นกั บรหิ ารงานท่ัวไป รุ่นที ๘๔
จัดเก็บข้อมูลดังกล่าว โดยกาหนดผู้รับผิดชอบในการจัดเก็บข้อมูลในแต่ละพ้ืนท่ีให้ชัดเจน รวมถึงมีการ
ติดตามรวบรวมข้อมลู การดาเนินการอยา่ งตอ่ เนื่อง
คุณภาพแหล่งนา้ สาธารณะ ฐานขอ้ มูลจากสวนอตุ สาหกรรมบางกะดี ปี 2559 ณ “ประตนู า้ คลองบาง
งิ้ว” ม.5 ต.บางกะดี คุณภาพแหล่งน้า 5 พารามิเตอร์ (BOD COD pH TDS และSS) มีค่าเป็นไปตาม
มาตรฐานที่กาหนดร้อยละ 100 จากแผนปฏิบัติการตามแผนแม่บทเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัด
ปทุมธานีมีโครงการ 4 คือ โครงการศึกษาความเหมาะสมและก่อสร้างระบบบาบัดน้าเสียชุมชนและ
อุตสาหกรรม โครงการส่งเสริม อนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงภมู ิทัศน์
ในชุมชน โครงการพัฒนาและฟ้ืนฟูคลองชลประทานในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เป็นต้น และ
โครงการพัฒนาระบบติดตามคุณภาพส่ิงแวดล้อม (คุณภาพน้าแบบต่อเนื่อง) อุตสาหกรรมพ้ืนท่ีตาบล
บางกะดี
หน้า
194
คุณภาพอากาศบริเวณนิคมอุตสาหกรรม เขตประกอบการอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม และ
ชุมชน อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ในพ้ืนท่ีเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดปทุมธานีไม่มีจุดตรวจวัด
คุณภาพอากาศอยู่ในพ้ืนท่ี แต่จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจังหวัดปทุมธานี ปี พ.ศ.2558-2560
ของสานักคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ณ สถานีตรวจวัดพื้นท่ีบริเวณมหาวิทยาลัย
กรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต อ.คลองหลวง พบว่าคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ท้ังน้ี
แผนปฏิบัติการตามแผนแม่บทเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จังหวัดปทุมธานีมี 2 โครงการ คือ โครงการ
พัฒนาระบบติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม (คุณภาพอากาศแบบต่อเนื่อง) อุตสาหกรรมพ้ืนท่ีบางกะดี
และโครงการการบริหารจัดการส่ิงแวดล้อมและความปลอดภัยของอุตสาหกรรมในพ้ืนที่บางกะดีโดย
การอบรม ตรวจประเมิน และป้องกันแก้ไขปญั หามลพษิ ทางอากาศ
นักบริหารงานทวั่ ไป รนุ่ ที ๘๔
จานวนโรงงานอุตสาหกรรมท่ีดาเนินกิจกรรมการลดการปล่อยมลพิษทางอากาศท่ีมีนัยสาคัญได้ หน้า
มากกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มฐี านข้อมลู การปลอ่ ยมลพิษในโรงงาน ในการยน่ื ขอจดประกอบกิจการ และ 195
ยื่นต่อทะเบยี นโรงงาน รวมทั้งมีการจดั ทาฐานข้อมลู มลพิษทางอากาศของโรงงานทเ่ี ขา้ ข่ายตามประกาศ
กระทรวงอุตสาหกรรม เร่ือง การจัดทารายงานชนิดและปริมาณสารมลพิษที่ระบายออกจากโรงงาน
พ.ศ.2550 และแผนปฏิบัติการตามแม่บทการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดปทุมธานีมี
โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดมลพิษอุตสาหกรรม และแนวทางในการดาเนนิ การในอนาคต
คือ จัดทาแบบสารวจข้อมูลโรงงาน และจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง
อุตสาหกรรมเชงิ นเิ วศ เพ่ือพจิ ารณากาหนดผู้รับผดิ ชอบในการสารวจข้อมูลและแนวทางในการรวบรวม
ขอ้ มลู ท่ีเกีย่ วข้องใหค้ รบถ้วน
ข้อมูลชนิดและปริมาณกากของเสียและวัสดุเหลือใช้ของโรงงานในพ้ืนท่ี ปจั จุบันยังไม่มีหน่วยงานใด
ในจังหวัดหรือในท้องถ่ินเก็บรวบรวมข้อมูลน้ี จากข้อมูลศูนย์สารสนเทศโรงงานอุตสาหกรรม กรม
โรงงานอุตสาหกรรมได้มีการรวบรวมข้อมูลปริมาณกากของเสียอุตสาหกรรม ตามรายงานการขอ
อนุญาตนาส่ิงปฏิกูลหรือวสั ดุทไี่ ม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน ในพ้ืนที่อาเภอเมืองปทุมธานี โดยในปี
2559 อาเภอเมืองปทุมธานี มีกากของเสียรวม 346,337.10 ตัน จาแนกเป็นกากของเสียไม่อันตราย
ร้อยละ 88.56 และกากของเสียอันตรายร้อยละ 11.44 ทั้งน้ีจากแผนปฏิบัติการตามแผนแม่บทเมือง
อุตสาหกรรมเชงิ นเิ วศจังหวัดปทุมธานมี ี 3 โครงการ คอื โครงการสง่ เสริมสังคม 3R พนื้ ทีต่ าบลบางกะดี
นกั บรหิ ารงานทวั่ ไป รนุ่ ที ๘๔
โครงการเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมของโรงงานในพื้นท่ีตาบลบางกะดี และ
โครงการศนู ย์ข้อมลู กากอุตสาหกรรมเพื่อใชป้ ระโยชน์จากกากอตุ สาหกรรมพ้ืนท่ีตาบลบางกะดี
หน้า ฐานข้อมูลชนิดและปริมาณขยะชุมชน พ้ืนที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดปทุมธานีอยู่ในเขต
196 ปกครองสว่ นท้องถ่ินทั้งสนิ้ 6 องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น โดยพบวา่ 1 องคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ คือ
เทศบาลตาบลบางกะดี มีฐานข้อมูลปริมาณขยะ และอัตราการเกิดขยะเฉลี่ย 20 ตัน/วัน อัตราการ
กาจัด 20 ตัน/วัน และกาจัดด้วยวิธีฝังกลบ คิดเป็นร้อยละ 100 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชนิดและปริมาณ
ขยะชุมชนและการนาไปใช้ประโยชน์ในพ้ืนที่ตาบลบางกะดี ยังไม่มีการเก็บรวบรวมไว้ชัดเจน และ
แนวทางในการเก็บข้อมูลในอนาคต คือ จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการขับเคล่ือนการพัฒนาเมือง
อุตสาหกรรมเชงิ นเิ วศ ในพื้นที่ เพื่อพจิ ารณากาหนดผรู้ บั ผิดชอบและแนวทางในการรวบรวมและจัดเก็บ
ข้อมูลทเ่ี กยี่ วข้องใหค้ รบถว้ น
ข้อมูลการใช้พลังงานทดแทน ยังไม่มีการรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานทดแทนของโรงงาน
อุตสาหกรรมในพ้ืนที่ตาบลบางกะดี แนวทางในการเก็บข้อมูลในอนาคต คือ ประสานงานกับบริษัท
สวนอตุ สาหกรรมบางกะดี จากดั เพือ่ ใหท้ างบริษัทฯ เปน็ ผู้รวบรวมข้อมูลในพ้ืนท่ีของสวนอุตสาหกรรม
บางกะดี และจดั ให้มีการประชมุ คณะกรรมการขบั เคล่ือนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในพน้ื ท่ี
เพือ่ พจิ ารณากาหนดผ้รู ับผิดชอบและแนวทางในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลทีเ่ กย่ี วข้องให้ครบถ้วน
จานวนข้อร้องเรียนเร่ืองเหตุเดือดร้อนราคาญ ในรอบปีงบประมาณ พ.ศ.2559 - 2560 พบข้อ
ร้องเรียนด้านเหตุเดอื ดร้อนราคาญในพ้ืนที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนเิ วศจังหวัดปทุมธานี 1 กรณี ในพ้ืนท่ี
นักบริหารงานท่วั ไป รุ่นที ๘๔
เปา้ หมายในตาบลบางกะดี อาเภอเมืองปทุมธานี มีการวเิ คราะห์ข้อร้องเรียน และมกี ารดาเนินการแก้ไข
เรียบรอ้ ย
จานวนโรงงานอุตสาหกรรมท่ีมีกระบวนการผลิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม (Eco-Process) หรือ
ได้รับการรับรองโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory) จากฐานข้อมูลของสภาอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย ในพน้ื ทเี่ มืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดปทุมธานี ปัจจบุ ันยังไม่มีโรงงานที่ได้รับการ
รบั รองโรงงานอุตสาหกรรมเชงิ นเิ วศ (Eco Factory) และจากฐานข้อมลู ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม มี
โรงงานได้รับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 3 ข้ึนไป จานวน 13 โรงงาน คิดเป็นร้อยละ 14.1 และ
แผนปฏิบัติการตามแผนแม่บทเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จังหวัดปทุมธานีมีโครงการพัฒนาโรงงาน
อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ/อุตสาหกรรมสีเขียว พื้นท่ีตาบลบางกะดีโดยการอบรมและส่งเสริมโรงงานใน
พ้นื ทีเ่ ปา้ หมาย และแนวทางในการเก็บข้อมลู ในอนาคต คือ จัดใหม้ กี ารประชมุ คณะกรรมการขบั เคล่ือน
การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในพื้นท่ี เพ่ือพิจารณากาหนดผู้รับผิดชอบและแนวทางในการ
รวบรวมและจัดเกบ็ ขอ้ มูลทเ่ี กย่ี วข้องให้ครบถ้วน
จานวนโรงงานอุตสาหกรรมท่ีดาเนินกิจกรรมหรือมาตรการเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบ หนา้
ปจั จบุ ันยังไมม่ ีหนว่ ยงานใดเก็บรวบรวมข้อมูลนี้ โดยกรมโรงงานอตุ สาหกรรมได้จดั ทาฐานข้อมูล 197
การใช้วัตถุดิบของโรงงาน ในข้ันตอนการแจ้งจดทะเทียนประกอบกิจการและยื่นต่ออายุใบประกอบ
กิจการ รวมท้ังโครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศพื้นท่ี 8 จังหวัด มีการจัดทาฐานข้อมูลการใช้
วัตถุดิบของโรงงาน และในระดับจังหวัดมีโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของ
อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค (OPOAI) และแนวทางในการเก็บข้อมูลในอนาคต คือ จัดให้
มีการประชุมคณะกรรมการขับเคล่ือนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในพื้นที่ เพ่ือพิจารณา
กาหนดผ้รู ับผดิ ชอบและแนวทางในการรวบรวมและจัดเกบ็ ข้อมูลที่เกย่ี วขอ้ งให้ครบถ้วน
จานวนโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการวิเคราะห์ข้อมูลประสิทธิภาพเชิงนิเวศ (Eco Efficiency) การ
จัดการด้านความปลอดภัยและสุขภาพ ยังไม่มีการรวบรวมข้อมูลจานวนโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการ
วเิ คราะห์ข้อมลู ประสทิ ธภิ าพเชิงนิเวศ (Eco Efficiency) ในพน้ื ที่ตาบลบางกะดี และแนวทางในการเก็บ
ข้อมูลในอนาคต คือ จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการขับเคล่ือนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
ในพื้นท่ี เพ่ือพิจารณากาหนดผู้รับผิดชอบและแนวทางในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลที่เก่ียวข้องให้
ครบถ้วน
จานวนโรงงานอุตสาหกรรมที่ดาเนินกิจกรรมหรือมาตรการ เพ่ือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ปจั จบุ ันยังไมม่ หี น่วยงานใดเก็บรวบรวมข้อมลู น้ี โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีการจัดเตรียม
นกั บริหารงานทัว่ ไป รุ่นที ๘๔
ฐานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโรงงานอุตสาหกรรม ปัจจุบันอยู่ในช่วงการรวบรวมข้อมูลท้ัง
ประเทศ จากฐานขอ้ มลู ขององค์การบรหิ ารจัดการก๊าซเรือนกระจกพบว่าในพนื้ ท่ีไม่โรงงานที่ไดร้ ับฉลาก
ลดคาร์บอน และแนวทางในการเก็บข้อมูลในอนาคต คือ จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน
การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในพ้ืนท่ี เพื่อพิจารณากาหนดผู้รับผิดชอบและแนวทางในการ
รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลที่เก่ียวข้องให้ครบถว้ น
จานวนโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการประเมินผลกระทบจากการดาเนินงานขององค์กรต่อความ
หลากหลายทางชีวภาพ และจัดทาแผนป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อความหลากหลายทาง
ชวี ภาพ
ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดเก็บรวบรวมข้อมูลน้ี โดยมีฐานข้อมูลของสานักงานนโยบายแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ในส่วนของโรงงานท่ีจะต้องมีการจัดทารายงานผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมซ่ึงต้องมีการประเมินความหลากหลายทางชีวภาพ และจัดทาแผนป้องกันผลกระทบท่ีจะ
เกิดข้ึนต่อความหลากหลายทางชีวภาพ โดยในพ้ืนท่ีเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศมีโรงงานท่ีต้องมีการ
จัดทารายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมจานวน 1 โรงงาน ร้อยละ 1.1 และแนวทางในการเก็บข้อมูลใน
หน้า อนาคต คือ จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชงิ นิเวศ ในพ้ืนที่
198 เพือ่ พิจารณากาหนดผรู้ บั ผดิ ชอบและแนวทางในการรวบรวมและจดั เก็บข้อมลู ท่ีเก่ยี วข้องให้ครบถว้ น
จานวนโรงงานทีจ่ ัดทารายงานการประเมินความเส่ียง จากฐานข้อมลู พบวา่ ในพน้ื ทเ่ี มืองอตุ สาหกรรม
เชิงนิเวศมีโรงงานท่ีต้องจัดทารายงานวิเคราะห์ความเส่ียง จานวน 1 โรงงาน คิดเป็นร้อยละ 1.1 ของ
โรงงานทงั้ หมดในพ้นื ท่ีเปา้ หมาย
จานวนการรั่วไหล และการเกิดอุบัติเหตุของสารเคมีและวัตถุอันตราย ที่ทาให้เกิดผล กระทบต่อ
พนกั งาน ชมุ ชน หรอื ส่งิ แวดล้อมภายนอก จากข้อมลู ของสานกั เทคโนโลยีความปลอดภยั กรมโรงงาน
อุตสาหกรรม สถิติการเกิดอุบัติเหตุในโรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ.2559 ในพ้ืนที่เมืองอุตสาหกรรมเชิง
นิเวศจังหวัดปทมุ ธานี ไมม่ ีการรัว่ ไหล และการเกดิ อบุ ตั เิ หตขุ องสารเคมแี ละวัตถุอนั ตราย ทีท่ าให้เกดิ ผล
กระทบต่อพนกั งาน ชุมชน หรอื ส่ิงแวดล้อมภายนอก และแนวทางในการเกบ็ ขอ้ มลู ในอนาคต คือ จดั ให้
มีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในพ้ืนที่ เพื่อพิจารณา
กาหนดผ้รู บั ผิดชอบและแนวทางในการรวบรวมและจัดเกบ็ ข้อมลู ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งใหค้ รบถ้วน
จานวนโรงงานท่มี รี ะบบการเฝา้ ระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมอยา่ งมีส่วนร่วมตามโครงการ GI หรอื EIA
Monitoring หรือโครงการอ่ืนท่ีเทียบเท่า จากฐานข้อมูลของสานักนโยบายแผนทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม โรงงานในพ้ืนท่ีเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดปทุมธานี มีโรงงานที่มีระบบการเฝ้า
นกั บรหิ ารงานท่ัวไป รนุ่ ที ๘๔
ระวังคุณภาพส่ิงแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วมตามโครงการ GI ระดับ 3 ข้ึนไป หรือ EIA Monitoring รวม
เป็น 14 โรงงาน คิดเป็นร้อยละ 15.2 ของโรงงานท้ังหมดในพื้นที่เป้าหมายดังแสดงใน ท้ังนี้ภายใต้
โครงการยกระดับศูนย์ติดตามตรวจสอบและประเมินผลเมืองอุตสาหกรรมเชงิ นิเวศ 8 จังหวัด ยังมีการ
จัดตง้ั เครือขา่ ยอตุ สาหกรรมเชิงนเิ วศทม่ี ีบทบาทเฝ้าระวังคุณภาพสงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งมีสว่ นรว่ มอีกด้วย
หนา้
199
นกั บรหิ ารงานทัว่ ไป รนุ่ ที ๘๔
หน้า
200
ความหมายของตราเคร่อื งหมายองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
รูปสังข์ทักษิณาวัตรประดิษฐานบนพานทองบรรจุไว้ภายในปราสาท หมายถึง เมื่อราวศุภ
มสั ดุ 721 ปีขาล โทศก วนั ศกุ ร์ เดอื นหา้ ข้นึ หกค่า เพลา 3 นาฬิกา 9 บาท หรือ ตรงกับวนั ที่ 3 เมษายน
พ.ศ. 1893 พระเจ้าอู่ทองทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา ขึ้นที่ตาบลหนองโสน ชีพ่อพราหมณ์ได้ฤกษ์ต้ังพธิ ี
กลบาตรสมุ เพลิง (ชอื่ พธิ ที าเพอ่ื แกเ้ สนียด) ได้สังข์ทกั ษิณาวตั รขอนหน่งึ ใตต้ ้นหมัน
- วงกลม หมายถึง การทางานทีเ่ ชอ่ื มโยงกนั ในทุกภาคส่วน
- ลายไทย หมายถงึ ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณแี ละภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน
- สีม่วง หมายถงึ สปี ระจาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา
นักบริหารงานทว่ั ไป ร่นุ ที ๘๔
ประวตั ิความเปน็ มาขององคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั
ประวัติความเป็นมา การจัดรูปแบบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดซ่ึงเป็นการปกครองท้องถ่ิน
รูปแบบหนึ่งท่ีใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้มีการปรับปรุงแก้ไขและวิวัฒนาการมาตามลาดับ โดยจัดให้สภาจังหวัดขึ้นเป็น
ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2476 ตามความในพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ. 2476 ฐานะของสภาจังหวัด
ขณะนน้ั มีลักษณะเปน็ องค์การแทนประชาชนทาหน้าท่ีให้คาปรึกษาหารือแนะนาแก่คณะกรรมการจังหวัด ยังมิได้
มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่แยกต่างหากจากราชการบริหารส่วนภูมิภาค หรือเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นตาม
กฎหมายต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ได้มีการตราพระราชบัญญัติสภาจังหวัด พ.ศ. 2481 ข้ึนโดยมีความประสงค์ที่จะ
แยกกฎหมายที่เก่ียวกับสภาจังหวัดไว้โดยเฉพาะ สาหรับสาระสาคัญของพระราชบัญญัติฯ นั้นยังมิได้มีการ
เปลย่ี นแปลงฐานะและบทบาทของสภาจังหวัดไปจากเดิม กล่าวคือสภาจังหวดั ยงั คงทาหน้าทเ่ี ป็นสภาที่ปรึกษาของ
คณะกรรมการจังหวัดเท่านั้น จนกระทั่งได้มีการการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
พ.ศ. 2495 ซ่ึงกาหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบบริหาร
ราชการในส่วนจังหวัดของกระทรวง ทบวงกรมต่าง ๆ โดยตรงแทนคณะกรรมการจังหวัดเดิม โดยผลแห่ง
พระราชบัญญัตฯิ นท้ี าใหส้ ภาจังหวัดมีฐานะเป็นสภาท่ีปรึกษาของผวู้ ่าราชการจังหวดั แตเ่ นื่องจากบทบาทและการ
ดาเนนิ งานของสภาจงั หวัดในฐานะทีป่ รึกษา ซึง่ คอยให้คาแนะนาและควบคุมดูแลการปฏบิ ัตงิ านของจังหวัดไม่สู้จะ
ได้ผลตามความมุ่งหมายเท่าใดนัก จึงทาให้เกิดแนวคิดท่ีจะปรับปรุงบทบาทของสภาจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ โดย หน้า
ให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนในการปกครองตนเองย่ิงขึ้น ในปี พ.ศ. 2498 อันมีผลให้เกิด "องค์การบริหารส่วน 201
จังหวัด" ขึ้นตามภูมิภาค ต่อมาได้มีการประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 ซ่ึงเป็น
กฎหมายแม่บทว่าด้วยการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กาหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด มีฐานะเป็น
หน่วยการปกครองท้องถ่ินรูปหนึ่ง เม่ือสภาจังหวัดแปรสภาพมาเป็นสภาการปกครองท้องถ่ินจึงมีบทบาทและ
อานาจหน้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ดังนั้นเพ่ือประโยชน์ในการทาความเข้าใจในอานาจหนา้ ท่ีและบทบาทของสภาจังหวัดจากอดีตจนถงึ
ปจั จุบนั จึงขอแบ่งระยะววิ ฒั นาการของสภาจงั หวดั ออกเปน็ 3 ระยะ ดงั นี้
ระยะท่ี 1 (พ.ศ. 2476-2498)นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 ที่ได้มีการจัดตั้งสภาจังหวัดขึ้น ตาม
พระราชบญั ญัติระเบยี บเทศบาล พ.ศ. 2476 ซ่งึ นับเป็นจดั กาเนิดและรากฐานของการพฒั นาท่ีทาให้ให้มีหนว่ ยงาน
ปกครองท้องถ่ินในรูปองค์การบริหารส่วนจังหวัดข้ึนจน ถึงปี พ.ศ. 2498 น้ัน อาจกล่าวโดยสรุปถึงฐานะอานาจ
หนา้ ทบ่ี ทบาทของสภาจังหวดั ไดว้ า่ มีลักษณะดงั น้ี
-ฐานะสภาจงั หวัดในขณะนนั้ กย็ ังมไิ ด้มฐี านะเป็นหน่วยการปกครองท้องถน่ิ
-เปน็ นิตบิ คุ คลทแ่ี ยกต่างหากจากราชการบริหารสว่ นภมู ภิ าค
-ตามกฎหมายเป็นเพียงองค์กรตัวแทนประชาชนรูปแบบหน่ึง ท่ีทาหน้าท่ีให้คาปรึกษาแนะนาแก่
จังหวัด ซึ่งพระราชบัญญัติบริหารราชการแห่งพระราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2476 กาหนดให้จังหวัดเป็นหน่วย
นกั บริหารงานท่ัวไป รุ่นที ๘๔
ราชการบริหารส่วนภูมิภาค อานาจการบริหารงานในจังหวัดอยู่ภายใต้การดาเนินงานของคณะกรรมการจังหวัด
ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานสภาจังหวัด จึงมีบทบาทเป็นเพียงที่ปรึกษาเกี่ยวกับกิจการของสภาจังหวดั แก่
คณะกรรมการจงั หวัด และคณะกรรมการจงั หวัดไม่จาเป็นต้องปฏบิ ัตติ ามเสมอไป กระท่ังในปี พ.ศ. 2495 ไดม้ กี าร
ตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนแผ่นดิน กาหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น
หัวหน้าปกครองบังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบบรหิ ารราชการในส่วนจงั หวัดของกระทรวง ทบวงกรมต่าง
ๆ โดยตรงแทนคณะกรรมการจงั หวดั เดิม สภาจังหวัดเปลี่ยน บทบาทจากสภาทีป่ รึกษาของกรรมการจังหวัดมาเป็น
สภาท่ีปรกึ ษาของผวู้ ่าราชการจงั หวัด
สาหรับอานาจหน้าที่ของสภาจังหวัด พระราชบัญญัติสภาจังหวัด พ.ศ. 2481 มาตรา 25 ได้
กาหนดใหส้ ภาจังหวัดมีอานาจหน้าท่ี ดงั ตอ่ ไปนี้
1. ตรวจและรายงานเร่ืองงบประมาณท่ีทางจังหวัดตั้งขึ้น และสอบสวนการคลังทางจังหวัดตาม
ระเบยี บซ่ึงจะไดม้ กี ฎกระทรวงกาหนดไว้
2. แบง่ สรรเงินทุนอุดหนุนของรฐั บาลระหว่างบรรดาเทศบาลในจงั หวัด
3. เสนอขอ้ แนะนาและใหค้ าปรึกษาตอ่ คณะกรรมการจงั หวดั ในกิจการจังหวดั ดงั ต่อไปน้ี
ก. การรกั ษาความสงบเรียบรอ้ ยและศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน
หน้า ข. การประถมศกึ ษาและอาชวี ศึกษา
202 ค. การปอ้ งกนั โรค การบาบัดโรค การจัดตั้งและบารุงสถานพยาบาล
ง. การจดั ให้มแี ละบารุงทางบก ทางนา้
จ. การกสิกรรมและการขนส่ง
ฉ. การเกบ็ ภาษีอากรโดยตรง ซ่งึ จะเปน็ รายได้ส่วนจังหวดั
ช. การเปล่ยี นแปลงเขตหมูบ่ ้าน ตาบล อาเภอ และเขตเทศบาล
4. ใหค้ าปรกึ ษาในกจิ การคณะกรรมการจงั หวดั ร้องขอ
ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2498-2540)
การจัดตั้งและการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบ
ราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498 ซึ่งกาหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคลและประกาศของ
คณะ ปฏิวัติ ฉบับท่ี 218 ได้กาหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นหน่วยการปกครองท้องถ่ินรูปหนึ่ง ดังน้ัน
องค์การบริหารส่วนจังหวัดจึงเป็นหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล และในพระราชบัญญัติ
ฯ ดังกล่าว ได้กาหนดอานาจหน้าท่ีขององค์การบริหารส่วนจังหวัดไว้ เช่น การรักษาความสงบเรียบร้อยและ
ศีลธรรมอันดีของประชาชน การศึกษา การทานุบารุงศาสนาและการส่งเสริมวัฒนธรรม การสาธารณูปการ การ
ป้องกันโรค การบาบัดโรคและการจัดตั้งและบารุงสถานพยาบาล ฯลฯ เป็นต้น นอกจากน้ีองค์การบริหารส่วน
จังหวดั ยงั อาจทากิจการซง่ึ อยูน่ อกเขต เมือ่ กจิ การน้นั จาเป็นต้องทาและเป็นการเก่ียวเน่ืองกับกิจกรรมที่ดาเนินตาม
นกั บรหิ ารงานทวั่ ไป รุน่ ที ๘๔
อานาจหน้าท่ีอยู่ภายในเขตของตน โดยได้รับความยินยอมจากสภาเทศบาล คณะกรรมการสุขาภิบาล สภาจังหวัด
หรือ สภาตาบลทเี่ ก่ียวขอ้ งนน้ั และไดร้ ับอนมุ ตั ิจากรัฐมนตรีว่ากากระทรวงมหาดไทยแลว้ ด้วย
ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2540-ปัจจุบัน)พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 ได้ผ่านการ
พิจารณาของรัฐสภาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 114 ตอนที่ 62 ก ลงวันท่ี 31 ตุลาคม 2540 โดยใช้
บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2540 เป็นต้นมา พระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นกฎหมายท่ีกล่าวถึงระเบียบวิธีการ
บริหารงานขององค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด ซ่ึงเป็นหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นแทนที่องค์การบริหารส่วน
จงั หวัดตามพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการส่วนจงั หวดั พ.ศ. 2498สาหรับเหตุผลของการใช้พระราชบัญญัติ
ฉบับนี้อาจพิจารณาได้จากบทบัญญัติของพระราชบัญญัติซึ่งระบุว่า "โดยท่ีองค์การบริหารส่วนจังหวัดท่ีจัดตั้งขึ้น
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498 เป็นองค์กรปกครองท้องถ่ินที่รับผิดชอบใน
พื้นที่ท้ังจังหวัดที่อยู่นอกเขตสุขาภิบาล และเทศบาล เมื่อได้มีพระราชบัญญัติสภาตาบลและองค์การบริหารส่วน
ตาบล ในการน้ีสมควรปรับปรุงบทบาทและอานาจหน้าท่ีขององค์การบริหารส่วนจังหวัดให้สอดคล้องกันและ
ปรับปรุงโครงสร้างขององค์การบริหารส่วนจังหวัดให้เหมาะสมย่ิงขึ้น" นอกจากจะพิจารณาในเหตุผลของ
พระราชบัญญัติแล้ว จากบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร ซ่ึงพิจารณาร่าง
พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดครั้งที่ 2 วันที่ 13 มีนาคม 2540 ที่ประชุมได้อภิปรายประเด็น หนา้
วัตถปุ ระสงคข์ องการออกกฎหมายสรปุ ว่า
1. เพื่อจัดระบบบริหารให้มีประสิทธิภาพซ่ึงปัจจุบันมีปัญหาด้านการบริหารการ จัดการด้านพ้ืนท่ี 203
และรายไดช้ า้ ซ้อน
2. เพ่ือเป็นการปรับเปลี่ยนตามการเปล่ียนแปลงของการเมืองการปกครองท้องถิ่นท่ีมีการ
เปล่ียนแปลงทางด้านการขยายความเจริญเตบิ โตของแตล่ ะท้องถ่ิน
3. เพื่อเป็นการถ่ายโอนอานาจการปกครองส่วนภูมิภาคมาสู่ท้องถิ่น โดยให้องค์การบริหารส่วน
จังหวัดทาหน้าท่ีในการประสานกับองค์กรปกครองท้องถ่ิน การประสานกับรัฐบาล และตัวแทนหน่วยงานของรัฐ
การถา่ ยโอนภารกิจและงบประมาณทเี่ คยอยู่ในภมู ภิ าคไปอยู่ในองค์การบริหารสว่ นจังหวัด
4. เพื่อเป็นการกระจายอานาจสู่ท้องถ่ินให้มากยิ่งขึ้น โดยจะเพิ่มอิสระให้กับองค์การบริหารส่วน
จงั หวัดมากขึ้นดว้ ย โดยการลดการกากับดูแลจากสว่ นกลางลง
การจัดตัง้ และฐานะ
พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 กาหนดให้มีหน่วยการบริหารราชการส่วน
ท้องถิ่นรูปแบบหน่ึงเรียกว่า “องค์การบริหารส่วนจังหวัด” โดยมีอยู่ในทุกจังหวัด ๆ ละ 1 แห่ง รวม 75 แห่ง
มีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีพ้ืนที่รับผิดชอบทั่วทั้งจังหวัด โดยทับซ้อนกับพ้ืนที่ของหน่วยการบริหารราชการส่วน
ท้องถิ่นอ่ืน คือ เทศบาล สุขาภิบาล และองค์การบริหารส่วนตาบลในจังหวัดน้ัน ความเป็นนิติบุคคล
นกั บรหิ ารงานทัว่ ไป รุน่ ที ๘๔
กอ่ ใหเ้ กิด ความสามารถในการทานิติกรรม ความเป็นหน่วยการบริหารราชการสว่ นท้องถิน่ ก่อให้เกดิ อานาจ หนา้ ที่
และขอบเขตพน้ื ท่ใี นการใชอ้ านาจหน้าท่นี ้ัน
ความเปน็ มาขององคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั พระนครศรีอยุธยา
สานักงานองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั พระนครศรีอยธุ ยาเดิมน้ัน อย่รู ่วมกับจังหวดั ท่ีศาลากลางจังหวัด
หลังเดิม ซ่ึงต้ังอยู่ภายในเกาะเมืองอยุธยา ต่อมาเมื่อจังหวัดได้ก่อสร้างศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ เพ่ือเป็นศูนย์
ราชการของจังหวัด ซ่งึ อยตู่ ดิ ถนนสายเอเชีย องค์การบริหารส่วนจังหวดั ก็ได้ย้ายมาอยู่ช้นั 4 ของอาคารศาลากลาง
หลงั ใหม่
ปัจจุบันสานักงานองค์การบริการส่วนจังหวัด ต้ังอยู่เลขที่ 55 หมู่ที่ 7 ถนนศูนย์ราชการ-สนามกีฬา
ตาบลคลองสวนพลู อาเภอพระนครศรีอยุธยา ซ่ึงอาคารสานักงานแห่งน้ีก่อสร้างบนพื้นที่ของหนองแพงพวย
จานวน 12 ไร่เศษ ด้วยงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัด จานวน 20,890,000 บาท โดยได้ย้ายเข้ามา
ปฏบิ ัติงานในอาคารแห่งนี้ เมื่อวันท่ี 7 มิถนุ ายน 2542
ท่ีตงั้ 55 หมทู่ ี่ 7 ถนนศนู ย์ราชการ-สนามกฬี า ตาบลคลองสวนพลู อาเภอพระนครศรอี ยธุ ยา
จังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา 13000 โทรศพั ท์ 0-35796-456 / โทรสาร 0-3579-6438
หน้า E-mail : [email protected]
204
นกั บริหารงานทว่ั ไป รนุ่ ที ๘๔
จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีเน้ือท่ีประมาณ 1,556.64 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,597,900 ไร่ มีขนาดใหญ่เป็นอันดบั ท่ี 62
ของประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 11 ของจังหวัดในภาคกลาง ตั้งอยู่บริเวณท่ีราบลุ่มภาคกลางตอนล่างของประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศเป็นท่ีราบลุ่มน้าท่วมถึง พ้ืนท่ีส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา ไม่มีภูเขา ไม่มีป่าไม้ มีแม่น้าไหลผ่าน 4
สาย ได้แก่ แม่น้าเจ้าพระยา แม่น้าป่าสัก แม่น้าลพบุรี และแม่น้าน้อย รวมความยาวประมาณ 200 กิโลเมตรมีลา
คลองใหญ่น้อย ประมาณ 1,254 คลอง เชื่อมต่อกับแม่น้าเกือบท่ัวบริเวณพื้นที่ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครทาง
รถยนต์ ประมาณ 75 กิโลเมตร ทางรถไฟประมาณ 72 กิโลเมตร และทางเรือประมาณ 137 กิโลเมตร โดยมี
ส่วนกว้างท่ีสุดของจังหวัดจากบ้านหนองโสน อาเภอวังน้อย ถึง บ้านปอกรวด อาเภอบางซ้าย เป็นระยะทาง
ประมาณ 60 กิโลเมตร และสว่ นยาวท่สี ุดจากบา้ นขอ่ ย อาเภอบ้านแพรก ถงึ ใต้ทีส่ ดุ ทบี่ ้านปากคลอง ตาบลเชียงราก
นอ้ ย อาเภอบางปะอิน เป็นระยะทางประมาณ 74 กิโลเมตร
จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา มีอาณาเขตติดต่อกบั จงั หวดั ใกลเ้ คียงดงั น้ี หนา้
- ทิศเหนือ ตดิ ตอ่ กับ จงั หวดั อา่ งทอง จังหวัดลพบรุ ี 205
- ทศิ ใต้ ติดต่อกับ จังหวดั นครปฐม จงั หวดั นนทบรุ ี จงั หวดั ปทุมธานี
- ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ต่อกับ จงั หวัดสระบรุ ี
- ทิศตะวันตก ตดิ ตอ่ กบั จงั หวดั สุพรรณบรุ ี
จงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยาแบง่ เขตการปกครองออกเป็น 16 อาเภอ ประกอบดว้ ย
1. อาเภอท่าเรอื 2. อาเภอนครหลวง
3. อาเภอบางซ้าย 4. อาเภอบางไทร
5. อาเภอบางบาล 6. อาเภอบางปะหนั
7. อาเภอบางปะอนิ 8. อาเภอบา้ นแพรก
9. อาเภอนครหลวง 10. อาเภอพระนครศรีอยธุ ยา
11. อาเภอภาชี 12. อาเภอมหาราช
13. อาเภอลาดบวั หลวง 14. อาเภอวังน้อย
15. อาเภอเสนา 16. อาเภออทุ ยั
โครงการพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยบริเวณทุ่งมะขามหย่อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นกั บริหารงานทวั่ ไป ร่นุ ที ๘๔
ทุ่งมะขามหย่อง ตาบลบ้านใหม่ อาเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
มคี วามสาคัญทางประวัติศาสตร์ เปน็ สมรภมู ิสรู้ บระหวา่ งไทยกับพมา่ หลายคร้ัง เป็นท่ตี ้ังของพระราชา
นุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่น่าสนใจเป็นอย่างย่ิง เม่ืออดีตทุ่งมะขาม
หย่องแห่งน้ี เป็นบริเวณที่กองทัพไทยปะทะกับทัพพม่าในศึก ที่สมเด็จพระศรีสุริโยทัย ส้ินพระชนม์บน
คอช้าง ที่นี่นับเป็นหน่ึงในสถานที่สาคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย นับจากอดีตถึงปัจจุบัน โดยในสมัย
“สมเดจ็ พระมหาจักพรรดิ” แห่งกรงุ ศรีอยธุ ยา หลังพระองค์ข้นึ ครองราชย์ได้ประมาณ 7 เดอื น พม่าได้
ยกทัพนาโดยพระเจ้าหงสาวีตะเบงชะเวตี้เข้ามารกุ รานการศึกครงั้ นั้น “สมเด็จพระสุริโยทัย” พระอัคร
มเหสีของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ได้แต่งพระองค์อย่างมหาอุปราช ทรงช้างออกมาทายุทธหัตถีกับ
พระเจ้าแปร แต่ความที่เป็นสตรีทาให้พระองค์พลาดท่าเสียที ต้องพระแสงของ้าวของพระเจ้าแปร
สิ้นพระชนม์บนคอช้าง แตก่ ารศึกครั้งน้ันไมป่ รากฏผลแพ้-ชนะกัน ด้วยวรี กรรมในคร้ังน้ัน ครั้นเมอื่ เวลา
ผ่านเลยมาจนถึงสมัยรัชกาลปัจจุบัน แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ทรงมพี ระราชดาริใหจ้ ัดสร้าง “พระราชานุสาวรียส์ มเด็จพระสุริโยทัย” ข้นึ ณ บริเวณทุ่งมะขามหย่อง
เพือ่ เฉลิมพระเกียรติมาวรี กษตั รยิ ์ไทย และเพ่ือน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมเฉลิมพระเกียรตสิ มเด็จพระนาง
เจ้าฯ พระบรมราชนิ ีนาถ เนื่องในมหามงคลสมยั เฉลมิ พระชนมพรรษา 5 รอบ ในปี พ.ศ. 2535
หนา้
206
ทุ่งมะขามหย่อง เป็นพื้นท่ีตั้งของ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย เป็นโครงการจัดสร้างข้ึน
ตามพระราชดาริรัฐบาลและพสกนิกรชาวไทย ได้ร่วมกันสร้างน้อมเกล้าฯ ถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวาระมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ เม่ือปี พ.ศ.
นักบรหิ ารงานทัว่ ไป รนุ่ ที ๘๔
2535 โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้
เสด็จพระราชดาเนินมาทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันท่ี 31 สิงหาคม พ.ศ. 2534 และสร้างเสร็จ
สมบูรณ์เมื่อวันท่ี 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราช
ดาเนิน มาประกอบพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเดจ็ พระศรสี รุ ิโยทยั
หน้า
207
ทุ่งมะขามหย่อง เป็นพ้ืนท่ีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพื้นท่ีแก้ม
ลิง แก้ไขปัญหาน้าท่วมในฤดูน้าหลาก และในฤดูแล้งจะนาน้าท่ีกักเก็บไว้ให้เกษตรกรได้ใช้ในการ
เพาะปลูก เพื่อพสกนิกรชาว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยสถานท่ีสาคัญทั้ง 2 แห่ง ยังบ่งบอกทาง
ประวัติศาสตร์ของ “ทุ่งมะขามหย่อง” และ “ทุ่งภูเขาทอง” ที่ สมเด็จพระศรสี ุรโิ ยทยั และ สมเดจ็ พระ
นเรศวรมหาราช เคยสู้รบกับพม่า นอกจากน้ีผืนแผ่นดินท้ัง 2 แห่ง จึงได้ตั้งชื่อผืนแผ่นดินท้ัง 2 แห่งนี้
ว่า “ผนื แผน่ ดนิ แห่งพระมหากรณุ าธคิ ุณ”
สาหรับทุ่งมะขามหย่อง มีเนื้อท่ีทั้งหมด 250 ไร่ ใช้เป็นอ่างเก็บน้า (แก้มลิง) จานวน 180 ไร่ มีความจุ
น้าได้ถึง 2,100,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้ในการป้องกันอุทกภัยท่ีจะเกิดในอนาคต และยังสามารถ
นาเอาน้าที่กักเก็บไว้ ไปใช้เพ่ือเกษตรกรรมได้ในฤดูแล้งที่ต้อง การใช้น้าทุ่งมะขามหย่องยังเป็น
สวนสาธารณะที่ประชาชน สามารถมาเท่ียวชมความสวยงามและ เป็นที่พักผ่อนได้ คุณประโยชน์มี
มหาศาล
นกั บริหารงานทว่ั ไป รุ่นที ๘๔
1. ความเป็นมา
วนั ที่ 10 กรกฎาคม 2534
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดาริ ณวังไกลกังวล ให้การก่อสร้าง
โครงการพระราชานุสาวรีย์ฯมีการใช้น้าที่เก็บในสระเก็บน้าจานวนมากเพื่อประโยชน์ในการเพาะปลูกพชื
ฤดแู ล้งของราษฎรทม่ี ีพนื้ ท่อี ยู่รอบบริเวณพระราชานุสาวรยี ฯ์
วนั ท่ี 24 ตลุ าคม 2538
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั มีพระราชกระแสให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาปล่อยน้าเข้า
พ้นื ทข่ี องพระราชานสุ าวรยี ์ฯ เพื่อเปน็ การบรรเทาปญั หาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรท่ีถูกน้าทว่ มและเพ่ือ
เป็นการเก็บน้าไว้ใช้เพ่ือการเกษตรในช่วงฤดูแล้งอีกทางหน่ึงด้วยและนาที่ได้เก็บกักไว้ในสระ เพื่อให้
เกษตรกรนาไปใช้ประโยชน์ตามแนวพระราชดาริด้านการเกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้งโดยส่งเสริม อาชีพ
เสริมแก่ราษฎร 4 โครงการ คือโครงการสง่ เสริมการปลูกข้าวนาปรัง โครงการปลูกพชื อายุสนั้ และไม้ผล
โครงการส่งเสรมิ อาชีพการเลยี้ งปลาและโครงการเล้ยี งสตั วแ์ บบผสมผสาน
วันท่ี13 พฤศจกิ ายน 2538
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดาริให้พิจารณาปรับปรุงบริเวณพ้ืนที่
หนา้ โครงการให้สามารถเก็บน้าได้มากขึ้นเป็น200 ไร่ เหลือเป็นพ้ืนที่พระราชานุสาวรีย์ไว้ 50 ไร่ และยกระดับ
208 ถนนในพนื้ ท่ีข้ึนดว้ ย
วนั ท4่ี ธันวาคม 2538
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดารัสกับบุคคลต่าง ๆ ท่ีเข้าเฝ้าฯ
ถวายพระพรชัยมงคลเนอ่ื งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สรปุ ความไดว้ ่า
...ในท่ีสุด ปีนี้น้าก็ท่วมและเกิดระลึกข้ึนมาได้ว่ามีโครงการนี้อยู่...จึงให้คนไปถ่ายรูปมีหลาย
ฝ่ายทง้ั ทางภาคพ้นื ดิน ทั้งทางอากาศ ในรูปได้เหน็ วา่ มีการสูบน้าปลายหนึง่ ของท่อจุ่มอยู่ในสระ และดูด
น้าออกจากสระ น้าในสระน้ันมีระดับวัดได้ 3เมตร 50 เซนติเมตร แต่เมื่อดูแล้วข้างนอก น้าข้ึนสูงไป
มากกว่าน้ันจึงบอกให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่ังหยุดสูบน้าออกไปและถ้าอย่างไรให้เปิดประตูน้าที่เป็น ท่อ
และช่องที่เปิดน้าให้เข้า-ออกได้ ให้น้าเข้ามา น้าก็ค่อยๆเข้ามาเอ่ือย ๆ น้าจึงข้ึนมาหน่อย แต่ว่าเข้ามาช้า
มาก... กเ็ ลยบอกวา่ ให้ฟนั คนั ใหใ้ ชร้ ถตักท่เี ขาเรยี กวา่ แบ็คโฮตกั คนั ท่ีกนั้ น้านั้นให้น้าเข้ามา...และในเวลา
เดียวกันก็วัดระดับน้า ปรากฏว่าระดับน้าทางด้านตะวันออกคือน้าที่มาจากแม่น้าป่าสักสูงกว่าด้านท่ีมา
จากแม่น้าเจ้าพระยาประมาณ 20 เซนติเมตร ความรู้นี้ ไม่มีใครเคยรู้ว่า น้าท่ีอยู่ในทุ่งด้านป่าสักมีความ
สูงกว่าแม่น้าเจ้าพระยา และความรู้น้ีทาให้เจ้าหน้าที่ รวมทั้งกรมชลประทานเกิดความรู้ว่า น้าท่วม
กรุงเทพฯ มาจากไหนและไปไหน...
นักบรหิ ารงานท่วั ไป รนุ่ ที ๘๔
...ก็บอกให้ทาต่อไปจนกระท่ังนา้ ข้างนอกกับน้าข้างในเท่ากันและวัดดโู ดยต่อจากมาตรวดั นา้ ซ่ึง หนา้
ทีแรกสูง 4 เมตร ต่อข้ึนมา 5 เมตร ก็ท่วม 5 เมตรจนกระทั่งขึ้นมาถึง 5 เมตร 70 เซนติเมตร เป็นอันว่า 209
น้าที่เข้ามาในบริเวณนั้นจากเดิม3 เมตร 50 เซนติเมตร ขึ้นมาเป็น 5 เมตร 70 เซนติเมตร และน้าใน
สระน้ันแทนท่ีจะมีประมาณห้าแสน กข็ ึน้ มาเกือบสองล้านลูกบาศก์เมตรเมื่อถึงขนาดนั้นแล้ว จึงส่ังให้ปิด
ได้ให้ปิดเพ่ือท่ีจะเก็บน้าน้ีไว้ข้างใน ...ทาให้ราษฎรเห็นว่าอนุสาวรีย์น้ีทาประโยชน์และสมเด็จพระสุริโย
ทยั นเ้ี ปน็ วรี สตรีในอดีต กลบั มาเป็นวรี สตรีในปจั จุบนั ดว้ ยฉะนั้นโครงการนีก้ ็ไดผ้ ลเตม็ ท.่ี ..
...ทฤษฎใี หม่นี่มีไวส้ าหรับป้องกันความขาดแคลนในยามปกติกจ็ ะทาใหร้ ่ารวยมากขนึ้ ในยามท่ี
มีอุทกภยั กส็ ามารถทจ่ี ะฟ้ืนตวั ได้เร็วโดยไมต่ ้องให้ทางราชการไปช่วยมากเกนิ ไปทาใหป้ ระชาชนมโี อกาส
พงึ่ ตนเองไดอ้ ย่างดี ฉะนั้นจงึ ไดส้ นบั สนุนใหม้ กี ารปฏิบัติตามทฤษฎใี หม.่ ..
วันท่ี 23 มกราคม 2539
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดาเนินไปยังพระราชานุสาวรีย์สมเด็จ
พระสุริโยทัย เพื่อทรงเยี่ยมเกษตรกร และทอดพระเนตรความก้าวหน้าในการดาเนินงานการก่อสร้าง
อ่างเก็บน้าในพ้ืนที่รอบพระราชานุสาวรียใ์ นการนี้ ทรงเปิดคันบังคับน้า เพื่อปล่อยน้าเข้าสู่ท่อส่งนา้ ท่ี 2
เพ่ือส่งน้าให้แก่พ้ืนที่การเกษตรของราษฎรท่ีอาศัยอยู่โดยรอบและทรงมีพระราชดาริในเรื่องต่างๆกับ
คณะทางานเฉพาะกิจด้านการแก้ไขปัญหาน้าท่วมและเจ้าหน้าท่ีท่ีเกี่ยวข้องเก่ียวกับการแก้ไขปัญหานา้
ท่วมและการประกอบอาชีพของราษฎรโดยพระราชทานพระราชดาริให้ดาเนินการพิจารณานาทฤษฎี
ใหมม่ าใช้งานโดยใหข้ ุดสระน้าในพน้ื ทีล่ ่มุ ต่าในเขตโครงการและบริเวณใกลเ้ คียงเพือ่ เปน็ แหลง่ เก็บกักน้า
ในฤดฝู น และพิจารณาเพิม่ ระดับเก็บกักรวมท้งั ให้ขุดลอกสระเกบ็ น้าให้ลึกลงไปตามความเหมาะสมเพื่อ
เพ่มิ ปรมิ าณความจใุ หส้ ระเก็บนา้
วนั ท่ี 14 พฤษภาคม 2539
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั พร้อมด้วยสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชินนี าถ เสด็จ
พระราชดาเนินไปยังพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยเพ่ือทรงเก่ียวข้าวในนาซ่ึงเป็นโครงการส่งเสริม
อาชีพปลูกข้าวนาปรัง และพระราชทานข้าวท่ีทรงเก่ียวเพ่ือไปใช้ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัล
แรกนาขวญั ในการนี้ทรงมีพระราชดาริใหก้ รมชลประทาน กรมโยธาธกิ าร และกรมพัฒนาทด่ี นิ ปรับปรุง
สระเก็บน้าพระราชานสุ าวรีย์ฯโดยขุดดนิ กน้ สระให้มคี วามลึกโดยเฉลีย่ อีกประมาณ 1 เมตร เพอื่ กกั เกบ็ น้าให้
มากกวา่ เดิมดินท่ขี ุดไดส้ ่วนหน่งึ ให้นาไปทาทางสัญจรด้านทิศเหนือขนานไปกับคันกั้นน้าให้ประชาชนใช้เป็น
เส้นทางเชื่อมระหว่างถนนริมแม่น้ากับถนนสายใหญ่ดินอีกส่วนหน่ึงให้นาไปทาถนนเสริมคันก้ันน้าเดิม
ให้สูงถึงระดับ 6.20 เมตร (รทก.)หากมีน้าไหลหลากมากเหมือนปี 2538 จะได้ระบายน้าเข้ามาในสระ
เกบ็ นา้ นา้ จะไดไ้ ม่ท่วมหลังคันก้ันนา้ ซ่งึ จะทาใหม้ ีน้าเก็บกักไวใ้ ช้ในฤดแู ลง้ เพ่ิมมากข้ึน
นกั บริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั เสดจ็ เสดจ็ พระราชดาเนินไปทรงเยย่ี มราษฎรและไดท้ รงเปดิ คนั บังคับน้า
เพื่อปล่อยน้าเข้าสู่ท่อส่งน้าสายที่2 เพ่ือส่งน้าให้แก่พ้ืนท่ีการเกษตรของราษฎรที่อยู่อาศัยโดยรอบ
พระราชานสุ าวรียส์ มเด็จพระสุริโยทยั เม่ือวันท่ี 23 มกราคม 2539
หน้า
210
นกั บริหารงานท่ัวไป รนุ่ ที ๘๔
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดาเนิน หน้า
ไปยังพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยบริเวณทุ่งมะขามหย่อง เพ่ือทรงเก่ียวข้าวในแปลงนาข้าวของ 211
ราษฎรซ่ึงเป็นโครงการส่งเสริมอาชีพปลูกข้าวนาปรงั รอบพืน้ ท่ีพระราชานสุ าวรีย์ฯ
เมอ่ื วนั ที่ 14 พฤษภาคม 2539
2. ลักษณะของโครงการ
นกั บริหารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔
โครงการพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยมีพื้นที่โดยรวมทั้งสิ้นประมาณ 256 ไร่ ประกอบด้วย
หน้า องค์ประกอบ 2 ส่วน ดงั นี้
212 ส่วนที่ 1 พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยสวนสาธารณะ และอื่น ๆ มีพ้ืนท่ีประมาณ 56ไร่
ประกอบด้วยองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ดังนี้
- องค์พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยทรงช้างประดิษฐานบนเกาะเนินดิน
พ้นื ทป่ี ระมาณ 24 ไร่
- อาคารประกอบอ่ืน ๆในบริเวณเช่น อาคารจาหน่ายผลิตภัณฑ์การเกษตรและ
อุตสาหกรรมในครัวเรือน ส่วนแสดงแผนผังบริเวณและอาคารบารุงรักษา ระบายน้าและบ้านพัก
เจ้าหนา้ ที่
ส่วนท่ี 2 พน้ื ทส่ี ระเก็บนา้
มีพ้ืนท่ีประมาณ 200 ไร่ สามารถกักเก็บน้าไว้ใช้ประโยชน์เพ่ือการเกษตรกรรม
ในชว่ งฤดแู ลง้ และรองรับนา้ ในชว่ งฤดูนา้ หลาก
- พ้ืนท่ีผิวน้าทร่ี ะดับเก็บกกั 158 ไร่
- ปรมิ าณความจทุ ่ีระดับเก็บกัก 1,209,000 ลูกบาศก์เมตร
- ระดบั คันก้นั นา้ + 6.20 เมตร (รทก.)
- ระดับเก็บกักปกติ +4.50 เมตร (รทก.)
- ระดบั เก็บกักสูงสดุ +5.760 เมตร (รทก.)
นักบรหิ ารงานทว่ั ไป ร่นุ ที ๘๔
(ในปี 2538 เกดิ ปัญหาอุทกภยั สามารถกักเก็บน้าได้1,583,040 ลูกบาศกเ์ มตร) หนา้
- ปริมาณน้าเก็บกักที่สามารถ 500,000ลูกบาศก์เมตร นามาใชป้ ระโยชนโ์ ดยวิธีการ 213
ธรรมชาติ
3.แนวทางการบรหิ ารจัดการนา้
โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยาดาเนินการบริหารจัดการสระเก็บน้าโครงการ
พระราชานสุ าวรีย์สมเด็จพระสรุ โิ ยทยั ในรูปแบบพน้ื ท่ีแกม้ ลงิ โดยมแี นวทางการบรหิ ารจดั การ ดังนี้
3.1การเติมน้าเข้าสระ การรับน้าเข้าสู่พื้นที่สระเก็บน้าทาโดยใช้ระบบท่อเพ่ือเติมน้า
ประกอบด้วย 3 รปู แบบ ดังนี้
( 1 ) ท่ อ ส่ ง น้ า จ า ก ค ล อ ง ชั ย น า ท – อ ยุ ธ ย า จ า น ว น 1 ท่ อ ข น า ด
เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.80 เมตร ความยาว 516 เมตร สง่ น้าได้ 0.73 ลกู บาศก์เมตรต่อวินาทีหรือวนั ละ 63,000
ลูกบาศก์เมตรสามารถส่งน้าได้เฉพาะในฤดูฝนช่วงเดือนตุลาคมน้าในคลองชัยนาท – อยุธยา จะสามารถ
ไหลเข้าสระเกบ็ นา้ ได้ส่วนหนงึ่
(2) โรงสูบน้าจากแม่น้าเจ้าพระยาโดยติดตั้งเคร่ืองสูบน้าไฟฟ้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10
นวิ้ จานวน 3 เครื่อง บรเิ วณหน้าวัดเกตุ ตาบลบ้านใหม่ อาเภอพระนครศรีอยุธยาสามารถสูบน้าได้ 0.60
ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีหรือวันละ 166,000 ลูกบาศก์เมตร โดยส่งน้าไปตามท่อคอนกรีตเสริมเหล็กจานวน
1 ท่อ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.80 x 254 เมตร สามารถสูบน้าเข้าสระได้ท้ังฤดูแล้งและฤดูฝนและหาก
น้าในแมน่ า้ เจ้าพระยามรี ะดับสงู จะสามารถไหลเขา้ สระเก็บนา้ ไดโ้ ดยธรรมชาติ
(3) ท่อรับน้าและระบายน้าทรงสี่เหล่ียมจานวน 2 ท่อ ขนาด1.5 x 1.80 เมตร จานวน
1 แหง่ ในชว่ งฤดูน้า สามารถรับนา้ เข้าพื้นทไ่ี ด้วันละประมาณ300,000 ลกู บาศกเ์ มตร
3.2 การนานา้ ไปใช้ประโยชน์
ในช่วงฤดูแล้งจะทาการส่งน้าให้แก่พื้นท่ีเกษตรกรรมรอบโครงการฯจานวน 1,037
ไร่ ผ่านระบบชลประทาน ประกอบด้วย
(1) อาคารระบายน้าที่1 (ด้านทิศเหนือ) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.60 เมตร พร้อม
ติดต้ังเคร่ืองสูบน้าด้วยไฟฟ้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง10 น้ิว จานวน 1 เคร่ือง สามารถสูบน้าได้ 0.20
ลกู บาศกเ์ มตรต่อวินาที สง่ นา้ ให้พ้นื ท่กี ารเกษตรทางด้านทศิ เหนอื
(2) อาคารระบายน้าท2ี่ (ดา้ นตะวนั ออก) ขนาดเส้นผ่าศูนยก์ ลาง 0.60 เมตร พร้อม
ติดตั้งเครื่องสูบน้าด้วยไฟฟ้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง10 น้ิว จานวน 1 เครื่อง สามารถสูบน้าได้ 0.20
ลูกบาศกเ์ มตรต่อวินาที สง่ ใหพ้ ้ืนทก่ี ารเกษตรทางดา้ นทศิ ตะวนั ออก
นกั บรหิ ารงานทวั่ ไป รนุ่ ที ๘๔
(3) อาคารระบายน้าท่ี 3 (ด้านทิศใต้) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง0.60 เมตร พร้อมติดต้ัง
เครื่องสูบน้าด้วยไฟฟ้า ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว จานวน1 เคร่ือง สามารถสูบน้าได้ 0.20 ลูกบาศก์
เมตรตอ่ วนิ าทสี ง่ ใหพ้ ื้นท่ีการเกษตรทางด้านทิศใต้
(4) คสู ่งนา้ ดาดคอนกรีตจานวน 3 สาย ความยาวรวม 4,070 เมตร
สายที่ 1 ขนาดทอ้ งคกู วา้ ง0.30 เมตร ยาว 1,290 เมตร มีพน้ื ที่เกษตรกรรมจานวน 242 ไร่
สายท2่ี ขนาดทอ้ งคกู ว้าง 0.30 เมตร ยาว 1,740 เมตร มีพนื้ ที่เกษตรกรรมจานวน 522 ไร่
สายที่ 3 ขนาดทอ้ งคูกว้าง0.30 เมตร ยาว 1,040 เมตร มีพื้นทเ่ี กษตรกรรมจานวน 165 ไร่
ปัจจุบันโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยาได้ดาเนินการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้า
(กลุ่มพ้ืนฐาน)“ทุ่งมะขามหย่อง” คิดเป็นพ้ืนท่ีรับประโยชน์ 1,037 ไร่ ครอบคลุมพ้ืนท่ีตาบลบ้านใหม่
ตาบลวัดตูม และตาบลภเู ขาทอง อาเภอพระนครศรอี ยุธยา จังหวัดพระนครศรอี ยธุ ยา
3.3 การบริหารจดั การน้าในชว่ งเกดิ อุทกภยั
ในช่วงน้าหลากและเกิดปัญหาอุทกภัยโครงการชลประทานพระนครศรีอยธุ ยา จะทาการเฝา้
ระวังและติดตามสถานการณ์น้าในสระเก็บน้าตลอดเวลา โดยในปี 2553 และ ปี 2554 ได้ดาเนินการ
ดงั นี้
หนา้ ปี2553 ทาการเปิดรับน้าจากแม่น้าเจ้าพระยาเข้าสู่พ้ืนท่ีสระเก็บน้าโดยวิธีการ
214 ธรรมชาติ(Gravity) จนเต็มสระเก็บน้าที่ระดับ + 5.0 เมตร (รทก.)ซึ่งสูงกว่าระดับเก็บกักปกติ 50
เซนติเมตรโดยไมก่ ่อใหเ้ กดิ ความเสียหายแกพ่ ้นื ท่ภี ายในโครงการ
ปี2554 เกิดปัญหาอุทกภัยร้ายแรงในหลายพื้นท่ีระดับน้าในแม่น้าเจ้าพระยามี
ระดับสูงต้ังแต่เดือนกันยายน ส่งผลให้ น้าเข้าท่วมเต็มพื้นที่สระเก็บน้าสูงถึงระดับ+7.00 เมตร (รทก.)
สูงกว่าระดับคันกั้นน้ารอบสระที่มีระดับ+6.20 เมตร (รทก.) คิดเป็นปริมาตรน้าประมาณ 5.4 ล้าน
ลูกบาศก์เมตรเมตรภายหลงั ระดบั นา้ ลดลงไม่ปรากฏว่าอาคารระบบชลประทานไดร้ ับความเสียหาย
การเปิดรับน้าเข้าพื้นท่ีสระเก็บน้ าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เป็ นการ
บริหารจัดการตามหลักการของแก้มลิง โดยในยามน้าหลากจะเปิดรับน้าเข้าสระเก็บน้าโดยวิธีธรรมชาติ
และในชว่ งฤดูแล้งจะบรหิ ารจัดการน้าดว้ ยระบบชลประทานเพ่อื นาน้าไปใชป้ ระโยชน์ทางการเกษตรกรรม ซง่ึ
เปน็ การพรอ่ งน้าเพอื่ เตรียมพรอ้ มทจ่ี ะรองรบั ปรมิ าณน้าหลากครั้งต่อไป
นกั บริหารงานท่ัวไป รุน่ ที ๘๔
สภาพพื้นทโ่ี ดยรอบพระราชานสุ าวรีย์สมเดจ็ พระสรุ ิโยทยั บรเิ วณทุ่งมะขามหย่องในชว่ งที่เกิดปัญหา หนา้
อุทกภยั เดือนตุลาคม2538 สามารถเก็บกักน้าได้ 1,583,040 ลูกบาศก์เมตร 215
นกั บริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔
หน้า
216
นกั บรหิ ารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔
หนา้
217
นกั บริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔
หน้า
218
นกั บรหิ ารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔
หนา้
219
นกั บริหารงานทวั่ ไป รุน่ ที ๘๔
ชอื่ - นามสกุล นายชัยยะ มหาปราบ (ยะ)
สังกัด อบจ.สิงหบ์ ุรี (หัวหน้าฝ่ายส่งเสรมิ การท่องเท่ียว)
ทอ่ี ยู่ 73/1 ม.4 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรอี ยุธยา
จ.พระนครศรอี ยุธยา 13000 โทร.0945165989
Id Line chaiyaliverpoolfc
ชื่อ- นามสกุล พ.จ.อ.ฐเดช แก้วมณี (เต่า)
สังกัด เทศบาลตาบลหว้ ยใหญ่ (หวั หนา้ ฝา่ ยนิติการ)
หนา้ ที่อยู่ 28/128 ม.5 ต.สัตหบี อ.สตั หบี จ.ชลบุรี
20180 โทร. 08 0895 4644
220 Id Line '0808954644
นกั บรหิ ารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔
หนา้
221
นกั บริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔
หน้า
222
นกั บรหิ ารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔
หนา้
223
นกั บริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔
หน้า
224
นกั บรหิ ารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔
หนา้
225
นกั บริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔
หน้า
226
นกั บรหิ ารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔
หนา้
227
นกั บริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔
หน้า
228
นกั บรหิ ารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔
หนา้
229
นกั บริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔
หน้า
230
นกั บรหิ ารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔
หนา้
231
นกั บริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔
หน้า
232
นกั บรหิ ารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔
หนา้
233
นกั บริหารงานท่วั ไป รุ่นที ๘๔
หนา้
234
ชอื่ -สกุล นางสาววาสนา มะโนรมย์ (ชื่อเล่น มะกรดู )
สงั กัด เทศบาลตาบลศรีรัตนะ
ท่ีอยู่ 150 หมทู่ ี่ 11 ตาบลหญ้าปลอ้ ง อาเภอเมอื ง
จังหวัดศรีสะเกษ.3000
โทร. 097 342 0199
Id line...097 342 0199....
นกั บรหิ ารงานท่วั ไป ร่นุ ที ๘๔
หนา้
235
นกั บริหารงานทว่ั ไป รุ่นที ๘๔
ช่อื - นามสกุล นางวิมล พิพฒั นพ์ ล (มล)
สงั กดั เทศบาลนครนครปฐม (หวั หน้าฝ่ายทะเบยี นและบตั ร)
ท่อี ยู่ 888 ถนนทหารบก ต.บ่อพลับ อ.เมอื ง
จ.นครปฐม 73000
โทร.08 6816 2863 Id Line : wimolll14
ชอื่ -สกุล นางแสงเดอื น ดธี รรมมา ช่ือเลน่ เดือน
สังกัด อบจ.เพชรบรู ณ์ (หวั หนา้ ฝา่ ยสรรหาบรรจแุ ละแตง่ ตงั้ )
หนา้ ทอ่ี ยู่ 36 หมู่ที่ 5 ตาบลสะเดยี ง อาเภอเมอื ง
จังหวดั เพชรบูรณ์ 67000 โทร 09-5627-1295
236 Id line 0956271295
ชือ่ -สกุล นางอรนติ กาญจนวเิ ศษ ชือ่ เล่น ออ
หวั หนา้ ฝา่ ยแผนงานและงบประมาณ
สังกัด เทศบาลเมอื งปากพนงั จงั หวัดนครศรธี รรมราช
ท่ีอยู่ 1/5 ซอยหอไตร 1 ถนนพฒั นาการคขู วาง ตาบลในเมือง
อาเภอเมือง จังหวดั นครศรธี รรมราช 80000
โทร 08-8751-7959
ช่ือ-สกุล นางสาวอุชุมา ใจห้าว ชอ่ื เลน่ อุ๊
สังกดั อบจ.นครศรธี รรมราช หวั หนา้ ฝา่ ยนิติการ
ท่อี ยู่ 95 หมทู่ ี่ 10 ตาบลเทพราช อาเภอสชิ ล
จงั หวดั นครศรีธรรมราช 80340
โทร 08-1370-2756
นักบรหิ ารงานทั่วไป รุ่นที ๘๔
ช่ือ-สกลุ นายอนุชา ห่อทรัพย์ ชอื่ เลน่ ชา
หัวหนา้ ฝา่ ยปกครอง สงั กัด เทศบาลตาบลนาประดู่
อ.โคกโพธ์ิ จ.ปัตตานี
ทีอ่ ยู่ 119/16 ถนนนาเกลอื ตาบลบานา อาเภอเมือง
จงั หวดั ปัตตานี 94180
โทร. 08-4691-5155 Id line 0846915155
เฟสบุก๊ Tukkata Najangnang
ที่อยู่
ช่ือ-สกลุ นางอรทยั รงั เสาร์ ชอื่ เล่น ออน Id Line
หัวหน้าฝา่ ยบรหิ ารงานทัว่ ไป สงั กัด เทศบาลเมืองตากใบ
อาเภอตากใบ จงั หวดั นราธวิ าส หน้า
237
ท่ีอยู่ 44/1 หมู่ท่ี10 ตาบลบางปอ อาเภอเมอื ง
จงั หวดั นราธิวาส 96000
โทร. 06-2625-6812 Id line 0626256812
ชอื่ -สกุล นางอาพาทิพย์ ถกู จติ ต์ ชอ่ื เลน่ ตู่
หัวหนา้ ฝา่ ยแผนงานและงบประมาณ สงั กัดเทศบาลเมืองพะเยา
อาเภอเมืองพะเยา จังหวดั พะเยา
ท่อี ยู่ 25 หมู่ท่ี 9 ตาบลบา้ นใหม่ อาเภอเมอื งพะเยา
จังหวดั พะเยา 56000
โทร. 08-7189-9290
id line : 0871899290
ช่ือ-สกุล นายอปุ ถมั ภ์ กอ้ นธิ ช่อื เล่น เอก
หัวหนา้ ฝา่ ยอานวยการ สงั กดั เทศบาลตาบลดงมะดะ อาเภอแมล่ าว
จังหวดั เชยี งราย
ทอี่ ยู่ 264 หมู่ท่ี 3 ตาบลจอมหมอกแก้ว
อาเภอแม่ลาว จงั หวดั เชยี งราย 57250
โทร. 09-2103-4569 Id line anut212
นกั บรหิ ารงานทัว่ ไป ร่นุ ที ๘๔
ช่ือ-สกลุ พ.จ.อ.อิสสระ หริ ัญคา ชอ่ื เลน่ เอ๋
สังกดั เทศบาลเมอื งหวั หนิ (หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานทัว่ ไป)
ท่ีอยู่ 33/229 ตาบลหัวหนิ อาเภอหวั หิน
จังหวดั ประจวบครี ีขนั ธ์ 77110
โทร. 08-1995-6367
ช่ือ-สกลุ นางสาวอาภาพตั ร์ ชาญชยั มงคล ชือ่ เล่น TUKTA
สังกัด อบจ.นครสวรรค์ (หัวหนา้ ฝา่ ยบริหารงานทว่ั ไป)
หน้า ทอ่ี ยู่ 999/121 หมทู่ ่ี 6 ตาบลวดั ไทร อาเภอเมอื งนครสวรรค์
จงั หวัดนครสวรรค์ 60000
238 โทร. 08-1953-5356 ID line 0819535356
ชือ่ -สกุล นางสาวเสาวณี ลอยใหม่ ชือ่ เลน่ นอ้ ย
สงั กดั เทศบาลตาบลพปิ ูน (หวั หน้าฝา่ ยอานวยการ)
อาเภอพิปนู จงั หวัดนครศรีธรรมราช
ท่อี ยู่ 15/3 ตาบลทา่ สะทอ้ น อาเภอพุนพิน จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี 84130
โทร. 08-0537-6562 ID line 0805376562
ชอื่ -สกุล นางสาวอรลักษณ์ หนทู อง ช่ือเล่น อร
สังกัด อบจ.นครศรธี รรมราช (หวั หนา้ ฝ่ายส่งเสริมและพฒั นาบุคลากร)
ที่อยู่ 70/9 (หมบู่ า้ นกฤตมิ า) หมทู่ ี่ 2 ตาบลปากนคร
อาเภอเมอื ง จังหวดั นครศรธี รรมราช 80000
โทร 08-6782-7942
นักบรหิ ารงานทว่ั ไป รนุ่ ที ๘๔
คณะกรรมการนกั ศึกษาหลักสูตรนกั บรหิ ารงานทว่ั ไป รนุ่ ท่ี ๘๔
General Administration Program, Class 84 Committee, หน้า
239
นกั บรหิ ารงานท่วั ไป รุ่นที ๘๔
ประกาศสถาบันพฒั นาบคุ ลากรทอ้ งถน่ิ
เรอื่ ง การเลือกและแต่งตัง้ คณะกรรมการนกั ศึกษา
หลกั สูตรนักบริหารงานท่ัวไป (อานวยการท้องถน่ิ ระดบั ต้น) ร่นุ ท่ี 84
ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน ได้อนุมัติให้สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น
ดาเนินการฝึกอบรมหลักสูตรนัก บริหารงานทั่ว ไป (อานวยการท้องถ่ินระดับต้น รุ่นท่ี 84
ระหว่างวนั ท่ี 21 พฤศจกิ ายน – 17 ธันวาคม ๒๕๖4 ณ สถาบนั พัฒนาบุคลากรท้องถ่ิน ตาบลคลองหนึง่ อาเภอ
คลองหลวง จงั หวดั ปทุมธานี น้ัน
ผู้อานวยการโครงการ จึงจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการนักศึกษา ตามข้อบังคับสถาบัน
พัฒนาบุคลากรท้องถ่ิน ว่าด้วยการศึกษาอบรมและสัมมนา พ.ศ.๒๕๔๖ หมวด ๓ ข้อ ๑๐, ๑๑, ๑๒ และตาม
ระเบียบสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ว่าด้วยการปฏิบัติเก่ียวกับการศึกษาอบรมและสัมมนา พ.ศ. ๒๕๔๖
หมวด ๒ ข้อ ๗, ๑๐, ๑๑, ๑๒ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น อาศัยอานาจตามความในข้อ ๑๐ ของข้อบังคับ
สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ว่าด้วยการศึกษาอบรมและสัมมนา พ.ศ.๒๕๔๖ จึงขอแต่งตั้งคณะกรรมการ
หนา้ นักศึกษาหลักสูตร นกั บริหารงานทั่วไป (อานวยการท้องถิน่ ระดับตน้ ) รุ่นท่ี 84 ประกอบด้วย
240 1. นายทรงยศ แสนทวสี ุข ประธานกรรมการนกั ศึกษา
2. นายอนชุ า หอ่ ทรพั ย์ รองประธานกรรมการ
๓. นางสาวขวัญชีวติ ทองโอ เลขานุการ
๔.นางนภาพร กันสุข เหรัญญกิ
๕. นางนฤมล มลู เมอื ง หัวหนา้ กลุ่มสวสั ดิการ
๖. นายจักรพนั ธ์ คงคลา้ ย หัวหน้ากลุ่มวิชาการ
๗. นายพชิ ญ์ เครอ่ื งกณั ฑ์ หัวหน้ากลุ่มศึกษาดงู าน
๘. นายสพุ ศิ หนูเรือง หัวหน้ากลุม่ สงั คมและบันเทงิ
๙. นายชยั ยะ มหาปราบ หวั หนา้ กลุม่ กฬี า
๑๐. นางสาวธนภคั นวมเจรญิ หัวหนา้ กลมุ่ ประชาสมั พันธ์
1๑. นายรชั ดา นนทฤธิ์ กรรมการภาคใต้
1๒. นายอปุ ถมั ภ์ กอ้ นธิ กรรมกาภาคเหนอื
1๓. นางนาฏญา นิลประภา กรรมการภาคกลาง
๑๔. พันจา่ เอก ฐเดช แก้วมณี กรรมการภาคตะวนั ออก
1๕. นายณัฐพงษ์ เอกวงษา กรรมการภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๖4
(นายศศนิ พฒั นภริ มย)์
ผอู้ านวยการสถาบนั พฒั นาบคุ ลากรทอ้ งถ่นิ
นักบริหารงานทว่ั ไป รนุ่ ที ๘๔
ประกาศสถาบนั พฒั นาบุคลากรท้องถิ่น
เรื่อง การแบง่ กลุ่มกิจกรรมนักศกึ ษา
หลกั สตู รนักบริหารงานท่ัวไป (อานวยการทอ้ งถนิ่ ระดับตน้ ) รุน่ ท่ี 84
ตามท่ีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน ได้อนุมัติให้สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น
ดาเนินการฝึกอบรมหลักสูตรนัก บริหารงานท่ัว ไป (อานวยการท้องถิ่นระดับต้น รุ่นท่ี 84
ระหว่างวนั ท่ี 21 พฤศจิกายน – 17 ธันวาคม ๒๕๖4 ณ สถาบนั พัฒนาบุคลากรท้องถ่ิน ตาบลคลองหน่งึ อาเภอ
คลองหลวง จงั หวดั ปทมุ ธานี น้นั
ผู้อานวยการโครงการ จึงจัดให้มีการเลือกต้ังคณะกรรมการนักศึกษา ตามข้อบังคับสถาบัน
พัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ว่าด้วยการศึกษาอบรมและสัมมนา พ.ศ.๒๕๔๖ หมวด ๓ ข้อ ๑๐, ๑๑, ๑๒ และตาม
ระเบียบสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถ่ิน ว่าด้วยการปฏิบัติเก่ียวกับการศึกษาอบรมและสัมมนา พ.ศ. ๒๕๔๖
หมวด ๒ ข้อ ๗, ๑๐, ๑๑, ๑๒ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉะน้ัน อาศัยอานาจตามความในข้อ ๑๐ ของข้อบังคับ
สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถ่ิน ว่าด้วยการศึกษาอบรมและสัมมนา พ.ศ.๒๕๔๖ จึงขอแต่งตั้งคณะกรรมการ
นกั ศกึ ษาหลกั สตู ร นกั บริหารงานทั่วไป (อานวยการท้องถิ่นระดบั ต้น) รนุ่ ท่ี 84 ดงั นี้ หนา้
๑. กลมุ่ สวสั ดิการ ประกอบดว้ ย 241
๑. นางฤมล มูลเมอื ง หวั หน้ากล่มุ สวสั ดกิ าร
๒. นางสาวกนกพร พ่ทู รงชัย สมาชกิ กลมุ่
๓. นางสาวกนกวรรณ อุพัฒน์ สมาชกิ กลมุ่
๔. นางกนกวรรณ มลุ น้อยสุ สมาชกิ กลุ่ม
๕. นางกรกฏ เศยี รสมาน สมาชกิ กล่มุ
6. นางสาวกรกานต์ งิ้วราย สมาชกิ กลุ่ม
7. นางสาวกริษา คลองโปง่ เกตุวรา สมาชิกกลุ่ม
8. นางสาวขวัญชนก อินทะกูล สมาชกิ กลุ่ม
9. ว่าท่รี ้อยโท จรสั เพง็ อตุ ธรรม สมาชกิ กล่มุ
10. นายจักรพงษ์ มมตะขบ สมาชิกกลมุ่
11. นายจักรี ทองประดษิ ฐ์ สมาชิกกลมุ่
12. นางสาวจิตนา สมบุญ สมาชกิ กลมุ่
13. นางจริ ัฐยาภรณ์ แสงอาทิตย์ สมาชิกกลุ่ม
14. นางสาวจีรภทั ร์ พรหมดี สมาชิกกลมุ่
/๒.กล่มุ วชิ าการ...
นกั บรหิ ารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔ หวั หน้ากลุม่ วิชาการ
สมาชิกกลมุ่
๒. กลุ่มวชิ าการ ประกอบดว้ ย สมาชิกกล่มุ
๑. นายจกั รพนั ธ์ คงคล้าย สมาชิกกลุ่ม
๒. นางจุรรี ัตน์ พรหมดา สมาชกิ กลุ่ม
๓. นางสาวฐาปนี พมุ่ ไสว สมาชิกกลมุ่
๔. นางฐิตพิ ร เนือ่ งเม่ง สมาชิกกลมุ่
๕. นางสาวณปภัช ขปี นานนท์ สมาชกิ กลมุ่
6. นายณัฐพงศ์ กมลศิลป์ สมาชกิ กลมุ่
7. นายณัฐวณี ์ กันณรงค์ สมาชิกกลุ่ม
8. นางสาวณิชาวลั ย์ กติ ตริ ตั นกรณ์ สมาชิกกลุ่ม
9. นางสาวดวงฤดี อดุ มยงิ่ สมาชกิ กลุ่ม
10. นางเดือนแรม ศริ ิ สมาชิกกลุ่ม
11. นางสาวทพิ วรรณ คงศาลา
12. นางสาวทิพวรรณ กระแสรม์ ติ ร์ หัวหน้ากลุม่ สงั คมและบันเทงิ
13. นางสาวธญั ลักษณ์ อินทวัน สมาชิกกลุ่ม
สมาชิกกลุ่ม
หนา้ ๓. กล่มุ สงั คมและบนั เทงิ ประกอบด้วย สมาชิกกลมุ่
242 ๑. นายสพุ ิศ หนูเรอื ง สมาชิกกลุ่ม
สมาชกิ กลุ่ม
๒. นางสาวธิสิญาภรณ์ โตอิ่ม สมาชิกกลมุ่
๓. นายนพดล ชาตริ ัมย์ฐิติกุล สมาชิกกลมุ่
๔. นางสาวนฤตยา นารี สมาชิกกลุม่
5. นางสาวนัคมน เรืองจรัส สมาชกิ กลมุ่
6. นางนนั ท์ภัส จติ เอยี ด สมาชิกกลมุ่
7. นางสาวนันทิกา อภินันท์ สมาชิกกล่มุ
8. นางสาวนิตยา จันทร์ศรี สมาชิกกลุ่ม
9. นางนจุ รี บญุ เรอื ง
10. นางสาวนุจรี นุสรติ /๓. กลมุ่ กฬี า...
11.นางสาวนุชนาถ อินทนาศักดิ์
12. จา่ สบิ ตารวจตรี บุญเจิด ผวิ บาง
13. นางสาวปล้ืมจติ บุญวสิ ูตร
นักบริหารงานทั่วไป รนุ่ ที ๘๔
๓. กล่มุ กีฬา ประกอบด้วย หวั หนา้ กลมุ่ กีฬา หนา้
๑. นายชัยยะ มหาปราบ สมาชกิ กลุ่ม 243
๒. นางปัทมาภรณ์ คาภแู สน สมาชิกกลุ่ม
๓. นายพเิ ชษฐ์ พรหมเชก็ สมาชิกกลุม่
๔. นายพิสิษฐ์ สวุ รรณศรี สมาชิกกลมุ่
5. นางสาวไพลนิ ปุนชาติ สมาชิกกลมุ่
6. นางสาวภรภทั ร สายทองยนต์ สมาชกิ กลุ่ม
7. นางสาวภัทรา ดารงคส์ กลุ สมาชกิ กลุ่ม
8. นางสาวภสั ราภรณ์ จันทคาม สมาชิกกล่มุ
9. นายภากร สดี าแนน สมาชกิ กลุ่ม
10. นางมณีภรณ์ ไชยฤทธิ์ สมาชกิ กลุ่ม
11. นางสาวมนัสนันท์ สุวรรณรตั น์ สมาชิกกลุ่ม
12. นางสาวมฐั พร ทองดี สมาชิกกลุ่ม
13. นายยทุ ธศกั ด์ิ ภักดปี รีชานนท์
๔. กล่มุ ศกึ ษาดงู าน ประกอบดว้ ย หัวหน้ากลุ่มศึกษาดูงาน
๑. นายพิชญ์ เคร่ืองกณั ฑ์ สมาชกิ กลมุ่
๒. นางรชั นี ศรีสมบัติ สมาชกิ กลุม่
๓. นางสาวรัตติยา เกิดสมนึก สมาชิกกล่มุ
๔. นางสาวละมยั ลอยจว้ิ สมาชิกกลมุ่
5. นางสาวละอองดาว แสงศรีจนั ทร์ สมาชกิ กลมุ่
6. นางสาววนิดา รัตนพนั ธ์ุ สมาชิกกลมุ่
7. นางวนั ทนา ท่าเสมด็ สมาชิกกลมุ่
8 นางสาววาสนา มะโนรมย์ สมาชกิ กลมุ่
9. นายวทิ ยา มที บั สมาชกิ กลุ่ม
10. นางสาววิภา มากเกอ้ื สมาชกิ กลุ่ม
11. นางวมิ ล พิพฒั น์พล สมาชกิ กลุ่ม
12. นางสาววีรญา หลมิ ศริ ิวงศ์ สมาชกิ กลุ่ม
13. นางสาวสายใจ ดาเกาะสมยุ
/๕. กลมุ่ ประชาสมั พันธ์...