพฒั นาทีย่ ่ังยืน
ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็น
กรอบในการจัดทาแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน อันจะก่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่
เปา้ หมายดงั กลา่ ว ตามระยะเวลาทกี่ าหนดไวใ้ นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)
๑. ด้านความม่ันคง ประเทศชาตมิ ่ังคงประชาชนมีสขุ
๒. ดา้ นการสร้างขดี ความสามารถในการแขง่ ขัน ยกระดับ ศักยภาพในหลากหลายมติ ิ

นกั บรหิ ารงานทัว่ ไป ร่นุ ที ๘๔

๓. ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัยให้เป็น
คนดี เก่ง และมคี ุณภาพ

๔. ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้าในทุก
มิติ

๕. ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เติบโต สมดุล ยั่งยืน ทั้ง
เศรษฐกจิ ส่ิงแวดลอ้ ม และคณุ ภาพชวี ิต

๖. ดา้ นการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบรหิ ารจัดการภาครัฐ ภาครฐั ของประชาชนเพ่อื ประชาชน
และประโยชน์ส่วนรวม

ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาทอ้ งถิ่น
สิ่งแรกคอื วเิ คราะห์นโยบายผ้บู ริหาร (นโยบาย สิง่ ท่ตี ดั สนิ ใจจะทา โดยแยกแยะใหเ้ ห็นองค์ประกอบ
แผนยุทธศาสตร์ ความหมาย: แผนยุทธศาสตร์เป็นการกาหนดแนวทางหรือวิธีการ เพื่อเป็นแนวทาง
ในการปฏบิ ัติเพ่ือใหบ้ รรลุเป้าหมายที่คาดหวังในอนาคตอย่างเป็นระบบโดยเน้นท้ัง “เชงิ รุก” และ “เชิงรับ” รู้
อดตี คิดใหเ้ ปน็ ปจั จุบนั มุ่งม่นั เพื่อความย่งั ยืนในอนาคต “พัฒนาควบคกู่ ับการสรา้ งภมู ิคุ้มกัน”

หนา้ Policy Typology ประกอบดว้ ย
38 Regulation กฎระเบยี บขอ้ บังคบั ตามอานาจหน้าที่

Distribution การกระจาย ให้ทุกคนได้รับบริการอย่างท่ัวถึง ข้อพึงระวัง ต้องได้มาตรฐานและเป็น
ทางการ อยา่ ใหต้ กหล่น อย่าใหม้ ีการสวมสทิ ธิ

Redistribution การแจกจ่ายซ้า สาหรบั กลุ่มเปราะบาง กลมุ่ ทต่ี อ้ งการการดแู ลเปน็ พิเศษ
Institution เครือข่าย กรณีเป็นอานาจหน้าที่แต่เกินขีดความสามารถ ต้องขอความช่วยเหลือ สร้าง
เครอื ข่าย กรณีไม่ใชอ่ านาจหน้าท่ี แต่เป็นความตอ้ งการของคนในพื้นที่ ขอรบั การสนับสนุน
ประโยชน์ของ SWOT ได้ทาตามหนังสือส่ังการ ทาตามประเพณี ทาตามหัวหน้าบอก ทาตาม
วิทยากรบอก ทาตามโครงการท่ตี ้ังไว้
จุดอ่อนของ SWOT ไม่รู้จะสู้กับใคร ไม่มีข้อมูล ไม่มีเกณฑ์แบ่ง ไม่รู้เม่ือไรถึงจะพอ ใช้อยู่ในประเทศ
ดอ้ ยพัฒนา
เมอ่ื ใดประเด็นยุทธศาสตรต์ อ้ งนามาทาแผน
๑. เป้าประสงค์ คอื ผลลพั ธส์ งู สดุ ทเี่ ราตอ้ งการบรรลใุ นประเดน็ ยทุ ธศาสตร์นน้ั
๒. เปา้ หมาย คอื การแบ่งเป้าประสงค์ ไปสู่ผลลพั ธ์หรอื ผลสาเร็จทส่ี ามารถบอกค่าเปน็ ตวั เลขได้
ในการแปลงเปา้ ประสงค์เปน็ เป้าสาเร็จ แปลงได้ ๔ มติ ิ
๑. ระดับผลสาเรจ็ ณ จดุ ใดจดุ หนง่ึ (Level)

นักบริหารงานทั่วไป รุ่นที ๘๔

๒. แปลงผลสาเร็จเปน็ แนวโน้ม (Trend) หนา้
๓. มติ ขิ องการเปรียบเทยี บ (Complain) 39
๔. มิติเชอ่ื มโยง
ค่าเป้าหมายที่ใชใ้ นประเทศ มี ๖ ค่า ดงั นี้
๑. จานวน ๒. ร้อยละ ๓. ค่าเฉล่ีย ๔. อัตรา เปรียบเทียบกับ ๑๐/๑๐๐/๑,๐๐๐/๑๐,๐๐๐/
๑๐๐,๐๐๐ ๕. อตั ราส่วน: เทยี บสว่ นหนึ่งกับอกี สว่ นหนึ่ง ๖. สัดส่วน: เทยี บส่วนหนึง่ กบั ทง้ั หมด
การกาหนดเป้าหมาย
๑. ต้องไม่ตา่ กว่าขอ้ มูลฐาน (Base Line)
๒. ไม่ต่ากว่าคา่ มาตรฐาน
๓. มุ่งสู่ความโดดเดน่ เป็นเลศิ การทางานทม่ี ผี ลสาเรจ็ ตอ้ งวัดค่าเป็นตัวเลขได้
ตวั ชี้วัด (KPI) Key Performance Indications
ตอ้ งเรม่ิ ต้นดว้ ยคา่ ของเป้าหมาย แลว้ ตอ่ ท้ายประเดน็ น้นั ๆ ดว้ ยเรอื่ งท่จี ะทา
คา่ เปา้ หมาย Base Line ค่าตวั ชว้ี ัด ตอ้ งเป็นค่าเดยี วกนั เสมอ
โครงการจะนาไปสู่การจัดทางบประมาณ งบประมาณจะมาจากเป้าหมายผลผลิต โดยท่ีเป้าหมายเชงิ
คณุ ภาพจะบอกราคาต่อหน่วย จะบอกคุณลักษณะของผลผลิต เชน่ มาตรฐาน แบบแปลน TOR เปา้ หมายเชิง
ปริมาณ บอกจานวนและหนว่ ยนับ ข้อพึงระวัง ในการกาหนดราคาต่อหน่วย ๑) ต้องไม่เกนิ ราคากลาง ๒) ห้าม
แพงกว่าคนอ่นื โดยไมม่ เี หตอุ ันควร
จาเป็น→แล้วดาเนินการต่อไม่ได้
ไม่จาเปน็ →ถา้ ไม่มแี ล้วดาเนนิ การต่อไปได้
ผลสาเร็จเท่ากนั เอาตน้ ทนุ เปน็ ตวั ตัดสนิ ตน้ ทนุ ต่ากวา่
ผลสาเรจ็ เท่ากนั ต้นทุนตา่ กว่า คุ้มค่ากวา่
สตง. ตรวจอย่างครู ดแู ลอยา่ งหมอ
๑. เปน็ อานาจหน้าท่ีหรือไม่ ๒. มรี ะเบยี บเบิกจ่ายหรือไม่ ๓. หนงั สอื ส่งั การสัง่ ไว้อยา่ งไร ๔. เรื่องของ
ดุลพินิจควรกาหนดความมากน้อย ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ๕. เป็นเร่ืองของการกาหนดงบประมาณ ไม่
เกนิ ราคากลาง ไม่แพงกวา่ คนอ่ืน ๖. ห้ามทาบญุ หา้ มหาเสียง ๗. เพอื่ ประโยชนส์ ่วนรวม ห้ามแขง่ ขนั กบั เอกชน
๘. เอกสารตอ้ งถกู ต้อง และครบถว้ น พร้อมทีจ่ ะได้รับการตรวจสอบเสมอ

“ประสิทธิภาพ การทางานที่บรรลุเป้าหมาย แต่ใชท้ รัพยากรน้อยลง”

นกั บรหิ ารงานท่วั ไป รุ่นที ๘๔

ทักษะความสามารถด้านการใชด้ ิจิทัลสาหรบั ข้าราชการและบคุ ลากรภาครฐั (Digital Literacy)

มีเน้ือหาหลัก 5 ประการ

1. โมเดลการเรียนรู้

2. ทกั ษะและความสามารถดา้ นการใช้ดจิ ทิ ลั 4 มติ ิ

3. ทักษะและความสามารถดา้ นการใชด้ ิจทิ ลั 9 ดา้ น

4. เทคโนโลยีดจิ ิตอลในอนาคต

5. ประโยชนข์ องทักษะและความสามารถดา้ นการใช้ดจิ ทิ ลั

เริม่ จากปริ ามิดแห่งการเรยี นรู้ (Learning Pyramid)

คอื การแสดงถึงประสิทธภิ าพ ในการเรยี นรูใ้ นรูปแบบต่าง ๆ ซง่ึ เปน็ ผลการวิจยั ของมหาวทิ ยาลัย NTL

Institute แบ่งออกเป็น 7 ระดบั

บรรยาย โดยวัดอตั ราการจาเฉล่ยี 50 %

ไดอ้ ่าน โดยวัดอตั ราการจาเฉลี่ย 10 %

ระดับบน ได้ยนิ -ได้เหน็ โดยวดั อตั ราการจาเฉล่ยี 20 %

สาธิต โดยวดั อัตราการจาเฉล่ยี 30 %

หน้า อภปิ รายกลุ่ม โดยวัดอตั ราการจาเฉลีย่ 50 %

40 ระดบั ล่าง ลงมือปฏิบตั ิดว้ ยตนเอง โดยวดั อตั ราการจาเฉล่ยี 75 %

สอนคนอน่ื /นาไปประยกุ ตใ์ ช้ โดยวดั อัตราการจาเฉล่ยี 90 %

ท่นี ม้ี ีเรม่ิ เขา้ เนือ้ หา

โมเดลการเรยี นรู้ (Learing Model)

- การเรียนรู้ผ่านประสบการณท์ างาน 70 %

- การเรยี นรู้ประสบการณจ์ ากผ้อู ืน่ 20 %

- การเรยี นรผู้ า่ นการเข้าอบรมสมั นา 10 %

ทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิตอล (Digital Literacy)คือทักษะความเข้าใจและใช้

เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นทักษะพ้ืนฐานที่จะเป็นตัวช่วยสาคัญ สาหรับข้าราชการในการปฏิบัติงาน การสื่อสาร

และการทางานร่วมกันกับผู้อื่นในลักษณะ “ทาน้อย ไดม้ าก” เพ่ือการกา้ วไปสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 โดยใช้

เทคโนโลยเี ปน็ กลไกสาคญั ในการขับเคลือ่ นระบบราชการ เพือ่ ที่กา้ วไปสรู่ ะบบราชการ 4.0

ทักษะความเขา้ ใจและใชเ้ ทคโนโลยดี ิจทิ ลั 4 มิติ มมี ุมมองอยู่ 4 มิติ

มิตทิ ี่ 1 การใช้ (Use) คือ การใชใ้ ห้เป็น ไมจ่ าเป็นต้องรลู้ ะเอยี ด เชน่ e-mail เคร่อื งมือสอื่ สารอ่ืน ๆ

มิติที่ 2 เข้าใจ (Understand) ทกั ษะท่ีจะช่วยให้เขา้ ใจ เพอื่ สามารถตัดสนิ ใจเกยี่ วกับอะไรที่ทา

มิติท่ี 3 การสร้าง (create) คอื การสร้างเนือ้ หาผ่านเคร่ืองมือสอื่ ดิจทิ ลั ท่หี ลากหลาย เชน่ สร้าง Web

นกั บรหิ ารงานท่ัวไป รุ่นที ๘๔

มิติที่ 4 เข้าถึง (Access) คือ การเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น internet แบบมี
สาย และแบบไร้สาย

ทักษะความเข้าใจและใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ิทัล 9 ดา้ น หน้า
3.1 การใช้งานคอมพวิ เตอร์ 41
3.2 การใชง้ านอนิ เตอรเ์ นต็
3.3 การใช้งานเพ่ือความมน่ั คงปลอดภัย
3.4 การใชโ้ ปรแกรมประมวลคา
3.5 การใชโ้ ปรแกรมตารางคานวณ
3.6 การใช้โปรแกรมนาเสนองาน
3.7 การใชโ้ ปรแกรมสร้างสื่อดิจิตอล
3.8 การทางานร่วมกนั แบบออนไลน์
3.9 การใช้ดจิ ติ อลเพอ่ื ความมัน่ คงปลอดภัย

เทคโนโลยีดจิ ิตอลในอนาคต
การพลิกผันทางดิจิทัล (Digital Disruption) คือ การเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง ที่เกิดจากเทคโนโลยี
ทาให้เกิดรูปแบบของธุรกิจสินค้า หรือบริการใหม่ๆ ท่ีส่งผลกระทบต่อธุรกิจเดิมอย่างรุนแรง อาจแบ่งได้ 4
ช่วง เรยี กวา่ “คล่นื แหง่ การเปลีย่ นแปลง”โดยจะมรี ายละเอียดท่ีควรเรยี นรู้ เช่น
อภิมหาข้อมูล (Big Data)” คือ อภิมหาข้อมูล หรือ ข้อมูลท่ีมากมายมหาศาล ซ่ึงเป็นปรากฏการที่
เกิดข้ึนเนอื่ งจากการพัฒนาการของเทคโนโลยแี ละระบบตา่ งๆ ทาให้มขี อ้ มลู เกิดข้นึ อย่างมากมายมหาศาลแบบ
ทไ่ี มเ่ คยเป็นมาก่อน
การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing)
เป็นลักษณะของการทางานของผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต ท่ีให้บริการใดบริการหนึ่งแก่
ผูใ้ ช้ โดยผูใ้ ช้งานไม่จาเปน็ ต้องมีความรใู้ นเชงิ เทคนิคส่วนตัวพน้ื ฐานการทางาน้ัน
ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) หรือ เอไอ (AI) หมายถึง ความฉลาดเทียมที่สร้าง
ข้นึ ใหก้ บั ส่งิ ท่ีไม่มีชวี ิต เช่น โปรแกรม Siri เปน็ ตน้
อินเตอร์เน็ตของสรรพส่ิง Internet of Things (Iot) หมายถึง เครือข่ายของวัตถุอุปกรณ์ พาหนะ
ส่ิงปลูกสร้าง และส่ิงของ อื่น ๆ ท่ีมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ฝังตัวอยู่ สามารถเช่ือมต่อกับ
เครือข่ายอินเตอร์เน็ตและทาใหว้ ตั ถุเหล่านั้นสามารถเกบ็ บนั ทึกแลกเปลยี่ นข้อมลู และควบคุมผ่านอินเตอร์เน็ต
ได้

นกั บรหิ ารงานทวั่ ไป ร่นุ ที ๘๔

“สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) คือ สกุลเงินดิจิทัล สามารถใช้ซ้ือสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้การซ้ือขาย
จะตอ้ งทาผา่ นอนิ เตอร์เน็ตโดยใช้เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ แลปทอ็ ป แท็ปเลต็ หรือโทรศัพทม์ อื ถอื สามารถฝากถอน
ผา่ นเครอ่ื ง ATM เช่น Bitcoin

“Blockchain” คือเทคโนโลยีอัจฉริยะ ท่ีบันทึกข้อมูลในรูปแบบของ Block จะบรรจุไว้ด้วยข้อมูลใน
รูปของ Hash (การเข้ารหัส) เชน่ e-mile

ประโยชน์ของทักษะและความสามารถดา้ นการใช้ดจิ ทิ ลั
ประโยชนส์ าหรับข้าราชการ

1. ทางานได้รวดเร็วลดข้อผดิ พลาด
2. ภูมิใจในผลงานท่สี ร้างสรรค์ไดเ้ อง
3. แกไ้ ขปัญหาในการทางานไดม้ ีประสิทธภิ าพมากขึ้น
4. ตัดสนิ ใจไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
5. มเี ครือ่ งมอื ช่วยในการเรยี นรูแ้ ละเติบโตอยา่ งเหมาะสม
ประโยชนส์ าหรบั ส่วนราชการและหน่วยงานของรฐั
1. หนว่ ยงานได้รบั การยอมรบั วา่ มีความทันสมยั เปดิ กว้าง เป็นท่ยี อมรบั

หน้า 2. ไดร้ ับความเชื่อม่นั และไวว้ างใจจากประชาชนและผู้รับบริการ
42 3. บุคลากรสามารถใชศ้ กั ยภาพในการทางานทม่ี ีมูลค่าสูง

4. กระบวนการทางานกระชบั ขึ้น คลอ่ งตัว และมปี ระสิทธภิ าพมากข้ึน
5. ประหยดั ทรพั ยากรดา้ นบุคคลและงบประมาณ

นักบรหิ ารงานทว่ั ไป รุ่นที ๘๔

การสอ่ื สารยคุ ดจิ ิทลั หน้า
องคป์ ระกอบพืน้ ฐานของการสือ่ สาร 43
องค์ประกอบพนื้ ฐานของการสื่อสาร มี 4 องค์ประกอบหลัก
1. ผ้สู ่ง (Sender)คอื บุคคลหรือกลุ่มบคุ คล ผสู้ รา้ งสาร หรอื เปน็ แหลง่ กาเนิดของสาร แลว้ สง่
สารไปยังผอู้ ่นื ดว้ ยวิธกี ารหนึง่ หรอื หลายวิธี เช่น การพูด การเขยี น การใช้สญั ลักษณ์ ฯลฯ
2. ผู้รับ (Receiver)คือ ผู้ท่ีรับสารหรือข้อความจากบุคคลหนึ่งหรือกลุ่มบุคคลหน่ึง และส่ง
ปฏกิ ริ ิยาตอบสนอง (Feedback) กลบั ไปให้ผูส้ ่งสร
3. สารหรือข้อความ (Message) หรือข้อมูลและข่าวสาร (Data and Information)คือ
เร่ืองราวหรือส่ิงต่าง ๆ ที่เป็นข้อมูล ความรู้ ความคิด อารมณ์ ฯลฯ ท่ีผู้ส่งสารต้องการจะส่งออกไปให้
ผู้อ่ืนไดร้ ับรู้แลว้ เกดิ ปฏิกริ ิยาตอบสนองสารต่าง ๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
ประเภทที่ 1 เน้อื หาของสารท่ีเป็นข้อเทจ็ จริง
ประเภทท่ี 2 เน้อื หาของสารทเี่ ปน็ ขอ้ คิดเห็น
4. สื่อสัญญาณ (Transmission Medium) คือ ตัวกลางท่ีเช่ือมโยงผู้ส่งสารกับผู้รับสารให้
ตดิ ต่อกนั ได้ หากขาดส่ือกไ็ มส่ ามารถสง่ ไปยงั ผ้รู บั ได้ เชน่ การสื่อสารทางวทิ ยุ โทรทศั น์ ฯลฯ
ความแตกต่างระหว่างการสื่อสาร แบบ Asynchronous กบั Synchronous
“Asynchronous “ คือ การส่ือสารแบบไม่ประสานเวลา เป็นการส่ือสารที่ผู้ส่ง และผู้รับ
ไม่ได้ส่อื สารตอบโต้ในเวลา หรอื สถานทเ่ี ดยี วกัน เช่น e-mail, Web board เป็นตน้
“Synchoronous” คือ การส่ือสารท่ีผู้ส่งสามารถโต้ตอบกับผรู้ ับได้ทันที ถึงแม้จะอยู่กันคนและสถานที่
กต็ าม โดยผา่ นทางโทรศัพท์ เช่น Chat Room, Video Call เปน็ ต้น
วิวฒั นาการของยุคดิจิทัล มี 4 ยุค
1. ยคุ บกุ เบกิ ของการทากจิ กรรม online เชน่ e-mail, website
2. ยคุ สงั คมออนไลนผ์ ู้บรโิ ภคเริ่มสร้างเครือขา่ ยเพ่ือการสอ่ื สาร
3. ยคุ ขอ้ มลู data และ application บนสมารท์ โฟน ให้ความสะดวกสบายกับผู้บริโภค
4. ยคุ ดิจิตอลลดบทบาทของมนุษย์เพมิ่ ความฉลาดใหก้ ับเทคโนโลยี
เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ คอื ระบบการสอ่ื สารระหว่างคอมพิวเตอรจ์ านวนตั้งแต่ 2 เคร่อื งขึน้ ไป สามารถ
โอนยา้ ยขอ้ มลู ระหว่างกนั เชน่ หน่วยประมวลผล หนว่ ยความจา เป็นต้น มที ง้ั สนิ้ 3 ประเภท
Lan (Local Area Network) คือ
ระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless Lan) หรือระบบไวไฟ (Wifi) เดิมใช้สายต่อมาใช้เคล่ือน
ความถ่ี ไร้สาย คือไม่จาเป็นต้องเดินสายเคเบิ้ล การทางานมีอุปกรณ์ในการส่งสัญญาณ และกระจาย
สัญญาณ


Click to View FlipBook Version