The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารงานทั่วไปรุ่นที่ ๘๔

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaiyaFIFA2007, 2022-01-04 04:07:38

รายงานผลการฝึกอบรมนักบริหารงานทั่วไปรุ่นที่ 84

รายงานผลการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารงานทั่วไปรุ่นที่ ๘๔

นกั บริหารงานทัว่ ไป รนุ่ ที ๘๔

11. เงินเก่ียวกับศพข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้าง และพนักงานจ้าง ซ่ึงถึงแก่
ความตายในระหวา่ งเดินทางไปราชการ

12. เงินบาเหน็จลกู จา้ งประจา
13. เงินช่วยเหลือค่าครองชีพผู้รับบานาญของข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถ่ินท่ีมิใช่
ตาแหน่งครู (ชคบ)รวมถึงเงินช่วยเหลือรายเดือนผู้รับบานาญซ่ึงลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุของ
กรงุ เทพมหานคร (ชรบ)
14. เงนิ สมทบกองทุนประกันสงั คม
15. เงนิ สมทบกองทุนบาเหน็จบานาญขา้ ราชการส่วนทอ้ งถ่นิ
16. เงินสมทบกองทุนบาเหนจ็ บานาญขา้ ราชการกรงุ เทพมหานคร
17.บาเหน็จความชอบค่าทดแทนและการช่วยเหลือเจ้าหน้าท่ีและประชาชน ผู้ปฏิบัติหน้าท่ี
ราชการหรอื ชว่ ยราชการเนื่องในการปอ้ งกันอธิปไตยและรกั ษาความสงบเรียบรอ้ ยของประเทศ
18. เงินประโยชน์ตอบแทนอ่ืนเป็นกรณีพิเศษอันมีลักษณะเป็นเงินรางวัลประจาปีแก่ข้าราชการ
หรือพนกั งานสว่ นทอ้ งถิน่ ลกู จา้ ง และพนักงานจ้าง
19. ทนุ การศึกษา

หน้า 20. เงินเกษียณอายกุ ่อนกาหนด
144 ประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นเร่ือง การกาหนดรายการ

ค่าใช้จ่ายเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอ่ืน และค่าจ้างของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถ่ิน ลูกจ้าง และ
พนักงานจ้าง (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2561

21. เงนิ สมทบกองทุนเงินทดแทน ตามกฎหมายว่าด้วยเงนิ ทดแทน
ค่าตอบแทนประเภท ค่าตอบแทนผู้ปฏบิ ัตริ าชการอันเปน็ ประโยชน์แก่อปท.

• โบนสั
• คา่ ตอบแทนคณะกรรมการตามกฎหมายพสั ดุภาครัฐ
• ค่าปว่ ยการ อปพร.
• คา่ ปว่ ยการอาสาสมัครบรบิ าลท้องถนิ่
• ค่าตอบแทนเจา้ หนา้ ทีใ่ นการเลอื กต้ัง
ประเภท คา่ ตอบแทนการปฏิบตั งิ านนอกเวลาราชการ
• เงินตอบแทนการปฏิบตั งิ านนอกเวลาราชการ
ค่าตอบแทนบคุ คลหรือคณะกรรมการผรู้ ับผิดชอบการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดภุ าครฐั
• หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจกาหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารงบประมาณรายจ่ายเพื่อ
ควบคมุ ค่าตอบแทนบคุ คลหรือคณะกรรมการได้ตามความจาเป็น ประหยัด และเหมาะสม

นักบริหารงานท่ัวไป รนุ่ ที ๘๔

• การเบิกจ่ายค่าตอบแทนบุคคลหรือกรรมการ (ด่วนท่ีสุด ท่ี กค 0402.5/ว 85 ลงวันที่ 6 หนา้
กนั ยายน 2561) 145

ค่าใชส่ อย
• รายจ่ายเพอ่ื ให้ได้มาซ่งึ บริการ
• รายจา่ ยเก่ยี วกับการรบั รองและพิธกี าร
• รายจ่ายเกย่ี วเนือ่ งกบั การปฏิบัติราชการทไ่ี มเ่ ขา้ ลกั ษณะรายจ่ายหมวดอืน่ ๆ
• ค่าบารุงและซ่อมแซม
คา่ รบั รองและพิธีการ

มท 0808.4/ว 2381 ลว. 28 กรกฎาคม 2548(ยกเลิกแล้ว)

ค่ารับรองในการต้อนรับบุคคลหรือคณะบุคคล ไม่เกินร้อยละ 1ของรายได้จริง ในปีที่ล่วงมา
ไม่รวมเงนิ อุดหนนุ เงนิ กู้ เงินสะสม เงินที่มผี ู้อทุ ิศให้

เล้ียงรับรองในการประชุมสภาท้องถ่ิน หรือคณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการท่ีได้รับ
แต่งต้ังตามกฎหมาย หรือตามระเบียบ หรือหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย เท่าที่จ่ายจริงอยู่ในดุลย
พินิจผู้บริหาร

ยกเลิกโดยนส.มท.ที่มท.0808.2/0766ลงวันท่ี5กุมภาพันธ์2563โดยอาศัยอานาจตาม
ระเบยี บ มท. ว่าดว้ ยการเบกิ คา่ ใช้จา่ ยในการบรหิ ารงานขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ พ.ศ.2562

หนังสือ มท. ด่วนมาก ท่ี มท ๐๘๐๘.๒/ว ๔๐๔๔ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เร่ือง
หลกั เกณฑก์ ารดาเนนิ การจา้ งเอกชนและการเบิกจ่ายเงินคา่ จ้างเหมาบริการของ อปท.

หนังสอื มท.ที่ มท ๐๘๐๘.๒/ว ๔๐๔๔ ลงวนั ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ดุลพนิ ิจของผบู้ ริหารท้องถน่ิ ในการพจิ ารณาให้เบิกจ่าย

จาเป็น จะจ้างนติ บิ ุคคล หรือบุคคลธรรมดาได้

ตัง้ จา่ ยในหมวดค่าตอบแทนใชส้ อยและวสั ดุ ประเภทรายจา่ ยเพ่ือใหไ้ ด้มาซึ่งบริการ

ถอื ปฏบิ ตั ิตามกฎหมายพัสดุภาครัฐ

ทาขอ้ ตกลงการจ้าง/สญั ญาการจ้าง

ลกั ษณะการซื้อบรกิ ารเปน็ รายชิน้

มุ่งถึงเน้นผลสาเร็จของงาน และระยะเวลาท่ีกาหนดเป็นสาคัญ ตามข้อตกลงจ้างหรือสัญญา
จา้ งเท่าน้นั

การเขยี นโครงการ
• หา้ ม ใสค่ รภุ ณั ฑ์ในโครงการ
• หา้ ม ใสเ่ งินอดุ หนุนในโครงการ

นกั บริหารงานทั่วไป รุน่ ที ๘๔

• โครงการ หมายถงึ งานยอ่ ยทป่ี ระกอบด้วยกิจกรรมหลายกจิ กรรม
• โครงการตอ้ งสมั พนั ธ์กัน
• คา่ ใชจ้ า่ ยในโครงการเปน็ การวัดถึงตน้ ทนุ
• โครงการย่อยซอ้ นโครงการใหญ่
• งบประมาณควรตรงกับกิจกรรม
การเขียนรายละเอยี ดคาช้ีแจงงบประมาณรายจา่ ย
• ค่าใช้สอย ประเภทรายจ่ายเก่ียวเนื่องกับการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดอื่น
และค่าครุภณั ฑท์ ด่ี นิ และสง่ิ กอ่ สร้าง
• ต้ังงบประมาณเป็นรายโครงการ
• จัดทาเป็นร่างโครงการเพอื่ ประกอบการพิจารณาของสภาและผู้กากบั ดูแล
• เม่อื งบประมาณมีผลใช้บังคับก่อนดาเนินโครงการใหเ้ สนอนายกอนมุ ตั ิโครงการ
• หนงั สอื กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.2/0444 ลงวันท่ี 24 มกราคม 2561
ราคากลางทนี่ ามาเป็นฐานในการตงั้ งบประมาณรายจา่ ยประจาปี
1. ราคาท่ไี ด้มาจากการคานวณตามหลกั เกณฑท์ ่ีคณะกรรมการราคากลางกาหนด

หน้า 2. ราคาท่ไี ดม้ าจากฐานขอ้ มลู ราคาอา้ งอิงของพสั ดุท่ีกรมบัญชกี ลางจัดทา
146 3. ราคามาตรฐานท่สี านักงบประมาณหรือหนว่ ยงานกลางอ่นื กาหนด

4. ราคาที่ไดม้ าจากการสืบราคาจากทอ้ งตลาด
5. ราคาทเ่ี คยซื้อหรอื จา้ งครงั้ หลงั สุดภายในระยะเวลา 2 ปงี บประมาณ
6. ราคาอน่ื ใดตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบตั ิของหนว่ ยงานของรัฐนัน้ ๆ

นกั บรหิ ารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔

กำรพัฒนำกำรบริหำรจดั กำรภำครัฐและธรรมำภบิ ำล หน้า
ธรรมาภิบาล เป็นหลักการบริหารการปกครองท่ีมุ่งประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ 147
โดยยดึ หลกั เหตุผลและความเปน็ ธรรม

กฎหมำยทีเ่ กี่ยวข้องกับกำรบริหำรจัดกำรบ้ำนเมอื งท่ีดี ประกอบดว้ ย
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 3/1 วรรคแรก

ไดก้ าหนดวา่ “ในการปฏิบัตหิ นา้ ทขี่ องสว่ นราชการต้องใช้วิธีการบรหิ ารจดั การบา้ นเมืองทดี่ ี”
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 ได้

กาหนดไวด้ งั น้ี
1. เพอ่ื ประโยชนส์ ุขของประชาชน
2. เพือ่ ให้เกิดผลสัมฤทธ์ติ อ่ ภารกิจของรัฐ
3. มีประสทิ ธภิ าพและเพอ่ื ความคมุ้ คา่ ในเชงิ ภารกจิ ของรฐั
4. ไม่มีข้ันตอนการปฏิบตั ิงานทเ่ี กินความจาเปน็
5. การปรบั ปรุงภารกจิ ของสว่ นราชการให้ทนั ตอ่ สถานการณ์
6. ประชาชนได้รับการอานวยความสะดวกและตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน
7. มีการประเมินผลการปฏบิ ัตริ าชการอย่างสมา่ เสมอ

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารบรหิ ารจัดการบา้ นเมืองท่ดี ี (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2562
มสี ำระสำคญั ดังน้ี

1. การจดั ทาแผนปฏิบตั ริ าชการของส่วนราชการ
2. การปรับโครงสร้างส่วนราชการ ให้ส่วนราชการทบทวนภารกิจของตนว่าภารกิจใดมีความ
จาเปน็ หรอื สมควรยกเลกิ ปรับปรงุ หรอื เปลย่ี นแปลงการดาเนนิ การต่อไปหรอื ไม่
3. การยกระดับภาครัฐโดยการเชอื่ มโยงผา่ นแพลตฟอร์มดิจทิ ัลกลาง
พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2562 มาตรา 45/1 กาหนดว่า
การปฏิบตั ิงานตามหน้าท่ขี ององค์การบริหารสว่ นจังหวัด ตอ้ งเป็นไปเพ่อื ประโยชน์สุขของประชาชน
พระรำชบญั ญัตเิ ทศบำล (ฉบบั ท่ี 14) พ.ศ. 2562 มาตรา 50 วรรคสอง กาหนดว่า การปฏบิ ตั งิ าน
ตามหน้าทขี่ องเทศบาล ตอ้ งเปน็ ไปเพ่ือประโยชน์สขุ ของประชาชน
พระราชบัญญัติสภาตาบลและองค์การบริหารส่วนตาบล (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 มาตรา 69/1
กาหนดวา่ การปฏิบตั ิงานตามหนา้ ที่ขององค์การบรหิ ารส่วนตาบล ต้องเปน็ ไปเพื่อประโยชน์สขุ ของประชาชน

เป้ำหมำยของกำรบริหำรจดั กำรบ้ำนเมอื งท่ดี ขี ององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
1. ม่งุ ให้เกิดประโยชนส์ ขุ ของประชาชน
- ยดึ ประชาชนเปน็ ศูนยก์ ลาง (citizen-centric)
- มีเป้าหมายให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของ

สงั คมสว่ นรวมตลอดจนประโยชนส์ งู สดุ ของประเทศ
2. มุ่งใหเ้ กดิ ผลสมั ฤทธ์ิตอ่ ภารกิจขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ
- มกี ารบรู ณาการการปฏิบตั งิ าน
- มีการกาหนดภารกิจที่ชดั เจน

นกั บริหารงานทั่วไป รุน่ ที ๘๔

- มดี ชั นชี ี้วดั ทีแ่ สดงให้เห็นถงึ ประโยชน์และความคมุ้ คา่ ในการใชท้ รพั ยากร ซ่งึ จะแสดงให้

เห็นถงึ ความสามารถในการบรหิ ารงานอยา่ งมีประสิทธภิ าพขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน

3. มปี ระสทิ ธภิ าพและเกิดความคมุ้ คา่ ในเชิงภารกจิ ขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

- มีการเปรียบเทียบต้นทุนคา่ ใช้จ่ายในการดาเนินงาน

- มีการเปิดเผยแผนการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อให้บุคคลทั่วไป

ตรวจสอบความค้มุ คา่ โปรง่ ใส และประสิทธิภาพในการดาเนนิ งานขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่

4. ไม่มขี ้ันตอนการปฏิบัตงิ านเกินความจาเปน็

- ลดระยะเวลาในการปฏบิ ตั ิงานและลดขัน้ ตอนการปฏิบัติงานที่เกนิ ความจาเป็น

- การกระจายอานาจการตัดสินใจเพ่ือให้ประชาชนเกิดความสะดวกรวดเร็ว และลด

ความเสียหายทอ่ี าจจะเกิดข้ึนตอ่ ประชาชนอันเนอ่ื งมาจากความล่าชา้

- มีหลักเกณฑ์การควบคุม ติดตาม และกากับดูและการใช้อานาจและความรับผิดชอบ

ของผรู้ ับมอบอานาจ เพ่อื ให้เกิดความรับผิดชอบในการปฏบิ ตั ิหนา้ ที่

5. การปรบั ปรงุ ภารกิจขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ใหท้ ันต่อสถานการณ์

- มีการทบทวนภารกิจและกระบวนงานของตนอยู่เสมอว่ามีความจาเป็นและสอดคล้อง

กบั ความเปล่ยี นแปลงของชุมชนและสงั คมทเี่ ปล่ยี นแปลงไปหรอื ไม่

- ประเมินความคุ้มค่าที่ได้รับ ถ้าไม่จาเป็นควรยกเลิกหรือปรับปรุงภารกิจน้ัน เพ่ือให้มี

หน้า ประสทิ ธภิ าพ และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน
6. ประชาชนไดร้ บั การอานวยความสะดวกและไดร้ บั การตอบสนองความตอ้ งการ
148 - มีการกาหนดระยะเวลาการในการให้การบรกิ ารประชาชนในและกิจกรรม/งาน

- มีการจัดช่องทางการสื่อสารท่ีหลากหลาย เพื่ออานวยความสะดวกให้แก่ประชาชนใน

การตดิ ต่อสอบถามหรือขอข้อมลู หรือแสดงความคดิ เห็น

7. การประเมินผลการปฏบิ ตั ิราชการอยา่ งสมา่ เสมอ

- มกี ารประเมินผลการปฏิบตั ิราชการ ว่ามผี ลสัมฤทธ์ิตรงกับเปา้ หมายที่กาหนดไวห้ รือไม่

- ประชาชนมคี วามพึงพอใจอย่ใู นระดับใด

- มีการตรวจสอบประสิทธิภาพการทางานในหน่วยงานอย่างสม่าเสมอ เพ่ือพัฒนาระบบ

การควบคุมตนเอง (internal control) และกากับการปฏิบัติงานของบุคลากรให้เป็นไปอย่างคุ้มค่าและมี

ประสิทธภิ าพ

ควำมส้ำคญั ของกำรบรหิ ำรจดั กำรบำ้ นเมอื งท่ีดีต่อกำรพฒั นำกำรบริหำรจัดกำรภำครัฐ

มิตภิ าครฐั เปา้ หมายคือ การยดึ ประโยชน์สขุ ของประชาชนและประเทศชาติ มสี าระสาคัญดงั นี้

1. ให้ความสาคญั กบั ประสทิ ธิภาพในการบริหารภาครัฐอยา่ งจริงจังมากขน้ึ

๒. มีการปรับปรุงกระบวนการทางานให้มีความรวดเร็ว และประหยัดเวลาและงบประมาณ มีความ

คุม้ คา่ มากขึน้ วัดไดจ้ ากความพงึ พอใจของประชาชนผู้รับบริการ

2. ให้ความสาคญั กบั ผลสาเร็จหรือผลงานมากกวา่ ทาเสรจ็

3. มีความตระหนกั สานกึ รบั ผิดตอ่ ประชาชนและองค์กรมากข้ึน

4. ยดึ กฎหมายเป็นหลักในการปฏิบัตหิ น้าทมี่ ากกวา่ การใชด้ ลุ ยพนิ จิ

นักบรหิ ารงานทว่ั ไป รนุ่ ที ๘๔

5. ตระหนักถึงความสาคัญของคุณธรรม จริยธรรม ในการปฏิบัติหน้าทขี่ องตนในฐานะเปน็ ผู้ หนา้
ใหบ้ ริการ 149

6. ทาให้ระบบบริหารภาครัฐเป็นตัวขับเคล่ือนนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศได้
อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ประสิทธผิ ลมากข้ึน

7. ทาใหร้ ะบบบรหิ ารภาครัฐ มคี วามโปรง่ ใส ตรวจสอบได้ มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ
ของภาครฐั ทีร่ ัดกุม และเปิดเผยต่อสาธารณะให้รับรู้

8. ทาใหร้ ะบบบริหารภาครฐั เป็นระบบเปิดและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีช่องทางมสี ่วนร่วมในการ
บรหิ ารภาครัฐอย่างหลากหลายและเปน็ รูปธรรมมากขนึ้

มติ ิภาคประชาชน มสี าระสาคัญดงั นี้
1. ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของภาครัฐได้มากขึ้น เน่ืองจากระบบราชการได้
เปิดกวา้ งมากข้ึน อนั เป็นผลมาจากการปรบั ปรุงแกไ้ ขกฎหมายเกี่ยวกบั ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
2. ประชาชนมคี วามตระหนักถงึ สทิ ธิ หนา้ ท่ขี องพลเมอื งมากขึน้ หลังจากได้รบั ข้อมูลข่าวสาร
จากภาครัฐและแหลง่ อน่ื ๆ มากขึน้ และเขา้ มามีสว่ นร่วมในการบริหารภาครฐั อย่างเป็นรปู ธรรม
3. ทาให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็วมากข้ึน อันเป็นผลมาจากการปรับรื้อกฎหมาย
กฎระเบียบ ทาให้มีการลดขั้นตอนและระยะเวลาการดาเนินการ และภาครัฐได้ตอบสนองความต้องการของ
ประชาชนอย่างเปน็ รปู ธรรม โดยยดึ หลกั ประชาชนเปน็ ศูนย์กลาง
4. ทาให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของระบบบริหารภาครัฐ รวมถึงมีการใช้
สิทธพิ ลเมืองในการเรยี กร้อง ร้องเรียน และฟอ้ งรอ้ งตอ่ ศาลในกรณีทถี่ ูกละเมิดสิทธิ
มติ ิภาคธรุ กิจเอกชน มสี าระสาคัญดงั น้ี
๑. ทาให้การบริหารกิจการธุรกิจได้รับความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันเชิง
ธรุ กิจดาเนนิ ไปไดด้ ว้ ยดี
๒. ทาให้ตน้ ทุนทางธุรกิจเปน็ ไปตามต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากภาครัฐมีความโปรง่ ใสในการทางาน
มาก
๓. ทาให้ประเทศชาติสามารถแข่งขันทางธุรกิจในเวทีการค้าโลกได้อย่างไม่เสียเปรียบ โดยมี
การบริหารภาครฐั เปน็ ตวั สนบั สนนุ เอื้ออานวยเคยี งคู่กบั ภาคธุรกิจเอกชน
แนวทำงขององค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ เพื่อให้บรรลุเป้ำหมำยกำรบริหำรจัดกำรบ้ำนเมืองท่ี
ดีมีดังนี
1. การบรหิ ารราชการเพ่อื เกิดประโยชนส์ ขุ ของประชาชน

- มีการเปดิ เผยขอ้ มลู การปฏบิ ัตงิ านใหป้ ระชาชนสามารถตดิ ตามตรวจได้
- มีการจดั ทารายงานการประเมนิ ผลการควบคุมภายในขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น
- มีการบริหารจดั การความเสยี่ งขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
- มีการเปิดเผยข้อมูลเก่ียวกับงบประมาณรายจ่ายประจาปีและการจัดซ้ือจัดจ้าง เพ่ือให้
ประชาชนสามารถตรวจสอบได้โดยสะดวกผ่านช่องทางการส่ือสารที่หลากหลายขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น

นกั บริหารงานทัว่ ไป รุ่นที ๘๔

- ก่อนการดาเนินการ ต้องจัดให้มีการวิเคราะห์ผลดีผลเสียทุกด้าน กาหนดขั้นตอนการ

ดาเนนิ งานท่โี ปรง่ ใส มีกลไกตรวจสอบการดาเนนิ การในและข้ันตอน

2. การบริหารราชการเพ่อื ให้เกดิ ผลสมั ฤทธิ์ต่อภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

- มกี ารจัดทาแผนพัฒนาฯ

- มคี ู่มอื หลักเกณฑก์ ารบรหิ ารจัดการบ้านเมืองทดี่ ีขององค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่

- ประสานแผนพัฒนาในระดบั พ้นื ที่

- ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนา และนาผลที่ได้มาปรับปรุง

แผนพัฒนาดังกล่าว

- การนาแผนพัฒนาท้องถ่ินมาใช้เป็นกรอบในการจัดทางบประมาณรายจ่ายประจาปีและ

งบประมาณรายจา่ ยเพ่ิมเติมขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่

- การจัดทาข้อตกลงการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถ่ินกับ

ผบู้ ริหารองคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่

- พิจารณาบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและ

รว่ มกบั หนว่ ยงานอ่ืน ๆ

- สง่ เสริมการพัฒนาความรใู้ นหนว่ ยงาน

3. การบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจขององค์กร

หน้า ปกครองสว่ นท้องถิ่น
- กาหนดเป้าหมาย แผนการดาเนินงาน ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานหรือโครงการ และ
150 งบประมาณท่ีใช้ และต้องเผยแพรใ่ หป้ ระชาชนไดท้ ราบโดยทั่วกัน

- ดาเนินการจัดซอื้ จัดจา้ งโดยเปดิ เผยและเทย่ี งธรรม

- แจ้งผลการพจิ ารณาการยนื่ คาขอให้กับหน่วยงานทย่ี ่นื คาขอภายในสิบหา้ วนั

- การพิจารณาวนิ จิ ฉยั ชขี้ าดปัญหาโดยเร็ว

- กาหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาและติดตามพร้อมรายงานผลการแก้ไข

ปญั หา

- การสง่ั ราชการใหก้ ระทาเป็นลายลักษณ์อักษร

4. การลดข้นั ตอนการปฏิบัตงิ าน

- การกระจายอานาจการตัดสินใจ ให้แก่ผู้มีหน้าท่ีรับผิดชอบ เพ่ือให้เกิดความรวดเร็ว

และลดขั้นตอนการปฏบิ ัตงิ าน

- จัดให้มีการควบคุม ติดตาม และกากับดูแลการใช้อานาจและความรับผิดชอบของผู้รับ

มอบอานาจและผูม้ อบอานาจ

- ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศหรอื โทรคมนาคมตามความเหมาะสมและกาลงั งบประมาณ

- จัดทาแผนภูมิข้ันตอนและระยะเวลาการดาเนินการ ประชาสัมพันธ์ ไว้ ณ ที่ทาการ

และในระบบเครือข่ายสารสนเทศของหนว่ ยงาน

- จัดต้งั หรือสนับสนุนศนู ย์บรกิ ารร่วม รวมถงึ การใหบ้ ริการเชงิ รุก

นักบริหารงานทว่ั ไป รุน่ ที ๘๔

- การบรกิ ารประชาชนและการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานด้วยกัน สามารถทา หน้า
โดยใช้แพลตฟอร์มดจิ ทิ ลั กลางท่สี านักงานพฒั นารฐั บาลดจิ ทิ ัล (องคก์ ารมหาชน) กาหนด 151

5. การปรับปรงุ ภารกจิ ขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
- การพิจารณาทบทวน ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบทบาทภารกิจตามความ

จาเป็น
- จัดให้มีการแก้ไข ปรับปรุง หรือยกเลิกข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติ เพ่ือให้สอดคล้อง

เหมาะสมกบั สถานการณ์
6. การอานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน
- กาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานบริการสาธารณะและประกาศให้ประชาชน

รับทราบ
- ให้ตอบคาถามหรือแจ้งผลการดาเนินการกรณีมีการร้องเรียนภายในสิบห้าวันหรือ

ภายในระยะเวลาท่กี าหนดไวเ้ ปน็ การเฉพาะ
- จดั ให้มีช่องทางการส่อื สารที่หลากหลาย

7. การประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ าน
- จัดใหม้ บี คุ คลภายนอกรว่ มในการประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน
- การประเมินบุคคลให้คานึงถึงผลการปฏิบัติงานของข้าราชการหรือพนักงานส่วน

ท้องถนิ่ ในตาแหนง่ ที่ปฏบิ ตั ิและประโยชน์ทีห่ น่วยงานได้รับ
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจพิจารณาจัดสรรเงินรางวัลให้ข้าราชการหรือพนักงาน

สว่ นทอ้ งถิ่นตามหลกั เกณฑ์ทก่ี าหนด

กำรมีส่วนรว่ มของประชำชน
กำรมีส่วนร่วมของประชำชน หมายถึง การที่กลุ่มประชาชนหรือขบวนการที่สมาชิกของ

ชุมชนท่กี ระทาการออกมาในลักษณะของการทางานร่วมกันที่จะแสดงให้เห็นถึงความต้องการรว่ ม ความสนใจ
ร่วม มีความต้องการท่ีจะบรรลุถึงเป้าหมายร่วมทางเศรษฐกิจหรือการเมือง หรือการดาเนินการร่วมกันเพ่ือให้
เกิดอิทธิพลต่อรองอานาจ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม หรือการดาเนินการเพื่อให้เกิดอิทธิพลต่อรองอานาจ
ทางการเมอื ง เศรษฐกิจ การปรับปรุงสถานภาพทางสงั คมในกลุม่ ชุมชน

กำรมีส่วนร่วมชองประชำชนในกระบวนกำรนโยบำยสำธำรณะ หมายถึง การเปิดโอกาสให้
ประชาชนมีสิทธิในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ทั้งในด้านการให้และรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การให้ความ
คิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ การร่วมตัดสินใจ ท้ังในข้ันตอนการริเร่ิมนโยบาย การจัดทาแผนงาน โครงการหรือ
กจิ กรรมที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวติ และส่ิงแวดล้อม การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การจัดการ
ส่ิงแวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาติ รวมทัง้ การปฏบิ ตั ิ การตดิ ตาม และประเมนิ ผลตามนโยบายแผนงานโครงการ
หรือกจิ กรรมนัน้

ระดับของการมสี ่วนรว่ ม มี 5 ระดับ ดงั น้ี
1. Inform หมายถึง รฐั ต้องใหข้ ้อมลู ข่าวสารที่ชุมชนควรรู้ เปน็ ขอ้ มูลท่มี ผี ลกระทบกบั บุคคล
หรือชุมชน
2. Consult หมายถงึ การร่วมปรึกษาหารอื ให้ขอ้ คดิ เหน็

นกั บรหิ ารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔

3. Involve หมายถึง ประชาชนเขา้ มาเกีย่ วข้อง รว่ มปฏบิ ตั หิ รือเสนอแนะแนวทาง
4. Collaboration หมายถึง การร่วมมือของประชาชนหรือผู้แทนภาคสาธารณะในการทา
กิจกรรมตา่ งๆ อยา่ งตอ่ เน่ือง
5. Empower หมายถงึ เสริมอานาจแกป่ ระชาชนให้เป็นผูต้ ัดสินใจ

e – Participation คือ การมีส่วนร่วมทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นกลไกในการอานวยความ
สะดวกให้กับประชาชน ตัวอย่างเช่น การจองคิวทาใบขับข่ีรถยนต์ออนไลน์ โครงการคนละครึ่ง การร่วมแสดง
ความคิดเหน็ ร่างกฎหมาย

ประโยชนข์ อง e – Participation
1. ประชาชนได้รบั การอานวยความสะดวกและสามารถเขา้ ถงึ บริการหรอื ข้อมูลไดง้ ่ายขึ้น
2. สามารถเสนอแนะในสว่ นทตี่ ้องปรับปรงุ แก้ไขแก่ภาครฐั เพ่อื ทจี่ ะได้ปรับปรงุ ตอ่ ไป
3. การจัดเก็บและดึงข้อมูลภาครัฐสะดวกและรวดเร็วย่ิงขึ้น และได้รับข้อเสนอแนะจาก
ประชาชนผู้ใช้บริการไดโ้ ดยตรง เพ่อื นาไปพัฒนาระบบให้มีประสทิ ธภิ าพตอ่ การให้บริการประชาชนตอ่ ไป

ปัญหาที่ทาให้ประชาชนไม่เข้ามาใช้บริการ e – Participation ของรัฐ มี 4 ระดับ

ประกอบดว้ ย

 ระดับที่ 1 ประชาชนไม่ร้วู ่ามบี ริการนอ้ี ยู่

หน้า  ระดับท่ี 2 ประชาชนรวู้ า่ มีบรกิ าร แต่ไมร่ ู้ว่าต้องใช้ที่ไหน
 ระดับท่ี 3 ประชาชนรู้วา่ มีบรกิ าร และรูว้ า่ ใชบ้ รกิ ารท่ไี หน แตใ่ ช้งานยาก
152  ระดบั ท่ี 4 ประชาชนใช้แลว้ พบปัญหา แลว้ มผี ลสะทอ้ นตอ่ บริการแตไ่ ม่มกี ารแก้ไขปัญหา

สิง่ ทค่ี วรปรบั ปรงุ เพือ่ ให้ประชาชนเข้ามาใชบ้ ริการ e – Participation ของรฐั มดี งั นี้
1. ควรมีเว็บไซต์หรอื แอพพลิเคชัน่ ของรัฐท่ีเป็นระบบกลาง คือ รวมบริการท่ีมีอยูม่ ากมายหลาย
เว็บไซตห์ รือแอพพลเิ คชั่นใหม้ าอยู่ทเี่ ดยี วกนั
2. ควรแยกแยะผู้ใช้บริการ หรือความต้องการของผู้ใช้บริการหรือกลุ่มเป้าหมายของบริการ
เพ่ือให้ บริการได้ตรงกบั ผ้ใู ชง้ านจริงได้
3. เน้ือหาหรือบริการควรเข้าใจง่าย การสรุปจากภาษากฎหมาย หรือราชการเป็นภาษาที่
ประชาชนเข้าใจง่าย
4. การเชื่อมโยงรหสั เขา้ ใช้บริการของรัฐให้เป็น 1 รหสั สามารถเขา้ ถึงทกุ บรกิ ารของรฐั
5. ช่องทางการส่ือสารหรือประชาสัมพันธ์ให้ตรงกับคานิยมของคนไทยท่ีชอบเล่นในโซเชียล
มเี ดยี เช่น Line Facebook Instagram

ส่ิงทท่ี าให้ประชาชนภาครฐั มี e – Participation
1. การสือ่ สารกับประชาชนต้องเข้าใจง่าย ไมค่ วรใชภ้ าษากฎหมายหรือถ้อยคาที่มีความหมายไม่
ชัดเจน
2. การออกแบบระบบต้องง่ายต่อการใช้งาน เม่ือระบบนั้นมีการใช้งานท่ีง่ายซับซ้อน ประชาชน
ก็จะยากทจ่ี ะเปิดใจในการใชง้ าน

นักบรหิ ารงานทัว่ ไป รุ่นที ๘๔

กฎหมำย ระเบียบ และแนวทำงปฏบิ ัตเิ ก่ยี วกบั ควำมรับผดิ ทำงละเมดิ ของเจำ้ หนำ้ ที่ หน้า
เก่ียวข้องกับ 153
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมดิ ของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเก่ียวกับความรับผิดทางล ะเมิดของ
เจ้าหนา้ ที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
การกระทาที่จะเป็นการกระทาละเมดิ ในการปฏิบตั หิ นา้ ท่ี มี 2 องค์ประกอบ คือ
1. การกระทาละเมดิ
๒. โดยเจ้าหนา้ ท่ใี นการปฏิบตั หิ น้าท่ี
ความหมายของการกระทาทเี่ ป็นละเมิด

ป.พ.พ. มาตรา ๔00 บัญญัติไว้ว่า "ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทาต่อบุคคลอื่นโดยผิด
กฎหมาย ให้เขาเสียหายจนถึงแก่ชีวิตก็ดีแก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่ง
อยา่ งใดกด็ ี ท่านว่าผนู้ น้ั ทาละเมิด จาต้องใช้ค่าสนิ ไหมสนิ ไหมทดแทนเพ่ือการน้นั "

การกระทาโดยประมาทเลินเล่อ หมายถึง การกระทาโดยไม่จงใจ แต่ผกู้ ระทา ได้กระทาโดยขาด
ความระมัดระวัง ตามสมควร

"ละเมดิ " ตา่ งกบั คา "เหตสุ ดุ วสิ ยั " และไมส่ ามารถใชร้ ว่ มกันได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘ คาว่า "เหตุสุดวิสัย" หมายความว่า เหตุใดๆ

อันอาจจะเกิดข้ึนก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี ไม่มีใครจะอาจป้องกันได้ แม้ท้ังบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้อง
ประสบเหตนุ น้ั จะไดจ้ ัดการระมัดระวงั ตามสมควร อนั พงึ คาดหมายได้จากบคุ คลน้ันในฐานะเช่นน้นั

"เหตุสุดวิสัย" หมายถึง เหตุการณ์ใดใด ที่เกิดข้ึนโดยฉับพลัน โดยไม่มีบุคคลใดคาดหมายหรือ
คาดคิดว่าจะเกิดข้ึน และไม่อาจป้องกันหรือหลีกเล่ียงให้พ้นไปได้ แม้ว่าตนเองจะได้ใช้ความระมัดระวังแล้วก็
ตาม ทาให้ตนเองหลดุ พน้ จากความรบั ผดิ ทั้งปวง ไม่ว่าจะเปน็ ความรับผิด ทางแพ่งหรือทางอาญาก็ตาม ซง่ึ ตาม
พจนานกุ รมให้ความหมายของคาว่า "เหตุสุดวิสัย" ว่า คือเหตุทีพ่ ้นความสามารถของใครอันที่ป้องกนั ได้

การดาเนินการเม่ือหน่วยงานของรัฐเกิดความเสียหาย ดาเนินการรายงานผู้บังคับบัญชา
ตามลาดับ หลังจากน้นั ดาเนนิ การสอบข้อเทจ็ จริงเบื้องต้น และแตง่ ต้ังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับ
ผดิ ทางละเมิด

บทท่ัวไป
แนวคดิ พื้นฐาน คอื เป็นกฎหมายที่วางหลักเกณฑ์ทัว่ ไปว่าดว้ ยการพจิ ารณาทางปก ครอง
เพ่ือให้การดาเนนิ งานเปน็ ไปโดยถูกตอ้ ง
ขอบเขต (ม.๓) คือ เป็นกฎหมายกลาง/ทั่วไป เป็นกฎหมายเฉพาะต้องไม่ต่ากว่าหลักเกณที่
ประกนั ความเปน็ ธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ราชการหากไม่มีกฎหมายเฉพาะให้ใช้พระราชบญั ญัตินี้

นกั บริหารงานทว่ั ไป รนุ่ ที ๘๔

ไม่ใชบ้ ังคบั (ม.๔) เช่น รฐั สภา คณะรฐั มนตรี องค์กรท่ีใชอ้ านาจตามรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ
คาจากัดความ/นิยาม (ม.๕) เช่น คาส่งั ทางปกครอง ไม่รวมการออกกฎ
คณะกรรมการวธิ ปี ฏิบัตริ าชการทางปกครองจานวนไมน่ ้อยกว่า ๕ คน แตไ่ มเ่ กิน ๙ คน (ม.๗)

บทราชการทางปกครอง
วาระคราวละ ๓ ปี อาจไดร้ ับแตง่ ตง้ั อีก กรณพี ้นตาแหนง่ ตามวาระตามกรณพี ้นตาแหน่ง
คอื ตาย นอกจากวาระตาม.๘ลาออก เป็นบคุ คลล้มละลายๆลฯ (ตาม.๙+ม.๗๖)
คาสังทางปกครองกระทาโดยเจา้ หน้าท่ี

๑.เจา้ หนา้ ที่ ม.๑i๒ - ม.๒๐ ประกองด้วย
๑.๒ จัดต้งั ในระบบราชการ/รฐั วิสาหกจิ
๑.๓จัดต้ังในกิจการอื่นของรัฐองค์กรมหาชจัดตั้งในกิจการอ่ืนของเอกชน

บุคคลรมต. อธิบดี ผวจ. /นายกเทศมนตรี คณะบุคคลพลเรือน คณะกรรมการอานารและคณะกรรมการ
ข้าราชการพลเรือน/สภาเทศบาล/หน่วยงานอิสระขางรัฐ/เอกชนท่ีได้รับอนุญาตให้ตรวจสภาพรถยนต์/แพทย
สภาทนายความ/อปท./กระทรวง ทบวง กรม/รัฐวสิ าหกิจ

หนา้ เมื่อมีกรณีตามมา.๑๓/กรณีคัดค้านว่าเจ้าหน้าท่ีผู้ใด เป็นบุคคลตามม.ออให้เจ้าหน้าที่หยุดการ
154 พิการณา+แจงผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปทราบเพ่ือผู้บังคับบัญชาจะได้มีคาส่ังต่อไปเม่ือมีกรณีตามม.จ๗/อุ

กรณีคัดค้านว่ากรรมการในคณะกรรมการท่ีมีอานาจพิจารณาทางปกครองขณนะใด มีลักษณะดังกล่าว ให้
ประธานกรรมการเรยี กประชมุ เพอ่ื พิจารณาเขตุคดั ค้าน (ม.๑๕)

ㆍ.เป็นคกู่ รณีเองเป็นตุ่หมนั้ /คสู่ มรสของคู่กรณี.เปน็ ญาติของคู่กรณี (ปพพ.ม.๑ b๒๙จ.เปน็ หรอื
เคยเป็นผแู้ ทนโดยชอบธรรม/ผพู้ ิทักษ/์ ผู้แทน/ตวั แทน.เป็นเจ้าหน้ี/ลูกหน/้ี นายจ้างของคู่กรณี

๖.กรณอี นื่ ตามกฎกระทรวงความเป็นกลางของเจ้าหน้าทก่ี รณีมีส่วนได้เสยี (ม.๑๓)

นักบรหิ ารงานทว่ั ไป รุ่นที ๘๔

แนวคิดพน้ื ฐานคณะกรรมการวธิ ีปฏิบตั ิราชการทางปกครอง

เป็นกฎหมายท่ีวางหลกั เกณฑท์ ่ัวไปวา่ ดว้ ยการพิจารณาทางปกครองเพื่อให้การดาเนนิ งาน หน้า
เปน็ ไปโดยถูกตอ้ ง 155

คณะกรรมการวธิ ีปฏบิ ัตริ าชการทางปกครอง
- มจี านวนไม่น้อยกว่า 5 คน แตไ่ มเ่ กนิ 9 คน
- วาระคราวละ 3 ปี อาจได้รบั แตง่ ต้งั อกี
- มอี านาจหนา้ ที่ เชน่ สอดสอ่ ง ดูแล ให้คาแนะนะเกย่ี วกับการดาเนินงานของเจา้ หน้าที่
รวมถึงให้คาปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่เกี่ยวกบั การปฏิบตั ิตาม พรบ.นี้
คาสงั่ ทางปกครอง ซ่ึงกระทาโดยเจา้ หน้าท่ี
1. ความเป็นกลางของเจา้ หนา้ ที่/กรณมี สี ่วนได้เสีย
1. เปน็ คู่กรณีกันเอง
2. เปน็ คูห่ ม้นั /ค่สู มรสของคกู่ รณี
3. เป็นญาติของคู่กรณี
4. เปน็ หรอื เคยเป็นผแู้ ทนโดยชอบธรรม/ผู้พทิ ักษ์/ผู้แทน/ตวั แทน
5. เปน็ เจา้ หน้/ี ลกู หน้/ี นายจา้ งของคู่กรณี
6. กรณีอ่นื ตามกฎกระทรวง
2. คู่กรณี

คอื บคุ คลทเ่ี ปน็ คูก่ รณี ตาม ม.5 บุคคล/คณะบุคคล/นิตบิ ุคคล ซงึ่ ใชอ้ านาจ/ได้รบั มอบหมาย
ใหใ้ ช้อานาจทางปกครอง ตามกฎหมาย

ความสามารถของคู่กรณี (ตาม มาตรา 22)
- ผซู้ ง่ึ บรรลุนติ ิภาวะ
- ผู้ซึ่งมกี ฎหมายเฉพาะกาหนดให้มคี วามสามารถทาในเร่ืองท่ีกาหนดได้
- นิติบคุ คล/คณะบุคคล
- ผซู้ ่ึงมปี ระกาศของนายก รมต./นายก รมต.มอบหมาย
3. การพิจารณา

เจ้าหนา้ ท่ีผมู้ ีอานาจพิจารณาทางปกครอง
- เจ้าหนา้ ที่มีอานาจตามกฎหมาย (ม.12)
o อานาจในแงข่ อง เร่ือง พ้ืนที่ เวลา
o ปัญหาขอ้ กฎหมายทเี่ กี่ยวข้องกบั ความสงบเรียบร้อย

นกั บรหิ ารงานทว่ั ไป รนุ่ ที ๘๔

o ดารงตาแหน่งโดยชอบด้วยกฎหมาย
(แตง่ ตั้งโดยชอบ ไม่ขาดคุณสมบตั ิ ไม่มลี ักษณะต้องห้าม)
- เจา้ หนา้ ที่มเี หตุบกพร่องในการดารงตาแหน่ง
o การงานที่ทาไปได้รบั การค้มุ ครอง (ม.19)
- เอกสารยื่นตอ่ เจา้ หนา้ ที่ ภายในเวลาทก่ี าหนด

- เจ้าหน้าท่แี จง้ สทิ ธิ หน้าท่ีในกระบวนการพจิ ารณาทางปกครองใหค้ ู่กรณีทราบ
- คาขอ/คาแถลง ให้เจา้ หน้าท่ีแนะนาให้ถกู ต้อง
- เจ้าหน้าท่ีตรวจสอบขอ้ เทจ็ จรงิ ตามความเหมาะสม
- กรณคี าส่ังทางปกครองกระทบถงึ สทิ ธิของค่กู รณี ตอ้ งแจ้งให้คู่กรณีได้ทราบข้อเท็จจริง
- คกู่ รณมี ีสทิ ธิขอตรวจดูเอกสารท่จี าเป็นตอ้ งรเู้ พ่อื โตแ้ ย้ง/ป้องกันสิทธิของตน
- กรณที ีต่ อ้ งรักษาไวเ้ ปน็ ความลับ เจา้ หนา้ ทอ่ี าจไมอ่ นุญาตให้ตรวจดูเอกสารได้
รูปแบบของคาสัง่ ทางปกครอง
- ทาเป็นหนังสอื ด้วยวาจา หรอื รูปแบบอืน่ แต่ต้องมีความหมายชดั เจนพอเขา้ ใจได้ (ม.34) ถา้
ออกคาสั่งดว้ ยวาจาคู่กรณีขอให้ยืนยันเป็นหนงั สือได้ (ม.35)

หนา้ - ระบุวัน เดอื น ปี ทท่ี าคาสัง่ ชอ่ื และตาแหน่งของเจ้าหนา้ ท่ีผู้ทาคาสง่ั ลายมือชอื่ ของเจ้าหนา้ ท่ี
156 (ม.36)

- ระบุเหตุผลประกอบคาส่งั (ม.37)
- จดแจ้งสิทธิอุทธรหรือโต้แย้ง (ม.40)
การระบุเหตผุ ลประกอบคาสัง่ ทางปกครอง
1. เหตุผลประกอบด้วย
- ข้อเทจ็ จริงอันเป็นสาระสาคัญ
- ขอ้ กฎหมายทีอ่ ้างอิง
- ขอ้ พิจารณาและข้อสนับสนนุ ในการใชด้ ลุ พินจิ
2. เหตุผลต้อง
- มคี วามครบถว้ นและชัดเจน
- ไมใ่ ช่ระบุพอเปน็ พธิ ี
3. การระบุเหตุผลประกอบคี าสั่งทางปกครอง
- คาสงั่ ทางปกครองตาม ม.37 วรรคหน่ึง
- คาสงั่ ทางปกครองท่ที าเป็นหนังสอื หรือยืนยนั เปน็ หนงั สอื

นักบริหารงานทว่ั ไป รุ่นที ๘๔

- ถ้าไม่ให้เหตุผลไว้ในคาสั่งอาจเยียวยาความบกพร่องโดยให้เหตุผลในภายหลังได้ ตาม ม.41 หนา้
วรรคหนงึ่ (2) 157

- คาส่งั ทางปกครองตาม ม.37 วรรคสอง
- คาส่ังทางปกครองที่มีการประกาศสานักนายกรัฐมนตรีฯ ให้ต้องระบุเหตุผลไว้ในคาส่ัง

หรือเอกสารแนบทา้ ยคาส่งั ฯ
- ต้องใหเ้ หตุผลเม่อื แจ้งคาส่งั ไมอ่ าจใหเ้ หตผุ ลในภายหลังได้ (คาพพิ ากษา ศป.อ 147/2558)

4. การอุทธรณค์ าสัง่ ทางปกครอง
- ทาเป็นหนังสอื
- การอทุ ธรณ์ไมเ่ ป็นการทุเลาการบงั คบั ทางปกครอง
- คู่กรณีอทุ ธรณ์ 15 วนั นบั แต่วันที่ไดร้ บั แจ้ง
- เจ้าหน้าทีพ่ ิจารณาภายใน 30 วนั
5. การเพกิ ถอนคาสง่ั ทางปกครอง
- พจิ ารณาเบื้องต้นเกย่ี วกับการเพกิ ถอน เจ้าหน้าทีเ่ พกิ ถอนคาส่ังได้ภายใน 90 วนั
- การเพิกถอนคาสง่ั ทไี่ มช่ อบดว้ ยกฎหมาย
1. อาจเพิกถอนทัง้ หมด/บางสว่ น
2. ซ่ึงเปน็ การให้เงนิ /ใหท้ รัพย์/ใหป้ ระโยชน์ โดยคานึงถงึ ความเช่ือโดยสจุ รติ ของผู้รบั ประโยชน์
3. กรณีไม่อยู่ในบังคบั ม.51 อาจถกู เพิกถอนทั้งหมด/บางสว่ น แต่ผถู้ กู กระทบจากการถกู เพิก
ถอนมสี ิทธิได้รับค่าทดแทน โดยรอ้ งขอภายใน 180 วัน
- การเพิกถอนคาส่งั ท่ีชอบด้วยกฎหมาย
1. ไมเ่ ป็นการให้ประโยชนแ์ กผ่ รู้ ับคาส่ังทางปกครองอาจถูกเพิกถอนท้ังหมด/บางส่วน โดยมีผล
ต้ังแต่ขณะที่เพิกถอน/มผี ลในอนาคต
2. เฉพาะกรณีมีกฎหมายกาหนดให้เพิกถอนได/้ สงวนสิทธเ์ิ พิกถอนได้ในคาสง่ั /คาสง่ั มี
ขอ้ กาหนดให้ผ้รู ับประโยชน์ต้องปฏิบตั ิแต่ไมม่ ีการปฏบิ ัติภายในเวลาทก่ี าหนด
- การเยียวยาประโยชนท์ ่ีเสียหาย ตาม ม.51 , ม.53
6. การขอให้พิจารณาใหม่
- เหตุทีค่ กู่ รณขี อให้พจิ ารณาใหม่
- มีพยานหลกั ฐานใหม่
- ค่กู รณีไดเ้ ข้ามาในกระบวนพจิ ารณา
- เจา้ หนา้ ทีไ่ ม่มอี านาจทาคาส่ัง
- ข้อเทจ็ จรงิ ข้อกฎหมายเปลีย่ นแปลง

นกั บริหารงานท่ัวไป รุ่นที ๘๔

- ต้องพิจารณาใหม่ภายใน 90 วนั
7. การบงั คบั ทางปกครอง
8. ระยะเวลา
- ห้ามมิให้นับวนั แรกแหง่ ระยะเวลารวมเขา้ ด้วย
- ให้นับวันสิ้นสุดของระยะเวลานั้นรวมเขา้ ดว้ ย แมจ้ ะเป็นวันหยุด ถา้ เปน็ วนั สดุ ทา้ ยเปน็
วันหยุด ให้ถอื ว่าระยะเวลานน้ั สิน้ สดุ ในวันทางานท่ีถัดจากวนั หยุด
- หา้ มมิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลารวมเขา้ ด้วย ระยะเวลาท่ีกาหนดไวอ้ าจขยายได้ โดยยน่ื คา
ขอภายใน 15 วนั
9. การแจ้ง
-แจ้งดว้ ยวาจา/หนังสือ
-แจ้งโดยวิธีให้บุคคลนาไปส่ง ถ้าผู้รับไม่ยอมรับ/ไม่พบผู้รับ/ส่งให้บุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะ
เท่ากับไดร้ ับแจง
- แจง้ ทางไปรษณยี ์ มคี รบ 7 วนั ภายในประเทศ ครบ 15 วนั ตา่ งประเทศ
- แจ้งโดยวิธีปิดประกาศ ที่ว่าการอาเภอ ณ ที่ทาการของเจ้าหน้าที่ เมื่อพ้น 15 วัน นับแต่วันที่

หนา้ ไดร้ ับแจง้
158 - แจ้งโดยประกาศในหนังสอื พิมพ์/โทรสาร หนงั สอื พมิ พ์ถือว่าไดร้ ับแจง้ เม่ือพน้ 15 วนั โทรสาร

ต้องมหี ลักฐานการสง่ จดั ส่งตัวจริงตามทันทีทอ่ี าจกระทาได้

นักบรหิ ารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔

หลักกำรจัดกำรงำนด้ำนกิจกำรสภำทอ้ งถ่ิน หน้า
อำจำรยส์ ญั จิต พวงนำค 159

กระทรวงมหาดไทยได้วางระเบียบเกี่ยวกับข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่นขององค์การบริหาร
ส่วนจงั หวัด เทศบาล และองค์การบริหารสว่ นตาบลไว้ตาม“ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบงั คับการ
ประชุมสภาทอ้ งถนิ่ พ.ศ. 2547 แก้ไขเพิ่มเติมถงึ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2554”

บทฐานอานาจ
พรบ.องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด พ.ศ. 2540 แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ถึง (ฉ.5) พ.ศ. 2562 (ม.26)
พรบ.เทศบาล พ.ศ. 2496 แกไ้ ขเพ่มิ เติมถึง (ฉ.14) พ.ศ. 2562 (ม.23)
พรบ.สภาตาบลและองค์การบริหารส่วนตาบล พ.ศ. 2537 แก้ไขเพ่ิมเติมถึง (ฉ.7) พ.ศ. 2562

(ม.52)
โดยกาหนดให้ ผู้บริหารทอ้ งถ่นิ มอี านาจหน้าท่ี ดงั นี้
(๑) กาหนดนโยบายโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย และรับผิดชอบในการบริหารราชการขององค์กรปกครอง

สว่ นท้องถ่นิ ใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คบั ข้อบัญญตั ิและนโยบาย
(๒) ส่งั อนุญาต และอนุมัติเกย่ี วกับราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(๓) แต่งต้ังและถอดถอนรองผู้บริหารท้องถิ่น ท่ีปรึกษาผู้บริหารท้องถ่ิน และเลขานุการผู้บริหาร

ทอ้ งถิน่
(๔) วางระเบยี บเพ่ือให้งานขององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ เปน็ ไปด้วยความเรียบร้อย
(๕) รกั ษาการให้เปน็ ไปตามข้อบญั ญัติท้องถ่ิน
(๖) ปฏิบัติหน้าที่อ่ืนตามท่ีกฎหมายบัญญัติไว้ในกฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและ

กฎหมายอ่ืน
และอานาจหน้าทขี่ องสภาท้องถนิ่ มดี ังน้ี
(๑) ควบคุมการบริหารงานของผู้บริหารท้องถ่ินให้เป็นไปตามกฎหมาย นโยบาย แผนพัฒนาองค์กร

ปกครองสว่ นท้องถิ่น ขอ้ บัญญัติ ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการ
(๒) พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างข้อบัญญัติท้องถ่ิน ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปี

และรา่ งข้อบญั ญตั ิ งบประมาณรายจ่ายเพิม่ เตมิ
(๓) ใหค้ วามเห็นชอบแผนพฒั นาทอ้ งถน่ิ เพือ่ เป็นแนวทางในการบรหิ ารกจิ การขององคก์ รปกครองสว่ น

ทอ้ งถน่ิ (เฉพาะสภา อบต.)

นกั บรหิ ารงานท่ัวไป ร่นุ ที ๘๔

การประชมุ สภาท้องถ่นิ ประกอบดว้ ย

1.การประชุมสภาครงั้ แรก (ขอ้ 6)

- ผวจ. ต้องกาหนดให้สมาชิกสภา อบจ. / เทศบาล ประชุมสภาครั้งแรก ภายใน 15 วัน นับแต่

ประกาศผลการเลอื กตั้งสมาชกิ ครบตามจานวนแล้ว

- นอภ. ต้องกาหนดให้สมาชกิ สภา อบต. ประชุมสภาครั้งแรก ภายใน 15 วัน นับแต่ประกาศผล

การเลอื กตั้งสมาชิกครบตามจานวนแลว้

(ตามพรบ.อบจ.ฯ ม.22 วรรคสอง / พรบ.เทศบาลฯ ม.24 วรรคสอง/พรบ.อบต.ฯ ม.53

วรรคสอง)

สง่ิ ท่ีตอ้ งทาในการประชมุ สภาครั้งแรก

1.ปฏิญาณตน

2.เลือกประธานสภาทอ้ งถิ่น

3.เลอื กรองประธานสภาทอ้ งถิ่น

4.เลือกเลขานกุ ารสภาท้องถิ่น

5.กาหนดสมยั ประชุมสามญั ของปีนน้ั และกาหนดสมัยประชมุ สามญั สมยั แรกของปีถัดไป

หน้า การดาเนินการในการประชมุ คร้ังแรก

160 อบจ. / เทศบาล ผวจ.เปิดประชุมอบต. นอภ.เปิดประชุม

ปลดั อปท. เปน็ เลขานกุ ารสภา อปท. ชว่ั คราว

การเลือกประธานสภาทอ้ งถ่นิ

การเสนอชือ่ (ข้อ 8 วรรคหนง่ึ )

- สมาชิก 1 คน เสนอได้ 1 ช่ือ โดยต้องมีสมาชิกรับรองอย่างน้อย 2 คน และสมาชิกแต่ละคนมี

สทิ ธริ บั รองไดเ้ พียงครงั้ เดยี ว

- เสนอช่ือได้ไมจ่ ากดั จานวน

- สมาชิกลงคะแนนโดยวิธีเขียนช่ือตัว+ชื่อสกุล ผู้ถูกเสนอช่ือ คนละ 1 ชื่อ ทั้งน้ี หากเสนอช่ือ

เพยี ง 1 คน ให้ถือวา่ ผู้นน้ั ได้รบั เลือก (ขอ้ 14)

การลงคะแนน (ขอ้ 8 วรรคหน่งึ ) - สมาชกิ นาบัตรทเี่ ขียนแลว้ ใส่ซองทีเ่ จา้ หนา้ ที่จัดให้

- ประธานท่ปี ระชมุ เรียกชื่อสมาชกิ ตามอักษรใหน้ าซองใส่หบี ต่อหนา้ ประธานฯ

(หย่อนบัตรทเ่ี ขยี นช่อื เหมือนการลงคะแนนลบั ตาม ข้อ 75 วรรคสาม)

การตรวจนบั คะแนน ประธานทีป่ ระชุมเชิญสมาชกิ ไมน่ อ้ ยกวา่ 2 คน ช่วยตรวจนับ

การเลอื กรองประธานสภาทอ้ งถ่ิน

ประธานสภาจัดใหม้ ีการเลอื กรองประธานสภา โดยต้องเลอื กในการประชมุ สภาครง้ั แรก

นกั บรหิ ารงานทัว่ ไป รุ่นที ๘๔

ตามจานวนเท่ากับท่ีกฎหมายกาหนด ดงั นี้ (อบจ. 2 คน , เทศบาล / อบต. 1 คน)

- อบจ. ให้เลือกรองประธานสภา คนท่ี 1 ก่อน

วธิ กี ารเลอื กรองประธานสภา (ข้อ 12)

-เหมอื นวธิ ีเลือกประธานสภาตามข้อ 8 * กลา่ วคอื กรณีคะแนนเท่ากนั เป็นครัง้ ที่ 2 กใ็ ห้จบั สลาก

การรายงาน (ขอ้ 11 วรรคสาม)

- ประธานสภาต้องรายงานผล

อบจ. * /เทศบาล ผวจ.

อบต. นภอ.

- ภายใน 7 วัน นับแตว่ ันเลือก

การเลอื กเลขานุการสภาท้องถ่นิ

ประธานสภาจัดให้มกี ารเลอื กเลขานุการสภา

- วิธกี าร เหมือนวิธเี ลือกประธานสภาตามข้อ 8 * (ขอ้ 13)

- เลอื กจาก

*สมาชกิ หน้า
161
*พนักงาน / ข้าราชการสว่ นทอ้ งถิ่น แต่ กรณี อบต. หมายถงึ ปลัด อบต. เท่านัน้

หมายเหตุ เม่ือได้เลขานุการสภาแล้วให้เลขานุการสภาช่ัวคราว พ้นจากตาแหน่ง ตามข้อ 13

วรรคสอง)

อานาจและการปฏิบัติหน้าที่รองประธานสภา (ข้อ ๑๗ ) ช่วยประธานสภา/ ปฏิบัติตามที่

ประธานสภามอบหมาย โดยปฏิบัตหิ น้าท่แี ทนประธานสภา * ในกรณี

- ไมม่ ปี ระธาน - มีแตไ่ ม่อยู่

- อย่แู ตไ่ มส่ ามารถปฏิบตั หิ น้าทีไ่ ด้ - ไมย่ อมปฏิบตั หิ น้าที่

(โดยนาข้อ 26 วรรคสอง มาใชโ้ ดยอนโุ ลม: วิธกี ารเลือกรณสี มาชิกเลือกกันเอง เปน็ ประธานทป่ี ระชุม

เน่ืองจากประธานสภา+ รองประธานสภาไม่ยอมปฏบิ ตั หิ นา้ ท)ี่

ท้งั นี้ ในกรณีมรี องประธานสภามากกว่า 1 คน ใหป้ ฏิบัติหนา้ ทต่ี ามลาดับ*

2.การประชมุ สามัญ สมัยประชุมสามัญประจาปี/ระยะเวลา (ข้อ 21)

*ให้ประธานสภานาปรกึ ษาในที่ประชมุ สามญั ประจาปีสมยั แรกของแต่ละปี

- อบจ. 2 สมัย สมัยละ 45 วนั

- เทศบาล 4 สมัย สมัยละไมเ่ กนิ 30 วัน

- อบต. 2-4 สมยั สมัยละไมเ่ กิน 15 วัน

** กาหนดสมัยประชุมสามัญสมัยแรกของปีถัดไปด้วย

นกั บรหิ ารงานทั่วไป ร่นุ ที ๘๔

*ทาเปน็ ประกาศของสภาท้องถิน่
*ปิดประกาศในทีเ่ ปดิ เผย ณ สนง.อปท.
*กรณีไม่ได้กาหนด / จาเป็นต้องเปล่ียนแปลง ให้ประธานสภานาปรึกษาในสมัยประชุมสามัญ
อ่นื ๆ หรอื ในสมัยประชมุ วสิ ามัญกไ็ ด้
3.การประชมุ วสิ ามัญ

การเรยี กประชุม (ขอ้ 22)
- ประธานสภาเรยี กประชุม

- ทาเปน็ หนงั สอื
- แจ้งใหส้ มาชกิ ทราบล่วงหนา้ + ปิดประกาศกอ่ น
กาหนดวันเปิดสมยั ไมน่ อ้ ยกว่า 3 วัน
- เวน้ แต่

 เปน็ การประชมุ อันรบี ด่วน
 จะแจง้ + ปิดประกาศนอ้ ยกวา่ 3 วันกไ็ ด้ แตต่ อ้ ง

หน้า ไม่นอ้ ยกว่า 24 ชวั่ โมง ก่อนกาหนดเวลาเปิดสมยั ประชมุ
162  ตอ้ งระบเุ หตุอันรีบดว่ นในหนงั สือด้วย

การนัดประชุม (ข้อ 23)
*ทาเปน็ หนงั สือ
*บอกนดั ในท่ปี ระชมุ + ใหส้ ง่ หนังสอื นัดประชมุ ไปยังผูไ้ ม่ไดม้ าประชุมให้ทราบลว่ งหน้าดว้ ย
*แจ้งนัดล่วงหนา้ กอ่ นวนั ประชุมไมน่ ้อยกวา่ 3 วนั
การประชุมอนั รีบด่วน
- นัดนอ้ ยกวา่ นั้นกไ็ ด้ + ให้ระบุเหตุในหนงั สือ + แจง้ ใหท้ ีป่ ระชมุ สภาทราบ

การประชมุ โดยไมม่ กี ารนดั (ขอ้ 23 วรรคสอง)
- การประชุมโดยไม่มกี ารนัด  ไมใ่ หถ้ อื วา่ เป็นการประชุมของสภาท้องถิน่
สิง่ ท่ตี ้องปฏิบัติในการเรียก / นัดประชุม
- สง่ ระเบยี บวาระไปพร้อมกนั เวน้ แต่มเี หตรุ ีบดว่ นให้แจง้ ในขณะเปดิ ประชุม
- ประชาสมั พันธ์กาหนดวนั เวลา และเรอ่ื งให้ประชาชนทราบ
หมายเหตุ การจดั ระเบียบวาระเป็นไปตามข้อ 27

นกั บรหิ ารงานท่ัวไป รนุ่ ที ๘๔

การประชุมสภาท้องถิน่ (ข้อ 25) หน้า
*เมื่อถึงกาหนดเวลานัดประชุม เลขาสภาฯ ตรวจสอบรายช่ือสมาชิก ท่ีได้ลงชื่อไว้ว่าครบองค์ 163
ประชมุ หรือไม่

*เลขาสภาฯ ให้สญั ญาณเชญิ สมาชกิ เขา้ หอ้ งประชุม
*ประธานตรวจดูว่าสมาชิกเขา้ ประชมุ ครบองค์ประชุมหรือไม่
*การนบั องค์ประชุม - ไมไ่ ด้ลงชื่อแตเ่ ข้าร่วมประชุม ถอื วา่ มาประชุม

- ลงช่ือไว้ แต่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ไม่ให้นับ ถือว่าขาด
ประชมุ

**ต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าก่ึงหน่ึงของสมาชิกทั้งหมดเท่าท่ีมีอยู่ถ้าไม่ครบองค์
ประชุมและพ้นกาหนดเวลานัด 1 ชม. - ใหป้ ระธานสภาส่ังเลือ่ นการประชมุ

- ใหถ้ อื วา่ สมาชกิ ไม่อย่ขู าดประชุม
- แจ้งเล่ือนการประชุมโดยนาข้อ 23 (นัดประชุม) มาใช้

โดยอนุโลม
การจดั ระเบยี บวาระการประชุม (ข้อ 27*)

ใหจ้ ดั ลาดบั ดังตอ่ ไปนี้
-เร่อื งท่ีประธานจะแจ้งต่อทีป่ ระชมุ
-รบั รองรายงานการประชมุ
-กระทถู้ าม
-เรอื่ งท่คี ณะกรรมการทสี่ ภาท้องถนิ่ ตงั้ ข้ึนพจิ ารณาเสรจ็ แลว้
-เรอ่ื งท่เี สนอใหม่
-เรื่องอื่น ๆ

ในกรณีที่ประธานสภาท้องถ่ินเห็นว่าเร่ืองใดเป็นเรื่องด่วน จะจัดไว้ในลาดับใดของระเบียบวาระ
การประชมุ ก็ได้

แต่จะจัดไวก้ อ่ นเร่ืองทค่ี ณะกรรมการทส่ี ภาท้องถิ่นตั้งขนึ้ พจิ ารณาเสรจ็ แล้วไมไ่ ด้
ประชุมตามระเบยี บวาระ (ข้อ 29)
ให้ดาเนินการประชุมตามระเบียบวาระ เว้นแต่ ที่ประชุมสภาจะตกลงกันเป็นอย่างอ่ืน ในการ
ประชุมคราวนั้น
 ประธานจะสัง่ ปดิ ประชมุ กอ่ นหมดระเบียบวาระไมไ่ ด้
เว้นแต่ กรณเี กดิ เหตอุ ลเวง ตามข้อ 121

นกั บริหารงานทว่ั ไป รุ่นที ๘๔

 ถา้ ประธานฝา่ ฝืน (ส่งั ปิดก่อน)
- โดยต่อเน่อื งกันสมาชกิ ไม่นอ้ ยกวา่ ก่งึ หนึง่ (½) ทม่ี ีอยู่ในที่ประชุม เหน็ ว่าให้เปดิ ประชุมตอ่ ไป
- ใหป้ ระชุมตอ่ ไปตามระเบยี บวาระจนหมด
- ให้รองประธานสภาเปน็ ประธานทีป่ ระชมุ
ถ้ารองประธานสภาไม่อยู่ / ไม่สามารถปฏิบตั หิ น้าท่ีได้ ใหส้ มาชิกเลอื กกันเองเปน็ ประธาน
ทปี่ ระชุม (วธิ กี ารตามข้อ 26)

*วาระการประชมุ ท่ยี งั ไมไ่ ด้ประชุม ใหป้ ระธานสภาจัดวาระนน้ั เขา้ ในระเบียบวาระการประชุม
คร้งั ต่อไป

พักการประชุม (ขอ้ 30)
- ประธานสภาเหน็ เป็นการสมควร
- สั่งพักการประชุมไว้ชว่ั คราวกไ็ ด(้ ควรกาหนดเวลาใหช้ ัดเจน)
รายงานการประชมุ (ข้อ 33 -35)
- ต้องใหค้ ณะกรรมการตรวจรายงานได้ตรวจสอบ

หน้า - ทาสาเนารายงานทต่ี รวจแลว้ อยา่ งนอ้ ย 2 ฉบับ
164 - ให้สมาชิกตรวจดูก่อนเวลาประชุมไม่นอ้ ยกว่า 1 วนั

-การแก้ไขทาโดยมติทปี่ ระชมุ
-ใหป้ ระธานสภาลงช่อื เป็นหลักฐานวา่ สภารับรองแล้ว
-การเปิดเผยรายงานการประชมุ ลับ เป็นไปตามมติของสภา

ญัตติ
ประเภทของญตั ติ
1. ญัตตเิ ก่ยี วกับกจิ การสภาทอ้ งถน่ิ
2. ญตั ตริ า่ งขอ้ บัญญัติ

การพิจารณาเรอ่ื ง/ ญตั ติ

นักบรหิ ารงานทว่ั ไป รนุ่ ที ๘๔

การเสนอญัตติ (ข้อ 38) หน้า
-ทาเป็นหนังสือ ย่ืนต่อประธานสภาฯ ล่วงหน้าก่อนวันประชุม ไม่นอ้ ยกวา่ 5 วนั 165
-มีสมาชิกรับรองอย่างน้อย 2 คน (หากมีสมาชิกเหลืออยู่น้อยกว่า 8 คน ให้มีสมาชิกรับรอง 1
คน เวน้ แต่กฎหมายจะกาหนดไวเ้ ปน็ อยา่ งอน่ื )
-ญัตตทิ ผี่ ูบ้ รหิ ารทอ้ งถ่นิ เสนอ ไมต่ ้องมีใครรับรอง
ญัตติท่ีอาจเสนอด้วยวาจา
 ตอ้ งเสนอดว้ ยวาจาในท่ีประชมุ
 ต้องมีสมาชิกรับรอง

(ข้อ 38 และขอ้ 41)
การเสนอ : วธิ ีการ
1. ยกมือขึ้นพ้นศีรษะเมอื่ ประธานอนุญาต จึงกลา่ วได้ ณ ท่ีของตน / ทจี่ ัดไว้
2. การรบั รอง : วธิ ียกมอื ขึน้ พน้ ศรี ษะ
การบรรจุญตั ติ (ข้อ 40)
ประธานสภาต้องบรรจญุ ัตติท่ีเสนอมาเข้าระเบยี บวาระภายในเวลาอันสมควร ในสมัยประชุมนั้น
ถา้ มเี หตจุ าเปน็ ใหบ้ รรจุในสมยั ประชมุ ถัดไป+ ให้แจ้งเหตุจาเป็นนนั้ ต่อสภาในสมัยประชมุ นั้น
ญัตตทิ ี่เสนอดว้ ยวาจา ประธานสภาตอ้ งบรรจเุ ขา้ ระเบยี บวาระในการประชุมคราวน้ัน (ขอ้ 38
วรรคหก)
• ญัตติตกไป
• การถอนญัตติ
• กรณีท่ีถือวา่ ถอนญัตติ การส้นิ ผลของญตั ติ
ญตั ติตกไป (ข้อ 40 วรรคสาม *)
-ญตั ตทิ บี่ รรจุเขา้ ระเบยี บวาระแล้ว
-หากสภาไมพ่ ิจารณาในสมยั ประชุมนัน้ หรอื พจิ ารณาไม่แลว้ เสรจ็ ให้เปน็ อนั ตกไป
เว้นแต่ เป็นญตั ตริ า่ งขอ้ บญั ญัติ ใหบ้ รรจใุ นสมัยประชุมถดั ไป
การอภิปรายการกล่าวถอ้ ยคาในท่ีประชมุ สภา
-ยกมือขน้ึ พน้ ศีรษะเมื่อประสงคจ์ ะกลา่ ว+จะกล่าวได้ เมอ่ื ประธานอนุญาต
-ยืนกล่าว ณ ท่ีของตน / ท่ีท่ีจัดไว้ + ต้องกล่าวกบั ประธาน
-ใช้เวลาตามสมควร หากใชเ้ วลาเกนิ สมควรและมีผู้อ่ืนจะอภิปรายต่อไป ประธานอาจสั่ง
ใ ห้ หยุดได้
เมอื่ อภิปรายมา 10 นาที แลว้ (ข้อ 67)

นกั บริหารงานทวั่ ไป รุ่นที ๘๔

-อภปิ รายเฉพาะเรือ่ งท่ีกาลังปรึกษาหา้ มกลา่ วข้อความซ้า หรือนอกประเด็น
-หา้ มใช้คาหยาบคาย ใสร่ ้าย ปา้ ยสผี ใู้ ด
-หา้ มกลา่ วถึงชื่อบคุ คลใดๆ เวน้ แต่ หากจาเปน็
-หา้ มนาเอกสารมาอา่ นในทีป่ ระชุมฟงั เว้นแต่ จาเป็น
-หา้ มนาวตั ถใุ ด ๆ เข้ามาแสดง เวน้ แต่ ประธานอนุญาต
ลาดับการอภปิ ราย/แปรญัตติ

การถอนญัตติ (ขอ้ 55)

• การขอถอนญัตติหรือคาแปรญตั ติ

• การแก้ไขขอ้ ความในญัตตริ า่ งข้อบัญญัติซึ่งเป็นเหตุใหเ้ ปลยี่ นหลกั การของรา่ งข้อบัญญัติ

หน้า • การขอถอนช่ือจากการเป็นผู้รับรองหรอื ผ้รู ว่ มกนั เสนอญัตติ
เงือ่ นไข จะกระทาเมอื่ ใดก็ได้
166 เว้นแต่ ญตั ติน้นั ได้จดั เขา้ ระเบยี บวาระแลว้

ต้องไดร้ บั ความยินยอมจะที่ประชุมสภาท้องถนิ่

กรณีคาแปรญตั ติ ต้องไดร้ บั ความยนิ ยอมจากท่ีประชมุ คกก.แปรญัตต)ิ

การลงมติ

- ก่อนลงมติ ประธานตอ้ งตรวจสอบว่าครบองคป์ ระชมุ หรอื ไม่ ถา้ ไม่ครบลงมติไม่ได้ (ขอ้ 76)

- หน่งึ คนหนึ่งเสียง (ข้อ 77)

- ประธานทีป่ ระชุมมสี ทิ ธอิ อกเสยี งในฐานะสมาชิก โดยไม่ตอ้ งลงจากที่นง่ั ประธานก็ได้

- กรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานออกเสียงเพิ่มอีกหนึ่งเสียงโดยเปิดเผยเป็น

เสียงช้ีขาด โดยจะบอกเหตุผลด้วย หรอื ไม่ก็ได้ (ขอ้ 86)

การนบั คะแนนและประกาศคะแนน

 เมอ่ื นับเสรจ็ แลว้ ประธานต้องประกาศคะแนนทนั ที

- ให้ประกาศด้วยว่าได้คะแนนข้างมากครบตามจานวนที่กฎหมายกาหนดไว้หรือไม่

(ข้อ 81)

 ให้ถือเสยี งขา้ งมากเปน็ เกณฑ์ เว้นแต่ กฎหมายกาหนดเป็นอย่างอ่นื

นกั บรหิ ารงานทัว่ ไป รนุ่ ที ๘๔

กระท้ถู าม
ความหมายและประเภทกระทู้
กระทู้ถาม คือ คาถามซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นตั้งข้ึนเพ่ือสอบถามผู้บริหารท้องถ่ินเกี่ยวกับ
ข้อเท็จจรงิ หรอื นโยบายอันเก่ยี วกับงานในหน้าท่ขี องผู้บริหารท้องถ่ิน
ประเภท
- กระทถู้ ามท่ัวไป
- กระทู้ถามดว่ น
หมายเหตุ ไมม่ ีกระทู้ถามสด

คณะกรรมการสภาท้องถ่นิ

หนา้
167

นกั บรหิ ารงานทัว่ ไป รนุ่ ที ๘๔

เทคนคิ การจัดประชมุ และสัมมนา
อาจารย์พลภทั ร เพ็งบญุ

Peter Drucker อธบิ ายว่า ประชมุ คอื “การประชุมเป็นตวั ชว้ี ดั ความสาเร็จขององค์กร องคก์ ร
ท่ีประชุมไม่มีประสิทธิผล คือ ประชุมเสียเวลานาน ไม่สามารถบรรลเุ ปา้ หมายการประชุมที่ต้ังไว้ ย่อมส่งผลให้
องค์กรนัน้ ไมป่ ระสบความสาเร็จ”

การพิจารณาจัดการประชุม
1. การประชมุ แบบให้ข่าวสาร
2. การประชุมแบบรบั ข่าวสาร
3. การประชุมแบบแก้ปัญหา
4. การประชุมแบบเสรมิ สรา้ งทัศนคติ
5.การประชมุ ฝึกอบรม
ประเภทของการจดั ประชมุ แบง่ ตามวัตถุประสงค์ 5 ประเภท
1.การประชุมเพอื่ การข่าวสาร (Information Conference)
2.การประชมุ เพื่อแกป้ ัญหา (Problem – solving Conference)

หน้า 3.การประชมุ เพอ่ื ตัดสนิ ใจ (Decision – making Conference)
168 4.การประชุมเพอ่ื การฝกึ อบรม (Training Conference)

5.การประชุมเพื่อระดมความคิด (Brainstroming Conference)
ประเภทของการประชมุ แบ่ง ตามลกั ษณะ 11 ประเภท
1. การประชุมใหญ่ (Convention)
2. การประชมุ สมั มนา (Seminar)
3. การประชุมเชงิ ปฏิบตั กิ าร (Workshop)
4. การประชุมอภิปรายก่งึ สมั ภาษณ์ (Colloquy)
5. การอภิปรายเปน็ คณะ (Panel & Panel Forum)
6. การอภปิ รายซักถาม (Panel Forum)
7. การบรรยายเป็นคณะ (Symposium & Symposium Forum)
8. การประชมุ แบบซินดิเกต (Syndicate)
9. การประชมุ แบบเซอคูลารเ์ รสพอนส์ (Circular response)
10. การประชุมระดมความคดิ (Brainstroming Conference)
11. การประชุมแบบจา่ ยตลาด

นกั บรหิ ารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔

การตดั สินใจเลอื กผูเ้ ขา้ รว่ มประชมุ หน้า
1. เป็นประโยชน์ดา้ นความคดิ เหน็ 169
2. เปน็ ผ้มู ขี อ้ มลู และรอบรู้
3. เปน็ ผมู้ ีสว่ นได้ส่วนเสีย
4. เป็นผอู้ ยู่ในฐานะต้องให้การรับรองมตหิ รอื ผลการประชุม
5. เป็นสมาชิกของกลุ่มทีป่ ระชุม
6. เป็นผู้มีอานาจตัดสินใจหรอื อนมุ ัตเิ รอื่ งที่จะประชมุ
7. เปน็ ผู้จาเป็นตอ้ งรับรูเ้ น้อื หาการประชุม

จานวนของผเู้ ข้าประชุม
1. เพื่อการตดั สนิ ใจ ( 5 คน)
2. เพอื่ แกป้ ญั หา (7 คน)
3. คณะกรรมการเฉพาะกจิ ( 7 คน)
4. เพอ่ื การบริหาร ( 10 – 15 คน)
5. เพอ่ื ฝึกอบรม ( 20 – 25 คน / ตามจานวนจรงิ )
6. ประชุมชีแ้ จง (ไมเ่ กิน 30 คน)
7. เพ่ือแจ้งข่าวสาร (ตามจานวนของผจู้ าเป็นตอ้ งร)ู้

เตรียมการประชุม
1. การเชญิ ประชมุ
2. การลงทะเบียน
3. สถานที่ประชมุ
4. สง่ิ อานวยความสะดวก
5. ระบบแสง เสยี ง
6. การประสานงาน

การวางแผนการจัดประชุม
1. กาหนดวตั ถุประสงค์ / รายละเอียด
2. จดั หางบประมาณ
3. กาหนดวนั ประชุม
4. จดั สถานท่ปี ระชุม
5. จัดทาหวั ข้อการประชมุ (ระเบียบวาระการประชุม)
6. ตดิ ต่อเชญิ ผ้เู ก่ียวข้อง

นกั บรหิ ารงานทัว่ ไป รนุ่ ที ๘๔

7. เตรยี มงานสงั สรรค์ในการประชุม
8. ทาประชาสัมพันธ์ / เผยแพรข่ ่าว

รายการตรวจสอบการจัดประชมุ
การวางแผน
1. การกาหนดวตั ถปุ ระสงค์และรายละเอยี ดการประชุม
2. การกาหนดหัวเรอื่ งท่ีจะประชมุ
3. การจัดกาหนดการของการประชุม
4. การกาหนดคุณสมบัตขิ องผ้เู ข้ารว่ มประชุม
5. กาหนดกรรมการและเจา้ หน้าที่ผทู้ เี่ ก่ยี วข้องกับการประชมุ
6. การแต่งตง้ั คณะกรรมการดาเนินการและผู้ประสานงาน
7. ขออนมุ ตั ิแผนดาเนินงาน/โครงการ
8. การปฐมนเิ ทศกรรมการดาเนนิ งานและเจ้าหน้าท่ี
การติดต่อ
1. ติดต่อประธานเปดิ – ปดิ มอบวุฒบิ ัตร

หน้า 2. ติดต่อทาบทามวทิ ยากรผูบ้ รรยาย
170 3. ทาหนงั สอื เชญิ วทิ ยากรอยา่ งเป็นทางการ

4. ทาหนงั สือเชญิ ผู้เข้าร่วมประชุม
5. ทาหนังสือเชิญแขกผู้มเี กียรติ
6. ขอคายนื ยนั ของวิทยากรในการเข้าประชมุ อีกครงั้
7. สายการบนิ รถไฟ รถทัวร์ ที่พกั ท่รี ับรอง
8. จัดทารายชอ่ื ผูเ้ ข้าร่วมประชุม
การเตรยี มสถานที่ประชุม
1. จดั หาสถานทปี่ ระชุม/จองห้องประชมุ
2. ปา้ ยเรือ่ งการประชมุ ในแต่ละคร้ัง
3. จดั ชุดรับแขกสาหรับผมู้ เี กียรติ
4. จดั โตะ๊ เก้าอตี้ ามจานวนผเู้ ข้าร่วมประชมุ
5. จัดทน่ี ่ังสารองหากมีผูเ้ ข้ารว่ มสงั เกตการณ์
6. จดั รปู แบบของที่ประชุมรูปต่าง ๆ
7. แผนผงั สถานทป่ี ระชุมเพอ่ื แจง้ ใหผ้ เู้ ข้าร่วมประชมุ ทราบ
8. ระบบขยายเสยี งในห้องประชมุ

นกั บริหารงานทัว่ ไป ร่นุ ที ๘๔

9. ระบบปรบั อากาศในหอ้ งประชมุ หนา้
10. ห้องปฏบิ ตั ิการ/ห้องประชมุ กลมุ่ ยอ่ ย/หอ้ งอภิปราย สมั มนากลุ่ม 171
11. สารวจทางออกฉกุ เฉิน
12. ปา้ ยบอกทางไปห้องประชุม
13. จดั การสอ่ื สารสาธารณะ
14. ระบบแสงสวา่ งภายในหอ้ งประชมุ
15. เจา้ หน้าท่ีจัดเตรียมเครอื่ งด่มื สาหรับวิทยากร
16. โทรศพั ท์สาหรับห้องประชมุ (ตดิ ตงั้ ภายนอกโดยมีเจา้ หนา้ ทร่ี บั สาย)
17. หอ้ งสขุ าสาหรบั ผเู้ ข้าร่วมประชุม
การเตรียมอุปกรณแ์ ละโสตทัศนูปกรณต์ า่ ง ๆ
1. สมดุ ลงทะเบียน
2. ป้ายช่ือเอกสารประกอบการประชุม
3. กระดาน ปากกา พรอ้ มบันทึก
4. ปา้ ยชอ่ื วิทยากร ปา้ ยหัวข้อการประชุม
5. อุปกรณ์อานวยความสะดวก เชน่ แก้วนา้ แจกันประดบั ดอกไม้ ท่วี างหมวก เปน็ ต้น
6. ห้องรบั รองวทิ ยากร
7. ส่อื การนาเสนอเรอื่ งท่ีจะประชมุ เชน่ Projector,Notebook, DVD,Flip Chart เป็นตน้
8. เครือ่ งบันทึกเสยี ง, MP 3
9. ชา่ งภาพ
งานอ่ืน ๆ
1. การรับรองทัว่ ไป
2. จดั เตรยี มทพ่ี กั ของวิทยากรและผ้เู ขา้ ประชุม
3. กาหนดผรู้ บั ผิดชอบในการรบั รองวทิ ยากรและผูเ้ ขา้ ประชุม
4. กาหนดงบประมาณค่าอาหารและเครอ่ื งดื่ม
5. กาหนดผ้รู บั ผดิ ชอบดา้ นอาหารและเครอ่ื งดืม่
6. การเลยี้ งอาหารและเคร่อื งดืม่
7. รถรับ – สง่ วิทยากร จองท่พี ักให้วทิ ยากร
8. คา่ ใชจ้ า่ ยท่ีพัก ค่าเดนิ ทาง คา่ ตอบแทนวทิ ยากร
9. กาหนดเจา้ หน้าทดี่ า้ นแปลภาษา(กรณีการประชมุ นานาชาต)ิ
10. โต๊ะรับตดิ ตอ่ เรือ่ งการเดินทาง และการสารองที่นัง่ เครอื่ งบนิ

นกั บรหิ ารงานท่ัวไป รุน่ ที ๘๔

11. จดั ใหม้ ีหอ้ งงานเลขานุการ สารองเคร่อื งถ่ายเอกสาร
12. เตรยี มการเบกิ จ่ายเบีย้ เลย้ี ง ค่าพาหนะ ของผู้เข้าประชุม
การเตรยี มการประเมนิ ผล
1. จดั ทาแบบฟอรม์ การประเมนิ ผล
2. จดั ทาแบบฟอรม์ สังเกตการณ์
3. กาหนดผรู้ ับผิดชอบการทอดแบบประเมินผล
งานหลงั การประชมุ
1. จดั ทารายงานการประชมุ ทันทีท่ีเสร็จสน้ิ การประชมุ
2. ทาหนังสือตอบขอบคณุ วทิ ยากรและผเู้ กี่ยวข้อง
3. แจ้งและยนื ยนั มตขิ องท่ปี ระชมุ ใหบ้ คุ คลทเ่ี ก่ียวข้องทราบ
4. จัดทาเอกสารสรปุ ผลการประชมุ
5. ตดิ ตามการประเมินผลการประชมุ
6. จัดเตรยี มการประชุมครัง้ ตอ่ ไป

การจัดทางบประมาณการประชมุ

หน้า (กรณศี กึ ษาการประชุมระหว่างประเทศ)
172 1. ค่าใช้จา่ ยอานวยความสะดวกแก่ผู้เขา้ ร่วมประชุม

2. ห้องประชมุ และอปุ กรณ์
3. ผู้ร่วมงานและการบริการอืน่ ๆ
4. ประธาน ผู้รว่ มประชุม และผเู้ สนอบทความ
5. ลา่ ม/พนักงานแปล (Ear Mob)
6. คา่ ใชจ้ า่ ยของหนว่ ยงาน (ธรุ การ)
7. สิ่งพิมพ์เผยแพร่(สอ่ื ประชาสัมพันธ์)
8. คา่ ส่ิงอานวยความสะดวกและสวสั ดิการ
9. ค่าใช้จา่ ยเพิ่มเตมิ
10. เงินทุนและบัญชี

การจดั ทาระเบยี บวาระการประชมุ
(Agenda/Order of Business)
5 วาระหลกั
วาระท่ี 1 ประธานแจง้ ใหท้ ป่ี ระชมุ ทราบ
วาระท่ี 2 รบั รองรายงานการประชุม

นักบรหิ ารงานทวั่ ไป รุ่นที ๘๔

วาระที่ 3 ตดิ ตามผลการประชมุ คราวท่ผี ่านมา หนา้
วาระที่ 4 เร่อื งเสนอเพ่อื พจิ ารณา 173
วาระท่ี 5 เรือ่ งอื่น ๆ (ถ้ามี)

วิธจี ดรายงานการประชุม
1. จดละเอียดทุกคาพดู + มติ
2. จดย่อประเด็นสาคญั + มติ
3. จดแตค่ วามเหน็ โดยรวม + มติ
4. จดเฉพาะมติของท่ปี ระชุมเทา่ นัน้

การประชาสมั พันธ์งานประชุม
1. สรา้ งความสัมพนั ธ์อันดรี ะหว่างเจ้าหนา้ ท่ใี นหนว่ ยงาน
2. สร้างและรักษาความเขา้ ใจซ่ึงกันและกันระหว่างกลุ่ม
3. สรา้ งความสมั พันธก์ ับภายนอกองคก์ ร ประชาชน
4. ใหไ้ ด้รบั ความรว่ มมอื /สนับสนุนจากกลมุ่ ชนและสถาบนั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
5. สรา้ งภาพลกั ษณ์ทด่ี ี(good image)ต่อสาธารณชน
6. องค์กรภายนอกและประชาชนเกิดทัศนคติท่ีดี
7. สร้างและปกป้องรกั ษาชื่อเสยี งหน่วยเรามใิ ห้เสอ่ื มเสีย

การเตรยี มพิธีเปิด – ปดิ การประชุม
1. การตระเตรยี มเชิญบคุ คลรว่ มพธิ ี
2. การจัดเตรียมสถานท่ี
3. การจัดเตรียมกาหนดการ

มารยาทในการประชุมออนไลน์
1. เขา้ ประชุมกอ่ นเริ่มประมาณ 5 นาที
2. แตง่ กายสภุ าพ
3. ปดิ ไมโครโฟนไว้ จนกวา่ จะถึงเวลาพดู
4. การเปดิ กล้อง ตอ้ งตกลงกันระหวา่ งผ้รู ่วมประชมุ
5. ควรใสห่ ูฟัง
6. ไมท่ าภารกิจอน่ื ระหว่างประชมุ

นกั บริหารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔

การจัดโต๊ะประชุม
แบบที่ 1 รูปตวั U (U Shape) เกดิ พ้นื ทวี่ ่างดา้ นหนา้ เขยี นอา่ นง่าย เห็นจุดศนู ย์กลางทุกคน

แบบที่ 2 เป็นกล่มุ (Team Style) เกดิ ปฏสิ มั พันธภ์ ายในกล่มุ ไดด้ ี

แบบท่ี 3 โตะ๊ ประชุม (Conference table) เนน้ ความสาคัญกับผนู้ าการประชมุ

หน้า
174

นักบริหารงานทวั่ ไป ร่นุ ที ๘๔

แบบที่ 4 วงกลม (Circle) ให้ความรู้สึกเป็นตัวเอง สือ่ สารทางตรง

แบบที่ 5 แบ่งเปน็ กลุ่ม (Group on Group) ทากิจกรรมไดส้ ะดวก เสนอความคดิ เหน็ ง่าย

แบบที่ 6 โต๊ะปฏิบตั ิการ (Work station) เหมาะกบั กิจกรรมการทดลอง มเี ครื่องมืออุปกรณ์ หนา้
175

นกั บริหารงานทว่ั ไป รนุ่ ที ๘๔

แบบท่ี 7 แบ่งเป็นกลุ่มย่อย (Breakout grouping) ต้องการใชส้ มาธิ

แบบที่ 8 Chevron กรณีผรู้ ว่ มประชุมมากกวา่ 30 คน

หนา้
176 แบบท่ี 9 แบบห้องเรียน (Tradition Classroom)

นักบริหารงานทว่ั ไป รุน่ ที ๘๔

แบบท่ี 10 ห้องประชุม (Auditorium)

การจัดทารายงานการประชุม หนา้
อุปสรรค ปัญหา 177
1. รายงานการประชมุ ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์
2. มขี ้อความยดื ยาวเกินความจาเป็น
3. จดั ทาและส่งถึงผเู้ ขา้ ประชุมลา่ ช้า
4. ไมไ่ ดร้ ับความสนใจจากผู้เขา้ ประชมุ
5. ไมม่ กี ารปฏบิ ัตติ ามมติของทป่ี ระชมุ
อ.สมิต สัชฌุกร อธิบายว่า “การประชุมจัดเป็นงานที่สาคัญมาก เพราะการจัดประชุมเป็นการ
นาบุคคลสาคญั มาใชเ้ วลารว่ มกัน ที่มีคา่ ใชจ้ ่ายในการเตรียมการ ค่าใชจ้ ่ายเกีย่ วกบั การประชุม และคา่ บริหาร
การประชุม ค่าตัวของผู้เข้าประชมุ เปน็ ค่าใชจ้ า่ ยที่สูงมาก จึงต้องจัดการประชมุ ใหเ้ กิดผลคุ้มค่า และต้องทาให้
ผู้เข้าร่วมประชุมรู้สึกประทับใจมคี วามเต็มใจที่จะเขา้ รว่ มประชมุ อีก”

นกั บรหิ ารงานทวั่ ไป รนุ่ ที ๘๔

การศึกษาดงู านนอกสถานที่

หนา้
178

เทศบำลเมืองบำงกะดี ได้จัดต้ังโดยเปลี่ยนแปลงฐานะจากเทศบาลตาบลบางกะดี

เป็นเทศบาลเมืองบางกะดี ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เล่มท่ี 137 ตอนพิเศษ 204 ง โดยมีผลบังคบั ใช้ตั้งแต่วันท่ี 8 กันยายน 2563

นกั บริหารงานทว่ั ไป รนุ่ ที ๘๔

แผนท่เี ทศบาลเมอื งบางกะดี

เทศบาลเมืองบางกะดี จังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่บนพ้ืนท่ีราบลุ่ม ริมฝ่ังตะวันออกของแม่น้า

เจา้ พระยา สานกั งานตัง้ อยู่เลขท่ี 195 หมู 5 ตาบลบางกะดี อาเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทมุ ธานี มี
พื้นที่ครอบคลุมตาบลบางกะดีท้ังตาบล จานวน 5 หมูบ้านมีพ้ืนท่ีท้ังหมด 8.3 ตารางกิโลเมตร หรือ
5,187.5 ไร่ จานวน 5 หมูบาน 28 ชุมชน จานวนประชากร 14,934 คน มีครัวเรือน 7,454
ครัวเรอื น รายไดป้ ระจาปีงบประมาณ 2564 รวมทัง้ ส้นิ 159,384,408.72 บาท

ในพื้นท่ีตาบลบางกะดี มีสถานประกอบการ จานวน 82 แห่ง ประกอบด้วย
สถานประกอบการที่อยู่ในสวนอุตสาหกรรมบางกะดี จานวน 42 แห่ง และสถาน
ประกอบการนอกสวนอตุ สาหกรรมบางกะดี จานวน 39 แหง่

- สนามกอล์ฟ จานวน ๒ แห่ง (ริเวอร์เดลกอล์ฟคลับ และบางกอกกอลฟ์ คลับ)

หน้า
179

- ศูนย์การคา้ ๒ แห่ง (โลตัสสาขาบางกะดี และเดอะไนนเ์ ซน็ เตอร์)

- มวี ัดในพ้นื ท่ี จานวน ๔ วัด ได้แก่ วัดบางกะดี วดั บางกฎุ ที อง วัดสงั ลาน และ
วดั เกรนิ

- โรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตาบล ๒ แหง่ ตัง้ อยูห่ มู่ท่ี ๑ และหมูท่ ี่ ๔

นกั บริหารงานท่ัวไป รุน่ ที ๘๔

- โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองบางกะดี ๓ แห่ง ศูนย์พฒั นาเด็กเลก็ เทศบาล
เมอื งบางกะดี โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมอื งบางกะดี และโรงเรยี นเทศบาล
เมอื งบางกะดี เปดิ สอนระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๖ และ ระดบั ชัน้
มธั ยมศึกษาตอนตน้

- โรงเรยี นสังกดั สพฐ. จานวน ๒ แห่ง โรงเรียนวดั บางกุฎีทอง และโรงเรยี น
ชุมชนวัดบางกะดี

- สถาบนั เทคโนโลยนี านาชาติสิรินธร มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
เปดิ สอนระดบั อดุ มศกึ ษา

หนา้ - มีสถานที่ออกกาลงั กาย 2 แห่ง ประกอบดว้ ย สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ
180 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ตง้ั อยูห่ มู่ท่ี 4 และสนามกฬี าจงั หวัดปทมุ ธานี

ต้งั อยู่หมู่ที่ 1 ซงึ่ ไดร้ ับถา่ ยโอนมาจากองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดปทุมธานี

ความเปน็ มาของการก่อตงั้ กองทุน CSR สถานประกอบการในตาบลบางกะดี

นักบรหิ ารงานท่วั ไป รุน่ ที ๘๔

กองทุน CSR สถานประกอบการในตาบลบางกะดี ก่อต้ังขณะเป็นเทศบาลตาบลบางกะดี เมอื่ ปี

พ.ศ. 2553 สืบเน่ืองจากในพ้ืนท่ีตาบลบางกะดมี ีสถานประกอบการเป็นจานวนมาก และสถาน

ประกอบการจักต้องดาเนินกิจกรรม CSR (Corporrate Social Responsibility) เพื่อคืนประโยชน์

ให้กับสังคม ซ่ึงในขณะนั้นมีสถานประกอบการหลายแห่งที่ทากิจกรรม CSR ทั้งที่ทาในพื้นท่ีตาบลบาง

กะดแี ละนอกพืน้ ทีต่ าบลบางกะดี ซ่งึ นายธวชั ชัย อ้ึงอัมพรวไิ ล นายกเทศมนตรีตาบลบางกะดี ในขณะ

น้ัน ไดม้ แี นวความคิดว่าหากสถานประกอบการตั้งอยู่ในพืน้ ท่ีตาบลบางกะดี กค็ วรทากิจกรรม CSR คนื

ประโยชนใ์ หก้ บั สังคมในพน้ื ท่ตี าบลบางกะดี ด้วย จงึ ไดเ้ ชญิ สถานประกอบการมารว่ มประชุมหารือ เพื่อ

เสนอแนวความคิดและแนวทางในการทากิจกรรม CSR ซ่ึงนายกธวัชชัย อ้ึงอัมพรวิไล ได้เสนอให้ต้ัง
(MOU)กองทนุ CSR ขนึ้ โดยไดม้ กี ารลงนามบันทึกข้อตกลง
ระหวา่ ง เทศบาลตาบลบาง

กะดี กับ สถานประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยเชิญ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายธานี
สามารถกจิ เปน็ สกั ขีพยาน

หนา้
181

นอกจากนี้ ยงั ไดม้ ีการจดั ทาข้อบงั คบั กองทุน CSR สถานประกอบการในตาบลบางกะดี ขึน้ มาอีก
ด้วย โดยได้กาหนดหลักเกณฑ์ให้สถานประการที่เป็นสมาชิกบริจาคเงินเข้ากองทุน CSR ตาม
หลักเกณฑ์ที่กาหนดทุกปี คือ ตามขนาดการประกอบกิจการของสถานประกอบการ เร่ิมต้ังแต่
สถานประกอบการขนาดเล็ก บริจาคเงินเข้ากองทุนปีละ 5,000 บาท ขนาดกลาง 10,000
บาท / 20,000 บาท / 30,000 บาท และสูงสุด 40,000 บาท ปัจจุบันมีสถานประกบการ
เป็นสมาชิก จานวน 41 แห่ง ในหนึ่งปีมีเงินบริจาคเข้ากองทุน จานวน 480,000 บาท
นอกจากน้ีแล้ว ยังมีสถานประกอบการนอกพ้ืนที่ท่ีเข้ามาประกอบกิจการเป็นคร้ังคราวในพ้ืนท่ี
ตาบลบางกะดี ที่เล็งเหน็ ถึงความสาคญั ของการคนื ประโยชนใ์ หส้ งั คม ได้สมบทบริจาคเข้ากองทนุ
อีกด้วย

นกั บรหิ ารงานทัว่ ไป รนุ่ ที ๘๔

การดาเนินกิจกรรม จะมีการตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุน จานวน 30 ท่าน
ประกอบด้วย ผู้แทนจากเทศบาลเมืองบางกะดี และผู้นาชุมชน จานวน 15 ท่าน ผู้แทนสถาน
ประกอบการท่ีเป็นสมาชิก จานวน 15 ท่าน เพ่ือทาหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติโครงการในการ
ใช้จ่ายเงินกองทุน บริหารควบคุมและติดตามให้มีการใช้จ่ายเงินของกองทุนให้เป็นไปตาม
วตั ถุประสงค์และตามมตทิ ่ปี ระชุมคณะกรรมการ

วตั ถปุ ระสงค์หลกั

กองทนุ CSR สถำนประกอบกำรในตำ้ บลบำงกะดี ประกอบดว้ ย
1. เพอื่ สนับสนนุ การให้บรกิ ารสาธารณะประโยชนแ์ กป่ ระชาชน
2. เพอื่ ส่งเสรมิ สนับสนนุ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอ้ มทด่ี ี
3. เพ่ือให้สถานประกอบการได้มีส่วนร่วมในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วย
การให้ความร่วมมือ ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ อาทิเช่น ด้านการศึกษา ศาสนา
วัฒนธรรม ประเพณีทอ้ งถ่นิ รวมถึงการพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ทดี่ ีของประชาชน
หนา้ การส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษา ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมหลักของการ
182 ดาเนินกจิ กรรมของกองทุน CSR สถานประกอบการในตาบลบางกะดี เน่อื งจากท่านนายกธวัชชยั
อ้ึงอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี ได้เล็งเห็นถึงความสาคัญทางด้านการศึกษา
โดยเฉพาะการศึกษาในระดับปริญญาตรี เนื่องจากยังมีเยาวชนในตาบลบางกะดีหลายคนขาด
โอกาสในการศึกษาต่อเพราะมีฐานะยากจน และขาดแคลนทุนทรัพย์ จึงได้ดาเนินการมอบ
ทนุ การศึกษามาอย่างตอ่ เนื่อง ต้งั แตป่ ี พ.ศ. 2553 จนถงึ ปัจจุบัน รวมระยะเวลา 11 ปี ในแต่ละ
ปีจะมีนักศึกษายื่นใบสมัครเพ่ือขอรับทุนการศกึ ษาทุกปี ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาคัดเลือกจาก
คณะกรรมการบริหารทุน ซึ่งคณะกรรมการ ประกอบด้วย 3 ฝ่าย คือ ผู้แทนจากเทศบาลเมือง
บางกะดี ผู้แทนจากสถานประกอบการและผู้แทนชุมชน ร่วมกันพิจารณาตามหลักเกณฑ์ท่ี
กาหนด นักศกึ ษาทผ่ี ่านการคดั เลอื กจะไดร้ ับทนุ การศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี ประเภทต่อเน่ือง และ
ในปีการศึกษาต่อไป นักศึกษาจะต้องส่ง ใบรายงานผลการเรียนเพื่อประกอบการรับ
ทุนการศึกษา ในปีการศึกษาต่อไป จนจบการศึกษา โดยการมอบทุนการศึกษา ทุนละ 10,000
บาท ต่อภาคการศึกษา รวมปีการศึกษาละ 20,000 บาท ซ่ึงการมอบทุนการศึกษาในแต่
ละครั้ง เทศบาลเมืองบางกะดี จะจัดพิธีมอบทุนการศึกษาโดยเชิญ คณะผู้บริหารเทศบาล
สมาชิกสภาเทศบาล สถานประกอบการท่ีเป็นสมาชิกและผู้แทนชุมชน เข้าร่วมพิธีมอบ
ทุนการศึกษาทกุ ครงั้

กำรสร้ำงควำมย่ังยืนของโครงกำร/กิจกรรมกองทุน CSR สถำน
ประกอบกำรในตำ้ บลบำงกะดี

นกั บรหิ ารงานท่ัวไป รุน่ ที ๘๔

การลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างเทศบาล กับ สถานประกอบการ ถือเป็นพันธ
สญั ญาว่าสถานประกอบการจะสนบั สนนุ งบประมาณเขา้ กองทนุ CSR ทุกๆปี นอกจากนี้ การเปดิ โอกาส
ให้สถานประกอบการ และ ชุมชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของกองทุน CSR อาทิเช่น ร่วมเป็น
คณะกรรมการบริหารกองทุน กรรมการพิจารณาทุนการศึกษา การร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษา ถือ
ได้ว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการดาเนินกิจกรรมของกองทุน CSR ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูล
ข่าวสารของการดาเนินงาน เช่น การจดั ทารายงานผลการดาเนนิ กจิ กรรม และรายงานผลการใช้จา่ ยเงิน
จากกองทุน CSR สถานประกอบการในตาบลบางกะดี ให้กับสถานประกอบการท่ีเป็นสมาชิกได้ทราบ
ทุกปี ซ่งึ การดาเนนิ การทุก
ขั้นตอนที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทาให้การดาเนินกิจกรรมบรรลุและเป็นไปตาม
วัตถุประสงค์ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตในด้านการศึกษาให้แก่เยาวชนในพ้ืนที่ตาบลบางกะดี ได้ดี
ยิง่ ขนึ้

หน้า
183

ควำมส้ำเรจ็
การจัดตั้งกองทุน CSR (Corporrate Social Responsibility) เทศบาลเมืองบางกะดี

จังหวัดปทุมธานี ถือเป็นต้นแบบแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ในด้านความรับผิดชอบต่อ
สังคม ท่ีมีการดาเนินงานแบบมีส่วนร่วมในรูปแบบของไตรภาคี ระหว่างภาครัฐคือเทศบาลเมืองบาง
กะดี ภาคเอกชนโดยตัวแทนสถานประกอบการในพื้นท่ี และภาคประชาชน ได้แก่ ตัวแทนชุมชน
เป็นการดาเนนิ การทส่ี รา้ งสรรคค์ วบคไู่ ปกับการสานสัมพนั ธ์ที่ดรี ะหวา่ งกัน

นกั บรหิ ารงานทว่ั ไป รนุ่ ที ๘๔

ปจั จบุ นั การจดั การ CSR ของ เทศบาลเมอื งบางกะดี

ผู้วา่ ราชการจงั หวัดปทุมธานี เป็นประธานในพธิ ีมอบทนุ การศึกษาจาก

เงินกองทุน CSR สถานประกอบการในตาบลบางกะดี จงั หวัดปทมุ ธานี 18 พ.ย.
2564

หน้า
184

ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาจากเงินกองทุน CSR สถาน
ประกอบการในตาบลบางกะดี จังหวดั ปทมุ ธานี

นกั บริหารงานทั่วไป ร่นุ ที ๘๔

เมื่อวันที่ (18 พ.ย. 64) นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็น

ประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาจากเงินกองทุน CSR สถานประกอบการในตาบลบางกะดี จังหวัด
ปทุมธานี โดยมีนายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม
ช้ัน 3 อาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมอื งบางกะดี

หนา้
185

นกั บรหิ ารงานท่ัวไป รนุ่ ที ๘๔

โดยพิธมี อบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีจากเงนิ กองทุน CSR สถานประกอบการในตาบลบางกะดี ใน
วนั ท่ี 18 พฤศจกิ ายน 2564

หนา้
186

นักบริหารงานทั่วไป ร่นุ ที ๘๔

การจัดทาโครงการของสวนอตุ สาหกรรมบางกะดีกับชุมชน

หนา้
187

นกั บรหิ ารงานท่ัวไป ร่นุ ที ๘๔

การจัดการสง่ิ แวดลอ้ มในสวนอตุ สาหกรรมบางกระดี จังหวัดปทมุ ธานี
เทศบาลเมืองบางกะดี

ขอ้ มูลดา้ นกายภาพ
คณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดปทุมธานีได้มีการคัดเลอื กพ้ืนที่ตาบลบางกระดี
เป็นพ้ืนที่เป้าหมายเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นท่ีเป้าหมายรวม 91
โรงงาน โดยมีโรงงานทไ่ี ดร้ ับการรบั การรบั รองระบบบรหิ ารงานระดับสากลและระดบั ประเทศดงั ตาราง

หน้า
188

นักบริหารงานท่วั ไป รุ่นที ๘๔

การวางผังท่ีตั้งและการจัดพื้นท่ีพื้นท่ีเป้าหมายในตาบลบางกะดี อยู่ในเขตการปกครอง 1 องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น. คือ เทศบาลตาบลบางกะดี และมีอาณาเขตครอบคลุมสวนอุตสาหกรรม 1 สวน
อตุ สาหกรรม ได้แก่ สวนอตุ สาหกรรมบางกะดี

หน้า
189

ข้อมูลระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ สวนอุตสาหกรรมบางกะดีมีพื้นที่ 1,222 ไร่ โดยมีการ
จัดสรรพ้ืนท่ีภายในโครงการ 3 ส่วน ได้แก่ เขตอุตสาหกรรมท่ัวไป ร้อยละ 75 เขตท่ีอยู่-การพาณิชยก
รรม รอ้ ยละ 9 และระบบสาธารณปู โภค ร้อยละ 16 บรษิ ทั สวนอตุ สาหกรรมบางกะดี จากัด มกี ารดูแล
งานด้านสาธารณปู โภค 3 สว่ น คอื การผลิตนา้ ประปา บาบัดน้าเสียรวม และดูแลพ้ืนท่สี ว่ นกลาง

นกั บรหิ ารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔

ระบบประปา สวนอุตสาหกรรมบางกะดมี กี ารผลิตน้าประปาโดยโรงผลติ น้าประปาเพ่ืออตุ สาหกรรม ซง่ึ

ได้สมั ปทานประกอบกจิ การประปาจากกรมทรัพยากรน้า กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม

หนา้ มีสถานสบู นา้ สาแลโดยสูบนา้ จากแหล่งน้าดิบ คลองประปา เข้าในระบบการผลติ น้าประปา มีกาลังผลิต
190 18,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และมีกรมทรัพยากรน้า ตรวจติดตามคุณภาพเป็นประจาทุกปี สามารถ
บรกิ ารใหก้ ับโรงงานอุตสาหกรรม ในสวนอุตสาหกรรมบางกะดีอย่างเพยี งพอ

บ่อบาบัดน้าเสีย บ่อบาบัดน้าเสียรวมของสวนอุตสาหกรรมบางกะดีเป็นระบบแบบเติมอากาศ
(Aerated Lagoon System) รองรับได้ 14,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน แหล่งน้าทิ้งจากโรงงานที่ต้อง
ระบายสู่ระบบบาบัดน้าเสียส่วนกลางมาจาก 3 แหล่ง คือ น้าท้ิงจากกระบวนการผลิต น้าท้ิงจากโรง
อาหาร และน้าท้ิงจากหอ้ งนา้ -สว้ ม

นกั บรหิ ารงานทว่ั ไป รุน่ ที ๘๔

ระบบป้องกันน้าท่วม จากกรณีปี พ.ศ. 2554 เกดิ น้าท่วมในสวนอุตสาหกรรมบางกะดีปริมาณนา้ สูงสุด หน้า
4.3 MSL. จึงมีโครงการสร้างกาแพงป้องกันน้าท่วมล้อมรอบสวนอุตสาหกรรมไว้ โดยผนังคอนกรีต 2 191
แบบ คือ แบบผนังคอนกรีตคู่ และผนังคอนกรีตเดี่ยว รวมท้ังมีบ่อกักเก็บน้าก่อนการระบายออก
ภายนอกสามารถรองรับนา้ ปริมาตร 73,500 ลกู บาศก์เมตร และระบบระบายน้าออกภายนอกกาลังสูบ
นา้ 5 ลกู บาศก์เมตรต่อวนิ าที

นกั บรหิ ารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔

ข้อมูลพ้ืนที่สีเขียว ภายในเขตพ้ืนท่ีตาบลบางกะดี ยังไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นที่สีเขียวไว้ชัดเจน
แต่ท้ังน้ีจากฐานข้อมูลเทศบาลตาบลบางกะดีระบุว่าในพ้ืนท่ีตาบลบางกะดีมีพื้นท่ีสีเขียว คือ
สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ฯ (สถานท่พี ักผ่อนหย่อนใจ) มเี นือ้ ที่ 2.15
ไร่ และมีโครงการปรับภูมิทัศน์ (สวนสาธารณะ) ในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลบางกะดี นอกจากน้ี
แผนปฏิบัติการตามแผนแม่บทการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดปทุมธานีมี 2 โครงการ คือ
โครงการจัดทาแนวป้องกันและพื้นที่กันชนรอบเขตพื้นที่อุตสาหกรรมหนาแน่น (Protection Strip &
Zone) และโครงการสร้างพื้นท่ีสีเขียวพ้ืนที่อุตสาหกรรมหนาแน่นและชุมชนโดยรอบ และแนวทางใน
การเก็บข้อมูลในอนาคต คือ กาหนดแนวทางในการจัดเก็บข้อมูลและประสานองค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินท่ี เกีย่ วข้องเพื่อจัดเก็บขอ้ มลู ดงั กล่าวให้ครบถ้วนต่อไป

ขอ้ มูลด้านเศรษฐกิจ
ข้อมลู จานวนเงนิ ลงทนุ ของผู้ประกอบการในเมืองอตุ สาหกรรมเชิงนิเวศ
ในบริเวณพ้ืนท่ีตาบลบางกะดี มีโรงงานท้ังหมด 91 โรงงาน มีจานวนเงินลงทุนของผู้ประกอบการ (ปี
2559) รวมทง้ั ส้ิน 28,644,728,959 บาท

หนา้ ข้อมูลการส่งเสริมสนับสนุนการดาเนินกิจกรรมของวิสาหกิจชุมชน ในพื้นที่ตาบลบางกะดี อาเภอ
192 เมืองปทุมธานี มีจานวนวสิ าหกจิ ชุมชนท่ีไดจ้ ัดต้ังทง้ั หมด 2 วิสาหกจิ เช่น วสิ าหกิจชุมชนโคกชะพลูล่าง

วิสาหกิจชุมชนน้าด่ืมบ้านโคกชะพลู เป็นต้น และระดับจังหวัดมีการจัดตั้งบริษัทประชารัฐรักสามัคคี
ปทุมธานี (วิสาหกิจเพ่ือสังคม) จากัด ท้ังนี้จากแผนปฏิบัติการตามแผนแม่บทเมืองอุตสาหกรรมเชิง
นิเวศจังหวัดปทุมธานีมี 3 โครงการ คือ โครงการพัฒนาและส่งเสริม Symbiosis Model ของสวน
อุตสาหกรรมบางกะดีกับชุมชน โครงการสานพลังงานประชารัฐตาบลบางกะดีมีศูนย์จาหน่าย/รองรับ
ผลิตภัณฑ์ชุมชน และโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี โดยมีชุมชนนาร่อง อย่างน้อย 2
ชุมชนต่อปี

นักบรหิ ารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔

ข้อมูลดา้ นส่ิงแวดล้อม
คุณภาพน้าทิ้งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน กรมโรงงานอุตสาหกรรมไม่มีฐานข้อมูลการระบายน้าของ
โรงงานอุตสาหกรรมในพ้ืนท่ี ท่ีโรงงานท่ีเข้าข่ายจะต้องมีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจาโรงงาน
(ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม) ซึ่งไม่เปิดเผยข้อมูลคุณภาพน้าท้ิงต่อสาธารณะ ฐานข้อมูลจากสวน
อุตสาหกรรมบางกะดี ในช่วงระยะเวลา 3 ปี (2557-2559) ณ บ่อบาบัดน้าเสียรวม ของโครงการสวน
อุตสาหกรรมบางกะดี คุณภาพน้าท้ิง 5 พารามิเตอร์ (BOD COD pH TDS และSS) มีค่าเป็นไปตาม
มาตรฐานท่กี าหนด

หนา้
193

ปริมาณน้าใช้ภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบันยังไม่มีการรวบรวมปริมาณนา้ ใช้ภาคอุตสาหกรรมของโรงงาน
ในพ้ืนที่ตาบลบางกะดี อย่างเป็นระบบ แนวทางในการดาเนินการในอนาคต คือ กาหนดแผนในการ
จัดเก็บข้อมูลดังกล่าว โดยกาหนดผู้รับผิดชอบในการจัดเก็บข้อมูลในแต่ละพ้ืนท่ีให้ชัดเจน รวมถึงมีการ
ติดตามรวบรวมขอ้ มูลการดาเนินการอย่างต่อเน่ือง
ปริมาณน้าทิ้งภาคอุตสาหกรรม ปจั จบุ นั ยงั ไม่มกี ารรวบรวมปริมาณน้าท้ิงภาคอุตสาหกรรมของโรงงาน
ในพ้ืนท่ีตาบลบางกะดี อย่างเป็นระบบ แนวทางในการดาเนินการในอนาคต คือ กาหนดแผนในการ


Click to View FlipBook Version