The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือคู่มือทักษะนักข่าวในยุคดิจิทัล Journalists’ Survival Guide in Digital Age

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ทักษะนักข่าวในยุคดิจิทัล Journalists’ Survival Guide in Digital Age

หนังสือคู่มือทักษะนักข่าวในยุคดิจิทัล Journalists’ Survival Guide in Digital Age

Keywords: คู่มือทักษะนักข่าวในยุคดิจิทัล Journalists’ Survival Guide in Digital Age

การสรา งสรรคค อนเทนตดว ยขอ มูล

การสรา งสรรคค อนเทนตเ พอ่ื สอ่ื สารในยคุ ดจิ ทิ ลั มปี รบั เปลย่ี นไป
อยา งรวดเรว็ การเผยแพรข อ มลู ขา วสาร เรม�ิ ขยายสแู พลตฟอรม ตา ง ๆ
ทเ่ี ชอ่ื มตอ คนจำนวนมากเขา หากนั หรือ Social Network ซ�งึ เปน ชอง
ทางในการสื่อสารแลกเปลี่ยนขอมูลที่มากมายมหาศาลในปจจุบัน
พฤติกรรมการรับรูคอนเทนตปรับเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยน
แปลง ตอ งการรับรขู า วสารเนอ�้ หาที่ตรงตามความตองการสวนบคุ คล
มากยง�ิ ขน้ึ มีความตองการขอมูลที่หลากหลาย ที่สามารถสงตรงถงึ ผู
รบั ไดอ ยางรวดเรว็ แมน ยำ และวัดผลได

การระบาดของเชื้อไวรัส โควิด - 19 ทั�วโลก เปนตัวเรงใหการ
สอ่ื สารในสงั คมเปลย่ี นผา นไปสอู อนไลนเ ตม็ รปู แบบ คอนเทนตย คุ ใหม
ตองปรับเปลี่ยนใหสอดคลองกับพฤติกรรมการรับรู คอนเทนตที่
เปลี่ยนไปสงผลใหการสรางสรรคคอนเทนตในอนาคตจะไมเหมือนเดิม
อีกตอไป

51

กองทุนพฒั นาสือ่ ปลอดภยั และสรา งสรรค สมาคมนกั ขาววิทยุและโทรทัศนไทย

https://datareportal.com/reports/digital 2021- thailand

รูปวิธีการสื่อสารในโลกออนไลน จะแสดงพฤติกรรรมการมีสว น
ผานการ Click, Chat, Like, Comment, Share, Follow ซึ�ง
พฤติกรรมตาง ๆ เหลาน�้ สามารถนำมาวิเคราะหความตองการของผู
บรโิ ภคหรอื Consumer Insigh ซง�ึ เปน ขอ มลู ทเ่ี ปน ประโยชนอ ยา งมาก
สำหรบั ผผู ลติ คอนเทนต เนอ� งจากขอ มลู ประเภท Insight จะสามารถ
อธิบายพฤติกรรมการรับชมคอนเทนตของผูบริโภคคอนเทนตอยาง
ชัดเจน ผผู ลิตคอนเทนตส ามารถนำขอ มลู ดงั กลา วมาออกแบบวางแผน
การนำเสนอคอนเทนตใหค รอบคลมุ Touch Point เพอื่ ใหสอ่ื สารไปถึงผู
บรโิ ภคไดม ปี ระสทิ ธิภาพ ซึง� ทำไดไ มยาก หากผูผ ลิตคอนเทนตเ ปด ใจ
ยอมรบั เรยี นรู ทจ่ี ะใชป ระโยชนจ ากขอ มลู เปน เครอ่ื งนำทาง เพอ่ื สรา ง
สรรคค อนเทนตท ่มี ีคณุ คา ใหกบั ผูบริโภค นัน� เอง

ในยคุ ทข่ี บั เคลอ่ื นไปดว ยเทคโนโลยแี ละขอ มลู ทม่ี ากมายมหาศาล
โดยขอ มลู Digital Thailand : 2021จากเวปเซต www.datareportal.com
พบวา ในป 2021 คนไทย 98.9 % มสี มารท โฟน ในป 2021 คนไทย

52

ทกั ษะนกั ขาวในยคุ ดิจิทัล

ใชงานอินเทอรเ นต็ วนั ละ 8 ชั�วโมง 44 นาที โดยตนป 2021 คนไทย
ใชอ ินเทอรเนต็ บนมอื ถือกวา 5 ชว�ั โมง 7 นาที ซึ�งสูงกวา การใชง านบน
คอมพวิ เตอร และ กวา 78.8% ของคนไทยในป 2021 ใช Social Media
และขอ มลู ในป 2021 พบวา พฤตกิ รรมการดคู อนเทนตป ระเภท Online
Video สูงถึง 99 % ซ�งึ ขอ มูลไดส ะทอ นพฤตกิ รรมการรบั ชมคอนเทนต
ของคนบนโลกออนไลนในปจ จุบนั

https://datareportal.com/reports/digital 2021-thailand

ผคู นสวนมากใช Smart Phone เพอ่ื เขา ถงึ เครอื ขา ยอนิ เทอรเ นต็
พฤติกรรมการรับชมคอนเทนตประเภทวิดีโอเพิ�มขึ้นอยางรวดเร็ว
การใหความสนใจคอนเทนตจะสัมพันธกับแพลตฟอรมที่ใชงานการ
ผลิตคอนเทตสมัยใหมจะตองตอบสนองความตองการที่แตกตาง และ
มีความหลากหลายมากยิ�งขึ้น การใชความคิดสรางสรรค ความรสู กึ
ประสบการณเพียงอยางเดียวอาจไมเพียงพอสำหรบั การสรา งสรรคส อ่ื
ในยคุ ปจ จบุ นั จงึ เปน ความทา ทายของผผู ลติ คอนเทนตย คุ ใหม ทต่ี อ ง
สอ่ื สารไดช ดั เจน รวดเรว็ ถกู ตอ งกบั กลมุ เปา หมาย มกี ารวางกลยทุ ธก าร
สอ่ื สารมาเปน อยา งดี ตง้ั แตห วั ขอ เนอ้� หา สาระสำคญั ขอ มลู สนบั สนนุ

53

กองทุนพัฒนาสอ่ื ปลอดภัยและสรางสรรค สมาคมนักขาววิทยแุ ละโทรทศั นไทย

การนำเสนอทน่ี า สนใจ ตรงตามความตอ งการทแ่ี ตกตา งกนั รวมถงึ การ
ประเมนิ ประสทิ ธิภาพการนำเสนอคอนเทนต เชน การทดสอบการนำ
เสนอคอนเทนตโดยใชว ธิ ี AB Testing เพ่ือวิเคราะหประสทิ ธภิ าพของ
คอนเทนต เปน ระยะเวลาสน้ั ๆ ดว ย Website analy tics tools เพอ่ื นำ
ขอ มลู มาวางกลยทุ ธก ารสอ่ื สารใหเ กดิ ความสนใจทต่ี อ เนอ� ง อตั ราการมี
สวนรวมในคอนเทนตสูงขึ้น ขอมูลจะชวยใหเห็นภาพในอดีตทำให
สามารถคาดการณส ง�ิ ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ในอนาคตไดนัน้ เอง

การจะนำขอ มลู มาใชง านใหเ กดิ ประโยชน และคณุ คาสงู สุด เรม�ิ
จากการมี Data Mindset หรอื ความต้ังใจทีจ่ ะนำขอ มลู มาชวยในการ
ตัดสินใจ การนำขอ มูลมาชว ย คน หา คนควา เพ่อื คน พบประเดน็ ท่ีนา
สนใจ และนำทางไปสคู ำตอบทต่ี อ งการใชเ ปน แนวทางในการสรา งสรรค
คอนเทนตท ม่ี คี ณุ ภาพ เพ�มิ การรบั รูการมสี วนรวม และ ตรงความตอง
การของผูช มอยางแทจรงิ

ภาพแสดงขอมลู สดั สว นการคน หา Keyword “วัคซีนโควดิ ” บน Social Media

54

ทกั ษะนกั ขา วในยคุ ดจิ ทิ ัล

ขอ มลู คอื อะไร

ขอ มลู คอื ขอ เทจ็ จรงิ ซง�ึ ใชเ ปน พน้ื ฐานสำหรบั การอธบิ ายเหตผุ ล
ท่ีอยูในรปู แบบตา ง ๆ อาจเปน คา ของตวั เลข สัญลักษณต วั อักษร เสยี ง
รปู ภาพ ภาพเคล่อื นไหว ซ�ึงแบง เปน 2 ประเภท

1. Internal Data คือ ขอมูลทั้งหมดทีจ่ ัดเกบ็ เอง และ เปนของ
ผจู ดั เกบ็ ขอ มลู ซง�ึ ใชเ วลาในการจดั เกบ็ รวบรวม ดว ยวธิ กี าร หรอื เครอ่ื งมอื
ตา ง ๆ เชน การลงทะเบยี นใชบ รกิ าร การจดบนั ทกึ ขอ มลู การใหบ รกิ าร
การสงั เกต การสมั ภาษณ การสอบถาม เปน ตน โดยมากขอ มลู ประเภทน้�
จะเปน ขอ มลู ระดบั บคุ คล ผผู ลติ คอนเทนตจ ะนำขอ มลู ประเภท Internal
Data มาใชวิเคราะหความตองการ เพื่อใชเปนแนวทางในการพัฒนา
เน�้อหารูปแบบวิธีการสื่อสารดวยคอนเทนตที่ตอบสนองความตองการ
ในระดบั พน้ื ท่ี หรอื Localization และความตอ งการในระดบั บคุ คล หรอื
Personali zation ขอ มลู ประเภท Internal Data จะชว ยวเิ คราะหค วาม
ตองการของผูบริโภคไดอยางแมนยำ เชน การวิเคราะหขอมูลของ
สมาชกิ โดยใช Website analytics เพื่อวเิ คราะหพ ฤตกิ รรมการรบั ชม
เน้�อหาผานผูเ ผยแพรค อนเทนต เปนตน

2. External Data คือ ขอมูลจากแหลง ขอ มูลภายนอกท่ผี ูใชงาน
ไมไดเ กบ็ เอง ซึง� อาจจะเปน แหลง ขอมูลประเภท Public Data ท่ีไดจ าก
หนวยงานตา งๆ เชน ขอมลู โรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 จากเวปไซต
กรมควบคุมโรค หรอื ขอมลู Social Data ท่ีไดจ ากการใชเ ครอ่ื งมอื
ประเภท Social Listening Tools ท่รี วบรวมมาจากสือ่ สงั คมออนไลน
ตา งๆ หรอื แมกระทั�งขอ มูลจากผูใหบรกิ าร Data Provider กถ็ ือวาเปน
ขอ มลู ประเภท External Data โดยขอ มลู ประเภทนจ้� ะไมส ามารถระบุ
ตวั บคุ คลไดห รอื ทเ่ี รยี กวา Anonymous โดยเมอ่ื นำขอ มลู External Data
มาวเิ คราะหจ ะชว ยใหเ หน็ รายละเอยี ดทค่ี รอบคลมุ ยง�ิ ขน้ึ เชน พฤตกิ รรม
การกลา วถงึ ประเดน็ วคั ซนี โควดิ -19 ในมติ ติ า งๆ เชน ปรมิ าณผชู มเนอ้� หา

55

กองทุนพฒั นาสอ่ื ปลอดภัยและสรางสรรค สมาคมนักขา ววิทยแุ ละโทรทศั นไทย

ชองทางการรบั ชม อนั ดับหวั ขอ เน�อ้ หาทผ่ี ชู มใหค วามสนใจมากทส่ี ดุ
ระยะเวลาท่ีผชู ม ใชรปู แบบการนำเสนอเน�อ้ หาผา นแพลตฟอรม ตางๆ
เมื่อวิเคราะหขอมูลโดยละเอียด จะชวยใหผูผลิตคอนเทนตเขาใจ
พฤติกรรมของผูชมไดชัดเจนยิ�งขึ้น ชวยใหนำเสนอคอนเทนตได
ตรงตามความตองการและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ภาพแสดงขอ มลู External Data บน Social Media หัวขอ “วัคซนี โควดิ ”

56

ทกั ษะนักขาวในยุคดิจิทลั

การใชข อมลู เพือ่ การสรา งสรรคคอนเทนต
ขอ มลู จะชว ยสนบั สนนุ ชว ยนำทางในการคน ควา คน หา คน พบ

แนวทางของคำตอบทต่ี อ งการ สรา งสรรคค อนเทนตจ ะเกดิ จากนำความ
รปู ระสบการณส วนบคุ คล หรือ Personal Experience ผสมผสาน
ขอ มลู ทหี่ ลากหลายของคนสว นใหญ เพือ่ ทำใหค นหาคำตอบที่แมนยำ
มคี วามนา เชอ่ื ถอื อยใู นความสนใจของผชู ม รวมถงึ การคน พบประเดน็
ใหมเ พอ่ื นำมาใชส รา งสรรคท ำคอนเทนตแ บบมชี น้ั เชงิ ชว ยสรา งการมี
สว นรว มกบั เนอ้� หา และ วเิ คราะหป ระสทิ ธภิ าพ ซง�ึ มขี ้ันตอนดงั ตอไปน้�
ประกอบดวย 1.การตั้งคำถาม 2.กำหนดประเภทขอมูล 3.การรวบรวม
ขอ มลู 4.การวเิ คราะหข อ มลู และ 5.การนำเสนอขอ มลู โดยใชเ ครอ่ื งมอื
ในการสบื คน คน หารวบรวม เชน การ Research Keyword เพอ่ื คน หา
ประเดน็ ในการสรา งคอนเทนตซ ง�ึ องคป ระกอบหลกั ทส่ี ำคญั คอื Keyword
ซง�ึ หมายถงึ คำทค่ี นทว�ั ไปใชใ นการคน หาคอนเทนต ในปจจบุ นั สำหรบั
นกั ผลติ คอนเทนตส ามารถคน หา Keyword เพอ่ื คน หาปรมิ าณของการ
คน หาหรอื Search Volume โดยขอ มลู จะสะทอ นความตอ งการในปจ จบุ นั
ประเด็นที่กำลังเปนกระแสเพื่อใชเปนขอมูลตั้งตนในการนำเสนอ
คอนเทนต

1.การต้งั คำถาม หมายถึงการกำหนดประเดน็ ปญ หาทีต่ อ ง
การใหข อ มลู เขา มาชว ยอธบิ ายหรอื นำทางไปสคู ำตอบ การตง้ั คำถามจะ
ชวยกำหนดเปาหมายกำหนดวัตถุประสงค แนวทางในการใชขอมูล
เพอ่ื คนหาคำตอบ การตั้งคำถามที่ดี ชวยใหการกำหนดแหลงขอ มูล
เลอื กใชข อ มลู ทไ่ี ดเ หมาะสมทำใหส ามารถกำหนดทศิ ทางในการวเิ คราะห
ขอมลู ไดตรงตามเปา หมาย และ วัตถุประสงคทกี่ ำหนดไว เชน การต้งั
คำถามวา คนใหค วามสนใจขอ ความพาดหวั ขา ว ยาตา นไวรสั โควดิ -19
แบบไหน ชว งเวลาทค่ี นรบั รขู า วสารโควดิ -19 ผา นแพลตฟอรม ออนไลน
มากทีส่ ดุ เปนตน

57

กองทนุ พฒั นาส่ือปลอดภัยและสรางสรรค สมาคมนักขาววทิ ยุและโทรทัศนไทย

2.กำหนดประเภทขอ มลู เปน ขน้ั การกำหนดรปู แบบประเภท
ของขอมูลที่จะสามารถนำมาใชอธิบายคำตอบในการผลิตคอนเทนต
เชน กำหนดคำสำคญั (Keyword) ทเ่ี ชอ่ื มโยง สมั พนั ธ กบั หวั ขอ เนอ้� หา
และรายละเอยี ดในมติ ติ าง ๆ ของยาตานไวรสั โควิด-19 ใน รปู แบบคำ
กลุม คำ ประโยคทเ่ี กย่ี วขอ งทค่ี นทว�ั ไปใชใ นการคน หา พดู ถงึ และมสี ว น
รว มบนโลกออนไลน จะสะทอ นปรมิ าณของการมสี ว นรว ม เชน กำหนด
คำสำคญั (Keyword) โควิด-19, วัคซนี โควดิ , ซนิ โนแวค, กรมควบ
คมุ โรค, ไวรสั โคโรนา,แอสตราเซเนกา, หมอยง, กลมุ เสี่ยงโควิด-19,
แพวคั ซีน, วัคซนี โควดิ 19ถึงไทย, เยยี วยาโควิด, ฉ�ดวัคซีนโควิด, ภมู ิ
คมุ กนั กลมุ เพอ่ื ใชเ ปน ประเภทขอ มลู สำหรบั สบื คน ในขน้ั การรวบรวม
ขอ มูล

3.การรวบรวมขอมูล หรอื การคน หาขอ มูล โดยใชวธิ ีการ
ตา ง ๆ ไมว า จะเปน วธิ กี ารทท่ี ำดว ยคนหรอื การใชเ ทคโนโลยหี รอื เครอ่ื ง
มอื ในการรวบรวมขอมลู โดยการรวบขอมูลจะตองกำหนดขอบเขต
เพื่อใหไดขอมลู ท่ีมปี ระโยชน สามารถนำไปใชในการวเิ คราะหคำตอบ
การรวบรวมขอ มลู สำหรับการผลติ คอนเทนต ในปจจุบันสามารถทำได
โดยการใชเ ครื่องมอื สืบคน ประเภท Search Engine tools หรือ เคร่ือง
มอื ทางการตลาด Marketing Technology ทีเ่ รียกวา MarTech ในการ
รวบรวมขอ มลู เชน การคน และเปรยี บเทยี บคำสำคญั (Keyword) ดว ย
Google Trend เพอ่ื รวบรวมขอมูลสัดสว นปริมาณใชสืบคนคำสำคัญ
(Keyword) ในชวงเวลาที่กำหนดการใช Social Listening Tools ของ
Mandalasystem เพอ่ื รวบรวมขอ มลู จากสอ่ื สงั คมออนไลน Facbook,
Youtube, Instagram, Twitter ในอดตี ยอ นหลงั จะทำใหเ ราไดข อ มลู คำ
สำคญั (Keyword) หวั ขอ (Topic) ทก่ี ำหนดเพอ่ื อธบิ ายเขา ใจพฤตกิ รรม
การมีสว นรว มกับคอนเทนตผาน Social Media เปน ตน

58

ทกั ษะนักขา วในยุคดจิ ิทัล

ภาพแสดงชวงเวลาที่มกี ารคนหา Keyword “วัคซีนโควดิ ” Google Trend

ภาพแสดงประเภทคำถามทม่ี ีตอ Keyword “วคั ซีนโควิด” บน Social Media

59

กองทนุ พฒั นาสื่อปลอดภัยและสรางสรรค สมาคมนักขา ววิทยแุ ละโทรทัศนไทย

การใชเครอื่ งมือรวบรวมขอมลู สำหรับผลติ คอนเทนต
ในการผลิตคอนเทนต เคร่ืองมือประเภท สืบคน เปรียบเทยี บคำ
สำคัญ หรือ Keyword research tool ถอื เปน เครอื่ งมอื พืน้ ฐานในการ
รวบรวมขอมูล สำหรับคนหาคำที่ตองการ เครื่องมือประเภทน�้จะทำ
หนา ทีร่ วบรวมขอมลู จากคำสำคัญ (Keyword) รวมถงึ การจัดลำดับ
เปรยี บเทยี บ แนะนำขอ มลู ใกลเคยี งเพมิ� เตมิ รวมถึงการแสดงผลของ
ขอ มลู ในรูปแบบ Visualization สำหรบั นำไปใชงาน เชน Google
Trends, Ahrefs, Keyword Tool.io, neilpatel เปน ตน
การใชง าน Google Trend สำหรับวิเคราะหคำสำคัญ
(Keyword)
Google Trend เปนเวปไซตข อง Google ที่ใชใ นการคนหา
วิเคราะหปริมาณคำสำคัญ (Keyword) ทผี่ ใู ชเ ปนผูกำหนดคำสำคญั
(Keyword) สำหรับคนหา ผใู ชส ามารถกำหนดชวงเวลา หมวดหมู
ประเภทพื้นที่ ท่ตี องการการคนหาขอ มูลได ผใู ชส ามารถเปรียบเทยี บ
คำสำคญั (Keyword) หลายๆ คำพรอ มกนั เพอ่ื ดแู นวโนม ความนยิ มของ
การคน หา การใชง าน Google Trend เรม�ิ ตน จากคำสำคญั (Keyword)
ท่ีไดม าจากขน้ั การตง้ั คำถาม และกำหนดประเภทขอ มลู โดยแนะนำให
ใชกำหนดคำสำคญั (Keyword) ท้งั คำที่มคี วามหมายกวางและคำที่
เฉพาะเจาะจง รวมถงึ คำทร่ี ะบสุ ว นขยาย เพอ่ื คน หาหวั เรอ่ื ง เนอ้� หา
เหตุการณ สำหรับนำมาวิเคราะหต อ ยอดจนทำใหพ บเจอรองรอยของ
ขอมลู ที่นาสนใจ หรอื ความเขาใจใหม ๆ เชน การใช Google Trend
เพือ่ คน หาความสนใจเรอื่ ง “วัคซีนตานโควดิ -19” เรมิ� ตนดวยคำสำคญั
(Keyword) โควิด 19, วคั ซนี , วคั ซีนตานโควิด - 19, วคั ซนี + โควิด,
วคั ซนี +แพ โดยระบเุ ปนขอความ หรอื หัวขอหลังจากสบื คน Google
Trend จะแสดงขอมูล Search data ในรปู แบบของกราฟ เพ่ือท่แี สดง
ปรมิ าณขอ มลู Google จะแนะนำ keyword หมวดหมู ขอ มลู คำคน หา
ตา ง ๆ มาใหอ ัตโนมัติ เปน ตน

60

ทักษะนกั ขาวในยคุ ดจิ ิทัล

ภาพแสดงการเปรียบเทียบคำสำคัญ “วัคซีนโควดิ ” โดยใช Google Trend

ขอ มูลจะแสดงสดั สวนปรมิ าณขอ มลู ทส่ี ัมพันธกับชวงเวลา ทำ
ใหท ราบชว งเวลาทค่ี นใหความสนใจ และ มีการคนหาขอความที่เกยี่ ว
กบั “วัคซนี ตานโควดิ -19” ซึง� Google Trend แสดงผลในเชงิ เปรยี บ
เทยี บกบั คำสำคญั (Keyword) อน่ื ๆ ในการแสดงผลจะแสดงปรมิ าณ
การสบื คน สงู ทีส่ ดุ เปน 100 แลวคอ ย ๆ ลดหลนั� ลงมาตามสัดสวนของ
ขอ มูล สำหรบั Google Trend จะแสดงขอ มูลทีผ่ ใู ชระบคุ ำคนลงไปใน
ระบบเทา นน้ั ขอมูลท่ีไดจ งึ เปน ไดเ พยี งขอมลู เบื้องตน ทช่ี ว ยใหผ ูผ ลติ
คอนเทนต สามารถคาดการณค าดความสนใจเน�้อหาของ “วคั ซนี ตา น
โควิด-19” ดงั นั้น การใช Google Trend ใหม ีประสทิ ธิภาพ ผูใ ชง านจะ
ตอ งอาศัยขอ มูลในสว นขอ มูลเกี่ยวขอ ง Related topics มาวิเคราะห
ควบคกู ับขอ มูลท่ีไดจ ากการสืบคน โดยตรง

61

กองทนุ พฒั นาส่อื ปลอดภยั และสรางสรรค สมาคมนักขาววิทยุและโทรทัศนไทย

เคร่อื งมอื รวบรวมขอ มูล Social Listening Tools
เครอ่ื งมอื ประเภท Social Listening Tools เปนเครอ่ื งมอื ท่ีมี
ความสามารถในการคนหา รวบรวมขอมลู จากผมู สี วนรวมบน Social
Media บนแพลตฟอรม Facebook, Youtube, Instagram, Twitter
โดย Social Listening Tools จะรวบรวมกจิ กรรมการมีสวนรวมตา ง ๆ
บน Social Media เชน Search, Click, Like, View, Comment,
Share, Follow ซงึ� ขอ มูลท่ีได จะสามารถสะทอนความตองการของผู
คนท่ีใชง าน Social Media ซง�ึ เปน แหลง ขอ มลู ขนาดใหญ ซง�ึ เปน ขอ มลู
ทม่ี บี ทบาทสำคญั เปนอยา งมากสำหรบั การผลติ คอนเทนต ในปจ จบุ นั
Social Listening Tools เปน เครอ่ื งมอื วเิ คราะหข อ มลู เชงิ อารมณ ความ
รสู กึ ความตอ งการ รปู แบบ การนำเสนอคอนเทนตเ ชงิ ลกึ ของผบู รโิ ภค
การใช Social Listening Tools สามารถกำหนดขอบเขตในการสืบคน
ไดล ะเอียดกวาการใช Search Engine และ Keyword research tool
แตก ารใชง านอาจมีคา บรกิ าร ในการผลิตคอนเทนตเราสามารถสบื คน
ขอ มลู เบอื้ งตนดวย Keyword research tool และเพือ่ ใชเปน ขอ มูล
ต้งั ตน Social Listening Tools เพ่อื ทำคดั กรอง และ วิเคราะหด ว ย
ขอ มลู ทเ่ี ฉพาะเจาะจง เพอ่ื หาประเดน็ ความสมั พนั ธส ำหรบั ศกึ ษาขอ มลู
เพื่อทำนายแนวโนมและพฤติกรรมการมีสวนรวมของกลุมคน
สวนใหญ การนำเสนอเน�้อหาของคูแขงประเภทเน�้อหาที่คนใหความ
สนใจ ชอ งทางการนำเสนอเนอ้� หา เวลาท่ใี ชใ นการนำเสนอเนอ้� หา ตาม
ขอบเขตขอ มูลทีผ่ ใู ชก ำหนด ซึง� ขอมลู ดังกลาว จะชว ยตอบคำถามใน
บรบิ ทตา ง ๆ สำหรบั ใชใ นการตดั สนิ ใจวางแผนวดั ประสทิ ธภิ าพ รวมถงึ
กำหนดกลยทุ ธในการส่ือสาร เพ่ือสรางการมีสว นรว มกบั คอนเทนต
ท่ีตรงกับความตองการของผชู มมากทสี่ ดุ น�นั เอง

62

ทกั ษะนักขา วในยคุ ดจิ ิทลั

การใชง าน Social Listening Tools ของ Mandala
เน�องจาก Social Listening Tools สว นมากจะมีคา บริการ โดย
สามารถทดลองใชงาน Social Listening ของ www.Mandalasystem
.com ซ�ึงเปดใชฟรี แบบมขี อ จำกดั การใชงาน ซ�ึงมขี ั้นตอนการใชงาน
ดงั ตอ ไปน้�

1.กำหนดคำสำคญั (Keyword) สำหรบั รวบรวมขอ มลู ไดแ ก
โควิด-19, วคั ซีนโควดิ , ซนิ โนแวค, กรมควบคุมโรค, ไวรัสโคโรนา,
แอสตราเซเนกา, หมอยง, กลมุ เสี่ยงโควิด-19, แพวัคซนี , วัคซีนโควิด
19 ถงึ ไทย, เยียวยาโควดิ , ฉด� วัคซนี โควิด, ภมู ิคมุ กันกลมุ

2.กำหนดชวงระยะเวลาของขอมูล เชน ชวงวันที่ 26
กุมภาพันธ 2564 ถงึ 8 มีนาคม 2564

3.กำหนดแหลง ขอ มลู ทต่ี อ งการ โดยกำหนดใหแ หลง ขอ มลู
จาก Facebook, Twitter, Instagram และ YouTube เปน ตน

4.กำหนด DATA TIME FRAME เพอ่ื เลอื กชว งในการดู
ขอ มลู เพือ่ ใหระบบ Mandala analytics แสดงผลในสว นของ Data
Timeline ทีม่ ีความละเอยี ดข้ึนกวาเดมิ

5.ปรบั ปรงุ ขอมูลโดยการวิเคราะห คัดเลอื ก คำสำคัญที่ไม
เกย่ี วขอ งออกจากขอมูล โดยระบุเปน Exclude Keyword โดยเมอ่ื ทำ
การปรับปรงุ ขอ มลู แลว Mandala analytics จะวิเคราะหข อ มูล และ
แสดงรายละเอียดของขอ มลู ในรปู แบบ Visualization เพอ่ื ใหผูใชง าน
ทำการวเิ คราะหข อมลู ในประเด็นท่ีสนใจ รวมการเปรียบเทียบขอมูลที่
ไดจ าก Social listening tool กบั Google Trends เพอ่ื หาความสอดคลอ ง
ของขอ มลู ตรวจสอบความสอดคลอ งของขอ มลู ประเดน็ เชอ่ื มโยง และ
ความสัมพนั ธเพอื่ หาคำตอบจากขอ มูล

63

กองทุนพฒั นาสือ่ ปลอดภยั และสรางสรรค สมาคมนกั ขา ววิทยุและโทรทศั นไทย

รปู ภาพแสดงขอมลู ความสัมพนั ธของการคนหา Keyword
กับชว งเวลา บน Social Media

4.การวิเคราะหขอ มลู เพื่อการนำเสนอคอนเทนต การวิเคราะห
ขอมูลจะเปนกระบวนการสำรวจศึกษารูปแบบของขอมูลเพื่ออธิบาย
คำตอบทต่ี อ งการผลการวเิ คราะหท ำใหท ราบสง�ิ ท่ีเกดิ ขนึ้ , รูท่ีมาของส�ิง
ทเี่ กิดขนึ้ , มองเห็นแนวโนมของส�งิ ที่จะเกิดข้นึ ในอนาคต, โดยผูผลติ
คอนเทนตส ามารถวิเคราะหข อมลู เบ้ืองตนตามแนวทางดัง ตอไปน้�

1.ศึกษารูปแบบของการเปลี่ยนแปลงตามเวลา (Change
Overtime) เปน การวเิ คราะหก ารเพม�ิ ขน้ึ หรอื ลดลงตามเวลา ตามเพอ่ื ดู
Tends ของขอ มลู , การศึกษาตำแหนง ขอมูลจดุ สูงสุดหรือต่ำสุด หรอื
Outliers, ตรวจสอบคน หาการเกดิ ขน้ึ ของขอ มลู แบบซำ้ ๆ หรอื Patterns
เพื่อหาจดุ รวมและคาดการณแ นวโนม ในอนาคต

2.ศึกษาการเรียงลำดับของขอมูล (Ranking) เปนการ
วเิ คราะหก ารจดั อนั ดบั ขอ มลู เพอ่ื วเิ คราะหป ระสทิ ธภิ าพ โดยการเปรยี บ
เทยี บกบั ชดุ ขอมูลอน่ื หรือ การวเิ คราะหข อ มูลยอ นหลงั

64

ทักษะนกั ขา วในยุคดจิ ทิ ัล

3.ศึกษาเปรยี บเทยี บขอมลู (Comparison) เปนการเปรยี บ
เทียบในมิติตา งๆ เปน การวิเคราะหขอมูลท่หี าความสัมพนั ธของขอ มูล
ในมติ ติ าง ๆ เพือ่ ใหทราบทิศทาง ขอบเขต ความสัมพันธข องขอมูลใน
มติ ิตา ง ๆ

4.การหาความสัมพันธ (Relation) เปนการศกึ ษาขอมลู
หลากมติ ิ โดยใชข อ มลู มากกวา 1 ชดุ มาเปรยี บเทยี บความสมั พนั ธ ความ
เชื่อมโยง ความตอเน�อง เพื่อดูทิศทางของการผสานกันของขอมูลที่
เกีย่ วขอ ง

5.กลุมขอมูล (Cluster) เปน การศึกษารปู แบบ กลมุ กอน
การกระจายตัวของขอมูล เพื่อดูปริมาณสัดสวน ความเกี่ยวของ
เชอ่ื มโยง ความสมั พนั ธก ันของขอ มูล ที่สนใจศกึ ษา

ในการวเิ คราะหขอ มูลที่ไดจากระบบ Social listening tool
จะมคี วามสามารถในการแสดงขอ มลู ในรปู แบบ Visualization หรอื การ
แปลงขอ มลู ใหเ ปน รปู ภาพเพอ่ื อธบิ ายองคป ระกอบตา ง ๆ ของขอ มลู ให
เขา ใจไดงา ยยิง� ข้นึ ซ�งึ มีรายละเอยี ดดงั ตอ ไปน้�

1.ความสนใจของผคู นสว นใหญโ ดยรวม (Overall) เปน ขอ มลู
ที่แสดงปริมาณความสัมพันธในการคนหาโดยทั้งหมด ที่แสดงใหเ ปน
ภาพรวมท่เี กี่ยวขอ ง และสัมพันธกบั คำสำคญั (Keyword) ทก่ี ำหนดไว
โดยจากขอ มลู พบวา คำสำคญั (Keyword) วคั ซนี โควดิ มกี ารกลา วถงึ
มากทส่ี ดุ ในชว งวนั ท่ี 27 กมุ ภาพนั ธ 2564 และ กำลังมแี นวโนม ความ
สนใจในชว ง วนั ท่ี 8 มนี าคม 2564 และหากทำคอนเทนตเ พอ่ื ใชใ นการ
เผยแพรค วรใชค ำสำคญั โควดิ -19 และ กรมควบคมุ โรคควบคไู ปดว ย จะ
ทำใหอัตราการมองเห็นคอนเทนตเพิ�มขึ้นเปนอยางมาก

2.คำสำคญั (Keyword) และคำหรอื ประโยคคน หา (Hashtag)
ใชสำหรับแสดงผลการเปรียบเทียบขอมูลคำสำคัญทั้งหมด ทั้งใน
รูปแบบ ปริมาณ สัดสวน ประเด็นที่นาสนใจ หัวขอ และคำสำคัญที่

65

กองทนุ พัฒนาสื่อปลอดภยั และสรางสรรค สมาคมนักขา ววิทยุและโทรทศั นไทย

เก่ียวขอ ง ที่ใชส ำหรับดแู นวโนมและวางแผนการนำเสนอคอนเทนต
โดยพบวา ชองทางที่มีการปฏิสัมพันธสนใจมากที่สุดผาน Youtube,
ชอ งท่ีคนใหค วามสนใจ คอื “อนวุ ตั จดั ให” และ มีการพูดคำสำคญั
(Keyword) โดยมี คอื ซนิ โนแวค,ฉด� วคั ซนี โควดิ ,วัคซนี โควิด มากท่สี ดุ

3.การกลาวถงึ (Top Mentions) เปนขอมูลท่ีแสดงใหเ ห็น
อตั ราการมสี ว นรว มผา นชอ งทางตา ง ๆ ของผคู นในสงั คมออนไลนเ ปน
ขอมลู สำหรบั ใชในการวางแผนการนำเสนอเน�อ้ หา การวางจดุ สนใจ
เนอ้� หา ประเด็นท่คี นใหค วามสนใจทีแ่ ทจ ริงบนโลกออนไลน โดยหาก
ตองการนำเสนอคอนเทนต “วคั ซีนตา นโควิด-19” เน�้อหาทน่ี ำเสนอ
ควรใชค ำสำคญั (Keyword) ซนิ โนแวค, ฉด� วคั ซนี โควดิ , วคั ซนี โควดิ
ในคอนเทนตดังกลาว นาจะทำใหแนวโนมอัตราการมีสวนรวมของ
คอนเทนตเพ�มิ มากขนึ้ เปนตน

ภาพแสดงขอมลู ความสัมพันธข องคำสำคัญกับชองทางการเผยแพรข อ มลู

66

ทกั ษะนักขา วในยุคดจิ ทิ ลั

4.ทีช่ ว งเวลา (Time) แสดงรายละเอียดของ วนั เวลา ท่ี
สัมพันธก ับปรมิ าณของการคนหา และ รับชมเน�้อหา การแสดงความ
รูสกึ ตอประเด็นดงั กลาวในชว งเวลาตางๆ เพ่ือใชในการคาดการณ และ
วางแผนเผยแพรเนอ�้ หา โดยในขอมูลพบวา เวลาท่ีคนใหความสนใจ
เนอ้� หาตามคำสำคญั คอื ชวงเวลา 12.00 โดยสถิติ ทส่ี ะทอนการกลาว
ถงึ แสดงเปน ขอ มลู ในรปู แบบ Visualization พบวา ความสนใจประเดน็
วัคซีนโควดิ จะมีแนวโนมความสนใจ วันศุกรช วงกลางวนั และ เพม�ิ ข้ึน
มากทส่ี ดุ ในวนั อาทติ ย ในชว งเชา ถงึ เทย่ี ง และคอ ย ๆ ลดลงในวนั จนั ทร
โดยชอ งทางทค่ี นใหค วามสนใจมากท่ีสุด คือ ThaiPBS เปนตน

ภาพแสดงขอ มูลความสัมพันธข องเวลาสบื คน ขอ มลู กับชอ งทางการเผยแพรข อ มลู
67

กองทนุ พฒั นาส่อื ปลอดภัยและสรา งสรรค สมาคมนกั ขา ววทิ ยุและโทรทัศนไทย

5.ความรสู กึ ทม่ี ตี อ คำสำคญั (Sentiment) แสดงรายละเอยี ด
ของความรสู กึ ของคนทม่ี ตี อ ประเดน็ เนอ้� หา ทม่ี ที ง้ั ดา นบวกและดา นลบ
ท่ีสามารถแยกเปน ระดบั ตามชว งเวลา ทำใหผูใชสามารถนำเสนอ
คอนเทนตที่สอดคลองกับความรูสึกของกลุมคนที่รับสื่อผานชองทาง
ออนไลน

ภาพแสดงขอมลู ความสัมพนั ธข องเวลาสบื คนขอ มูล

6.ขอคำถาม (Questions) และการกลาวถึง (Type of
Mentions) เปน ขอ มลู ทแ่ี สดงถงึ ประเภทของคำถามทม่ี กี ารกลา วถงึ ใน
หัวขอที่คนหาที่ชวยในการกำหนดวางรูปแบบประเด็นในการนำเสนอ
เน�้อหาที่มีความเชื่อมโยงและนำเสนอตรงความตองการที่แทจริงของ
ผคู นในสงั คมซง�ึ สามารถดูไดจ าก Question Relationship, Word Cloud,
Hashtag Cloud โดยใน Visualization แสดงใหเห็นคำสำคัญ และ

68

ทกั ษะนักขา วในยุคดิจทิ ลั

ประโยคสำคญั คอื #โควดิ 19 # วคั ซนี โควดิ # กรมควบคมุ โรค และมี
การกลาวถึงในประเด็นที่เกี่ยวของกับการเรียกรอง ในประเด็นวัคซีน
โควิด เปน ตน

ภาพแสดงขอ มูล Hashtag Cloud และ Type of Mentions Relationship

5.การนำเสนอขอ มูลและการประเมนิ ผล หลงั จากผูผลติ
คอนเทนตวเิ คราะหขอ มูลที่ไดจ ากการศกึ ษาองคป ระกอบตา ง ๆ การมี
ทกั ษะ Data Thinking เพอ่ื เชอ่ื มโยงขอ มลู ในมติ ติ า งๆ การใชข อ มลู เปรยี บ
เหมอื นจดุ ตง้ั ตน การคน หา ประเดน็ มุมมองท่ีนาสนใจ แลวจึงนำขอคน
พบดังกลาวมาใชเปนขอมูลประกอบการสรางสรรคและการนำเสนอ
คอนเทนต โดยใชเ ทคนคิ การเลา เรอ่ื งหรอื Storytelling ซง�ึ การเลา เรอ่ื ง
ขอ มลู ใหน า สนใจ จะประกอบดว ยองคประกอบดงั ตอไปน�้

1.เรยี บงาย (Simple) เปน การนำเสนอที่ สัน้ กระชบั ตรง
ประเดน็ นำเสนอใจความสำคญั โดยนำขอ มลู มาแสดงใหเ หน็ สง�ิ ทส่ี ำคญั
ท่ีสุดเพือ่ นำเสนอขอมลู เพยี ง 1 ประเด็น

2.เหน�อความคาดหมาย (Unexpected) เปนการนำเสนอ
โดยการวิเคราะหขอมูลเพื่อหาประเด็น วิธีการเชื่อมโยงประเด็นที่

69

กองทุนพัฒนาสอ่ื ปลอดภัยและสรางสรรค สมาคมนักขา ววิทยุและโทรทศั นไทย

แตกตางที่ไดจากการวิเคราะหขอมูลในมุมมองตางๆ เพอ่ื สรา งการนำ
เสนอประเดน็ ท่คี าดการณไมถ งึ เพราะประเดน็ ที่แปลกใหมเหนอ� ความ
คาดหมายมกั จะซอ นอยูในขอ มูล และสรา งความนาสนใจและการมี
สวนรว มไดม ากข้นึ

3.จบั ตอ งได (Concrete) เปน การนำเสนอขอ มลู ใหผชู ม
สามารถรับรูเปรียบเทียบเชื่อมโยงดวยเน�้อหาที่ใกลตัวใชภาษาที่เขา
ใจงาย เปรียบเทียบไดเ หน็ ภาพ มคี วามเขาใจตรงกัน ตีความไดทนั ที
จะชวยใหการนำเสนอขอ มูลไดรวดเรว็ และ มปี ระสิทธภิ าพ

4.นาเช่ือถอื (Credible) เปนการนำเสนอแหลงที่มาของ
ขอมูลที่เชื่อถือได เปนที่ยอมรับและสามารถอางอิงได ขอมลู จะตอ ง
ผา นการตรวจสอบ คดั กรอง ความถูกตอ งของขอ มลู กอ นการนำเสนอ
ขอ มูล

5.สะทอนภาพลักษณของผูผลิตคอนเทนต (Corporate
Brand) เปนการนำเสนอคอนเทนตที่สอดคลองกับภาพลักษณของผู
ผลติ คอนเทนต ผา นรปู แบบ วธิ กี ารนำเสนอ การใชส ี ตวั อกั ษร สญั ลกั ษณ
ท่ีสรา งการจดจำใหกับผชู ม เพ่ือสรางการรับรคู อนเทนตแบบตอเน�อง
และรว มกับผูผ ลิตคอนเทนต

70

ทักษะนกั ขาวในยคุ ดิจทิ ัล

ภาพแสดงขอ มูลการใช คำสำคัญ(Keyword) ในการนำเสนอคอนเทนต

ในยุคที่พฤติกรรมของผูบริโภคปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
มีพฤติกรรมการรบั รขู าวสารท่รี วดเรว็ การนำขอ มลู มาสนบั สนุนการ
ผลติ คอนเทนต จะมกี ระบวนการทต่ี อ เนอ� ง ไมส น้ิ สดุ หลงั จากผผู ลติ ทำ
เผยแพรค อนเทนตผ า นชองทางตางๆ การจดั เก็บขอมลู ที่เกดิ จากการ
เผยแพรคอนเทนตการมีสวนรวมกับคอนเทนตที่เก็บโดยเจาของ
คอนเทนตเ พื่อใชเ ปน Internal Data เพื่อนำขอ มูล Insight สำหรับนำ
มาวิเคราะหหาความตองการของผูชม เพื่อสรางแบบกลยุทธการนำ
เสนอเนอ้� หาทส่ี ามารถสรา งการมสี ว นรว มกบั คอนเทนต เชน การใช
เครอ่ื งมอื Google Analytic รว มกบั การกำหนด UTM เพอ่ื ใชต รวจสอบ
การคลกิ ลงิ คจ ากชอ งทางตา ง ๆ เพอ่ื ศกึ ษาการมสี ว นรว มกบั คอนเทนต
ผา นแพลตฟอรมและลิงคทเ่ี ผยแพรคอนเทนต การใชเ ครอ่ื งมือขอ มูล
ของ Facebook Business สำหรบั วดั ประเมนิ การเขา ถงึ เนอ้� หาทน่ี ำเสนอ
ผา น Facebook Page, บรกิ าร bitly.com เพอ่ื จดั เกบ็ ขอ มลู การคลกิ ลงิ ค,

71

กองทนุ พัฒนาส่อื ปลอดภยั และสรา งสรรค สมาคมนักขาววทิ ยุและโทรทัศนไทย

หรอื การใช Social listening tool เพอ่ื ตรวจสอบขอ มลู ของการนำเสนอ
คอนเทนตบน Social Media รวมถงึ การทดสอบประสทิ ธภิ าพการเผย
แพรเ ปน ประจำ เพอ่ื นำเสนอคอนเทนตใหค รอบคลมุ Touch Point ของ
ผูชมนน�ั เอง

ภาพแสดงขอมูลการกลาวถึง “วคั ซีนโควิด” บน Social Media

การนำขอมลู มาใชใ นงานขา ว
1.ใชตั้งคำถาม เพื่อใหขอมูลคนหาทางเลือกชวยในการตัดสนิ
ใจเลอื กคำตอบของการนำเสนอขา ว เชน ขอ ความพาดหวั ขา ว “ยาตา น
ไวรสั โควดิ -19” แบบไหน ทม่ี ผี ลตอ การมสี ว นรว มกบั ขา วใน Facebook
2.กำหนดประเภทขอ มูลสำหรบั งานขาว จะใชขอมลู สำหรับการ
ตั้งตนประเด็น เพื่อมองหาประเด็นมุมมอง ขอเท็จจริงที่ซอนอยูใน
ขอ มูล เชน กำหนดคำสำคญั (Keyword ) โควิด-19, วัคซีนโควิด,
ซินโนแวค, กรมควบคมุ โรค, ไวรสั โคโรนา , แอสตราเซเนกา, หมอยง,

72

ทักษะนักขา วในยคุ ดิจทิ ลั

กลมุ เส่ยี งโควดิ -19, แพว คั ซนี , วัคซีนโควดิ 19ถึงไทย, เยียวยาโควิด,
ฉด� วัคซนี โควิด, ภูมิคุมกันกลุม เพื่อใชเปนขอมูลสะทอนจำนวนการ
พดู ถงึ “ยาตา นไวรัสโควิด-19” บน Social Media

3.การรวบรวมขอ มูล สำหรบั งานขาว เพอื่ หาคำตอบของคำขอ
ความพาดหัวขาว “ยาตา นไวรสั โควิด-19” โดยใชเ ครอื่ งมอื Google
Trend เพื่อเปรยี บเทียบหัวขอ ขา วที่ผูสอ่ื ขาวกำหนดข้ึน โดยขอมลู จะ
เปรียบเทียบ และแสดงใหเหน็ ความสนใจตอ ขอความหวั ขอขาว หรือ
การใช Social Listening Tools รวบรวมขอมลู การมสี ว นรวมในอดีต
ของคน กบั คำสำคญั (Keyword) โควดิ -19, วคั ซนี โควดิ , ซินโนแวค
กรมควบคมุ โรค, ไวรัสโคโรนา, แอสตราเซเนกา, หมอยง, กลมุ เสีย่ ง
โควดิ -19, แพว คั ซนี , วคั ซนี โควิด19 ถงึ ไทย, เยียวยาโควดิ , ฉ�ดวคั ซนี
โควิด, ภูมิคมุ กันบน Social Media

4.การวเิ คราะหข อ มลู สำหรบั งานขา ว เมอ่ื นกั ขา วทำการวเิ คราะห
ขอมูลที่ไดจ าก Social listening tool ซ�ึงอยูในรปู แบบ Visualization
นักขา วจะทำหนาท่วี ิเคราะหข อมูล เพื่อหาคำตอบ เชน การมสี ว นรวม
ของคนบน Social Media กับ คำสำคัญ (Keyword) ซนิ โนแวค, ฉ�ด
วคั ซีนโควดิ , วัคซนี โควิด มากท่ีสดุ บน Facebook การนำเสนอเน�อ้ หา
ในประเด็นดังกลาวนาจะทำใหแนวโนมอัตราการมีสวนรวมของคนกับ
ของคอนเทนตบน Facebook เพม�ิ ข้ึน

5.การนำเสนอขอ มูลและการประเมินผล เมื่อไดข อ มลู ของคำ
สำคญั (Keyword) ทอ่ี ยใู นความสนใจ นกั ขา วจะใชว ธิ กี ารทำขา วโดยใช
คำสำคญั (Keyword) เปนจดุ เรมิ� ตนในการทำขาว รวมถึงวางแผนและ
ทดสอบการนำเสนอขาว เชน การทดความนยิ มของหัวขอ ขา ว โดยใช
วธิ กี ารทำ AB Testing เพื่อเลอื กหวั ขอ ขา ว วัคซนี โควิด-19 ในรปู แบบ
ตา งๆ โดยใช Website analytics tools ซึ�งขอมลู จะชวยใหเห็นอัตรา
การมสี ว นรว มของการนำเสนอขา ว เพือ่ ใชใ นการวางแผนการนำเสนอ
ขา ว และ คาดความสนใจที่จะเกดิ ขึน้ ในอนาคตไดนน�ั เอง

73

กองทนุ พัฒนาสือ่ ปลอดภยั และสรางสรรค สมาคมนักขาววทิ ยแุ ละโทรทัศนไทย

รายการอา งองิ

Chip Heath and Dan Heath. 2007. Made to Stick: Why Some Ideas
Survive and Others Die. Random House, New York USA

Cole Nussbaumer Knaflic. 2019. Storytelling with Data : Let s Practice.
Published by John Wiley & Sons, Inc., Hoboken, New Jersey.

Digital 2021 : Thailand. (2021). สืบคน 12 มีนาคม 2564,
จาก https://datareportal.com/reports/digital-2021-thailand

จิตตพิ งศ เลิศประดษิ ฐ. 2564. Marketing Technology Trend 2021
พลิกโลกการตลาดดว ยมารเ ทค, กรุงเทพฯ: Infopress

ณฐั พล มวงทำ (2563). DATA-DRIVEN MARKETING
การตลาดแบบฉลาดใชด าตา , กรุงเทพฯ: อมรินทร How to

74

ประวัตผิ ูเขียน

ผชู วยศาสตราจารย ดร.จารวุ ัส หนทู อง ,และ กิจการ
อาจารยประจำ / อดตี รองคณบดฝี ายเทคโนโลยสี ารสนเทศ
พิเศษ วิทยาลยั นวตั กรรมสือ่ สารสงั คม มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ
ทีป่ รึกษาผเู ช่ียวชาญดา น Digital Video & Post Production, การผลิต
สอื่ ออนไลน การสอนออนไลน
ผูต รวจประเมินเครื่องมอื โครงการจัดทำมาตรฐานอาชพี และคุณวุฒิ
วชิ าชีพ สาขาอตุ สาหกรรมภาพยนตร สถาบันคณุ วฒุ ิวิชาชพี (องคก ารมหาชน)
ผูตรวจประเมินองคกรที่มีหนาที่รับรองสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐาน
อาชีพ (Assessor) กลุมสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศสถาบันคุณวฒุ วิ ิชาชพี
(องคก าร มหาชน)
นกั วชิ าการดานวิชาชีพ เจา ของเพจ Facebook : VDOinfo by Dr.Wat
เชีย่ วชาญดาน Digital Media, Digital Video, Post - Production, Color
Grading DaVinci Resolve “Train the Trainer” Color Correction in DaVinci
Resolve

75

ส่อื ขาวอยา งสรา งสรรคเ ทา ทนั โลก

เจษฎา ศาลาทอง

สื่อขาวอยา งสรางสรรคเ ทาทนั โลก

เมอ่ื กลา วถงึ คำวา “สรา งสรรค” ในภาษาไทย คนสว นใหญจ ะนกึ
ถงึ ความหมาย “มลี กั ษณะริเรมิ� ในทางด”ี ดังที่ พจนานกุ รมฉบบั ราช
บณั ฑติ ยสถาน ไดก ลา วไว (ราชบณั ฑติ ยสถานเวบ็ ไซต) ซง�ึ จะสอดคลอ ง
กับคำวา “Creative” ในภาษาอังกฤษ แตจริงๆ แลว ยงั มอี กี คำท่มี ักถกู
แปลวาสรางสรรค คือคำวา “Constructive” ความหมายของทง้ั สองคำ
ในภาษาอังกฤษ คอนขางแตกตา งกันอยู “Creative” นั้น จะมงุ ไปท่ี
การรเิ ร�ิมสรางส�งิ ใหมจากทกั ษะ จนิ ตนาการ และความคิด ในขณะท่ี
“Constructive” จะมงุ ไปทผ่ี ลของการสรา งสรรค หรอื ทำอะไรขน้ึ มาโดย
ไมก อ ใหเ กดิ ผลในเชงิ ลบ หรอื เรยี กงา ย ๆ วา คดิ หรอื ทำสง�ิ ใด “เพอ่ื กอ ”
เมอ่ื พจิ ารณาความหมายในมติ ทิ ก่ี ลา วมาแลว การสรา งสรรคจ งึ ไมใชแ ค
การทำอะไรใหด แู ปลกใหมไ มซ ำ้ ใคร แตย งั ตอ งคำนงึ ถงึ ผลทจ่ี ะตามมา
ดว ยวา มผี ลในทางลบหรอื บวก การสอ่ื ขา วอยา ง “สรา งสรรค” กเ็ ชน กัน
ในยคุ ปจ จบุ ัน ท่มี กี ารแขง ขันอยางสงู ในการดึงความสนใจของผบู รโิ ภค

77

กองทนุ พฒั นาสือ่ ปลอดภยั และสรางสรรค สมาคมนกั ขา ววทิ ยแุ ละโทรทศั นไทย

ขา วสาร แตล ะสถานแ� ตล ะสำนกั ขา ว ตา งแขง ขนั กนั หาวธิ กี ารใหมๆ ใน
การนำเสนอทแ่ี ปลกแหวกแนว เรยี กความสนใจเรยี ก เรตตง้ิ และยอดววิ
ใหได ทั้งในเชิงรูปแบบและเนอ้� หา แตน�ันอาจจะเรียกวา “สรา งสรรค”
ไดไมเตม็ ปากนัก หากละเลยท่ีจะคำนงึ ถึงผลท่ีจะเกดิ ข้ึน ไมไดม กี าร
พิจารณาวาเปนการส่ือขาว “เพอ่ื กอ” หรือไม ในบทน�้เราหวังวา ผอู า น
จะไดเ ห็นภาพท่ีกวางขึน้ ของการสอื่ ขาวอยางสรางสรรค ที่ไมไ ดเนน
แคค วามแปลกใหมแ ตร ะมดั ระวงั และไหวรกู บั คณุ คา ท่ีโลกในยคุ ปจ จบุ นั
ใหค วามสำคญั เหมอื นเปน วคั ซนี ปอ งกนั “ทวั รล ง1” และตอ งมาขอโทษ
ทหี ลังเพราะความ “รเู ทา ไมถ งึ การณ”

พลโลกทามกลางการปะทะของ
Globalization VS Deglobalization
ปฏิเสธไมไดวา สถานการณการแพรระบาดของเชื้อไวรัส
COVID-19 ทำใหเ ราประสบกบั วกิ ฤตแบบทเ่ี ราไมเ คยมมี ากอ น โลกทง้ั ใบ
กต็ อ งเผชญิ กบั ความทา ทายครง้ั ใหญร ว มกนั เปน ปรากฏการณท ก่ี อ ใหเ กดิ
การเปลย่ี นในทกุ มติ ิ และทำใหเ ราตง้ั คำถามถงึ กระบวนการโลกาภวิ ตั น
(Globalization) เพราะ COVID-19 ทำใหเ ราตอ งใชช วี ติ อยโู ดยเชอ่ื มโยง
กับคนอื่นนอยลง ทั้งในระดับปจเจกและรัฐชาติ ถึงกบั มคี นกลาววา
COVID-19 เปนโรคท่ีเกดิ ขน้ึ มาเพ่อื Deglobalize โลก หรือ หมนุ โลก
ทวนกระแสโลกาภิวัตน
ทวา ทา มกลางการแพรระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 กระแส
โลกาภวิ ตั น กย็ งั คงดำเนนิ ตอ ไปในฉากหลงั เรายงั ตอ งเสพขา วจากรอบ
โลก แมก ระทงั� ในชว งเวลาที่ตองกกั ตวั หลายคนก็ใช Zoom Meeting

1ในยุคทผี่ ูคนสามารถแสดงความเห็นตอ ขาวไดผา นโซเชียลเน็ตเวิรค “ทวั รลง”
คือการทีผ่ คู นจำนวนมากเขามาใหค วามเห็นในเชงิ ตอวา

78

ทักษะนักขาวในยุคดจิ ทิ ลั

ในการประชมุ กบั ตา งประเทศ การเรยี นคอรส ออนไลนจ ากมหาวทิ ยาลยั
ชน้ั นำจากตะวนั ตก รวมถงึ เขา รว ม Clubhouse เพอ่ื รวมตวั กนั ในประเดน็
ทส่ี นใจแมจ ะอยคู นละซกี โลก COVID-19 ผลกั โลกใหต กลงสอู า งใบใหญ
ทามกลางกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกรากของโลกาภิวัตน(Globalization)
และการทวนโลกาภิวตั น (Deglobalization) แบบที่ไมเ คยเปน มากอ น

คำวา Globalization หรอื ทีร่ ูจกั กนั ในคำวา โลกาภิวัตน เปนคำ
ทเ่ี รม�ิ ใชก ันมา ต้งั แตในป ค.ศ. 1960 เปนตนมา ซึ�งมาถกู ใชอ ยาง
แพรหลายในชว งป ค.ศ. 1990 สำหรบั คำวา โลกาภวิ ตั นน ้� (William
I.Robinson, 2004) Ludger Pries (2001) นักวิชาการไดใ หความหมาย
แกค ำวา โลกาภวิ ตั น วา ประกอบดว ยนยิ ามจำกดั ความ 2 ประการดว ยกนั
ประการแรก โลกาภวิ ตั นห มายถงึ การหายไปของมติ ทิ างภมู ศิ าสตร เมอ่ื
ภูมิศาสตรของโลกแคบลงผูคนจึงสำนึกถึงการเปนสวนหนึ�งของโลก
มากยงิ� ขึ้น เหตกุ ารณจ ากมมุ หนง�ึ ของโลกถกู บอกเลา สอู กี มมุ หนง�ึ ของ
โลกไดอ ยา งรวดเรว็ และประการทส่ี อง โลกาภวิ ตั น คอื ยคุ ความสมั พนั ธ
ทางสงั คมขยายใหญ ความสมั พนั ธข องผคู น มไิ ดจ ำกดั อยแู ตในหมูบาน
ของตน แตข ยายความสัมพนั ธกลายเปน ระดับโลก

ความรสู กึ ของการเปน สว นหนง�ึ ของโลกนเ้� อง ทน่ี ำพามนษุ ยชาติ
เขา สูโ ลกสมยั ใหม คนรุนใหมไมเพยี งแตใฝร แู สวงหาขา วรอบ ๆ ตัว
เทานนั้ แตก ระหายที่จะใครร ูเรือ่ งราวท่ีเกดิ ขึ้นบนพืน้ ที่ตา งแดนอนั ไกล
โพน สำนกึ ของความเปน พลเมอื งโลกไดถ กู ปลูกถา ยลงสูว ิธีคิดของคน
รุน ใหมใหใสใจความเปนไปของโลก ในฐานะสว นหน�ึงของโลกใบน�ร้ วม
ถึงการนบั ตนเองในฐานะมนุษยค นหน�งึ เปน “พลเมอื งโลก” (Global
Citizen)2

2ในบางท่ีใชค ำวา Cosmopolitanism หรือ “จักรวาลทศั นิยม” หมายถึง คนท่มี องวาการกระทำในทอ งถิ�นของตนสง ผล
ตอโลกทัง้ ใบและยอมรบั วาพวกตนมคี วามรบั ผิดชอบในการรว มกันกระทำการเพ่อื สภาวะทีด่ ีขน้ึ ของโลก และของผูคน
ทว�ั ทงั้ โลก (เชษฐา พวงหตั ถ, 2016)

79

กองทุนพฒั นาสือ่ ปลอดภยั และสรางสรรค สมาคมนักขา ววทิ ยุและโทรทศั นไทย

Arjun Appadurai (1996) นกั มานษุ ยวทิ ยา ไดเ สนอวา “พลเมือง
โลก” หมายถงึ ผพู ลดั ถน�ิ นกั เดนิ ทางผแู สวงหาสง�ิ ใหม โดยไมย ดึ ตดิ กบั
อัตลักษณทางวัฒนธรรม3ที่ติดตัวมา กับชีวประวัติของตนเองหรือ
วฒั นธรรมของตนเอง ซง�ึ ในโลกยคุ ปจ จบุ นั ความเปน พลเมอื งโลกนน้ั คอื
การกาวพนรฐั ประชาชาติ มีจริตของการเปน สว นหนึ�งของโลก ยกยอ ง
พหุวัฒนธรรมและเปด รบั ตอการทดลองทางวฒั นธรรมอยา งใหม เปด
รับตอ อตั ลักษณลูกผสม และ ยอมรบั การถา ยเททางวฒั นธรรม

อยา งไรกต็ าม นบั ตง้ั แตป  ค.ศ.1990 เปน ตน มา โลกกต็ อ งเผชญิ
กบั ความทาทายใหมข องการไรซ ึง� พรมแดน Arjun ไดใหความเหน็
เพิ�มเติมวา โลกาภิวัตน ทำใหเ กดิ ความไมแนน อน ไมหยดุ นิ�ง และลืน่
ไหลของอตั ลกั ษณแ ละชาตพิ นั ธ ซง�ึ สรา งความหวาดวติ กใหก บั การดำรง
อยขู องบคุ คล (Arjun Appadurai, 1998) เชน เดยี วกบั ทน่ี กั มานษุ ยวทิ ยา
Francis Fukuyama (1989) มองวา โลกกำลังถกู ทา ทายดวยความ
รุนแรงจากชาติพนั ธุ ลัทธชิ าตินยิ ม และชาตพิ นั ธช าตินยิ ม

3 Stuart Hall (1993) กลาวถึงอตั ลกั ษณท างวฒั นธรรม (Cultural identity) วา เปนวฒั นธรรมรวมในกลมุ คนทแ่ี บงปน
ประสบการณประวัติศาสตรห รอื วฒั นธรรมรว มกัน นอกจากน้� อัตลกั ษณท างวัฒนธรรมยงั หมายถึงสงิ� ท่ีหลอ หลอมให
เกิดเปน คน ๆ นน้ั ซึ�งไมเ พยี งจะเชอ่ื มโยงกบั อดตี ที่เก่ยี วขอ งกบั คน ๆ นั้น แตยังรวมไปถงึ อนาคตของเขาดวยโดยใน
ความหมายน�้ อัตลกั ษณทางวฒั นธรรม เกิดขน้ึ มาจากบางส�ิงทีม่ ปี ระวตั ิศาสตรแ ละหลีกเลยี่ งไมไ ด กับการเปลยี่ นผา น
ท่ตี องเกดิ ขนึ้ ในอนาคต เปนสงิ� ท่ีมีวิวัฒนาการอยูตลอดเวลา
ขณะที่ กาญจนา แกวเทพ (2544) กลาววา อตั ลกั ษณท างวฒั นธรรมคือลักษณะเฉพาะตัวของแตละวฒั นธรรมซ�งึ กอ ตัว
มาจากการใชวาทกรรมและปฏิบัติการตางๆในสังคมโดยอัตลักษณทางวัฒนธรรมจะเปนองคประกอบที่บอกวา
“เราเปน ใคร” ทง้ั น�้ เอกลักษณทางวัฒนธรรมนม�้ ีผลมาถงึ เรือ่ งการส่อื สารดว ยโดยภาษามบี ทบาทเปนตัวบงชี้ทีส่ ำคญั
มากในการกำหนดอัตลกั ษณท างวฒั นธรรมและสรา งความแตกตา งจากผอู น่ื

80

ทกั ษะนักขาวในยคุ ดิจทิ ัล

ภาพของ QAnon Shaman หน�งึ ในมอ บสนับสนุน โดนลั ด ทรัมป บกุ รุกอาคารรัฐสภากลางกรงุ
วอชิงตัน ด.ี ซ.ี เมอื งหลวงของสหรฐั อเมริกา เพื่อพยายามขดั ขวางสภาคองเกรสรบั รองชัยชนะการ
เลอื กตั้งประธานาธบิ ดีของ โจ ไบเดน ในชว งตนป 2021

ในขณะที่ Deglobalization หรือ การทวนกระแสโลกาภิวัตน
เปน แนวคดิ ยอ นศรกบั Globalization ซง�ึ ไมไ ดห มายถงึ การถอยรน ออก
จากระบบเศรษฐกิจระดับโลก แตหมายถึง การมุงใหทุกประเทศเรง
พฒั นาตนเองและพยายามพง�ึ พาตวั เองใหม ากขน้ึ โดยใหห ว งโซอ ปุ ทาน
(Supply chain) จบในประเทศเทา น้ัน (Bello, 2005) การทวนกระแส
โลกาภวิ ตั น จึงเปนสิ�งนาสนใจที่เปดประเด็น ตั้งคำถามกับมนุษยชาติ
ถึงการใชชีวิตภายใต วิถีปกติใหม (New normal) เพราะที่ผานมา
กระแสโลกาภวิ ตั น ทำใหผ คู นทว�ั โลกตดิ ตอ กนั อยา งกวา งขวาง เทคโนโลยี
ตางๆ ทำใหค นเชอ่ื มโยงเขาหากัน สำนกึ การรับรมู ิติทางภูมศิ าสตรถกู
ทำใหพ รา เลอื น เกดิ เปน สายสมั พนั ธแ สนพเิ ศษประหนง�ึ ผคู นทง้ั โลกคอื
ครอบครวั เดยี วกนั แตเ มอ่ื เกดิ การแพรร ะบาดของ COVID-19 มนษุ ยชาติ
ตองปองการดรักษามาตรการระยะหางทางสังคมเพื่อรักษาชีวิตเปน
สำคญั การไปมาหาสรู ะหวา งประเทศ จงึ เปน เรอ่ื งทถ่ี กู พบั เกบ็ ลงไปเปน
เรื่องแรกๆ โลกทั้งใบกำลังเดินยอนศร หันหลังใหกับเสนทางที่ดำเนิน

81

กองทนุ พัฒนาสือ่ ปลอดภยั และสรางสรรค สมาคมนกั ขา ววิทยแุ ละโทรทศั นไทย

ตอเน�องมาหลายทศวรรษ ทุกประเทศตองแสวงหนทางรอดใหมดวย
การยนื หยดั ดว ยตนเองใหไ ดม ากทส่ี ดุ ลดการแลกเปลย่ี นสนิ คา ระหวา ง
ประเทศ และหนั มาพง�ึ พาหว งโซอ ปุ ทานภายในประเทศของตน โดย
ตัวอยางที่ชัดเจนที่สุดของแนวคิดการทวนกระแสโลกาภิวัตนก็คือ
แนวคดิ “อเมรกิ ามากอ น” หรอื America First ของอดตี ประธานาธบิ ดี
โดนลั ด ทรมั ป ทม่ี งุ เนน การผลติ รวมถงึ ผลกั ดนั ใหเ กดิ หว งโซอ ปุ สงค
อุปทานภายในสหรฐั อเมรกิ าใหม ากทสี่ ดุ ผา นนโยบายกำแพงทางภาษี

ผรู บั สารทกุ คนคือพลโลก ตองการขาวสารท่ีมคี วามเชื่อมโยง
กบั โลก ดว ยเหตนุ ้� นกั ขา วจงึ ตอ งมีความเขาใจท้งั เรือ่ งของพลโลก รวม
ถึงมีความเปนพลโลกในตัวเอง จึงจะสามารถรายงานขาวที่อยูในมิติ
ของพลโลกออกไปได

การพัฒ“เนดา็ดอดยอา กงไยมง�ั สยะนื เทพือนิมถพึงเดขวียงวดสาโูวล”กทีย่ ง�ั ยืน
กระแสโลกาภวิ ตั น ไมไ ดม สี าระสำคญั เพยี งแคข อ มลู ขา วสารและ
การใชชีวิตเทานั้น แตยังรวมไปถึงแนวคิดของการพัฒนาอยางยั�งยืน
ดว ยเชน กนั น�ันก็เพราะภายใตกระแสโลกาภิวตั น ที่โลกทงั้ ใบหดเล็กลง
นน้ั ปญ หาหนง�ึ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในอกี ซกี โลกหนง�ึ เรยี กรอ งใหเ กดิ ความรว มมอื
ของทุกคนในทุกประเทศ จึงจะสามารถกาวขามความทาทายของ
กระแสโลกาภิวัตนได เชนเดยี วกับท่ี Greta Thunberg ทสี่ ามารถปลุก
ใหผ คู นท�ัวโลก หันมาใสใจเรือ่ งการเปล่ยี นแปลงสภาพภูมิอากาศผา น
สือ่ สังคม
ทีผ่ า นมาโลกตอ งเจอกับปญ หาสง�ิ แวดลอ มตา ง ๆ ทำใหม ีการตง้ั
คำถามถงึ การพฒั นาในรปู แบบเดมิ ๆ ทม่ี องวา ไมก อ ใหเ กดิ ความยง�ั ยนื
และสง ผลเสยี ตอการใชช วี ิต และส�งิ แวดลอม ดว ยเหตนุ จ�้ ึงมีการเสนอ
แนวคดิ การพฒั นาอยางยง�ั ยืนข้นึ มา โดยนยิ ามทม่ี กี ารยอมรบั กนั อยา ง
แพรหลาย คือ Brundtland Commission (1992)

82

ทักษะนกั ขา วในยคุ ดจิ ทิ ลั

“การพัฒนาอยา งย�งั ยนื คอื การพฒั นาเพื่อตอบสนองความตอง
การของคนยุคปจจบุ ันโดยไมล ดทอนโอกาสของผูค นในวนั ขางหนา”

“Sustainable development is development that meets the
needs of the present without compromising the ability of future
generations to meet their own needs”

แนวคดิ การพัฒนาอยา งย�งั ยืน เชอื่ วา การตอบสนองความตอง
การของคนในยุคปจจุบนั ทผี่ า นมานัน้ ลวนหยบิ ยมื ทรัพยากรของผคู น
ในวนั ขา งหนา มาใชท ง้ั สิ้น แนวคดิ น้�เริ�มตน ขึน้ ในป ค.ศ. 1992 ณ การ
ประชมุ โลก (Earth Summit) นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล มี
ประเทศมากกวา 178 ประเทศ เขารว มการประชุมในคร้งั น้� เพือ่ รวม
กันรางแผนงานปฏิบัติการสรางความรวมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนา
อยางย�ังยืน และตอ มาไดม ีการออกเปา หมายการพฒั นาแหง สหสั วรรษ
Millennial Development Goals (MDGs) ทม่ี งุ “ลดความยากจน เพม�ิ
ส�ิงจำเปน พ้ืนฐานในประเทศทยี่ ากไร” ท่ปี ระกอบดวยเปาหมาย 8 ดา น
ดำเนินการมาอยา งตอเน�องต้งั แต ค.ศ. 2000-2015 จงึ ไดมกี ารกลบั
มาทบทวนเปาหมายของโลกอกี ครงั้ โดยมองไปอกี 15 ป จนถึงป ค.ศ.
2030 ซงึ� Sustainable Development Goals (SDGs) หรอื เปา
หมายการพัฒนาอยางยั�งยืน ไดถูกตอยอดเพื่อรับไมตอจาก MDGs
ประกอบดว ยเปา หมาย 17 ดาน4 ไดแ ก

1. ไมม ีความยากจน
2. ความหวิ โหยเปน ศูนย
3. สขุ ภาพและความเปน อยูท ด่ี ี
4. การศกึ ษามีคณุ ภาพ
5. ความเทาเทียมทางเพศ

4ขอ มูลจาก : https://sdgs.un.org/goals

83

กองทุนพฒั นาสอ่ื ปลอดภัยและสรางสรรค สมาคมนักขา ววิทยุและโทรทัศนไทย

6. นำ้ สะอาดปราศจากเชอื้ โรค
7. พลงั งานสะอาดเขา ถงึ ได
8. การจางงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
9. อตุ สาหกรรม นวตั กรรม และโครงสรางพนื้ ฐาน
10. ลดความไมเทา เทยี ม
11. เมืองและชมุ ชนยง�ั ยืน
12. การผลติ และบรโิ ภคอยา งรบั ผิดชอบ
13. ปฏบิ ัตกิ ารทางสภาพอากาศ
14. สง�ิ มชี วี ิตในแหลง น้ำ
15. ส�ิงมีชวี ติ บนบก
16. สนั ตภิ าพ ความยุตธิ รรม และสถาบนั เปนปก แผน
17. ความรวมมือเพื่อบรรลุเปา หมาย
หากเราวิเคราะหแลว แนวคดิ การพฒั นาใน 17 ดาน ถูกวางอยู
บนพน้ื ฐานของ 3 มิติ ซง�ึ ถือเปนแกนหลกั ของแนวคิดการพฒั นาอยา ง
ยงั� ยนื คือ เศรษฐกจิ สงั คม ส�งิ แวดลอ ม ตามรปู ประกอบดา นลา ง

84

ทักษะนกั ขาวในยคุ ดิจทิ ลั

ในปจ จุบนั SDGs ไดก ลายมาเปน แผนการพฒั นาที่ทุกประเทศ
ทว�ั โลก ยดึ ถอื เปน แผนแมบ ท และพยายามผลกั ดนั เปา หมายหนว ยงาน
และองคก รของตนใหสอดคลองไปกับ SDGs เพอ่ื เปน สว นหนึง� ของ
การขับเคล่ือนโลกไปสูค วามยั�งยืน ส่ือเองกม็ บี ทบาทในการนำ SDGs
มาเผยแพรได เพื่อสงเสริมใหการพัฒนาอยางยั�งยืนสามารถเกิดขึ้น
ไดจริง เมื่อสื่อเปนกระบอกเสียง มวลชนจึงไดเห็นความสำคัญของ
ประเดน็ เหลา น้�

การรายงานขา วทไ่ี มทง้ิ ใครไวขา งหลงั
เราอาจเหน็ ไดว า สถานการณข องโลก ณ ปจ จบุ นั นน้ั เรอ่ื งราวของ
“การถกู ทำใหเ ปน คนชายขอบ” (Marginalization) ปรากฏในพน้ื ทข่ี า วอยู
บอ ยครั้ง เชน “Black Lives Matter” ท่ีกลายเปนประเด็นรอ นประทขุ นึ้
มาหลงั จากชายผวิ สี จอรจ ฟรอยด ไดเ สยี ชีวติ ลงจากความรนุ แรงโดย
เจา หนา ทต่ี ำรวจผวิ ขาวหรอื ประเดน็ “Me Too” ทป่ี ลกุ กระแสใหเ พศหญงิ

ผูคนจำนวนมากในสหรฐั อเมรกิ า ออกมาแสดงจดุ ยนื ตอตา นการเหยียดผิว
จนประเดน็ ดังกลา วถกู หยบิ ยกมาพดู ถึงทกุ มมุ โลก
85

กองทนุ พฒั นาส่อื ปลอดภัยและสรา งสรรค สมาคมนกั ขา ววทิ ยุและโทรทศั นไทย

รวมถึงเพศอื่น ๆ ลุกขึ้นมาพูดถึงปญหาการเลือกปฏบิ ัตทิ างเพศที่ไม
ยตุ ธิ รรมในโลกสมยั ใหม หรอื ประเทศไทยเรา ก็ไดเ หน็ กรณข� องคนทถ่ี กู
ผลกั ใหอ ยชู ายขอบไดร บั การปฏบิ ตั อิ ยา งไมเ ทา เทยี ม เชน ชาวกะเหรย่ี ง
คนพกิ าร ผูม คี วามหลากหลายทางเพศ เปน ตน แตทายที่สุดแลวไมมี
ใครอยากถูกผลักใหอยูชายขอบอีกตอไป บนโลกน�้พวกเขาก็ตองการ
พื้นที่เพื่อสงเสียง และ แสดงการมีตัวตน

“การนับรวมทุกคน” หรือ Inclusiveness เปน หน�งึ ในแนวคิด
หลักของ SDG อนั สะทอนถงึ การนับรวมทุกคน หรือ การไมทิง้ ใครไว
ขางหลงั ซึ�งถือเปนมิติที่มีความสำคัญขอหนึ�งของการพัฒนาอยาง
ยงั� ยนื การนบั รวมทกุ คน มนี ยิ ามหมายถงึ การสรา งเสรมิ ชอ งทางเพ่อื
คนที่สูญเสียโอกาสจากอัตลกั ษณของตนเอง ใหส ามารถเขา รวมเปน
พลเมืองสว นหน�ึงของสงั คมได โดยมคี วามเทา เทียม ทั้งในดา น โอกาส
และสทิ ธเิ สรภี าพ ทกุ คนสามารถเขา ถงึ อำนาจตามกฎหมาย เพอ่ื มสี ว น
รว มทางสงั คม เศรษฐกจิ และการเมืองอยา งเสมอภาค โดยไมถ กู เลอื ก
ปฏบิ ตั ิ (World Bank,2013,pp.3-4)

หากมองยอนกลับมาที่สถานการณสื่อไทย บอยครั้ง ที่ยังมีการ
กดี กนั (Discrimination) คนบางกลมุ ออกไปจากการใชว าทกรรมบาง
อยา งออกไปอยา งไมร ะมดั ระวงั อยา งไรกด็ ี ทา มกลางกระแสโลกาภวิ ตั น
ในปจ จบุ นั ทย่ี ดึ มน�ั ในหลกั การความเสมอภาคและเทา เทยี ม เราจงึ ไม
อาจเพิกเฉยตอการสื่อสารที่กอใหเกิดการกีดกันคนบางกลุมไดอีก
ตอ ไป การตรวจสอบความถกู ตอ งทางการเมอื ง (Political correctness)
ใหรอบคอบกอนส่ือสารออกไป จงึ เปนเรื่องสำคัญ ท่จี ำเปนตอ งกระทำ
ทุกคร้ัง เพอ่ื ปอ งกันไมใหส ารท่ีไมถ ูกตอง ถกู สง ออกไปสสู งั คม

อยา งไรก็ตาม นอกจากวธิ ีการในการนำเสนอขา วแลว ทีมขา ว
ควรประกอบข้ึนบนความแตกตา งเพื่อสะทอนถึง สผี วิ เชอ้ื ชาติ หรือ
วัฒนธรรมทห่ี ลากหลาย สอื่ ทีน่ าเชื่อถอื จำเปนตองมีความแมน ยำ
ดุลยภาพ และความรบั ผิดชอบเปน อยา งสูง ซง�ึ นกั ขา วควร “ตาบอดส”ี

86

ทักษะนักขา วในยุคดจิ ทิ ัล

กลา วคือ ไมควรเห็นวาวัฒนธรรม เชอ้ื ชาติ ศาสนา รวมถงึ ความเช่อื
และแนวคิดทางการเมอื ง มผี ลกระทบในการรายงานขา ว

ไมนาเชอื่ วา ในโลกปจจบุ นั ทา มกลางกระแสโลกาภวิ ตั นทขี่ ับเนน
ใหท กุ คนมคี ณุ คา เทา เทยี มกนั เรายงั สามารถพบเหน็ กจิ กรรมทข่ี าดการ
ตระหนกั ถงึ ความถกู ตอ งทางการเมอื ง สง ผลให ยงั มกี ลมุ คนบางประเภท
ถกู ผลักไสใหก ลายเปน กลมุ คนชายขอบ จากการทบทวนวรรณกรรม
กลมุ คนท่ถี กู ผลติ ซ้ำภาพมายาคตกิ ดทับในไทยบอยครั้ง มดี วยกัน 7
กลมุ ไดแ ก

1.เพศทางเลอื ก และคนขามเพศ
จากรายงาน Being LGBT in Asia (2020)5 ไดสรุป สถานการณ
LGBT หรือ กลุมผูมีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยเอาไวว า
แมว า สงั คมไทยจะไมไ ดก ลน�ั แกลง คนทเ่ี ปน LGBT อยา งชดั เจน แตก ็
ยังไมไดยอมรับความหลากหลายทางเพศไดทั้งหมด สังคมยังคงมี
ทศั นคตทิ ด่ี ตี อ กลมุ LGBT ตราบเทา ทพ่ี วกเขาอยภู ายใตก รอบบางอยา ง
ของสงั คม ความชิงชงั อาจแฝงตวั อยภู ายในจติ ใจ และ คนบางสว นใน
สงั คมกย็ ังไมไดแ สดงความคดิ เห็นออกมาอยางเปดเผย
สำหรบั สถานการณท างดา นสอ่ื มวลชน สอ่ื มวลชนไทยโดยทว�ั ไป
มักกลาวถึง LGBT ในเชิงลบ ในรูปแบบขาวและภาพขาว ดานสื่อที่
ไมใชข าว LGBT กม็ กั เปน ตวั ละครตลกในรายการโทรทศั น เชน ละคร
บางเรื่องที่นำเสนอภาพตัวละครผูมีความหลากหลายทางเพศใหมีภาพ
ของคนทีช่ อบยงุ เรื่องชาวบาน และ บาผูชาย หรอื ตวั ละครเพศชายท่ี
แสดงออกถึงการรงั เกยี จคนทม่ี ีความหลากหลายทางเพศอยา งเปด เผย
ซึ�งเปนการลดทอนคุณคาของผูมีความหลากหลายทางเพศสอดคลอง
กับงานวิจัยเรื่องสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง : การทำงานรวมกับสื่อใน
ประเด็นเพศวิถีอัตลักษณทางเพศ สถานะการแสดงออก และลักษณะ

5การศกึ ษาทบทวนและวิเคราะหก ฎหมาย และสภาพแวดลอมทางสงั คม ที่เกี่ยวของกบั องคก รภาคประชาสังคมและ
บคุ คลทเ่ี ปน Lesbian Gay Bisexual Transgender (LGBT) ดวยกระบวนการมสี วนรวม

87

กองทุนพฒั นาสอ่ื ปลอดภยั และสรา งสรรค สมาคมนกั ขา ววิทยุและโทรทัศนไทย

ทางเพศในประเทศไทย โดย กังวาฬ ฟองแกว และ คณะ (2560)
อาจารยค ณะภาควชิ านิเทศศาสตร มหาวทิ ยาลัยบรู พา ท่พี บวา 65%
ของรปู แบบการนำเสนอขา วในหนงั สือพมิ พ ตลอดเวลา 1 ป (2557-
2558) มีลักษณะที่กระตุนอารมณ โดยเฉพาะขาวบันเทิง ซึ�งมาจาก
แหลง ขา วภายในประเทศทง้ั หมด และไมเ กดิ ความสำคญั ใด ๆ ตอ สงั คม
ขณะทอ่ี กี เพยี งแค 35% นน้ั พบวา เปน ขา วจากตา งประเทศ ท่ีใหข อ มลู
เกย่ี วกบั สทิ ธขิ องคนหลากหลายทางเพศ ศลิ ปวฒั นธรรมและการศกึ ษา
และยังมีเน�้อหาของขาวและการพาดหัวขาวเพื่อเชิญชวนผูเสพสื่อ
พบวา สอ่ื บางสว นไดต ตี รา และ สรา งภาพตวั แทนเกย่ี วกบั คนหลากหลาย
ทางเพศ เชน ดนตรไี ทย ลดตวั คบทอม สายเหลอื ง ระเบดิ สว ม เปน ตน

ภาพลกั ษณท ว�ั ไปของตวั ละคร LGBT มกั ปรากฏในละครไทย

ปจจบุ ัน ถงึ แมจ ะเห็นตัวแสดงนำเปนชายรักชายมากขนึ้ เชน
ละครวาย6 ซึ�งสวนใหญ จะเปนเรื่องราวที่เกี่ยวกับความรัก แตสื่อก็ยัง
ละเลยทีจ่ ะพูดถึงประเด็นอน่ื ๆ เชน การคกุ คาม การเลือกปฏิบัติ และ
ความรนุ แรงทม่ี ตี อ กลมุ LGBT ตลอดจนสทิ ธใิ นการแตง งานเพศเดยี วกนั

6 ละครวาย มาจากคำวา Yaoai ในภาษาญป่ี นุ หมายถงึ ละครชายรกั ชาย เลา เรอ่ื งราวของตวั ละครทร่ี สู กึ วา ตนเปน ชาย
แตรักเพศชายดว ยกัน

88

ทักษะนกั ขาวในยคุ ดจิ ทิ ลั

2.คนพกิ าร
ความพกิ ารมนี ยิ ามทห่ี ลากหลาย องคก ารอนามยั โลก หรอื WHO
(1976) ใหคำนยิ ามของคำวา “ความพิการ” (Disability) ไววา เปน ขอ
จำกดั หรือ การขาดซงึ� ความสามารถในการปฏิบัติกจิ กรรมใด ๆ ของ
บคุ คลทวั� ไป เนอ� งจากความบกพรอ ง หรอื องคก ารสหประชาชาติ (UN)
ไดใ หค ำนยิ ามของคำวา “คนพกิ าร” ไวใ นปฏญิ ญาสากล ไววา หมายถึง
บุคคลซึ�งไมสามารถสรางหลักประกันใหแกตนเองในดานสิ�งจำเปน
ตอการดำรงชวี ติ ในสว นหนง�ึ ของสงั คมทว�ั ไป (1975) ขณะทพ่ี จนานกุ รม
ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542 ใหค ำนยิ ามทแ่ี คบกวา วา “พกิ าร”
หมายถงึ เสยี อวยั วะ มแี ขน มขี า เปน ตน (ราชบณั ฑติ ยสถานเวบ็ ไซต)
ปจจบุ ัน ความพิการในสงั คมวฒั นธรรมไทย ไดเ ปลย่ี นแปลงไป
ในทิศทางทด่ี ีขึ้น เหน็ ไดจากการสนับสนุนแนวทางการจดั การคนพิการ
ดวยการสงเคราะหตาง ๆ ตามหลักมนุษยธรรม อยางไรก็ตาม การ
สงเคราะหก ลบั แฝงไปดว ยความนา สงสารของคนพกิ าร อกี ทง้ั คนพกิ าร
ยังถูกมองวาเปนภาระสังคมดวย จนกระทั�งเขาสูยุคการเติบโตของ
สิทธิมนุษยชนของคนพิการ คนพิการไดรวมกลุมกันเพื่อเคลื่อนไหว
เรียกรองสิทธิและสวัสดิการตาง ๆ ความพิการจึงถูกผูกโยงกับเรื่อง
สทิ ธิมากยง�ิ ข้ึน (ถนอมนวล หริ ญั เทพ 2551)
ในดานสือ่ มวลชน คนพกิ าร มกี ารปรากฏใหเ หน็ นอยมากในสือ่
ไมว า จะเปน สอ่ื บนั เทงิ หรอื ในขา วทม่ี นี อ ยจนกลายเปน กลมุ คนชายขอบ
หากจะมีภาพ ก็จะเปนภาพของความเวทนา ที่ตองการการสงเคราะห
และความชว ยเหลอื รวมถงึ กลายเปน ตวั ตลก แปลกแยก ไมเ ตม็ คนและ
ถกู ลดทอนความเปน มนษุ ย ผา นการลอ เลยี น รวมถงึ การสรา งภาพของ
ความพิการใหเปน สง�ิ เลวรา ย ตวั อยา งเชน ในละครฉากจบของนางรา ย
หากจะใหสะใจตอ งทำใหพ ิการในตอนจบ เพราะความพกิ าร เลวรายยง�ิ
กวาความตาย
ปจ จบุ นั การนำเสนอขา วเพอ่ื เรยี กรอ งของสทิ ธคิ นพกิ าร ยงั มกี าร
พดู ถงึ ในสอ่ื นอ ยมาก เชน เรือ่ งของการเรยี กรอ งใหเกดิ อารยสถาปตย

89

กองทนุ พัฒนาส่อื ปลอดภัยและสรางสรรค สมาคมนักขาววทิ ยุและโทรทัศนไทย

หรอื การออกแบบเพอ่ื ทุกคน (Universal design) หรอื การสนับสนนุ ให
คนพกิ ารสามารถอยไู ดด ว ยตนเอง การสง เสรมิ คนพกิ ารใหด แู ลตนเองได
ไมเ พยี งเพม�ิ ศกั ดศ์ิ รคี วามเปน มนษุ ยเ ทา นน้ั แตย งั หมายถงึ การลดคนท่ี
ตอ งดแู ลซง�ึ เปน ประเดน็ สำคญั ในยคุ สงั คมสงู วยั (Aging society) ทก่ี าร
ขาดแคลนแรงงานจะกลายมาเปน ปญ หาทส่ี ำคญั ประการหนง�ึ หรอื เรอ่ื ง
ความจำเปน ของการไดร บั ความชว ยเหลอื ในชว ง COVID-19

3.ผูหญงิ
บทบาทของผูหญิงในทางสังคมมักจะถูกตีกรอบไปดวย
มายาคติที่สะทอนถึงความสัมพันธที่ไมเทาเทียมกันระหวางชาย
และหญงิ โดยเฉพาะอยางยิ�งในสังคมไทย มีการสรา งมายาคติเกี่ยวกบั
การเปนผหู ญิงไทยทดี่ ี ที่จะตอ งรกั นวลสงวนตวั ไมควรมเี พศสมั พันธ
กับชายใดกอนแตงงาน ตองควบคุมรางกายและความปรารถนาทาง
เพศของตนเอง เมื่อแตงงานแลวตองมีความสัมพันธทางเพศกับสามี
เพยี งคนเดียวและไมควรมคี วามสมั พันธก บั ชายอน่ื (ปณิธี สุขสมบรู ณ
2554,122) เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปบทบาทของผูหญิงก็ไดมีการ
ปรบั เปลย่ี นไปดว ย โดยเหน็ ไดช ดั จากงานศกึ ษาเกย่ี วกบั สรา งวาทกรรม
ภาพของความเปน หญงิ ในสมยั จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม ของ อาทติ ยา
จารจุ ินดา (2556) ท่ีพบวา ในสมัยของ จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม นน้ั
ความเปน หญงิ กบั การสรา งชาตไิ ดถ กู นำมาโยงเขา ดว ยกนั “สตรมี คี วาม
สำคัญในการฐานะผูรวมสรางชาติ” ถูกตอกย้ำผา นวาทกรรมหลายรูป
แบบและมีการทำใหเปนรูปธรรมโดยผานสำนักวัฒนธรรมฝายหญิง
และการโฆษณาโดยสื่อมวลชน
อยา งไรกต็ าม ภาพของความเปน หญงิ ทป่ี รากฏในนวนยิ ายสมยั นน้ั
ยงั คงนำไปโยงกบั คา นยิ ม ขนบประเพณ� ความเปน กลุ สตรแี บบดง้ั เดมิ
รวมถึงในสังคมหญงิ ยังเปนผูถูกกระทำมากกวา ชาย สงผลมาถึงละคร
ในปจ จบุ นั ท่ผี หู ญงิ ยังคงตกเปน เหย่ือ เชน การทำแทง ท่ผี ีมาปรากฏให
เห็นเฉพาะแตฝายหญิงเทานั้น หรือการใชคำทำนองตีตราผูหญิงใน
ลกั ษณะทก่ี ลา วโทษ เชน แมใจยกั ษ หรอื แมใจแตก ลว นเปน การตอกยำ้

90

ทักษะนักขา วในยุคดิจทิ ัล

ความผิดที่มีผูหญิงเปนเหยื่อ รวมถึง ภาพของผูหญิงที่ตองรักนวล
สงวนตัว ตอกย้ำวฒั นธรรมชายเปน ใหญอ ยางไมม ที ่สี ้นิ สุด ดังนั้นส่อื
ท่ีมคี วามทันตอยคุ สมัย จงึ จำเปน ตองหยดุ ผลติ ภาพซ้ำเหลาน�้ รวมถึง
สงเสรมิ ภาพของผูหญงิ ทีส่ ามารถพึง� พาตนเองใหป รากฏผานขา ว หรอื
ละครมากยง�ิ ขน้ึ เพอ่ื ลบลา งคา นยิ มและชดุ ความคดิ แบบเดมิ ๆ ทก่ี ดทับ
ผูหญิง

4.คนไรส ัญชาติ และแรงงานตา งดาว
กระทรวงมหาดไทย ไดแบง ประเภทของคนไรส ัญชาติ เปน 4
กลมุ ใหญ คอื 1.ชนกลุมนอย 2.คนไรรากเหงา หรือคนที่ไมม ีสถานะ
ในทะเบียนราษฎร 3.แรงงานขา มชาตจิ ากสามประเทศเพ่อื นบา น และ
4.ผูอพยพลี้ภัย (กฤตยา อาชวนจิ กลุ 2011)
ใน 2 กลมุ แรก คอื บคุ คลไรส ญั ชาติ ซง�ึ ตามนยิ าม7 หมายถงึ คนซง�ึ
ไมม ีสัญชาติของรฐั ใดเลย ภายใตกฎหมายวา ดวยสญั ชาตขิ องรฐั ทม่ี จี ดุ
เกาะเกย่ี วโดยแทจ รงิ กบั บคุ คลนน้ั รวมถงึ สทิ ธโิ อกาส การเขา ถงึ บรกิ าร
อยางเสมอภาคและเทาเทียมของบุคคลไรสัญชาติที่ควรจะไดรับใน
ฐานะเปนพลเมืองของรัฐหรือประเทศที่ไดมาอาศัยอยูอยางถูกตอง
ตามกฎหมาย ปญหาคนไรสัญชาติจะรุนแรงมากขึ้น หากบุคคลไมได
รับการยอมรับให “สิทธอิ าศยั ” โดยรฐั ใดเลย ในทกุ ประเภทของโลก
บุคคลในลกั ษณะน�จ้ งึ ตกเปน “คนไรรฐั ” (Stateless) โดยส้ินเชงิ
(พันธุทิพย กาญจนะจติ รา สายสนุ ทร 2547)
ในสว นของกลมุ หลงั คอื แรงงานตา งดา ว หมายถงึ กลมุ แรงงาน
จากตา งประเทศท่ีเขามาทำงานในราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะอยาง
ยิ�งงานประเภท “3D” คอื Dirty Difficult และ Dangerous ซ�ึงนับวัน
ประเทศไทย กย็ ง�ิ มคี วามตอ งการแรงงานประเภทนส้� งู ยง�ิ ขน้ึ โดยเฉพาะ
ในสังคมที่เขาสูสังคมสูงวัย ซึ�งก็ตองยอมรับวาการเขามาของกลุม

7สำนักงานสง เสริมสวัสดภิ าพและพิทกั ษเดก็ เยาวชน ผูด อยโอกาสคนพิการและผูสงู อายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมน�ั คงของมนุษย (พม.)

91

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภยั และสรางสรรค สมาคมนักขา ววิทยแุ ละโทรทศั นไทย

แรงงานตางดา วท่มี ากข้นึ นั้น มเี พยี งบางสว นเทานั้นทเ่ี ขามาอยา งถกู
กฎหมาย ในขณะที่นอกเหน�อจากน�้ อาจเขามาผานกระบวนการคา
มนษุ ยท ผ่ี ดิ กฎหมาย และนำมาสกู ารแพรร ะบาดของ COVID-19 ระลอก
สองในชวงตนป พ.ศ. 2564 ท่ผี านมา

หากมองจากฝายความมั�นคงแลว คนไรสัญชาติ และแรงงาน
ตา งดา ว มกั ผกู ตดิ อยกู บั เรอ่ื งอธปิ ไตย และความมน�ั คงของชาติ สง ผลให
คนกลุมน�้ถูกเลือกปฏิบัติจากรัฐ ทำใหเกิดความไมเทาเทียมและไม
เสมอภาคทัง้ ในทางโครงสรางและทางกฎหมาย ในทางเดียวกันภาพ
ของคนไรสัญชาติและแรงงานตางดาวในสื่อไทย ก็ปรากฏใหเห็นอยู
นอ ยมาก หรอื หากมี ก็มกั เปน ตวั ตลกทพ่ี ดู ไมชดั ตองวนเวยี นอยูกบั
มกุ รองเพลงชาติไทยซ้ำแลวซำ้ เลา

เราอาจสรปุ ไดว า มมุ มองตอ คนไรส ญั ชาติ ยงั มคี วามสมั พนั ธก บั
ชาตนิ ยิ มและอคตติ อ ความแตกตา งทางชาตพิ นั ธุ ดงั นน้ั การแกไ ขปญ หา
คนไรสัญชาติจึงจำเปนตองคำนึงถึงแนวทางเชิงกฎหมายควบคูไปกับ
แนวคิดวาดวยความหลากหลายทางชาติพันธุและความหลากหลาย
ทางวฒั นธรรม ดว ยเปลย่ี นแปลงนโยบายใหม ใหเ กย่ี วกบั คนท่ีไมม บี ตั ร
ประชาชน ไมใชแ รงงานตา งดา ว สอ่ื จงึ มบี ทบาทสำคญั ทจ่ี ะตอ งผลกั ดนั
ใหเ กดิ มุมมองและภาพจำตอ คนเหลาน้�ใหม รวมถงึ รว มตอ สยู นื หยัด
เคยี งขา งกลมุ คนเหลา นเ้� พอ่ื ใหไ ดม าเพอ่ื สญั ชาตหิ รอื สทิ ธแิ ละสวสั ดกิ าร
อันพงึ มี

5.คนมสุ ลิม
ในสังคมไทยที่มองวา ศาสนาพุทธเปนศาสนาประจำชาติ
ชาวมุสลมิ กลายเปนชนกลมุ นอ ยของสังคมมาโดยตลอด ทำใหการนำ
เสนอขา วสารทเ่ี กย่ี วขอ งกบั ชาวมสุ ลมิ ตอ งประสบปญ หาในการเขา ถงึ
สอ่ื หลกั ของสงั คมและมกั ถกู ลงขา วในแงล บมอี คติ หรอื กลา วอกี นยั หนง�ึ
คอื สอ่ื มวลชนเบย่ี งเบนเชงิ ลบในการสะทอ นภาพมากกวา เชงิ บวก สง ผล

92

ทักษะนกั ขา วในยุคดิจทิ ัล

ใหการรับรูของผูอานตลอดจนภาพในใจที่มีตอคนกลุมน�้ผิดไปจาก
ความเปนจริง (ธีระยุทธ ลาติฟ 2542)

ภาพของชาวมุสลิมในสื่อไทย มักถูกเชื่อมโยงกับความรุนแรง
โดยเฉพาะชาวมสุ ลมิ จากจงั หวดั ชายแดนภาคใต เชน การใชค ำวา “โจรใต”
ซึง� สะทอ นถึงภาวะความหวาดกลวั ตอชาวมสุ ลิม (Islamo phobia) ใน
ขณะที่สื่อที่ไมใชขาวก็แสดงภาพของคนมุสลิมนอยมาก ทำใหสังคม
ไทยเขาใจมสุ ลมิ นอ ยมาก ดังน้นั ส่ือควรนำเสนอมุมมองทีล่ ดความเปน
อื่นกับชาวมุสลิมและสงเสริมใหภาพของมุสลิมปรากฏขึ้นในสื่ออื่น ๆ
ที่ไมใชข า วดวย

6.ผสู ูงอายุ
ในสังคมสมัยใหม บอยครงั้ ทภี่ าพลกั ษณของผสู ูงอายุมกั ถูกนำ
เสนอในดา นลบนำไปสกู ารเลอื กปฏบิ ตั แิ ละการรงั เกยี จ อนั เนอ� งมาจาก
อายุ หรอื ทเ่ี รยี กวา “วยาคต”ิ ทำใหถูกมองวา เปนคนไมทันโลก ตอ งมี
แนวคิดทางการเมอื งอยา งใดอยางหนงึ� หรือเปน ภาระ นารำคาญ เชน
คำเรียกวา มนุษยปา หรอื มมี OK Boomer เปน ตน
อยางไรก็ตาม ในสังคมสูงวัยในยุคปจจุบัน คนสูงอายุก็ยัง
สามารถเปนกำลังสำคญั ของเศรษฐกจิ ในประเทศ สื่อ จงึ มีบทบาทท่จี ะ
เปลีย่ นภาพผสู ูงอายุทย่ี งั ทำงานได หรือ Active aging ใหเ ห็นวา คนสงู
วัยยังทำอะไรไดอ กี มาก โดยเฉพาะ ภาพลักษณเ ชิงบวก จะมงุ เนนไปท่ี
ความมคี ุณคา เชน ความมีประสบการณแ ละการถา ยทอดภมู ิปญญาสู
คนรนุ หลงั ซง�ึ ควรถกู นำมาใช เพอ่ื ปรบั เปลย่ี นทศั นคตขิ องคนในสงั คม
ตอ ผูสงู อายุและผสู ูงอายตุ อ ตวั เอง (รศรนิ ทร เกรย และคณะ 2556)
รวมถงึ Life-long learning ที่ไมหยดุ ทจ่ี ะเรียนรูเ ปด รับเรอ่ื งราวตาง ๆ

93

กองทุนพัฒนาส่ือปลอดภัยและสรา งสรรค สมาคมนักขา ววิทยแุ ละโทรทัศนไทย

รายงานขาวอยา งเขาใจ ทวั รไ มลง
หลายๆ ครง้ั ทค่ี นในสอ่ื กลายเปน เปา ของดรามา เพราะวา มกี าร
นำเสนอขา วดว ยสมุ เสยี ง หรอื คำพดู ทเ่ี หยยี ดหรอื สะทอ นถงึ อคติ หรอื
มายาคติที่ตัวเองมี กอใหเกิดความไมพอใจ ไมสบายใจตอคนฟง
ยกตัวอยาง เชน การใชค ำพดู ถงึ ชาตพิ นั ธอ น่ื ในเชงิ ลบอยา ง ลาว เขมร
กะเหรยี่ ง สะทอนใหเห็นถึงความไมเขา ใจและไมเคารพถงึ ความหลาก
หลายทางชาตพิ ันธ ซ�งึ ผสู อ่ื ขา ว จำเปนจะตอ งมคี วามเขาใจในสองส�งิ
เพอ่ื หลกี เลย่ี งสง�ิ ทเ่ี กดิ ขน้ึ คอื “ความถกู ตอ งทางการเมอื ง” และ “ความ
ออ นไหวตอ วฒั นธรรม”
“ความถูกตอ งทางการเมอื ง” (Political correctness) สถาบนั
ภาษาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ไดใหความหมายไววา “Political
correctness หรอื ความถกู ตองทางการเมือง คือ ทศั นคติ นโยบาย
หรอื พฤตกิ รรมท่ีไมก อ ใหเ กดิ ความรูสึกวาเปนการเหยยี ดเช้ือชาติ เพศ
สตปิ ญ ญา ความบกพรองทางรา งกาย ฯลฯ โดยหลีกเลยี่ งการใชค ำที่
อาจกอใหเกดิ ความรูส กึ ดังกลา ว”
สำหรับสอื่ มวลชนในยุคปจจบุ นั การตรวจสอบความถกู ตอ งทาง
การเมอื งไมเ พยี งเปน สง�ิ สำคญั ทค่ี วรทำ แตเ ปน สง�ิ ทจ่ี ำเปน ตอ งทำ การ
รายงานขาวในปจจุบันตองคำนึงถึงคนทุกกลุม ไมกีดกันคนกลุมใด
ออกไป รวมถงึ สง เสรมิ ใหเ กดิ ความเทา เทยี มในสงั คม ทส่ี ำคญั การราย
งานขา วหรอื การพดู ท่ไี มม กี ารตรวจสอบความถกู ตอ งทางการเมอื ง อาจ
สง ผลใหเ กดิ “ทวั รล ง” อกี ทง้ั ยงั สง ผลตอ ความนา เชอ่ื ถอื ของตวั นกั ขา ว
ไดอ กี เชน กนั ตัวอยา ง เชน Piers Morgan พธิ กี รรายการ Good
Morning Britain ทางชอ ง ITV ขององั กฤษ ทถ่ี กู โจมตอี ยา งรนุ แรงหลงั
ออกมากลา ววา “ไมเ ชอ่ื ” จากกรณ� Meghan Markle ออกมาพดู ถงึ การ
เหยยี ดผวิ ของสถาบนั กษตั รยิ อ งั กฤษจนทำใหเ ธออยากฆา ตวั ตาย การ
แสดงออกของเขาสวนทางกบั แนวคิดของสังคมองั กฤษ และ นโยบาย
ของชองที่ระมัดระวังอยางยิ�งกับปญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะผูที่มี
ภาวะซึมเศรา

94

ทกั ษะนกั ขาวในยุคดจิ ทิ ัล

จากกรณ� Meghan Markle ออกมาพูดถงึ การเหยียดผวิ ของสถาบนั กษตั ริยอังกฤษ จนทำใหเ ธอ
อยากฆา ตัวตาย Piers Morgan พธิ ีกรรายการ Good Morning Britain ถูกโจมตอี ยา งรนุ แรง หลัง
ออกมาแสดงความเหน็ วา “ขอโทษนะครับ แตผ มไมเชอื่ สิ�งท่ีเธอพูดแมแตค ำเดยี ว”

อีกทักษะทนี่ ักขาวในปจ จุบนั ตองมี นั�นคอื “ความออนไหวตอ
วฒั นธรรม” หรอื Cultural sensitivity มคี วามหมาย คอื ตระหนกั รู ยอม
รบั และความระแวดระวงั ตอ วฒั นธรรมอน่ื ๆ (Kubokawa, 2009) ความ
ออ นไหวตอวฒั นธรรมนนั้ เปน สง�ิ ที่จำเปนตอ มนุษยในศตวรรษที่ 21
เปน อยา งยง�ิ เนอ� งจากโลกปจ จบุ นั มคี วามซบั ซอ นและความหลากหลาย
ทางดา น เชอ้ื ชาติ ศาสนา สงั คม วฒั นธรรม เพศ และบรรทดั ฐานแตล ะ
สงั คม ความไมเหมือนกันเหลาน�้ คอื ชนวนชวนคนทะเลาะกนั ซึ�งนบั
วันยิง� บอ ยและรุนแรงมากขน้ึ ทกุ ขณะ สอื่ มวลชนจึงตอ งตระหนกั เสมอ
วาโลกใบน้� ไมไ ดม ีแคเราคนเดยี ว หรือสงั คมเดียว แตยังมกี ลมุ คนที่มี
อัตลักษณ และ ความเชื่ออันแตกตา งจากเรา ดังนั้น การรายงานขา ว
จงึ ตอ งคำนงึ ถงึ เรอ่ื งเหลา นเ้� ชน กนั การทเ่ี รารายงานขา วเปน ภาษาไทย
ไมใชวาคนตา งภาษาจะไมเขา ใจ เพราะดว ยเทคโนโลยีในปจจุบัน การ
แปลภาษาเปน เรอ่ื งท่ีใครๆ ก็ทำได และ นั�นอาจทำใหม ี “ทัวรลง” จาก
ตา งประเทศหากเราไมร ะมดั ระวงั พอ

95

กองทุนพัฒนาส่อื ปลอดภัยและสรางสรรค สมาคมนกั ขาววทิ ยแุ ละโทรทัศนไทย

การรายงานขาวความขัดแยงอยางละเอียดออน
(Conflict Sensitive Report)

สำหรับสื่อสารมวลชนการรายงานขาวแตละครั้งเพื่อมิใหขัดกับ
ความถกู ตองทางการเมอื งนนั้ เปน เรื่องสำคญั ที่จะตองใหค วามระมดั
ระวงั เปนอยา งมาก โดยเฉพาะการรายงานในสถานการณท ีม่ ีความขดั
แยงของแนวคดิ ทางการเมือง วฒั นธรรม เชอ้ื ชาติ หรอื ศาสนา อาจมี
เรอ่ื งของอตั ลักษณข องกลมุ คนเขา มาเกย่ี วของ ทำใหบางคร้ังคา นิยม
สว นตวั ของนกั ขา ว กอ็ าจกอใหเกดิ อคตขิ ึน้ ในการรายงานขา ว Ross
Howard นกั สือ่ สารมวลชนไดอธิบายถงึ เรื่องดังกลา วในคูม อื Conflict
Sensitive Journalist8 เอาไวว า ไมม นี กั ขา วคนใดสามารถมองโลกอยา ง
อัตวิสัยไดอยางหมดจด เพราะนักขาวก็คือคนทั�วไป ที่ยึดถือคานิยม
จากศาสนา เช้อื ชาติ และบานเกิดของตนเอาไว ดว ยเหตุน�เ้ อง นักขาว
มอื อาชพี จงึ มมี าตรฐานในการรายงานขา ว คอื รายงานขา วอยา งตรงไป
ตรงมาไมเลือกขา ง และมคี วามรับผิดชอบเพ่อื ขจัดคานยิ มและอคติ
ของตนออกไป ซ�ึงเปน เรื่องทที่ า ทายมาก ทา มกลางแรงกดดนั ทง้ั จาก
องคกรสอ่ื เอง ความคาดหวังจากสงั คม และการแขง ขนั กับสื่อตา ง ๆ

Howard ยงั ไดเ สรมิ เพ�ิมเตมิ เอาไววา นกั ขาวจำเปนตอ งเขา ให
ถงึ อกี ฝง หนง�ึ ของเรอ่ื งราวโดยสง�ิ ทส่ี ำคญั ทส่ี ดุ คอื การขจดั การเหมา
รวม (Stereotype) และการคาดเดาดว ยตนเองออกจากขา ว เนอ� งจาก
ในทกุ ๆ ครง้ั ทม่ี กี ารเหมารวม จะนำไปสกู ารนำเสนอสง�ิ ทบ่ี ดิ เบอื นออก
จากความเปนจรงิ โดยเฉพาะในประเด็นทเี่ กยี่ วกบั เชื้อชาติ ศาสนา
หรือชนชั้น Howard ท้ิงทา ยไวอ ยา งนาสนใจวา “จงถามตนเองเสมอ
วา เชอื้ ชาติ ศาสนา หรอื ชนช้นั นัน้ สำคัญเพียงใดตอการรายงานขา ว
ถา ไมก ็ตดั ทง้ิ เสยี ”

8อางอิงจาก:https://www.mediasupport.org/wp-content/uploads/2012/11/ims-csj-handbook -2004.pdf

96

ทกั ษะนักขา วในยุคดจิ ทิ ลั

สำหรบั การรายงานสถานการณข าว ความขัดแยงอยา งละเอียด
ออ นน้นั Howard ไดใหร ายการเชค็ ลิสต สำหรับตรวจสอบเพ่ือตอ ตา น
อคติในการรายงานขาวเอาไว โดยปรบั บางสว น มาจากหนังสือพมิ พ
The Sunday Times of South Africa มดี ว ยกนั ดงั น้�

ขา วดังกลาวจำเปน หรอื ไม ?
อะไรคือความสนใจของสาธารณะในการรับฟง รายงาน ?
เรอื่ งราวเหลาน�้เปน ขาว เพยี งเพราะนำเสนอเรือ่ งของคน
บางกลมุ ใชหรือไม ?
แมวาเรื่องเหลาน้� คอื ขอ เท็จจรงิ การรายงานน้จ� ะนำไปสู
อคตหิ รือไม ?
สามารถรายงานไปในแนวทางอน่ื ไดห รือไม ?
มคี วามเห็นอื่นมากเพียงพอ สำหรับการรายงานขา วชนิ้ น�้
หรอื ไม ?
มีความเหน็ ในมุมมองอน่ื จากนกั วิชาการหรือผเู ช่ยี วชาญ
แลว หรอื ยัง ?
มีถอ ยคำหรือประโยคในการรายงานท่ีกอ ใหเ กดิ ความไม
พอใจตอบุคคลหรือสรา งอคติ หรือไม ?
มีขอความถกเถียง สนบั สนนุ เทากันทัง้ สองฝง หรือไม ?
ในขาวอาชญากรรม เรากำลังพูดถึงเชื้อชาติ หรือศาสนา
ของเหย่อื และผูก อ เหตอุ ยหู รอื ไม ?
ขอมูลดงั กลาวมีความจำเปน และ อยูในความสนใจของ
สาธารณะชน หรอื ไม ? เพราะเหตุใด ?

97

กองทุนพฒั นาส่ือปลอดภยั และสรา งสรรค สมาคมนักขา ววทิ ยุและโทรทัศนไทย

โดยสรปุ แลว แมว า ภาวะโลกาภวิ ตั นจ ะกำลงั เดนิ สวนทางกบั การ
เปลย่ี นแปลงทีผ่ านมา แตส ำนกึ ของผคู นจำนวนมากกลบั เปลยี่ นแปลง
ไปสูการเปนพลเมืองของโลกที่ใหคุณคากับสิทธิเสรีภาพ และความ
เสมอภาคเทาเทยี มกัน สอดคลอ งกบั ความเปนสากล ตามแนวคดิ เปา
หมายการพัฒนาอยา งยั�งยนื (SDGs) ทีท่ ้งั โลกใหค วามสำคญั รวมกนั
โดยเฉพาะในดา นของความยตุ ธิ รรม และความเทาเทียม

แตท ผ่ี า นมา เหน็ ไดช ดั วา ในสงั คมไทยยงั มกี ารกดี กนั ผลกั คนบาง
กลมุ ใหกลายเปน คนชายขอบ แมกระทงั� จากส่ือเอง เน�องจากคา นยิ ม
ทมี่ ีพ้นื เพมาจากวัฒนธรรม ทำใหเ กดิ มายาคตแิ ละบดบงั ความเปน จรงิ
ของสงั คมเอาไว อกี ท้งั การทส่ี อื่ ไทยไมมกี ารตรวจสอบความถกู ตอ ง
ทางการเมอื งอยา งระมัดระวัง ทำใหว าทกรรมเหลาน้�ถูกผลติ ซ้ำแลว
ซำ้ เลา ออกสสู าธารณะโดยเรอ่ื ยมา ส่ือมวลชนจำเปนตองเปน ตวั อยา ง
อนั ดี ท่ีมีความรบั ผดิ ชอบประเดน็ ทางดา นความเทา เทยี ม โดยสงเสรมิ
ใหเ กดิ เปน มาตรฐานใหมข องการสอ่ื สารมวลชน และไมเ พยี งแตร ณรงค
เทา นน้ั แตค วรรวมไปถงึ การชแ้ี นะสาธารณะผา นสอ่ื 9(Media and policy
advocacy) เพ่อื ใหป ระเดน็ ดงั กลาวเปนวาระอนั สำคญั สำหรับสอ่ื มวล
ชนและสาธารณชน เพอ่ื ปรบั ใหเ ปน นโยบายท่ไี มก ดี กนั ใครสรา งสงั คม
ทน่ี บั รวมทกุ คน

สำหรบั การสอ่ื สารขา วทล่ี ะเอยี ดออ น ทก่ี อ ใหเ กดิ ความขดั แยง ได
สอ่ื มวลชนควรตรวจสอบความถูกตอ งทางการเมอื ง โดยตง้ั คำถามอยู

9การชี้แนะสาธารณะ หรือ การเรยี กรองประเด็นผา นสื่อเปน แนวทางในการใชส ่ือมวลชนในเชงิ ยุทธศาสตร เพอ่ื ผลักดนั
ใหเ กดิ การริเริ�มใหม ๆ ในเชงิ นโยบายดานสังคม หรือ นโยบายสาธารณะ (Wallace et al., 1993) ท้ังน้� การช้ีแนะ
สาธารณะผานสือ่ ตา งจากการรณรงค เน�องจากการรณรงคส ว นใหญ มกั มุงเนน เกี่ยวกับการเปล่ียนแปลงในระดับบคุ คล
และระดับพฤติกรรมขณะที่การชี้แนะสาธารณะผานสื่อใหความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงในระดับชุมชนและระดับโครง
สรา งสังคม โดยมองวาปญ หาสาธารณะตา งๆ มิใชเปนปญหาสว นบคุ คล แตเปน ปญ หาในเชงิ สงั คมการกระตุนใหเกิด
การเปลี่ยนแปลงท่ีแทจรงิ จงึ จำเปน ตอ งดำเนนิ การผา นการชแ้ี นะประเดน็ ผา นสอ่ื ตา ง ๆ ควบคไู ปกบั การกระตนุ ใหช ุมชน
เขา รวมในการผลกั ดันการเปลยี่ นแปลงเชงิ นโยบาย หรือการขบั เคล่อื นนโยบายโดยหวั ใจของการชีแ้ นะสาธารณะผาน
ส่อื อยูที่กระบวนการกำหนดวาระ (agenda -setting process) และ การวางกรอบประเด็น (framing) เพื่อแสวงหาแนว
ทางในการทำใหวาระหน�งึ ๆ กลายเปน วาระในสือ่ มวลชน (media agenda) วาระในหมูสาธารณชน (public agenda)และ
วาระเชงิ นโยบาย (policy agenda) (ปารชิ าต สถาปต านนท 2551)

98

ทกั ษะนักขาวในยุคดิจทิ ัล

เสมอวา การรายงานขาวของตนทกุ ครั้งนั้น มีความตรงไปตรงมาไม
เลอื กขางและรับผดิ ชอบหรอื ไม ? รวมถงึ ยอนกลับมามองทมี ขาวของ
ตนอกี ครง้ั วา ประกอบขน้ึ บนความหลากหลายหรอื ไม ทง้ั น้� กเ็ พราะการ
สรางความหลากหลายของอัตลักษณในการทำขาว จะนำไปสูขาวที่
สะทอนความเปนจรงิ ออกมาได

สุดทาย ถงึ แมว าในอนาคตอนั ใกลน้� เม่ือสถานการณก ารแพร
ระบาด COVID -19 สนิ้ สุดลง ก็มิไดห มายความวา ความทา ทายของ
ชาวโลก ไดหมดสน้ิ ลงแลว แตโดยกลับกัน สถานการณการแพรระบาด
ของ COVID-19 นั้น อาจเปนอกี บทพสิ จู นย ำ้ เตอื นใหมนุษยชาติ เห็น
ถงึ ความสำคัญของการรวมมอื กนั ระหวา งนานาประเทศ หลงั จากน�้ยงั
มบี ทพสิ จู นท ท่ี า ทายกวา เดมิ อยมู าก เชน วกิ ฤตการเปลย่ี นแปลงสภาพ
ภมู อิ ากาศ การแขง ขนั ทางเศรษฐกิจระหวางประเทศมหาอำนาจ หรือ
ความขดั แยง ระหวา งชนกลุมนอย ซง�ึ ประเดน็ เหลานต�้ องอาศัยอำนาจ
ของการสอ่ื สารเปน อยางมาก เพือ่ ใหอ ำนาจประชาชน ในการรบั เลือก
ขอ มลู ขา วสาร รวมถึง กระตุนใหภ าคประชาสงั คม ประชาชนและภาค
สว นตา งๆ ดำเนนิ กจิ กรรมทเ่ี ปน ไปเพ่ือขับเคลอ่ื นโลกตอ ไปอยางยงั� ยนื
ซง�ึ การส่ือขา วอยา งสรา งสรรคจ ะมบี ทบาทสำคัญอยางยงิ� ยวด และเปน
ทางรอดทางเลอื กของสือ่ มอื อาชีพอกี ดว ย

99

กองทนุ พัฒนาส่อื ปลอดภัยและสรา งสรรค สมาคมนกั ขา ววทิ ยุและโทรทศั นไทย

รายการอางอิง

ภาษาไทย
“กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมน�ั คงของมนษุ ย” . รายงานการวิจยั เรือ่ งโครง

การศึกษาภาพอนาคตการพัฒนาและคมุ ครองพิทกั ษส ิทธิผดู อ ยโอกาส
(พ.ศ.2551-2555).[ออนไลน] เขา ถงึ ไดจาก
wvvw.m-society.go.th/article_attach/edoc_5172.pdf
(เขา ถึงเม่อื วนั ท่ี 4 กมุ ภาพนั ธ 2557).
กงั วาฬ ฟองแกว และคณะ. “สื่อเพอ่ื การเปลี่ยนแปลง : การทำงานรวมกบั สื่อใน
ประเดน็ เพศวิถอี ตั ลกั ษณท างเพศสถานะการแสดงออกและลักษณะ
ทางเพศในประเทศไทย” . ชลบรุ ี : มหาวทิ ยาลยั บูรพา, 2460
กาญจนา แกวเทพ. “มองสื่อใหม มองสงั คมใหม”. กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณมหา
วิทยาลยั , 2543
กาญจนา แกว เทพ. “ศาสตรแ หง ส่ือและวัฒนธรรมศึกษา”. กรุงเทพฯ : เอดสิ นั เพรส
โปรดกั ส, 2544.
กำจร หลยุ ยะพงศ. “การส่อื สารกบั วาทกรรมอัตลกั ษณผ ูสงู อายใุ นสังคมไทย”.
วทิ ยานพิ นธปรญิ ญานเิ ทศศาสตรด ุษฎีบัณฑติ สาขาวิชานิเทศศาสตร
จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั , 2553.
กฤตยา อาชวนิจกลุ . การจดั ระบบคนไรร ฐั ในบริบทประเทศไทย (เอกสารรวมบท
ความวชิ าการการจัดประชมุ วชิ าการระดบั ชาตเิ รอื่ ง“จดุ เปลยี่ นประชากร
จุดเปล่ยี นสงั คมไทย”).นครปฐม : สถาบันวิจัยประชากรและสังคม
มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล, 2554.
จรญั มะลูลีม, กติ มิ า อมรทตั และ พรพมิ ล ตรโี ชติ,
“ไทยกบั โลกมุสลมิ : ศกึ ษาเฉพาะกรณช� าวไทยมสุ ลิม”,
กรุงเทพฯ : โรงพมิ พจ ฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัย, 2539
เชษฐา พวงหัตถ. “โลกศึกษา โลกาภิวัตน และความเปนพลเมือง” [บทความวารสาร].
วารสารสงขลานครนิ ทร ฉบบั สังคมศาสตรแ ละมนุษยศาสตร. ปท ่ี 22
ฉบบั ที่ 1 (ม.ค. – เม.ย. 2559)
ถนอมนวล หิรัญเทพ. “วาทกรรมความพิการในเรอ่ื งเลาสมยั ใหมของไทย”.
วทิ ยานพิ นธหลักสตู รปรญิ ญาอักษรศาสตรดษุ ฎีบัณฑิต
สาขาวิชาวรรณคดี และวรรณคดเี ปรียบเทยี บ
จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั ปก ารศึกษา, 2551.

100


Click to View FlipBook Version