The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนประวัติศาสตร์เทอม 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kamonphanboonkeat, 2024-02-09 06:10:34

แผนประวัติศาสตร์เทอม 2

แผนประวัติศาสตร์เทอม 2

ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง


แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล ครั้งที่ ………… เรื่อง ................................................................ รหัสวิชา .......................... ภาคเรียนที่….... ปีการศึกษา…………....ชั้น................ โรงเรียน ......................................................... ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสนใจใน การทำกิจกรรม การมีส่วนร่วมใน การแสดงความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็น ผู้อื่น ทำงานตามที่ ได้รับมอบหมาย รวม ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน ระดับ ๓ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน ๑๓ - ๑๕ หมายถึง ดี ระดับ ๒ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน ๙ - ๑๒ หมายถึง ปานกลาง ระดับ ๑ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน ๕ - ๘ หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ ๖๐ (๙ คะแนน) ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ชื่อ-นามสกุล..........................................................................ชั้น.....................เลขที่............. ............ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติได้ และบอกความหมายของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนตามสิทธิหน้าที่ ๑.๓ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน และปฏิบัติตนเพื่อ สร้างความสามัคคี ปรองดองในหมู่เพื่อน ๑.๔ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือตามหลักของศาสนา ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียน และชุมชนจัดขึ้น ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับพ่อแม่ หรือ ผู้ปกครอง ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ใน ชีวิตประจำวัน ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ ๔.๒ รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม ๔.๓ เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดา โดยไม่โต้แย้ง ๔.๔ ตั้งใจเรียน ๔.๕ รู้จักปรับปรุงตนเองในข้อผิดพลาด


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๕. อยู่อย่าง พอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด ๕.๒ ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ๕.๓ ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน ๖. มุ่งมั่นในการ ทำงาน ๖.๑ มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ ๗. รักความเป็น ไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงานให้ผู้อื่น ๘.๓ รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................


แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน ๕ ด้าน คำชี้แจง : ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ชื่อ-นามสกุล...............................................................................ชั้น.................เลขที่............ ............. สมรรถนะที่ประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๑.๑ มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร ๑.๒ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่าง เหมาะสม ๑.๓ ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม ๒. ความสามารถในการคิด ๒.๑ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๒.๒ มีความสามารถในการคิดเป็นระบบ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓.๑ แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล ๓.๒ แสวงหาความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหา ๓.๓ ตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔.๑ ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความสัมพันธ์อันดี ๔.๒ มีวิธีแก้ไขความขัดแย้งอย่างเหมาะสม ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕.๑ เลือกใช้ข้อมูลในการพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม ๕.๒ เลือกใช้ข้อมูลในการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................


แบบทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การสถาปนาอาณาจักรไทย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 72 (เทศบาล 8) รายวิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ข้อสอบมีทั้งหมด 2 หน้า คะแนนเต็ม 10 คะแนน เวลา 30 นาที คำชี้แจง 1. ให้นักเรียนกากบาททับคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 2. ห้ามนำข้อสอบออกจากห้องสอบโดยเด็ดขาด ตัวชี้วัด ส 4.3 ป.3/1 ระบุพระนามและพระราชกรณียกิจโดยสังเขปของพระมหากษัตริย์ไทยที่เป็นผู้ สถาปนาอาณาจักรไทย 1. พระมหากษัตริย์พระองค์ใดเป็นผู้สถาปนา อาณาจักรสุโขทัย ก. พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ข. พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ค. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 2. อาณาจักรใดมีพระมหากษัตริย์ปกครองเพียงหนึ่ง พระองค์ ก. ธนบุรี ข. สุโขทัย ค. อยุธยา 3. ข้อใดเป็นพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราช ก. กอบกู้เอกราชจากพม่า ข. ต่อสู้กับพม่าในสงครามเก้าทัพ ค. ยกทัพไปปราบปรามขอมได้สำเร็จ 4. อาณาจักรใดเกิดขึ้นเป็นอาณาจักรแรกของชาติ ไทย ก. รัตนโกสินทร์ ข. สุโขทัย ค. อยุธยา 5. พระเจ้าอู่ทองทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ สำคัญต่อชาติไทยอย่างไร ก. ทรงสถาปนาอาณาจักรอยุธยา ข. ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย ค. ทรงสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม 6. ข้อใดสัมพันธ์กัน ก. พระเจ้าอู่ทอง กรุงธนบุรี ข. พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ กรุงศรีอยุธยา ค. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช กรุงรัตนโกสินทร์


7. เพราะเหตุใดแคว้นโบราณของไทยจึงนิยมตั้งถิ่น ฐานบริเวณที่ราบลุ่มน้ำ ก. เพราะเป็นที่เก็บซ่อนอาวุธได้ดี ข. เพราะเป็นแหล่งอาหารและการคมนาคม ค. เพราะอากาศดี สดชื่น 8. พระมหากษัตริย์พระองค์ใดทรงย้ายเมืองหลวง จากกรุงธนบุรีมาเป็นกรุงเทพมหานคร ก. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ข. พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ค. พระเจ้าอู่ทอง 9. ทำเลที่ตั้งของกรุงศรีอยุธยามีลักษณะอย่างไร ก. เกิดภาวะแห้งแล้ง ข. ข้าศึกโจมตีได้ง่าย ค. มีความอุดมสมบูรณ์ 10. ข้อใดเป็นพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ก. ทรงกอบกู้เอกราชจากพม่า ข. ทำสงครามกับชาติตะวันตก ค. ทรงสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม


เฉลยแบบทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การสถาปนาอาณาจักรไทย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 72 (เทศบาล 8) รายวิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ข้อสอบมีทั้งหมด 2 หน้า คะแนนเต็ม 10 คะแนน เวลา 30 นาที คำชี้แจง 1. ให้นักเรียนกากบาททับคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 2. ห้ามนำข้อสอบออกจากห้องสอบโดยเด็ดขาด ตัวชี้วัด ส 4.3 ป.3/1 ระบุพระนามและพระราชกรณียกิจโดยสังเขปของพระมหากษัตริย์ไทยที่เป็นผู้ สถาปนาอาณาจักรไทย 1. พระมหากษัตริย์พระองค์ใดเป็นผู้สถาปนา อาณาจักรสุโขทัย ก. พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ข. พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ค. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 2. อาณาจักรใดมีพระมหากษัตริย์ปกครองเพียงหนึ่ง พระองค์ ก. ธนบุรี ข. สุโขทัย ค. อยุธยา 3. ข้อใดเป็นพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราช ก. กอบกู้เอกราชจากพม่า ข. ต่อสู้กับพม่าในสงครามเก้าทัพ ค. ยกทัพไปปราบปรามขอมได้สำเร็จ 4. อาณาจักรใดเกิดขึ้นเป็นอาณาจักรแรกของชาติ ไทย ก. รัตนโกสินทร์ ข. สุโขทัย ค. อยุธยา 5. พระเจ้าอู่ทองทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ สำคัญต่อชาติไทยอย่างไร ก. ทรงสถาปนาอาณาจักรอยุธยา ข. ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย ค. ทรงสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม 6. ข้อใดสัมพันธ์กัน ก. พระเจ้าอู่ทอง กรุงธนบุรี ข. พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ กรุงศรีอยุธยา ค. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช กรุงรัตนโกสินทร์


7. เพราะเหตุใดแคว้นโบราณของไทยจึงนิยมตั้งถิ่น ฐานบริเวณที่ราบลุ่มน้ำ ก. เพราะเป็นที่เก็บซ่อนอาวุธได้ดี ข. เพราะเป็นแหล่งอาหารและการคมนาคม ค. เพราะอากาศดี สดชื่น 8. พระมหากษัตริย์พระองค์ใดทรงย้ายเมืองหลวง จากกรุงธนบุรีมาเป็นกรุงเทพมหานคร ก. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ข. พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ค. พระเจ้าอู่ทอง 9. ทำเลที่ตั้งของกรุงศรีอยุธยามีลักษณะอย่างไร ก. เกิดภาวะแห้งแล้ง ข. ข้าศึกโจมตีได้ง่าย ค. มีความอุดมสมบูรณ์ 10. ข้อใดเป็นพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ก. ทรงกอบกู้เอกราชจากพม่า ข. ทำสงครามกับชาติตะวันตก ค. ทรงสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม


กระดาษคำตอบ แบบทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การสถาปนาอาณาจักรไทย ชื่อ-สกุล..........................................ชั้น...........................เลขที่......................... วิชา......................................วันที่..............เดือน.................พ.ศ........................ ชุดข้อสอบ .................. คะแนนที่ได้ ................... ข้อ ก ข ค ข้อ ก ข ค 1 6 2 7 3 8 4 9 5 10


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส13102 สาระประวัติศาสตร์ รายวิชา ประวัติศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่5 บุคคลสำคัญของไทย จำนวน 14 ชั่วโมง แผนที่ 6 เรื่อง พระราชประวัติรัชกาลที่ 10 เวลา 1 ชั่วโมง วันที่....................................... ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธำรงความเป็นไทย ตัวชี้วัด ส 4.3 ป.3/2 อธิบายประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในรัชกาลปัจจุบัน โดยสังเขป 2. สาระสำคัญ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระราช สมภพ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495) เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบันของประเทศไทย นับเป็น พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรีพระองค์โปรดให้ตั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ณ พระบรมมหาราชวัง และมีพระปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะสืบสาน รักษา และ ต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถระบุพระนามของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์พระองค์ปัจจุบันได้ถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวได้อย่าง ถูกต้อง (P)


3. นักเรียนเห็นความสำคัญของการศึกษาพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี(A) 4. สาระการเรียนรู้ 1. พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด 1. การตอบคำถามเกี่ยวกับพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 2. แบบฝึกหัดเรื่อง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในสมุดบันทึก 8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ป.3 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้คำถาม (Questions Method) ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูให้นักเรียนนั่งสมาธิเป็นเวลา 3 นาที เพื่อให้นักเรียนเกิดความนิ่งและมีสมาธิก่อนเริ่มการเรียน การสอน 2. ครูแจ้งกับนักเรียนว่าวันนี้จะศึกษาเรื่องราวเกี่ยวพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะ ศึกษาเกี่ยวกับพระราชประวัติของพระองค์ จะมีการสอดแทรกคำถามระหว่างการเรียนการสอนเพื่อกระตุ้น ความสนใจของผู้เรียน จากนั้นจะให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงใน สมุดบันทึก


ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้ 3. ครูถามผู้เรียนเกี่ยวกับความรู้ทั่วไป เช่น พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันคือใคร พระมหากษัตริย์องค์ ปัจจุบันอยู่ในลำดับรัชกาลที่เท่าใด แล้วทำไมเราต้องเรียนรู้เรื่องราวของบุคคลเหล่านั้น จากนั้นให้นักเรียน ช่วยกันตอบคำถาม 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า “อาณาจักรไทยมีพัฒนาการสืบเนื่องมาอย่างยาวนาน มีทั้งช่วงเวลาแห่งความ เจริญรุ่งเรื่อง และช่วงเวลาที่เลวร้าย โดยในแต่ช่วงจะมีพระมหากษัตริย์คอยปกครองในรูปแบบต่าง ๆ เราจึงมี ความจำเป็นที่ต้องศึกษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในแต่ละอาณาจักร เพื่อ ทราบความเป็นมาของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไทย” 5. ครูกระตุ้นความสงสัยของนักเรียนโดยการให้สังเกตพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 6. ครูใช้คำถามให้นักเรียนร่วมกันสนทนาหลังจากสังเกตภาพ ได้แก่ประเด็นดังนี้ 6.1 นักเรียนเคยเห็นบุคคลในภาพ หรือไม่ 6.2 นักเรียนเคยเห็นบุคคลในภาพสถานที่ใด (หน่วยงานราชการ ทีวีตอนข่าวพระราชสำนัก) 6.3 บุคคลในภาพคือใคร 6.4 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่เท่าใดแห่ง อาณาจักรรัตนโกสินทร์(พระองค์ที่ 10 แห่งอาณาจักรรัตนโกสินทร์) 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “พระบรมฉายาลักษณ์ข้างต้น เป็นของพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันหรือ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 10 เราต้อง ศึกษาพระราชประวัติของพระองค์เนื่องจากเป็นพสกนิกรชาวไทย และพระองค์ทรงมีความสำคัญกับชาติไทย” 8.ครูถามนักเรียนว่า “นักเรียนทราบพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือไม่” 9. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “พระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระมหากษัตริย์ไทยแห่งราชวงศ์จักรี พระราชโอรสพระองค์เดียวใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราช สมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 และเสด็จขึ้น


ครองราชสมบัติ เป็นรัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี โดยมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562” 10. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงในสมุดบันทึกเป็น รายบุคคลแล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน โดยมีคำถามดังนี้ 10.1 พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 10 ของอาณาจักรรัตนโกสินทร์มีพระนามว่าอย่างไร 10.2 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชสมภพวันที่เท่าใด 10.3 พระราชพิธีบรมราชาภิเษกจัดขึ้นเมื่อใด ขั้นที่ 3 สรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นให้นักเรียนบอกความสำคัญการศึกษาพระราชประวัติ และยกตัวอย่างเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตนที่ แสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มา 1 ตัวอย่าง ขั้นที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงในสมุดบันทึกเป็น รายบุคคลแล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 5 นำไปใช้ ครูแนะนำให้นักเรียนนำความรู้เรื่องพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น นำความรู้เกี่ยวกับพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เป็นคุณงามความดีไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้เกิดความรักและเล็งเห็นความสำคัญ


10. การวัดผลประเมินผล วัตถุประสงค์ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1. นักเรียนสามารถระบุพระนามของ พระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์ปัจจุบันได้ถูกต้อง (K) สำรวจการตอบคำถาม ร่วมกันในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์พระราช ประวัติของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้อย่างถูกต้อง (P) ตรวจการแบบฝึกหัด เรื่อง พระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว แบบฝึกหัดเรื่อง พระบาทสมเด็จพระว ชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำถูกต้อง ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนเห็นความสำคัญของ การศึกษาพระราชประวัติของ พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี (A) สำรวจการตอบคำถาม ร่วมกันในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ ลงชื่อ.......................................................ผู้สอน (นางสาวกมลพรรณ บุญเกิด) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู


ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง


แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล ครั้งที่ ………… เรื่อง ................................................................ รหัสวิชา .......................... ภาคเรียนที่….... ปีการศึกษา…………....ชั้น................ โรงเรียน ......................................................... ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสนใจใน การทำกิจกรรม การมีส่วนร่วมใน การแสดงความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็น ผู้อื่น ทำงานตามที่ ได้รับมอบหมาย รวม ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน ระดับ ๓ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน ๑๓ - ๑๕ หมายถึง ดี ระดับ ๒ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน ๙ - ๑๒ หมายถึง ปานกลาง ระดับ ๑ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน ๕ - ๘ หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ ๖๐ (๙ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ชื่อ-นามสกุล..........................................................................ชั้น.....................เลขที่............. ............ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติได้ และบอกความหมายของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนตามสิทธิหน้าที่ ๑.๓ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน และปฏิบัติตนเพื่อ สร้างความสามัคคี ปรองดองในหมู่เพื่อน ๑.๔ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือตามหลักของศาสนา ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียน และชุมชนจัดขึ้น ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับพ่อแม่ หรือ ผู้ปกครอง ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ใน ชีวิตประจำวัน ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ ๔.๒ รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม ๔.๓ เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดา โดยไม่โต้แย้ง ๔.๔ ตั้งใจเรียน ๔.๕ รู้จักปรับปรุงตนเองในข้อผิดพลาด


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๕. อยู่อย่าง พอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด ๕.๒ ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ๕.๓ ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน ๖. มุ่งมั่นในการ ทำงาน ๖.๑ มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ ๗. รักความเป็น ไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงานให้ผู้อื่น ๘.๓ รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................


แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน ๕ ด้าน คำชี้แจง : ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ชื่อ-นามสกุล...............................................................................ชั้น.................เลขที่............ ............. สมรรถนะที่ประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๑.๑ มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร ๑.๒ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่าง เหมาะสม ๑.๓ ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม ๒. ความสามารถในการคิด ๒.๑ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๒.๒ มีความสามารถในการคิดเป็นระบบ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓.๑ แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล ๓.๒ แสวงหาความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหา ๓.๓ ตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔.๑ ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความสัมพันธ์อันดี ๔.๒ มีวิธีแก้ไขความขัดแย้งอย่างเหมาะสม ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕.๑ เลือกใช้ข้อมูลในการพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม ๕.๒ เลือกใช้ข้อมูลในการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../..............


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส13102 สาระประวัติศาสตร์ รายวิชา ประวัติศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 บุคคลสำคัญของไทย จำนวน 14 ชั่วโมง แผนที่ 7 เรื่อง พระราชกรณียกิจด้านการทหาร เวลา 1 ชั่วโมง วันที่....................................... ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธำรงความเป็นไทย ตัวชี้วัด ส 4.3 ป.3/2 อธิบายประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในรัชกาลปัจจุบัน โดยสังเขป 2. สาระสำคัญ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงสนพระราชหฤทัยในวิทยาการด้าน การทหาร มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ นอกจากทรงรับการศึกษาทางด้านการทหารจากประเทศออสเตรเลียแล้ว ยังทรงพระราชวิริยอุตสาหะในการเพิ่มพูนความรู้และพระประสบการณ์ด้านการทหารอยู่ตลอดเวลา 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวด้านการทหาร ได้ถูกต้อง (K)


2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวด้าน การทหารที่ส่งผลต่อประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง (P) 3. นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการประกอบพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ด้าน การทหาร เพื่อส่งผลให้เกิดความสุขในประเทศไทย (A) 4. สาระการเรียนรู้ 1. พระราชกรณียกิจด้านการทหารของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด 1. การตอบคำถามเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการทหารของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว 2. สรุปความรู้เรื่องพระราชกรณียกิจด้านการทหารลงในสมุดบันทึก 8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ป.3 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้คำถาม (Questions Method) ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูให้นักเรียนนั่งสมาธิเป็นเวลา 3 นาที เพื่อให้นักเรียนเกิดความนิ่งและมีสมาธิก่อนเริ่มการเรียน การสอน


2. ครูแจ้งกับนักเรียนว่าวันนี้จะศึกษาเรื่องราวเกี่ยวพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัวด้านการทหาร จะมีการสอดแทรกคำถามระหว่างการเรียนการสอนเพื่อกระตุ้นความสนใจของ ผู้เรียน จากนั้นจะให้นักเรียนสรุปความรู้เรื่องพระราชกรณียกิจด้านการทหารลงในสมุดบันทึก ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้ 3. ครูกระตุ้นความสงสัยของนักเรียนโดยการให้สังเกตภาพพระราชกรณียกิจด้านการทหาร 4. ครูใช้คำถามสอดแทรกให้นักเรียนร่วมกันสนทนาหลังจากสังเกตภาพข้างต้น ได้แก่ประเด็นดังนี้ 4.1 นักเรียนรู้จักบุคคลในภาพหรือไม่ 4.2 นักเรียนคิดว่าบุคคลในภาพกำลังทำอะไร 5. ครูอธิบายเพิ่มเติมจากคำตอบของนักเรียนว่า “บุคคลในภาพ คือ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ทางการทหารกับเหล่าทหารบกคนอื่น ๆ พระองค์นพระราชหฤทัยในวิทยาการ ด้านการทหาร มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ นอกจากทรงรับการศึกษาทางด้านการทหารจากประเทศออสเตรเลีย แล้ว ยังทรงพระราชวิริยอุตสาหะในการเพิ่มพูนความรู้และพระประสบการณ์ด้านการทหารอยู่ตลอดเวลา ทรง ศึกษางานของกองปฏิบัติการทางอากาศพิเศษ การทำลายและยุทธวิธีรบนอกแบบและยังทรงเข้ารับการศึกษา หลักสูตรต่าง ๆ ทางด้านการบินอีกมากมาย ทำให้พระองค์ทรงมีพระประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้าน การบินในระดับสูงมาก พระองค์ยังทรงรับราชการทหารมาโดยตลอด เช่น 9 มกราคม พุทธศักราช 2535 ทรง ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2537 ทรงปฏิบัติหน้าที่ครูการบินเครื่องบินขับไล่แบบเอฟ-5 อี/เอฟ ซึ่งในปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงดำรงพระยศทางทหารของ 3 เหล่าทัพ คือ พระยศ พลเอกของกองทัพบกไทย พระยศ พลเรือเอกของกองทัพเรือไทย และพระยศ พลอากาศเอกของ กองทัพอากาศไทย” 6. ครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างพระราชกรณียกิจด้านการทหารของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัวที่รักษาความมั่นคงของประเทศไทย


7. ครูยกตัวอย่างพระราชกรณียกิจด้านการทหารของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่รักษา ความมั่นคงของประเทศไทยให้นักเรียนได้ร่วมกันวิเคราะห์ว่า “พระราชกรณียกิจด้านการทหารที่รักษาความ มั่นคงของประเทศ พระองค์ทรงเข้าร่วมปฏิบัติการรบในการต่อต้านการก่อการร้ายบริเวณภาคเหนือและภาค ตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย รวมทั้งการคุ้มกันพื้นที่ในบริเวณรอบค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชาที่เขาล้าน จังหวัดตราด” 8. ครูให้นักเรียนสรุปความรู้เรื่องพระราชกรณียกิจด้านการทหารของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัวที่รักษาความมั่นคงของประเทศไทยลงในสมุดบันทึกเป็นรายบุคคล แล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 3 สรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องพระราชกรณียกิจด้านการทหารของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นให้นักเรียนบอกความสำคัญการศึกษาพระราชกรณียกิจด้านการทหารของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และบอกประโยชน์ของพระราชกรณียกิจที่ส่งผลต่อความมั่นคงของ ประเทศไทย ขั้นที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน ครูให้นักเรียนสรุปความรู้เรื่องพระราชกรณียกิจด้านการทหารของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัวที่รักษาความมั่นคงของประเทศไทยลงในสมุดบันทึกเป็นรายบุคคล แล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 5 นำไปใช้ ครูแนะนำให้นักเรียนนำความรู้เรื่องพระราชกรณียกิจด้านการทหารของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัวไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น นำความรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการทหารของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นคุณงามความดีที่มีต่อประเทศชาติไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้เกิดความ รัก ความหวงแหนในแผ่นดินและเห็นความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย


10. การวัดผลประเมินผล วัตถุประสงค์ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราช กรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัวด้านการทหารได้ถูกต้อง (K) ตรวจการสรุปความรู้ เรื่องพระราชกรณียกิจ ด้านการทหาร สมุดบันทึก ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์พระราช กรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัวด้านการทหารที่ส่งผลต่อ ประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง (P) สำรวจการตอบคำถาม ร่วมกันในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ทำถูกต้อง ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญ ของการประกอบพระราชกรณียกิจของ พระมหากษัตริย์ด้านการทหาร เพื่อ ส่งผลให้เกิดความสุขในประเทศไทย (A) สำรวจการตอบคำถาม ร่วมกันในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ ลงชื่อ.......................................................ผู้สอน (นางสาวกมลพรรณ บุญเกิด) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู


ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง


แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล ครั้งที่ ………… เรื่อง ................................................................ รหัสวิชา .......................... ภาคเรียนที่….... ปีการศึกษา…………....ชั้น................ โรงเรียน ......................................................... ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสนใจใน การทำกิจกรรม การมีส่วนร่วมใน การแสดงความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็น ผู้อื่น ทำงานตามที่ ได้รับมอบหมาย รวม ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน ระดับ ๓ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน ๑๓ - ๑๕ หมายถึง ดี ระดับ ๒ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน ๙ - ๑๒ หมายถึง ปานกลาง ระดับ ๑ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน ๕ - ๘ หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ ๖๐ (๙ คะแนน) ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ชื่อ-นามสกุล..........................................................................ชั้น.....................เลขที่............. ............ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติได้ และบอกความหมายของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนตามสิทธิหน้าที่ ๑.๓ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน และปฏิบัติตนเพื่อ สร้างความสามัคคี ปรองดองในหมู่เพื่อน ๑.๔ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือตามหลักของศาสนา ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียน และชุมชนจัดขึ้น ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับพ่อแม่ หรือ ผู้ปกครอง ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ใน ชีวิตประจำวัน ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ ๔.๒ รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม ๔.๓ เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดา โดยไม่โต้แย้ง ๔.๔ ตั้งใจเรียน ๔.๕ รู้จักปรับปรุงตนเองในข้อผิดพลาด


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๕. อยู่อย่าง พอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด ๕.๒ ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ๕.๓ ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน ๖. มุ่งมั่นในการ ทำงาน ๖.๑ มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ ๗. รักความเป็น ไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงานให้ผู้อื่น ๘.๓ รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................


แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน ๕ ด้าน คำชี้แจง : ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ชื่อ-นามสกุล...............................................................................ชั้น.................เลขที่............ ............. สมรรถนะที่ประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๑.๑ มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร ๑.๒ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่าง เหมาะสม ๑.๓ ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม ๒. ความสามารถในการคิด ๒.๑ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๒.๒ มีความสามารถในการคิดเป็นระบบ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓.๑ แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล ๓.๒ แสวงหาความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหา ๓.๓ ตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔.๑ ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความสัมพันธ์อันดี ๔.๒ มีวิธีแก้ไขความขัดแย้งอย่างเหมาะสม ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕.๑ เลือกใช้ข้อมูลในการพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม ๕.๒ เลือกใช้ข้อมูลในการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส13102 สาระประวัติศาสตร์ รายวิชา ประวัติศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 บุคคลสำคัญของไทย จำนวน 14 ชั่วโมง แผนที่ 8 เรื่อง พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์ เวลา 1 ชั่วโมง วันที่....................................... ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธำรงความเป็นไทย ตัวชี้วัด ส 4.3 ป.3/2 อธิบายประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในรัชกาลปัจจุบัน โดยสังเขป 2. สาระสำคัญ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงสนพระราชหฤทัยในวิทยาการด้าน การทหาร มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ นอกจากทรงรับการศึกษาทางด้านการทหารจากประเทศออสเตรเลียแล้ว ยังทรงพระราชวิริยอุตสาหะในการเพิ่มพูนความรู้และพระประสบการณ์ด้านการทหารอยู่ตลอดเวลา 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวด้าน การแพทย์ได้ถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวด้าน การแพทย์ที่ส่งผลต่อประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง (P) 3. นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการประกอบพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ด้าน การแพทย์เพื่อส่งผลให้เกิดความสุขในประเทศไทย (A)


4. สาระการเรียนรู้ 1. พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด 1. การตอบคำถามเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว 2. แผนผังมโนทัศน์เรื่องพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข 8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ป.3 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบบรรยาย (Lecturer Method) ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูให้นักเรียนนั่งสมาธิเป็นเวลา 3 นาที เพื่อให้นักเรียนเกิดความนิ่งและมีสมาธิก่อนเริ่มการเรียน การสอน 2. ครูพานักเรียนทบทวนความรู้เดิมเรื่องพระราชกรณียกิจด้านการทหารของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัว โดยใช้คำถาม เช่น “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยในการศึกษาด้าน ทหารตั้งแต่ช่วงวัยใด(ทรงพระเยาว์) และพระองค์ทรงดำรงพระยศทางทหารกี่เหล่าทัพ(3 เหล่าทัพ คือ พระยศ พลเอกของกองทัพบกไทย พระยศ พลเรือเอกของกองทัพเรือไทย และพระยศ พลอากาศเอกของ กองทัพอากาศไทย) 3. ครูแจ้งกับนักเรียนว่าวันนี้จะศึกษาเรื่องราวเกี่ยวพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัวด้านการแพทย์จะมีการสอดแทรกคำถามระหว่างการเรียนการสอนเพื่อกระตุ้นความสนใจของ


ผู้เรียน จากนั้นจะให้นักเรียนร่วมกันออกแบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และ สาธารณสุข ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้ 4. ครูกระตุ้นความสงสัยของนักเรียนโดยการให้สังเกตภาพพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์ 5. ครูใช้คำถามสอดแทรกให้นักเรียนร่วมกันสนทนาหลังจากสังเกตภาพข้างต้น ได้แก่ประเด็นดังนี้ 5.1 นักเรียนรู้จักบุคคลในภาพหรือไม่ 5.2 นักเรียนคิดว่าบุคคลในภาพกำลังทำอะไร 6. ครูอธิบายเพิ่มเติมจากคำตอบของนักเรียนว่า “บุคคลในภาพ คือ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว ซึ่งกำลังเสด็จพระราชดำเนินไปตรวจเยี่ยมผู้ป่วย ณ โรงพยาบาลพระยุพราช” 7. ครูถามนักเรียนเพื่อให้แสดงความคิดเห็นว่า “พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีอะไรบ้าง” (พระราชทานทรัพย์ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ตรวจเยี่ยม ราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ และติดตามกิจการและผลการดำเนินงานของโรงพยาบาล) 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขว่า “พระเจ้าอยู่หัวมหา วชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงตระหนักว่าสุขภาพพลานามัยของประชาชนเป็นปัจจัยและพลังสำคัญ ในการพัฒนาประเทศ จึงทรงสนพระราชหฤทัยในการประกอบพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และ สาธารณสุข โปรดให้สร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 21 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้การรักษาพยาบาลผู้ เจ็บป่วยในถิ่นทุรกันดาร โดยที่พระองค์ทรงเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทรงประกอบพิธีเปิดโรงพยาบาลทุกแห่งและทรงเยี่ยมโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งพระราชทานพระราช ทรัพย์สนับสนุนให้มีอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัย” 9. ครูและนักเรียนร่วมกันออกแบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และ สาธารณสุขพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวหน้าชั้นเรียน ดังนี้


10. ครูให้นักเรียนสรุปแผนผังมโนทัศน์เรื่องพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่มีต่อ พสกนิกรในประเทศไทยลงในสมุดบันทึกเป็นรายบุคคล แล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 3 สรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นให้นักเรียนบอกความสำคัญการศึกษาพระราชกรณียกิจด้าน การแพทย์และสาธารณสุขของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และบอกประโยชน์ของพระราชกรณีย กิจที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของผสกนิกรชาวไทย ขั้นที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน ครูและนักเรียนร่วมกันออกแบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และ สาธารณสุขพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวหน้าชั้นเรียน จากนั้นให้นักเรียนสรุปแผนผังมโนทัศน์ลงใน สมุดบันทึกเป็นรายบุคคล แล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 5 นำไปใช้ ครูแนะนำให้นักเรียนนำความรู้เรื่องพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น นำความรู้เกี่ยวกับพระราชกรณีย กิจด้านการทหารของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นคุณงามความดีที่มีต่อประเทศชาติไป เผยแพร่ให้ผู้อื่นได้เกิดความรัก และเห็นความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย พระราชกรณียกิจ ด้านการแพทย์ และสาธารณสุข ทรงตรวจเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ และให้การช่วยเหลือด้านการแพทย์ และสาธารณสุขแก่ราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จ ทรงติดตามกิจการและผลการ ดำเนินงานของโรงพยาบาลอย่าง สม่ำเสมอ เพื่อศึกษาปัญหา และ แนวทางการพัฒนาโรงพยาบาล ให้มีประสิทธิภาพ พระราชทานพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์สนับสนุนให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย


10. การวัดผลประเมินผล วัตถุประสงค์ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราช กรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัวด้านการแพทย์ได้ถูกต้อง (K) สำรวจการตอบคำถาม ร่วมกันในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์พระราช กรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัวด้านการแพทย์ที่ส่งผลต่อ ประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง (P) ตรวจการสรุปแผนผัง มโนทัศน์เรื่องพระราช กรณียกิจด้าน การแพทย์และ สาธารณสุข แผนผังมโนทัศน์เรื่อง พระราชกรณียกิจด้าน การแพทย์และ สาธารณสุข ทำถูกต้อง ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญ ของการประกอบพระราชกรณียกิจของ พระมหากษัตริย์ด้านการแพทย์เพื่อ ส่งผลให้เกิดความสุขในประเทศไทย (A) สำรวจการมีส่วนร่วมใน การแสดงความคิดเห็น ในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ ลงชื่อ.......................................................ผู้สอน (นางสาวกมลพรรณ บุญเกิด) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู


ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง


แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล ครั้งที่ ………… เรื่อง ................................................................ รหัสวิชา .......................... ภาคเรียนที่….... ปีการศึกษา…………....ชั้น................ โรงเรียน ......................................................... ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสนใจใน การทำกิจกรรม การมีส่วนร่วมใน การแสดงความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็น ผู้อื่น ทำงานตามที่ ได้รับมอบหมาย รวม ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน ระดับ ๓ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน ๑๓ - ๑๕ หมายถึง ดี ระดับ ๒ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน ๙ - ๑๒ หมายถึง ปานกลาง ระดับ ๑ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน ๕ - ๘ หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ ๖๐ (๙ คะแนน) ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ชื่อ-นามสกุล..........................................................................ชั้น.....................เลขที่............. ............ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติได้ และบอกความหมายของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนตามสิทธิหน้าที่ ๑.๓ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน และปฏิบัติตนเพื่อ สร้างความสามัคคี ปรองดองในหมู่เพื่อน ๑.๔ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือตามหลักของศาสนา ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียน และชุมชนจัดขึ้น ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับพ่อแม่ หรือ ผู้ปกครอง ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ใน ชีวิตประจำวัน ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ ๔.๒ รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม ๔.๓ เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดา โดยไม่โต้แย้ง ๔.๔ ตั้งใจเรียน ๔.๕ รู้จักปรับปรุงตนเองในข้อผิดพลาด


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๕. อยู่อย่าง พอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด ๕.๒ ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ๕.๓ ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน ๖. มุ่งมั่นในการ ทำงาน ๖.๑ มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ ๗. รักความเป็น ไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงานให้ผู้อื่น ๘.๓ รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................


แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน ๕ ด้าน คำชี้แจง : ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ชื่อ-นามสกุล...............................................................................ชั้น.................เลขที่............ ............. สมรรถนะที่ประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๑.๑ มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร ๑.๒ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่าง เหมาะสม ๑.๓ ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม ๒. ความสามารถในการคิด ๒.๑ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๒.๒ มีความสามารถในการคิดเป็นระบบ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓.๑ แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล ๓.๒ แสวงหาความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหา ๓.๓ ตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔.๑ ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความสัมพันธ์อันดี ๔.๒ มีวิธีแก้ไขความขัดแย้งอย่างเหมาะสม ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕.๑ เลือกใช้ข้อมูลในการพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม ๕.๒ เลือกใช้ข้อมูลในการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส13102 สาระประวัติศาสตร์ รายวิชา ประวัติศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 บุคคลสำคัญของไทย จำนวน 14 ชั่วโมง แผนที่ 9 เรื่อง พระราชกรณียกิจด้านเกษตรกรรม เวลา 1 ชั่วโมง วันที่....................................... ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธำรงความเป็นไทย ตัวชี้วัด ส 4.3 ป.3/2 อธิบายประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในรัชกาลปัจจุบัน โดยสังเขป 2. สาระสำคัญ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 พระองค์ทรงอุทิศพระ วรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจทางด้านการเกษตร นับตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เสด็จพระราชดำเนินไป ยังภูมิภาคต่างๆ ทอดพระเนตรความเป็นอยู่ ทุกข์สุขของราษฎรเพื่อเรียนรู้แนวทางการพระราชทานความ ช่วยเหลือ ทั้งการพัฒนาอาชีพ พัฒนาแหล่งน้ำ และชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวด้าน เกษตรกรรมได้ถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวด้าน เกษตรกรรมที่ส่งผลต่อประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง (P)


3. นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการประกอบพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ด้าน เกษตรกรรม เพื่อส่งผลให้เกิดความสุขในประเทศไทย (A) 4. สาระการเรียนรู้ 1. พระราชกรณียกิจด้านเกษตรกรรมของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด 1. การตอบคำถามเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านเกษตรกรรมของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว 2. แผนผังมโนทัศน์เรื่องพระราชกรณียกิจด้านเกษตร 8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ป.3 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบบรรยาย (Lecturer Method) ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูให้นักเรียนนั่งสมาธิเป็นเวลา 3 นาที เพื่อให้นักเรียนเกิดความนิ่งและมีสมาธิก่อนเริ่มการเรียน การสอน 2. ครูพานักเรียนทบทวนความรู้เดิมเรื่องพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์ของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัว โดยใช้คำถาม เช่น “พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขของพระบาทสมเด็จพระว ชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีอะไรบ้าง” (พระราชทานทรัพย์ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ตรวจเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ และ ติดตามกิจการและผลการดำเนินงานของโรงพยาบาล)


Click to View FlipBook Version