10. ครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างประโยชน์ของพระราชกรณียกิจด้านกีฬา จากนั้นครูยกตัวอย่าง ให้นักเรียนได้เห็นถึงประโยชน์ว่า “ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักกีฬาไทย ใน การนำความสำเร็จและความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศ โดยพระราชทานรางวัลเกียรติยศ ถ้วยพระราชทานในกีฬา ประเภทต่าง ๆ ซึ่งสร้างความปลื้มปีติและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่นักกีฬาไทยในการแข่งขันครั้งต่อไป” 11. ครูให้นักเรียนสรุปแผนผังมโนทัศน์เรื่องพระราชกรณียกิจด้านกีฬาที่มีต่อพสกนิกรในประเทศไทย ลงในสมุดบันทึกเป็นรายบุคคล แล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 3 สรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องพระราชกรณียกิจด้านกีฬาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว จากนั้นให้นักเรียนบอกความสำคัญการศึกษาพระราชกรณียกิจด้านศาสนาของพระบาทสมเด็จพระว ชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และบอกประโยชน์ของพระราชกรณียกิจที่ส่งผลต่อขวัญกำลังใจของที่ดีของนักกีฬาชาวไทย ขั้นที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน ครูและนักเรียนร่วมกันออกแบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องพระราชกรณียกิจด้านกีฬา ของพระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวหน้าชั้นเรียน จากนั้นให้นักเรียนสรุปแผนผังมโนทัศน์ลงในสมุดบันทึกเป็นรายบุคคล แล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 5 นำไปใช้ ครูแนะนำให้นักเรียนนำความรู้เรื่องพระราชกรณียกิจด้านกีฬา ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัวไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น นำความรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านกีฬา ของ พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในการสร้างขวัญเป็นกำลังใจให้กับ นักกีฬาไทยในการนำความสำเร็จ และความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศ โดยพระราชทานรางวัลเกียรติยศ ถ้วยพระราชทานในกีฬาประเภทต่าง ๆ พระราชกรณียกิจ ด้านการกีฬา ทรงจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ปั่นเพื่อแม่ Bike for Mom และปั่นเพื่อพ่อเพื่อเป็น การแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบัน พระมหากษัตริย์ และต้องการส่งเสริม สุขภาพของประชาชนในการออกกำลังกาย เมื่อครั้งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันกีฬาศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว แห่งเอเชีย เอเชียนมาเชียลอาร์ตเกมส์ ปี พ.ศ. 2552 พระองค์ได้เสด็จพระราช ดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน ทรงรับสมาคมกีฬาไว้ในพระราชูปถัมภ์ ได้แก่ มวยไทยสมัครเล่นและฟันดาบ
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นคุณงามความดีที่มีต่อประเทศชาติไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้เกิดความ รัก และเห็นความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย 10. การวัดผลประเมินผล วัตถุประสงค์ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราช กรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัวด้านกีฬาได้ถูกต้อง (K) สำรวจการตอบคำถาม ร่วมกันในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์พระราช กรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัวด้านกีฬาที่ส่งผลต่อ ประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง (P) ตรวจการสรุปแผนผัง มโนทัศน์เรื่องพระราช กรณียกิจด้านกีฬา แผนผังมโนทัศน์เรื่อง พระราชกรณียกิจด้าน กีฬา ทำถูกต้อง ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญ ของการประกอบพระราชกรณียกิจของ พระมหากษัตริย์ด้านกีฬา เพื่อส่งผลให้ เกิดความสุขในประเทศไทย (A) สำรวจการมีส่วนร่วมใน การแสดงความคิดเห็น ในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ ลงชื่อ.......................................................ผู้สอน (นางสาวกมลพรรณ บุญเกิด) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง
แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล ครั้งที่ ………… เรื่อง ................................................................ รหัสวิชา .......................... ภาคเรียนที่….... ปีการศึกษา…………....ชั้น................ โรงเรียน ......................................................... ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสนใจใน การทำกิจกรรม การมีส่วนร่วมใน การแสดงความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็น ผู้อื่น ทำงานตามที่ ได้รับมอบหมาย รวม ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน ระดับ ๓ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน ๑๓ - ๑๕ หมายถึง ดี ระดับ ๒ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน ๙ - ๑๒ หมายถึง ปานกลาง ระดับ ๑ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน ๕ - ๘ หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ ๖๐ (๙ คะแนน) ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ชื่อ-นามสกุล..........................................................................ชั้น.....................เลขที่............. ............ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติได้ และบอกความหมายของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนตามสิทธิหน้าที่ ๑.๓ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน และปฏิบัติตนเพื่อ สร้างความสามัคคี ปรองดองในหมู่เพื่อน ๑.๔ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือตามหลักของศาสนา ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียน และชุมชนจัดขึ้น ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับพ่อแม่ หรือ ผู้ปกครอง ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ใน ชีวิตประจำวัน ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ ๔.๒ รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม ๔.๓ เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดา โดยไม่โต้แย้ง ๔.๔ ตั้งใจเรียน ๔.๕ รู้จักปรับปรุงตนเองในข้อผิดพลาด
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๕. อยู่อย่าง พอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด ๕.๒ ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ๕.๓ ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน ๖. มุ่งมั่นในการ ทำงาน ๖.๑ มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ ๗. รักความเป็น ไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงานให้ผู้อื่น ๘.๓ รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................
แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน ๕ ด้าน คำชี้แจง : ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ชื่อ-นามสกุล...............................................................................ชั้น.................เลขที่............ ............. สมรรถนะที่ประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๑.๑ มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร ๑.๒ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่าง เหมาะสม ๑.๓ ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม ๒. ความสามารถในการคิด ๒.๑ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๒.๒ มีความสามารถในการคิดเป็นระบบ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓.๑ แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล ๓.๒ แสวงหาความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหา ๓.๓ ตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔.๑ ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความสัมพันธ์อันดี ๔.๒ มีวิธีแก้ไขความขัดแย้งอย่างเหมาะสม ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕.๑ เลือกใช้ข้อมูลในการพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม ๕.๒ เลือกใช้ข้อมูลในการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส13102 สาระประวัติศาสตร์ รายวิชา ประวัติศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 บุคคลสำคัญของไทย จำนวน 14 ชั่วโมง แผนที่ 14 เรื่อง โครงการจิตอาสาพระราชทาน เวลา 1 ชั่วโมง วันที่....................................... ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธำรงความเป็นไทย ตัวชี้วัด ส 4.3 ป.3/2 อธิบายประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในรัชกาลปัจจุบัน โดยสังเขป 2. สาระสำคัญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หน่วยราชการในพระองค์ 904 ร่วมกันจัดโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและแสดง ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงประกอบ พระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวด้านโครงการ จิตอาสาพระราชทานได้ถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวด้าน โครงการจิตอาสาพระราชทานที่ส่งผลต่อประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง (P)
3. นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการประกอบพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ด้าน โครงการจิตอาสาพระราชทาน เพื่อส่งผลให้เกิดความสุขในประเทศไทย (A) 4. สาระการเรียนรู้ 1. พระราชกรณียกิจด้านโครงการจิตอาสาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด 1. การตอบคำถามเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านโครงการจิตอาสาพระราชทานของพระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 2. แผนผังมโนทัศน์เรื่องพระราชกรณียกิจด้านโครงการจิตอาสาพระราชทาน 8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ป.3 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบบรรยาย (Lecturer Method) ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูให้นักเรียนนั่งสมาธิเป็นเวลา 3 นาที เพื่อให้นักเรียนเกิดความนิ่งและมีสมาธิก่อนเริ่มการเรียน การสอน 2. ครูพานักเรียนทบทวนความรู้เดิมเรื่องพระราชกรณียกิจด้านกีฬาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว โดยใช้คำถาม เช่น “พระราชกรณียกิจด้านกีฬาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมี อะไรบ้าง” (กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ปั่นเพื่อแม่ Bike for Mom และปั่นเพื่อพ่อ ทรงรับสมาคมกีฬาไว้ในพระ ราชูปถัมภ์และสร้างขวัญเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาไทย)
3. ครูแจ้งกับนักเรียนว่าวันนี้จะศึกษาเรื่องราวเกี่ยวพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัวด้านกีฬา จะมีการสอดแทรกคำถามระหว่างการเรียนการสอนเพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน จากนั้นจะให้นักเรียนร่วมกันออกแบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องพระราชกรณียกิจด้านกีฬา ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้ 4. ครูกระตุ้นความสงสัยของนักเรียนโดยการให้สังเกตภาพพระราชกรณียกิจด้านโครงการจิตอาสา พระราชทาน 5. ครูใช้คำถามสอดแทรกให้นักเรียนร่วมกันสนทนาหลังจากสังเกตภาพข้างต้น ได้แก่ประเด็นดังนี้ 5.1 พระราชกรณียกิจนี้ คือ พระราชกรณียกิจด้านใด (ด้านโครงการจิตอาสาพระราชทาน) 5.2 พระราชกรณียกิจดังกล่าวคืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงจัดโครงการให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งในและต่างประเทศที่สมัครใจช่วยเหลือผู้อื่น ยอม เสียสละเวลา แรงกาย แรงใจและสติปัญญาในการทำงานที่เป็นสาธารณประโยชน์ โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ) 6. ครูอธิบายเพิ่มเติมจากคำตอบของนักเรียนว่า “พระราชกรณียกิจข้างต้น คือ ด้านโครงการจิตอาสา พระราชทาน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจัดโครงการให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งในและ ต่างประเทศที่สมัครใจช่วยเหลือผู้อื่น ยอมเสียสละเวลา แรงกาย แรงใจและสติปัญญาในการทำงานที่เป็น สาธารณประโยชน์ โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ” 7. ครูใช้คำถามเพื่อให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่า “พระราชกรณียกิจด้านโครงการจิตอาสา พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีกี่ประเภท อะไรบ้าง” (3 ประเภท ได้แก่ จิตอาสา พัฒนา จิตอาสาเฉพาะกิจ และจิตอาสาภัยพิบัติ) 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านโครงการจิตอาสาพระราชทานว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หน่วยราชการในพระองค์ 904 ร่วมกันจัดโครงการจิตอาสาพระราชทาน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีความสมัคร สมานสามัคคี มีความสุขและประเทศชาติมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน โดยมีหน่วยราชการในพระองค์ 904 เป็นผู้ กำกับดูแลการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน และให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการใหญ่ โครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ มีหน้าที่ควบคุม อำนวยการและประสานการปฏิบัติเพื่อให้ การจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ เป็นไปอย่างต่อเนื่องถูกต้องตามพระบรมราโชบาย
และสมพระเกียรติคำว่า “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” หมายถึง ประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งในและต่างประเทศที่ สมัครใจช่วยเหลือผู้อื่น ยอมเสียสละเวลา แรงกาย แรงใจ และสติปัญญาในการทำงานที่เป็นสาธารณประโยชน์ โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ จิตอาสาตามพระบรมราโชบาย แบ่งเป็น 3 ประเภท 1. จิตอาสาพัฒนา : พัฒนา ท้องถิ่นของแต่ละชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ การ อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการดำรงชีวิตประจำวัน การ ประกอบอาชีพ รวมทั้งการสาธารณสุข 2. จิตอาสาภัยพิบัติ : เฝ้า ตรวจ เตือน และเตรียมการรองรับภัยพิบัติ ทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและจากสาเหตุอื่นๆ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ เช่น อุทกภัย วาตภัย และอัคคีภัย และ 3. จิตอาสาเฉพาะกิจ : ปฏิบัติในงานพระราชพิธี หรือการรับเสด็จในโอกาสต่างๆ เพื่อ ช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน รวมทั้งเตรียมการ เตรียมสถานที่ และฟื้นฟู สถานที่ภายหลังการปฏิบัติในพระราชพิธี และการเสด็จพระราชดำเนินนั้นๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย” 9. ครูและนักเรียนร่วมกันออกแบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องพระราชกรณียกิจด้านโครงการจิตอาสา พระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวหน้าชั้นเรียน ดังนี้ 10. ครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างประโยชน์ของพระราชกรณียกิจด้านกีฬา จากนั้นครูยกตัวอย่าง ให้นักเรียนได้เห็นถึงประโยชน์ว่า “โครงการนี้ทำให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์แก่ ประเภทของ ลักษณะกิจกรรม จิตอาสา กิจกรรมจิตอาสาที่ทำเพื่อพัฒนาพื้นที่ของแต่ละชุมชน ให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ การอำนวยความสะดวก สร้างความปลอดภัยในการดำรงชีวิตประจำวัน หรือ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กิจกรรมจิตอาสาที่ถูกกำหนดขึ้น เพื่อปฏิบัติในงานพระราชพิธี หรือการรับเสด็จในโอกาสต่าง ๆ เช่น จิตอาสาในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว จิตอาสาในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จิตอาสาพัฒนา จิตอาสาเฉพาะกิจ กิจกรรมจิตอาสาที่ทำเพื่อเฝ้าระวัง เตรียมการรองรับภัยพิบัติ และแจ้งเตือนภัยให้แก่ประชาชน ทั้งภัยที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ หรือภัยจากสาเหตุอื่น ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ โดยการเข้าช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น จิตอาสาในการช่วยเหลือ เด็กติดถ้ำ จิตอาสาภัยพิบัติ
ชุมชนและสังคม สามารถปลูกจิตสำนึกด้านสาธารณะ ปลูกฝั่งจิตใจให้บุคคลมีความรับผิดชอบต่อตนเองและ สังคม และเพื่อตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” 11. ครูให้นักเรียนสรุปแผนผังมโนทัศน์เรื่องพระราชกรณียกิจด้านโครงการจิตอาสาพระราชทานที่มี ต่อพสกนิกรในประเทศไทยลงในสมุดบันทึกเป็นรายบุคคล แล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 3 สรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องพระราชกรณียกิจด้านโครงการจิตอาสาพระราชทานของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นให้นักเรียนบอกความสำคัญการศึกษาพระราชกรณียกิจด้าน โครงการจิตอาสาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และบอกประโยชน์ของพระราช กรณียกิจที่ส่งผลความเป็นอยู่ที่ดีของพสกนิกรชาวไทย ขั้นที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน ครูและนักเรียนร่วมกันออกแบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องพระราชกรณียกิจด้านโครงการจิตอาสา พระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวหน้าชั้นเรียน จากนั้นให้นักเรียนสรุปแผนผังมโนทัศน์ ลงในสมุดบันทึกเป็นรายบุคคล แล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 5 นำไปใช้ ครูแนะนำให้นักเรียนนำความรู้เรื่องพระราชกรณียกิจด้านโครงการจิตอาสาพระราชทาน ของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น นำความรู้เกี่ยวกับพระราชกรณีย กิจด้านโครงการจิตอาสาพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นคุณงามความดีที่มีต่อ ประเทศชาติไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้เกิดความรัก และเห็นความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย
10. การวัดผลประเมินผล วัตถุประสงค์ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราช กรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัวด้านโครงการจิตอาสา พระราชทานได้ถูกต้อง (K) สำรวจการตอบคำถาม ร่วมกันในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์พระราช กรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัวด้านโครงการจิตอาสา พระราชทานที่ส่งผลต่อประเทศไทยได้ อย่างถูกต้อง (P) ตรวจการสรุปแผนผัง มโนทัศน์เรื่องพระราช กรณียกิจด้านโครงการ จิตอาสาพระราชทาน แผนผังมโนทัศน์เรื่อง พระราชกรณียกิจด้าน โครงการจิตอาสา พระราชทาน ทำถูกต้อง ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญ ของการประกอบพระราชกรณียกิจของ พระมหากษัตริย์ด้านโครงการจิตอาสา พระราชทาน เพื่อส่งผลให้เกิดความสุข ในประเทศไทย (A) สำรวจการมีส่วนร่วมใน การแสดงความคิดเห็น ในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ ลงชื่อ.......................................................ผู้สอน (นางสาวกมลพรรณ บุญเกิด) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง
แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล ครั้งที่ ………… เรื่อง ................................................................ รหัสวิชา .......................... ภาคเรียนที่….... ปีการศึกษา…………....ชั้น................ โรงเรียน ......................................................... ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสนใจใน การทำกิจกรรม การมีส่วนร่วมใน การแสดงความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็น ผู้อื่น ทำงานตามที่ ได้รับมอบหมาย รวม ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน ระดับ ๓ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน ๑๓ - ๑๕ หมายถึง ดี ระดับ ๒ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน ๙ - ๑๒ หมายถึง ปานกลาง ระดับ ๑ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน ๕ - ๘ หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ ๖๐ (๙ คะแนน) ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ชื่อ-นามสกุล..........................................................................ชั้น.....................เลขที่............. ............ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติได้ และบอกความหมายของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนตามสิทธิหน้าที่ ๑.๓ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน และปฏิบัติตนเพื่อ สร้างความสามัคคี ปรองดองในหมู่เพื่อน ๑.๔ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือตามหลักของศาสนา ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียน และชุมชนจัดขึ้น ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับพ่อแม่ หรือ ผู้ปกครอง ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ใน ชีวิตประจำวัน ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ ๔.๒ รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม ๔.๓ เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดา โดยไม่โต้แย้ง ๔.๔ ตั้งใจเรียน ๔.๕ รู้จักปรับปรุงตนเองในข้อผิดพลาด
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๕. อยู่อย่าง พอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด ๕.๒ ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ๕.๓ ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน ๖. มุ่งมั่นในการ ทำงาน ๖.๑ มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ ๗. รักความเป็น ไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงานให้ผู้อื่น ๘.๓ รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................
แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน ๕ ด้าน คำชี้แจง : ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ชื่อ-นามสกุล...............................................................................ชั้น.................เลขที่............ ............. สมรรถนะที่ประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๑.๑ มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร ๑.๒ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่าง เหมาะสม ๑.๓ ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม ๒. ความสามารถในการคิด ๒.๑ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๒.๒ มีความสามารถในการคิดเป็นระบบ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓.๑ แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล ๓.๒ แสวงหาความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหา ๓.๓ ตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔.๑ ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความสัมพันธ์อันดี ๔.๒ มีวิธีแก้ไขความขัดแย้งอย่างเหมาะสม ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕.๑ เลือกใช้ข้อมูลในการพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม ๕.๒ เลือกใช้ข้อมูลในการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส13102 สาระประวัติศาสตร์ รายวิชา ประวัติศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 บุคคลสำคัญของไทย จำนวน 14 ชั่วโมง แผนที่ 15 เรื่อง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เวลา 1 ชั่วโมง วันที่....................................... ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธำรงความเป็นไทย ตัวชี้วัด ส 4.3 ป.3/3 เล่าวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยที่มีส่วนปกป้องประเทศชาติ 2. สาระสำคัญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หน่วยราชการในพระองค์ 904 ร่วมกันจัดโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและแสดง ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงประกอบ พระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราชประวัติและวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ถูกต้อง (K)
2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์วีรกรรมการกอบกู้เอกราชของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้อย่างถูกต้อง (P) 3. นักเรียนตระหนักถึงความเสียสละของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่มีต่อบ้านเมือง (A) 4. สาระการเรียนรู้ 1. พระราชประวัติและวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด 1. การตอบคำถามเกี่ยวกับพระราชประวัติและวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 2. แผนผังมโนทัศน์เรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ป.3 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบบรรยาย (Lecturer Method) ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูให้นักเรียนนั่งสมาธิเป็นเวลา 3 นาที เพื่อให้นักเรียนเกิดความนิ่งและมีสมาธิก่อนเริ่มการเรียน การสอน 2. ครูให้นักเรียนสังเกตภาพ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันแสดงช่วยกัน ค้นหาคำตอบว่าบุคคลในภาพคือใคร
3. ครูแจ้งกับนักเรียนว่าวันนี้จะศึกษาเรื่องราวเกี่ยวพระราชประวัติและวีรกรรมของสมเด็จพระ นเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นเรื่องราวของบุคคลในรูป จากนั้นจะให้นักเรียนร่วมกันออกแบบแผนผังมโนทัศน์เรื่อง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แล้วสรุปแผนผังลงในสมุดบันทึก ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้ 4. ครูใช้คำถามเพื่อเป็นการกระตุ้นความคิดหรือประสบการณ์เดิมของนักเรียน ได้แก่ 4.1 นักเรียนเคยดูภาพยนตร์เรื่องก้านกล้วยหรือไม่ 4.2 ภาพยนตร์เรื่อง ก้านกล้วย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับใครบ้าง (ช้างเจ้าพระยาปราบหงสา และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช) 4.3 นักเรียนทราบประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชหรือไม่ 5. ครูอธิบายเพิ่มเติมจากคำตอบของนักเรียนว่า “ภาพยนตร์เรื่องก้านกล้วย เป็นเรื่องราวของช้างที่ชื่อ ก้านกล้วย ซึ่งเป็นเจ้าพระยาปราบหงสา โดยการเคียงข้างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในการทำยุทธหัตถี หมายถึง การทำสงครามบนหลังช้าง” 6. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชประวัติและวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชว่า “สมเด็จ พระนเรศวรมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์สำคัญในสมัยอยุธยา พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสใน สมเด็จพระมหาธรรมราชากับพระวิสุทธิกษัตรีเสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 2092 มีพระเชษฐภคินีคือ พระ สุพรรณกัลยาและมีพระอนุชาคือ พระเอกาทศรถ เมื่อทรงพระเยาว์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จไป ประทับที่กรุงหงสาวดี(เมืองหลวงของพม่าในสมัยนั้น) จนกระทั่งใน พ.ศ. 2127 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงประกาศอิสรภาพจากพม่า ขณะที่ทรงมีพระชนมายุ 29 พรรษา ภายหลังจากขึ้นครองราชย์สมเด็จพระ นเรศวรมหาราชทรงทำสงครามกับพม่า สงครามครั้งสำคัญ ได้แก่ การทำยุทธหัตถี(อ่านว่า ยุด-ทะ-หัด-ถี หมายถึง การต่อสู้กันด้วยอาวุธบนหลังช้าง) กับพระมหาอุปราชาของพม่าจนได้รับชัยชนะ ภายหลังจาก เหตุการณ์นี้สงครามระหว่างอยุธยากับพม่ายุติลงเป็นเวลากว่า 150 ปี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงทรงทำา สงครามขยายอาณาเขต ทั้งนี้เพื่อควบคุมแหล่งทรัพยากรและคุมเส้นทางการค้าในดินแดนใกล้เคียงทำให้ อยุธยามีความมั่งคั่งและมีอาณาเขตกว้างขวาง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จสวรรคตเมื่อ พ.ศ. 2148” 7. ครูและนักเรียนร่วมกันออกแบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราชหน้าชั้นเรียน ดังนี้
8. ครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างประโยชน์ของวีรกรรมสำคัญของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ทรง มีต่อประเทศชาติจากนั้นครูยกตัวอย่างให้นักเรียนได้เห็นถึงประโยชน์ว่า “การทำสงครามปกป้องบ้านเมือง จากกองทัพพม่าหลายครั้ง สงครามครั้งสำคัญ ได้แก่ การทำยุทธหัตถีและประกาศอิสรภาพจากกรุงหงสาวดี (พม่า) และพระองค์ก็ทำสงคราม เพื่อขยายอาณาเขตไปอย่างกว้างขวาง ทำให้ประเทศชาติไม่ต้องตกเป็น เมืองขึ้นของพม่าและรอดพ้นจากการรุกรานของศัตรู ทำให้บ้านเมืองสงบสุขและเป็นปึกแผ่น” 9. ครูให้นักเรียนสรุปแผนผังมโนทัศน์เรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ลงในสมุดบันทึกเป็นรายบุคคล แล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 3 สรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นให้นักเรียนบอก ความสำคัญการศึกษาพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และบอกประโยชน์ของวีรกรรมอันน่ายก ย่องและทรงคุณค่าต่อการเชิดชูของบรรพบุรุษ ขั้นที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน ครูและนักเรียนร่วมกันออกแบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราชหน้าชั้นเรียน จากนั้นให้นักเรียนสรุปแผนผังมโนทัศน์ลงในสมุดบันทึกเป็นรายบุคคล แล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 5 นำไปใช้ ครูแนะนำให้นักเรียนนำความรู้เรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น มีความกล้าหาญและมีความเสียสละต่อชาติบ้านเมือง โดยการเสียสละช่วยเหลือสังคม เห็นแก่ประโยชน์ ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2133 (ตอนพระชนมายุ 35 ปี) และเสด็จสวรรคต พ.ศ. 2148 พระชนมายุ 50 พรรษา พระราชสมภพ พ.ศ. 2098 ณ พระราชวังจันทร์ เมืองพิษณุโลก มีพระสุพรรณกัลยาเป็นพระเชษฐภคินี (พี่สาว) มีพระเอกาทศรถเป็น พระอนุชา (น้องชาย) เป็นพระราชโอรสของพระมหาธรรมราชากับพระวิสุทธิกษัตริย์ พระราชประวัติ ของสมเด็จ พระนเรศวรมหาราช
10. การวัดผลประเมินผล วัตถุประสงค์ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราช ประวัติและวีรกรรมของสมเด็จพระ นเรศวรมหาราชได้ถูกต้อง (K) ตรวจการสรุปแผนผัง มโนทัศน์เรื่องสมเด็จ พระนเรศวรมหาราช แผนผังมโนทัศน์เรื่อง สมเด็จพระนเรศวร มหาราช ทำถูกต้อง ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์วีรกรรม การกอบกู้เอกราชของสมเด็จพระ นเรศวรมหาราชได้อย่างถูกต้อง (P) สำรวจการตอบคำถาม ร่วมกันในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ 3. นักเรียนตระหนักถึงความเสียสละ ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่มีต่อ บ้านเมือง (A) สำรวจการมีส่วนร่วมใน การแสดงความคิดเห็น ในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ ลงชื่อ.......................................................ผู้สอน (นางสาวกมลพรรณ บุญเกิด) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง
แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล ครั้งที่ ………… เรื่อง ................................................................ รหัสวิชา .......................... ภาคเรียนที่….... ปีการศึกษา…………....ชั้น................ โรงเรียน ......................................................... ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสนใจใน การทำกิจกรรม การมีส่วนร่วมใน การแสดงความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็น ผู้อื่น ทำงานตามที่ ได้รับมอบหมาย รวม ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน ระดับ ๓ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน ๑๓ - ๑๕ หมายถึง ดี ระดับ ๒ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน ๙ - ๑๒ หมายถึง ปานกลาง ระดับ ๑ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน ๕ - ๘ หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ ๖๐ (๙ คะแนน) ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ชื่อ-นามสกุล..........................................................................ชั้น.....................เลขที่............. ............ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติได้ และบอกความหมายของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนตามสิทธิหน้าที่ ๑.๓ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน และปฏิบัติตนเพื่อ สร้างความสามัคคี ปรองดองในหมู่เพื่อน ๑.๔ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือตามหลักของศาสนา ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียน และชุมชนจัดขึ้น ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับพ่อแม่ หรือ ผู้ปกครอง ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ใน ชีวิตประจำวัน ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ ๔.๒ รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม ๔.๓ เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดา โดยไม่โต้แย้ง ๔.๔ ตั้งใจเรียน ๔.๕ รู้จักปรับปรุงตนเองในข้อผิดพลาด
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๕. อยู่อย่าง พอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด ๕.๒ ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ๕.๓ ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน ๖. มุ่งมั่นในการ ทำงาน ๖.๑ มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ ๗. รักความเป็น ไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงานให้ผู้อื่น ๘.๓ รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................
แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน ๕ ด้าน คำชี้แจง : ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ชื่อ-นามสกุล...............................................................................ชั้น.................เลขที่............ ............. สมรรถนะที่ประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๑.๑ มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร ๑.๒ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่าง เหมาะสม ๑.๓ ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม ๒. ความสามารถในการคิด ๒.๑ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๒.๒ มีความสามารถในการคิดเป็นระบบ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓.๑ แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล ๓.๒ แสวงหาความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหา ๓.๓ ตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔.๑ ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความสัมพันธ์อันดี ๔.๒ มีวิธีแก้ไขความขัดแย้งอย่างเหมาะสม ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕.๑ เลือกใช้ข้อมูลในการพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม ๕.๒ เลือกใช้ข้อมูลในการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส13102 สาระประวัติศาสตร์ รายวิชา ประวัติศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 บุคคลสำคัญของไทย จำนวน 14 ชั่วโมง แผนที่ 16 เรื่อง ท้าวเทพกษัตรีและท้าวศรีสุนทร เวลา 1 ชั่วโมง วันที่....................................... ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธำรงความเป็นไทย ตัวชี้วัด ส 4.3 ป.3/3 เล่าวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยที่มีส่วนปกป้องประเทศชาติ 2. สาระสำคัญ ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร นามเดิมว่าคุณหญิงจันและคุณมุกตามลำดับ เป็นสองวีรสตรีใน ประวัติศาสตร์ไทย ผู้มีบทบาทในการป้องกันเมืองถลางเกาะภูเก็ตจากการรุกรานของพม่าในสงครามเก้าทัพ เมื่อพ.ศ. 2328 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราชประวัติและวีรกรรมของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรได้ ถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์วีรกรรมของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรที่ได้ปกป้องบ้านเมืองได้ อย่างถูกต้อง (P) 3. นักเรียนชื่นชมความกล้าหาญของบรรพบุรุษไทย และนำแบบอย่างไปปฏิบัติต่อบ้านเมือง (A)
4. สาระการเรียนรู้ 1. ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด 1. การตอบคำถามเกี่ยวกับท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร 2. แผนผังมโนทัศน์เรื่องท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร 8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ป.3 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบบรรยาย (Lecturer Method) ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูให้นักเรียนนั่งสมาธิเป็นเวลา 3 นาที เพื่อให้นักเรียนเกิดความนิ่งและมีสมาธิก่อนเริ่มการเรียน การสอน 2. ครูให้นักเรียนสังเกตภาพ ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันแสดง ช่วยกันค้นหาคำตอบว่าบุคคลในภาพคือใคร
3. ครูแจ้งกับนักเรียนว่าวันนี้จะศึกษาเรื่องราวเกี่ยวท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ซึ่งเป็นเรื่องราว ของบุคคลในรูป จากนั้นจะให้นักเรียนร่วมกันออกแบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร แล้วสรุปแผนผังลงในสมุดบันทึก ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้ 4. ครูใช้คำถามเพื่อเป็นการกระตุ้นความคิดหรือประสบการณ์เดิมของนักเรียน ได้แก่ 4.1 นักเรียนเคยเห็นภาพนี้หรือไม่ 4.2 บุคคลในภาพคือใคร (ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร) 4.3 นักเรียนทราบเกี่ยวกับพระราชประวัติและวีรกรรมสำคัญของท้าวเทพกระษัตรีและท้าว ศรีสุนทรหรือไม่ 5. ครูอธิบายเพิ่มเติมจากคำตอบของนักเรียนว่า “ภาพข้างต้นเป็นอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าว ศรีสุนทร อนุสาวรีย์ของทั้งสองท่านตั้งอยู่ที่วงเวียนสี่แยกท่าเรือ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต” 6. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชประวัติและวีรกรรมของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรว่า “ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร เป็นวีรสตรีของชาวเมืองภูเก็ต เดิมเมืองนี้มีชื่อว่าถลาง ในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) กองทัพพม่าได้โจมตีเมืองถลาง ในช่วงเวลาที่ เกิดศึกถลางเจ้าเมืองถลาง (พระยาถลาง) ได้ถึงแก่อนิจกรรม (อ่านว่า อะ-นิด-จะ-กำหมายถึงตาย) ทำให้ คุณหญิงจันซึ่งเป็นภริยาเจ้าเมืองถลาง และน้องสาวที่ชื่อมุกต้องบัญชาการเอง โดยช่วยกันระดมข้าราชการ และชาวเมืองถลางป้องกันเมืองอย่างกล้าหาญ คุณหญิงมุกได้ใช้กลวิธีให้ผู้หญิงหลายร้อยคนแต่งกายเป็นทหาร และนำทางมะพร้าวมารมควันให้ดำ เพื่อให้ดูเหมือนปืนเมื่อกองทัพพม่าเห็นจึงไม่กล้าเข้าตีเมือง เพราะคิดว่ามี ทหารและอาวุธจำนวนมากกว่า เมื่อเสบียงอาหารหมดกองทัพพม่าจึงถอยทัพกลับไป พระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงทราบถึงวีรกรรมของท่านทั้งสอง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน บรรดาศักดิ์คุณหญิงจันเป็นท้าวเทพกระษัตรี คุณหญิงมุกเป็นท้าวศรีสุนทร ต่อมาชาวภูเก็ตจึงสร้างอนุสาวรีย์ เพื่อระลึกถึงคุณความดีและความกล้าหาญของท่านทั้งสอง” 7. ครูและนักเรียนร่วมกันออกแบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรหน้าชั้น เรียน ดังนี้
8. ครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างประโยชน์ของวีรกรรมสำคัญของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรี สุนทรที่มีต่อประเทศชาติจากนั้นครูยกตัวอย่างให้นักเรียนได้เห็นถึงประโยชน์ว่า “ช่วยปกป้องเมืองถลางให้พ้น จากข้าศึกในสงครามเก้าทัพสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยท่านทั้งสองได้ระดมข้าราชการ ชาวเมืองถลาง ป้องกันบ้านเมืองอย่างกล้าหาญ ด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาด ทำให้กองทัพพม่าถอยทัพกลับไป ด้วยพระปรีชา สามารถรวมไปถึงสติปัญญาอันชาญฉลาดของท่านทั้งสอง ทำให้ไทยไม่ต้องทำสงครามกับพม่าและไม่สูญเสีย” 9. ครูให้นักเรียนสรุปแผนผังมโนทัศน์เรื่องท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ลงในสมุดบันทึกเป็น รายบุคคล แล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 3 สรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร จากนั้นให้นักเรียนบอก ความสำคัญการศึกษาพระราชประวัติของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรและบอกประโยชน์ของวีรกรรม อันน่ายกย่องและทรงคุณค่าต่อการเชิดชูของวีรสตรีทั้งสองท่าน ขั้นที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน ครูและนักเรียนร่วมกันออกแบบแผนผังมโนทัศน์เรื่องท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรหน้าชั้นเรียน จากนั้นให้นักเรียนสรุปแผนผังมโนทัศน์ลงในสมุดบันทึกเป็นรายบุคคล แล้วนำส่งครูในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 5 นำไปใช้ ครูแนะนำให้นักเรียนนำความรู้เรื่องท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน เช่น มีความกล้าหาญและมีความเสียสละต่อชาติบ้านเมือง โดยการเสียสละช่วยเหลือสังคม เห็น แก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน บุคลิกและอุปนิสัยคุณจันเป็นหญิง ที่มีบุคลิกสง่า แคล่วคล่องมีความรอบรู้ การบ้านการเมืองดี พระราชประวัติ ของท้าวเทพกระษัตรี และท้าวศรีสุนทร คุณมุกมีกิริยาสุภาพอ่อนโยน มีสติปัญญา และความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวไม่ย่อหย่อน กว่าคุณจันผู้เป็นพี่ ท่านทั้งสองเป็นบุตรีของเจ้าเมือง ถลาง โดยท้าวเทพกระษัตรี (จัน) เป็นพี่ ส่วนท้าวศรีสุนทร (มุก) เป็นน้อง เนื่องจากท่านทั้งสองเป็นเชื้อสาย เจ้าเมืองทำให้ได้รับการอบรมฝึกสอน ให้มีจิตใจเข้มแข็ง อดทน รู้หลักการปกครอง
10. การวัดผลประเมินผล วัตถุประสงค์ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราช ประวัติและวีรกรรมของท้าวเทพ กระษัตรีและท้าวศรีสุนทรได้ถูกต้อง (K) ตรวจการสรุปแผนผัง มโนทัศน์เรื่องท้าวเทพ กระษัตรีและท้าวศรี สุนทร แผนผังมโนทัศน์เรื่อง ท้าวเทพกระษัตรีและ ท้าวศรีสุนทร ทำถูกต้อง ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์วีรกรรม ของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรที่ ได้ปกป้องบ้านเมืองได้อย่างถูกต้อง (P) สำรวจการตอบคำถาม ร่วมกันในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ 3. นักเรียนชื่นชมความกล้าหาญของ บรรพบุรุษไทย และนำแบบอย่างไป ปฏิบัติต่อบ้านเมือง (A) สำรวจการมีส่วนร่วมใน การแสดงความคิดเห็น ในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ ลงชื่อ.......................................................ผู้สอน (นางสาวกมลพรรณ บุญเกิด) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง
แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล ครั้งที่ ………… เรื่อง ................................................................ รหัสวิชา .......................... ภาคเรียนที่….... ปีการศึกษา…………....ชั้น................ โรงเรียน ......................................................... ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสนใจใน การทำกิจกรรม การมีส่วนร่วมใน การแสดงความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็น ผู้อื่น ทำงานตามที่ ได้รับมอบหมาย รวม ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน ระดับ ๓ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน ๑๓ - ๑๕ หมายถึง ดี ระดับ ๒ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน ๙ - ๑๒ หมายถึง ปานกลาง ระดับ ๑ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน ๕ - ๘ หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ ๖๐ (๙ คะแนน) ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ชื่อ-นามสกุล..........................................................................ชั้น.....................เลขที่............. ............ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติได้ และบอกความหมายของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนตามสิทธิหน้าที่ ๑.๓ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน และปฏิบัติตนเพื่อ สร้างความสามัคคี ปรองดองในหมู่เพื่อน ๑.๔ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือตามหลักของศาสนา ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียน และชุมชนจัดขึ้น ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับพ่อแม่ หรือ ผู้ปกครอง ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ใน ชีวิตประจำวัน ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ ๔.๒ รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม ๔.๓ เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดา โดยไม่โต้แย้ง ๔.๔ ตั้งใจเรียน ๔.๕ รู้จักปรับปรุงตนเองในข้อผิดพลาด
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ด้าน รายการประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๕. อยู่อย่าง พอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด ๕.๒ ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ๕.๓ ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน ๖. มุ่งมั่นในการ ทำงาน ๖.๑ มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ ๗. รักความเป็น ไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงานให้ผู้อื่น ๘.๓ รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................
แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน ๕ ด้าน คำชี้แจง : ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✔ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ชื่อ-นามสกุล...............................................................................ชั้น.................เลขที่............ ............. สมรรถนะที่ประเมิน ระดับ คะแนน ๓ ๒ ๑ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๑.๑ มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร ๑.๒ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่าง เหมาะสม ๑.๓ ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม ๒. ความสามารถในการคิด ๒.๑ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๒.๒ มีความสามารถในการคิดเป็นระบบ เพื่อการสร้างองค์ความรู้ ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓.๑ แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล ๓.๒ แสวงหาความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหา ๓.๓ ตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔.๑ ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความสัมพันธ์อันดี ๔.๒ มีวิธีแก้ไขความขัดแย้งอย่างเหมาะสม ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕.๑ เลือกใช้ข้อมูลในการพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม ๕.๒ เลือกใช้ข้อมูลในการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน ลงชื่อ (............................................................) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน ............../.................../................
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส13102 สาระประวัติศาสตร์ รายวิชา ประวัติศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 บุคคลสำคัญของไทย จำนวน 14 ชั่วโมง แผนที่ 17 เรื่อง ชาวบ้านบางระจัน เวลา 1 ชั่วโมง วันที่....................................... ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธำรงความเป็นไทย ตัวชี้วัด ส 4.3 ป.3/3 เล่าวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยที่มีส่วนปกป้องประเทศชาติ 2. สาระสำคัญ ชาวบ้านบางระจัน เป็นบรรพบุรุษที่ปกป้องบ้านเมืองจากข้าศึกศัตรูรุกรานอย่างกล้าหาญและมีความ เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี และความสงบสุขจนถึงปัจจุบัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราชประวัติและวีรกรรมของชาวบ้านบางระจันได้ถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์วีรกรรมของชาวบ้านบางระจันที่ได้ปกป้องบ้านเมืองได้อย่างถูกต้อง (P) 3. นักเรียนชื่นชมความกล้าหาญของชาวบ้านบางระจัน และนำแบบอย่างไปปฏิบัติต่อบ้านเมือง (A) 4. สาระการเรียนรู้ 1. ชาวบ้านบางระจัน
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด 1. การตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติและวีรกรรมของชาวบ้านบางระจัน 2. แบบฝึกหัดเรื่องชาวบ้านบางระจันลงในสมุดบันทึก 8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ป.3 2. เพลงบางระจันจากยูทูป ลิงก์ : https://youtu.be/y3h9nZulOHM. 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบบรรยาย (Lecturer Method) ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูให้นักเรียนนั่งสมาธิเป็นเวลา 3 นาที เพื่อให้นักเรียนเกิดความนิ่งและมีสมาธิก่อนเริ่มการเรียน การสอน 2. ครูให้นักเรียนฟังเพลงบางระจันวันเพ็ญ ศิลปินคาราบาว จากยูทูป ลิงก์ : https://youtu.be/y3h9nZulOHM. เป็นเวลา 4.21 นาทีเพื่อกระตุ้นความสนใจและเชื่อมโยงเนื้อเพลงเข้าสู่ เนื้อหาการเรียนการสอน 3. ครูแจ้งกับนักเรียนว่าวันนี้จะศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับชาวบ้านบางระจัน ซึ่งเป็นเรื่องราวของกลุ่มคน ที่มีบทบาทในการรักษาแผ่นดินของชาติจากนั้นจะให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง ชาวบ้านบางระจัน ลงในสมุด บันทึก ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้ 4. ครูใช้คำถามเพื่อเป็นการกระตุ้นความคิดหรือประสบการณ์เดิมของนักเรียน ได้แก่ 4.1 เพลงข้างต้นกล่าวถึงเรื่องใด (การต่อสู้ของชาวบ้านบางระจัน เพื่อปกป้องบ้านเมืองที่ถูก ข้าศึกรุกราน)
4.2 นักเรียนรู้สึกอย่างไร เมื่อได้ฟังเพลงบางระจันวันเพ็ญ (รู้สึกภาคภูมิใจ และชื่นชมการ กระทำเพื่อรักษาแผ่นดินของชาวบ้านบางระจัน) 4.3 นักเรียนทราบเกี่ยวกับวีรกรรมของชาวบ้านบางระจันหรือไม่ 5. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับชาวบ้านบางระจันว่า “ใน พ.ศ. 2308 พม่ายกกองทัพเข้ามาล้อมกรุงศรี อยุธยาชาวบ้านบางระจันซึ่งนำโดยนายพันเรืองนายจันหนวดเขี้ยวนายทองแสงใหญ่ นายทองแก้ว นายทอง เหม็น นายอิน นายดอก นายแท่น นายโชติร่วมกันต่อสู้กับกองทัพพม่า โดยมีขุนสรรค์เป็นหัวหน้า และพระ อาจารย์ธรรมโชติเป็นผู้ให้กำลังใจชาวบ้านในการต่อสู้กับศึกครั้งนี้ความเก่งกล้าของชาวบ้านบางระจัน ทำาให้ มีชาวไทยเข้ามาร่วมต่อสู้ด้วยเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน กองทัพพม่าส่วนหนึ่งก็พยายามโจมตีค่าย บางระจันหลายครั้งให้แตก เพื่อจะได้โจมตีกรุงศรีอยุธยาง่ายขึ้น แต่ชาวบ้านบางระจันได้ยืนหยัดต่อสู้อย่าง เข้มแข็งยาวนานถึง 5 เดือน จนในที่สุดค่ายบางระจันจึงถูกกองทัพพม่าตีแตกเมื่อ พ.ศ. 2309 ภายหลังจากนั้น กรุงศรีอยุธยาจึงถูกกองทัพพม่ายึดครองได้สำเร็จ วีรกรรมของชาวบ้านบางระจันในครั้งนั้นได้รับการยกย่อง จากอนุชนรุ่นหลังสืบมาจนถึงปัจจุบัน” 6. ครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างประโยชน์ของวีรกรรมสำคัญของชาวบ้านบางระจันที่มีต่อ ประเทศชาติจากนั้นครูยกตัวอย่างให้นักเรียนได้เห็นถึงประโยชน์ว่า “การต่อสู้ของชาวบ้านบางระจัน เพื่อ ปกป้องบ้านเมืองที่ถูกข้าศึกรุกราน ทำให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจและชื่นชมการกระทำเพื่อรักษาแผ่นดินของ ชาวบ้านบางระจัน” 7. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง ชาวบ้านบางระจัน ลงในสมุดบันทึกเป็นรายบุคคล แล้วนำส่งครู ในท้ายคาบเรียน โดยมีประเด็นดังนี้ 7.1 หมู่บ้านบางระจันตั้งอยู่ที่ใด (ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี) 7.2 ชาวบ้านบางระจันได้ต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเมืองจากใคร (กองทัพพม่า) 7.3 แกนนำสำคัญในการรบกับพม่าครั้งนี้มีใครบ้าง (นายพันเรือง นายจันหนวดเขี้ยว นาย ทองแสงใหญ่ นายทองแก้ว นายทองเหม็น นายอิน นายดอก นายแท่น นายโชติ โดยมีขุนสรรค์เป็นหัวหน้า และพระอาจารย์ธรรมโชติ) 7.4 ชาวบ้านบางระจันทำประโยชน์ให้กับท้องถิ่นของตนอย่างไรบ้าง (ได้ต่อสู้กับกองทัพพม่า ทำให้กองทัพพม่าที่เข้าโจมตีหมู่บ้านบางระจันถึง 7 ครั้ง ต้องพ่ายแพ้ไปด้วยสติปัญญาในการรบและความ เข้มแข็งของชาวบ้านบางระจัน จนในที่สุดครั้งที่ 8 หมู่บ้านบางระจันก็ถูกพม่าตีแตก) 7.5 จากเรื่องราวประวัติของชาวบ้านบางระจัน นักเรียนได้ข้อคิดอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ เห็นถึงความกล้าหาญ เสียสละ เพื่อชาติบ้านเมืองที่จะรักษาและปกป้องแผ่นดินที่อาศัยอยู่อย่างไม่กลัวตาย) ขั้นที่ 3 สรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่องชาวบ้านบางระจัน จากนั้นให้นักเรียนบอกความสำคัญ การศึกษาเรื่องราวของชาวบ้านบางระจัน และบอกประโยชน์ของวีรกรรมอันน่ายกย่องและทรงคุณค่าต่อการ เชิดชูของชาวบ้านบางระจัน
ขั้นที่ 4 ฝึกฝนผู้เรียน ครูครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง ชาวบ้านบางระจัน ลงในสมุดบันทึกเป็นรายบุคคล แล้วนำส่งครู ในท้ายคาบเรียน ขั้นที่ 5 นำไปใช้ ครูแนะนำให้นักเรียนนำความรู้เรื่องชาวบ้านบางระจัน ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น มีความ กล้าหาญและมีความเสียสละต่อชาติบ้านเมือง โดยการเสียสละช่วยเหลือสังคม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน 10. การวัดผลประเมินผล วัตถุประสงค์ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพระราช ประวัติและวีรกรรมของชาวบ้าน บางระจันได้ถูกต้อง (K) สำรวจการตอบคำถาม ร่วมกันในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์วีรกรรม ของชาวบ้านบางระจันที่ได้ปกป้อง บ้านเมืองได้อย่างถูกต้อง (P) ตรวจแบบฝึกหัดเรื่อง ชาวบ้านบางระจัน ใน สมุดบันทึก แบบฝึกหัดเรื่อง ชาวบ้านบางระจัน ใน สมุดบันทึก ทำถูกต้อง ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนชื่นชมความกล้าหาญของ ชาวบ้านบางระจัน และนำแบบอย่างไป ปฏิบัติต่อบ้านเมือง (A) สำรวจการมีส่วนร่วมใน การแสดงความคิดเห็น ในชั้นเรียน แบบบันทึกการสังเกต และประเมินผล พฤติกรรมรายบุคคล ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่าน เกณฑ์ ลงชื่อ.......................................................ผู้สอน (นางสาวกมลพรรณ บุญเกิด) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู